150 วารสารร่มพฤกษ์ มหาวทิ ยาลยั เกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 วัยั ผู้้�สูงอายุใุ นอนาคตที่ม่� ีีขนาดใหญ่เ่ พิ่่ม� ขึ้น้� และมีีบทบาททางการตลาดเพื่อ�่ ให้ต้ รง ความต้อ้ งการและเกิดิ การซื้อ� ในที่่�สุดุ วัตถปุ ระสงค์ของการวจิ ัย 1. เพื่อ�่ ศึึกษาการสื่อ่� สารการตลาดแบบบููรณาการและทัศั นคติทิ ี่ม่� ีีอิทิ ธิพิ ลต่อ่ ความตั้ง� ใจซื้อ� ที่่�พัักอาศััยในอนาคตของกลุ่�ม Gen X 2. เพื่อ�่ พัฒั นาและตรวจสอบความสอดคล้อ้ งของโมเดลสมการโครงสร้า้ งการ สื่่�อสารการตลาดแบบบููรณาการและทััศนคติิที่่�มีีอิิทธิิพลต่่อความตั้ �งใจซื้ �อที่�่พััก อาศััยในอนาคตของกลุ่�ม Gen X ขอบเขตการวจิ ยั ขอบเขตด้า้ นเนื้้อ� หาผู้้�วิจิ ัยั ทบทวนแนวคิดิ ทฤษฏีี วรรณกรรมตามตัวั แปรใน การวิจิ ััย ได้้แก่่ การสื่�่อสารการตลาดแบบบููรณาการ ทััศนคติิ และความตั้�งใจซื้�อ กลุ่�มตััวอย่่าง คืือ บุคุ คลทั่่�วไปทั้้�งเพศหญิงิ และเพศชายที่�่อยู่�เขตกรุุงเทพมหานคร เป็น็ กลุ่�ม Gen X อายุรุ ะหว่า่ ง 40-55 ปี ี กำ�ำ หนดขนาดของกลุ่�มตัวั อย่า่ งตามเกณฑ์์ การวิเิ คราะห์์ โมเดล Lisrel ใช้้เกณฑ์ต์ ััวอย่า่ ง 20 เท่า่ ของจำำ�นวนตัวั แปรสัังเกตได้้ ในแบบจำำ�ลอง (Hair, Black. Babin & Anderson, 2018) การศึึกษาครั้ง� นี้้จ� ำ�ำ นวน 6 ตััวแปรสัังเกตได้้ทั้้�งสิ้น� 13 ตััวแปร คููณด้ว้ ย 20 หน่่วย ดัังนั้้�น จึึงได้ก้ ลุ่�มตัวั อย่า่ ง จำำ�นวน 260 ตัวั อย่า่ ง เพื่อ�่ ให้ค้ รอบคลุุม 50 เขตในกรุงุ เทพ ฯ และมีีสมบููรณ์์มาก ขึ้้�นจึึงใช้้กลุ่�มตััวอย่่าง 400 ตััวอย่่าง และใช้้วิิธีีการสุ่�มตััวอย่่างแบบเจาะจง โดย พิิจารณากลุ่�มเป้า้ หมายที่อ่� ยู่�ใน Gen X ทั้้ง� 50 ในกรุงุ เทพ ฯ เก็บ็ ข้อ้ มููลระหว่า่ ง เดืือน ธัันวาคม 2563 – มกราคม 2564 การทบทวนวรรณกรรม การสื่�่อสารการตลาดแบบบููรณาการ (Integrated Marketing Communication) วิิทวัสั รุ่่�งเรืืองผล (2558) ให้ค้ วามหมายการสื่่�อสารการตลาด แบบบููรณาการ หมายถึึง กระบวนการเพื่่อ� การสื่อ�่ สารโดยบููรณาการเครื่่�องมืือใน ลัักษณะต่่าง ๆ มาใช้ร้ ่ว่ มกันั ณัฐั กิิตติ์์� อิินทร์์สวรรค์์ (2560) ให้อ้ งค์ป์ ระกอบการ ของการสื่�่อสารการตลาดแบบบููรณาการ ประกอบด้้วย การโฆษณา การ
151โมเดลสมการโครงสรา้ งการส่ือสารการตลาดแบบบรู ณาการและทศั นคตทิ มี่ ีอทิ ธิพลตอ่ ความตัง้ ใจ ซอื้ ทีพ่ กั อาศยั ในอนาคตของกล่มุ Gen X The Structural Equation Model of Integrated Marketing Communication and Attitude Influence House Purchase Intention of the Future Gen X ประชาสััมพันั ธ์์ การตลาดทางตรง การส่่งเสริิมการขาย และการใช้้พนักั งานขาย 6 มาดำ�ำ เนิินกิิจกรรมและประยุุกต์์ใช้้กัันอย่่างเหมาะสมสนัับสนุุนซึ่่�งกัันและกััน ปรีีชา ศรีีศักั ดิ์ห� ิริ ัญั (2558) เป็น็ การสร้า้ งทัศั นคติทิ ี่ด่� ีีให้ก้ ับั สินิ ค้า้ และบริกิ ารตลอด จนองค์ก์ รกระตุ้�นจููงใจให้ล้ ููกค้า้ กลุ่�มเป้า้ หมายเกิดิ การตัดั สินิ ใจซื้อ� เพื่อ�่ ผลประโยชน์์ ต่อ่ องค์ก์ รอย่า่ งยาวนานและยั่ง� ยืืน ขณะที่�่ Oana (2018) ให้ค้ วามหมายการสื่อ�่ สาร การตลาดแบบบููรณาการว่่า เป็็นเครื่�่องมืือที่�่ส่่งผลกระทบต่่อพฤติิกรรมของ ผู้�บ้ ริิโภค และ Miremadi & Qamsari (2017) กล่า่ วว่่า การสื่่�อสารการตลาดแบบ บููรณาการจะช่ว่ ยดึึงดููดความสนใจของผู้้�ซื้อ� และผู้�้ รับั บริกิ ารโดยเฉพาะผู้้�ที่ต่� ้อ้ งการ ข้้อมููลจากแหล่่งต่่างๆ เพื่อ�่ ใช้ใ้ นการตััดสิินใจซื้�อ สรุุป การสื่�อ่ สารการตลาดแบบ บููรณาการ หมายถึึง การนำำ�เครื่�่องมืือการสื่่�อสารการตลาดหลากหลายรููปแบบมา ทำ�ำ งานร่่วมกัันอย่่างเหมาะสม เพื่่�อการสื่�่อสารไปยัังกลุ่�มเป้้าหมายและให้้ กลุ่�มเป้้าหมายเกิิดพฤติิกรรมความตั้�งใจซื้�อสิินค้้าและบริิการในที่่�สุุด ผลการวิิจััย ของ ศจิิกา ศรีีนวล (2561) พบว่่า การสื่�่อสารการตลาดมีีความสััมพัันธ์์กัับ กระบวนการตัดั สินิ ใจเลืือกซื้อ� บ้า้ นจัดั สรร โดยเฉพาะการโฆษณาผ่า่ นสื่อ่� เพราะจะ ทำำ�ให้ผ้ ู้บ้� ริโิ ภคได้เ้ ห็น็ และรับั รู้�้ รวมถึึงแผ่น่ โปสเตอร์์ ณ จุดุ ขาย การประชาสัมั พันั ธ์์ การส่่งเสริิมการขาย การขายโดยใช้้พนัักงานขาย มีีส่่วนช่่วยกระตุ้�น จููงใจ ให้้ผู้�้บริิโภคเกิิดความต้้องการในบ้้านจััดสรรและส่่งผลให้้ผู้�้บริิโภคตััดสิินใจซื้ �อ สอดคล้้องงานวิิจััยของ ปรััชญาภร เพไร (2559) พบว่่า การโฆษณา การ ประชาสัมั พันั ธ์์ การส่่งเสริมิ การขาย การขายโดยพนัักงาน และการตลาดทางตรง จะช่่วยกระตุ้�นให้้ลููกค้้าเกิิดทััศนคติิ ความตั้�งใจซื้�อบ้้านจััดสรรในอำ�ำ เภอเมืือง จังั หวัดั จัันทบุุรีี ขณะที่่� จุฑุ ามาศ อััครเดชา และ บััญชา วงศ์์เลิิศคุุณากร (2560) พบว่า่ การโฆษณา การส่่งเสริมิ การขาย การประชาสัมั พัันธ์ ์ มีีผลต่อ่ ความตั้�งใจซื้อ� บ้้านเดี่่�ยวในกรุุงเทพ ฯ และปริิมณฑล และงานวิิจััยของ ปิิยนุุช เตีียเอี่�่ยมดีี เบญจวรรณ สุจุ ริิต และ ภาศิิริิ เขตปิยิ รัตั น์์ (2562) พบว่า่ ทุกุ เครื่�่องมืือการสื่อ่� สาร การตลาดแบบบููรณาการมีีผลต่่อการความตั้�งใจซื้�อของผู้้�บริิโภค โดยมากที่�่สุุด ได้้แก่่ การส่ง่ เสริิมการขาย การขายโดยพนักั งาน และการประชาสัมั พัันธ์์ ขณะที่่� โฆษณาและการตลาดทางตรงมีีผลระดัับมาก
152 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวทิ ยาลัยเกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 ทัศั นคติิ (Attitude) ชููชัยั สมิิทธิิไกร (2561) ให้้ความหมาย ทััศนคติิ หมาย ถึึง สิ่่ง� ที่เ�่ กิิดขึ้น้� ภายในตััวบุคุ คล ผ่่านกระบวนการเรีียนรู้ใ�้ นสิ่ง� ใดสิ่�งหนึ่่�ง เช่่น การ ได้้รัับข้้อมููลข่่าวสาร การถููกกระตุ้�นจููงใจ การสัังเกตุุหรืือมีีประสบการณ์์ จนเกิิด เป็็นความคิดิ ความรู้�้สึก และพฤติิกรรม ขณะที่� ่ วุุฒิิ สุขุ เจริญิ (2559) มองว่่าเป็น็ ลัักษณะการประเมินิ และส่่งผลต่่อพฤติกิ รรมทั้้ง� ทางบวกและทางลบ ทั้้ง� นี้้� สรวุุฒิิ โยคะกุุล และ สุุรเชษฐ ทองสลวย (2560) ได้้สรุุปเกี่�่ยวกัับทััศนคติิว่่า เกิิดจาก ประสบการณ์์ทางตรงหรืือทางอ้้อม เป็็นการเรีียนรู้�้จนก่่อให้้เกิิด การรัับรู้้� ความ รู้�้สึก ความคิดิ นำ�ำ ไปสู่�พฤติกิ รรมผู้้บ� ริิโภคที่ม่� ีีต่อ่ สิินค้้าหรืือบริิการนั้้�น ๆ สอดคล้อ้ ง ธิดิ ารััตน์์ ปสันั น์์สิริ ิิคุณุ และ จิิราภา พึ่่�งบางกรวย (2560) ที่ส่� รุุปว่า่ ทััศนคติิเป็น็ สิ่�งสำำ�คััญในการตััดสิินใจซื้�อ เพราะทััศนคติิมีีอิิทธิิพลต่่อความตั้�งใจและอาจนำ�ำ ไป สู่�การตััดสิินใจซื้�อในที่�่สุุด สรุุป ทััศนคติิ หมายถึึง ความรู้�้สึกต่่อสิ่�งใดสิ่�งหนึ่่�งจาก การรับั รู้้�ข้้อมููลข่่าวสาร ประสบการณ์ห์ รืือการกระทำำ�ใด ๆ จนเกิดิ เป็็นความโน้ม้ เอีียงต่อ่ สิ่�งนั้้�นทั้้ง� ด้้านบวกหรืือด้้านลบ ทั้้ง� นี้้ � ชููชััย สมิิทธิิไกร (2561) กำำ�หนดพื้้น� ฐานการวััดทััศนคติิไว้้ 3 ประการ ได้แ้ ก่่ 1) คุุณลักั ษณะ หมายถึึง คุุณสมบัตั ิิของ สิ่ง� ใดสิ่�งหนึ่่ง� ซึ่ง่� เป็็นจุดุ ยืืนหลักั เช่่น คุุณลัักษณะที่พ่� ักั อาศัยั ที่�ผ่ ู้้�บริิโภคจะคำ�ำ นึึงถึึง คืือ รููปแบบ ความสวยงาม วัสั ดุกุ ารก่อ่ สร้า้ ง ขนาดที่พ�่ ักั อาศัยั ราคา สภาพแวดล้อ้ ม 6 2) ความเชื่่�อ หมายถึึง การรัับรู้้�ของบุุคคลในการที่�่จะประเมิินต่่อสิ่�งใดสิ่�งหนึ่่�ง เช่่น ที่่�พัักอาศััย ประเมิินจากตราสิินค้้า ราคา ทำำ�เลที่�่พัักอาศััย เป็็นต้้น และ 3) น้ำำ��หนักั ความสำำ�คัญั หมายถึึง ระดับั ความสำำ�คัญั ของคุณุ ลักั ษณะต่า่ ง ๆ ตามความ รู้�้สึกของบุุคคล เช่่น ผู้้�บริโิ ภค A เลืือกที่่�พักั อาศััยจากราคา ผู้้�บริโิ ภค B เลืือกที่พ่� ััก อาศัยั จากสภาพแวดล้อ้ ม ความสะดวกในการเดินิ ทาง ใกล้ห้ ้า้ งสรรพสินิ ค้า้ เป็น็ ต้น้ งานวิิจััยนี้้ผ� ู้�้ วิิจััยกำำ�หนดการวััดทััศนคติิต่่อความตั้ �งใจซื้�อที่�่พัักอาศััยด้้านผลิิตภััณฑ์์ ราคา ทำ�ำ เลที่พ�่ ักั อาศัยั และตราสินิ ค้า้ ซึ่ง�่ เป็น็ องค์ป์ ระกอบพื้้น� ฐานด้า้ นคุณุ ลักั ษณะ ความเชื่�่อ และน้ำ��ำ หนัักความสำำ�คัญั ซึ่่�งผลการวิจิ ััยของ อรุุณ ศิิริจิ านุสุ รณ์์ และ ชนิิดา กิจิ วรเมธา (2562) พบว่่า ทำำ�เลที่พ�่ ัักอาศัยั มีีอิิทธิิพลมากสุุด ได้้แก่่ เดินิ ทาง สะดวก อยู่่�ติดิ ถนนใหญ่่ รองลงมาราคามีีความเหมาะสมกับั รููปแบบและขนาดที่พ�่ ักั อาศัยั การมีีที่พ่� ักั อาศัยั ตัวั อย่า่ งที่เ�่ หมืือนจริงิ ให้เ้ ข้า้ ชมก่อ่ นการตัดั สินิ ใจซื้อ� รวมถึึง ตราสินิ ค้า้ มีีชื่อ�่ เสีียงเป็น็ ที่ร่�ู้�้ จักั สอดคล้อ้ ง นราธิปิ แนวคำำ�ดีี ประพัฒั สอน เปียี กสอน
153โมเดลสมการโครงสร้างการสอ่ื สารการตลาดแบบบรู ณาการและทัศนคตทิ ี่มอี ทิ ธพิ ลต่อความตัง้ ใจ ซอื้ ที่พักอาศัยในอนาคตของกลมุ่ Gen X The Structural Equation Model of Integrated Marketing Communication and Attitude Influence House Purchase Intention of the Future Gen X กฤษณ์์ ทัพั จุฬุ า และ ธัญั พร เลี้ย� งรักั ษา (2563) พบว่า่ การนำ�ำ เสนอลัักษณะทาง 6 กายภาพให้ไ้ ด้เ้ ห็น็ ก่อ่ น รููปแบบที่พ่� ักั อาศัยั ทำ�ำ เลที่พ�่ ักั อาศัยั และราคามีีผลต่อ่ การ ตัดั สินิ ใจเลืือกซื้�อบ้า้ นจััดสรร ขณะที่�่ ขวัญั ใจ ช้้างหลำำ� (2559) พบว่า่ ทำำ�เลที่�่พััก อาศัยั ควรสะดวกต่่อการเดิินทางมีีตลาด ห้้างสรรพสินิ ค้า้ หรืือร้้านสะดวกซื้�อ ด้า้ น กายภาพ ที่�่พัักอาศััยควรมีีห้อ้ งนอนล่่าง พื้้น� ชั้น� ล่่างไม่ม่ ีีการเล่น่ ระดัับ และ ด้้าน สภาพแวดล้อ้ มที่�่พักั อาศัยั ควรมีีบรรยากาศดีี ร่ม่ รื่่น� มีีผลต่่อความตั้�งใจซื้อ� ศจิิกา ศรีีนวล (2561) พบว่า่ ที่พ�่ ัักอาศัยั ควรมีีตราสิินค้า้ เป็น็ ที่ร�่ ู้�้ จััก น่า่ เชื่อ่� ถืือ ราคาควร เหมาะสมกัับคุุณภาพคุ้ �มค่่า ทำำ�เลที่�่ตั้ �งควรสะดวกต่่อการเดิินทางใกล้้แหล่่ง สนับั สนุนุ อำำ�นวยความสะดวก มีีผลต่อ่ กระบวนการตััดสิินใจเลืือกซื้�อบ้้านจัดั สรร ความตั้้�งใจซื้้�อ (Purchase Intention) ภรณ์์ธิิดา จงพิพิ ิิธพร (2558) ให้้ ความหมาย ความตั้�งใจซื้�อ หมายถึึง ความตั้�งใจหรืือแนวโน้้มในการจะซื้�อสิินค้้า ของผู้�้บริิโภค เริ่�มตั้�งแต่่รัับรู้�้ความต้้องการ ค้้นหาข้้อมููล เปรีียบเทีียบ และความ ตั้�งใจซื้อ� ธิิดารััตน์์ ปสันั น์ส์ ิริ ิคิ ุุณ และ จิิราภา พึ่่ง� บางกรวย (2560) อธิิบายว่า่ ความตั้ง� ใจซื้อ� ยังั ขึ้น้� อยู่่�กับั ข้อ้ มููลข่า่ วสารที่ไ�่ ด้ร้ ับั จากสื่อ่� หรืือจากการสื่อ�่ สาร เป็น็ การ ประเมิินตราสิินค้้าแล้้วเกิิดความพึึงพอใจ รวมถึึงการมีีทััศนคติิที่่�ดีี ส่่งผลต่่อ พฤติกิ รรมในความตั้�งใจซื้อ� สรุปุ ความตั้�งใจซื้อ� หมายถึึง ความตั้�งใจหรืือแนวโน้ม้ ต่อ่ สินิ ค้า้ และบริกิ ารของผู้บ้� ริโิ ภคจากการได้ร้ ับั รู้้�ข้อ้ มููลข่า่ วสารจากหลากหลายสื่อ�่ โดยเริ่ม� จากตระหนักั ในความต้อ้ งการ ค้น้ หาข้อ้ มููล ประเมินิ เปรีียบเทีียบและตัดั สินิ ใจเลืือก ทั้้ง� นี้้ � ชููชัยั สมิทิ ธิไิ กร (2561) ให้ค้ วามหมาย ความตั้ง� ใจซื้อ� ว่า่ เป็น็ กระบวน การที่่�เกิิดขึ้้�นก่่อนการซื้�อและการใช้้จริิงจะเกิิดขึ้้�น ประกอบด้้วย 1) ตระหนัักถึึง ปัญั หา 2) การค้น้ หาข้อ้ มููล 3) การประเมินิ ทางเลืือก 4) การตัดั สินิ ใจเลืือก ขณะที่�่ สุุดาพร กุุณฑลบุุตร (2558) ได้้กำำ�หนดกระบวนการความตั้�งใจซื้�อ ได้้แก่่ 1) การตระหนัักถึึงความต้้องการ 2) การแสวงหาข้้อมููล 3) การประเมิินทางเลืือก 4) การตััดสิินใจเลืือก และ 5) พฤติิกรรมหลัังการซื้�อ ซึ่่�งสอดคล้้องกัับ วิิทวััส รุ่�งเรืืองผล (2558) การวิิจััยนี้้�กลุ่�มตััวอย่่าง คืือ กลุ่�ม Gen X ที่�่กำ�ำ ลัังเข้า้ สู่่�วััยสููงอายุุ และกำำ�ลังั วางแผนเกี่ย�่ วกับั ที่พ่� ักั อาศัยั ในอนาคต จึึงกำำ�หนดกระบวนการความตั้ง� ใจ ซื้อ� ประกอบด้ว้ ย ตระหนักั ถึึงความต้อ้ งการ แสวงหาข้อ้ มููล ประเมินิ ทางเลืือก และ ความตั้ง� ใจซื้อ�
154 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 ผลการวิิจััยของ ธััญวิิชญ์์ ศิิริิทััพ (2561) พบว่่า ด้้านกระบวนการ ด้้าน บุคุ ลากร และด้า้ นผลิติ ภััณฑ์์ มีีอิิทธิพิ ลผลต่อ่ การตััดสิินใจซื้อ� บ้้านเดี่�ย่ ว โดยระดัับ ความคิิดเห็น็ ต่อ่ กระบวนการตััดสินิ ใจซื้�อเรีียงลำ�ำ ดับั จากมากสุุด ได้แ้ ก่่ การตัดั สิิน ใจซื้อ� ความรู้้�สึกหลังั อยู่�อาศัยั การประเมินิ ทางเลืือก การมองเห็็นปัญั หา และการ แสวงหาข้อ้ มููล ตามลำ�ำ ดับั ขณะที่�่ ศจิกิ า ศรีีนวล (2561) พบว่า่ กระบวนการตัดั สินิ ใจเลืือกซื้�อบ้้านจััดสรรของประชากรโดยรวมอยู่�ในระดัับมากที่่�สุุด และเมื่�่อ พิิจารณาเป็็นรายด้้าน พบว่่าทุกุ ด้้าน ได้้แก่ ่ ด้า้ นการตระหนัักถึึงปัญั หาและความ ต้อ้ งการ ด้้านการแสวงหาข้้อมููล ด้า้ นการประเมินิ ทางเลืือก ด้้านการตัดั สิินใจซื้อ� และพฤติกิ รรมหลังั การซื้อ� อยู่�ในระดับั มากที่ส่� ุดุ เช่น่ กันั ขณะที่่� นพคุณุ เลีียงประสิทิ ธิ์� (2559) พบว่า่ ความคิดิ เห็น็ เกี่ย่� วกับั กระบวนการตัดั สินิ ใจซื้อ� บ้า้ นเดี่ย่� วในภาพรวม อยู่�ในระดับั มาก แต่เ่ มื่อ่� พิจิ ารณารายด้า้ น พบว่า่ การประเมินิ ผลทางเลืือกก่อ่ นการ ตััดสิินใจซื้�อมีีค่่าเฉลี่่�ยมากที่่�สุุด รองมา คืือ การรัับรู้�้ถึงปััญหาหรืือความต้้องการ และน้อ้ ยที่ส�่ ุดุ คืือ การค้น้ หาข้อ้ มููล เนื่อ�่ งจากบ้า้ นเป็น็ สินิ ค้า้ ที่ส�่ ามารถรับั ชมสถาน ที่จ่� ริงิ ได้้ แต่เ่ ป็น็ สินิ ค้า้ ที่ม่� ีีราคาแพงซื้อ� ไม่บ่ ่อ่ ยจึึงควรทำ�ำ การประเมินิ ให้ด้ ีีก่อ่ นที่จ�่ ะ ตััดสินิ ใจซื้อ� ทั้้�งนี้้ผ� ลงานวิิจััยของ ปิิยนุุช เตีียเอี่่�ยมดีี เบญจวรรณ สุุจริติ และ ภา ศิิริิ เขตปิิยรััตน์์ (2562) พบว่่า เครื่่�องมืือในการสื่�่อสารแบบบููรณาการมีีความ 6 สััมพัันธ์์เฉพาะการตััดสิินใจซื้�อและพฤติิกรรมหลัังการซื้�อซึ่�่งเป็็นการตััดสิินใจด้้วย ตนเองซึ่ง�่ เป็็นกระบวนการที่เ่� กิิดขึ้้น� ภายในความรู้�้สึกนึึกคิดิ ของตัวั เอง โดยเฉพาะ การเสาะแสวงหาข้้อมููลเมื่่�อเกิิดปััญหาหรืือความต้้องการ ผู้�้บริิโภคจะแสวงหา หนทางแก้ไ้ ขโดยหาข้อ้ มููลเพิ่่ม� เติมิ เพื่อ่� ช่ว่ ยในการตัดั สินิ ใจจากทั้้ง� ครอบครัวั เพื่อ่� น กลุ่ �มอ้้างอิิง ผู้�้เชี่่�ยวชาญเฉพาะด้้านหรืือผู้้�ที่�่เคยมีีประสบการณ์์จากสิินค้้ามาก่่อน จากข้อ้ มููลดังั กล่า่ วอาจเป็น็ เพราะผู้บ้� ริโิ ภคเป็น็ รับั รู้้�ปัญั หา ประสบปัญั หาด้ว้ ยตนเอง และรู้้�ถึงความต้้องการของตนเอง จากข้้อมููลข้้างต้้นนำ�ำ มาตั้�งสมมติฐิ าน ดังั นี้้�
