Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการสอนวิชาวัสดุช่างอุตสาหกรรม

แผนการสอนวิชาวัสดุช่างอุตสาหกรรม

Published by rujirat.empia, 2021-11-30 01:17:09

Description: แผนการสอนวิชาวัสดุช่างอุตสาหกรรม

Search

Read the Text Version

101 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 11 หนว่ ยที่ 11 ชอ่ื วชิ า วสั ดชุ า่ งอตุ สาหกรรม จำนวน 2 คาบ ชอื่ หน่วย วสั ดุสงั เคราะห์ ชั่วโมงรวม 36 ใบงานท่ี 2 เร่อื ง ยางสังเคราะห์ วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพอ่ื ให้นักศกึ ษามีความร้เู กี่ยวกับกรรมวิธกี ารผลติ และการใช้งานของยางสงั เคราะห์ 2. เพือ่ ให้นักศึกษามมี นุษยสมั พนั ธ์ มีความรับผิดชอบ มีวินัย มีความเชือ่ มนั่ ในตนเอง และมคี วามรักสามคั คใี นหมูค่ ณะ และกล้าแสดงความคิดเหน็ อยา่ งมเี หตผุ ล คำชี้แจง ให้นักศึกษาช่วยกนั ศึกษาตามหัวขอ้ ทม่ี อบหมายใหใ้ นแบบเรยี น ระดมสมองแสดงความคดิ เห็น สรปุ ประเด็นสำคญั มาใหเ้ ขา้ ใจ ยางสังเคราะห์..…………………………………………………………………………………………………... …………………………………………………………………………………………………………………….………... …………………………………………………………………………………………………………………….………... …………………………………………………………………………………………………………………….………... …………………………………………………………………………………………………………………….………... …………………………………………………………………………………………………………………….………... …………………………………………………………………………………………………………………….………... …………………………………………………………………………………………………………………….………... …………………………………………………………………………………………………………………….………... …………………………………………………………………………………………………………………….………... …………………………………………………………………………………………………………………….………... …………………………………………………………………………………………………………………….………... กลมุ่ ที่ 2 1. …………………………………………………………. เลขท่ี …………………ประธานกลมุ่ 2. …………………………………………………………. เลขที่ …………………สมาชกิ 3. …………………………………………………………. เลขท่ี …………………สมาชกิ 4. …………………………………………………………. เลขท่ี …………………สมาชกิ 5. …………………………………………………………. เลขที่ …………………สมาชกิ 6. …………………………………………………………. เลขที่ …………………สมาชกิ 7. …………………………………………………………. เลขที่ …………………สมาชิก 8. …………………………………………………………. เลขท่ี …………………สมาชิก 9. …………………………………………………………. เลขที่ …………………สมาชกิ 10. …………………………………………………..….….. เลขท่ี …………………เลขานกุ ารกลุ่ม

102 แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 11 หน่วยที่ 11 ชือ่ วิชา วัสดุช่างอุตสาหกรรม จำนวน 2 คาบ ช่อื หน่วย วสั ดุสงั เคราะห์ ชัว่ โมงรวม 36 ใบงานที่ 3 เร่อื ง สี วตั ถุประสงค์ 1. เพือ่ ใหน้ ักศกึ ษามคี วามรเู้ ก่ยี วกับกรรมวิธีการผลติ และการใช้งานของยางสังเคราห์ 2. เพือ่ ใหน้ กั ศกึ ษามีมนุษยสัมพันธ์ มีความรับผดิ ชอบ มวี ินยั มคี วามเชื่อมัน่ ในตนเอง และมีความรักสามคั คใี นหมคู่ ณะ และกลา้ แสดงความคดิ เหน็ อยา่ งมีเหตุผล คำชีแ้ จง ใหน้ กั ศกึ ษาช่วยกันศกึ ษาตามหัวขอ้ ทมี่ อบหมายใหใ้ นแบบเรยี น ระดมสมองแสดงความคดิ เหน็ สรปุ ประเด็นสำคญั มาให้เขา้ ใจ ส…ี …………...………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………….………... …………………………………………………………………………………………………………………….………... …………………………………………………………………………………………………………………….………... …………………………………………………………………………………………………………………….………... …………………………………………………………………………………………………………………….………... …………………………………………………………………………………………………………………….………... …………………………………………………………………………………………………………………….………... …………………………………………………………………………………………………………………….………... …………………………………………………………………………………………………………………….………... …………………………………………………………………………………………………………………….………... …………………………………………………………………………………………………………………….………... กล่มุ ที่ 3 1. …………………………………………………………. เลขท่ี …………………ประธานกลมุ่ 2. …………………………………………………………. เลขที่ …………………สมาชิก 3. …………………………………………………………. เลขที่ …………………สมาชิก 4. …………………………………………………………. เลขที่ …………………สมาชกิ 5. …………………………………………………………. เลขท่ี …………………สมาชกิ 6. …………………………………………………………. เลขที่ …………………สมาชิก 7. …………………………………………………………. เลขท่ี …………………สมาชิก 8. …………………………………………………………. เลขที่ …………………สมาชกิ 9. …………………………………………………………. เลขที่ …………………สมาชกิ 10. …………………………………………………..….….. เลขที่ …………………เลขานกุ ารกลมุ่

103 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 11 หน่วยที่ 11 ช่ือวิชา วสั ดุช่างอุตสาหกรรม จำนวน 2 คาบ ช่ือหน่วย วัสดุสงั เคราะห์ ชวั่ โมงรวม 36 แบบประเมินผลการเรียนรกู้ อ่ นเรียน/หลังเรยี น คำชแ้ี จง ให้นักศกึ ษาเลือกคำตอบทีถ่ ูกต้องทสี่ ดุ โดยเขยี นเคร่ืองหมายกากบาท ( X ) ลงในกระดาษคำตอบ 1. ยางธรรมชาตไิ ดม้ าจากสงิ่ ใด ก. จากการกล่ันน้ำมนั ดิบ ข. จากยางของต้นไมช้ นดิ หนึ่ง ค. จากเปลอื กของตน้ ไมช้ นดิ หนึง่ ง. ถกู ทุกขอ้ 2. น้ำยางมีลักษณะขุ่นเหมือนน้ำนม ทำให้ตกตะกอนโดยการผสมสารชนิดใด ก. ผสมกบั กรดกำมะถัน ข. กรดเกลอื ค. กรดนำ้ สม้ เจอื จาง ง. กรดไนตรกิ 3. ยางดิบทไี่ ด้จะทำปฏกิ ริ ยิ ากับออกซิเจนในอากาศมีผิวเยม้ิ เหนอะหนะ ปัญหาน้ีมวี ธิ ปี ้องกนั อย่างไร ก. โรยดว้ ยแป้งหรือปูนขาว ข. เก็บไว้ในห้องท่มี ิดชดิ ค. รมควนั ง. ถูกทุกข้อ 4. ยางดิบมคี วามแขง็ แรงน้อย ต้องปรบั ปรุงคุณภาพใหม้ คี ณุ สมบตั ติ ามวัตถปุ ระสงค์ เรยี กว่า ยางสกุ ตอ้ งเติมสารอะไรลงไป ก. ซลิ ิคอน ข. ซลิ ิโคน ค. คาร์บอน ง. กำมะถัน 5. ยางบนู า (Buna Rabber) เปน็ ยางสังเคราะหท์ ผ่ี ลติ โดยประเทศใด ก. เยอรมนี ข. สหรฐั อเมริกา ค. อังกฤษ ง. ฝรั่งเศส 6. ยางบนู าเอส (Buna S) เป็นยางสงั เคราะห์ท่ีมีการเติมยางธรรมชาติลงไปเพอื่ ให้มคี ณุ สมบตั ิดีข้นึ นำไปใชท้ ำผลิตภณั ฑ์ใด ก. ยางรถยนต์ ข. ยางป๊ัมเบรก ค. ถงุ มือ ง. พนื้ รองเทา้ 7. ยางบนู าเอน็ (Buna N) นิยมนำไปใช้ทำผลติ ภณั ฑ์ใด ก. ยางรถยนต์ ข. ยางปมั๊ เบรก ค. ยางล้อเครื่องบิน ง. ถงุ ยาง 8. สีอีทาเมล เปน็ สชี นดิ ใด ก. สีแห้งเรว็ ข. สีแหง้ ช้า ค. สพี ่นรถยนต์ ง. สีทาคอนกรีต 9. สแี ลกเกอร์ เปน็ สีชนดิ ใด ก. สแี ห้งเรว็ ข. สแี หง้ ชา้ ค. สพี น่ รถยนต์ ง. สีทาคอนกรตี 10. สีรองพ้นื ทีช่ ว่ ยในการเกาะยดึ ระหว่างสเี ก่ากบั สใี หม่ และปอ้ งกนั ไม่ให้สีเดมิ ซมึ มายงั สีใหม่ เปน็ สีชนิดใด ก. สรี องพ้นื กนั สนิม ข. สพี ้นื แตง่ หน้า ค. สซี ลิ เลอร์ ง. สโี ป๊ว

104 แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 11 หนว่ ยท่ี 11 ชื่อวิชา วัสดุช่างอตุ สาหกรรม จำนวน 2 คาบ ชอ่ื หนว่ ย วัสดุสงั เคราะห์ ชว่ั โมงรวม 36 เฉลยแบบประเมินผลการเรียนร้กู ่อนเรียน/หลงั เรียน ข้อ เฉลย 1. ข. 2. ก. 3. ค. 4. ก. 5. ค. 6. ก. 7. ค. 8. ค. 9. ก. 10. ก.

105 แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล พฤติกรรม ลำดบั ท่ี ช่ือ-สกลุ ควำมพร้อมใน กำรซักถำม ควำมสำมำรถใน ควำมมวี ินยั กริ ิยำมำรยำทท่ี รวม กำรเรียน ปัญหำ กำรแก้ปัญหำ แสดงออกต่อ ผู้อนื่ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 เกณฑ์กำรให้คะแนน ระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤตกิ รรมดงั น้ี ดี = 3 ลงช่ือ………………………………..ผ้สู ังเกต ดีมาก = 4 (ประสิทธิภาพอยใู่ นเกณฑ์ 90% ข้นึ ไป) ปรับปรุง = 1 (…………………………………) ปานกลาง = 2 (ประสิทธิภาพอยใู่ นเกณฑ์ 50% ข้นึ ไป) .…….…./.….……./….….… หมำยเหตุ : ใชแ้ บบสังเกตน้ีทุนแผนการสอน (ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ 70% ข้ึนไป) (ประสิทธิภาพต่ากว่า 50%)

106 แบบสรุปผลกำรประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ค่ำนิยม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ภาคเรียนที่……………ปี การศึกษา……………… รหสั วชิ ำ……………………………………………………….... ช่ือวชิ ำ………………………………………………………….. ระดับช้ัน……………………………………………………….. แผนก / กล่มุ ……………………………………………………. ควำม ีมม ุนษย ัสมพัน ์ธ ควำม ีมวิ ันย ควำม ัรบ ิผดชอบ ควำมเ ่ืชอ ่ัมนในตนเอง ควำมสนใจใ ่ฝ ู้ร ควำม ัรกสำ ัมคคี ควำมคิด ิรเ ่ิรมส ้รำงสรร ์ค กำรพึ่งตนเอง รวม (ใน ่สวนของ ู้ผสอน) รวม (ใน ่สวนของก ่ลุม ประเ ิมน) รวมคะแนนที่ไ ้ดจำก ้ทัง 2 ่สวน ลำดับท่ี รหสั ช่ือ - สกลุ 2 1 2 1 1 1 1 1 10 10 20 ประจำตวั 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30

107 ใบบนั ทกึ หลงั การสอน รายการสอน หนว่ ยที่ 11 เรอื่ ง วัสดุสงั เคราะห์ สอนวันท่ี………………เดอื น…………………………… พ. ศ. ……….. ครง้ั ท…่ี …...…… =================================================================== เมื่อทำการสอนเสร็จแล้วสรุปผลการสอนได้ว่า ข้อ คำถามเพ่อื นำสู่การสรปุ ใช้ ไม่ใช้ เหตุผล 1 นำเข้าสู่บทเรียนตรงตามท่ีกำหนด 2 การสอนดำเนนิ ไปตามแผนท่ีกำหนดไว้ 3 สอนได้ครบทกุ จุดประสงค์ 4 ใชส้ ่ือการสอนได้ครบตามแผนทไ่ี ด้วางไว้ 5 ใชแ้ บบฝึกหัดวดั ผล ครอบคลุมทุกจุดประสงค์ 6 นกั ศึกษาปฏบิ ตั ิงานตามใบงานเสร็จตามเวลาท่กี ำหนด บนั ทึกเพ่ิมเติม (ถา้ ม)ี ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………….ผบู้ นั ทกึ ()

