134 สงเสริมสุขภาพ (X� = 4.37, S.D.= 1.04) รางกายและเส้ือผาสะอาด (X� = 4.36, S.D.= 0.91) สายตาและการไดย นิ ปกติ (X� = 4.36, S.D.= 0.99) ปราศจากโรคภัยไขเจ็บ (X� = 4.35, S.D.= 0.96) รับประทานอาหารท่ีมีประโยชนตอรางกาย (X� = 4.35, S.D.= 0.98) ) มีน้ําบริโภคท่ีปลอดภัยและ เพียงพอ (X� = 4.35, S.D.= 1.07) และมีคาเฉลี่ยนอยท่ีสุด มีสุขภาพชองปากที่ดี (X� = 4.32, S.D.= 0.94) 3. ผลการวิเคราะหขอมูลดานสุขภาวะทางจิต ปรากฏผลสรุปขอมูลลงตารางประกอบการ บรรยายดงั รายละเอียดใน ตารางที่ 4.9 ตารางท่ี 4.9 คาเฉล่ีย สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และระดับสุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี ดา นสขุ ภาวะทางจิต ดา นสขุ ภาวะทางจิต X� S.D. ระดบั 1. มีสติ 4.43 0.83 มาก 2. มีสมาธิ 4.24 0.79 มาก 3. ไมเห็นแกต ัว 4.14 0.93 มาก 4. อารมณค งที่ 4.15 0.91 มาก 5. ราเรงิ แจมใส 4.31 0.89 มาก 6. เขม แขง็ อดทน 4.15 0.86 มาก 7. มีความเมตตา กรุณา 4.27 0.90 มาก 8. มองคนรอบขา งในแงด ี 4.16 0.94 มาก 9. มีความเช่อื ม่ันในตนเอง 4.22 0.90 มาก 10. ความสามารถในการเรียนรู 4.32 0.84 มาก 11. ความสามารถในการตดั สนิ ใจ 4.18 0.82 มาก 12. มีสมาธิในการทํางาน และต้งั ใจเรียน 4.16 0.83 มาก 13. มีจิตสาธารณะ และเสียสละเพ่ือสวนรวม 4.18 0.88 มาก รวม 4.22 0.87 มาก จากตาราง 4.9 พบวา สุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี ดานสุขภาวะทางจิต โดยภาพรวมอยูในระดับมาก (X� = 4.22,
135 S.D.= 0.93) โดยการจัดอันดับตามคาเฉล่ียจากมากไปหานอยดังนี้ มีคาเฉลี่ยมากที่สุด คือ มีสติ (X� = 4.43, S.D.= 0.83) ความสามารถในการเรียนรู (X� = 4.32, S.D.= 0.84) ราเริง แจมใส (X� = 4.31, S.D.= 0.89) มีความเมตตา กรุณา(X� = 4.27, S.D.= 0.90) มีสมาธิ (X� = 4.24, S.D.= 0.79) มีความเชื่อม่ันในตนเอง (X� = 4.22, S.D.= 0.90) มีจิตสาธารณะ และเสียสละเพื่อ สวนรวม (X� = 4.18, S.D.= 0.88) ความสามารถในการตัดสินใจ (X� = 4.18, S.D.= 0.82) มองคนรอบขางในแงดี (X� = 4.16, S.D.= 0.94) สมาธิในการทํางาน และตั้งใจเรียน (X� = 4.16, S.D.= 0.83) อารมณคงที่ (X� = 4.15, S.D.= 0.91) เขมแข็ง อดทน (X� = 4.15, S.D.= 0.86) และมี คาเฉลยี่ นอยท่สี ุด ไมเห็นแกต วั (X� = 4.14, S.D.= 0.93) 4. ผลการวเิ คราะหข อมูลดานสุขภาวะทางสังคม ปรากฏผลสรุปขอมูลลงตารางประกอบการ บรรยายดังรายละเอียดใน ตารางที่ 4.10 ตารางท่ี 4.10 คาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับสุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี ดานสุขภาวะทางสังคม ดานสุขภาวะทางสังคม X� S.D. ระดบั 1. มีครอบครวั ท่ีอบอนุ 4.15 0.83 มาก 2. ปรบั ตัวเขากบั ส่ิงแวดลอ มได 4.14 0.82 มาก 3. มบี ทบาทและหนาทใี่ นสงั คม 4.16 0.83 มาก 4. อยรู ว มกับผูอืน่ ไดอ ยางมคี วามสขุ 4.10 0.90 มาก 5. ใหความยุตธิ รรมกับเพอ่ื นรวมงาน 4.17 0.97 มาก 6. ไมเลนการพนนั หรอื เทย่ี วกลางคืน 4.26 1.01 มาก รวม 4.16 0.89 มาก จากตาราง 4.10 พบวา สุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี ดานสุขภาวะทางสังคม โดยภาพรวมอยูในระดับมาก (X� = 4.16, S.D.= 0.89) โดยการจดั อนั ดับตามคาเฉลี่ยจากมากไปหานอยดังน้ี มีคาเฉล่ียมากที่สุด คือ ไมเลนการ พนัน หรือเท่ียวกลางคืน (X� = 4.26, S.D.= 1.01) ใหความยุติธรรมกับเพ่ือนรวมงาน (X� = 4.17, S.D.= 0.97) มีบทบาทและหนาท่ีในสังคม (X� = 4.16, S.D.= 0.83) มีครอบครัวท่ีอบอุน (X� = 4.15,
136 S.D.= 0.83) ปรับตัวเขากับส่ิงแวดลอมได (X� = 4.14, S.D.= 0.82) และมีคาเฉลี่ยนอยท่ีสุด อยรู วมกบั ผูอ่ืนไดอยา งมคี วามสุข (X� = 4.10, S.D.= 0.90) 4. ผลการวิเคราะหขอมูลดานสุขภาวะทางจิตวิญญาณ ปรากฏผลสรุปขอมูลลงตาราง ประกอบการบรรยายดังรายละเอียดใน ตารางท่ี 4.11 ตารางที่ 4.11 คาเฉล่ีย สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และระดับสุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี ดา นสุขภาวะทางจติ วิญญาณ ดา นสขุ ภาวะทางจติ วิญญาณ X� S.D. ระดับ 1. ใฝเ รียนรู 4.29 0.83 มาก 2. มปี ฏภิ าณไหวพริบ 4.17 0.85 มาก 3. มคี วามเปนตัวของตัวเองสงู 4.28 0.84 มาก 4. มคี วามสามารถในการแสดงออก 4.22 0.88 มาก 5. อนุรกั ษธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ ม 4.29 0.80 มาก 6. มีสติปญ ญารอบรแู ละเทา ทนั คนอื่น 4.24 0.85 มาก รวม 4.25 0.84 มาก จากตาราง 4.11 พบวา สุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา มัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี ดานสุขภาวะทางจิตวิญญาณ โดยภาพรวมอยูในระดับมาก (X� = 4.25, S.D.= 0.84) โดยการจัดอันดับตามคาเฉลี่ยจากมากไปหานอยดังน้ี มีคาเฉลี่ยมากที่สุด คือ อนุรักษธรรมชาติและส่ิงแวดลอม (X� = 4.29, S.D.= 0.80) ใฝเรียนรู (X� = 4.29, S.D.= 0.83) มีความเปนตัวของตัวเองสูง (X� = 4.28, S.D.= 0.84) มีสติปญญารอบรูและเทาทันคนอื่น (X� = 4.24, S.D.= 0.85) มีความสามารถในการแสดงออก (X� = 4.22, S.D.= 0.88) และมีคาเฉลี่ยนอย ที่สุด มปี ฏิภาณไหวพริบ (X� = 4.17, S.D.= 0.85) 4.2.4 การวิเคราะหการบริหารกิจกรรมลูกเสือท่ีสงผลตอการพัฒนาสุขภาวะของผูเรียนใน โรงเรยี น สงั กัดสาํ นักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จงั หวัดปทุมธานี
137 ตารางที่ 4.12 คาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธการวิเคราะหการบริหารกิจกรรมลูกเสือที่สงผลตอ การพัฒนาสุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา มธั ยมศึกษา เขต 4 จงั หวัดปทมุ ธานี ตัวแปร X1 X2 X3 X4 Ytot 1 1 1 1 ดา นการบริหารท่ัวไป (X1) .933** .945** ดานบุคลากร (X2) .905** ดานการสนบั สนนุ และสง เสริมการจดั การเรียน การสอนกิจกรรมลกู เสือ (X3) .925** .941** .955** 1 ดานการตดิ ตามประเมินผล (X4) .721** .727** .759** .745** การพฒั นาสุขภาวะของผเู รียนในโรงเรียน (Ytot) **มนี ยั สาํ คญั ทางสถิตทิ ร่ี ะดับ .01 จากตารางท่ี 4.12 พบวาการบริหารกิจกรรมลูกเสือ มีความสัมพันธกันในทางบวกกับ สุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน โดยมีคาสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธเทากับ 0.759 อยางมีนัยสําคัญทาง สถิติท่ีระดับ .01 สวนคาสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธระหวางการพัฒนาสุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน มี ความสัมพันธทางบวกกับการบริหารกิจกรรมลูกเสือ ดานการสนับสนุนและสงเสริมการจัดการเรียน การสอนกิจกรรมลูกเสือ (X3) (r=0.759) ดานการติดตามประเมินผล (X4) (r=0.745) ดานบุคลากร (X2) (r=0.727) และดานการบริหารทั่วไป (X1) (r=0.721) อยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 สามารถวิเคราะหการถดถอยเชิงพหุคูณแบบ ข้ันตอน (Stepwise multiple regression analysis) โดยพจิ ารณาตัวแปรทีน่ ําเขาสมการ ดงั น้ี
138 ตารางที่ 4.13 การวิเคราะหการถดถอยพหุคูณแบบข้ันตอนการบริหารกิจกรรมลูกเสือที่สงผลตอ การพัฒนาสุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา มัธยมศึกษา เขต 4 จังหวดั ปทุมธานี ตวั แปรทไ่ี ดร บั คัดเลือกเขาสมการ คาสัมประสทิ ธิ์ คะแนนดบิ คา t p มาตรฐาน คา คงท่ี 2.316 26.124 0** ดานการสนบั สนนุ และสง เสริมการจัดการเรียน 0.379 0.59 7.007 0** การสอนกิจกรรมลกู เสือ (x3) 0.126 0.187 2.22 0.027** ดา นการบรหิ ารทั่วไป (x1) R = 0.763, R2= 0.583, F = 226.219, p = .027 **มีนัยสาํ คญั ทางสถิตทิ รี่ ะดบั 0.01 จากตารางท่ี 4.13 พบวา ตัวแปรท่ไี ดร บั การคดั เลอื กเขา สมการ เรยี งลาํ ดับความสําคัญ ไดแก ดานการสนับสนุนและสงเสริมการจัดการเรียนการสอนกิจกรรมลูกเสือ (x3) ดานการบริหารท่ัวไป (x1) ตามลําดับ สามารถอธิบายความแปรปรวนของการบริหารกิจกรรมลูกเสือสงผลตอการพัฒนา สุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัด ปทุมธานี ไดอยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 มีคาสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธพหุคูณเทากับ 0.763 (R = 0.0.763) ซึ่งตัวแปรท้ังสองรวมกันอธิบายความแปรปรวนของการบริหารกิจกรรมลูกเสือ สังกัด สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี ไดรอยละ 58.3 (R2= 0.583) สามารถเขียนแสดงความสมั พันธในรปู สมการพยากรณได ดงั นี้ สมการพยากรณในรปู คะแนนดิบ (Y′) Y′= 2.316 + 0.379 (x3) + 0.126 (x1) (R2= 0.583) สมการพยากรณใ นรปู คะแนนมาตรฐาน (Zy′) Zy′= 0.59 (x3) + 0.187 (x1) (R2= 0.583)
139 ดานการสนบั สนุนและสง เสริมการจดั สุขภาวะของผเู รียน (Ytot) การเรยี นการสอนกิจกรรมลกู เสอื (X3) ดานการบรหิ ารทัว่ ไป (X1) แผนภาพท่ี 4.1 ขอคนพบการบริหารกิจกรรมลูกเสือที่สงผลตอการพัฒนาสุขภาวะของผูเรียน ในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัด ปทุมธานี ทมี่ ีความสมั พันธก ันในทางบวกมากทสี่ ดุ 4.3 สรุป ผลการวิเคราะหขอ มูลโดยกลุมตวั อยางจํานวนทั้งส้ิน 327 คน จากประชากรซึ่งเปนบุคลากร ในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี คือ ผูอํานวยการ สถานศึกษา และครูผูสอนกิจกรรมลูกเสือ พบวา การบริหารกิจกรรมลูกเสือของผูบริหารโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต4 จังหวัดปทุมธานี อยูในระดับปานกลาง อธิบาย ความแปรปรวนของการบรหิ ารกจิ กรรมลกู เสือ สังกัดสาํ นกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี ไดรอยละ 58.3 (R2 = 0.583) คือ ดานการสนับสนุนและสงเสริมการจัดการเรียน การสอนกจิ กรรมลกู เสือ และดานการบรหิ ารทวั่ ไป อยา งมีนยั สาํ คัญทางสถิตทิ ่ีระดับ 0.01