155โมเดลสมการโครงสรา้ งการสอ่ื สารการตลาดแบบบูรณาการและทัศนคติทม่ี อี ทิ ธิพลต่อความตง้ั ใจ ซ้ือท่พี ักอาศัยในอนาคตของกลุ่ม Gen X The Structural Equation Model of Integrated Marketing Communication and Attitude Influence House Purchase Intention of the Future Gen X สมมตฐิ านของการวิจัย H 1. การสื่อ่� สารการตลาดแบบบููรณาการมีีอิิทธิพิ ลทางบวกต่่อทััศนคติิ H 2. การสื่อ�่ สารการตลาดแบบบููรณาการมีีอิิทธิิพลทางบวกต่่อความตั้ง� ใจซื้�อ H 3. ทััศนคติิมีีอิทิ ธิพิ ลทางบวกต่่อความตั้�งใจซื้อ� วิธีด�ำ เนินการวจิ ัย 6 การวิจิ ัยั นี้้เ� ป็น็ การวิจิ ัยั เชิงิ ปริมิ าณ ทบทวนเนื้้อ� หาจากเอกสาร ตำำ�ราวิชิ าการ งานวิิจััยที่่�ผ่่านมาเกี่�่ยวกัับตััวแปรที่�่เกี่่�ยวข้้องกัับการสื่�่อสารการตลาดแบบ บููรณาการ ทััศนคติิ และความตั้ง� ใจซื้อ� เครื่อ่� งมืือในการศึึกษา คืือ แบบสอบถาม ที่ผ�่ ่า่ นคณะกรรมการจริยิ ธรรมในมนุษุ ย์ ์ วิทิ ยาลัยั เซาธ์อ์ ีีสท์บ์ างกอก วันั ที่่� 1 ธันั วาคม 2563 ประกอบด้้วย ตอนที่�่ 1 ข้้อมููลปััจจัยั ส่ว่ นบุุคคล ตอนที่�่ 2 การสื่่อ� สารการ ตลาดแบบบููรณาการ ทัศั นคติิ และความตั้�งใจซื้อ� และตอนที่่� 3 ข้อ้ เสนอแนะ ผ่า่ น ความเที่่ย� งตรงเชิิงเนื้้อ� หา (Validity) โดยหาค่่า IOC (Index of Item Objective) จากผู้้�ทรงคุุณวุุฒิิและทดสอบความเชื่่�อมั่�น (Reliability) โดยประมวลผลผ่่านค่่า สัมั ประสิิทธ์์แอลฟ่า่ ครอนบาค (Cronbach’s Alpha Coefficient) และผลที่่ไ� ด้้ อยู่�ระหว่่าง 0.70-0.89 แจกแบบสอบถามออนไลน์์ระหว่า่ งเดืือน ธัันวาคม 2563 – มกราคม 2564 ใช้้สถิติ ิพิ รรณนาเพื่อ�่ บรรยายข้อ้ มููลปัจั จัยั ส่่วนบุุคคล ค่่าเฉลี่�่ย และส่ว่ นเบี่ย�่ งเบนมาตรฐาน อธิบิ ายระดับั มีีอิทิ ธิิพลต่อ่ ตัวั แปร ทดสอบสมมติฐิ าน โดยใช้เ้ ทคนิคิ การวิเิ คราะห์ต์ ัวั แบบจำ�ำ ลองสมการโครงสร้า้ ง (Structural Equation Modeling : SEM) และศึึกษาอิิทธิิพลของแต่่ละตััวแปรด้้วยการวิิเคราะห์์ องค์ป์ ระกอบเชิงิ ยืืนยััน (CFA)
156 วารสารร่มพฤกษ์ มหาวทิ ยาลยั เกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 ผลการวิจยั ตารางที่� 1 ค่า่ เฉลี่่�ยและส่่วนเบี่่ย� งเบนมาตรฐานของตััวแปรต้้นและตััวแปรตาม ตัวแปร/ตวั ชว้ี ัด M S.D. แปลคา่ การสื่อสารการตลาดแบบบรู ณาการ (IMC) 4.00 0.89 มาก 1. การโฆษณา 3.46 1.14 ปานกลาง 2. การประชาสมั พนั ธ์ (PR) 4.05 0.83 มาก 3. การสง่ เสริมการขาย 4.12 0.83 มาก 4. การขายโดยพนกั งาน 4.25 0.82 มาก 5. การตลาดทางตรง 4.16 0.82 มาก ทศั นคติ 4.18 0.83 มาก 1. ดา้ นผลติ ภัณฑ์ 4.26 0.81 มาก 2. ด้านราคา 4.23 0.82 มาก 3. ด้านชอ่ งทางการจัดจำ�หนา่ ย/ทำ�เลทพ่ี กั อาศยั 4.19 0.83 มาก 4. ด้านตราสนิ ค้า 4.05 0.84 มาก ความต้งั ใจซอื้ 4.02 0.89 มาก 6 1. ความต้องการ 4.09 0.87 มาก 2. การหาขอ้ มลู 3.87 0.93 มาก 3. การประเมิน 4.11 0.85 มาก 4. ความตง้ั ใจซื้อ 3.99 0.89 มาก รวมเฉลย่ี 4.07 0.87 มาก จากตารางที่�่ 1 พบว่่า ค่่าเฉลี่่�ยทั้้�ง 3 ตััวแปรในภาพรวมอยู่�ในระดัับมาก (M=4.07, S.D.=0.87) โดยทัศั นคติิ (attitude) ค่า่ เฉลี่ย่� อยู่�ในระดับั มาก (M=4.18, S.D.=0.83) เป็็นลำำ�ดับั ที่�่ 1 รองลงมาความตั้ง� ใจซื้อ� (purchase intention) และ การสื่อ�่ สารการตลาดแบบบููรณาการ (integrated marketing communication) มีีค่า่ เฉลี่�ย่ 4.02 และ 4.00 ตามลำ�ำ ดัับ
157โมเดลสมการโครงสรา้ งการสอื่ สารการตลาดแบบบูรณาการและทัศนคติท่มี อี ิทธิพลตอ่ ความตั้งใจ ซือ้ ที่พักอาศยั ในอนาคตของกลุ่ม Gen X The Structural Equation Model of Integrated Marketing Communication and Attitude Influence House Purchase Intention of the Future Gen X ตารางที่� 2 ผลการวิเิ คราะห์อ์ งค์์ประกอบเชิิงยืืนยัันของโมเดลการวััด คา่ ดชั นี โมเดลการวัด IMC ATI PI ไคสแควรส์ ัมพันธ์ (χ2/df) 1.11 1.12 1.13 ระดับความเป็นอิสระ (df) 369 342 305 ดัชนีวัดระดับความสอดคล้อง (GFI) 0.93 0.93 0.94 ดชั นีวัดระดบั ความสอดคลอ้ งท่ีปรับแกแ้ ล้ว (AGFI) 0.91 0.92 0.92 ดชั นวี ัดระดบั ความสอดคล้องเปรียบเทยี บ (CFI) 0.99 0.99 0.99 ดัชนวี ัดความคลาดเคลอื่ นการประมาณคา่ พารามิเตอร์ 0.01 0.01 0.01 (RMSEA) ดัชนีค่ารากของคา่ เฉล่ียกำ�ลงั สองของความคลาดเคลื่อน 0.02 0.01 0.02 (RMR) จากตารางที่่� 2 พบว่า่ องค์์ประประกอบเชิงิ ยืืนยันั โมเดลการวัดั ตััวแปรการ 6 สื่�่อสารการตลาดแบบบููรณาการ (IMC) χ2/df=1.11 df=369, GFI= 0.93, AGFI=0.91, CFI=0.99, RMSEA=0.01, RMR=0.02 โมเดลการวัดั ตัวั แปรทัศั นคติิ (ATI) χ2/df=1.12, df=342, GFI= 0.93, AGFI=0.92, CFI=0.99, RMSEA=0.01, RMR=0.01 และโมเดลการวััดตััวแปรความตั้�งใจซื้อ� (PI) χ2/df=1.13, df=305, GFI= 0.94, AGFI=0.92, CFI=0.99, RMSEA=0.01, RMR=0.02 ซึ่�่งมีีความ สอดคล้้องกลมกลืืนกับั ข้้อมููลเขิิงประจักั ษ์์
158 วารสารร่มพฤกษ์ มหาวทิ ยาลยั เกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 รูปู ภาพที่� 1 โมเดลสมการโครงสร้า้ งการสื่่อ� สารการตลาดแบบบููรณาการและ ทัศั นคติิที่ม�่ ีีอิิทธิพิ ลต่อ่ ความตั้ง� ใจซื้�อที่พ่� ัักอาศัยั ในอนาคตของกลุ่�ม Gen X จากรููปภาพที่่� 1 ผลการวิิเคราะห์์ข้้อมููล พบว่่า ตััวแบบจำำ�ลองสมการ 6 โครงสร้า้ งสอดคล้อ้ งกับั ข้อ้ มููลเชิงิ ประจักั ษ์์ แสดงว่า่ ยอมรับั สมมติฐิ าน ซึ่ง่� พิจิ ารณา จากค่า่ ไค-สแควร์์ (χ2) มีีค่า่ เท่า่ กัับ 30.31 องศาอิิสระ (df) มีีค่า่ เท่่ากับั 21 ค่่า ความน่่าจะเป็็น (p-value) มีีค่า่ เท่่ากัับ 0.085 ผ่่านเกณฑ์์ คืือ ต้้องมีีค่่ามากกว่่า .05 ค่่าไค-สแควร์ส์ ัมั พััทธ์์ (χ2/df) มีีค่่าเท่่ากับั 1.44 ผ่า่ นเกณฑ์ ์ คืือ ค่่าไม่ค่ วร เกิิน 2.00 เมื่่�อพิจิ ารณา ค่่าดัชั นีีวัดั ระดับั ความกลมกลืืน (GFI) มีีค่า่ เท่า่ กัับ .90 ผ่่านเกณฑ์์ คืือ ควรมีีค่่าระหว่า่ ง 0.90 – 1.00 ค่่าดัชั นีีวัดั ความกลมกลืืนที่�ป่ รัับแก้้ (AGFI) มีีค่่าเท่่ากับั 0.95 ดัชั นีีวัดั ระดับั ความสอดคล้้องเปรีียบเทีียบ (CFI) มีีค่า่ เท่า่ กับั 0.99 ผ่่านเกณฑ์์ คืือ ควรมีีค่่าระหว่า่ ง 0.90-1.00 ค่า่ ดััชนีีรากของค่่า เฉลี่่ย� กำ�ำ ลัังสองของส่่วนที่เ�่ หลืือมาตรฐาน (SRMR) เท่่ากับั 0.008 และค่่าดัชั นีีค่า่ ความคลาดเคลื่่�อนในการประมาณพารามิเิ ตอร์์ (RMSEA) มีีค่่าเท่า่ กัับ 0.03 ผ่่าน เกณฑ์์ คืือ ค่า่ ควรน้้อยกว่า่ 0.05
159โมเดลสมการโครงสรา้ งการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการและทัศนคติทมี่ อี ิทธพิ ลตอ่ ความตง้ั ใจ ซอื้ ท่พี กั อาศยั ในอนาคตของกลมุ่ Gen X The Structural Equation Model of Integrated Marketing Communication and Attitude Influence House Purchase Intention of the Future Gen X ตารางที่� 3 ค่า่ สัมั ประสิทิ ธิ์เ� ส้น้ ทาง ค่า่ ความผิดิ พลาดมาตรฐาน และค่า่ t value ตััวแบบจำ�ำ ลองโมเดล (n = 400) Path Diagram Path Standard t value Coefficients Errors LAMBDA-X IMC Advertising 0.98 - LAMBDA-Y IMC Public Relation 0.16 0.46 2.74 IMC Sale Promotion 0.74** 0.30 2.68 IMC Personal Saleing 0.84** 0.33 2.63 6 IMC Direct Marketing 0.82** 0.54 2.68 ATI 0.68** 0.16 ATI Product 0.92 0.15 - ATI Price 0.93** 0.10 30.07 ATI Place 0.95** 0.66 27.57 PI Brand 0.13* 0.60 1.49 PI Need Recognition 0.33 PI Information Alternative 0.64 0.24 - PI Evaluation of Alternative 0.82** 0.13 12.72 Purchase Intention 0.50** 7.38 0.94** 12.43 GAMMA IMC ATI 0.83** 2.68 IMC PI 0.22* 1.99 BETA ATI PI 0.63** 7.15 * หมายถึึง นััยสำ�ำ คััญทางสถิิติิที่่�ระดับั .05 (1.960 ≤ t value < 2.576), ** หมายถึึง นััยสำ�ำ คััญทางสถิติ ิทิ ี่�ร่ ะดับั .01 (t value ≥ 2.576) จากตารางที่�่ 3 ผลการวิิเคราะห์์ข้้อมููล พบว่่า ค่่าสััมประสิิทธิ์�เส้้นทางของ การสื่อ่� สารการตลาดแบบบููรณาการมากสุดุ ได้แ้ ก่่ การส่ง่ เสริมิ การขาย (0.84) ค่า่ สััมประสิิทธิ์�เส้้นทางของทััศนคติิมากสุุด ได้้แก่่ ทำำ�เลที่�่ตั้�ง (0.95) และค่่า สััมประสิิทธิ์�เส้น้ ทางของความตั้ง� ใจซื้อ� มากสุดุ ได้้แก่่ ความตั้ง� ใจซื้อ� (0.94) และมีี
160 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวทิ ยาลยั เกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 ค่า่ สัมั ประสิทิ ธิ์เ� ส้น้ ทางจากการสื่อ่� สารการตลาดแบบบููรณาการไปทัศั นคติเิ ท่า่ กับั (0.83) และไปความตั้�งใจซื้�อเท่่ากัับ (0.22) ขณะที่�่ค่่าสััมประสิิทธิ์�เส้้นทางจาก ทัศั นคติไิ ปความตั้�งใจซื้�อเท่่ากับั (0.63) ตารางที่� 4 ผลการวิิเคราะห์ค์ วามตรงแบบรวมศููนย์์ (Convergent Validity) ตวั แปร ตัวชี้วดั Average Variance Composite Reliability t-Value Extracted (AVE) (CR) IMC AD 0.54 0.88 3.59 PR 0.52 0.79 3.99 SP 0.54 0.89 8.04 PS 0.57 0.90 13.47 DM 0.63 0.89 12.92 ATI PRO 0.65 0.95 17.78 PRI 0.66 0.82 16.12 PLA 0.66 0.90 19.66 BRAN 0.59 0.89 8.78 6 PI NR 0.50 0.86 6.48 IA 0.55 0.87 16.57 EA 0.62 0.92 7.11 PI 0.50 0.85 6.08 จากตารางที่่� 4 สรุปุ ภาพรวมการตรวจสอบความตรงแบบรวมศููนย์์ ผลการ วิเิ คราะห์ข์ ้อ้ มููล พบว่า่ ทุกุ ตัวั แปรชี้ว� ัดั มีีค่า่ Average Variance Extracted (AVE) มีีค่่าเกินิ 0.5 ขึ้น�้ ไป และค่า่ ความเที่ย�่ งรวม Composite Reliability (CR) ทุุก ตัวั แปรชี้�วัดั มีีค่า่ มีีค่า่ เกินิ 0.6 ขึ้�้นไป
161โมเดลสมการโครงสรา้ งการสอ่ื สารการตลาดแบบบูรณาการและทัศนคตทิ ม่ี ีอทิ ธิพลตอ่ ความต้งั ใจ ซอ้ื ทพ่ี ักอาศยั ในอนาคตของกลุ่ม Gen X The Structural Equation Model of Integrated Marketing Communication and Attitude Influence House Purchase Intention of the Future Gen X ตารางที่� 5 อิิทธิิพลทางตรง อิิทธิิพลทางอ้้อม และอิิทธิิพลรวมของการสื่่�อสาร การตลาดแบบบููรณาการและทัศั นคติติ ่อ่ ความตั้ง� ใจซื้อ� ที่พ่� ักั อาศัยั ใน อนาคตของกลุ่�ม Gen X ตัวแปรผลลัพธ์ ตัวแปรสาเหตุ IMC ATI R2 0.686 DE 0.83 - 0.671 ATI IE - - TE 0.83 - DE 0.22 0.63 PI IE 0.52 - TE 0.74 0.63 หมายเหตุุ : DE = Direct Effect, IE = Indirect Effect, TE = Total Effect จากตารางที่่� 5 แสดงเส้น้ ทางความสัมั พันั ธ์ ์ อิทิ ธิพิ ลทางตรง อิทิ ธิพิ ลทางอ้อ้ ม 6 และอิิทธิิพลรวมของเส้้นทางความสััมพัันธ์์ระหว่่างการสื่�่อสารการตลาดแบบ บููรณาการ ทััศนคติิ และความตั้�งใจซื้�อ ผลของการวิิเคราะห์ ์ นำ�ำ เสนอค่่าสัมั พันั ธ์์ ระหว่า่ งตััวแปรในแต่ล่ ะเส้้นทาง สามารถอธิิบายได้ ้ ดังั นี้้� การสื่่�อสารการตลาดแบบบููรณาการมีีผลทางบวกต่่อทััศนคติิ อย่่างมีีนััย สำำ�คัญั ทางสถิิติิ โดยมีีอิิทธิิพลทางตรง (Direct Effect : DE) และมีีอิทิ ธิิพลรวม (Total Effect : TE) เท่่ากับั 0.83 แต่่ไม่ม่ ีีอิทิ ธิิพลทางอ้อ้ ม (Indirect Effect : IE) การสื่�่อสารการตลาดแบบบููรณาการมีีผลทางบวกต่่อความตั้�งใจซื้�อ อย่่างมีี นััยสำ�ำ คััญทางสถิิติิ โดยมีีอิิทธิิพลทางตรง (Direct Effect : DE) เท่่ากัับ 0.22 อิิทธิพิ ลทางอ้้อม (Indirect Effect : IE) เท่า่ กัับ 0.52 และอิทิ ธิพิ ลรวม (Total Effect : TE) เท่่ากัับ 0.74 ทััศนคติิมีีผลทางบวกต่่อความตั้ �งใจซื้�อ อย่่างมีีนััยสำำ�คััญทางสถิิติิ โดยมีี อิทิ ธิพิ ลทางตรง (Direct Effect : DE) มีีอิทิ ธิิพลรวม (Total Effect : TE) เท่า่ กัับ 0.63 แต่ไ่ ม่่มีีอิิทธิพิ ลทางอ้้อม (Indirect Effect : IE)
162 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวทิ ยาลัยเกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 จากเส้้นทางความสััมพัันธ์์ อิิทธิิพลทางตรง อิิทธิิพลทางอ้้อม และอิิทธิิพล รวมของเส้น้ ทางความสัมั พันั ธ์ร์ ะหว่า่ งการสื่อ�่ สารการตลาดแบบบููรณาการ ทัศั นคติิ และความตั้�งใจซื้�อ ผลของการวิิเคราะห์์ นำ�ำ มาสรุปุ ผลการทดสอบสมมติิฐาน ดังั ตารางที่่� 6 ตารางที่� 6 ผลการทดสอบสมมติฐิ าน สมมติฐาน ผลทดสอบสมมตฐิ าน H1 การสื่อสารการตลาดแบบบรู ณาการมีอิทธพิ ลทางบวกตอ่ ทศั นคติ สอดคลอ้ ง H2 การสื่อสารการตลาดแบบบรู ณาการมีอิทธิพลทางบวกตอ่ ความตง้ั ใจซื้อ สอดคล้อง H3 ทัศนคตมิ อี ทิ ธพิ ลทางบวกต่อความตง้ั ใจซื้อ สอดคล้อง อภิปรายผลและบทสรุป จากผลการศึึกษา พบว่า่ ความตั้ง� ใจซื้อ� ที่พ�่ ักั อาศัยั ในอนาคตของกลุ่�ม Gen X ได้ร้ ับั อิทิ ธิพิ ลจากการสื่อ่� สารการตลาดแบบบููรณาการ และทัศั นคติิ โดยอภิปิ รายได้้ ดังั นี้้� การสื่่�อสารการตลาดแบบบููรณาการมีีอิิทธิิพลทางบวกต่่อทััศนคติิ เพราะ 6 การสื่�่อสารการตลาดแบบบููรณาการมีีอิิทธิิพลต่่อการรัับรู้�้ของผู้้�ที่�่ได้้รัับข้้อมููล ข่่าวสารจากแหล่่งต่่าง ๆ ที่่�ผู้้�เป็็นเจ้้าของสิินค้้าได้้นำำ�เสนอออกไป ส่่งผลให้้ผู้้�รัับ ข้อ้ มููลข่า่ วสารได้บ้ ริโิ ภคข้อ้ มููล เกิดิ เป็น็ ความรู้�้ ความเข้า้ ใจ ความคิดิ นำ�ำ มาซึ่ง่� ความ รู้้�สึก ทััศนคติิที่ด่� ีีต่่อสินิ ค้้า ทำำ�ให้้เห็็นคุุณค่า่ และความจำำ�เป็็นในสิินค้้าทำ�ำ ให้้มีีความ ตั้�งใจที่�จ่ ะซื้�อในอนาคต สอดคล้อ้ ง ปรัชั ญาภร เพไร (2559) พบว่่า การโฆษณา การประชาสััมพัันธ์์ การส่่งเสริิมการขาย การขายโดยพนัักงาน และการตลาดทาง ตรง จะช่่วยส่่งเสริิมสนัับสนุุนให้้ลููกค้้าเกิิดทััศนคติิที่�่ดีี นำ�ำ มาซึ่่�งพฤติิกรรมความ ตั้ง� ใจซื้อ� บ้า้ นจัดั สรรและ วิิรีีนทร์ ์ วีีระวรรณ และ ธาตรีี ใต้ฟ้ ้้าพููล (2562) พบว่า่ เครื่่�องมืือการสื่่�อสารการตลาด ด้้านการส่่งเสริิมการขาย การโฆษณา และการ ประชาสัมั พันั ธ์ ์ มีีความสัมั พันั ธ์เ์ ชิงิ บวกในระดับั มากต่อ่ ทัศั นคติแิ ละความตั้ง� ใจเลืือก ใช้บ้ ริกิ ารของผู้บ�้ ริโิ ภคต่อ่ สถาบันั การเงินิ และการธนาคาร วรางคณา ตันั ฑสันั ติสิ กุลุ (2563) พบว่่า ทััศนคติิที่�่ส่่งผลต่่อการเปลี่�่ยนแปลงพฤติิกรรมการใช้้ถุุงพลาสติิก
