38สิ่งแรกท่ีทรงทําหลังจากตื่นบรรทมก็คือ ขัดหัวเข็มขัดและรองพระบาทสําหรับเครื่องแบบลกู เสือ ทําความสะอาดพระนขา (เล็บ) เตรยี มพรอมสําหรับการตรวจอยตู ลอดเวลา ในวันคลายวันสถาปนาคณะลูกเสือไทย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2506 ในพิธีสวนสนามของลูกเสือ ณ กรีฑาสถานแหงชาติ ซ่ึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา-ภมู ิพลอดลุ ยเดช และสมเดจ็ พระนางเจาสริ กิ ิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ไดเสด็จพระราชดําเนินทรงเปนประธานครั้งแรก สมเด็จพระเจาลกู ยาเธอ เจาฟา วชริ าลงกรณฯ ในขณะนั้น เสด็จฯ ไปทรงรว มกจิ กรรมกบั ลกู เสอื โรงเรยี นอื่นเปนคร้งั แรกทที่ รงรว มพธิ ีสวนสนามของลูกเสือ ซึ่งประชาชนคนไทยท่ีทราบขาวกอนหนาพากันเปนหวงเปนใยพระองคทานไปตาง ๆ นานา ดวยเกรงวาพระองคจ ะประชวรลง บางคนถึงกับกลา ววา “โถ ทลู กระหมอมจะทรงทนแดดไหวหรอื ทานจะทรงเปน ลมไหมนะ” โดยความหวงใยในพระองคของพสกนกิ รเรอื่ งนี้ เม่ือทรงทราบก็ไดรับสั่งวา“ตอ งไดซ ิ ทําไมจึงดูถูกกนั อยา งนน้ี ะ” ครน้ั ถึงวันสวนสนามก็ทรงปฏิบัติหนาท่ีของลูกเสือสํารองของโรงเรียนจิตรลดาไดเปน อยา งดี เชนเดียวกับลูกเสือคนอ่ืน ๆ ในวันน้ัน ทรงถือปายชื่อโรงเรียนผานพระท่ีนั่งดวยพระอาการสงา และทรงรวมแสดงในนามหมลู ูกเสือโรงเรียนจิตรลดาดว ย สาํ หรับการท่ีทรงมีความอดทนและรูจักหนาท่ีของลูกเสือเปนท่ีประจักษชัดอีกคร้ังหนึ่งในการซอมใหญสวนสนามวันฉลองครบรอบวันกําเนิดลูกเสือไทย วันที่ 1 กรกฎาคมพ.ศ. 2508 ขณะน้ันทรงเปนลูกเสือโทแลว วันนั้นที่กรีฑาสถานแหงชาติฝนตกหนักอยางลืมหูลมื ตาไมข น้ึ บรรดาผคู ุมการฝกซอมลงความเห็นวา ควรเชิญเสด็จเขาประทับในชายคา เพราะอาจจะทาํ ใหประชวรหวัดได เจาหนาที่ผูใหญคนหน่ึงว่ิงออกไปท่ีสนาม ทูลเชิญเสด็จเขาท่ีประทับในชายคา ทรงมองหนาผูทูลเชิญพรอมกับส่ันพระเศียร แลวรับส่ังวา “ทําไมจะตองใหฉันหลบเขาไปดวยละ ใคร ๆ เขาตากฝนไดฉันก็ตากไดเหมือนกัน ฉันแข็งแรงพอ” กอนหนาน้ันเม่อื โรงเรียนจติ รลดาเขา พธิ ีประจาํ กองลกู เสอื สามัญ โดยสมทบกับหนวยโรงเรียนวชิราวุธ เปนกองลกู เสือ สังกัด อ.3 เมอื่ วันท่ี 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506 ทรงสอบไดเปนลูกเสือโท เมื่อวันท่ี9 มีนาคม พ.ศ. 2508 ในวนั น้นั ไดเสด็จฯ ไปทรงสอบเดนิ ทางไกล และประกอบอาหารทคี่ ายลูกเสือวชิราวุธ ต.บางรัก อ.ศรรี าชา จ.ชลบุรี ตอ งเสด็จฯ ต้งั แตเ ชา มดื พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหา-ภมู พิ ลอดลุ ยเดช ทรงมพี ระราชดํารัสหามใครตามเสด็จนอกจากราชองครักษ ซึ่งใหตามเสด็จไดเพียงหา ง ๆ การเสด็จเขา คายลกู เสือที่คายวชิราวุธคร้ังนั้น ทรงทําอาหารเอง ซึ่งที่ทรงโปรดทาํ ทส่ี ดุ คอื “ขา วสวยคลุกไขปน เปนกอนทอด” โดยทรงโปรดการทําครัวเทากับความชางเสวยบางคราวทรงทําอาหารเองดวยหมอ และเตาดนิ เผาเลก็ ๆ แลว ประทับเสวยอยางเอร็ดอรอยรวมกับผตู ามเสดจ็ ทรงศึกษาท่ีโรงเรียนจิตรลดาถึงมัธยมศึกษาปท่ี 1 จึงเสด็จฯ ไปทรงศึกษาตอที่องั กฤษ
39 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงกระกรุณาโปรดเกลาฯใหจัดการศึกษาระดับอนุบาลข้ึน ณ พระท่ีนั่งอุดร ในพระที่น่ังอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตเมอื่ วนั ที่ 10 มกราคม พ.ศ.2498 ตอมาเมื่อ พ.ศ. 2500 เสด็จฯ มาประทับ ณ พระที่นั่งจิตรลดารโหฐาน จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหสรางอาคารเรียนถาวรในบริเวณพระตําหนักจิตรลดา-รโหฐาน พระราชวังดุสิต และพระราชทานนามโรงเรยี นวา “โรงเรียนจติ รลดา” บนั ทกึ เรือ่ งน้ีหนังสือพมิ พเดลินิวสนํามาจากหนังสือเฉลิมพระเกียรติที่กองทัพบกจัดทําข้ึน โดยเฉพาะเรื่องของ “วิชาลกู เสือ” ท่ที รงโปรดหากสาํ นกั งานลกู เสอื แหงชาติจะนําไปให “ลูกเสือ” ไดเรียนรจู ะเปน การดีย่งิhttps://www.matichonweekly.com/column/article_17373 พระราชปณิธานและพระราโชบายในพระบาทสมเด็จพระเจา อยหู ัว ร.6 และสมเด็จพระเจา อยหู วั มหาวชริ าลงกรณ ฯ (ร.10) รชั กาลท่ี 6 ทรงไดพระราชทานกําเนิดลูกเสือไทยขึ้นเมื่อวันท่ี 1 กรกฎาคม 2454และทรงใหความหมายของ \"ลูกเสือ\" วา \"ลกู เสอื บใชเสอื สตั วไ พ เรายืมชื่อมาใช ดวยใจกลา หาญ ปานกัน ใจกลา มใิ ชกลาอาธรรม เชน เสอื อรญั สญั ชาตชิ นคนพาล ใจกลา ตองกลา อยางทหาร กลา กอปรกจิ การ แหง ชาตปิ ระเทศเขตตน\" ทรงมีพระราชปณิธานในการฝกลกู เสือวา \"ขา ไมตอ งการตําราเรียนทเี่ ดินได ทข่ี า อยากไดนนั้ คอื เยาวชน ทเี่ ปน สุภาพบรุ ุษ ซื่อสตั ย สุจรติ มีอปุ นิสยั ใจคอด\"ี ราม วชริ าวธุ \"I do not want a walking school books. What I want are just manly young men, honest truthful, clean in habits and thoughts\" Vajiravudh
40 พระราชอัจฉรยิ ภาพของ รชั การที่ 6 ในการสรา งเด็กและเยาวชนทพี่ งึ ประสงค กจิ กรรมลกู เสือจงึ เปน เปนกิจกรรมเพ่อื ฝกฝน เด็กและเยาวชนใหมีความสามัคคีมานะอดทน เสยี สละเพ่ือสวนรวม โดยปลูกฝง ใหเ ด็กและเยาวชนเปนผมู รี ะเบยี บวนิ ัย เคารพกฎขอบังคับ และปฏบิ ตั ติ น เปนคนดีของสังคมและประเทศชาติ ปจจุบันสมเด็จพระเจาอยูหัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเปนประมุขคณะลกู เสอื แหง ชาติ สมเด็จพระเจาอยูหัว (ร.10) ทรงใหความสําคัญกับการพัฒนาเยาวชนโดยพระราชทานทุนการศึกษาระดับ ม.ปลาย ตอเนื่องจนจบ ป.ตรี (หรือเทียบเทา) ผานมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จํานวน 154 ทุน/ปมาต้งั แตป พ.ศ. 2552 พระราชประสงคในการพฒั นาเยาวชน 1. มีความรู 2. มรี ะเบียบวนิ ยั 3. ไดรับการพัฒนาศกั ยภาพอยา งตอเนอ่ื ง 4. มีทศั นคตพิ ืน้ ฐานท่ีดี 5. ไดร ับการฝก อาชพี 6. เม่ือจบการศึกษาแลวจะตองเขา สูก ารมอี าชีพทม่ี ัน่ คง คุณลักษณะเด็กที่พงึ ประสงครัชกาลท่ี 6 รัชกาลที่ 9 รชั กาลท่ี 10เปนสภุ าพบรุ ษุ มีทัศนคติพ้นื ฐานทด่ี ีและไดร บั การพัฒนาศักยภาพนิสยั ดี เปนคนดี อยา งตอ เนือ่ งซ่ือสัตย สุจรติ มีระเบยี บวินยักลา ทีจ่ ะทาํ ประโยชนใ หก บั ประเทศ เปนคนดีมคี วามสามคั คีมีความอดทนเสยี สละเพื่อสว นรวมมรี ะเบยี บวนิ ัย เคารพขอบงั คบั
41รชั กาลท่ี 6 รชั กาลที่ 9 รัชกาลท่ี 10 เปน คนเกง ไดรับการฝกอาชีพ มคี วามรู เม่ือจบการศึกษาแลวจะตองเขาสู การมีอาชพี ทมี่ ่ันคง (มุงเนนสาขาที่ตรงกับความตองการ ของประเทศ)คานยิ ม 12 ประการ ของ คสช. ใหนักเรยี นทอ งจาํ และนาํ ไปปฏบิ ตั ิ1. ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ 2. ซ่อื สัตย เสียสละ อดทน3. กตญั ูตอพอ แม ผปู กครอง ครูบาอาจารย4. ใฝหาความรู หมัน่ ศกึ ษาเลา เรียน5. รกั ษาวัฒนธรรมประเพณีไทย6. มศี ลี ธรรม มนี ํ้าใจ และแบงปน7. เขา ใจ เรยี นรูก ารเปนประชาธปิ ไตย อนั มพี ระมหากษัตริยทรงเปน ประมขุ8. มรี ะเบยี บวนิ ยั เคารพกฎหมาย เคารพผใู หญ9. มีสติรตู วั รคู ดิ รูทํา10. รูจกั ใชห ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง11. มีความเขมแขง็ ทั้งและใจ ไมย อมแพตออํานาจฝายตา่ํ12. คิดถงึ ประโยชนของสวนรวมมากกวา ผลประโยชนสวนตนกจิ กรรมทา ยเรื่องที่ 1 ประวัตกิ ารลกู เสือไทย(ใหผูเรียนไปทํากจิ กรรมทายเรอื่ งท่ี 1 ทส่ี มุดบนั ทกึ กจิ กรรมการเรียนรปู ระกอบชดุ วชิ า)
42เรือ่ งที่ 2 ความรูท่วั ไปเก่ยี วกบั คณะลกู เสอื แหงชาติ 2.1 คณะลูกเสือแหง ชาติ คณะลูกเสือแหงชาติ ประกอบดวย บรรดาลูกเสือท้ังปวงและบุคลากรทางการลกู เสือ โดยมีพระมหากษตั ริยทรงเปนประมุขของคณะลกู เสอื แหงชาติ ลูกเสือ หมายความวา เด็กและเยาวชนทั้งชายและหญิง ท่ีสมัครเขาเปนลูกเสือท้ังในสถานศกึ ษาและนอกสถานศึกษา สวนลกู เสือทีเ่ ปนหญิง ใหเ รยี กวา “เนตรนารี” บรรดาลูกเสือทั้งปวง หมายถึง ลูกเสือในโรงเรียน ลูกเสือนอกโรงเรียนลกู เสือหลกั สูตรพเิ ศษ ลกู เสอื ชาวบา น ลกู เสอื ในโรงเรยี น หมายถงึ เยาวชนท่ีสมคั รเขา เปนลกู เสือในกองลูกเสือโรงเรียนไดแก ลูกเสอื สํารอง ลูกเสือสามญั ลกู เสอื สามญั รุนใหญ และลกู เสอื วสิ ามญั ลกู เสอื นอกโรงเรยี น หมายถึง เยาวชนทไี่ มไดส มคั รเขาเปนลกู เสอื ในกองลูกเสือโรงเรียน แตส มัครใจเขารว มกิจกรรมกบั ลกู เสือในโรงเรียน และลกู เสือหลักสูตรพิเศษ ลูกเสอื หลักสตู รพเิ ศษ หมายถึง ลูกเสอื ทสี่ มัครเขารบั การอบรมในหลกั สตู รพเิ ศษตาง ๆ เชน ลูกเสือชอสะอาด ลูกเสือปาไม ลูกเสือจราจร ลูกเสือปองกันและบรรเทาสาธารณภัยลกู เสอื อาสา กกต. ลูกเสือไซเบอร ลกู เสอื อนุรกั ษท รพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ ม ฯลฯ ลกู เสอื ชาวบาน หมายถึง กลมุ ชาวบานทีม่ ารวมกันเพ่อื ทําประโยชนใหแกสงั คมผานกระบวนการลูกเสอื โดยท่ีมกี ารทํางานหรือการเขาคายตาง ๆ คลายกับลูกเสือในโรงเรียนลูกเสือชาวบานเริ่มตนมาตั้งแตป พ.ศ. 2514 โดยตํารวจตระเวนชายแดน ไดฝกอบรมใหชาวบานรูจักดูแลความปลอดภัยในหมูบาน การปองกันตนเอง ตลอดจนการสอดแนมรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดน บคุ ลากรทางการลกู เสือ หมายความวา ผบู งั คบั บญั ชาลูกเสือ ผูตรวจการลูกเสือกรรมการลูกเสือ อาสาสมคั รลูกเสอื และเจา หนา ท่ีลูกเสือ 2.2 การบริหารงานของคณะลูกเสอื แหง ชาติ ประกอบดวย 2.2.1 สภาลกู เสอื ไทย ประกอบดว ยคณะบุคคล ดังตอ ไปน้ี 1) นายกรฐั มนตรี เปน สภานายก 2) รองนายกรฐั มนตรี เปน อุปนายก 3) กรรมการโดยตาํ แหนง ไดแ ก รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการรฐั มนตรีวา การกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีวา การกระทรวงมหาดไทย ปลัดสาํ นกั นายกรัฐมนตรีปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ ปลดั กระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย ผูบัญชาการทหารสูงสุด ผูบัญชาการทหารบก ผูบัญชาการทหารเรือ ผูบัญชาการทหารอากาศ ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ เลขาธิการสภาการศึกษาเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการสภากาชาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง
43อธบิ ดีกรมสงเสริมการปกครองทองถนิ่ ผูวาราชการกรุงเทพมหานคร ผูวาราชการจังหวัด และผูอํานวยการศนู ยป ฏบิ ตั ิการลูกเสือชาวบาน 4) กรรมการผูทรงคุณวุฒิจํานวนไมเกินแปดสิบคน ซึ่งพระมหากษัตริยทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ แตง ตง้ั ตามพระราชอัธยาศยั ใหเลขาธิการสํานักงานลูกเสือแหงชาติ เปนกรรมการและเลขานุการรองเลขาธิการและผชู วยเลขาธกิ ารสํานักงานลูกเสือแหงชาติ เปน ผชู ว ยเลขานุการ สภาลูกเสือไทย อาจมีสภานายกกิตติมศักด์ิ อุปนายกกิตติมศักดิ์ และกรรมการกติ ติมศกั ดิ์ ซ่ึงจะไดทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ อีกคร้ัง 2.2.2 คณะกรรมการบริหารลูกเสือแหงชาติ เปนองคกรบริหารของคณะลกู เสอื แหง ชาติ ประกอบดว ยคณะบคุ คล ดงั ตอ ไปนี้ 1) รัฐมนตรวี าการกระทรวงศกึ ษาธิการ เปน ประธานกรรมการ 2) กรรมการโดยตําแหนง ไดแก ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และปลดั กระทรวงมหาดไทย เปนรองประธาน เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา เลขาธิการสภากาชาดไทย เลขาธิการสํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั ผูอ ํานวยการสํานักบริหารงานคณะกรรมการสงเสริมการศึกษาเอกชน และผอู ํานวยการศูนยป ฏบิ ตั กิ ารลูกเสือชาวบา น 3) กรรมการผูทรงคุณวุฒิจํานวนไมเกินสิบหาคน ซ่ึงสภานายกสภาลูกเสือไทยแตงตั้งโดยคําแนะนําของกรรมการบริหารลูกเสือแหงชาติ ตาม 1 และ 2 ซ่ึงในจาํ นวนนต้ี องมาจากภาคเอกชนไมน อ ยกวา ก่ึงหนึง่ ใหเ ลขาธิการสํานักงานลกู เสือแหงชาติ เปนกรรมการและเลขานุการรองเลขาธิการและผชู วยเลขาธกิ ารสํานักงานลกู เสือแหงชาติ เปนผชู ว ยเลขานุการ เลขาธกิ ารสาํ นักงานลูกเสือแหงชาติเปนผูรับผิดชอบการบริหารงานของสํานักงานลูกเสือแหงชาติ และเปนผูบังคับบัญชาพนักงานและลูกจางในสํานักงานโดยรัฐมนตรวี าการกระทรวงศึกษาธกิ าร แตงตั้งรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการคนหน่ึงทําหนาท่ีเลขาธิการสํานักงานลูกเสือแหงชาติ และแตงตั้งผูบริหารระดับสูงอื่นในกระทรวงศึกษาธิการทาํ หนาที่รองเลขาธกิ ารและผชู ว ยเลขาธกิ ารตามจํานวนทีเ่ หมาะสม 2.2.3 คณะกรรมการลูกเสือจังหวดั ประกอบดว ยคณะบุคคล ดังตอ ไปนี้ 1) ผูวา ราชการจังหวัด เปน ประธานกรรมการ 2) กรรมการโดยตําแหนง ไดแก รองผูวาราชการจังหวัด เปนรองประธานกรรมการ ปลัดจงั หวดั นายกเหลา กาชาดจงั หวัด ผูบ ังคบั การตํารวจภูธรจังหวัด นายกองคการบริหารสวนจังหวัด นายอําเภอ นายกเทศมนตรี นายกสมาคมการศึกษาเอกชนจังหวัดและผูอํานวยการสาํ นกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษา
44 3) กรรมการประเภทผูแทนจาํ นวนหา คน ไดแก ผแู ทนสถาบันอุดมศึกษาผแู ทนสถานศกึ ษาอาชวี ศึกษา ผูแทนคายลูกเสือจังหวัด ผูแทนสมาคมหรือสโมสรลูกเสือ และผูแทนจากลูกเสอื ชาวบาน ซ่ึงเลือกกันเองกลุมละหนึ่งคน 4) กรรมการผทู รงคณุ วุฒิจํานวนไมเกินสิบคน ซึ่งประธานกรรมการแตงตง้ั โดยคําแนะนาํ ของกรรมการลกู เสือจงั หวดั ตามขอ 2) และ 3) ในจํานวนนี้จะตองแตงตั้งจากภาคเอกชนไมน อ ยกวาก่ึงหนง่ึ ใหผูอํานวยการสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาเขต 1 เปนกรรมการและเลขานกุ าร ใหผูอํานวยการศูนยการศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด เปนกรรมการและผูชว ยเลขานุการ 2.2.4 คณะกรรมการลูกเสอื เขตพืน้ ท่ีการศกึ ษา คณะกรรมการลูกเสือเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ประกอบดวยคณะบุคคลดงั ตอไปนี้ 1) ผูอํานวยการสํานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษา เปน ประธานกรรมการ 2) กรรมการโดยตําแหนง ไดแ ก ผูกํากบั การสถานีตํารวจภูธรของทุกอําเภอในเขตพ้ืนท่ีการศึกษา หรือผูกํากับการสถานีตํารวจนครบาลของทุกสถานีในเขตพ้ืนท่ีการศึกษาของกรุงเทพมหานคร 3) กรรมการประเภทผูแทน ไดแก ผูแทนองคกรปกครองสวนทองถิ่น ผูแทนสถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นท่ีการศึกษา ผูแทนสถานศึกษาเอกชน ผูแทนสถานศึกษาอาชีวศึกษา ผูแทนสถาบันอุดมศึกษา ผูแทนศูนยบริการการศึกษานอกโรงเรียนอําเภอ ผแู ทนคา ยลูกเสือ และผแู ทนสมาคมหรอื สโมสรลกู เสอื ซงึ่ เลอื กกนั เองกลุม ละหนง่ึ คน 4) กรรมการผูทรงคุณวุฒิจํานวนไมเกินเจ็ดคน ซ่ึงประธานกรรมการแตงตั้งโดยคําแนะนําของกรรมการลูกเสือเขตพื้นท่ี ตามขอ 2) และ 3) ในจํานวนน้ีจะตองแตงตัง้ จากภาคเอกชนไมนอ ยกวากึง่ หนง่ึ ใหร องผูอ ํานวยการสาํ นักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาที่ไดรับมอบหมายเปนกรรมการและเลขานุการและใหผูอํานวยการสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาแตงตั้งขาราชการในสาํ นกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาอีกไมเ กินสองคน เปนผูชวยเลขานุการ
45แผนภูมแิ สดงตําแหนง คณะกรรมการลูกเสอื ตามพระราชบญั ญตั ลิ กู เสอื พ.ศ. 2551คณะลูกเสอื แหงชาติ - พระมหากษตั รยิ ทรงเปนประมุข - ประกอบดวยบรรดาลูกเสือทัง้ ปวง และบุคลากรทางการลูกเสอืสภาลกู เสือไทย - นายกรฐั มนตรีเปน “สภานายก” และรองรัฐมนตรีเปน “อุปนายก” - มกี รรมการโดยตาํ แหนง และกรรมการผูทรงคุณวฒุ ิ จํานวนไมเกนิ 80 คน ซ่ึงพระมหากษัตริย ทรงโปรดเกลา ฯ แตง ตงั้ ตามพระราชอธั ยาศัย - หนาทส่ี ําคัญคอื “วางนโยบายเพื่อความมน่ั คงและความเจรญิ กา วหนาของ คณะลูกเสือแหง ชาติ” คณะกรรมการ - รฐั มนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ เปน ประธานกรรมการบรหิ ารลกู เสือแหงชาติ - ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และปลัดกระทรวงมหาดไทย เปน รองประธาน กรรมการคณะกรรมการลกู เสือจังหวดั - เลขาธิการสาํ นักงานลูกเสอื แหง ชาติ เปน กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการลูกเสอื - ผูวา ราชการจงั หวดั เปน ประธานกรรมการ เขตพืน้ ทีก่ ารศึกษา - รองผูวา ราชการจังหวดั เปน รองประธานกรรมการ - ผูอํานวยการสาํ นกั งานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษา เขต 1 เปน กรรมการและ เลขานกุ าร - ผูอํานวยการสาํ นักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษา เปน ประธานกรรมการ - รองผอู ํานวยการสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษา ทไ่ี ดรับมอบหมาย เปน กรรมการและเลขานุการ
46 2.3 การลูกเสอื ในสถานศกึ ษา การลูกเสอื ในสถานศกึ ษามีการจัดหนว ยลกู เสอื ดงั นี้ 1) กลมุ ลูกเสอื 2) กองลูกเสอื 3) หมลู ูกเสอื 1) กลุมลกู เสือ ประกอบดว ยลูกเสอื 4 ประเภท คือ กองลูกเสือสํารอง กองลูกเสอืสามัญ กองลูกเสือสามัญรุนใหญ และกองลูกเสือวิสามัญ ประเภทละ 1 กองเปนอยางนอย แตถาสถานศกึ ษาแหง ใดมลี ูกเสือเพียงประเภทเดียว การจัดกลุมลูกเสือตองมีกองลูกเสือประเภทน้ันอยางนอย 4 กองข้นึ ไป หรือถามกี องลูกเสอื อยา งนอย 2 – 3 ประเภท การจัดกลุมลูกเสือตองมีประเภทละ 2 กอง ข้ึนไป ผูรับผิดชอบกลุมลูกเสือ คือ ผูกํากับกลุมลูกเสือ และรองผูกํากับกลมุ ลกู เสอื 2) กองลูกเสอื ผูรบั ผดิ ชอบกองลกู เสอื คอื ผูกาํ กบั กองลูกเสอื และรองผูกาํ กบักองลกู เสือ 3) หมลู ูกเสือ ประกอบดวยลูกเสือ จํานวน 4 – 6 คน หรือ 6 – 8 คน (รวมทง้ันายหมูและรองนายหมูลูกเสือ) ผูรับผิดชอบหมูลูกเสือ คือ นายหมูลูกเสือ และรองนายหมูลกู เสอื การเรยี กช่อื หมูลกู เสือ กศน. ใหเ รียกเปนหมูเลข เชน หมู 1 กอง 1....หมู 2 กอง 1....หมู 3 กอง 1....หมู 4 กอง 1.... หมู 1 กอง 2....หมู 2 กอง 2....หมู 3 กอง 2....หมู 4 กอง 2.... หมู 1 กอง 3....หมู 2 กอง 3....หมู 3 กอง 3....หมู 4 กอง 3.... หมู 1 กอง 4....หมู 2 กอง 4....หมู 3 กอง 4....หมู 4 กอง 4....