บทท่ี 5 สรุป อภิปรายผล และขอ เสนอแนะ งานวิจัยเร่ือง “การบริหารกิจกรรมลูกเสือที่สงผลตอการพัฒนาสุขภาวะของผูเรียนใน โรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี” เปนการวิจัยเชิง พรรณนา (Descriptive Research) มีวัตถุประสงค 3 ประการ คือ (1) เพ่ือศึกษาสภาพการบริหาร กิจกรรมลูกเสือโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี (2) เพ่ือศึกษาสุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี และ (3) เพื่อศึกษาการบริหารกิจกรรมลูกเสือที่สงผลตอการพัฒนาสุขภาวะของ ผเู รียนในโรงเรยี น สังกดั สาํ นักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวดั ปทุมธานี คัดเลือกกลุมตัวอยางจํานวนท้ังสิ้น 327 คน จากประชากรซึ่งเปนบุคลากรทางการศึกษาใน สถานศึกษาสังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี คือ (1) ผูอาํ นวยการสถานศกึ ษา/รองผูอํานวยการสถานศกึ ษา และ (2) ครูผูสอนกิจกรรมลูกเสือ เคร่ืองมือที่ ใชใ นการวจิ ัย ไดแ ก แบบสอบถามการบรหิ ารกิจกรรมลกู เสอื ทสี่ ง ผลตอการพัฒนาสุขภาวะของผูเรียน ในโรงเรยี น สังกดั สาํ นกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี ที่มีคาสัมประสิทธิ์ ความเชือ่ ม่ันเทากับ 0.99 การวิเคราะหขอมูลเกี่ยวกับสถานภาพของผูตอบแบบสอบถาม ใชสถิติการแจกแจงความถี่ (Frequency) และคารอยละ (Percentage) สวนการวิเคราะหขอมูลเก่ียวกับการบริหารกิจกรรม ลูกเสือโรงเรียน และสุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี ใชสถิติเชิงพรรณนา ไดแก การวิเคราะหหาคาเฉลี่ย (Mean) และสวน เบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) พรอมการแปลผลตามเกณฑท่ีไดกําหนดเอาไว สําหรับ การวิเคราะหความสัมพันธระหวางการบริหารกิจกรรมลูกเสือกับการพัฒนาสุขภาวะของผูเรียนใน โรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี ดําเนินการโดยใช สถิติการวิเคราะหหาคาสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ (Correlation coefficient) และ การวิเคราะหการ ถดถอยพหคุ ณู (Stepwise Multiple Regression Analysis)
141 5.1 สรุปผลการวิจัย 5.1.1 สถานภาพของผตู อบแบบสอบถาม ผูตอบแบบสอบถามจํานวนท้ังส้ิน 327 คน สวนใหญเปนเพศหญิง จํานวนรอยละ 66.70 และเพศชายจํานวนรอยละ 33.30 เปนผูที่มีอายุ 31 - 40 ป จํานวน 146 คน และมีการศึกษาสูงสุด อยูในระดับปริญญาตรีจํานวนรอยละ 59.00 รองลงมาเปนผูมีการศึกษาในระดับปริญญาโทจํานวน รอยละ 38.20 และปรญิ ญาเอกจํานวนรอยละ 2.80 ผูตอบแบบสอบถามสวนใหญดํารงตําแหนงในสายงานของครูผูสอนคิดเปนจํานวนรอยละ 93.30 สว นผดู าํ รงตําแหนงผอู าํ นวยการหรอื รองผูอํานวยการ พบวา มีจาํ นวนรอยละ 6.70 ในการศึกษาขอมูลเก่ียวกับประสบการณในงานบริหารกิจกรรมลูกเสือของผูตอบ แบบสอบถาม พบวา สว นใหญเ ปนผูมีประสบการณการทํางานในตําแหนงปจจุบัน 6 – 10 ป จํานวน รอยละ 45.30 รองลงมาเปนผูมีประสบการณทํางานในตําแหนงไมเกิน 5 ป และตั้งแต 26 ป ขึ้นไป (รอยละ 30.00) ระหวาง 21 – 25 ป (รอยละ 18.00) ระหวาง 16 – 20 ป (รอยละ 4.00) สวนผูมี ประสบการณท ํางาน 11 – 15 ป นน้ั พบวา มีจํานวนเพียงรอยละ 2.80 5.1.2 สรุปผลการวิจัย จากการวเิ คราะหข อมูลเกย่ี วกบั การบริหารกิจกรรมลูกเสือที่สงผลตอการพัฒนาสุขภาวะของ ผูเรียนในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี สรุปผลได ดงั น้ี 1. การบริหารกิจกรรมลูกเสือโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จงั หวัดปทุมธานี จากการวิเคราะหข อ มูลปรากฏผลการศึกษา ดงั น้ี การบริหารกิจกรรมลูกเสือโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี โดยภาพรวมอยูในระดับปานกลาง (X� = 3.46) เมื่อศึกษาเปนรายดานปรากฏ ผลการวจิ ยั สรุปไดดงั นี้ 1.1 ดานการบริหารทั่วไป โดยภาพรวมอยูในระดับปานกลาง (X� = 3.47) เม่ือศึกษาใน รายละเอียด พบวา ประเด็นจัดทําทะเบียน หลักฐาน จัดตั้งกลุม กองลูกเสือครบถวนตาม พ.ร.บ. ลูกเสือ กฎกระทรวง ขอบังคับท่ีเกี่ยวกับลูกเสืออยูในอันดับสูงสุด รองลงมา คือ ประเด็นความ เพยี งพอวัสดุ อุปกรณ เอกสาร ตาํ รา สอื่ คมู อื การบริหารกิจกรรมลูกเสือ สวนประเด็นที่มีอยูในอันดับ ตํ่าท่สี ุด คอื ประเด็นการบรหิ ารกจิ กรรมลกู เสอื เสริมสรา งความสมั พนั ธชุมชน การชวยเหลอื สงั คม 1.2 ดา นบุคลากร โดยภาพรวมอยใู นระดบั ปานกลาง (X� = 3.44) เม่ือศกึ ษาในรายละเอียด พบวา ประเด็นมีการแตงต้ังผูบังคับบัญชาลูกเสือโรงเรียนตามข้ันตอน ตาม พรบ.ลูกเสือ พ.ศ.2551
142 อยใู นอันดบั สูงสุด รองลงมา คือ ประเด็นการวางแผน ประชุมช้ีแจงบุคลากรที่เก่ียวของในการบริหาร กิจกรรมลูกเสือ สวนประเด็นที่มีอยูในอันดับต่ําท่ีสุด คือ ประเด็นการใหขวัญกําลังใจในการจัด กิจกรรมลกู เสือแกบุคลากรท่ปี ฏิบัติ 1.3 ดานการสนับสนุนและสงเสริมการจัดการเรียนการสอนกิจกรรมลูกเสือ โดย ภาพรวมอยูในระดับมาก (X� = 3.51) เมื่อศึกษาในรายละเอียด พบวา ประเด็นกิจกรรมวันสําคัญ พิธี เปด-ปด การประชุมกองในการจัดกิจกรรมลูกเสือและพิธีการทางลูกเสืออยูในอันดับสูงสุด รองลงมา คือ ประเด็นการทํางานรวมกันเปนหมูคณะในการจัดกิจกรรมลูกเสือ สวนประเด็นที่มีอยูในอันดับตํ่า ทีส่ ุด คอื ประเด็นเขารว มปฏบิ ัตกิ ิจกรรมลกู เสอื กับชุมชน ระดบั เขตพ้นื ที่/ระดบั จงั หวัด/ระดับชาติ 1.4 ดา นการตดิ ตามประเมินผล โดยภาพรวมอยใู นระดับปานกลาง (X� = 3.44) เมื่อศึกษา ในรายละเอียด พบวา ประเด็นผูเกี่ยวของนําเกณฑการประเมินคุณภาพลูกเสือ ภายในสถานศึกษา ของสํานักงานลูกเสือแหงชาติมาใชในการประเมินอยูในอันดับสูงสุด รองลงมา คือ ประเด็นแตงตั้ง คณะกรรมการ คณะทาํ งาน ติดตามและประเมินผลการบริหารการจัดกิจกรรมลกู เสืออยางชัดเจนและ มรี ะบบ สวนประเดน็ ที่มีอยใู นอันดบั ต่าํ ท่ีสดุ คอื ประเด็นการกําหนดนโยบายติดตามประเมินผล การ บริหารกิจกรรมลกู เสือ 2. สุขภาวะของผเู รียนในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จงั หวดั ปทุมธานี จากการวเิ คราะหข อมูลปรากฏผลการศึกษา ดงั นี้ สุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จงั หวดั ปทมุ ธานี โดยภาพรวมอยูในระดับมาก (X� = 4.27) เม่ือศึกษาเปนรายดานปรากฏผลการวิจัย สรปุ ไดดงั น้ี 2.1 ดานสุขภาวะทางกาย โดยภาพรวมอยูในระดับมาก (X� = 4.43) เมื่อศึกษาใน รายละเอียด พบวา ประเด็นมีนํ้าหนักตัวและสวนสูงตามเกณฑอยูในอันดับสูงสุด รองลงมา คือ ประเด็นปลอดภยั จากสารพษิ สว นประเดน็ ท่ีมอี ยูในอนั ดบั ตํา่ ทีส่ ดุ คือ ประเด็นมีสขุ ภาพชองปากทีด่ ี 2.2 ดานสุขภาวะทางจิต โดยภาพรวมอยูในระดับมาก (X� = 4.22) เม่ือศึกษาใน รายละเอียด พบวา ประเด็นมีสติอยใู นอันดับสูงสุด รองลงมา คือ ประเด็นความสามารถในการเรียนรู สว นประเดน็ ที่มีอยใู นอนั ดับตํา่ ทสี่ ดุ คอื ประเดน็ ไมเหน็ แกต วั 2.3 ดานสุขภาวะทางสังคม โดยภาพรวมอยูในระดับมาก (X� = 4.16) เมื่อศึกษาใน รายละเอียด พบวา ประเด็นไมเลนการพนัน หรือเที่ยวกลางคืนอยูในอันดับสูงสุด รองลงมา คือ ประเด็นใหความยุติธรรมกับเพื่อนรวมงาน สวนประเด็นท่ีมีอยูในอันดับตํ่าที่สุด คือ ประเด็นอยู รวมกบั ผูอนื่ ไดอยางมีความสุข
143 2.4 ดานสุขภาวะทางจิตวิญญาณ โดยภาพรวมอยูในระดับมาก (X� = 4.25) เม่ือศึกษาใน รายละเอียด พบวา ประเด็นใฝเรียนรูอยูในอันดับสูงสุด รองลงมา คือ ประเด็นอนุรักษธรรมชาติและ ส่งิ แวดลอม สว นประเด็นทมี่ อี ยูใ นอนั ดับตํา่ ทสี่ ุด คอื ประเด็นมปี ฏิภาณไหวพรบิ 3. การบริหารกิจกรรมลูกเสือที่สงผลตอการพัฒนาสุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน สังกัด สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 4 จงั หวัดปทุมธานี พบวาการบริหารกิจกรรมลูกเสือ มีความสัมพนั ธกันในทางบวกกับสขุ ภาวะของผูเรียนในโรงเรยี น ตวั แปรท่ีไดรับการคัดเลือกเขาสมการ เรยี งลําดับความสําคัญ ไดแก ดานการสนับสนุนและสงเสริมการจัดการเรียนการสอนกิจกรรมลูกเสือ (x3) ดานการบริหารทั่วไป (x1) ตามลําดับ สามารถอธิบายความแปรปรวนของการบริหารกิจกรรม ลูกเสือสงผลตอการพัฒนาสุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี ไดอยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 มีคาสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธพหุคูณเทากับ 0.763 (R = 0.0.763) ซึ่งตัวแปรท้ังสองรวมกันอธิบายความแปรปรวนของ การบริหารกิจกรรมลูกเสือ สังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี ไดรอยละ 58.3 (R2= 0.583) สามารถเขยี นแสดงความสมั พันธในรูปสมการพยากรณได ดังนี้ สามารถเขยี นแสดงความสัมพนั ธในรปู สมการพยากรณได ดังน้ี สมการพยากรณในรูปคะแนนดบิ (Y′) Y′= 2.316 + 0.379 (x3) + 0.126 (x1) (R2= 0.583) สมการพยากรณใ นรปู คะแนนมาตรฐาน (Zy′) Zy′= 0.59 (x3) + 0.187 (x1) (R2= 0.583) 5.2 อภิปรายผลการวิจัย ผลการวิจัยครั้งนี้ มีประเด็นสําคัญท่ีควรนํามาพิจารณาเพ่ือใหทราบสภาพที่แทจริงของการ บริหารกิจกรรมลูกเสือที่สงผลตอการพัฒนาสุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 4 จังหวดั ปทุมธานี โดยสามารถนํามาอภปิ รายผลได ดังน้ี 1. การบริหารกิจกรรมลูกเสือโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี จากผลการวิจัย พบวา การบริหารกิจกรรมลูกเสือโรงเรียน สังกัดสํานักงาน เขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี อยูในระดับปานกลาง ทั้งโดยภาพรวม ราย ดานและรายขอ ท้ังนี้เพราะงานทั้ง 4 ดาน 1) ดานการบริหารทั่วไป 2) ดานบุคลากร 3) ดานการจัด กิจกรรมลูกเสือ และ 4) ดานการติดตามประเมิน เปนองคประกอบท่ีสําคัญตอการบริหารงานลูกเสีอ ภายในโรงเรียนท่ีผูบริหารตองใหความสําคัญเปนอยางยิ่งเพื่อใหเปนกิจกรรมบังคับตามหลักสูตรที่