163โมเดลสมการโครงสรา้ งการสอ่ื สารการตลาดแบบบรู ณาการและทศั นคตทิ ่ีมีอทิ ธิพลตอ่ ความตง้ั ใจ ซอื้ ที่พักอาศยั ในอนาคตของกลมุ่ Gen X The Structural Equation Model of Integrated Marketing Communication and Attitude Influence House Purchase Intention of the Future Gen X ของประชากรในจัังหวััดสงขลา ภาพรวมอยู่�ในระดัับที่่�เห็็นด้้วยมาก คืือ เมื่่�อ 6 ประชากรรัับรู้�้ ข่่าวสารแล้้วจะเกิิดเป็็นทััศนคติิที่�่ดีีและจะส่่งผลต่่อพฤติิกรรมการ ซื้อ� ในที่่�สุดุ และ ชููชัยั สมิทิ ธิไิ กร (2561) ที่�่กล่่าวว่่า การเกิดิ ทััศนคติิเป็น็ ผลจาก 1) การเปิดิ รับั สิ่ง� เร้า้ ซ้ำ��ำ ๆ คืือ การได้ร้ ับั ข้อ้ มููลข่า่ วสารผ่า่ นสื่อ�่ ต่า่ ง ๆ หากได้ร้ ับั บ่อ่ ย ครั้ง� มากขึ้้�นจะทำ�ำ ให้้เกิดิ ความชอบและอาจส่่งผลต่อ่ ความต้้องการในที่ส่� ุุด 2) การ เรีียนรู้จ้� ากการวางเงื่อ� นไขแบบคลาสสิกิ คืือ การได้ร้ ับั ข้อ้ มููลข่า่ วสารผ่า่ นสื่อ่� ต่า่ ง ๆ โดยมีีดาราหรืือบุคุ คลมีีชื่อ่� เสีียงหรืือบุคุ คลที่อ�่ ยู่�ในความสนใจ เป็น็ ผู้้�นำ�ำ เสนอ ส่ง่ ผล ต่อ่ ความขื่น�่ ชอบและมีีพฤติกิ รรมการใช้ต้ ามบุคุ คลดังั กล่า่ ว 3) การเรีียนรู้จ้� ากการ วางเงื่อ� นไขแบบลงมืือกระทำำ� คืือ ทัศั นคติิด้า้ นบวกที่่�ก่อ่ ตัวั ขึ้น�้ จากการที่บ�่ ุุคคลได้้ รัับรางวัลั เช่่น ซื้้อ� ที่่พ� ัักอาศััยได้้ของแถม ส่ว่ นลด หรืือสิิทธิิพิิเศษมากมาย 4) การ เรีียนรู้�้จากการสัังเกตุุการกระทำำ�ของผู้�้ อื่�น คืือ ทััศนคติิก่่อตััวจากการสัังเกตเห็็น การกระทำ�ำ ของผู้�้อื่�น เช่่น มีีคนจองหรืือซื้�อที่�่พัักอาศััยบริิษััทนี้้�มากก็็เลยรู้้�สึกดีีกัับ ที่่�พัักอาศััยโครงการ ดังั กล่่าว การสื่�่อสารการตลาดแบบบููรณาการมีีอิิทธิิพลทางบวกต่่อความตั้�งใจซื้�อ เพราะการสื่อ่� สารการตลาดแบบบููรณาการเป็น็ การทำำ�งานร่ว่ มกันั ของหลายเครื่อ่� ง มืือในกิจิ กรรมทางการตลาด เพื่อ่� นำำ�เสนอข้อ้ มููลไปยังั ผู้บ�้ ริโิ ภคให้เ้ กิดิ การรับั รู้�้ การ เห็็น การได้้ยินิ ซึ่�่งจะช่ว่ ยให้้ผู้�บ้ ริิโภคเกิิดความต้้องการในสินิ ค้า้ และบริิการนั้้�นได้้ สอดคล้อ้ ง ศจิิกา ศรีีนวล (2561) พบว่า่ การสื่อ�่ สารการตลาดมีีความสััมพันั ธ์์ต่อ่ กระบวนการตััดสิินใจเลืือกซื้�อบ้้านจััดสรร โดยเฉพาะการโฆษณาสิินค้้าผ่่านทาง สื่่�อโฆษณาที่ท่� ำำ�ให้ผ้ ู้บ�้ ริโิ ภคได้้เห็็นและรัับทราบ รวมทั้้�งแผ่่นโปสเตอร์์ ณ จุุดขาย การประชาสััมพันั ธ์์ การส่่งเสริมิ การขาย การขายโดยใช้พ้ นัักงานขาย มีีส่ว่ นช่ว่ ย กระตุ้ �น จููงใจให้้ผู้้�บริิโภคเกิิดความต้้องการในบ้้านจััดสรรและส่่งผลให้้ผู้�้บริิโภค ตััดสิินใจซื้�อ และ ปิิยนุชุ เตีียเอี่�่ยมดีี เบญจวรรณ สุจุ ริิต และ ภาศิริ ิิ เขตปิยิ รัตั น์์ (2562) พบว่า่ ทุกุ เครื่อ�่ งมืือการสื่อ�่ สารการตลาดแบบบููรณาการมีีผลต่อ่ การตัดั สินิ ใจซื้�อมากสุดุ ได้้แก่่ การส่่งเสริมิ การขาย ด้า้ นพนักั งาน การประชาสัมั พันั ธ์์ ขณะ ที่่�ด้า้ นการโฆษณา และด้า้ นการตลาดทางตรงมีีผลระดัับมาก และผลการวิจิ ัยั ของ เหมสุุดา สัันติิมิิตร (2558) พบว่่า การสื่อ่� สารทางการตลาดแบบบููรณาการ มีีผล ต่อ่ การตััดสิินใจซื้�อรถยี่่ห� ้อ้ Kawasaki มากสุุด ได้แ้ ก่่ การส่่งเสริมิ การขาย รองลง
164 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวิทยาลยั เกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 มาการประชาสััมพันั ธ์์ และการตลาดทางตรง และ Oana (2018) ที่ก่� ล่่าวว่่า การ สื่�่อสารการตลาดแบบบููรณาการเป็็นเครื่่�องมืือที่�่ส่่งผลกระทบต่่อพฤติิกรรมของ ผู้บ�้ ริโิ ภค และ Miremadi & Qamsari (2017) ช่ว่ ยดึึงดููดความสนใจของผู้�้ซื้อ� และ ผู้้�รัับบริกิ ารโดยเฉพาะผู้้�ที่�่ต้้องการข้อ้ มููลจากแหล่ง่ ต่า่ งๆเพื่่�อใช้ใ้ นการตัดั สิินใจซื้�อ ทััศนคติิมีีอิิทธิิพลทางบวกต่่อความตั้�งใจซื้�อ เพราะเมื่่�อบุุคคลได้้เรีียนรู้้�ผ่่าน การรับั รู้้�ข้อ้ มููลจากการนำำ�เสนอ ผ่่านการมีีประสบการณ์ท์ ั้้�งจากการเห็น็ การรัับรู้�้ จนเกิดิ เป็็นความรู้้�สึกด้้านบวกหรืือด้้านลบซึ่ง�่ ก็็ คืือ ทััศนคติิ สอดคล้้อง วรางคณา ตัันฑสัันติิสกุลุ (2563) พบว่า่ เมื่่�อผู้�บ้ ริิโภคได้ร้ ับั รู้�้ ข่่าวสารจะเกิดิ เป็น็ ทัศั นคติิและ จะส่ง่ ผลต่่อพฤติกิ รรม และ ภรณ์ธ์ ิดิ า จงพิิพิิธพร (2558) พบว่่า ปัจั จััยที่ส่� ่่งผลต่่อ ความตั้ง� ใจซื้อ� ที่พ่� ักั อาศัยั ของผู้�้สูงอายุทุ ี่�่พึ่่�งพาตนเองสููงสุดุ ได้แ้ ก่ ่ ทำ�ำ เลที่่�พักั อาศัยั มีีการคมนาคมสะดวก อยู่่�ติดิ ถนนใหญ่่ ใกล้ร้ ะบบขนส่ง่ รองลงมา คืือ ความเหมาะ สมของราคากับั รููปแบบที่พ�่ ักั อาศัยั และมีีตัวั อย่า่ งให้ช้ ม ด้า้ นส่ว่ นกลางของโครงการ กว้า้ งขวาง ตกแต่่งสวยงาม มีีสิ่่�งอำำ�นวยความสะดวก มีีระบบการดููแลรัักษาความ ปลอดภััย และด้้านชื่�่อเสีียงของที่่พ� ักั อาศัยั รููปแบบที่่�พัักอาศัยั ออกแบบ สวยงาม ทันั สมััย และ ศจิกิ า ศรีีนวล (2561) พบว่า่ ด้้านผลิติ ภัณั ฑ์ต์ ราสินิ ค้้าควรมีีชื่อ�่ เสีียง ด้า้ นราคาควรเหมาะสมกับั คุณุ ภาพ ด้า้ นช่อ่ งทางการจัดั จำ�ำ หน่า่ ยควรมีีทำ�ำ เลที่พ่� ักั 6 อาศััยสะดวกต่่อการเดิินทาง ใกล้้แหล่่งสนัับสนุุนอำำ�นวยความสะดวก มีีผลต่่อ กระบวนการตััดสิินใจเลืือกซื้อ� บ้า้ นจัดั สรร ขณะที่่� ขวัญั ใจ ช้้างหลำ�ำ (2559) ศึึกษา กลุ่�มผู้้�ที่ซ�่ื้อ� บ้า้ นเดี่ย่� วแล้ว้ และกลุ่�มผู้้�ที่ก�่ ำำ�ลังั เตรีียมวางแผนจะมีีที่พ�่ ักั อาศัยั เป็น็ ของ ตนเอง พบว่า่ ผู้้�สูงอายุุมีีอิทิ ธิิพลต่่อการตััดสินิ ใจซื้�อบ้า้ น และยังั มีีอิิทธิิพลต่่อการ การแสดงความเห็น็ เกี่�ย่ วกับั ปััจจัยั ด้า้ นต่า่ ง ๆ ปััจจัยั ที่่�มีีอิทิ ธิิพลต่่อผู้�้สูงอายุุ ได้้แก่่ 1) ด้้านทำำ�เลที่พ�่ ัักอาศััยและสิ่ง� อานวยความสะดวก ควรเดิินทางสะดวก มีีตลาด มีีห้า้ งสรรพสินิ ค้า้ หรืือร้า้ นสะดวกซื้อ� 2) ด้า้ นกายภาพของที่พ่� ักั อาศัยั ต้อ้ งการที่พ่� ักั อาศัยั ที่ม�่ ีีห้อ้ งนอนล่า่ ง พื้้น� ชั้น� ล่า่ งไม่ม่ ีีการเล่น่ ระดับั สวนรอบที่พ�่ ักั อาศัยั ควรร่ม่ รื่น่� ดููแลง่า่ ย 3) ด้้านสภาพแวดล้้อมที่พ�่ ัักอาศััยควรมีีบรรยากาศดีี ร่ม่ รื่่น� และ สรวุฒุ ิิ โยคะกุลุ และ สุรุ เชษฐ ทองสลวย (2560) ที่ว่� ่า่ ทัศั นคติิเป็น็ สิ่ง� สำำ�คััญในการตััดสินิ ใจเพราะมีีอิทิ ธิิพลต่อ่ ความตั้ง� ใจและนำ�ำ ไปสู่�การตััดสิินใจในที่ส่� ุดุ
165โมเดลสมการโครงสร้างการสือ่ สารการตลาดแบบบูรณาการและทัศนคตทิ ีม่ ีอทิ ธพิ ลตอ่ ความตงั้ ใจ ซือ้ ทพี่ กั อาศยั ในอนาคตของกลุม่ Gen X The Structural Equation Model of Integrated Marketing Communication and Attitude Influence House Purchase Intention of the Future Gen X ขอ้ เสนอที่ได้จากการวจิ ยั 6 ข้้อเสนอแนะเชิิงนโยบาย 1) ด้า้ นการสื่อ่� สารการตลาดแบบบููรณาการ ตราสินิ ค้า้ ที่ด่� ำำ�เนินิ การเกี่ย�่ วกับั ที่พ�่ ักั อาศัยั สำ�ำ หรับั ผู้�้ ที่จ�่ ะเข้า้ สู่่�วัยั สููงอายุใุ นอนาคต ทั้้ง� หน่ว่ ยงานของรัฐั และเอกชน ควรกำ�ำ หนดรููปแบบกิจิ กรรมการสื่อ�่ สารที่ส่� ่ง่ เสริมิ และกระตุ้�นให้ก้ ลุ่�มเป้า้ หมายเกิดิ ความต้้องการและสร้้างความมั่น� ใจให้้กับั ตราสิินค้า้ 2) ด้้านทัศั นคติิ ตราสิินค้้าที่�่ดำ�ำ เนินิ การเกี่ย่� วกัับที่�่พัักอาศัยั สำำ�หรับั ผู้้�ที่จ�่ ะเข้้า สู่่�วััยสููงอายุุในอนาคตทั้้�งหน่่วยงานของรััฐและเอกชน ควรกำำ�หนดรููปแบบการจััด กิิจกรรมที่�่สร้้างให้้เกิิดประสบการณ์์ที่่�ดีีกัับกลุ่ �มเป้้าหมายที่่�จะเข้้าสู่่�วััยสููงอายุุใน อนาคต ทั้้�งด้า้ นที่�่พัักอาศัยั ด้้านราคา ด้้านทำำ�เลที่�่ตั้ง� ซึ่่�งจะให้้เกิดิ ความรู้�้สึกที่�่ดีีต่อ่ ตราสินิ ค้้าดังั กล่า่ ว ข้อ้ เสนอแนะเชิงิ ปฏิบิ ัตั ิิการ 1) พนักั งานผู้ใ�้ ห้บ้ ริกิ าร ควรสื่อ�่ สารให้ข้ ้อ้ มููลด้ว้ ยความเป็น็ มิติ ร มีีบุคุ ลิกิ ภาพ และความน่่าเชื่่�อถืือ เพื่่�อให้้กลุ่�มเป้้าหมายที่�่เป็็นผู้�้สูงวััยในอนาคตเกิิดความมั่ �นใจ เนื่อ�่ งจากเป็็นกลุ่�มบุคุ คลที่่ม� ีีประสบการณ์ม์ าก 2) พนัักงานผู้�้ให้้บริิการ ควรกระตุ้�น จููงใจโดยการทำำ�กิิจกรรมส่่งเสริิมการ ขายที่ม่� ีีความแตกต่า่ งและหมาะสมกับั กลุ่�มเป้า้ หมายที่เ่� ป็น็ ผู้�้สูงวัยั ในอนาคตที่อ�่ าจ มีีความต้อ้ งการที่่�ต่่างกันั เอกสารอ้างองิ เกษรา โพธิ์�เย็็น. (2562). สัังคมผู้�้สู งอายุุ : โอกาสของธุุรกิิจที่�่ยั่�งยืืนในอนาคต. วารสารวิิทยาการจััดการปริทิ ััศน์์, 21(1), 201-209. ขวััญใจ ช้้างหลำำ�. (2559). ปััจจััยที่่�มีีอิิทธิิพลต่่อการตััดสิินใจซื้�้อบ้้านเดี่�ยวราคา มากกว่่า 5 ล้้านบาทของผู้้�บริิโภคที่่�มีีผู้้�สููงอายุุในครอบครััว ในเขต กรุุงเทพมหานครและปริิมณฑล. คณะวิิทยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี มหาวิทิ ยาลัยั ธรรมศาสตร์์, กรุุงเทพฯ. จริยิ า บุณุ ยะประภัศั ร. (2561). การเติบิ โตของอสังั หาผู้้�สูงอายุ.ุ (3 เมษายน 2564) สืืบค้้นจาก http:www.prachachat.net.+
166 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวิทยาลยั เกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 จุุฑามาศ อัคั รเดชา และ บัญั ชาวงศ์์ เลิศิ คุณุ ากร. (2560). การสื่อ�่ สารการตลาดที่�่ มีีผลต่่อความสนใจซื้ �อบ้้านเดี่่�ยวในเขตกรุุงเทพมหานครและปริิมณฑล. วารสารรังั สิติ บัณั ฑิติ ศึกึ ษาในกลุ่่�มธุรุ กิจิ และสังั คมศาสตร์,์ 2(2), 100-112. ชููขััย สมิิทธิิไกร. (2561). พฤติิกรรมผู้้�บริิโภค. กรุุงเทพฯ : สำ�ำ นัักพิิมพ์์แห่่ง จุฬุ าลงกรณ์ม์ หาวิทิ ยาลัยั . ณััฐกิิตติ์์� อิินทร์์สวรรค์์. (2560). การจััดการการสื่�อสารทางการตลาด. คณะ วิทิ ยาการจัดั การ มหาวิทิ ยาลััยราชภัฎั นครราชสีีมา, นครราชสีีมา. ธราดล เสาร์์ชััย. (2561). 4 แนวโน้้มความต้้องการที่่�พัักอาศััยเพื่่�อผู้้�สูงอายุุ. (19 พฤษภาคม 2563) สืืบค้น้ จาก http://www.thansettakij.com. ธััญวิชิ ญ์์ ศิิริิทัพั . (2561). การตััดสิินใจซื้�อบ้า้ นเดี่่�ยวของผู้้�บริโิ ภคในเขตหนองจอก กรุุงเทพมหานคร. วารสารวิิชาการมหาวิิทยาลััยราชภััฏภููเก็็ต, 14(1), 143-163. ธิดิ ารัตั น์ ์ ปสัันน์์สิริ ิคิ ุุณ และ จิิราภา พึ่่�งบางกรวย. (2560). ทัศั นคติกิ ารซื้อ� สิินค้้า และบริิการออนไลน์์ของประชาชนในจัังหวััดชลบุุรีี. วารสารการจััดการ ธุรุ กิิจ มหาวิิทยาลััยบููรพา, 6(2), 30-42. นพคุณุ เลีียงประสิทิ ธิ์.� (2559). ปัจั จัยั ที่่ม� ีผี ลต่อ่ การตัดั สินิ ใจซื้อ้� บ้า้ นเดี่ย� วในอำำ�เภอ 6 ละงูู จัังหวััดสตููล. คณะวิิทยาการจััดการ สาขาวิิชาบริิหารธุุรกิิจ มหาวิิทยาลัยั สงขลานคริินทร์์, สงขลา. นราธิปิ แนวคำำ�ดีี ประพัฒั สอน เปียี กสอน กฤษณ์ ์ ทัพั จุฬุ า และ ธัญั พร เลี้ย� งรักั ษา. (2563). ปัจั จััยที่�่ส่่งผลต่่อการตัดั สินิ ใจเลืือกซื้อ� บ้า้ นจัดั สรรในเขตจังั หวัดั นครปฐม. วารสารวิิทยาการจัดั การ มหาวิิทยาลััยราชภัฏั นครปฐม, 7(1), 121-134. ปรัชั ญาภร เพไร. (2559). ปัจั จััยที่่�มีอี ิิทธิิพลต่่อการตดััสิินใจเลือื กซื้อ�้ บ้้านจััดสรร ของผู้้�บริโิ ภคในเขตอำำ�เภอเมือื งจังั หวัดั จันั ทบุรุ ีภี ายใต้ก้ ารปล่อ่ ยสินิ ค้า้ บ้า้ น ของสถาบันั การเงินิ . วิทิ ยาลัยั พาณิชิ ยศาสตร์์ มหาวิทิ ยาลัยั บููรพา, ชลบุรุ ีี. ปรีีชา ศรีีศักั ดิ์�หิริ ััญ. (2558). การสื่�อสารและการส่ง่ เสริมิ การตลาด หน่ว่ ยที่่� 1 และ หน่ว่ ยที่่� 3. กรุงุ เทพฯ : สำ�ำ นักั พิมิ พ์์มหาวิิทยาลััยสุุโขทััยธรรมาธิิราช.
167โมเดลสมการโครงสร้างการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการและทัศนคติท่ีมอี ทิ ธพิ ลตอ่ ความตัง้ ใจ ซ้ือทพี่ ักอาศัยในอนาคตของกลมุ่ Gen X The Structural Equation Model of Integrated Marketing Communication and Attitude Influence House Purchase Intention of the Future Gen X ปิยิ นุชุ เตีียเอี่ย่� มดีี เบญจวรรณ สุจุ ริติ และ ภาศิริ ิิ เขตปิยิ รัตั น์.์ (2562). การสื่อ� สาร 6 การตลาดแบบบููรณาการที่่�มีีผลต่่อการตััดสิินใจซื้้�อสิินค้้าของผู้้�บริิโภค กรณีีศึึกษาตราสิินค้้าท้้ายครััวโรงสีี. การประชุุมวิิชาการระดัับชาติิ ด้า้ นบริิหารธุุรกิจิ ครั้ง� ที่่� 6 วันั ที่�่ 15 กุมุ ภาพันั ธ์์ 2562 ณ โรงแรมดิิเอ็ม็ เพลส เชีียงใหม่่, 410-419. พีีรยา สุขุ กิจิ เจ. (2562). พฤติกิ รรมนักั ท่อ่ งเที่่ย� วและแนวโน้ม้ การเติิบโตของที่่พ� ักั ผู้้�สูงอายุ.ุ การประชุุมวิชิ าการระดับั ชาติิ ครั้ง� ที่่� 4 วันั ที่่� 26-28 มิิถุนุ ายน 2562 ณ มหาวิทิ ยาลัยั เทคโนโลยีีราชมงคลรัตั นโกสินิ ทร์,์ กรุงุ เทพฯ, 1-8. ภรณ์์ธิิดา จงพิิพิิธพร. (2558). ปััจจััยที่่�ส่่งผลต่่อความตั้้�งใจซื้้�อที่่�พัักอาศััย ของผู้้�สูงอายุุที่่�ต้้องการพึ่่�งพาตนเอง. คณะพาณิิชยศาสตร์์และการบััญชีี มหาวิิทยาลัยั ธรรมศาสตร์์, กรุุงเทพฯ. ภัฐั ฬเดช มาเจริิญ และ วชรภููมิิ เบญจโอฬาร. (2559). ปัจั จััยที่่ม� ีีอิทิ ธิพิ ลต่อ่ การ เลืือกซื้�อบ้้านจััดสรรของผู้�้บริิโภคในจัังหวััดขอนแก่่น. วารสารวิิชาการ วิิศวกรรมศาสตร์์ ม.อบ., 6(2), 22-34. วรางคณา ตัันฑสัันติิสกุุล. (2563). การรัับรู้้�ข่่าวสารและทััศนคติิที่�่ส่่งผล ต่่อพฤติกิ รรมการใช้ถ้ ุงุ พลาสติิกของประชากรในจัังหวััดสงขลา. วารสาร สิ่ง� แวดล้้อม, 24(2), 1-9. วััชราภรณ์์ ชีีวโศภิิษฐ. (2562). สัังคมผู้�้สู งอายุุ : ปััจจััยการตลาดที่�่เปลี่�่ยนไป. วารสารมหาจุฬุ านาคปริทิ รรศน์์, 6(1), 38-54. วิทิ วัสั รุ่่�งเรืืองผล. (2558). หลักั การตลาด. กรุงุ เทพฯ : โรงพิมิ พ์ม์ หาวิทิ ยาลัยั ธรรมศาสตร์.์ วิริ ีีนทร์ ์ วีีระวรรณ และ ธาตรีี ใต้ฟ้ ้า้ พููล. (2562). อิทิ ธิพิ ลของการสื่อ�่ สารการตลาด ผ่่านไลน์์ออฟฟิิเชีียลแอคเคาท์์ของสถาบัันการเงิินและการธนาคารต่่อ ทััศนคติิและการตััดสิินใจเลืือกใช้้บริิการของผู้�้บริิโภค. วารสาร ประชาสััมพันั ธ์แ์ ละการโฆษณา, 12(1), 32-52. วุฒุ ิิ สุุขเจริิญ. (2559). พฤติิกรรมผู้้�บริโิ ภค. กรุงุ เทพฯ : จีี.พีี.ไซเบอร์พ์ ริินทร์์. ศจิกิ า ศรีีนวล. (2561). กระบวนการตัดั สิินใจเลืือกซื้อ้� บ้า้ นจัดั สรรของประชากร ในเขตจัังหวััดฉะเชิิงเทรา. คณะบริิหารธุุรกิิจ มหาวิิทยาลััยรามคำำ�แหง, กรุงุ เทพฯ.
