หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นเทศบาล ๖ (วัดตันตยาภริ ม) ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ (ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ และฉบบั ปรับปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) ระดบั ประถมศกึ ษา กิจกรรมพัฒนาผูเรยี น โรงเรยี นเทศบาล ๖ (วดั ตนั ตยาภริ ม) สํานกั การศึกษา เทศบาลนครตรงั อําเภอเมือง จงั หวดั ตรัง
คำนำ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาล 6 (วดั ตันตยาภิรม) พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2566) กลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ระดบั ชัน้ ประถมศึกษา ใชเ้ ป็นทศิ ทางในการจัดการเรียนการสอนตามมาตรฐานการศึกษา เพ่อื พัฒนาผเู้ รยี นทุกคนให้มคี ุณภาพด้านความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับใชเ้ ปน็ เครือ่ งมือในการดำเนนิ ชีวติ ในสงั คม ทีม่ กี ารเปลี่ยนแปลงและแสวงหาความรเู้ พ่ือพัฒนาตนอย่างตอ่ เนือ่ งตลอดชวี ิต หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาล 6 (วัดตันตยาภิรม) พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2566) กลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ระดับช้ันประถมศึกษา ประกอบไปด้วยความสำคัญกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป้าหมาย หลักการและแนวการจัดกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน เพอื่ จดั ทำโครงสร้างรายวิชาตลอดจนคำอธิบายรายวชิ า คณะผู้จัดทำขอขอบคุณทุกท่านท่ีมีส่วนช่วยให้เอกสารฉบับนี้เสร็จสมบูรณ์ ทางโรงเรียนหวังว่าหลักสูตร สถานศึกษาโรงเรียนเทศบาล 6 (วัดตันตยาภิรม) พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2566) กลุ่มกิจกรรม พัฒนาผู้เรียน ระดบั ช้ันประถมศึกษาจะเปน็ ประโยชนต์ อ่ คณะครู สถานศึกษาและผู้มีสว่ นเกีย่ วข้องทกุ ฝ่ายเป็นอยา่ งดี คณะครกู ิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน
สารบญั หนา้ เรื่อง ๑ คำนำ 2 ความสำคัญกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 2 ความหมายของกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน 2 เปา้ หมายของกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น 3 หลกั การจัดกิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน 3 แนวการจัดกิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน 7 บทบาทของบุคคลท่ีเกย่ี วข้อง 8 การประเมนิ ผลกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน 8 กิจกรรมแนะแนว ๙ วัตถปุ ระสงค์ หลักการ และขอบข่ายการจดั กิจกรรมแนะแนว 11 ลักษณะของกิจกรรมแนะแนวและกระบวนการจดั กจิ กรรมแนะแนว ๑4 กรอบความคดิ กิจกรรมแนะแนว 15 คณุ ลักษณะพึงประสงค์ของกิจกรรมแนะแนว 16 การประเมินผลการจดั กิจกรรมแนะแนว ๓3 มาตรฐานการแนะแนว ๓4 โครงสรา้ งหลกั สูตรกิจกรรมแนะแนว 40 คำอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมแนะแนว ระดับประถมศกึ ษาปที ี่ 1-6 41 จดุ ประสงค์กจิ กรรมแนะแนว ระดับประถมศกึ ษาปีที่ 1-6 53 โครงสร้างการจดั กิจกรรมแนะแนวช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑-6 ๕6 กจิ กรรมลูกเสอื – เนตรนารี ๕7 แนวทางการจัดกิจกรรมลกู เสือ – เนตรนารี ระดับประถมศกึ ษาปีท่ี 1-6 ๕7 หลักสตู รกิจกรรมลูกเสอื – เนตรนารี ระดับประถมศึกษาปที ่ี 1-6 ๖๕ สาระของกจิ กรรมลูกเสือ – เนตรนารีตามแนวหลักสตู รการศกึ ษาแกนกลาง ๗4 หลกั สูตรวิชาพิเศษลูกเสือสามญั ๗๖ มาตรฐานการเรยี นร้กู ิจกรรมนักเรียน (ลกู เสือ – เนตรนารี) ๗๗ โครงสรา้ งหลกั สูตรกจิ กรรมลูกเสือ– เนตรนารี ระดับประถมศึกษาปีท่ี 1-6 ๘๓ คำอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมลกู เสอื – เนตรนารี ระดับประถมศกึ ษาปีท่ี 1-6 89 กำหนดการจัดกจิ กรรมลกู เสือ– เนตรนารี ระดับประถมศึกษาปที ่ี 1-6 89 กจิ กรรมชมุ นุม/ชมรม 89 หลักการจัดกิจกรรมชมุ นมุ /ชมรม 93 มาตรฐานการเรียนรกู้ จิ กรรมนักเรียน (ชมุ นุม) ระดบั ช้ันประถมศกึ ษา การประเมินผลกิจกรรมชุมนมุ /ชมรม
สารบญั หน้า เรอ่ื ง 95 95 กิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์ 95 ความสำคญั ของกิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ 95 วัตถปุ ระสงค์ของกจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์ 96 วิธกี ารของกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 97 รปู แบบการจัดกิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์ 98 รายละเอียดสาระกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ 99 มาตรฐานการเรยี นรูก้ จิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ การประเมินผลการจัดกิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์
1 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น ๑. ความสำคญั พระราชบญั ญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ กำหนดแนวการจัดการศกึ ษา โดยยึดหลักว่าผู้เรยี นทุก คนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้อง สง่ เสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติ และเต็มตามศักยภาพ โดยจัดเน้ือหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้อง กับความสนใจและความถนดั ของผู้เรียน คำนึงถงึ ความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชญิ สถานการณ์ และการประยกุ ตค์ วามร้มู าใชใ้ นการป้องกนั แกป้ ัญหาและเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กอปร กบั มีการเปลยี่ นแปลงอย่างรวดเร็วของสงั คมและเทคโนโลยี ก่อใหเ้ กิดท้ังผลดีและผลเสียต่อการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน ของบุคคล ทำให้เกิดความยงุ่ ยากซับซ้อนมากย่ิงขน้ึ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิถกี ารดำเนินชีวิตใหส้ ามารถดำรงชีวิตอยู่ ในสงั คมไดอ้ ยา่ งมคี ณุ ค่า มศี ักด์ศิ รี และมีความสขุ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนดให้มีสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่ม และ กิจกรรมพัฒนา ผู้เรียน ซึง่ กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นเป็นกิจกรรมที่จดั ให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถของตนเองตาม ศักยภาพ มุ่งเน้นเพิ่มเตมิ จากกิจกรรมที่ได้จัดให้เรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง ๘ กลุ่ม การเข้าร่วมและปฏิบัติ กิจกรรมท่ีเหมาะสมร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุขกับกิจกรรมท่ีเลือกด้วยตนเองตามความถนัด และความสนใจอย่าง แท้จริง การพัฒนาท่ีสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาองค์รวมของความเป็นมนุษย์ให้ครบทุกด้าน ท้ังร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม โดยอาจจัดเป็นแนวทางหนึ่งท่ีจะสนองนโยบายในการสร้างเยาวชนของชาติให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย และมคี ณุ ภาพเพื่อพัฒนาองคร์ วมของความเปน็ มนุษย์ท่ีสมบูรณ์ ปลูกฝงั และสร้างจิตสำนึก ของการทำประโยชน์เพื่อสังคม ซ่ึงสถานศึกษาจะต้องดำเนินการอย่างมีเป้าหมาย มีรูปแบบและวิธีการท่ีเหมาะสม กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียนแบง่ เป็น ๓ ลกั ษณะ คอื ๑. กิจกรรมแนะแนว ๒. กจิ กรรมนักเรยี น ประกอบดว้ ย ๒.๑ กจิ กรรมลกู เสือ เนตรนารี ๒.๒ กิจกรรมชุมนมุ ชมรม ๓. กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของผู้เรียนให้เหมาะสมตามความ แตกตา่ งระหว่างบุคคล สามารถคน้ พบและพัฒนาศักยภาพของตน เสรมิ สร้างทักษะชีวิต วุฒิภาวะทางอารมณ์ การ เรียนรู้ในเชิงพหุปัญญา และการสร้างสัมพันธภาพที่ดี ซ่ึงผู้สอนทุกคนต้องทำหน้าท่ีแนะแนวให้คำปรึกษาด้านชีวิต การศึกษาต่อและการพัฒนาตนเองสโู่ ลกอาชีพและการมีงานทำ สามารถปรับตนได้อยา่ งเหมาะสม นอกจากนี้ยัง ชว่ ยใหค้ รรู ู้จักและเข้าใจผู้เรยี น ทั้งยังเป็นกิจกรรมทชี่ ว่ ยเหลือและให้คำปรกึ ษาแกผ่ ปู้ กครองในการมีสว่ นร่วมพัฒนา ผ้เู รยี น ๒. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นำผู้ตามที่ดี ความ รับผิดชอบ การทำงานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปัน กัน เอ้ืออาทร และสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัดและความสนใจของผู้เรียนให้ได้ ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการ ทำงาน เน้นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน บริบทของ สถานศึกษาและทอ้ งถ่นิ กจิ กรรมนกั เรยี นประกอบดว้ ย