108 แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 12 หน่วยที่ 12 ชื่อวิชา วัสดชุ า่ งอุตสาหกรรม จำนวน 2 คาบ ช่ือหน่วย วสั ดุสงั เคราะห์ ช่วั โมงรวม 36 แนวคดิ วสั ดุสังเคราะห์ เปน็ วสั ดุทคี่ ดิ คน้ ดว้ ยกรรมวิธีทางเคมี เพอ่ื ใหไ้ ด้สารชนิดใหม่ท่ีมีคุณสมบัตติ ามที่ต้องการ โดยทว่ี ัสดุธรรมชาติไมส่ ามารถใหไ้ ด้ หรอื ประดิษฐค์ ิดคน้ ข้นึ มาเพื่อใช้แทนวัสดธุ รรมชาติทีก่ ำลังจะหมดไปหรือมี ราคาแพง เชน่ แกว้ ยางสงั เคราะห์ พลาสตกิ และสี เปน็ ต้น สาระการเรยี นรู้ 3. พลาสตกิ ผลการเรียนรทู้ ค่ี าดหวงั 1. สามารถแยกแยะยางธรรมชาตแิ ละยางสงั เคราะห์ได้ 2. อธบิ ายวธิ ีการผลติ ยางสังเคราะห์ได้ 3. อธบิ ายประโยชน์และองค์ประกอบของสีได้ 4. อธิบายข้ันตอนการผลิตพลาสตกิ ได้ 5. แยกแยะชนดิ ของพลาสติกได้ 6. อธิบายกระบวนการเกิดแก้วได้ 7. มกี ารพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ท่ีผู้สอนสามารถสังเกต เห็น ได้ ในด้านความมีมนุษยสัมพันธ์ ความมีวินยั ความรับผิดชอบ ความเชือ่ มั่นในตนเอง ความสนใจ ใฝ่รู้ ความรกั สามคั คี ความกตัญญูกตเวที กจิ กรรมการเรยี นการสอน 1. นกั ศึกษาทำแบบประเมิผลการเรียนรู้ก่อนเรยี น (10 นาท)ี ขนั้ นำเขา้ สู่บทเรยี น (5 นาที) 2. ครูถามนักศึกษาเกีย่ วกับสิ่งของเครื่องใชภ้ ายในบ้านวา่ มีอะไรบา้ ง 3. นกั ศึกษาตอบ แจกัน ถังน้ำ กะละมัง ขนั น้ำ 4. ครถู ามนักศึกษาว่าถังน้ำ ขนั น้ำ ทำมาจากอะไร 5. นักศึกษาตอบ ทำมาจากพลาสตกิ 6. ครสู รปุ ในสปั ดาห์น้ีเราจะมาเรียนเกี่ยวกบั ความเปน็ มาของพลาสติก ชนิดของพลาสติก และการ นำไปใชง้ าน

109 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 12 หนว่ ยท่ี 12 ชื่อวิชา วัสดชุ ่างอุตสาหกรรม จำนวน 2 คาบ ชอ่ื หนว่ ย วสั ดุสงั เคราะห์ ชั่วโมงรวม 36 ขน้ั สอน (ใชว้ ธิ กี ารสอนแบบบรรยาย และนำเสนอผลงานกลุ่ม) 7. ครูอธบิ ายเกี่ยวกับความเป็นมาของพลาสตกิ ชนดิ ของพลาสติก และการนำไปใชง้ าน ข้ันสรุปและการประยุกต์ (15 นาท)ี 8. ครูและนักศึกษารว่ มกนั สรุปเน้ือหาในบทเรยี น 9. ครูประเมินผลในแบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล 10. นกั ศกึ ษาทำแบบประเมินผลการเรียนรหู้ ลงั เรยี น ส่อื การเรยี นการสอน 1. หนงั สือเรียนวิชา วัสดุช่างอุตสาหกรรม (2100-1002) ของสำนกั พมิ พ์เอมพันธ์ 2. แผ่นใส วชิ าวัสดชุ ่างอตุ สาหกรรม (2100-1002) ของสำนักพิมพ์เอมพันธ์ 3. ตัวอย่างวัสดุสังเคราะห์ (ของจรงิ ) การวัดผลและการประเมิน วธิ วี ัดผล 1. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรียนร้กู อ่ นเรียนและหลังเรียน 2. สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล 3. สงั เกตและประเมินพฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เครอ่ื งมอื วดั ผล 1. แบบประเมนิ ผลการเรียนรกู้ ่อนเรยี นและหลงั เรียน 2. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล 3. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขนึ้ อย่กู ับ การประเมนิ ตามสภาพจริง เกณฑ์การประเมนิ ผล 1. แบบประเมินผลการเรยี นรู้ก่อนเรียนและหลงั เรยี น เกณฑ์ผ่าน ทำถกู ต้อง 50% ขึ้นไป 2. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล เกณฑผ์ า่ น ต้องไมม่ ีช่องปรบั ปรงุ 3. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึน้ อยู่กับ การประเมนิ ตามสภาพจริง

110 แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 12 หนว่ ยท่ี 12 ชอ่ื วิชา วัสดชุ ่างอุตสาหกรรม จำนวน 2 คาบ ชือ่ หนว่ ย วสั ดุสงั เคราะห์ ช่ัวโมงรวม 36 แบบประเมินผลการเรียนรกู้ อ่ นเรียน/หลังเรยี น คำชี้แจง ใหน้ ักศึกษาเลือกคำตอบทถ่ี กู ตอ้ งท่ีสดุ โดยเขยี นเครื่องหมายกากบาท ( X ) ลงในกระดาษคำตอบ 1. อีพอกซี มโี ครงสรา้ งของโมเลกลุ อยา่ งไร ก. แบบเสน้ ตรง (Linear) ข. แบบก่งิ ก้านสาขา (Branch) ค. แบบยดึ ขวาง (Cross Link) ง. แบบขา่ ย (Network) 2. โครงสรา้ งของอีลาสตอมเมอรห์ รอื ยาง จะเปน็ แบบใด ก. แบบเสน้ ตรง (Linear) ข. แบบกง่ิ กา้ นสาขา (Branch) ค. แบบยึดขวาง (Cross Link) ง. แบบขา่ ย (Network) 3. พลาสตกิ ประเภทเทอร์โมพลาสตกิ มโี ครงสร้างเป็นแบบใด ก. แบบเส้นตรง และแบบกิ่งกา้ นสาขา ข. แบบยดึ ขวาง และแบบขา่ ย ค. แบบก่งิ กา้ นสาขา และแบบข่าย ง. แบบก่งิ กา้ นสาขา และแบบยดึ ขวาง 4. ข้อดขี องเทอร์โมพลาสติกท่ีนา่ สนใจคอื ก. แขง็ แรงทนทาน ข. ทดต่อกรดและด่างไดด้ ี ค. ยืดหยนุ่ ไดด้ ี ง. สามารถนำกลบั มาใชใ้ หมไ่ ดอ้ ีก 5. ข้อใดไม่ใช่เทอรโ์ มพลาสติก ก. อะมโิ น (Amino) ข. ไนลอน (Nylon) ค. อีพอกซี (Epoxy) ง. ซลิ โิ คน (Silicone) 6. ขอ้ ไดไมใ่ ช่พลาสติกชนิดเทอร์โมเซตติง ก. เมลามนี (Melamine) ข. PVC ค. ไนลอน (Nylon) ง. โพลิสไตรนี (Poly Styrene) 7. ข้อเสียของพลาสติกประเภทเทอรโ์ มเซตตงิ คอื ขอ้ ใด ก. ใช้อณุ ภูมิในการหลอมละลายสูง ข. มีความแข็งแรง แต่เปราะ ค. ใชง้ านในสภาพทอี่ ุณหภมู ติ ำ่ ไม่ดี ง. ไม่สามารถนำมาหลอมใชไ้ ดอ้ กี 8. ทอ่ นำ้ และถงั นำ้ บรรจุนำ้ ดืม่ ทำมาจากพลาสติกชนดิ ใด ก. โพลิไวนลิ คลอไรด์ หรอื PVC ข. โพลสิ ไตรีน ค. โพลเิ อทิลีน ง. ไนลอน 9. พลาสตกิ ท่ีมนี ้ำหนักเบาเตรยี มได้จาก Ethylene กับ Benzene ใช้ทำวสั ดกุ นั แตกในการบรรจผุ ลิตภณั ฑล์ งกลอ่ ง ใชท้ ำกลอ่ ง อาหาร ทำมาจากพลาสสติกชนิดใด ก. โพลไิ วนลิ คลอไรด์ หรือ PVC ข. โพลิสไตรีน ค. โพลเิ อทลิ นี ง. ไนลอน 10. ยรู ีเทนในรูปของโฟมแขง็ นยิ มนำไปใชง้ านอะไร ก. ฉีดเข้าไปในชอ่ งว่างของทอ้ งเรือ ข. ฉีดเข้าไปในผนังตู้เย็น ค. ฉดี เขา้ ไปในปีกเครื่องบิน ง. ถกู ทกุ ขอ้

111 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 หน่วยที่ 12 ชอ่ื วิชา วัสดชุ ่างอตุ สาหกรรม จำนวน 2 คาบ ชื่อหน่วย วสั ดุสงั เคราะห์ ชัว่ โมงรวม 36 11. ยรู เี ทนในรูปของของเหลว ถูกนำไปใช้ทำอะไร ก. นำ้ ยาเคลอื บเงาเนอื้ ไม้ ข. น้ำยาเคลอื บเงาหนงั ค. ใช้ทำกาว ง. ถกู ทกุ ขอ้ 12. เปน็ พลาสติกชนิดหนึง่ เนือ่ งจากมีคณุ สมบตั ลิ ืน่ ถงึ ถกู นำไปใชง้ านถอดแบบแมพ่ ิมพแ์ ละใชต้ เี สน้ แบ่งครง่ึ ถนน ก. อีพอกซี (Epoxy) ข. ซิลโิ คน (Silicone) ค. อะมโิ น (Amino) ง. ยเู รยี (Urea) 13. เปน็ พลาสติกชนดิ ประเภทเทอร์โมเซตตงิ เนอ่ื งจากมีความแขง็ และเปน็ ฉนวนไฟฟ้าไดด้ ี จงึ นยิ มนำมาหุ้มดา้ มเครื่องมือ เชน่ ด้ามไขควง ดา้ มคีม เป็นพลาสตกิ ชนดิ ใด ก. อพี อกซี (Epoxy) ข. ซลิ โิ คน (Silicone) ค. อะมิโน (Amino) ง. ยเู รีย (Urea) 14. เป็นพลาสตกิ ชนดิ ประเภทเทอร์โมเซตตงิ ทนความร้อนสูง นยิ มนำไปใช้ทำภาชนะบรรจุอาหาร ถ้วย ชาม ทำมาจากพลาสตกิ ชนดิ ใด ก. โฟม ข. ซลิ ิโคน ค. เมลามนี ง. ยเู รีย 15. เปน็ วัสดุปดิ ผวิ ซึ่งรู้จกั กนั ในนามฟอร์เมกา เปน็ พลาสติกชนิดใด ก. โฟม ข. ซิลโิ คน ค. เมลามีน ง. ยูเรีย 16. ยางธรรมชาตไิ ดม้ าจากนำ้ ยางของตน้ ไม้ เรียกว่า ก. Latex ข. Rubber ค. Plastic ง. Elastomer 17. ยางธรรมชาตใิ นประเทศไทย ได้มาจากต้นไม้ทเ่ี รียกว่าตน้ อะไร ก. ต้นยางพารา ข. ตน้ ยางปา่ ค. ต้นยางอเมซอน ง. ถูกทุกข้อ 18. สารทผี่ สมลงไปในน้ำยางเจือจางเพือ่ ให้ยางแข็งตวั คืออะไร ก. กรดนำ้ สม้ เจอื จาง ข. กรดมด ค. กรดซลั ฟูลกิ ง. ถูกทั้งขอ้ ก. และ ข. 19. เราสามารถป้องกนั ไมใ่ ห้ผิวยางพาราท่แี ห้งแล้วทำปฏกิ ริ ิยาออกซิเจน ทำให้ผวิ ยางเกิดอาการเย้มิ เหนยี วเหนอะหนะดว้ ยวิธีใด ก. ตากใหแ้ ห้ง ข. รมควัน ค. โรยแป้งหรือปนู ขาว ง. เกบ็ ไว้ในทรี่ ่ม 20. การเตมิ กำมะถนั ลงไปเผารวมกบั ยางดบิ ทำให้โมเลกลุ ของยางจับตวั กันเป็นตาข่าย กลายเป็นสารเทอรโ์ ม-เซตติง เรยี กวา่ ยางสุก นำไปใชท้ ำผลิตภณั ฑอ์ ะไร ก. ยางรถยนต์ ข. ถุงมือยางของแพทย์ ค. รองเทา้ ยาง ง. สายยางฉดี นำ้ ดับเพลงิ

112 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 12 หน่วยท่ี 12 ช่อื วชิ า วสั ดุชา่ งอุตสาหกรรม จำนวน 2 คาบ ชือ่ หนว่ ย วัสดุสงั เคราะห์ ชว่ั โมงรวม 36 เฉลยแบบประเมินผลการเรยี นร้กู ่อนเรยี น/หลงั เรยี น ข้อ เฉลย 1. ค. 2. ง. 3. ก. 4. ง. 5. ข. 6. ก. 7. ง. 8. ก. 9. ข. 10. ง. 11. ง. 12. ข. 13. ง. 14. ค. 15. ค. 16. ก. 17. ก. 18. ง. 19. ค. 20. ก.