168 วารสารร่มพฤกษ์ มหาวทิ ยาลัยเกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 สรวุฒุ ิ ิ โยคะกุลุ และ สุรุ เชษฐ ทองสลวย. (2560). ทัศั นคติแิ ละการสื่อ่� สารการ ตลาดแบบบููรณาการที่�่มีีอิิทธิิพลต่่อความภัักดีีในผลิิตภััณฑ์์ สโมสรฟุุต บอลเอสซีีจีี เมืืองทอง ยููไนเต็็ดของแฟนคลัับในกรุุงเทพมหานคร จังั หวััด นนทบุุรีี และจัังหวััดปทุมุ ธานีี. วารสารสมาคมนักั วิิจัยั , 22(1), 54-66. สุุดาพร กุณุ ฑลบุุตร. (2558). หลัักการตลาดสมััยใหม่่. กรุงุ เทพฯ : โรงพิิมพ์์แห่่ง จุฬุ าลงกรณ์ม์ หาวิทิ ยาลััย. สุุรีีพัันธ์์ เสนานุุช. (2559). ผู้้�สูงอายุุตลาดใหม่่มาแรง. (19 พฤษภาคม 2563) สืืบค้น้ จาก http:www.fipi.or.th. หนัังสืือพิิมพ์ไ์ ทยโพสต์์. (2561). เทรนด์บ์ ้้านผู้้�สูงอายุุ อยู่่�ดีีมีสี ุุขชีีวิิตยืนื ยาว. (29 ตุุลาคม 2563) สืืบค้้นจากhttp;//www.posttoday.com./social/ general/562744. เหมสุุดา สัันติิมิิตร. (2558). กลยุุทธ์์การสื่�อสารทางการตลาดแบบบููรณาการ สํํ า ห รัั บ ผู้้� ป ร ะ ก อบ ก า ร ธุุ ร กิิ จ ร ถ จัั ก ร ย า น ย น ต์์ บิ๊๊� ก ไ บค์์ ใ น เ ขต กรุุงเทพมหานคร. บัณั ฑิิตวิทิ ยาลััย มหาวิทิ ยาลััยศิิลปากร, กรุงุ เทพฯ. อรัณั ย์์ พริ้ง� เพริิศ. (2563). เปิิดมุมุ มองพฤติิกรรมการลงทุุนในแต่ล่ ะ Generation ผ่า่ น Big Data ผู้้�ถือหน่่วยกองทุนุ รวม. (19 พฤษภาคม 2563) สืืบค้้น 6 จาก https://es-la.facebook.com/sec.or.th/posts/. อรุณุ ศิริ ิิจานุุสรณ์์ และ ชนิดิ า กิิจวรเมธา. (2562). ปััจจัยั ที่่�ส่่งผลต่่อความตั้้�งใจซื้้อ� ที่่�พัักอาศััยผู้้�สูงอายุุที่่�ต้้องการพึ่่�งพาตนเองในเขตพื้้�นที่่�กรุุงเทพมหานคร. การประชุุมวิชิ าการระดัับชาติิ ครั้ง� ที่่� 4 วัันที่�่ 20-28 มิถิ ุนุ ายน 2562 ณ มหาวิิทยาลััยเทคโนโลยีีราชมงคลรััตนโกสินิ ทร์,์ 1-11. อััจฉราวรรณ งามญาณ และ ณััฐวัชั ร์์ เผ่า่ ภู่�. (2555). ผู้�้สูงอายุุไทย : การเตรีียม การทางด้า้ นการเงินิ และลักั ษณะบ้า้ นพักั หลังั เกษีียณที่ต�่ ้อ้ งการ. วารสาร บริหิ ารธุุรกิิจ, 35(136), 62-87. Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2018). MultivNariate Data Analysis. (7thed.). Harlow, Essex : Pearson.
169โมเดลสมการโครงสร้างการส่ือสารการตลาดแบบบรู ณาการและทัศนคตทิ ีม่ ีอทิ ธิพลต่อความตั้งใจ ซือ้ ท่พี ักอาศยั ในอนาคตของกลมุ่ Gen X The Structural Equation Model of Integrated Marketing Communication and Attitude Influence House Purchase Intention of the Future Gen X Miremadi, A, Samsami, M, & Qamsari, A, E., (2017). The Study of Influential Integrated Marketing Communication on Iranian Consumer Buying Behavior for Imported Branded Cars : Datis Khodro. International Business Research, 10(12), 148- 158. Oana, D. (2018). Integrated Marketing Communication and its Impact on Consumer Behavior. Studies in Business and Economics, 13(2), 92-102. 6
7 ปญั หาการกระท�ำ อนั เกย่ี วกบั การลกั ลอบขนผโู้ ยกยา้ ย ถิ่นฐานทางบกของประเทศไทย Problems of Acts Relating to Smuggling of Migrants by Land in Thailand บญั ชา วิทยอนันต์ เมธาพร กาญจนเตชะ และ ภาคิน เจริญนนทสิทธ์ิ Buncha Wittaya-anant Mathaporn Kanchanatecha and Pakin Jaroennonthasit
172 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 ปัญั หาการกระทำำ�อัันเกี่�ยวกับั การลัักลอบขนผู้�โยกย้้ายถิ่�นฐาน ทางบกของประเทศไทย* Problems of Acts Relating to Smuggling of Migrants by Land in Thailand บญั ชา วทิ ยอนนั ต1์ เมธาพร กาญจนเตชะ2 และ ภาคิน เจรญิ นนทสิทธ3์ิ Buncha Wittaya-anant Mathaporn Kanchanatecha and Pakin Jaroennonthasit 1คณะนิตศิ าสตร์ วิทยาลัยนครราชสมี า จังหวัดนครราชสีมา 30000 ประเทศไทย Faculty of Law, Nakhonratchasima College, Nakhonratchasima 30000, Thailand e-mail : [email protected] 2คณะนิติศาสตร์ วทิ ยาลัยนครราชสมี า จงั หวดั นครราชสมี า 30000 ประเทศไทย Faculty of Law, Nakhonratchasima College, Nakhonratchasima 30000, Thailand e-mail : [email protected] 3คณะนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกริก จังหวดั กรุงเทพฯ 10220 ประเทศไทย Faculty of Law, Krirk University, Bangkok 10220, Thailand e-mail : [email protected] Received : May 28, 2021 Revised : June 18, 2021 Accepted : June 23, 2021 บทคดั ย่อ บทความวิิจััยนี้้�มุ่�งศึึกษาถึึงปััญหาการกระทำำ�ผิิดเกี่่�ยวกัับการลัักลอบขน ผู้้�โยกย้า้ ยถิ่น� ฐาน ทางบกของประเทศไทย ศึึกษาวิเิ คราะห์์ตามพิธิ ีีสารฯ เพื่่อ� การ ต่อ่ ต้้านการลัักลอบขนผู้โ�้ ยกย้า้ ยถิ่น� ฐานทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ค.ศ. 7 2000 โดยมีีวััตถุุประสงค์์เพื่�อ่ ศึึกษาความหมายแนวคิดิ การลักั ลอบขนผู้�โ้ ยกย้า้ ย ถิ่น� ฐาน ความเป็็นมาของอนุสุ ััญญาสหประชาชาติิ เพื่�อ่ ต่อ่ ต้้านอาชญากรรมข้้าม ชาติิที่จ่� ัดั ตั้ง� ขึ้�น้ ในลักั ษณะองค์ก์ ร ค.ศ. 2000 และพิธิ ีีสารฯ เพื่อ�่ การต่่อต้้านการ ลักั ลอบขนผู้โ้� ยกย้า้ ยถิ่น� ฐานทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ค.ศ. 2000 ศึึกษา มาตรการทางกฎหมายเกี่ย�่ วกับั การต่อ่ ต้า้ นการลักั ลอบขนผู้โ้� ยกย้า้ ยถิ่น� ฐานทางบก * บทความน้ีเป็นส่วนหน่ึงของ โครงการวิจัยเร่ือง “ปัญหาการกระทำ�ผิดเก่ียวกับการลักลอบขน ผโู้ ยกยา้ ยถ่ินฐาน ทางบกของประเทศไทย” ทีไ่ ดร้ บั ทนุ สนบั สนุนการวจิ ัยจากวิทยาลัยนครราชสีมา
173ปัญหาการกระท�ำ อนั เกยี่ วกับการลกั ลอบขนผูโ้ ยกย้ายถิ่นฐานทางบกของประเทศไทย Problems of Acts Relating to Smuggling of Migrants by Land in Thailand ทางทะเล และทางอากาศ ของไทยและพิิธีีสารฯ เพื่่�อการต่่อต้้านศึึกษาวิเิ คราะห์์ 7 ประเด็็นปััญหาที่่�เกิิดขึ้้�นเกี่�่ยวกัับพัันธกรณีีของประเทศไทยในการเข้้าร่่วมลงนาม พิิธีีสารฯ เพื่่�อการต่่อต้้านการลัักลอบขนผู้โ�้ ยกย้้ายถิ่�นฐานทางบก ทางทะเล และ ทางอากาศ ค.ศ. 2000 และแสวงหาแนวทางอัันเป็็นข้้อเสนอแนะในการแก้้ไข กฎหมายที่�่เกี่ย�่ วข้้องเพื่่อ� ให้ส้ อดคล้อ้ งกับั มาตรการระหว่า่ งประเทศ จากการศึึกษาวิจิ ัยั พบว่่า การลักั ลอบขนผู้�โ้ ยกย้้ายถิ่น� ฐาน หมายถึึง การจััด ให้้มีีการเข้้าเมืืองโดยผิิดกฎหมายของบุุคคลใดบุุคคลหนึ่่�งซึ่่�งมิิใช่่คนชาติิของ/หรืือ ผู้้�มีถิ่น� ที่อ�่ ยู่่�ถาวรในรัฐั ภาคีีที่เ่� ข้า้ ไปนั้้น� เพื่อ�่ ให้ไ้ ด้ม้ าซึ่ง�่ ผลประโยชน์ท์ างการเงินิ หรืือ ผลประโยชน์ท์ างวัตั ถุอุ ื่น่� จากการนั้้น� ไม่ว่ ่า่ จะโดยทางตรงหรืือทางอ้อ้ ม ซึ่ง่� มีีแนวคิดิ เพื่�่อสามารถให้้ความช่่วยเหลืือซึ่่�งกัันและกัันในการป้้องกัันและปราบปรามการ ลัักลอบขนผู้้�โยกย้้ายถิ่ �นฐานได้้อย่่างมีีประสิิทธิิภาพปราศจากอุุปสรรคที่่�มาจาก ความแตกต่า่ งของระบบกฎหมายภายใน อันั จะเป็น็ ปัจั จัยั ส่ง่ เสริมิ มาตรการต่อ่ ต้า้ น องค์ก์ รอาชญากรรมข้า้ มชาติไิ ด้อ้ ีีกทางหนึ่่ง� มาตรการทางกฎหมายเพื่อ่� การต่อ่ ต้า้ น การลัักลอบขนผู้้�โยกย้้ายถิ่�นฐานทางบก ทางทะเล และทางอากาศ นั้้�นเป็็น พิธิ ีีสารฯ เพิ่่ม� เติมิ อนุสุ ัญั ญาสหประชาชาติเิ พื่อ่� การต่อ่ ต้า้ นอาชญากรรมข้า้ มชาติทิ ี่�่ จัดั ตั้ง� ในลัักษณะองค์์กร ค.ศ. 2000 โดยความผิิดตามที่�่อนุุสััญญาฯ และพิธิ ีีสารฯ มุ่�งป้้องกัันและต่่อต้้าน ได้้แก่่ ความผิิดที่�่มีีลัักษณะข้้ามชาติิและเกี่่�ยวกัับกลุ่�ม อาชญากรรมที่่�จััดตั้ง� ในลัักษณะองค์์กร ในกรณีีที่ป่� ระเทศไทยยังั ไม่่ได้ใ้ ห้้สัตั ยาบันั พิิธีีสารฯ เพื่อ่� การต่่อต้า้ นการลัักลอบขนผู้โ�้ ยกย้า้ ยถิ่�นฐานทางบก ทางทะเล และ ทางอากาศ ค.ศ. 2000 ซึ่�่งหากต่อ่ มาประเทศไทยได้ม้ ีีการให้ส้ ัตั ยาบัันในพิธิ ีีสารฯ ดัังกล่่าวจะส่่งผลต่่อกฎหมายไทยดัังนี้้� คืือ 1) ปััญหาการกำ�ำ หนดถึึงนิิยามการ ลัักลอบขนผู้้�โยกย้้ายถิ่�นฐาน 2) ปััญหาการกำ�ำ หนดความผิิดกรณีีกระทำำ�ผิิดฐาน ลักั ลอบขนผู้้โ� ยกย้า้ ยถิ่�นฐานและ 3) ปัญั หาเกี่่�ยวกัับการส่่งกัับผู้โ�้ ยกย้า้ ยถิ่น� ฐาน ผู้้�ศึกษาวิจิ ััยมีีข้้อเสนอแนะ ดัังนี้้� 1) จากปัญั หาเกี่่�ยวกัับคำ�ำ นิยิ ามการลักั ลอบ ขนผู้้�โยกย้้ายถิ่�นฐานควรกำำ�หนดคำ�ำ นิิยามไว้้ในพระราชบััญญััติิคนเข้้าเมืือง พ.ศ. 2522 2) แก้ไ้ ขเพิ่่ม� เติิมพระราชบััญญััติิคนเข้้าเมืือง พ.ศ. 2522 ในมาตรา 63 โดย เพิ่่ม� เติมิ การลักั ลอบขนผู้โ้� ยกย้า้ ยถิ่�นฐานใช้ใ้ นวรรคท้้าย เพื่อ�่ ให้้เป็น็ ความผิิดทาง อาญา และ 3) แก้ไ้ ขเพิ่่�มเติิมพระราชบััญญััติคิ นเข้้าเมืือง พ.ศ. 2522 มาตรา 55
174 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวิทยาลยั เกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 โดยเพิ่่ม� วรรคสาม การส่ง่ คนต่า่ งด้า้ วจากการโยกย้า้ ยถิ่น� ฐาน ลักั ลอบขนผู้โ้� ยกย้า้ ย ถิ่�นฐานให้้ดำ�ำ เนิินการอย่่างรวดเร็็ว ปราศจากความล่่าช้้า โดยคำำ�นึึงถึึงความ ปลอดภััยและสิิทธิิของคนนั้้น� ๆ คำ�ำ สำ�ำ คัญั : การกระทำ�ำ ผิดิ ; การลัักลอบ; ขนผู้�โ้ ยกย้้ายถิ่น� ฐานทางบก Abstract This article aimed to 1) identify problems of acts relating to smuggling of migrants by land in Thailand, and to 2) analyze in compliance with the Protocol against the Smuggling of Migrants by Land, Sea and Air A.D. 2000. The objectives of the study were 1) to investigate the meaning and concept of smuggling of migrants, the background of United Nations Convention against Transnational Organized Crime A.D. 2000 and the Protocol against the Smuggling of Migrants by Land, Sea and Air A.D. 2000, 2) to analyze legal measures against the smuggling of migrants by land, sea and air of Thailand and 3) to analyze problems occurred by commitment of Thailand for accession to the Protocol against the Smuggling of Migrants by Land, Sea and Air A.D. 2000 and 4) to find guidelines for amending related laws to comply with international measures. The research revealed that Thailand has not ratified the Protocol 7 against the Smuggling of Migrants by Land, Sea and Air A.D. 2000 yet. If such protocol was ratified later by Thailand, it shall be affected to her laws as follows; 1) problems on the definition of smuggling of migrants, 2) problems on prescription criminal offences related to smuggling of migrants and 3) problems on repatriation. Suggestions of the researchers were as follows; 1) the definition of smuggling of immigrants shall be prescribed in the Immigration Act B.E. 2522 (1979), 2) the smuggling of immigrants shall be added in
175ปญั หาการกระทำ�อนั เก่ียวกบั การลกั ลอบขนผโู้ ยกยา้ ยถ่นิ ฐานทางบกของประเทศไทย Problems of Acts Relating to Smuggling of Migrants by Land in Thailand the last paragraph of Section 63 of the Immigration Act B.E. 2522 (1979) as becoming a criminal offence and 3) Section 55 of the Im- migration Act B.E. 2522 (1979) shall be amended by adding the third paragraph as “the repatriation of immigrants or smugglers shall be done rapidly without any delay, safety and human rights of them shall be considered strictly”. Keywords : Offence; Smuggling; Migrants by land บทนำ� 7 การลัักลอบเข้้าเมืืองเป็็นอาชญากรรมประเภทหนึ่่�ง โดยสาเหตุุหรืือปััจจััย ของการเดินิ ทางเข้้าประเทศอื่่�นเพื่อ�่ ต้้องการแสวงหาความเป็็นอยู่่�ที่�ดีีขึ้้�น ต้อ้ งการ มีีรายได้ท้ ี่ม�่ ากขึ้้�น รวมไปถึึงยกฐานะความเป็็นอยู่�ในสัังคมในดีีขึ้น้� ในปััจจุบุ ันั เห็็น ได้้ว่่ามีีความพยายามของคนจากประเทศกำ�ำ ลัังพััฒนาหรืือด้้อยพััฒนาที่่�จะเข้้าไป ทำำ�งานในประเทศที่�่มีีเศรษฐกิิจที่ด�่ ีีกว่า่ แต่เ่ นื่อ�่ งจากการเดินิ ทางเข้้าประเทศหรืือ เข้้าเมืืองนั้้�นจะต้้องได้้รัับอนุุญาตจากประเทศที่่�จะเข้้าไปทำ�ำ งานก่่อนเพื่่�อคััดกรอง บุุคคลตามเงื่�อนไข หลัักเกณฑ์์กฎหมายการเข้้าเมืืองของแต่่ละประเทศ ที่่�อาจส่่ง ผลให้เ้ กิิดข้อ้ จำ�ำ กัดั ของคนที่่�ต้้องการเข้า้ ไปทำำ�งาน เช่น่ ข้อ้ จำ�ำ กัดั เรื่อ�่ งเงิิน ข้อ้ จำำ�กัดั เกี่�่ยวกัับความรู้้�ความสามารถ เป็็นต้้น จึึงไม่่ใช่่เรื่่�องง่่ายที่่�คนของประเทศหนึ่่�งจะ เข้้าไปทำ�ำ งานในอีีกประเทศหนึ่่�ง จากข้อ้ จำำ�กััดการเข้า้ เมืืองโดยชอบด้ว้ ยกฎหมาย เป็็นเหตุุผลที่�ไ่ ม่ส่ ามารถปฏิิบัตั ิไิ ด้ ้ ส่ง่ ผลให้เ้ กิิดความต้้องการที่จ�่ ะลักั ลอบเข้า้ เมืือง โดยมีีคนอื่น่� ให้ค้ วามช่ว่ ยเหลืือในด้า้ นต่า่ ง ๆ ในการลักั ลอบโยกย้า้ ยถิ่น� นั้้น� ผู้้�ต้อ้ งการ ย้้ายถิ่�นจะตกลงว่่าจ้้างผู้�้ รัับจ้้างขนย้้ายถิ่�นเพื่่�อพาตนข้้ามแดนมายัังประเทศหนึ่่�ง เพื่อ�่ ที่่�จะเดินิ ทางเข้้ามาพักั อาศััย หรืือประกอบอาชีีพตามจุุดหมายปลายทางที่ต่� น ประสงค์์ไว้้ อย่่างไรก็ต็ าม ผลกระทบของการลัักลอบโยกย้า้ ยถิ่�นอาจส่ง่ ผลให้เ้ กิดิ ปััญหาเรื่�อ่ งการค้า้ มนุุษย์์ หรืือปััญหาการละเมิดิ สิิทธิมิ นุุษยชน รวมไปถึึงการถููก ละเลยในเรื่�่องสถานะที่่�ถููกต้้องตามกฎหมาย จากปััญหาการลัักลอบโยกย้้ายถิ่�น ส่ง่ ผลกระทบต่อ่ ให้ม้ ีีการกระทำ�ำ ความผิดิ ลักั ษณะเป็น็ องค์ก์ รอาชญากรรมข้า้ มชาติิ ที่ย�่ ากต่อ่ การแก้ไ้ ข ต่อ่ มาจึึงได้ม้ ีีแนวคิดิ ที่ต่� ้อ้ งการจะปราบปรามการกระทำำ�ความ
