50 วารสารร่มพฤกษ์ มหาวทิ ยาลัยเกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 ประกวดและจากการศึึกษาเรื่่�องราวข้้อมููลส่่วนบุุคคล ประวััติิความเป็็นมา และ ประสบการณ์์การดำำ�เนิินชีีวิติ พบว่า่ คุณุ สุุรศัักดิ์� โคดคำ�ำ มีีองค์์ประกอบการเป็น็ สุุภาพบุุรุุษนักั ขัับ ดังั นี้้� 1. องค์ป์ ระกอบการเป็็นสุุภาพบุรุ ุุษนักั ขัับ 2 จากบทสัมั ภาษณ์์ พบว่า่ ความเป็น็ สุภุ าพบุรุ ุษุ นักั ขับั ของ คุณุ สุรุ ศักั ดิ์� โคดคำ�ำ ให้้ความสำ�ำ คััญ 3 ประการ ดังั นี้้� 1.1 ให้้ความสำ�ำ คััญเรื่่อ� งความปลอดภัยั และเคารพกฎหมายจราจร คุณุ สุุรศัักดิ์� โคดคำำ� เป็็นบุคุ คลหนึ่่�งที่่�ให้้ความสำำ�คััญด้้านความปลอดภัยั ในการขับั รถ โดยมีีองค์ก์ รที่ส�่ นับั สนุนุ และปลููกฝังั คุณุ ค่า่ นี้้ม� ายังั คุณุ สุรุ ศักั ดิ์� โคดคำำ� ในการขัับรถผู้�้ ขัับขี่่�จะต้้องมีีสติิและขัับรถอย่่างระมััดระวัังเพื่่�อไม่่ให้้เกิิดอุุบััติิเหตุุ บนท้้องถนน นอกจากนั้้�นสิ่�งที่�่ยึึดเหนี่ย่� วจิิตใจอัันสำ�ำ คััญเมื่�่ออยู่�หลังั พวงมาลััยของ สุุรศัักดิ์� โคดคำ�ำ นั่่�นคืือ ครอบครััว ทำำ�ให้้ขัับรถอย่่างระมััดระวััง เพื่่�อให้้ตนเอง สามารถกลัับมาหาครอบครััวได้อ้ ย่่างปลอดภัยั “ผมคิดิ ว่่าการท่่องจำำ�นี่ม�่ ัันยากสำ�ำ หรัับผมนะ ขนาดผมให้้ความสำ�ำ คัญั ต่่อ กฎจราจร แต่่มัันไม่่ใช่่เรื่�่องง่่ายสำ�ำ หรัับผม ผมกลััวอยู่�อย่่างเดีียวครัับตอนสอบใบ ขัับขี่่� ผมกลััวสอบไม่่ผ่่าน ผมกลััวว่่าจะไม่่มีีงานทำำ�เพราะความรู้�้ผมมัันน้้อยผม ต้อ้ งการเอาใบขับั ขี่ไ่� ปต่อ่ ยอด ผมจึึงต้อ้ งใช้ค้ วามพยายาม ผมกลัวั การสอบข้อ้ เขีียน แต่ส่ อบภาคปฏิบิ ััติผิ มไม่่กลัวั ผมมั่น� ใจว่่าทำ�ำ ได้้” “บริษิ ัทั มีีนโยบายให้เ้ ราขับั ขี่ป่� ลอดภัยั และถููกต้อ้ งตามกฎหมาย ถ้า้ เราทำำ� ผิิดกฎหมาย เราต้้องรัับผิิดชอบเพราะบริิษััทไม่่ได้้ต้้องการให้้เราขัับขี่�่แบบผิิด กฎหมาย” “บนท้้องถนน ถ้้าผมเห็็นใครก็็ตามที่�่ขี่�่มอเตอร์์ไซต์์มาและมีีเด็็กเล็็กๆ มาด้้วย ผมจะขัับรถอย่า่ งระมัดั ระวังั อย่่างมากๆ เพราะเด็ก็ เล็ก็ ๆ ยัังไม่่รัับรู้อ�้ ะไร ไม่่เหมืือนคนใหญ่่ที่่�มีีสติสิ ัมั ปชัญั ญะแล้ว้ จะสามารถตัดั สินิ ใจหลบหลีีกได้้” “ผมให้ค้ วามสำ�ำ คััญกัับครอบครัวั มากนะ กว่า่ คนหนึ่่�งคน จะได้้เกิิดมามััน ยากนะ” “ครอบครัวั คืือ ที่�่ยึึดเหนี่่ย� วจิิตใจทำำ�ให้เ้ ราขัับขี่�่รถอย่่างระมัดั ระวังั ”
51เรอื่ งเล่า : ชวี ติ ติดล้อกบั เส้นทางสกู่ ารเป็นพนักงานขับรถบรรทุกท่ีได้รบั รางวัลสภุ าพบุรุษนกั ขับ Life History and Narrative : Life with Wheels on the Path to Becoming an Award-Winning Gentleman Driver 1.2 มีคี วามรับั ผิิดชอบต่่อสัังคม 2 ความรัับผิิดชอบต่่อสัังคมเป็็นสิ่�งที่�่ทุุกคนควรให้้ความสำำ�คััญเมื่�่อทุุกคน คำ�ำ นึึงถึึงส่่วนรวมจะทำ�ำ ให้้ทุุกคนใช้้การขัับรถที่�่มีีสติิ ไม่่เกิิดความประมาทหรืือ อุุบััติิเหตุุ การขัับรถนั้้�นควรมีีน้ำำ��ใจและให้้เกีียรติิซึ่�่งกัันและกััน และต้้องเคารพ กฎหมายจราจร ซึ่่�งจะทำ�ำ ให้้อุุบััติิเหตุุต่่าง ๆ ลดลง จากการสััมภาษณ์์ของ คุณุ สุุรศักั ดิ์� โคดคำำ� พบว่่า มีีความรับั ผิิดชอบต่่อสังั คมโดยการขับั รถบรรทุกุ ที่เ�่ น้น้ ให้้ความสำำ�คััญเรื่�่องปลอดภััยด้้วยการปฏิิบััติิตามกฎหมายจราจรอย่่างเคร่่งครััด ดููแลร่า่ งกายด้ว้ ยการพักั ผ่อ่ นให้เ้ พีียงพอเพื่อ่� ให้ร้ ่า่ งกายไม่เ่ กิดิ ความเหนื่อ�่ ยล้า้ สะสม และก่่อนปฏิิบััติิงานทุุกครั้�ง คุุณสุุรศัักดิ์� โคดคำ�ำ จะตรวจสอบความพร้้อมของ ร่่างกายก่่อนรัับงาน เพื่�่อให้้สามารถขัับรถได้้อย่่างมีีสติิครบถ้้วนไม่่เกิิดอุุบััติิเหตุุ และไม่่สร้้างความเดืือดร้อ้ นหรืือเป็็นภาระให้้กับั สัังคม “ผมจะเครีียดนะเมื่่อ� เจอคนที่ไ่� ม่่เคารพกฎจราจร บางคนขับั รถไม่ด่ ีี ไม่่มีี น้ำ��ำ ใจ ไม่่ให้้เกีียรติิซึ่่�งกัันและกััน แต่่คนโดยรวมส่่วนใหญ่่ที่�่เขารัักชีีวิิต เขาจะเห็็น คุุณค่า่ ของผู้�้อื่�น เค้้าก็จ็ ะขับั รถด้้วยการมีีมารยาทในการขัับรถที่ด่� ีี” “เราต้้องพัักผ่่อนให้้เพีียงพอ ถ้้าเราพัักผ่่อนไม่่พอจะทำ�ำ ให้้ร่่างกายเกิิด ความเหนื่อ่� ยสะสมผมอยากให้ท้ ุกุ คนที่ข่� ับั รถมีีความพร้อ้ มของร่า่ งกายก่อ่ นเพื่อ่� ให้้ มั่�นใจว่่าจะสามารถบัังคัับรถไปได้้อย่่างปลอดภัยั ทั้้ง� ต่อ่ ตนเองและผู้�้อื่�น” “ทุุกครั้ �งก่่อนรัับงานผมจะตรวจความพร้้อมของร่่างกายตนเองว่่าพร้้อม ที่่�จะทำำ�งานไหมถ้้าร่่างกายผมไม่่พร้้อม เมื่�่อยเหนื่่�อยล้้าผมจะไม่่รัับงานต่่อเพื่�่อ ไม่ใ่ ห้้เป็น็ ภาระต่่อผู้้�อื่น� ” 1.3 มีปี ระสบการณ์แ์ ละมีที ักั ษะความชำ�ำ นาญในการขัับรถบรรทุุก คุุณสุุรศัักดิ์� โคดคำ�ำ เป็็นบุุคคลหนึ่่�งที่�่รัักในงานและอาชีีพพนัักงานขัับรถ บรรทุุก จึึงมีีความมุ่ �งมั่ �นและทุ่ �มเทในการทำำ�งาน ตลอดจนใฝ่่เรีียนรู้�้และฝึึกฝน ทัักษะที่่�จำ�ำ เป็็นในการขัับรถบรรทุุกจนทำ�ำ ให้้ตนเองมีีทัักษะและความชำำ�นาญสููง ปััจจุบุ ััน คุณุ สุรุ ศักั ดิ์ � โคดคำำ� มีีอายุุ 47 ปี ี มีีใบอนุุญาตขับั รถขนส่่งประเภทที่่� 4 ซึ่ง�่ เป็็นระดัับใบอนุุญาตที่�่สููงสุุดของใบอนุุญาตขัับรถขนส่่ง และมีีประสบการณ์์การ ขับั รถบรรทุกุ มากกว่า่ 10 ปี ี ด้ว้ ยการมีีทักั ษะและความชำำ�นาญในการขับั รถบรรทุกุ
52 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 ตลอดจนมีีพื้้�นฐานของความรู้้�ของช่่างซ่่อมรถจึึงสามารถปฏิิบััติิงานได้้อย่่างดีีจน เป็็นที่่�ยอมรัับของหััวหน้้างานและได้้รัับการคััดเลืือกไปเป็็นตััวแทนแข่่งขัันและ ประกวดพนัักงานขัับรถบรรทุุกหลายครั้ �ง “บริษิ ัทั ส่ง่ ผมเข้า้ ประกวด 3 ปีซี ้อ้ น 2 ปีแี รกไม่ไ่ ด้ร้ างวัลั ในการเข้า้ ประกวด 2 ในครั้�งที่�่ 3 ตรงกัับปีี 2559 ที่่�บริิษััทส่่งผมเข้้าประกวด ผู้�้ จััดการส่่วนของบริิษััท หรืือหััวหน้้าผมได้้ส่่งผมไปอีีกครั้�ง พร้้อมทั้้�งยืืนยัันและมั่�นใจในความสามารถของ ผม และเจ้า้ ของบริิษัทั ได้ส้ นัับสนุนุ ผมอย่า่ งเต็ม็ ที่�”่ “ในครั้�งแรก ๆ เข้้าประกวดแต่่ไม่่ได้้รางวััล ก็็กลัับมาฝึึกฝนปรัับเปลี่่�ยน พฤติิกรรมตัวั ไปลองสนามมาครั้ง� แรกเขาจะรู้้�ว่า่ ต้อ้ งทำ�ำ อะไรบ้้าง จริิง ๆ เกิดิ จาก ตััวเองด้้วยว่่าเขามุ่�งมั่�นตรงนั้้�นมีีความเชื่�่อมั่ �นว่่าทำำ�ได้้ และเมื่่�อไปแข่่งขัันมาก็็นำ�ำ กลับั มาฝึกึ จนเกิดิ เป็น็ นิสิ ัยั และความเคยชินิ ก็เ็ ลยทำำ�ได้โ้ ดยที่ไ�่ ม่ผ่ ิดิ พลาด” (หัวั หน้า้ งานของ คุุณสุรุ ศักั ดิ์� โคดคำ�ำ ) “ที่่�ส่่งไปประกวดหลายครั้�งเพราะด้้วยความตั้�งใจของเขา พฤติิกรรมที่�่ เปลี่่�ยนไปนำำ�กลัับมาฝึึกฝน ภายหลัังจากประกวดจนเป็็นนิิสััยแล้้วน่่าจะไปต่่อได้้ ความเป็น็ ไปได้ม้ ันั น่า่ จะมีี น่า่ จะให้โ้ อกาสอีีกครั้ง� และมันั น่า่ จะมีีโอกาส” (หัวั หน้า้ งานของ คุณุ สุรุ ศักั ดิ์� โคดคำำ�) “ในการทำ�ำ งานเขาไม่ง่ อแงไม่เ่ กี่ย�่ งงานทำ�ำ งานไว้ว้ างใจได้เ้ ชื่อ�่ ใจได้ ้ ข้อ้ ผิดิ พลาด ของงานมีีน้้อยมาก ยกเว้้นสุุดวิิสััยจริิงๆ เช่่น กระดาษเปีียกน้ำ��ำ จากผ้้าใบฉีีกขาด หรืือกระดาษฉีีกขาดจากจุุดที่เ่� รามองไม่่เห็็นจริงิ ๆ” (หััวหน้า้ งานของ คุณุ สุุรศักั ดิ์� โคดคำำ�) “ไว้้ใจได้้ในเรื่�่องงาน มีีทัักษะและประสบการณ์์สููงสามารถดููแลรัักษารถ ได้้ดีีไม่่ต้้องจี้�ไม่่ต้้องบอกเพราะเขาดููแลงานได้้ดีี” (หััวหน้้างานของ คุุณสุุรศัักดิ์� โคดคำำ�) “เปรีียบเทีียบกับั คนอื่น่� ๆ จาก 50 คน เขาอยู่�ในกลุ่�ม 10 คนแรกที่ไ่� ม่ค่ ่อ่ ย เหนื่อ�่ ย” “เมื่�่อบริิษััทมีีรถหััวใหม่่เราต้้องคััดสรรคนขึ้�้นเพราะว่่ารถใหม่่เรายัังต้้อง ผ่่อน ต้้องดููแลรัักษาเป็็นอย่่างดีีเพื่�่อให้้รถมีีอายุุการใช้้งานยาวนาน อยากให้้ คนแรกๆ ดููแลรถเป็็นอย่่างดีีเขาจะเป็็นหนึ่่�งในนั้้�นที่่�จะถููกเลืือกให้้ขัับรถใหม่่ๆ
53เรอื่ งเล่า : ชีวติ ติดล้อกับเสน้ ทางสกู่ ารเป็นพนักงานขับรถบรรทกุ ทีไ่ ด้รับรางวัลสุภาพบุรุษนกั ขับ Life History and Narrative : Life with Wheels on the Path to Becoming an Award-Winning Gentleman Driver เพราะการประพฤติิปฏิิบััติิและการดููแลรถเป็็นอย่่างดีี” (หััวหน้้างานของ 2 คุณุ สุรุ ศักั ดิ์� โคดคำำ�) 2. กลยุทุ ธ์ก์ ารจัดั ส่่งสินิ ค้้าให้ท้ ัันเวลาและปลอดภัยั การจััดส่่งสิินค้้าให้้ทัันเวลาและเน้้นความปลอดภััยเป็็นผลการปฏิิบััติิงานที่�่ บริิษััทที่�่ทำำ�ธุุรกิิจขนส่่งสิินค้้าให้้ความสำ�ำ คััญเป็็นอย่่างยิ่�ง จากการสััมภาษณ์์ คุุณ สุุรศัักดิ์� โคดคำำ� ทำำ�ให้้สามารถจำำ�แนกกลยุุทธ์์การจััดส่่งสิินค้้าให้้ทัันเวลาและ ปลอดภัยั เป็็น 4 ประการ ดังั นี้้ � คืือ 2.1 การเตรียี มความพร้อ้ มของรถบรรทุกุ รถบรรทุกุ เป็น็ ปัจั จัยั อันั สำ�ำ คัญั ที่ส�่ ุดุ ในการขนส่ง่ และลำ�ำ เลีียงสินิ ค้า้ ให้ไ้ ปถึึงที่ห�่ มายได้ท้ ันั เวลาและปลอดภัยั ดังั นั้้น� จึึงต้้องตรวจสอบสภาพความพร้้อมของรถเพื่่�อให้้พร้้อมปฏิิบััติิงานก่่อนทุุกครั้ �งใน ทุกุ ๆ วันั คุุณสุุรศักั ดิ์� โคดคำำ� จะต้อ้ งตรวจสอบสภาพความพร้อ้ มของรถบรรทุุก ด้ว้ ยตนเองโดยตรวจองค์ป์ ระกอบหลักั ๆ ดังั นี้้ � คืือ น้ำ��ำ มันั เครื่อ่� ง น้ำำ��มันั เบรก น้ำำ��มันั คลััตช์์ ระดัับน้ำ�ำ�ต่า่ งๆ ลมยางรถ และระดัับแบตเตอรี่่� ซึ่่�งจะใช้เ้ วลาโดยประมาณ 5-10 นาทีี ต่่อการตรวจ 1 ครั้ง� “รถเหมืือนหัวั ใจเราครับั มันั เป็น็ เหมืือนกล่อ่ งดวงใจของเราถ้า้ เกิดิ มันั ไม่ม่ ีี ความพร้อ้ มก็เ็ หมืือนหายใจไม่ส่ ะดวกพาเราไปไหนไม่ไ่ ด้้ เราต้อ้ งคิดิ ว่า่ เราเป็น็ ส่ว่ น หนึ่่�งของรถ ถึึงแม้้ว่่าเราจะเป็็นคนควบคุุม แต่่เราต้้องคอยดููแล เพราะถ้้าเราไม่่ เอาใจใส่่เราจะไม่่รู้�้ ว่่าเค้้าเป็็นไข้้ไหม เจ็็บป่่วยหรืือเปล่่ายัังจะไปกัับเราไหมวัันนี้้� หัวั เราะ” “ผมตรวจรถด้ว้ ยตนเองทุุกวันั ใช้เ้ วลาตรวจประมาณ 5-10 นาทีี โดยพื้้น� ฐานของการตรวจรถหลักั ๆ คืือ ตรวจเช็็คน้ำ�ำ�มัันเครื่่�อง ระดับั น้ำ�ำ� ของที่่�ปัดั น้ำ��ำ ฝน ระดับั แบตเตอรี่�่ น้ำ�ำ�กลั่�นแบตเตอรี่่� ระดัับน้ำ�ำ�ในหม้้อน้ำ�ำ�รถยนต์ ์ น้ำ�ำ� มันั เบรก น้ำ��ำ มันั ครัชั ตรวจเช็ค็ ลมยาง โดยใช้เ้ หล็ก็ เคาะยางรอบรถ โดยมีีหลักั การเคาะง่า่ ยๆ เหมืือน เราเคาะแตงโม ถ้า้ แตงโมมันั สุกุ พอดีีกันั มันั ก็จ็ ะมีีเสีียงเดีียวกันั คืือ มันั แก่พ่ อดีีกันั แต่่ถ้้าแตงโมมัันอ่่อนกว่่าหรืือแก่่กว่่าหรืือข้้างในมัันกลวงเสีียงมัันก็็จะเพี้้�ยนแตก ต่่างกัันไป ลัักษณะลมยางมัันก็็เหมืือนกััน ถ้้าลมอ่่อนเคาะแล้้วเสีียงมัันก็็จะแน่่น กว่่าดัังปุ๊๊�ก ๆ แต่่ถ้้าลมมัันแน่่นกว่่าเวลาเคาะเสีียงมัันก็็จะดัังปึ่่�ก ๆ เสีียงมัันก็็จะ เพี้้ย� นแตกต่่างกันั ไป พอเราทำ�ำ ทุุกวันั เราก็จ็ ะรู้�”้
54 วารสารร่มพฤกษ์ มหาวิทยาลยั เกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 2.2 การเตรียี มความพร้อ้ มทางด้า้ นร่า่ งกายและจิติ ใจของพนักั งานขับั รถบรรทุกุ เนื่อ�่ งจากลักั ษณะงานของพนักั งานขับั รถบรรทุกุ เรื่อ�่ งเวลาเป็น็ สิ่ง� สำ�ำ คัญั ที่�่ต้้องรู้�้ จัักจััดการงานและเวลาให้้เป็็นไปตามตารางที่�่บริิษััทกำ�ำ หนด ดัังนั้้�นเมื่�่อ พนักั งานขับั รถบรรทุกุ รับั งานนั้้น� ๆ ความพร้อ้ มของร่า่ งกายและจิติ ใจเป็น็ สิ่ง� สำ�ำ คัญั 2 ที่�่จะทำำ�ให้้สามารถปฏิิบััติิงานได้้อย่่างมีีประสิิทธิิภาพและประสิิทธิิผลผู้�้ ขัับรถจะ ต้้องเตรีียมความพร้้อมทางด้้านร่่างกายโดยต้้องพัักผ่่อนให้้เพีียงพอ เพื่�่อจะได้้ ไม่เ่ กิดิ ความเหนื่อ�่ ยล้า้ สะสมเพื่อ�่ สร้า้ งความมั่น� ใจว่า่ จะสามารถบังั คับั รถไปได้อ้ ย่า่ ง ปลอดภััยทั้้�งต่่อตนเองและผู้�้ อื่�นส่่วนความพร้้อมทางจิิตใจเป็็นสิ่ �งที่�่ต้้องมีีควบคู่่�กััน คุณุ สุุรศักั ดิ์� โคดคำ�ำ จะพยายามตััดปัญั หาหรืือเรื่�อ่ งต่่าง ๆ ที่่ร� บกวนจิิตใจ และมีีสติิ จดจ่อ่ กัับการขับั รถ เพื่่�อให้้เกิิดการขัับรถได้อ้ ย่่างระมัดั ระวังั และไม่่ประมาท “ถ้้ามีีเวลาผมจะรีีบพัักผ่่อนเลย ในการขัับรถเราต้้องพัักผ่่อนให้้เพีียงพอ ขับั รถบรรทุกุ 4 ชั่�วโมง จะต้อ้ งหยุุดพัักครึ่ง� ชั่�วโมงหรืือ ขัับรถ 10 ชม ต้้องหยุุดพักั 1 ชั่ว� โมง และทุกุ ๆ ครั้�งก่อ่ นรับั งานผมจะตรวจความพร้้อมของร่า่ งกายตนเองว่่า พร้้อมที่่�จะทำ�ำ งานไหมถ้้าร่่างกายผมไม่่พร้้อม เมื่่�อยเหนื่�่อยล้้าผมจะไม่่รัับงานต่่อ เพื่่อ� ไม่่ให้เ้ ป็็นภาระต่่อผู้�้อื่�น” “เวลาทำำ�งานเราต้อ้ งพยายามตัดั สิ่ง� ต่า่ ง ๆ ที่ร�่ บกวนจิติ ใจออกไป เช่น่ เรื่อ�่ ง งาน ครอบครัวั เพื่อ่� น และปัจั จัยั บนท้อ้ งถนน ซึ่ง�่ อาจทำ�ำ ให้เ้ ราเครีียดและไม่ม่ ีีสมาธิิ ดัังนั้้น� เราจะต้้องฝึกึ จิิตใจให้้มีีสติแิ ละจดจ่่อกับั งานที่่�เราทำ�ำ อยู่�” 2.3 ตรวจสอบตารางงาน กำ�ำ หนดการต่่าง ๆ เพื่่�อให้ส้ ามารถปฏิิบัตั ิิงาน ได้ต้ ามเป้า้ หมายที่บ�่ ริษิ ัทั กำำ�หนด โดยพนักั งานขับั รถบรรทุกุ จะมีีใบงานของบริษิ ัทั ที่่�จะแจ้้งรายละเอีียดของงานในแต่่ละครั้�ง พนัักงานขัับรถบรรทุุกจะต้้องมีีความ ละเอีียดรอบคอบโดยจะต้อ้ งพิจิ ารณารายละเอีียดของงาน เช่น่ การ ขึ้น�้ สินิ ค้า้ และ การถ่า่ ยสิินค้้าลงจากรถ เป็น็ ต้น้ โดยต้อ้ งพิิจารณาสถานที่แ�่ ละเวลาที่ก่� ำ�ำ หนด ทั้้ง� การนำ�ำ สินิ ค้า้ ขึ้น้� รถที่ใ�่ ด เวลาใด และสถานที่ส่� ่ง่ สินิ ค้า้ ตลอดจนกำำ�หนดเวลาส่ง่ สินิ ค้า้ เพื่อ�่ ให้ส้ ามารถปฏิบิ ัตั ิงิ านได้ต้ ามเป้า้ หมายที่บ�่ ริษิ ัทั กำำ�หนด แต่ห่ ากเกิดิ ปัญั หาทำำ�ให้้ ไม่่สามารถส่่งสิินค้้าได้้ตามที่่�กำ�ำ หนดพนัักงานขัับรถบรรทุุกสามารถประสานงาน เพื่อ่� รายงานปัญั หาไปยังั บริษิ ัทั ๆ จะช่ว่ ยประสานงานแจ้ง้ ข้อ้ มููลและขอปรับั เปลี่ย่� น เวลานำำ�ส่ง่ สินิ ค้้าไปยังั บริิษััทปลายทาง
55เร่ืองเล่า : ชวี ติ ติดลอ้ กับเส้นทางสกู่ ารเป็นพนกั งานขับรถบรรทุกท่ไี ดร้ ับรางวัลสุภาพบุรุษนกั ขบั Life History and Narrative : Life with Wheels on the Path to Becoming an Award-Winning Gentleman Driver “เมื่่�อผมรัับงาน ดููคิิวงาน ผมจะพยายามปฏิบิ ััติงิ านให้้เป็น็ ไปตามเวลาที่�่ 2 บริษิ ัทั กำ�ำ หนด นั่่น� คืือ ดีีที่่�สุุดแล้ว้ ” “เมื่อ�่ เวลาบริษิ ัทั จ่า่ ยใบงานเราต้อ้ งตรวจเช็ค็ เพื่อ่� ความรอบคอบว่า่ เราจะ ต้้องไปขึ้้�นสินิ ค้้าที่�่ไหนบ้า้ งเวลาใดบ้้าง ซึ่่ง� อาจมีีหลายคลังั สินิ ค้า้ ที่่�เราจะต้้องนำ�ำ รถ ไปขึ้น้� และสินิ ค้า้ มีีน้ำำ��หนักั กี่ต่� ันั กำำ�หนดการที่ต�่ ้อ้ งไปส่ง่ สินิ ค้า้ คืือ ที่ใ่� ด เวลาใด เมื่อ่� เราขึ้น้� สินิ ค้า้ เสร็จ็ แล้ว้ เราต้อ้ งพิจิ ารณาว่า่ เราจะไปส่ง่ สินิ ค้า้ ได้ท้ ันั ตามเวลาที่ก�่ ำ�ำ หนด ไหม เนื่�่องจากเวลาการขนถ่่ายสิินค้้านั้้�นเราไม่่สามารถควบคุุมเวลาได้้ ขึ้�้นอยู่่�กัับ คลังั สิินค้้าในแต่่ละที่�แ่ ต่่ถ้า้ ไม่่ทันั จริิง ๆ เราจะต้อ้ งประสานงานไปที่่บ� ริษิ ัทั ของเรา โดยแจ้้งเหตุุผลเพื่�่อให้้บริิษััทช่่วยประสานงานแจ้้งข้้อมููลและขอปรัับเปลี่�่ยนเวลา นำำ�ส่ง่ สิินค้้าไปยัังบริษิ ัทั ปลายทาง” 2.4 รู้้�จัักจััดการสถานการณ์์เฉพาะหน้้าและการแก้้ไขปััญหา บน ท้้องถนนมีีหลายปััจจัยั ที่ไ�่ ม่่สามารถควบคุุมได้ ้ สิ่่ง� หนึ่่ง� ที่พ่� นัักงานขับั รถบรรทุุกจะ ต้อ้ งมีี คืือ การรู้้�จักั จัดั การกับั สถานการณ์เ์ ฉพาะหน้า้ และการแก้ไ้ ขปัญั หา เช่น่ เกิดิ ภาวะฝนตกหนักั ถนนลื่น�่ ต้อ้ งขับั รถชลอตัวั หรืือเมื่อ่� เกิดิ ภาวะรถติดิ หรืือรถเสีียบน ถนนอัันเนื่่อ� งมาจากสาเหตุตุ ่่าง ๆ ดังั นั้้น� พนักั งานขับั รถบรรทุุกจะต้อ้ งรู้�้ จัักจัดั การ กัับสถานการณ์์เฉพาะหน้้าและแก้้ไขปััญหาเพื่่�อให้้ปฏิิบััติิงานได้้ตามที่่�บริิษััท คาดหวังั จากบทสััมภาษณ์ ์ คุณุ สุุรศักั ดิ์� โคดคำำ� พบว่า่ หากเกิิดเหตุุการณ์ฉ์ ุุกเฉินิ หรืือเหตุกุ ารณ์ต์ ่า่ ง ๆ ที่ส�่ ่ง่ ผลต่อ่ กำ�ำ หนดการขนส่ง่ สินิ ค้า้ คุณุ สุรุ ศักั ดิ์� โคดคำำ� จะนำำ� ความรู้้�จากการอบรมเกี่�่ยวกัับการขัับรถอย่่างปลอดภััยมาประยุุกต์์ใช้้เพื่่�อจััดการ กัับสถานการณ์์เฉพาะหน้้าและการแก้้ไขปััญหาที่่�เกิิดขึ้้�นบนท้้องถนน เช่่น การมีี สติกิ ่อ่ นเป็น็ อันั ดับั แรก และใช้ส้ ายตามองภาพระยะไกล กวาดสายตาโดยรอบเพื่อ�่ ให้้เข้้าใจสถานการณ์์และมองเห็็นเหตุุการณ์์ในมุุมกว้้าง ตลอดจนคิิดหาทางออก หรืือแก้้ไขปััญหาด้้วยตนเอง เป็็นต้้น และเมื่�่อจััดการกัับสถานการณ์์เฉพาะหน้้า และแก้ไ้ ขปัญั หาในเบื้้อ� งต้น้ แล้ว้ คุณุ สุรุ ศักั ดิ์� โคดคำ�ำ จะประสานงานไปที่ส�่ ่ว่ นกลาง ของบริิษััทเพื่่�อแจ้้งปััญหาและสาเหตุุของปััญหา ซึ่่�งจะทำำ�ให้้ส่่วนกลางของบริิษััท ทราบถึึงสถานการณ์์หรืือปััญหาที่่�เกิิดขึ้�้นและช่่วยประสานงานไปยัังจุุดหมาย ปลายทางเพื่่�อขอเปลี่ย�่ นแปลงกำำ�หนดเวลาการขนส่่งสินิ ค้้าใหม่่ “หากเกิดิ เหตุุการณ์์ฉุุกเฉินิ บนท้อ้ งถนน สิ่่�งแรกที่่ต� ้้องมีี คืือ เราต้อ้ งมีีสติิ ยอมรับั ความจริงิ และหาวิธิ ีีว่่าจะทำำ�อย่่างไรให้้ผ่า่ นพ้้นไปให้ไ้ ด้้”