113 แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล พฤติกรรม ลำดบั ท่ี ช่ือ-สกลุ ควำมพร้อมใน กำรซักถำม ควำมสำมำรถใน ควำมมวี ินยั กริ ิยำมำรยำทท่ี รวม กำรเรียน ปัญหำ กำรแก้ปัญหำ แสดงออกต่อ ผู้อนื่ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 เกณฑ์กำรให้คะแนน ระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤตกิ รรมดงั น้ี ดี = 3 ลงช่ือ………………………………..ผ้สู ังเกต ดีมาก = 4 (ประสิทธิภาพอยใู่ นเกณฑ์ 90% ข้นึ ไป) ปรับปรุง = 1 (…………………………………) ปานกลาง = 2 (ประสิทธิภาพอยใู่ นเกณฑ์ 50% ข้นึ ไป) .…….…./.….……./….….… หมำยเหตุ : ใชแ้ บบสังเกตน้ีทุนแผนการสอน (ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ 70% ข้ึนไป) (ประสิทธิภาพต่ากว่า 50%)

114 แบบสรุปผลกำรประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ค่ำนิยม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ภาคเรียนที่……………ปี การศึกษา……………… รหสั วชิ ำ……………………………………………………….... ช่ือวชิ ำ………………………………………………………….. ระดับช้ัน……………………………………………………….. แผนก / กล่มุ ……………………………………………………. ควำม ีมม ุนษย ัสมพัน ์ธ ควำม ีมวิ ันย ควำม ัรบ ิผดชอบ ควำมเ ่ืชอ ่ัมนในตนเอง ควำมสนใจใ ่ฝ ู้ร ควำม ัรกสำ ัมคคี ควำมคิด ิรเ ่ิรมส ้รำงสรร ์ค กำรพึ่งตนเอง รวม (ใน ่สวนของ ู้ผสอน) รวม (ใน ่สวนของก ่ลุม ประเ ิมน) รวมคะแนนที่ไ ้ดจำก ้ทัง 2 ่สวน ลำดับท่ี รหสั ช่ือ - สกลุ 2 1 2 1 1 1 1 1 10 10 20 ประจำตวั 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30

115 ใบบันทึกหลงั การสอน รายการสอน หนว่ ยที่ 12 เรื่อง วสั ดุสงั เคราะห์ สอนวันท่ี………………เดอื น…………………………… พ. ศ. ……….. ครงั้ ท…ี่ …...…… =================================================================== เมื่อทำการสอนเสร็จแล้วสรุปผลการสอนได้วา่ ข้อ คำถามเพ่อื นำสู่การสรุป ใช้ ไมใ่ ช้ เหตุผล 1 นำเข้าสู่บทเรียนตรงตามท่ีกำหนด 2 การสอนดำเนนิ ไปตามแผนที่กำหนดไว้ 3 สอนได้ครบทกุ จุดประสงค์ 4 ใชส้ ่ือการสอนได้ครบตามแผนทไ่ี ด้วางไว้ 5 ใชแ้ บบฝึกหัดวดั ผล ครอบคลุมทุกจุดประสงค์ 6 นกั ศึกษาปฏบิ ตั ิงานตามใบงานเสร็จตามเวลาทก่ี ำหนด บนั ทึกเพ่ิมเติม (ถา้ ม)ี ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………….ผูบ้ นั ทกึ ()

116 แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 13 หนว่ ยท่ี 13 ชอื่ วชิ า วสั ดุช่างอตุ สาหกรรม จำนวน 2 คาบ ชือ่ หน่วย วัสดุสงั เคราะห์ ช่ัวโมงรวม 36 แนวคิด วัสดุสังเคราะห์ เป็นวัสดทุ ่ีคิดคน้ ดว้ ยกรรมวิธที างเคมี เพ่ือให้ได้สารชนดิ ใหมท่ ่ีมีคุณสมบัติตามท่ีต้องการ โดยทว่ี ัสดุธรรมชาติไมส่ ามารถให้ได้ หรอื ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้แทนวัสดุธรรมชาตทิ กี่ ำลังจะหมดไปหรือมี ราคาแพง เชน่ แก้ว ยางสังเคราะห์ พลาสติก และสี เปน็ ต้น สาระการเรยี นรู้ 4. แกว้ ผลการเรียนร้ทู ่ีคาดหวงั 1. สามารถแยกแยะยางธรรมชาตแิ ละยางสังเคราะห์ได้ 2. อธบิ ายวิธีการผลิตยางสงั เคราะห์ได้ 3. อธบิ ายประโยชน์และองค์ประกอบของสีได้ 4. อธบิ ายข้ันตอนการผลิตพลาสตกิ ได้ 5. แยกแยะชนิดของพลาสติกได้ 6. อธบิ ายกระบวนการเกิดแก้วได้ 7. มีการพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงคท์ ่ีผู้สอนสามารถสังเกต เห็น ได้ ในด้านความมีมนุษยสัมพันธ์ ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความเชอ่ื มน่ั ในตนเอง ความสนใจ ใฝร่ ู้ ความรกั สามัคคี ความกตญั ญกู ตเวที กจิ กรรมการเรียนการสอน 1. นกั ศึกษาทำแบบประเมินผลการเรียนรู้กอ่ นเรียน (10 นาท)ี ขั้นนำเข้าสู่บทเรยี น (5 นาที) 2. ครถู ามนักศึกษาวา่ ก่อนมาโรงเรยี นนักศึกษาอาบนำ้ แล้วต้องทำอะไร 3. นกั ศกึ ษาตอบ กินข้าว สอ่ งกระจก หวีผม 4. ครูถามนักศึกษา หวผี มต้องใช้อปุ กรณ์อะไรบ้าง 5. นกั ศกึ ษาตอบ หวี กระจก 6. ครถู าม กระจกเงาทำมาจากอะไร ใครรบู้ า้ ง 7. นักศึกษาตอบ แก้ว ทราย ฯลฯ ครูสรปุ สัปดาหน์ เี้ ราจะมาศึกษาเกยี่ วกบั เร่อื งแกว้

117 แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 13 หน่วยที่ 13 ช่อื วิชา วัสดชุ า่ งอุตสาหกรรม จำนวน 2 คาบ ช่อื หนว่ ย วัสดุสงั เคราะห์ ชว่ั โมงรวม 36 ขนั้ สอน (ใชว้ ธิ กี ารสอนแบบบรรยาย และถาม-ตอบ) 8. ครบู รรยายเก่ียวกับประวตั ิความเป็นมาของแก้ว ชนิดของแก้ว การผลิตแก้ว ขน้ั สรปุ และการประยกุ ต์ (15 นาท)ี 9. ครูและนักศกึ ษาช่วยกันสรุปเนื้อหาในบทเรยี น 10. ครปู ระเมินในแบบสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล 11. นักศึกษาทำแบบประเมินผลการเรยี นรู้หลังเรยี น สอื่ การเรยี นการสอน 1. หนงั สอื เรียนวิชา วสั ดุชา่ งอตุ สาหกรรม (2100-1002) ของสำนักพิมพเ์ อมพันธ์ 2. แผ่นใส วชิ าวัสดชุ ่างอุตสาหกรรม (2100-1002) ของสำนกั พิมพ์เอมพนั ธ์ 3. ตวั อย่างวสั ดสุ งั เคราะห์ (ของจรงิ ) การวัดผลและการประเมนิ วธิ วี ดั ผล 1. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู้กอ่ นเรยี นและหลังเรียน 2. สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล 3. สงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ เครื่องมอื วัดผล 1. แบบประเมนิ ผลการเรียนรกู้ ่อนเรียนและหลงั เรียน 2. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนนขึน้ อย่กู ับ การประเมินตามสภาพจริง เกณฑก์ ารประเมนิ ผล 1. แบบประเมินผลการเรยี นรกู้ ่อนเรยี นและหลงั เรียน เกณฑผ์ ่าน ทำถูกต้อง 50% ขนึ้ ไป 2. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผา่ น ต้องไม่มีช่องปรับปรุง 3. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยกู่ ับ การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

118 แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 13 หน่วยท่ี 13 ชอ่ื วิชา วสั ดชุ า่ งอตุ สาหกรรม จำนวน 2 คาบ ช่ือหน่วย วสั ดุสงั เคราะห์ ชว่ั โมงรวม 36 แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ก่อนเรยี น/หลงั เรียน คำชแ้ี จง ใหน้ กั ศึกษาเลอื กคำตอบทถี่ ูกตอ้ งท่สี ดุ โดยเขยี นเคร่อื งหมายกากบาท ( X ) ลงในกระดาษคำตอบ 1. ขอ้ ใดไมใ่ ช่คณุ สมบัติของแกว้ ก. ทนตอ่ แรงกระแทกไดด้ ี ข. มคี วามแรงมาก ค. เจยี ระไนได้ ง. ดงึ เปน็ เส้นใยได้ 2. วัตถุดิบท่ใี ชท้ ำเนอ้ื แกว้ คอื อะไร ก. เม็ดพลาสติก ข. ทราย ค. กระเบอื้ ง ง. กระจกใส 3. ข้อใดเป็นคุณสมบัตขิ องแกว้ ก. เปน็ ฉนวนไฟฟา้ ข. ทำใหม้ ีสีต่างๆ ได้ ค. อ่อนตัวเปน็ รูปรา่ งได้เม่ือทำให้รอ้ น ง. ถกู ทกุ ขอ้ 4. โดยทว่ั ไปนยิ มเตมิ สารอะไรลงไปในแก้ว เพอ่ื ชว่ ยใหเ้ นอื้ แก้วมีความคงทน เน่ืองจากสารนนั้ หาไดง้ า่ ยและมีราคาถกู ก. แคลเซยี มออกไซด์ (CaO) ข. แคลเซยี มคารบ์ อเนต (CaCo3) ค. สังกะสีออกไซด์ (ZnO) ง. เหลก็ กล้าคาร์บอนสงู (A12O3) 5. สารที่ช่วยลดอุณหภมู ใิ นการหลอมละลายหรอื ท่ีเรยี กวา่ Flux นยิ มใช้สารชนดิ ใด ก. เศษแกว้ ข. โซเดียมออกไซด์ (Na2O) ง. สงั กะสอี อกไซด์ (ZnO) ค. Silica (SiO2) 6. แก้วถ้าเย็นตวั ลงเร็วมากเกนิ ไปจะเกิดอย่างไร ก. แก้วใสข้ึนแตแ่ ข็ง ข. แกว้ มัวไม่ใส และเปราะแตกงา่ ย ค. แกว้ เกิดการบิดงอ ง. ผวิ แกว้ เป็นเมด็ ไมเ่ รยี บ 7. มกี ารพบแก้วและทำแก้วข้ึนมาครง้ั แรกโดยชาวอะไร ก. ชาวเปอร์เซีย ข. ชาวโรมัน ค. ชาวอียิปต์ ง. ชาวอิตาลี 8. แกว้ ก้านเกลียวมวี ธิ กี ารผลติ อยา่ งไร ก. จับกา้ นแกว้ บิดขณะเปา่ ให้ร้อน ข. ขังอากาศไว้ภายในแลว้ ดูดอากาศออก ก้านแก้วจะบิดเปน็ เกลียว ค. เทแก้วทหี่ ลอมเหลวลงในแบบทกี่ า้ นเป็นเกลยี ว ง. ถกู ทุกขอ้ 9. แกว้ ในหอ้ งทดลอง เปน็ แกว้ ท่ีทนตอ่ ความรอ้ น มีคุณสมบตั พิ ิเศษกวา่ แกว้ ประเภทอ่นื ตอ้ งใส่สารอะไรแทนโซดา ก. ตะกั่ว ข. บอรกิ ออกไซด์ (Boric Oxide) ค. แคลเซียมออกไซด์ (CaO) ง. สังกะสีออกไซด์ (ZnO)