47แผนภูมแิ สดงการบรหิ ารงานกองลกู เสอื ภายในสถานศกึ ษา ผอู าํ นวยการลูกเสือโรงเรยี น รองผูอํานวยการลูกเสือโรงเรียน ผูกํากับกลุมลกู เสือ รองผกู ํากบั กลมุ ลูกเสือผกู าํ กับกองลูกเสือ ผูกํากับกองลูกเสอื ผูก าํ กับกองลูกเสอื กองที่ 1 กองที่ 2 กองท่ี 6รองผูกํากบั กองลกู เสือ รองผกู ํากบั กองลูกเสือ รองผูก ํากบั กองลกู เสือ กองที่ 1 กองท่ี 2 กองท่ี 6จํานวนหมูล ูกเสือ ในแตละกอง จาํ นวนหมลู ูกเสือ ในแตละกอง จํานวนหมูลูกเสือ ในแตละกองมีจาํ นวน 2 – 6 หมู แตละหมูมี มจี ํานวน 2 – 6 หมู แตละหมูมี มีจาํ นวน 2 – 6 หมู แตละหมูมี นายหมูและรองนายหมู นายหมแู ละรองนายหมู นายหมแู ละรองนายหมู เปน ผูด ูแลหมูน้ัน ๆ เปนผูดแู ลหมูน ้ัน ๆ เปนผดู ูแลหมูน ั้น ๆกจิ กรรมทายเร่อื งที่ 2 ความรทู ั่วไปเกีย่ วกับคณะลูกเสือแหงชาติ(ใหผ เู รยี นไปทํากิจกรรมทา ยเรื่องที่ 2 ทส่ี มดุ บันทกึ กิจกรรมการเรียนรปู ระกอบชดุ วชิ า)
48 หนวยการเรียนรูท่ี 3 การลูกเสอื โลกสาระสาํ คญั ผูใหกําเนิดลูกเสือโลก คือ โรเบิรต สตีเฟนสัน สมิท เบเดน โพเอลล (RobertStephenson Smyth Baden Powell) หรือ บี.พี. เปนชาวอังกฤษ เกิดท่ีกรุงลอนดอน เม่ือวันท่ี22 กุมภาพนั ธ พ.ศ. 2400 เปนเด็กกําพราบิดาตั้งแตอายุ 3 ขวบ ในวัยเด็กชอบใชชีวิตกลางแจงศึกษาธรรมชาติ เลนกฬี า และชอบเปนผูนํา สอบเขาโรงเรียนนายรอยแซนดเฮิสต ไดที่ 2 และไดรับพระราชทานยศเปนรอยตรี เมื่ออายุ 19 ป ปฏิบัติหนาท่ีทหารอยางดีเดน ไดรับพระราชทานยศเปน รอ ยเอก เมือ่ อายุ 26 ป เปน นายทหารทเ่ี ฉลียวฉลาด กลาหาญ สรางวีรกรรมทย่ี ง่ิ ใหญท าํ การตอสูอยางหา วหาญ เพ่ือรักษาเมอื งมาฟคงิ (Mafeking) ใหรอดพนจากวงลอมและการบุกรุกโจมตีของกองทัพบัวร (Boer) ท่ีแอฟริกาใต ไดรับการสรรเสริญวา “วีรบุรุษผูกลาหาญแหง ยคุ ” เม่อื วันที่ 1 – 9 สิงหาคม พ.ศ. 2450 บ.ี พี. ไดน าํ เด็กชายที่มอี ายุ 11 – 15 ป จากครอบครัวท่ีมีฐานะแตกตา งกนั จาํ นวน 20 คน ไปเขา คายพกั แรมท่ีเกาะบราวนซี นับวาเปนการอยูคายพักแรมของลูกเสือครั้งแรกของโลก และถือวาเกาะบราวนซี เปนคายลูกเสือแหงแรกของโลก เชนกันในป พ.ศ. 2463 สมาคมลูกเสืออังกฤษ จดั ประชุมลกู เสอื ท่ัวโลกเปนคร้ังแรก ที่ประเทศอังกฤษมีลูกเสือกวา 8,000 คน จาก 34 ประเทศ เขารวมชุมนุมในการชุมนุมครั้งนี้ มีขอตกลง และมมี ติเปน เอกฉันทใ ห ลอรด เบเดน โพเอลล หรอื บี.พี. เปนประมุขคณะลูกเสือแหงโลกตลอดกาลและ บี.พ.ี ถึงแกอ นิจกรรม เมอื่ วนั ที่ 8 มกราคม 2484 สิริอายุ 84 ป องคการลูกเสือโลก เปนองคการอาสาสมัครนานาชาติ มีความสําคัญในการทาํ หนาท่ีรักษา และดํารงไวซ่ึงความเปนเอกภาพของขบวนการลูกเสือแหงโลก และทําหนาท่ีสงเสรมิ กจิ การลูกเสือทวั่ โลก ใหมีการพัฒนาและกาวหนาอยา งตอเนอ่ื ง โดยมีธรรมนูญลูกเสือโลกเปนกฎหมายสําหรับยึดถือปฏิบัติ การมีองคกรหลัก 3 องคกร คือ สมัชชาลูกเสือโลกคณะกรรมการลูกเสือโลก และสํานักงานลูกเสือโลก ปจจุบัน (พ.ศ. 2561) มีสมาชิกกวา40 ลา นคน ใน 169 ประเทศ ตามบัญญัติของธรรมนูญลูกเสือโลก ประเทศสมาชิกขององคการลูกเสือโลกแตล ะประเทศจะมอี งคก ารลูกเสอื แหงชาติไดเ พยี ง 1 องคการเทานั้น กิจการลูกเสือทุกประเทศยดึ มัน่ ในวตั ถปุ ระสงค หลกั การ และวิธีการของลูกเสือเหมือนกันทั่วโลก คือ มุงพัฒนาเยาวชนดวยรากฐานของอุดมการณของลูกเสือ ซึ่งมีคําปฏิญาณและกฎของลูกเสือเปนส่ิงยึดเหน่ียวจติ ใจนําสูการประพฤติปฏิบตั ติ นของความเปน พลเมอื งดี และความเปน พี่นอ งกนั ระหวางลูกเสือทวั่ โลก
49ตวั ชี้วัด 1. อธบิ ายประวัติผใู หก ําเนิดลูกเสือโลก 2. อธบิ ายความสาํ คัญขององคก ารลกู เสือโลก 3. อธิบายความสัมพันธระหวางการลูกเสือไทยกบั การลกู เสือโลกขอบขายรายวิชา เรื่องท่ี 1 ประวตั ผิ ใู หกาํ เนดิ ลกู เสือโลก เร่อื งท่ี 2 องคการลกู เสอื โลก เร่ืองที่ 3 ความสมั พันธร ะหวางลูกเสอื ไทยกับลูกเสือโลกเวลาที่ใชในการศึกษา 3 ชัว่ โมงสอื่ การเรยี นรู 1. ชดุ วิชาลกู เสอื กศน. รหสั รายวิชา สค32035 2. สมุดบนั ทกึ กจิ กรรมการเรียนรูประกอบชุดวิชา 3. สอ่ื เสริมการเรียนรูอ ื่น ๆ
50เรอ่ื งท่ี 1 ประวตั ผิ ูใหก ําเนดิ ลกู เสอื โลก ลอรด เบเดน โพเอลล (B.P) ลอรด เบเดน โพเอลล เปนผูใหกําเนิดลูกเสือโลก มีชื่อเต็มวา โรเบิรต สติเฟนสันสมิท เบเดน โพเอลล (Robert Stephenson Smyth Baden Powell) เรียกยอ ๆ วา บี.พี. (B.P.)เกิดวนั ท่ี 22 กมุ ภาพันธ พ.ศ. 2400 ท่ีกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ บิดาชื่อ เอช.จี.เบเดน โพเอลลเปนศาสตราจารย สอนวิชาเรขาคณติ และธรรมชาตศิ ึกษา ณ มหาวทิ ยาลัยออกซฟอรด มารดาชื่อเฮนรเิ อทตา เกรซ สมิท เปน ธิดาของ พลเรอื เอก ดบั บิว. ที. สมทิ แหง ราชนาวีองั กฤษ สมรสกับนางสาว โมลาฟ เซ็นตแคลร เมอ่ื อายไุ ด 55 ป ชวี ิตในวัยเด็ก เมอื่ บี.พี. อายุได 11 – 12 ป ไดเขา ศกึ ษาในโรงเรียนประถมศึกษาช่ือ โรสฮิลลในกรงุ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เขาเรียนในโรงเรียนมัธยมชื่อชาเดอรเฮาส กรุงลอนดอนได 2 ปตอ มาโรงเรยี นไดยา ยไปตั้งอยูในชนบท ณ เมืองโกคาลมิง ในแควนเซอรเรย มีน้ําไหลผานและมีปาใหญอยตู ดิ บรเิ วณโรงเรียน เขามกั ใชเวลาวา งหลบเขา ไปใชช วี ิตและศึกษาเกีย่ วกบั ธรรมชาติโดยลาํ พัง ชวี ติ ในวัยเด็ก บ.ี พี. ไดรับความรพู ิเศษจากพลเรอื เอกสมิทผูเปนตา เกี่ยวกับการวายน้าํ เลนสเกต ขี่มา การวัดแดด และดูดาว นอกจากน้ีเขายังชอบวาดภาพ รองเพลง แสดงละคร มีความสนใจในธรรมชาติศึกษา ศึกษาชีวิตสัตว ตนไมตลอดจนความรูเชิงพราน และในวนั ปดภาคเรยี นมักจะทอ งเทย่ี วพักแรมไปกบั พ่ีชายอกี 3 คน ปสุดทายท่ีเรียนอยูในชาเดอรเฮาส บี.พี. ไดไปสมัครสอบเขาเรียนในมหาวิทยาลัยออกซฟอรด 2 ครั้งแตสอบไมได ในป พ.ศ. 2419 จึงสอบเขาโรงเรียนนายรอยแซนดเฮิสต ไดที่ 5 ไดรับตั้งแตเปนนายรอยตรีในกองทัพบกของอังกฤษ และถูกสงไปประจําการทป่ี ระเทศอนิ เดีย เมื่ออายุ 19 ป ชวี ิตในการรับราชการทหาร บี.พี. รับราชการทหารในประเทศอินเดีย ประจํากองทหารมาอุสซารท่ี 13เปนเวลา 8 ป โดยปฏิบัติหนาที่ดวยความเขมแข็ง และไดรับยศรอยเอก เมื่ออายุ 26 ปในระหวางนี้มีเหตุการณท่ีแสดงลักษณะพิเศษหลายอยาง เชน ไดรับรางวัลชนะเลิศในการแขง ขนั กฬี าแทงหมปู า ขณะอยูบ นหลังมา โดยใชหอกส้นั เมือ่ พ.ศ. 2426 และขณะท่ีมยี ศเปนรอยตรี ไดรับเงินเดือนนอยมาก เพียงปละ 120 ปอนด จึงดําเนินชีวิตอยางประหยัด คืองดสูบบุหร่ี ดมื่ สรุ าแตนอ ย หารายไดพิเศษ โดยการเขยี นเรื่องและเขียนภาพลงหนังสอื พิมพ ชีวิตราชการทหารของทานสวนใหญอยูในประเทศอินเดียและแอฟริกา มีสิ่งประทับใจทเ่ี ก่ียวกับกจิ การลกู เสอื หลายครง้ั เชน
