แผนการจดั การเรียนรู้ 1 วิชา คณิตศาสตร์ ค16101 ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 นายบูราฮาน สาแม ครู วิทยฐานะ ครูชํานาญการ กล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนบ้านป่ าม่วง สํานักงานเขตการศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3
2 แผนการจดั การเรียนรูเรื่อง เศษสว นและการบวก การลบ การคูณและการหารเศษสวน กลุมสาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร รายวิชา คณติ ศาสตรพ้ืนฐาน รหสั วิชา ค16101 ระยะเวลาในการสอน 18 ชว่ั โมง 1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวชีว้ ดั สาระที่ 1 จำนวนและการดำเนนิ การ มาตรฐาน ค 1.1 เขา ใจถงึ ความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใชจำนวน ในชวี ิตจรงิ ตวั ชี้วดั ค 1.1 ป.6/2 เปรียบเทยี บและเรยี งลำดับเศษสว นและทศนยิ มไมเกิน สามตำแหนง มาตรฐาน ค 1.2 เขาใจถงึ ผลทเี่ กดิ ขึน้ จากการดำเนินการของจำนวนและความสัมพันธ ระหวา งการดำเนนิ การตา งๆ และสามารถใชการดำเนนิ การในการแกปญ หา ตวั ชี้วดั ค 1.2 ป.6/1 บวก ลบ คูณ หาร และบวกลบ คูณ หารระคนของเศษสวน จำนวน คละและทศนยิ ม พรอ มทัง้ ตระหนกั ถงึ ความสมเหตสุ มผลของคำตอบ ตัวช้ีวดั ค 1.2 ป.6/2 วเิ คราะหแ ละแสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยป ญหาและโจทยปญ หาระคน ของจำนวนนับ เศษสวน จำนวนคละ ทศนยิ ม และรอ ยละ พรอ มทัง้ ตระหนกั ถึงความสมเหตสุ มผลของ คำตอบ และสรางโจทยปญหาเกยี่ วกบั จำนวนนบั ได สาระที่ 6 ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร มาตรฐาน ค 6.1 มคี วามสามารถในการแกปญ หา การใหเ หตุผล การสือ่ สาร การสือ่ ความหมายทางคณติ ศาสตร และการนำเสนอ การเช่อื มโยงความรูตางๆ ทางคณิตศาสตรแ ละเชื่อมโยง คณติ ศาสตรก บั ศาสตรอนื่ ๆ และมคี วามคิดรเิ ร่ิมสรางสรรค ตัวช้ีวัด ค 6.1 ป.6/1 ใชวธิ ีท่ีหลากหลายแกปญหา ตัวชว้ี ดั ค 6.1 ป.6/2 ใชความรูทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการ แกป ญหาในสถานการตา งๆไดอ ยา งเหมาะสม ตวั ชี้วัด ค 6.1 ป.6/3 ใหเ หตุผลประกอบการตดั สินใจ และสรปุ ผลไดอยางเหมาะสม ตัวชี้วดั ค 6.1 ป.6/4 ใชภ าษาและสัญลกั ษณทางคณิตศาสตรใ นการส่อื สาร การส่อื ความหมาย และการนำเสนอไดอยางถูกตองและเหมาะสม ตัวชี้วดั ค 6.1 ป.6/5 เช่อื มโยงความรตู า งๆ ในคณติ ศาสตรแ ละเชอ่ื มโยงคณิตศาสตรก ับศาสตร อน่ื ๆ ตัวชี้วดั ค 6.1 ป.6/6 มคี วามคดิ รเิ รมิ่ สรางสรรค 2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด การเปรยี บเทยี บ เรียงลำดับ บวก ลบ คูณ หาร และบวกลบคณู หารระคนเศษสวน จำนวนคละ และทศนิยมไมเกินสามตำแหนง โดยใชวธิ ีการท่หี ลากหลาย ใชภ าษาสัญลกั ษณ และทกั ษะกระบวนการทาง คณติ ศาสตรใหเ หตุผล สรุปผล เชอ่ื มโยงความรูตางๆในคณิตศาสตรก ับศาสตรอ่นื ๆ อยางมีความคิดรเิ ร่มิ สรางสรรค 3. สาระการเรยี นรู ดา นความรู 1. เศษสวนทเ่ี ทา กนั การเปรียบเทยี บและ เรยี งลำดบั เศษสว น
3 2. เศษสว นอยางต่ำ เศษสวนเกนิ และจำนวนคละ 3. การบวกและการลบเศษสวน และจำนวนคละ 4. โจทยป ญ หาการบวกและการลบเศษสวน 5. การคณู เศษสวนกับจำนวนนบั 6. การคณู เศษสว น 7. การคูณจำนวนคละ 8. การหารเศษสวน 9. การหารจำนวนคละ 10. โจทยปญ หาการคูณการหารเศษสวน 11. การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสวน 12. โจทยปญ หาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว น ดา นทักษะกระบวนการ 1. ใชว ธิ ีทีห่ ลากหลายในการแกป ญหา 2. ใชความรู ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตรแ ละเทคโนโลยใี นการแกปญหาในสถานการณต างๆ ไดอ ยา งเหมาะสม 3. ใหเ หตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลไดอ ยางเหมาะสม เจตคติ 1. ตระหนักในคุณคา และมเี จตคตทิ ี่ดตี อวิชาคณิตศาสตร 2. เห็นความสำคัญของการนำความรเู ก่ยี วกับโจทยป ญ หา การบวก การลบ การคณู และการหาร เศษสว นไปประยกุ ตใชแกป ญหา 4. ใฝห าความรู หม่ันศกึ ษาเลาเรียนท้ังทางตรง และทางออ ม 4. สมรรถนะสำคญั ของผูเรยี น 1. ความสามารถในการส่อื สาร 2. ความสามารถในการคดิ 3. ความสามารถในการแกปญ หา 4. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ 5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค 1. ซื่อสัตยส จุ รติ 2. มวี ินัย 3. ใฝเรียนรู 4. มุงมน่ั ในการทำงาน 6. ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน ใหนักเรยี นสรางโจทยปญหาที่เกยี่ วกบั การบวก ลบ คณู หารระคนของเศษสว น ทใี่ ชใน สถานการณจรงิ ในชวี ิตประจำวัน และวาดภาพประกอบ พรอมทงั้ แสดงวิธที ำ 7. การวดั และประเมินผล ประเด็นการ ระดับคุณภาพ ประเมิน 4 321 1. โจทยป ญ หา - เน้ือหาสาระถกู ตอง - เนื้อหาถกู ตองเปน - เนอ้ื หาถกู ตอ งนอย - เนื้อหาไมถ ูกตอ ง การบวก ลบ คณู ครบถว น สวนใหญ - ใชภาษาส่อื สาร - ใชภ าษาสอื่ สาร หารระคนของ - ใชภ าษาสอื่ สารได - ใชภ าษาสือ่ สารไม กำกวม กำกวม
4 ประเดน็ การ ระดบั คณุ ภาพ 1 ประเมนิ 4 32 ชดั เจน ชดั เจน - ภาพประกอบไม - ภาพประกอบไม เศษสว น - ภาพประกอบ - ภาพประกอบ สอดคลองกับโจทย สอดคลองกบั โจทย สอดคลองกบั โจทยป ญหา สอดคลอ งกบั โจทย ปญหา ปญหา 2. รปู แบบ และมคี วามคิดสรา งสรรค ปญ หา - มีความสมเหตสุ มผล - ไมมีความ 3. ความเปน - มคี วามสมเหตสุ มผล - มีความสมเหตสุ มผล นอย สมเหตสุ มผล ระเบยี บ คอนขางมาก การนำเสนอไมเ ปน ไป การนำเสนอนา สนใจและ การนำเสนอถกู ตอง การนำเสนอถูกตอง ตามเกณฑ เหมาะสมกบั สถานการณ เปนสว นใหญ เปนบางสวน ผลงานไมมคี วามเปน ผลงานมีความเปน ผลงานสว นใหญม ี ผลงานมีขอ บกพรอ ง ระเบยี บ ระเบยี บ ขอบกพรองเลก็ นอย มาก
5 8. กิจกรรมการเรียนรู ชัว่ โมงที่ 1 ทบทวนเศษสวนที่เทา กัน จดุ ประสงคการเรยี นรู 1. เมือ่ กำหนดเศษสวนให สามารถเขียนนำจำนวนทีเ่ ทากัน ท่ไี มเ ปน ศูนย มาคณู ท้งั ตวั เศษและ ตัวสว น หรือหารท้งั ตวั เศษและตัวสว นได กิจกรรมการเรยี นรูช ัว่ โมงท่ี 1 1. ใหน กั เรยี นทำแบบทดสอบกอนเรยี น เรอื่ ง เศษสวน และการบวก การลบ การคณู การหาร 2. ทบทวนความรูเดมิ เกีย่ วกับความหมายของเศษสว น โดยใหนกั เรียนรองเพลง “ชนดิ ของ เศษสวน” แลวสนทนาเก่ียวกับเน้ือเพลง โดยเศษสว น สามารถเขียนในรูปของเศษสวนแท เศษเกนิ และจำนวนคละ รว มกันสรปุ เนอ้ื เพลงพรอ มทงั้ ยกตวั อยางประกอบ 3. แจกกระดาษขนาด 10 x 10 ตร.ซม. ใหนกั เรยี นคนละ 1 แผน แลวใหป ฏิบัตกิ จิ กรรม ดังน้ี 3.1 พบั กระดาษใหเปน 4 สว น เทาๆ กนั แลว แรเงา 2 สวน สว นทแ่ี รเงาบนกระดาษ คดิ เปน 2 ดงั รูป 4 3.2 ตอ ไปพบั กระดาษที่แสดงออกเปน 2, 3, 4, 5, 6… สว นเทาๆ กนั ตามลำดบั ดังนี้ 24 68 10 12 48 12 16 20 24 ใหพจิ ารณาเศษสว น 2 , 4 , 6 , 8 , 10 และ 12 วา เปน เศษสว นท่ีมีคาเทา กันหรือไม 4 8 12 16 20 24 (เศษสวนทีม่ ีคาเทา กันเพราะแทนจำนวนท่แี รเงาเดยี วกนั ) ดังนัน้ เศษสว นทมี่ คี า เทากับ 2 คอื เศษสวนจำนวนใดบา ง 4 , 6 , 8 , 10 และ 12 4 8 12 16 20 24 4. จากกิจกรรมขอ 3 ใหน ักเรียนอภปิ รายเกย่ี วกบั เศษสว นท่ีมีคาเทา กัน วาไดม าอยางไร ถาไมใชว ธิ พี ับกระดาษ ซงึ่ ควรจะสรปุ ไดดงั น้ี จาก 2 = 4 = 6 = 8 = 10 = 12 คิดไดจ าก 4 8 12 16 20 24