144 สถานศึกษาจะตอ งปฏบิ ตั ใิ หเปนไปตามหลกั สูตรและวตั ถปุ ระสงคของหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในการดําเนินการบรหิ ารกิจกรรมลูกเสือในสถานศึกษาใหสําเร็จบรรลุตาม วัตถุประสงคอยางมีประสิทธิภาพ ดังความหมายของกิจกรรมพัฒนาผูเรียนมุงพัฒนาผูเรียนใหใชองค ความรู ทักษะและเจตคติจากการเรียนรู และประสบการณของผูเรียนมาปฏิบัติกิจกรรมเพ่ือชวยให ผูเรยี นเก็ตสมรรถนะสําคญั ไดแ ก ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถ ในการแกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต และความสามารถในการใชเทคโนโลยี (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551, หนา 15) ซ่ึงผูบริหารสถานศึกษาตองใหความสําคัญในกิจกรรมลูกเสือ มีการประชุมช้ีแจงในแนวนโยบายใหผูรับผิดชอบใหชัดเจน จัดทําโครงสรางการบริหารตามแผนผัง องคกร จัดแตงต้ังผูบังคับบัญชาใหเพียงพอกับจํานวนกองลูกเสือในโรงเรียน รวมท้ังสงเสริมให บุคลากรเขารว มพัฒนาตนเองตานลูกเสอื เสริมสรา งขวัญและกําลังใจใหผูปฏิบัติหนาที่ประกาศเกียรติ คณุ ยกยอง ในสวนหลักสูตรควรมีการประชุมจัดทําแผนบูรณาการรวมกัน ใหลูกเสือเลือกวิชาพิเศษท่ี เหมาะสม สรางความตระหนักใหลูกเสือเห็นคุณคาของการบําเพ็ญประโยชน จัดทําภารกิจดาน การเงินตามระเบียบลูกเสือ รวมทั้งกําหนดกรอบงบประมาณกิจกรรมไวลวงหนา และการระดมทุน จากหนวยงานภายนอกก็เปนสิ่งสําคัญ การกํากับติดตามปฏิทินปฏิบัติงาน การเผยแพรกิจกรรม ลูกเสือ จัดทําสารสนเทศใหเปนปจจุบัน และรายงานกิจกรรมลูกเสือตามระเบียบ และเปนไปตาม ความมุงหวังของหลักสูตรลูกเสือสามัญรุนใหญ เพื่อพัฒนาเยาวชนในทางกาย จิตใจ ศีลธรรม และ สงั คมใหม ีความสามารถชวยตนเองได ปกปองตนเองใหพนจากโรคภัยอันตรายตาง ๆ สามารถพัฒนา ตนเองได ซึ่งสอดคลองกับงานวิจัยของศุภฤกษ ศิโรทศ (2561) ไดทําวิจัยเกี่ยวกับแนวทางการ บริหารงานกิจกรรมลูกเสือสามัญรุนใหญ สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5 ผลการวิจัยพบวา แนวทางการบริหารงานกิจกรรมลูกเสือสามัญรุนใหญ สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5 ดานการจัดกิจกรรมลูกเสือ ประกอบดวยแนวทางที่สําคัญ คือ 1) สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเหมาะสมกับความสนใจ ความสามารถของผูเรียน 2) ประสานความรวมมือในการทํางานรวมกันเปนหมูคณะในการจัดกิจกรรมลูกเสือ 3) ผูบริหารสงเสริม สนับสนุนใหบุคลากรทางการลูกเสือและลูกเสือเขารวมปฏิบัติ กิจกรรมลูกเสือกับชุมชน ระดับเขต พ้นื ท/่ี ระดบั จังหวัด/ระดบั ชาติ เมื่อพิจารณาผลการวิจัยเปนรายดาน พบวา ดานการสนับสนุนและสงเสริมการจัดการ เรียนการสอนกิจกรรมลูกเสือ ผลการวิจัย พบวา อยูในระดับมาก และมีระดับมากที่สุดกวาทุกดาน ท้ังน้ีเน่ืองจากสถานศึกษาไดใหความสําคัญในการบริหารกิจกรรมลูกเสือในสวนของการบริหาร หลักสูตรดานนโยบายดังจะเห็นไดจากการกําหนดบทบาทหนาท่ีและความรับผิดชอบของ ผูบังคับ บัญชาลูกเสือและลูกเสือไวอยางชัดเจน การแตงต้ังผูกํากับลูกเสือและรองผูกํากับลูกเสือ การจัดใหมี ครูบุคลากรที่รับผิดชอบในการบริหารหลักสูตรกิจกรรมลูกเสือ และการจัดใหมีแผนงานดัานการจัด
145 กิจกรรมลูกเสอื และในสวนของการบรหิ ารหลักสตู รดานการจัดการเรียนการสอน ดังจะเห็นไดจากการ จดั แบง เนอ้ื หาสาระที่ใชใ นการจดั กจิ กรรมลูกเสอื ในแตละภาคเรียนไดอยางเหมาะสม การกําหนดใหมี การจัดทําแผนและโครงการจดั กจกรรมลูกเสือ การกําหนดใหใชวิธีการเปด-ปดการประชุมกองทุกครั้ง การมุงเนนการทํางานเปนระบบหมู เนนใหผูเรียนไดฝกทักษะภาคปฏิบัติอยางจริงจัง และการกํากับ ดแู ลการจดั กจิ กรรมลูกเสือใหเปนไปตามแผนการจัดกจกรรมท่ีกําหนดไวซ่ึงสถานศึกษาไดดําเนินการ ไวอยางชัดเจน สอดคลองและสนับสนุนสงเสริมวัตถุประสงคของคณะลูกเสือแหงชาติ สอดคลองกับ งานวจิ ัยของสนิท แสงจันทร (2553) ท่ีไดศ ึกษาสภาพการบริหารหลกั สตู รกจิ กรรมพัฒนาผูเรียน ดาน กิจกรรมลูกเสือในสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน สังกัดสํานกงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิเขต 1 พบวา สภาพการบริหารหลักสูตรกจิ กรรมพฒั นาผูเรียน ดา นกจิ กรรมลูกเสือในสถานศึกษา ข้ันพื้นฐาน สังกัด สาํ นกั งานเขตพ้ืนททกี่ ารศึกษาชัยภูมิเขต 1 โดยภาพรวม มีสภาพการบริหารหลักสูตรกิจกรรมพัฒนา ผูเ รยี น ดา นกิจกรรมลูกเสืออยใู นระดับปานกลาง โดยดานการจัดการเรียนการสอน และดานนโยบาย มีสภาพการบริหารหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผูเรียนอยูในระดับมาก สอดคลองกับงานวิจัยของ อมรรัตน สุทธิสาร(2562, หนา 89) ศึกษาสภาพและปญหาการจัดกิจกรรมลูกเสือสามัญรุนใหญใน โรงเรียนสงั กดั สํานกั งานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาในจงั หวัดนครพนม ผลการวิจัยพบวา 1) สภาพและปญหา การจัดกิจกรรมลูกเสือสามัญรุนใหญอยูในระดับมาก และปานกลาง ตามลําดับ 2) ความคิดเห็นของ ผูบริหารและครูตอสภาพและปญหาการจัดกิจกรรมลูกเสือสามัญรุนใหญ ไมแตกตางกันและแตกตาง กันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ตามลําดับ 3) ผูบริหารและครูท่ีปฏิบัติหนาที่ในโรงเรียนท่ีมี ขนาดตา งกนั มคี วามคดิ เหน็ ตอสภาพและปญ หาการจัดกจิ กรรมลกู เสอื สามญั รุนใหญ แตกตางกันอยาง มีนัยสําคัญที่สถิติ .05 4) ผูบริหารและครูในเขตพื้นท่ีแตกตางกันมีความคิดเห็นตอสภาพและปญหา การจัดกิจกรรมลูกเสอื สามญั รนุ ใหญไ มแ ตกตา งกนั 5) แนวทางพัฒนาการจัดกิจกรรมลูกเสือสามัญรุน ใหญในโรงเรียนสังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาในจังหวัดนครพนม 5 ดาน ไดแก ดานครูผูสอน ดานการจัดการเรียนการสอน ดานสื่อการเรียนการสอน ดานการนิเทศ ติดตาม ดานการวัด และ ประเมนิ ผล และ ชยั วฒุ ิ สังขขาว (2558) พบวา สถานศึกษาควรสงเสริมใหครูผูสอนมีความเขาใจเร่ือง หลักสูตรลูกเสืออยางถูกตอง จัดทําแผนฝกอบรม 6 ภาคเรียนแบบบูรณาการ การประชุมกองราย สปั ดาห จัดใหมรี ะเบยี บลูกเสอื ของกอง ทั้งนอ้ี าจเปนเพราะวาการจัดการเรียน การสอนของครูลูกเสือ ในปจจุบันไมมีความเหมาะสมกับผูเรียน ไมเปนไปตามหลักสูตรและความสนใจของผูเรียน ครูผูสอน ไมมีวุฒทิ างลูกเสอื และไมเ ขา ใจหลักสูตร จงึ ไมใ หค วามสําคญั กบั การจดั การเรยี นการสอน ดานการบริหารท่ัวไป ผลการวิจัย พบวา อยูในระดับปานกลาง ท้ังนี้อาจเปนเพราะ สถานศึกษามีการวางแผนการจัดกิจกรรมใหครอบคลุมรอบดานรวมไปถึงไดรับความรวมมือจาก บุคลากรทางการลูกเสือและองคกรภายนอก สนับสนุนงบประมาณทางการบริหารกิจกรรมลูกเสือให เพียงพอหรือขอรับการสนับสนุนจากผูเกี่ยวของท้ังภาครัฐและเอกชน บุคลากรในสถานศึกษามีความ
146 รวมมือในการจัดกิจกรรมลูกเสือ ผูบริหารกําหนดนโยบาย วางแผน แตงตั้ง คณะทํางานในกิจกรรม ลูกเสือมีความชัดเจน ซึ่งสอดคลองกับงานวิจัยของศิรชัช สุทธิชาติ (2557) ไดศึกษาเกี่ยวกับ กระบวนการบริหารกิจกรรมลกู เสอื เนตรนารขี องผูบ ริหารกลุมเครือขายโรงเรียนตําบลทากออําเภอแม สรวยจังหวัดเชียงรายผลการวิจัยพบวาดานกระบวนการบริหารกิจกรรมลูกเสือในสวนตัวบงชี้การจัด องคกรพบวา ผบู รหิ ารกลุมเครอื ขา ยโรงเรยี นตําบลทากอ อําเภอแมสรวย จงั หวัดเชียงราย สวนใหญได มกี ารจัดองคก รในการบริหารกจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารใี นสถานศึกษาโดยยึดหลักการและวัตถุประสงค ของคณะลูกเสือแหงชาติ สอดคลองกับนิสิต ตั้งจิรวัฒนกุล (2559) ไดศึกษาความสัมพันธระหวาง ทรัพยากรการบริหารกับการจัดกจกรรมลูกเสือของโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา ประถมศึกษานครสวรรค เขต 3 พบวา โรงเรียนดําเนินงานกิจกรรมลูกเสืออยางเปนระบบ มีการจัด โครงสรางการบริหารและกําหนดบทบาทหนาทขี่ องผบู งั คับบัญชาลูกเสือ มีการประชุมส่ังการเก่ียวกับ การจัดกิจกรรมลูกเสือกําหนดแนวทางการปฏิบัติกิจกรรม การเผยแพรเปนอยางดีทั้งน้ีเนื่องจากมี บุคลากรเพียงพอ เขาใจกระบวนการทํางานขั้นตอนตาง ๆ ตามลําดับ มีการประสานงานกับผูที่มี ความรูความเขาใจ ทํางานรวมกนั มีเครือขายและท่ีปรึกษาในการดําเนินการกิจกรรมลูกเสือของ โรงเรียนใหเปนไปตามขอบังคับของคณะลูกเสือแหงชาติ และสอดคลองกับงานวิจัยของ วีระพันธ นันแกว (2552, หนา 34) ไดศึกษาวิจัยเรื่อง การบริหารงานลูกเสือในโรงเรียนปฏิรูปการศึกษา สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาอําเภอจุน จังหวัดพะเยา ที่พบวา โรงเรียนมีการจัดทําแผนงาน โดยยึด เอาวัตถุประสงค นโยบาย และงบประมาณเปนหลัก มีการวางแผนรวมกันระหวางครู ผูบริหารและ กรรมการลูกเสือในโรงเรียน โดยท่ัวไปในเรื่องนี้ กระทรวงศึกษาธิการไดออกระเบียบวาดวยการจัด กิจกรรมลูกเสือไว 11 ประการ สรุปไดวา ตองเปนไปเพื่อสงเสริมความสัมพันธอันดีระหวางนักเรียน และครู ตองปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ตองมีโครงการและระเบียบขอบังคับของ กจิ กรรมซ่ึงเปนของสถานศกึ ษา 2. สุขภาวะของผเู รียนในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี จากผลการวิจัย พบวา สุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ี การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี อยูในระดับมาก ทั้งโดยภาพรวม รายดานและรายขอ ท้งั นี้เพราะผูบริหาร และครูผูสอนตางมีความตองการพัฒนาสุขภาวะของนักเรียนในโรงเรียน ใหมีสุข ภาวะครบทั้ง 4 ดาน คือ สุขภาวะทางกาย สุขภาวะทางจิต สุขภาวะทางสังคม และสุขภาวะทางจิต วิญญาณหรือปญญา ซึ่งการพัฒนาสุขภาวะของนักเรียนในโรงเรียนในปจจุบันยังไมประสบผลสําเร็จ เทาที่ควร ซึ่งการปฏิรูปการศึกษาของไทยไดดําเนินการมาเปนระยะเวลาหลายป การจัดการเรียนรู อยางมคี วามสุขไมสามารถบรรลวุ ัตถปุ ระสงคด งั กลา วไดถามีเพียงบคุ คลใดบคุ คลหนง่ึ หรือหนวยงานใด หนวยงานหนึ่งเปนผูจัดการฝายเดียว ผูเก่ียวของทุกฝายตองเขามามีสวนรวม สงเสริมในการเรียนรู ของเดก็ ซ่งึ เปนทรัพยากรสําคญั ของประเทศในอนาคต โรงเรียนจึงมีหนาท่ีเสริมสรางคุณลักษณะท่ีพึง