51 ครงั้ ท่ี 1 พ.ศ. 2431 ไดไปปราบชนเผา ซูลู ซงึ่ มีหัวหนาชื่อ ดินีส ซูลู ในแอฟริกาใตสําเร็จ เขาไดนําประสบการณบางอยางในคร้ังน้ี มาใชในกิจการลูกเสือดวย ไดแก บทเพลงอินกอนยามา (หัวหนา ) อนิ กอน ยา - มา กอน – ยา – มา (ลูกค)ู อิน – วู – ยู ยาโบห ยาโบห อิน – วู – ยู (หัวหนา) (ลกู ค)ู สรอ ยคอของดินิส ซูลู ทําดว ยไมแกะเปน ทอ นเลก็ ๆ ซง่ึ ตอมา บี.พี. ไดนํามาเปนบีดเคร่ืองหมายวดู แบดจ สาํ หรับผทู ่ผี า นการอบรมผูบงั คบั บัญชาลูกเสอื ข้นั ความรูช้ันสงู คร้ังที่ 2 พ.ศ. 2432 ท่ีเกาะมอลตา บี.พี. ไดรับแตงตั้งเปนผูชวยทูตทหารทําหนา ทเ่ี ปน ทหารสบื ราชการลับ คร้ังที่ 3 พ.ศ. 2438 ทําการรบกับเผาอาซันดิ ซึ่งมีกษัตริยชื่อวา คิงเปรมเปหและไดรับชยั ชนะ เหตุการณค รั้งนี้ บี.พี. ไดป ระสบการณด งั ตอ ไปนี้ 1) การบุกเบิก เชน การโคนตน ไม การทําสะพาน การสรา งคา ยพัก 2) ทดลองการแตงกายของตนเอง ใชหมวกปกแบบโคบาล จนไดรับฉายาจากพวกพื้นเมืองวา คัมตะไค แปลวา คนสวมหมวกปกกวา ง 3) ประเพณีการจบั มอื ซาย จากการแสดงความเปนมิตรของคนพ้นื เมอื ง ครง้ั ท่ี 4 พ.ศ. 2439 พวกมาตาบลิ ี ซ่ึงเปน เผาหน่ึงของซูลู เดิมอยูในทรานสวาลและถูกพวกบัวรขับไล จึงอพยพไปอยูในมาติบีลีแลนด (ปจจุบันเรียกโรดิเซีย) พวกมาตาบิลีกอการกบฏรฐั บาลองั กฤษจึงสง่ั ทหารไปปราบ บี.พี. ไดปฏิบัติหนา ที่ดว ยความเขมแข็งและไดรับประสบการณเรื่องการสอดแนม โดยเฉพาะการปฏิบัติงานตอนกลางคืน เลยไดรับฉายาวา“อมิ ปซา ” แปลวา หมาปาไมเ คยนอนหลับ ครั้งท่ี 5 พ.ศ. 2442 เหตุการณท่ีเมืองมาฟอีคิง หลังจาก บี.พี. ไดกลับจากการปฏบิ ตั งิ านทอี่ ินเดีย 2 ป บ.ี พ.ี ไดร บั คําสั่งดว นใหเ ดินทางไปแอฟริกา เพ่อื หาทางปองกันการรุกรานของพวกบัวร (ชาวดทั ซท่อี พยพไปอยูในแอฟรกิ าใต) ในทรานสวาลและออเรนจทรีสเตท ซ่ึงจะตั้งตนเปนเอกราช บี.พี. ไดนํากองทหารไปรักษาเมืองมาฟอีคิงซ่ึงถูกลอมโดยกองทหารบัวรเปนเวลานานถึง 217 วนั จึงมีกองทพั ใหญยกไปชวยและทาํ ใหพวกบวั รตอ งลาถอยไป ในการปอ งกนั เมืองมาฟอคี งิ บ.ี พ.ี ไดป ฏบิ ัตหิ นา ทดี่ วยความเขมแข็ง อดทน ราเริงไมยอทอ ใชสติปญญาหาวิธีแกปญหา ทํากลอุบายลวงขาศึกใหเขาใจผิด คิดวา มีกําลังทหารมากมาย และมีการปองกันรักษาเมืองอยางเขมแข็ง ตลอดจนใชเด็กอาสาสมัครท่ีไดรับการอบรมแลว ปฏิบัติหนาทีส่ งขาว ปรากฏวาทาํ งานไดผลดี ทําให บี.พี. มีความประทับใจในตัวเด็กและเห็นวา ถาใชเ ดก็ ใหถกู ทางแลวจะเกดิ ประโยชนแ กประเทศชาติอยางมาก จงึ ไดร เิ ร่ิมการลูกเสือในเวลาตอ มา จากเหตกุ ารณท เี่ มืองมาฟอีคิง ทาํ ให บ.ี พี. ไดร ับฉายาวา “ผูป องกันมาฟอีคิง”
52 การลกู เสือเกิดข้ึนในประเทศอังกฤษเปนแหงแรก ในโลก เมื่อ พ.ศ. 2451 โดยพลโท ลอรด เบเดน โพเอลล (Lord Baden Powell) หรือ B - P มูลเหตุจูงใจที่ตั้งกอง ลูกเสือข้ึนมาก็คือ ทานไปรับราชการทหาร โดยไปรักษา เมืองมาฟฟคิง (Mafiking) อันเปนเมืองข้ึนของอังกฤษใน สหภาพแอฟริกาใต ขณะน้ันเกิดสงครามขึ้นกับพวกบัวร (Boer) ในการผจญศึกใหญคราวนั้น ทานไดฝกเด็กขึ้น หนวยหน่ึง เพื่อชวยราชการสงคราม เชน เปนผูสื่อขาวสอดแนม รักษาความสงบเรยี บรอ ยภายใน รบั ใชในการงานตาง ๆ เชน ทําครัว เปนตน ปรากฏวาไดผลดีมาก เพราะเด็กที่ไดรับการฝกเหลานั้นสามารถปฏิบัติหนาท่ีท่ีใชรับมอบหมายไดอยางเขม แข็งวองไว ไดผ ลดีไมแพผ ใู หญแ ละบางอยางกลับทําไดดีกวาผูใหญเสยี อีก เมอ่ื ทานกลับจากราชการสงครามเมืองมาฟฟคิงแลว ทานไดรางโครงการอบรมเดก็ ขนึ้ มหี ลักการคลา ยลูกเสอื ในปจจบุ ัน ตอมาในป พ.ศ. 2450 ทานไดทดลองตั้ง Boy Scoutข้ึนเปน กองแรกที่ เกาะบราวนซ ี ไอแลนด (Brown Sea Island) โดยเกล้ียกลอมเด็กท่ีเท่ียวเตรอยูในทีต่ า ง ๆ มาอบรมแลว ทานไดค อยคุมการฝก ตามโครงการดวยตนเอง และไดผลดีสมความมุงหมายทุกประการ จึงทาํ ใหเกิดความบนั ดาลใจ ในอันท่จี ะขยายกิจการใหกวางขวางออกไปในวันขางหนา พอถึงป พ.ศ. 2455 รัฐบาลอังกฤษไดประกาศรับรองฐานะของลูกเสืออังกฤษเปนทางการพรอ มกับออกกฎหมายคุมครองใหด ว ย จากนนั้ การลูกเสือองั กฤษก็เจริญแพรหลายออกไปเปน ลําดับมา คตพิ จนท ที่ า นลอรด บาเดน โพเอลล ไดใ หไ วแกล ูกเสือก็คอื BE PREPARED(จงเตรียมพรอม) • หนังสือ Scouting for boys พิมพออกจําหนายท้ังหมด 6 เลม และประเทศตาง ๆ ท่ีมีกิจการ Scout ก็มักเคยพมิ พอ อกเผยแพรส ําหรบั ผทู ีส่ นใจรวมท้ังประเทศไทยดวย • ตอ มา พลโท โรเบิรต เบเดน โพเอลล ไดรับการแตงต้ังใหเ ปน บารอน ซ่ึงบรรดาศักดิ์นี้พระราชทานโดยพระเจายอรจท่ี 5 ในป พ.ศ. 2472 ทําใหเขาเปนสมาชิกสภาขุนนาง ซ่ึงตามประเพณีของอังกฤษผูที่ไดรับพระราชทานบรรดาศักดิ์ ตั้งแตบารอนข้ึนไป จะตองมีชื่อสถานที่ตอทาย ซึ่งเขาเลือกเอากิลเวลล (Gil Well Park) ทเี่ ปนชือ่ ของศูนยฝกอบรมผูบังคับบัญชา
53ลกู เสอื นานาชาติ ทาํ ใหเ ขาไดช ื่อตามบรรดาศักด์ิวา บารอน เบเดน โพเอลล แหง กิลเวลล แตคนท่ัวไปมักนิยมเรียก ลอรด เบเดน โพเอลล ในการชุมนุม Scout คร้ังแรกของโลก ในป พ.ศ. 2463ทีป่ ระชมุ ผูแ ทน Scout จากประเทศตา ง ๆ ก็ประกาศใหเขาเปนประมุขของ Scout ตลอดกาลและทกุ คนเรียกทา นอยา งยอ ๆ วา B-Pกิจกรรรมทา ยเร่อื งที่ 1 ประวตั ผิ ใู หก ําเนดิ ลกู เสือโลก(ใหผเู รียนไปทํากจิ กรรมทา ยเร่ืองท่ี 1 ท่ีสมุดบนั ทกึ กจิ กรรมการเรียนรูประกอบชดุ วชิ า)
54เรอื่ งที่ 2 องคก ารลกู เสือโลกการลกู เสอื โลกเปน ขบวนการทางการศึกษาสําหรับเยาวชน มีวัตถุประสงคท่ีจะสรางบคุ ลิกภาพและพฒั นาการทางดานสงั คม เปน องคการอาสาสมัครไมเกี่ยวของกับการเมืองเปด โอกาสสาํ หรับคนทวั่ ไป โดยขึน้ อยูบนพน้ื ฐาน ดังน้ีปฏบิ ตั ิตามหลักการสําคัญของการลกู เสือท่ีไดกาํ หนดข้นึ โดยผใู หกาํ เนิดลูกเสือโลกและยดึ มน่ั ตามคาํ สอนของศาสนาทต่ี นเคารพนบั ถือ มีความจงรักภักดีตอชาติบานเมือง ชวยสรางเสริมสันติภาพความเขาใจอันดีและใหความรวมมือ มีความรับผิดชอบในการพัฒนาตนเองเขารวมในการพัฒนาสังคมดวยการยกยองและเคารพในเกียรติของบุคคลอ่ืน เพื่อความเปนอันหน่ึงอันเดียวกันท่ัวโลก เปนวิธีการพัฒนาเยาวชนใหเปนพลเมืองดี มีความรับผิดชอบบ น พื้ น ฐ า นคํ า ป ฏิ ญ า ณ ตา ม ก ฎ ขอ ง ลู ก เ สื อ เ รี ย น รู โ ดย ก า ร ก ร ะ ทํ า วิ ธี ก า ร ร ะ บ บ ห มู พั ฒ น าความกา วหนา ของบคุ คลโดยใชห ลกั สูตรและวิชาพเิ ศษลูกเสือกิจกรรมกลางแจงองคการลูกเสือโลก คือ องคการนานาชาตทิ ่มี ิใชองคการของรัฐบาลใดมีองคประกอบทีส่ ําคญั 3 ประการ คอื สมัชชาลูกเสือโลก คณะกรรมการลกู เสือโลก และสาํ นกั งานลูกเสอื โลกสมัชชาลูกเสือโลก (World Scout Conference) คือ ท่ีประชุมของผูแทนคณะลูกเสือประเทศตาง ๆ ทัว่ โลกเรมิ่ มีการประชุมกันเปนคร้ังแรกเมื่อป 1920 (พ.ศ. 2463) และหลังจากน้ันโดยปกติมีการประชุมทุก ๆ 2 ป ต้ังแตครั้งที่ 1 ถึงคร้ังที่ 32 และจะเปลี่ยนเปนการประชุมทุกระยะ 3 ป โดยเร่ิมต้ังแตครั้งที่ 33 เปนตนไป ซึ่งจัดข้ึน ณ ประเทศไทย ในป พ.ศ. 2536ประเทศตาง ๆ ทไ่ี ดจดั ประชุมสมชั ชาลกู เสอื โลกแลว มดี งั น้ีครัง้ ที่ 1 พ.ศ. 2463 ประเทศอังกฤษ ครั้งท่ี 2 พ.ศ. 2465 ประเทศฝรงั่ เศสครั้งที่ 3 พ.ศ. 2467 ประเทศเดนมารก คร้งั ท่ี 4 พ.ศ. 2469 ประเทศสวิสเซอรแลนดครัง้ ที่ 5 พ.ศ. 2472 ประเทศองั กฤษ ครงั้ ท่ี 6 พ.ศ. 2474 ประเทศออสเตรยีคร้งั ที่ 7 พ.ศ. 2476 ประเทศฮังการี ครั้งท่ี 8 พ.ศ. 2478 ประเทศสวีเดนครง้ั ท่ี 9 พ.ศ. 2480 ประเทศเนเธอรแลนด คร้ังท่ี 10 พ.ศ. 2482 ประเทศสกอตแลนดครง้ั ที่ 11 พ.ศ. 2490 ประเทศฝรัง่ เศส ครั้งท่ี 12 พ.ศ. 2492 ประเทศนอรเ วยครั้งที่ 13 พ.ศ. 2494 ประเทศออสเตรีย คร้ังที่ 14 พ.ศ.2496 ประเทศลิคเทน สไตนครง้ั ท่ี 15 พ.ศ. 2498 ประเทศแคนาดา ครงั้ ท่ี 16 พ.ศ.2500 ประเทศอังกฤษครั้งท่ี 17 พ.ศ. 2502 ประเทศอนิ เดยี ครง้ั ท่ี 18 พ.ศ.2504 ประเทศโปรตุเกสคร้ังที่ 19 พ.ศ. 2506 ประเทศกรซี ครั้งที่ 20 พ.ศ. 2508 ประเทศเมก็ ซิโก