119 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 13 หนว่ ยท่ี 13 ช่ือวชิ า วัสดชุ า่ งอตุ สาหกรรม จำนวน 2 คาบ ชือ่ หน่วย วัสดุสงั เคราะห์ ชัว่ โมงรวม 36 10. แกว้ ที่ใชท้ ำเทอรโ์ มมเิ ตอร์ ต้องผสมธาตุใดลงไปเพ่อื ใหม้ ีคณุ สมบตั พิ เิ ศษ ก. ตะก่วั ข. แคลเซยี มออกไซด์ (CaO) ค. บอริกออกไซด์ (Boric Oxide) ง. แคลเซยี มฟอสเฟต (Calcium Phosphate) 11. กระจกเงานยิ มผสมเกลอื เงนิ ลงไปในกระบวนการผลติ ส่วนด้านหลังจะฉาบด้วยอะไร ก. ตะกั่ว (Pb) ข. ทองแดง (Cu) ค. เงิน (Ag) ง. ปรอท (Hg) 12. ตอ้ งการแกว้ สแี ดง ต้องผสมสารใดลงไปในส่วนผสม ก. แมงกานสี ออกไซด์ (MnO) ข. จนุ สี (CuSO2) ค. สารประกอบโครเมยี ม ง. แคดเมยี มซลั ไฟด์ (CdS) 13. แกว้ จะถูกดนั ออกมา ในขณะเดียวกัน ลมก็จะถูกเปา่ ออกมาจากแกนหมุนเป็นการผลิตแก้วลักษณะใด ก. เปน็ การผลติ ลวดแก้ว ข. เป็นการผลติ หลอดแกว้ ค. เปน็ การผลิตแผน่ แกว้ ง. เปน็ การผลิตขวดแก้ว 14. การผลิตแผน่ แกว้ ดว้ ยวิธีใดซง่ึ จะทำให้แผ่นแกว้ มีผิวเรียบและละเอยี ดโดยไมต่ ้องนำไปขัดอีก ก. วิธีลอยในหอ้ งควบคมุ บรรยากาศ ข. โดยวธิ กี ารดึง-รีด ค. วธิ กี ดแก้วลงในแบบ ง. โดยวิธกี ารเปา่ ลม 15. การผลติ ขวดแกว้ หรอื กระตกิ น้ำ ควรใชก้ รรมวธิ กี ารผลติ แบบใด ก. โดยวิธีใช้แรงเหว่ียงจากศูนยก์ ลาง ข. โดยวธิ ีการดึง-รีด ค. วธิ กี ดแกว้ ลงในแบบ ค. โดยวิธีการเปา่ ลม เฉลยแบบประเมินผลการเรียนร้กู ่อนเรียน/หลงั เรียน ข้อ เฉลย 1. ก. 2. ค. 3. ง. 4. ง. 5. ง. 6. ก. 7. ง. 8. ค. 9. ง. 10. ง. 11. ง. 12. ค. 13. ค. 14. ก. 15. ง.

120 แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล พฤติกรรม ลำดบั ท่ี ช่ือ-สกลุ ควำมพร้อมใน กำรซักถำม ควำมสำมำรถใน ควำมมวี ินยั กริ ิยำมำรยำทท่ี รวม กำรเรียน ปัญหำ กำรแก้ปัญหำ แสดงออกต่อ ผู้อนื่ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 เกณฑ์กำรให้คะแนน ระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤตกิ รรมดงั น้ี ดี = 3 ลงช่ือ………………………………..ผ้สู ังเกต ดีมาก = 4 (ประสิทธิภาพอยใู่ นเกณฑ์ 90% ข้นึ ไป) ปรับปรุง = 1 (…………………………………) ปานกลาง = 2 (ประสิทธิภาพอยใู่ นเกณฑ์ 50% ข้นึ ไป) .…….…./.….……./….….… หมำยเหตุ : ใชแ้ บบสังเกตน้ีทุนแผนการสอน (ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ 70% ข้ึนไป) (ประสิทธิภาพต่ากว่า 50%)

121 แบบสรุปผลกำรประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ค่ำนิยม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ภาคเรียนที่……………ปี การศึกษา……………… รหสั วชิ ำ……………………………………………………….... ช่ือวชิ ำ………………………………………………………….. ระดับช้ัน……………………………………………………….. แผนก / กล่มุ ……………………………………………………. ควำม ีมม ุนษย ัสมพัน ์ธ ควำม ีมวิ ันย ควำม ัรบ ิผดชอบ ควำมเ ่ืชอ ่ัมนในตนเอง ควำมสนใจใ ่ฝ ู้ร ควำม ัรกสำ ัมคคี ควำมคิด ิรเ ่ิรมส ้รำงสรร ์ค กำรพึ่งตนเอง รวม (ใน ่สวนของ ู้ผสอน) รวม (ใน ่สวนของก ่ลุม ประเ ิมน) รวมคะแนนที่ไ ้ดจำก ้ทัง 2 ่สวน ลำดับท่ี รหสั ช่ือ - สกลุ 2 1 2 1 1 1 1 1 10 10 20 ประจำตวั 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30

122 ใบบนั ทกึ หลงั การสอน รายการสอน หนว่ ยที่ 13 เรอื่ ง วัสดุสงั เคราะห์ สอนวันท่ี………………เดอื น…………………………… พ. ศ. ……….. ครง้ั ท…่ี …...…… =================================================================== เมื่อทำการสอนเสร็จแล้วสรุปผลการสอนได้ว่า ข้อ คำถามเพ่อื นำสู่การสรปุ ใช้ ไม่ใช้ เหตุผล 1 นำเข้าสู่บทเรียนตรงตามท่ีกำหนด 2 การสอนดำเนนิ ไปตามแผนท่ีกำหนดไว้ 3 สอนได้ครบทกุ จุดประสงค์ 4 ใชส้ ่ือการสอนได้ครบตามแผนทไ่ี ด้วางไว้ 5 ใชแ้ บบฝึกหัดวดั ผล ครอบคลุมทุกจุดประสงค์ 6 นกั ศึกษาปฏบิ ตั ิงานตามใบงานเสร็จตามเวลาท่กี ำหนด บนั ทึกเพ่ิมเติม (ถา้ ม)ี ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………….ผบู้ นั ทกึ ()

123 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 14 หน่วยที่ 14 ชือ่ วิชา วัสดุชา่ งอตุ สาหกรรม จำนวน 2 คาบ ชอ่ื หน่วย วสั ดไุ ฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์ ชว่ั โมงรวม 36 แนวคิด แต่เดิมมนุษย์ได้รู้จักใช้แสงสว่างซึ่งได้มาจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง เช่น ฟืน ก๊าซธรรมชาติ เทียนไข และ น้ำมันจากพืชและสัตว์ ต่อมา โทมัส แอลวา เอดิสัน ได้ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าชนิดเผาไส้ (Incandescent Lamp) เป็นครั้งแรก ซึ่งปัจจุบันก็ยังเป็นที่นิยมใช้กันอยู่ ถึงแม้ว่าจะเป็นการใช้พลังงานท่ีมีประสิทธิภาพต่ำสุด ก็ตาม เนื่องจากพลังงานส่วนใหญ่ถงึ 75% สูญเสียไปกับความร้อน ซ่ึงนกั วิทยาศาสตรก์ ็กำลังค้นคว้าเพ่ือเปลีย่ นพลังงาน ไฟฟ้าใหเ้ ป็นพลังงานแสงโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านพลังงานความร้อนก่อน สาระการเรียนรู้ 1. วสั ดไุ ฟฟา้ 2. การป้องกันอนั ตรายเมื่อกระแสไฟฟา้ เกนิ อัตรา ผลการเรยี นร้ทู ค่ี าดหวัง 1. บอกคำจำกัดความของฉนวนได้ 2. บอกคำจำกดั ความของตัวนำไฟฟ้าได้ 3. อธบิ ายความแตกตา่ งของสายไฟและเคเบิลได้ 4. อธิบายการเกิดแสงชนดิ หลอดเผาไสไ้ ด้ 5. อธิบายการทำงานของหลอดฟลอู อเรสเซนต์ได้ 6. มกี ารพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ท่ีผู้สอนสามารถสังเกต เห็น ได้ ในดา้ นความมีมนษุ ยสัมพันธ์ ความมวี ินัย ความรับผิดชอบ ความเชอ่ื มัน่ ในตนเอง ความสนใจ ใฝ่รู้ ความรกั สามัคคี ความกตัญญกู ตเวที กิจกรรมการเรียนการสอน 1. นกั ศึกษาทำแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้กอ่ นเรยี น (10 นาท)ี ข้นั นำเข้าส่บู ทเรยี น (5 นาที) 2. ครูถามนักศึกษาว่าทบี่ า้ นนักศึกษาใชอ้ ุปกรณไ์ ฟฟา้ อะไรบ้าง 3. นกั ศึกษาตอบ โทรทศั น์ วทิ ยุ แสงสวา่ ง ฯลฯ

124 แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 14 หน่วยท่ี 14 ชอ่ื วิชา วัสดชุ า่ งอุตสาหกรรม จำนวน 2 คาบ ช่อื หน่วย วสั ดุไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์ ช่ัวโมงรวม 36 4. ครจู ะเหน็ ว่าแต่ละครอบครัวมีการนำอปุ กรณ์ไฟฟา้ มาใชเ้ พ่ือความสะดวกสบาย และเพ่ือความ บันเทิงกันทุกครอบครัว ดังนนั้ นักศึกษาควรมีความรู้เก่ียวกบั วสั ดไุ ฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ ส์ไวบ้ า้ ง ดงั น้ันสัปดาหน์ เ้ี ราจะมาศึกษาเกีย่ วกบั วัสดุไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ขน้ั สอน (ใชว้ ธิ ีการสอนแบบบรรยาย และถาม-ตอบ) 5. ครูบรรยายเก่ียวกับวัสดุไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ การใชง้ านและการปอ้ งกันอนั ตรายจากการใช้ อปุ กรณ์ไฟฟ้า ขนั้ สรปุ และการประยกุ ต์ (15 นาท)ี 6. ครูและนกั ศกึ ษาช่วยกนั สรปุ เน้อื หาสาระท่ีเรยี นมา 7. นกั ศึกษาทำแบบประเมินผลการเรยี นร้หู ลงั เรยี น ส่อื การเรียนการสอน 1. หนังสือเรียนวิชา วัสดุชา่ งอตุ สาหกรรม (2100-1002) ของสำนักพมิ พ์เอมพันธ์ 2. แผ่นใส วชิ าวสั ดุช่างอุตสาหกรรม (2100-1002) ของสำนักพิมพ์เอมพนั ธ์ 3. ตัวอยา่ งวสั ดไุ ฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์ (ของจริง) การวดั ผลและการประเมนิ วิธวี ัดผล 1. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรียนรูก้ อ่ นเรยี นและหลงั เรียน 2. สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล 3. สังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ เครื่องมือวัดผล 1. แบบประเมินผลการเรยี นร้กู ่อนเรยี นและหลังเรยี น 2. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 3. แบบประเมินคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยูก่ ับ การประเมินตามสภาพจริง เกณฑก์ ารประเมินผล 1. แบบประเมินผลการเรยี นรูก้ ่อนเรียนและหลังเรยี น เกณฑ์ผ่าน ทำถกู ต้อง 50% ขนึ้ ไป 2. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑผ์ ่าน ต้องไม่มชี ่องปรับปรงุ 3. แบบประเมินคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขนึ้ อยูก่ ับ การประเมนิ ตามสภาพจริง