147 ประสงคใ หเกดิ ข้นึ แกผ เู รียน เพอื่ บรรลเุ ปาหมายโดยเฉพาะดานมีสุข ซ่ึงสุขทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางจิตวิญญาณ สุขภาวะเปนแนวคิดสุขภาพที่มีความหมายในเชิงบวก โดยใหความสําคัญกับ พฤติกรรม และกิจกรรมของคนซ่ึงตอบสนองตอสุขภาวะของตนเองในทุกมิติอยางเปนพลวัตร สามารถปรับตัวอยูในสมดุล และบรรลุสุขภาวะตามศักยภาพท่ีแตละคนพึงมีได (สํานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา, 2549, หนา 23-24) สอดคลอ งกบั แนวคิดของประเวศ วะสี (2543, หนา 22) ให แนวคิดสุขภาพสอดคลองกับนิยามสุขภาพขององคการอนามัยโลกในบริบทของคนไทย ที่มีลักษณะ เปนอุดมการณที่เนนการสงเสริมสุขภาพและปองกันการเจ็บปวย มีองคประกอบ 4 มิติคือ สุขภาวะ ทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางจิตวิญญาณ และสํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริม สุขภาพ (2550, หนา 40) ไดเสนอองคประกอบของสุขภาวะ ประกอบดวยสุขภาวะทางรางกาย สุข ภาวะทางจติ ใจ สขุ ภาวะทางสังคม และสขุ ภาวะทางจิตวิญญาณ (ปญญา) ซึ่งสภาพดังกลาวจะเกิดข้ึน ไดตองผานกระบวนการเรียนรูอยางตอเนื่องรวมกันของผูคนในชุมชน รวมถึงความสามารถในการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทิศทางท่ีดีขึ้นและสามารถพ่ึงตนเองไดในดานการดูแลสุขภาพ นอกจากนี้ ยังสอดคลองกับแนวคิดของโดเนทเทล และ เดวิส (Donettelle and Davis. 1998, หนา 35) เสนอ องคป ระกอบยอ ยของ สุขภาวะ แตละมิติ คือ 1) สุขภาวะทางกาย 2) สุขภาวะทางสังคม 3) สุขภาวะ ทางจิต 4) สุขภาวะทางอารมณ 5) สุขภาวะทางส่ิงแวดลอม 6) สุขภาวะทางจิตวิญญาณ สอดคลอง กับผลงานวิจัยของ ธิดาวัลย อุนกอง (2553, หนา 157-175) ไดศึกษารูปแบบการพัฒนาสุขภาพ องคกรของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผลการศึกษาองคประกอบของการพัฒนาสุขภาพ องคกรของ สถานศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พบวา องคประกอบหลักดานสถาบัน มี 9 องคประกอบยอย 36 แนวทางการ พัฒนา โดยองคประกอบยอ ยไดแ ก โครงสราง การกําหนดเปา หมาย การมีสวนรวม การพัฒนาองคกร ความสามัคคี ความเปน อสิ ระของสถาบนั ความเขมแข็งขององคกร บรรยากาศทางกายภาพ และการ ส่อื สารในองคกร องคประกอบหลักดานผูบริหาร มี 5 องคประกอบยอย 29 แนวทางการพัฒนา โดย องคประกอบยอย ไดแก ภาวะผูนา การใชอํานาจที่เปนธรรม ความสามารถในการแกปญหา การ สนับสนุนทรัพยากร และอิทธิพลของผูบริหารโรงเรียน องคประกอบหลักดานครูและบุคลากร มี 3 องคประกอบยอย 22 แนวทางการพัฒนา โดยองคประกอบยอย ไดแก คุณลักษณะของครูและ บุคลากร ขวัญและกา ลงั ใจ และการมุงเนนวิชาการ สอดคลองกับผลงานวิจัยของ พระมหาทองจันทร ทพิ ยวัฒน (2553) สุขภาวะองครวม : การอนรุ ักษฟนฟูและพัฒนาภูมิปญญาหมอพ้ืนบานในการรักษา โรคกระดกู จากอบุ ัติเหตขุ องกลุมชาติพันธุไทย – ลาว และผูไทยในภาคอีสาน ผลการศึกษาพบวา ภูมิ ปญญาของหมอพ้ืนบานในการรักษาผูปวยโรคกระดูกใหมีสุขภาวะองครวมมี 4 ประการ คือ 1) องคประกอบในการรักษา 2) พิธีกรรมในการรักษา 3) ข้ันตอนในการรักษา 4) ขอปฏิบัติและขอหาม (คะลา) และควรมกี ารอนุรกั ษ ฟนฟูและพัฒนาภูมิปญญาหมอพ้ืนบานในการรักษาผูปุวยโรคกระดูกท่ี เกิดจากอุบัติเหตุ สูสุขภาวะองครวม มีสภาพความเปนอยูท่ีดีทั้งทางรางกาย จิตใจ สังคม และจิต
148 วิญญาณ ปราศจากทุพพลภาพ สามารถปรับตัวอยูในสังคมและส่ิงแวดลอมที่กําลังเปล่ียนแปลงไดมี สมั พันธภาพทด่ี ีงามกบั ผูอ ื่น ดํารงชีวิตอยางพอเพียงภายใตกรอบของศีลธรรมและจริยธรรมไดอยางมี ความสขุ และสอดคลองกับผลงานวิจัยของพิณนภา หมวกยอด (2558) การพัฒนาศักยภาพนักศึกษา ในการสรา งเสรมิ สขุ ภาวะทางปญญา ผลการพฒั นาพบวา นักศึกษากลุมตัวอยางมีสุขภาวะทางปญญา ในระดับคอนขางสูง เม่ือวิเคราะหคาเฉล่ียของสุขภาวะทางปญญารายองคประกอบยอย พบวา นักศึกษามีสุขภาวะทางปญญาในองคประกอบดาน “รู” อยูในระดับสูง และนักศึกษามีสุขภาวะทาง ปญญาในองคประกอบดาน“ต่ืน”อยูในระดับคอนขางสูง แตพบวา นักศึกษามีสุขภาวะทางปญญาใน องคประกอบดา น “เบกิ บาน” อยูใ นระดับคอ นขา งต่ํา 3. การบริหารกิจกรรมลูกเสือที่สงผลตอการพัฒนาสุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน สังกัด สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี จากผลการวิจัยพบวา การ บริหารกิจกรรมลูกเสือ มีความสัมพันธกันทางบวกตอการพัฒนาสุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน การ บริหารกิจกรรมลูกเสือท่ีสงผลตอการพัฒนาสุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี มีประสิทธิภาพในการทํานายไดรอยละ 58.3 โดย ภาพรวม อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และสามารถพยากรณการพัฒนาสุขภาวะของ ผูเรยี นในโรงเรยี น สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี ไดดีท่ีสุดมี จํานวนทง้ั สนิ้ 2 ตวั แปร ไดแ ก ดา นการสนับสนนุ และสงเสรมิ การจัดการเรียนการสอนกิจกรรมลูกเสือ ดานการบริหารท่ัวไป สามารถอธิบายความแปรปรวนของการบริหารกิจกรรมลูกเสือของผูบริหาร สถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี ไดอยางมี นัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 สอดคลองกับสมมติฐานของการวิจัยท่ีต้ังไว โดยการบริหารกิจกรรม ลูกเสือสงผลตอการพัฒนาสุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี สอดคลองกับงานวิจัยของกิตติคม ดาวีรัตน (2553) ได ทําการศึกษาการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรูเชิงประสบการณ เพ่ือสรางเสริมสุขภาวะสําหรับ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ ผลการวิจัยพบวา หลังการใชรูปแบบ การจัดการเรียนรูเชิง ประสบการณ นักศึกษามีความรูการสรางเสริมสุขภาวะและมีพฤติกรรมการสราง เสริมสุขภาวะโดย เฉล่ียอยูในระดับมากท่ีสุด สูงกวากอนการใชรูปแบบการจัดเรียนรูเชิงประสบการณ ดานทักษะ กระบวนการและทักษะมนุษยสัมพันธของนักศึกษา หลังการใชรูปแบบการจัดการเรียนรูเชิง ประสบการณ นักศึกษามีทักษะกระบวนการและทักษะมนุษยสัมพันธโดยเฉล่ียอยูในระดับดี สูงกวา กอนการใชรูปแบบการจัดเรียนรูเชิงประสบการณ ดานเจตคติการสรางเสริมสุขภาวะของ นักศึกษา พบวาหลงั การใชร ูปแบบการจัดการเรยี นรูเชงิ ประสบการณ นักศกึ ษามีเจตคติการสรางเสริม สุขภาวะ โดยเฉลี่ยอยูในระดับมากท่ีสุด สูงกวากอนใชรูปแบบการจัดเรียนรูเชิงประสบการณ ดานความ รับผิดชอบของนักศึกษา หลังการใชรูปแบบการจัดการเรียนรูเชิงประสบการณนักศึกษา มีความ
149 รับผิดชอบโดยเฉล่ียอยูในระดับดีมาก สูงกวาเกณฑท่ีต้ังไวรอยละ 80 และดานความคิดเห็นของ นักศึกษาท่ีมีตอการจัดประสบการณการเรียนรูของอาจารยตามรูปแบบการจัดการเรียนรูเชิง ประสบการณเพ่ือสรางเสริมสุขภาวะสําหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏโดยภาพรวมอยูในระดับ มากท่ีสุด และสอดคลองกับสุพรรณี คงดีได (2556) ไดทําการศึกษาการดําเนินงานเพื่อสรางเสริมสุข ภาวะทางจิตของนักเรียนและบุคลากร ในโรงเรียนฉือจ้ีเชียงใหม ผลการศึกษาพบวา การดําเนินงาน เพื่อสรางเสริมสุขภาวะทางจิต ประกอบดวย การกําหนดปรัชญา วิสัยทัศน การจัดหลักสูตร สถานศึกษา การจัดการเรียนการสอนตลอดจนการจัดสภาพแวดลอมภายในโรงเรียนท้ัง สภาพแวดลอมทางกายภาพและสภาพแวดลอมทางสังคม สามารถพัฒนาสุขภาพจิตของนักเรียนและ บุคลากรในโรงเรยี นฉอื จีเ้ ชียงใหม ไดอ ยา งเหมาะสม ในดานสุขภาวะทางจิตของนักเรียนและบุคลากร พบวา ท้ังนักเรียนและบุคลากรแสดงใหเห็นถึงการเปนผูท่ีมีสุขภาวะทางจิตดี ประกอบดวย มี ความสามารถในการปรับตวั ตอสถานการณตา ง ๆ รวมไปถึงความสามารถในการอยูในกฎระเบียบของ สังคมไดอยางปกติสุข มีสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอ่ืน สามารถปฏิบัติตนตามหลักธรรมพรหมวิหารส่ี คือ มีเมตตา คิดชวยเหลือ เพ่ือใหผูอื่นพนจากความทุกข ใหความชวยเหลือเม่ือผูอื่นเดือดรอนดวย ความเต็มใจ มีความยินดีและ ไมคิดอิจฉาหรือริษยาเม่ือผูอื่นไดดีตลอดจนวางเฉยและยอมรับการ เปล่ียนแปลงท่ีเกิดขึ้นในชีวิต โดยไมเกิดความขัดแยงในจิตใจ สรุปไดวา การดําเนินงานของโรงเรียน ฉอื จ้ีเชยี งใหม สามารถสรางเสริมใหนักเรียนและบุคลากรมีสุขภาวะทางจิตท่ีดีไดอยางแทจริงโดยการ ปลูกฝงแนวคิดพรหมวิหารส่ีใหกับ นักเรียนและบุคลากรผานการดําเนินงานดานตาง ๆ และกัลยาณี สิทธิวุฒิ (2557) ไดทําการศึกษาการใชกิจกรรมการเรียนรูแบบมีสวนรวมและกระบวนการกลุม เพ่ือ สรางสุขภาวะทางสังคมใหกับนักเรียนโรงเรียนบานนํ้าโคง อําเภอเมือง จังหวัดนาน ผลการศึกษา เก่ียวกับวิธีการสรางสุขภาวะทางสังคม พบวา นักเรียนมีความสุขสนุกสนานท่ีไดเขารวมกิจกรรมเกิด การเรียนรูไดรวดเร็ว และเปนกิจกรรมที่งายตอการเรียนรูคูคุณธรรมไมซับซอนและไมยากที่นักเรียน จะทําความเขาใจได โดยเฉพาะกิจกรรมท่ีมีสื่อประกอบและเห็นภาพพิสูจนไดทางวิทยาศาสตร นักเรียนจะสามารถจดจํา และนําไปใชได ดังนั้น การใหนักเรียนไดลงมือทํากิจกรรมตางๆ รวมกัน และมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนสะทอนอภิปรายความคิดเห็นกันโดยผานครูผูสอนจะชวยกระตุนการ เรียนรูใหกับนักเรียน จะสงผลใหนักเรียนกลาแสดงออก กลาแสดงความคิดเห็น สามารถวิเคราะห สถานการณไดอยางมีเหตุผลและยอมรับฟงความคิดเห็นของผูอ่ืน สามารถนําไปใชใหเกิดประโยชน ตอไปในชีวิตประจําวนั และภายหลงั การเขารว มกจิ กรรมนักเรียน 4 สัปดาห ไดติดตามผลการเขารวม กิจกรรมผลการศึกษาพบวา นกั เรียนกลุมตัวอยางมีความสุขสนุกสนาน และไดเรียนรูส่ิงใหม ๆ อีกทั้ง ยังพบวา นกั เรยี นกลุมตัวอยางไดเนนความรูสกึ เกย่ี วกบั เพอ่ื น คอื ไดร จู ักเพ่ือนแตล ะคนในหองมากข้ึน ทําใหเขาใจเพ่ือนไดเรียนรูนิสัยใจคอเพ่ือนมากขึ้น เกิดความรักสามัคคีกันมากข้ึน และยังให ขอเสนอแนะอื่น ๆ เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบมีสวนรวมและกระบวนการกลุมใน