56 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวิทยาลยั เกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 “คนขัับรถมีี 2 ประเภท คืือ คนที่่�ขับั รถเป็็น และขัับรถได้้ ประเภทที่่� 1 คืือ คนที่�่ขัับรถเป็็นขัับเป็็นอย่่างเดีียวไม่่รู้�้หลัักการในการขัับรถนั้้�น ขัับอย่่างไร ขัับรถไปได้้ก็็ คืือ ไปเลย คนที่่�ขับั เป็็นประเภทที่�่ 2 คืือ คนที่่�ขับั รถได้้ มีีหลายปัจั จัยั เขาจะรู้�้ ว่า่ ต้อ้ งปฏิบิ ัตั ิติ นอย่า่ งไรบนท้อ้ งถนน รู้�้ จักั การบังั คับั และควบคุมุ รถอย่า่ งไร 2 เพื่่�อไม่่ให้้เกี่่�ยวหรืือเฉี่่�ยวชนและต้้องรู้้�จัักกฎจราจรด้้วย การที่่�ผมขัับรถได้้นั้้�นก็็ เพราะการอบรมจากองค์์กรเอกชนชั้�นนำำ�แห่่งหนึ่่�ง ซึ่�่งได้้จััดอบรมให้้กัับพนัักงาน ขับั รถบรรทุกุ ในบริษิ ัทั ที่ผ�่ มทำ�ำ งานอยู่�ในทุกุ ๆ ปีี จากการอบรมหลาย ๆ ครั้ง� ทำำ�ให้้ เรารู้�้หลัักการขัับรถจริงิ ๆ ว่่าควรทำำ�อย่า่ งไร เช่น่ การมองไกล การกวาดสายตา เพื่อ�่ มองภาพโดยรอบ การหาทางออกด้้วยตนเอง เป็น็ ต้้น เรีียนแล้ว้ ใช้ไ้ ด้้จริิงและ มันั เห็น็ ผลจริงิ สามารถประยุกุ ต์ใ์ ช้ไ้ ด้ก้ ับั ทุกุ สถานการณ์ท์ ั้้ง� เมื่อ�่ เกิดิ เหตุฉุ ุกุ เฉินิ หรืือ การขัับรถปกติิ” “หากเกิิดเหตการณ์บ์ นท้้องถนน และไม่ท่ ันั เวลาจริิงๆ เราต้้องประสาน งานไปที่�่ส่่วนกลางของบริิษััท และแจ้้งเหตุุผลว่่าเกิิดอะไรขึ้้�นเพื่่�อให้้ประสานงาน และนััดหมายเวลาใหม่ซ่ ึ่�ง่ โดยส่่วนใหญ่่จะผ่า่ นพ้น้ ไปได้ด้ ้ว้ ยดีีถ้้าเรามีีเหตุผุ ลนะ” 3. การจััดการกับั ความเครีียดในการทำ�ำ งาน ความเครีียด สามารถเป็น็ สาเหตุใุ ห้เ้ กิดิ ความวิติ กกังั วลทางจิติ ใจ และสามารถ ทำำ�ให้ร้ ่า่ งกายเจ็บ็ ป่ว่ ยได้ ้ ดังั นั้้น� ผู้�้ ที่เ่� กิดิ ความเครีียดโดยเฉพาะลักั ษณะงานของการ ขับั รถบรรทุกุ ที่ต�่ ้อ้ งปฏิบิ ัตั ิงิ านอย่า่ งต่อ่ เนื่อ�่ งกันั เป็น็ ระยะเวลานานซึ่ง่� สามารถทำำ�ให้้ เกิดิ ความเครีียดสะสม ดังั นั้้น� คุณุ สุรุ ศักั ดิ์ � โคดคำำ� มีีวิธิ ีีการจัดั การความเครีียดจาก การทำำ�งาน ดัังต่อ่ ไปนี้้� 3.1 การมีีสติิอยู่่�กัับปััจจุบุ ััน ภาวะความเครีียดสะสม มัักเกิดิ ขึ้น้� กัับงาน ที่่�ต้้องขัับรถและอยู่�บนท้้องถนนเป็็นระยะเวลายาวนานต่่อเนื่่�องกััน และ สถานการณ์ใ์ นแต่ล่ ะวันั บนท้อ้ งถนน สามารถแตกต่า่ งกันั ไปแล้ว้ แต่เ่ หตุแุ ละปัจั จัยั สิ่ �งหนึ่่�งที่่�ทำำ�ให้้พนัักงานขัับรถสามารถจััดการกัับสถานการณ์์และแก้้ไขปััญหาได้้ดีี คืือ การมีีสติิ ซึ่�่งเป็็นสิ่�งแรกที่่�ต้้องมีีก่่อนและเมื่�่อมีีสติิอยู่่�กัับปััจจุุบััน สติิจะทำำ�ให้้ บุุคคลสามารถไตร่่ตรอง เพื่�่อค้้นหาวิิธีีการแก้้ไขสถานการณ์์ต่่าง ๆ ที่�่พนัักงาน ขับั รถบรรทุุกเผชิญิ อยู่่� “ภาวะรถติิดมันั เป็น็ เรื่่อ� งปกติ ิ มัันต้้องเครีียดแน่น่ อน เครีียดทุกุ คน มันั เกิิดภาวะความเครีียดเพราะเราต้้องการส่่งสิินค้้าให้้ทัันเวลาเราต้้องมีีสติิยอมรัับ
57เรือ่ งเลา่ : ชีวติ ติดลอ้ กับเสน้ ทางสู่การเปน็ พนกั งานขบั รถบรรทุกท่ีไดร้ ับรางวลั สุภาพบรุ ุษนักขบั Life History and Narrative : Life with Wheels on the Path to Becoming an Award-Winning Gentleman Driver ความจริงิ และหาวิธิ ีีว่า่ จะทำำ�อย่า่ งไรให้ผ้ ่า่ นพ้น้ ไปให้ไ้ ด้้ เมื่อ่� สามารถแก้ไ้ ขปัญั หาที่�่ 2 เกิดิ ขึ้น้� ได้้ ความเครีียดก็จ็ ะทุุเลาลง” 3.2 ระบายความเครีียดกัับเพื่�่อนร่่วมงาน เพื่�่อทำ�ำ ให้้ความเครีียดนั้้�น บรรเทาลงได้้บ้้างเพื่่�อนร่่วมงานเป็็นปััจจััยด้้านสัังคมที่่�มนุุษย์์ยัังคงต้้องการ เช่่น เดีียวกับั ลัักษณะงานอื่่น� ๆ พนักั งานขัับรถบรรทุกุ นั้้น� ให้ค้ วามสำ�ำ คัญั ต่่อเพื่่อ� นร่ว่ ม งานอย่่างมาก ดัังนั้้�นเพื่อ�่ นร่ว่ มงานและสังั คมในการทำำ�งานย่อ่ มส่่งผลต่อ่ ความพึึง พอใจในการทำำ�งาน และเป็น็ ปััจจััยหนึ่่�งที่ช�่ ่่วยบรรเทา หรืือลดความเครีียดสะสม ที่เ่� กิิดขึ้�น้ จากการปฏิิบัตั ิิงานของพนักั งานขัับรถบรรทุกุ ได้้เป็น็ อย่า่ งดีี “เพื่อ�่ นเป็น็ ที่ร่� ะบายความเครีียดให้เ้ ราได้ด้ ีีที่ส�่ ุดุ บ่น่ ให้เ้ พื่อ่� นฟังั แค่น่ ั้้น� ผม ก็็หายเครีียดและ” 3.3 การร้อ้ งเพลงบนรถ การคลายความเครีียดนั้้น� มีีวิธิ ีีการที่ห่� ลากหลาย แต่่ด้้วยลัักษณะของงานที่่�อยู่�หลัังพวงมาลััย เสีียงเพลงเป็็นสิ่�งหนึ่่�งที่�่สามารถใช้้ บรรเทาความเครีียดที่่�เกิิดขึ้�้นจากการทำ�ำ งานได้้ จากบทสััมภาษณ์์ คุุณสุุรศัักดิ์� โคดคำำ� ได้้เสนอวิิธีีที่่�คลายเครีียดบนรถอย่า่ งง่่าย ๆ คืือ การร้อ้ งเพลงบนรถ หรืือ การเปิดิ เพลงฟัังและร้อ้ งเพลงตาม ซึ่�่งเพลงส่ว่ นใหญ่ท่ ี่่� คุณุ สุรุ ศักั ดิ์� โคดคำ�ำ ชอบ เปิิดฟััง คืือ เพลงฉ่่อยซึ่่�งเนื้้�อหาของเพลงจะทำ�ำ ให้้ผู้�้ ฟัังรู้�้สึ กสนุุกและตลกขบขััน ทำำ�ให้ผ้ ู้�้ ฟังั เกิดิ ความเพลิดิ เพลินิ และผ่อ่ นคลายความเครีียดที่ต�่ ้อ้ งเผชิญิ บนท้อ้ งถนน “การร้้องเพลงบนรถก็็เป็็นอีีกวิิธีีหนึ่่�งที่่�ใช้้คลายความเครีียดบนรถได้้ดีี ครับั ” “ทางออกที่ด�่ ีีของการแก้ป้ ัญั หาความเครีียดก็็ คืือ ร้้องเพลง ถ้า้ ผมเครีียด ผมนึึกถึึงเพลงไหนที่ผ่� มร้อ้ งได้ผ้ มก็จ็ ะร้อ้ งเพลงนั้้น� มันั ช่ว่ ยทำำ�ให้เ้ ราลืืมเรื่อ่� งที่เ่� ครีียด ไปได้้ หรืือบางครั้ง� ผมจะเปิดิ เพลงฟังั บ้า้ งและร้อ้ งตามบ้า้ ง โดยส่ว่ นใหญ่เ่ พลงที่เ�่ ปิดิ ฟังั จะเป็็นพวกเพลงฉ่่อย คืือ ร้อ้ งเพลงฉ่อ่ ยแล้้วเราก็็จะขำำ� มันั ทำ�ำ ให้้เรามีีความสุุข ถ้า้ เรามีีดนตรีีในหัวั ใจบ้้างมันั ก็จ็ ะทำำ�ให้้ทุกุ อย่า่ งผ่่อนคลายลง” สิ่่�งที่�ใช้้ยึดึ เหนี่�ยวจิติ ใจในการขับั รถบรรทุุก ครอบครััวเป็็นสิ่�งสำำ�คััญทุุกๆ คนบนท้้องถนนนั้้�นมีีครอบครััวที่�่รอคอยการ กลัับมาบ้้านอย่่างปลอดภััย คุุณสุุรศัักดิ์� โคดคำำ� มีีที่�่ยึึดเหนี่่�ยวจิิตใจในการขัับรถ บรรทุกุ คืือ ครอบครัวั การขับั รถที่เ่� น้น้ ความปลอดภัยั ระมัดั ระวังั และไม่ป่ ระมาท
58 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวทิ ยาลยั เกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 จะทำ�ำ ให้้สัังคมปลอดภััยและตนเองจะสามารถกลัับบ้้านไปหาครอบครััวได้้อย่่าง ปลอดภัยั เช่่นกันั “ผมให้ค้ วามสำ�ำ คัญั กับั ครอบครััวมากนะ กว่่าคนหนึ่่ง� คนจะได้้เกิดิ มามััน ยากนะ” 2 “ครอบครัวั คืือ ที่ย�่ ึึดเหนี่ย�่ วจิติ ใจ ทำ�ำ ให้้ผมขัับรถอย่่างระมััดระวังั และไม่่ ประมาท” อภิปรายและสรุปผลการวจิ ัย จากการศึึกษา เรื่�่องเล่่า : ชีีวิิตติิดล้้อกัับเส้้นทางสู่�การเป็็นพนัักงานขัับรถ บรรทุกุ ที่ไ�่ ด้ร้ ับั รางวัลั สุภุ าพบุรุ ุษุ นักั ขับั ทำ�ำ ให้ท้ ราบความเป็น็ มาและประสบการณ์์ การดำ�ำ เนิินชีีวิิต เส้้นทางสู่�การเป็็นสุุภาพบุุรุุษนัักขัับโดยจำ�ำ แนกเป็็นองค์์ประกอบ ของการเป็น็ สุภุ าพบุรุ ุษุ นักั ขับั กลยุทุ ธ์ก์ ารจัดั ส่ง่ สินิ ค้า้ ให้ท้ ันั เวลาและปลอดภัยั วิธิ ีี การจััดการความเครีียดในการทำำ�งาน และสิ่�งที่�่ใช้้ยึึดเหนี่่�ยวจิิตใจในการขัับรถ บรรทุุก ดัังนั้้�นผู้�้ วิิจััยจึึงสรุุปต้้นแบบที่�่ดีีของการเป็็นสุุภาพบุุรุุษนัักขัับของ คุุณสุรุ ศัักดิ์ � โคดคำำ� ซึ่่ง� ประกอบด้้วย หลััก 4 S & PDCA ดัังนี้้� 1. ตระหนักั ถึึงความปลอดภัยั และเคารพกฎหมายจราจร (Safety) อุบุ ัตั ิเิ หตุุ ที่�่เกิิดขึ้�้นบนท้้องถนนส่่วนใหญ่่เกิิดจากความประมาท และการไม่่ปฏิิบััติิตาม กฎหมายจราจร ดัังนั้้�นหากทุุกคนให้้ความสำำ�คััญต่่อเรื่่�องความปลอดภััยบนท้้อง ถนนและปฏิบิ ัตั ิติ ามกฎหมายจราจร อุบุ ัตั ิเิ หตุทุ างรถยนต์์ ความเสีียหาย และความ สููญเสีียชีีวิิตและทรััพย์์สิินของคนบนท้้องถนนจะลดลงเช่่นกััน ซึ่่�งสอดคล้้องกัับ กรมการขนส่่งทางบก (2563) ที่่�เสนอว่่า ควรรณรงค์์การปลููกฝัังวิินัยั จราจรและ จิิตสำ�ำ นึึกความปลอดภััยให้้กัับทุุกคนอย่่างต่่อเนื่�่อง ตั้้�งแต่่บุุคคลเหล่่านั้้�นยัังเล็็ก จนโต เพื่�่อเปลี่่�ยนแปลงพฤติิกรรมของบุุคคลจนกลายเป็็นวััฒนธรรมแห่่งความ ปลอดภััย 2. มีีความรับั ผิดิ ชอบต่อ่ สัังคม (Social Responsibility) เป็็นการให้้ความ สำำ�คััญต่่อประโยชน์ส์ ่่วนรวม และสังั คมเป็น็ สำ�ำ คััญ ซึ่่ง� ปัจั จุุบัันในระดับั ธุุรกิิจได้น้ ำำ� แนวคิดิ นี้้ม� าประยุกุ ต์ใ์ ช้ก้ ับั การดำ�ำ เนินิ ธุรุ กิจิ โดยคำำ�นึึงถึึงสังั คมและส่ว่ นรวม ภายใต้้ คำำ�ที่แ่� ทนความหมาย คืือ ความรับั ผิดิ ชอบต่อ่ สังั คมขององค์ก์ ร (Corporate Social
59เรอ่ื งเล่า : ชวี ิตติดล้อกบั เสน้ ทางสกู่ ารเป็นพนกั งานขับรถบรรทกุ ที่ได้รับรางวัลสุภาพบุรษุ นักขบั Life History and Narrative : Life with Wheels on the Path to Becoming an Award-Winning Gentleman Driver Responsibility : CSR) (Ganti, 2019) การที่่�องค์์การต่่าง ๆ ดำ�ำ เนิินธุุรกิจิ ด้ว้ ย 2 ความรัับผิิดชอบต่่อสัังคมและปลููกฝัังคุุณค่่านี้้�ส่่งต่่อมายัังพนัักงานทุุกคน ทำ�ำ ให้้ พนักั งานทุกุ คนคำำ�นึึงถึึงและให้ค้ วามสำำ�คัญั ต่อ่ ส่ว่ นรวมและสังั คมด้ว้ ยเช่น่ กันั ดังั นั้้น� ความรับั ผิดิ ชอบต่อ่ สังั คมจะเป็น็ ปัจั จัยั หนึ่่ง� ที่ท�่ ำ�ำ ให้พ้ นักั งานขับั รถบรรทุกุ ตระหนักั ในเรื่อ�่ งการขับั ขี่่�ที่่ป� ลอดภััยและเคารพกฎหมายจราจรไปควบคู่่�กันั 3. ต้้องเรีียนรู้�้และฝึึกฝนให้้เกิิดทัักษะและชำ�ำ นาญในการขัับขี่่� (Skill) เนื่่�องจากรถบรรทุุกเป็็นรถขนาดใหญ่่ การบรรทุุกสิินค้้านั้้�นทำ�ำ ให้้การควบคุุมรถ เป็็นไปได้้ยากกว่่ารถยนต์์ธรรมดา ดัังนั้้�นการขัับรถบรรทุุกจึึงจำำ�เป็็นต้้องอาศััย ทัักษะและความชำ�ำ นาญในการขัับรถ ตลอดจนผู้�้ ขัับจะต้้องมีีความรู้้�และความ สามารถในการตรวจสอบสภาพความพร้้อมของรถในเบื้้�องต้้นเพื่่�อการขัับขี่�่ที่่� ปลอดภััย 4. รู้้�จักั จัดั การกับั ความเครีียดในการทำ�ำ งาน (Stress Management) ภาวะ ความเครีียด เป็น็ ภาวะที่ส�่ ามารถส่่งผลกระทบในทางลบต่อ่ ทั้้�งจิิตใจ และร่า่ งกาย ของบุุคคลที่�่เกิิดความเครีียดสะสมในปริิมาณที่�่มากเกิินไปและยัังเป็็นสาเหตุุของ โรคต่า่ งๆ ได้้ เช่น่ โรคความดันั โลหิติ สููง โรคหัวั ใจ โรคมะเร็ง็ โรคลำำ�ไส้อ้ ักั เสบ เป็น็ ต้น้ การขับั รถบรรทุกุ เป็็นอาชีีพหนึ่่ง� ที่�่ต้้องทำ�ำ งานต่่อเนื่อ�่ งกันั เป็็นเวลานาน จึึงมีีความ เสี่�่ยงต่่อการเกิิดภาวะความเครีียดสะสม ดัังนั้้�นจากการสััมภาษณ์์ คุุณสุุรศัักดิ์ � โคดคำ�ำ พบว่่า มีีวิิธีีการจััดการความเครีียดจากการทำ�ำ งาน คืือ การมีีสติิอยู่่�กัับ ปัจั จุบุ ันั ระบายความเครีียดกับั เพื่อ่� นร่ว่ มงาน และการร้อ้ งเพลงบนรถ ซึ่ง่� สอดคล้อ้ ง กับั (พููนฤดีี สุวุ รรณพันั ธุ์�, 2558) ผลการวิจิ ัยั ว่า่ ยุทุ ธวิธิ ีีการจัดั การความเครีียดจาก การทำ�ำ งานของบุุคลากรในมหาวิิทยาลััยเอกชนที่�่เป็็นที่่�นิิยมจะเป็็นกิิจกรรมที่�่มีี ลัักษณะสร้้างความสดชื่่�น เบิิกบาน และผ่่อนคลายแก่่ร่่างกายและจิิตใจให้้กัับ บุุคคล เช่่น การนั่่�งสมาธิิ การออกกำ�ำ ลัังกาย การปรึึกษาบุุคคลที่่�ไว้้วางใจการ ท่่องเที่่�ยวธรรมชาติ ิ เป็็นต้้น การปฏิบิ ััติงิ านตามวงจรการบริิหารคุณุ ภาพ (PDCA Cycle) เป็น็ กระบวน การปรับั ปรุงุ คุณุ ภาพการทำ�ำ งานอย่า่ งเป็น็ ระบบ เพื่อ�่ ปรับั ปรุงุ ประสิทิ ธิภิ าพในการ ทำำ�งาน โดยประกอบด้้วย 4 ขั้�นตอน คืือ การวางแผน (Plan) การปฏิิบััติิตาม แผนงาน (Do) การตรวจสอบ (Check) และการปรัับปรุุงการดำำ�เนิินงาน (Act)
60 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวิทยาลยั เกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 (Patel, P.M. & Deshpande, V.A., 2017) จากการสััมภาษณ์ก์ ารปฏิบิ ััติิงานของ คุณุ สุรุ ศัักดิ์� โคดคำ�ำ พบว่า่ ได้น้ ำ�ำ แนวคิิดวงจรการบริหิ ารคุุณภาพมาประยุุกต์์ใช้ใ้ น การปฏิบิ ััติงิ าน โดยก่อ่ นปฏิิบัตั ิิงานเพื่่�อดำ�ำ เนิินการขนส่่งและถ่่ายสิินค้้า พนักั งาน ขัับรถบรรทุุกจะต้้องวางแผน (Plan) และเตรีียมการทุุกอย่่างให้้พร้้อมก่่อนการ 2 ดำำ�เนินิ งาน ทั้้ง� ความพร้้อมของรถบรรทุุก ความพร้้อมทางด้า้ นร่า่ งกายและจิติ ใจ ของผู้้�ขับั รถบรรทุุก ตารางงานและเวลาการส่่งสิินค้า้ เส้น้ ทางการเดินิ ทาง และ สิินค้้าที่�่จะดำำ�เนิินการขนส่่งและปฏิิบััติิงานตามแผนงาน (Do) เพื่่�อให้้การขนส่่ง สิินค้้าเป็็นไปตามเป้้าหมายที่�่องค์์กรกำำ�หนด การตรวจสอบ (Check) ตลอดเส้้น ทางของการขนส่ง่ พนักั งานขับั รถบรรทุกุ สามารถตรวจสอบความก้า้ วหน้า้ ของการ ดำ�ำ เนิินงานของตนเองได้้ตลอดเวลา จากระยะทางและเวลาเพื่�่อตรวจสอบและ ประเมินิ ผลการดำ�ำ เนินิ การขนส่ง่ สินิ ค้า้ จนถึึงปลายทางที่ก่� ำำ�หนด ดังั นั้้น� จึึงทราบผล การดำ�ำ เนิินงานของตนเองโดยอััตโนมััติิ และหากมีีปััญหาหรืือสาเหตุุที่่�ทำ�ำ ให้้การ ขนส่่งล่่าช้้า พนัักงานขัับรถจะสามารถประเมิินจากสถานการณ์์เฉพาะหน้้า และ สามารถประสานงานไปที่่�ส่่วนกลางของบริิษััทเพื่่�อแจ้้งปััญหาและสาเหตุุที่�่ส่่งผล ให้ก้ ารขนส่่งสินิ ค้้าล่า่ ช้้า เพื่่�อให้้ส่ว่ นกลางติิดต่อ่ ไปยังั ลููกค้้า เพื่�่อประสานงานและ ปรัับเวลาการนััดหมายการขนส่่งสิินค้้าไปตามสถานการณ์์ ซึ่่�งตรงกัับขั้�นตอนที่�่สี่่� การปรัับปรุุงการดำำ�เนินิ งาน (Act) ดังั นั้้�น 4 S & PDCA เป็น็ ตััวแบบที่ไ�่ ด้จ้ ากการเรีียนรู้�จ้ ากเรื่�อ่ งเล่า่ ชีีวิติ ติิดล้้อ กัับเส้้นทางสู่ �การเป็็นพนัักงานขัับรถบรรทุุกที่�่ได้้รัับรางวััลสุุภาพบุุรุุษนัักขัับของ คุุณสุรุ ศักั ดิ์� โคดคำ�ำ ซึ่�่งเป็น็ ต้น้ แบบที่�่ดีีและองค์ก์ ารต่่าง ๆ โดยเฉพาะอย่า่ งยิ่ง� ใน ธุรุ กิจิ บริกิ ารขนส่ง่ สินิ ค้า้ ที่ม�่ ีีภารกิจิ หลักั คืือ การขนส่ง่ และมีีพนักั งานขับั รถบรรทุกุ เป็็นหััวใจสำำ�คััญสามารถประยุุกต์์ใช้้แนวคิิดนี้้�ในการอบรมและพััฒนาให้้พนัักงาน ขัับรถบรรทุุกตระหนัักและให้้ความสำำ�คััญต่่อความปลอดภััยและเคารพกฎหมาย จราจร (Safety) มีีความรับั ผิดิ ชอบต่อ่ สัังคม (Social Responsibility) ส่่งเสริิม การพััฒนาทักั ษะและชำำ�นาญในการขับั ขี่่� (Skill) อบรมให้้พนักั งานรู้�้ จักั รัับมืือกัับ ความเครีียดในการทำำ�งาน (Stress Management) และบริหิ ารงานตามวงจรการ บริิหารคุุณภาพ (PDCA Cycle) หากองค์์การต่่าง ๆ ได้้นำำ�แนวทางดัังกล่่าวไป ประยุกุ ต์ใ์ ช้จ้ ะช่ว่ ยส่ง่ เสริมิ ให้เ้ กิดิ พฤติกิ รรมการขับั ขี่ท่� ี่ป�่ ลอดภัยั ให้ก้ ับั พนักั งานและ