2 ๒.๑ กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี เป็นกิจกรรมที่มุ่งปลูกฝัง ระเบียบวินัย กฎเกณฑ์ เพื่อการอยู่ ร่วมกันในสภาพชีวิตต่าง ๆ นำไปสู่พื้นฐานการทำประโยชน์ให้แก่สังคม และวิถีชีวิตในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมุข ซ่ึงกระบวนการจัดใหเ้ ป็นไปตามข้อกำหนดของคณะกรรมการลูกเสือแหง่ ชาติ ๒.๒ กิจกรรมชุมนุม ชมรม เป็นกิจกรรมท่ีพัฒนาความถนัด ความสนใจ ตามความต้องการของ ผู้เรียน เป็นกจิ กรรมท่ีมุ่งเน้นการเตมิ เต็มความรู้ ความชำนาญและประสบการณ์ของผู้เรียนให้กวา้ งขวางย่งิ ขน้ึ เพื่อ การค้นพบความถนัดความสนใจของตนเอง และพัฒนาตนเองให้เตม็ ศักยภาพ ตลอดจนการพัฒนาทกั ษะของสังคม และปลูกฝงั จติ สำนึกของการทำประโยชน์เพือ่ สังคม ๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมทสี่ ่งเสรมิ ให้ผ้เู รยี นบำเพญ็ ตนใหเ้ ปน็ ประโยชน์ ตอ่ สงั คม ชุมชน และท้องถิ่น ตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพ่อื แสดงถึงความรบั ผดิ ชอบ ความดงี าม ความเสยี สละตอ่ สงั คม มจี ิตสาธารณะ เช่น กจิ กรรมอาสาพฒั นาตา่ งๆ กจิ กรรมสรา้ งสรรคส์ ังคม ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติสถานศึกษาจัดกิจกรรมในลักษณะของการบูรณาการองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่เกื้อกูล สง่ เสรมิ การเรยี นร้ตู ามกลมุ่ สาระการเรียนรู้ให้มีความกวา้ งขวางลึกซึ้งย่ิงขน้ึ อีกท้ังให้ผู้เรียนไดค้ น้ พบและใช้ศกั ยภาพ ทีม่ ีในตนอย่างเต็มท่ี เลือก ตัดสินใจ ได้อยา่ งมีเหตุผลเหมาะสมกับตนเอง สามารถวางแผนชีวติ และอาชีพได้อย่างมี คุณภาพ เน้นการเสรมิ สร้างทักษะชีวติ วุฒิภาวะทางอารมณ์ ศีลธรรม และจรยิ ธรรม รู้จักสร้างสัมพันธภาพที่ดีเพ่ือ ปรับตวั เข้ากบั บุคคลและสถานการณ์ตา่ ง ๆ ได้อย่างดแี ละมคี วามสขุ ๒. ความหมาย กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น เปน็ กิจกรรมทจ่ี ัดอย่างเป็นกระบวนการดว้ ยรปู แบบ วธิ กี ารท่ีหลากหลาย ในการ พัฒนาผูเ้ รียนทั้งด้านรา่ งกาย จิตใจ สตปิ ัญญา อารมณ์ และสงั คม ม่งุ เสรมิ เจตคติ คุณค่าชีวติ ปลกู ฝงั คุณธรรมและ คา่ นิยมท่ีพึงประสงค์ ส่งเสริมให้ผเู้ รยี นรจู้ กั และเข้าใจตนเอง สรา้ งจิตสำนกึ ในธรรมชาติ และสิง่ แวดล้อม ปรบั ตัวและ ปฏบิ ตั ิตนใหเ้ ปน็ ประโยชน์ตอ่ สงั คม ประเทศชาติ และดำรงชีวิตได้อย่างมคี วามสุข ๓. เป้าหมาย การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมุ่งพัฒนาให้บุคคลรู้จักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อ่ืน มีวุฒิภาวะทาง อารมณ์ มีกระบวนการคิด มีทักษะในการดำเนินชีวติ อย่างเหมาะสม และมคี วามสุข มจี ิตสำนึกในการรับผิดชอบต่อ ตนเอง ครอบครวั สังคม และประเทศชาติ โดยกำหนดเป้าหมายในการจดั กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นดังนี้ ๑. ผเู้ รยี นไดร้ บั ประสบการณ์ทหี่ ลากหลาย เกดิ ความรู้ ความชำนาญ ทง้ั วิชาการและ วชิ าชีพ อยา่ งกว้างขวางมากยง่ิ ขนึ้ ๒. ผู้เรยี นค้นพบความสนใจ ความถนัด และพัฒนาความสามารถพิเศษเฉพาะตัว มองเห็นช่องทาง ในการสร้างงาน อาชีพในอนาคตไดเ้ หมาะสมกบั ตนเอง ๓. ผู้เรียนเห็นคุณค่าขององค์ความรู้ต่าง ๆ สามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปใช้ในการพัฒนา ตนเอง และประกอบสมั มาชีพ ๔. ผู้เรยี นพัฒนาบคุ ลิกภาพ เจตคติ ค่านิยมในการดำเนินชีวติ และเสรมิ สร้างศลี ธรรม จริยธรรม ๕. ผเู้ รยี นมจี ิตสำนกึ และทำประโยชน์เพอื่ สงั คมและประเทศชาติ ๔. หลกั การจัด กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี นมหี ลักการจดั ดังน้ี ๑. มกี ารกำหนดวัตถุประสงค์และแนวปฏิบตั ทิ ช่ี ดั เจนเปน็ รูปธรรม ๒. จดั ใหเ้ หมาะสมกับวยั วุฒิภาวะ ความสนใจ ความถนดั และความสามารถของผู้เรียน
3 ๓. บูรณาการวิชาการกบั ชีวิตจริง ให้ผเู้ รยี นได้ตระหนักถึงความสำคญั ของการเรียนร้ตู ลอดชวี ติ ๔. ใชก้ ระบวนการกลุม่ ในการจัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้ ฝึกใหค้ ิดวเิ คราะห์ สรา้ งสรรค์ จินตนาการ ท่ีเป็นประโยชน์และสัมพันธก์ ับชวี ติ ในแต่ละช่วงวัยอยา่ งต่อเนื่อง ๕. จำนวนสมาชกิ มีความเหมาะสมกบั ลักษณะของกิจกรรม ๖. มีการกำหนดเวลาในการจัดกิจกรรมให้เหมาะสม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และ เป้าหมายของ สถานศึกษา ๗. ผู้เรยี นเปน็ ผ้ดู ำเนินการ มคี รเู ป็นท่ปี รกึ ษาถอื เปน็ หน้าทแ่ี ละงานประจำโดยคำนึงถึงความปลอดภัย ๘. ยึดหลักการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง ชุมชน องค์กร ทั้งภาครัฐ และ เอกชน มสี ว่ นรว่ มในการจัดกจิ กรรม ๙. มีการประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยวิธีการที่หลากหลายและสอดคล้องกับกิจกรรมอย่างเป็น ระบบและต่อเนอ่ื ง โดยให้ถือวา่ เป็นเกณฑ์ประเมนิ ผลการผา่ นช่วงชนั้ เรียน ๕. แนวการจดั สถานศึกษาตอ้ งจัดใหผ้ ้เู รียนทุกคนเขา้ รว่ มกิจกรรม โดยคำนึงถงึ แนวการจัดดังตอ่ ไปน้ี ๑. การจดั กจิ กรรมต่าง ๆ เพอื่ เกื้อกลู สง่ เสริมการเรยี นรตู้ ามกลมุ่ สาระการเรียนรู้ เชน่ การบูรณการโครงการ องค์ความรูจ้ ากกลุ่มสาระการเรยี นรู้ เป็นตน้ ๒. จัดกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัดตามธรรมชาติ และความสามารถ ความต้องการของผู้เรียนและ ชุมชน เช่น ชมรมทางวชิ าการตา่ ง ๆ เปน็ ตน้ ๓. จดั กิจกรรมเพือ่ ปลกู ฝังและสรา้ งจติ สำนกึ ในการทำประโยชนต์ ่อสังคม เชน่ กจิ กรรมลกู เสือ เนตรนารี เป็นต้น ๔. จัดกิจกรรมประเภทบรกิ ารด้านต่าง ๆ ฝกึ การทำงานท่เี ปน็ ประโยชนต์ ่อตนเองและส่วนรวม ๖. บทบาทของบคุ ลากรทเ่ี ก่ยี วข้อง ในการดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้มีประสิทธิผล จำเป็นอย่างย่ิงท่ีจะต้องกำหนดบทบาท หนา้ ท่ีของบคุ ลากรที่เกย่ี วข้อง สถานศกึ ษาจะสามารถนำไปปรับปรงุ และเลือกปฏิบตั ไิ ด้ตามความเหมาะสมและความ พรอ้ มของแตล่ ะสถานศกึ ษา คอื บทบาทของคณะกรรมการสถานศกึ ษา ตามพระราชบัญญตั ิการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ หมวด ๔ มาตรา ๒๙ และหมวด ๕ มาตรา ๔๐ ท่ี มงุ่ เน้นให้ชมุ ชนมีส่วนร่วมในการจัดการศกึ ษาและให้มีคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั พื้นฐาน เพือ่ ทำหน้าท่ี กำกับ และสง่ เสรมิ สนับสนุนในการบริหารจดั การในสถานศึกษานนั้ คณะกรรมการสถานศึกษาควรมีบทบาทในการจัด กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ดังน้ี ๑. ให้ความเหน็ ชอบ มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย เป้าหมายและดำเนนิ การ ๑.๑ มสี ่วนรว่ มในการวางแผน วเิ คราะห์การจดั กิจกรรมของสถานศกึ ษา ๑.๒ ให้ความเหน็ ชอบแผนการจดั กิจกรรมของสถานศึกษา ๑.๓ มีส่วนร่วมในการดำเนินการจัดกจิ กรรมใหเ้ ปน็ ไปอยา่ งมีประสิทธภิ าพ ๑.๔ มสี ว่ นร่วมในการประเมนิ ผล เพอ่ื ปรับปรงุ และพัฒนาในโอกาสต่อไป ๒. ส่งเสรมิ สนับสนนุ การดำเนินการจดั กิจกรรมของสถานศกึ ษาในดา้ นตา่ ง ๆ ๒.๑ ด้านงบประมาณ กรรมการสถานศึกษาต้องมีส่วนในการจัดหางบประมาณสนับสนุนการจดั กจิ กรรม วสั ดุภณั ฑ์ เครอื่ งมืออปุ กรณ์ตา่ ง ๆ ในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม
4 ๒.๒ เป็นวทิ ยากรและแนะนำวิทยากร คณะกรรมการสถานศึกษาส่วนใหญ่ประกอบไปด้วย ผทู้ รงคุณวุฒิในสาขาตา่ ง ๆ ผ้แู ทนองค์กรปกครองทอ้ งถน่ิ ผู้แทนชุมชน ผ้แู ทน ผู้ปกครอง และศิษยเ์ กา่ ซ่งึ ล้วนแต่มีศกั ยภาพในตวั เอง ฉะนนั้ จึงสามารถเป็นวิทยากรหรือจดั หาวทิ ยากรภายนอกในกรณที ่ขี าดผู้เช่ยี วชาญ เฉพาะสาขาท่ีกำหนดในกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น ๒.๓ ให้คำปรกึ ษาและสง่ เสรมิ การใชภ้ มู ิปญั ญาทอ้ งถิ่น ในการจัดกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน ควร กำหนดให้สอดคลอ้ งกบั ภูมิปัญญาทอ้ งถน่ิ เพือ่ ส่งเสริมใหผ้ เู้ รยี นเหน็ คุณค่าของวฒั นธรรมท้องถน่ิ และตระหนักใน หนา้ ที่ในการสบื ทอดมรดกทางวฒั นธรรมของทอ้ งถิ่น ๒.๔ เป็นแหลง่ ศกึ ษาและแหล่งขอ้ มลู กรรมการสถานศกึ ษาจะตอ้ งมกี ารประสานสัมพันธ์กับ แหลง่ การเรยี นรู้ในทอ้ งถนิ่ ทเ่ี ป็นโรงงาน สถานประกอบการ แหล่งวทิ ยาการตา่ ง ๆ เพื่อให้ความร่วมมอื ในการใช้ เป็นแหล่งฝกึ ปฏิบัตกิ จิ กรรม และเปน็ แหลง่ ศกึ ษาดูงานตามความต้องการของผู้เรียนในแตล่ ะกจิ กรรม บทบาทของผู้บริหารสถานศกึ ษา บทบาทของผบู้ ริหารสถานศึกษา ในการจัดกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี นของสถานศึกษา มีดงั นี้ ๑. กำหนดโยบายและแนวทางปฏิบัติ ผบู้ ริหารสถานศกึ ษาร่วมกับคณะกรรมการกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นหรอื หัวหนา้ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น กำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบตั ดิ ังน้ี ๑.๑ ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และคมู่ ือการจัด กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียนตามคำสง่ั ของกระทรวงศึกษาธิการ ๑.๒ กำหนดระเบยี บและหลกั เกณฑก์ ารจดั กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนของสถานศกึ ษา ๑.๓ ศกึ ษาข้อมูล แหล่งวิทยาการการเรียนรูใ้ นชุมชนและท้องถ่ิน ๑.๔ กำหนดและมอบหมายบุคลากรทีเ่ ก่ยี วข้องในการจดั กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี นในสถานศกึ ษา ๒. นเิ ทศและตดิ ตาม ๒.๑ นิเทศและตดิ ตามการจดั ทำแผนงาน โครงการ ปฏิทินงานของหัวหนา้ หมวด กจิ กรรมพฒั นา ผ้เู รียนและอนมุ ตั ิใหค้ วามเหน็ ชอบ ๒.๒ นิเทศ ตดิ ตามการดำเนนิ งานกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียนอยา่ งต่อเนื่องให้เปน็ ไปตามระเบียบ ขอ้ บังคบั ของสถานศึกษาและเป้าหมายของการจัดกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น ๓. สง่ เสรมิ สนับสนุน ๓.๑ ให้มีการจัดกิจกรรมท่ีหลากหลาย สอดคล้องกบั ความต้องการของผเู้ รยี น ๓.๒ ส่งเสรมิ การจดั กจิ กรรมท่เี น้นวัฒนธรรมหรือภูมปิ ญั ญาท้องถิน่ ๓.๓ สนบั สนุนทรพั ยากรท่เี กีย่ วข้องในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น ๓.๔ ให้คำปรกึ ษาแกบ่ ุคลากรท่ีเก่ียวข้องในการจัดกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น ๔. ประเมินและรายงาน ๔.๑ รบั ทราบผลการประเมนิ พรอ้ มทั้งเสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นเพือ่ เปน็ ประโยชน์ในการจัดกิจกรรมในภาคเรยี นตอ่ ไป ๔.๒ รายงานการจัดกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ใหค้ ณะกรรมการสถานศกึ ษาทราบเพ่ือเปน็ ประโยชน์ ในการจดั กจิ กรรมในภาคเรียนต่อไป
5 บทบาทของหวั หน้ากิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน บทบาทของหวั หน้ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน ในการจดั กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นของสถานศึกษามดี งั นี้ 1. สำรวจข้อมูลความพร้อม ความต้องการและสภาพปัญหา ดำเนินการสำรวจข้อมูลความพร้อม ความ ต้องการ และสภาพปญั หาของ สถานศึกษา ชุมชน ทอ้ งถิ่น และผ้เู รยี น เพ่อื เตรียมความพรอ้ ม ในการจดั กิจกรรมให้ สอดคลอ้ งกบั ความต้องการและปญั หาของผ้เู รียน 2. จัดประชุมครูท่ีปรึกษากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ประชุมครูที่ปรึกษากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพ่ือร่วมกัน กำหนดแนวทางในการจัด กิจกรรมให้มีความเหมาะสมกับสภาพความต้องการและปัญหาของสถานศึกษา ชุมชน ท้องถ่นิ และผู้เรยี น 3. จัดทำแผนงาน โครงการ และปฏิทนิ งานกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน จดั ทำและรวบรวม แผนงาน โครงการ ปฏิทินงานกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน โดยกำหนดเป็นรายภาคเรียน หรือรายปกี ารศกึ ษาหรือตามระยะเวลาทก่ี ำหนดและ เสนอขออนุมัตติ ่อผ้บู ริหารสถานศึกษา ๔. ให้คำปรกึ ษาแก่ครทู ปี่ รึกษากิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น และผ้เู รียน มหี น้าท่ใี ห้คำปรึกษา เพือ่ ช่วยให้การ ดำเนินการจดั กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นให้เปน็ ไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ๕. นเิ ทศ ตดิ ตาม และประสานงานการดำเนนิ การจัดกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น ประสานงานและอำนวย ความสะดวกให้การจัดกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนดำเนนิ ไปด้วยความเรียบร้อย และนิเทศ ติดตามใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บ และหลกั เกณฑ์การจัดกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นของสถานศึกษา ๖. รวบรวมผลการประเมินการจดั กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น รวบรวมผลการประเมนิ การจดั กจิ กรรมพฒั นา ผ้เู รยี นจากครูท่ีปรึกษากิจกรรมตลอดจนปญั หาและอปุ สรรค ในการจัดกจิ กรรม และนำเสนอแนวทางในการ พัฒนาการจดั กจิ กรรมพัฒนา ผเู้ รยี นตอ่ ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา บทบาทของครูทป่ี รกึ ษากจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น ครูทุกคนต้องเป็นครทู ี่ปรึกษากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามคำขอของผู้เรยี นหรอื ตามทสี่ ถานศกึ ษามอบหมาย ซงึ่ จะต้องมีบทบาทดังตอ่ ไปน้ี ๑. ปฐมนิเทศ ใหผ้ ู้เรยี นเข้าใจเปา้ หมายและวิธีการดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น ๒. เลอื กต้ังคณะกรรมการ ใหผ้ ูเ้ รียนเลือกตง้ั คณะกรรมการดำเนนิ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน ๓. สง่ เสรมิ การจัดทำแผนงาน/โครงการ ใหผ้ ูเ้ รยี นท่ีเปน็ สมาชิกของกิจกรรมรว่ มแสดงความคิดเห็นในการ จดั ทำแผนงาน/โครงการและปฏทิ ินการปฏบิ ตั ิงานอย่างอิสระ ๔. ประสานงาน ประสานงานและอำนวยความสะดวกในด้านทรพั ยากรตามความเหมาะสม ๕. ใหค้ ำปรึกษา ให้คำปรึกษา ดูแล ตดิ ตามการจดั กิจกรรมของผเู้ รยี นให้เป็นไปตามแผนงานด้วยความ เรยี บร้อยและปลอดภัย ๖. ประเมนิ ผล ประเมนิ ผลการเข้ารว่ มและการปฏบิ ัติกิจกรรมของผูเ้ รียน ๗. สรปุ และรายงานผล สรปุ และรายงานผลการจัดกจิ กรรมต่อหัวหน้ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น บทบาทของผเู้ รียน ผูเ้ รียนทุกคนมบี ทบาทในกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ดงั น้ี ๑. เขา้ ร่วมกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความสามารถ ผู้เรียนทกุ คนตอ้ งเขา้ ร่วมกิจกรรม ตาม ความถนัดและความสนใจทุกภาคเรียน โดยรวมกลุ่มเสนอกิจกรรมตามความต้องการหรืออาจเข้าร่วมกิจกรรมตาม ข้อเสนอแนะของสถานศกึ ษา ๒. รบั การปฐมนิเทศจากครทู ่ีปรึกษากจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น ผู้เรียนจะต้องพบครูท่ีปรึกษากิจกรรม เข้ารับ การปฐมนเิ ทศ รับฟังขอ้ เสนอแนะต่าง ๆ เพื่อเข้ารว่ มและดำเนนิ การจดั กจิ กรรมได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม
6 3. ประชุมเลือกตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ประชุมเลือกต้ังคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ประกอบด้วย ประธาน เลขานกุ าร เหรัญญิก นายทะเบียน และอืน่ ๆ ตามความเหมาะสม 4. ประชุมวางแผน จัดทำ แผนงาน โครงการ และปฏิทินงาน การดำเนินกิจกรรมให้บรรลุตาม วัตถุประสงค์ จำเป็นต้องมีการวางแผนในการดำเนินงาน ท่ีประชุมควรเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการ วางแผน และจัดทำโครงการปฏทิ ินงานท่ีกำหนดวนั เวลา ไว้อย่างชดั เจน แล้วนำเสนอต่อครูทป่ี รึกษากจิ กรรม 5. ปฏิบัติกิจกรรมตามแผนงาน โครงการ และปฏิทินงานท่ีได้กำหนดไว้ เมื่อแผนงาน โครงการ และ ปฏทิ ินงานได้รับอนมุ ัติจากผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาแล้ว ผ้เู รียนจงึ จะสามารถปฏิบตั ิกจิ กรรมตามแผนงาน โครงการและ ปฏิทินงานที่ได้กำหนดไว้ในรูปแบบของคณะกรรมการท่ีได้รับการเลือกตั้งโดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม และให้ผู้เรียนทุก คนไดพ้ ัฒนาตนเองให้เตม็ ศักยภาพ ตามความสนใจ ความถนดั และความสามารถ 6. ประเมนิ ผลการปฏบิ ัติกจิ กรรม การประเมนิ ผลการปฏบิ ัติกจิ กรรมสามารถประเมนิ ผลไดด้ งั นี้ ๖.๑ ประเมนิ ผลเปน็ ระยะอยา่ งต่อเน่อื ง ๖.๒ ประเมินตนเองและประเมนิ เพอ่ื นรว่ มกจิ กรรม จากพฤติกรรมและคุณภาพของงาน 7. สรุปผลการปฏบิ ตั ิกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น เมอื่ ปฏบิ ัติกิจกรรมเสรจ็ สิ้นตามโครงการแลว้ คณะกรรมการ ดำเนินกจิ กรรมจะต้องประชมุ เพื่อสรปุ ผลการปฏิบตั กิ จิ กรรมและนำเสนอครทู ีป่ รึกษากจิ กรรม บทบาทของผ้ปู กครองและชุมชน ผู้ปกครองมีบทบาทในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนดงั นี้ ๑. ร่วมมือประสานงาน รว่ มมอื กบั สถานศึกษาในการจัดกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน ๒. ส่งเสริมสนบั สนนุ ๒.๑ ให้โอกาสผ้เู รยี น ได้ใชส้ ถานประกอบการเปน็ แหลง่ เรยี นรู้ ๒.๒ เป็นวทิ ยากรให้ความรู้ และประสบการณ์ ๒.3 ใหก้ ารสนับสนนุ วัสดุ อปุ กรณ์ งบประมาณ ในการจดั กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน ๒.4 ดูแลเอาใจใสผ่ ู้เรียนและใหข้ ้อมลู ท่เี ป็นประโยชน์ต่อการปอ้ งกนั แก้ไข และพัฒนาผูเ้ รยี น ๓. ติดตาม ประเมนิ ผล ๓.๑ รว่ มมือกับสถานศึกษาเพอ่ื ติดตามพัฒนาการของผเู้ รยี น ๓.๒ บนั ทกึ สรปุ พัฒนาการ และการปฏบิ ัติกิจกรรมของผเู้ รยี น ๗. ขน้ั ตอนการดำเนินการจัด ๑. ประชุมชี้แจงคณะครู ผู้เรียน ผู้ปกครอง เพ่ือสร้างความเข้าใจเก่ียวกับการจัด กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลกั สูตรการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน ๒. สำรวจข้อมลู ๒.๑ ความพร้อมของสถานศึกษา ชุมชน และทอ้ งถน่ิ ๒.๒ สภาพปญั หา และความตอ้ งการของผู้เรยี น ๓. ร่วมกันวางแผนระหว่างคณะครู ผู้เรียนและผู้เก่ียวข้อง จัดทำแผนงาน โครงการ ปฏิทนิ ปฏบิ ตั งิ าน กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน ทุกภาคเรยี น และเสนอขออนมุ ตั ิ ๔. ปฏิบัติกิจกรรมตามแผนงาน โครงการ ปฏิทินปฏิบัติงาน กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน ท่ีกำหนดไว้
7 ๕. นเิ ทศ ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ๖. สรุป รายงานผลการปฏิบัติงาน ๘. การประเมินผล การประเมินผลการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นเง่ือนไขสำคัญประการหนึ่ง สำหรับการผ่านช่วงชั้น หรือจบหลักสูตร ผู้เรียนต้องเข้าร่วมและปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตลอดจน ผ่านการประเมินตามเกณฑ์ท่ี สถานศกึ ษากำหนดตามแนวประเมนิ ดังน้ี ๑. ประเมินการร่วมกิจกรรมพัฒนาผ้เู รียนตามวัตถุประสงค์ ดว้ ยวิธีการที่หลากหลาย ตามสภาพจริงให้ ได้ผลการประเมนิ ที่ถูกต้อง ครบถ้วน ๒. ครูทีป่ รกึ ษากิจกรรม ผู้เรยี นและผปู้ กครอง จะมีบทบาทในการประเมินดงั นี้ ๒.๑ ครูทป่ี รึกษากิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน (๑) ตอ้ งดูแลและพฒั นาผู้เรียนให้เกิดคุณลกั ษณะตามวัตถปุ ระสงค์ของกจิ กรรม (๒) ต้องรายงานเวลา และพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม (๓) ต้องศกึ ษาติดตาม และพัฒนาผเู้ รียนในกรณีผเู้ รยี นไม่เข้ารว่ มกจิ กรรม ๒.๒ ผู้เรยี น (๑) ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมให้บรรลผุ ลตามวตั ถปุ ระสงค์ (๒) มหี ลกั ฐานแสดงการเขา้ ร่วมกิจกรรมไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ ๘๐ หรือตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา กำหนด พรอ้ มทง้ั แสดงผลการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมและพฒั นาการด้านตา่ ง ๆ (๓) ถ้าไม่เกิดคุณลักษณะตามวัตถุประสงค์ ต้องปฏิบัติกิจกรรมเพิ่มเติมตามที่ครูท่ีปรึกษา กิจกรรมมอบหมาย หรือใหค้ วามเห็นชอบตามท่ผี เู้ รียนเสนอ (๔) ประเมนิ ตนเองและเพ่อื นร่วมกิจกรรม ๒.๓ ผปู้ กครอง (๑) ผูป้ กครองใหค้ วามร่วมมอื ในการตดิ ตามพัฒนาการของผเู้ รยี นกับสถานศกึ ษาเป็นระยะ ๆ (๒) ผูป้ กครองบนั ทึกความเห็น สรปุ พัฒนาการและการปฏบิ ตั ิกิจกรรมของผู้เรยี น ๓. เกณฑ์การผ่านกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ๓.๑ ผู้เรยี นเขา้ ร่วมกจิ กรรมอย่างนอ้ ยรอ้ ยละ ๘๐ หรือตามที่สถานศึกษากำหนด ๓.๒ ผเู้ รยี นผ่านจุดประสงคท์ ี่สำคญั ของแต่ละกิจกรรม
8 กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนวมงุ่ สง่ เสริม พัฒนาผู้เรยี นให้พัฒนาตนเองอย่างเตม็ ตามศักยภาพ รักและเห็น คณุ ค่าในตนเองและผู้อืน่ พ่งึ ตนเอง มที กั ษะในการเลอื กแนวทางทางการศกึ ษา การงานและอาชีพ ชีวิตและสังคม มสี ุขภาพจติ ทีด่ ี มจี ิตสำนกึ ในการทำประโยชนต์ อ่ ครอบครัว สงั คม และประเทศชาติ โดยมสี าระสำคัญ ดังน้ี ๑. วัตถุประสงคข์ องกจิ กรรมแนะแนว การจัดกิจกรรมแนะแนวมีวัตถปุ ระสงคท์ สี่ ำคญั ดงั นี้ ๑.๑ เพ่อื ให้ผู้เรยี นคน้ พบความถนัด ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รักและเหน็ คุณค่า ในตนเองและผอู้ ืน่ ๑.๒ เพือ่ ใหผ้ ้เู รียนรจู้ กั การแสวงหาความรู้จากขอ้ มูล ขา่ วสาร แหลง่ เรียนรู้ ทง้ั ด้านการศึกษา อาชีพ ส่วนตัว สงั คม เพือ่ นำไปใช้ในการวางแผนเลอื กแนวทางการศกึ ษา อาชีพไดเ้ หมาะสมสอดคลอ้ งกับศักยภาพของ ตนเอง ๑.๓ เพ่ือให้ผู้เรียน ไดพ้ ัฒนาบุคลิกภาพและปรับตัวอยูใ่ นสังคมได้อยา่ งมคี วามสุข ๑.๔ เพอื่ ใหผ้ ู้เรียน มีความรู้ มีทักษะ มีความคดิ สรา้ งสรรค์ในงานอาชพี และมีเจตคติที่ดตี อ่ อาชีพ สจุ รติ ๑.๕ เพอ่ื ให้ผู้เรยี นมคี ่านยิ มทดี่ ีงามในการดำเนนิ ชีวติ เสริมสร้างวนิ ยั คณุ ธรรมและจรยิ ธรรม แก่ผู้เรยี นมีจติ สำนกึ ในการรับผดิ ชอบต่อตนเอง ครอบครวั สังคมและประเทศชาติ ๑.๖ เพอ่ื ให้ผู้เรยี นมีจติ สำนกึ ในการรบั ผิดชอบตอ่ ตนเอง ครอบครัว สงั คมและประเทศชาติ ๒. หลักการจัดกิจกรรมแนะแนว การจัดกิจกรรมแนะแนวมวี ตั ถปุ ระสงค์ท่สี ำคัญดงั น้ี ๒.๑ จดั กจิ กรรมให้สอดคล้องกับสภาพปญั หา ความตอ้ งการ ความสนใจและธรรมชาติของผู้เรียน ๒.๒ จดั กจิ กรรมให้สอดคล้องกบั วิสัยทัศน์ของสถานศกึ ษาที่ต้องสนองตอบจดุ หมายของหลกั สูตร แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ๒.๓ จดั กิจกรรมเพอ่ื ผู้เรียนทกุ คนโดยครอบคลุมด้านการศึกษา การงานและอาชพี ชวี ติ และสงั คม ๒.๔ จัดกจิ กรรมทเ่ี นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคญั โดยผเู้ รยี นมอี สิ ระในการคิดและตัดสินใจ ๒.๕ จดั กิจกรรมท่ีเนน้ ให้ผเู้ รยี น เรียนรดู้ ้วยตนเองให้มากท่ีสดุ ดว้ ยการปฏิบัตจิ นเกิดทักษะ หรอื การเรียนรู้ ๒.๖ ใหค้ รูทกุ คนมสี ่วนร่วมในการจดั กิจกรรม โดยครแู นะแนวทำหน้าท่เี ปน็ พี่เลยี้ งและประสานงาน ๓. ขอบขา่ ยของการจดั กิจกรรมแนะแนว ในการจดั กิจกรรมแนะแนวใหเ้ ปน็ ไปตามวัตถุประสงค์ข้างตน้ จึงควรจดั ให้ครอบคลุมขอบขา่ ยดังน้ี ๓.๑ การจดั กจิ กรรมแนะแนวดา้ นการศึกษา มุ่งให้ผู้เรยี นได้พัฒนาตนเองในด้านการเรียนอยา่ งเต็ม ตามศักยภาพ รู้จักแสวงหาและใชข้ ้อมูลประกอบการวางแผนการเรยี น การศึกษาต่อได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ มี เทคนิค วิธกี ารและทักษะการเรียนรู้ มีนิสัยใฝ่รู้ ใฝ่เรยี นและสามารถวางแผนการเรียน การศึกษาตอ่ ได้อย่างเหมาะสม กบั ตนเอง
