วงกลมจากจะประกอบดวยสวนตาง ๆ ดงั นี้ จุดศูนยก ลาง รศั มี เสนรอบวง และ เสนผานศูนยกลาง และพิจารณาจากแผนภมู ิ สว นประกอบของรปู วงกลมท่ีครตู ิดไวบนกระดานประกอบ พรอม ทั้งศกึ ษาความหมายของคําสําคัญเหลานจี้ ากเอกสาร ตาํ รา หนงั สือ พจนานุกรม หนงั สอื เรยี น และสืบคน จาก Internet 7. ใหน ักเรียนทาํ ใบงานที่ 12.1 เรือ่ ง สวนประกอบของรปู วงกลม พรอ มเสนอผลงาน แผนการจดั การเรียนรู ช่ือหนว ยการเรยี นรทู ่ี 11 เรื่อง รปู สามเหลีย่ ม แผนการสอนท่ี 149 เร่ือง สว นประกอบของรปู วงกลม รายวชิ าคณติ ศาสตร ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 5 รหสั วิชา ค 15101 ครผู สู อน นายทนิ กร กนั ธยิ ะ ตาํ แหนง พนกั งานราชการ เวลาท่ีใช 1 ชว่ั โมงตวั ชี้วัด/ผล เน้อื หาสาระ ภาระงาน/ การวัดและประเมินผล กจิ กรรมการเรยี นรู สื่อ/แหลง เรียนรูการเรยี นรู ช้ินงาน
ค 3.2 ป.5/2 เสน รอบวง จุด 1. แบบฝกหัด - ตรวจแบบฝก หัด 1. ทบทวนสว นประกอบของรปู วงกลมโดยใหน กั เรยี นเลน เกมแขงขนั 1. ใบงานสรางรปู สี่ ศูนยกลาง รศั มี 2. ใบงาน - ตรวจใบงาน กนั บอกสวนประกอบของรปู วงกลม โดยครูแบง นักเรียนออกเปน 2. หนงั สือเหล่ยี มมุมฉาก เสน ผา นศูนย กลมุ กลมุ ละ 5 – 6 คน ใหแ ตละกลมุ ออกไปลากสวนตา งๆ ของรูป คณติ ศาสตรรูปสามเหลี่ยม กลาง และคอรด วงกลมและเขยี นสว นตางของรปู วงกลม จากรปู วงกลมทีค่ รตู ดิ ไวบ นและรูปวงกลม เปนสวนประกอบ กระดานกลมุ ละ 1 รปู ครแู ละนักเรียนชว ยกันสรปุ สว นตา ง ๆ ของค 6.1 ป.4-6/2 ของรปู วงกลม รูปวงกลม สวนประกอบของรปู วงกลมประกอบดว ย เสน รอบวงค 6.1 ป.4-6/4 จุดศนู ยก ลาง รัศมี และ เสน ผานศูนยกลาง 2. ใหน ักเรยี นแตล ะกลุมสรา งรปู วงกลมกลมุ ละ 2 รูปและลากเสน ตรงทผ่ี า นจุดศนู ยกลางและ แบง รูปวงกลมออกเปน 2 สวนเทาๆ กัน ตอ จากนั้นใหนกั เรียนวดั ความยาวของเสนผา นศูนยกลางนั้นวายาวเทา ไรและวดั ความยาว ของรศั มีวา ยาวเทาไร พรอมทั้งสังเกตหาความสัมพนั ธร ะหวางความ ยาวของรัศมี กบั ความยาวของเสน ผา นศนู ยกลางนักเรียนรว มกนั อภิปราย สรปุ และเสนอผลงาน 3. ครกู ับนักเรยี นชวยกันกําหนดความยาวของเสนผา นศนู ยก ลาง และรัศมีของรปู วงกลมและ ใหนักเรยี นชวยกันหาคําตอบ เชน - ถา รปู วงกลมรปู หนึ่งมรี ศั มี 3 เซนตเิ มตร จะมเี สนผา นศูนยกลาง ยาวเทาไร (6 ซม.) - ถา รูปวงกลมรปู หนง่ึ มเี สนผานศนู ยกลาง 8 เซนติเมตร จะมีรศั มี ยาวเทา ไร (4 ซม.) 4. ใหนกั เรียนแตละกลมุ จัดทาํ แผนภมู ิแสดงสวนประกอบของรูป วงกลมเสนอผลงาน โดยจดั ปา ยนเิ ทศ 5. ครแู ละนกั เรียนชวยกนั สรปุ สวนตางๆ ของรูปวงกลม มีดงั นี้ - เสน รอบวง คอื เสนขอบของรูปวงกลม - รศั มี คอื ระยะทางจากจดุ ศูนยกลางไปยงั เสนรอบวง หรือสวนของ
เสนตรงทม่ี ีปลายขางหน่ึงเปนจุดศูนยกลางของรูปวงกลม และจุด ปลายอีกขางหน่ึงอยูบนเสนรอบวง - จดุ ศนู ยก ลางคือจุดคงท่ีซงึ่ หา งจากจุดบนเสน ขอบของรูปวงกลม - สว นของเสนตรงทีล่ ากผา นจดุ ศนู ยกลาง และมจี ุดปลายทั้งสองอยู บนเสน รอบวง เรยี กวา เสนผานศูนยกลาง และเสนผานศนู ยก ลางมี ความยางเปน 2 เทา ของรัศมี รัศมมี คี วามยาวเปน 1 ของเสน 2 ผา นศนู ยก ลาง 6. ใหน กั เรยี นทาํ ใบงานท่ี 12.2 เรอ่ื ง สวนประกอบของรปู วงกลม พรอมเสนอผลงาน แผนการจัดการเรยี นรู ชอ่ื หนวยการเรียนรทู ี่ 11 เรอื่ ง รปู สามเหล่ียม แผนการสอนที่ 150 เรอ่ื ง เรอ่ื งการสรา งรปู วงกลม รายวชิ าคณิตศาสตร ช้ันประถมศึกษาปท ่ี 5 รหัสวิชา ค 15101 ครผู ูสอน นายทนิ กร กนั ธิยะ ตําแหนง พนกั งานราชการ เวลาท่ีใช 1 ช่วั โมง ตวั ช้วี ัด/ผล เนือ้ หาสาระ ภาระงาน/ การวดั และประเมินผล กิจกรรมการเรียนรู ส่อื /แหลง เรยี นรู การเรียนรู การสรางรูป ช้ินงาน - ตรวจแบบฝกหดั 1. ทบทวนสว นประกอบของรปู วงกลม โดยซักถามนักเรยี นเปน 1.บัตรคาํ ถามค 3.2 ป.5/2 วงกลม ตองรู 1. แบบฝก หัด - ตรวจใบงาน รายบุคคล 2.แถบสถานการณสรา งรูปส่ี ความยาวรศั มี 2. ใบงาน 2. ใหน ักเรียนแขง ขนั กันระหวา งนักเรยี นชายและนักเรียนหญงิ ใน การสรางรปู วงกลมเหลยี่ มมุมฉาก ของรปู แลวใชว ง การหาความยาวของเสน ผานศูนยกลางและรศั มจี ากบตั รคําถาม 3. ใบงานรปู สามเหลย่ี ม