125 แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 14 หนว่ ยที่ 14 ชอื่ วิชา วสั ดุช่างอตุ สาหกรรม จำนวน 2 คาบ ชื่อหนว่ ย วัสดุไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์ ชัว่ โมงรวม 36 แบบประเมนิ ผลการเรยี นร้กู อ่ นเรียน/หลงั เรยี น คำช้แี จง ใหน้ ักศึกษาเลอื กคำตอบท่ถี ูกตอ้ งทส่ี ุด โดยเขียนเครื่องหมายกากบาท ( X ) ลงในกระดาษคำตอบ 1. วสั ดุชนิดใดเป็นฉนวนไฟฟา้ ก. ตะกว่ั ข. ยาง ค. ไม้ ง. ผ้าไหม 2. สายไฟฟา้ แตกตา่ งจากสายเคเบลิ อย่างไร ก. สายไฟฟา้ มขี นาดเล็กกว่าสายเคเบลิ ข. สายไฟฟ้าหมุ้ ด้วยฉนวนสขี าว แตส่ ายเคเบลิ หมุ้ ด้วยฉนวนสดี ำ ค. สายไฟฟ้าใชต้ ดิ ตั้งในบ้านหรืออาคารท่ัวไป แตส่ ายเคเบิลใชใ้ ตด้ นิ หรอื ใตน้ ำ้ ง. สายไฟฟ้าใชท้ องแดงเป็นตวั นำไฟฟ้า สายเคเบิลใช้อะลมู เิ นียมเป็นตวั นำไฟฟา้ 3. เมื่อกระแสไฟฟ้าเข้าไปในหลอดเผาไส้ ไส้หลอดทีม่ คี วามตา้ นทานสูง จะรอ้ นและเปล่งแสงออกมา แต่ไสห้ ลอดไม่ละลายเพราะ เหตุใด ก. เน่ืองจากภายในหลอดเปน็ สุญญากาศ ข. เนอ่ื งจากภายในหลอดบรรจกุ า๊ ซเฉ่อื ยไว้ ค. เน่ืองจากไสห้ ลอดมีความตา้ นทานสงู ง. ถกู ทง้ั ขอ้ ก. และ ข. 4. ภายในหลอดฟลอู อเรสเซนตเ์ คลือบด้วยสารอะไร ซึ่งทำหน้าท่เี ปลย่ี นแสงอลั ทราไวโอเลตภายในหลอดที่มองไม่เหน็ เป็นแสงท่ี สามารถมองเห็นได้ ก. ฟอสฟอรสั ข. ไนโตรเจน ค. ไฮโดรเจน ง. กำมะถัน 5. วสั ดทุ ีใ่ ช้ทำฟวิ ส์ (Fuse) ต้องมคี ณุ สมบตั ิอย่างไร ก. มคี ุณสมบัตอิ อ่ น ข. มคี วามยืดตัวสงู ค. เปน็ โลหะมจี ดุ หลอมเหลวต่ำ ง. เปน็ เหล็กที่นำไฟฟา้ ได้ดี 6. ฟิวสเ์ ส้นโดยท่ัวไปทำมาจากวสั ดุชนดิ ใด ก. ทองแดง ข. ตะกัว่ ค. ดีบุก ง. สังกะสี 7. ฟวิ สป์ ล๊กั นยิ มนำไปใชใ้ นสถานท่ีใด ก. บา้ นพกั อาศัย ข. โรงงานอุตสาหกรรม ค. ในรถยนต์ ง. ถูกทกุ ข้อ 8. ฟิวส์เสน้ ตอ้ งใช้ร่วมกบั อะไร ก. สะพานไฟ (Cut Out) ข. ใชร้ ว่ มกับเซฟตสี วติ ช์ ค. ตัวตัดไฟอตั โนมตั ิ (Circuit Breaker) ง. สวติ ชอ์ ัตโนมตั ิ (Automatic Switch)

126 แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 14 หนว่ ยที่ 14 จำนวน 2 คาบ ชือ่ วิชา วัสดชุ า่ งอตุ สาหกรรม ช่ัวโมงรวม 36 ชือ่ หนว่ ย วสั ดไุ ฟฟ้า และอเิ ล็กทรอนิกส์ 9. คารท์ ริดจฟ์ วิ ส์ (Cartridge Fuse) นิยมนำไปใชใ้ นสถานท่ีใด ก. ในโรงงานอุตสาหกรรม ข. ในรถยนต์ ค. ในบา้ นพักอาศัย ง. ในอาคารขนาดใหญ่ 10. ตัวตัดไฟอตั โนมัติ (Circuit Breaker) มหี นา้ ทอ่ี ย่างไร ก. ตดั วงจรโดยอัตโนมัติเม่ือกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเกินปกติ ข. ป้องกนั การลัดวงจรของกระแสไฟฟา้ ค. ปอ้ งกันการใช้งานเกินกำลงั ง. ถูกทุกข้อ เฉลยแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้กอ่ นเรยี น/หลังเรยี น ขอ้ เฉลย 1. ก. 2. ค. 3. ง. 4. ก. 5. ข. 6. ข. 7. ก. 8. ก. 9. ข. 10. ง.

127 แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล พฤติกรรม ลำดบั ท่ี ช่ือ-สกลุ ควำมพร้อมใน กำรซักถำม ควำมสำมำรถใน ควำมมวี ินยั กริ ิยำมำรยำทท่ี รวม กำรเรียน ปัญหำ กำรแก้ปัญหำ แสดงออกต่อ ผู้อนื่ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 เกณฑ์กำรให้คะแนน ระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤตกิ รรมดงั น้ี ดี = 3 ลงช่ือ………………………………..ผ้สู ังเกต ดีมาก = 4 (ประสิทธิภาพอยใู่ นเกณฑ์ 90% ข้นึ ไป) ปรับปรุง = 1 (…………………………………) ปานกลาง = 2 (ประสิทธิภาพอยใู่ นเกณฑ์ 50% ข้นึ ไป) .…….…./.….……./….….… หมำยเหตุ : ใชแ้ บบสังเกตน้ีทุนแผนการสอน (ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ 70% ข้ึนไป) (ประสิทธิภาพต่ากว่า 50%)

128 แบบสรุปผลกำรประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ค่ำนิยม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ภาคเรียนที่……………ปี การศึกษา……………… รหสั วชิ ำ……………………………………………………….... ช่ือวชิ ำ………………………………………………………….. ระดับช้ัน……………………………………………………….. แผนก / กล่มุ ……………………………………………………. ควำม ีมม ุนษย ัสมพัน ์ธ ควำม ีมวิ ันย ควำม ัรบ ิผดชอบ ควำมเ ่ืชอ ่ัมนในตนเอง ควำมสนใจใ ่ฝ ู้ร ควำม ัรกสำ ัมคคี ควำมคิด ิรเ ่ิรมส ้รำงสรร ์ค กำรพึ่งตนเอง รวม (ใน ่สวนของ ู้ผสอน) รวม (ใน ่สวนของก ่ลุม ประเ ิมน) รวมคะแนนที่ไ ้ดจำก ้ทัง 2 ่สวน ลำดับท่ี รหสั ช่ือ - สกลุ 2 1 2 1 1 1 1 1 10 10 20 ประจำตวั 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30

129 ใบบนั ทกึ หลงั การสอน รายการสอน หนว่ ยท่ี 14 เร่ือง วสั ดุไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์ สอนวันที่………………เดอื น…………………………… พ. ศ. ……….. คร้ังท…ี่ …...…… =================================================================== เมือ่ ทำการสอนเสรจ็ แล้วสรปุ ผลการสอนไดว้ า่ ขอ้ คำถามเพื่อนำสู่การสรปุ ใช้ ไม่ใช้ เหตุผล 1 นำเขา้ สูบ่ ทเรียนตรงตามท่ีกำหนด 2 การสอนดำเนนิ ไปตามแผนท่ีกำหนดไว้ 3 สอนไดค้ รบทุกจุดประสงค์ 4 ใชส้ ื่อการสอนไดค้ รบตามแผนท่ไี ด้วางไว้ 5 ใช้แบบฝึกหดั วดั ผล ครอบคลุมทกุ จุดประสงค์ 6 นักศกึ ษาปฏิบตั ิงานตามใบงานเสร็จตามเวลาทก่ี ำหนด บันทึกเพ่ิมเติม (ถา้ ม)ี ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………….ผบู้ ันทกึ ()

130 แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 15 หน่วยท่ี 15 ชอ่ื วิชา วัสดุชา่ งอุตสาหกรรม จำนวน 2 คาบ ช่อื หนว่ ย การผกุ รอ่ นและการป้องกนั ช่ัวโมงรวม 36 แนวคิด การผกุ ร่อนในทีน่ ห้ี มายถึง การผกุ ร่อนของโลหะ ซ่งึ จะก่อใหเ้ กิดความเสียหายก่อนที่จะถงึ เวลาอันสมควร การผกุ รอ่ นท่ีเปน็ ปญั หาในวงการอตุ สาหกรรมสว่ นมากจะเป็นการผุกร่อนจากปฏิกิรยิ าเคมไี ฟฟ้า การป้องกนั การผุกรอ่ นมีความสำคญั มาก ซึง่ นักวชิ าการต้องศึกษาและหาวิธปี ้องกันให้ถกู ต้องเหมาะสม และเสียค่าใช้จา่ ยน้อย เพือ่ ท่ีจะรักษาอุปกรณ์ เคร่ืองมือ และเคร่ืองจักรให้คงทนมอี ายุการใชง้ านยาวนาน คมุ้ ค่า กบั การลงทุน สาระการเรยี นรู้ 1. การผุกร่อนและการป้องกนั 2. สภาวะแวดล้อมที่มีผลต่อการผกุ ร่อน 3. กระบวนการผุกร่อนแบบเคมีไฟฟา้ 4. รูปแบบของการผุกร่อน 5. การปอ้ งกนั การผุกรอ่ น ผลการเรยี นรู้ท่ีคาดหวงั 1. อธิบายสภาวะแวดล้อมทท่ี ำใหเ้ กดิ การผุกร่อนได้ 2. อธิบายทฤษฎีเคมไี ฟฟา้ ของการผกุ ร่อนได้ 3. บอกรูปแบบของการผกุ ร่อนแบบตา่ งๆ ได้ 4. อธบิ ายวิธปี ้องกันการผกุ รอ่ นได้ 5. เลือกรูปแบบของการปอ้ งกนั การผุกร่อนไดเ้ หมาะสม 6. มกี ารพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงคท์ ่ีผู้สอนสามารถสังเกต เห็น ได้ ในด้านความมีมนษุ ยสัมพันธ์ ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความเชอ่ื มน่ั ในตนเอง ความสนใจ ใฝร่ ู้ ความรักสามคั คี ความกตญั ญูกตเวที กจิ กรรมการเรยี นการสอน 1. นักศึกษาทำแบบประเมินผลการเรียนรกู้ อ่ นเรยี น (10 นาท)ี ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรยี น (5 นาที) 2. ครถู ามนักศึกษา ท่อไอเสยี รถยนตเ์ มื่อใช้ไปในช่วงเวลาหนึ่งจะเกดิ อะไร 3. นักศึกษาตอบ เป็นสนิม ผุกร่อน 4. ครอู ธบิ ายหลักการ หรือเหตุผลของการผุกร่อน 5. ครูสรปุ สปั ดาห์นเ้ี ราจะมาเรียนเกี่ยวกบั การผุกร่อน และการป้องกนั

131 แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 15 หน่วยที่ 15 ช่ือวชิ า วสั ดุช่างอุตสาหกรรม จำนวน 2 คาบ ชือ่ หนว่ ย การผุกร่อนและการปอ้ งกัน ชัว่ โมงรวม 36 ขน้ั สอน (ใชว้ ธิ กี ารสอนแบบบรรยาย และถาม-ตอบ) 6. ครบู รรยายเกย่ี วกับการผกุ ร่อนและการป้องกนั ตามเนื้อหาสาระ ขน้ั สรุปและการประยกุ ต์ 7. ครูและนกั ศกึ ษาช่วยกันสรุปเนือ้ หาในบทเรยี น 8. ครูประเมนิ ในแบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล 9. นกั ศกึ ษาทำแบบประเมินผลการเรียนร้หู ลงั เรียน สือ่ การเรียนการสอน 1. หนงั สอื เรียนวชิ า วสั ดชุ ่างอุตสาหกรรม (2100-1002) ของสำนกั พิมพ์เอมพันธ์ 2. แผ่นใส วชิ าวสั ดุชา่ งอตุ สาหกรรม (2100-1002) ของสำนักพิมพเ์ อมพนั ธ์ การวดั ผลและการประเมนิ วิธีวัดผล 1. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรียนร้กู อ่ นเรียนและหลงั เรยี น 2. สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล 3. สังเกตและประเมนิ พฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เคร่ืองมอื วดั ผล 1. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียนและหลังเรยี น 2. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล 3. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับ การประเมนิ ตามสภาพจรงิ เกณฑ์การประเมินผล 1. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ก่อนเรียนและหลังเรยี น เกณฑผ์ ่าน ทำถูกต้อง 50% ขน้ึ ไป 2. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่าน ต้องไม่มชี ่องปรับปรุง 3. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนนขนึ้ อยกู่ ับ การประเมินตามสภาพจริง