61เรื่องเลา่ : ชวี ติ ติดล้อกับเสน้ ทางสู่การเป็นพนักงานขบั รถบรรทกุ ทไ่ี ดร้ บั รางวลั สภุ าพบุรุษนกั ขับ Life History and Narrative : Life with Wheels on the Path to Becoming an Award-Winning Gentleman Driver สามารถบรรเทาอััตราการเกิดิ อุุบัตั ิเิ หตุบุ นท้้องถนนลง ขอ้ เสนอแนะเพอื่ การพฒั นา 2 1. จากการวิิจััย ผู้�้ วิิจััยพบว่่า การอบรมและพััฒนาด้้านการขัับรถอย่่าง ปลอดภัยั และทักั ษะที่จ�่ ำำ�เป็น็ ของพนักั งานขับั รถบรรทุกุ เป็น็ สิ่ง� ที่ม่� ีีความสำำ�คัญั และ จำำ�เป็น็ ต่อ่ พนักั งาน ดังั นั้้น� องค์ก์ ารตลอดจนภาครัฐั ควรส่ง่ เสริมิ ต่อ่ การพัฒั นาความรู้้� ทักั ษะและความชำ�ำ นาญของพนักั งานเพื่อ�่ เสริมิ สร้า้ งความมั่น� ใจและความปลอดภัยั ในการขับั รถบรรทุกุ ซึ่ง�่ จะทำำ�ให้เ้ กิดิ ประโยชน์อ์ ย่า่ งมากทั้้ง� ต่อ่ บุคุ คล องค์ก์ าร และ ในระดัับประเทศ 2. อุบุ ัตั ิเิ หตุแุ ละความปลอดภัยั บนท้อ้ งถนนเป็น็ ประเด็น็ ใหญ่ท่ ี่ท่� ุกุ ภาคส่ว่ น ต้อ้ งร่ว่ มแรงร่ว่ มใจกันั และไม่ส่ ามารถแก้ไ้ ขปัญั หาดังั กล่า่ วด้ว้ ยบุคุ คลใดบุคุ คลหนึ่่ง� เพราะเป็็นประเด็็นที่่�เกี่่�ยวข้้องโดยตรงกัับการออกกฎหมายและการบัังคัับใช้้ อย่า่ งไรก็็ตาม งานวิจิ ัยั นี้้�เป็็นส่ว่ นย่่อยมุมุ หนึ่่ง� ของสัังคม ซึ่่�งมุ่�งสะท้อ้ นแบบอย่า่ งที่่� ดีีแต่่สามารถนำ�ำ ไปประยุุกต์์ใช้้เพื่่�อการรณรงค์์พฤติิกรรมการขัับขี่่�ที่่�ปลอดภััยกัับ รถยนต์์ประเภทอื่�่น ๆ เพื่่�อสร้้างแรงบัันดาลใจต่่อสัังคมให้้เห็็นคุุณค่่าและรางวััล ชีีวิติ ของการมีีจิติ สาธารณะและความรับั ผิดิ ชอบต่อ่ สังั คมผ่า่ นมุมุ มองของเรื่อ่� งเล่า่ ชีีวิติ ติดิ ล้อ้ ของ คุณุ สุรุ ศัักดิ์� โคดคำำ� เอกสารอ้างองิ กรมการขนส่ง่ ทางบก. (2563). รายงานสรุปุ อุบุ ัตั ิิเหตุุรถโดยสารสาธารณะประจําํ เดือื นมีนี าคม พ.ศ. 2563. (12 ธันั วาคม 2563) สืืบค้น้ จาก https://www. dlt.go.th/site/ltsb/m-ews/3937/view.php?_ did=24187 กรมการขนส่ง่ ทางบก. (2564). รายงานการวิิเคราะห์ข์ ้้อมูลู สถิิติกิ ารเกิิดอุุบัตั ิิเหตุุ จราจรทางบกรอบ 6 เดือื น ปีงี บประมาณ 2564 (ตุุลาคม 2563-มีีนาคม 2564). (20 พฤษภาคม 2564) สืืบค้้นจาก https://web.dlt.go.th/ statistics/ ขจรศักั ดิ์� บััวระพัันธ์์. (2554). วิิจััยเชิิงคุุณภาพไม่่ยากอย่่างที่่ค� ิิด. พิิมพ์์ครั้�งที่�่ 5. นครปฐม : สถาบัันนวััตกรรมการเรีียนรู้.้�
62 วารสารร่มพฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 ชาย โพธิิสิิตา. (2562). ศาสตร์์และศิิลป์์การวิิจััยเชิิงคุุณภาพ. พิิมพ์์ครั้�งที่่� 8. กรุงุ เทพฯ : อมรินิ ทร์์พริ้�นติ้ง� แอนด์์พับั ลิชิ ชิ่่�ง. ปนััดดา ชำ�ำ นาญสุุข. (2553). รายงานวิิจััยโครงการแต่่งตำำ�ราอุุบััติิเหตุุจราจรใน บริิบทสัังคมและวััฒนธรรมไทย. (20 พฤษภาคม 2564) สืืบค้้นจาก 2 https://www.roadsafetythai.org /edoc/doc_20181124110903. pdf. พููนฤดีี สุุวรรณพัันธุ์�. (2558). ยุุทธวิิธีีการจััดการกัับความเครีียดของบุุคลากรใน มหาวิิทยาลััยเอกชน. วารสารวิิจััยมหาวิิทยาลััยเวสเทิิร์์น มนุุษยศาสตร์์ และสัังคมศาสตร์์, 1(1), 52-59. ยุวุ ดีี ศิริ ิยิ ทรัพั ย์.์ (2563). ทางเลืือกใหม่ข่ องอุตุ สาหกรรมโลจิสิ ติกิ ส์์ : ตัวั แบบความ สััมพัันธ์์ระหว่่างคุุณลัักษณะของงานและความพึึงพอใจในการทำำ�งานกัับ การทำำ�นายความตั้ �งใจคงอยู่ �ในสายอาชีีพของพนัักงานขัับรถบรรทุุก. วารสารการพััฒนาทรัพั ยากรมนุุษย์์และองค์์การ, 12(2), 172-201. วรวุฒุ ิิ ไชยศร และ บุญุ สม เกษะประดิษิ ฐ์.์ (2560). ความรับั ผิิดชอบต่่อสัังคมของ องค์ก์ รธุรุ กิจิ กับั การพัฒั นาที่ย่�ั่ง� ยืืน : กรณีีศึึกษาความรับั ผิดิ ชอบต่อ่ สังั คม 6 บริิษัทั . วารสารปััญญาภิวิ ัฒั น์์, 9(3), 140-152. สำ�ำ นัักงานเลขาธิิการสภาผู้้�แทนราษฎร. (2559). รายงานของคณะกรรมาธิิการ วิสิ ามัญั ขับั เคลื่อ� นการปฏิริ ูปู ระบบความปลอดภัยั ทางถนน สภาขับั เคลื่อ� น การปฏิิรููปประเทศ เรื่�อง การปฏิิรููประบบความปลอดภััยทางถนน. (12 ธัันวาคม 2563) สืืบค้้นจาก https://library2parliament.go.th/ giventake/ content_nrsa2558/d080259-02.pdf. อำ�ำ นาจ ธีีระวนิิช. (2555). หลักั การจััดการ. นนทบุรุ ีี : มาเธอร์์ บอสแพคเก็็จจิ้ง� . Bogdan, R. C.& Biklen, S. K. (1992). Qualitative Research for Education : An Introduction to Theory and Methods. Boston : Allyn and Bacon. Denzin, N. K. (1989). The Research Act. (3rd Ed). Englewood Cliffs, NJ, USA : Prentice-Hall.
63เรือ่ งเลา่ : ชีวติ ตดิ ล้อกับเส้นทางสูก่ ารเป็นพนักงานขับรถบรรทกุ ท่ไี ดร้ บั รางวัลสภุ าพบรุ ุษนักขับ Life History and Narrative : Life with Wheels on the Path to Becoming an Award-Winning Gentleman Driver Flick, U. (2002). An Introduction to Qualitative Research. London : 2 Sage Publications. Ganti, A. (2019). Social Responsibility. (May 20, 2564) Retrieved from https://www.investopedia.com/terms/s/socialresponsibility. asp. Patel, P.M. & Deshpande, V. A. (2017). Application of Plan-Do-Check- Act Cycle for Quality And Productivity Improvement - A Review. International Journal for Research in Applied Science & Engineering Technology (IJRASET), 5(1), 197-201. Yamak, S., Ergur, A., Karatas-Ozkan, M.& Tatli, A. (2019). CSR and Leadership Approaches and Practices : A Comparative Inquiry of Owners and Professional Executives. European Management Review, 16(4), 1097– 1114.
3 ปัจจัยที่เก่ียวข้องกับทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม ของครู สังกัดสำ�นักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มัธยมศึกษา เขต 5 จังหวดั อ่างทอง Factors Related to Innovative Thinking Skills of Teachers under the Office of Secondary Education Service Area 5 in Ang Thong Province สริ ลิ กั ษณ์ พราหมณโ์ ชติ ประสงค์ ตนั พิชัย และ สันติ ศรสี วนแตง Siriluk Pramachote Prasong Tanpichai and Santi Srisuantang
66 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวทิ ยาลัยเกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 ปัจั จัยั ที่�เกี่�ยวข้อ้ งกัับทักั ษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของครูู สัังกััด สำำ�นัักงานเขตพื้�นที่�การศึกึ ษามัธั ยมศึึกษา เขต 5 จัังหวัดั อ่า่ งทอง Factors Related to Innovative Thinking Skills of Teachers under the Office of Secondary Education Service Area 5 in Ang Thong Province สริ ิลักษณ์ พราหมณ์โชต1ิ ประสงค์ ตันพิชัย2 และ สนั ติ ศรีสวนแตง3 Siriluk Pramachote Prasong Tanpichai and Santi Srisuantang 1คณะศึกษาศาสตรแ์ ละพฒั นศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 3 จังหวัดนครปฐม 73140 ประเทศไทย Faculty of Education and Development Sciences, Kasetsart University, Nakhon Pathom 73140, Thailand e- mail : [email protected] 2คณะศึกษาศาสตรแ์ ละพฒั นศาสตร์ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ จงั หวดั นครปฐม 73140 ประเทศไทย Faculty of Education and Development Sciences, Kasetsart University, Nakhon Pathom 73140, Thailand e- mail : [email protected] 3คณะศึกษาศาสตร์และพฒั นศาสตร์ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ จงั หวัดนครปฐม 73140 ประเทศไทย Faculty of Education and Development Sciences, Kasetsart University, Nakhon Pathom 73140, Thailand e- mail : [email protected] Received : May 27, 2021 Revised : June 16, 2021 Accepted : June 23, 2021 บทคดั ย่อ การวิจิ ัยั นี้้ม� ีีวัตั ถุปุ ระสงค์เ์ พื่อ่� 1) ศึึกษาระดับั ทักั ษะการคิดิ เชิงิ นวัตั กรรมของ ครูู 2) ศึึกษาความสัมั พันั ธ์ร์ ะหว่า่ งปัจั จัยั ที่เ่� กี่ย่� วข้อ้ งกับั ทักั ษะการคิดิ เชิงิ นวัตั กรรม ของครูู และ 3) ศึึกษาปัจั จัยั ที่เ�่ กี่ย�่ วข้อ้ งกับั ทักั ษะการคิดิ เชิงิ นวัตั กรรมของครูู สังั กัดั สำำ�นักั งานเขตพื้้น� ที่ก�่ ารศึึกษามัธั ยมศึึกษาเขต 5 จังั หวัดั อ่า่ งทอง ใช้แ้ บบสอบถาม เป็น็ เครื่อ่� งมืือสำ�ำ หรับั เก็บ็ ข้อ้ มููล ประชากรสำ�ำ หรับั การศึึกษา คืือ ครูู สังั กัดั สำำ�นักั งาน เขตพื้้น� ที่ก�่ ารศึึกษามัธั ยมศึึกษา เขต 5 จัังหวััดอ่่างทอง จำำ�นวน 692 คน สถิติ ิทิ ี่่ใ� ช้้
ปจั จยั ทเ่ี กีย่ วข้องกับทกั ษะการคดิ เชิงนวตั กรรมของครู สังกัดส�ำ นกั งานเขตพ้ืนที่การศกึ ษามธั ยมศกึ ษาเขต 5 จงั หวดั อ่างทอง 67Factors Related to Innovative Thinking Skills of Teachers under the Office of Secondary Education Service Area 5 in Ang Thong Province วิิเคราะห์์ข้้อมููล คืือ ค่่าร้้อยละ ค่่าเฉลี่�่ย ค่่าเบี่�่ยงเบนมาตรฐาน วิิเคราะห์์ 3 สัมั ประสิทิ ธิ์ส� หสัมั พันั ธ์เ์ พีียร์ส์ ันั และการวิเิ คราะห์ถ์ ดถอยพหุคุ ููณแบบเป็น็ ขั้น� ตอน (Stepwise Multiple Regression Analysis) ผลการวิิจััยพบว่่า ระดัับทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของครููในสถานศึึกษา สังั กัดั สำำ�นักั งานเขตพื้้น� ที่ก่� ารศึึกษามัธั ยมศึึกษา เขต 5 จังั หวัดั อ่า่ งทอง อยู่�ในระดับั มาก เมื่�อ่ พิจิ ารณาเป็น็ รายทักั ษะย่่อย พบว่่า ทักั ษะการสื่�่อสารมีีผลการประเมิิน สููงสุดุ และทักั ษะการสร้า้ งสรรค์ม์ ีีผลการประเมินิ ต่ำ�ำ� สุดุ ปัจั จัยั ที่เ�่ กี่ย�่ วข้อ้ งกับั ทักั ษะ การคิดิ เชิงิ นวััตกรรมของครูู สัังกัดั สำ�ำ นัักงานเขตพื้้น� ที่ก่� ารศึึกษามัธั ยมศึึกษาเขต 5 จัังหวััดอ่่างทอง พิิจารณาโดยรวมและรายด้้านอยู่�ในระดัับมาก การศึึกษาความ สััมพัันธ์์ระหว่่างปััจจััยที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของครูู มีีความ สััมพัันธ์์กัันทางบวกในระดัับสููงอย่่างมีีนััยสำำ�คััญทางสถิิติิที่่�ระดัับ .01 คืือ การ ยอมรัับของสัังคม และความสััมพัันธ์์กัับผู้�้ ร่่วมงาน มีีค่่าสััมประสิิทธิ์�สหสััมพัันธ์์ เท่า่ กัับ 0.631 และ 0.599 ตามลำำ�ดับั เมื่อ่� นำำ�ปััจจััยการยอมรัับของสัังคม ความ สัมั พัันธ์์กับั ผู้้�ร่่วมงาน ผลตอบแทน บริิบทของการทำำ�งาน การพัฒั นาตนเอง และ ลักั ษณะงาน ร่ว่ มกันั ทำ�ำ นายทักั ษะการคิดิ เชิงิ นวัตั กรรมของครูู สังั กัดั สำ�ำ นักั งานเขต พื้้�นที่ก�่ ารศึึกษา มััธยมศึึกษาเขต 5 จังั หวััดอ่่างทอง พบว่่า สามารถร่ว่ มกัันทำำ�นาย ได้ร้ ้้อยละ 50.60 โดยมีีค่่าสััมประสิทิ ธิ์�สหสัมั พัันธ์์พหุคุ ููณเท่่ากับั 0.711 อย่่างมีี นััยสำำ�คััญทางสถิติ ิทิ ี่่�ระดับั 0.1 คำ�ำ สำ�ำ คัญั : ทัักษะการคิิดเชิงิ นวััตกรรม; การยอมรับั ของสัังคม; ความสััมพัันธ์์กับั ผู้้�ร่ว่ มงาน Abstract The objectives of this research were to 1) investigate the level of innovative thinking skills of the teachers under the Office of the Secondary Educational Service Area 5, Ang Thong Province, 2) analyze the relationship of the factors related to the teachers’ innovative thinking skills, and 3) analyze the factors related to the teachers’ innovative thinking skills under the Office of the Secondary Educational
68 วารสารร่มพฤกษ์ มหาวิทยาลยั เกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 Service Area 5, Ang Thong Province. The questionnaire was used as a tool for collecting data. The population for the study was 692 teachers under the Secondary Educational Service Area Office 5, Ang Thong Province. The statistics used to analyze the data were percentage, mean, standard deviation, Pearson’s Correlation Coefficient Analysis and stepwise multiple regression analysis. The results of the research showed that the level of innovative 3 thinking skills of the respondents were at high level. When considering at each skill, the communication skills received the highest mean. On the other hand, the creative skills received the lowest mean. In terms of the factors related to the respondents’ overall and each aspect of the innovative thinking skills, they were found at high level. With regard to the relationship between factors involved in the respondents’ innovative thinking skills, the factors of the society acceptance, and the relationship with their colleagues were positively related to the respondents’ innovative thinking skills at high level, at the statistical significance of .01 level, (p = 0.631 and 0.599, respectively. When adopting the factors of social acceptance, relationship with colleagues, compensation, working context, self- development and collaborative work to predict the respondents’ innovative thinking skills, they were able to jointly predict 50.60 percent (r = 0.711) at statistically significant level of 0.1. Keywords : Innovative Thinking Skills; Social Acceptance; Relationship with Colleagues
ปจั จยั ท่เี ก่ียวขอ้ งกบั ทักษะการคิดเชิงนวตั กรรมของครู สงั กัดส�ำ นกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษามธั ยมศกึ ษาเขต 5 จังหวัดอา่ งทอง 69Factors Related to Innovative Thinking Skills of Teachers under the Office of Secondary Education Service Area 5 in Ang Thong Province บทน�ำ 3 การคิดิ เชิงิ นวัตั กรรมเป็น็ ทักั ษะสำำ�คัญั ในศตวรรษที่�่ 21 เป็น็ การพัฒั นาความ สามารถของตนเองในการคิิดค้น้ สิ่ง� ใหม่่ ๆ โรงเรีียนควรเป็น็ แหล่่งที่ม่� ีีการส่ง่ เสริมิ การสร้้างนวััตกรรมการเรีียนรู้้�ให้้กัับนัักเรีียน ครููมีีบทบาทสำ�ำ คััญด้้านการสอน จึึงถืือได้ว้ ่า่ ครูู คืือ แหล่่งสร้้างนวััตกรรมที่ต่� ้้องทำ�ำ ให้้นัักเรีียนขยายองค์ค์ วามรู้้�และ สร้้างนวััตกรรมเชิงิ บวก (ธงชัยั โรจน์ก์ ัังสดาล, 2559) ครููเสมืือนเป็น็ ตััวขัับเคลื่่�อน ในการออกแบบนวััตกรรมหลัักสููตร (innovative curriculum design) เพื่�่อใช้้ใน การพัฒั นาระบบการศึึกษาของประเทศ โดยที่ห�่ ลักั สููตรมีีความสอดคล้อ้ งกับั สภาพ การทางสังั คมและวััฒนธรรม เศรษฐกิิจ การเมืือง เทคโนโลยีี ภายใต้เ้ งื่�อนไขหรืือ ข้้อจำำ�กััดต่่าง ๆ เป็็นโจทย์์ที่่�สำ�ำ คััญที่�่สุุดของนัักพััฒนานวััตกรรมหลัักสููตรจะต้้อง ศึึกษาค้น้ คว้้า วิจิ ัยั คิดิ วิเิ คราะห์ ์ สัังเคราะห์์ ประเมิินค่่า และที่่ส� ำำ�คัญั ที่ส�่ ุุด คืือ การ มีีการคิิดสร้้างสรรค์์ในปััจจุุบััน (มารุุต พััฒผล, 2562) สอดคล้้องแนวคิิดตาม พระราชบััญญัตั ิิการศึึกษาแห่่งชาติิ พ.ศ. 2542 และ ที่แ่� ก้ไ้ ขเพิ่่ม� เติมิ (ฉบัับที่่� 4) พ.ศ. 2562 มาตรา 24 การจัดั กระบวนการเรีียนรู้ใ�้ ห้้สถานศึึกษา และหน่่วยงาน ที่เ่� กี่ย�่ วข้อ้ งดำ�ำ เนินิ การฝึกึ ทักั ษะ กระบวนการคิดิ การจัดั การ การเผชิญิ สถานการณ์์ และการประยุุกต์์ความรู้�้มา ใช้้เพื่่�อป้้องกัันและแก้้ไขปััญหา และจััดกิิจกรรมให้้ ผู้้เ� รีียนได้เ้ รีียนรู้�จ้ ากประสบการณ์์จริงิ ฝึึกการปฏิิบัตั ิใิ ห้ท้ ำ�ำ ได้้ คิิดเป็็น ทำำ�เป็น็ รักั การอ่า่ นและเกิดิ การใฝ่ร่ ู้อ้� ย่า่ งต่อ่ เนื่อ�่ ง นอกจากนี้้แ� ผนการศึึกษาชาติิ พ.ศ. 2560- 2579 ได้ช้ี้แ� นะแนวทางการพัฒั นายุทุ ธศาสตร์ท์ ี่�่ 3 ว่า่ ควรพัฒั นารููปแบบการจัดั การ เรีียนรู้�้ ที่่�จำำ�เป็น็ สำำ�หรับั ผู้้�เรีียนในศตวรรษที่�่ 21 โดยส่ง่ เสริิมการเรีียนรู้�้และการคิิด ของผู้เ้� รีียนมุ่�งเน้น้ ให้เ้ กิดิ เป็น็ นวัตั กรรม (สำ�ำ นักั งานเลขาธิกิ ารสภาการศึึกษา, 2560) และแผนอุุดมศึึกษาระยะยาว 15 ปีี ฉบัับที่�่ 2 (พ.ศ. 2551 -2565) ได้ก้ ำำ�หนดเป้้า หมายในการผลิติ บัณั ฑิติ ให้ส้ ามารถพัฒั นานวัตั กรรมได้้ (สำ�ำ นักั งานคณะกรรมการ อุดุ มศึึกษา, 2550) สอดคล้อ้ งแผนพัฒั นาเศรษฐกิจิ และสัังคมแห่ง่ ชาติิ ฉบัับที่่� 12 ได้้ให้้ความสำำ�คััญกัับการพััฒนาความสามารถของเยาวชนในด้้านวิิทยาศาสตร์์ เทคโนโลยีี นวััตกรรมและความคิดิ สร้า้ งสรรค์์ และโมเดลประเทศไทย 4.0 ยัังได้้ ระบุุว่่าการที่่�คนไทยจะนำ�ำ พาประเทศไปสู่�ความยั่�งยืืนได้้นั้้�น จะต้้องพััฒนาและ ขัับเคลื่�่อนเศรษฐกิิจด้้วยนวััตกรรม (กองบริิหารงานวิิจััยและประกัันคุุณภาพ การศึึกษา, 2560)