9 ๓.๒ การจัดกิจกรรมแนะแนวด้านการงานและอาชพี มงุ่ ใหผ้ ้เู รยี นได้รจู้ ักตนเองในทกุ ดา้ นรู้โลก ของงานอาชพี อย่างหลากหลาย มีเจตคติท่ีดีและทักษะพ้ืนฐานทจี่ ำเป็นในอาชพี มกี ารเตรยี มตวั สู่อาชพี ตลอดจนมี การพัฒนางานอาชพี ตามทตี่ นเองถนดั และสนใจ ๓.๓ การจัดกจิ กรรมดา้ นชวี ิตและสงั คม มุง่ ให้ผู้เรยี นรจู้ ักและเขา้ ใจตนเอง รักและเหน็ คณุ คา่ ใน ตนเองและผอู้ นื่ มวี ฒุ ิภาวะทางอารมณ์ มเี จตคติที่ดตี อ่ การมชี วี ิตท่ีดมี ีคุณภาพ มีทักษะในการดำเนินชวี ิตและสามารถ ปรับตัวใหด้ ำรงชีวติ อยใู่ นสังคมไดอ้ ย่างมีความสุข ๔. ลกั ษณะของกจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนวเปน็ กจิ กรรมท่มี ลี กั ษณะสำคญั ดงั ต่อไปน้ี ๔.๑ เปิดโอกาสให้ผเู้ รยี นไดค้ ้นพบความถนดั ความสามารถ และความสนใจของผเู้ รยี น ๔.๒ สนับสนุนส่งเสริมใหผ้ ูเ้ รยี นไดร้ ับขอ้ มลู ข่าวสารดา้ นการศึกษา การงานอาชพี ชวี ติ และสงั คม เพื่อใชใ้ นการวางแผนการเรียน การศกึ ษาตอ่ อาชีพ ทีเ่ หมาะกบั ตนเอง ๔.๓ เสรมิ สรา้ งทักษะตา่ ง ๆ ให้ผู้เรยี นพฒั นาบคุ ลิกภาพและปรับตวั กบั ส่ิงแวดลอ้ มสามารถดำเนิน ชีวิตไดอ้ ยา่ งมีความสขุ ๔.๔ เสรมิ สรา้ งค่านยิ มทีด่ ี มวี นิ ัย คณุ ธรรม และ จรยิ ธรรม ๔.๕ เพ่มิ พนู ประสบการณ์เพอื่ เสริมให้ผ้เู รยี นมีความรู้ และทักษะในวิชาการตา่ ง ๆ มีความคดิ รเิ ริ่ม สรา้ งสรรค์ มเี จตคติท่ีดตี ่ออาชีพ มีนิสัยรักการทำงานและสามารถเลือกอาชีพได้เหมาะสมกบั ตนเอง ๔.๖ จดั กลุ่มผู้เรียนเพื่อทำกิจกรรมหรอื ครูเป็นผูร้ ิเริ่ม เป็นทปี่ รกึ ษา โดยอยบู่ นพื้นฐานความตอ้ งการ ของผู้เรยี น เพ่ือทำกิจกรรมท่ีจะชว่ ยให้ผเู้ รยี น ไดร้ ับการส่งเสริมพฒั นาการดา้ นต่าง ๆ และแก้ปัญหาผู้เรยี นได้ ๔.๗ จดั กิจกรรมเพ่อื แก้ปญั หา สง่ เสริม พัฒนาการเรียนร้ขู องผเู้ รียน ๔.๘ เปน็ กิจกรรมท่ไี มเ่ นน้ เนื้อหาวิชาการแตเ่ น้นการสรา้ งคณุ ลกั ษณะท่พี งึ ประสงคแ์ ละบรู ณาการให้ สอดคลอ้ งกับชีวติ จรงิ ๔.๙ วัดและประเมินผลในแต่ละกิจกรรม โดยมกี ารประเมนิ ผลจากเวลาการเขา้ ร่วมกจิ กรรม การ ผ่านจุดประสงคข์ องกจิ กรรมท่แี สดงถงึ การพัฒนาของผู้เรียนเพ่อื นำไปใช้ในการผ่านช่วงชั้น ๔.๑๐ สรปุ การประเมินผลพฒั นาการของผู้เรยี นตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากำหนดและนำเสนอผู้ท่ี เกี่ยวขอ้ ง ๕. กระบวนการจัดกิจกรรมแนะแนว ๕.๑ สำรวจสภาพปัญหา ความต้องการและความสนใจของผู้เรียน เพ่ือใชเ้ ปน็ ข้อมูลในการกำหนด แนวทางและแผนการจัดกจิ กรรมแนะแนว ๕.๒ ศกึ ษาวิสัยทศั นข์ องสถานศึกษาและวเิ คราะหข์ ้อมูลของผู้เรียนท่ีไดจ้ ากการสำรวจเพือ่ ทราบ ปญั หา ความตอ้ งการและความสนใจ นำไปกำหนดสาระและรายละเอยี ดของกจิ กรรมแนะแนว ๕.๓ กำหนดสัดส่วนสาระของกิจกรรมในแต่ละดา้ น ครอบคลมุ ด้านการศกึ ษา การงาน และอาชพี ชวี ิตและสังคม ใหไ้ ด้สัดส่วนที่เหมาะสม โดย ยดึ สภาพปญั หา ความตอ้ งการและความสนใจตลอดจนธรรมชาตแิ ละ ผู้เรียนเปน็ หลัก ทัง้ นี้ ครแู ละผู้เรียนมีส่วนร่วมในการจดั สาระของกจิ กรรม ๕.๔ กำหนดแผนการจัดกจิ กรรมแนะแนว เมื่อกำหนดสดั ส่วนสาระของกจิ กรรมในแต่ละด้านแลว้ วา่ แตล่ ะภาคเรียนจะตอ้ งจดั กิจกรรมแนะแนวในสาระด้านใด จำนวนกี่ช่ัวโมง ตอ่ มาจะตอ้ งกำหนดรายละเอยี ดของแต่ ละด้านไวใ้ ห้ชดั เจนวา่ ควรมีเรื่องอะไรบ้าง เพื่อจะไดจ้ ัดทำเปน็ รายละเอยี ดของแต่ละกิจกรรมย่อยตอ่ ไป
10 ๕.๕ การจดั ทำรายละเอียดของแต่ละกจิ กรรม เร่มิ ตั้งแต่กำหนดช่อื กิจกรรม จุดประสงค์ เวลา เนื้อหา/ สาระ วิธีดำเนินกจิ กรรม ส่ือ / อปุ กรณ์ และ การประเมินผล ๕.๖ ปฏบิ ัติตามแผน วดั ประเมินผล สรุปรายงาน ๖. ตวั ชี้วดั ความสำเร็จในการจดั กจิ กรรมแนะแนว สถานศึกษาอาจจัดทำตวั ชว้ี ดั ความสำเรจ็ ในการจัดกจิ กรรมแนะแนวเพือ่ ตรวจสอบความสำเร็จตาม ความเหมาะสมของสภาพแตล่ ะสถานศึกษา ดังตัวอยา่ งตอ่ ไปนี้ ๖.๑ ด้านผลผลติ ๖.๑.๑ ผูเ้ รยี นรู้ความสนใจ ความถนดั ความสามารถของตนเอง ๖.๑.๒ ผ้เู รยี นรกั และเห็นคุณค่า ภูมิใจในตนเอง ผู้อืน่ ๖.๑.๓ ผเู้ รยี นรู้จกั แสวงหาขอ้ มลู สารสนเทศในการพัฒนาตนเองด้านการศกึ ษา การงาน และ อาชีพและสงั คม ๖.๑.๔ ผู้เรยี นใช้ข้อมูลสารสนเทศในการพฒั นาตนเองดา้ นการศึกษา การงานและอาชพี ชีวติ และ สงั คม ๖.๑.๕ ผเู้ รียนมีเป้าหมายชีวติ รู้จกั วางแผนชวี ิตด้านการศึกษาการงานและอาชีพได้อย่างเหมาะสม สอดคลอ้ งกับศกั ยภาพของตนเองได้ ๖.๑.๖ ผู้เรยี นสามารถตดั สนิ ใจ และแก้ปญั หาของตนเอง ๖.๑.๗ ผเู้ รียนร้จู กั หลีกเลีย่ งจากอบายมขุ ทกุ ประเภท หรือส่ิงทีเ่ ป็นภัยต่อชีวิต ๖.๑.๘ ผ้เู รยี นมีวฒุ ิภาวะอารมณ์ ๖.๑.๙ ผู้เรยี นสามารถปรบั ตัวเขา้ กับสภาพแวดล้อม ๖.๑.๑๐ ผเู้ รียนมีสว่ นรว่ มในกิจกรรมท่ีเป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว สงั คม และ ประเทศชาติ ๖.๒ ดา้ นกระบวนการ ๖.๒.๑ มกี ารดำเนินการสำรวจข้อมูลเกย่ี วกับตัวผเู้ รยี น และจดั ทำขอ้ มูลอย่างเปน็ ระบบทันสมัยอยู่ เสมอ ๖.๒.๒ มกี ารจดั โปรแกรมชุดกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี นดา้ นตา่ ง ๆทสี่ อดคล้องกับสภาพปญั หาและ ความต้องการความสนใจของผู้เรียน เช่น ชุดกจิ กรรมการรกั และเห็นคุณคา่ ในตนเอง ชดุ กิจกรรมการสร้าง ประสิทธภิ าพการเรียน ชดุ กจิ กรรมพฒั นาบคุ ลกิ ภาพ ชุดกจิ กรรมพฒั นาทักษะการดำเนินชีวิต ชดุ กิจกรรมพฒั นาวฒุ ิ ภาวะทางอารมณ์ ศีลธรรม และ จรยิ ธรรม ๖.๒.๓ มกี ารใหผ้ เู้ รียนมีสว่ นรว่ มในการวางแผนการจัดกิจกรรมและเสนอแนะวิธกี ารจัดกจิ กรรมท่ี จะชว่ ยผเู้ รยี นสนุกสนาน แปลกใหม่และนา่ สนใจ นำไปสูก่ ารพฒั นาการดา้ นต่าง ๆ และสามารถแกไ้ ขปัญหาผูเ้ รียน ได้ ๖.๒.๔ มีการให้ขอ้ มูลสารสนเทศที่ทันสมัยเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนด้วยวิธกี ารท่ีหลากหลาย ๖.๒.๕ มกี ารประสานสมั พันธก์ ับผู้ปกครองอยา่ งสมํ่าเสมอ ต่อเน่อื งและหลากหลายรปู แบบ เน้น การรว่ มกันพฒั นาผเู้ รียน ๖.๒.๖ มกี ารจัดโครงการ/ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น อย่างหลากหลายตามสภาพปัญหาและความ ตอ้ งการความสนใจของผเู้ รียน ๖.๒.๗ มีการจดั กจิ กรรมทอ่ี าศัยกระบวนกลุ่มทางจิตวิทยาและการแนะแนวในการพฒั นาผู้เรยี น ๖.๒.๘ มีการจัดกิจกรรมทงั้ ในและนอกเวลาเรียน ให้ครแู ละผู้เรียนได้คุ้นเคย ใกล้ชิดกัน เช่น กิจกรรมวนั พบพ่อครู แม่ครู วนั ศษิ ย์ลกู ฯลฯ
11 ๖.๓ ด้านปัจจยั ๖.๓.๑ ผบู้ ริหารมีภาวะผ้นู ำและเห็นความสำคัญของการจดั กิจกรรมแนะแนว ๖.๓.๒ ครทู ุกคนตระหนกั เหน็ ความสำคญั ของการจดั กิจกรรมแนะแนวและมีความรู้ ความเข้าใจ พน้ื ฐานดา้ นจิตวทิ ยาและการแนะแนว ๖.๓.๓ ครทู กุ คนมีบทบาทในการดำเนินการจัดกจิ กรรมแนะแนว ๖.๓.๔ ผู้ปกครองรบั รแู้ ละมสี ่วนรว่ มให้การสนบั สนนุ ในการจัดกิจกรรมแนะแนว ๖.๓.๕ มีคณะทำงานท่ีรบั ผิดชอบการจัดกจิ กรรมแนะแนวโดยตรง ๖.๓.๖ มีแผนการดำเนนิ การจัดกจิ กรรมแนะแนวท่ีชดั เจนเป็นรปู ธรรม ๖.๓.๗ มโี ครงการ / กจิ กรรมแนะแนวที่สอดคล้องกับสภาพปญั หาและความตอ้ งการ ความสนใจ และ ของผู้เรียนทกุ กล่มุ เป้าหมายและชมุ ชน ๖.๓.๘ มีแนวปฏบิ ัติในการจดั กจิ กรรมแนะแนวและมกี ารปฏบิ ตั ิอยา่ งจรงิ จงั ๖.๓.๙ มเี คร่อื งมือการรู้จักและเขา้ ใจผู้เรยี นท่หี ลากหลาย ที่จะนำไปใช้กบั ผู้เรียน 7. กรอบความคดิ กจิ กรรมแนะแนว การจัดกจิ กรรมแนะแนวมวี ตั ถุประสงคเ์ พ่อื พัฒนาบุคคลให้บรรลุตามวตั ถุประสงค์ตามที่สถานศกึ ษากำหนด และตอบสนองจดุ มุง่ หมายของหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ดังนั้นสถานศกึ ษาตอ้ ง จัดกิจกรรมให้ครอบคลุมขอบขา่ ยการจัดกจิ กรรมแนะแนวทง้ั ดา้ นการศึกษา ด้านอาชพี ด้านสว่ นตวั และสังคม โดย มกี รอบความคิดกจิ กรรมแนะแนว ดงั นี้
กิจกรรมการแนะแนว 12 กจิ กรรมการแนะแนว กจิ กรรมการแนะแนว กจิ กรรมการแนะแนว ด้านการศกึ ษา ดา้ นอาชพี ดา้ นส่วนตัวและสงั คม -การวางแผนการศึกษาและอาชพี -การวางแผนการตัดสนิ ใจ -การมีทกั ษะการดำเนิน -การมีประสิทธภิ าพทางการเรียนรู้ เลอื กงานและอาชีพ ชีวิต -การมีวฒุ ิภาวะทาง -การมเี จตคตทิ ีด่ ีตอ่ การเรียนรู้ -การเตรยี มตัวอาชีพ อารมณ์ ศีลธรรม -การมีคณุ ธรรมจริยธรรม และจริยธรรม ในอาชพี -การมีเจตคตทิ ีด่ ีต่อ การมชี วี ิตทมี่ ีคณุ ภาพ -การมเี จตคตทิ ่ดี ีตอ่ การทำงาน และอาชพี คณุ ลักษณะ ทีพ่ ึงประสงค์ ๑. รกั และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อ่ืน ๒. รู้จกั แสวงหาและใชข้ ้อมูลสารสนเทศ ๓. สามารถพัฒนาบุคลิกภาพและการปรับตวั อยใู่ นสงั คมไดอ้ ย่างมีความสขุ ๔. มเี จตคตทิ ี่ดตี อ่ อาชพี สจุ รติ ๕. มคี ่านิยมทด่ี ี มรี ะเบยี บวินยั มคี ุณธรรมจริยธรรม ๖. มจี ติ สำนกึ รบั ผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ จากกรอบความคิดกิจกรรมแนะแนวซ่งึ มขี อบขา่ ยครอบคลุมด้านการศกึ ษา ด้านการงานและอาชพี ด้านชีวติ และสงั คม ในการจดั กิจกรรมจำเปน็ ต้องจัดกจิ กรรมท้งั ๓ ดา้ นไปพร้อมๆกัน ดงั น้ันจึงได้ผสมผสานและ บรู ณาการเป็นกลุ่มกจิ กรรมใหญ่ๆ ๔ กล่มุ ดงั น้ี ๑. กิจกรรมร้จู ัก เข้าใจ และเหน็ คุณคา่ ในตนเองและผอู้ ่นื ๒. กจิ กรรมการแสวงหาและการใชข้ ้อมูลสารสนเทศ ๓. กิจกรรมการตดั สนิ ใจและแก้ปัญหา ๔. กิจกรรมการปรบั ตัวและดำรงชวี ิต
13 กจิ กรรมกลมุ่ ที่ ๑ มีจุดมงุ่ หมายเพอ่ื ใหผ้ ู้เรียนร้จู ัก เข้าใจ และเห็นคุณค่าในตนเองและผ้อู นื่ เป็นกจิ กรรมท่ีชว่ ยใหผ้ ู้เรยี นสามารถรู้จกั ตนเองและเขา้ ใจตนเอง ทง้ั ในด้านความถนดั ความสนใจ ความสามารถ จดุ เด่น จุดด้อย นิสัย อารมณ์ ความภมู ิใจ และเห็นคณุ ค่าในตนเองและผู้อ่ืน กจิ กรรมกลมุ่ ท่ี ๒ มีจดุ มุ่งหมายเพ่ือใหผ้ เู้ รียนมคี วามสามารถในการแสวงหาและใช้ข้อมูลสาระสนเทศเป็น กิจกรรมทช่ี ว่ ยให้ผู้เรียนมที ักษะ และวธิ ีการแสวงหาขอ้ มูลจากแหล่งต่างๆ รวบรวม และจดั ระเบียบขอ้ มูล สามารถจัดระบบ กลั่นกรอง เลอื กใชข้ ้อมูลอย่างฉลาด เหมาะสมและเหน็ คุณคา่ ในการใชข้ อ้ มูลสารสนเทศ กิจกรรมกลมุ่ ท่ี ๓ มีจุดมุ่งหมายเพ่ือให้ผูเ้ รียนมคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจและแกป้ ัญหาได้อยา่ ง เหมาะสม เปน็ กิจกรรมท่ชี ่วยให้ผเู้ รียน สามารถกำหนดเป้าหมาย วางแผน วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมนิ ผล ตลอดจนปรบั ปรุงแผนการดำเนินงาน โดยใชข้ อ้ มูล คุณธรรมและจริยธรรมเป็นพนื้ ฐาน ในการตดั สนิ ใจ กิจกรรมกลมุ่ ท่ี ๔ มจี ุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้เรียนมคี วามสามารถในการปรบั ตัวและการดำรงชีวติ อยา่ งมี ความสขุ เป็นกิจกรรมท่ีช่วยเข้าใจยอมรบั ตนเองและผ้อู ่ืน มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ แสดงออกอยา่ งเหมาะสม มีมนษุ ยสัมพนั ธ์สามารถทำงานร่วมกบั ผู้อ่ืนและดำรงชีวิตอยูใ่ นสงั คมไดอ้ ย่างมคี วามสุข จากกรอบความคิดของกิจกรรมแนะแนว ซ่ึงประกอบไปด้วยกิจกรรมแนะแนว ๓ ดา้ น และแนวทางในการ จัดกิจกรรมแนะแนวซง่ึ สามารถจัดกล่มุ กิจกรรมแนะแนวออกเปน็ ๔ กลุ่มกจิ กรรมดงั กลา่ วขา้ งต้น จะนำไปสู่การ สร้างคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงคข์ องผ้เู รียนดงั นี้
14 คณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ของกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนกับกจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมรู้จกั เขา้ ใจและ กิจกรรมการปรับตัว เห็นคณุ ค่าในตนเองและผอู้ ่นื และดำรงชวี ติ คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงคข์ องกิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น ๑. รกั และเหน็ คุณค่า ๒. มีวนิ ยั ๓. ประหยัด ในตนเอง ๑๒.มพี ลานามยั คุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ของ ๔. มีความซ่อื สตั ยส์ มบรู ณ์ กจิ กรรมแนะแนว ทงั้ รา่ งกายและจติ ใจ ๑. รกั และเห็นคุณค่าในตนเองและผอู้ น่ื ๒. รู้จักแสวงหาและใช้ขอ้ มลู สารสนเทศ ๕. พ่ึงตนเอง ๑๑. รกั สามัคคี ๓. สามารถพัฒนาบุคลิกภาพและปรบั ตวั อตุ สาหะ รกั ชาติ ศาสน์ อยูใ่ นสังคมอย่างมคี วามสขุ รักการทำงาน กษัตรยิ ์ ๔. มเี จตคตทิ ด่ี ีต่ออาชีพสจุ รติ ๑๐. มคี วามเปน็ ๕. มคี า่ นิยมท่ดี ี มวี ินยั มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ๖. ขยนั อดกลนั้ ประชาธิปไตย ๖. มจี ิตสำนกึ รบั ผิดชอบตอ่ ตนเองครอบครวั ๙. เสยี สละเห็นประโยชน์ ๗. กตญั ญู สงั คมและประเทศชาติ กตเวที สว่ นรวม ๘. กระตอื รือร้น ใฝร่ ู้ มคี วามคดิ รเิ ริม่ สรา้ งสรรค์ กจิ กรรมการตัดสินใจ กจิ กรรมการแสวงหา และแก้ปญั หา และการใช้ข้อมลู สารสนเทศ
15 8. การประเมนิ ผลการจัดกิจกรรมแนะแนว ในการประเมินผลการจัดกิจกรรมแนะแนว ครูผรู้ บั ผิดชอบการจดั กจิ กรรมแนะแนวผู้เรยี นผู้เรยี น และผูป้ กครองมีภารกิจทตี่ ้องรบั ผิดชอบร่วมกันดงั น้ี 8๑ ครูผจู้ ัดกิจกรรมแนะแนว ๗.๑.๑ ต้องจัดกจิ กรรมเพือ่ พัฒนาผู้เรียน ใหเ้ กดิ คุณลักษณะตามวัตถุประสงค์และสอดคล้องกับ วิสัยทศั นท์ ี่สถานศกึ ษากำหนดและตามสภาพความตอ้ งการปัญหาของผเู้ รียน ๗.๒.๒ ต้องรายงานเวลา และพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ๗.๒.๓ ต้องศกึ ษา ตดิ ตาม และพัฒนาผเู้ รยี น ในกรณที ผี่ เู้ รยี นไมเ่ ขา้ รว่ มกิจกรรม ๗.๒.๔ ตอ้ งประเมินผลผ้เู รยี น โดยดูการพฒั นาการของผเู้ รียนเป็นสำคญั ในกรณที ่ีผลการประเมิน ยังไม่ผา่ นให้ครู ผู้จัดกจิ กรรมดำเนินการให้ผเู้ รียนปฏิบตั กิ ิจกรรมซํ้าหรอื เพ่ิมเตมิ จนกระทง่ั ผู้เรียน เกิดคุณลักษณะ ตามวตั ถปุ ระสงคท์ ่ีสถานศกึ ษากำหนด ๗.๒.๕ บันทกึ ผลการติดตามและประเมินผลผูเ้ รียนไว้เป็นหลักฐาน 8.๒ ผเู้ รียน ๗.๒.๑ ตอ้ งมเี วลาเขา้ ร่วมกิจกรรมแนะแนวตามเกณฑ์ท่สี ถานศึกษากำหนดโดยมีหลักฐานแสดง เวลาการเขา้ รว่ มกจิ กรรม ๗.๒.๒ ตอ้ งปฏบิ ตั กิ ิจกรรมเพมิ่ เตมิ ตามทีค่ รูผู้รับผิดชอบการจดั กิจกรรมมอบหมายถา้ ไม่เกดิ คุณลกั ษณะตามวัตถปุ ระสงค์ที่สถานศึกษากำหนด 8.๓ ผปู้ กครอง ผปู้ กครองมสี ว่ นร่วมในการประเมินผลพฒั นาการของผ้เู รียน มีการบันทึกสรปุ พัฒนาการและการ ปฏิบัติกิจกรรมของผู้เรียน 9. วิธีการประเมินผลการจดั กจิ กรรมแนะแนว ครูผู้จดั กิจกรรมแนะแนว สามารถเลือกใช้วธิ ีการประเมนิ ผลหลากหลายวธิ กี ารตามความเหมาะสม ดงั ต่อไปนี้ 9.๑ แฟ้มสะสมผลงาน 9.๒ การประเมนิ ตามสภาพจรงิ 9.๓ การประเมนิ ตนเอง 9.๔ การประเมินโดยกลมุ่ / เพื่อน 9.๕ การสังเกต 9.๖ การสมั ภาษณ์ 9.๗ การเขยี นรายงาน 9.๘ หลกั ฐานการเขา้ รว่ มกิจกรรม 9.๙ และอ่นื ๆ ทัง้ นี้ การประเมินผลกิจกรรมพฒั นาผู้เรียนของผู้เรยี นแตล่ ะคนตอ้ งสรุปจากผลการประเมินกจิ กรรม แนะแนว กิจกรรมนกั เรียน และ กิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์
มาตรฐานก มาตรฐานการแนะแนวเพอื่ การประกันคุณภาพการแนะแนวของสถานศึกษาแ แบ่งออกเปน็ ๓ ด้านคือ ๑. มาตรฐานการแนะแนวดา้ นผู้เรียน มี ๔ มาตรฐาน ๘ ตวั บ่งช้ี เนน้ ใหผ้ เู้ ร ในการเลอื กแนวทางการศกึ ษา อาชีพและการงาน ชีวติ และสงั คม มสี ุขภ ๒. มาตรฐานการแนะแนวด้านกระบวนการ มี ๔ มาตรฐาน ๑๓ ตัวบ่งช้ี เน้น อย่างเป็นระบบ มกี ารสรา้ งและพฒั นาเครอื ข่ายการแนะแนวท่เี ขม้ แขง็ แล ต่อเนื่อง ๓. มาตรฐานการแนะแนวด้านปัจจยั มี ๗ มาตรฐาน ๑๙ ตัวบ่งชี้ เน้นการกำ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ศาสนบคุ คล ชุมชน สอ่ื มวลชน หน่วยงาน และองค์กรท มาตรฐานการแนะแนว ทั้ง ๑๕ มาตรฐาน ๔0 ตวั บง่ ชี้ เป็นแนวทางให้สถานศ แนว
16 การแนะแนว และหนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ งทง้ั หมด ๑๕ มาตรฐาน ๔0 ตัวบ่งชี้ รียนร้จู ักตนเอง รกั และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น และสามารถพง่ึ ตนเองได้ มีทักษะ ภาพจิตที่ดี มีจิตสำนกึ ในการทำประโยชน์ตอ่ ครอบครวั สังคม และส่ิงแวดล้อม นในด้านการจัดกิจกรรมและบรกิ ารแนะแนว การบริหารจดั การแนะแนว ละสง่ เสริมใหม้ กี ารศึกษา วเิ คราะห์ วจิ ยั และนำผลมาพฒั นางานแนะแนวอย่าง ำหนดคณุ ลักษณะของผู้บรหิ ารและบุคลากรทางการศึกษา ครแู นะแนว ครู ทเ่ี กย่ี วข้อง รวมทั้งการใช้ส่อื เครือ่ งมือ และ ระบบข้อมูลสารสนเทศทางการแนะแนว ศกึ ษาและหนว่ ยงานท่ีเก่ยี วขอ้ งได้พฒั นาคณุ ภาพการแนะแนว และการประเมินงานแนะ