6 2 = 2×2 = 2×3 = 2×4 = 2×5 = 2×6 4 4×2 4×3 4×4 4×5 4×6 5. ใหน กั เรยี นหาเศษสว นทม่ี ีคาเทากันโดยใชก ารคูณ ดว ยการกำหนดเศษสวนบนกระดานดำ แลว ใหน กั เรยี นออกมาเขียน เศษสวนทม่ี ีคา เทา กนั กบั เศษสว นทก่ี ำหนดใหท ีละคน ดงั น้ี 1 =2 = 3= 4= 5= … … 24 6 8 10 … 2 =4 = 6= 8= 10 = 36 9 12 15 4 =8 = 12 = 16 = 20 = 5 10 15 20 25 6. นำแผน โปรง ใสซอนทับกนั ดงั น้ี แผนท่ี 1 แผน ท่ี 2 แผน ที่ 3 นำแผนท่ี 2 ซอ นทบั กับแผน ที่ 1 และนำแผน ที่ 3 ซอ นทบั แผน ที่ 2 อกี ทซี ่ึงจะไดภ าพ ดงั น้ี แลว ใหนักเรียนตอบคำถามตอ ไปนี้ 6.1 จากแผน โปรง ใสทีซ่ อนทับกนั ท้ัง 3 แผน สว นท่ีแรเงาเปน เศษสวนเทาไร ( 4 ) 12 6.2 นำแผนโปรง ใสแผน ท่ี 3 ออกไป เสนใดที่หายไป (เสนกึ่งกลาง ระหวา งเสน ขอบกบั เสนก่ึงกลาง) และสว นท่ีแรเงาเปนเศษสวนเทา ไร 2 6 6.3 นำแผนโปรงใสแผนที่ 2 ออกไป เสนใดท่หี ายไป (เสน ก่งึ กลางท่ีอยรู ะหวางเสนขอบ) และสวนท่ีแรเงาเปนเศษสวนเทา ไร 1 3 6.4 จากการปฏิบตั ิกจิ กรรมท่ี 5.1 ถงึ 5.3 จำนวน 4 , 2 , 1 สวนทีแ่ รเงาเปน อยางไร 12 6 3 (มจี ำนวนชอ งลดไปเรอื่ ยๆ แตพื้นท่ียงั คงมเี ทาเดิม)
7 แนะนำนกั เรียนวา 4 , 2 และ 1 แทนสว นที่แรเงาจำนวนเดียวกนั ดงั นน้ั 12 6 3 4= 2= 1 3 12 6 7. จากกิจกรรมในขอ 5 ใหน ักเรียนรว มกันอภิปราย ถึงวิธกี ารทไี่ ดม าของเศษสว นมคี า เทากันกับ 4 วา ไดม าอยางไร ซง่ึ ควรจะสรปุ ไดดังน้ี 12 จาก 4 = 2 = 1 คิดไดจาก 6 12 3 4 ÷2 4= 12 ÷ 2 = 4÷4 12 12 ÷ 4 8. ครูนกั เรยี นรว มกนั อภปิ รายสรปุ ดังนี้ การหารเศษสว นทีเ่ ทากัน อาจทำไดโดยนำจำนวนท่ีเทากันท่ี ไมใ ชศนู ยมาคูณทัง้ ตวั เศษและตัวสว นหรือหารทัง้ ตัวเศษและตัวสว น 9. ใหน ักเรียนทำแบบฝกหัดในหนังสือเรยี น ส่ือและแหลง เรยี นรู 1. แบบทดสอบกอ นเรียน 2. บัตรงาน 3. เพลงคณติ ศาสตร 4. หนงั สือเรียนคณิตศาสตร 5. แผน โปรง ใส การวัดและประเมนิ ผล เคร่อื งมอื เกณฑก ารประเมนิ ส่ิงที่วดั วิธวี ัด แบบฝก หัด นักเรียนทำถกู ตอ งผาน 1. เขยี นเศษสว นทม่ี ีคา ตรวจแบบฝกหัด เกณฑร อยละ 60 ขึ้นไป เทา กนั ได ตรวจบัตรงาน แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผาน 2. การทำงานกลมุ สังเกตพฤติกรรมการ การทำงานกลุม เกณฑการประเมิน ทำงานกลมุ แบบประเมนิ ระดับคณุ ภาพ 2 ผาน 3. คณุ ลักษณะอันพงึ สงั เกตการณใฝเรยี นรู คณุ ลักษณะอนั พงึ เกณฑการประเมิน ประสงค และมุงม่นั ในการทำงาน ประสงค เกณฑการประเมิน ให 3 คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา งสมำ่ เสมอ
8 ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบอยครง้ั ให 2 คะแนน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ให 1 คะแนน ชั่วโมงท่ี 2 การเปรียบเทียบเศษสวน จุดประสงคการเรียนรู เม่ือกำหนดเศษสวนสองจำนวนให สามารถเปรียบเทียบโดยใชสญั ลักษณ > หรอื < หรอื = ได กิจกรรมการเรยี นรชู ั่วโมงที่ 2 1. ทบทวนความรูเดิมโดยใหน ักเรยี นเปรียบเทียบ เศษสว นท่ีมตี วั สวนเทา กนั เชน 1 กบั 2 33 ( 1 < 2 หรือ 2 > 1 ) หลงั จากที่นักเรียนเขา ใจแลวนักเรียนรวมเลน เกม “การเปรยี บเทยี บเศษสวน” 33 33 รวมกนั วเิ คราะหจากเกมท่ีเลน 2. แบง นักเรียนเปนกลมุ แจกบตั รภาพแสดงสว นทแ่ี รเงา 1) หยบิ บัตรภาพมาคร้ังละ 2 บัตร เชน 3 4 4 5 2) นำบัตรท้ัง 2 มาเปรยี บเทยี บ 3) เขยี นประโยคสญั ลกั ษณแสดงการเปรยี บเทียบ โดยใชเคร่อื งหมาย < , > , = ดงั นี้ 3< 4 หรอื 4 > 3 45 54 3. สาธติ การเปรียบเทียบเศษสว นในลกั ษณะเชนนอี้ ีก 3 – 5 ใหน ักเรียนทุกกลุมใชบ ัตรภาพทัง้ 15 บัตร เปรยี บเทยี บเศษสวนโดยใชสญั ลกั ษณ > , < หรือ = กลมุ ละ 10 ประโยค แลวตรวจสอบความถูกตองของแต ละกลมุ 3.1 นกั เรียน รว มกันอภิปรายถึงการเปรียบเทียบเศษสว นทีม่ ีทัง้ ตวั เศษและตวั สว น ไมเทากัน วา จะทำไดอยา งไร ถาไมใชบ ัตรภาพ ซงึ่ ควรจะสรปุ ไดวา ทำไดโดยการทำสวนของเศษสวนให เทา กนั แลวจึงนำเศษมาเปรยี บเทยี บกัน แนะนำการทำสวนของเศษสวนใหเทากัน โดยใชวิธหี า ค.ร.น. ของตัวสว นนนั้ แลว นำตัวสว นของแตละจำนวนไปหาร ค.ร.น. ผลหารที่ไดค ือจำนวนทตี่ องนำไปคูณกบั ตัวเศษ และตัวสวน ของ เศษสวนนั้นๆ แลวสาธิตการเปรียบเทยี บเศษสว นโดยการของเศษสวนใหเ ทากันบนกระดานดำดังนี้
9 จงเปรยี บเทียบ 2 และ 3 57 วธิ ีทำ หา ค.ร.น. ของ 5 และ 7 คือ = 35 ทำสวนใหเ ทากนั จะได 2 = 2 × 7 = 14 และ 3 = 3× 5 = 15 5 5 × 7 35 7 7 × 5 35 เมอ่ื ตวั สว นเทากนั กเ็ ปรียบเทยี บเฉพาะตวั เศษ คอื 14 และ 15 จะได 14 < 15 ดังนนั้ 2 < 3 57 แลวยกตัวอยางเปรียบเทียบเศษสว นโดยวธิ นี ี้ อีกสกั 1-2 ตวั อยาง เชน 2 และ 4 , 6 และ 5 5 10 7 14 แนะนำนกั เรยี นวา นอกจากการเปรยี บเทียบเศษสวนโดยการทำสว นใหเ ทากนั แลว ยังมวี ิธอี ่ืนๆ อีกหรอื ไม ให นกั เรยี นลองคดิ หาวิธี ถา นกั เรียนตอบไดจ ะเสรมิ แรงดว ยคำชม แตถาตอบไมไดก ็จะแนะนำนกั เรยี นวา ยังมีอกี วิธีหนึง่ คอื ใช วิธกี ารคณู ไขวร ะหวางตัวเศษและ ตวั สว น จงเปรียบเทยี บ 3 และ 4 79 วิธีทำ 3 4 9 7 3 x 9 และ 4 x 7 คณู ไขว 27 < 28 จะได ดงั นนั้ 3 < 4 79 แนะนำนกั เรียนวา “การคณู ไขวเปน วธิ ีลัด เนอื่ งจากผลคณู ที่ไดจ ะเปน ตวั เศษของเศษสว น แตล ะจำนวนทเ่ี ราทำใหตัวสว นเทากนั แลวนั่นเอง” 3.2 แบงนกั เรยี นกำหนดเศษสวนบนกระดานดำ แลวใหนกั เรียนออกมาเปรียบเทียบทลี ะคน ดังน้ี 73 11 16 94 16 20 32 45 45 56
10 43 24 67 5 10 4. ใหน ักเรียนชว ยกันสรุปเกี่ยวกับการเปรียบเทียบเศษสว นทีมีตวั เศษและตัวสว นไมเทา กัน ซง่ึ ควรจะสรุปได ดงั นี้ “การเปรียบเทียบเศษสวนท่มี ไี มเทา กัน ใชวธิ ที ำเศษสวนใหตัวสว นเทา กันกอนแลว จึง เปรียบเทยี บโดยพิจารณาตัวแปร เศษสวนใดที่ตัวเศษมากกวา เศษสว นน้นั จะมากกวา หรือ อาจใชวิธีคณู ไขวระหวา งตัวเศษและตวั สวนแลว เปรียบเทยี บผลคูณ” 6. ใหนกั เรยี นเลนเกมเปรยี บเทยี บเศษสว น เพ่ือตรวจสอบความเขา ใจของนักเรยี นทำแบบฝกหัด ส่ือและแหลงเรียนรู 1. บตั รภาพ 2. เกม การเปรยี บเทยี บเศษสว น 3. หนงั สือเรยี นคณิตศาสตร การวดั และประเมินผล ส่งิ ท่ีวัด วธิ ีวดั เครอ่ื งมือ เกณฑการประเมิน 1. เปรยี บเทยี บ ตรวจแบบฝก หัด แบบฝก หัด นกั เรียนทำถูกตอ งผาน เศษสวนได ตรวจบัตรงาน เกณฑรอยละ 60 ขึน้ ไป 2. การทำงานกลมุ สังเกตพฤติกรรมการ แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2 ผานเกณฑ ทำงานกลุม การทำงานกลมุ การประเมนิ 3. คุณลกั ษณะอนั พงึ สงั เกตการณใฝเรียนรู แบบประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผานเกณฑ ประสงค และมงุ มัน่ ในการ คุณลกั ษณะอันพึง การประเมนิ ทำงาน ประสงค เกณฑก ารประเมนิ ให 3 คะแนน ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมอยางสม่ำเสมอ ให 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบอยครั้ง ให 1 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครัง้
11 ชวั่ โมงที่ 3 การเรยี งลำดบั เศษสวน จุดประสงคก ารเรยี นรู เม่ือกำหนดเศษสว นให สามารถเปรียบเทียบและเรยี งลำดับได กจิ กรรมการเรยี นรชู ว่ั โมงที่ 3 1. กิจกรรม ขยบั กายขยายสมองโดยรวมรองเพลง “เพลงคิดเลขเรว็ ” ประกอบทาทาง รว มสนทนา จากเนอ้ื เพลง 2. นกั เรียนทำแบบฝก คดิ เลขเร็ว จำนวน 10 ขอ 3. ทบทวนเกี่ยวกับทบทวนความรูเดิมเกย่ี วกับความหมายของเศษสวน โดยครนู ำบัตรเศษสว น ตอ ไปน้ี 4. ใหน ักเรยี นชวยกนั เรยี งลำดบั เศษสว นจากนอยไปมาก และจากมากไปนอย แลวชวยกันสรปุ “การเรียงลำดับเศษสว นที่ตัวสวนเทา กัน ใหพ ิจารณาทต่ี ัวเศษ เศษสวนใดที่ ตัวเศษมากกวา เศษสว นนน้ั จะมากกวา” 5. ทบทวนการเรยี งลำดบั เศษสว นที่ตัวสวนตัวหน่งึ เปน พหคุ ูณของตวั สวนท่ีเหลอื ครนู ำบตั ร เศษสวนท่ตี ัวสวนตวั หนึ่งเปน พหุคูณของตัวสว นตัวอื่นๆ ที่เหลอื เชน 6. ใหน กั เรียนชว ยกนั เรยี งลำดบั เศษสว นจากนอ ยไปมาก และจาก มากไปนอย ครถู ามนักเรียนวา มวี ธิ ีการเรยี งลำดับเศษสวนนีอ้ ยางไร ( ทำตัวสว นของเศษสว นทุกจำนวนใหเทากนั กอน แลวจงึ นำมาเรียงลำดับ ) ดังน้ี == == เรียงลำดับจากนอยไปมากไดด งั นี้ หรือ เรยี งลำดับจากมากไปนอยไดด งั นี้ หรือ 7. ครแู ละนกั เรยี นชว ยกันสรุป วา “การเรียงลำดับเศษสว นท่ตี ัวสว นตวั หนง่ึ เปนพหุคูณของตวั สว นตวั อ่นื ๆ ใชวธิ ที ำเศษสว นทกุ จำนวนใหมตี วั สวนเทา กนั แลว จงึ นำมาเรียงลำดับกนั โดย พิจารณาจากตวั เศษ” 8. ใหนักเรยี นทำแบบฝก หัดในหนงั สือเรียนคณติ ศาสตร สื่อและแหลง เรยี นรู
12 1. แบบทดสอบกอนเรยี น 2. บัตรงาน 3. เพลงคณติ ศาสตร 4. หนังสือเรียนคณิตศาสตร การวดั และประเมนิ ผล สง่ิ ทวี่ ดั วิธวี ดั เครื่องมือ เกณฑก ารประเมิน 1. เรยี งลำดับ ตรวจแบบฝก หัด แบบฝกหัด นกั เรยี นทำถกู ตองผา น เศษสวนจากมาไปนอย ตรวจบัตรงาน เกณฑร อยละ 60 ข้นึ ไป และจากนอ ยไปมากได แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคณุ ภาพ 2 ผา น 2. การทำงานกลุม สังเกตพฤติกรรมการ การทำงานกลมุ เกณฑก ารประเมิน ทำงานกลมุ แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2 ผาน 3. คุณลักษณะอันพงึ สงั เกตการณใ ฝเ รียนรู คุณลกั ษณะอนั พึง เกณฑก ารประเมนิ ประสงค และมุงมนั่ ในการทำงาน ประสงค ให 3 คะแนน เกณฑก ารประเมนิ ให 2 คะแนน ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา งสมำ่ เสมอ ให 1 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบอ ยครง้ั ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั
13 ชว่ั โมงท่ี 4 เศษสวนอยา งตำ่ จดุ ประสงคการเรยี นรู เม่อื กำหนดเศษสวนให สามารถทำใหเ ปน เศษสว นอยา งตำ่ ได กจิ กรรมการเรยี นรชู ั่วโมงท่ี 4 1. นกั เรียนทำแบบฝกคิดเลขเรว็ จำนวน 10 ขอ 2. นกั เรียนรว มกิจกรรม ขยับกายขยายสมองโดยรว มรองเพลง “เศษสว นอยางตำ่ ”ประกอบทา ทาง รว มสนทนาจากเน้ือเพลง 3. นักเรยี นสงั เกตแผนภูมแิ สดงวธิ ีทำเศษสว นใหเปนเศษสวนอยา งตำ่ โดยวธิ ีการแยกตัวประกอบ วธิ ีการนำตัวประกอบรว มของตวั เศษและสวนไปหารทงั้ เศษและสวนอยางตอ เนื่อง จนกวาจะไมม ตี วั ประกอบ รวมใดไปหารลงตวั และวธิ ีการนำ ห.ร.ม. ของเศษและสว นไปหาร ท้ังเศษและสวน มาอภปิ รายซกั ถาม วธิ กี าร ทำเศษสวนใหเ ปนเศษสวนอยา งตำ่ ทั้ง 3 วิธี 4. กำหนดเศษสว นบนกระดานดำ ใหนกั เรียนชว ยกันแสดงวิธที ำเศษสวนทกี่ ำหนดให เปนเศษสวนอยา งตำ่ โดยใชท ั้ง 3 วิธี ดังนี้ วธิ ีท่ี 1 30 = 2×3×5 2× 2× 3× 3 36 = 5 2×3 =5 6 วธิ ีท่ี 2 30 = 30 ÷ 2 36 ÷ 2 36 = 15 ÷ 3 18 ÷ 3 =5 6 วธิ ีที่ 3 30 = 30 ÷ 6 36 ÷ 6 36 =5 6 แนะนำนักเรยี นวา การทำเศษสว นใหเปนเศษสวนอยางต่ำตอ งรจู กั เลือกวธิ ที ่เี หมาะสมกบั เศษสวน คอื ถา เศษสว นเปนตัวเลขทม่ี ีคา นอ ยก็ควรใชว ธิ ีแยกตัวประกอบ หรอื วธิ ีหาตวั หารรวมมาก แตถ าเศษสวน เปน ตวั เลขทม่ี ีคา มากกค็ วรจะใชว ิธีนำ ห.ร.ม. มาหาร
14 5. นกั เรียนรวมเลน เกม “โดมโิ นเศษสวนอยางต่ำ” ขณะนกั เรียนรวมทำกจิ กรรม ครสู อนแทรก คานิยมขอ 6 มีศีลธรรม รักษาความสัตย หวังดีตอ ผูอืน่ เผ่ือแผแ ละแบงปน 6. ใหน กั เรียนชวยกนั สรุปเกี่ยวกับเศษสวนอยา งตำ่ ซึ่งควรจะสรุปไดดังนี้ “เศษสวนอยา งต่ำ คือเศษสวนท่ไี มมีจำนวนใดๆ ทม่ี ากกวาหนึ่งมาหารไดลงตัว ท้ังตวั เศษและตวั สวน” 7. ใหน กั เรยี นทำแบบฝก หัดในหนังสือเรยี นคณติ ศาสตร ส่ือและแหลงเรียนรู 1. แบบทดสอบกอนเรียน 2. บัตรงาน 3. เพลงคณิตศาสตร 4. หนงั สือเรียนคณิตศาสตร การวดั และประเมนิ ผล สงิ่ ทว่ี ดั วธิ วี ดั เคร่อื งมือ เกณฑก ารประเมิน 1.เขียนเศษสวนใหอ ยู ตรวจแบบฝก หัด แบบฝกหัด นักเรยี นทำถูกตองผาน ในรปู เศษสว นอยางตำ่ ตรวจบัตรงาน เกณฑรอ ยละ 60 ขน้ึ ไป ได แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2 ผา น 2.การทำงานกลมุ สังเกตพฤติกรรมการ การทำงานกลุม เกณฑก ารประเมนิ ทำงานกลุม แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ 2 ผาน 3.คณุ ลกั ษณะอนั พึง สงั เกตการณใฝเ รียนรู คณุ ลกั ษณะอนั พงึ เกณฑก ารประเมิน ประสงค และมุงมั่นในการทำงาน ประสงค ให 3 คะแนน เกณฑก ารประเมิน ให 2 คะแนน ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมอยางสม่ำเสมอ ให 1 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบอ ยครั้ง ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครัง้
15 ชั่วโมงที่ 5 เศษเกินและจำนวนคละ จุดประสงคการเรยี นรู เมอื่ กำหนดเศษเกินให สามารถทำใหเ ปน จำนวนคละได กจิ กรรมการเรียนรูชั่วโมงที่ 5 1. นักเรียนทำแบบฝกคิดเลขเรว็ จำนวน 10 ขอ 2. นกั เรยี นรว มกิจกรรม ขยบั กายขยายสมองโดยรวมรอ งเพลง “ชนดิ ของเศษสว น”ประกอบทา ทาง รวมสนทนาจากเนื้อเพลง 2. ครเู ขยี นเศษสวนเกินบนกระดาน เชน ใหน กั เรียนเขยี นใหอยใู นรูปจำนวนคละ พรอมทง้ั บอกวธิ ี คดิ จะไดวา นำ 3 ไปหาร 5 ได 1 เศษ 2 ดงั นน้ั จำนวนคละ คอื 3. ครแู จกบตั รงานใหนกั เรียนแตล ะกลมุ รวมกนั คิด แลว ออกมานำเสนอหนา หอ งเรยี น 4. จากน้ันครูและนักเรยี นรว มกนั สรปุ วา “การเขยี นเศษเกนิ ในรปู จำนวนคละ อาจทำไดโดยนำตวั สวนไปหารตัวเศษผลหารที่ไดเปน จำนวนนบั โดยมเี ศษที่เหลือเปนตวั เศษและมีตวั สวนคงเดมิ ” 5. ครูเขยี นจำนวนคละบนกระดาน เชน ใหน กั เรียนเขยี นในรปู เศษเกิน พรอมทั้งบอกวิธีคิด จะไดวา นำ 7 ไปคูณกับ 2 ได 14 แลวนำไปบวกกับตัวเศษ คอื 4 ได 18 ดงั น้ันเศษเกนิ คอื 6. ครแู จกบัตรงานใหนกั เรยี นแตล ะกลุมรว มกนั คิด แลว ออกมานำเสนอหนาหองเรยี น 7. จากนั้นครแู ละนักเรยี นรวมกนั สรปุ วา “การเขียนจำนวนคละในรูปเศษเกินทำไดโดยนำตัวสวนไปคณู กบั จำนวนนับ แลวบวกกบั ตัวเศษ ผลลัพธท ่ีไดจะเปน ตัวเศษของเศษเกนิ โดยท่ีตวั สวนคงเดมิ ” 8. ใหนกั เรียนทำแบบฝกหัดในหนังสอื เรยี นคณติ ศาสตร สื่อและแหลงเรียนรู 1. บัตรงาน 2. เพลงคณิตศาสตร 3. หนังสอื เรียนคณติ ศาสตร
16 การวัดและประเมินผล สิ่งทว่ี ัด วธิ ีวัด เคร่ืองมือ เกณฑก ารประเมนิ 1.เขยี นเศษเกนิ ใหอ ยู ตรวจแบบฝก หัด แบบฝก หดั นกั เรียนทำถกู ตอ งผา น ในรูปจำนวนคละ ตรวจบตั รงาน เกณฑร อยละ 60 ข้นึ ไป และเขยี นจำนวนคละ แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา น ในรปู เศษเกนิ ได การทำงานกลุม เกณฑก ารประเมิน 2.การทำงานกลุม สงั เกตพฤติกรรมการ แบบประเมิน ระดับคณุ ภาพ 2 ผาน ทำงานกลุม คณุ ลกั ษณะอนั พงึ เกณฑการประเมนิ 3.คณุ ลกั ษณะอนั พึง สงั เกตการณใฝเรียนรู ประสงค ประสงค และมุงมัน่ ในการทำงาน ให 3 คะแนน ให 2 คะแนน เกณฑการประเมิน ให 1 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอยางสมำ่ เสมอ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบอยครงั้ ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
17 ชวั่ โมงที่ 6 การบวกและการลบเศษสวน จดุ ประสงคก ารเรยี นรู เมือ่ กำหนดเศษสว นสองใหนักเรยี นสามารถหาผลบวก และผลลบได กจิ กรรมการเรียนรชู ่ัวโมงท่ี 6 1. นกั เรียนทำแบบฝกคดิ เลขเรว็ จำนวน 10 ขอ 2. นักเรียนรว มกจิ กรรม ขยบั กายขยายสมองโดยรว มรองเพลง “การบวกลบเศษสวน” พรอมประกอบทาทาง รว มสนทนาจากเน้อื เพลง 3. คุณครูและนักเรยี นรวมกันทบทวนการบวก การลบเศษสว นท่มี ีสว นเทา กัน ดังนี้ ตวั อยา ง การบวกเศษสว นท่มี สี ว นเทากัน เชน 1 + 2 55 1) นำแกวนำ้ ทม่ี สี ว นแบงเปน 5 สวนมาใหน กั เรยี นดู 2 ใบ ใบท่ี 1 ใสน ้ำไว 1 สวน ใบที่ 2 ใสน ำ้ ไว 2 สวน แลวถามนกั เรยี นวานำ้ ในแกวแตล ะใบมจี ำนวนเทาใด (ใบท่ี 1 มี 1 สวน ใบที่ 2 มี 2 สว น) 2) นำน้ำในแกวใบท่ี 2 เทรวมกับแกว ใบท่ี 1 นักเรยี นจะเห็นนำ้ ในแกว ใบท่ี 1 เพิม่ ขนึ้ อีก 2 สวน ถึงเสน แบง ที่ 3 ถามนกั เรยี นวา เมอ่ื น้ำ 2 แกวมาเทรวมกนั แลว ไดเ ปนเศษสวน เทาไร 3 5 3) นำภาพแกว ทมี่ นี ้ำตามของจริง มาติดบนกระดานแลวเขียนเลขเศษสว นใหต รงกับภาพ ดงั น้ี รวมกับ เทากบั 1+2 = 3 55 5
18 ตวั อยา ง การลบเศษสว นท่มี สี วนเทากนั เชน 4 − 3 55 1) นำกระดาษสี่เหล่ียมผืนผามา 1 แผน แบง ออกเปน 5 สว นเทา ๆ กนั ใหระบายสแี ดงไว 4 สว น 4 ตอมาระบายสีนำ้ เงิน ซำ้ ลงไปบนสแี ดง 3 สว น 3 นักเรียนวาจะมี 5 5 สว นท่ีเปนสแี ดงเหลืออยูก่ีสวน 1 5 2) เขียนแผนภาพใหนกั เรียนดบู นกระดานดำไดด ังนี้ 31 55 3) เขียนแสดงวิธที ำไดดงั น้ี 4 −3 = 4−3 = 1 55 55 4. ใหน กั เรยี นชว ยกันสรุปเกย่ี วกบั การบวกและการลบเศษสว นไดด ังน้ี 5. ใหน ักเรียนทำแบบฝกหดั ในหนงั สือเรยี นคณติ ศาสตร สือ่ และแหลงเรยี นรู 1. แบบฝก คิดเลขเร็ว 2. เพลง “การบวกลบเศษสวน” 3. แบบฝกหดั ในหนังสือเรียนคณติ ศาสตร การวดั และประเมนิ ผล เครอ่ื งมอื เกณฑก ารประเมนิ สิง่ ท่ีวัด วธิ ีวดั แบบฝก หัด นักเรียนทำถูกตองผา น 1.บวก ลบ เศษสว น ตรวจแบบฝกหัด เกณฑรอ ยละ 60 ขน้ึ ไป ได ตรวจบัตรงาน แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคณุ ภาพ 2 ผา น 2.การทำงานกลุม สงั เกตพฤติกรรมการ การทำงานกลุม เกณฑการประเมิน ทำงานกลมุ แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2 ผาน 3.คณุ ลักษณะอันพงึ สังเกตการณใฝเรยี นรู คณุ ลกั ษณะอนั พึง เกณฑก ารประเมิน ประสงค และมงุ ม่ันในการทำงาน ประสงค เกณฑก ารประเมิน
19 ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยางสมำ่ เสมอ ให 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบอ ยครัง้ ให 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ให 1 คะแนน ชัว่ โมงท่ี 7 การบวกและการลบเศษสวน จุดประสงคการเรียนรู เม่อื กำหนดเศษสวนทต่ี วั สว นไมเ ทา กนั ใหส ามารถหาผลบวกและผลลบได กจิ กรรมการเรยี นรชู ัว่ โมงที่ 7 1. นักเรยี นทำแบบฝก คิดเลขเร็ว จำนวน 10 ขอ 2. นกั เรยี นสังเกตเคร่อื งฉายสามมิติ แสดงตวั อยางท่ี 1 และตวั อยา งที่ 2 แสดงการคดิ และวิธีการบวกลบเศษสวนท่ีมีตัวสว นไมเ ทากัน นำแตละวิธมี าอภปิ รายซกั ถามถงึ วิธีการคิดและแสดงวธิ ที ำ เพ่อื หาคำตอบ 3. ครกู ำหนดโจทยการบวก การลบเศษสว นบนกระดานดำแลว ใหนกั เรยี นชวยกนั แสดง วิธที ำเพ่อื หาคำตอบ ตามวิธกี ารจากแผนภูมิ ดงั นี้ 3−1 = 46 วธิ ีที่ 1 นำจำนวนเดียวกันที่ไมใชศูนย (0) มาคูณท่ตี วั เศษและตวั สวน เพือ่ ใหต ัวสว นเทากนั 3−4 = 3 × 3 - 1 × 2 46 4 3 6 2 = 9−2 12 12 = 9−2 12 =7 12 วิธที ี่ 2 หา ค.ร.น. ของ 4, 6 ได 12 3−4 = (3 × 3) − (1 × 2) 46 12 = 9−2 12 =7 12
20 2+ 1 = 5 10 วิธที ี่ 1 นำจำนวนทไ่ี มใชศูนย (0) มาคูณท้งั ตวั เศษและตัวสว นเพื่อใหต วั สวนเทากนั 2+ 1 = 2 × 2 +1 5 10 5 × 2 10 = 4 −1 10 = 4 +1 ทำใหเ ปนเศษสวนอยา ง ต่ำโดยนำ 5 มาหารท้งั ตัว 10 เศษและตัวสว น = 51 10 2 =1 2 วธิ ีท่ี 2 หา ค.ร.น. ของ 5, 10 ได 10 2+ 1 = (2 × 2) + (1 × 1) 5 10 10 = 4 +1 ทำใหเปน เศษสว นอยาง ตำ่ โดยนำ 5 มาหารท้ังตวั 10 เศษและตวั สว น = 51 10 2 =1 2 4. นกั เรยี นชว ยกันสรุปเกยี่ วกบั การบวก ลบเศษสวน ท่มี ีตัวสวนไมเทา กนั ซ่ึงควรจะ สรปุ ไดดงั นี้ “การบวกลบเศษสวนที่มตี วั สวนไมเทา กนั จะตองทำตัวสว นของเศษสว นทุกจำนวน ใหเทา กันกอ น แลวจึงนำเศษมาบวกหรือลบกนั และการทำสวนใหเ ทากนั อาจใชวธิ ีหา ค.ร.น. ของตวั สวนทกุ จำนวน แลวทำตวั สวนใหเทากับ ค.ร.น. หรอื จะใชวธิ นี ำจำนวนท่ไี มใ ชศ ูนย มาคูณทงั้ ตัวเศษและตวั สว น เพื่อใหตวั สวนเทากนั และผลลัพธท่ไี ดจ ะตอ งเปน เศษสวนอยางต่ำที่สุดเสมอ” 5. นกั เรยี นทำแบบฝกเสรมิ ทกั ษะ ส่ือและแหลง เรียนรู 1. แบบฝกคดิ เลขเรว็ 2. แบบฝก เสริมทกั ษะในหนงั สอื เรียนคณติ ศาสตร
21 การวดั และประเมนิ ผล เครอ่ื งมือ สง่ิ ท่ีวดั วธิ ีวดั แบบฝกหดั เกณฑก ารประเมนิ 1.บวก ลบ เศษสวน ตรวจแบบฝกหัด นกั เรยี นทำถกู ตองผาน ได ตรวจบตั รงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรม เกณฑร อยละ 60 ข้นึ ไป 2.การทำงานกลุม สังเกตพฤติกรรมการ การทำงานกลมุ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา น ทำงานกลมุ แบบประเมิน เกณฑก ารประเมิน 3.คุณลักษณะอนั พงึ สังเกตการณใฝเ รียนรู คณุ ลกั ษณะอันพึง ระดับคุณภาพ 2 ผา น ประสงค และมงุ มนั่ ในการทำงาน ประสงค เกณฑก ารประเมนิ เกณฑการประเมิน ให 3 คะแนน ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมอยา งสม่ำเสมอ ให 2 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ ยคร้งั ให 1 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
22 ชัว่ โมงที่ 8 การบวกและการลบจำนวนคละ จดุ ประสงคก ารเรยี นรู เมื่อกำหนดการบวก ลบ จำนวนคละใดๆ ใหสามารถแสดงวิธีทำและหาคำตอบได กิจกรรมการเรยี นรชู ว่ั โมงท่ี 8 1. นกั เรยี นทำแบบฝก คิดเลขเร็ว จำนวน 10 ขอ 2. นักเรียนรว มรอ งเพลง “เศษเกินและจำนวนคละ” สนทนาจากเนอื้ เพลง 3. นักเรยี นสังเกตเครอ่ื งฉายสามมติ เิ กี่ยวกบั ความหมายของจำนวนคละ รว มซักถาม ซึ่งจะไดว า จำนวนคละ คือ จำนวนเต็มบวกกบั เศษสว น เชน 2 1 คือ 2 + 1 , 1 2 คอื 1 + 2 2 25 5 4. ทบทวนการทำเศษสวนจำนวนคละใหเปน เศษสวนเกนิ โดยนำแผนภาพมาใหนกั เรียน พิจารณา ดังน้ี เทา กบั 11 3 22 แลว ใหนกั เรียนชว ยกันการทำเศษสว นจำนวนคละใหเปน เศษสวนเกนิ โดยใช การคำนวณ ซึ่งจะไดดังนี้ 1 1 = (1× 2) + 1 = 3 นำจำนวนเต็มคูณกับ 222 สว นแลว บวกดว ยเศษ 2 1 = (2 × 4) + 1 = 9 444 5. ทบทวนการนำแผนภาพการบวกจำนวนคละมาใหน กั เรียนพจิ ารณาดงั น้ี 21 +11 = 32 21 1 33 +1 2
23 11 2 2+3=5 จากแผนภาพนักเรียนสามารถรวมจำนวนเต็มได เทา ไร (2+1 = 3) เศษสวนทเ่ี หลือคอื 6 6 6 1 มคี า เทา กบั 2 และ 1 มคี า เทา กับ 3 3 62 6 ดังน้ัน 2 1 + 1 1 ไดค ำตอบเทาไร 3 5 32 6 จากแผนภาพใหนักเรียนชว ยกันแสดงวิธที ำจำนวนคละใหเปนเศษเกิน ซึ่งจะไดดังน้ี 21 +11 = 7+3 1. ทำใหเปน เศษเกิน 32 32 2 1 = (2 × 3) + 1 = 7 333 1 1 = (1× 2) + 1 = 3 222 = (7 × 2) + (3 × 3) 2.หา ค.ร.น. ของ 2, 3 ได 6 จาก 7 63 สวนคอื 3 ไปหาร ค.ร.น. คอื 6 แลว นำ 2 ไปคูณกับ 7 จาก นำสวนคือ 2 ไปหาร ค.ร.น. คือ = 14 + 9 ได 3 แลว นำ ไปคูณกับ 3 6 = 23 3.ทำให 23 เปน จำนวนคละโดย 6 6 ตอบ = 3 5 นำ 6 ไปหาร 23 ได 3 เศษ 5 ดงั นั้น 23 = 3 5 6 66 6.นำแผนภาพจำนวนคละมาใหน กั เรียนพิจารณาดงั นี้ 3 4 − 2 5 53 3 – 2 + 4 − 2 = 1 + 4 − 2 5 3 5 3
24 จากแผนภาพนกั เรยี นสามารถลบสว นที่เปนจำนวนเต็มไดเ ทาไร (3 – 2 = 1) เศษสวนที่เหลือ คือ 4 − 2 จะมีวธิ ีการคดิ อยางไร (ทำสวนเทา กันกอนโดยการคณู ไขว หรอื หา ค.ร.น. ของ 5 และ 3 ซง่ึ จะได 5 3 เทา กบั 15 แลวขยายเศษสวนใหม สี ว นเปน 15 ใหนักเรยี นชว ยกันแสดงวธิ ีทำ ซงึ่ จะไดด งั น้ี 34 −22 = (3 – 2) + 4 − 2 53 5 3 = 1 + (4 × 3) − (2 × 5) 15 = 1 + 12 − 10 15 = 1+ 2 15 ตอบ = 1 2 15 ใหน ักเรยี นชว ยกันแสดงวธิ ีทำและหาคำตอบโดยใชว ธิ ีทำจำนวนคละใหเปน เศษเกนิ จะไดดังน้ี 1.ทำใหเปนเศษเกิน 3 4 = (3× 5) + 4 = 19 34 −22 = 19 − 8 55 5 53 53 2 2 = (2 × 3) + 2 = 8 323 = (19 × 3) − (8 × 5) 2.หา ค.ร.น. ของ 5, 3 ได 15 จาก 15 19 สวนคอื 5 ไปหาร ค.ร.น. คือ 5 = 57 − 40 15 แลวนำ 3 ไปคูณกับ 19 นำ สว นคอื 3 ไปหาร ค.ร.น. คอื 15ได 15 5 แลว นำ ไปคณู กับ 6 = 17 3. 17 เปน เศษเกนิ ทำใหเปน 15 15 = 12 จำนวนคละโดยนำ 15 ไปหาร 17 ได 1 เศษ 2 15 ดังนนั้ 17 = 1 2 ตอบ = 1 2 15 15 15 7. นกั เรยี นชวยกนั สรุปเก่ียวกบั การบวกลบจำนวนคละ ใชว ิธีทำจำนวนคละใหเปน เศษเกิน แลวจงึ นำมาบวกลบกัน 8. นกั เรยี นทำแบบฝกเสรมิ ทกั ษะ
25 ส่ือและแหลง เรียนรู 1. แบบฝก คิดเลขเร็ว 2. แบบฝก เสรมิ ทกั ษะท่คี รูกำหนด การวดั และประเมนิ ผล ส่งิ ท่วี ัด วิธีวัด เครือ่ งมอื เกณฑก ารประเมิน 1.บวก ลบ จำนวน ตรวจแบบฝก หัด แบบฝกหัด นักเรยี นทำถกู ตองผา น คละได ตรวจบัตรงาน เกณฑรอ ยละ 60 ข้ึนไป 2.การทำงานกลุม สงั เกตพฤติกรรมการ แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับคณุ ภาพ 2 ผาน ทำงานกลุม การทำงานกลมุ เกณฑการประเมนิ 3.คณุ ลกั ษณะอันพึง สังเกตการณใฝเ รยี นรู แบบประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา น ประสงค และมุง ม่นั ในการทำงาน คณุ ลักษณะอันพึง เกณฑการประเมิน ประสงค เกณฑก ารประเมิน ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา งสม่ำเสมอ ให 3 คะแนน ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบอยคร้งั ให 2 คะแนน ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให 1 คะแนน
26 ชั่วโมงท่ี 9 โจทยป ญหาการบวกและการลบเศษสวน จุดประสงคก ารเรยี นรู เม่ือกำหนดโจทยป ญ หาการบวก การลบเศษสว นให นักเรยี นสามารถแสดงวิธที ำแลว หาคำตอบได กิจกรรมการเรียนรชู ่วั โมงท่ี 9 1. นักเรียนทำแบบฝก คิดเลขเร็ว จำนวน 10 ขอ 2. นักเรียนรว มสนทนากับนักเรียนเร่ืองการแกโ จทยปญ หาวา มีขน้ั ตอนใดบาง ครูยกตัวอยา ง เชน - อานโจทยป ญหา - วาดภาพตามขอ ความของโจทยปญหา - ทำความเขา ใจโจทยปญหา 3. นักเรยี นพิจารณาโจทยตอไปน้ี ปราชญใ ชน ้ำไป 1 ของถงั เหลอื นำ้ อยูค ร่งึ ถงั เดมิ มีน้ำอยใู นถังคดิ เปนเศษสว นเทาใดของถงั 3 แลวให นกั เรียนทำกิจกรรม 1. อานโจทยปญ หาพรอม ๆ กันทุกคน 2. วาดภาพจากโจทยเพอ่ื ทำความเขาใจ 3. ทำความเขา ใจโจทยโดยพิจารณาดงั น้ี - โจทยถามอะไร?.....(เดมิ มนี ้ำอยูในถังคิดเปนเศษสวนเทา ใดของถัง) - โจทยกำหนดอะไรใหบ า ง?.....(ใชนำ้ ไป 1 ของถัง เหลืออยู 1 ของถัง) 32 - หาคำตอบไดอ ยางไร เพราะเหตใุ ด (หาผลบวกของ 1 กับ 1 เพราะน้ำทีใ่ ชไปรวมกับ 32 น้ำท่ีเหลอื อยยู อมเทา กับนำ้ ทม่ี อี ยูเดิม) - เขียนประโยคสัญลักษณไ ดอยา งไร ( 1 + 1 = ) 32 - เขียนแสดงวิธีทำไดอยา งไร ปราชญใ ชน้ำไป 1 ของถงั 3 เหลือนำ้ อยู 1 ของถงั 2 เดิมมนี ้ำอยูในถังคดิ เปน 1+1 = (1× 3) + (1× 2) ของถัง 32 6 = 3 + 2 ของถงั 6
27 =5 ของถงั 6 ตอบ เดมิ มนี ้ำอยใู นถัง 5 ของถัง 6 - คำตอบทไ่ี ดสมเหตุสมผลหรือไม ตอบ สมเหตุสมผล เพราะใชน้ำไป 1 ของถงั แลวยังเหลือ 1 ของถงั แสดงวา เดิม 32 ตอ งมีน้ำเกือบเต็มถัง 4. ครกู ำหนดโจทยการบวก การลบเศษสว นบนกระดานดำแลว ใหน ักเรียนชว ยกันแสดงวธิ ีทำเพอ่ื หาคำตอบ ตามวธิ กี ารจากตัวอยา ง 5. นกั เรียนชวยกนั สรปุ เกย่ี วกบั โจทยปญหาการบวก การลบเศษสวน “การทำโจทยปญหาการบวก ลบเศษสวนนั้นมวี ิธีการหาคำตอบเชนเดียวกับการหาคำตอบโจทย ปญ หาจำนวนเต็ม คือจะตองมกี ารวิเคราะหโจทย เขยี นประโยคสญั ลักษณและหาคำตอบ” 6. นักเรยี นทำแบบฝก เสรมิ ทกั ษะที่กำหนดให สื่อและแหลง เรียนรู 1. แบบฝกคิดเลขเรว็ 2. แบบฝกเสริมทักษะ การวดั และประเมินผล เคร่อื งมอื เกณฑก ารประเมิน ส่ิงท่วี ัด วิธวี ดั แบบฝกหดั นักเรียนทำถกู ตองผาน 1.แกโจทยปญหาการ ตรวจแบบฝกหัด เกณฑร อ ยละ 60 ข้นึ ไป บวก ลบ เศษสวนได แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดับคณุ ภาพ 2 ผา น 2.การทำงานกลมุ สงั เกตพฤติกรรมการ การทำงานกลุม เกณฑก ารประเมิน ทำงานกลมุ แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2 ผาน 3.คุณลกั ษณะอนั พึง สังเกตการณใฝเรียนรู คณุ ลักษณะอันพงึ เกณฑก ารประเมิน ประสงค และมงุ มัน่ ในการทำงาน ประสงค เกณฑการประเมนิ ให 3 คะแนน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอยา งสม่ำเสมอ ให 2 คะแนน ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบอ ยครัง้ ให 1 คะแนน ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั
28 ชวั่ โมงท่ี 10 โจทยปญหาการบวกและการลบเศษสว น จดุ ประสงคก ารเรยี นรู เม่อื กำหนดโจทยป ญ หาการบวก การลบเศษสวนให นกั เรยี นสามารถแสดงวธิ ีทำแลวหาคำตอบได กิจกรรมการเรียนรูชวั่ โมงที่ 10 1. นักเรียนทำแบบฝกคดิ เลขเร็ว จำนวน 10 ขอ 2. นกั เรียนรว มสนทนากบั นกั เรยี นเรื่องการแกโ จทยป ญ หาวา มีขนั้ ตอนใดบาง ครูยกตวั อยา ง เชน - อา นโจทยปญ หา - วาดภาพตามขอ ความของโจทยป ญหา - ทำความเขา ใจโจทยปญ หา 3. นักเรียนพจิ ารณาโจทยต อไปน้ี นำ้ ชามรี บิ บ้ิน 5 1 เมตร ใชป ระดษิ ฐดอกไม 3 2 เมตร จะเหลอื รบิ บนิ้ อยกู เ่ี มตร 45 แลวให นกั เรียนทำกจิ กรรม 1. อา นโจทยป ญหาพรอ ม ๆ กนั ทุกคน 2. วาดภาพจากโจทยเ พอ่ื ทำความเขาใจ 3. ทำความเขา ใจโจทยโ ดยพจิ ารณาดังน้ี - โจทยถามอะไร?.....(จะเหลือริบบนิ้ อยูก่เี มตร) - โจทยก ำหนดอะไรใหบ าง?.....(นำ้ ชามรี บิ บ้ิน 5 1 เมตร ใชประดิษฐดอกไม 3 2 เมตร) 45 - หาคำตอบไดอ ยา งไร เพราะเหตุใด (หาผลลบของ 5 1 กบั 3 2 เพราะ) 45 - เขยี นประโยคสัญลักษณไดอ ยา งไร ( 5 1 -3 2 = ) 45 - เขยี นแสดงวิธีทำไดอ ยางไร นำ้ ชามีรบิ บ้นิ 5 1 เมตร 4 ใชประดษิ ฐดอกไม 3 2 เมตร 5 จะเหลือรบิ บน้ิ อยูก ่เี มตร 51 -32 = 21 − 17 เมตร 45 45
29 = 105 − 68 เมตร 20 = 37 เมตร 20 = 117 20 ตอบ จะเหลอื รบิ บิ้นอยู 117 เมตร 20 - คำตอบท่ไี ดส มเหตุสมผลหรอื ไม ตอบ สมเหตสุ มผล เพราะใชร บิ บ้ินไป 3 2 เมตร รวมกบั ริบบ้นิ ท่เี หลือ 117 เทากบั 5 20 รบิ บ้ินทีม่ ีอยู 4. ครกู ำหนดโจทยการบวก การลบเศษสวนบนกระดานดำแลวใหน กั เรียนชวยกันแสดงวิธีทำเพื่อ หาคำตอบ ตามวธิ กี ารจากตัวอยาง 5. นกั เรยี นชวยกนั สรุปเกีย่ วกบั โจทยปญหาการบวก การลบเศษสวน “การทำโจทยปญ หาการบวก ลบเศษสว นนัน้ มีวิธีการหาคำตอบเชนเดียวกบั การหาคำตอบโจทย ปญหาจำนวนเตม็ คอื จะตองมกี ารวเิ คราะหโจทย เขยี นประโยคสัญลักษณแ ละหาคำตอบ” 6. นกั เรยี นทำแบบฝกเสริมทกั ษะท่ีกำหนดให สือ่ และแหลงเรียนรู 1. แบบฝกคิดเลขเร็ว 2. บัตรงาน 3. แบบฝกเสรมิ ทกั ษะ การวัดและประเมนิ ผล เครอื่ งมือ เกณฑการประเมนิ สิง่ ท่วี ดั วิธวี ดั แบบฝก หัด นกั เรยี นทำถูกตอ งผา น 1.เขียนเศษสวนใหอ ยู ตรวจแบบฝกหัด เกณฑร อยละ 60 ขนึ้ ไป ในรูปเศษสวนอยางตำ่ ตรวจบัตรงาน แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผา น ได การทำงานกลุม เกณฑการประเมิน 2.การทำงานกลุม สงั เกตพฤติกรรมการ แบบประเมิน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผาน ทำงานกลมุ คุณลกั ษณะอันพึง เกณฑก ารประเมนิ 3.คณุ ลักษณะอันพึง สังเกตการใฝเรยี นรู ประสงค ประสงค และมุง มั่นในการทำงาน ให 3 คะแนน ให 2 คะแนน เกณฑการประเมนิ ให 1 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา งสม่ำเสมอ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบอ ยคร้งั ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง
30 ช่ัวโมงท่ี 11 การคณู เศษสว นกับจำนวนนบั จุดประสงคการเรยี นรู เมอื่ กำหนดเศษสวนใดๆ กบั จำนวนนบั ใหสามารถหาผลคูณได กิจกรรมการเรยี นรูชว่ั โมงที่ 11 1. นกั เรียนทำแบบฝก คิดเลขเร็ว จำนวน 10 ขอ 2. นกั เรียนและครูรวมทบทวนความรูเ ดิมเกีย่ วกับจำนวนนบั คณู เศษสว น โดยนำแผนภาพมาใหนักเรยี น พิจารณา และตอบคำถามตอ ไปนี้ 2x 2 = 5 รวมกบั เทากับ 2+ 2 = 4 55 5 จากภาพ 2 x 2 หมายความวา อยา งไร 5 เขียนแสดงการบวกไดอยา งไร 2 + 2 = 4 5 5 5 เขียนแสดงการคณู ไดอ ยา งไร 2 × 2 = 4 5 5 4. นำแผนภาพมาใหนกั เรียนพจิ ารณาและตอบคำถามทำนองเดียวกนั อีก 2-3 ภาพ ดงั น้ี
31 4x1 2x 2 3x 3 4 3 4 5. นำแผนภาพการคูณเศษสว นดว ยจำนวนนบั มาใหนักเรียนพจิ ารณา สว่ นท่ี 1 สว่ นท่ี 2 สว่ นท่ี 3 2 ×6 3 ใหน ักเรยี นตอบคำถามตอ ไปน้ี 2 × 6 หรือ 2 ของ 6 หมายความวาอยางไร 33 (แบง 6 ออกเปน 3 สวน เทาๆ กนั แลว ตอ งการเพยี ง 2 สวน) เม่อื แบง 6 ออกเปน 3 สว นเทา ๆ กันแลว แตละสวนจะมีขนาดเทา ไร (2) 2 สวนของ 2 จะมคี า เทา ไร (4) ดังนั้น 2 × 6 เทากบั เทา ไร (4) 3 แลวชวยกันสรุปวธิ ีคดิ คำนวณซึ่งจะไดด ังนี้ ขน้ั ที่ 1 แบง 6 ออกเปน 3 สว นเทาๆ กนั คอื 6 ÷ 3 = 2 ข้นั ท่ี 2 คูณแตละสว นทีไ่ ด ดวย 2 คอื 2 x 2 = 4 แลว ชว ยกนั เขียนแสดงวธิ ที ำบนกระดานดำดังนี้ 2 x6 = 2×6 นำตัวสว นคือ 3 ไป หารจำนวนนับ คอื 6 3 3 ไปได 2 แลว นำ 2 ไป คูณกบั ตวั เศษคอื 2 = 2×2 1 =4 1
32 ตอบ ๔ 6. นักเรยี นชว ยกนั สรุปเกีย่ วกบั การคูณเศษสวนดวยจำนวนนบั ใหไดว า “ ใหน ำจำนวนนบั มาคณู กับตัวเศษ โดยตัวสวนคงเดมิ หรือถา ตัวสว นหารจำนวนนบั ลงตัว ใหนำตัว สวนหารจำนวนนับ แลวจงึ คูณกบั ตัวเศษ” 8. นกั เรยี นทำแบบฝกหัดเพ่มิ เติม สอื่ และแหลงเรียนรู 1. แบบฝก คิดเลขเร็ว 2. หนังสอื เรยี นคณติ ศาสตร การวดั และประเมินผล เครือ่ งมอื สิง่ ท่วี ัด วิธวี ัด แบบฝก หัด เกณฑการประเมนิ 1.คณู เศษสว นกบั ตรวจแบบฝก หัด นกั เรยี นทำถูกตอ งผา น จำนวนนับได ตรวจบตั รงาน แบบสังเกตพฤติกรรม เกณฑร อยละ 60 ขนึ้ ไป 2.การทำงานกลุม สงั เกตพฤติกรรมการ การทำงานกลมุ ระดบั คุณภาพ 2 ผา น ทำงานกลมุ แบบประเมิน เกณฑการประเมิน 3.คณุ ลกั ษณะอันพงึ สังเกตการณใ ฝเรยี นรู คณุ ลักษณะอนั พึง ระดบั คุณภาพ 2 ผา น ประสงค และมุงมั่นในการทำงาน ประสงค เกณฑก ารประเมนิ เกณฑการประเมนิ ให 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยางสมำ่ เสมอ ให 2 คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบอ ยครั้ง ให 1 คะแนน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง
33 ช่วั โมงท่ี 12 การคณู เศษสวนกบั เศษสว น จุดประสงคก ารเรียนรู เม่อื กำหนดเศษสว นสองจำนวนใหส ามารถหาผลคูณได กิจกรรมการเรยี นรูชัว่ โมงท่ี 12 1. นกั เรยี นทำแบบฝกคิดเลขเร็ว จำนวน 10 ขอ 2. นักเรยี นและครูรวมทบทวนความรเู ดิมเก่ยี วกับจำนวนนบั คณู เศษสว น 3. นำแผนภาพมาใหน กั เรยี นพิจารณายกตวั อยา งโจทยงา ยๆ เพ่ือใหนักเรยี นเกดิ ความเขาใจและ พบกฎเกณฑ หรือปญ หาผลคูณดว ยตวั เองดงั นี้ นกั เรียนซ้ือนำ้ ตาลทราย 1 กโิ ลกรมั ใชไ ป 2 คร่งึ หนงึ่ หรือ 1 ของน้ำตาลทรายทซ่ี ้อื มา นักเรยี นใชน ำ้ ตาลทรายไปเทา ไร 2 จากโจทยนำแผนภาพมาใหน ักเรยี นมาพจิ ารณา ดังน้ี 1 1 ของ 1 2 22 ก. ข. จากภาพใหน กั เรยี นตอบคำถามดังตอไปนี้ ภาพ ก. แทนอะไร (นำ้ ตาลทรายท่ซี อื้ มา) ภาพ ข. แทนอะไร (นำ้ ตาลทรายท่ีใชไ ป) ภาพ ข. สวนที่แรเงาเขยี นเปนเศษสวนไดเทา ไร 1 4 ดังน้นั 1 ของ 1 ไดคำตอบเทาไร 1 22 4 แลว ใหนกั เรียนชวยกันเขียนแสดงวธิ ีทำซงึ่ จะไดดังน้ี 1 ×1 = 1 ×1 22 2×2 =1 4
34 ตอบ 1 4 5. นำแผนภาพการคณู เศษสว นดวยเศษสวน มาใหนักเรยี นพจิ ารณา ดังนี้ 2×3 34 3 2 ของ 3 4 34 ใหน กั เรยี นตอบคำถามตอ ไปนี้ ก. ข. ภาพ ก. สว นท่แี รเงามีคา เทาไร 3 4 ภาพ ข. 3 ถูกแบง ออกเปน กี่สวน (3 สวนเทาๆ กนั ) แลวนำมาพิจารณากี่สวน (2 สวน) 4 2 สว นที่นำมาพจิ ารณาเม่ือเปรยี บเทยี บ 1 หนวยทัง้ หมดแลว คิดเปน เศษสวนเทาไร 6 12 ดงั นนั้ 2 ของ 3 หรอื 2 × 3 มีคาเทาไร 6 34 34 12 6 ทำเปนเศษสวนอยา งต่ำไดเทาไร 1 12 2 ใหนกั เรียนชวยกนั เขียนแสดงวิธีทำ ซ่งึ จะไดดงั น้ี 2×3 = 2×3 34 3×4 =6 12 ตอบ = 12 แนะนำนกั เรียนวา ในกรณีท่ีตัวเศษและตัวสว นมตี วั ประกอบรวมใหน ำตวั ประกอบรวม หารท้ังเศษ และสวนกอ น แลว นำแผนภมู ิตวั อยางที่ 2 จากเนอ้ื หา มาใหน ักเรยี นพิจารณาประกอบการแนะนำ 6. นักเรยี นชวยกันสรปุ เก่ยี วกบั การคูณเศษสวนดวยเศษสวนทำไดโดย “การนำตัวเศษคณู กับตวั เศษ และนำตัวสวนคณู กับตวั สวนหรือถามตี ัวประกอบรวมของตวั เศษและตัวสวนใหน ำตวั ประกอบรว ม มาหารทง้ั ตวั เศษและตัวสว น”
35 7. นกั เรยี นทำแบบฝกหดั ในหนังสือเรียน สือ่ และแหลง เรยี นรู 1. แบบฝก คดิ เลขเรว็ 2. เกมคณิตศาสตร “ใสก ระโปรงตกุ ตา” 3. แผนภาพการคูณเศษสว น 4. หนังสอื เรียนคณติ ศาสตร การวัดและประเมนิ ผล เคร่อื งมือ เกณฑก ารประเมิน สงิ่ ทว่ี ัด วธิ ีวัด แบบฝกหัด นกั เรยี นทำถกู ตองผาน 1.คณู เศษสว นกับ ตรวจแบบฝก หัด เกณฑร อยละ 60 ข้นึ ไป เศษสวนได ตรวจบัตรงาน แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคณุ ภาพ 2 ผาน 2.การทำงานกลุม สงั เกตพฤติกรรมการ การทำงานกลมุ เกณฑก ารประเมิน ทำงานกลุม แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2 ผาน 3.คุณลกั ษณะอันพงึ สังเกตการณใฝเรียนรู คณุ ลักษณะอันพึง เกณฑก ารประเมนิ ประสงค และมงุ มัน่ ในการทำงาน ประสงค เกณฑก ารประเมนิ ให 3 คะแนน ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยางสม่ำเสมอ ให 2 คะแนน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบอยคร้ัง ให 1 คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้งั
36 ช่วั โมงท่ี 13 การคูณจำนวนคละ จุดประสงคก ารเรยี นรู เม่ือกำหนดเศษสว นสองจำนวนใหสามารถหาผลคูณได กจิ กรรมการเรียนรูช่วั โมงท่ี 13 1. นกั เรียนทำแบบฝก คิดเลขเร็ว จำนวน 10 ขอ 2. นักเรียนและครูรวมทบทวนความรเู ดิมเกย่ี วกับการคณู เศษสว นกับเศษสวน 3. นำบตั รตวั เลขตวั อยา งโจทยการคูณจำนวนคละ เชน ใหน ักเรยี นรว มกันอภปิ รายวิธกี ารหาผลคูณ จนไดข อ สรุปวา “เขียนจำนวนคละในรปู เศษเกนิ กอน แลว จงึ หาผลคณู ” จากนน้ั ใหน กั เรยี นรว มกันแสดงวธิ ีหาผลคูณ จะไดด งั นี้ วธิ ที ำ = = = ตอบ 4. ครแู ละนกั เรียนชว ยกันสรุป การคูณจำนวนคละใหไดวา “การคณู จำนวนคละใหเ ขยี นจำนวนคละ ในรปู เศษเกินกอ น แลวจงึ หาผลคณู ” 5. นกั เรียนทำแบบฝก หัดในหนังสือเรยี น
37 สอื่ และแหลง เรียนรู 1. แบบฝก คดิ เลขเรว็ 2. บัตรตวั เลข 3. หนังสอื เรียนคณิตศาสตร การวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื เกณฑก ารประเมนิ สิ่งทีว่ ดั วิธีวัด แบบฝกหดั นกั เรยี นทำถกู ตองผา น 1. คณู จำนวนคละได ตรวจแบบฝกหัด เกณฑรอ ยละ 60 ขึน้ ไป ตรวจบตั รงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2 ผา น 2.การทำงานกลุม สงั เกตพฤติกรรมการ การทำงานกลุม เกณฑก ารประเมนิ ทำงานกลุม แบบประเมิน ระดับคณุ ภาพ 2 ผาน 3.คณุ ลักษณะอันพงึ สังเกตการณใ ฝเ รียนรู คณุ ลกั ษณะอนั พึง เกณฑก ารประเมนิ ประสงค และมุงมั่นในการทำงาน ประสงค เกณฑการประเมิน ให 3 คะแนน ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา งสม่ำเสมอ ให 2 คะแนน ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบอยครงั้ ให 1 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครัง้
38 ช่ัวโมงท่ี 14 การหารเศษสว น จุดประสงคการเรียนรู เม่อื กำหนดโจทยการหารเศษสว นใหน ักเรยี นสามารถหาคำตอบได กจิ กรรมการเรยี นรชู ั่วโมงท่ี 14 1. นักเรียนทำแบบฝกคิดเลขเรว็ จำนวน 10 ขอ 2. นกั เรยี นรวมสนทนาเรื่องการหารเศษสวนวามวี ธิ กี ารหารอยางไร โดยแยกเปน - การหารเศษสวนดวยจำนวนนับ - การหารเศษสวนดว ยเศษสว น 3. นกั เรยี นและครรู วมทบทวนความรเู ดิม จากน้ันครยู กตวั อยา งโจทยก ารหารเศษสว นดวยจำนวนนับ และชใ้ี หเหน็ วา จำนวนนับท่นี ำมาหารน้ันมีสวนเปน 1 อธบิ ายดว ยแผนภาพอุปกรณช ุดแผนใสการหาร เศษสวน โดยฉายจากเคร่ืองฉายสามมิติ 4. นกั เรยี นรวมเลน เกม “เปาลูกโปงเศษสว น” เพอ่ื ฝก การหารเศษสวน 5. นกั เรยี นชว ยกนั สรปุ เก่ียวกบั การหารเศษสวน ไดวา การหารจำนวนใด ๆ ดว ยเศษสว น อาจคิดได จากการนำจำนวนน้นั คณู กับสว นกลบั ของเศษสว นทเ่ี ปน ตัวหาร 6. นกั เรียนทำแบบฝกหดั ในหนงั สอื เรียน สอ่ื และแหลง เรยี นรู 1. แบบฝก คดิ เลขเร็ว 2. เกมคณิตศาสตร “เปาลกู โปงเศษสวน” 3. หนังสอื เรยี นคณิตศาสตร การวัดและประเมนิ ผล เคร่ืองมอื เกณฑการประเมิน ส่งิ ที่วัด วธิ วี ดั แบบฝกหดั นักเรียนทำถกู ตอ งผา น แบบสงั เกตพฤตกิ รรม เกณฑรอยละ 60 ข้ึนไป 1.หาผลหารเศษสว น ตรวจแบบฝกหัด การทำงานกลุม ระดบั คุณภาพ 2 ผาน ได ตรวจบตั รงาน 2.การทำงานกลมุ สังเกตพฤติกรรมการ
3.คุณลกั ษณะอันพงึ ทำงานกลมุ แบบประเมนิ 39 ประสงค สังเกตการณใ ฝเ รียนรู คุณลักษณะอันพงึ เกณฑการประเมนิ และมุงมัน่ ในการทำงาน ประสงค ระดับคณุ ภาพ 2 ผา น ให 3 คะแนน เกณฑก ารประเมนิ ให 2 คะแนน เกณฑการประเมนิ ให 1 คะแนน ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยางสม่ำเสมอ ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบอ ยครง้ั ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ช่วั โมงที่ 15 การหารจำนวนคละ จดุ ประสงคก ารเรียนรู เม่อื กำหนดโจทยการหารเศษสว นใหน ักเรยี นสามารถหาคำตอบได กจิ กรรมการเรยี นรชู ัว่ โมงที่ 15 1. นักเรยี นทำแบบฝกคิดเลขเร็ว จำนวน 10 ขอ 2. ครตู ิดบัตรโจทยการหารจำนวนคละบนกระดาน เชน = ใหน ักเรยี นรว มกันอภปิ รายแนวคิดในการหาผลหาร ถา คิดไมไดค รูควรช้ีแนะโดยใชคำถาม - จากโจทย = ตัวต้ังคือจำนวนใด ตวั หารคือจำนวนใด ) - การหารดวยเศษสว นมีวิธีการอยา งไร ( คณู ดว ยสว นกลับของเศษสว นท่เี ปนตัวหาร - เน่อื งจากตวั ตั้ง เปน จำนวนคละ นักเรยี นจะคูณเศษสวนกบั จำนวนคละไดอ ยางไร ( ตองเขียนจำนวนคละในรูปเศษเกนิ กอ นแลวจึงนำมาคณู กนั ) ถา นักเรยี นตอบไมไ ด ครแู ละ นักเรียนรว มกันแสดงวธิ ที ำ วิธีทำ = = =
40 3. นกั เรยี นชวยกนั สรุปเกีย่ วกบั การหารจำนวนคละ ไดวา “การหารจำนวนคละ ใหเ ขียน จำนวนคละในรปู เศษเกนิ กอน แลว จึงหาผลหาร” 4. นกั เรียนทำแบบฝกหัดในหนังสือเรยี น 6. สื่อการเรยี นรู 6.1 แบบฝก คดิ เลขเร็ว 6.2 บัตรโจทยก ารหารจำนวนคละ 6.3 หนังสอื เรยี นคณิตศาสตร การวัดและประเมนิ ผล สิ่งที่วัด วิธวี ัด เคร่อื งมอื เกณฑการประเมนิ 1.หาผลหารจำนวน ตรวจแบบฝกหัด แบบฝก หัด นกั เรยี นทำถูกตองผาน คละได ตรวจบตั รงาน เกณฑร อ ยละ 60 ขนึ้ ไป 2.การทำงานกลุม สงั เกตพฤติกรรมการ แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคณุ ภาพ 2 ผาน ทำงานกลมุ การทำงานกลมุ เกณฑการประเมนิ 3.คุณลกั ษณะอันพึง สงั เกตการณใฝเรยี นรู แบบประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผาน ประสงค และมงุ มั่นในการทำงาน คณุ ลกั ษณะอันพึง เกณฑก ารประเมนิ ประสงค เกณฑการประเมนิ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอยางสม่ำเสมอ ให 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบอ ยครัง้ ให 2 คะแนน ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให 1 คะแนน
41 ชัว่ โมงที่ 16 การวเิ คราะหโจทยปญ หา จุดประสงคการเรยี นรู เมอ่ื กาํ หนดโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกบั การบวก ลบ คูณ หารเศษส่วนให้สามารถวเิ คราะห์โจทยป์ ัญหา และหาคาํ ตอบได้ กิจกรรมการเรียนรชู วั่ โมงที่ 16 1. ใหนกั เรียนทำแบบฝก คดิ เลขเรว็ 2. ใหนักเรยี นรว มกันรองเพลง “โจทยป ญหา”อภปิ รายความหมายของเนื้อเพลง ซ่งึ ควรจะสรุปไดวา “การทำโจทยปญหา มีข้นั ตอนท่ีสำคัญคอื อานโจทยแ ละทำความเขา ใจ แยกแยะวาโจทย กำหนดอะไร และถามหาสง่ิ ใด จะใชว ิธีการใดในการหาคำตอบแลว แปลงประโยคภาษาใหเปน ประโยคสัญลักษณ และคดิ คำนวณหาคำตอบ” 3. นำแถบโจทยปญหามาใหน กั เรียนอานและพจิ ารณา แลว ตอบคำถามดังน้ี นักเรียนช้นั ป.6 มี 45 คน เปนนักเรยี นชาย 4 ของนักเรียนทงั้ หมดจะเปน 9 นักเรียนหญิงกค่ี น โจทยก ลา วถึงอะไร (นักเรียนชัน้ ป.6) ส่งิ ท่ีโจทยกำหนดใหคืออะไร (นกั เรียน ป.6 มี 45 คน เปน นักเรียนชาย 4 ของนักเรียน 9 ทง้ั หมด) สง่ิ ทีโ่ จทยต อ งการทราบคอื อะไร (มีนกั เรยี นหญิงก่คี น) ถาอยากทราบวา นักเรียนชาย 4 คิดเปนนกั เรยี นชายก่คี น จะหาไดอยา งไร 9 (เอาจำนวนนกั เรยี นชาย 4 คณู กับจำนวนนกั เรยี นทงั้ หมด ก็จะไดเปน จำนวนนักเรียนชาย) 9 จะหาจำนวนนกั เรียนหญงิ ไดอยางไร (เอาจำนวนนักเรยี นทัง้ หมดลบดว ยจำนวนนกั เรียนชาย)
42 จากวิธคี ดิ คำนวณที่หาได เขียนเปน ประโยคสญั ลักษณไ ดอยา งไร 45 − 4 × 45 = 9 4. นำแถบโจทยปญ หามาใหน ักเรียนอานและพิจารณาแลว ตอบคำถามตอ ไปน้ี ขายแตงโม 9 ผล แตละผลหนัก 2 4 กโิ ลกรัม ราคากโิ ลกรัมละ 25 บาท 5 จะไดเงินทงั้ หมดเทา ไร โจทยกลาวถึงอะไร (การขายแตงโม) สิง่ ทโี่ จทยก ำหนดใหค ืออะไร (ขายแตงโม 9 ผล แตล ะผลหนกั 2 4 กิโลกรมั 5 ราคากโิ ลกรัมละ 25 บาท) สงิ่ ทโี่ จทยต อ งการทราบคอื อะไร (ขายแตงโมไดเงนิ ท้งั หมดเทาไร) จากโจทยจะตอ งหาอะไรกอ น (น้ำหนกั ของแตงโม) จะหานำ้ หนกั ของแตงโมทัง้ หมดไดอยา งไร (เอาจำนวนแตงโมท้งั 9 ผลคูณกับ 2 4 ก็จะได 5 นำ้ หนกั ของแตงโมทัง้ หมด) จะหาจำนวนเงนิ ท่ีไดจ ากการขายแตงโมท้งั หมดอยา งไร (เอานำ้ หนักของแตงโมท้ังหมดคูณ กับ 25 ก็จะไดเปนเงนิ จากการขายแตงโมท้ังหมด) จากวธิ ีการคิดคำนวณทหี่ าได เขยี นเปนประโยคสัญลกั ษณอ ยางไร 9 × 2 4 × 25 = 5 5. ใหน ักเรียนแบง เปน 5 กลมุ แจกบัตรงานใหกลุมละ 1 บตั ร แลว ใหทกุ คนชว ยกนั วเิ คราะห โจทยป ญ หาจากบัตรงาน ครตู รวจสอบความถูกตองและแกไขขอ บกพรอ งใหแตละกลมุ หลังจาก น้นั ใหแตละกลุม เก็บผลงานเขาแฟมของตนเอง 6. ใหนกั เรียนชว ยกนั สรุปเกีย่ วกบั ขัน้ ตอนของการวเิ คราะหโจทยปญ หาซงึ่ ควรจะไดด ังนี้ “การ วเิ คราะหโ จทยปญ หามีข้ันตอนคอื อานโจทยปญ หาและทำความเขาใจวา โจทย กำหนดตอนใด และถามตอนใด จากนั้นแปลงประโยคภาษาเปนประโยคสัญลกั ษณ
43 7. ใหน ักเรยี นทำแบบฝกหัดในหนังสอื เรียน สอื่ และแหลง เรียนรู 1. แบบฝก คิดเลขเรว็ 2. เพลงคณิตศาสตร 3. แถบโจทยปญ หา 4. แบบฝก เสรมิ ทักษะ 5. แบบฝก หดั ในหนังสอื เรียน การวัดและประเมินผล เครื่องมือ เกณฑการประเมิน สง่ิ ทีว่ ดั วธิ วี ัด แบบฝกหดั นกั เรียนทำถกู ตองผา น 1.วิเคราะหโ จทย ตรวจแบบฝก หัด เกณฑรอยละ 60 ข้ึนไป ปญ หาได ตรวจบตั รงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา น 2.การทำงานกลุม สังเกตพฤติกรรมการ การทำงานกลมุ เกณฑการประเมิน ทำงานกลมุ แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2 ผาน 3.คณุ ลกั ษณะอนั พึง สังเกตการณใฝเ รยี นรู คุณลักษณะอนั พึง เกณฑก ารประเมนิ ประสงค และมุงม่ันในการทำงาน ประสงค เกณฑก ารประเมนิ ให 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยางสมำ่ เสมอ ให 2 คะแนน ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบอยครง้ั ให 1 คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางครัง้
44 ชั่วโมงที่ 17 โจทยปญหาการคณู การหารเศษสวน จดุ ประสงคก ารเรียนรู 1. เมอ่ื กำหนดโจทยปญ หาการคณู เศษสว นและจำนวนคละให สามารถหาคำตอบพรอ มทัง้ ตระหนกั ถงึ ความสมเหตุสมผลของคำตอบทีไ่ ด และแสดงวธิ ที ำ 2. เมอื่ กำหนดโจทยป ญหาการหารเศษสว นและจำนวนคละให สามารถหาคำตอบพรอ มทง้ั ตระหนัก ถงึ ความสมเหตุสมผลของคำตอบทไี่ ด และแสดงวธิ ีทำ กจิ กรรมการเรยี นรูช่ัวโมงที่ 17 1. ให้นกั เรียนทาํ แบบฝึกคดิ เลขเร็ว 2. ครูยกตวั อยา่ งโดยใชบ้ ตั รโจทยป์ ัญหาหารคูณ เช่น ในเวลา 1 ชัว่ โมง ปรีดาขี่จักรยานไดระยะทาง กิโลเมตร ถา ปรดี าข่ีจักรยาน นาน ชว่ั โมง จะไดร ะยะทางกกี่ โิ ลเมตร ให้นกั เรียนวเิ คราะหโ์ จทย์ โดยครูใชค้ าํ ถามดงั น้ี - โจทยถ์ ามอะไร ( ในเวลา ชว่ั โมง ปรีดาข่ีจกั รยานไดร้ ะยะทางเท่าไร ) - วคิธรีทูแำละนกั เรยี นรว่ มกนั แสดงวิธีทาํ เวลา 1 ช่ัวโมงปรดี าขี่จกั รยานได กม. ปรดี าขี่จักรยานนาน ช่ัวโมง ดังนั้นปรดี าขจี่ ักรยานได กม. ตอบ ปรีดาข่ีจักรยานไดระยะทาง
45 3. ครูยกตวั อยา่ งโดยใชบ้ ตั รโจทยป์ ัญหาหารหาร อกี 1 ตวั อยา่ ง แลว้ จดั กิจกรรมทาํ นองน้ีอีก 4. ใหน้ กั เรียนทาํ แบบฝึกหดั ในหนงั สือเรียนคณิตศาสตร์ สื่อการเรียน 1. แบบฝึกคดิ เลขเร็ว 2. บตั รโจทยป์ ัญหา 3. หนงั สือเรียนคณิตศาสตร์ การวัดและประเมินผล สง่ิ ทีว่ ดั วธิ วี ดั เครื่องมือ เกณฑก ารประเมิน 1.แกโจทยป ญ หาการ ตรวจแบบฝก หัด แบบฝกหดั นักเรยี นทำถกู ตองผาน คูณการหารเศษสว นได ตรวจบัตรงาน เกณฑร อ ยละ 60 ขึ้นไป 2.การทำงานกลมุ สังเกตพฤติกรรมการ แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคณุ ภาพ 2 ผา น ทำงานกลมุ การทำงานกลุม เกณฑการประเมนิ 3.คุณลกั ษณะอันพึง สงั เกตการณใฝเรียนรู แบบประเมนิ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา น ประสงค และมุงมน่ั ในการทำงาน คุณลักษณะอันพึง เกณฑก ารประเมิน ประสงค เกณฑการประเมนิ ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอยา งสมำ่ เสมอ ให 3 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบอยครั้ง ให 2 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให 1 คะแนน
46 ชัว่ โมงที่ 18 โจทยปญหาการบวก การลบ การคณู หารเศษสว น จดุ ประสงคการเรยี นรู เมือ่ กาํ หนดโจทยป์ ัญหา เก่ียวกบั การบวก ลบ คูณ หารเศษส่วนให้สามารถแสดงวิธีหาคาํ ตอบได้ กิจกรรมการเรยี นรชู วั่ โมงท่ี 18 1. ใหน ักเรยี นทำแบบฝก คิดเลขเร็ว 2. นำแถบโจทยปญหาจากตวั อยาง มาใหนกั เรยี นอานและพิจารณาแลวตอบคำถาม ดังนี้ ถนนเสน หน่ึงยาว 56 กิโลเมตร ราดยางไปแลว ของระยะทางท้ังหมด เหลือถนนท่ี ยงั ไมราดยางเปนระยะทางเทา ไร โจทยป ญหากลาวถึงอะไร (ถนนและการราดยาง) สิ่งที่โจทยก ำหนดใหคืออะไร (ถนนยาว 56 กิโลเมตร ราดยางไปแลว 3 ของระยะทางทั้งหมด) 4 ส่ิงท่ีโจทยตอ งการทราบคืออะไร (ถนนทย่ี งั ไมไ ดราดยางเปน ระยะทางเทา ไร) จะหาระยะทางท่ีราดยางไปแลว กีก่ ิโลเมตรไดอ ยา งไร (นำระยะทาง 3 คูณกบั ความยาวของ 4 ถนน คือ 56 จะได 3 x 56 ) 4 จะหาระยะทางของถนนทีไ่ มไ ดราดยางไดอยา งไร (นำระยะทางทีร่ าดยางไปลบออกจากความยาว ของถนนท้งั หมด) จากวิธกี ารคิดคำนวณท่ีหาได เขยี นเปนประโยคสัญลักษณไ ดอยางไร − 3 × 56 = 56 4 3. ใหน กั เรยี นชวยกันแสดงวธิ ีทำเพอื่ หาคำตอบ ซึ่งจะไดตามตวั อยาง ในเน้อื หา 4. ใหนักเรยี นชวยกนั สรปุ หลกั เกณฑก ารแกโ จทยปญหา ซง่ึ ควรจะสรปุ ไดตามเน้ือหา 5. ใหนักเรยี นทำแบบฝก หัดในหนังสือเรยี น
47 สือ่ และแหลง เรยี นรู 1. แบบฝกคิดเลขเร็ว 2. แบบฝก เสริมทกั ษะ 3. แบบฝกหัดในหนังสอื เรียน 4. แบบนั ทกึ คะแนน การวดั และประเมินผล เครอื่ งมือ เกณฑการประเมิน สิง่ ที่วดั วธิ วี ัด แบบฝก หดั นักเรยี นทำถูกตอ งผา น 1.แกโจทยปญ หาการ ตรวจแบบฝก หัด เกณฑรอ ยละ 60 ข้ึนไป บวก ลบ คูณ หาร ตรวจบตั รงาน แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา น เศษสว นได การทำงานกลมุ เกณฑก ารประเมนิ 2.การทำงานกลมุ สังเกตพฤติกรรมการ แบบประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผาน ทำงานกลุม คุณลักษณะอนั พงึ เกณฑการประเมนิ 3.คุณลักษณะอนั พงึ สังเกตการณใ ฝเรียนรู ประสงค ประสงค และมงุ มั่นในการทำงาน ให 3 คะแนน ให 2 คะแนน เกณฑการประเมิน ให 1 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอยางสมำ่ เสมอ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบอยครั้ง ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
48 บนั ทกึ หลังสอน ผลการเรียนรู ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ปญหาและอปุ สรรค ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ขอ เสนอแนะ/แนวทางแกไข ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ลงชือ่ ......................................................ผสู อน (.............................................................) วันที่ ...... เดือน.....................................พ.ศ. ................. ความคดิ เหน็ /ขอ เสนอแนะของผูบรหิ ารหรือผูท่ีไดรบั มอบหมาย ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................
49 ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ลงชอ่ื .......................................................................ผบู ริหาร (..............................................................................) วันท่ี ...........เดือน..............................................พ.ศ. ............. เพลงคณติ ศาสตรทใ่ี ชในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพลงชนิดของเศษสวน ทำนอง เพลงแมสะเรียง เน้ือรอ ง พจนพร สมพงษ เศษสวนนนั้ มสี ามชนดิ จำไว เศษสว นแทนนั้ เปน อยางไร คอื ตัวเศษนอ ยกวาตัวสวน เศษเกนิ นนั้ จำไวน ะ ตวั เศษมากกวา ตวั สว นนน้ั อกี ทง้ั เศษสว นเทากันกเ็ ปน เศษเกนิ อยา มวั เพลิดเพลินเขยี นบอกมา เศษสวนจำนวนคละนั้นมจี ำนวนนบั กับเศษสวนแท (ซำ้ ) หมายเหตุ ใชใ นกิจกรรมการสอนชั่วโมงที่ 1 เพลงคดิ เลขเร็ว ทำนอง เพลงแมสะเรียง เน้อื รอ ง พจนพร สมพงษ สนกุ กนั อีกแลว มารบี มาคิดเลขกนั คิดเลขเร็วนน้ั สนกุ จงั เลย กระดาษทดอยาไดไหวหว่นั เบิกบานอยาไดร อรี มบี วก มีลบ คูณ หาร คดิ ไดเทา ไรตอบเลย รบี เรงเร็วซี ใหท ันเวลาตงั้ ไว ทำกนั ทุกวัน คดิ เลขเร็วดี นักเรียนที่น่ี ทำกันทุกวัน คดิ เลขเร็วดี นักเรียนทีน่ ่ี
50 หมายเหตุ ใชใ นกิจกรรมการสอนช่ัวโมงท่ี 3 เพลงเศษสวนอยา งต่ำ ทำนอง เพลงเมขลา เนอื้ รอ ง พจนพร สมพงษ โอเ ศษสว นละซิกอ็ ยางต่ำ ละพวกเราลองทำใหต ่ำกนั ซเิ อย เราตอ งหาจำนวนมาหาร ตัวเศษบนตัวสวนลา งตัวหารนัน้ เลย หารจนกวา จะหารไมไ ด กต็ อบลงไปเศษสวนอยางต่ำ อยา งต่ำ ๆๆ ถาตำ่ แลว ละไมต องหาร (ซ้ำ) ตอบไดเ รว็ พลันเศษสวนนน้ั เลย น้นั เลย ๆๆ หมายเหตุ ใชใ นกิจกรรมการสอนชวั่ โมงที่ 4
Search