55ครง้ั ที่ 21 พ.ศ. 2510 ประเทศสหรัฐอเมริกา ครัง้ ที่ 22 พ.ศ. 2512 ประเทศฟน แลนดครั้งท่ี 23 พ.ศ. 2515 ประเทศญป่ี นุ ครัง้ ที่ 24 พ.ศ. 2516 ประเทศเคนยาครง้ั ท่ี 25 พ.ศ. 2518 ประเทศเดนมารก คร้งั ที่ 26 พ.ศ. 2520 ประเทศแคนาดาคร้งั ท่ี 27 พ.ศ. 2522 ประเทศองั กฤษ ครงั้ ท่ี 28 พ.ศ. 2524 ประเทศเซเนกลัครง้ั ท่ี 29 พ.ศ. 2526 ประเทศสหรฐั อเมริกา ครั้งท่ี 30 พ.ศ. 2528 ประเทศเยอรมนตี ะวนั ตกครง้ั ท่ี 31 พ.ศ. 2531 ประเทศออสเตรเลยี คร้งั ที่ 32 พ.ศ. 2533 ประเทศฝร่ังเศสครง้ั ที่ 33 พ.ศ. 2536 ประเทศไทย (เริ่มตนการประชุม 3 ปต อ คร้งั )ครั้งท่ี 34 พ.ศ. 2539 ประเทศนอรเ วย ครงั้ ที่ 35 พ.ศ. 2542 ประเทศชิลีครั้งท่ี 36 พ.ศ. 2545 ประเทศกรีซ คร้งั ท่ี 37 พ.ศ. 2548 ประเทศตูนเี ซยีครัง้ ท่ี 38 พ.ศ. 2551 ประเทศเกาหลใี ตคณะกรรมการลูกเสอื โลก มีหนา ทีโ่ ดยยอ ดงั น้ี1) สง เสริมกจิ การลูกเสอื ท่วั โลก2) แตงตง้ั เลขาธกิ าร และรองเลขาธกิ ารของสาํ นักงานลูกเสอื โลก3) ควบคุมปฏิบตั งิ านของสาํ นกั งานลกู เสอื โลก4) จดั หาเงินทนุ สาํ หรับสง เริมกจิ การลกู เสอื5) ใหเคร่ืองหมายลกู เสอื สดุดี Bronze Wolf ของคณะลูกเสือแกผูที่ไดมีสวนชวยเหลือกจิ กรรมลูกเสอื อยา งดเี ดน(ท่ีมา : http://www.krutujao.com/data/004.bp_world%20scout.htm) คนไทยคนทไี่ ดร ับเครือ่ งหมายลกู เสอื สดุดีบรอนซวูลฟ (Bronze Wolf Award)ซงึ่ เปน รางวลั สูงสุดของ องคก ารลกู เสอื โลกพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช พ.ศ. 2551
56นายอภยั จนั ทวิมล เมื่อป พ.ศ. 2514 (ค.ศ. 1971) เขา รับในการประชมุ สมชั ชาลูกเสือโลกคร้งั ท่ี 20 พ.ศ. 2514 ณ กรุงโตเกยี ว ประเทศญ่ปี นุนายจิตร ทังสุบตุ ร เมอ่ื ป พ.ศ. 2519 (ค.ศ. 1976) รับในการประชมุ สมัชชาลกู เสือเขตเอเชีย-แปซิฟก ครั้งที่ 10 พ.ศ. 2519 ณ กรงุ เตหรา น ประเทศอหิ รานนายกอง วิสุทธารมณ เมื่อป พ.ศ. 2523 (ค.ศ. 1980) รับในการประชมุ สมัชชาลูกเสือเขตเอเชีย - แปซิฟก ครั้งท่ี 12 พ.ศ. 2525 ณ ประเทศออสเตรเลีย
57นายเพทาย อมาตยกุล เม่อื ป พ.ศ. 2527 (ค.ศ. 1984) รบั ในการประชมุ สมัชชาลกู เสือเขตเอเชยี -แปซฟิ ก ครงั้ ท่ี 14 ณ กรุงเวลลงิ ตนั ประเทศนิวซีแลนดนายแพทยบญุ สม มารติน เม่อื ป พ.ศ. 2533 (ค.ศ. 1990) รบั ในการประชมุ สมัชชาลกู เสือโลกครั้งท่ี 32 ณ กรุงปารสี ประเทศฝรั่งเศสนางสุมน สมสาร เมอ่ื ป พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) รับในการประชมุ สมชั ชาลกู เสือเขตเอเชีย - แปซิฟกครง้ั ที่ 19 (พ.ศ. 2541) ณ ฮองกง
58นายสธุ รรม พันธุศกั ด์ิ เม่ือป พ.ศ. 2540 (ค.ศ. 1997) รบั ในการประชมุ สมัชชาลูกเสอื เขตเอเชยี -แปซฟิ ก คร้ังที่ 19 (พ.ศ. 2541) ณ ฮองกงนายแพทยยงยทุ ธ วัชรดลุ ย เม่ือป พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2008) รบั ในการประชุมสมัชชาลกู เสือโลกคร้งั ที่ 38 พ.ศ. 2551 ณ เจจู ประเทศเกาหลี คนไทยสองทานทเี่ คยไดรบั เลือกเปนกรรมการลูกเสือโลก คอื 1. นายอภัย จันทวิมล (1965 - 1971) 2. นายแพทยบุญสม มารต นิ (1981 - 1987) สํานกั งานลกู เสือโลก (World Scout Bureau) 1920 ตง้ั ข้ึนทก่ี รงุ ลอนดอน เรยี กวา International Bureau 1958 ยา ยไปอยูทกี่ รุงออตตาวา ประเทศแคนาดา 1961 เปล่ียนช่ือเปน World Bureau ในการประชุมสมัชชาครั้งท่ี 18 ท่ีกรุงลิสบอนประเทศโปรตเุ กส 1968 ยายไปอยทู ีเ่ มอื งเจนีวา ประเทศสวติ เซอรแลนด สํานักงานลูกเสือโลกมีเลขาธิการเปนผูบังคับบัญชา และมีเจาหนาที่ประมาณ40 คน เปน ผชู ว ยนอกจากนี้ยังมสี ํานักงานสาขาอีก 6 เขต คอื 1. ภาคพื้นยุโรป (Europe) - มีประเทศสมาชกิ 41 ประเทศ สํานักงานใหญตัง้ อยูทกี่ รุงเจนวี า ประเทศสวสิ เซอรแ ลนด และกรุงบรสั เซลส ประเทศเบลเยี่ยม 2. ภาคพนื้ เอเชีย-แปซิฟก (Asia-Pacific) - มปี ระเทศสมาชิก 24 ประเทศสํานักงานใหญตั้งอยูที่กรุงมนิลา ประเทศฟลิปปนส
59 3. ภาคพน้ื ยูเรเชีย (Eurasia) - มีประเทศสมาชิก 9 ประเทศ สํานกั งานใหญตง้ั อยทู ย่ี ลั ตา - เกอรช ัฟ สาธารณรัฐยูเครน และสาํ นักงานสาขา กรุงมอสโคว ประเทศรสั เซยี 4. ภาคพนื้ อนิ เตอรอ เมรกิ า (Interamerica) - มีประเทศสมาชกิ 32 ประเทศสาํ นักงานใหญต ้ังอยูทีก่ รุงซานตเิ อโก ประเทศชิลี 5. ภาคพ้นื อาหรับ (Arab) - มีประเทศสมาชกิ 18 ประเทศ สํานักงานใหญต ้ังอยทู ่ีกรุงไคโร ประเทศอยี ิปต 6. ภาคพ้นื อาฟริกา (Africa) - มปี ระเทศสมาชกิ 37 ประเทศ สาํ นกั งานใหญตงั้ อยูทก่ี รงุ ไนโรบี ประเทศเคนยา และมสี าขาแยกออกไปคอื 6.1. สาํ นักงานสาขา 1 ตง้ั อยูท ีก่ รุงดาการ ประเทศเซเนกลั 6.2. สาํ นักงานสาขา 2 ต้งั อยูท่ี กรงุ เคปทาวน ประเทศอาฟรกิ าใต สาํ นักงานลูกเสือโลกมหี นา ทีโ่ ดยยอ ดังน้ี 1) ดาํ เนินการตามมตขิ องสมชั ชาและคณะกรรมการลกู เสือโลก 2) ติดตอกับประเทศสมาชิกและองคก ารทเ่ี กย่ี วของ 3) ประสานงานกบั ประเทศสมาชกิ 4) สง เสริมกจิ การลูกเสือโดยท่วั ไป(ทม่ี า : http://www.krutujao.com/data/004.bp_world%20scout.htm)กจิ กรรรมทา ยเรื่องท่ี 2 องคก ารลกู เสอื โลก(ใหผเู รยี นไปทํากิจกรรมทา ยเร่อื งท่ี 2 ทีส่ มุดบันทึกกจิ กรรมการเรียนรปู ระกอบชดุ วิชา)
60เรื่องท่ี 3 ความสมั พนั ธระหวา งลกู เสอื ไทยกับลกู เสอื โลก การลูกเสือ เปนขบวนการทางการศกึ ษาสําหรบั เยาวชน ทีม่ ีวตั ถุประสงคเพ่ือสรางบคุ ลกิ ภาพ และพัฒนาการทางสงั คมใหกับเยาวชนใหเปนพลเมืองดีของประเทศ โดยใชวิธีการของลูกเสอื ยึดมั่นในคําปฏิญาณ และกฎเรียนรูโดยการกระทํา เนนการปฏิบัติกิจกรรมกลางแจงการใชระบบหมูแ ละความกา วหนาของบุคคล โดยใชหลักสตู ร และวชิ าพเิ ศษลกู เสอื การลูกเสือ เปน การอาสาสมคั รทาํ งานใหก ารศึกษาและพฒั นาเยาวชนโดยท่ัวไปไมมีการแบงแยกกีดกันในเร่ืองเช้ือชาติ ผิวพรรณ วรรณะ ลัทธิทางศาสนาใด ๆ และไมอยูภายใตอิทธิพลหรือเก่ียวของกับการเมือง โดยยึดปฏิบัติตามอุดมการณของผูใหกําเนิดลูกเสือโลกอยางม่ันคง วงการศึกษาท่ัวโลกถือวา การลูกเสือ เปนขบวนการที่ใหการศึกษาแกเยาวชนนอกระบบโรงเรียนภายใตพ น้ื ฐาน ดังน้ี 1. มีหนา ทต่ี อศาสนาท่ีตนเคารพนับถอื 2. มีความจงรกั ภกั ดีตอ ชาตบิ า นเมือง 3. มีความรบั ผิดชอบในการพฒั นาตนเอง 4. เขารว มในการพฒั นาสงั คมดว ยการยกยอ งและเคารพในเกียรตขิ องบุคคลอน่ื 5. ชว ยเสริมสรา งสันตภิ าพความเขา ใจอันดี เพื่อความมั่นคงเปนอันหน่ึงอันเดียวกันท่ัวโลก กิจการของลูกเสือทุกประเทศยึดม่ันในวัตถุประสงค หลักการ และวิธีการของลูกเสอื เหมือนกนั ท่ัวโลก ทกุ ประเทศทีเ่ ขามาเปนสมาชิกโดยสมัครใจและเปนอิสระจากอิทธิพลทางการเมอื ง มงุ พัฒนาเยาวชนดวยรากฐานของอุดมการณลูกเสือซึ่งมีคําปฏิญาณและกฎของลกู เสือเปนสงิ่ ยดึ เหนีย่ วจิตใจ นําสูการประพฤติปฏิบัติตนของความเปนพลเมืองดี และมีความเปนพี่นอ งกนั ระหวา งลกู เสือทวั่ โลก การลกู เสือไทย โดยคณะลกู เสือแหงชาติ ไดจ ดทะเบยี นเปนสมาชิกขององคการลูกเสือโลก เมอ่ื ป พ.ศ. 2465 ใชคติพจนวา “เสียชีพอยาเสียสัตย” ทั้งนี้ คณะลูกเสือแหงชาติตอ งชาํ ระเงนิ คา บํารุงลกู เสอื โลก ใหแ กส าํ นักงานลูกเสือโลก และตองปฏิบัติตามธรรมนูญลูกเสือโลกเพื่อดํารงไว เพ่ือความเปนเอกภาพของขบวนการลูกเสือโลก นอกจากน้ันประเทศไทยยังเปน1 ในจาํ นวน 27 ประเทศ ของสาํ นักงานภาคพื้นเอเชยี – แปซิฟก (Asia – Pacific Region : APR)ซ่ึงมสี ํานักงานใหญ ตงั้ อยทู กี่ รงุ มาดาติ ประเทศฟล ปิ ปน ส