และรปู วงกลม เวยี นมาชว ยสราง ดังน้ี 4. หนังสือค 6.1 ป.4-6/2 คณติ ศาสตรค 6.1 ป.4-6/4 3. ใหน กั เรียนชวยกันระดมความคดิ ในการสรางรูปวงกลมและลอง สรา งรูปวงกลมโดยใช แบบรปู จากสิง่ ของใช เชน จาน ชาม ขนั ฝาถงั นํ้า พรอ มพจิ ารณารูปท่ีสรา งขึ้นโยครูใชคําถามนาํ เชน จะทราบความยาวของรัศมีของรปู วงกลมไดอยา งไร 4. ครูสรางรูปวงกลม ก โดยใชวงเวียนบนกระดานใหนักเรียน พจิ ารณาและสังเกตรูปวงกลมที่ครูสรา งแลว รว มกันอภปิ รายวธิ กี าร สรา ง ดงั น้ี - วธิ กี ารท่ีจะทําใหทราบความยาวของรัศมขี องรปู วงกลม ก ทํา ไดอยา งไร (ตอ งวดั ระยะทางจากจุด ก ไปยงั เสน รอบวง หรือ อาจ ลากสว นของเสน ตรงจากจดุ ก ไปยัง เสนรอบวง) แลววัดความยาว ของสว นของเสน ตรงนี้ - ใชจ ดุ ก เปน จุดศูนยก ลาง กางวงเวยี นไปจรดทีเ่ สน รอบวง นักเรยี นคดิ วา ระยะหา งของ วงเวียน คือ ความยาวสวนใดของรปู วงกลม (รศั ม)ี นกั เรียนและครูชว ยกันอภปิ รายสรปุ วา ในการสราง รูปวงกลมจาํ เปน ตองทราบ ความยาวของรัศมี 5. ใหน กั เรยี นแบง กลมุ กลุมละ 3 - 5 คน แตละกลมุ ชวยกันระดม ความคิดในการสรางรูปวงกลม โดยกําหนดความยาวของรัศมี พรอมเสนอผลงาน ตอจากน้ันครสู รางแถบสถานการณใ หนักเรยี นแตละกลุม รว มกันอภปิ รายหาวิธีการสรางรูปวงกลม โดยครูกาํ หนดความยาว ของเสนผา นศูนยก ลาง เชน
จงสรางรูปวงกลม A ใหมีเสนผานศนู ยกลางยาว 6 เซนตเิ มตร นักเรยี นรวมกนั วางแผนในการแกปญหาหาแนวทางการสรา งเสนอผลงาน และอภปิ รายสรุป ไดว า - ในการสรา งรูปวงกลมท่ีกาํ หนดความยาวของเสนผา นศนู ยก ลางใหจ าํ เปน ตองหาความยาวของรัศมี โดยนาํ ความรูว ารศั มีเปน 1 ของความยาวเสนผา นศนู ยกลาง ดงั นนั้ รปู วงกลม A ทมี่ ี 2เสน ผา นศนู ยกลางยาว 6 เซนติเมตร รัศมีจะยาว 3 เซนตเิ มตร 6. นกั เรียนและครรู ว มกนั อภิปรายสรปุ หลกั การสรา งรปูวงกลมการสรางรปู วงกลมตองใชวงเวยี น โดยอาศัยจุดศูนยก ลางและรัศมี7. ใหน ักเรยี นทาํ แบบฝก ทกั ษะการสรางรปู วงกลม จากใบงานที่12.3 เร่อื ง การสรางรปู วงกลม พรอมเสนอผลงาน
แผนการจดั การเรยี นรู ช่อื หนวยการเรียนรูที่ 11 เรอื่ ง รปู สามเหลีย่ ม แผนการสอนท่ี 151 เรื่อง เรอ่ื งการสรา งรปู วงกลม รายวชิ าคณิตศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปที่ 5 รหสั วิชา ค 15101 ครูผสู อน นายทนิ กร กนั ธยิ ะ ตาํ แหนง พนกั งานราชการ เวลาท่ีใช 1 ชวั่ โมง ตัวช้ีวัด/ผล เนือ้ หาสาระ ภาระงาน/ การวัดและประเมนิ ผล กิจกรรมการเรยี นรู ส่ือ/แหลง เรยี นรู การเรียนรู การสรางรูป ชน้ิ งาน 1.แผนภูมแิ สดงค 3.2 ป.5/2 วงกลม ตอ งรู 1. แบบฝกหัด - ตรวจแบบฝกหัด 1. ทบทวนโดยการซกั ถามนกั เรียนเปน รายบุคคลเกีย่ วกบั สวนประ สว นประกอบของสรา งรปู ส่ี ความยาวรศั มี 2. ใบงาน - ตรวจใบงาน กอบของรปู วงกลมและการสรางรูปวงกลม รูปวงกลมเหลี่ยมมุมฉาก ของรปู แลว ใชว ง 2.แถบประโยครปู สามเหล่ยี ม เวยี นมาชว ยสรา ง สวนประกอบของรูปวงกลมมีอะไรบาง (เสนรอบวง รัศมี จดุ สถานการณการและรปู วงกลม ศูนยก ลาง เสนผานศนู ยกลาง) การสรางรูปวงกลมสามารถสรางได สรางรปู วงกลมค 6.1 ป.4-6/2 อยา งไรบาง (ใชแบบรปู วงกลม ใชว งเวยี น) พรอมดแู ผนภูมิ 3. ใบงานค 6.1 ป.4-6/4 สวนประกอบของรปู วงกลมประกอบ 4. หนังสอื 2. แบง นักเรียนออกเปน กลุมกลมุ ละประมาณ 3-5 คนแตละกลุม คณติ ศาสตร ชว ยกันระดมความคิดในการสรางรปู วงกลมจากสถานการณที่ครู กาํ หนดใหล งในกระดาษปรุฟ (ขนาด 15x20 นวิ้ ) เชน ลากสวนของเสน ตรง กข ยาว 8 เซนตเิ มตร แลวสราง รปู วงกลมทม่ี จี ดุ ค เปนจุดศนู ยก ลาง และ กข เปนเสน ผา น ศนู ยก ลาง นกั เรยี นรวมกนั วางแผนในการแกปญหาหาแนวทางการ
สรา งเสนอผลงาน และอภปิ รายสรุปไดวา - ในการสรางรปู วงกลมทีก่ ําหนดความยาวของเสน ผานศนู ยกลางใหจ ําเปน ตอ งหาความยาวของรศั มี โดยนําความรวู า รัศมีเปน 1 ของความยาวเสน ผานศูนยกลาง ดงั นั้นรูป วงกลม ค ทม่ี ี 2เสนผานศนู ยก ลางยาว 8 เซนตเิ มตร รศั มจี ะยาว 4 เซนตเิ มตร3. ใหน กั เรยี นแตล ะกลุมชวยกนั ระดมความคดิ ในการสรา งรูปวงกลมจากสถานการณที่ครกู ําหนดให ลงในกระดาษบรุฟ (ขนาด 15 x 20ตารางนิ้ว) ดงั น้ี พรอมเสนอผลงาน4. ครูและนกั เรยี นรว มกันอภิปรายสรปุ ในการสรางรูปวงกลมจากสถานการณท ่ีกําหนดจาํ เปน ตองวิเคราะหส ถานการณ วา กําหนดสง่ิ ใดมาใหบ า ง สว นของ เสนตรงใดเปน รัศมี สว นของเสน ตรงใดเปนเสนผานศูนยก ลาง ถากาํ หนดเสน ผานศูนยกลางตอ งคํานวณหาความยาวของรศั มี โดยนาํ ความรวู า รัศมีเปน 1 ของความยาวเสน 2ผานศูนยก ลาง5. ใหน ักเรียนทําแบบฝกทกั ษะการสรางรูปวงกลม จากใบงานท่ี12.4 เร่อื ง การสรางรปู วงกลมพรอ มเสนอผลงาน
แผนการจัดการเรียนรู ชือ่ หนว ยการเรียนรูท ่ี 11 เร่ือง รปู สามเหล่ียม แผนการสอนที่ 152 เรอ่ื ง การประดษิ ฐลวดลายดวยรูปวงกลม รายวิชาคณิตศาสตร ชนั้ ประถมศึกษาปที่ 5 รหัสวิชา ค 15101 ครูผสู อน นายทินกร กันธิยะ ตาํ แหนง พนกั งานราชการ เวลาท่ีใช 1 ชวั่ โมง ตัวชว้ี ัด/ผล เนือ้ หาสาระ ภาระงาน/ การวดั และประเมนิ ผล กจิ กรรมการเรยี นรู สอ่ื /แหลง เรยี นรู การเรียนรู ชิ้นงาน - ตรวจแบบฝกหัด 1. ทบทวนสวนประกอบของรปู วงกลม โดยการซักถามนักเรยี นเปน 1. แผนภูมแิ สดงค 3.2 ป.5/2 การสรา งรูปวง 1. แบบฝกหัด - ตรวจใบงาน รายบคุ คล นักเรียนอภปิ รายสรุปสว นตา งของรูปวงกลมโดยพิจารณาจาก สวนประกอบของสรา งรูปสี่ กลมโดยใชว ง 2. ใบงาน แผนภูมสิ วนประกอบของรปู วงกลมท่คี รูตดิ บนกระดาน รูปวงกลมเหลย่ี มมุมฉาก เวยี นตองอาศยั จดุ 2. สุมนักเรยี นออกมา 3 คน ใหนักเรียนสรางรปู วงกลมใหมีขนาดตาง ๆ กัน 2.แบบทดสอบรปู สามเหลย่ี ม ศูนยก ลางและ แลวรว มกันอภปิ ราย สรปุ วธิ สี รางรปู วงกลม ประจําหนว ยการและรปู วงกลม รัศมไี ดและ 3. ใหน กั เรยี นแบงกลมุ กลุม ละ 3 – 4 คน ใหแตล ะกลมุ ชวยกันระดม เรียนรทู ี่ 12 เร่อื งค 6.1 ป.4-6/2 ประดษิ ฐล วดลาย ความคิด และลงมอื ปฏบิ ตั ิจรงิ ในการนํารปู วงกลมหลายๆ รปู ซึง่ มีขนาด รูปวงกลมค 6.1 ป.4-6/4 จากรูปวงกลมโดย แตกตา งกนั มาประดษิ ฐล วดลายเปน รปู ตา ง ๆ พรอ มท้ังตกแตงระบายสี ให 3. ใบงาน ใชว งเวยี นได สวยงาม พรอมท้ังเขยี นเรือ่ งประกอบภาพประดิษฐน้นั เม่อื นักเรียนแตล ะ 4. หนงั สอื กลุมปฏิบตั กิ ิจกรรมเสร็จแลว ใหนักเรียนนาํ เสนอผลงานพรอ มกับนําเสนอ คณติ ศาสตร ผลงาน 4. นักเรยี นรว มกนั อภิปรายสรปุ การประดิษฐล วดลายตา งๆ ดว ยรปู วงกลม คือ - รูปวงกลมทีม่ ีขนาดตางๆ กันหลายๆ รูปสามารถนํามา ประดษิ ฐเปนลวดลายไดอ ยางสวยงาม - ในการสรา งรูปวงกลม สามารถสรางไดโดยใชแบบรูปวงกลม หรอื วงเวียน - การสรา งรปู วงกลมโดยใชวงเวยี น ตอ งกดปลายแหลมลงทีจ่ ดุ
ซึ่งกําหนดไวเ ปนท่ีจุดคงที่ เรียกจุดนว้ี าจุดศูนยกลางและรอยดินสอทเ่ี กดิ ข้นึ เรยี กวาเสนรอบวง หรือเสนรอบรปู วงกลม 5. ใหนกั เรียนประดิษฐล วดลายจากรปู วงกลม เปนรายบุคคล จากใบงานที่ 12.5 เร่ือง การประดิษฐล วดลายดวยรปู วงกลม และทาํ แบบทดสอบประจํา หนวยการเรยี นรทู ี่ 12 เรอื่ ง รูปวงกลม แผนการจัดการเรียนรูช่อื หนวยการเรยี นรูท ี่ 12 เรื่อง รูปสามเหลี่ยม
แผนการสอนท่ี 153 เร่อื ง ทรงกลม รายวชิ าคณิตศาสตร ชั้นประถมศึกษาปท ี่ 5 รหสั วชิ า ค 15101 ครผู สู อน นายทนิ กร กนั ธยิ ะ ตําแหนง พนกั งานราชการ เวลาท่ีใช 1 ชั่วโมง ตัวช้ีวัด/ผล เนื้อหาสาระ ภาระงาน/ การวัดและประเมินผล กจิ กรรมการเรยี นรู ส่ือ/แหลง เรยี นรู การเรยี นรู เม่อื กาํ หนดรปู ช้นิ งานค 3.1 ป.5/1 เรขาคณิตสามมิติ 1. แบบฝก หัด - ตรวจแบบฝก หดั 1. ครูนาํ ชุดรูปเรขาคณิตสามมิติหรือแผนภาพรูปเรขาคณิตสามมิติ 1.ชดุ รปู เรขาคณติบอกลักษณะ ให สามารถบอก 2. ใบงาน - ตรวจใบงาน ซึง่ ประกอบดว ย ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย ปรซิ มึ และพีระมิด สามมิติ หรอืและจาํ แนกรูป ลกั ษณะของทรง มาแนะนาํ ใหน กั เรยี นรจู กั ชอ่ื แผนภาพรปูเรขาคณิตสาม กลมได 2. ครนู าํ ทรงกลมมาใหนักเรียนพิจารณาโดยใหส งั เกตรูปรา งลกั ษณะ เรขาคณิตสามมิติมิติชนิดตางๆ อยางละเอียดแลวชว ยกันสรปุ ลกั ษณะของ ทรงกลม โดยครูเปน ผู 2. ใบงานค 6.1 ป.4-6/4 คอยใหค ําแนะนําดังนี้ 3. หนังสือค 6.1 ป.4-6/5 รปู เรขาคณติ สามมติ ิทมี่ ีผวิ โคงเรยี บ เรียกวา ทรงกลม คณิตศาสตร 3. ใหน ักเรยี นแบงกลมุ กลุมละ 4 - 5 คน แตละกลุม ชวยกันเขยี นชือ่ ส่งิ ของทีเ่ ราเหน็ หรือใชในชวี ติ ประจําวันทม่ี รี ูปรางคลายหรือ ใกลเ คยี งทรงกลมมาอยางนอ ยกลมุ ละ 10 ชนดิ ลงในแบบบันทกึ กิจกรรม ท่ี 13.1 เรื่อง ทรงกลม 4. ใหนกั เรียนแตละกลุมสงตวั แทนนาํ เสนอผลงานหนาชั้นเรียนโดยที่ นกั เรียนและครูชวยกันตรวจสอบความถูกตอง 5. ใหน ักเรียนทําใบงานท่ี 13.1 เรื่อง ทรงกลม แผนการจัดการเรยี นรู ช่อื หนว ยการเรียนรทู ่ี 12 เร่อื ง รปู สามเหลีย่ ม แผนการสอนที่ 154 เร่อื ง ทรงกระบอก และกรวย รายวชิ าคณติ ศาสตร ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ 5 รหสั วชิ า ค 15101
ครูผูสอน นายทนิ กร กันธยิ ะ ตําแหนง พนกั งานราชการ เวลาท่ีใช 1 ชั่วโมง ตวั ช้วี ัด/ผล เนอ้ื หาสาระ ภาระงาน/ การวัดและประเมนิ ผล กิจกรรมการเรียนรู สอ่ื /แหลงเรียนรู การเรียนรู เมือ่ กําหนดรปู ชนิ้ งาน 1.ชุดรปู เรขาคณิตค 3.1 ป.5/1 เรขาคณิตสามมิติ 1. แบบฝก หัด - ตรวจแบบฝกหัด 1. ครนู ําทรงกระบอกมาใหนกั เรยี นพิจารณาโดยใหส ังเกตรปู ราง สามมติ ิ หรือบอกลักษณะ ให สามารถบอก 2. ใบงาน - ตรวจใบงาน ลกั ษณะอยางละเอียดแลวชว ยกนั สรุปลักษณะของทรงกระบอก โดย แผนภาพรูปและจําแนกรปู ลักษณะของทรง ครูเปน ผูคอยใหคําแนะนําดงั น้ี เรขาคณิตสามมิติเรขาคณิตสาม กระบอก และ รูปเรขาคณิตสามมิติทีม่ ีฐานสองฐานเปนรปู วงกลมทีเ่ ทา กนั 2. สอ่ื สงิ่ พมิ พมิติชนิดตา งๆ กรวยได ทุกประการ และอยูบนระนาบทีข่ นานกนั เรยี กวา ทรงกระบอก 3. ใบงานค 6.1 ป.4-6/4 2. ใหน กั เรียนแตล ะคนยกตวั อยางส่งิ ของทเี่ ราเหน็ หรอื ใชใ น 4. หนงั สือค 6.1 ป.4-6/5 ชีวิตประจําวนั ที่มรี ูปรางคลายหรือใกลเคียงทรงกระบอกมาคนละ 1 คณิตศาสตร ชนดิ โดยนักเรยี นและครชู วยกันตรวจสอบความถูกตอ ง 3. ครนู ํากรวยมาใหน กั เรียนพิจารณาโดยใหสงั เกตรูปรา งลักษณะ อยางละเอยี ดแลวชว ยกันสรปุ ลักษณะของกรวย โดยครูเปน ผคู อยให คําแนะนําดังน้ี รูปเรขาคณิตสามมิตทิ ่มี ีฐานเปนรปู วงกลม มียอดแหลมทไ่ี ม อยบู นระนาบเดียวกนั กบั ฐาน เรยี กวา กรวย 4. ใหนักเรียนชวยกนั ยกตัวอยา งสงิ่ ของที่เราเห็นหรือใชใ นชีวติ ประจําวนั ทม่ี ีรูปรา งคลายหรือใกลเคียงกรวย 4 – 5 ชนิด โดย นักเรยี นและครชู ว ยกันตรวจสอบความถูกตอง 5. ใหนักเรยี นทําใบงานที่ 13.2 เรอื่ ง ทรงกระบอกและกรวย แผนการจัดการเรียนรู ชอื่ หนวยการเรยี นรทู ่ี 12 เรื่อง รูปสามเหลย่ี ม แผนการสอนที่ 155 เรอื่ ง ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย ปรซิ ึม และพีระมดิ รายวิชาคณิตศาสตร ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ 5 รหัสวิชา ค 15101 ครผู ูสอน นายทินกร กนั ธยิ ะ ตาํ แหนง พนกั งานราชการ เวลาท่ีใช 1 ชัว่ โมงตัวช้วี ัด/ผล เนื้อหาสาระ ภาระงาน/ การวัดและประเมนิ ผล กจิ กรรมการเรยี นรู ส่ือ/แหลงเรียนรูการเรยี นรู ช้ินงาน
ค 3.1 ป.5/1 เม่อื กาํ หนดรูป 1. แบบฝก หัด - ตรวจแบบฝก หัด 1. ครูนําปรซิ มึ ทม่ี ีฐานเปน รูปเหลยี่ มตาง ๆ เชน ฐานเปน รูป 1.ดรปู เรขาคณิตบอกลักษณะ เรขาคณิตสามมิติ 2. ใบงาน - ตรวจใบงาน สามเหลย่ี ม ฐานเปน รปู ส่ีเหลีย่ ม มาใหนักเรยี นดูแลว แนะนาํ วาสง่ิ ที่ สามมติ ิ หรือและจาํ แนกรูป ให สามารถบอก ครูนํามาใหนักเรียนดูมลี ักษณะเปน ปริซมึ แลว ใหนกั เรียนอภิปรายถึง แผนภาพรปูเรขาคณิตสาม ลกั ษณะของ ลกั ษณะท่เี หมือนกันและแตกตางกันจนไดขอสรปุ วา เรขาคณิตสามมิติมิติชนดิ ตา งๆ ทรงกลม รปู เรขาคณิตสามมติ ิทีม่ ีฐานทั้งสองเปนรูปเหล่ียมทีเ่ ทากัน 2. สือ่ สง่ิ พิมพค 6.1 ป.4-6/4 ทรงกระบอก ทกุ ประการฐานทงั้ สองอยูบ นระนาบที่ขนานกัน และดานขางแตล ะ 3. ใบงานค 6.1 ป.4-6/5 กรวย ปริซมึ ดา นเปน รปู สี่เหลย่ี มมุมฉาก เรยี กวา ปริซมึ 4. หนังสือ และพรี ะมิดได 2. ครแู นะนําวาการเรยี กชือ่ ปริซมึ จะเรียกชอื่ ตามหนา ตัดหรอื ฐาน คณติ ศาสตร เชน ปรซิ มึ ฐานสามเหลยี่ ม ก็จะเรยี กวา ปรซิ ึมสามเหล่ยี ม 3. ครนู ําปริซมึ ส่ีเหลีย่ มมาใหนักเรียนดแู ลวแนะนาํ วาสิ่งที่ครนู าํ มาให นักเรียนดเู ปน ปรซิ มึ สเ่ี หลย่ี มทมี่ ีหนาทกุ หนาเปน รูปสี่เหลยี่ มมุมฉาก อาจเรียกอีกอยา งหนึ่งวา ทรงส่เี หล่ยี มมุมฉาก และปรซิ ึมทห่ี นา ทุก หนา เปน รปู สเี่ หลี่ยมจตั รุ สั มีความกวาง ความยาว และความสูง เทา กัน เรียกชือ่ เฉพาะวา ลกู บาศก 4. นักเรยี นชวยกันยกตวั อยางสิง่ ของท่เี ราเหน็ หรอื ใชใ นชีวิตประจํา วันท่มี ีรปู รา งคลายหรอื ใกลเ คยี งปรซิ ึม 4 – 5 ชนิด โดยนกั เรยี นและ ครูชวยกนั ตรวจสอบความถกู ตอง 5. นกั เรยี นชว ยกันยกตวั อยา งสง่ิ ของทเี่ ราเห็นหรือใชใ นชวี ติ ประจาํ วันที่มีลักษณะเปนลกู บาศก 4 – 5 ชนิด โดยนักเรียนและครชู วยกนั ตรวจสอบความถกู ตอง 6. ครูนาํ พีระมิดท่ีมฐี านเปนรูปเหลีย่ มตาง ๆ เชน ฐานเปน รูป สามเหลีย่ ม ฐานเปน รูปสี่เหลี่ยม มาใหน ักเรยี นดู แลวแนะนาํ วาส่งิ ท่ี ครูนํามาใหน กั เรยี นดูมีลักษณะเปนพรี ะมดิ แลวใหนกั เรียนอภปิ ราย ถงึ ลักษณะที่เหมือนกนั และแตกตา งกนั จนไดขอสรุปวา รปู เรขาคณิตสามมติ ิที่มีฐานเปน รูปเหล่ยี มใด ๆ มยี อด แหลมท่ีไมอยบู นระนาบเดยี วกันกบั ฐาน และหนา ทุกหนาเปน รูป สามเหลย่ี มท่ีมีจุดยอดรวมกนั ทยี่ อดแหลมนน้ั เรียกวา พรี ะมิด
7. ครแู นะนาํ วา การเรียกช่อื พรี ะมิดจะเรยี กช่ือตามรปู หลายเหลย่ี มท่ี เปน ฐานของพีระมดิ เชน ถาฐานเปน รูปสามเหลี่ยม กจ็ ะเรียกวา พีระมิดฐานสามเหล่ยี ม 8. ใหน ักเรยี นชว ยกันยกตวั อยา งสิง่ ของที่เราเห็นหรือใชใน ชีวติ ประจาํ วนั ท่มี ีลกั ษณะเปน พรี ะมิด 4 – 5 ชนิด โดยนักเรียนและ ครูชว ยกนั ตรวจสอบความถูกตอ ง 9. ใหนกั เรียนทําสลากเขยี นชือ่ สิง่ ของทพ่ี บเห็นหรอื ใชใ น ชีวิตประจาํ วันทม่ี ีรปู รา งคลา ยหรอื ใกลเคียงรปู เรขาคณติ สามมิติชนดิ ตาง ๆ อยางละ 1 ชนดิ แลว นํามารวมกัน ครูจับสลากข้ึนมาคร้ังละ 1 สลากให นกั เรียนชวยกันจําแนกวา มีลกั ษณะใกลเ คียงรูป เรขาคณิตสามมิตชิ นดิ ใดพรอมตรวจสอบความถกู ตอ ง 10. ใหน ักเรยี นทาํ ใบงานท่ี 13.3 เรอื่ ง ปริซึมและพรี ะมดิ แผนการจดั การเรยี นรู ชื่อหนว ยการเรยี นรูท ่ี 12 เรอ่ื ง รปู สามเหลีย่ ม แผนการสอนท่ี 156 เร่อื ง ปรมิ าตรเปน ลกู บาศกหนว ย ลูกบาศกเซนติเมตร และลกู บาศกเ มตร รายวิชาคณิตศาสตร ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี 5 รหัสวิชา ค 15101 ครูผูส อน นายทนิ กร กนั ธยิ ะ ตําแหนง พนกั งานราชการ เวลาท่ีใช 1 ชั่วโมงตวั ชี้วัด/ผล เนอ้ื หาสาระ ภาระงาน/ การวัดและประเมินผล กิจกรรมการเรยี นรู สื่อ/แหลง เรยี นรูการเรยี นรู ชนิ้ งาน
ค 2.1 ป.5/5 ปริมาตร 1 1. แบบฝกหัด - ตรวจแบบฝก หดั 1. ครูนาํ แทง ไมหรอื กลองกระดาษขนาด 1 ลูกบาศกห นว ยมาให 1.แทง ไมลกู บาศกหาปริมาตรหรอื ลูกบาศก 2. ใบงาน - ตรวจใบงาน นักเรียนพิจารณาและรว มกนั อภปิ รายจากคําถามตอไปน้ี หรอื กระดาษความจุของทรง เซนติเมตร จะมี ลกู บาศกสี่เหลย่ี มมุมฉาก ความกวา ง 1 1.1 แทงไมห รอื กลอ งมลี ักษณะเปนรูปเรขาคณติ สามมิติชนิดใด 2. รูปคลตี่ นแบบค 6.1 ป.4-6/4 เซนติเมตร ความ (ปรซิ ึมทรงส่เี หล่ยี ม หรือทรงสี่เหล่ียมมุมฉาก) 3. ส่อื สง่ิ พิมพค 6.1 ป.4-6/5 ยาว 1 เซนตเิ มตร 4. ใบงานและความสงู 1.2 หนา ทกุ หนาเปน รูปเหล่ียมอะไร (รปู ส่เี หลย่ี มจตั ุรัส) 5. หนังสือ1 เซนติเมตร 1.3 ความกวา ง ความยาว ความสูงของแทง ไมหรือกลอ ง คณติ ศาสตรสว นปริมาตร 1 กระดาษมคี วามยาวเปนอยางไร เพราะเหตุใด (มีความยาวเทา กนัลกู บาศกเมตร จะ เพราะหนา ทุกหนา เปน รูปสเ่ี หลยี่ มจตั ุรัสท่มี ขี นาดเทากัน)มคี วามกวา ง 1 1.4 ทรงส่เี หลีย่ มมมุ ฉากทมี่ คี วามกวา ง ความยาว และความสงูเมตร ความยาว 1 เทากันเรยี กวา อะไร (ลูกบาศก)เมตร และความ 2. ครูแนะนาํ หรอื บอกนกั เรยี นวา ลูกบาศกทีม่ ีความกวา ง 1 หนว ยสงู 1 เมตร ความยาว 1 หนว ย และความสูง 1 หนว ย มปี ริมาตร 1 ลูกบาศก หนว ย ซึง่ อาจเขียนยอวา ลบ.หนว ย แทนคาํ วา ลูกบาศกห นว ย 3. ครตู ง้ั คาํ ถามใหน กั เรียนชวยกนั ตอบดงั นี้ 3.1 ลูกบาศกท ่ีมีความกวาง 1 เซนตเิ มตร ความยาว 1 เซนติเมตร และความสูง 1 เซนตเิ มตรมปี รมิ าตรเทาไรโดยเชอ่ื มโยง ความรูจากกิจกรรมท่ี 1 และ 2 (1 ลูกบาศกเ ซนติเมตร) 3.2 ลกู บาศกเ ซนตเิ มตรใชอกั ษรยอ วา อะไร โดยเชือ่ มโยง ความรจู ากกจิ กรรมที่ 1 และ 2 (ลบ.ซม.) 3.3 ลกู บาศกท ่ีมีความกวาง 1 เมตร ความยาว 1 เมตร และ ความสูง 1 เมตร มีปรมิ าตรเทา ไร โดยเชื่อมโยงความรจู ากกจิ กรรมที่ 1 และ 2 (1 ลกู บาศกเ มตร) 3.4 ลูกบาศกเมตรใชอ กั ษรยอวาอะไร โดยเชื่อมโยงความรจู าก กิจกรรมที่ 1 และ 2 (ลบ.ม.) 4. นกั เรยี นและครชู วยกันอภิปรายสรปุ วา ลกู บาศกหนว ย ลูกบาศก เซนติเมตร ลกู บาศกเมตรเปนหนว ยทีใ่ ชในการวดั ปรมิ าตรหรือ ความจุ
5. ใหน ักเรียนทาํ ลูกบาศกห นว ยจากรปู คลตี่ นแบบทีใ่ หเปน ตัวอยาง คนละ 5 ลูก โดยครูเปน ผอู ธบิ ายวธิ ที าํ ใหนักเรียนลอกรูปคล่ีตน แบบ ลงบนกระดาษแข็งหรือกระดาษเทา-ขาวแลวพับตามรอย ทากาว แลวตดิ กนั เปน ลกู บาศก แผนการจดั การเรียนรู ช่ือหนวยการเรียนรูท ่ี 12 เรอื่ ง รปู สามเหล่ียม แผนการสอนท่ี 157 เรื่อง การหาปรมิ าตรเปนลกู บาศกห นว ย ลกู บาศกเซนตเิ มตร และลกู บาศกเ มตร รายวชิ าคณิตศาสตร ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 5 รหสั วิชา ค 15101 ครผู ูสอน นายทินกร กันธิยะ ตาํ แหนง พนกั งานราชการ เวลาท่ีใช 1 ชัว่ โมงตัวชวี้ ัด/ผล เนื้อหาสาระ ภาระงาน/ การวดั และประเมินผล กจิ กรรมการเรียนรู สื่อ/แหลงเรยี นรูการเรียนรู ชนิ้ งาน
ค 2.1 ป.5/5 สามารถหา 1. แบบฝกหัด - ตรวจแบบฝก หัด 1. ครูทบทวนหนวยการวดั ปรมิ าตรหรือความจุเปนลกู บาศกห นวย 1.ลกู บาศกหาปรมิ าตรหรอื ปรมิ าตรหรือ 2. ใบงาน - ตรวจใบงาน ลกู บาศกเซนตเิ มตร ลูกบาศกเ มตร 2. ใบงานความจขุ องทรง ความจุเปน 2. ใหน กั เรียนแบง กลุม กลุม ละ 4 - 5 คน ครแู จกลกู บาศกทน่ี ักเรยี น 3. หนังสือส่ีเหล่ยี มมมุ ฉาก ลูกบาศกหนว ย ทาํ ไวกลมุ ละ 20 ลกู และแบบบนั ทกึ กจิ กรรมท่ี 13.2 เร่อื ง การหา คณติ ศาสตรค 6.1 ป.4-6/4 ลกู บาศก ปริมาตรเปนลูกบาศกห นว ย ลูกบาศกเ ซนติเมตร และลกู บาศกเมตรค 6.1 ป.4-6/5 เซนติเมตร แลวใหนักเรยี นปฏบิ ตั ิดังนี้ 2.1 ใหนักเรียนแตล ะกลมุ วางเรียงลูกบาศก 2 แถว จํานวน ลูกบาศกเ มตรได 4 ลูก เปนทรงส่เี หลี่ยมมุมฉากแลวตอบคําถาม 2.1.1 ทรงส่เี หลยี่ มมุมฉากความกวางกี่หนว ย ความยาว ก่ีหนว ย ความสงู ก่ีหนว ย (ความกวา ง 2 หนว ย ความยาว 2 หนวย ความสูง 1 หนว ย หรือ ความกวาง 1 หนว ย ความยาว 4 หนว ย ความสงู 1 หนว ย) 2.1.2 ทรงส่ีเหล่ยี มมุมฉากมจี าํ นวนลูกบาศกก ่ีลูก (4 ลูก) 2.1.3 ทรงสเ่ี หลีย่ มมมุ ฉากมีปรมิ าตรเทาไร (4 ลูกบาศก หนว ย) 2.1.4 บนั ทึกผลท่ีไดลงในแบบบันทกึ กจิ กรรมท่ี 13.2 เร่อื ง การหาปริมาตรเปน ลูกบาศกหนว ย 2.2 ใหน กั เรยี นแตละกลมุ วางเรียงลกู บาศกซ อนอกี จาํ นวน 4 ลกู เปนทรงสีเ่ หล่ยี มมุมฉากแลว ตอบคําถาม 2.2.1 ทรงสเี่ หล่ียมมมุ ฉากความกวา งกหี่ นว ย ความยาว กห่ี นวย ความสูงกหี่ นว ย (ความกวาง 2 หนวย ความยาว 2 หนวย ความสูง 2 หนว ย หรอื ความกวาง 1 หนวย ความยาว 4 หนวย ความสูง 2 หนวย) 2.2.2 ทรงสเี่ หล่ียมมมุ ฉากมีจาํ นวนลกู บาศกก ล่ี ูก (8 ลูก) 2.2.3 ทรงสเี่ หลย่ี มมุมฉากมีปริมาตรเทาไร (8 ลูกบาศก หนว ย) 2.2.4 บันทกึ ผลท่ีไดลงในแบบบนั ทึกกิจกรรมท่ี 13.2 เรื่อง การหาปรมิ าตรเปนลกู บาศกห นวย
2.3 ใหนักเรยี นแตละกลมุ วางเรยี งลูกบาศกซ อ นอกี จาํ นวน 4 ลูก เปนทรงส่เี หล่ียมมุมฉากแลวตอบคาํ ถาม 2.3.1 ทรงส่ีเหล่ียมมมุ ฉากความกวา งก่หี นวย ความยาว กห่ี นว ย ความสงู ก่หี นว ย (ความกวาง 2 หนวย ความยาว 2 หนว ย ความสงู 3 หนวย หรอื ความกวาง 1 หนว ย ความยาว 4 หนว ย ความสงู 3 หนวย) 2.3.2 ทรงส่ีเหลยี่ มมมุ ฉากมจี ํานวนลูกบาศกก ลี่ กู (12 ลูก) 2.3.3 ทรงส่ีเหลีย่ มมมุ ฉากมีปรมิ าตรเทา ไร (12 ลกู บาศกหนวย) 2.3.4 บนั ทกึ ผลที่ไดลงในแบบบันทึกกิจกรรมท่ี 13.2 เรือ่ ง การหาปรมิ าตรเปนลูกบาศกหนวย 3. นกั เรียนและครูสรปุ การหาปริมาตร หรอื ความจสุ ามารถหาได จากการนับจาํ นวนลูกบาศก 4. ใหน กั เรยี นทําใบงานท่ี 13.4 แผนการจดั การเรียนรู ชอื่ หนว ยการเรยี นรทู ี่ 12 เรอ่ื ง รูปสามเหลีย่ ม แผนการสอนที่ 158 เรื่อง การหาปรมิ าตรเปนลกู บาศกหนวย ลกู บาศกเ ซนตเิ มตร และลูกบาศกเมตร รายวิชาคณิตศาสตร ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 5 รหสั วชิ า ค 15101 ครผู ูสอน นายทนิ กร กนั ธิยะ ตาํ แหนง พนกั งานราชการ เวลาท่ีใช 1 ช่ัวโมงตวั ชีว้ ัด/ผล เนือ้ หาสาระ ภาระงาน/ การวัดและประเมนิ ผล กิจกรรมการเรยี นรู สื่อ/แหลง เรยี นรูการเรยี นรู ช้นิ งาน