176 วารสารร่มพฤกษ์ มหาวทิ ยาลยั เกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 ผิิดดัังกล่่าวโดยกำ�ำ หนดให้้มีีพิิธีีสารฯ เพื่่�อการต่่อต้้านการลัักลอบขนผู้�้โยกย้้าย ถิ่�นฐานทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ค.ศ. 2000 ถืือเป็็นส่่วนหนึ่่�งของ อนุุสััญญาสหประชาชาติิเพื่�่อต่่อต้้านอาชญากรรมข้้ามชาติิที่�จ่ ััดตั้�งในลัักษณะองค์์ ค.ศ. 2000 ที่ม�่ ีีเจตนารมณ์แ์ ละความมุ่�งหมายที่เ�่ ป็น็ ไปในแนวทางเดีียวกับั อนุสุ ัญั ญาสห ประชาชาติฯิ คืือ (ประธาน วัฒั นวาณิชิ ย์์, 2548) 1. ขจััดความแตกต่่างระหว่่างระบบกฎหมายของแต่่ละประเทศ อัันเป็็น อุปุ สรรคต่อ่ การให้้ความช่่วยเหลืือซึ่ง�่ กันั ละกันั 2. ยกระดัับมาตรฐานของกฎหมายภายใน เพื่่�อใช้้เป็็นเครื่�่องมืือในการต่่อ ต้า้ นอาชญากรรมข้า้ มชาติทิ ี่ม่� ีีรููปแบบเป็น็ องค์ก์ รได้อ้ ย่า่ งมีีประสิทิ ธิภิ าพมากยิ่ง� ขึ้น้� โดยเนื้้�อหาของพิิธีีสารฯ ให้้ความสำำ�คััญกัับการเตรีียมการด้้านนิิติิบััญญััติิที่�่ เอื้อ� ให้้ประเทศต่่าง ๆ สามารถให้ค้ วามช่่วยเหลืือซึ่่ง� กัันและกัันในการป้อ้ งกัันและ ปราบปรามการลัักลอบขนผู้�้โยกย้้ายถิ่�นฐานได้้อย่่างมีีประสิิทธิิภาพ ปราศจาก อุปุ สรรคที่ม่� าจากความแตกต่า่ งของระบบกฎหมายภายใน อันั จะเป็น็ ปัจั จัยั ส่ง่ เสริมิ มาตรการต่่อต้า้ นองค์ก์ รอาชญากรรมข้้ามชาติิได้อ้ ีีกทางหนึ่่�ง สำำ�หรัับประเทศไทยได้้ลงนามอนุุสััญญาสหประชาชาติิเพื่�่อการต่่อต้้าน อาชญากรรมข้้ามชาติทิ ี่่�จัดั ตั้ง� ในลักั ษณะองค์์กร ค.ศ. 2000 เมื่่�อวันั ที่่� 13 ธันั วาคม พ.ศ. 2543 (ณััชพล จิิตติิรััตน์์, 2563) แม้้ว่่าจะได้้มีีการให้้สััตยาบัันอนุุสััญญา สหประชาชาติิเพื่�่อต่่อต้้านอาชญากรรมข้้ามชาติิที่่�จััดตั้�งในลัักษณะองค์์กร ค.ศ. 2000 แล้้ว แต่่ก็็ยัังไม่่ได้้ให้้สััตยาบัันพิิธีีสารฯ เพื่่�อการต่่อต้้านการลัักลอบขน ผู้้�โยกย้้ายถิ่�นฐานทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ค.ศ. 2000 ที่่�เป็็นพิิธีีสารฯ 7 เสริิมอนุุสััญญาฯ ดัังกล่่าวแต่่อย่่างใด จากปััญหาการลัักลอบเข้้าเมืืองที่�่เป็็นภััย คุุกคามความมั่�นคงของประเทศขณะเดีียวกัันเป็็นการกระทำ�ำ ผิิดลัักษณะองค์์กร อาชญากรรมข้้ามชาติิ และการกระทำำ�ความผิิดมีีความซัับซ้อ้ นโดยผู้�้กระทำ�ำ ความ ผิิดอาจอาศััยช่่องว่่างของกฎหมายในแต่่ละประเทศกระทำำ�การเพื่่�อให้้สามารถ ทำำ�ให้้การกระทำำ�ของตนไม่่ต้้องรัับโทษ จึึงจำ�ำ เป็็นจะต้้องศึึกษาปััญหาการกระทำ�ำ อัันเกี่่�ยวกัับการลัักลอบขนผู้้�โยกย้้ายถิ่�นฐานทางบกของประเทศไทย เพื่�่อเป็็น แนวทางป้้องกัันและปราบปรามการลัักลอบขนผู้้�โยกย้้ายถิ่ �นฐานที่่�อาจอาศััยราช อาณาจักั รไทยในการกระทำ�ำ ความผิิดในอนาคตต่่อไป
177ปญั หาการกระท�ำ อนั เกี่ยวกับการลักลอบขนผู้โยกยา้ ยถ่ินฐานทางบกของประเทศไทย Problems of Acts Relating to Smuggling of Migrants by Land in Thailand วัตถปุ ระสงค์ของการศกึ ษา 1. ศึึกษาแนวคิดิ การลักั ลอบขนผู้โ้� ยกย้า้ ยถิ่น� ฐาน ความเป็น็ มา และมาตรการ ทางกฎหมายของอนุุสััญญาสหประชาชาติิเพื่่�อต่่อต้้านอาชญากรรมข้้ามชาติิที่�่จััด ตั้ง� ขึ้้�นในลัักษณะองค์ก์ ร ค.ศ. 2000 และพิิธีีสารฯ เพื่่อ� การต่่อต้า้ นการลัักลอบขน ผู้โ้� ยกย้า้ ยถิ่น� ฐานทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ค.ศ. 2000 และมาตรการทาง กฎหมายเกี่่�ยวกัับการต่่อต้้านการลัักลอบขนผู้้�โยกย้้ายถิ่�นฐานทางบก ทางทะเล และทางอากาศของประเทศไทย 2. วิิเคราะห์์ประเด็็นปััญหา และหาแนวทางแก้้ไขปััญหาที่�่เกิิดขึ้�้นเกี่�่ยวกัับ พัันธกรณีีของประเทศไทยต่่อการเข้้าร่่วมเป็็นภาคีีพิิธีีสารฯ เพื่�่อการต่่อต้้านการ ลัักลอบขนผู้้โ� ยกย้้ายถิ่น� ฐานทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ค.ศ. 2000 ขอบเขตของการวิจยั ผู้้�วิิจััยจะดำ�ำ เนิินการศึึกษาปััญหากฎหมายเกี่่�ยวกัับการลัักลอบขนผู้�้โยกย้้าย ถิ่น� ฐานทางบกตามพิธิ ีีสารฯ เพื่อ�่ การต่่อต้า้ นการลักั ลอบขนผู้้�โยกย้้ายถิ่น� ฐานทาง บก ทางทะเล และทางอากาศ ค.ศ. 2000 ประมวลกฎหมายอาญา และพระราช บััญญัตั ิิคนเข้า้ เมืือง พ.ศ. 2522 วธิ ีการวจิ ยั 7 เป็น็ การวิิจััยเอกสาร (Documentary Research) โดยค้้นคว้า้ และรวบรวม จากตำ�ำ รากฎหมาย หนัังสืือ คำำ�อธิิบาย งานวิิจััยที่่�เกี่�่ยวข้้องบทความในวารสาร วิิชาการต่่าง ๆ ที่่�เกี่�่ยวข้้อง รวมทั้้�งข้้อมููลที่่�ได้้จากสื่�่อข้้อมููลทางอิิเล็็กทรอนิิกส์์ (Internet) ประโยชน์ท์ี่�คาดว่า่ จะได้ร้ ัับ 1. ทราบถึึงแนวคิิดการลัักลอบขนผู้้�โยกย้้ายถิ่�นฐาน ความเป็็นมา และ มาตรการทางกฎหมายของอนุสุ ัญั ญาสหประชาชาติเิ พื่อ�่ ต่อ่ ต้า้ นอาชญากรรมข้า้ ม ชาติิที่จ่� ััดตั้�งขึ้้�นในลัักษณะองค์์กร ค.ศ. 2000 และพิธิ ีีสารฯ เพื่อ�่ การต่่อต้า้ นการ ลักั ลอบขนผู้้�โยกย้า้ ยถิ่�นฐานทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ค.ศ. 2000 และ มาตรการทางกฎหมายเกี่ย่� วกับั การต่อ่ ต้า้ นการลักั ลอบขนผู้โ�้ ยกย้า้ ยถิ่น� ฐานทางบก ทางทะเล และทางอากาศของประเทศไทย
178 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 2. ทราบถึึงประเด็็นปััญหา และแนวทางแก้้ไขปััญหาที่่�เกิิดขึ้�้นเกี่�่ยวกัับ พัันธกรณีีของประเทศไทยต่่อการเข้้าร่่วมเป็็นภาคีีพิิธีีสารฯ เพื่่�อการต่่อต้้านการ ลัักลอบขนผู้้โ� ยกย้า้ ยถิ่�นฐาน ทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ค.ศ. 2000 ผลจากการวิจัย จากการศึึกษาผู้้�วิิจััยปััญหาการกระทำำ�ผิิดเกี่่�ยวกัับการลัักลอบขนผู้้�โยกย้้าย ถิ่น� ฐานทางบกของประเทศไทย และกฎหมายที่เ�่ กี่ย�่ วข้อ้ งของประเทศไทย ผู้�้ศึกษา วิิจััยพบประเด็น็ ปัญั หา ดัังนี้้� 1. ปััญหาการกำ�ำ หนดคำ�ำ นิิยาม “การลัักลอบขนผู้�โยกย้า้ ยถิ่�นฐาน” โดยที่พ่� ิธิ ีีสารฯ เพื่อ่� การต่อ่ ต้า้ นการลักั ลอบขนผู้โ�้ ยกย้า้ ยถิ่น� ฐานทางบก ทาง ทะเล และทางอากาศ ค.ศ. 2000 ได้ก้ ำำ�หนดคำำ�นิยิ ามของ “การลักั ลอบขนผู้�โ้ ยก ย้า้ ยถิ่น� ฐาน” ไว้ใ้ นข้อ้ 3 (ก) หมายถึึง การจัดั ให้ม้ ีีการเข้า้ เมืืองโดยผิดิ กฎหมายของ บุคุ คลใดบุคุ คลหนึ่่ง� ซึ่ง่� มิใิ ช่ค่ นชาติิ ของ/หรืือผู้้�มีถิ่น� ที่อ่� ยู่่�ถาวรในรัฐั ภาคีีที่เ่� ข้า้ ไปนั้้น� เพื่อ่� ให้ไ้ ด้ม้ าซึ่ง�่ ผลประโยชน์ท์ างการเงินิ หรืือผลประโยชน์ท์ างวัตั ถุอุ ื่น�่ จากการนั้้น� ไม่่ว่่าจะโดยทางตรงหรืือทางอ้้อม” (ธนวรรณ เตชะวิิจิิตร์์, 2552) บทบััญญััติิ ดัังกล่่าวมุ่�งเน้น้ ให้้ หมายถึึง การลัักลอบเข้้าเมืืองโดยผิดิ กฎหมายที่่�มีีมููลเหตุุชัักจููง ใจในการกระทำ�ำ ผิดิ คืือ เพื่�อ่ ให้้ได้้มาซึ่ง�่ ผลประโยชน์ท์ างการเงิินหรืือผลประโยชน์์ ทางวััตถุุอื่่�น จากการกระทำำ�ดัังกล่่าวไม่่ว่่าโดยทางตรงหรืือทางอ้้อม ซึ่�่งนิิยามดััง กล่่าวสามารถแยกองค์์ประกอบได้้ ดัังนี้้� (สำำ�นัักงานอััยการสููงสุุดแห่่งรััฐบาล ออสเตรเลีีย, 2561) 7 (1) การจััดหาเพื่�่อให้้บุุคคลเข้้าประเทศโดยผิิดกฎหมาย หรืืออาศััยอยู่�ใน ประเทศโดยผิดิ กฎหมาย (2) ในประเทศซึ่่�งบุุคคลนั้้�นมิไิ ด้ม้ ีีถืือสัญั ชาติิ หรืือเป็น็ ผู้้อ� ยู่�อาศัยั ถาวร (3) เพื่่�อผลประโยชน์์ทางการเงิินหรืือประโยชน์์ด้้านอื่�่น ทั้้�งทางตรงและ ทางอ้้อม ในกรณีีนี้้�กฎหมายของประเทศไทยที่่�เกี่่�ยวกัับ “การลัักลอบขนผู้้�โยกย้้าย ถิ่น� ฐาน” ซึ่ง�่ สามารถแยกพิจิ ารณา ดัังนี้้�
179ปัญหาการกระทำ�อันเกี่ยวกับการลกั ลอบขนผโู้ ยกยา้ ยถ่นิ ฐานทางบกของประเทศไทย Problems of Acts Relating to Smuggling of Migrants by Land in Thailand (1) ประมวลกฎหมายอาญาในความผิดิ ฐานค้า้ คน มาตรา 312 ความผิดิ ตาม 7 มาตรานี้้� ได้แ้ ก่่ การนำำ�เข้้าในหรืือส่่งออกไปนอกราชอาณาจัักรพามาจากที่ใ่� ด ซื้้อ� ขาย จำำ�หน่่าย รัับหรืือหน่ว่ งเหนี่�่ยว ซึ่่ง� บุคุ คลหนึ่่ง� บุคุ คลใด โดยมีีมููลเหตุจุ ููงใจ เพื่�่อ จะเอาคนลงเป็็นทาส หรืือเพื่�่อให้้มีีฐานะคล้้ายทาส (ทวีีเกีียรติ ิ มีีนะกนิษิ ฐ, 2563) สำำ�หรับั ความผิดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 312 ในความผิดิ ฐานค้้าคน นั้้น� จะกระทำ�ำ ความผิดิ ฐานได้จ้ ะต้อ้ งเป็น็ ลักั ษณะของการกระทำำ�เพื่อ�่ นำ�ำ คนมาเป็น็ ทาส หรืือเพื่อ�่ ให้้มีีฐานะคล้้ายทาส (ทวีีเกีียรติ ิ มีีนะกนิษิ ฐ, 2562) ในขณะที่่ค� วาม ผิิดฐานลัักลอบขนผู้�้โยกย้้ายถิ่ �นฐาน ตามความหมายของพิิธีีสารฯ นั้้�นเป็็นการ กระทำ�ำ ในลัักษณะการจััดให้้มีีการเข้้าเมืืองโดยผิิดกฎหมายที่�่มีีมููลเหตุุชัักจููงใจใน การกระทำ�ำ ผิดิ คืือ เพื่�่อให้ไ้ ด้ม้ าซึ่�ง่ ผลประโยชน์์ทางการเงินิ หรืือผลประโยชน์์ทาง วััตถุุอื่น�่ จากการกระทำำ�ดัังกล่่าวไม่่ว่่าโดยทางตรงหรืือทางอ้อ้ ม ไม่่ได้ม้ ีีความหมาย เพื่อ�่ จะเอาคนลงเป็น็ ทาส หรืือเพื่อ�่ ให้ม้ ีีฐานะคล้า้ ยทาส ตามองค์ป์ ระกอบความผิดิ ของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 312 แต่่อย่่างใด ดังั นั้้�น หากได้ม้ ีีการกระทำ�ำ ดัังกล่่าวในประเทศไทยจึึงไม่่สามารถนำำ�ผู้้�กระทำำ�ความผิิดมาลงโทษ ตามมาตรา 312 ได้้ (2) พระราชบััญญัตั ิคิ นเข้า้ เมืือง พ.ศ. 2522 มาตรา 4 (พิชิ ัยั นิิลทองคำำ�, 2555) มิิได้้ให้้นิิยามของคำำ�ว่่า การลัักลอบขนผู้้�โยกย้้ายถิ่�นฐานไว้้ มีีเพีียงมาตรา 63 กำ�ำ หนดความหมายของการลัักลอบขนคนเข้้าเมืือง หมายถึึง นำำ�พา หรืือขน คนเข้้าประเทศโดยไม่่ได้ร้ ับั อนุุญาตหรืือทำำ�การด้้วยประการใด ๆ อันั เป็็นการช่่วย เหลืือ หรืือให้ค้ วามสะดวกแก่ค่ นต่า่ งด้า้ วให้เ้ ข้า้ เมืืองโดยไม่ไ่ ด้ร้ ับั อนุญุ าต และการ ลักั ลอบเดินิ ทางเข้า้ ประเทศโดยผิดิ กฎหมาย หรืือการพำำ�นักั พักั อาศัยั อยู่�ในประเทศ โดยผิดิ กฎหมายนั้้น� เกิิดขึ้้�นได้ใ้ นหลายรููปแบบ ได้้แก่่ 1. การเดิินทางเข้า้ ประเทศโดยไม่ผ่ ่่านช่อ่ งทางที่่�กำ�ำ หนด 2. การเดิินทางเข้้าประเทศโดยอาศััยขบวนนำำ�พาหรืือที่่�รู้�้ จัักกัันในนามของ การลักั ลอบขนผู้้โ� ยกย้้ายถิ่น� ฐาน (Smuggling) 3. การอยู่�เกิินกำำ�หนดที่่ไ� ด้ร้ ัับอนุุญาต (Visa over Stay) 4. การปฏิิบััติผิ ิิดเงื่�อนไขวีีซ่า่ (Breach the Conditions of their Visa) เช่่น ได้้รับั วีีซ่่านัักท่่องเที่่�ยวแต่่กลัับเข้า้ มาหางานทำำ�
180 วารสารร่มพฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 ดังั นี้้� การบัญั ญัตั ิเิ กี่ย่� วกับั การลักั ลอบเข้า้ เมืืองตามพระราชบัญั ญัตั ิคิ นเข้า้ เมืือง คืือ การนำ�ำ พาบุคุ คลที่ป�่ ระสงค์จ์ ะเดินิ ทางเข้า้ ไปยังั ประเทศอื่น�่ เพื่อ�่ ความมุ่�งประสงค์์ อย่่างใดอย่่างหนึ่่�งโดยไม่่ผ่่านช่่องทางและวิิธีีการตามกฎหมายของประเทศนั้้�น ๆ ได้้กำำ�หนดไว้้ จะเห็็นได้้ว่่าบทบััญญััติิมาตรา 63 ยัังไม่่มีีความสอดคล้้องกัับความ หมายของพิิธีีสารฯ ที่่�การกระทำำ�ในลัักษณะการจััดให้้มีีการเข้้าเมืืองโดยผิิด กฎหมายต้้องมีีมููลเหตุุ ชักั จููงใจในการกระทำำ�ผิดิ คืือ เพื่อ่� ให้้ได้ม้ าซึ่ง�่ ผลประโยชน์์ ทางการเงินิ หรืือผลประโยชน์ท์ างวัตั ถุอุ ื่น�่ จากการกระทำ�ำ ดังั กล่า่ วไม่ว่ ่า่ โดยทางตรง หรืือทางอ้อ้ ม อีีกทั้้ง� พิิธีีสารฯ ที่แ่� นบท้า้ ยอนุุสััญญาสหประชาชาติเิ พื่�อ่ การต่อ่ ต้า้ น อาชญากรรมข้้ามชาติทิ ี่�่จัดั ตั้�งในลัักษณะองค์์ ค.ศ. 2000 มีีเจตนารมณ์เ์ พื่อ�่ ปราบ ปรามการกระทำำ�ที่่�เป็็นอาชญากรรมข้้ามชาติิที่่�จััดตั้�งในลัักษณะองค์์กรเป็็นสำ�ำ คััญ หากต่อ่ มาไม่ป่ รากฏว่า่ มีีการให้ค้ ำำ�นิยิ าม คำำ�ว่า่ “การลักั ลอบขนผู้โ�้ ยกย้า้ ยถิ่น� ฐาน” ให้้มีีความสอดคล้้องกัับพิิธีีสารฯ ก็็อาจส่่งผลให้้การกระทำ�ำ ในการลัักลอบขนย้้าย คนเข้า้ ไปในประเทศอันั มีีลักั ษณะเป็น็ ไปตามพิธิ ีีสารฯ ไม่เ่ ป็น็ ความผิดิ ตามกฎหมาย ของประเทศไทย และอาจทำ�ำ ให้้ผู้้�กระทำ�ำ ความผิิดใช้้ประเทศไทยเป็็นช่่องทางใน การกระทำ�ำ ความผิดิ ดังั กล่า่ ว จะเห็็นได้้ว่่า ความมุ่�งหมายของพิิธีีสารฯ นี้้�มิิได้้มุ่�งไปที่�่การย้้ายถิ่�นในที่�่ผิิด ปกติิ แต่่มุ่�งที่�่จะต่่อต้้านอาชญากรรมที่่�จััดตั้�งในลัักษณะองค์์กรเพื่�่อลัักลอบขน ผู้้�โยกย้้ายถิ่�นฐานที่่�เป็็นธุุรกิิจที่�่อัันตรายอย่่างยิ่�งและเป็็นธุุรกิิจที่่�มีีกำำ�ไรสููง เมื่่�อ พิิจารณากัับความเสี่่�ยงต่่อการถููกตรวจพบและการลงโทษต่ำ�ำ�มาก ดัังนั้้�น อาชญากรรมนี้้�จึึงมีีความดึึงดููดมากขึ้�้น และผู้�้ ลัักลอบขนผู้�้โยกย้้ายถิ่�นฐานมีีการ 7 จัดั ตั้ง� อย่า่ งเป็น็ ระบบมากยิ่ง� ขึ้น้� ผู้้�ลักั ลอบขนผู้โ้� ยกย้า้ ยถิ่น� ฐานจะเปลี่ย�่ นแปลงเส้น้ ทางและวิิธีีการเพื่�่อตอบสนองต่่อการควบคุุมชายแดนและสถานการณ์์ที่�่ เปลี่�่ยนแปลงไป ซึ่ง่� มักั จะต้้องแลกกัับความปลอดภััยของผู้้�ย้า้ ยถิ่�นที่่�ถููกลัักลอบนำำ� เข้้าเมืือง ดัังนั้้�น จึึงจำ�ำ เป็็นอย่่างยิ่�งที่่�จะต้้องมีีการแก้้ไขกฎหมายภายในของ ประเทศไทยให้้มีีความสอดคล้้องกัับกฎหมายระหว่่างประเทศไทย ซึ่�่งจากการ ศึึกษาทฤษฎีีว่่าด้้วยความสััมพัันธ์์ระหว่่างกฎหมายระหว่่างประเทศกัับกฎหมาย ภายใน พบว่่า มีีทฤษฎีีที่่เ� กี่�ย่ วข้้อง 2 ทฤษฎีี (ประสิทิ ธิ์ � เอกบุตุ ร, 2551) ได้แ้ ก่่ ทฤษฎีเี อกนิิยม (Monism Theory) ที่ส่� นับั สนุนุ ว่า่ กฎหมายระหว่า่ งประเทศเป็็น