132 แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 15 หน่วยท่ี 15 ชอื่ วชิ า วสั ดุช่างอตุ สาหกรรม จำนวน 2 คาบ ชือ่ หน่วย การผกุ ร่อนและการป้องกนั ชั่วโมงรวม 36 แบบประเมินผลการเรยี นรู้กอ่ นเรยี น/หลังเรยี น คำช้แี จง ให้นักศึกษาเลอื กคำตอบทถ่ี กู ตอ้ งท่ีสุด โดยเขยี นเครอ่ื งหมายกากบาท ( X ) ลงในกระดาษคำตอบ 1. ข้อใดเป็นองค์ประกอบทำใหโ้ ลหะเกิดการผุกร่อน ก. อุณหภมู ิ ข. ความช้ืน ค. ขบวนการกดั กร่อน ง. ถกู ทุกขอ้ 2. คำกล่าวข้อใดเกดิ การผกุ รอ่ นไดอ้ ย่างรวดเร็ว ก. ความเย็นเกดิ การผุกร่อน ข. ความร้อนเกิดการผกุ รอ่ น ค. ความช้ืนเกดิ การผุกรอ่ น ง. ความแหง้ แลง้ ของสถานที่ทำใหเ้ กดิ การผกุ ร่อน 3. ในเขตอุตสาหกรรม โลหะจะผุกรอ่ นไดเ้ ร็วกวา่ ในเขตเกษตรกรรมเพราะอะไร ก. เพราะเขตอตุ สาหกรรมต้ังอยรู่ มิ ทะเล ข. เพราะเขตอตุ สาหกรรมมโี รงงานตง้ั อยรู่ วมกันมาก ค. เพราะเขตอตุ สาหกรรมมสี ภาพอากาศเปน็ กรด ง. เพราะเขตอุตสาหกรรมมีการนำเครอื่ งจักรมาใชง้ านมากกวา่ เขตเกษตรกรรม 4. ข้อใดกล่าวถกู ต้อง ก. โลหะชนดิ เดยี วกนั มกี ารกดั กร่อนเหมือนทกุ ท่ีทกุ สภาวะ ข. โลหะชนิดเดยี วกนั มีการกัดกร่อนทีผ่ วิ เท่ากนั ในสภาวะที่ต่างกัน ค. โลหะชนดิ เดยี วกนั มกี ารกดั กรอ่ นตา่ งกนั เมือ่ อยู่ในสภาวะทีต่ า่ งกนั ง. โลหะชนิดเดียวกันมกี ารกัดกร่อนเท่ากนั เม่ืออย่ใู นสภาวะทีเ่ หมือนกนั 5. ขบวนการกัดกร่อนแบบเคมีไฟฟ้าเกิดขึ้นไดเ้ พราะ ก. มกี ารเคลอ่ื นที่ของอิเลก็ ตรอนจากโลหะไปส่สู ่งิ แวดลอ้ ม ข. มีการเคลอ่ื นทข่ี องนิวตรอนจากโลหะไปสสู่ ิ่งแวดลอ้ ม ค. มีการป้อนไฟฟา้ กระแสสลับเข้าไป ง. มีการปอ้ นไฟฟา้ กระแสตรงเข้าไป 6. ออกไซด์หรือสนมิ ของทองแดง จะมีลกั ษณะเปน็ ฟลิ ม์ บางๆ เคลอื บผิวหน้าของทองแดงอยู่ ทำให้ออกซเิ จนไมส่ ามารถเข้า รวมตวั กับทองแดงไดอ้ กี แต่ออกไซดห์ รอื สนมิ ของเหล็กไมส่ ามารถปอ้ งกนั การเกิดสนมิ ได้อีกเพราะอะไร ก. เพราะสนิมเหล็กดดู ความช้นื ไดง้ า่ ย ข. เพราะออกไซด์ของเหลก็ ไมเ่ กาะผวิ เหล็ก ค. เพราะออกไซด์ของเหลก็ มีลักษณะเป็นรูพรนุ ง. เพราะออกไซดข์ องเหล็กไมเ่ ปน็ ฟลิ ์ม

133 แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 15 หนว่ ยท่ี 15 ชื่อวชิ า วัสดุชา่ งอุตสาหกรรม จำนวน 2 คาบ ช่อื หนว่ ย การผกุ รอ่ นและการป้องกนั ช่วั โมงรวม 36 7. ขบวนการ Aoto Catalytic เปน็ ขบวนการผุกรอ่ นแบบใด ก. การผุกร่อน ข. การผกุ รอ่ นแบบหลมุ ค. การกดั กรอ่ นในช่องวา่ ง ง. การกดั กรอ่ นระหว่างเกรน 8. การผกุ รอ่ นทพี่ บเห็นบ่อยๆ เช่น บริเวณปะเก็น รอบๆ แหวน หรือบริเวณขอบของรูเจาะเปน็ การกดั กร่อนแบบใด ก. การผุกรอ่ น ข. การผกุ ร่อนแบบหลมุ ค. การกัดกรอ่ นในชอ่ งวา่ ง ง. การกัดกรอ่ นระหวา่ งเกรน 9. การผกุ ร่อนระหวา่ งเกรน มสี าเหตุมาจากการเปล่ียนแปลงโครงสรา้ งของธาตภุ ายในอันเนอ่ื งมาจากการเชอ่ื มหรือได้รบั ความ รอ้ นนานๆ การผุกร่อนแบบนม้ี กั เกดิ ข้นึ กับโลหะชนดิ ใด ก. เหลก็ คารบ์ อน ข. อะลมู เิ นยี ม ค. ทองเหลอื ง ง. เหลก็ ไรส้ นิม 10. ทองเหลืองมสี ่วนผสมระหว่างทองแดงกับสงั กะสี เมอื่ นำไปใช้งานในนำ้ ทะเล สังกะสจี ะถูกกัดกร่อนลงเหลือแต่ทองแดง การผุ กร่อนลกั ษณะนเี้ ปน็ การผกุ รอ่ นแบบใด ก. การผกุ ร่อนแบบแรงเคน้ ข. การผกุ ร่อนแบบชะลา้ ง ค. การผกุ รอ่ นแบบกลั วานิก ง. การผุกรอ่ นแบบเสยี ดสี 11. กรณที ี่ไม่อาจหาโลหะทนตอ่ สภาพการผุกร่อนนั้นได้ ควรแก้ไขการผกุ ร่อนอยา่ งไร ก. ใชว้ สั ดจุ ำพวกอโลหะแทน เชน่ ยาง พลาสติก ข. เปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม ค. พ่นสหี รอื ทาแลกเกอร์เคลือบ ง. ใช้โลหะบรสิ ทุ ธิ์แทน 12. การผุกรอ่ นซ่งึ เกดิ จากการเสยี ดสจี ากการท่ีของเหลวเคลือ่ นที่ผา่ นด้วยความเร็วสงู สามารถแกไ้ ขได้อยา่ งไร ก. ไม่ใช้ขอ้ ตอ่ แต่ใช้วิธีดัดงอทอ่ ข. ดัดงอท่อให้มรี ศั มีกว้าง ค. ลดความดนั ของของเหลวนนั้ ง. เตมิ น้ำมนั หลอ่ ลนื่ ไปในของเหลวนนั้ 13. การปอ้ งกนั ทอ่ ผกุ ร่อน โดยนำแมกนเี ซยี มพนั รอบท่อเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความตา่ งศักยไ์ ฟฟ้า เกดิ การผุกรอ่ นท่แี มกนีเซยี มแทน เป็น การป้องกันการผุกรอ่ นแบบใด ก. การปอ้ งกันแบบแคโทดกิ ข. เปล่ยี นแปลงสิง่ แวดลอ้ ม ค. การใชว้ ัสดุบรสิ ุทธ์ิ ง. แบบกัลวานิก 14. ทอ่ ไอเสียรถยนตเ์ กดิ การผกุ ร่อนได้งา่ ย เปน็ เพราะอะไร ก. ความรอ้ นจากไอเสยี ทำให้เหลก็ ผไุ ดง้ ่าย ข. ส่วนมากท่อไอเสียรถยนตจ์ ะใชท้ ่อทบี่ างและอ่อน ค. ท่อไอเสยี ไมไ่ ดท้ าสเี พื่อป้องกันสนมิ ไว้ภายใน ง. เนอ่ื งจากเครอ่ื งยนตเ์ ผาไหมส้ มบรู ณ์ จะมนี ำ้ ไหลออกมาตามท่อ ทำให้ออกซิเจนและความชื้นจากนำ้ ทำปฏิกริ ยิ า เคมไี ฟฟ้ากับท่อเหล็ก

134 แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 15 หนว่ ยท่ี 15 ชื่อวิชา วสั ดชุ า่ งอตุ สาหกรรม จำนวน 2 คาบ ชือ่ หน่วย การผกุ รอ่ นและการป้องกนั ชว่ั โมงรวม 36 เฉลยแบบประเมินผลการเรยี นร้กู ่อนเรียน/หลงั เรยี น ขอ้ เฉลย 1. ง. 2. ค. 3. ค. 4. ค. 5. ก. 6. ค. 7. ข. 8. ค. 9. ง. 10. ข. 11. ก. 12. ข. 13. ก. 14. ง. 15. ก.

135 แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล พฤติกรรม ลำดบั ท่ี ช่ือ-สกลุ ควำมพร้อมใน กำรซักถำม ควำมสำมำรถใน ควำมมวี ินยั กริ ิยำมำรยำทท่ี รวม กำรเรียน ปัญหำ กำรแก้ปัญหำ แสดงออกต่อ ผู้อนื่ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 เกณฑ์กำรให้คะแนน ระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤตกิ รรมดงั น้ี ดี = 3 ลงช่ือ………………………………..ผ้สู ังเกต ดีมาก = 4 (ประสิทธิภาพอยใู่ นเกณฑ์ 90% ข้นึ ไป) ปรับปรุง = 1 (…………………………………) ปานกลาง = 2 (ประสิทธิภาพอยใู่ นเกณฑ์ 50% ข้นึ ไป) .…….…./.….……./….….… หมำยเหตุ : ใชแ้ บบสังเกตน้ีทุนแผนการสอน (ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ 70% ข้ึนไป) (ประสิทธิภาพต่ากว่า 50%)

136 แบบสรุปผลกำรประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ค่ำนิยม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ภาคเรียนที่……………ปี การศึกษา……………… รหสั วชิ ำ……………………………………………………….... ช่ือวชิ ำ………………………………………………………….. ระดับช้ัน……………………………………………………….. แผนก / กล่มุ ……………………………………………………. ควำม ีมม ุนษย ัสมพัน ์ธ ควำม ีมวิ ันย ควำม ัรบ ิผดชอบ ควำมเ ่ืชอ ่ัมนในตนเอง ควำมสนใจใ ่ฝ ู้ร ควำม ัรกสำ ัมคคี ควำมคิด ิรเ ่ิรมส ้รำงสรร ์ค กำรพึ่งตนเอง รวม (ใน ่สวนของ ู้ผสอน) รวม (ใน ่สวนของก ่ลุม ประเ ิมน) รวมคะแนนที่ไ ้ดจำก ้ทัง 2 ่สวน ลำดับท่ี รหสั ช่ือ - สกลุ 2 1 2 1 1 1 1 1 10 10 20 ประจำตวั 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30

137 ใบบนั ทึกหลงั การสอน รายการสอน หน่วยท่ี 15 เรื่อง การผกุ ร่อนและการป้องกัน สอนวนั ท่ี………………เดือน…………………………… พ. ศ. ……….. ครง้ั ท…ี่ …...…… =================================================================== เม่อื ทำการสอนเสรจ็ แลว้ สรุปผลการสอนไดว้ ่า ขอ้ คำถามเพื่อนำสกู่ ารสรปุ ใช้ ไม่ใช้ เหตุผล 1 นำเขา้ สู่บทเรยี นตรงตามที่กำหนด 2 การสอนดำเนินไปตามแผนที่กำหนดไว้ 3 สอนได้ครบทุกจุดประสงค์ 4 ใชส้ ่อื การสอนไดค้ รบตามแผนทไ่ี ดว้ างไว้ 5 ใช้แบบฝึกหัดวดั ผล ครอบคลุมทกุ จุดประสงค์ 6 นักศกึ ษาปฏบิ ตั ิงานตามใบงานเสรจ็ ตามเวลาท่กี ำหนด บนั ทกึ เพิ่มเติม (ถา้ ม)ี ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอ่ื ………………………….ผบู้ นั ทึก ()