ค 2.1 ป.5/5 สามารถหา 1. แบบฝก หัด - ตรวจแบบฝก หัด 1. ใหนกั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ 4 - 5 คน ครแู จกแบบบันทึก 1. ใบงานหาปริมาตรหรือ ปริมาตรหรือ 2. ใบงาน - ตรวจใบงาน กิจกรรมท่ี 13.2 เร่อื ง การหาปริมาตรเปน ลกู บาศกห นวย ทีน่ ักเรียน 2. หนงั สือความจขุ องทรง ความจขุ องทรง แตล ะกลมุ ทําไวแ ละใหแ ตละกลมุ ศกึ ษาจากแบบบันทกึ กจิ กรรมท่ี คณิตศาสตรสี่เหลย่ี มมุมฉาก สเี่ หลยี่ มมุมฉาก 13.2 เรื่อง การหาปรมิ าตรเปน ลกู บาศกหนว ย แลวตอบคาํ ถามค 6.1 ป.4-6/4 โดยใชส ูตรได 1.1 กิจกรรมท่ี 1 ในแบบบนั ทึกกิจกรรมที่ 13.2 เรือ่ ง การค 6.1 ป.4-6/5 หาปรมิ าตรเปนลูกบาศกห นว ย ทรงสีเ่ หลีย่ มมุมฉากมีความกวา งกี่ หนวย ความยาวกหี่ นว ย และความสูงก่ีหนวย และปรมิ าตรก่ี ลกู บาศกหนวยมีความสมั พนั ธก นั อยางไร (ความกวา ง 2 หนว ย ความยาว 2 หนว ย และความสูง 1 หนวย และมปี รมิ าตร 4 ลกู บาศกห นว ย หรือ ความกวา ง 1 หนว ย ความยาว 4 หนว ย และ ความสงู 1 หนว ย และมีปรมิ าตร 4 ลูกบาศกห นว ย) มคี วามสัมพันธ กนั ดงั น้ี ปริมาตรของทรงสเ่ี หลีย่ มมมุ ฉาก = ความกวาง×ความยาว×ความสงู 1.2 กิจกรรมท่ี 2 ในแบบบนั ทกึ กิจกรรมที่ 13.2 เรื่อง การ หาปรมิ าตรเปนลกู บาศกห นว ย ทรงสเี่ หล่ียมมุมฉากมีความกวางก่ี หนว ย ความยาวก่ีหนวย และความสูงก่ีหนว ย และปรมิ าตรก่ี ลูกบาศกหนว ยมีความสมั พนั ธก ันอยา งไร (ความกวา ง 2 หนวย ความยาว 2 หนว ย และความสงู 2 หนวย และมีปรมิ าตร 8 ลูกบาศกห นว ย หรอื ความกวาง 1 หนวย ความยาว 4 หนว ย และ ความสงู 2 หนวย และมีปริมาตร 8 ลูกบาศกห นว ย) มคี วามสัมพันธ กันดงั นี้ ปรมิ าตรของทรงสเ่ี หลย่ี มมุมฉาก = ความกวาง×ความยาว×ความสงู 1.3 กจิ กรรมที่ 3 ในแบบบนั ทกึ กิจกรรมที่ 13.2 เรอ่ื ง การ หาปริมาตรเปนลูกบาศกหนว ย ทรงสีเ่ หล่ยี ม มุมฉากมคี วามกวางก่ี หนวย ความยาวกห่ี นว ย และความสงู กี่หนวย และปรมิ าตรกี่ ลกู บาศกหนว ย มคี วามสมั พนั ธก นั อยางไร (ความกวา ง 2 หนว ย ความยาว 2 หนวย และความสูง 3 หนว ย และมปี ริมาตร 12 ลูกบาศกหนวย หรอื ความกวาง 1 ความหนวย ความยาว 4 หนว ย
และความสูง 3 หนว ย และมีปริมาตร 12 ลกู บาศกห นว ย) มีความสัมพันธก ันดงั นี้ปรมิ าตรของทรงสี่เหลีย่ มมุมฉาก = ความกวาง×ความยาว×ความสงู2. นกั เรยี นและครูสรปุ สูตรการหาปริมาตรของทรงส่เี หลี่ยมมุมฉากคือปริมาตรของทรงสเี่ หลย่ี มมุมฉาก = ความกวา ง×ความยาว×ความสงู3. ครยู กตัวอยา งพรอ มอธิบายการหาปริมาตรของทรงสี่เหล่ยี มมุมฉากโดยใชสูตรใหน กั เรยี นดูตวั อยาง จงแสดงวิธที ําหาความจุของทรงสี่เหลี่ยมมมุ ฉาก4 หนว ย 3 หนว ย 5 หนว ยวิธที าํ ความจุของทรงสเี่ หลี่ยมมุมฉาก = ความกวาง×ความยาว×ความสงู = 3 × 5 × 4 ลูกบาศกหนว ย = 60 ลูกบาศกห นวย ตอบ ทรงสเี่ หลี่ยมมมุ ฉากมคี วามจุ ๖๐ ลกู บาศกห นวย4. ใหนักเรียนทําใบงานที่ 13.5 เร่ือง การหาปริมาตรของทรงสี่เหลย่ี มมุมฉากโดยใชสตู ร
แผนการจัดการเรยี นรู ช่อื หนวยการเรยี นรทู ่ี 12 เรอื่ ง รปู สามเหลย่ี ม แผนการสอนที่ 159 เรอ่ื ง การหาปรมิ าตรหรอื ความจขุ องทรงส่ีเหล่ียมมุมฉากโดยใชส ตู ร รายวิชาคณิตศาสตร ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 5 รหัสวิชา ค 15101 ครผู สู อน นายทินกร กนั ธิยะ ตาํ แหนง พนกั งานราชการ เวลาท่ีใช 1 ชวั่ โมงตัวชว้ี ัด/ผล เน้อื หาสาระ ภาระงาน/ การวัดและประเมนิ ผล กิจกรรมการเรยี นรู ส่อื /แหลง เรียนรูการเรียนรู ชิ้นงาน
ค 2.1 ป.5/5 สามารถหา 1. แบบฝก หัด - ตรวจแบบฝก หดั 1. ครูทบทวนการหาปริมาตรของทรงสี่เหล่ยี มมมุ ฉากโดยใชสูตร คือ 1. สิง่ ของทีม่ รี ูปรางหาปรมิ าตรหรอื ปรมิ าตรหรือ 2. ใบงาน - ตรวจใบงาน ปรมิ าตรของทรงสีเ่ หล่ียมมุมฉาก = ความกวาง×ความยาว×ความสูง เปน ทรงสเี่ หลยี่ มมมุความจุของทรง ความจขุ องทรง 2. ครูนําสิ่งของทีม่ ีรปู รา งเปนทรงส่เี หลย่ี มมมุ ฉากขนาดตาง ๆ กนั ฉากขนาดตา ง ๆสเี่ หล่ียมมุมฉาก สเี่ หลี่ยมมมุ ฉาก จํานวน 20 ชิน้ พรอมติดหมายเลข 1 ถงึ 20 บนทรงสเี่ หลย่ี มมุมฉาก กนัค 6.1 ป.4-6/4 โดยใชส ูตรได ใหน ักเรียนแบง กลมุ กลุมละ 4-5 คน แตละกลมุ เลือกสิ่งของทคี่ รู 2. ตัวอยางโจทยค 6.1 ป.4-6/5 นาํ มากลมุ ละ 2 ชนิ้ ไปวดั ความกวาง ความยาว ความสูง โดยใช ปญ หาเก่ยี วกับการ หนวยเปน จํานวนเต็ม และแสดงวิธีการหาปรมิ าตรของทรงส่ีเหลี่ยม หาปรมิ าณของทรง มมุ ฉากนั้น ๆ โดยใชสูตรพรอมเสนอผลงานหนา ช้ันเรียน สี่เหลยี่ มมุมฉาก 3. ครูนําตวั อยา งโจทยป ญหามาใหน ักเรียนอภิปรายและแสดงวธิ หี า 3. ใบงาน คําตอบ 4. หนังสอื 4. ใหน กั เรียนทาํ ใบงานที่ 13.6 คณติ ศาสตร แผนการจัดการเรียนรู ชอ่ื หนว ยการเรยี นรทู ี่ 12 เร่ือง รปู สามเหลี่ยม แผนการสอนที่ 160 เรอื่ ง ความสัมพันธข องหนวยการวดั ปริมาตรหรอความจุ รายวิชาคณติ ศาสตร ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 5 รหัสวิชา ค 15101 ครผู สู อน นายทนิ กร กันธิยะ ตําแหนง พนกั งานราชการ เวลาท่ีใช 1 ช่ัวโมงตวั ชวี้ ัด/ผล เนือ้ หาสาระ ภาระงาน/ การวัดและประเมินผล กจิ กรรมการเรียนรู ส่อื /แหลงเรียนรูการเรียนรู ช้ินงาน
ค 2.1 ป.5/5 สามารถหาความ 1. แบบฝกหัด - ตรวจแบบฝก หัด 1. ทบทวนการเปรยี บเทียบหนวยการวดั ปริมาตรลกู บาศกเ ซนติ 1. แบบทดสอบหาปรมิ าตรหรือ สมั พนั ธของหนวย 2. ใบงาน - ตรวจใบงาน เมตรและลิตร โดยครนู าํ กลองทรงสีเ่ หล่ยี มมมุ ฉากท่มี ขี นาด หลังเรียนความจุของทรง การวดั ปรมิ าตร 10×10×10 ลูกบาศกเ ซนตเิ มตร จะไดวา กลองมีปรมิ าตรหรอื ความจุ 2. กลอ งทรงสเ่ี หลี่ยมมุมฉาก หรือความจุได 1,000 ลูกบาศกเซนติเมตร และเครื่องตวงท่มี คี วามจุ 1 ลิตร โดยครู สเี่ หลี่ยมมมุ ฉากมีค 6.1 ป.4-6/4 เทถั่วเขยี วหรอื ขา วสารลงในกลอ งใหเตม็ พอดกี ลอง แลวนําขาวสารที่ ปริมาตรหรือความค 6.1 ป.4-6/5 อยใู นกลอ งเทใสเ ครอ่ื งตวงท่มี ีความจุ 1 ลิตร สงั เกตผลท่ีเกิดข้นึ และ จุ 1,000 ลูกบาศก สรุปผลไดดังน้ี เซนตเิ มตร 1 ลิตร เทากับ 1,000 ลูกบาศกเซนตเิ มตร 3. เคร่ืองตวงมี 2. ครูทบทวนความรูเ ดมิ โดยถามนกั เรยี นวา 1 ลติ ร มีปริมาตรหรือ ปรมิ าตรหรือ ความจเุ ทากับกี่ มิลลิลิตร (1,000 มลิ ิลิตร) ความจุ 1 ลติ ร 3. นักเรียนและครูสรปุ ความสมั พันธหนว ยปรมิ าตรหรอื ความจุ 4. ใบงาน ลกู บาศกเ ซนติเมตร ลติ ร และมลิ ลิลติ ร มีความสัมพนั ธดังน้ี 5. หนงั สือ 1 ลติ ร เทากบั 1,000 ลูกบาศกเซนติเมตร คณติ ศาสตร 1 ลิตร เทา กบั 1,000 มิลลิลิตร 1 มลิ ลิลิตร เทา กับ 1 ลกู บาศกเ ซนตเิ มตร 4. นักเรยี นและครสู รุปความสัมพันธห นวยปรมิ าตรหรือความจุ ลูกบาศกเ ซนตเิ มตร ลูกบาศกเ มตร โดยเปรียบเทียบหนว ยลกู บาศก เซนตเิ มตร และลกู บาศกเ มตร โดยใชความสมั พันธความยาว 100 เซนติเมตรเทากับ 1 เมตร และสูตรการหาปริมาตร 1หนว ย คือ ความกวา ง×ความยาว×ความสงู จะได 1×1×1 ลูกบาศกเมตร เทา กบั 100×100×100 ลูกบาศกเ ซนตเิ มตร จงึ สรุปความสมั พนั ธ หนว ยปรมิ าตรหรอื ความจลุ ูกบาศกเซนตเิ มตร ลูกบาศกเมตรไดด ังน้ี 1,000,000 ลูกบาศกเ ซนตเิ มตร เทากับ 1 ลูกบาศกเ มตร 5. นกั เรียนและครูสรุปความสัมพันธหนวยปริมาตรหรอื ความจุ ลกู บาศกเ มตร และลิตร โดยใชความสมั พันธ 1 ลิตรเทา กับ 1,000 ลกู บาศกเ ซนตเิ มตร และ 1,000,000 ลกู บาศกเซนตเิ มตร เทา กบั 1 ลูกบาศกเมตรและ การใชบ ญั ญตั ิไตรยางศ จะได 1,000 ลูกบาศกเซนติเมตร = 1 ลติ ร
ถา 1,000,000 ลกู บาศกเซนตเิ มตร = 1×1,000,000 ลิตร 1,000 = 1,000 ลิตร6. สรปุ ความสัมพันธหนวยปรมิ าตรหรอื ความจลุ ูกบาศกเซนติเมตรลูกบาศกเมตร และลิตรไดด งั น้ี1,000 ลติ ร เทา กับ 1 ลูกบาศกเมตร1,000,000 ลกู บาศกเ ซนตเิ มตร เทา กับ 1 ลกู บาศกเมตร7. จากกิจกรรมขอ 1, 3, 4, 5 และ 6 นักเรียนและครสู รปุความสมั พนั ธหนว ยปริมาตรหรือความจไุ ดด งั นี้1 ลิตร เทากับ 1,000 ลกู บาศกเซนติเมตร1 ลติ ร เทากบั 1,000 มิลลลิ ติ ร1 มลิ ลิลิตร เทากับ 1 ลกู บาศกเซนติเมตร1,000 ลิตร เทากับ 1 ลกู บาศกเมตร1,000,000 ลกู บาศกเซนตเิ มตร เทา กับ 1 ลกู บาศกเมตร8. ครยู กตัวอยางการหาความสัมพนั ธห นวยปริมาตรหรือความจุตวั อยา ง 2,000 ลติ ร เทากับก่ีลกู บาศกเมตรวธิ ีทาํ 1,000 ลติ ร = 1 ลกู บาศกเ มตร 1× 2,000ถา 2,000 ลิตร = 1,000 ลกู บาศกเ มตร = 2 ลูกบาศกเ มตร ตอบ ๒,๐๐๐ ลิตรเทากับ ๒ ลูกบาศกเ มตร9. ใหนกั เรียนทําแบบทดสอบหลงั เรยี น
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173