181ปัญหาการกระทำ�อันเกยี่ วกับการลักลอบขนผโู้ ยกยา้ ยถิ่นฐานทางบกของประเทศไทย Problems of Acts Relating to Smuggling of Migrants by Land in Thailand กฎหมายที่ม�่ ีีผลใช้้บัังคัับได้โ้ ดยตรงในระเบีียบกฎหมายของรัฐั และทฤษฎีีทวินิ ิยิ ม 7 (Dualism Theory) มองว่่ากฎหมายระหว่่างประเทศและกฎหมายภายในไม่่อยู่� ในระบบเดีียวกััน การที่�่จะทำำ�ให้้กฎหมายระหว่่างประเทศมีีค่่าบัังคัับในกฎหมาย ภายในได้จ้ ะต้อ้ งทำ�ำ กฎหมายระหว่า่ งประเทศให้เ้ ป็น็ ส่ว่ นหนึ่่ง� ของกฎหมายภายใน สำ�ำ หรับั ประเทศไทยนั้้�นเป็็นไปตามทฤษฎีีทวิินิยิ ม (Dualism Theory) ดัังนั้้�น จึึง มีีความจำำ�เป็็นอย่่างยิ่�งที่�่จะต้้องมีีการแปลงรููป (Transformation) กฎเกณฑ์์ ระหว่่างประเทศ (กมลิินทร์ ์ พิินิิจภููวดล และคณะ, 2559) ซึ่่�งได้้แก่่ พิธิ ีีสารฯ เพื่อ�่ การต่อ่ ต้า้ นการลักั ลอบขนผู้โ�้ ยกย้า้ ยถิ่น� ฐานทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ค.ศ. 2000 มาเป็็นกฎหมายภายในเสีียก่่อน เป็็นไปตามทฤษฎีีทวิินิิยม (Dualism Theory) หากไม่แ่ ก้ไ้ ขหรืือแปลงรููปพิธิ ีีสารฯ มาเป็น็ กฎหมายภายใน ย่อ่ มจะส่ง่ ผล ให้เ้ มื่อ�่ มีีการกระทำ�ำ ความผิดิ ลักั ษณะนี้้ใ� นราชอาณาจักั รไทยแล้ว้ ไม่ส่ ามารถดำำ�เนินิ การเอาผิิดกัับบุุคคลที่�่เป็็นผู้�้ขนส่่งจััดให้้มีีการเข้้าเมืืองโดยผิิดกฎหมายของบุุคคล นั้้น� ได้้ และเป็็นไปตามเป้า้ หมายของพิิธีีสารฯ นี้้ท� ี่�่มุ่�งจะต่่อต้้านอาชญากรรมที่จ่� ัดั ตั้�งในลักั ษณะองค์์กรเพื่�่อลักั ลอบขนผู้�้โยกย้้ายถิ่น� ฐานเป็น็ สำำ�คััญ สำ�ำ หรับั ความหมายของคำ�ำ ว่า่ “ผู้โ�้ ยกย้า้ ยถิ่น� ฐาน” นั้้น� จากการพิจิ ารณาพิธิ ีีสารฯ พบว่่า ไม่่ได้ม้ ีีการกำำ�หนดหรืือให้้ความหมายของคำำ�ว่า่ “ผู้�้โยกย้า้ ยถิ่น� ฐาน” ไว้แ้ ต่่ อย่่างไร ผู้�้ วิิจััยจึึงได้้พิิจารณาจากการให้้ความหมายของคำำ�ว่่า “การลัักลอบขน ผู้้�โยกย้้ายถิ่�นฐาน” หมายถึึง การจััดให้้มีีการเข้้าเมืืองโดยผิิดกฎหมายของบุุคคล หนึ่่ง� ซึ่ง�่ มิิใช่่ คนชาติิของหรืือผู้�้มีถิ่น� ที่อ�่ ยู่่�ถาวรในรัฐั ภาคีีที่เ�่ ข้้าไปนั้้น� เพื่�่อให้ไ้ ด้้มาซึ่�ง่ ผลประโยชน์ท์ างการเงินิ หรืือผลประโยชน์ท์ างวัตั ถุอุ ื่น�่ จากการนั้้น� ไม่ว่ ่า่ จะโดยตรง หรืือโดยอ้้อม ดัังนั้้�น เพื่่�อให้้สอดคล้้องกัับคำำ�นิิยามดัังกล่่าว “ผู้�้โยกย้้ายถิ่�นฐาน” ย่อ่ มหมายถึึง บุคุ คลหนึ่่ง� ซึ่ง่� มิใิ ช่ค่ นชาติขิ องหรืือผู้้�มีถิ่น� ที่อ่� ยู่่�ถาวรในรัฐั ภาคีี และเข้า้ เมืืองโดยผิดิ กฎหมาย” อีีกทั้้ง� หากพิจิ ารณาพระราชบัญั ญัตั ิคิ นเข้า้ เมืือง พ.ศ. 2522 ได้ใ้ ห้้คำำ�นิิยามไว้้ในมาตรา 4 “คนต่า่ งด้้าว” หมายความว่า่ บุุคคลธรรมดาซึ่่ง� ไม่่มีี สัญั ชาติิไทย และคำ�ำ ว่า่ “คนเข้้าเมืือง หมายความว่า่ คนต่า่ งด้้าวซึ่ง�่ เข้า้ มาในราช อาณาจักั ร” ดังั นั้้น� “คนลักั ลอบเข้า้ เมืือง” จึึงหมายถึึง บุคุ คลธรรมดาซึ่ง่� ไม่ม่ ีีสัญั ชาติิ ไทยที่�่ลัับลอบเข้้าเมืืองโดยไม่่ได้้รัับอนุุญาต ในส่่วนนี้้�ผู้้�วิิจััยพิิจารณาแล้้ว คำ�ำ ว่่า ผู้�โ้ ยกย้้ายถิ่�นฐาน น่า่ จะมีีความหมายว่่า บุุคคลซึ่่�งมิใิ ช่่คนชาติขิ องหรืือผู้้�มีถิ่�นที่�่อยู่� ถาวรในรััฐภาคีี และเข้า้ เมืืองโดยผิิดกฎหมาย
182 วารสารร่มพฤกษ์ มหาวทิ ยาลยั เกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 2. ปััญหาการกำ�ำ หนดความผิิดกรณีีฐานลัักลอบขนผู้�โยกย้า้ ยถิ่�นฐาน ในประเด็็นนี้้�ผู้้�วิิจััยจะได้้ทำำ�การศึึกษาการกำ�ำ หนดความผิิดฐานการลัักลอบ ขนผู้้โ� ยกย้า้ ยถิ่น� ฐาน ตามที่บ่� ััญญัตั ิิไว้้ในข้้อ 6 วรรค 1 (ก) กำ�ำ หนดให้้การลักั ลอบ การขนผู้้�โยกย้้ายถิ่�นฐานเป็็นความผิิดอาญา ซึ่่�งองค์์ประกอบด้้านจิิตใจของความ ผิิดฐานนี้้� ได้้แก่่ เจตนา โดยการลัักลอบขนผู้�้โยกย้้ายถิ่�นฐานเป็็นความผิิดตาม พิธิ ีีสารฯ นั้้น� ต้อ้ งมีีลักั ษณะเป็น็ การจัดั ให้ม้ ีีการเข้า้ เมืืองโดยผิดิ กฎหมายของบุคุ คล ซึ่ง�่ มิใิ ช่ค่ นชาติิ หรืือผู้�้มีถิ่น� พำ�ำ นักั ถาวร และยังั รวมถึึงการข้า้ มแดนโดยไม่ป่ ฏิบิ ัตั ิติ าม ข้้อกำ�ำ หนดที่่�จำ�ำ เป็็นสำำ�หรัับการเข้้าไปในอีีกรััฐหนึ่่�งโดยชอบด้้วยกฎหมาย เมื่�่อ พิจิ ารณาถึึงความหมายการลัักลอบขนผู้โ�้ ยกย้้ายถิ่น� ฐานตามพิธิ ีีสารฯ แล้ว้ หมาย ถึึง การจััดให้้มีีการเข้้าเมืืองโดยมิิชอบด้้วยกฎหมาย และรวมการข้้ามแดนโดยมิิ ชอบด้ว้ ยกฎหมาย แสดงให้เ้ ห็น็ ว่า่ การกำ�ำ หนดฐานความผิดิ ของพิธิ ีีสารฯ นอกจาก กำำ�หนดให้้การช่่วยเหลืือให้้บุุคคลต่่างด้้าวเข้้าเมืืองโดยผิิดกฎหมายแล้้วยััง หมายความรวมถึึง การลักั ลอบออกนอกประเทศโดยมิชิ อบด้้วยกฎหมายด้้วย สามารถแยกองค์์ประกอบของความผิิดในการลัักลอบขนผู้้�โยกย้้ายถิ่�นฐาน นั้้�น ต้อ้ งประกอบด้ว้ ย (1) การจััดหาเพื่่�อให้้บุุคคลเข้้าประเทศโดยผิิดกฎหมาย หรืืออาศััยอยู่�ใน ประเทศโดยผิิดกฎหมาย (2) ในประเทศซึ่่ง� บุคุ คลนั้้�นมิิได้ม้ ีีถืือสััญชาติิ หรืือเป็น็ ผู้�อ้ ยู่�อาศััยถาวร (3) เพื่่�อผลประโยชน์์ทางการเงิินหรืือประโยชน์์ด้้านอื่�่น ทั้้�งทางตรงและ ทางอ้อ้ มและที่ส่� ำ�ำ คัญั คืือ จุดุ สำำ�คัญั ของความผิดิ ในการลักั ลอบขนผู้โ้� ยกย้า้ ยถิ่น� ฐาน 7 นั้้น� อยู่่�ที่ก� ารจัดั หา (การอำ�ำ นวยความสะดวก) เพื่อ่� ให้เ้ ข้า้ เมืืองโดยผิดิ กฎหมาย มิไิ ด้้ อยู่่�ที่�การเข้า้ เมืืองโดยผิิดกฎหมายด้ว้ ยตนเอง เมื่่�อพิิจารณาลัักษณะการกระทำำ�ความผิิดการลัักลอบขนผู้�้โยกย้้ายถิ่�นฐาน ของกฎหมายไทย พบว่า่ พระราชบัญั ญัตั ิคิ นเข้า้ เมืือง พ.ศ. 2522 มาตรา 63 กำ�ำ หนด ว่า่ “ผู้ใ้� ดนำำ�หรืือพาคนต่า่ งด้า้ วเข้า้ มาในราชอาณาจักั รหรืือกระทำำ�การด้ว้ ยประการ ใดๆ อัันเป็น็ การอุุปการะหรืือช่่วยเหลืือ หรืือให้ค้ วามสะดวกแก่่คนต่า่ งด้า้ วให้เ้ ข้า้ มาในราชอาณาจัักร โดยฝ่า่ ฝืืนพระราชบััญญัตั ินิ ี้้� ต้้องระวางโทษจำ�ำ คุกุ ไม่่เกิินสิบิ ปีี และปรับั ไม่เ่ กินิ หนึ่่ง� แสนบาท…” การกระทำำ�ผิดิ ดังั กล่า่ วนี้้ผ� ู้ก้� ระทำำ�ต้อ้ งเจตนาที่จ�่ ะ กระทำ�ำ การ ดัังต่่อไปนี้้ �
183ปัญหาการกระทำ�อันเกย่ี วกับการลักลอบขนผโู้ ยกย้ายถน่ิ ฐานทางบกของประเทศไทย Problems of Acts Relating to Smuggling of Migrants by Land in Thailand (1) นำำ�คนต่า่ งด้า้ วเข้า้ มาในราชอาณาจักั ร 7 (2) พาคนต่่างด้้าวเข้า้ มาในราชอาณาจัักร (3) กระทำำ�ด้ว้ ยประการใด ๆ อันั เป็น็ การอุปุ การะแก่่คนต่า่ งด้า้ วให้้เข้้ามาใน ราชอาณาจักั ร (4) ช่่วยเหลืือแก่ค่ นต่่างด้้าวให้้เข้า้ มาในราชอาณาจัักร (5) ให้ค้ วามสะดวกแก่่คนต่า่ งด้้าวให้้เข้้ามาในราชอาณาจักั ร ซึ่่ง� การกระทำ�ำ ทั้้ง� หมดนี้้เ� ป็น็ การทำำ�ให้ค้ นต่า่ งด้า้ วเข้า้ มาในราชอาณาจักั ร โดยฝ่า่ ฝืนื บทบัญั ญัตั ิวิ ่า่ ด้้วยการเข้า้ เมืืองโดยถููกต้้องตามกฎหมายถืือเป็็นความผิดิ จากบััญญััติิดัังกล่า่ ว จะเห็น็ ได้้ว่า่ ตามกฎหมายไทยที่่�มุ่�งเน้น้ ป้้องกันั การช่ว่ ย เหลืือ ให้ค้ วามสะดวกแก่ค่ นต่า่ งด้า้ วที่เ�่ ข้า้ มาในราชอาณาจักั ร ถืือเป็น็ มาตรการต่อ่ ต้้านการลัักลอบเข้้าเมืืองเท่่านั้้�น บทบััญญััติิดัังกล่่าวมิิได้้กำำ�หนดความผิิดในการ ลัักลอบขนคนออกนอกประเทศโดยมิิชอบด้้วยกฎหมาย จึึงส่่งผลกระทบให้้ไม่่ สามารถเอาผิดิ แก่ผ่ ู้�้กระทำำ�ดัังกล่า่ ว อีีกทั้้ง� พิิธีีสารฯ มุ่่�งหมายปราบปรามการกระ ทำ�ำ ความผิดิ ในลักั ษณะอาชญากรรมข้า้ มชาติทิ ี่ม�่ ีีความร้า้ ยแรงและยากต่อ่ การปราบ ปรามอย่่างมาก เนื่�่องจากลัักษณะของการกระทำ�ำ ความผิิดรููปแบบองค์์กร อาชญากรรม เป็น็ กลุ่�มที่่�มีีการจััดโครงสร้้าง ประกอบด้ว้ ยบุุคคลตั้�งแต่ส่ ามคนขึ้้น� ไปที่ด�่ ำำ�รงอยู่�เป็น็ ระยะเวลาหนึ่่ง� และที่ม่� ีีการประสานการดำำ�เนินิ งานระหว่า่ งกันั โดย มีีเป้า้ หมายในการก่่ออาชญากรรมร้้ายแรงตั้ง� แต่ห่ นึ่่ง� ฐานความผิดิ ขึ้�้นไป ตามที่่�ได้้ กำ�ำ หนดไว้ใ้ นอนุสุ ัญั ญานี้้� เพื่อ่� ให้ไ้ ด้ม้ าซึ่ง�่ ผลประโยชน์ท์ างการเงินิ หรืือผลประโยชน์์ ทางวััตถุุอย่่างอื่�่นไม่่ว่่าโดยทางตรงหรืือทางอ้้อม ซึ่่�งหากจะต้้องให้้สอดคล้้องกัับ เป้า้ ประสงค์ข์ องพิธิ ีีสารฯ เพื่อ�่ การต่อ่ ต้า้ นการลักั ลอบขนผู้โ�้ ยกย้า้ ยถิ่น� ฐานทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ค.ศ. 2000 ที่่�มุ่�งจะต่่อต้้านอาชญากรรมที่�่จััดตั้�งใน ลักั ษณะองค์ก์ รที่ม่� ีีผู้้�ร่ว่ มสมคบกันั เพื่อ�่ ลักั ลอบขนผู้โ�้ ยกย้า้ ยถิ่น� ฐาน โดยการกระทำ�ำ ของผู้้�ที่่�ร่่วมสมคบเป็็นการให้้ความช่่วยเหลืือกระทำำ�ความผิิด ถืือเป็็นกลุ่ �มบุุคคล ตามทฤษฎีีสมคบ (อััครพัันธ์์ สััปปพัันธ์์, 2542) นอกจากนี้้� ตามแนวคิิดองค์์กร อาชญากรรมข้า้ มชาติทิ ี่ม่� ีีลักั ษณะองค์ก์ รมีีการกระทำำ�ความผิดิ ของบุคุ คลตั้ง� แต่ส่ อง คนขึ้้น� ไปสมคบกัันกระทำำ�ความผิดิ ต่อ่ รัฐั หรืือฉ้อ้ ฉลรััฐ โดยถืือว่า่ รัฐั เป็็นผู้เ�้ สีียหาย และอย่่างน้้อยที่�่สุุดผู้�้ ที่่�ได้้สมคบกัันมีีการกระทำ�ำ ที่�่แสดงออกเพื่�่อจะบรรลุุ
184 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 วััตถุปุ ระสงค์์ของการสมคบกันั (ประธาน วัฒั นวาณิิชย์,์ 2548) ถืือว่า่ เป็น็ การร่่วม ลัักลอบขนผู้�้โยกย้้ายถิ่ �นฐานบั่่�นทอนศัักยภาพของรััฐและเป็็นการกระทำำ�ผิิดที่่�มีี ความร้้ายแรงต่่อนานาประเทศ ส่่งผลเสีียต่่อรััฐในการควบคุุมชายแดนอีีกทั้้�งการ ลักั ลอบขนผู้้โ� ยกย้า้ ยถิ่�นฐานอาจเป็น็ ปัจั จัยั สำ�ำ คัญั ที่�่กระตุ้�นให้เ้ กิิดการค้้ามนุษุ ย์์ 3. ปััญหาเกี่�ยวกับั การส่่งกลัับผู้�โยกย้้ายถิ่�นฐาน จากการศึึกษานิิยาม คำำ�ว่่า การลัักลอบขนผู้้�โยกย้้ายถิ่�นฐานตามกฎหมาย ระหว่่างประเทศที่ป�่ ระกอบด้ว้ ย (1) การจััดหาเพื่่�อให้้บุุคคลเข้้าประเทศโดยผิิดกฎหมาย หรืืออาศััยอยู่�ใน ประเทศโดยผิิดกฎหมาย (2) ในประเทศซึ่ง่� บุุคคลนั้้น� มิไิ ด้ม้ ีีถืือสัญั ชาติิ หรืือเป็็นผู้้�อยู่�อาศัยั ถาวร (3) เพื่่�อผลประโยชน์์ทางการเงิินหรืือประโยชน์์ด้้านอื่�่น ทั้้�งทางตรงและ ทางอ้้อม จากนิิยามดัังกล่่าวอาจสรุปุ ได้้ว่า่ ผู้�้ ลัักลอบนำ�ำ บุคุ คลเข้้าเมืือง บุุคคลที่่�ได้้รัับ ความช่่วยเหลืือโดยผู้�้ ลัักลอบขนผู้้�โยกย้้ายถิ่�นฐาน เพื่�่อให้้เข้้าประเทศได้้โดยผิิด กฎหมาย เรีียกว่า่ ผู้�้ถูกลักั ลอบนำ�ำ ตัวั เข้้าประเทศ ถึึงแม้้ว่า่ ผู้้�ลัักลอบขนผู้โ้� ยกย้้าย ถิ่�นฐานและผู้้�ย้้ายถิ่�นนั้้�นจะได้้ตกลงกัันเพื่�่อให้้มีีการลัักลอบนำำ�ตััวเข้้าประเทศ แต่่ เป้้าหมายของพิธิ ีีสารฯ ต่อ่ ต้้านการลักั ลอบขนผู้�โ้ ยกย้า้ ยถิ่�นฐานทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ค.ศ. 2000 มิไิ ด้มุ้่�งไปที่ก�่ ารย้า้ ยถิ่น� ในหนทางที่ผ�่ ิดิ ปกติิ แต่มุ่่�งที่�่จะ ต่อ่ ต้า้ นอาชญากรรมที่จ�่ ัดั ตั้ง� ในลักั ษณะองค์ก์ รเพื่อ่� ลักั ลอบขนผู้โ�้ ยกย้า้ ยถิ่น� ฐาน จะ เห็็นได้้ว่่าผู้้�โยกย้้ายถิ่�นฐานนั้้�นจะต้้องเป็็นบุุคคลที่่�ไม่่ได้้ถืือสััญชาติิ หรืือเป็็นผู้�้อยู่� 7 อาศััยถาวรในรััฐภาคีี ดัังนั้้�น เมื่่�อผู้�้โยกย้้ายเข้้ามาโดยผิิดกฎหมาย และถููกเจ้้า พนักั งานจับั ได้ว้ ่า่ เป็น็ ผู้โ�้ ยกย้า้ ยถิ่น� ฐาน ในทางปฏิบิ ัตั ิผิ ู้โ�้ ยกย้า้ ยจะต้อ้ งไม่ถ่ ููกดำ�ำ เนินิ คดีีอาญา เป็็นไปตามข้้อ 5 ของพิิธีีสารฯ ได้้ระบุุว่่า “ผู้�้โยกย้้ายถิ่�นฐานไม่่ต้้อง รับั ผิดิ จากการฟ้้องร้อ้ งดำำ�เนินิ คดีีอาญา” และตามพิธิ ีีสารฯ นี้้�ให้ถ้ ืือว่า่ จากข้้อเท็จ็ จริิงที่�่ว่่าตนเป็็นผู้�้เสีียหายจากการลัักลอบขนผู้�้โยกย้้ายถิ่�น ดัังนั้้�น การปฏิิบััติิต่่อ ผู้�้โยกย้้ายจึึงได้้มีีกำำ�หนดภาระหน้้าที่�่ในการให้้ความร่่วมมืือ โดยได้้กำำ�หนดให้้ ประเทศภาคีีสมาชิิกจะต้อ้ งให้้ความร่่วมมืือกับั ประเทศต่่าง ๆ ในการป้้องกัันและ ปราบปรามองค์์กรอาชญากรรมข้้ามชาติิ โดยตระหนัักว่่าอาชญากรรมข้้ามชาติิ
185ปัญหาการกระท�ำ อันเกีย่ วกับการลักลอบขนผู้โยกย้ายถิ่นฐานทางบกของประเทศไทย Problems of Acts Relating to Smuggling of Migrants by Land in Thailand เป็็นปััญหาร่่วมกัันที่่�นานาประเทศต้้องร่่วมมืือกัันต่่อต้้าน รวมไปถึึงการให้้ความ 7 ร่่วมมืือเกี่่�ยวกับั การส่ง่ กลับั ผู้โ�้ ยกย้า้ ยถิ่�นซึ่�่งถููกลัักลอบขนด้ว้ ย สำ�ำ หรัับกรณีีที่่�จะต้้องส่่งตััวผู้�้โยกย้้ายถิ่�นฐานนั้้�น พิิธีีสารฯ เพื่�่อการต่่อต้้าน การลัักลอบขนผู้�้โยกย้้ายถิ่�นฐานทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ค.ศ. 2000 กำำ�หนดในข้้อ 18 เรื่่�อง การส่่งกลับั ผู้โ�้ ยกย้า้ ยถิ่น� ซึ่ง�่ ถููกลัักลอบขนโดยกำ�ำ หนดให้ร้ ััฐ ภาคีี ดำ�ำ เนินิ การ ดัังนี้้� (Marika McAdam. 2021) 1. อำำ�นวยความสะดวกและยอมรัับโดยไม่่ล่่าช้้าในการส่่งกลัับ ซึ่่�งบุุคคลซึ่่�ง เป็น็ ผู้้�ถูกกระทำำ� หรืือคนชาติิ หรืือผู้ซ�้ ึ่่ง� มีีสิทิ ธิใิ นการมีีถิ่่�นพำำ�นัักถาวรในอาณาจักั ร ของตนขณะส่่งกลับั จากการกระทำำ�ความผิิดที่ก่� ำำ�หนดไว้ใ้ นพิธิ ีีสารฯ 2. อำำ�นวยความสะดวกและการยอมรัับการส่่งกลัับบุุคคลซึ่�่งตกเป็็นผู้้�ถู ก กระทำำ� และเป็็นผู้�้ซึ่่�งมีีสิิทธิิในการมีีถิ่่�นพำำ�นัักถาวรใรอาณาเขตของตน ในขณะที่�่ เข้า้ มาในรัฐั ผู้�้ รับั ตามกฎหมายภายในของตน จากการกระทำำ�ความผิดิ ตามที่ก่� ำ�ำ หนด ในพิธิ ีีสารฯ 3. ตามคำ�ำ ร้้องขอของรััฐภาคีีผู้�้ รัับ ให้้รััฐภาคีีที่�่ได้้รัับคำำ�ร้้องของพิิสููจน์์ทราบ โดยไม่่ล่่าช้้าว่่า บุุคคลซึ่�่งตกเป็็นผู้�้ถูกระทำำ�จากการกระทำ�ำ ความผิิดตามที่่�กำ�ำ หนด ในพิธิ ีีสารฯ เป็็นคนชาติขิ องตน หรืือมีีสิิทธิิในการถิ่น� พำ�ำ นัักถาวรในอาณาเขตของ ตนหรืือไม่่ 4. เพื่�่อการอำำ�นวยความสะดวกให้้แก่่บุุคคลซึ่่�งตกเป็็นผู้้�ถูกกระทำำ�จากการก ระทำำ�ความผิิดตามที่ก�่ ำ�ำ หนดให้้พิธิ ีีสารฯ ให้ร้ ััฐภาคีีซึ่่�งบุุคคลนั้้น� เป็น็ คนชาติิ หรืือมีี สิิทธิิในการมีีถิ่่�นพำำ�นัักถาวร ออกหนัังสืือเดิินทางหรืือหนังั สืืออนุุญาตอื่�่น ๆ ตามที่�่ จำำ�เป็็น เมื่�่อรัับคำ�ำ ร้้องขอจากรััฐภาคีีผู้้�รัับ เพื่�่อให้้บุุคคลนั้้�นสามารถเดิินทางไปยััง อาณาเขตของตนได้้ 5. ในการส่ง่ กลับั บุคุ คลซึ่ง่� ตกเป็น็ ผู้�้ถูกกระทำ�ำ จากการกระทำำ�ความผิดิ ตามที่่� กำำ�หนดไว้้ในพิิธีีสารฯ ให้้รััฐภาคีีเกี่�่ยวข้้องดำำ�เนิินการด้้วยมาตรการที่่�เหมาะสมใน ลัักษณะเป็็นระเบีียบ โดยคำ�ำ นึึงถึึงความปลอดภัยั และศัักดิ์�ศรีีของบุคุ คลนั้้น� ๆ จะเห็็นได้้ว่า่ พิธิ ีีสารฯ ดัังกล่่าวจะให้้ความสำ�ำ คัญั และดููแลผู้�โ้ ยกย้า้ ยถิ่�นให้้ได้้ รัับความเป็็นธรรมและคำ�ำ นึึงถึึงความปลอดภััยและศัักดิ์�ศรีีของบุุคคลนั้้�น ๆ เป็็น สำำ�คัญั เนื่อ�่ งจากข้อ้ 5 ของพิิธีีสารฯ ได้้ระบุุว่า่ ผู้้�โยกย้้ายถิ่น� ฐานไม่่ต้้องรับั ผิดิ จาก