มาตรฐาน ดา้ นผู้เรยี น มี ๔ มาตรฐาน ๘ ตัวบ่งช้ี มาตรฐานท่ี ตัวบ่งช้ีท่ี ๑. ร้คู วามสนใจ ความถนัด ความสามารถของตน ๑ เนน้ ใหผ้ ู้เรยี นรู้จักตนเอง รัก และเหน็ คณุ คา่ ในตนเอง และ ผอู้ ื่นและสามารถพึ่งตนเองได้ ๒. รกั และเห็นคณุ ค่า ภมู ิใจในตนเอง และผูอ้ ่ืน ๓. สามารถตัดสนิ ใจ และแก้ปญั หาของตนเองได้
17 นการแนะแนว เกณฑก์ ารประเมนิ นเอง ระดับที่ ๑ มขี ้อมูลเกยี่ วกบั ความสนใจ ความถนัด ความสามารถของ ตนเอง ระดับที่ ๒ มีระดบั ที่ ๑ และเปรียบเทยี บข้อมลู เก่ียวกับความสนใจ ความถนัด และความสามารถของตนเอง ระดบั ที่ ๓ มีระดับท่ี ๒ และสรปุ ข้อดี ข้อดอ้ ยของตนเอง ระดับที่ ๑ บอกข้อดีของตนเอง และผู้อน่ื ระดับท่ี ๒ มีระดบั ที่ ๑ และกล้าแสดงออกอยา่ งเหมาะสม และให้ เกยี รติผู้อ่ืน ระดับท่ี ๓ มรี ะดบั ที่ ๒ และมองโลกในแงด่ ี และไดร้ บั การยอมรับจาก ผู้อนื่ ระดบั ที่ ๑ รปู้ ัญหาของตนเอง ระดับที่ ๒ มีระดับที่ ๑ และบอกสาเหตขุ องปญั หา และพจิ ารณา แนวทางในการแก้ปัญหา ระดับท่ี ๓ มีระดบั ท่ี ๒ และเลอื กวธิ ีการแกป้ ัญหาได้อย่างเหมาะสมกับ สถานการณ์
มาตรฐาน ด้านผเู้ รยี น มี ๔ มาตรฐาน ๘ ตวั บง่ ชี้ มาตรฐานที่ ตวั บง่ ชที้ ่ี ๒.ผเู้ รียนมที กั ษะในการเลือก ๑. แสวงหาขอ้ มูลสารสนเทศในการพฒั นาตนเอง แนวทางการศึกษาอาชพี และการ การศกึ ษา อาชีพและการงาน ชวี ติ และสงั คม งานชีวติ และสังคม ๒. ใชข้ อ้ มูลสารสนเทศในการพฒั นาตนเอง ดา้ นก อาชีพและการงาน ชวี ิต และสงั คม
18 นการแนะแนว ดา้ น เกณฑก์ ารประเมนิ การศกึ ษา ระดับท่ี ๑ รู้แหล่งข้อมูลท่สี อดคล้องกับความต้องการของตนเอง ระดับท่ี ๒ มีระดบั ที่ ๑ และสามารถค้นหาขอ้ มลู จากแหล่งข้อมลู ท่ี หลากหลาย ระดบั ท่ี ๓ มรี ะดบั ที่ ๒ และไดข้ อ้ มลู สารสนเทศตรงตามความตอ้ งการ ระดบั ที่ ๑ วเิ คราะห์ความสมั พันธ์ของข้อมลู สารสนเทศกับความตอ้ งการ ของตนเอง ระดับที่ ๒ มรี ะดับท่ี ๑และระบุทางเลือก พร้อมข้อดี ขอ้ เสียของ ทางเลือก ระดับที่ ๓ มีระดับที่ ๒ และตัดสินใจเลือกแนวทางและปฏิบัติตาม ทางเลือกทถ่ี ูกตอ้ งในการพฒั นาตนเอง
มาตรฐาน ด้านผู้เรียน มี ๔ มาตรฐาน ๘ ตวั บ่งช้ี มาตรฐานท่ี ตวั บง่ ชีท้ ่ี ๓. ผู้เรียนมสี ุขภาพจิตทด่ี ี ๑.มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ ๒. สามารถปรับตัวเข้ากบั สภาพแวดลอ้ มไดอ้ ยา่ งม
19 นการแนะแนว เกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั ท่ี ๑ แสดงออกทางอารมณ์ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั วัยและ สถานการณ์ ระดับท่ี ๒ มรี ะดับท่ี ๑ และมคี วามมน่ั คงทางอารมณแ์ ละควบคมุ อารมณไ์ ด้อยา่ งเหมาะสม ระดบั ท่ี ๓ มรี ะดบั ท่ี ๒ และจดั การอารมณ์ของตนเองทีเ่ กิดขึ้นใน สถานการณต์ ่าง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม มคี วามสุข ระดบั ท่ี ๑ รู้ตนเองและรู้สถานการณ์การเปลยี่ นแปลงของ สภาพแวดล้อม ระดับท่ี ๒ มรี ะดบั ท่ี ๑ และยอมรับการเปลย่ี นแปลงของสภาพแวดล้อม ระดบั ที่ ๓ มรี ะดับที่ ๒ และแสดงพฤตกิ รรมถูกต้องเหมาะสมกับบคุ คล กาลเทศะ และสภาพแวดลอ้ ม
มาตรฐาน ด้านผู้เรียน มี ๔ มาตรฐาน ๘ ตวั บ่งชี้ มาตรฐานที่ ตัวบ่งช้ที ี่ ๔. ผู้เรยี นมีจติ สำนึกในการทำ ๑. มสี ว่ นรว่ มในการทำกจิ กรรมที่เปน็ ประโยชนต์ อ่ ประโยชน์ต่อครอบครวั สงั คม ครอบครัว สงั คมและสิ่งแวดลอ้ ม และสิ่งแวดล้อม
20 นการแนะแนว เกณฑก์ ารประเมนิ อ ระดับที่ ๑ปฏิบัตกิ ิจกรรมท่เี ป็นประโยชนต์ ่อครอบครวั สงั คมและ ส่ิงแวดล้อมตามคำส่ัง ระดบั ท่ี ๒ มีระดับที่ ๑ และปฏบิ ัตกิ ิจกรรมทเ่ี ปน็ ประโยชน์ตอ่ ครอบครวั สงั คม และสง่ิ แวดลอ้ มดว้ ยตนเอง ระดบั ท่ี ๓ มีระดับที่ ๒ และแนะนำ ชกั ชวนผู้อน่ื ทำกจิ กรรมทีเ่ ป็น ประโยชน์ตอ่ ครอบครัว สงั คมและส่งิ แวดลอ้ ม
มาตรฐาน ดา้ นกระบวนการ มี ๔ มาตรฐาน ๑๓ตวั บ่งชี้ มาตรฐานท่ี ตัวบ่งชที้ ่ี ๕. สถานศึกษามกี ารจัดกิจกรรม ๑. จดั กจิ กรรมแนะแนวใหค้ รอบคลุมด้านกา และบริการแนะแนว อาชพี และการงาน ชีวติ และสังคม ๒. จดั กจิ กรรมแนะแนวให้สอดคล้องกับควา ตอ้ งการของผู้เรียน ๓. มกี ารจัดบริการแนะแนว
21 นการแนะแนว ารศึกษา เกณฑ์การประเมนิ าม ระดบั ที่ ๑ สำรวจข้อมูลในการจดั กิจกรรมด้านการศึกษา อาชพี และการ งาน ชวี ติ และสังคม ระดบั ที่ ๒ มีระดับท่ี ๑ และและมกี ารวเิ คราะหข์ ้อมลู ด้านการศกึ ษา อาชพี และการงาน ชีวติ และสังคม ระดับที่ ๓ มรี ะดบั ที่ ๒ และนำผลการวเิ คราะห์มาวางแผนและจดั กจิ กรรมแนะแนว ครอบคลุมดา้ นการศกึ ษา อาชีพและการงานชีวิตและ สงั คม ระดบั ที่ ๑ มีการสำรวจความตอ้ งการของผเู้ รยี น ระดบั ที่ ๒ มรี ะดับที่ ๑ และมกี ารวเิ คราะห์ขอ้ มลู ความตอ้ งการของ ผู้เรยี น ระดบั ท่ี ๓ มรี ะดับท่ี ๒ และนำผลการวเิ คราะหม์ าวางแผนและจดั กิจกรรมแนะแนว สอดคลอ้ งกับความต้องการของผู้เรยี น ระดับท่ี ๑ มกี ารจัดบรกิ ารแนะแนวครบ ๕ บริการ ระดบั ท่ี ๒ มีระดับที่ ๑ และมีหลักฐานการจัดบริการแนะแนวครบ ๕ บริการ ระดบั ท่ี ๓ มีระดบั ที่ ๒ และมีการประเมนิ และสรปุ รายงานผลการ จัดบริการแนะแนวครบ ๕ บริการ
มาตรฐาน ด้านกระบวนการ มี ๔ มาตรฐาน ๑๓ ตัวบง่ ชี้ มาตรฐานท่ี ตัวบ่งชท้ี ่ี ๑. มโี ครงสรา้ งการบรหิ ารจดั การแนะแนวท ๖.สถานศึกษามกี ารบริหารจัดการ แนะแนวอยา่ งเปน็ ระบบ ๒. มีการดำเนินงานแนะแนวอย่างเปน็ ระบบ ๓. มีข้อมลู สารสนเทศท่ที ันสมยั ๔. มีการประชาสัมพนั ธ์งานแนะแนว
22 นการแนะแนว ทช่ี ัดเจน เกณฑ์การประเมนิ บ ระดบั ที่ ๑ มีแผนภมู ิโครงสร้างการบริหารจดั การแนะแนว ระดบั ที่ ๒ มีระดบั ท่ี ๑ และมคี ณะกรรมการท่ีรบั ผิดชอบงานแนะแนว ระดบั ที่ ๓ มรี ะดบั ท่ี ๒ และ กำหนดบทบาทหน้าทแ่ี ละภารกิจของ คณะกรรมการ ระดบั ที่ ๑ มกี ารกำหนดนโยบายและแผนการดำเนนิ งานแนะแนว ระดบั ท่ี ๒ มีระดับท่ี ๑และดำเนินงานตามนโยบายและแผนการ ดำเนินงานแนะแนว ระดับที่ ๓ มรี ะดบั ท่ี ๒และ มกี ารประเมนิ รายงานผล นำผลมาปรับปรงุ และพัฒนางานแนะแนว ระดบั ที่ ๑ มีการเก็บรวบรวมข้อมลู สารวนเทศท่จี ำเปน็ ในการบรหิ าร จดั การแนะแนว ระดับท่ี ๒ มรี ะดับท่ี ๑ และขอ้ มลู สารสนเทศเป็นปจั จุบนั ระดับที่ ๓ มรี ะดบั ที่ ๒ และ มกี ารใช้ขอ้ มูลสารสนเทศในการบริหาร จัดการแนะแนว ระดับที่ ๑ มีแผนการประชาสัมพันธง์ านแนะแนว ระดับที่ ๒ มรี ะดบั ท่ี ๑ และดำเนนิ งานตามแผนการประชาสัมพนั ธง์ าน แนะแนว ระดบั ที่ ๓ มีระดับท่ี ๒ และ และมกี ารนิเทศ ติดตาม ประเมนิ สรุป รายงานผล นำมาปรับปรุงและพฒั นาการประชาสัมพนั ธ์งานแนะแนว
มาตรฐาน ดา้ นกระบวนการ มี ๔ มาตรฐาน ๑๓ ตวั บง่ ชี้ มาตรฐานที่ ตัวบ่งช้ีท่ี ๗. สถานศกึ ษาสรา้ งและพฒั นา ๑. มีเครอื ข่ายการแนะแนวท่ีครอบคลุมทุก เครือขา่ ยการแนะแนวทเ่ี ข้มแขง็ กลมุ่ เป้าหมาย ๒. มกี ารพัฒนาบุคลากรเครือขา่ ยการแนะแ ตอ่ เนื่อง ๓. มกี ารประสานความรว่ มมือระหว่างเครือ แนะแนวกบั หน่วยงาน บคุ ลากรท้ังภายใน ภายนอก ๔. มีการระดมทรพั ยากรและภมู ิปัญญาท้อง เป็นเครอื ข่ายการแนะแนว
23 นการแนะแนว เกณฑก์ ารประเมิน ระดับที่ ๑ มีการสำรวจขอ้ มลู เพื่อนำมาวางแผนสร้างและพัฒนา เครือข่ายการแนะแนวทุกกลุ่มเปา้ หมาย ระดับท่ี ๒ มีระดับท่ี ๑ และมีคณะกรรมการรับผดิ ชอบการดำเนนิ งาน ระดบั ท่ี ๓ มีระดบั ท่ี ๒ และมเี ครือขา่ ยการแนะแนวท่ีครอบคลมุ ทุก กลมุ่ เปา้ หมาย๒ แนวอยา่ ง ระดบั ที่ ๑ มีการสำรวจความตอ้ งการในการพฒั นาบคุ ลากรเครือขา่ ย การแนะแนว ระดับที่ ๒ มรี ะดบั ที่ ๑ และมีการวางแผนและดำเนนิ กิจกรรมเพ่อื พฒั นาบคุ ลากรเครอื ข่ายการแนะแนวอยา่ งนอ้ ยปลี ะ๒ ครั้ง ระดบั ท่ี ๓ มีระดบั ท่ี ๒และบุคลากรเครอื ข่าย อข่ายการ ระดับท่ี ๑ มีการประชมุ รว่ มกนั ระหวา่ งบุคลากรที่เก่ยี วขอ้ งทั้งภายใน นและ และภายนอก ระดบั ท่ี ๒ มีระดบั ท่ี ๑ และมีกจิ กรรมที่เกิดขน้ึ จากความร่วมมือของ บุคลากรท้งั ภายในและภายนอกองคก์ ร ระดบั ที่ ๓ มีระดบั ท่ี ๒และผลของการจัดกจิ กรรมก่อให้เกิดประโยชน์ต่อ ส่วนรว่ ม งถน่ิ เขา้ มา ระดบั ที่ ๑ มขี ้อมูลแหล่งทรพั ยากรและภมู ิปญั ญาทอ้ งถิน่ ระดับท่ี ๒ มรี ะดบั ที่ ๑ และมีการวางแผนการระดมทรพั ยากรและภมู ิ ปญั ญาท้องถ่ินมารว่ มจดั กจิ กรรมและบริการแนะแนว ระดับท่ี ๓ มรี ะดับที่ ๒ และมีการนำทรัพยากรและภูมิปญั ญาทอ้ งถิ่น มาร่วมจดั กจิ กรรมและบริการแนะแนว