61กิจการของคณะลกู เสอื โลกและความสมั พันธระหวา งลกู เสอื นานาชาติ ภายหลังจากความสําเร็จของ บี.พี. ในการทดลองการอยูคายพักแรมของเด็กท่จี ัดข้นึ ระหวาง วันท่ี 1 - 9 สิงหาคม พ.ศ. 2450 ท่ีเกาะบราวนซี ซึ่งนับเปนคายลูกเสือแหงแรกของโลก และการพิมพหนังสือเร่ือง “การลูกเสือสําหรับเด็กชาย” ออกจําหนาย ทําใหทั้งเด็กและผูใหญตางก็อยากมีสวนรวมในกิจการลูกเสือ และในช่ัวระยะเวลาไมนานกิจการลูกเสือก็ไดแพรหลายไปยังประเทศตาง ๆ ท่ัวโลก ตอมาในป พ.ศ. 2463 สมาคมลูกเสืออังกฤษไดจัดใหมีการชุมนมุ ลกู เสือจากทัว่ โลกเปน คร้ังแรก ทเ่ี มืองโอลิมเปย กรงุ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซ่ึงถือเปน การชุมนมุ ลูกเสอื โลกคร้งั ท่ี 1 และการประชุมสมัชชาลกู เสอื โลกครง้ั ท่ี 1 ดวย ขณะเดียวกันก็ไดมีการจัดต้ังสาํ นกั งานลูกเสอื โลกขึ้น เพ่ือการบริหารงานกจิ การลกู เสอื ในป พ.ศ. 2465 ไดม ีการจัดประชุมสมัชชาลูกเสือโลกครั้งท่ี 2 ท่ีกรุงปารีส ประเทศฝรงั่ เศส โดยมผี เู ขารวมประชุมจาก 31 ประเทศ ที่ประชุมไดเลือกตั้งคณะกรรมการลูกเสือโลกจาํ นวน 9 คน เพ่ือทําหนา ทเ่ี ปนคณะกรรมการบริหารองคการลูกเสือโลก คณะลูกเสือโลก หมายถึง องคกรที่ทําหนาที่รักษาและดํารงไวซ่ึงความเปนเอกภาพ ทําหนาท่ีสงเสรมิ กจิ การลกู เสือทว่ั โลกใหมกี ารพัฒนาและกา วหนา อยา งตอเนื่อง โดยมีธรรมนูญเปนกฎหมายสําหรับยึดถือปฏิบัติในการดําเนินกิจการลูกเสือทั่วโลก หรือที่เรียกในปจ จุบันวา “องคก ารลูกเสือโลก” สาํ นกั งานลกู เสือโลก มีสาขา 5 แหง ท่ัวโลก 1. สาํ นักงานลกู เสือโลก เขตอเมริกา ซานโฮเซ, คอสตาริกา 2. สํานักงานลกู เสือโลก เขตยโุ รป เจนวี า, สวิตเซอรแ ลนด 3. สาํ นักงานลูกเสอื โลก เขตเอเชีย - แปซฟิ ก มะนิลา, ฟล ิปปน ส 4. สํานักงานลูกเสอื โลก เขตอาหรับ ไคโร, อียิปต 5. สํานกั งานลูกเสือโลก เขตแอฟริกา ไนโนบ,ี เคนยา เครือ่ งหมายลกู เสือโลก องคการลูกเสือโลก ประกอบดวยองคกรทสี่ าํ คญั 3 องคก ร คือ 1. สมัชชาลูกเสือโลก คือ ที่ประชุมใหญประกอบดวยผูแทนประเทศสมาชิกมาประชมุ รว มกนั ทกุ ๆ สามป ยกเวนกรณีท่ีปใดสถานการณของโลกมีความวุนวายหรือมีเรื่องรายแรงหรือเศรษฐกจิ ปนปว นกใ็ หงดการประชุมในชวงเวลาดังกลาว เชนในป พ.ศ. 2484 ไมมีการประชุม เนื่องจากการถึงแกอสัญกรรมของ ลอรด เบเดน โพเอลล ผใู หก ําเนดิ ลูกเสือโลก สมัชชาลกู เสือโลกมีหนาที่ 1) พจิ ารณานโยบายและมาตรฐานของการลูกเสือทั่วโลก และกําหนดแนวทางใหอ งคก ารลูกเสอื สมาชกิ ทุกประเทศปฏบิ ตั ิตาม เพือ่ ใหบ รรลุวัตถุประสงคขององคก ารลกู เสอื โลก 2) กําหนดนโยบายทว่ั ไปขององคการลกู เสอื โลก
62 3) พิจารณาการเขาเปนสมาชิกขององคการลูกเสือโลกโดยยึดหลักเกณฑวาองคการลูกเสือแหงชาติท่ีสมัครเขาเปนสมาชิกน้ัน จะตองปฏิบัติตามวัตถุประสงค (Purpose)หลักการ (Principles) วิธีการ (Method) ขององคการลูกเสือโลก และยึดคําปฏิญาณและกฎของลูกเสอื ตามทไ่ี ดบญั ญัตไิ วในธรรมนญู ลกู เสือโลก โดยเครง ครดั เสียกอน 4) พจิ ารณาใหองคการสมาชิกออกจากการเปนสมาชิกขององคการลูกเสือโลกในกรณีทไ่ี มป ฏิบตั ิตามบทบญั ญัตทิ ี่กาํ หนดไวใ นธรรมนญู ลกู เสือโลก 5) เลือกตั้งกรรมการลูกเสือโลกใหครบจํานวนตามหลักเกณฑ และวิธีการท่ีกําหนดไวใ นธรรมนูญลกู เสอื โลก 6) พจิ ารณารายงาน และขอเสนอแนะของกรรมการลกู เสอื โลก 7) พจิ ารณาขอเสนอแนะจากองคการลกู เสอื สมาชกิ ฯ 8) พิจารณาแกไ ข ปรบั ปรุง เพ่ิมเตมิ ธรรมนูญลูกเสือโลก 9) ปฏบิ ัติหนา ท่ีอ่ืน ๆ ทกุ เรอื่ ง ตามทไี่ ดกาํ หนดไวใ นธรรมนูญลกู เสอื โลก 2. คณะกรรมการลกู เสือโลก คอื กรรมการทที่ ําหนาท่ีบริหารองคการลูกเสือโลกกรรมการลูกเสือโลกถือวาเปนผูบังคับบัญชาลูกเสืออาสาสมัครเพราะไมไดรับเงินเดือนจากองคก ารลูกเสือโลก มจี าํ นวน 12 คน ซึง่ ไดรับเลอื กต้ังในทีป่ ระชมุ สมัชชาลูกเสือโลก ตามวิธีการและเง่ือนไขและบทบัญญตั ิท่กี ําหนดไวในธรรมนญู ลูกเสอื โลก คณะกรรมการลกู เสอื โลก มหี นาที่ 1) ปฏิบัติหนาที่แทนสมัชชาลูกเสือโลกในชวงเวลาท่ีไมมีการประชุมสมัชชาลูกเสอื โลก ในเรื่องทีต่ องมกี ารตัดสนิ ใจ ใหคาํ แนะนาํ ตาง ๆ และการกาํ หนดนโยบายตาง ๆ รวมท้ังเปน ตัวแทนขององคการลกู เสอื โลกในกิจกรรมลกู เสอื แหงชาติ และกิจกรรมลูกเสือระหวางประเทศ 2) ชว ยสงเสรมิ กจิ การลกู เสือทัว่ โลก ดวยการเย่ียมเยียน การติดตอทางหนังสือใหการฝกอบรมตามหลักสูตรการฝกอบรมตาง ๆ ตลอดจนกิจกรรมอืน่ ๆ ทเ่ี ห็นสมควร 3) ใหคําแนะนําและความชวยเหลือแกองคการลูกเสือสมาชิก ในการดําเนินกิจการลูกเสือใหบ รรลวุ ตั ถุประสงค หลกั การและวธิ กี ารกระบวนการลกู เสือ 4) ใหคําแนะนําแกองคการลูกเสือแหงชาติ ท่ีจะสมัครเขาเปนสมาชิกองคการลูกเสอื โลก 5) หยุดยั้งการเปนสมาชิกของสมาคมลูกเสือแหงชาติไวช่ัวคราว ในเมื่อไมไดปฏิบตั ิตาม หลกั การ และวธิ กี าร ท่กี ําหนดไวใ นธรรมนูญลกู เสอื โลก 6) จัดเตรียมวาระการประชมุ และระเบยี บการประชมุ สมัชชาลกู เสอื โลก 7) พิจารณาขอเสนอแนะขององคการลูกเสอื แหงชาติ (สมาคมลูกเสือแหงชาติ) 8) แตง ต้ังประธาน รองประธาน การประชมุ สมัชชาลูกเสอื โลก 9) แตง ตงั้ เลขาธกิ ารองคการลูกเสอื โลก และแตง ตั้งรองเลขาธิการฯ โดยคําแนะนําของเลขาธกิ ารฯ
63 10) ดแู ล แนะนาํ การบรหิ ารงานของสาํ นักงานลกู เสือโลก 11) อนุมัติงบประมาณของสาํ นักงานลูกเสอื โลก 12) รับผิดชอบในการหาเงินเพิม่ เติมเขากองทนุ ลูกเสอื โลก 13) อนมุ ัติธรรมนญู ลกู เสอื โลก และธรรมนูญลูกเสอื ของเขตตา ง ๆ ของโลก 14) พจิ ารณาแตงตัง้ ท่ปี รึกษาแกอ งคก ารตาง ๆ ที่ใหความชว ยเหลือและสนับสนุนกจิ การลกู เสือ 15) พิจารณาใหรางวัลเหรียญลูกเสือสดุดีแหงโลก ที่เรียกวา “บรอนซวูลฟ”(Bronze Wolf) 16) ปฏิบัติหนาท่ีอ่นื ๆ ทก่ี าํ หนดไวในธรรมนญู ลูกเสือโลก 3. สํานกั งานลกู เสือโลก คือ สํานักงานเลขาธิการขององคการลูกเสือโลก เปนศูนยประสานงานระหวา งองคการลูกเสือโลกสมาชิกทว่ั โลกซ่ึงมีจาํ นวน 144 ประเทศ เพื่อสรางความสัมพนั ธ รกั ษาและดาํ รงไวซง่ึ ความเปนเอกภาพของขบวนการลูกเสือโลก และเพ่ือใหการปฏบิ ตั งิ านเปน ไปอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ จึงไดแบง เปน สาขา 5 เขต คอื 1) องคการลกู เสอื เขตแอฟรกิ า 2) องคก ารลกู เสือเขตอาหรบั 3) องคการลกู เสอื เขตเอเชยี -แปซฟิ ก 4) องคการลูกเสอื เขตยุโรป 5) องคการลกู เสือเขตอเมรกิ า สํานักงานลกู เสือมหี นา ที่ (1) ชวยสมัชชาลูกเสือโลก และคณะกรรมการลูกเสือโลก ในการปฏิบัติงานในหนา ทใี่ หประสบความสาํ เร็จดว ยดี โดยเฉพาะอยา งย่งิ จัดเตรยี มการประชมุ ทกุ ๆ เรอื่ ง (2) นําเอามตขิ องสมชั ชาลูกเสอื โลก และของคณะกรรมการลกู เสือโลกไปปฏิบัติใหเกดิ ผลเปนรูปธรรม (3) ใหบริการทุกเร่อื งทจ่ี าํ เปนตอการสงเสริมกจิ การลูกเสือทั่วโลกเชน เรื่องการวิจยั เอกสารวิชาการการฝก อบรมผูบ ังคับบญั ชาลูกเสือ การฝก อบรมลูกเสือ การประชาสัมพันธและการพิมพคูม ือตาง ๆ ออกเผยแพร (4) ดํารงไวซึ่งความสัมพันธกับองคการลูกเสือสมาชิกและใหความชวยเหลือในการพฒั นาการลูกเสอื (5) ชว ยพัฒนากิจการลกู เสือใหเ กดิ ขน้ึ ในประเทศตางๆท่ียงั ไมม กี ารลูกเสอื (6) ชวยเหลือองคการลูกเสือแหงชาติที่ยังไมไดเปนสมาชิกฯใหมีมาตรฐานที่ดีเพื่อจะไดเขา เปน สมาชิกขององคการลูกเสอื โลกในโอกาสตอ ไป