186 วารสารร่มพฤกษ์ มหาวทิ ยาลยั เกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 การฟ้้องร้้องดำ�ำ เนิินคดีีอาญา เนื่�่องจากข้้อเท็็จจริิงที่่�ว่่าตนเป็็นผู้�้เสีียหายจากการ ลัักลอบขนผู้้โ� ยกย้้ายถิ่�นนี้้� และมาตรการของพิิธีีสารฯ ในการคุ้�มครองผู้้�ที่่�ตกเป็็น เหยื่่�อจากการลัักลอบขนผู้้�โยกย้้ายถิ่�นฐานนั้้�น อีีกทั้้�งมาตรการต่่าง ๆ จะต้้อง สอดคล้อ้ งกัับ สิิทธิิ พัันธกรณีี และความรัับผิดิ ชอบของรััฐ และปััจเจกชนภายใต้้ กฎหมายระหว่า่ งประเทศ รวมทั้้ง� กฎหมายว่า่ ด้ว้ ยมนุษุ ยธรรมระหว่า่ งประเทศและ กฎหมายว่า่ ด้ว้ ยสิทิ ธิมิ นุษุ ยชนระหว่า่ งประเทศ โดยเฉพาะอย่า่ งยิ่ง� ในกรณีีที่น�่ ำ�ำ มา ใช้ก้ ับั อนุสุ ัญั ญาและพิธิ ีีสารฯ ที่เ่� กี่ย่� วกับั สถานะของผู้โ�้ ยกย้า้ ยถิ่น� ฐานและหลักั การ ห้้ามส่่งกลัับผู้�้โยกย้้ายถิ่�นฐาน การส่่งกลัับผู้�้โยกย้้ายถิ่�นจึึงจะต้้องปฏิิบััติิโดยคำ�ำ นึึง ถึึงหลักั สิทิ ธิิมนุุษยชนเป็็นสำ�ำ คัญั ซึ่�ง่ หลักั เกณฑ์์ดังั กล่า่ วปรากฏในข้อ้ 18 ที่ม่�ุ่�งเน้้น การปฏิบิ ัตั ิอิ ย่า่ งมีีมนุษุ ยธรรม และคำ�ำ นึึงถึึงศักั ดิ์ศ� รีีความเป็น็ มนุษุ ย์์ และให้ด้ ำำ�เนินิ การส่่งกลัับโดยปราศจากความล่่าช้้า นอกจากนี้้�หลัักสิิทธิิมนุุษยชนตามปฏิิญญา สากลว่า่ ด้้วยสิทิ ธิิมนุุษยชน ค.ศ. 1948 ให้ก้ ารรับั รองคุ้�มครองสิิทธิทิ ี่ม่� นุษุ ย์พ์ ึึงได้้ รัับความคุ้ �มครองตามกฎบััตรสหประชาชาติิรวมทั้้�งเสรีีภาพขั้ �นมููลฐานสำำ�หรัับทุุก คนทุกุ แห่ง่ ในโลกโดยไม่่มีีการเลืือกปฏิิบััติ ิ ตามปฏิิญญาสากลฯ ได้้วางหลักั การให้้ เห็น็ ว่า่ มนุษุ ย์ท์ ุกุ คนย่อ่ มมีีศักั ดิ์ศ� รีีของความเป็น็ มนุษุ ย์แ์ ละมีีสิทิ ธิเิ ท่า่ เทีียมกันั โดย เฉพาะสิทิ ธิแิ ละเสรีีภาพในชีีวิติ และร่า่ งกาย โดยมีีหลักั การพื้้น� ฐานของสิทิ ธิมิ นุษุ ย ชนทุกุ คนมีีศักั ดิ์ศ� รีีความเป็็นมนุุษย์์ (Human Dignity) เป็น็ สิทิ ธิติ ิดิ ตััวทุุกคนตาม ธรรมชาติติั้�งแต่่เกิิด (National Rights) คนทุุกคนมีีความเสมอภาคและห้้ามการ เลืือกปฏิบิ ััติิ (Equality and Non-discrimination) และคำำ�ว่า่ ศัักดิ์ศ� รีีความเป็น็ มนุษุ ย์์ (Human Dignity) เป็น็ คำ�ำ อธิิบายความหมายของสิิทธิิมนุษุ ยชน ในแง่ข่ อง 7 การให้ค้ ุณุ ค่า่ แก่ค่ วามเป็น็ คนว่า่ ทุกุ คนมีีคุณุ ค่า่ เท่า่ เทีียมกันั ซึ่ง่� เป็น็ หลักั การสำำ�คัญั ของสิิทธิิมนุุษยชนที่�่กำ�ำ หนดสิทิ ธิิมาตั้�งแต่เ่ กิิด ใครจะละเมิดิ ไม่่ได้้ และไม่่สามารถ ถ่่ายโอนให้้แก่่กัันได้้ ซึ่่�งรวมไปถึึงสิิทธิิในการมีีชีีวิิต และความมั่ �นคงในการมีีชีีวิิต อยู่� เพราะคนทุุกคนที่่�เกิิดมาบนโลกมีีศัักดิ์�ศรีีของการเป็็นมนุุษย์์ ดัังนั้้�น ในการ ดำ�ำ เนินิ การส่ง่ ผู้โ�้ ยกย้า้ ยกลับั จะต้อ้ งเคารพความเป็น็ มนุษุ ย์ ์ ห้า้ มทำำ�ร้า้ ยร่า่ งกายหรืือ ทรมานอย่่างโหดร้้าย ตลอดจนการกระทำ�ำ ใด ๆ ที่�่ถืือเป็น็ การเหยีียดหยามความ เป็น็ มนุุษย์์ซึ่่�งศักั ดิ์�ศรีีความเป็น็ มนุุษย์์
187ปญั หาการกระทำ�อนั เกีย่ วกับการลกั ลอบขนผ้โู ยกยา้ ยถิน่ ฐานทางบกของประเทศไทย Problems of Acts Relating to Smuggling of Migrants by Land in Thailand ดังั นั้้น� ในการส่ง่ กลับั ผู้โ้� ยกย้า้ ยตามพิธิ ีีสารฯ จะต้อ้ งปฏิบิ ัตั ิอิ ย่า่ งมีีมนุษุ ยธรรม 7 และคำ�ำ นึึงถึึงศักั ดิ์�ศรีีความเป็น็ มนุุษย์์ (กรมองค์์การระหว่า่ งประเทศ, 2551) เป็็น ไปตามปฏิิญญาสากลว่่าด้ว้ ยสิทิ ธิมิ นุุษยชนข้า้ งต้้น ตามพระราชบััญญััติิคนเข้้าเมืือง พ.ศ. 2522 ได้้กำ�ำ หนดเรื่่�องการส่่งตััว ผู้้�ลัักลอบเข้า้ เมืืองโดยผิิดกฎหมายไว้้ในมาตรา 55 “การส่ง่ คนต่า่ งด้้าวกลับั ออก ไปนอกราชอาณาจัักรตามพระราชบััญญััติินี้้�พนัักงานเจ้้าหน้้าที่�่จะส่่งตััวกลัับโดย พาหนะใดหรืือช่่องทางใดก็็ได้้ตามแต่่พนัักงานเจ้้าหน้้าที่่�จะพิิจารณาเห็็นสมควร ค่่าใช้้จ่่ายในการส่่งคนต่่างด้้าวกลัับดัังกล่่าวนี้้� ให้้เจ้้าของพาหนะหรืือผู้้�ควบคุุม พาหนะที่�่นำำ�เข้้ามานั้้�นเป็็นผู้้�เสีีย ในกรณีีที่�่ไม่่ปรากฏตััวเจ้้าของพาหนะ หรืือ ผู้้ค� วบคุมุ พาหนะ ให้้ผู้�้กระทำ�ำ ความผิดิ ตามมาตรา 63 หรืือ มาตรา 64 เป็็นผู้้เ� สีีย ให้พ้ นักั งานเจ้า้ หน้า้ ที่ม�่ ีีอำำ�นาจเรีียกค่า่ ใช้จ้ ่า่ ยในการส่ง่ คนต่า่ งด้า้ วกลับั จากผู้ก้� ระทำำ� ความผิดิ คนใดคนหนึ่่ง� โดยสิ้น� เชิงิ หรืือร่ว่ มกันั ตามแต่จ่ ะเลืือก แต่ถ่ ้า้ คนต่า่ งด้า้ วด้ว้ ย นั้้�นจะขอกลัับโดยพาหนะอื่�่น หรืือทางอื่�่นโดยยอมเสีียค่่าใช้้จ่่ายของตนเอง พนักั งานเจ้้าหน้า้ ที่่�จะอนุุญาตก็็ได้้” เห็น็ ได้้ว่า่ บทบััญญัตั ิดิ ัังกล่่าวนี้้� เป็น็ การกำำ�หนดวิธิ ีีการส่่งกลับั แบบกว้้าง ๆ แต่่ไม่่ได้้ระบุุให้้การปฏิิบััติิต้้องคำ�ำ นึึงถึึงหลัักสิิทธิิมนุุษย์์ ดัังนั้้�นในทางปฏิิบััติิอาจ ดำำ�เนิินการไปอย่่างไม่่เป็็นธรรมแก่่เหยื่�่อ อีีกทั้้�งพระราชบััญญััติิคนเข้้าเมืือง พ.ศ. 2522 ไม่ไ่ ด้ก้ ำ�ำ หนดกรอบเวลาในการส่ง่ กลับั ไว้เ้ ป็น็ สำำ�คัญั อาจจะส่ง่ ผลให้เ้ หยื่อ่� ต้อ้ ง ถููกควบคุมุ ตัวั ไว้เ้ ป็น็ เวลานานกว่า่ จะส่ง่ กลับั ประเทศ ดังั นั้้น� หากประเทศไทยได้ใ้ ห้้ สััตยาบัันพิิธีีสารฯ เพื่�่อการต่่อต้้านการลัักลอบขนผู้้�โยกย้้ายถิ่�นฐานทางบก ทาง ทะเล และทางอากาศ ค.ศ. 2000 คงจะต้อ้ งมีีการแก้ไ้ ขกฎหมายต่อ่ ไป บทสรุป ปัจั จุบุ ันั ประเทศไทยยังั ไม่ไ่ ด้ใ้ ห้ส้ ัตั ยาบันั พิธิ ีีสารฯ เพื่อ่� การต่อ่ ต้า้ นการลักั ลอบ ขนผู้้�โยกย้้ายถิ่�นฐานทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ค.ศ. 2000 แต่่หากใน อนาคตได้้มีีการให้้สััตยาบัันพิิธีีสารฯ ดัังกล่่าวจะส่่งผลต่่อกฎหมายภายใน ดัังนี้้� ปัญั หาการกำำ�หนดคำ�ำ นิยิ าม “การลักั ลอบขนผู้โ้� ยกย้า้ ยถิ่น� ฐาน” เนื่อ�่ งจากกฎหมาย ของประเทศไทยนั้้น� ไม่ไ่ ด้ม้ ีีการให้ค้ ำำ�นิยิ ามการลักั ลอบขนผู้โ้� ยกย้า้ ยถิ่น� ฐานแต่อ่ ย่า่ ง
188 วารสารร่มพฤกษ์ มหาวิทยาลยั เกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 ใดส่่งผลให้้ ไม่่สามารถลงโทษบุุคคลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 312 สำ�ำ หรับั การกระทำำ�ในการลักั ลอบขนย้้ายคนเข้้าไปในประเทศอันั มีีลัักษณะเป็็นไป ตามพิิธีีสารฯ ได้้อีีกทั้้�งปััญหาการกำำ�หนดความผิิดกรณีีฐานลัักลอบขนผู้�้โยกย้้าย ถิ่�นฐาน ความผิิดตามพิิธีีสารฯ เพื่่�อการต่่อต้้านการลัักลอบขนผู้�้โยกย้้ายถิ่�นฐาน ทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ค.ศ. 2000 ข้อ้ 6 (ก) ที่ก่� ำำ�หนดให้้ “การลักั ลอบ ขนผู้�้โยกย้้ายถิ่�นฐาน” เป็็นความผิิดอาญา และการลัักลอบขนผู้�้โยกย้้ายถิ่�นฐาน เป็็นความผิิดตามพิิธีีสารฯ นั้้�นต้้องมีีลัักษณะเป็็นการจััดให้้มีีการเข้้าเมืืองโดยผิิด กฎหมายของบุคุ คลซึ่ง�่ มิิใช่่คนชาติิ หรืือผู้�้มีถิ่น� พำำ�นัักถาวร และยังั รวมถึึงการข้า้ ม แดนโดยไม่่ปฏิิบััติิตามข้้อกำำ�หนดที่่�จำำ�เป็็นสำ�ำ หรัับการเข้้าไปในอีีกรััฐหนึ่่�งโดยชอบ ด้ว้ ยกฎหมาย แต่พ่ ระราชบัญั ญัตั ิคิ นเข้า้ เมืือง พ.ศ. 2522 มาตรา 63 เป็น็ มาตรการ ต่อ่ ต้า้ นการลักั ลอบเข้า้ เมืืองเท่า่ นั้้น� บทบัญั ญัตั ิดิ ังั กล่า่ วมิไิ ด้ก้ ำำ�หนดความผิดิ ในการ ลักั ลอบขนคนออกนอกประเทศโดยมิชิ อบด้ว้ ยกฎหมายให้เ้ ป็น็ ความผิดิ ด้ว้ ย จึึงส่ง่ ผลกระทบให้้ไม่่สามารถเอาผิิดแก่่ผู้้�กระทำ�ำ ดัังกล่่าว ประการสุุดท้้ายปััญหาเกี่่�ยว กับั การส่่งกลับั ผู้โ�้ ยกย้้ายถิ่น� ฐานที่�่ปรากฎในพิธิ ีีสารฯ เพื่�อ่ การต่่อต้า้ นการลักั ลอบ ขนผู้โ�้ ยกย้า้ ยถิ่น� ฐานทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ค.ศ. 2000 ข้อ้ 18 กำ�ำ หนด หลัักการที่�่มุ่�งเน้้นการปฏิิบััติิอย่่างมีีมนุุษยธรรม และให้้ดำ�ำ เนิินการส่่งกลัับโดย ปราศจากความล่่าช้้า ในขณะที่�่กฎหมายของประเทศไทยพระราชบััญญััติิคนเข้้า เมืือง พ.ศ. 2522 มาตรา 55 เป็น็ การกำำ�หนดวิธิ ีีการส่ง่ กลัับแบบกว้้าง ๆ แต่่ไม่ไ่ ด้้ ระบุุถึึงการส่่งกลัับนั้้�นจะต้้องปฏิิบััติิต้้องคำ�ำ นึึงถึึงหลัักสิิทธิิมนุุษย์์ และพระราช บััญญััติคิ นเข้้าเมืือง พ.ศ. 2522 ก็ไ็ ม่่ได้้กำำ�หนดกรอบเวลาในการส่ง่ กลับั ผู้โ�้ ยกย้า้ ย 7 ปัญั หาดังั กล่า่ วจึึงส่ง่ ผลกระทบต่อ่ ผู้โ�้ ยกย้า้ ยที่อ�่ าจไม่ไ่ ด้ร้ ับั ความเป็น็ หรืือถููกควบคุมุ ตัวั ไว้้เป็็นเวลานานกว่า่ จะส่่งกลัับประเทศ จากการศึึกษาการวิิเคราะห์ป์ ระเด็็นปััญหาที่�่เกิิดขึ้�้น ผู้�้ วิจิ ัยั จึึงมีีแนวทางเพื่่อ� การแก้้ไขปัญั หาที่่�เกิดิ ขึ้้�นต่่อไป ข้อเสนอแนะ จากการวิเิ คราะห์ป์ ระเด็น็ ปัญั หากฎหมายเกี่ย�่ วกับั การลักั ลอบขนผู้�โ้ ยกย้า้ ย ถิ่�นฐานทางบกตามพิิธีีสารฯ เพื่่�อการต่่อต้้านการลัักลอบขนผู้�้โยกย้้ายถิ่�นฐาน
189ปญั หาการกระทำ�อนั เกย่ี วกบั การลกั ลอบขนผโู้ ยกย้ายถิ่นฐานทางบกของประเทศไทย Problems of Acts Relating to Smuggling of Migrants by Land in Thailand ทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ค.ศ. 2000 ซึ่ง่� มีีกฎหมายที่เ�่ กี่ย�่ วข้อ้ งหลักั ๆ 7 ได้้แก่่ พระราชบััญญัตั ิิคนเข้้าเมืือง พ.ศ. 2522 และประมวลกฎหมายอาญานั้้น� ผู้้� วิิจััยมีีข้อ้ เสนอแนะ เพื่อ่� เป็็นแนวทางแก้้ไขปััญหา ดัังนี้้� (1) ควรกำำ�หนดคำำ�นิยิ าม “การลัักลอบขนผู้�โ้ ยกย้้ายถิ่�นฐาน” ไว้ใ้ นพระราช บัญั ญัตั ิิคนเข้้าเมืือง พ.ศ. 2522 มาตรา 4 วรรคท้้าย ดังั นี้้� “การลัักลอบขนผู้�โ้ ยกย้า้ ยถิ่น� ฐาน หมายถึึง การจััดให้ม้ ีีการเข้า้ เมืืองโดยผิิด กฎหมายของคนต่า่ งด้า้ วเพื่อ่� ให้ไ้ ด้ม้ าซึ่ง่� ผลประโยชน์ท์ างการเงินิ หรืือผลประโยชน์์ ทางวััตถุุอื่น่� จากการนั้้น� ไม่ว่ ่า่ จะโดยทางตรงหรืือทางอ้้อม” (2) เพิ่่ม� เติมิ พระราชบัญั ญัตั ิคิ นเข้า้ เมืือง พ.ศ. 2522 มาตรา 63 โดยเพิ่่ม� การ ลัักลอบขนผู้้�โยกย้า้ ยถิ่น� ฐาน ในวรรคท้้ายเพื่่�อให้เ้ ป็็นความผิดิ อาญา ดัังนี้้� “มาตรา 63 ผู้ใ�้ ดนำ�ำ หรืือพาคนต่า่ งด้า้ วเข้า้ มาในราชอาณาจักั รหรืือกระทำำ�การด้ว้ ยประการ ใด ๆ อันั เป็น็ การอุปุ การะหรืือช่ว่ ยเหลืือ หรืือให้ค้ วามสะดวกแก่ค่ นต่า่ งด้า้ วให้เ้ ข้า้ มาในราชอาณาจักั ร โดยฝ่า่ ฝืืนพระราชบััญญัตั ิินี้้ � ต้อ้ งระวางโทษจำ�ำ คุุกไม่่เกินิ สิิบปีี และปรัับไม่่เกิินหนึ่่ง� แสนบาท เจ้า้ ของพาหนะหรืือผู้ค�้ วบคุมุ พาหนะผู้ใ้� ดไม่ป่ ฏิบิ ัตั ิติ ามมาตรา 23 และภายใน พาหนะนั้้น� มีีคนต่า่ งด้า้ วซึ่ง่� เข้า้ มาในราชอาณาจักั รโดยฝ่า่ ฝืนื พระราชบัญั ญัตั ินิี้้ � ให้้ สัันนิิษฐานไว้้ก่่อนว่่าเจ้้าของพาหนะหรืือผู้�้ควบคุุมพาหนะนั้้�นได้้กระทำำ�ความผิิด ตามวรรคหนึ่่�ง เว้้นแต่่จะพิิสููจน์์ได้้ว่่าตนไม่่สามารถรู้้�ได้้ว่่าภายในพาหนะนั้้�นมีีคน ต่่างด้้าว ดัังกล่่าวอยู่�แม้้ว่่าได้้ใช้ค้ วามระมััดระวังั ตามสมควรแล้ว้ การกระทำ�ำ ความผิดิ ตามวรรคหนึ่่ง� ให้ห้ มายรวมถึึงการลักั ลอบขน ผู้โ�้ ยกย้า้ ย ถิ่น� ฐานด้้วย (3) เพิ่่�มเติิมพระราชบััญญัตั ิิคนเข้า้ เมืือง พ.ศ. 2522 มาตรา 55 วรรคท้้าย ดัังนี้้� มาตรา 55 การส่่งคนต่่างด้้าวกลัับออกไปนอกราชอาณาจัักรตามพระราช บััญญััติินี้้�พนัักงานเจ้้าหน้้าที่�่จะส่่งตััวกลัับโดยพาหนะใดหรืือช่่องทางใดก็็ได้้แต่่ พนักั งานเจ้้าหน้า้ ที่่จ� ะพิิจารณาเห็็นสมควร
190 วารสารร่มพฤกษ์ มหาวิทยาลยั เกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 ค่่าใช้้จ่่ายในการส่่งคนต่่างด้้าวกลัับดัังนี้้� ให้้เจ้้าของพาหนะที่�่นำ�ำ เข้้ามานั้้�น เป็น็ ผู้เ้� สีีย ในกรณีีที่ไ�่ ม่ป่ รากฏตัวั เจ้า้ ของพาหนะหรืือผู้ค้� วบคุมุ พาหนะ ให้ผ้ ู้ก�้ ระทำ�ำ ความผิดิ ตามมาตรา 63 หรืือ มาตรา 64 เป็น็ ผู้เ้� สีียโดยพนักั งานเจ้า้ หน้า้ ที่ม�่ ีีอำ�ำ นาจ เรีียกค่่าใช้้จ่่ายในการส่่งคนต่่างด้้าวกลัับจากผู้้�กระทำ�ำ ความผิิดคนใดคนหนึ่่�งโดย สิ้น� เชิิงหรืือร่่วมกัันตามแต่จ่ ะเลืือก แต่่ถ้้าคนต่่างด้้าวนั้้�นจะขอกลับั โดยพาหนะอื่�่น หรืือทางอื่น�่ โดยยอมเสีียค่่าใช้จ้ ่า่ ยของตนเอง พนักั งานเจ้า้ หน้า้ ที่จ�่ ะอนุุญาตก็็ได้้ การส่่งคนต่่างด้้าวจากการกระทำำ�ผิิดฐานลัักลอบขนผู้�้โยกย้้ายถิ่�นฐาน ให้้ดำำ�เนิินการอย่่างโดยปราศจากความล่่าช้้า โดยคำ�ำ นึึงถึึงความปลอดภััยและ ศักั ดิ์�ศรีีของบุุคคลนั้้�น ๆ” เอกสารอา้ งอิง กมลินิ ทร์์ พิินิิจภููวดล และคณะ. (2559). รายวิิจััยฉบับั สมบูรู ณ์์ เรื่อ� ง การเตรีียม ค ว า ม พ ร้้ อมด้้ า น ก ฎ ห ม า ย ขอ ง ไ ท ย ใ น ก า ร เข้้ า สู่ � ป ร ะ ช า ค มอ า เซีี ย น . กรุุงเทพฯ : สำำ�นัักงานเลขาธิกิ ารสภาผู้้�แทนราษฎร. กรมองค์์การระหว่่างประเทศ. (2551). ปฏิิญญาสากลว่่าด้้วยสิิทธิิมนุุษยชน. กรุุงเทพฯ : กระทรวงการต่า่ งประเทศ. ณัชั พล จิติ ติิรััตน์.์ (2563). แนวทางในการป้อ้ งกัันอาชญากรรมข้า้ มชาติ ิ ตามพระ ราชบััญญััติคิ นเข้้าเมืือง พ.ศ. 2522 : ศึึกษาเปรีียบเทีียบกฎหมายคนเข้า้ เมืืองของประเทศสหรัฐั อเมริกิ า. วารสารกระบวนการยุตุ ิธิ รรม, 13(1), 123-139. ทวีีเกีียรติ ิ มีีนะกนิิษฐ. (2563). ประมวลกฎหมายอาญา ฉบัับอ้้างอิิง. กรุงุ เทพฯ : 7 สำ�ำ นักั พิมิ พ์์วิิญญููชน. ทวีีเกีียรติ ิ มีีนะกนิษิ ฐ. (2562). กฎหมายอาญา ภาคความผิดิ และลหุโุ ทษ. กรุงุ เทพฯ : สำำ�นัักพิิมพ์์วิิญญููชน. ธนวรรณ เตชะวิิจิิตร์์. (2552). พัันธกรณีีของประเทศไทยในกรณีีที่่�เข้้าเป็็นภาคีี พิธิ ีสี ารเพื่่อ� การต่อ่ ต้า้ นการลักั ลอบขนผู้โ�้ ยกย้า้ ยถิ่น� ฐานทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ค.ศ. 2000 เพิ่่ม� เติมิ อนุสุ ัญั ญาสหประชาชาติเิ พื่่อ� การต่อ่ ต้้านอาชญากรรมข้้ามชาติิที่่�จััดตั้�งขึ้�นในลัักษณะองค์์กร ค.ศ. 2000. หลักั สููตรนิิติศิ าสตรมหาบััณฑิิต มหาวิิทยาลััยธรรมศาสตร์์, กรุงุ เทพฯ.