150 ภาพรวมเห็นควรวานาจะมกี ารจัดกิจกรรมนีอ้ กี ใหก บั นกั เรยี นกลุมอ่ืน ๆ ท้ังโรงเรียน นักเรียนสามารถ นําส่ิงท่ีไดเรียนรูไปปฏิบัติในชีวิตประจําวันไดจริง และสามารถนําสิ่งท่ีไดเรียนรูไปถายทอดใหกับรุน นองได สอดคลองกับงานวิจัยสมพร บุญใหญเอก (2554) ไดวิจัยเร่ือง การบริหารงานลูกเสือใน โรงเรียน กลุมโรงเรียนดอนตูม สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 ท้ัง โดยภาพรวมและรายดาน คือ ดานลูกเสือ ดานการจัดมวลกิจกรรมลูกเสือ ดานผูบริหาร และดาน กํากับลกู เสืออยใู นระดบั มาก 2) แนวทางการบริหารงานลูกเสอื ในโรงเรยี น กลุมโรงเรียนดอนตูมสังกัด สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 โรงเรียน ควรสงเสริมใหลูกเสือมีระเบียบ วินัย ความสนใจ ความสนุก ความภูมิใจ ความตระหนักในคุณคาและความสุขในการเปนลูกเสือ ผูบริหารใหการสงเสริมการจัดกิจกรรมลูกเสือในโรงเรียนและสงเสริมใหลูกเสือสรางความสัมพันธกับ ชมุ ชน สงั คม บานเมืองและสังคมโลก ผูกํากบั ลกู เสอื ตองพฒั นาตนเองดา นคณุ วุฒิทางลูกเสือ วางแผน จัดกิจกรรม ลูกเสือ 3 ลักษณะ ไดแก กิจกรรมท่ีเปนเอกลักษณของลูกเสือ กิจกรรมเพ่ือกาวหนาสู ความเปนเลิศ และกิจกรรมเพ่ืออุดมคติ ยงั สอดคลองกับงานวิจัยของดํารัสวิทย ปทุมมาศ (2555) ได ศึกษาวิจัยเรื่อง ศึกษาปญหาการจัดกิจกรรมลูกเสือในโรงเรียนสังกัด จังหวัดเพชรบูรณ ผลการวิจัย พบวา โดยรวมจังหวัดเพชรบูรณเม่ือจําแนกตามขนาดของโรงเรียนมีปญหาการจัดกิจกรรมลูกเสืออยู ในระดับปานกลาง ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็น พบวา การจัดกิจกรรมลูกเสือในโรงเรียนสังกัด จังหวัดเพชรบูรณ แบงการจัดการเปน 4 ดาน จําแนกตามขนาดของโรงเรียนในภาพรวมไมแตกตาง กัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ 0.5 เม่ือพิจารณาคาเฉล่ียพบวาโรงเรียนขนาดเล็กมีปญหามากที่สุด รองลงมาคือโรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ และยังสอดคลองกับสุภาพร จตุรภัทร (2557) ได ศึกษาวิจัยเรื่อง แนวทางการพัฒนาลูกเสือไทยเพ่ือสงเสริมความเปนพลเมืองดี ประกอบดวย 5 ดาน ผลการวิจัยพบวา 1) ดานการจัดการลูกเสือไทย คือการกําหนดวิสัยทัศนและพันธกิจของลูกเสือไทย เพ่ือสง เสริมความเปนพลเมืองดีเพ่ือเปนแมบทและแนวทางเดียวกันในการด าเนินงานโดยมุงท่ีตัวเด็ก และเยาวชนใหมีคุณลักษณะที่พึงประสงคเปนพลเมืองดีของชาติ 2) ดานแนวทางการจัดกิจกรรม ลูกเสือ คือกิจกรรมลูกเสือท่ีจัดตองเหมาะสมกับวัยของลูกเสือแตละประเภทมีความหลากหลายและ สามารถปฏบิ ตั ิไดจ รงิ เหมาะสมกบั ยคุ สมยั และ ความตองการของลูกเสือ รวมท้ังพัฒนาผูกํากับใหเปน แบบอยางที่ดีใหลูกเสือเห็นเปนตนแบบของการเรียนรู 3) ดานการพัฒนาครูและบุคลากรทางการ ลูกเสือไทย คือ ควรคัดเลือกบุคลากรที่ทําหนาท่ีลูกเสือตองเปนผูมีความรักศรัทธาและเห็นคุณคาใน การลูกเสือ มีความเสียสละ อดทน ประพฤติตนเปนแบบอยางท่ีดีเสมอ ผูบริหารตองสนับสนุนใหเขา อบรมอยา งตอเนอ่ื ง และเสริมสรา งขวัญและกําลังใจใหครู การนําชั่วโมงลูกเสือมาคิดเปนภาระงานได การประกาศเกรียตคิ ุณสาํ หรับผูปฏิบตั ิงานดานลูกเสือดีเดน 4) ดานการสรางเครือขายลูกเสือไทย คือ สรางเครือขายลูกเสือใหเกิดขึ้นเพ่ือการเช่ือมโยงกลุมบุคคลหรือ หนวยงานท่ีรวมทํางานเพ่ือการ
151 ลูกเสือ ท้ังนี้การสรางเครือขายตองอยูบนพ้ืนฐานของความสมัครใจ ดวย 5) ดานปจจัยเกื้อหนุนตอ การพัฒนาการลูกเสือไทย คือ จัดทําฐานขอมูลของการลูกเสือใหถูกตองเพื่อใชเปนขอมูลในการ ประชาสัมพันธ ควรพัฒนาระบบซานขอมูลใหมีความทันสมัยและสมบูรณและพัฒนาบุคลากรระดับ ผูบริหาร และชัยวุฒิ สังขขาว (2558) ไดศึกษาแนวทางการบริหารกิจกรรมลูกเสือในสถานศึกษา จงั หวัดกําแพงเพชร สังกัดสาํ นักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 41 พบวา ปญหาการบริหาร กิจกรรมลูกเสือในสถานศึกษาจังหวัดกําแพงเพชร สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 41 โดยรวมอยูในระดับปานกลาง มีปญหาสูงสุด คือ ดานการเรียนการสอนวิชาลูกเสือ รองลงมา ตามลําดับ คือ ดานการเงินลูกเสือ ดานการรายงานกิจกรรมลูกเสือ ดานกรบังคับบัญชาลูกเสือ และ ดา นการจัดตั้งกลุมหรอื กอง แนวการบริหารกิจกรรมลูกเสือในสถานศึกษาจังหวัดกําแพงเพชร สังกัด สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 41 มีดังน้ี 1) ดานการจัดต้ังกลุมหรือกอง คือ กํากับ ตดิ ตาม ประชุม ชแี้ จงนโยบายการจัดกิจกรรมลูกเสือ แตงตั้งผูรับผิดชอบท่ีมีความรูดานลูกเสือ จัดทํา โครงสรา งการบรหิ าร จัดผูก าํ กับระดบั วดู แบดจใหครบทุกกอง และสงเสริมใหเขาฝกอบรมเพิ่มคุณวุฒิ ทางลูกเสอื 2) ดา นการบังคับบัญชาลูกเสือ คือ สงเสริมความกาวหนาทางวิชาชีพ ประกาศเกียรติคุณ พิจารณาความดคี วามชอบประจาํ ปในงานลูกเสอื ใหค รูเขารวมกจิ กรรมทางลูกเสือ วางแผน สนับสนุน งบประมาณพัฒนาบุคลากรทางดานลูกเสือ 3) ดานการเรียนการสอนวิชาลูกเสือ คือ สงเสริมใหครู เขา ใจหลักสูตรลูกเสือ จัดทําแผนฝกอบรมลูกเสือแบบบูรณาการ วางแผนเลือกวิชาพิเศษลูกเสือ และ สรางความตระหนกัใหลูกเสือเห็นคุณคา และประโยชนของการจัดกิจกรรมลูกเสือ 4) ดานการเงิน ลูกเสือ คือ จัดทําแผน กําหนดกรอบงบประมาณ จัดประชุมรณรงคทุนภายนอกแกผูรับผิดชอบ กิจกรรมลูกเสือ และประชุมผูจัดทําภารกิจการเงินและทรัพยสิน สรางความตระหนักใหผูรับผิดชอบ และจัดทําเอกสารท่ีเก่ียวของตามระเบียบ 5) ดานการรายงานกิจกรรมลูกเสือ คือ มอบหมายใหมีผู สังเกต การจัดกิจกรรมประจําสัปดาห ประชุม กําหนดปฏิทินการปฏิบัติงาน จัดใหมีหองลูกเสือ เว็บไซตลูกเสือโรงเรียน จดหมายขาวถึงผูปกครอง จัดทําสรุปทุกคร้ังที่จัดกิจกรรม และรายงาน ประจาํ ปตามระเบยี บ 5.3 ขอ เสนอแนะ จากผลการวิจัยการบริหารกิจกรรมลูกเสือท่ีสงผลตอการพัฒนาสุขภาวะของผูเรียนใน โรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี ผูวิจัยมีขอเสนอ แนะเพ่ือเปนแนวทางในการในการบริหารงานของสถานศึกษาใหมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเปนแน วทางในการศึกษาวิจัยตอ ไป ดังน้ี
152 1. ขอ เสนอแนะทว่ั ไป 1. ผูบริหารสถานศึกษา ควรใหความสําคัญการบริหารกิจกรรมลูกเสือของสถานศึกษา อยางเปนระบบ ชัดเจน ตอเนื่อง ใหเปนไปตามวัตถุประสงคของคณะลูกเสือแหงชาติ และตรงตาม วตั ถุประสงคของกระทรวงศึกษาธิการ 2. ควรสงเสริมใหชุมชน และองคกรปกครองสวนทองถ่ินเขามามีสวนรวมสนับสนุน กิจกรรมลูกเสือของสถานศึกษา เนนการนํากิจกรรมลูกเสือเขาไปมีสวนรวมกับชุมชน ในทุก ๆ ดาน เพอ่ื ใหชุมชนเห็นความสําคัญและสนบั สนุนกิจกรรมลกู เสือ 3. ผูบริหารสถานศึกษา ควรใหความสําคัญการพัฒนาสุขภาวะของนักเรียน เพ่ือสราง สุขภาวะที่สมบูรณและใหนักเรียนมีสวนรวมในการจัดกิจกรรมการสงเสริม ปองกันภัยตอสุขภาพ เปดโอกาสใหช มุ ชน ทองถิ่น เขามามีสว นรวมในกิจกรรมมากข้ึน 2. ขอเสนอแนะเชิงนโยบาย จากผลของการวจิ ยั เพอ่ื ใหไดข อมลู ประกอบการตัดสนิ ใจเชงิ นโยบาย จงึ มีจดุ มุงหมาย เสนอแนะตอสถานศกึ ษาในการนําผลวิจัยไปใชห รอื ประยุกตใช ดงั นี้ 1) ผูบริหารควรสงเสริมสนับสนุนใหบุคลากรทางการลูกเสือไปฝกอบรมเพ่ิมพูนความรู ความสามารถทางลูกเสอื เพม่ิ เติมใหส ูงขึ้นหรอื แลกเปล่ียนทกั ษะและประสบการณในการสอนกิจกรรม ลูกเสอื ในสถานศึกษาหรือเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษา 2) ผูบริหารควรสง เสริมผูเกี่ยวของทุกฝายตองเขามามีสวนรวม สงเสริมในการเรียนรูของ นกั เรียน 3) ผูบรหิ ารควรบรหิ ารงานกจิ กรรมลกู เสือใหมีประสทิ ธิภาพในลาํ ดบั แรก ๆ 3. ขอ เสนอแนะเพอ่ื การวิจยั 1) ควรมกี ารวิจยั เกี่ยวการบรหิ ารกจิ กรรมพฒั นาผเู รียนที่สงผลตอการพัฒนาสุขภาวะของ ผเู รยี นในโรงเรยี น สงั กัดสํานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 4 จงั หวัดปทมุ ธานี 2) ควรมีการวิจัยเกี่ยวกับการบริหารกิจกรรมลูกเสือตามแนวคิดทักษะชีวิตของผูเรียนใน โรงเรยี น สงั กัดสาํ นกั งานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวดั ปทุมธานี 3) ควรมีการวิจัยเก่ียวกับการบริหารกิจกรรมพัฒนาผูเรียนที่สงผลตอการพัฒนาสุขภาวะ ของผเู รียน ในสังกัดอนื่ เชน สงั กัดองคการบริหารสวนทองถ่ิน สังกัดสํานักงานเอกชน หรือการศึกษา ในระดับอนื่ ๆ