64 (7) หาทางให (ขอ (5),(6)) สมัครเขาเปนสมาชิกขององคการลูกเสือโลกหากมีทางชวยเหลือไดกช็ วยเหลือโดยมิไดช กั ชา (8) ดูแลแนะนําการจัดกิจกรรมลูกเสือนานาชาติ หรือกิจกรรมลูกเสือของเขตตาง ๆ ของโลก (9) สรา งความสมั พันธกับองคก ารนานาชาติอื่น ๆ ทีเ่ กย่ี วของกบั กจิ กรรมเยาวชน ความสมั พันธระหวา งลกู เสือนานาชาติ ในหลักการของขบวนการลูกเสือนั้น ถือวาลูกเสือท่ัวโลกมีความเปนพ่ีนองกันตามกฎของลูกเสือ ขอ 4 “ลูกเสือเปนมิตรของคนทุกคนและเปนพ่ีนองกับลูกเสืออื่นทั่วโลก”ดังนน้ั จงึ ตองมีกิจกรรมเพอ่ื สงเสรมิ มติ รภาพและสรา งความสมั พนั ธอ นั ดรี ะหวางกันซ่ึงแบงออกไดดังนี้ 1. กิจกรรมเสนอแนะที่ลกู เสอื สามารถปฏบิ ัตไิ ดอยางเปนรูปธรรม คือ 1) การเขียนจดหมายถงึ เพอื่ นลกู เสือดวยกนั อาจผา นผูกํากับลูกเสือหรือผูตรวจการลูกเสือฝายตางประเทศของประเทศนั้น ๆ หรือลูกเสืออาจติดตอโดยตรงกับเพ่ือนลกู เสือในตา งประเทศกไ็ ด Dear Pen – Pal Dept. W.S.,Box 4054 Santa Barbara, California 93103 U.S.A. 2) การตดิ ตอหาเพ่อื นทางคอมพิวเตอร สํานักงานลูกเสือโลกกับลูกเสืออเมริกาไดรวมมือกันจัดโปรมแกรมมิตรภาพ จัดหาเพ่ือนลูกเสือทั่วโลก โดยไมคิดคาบริการการหาเพือ่ นทางคอมพวิ เตอรใหจาหนาซอง ดังน้ี ลูกเสือจะตองแจง ช่ือ ตําบลที่อยู ความสนใจ ภาษาที่ใชในการติดตอประเทศ และความประสงคและจะสงรายละเอยี ดเกี่ยวกับลูกเสือทีต่ อ งการติดตอมาให 3) การแลกเปลีย่ นรูปภาพ คือ การแลกเปลี่ยนภาพถายกจิ กรรมของกองหรือของกลมุ ลูกเสอื 4) การแลกเปล่ียนภาพสไลดกิจกรรมลูกเสือพรอมคําบรรยายสามารถนาํ ไปแสดงหรือจัดนิทรรศการ 5) การแลกเปลี่ยนวารสารลูกเสือ ขาวสารของกองหรือกลุมลูกเสือกับคณะลกู เสือตา งประเทศ 6) การแลกเปลี่ยนดวงตราไปรษณียท้ังที่เปนดวงตราไปรษณียทั่วไปและดวงตราไปรษณียล กู เสือ
65 2. กจิ กรรมงานชุมนมุ ลูกเสอื เชน 1) การชมุ นมุ ลกู เสือเขต 2) การชุมนุมลกู เสอื โลกกิจกรรมทา ยเรื่องที่ 3 ความสัมพนั ธระหวางลูกเสอื ไทยกับลูกเสอื โลก(ใหผ ูเรียนไปทาํ กิจกรรมทายเรือ่ งท่ี 3 ท่สี มุดบันทึกกจิ กรรมการเรียนรปู ระกอบชุดวิชา)
66 หนวยการเรยี นรทู ี่ 4 คณุ ธรรม จรยิ ธรรมของลูกเสือสาระสําคญั คําปฏิญาณและกฎของลูกเสือ เปนรากฐานท่ีสําคัญสําหรับขบวนการลูกเสืออาจเปรียบเสมือนศีลของลูกเสือและเปนหลักสําคัญที่ทําใหลูกเสือประพฤติปฏิบัติตนใหมีคุณธรรม จริยธรรม หากลูกเสือไดเขาใจอยางแจมแจง และปฏิบัติตามคําปฏิญาณและกฎอยูเสมอ อยางชนดิ ใหเปนหลกั ปฏิบัติในชวี ิตประจาํ วนั ใหไ ด โดยเฉพาะในเรื่องความจงรักภักดีตอ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ความเปนพี่นองของลูกเสือทั่วโลก การกระทําความดีตาง ๆโดยเนนใหเห็นวาผูเปนพลเมืองดีนั้นจะตองเปนผูกระทําความดี และใชความดีน้ันใหเปนประโยชนตอสงั คมตวั ชว้ี ดั 1. อธิบายคําปฏญิ าณ และกฎของลูกเสือ 2. อธบิ ายคณุ ธรรม จริยธรรมจากคําปฏิญาณและกฎของลกู เสือ 3. ยกตวั อยางการนําคาํ ปฏิญาณและกฎของลูกเสอื ท่ีใชใ นชีวิตประจําวนั 4. อธิบายความสมั พนั ธร ะหวา งคุณธรรมจรยิ ธรรมในคาํ ปฏญิ าณและกฎของ ลกู เสือกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งขอบขา ยเนอื้ หา เรอ่ื งที่ 1 คาํ ปฏิญาณ และกฎของลกู เสือ เร่ืองท่ี 2 คุณธรรม จรยิ ธรรมจากคําปฏญิ าณและกฎของลกู เสือ เรอ่ื งท่ี 3 การนาํ คําปฏญิ าณ และกฎของลูกเสอื ทใี่ ชในชีวิตประจําวนั เรอ่ื งท่ี 4 ความสมั พนั ธร ะหวางคุณธรรมจริยธรรมในคําปฏญิ าณและกฎ ของลูกเสือกับหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงเวลาท่ีใชใ นการศกึ ษา 6 ช่ัวโมงส่อื การเรียนรู 1. ชดุ วชิ าลูกเสือ กศน. รหัสรายวิชา สค32035 2. สมดุ บันทกึ กิจกรรมการเรียนรูประกอบชุดวชิ า 3. สอื่ เสริมการเรยี นรูอน่ื ๆ
67เร่ืองที่ 1 คําปฏิญาณ และกฎของลกู เสอื การอยูรวมกันในสังคม จําเปนตองอาศัย กฎ ระเบียบ เพื่อเปนรากฐานในการดาํ เนินชีวติ ใหเปนปกตสิ ุขของครอบครวั ชมุ ชน สังคม และประเทศ ทีจ่ ะอยูรวมกนั ดวยความผาสุกและยัง่ ยนื 1.1 ความหมายคาํ ปฏิญาณของลกู เสือ คําปฏิญาณของลูกเสือ คือ คํามั่นสัญญาที่ลูกเสือทุกคนตองใหไวแกผูบังคับบัญชา เปนถอยคําท่ีกลาวออกมาดวยความจริงใจและสมัครใจ คํากลาวน้ีสําคัญอยางยิ่งในชีวิตการเปนลูกเสือ เม่ือกลาวแลวตองปฏิบัติตามใหไดเปนการสงเสริมใหลูกเสือรักเกียรติของตน เพ่ือความเปนพลเมืองดีของชาติ โดยอาศัยคําปฏิญาณเปนอุดมการณนําไปปฏิบัติในชีวติ ได คาํ ปฏญิ าณของลูกเสอื ดว ยเกียรติของขา ขาสัญญาวา ขอ 1 ขา จะจงรกั ภักดีตอชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ขอ 2 ขา จะชว ยเหลอื ผูอื่นทุกเม่ือ ขอ 3 ขา จะปฏิบตั ิตามกฎของลกู เสือ เพื่อความชดั เจนในคาํ ปฏญิ าณของลกู เสือท้งั 3 ขอ จึงมคี ําอธบิ ายเพ่ิมเติม ดงั น้ี ขอ 1 ขาจะจงรกั ภกั ดตี อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย ชาติ ประกอบดว ย แผน ดิน นา นนํ้า และประชาชนพลเมอื งท่อี ยูร วมกันโดยมีกฎหมาย ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมเปนหลักปฏิบัติ ลูกเสือทุกคนตองประพฤติปฏิบัตติ นใหเปนพลเมอื งดีของชาติ ศาสนา ทกุ ศาสนามีความมุงหมายเดยี วกัน คือ สอนใหทุกคนเปน คนดลี ะเวนความช่วั ใหกระทาํ แตค วามดี ลกู เสอื ทกุ คนตองมศี าสนา ลูกเสือจะนับถอื ศาสนาใด ๆ กไ็ ด พระมหากษัตริย ทรงเปนประมุขของคณะลูกเสือแหงชาติ ลูกเสือทุกคนตองปฏิบตั ิตนตามรอยพระยุคลบาท ขอ 2 ขา จะชว ยเหลอื ผูอน่ื ทกุ เมอื่ ลกู เสอื ทุกคนเปนผูมีจิตอาสา ไมน่ิงดูดาย เอาใจใสผูอ่ืน มีความพรอมท่ีจะเสยี สละเพื่อสว นรวมทุกโอกาสท่ีพึงกระทําได ซึ่งเปนสิ่งหนึ่งที่ทําใหลูกเสือเปนผูมีเกียรติ และไดรับการยกยองชืน่ ชมจากประชาชนท่ัวไป ขอ 3 ขา จะปฏบิ ัติตามกฎของลกู เสอื กฎของลูกเสือเปรียบเสมือนศีลของลูกเสือท่ีเปนหลักยึดเหนี่ยวใหประพฤติปฏบิ ัติในสิง่ ดงี าม