70 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวทิ ยาลยั เกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 ปััจจััยเชิิงสาเหตุุที่่�เกี่�่ยวข้้องกัับการพััฒนาความสามารถในการคิิดเชิิง นวััตกรรมของครููส่่งผลต่่อประสิิทธิิภาพการปฏิิบััติิงานของครูู ความพึึงพอใจใน การทำ�ำ งาน และทััศนคติติ ่่าง ๆ ของบุคุ คล โดยขึ้้น� อยู่่�กับั แรงจููงใจที่�่เป็น็ สิ่�งกระตุ้�น ให้้แต่่ละคนทำำ�งานทั้้�งปััจจััยภายนอกและปััจจััยภายใน ปััจจััยภายนอก ได้้แก่่ สิ่ง� แวดล้้อมในการทำำ�งาน เช่น่ สถานที่�่ ระเบีียบกฎเกณฑ์์ของสถานที่่�ทำำ�งาน ด้า้ น เศรษฐกิิจ ได้้แก่ ่ ค่า่ จ้า้ ง ค่่าแรง เงิินเดืือน โบนัสั การเป็็นส่่วนหนึ่่�งของงานและ สังั คม ตำ�ำ แหน่ง่ งาน หน้า้ ที่ก�่ ารงานการยอมรับั จากสังั คม ทำ�ำ ให้บ้ ุคุ คลนั้้น� เกิดิ ความ 3 ภาคภููมิใิ จ มีีความรับั ผิดิ ชอบมากขึ้น้� ส่ว่ นปัจั จัยั ภายใน ได้แ้ ก่่ เจตคติติ ่อ่ งาน ความ รู้�้ สึ กว่่างานนั้้�นมีีคุุณค่่าเป็็นการรัับผิิดชอบต่่อสัังคม ก่่อให้้เกิิดประโยชน์์แก่่ตนเอง และสัังคมก็จ็ ะทำ�ำ ให้้บุุคคลนั้้�นภาคภููมิิใจ มีีความรับั ผิดิ ชอบมากขึ้้�น เป็็นมููลเหตุใุ ห้้ คนตั้�งใจทำำ�งานและมีีความสุุขในการทำ�ำ งาน (สมหวััง พิิธิิยานุุวััฒน์์ และคณะ, 2543) ด้้วยเหตุุผลนี้้� ผู้�้ วิิจััยจึึงมีีความสนใจศึึกษาระดัับทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรม ของครูู และปัจั จัยั ที่เ�่ กี่ย่� วข้อ้ งกับั ทักั ษะการคิดิ เชิงิ นวัตั กรรมของครูู สังั กัดั สำำ�นักั งาน เขตพื้้น� ที่ก�่ ารศึึกษา มัธั ยมศึึกษาเขต 5 จังั หวัดั อ่า่ งทอง เพื่อ�่ เป็น็ ข้อ้ มููลสำ�ำ คัญั สำ�ำ หรับั ผู้บ�้ ริหิ ารสถานศึึกษาและผู้้�ที่เ�่ กี่ย�่ วข้อ้ งกับั การจัดั การศึึกษาจะนำ�ำ ไปใช้พ้ ิจิ ารณาเป็น็ แนวทางในการให้ก้ ารสนับั สนุนุ และส่ง่ เสริมิ ในการพัฒั นาครููให้ม้ ีีความสามารถใน การคิดิ เชิงิ นวัตั กรรม และเห็น็ ความสำ�ำ คัญั ของทักั ษะการคิดิ เชิงิ นวัตั กรรม นำ�ำ ไปสู่� การผลิติ นักั เรีียนเป็น็ นักั นวัตั กรในการขับั เคลื่อ�่ นประเทศไปสู่�การเติบิ โตและสร้า้ ง ความสามารถในการแข่ง่ ขันั ภายใต้้เศรษฐกิจิ และสังั คมยุุคดิจิ ิทิ ัลั วัตถุประสงคข์ องการวิจยั 1. เพื่�่อศึึกษาระดัับทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของครูู สัังกััดสำำ�นัักงานเขต พื้้น� ที่ก�่ ารศึึกษามััธยมศึึกษาเขต 5 จังั หวััดอ่า่ งทอง 2. เพื่่�อศึึกษาความสััมพัันธ์์ระหว่่างปััจจััยที่่�เกี่�่ยวข้้องกัับทัักษะการคิิดเชิิง นวััตกรรมของครูู สัังกััดสำ�ำ นัักงานเขตพื้้�นที่�่การศึึกษามััธยมศึึกษาเขต 5 จัังหวััด อ่่างทอง 3. เพื่�่อศึึกษาปััจจััยที่�่เกี่�่ยวข้้องกัับทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของครูู สัังกััด สำำ�นัักงานเขตพื้้น� ที่ก่� ารศึึกษามััธยมศึึกษาเขต 5 จังั หวัดั อ่า่ งทอง
ปัจจยั ทเ่ี กี่ยวข้องกบั ทักษะการคิดเชงิ นวัตกรรมของครู สังกัดสำ�นกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษามธั ยมศึกษาเขต 5 จงั หวดั อา่ งทอง 71Factors Related to Innovative Thinking Skills of Teachers under the Office of Secondary Education Service Area 5 in Ang Thong Province สมมติฐานของการวิจัย 1. ปััจจััยที่่�เกี่�่ยวข้้องกัับทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของครููอย่่างน้้อย 1 ตััวแปร มีีความสััมพัันธ์ก์ ับั ทักั ษะการคิดิ เชิงิ นวััตกรรมของครูู สัังกััดสำ�ำ นัักงาน เขตพื้้น� ที่่�การศึึกษามััธยมศึึกษาเขต 5 จังั หวัดั อ่่างทอง 2. ปััจจััยที่�่เกี่่�ยวข้้องกัับทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของครููอย่่างน้้อย 1 ตััวแปร ที่่ส� ามารถทำ�ำ นายทักั ษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของครููได้้อย่่างมีีนัยั สำ�ำ คััญ ทางสถิิติิ กรอบแนวคิดของการวจิ ัย 3 การศึึกษาเอกสารและงานวิิจััยที่�่เกี่�่ยวข้้องเพื่่�อเป็็นฐานคิิดและแนวทางใน การใช้ศ้ ึึกษาปัจั จัยั ที่เ�่ กี่ย่� วข้อ้ งกับั ทักั ษะการคิดิ เชิงิ นวัตั กรรมของครูู สังั กัดั สำ�ำ นักั งาน เขตพื้้�นที่ก�่ ารศึึกษามัธั ยมศึึกษาเขต 5 จังั หวัดั อ่่างทอง ผู้�้ วิิจััยทำำ�การศึึกษาปััจจััยที่่� เกี่ย่� วข้้องกับั ทัักษะการคิดิ เชิิงนวัตั กรรม 10 ตััวแปร ตามกรอบทฤษฎีแี ละแนวคิดิ ดังั รููปภาพที่่� 1 ตััวแปรอิิสระ ตัวั แปรตาม ทักั ษะการคิิดเชิงิ นวััตกรรมของครูู ปััจจัยั ที่เ�่ กี่�่ยวข้อ้ ง - บริิบทของการทำ�ำ งาน - นโยบายขององค์ก์ ร - การสนัับสนุนุ จากผู้บ�้ ริิหาร - การพััฒนาตนเอง - ผลตอบแทน - ความสััมพันั ธ์ก์ ัับผู้�้ ร่ว่ มงาน - ลักั ษณะงาน - ความก้้าวหน้า้ ในงาน - การยอมรับั ของสัังคม - การสร้า้ งเครืือข่า่ ยชุุมชนแห่่งการเรีียนรู้้� รููปภาพที่� 1 กรอบแนวคิดิ การวิิจััย
72 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวทิ ยาลัยเกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 แนวคดิ และทฤษฎีที่เกยี่ วข้อง ทักั ษะการคิดิ เชิงิ นวัตั กรรม เป็น็ กระบวนการสร้า้ งสรรค์ส์ิ่ง� ใหม่ๆ่ ที่ท�่ ำ�ำ ให้ช้ ีีวิติ ความเป็็นอยู่�ของมนุุษย์ด์ ีีขึ้น�้ นวััตกรรมใหม่่ ๆ (พููลพงษ์ ์ พงษ์์วิทิ ยภานุุ, 2557) เป็น็ ความสามารถในการจัดั การเรีียนรู้แ้� ละนำำ�ความรู้ไ้� ปใช้ใ้ นการคิดิ ได้อ้ ย่า่ งหลาก หลายและแปลกใหม่่จากเดิิม โดยการแสวงหาความรู้้�และฝึึกทัักษะด้้านต่่าง ๆ เพื่�่อนำ�ำ ไปสู่�การคิิดค้้นและสร้้างสรรค์์สิ่�งที่�่แปลกใหม่่ (อรชร ปราจัันทร์์, 2560) องค์์ประกอบของทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรม กล่่าวถึึงทัักษะการเรีียนรู้้�และ 3 นวััตกรรมสำ�ำ หรัับการเรีียนรู้�้แห่่งศตวรรษที่�่ 21 จุุดเน้้นอยู่�บนพื้้�นฐานแห่่งการ สร้า้ งสรรค์์ การคิดิ แบบมีีวิจิ ารณญาณ การสื่อ�่ สาร และการมีีส่ว่ นร่ว่ มในการทำำ�งาน โดยความคิิดสร้้างสรรค์์และนวััตกรรม ประกอบด้้วย การคิิดสร้้างสรรค์์ เป็็น เทคนิิคการสร้้างสรรค์์ทางการคิิดที่่เ� ปิิดกว้า้ ง เช่่น การระดมสมอง การสร้้างสรรค์์ สิ่ง� แปลกใหม่่ และเสริมิ สร้า้ งคุณุ ค่า่ ทางความคิดิ และสติปิ ัญั ญา และมีีความละเอีียด รอบคอบต่่อการคิิดวิิเคราะห์์และประเมิินแนวความคิิดเพื่่�อนำำ�ไปสู่ �การปรัับปรุุง และพัฒั นางานในเชิงิ สร้า้ งสรรค์ก์ ารทำ�ำ งานร่ว่ มกับั ผู้�้อื่น� ได้อ้ ย่า่ งสร้า้ งสรรค์์ เป็น็ การ พััฒนาเน้้นปฏิบิ ััติิและสื่�่อสารแนวคิดิ ใหม่่ ๆ ไปสู่�ผู้�อื่�นได้้อย่่างมีีประสิิทธิิภาพ การ คิดิ เชิิงวิพิ ากษ์์และการแก้ไ้ ขปัญั หา ประกอบด้้วย ประสิิทธิิภาพของการใช้้เหตุผุ ล มีีรููปแบบที่�่ชััดเจนในเชิิงเหตุุผลทั้้�งในเชิิงนิิรนััยและอุุปนััยได้้เหมาะสมตาม สถานการณ์ต์ ่า่ งๆ ที่เ�่ กิดิ ขึ้น�้ การใช้ว้ ิธิ ีีคิดิ เชิงิ ระบบเป็น็ การคิดิ วิเิ คราะห์จ์ ากส่ว่ นย่อ่ ย ไปหาส่่วนใหญ่่ได้้อย่่างเป็็นองค์์รวมทั้้�งหมดและเป็็นระบบครบวงจรในวิิธีีคิิดหรืือ กระบวนการคิิดประสิิทธิิภาพในการตััดสิินใจ เป็็นการสร้้างประสิิทธิิภาพในการ วิเิ คราะห์์ การประเมินิ สถานการณ์์ เพื่อ่� สร้า้ งการยอมรับั และความน่า่ เชื่อ�่ ถืือ มีีการ สัังเคราะห์์และเชื่่�อมโยงระหว่่างข้้อมููล การสื่�่อสารและการมีีส่่วนร่่วม ประกอบ ด้้วยการสื่่�อสารได้้ชััดเจนมีีประสิิทธิิภาพ การสร้้างความชััดเจนในการสื่่�อความ หมายทั้้�งการพููด การเขีียน มีีประสิิทธิิภาพทางการรัับฟัังที่�่สามารถสร้้างทัักษะ สำ�ำ หรัับการถอดรหััสความหมาย การสรุุปเป็น็ ความรู้้� สร้้างคุณุ ค่า่ ทัศั นคติิ และ เกิิดความสนใจใฝ่่รู้้� (อนุุชา โสมาบุุตร, 2556) ปัจั จัยั ที่เ่� กี่ย่� วข้อ้ งกับั ทักั ษะการคิดิ เชิงิ นวัตั กรรม ทฤษฎีีที่เ�่ กี่ย�่ วข้อ้ งกับั ปัจั จัยั ที่�่เกี่่�ยวข้้องกัับทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรม ทฤษฎีีสองปััจจััยของ เฮอร์์ซเบอร์์ก
ปจั จัยที่เก่ยี วข้องกับทักษะการคดิ เชิงนวัตกรรมของครู สงั กัดส�ำ นักงานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษามัธยมศึกษาเขต 5 จังหวดั อ่างทอง 73Factors Related to Innovative Thinking Skills of Teachers under the Office of Secondary Education Service Area 5 in Ang Thong Province Herzberg and et al (1959) ได้้สรุุปว่า่ มีีปััจจััยสำ�ำ คััญ 2 ประเภท คืือ ปััจจััยจููงใจ 3 เป็น็ ปัจั จัยั ที่เ่� กี่ย�่ วข้อ้ งกับั การทำ�ำ งานโดยตรง เป็น็ ปัจั จัยั ที่จ�่ ููงใจให้ค้ นรักั งานและชอบ งาน รวมทั้้�งเป็็นตััวการสร้้างความพึึงพอใจในการปฏิบิ ััติิงานของบุุคคลในองค์์กร ให้ส้ ามารถทำำ�งานได้อ้ ย่า่ งมีีประสิทิ ธิภิ าพมากยิ่ง� ขึ้น้� 5 ประการ คืือ 1) ความสำำ�เร็จ็ ในการทำำ�งานของบุุคคล 2) การได้้รัับการยอมรัับนัับถืือ 3) ลัักษณะของงานที่�่ ปฏิิบััติิ 4) ความรับั ผิิดชอบ 5) ความก้า้ วหน้้า และปัจั จััยค้ำ��ำ จุุน ปััจจัยั ที่่เ� อื้�อและ ช่่วยค้ำำ�� จุนุ ให้้แรงจููงใจในการทำำ�งานของบุคุ คล มีีดังั นี้้� 1) นโยบายและการบริิหาร 2) การปกครองบังั คับั บัญั ชา 3) ความสัมั พันั ธ์ก์ ับั เพื่อ่� นร่ว่ มงาน 4) สภาพการทำ�ำ งาน และความมั่น� คง และ 5) ผลประโยชน์์ตอบแทน ส่่วน เสนาะ ติิเยาว์์ (2551) ได้้ กล่า่ วว่่า สิ่่�งจููงใจสุดุ ท้้ายของผู้ป�้ ฏิิบัตั ิงิ านจะอยู่่�ที่�ผลตอบแทนที่่�ได้้รับั ค่่าตอบแทน หรืือรางวัลั ตอบแทนจากการทำำ�งานเป็น็ สิ่ง� ที่แ่� สดงว่า่ ผลปฏิบิ ัตั ิงิ านหรืือผลจากการ ทำำ�งานเป็น็ สิ่ง� ที่ม�่ ีีคุณุ ค่า่ ผู้ป้� ฏิบิ ัตั ิงิ านจึึงได้ร้ ับั รางวัลั เป็น็ การตอบแทนที่ท่� ำำ�งานนั้้น� รางวััลตอบแทนมีี 2 อย่า่ ง คืือ 1) รางวัลั ตอบแทนภายนอก เป็็นค่่าตอบแทนจาก การทำ�ำ งานในรููปของ เงินิ เดืือน ค่า่ จ้า้ ง การเลื่อ�่ นขั้น� เลื่อ�่ นตำำ�แหน่ง่ การได้ร้ ับั มอบ หมายงานพิิเศษ และ 2) รางวััลตอบแทนภายใน เป็็นค่า่ ตอบแทนที่�เ่ กิิดจากการก ระทำำ�ของตัวั เอง เกิดิ ขึ้น�้ ตามธรรมชาติจิ ากการทำำ�หน้า้ ที่ข่� องมนุษุ ย์์ รางวัลั ตอบแทน ได้จ้ ากการกระทำำ�โดยตรงของบุุคคล เช่น่ มีีความสามารถสููงขึ้�้น มีีพัฒั นามากขึ้้�น มีีความรู้ม้� ากขึ้น�้ ควบคุมุ ตัวั เองได้้ ภาคภููมิใิ จกับั การทำำ�งานหรืือทำ�ำ ประโยชน์ใ์ ห้ก้ ับั ส่ว่ นรวม งานวิจิ ัยั ที่�่เกี่�่ยวข้้อง วศิิน ชููชาติิ (2559) ได้ศ้ ึึกษาเกี่�่ยวกัับปััจจัยั ที่่ส� ่ง่ ผลต่่อ ความสามารถในการจััดการเรีียนรู้ข�้ องครููเพื่�่อส่่งเสริิมทัักษะการเรีียนรู้ข�้ องผู้้เ� รีียน แห่ง่ ศตวรรษที่่� 21 จังั หวัดั สุพุ รรณบุรุ ีี เป็น็ ทักั ษะที่ส�่ ำำ�คัญั หนึ่่ง� ในนั้้น� คืือ ทักั ษะการ คิดิ เชิงิ นวัตั กรรม ผลการศึึกษา พบว่า่ ระดับั ความสามารถในการจัดั การเรีียนรู้ข้� อง ครููเพื่อ�่ ส่่งเสริิมทัักษะการเรีียนรู้ข�้ องผู้เ�้ รีียนแห่ง่ ศตวรรษที่�่ 21 จังั หวััดสุพุ รรณบุุรีี อยู่�ในระดับั มากทักั ษะที่ม�่ ีีค่า่ เฉลี่ย�่ สููงสุดุ คืือ ทักั ษะการร่ว่ มมืือ ทำำ�งานเป็น็ ทีีม รอง ลงมา คืือ ทักั ษะการสร้า้ งสรรค์น์ วัตั กรรมและทักั ษะที่ม�่ ีีค่า่ เฉลี่ย่� ต่ำ�ำ� ที่ส่� ุดุ คืือ ทักั ษะ การคิดิ อย่า่ งมีีวิจิ ารณญาณและทักั ษะการสื่อ�่ สารสารสนเทศ ปัจั จัยั ที่ส�่ ่ง่ ผลต่อ่ ความ สามารถในการจััดการเรีียนรู้้�ของครููเพื่�่อส่่งเสริิมทัักษะการเรีียนรู้�้ของผู้้�เรีียนแห่่ง
74 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 ศตวรรษที่�่ 21 จังั หวัดั สุพุ รรณบุรุ ีี พบว่า่ ปัจั จัยั ด้า้ นความสามารถในการทำ�ำ วิจิ ัยั ใน ชั้�นเรีียน ปััจจัยั ด้า้ นการพััฒนาตนเอง ปััจจััยด้า้ นการสนัับสนุุนจากผู้�้ บัังคัับบััญชา และปัจั จัยั ด้า้ นแรงจููงใจ มีีประสิทิ ธิภิ าพในการทำำ�นายร่ว่ มกันั ต่อ่ ความสามารถใน การจััดการเรีียนรู้�้ของครููผู้�้ สอนเพื่�่อส่่งเสริิมทัักษะการเรีียนรู้�้ของผู้้�เรีียนแห่่ง ศตวรรษที่�่ 21 จังั หวััดสุุพรรณบุุรีี ได้ร้ ้้อยละ 55.10 ส่่วน ศรัณั ยูู ศิิริเิ จริญิ ธรรม (2556) ศึึกษาเกี่ย�่ วกับั ปัจั จัยั จููงใจที่ส�่ ่ง่ ผลต่อ่ ความเป็น็ ครููมืืออาชีีพของครููในสถาน ศึึกษาขั้น� พื้้น� ฐาน สังั กัดั สำ�ำ นักั งานเขตพื้้น� ที่ก�่ ารศึึกษาประถมศึึกษาจันั ทบุรุ ีี ผลการ 3 ศึึกษาพบว่่า ระดัับปััจจััยจููงใจที่่�ส่่งผลต่่อความเป็็นครููมืืออาชีีพของครููในสถาน ศึึกษาขั้น� พื้้น� ฐาน สังั กัดั สำ�ำ นักั งานเขตพื้้น� ที่ก่� ารศึึกษาประถมศึึกษาจันั ทบุรุ ีี โดยรวม อยููในระดับั มาก ความสัมั พันั ธ์ร์ ะหว่า่ งปัจั จัยั จููงใจกับั ความเป็น็ ครููมืืออาชีีพของครูู ในสถานศึึกษาขั้น� พื้้น� ฐาน สังั กัดั สำำ�นักั งานเขตพื้้น� ที่ก�่ ารศึึกษาประถมศึึกษาจันั ทบุรุ ีี มีีความสััมพัันธ์์กัันทางบวกในระดัับค่่อนข้้างสููงอย่่างมีีนััยสำำ�คััญโดยเมื่่�อเรีียงตาม ลำ�ำ ดัับความสำำ�คััญของปััจจััยจููงใจ ประกอบด้้วย การยอมรัับของสัังคม ลัักษณะ งาน และความก้า้ วหน้า้ ในงานส่ง่ ผลต่อ่ ความเป็น็ ครููมืืออาชีีพของครููในสถานศึึกษา ขั้�นพื้้�นฐาน สำำ�หรับั วสันั ต์ ์ สุทุ ธาวาศ และ ประสพชััย พสุนุ นท์์ (2558) ได้้ศึึกษา เกี่่�ยวกัับปััจจััยที่ส่� ่่งผลต่่อพฤติิกรรมสร้้างนวััตกรรมระดัับบุุคคลในสำำ�นัักงานคณะ กรรมการการศึึกษาขั้น� พื้้�นฐาน โดยศึึกษา 3 ปัจั จัยั ได้แ้ ก่่ 1) เครืือข่่ายทางสัังคม 2) การเปิิดกว้้างทางความคิิด และ 3) ลักั ษณะการคิิดริิเริ่�ม ผลการศึึกษาพบว่า่ ทั้้ง� 3 ปัจั จัยั ล้ว้ นส่ง่ ผลต่อ่ พฤติกิ รรมสร้า้ งนวัตั กรรมระดับั บุคุ คลในสำ�ำ นักั งานคณะ กรรมการการศึึกษาขั้�นพื้้�นฐาน โดยสามารถนำ�ำ ผลจากการศึึกษานี้้�มาประยุุกต์์ใช้้ ในการวางกลยุทุ ธ์์ด้า้ นการจััดการทรััพยากรบุุคคลได้ต้ ่่อไป วธิ ีการวิจัย ประชากร คืือ ครูู สัังกััดสำำ�นัักงานเขตพื้้�นที่่�การศึึกษามััธยมศึึกษา เขต 5 จัังหวััดอ่่างทอง จำ�ำ นวน 692 คน เครื่�่องมืือที่ใ�่ ช้้ในการวิจิ ััย คืือ แบบสอบถามเกี่่ย� ว กัับปััจจััยที่�่เกี่�่ยวข้้องทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของครูู สัังกััดสำำ�นัักงานเขตพื้้�นที่่� การศึึกษามัธั ยมศึึกษา เขต 5 จังั หวัดั อ่่างทอง เป็น็ แบบสอบถามที่�่ผู้�้ วิิจัยั ได้้พัฒั นา แบบสอบถามขึ้น�้ เอง ประกอบด้ว้ ย แบบสอบถามเกี่ย�่ วกับั ปัจั จัยั ส่ว่ นบุคุ คล ระดับั
ปัจจยั ที่เกี่ยวขอ้ งกับทักษะการคดิ เชิงนวตั กรรมของครู สงั กัดสำ�นักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษามัธยมศึกษาเขต 5 จงั หวัดอา่ งทอง 75Factors Related to Innovative Thinking Skills of Teachers under the Office of Secondary Education Service Area 5 in Ang Thong Province ทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรม และปััจจััยที่�่เกี่่�ยวข้้องกัับทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรม 3 ของครูู สังั กัดั สำำ�นักั งานเขตพื้้น� ที่ก่� ารศึึกษามัธั ยมศึึกษา เขต 5 จังั หวัดั อ่า่ งทอง โดย กำ�ำ หนดค่่าคะแนนแบบมาตราส่่วนประมาณค่่า (Rating scale) 5 ระดัับ ได้้แก่่ มากที่ส�่ ุุด มาก ปานกลาง น้อ้ ย และน้้อยที่ส่� ุุด การตรวจสอบคุุณภาพของเครื่่�องมืือ การตรวจสอบความเที่่�ยงตรง แบบสอบถามที่�่ผู้้�วิิจััยได้้กำำ�หนดขึ้้�นเสนอให้้ผู้�้เชี่�่ยวชาญจำำ�นวน 3 ท่่าน พิิจารณา ตรวจสอบความถููกต้้องด้้านเนื้้�อหา (content validity) และภาษาที่�่ใช้้เพื่�่อให้้มีี ความสมบููรณ์์ แล้้วนำำ�ไปวิิเคราะห์์ค่่าดััชนีีความสอดคล้้อง (IOC) เพื่�่อพิิจารณา คุณุ ภาพของข้้อคำ�ำ ถาม ค่า่ ดัชั นีีความสอดคล้้องมีีค่่าอยู่�ในระหว่า่ ง 0.67-1.00 จึึง สามารถนำ�ำ ข้อ้ คำำ�ถามนั้้น� ไปใช้ไ้ ด้้ การตรวจสอบความเชื่อ่� มั่น� ของแบบสอบถามด้ว้ ย วิิธีีหาค่่าสััมประสิิทธิ์�แอลฟาของครอนบาค โดยนำ�ำ เครื่�่องมืือไปทดสอบกัับ ประชากรที่ม�่ ีีความใกล้เ้ คีียงกับั ประชากรที่จ�่ ะศึึกษาจริงิ (Try Out) จำ�ำ นวน 30 คน ผลวิิเคราะห์์ค่่าความเชื่่�อมั่�นแต่่ละตััวแปรมีีค่่าตั้�งแต่่ 0.70 ขึ้้�นไป และมีีค่่าความ เชื่�อ่ มั่น� รวมของแบบสอบถามเท่า่ กับั 0.97 วิิธีีการเก็็บรวบรวมข้้อมููล ผู้้�วิิจััยทำ�ำ หนัังสืือขอความอนุุเคราะห์์ในการเก็็บ รวบรวมข้้อมููลจากภาควิิชาการพััฒนาทรััพยากรมนุุษย์์และชุุมชน มหาวิิทยาลััย เกษตรศาสตร์์ วิิทยาเขตกำ�ำ แพงแสน เพื่�อ่ ขอความอนุุเคราะห์์ในการเก็็บรวบรวม ข้้อมููลจากสถานศึึกษาสัังกััดสำ�ำ นัักงานเขตพื้้�นที่่�การศึึกษามััธยมศึึกษา เขต 5 จัังหวััดอ่่างทอง จำ�ำ นวน 692 ชุดุ นััดหมายเวลาเพื่่อ� รับั แบบสอบถามกลับั คืืน เมื่่�อ ครบตามจำำ�นวนแล้้วผู้�้ วิิจััยนำำ�แบบสอบถามมาตรวจสอบความสมบููรณ์์และนำ�ำ มา วิิเคราะห์ด์ ้้วยโปรแกรมทางสถิิติิ การวิเิ คราะห์ข์ ้อ้ มููลสำ�ำ หรับั การวิจิ ัยั ครั้ง� นี้้ � ผู้้�วิจิ ัยั ใช้ส้ ถิติ ิใิ นการวิเิ คราะห์ข์ ้อ้ มููล ดังั นี้้� 1) วิิเคราะห์ข์ ้้อมููลทั่่�วไปของผู้้�ตอบแบบสอบถาม ได้้แก่่ เรื่่�อง เพศ อายุ ุ วุุฒิิ การศึึกษาสููงสุุดระดัับวิิทยฐานะ ประสบการณ์์การสอน กลุ่�มสาระการเรีียนรู้�้ ที่�่ รับั ผิดิ ชอบ ขนาดโรงเรีียน และจำำ�นวนชั่ว� โมงสอน สถิิติทิ ี่ใ�่ ช้ใ้ นการวิเิ คราะห์ ์ คืือ ค่่าความถี่่� (frequency) และค่่าร้้อยละ (percentage)
76 วารสารร่มพฤกษ์ มหาวิทยาลยั เกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 2) วิิเคราะห์์ระดัับทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของครูู สัังกััดสำ�ำ นัักงานเขต พื้้น� ที่่ก� ารศึึกษามััธยมศึึกษาเขต 5 จัังหวััดอ่่างทอง และวิิเคราะห์ป์ ััจจััยที่�่เกี่่�ยวข้อ้ ง กัับทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของครูู สัังกััดสำ�ำ นัักงานเขตพื้้�นที่่�การศึึกษา มััธยมศึึกษา เขต 5 จัังหวััดอ่่างทอง สถิิติิที่่�ใช้้ในการวิิเคราะห์์ คืือ ค่่าเฉลี่่�ย (µ) และส่่วนเบี่�่ยงเบนมาตรฐาน (σ) เป็น็ รายด้้านและรายข้้อ 3) การวิเิ คราะห์ค์ วามสัมั พันั ธ์ร์ ะหว่า่ งปัจั จัยั ที่เ่� กี่ย่� วข้อ้ งกับั ทักั ษะการคิดิ เชิงิ นวััตกรรมของครููสัังกััดสำำ�นัักงานเขตพื้้�นที่่�การศึึกษามััธยมศึึกษาเขต 5 จัังหวััด 3 อวิ่ิเ่าคงรทาอะงห์์ปใัชัจ้้กจัาัยรทีว่ิ่�เิเกคี่่�ยรวาขะ้้อห์ง์ค่ก่าัับสัทัมัักปษระะสกิิทารธิ์ค�สิิดหเสชัิัมิงนพัวันััตธ์ก์ขรอรงมเพขีีอยงร์ค์สัรันููสััง(กrัxัดy)สำแ�ำ นลัักะงกาานร เขตพื้้น� ที่่�การศึึกษามัธั ยมศึึกษาเขต 5 จังั หวัดั อ่่างทอง ใช้้การวิเิ คราะห์์การถดถอย พหุคุ ููณแบบขั้น� ตอน (Stepwise Multiple Regression Analysis) ในการแปล ผลความสััมพัันธ์์ระหว่่างปััจจััยที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของครูู สังั กัดั สำำ�นักั งานเขตพื้้น� ที่ก�่ ารศึึกษามัธั ยมศึึกษาเขต 5 จังั หวัดั อ่า่ งทอง มีีการกำำ�หนด เกณฑ์ก์ ารแปลความหมาย 5 ระดับั ในกรณีีที่ม�่ ีีค่า่ rxy เป็็นบวก (Davis, 1971 อ้า้ ง ใน ผ่อ่ งพรรณ ตรัยั มงคลกููล, 2555) ดัังนี้้� ค่า่ สัมั ประสิทิ ธิ์ส� หสัมั พันั ธ์ม์ ีีค่า่ มากกว่า่ 0.70 มีีความสัมั พันั ธ์ใ์ นระดับั สููงมาก ค่า่ สัมั ประสิทิ ธิ์ส� หสัมั พันั ธ์ม์ ีีค่า่ ตั้ง� แต่่ 0.50 – 0.69 มีีความสัมั พันั ธ์ก์ ันั ในระดับั สููง ค่า่ สัมั ประสิทิ ธิ์ส� หสัมั พันั ธ์ม์ ีีค่า่ ตั้ง� แต่่ 0.30 - 0.49 มีีความสัมั พันั ธ์ก์ ันั ในระดับั ปานกลาง ค่า่ สัมั ประสิทิ ธิ์ส� หสัมั พันั ธ์ม์ ีีค่า่ ตั้ง� แต่่ 0.10 - 0.29 มีีความสัมั พันั ธ์ก์ ันั ในระดับั ต่ำ��ำ ค่า่ สัมั ประสิทิ ธิ์ส� หสัมั พันั ธ์ม์ ีีค่า่ ตั้ง� แต่่ 0.01 - 0.09 มีีความสัมั พันั ธ์ก์ ันั ในระดับั ต่ำ�ำ�มาก ผลการวจิ ัย ผลการวิิเคราะห์์ข้้อมููลปััจจััยที่�่เกี่�่ยวข้้องกัับทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของ ครููสังั กััดสำ�ำ นักั งานเขตพื้้�นที่ก�่ ารศึึกษามััธยมศึึกษาเขต 5 จังั หวัดั อ่่างทอง แบ่่งได้้ ดัังนี้้�
ปัจจยั ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั ทักษะการคดิ เชงิ นวัตกรรมของครู สังกดั สำ�นกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษามัธยมศึกษาเขต 5 จังหวดั อ่างทอง 77Factors Related to Innovative Thinking Skills of Teachers under the Office of Secondary Education Service Area 5 in Ang Thong Province 1. การวิเิ คราะห์ร์ ะดับั ทักั ษะการคิดิ เชิงิ นวัตั กรรมของครููในสถานศึึกษา สังั กัดั 3 สำำ�นักั งานเขตพื้้น� ที่ก�่ ารศึึกษามัธั ยมศึึกษา เขต 5 จังั หวัดั อ่า่ งทอง พบว่า่ ทักั ษะการ คิิดเชิงิ นวััตกรรมของครููอยู่�ในระดับั มาก (µ =3.79, σ =0.56) เมื่อ�่ พิิจารณาเป็็น รายทักั ษะย่่อย พบว่่า ทุุกทัักษะอยู่�ในระดัับมาก โดยด้า้ นทักั ษะ การสื่่อ� สารมีีค่า่ เฉลี่ย�่ สููงสุุด (µ = 3.98, σ = 0.44) รองลงมาคืือ ด้า้ นทักั ษะการสร้้างเครืือข่่าย (µ = 3.89,σ =0.57) และด้้านทักั ษะการสังั เกต (µ =3.83, σ = 0.46) ตามลำ�ำ ดัับ ส่ว่ นทัักษะที่ม่� ีีผลการประเมินิ ต่ำ��ำ สุุด คืือ ทัักษะการสร้า้ งสรรค์์ (µ =3.68, σ = 0.62) ดัังตารางที่�่ 1 ตารางที่� 1 ทักั ษะการคิดิ เชิงิ นวัตั กรรมของครูู สังั กัดั สำำ�นักั งานเขตพื้้น� ที่ก่� ารศึึกษา มััธยมศึึกษาเขต 5 จังั หวััดอ่า่ งทอง รายการ (n=692) 1. ทักษะการสื่อสาร 2. ทักษะการสังเกต µ σ แปลผล 3. ทักษะการตั้งคำ�ถาม 3.98 0.44 มาก 4. ทกั ษะการทดลอง 3.83 0.46 มาก 5. ทกั ษะการสรา้ งเครือข่าย 3.73 0.55 มาก 6. ทักษะการเชื่อมโยง 3.71 0.59 มาก 7. ทกั ษะการวิพากษ์ 3.89 0.57 มาก 8. ทักษะการสงั เคราะห์ 3.80 0.55 มาก 9. ทกั ษะการประยกุ ต์ 3.75 0.61 มาก 10. ทักษะการสร้างสรรค์ 3.71 0.59 มาก 3.79 0.62 มาก รวม 3.68 0.62 มาก 3.79 0.56 มาก 2. การวิเิ คราะห์ป์ ัจั จัยั ที่เ่� กี่ย�่ วข้อ้ งกับั ทักั ษะการคิดิ เชิงิ นวัตั กรรมของครููสังั กัดั สำำ�นักั งานเขตพื้้น� ที่ก่� ารศึึกษา มัธั ยมศึึกษาเขต 5 จังั หวัดั อ่า่ งทอง ทั้้ง� หมด 10 ปัจั จัยั พบว่่า ทุุกปััจจััยมีีความเกี่�่ยวข้้องกัับทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของครูู สัังกััด
78 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวทิ ยาลัยเกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 สำำ�นักั งานเขตพื้้น� ที่�ก่ ารศึึกษามััธยมศึึกษาเขต 5 จังั หวััดอ่่างทอง อยู่�ในระดัับมาก โดยนโยบายองค์์กรมีีค่า่ เฉลี่�ย่ สููงสุดุ (µ = 4.31, σ = 0.52) รองลงมา คืือ การ สนัับสนุนุ จากผู้้�บริหิ าร (µ = 4.29, σ = 0.56) และลักั ษณะงาน (µ = 4.28, σ = 0.58) ส่ว่ นปััจจััยที่�่มีีค่า่ เฉลี่่�ยต่ำำ�� สุุด คืือ ความสัมั พัันธ์์กับั ผู้้�ร่ว่ มงาน (µ = 3.90, σ = 0.62) ดังั ตารางที่�่ 2 ตารางที่� 2 ปััจจััยที่�่เกี่่�ยวข้้องกัับทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของครูู สัังกััด สำำ�นักั งานเขตพื้้�นที่ก่� ารศึึกษามััธยมศึึกษา เขต 5 จังั หวััดอ่่างทอง 3 (n=692) รายการ µ σ แปลผล 1. บรบิ ทของการทำ�งาน 4.20 0.50 มาก 2. นโยบายขององคก์ ร 4.31 0.52 มาก 3. การสนบั สนนุ จากผบู้ รหิ าร 4.29 0.56 มาก 4. การพฒั นาตนเอง 4.26 0.51 มาก 5. ผลตอบแทน 4.15 0.60 มาก 6. ความสมั พันธ์กบั ผู้ร่วมงาน 3.90 0.62 มาก 7. ลักษณะงาน 4.28 0.58 มาก 8. ความก้าวหน้าในงาน 4.16 0.54 มาก 9. การยอมรบั ของสังคม 3.92 0.59 มาก 10. การสร้างเครือขา่ ยชุมชนแห่งการเรยี นรู้ 4.16 0.55 มาก 3. การวิเิ คราะห์ค์ วามสัมั พันั ธ์ร์ ะหว่า่ งปัจั จัยั ที่เ่� กี่ย่� วข้อ้ งกับั ทักั ษะการคิดิ เชิงิ นวััตกรรมของครูู สัังกััดสำำ�นัักงานเขตพื้้�นที่่�การศึึกษามััธยมศึึกษาเขต 5 จัังหวััด อ่า่ งทอง การวิเิ คราะห์ค์ วามสัมั พันั ธ์ร์ ะหว่า่ งทักั ษะการคิดิ เชิงิ นวัตั กรรมของครููกับั ปัจั จััยที่เ�่ กี่่ย� วข้้องทั้้�ง 10 ตัวั แปร คืือ บริิบทของการทำำ�งาน นโยบายองค์์กร การ สนับั สนุนุ จากผู้บ้� ริหิ าร การพัฒั นาตนเอง ผลตอบแทน ความสัมั พันั ธ์ก์ ับั ผู้้�ร่ว่ มงาน ลักั ษณะงาน ความก้้าวหน้้าในงาน การยอมรัับของสังั คม และการสร้้างเครืือข่า่ ย
ปัจจัยท่เี ก่ยี วข้องกับทกั ษะการคิดเชงิ นวัตกรรมของครู สังกัดสำ�นักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษาเขต 5 จงั หวดั อ่างทอง 79Factors Related to Innovative Thinking Skills of Teachers under the Office of Secondary Education Service Area 5 in Ang Thong Province ชุุมชนแห่่งการเรีียนรู้�้ พบว่่า ทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของครูู สัังกััดสำำ�นัักงาน เขตพื้้น� ที่่�การศึึกษามััธยมศึึกษาเขต 5 จัังหวััดอ่่างทอง มีีความสัมั พันั ธ์เ์ ชิงิ บวกใน ระดับั สููงที่ร�่ ะดับั นัยั สำำ�คัญั ทางสถิติ ิทิ ี่�่ 0.01 กับั ตัวั แปร จำ�ำ นวน 2 ตัวั แปร ได้แ้ ก่่ การ ยอมรัับของสัังคม (r = 0.631, p < 0.01) และความสััมพัันธ์์กัับผู้้�ร่่วมงาน (r = 0.599, p < 0.01) มีีความสัมั พันั ธ์เ์ ชิงิ บวกในระดับั ปานกลางที่ร่� ะดับั นัยั สำ�ำ คัญั ทางสถิติ ิิที่�่ 0.01 กับั ตัวั แปร จำ�ำ นวน 1 ตัวั แปร ได้แ้ ก่่ การสร้า้ งเครืือข่า่ ยชุมุ ชนแห่ง่ การเรีียนรู้้� (r = 0.313, p < 0.01) มีีความสััมพันั ธ์เ์ ชิิงบวกในระดัับต่ำ��ำ ที่ร�่ ะดัับนัยั สำ�ำ คัญั ทางสถิติ ิิที่�่ 0.01 กับั ตัวั แปร จำำ�นวน 4 ตััวแปร ได้แ้ ก่่ บริบิ ทของการทำำ�งาน (r = 0.201, p < 0.01) การพัฒั นาตนเอง (r = 0.166, p < 0.01) ความก้า้ วหน้า้ 3 ในงาน (r = 0.126, p < 0.01) และการสนัับสนุุนจากผู้บ�้ ริหิ าร (r = 0.102, p < 0.01) ดังั ตารางที่่� 3 กำำ�หนดให้้ XXXXYXXXXXX 6149758312 0 แทน บริบิ ทของการทำำ�งาน แทน นโยบายองค์์กร แทน การสนัับสนุุนจากผู้้บ� ริิหาร แทน การพััฒนาตนเอง แทน ผลตอบแทน แทน ความสััมพัันธ์์กัับผู้้�ร่่วมงาน แทน ลักั ษณะงาน แทน ความก้า้ วหน้้าในงาน แทน การยอมรัับของสัังคม แทน การสร้้างเครืือข่่ายชุมุ ชนแห่ง่ การเรีียนรู้้� แทน ทักั ษะการคิิดเชิิงนวัตั กรรมของครูู
80 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวิทยาลยั เกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 ตารางที่� 3 ความสัมั พันั ธ์ร์ ะหว่า่ งปัจั จัยั ที่เ�่ กี่ย่� วข้อ้ งกับั ทักั ษะการคิดิ เชิงิ นวัตั กรรม ของครูู สังั กัดั สำำ�นักั งานเขตพื้้น� ที่ก่� ารศึึกษามัธั ยมศึึกษาเขต 5 จังั หวัดั อ่่างทอง X1 X2 X3 X4 X5 X6 X7 X8 X9 X10 Y X1 1 X2 0.646** 1 3 X3 0.555** 0.796** 1 X4 0.479** 0.601** 0.642** 1 X5 0.484** 0.633** 0.659** 0.615** 1 X6 0.257** 0.270** 0.285** 0.274** 0.345** 1 X7 0.510** 0.607** 0.601** 0.601** 0.623** 0.288** 1 X8 0.480** 0.630** 0.645** 0.599** 0.743** 0.370** 0.679** 1 X9 0.201** 0.213** 0.247** 0.239** 0.240** 0.702** 0.255** 0.360** 1 X10 0.391** 0.486** 0.499** 0.559** 0.483** 0.366** 0.587** 0.575** 0.527** 1 Y 0.201** 0.092* 0.102** 0.166** 0.039 0.599** 0.084* 0.126** 0.631** 0.313** 1 หมายเหตุุ ** = มีีระดัับนััยสำ�ำ คัญั ทางสถิติ ิทิ ี่�่ 0.01 * = มีีระดัับนัยั สำ�ำ คััญทางสถิติ ิิที่�่ 0.05 4. การวิเิ คราะห์ป์ ัจั จัยั ที่เ่� กี่ย�่ วข้อ้ งกับั ทักั ษะการคิดิ เชิงิ นวัตั กรรมของครูู สังั กัดั สำ�ำ นักั งานเขตพื้้น� ที่ก่� ารศึึกษา มัธั ยมศึึกษาเขต 5 จังั หวัดั อ่า่ งทอง โดยการนำำ�ตัวั แปร ทั้้�งหมด 10 ตััว เข้้าสมการถดถอยพหุุคููณแบบมีีขั้้�นตอนเพื่่�อทำำ�นายปััจจััยที่�่ เกี่ย�่ วข้อ้ งกัับทัักษะการคิิดเชิิงนวัตั กรรมของครูู (Y) พบว่่า มีีตัวั แปรทั้้ง� หมด 6 ตััว บรคื่ื่วอริมิบกกทัาันขรออยธงอิิบกมาารัรยับททำขั�ำ ักองษงาสนะัังก(คXามร1)ค(ิXกิดา9เ)ชริิพคงันวฒั าวันมัตาสกัตัมรนรพัเมันอขธง์อ์ก(ังXบั ค4ผู)ร้�ู้รแู่่ว สลมัังะงกลาัััดนกั สษำ(�ำ Xณนั6ะั)กงผงาาลนนตเ(อขXบต7พ)แื ้้ทส�นานทมี่่�กา(Xรา5ถร) ศึึกษามััธยมศึึกษาเขต 5 จัังหวััดอ่่างทอง ได้้เท่่ากัับ 0.506 หรืือร้้อยละ 50.60
ปัจจยั ทีเ่ กย่ี วข้องกบั ทกั ษะการคิดเชิงนวตั กรรมของครู สังกัดสำ�นักงานเขตพื้นที่การศึกษามธั ยมศึกษาเขต 5 จังหวัดอา่ งทอง 81Factors Related to Innovative Thinking Skills of Teachers under the Office of Secondary Education Service Area 5 in Ang Thong Province โดยมีีค่า่ สัมั ประสิทิ ธิ์ส� หสัมั พันั ธ์พ์ หุคุ ููณ (R) เท่า่ กับั 0.711 สามารถเขีียนเป็น็ สมการ ในรููปแบบคะแนนดิิบ และสมการรููปแบบคะแนนมาตรฐาน ได้้ดัังนี้้� สมการพยากรณ์ใ์ นรููปคะแนนดิิบ Y = 1.657 + 0.324สXม9ก+า0รพ.2ย7า7กXรณ6์-ใ์ 0น.ร2ููป0ค7ะXแ5น+น0ม.1าต31รฐXา1+น0.118X4 – 0.093X7 Zโดย=มีีร0า.ย4ล0ะ8เอZีียX9ด+ ดั0ังต.3า6ร2างZทีX่�่ 64- 0 .264 ZX5+0.150 ZX1+0.128 ZX4- 0.113 ZX7 ตารางที่� 4 การวิเิ คราะห์ค์ ่า่ สัมั ประสิทิ ธิ์ก� ารถดถอยพหุคุ ููณของปัจั จัยั ที่เ�่ กี่ย�่ วข้อ้ ง 3 กัับทักั ษะการคิดิ เชิิงนวััตกรรมของครูู สัังกัดั สำำ�นัักงานเขตพื้้น� ที่�ก่ าร ศึึกษา มััธยมศึึกษาเขต 5 จัังหวัดั อ่่างทอง S.E. β (n = 692) ตวั แปร R2 B T p-value chang การยอมรบั ของสังคม (X9) 0.398 0.324 0.030 0.408 10.757 0.000** ความสัมพนั ธก์ บั ผู้รว่ มงาน (X6) 0.480 0.277 0.030 0.362 9.261 0.000** ผลตอบแทน (X5) 0.310 -0.207 0.030 -0.264 -6.868 0.000** บริบทของการท�ำ งาน (X1) 0.017 0.131 0.029 0.150 4.560 0.000** 0.034 0.128 3.468 0.001** การพฒั นาตนเอง (X4) 0.005 0.118 0.031 -0.113 -2.987 0.003** ลักษณะงาน (X7) 0.006 -0.093 คา่ คงที่ (a) = 1.657, R = 0.711, R2 = 0.506 หมายเหตุุ ** p < 0.01 อภิปรายผลการวจิ ยั ผลการวิิจัยั พบว่า่ ระดับั ทักั ษะการคิิดเชิงิ นวััตกรรมของครูู สำ�ำ นักั งานเขต พื้้น� ที่่�การศึึกษามัธั ยมศึึกษาเขต 5 จังั หวัดั อ่า่ งทอง อยู่�ในระดัับมาก สอดคล้อ้ งกัับ งานวิจิ ัยั ของ อรชร ปราจัันทร์์ (2560) ที่่�พบว่่า ผลการศึึกษาทัักษะการคิิดเชิงิ นวััตกรรมของครููอยู่ �ในระดัับมากเช่่นเดีียวกััน ทั้้�งนี้้�อาจเป็็นเพราะการกำำ�หนด