138 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 16 หน่วยท่ี 16 ช่ือวิชา วสั ดชุ า่ งอุตสาหกรรม จำนวน 2 คาบ ช่ือหนว่ ย การตรวจสอบวสั ดเุ บ้ืองตน้ ชวั่ โมงรวม 36 แนวคดิ การปฏบิ ตั ิงานกบั เครอื่ งจักรกล เม่อื มีชิ้นส่วนบางช้นิ ชำรดุ เสียหายจำเปน็ ต้องจดั หาวัสดุมาทดแทน ปัญหาการไมท่ ราบชนิดของโลหะ และความแขง็ ของชน้ิ ส่วนนัน้ เป็นการเสีย่ งต่อการเสยี หายตอ่ เคร่ืองจกั รและ งานทผ่ี ลิตอยู่ เพราะชน้ิ ส่วนทตี่ า่ งชนิดกนั หรือมีความแข็งทแ่ี ตกตา่ งกัน ไม่สามารถยดึ เหน่ยี วกนั ให้เกดิ ความ แขง็ แรงได้ สาระการเรยี นรู้ 1. การทดสอบแบบไมท่ ำลายสภาพ 2. การทดสอบแบบทำลายสภาพ ผลการเรียนรูท้ คี่ าดหวัง 1. อธิบายจุดประสงคข์ องการทดสอบได้ 2. บอกประเภทของการทดสอบแบบไมท่ ำลายสภาพได้ 3. บอกประเภทของการทดสอบแบบทำลายสภาพได้ 4. อธิบายหลักการทดสอบแบบต่างๆ ได้ 5. แยกแยะหลักการทดสอบความแข็งแบบบรเิ นลล์ ร็อกเวลล์ และวิกเกอรไ์ ด้ 6. มกี ารพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ท่ีผู้สอนสามารถสังเกต เห็น ได้ ในดา้ นความมีมนษุ ยสัมพันธ์ ความมวี ินยั ความรับผิดชอบ ความเชอ่ื มั่นในตนเอง ความสนใจ ใฝ่รู้ ความรักสามัคคี ความกตญั ญกู ตเวที กจิ กรรมการเรยี นการสอน 1. นกั ศกึ ษาทำแบบประเมินผลการเรยี นรกู้ ่อนเรยี น (10 นาท)ี ข้ันนำเข้าสูบ่ ทเรียน (5 นาที) 2. ครถู ามนักศึกษา ถ้านักศกึ ษาทำผลิตภณั ฑม์ าช้ินหน่ึง เชน่ ราวผ้า แต่ไมร่ ูว้ ่าจะรบั นำ้ หนักได้เทา่ ไร และเชื่อมแข็งแรงหรือไม่ นักศึกษาคดิ ว่าควรทำอย่างไร ซงึ่ จะมีความมัน่ ใจต่อผู้ใช้เมื่อนำไปจำหนา่ ย 3. นักศกึ ษาตอบ นำไปทดลองแขวนผ้า นำไปทดสอบความแข็งแรง นำไปตรวจสอบแนวเช่อื ม ฯลฯ 4. ครสู รปุ วา่ ต้องมีการทดสอบและตรวจสอบ ซึ่งในสัปดาหน์ เี้ ราจะมาศึกษาเก่ยี วกบั การทดสอบ วสั ดุ แบบไม่ทำลายสภาพ

139 แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 16 หนว่ ยท่ี 16 ชื่อวิชา วสั ดุชา่ งอตุ สาหกรรม จำนวน 2 คาบ ชอ่ื หนว่ ย การตรวจสอบวัสดุเบื้องต้น ชว่ั โมงรวม 36 5. ครถู ามนกั ศึกษา ถา้ เราสรา้ งผลติ ภณั ฑข์ ้ึนมาชน้ิ หน่งึ แตผ่ ลติ ภณั ฑ์ชิ้นน้ตี ้องรับแรงกระแทกจากการนำไปใชง้ าน การที่ จะเลือกใช้เหล็กชนดิ ใดมาทำน้ัน นักศึกษาคดิ ว่าควรทำอยา่ งไร ซง่ึ จะสามารถ เลือกใช้เหลก็ ไดเ้ หมาะสมกับลกั ษณะ การใชง้ าน 6. นักศึกษาตอบ นำเหล็กชนิดต่างๆ มาทดสอบเพ่อื ตรวจสอบดวู า่ เหลก็ ชนิดใดทนตอ่ แรงกระแทกไดม้ ากทส่ี ดุ 7. ครูถาม เมอื่ นำเหลก็ ชนิดต่างๆ มาทดสอบ แสดงว่าเหลก็ ช้ินนั้นจะตอ้ งถูกทำลายสภาพไปใชไ่ หม 8. นกั ศึกษาตอบ “ใช่” ครสู รุปในสปั ดาห์น้ีเราจะมาศึกษาเกี่ยวกบั การทดสอบแบบทำลายสภาพ ข้นั สอน (ใช้วธิ ีการสอนแบบบรรยาย และถาม-ตอบ) 9. ครูบรรยายเนือ้ หาเก่ยี วกบั การทดสอบแบบไมท่ ำลายสภาพ ตามเนอ้ื หาสาระ ขัน้ สรปุ และการประยุกต์ 10. ครูและนกั ศึกษาชว่ ยกนั สรุปเนอื้ หาในบทเรยี น 11. ครปู ระเมนิ ผลในแบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล 12 นกั ศึกษาทำแบบประเมินผลการเรยี นรูห้ ลังเรียน สื่อการเรียนการสอน 1. หนงั สอื เรยี นวชิ า วสั ดชุ ่างอุตสาหกรรม (2100-1002) ของสำนกั พมิ พ์เอมพนั ธ์ 2. แผน่ ใส วชิ าวสั ดุชา่ งอตุ สาหกรรม (2100-1002) ของสำนกั พิมพเ์ อมพนั ธ์ การวดั ผลและการประเมนิ วิธวี ดั ผล 1. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรูก้ อ่ นเรียนและหลังเรยี น 2. สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล 3. สงั เกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ เคร่ืองมือวัดผล 1. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรกู้ ่อนเรยี นและหลังเรยี น 2. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 3. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขนึ้ อย่กู ับ การประเมนิ ตามสภาพจรงิ เกณฑ์การประเมนิ ผล 1. แบบประเมินผลการเรยี นรกู้ อ่ นเรยี นและหลังเรยี น เกณฑ์ผ่าน ทำถกู ต้อง 50% ข้นึ ไป 2. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผา่ น ตอ้ งไม่มชี อ่ งปรบั ปรุง 3. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กบั การประเมินตามสภาพจรงิ

140 แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 16 หน่วยที่ 16 ชือ่ วชิ า วสั ดชุ ่างอตุ สาหกรรม จำนวน 2 คาบ ชอ่ื หน่วย การตรวจสอบวัสดเุ บอื้ งตน้ ช่ัวโมงรวม 36 แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ก่อนเรยี น/หลงั เรียน คำช้ีแจง ให้นักศกึ ษาเลอื กคำตอบทถ่ี ูกต้องท่สี ดุ โดยเขียนเครอ่ื งหมายกากบาท ( X ) ลงในกระดาษคำตอบ 1. เราสามารถตรวจสอบเหล็กกลา้ รดี ร้อนไดด้ ว้ ยตาเปล่า โดยสังเกตได้อยา่ งไร ก. มผี วิ ขาวนวล ข. ขนาดรปู รา่ งสมำ่ เสมอโดยตลอด ค. มีผวิ หยาบเปน็ เมด็ ง. ผวิ มสี ะเก็ดบางๆ ขนาดและรูปร่างไมส่ มำ่ เสมอ 2. เราสามารถตรวจสอบเหล็กหลอ่ สเี ทาด้วยตาเปลา่ ไดอ้ ยา่ งไร ก. มผี วิ สดี ำไหม้ มสี ะเกด็ ข. ผวิ ขาวนวล เรยี บมนั ค. ผวิ หยาบ ไม่เรยี บเป็นเมด็ ง. ถูกท้ังขอ้ ก. และ ค. 3. เราตรวจสอบรอยแตกหกั ของเหล็กรอบสงู ได้อย่างไร ก. เม็ดเกรนมสี เี ทาดำ ขนาดของเมด็ เกรนหยาบ ข. เมด็ เกรนมสี ขี าวเงนิ ขนาดของเมด็ เกรนละเอยี ด ค. เมด็ เกรนมสี ีขาวเงนิ แวววาว ขนาดของเม็ดเกรนละเอียดมาก ง. เมด็ เกรนมสี เี ทาดำ ขนาดของเม็ดเกรนละเอยี ดมาก 4. เราสามารถตรวจสอบเหลก็ โดยการเจยี ระไนดูประกายไฟของเหลก็ กล้าคารบ์ อนสูงได้อย่างไร ก. ประกายมลี ักษณะเส้นตรง มีการระเบิดของประกายไฟน้อย ข. ประกายมลี กั ษณะเส้นตรง มีการระเบิดของประกายไฟจำนวนมาก ค. ประกายมลี ักษณะขาดตอนเปน็ ชว่ ง ประกายไฟเป็นชอ่ ๆ ง. ประกายมลี กั ษณะเสน้ ตรง แตป่ ระกายไฟจะเป็นช่อระหว่างทางและตรงปลาย 5. เราสามารถตรวจสอบเหลก็ กล้าคารบ์ อนต่ำจากการตะไบได้อย่างไร ก. ฟันตะไบตัดเขา้ ได้งา่ ย ตดั ไดล้ กึ ออกแรงน้อย ข. ฟันตะไบตดั เขา้ ไดย้ าก ตัดได้ยาก ตดั ได้ต้นื ตอ้ งออกแรงกดมาก ค. ฟันตะไบตดั ไดน้ อ้ ย ผงตะไบละเอียด ออกแรงมาก มีอาการลน่ื ง. ฟนั ตะไบไม่ตดั เนอื้ โลหะ ตะไบไมเ่ ข้า มีอาการล่ืน 6. เราสามารถตรวจสอบเหล็กรอบสงู จากการตะไบไดอ้ ยา่ งไร ก. ฟันตะไบตัดเข้าไดง้ ่าย ตดั ไดล้ กึ ออกแรงน้อย ข. ฟนั ตะไบตดั เข้าได้ยาก ตดั ไดย้ าก ตดั ได้ตื้น ต้องออกแรงกดมาก ค. ฟันตะไบตัดได้น้อย ผงตะไบละเอียด ออกแรงมาก มอี าการล่ืน ง. ฟันตะไบไม่ตัดเน้ือโลหะ ตะไบไม่เข้า มีอาการลน่ื

141 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 16 หน่วยที่ 16 ชื่อวชิ า วสั ดุชา่ งอตุ สาหกรรม จำนวน 2 คาบ ช่ือหนว่ ย การตรวจสอบวัสดุเบอ้ื งตน้ ช่วั โมงรวม 36 7. กรณตี ้องการทราบว่าช้นิ งานมีรอยแตกร้าวหรอื ไม่ ควรทดสอบดว้ ยวิธีใดท่ีงา่ ยและประหยัด ก. ตรวจสอบด้วยตาเปลา่ ข. ตรวจสอบโดยใชน้ ้ำยาแทรกซึม ค. ตรวจสอบโดยใช้แรงดนั ของน้ำอดั เขา้ ไป ง. ตรวจสอบโดยการเคาะแลว้ ฟังเสียงท่ีส่นั สะเทือน 8. ตอ้ งการหารอยแตกร้าวของท่อทองแดง ควรเลือกใชว้ ธิ ีการตรวจสอบแบบใด ก. ตรวจสอบด้วยตาเปล่า ข. ตรวจสอบด้วยผงแม่เหลก็ ค. ตรวจสอบดว้ ยรังสเี อกซ์ ง. ถูกทงั้ ข้อ ก. และ ค. เฉลยแบบประเมินผลการเรียนร้กู อ่ นเรียน/หลังเรยี น ขอ้ เฉลย 1. ง. 2. ค. 3. ค. 4. ข. 5. ก. 6. ง. 7. ข. 8. ค.