บรรณานกุ รม 1. ภาษาไทย 1) หนังสอื ท่วั ไป กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พการศาสนา. กระทรวงศึกษาธกิ าร. (2542). แนวทางการดําเนินงานการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พค ุรุสภา. กระทรวงสาธารณสขุ . (2554). คูมือครูทปี่ รกึ ษาระบบการดูแลชวยเหลือนักเรียน. กรุงเทพฯ : ยูเรนัส อิมเมจกรุป. โกมาตร จงึ เสถยี รทรพั ย. (2545). มิติสุขภาพ : กระบวนทัศนใหมเพ่ือสรางสังคมแหงสุขภาวะ. กรุงเทพฯ : สถาบนั วจิ ยั ระบบสาธารณสุข, กองสุขศึกษา. (2551). การดําเนินงานพัฒนาระบบเฝาระวังพฤติกรรมสุขภาพ. นนทบุรี : ชุมนุม สหกรณการเกษตรแหง ประเทศไทย. _________. (2538). ขอบังคับคณะลูกเสือแหงชาติ วาดวยการปกครองหลักสูตรและวิชาพิเศษ ลกู เสอื สามญั รุนใหญ (ฉบบั ที่ 14) พ.ศ.2528. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พค รุ ุสภาลาดพราว. _________. (2536). คมู ือการฝกอบรมผูบังคับบัญชาลูกเสือ ข้ันผูชวยผูใหการฝกอบรมวิชาผูกํากับ ลูกเสอื . กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พคุรุสภาลาดพรา ว. _________. (2551). แนวทางการบริหารจัดการหลักสูตรตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551. กรงุ เทพฯ : ชมุ นุมสหกรณก ารเกษตรแหงประเทศไทย. _________. (2551). แผนพัฒนาสุขภาพแหงชาติในชวงแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 10 พ.ศ. 2550– 2554. กรงุ เทพฯ : องคก ารสงเคราะหท หารผา นศึก. _________. (2550). มิติสุขภาพคนไทย กาวสูเมืองไทยแข็งแรง. กรุงเทพฯ : โรงพิมพองคการ สงเคราะหท หารผานศกึ . _________. (2546). พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติพุทธศักราช 2542 แกไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศกั ราช 2545. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พค ุรสุ ภา. _________. (2551). สขุ ภาวะที่สมบรู ณ. กรุงเทพฯ : หมอชาวบาน. _________. (2542). หลักสูตรและวิชาพิเศษลูกเสือสามัญรุนใหญ (ฉบับท่ี 14) พ.ศ. 2528. พิมพครงั้ ที่ 6. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พครุ ุสภาลาดพราว
154 คณะลูกเสือแหงชาติ. ม.ป.ป. กิจกรรมลูกเสือเนตรนารีสามัญรุนใหญเครื่องหมายลูกเสือหลวง. พิมพคร้งั ท่ี 3. กรุงเทพฯ : โรงพิมพอกั ษรเจรญิ ทัศน โครงการพัฒนาแหงสหประชาชาติประจําประเทศไทย. (2554). รายงานการพัฒนาคนของ ประเทศไทย ป 2550. กรุงเทพฯ : คีน พบั ลิชช่งิ (ประเทศไทย). จรลั ตฤณวุฒพิ งษ. (2546). แนวคดิ และแนวทางการสรางสุขภาพ. กรงุ เทพฯ : ม.ป.พ. ชั่งทอง โอภาสศิริวิทย. (2552). การติดตามและการประเมินผลในกระบวนการบริหารยุคใหม. สื บ ค น เ ม่ื อ 24 ตุ ล า ค ม 2552 จ า ก http://www.bps2.moe.go.th/monitoring evaluation.pdf-. ถนอม บญุ ประภา. (2546). กลยุทธการฝกอบรมลูกเสอื สามญั รุนใหญย คุ โลกาภวิ ัตน. ม.ป.ท. บุญชม ศรสี ะอาด. (2534). ยุทธศาสตรการสอนตามแนวหลักสตู รใหม. กรงุ เทพฯ : ไทยวฒั นาพานชิ . บญุ ชม ศรีสะอาด. (2556). การวจิ ัยเบอ้ื งตน (พมิ พคร้งั ที่ 9). กรงุ เทพฯ : สวุ ีรยิ าสาสน . ธงชัย สันตวิ งษ. (2528). หลักการบริหาร. กรงุ เทพมหานคร: เอเชียเพรส. โพเอ็ลล, บ., ลอรด. (2545). การลูกเสือสําหรับเด็กชาย. (SCOUTING FOR BOY). (อภัย จันทวิมล ผูแปล). กรงุ เทพฯ: โรงพิมพคุรุสภา ลาดพราว. ประวิต เอราวรรณ. (2547). การสังเคราะหโครงการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบบริหารจัดการและ การจดั กจิ กรรมการเรยี นดานสุขภาวะในโรงเรียน. กรุงเทพฯ : สํานักงานกองทุนสนับสนุน การสรางเสรมิ สขุ ภาพ. ประเวศ วะสี. (2543). แนวคิดเกี่ยวกับการปฏริ ูปการเรียนรู. กรุงเทพฯ : พิมพด.ี ประเวศ วะสี. (2550). การจัดการความรู : กระบวนการปลดปลอยมนุษยสูศักยภาพ เสรีภาพ และ ความสขุ . กรุงเทพฯ : กรนี -ปญ ญาญาณ. ปรดี า แตอ ารักษ. (2549). “จากปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งสูส ขุ ภาพพอเพียง”, กา วใหม. 33(4) : 2. พระธรรมปฏก (ป.อ. ปยุตโต). (2550). ธรรมนูญชีวิต. พิมพคร้ังที่ 4. กรุงเทพฯ : สํานักงาน พระพุทธศาสนาแหงชาติ. พระพรหมคุณาภรณ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2551). สุขภาวะองครวมแนวพุทธ. พิมพครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : สหมิตรพริ้นตง้ิ แอนดพ บั ลสิ ซงิ่ . พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส. (2557). พระพุทธศาสนากบั วิทยาการสมัยใหม. พิมพครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546. (2546, 6 กรกฎาคม). ราชกจิ จานุเบกษา. เลม ท่ี 120 ตอนที่ 62 ก น.7. พระราชบัญญัติลูกเสือ พุทธศักราช 2551. (2551, 4 กรกฎาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เลมที่ 125 ตอนที่ 42 ก.
155 พระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพแหง ชาติ. (2550). ราชกิจจานเุ บกษา เลม ที่ 124 ตอนที่ 16 ก. มนัส ยอดคาํ . (2548). สขุ ภาพกับการออกกาํ ลังกาย. กรงุ เทพฯ : โอเดียนสโตร. มลู นธิ ิโตโยตาประเทศไทยและมลู นิธพิ ระดาบส. (2543). คําพอสอน : ประมวลพระบรมราโชวาทและ พระราชดํารัสเก่ียวกับเดก็ และเยาวชน. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พกรุงเทพฯ. ลัดดาวัลย เพชรโรจน และคณะ. (2555). สถิติสําหรับการวิจัยและเทคนิคการใช SPSS : Statistics for research and SPSS application techniques. กรงุ เทพฯ : เจริญดีมน่ั คงการพิมพ. วาโร เพ็งสวสั ด.ิ์ (2551). วิธีวิทยาการวจิ ัย. กรุงเทพมหานคร : สวุ รี ิยาสาสน. วรากรณ สามโกเศศ และคณะ. (2553). ทางเลือกระบบการศึกษาท่ีเหมาะสมกับสุขภาวะคนไทย. กรงุ เทพฯ : สํานกั งานกองทนุ สนับสนนุ การสรา งเสริมสขุ ภาพ. สํานักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจกรรมนักเรียน. (2550). เอกสารประกอบการนิเทศติดตาม และ ประเมินผลการจัดกิจกรรมลกู เสือ. กรุงเทพฯ: ม.ป.พ. สํานักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจกรรมนักเรียน. (2551). เกณฑการประเมินคุณภาพงานลูกเสือ ภายในสถานศึกษา. กรงุ เทพฯ : ม.ป.พ. สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ. (2550). นักสรางเสริมสุขภาพตองทํางานนอก กรอบของวงการสาธารณสุขแบบเดิม. กรุงเทพฯ : สํานักนโยบายและสรางเสริมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสขุ . สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาเขต 4. (2562). แผนปฏิบัติการประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2562. ปทุมธานี : กลุม นโยบายและแผน สาํ นกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษามัธยมศกึ ษาเขต 4. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน. (2553). แนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาผเรียนตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551. พิมพคร้ังที่ 2. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณก ารเกษตรแหงประเทศไทย. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2554). การกําหนดมาตรฐานการศึกษาตาม กฎกระทรวงวาดวยระบบหลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พชมุ นุมสหกรณแ หง ประเทศไทย. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน. (2555). หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกโรงเรียน ตน แบบลูกเสือ. กรงุ เทพฯ: ม.ป.พ. สํานักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแหงชาติ. (2540). คูมือการฝกอบรมวิชาผูกํากับลูกเสือสามัญ ขนั้ ความรูเบือ้ งตน (B.T.C.). กรงุ เทพฯ: โรงพิมพครุ ุสภาลาดพราว. สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ. (2550). การประยุกตหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง. กรงุ เทพฯ : คณะอนุกรรมการขบั เคลอ่ื นเศรษฐกจิ พอเพยี ง.
156 สํานักงานคณะกรรมการสาธารณสุขมูลฐาน. (2544). กรอบความคิดระบบสุขภาพแหงชาติ. พมิ พค ร้ังท่ี 2. กรุงเทพฯ : สาธารณสขุ มูลฐาน, สํานักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ. (2549). คูมือผูใชสิทธิหลักประกันสุขภาพถวนหนา. นนทบรุ ี : ม.ป.พ. สํานักประเมินผลและเผยแพรการพัฒนา. (2553). เอกสารทิศทางแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 (ฉบบั ชุมชน) “แผนฯ 11 สูสังคมแหงความสขุ อยางมีภมู คิ ุมกัน”. นนทบรุ ี : สหมติ รพริน้ ติง้ แอนดพบั ลสิ ช่ิง สํานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2549). เอกสารแนวทางการดําเนินงานปฏิรูปการเรียน การสอนตามเจตนารมณกระทรวงศึกษาธิการ. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พการศาสนา, สริ ิพัชร เจษฎาวโิ รจน. (2550). การจดั การเรียนการสอนแบบบรู ณาการ. กรงุ เทพฯ : บุคพอยท, 2) ดุษฎนี ิพนธ/วทิ ยานพิ นธ/สารนพิ นธ ขวัญเมือง แกวดําเกิง. (2552). เครือขายทางสังคมและระบบดัชนีสุขภาพโรงเรียนในฐานะ ตัวแทรกแซงที่สงเสริมสุขภาวะของนักเรียนในโรงเรียนสงเริมสุขภาพ. วิทยานิพนธ ครุศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑิต, จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลยั . ชยั วฒุ ิ สังขขาว. (2558). แนวทางการบริหารกิจกรรมลูกเสือในสถานศึกษาสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ี การศึกษามัธยมศึกษา เขต 41. วิทยานิพนธครุศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา), มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครสวรรค. นสิ ิต ต้งั จริ วัฒนกุล. (2559). การศึกษาความสัมพันธระหวางทรัพยากรการบริหารกับการจัดกิจกรรม ลูกเสือของ โรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษานครสวรรค เขต 3. วิทยานิพนธครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครสวรรค. พระมหาทองจันทร ทิพยวัฒน. (2553). สุขภาวะองครวม : การอนุรักษ ฟนฟู และพัฒนาภูมิปญญา หมอพ้ืนบานในการรักษาโรคกระดูกจากอุบัติเหตุของกลุมชาติพันธุไทย – ลาว และผูไทย ในภาคอีสาน. วิทยานิพนธปรชั ญาดุษฎบี ัณฑิต, มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม. พิณนภา หมวกยอด. (2558). การพัฒนาศักยภาพนักศึกษาในการเสริมสรางสุขภาวะทางปญญา. วทิ ยานิพนธวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. พรชยั วัดเยน็ . (2558). แนวทางการบรหิ ารกิจกรรมลูกเสอื ของสถานศึกษาสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่ การศกึ ษาประถมศึกษาพจิ ติ ร เขต 2. วทิ ยานิพนธครุศาสตรบณั ฑิต (การบรหิ ารการศกึ ษา), มหาวิทยาลัยราชภฏั นครสวรรค.
157 พรทิพพา คลายกมล. (2554). แนวทางพัฒนาการบริหารงานลูกเสือสามัญรุนใหญในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษากําแพงเพชร เขต 2. วิทยานิพนธครุศาสตรบัณฑิต (การบริหารการศึกษา), มหาวทิ ยาลัยราชภัฎกําแพงเพชร. วนั ใหม สบื ชนะ. (2560). การศกึ ษาการบริหารงานลูกเสือสามัญในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ี การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขต 2. สารพิพนธครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา การบรหิ ารการศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สรุ าษฎรธานี. วีระพันธ นันแกว. (2552). การบริหารกิจกรรมลูกเสือสามัญแบบมีสวนรวมโรงเรียนบานกอหลวง อําเภอภูซาง จังหวัดพะเยา. การศึกษาคนควาแบบอิสระครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา การบรหิ ารการศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เชียงราย. ศุภฤกษ ศิโรทศ. (2561). แนวทางการบริหารงานกิจกรรมลูกเสือสามัญรุนใหญ สังกัดสํานักงาน เขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 5. วิทยานิพนธครุศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหาร การศกึ ษา), มหาวทิ ยาลัยราชภัฏนครสวรรค. ศิรชัช สุทธิชาติ. (2557). กระบวนการบริหารกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีของผูบริหารกลุมเครือขาย โรงเรียน ตําบลทากอ อําเภอแมสรวย จังหวัดเชียงราย. วิทยานิพนธศึกษาศาสตร ม ห า บั ณ ฑิ ต มหาวทิ ยาลยั ฟารอ สี เทอรน . ศรีนวล ศรีหริ่ง. (2557). การพัฒนารูปแบบการประเมินสุขภาวะของโรงเรียนมัธยมศึกษา. วิทยานิพนธก ารศึกษาดุษฎบี ัณฑิต, มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม. ศรีสกุล ชัยเวียง. (2554). สุขภาวะท่ีสัมพันธกับความฉลาดทางอารมณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปท่ี 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม. วิทยานิพนธศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชยี งใหม. สุรสิทธ์ิ กาฬมาตย. (2553). การศึกษาสภาพการบริหารกิจกรรมลูกเสือสามัญในสถานศึกษา ข้ันพ้ืนฐาน สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามุกดาหาร. วิทยานิพนธศิลปศาสตร มหาบัณฑิต (ยทุ ธศาสตรการพัฒนา). มหาวิทยาลยั ราชภัฎอุบลราชธานี. สมศักดิ์ อิ่มเอิบ. (2554). แนวทางการดําเนินงานกิจกรรมลูกเสือของสถานศึกษาในอําเภอทาวุง สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาลพบุรี เขต 1. วิทยานิพนธครุศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา), มหาวิทยาลัยราชภฏั นครสวรรค. อดุลย วังไชยเลิศ. (2555). สภาพการดําเนินงานกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารีสามัญรุนใหญของ โรงเรียนสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 35. วิทยานิพนธครุศาสตร มหาบณั ฑติ (การบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยราชภฎั ลําปาง.
158 3) บทความในวารสาร พรอนันต เสือคลื้น. (2559). การบริหารกิจกรรมลูกเสือของโรงเรียนมัธยมศึกษา กลุมดอยอางขาง สังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาเขต 34. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัย ฟารอสี เทอรน . ปท ่ี 10 ฉบับท่ี 2 เมษายน 2559 - มถิ นุ ายน 2559. วาสนา เจริญเปลี่ยน และนิมิต มั่งมีทรัพย. (2553). การศึกษาการบริหารงานลูกเสือในสถานศึกษา สังกัดเทศบาลในเขตจังหวัดราชบุรี. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตรวิจัย, ปที่ 2 ฉบับที่ 1 ประจําเดือน กรกฏาคม – ธนั วาคม 2553. วีรนุช พิศมัย. (2563). การบริหารงานกิจกรรมลูกเสือสามัญรุนใหญในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 21. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัย ราชภัฏอุดรธาน.ี ปท ่ี 8 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563. อมรรัตน สุทธิสาร. (2562). สภาพและปญหาการจัดกิจกรรมลูกเสือสามัญรุนใหญในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาในจังหวัดนครพนม. วารสารมหาวิทยาลัยนครพนม. ปท่ี 1 ฉบับที่ 2 : กรกฎาคม - ธนั วาคม 2554. 2. ภาษาอังกฤษ 1) Books Diener, E. and M.E.P. Seligman. (2004). \"Beyond Money : Toward an Economy of WellBeing,\" Psychological Science in the Public Interest. 5 : 1 – 31. Ho, J.T.S. (2000). “Managing Organizational Health and Performance in Junior Colleges,” International Journal of Educational Management. 14(2) : 62 - 73. Katy, C. (2005, November). “Setting Food and Exercise Standards for Kids,” Source: Phi Delta Kappan. 87(1) : 5 - 7. Slicker, E.K. (1998). “Relationship of Parenting Style to Behavioral Adjustment in Graduating High School Seniors,” Journal of Youth and Adolescence. 27(3) : 345 - 372. Xiadi, C. and others. (2005, January). “Lifestyles and Health-Related Quality of Life in Japanese School Children: a Cross-Sectional Study,” The Journal of Preventive Medicine Japan. 40(6) : 1 - 20. Zipora, S., L. Merav and L. Judy. (2005, July). “Impact of Life Skills Training on Teacher’s Perceived Environment and Self-Efficacy,” Journal of Educational. 98(3) : 144.
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก รายช่อื ผเู ชยี่ วชาญตรวจสอบเคร่อื งมือท่ใี ชใ นการวจิ ยั
161 รายช่ือผเู ชี่ยวชาญตรวจสอบเครอ่ื งมือทีใ่ ชใ นการวิจยั 1. สบิ เอกสําเรงิ รอ ยแกว ตําแหนง ผอู ํานวยการสถานศกึ ษา โรงเรยี นวัดกระโจมทอง การศึกษา ค.ม. (บริหารการศึกษา) จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลยั 2. วาท่ีรอ ยตรี ดร. สุเมธ สุจรยิ วงศ ตําแหนง รองผอู ํานวยการสถานศึกษา โรงเรียนงามมานะ (แผน-ทับอุทิศ) การศึกษา ปร.ด. (การบริหารการศกึ ษา) มหาวทิ ยาลัยบูรพา 3. นายประพนธ ศรชี ัย ตาํ แหนง รองผอู าํ นวยการสถานศึกษา โรงเรยี นนาคนาวาอุปถัมภ การศกึ ษา กศ.ม. (การบริหารการศกึ ษา) มหาวทิ ยาลยั นเรศวร
ภาคผนวก ข หนังสือขอความอนเุ คราะหเ ปน ผูเ ชี่ยวชาญตรวจเคร่อื งมอื (IOC)
163
164
165
ภาคผนวก ค หนังสือขอความอนเุ คราะหท ดลองใชเ คร่อื งมอื (Try out)
167
ภาคผนวก ง หนังสือขอความอนเุ คราะหแ จกแบบสอบถามเพ่อื เก็บขอ มลู
169
ภาคผนวก จ แบบสอบถามเพ่ือการวจิ ยั
171 แบบสอบถามเพื่อการวจิ ัย เรื่อง การบริหารกิจกรรมลูกเสือท่ีสงผลตอการพัฒนาสขุ ภาวะของผูเรียนในโรงเรียน สงั กัดสาํ นักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 4 จงั หวัดปทมุ ธานี เรื่อง ขอความอนเุ คราะหในการตอบแบบสอบถาม เรียน ผูตอบแบบสอบถาม แบบสอบถามฉบับนี้มีวัตถุประสงคเพ่ือใชประกอบการทําวิจัย เร่ือง การบริหารกิจกรรม ลูกเสือท่ีสงผลตอการพัฒนาสุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี ขอมูลที่ไดจากความคิดเห็นของทานมีคาอยางย่ิงตอการวิจัยน้ี จึง ใครขอความอนุเคราะหจากทานในการตอบแบบสอบถามฉบับน้ีทุกตอนตามความเปนจริง ผลการ วิเคราะหขอมูลท่ไี ดรบั จะไมมีผลกระทบใด ๆ ตอทาน และหนว ยงานของทาน คาํ ชแ้ี จง 1. ผตู อบแบบสอบถาม ไดแก 1. ผอู ํานวยการสถานศกึ ษา หรอื รองผูอาํ นวยการสถานศึกษา 2. ครผู ูสอนกจิ กรรมลกู เสอื 2. แบบสอบถามฉบับนี้ แบง ออกเปน 3 ตอน คอื ตอนที่ 1 คําถามเกีย่ วกบั สถานภาพของผูตอบแบบสอบถาม ตอนท่ี 2 คําถามเกี่ยวกับการบริหารกิจกรรมลูกเสือโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ี การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จงั หวัดปทุมธานี ตอนที่ 3 คําถามเกี่ยวกับสุขภาวะของผูเรียนในโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มัธยมศึกษา เขต 4 จงั หวัดปทมุ ธานี ผูวิจัยขอขอบพระคุณทุกทานเปนอยางสูงมา ณ โอกาสน้ี สําหรับความกรุณาในการตอบ แบบสอบถามการวจิ ยั ในครัง้ นี้ ขอแสดงความนับถือ ชยพล แสงยอย นักศกึ ษาปริญญาโท สาขาการบรหิ ารการศึกษา บณั ฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
172 ตอนที่ 1 คําถามเกีย่ วกบั สถานภาพของผูต อบแบบสอบถาม คาํ ช้แี จง โปรดเขียนเครอื่ งหมาย ใน หนาขอ ความทีต่ รงกบั สถานภาพของทา น ขอ ที่ สถานภาพของผูตอบแบบสอบถาม สาํ หรบั ผูวจิ ัย 1 เพศ ชาย หญิง 2 อายุ ไมเ กนิ 30 ป 31-40 ป 41-45 ป ตงั้ แต 45 ปข้นึ ไป 3 ระดบั การศกึ ษา ปรญิ ญาตรี ปรญิ ญาโท ปริญญาเอก 4 ตาํ แหนงหนา ที่ในสถานศกึ ษา ผอู าํ นวยการสถานศกึ ษา/ รองผอู าํ นวยการสถานศึกษา ครูผูส อนกิจกรรมลกู เสอื 5 ประสบการณการทํางานในตําแหนง ไมเ กนิ 5 ป 6-10 ป 11-15 ป 16-20 ป 21-25 ป ต้ังแต 26 ปข ึ้นไป
173 ตอนท่ี 2 คาํ ถามเกย่ี วกบั การบริหารกจิ กรรมลูกเสือโรงเรยี น สงั กัดสาํ นกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษา มัธยมศกึ ษา เขต 4 จังหวดั ปทมุ ธานี คําชแ้ี จง โปรดทาํ เครื่องหมาย ลงใน ชอ งที่ตรงกบั สภาพความเปนจริงตามความคิดเห็นของ ทา น ระดับ 5 หมายถงึ มกี ารบริหารกจิ กรรมลกู เสอื สามญั รนุ ใหญ ระดับมากท่สี ุด ระดับ 4 หมายถงึ มกี ารบรหิ ารกจิ กรรมลกู เสือสามญั รนุ ใหญ ระดบั มาก ระดบั 3 หมายถงึ มกี ารบรหิ ารกิจกรรมลกู เสือสามัญรนุ ใหญ ระดับปานกลาง ระดับ 2 หมายถงึ มีการบริหารกิจกรรมลกู เสอื สามัญรนุ ใหญ ระดบั นอย ระดบั 1 หมายถงึ มีการบรหิ ารกิจกรรมลูกเสือสามัญรนุ ใหญ ระดบั นอยทส่ี ุด ขอ การบรหิ ารกิจกรรมลูกเสือ ระดับการบริหาร สําหรับ ท่ี 54321 ผวู ิจยั ดานการบริหารทวั่ ไป 1 การกําหนดนโยบาย วางแผน แตง ต้ังคณะทํางาน 2 ประชุมช้ีแจง มอบหมายงานใหบุคลากรท่ีเกี่ยวของทราบ และปฏบิ ัติ 3 จัดทําทะเบียน หลักฐาน จัดต้ังกลุม กองลูกเสือครบถวน ตาม พ.ร.บ. ลูกเสือ กฎกระทรวง ขอบังคับท่ีเก่ียวกับ ลกู เสอื 4 การสนบั สนุนงบประมาณทางการบริหารกจิ กรรมลกู เสือ 5 ความเพียงพอวัสดุ อุปกรณ เอกสาร ตํารา สื่อ คูมือการ บรหิ ารกจิ กรรมลูกเสอื 6 การบริหารกิจกรรมลูกเสือเสริมสรางความสัมพันธชุมชน การชวยเหลอื สงั คม 7 การเผยแพรผลงานการบริหารกิจกรรมลูกเสือใหบุคลากร ในโรงเรยี น ชมุ ชน และหนว ยงานท่เี กยี่ วของทราบ 8 ความเพียงพอสถานท่ีเก็บอุปกรณ หองทะเบียนหลักฐาน ลูกเสอื และสถานทีจ่ ัดกิจกรรม 9 บุคลากรในสถานศึกษามีความรวมมือในการจัดกิจกรรม ลกู เสอื
174 ขอ การบรหิ ารกจิ กรรมลูกเสือ ระดับการบริหาร สาํ หรบั ท่ี 5 4 3 2 1 ผวู จิ ยั ดา นบุคลากร 10 มีการแตงตงั้ ผูบงั คบั บัญชาลกู เสือโรงเรียนตามข้ันตอน ตาม พรบ.ลกู เสอื พ.ศ.2551 11 การวางแผน ประชมุ ชแี้ จงบคุ ลากรทีเ่ ก่ยี วขอ งในการบริหาร กิจกรรมลูกเสือ 12 การมอบหมายงานดานการบรหิ ารกิจกรรมลูกเสอื ทช่ี ัดเจน 13 ความรูความเขาใจ และความชํานาญของบุคลากรใน กิจกรรมลกู เสอื 14 การสงเสริมใหเขารับการฝกอบรม สัมมนาดานกิจกรรม ลูกเสอื 15 การแลกเปลย่ี นเรยี นรูระหวางบคุ ลากรภายในและภายนอก สถานศึกษา และผูเกย่ี วของ 16 การใหขวัญกําลังใจในการจัดกิจกรรมลูกเสือแกบุคลากรท่ี ปฏิบัติ 17 ความตระหนัก ทัศนคติท่ีดีในการจัดกิจกรรมลูกเสือของ ครผู สู อนลูกเสือและบคุ ลากรที่เกีย่ วขอ ง ดา นการสนบั สนนุ และสงเสรมิ การจดั การเรยี นการสอนกจิ กรรมลกู เสอื 18 มีการแตงต้ังคณะทํางานในการจัดกิจกรรมลูกเสือเปนไป ตามหลักสตู รลูกเสอื ขอ บงั คับ กฎกระทรวง 19 การวางแผน ประชุมชี้แจงบุคลากรท่ีเกี่ยวของในการจัด กิจกรรมลูกเสือเปนไปตามหลักสูตรลูกเสือ ขอบังคับ กฎกระทรวง 20 กิจกรรมการเรียนการสอนเหมาะสมกับความสนใจ ความสามารถของผเู รยี น 21 ความเหมาะสมของเวลาเรียนที่ใชจัดกิจกรรมลูกเสือกับ หลักสตู รลูกเสือ 22 การทํางานรว มกันเปนหมูคณะในการจดั กจิ กรรมลูกเสอื
175 ขอ การบริหารกิจกรรมลกู เสือ ระดบั การบรหิ าร สําหรับ ท่ี 54321 ผูว จิ ัย 23 กิจกรรมวันสําคัญ พิธีเปด-ปด การประชุมกองในการจัด กจิ กรรมลูกเสือและพิธีการทางลกู เสือ 24 กิจกรรมการเรียนการสอนฝกใหลูกเสือใชชีวิตกลางแจง รูจ กั การแกป ญหา 25 พัฒนาการจัดกิจกรรมเดินทางไกล อยูคายพักแรม เสริม หลักสตู รเพ่อื พัฒนาผูเรยี น 26 ผเู รยี นสามารถนาํ ความรใู นกิจกรรมลกู เสือไปประยุกตใชใน เรอื่ งตา ง ๆ ทเ่ี กยี่ วขอ งในสังคมปจจุบนั ได 27 เขารวมปฏิบัติกิจกรรมลูกเสือกับชุมชน ระดับเขตพื้นท่ี/ ระดับจังหวดั /ระดับชาติ 28 การจัดกิจกรรมลูกเสือมีความยืดหยุนเหมาะสมกับสภาพ โรงเรยี น ชุมชน ดานการตดิ ตามประเมินผล 29 การกําหนดนโยบายตดิ ตามประเมนิ ผล การบริหารกิจกรรม ลูกเสือ 30 การวางแผน ติดตามประเมินผล การบริหารกจิ กรรมลูกเสอื 31 แตงต้ังคณะกรรมการ คณะทํางาน ติดตามและประเมินผล การบริหารการจดั กจิ กรรมลูกเสอื อยางชัดเจนและมีระบบ 32 มปี ฏิทนิ ระยะเวลา การตดิ ตามประเมินผล 33 บุคลากรท่ีเก่ียวของทราบในรายละเอียด ในนโยบายระบบ การตดิ ตามประเมนิ ผล 34 การวัดผลประเมินผลกิจกรรมลูกเสือเปนไปตามหลักสูตร ลูกเสอื 35 การจัดระบบนิเทศ ติดตามและประเมินผลรายงานผลให บคุ ลากรภายในสถานศกึ ษา หนว ยงานทีเ่ ก่ยี วขอ งทราบ 36 โรงเรียนมีการรวบรวมขอมูล วิเคราะห ศึกษาพัฒนาและ วจิ ยั กจิ กรรมลูกเสอื
176 ขอ การบริหารกจิ กรรมลูกเสือ ระดบั การบรหิ าร สาํ หรบั ที่ 5 4 3 2 1 ผูวจิ ัย 37 ผูเก่ียวของนําเกณฑการประเมินคุณภาพลูกเสือภายใน สถานศึกษาของสํานักงานลูกเสือแหงชาติมาใชในการ ประเมิน ขอเสนอแนะ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
177 ตอนที่ 3 คาํ ถามเกย่ี วกบั สุขภาวะของผเู รยี นในโรงเรยี น สังกัดสํานักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษา มัธยมศึกษา เขต 4 จังหวดั ปทมุ ธานี คําช้แี จง โปรดทําเครื่องหมายลงในชอ งทตี่ รงกับสภาพความเปน จรงิ ตามความคดิ เห็นของทา น ระดบั 5 หมายถงึ สขุ ภาวะของผเู รยี น อยใู นระดับ มากท่สี ุด ระดับ 4 หมายถึง สุขภาวะของผูเรียน อยใู นระดบั มาก ระดับ 3 หมายถงึ สุขภาวะของผเู รียน อยใู นระดับ ปานกลาง ระดับ 2 หมายถึง สขุ ภาวะของผเู รียน อยูในระดบั นอ ย ระดบั 1 หมายถึง สุขภาวะของผูเรียน อยูในระดับ นอ ยที่สุด ขอที่ สขุ ภาวะของผเู รียน ระดบั สขุ ภาวะ สําหรบั 5 4 3 2 1 ผูวจิ ยั ดา นสุขภาวะทางกาย 1 ไมพกิ าร 2 รา งกายสมสวน 3 ปลอดภยั จากสารพษิ 4 มสี ขุ ภาพชองปากท่ีดี 5 ปราศจากโรคภัยไขเจ็บ 6 รา งกายและเส้ือผาสะอาด 7 สายตาและการไดยนิ ปกติ 8 มีสง่ิ แวดลอมท่ีสงเสริมสขุ ภาพ 9 รับประทานอาหารอยางเพยี งพอ 10 มีนาํ้ หนักตัวและสว นสูงตามเกณฑ 11 มนี าํ้ บรโิ ภคท่ีปลอดภัยและเพยี งพอ 12 ไมเ ส่ยี งตอการเกดิ อุบตั เิ หตหุ รืออบุ ัติภัย 13 รับประทานอาหารท่มี ปี ระโยชนต อรา งกาย 14 ไมด ื่มเครอื่ งดืม่ แอลกอฮอล สารเสพติด รวมทั้งบหุ ร่ี ดา นสุขภาวะทางจติ 15 มสี ติ 16 มีสมาธิ 17 ไมเ ห็นแกตวั
18 อารมณค งที่ 178 ขอ ที่ สขุ ภาวะของผเู รียน ระดบั สขุ ภาวะ สําหรบั 5 4 3 2 1 ผวู ิจยั 19 ราเริง แจมใส 20 เขมแข็ง อดทน 21 มีความเมตตา กรณุ า 22 มองคนรอบขา งในแงดี 23 มคี วามเชือ่ มนั่ ในตนเอง 24 ความสามารถในการเรียนรู 25 ความสามารถในการตดั สินใจ 26 มีสมาธใิ นการทํางาน และตง้ั ใจเรยี น 27 มจี ติ สาธารณะ และเสียสละเพอ่ื สวนรวม ดา นสุขภาวะทางสังคม 28 มีครอบครวั ทอ่ี บอนุ 29 ปรับตัวเขา กับสงิ่ แวดลอ มได 30 มบี ทบาทและหนาท่ใี นสังคม 31 อยรู วมกับผอู นื่ ไดอยางมีความสุข 32 ใหค วามยตุ ธิ รรมกับเพ่อื นรว มงาน 33 ไมเ ลนการพนนั หรือเทีย่ วกลางคืน ดา นสุขภาวะทางจิตวิญญาณ 34 ใฝเรียนรู 35 มปี ฏภิ าณไหวพริบ 36 มคี วามเปน ตวั ของตัวเองสงู 37 มีความสามารถในการแสดงออก 38 อนรุ ักษธ รรมชาติและส่ิงแวดลอ ม 39 มสี ตปิ ญ ญารอบรูและเทาทนั คนอน่ื ขอ เสนอแนะ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
ภาคผนวก ฉ ผลการหาคา ดัชนคี วามสอดคลองของแบบสอบถาม (IOC)
180 ผลการหาคา ดชั นีความสอดคลอง (IOC) ของแบบสอบถาม เร่ือง การบริหารกจิ กรรมลกู เสือท่ีสงผลตอการพฒั นาสุขภาวะของผูเรียนในโรงเรยี น สังกัดสาํ นกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 4 จังหวดั ปทมุ ธานี ...................................................................................................................................... ∑R ผเู ชี่ยวชาญ ผลรวมของคะแนน IOC = N หมายเหตุ (∑ R) ขอ คนที่ 1 คนที่ 2 คนท่ี 3 การบรหิ ารกจิ กรรมลกู เสือ ดา นการบริหารทั่วไป ขอ ท่ี 1 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชได ขอ ท่ี 2 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชได ขอ ที่ 3 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชไ ด ขอ ที่ 4 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชได ขอ ที่ 5 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชไ ด ขอที่ 6 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชได ขอ ที่ 7 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชได ขอ ที่ 8 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชได ขอ ที่ 9 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชได ดานบุคลากร ขอที่ 10 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชได ขอท่ี 11 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชได ขอท่ี 12 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชได ขอที่ 13 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชได ขอท่ี 14 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชได ขอ ที่ 15 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชได ขอ ท่ี 16 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชไ ด ขอ ที่ 17 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชไ ด ดานการจัดกิจกรรมลูกเสือ ขอท่ี 18 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชไ ด ขอท่ี 19 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชได ขอท่ี 20 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชได
ผูเช่ียวชาญ ผลรวมของคะแนน IOC = ∑R 181 ขอ คนท่ี 1 คนที่ 2 คนท่ี 3 (∑ R) N ขอที่ 21 +1 +1 +1 3 หมายเหตุ ขอ ท่ี 22 +1 +1 +1 3 1.00 ขอ ที่ 23 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชได ขอ ท่ี 24 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชได ขอ ที่ 25 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชได ขอ ท่ี 26 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชได ขอ ที่ 27 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชได ขอ ที่ 28 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชได ดานการตดิ ตามประเมินผล 1.00 นําไปใชไ ด ขอที่ 29 +1 +1 +1 3 นาํ ไปใชได ขอท่ี 30 +1 +1 +1 3 ขอท่ี 31 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชไ ด ขอ ท่ี 32 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชไ ด ขอ ท่ี 33 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชได ขอที่ 34 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชได ขอ ที่ 35 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชได ขอท่ี 36 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชไ ด ขอท่ี 37 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชได สุขภาวะของผูเรยี น 1.00 นําไปใชได 1.00 นาํ ไปใชได 3 ดา นสขุ ภาวะทางกาย +1 3 1.00 นําไปใชได ขอ ท่ี 38 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชได ขอท่ี 39 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชได ขอ ที่ 40 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชไ ด ขอที่ 41 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชไ ด ขอที่ 42 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชไ ด ขอท่ี 43 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชไ ด ขอท่ี 44 +1 +1 +1 1.00 นาํ ไปใชได ขอที่ 45 +1 +1
ผูเชยี่ วชาญ ผลรวมของคะแนน IOC = ∑R 182 ขอ คนท่ี 1 คนท่ี 2 คนที่ 3 (∑ R) N ขอที่ 46 +1 +1 +1 3 หมายเหตุ ขอ ท่ี 47 +1 +1 +1 3 1.00 ขอที่ 48 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชได ขอท่ี 49 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชไ ด ขอท่ี 50 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชไ ด ขอท่ี 51 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชได ดานสุขภาวะทางจิต 1.00 นาํ ไปใชไ ด ขอท่ี 52 +1 +1 +1 3 นําไปใชไ ด ขอ ท่ี 53 +1 +1 +1 3 ขอ ที่ 54 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชได ขอที่ 55 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชได ขอที่ 56 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชไ ด ขอที่ 57 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชไ ด ขอ ท่ี 58 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชไ ด ขอ ท่ี 59 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชได ขอที่ 60 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชไ ด ขอ ที่ 61 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชไ ด ขอท่ี 62 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชได ขอท่ี 63 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชไ ด ขอ ท่ี 64 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชไ ด ดา นสขุ ภาวะทางสังคม 1.00 นําไปใชได ขอ ท่ี 65 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชไ ด ขอท่ี 66 +1 +1 +1 3 ขอ ท่ี 67 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชได ขอที่ 68 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชไ ด ขอ ท่ี 69 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชไ ด ขอที่ 70 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชได 1.00 นําไปใชไ ด 1.00 นําไปใชได
ผูเชีย่ วชาญ ผลรวมของคะแนน IOC = ∑R 183 ขอ คนท่ี 1 คนท่ี 2 คนท่ี 3 (∑ R) N หมายเหตุ ดานสขุ ภาวะทางจติ วิญญาณ ขอท่ี 71 +1 +1 +1 3 1.00 นาํ ไปใชไ ด 3 1.00 นําไปใชไ ด ขอที่ 72 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชได ขอท่ี 73 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชไ ด 3 1.00 นําไปใชไ ด ขอที่ 74 +1 +1 +1 3 1.00 นําไปใชได ขอ ที่ 75 +1 +1 +1 ขอ ท่ี 76 +1 +1 +1
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205