82 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 กลยุุทธ์์เพื่�่อการพััฒนาคุุณภาพครููและบุุคลากรทางการศึึกษา และพััฒนาระบบ การบริิหารจััดการและการมีีส่่วนร่่วมของสัังกััด (สำำ�นัักงานเขตพื้้�นที่�่การศึึกษา มัธั ยมศึึกษา เขต 5, 2561) เมื่�่อพิิจารณาทัักษะย่่อยที่่เ� ป็น็ องค์ป์ ระกอบของทัักษะ การคิิดเชิิงนวััตกรรม พบว่่า ทั้้�ง 10 ทัักษะย่่อยอยู่�ในระดัับมาก โดยทัักษะการ สื่อ�่ สารมีีผลการประเมิินสููงสุุด รองลงมา คืือ ทัักษะการสร้า้ งเครืือข่่าย และทักั ษะ การสังั เกต ตามลำ�ำ ดับั ส่ว่ นทักั ษะที่ม�่ ีีผลการประเมินิ ต่ำำ�� สุดุ คืือ ทักั ษะการสร้า้ งสรรค์์ การที่่�ทัักษะการสื่่�อสารมีีผลการประเมิินสููงสุุด อาจเป็็นเพราะพระราช 3 บััญญััติิการศึึกษาแห่ง่ ชาติิ พ.ศ. 2542 และที่�่แก้ไ้ ขเพิ่่�มเติิม (ฉบับั ที่�่ 4) พ.ศ. 2562 หมวด 9 เทคโนโลยีีทางการศึึกษา มาตราที่่� 64 ที่่�กำำ�หนดว่่ารัฐั จะต้้องส่ง่ เสริมิ และ สนับั สนุนุ ให้ม้ ีีการผลิติ และพัฒั นาแบบเรีียน ตำ�ำ รา หนังั สืือทางวิชิ าการ สื่อ่� สิ่ง� พิมิ พ์์ อื่�น่ ๆ วัสั ดุอุ ุุปกรณ์์ และเทคโนโลยีีเพื่่อ� การศึึกษาอื่น�่ ๆ โดยเร่่งรััดพััฒนาขีีดความ สามารถในการผลิิต จััดให้้มีีเงินิ สนัับสนุุนการผลิติ และมีีการให้้แรงจููงใจแก่่ผู้ผ้� ลิิต และพััฒนาเทคโนโลยีีเพื่�่อการศึึกษามากยิ่ �งขึ้�้น ส่่วนทัักษะที่่�มีีผลการประเมิินต่ำำ�� สุุด คืือ ทัักษะการสร้้างสรรค์์ อาจเป็็นเพราะทัักษะการสร้้างสรรค์์เป็็นความ สามารถในการมองเห็น็ ความสัมั พันั ธ์ข์ องสิ่ง� ต่า่ ง ๆ การค้น้ หาคำำ�ตอบให้ก้ ับั ปัญั หา โดยการคิิดที่่�หลากหลาย คิิดได้้อย่่างกว้้างไกลเพื่่�อขยายขอบเขตความคิิดเดิิมที่่�มีี อยู่�ไปสู่�ความคิิดใหม่่เพื่�่อสร้้างสรรค์์สิ่�งใหม่่ ๆ สอดคล้้องตามแนวคิิด ชยาภา วรรณชยานนท์์ (2558) ที่่�ว่่า ความริิเริ่�มสร้้างสรรค์์เป็็นการประยุุกต์์ความรู้้�เพื่่�อ เรีียนรู้�้ ทัักษะด้้านการคิิดอย่่างมีีวิิจารณญาณ การแก้้ปััญหาและความริิเริ่�ม สร้้างสรรค์์ไปพร้อ้ ม ๆ กัับการเรีียนเนื้้อ� หา และสอดคล้อ้ งกับั ผลของมาตรฐานที่�่ 4 ผู้�้เรีียนมีีความสามารถคิิดวิิเคราะห์์ คิิดสัังเคราะห์์ มีีวิิจารณญาณ มีีความคิิด สร้้างสรรค์์ คิิดไตร่่ตรองและมีีวิิสััยทััศน์์ โดยภาพรวมทั้้�งประเทศได้้คะแนน ร้้อยละต่ำ��ำ มาก ได้้คะแนนเพีียงร้้อยละ 11.1 (สำำ�นัักงานรัับรองมาตรฐานและ ประเมินิ คุุณภาพการศึึกษาองค์์การมหาชน, 2555) การศึึกษาปััจจััยที่�่เกี่่�ยวข้้องกัับทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของครูู สัังกััด สำำ�นักั งานเขตพื้้น� ที่ก่� ารศึึกษามัธั ยมศึึกษาเขต 5 จังั หวัดั อ่า่ งทอง ทั้้ง� หมด 10 ปัจั จัยั พบว่่า ทุุกปััจจััยมีีความเกี่่�ยวข้้องกัับทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของครูู สัังกััด สำ�ำ นักั งานเขตพื้้�นที่่ก� ารศึึกษามััธยมศึึกษาเขต 5 จัังหวััดอ่่างทอง อยู่�ในระดับั มาก
ปัจจัยที่เกีย่ วขอ้ งกบั ทักษะการคิดเชิงนวตั กรรมของครู สงั กดั ส�ำ นักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษามธั ยมศึกษาเขต 5 จงั หวัดอ่างทอง 83Factors Related to Innovative Thinking Skills of Teachers under the Office of Secondary Education Service Area 5 in Ang Thong Province โดยนโยบายองค์ก์ รมีีค่า่ เฉลี่ย่� สููงสุดุ ส่ว่ นปัจั จัยั ที่ม�่ ีีค่า่ เฉลี่ย�่ ต่ำ��ำ สุดุ คืือ ความสัมั พันั ธ์์ 3 กับั ผู้�้ ร่ว่ มงานสำ�ำ หรับั นโยบายองค์ก์ รและความสัมั พันั ธ์ก์ ับั ผู้้�ร่ว่ มงานล้ว้ นเป็น็ ปัจั จัยั ค้ำ�ำ�จุุน (Maintenance Factor) ทั้้�งสิ้�นตามทฤษฎีีสองปััจจััยของ เฮอร์์ซเบอร์์ก Herzberg and et al (1959) แต่่การที่�น่ โยบายองค์ก์ รมีีค่า่ เฉลี่ย่� สููงสุุด ทั้้ง� นี้้�อาจ เพราะนโยบายองค์ก์ รเป็น็ ปัจั จัยั เริ่ม� ต้น้ ที่จ่� ะส่ง่ ผลต่อ่ ปัจั จัยั ค้ำ��ำ จุนุ ตัวั อื่น�่ ๆ นโยบาย องค์์กรจะช่่วยเอื้�อและช่่วยค้ำ��ำ จุุนให้้แรงจููงใจในการทำ�ำ งานของบุุคคล สอดคล้้อง กับั สมยศ นาวีีการ (2549) องค์ก์ รควรต้อ้ งมีีนโยบายการบริหิ ารงานที่ช่� ัดั เจนและ สามารถทำำ�ให้้ปฏิิบััติิตััวได้้โดยไม่่เป็็นอุุปสรรคต่่อการทำำ�งาน นโยบายที่่�ดีีจะช่่วย ส่่งเสริิมให้้ผู้้�ปฏิิบััติิงานได้้ปฏิิบััติิงานได้้อย่่างเต็็มความสามารถมีีผลทำ�ำ ให้้ ประสิิทธิิภาพการทำ�ำ งานเพิ่่�มขึ้น�้ การศึึกษาความสััมพัันธ์์ระหว่่างปััจจััยที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับทัักษะการคิิดเชิิง นวััตกรรมของครูู พบว่่า ปััจจััยที่�่เกี่�่ยวข้้องกัับทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของครูู สัังกััดสำ�ำ นัักงานเขตพื้้�นที่่�การศึึกษามััธยมศึึกษาเขต 5 จัังหวััดอ่่างทอง มีีความ สััมพันั ธ์์เชิงิ บวกในระดับั สููง ที่�ร่ ะดับั นััยสำำ�คัญั ทางสถิิติิที่่� 0.01 กับั ตัวั แปร จำำ�นวน 2 ตัวั แปร ได้แ้ ก่่ การยอมรัับของสัังคม (r = 0.631, p < 0.01) และความสััมพันั ธ์์ กัับผู้้�ร่ว่ มงาน (r = 0.599, p < 0.01) การยอมรัับของสัังคมมีีส่่วนที่ท่� ำำ�ให้้ครููเกิดิ แรงกระตุ้�นที่�่จะประพฤติิและปฏิิบััติิ จะทำ�ำ ให้้คนมีีความคิิดเชิิงบวก จะช่่วย สนับั สนุนุ ให้ค้ นกล้า้ คิดิ กล้า้ ทำำ� จนนำำ�ไปสู่�เป้า้ หมายของงานและความสำ�ำ เร็จ็ ในชีีวิติ ได้้ สอดคล้้องกัับ เฮอร์์ซเบอร์์ก และคณะ (Herzberg and et al, 1959) กล่า่ ว ว่่า การได้้รัับการยอมรัับอยู่�ในรููปของการยกย่่องชมเชย แสดงความยิินดีี การให้้กำ�ำ ลัังใจที่่�ส่่อให้้เห็็นถึึงการยอมรัับในความสามารถ เมื่่�อได้้ทำำ�งานอย่่างใด อย่่างหนึ่่�งบรรลุุผลสำำ�เร็็จ การยอมรัับนัับถืือนี้้�จะแฝงอยู่่�กัับความสำ�ำ เร็็จในงาน สอดคล้อ้ งกับั ศรัณั ยูู ศิริ ิเิ จริญิ ธรรม (2556) ได้ท้ ำำ�การวิจิ ัยั เรื่อ่� ง ปัจั จัยั จููงใจที่ส่� ่ง่ ผล ต่อ่ ความเป็น็ ครููมืืออาชีีพของครููในสถานศึึกษาขั้น� พื้้น� ฐาน สังั กัดั สำำ�นักั งานเขตพื้้น� ที่่� การศึึกษาประถมศึึกษาจัันทบุุรีี พบว่่า การยอมรัับของสัังคมส่่งผลต่่อความเป็็น ครููมืืออาชีีพของครููในสถานศึึกษาขั้น� พื้้น� ฐาน ส่ว่ นความสัมั พันั ธ์ก์ ับั ผู้้�ร่ว่ มงานเป็น็ ปฏิสิ ัมั พันั ธ์ท์ ี่เ่� กิดิ จากการร่ว่ มมืือ รวมพลังั ในการทำำ�งาน แสดงถึึงความสััมพัันธ์์อัันดีีต่อ่ กันั มีีความเข้า้ ใจซึ่่�งกันั และกันั ทำ�ำ ให้้
84 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวิทยาลยั เกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 เกิดิ การบููรณาการระหว่า่ งกระบวนการทำ�ำ งานและกระบวนการเรีียนรู้เ้� ข้า้ ด้ว้ ยกันั มีีประโยชน์ต์ ่่อ การพััฒนาตนเอง พัฒั นาวิชิ าชีีพครูู เช่่น ด้า้ นความรู้�้ ด้า้ นทัักษะที่่� ใช้ใ้ นการสอน สอดคล้้องกัับ วสัันต์ ์ สุทุ ธาวาศ และ ประสพชััย พสุุนนท์์ (2558) ได้้ศึึกษาเกี่่�ยวกัับปััจจััยที่�่ส่่งผลต่่อพฤติิกรรมสร้้างนวััตกรรมระดัับบุุคคลใน สำ�ำ นักั งานคณะกรรมการการศึึกษาขั้น� พื้้น� ฐาน เป็น็ การศึึกษาระดับั พฤติกิ รรมสร้า้ ง นวัตั กรรมระดับั บุคุ คลและปัจั จัยั ที่ส�่ ่ง่ ผลต่อ่ พฤติกิ รรมสร้า้ งนวัตั กรรมระดับั บุคุ คล ในสำำ�นัักงานคณะกรรมการการศึึกษาขั้�นพื้้�นฐาน โดยศึึกษา 3 ปััจจััย ได้้แก่่ 3 1) เครืือข่า่ ยทางสังั คม 2) การเปิดิ กว้า้ งทางความคิิด และ 3) ลักั ษณะการคิิดริิเริ่ม� ผลการศึึกษา พบว่่า ทั้้ง� 3 ปััจจััย ล้้วนส่่งผลต่อ่ พฤติิกรรมสร้า้ งนวัตั กรรมระดับั บุคุ คลในสำ�ำ นักั งานคณะกรรมการการศึึกษาขั้น� พื้้�นฐาน จากการวิเิ คราะห์ป์ ัจั จัยั ที่ส่� ามารถทำำ�นายทักั ษะการคิดิ เชิงิ นวัตั กรรมของครูู สัังกััดสำำ�นัักงานเขตพื้้�นที่่�การศึึกษามััธยมศึึกษาเขต 5 จัังหวััดอ่่างทอง สามารถ อภิปิ รายผลการวิจิ ัยั ได้้ ดัังนี้้� 1) การยอมรัับของสัังคมเป็น็ ตัวั แปรสำ�ำ คััญตััวหนึ่่ง� ที่เ่� กี่่�ยวข้้องกับั ทักั ษะการ คิิดเชิิงนวััตกรรมของครูู สัังกััดสำ�ำ นัักงานเขตพื้้�นที่่�การศึึกษามััธยมศึึกษาเขต 5 จังั หวัดั อ่า่ งทอง ด้ว้ ยการยอมรับั ของสังั คมเป็น็ ปัจั จัยั ที่่�จููงใจให้ค้ นรักั งานและชอบ งาน รวมทั้้�งเป็็นตััวการสร้้างความพึึงพอใจในการปฏิบิ ััติิงานของบุุคคลในองค์์กร ให้้สามารถทำ�ำ งานได้อ้ ย่่างมีีประสิทิ ธิิภาพมากยิ่ง� ขึ้�น้ การยอมรัับของสัังคมอาจมา ในรููปของการยกย่่องชมเชย แสดงความยินิ ดีี การให้้กำ�ำ ลัังใจ หรืือการแสดงออก อื่่�น ๆ ที่�่ส่อ่ ให้เ้ ห็น็ ถึึงการยอมรับั ในความสามารถ เมื่�่อได้้ทำำ�งานอย่า่ งใดอย่า่ งหนึ่่ง� บรรลุผุ ลสำ�ำ เร็จ็ การยอมรับั นับั ถืือจะแฝงอยู่่�กับั ความสำ�ำ เร็จ็ ในงาน ทำำ�ให้ค้ รููมีีความ มั่น� คงในอาชีีพเป็็นไปตามแนวความคิดิ ของ เฮอร์ซ์ เบอร์์ก และคณะ (Herzberg and et al, 1959) สอดคล้อ้ งกับั แนวความคิดิ ของ มาสโลว์ ์ (Maslow, 1970 อ้้าง ใน ธงชััย สันั ติิวงษ์์, 2542) การยอมรัับของสัังคมเป็น็ ความต้้องการที่จ�่ ะมีีความ รู้�้สึกภาคภููมิิใจในตนเอง เกิิดจากการยกย่่องและนัับถืือจากบุุคคลอื่่�น ความรู้�้สึก ภาคภููมิิใจนั้้�นอาจมาจากชื่อ�่ เสีียงเกีียรติิยศ และการชื่่น� ชมจากสังั คม การมีีหน้้าที่่� การงานและรายได้ม้ั่น� คง มีีตำ�ำ แหน่ง่ หน้้าที่�่ และมีีชื่่อ� เสีียงเป็็นที่่ย� อมรับั ของกลุ่�ม
ปัจจัยท่ีเกย่ี วข้องกบั ทักษะการคิดเชิงนวตั กรรมของครู สังกัดสำ�นกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษาเขต 5 จังหวดั อ่างทอง 85Factors Related to Innovative Thinking Skills of Teachers under the Office of Secondary Education Service Area 5 in Ang Thong Province 2) ความสัมั พันั ธ์ก์ ับั ผู้�้ ร่ว่ มงานเป็น็ อีีกตัวั แปรสำำ�คัญั ที่เ�่ กี่ย่� วข้อ้ งกับั ทักั ษะการ 3 คิิดเชิิงนวััตกรรมของครูู สัังกััดสำำ�นัักงานเขตพื้้�นที่�่การศึึกษามััธยมศึึกษาเขต 5 จัังหวััดอ่่างทอง เป็็นการมีีปฏิิสััมพัันธ์์ที่�่เกิิดจากการร่่วมมืือ ทำำ�ให้้เกิิดการบููรณา การระหว่า่ งกระบวนการทำ�ำ งานและกระบวนการเรีียนรู้เ้� ข้า้ ด้ว้ ยกันั ซึ่ง่� มีีประโยชน์์ ต่่อการพััฒนาตนเอง การพััฒนาวิิชาชีีพครูู เช่่น ด้้านความรู้�้ ด้้านทัักษะที่�่ใช้้ใน การสอน สอดคล้อ้ งกับั วัักส์แ์ มน (Kwakman, C. H. E. , 2003) ที่่�กล่า่ วว่่า การเรีียนรู้้�จากการมีีปฏิิสััมพัันธ์์ในการทำ�ำ งานเป็็นการเรีียนรู้้�ที่�่เกิิดจากความร่่วม มืือ และรวมพลัังในการปฏิิบััติิงาน ทำ�ำ ให้้ได้้ข้้อมููลย้้อนกลัับ และข้้อมููลสารสนเทศ ใหม่่ ๆ เป็น็ การช่ว่ ยสร้้างวัฒั นธรรมของการเรีียนรู้�แ้ ละสร้า้ งแหล่่งการเรีียนรู้�้ 3) ผลตอบแทน เป็็นอีีกตััวแปรสำำ�คััญที่�่เกี่่�ยวข้้องกัับทัักษะการคิิดเชิิง นวััตกรรมของครูู สัังกััดสำำ�นัักงานเขตพื้้�นที่่�การศึึกษามััธยมศึึกษาเขต 5 จัังหวััด อ่า่ งทอง เป็น็ ปัจั จัยั ที่จ่� ููงใจให้ค้ นรักั งานและชอบงาน รวมทั้้ง� เป็น็ ตัวั การสร้า้ งความ พึึงพอใจในการปฏิิบััติิงาน สอดคล้้องกัับ สมยศ นาวีีการ (2549) กล่่าวว่่า ผลตอบแทนมีีความสำ�ำ คัญั ต่อ่ การปฏิบิ ัตั ิงิ านของผู้ป้� ฏิบิ ัตั ิงิ านในด้า้ นขวัญั และกำ�ำ ลังั ใจในการทำำ�งาน การที่�่ผู้้�ปฏิิบััติิงานได้้รัับเงิินเดืือนและผลประโยชน์์ตอบแทนใน การทำำ�งานที่�่เหมาะสมกัับความรัับผิิดชอบย่่อมทำำ�ให้้ผู้้�ปฏิิบััติิงานทำำ�งานได้้อย่่าง เต็็มประสิิทธิิภาพ สอดคล้้องกัับ สำำ�นัักงานเลขาธิิการสภาการศึึกษา (2555) กล่า่ วว่่า แนวทางการพััฒนาครููของประเทศญี่�่ปุ่�นในศตวรรษที่�่ 21 คืือ การจััดให้้ มีีกิจิ กรรมที่่�สำำ�คัญั เช่่น การสร้า้ งระบบการเพิ่่�มเงิินเดืือน และรางวััลสำ�ำ หรับั ครููดีี เด่่น เช่่นเดีียวกันั กับั ศรััณยูู ศิริ ิเิ จริิญธรรม (2556) กล่่าวถึึง การที่่ค� รููได้้รัับผล ประโยชน์์ตอบแทน ได้ร้ ัับเงินิ เดืือนในการทำ�ำ งานเป็น็ ที่่น� ่่าพอใจ โดยเหมาะสมกัับ ความรัับผิิดชอบของงานการสร้้างระบบการเพิ่่�มเงิินเดืือนและรางวััล จะช่่วย ส่ง่ เสริมิ และสนับั สนุนุ โครงการในการจัดั การศึึกษา 4) บริบิ ทของการทำำ�งาน เป็น็ อีีกตััวแปรสำำ�คัญั ที่�่เกี่่�ยวข้อ้ งกับั ทัักษะการคิิด เชิงิ นวัตั กรรมของครูู สังั กัดั สำำ�นักั งานเขตพื้้น� ที่ก่� ารศึึกษา มัธั ยมศึึกษาเขต 5 จังั หวัดั อ่า่ งทอง บริบิ ทของการทำำ�งานเป็น็ สภาพแวดล้้อมและบรรยากาศในการทำ�ำ งาน ส่่งผลต่่อขวััญและกำ�ำ ลัังใจที่�่ก่่อให้้เกิิดประสิิทธิิภาพในการปฏิิบััติิงาน สอดคล้้อง กัับ ทฤษฎีีสองปััจจััยของ เฮอร์ซ์ เบอร์ก์ (Herzberg) ที่่�ได้้กล่า่ วว่่า สภาพแวดล้้อม
86 วารสารร่มพฤกษ์ มหาวิทยาลยั เกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 ทางกายภาพ และความรู้้�สึกถึึงความมั่น� คงในการทำ�ำ งาน การสร้า้ งความยั่ง� ยืืนของ อาชีีพขององค์์กร จะช่่วยค้ำ�ำ�จุุนให้้แรงจููงใจในการทำำ�งานของบุุคคล เช่่นเดีียวกัับ ศรัณั ยูู ศิริ ิเิ จริญิ ธรรม (2556) กล่า่ วถึึง บริบิ ทของการทำำ�งานว่า่ เป็น็ สภาพแวดล้อ้ ม ภายในการสร้า้ งบรรยากาศในการทำำ�งาน การมีีห้อ้ งทำ�ำ งานหรืือห้อ้ งเรีียนที่ด่� ีี มีีสิ่่ง� ที่�่อำำ�นวยความสะดวกสบาย มีีเครื่�อ่ งมืืออุุปกรณ์์ในการทำ�ำ งานครบครันั รวมไปถึึง การมีีบุคุ ลากรที่เ่� พีียงพอ ชั่่�วโมงในการสอน และภาระงานที่่�ครููได้้รับั เหมาะสมจะ ช่ว่ ยส่่งเสริมิ การทำ�ำ งาน 3 5) การพััฒนาตนเอง เป็็นอีีกตััวแปรสำ�ำ คััญที่�่เกี่่�ยวข้้องกัับทัักษะการคิิดเชิิง นวััตกรรมของครูู สัังกััดสำ�ำ นัักงานเขตพื้้�นที่่�การศึึกษามััธยมศึึกษาเขต 5 จัังหวััด อ่่างทอง เป็็นการส่่งเสริิมเพิ่่�มโอกาสให้้ได้้พััฒนาความรู้้� ความสามารถ ความ ชำำ�นาญ ด้ว้ ยการฝึกึ อบรม ทัศั นศึึกษา ดููงานนอกสถานที่�่ การสับั เปลี่ย่� นหมุนุ เวีียน งาน และการสร้า้ งเสริมิ ประสบการณ์ใ์ นการทำ�ำ งานด้า้ นต่า่ ง ๆ สอดคล้อ้ งกับั วศินิ ชููชาติิ (2559) ได้ศ้ ึึกษาเกี่ย�่ วกับั ปัจั จัยั ที่ส่� ่ง่ ผลต่อ่ ความสามารถในการจัดั การเรีียน รู้�้ของครููเพื่�่อส่่งเสริิมทัักษะการเรีียนรู้้�ของผู้้�เรีียนแห่่งศตวรรษที่�่ 21 จัังหวััด สุุพรรณบุุรีี พบว่่า ปััจจััยด้้านความสามารถในการทำำ�วิจิ ััยในชั้�นเรีียน ปััจจััยด้้าน การพััฒนาตนเอง ปัจั จััยด้้านการสนับั สนุุนจากผู้�้ บัังคับั บััญชา และปััจจััยด้า้ นแรง จููงใจ มีีประสิิทธิิภาพในการทำำ�งานร่่วมกัันต่่อความสามารถในการจััดการเรีียนรู้้� ของครููผู้�้ สอนเพื่�่อส่่งเสริิมทัักษะการเรีียนรู้�้ของผู้�้เรีียนแห่่งศตวรรษที่่� 21 จัังหวััด สุพุ รรณบุุรีี ได้ร้ ้้อยละ 55.10 6) ลัักษณะงาน เป็็นอีีกตััวแปรหนึ่่�งที่�่สำำ�คััญเกี่�่ยวข้้องกัับทัักษะการคิิดเชิิง นวััตกรรมของครูู สัังกััดสำำ�นัักงานเขตพื้้�นที่่�การศึึกษามััธยมศึึกษาเขต 5 จัังหวััด อ่า่ งทอง เป็น็ การได้้ทำ�ำ งานในสิ่ง� ที่ต่� นรักั ถนััด และสนใจมีีความท้้าทาย เป็น็ การ เสริมิ แรงจููงใจให้ค้ รููได้เ้ ป็น็ อย่า่ งดีี เป็น็ ไปตามแนวความคิดิ เฮอร์ซ์ เบอร์ก์ และคณะ (Herzberg and et al, 1959) ที่ก่� ล่า่ วว่า่ การทำำ�ให้ค้ นชอบและรักั งาน เป็น็ ตัวั การ สร้า้ งความพึึงพอใจให้บ้ ุคุ คลในองค์ก์ รปฏิบิ ัตั ิงิ านได้อ้ ย่า่ งมีีประสิทิ ธิภิ าพมากยิ่ง� ขึ้น�้ ความพึึงพอใจที่่�เกิิดขึ้�้นจากการได้้รัับมอบหมายให้้รัับผิิดชอบงานใหม่่ ๆ และมีี อำ�ำ นาจในการรัับผิิดชอบได้้อย่่างเต็็มที่�่ สอดคล้้องกัับ สมยศ นาวีีการ (2549) ที่่�กล่่าวว่่า แต่่ละคนมีีความรู้�้ความสามารถที่่�แตกต่่างกััน รวมถึึงความสนใจใน
ปจั จัยที่เก่ียวข้องกับทักษะการคดิ เชงิ นวัตกรรมของครู สังกดั สำ�นักงานเขตพนื้ ที่การศกึ ษามัธยมศกึ ษาเขต 5 จงั หวัดอา่ งทอง 87Factors Related to Innovative Thinking Skills of Teachers under the Office of Secondary Education Service Area 5 in Ang Thong Province ลักั ษณะงานตามที่ต่� นถนัดั การที่ค่� นเราได้ท้ ำ�ำ งานตรงกับั ลักั ษณะงานที่ต�่ นเองชอบ 3 หรืือถนัดั ย่อ่ มมีีผลทำำ�ให้ค้ นเรามีีความกระตืือรืือร้น้ และมีีความภาคภููมิใิ จเมื่อ่� งาน ที่ต่� นรับั ผิดิ ชอบบรรลุเุ ป้า้ หมาย สอดคล้อ้ งกับั ศรัณั ยูู ศิริ ิเิ จริญิ ธรรม (2556) ศึึกษา เกี่�่ยวกัับปััจจััยจููงใจที่�่ส่่งผลต่่อความเป็็นครููมืืออาชีีพของครููในสถานศึึกษาขั้ �นพื้้�น ฐาน สัังกัดั สำำ�นักั งานเขตพื้้�นที่่�การศึึกษาประถมศึึกษาจันั ทบุุรีี ผลการศึึกษาพบว่่า ความสััมพัันธ์์ระหว่่างปัจั จััยจููงใจกัับความเป็็นครููมืืออาชีีพของครูู มีีความสััมพัันธ์์ กันั ทางบวกในระดับั ค่อ่ นข้า้ งสููงอย่า่ งมีีนัยั สำ�ำ คัญั โดยเมื่อ�่ เรีียงตามลำำ�ดับั ความสำ�ำ คัญั ของปััจจััยจููงใจ ประกอบด้้วย การยอมรัับของสัังคม ลัักษณะงาน และความ ก้้าวหน้า้ ในงานส่่งผลต่่อความเป็็นครููมืืออาชีีพของครููในสถานศึึกษาขั้�นพื้้�นฐาน สรุปผลการวจิ ัย จากผลการศึึกษาวิจิ ัยั พบว่า่ ปัจั จัยั ที่เ�่ กี่ย่� วข้อ้ งกับั ทักั ษะการคิดิ เชิงิ นวัตั กรรม ของครูู สัังกัดั สำำ�นัักงานเขตพื้้�นที่ก่� ารศึึกษามัธั ยมศึึกษาเขต 5 จังั หวััดอ่่างทอง มีี ทั้้ง� หมด 6 ปัจั จัยั คืือ การยอมรับั ของสังั คม ความสัมั พันั ธ์ก์ ับั ผู้�้ ร่ว่ มงาน ผลตอบแทน บริิบทของการทำำ�งาน การพััฒนาตนเอง และลัักษณะงาน ทั้้�ง 6 ปััจจััย มีี ประสิิทธิิภาพในการทำ�ำ งานร่่วมกัันต่่อทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของครูู สัังกััด สำำ�นัักงานเขตพื้้�นที่�่การศึึกษามััธยมศึึกษาเขต 5 จัังหวััดอ่่างทอง ที่่�จะนำำ�ไปใช้้ พิิจารณาเป็็นแนวทางในการให้้การสนัับสนุุนและส่่งเสริิมในการพััฒนาครููให้้มีี ความสามารถในการคิดิ เชิงิ นวัตั กรรม พัฒั นาความสามารถในการคิดิ ค้น้ สิ่ง� ใหม่ๆ่ เข้้ามาปรัับใช้้ในสถานการณ์์ปััจจุบุ ััน สามารถตอบสนองความต้้องการของผู้เ�้ รีียน ให้้เกิดิ การเรีียนรู้้� และเพื่่�อใช้้ในการพัฒั นาระบบการศึึกษาของประเทศ ข้อเสนอแนะในการนำ�ผลการวจิ ยั ไปใช้ 1. จากผลการวิิจััยเกี่่�ยวกัับระดัับทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของครููสัังกััด สำ�ำ นัักงานเขตพื้้น� ที่่ก� ารศึึกษามััธยมศึึกษาเขต 5 จัังหวััดอ่า่ งทอง ที่่�พบว่่า ทักั ษะ ย่่อยที่ค�่ รููต้อ้ งพัฒั นา คืือ ทักั ษะการสร้า้ งสรรค์์ ผู้้�บริหิ าร เพื่�่อนครูู และผู้�้ ที่ม่� ีีส่่วน เกี่ย�่ วข้อ้ งต้อ้ งร่ว่ มกันั หาแนวทางการพัฒั นาให้ท้ ักั ษะการสร้า้ งสรรค์ข์ องครููเพิ่่ม� มาก ยิ่�งขึ้น้� โดยผ่่านกระบวนการหลากหลายวิธิ ีี
88 วารสารร่มพฤกษ์ มหาวทิ ยาลัยเกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 2. จากผลการวิิจััยของปััจจััยที่่�ส่่งผลต่่อทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของครูู สัังกััดสำำ�นัักงานเขตพื้้�นที่�่การศึึกษามััธยมศึึกษาเขต 5 จัังหวััดอ่่างทอง มีีทั้้�งหมด 6 ปัจั จัยั คืือ การยอมรับั ของสังั คม ความสัมั พันั ธ์ก์ ับั ผู้�้ ร่ว่ มงาน ผลตอบแทน บริบิ ท ของการทำ�ำ งาน การพัฒั นาตนเอง และลักั ษณะงาน ทั้้�ง 6 ปััจจัยั มีีประสิทิ ธิิภาพ ร่่วมกัันต่่อทัักษะการคิิดเชิิงนวััตกรรมของครูู สัังกััดสำำ�นัักงานเขตพื้้�นที่�่การศึึกษา มััธยมศึึกษาเขต 5 จัังหวััดอ่่างทอง ควรนำำ�ปััจจััยดัังกล่่าวไปส่่งเสริิมและพััฒนา ทักั ษะการคิดิ เชิิงนวััตกรรมให้้เกิดิ ขึ้น�้ ในสถานศึึกษาอื่�น่ ๆ ต่่อไป 3 เอกสารอ้างองิ กองบริหิ ารงานวิจิ ัยั และประกันั คุณุ ภาพการศึึกษา. (2560). Thailand 4.0 โมเดล ขับั เคลื่อ� นประเทศไทย สู่�ความมั่่�งคั่ง� มั่�นคง และยั่ง� ยืืน. กรุุงเทพฯ : กอง บริหิ ารงานวิิจัยั และประกันั คุณุ ภาพการศึึกษา. ชยาภา วรรณชยานนท์.์ (2558). ทัักษะการเรียี นรู้�และนวััตกรรม. (15 กันั ยายน 2562) สืืบค้้นจาก www.blog.eduzones.com. ธงชััย โรจน์์กังั สดาล. (2559). Innovative Thinking Skills : ค้้นหาทักั ษะใน การเป็็นผู้�้สร้้างสรรค์์ที่่เ� หมาะกัับตัวั คุุณ. กรุุงเทพฯ : พีีเพิลิ แวลูู โซลููชั่่�น โพรไวเดอร์์ จำ�ำ กััด. ธงชััย สัันติิวงษ์.์ (2542). องค์์การและการบริิหาร. กรุงุ เทพฯ : ไทยวัฒั นาพานิชิ . พููลพงษ์์ พงษ์์วิิทยภานุุ. (2557). การคิิดเชิิงนวััตกรรม. ชลบุุรีี : มหาวิิทยาลััย เกษตรศาสตร์.์ มารุตุ พัฒั ผล. (2562). เอกสารประกอบการบรรยาย เรื่อ� ง ทัักษะการโค้ช้ เพื่่�อครู.ู กรุงุ เทพฯ : มหาวิิทยาลััยศรีีนคริินทรวิโิ รฒ. วศินิ ชููชาติ.ิ (2559). ปัจั จััยที่่�ส่ง่ ผลต่อ่ ความสามารถในการจัดั การเรียี นรู้้�ของครูู เพื่่�อส่่งเสริิมทัักษะการเรีียนรู้้�ของผู้้�เรีียนแห่่งศตวรรษที่่� 21 จัังหวััด สุพุ รรณบุรุ ี.ี คณะศึึกษาศาสตร์ ์ สาขาพัฒั นศึึกษา มหาวิทิ ยาลัยั ศิลิ ปากร, กรุงุ เทพฯ. วสัันต์์ สุุทธาวาศ และ ประสพชััย พสุุนนท์์. (2558). ปััจจััยที่่�ส่่งผลต่อ่ พฤติกิ รรม สร้้างนวััตกรรมระดัับบุุคคลในสำ�ำ นัักงานคณะกรรมการการศึึกษาขั้�น พื้้น� ฐาน. วารสารมนุษุ ยศาสตร์์ สังั คมศาสตร์์ และศิลิ ปะ, 8(1), 530-545.
ปจั จยั ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมของครู สงั กัดสำ�นกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษามัธยมศึกษาเขต 5 จงั หวดั อา่ งทอง 89Factors Related to Innovative Thinking Skills of Teachers under the Office of Secondary Education Service Area 5 in Ang Thong Province ศรััณยูู ศิิริเิ จริิญธรรม. (2556). ปัจั จััยจููงใจที่่ส� ่่งผลต่อ่ ความเป็็นครูมู ืืออาชีพี ของ 3 ครููในสถานศึึกษาขั้�นพื้้�นฐาน สัังกััดสำำ�นัักงานเขตพื้้�นที่่�การศึึกษาประถม ศึึกษาจัันทบุุรีี. คณะครุุศาสตร์์ สาขาบริิหารการศึึกษา มหาวิิทยาลััย ราชภัฏั รำ�ำ ไพพรรณีี, จัันทบุรุ ีี. เสนาะ ติเิ ยาว์.์ (2551). หลักั การบริหิ าร. พิมิ พ์ค์ รั้ง� ที่�่ 6. กรุงุ เทพฯ : มหาวิทิ ยาลัยั ธรรมศาสตร์.์ สมยศ นาวีีการ. (2549). การบริหิ ารและพฤติกิ รรมองค์ก์ ร. กรุงุ เทพฯ : ผู้�้ จัดั การ. สมหวััง พิิธิิยานุุวััฒน์์. (2543). ข้้อเสนอเชิิงนโยบายการปฏิิรููปวิิชาชีีพครููตาม พระราชบััญญัตั ิกิ ารประถมศึกึ ษาแห่่งชาติิ. กรุุงเทพฯ : สำำ�นักั งานคณะ กรรมการการศึึกษาแห่ง่ ชาติิ สำ�ำ นักั นายกรััฐมนตรีี. สำ�ำ นักั งานเขตพื้้น� ที่ก่� ารศึึกษามััธยมศึึกษา เขต 5. (2561). รายงานผลการดำำ�เนินิ งานประจำำ�ปีี งบประมาณ 2561. กรุุงเทพฯ : สำ�ำ นักั งานคณะกรรมการ การศึึกษาขั้�นพื้้น� ฐาน. สำ�ำ นักั งานคณะกรรมการอุดุ มศึึกษา. (2550). กรอบแผนอุดุ มศึกึ ษาระยะยาว 15 ปีี ฉบับั ที่่� 2 (พ.ศ. 2551 - 2565). กรุุงเทพฯ : โรงพิมิ พ์์แห่่งจุุฬาลงกรณ์์ มหาวิิทยาลัยั . สำำ�นัักงานรัับรองมาตรฐานและประเมิินคุุณภาพการศึึกษา (องค์์การมหาชน). (2555). คู่่�มือื การประเมินิ คุณุ ภาพภายนอกรอบสาม (2554-2558) ระดับั อุดุ มศึกึ ษา ฉบับั สถานศึกึ ษาแก้ไ้ ข เพิ่่ม� เติมิ พฤศจิกิ ายน 2554. กรุงุ เทพฯ : สำ�ำ นัักงานรัับรองมาตรฐานและประเมิินคุุณภาพการศึึกษา (องค์์การ มหาชน). สำำ�นักั งานเลขาธิกิ ารสภาการศึึกษา. (2560). แผนการศึกึ ษาชาติิ พ.ศ. 2560-2579. กรุุงเทพฯ : บริิษััท พริิกไทยหวาน จำำ�กัดั . อนุชุ า โสมาบุตุ ร. (2556). ทักั ษะการเรียี นรู้�และนวัตั กรรม สำำ�หรับั การเรียี นรู้�แห่ง่ ศตวรรษที่่� 21. (19 กันั ยายน 2562) สืืบค้น้ จาก www. teacherweekly. wordpress.com. อรชร ปราจัันทร์์. (2560). รููปแบบการบริิหารเพื่่�อพััฒนาทัักษะการคิิดเชิิง นวััตกรรมของครููในสถานศึึกษาขั้�นพื้้�นฐาน. คณะศึึกษาศาสตร์์ สาขา บริิหารการศึึกษา มหาวิิทยาลััยนเรศวร, พิิษณุุโลก.
90 วารสารร่มพฤกษ์ มหาวทิ ยาลัยเกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 Herzberg, F., Bemard, M., & Barbara, S. (1959). The motivation to work (2nd ed.). New York : John Willey & Sons. Kwakman, C. H. E. (2003). Factors affecting teachers’ participation in professional learning activities. Teaching and teacher education. 19(2), 149-170. 3
4 การยกระดบั ประสทิ ธภิ าพการด�ำ เนนิ งานส�ำ นกั งาน บญั ชคี ณุ ภาพใหเ้ ปน็ สาํ นกั งานบญั ชคี ณุ ภาพดจิ ทิ ลั Enhancing Operational Efficiency of The Quality Accounting Firm to The Digital Quality Accounting Firm จนิ ดา จอกแก้ว ธารณา เปีย่ มชาคร และ นชุ นาท จันทเตมยี ์ Jinda Jokkaew Tharana Paemchakon and Nutchanat Junttamee
92 วารสารร่มพฤกษ์ มหาวทิ ยาลัยเกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 การยกระดับั ประสิทิ ธิิภาพการดำ�ำ เนินิ งานสำ�ำ นัักงานบัญั ชีคี ุุณภาพ ให้เ้ ป็็นสํํานักั งานบััญชีคี ุณุ ภาพดิิจิทิ ััล Enhancing Operational Efficiency of The Quality Accounting Firm to The Digital Quality Accounting Firm จนิ ดา จอกแก้ว1 ธารณา เปี่ยมชาคร2 และ นุชนาท จนั ทเตมีย3์ Jinda Jokkaew Tharana Paemchakon and Nutchanat Junttamee 1คณะบริหารธุรกจิ มหาวทิ ยาลยั เกริก จงั หวัดกรุงเทพฯ 10220 ประเทศไทย Faculty of Business Administration, Krirk University, Bangkok 10220, Thailand e-mail : [email protected] 2คณะบริหารธรุ กจิ มหาวิทยาลัยเกรกิ จงั หวัดกรุงเทพฯ 10220 ประเทศไทย Faculty of Business Administration, Krirk University, Bangkok 10220, Thailand e-mail : [email protected] 4 3คณะบรหิ ารธุรกจิ มหาวิทยาลัยเกรกิ จังหวัดกรงุ เทพฯ 10220 ประเทศไทย Faculty of Business Administration, Krirk University, Bangkok 10220, Thailand e-mail : [email protected] Received : February 10, 2021 Revised : May 7, 2021 Accepted : May 11, 2021 บทคัดย่อ การเปลี่�่ยนแปลงโครงสร้้างเศรษฐกิิจของประเทศไทยสู่่�ยุุคเศรษฐศาสตร์์ ดิิจิิทััล ส่่งผลให้้สำ�ำ นัักงานบััญชีีคุุณภาพเร่่งเพิ่่�มประสิิทธิิภาพการดำ�ำ เนิินงานโดย การยกระดัับประสิิทธิิภาพการดำ�ำ เนิินงานสำ�ำ นัักงานบััญชีีคุุณภาพให้้ก้้าวไปสู่�การ เป็น็ สำ�ำ นักั งานบัญั ชีีคุณุ ภาพดิจิ ิทิ ัลั โดยมีีแนวคิดิ องค์ป์ ระกอบ 3 ส่ว่ น ตามมาตรฐาน การศึึกษาระหว่่างประเทศสำำ�หรัับผู้�้ประกอบวิิขาชีีพบััญชีี และกรอบแนวคิิด สำ�ำ หรัับฐานการรายงานทางการเงิิน คืือ ส่่วนที่�่ 1 คุุณภาพข้้อมููลทางการบััญชีี ประกอบด้้วย (1) ความถููกต้อ้ ง ครบถ้้วนสมบููรณ์์ (2) ความทัันเวลา (3) เกี่่ย� วข้้อง กัับการตััดสินิ ใจ ส่ว่ นที่่� 2 คุุณภาพระบบสารสนเทศทางการบััญชีี ประกอบด้ว้ ย (1) การบููรณาการของระบบสารสนเทศ (2) ความยืืดหยุ่�นของระบบสารสนเทศ (3) ความเสถีียรของระบบสารสนเทศ ส่่วนที่�่ 3 สมรรถนะนัักบััญชีียุุคดิิจิิทััล ประกอบด้ว้ ย (1) ทัักษะความรู้้�เกี่ย่� วกับั วิิชาชีีพบัญั ชีี (2) ความรู้�้ ด้า้ นเทคโนโลยีี
93การยกระดับประสทิ ธภิ าพการด�ำ เนินงานสำ�นักงานบัญชีคุณภาพใหเ้ ป็นสาํ นักงานบัญชคี ณุ ภาพดิจิทัล Enhancing Operational Efficiency of The Quality Accounting Firm to The Digital Quality Accounting Firm สารสนเทศ (3) ทักั ษะในการใช้แ้ ละประยุกุ ต์ใ์ ช้เ้ ครื่อ�่ งมืือเทคโนโลยีีสารสนเทศ (4) ความสามารถในการวิเิ คราะห์ข์ ้อ้ มููลการเงินิ (5) ทักั ษะในการสื่อ�่ สารเกี่ย�่ วกับั ข้อ้ มููล การเงินิ และบััญชีี (6) ทัักษะความรู้้�ด้า้ นธุุรกิิจ (7) จรรยาบรรณทางวิชิ าชีีพ คำำ�สำำ�คััญ : ยกระดับั ประสิทิ ธิภิ าพการดำ�ำ เนินิ งาน; สำำ�นักั งานบัญั ชีีคุณุ ภาพดิจิ ิทิ ัลั ; นักั บัญั ชีียุุคดิิจิิทัลั ; ระบบสารสนเทศทางการบััญชีี Abstract 4 The revolution of Thai economic structure towards digital economy has accelerated the operational efficacy of an accounting firm to digitize its accounting services. According to the International Education Standards for Professional Accountants, three components are covered as basic concepts and conceptual framework for financial reporting . Part 1: the quality of accounting information consists of (1) accuracy and completeness, (2) timeliness and (3) concerning decision-making. Part 2: quality of accounting information system consists of its (1) integration (2) flexibility and (3) stability. Part 3, the digital accountant competencies consists of (1) knowledge of professional accounting (2) knowledge of information technology (3) skills in applying information technology tools (4) ability in financial data analysis (5) communication skills relating to finance and accounting information (6) knowledge and skills in business and (7) professional ethics. Keyword : Enhancing Operational Efficiency; Digital Quality Accounting Firm; Digital Accountant; Accounting Management Information System บทน�ำ โครงสร้้างพื้้�นฐานนวััตกรรม ข้้อมููล และทัักษะความรู้้�เฉพาะทางของ ทรััพยากรมนุุษย์์อัันจะนำำ�มาซึ่�่งความมั่ �งคั่ �งและยั่ �งยืืนของประเทศไม่่ได้้มีีแต่่ธุุรกิิจ
94 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวิทยาลยั เกริก ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 หรืือกลุ่�มผู้บ�้ ริโิ ภคเท่า่ นั้้น� รวมถึึงหน่ว่ ยงานภาครัฐั ที่ก่� ำ�ำ กับั ดููแลภาคธุรุ กิจิ ที่เ�่ ข้า้ สู่�โลก ของการเปลี่ย�่ นแปลงอย่า่ งรวดเร็ว็ ส่ง่ ผลกรทบต่อ่ การประกอบวิชิ าชีีพในทุกุ มิติ ิขิ อง หลากหลายอาชีีพด้้วยกััน จากการแสดงข้้อมููลสำำ�นัักงานพััฒนาธุุรกรรมทาง อิิเล็็กทรอนิิกส์์ (สพธอ.) หรืือ ETDA กระทรวงดิิจิิทััลเพื่่�อเศรษฐกิิจและสัังคม ได้้ แสดงข้้อมููลเกี่่�ยวกัับผลการสำำ�รวจพฤติิกรรมผู้�้ใช้้อิินเทอร์์เน็็ตในประเทศไทย ปีี 2562 เพื่อ่� รวบรวมข้อ้ มููลเกี่ย่� วกับั พฤติกิ รรมการใช้อ้ ินิ เทอร์เ์ น็ต็ ของคนไทย พบว่า่ คนไทยใช้อ้ ิินเทอร์์เน็ต็ เพิ่่�มขึ้�้นอย่า่ งก้า้ วกระโดดกว่า่ 150% ส่่งผลให้้ปัจั จุุบัันไทย มีีผู้ใ้� ช้อ้ ินิ เทอร์์เน็ต็ 47.5 ล้า้ นคน หรืือราว 70% ของจำำ�นวนประชาชนทั้้�งหมดโดย เฉพาะ Gen Y (19-38 ปีี) ดัังนั้้�นกระบวนการขัับเคลื่�่อนระบบเศรษฐกิิจของโลก ที่่�ถููกขัับเคลื่่�อนด้ว้ ยนวัตั กรรมที่ม่�ุ่�งเน้น้ การนำ�ำ เทคโนโลยีีดิจิ ิทิ ัลั เข้้ามามีีบทบาทต่่อ 4 การดำ�ำ เนิินงานของธุุรกิิจในทุุกมิิติิมากขึ้้�นเพื่่�อให้้เกิิดความสอดคล้้องนโยบายของ ประเทศไทยเมื่่�อยุุคเทคโนโลยีีดิิจิิทััลเข้้ามามีีบทบาทในระบบเศรษฐกิิจถืือว่่าเป็็น ความท้า้ ทายของประเทศโดยเฉพาะกลุ่�มผู้ป้� ระกอบการที่จ่� ะขับั เคลื่อ�่ นประเทศเข้า้ สู่่�ยุุค “ประเทศไทย 4.0” ที่�่มีีการสร้้างโมเดลพััฒนาเศรษฐกิิจของประเทศไทยที่�่มีี การเชื่�่อมโยงเข้้าด้้วยกันั ระหว่่างเศรษฐกิิจภายในกัับเศรษฐกิิจโลก (Connect to the World) รวมทั้้�งการขัับเคลื่�่อนนโยบายของภาครััฐบาลที่่�มุ่�งสู่�การปฏิิรููป ประเทศไทยให้้เป็็นเทคโนโลยีียุุคดิิจิิทััลใช้้ประโยชน์์จากเทคโนโลยีีดิิจิิทััลได้้อย่่าง เต็ม็ ศักั ยภาพเพื่อ�่ เพิ่่ม� ขีีดความสามารถในการแข่ง่ ขันั และเติบิ โตทางเศรษฐกิจิ ด้ว้ ย วิิธีีการใช้้เครื่่�องมืือดิิจิิทััลในการทำ�ำ งาน (Digitization) ทั้้�งนี้้�ความเข้้มแข็็งภายใน จะต้้องสร้้างขึ้�้นจากการยกระดัับนวััตกรรมการทำ�ำ ให้้ผู้�้ประกอบการเกิิดความเข้้ม แข็ง็ ได้โ้ ดยมุ่�งเน้น้ การพัฒั นาความพร้อ้ มมีีด้ว้ ยกันั 5 ด้า้ น คืือ (1) การพัฒั นาเกษตร แบบเดิมิ ไปสู่�นวััตกรรมทางการเกษตร (smart farmer) (2) การพัฒั นาเทคโนโลยีี และนวััตกรรมทางการแพทย์์ (3) การพััฒนานวััตกรรมทางด้้านปััญญาประดิิษฐ์์ (4) การพัฒั นากลุ่�มเทคโนโลยีีทางวัฒั นธรรมและกลุ่�มงานบริกิ ารที่ม�่ ีีมููลค่า่ สููง และ (5) การพััฒนาเทคโนโลยีีและนวััตกรรมด้้านการเงิินและการบััญชีี รวมถึึงระบบ ซื้อ� ขายพาณิชิ ย์อ์ ิเิ ล็ก็ ทรอนิกิ ส์ใ์ ห้ม้ ีีความทันั สมัยั และสามารถเพิ่่ม� ความสามารถใน การแข่ง่ ขัันในระดัับนานาชาติไิ ด้้ (สุุวิทิ ย์์ เมษิินทรีีย์,์ อ้า้ งใน Borworn, 2560)