142 แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล พฤติกรรม ลำดบั ท่ี ช่ือ-สกลุ ควำมพร้อมใน กำรซักถำม ควำมสำมำรถใน ควำมมวี ินยั กริ ิยำมำรยำทท่ี รวม กำรเรียน ปัญหำ กำรแก้ปัญหำ แสดงออกต่อ ผู้อนื่ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 เกณฑ์กำรให้คะแนน ระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤตกิ รรมดงั น้ี ดี = 3 ลงช่ือ………………………………..ผ้สู ังเกต ดีมาก = 4 (ประสิทธิภาพอยใู่ นเกณฑ์ 90% ข้นึ ไป) ปรับปรุง = 1 (…………………………………) ปานกลาง = 2 (ประสิทธิภาพอยใู่ นเกณฑ์ 50% ข้นึ ไป) .…….…./.….……./….….… หมำยเหตุ : ใชแ้ บบสังเกตน้ีทุนแผนการสอน (ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ 70% ข้ึนไป) (ประสิทธิภาพต่ากว่า 50%)

143 แบบสรุปผลกำรประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ค่ำนิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ภาคเรียนที่……………ปี การศึกษา……………… รหสั วชิ ำ……………………………………………………….... ช่ือวชิ ำ………………………………………………………….. ระดับช้ัน……………………………………………………….. แผนก / กล่มุ ……………………………………………………. ควำม ีมม ุนษย ัสมพัน ์ธ ควำม ีมวิ ันย ควำม ัรบ ิผดชอบ ควำมเ ่ืชอ ่ัมนในตนเอง ควำมสนใจใ ่ฝ ู้ร ควำม ัรกสำ ัมคคี ควำมคิด ิรเ ่ิรมส ้รำงสรร ์ค กำรพึ่งตนเอง รวม (ใน ่สวนของ ู้ผสอน) รวม (ใน ่สวนของก ่ลุม ประเ ิมน) รวมคะแนนที่ไ ้ดจำก ้ทัง 2 ่สวน ลำดับท่ี รหสั ช่ือ - สกลุ 2 1 2 1 1 1 1 1 10 10 20 ประจำตวั 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30

144 ใบบนั ทกึ หลงั การสอน รายการสอน หน่วยท่ี 16 เร่ือง การตรวจสอบวัสดเุ บ้ืองต้น สอนวันที่………………เดอื น…………………………… พ. ศ. ……….. ครัง้ ท…ี่ …...…… =================================================================== เมอ่ื ทำการสอนเสร็จแลว้ สรุปผลการสอนได้วา่ ข้อ คำถามเพอื่ นำสู่การสรุป ใช้ ไม่ใช้ เหตุผล 1 นำเข้าสบู่ ทเรยี นตรงตามท่ีกำหนด 2 การสอนดำเนนิ ไปตามแผนท่ีกำหนดไว้ 3 สอนไดค้ รบทกุ จดุ ประสงค์ 4 ใช้ส่ือการสอนไดค้ รบตามแผนทไี่ ดว้ างไว้ 5 ใชแ้ บบฝกึ หดั วัดผล ครอบคลุมทุกจดุ ประสงค์ 6 นักศกึ ษาปฏบิ ตั ิงานตามใบงานเสร็จตามเวลาท่กี ำหนด บันทกึ เพิ่มเติม (ถา้ ม)ี ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่อื ………………………….ผูบ้ ันทึก ()

145 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 17 หนว่ ยที่ 17 ช่ือวชิ า วัสดชุ า่ งอตุ สาหกรรม จำนวน 2 คาบ ช่ือหน่วย พลังงานในอนาคต ชัว่ โมงรวม 36 แนวคิด ถ้ากล่าวถึงพลังงานในอนาคตก็คงจะหมายถึง พลังงานท่ีจะนำมาทดแทนพลังงานที่ได้จากน้ำมันเชื้อเพลิงที่ กำลังจะหมดไป พลังงานทดแทนประเภทหน่ึงซ่ึงนักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์แล้วเห็นว่าควรนำมาทดแทนพลังงาน น้ำมันได้เป็นอย่างดีก็คือ พลังงานหมุนเวียน ซึ่งไม่มีวันหมดไปจากโลก ได้แก่ พลังงานจากแสงอาทิตย์ พลังงาน จากลม พลังงานทไ่ี ด้มาจากสารชวี มวล และพลงั งานจากน้ำ เปน็ ตน้ สาระการเรียนรู้ 1. พลงั งานแสงอาทิตย์ 2. พลงั งานลม 3. พลงั งานน้ำ 4. พลังงานสารชวี มวล 5. ขยะ ผลการเรยี นรู้ทีค่ าดหวงั 1. บอกชนิดของพลังงานทดแทนได้ 2. อธิบายหลกั การทีน่ ำพลังงานจากแสงอาทิตย์มาใชง้ านได้ 3. อธบิ ายหลกั การทีน่ ำพลังงานจากสารชีวมวลมาใชไ้ ด้ 4. อธิบายหลักการนำพลังงานมาจากลมและนำ้ ได้ 5 มกี ารพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงคท์ ่ีผู้สอนสามารถสังเกต เห็น ได้ ในดา้ นความมีมนุษยสัมพันธ์ ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความเชอ่ื มั่นในตนเอง ความสนใจ ใฝร่ ู้ ความรกั สามคั คี ความกตัญญกู ตเวที กิจกรรมการเรยี นการสอน 1. นกั ศึกษาทำแบบประเมินผลการเรียนรู้กอ่ นเรยี น (10 นาท)ี ข้ันนำเข้าสู่บทเรียน (5 นาที) 2. ครถู ามนักศึกษา ปัจจุบันเราใชว้ สั ดุอะไรเปน็ เชื้อเพลงิ เชน่ รถยนต์ เรือ เคร่ืองบิน 3. นกั ศกึ ษาตอบ น้ำมัน 4. ครูถามนักศึกษา นำ้ มันเป็นสารทเี่ กิดจากธรรมชาตเิ จาะขึน้ มาจากใตผ้ วิ โลก ถ้าหมดไปนักศึกษาคิด ว่าเราจะแก้ไขอยา่ งไร 5. นักศกึ ษาตอบ ใชพ้ ลังงานลม พลังงานแสงอาทติ ย์แทน 6. ครสู รุปสปั ดาหน์ ้ีเราจะมาศึกษาเกี่ยวกับการใช้พลงั งานทดแทนกัน

146 แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 17 หนว่ ยที่ 17 ชือ่ วชิ า วัสดชุ า่ งอตุ สาหกรรม จำนวน 2 คาบ ชื่อหนว่ ย พลังงานในอนาคต ชว่ั โมงรวม 36 ขน้ั สอน (ใช้วธิ กี ารสอนแบบบรรยาย และถาม-ตอบ และอภปิ รายรว่ มกัน) 7. ครูแบ่งกลมุ่ นักศกึ ษาออกเปน็ 4 กล่มุ แตล่ ะกล่มุ เลอื กประธานกลมุ่ และเลขานุการกลมุ่ โดยใหป้ ระธานกลุ่มสงั เกต พฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ กลมุ่ ที่ 1 ศึกษาเกี่ยวกับพลงั งานแสงอาทติ ย์ กลมุ่ ที่ 2 ศึกษาเกย่ี วกบั พลงั งานลม กลุม่ ที่ 3 ศึกษาเกย่ี วกบั พลังงานนำ้ กลุม่ ท่ี 4 ศึกษาเก่ยี วกบั พลังงานชวี มวล ขน้ั สรุปและการประยุกต์ 8. ครูและนักศกึ ษาร่วมกันสรุปเน้อื หาในบทเรยี น 9. ครูประเมนิ ในแบบสงั เกตพฤตกิ รรมและประเมนิ การทำงานกลุ่ม 10. นักศกึ ษาทำแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้หลงั เรียน ส่ือการเรยี นการสอน 1. หนังสือเรยี นวิชา วัสดชุ า่ งอุตสาหกรรม (2100-1002) ของสำนักพมิ พ์เอมพันธ์ 2. แผ่นใส วิชาวัสดชุ า่ งอุตสาหกรรม (2100-1002) ของสำนักพิมพ์เอมพันธ์ 3. ใบงานท่ี 1-4 การวดั ผลและการประเมนิ วิธวี ดั ผล 1. ตรวจใบงานที่ 1-4 2. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้กอ่ นเรียนและหลงั เรยี น 3. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล 4. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ 5. สงั เกตและประเมินพฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ เครอื่ งมอื วดั ผล 1. ใบงานที่ 1-4 2. แบบประเมินผลการเรยี นรกู้ อ่ นเรยี นและหลงั เรยี น 3. แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล 4. แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม 5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขึน้ อยู่กบั การประเมนิ ตามสภาพจริง

147 แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 17 หน่วยที่ 17 ช่อื วิชา วสั ดชุ ่างอุตสาหกรรม จำนวน 2 คาบ ชอ่ื หนว่ ย พลงั งานในอนาคต ชัว่ โมงรวม 36 เกณฑก์ ารประเมนิ ผล 1. เก็บผลงานจากใบงานไว้เปน็ หลักฐาน เพ่ือให้เป็นคะแนนเกบ็ สว่ นหนง่ึ ในปลายภาค 2. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้กอ่ นเรยี นและหลังเรยี น เกณฑผ์ ่าน ทำถกู ต้อง 50% ขน้ึ ไป 3. แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล เกณฑ์ผา่ น ต้องไมม่ ีชอ่ งปรบั ปรงุ 4. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ เกณฑ์ผา่ น 50% ขึ้นไป 5. แบบประเมินคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนขึน้ อยู่กบั การประเมนิ ตามสภาพจริง ใบงานท่ี 1 เรอื่ ง พลงั งานแสงอาทิตย์ วัตถุประสงค์ 1. เพอื่ ใหน้ กั ศึกษามคี วามรคู้ วามเข้าใจเก่ียวกับการเกดิ พลงั งานจากแสงอาทิตย์ 2. เพ่อื ใหน้ กั ศึกษามีมนษุ ยสมั พนั ธ์ มคี วามรับผิดชอบ มีวินัย มีความเชอื่ มั่นในตนเอง และมคี วามรักสามัคคี คำชี้แจง ให้นกั ศึกษารว่ มกันศึกษาเนือ้ หาในแบบเรยี น และสรุปประเด็นสำคญั มาให้เขา้ ใจ พลังงานแสงอาทิตย์….…………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………

148 แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 17 หนว่ ยที่ 17 ชื่อวิชา วัสดชุ ่างอตุ สาหกรรม จำนวน 2 คาบ ช่ือหนว่ ย พลงั งานในอนาคต ช่วั โมงรวม 36 ใบงานที่ 2 เร่ือง พลังงานลม วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือใหน้ กั ศึกษามีความรคู้ วามเข้าใจเกยี่ วกับการเกดิ พลงั งานจากลม 2. เพอ่ื ให้นกั ศกึ ษามีมนษุ ยสมั พันธ์ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มีวินัย มีความเชอื่ มน่ั ในตนเอง และมคี วามรักสามัคคี คำชี้แจง ให้นักศกึ ษาร่วมกันศกึ ษาเน้ือหาในแบบเรยี น และสรปุ ประเดน็ สำคญั มาใหเ้ ข้าใจ พลงั งานลม……….….…………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………

149 แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 17 หนว่ ยท่ี 17 ชื่อวชิ า วัสดุชา่ งอุตสาหกรรม จำนวน 2 คาบ ชื่อหน่วย พลงั งานในอนาคต ช่วั โมงรวม 36 ใบงานท่ี 3 เรื่อง พลังงานน้ำ วัตถุประสงค์ 1. เพ่อื ให้นกั ศกึ ษามคี วามร้คู วามเข้าใจเกี่ยวกบั การเกดิ พลงั งานจากน้ำ 2. เพือ่ ให้นักศึกษามีมนุษยสมั พันธ์ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มวี ินยั มีความเชื่อมน่ั ในตนเอง และมคี วามรักสามัคคี คำชี้แจง ให้นักศึกษารว่ มกนั ศึกษาเน้อื หาในแบบเรยี น และสรุปประเดน็ สำคญั มาให้เขา้ ใจ พลงั งานลม……….….…………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………

150 แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 17 หน่วยท่ี 17 ช่ือวิชา วสั ดุช่างอุตสาหกรรม จำนวน 2 คาบ ช่อื หน่วย พลังงานในอนาคต ชว่ั โมงรวม 36 ใบงานที่ 4 เร่ือง พลังงานชีวมวล วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพอื่ ให้นักศกึ ษามคี วามรู้ความเข้าใจเกย่ี วกับการเกดิ พลังงานจากน้ำ 2. เพอ่ื ใหน้ กั ศกึ ษามีมนษุ ยสมั พันธ์ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มีวินยั มีความเชอ่ื มั่นในตนเอง และมคี วามรักสามัคคี คำช้ีแจง ให้นกั ศกึ ษารว่ มกันศึกษาเนอ้ื หาในแบบเรยี น และสรปุ ประเด็นสำคญั มาใหเ้ ขา้ ใจ พลงั งานชวี มวล….….….………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook