ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 8 3 มาณพ ! บุคคลบางคนในโลกนี้จะเป็นสตรี ก็ตาม บุรุษก็ตาม เป็นคนมักโกรธ มากด้วยความ แค้นเคือง ถกู เขาว่าเล็กน้อยกข็ ดั ใจ โกรธเคือง พยาบาท มาดร้าย ทำ�ความโกรธ ความร้าย และความขึ้งเคียดให้ ปรากฏ เขาตายไป จะเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะกรรมนั้น อันเขาให้พรั่งพร้อมสมาทานไว้อย่างน้ี หากตายไป ไมเ่ ขา้ ถงึ อบาย ทคุ ติ วินิบาต นรก ถา้ มาเป็น มนษุ ยเ์ กดิ ณ ทใ่ี ดๆ ในภายหลงั จะเปน็ คนมผี วิ พรรณทราม. มาณพ ! ปฏปิ ทาทเ่ี ปน็ ไปเพอ่ื ความมผี วิ พรรณ ทรามนี้ คอื เป็นคนมักโกรธ มากด้วยความแคน้ เคือง ถกู เขาวา่ เลก็ นอ้ ยกข็ ดั ใจ โกรธเคอื ง พยาบาท มาดรา้ ย ท�ำ ความโกรธ ความรา้ ย และความขึง้ เคยี ดให้ปรากฏ. มาณพ ! บุคคลบางคนในโลกน้ีจะเป็นสตรี ก็ตาม บุรุษก็ตาม เป็นคนไม่มักโกรธ ไม่มากด้วยความ แคน้ เคอื ง ถกู เขาวา่ มากกไ็ มข่ ดั ใจ ไมโ่ กรธเคอื ง ไมพ่ ยาบาท ไมม่ าดรา้ ย ไมท่ �ำ ความโกรธ ความรา้ ย และความขง้ึ เคยี ดให้ ปรากฏ เขาตายไป จะเขา้ ถงึ สคุ ตโิ ลกสวรรค์ เพราะกรรมนน้ั อันเขาให้พรั่งพร้อม สมาทานไว้อย่างนี้ หากตายไป
8 4 พุทธวจน ไมเ่ ขา้ ถงึ สุคตโิ ลกสวรรค์ ถา้ มาเป็นมนุษย์ เกดิ ณ ทีใ่ ดๆ ในภายหลงั จะเปน็ คนน่าเลื่อมใส. มาณพ ! ปฏิปทาที่เป็นไปเพื่อความเป็น ผู้น่าเลื่อมใสนี้ คือ เป็นคนไม่มักโกรธ ไม่มากด้วย ความแค้นเคอื ง ถูกเขาว่ามากก็ไมข่ ัดใจ ไม่โกรธเคอื ง ไม่พยาบาท ไม่มาดร้าย ไม่ทำ�ความโกรธ ความร้าย ความข้ึงเคยี ดให้ปรากฏ. มาณพ ! บุคคลบางคนในโลกนี้จะเป็นสตรี กต็ าม บรุ ษุ กต็ าม มใี จรษิ ยา ยอ่ มรษิ ยา มงุ่ รา้ ย ผกู ใจอจิ ฉา ในลาภสักการะ ความเคารพ ความนับถือ การไหว้ และ การบชู าของคนอน่ื เขาตายไป จะเขา้ ถงึ อบาย ทคุ ตวิ นิ บิ าต นรก เพราะกรรมนน้ั อนั เขาใหพ้ รง่ั พรอ้ ม สมาทานไวอ้ ยา่ งน้ี หากตายไปไม่เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ถ้ามาเป็น มนุษยเ์ กดิ ณ ที่ใดๆ ในภายหลังจะเปน็ คนมศี ักดาน้อย. มาณพ ! ปฏิปทาท่ีเป็นไปเพื่อความมีศักดา น้อยนี้ คือ มีใจริษยา ย่อมริษยา มุ่งร้าย ผูกใจอิจฉา ในลาภสกั การะ ความเคารพ ความนบั ถอื การไหว้ และ การบชู าของคนอ่ืน.
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 8 5 มาณพ ! บุคคลบางคนในโลกน้ีจะเป็นสตรี กต็ าม บรุ ษุ กต็ าม เปน็ ผมู้ ใี จไมร่ ษิ ยา ยอ่ มไมร่ ษิ ยา ไมม่ งุ่ รา้ ย ไม่ผูกใจอิจฉาในลาภสักการะ ความเคารพ ความนับถือ การไหว้ และการบชู าของคนอนื่ เขาตายไป จะเขา้ ถงึ สคุ ติ โลกสวรรค์ เพราะกรรมนน้ั อนั เขาให้ พรงั่ พรอ้ ม สมาทาน ไวอ้ ย่างนี้ หากตายไปไมเ่ ข้าถึงสุคตโิ ลกสวรรค์ ถา้ มาเป็น มนุษย์เกิด ณ ทใ่ี ดๆ ในภายหลงั จะเป็นคนมีศกั ดามาก. มาณพ ! ปฏิปทาท่ีเป็นไปเพื่อความมีศักดา มากนี้ คือ มีใจไม่ริษยา ย่อมไม่ริษยา ไม่มุ่งร้าย ไมผ่ กู ใจอจิ ฉาในลาภสกั การะ ความเคารพ ความนบั ถอื การไหว้ และการบชู าของคนอ่ืน. มาณพ ! บุคคลบางคนในโลกน้ีจะเป็นสตรี กต็ าม บุรษุ ก็ตาม ย่อมไมเ่ ป็นผู้ให้ ข้าว น�ำ้ เคร่อื งนงุ่ หม่ ยานพาหนะ ดอกไม้ ของหอม เคร่อื งลบู ไล้ ทีน่ อน ทอี่ ยู่ และประทีปโคมไฟแก่สมณะหรือพราหมณ์ เขาตายไป จะเข้าถึงอบาย ทุคติ วินบิ าต นรก เพราะกรรมนนั้ อันเขา ให้พรั่งพร้อม สมาทานไว้อย่างน้ี หากตายไปไม่เข้าถึง อบาย ทุคติ วินบิ าต นรก ถา้ มาเป็นมนษุ ย์เกดิ ณ ทใ่ี ดๆ ในภายหลังจะเปน็ คนมีโภคะน้อย.
8 6 พุทธวจน มาณพ ! ปฏิปทาที่เป็นไปเพ่ือความมีโภคะ น้อยน้ี คือ ไม่ให้ข้าว นำ้� เคร่ืองนุ่งห่ม ยานพาหนะ ดอกไม้ ของหอม เครอ่ื งลบู ไล้ ทน่ี อน ทอี่ ยู่ และประทปี โคมไฟแกส่ มณะหรือพราหมณ.์ มาณพ ! บุคคลบางคนในโลกนี้จะเป็นสตรี ก็ตาม บุรุษก็ตาม ย่อมเป็นผู้ให้ข้าว นำ้� เคร่ืองนุ่งห่ม ยานพาหนะ ดอกไม้ ของหอม เคร่อื งลบู ไล้ ท่นี อน ทีอ่ ยู่ และประทีปโคมไฟแก่สมณะหรือพราหมณ์ เขาตายไป จะเขา้ ถงึ สคุ ตโิ ลกสวรรค์ เพราะกรรมนน้ั อนั เขาใหพ้ รง่ั พรอ้ ม สมาทานไว้อยา่ งนี้ หากตายไป ไม่เขา้ ถึงสุคติโลกสวรรค์ ถ้ามาเป็นมนุษย์เกิด ณ ที่ใดๆ ในภายหลัง จะเป็น คนมโี ภคะมาก. มาณพ ! ปฏิปทาท่ีเป็นไปเพื่อความมีโภคะ มากนี้ คอื ใหข้ า้ ว น�้ำ เครอื่ งนงุ่ หม่ ยานพาหนะ ดอกไม้ ของหอม เครือ่ งลูบไล้ ท่ีนอน ที่อยู่ และประทีปโคมไฟ แกส่ มณะหรอื พราหมณ์. มาณพ ! บุคคลบางคนในโลกน้ีจะเป็นสตรี กต็ าม บรุ ษุ กต็ าม เปน็ คนกระดา้ งเยอ่ หยง่ิ ยอ่ มไมก่ ราบไหว้ คนท่คี วรกราบไหว้ ไม่ลกุ รับคนที่ควรลกุ รบั ไม่ให้อาสนะ
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 8 7 แกค่ นทส่ี มควรแกอ่ าสนะ ไมใ่ หท้ างแกค่ นทสี่ มควรแกท่ าง ไม่สักการะคนที่ควรสักการะ ไม่เคารพคนที่ควรเคารพ ไมน่ บั ถอื คนทค่ี วรนบั ถอื ไมบ่ ชู าคนทค่ี วรบชู า เขาตายไป จะเขา้ ถงึ อบาย ทคุ ติ วินิบาต นรก เพราะกรรมนัน้ อันเขา ให้พรั่งพร้อม สมาทานไว้อย่างนี้ หากตายไป ไม่เข้าถึง อบาย ทุคติ วนิ ิบาต นรก ถา้ มาเปน็ มนษุ ยเ์ กดิ ณ ท่ีใดๆ ในภายหลงั จะเป็นคนเกดิ ในสกุลต่�ำ . มาณพ ! ปฏิปทาที่เป็นไปเพ่ือความเกิด ในสกุลตำ่�น้ี คือ เป็นคนกระด้าง เย่อหย่ิง ย่อมไม่ กราบไหว้คนท่ีควรกราบไหว้ ไม่ลุกรับคนที่ควรลุกรับ ไม่ให้อาสนะ แก่คนที่สมควรแก่อาสนะ ไม่ให้ทางแก่ คนท่ีสมควรแก่ทาง ไม่สักการะคนท่ีควรสักการะ ไม่เคารพคนที่ควรเคารพ ไม่นับถือคนท่ีควรนับถือ ไม่บูชาคนทคี่ วรบูชา. มาณพ ! บุคคลบางคนในโลกนี้จะเป็นสตรี ก็ตาม บุรุษก็ตาม เป็นคนไม่กระด้าง ไม่เย่อหย่ิง ย่อม กราบไหว้คนท่ีควรกราบไหว้ ลุกรับคนที่ควรลุกรับ ให้ อาสนะแก่คนที่สมควรแก่อาสนะ ให้ทางแก่คนท่ีสมควร
8 8 พุทธวจน แกท่ าง สักการะคนท่คี วรสักการะ เคารพคนทีค่ วรเคารพ นับถือคนท่ีควรนับถือ บูชาคนท่ีควรบูชา เขาตายไป จะเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะกรรมนั้น อันเขาให้ พรั่งพร้อม สมาทานไว้อย่างน้ี หากตายไป ไม่เข้าถึงสุคติ โลกสวรรค์ ถา้ มาเกดิ เปน็ มนษุ ยเ์ กดิ ณ ทใ่ี ดๆ ในภายหลงั จะเปน็ คนเกดิ ในสกุลสงู . มาณพ ! ปฏิปทาท่ีเป็นไปเพ่ือความเกิด ในสกุลสูงนี้ คือ เป็นคนไม่กระด้าง ไม่เย่อหย่ิง ย่อม กราบไหวค้ นทค่ี วรกราบไหว้ ลกุ รบั คนทค่ี วรลกุ รบั ใหอ้ าสนะ แกค่ นทสี่ มควรแกอ่ าสนะ ใหท้ างแกค่ นทสี่ มควรแกท่ าง สกั การะคนทค่ี วรสกั การะ เคารพคนทค่ี วรเคารพ นบั ถอื คนท่คี วรนบั ถอื บชู าคนท่คี วรบชู า. มาณพ ! บุคคลบางคนในโลกนี้จะเป็นสตรี ก็ตาม บุรุษก็ตาม ย่อมไม่เป็นผู้เข้าไปหาสมณะหรือ พราหมณ์แลว้ สอบถามวา่ อะไรเป็นกุศล อะไรเป็นอกุศล อะไรมโี ทษ อะไรไม่มโี ทษ อะไรควรเสพ อะไรไมค่ วรเสพ อะไรเมอ่ื ท�ำ ยอ่ มเปน็ ไปเพอ่ื ความไมเ่ กอ้ื กลู เพอ่ื ความทกุ ข์ สนิ้ กาลนาน หรือว่าอะไรเมอื่ ทำ�ย่อมเปน็ ไปเพ่ือประโยชน์