191ปญั หาการกระท�ำ อนั เกีย่ วกับการลกั ลอบขนผู้โยกยา้ ยถนิ่ ฐานทางบกของประเทศไทย Problems of Acts Relating to Smuggling of Migrants by Land in Thailand ประธาน วัฒั นวาณิิชย์.์ (2548). รายงานสรุปุ ผลการวิิจัยั เรื่�อง การใช้้ถ้อ้ ยคำำ�ใน อนุุสััญญาฯ สหประชาชาติิเพื่่�อต่่อต้้านอาชญากรรมข้้ามชาติิที่่�จััดตั้�งใน ลัักษณะองค์์กรและพิิธีีสารฯ แนบท้้าย. กรุุงเทพฯ : สถาบัันกฎหมาย อาญา สำำ�นักั งานอัยั การสููงสุดุ . ประสิิทธิ์ � เอกบุตุ ร. (2551). กฎหมายระหว่า่ งประเทศ เล่่ม 1 สนธิสิ ััญญา, พิมิ พ์์ ครั้ง� ที่่� 4 .กรุงุ เทพฯ : สำำ�นัักพิมิ พ์์วิิญญููชน. พิชิ ัยั นิิลทองคำำ�. (2555). พระราชบััญญัตั ิิคนเข้า้ เมือื ง พ.ศ. 2522. กรุงุ เทพฯ : อฑตยา มิิเล็็นเนีียม. สำ�ำ นัักงานอััยการสููงสุุดแห่่งรััฐบาลออสเตรเลีีย. (2561). แนวปฏิิบััติิว่่าด้้วยการ กำำ�หนดให้ก้ ารลักั ลอบขนผู้โ�้ ยกย้า้ ยถิ่น� ฐานเป็น็ อาชญากรรม. (27 มีีนาคม 2564) สืืบค้้นจาก https://www.baliprocess.net/UserFiles/ baliprocess/File/Final_Bali% 20Policy%20Guide%20 on%20 Criminalizing%20 Migrant%20Smuggling_Thai.pdf. อััครพัันธ์์ สััปปพัันธ์์. (2542). กระบวนการทางกฎหมายที่่�เกี่�ยวข้้องกัับองค์์กร อาชญากรรม. หลักั สููตรนิติ ิศิ าสตรมหาบัณั ฑิติ จุฬุ าลงกรณ์ม์ หาวิทิ ยาลัยั , กรุงุ เทพฯ. 7
8 การพัฒนาและทดสอบแบบประเมินความรอบรู้ ดา้ นสขุ ภาพในการปอ้ งกนั ควบคมุ โรคกลมุ่ บคุ ลากร สาธารณสุข A Development and Testing of Health Literacy on Disease Prevention and Control Assessment form for Public Health Officers ขวัญเมือง แกว้ ด�ำ เกิง และ จ�ำ เนียร ชณุ หโสภาค Kwanmuang Kaeodumkoeng and Jumnian Junhasobhaga
194 วารสารร่มพฤกษ์ มหาวทิ ยาลยั เกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 การพัฒั นาและทดสอบแบบประเมินิ ความรอบรู้้�ด้้านสุุขภาพในการ ป้้องกันั ควบคุุมโรคกลุ่�มบุคุ ลากรสาธารณสุุข A Development and Testing of Health Literacy on Disease Prevention and Control Assessment form for Public Health Officers ขวัญเมือง แก้วด�ำ เกิง1 และ จำ�เนยี ร ชุณหโสภาค2 Kwanmuang Kaeodumkoeng and Jumnian Junhasobhaga 1คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จงั หวัดกรุงเทพฯ 10400 ประเทศไทย Faculty of Public Health, Mahidol University, Bangkok 10400, Thailand e-mail : [email protected] 2บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยรามค�ำ แหง จงั หวดั กรุงเทพฯ 10240 ประเทศไทย Graduate school, Ramkhamhaeng University, Bangkok 10240, Thailand e-mail : [email protected] Received : May 11, 2021 Revised : June 21, 2021 Accepted : June 24, 2021 บทคดั ยอ่ การวิจิ ััยปฏิบิ ัตั ิิการ (Action Research) ครั้�งนี้้ � มีีวัตั ถุปุ ระสงค์เ์ พื่�่อพััฒนา และทดสอบแบบประเมิินความรอบรู้้�ด้้านสุุขภาพในการป้้องกัันควบคุุมโรคของ กลุ่�มบุคุ ลากรสาธารณสุขุ การวิิจัยั แบ่่งเป็็น 2 ระยะ ได้แ้ ก่่ ระยะที่ห�่ นึ่่�ง ประกอบ ด้ว้ ย (1) กำำ�หนดกรอบแนวคิิด (2) ทบทวนและกำำ�หนดองค์์ประกอบ (3) จััดทำำ� โครงสร้า้ งของเครื่อ่� งมืือ (4) เลืือกสเกลการวัดั และกำ�ำ หนดวิธิ ีีการวัดั (5) ตรวจสอบ คุณุ ภาพด้้านความตรง กลุ่�มตััวอย่า่ ง ได้้แก่ ่ ผู้�ท้ รงคุุณวุฒุ ิิ จำ�ำ นวน 5 ท่่าน ใช้้วิิธีีการ คัดั เลืือกแบบเจาะจงตามเกณฑ์์ เครื่อ่� งมืือที่ใ�่ ช้้ ได้แ้ ก่่ แบบตรวจสอบคุณุ ภาพเครื่อ�่ ง มืือ ระยะที่ส�่ อง ประกอบด้้วย (1) ทดสอบการใช้ง้ าน (2) ตรวจสอบคุุณภาพด้้าน ความเที่ย�่ ง (3) วิเิ คราะห์แ์ ละจำ�ำ แนกผลตามระดับั กลุ่�มตัวั อย่า่ ง ได้แ้ ก่่ กลุ่�มบุคุ ลากร 8 สาธารณสุขุ รวมจำ�ำ นวน 98 คน และผู้ท�้ รงคุณุ วุฒุ ิิ เครื่อ�่ งมืือที่ใ่� ช้้ ได้แ้ ก่่ แบบประเมินิ ความรอบรู้�้ ด้า้ นสุขุ ภาพ และแบบสอบถามความคิดิ เห็น็ ตามลำ�ำ ดับั วิเิ คราะห์ข์ ้อ้ มููล เชิิงปริิมาณโดยการหาค่า่ ความถี่่� ร้อ้ ยละ และค่่าเฉลี่่�ย วิิเคราะห์ค์ วามเที่่�ยง ด้้วย วิธิ ีีหาค่า่ Cronbach’s alpha ส่ว่ นข้้อมููลเชิงิ คุณุ ภาพใช้ก้ ารวิเิ คราะห์์เนื้้�อหา
195การพัฒนาและทดสอบแบบประเมนิ ความรอบร้ดู า้ นสขุ ภาพในการป้องกนั ควบคุมโรคกลุ่มบุคลากรสาธารณสขุ A Development and Testing of Health Literacy on Disease Prevention and Control Assessment form for Public Health Officers ผลการศึึกษา พบว่่า แบบประเมิินความรอบรู้้�ด้้านสุุขภาพในการป้้องกััน ควบคุุมโรคกลุ่�มบุุคลากรสาธารณสุุข (ชุุดปรัับปรุุงใหม่่) มีีจำ�ำ นวน 20 ข้้อ พััฒนา จากทบทวนวรรณกรรม การพิิจารณาโดยผู้�้ทรงคุุณวุุฒิิ มีีคุุณภาพด้้านความตรง การทดสอบในกลุ่�มผู้ใ�้ ช้ง้ าน มีีองค์ป์ ระกอบของทักั ษะ 5 ด้า้ น กำำ�หนดสเกลการวัดั 5 ตัวั เลืือก ได้้แก่่ ไม่เ่ คยทำำ� ยากมาก ยาก ง่า่ ย และง่่ายมาก มีีคะแนน 0-4 การ ทดสอบในกลุ่�มบุคุ ลากรสาธารณสุขุ ใช้ว้ ิธิ ีีประเมินิ ด้ว้ ยตนเอง ใช้เ้ วลา 10-15 นาทีี วิิเคราะห์ค์ ่่าความเที่�ย่ งโดยรวมเท่่ากัับ .917 ด้า้ นทัักษะการเข้้าถึึง เท่่ากับั .694 ด้้านทักั ษะการเข้้าใจ เท่า่ กัับ .705 ด้้านทัักษะการไต่ถ่ าม เท่า่ กัับ .797 ด้า้ นทัักษะ การตััดสิินใจ เท่่ากัับ .842 และด้้านทัักษะการนำ�ำ ไปใช้้ เท่่ากัับ .852 ส่่วนการ วิิเคราะห์แ์ ละจำำ�แนกผลตามระดัับใช้้วิิธีีกำ�ำ หนดจุดุ ตััด (cut point) พบว่่า ผู้�ท้ รง คุุณวุฒุ ิิเสนอการจำำ�แนกเป็็น 4 ระดัับ ตามแบบที่่� 3 ได้้แก่่ (1) ไม่่เพีียงพอ (inad- equate) คะแนนน้้อยกว่่าร้้อยละ 60 (2) มีีปััญหา (problematic) ช่่วงคะแนน ร้อ้ ยละ 60 ถึึงร้้อยละ 74.9 (3) พอเพีียง (sufficient) ช่่วงคะแนนร้อ้ ยละ 75 ถึึง ร้อ้ ยละ 89.9 และ (4) ดีีเยี่ย�่ ม (excellent) มีีคะแนนมากกว่่าร้อ้ ยละ 90 ผลจาก การศึึกษา แสดงแนวทางการพััฒนาแบบประเมิินและการกำ�ำ หนดจุุดตััดซึ่่�งเป็็น แนวทางเบื้้�องต้้นที่�่ให้้สารสนเทศสำำ�หรัับเติิมเต็็มช่่องว่่างการพััฒนาในแต่่ละ ประเด็็นเพื่�อ่ เพิ่่�มทักั ษะแต่ล่ ะด้้าน คำำ�สำำ�คัญั : แบบประเมิิน; ความรอบรู้�้ ด้้านสุุขภาพในการป้้องกัันควบคุุมโรค; บุคุ ลากรสาธารณสุขุ Abstract 8 This action research aims to develop and to test the health literacy on disease prevention and control assessment of the public health officers. The research was divided into 2 phases: phase 1; including (1) establishing the conceptual framework (2) reviewing the literature and specifying the skills (3) manipulating the structure of the research tool (4) selecting the measuring scale (5) conducting the content validity test. The samples used in this phase were 5
196 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวิทยาลยั เกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 executive experts, purposely selected according to the criteria. The data received from the questionnaire completed by the experts were analyzed. Phase 2; including (1) the trying-out (2) the reliability test (3) the analysis and the classification of health literacy level. The samples used in phase 2 were 98 public health officers, and 5 facilitators. The research tool comprised of a HL questionnaire, a questionnaire of experts’ opinion. The quantitative data were analyzed by using descriptive statistics; frequency, percentage, and mean; Cronbach’s alpha; and qualitative data were analyzed by using content analysis. The result revealed that the edited edition of the instrument (the new version) was generated based on the empirical references, and the expert reviews with the internal consistency=.81. In the stage of trying out. The assessment form was a 20-item questionnaire containing five skills with 5-point scale, 0-4 score: including never, very difficult, difficult, easy, and very easy with the overall reliability =.917, accessibility=.694, understanding=.705, questioning=.797, decision-making =.842, and applying=.852; the test required 10-15 min for self-administering. The cut point was generated based on the result into four groups, following type 3: including 1-inadequate (lower 60%), 2-problematic (60-74.9%), 3-sufficient (75-89.9%), and 4-excellent (upper 90%). These findings showed the development of assessment form and an initial category of the cut point which 8 presented information to fill the gap of each item to improve the skills. Keywords : Assessment Form; Health Literacy on Disease Prevention and Control; Public Health officers
197การพัฒนาและทดสอบแบบประเมนิ ความรอบรูด้ ้านสุขภาพในการป้องกนั ควบคมุ โรคกลุ่มบคุ ลากรสาธารณสขุ A Development and Testing of Health Literacy on Disease Prevention and Control Assessment form for Public Health Officers บทนำ� 8 แนวโน้ม้ ของสถานการณ์ป์ ัญั หาสุขุ ภาพของประชากรโลกและคนไทย แสดง ให้เ้ ห็น็ ว่า่ การเจ็บ็ ป่ว่ ยด้ว้ ยโรคเรื้อ� รังั และโรคที่ส�่ ามารถป้อ้ งกันั ได้ด้ ้ว้ ยการปฏิบิ ัตั ิติ ัวั ที่�่ถููกต้้องมีีเพิ่่�มมากขึ้�้นและรุุนแรงขึ้้�น เมื่�่อวิิเคราะห์์ถึึงสาเหตุุของปััญหาดัังกล่่าว พบว่า่ มีีความเกี่ย่� วข้อ้ งกับั พหุปุ ัจั จัยั (multiple factors) และปัจั จัยั สาเหตุสุ ำ�ำ คัญั ที่เ�่ ป็็นประเด็น็ กล่่าวถึึงในช่ว่ งสองทศวรรษที่�่ผ่่านมา คืือ health literacy : HL หรืือความรอบรู้�้ ด้า้ นสุขุ ภาพ ซึ่ง่� เป็น็ ส่ว่ นที่เ่� กี่ย่� วข้อ้ งโดยตรงกับั ศักั ยภาพของบุคุ คล องค์์การอนามััยโลก (WHO, 2009) กำ�ำ หนดนิยิ ามไว้้ว่า่ คืือ “ทักั ษะต่่างๆ ทางการ รับั รู้แ้� ละทางสังั คม ซึ่ง่� เป็น็ ตัวั กำ�ำ หนดแรงจููงใจและความสามารถของปัจั เจกบุคุ คล ในการที่�่จะเข้้าถึึง เข้้าใจ และใช้ข้ ้อ้ มููลในวิธิ ีีการต่่างๆ เพื่่�อส่่งเสริิมและบำ�ำ รุงุ รักั ษา สุขุ ภาพของตนเองให้ด้ ีีอยู่�เสมอ” ความรอบรู้้�ด้า้ นสุขุ ภาพมีีความสัมั พันั ธ์ก์ ับั ผลลัพั ธ์์ สุขุ ภาพที่ส่� ำ�ำ คััญ (Levin-Zamir, 2012; Pleasant, 2012) การเพิ่่ม� ความรอบรู้�้ ด้า้ นสุขุ ภาพมีีความสัมั พันั ธ์ก์ ับั พฤติกิ รรมสุขุ ภาพ (Sharif & Blank, 2010; Chang, 2011) ได้้แก่่ พฤติิกรรมการใช้้บริิการสุุขภาพ การใช้้ข้้อมููล การเข้้ารัับบริิการ สุุขภาพ การดููแลโรคภััยไข้เ้ จ็บ็ ด้ว้ ยตนเองและการป้อ้ งกันั โรค นโยบายการยกระดัับความรอบรู้�้ ด้้านสุุขภาพ 4 ด้้านของกระทรวง สาธารณสุุข ประกอบด้้วย การส่่งเสริิมสุุขภาพของตนเอง การป้้องกัันโรคด้้วย ตนเอง การคััดกรองและเลืือกรัับผลิิตภััณฑ์์สุุขภาพ และการจััดบริิการสุุขภาพ (กรมควบคุุมโรค, 2563ก) โดยจำ�ำ เป็็นจะต้้องพััฒนาเครื่่�องมืือการประเมิินความ รอบรู้�้ ด้้านสุุขภาพในกลุ่�มบุุคลากรสาธารณสุุข เพื่่�อใช้้ในการสร้้างเสริิมศัักยภาพ บุคุ ลากรให้ม้ ีีความพร้อ้ มในการสร้า้ งเสริมิ ความรอบรู้ใ�้ ห้ป้ ระชาชนมีีความสามารถ ในการปฏิบิ ััติติ ัวั อย่่างถููกต้อ้ งและพึ่่ง� พาตนเองได้้ เครื่�อ่ งมืือประเมิินความรอบรู้�้ ด้า้ นสุุขภาพในกลุ่�มที่�ม่ ีีอายุุ 18 ปีีขึ้�้นไป มีีการ พัฒั นาขึ้น้� ใช้อ้ ย่า่ งหลากหลายตามวัตั ถุปุ ระสงค์ข์ องการใช้ง้ าน ซึ่ง่� ต้อ้ งมีีการกำำ�หนด กรอบแนวคิดิ เลืือกใช้น้ ิยิ ามที่เ�่ หมาะสม แบบประเมินิ ความรอบรู้้�ด้า้ นสุขุ ภาพอาจ ใช้ว้ ััดเฉพาะระดัับหรืือหลายระดัับ ได้แ้ ก่่ การอ่า่ นคำำ�ศััพท์์ การจดจำ�ำ ความเข้า้ ใจ จากการอ่่าน การเข้า้ ถึึงข้้อมููล เป็น็ ต้น้ (Osborn et al., 2007; Gibbs, 2012) การสื่อ่� สาร การถาม เป็็นต้้น (Ishikawa et al., 2008a; Quemelo et al., 2017)
198 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวทิ ยาลัยเกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 การวิเิ คราะห์์ การตััดสิินใจ การจััดการเงื่อ� นไข เป็็นต้้น (Sorensen et al., 2012; Pelikan et al., 2014; Quemelo et al., 2017) โดยการพััฒนาแบบประเมินิ ความรอบรู้้�ด้า้ นสุุขภาพสำำ�หรับั ประชาชนไทยกลุ่�มอายุุ 15 ปีีขึ้�น้ ไป มีีการพััฒนา ขึ้น้� ตามนิิยามและกรอบแนวคิดิ ที่�ห่ ลากหลาย (กองสุขุ ศึึกษา, 2561; กรมอนามััย, สวรส. และ มหาวิิทยาลัยั มหิดิ ล, 2561; กรมควบคุุมโรค, 2563ข) การศึึกษาครั้�งนี้้� คณะผู้้�วิิจััยมุ่�งเน้้นพััฒนาแบบประเมิินความรอบรู้้�ด้้าน สุุขภาพในการป้้องกัันควบคุุมโรคของกลุ่�มบุุคลากรสาธารณสุุข เพื่่�อใช้้ใน กระบวนการพััฒนาศัักยภาพบุุคลากรและการสร้้างเสริิมความรอบรู้้�ด้้านสุุขภาพ ในกลุ่�มบุคุ ลากรสาธารณสุุขที่่ป� ฏิบิ ััติงิ านในการป้้องกัันควบคุุมโรค วัตถปุ ระสงค์ 1. เพื่อ�่ พัฒั นาแบบประเมินิ ความรอบรู้�้ ด้า้ นสุขุ ภาพในการป้อ้ งกันั ควบคุมุ โรค ของกลุ่�มบุคุ ลากรสาธารณสุขุ 2. เพื่�่อทดสอบและจำ�ำ แนกผลการประเมิินความรอบรู้้�ด้้านสุุขภาพในการ ป้อ้ งกันั ควบคุุมโรคของกลุ่�มบุคุ ลากรสาธารณสุขุ กรอบแนวคดิ ในการวิจัย นำำ�เสนอในรููปแบบขั้�นตอนการวิจิ ัยั แบ่่งเป็็น 2 ระยะ ตามรููปภาพ ดัังนี้้� ระยะที่หนึง่ การพฒั นาแบบ ระยะทีส่ อง ทดสอบและ ผลการพัฒนาและทดสอบ ประเมนิ จ�ำ แนกผล แบบประเมนิ ความรอบรู้ 1) ก�ำ หนดกรอบแนวคดิ การประเมนิ 1) ทดสอบการใช้งาน ด้านสุขภาพในการป้องกนั 2) ทบทวนและก�ำ หนดองคป์ ระกอบ 2) ตรวจสอบคุณภาพด้าน ควบคุมโรค 3) จดั ท�ำ โครงสร้างของเคร่อื งมือ ความเทีย่ ง 1) โครงสรา้ ง 5 ทักษะ 4) เลือกสเกลการวัดและก�ำ หนดวิธี 3) วเิ คราะหแ์ ละจ�ำ แนกผล 2) จ�ำ นวน 20 ข้อ 8 การวดั ตามระดับ 3) สเกล 5 ตวั เลอื ก 5) ตรวจสอบคุณภาพดา้ นความตรง 4) จำ�แนก 4 ระดับ รูปู ภาพที่� 1 ขั้้�นตอนการวิจิ ัยั
199การพัฒนาและทดสอบแบบประเมนิ ความรอบรู้ดา้ นสขุ ภาพในการปอ้ งกันควบคมุ โรคกลมุ่ บคุ ลากรสาธารณสขุ A Development and Testing of Health Literacy on Disease Prevention and Control Assessment form for Public Health Officers ระเบยี บวิธกี ารวจิ ัย 8 การศึึกษาครั้ง� นี้้� ใช้ร้ ููปแบบการวิจิ ัยั ปฏิบิ ัตั ิกิ าร (Action Research) แบ่ง่ เป็น็ 2 ระยะ ได้้แก่่ ระยะที่�หนึ่�ง พััฒนาแบบประเมิินความรอบรู้้�ด้้านสุุขภาพฯ ดำ�ำ เนิินการ ระหว่่าง เดืือน มกราคมถึึง กุมุ ภาพันั ธ์์ 2563 มีี 5 ขั้้น� ตอน ได้แ้ ก่่ (1) กำำ�หนดกรอบ แนวคิิด (2) ทบทวนและกำำ�หนดองค์์ประกอบ (3) จัดั ทำ�ำ โครงสร้้างของเครื่�อ่ งมืือ (4) เลืือกสเกลการวััดและกำ�ำ หนดวิิธีีการวััด และ (5) ตรวจสอบคุุณภาพด้้าน ความตรง กลุ่�มตัวั อย่า่ ง ได้แ้ ก่ ่ ผู้ท้� รงคุณุ วุฒุ ิดิ ้า้ นสุขุ ภาพ การสาธารณสุขุ สุขุ ศึึกษาและ พฤติกิ รรมสุุขภาพ การสื่�่อสาร รวมจำ�ำ นวน 5 ท่่าน ใช้ว้ ิิธีีการคัดั เลืือกแบบเจาะจง (purposive sampling) เกณฑ์ก์ ารคัดั เลืือก ได้แ้ ก่่ (1) มีีประสบการณ์ใ์ นการทำำ�งาน มาแล้ว้ ไม่น่ ้อ้ ยกว่่า 5 ปีี (2) สำำ�เร็็จการศึึกษาระดัับปริิญญาโทในสาขาที่�เ่ กี่ย่� วข้้อง และ (3) มีีความรู้้�พื้�นฐานเรื่�่องหลักั การความรอบรู้้�ด้า้ นสุุขภาพ เครื่อ่� งมืือและการเก็็บรวบรวมข้้อมููล เครื่�อ่ งมืือที่�่ใช้้ ได้แ้ ก่่ แบบตรวจสอบ คุณุ ภาพเครื่อ�่ งมืือ (Index of Item Objective Congruence : IOC) ของผู้้�ทรง คุุณวุุฒิิ แบ่ง่ เป็็น 3 ส่่วน คืือ ส่ว่ นที่่� 1 ข้อ้ มููลทั่่ว� ไป ส่ว่ นที่่� 2 ความคิิดเห็น็ ต่อ่ แบบ ประเมินิ ฯ ส่่วนที่่� 3 ข้อ้ เสนอแนะ เก็บ็ รวบรวมข้้อมููลโดยการส่ง่ หนังั สืือเชิิญและ แบบตรวจสอบคุณุ ภาพเครื่�่องมืือทางอีีเมล์แ์ ละการสััมภาษณ์์เพิ่่ม� เติมิ ระยะที่�สอง ทดสอบและจำ�ำ แนกผลการประเมินิ ความรอบรู้้�ด้า้ นสุขุ ภาพฯ ดำำ�เนิินการระหว่า่ งเดืือน กุุมภาพันั ธ์์ ถึึง พฤศจิกิ ายน 2563 มีี 3 ขั้้�นตอน ได้แ้ ก่่ (1) ทดสอบการใช้ง้ าน (2) ตรวจสอบคุณุ ภาพด้า้ นความเที่�่ยง (3) วิิเคราะห์์และ จำ�ำ แนกผลตามระดับั ความรอบรู้้�ด้า้ นสุขุ ภาพ กลุ่�มตัวั อย่่าง ได้้แก่่ กลุ่�มที่ห่� นึ่่ง� บุุคลากรสาธารณสุขุ ที่่�ปฏิิบััติิงานในสัังกัดั กรมควบคุุมโรค ตามบััญชีีรายชื่่�อบุุคลากรที่�่เข้้าร่่วมโครงการอบรมเรื่่�องการสร้้าง ความรอบรู้�้ ด้้านสุุขภาพในการป้้องกัันควบคุุมโรค (กรมควบคุุมโรค, 2563ก; 2563ข) รวมจำ�ำ นวน 98 คน ใช้ว้ ิธิ ีีการคัดั เลืือกแบบเจาะจง (purposive sampling) มีีเกณฑ์ก์ ารคัดั เลืือก ดัังนี้้� (1) ปฏิบิ ััติงิ านในหน่ว่ ยงานมาแล้ว้ ไม่น่ ้้อยกว่่า 6 เดืือน (2) เข้า้ ร่ว่ มกิจิ กรรมเรีียนรู้เ� รื่อ� งหลักั การของความรอบรู้�ด้า้ นสุขุ ภาพ และ (3) สมัคั รใจ ให้ข้ ้อ้ มููล กลุ่�มที่�่สองผู้ท�้ รงคุุณวุุฒิทิ ี่่�คัดั เลืือกและเก็็บรวบรวมข้้อมููลในระยะที่่ห� นึ่่�ง
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255