95การยกระดบั ประสทิ ธิภาพการดำ�เนนิ งานส�ำ นักงานบญั ชีคุณภาพให้เปน็ สํานกั งานบญั ชีคุณภาพดิจทิ ลั Enhancing Operational Efficiency of The Quality Accounting Firm to The Digital Quality Accounting Firm การขัับเคลื่่�อนในสายงานวิิชาชีีพบััญชีีก็็เป็็นหนึ่่�งส่่วนที่�่อยู่�ภายใต้้การกำำ�กัับ 4 ดููแลของกรมพััฒนาธุุรกิิจการค้้าที่�่พยายามพััฒนาการประกอบวิิชาชีีพบััญชีีมา อย่่างต่่อเนื่่�องสำ�ำ นัักงานบััญชีีจึึงจำ�ำ เป็็นจะต้้องปรัับตััวให้้เข้้ากัับการเปลี่่�ยนแปลง ของสถานการณ์ใ์ หม่่ ๆ เพื่อ่� การดำ�ำ รงอยู่�ได้อ้ ย่า่ งมีีคุณุ ภาพต้อ้ งเป็น็ ผู้�้ ที่ม�่ ีีทักั ษะความ รู้ก�้ ลยุทุ ธ์ใ์ นการรับั มืือกับั การปรับั เปลี่ย่� นมีีความสามารถในด้า้ นการปรับั ตัวั จึึงต้อ้ ง พััฒนาทัักษะการเรีียนรู้�้โดยการสร้้างความเข้้มแข็็งในด้้านที่่� (5) คืือ การพััฒนา เทคโนโลยีีและนวััตกรรมด้้านการเงิินและการบััญชีี รวมถึึงระบบซื้�อขายพาณิิชย์์ อิเิ ล็็กทรอนิิกส์์ให้้มีีความทัันสมััยและสามารถเพิ่่�มความสามารถในการแข่ง่ ขััน ดััง จะเห็็นได้้จากที่�่ผ่่านมา กรมพััฒนาธุุรกิิจการค้้าได้้ผลัักดัันให้้มีีโครงการรัับรอง คุุณภาพสำ�ำ นัักงานบััญชีีขึ้้�นและพยายามยกระดัับประสิิทธิิภาพการดำำ�เนิินงาน สำำ�นัักงานบััญชีีคุุณภาพให้้เป็็นสำำ�นัักงานบััญชีีคุุณภาพยุุคดิิจิิทััลอย่่างต่่อเนื่�่อง ฐปนพรรษ์์ นุุทกาญจนกุุล (2560) ผลกระทบและการเตรีียมความพร้้อมของ นัักบััญชีีไทยต่่อปััญญาประดิิษฐ์์ (AI) ผลการวิิจััยพบว่่า ปััญญาประดิิษฐ์์มีีผลต่่อ วิิชาชีีพบััญชีีในด้้านเทคโนโลยีีสารสนเทศเป็็นเครื่่�องมืือลดขั้ �นตอนกระบวนการ ทำำ�งานด้า้ นข้อ้ มููลที่ช่� ่ว่ ยให้ก้ ารตัดั สินิ ใจให้ป้ ราศจากอคติิ แต่อ่ าจมีีความเสี่ย�่ งเรื่อ�่ ง การจารกรรมข้้อมููลทางไซเบอร์์และเรื่่�องการเตรีียมความพร้้อมนัักบััญชีีไทยต่่อ ปััญญาประดิิษฐ์์ (AI) การปรัับตััวยุุคดิิจิิทััล การปรัับเปลี่�่ยนทััศนคติิและยอมรัับ เทคโนโลยีีพัฒั นาตนเองเรีียนรู้เ�้ รื่อ�่ งใหม่่ ๆ ด้า้ น Programing, Machine Learning ทำ�ำ ความเข้้าใจระบบความเสี่�่ยงที่�่เกี่�่ยวข้้องกัับปััญญาประดิิษฐ์์ (AI) นอกจากนี้้� ปััญญาประดิษิ ฐ์์ (Artificial Intelligence : AI) ได้้มีีการพััฒนาก้้าวหน้า้ อย่า่ งต่อ่ เนื่�่องซึ่ง�่ ปััจจุุบันั ได้้มีีการใช้้ AI ในการทำ�ำ งานกันั อย่่างแพร่่หลาย สำำ�หรับั ด้า้ นบัญั ชีี ระบบไม่ไ่ ด้เ้ ป็น็ สิ่ง� ที่ท่� ดแทนการทำำ�งานของนักั บัญั ชีี แต่ก่ ลับั เป็น็ ตัวั เสริมิ ให้น้ ักั บัญั ชีี สร้้างประโยชน์์ให้้แก่่องค์์กรและระบบเศรษฐกิิจผ่่านการทำำ�งานร่่วมกัันระหว่่าง ระบบ AI กัับนัักบััญชีี (สภาวิิชาชีีพบััญชีีในพระบรมราชููปถััมภ์์, 2561) ขณะที่่� ศุุกร์์ศศิิพรรณ วงศ์์ประเทศ (2561) ความพร้้อมของการใช้้ปััญญาประดิิษฐ์์ของ สำ�ำ นักั งานบัญั ชีีในการปฎิบิ ัตั ิงิ านของนักั บัญั ชีีในเขตกรุงุ เทพมหานคร พบว่า่ การเตรีียม ความพร้้อมในการใช้้ปััญญาประดิิษฐ์์ของสำ�ำ นัักงานบััญชีี นัักบััญชีีจำ�ำ เป็็นต้้องมีี ความรู้�้ ความเข้้าใจในระบบบััญชีีและมีีความพร้้อมของการใช้้งานต่่อปััญญา ประดิิษฐ์ไ์ ด้้
96 วารสารร่มพฤกษ์ มหาวทิ ยาลัยเกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 บทความวิชิ าการนี้้ � มีีวัตั ถุปุ ระสงค์ใ์ นการนำ�ำ เสนอเพื่อ�่ เป็น็ เป็น็ ประโยชน์แ์ ละ เป็็นแนวทางสำำ�หรัับสำ�ำ นัักงานบััญชีีคุุณภาพก้้าวไปสู่�การเป็็นสำำ�นัักงานบััญชีี คุณุ ภาพดิจิ ิิทัลั ได้อ้ ย่่างมีีประสิทิ ธิิภาพ บทบาทส�ำ นกั งานบญั ชีคุณภาพ สำำ�นัักงานบััญชีีคุุณภาพ หมายถึึง สำำ�นักั งานบััญชีีที่�ม่ ีีการพัฒั นาระบบการ ทำำ�บััญชีีที่ม่� ีีความทันั สมััย และมีีคุณุ ภาพในการบริกิ ารด้้านการจัดั ทำ�ำ บััญชีี มีีการ รักั ษาระดับั การให้บ้ ริกิ ารจนเป็น็ ที่น�่ ่า่ เชื่อ่� ถืือที่ผ�่ ู้ใ�้ ช้บ้ ริกิ ารมีีความพึึงพอในคุณุ ภาพ ของการบริิการรวมถึึงการทำำ�บััญชีีที่�่ถููกต้้องครบถ้้วนตามประมวลรััษฎากรและ กฎหมายที่เ่� กี่ย�่ วข้อ้ ง ทันั ต่อ่ เวลาที่ก่� ำำ�หนดเป็น็ ไปตามมาตรฐานการรายงานทางการ 4 เงินิ ซึ่ง่� ถืือเป็น็ สิ่ง� สำำ�คัญั ของการสะท้อ้ นถึึงผลการดำ�ำ เนินิ งาน ฐานะทางการเงินิ ของ กิิจการ ที่�่สอดคล้้องกัับมาตรฐาน ISO : 9001 : 2008 และจรรยาบรรณของ ผู้้�ประกอบวิิชาชีีพบััญชีีของสภาวิิชาชีีพบััญชีี โดยมีีการกำ�ำ หนดมาตรฐาน 7 ข้้อ ที่�่สำ�ำ นัักงานบััญชีีควรมีี คืือ ความรัับผิิดชอบของผู้้�บริิหารของสำ�ำ นัักงานบััญชีี ข้้อกำำ�หนดทางด้้านจรรยาบรรณของสำำ�นัักงานบััญชีี กระบวนการที่่�เกี่�่ยวข้้องกัับ ลููกค้า้ ของสำำ�นักั งานบัญั ชีี การจัดั การทรัพั ยากรของสำ�ำ นักั งานบัญั ชีี การปฏิบิ ัตั ิงิ าน ของสำำ�นัักงานบััญชีี การติิดตาม ตรวจสอบของสำ�ำ นัักงานบััญชีี และการจััดการ เอกสารของสำำ�นัักงานบััญชีี โดยกรมพััฒนาธุุรกิิจการค้้าได้้มีีการกำำ�หนดให้้มีีการ ออกหนัังสืือรัับรองคุุณภาพให้้แก่่สำำ�นัักงานบััญชีีที่�่ผ่่านการตรวจประเมิินการ ปฏิิบััติิตามข้้อกำ�ำ หนดการรัับรองคุุณภาพสำ�ำ นัักงานบััญชีีอย่่างต่่อเนื่�่อง ทั้้�งนี้้�เพื่�่อ ให้้เกิิดสำำ�นัักงานบััญชีีที่�่มีีคุุณภาพให้้เป็็นตััวอย่่างสำ�ำ นัักงานบััญชีีที่่�ดีีที่่�ควรยึึดถืือ และปฏิิบััติิตามกรมพััฒนาธุุรกิิจการค้้าได้้เปิิดโอกาสให้้สำำ�นัักงานบััญชีีที่่�มีีความ พร้้อมเข้้าร่่วมโครงการได้้ตั้ �งแต่่วัันที่�่มีีประกาศกรมพััฒนาธุุรกิิจการค้้าเรื่่�อง หลัักเกณฑ์์และเงื่�อนไขในการรัับรองคุุณภาพสำำ�นัักงานบััญชีี และข้้อกำ�ำ หนดการ รัับรองคุุณภาพสำ�ำ นักั งานบัญั ชีี (กรมพัฒั นาธุุรกิิจการค้้า, 2563) ทิศทางการยกระดับสำ�นักงานบญั ชีคุณภาพยุคดจิ ิทลั การนำำ�เทคโนโลยีีมาใช้ใ้ นองค์ก์ รเป็น็ ตัวั ขับั เคลื่อ่� นที่ส่� ำำ�คัญั ในการสร้า้ งความ ได้เ้ ปรีียบทางการแข่ง่ ขันั ซึ่ง่� ประสิทิ ธิภิ าพของเทคโนโลยีีช่ว่ ยในการจัดั เก็บ็ รวบรวม
97การยกระดับประสทิ ธิภาพการด�ำ เนินงานส�ำ นักงานบัญชคี ุณภาพใหเ้ ป็นสํานักงานบญั ชีคณุ ภาพดิจิทัล Enhancing Operational Efficiency of The Quality Accounting Firm to The Digital Quality Accounting Firm ข้้อมููลการเชื่่�อมโยงข้้อมููล การวิิเคราะห์์และประมวลผลที่่�รวดเร็็วเป็็นการพััฒนา 4 กระบวนการทำ�ำ งานให้ป้ ระหยัดั เวลาต้น้ ทุนุ ต่ำำ��แต่เ่ พิ่่ม� ประโยชน์ใ์ นการใช้ง้ านส่ง่ ผล ต่่อการมีีประสิิทธิิภาพขององค์์กรได้้มากยิ่�งขึ้้�น Astrachan (2010) พบว่่า ประโยชน์ข์ องสารสนเทศทางบัญั ชีีที่ด่� ีีจะส่ง่ ผลให้เ้ กิดิ ประโยชน์ส์ ููงสุดุ สำ�ำ หรับั องค์ก์ ร อีีกทั้้�งสามารถช่่วยให้้องค์์กรดำ�ำ เนิินงานได้้บรรลุุวััตถุุประสงค์์และเป้้าหมายที่�่วาง ไว้้ ดังั นั้้น� ทิศิ ทางการยกระดับั สำ�ำ นักั งานบัญั ชีีจำ�ำ เป็็นต้อ้ งนำำ�เทคโนโลยีีเข้า้ ไปเพื่่�อ ช่่วยในการยกระดัับการบริิหารจััดการดำำ�เนิินการและพััฒนาสำำ�นัักงานให้้มีีความ พร้้อมในการให้้บริิการแก่่ผู้�้ใช้้บริิการด้้านการทำำ�บััญชีีทั้้�งนี้้�ในการนำำ�เทคโนโลยีีไป ใช้้ในการยกระดัับและพััฒนาสำ�ำ นัักงานบััญชีีให้้มีีคุุณภาพต้้องเตรีียมความพร้้อม ปััจจััยภายในองค์์กรหลายด้้านด้้วยกััน เช่่น ฮาร์์ดแวร์์ ซอฟท์์แวร์์ ฐานข้้อมููล สารสนเทศ การสื่�่อสารระบบเครืือข่่าย กระบวนการทำ�ำ งานที่่�ซัับซ้้อน รวมทั้้�ง บุุคลากรที่�่ทำำ�งานระบบสารสนเทศเพื่่�อสร้้างความเชื่�่อมั่ �นให้้ผู้�้ใช้้บริิการเกิิดการ ยอมรับั และมีีประสิิทธิิภาพ เมื่�่อกระแสของการเปลี่่�ยนผ่่านระบบเศรษฐกิิจไปสู่่�ยุุคดิิจิิทััลเกิิดขึ้้�นใน ปััจจุุบัันกรมพััฒนาธุุรกิิจการค้้าจึึงเร่่งสร้้างมาตรฐานสำำ�นัักงานบััญชีีคุุณภาพโดย การขยายบทบาทเพิ่่�มคุุณค่่าให้้กัับองค์์กรปรัับเปลี่�่ยนรููปแบบสำำ�นัักงานบััญชีี คุณุ ภาพแบบดั้ง� เดิมิ ให้เ้ ป็น็ สำำ�นักั งานบัญั ชีีคุณุ ภาพดิจิ ิทิ ัลั มุ่�งเน้น้ การให้บ้ ริกิ ารด้า้ น การจััดทำ�ำ บััญชีีแก่่ลููกค้้าด้้วยเทคโนโลยีีสารสนเทศโดยการนำำ�เทคโนโลยีีและ นวััตกรรมมาช่่วยบริิหารจััดการระบบบััญชีี ในการรวบรวม จำ�ำ แนก จััดเก็็บ วิเิ คราะห์แ์ ละประมวลผลข้อ้ มููลอย่า่ งเป็น็ ระบบเพิ่่ม� ประสิทิ ธิภิ าพการบริหิ ารธุรุ กิจิ ให้ส้ ามารถจัดั ทำ�ำ บัญั ชีีได้อ้ ย่า่ งรวดเร็ว็ ทันั เวลา เพิ่่ม� ขีีดความสามารถในการแข่ง่ ขันั (บรรจงจิิตต์์ อัังศุุสิิงห์์, 2563) อีีกทั้้�งกระตุ้�นโดยวิิธีีการมอบรางวััลให้้สำำ�นัักงาน บััญชีีดิิจิทิ ััลดีีเด่่นประจำำ�ปีี 2563 (Best Digital Accounting Firm Award 2020) เพื่�่อกระตุ้�นให้้สำ�ำ นัักงานบััญชีีคุุณภาพปรัับตััวเข้้าสู่�การเปลี่�่ยนแปลงยุุคดิิจิิทััล ซึ่�่ง มีีสำำ�นัักงานบััญชีีคุุณภาพที่�่ผ่่านหลัักเกณฑ์์การพิิจารณาการประกวดรอบแรกได้้ รับั ประกาศเกีียรติิคุณุ จำำ�นวน 10 ราย และมีีสำำ�นักั งานบััญชีีคุณุ ภาพที่ม่� ีีผลการ ประเมิินในระดัับยอดเยี่่�ยมและได้้รัับรางวััลสำ�ำ นัักงานบััญชีีดิิจิิทััลดีีเด่่น (Best Digital Accounting Firm Award) จำำ�นวน 12 ราย
98 วารสารรม่ พฤกษ์ มหาวทิ ยาลยั เกรกิ ปีที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2564 การปฏิิบััติิงานของผู้้�ประกอบวิิชาชีีพบััญชีีในยุุคปััจจุุบัันเนื่�่องจากมีีการนำำ� ระบบสารสนเทศทางการบััญชีีหรืือการนำำ�เทคโนโลยีีและนวััตกรรมด้้านการเงิิน และการบััญชีีรวมถึึงระบบซื้ �อขายพาณิิชย์์อิิเล็็กทรอนิิกส์์ย่่อมมีีขั้้�นตอนที่�่สลัับซัับ ซ้อ้ นมากขึ้น�้ อาทิิ เช่่น ระบบสารสนเทศการจัดั เก็บ็ รัักษาเอกสารที่ถ่� ููกต้้องและ ปลอดภััยน่่าเชื่่�อถืือได้้ การตรวจสอบความถููกต้้องของข้้อมููลและการรายงาน ทางการเงิินโดยใช้้ระบบสารสนเทศ การนำำ�โปรแกรมสำ�ำ เร็็จรููปมาประยุุกต์์ใช้้กัับ การควบคุุมภายในและการบริิหารความเสี่�่ยงของธุุรกิิจ รวมถึึงการกำำ�กัับดููแล กิจิ การของสำ�ำ นักั งานบัญั ชีีคุณุ ภาพโดยผ่า่ นระบบเอกสารออนไลน์์ (Edocument) ในรููปแบบของระบบ e-Tax Invoice หรืือ e-Receipt ระบบ e-Withholding Tax ระบบ e-Filing ซึ่่ง� ในระบบงาน Digital สิ่่ง� ต่า่ ง ๆ ที่ก�่ ล่า่ วมาจะถููกแทนที่่� 4 ระบบสารสนเทศระบบเดิมิ ที่ท�่ ำ�ำ ด้ว้ ยมืือ (Manual) ของพนักั งาน (สุชุ าดา กรวิทิ ยา ศิลิ ปะ, 2559) ซึ่ง่� สำ�ำ นักั งานบัญั ชีีคุณุ ภาพต้อ้ งตระหนักั และเตรีียมตัวั รับั การพัฒั นา เทคโนโลยีีทางด้้านบััญชีีที่�่มีีการเปลี่�่ยนแปลงไปอย่่างรวดเร็็วตลอดจนปรัับตััวให้้ ก้้าวทัันโลกดิิจิิทััลที่่�ทำ�ำ ให้้การทำำ�งานอาจเพิ่่�มความซัับซ้้อนมากขึ้�้นโดยการเพิ่่�ม ความรู้�้ความสามารถทัักษะของผู้�้ประกอบวิิชาชีีพบััญชีีในทุุกๆ ด้้านถืือเป็็นสิ่ �ง สำ�ำ คััญที่่�สามารถสร้้างมููลค่่าเพิ่่�มให้้กิิจการได้้ดัังนั้้�นสำำ�นัักงานบััญชีีคุุณภาพในยุุค ดิจิ ิทิ ัลั จึึงเป็น็ มากกว่า่ การทำ�ำ บัญั ชีี (โสรดา เลิศิ อาภาจิติ ร์,์ 2563) กรมพัฒั นาธุรุ กิจิ การค้้าที่่�มีีหน้้าที่�่กำำ�กัับดููแลและส่่งเสริิมการประกอบธุุรกิิจให้้มีีการจััดทำำ�บััญชีีให้้ ถููกต้้องตามกฎหมายได้้เล็็งเห็็นความสำำ�คััญของการยกระดัับประสิิทธิิภาพการ ดำำ�เนินิ งานของสำำ�นักั งานบัญั ชีีคุณุ ภาพดิจิ ิทิ ัลั โดยส่ง่ เสริมิ ให้ผ้ ู้ป้� ระกอบวิชิ าชีีพบัญั ชีี ได้้เตรีียมความพร้้อมทั้้�งในเรื่่�ององค์์ความรู้้�และเครื่�่องมืือทางด้้านเทคโนโลยีีให้้ พร้้อมรัับกัับระบบเศรษฐกิิจดิิจิิทััล ที่�่มีีการบริิหารงานภายในและให้้บริิการแก่่ ลููกค้้าด้้วยเทคโนโลยีีสารสนเทศ (Information Technology) จึึงกํําหนด ยุุทธศาสตร์์และแนวทางการส่่งเสริิมผลัักดัันเร่่งสร้้างสํํานัักงานบััญชีีคุุณภาพใน การปรัับเปลี่่�ยนรููปแบบการให้้บริิการของธุุรกิิจสำ�ำ นัักงานบััญชีีจากแบบดั้�งเดิิม (Traditional services) ไปสู่�การเป็็นสํํานัักงานบััญชีีคุุณภาพดิิจิิทััล (Digital Accounting Firm) ซึ่�่งเป็็นการให้้บริิการด้้านการทำำ�บััญชีีแก่่ลููกค้้าโดยการใช้้ เทคโนโลยีีสารสนเทศ (Information Technology) ในการรวบรวมจััดเก็็บ
99การยกระดับประสทิ ธภิ าพการด�ำ เนินงานสำ�นักงานบัญชีคณุ ภาพให้เปน็ สาํ นักงานบญั ชีคุณภาพดิจทิ ัล Enhancing Operational Efficiency of The Quality Accounting Firm to The Digital Quality Accounting Firm วิิเคราะห์์และประมวลผลข้้อมููลอย่่างมีีระบบและรวดเร็็ว (บรรจงจิติ ต์ ์ อัังศุุสิงิ ห์์, 4 2563) ข้้อมููลทั้้�งหมดจะถููกจััดเก็็บประมวลผลและวิิเคราะห์์ด้้วย Cloud Computing พร้้อมทั้้�งเชื่�่อมโยงข้้อมููลทางบััญชีีทั้้�งกระบวนการเข้้าด้้วยกัันส่่งผล ให้้งบการเงิินที่�่ได้้มีีความถููกต้้องสามารถจััดทำำ�บััญชีีให้้แก่่ธุุรกิิจได้้อย่่างถููกต้้อง รวดเร็ว็ ลดขั้น� ตอนในการจัดั ส่ง่ เอกสาร ลดการสููญหาย และความผิดิ พลาดในการ ส่่งข้้อมููลและนำำ�เสนอข้้อมููลดัังนั้้�นการยกระดัับของสำ�ำ นัักงานบััญชีีคุุณภาพก้้าวสู่� การเป็็นสำำ�นัักงานบััญชีีคุุณภาพดิิจิิทััลยึึดหลัักตามกรอบมาตรฐานการการศึึกษา ระหว่่างประะเทศสำำ�หรัับผู้้�ประกอบวิิชาชีีพบััญชีี (Internation Education Standards for Professional Accountants : IES) ร่่วมกัับกรอบแนวคิดิ สำ�ำ หรับั การรายงานทางการเงินิ ดัังนี้้� แนวคิดมาตรฐานการศึกษาระหว่างประเทศสำ�หรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี (International Education Standards for Professional Accountants : IES) มาตรฐานการศึึกษาระหว่่างประเทศสำำ�หรัับผู้�้ประกอบวิิชาชีีพบััญชีี (International Education Standards for Professional Accountants : IES) เป็็นแนวคิิดเกี่่�ยวกัับมาตรฐานกำ�ำ หนดคุุณสมบััติิด้้านการศึึกษา ความรู้้�ความ สามารถในการปฏิบิ ััติิงานวิิชาชีีพบััญชีี ทัักษะทางวิิชาชีีพ และจรรยาบรรณของ ผู้้�ประกอบวิิชาชีีพบััญชีี ที่ก�่ ำำ�หนดโดยสหพัันธ์น์ ัักบัญั ชีีระหว่่างประเทศ (IFAC) ใน บทความนี้้จ� ะกล่า่ วถึึง 3 ฉบับั ดังั นี้้� (สภาวิชิ าชีีพบัญั ชีีในพระบรมราชููปถัมั ภ์,์ 2562) 1. มาตรฐานการศึึกษาระหว่่างประเทศสำ�ำ หรัับผู้ป�้ ระกอบวิชิ าชีีพบััญชีี : IES2 กำ�ำ หนดให้้นัักบััญชีีมืืออาชีีพต้้องมีีความรู้้�ทางวิิชาชีีพ กำำ�หนดหลัักสููตรการศึึกษา สำ�ำ หรับั ผู้ป�้ ระกอบวิชิ าชีีพบัญั ชีีโดยต้อ้ งครอบคลุมุ 3 ส่ว่ น คืือ ความรู้�้ ด้า้ นการบัญั ชีี การเงิินและความรู้�้ วิิชาที่�่เกี่�่ยวข้้อง (Accounting, Finance and Related Knowledge) ความรู้�้ ด้้านองค์์กรและธุรุ กิจิ (Organization and Business) และ ความรู้�้ ด้้านเทคโนโลยีีสารสนเทศ ( Information and Technology) 2. มาตรฐานการศึึกษาระหว่่างประเทศสำ�ำ หรับั ผู้ป�้ ระกอบวิชิ าชีีพบัญั ชีี : IES3 กำ�ำ หนดให้้นัักบััญชีีมืืออาชีีพมีีทัักษะทางวิิชาชีีพ (Professional Skills ) ทัักษะ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255