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 8 9 เกอื้ กลู เพอื่ ความสขุ สนิ้ กาลนาน เขาตายไป จะเขา้ ถงึ อบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะกรรมน้นั อันเขาให้พร่งั พร้อม สมาทานไว้อย่างน้ี หากตายไป ไม่เข้าถึงอบาย ทุคติ วินบิ าต นรก ถ้ามาเปน็ มนษุ ย์ เกดิ ณ ทใี่ ดๆ ในภายหลัง จะเปน็ คนมีปัญญาทราม. มาณพ ! ปฏปิ ทาทเ่ี ปน็ ไปเพอื่ ความมปี ญั ญา ทรามน้ี คอื ไมเ่ ปน็ ผเู้ ข้าไปหาสมณะหรอื พราหมณแ์ ลว้ สอบถามวา่ อะไร เปน็ กศุ ล อะไรเปน็ อกศุ ล อะไรมโี ทษ อะไรไมม่ โี ทษ อะไรควรเสพ อะไรไมค่ วรเสพ อะไรเมอ่ื ท�ำ ยอ่ มเปน็ ไปเพอ่ื ความไมเ่ กอ้ื กลู เพอ่ื ความทกุ ขส์ น้ิ กาลนาน หรือว่า อะไรเมื่อทำ�ย่อมเป็นไปเพ่ือประโยชน์เก้ือกูล เพื่อความสุขสิน้ กาลนาน. มาณพ ! บุคคลบางคนในโลกนี้จะเป็นสตรี กต็ าม บรุ ษุ กต็ าม ยอ่ มเปน็ ผเู้ ขา้ ไปหาสมณะหรอื พราหมณ์ แลว้ สอบถามวา่ อะไรเปน็ กศุ ล อะไรเปน็ อกศุ ล อะไรมโี ทษ อะไรไมม่ โี ทษ อะไรควรเสพ อะไรไมค่ วรเสพ อะไรเมอ่ื ทำ� ย่อมเป็นไปเพื่อไม่เก้ือกูล เพื่อทุกข์สิ้นกาลนาน หรือว่า อะไรเมอ่ื ท�ำ ยอ่ มเปน็ ไปเพอ่ื ประโยชนเ์ กอื้ กลู เพอ่ื ความสขุ
9 0 พุทธวจน ส้นิ กาลนาน เขาตายไป จะเขา้ ถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะ กรรมนน้ั อนั เขาใหพ้ รง่ั พรอ้ ม สมาทานไวอ้ ยา่ งน้ี หากตายไป ไม่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ถ้ามาเป็นมนุษย์เกิด ณ ท่ีใดๆ ในภายหลัง จะเป็นคนมปี ัญญามาก. มาณพ ! ปฏปิ ทาทเ่ี ปน็ ไปเพอ่ื ความมปี ญั ญา มากน้ี คือ เป็นผู้เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว สอบถามวา่ อะไรเปน็ กศุ ล อะไรเปน็ อกศุ ล อะไรมีโทษ อะไรไมม่ โี ทษ อะไรควรเสพ อะไรไมค่ วรเสพ อะไรเมอ่ื ท�ำ ยอ่ มเปน็ ไปเพอ่ื ความไมเ่ กอ้ื กลู เพอ่ื ความทกุ ขส์ น้ิ กาลนาน หรือว่า อะไรเม่ือทำ�ย่อมเป็นไปเพ่ือประโยชน์เก้ือกูล เพ่อื ความสุขสน้ิ กาลนาน. มาณพ ! ดว้ ยประการฉะนแ้ี ล ปฏปิ ทาทเ่ี ปน็ ไป เพอ่ื ความมีอายุสั้น ย่อมนำ�เขา้ ไปส่คู วามเป็นคนมอี ายสุ ้ัน ปฏิปทาท่ีเป็นไปเพื่อความมีอายุยืน ย่อมนำ�เข้าไปสู่ ความเปน็ คนมอี ายยุ นื ปฏปิ ทาเปน็ ไปเพอื่ ความมโี รคมาก ย่อมนำ�เข้าไปสู่ความเป็นคนมีโรคมาก ปฏิปทาท่ีเป็นไป เพอ่ื ความมโี รคนอ้ ย ยอ่ มน�ำ เขา้ ไปสคู่ วามเปน็ คนมโี รคนอ้ ย ปฏปิ ทาทเ่ี ปน็ ไปเพอ่ื ความมผี วิ พรรณทราม ยอ่ มน�ำ เขา้ ไปสู่
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 9 1 ความเปน็ คนมผี วิ พรรณทราม ปฏปิ ทาทเ่ี ปน็ ไปเพอ่ื ความเปน็ ผู้น่าเล่ือมใส ย่อมนำ�เข้าไปสู่ความเป็นคนน่าเลื่อมใส ปฏปิ ทาทเ่ี ปน็ ไปเพอ่ื ความมศี กั ดานอ้ ย ยอ่ มน�ำ เขา้ ไปสคู่ วาม เปน็ คนมศี กั ดานอ้ ย ปฏปิ ทาทเ่ี ปน็ ไปเพอ่ื ความมศี กั ดามาก ยอ่ มน�ำ เขา้ ไปสคู่ วามเปน็ คนมศี กั ดามาก ปฏปิ ทาทเ่ี ปน็ ไป เพอ่ื ความมโี ภคะนอ้ ย ยอ่ มน�ำ เขา้ ไปสคู่ วามเปน็ คนมโี ภคะนอ้ ย ปฏิปทาที่เป็นไปเพ่ือความมีโภคะมาก ย่อมนำ�เข้าไปสู่ ความเป็นคนมีโภคะมาก ปฏิปทาท่ีเป็นไปเพื่อความเกิด ในสกุลตำ่� ย่อมนำ�เข้าไปสู่ความเป็นคนเกิดในสกุลตำ่� ปฏิปทาท่เี ป็นไปเพ่อื ความเกิดในสกุลสูง ย่อมนำ�เข้าไปสู่ ความเป็นคนเกิดในสกุลสูง ปฏิปทาท่ีเป็นไปเพ่ือความ มปี ญั ญาทราม ยอ่ มน�ำ เขา้ ไปสคู่ วามเปน็ คนมปี ญั ญาทราม ปฏิปทาท่ีเป็นไปเพ่ือความมีปัญญามาก ย่อมนำ�เข้าไปสู่ ความเปน็ คนมปี ญั ญามาก. มาณพ ! สัตว์ท้ังหลาย มีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำ�เนิด มีกรรมเป็น เผา่ พันธุ์ มีกรรมเปน็ ทพี่ งึ่ อาศัย กรรมยอ่ มจ�ำ แนกสัตว์ ใหเ้ ลวและประณตี .
9 2 พุทธวจน เมือ่ พระผ้มู พี ระภาคตรัสแลว้ อย่างนี้ สุภมาณพ โตเทยยบุตรได้กราบทลู พระผมู้ ีพระภาคดงั น้ี วา่ :- “แจ่มแจ้งแล้ว พระเจ้าข้า ! แจ่มแจ้งแล้ว พระเจ้าข้า ! พระโคดมผู้เจริญทรงประกาศธรรมโดยปริยายมิใช่น้อย เปรียบ เหมอื นหงายของทค่ี ว�ำ่ หรอื เปดิ ของทป่ี ดิ หรอื บอกทางแกค่ นหลงทาง หรือตามประทีปในที่มืด ด้วยหวังว่าผู้มีตาดีจักเห็นรูปได้ฉะนั้น ข้าพระองค์น้ีขอถงึ พระโคดมผู้เจริญ พระธรรม และพระภกิ ษสุ งฆ์ ว่าเป็นสรณะ. ขอพระโคดมผเู้ จริญ ! จงทรงจำ�ข้าพระองค์วา่ เปน็ อุบาสก ผู้ถึงสรณะตลอดชวี ติ ตง้ั แตบ่ ัดนี้เป็นต้นไป”. อุปร.ิ ม. ๑๔/ ๓๗๖ /๕๗๙.
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 93 ๒๗ บรุ พกรรมของการไดล้ ักษณะ “มหาบุรุษ” ภิกษุทงั้ หลาย ! พวกฤาษีภายนอกจำ�มนต์ มหาปุริสลักขณะได้ก็จริง แต่หารู้ไม่ว่าการท่ีมหาบุรุษได้ ลกั ขณะอันนๆ้ี เพราะท�ำ กรรมเช่นนๆ้ี : ก. ภิกษุท้ังหลาย ! เมื่อตถาคตเกิดเป็นมนุษย์ ในชาติก่อน ในภพท่ีอยู่อาศัยก่อน ได้เป็นผู้บากบั่นใน กุศล ถือม่ันในกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต, ในการ บรจิ าคทาน การสมาทานศลี การรกั ษาอโุ บสถ การปฏิบตั ิ มารดา บิดา การปฏิบัติสมณพราหมณ์ การอ่อนน้อมต่อ ผเู้ จรญิ ในตระกลู และในอธกิ ศุ ลธรรมอนื่ . เพราะไดก้ ระท�ำ ไดส้ รา้ งสม ไดพ้ อกพูน ไดม้ ว่ั สุมกรรมนน้ั ๆ ไว้, ภายหลงั แต่การตาย เพราะกายแตก ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์. ตถาคตนั้นถือเอาในเทพเหล่าอ่ืนโดยฐานะ ๑๐ คือ อายทุ พิ ย์ วรรณะทพิ ย์ สขุ ทพิ ย์ ยศทพิ ย์ อธบิ ดที พิ ย์ รปู ทพิ ย์ เสยี งทพิ ย์ กลน่ิ ทพิ ย์ รสทพิ ย์ สมั ผสั ทพิ ย;์ ครน้ั จตุ จิ ากภพนน้ั
9 4 พุทธวจน มาสคู่ วามเปน็ มนษุ ยอ์ ยา่ งนี้ จงึ ไดม้ หาปรุ สิ ลกั ขณะขอ้ นค้ี อื มฝี า่ เทา้ เสมอ จดลงกเ็ สมอ ยกขน้ึ กเ็ สมอฝา่ เทา้ ถกู ตอ้ งพน้ื พรอ้ มกนั ... (ลกั ขณะท่ี ๑), ยอ่ มเปน็ ผไู้ มห่ วาดหวน่ั ต่อ ข้าศึกทั้งภายในและภายนอก คือราคะ โทสะ โมหะ กต็ าม สมณะพราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ก็ตาม ในโลก ท่ีเป็นศตั ร.ู ข. ภิกษุทั้งหลาย ! เมื่อตถาคตเกิดเป็นมนุษย์ ในชาติก่อน ...1 ได้เป็นผู้นำ�สุขมาให้แก่มหาชนเป็นผู้ บรรเทาภยั คอื ความสะดงุ้ หวาดเสยี ว จดั การคมุ้ ครองรกั ษา โดยธรรม ไดถ้ วายทานมเี ครื่องบรวิ าร. เพราะได้กระทำ�... กรรมนนั้ ๆ ไว้ ... คร้นั มาสูค่ วามเป็นมนษุ ย์อย่างนี้ จงึ ได้ มหาปรุ สิ ลกั ขณะขอ้ นค้ี อื ภายใตฝ้ า่ เทา้ มจี กั รทง้ั หลายเกดิ ขน้ึ มซี ต่ี งั้ พนั พรอ้ มดว้ ยกงและดมุ บรบิ รู ณด์ ว้ ยอาการทง้ั ปวง มรี ะยะอนั จัดไว้ด้วยดี .... (ลกั ขณะท่ี ๒), ยอ่ มเป็นผู้มี บริวารมาก, ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา เทวดา มนษุ ย์ อสรู นาค คนธรรพ์ ยอ่ มเปน็ บรวิ ารของตถาคต. 1 ท่ีละไว้ด้วยจุด ... ดังน้ี ทุกแห่งหมายความว่า คำ�ท่ีละไว้น้ันซำ้�กัน เหมือนในขอ้ (ก) ขา้ งบน. เตมิ เอาเองกไ็ ด้ แม้ไมเ่ ติมกไ็ ด้ความเท่ากนั .
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 9 5 ค. ภกิ ษทุ ้งั หลาย ! เมอื่ ตถาคตเกิดเป็นมนุษย์ ในชาติก่อน ... ได้เป็นผู้เว้นจากปาณาติบาต วางแล้วซึ่ง ศสั ตราและอาชญา มคี วามละอาย เอ็นดู กรุณาเก้อื กลู แก่ สัตว์มีชีวิตทั้งปวง. เพราะ ... กรรมน้ันๆ คร้ันมาสู่ความ เป็นมนุษย์อย่างน้ี จึงได้มหาปุริสลักขณะทั้ง ๓ ข้อน้ี คือ มีส้นยาว มีข้อนิ้วยาว มีกายตรงดุจกายพรหม ... (ลักขณะที่ ๓, ๔, ๑๕), ย่อมเป็นผู้มีชนมายุยืนยาว ตลอดกาลนาน; สมณะหรอื พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม ก็ตาม หรือใครๆ ท่ีเป็นศัตรู ไม่สามารถปลงชีวิต ตถาคตเสยี ในระหวา่ งได.้ ฆ. ภกิ ษทุ ้งั หลาย ! เมื่อตถาคตเกดิ เป็นมนุษย์ ในชาติก่อน ได้เป็นผู้ให้ทานของควรเค้ียว ควรบริโภค ควรล้ิม ควรจิบ ควรด่ืม มีรสอันประณีต. เพราะ … กรรมน้ันๆ..คร้ันมาสู่ความเป็นมนุษย์อย่างน้ีแล้ว จึงได้ มหาปุริสลกั ขณะ ข้อนค้ี ือ มีเนื้อนูนหนาในท่ี ๗ แหง่ คอื ทม่ี อื ทงั้ สอง ทเี่ ทา้ ทง้ั สอง ทบี่ า่ ทงั้ สองและทค่ี อ… (ลกั ขณะ ท่ี ๑๖), ย่อมได้ของควรเค้ียว ควรบริโภค ควรล้ิม ควรจิบ ควรดมื่ อันมีรสประณีต.
9 6 พุทธวจน ง. ภิกษุท้ังหลาย ! เม่ือตถาคตเกิดเป็นมนุษย์ ในชาติก่อน ... ได้สงเคราะห์ผ้อู น่ื ดว้ ยสงั คหวัตถุทั้งส่ี คอื การให้สิ่งของ วาจาที่ไพเราะ การประพฤติประโยชน์ผู้อน่ื และความมีตนเสมอกนั . เพราะ ... กรรม นั้นๆ ...คร้นั มา สู่ความเป็นมนุษย์อย่างนี้แล้ว จึงได้มหาปุริสลักขณะ ๒ ข้อนี้คือ มีมือและเท้าอ่อนนุ่ม มีลายฝ่ามือฝ่าเท้าดุจ ตาขา่ ย .... (ลกั ขณะท่ี ๕, ๖), ยอ่ มเปน็ ผสู้ งเคราะหบ์ รษิ ทั คอื ภิกษุ ภิกษณุ ี อุบาสก อบุ าสิกา เทวดา มนุษย์ อสรู นาค คนธรรพ์ ยอ่ มได้รบั ความสงเคราะห์จากตถาคต. จ. ภิกษุทั้งหลาย ! เม่ือตถาคตเกิดเป็นมนุษย์ ในชาติก่อน ... ได้เป็นผู้กล่าววาจาประกอบด้วยอรรถ ด้วยธรรม แนะนำ�ชนเป็นอันมาก เป็นผู้นำ�ประโยชน์สุข มาให้แก่ชนทั้งหลาย ตนเองกเ็ ปน็ ผบู้ ูชาธรรม. เพราะ ... กรรมน้ันๆ ... ครั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์อย่างน้ี จึงได้ มหาปรุ สิ ลกั ขณะ ๒ ขอ้ น้ี คอื มขี อ้ เทา้ อยสู่ งู , มปี ลายขนชอ้ นขน้ึ ... (ลักขณะท่ี ๗, ๑๔), ยอ่ มเป็นผูเ้ ลิศประเสรฐิ เยี่ยม สงู กวา่ สตั ว์ทงั้ หลาย.
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 9 7 ฉ. ภิกษุทั้งหลาย ! เมื่อตถาคตเกิดเป็นมนุษย์ ในชาตกิ อ่ น ... ไดเ้ ปน็ ผบู้ อกศลิ ปะ วทิ ยา ขอ้ ประพฤติ และ ลัทธกิ รรม ดว้ ยความเคารพ ดว้ ยหวังวา่ สตั วเ์ หลา่ นนั้ พงึ รู้ ได้รวดเร็ว พึงปฏิบัติได้รวดเร็ว ไม่พึงเศร้าหมองสิ้นกาล นาน. เพราะ ... กรรมนั้นๆ ... ครั้นมาสู่ความเปน็ มนุษย์ อยา่ งนี้ จงึ ไดม้ หาปรุ สิ ลกั ขณะขอ้ นคี้ อื มแี ขง้ ดงั แขง้ เนอ้ื … (ลกั ขณะ ท่ี ๘), ยอ่ มไดว้ ตั ถอุ นั ควรแกส่ มณะ เปน็ องค์ แหง่ สมณะ เป็นเคร่อื งอุปโภคแก่สมณะ โดยเร็ว. ช. ภิกษุทั้งหลาย ! เมื่อตถาคตเกิดเป็นมนุษย์ ในชาติก่อน ... ได้เป็นผู้เข้าไปหาสมณพราหมณ์แล้ว สอบถามวา่ “ทา่ นผเู้ จรญิ ! อะไรเปน็ กศุ ล อะไรเปน็ อกศุ ล อะไรมโี ทษ อะไรไมม่ ีโทษ อะไรควรเสพ อะไรไม่ควรเสพ ท�ำ อะไรไมม่ ปี ระโยชน์ เปน็ ทกุ ขไ์ ปนาน ท�ำ อะไรมปี ระโยชน์ เป็นสขุ ไปนาน. เพราะ ... กรรมนั้นๆ ... ครน้ั มาสูค่ วาม เป็นมนุษย์อย่างนี้ จึงได้มหาปุริสลักขณะข้อน้ีคือมีผิว ละเอียดอ่อน ธลุ ไี ม่ติดอยูไ่ ด้ ... (ลักขณะท่ี ๑๒), ย่อม เปน็ ผู้มปี ัญญาใหญ่ มปี ญั ญาหนาแน่น มีปัญญาเครื่อง ปล้ืมใจ ปัญญาแล่นปัญญาแหลม ปัญญาแทงตลอด, ไมม่ สี ัตวอ์ ื่นเสมอหรอื ย่ิงไปกว่า.
9 8 พุทธวจน ซ. ภิกษุท้ังหลาย ! เม่ือตถาคตเกิดเป็นมนุษย์ ในชาติก่อน ... ได้เป็นผู้ไม่มักโกรธ ไม่มากไปด้วยความ แคน้ แมช้ นเปน็ อนั มาก วา่ กลา่ วเอา กไ็ มเ่ อาใจใส่ ไมโ่ กรธ ไมพ่ ยาบาท ไมค่ มุ แคน้ ไมแ่ สดงความโกรธ ความรา้ ยกาจ ความเสียใจให้ปรากฏ. ทั้งเป็นผู้ให้ทานผ้าเปลือกไม้ ผ้าด้าย ผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ สำ�หรับลาดและนุ่งห่ม อันมี เนอ้ื ละเอยี ดออ่ น. เพราะ ... กรรมนน้ั ๆ ... ครนั้ มาสคู่ วาม เป็นมนุษย์อย่างน้ี จึงได้มหาปุริสลักขณะข้อน้ีคือ มีกาย ดุจทอง มีผวิ ดจุ ทอง ... (ลักขณะที่ ๑๑), ย่อมเปน็ ผู้ได้ ผา้ เปลอื กไม้ ผา้ ดา้ ย ผา้ ไหม ผา้ ขนสตั วส์ �ำ หรบั ลาดและ หม่ มเี นื้อละเอียดออ่ น. ฌ. ภกิ ษุท้ังหลาย ! เมอ่ื ตถาคตเกิดเปน็ มนุษย์ ในชาติก่อน...ได้เป็นผู้สมานญาติมิตร สหายชาวเกลอ ผู้เหินห่างแยกกันไปนาน, ได้สมานไมตรีมารดากับบุตร บุตรกับมารดา บิดากับบุตร บุตรกับบิดา พ่ีน้องชายกับ พนี่ อ้ งหญงิ พนี่ อ้ งหญงิ กบั พนี่ อ้ งชาย, ครน้ั ท�ำ ความสามคั คี แล้ว พลอยช่นื ชมยนิ ดีด้วย. เพราะ ... กรรมน้ันๆ ... ครั้น มาสคู่ วามเปน็ มนษุ ยอ์ ยา่ งนี้ จงึ ไดม้ หาปรุ สิ ลกั ขณะขอ้ นค้ี อื
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 9 9 มคี ยุ หฐาน (อวยั วะทล่ี บั ) ซอ่ นอยใู่ นฝกั .... (ลกั ขณะท่ี ๑๐), ย่อมเป็นผู้มีบุตร (สาวก) มาก มีบุตรกล้าหาญ มีแววแห่งคนกล้าอันเสนาแห่งบุคคลอ่ืนจะย่ำ�ยีมิได้ หลายพนั . ญ. ภิกษุท้ังหลาย ! เมือ่ ตถาคตเกิดเปน็ มนุษย์ ในชาติก่อน ได้เป็นผู้สังเกตชั้นเชิงของมหาชน รู้ได้ สม�ำ่ เสมอ รไู้ ด้เอง ร้จู ักบุรษุ ธรรมดาและบรุ ุษพิเศษ ว่าผู้น้ี ควรแก่สิ่งน้ีๆ, ได้เป็นผู้ทำ�ประโยชน์อย่างวิเศษในชนชั้น น้ัน. เพราะ ... กรรมน้ันๆ ... ครั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์ อย่างน้ี จงึ ไดม้ หาปุริสลกั ขณะ ๒ ขอ้ น้ี คอื มที รวดทรงดจุ ต้นไทร, ยืนตรงไมย่ ่อกาย ลูบถึงเข่าไดด้ ้วยมอื ทง้ั สอง.... (ลกั ขณะท่ี ๑๙,๙), ยอ่ มมง่ั คง่ั มที รพั ยม์ าก มโี ภคะมาก. ทรพั ยข์ องตถาคตเหลา่ นค้ี อื ทรพั ยค์ อื ศรทั ธา ทรพั ยค์ อื ศีล ทรัพย์คือหิริ ทรัพย์คือโอตตัปปะ ทรัพย์คือการ ศึกษา (สตุ ะ) ทรพั ย์คอื จาคะ ทรพั ย์คอื ปญั ญา. ฎ. ภกิ ษทุ ้งั หลาย ! เมอื่ ตถาคตเกดิ เป็นมนษุ ย์ ในชาติก่อน ... ได้เป็นผู้ใคร่ต่อประโยชน์ ใคร่ต่อความ เกื้อกูล ใคร่ต่อความผาสุข ใคร่ต่อความเกษมจากโยคะ
1 00 พุทธวจน แก่ชนเป็นอันมากว่า “ไฉนชนเหล่าน้ีพึงเป็นผู้เจริญ ด้วยศรัทธา ด้วยศีล ดว้ ยการศึกษา ดว้ ยความรู้ ด้วยการ เผือ่ แผ่ ด้วยธรรม ด้วยปัญญา ดว้ ยทรพั ย์ และข้าวเปลอื ก ด้วยนาและสวน ด้วยสัตว์สองเท้าส่ีเท้า ด้วยบุตรภรรยา ด้วยทาสกรรมกรและบุรุษ ด้วยญาติมิตรและพวกพ้อง”. เพราะ ... กรรมน้นั ๆ ... ครัน้ มาสูค่ วามเปน็ มนษุ ยอ์ ย่างนี้ จงึ ไดม้ หาปรุ สิ ลกั ขณะ ๓ ขอ้ น้ี คอื มกี ง่ึ กายเบอ้ื งหนา้ ดจุ สหี ะ, มีหลังเต็ม, มีคอกลม ... (ลักขณะท่ี ๑๗,๑๘,๒๐), ยอ่ มเปน็ ผไู้ มเ่ สอ่ื มเปน็ ธรรมดา คอื ไมเ่ สอื่ มจากศรทั ธา ศลี สตุ ะ จาคะ ปญั ญา, ไม่เส่อื มจากสมบตั ทิ ง้ั ปวง. ฏ. ภิกษทุ งั้ หลาย ! เมือ่ ตถาคตเกิดเปน็ มนษุ ย์ ในชาติก่อน ... ได้เป็นผู้ไม่เบียดเบียนสัตว์ท้ังหลายด้วย ฝ่ามือก็ตาม ก้อนดินก็ตาม ท่อนไม้ก็ตาม ศัสตราก็ตาม. เพราะ ... กรรมน้นั ๆ ... คร้ันมาสคู่ วามเป็นมนษุ ยอ์ ย่างน้ี จึงได้มหาปุริสลักขณะข้อนี้ คือมีประสาทรับรสอันเลิศ มีปลายขึ้นเบื้องบน เกิดแล้วท่ีคอรับรสโดยสมำ่�เสมอ ... (ลักขณะที่ ๒๑), ย่อมเป็นผู้มีอาพาธน้อย มีโรคน้อย มีวิบากอันสม่ำ�เสมอ ไม่เย็นเกิน ร้อนเกิน พอควรแก่ ความเพยี ร.
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 1 01 ฐ. ภิกษุท้ังหลาย ! เม่ือตถาคตเกิดเป็นมนุษย์ ในชาติก่อน ... ไดเ้ ป็นผ้ไู ม่ถลงึ ตา ไม่ค้อนควัก ไม่จ้องลับ หลงั , เปน็ ผแู้ ชม่ ชน่ื มองดตู รงๆ มองดผู อู้ นื่ ดว้ ยสายตาอนั แสดงความรกั . เพราะ ... กรรมน้นั ๆ ... ครัน้ มาสู่ความ เป็นมนุษย์อย่างนี้ จึงได้ มหาปุริสลักขณะ ๒ ข้อนี้คือ มตี าเขียวสนิท, มตี าดจุ ตาโค ... (ลักขณะท่ี ๒๙, ๓๐), ย่อมเป็นที่ต้องตาของชนหมู่มาก เป็นที่รักใคร่พอใจ ของภกิ ษุ ภิกษุณี อุบาสก อบุ าสิกา เทวดา มนษุ ย์ อสรู นาค คนธรรพ์. ฑ. ภกิ ษทุ งั้ หลาย ! เมื่อตถาคตเกดิ เปน็ มนษุ ย์ ในชาติก่อน ... ได้เป็นหัวหน้าของชนเป็นอันมาก ใน กุศลธรรมทั้งหลาย ได้เป็นประธานของชนเป็นอันมาก ในกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต, ในการจำ�แนกทาน การสมาทานศลี การรกั ษาอโุ บสถ การประพฤตเิ กอ้ื กลู ใน มารดาบดิ า สมณพราหมณ,์ การนอบนอ้ มตอ่ ผเู้ จรญิ ใน ตระกูล ในอธิกุศลธรรมอย่างใดอย่างหน่ึง, เพราะ ... กรรมนั้น ๆ ... ครั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์อย่างน้ี จึงได้ มหาปุริสลักขณะข้อน้ีคือ มีศีรษะรับกับกรอบหน้า ... (ลักขณะท่ี ๓๒), ย่อมเป็นผู้ที่มหาชนประพฤติตาม
1 02 พุทธวจน คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา เทวดา มนุษย์ อสรู นาค คนธรรพ ์ ประพฤติตาม. ฒ. ภิกษุท้งั หลาย ! เม่ือตถาคตเกดิ เปน็ มนุษย์ ในชาติก่อน ... ได้เป็นผู้ละเว้นจากมุสาวาท พูดคำ�จริง หลง่ั ค�ำ สจั จ ์ เทยี่ งแท ้ ซอ่ื ตรง ไมห่ ลอกลวงโลก. เพราะ ... กรรมนั้น ๆ ... คร้ันมาสู่ความเป็นมนุษย์อย่างนี้แล้ว จึงได้มหาปุริสลักขณะ ๒ ข้อนี้คือ มีขนขุมละเส้น, มี อณุ าโลมหวา่ งคว้ิ ขาวออ่ นดจุ ส�ำ ล,ี ... (ลกั ขณะท่ี ๑๓, ๓๑), ย่อมเป็นผู้ท่ีมหาชนเป็นไปใกล้ชิด คือ ภิกษุ ภิกษุณี อบุ าสก อบุ าสกิ า เทวดา มนษุ ย ์ อสรู นาค คนธรรพ ์ ใกลช้ ดิ . ณ. ภกิ ษุทงั้ หลาย ! เม่ือตถาคตเกดิ เปน็ มนษุ ย์ ในชาตกิ ่อน ... ได้เปน็ ผลู้ ะเวน้ วาจาสอ่ เสียด (คอื คำ�ยุให้ แตกกัน), คือไม่ฟังจากข้างน้ีแล้วไปบอกข้างโน้นเพื่อ ทำ�ลายชนพวกน้ี, ไม่ฟังจากข้างโน้นแล้วมาบอกข้างน้ี เพื่อทำ�ลายชนพวกโน้น, เป็นผู้สมานพวกแตกกันแล้ว และส่งเสริมพวกท่ีพร้อมเพรียงกัน; เป็นผู้ยินดีในการ พร้อมเพรียง เพลินในการพร้อมเพรียง กล่าวแต่วาจาที่ ทำ�ให้เกิดความพร้อมเพรียง. เพราะ ... กรรมน้ัน ๆ ...
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 1 03 ครนั้ มาสคู่ วามเปน็ มนษุ ยอ์ ยา่ งนแี้ ลว้ จงึ ไดม้ หาปรุ สิ ลกั ขณะ ๒ อย่างน้ี คือมีฟันครบ ๔๐ ซ่ี มีฟันสนิท ไม่ห่างกัน ... (ลักขณะท่ี ๒๓,๒๕), ย่อมเป็นผู้มีบริษัทไม่ กระจดั กระจาย คอื ภกิ ษุ ภกิ ษณุ ี อบุ าสก อบุ าสกิ า เทวดา มนษุ ย์ อสรู นาค คนธรรพ์ เปน็ บรษิ ทั ไมก่ ระจดั กระจาย. ด. ภิกษุทั้งหลาย ! เมอ่ื ตถาคตเกิดเปน็ มนุษย์ ในชาติก่อน ... ได้เป็นผู้ละเว้นการกล่าวคำ�หยาบ, กล่าว แต่วาจาที่ไม่มีโทษ เป็นสุขแก่หู เป็นที่ต้ังแห่งความรัก ซึมซาบถึงใจ เป็นคำ�พูดของชาวเมือง เป็นท่ีพอใจและ ชอบใจของชนเปน็ อันมาก. เพราะ ... กรรมน้ันๆ ... ครน้ั มาสู่ความเป็นมนุษย์อย่างน้ี ย่อมได้มหาปุริสลักขณะ ๒ ขอ้ น้ี คอื มลี น้ิ อนั เพยี งพอ, มเี สยี งเหมอื นพรหม พดู เหมอื น นกการวกิ ... (ลกั ขณะท่ี ๒๗,๒๘), ยอ่ มเปน็ ผมู้ วี าจาท่ี ผอู้ นื่ เออื้ เฟอ้ื เชอ่ื ฟงั , คอื ภกิ ษุ ภกิ ษณุ ี อบุ าสก อบุ าสกิ า เทวดา มนุษย์ อสรู นาคคนธรรพ์ เอื้อเฟอื้ เชอื่ ฟงั . ต. ภกิ ษทุ งั้ หลาย ! เมอื่ ตถาคตเกดิ เปน็ มนษุ ย์ ในชาตกิ อ่ น ... ไดเ้ ปน็ ผลู้ ะเวน้ การพดู เพอ้ เจอ้ , เปน็ ผกู้ ลา่ ว ควรแก่เวลา กล่าวคำ�จริง กล่าวเป็นธรรม กล่าวมีอรรถ
1 04 พุทธวจน กล่าวเป็นวินัย กล่าวมีที่ต้ัง มีหลักฐาน มีที่สุด ประกอบ ด้วยประโยชน์. เพราะ ... กรรมนั้นๆ ... คร้ันมาสู่ความ เป็นมนษุ ย์อย่างนแี้ ลว้ ยอ่ มได้มหาปุริสลกั ขณะขอ้ นี้ คอื มี คางดจุ คางราชสหี ์ ... (ลกั ขณะที่ ๒๒), ยอ่ มเปน็ ผทู้ ศ่ี ตั รู ท้ังภายในและภายนอกกำ�จัดไม่ได้ : ศัตรู คือ ราคะ โทสะ โมหะ หรอื สมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลก ก�ำ จดั ไม่ได.้ ถ. ภิกษุท้ังหลาย ! เม่ือตถาคตเกิดเป็นมนุษย์ ในชาติก่อน ... ได้เป็นผู้ละมิจฉาชีพ มีการเล้ียงชีพชอบ เว้นจากการฉ้อโกงด้วยตาช่ัง ด้วยของปลอม ด้วยเคร่ือง ตวงเครอื่ งวัดจากการโกง การลวง เวน้ จากการตัด การฆา่ การผกู มดั การรว่ มท�ำ รา้ ย การปลน้ การกรรโชก เพราะกร รมน้ันๆ ครั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์อย่างนี้ จึงได้มหาปุริ สลกั ขณะ ๒ ขอ้ นนั้ คอื มฟี นั อนั เรยี บเสมอ, มเี ขยี้ วขาวงาม ... (ลักขณะท่ี ๒๔,๒๖), ย่อมเป็นผู้มีบริวาร เป็นคน สะอาด คือมีภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา เทวดา มนุษย์ อสูร นาค คนธรรพ์ เป็นบรวิ ารอนั สะอาด. ปา. ท.ี ๑๑/๑๕๙-๑๙๓/๑๓๐,๑๗๑.
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 1 05 ๒๘ ทำ�ไมคนทที่ �ำ บาปกรรมอย่างเดยี วกนั แตร่ ับวิบากกรรมตา่ งกัน ภิกษุทั้งหลาย ! ใครพึงกล่าวว่า คนทำ�กรรม อย่างใดๆ ย่อมเสวยกรรมน้ันอย่างน้ันๆ ดังน้ี เมื่อเป็น อย่างน้ัน การอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ก็มีไม่ได้ ช่องทาง ท่ีจะทำ�ที่สุดทุกข์โดยชอบก็ไม่ปรากฏ ส่วนใครกล่าวว่า คนทำ�กรรมอันจะพึงให้ผลอย่างใดๆ ย่อมเสวยผลของ กรรมนน้ั อยา่ งนน้ั ๆ ดงั น้ี เมอ่ื เปน็ อยา่ งน้ี การอยปู่ ระพฤติ พรหมจรรยย์ อ่ มมไี ด้ ชอ่ งทางทจ่ี ะท�ำ ทส่ี ดุ แหง่ ทกุ ขโ์ ดยชอบ ก็ย่อมปรากฏ. ภกิ ษทุ ้ังหลาย ! บาปกรรมแม้ประมาณน้อย ที่ บุคคลบางคนทำ�แล้ว บาปกรรมน้ันย่อมนำ�เขาไปนรกได้ บาปกรรมประมาณนอ้ ย อย่างเดยี วกนั นนั้ บางคนทำ�แลว้ กรรมน้ันเปน็ ทฏิ ฐธรรมเวทนียกรรม (ใหผ้ ลในภพปจั จบุ นั ) ไมป่ รากฏผลมากต่อไปเลย.
1 06 พุทธวจน บาปกรรมแมป้ ระมาณนอ้ ย บคุ คลชนดิ ไร ท�ำ แลว้ บาปกรรมนน้ั จงึ น�ำ เขาไปนรกได ้ ? บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีกายมิได้อบรม มีศีลมิได้อบรม มีจิตมิได้อบรม มีปัญญามิได้อบรม มคี ณุ ความดนี อ้ ย เป็นอปั ปาตมุ ะ (ผมู้ ีใจคับแคบ ใจหยาบ ใจต่ำ�ทราม) เป็นอปั ปทุกขวหิ ารี (มีปกติอยเู่ ป็นทุกขด์ ้วยเหตุ เล็กน้อย คือเป็นคนเจ้าทุกข์) บาปกรรมแม้ประมาณน้อย บคุ คลชนดิ นท้ี �ำ แลว้ บาปกรรมนน้ั ยอ่ มน�ำ เขาไปนรกได.้ บาปกรรมประมาณนอ้ ยอยา่ งเดยี วกนั บคุ คลชนดิ ไร ท�ำ แลว้ กรรมนน้ั จงึ เปน็ ทฏิ ฐธรรมเวทนยี กรรม ไมป่ รากฏ ผลมากตอ่ ไปเลย ? บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีกายได้อบรมแล้ว มีศีลได้อบรมแล้ว มีจิตได้อบรมแล้ว มีปัญญาได้อบรม แลว้ มคี ณุ ความดมี าก เปน็ มหาตมะ (ผมู้ ใี จกวา้ งขวาง ใจบญุ ใจสูง) เป็นอัปปมาณวิหารี (มีปกติอยู่ด้วยธรรม อันหา ประมาณมิได้คือเป็นคนไม่มีหรือไม่แสดงกิเลส ซ่ึงจะเป็นเหตุให้ เขาประมาณไดว้ า่ เป็นคนดแี ค่ไหน) บาปกรรมประมาณนอ้ ย อย่างเดียวกันนั้น บุคคลชนิดน้ีทำ�แล้ว กรรมนั้นเป็น ทฏิ ฐธรรมเวทนยี กรรม ไมป่ รากฏผลมาก ตอ่ ไปเลย.
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 1 07 ภกิ ษทุ ั้งหลาย ! ตา่ งวา่ คนใสเ่ กลอื ลงไปในถว้ ยน�ำ้ เลก็ ๆ หนง่ึ กอ้ น ทา่ นทง้ั หลายจะส�ำ คญั วา่ กระไร น�้ำ อนั นอ้ ย ในถ้วยนำ�้ น้ัน จะกลายเปน็ นำ�้ เค็มไมน่ ่าด่มื ไป เพราะเกลือ ก้อนนนั้ ใช่ไหม ? “เปน็ เช่นน้นั พระพทุ ธเจา้ ข้า !”. เพราะเหตุไร ? เพราะเหตวุ า่ น�ำ้ ในถว้ ยน�ำ้ นน้ั มนี อ้ ย มนั จงึ เคม็ ได.้ .. เพราะเกลอื กอ้ นน้ัน. ตา่ งวา่ คนใสเ่ กลอื กอ้ นขนาดเดยี วกนั นนั้ ลงไปใน แม่น้ำ�คงคา ท่านทั้งหลายจะสำ�คัญว่ากระไร น้ำ�ในแม่น้ำ� คงคานน้ั จะกลายเปน็ น�้ำ เคม็ ดม่ื ไมไ่ ดเ้ พราะเกลอื กอ้ นนน้ั หรอื ? “หามไิ ด้ พระพุทธเจ้าข้า !”. เพราะเหตุไร ? เพราะเหตุว่า นำ้�ในแม่นำ้�คงคามีมาก น้ำ�นั้นจึง ไมเ่ ค็ม...เพราะเกลอื กอ้ นน้ัน. ฉันนน้ั น่นั แหละ.
1 08 พุทธวจน ภิกษทุ ง้ั หลาย ! บาปกรรมแม้ประมาณน้อย บุคคลบางคนทำ�แล้ว บาปกรรมน้ันย่อมนำ�ไปนรกได้ ส่วนบาปกรรมประมาณน้อยอย่างเดียวกันน้ัน บางคน ทำ�แล้ว กรรมนั้นเป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรม ไม่ปรากฏ ผลมากต่อไปเลย... ภกิ ษุทั้งหลาย ! คนบางคนย่อมผูกพันเพราะ ทรัพย์ แม้กึ่งกหาปณะ... แม้ ๑ กหาปณะ... แม้ ๑๐๐ กหาปณะ ส่วนบางคนไม่ผูกพันเพราะทรัพย์เพียงเท่าน้ัน คนอย่างไร จึงผูกพันเพราะทรัพย์แม้กึ่งกหาปณะ ฯลฯ คนบางคนในโลกนี้เป็นคนจน มีสมบัติน้อย มีโภคะน้อย คนอยา่ งนีย้ ่อมผกู พันเพราะทรพั ย์แม้ก่งึ กหาปณะ. ฯลฯ คนอย่างไรไมผ่ ูกพันเพราะทรพั ยเ์ พียงเทา่ น้นั ? คนบางคนในโลกนี้เป็นผู้ม่ังค่ัง มีทรัพย์มาก มโี ภคะมาก คนอยา่ งนย้ี อ่ มไมผ่ กู พนั เพราะทรพั ยเ์ พยี งเทา่ นน้ั ฉันน้ันน่นั แหละ. ภกิ ษทุ ง้ั หลาย ! บาปกรรมแม้ประมาณน้อย บุคคลบางคนทำ�แล้ว บาปกรรมนั้นย่อมนำ�เขาไปนรกได้ สว่ นบาปกรรมประมาณนอ้ ยอยา่ งเดยี วกนั นน้ั บคุ คลบางคน
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 1 09 ท�ำ แลว้ กรรมนน้ั เปน็ ทฏิ ฐธรรมเวทนยี กรรม ไมป่ รากฏผลมาก ตอ่ ไปเลย... ภกิ ษุท้งั หลาย ! พรานแกะหรือคนฆ่าแกะ บางคนอาจฆ่า มัด ย่างหรือทำ�ตามประสงค์ซึ่งแกะที่ ขโมยเขามาได้ บางคนไม่อาจทำ�อย่างนั้น พรานแกะหรือ คนฆา่ แกะเช่นไร จึงอาจฆ่า มดั ย่าง หรอื ท�ำ ตามประสงค์ ซ่ึงแกะทข่ี โมยเขามาได้ ? บางคนเป็นคนยากจน มีสมบัตนิ อ้ ย มโี ภคะนอ้ ย พรานแกะหรือคนฆ่าแกะเช่นน้ี อาจฆ่า ฯลฯ ซึ่งแกะที่ ขโมยเขามาได้. พรานแกะหรือคนฆ่าแกะเช่นไร ไม่อาจทำ� อย่างนน้ั ? บางคนเป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก เป็นพระราชาหรือราชมหาอำ�มาตย์ พรานแกะหรือ คนฆ่าแกะเช่นน้ีไม่อาจทำ�อย่างน้ัน มีแต่ว่าคนอ่ืนจะ ประณมมือขอกะเขาว่าท่านผู้นิรทุกข์ ท่านโปรดให้แกะ หรือทรัพย์ค่าซื้อแกะแก่ข้าพเจ้าบ้าง ดังน้ีฉันใด ฉันนั้น เหมือนกัน.
1 10 พุทธวจน ภิกษุท้งั หลาย ! บาปกรรมแม้ประมาณน้อย บุคคล บางคนท�ำ แลว้ บาปกรรมนั้นน�ำ เขาไปนรกได้ สว่ น บาปกรรมประมาณน้อยอย่างเดียวกันนั้น บางคนทำ�แล้ว กรรมนั้นเป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรม ไม่ปรากฏผลมาก ต่อไปเลย... ภิกษทุ ัง้ หลาย ! ใครกล่าวว่า คนทำ�กรรม อย่างใดๆ ย่อมเสวยกรรมนั้นอย่างน้ันๆ ดังน้ี เม่ือเป็น อย่างนั้นๆ การอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ย่อมมีไม่ได้ ชอ่ งทางท่จี ะท�ำ ท่สี ดุ ทกุ ขโ์ ดยชอบกไ็ ม่ปรากฏ ส่วนใครกล่าวว่า คนทำ�กรรมอันจะพึงให้ผล อย่างใดๆ ย่อมเสวยผลของกรรมนั้นอย่างน้ันๆ ดังน้ี เม่ือเป็นอย่างน้ี การอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ย่อมมีได้ ช่องทางที่จะท�ำ ทส่ี ุดทุกขโ์ ดยชอบก็ยอ่ มปรากฏ. ติก. อ.ํ ๒๐/๓๒๐/๕๔๐.
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 1 11 ๒๙ อานิสงส์ของการรักษาศลี ภิกษทุ งั้ หลาย ! อริยสาวก ในกรณีนี ้ ละปาณาตบิ าต เว้นขาดจากปาณาติบาต. ภิกษุทั้งหลาย ! อ ริ ย ส า ว ก เ ว้ น ข า ด จ า ก ปาณาติบาตแล้ว ย่อมชื่อว่า ให้อภัยทาน อเวรทาน อพั ยาปชั ฌทาน แกส่ ตั วท์ ง้ั หลายมากไมม่ ปี ระมาณ; ครน้ั ให้ อภยั ทาน อเวรทาน อพั ยาปชั ฌทาน แกส่ ตั วท์ ง้ั หลายมาก ไม่มีประมาณแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งความไม่มีภัย ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียน อันไม่มีประมาณ. ภิกษทุ งั้ หลาย ! นี้เป็น (อภัย) ทานช้ันปฐม เป็นมหาทาน รู้จักกันว่าเป็นของเลิศ เป็นของมีมานาน เป็นของประพฤติสืบกันมาแต่โบราณไม่ถูกทอดท้ิงเลย ไม่เคยถูกทอดทิ้งในอดีต ไม่ถูกทอดทิ้งอยู่ในปัจจุบัน และจักไม่ถูกทอดทิ้งในอนาคต อันสมณพราหมณ์ผู้รู้ ไม่คัดค้าน.
1 12 พุทธวจน ภกิ ษทุ ้งั หลาย ! ข้อนเ้ี ปน็ ทอ่ ธารแหง่ บุญ เป็น ที่ไหลออกแห่งกุศล นำ�มาซึ่งสุข เป็นไปเพื่อยอดสุด อันดี มีสุขเป็นวิบาก เป็นไปเพื่อสวรรค์ เป็นไปเพ่ือ ประโยชนเ์ กอ้ื กลู เพอ่ื ความสขุ อนั พงึ ปรารถนา นา่ รกั ใคร่ นา่ พอใจ. ภิกษทุ ้งั หลาย ! ข้ออื่นยงั มีอีก : อรยิ สาวก ละอทินนาทาน เว้นขาดจากอทินนาทาน. ภกิ ษทุ ั้งหลาย ! อ ริ ย ส า ว ก เ ว้ น ข า ด จ า ก อทินนาทานแล้ว ย่อมช่ือว่าให้อภัยทาน อเวรทาน อพั ยาปชั ฌทาน แกส่ ตั วท์ ง้ั หลายมากไมม่ ปี ระมาณ; ครน้ั ให้ อภยั ทาน อเวรทาน อพั ยาปชั ฌทาน แกส่ ตั วท์ ง้ั หลายมาก ไม่มีประมาณแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งความไม่มีภัย ไมม่ เี วร ไม่มีความเบยี ดเบียน อันไมม่ ีประมาณ. ภิกษทุ งั้ หลาย ! นเ้ี ปน็ (อภยั ) ทานอนั ดบั ทส่ี อง เป็นมหาทาน รู้จักกันว่าเป็นของเลิศ เป็นของมีมานาน เป็นของประพฤติสืบกันมาแต่โบราณ ไม่ถูกทอดทิ้งเลย ไมเ่ คยถกู ทอดทงิ้ ในอดตี ไมถ่ กู ทอดทง้ิ อยใู่ นปจั จบุ นั และ จกั ไมถ่ กู ทอดทง้ิ ในอนาคต อนั สมณพราหมณผ์ รู้ ไู้ มค่ ดั คา้ น.
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 1 13 ภกิ ษุทง้ั หลาย ! ข้อน้ีเป็นท่อธารแห่งบุญ เป็น ท่ีไหลออกแห่งกุศล นำ�มาซ่ึงสุข เป็นไปเพ่ือยอดสุดอันดี มีสุขเป็นวิบาก เป็นไปเพื่อสวรรค์ เป็นไปเพื่อประโยชน์ เก้ือกูล เพื่อความสขุ อันพงึ ปรารถนา น่ารักใคร่ นา่ พอใจ. ภกิ ษุทง้ั หลาย ! ขอ้ อื่นยังมอี กี : อรยิ สาวก ละกาเมสมุ จิ ฉาจาร เวน้ ขาดจากกาเมสมุ จิ ฉาจาร. ภิกษุทัง้ หลาย ! อริยสาวก เว้นขาดจาก กาเมสุมิจฉาจารแล้ว ย่อมชื่อว่าให้อภัยทาน อเวรทาน อพั ยาปชั ฌทาน แกส่ ตั วท์ ง้ั หลายมากไมม่ ปี ระมาณ; ครน้ั ให้ อภยั ทาน อเวรทาน อพั ยาปชั ฌทาน แกส่ ัตว์ท้งั หลายมาก ไม่มีประมาณแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งความไม่มีภัย ไมม่ ีเวร ไม่มีความเบียดเบียน อนั ไมม่ ปี ระมาณ. ภกิ ษุทั้งหลาย ! นเ้ี ปน็ (อภยั ) ทานอนั ดบั ทส่ี าม เป็นมหาทาน รู้จักกันว่าเป็นของเลิศ เป็นของมีมานาน เป็นของประพฤติสืบกันมาแต่โบราณ ไม่ถูกทอดทิ้งเลย ไม่เคยถูกทอดทิ้งในอดีต ไม่ถูกทอดทิ้งอยู่ในปัจจุบัน และจักไม่ถูกทอดทิ้งในอนาคต อันสมณพราหมณ์ผู้รู้ ไม่คัดค้าน.
1 14 พุทธวจน ภิกษุทัง้ หลาย ! ขอ้ นเ้ี ปน็ ทอ่ ธารแหง่ บญุ เปน็ ท่ี ไหลออกแห่งกุศลนำ�มาซ่ึงสุข เป็นไปเพ่ือยอดสุดอันดี มีสุขเป็นวิบาก เป็นไปเพื่อสวรรค์ เป็นไปเพ่ือประโยชน์ เกือ้ กูล เพือ่ ความสขุ อนั พึงปรารถนา น่ารักใคร่ นา่ พอใจ. อฏฺ ก. อํ. ๒๓/๒๕๐/๑๒๙.
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 1 15 ๓๐ สคุ ติของผมู้ ีศีล ภิกษทุ ง้ั หลาย ! สตั ว์ทง้ั หลาย เปน็ ผมู้ ีกรรมเปน็ ของตน เปน็ ทายาทแหง่ กรรม มีกรรมเป็นก�ำ เนิด มีกรรมเปน็ เผ่าพนั ธุ์ มกี รรมเป็นที่พึ่งอาศยั กระท�ำ กรรมใดไว้ ดกี ็ตาม ชัว่ ก็ตาม จกั เป็นผ้รู บั ผลแหง่ กรรมนัน้ . ภิกษุทัง้ หลาย ! บุคคลบางคนในกรณีนี้ ละปาณาติบาต เว้นขาดจากปาณาติบาต วางท่อนไม้ วางศสั ตรา มคี วามละอาย ถึงความเอ็นดูกรุณาเกอ้ื กูลแก่ สตั วท์ ง้ั หลาย. เขาไมก่ ระเสอื กกระสนดว้ ย (กรรมทาง) กาย ไมก่ ระเสอื กกระสนดว้ ย (กรรมทาง) วาจา ไมก่ ระเสอื กกระสน ดว้ ย (กรรมทาง) ใจ; กายกรรมของเขาตรง วจกี รรมของเขาตรง มโนกรรมของเขาตรง : คตขิ องเขาตรง อปุ บตั ขิ องเขาตรง.
1 16 พุทธวจน ภิกษทุ งั้ หลาย ! ส�ำ หรบั ผมู้ คี ตติ รง มอี ปุ บตั ติ รง นน้ั เรากลา่ วคตอิ ยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ในบรรดาคตสิ องอยา่ ง แกเ่ ขา คอื เหลา่ สตั วผ์ มู้ สี ขุ โดยสว่ นเดยี ว หรอื วา่ ตระกลู อนั สงู ตระกลู ขตั ตยิ มหาศาล ตระกลู พราหมณม์ หาศาล หรือตระกูลคหบดีมหาศาล อันม่ังคั่ง มีทรัพย์มาก มโี ภคะมาก มที องและเงนิ มาก มอี ปุ กรณแ์ หง่ ทรพั ยม์ าก. ภิกษทุ ั้งหลาย ! ภตู สตั วย์ อ่ มมดี ว้ ยอาการอยา่ งน้ี คอื อปุ บตั ิ (การเขา้ ถงึ ภพ) ยอ่ มมแี กภ่ ตู สตั ว,์ เขาท�ำ กรรมใดไว้ เขาย่อมอุปบัติด้วยกรรมนั้น, ผัสสะทั้งหลายย่อมถูกต้อง ภูตสัตว์นั้นผอู้ ุปบัตแิ ล้ว. ภกิ ษทุ ง้ั หลาย ! เรากล่าวว่า สตั วท์ ัง้ หลาย เป็น ทายาทแหง่ กรรม ด้วยอาการอย่างนี้ ดังน้ี. (ในกรณแี หง่ บคุ คลผไู้ มก่ ระท�ำ อทนิ นาทาน ไมก่ ระท�ำ กาเมสมุ จิ ฉาจาร ก็ได้ตรัสไว้ด้วยข้อความอย่างเดียวกันกับในกรณีของผู้ไม่กระท�ำ ปาณาติบาต ดงั กลา่ วมาแลว้ ขา้ งบนทกุ ประการ; และยงั ไดต้ รสั เลยไปถงึ วจสี จุ รติ ส่ี มโนสจุ รติ สาม ดว้ ยข้อความอยา่ งเดียวกนั อกี ดว้ ย) ทสก. อ.ํ ๒๔/๓๑๑/๑๙๓.
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 1 17 ๓๑ วบิ ากของผู้ทศุ ีล ภิกษทุ ้งั หลาย ! ปาณาติบาต (ฆ่าสัตว์) ท่ีเสพ ทว่ั แลว้ เจริญแลว้ ทำ�ให้มากแลว้ ยอ่ มเปน็ ไปเพอื่ นรก เป็นไปเพ่อื ก�ำ เนดิ ดริ จั ฉาน เปน็ ไปเพื่อเปรตวิสยั . วิบาก แห่งปาณาติบาตของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง คือ วิบากทีเ่ ปน็ ไปเพ่อื มีอายสุ ั้น. ภิกษุทัง้ หลาย ! อทนิ นาทาน (ลักทรัพย)์ ที่เสพ ทั่วแลว้ เจรญิ แล้ว ทำ�ใหม้ ากแลว้ ยอ่ มเป็นไปเพอ่ื นรก เป็นไปเพ่อื ก�ำ เนิดดิรัจฉาน เปน็ ไปเพ่อื เปรตวสิ ัย. วิบาก แห่งอทินนาทานของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง คอื วิบากท่ีเปน็ ไปเพอื่ ความเสอื่ มแห่งโภคะ. ภกิ ษทุ ้ังหลาย ! กาเมสมุ จิ ฉาจาร (ประพฤตผิ ิด ในกาม) ท่ีเสพทั่วแล้ว เจริญแล้ว ทำ�ให้มากแล้ว ย่อม เป็นไปเพื่อนรก เป็นไปเพื่อกำ�เนิดดิรัจฉาน เป็นไปเพ่ือ เปรตวิสัย. วิบากแห่งกาเมสุมิจฉาจาร ของผู้เป็นมนุษย์ ทเ่ี บากวา่ วบิ ากทง้ั ปวง คอื วบิ ากทเ่ี ปน็ ไปเพอ่ื กอ่ เวรดว้ ยศตั ร.ู
1 18 พุทธวจน ภกิ ษุทง้ั หลาย ! มสุ าวาท (ค�ำ เทจ็ ) ทเ่ี สพทว่ั แลว้ เจริญแล้ว ทำ�ให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อนรก เป็นไปเพ่ือกำ�เนิดดิรัจฉาน เป็นไปเพ่ือเปรตวิสัย. วิบากแห่งมุสาวาทของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง คือ วิบากทเ่ี ป็นไปเพ่ือการถูกกล่าวตู่ด้วยค�ำ ไมจ่ ริง. ภกิ ษุท้งั หลาย ! ปิสุณวาท (คำ�ยุยงให้แตกกัน) ท่ีเสพท่ัวแล้ว เจริญแล้ว ทำ�ให้มากแล้ว ย่อมเป็นไป เพอ่ื นรก เปน็ ไปเพอ่ื ก�ำ เนดิ ดริ จั ฉาน เปน็ ไปเพอ่ื เปรตวสิ ยั . วบิ ากแหง่ ปสิ ณุ วาทของผเู้ ปน็ มนษุ ยท์ เ่ี บากวา่ วบิ ากทงั้ ปวง คอื วบิ ากท่ีเปน็ ไปเพ่อื การแตกจากมิตร. ภกิ ษทุ ้ังหลาย ! ผรสุ วาท(ค�ำ หยาบ) ทเ่ี สพทว่ั แลว้ เจริญแล้ว ทำ�ให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อนรก เป็นไปเพื่อกำ�เนิดดิรัจฉาน เป็นไปเพื่อเปรตวิสัย. วิบากแห่งผรุสวาทของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากท้ังปวง คือ วิบากทเี่ ป็นไปเพอ่ื การได้ฟงั เสียงทไ่ี มน่ า่ พอใจ. ภกิ ษทุ ้ังหลาย ! สัมผัปปลาปะ (คำ�เพ้อเจ้อ) ทเ่ี สพทว่ั แลว้ เจรญิ แลว้ ท�ำ ใหม้ ากแลว้ ยอ่ มเปน็ ไปเพอ่ื นรก เป็นไปเพ่ือกำ�เนิดดิรัจฉาน เป็นไปเพ่ือเปรตวิสัย.
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 1 19 วิบากแห่งผรุสวาทของผู้เป็นมนุษย์ท่ีเบากว่าวิบากท้ังปวง คือ วบิ ากทเ่ี ป็นไปเพอ่ื วาจาท่ไี ม่มีใครเช่ือถือ. ภกิ ษุทงั้ หลาย ! การดม่ื น�ำ้ เมาคอื สรุ าและเมรยั ท่เี สพทัว่ แลว้ เจริญแล้ว ท�ำ ให้มากแล้ว ย่อมเปน็ ไปเพือ่ นรก เป็นไปเพ่ือกำ�เนิดดิรัจฉาน เป็นไปเพ่ือเปรตวิสัย. วิบากแห่งการด่ืมนำ้�เมาคือสุราและเมรัยของผู้เป็นมนุษย์ ทเ่ี บากวา่ วบิ ากทง้ั ปวง คอื วบิ ากทเ่ี ปน็ ไปเพอ่ื ความเปน็ บา้ (อุมฺมตตฺ ก). อฏฺ ก. อํ. ๒๓/๒๕๑/๑๓๐.
1 20 พุทธวจน ๓๒ ทคุ ติของผ้ทู ุศลี ภิกษุทงั้ หลาย ! เราจักแสดงธรรมปริยาย อันเป็นเหตุแห่งความกระเสือกกระสนไปตามกรรม (ของหมสู่ ตั ว)์ แกพ่ วกเธอ. เธอทง้ั หลายจงตง้ั ใจฟงั ใหด้ .ี ธรรมปริยายอันแสดงความกระเสือกกระสนไป ตามกรรม (ของหมู่สตั ว)์ เปน็ อย่างไรเล่า ? ภกิ ษุทั้งหลาย ! สัตว์ท้ังหลาย เป็นผู้มีกรรม เป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำ�เนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธ์ุ มีกรรมเป็นท่ีพึ่งอาศัย กระทำ� กรรมใดไว้ ดีก็ตาม ชว่ั ก็ตาม จักเป็นผรู้ ับผลกรรมน้นั . ภกิ ษทุ ้ังหลาย ! คนบางคนในกรณีนี้ เป็น ผู้มีปกติทำ�ปาณาติบาตหยาบช้า มีฝ่ามือเป้ือนด้วยโลหิต มีแต่การฆ่าและการทุบตี ไม่มีความเอ็นดูในสัตว์มีชีวิต. เขากระเสือกกระสนด้วยกาย กระเสือกกระสนดว้ ยวาจา กระเสอื กกระสนดว้ ยใจ; กายกรรมของเขาคด วจีกรรม ของเขาคด มโนกรรมของเขาคด; คตขิ องเขาคด อปุ บตั ิ (การเขา้ ถงึ ภพ) ของเขาคด.
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 1 21 ภิกษทุ งั้ หลาย ! ส�ำ หรบั ผมู้ คี ตคิ ด มอี ปุ บตั คิ ดนน้ั เรากล่าวคติอย่างใดอย่างหนึ่ง ในบรรดาคติสองอย่าง แกเ่ ขา คอื เหลา่ สตั วน์ รก ผมู้ ที กุ ขโ์ ดยสว่ นเดยี ว, หรอื วา่ สตั วเ์ ดรจั ฉานผมู้ กี �ำ เนดิ กระเสอื กกระสน ไดแ้ ก่ งู แมลงปอ่ ง ตะขาบ พงั พอน แมว หนู นกเคา้ หรอื สตั วเ์ ดรจั ฉานเหลา่ อน่ื ที่เหน็ มนุษย์แลว้ กระเสือกกระสน. ภิกษทุ ั้งหลาย ! ภตู สตั วย์ อ่ มมดี ว้ ยอาการอยา่ งน้ี คืออุปบัติย่อมมีแก่ภูตสัตว์, เขาทำ�กรรมใดไว้ เขาย่อม อปุ บตั ดิ ว้ ยกรรมนน้ั , ผสั สะทง้ั หลายยอ่ มถกู ตอ้ งภตู สตั วน์ น้ั ผู้อปุ บตั ิแล้ว. ภิกษทุ ง้ั หลาย ! เรากล่าวว่า สัตว์ท้ังหลาย เป็นทายาทแหง่ กรรม ด้วยอาการอยา่ งนี้ ดงั นี้. (ในกรณแี หง่ บคุ คลผกู้ ระท�ำ อทนิ นาทาน กาเมสมุ จิ ฉาจาร กไ็ ดต้ รสั ไว้ ดว้ ยขอ้ ความอยา่ งเดยี วกนั กบั ในกรณขี องผกู้ ระท�ำ ปาณาตบิ าตดงั กลา่ วมาแลว้ ข้างบนทุกประการ; และยังได้ตรสั เลยไปถึง วจีทจุ ริตสี่ มโนทจุ ริตสาม ดว้ ยขอ้ ความอยา่ งเดียวกันอีกด้วย). ทสก. อ.ํ ๒๔/๓๐๙/๑๙๓.
1 22 พุทธวจน ๓๓ ทำ�ช่ัวได้ชวั่ ความยากจน และการกู้หนี้ ท่านกล่าวว่าเป็น ความทกุ ขใ์ นโลก. คนจนกู้หนี้มาเล้ียงชีวิต ย่อมเดือดร้อน เพราะ เจา้ หนต้ี ดิ ตามบ้าง เพราะถกู จับกุมบา้ ง. การถกู จบั กุมนนั้ เป็นความทุกข์ของผูไ้ ด้กาม. ถงึ แมใ้ นอรยิ วินัยนกี้ ็เหมอื นกนั : ผู้ใด ไม่มศี รทั ธา ไมม่ หี ิริ ไม่มโี อตตปั ปะ สั่งสมแตบ่ าปกรรม กระทำ�กายทจุ ริต-วจีทจุ รติ -มโนทุจรติ ปกปิดอยู่ด้วยการกระทำ�ทางกาย ทางวาจา ทางจติ เพอ่ื ไม่ใหผ้ ใู้ ดรจู้ ักเขา, ผนู้ น้ั พอกพนู บาปกรรมอยเู่ นอื งนติ ย์ ในทน่ี น้ั ๆ.
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 1 23 คนชั่วทำ�บาปกรรม รู้สึกแต่กรรมช่ัวของตน เสมือนคนยากจนกู้หนี้มาบรโิ ภคอยู่ ยอ่ มเดอื ดร้อน. ความตริตรึกท่ีเกิดจากวิปฏิสาร (ความร้อนใจ) อนั เปน็ เครอื่ งทรมานใจ ยอ่ มตดิ ตามเขาทงั้ ในบา้ นและ ในปา่ . คนชวั่ ท�ำ บาปกรรม รสู้ ึกแตก่ รรมชวั่ ของตน ไปสู่ กำ�เนิดเดรัจฉานบางอย่าง หรือว่าถูกจองจำ� อยู่ในนรก. การถูกจองจำ�นั้นเป็นทุกข์ ชนิดที่ธีรชนไม่เคยประสบเลย ... . ฉกฺก. อํ. ๒๒/๓๙๒/๓๑๖.
1 24 พุทธวจน ๓๔ บุคคล ๔ จ�ำ พวก พระผมู้ พี ระภาคไดต้ รสั แกพ่ ระเจา้ ปเสนทโิ กศลวา่ มหาราช ! บุคคล ๔ จำ�พวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก บุคคล ๔ จ�ำ พวกเปน็ ไฉน ? บุคคล ๔ จ�ำ พวกคอื :- บคุ คลผมู้ ดื แลว้ มดื ต่อไปจำ�พวก ๑, บคุ คลผู้มืดแล้วกลบั สว่างตอ่ ไปจ�ำ พวก ๑, บุคคลผู้สวา่ งแล้วกลบั มดื ตอ่ ไปจ�ำ พวก ๑, บุคคลผสู้ ว่างแลว้ คงสวา่ งตอ่ ไปจ�ำ พวก ๑. มหาราช ! กอ็ ยา่ งไร บคุ คลชอื่ วา่ มดื แลว้ คงมดื ต่อไป ? มหาราช ! บคุ คลบางคนในโลกน้ี เปน็ ผเู้ กดิ มา ภายหลงั ในตระกลู อนั ต�ำ่ คอื ในตระกลู จณั ฑาล ตระกลู พราน ตระกูลจักสาน ตระกูลทำ�รถ หรือตระกลู เทหยากเย่ือ ซง่ึ เปน็ คนยากจน มขี า้ วและน�้ำ นอ้ ย เปน็ อยฝู่ ดื เคอื ง มอี าหาร และเครอ่ื งนงุ่ หม่ หาไดโ้ ดยยาก เขาเปน็ ผมู้ ผี วิ พรรณทราม
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 1 25 ไมน่ า่ ดู เตย้ี คอ่ ม ขโ้ี รค ตาบอด งอ่ ยกระจอก มตี วั ตะแคงขา้ ง ไม่ค่อยจะมีข้าว นำ้� เคร่ืองนุ่งห่ม ยานพาหนะ ดอกไม้ ของหอม เคร่ืองลูบไล้ ที่นอน ที่อยู่ และประทีปโคมไฟ เขาซ�้ำ ประพฤตทิ จุ รติ ดว้ ยกาย วาจา ใจ ครนั้ เขาประพฤติ ทุจรติ ด้วยกาย วาจา ใจแล้ว ครนั้ ตายไปย่อมเขา้ ถงึ อบาย ทคุ ติ วนิ บิ าต นรก. มหาราช ! บรุ ุษพงึ ไปจากความมืดทึบ สู่ความมืดทึบ หรือพึงไปจากความมืดมัวสู่ความมืดมัว หรอื พงึ ไปจากโลหติ อนั มมี ลทนิ สโู่ ลหติ อนั มมี ลทนิ ฉนั ใด, มหาราช ! ตถาคตกล่าววา่ บุคคลน้ี มอี ปุ ไมยฉนั น้ัน. มหาราช ! อยา่ งนแ้ี ล บคุ คลชอ่ื วา่ เปน็ ผมู้ ดื แลว้ คงมดื ตอ่ ไป. มหาราช ! กอ็ ยา่ งไร บคุ คลชอ่ื วา่ เปน็ ผมู้ ดื แลว้ กลับสวา่ งตอ่ ไป ? มหาราช ! บคุ คลบางคนในโลกน้ี เปน็ ผเู้ กดิ มา ภายหลังในตระกูลอันต่ำ�ทราม คือในตระกูลจัณฑาล ตระกูลพราน ตระกูลจักสาน ตระกูลทำ�รถ หรือตระกูล เทหยากเยอ่ื ซงึ่ เปน็ คนยากจน มขี า้ วและนำ้�นอ้ ย เป็นอยู่ ฝดื เคือง มีอาหารและเคร่ืองนงุ่ ห่มหาไดโ้ ดยยาก เขาเปน็
1 26 พุทธวจน ผู้มีผิวพรรณทราม ไม่น่าดู เต้ียค่อม ข้ีโรค ตาบอด ง่อย กระจอกมีตัวตะแคงขา้ ง ไมค่ อ่ ยจะมีข้าว น้ำ� เคร่อื งนุ่งหม่ ยานพาหนะ ดอกไม้ ของหอม เครอื่ งลูบไล้ ทนี่ อน ทอ่ี ยู่ และประทีปโคมไฟ แม้กระนน้ั เขาก็ประพฤติสุจรติ ด้วย กาย วาจา ใจ คร้ันเขา ประพฤตสิ จุ รติ ด้วยกาย วาจา ใจ แล้ว ครั้นตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์. มหาราช ! บุรุษพึงข้ึนจากแผ่นดินสู่บัลลังก์ หรือพึงขึ้นจากบัลลังก์สู่ หลังมา้ หรอื พงึ ข้ึนจากหลังม้าสคู่ อช้าง หรือพงึ ข้ึนจากคอ ชา้ งสู่ปราสาท แมฉ้ นั ใด, มหาราช ! ตถาคตยอ่ มกล่าวว่า บคุ คลนมี้ ีอุปไมยฉันนนั้ . มหาราช ! อยา่ งนแ้ี ล บคุ คลชอ่ื วา่ เปน็ ผมู้ ดื แลว้ กลบั สว่างตอ่ ไป. มหาราช ! กอ็ ยา่ งไร บคุ คลชอ่ื วา่ เปน็ ผสู้ วา่ งแลว้ กลบั มดื ตอ่ ไป ? มหาราช ! บคุ คลบางคนในโลกน้ี เปน็ ผเู้ กดิ มา ภายหลังในตระกูลสูง คือในสกุลกษัตริย์มหาศาล สกุล พราหมณ์มหาศาล หรือสกุลคหบดีมหาศาล อันม่ังคั่ง มีทรพั ย์มาก มีโภคะมาก มีทองและเงินพอตวั มีอุปกรณ์
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 1 27 แหง่ ทรพั ยพ์ อตวั มที รพั ยแ์ ละขา้ วเปลอื กพอตวั เขามรี ปู งาม น่าดู น่าเลื่อมใส ประกอบด้วยความเกล้ียงเกลาแห่ง ผิวพรรณอย่างย่ิง ร่ำ�รวยด้วยข้าว ด้วยนำ้� เครื่องนุ่งห่ม ยานพาหนะ ดอกไม้ ของหอม เครือ่ งลูบไล้ ท่นี อน ท่อี ยู่ และประทีปโคมไฟ แต่เขากลับประพฤติทุจริตด้วย กาย วาจา ใจ คร้นั เขาประพฤตทิ จุ รติ ด้วยกาย วาจา ใจ แล้ว ครั้นตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก. มหาราช ! บรุ ษุ ลงจากปราสาทสคู่ อชา้ ง หรอื ลงจากคอชา้ ง สู่หลังม้า หรือลงจากหลังม้าสู่บัลลังก์ หรือลงจากบัลลังก์ สพู่ น้ื ดนิ หรอื จากพน้ื ดนิ เขา้ ไปสทู่ ม่ี ดื แมฉ้ นั ใด, มหาราช ! ตถาคตกล่าววา่ บุคคลน้มี ีอุปไมยฉันน้นั . มหาราช ! อยา่ งนแ้ี ล บคุ คลชอื่ ว่าเปน็ ผสู้ วา่ ง แล้วกลบั มดื ตอ่ ไป. มหาราช ! ก็อย่างไร บุคคลช่ือว่าเป็นผู้สว่าง แล้วคงสวา่ งต่อไป ? มหาราช ! บคุ คลบางคนในโลกน้ี เปน็ ผเู้ กดิ มา ภายหลังในตระกูลสูง คือในสกุลกษัตริย์มหาศาล สกุล พราหมณ์มหาศาล หรือสกุลคหบดีมหาศาล อันมั่งคั่ง
1 28 พุทธวจน มที รพั ยม์ าก มโี ภคะมาก มที องและเงนิ พอตวั มอี ปุ กรณแ์ หง่ ทรัพย์พอตัว มีทรัพย์และข้าวเปลือกพอตัว เขามีรูปงาม น่าดู น่าเล่ือมใส ประกอบด้วยความเกล้ียงเกลาแห่ง ผิวพรรณอย่างยิ่ง ร่ำ�รวยด้วยข้าว ด้วยน้ำ� เคร่ืองนุ่งห่ม ยานพาหนะ ดอกไม้ ของหอม เครื่องลบู ไล้ ที่นอน ท่อี ยู่ และประทีปโคมไฟ เขาย่อมประพฤติสุจริตด้วยกาย วาจา ใจ คร้ันเขาประพฤติ สุจริตด้วยกาย วาจา ใจแล้ว ครั้นตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์. มหาราช ! บุรุษ พึงก้าวไปด้วยดีจากบัลลังก์ส่บู ัลลังก์ หรือพึงก้าวไปด้วยดี จากหลงั มา้ สหู่ ลงั มา้ หรอื พงึ กา้ วไปดว้ ยดจี ากคอชา้ งสคู่ อชา้ ง หรือพึงก้าวไปด้วยดีจากปราสาทสู่ปราสาท แม้ฉันใด, มหาราช ! ตถาคตยอ่ มกลา่ ววา่ บุคคลนี้มี อุปไมยฉันน้นั . มหาราช ! อยา่ งนแ้ี ล บคุ คลชอ่ื ว่าเปน็ ผสู้ วา่ ง แลว้ คงสวา่ งต่อไป. มหาราช ! บุคคล ๔ จำ�พวกนี้แล มีปรากฏ อย่ใู นโลก ดงั น.ี้ สคา. สํ ๑๕/๑๓๖/๓๙๓.
กรรมที่ท�ำ ใหส้ ิ้นกรรม
1 30 พุทธวจน ๓๕ ขอ้ ปฏบิ ัตใิ ห้ถึงความสน้ิ กรรม ภกิ ษุทงั้ หลาย ! เราจักแสดง จักจำ�แนก ซ่ึง อริยอฏั ฐังคกิ มรรค (อรยิ มรรคมอี งค์แปด) แกเ่ ธอทง้ั หลาย. เธอทง้ั หลายจงฟงั ความขอ้ นน้ั จงท�ำ ในใจใหส้ �ำ เรจ็ ประโยชน์ เราจักกลา่ ว. ภกิ ษุทงั้ หลาย ! อริยอัฏฐังคิกมรรค (อริยมรรค มอี งค์แปด) เป็นอยา่ งไรเล่า ? ไดแ้ กส่ ง่ิ เหลา่ น้ี คอื สมั มาทฏิ ฐิ สมั มาสงั กปั ปะ สมั มาวาจา สมั มากมั มนั ตะ สมั มาอาชวี ะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สมั มาสมาธิ. ภิกษุทั้งหลาย ! สัมมาทิฏฐิ (ความเห็นชอบ) เป็นอย่างไรเล่า ? ภกิ ษทุ ้งั หลาย ! ความรอู้ นั ใดเปน็ ความรใู้ นทกุ ข์ เปน็ ความรใู้ นเหตใุ หเ้ กดิ ทกุ ข์ เปน็ ความรใู้ นความดบั แหง่ ทกุ ข์ เปน็ ความรใู้ นทางดำ�เนนิ ใหถ้ งึ ความดบั ไมเ่ หลอื แหง่ ทกุ ข.์ ภกิ ษทุ ้ังหลาย ! อนั นเี้ รากลา่ ววา่ สมั มาทิฏฐิ.
ฉบับ ๕ แก้กรรม ? 1 31 ภิกษุทง้ั หลาย ! สมั มาสงั กปั ปะ (ความด�ำ รชิ อบ) เป็นอยา่ งไรเล่า ? คอื ความด�ำ รใิ นการออกจากกาม ความด�ำ รใิ นการ ไมม่ งุ่ รา้ ย ความด�ำ รใิ นการไมเ่ บยี ดเบยี น. ภกิ ษทุ ง้ั หลาย ! อนั นีเ้ รากล่าวว่า สมั มาสงั กัปปะ. ภิกษทุ ้งั หลาย ! สัมมาวาจา (การพูดจาชอบ) เปน็ อยา่ งไรเลา่ ? คอื เจตนาเปน็ เครอื่ งเวน้ จากการพดู ไมจ่ รงิ เจตนา เปน็ เครอ่ื งเวน้ จากการพดู สอ่ เสยี ด เจตนาเปน็ เครอ่ื งเวน้ จาก การพูดหยาบ เจตนาเป็นเครื่องเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ. ภกิ ษทุ ัง้ หลาย ! อนั น้ีเรากล่าววา่ สัมมาวาจา. ภิกษุทง้ั หลาย ! สมั มากมั มนั ตะ (การท�ำ การงาน ชอบ) เปน็ อย่างไรเล่า ? คือ เจตนาเป็นเคร่ืองเว้นจากการฆ่า เจตนาเป็น เครื่องเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้แล้ว เจตนาเป็นเคร่ืองงดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม. ภิกษทุ ้งั หลาย ! อนั นีเ้ รากล่าวว่า สมั มากัมมนั ตะ.
1 32 พุทธวจน ภิกษุท้งั หลาย ! สมั มาอาชวี ะ (การเลย้ี งชวี ติ ชอบ) เปน็ อยา่ งไรเลา่ ? ภกิ ษทุ ง้ั หลาย ! สาวกของพระอรยิ เจา้ ในกรณนี ี้ ละการหาเลี้ยงชีวิตท่ีผิดเสีย ย่อมสำ�เร็จความเป็นอยู่ด้วย การเลี้ยงชีวิตที่ชอบ. ภิกษุทั้งหลาย ! อันนี้เรากล่าวว่า สัมมาอาชีวะ. ภิกษุทง้ั หลาย ! สมั มาวายามะ (ความเพยี รชอบ) เปน็ อย่างไรเลา่ ? ภกิ ษทุ ง้ั หลาย ! ภกิ ษใุ นธรรมวนิ ยั น ้ี ยอ่ มปลกู ความพอใจ ย่อมพยายาม ย่อมปรารภความเพียร ย่อม ประคองจติ ยอ่ มตง้ั จติ ไว้ เพอ่ื ความไมบ่ งั เกดิ แหง่ อกศุ ลธรรม อนั เปน็ บาปทง้ั หลายทย่ี งั ไมไ่ ดบ้ งั เกดิ ; ยอ่ มปลกู ความพอใจ ย่อมพยายาม ย่อมปรารภความเพียร ย่อมประคองจิต ยอ่ มตง้ั จติ ไว้ เพอ่ื การละเสยี ซง่ึ อกศุ ลธรรมอนั เปน็ บาปทง้ั หลาย ท่ีเกิดข้ึนแล้ว; ย่อมปลูกความพอใจ ย่อมพยายาม ย่อม ปรารภความเพยี ร ยอ่ มประคองจติ ยอ่ มตงั้ จติ ไว้ เพอื่ การ บงั เกดิ ขนึ้ แหง่ กศุ ลธรรมทงั้ หลายทย่ี งั ไมบ่ งั เกดิ ; ยอ่ มปลกู ความพอใจ ย่อมพยายาม ย่อมปรารภความเพยี ร ยอ่ ม ประคองจติ ยอ่ มตง้ั จติ ไว้ เพอ่ื ความยง่ั ยนื ความไมเ่ ลอะเลอื น
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192