มาตรฐาน ดา้ นกระบวนการ มี ๔ มาตรฐาน ๑๓ ตวั บ่งชี้ มาตรฐานท่ี ตัวบง่ ชที้ ี่ ๑. มกี ารศึกษา วเิ คราะห์ วจิ ยั เพ่ือการแนะ ๘. สถานศกึ ษาสง่ เสรมิ ใหม้ ี การศกึ ษา วิเคราะห์ วิจยั และนำ ๒. มกี ารนำผลการศึกษา วิเคราะห์ วจิ ัย มา ผลมาพฒั นางานแนะแนวอย่าง พฒั นางานแนะแนว ตอ่ เนอ่ื ง
24 นการแนะแนว ะแนว เกณฑก์ ารประเมิน าใช้ในการ ระดับที่ ๑ มีการสำรวจปญั หาและความตอ้ งการในการดำเนนิ งานแนะ แนว ระดบั ท่ี ๒ มรี ะดบั ที่ ๑ และดำเนินการศกึ ษา วิเคราะห์ วจิ ัย ระดับท่ี ๓ มรี ะดบั ท่ี ๒ และ รายงานผลการศกึ ษา วเิ คราะห์ วจิ ัย ระดับท่ี ๑ มกี ารศกึ ษาค้นคว้า รวบรวมผลการศกึ ษา วิเคราะห์วิจยั ทางการแนะแนว ระดับท่ี ๒ มีระดบั ที่ ๑ และเลือกผลการศึกษา วเิ คราะห์ วจิ ยั ท่ี สอดคลอ้ งกบั ความต้องการมาใช้ในการพัฒนางานแนะแนว ระดับท่ี ๓ มรี ะดบั ท่ี ๒ และ สรุปรายงานผลจากการนำผลการศกึ ษา วเิ คราะห์ วิจัยไปใช้
มาตรฐาน ดา้ นปจั จัย มี ๗ มาตรฐาน ๑๙ ตัวบง่ ชี้ มาตรฐานที่ ตัวบ่งชที้ ี่ ๙. ผบู้ รหิ ารและบคุ ลากรทางการ ๑. มีความรู้ ความเขา้ ใจ และเหน็ ความสำคัญข ศึกษา มีความสามารถบริหาร แนะแนว จัดการแนะแนว ๒. ให้การสนบั สนนุ การดำเนินงานแนะแนว
25 นการแนะแนว ของการ เกณฑ์การประเมนิ ระดบั ที่ ๑ ผ่านการเขา้ ร่วมประชุมสมั มนาอบรมด้านการแนะแนว ระดับท่ี ๒ มีระดบั ท่ี ๑ และปฏิบัตงิ านแนะแนวรว่ มกับบคุ ลากรทุกฝา่ ย ระดับท่ี ๓ มรี ะดับที่ ๒ และเป็นผู้นำทางการแนะแนว และใช้ กระบวนการแนะแนวในการบรหิ าร ระดบั ที่ ๑ จดั ใหม้ ีบคุ ลากร งบประมาณ อาคาร สถานที่ วัสดุ ครภุ ัณฑ์ ส่อื และเทคโนโลยี ระดบั ที่ ๒ มรี ะดับที่ ๑ และ สง่ เสริมให้บุคลากรได้เพ่มิ พนู ความรดู้ ้าน จติ วิทยาการแนะแนว ระดับท่ี ๓ มรี ะดับท่ี ๒ และ รว่ มมอื ในการวเิ คราะห์และแกไ้ ขปญั หา สร้างขวญั และกำลงั ใจแก่ผ้ปู ฏิบตั งิ านแนะแนว
มาตรฐาน ดา้ นปจั จัย มี ๗ มาตรฐาน ๑๙ ตัวบ่งช้ี มาตรฐานท่ี ตัวบง่ ชที้ ่ี ๑. มีความถนดั ความเชี่ยวชาญ ด้านจิตวิทยากา ๑0. ครแู นะแนวมีคณุ วุฒิ ความรู้ ความสามารถ และ เปน็ แนว และการใหค้ ำปรึกษา แกนนำดา้ นจิตวทิ ยาการแนะแนว และการให้คำปรึกษา และมี ๒. มีคุณลักษณะทเี่ หมาะสมกับวิชาชพี แนะแนว คณุ สมบัติวิชาชพี แนะแนว
26 นการแนะแนว เกณฑก์ ารประเมนิ ารแนะ ระดบั ที่ ๑ มีความร้ดู า้ นจติ วิทยาการแนะแนวและการใหค้ ำปรึกษา ระดับท่ี ๒ มรี ะดับที่ ๑ และนำความรูด้ ้านจติ วิทยาการแนะแนวและการ ให้คำปรึกษาไปใช้ในการปฏบิ ัตงิ าน ระดบั ท่ี ๓ มรี ะดบั ที่ ๒ และมีการพัฒนาตนเองอยา่ งต่อเนือ่ ง ว ระดบั ท่ี ๑ มีคณุ ลกั ษณะพน้ื ฐานของการเป็นครูแนะแนว - รกั ษาความลับและประโยชนข์ องผู้เรยี น - รกั และศรทั ธาในวชิ าชพี แนะแนว - ยอมรบั ความแตกต่างระหวา่ งบคุ คล - มีสุขภาพจติ ดี มคี วามเมตตากรุณา - มีบคุ ลิกภาพท่อี บอนุ่ น่าไว้วางใจ ระดับที่ ๒ มีระดับท่ี ๑ และ - ไม่มีอคตใิ นการใหบ้ ริการ - ไม่แสวงหาผลประโยชน์จากผู้เรียน - ช่วยเหลือผู้เรียนอย่างเต็มความสามารถ ระดบั ท่ี ๓ มรี ะดับที่ ๒ และ - มีมนษุ ยสัมพันธแ์ ละทำงานร่วมกับผอู้ ่ืนได้ - รู้เทา่ ทันการเปล่ยี นแปลงของสงั คม
มาตรฐานที่ ตวั บ่งชท้ี ี่ ๑0. ครูแนะแนวมคี ณุ วุฒิ ๓. นำความรู้ด้านจิตวทิ ยาการแนะแนวและการให ความรู้ ความสามารถ และ เป็น คำปรกึ ษาขยายผลใหค้ รู พอ่ แม่ ผู้ปกครอง และช แกนนำด้านจติ วิทยาการแนะแนว เพือ่ ดูแลช่วยเหลอื ผู้เรยี น และการใหค้ ำปรึกษา และมี คุณสมบตั ิวิชาชีพแนะแนว
27 เกณฑก์ ารประเมนิ ห้ ระดบั ที่ ๑ จดั ประชมุ / อบรม / สมั มนา / จัดทำ / จดั หาเอกสาร / สื่อ ชุมชน ดา้ นจิตวิทยาการแนะแนว และการให้คำปรึกษาแกค่ รู พอ่ แม่ ผู้ปกครอง และชุมชน ระดบั ท่ี ๒ มีระดบั ท่ี ๑ และ เปน็ ท่ีปรึกษาและให้คำปรึกษาแกค่ รู พ่อแม่ ผปู้ กครอง และ ชุมชนในการดูแลช่วยเหลือผเู้ รียน ระดบั ท่ี ๓ มรี ะดับท่ี ๒ และ มผี ลงานที่เป็นที่ยอมรับของครู พ่อแม่ ผปู้ กครอง และชุมชน
มาตรฐาน ดา้ นปัจจยั มี ๗ มาตรฐาน ๑๙ ตัวบง่ ช้ี มาตรฐานท่ี ตัวบ่งช้ที ่ี ๑. มีข้อมลู ผู้เรียนเปน็ รายบุคคลและรายกลุม่ ๑๑. ครูรจู้ ักและเข้าใจผเู้ รยี น ช่วยเหลือและใหค้ ำปรกึ ษาและ ๒. ให้คำปรกึ ษาและดแู ลช่วยเหลือผู้เรยี นอย่างต นำความรดู้ ้านจติ วิทยาการ แนะแนวไปบูรณาการในการเรียน การสอน ๓. นำความรดู้ า้ นจติ วิทยาการแนะแนวไปใชใ้ นก การสอนอยา่ งต่อเนอ่ื ง
28 นการแนะแนว ตอ่ เน่ือง เกณฑก์ ารประเมนิ การเรยี น ระดับท่ี ๑ มีขอ้ มูลผู้เรยี นเปน็ รายบคุ คลและรายกลมุ่ ท่ีเป็นปัจจุบนั ระดบั ท่ี ๒ มรี ะดบั ท่ี ๑ และ มกี ารวิเคราะหข์ อ้ มูล ระดับท่ี ๓ มีระดบั ท่ี ๒ และ จัดเกบ็ ข้อมูลอย่างเป็นระบบ ระดับที่ ๑ นำข้อมลู ผู้เรียนไปใช้ในการให้คำปรึกษา และดแู ลชว่ ยเหลอื ผู้เรยี น ระดบั ที่ ๒ มรี ะดบั ที่ ๑ และ มีกจิ กรรมในการดแู ลช่วยเหลอื ผู้เรียน ระดับท่ี ๓ มีระดับท่ี ๒ และ มรี ายงานผลการจัดกิจกรรมดแู ลชว่ ยเหลอื ผเู้ รียน ระดบั ที่ ๑ มีแผนการจดั การเรยี นรู้ท่บี ูรณาการดา้ นจติ วิทยาการแนะ แนว ระดบั ท่ี ๒ มีระดับที่ ๑ และ จดั กจิ กรรมตามแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี บรู ณาการความร้ดู ้านจิตวิทยาการแนะแนว ระดับท่ี ๓ มีระดับท่ี ๒ และมผี ลการพัฒนาทางการเรียนรูท้ แี่ สดงถึง การบูรณาการความร้ดู า้ นจิตวทิ ยาการแนะแนว
มาตรฐาน ด้านปัจจัย มี ๗ มาตรฐาน ๑๙ ตวั บง่ ช้ี มาตรฐานท่ี ตัวบ่งชี้ที่ ๑. ร้จู กั เขา้ ใจ และ ยอมรับบุตรหลานของต ๑๒. พ่อแม่ ผ้ปู กครอง มี ความสามารถในการดแู ล ๒. ใหค้ วามร่วมมือในการดแู ลช่วยเหลือบตุ ร ช่วยเหลือให้คำปรึกษาและ ของตนเองและบตุ รหลานของผอู้ ื่น สง่ เสรมิ พัฒนาให้บตุ รหลานมี คุณภาพชวี ติ ท่ดี ี ๓. เปน็ แบบอยา่ งทีด่ ดี ้านความประพฤติแก่บ ในการดำเนนิ ชีวติ
29 นการแนะแนว เกณฑ์การประเมิน ตน ระดับที่ ๑ รู้ขอ้ มลู เกีย่ วกับบุตรหลานของตน ระดับท่ี ๒ มรี ะดบั ที่ ๑ และสามารถคน้ พบสาเหตุของพฤตกิ รรมท่ี ผดิ ปกติของบุตรหลาน ระดับท่ี ๓ มีระดบั ที่ ๒ และรบั สภาพความเปน็ จรงิ ของบุตรหลาน รหลาน ระดับท่ี ๑ มีขอ้ มลู ท่ีเปน็ ประโยชน์ในการดแู ลชว่ ยเหลือบตุ รหลานของ ตน ระดับท่ี ๒ มีระดับท่ี ๑ และ ให้คำแนะนำปรกึ ษาแนวทางการดำเนิน ชีวิตแกบ่ ตุ รหลานของตนเองและผ้อู ืน่ ระดบั ท่ี ๓ มรี ะดบั ท่ี ๒ และมผี ลการดำเนนิ งานในการให้คำแนะนำ ปรกึ ษาแนวทางการดำเนินชีวิต บตุ รหลาน ระดบั ท่ี ๑ มีวถิ ีชีวิตเปน็ ที่ยอมรบั ของชมุ ชน ระดบั ที่ ๒ มรี ะดบั ที่ ๑และ สามารถให้คำแนะนำทดี่ ีในการประพฤติ ปฏิบัตติ น ระดับที่ ๓ มีระดบั ท่ี ๒ และบตุ รหลานสามารถปฏิบัติตามแบบอย่างทด่ี ี ได้
มาตรฐาน ด้านปัจจยั มี ๗ มาตรฐาน ๑๙ ตัวบ่งชี้ มาตรฐานที่ ตัวบง่ ช้ีที่ ๑. ใหค้ วามรู้ ประสบการณ์ในการดแู ล ชว่ ย ๑๓. ศาสนบุคคล ชมุ ชน สื่อมวลชน หน่วยงาน และ ผเู้ รียนตามบทบาทหนา้ ที่ องคก์ รท่เี ก่ียวขอ้ งมสี ่วนรว่ มใน การส่งเสรมิ สนับสนุนงานแนะ ๒. เป็นแหลง่ สนบั สนุนทรัพยากรในการดำเน แนว แนะแนว
30 นการแนะแนว ยเหลือ เกณฑ์การประเมนิ นนิ งาน ระดบั ท่ี ๑ ให้ความรู้ และประสบการณ์ เพ่อื เสรมิ สรา้ งคุณธรรม จรยิ ธรรม ระดับท่ี ๒ มีระดับท่ี ๑ และมีสว่ นร่วมในการดำเนินงานแนะแนว ระดบั ท่ี ๓ มีระดบั ที่ ๒ และเปน็ ผู้นำในการให้ความรแู้ ละประสบการณ์ ในการดแู ลช่วยเหลือผู้เรยี น ระดบั ท่ี ๑ ใหข้ ้อมูลที่เป็นประโยชนต์ ่อการดแู ลช่วยเหลอื ผู้เรียน ระดบั ท่ี ๒ มรี ะดับท่ี ๑ และ เป็นแหลง่ ความรู้ แหล่งวทิ ยาการ แหลง่ ฝกึ งาน แหล่งฝึกอาชีพ ระดบั ท่ี ๓ มรี ะดบั ท่ี ๒ และ ใหก้ ารสนับสนุนดา้ นทุนทรัพยแ์ ละวสั ดุ อปุ กรณ์ในการดำเนินงานแนะแนว
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130