68 1.2 ความหมายกฎของลกู เสือ กฎของลูกเสอื หมายถึง ขอปฏิบัติที่ลูกเสือตองยึดเปนแนวทางการประพฤติปฏิบตั ิตนในชีวติ ประจาํ วนั กฎของลกู เสอื มี 10 ขอ ดังนี้ กฎของลกู เสอื ขอ 1 ลกู เสอื มีเกยี รติเชือ่ ถอื ได ขอ 2 ลูกเสอื มีความจงรักภักดตี อชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย และซอ่ื ตรง ตอผูม ีพระคณุ ขอ 3 ลกู เสอื มีหนา ทก่ี ระทําตนใหเ ปนประโยชนแ ละชวยเหลอื ผอู ืน่ ขอ 4 ลกู เสือเปนมติ รของคนทุกคน และเปน พี่นองกับลกู เสอื อ่ืนทัว่ โลก ขอ 5 ลูกเสือเปนผูส ุภาพเรยี บรอย ขอ 6 ลูกเสอื มีความเมตตากรุณาตอสตั ว ขอ 7 ลกู เสอื เชอ่ื ฟงคาํ ส่งั ของบิดามารดา และผบู งั คับบญั ชาดว ยความเคารพ ขอ 8 ลูกเสอื มใี จรา เรงิ และไมย อทอตอ ความยากลาํ บาก ขอ 9 ลูกเสือเปน ผมู ัธยสั ถ ขอ 10 ลูกเสอื ประพฤตชิ อบดวยกาย วาจา ใจเพ่ือความชัดเจนในกฎของลูกเสือทัง้ 10 ขอ จึงมคี ําอธิบายเพิม่ เตมิ ดังนี้ ขอ 1 ลกู เสอื มเี กยี รติเชอ่ื ถือได ลกู เสอื ตอ งประพฤติตนเปนคนดี เปน ผูมรี ะเบียบวินัย ผูอ่ืนยอมจะช่ืนชมเชื่อถือจะเปนที่ไววางใจแกคนทั้งหลาย โดยเฉพาะในขณะท่ีลูกเสือสวมเคร่ืองแบบอันทรงเกียรติยอ มจะไมท าํ ส่ิงใด ๆ ท่ีกอ ใหเกิด ความเสือ่ มเสียเกียรติของลูกเสอื ขอ 2 ลกู เสอื มีความจงรักภักดีตอชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย และซ่อื ตรง ตอ ผมู ีพระคณุ ลกู เสอื ตอ งเทิดทูน สถาบันท้งั 3 ไดแก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริยบรรพบุรุษของเรายอมพลีชีพเพื่อชาติมาแลว เพ่ือรักษาสถาบันนี้ไว เพ่ือใหประเทศชาติของเราม่ันคงอยตู อ ไป จงทาํ หนาทีข่ องเราใหดที ี่สดุ ในฐานะที่เราเปนลูกเสือ ขอ 3 ลูกเสือมีหนา ทกี่ ระทําตนใหเ ปน ประโยชน และชว ยเหลือผูอื่น ลูกเสือตองเปนผูรูจักการเสียสละ ไมเห็นแกตัว พรอมที่จะบําเพ็ญประโยชนใหก บั บา น สถานศกึ ษา สงั คม ชมุ ชน ตลอดจนประเทศชาติ ดวยการเขาไปมีสวนรวมในการทํากิจกรรมตาง ๆ ตามความสามารถและโอกาส และพัฒนาตนเองใหมีความรูความสามารถใหพ ึง่ ตนเองได และสามารถชว ยเหลอื ผูอ่นื ได
69 ขอ 4 ลูกเสือเปน มติ รของคนทุกคน และเปน พ่ีนอ งกับลกู เสอื อืน่ ทัว่ โลก ลูกเสือจะตองเปนผูมี จิตใจโอบออมอารี รูจักเอ้ือเฟอเผื่อแผแกทุก ๆ คนโดยไมเลือกวาเปนเชื้อชาติ ศาสนาใด ๆ รวมทั้งมีความรูสึกเสมือนหนึ่งวาเปนพี่นองกับลูกเสืออน่ื ทัว่ โลก ตอ งมกี ารทาํ งานรว มกนั ตองอยูรวมกัน ตองประพฤติปฏิบัติดี ทั้งกาย วาจา ใจ คือตองรูจักแสดงนํ้าใจกับผูอื่น ชวยเหลือผูอ่ืนอยางเต็มใจ เอื้อเฟอ เผื่อแผ เสียสละ มีอัธยาศัยไมตรกี ับคนทัว่ ไป ยิ้มแยม แจมใส ขอ 5 ลูกเสอื เปน ผสู ุภาพเรยี บรอ ย ลูกเสือตองเปนผูท่ีมีกิริยาและวาจาสุภาพ ออนโยน ออนนอม มีสัมมาคารวะท้ังทางกาย วาจา และใจ ไมย กตนขม ทาน แตงกายสะอาดเรียบรอ ย แสดงทางวาจา เชน พูดจาไพเราะ นุมนวล ไมก ลาวรายลว งเกนิ เตอื นตนใหประพฤติดปี ระพฤติชอบ มคี วามออ นนอ มถอมตน ขอ 6 ลกู เสอื มีความเมตตา กรุณาตอ สัตว ลูกเสือตอ งเปนคนทีม่ ีใจเมตตา กรณุ าตอ สตั ว ไมร งั แกสัตว หรือทรมานทารุณสัตวใหร บั ความเจบ็ ปวด หรอื กักขงั สตั ว มใี จปรารถนาใหผ ูอ่ืนพนทุกข ขอ 7 ลกู เสอื เชอ่ื ฟง คาํ สั่งของบดิ า มารดา และผบู งั คับบญั ชาดว ยความเคารพ ลูกเสือตองเคารพและเช่ือฟงคําสั่งบิดามารดาซึ่งเปนผูใหกําเนิด เปนผูเลี้ยงดูเราจนเติบใหญมีพระคณุ อยางใหญห ลวง และตอ งเช่อื ฟง คําสั่งของครู อาจารย และผูบังคับบัญชาที่ลว นมปี ระสบการณในชวี ติ ท่ีสามารถชี้แนะแนวทาง ใหสิ่งที่ดีแกเรา ลูกเสือจึงตองเคารพและเชื่อฟง ขอ 8 ลกู เสอื มีใจรา เรงิ และไมยอ ทอ ตอความยากลาํ บาก ลกู เสือตองเปนผูท่ียิ้มแยมแจมใส ราเริงอยูเสมอ ไมยอทอตอความยากลําบากแสดงถึงมิตรภาพ มีไมตรีจิตที่ดตี อ กันดวยความเต็มใจ ขอ 9 ลกู เสอื เปนผมู ธั ยสั ถ ลกู เสือตอ งเปนผูร จู ักเกบ็ หอมรอมริบ ประหยัด ใชจ า ยเฉพาะท่จี ําเปนตามฐานะของตน ตองประหยดั ทรัพยส ินท้ังของตนเองและผอู ื่นดว ยรวมทัง้ ตองไมรบกวนเบียดเบยี นผอู ่ืน ขอ 10 ลูกเสอื ประพฤตชิ อบดวยกาย วาจา ใจ ลกู เสอื ตอ งรูจกั สาํ รวมกาย วาจา และใจ คือ \"ทําดี คิดดี พูดดี” ไมทําใหตนเองและผูอื่นเดือดรอน ตองรูจักเหน่ียวรั้ง ควบคุมสติ บังคับ ขมใจตนเอง ละอายตนเอง คํานึงถึงมรรยาทของตนเองตลอด จนไมคิดเบียดเบียนทํารายผูอ่ืน เปนผูที่สุภาพออนโยนปฏิบัติตนใหเ หมาะกับกาลเทศะและสังคม
70 1.3 ความหมายคตพิ จนของลูกเสอื 1.3.1 คตพิ จนท ่วั ไปของลูกเสือ เสียชีพอยาเสียสัตย หมายความวา ใหลูกเสือรักษาความซ่ือสัตยมีสจั จะยง่ิ ชีวติ จะไมละความสตั ยถ งึ แมจะถูกบบี บงั คบั จนเปนอันตรายถึงกับชีวิตก็ตามก็ไมยอมเสยี สจั จะเพ่อื เกยี รติภูมิแหงตน 1.3.2 คติพจนของลูกเสือแตละประเภท ลกู เสอื สาํ รอง“ทําดที ี่สุด” ลูกเสอื สามัญ“จงเตรียมพรอม” ลกู เสือสามญั รุนใหญ“ มองไกล” ลูกเสอื วสิ ามัญ“บรกิ าร” ทาํ ดที ่ีสุด หมายความวา ปฏบิ ัตหิ นาทีข่ องตนอยูใหด ีทส่ี ดุ จงเตรยี มพรอม หมายความวา เตรียมความพรอมท้งั ทางดานรา งกายและจิตใจในการปฏบิ ัตหิ นา ที่ทรี่ ับผดิ ชอบ มองไกล หมายความวา การมองใหกวางและไกล ฉลาดท่จี ะมองเห็นความจรงิ ของส่งิ ตาง ๆ วา ผลจากการกระทาํ ภารกิจของตน อาจสงผลกระทบถึงภารกจิ อน่ื บคุ คลอืน่ บริการ หมายความวา การกระทําดวยความตั้งใจทีจ่ ะใหผ ูอนื่ มีความสะดวกหรือลดปญหา หรือความทุกขหวังเพียงใหผูรับบริการไดรับสิ่งที่เหมาะสมที่สุดเสมอโดยไมหวังรางวัลหรือสงิ่ ตอบแทนใด ๆกจิ กรรมทายเรอ่ื งท่ี 1 คาํ ปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื(ใหผ เู รยี นไปทํากจิ กรรมทา ยเรื่องท่ี 1 ท่ีสมุดบนั ทกึ กจิ กรรมการเรยี นรปู ระกอบชดุ วชิ า)
71เร่ืองที่ 2 คณุ ธรรม จริยธรรมจากคําปฏญิ าณและกฎของลูกเสือ คณุ ธรรมจริยธรรมจากคําปฏิญาณและกฎของลูกเสือเนนการประพฤติปฏิบัติตนใหเ ปน พลเมืองดี พรอมท่ีจะนําความสุข ความเจรญิ ความมัน่ คงมาสบู ุคคลสังคม และประเทศชาติดงั นี้ 1. ความจงรกั ภักดีตอชาติ ศาสนา พระมหากษัตริยบุคคลสามารถปฏิบัติตนใหมีความซื่อสัตยตอชาติ รัก และหวงแหน ยอมเสียสละเลือดเน้ือและชีวิตเพ่ือใหชาติเปนเอกราชสืบไป อีกท้ังทํานุบํารุงศาสนาใหม่ันคงสถาพรสืบไปและปฏิบัติตนตามรอยพระยุคลบาทแหง องคพระมหากษตั ริย ผทู รงบาํ บดั ทกุ ขบาํ รุงสุขใหแ กร าษฎรดวยความเสยี สละ 2. ความรับผิดชอบตอหนาที่ บุคคลสามารถปฏิบัติกิจการงานของตนเองและที่ไดรับมอบหมายดวยความมานะพยายาม อุทิศกําลังกาย กําลังใจอยางเต็มความสามารถไมเห็นแกความเหน็ดเหนือ่ ย 3. ความมีระเบียบวินัย บุคคลสามารถเปนทั้งผูรูและปฏิบัติตามแบบแผนท่ีตนเอง ครอบครัว และสังคม กําหนดไว โดยจะปฏิเสธกฎเกณฑหรือกติกาตางๆ ของสังคมไมได คุณธรรมน้ตี อ งใชเวลาปลูกฝง เปนเวลานาน และตองปฏบิ ัติสม่ําเสมอจนกวาจะปฏิบัติเองไดแ ละเกิดความเคยชนิ 4. ความซื่อสัตย บุคคลสามารถปฏิบัติตนทางกาย วาจา จิตใจ ท่ีตรงไปตรงมาไมแสดงความคดโกง ไมหลอกลวง ไมเอาเปรียบผูอ่ืน ลั่นวาจาวาจะทํางานส่ิงใดก็ตองทําใหสําเร็จ ไมกลับกลอก มีความจรงิ ใจตอ ทุกคน จนเปนทไ่ี ววางใจของคนทุกคน 5. ความเสียสละ บุคคลสามารถปฏิบัติตนโดยการอุทิศกําลังกาย กําลังทรัพยกําลังปญญา เพ่ือชวยเหลือผูอ่ืนและสังคมดวยความต้ังใจจริง มีเจตนาที่บริสุทธ์ิ เปนท่ีรักใครไวว างใจ เปนทีย่ กยองของสงั คม ผูคนเคารพนับถือ นาํ พาซง่ึ ความสขุ สมบูรณใ นชวี ิต 6. ความอดทน บุคคลสามารถปฏิบัติตนเปนผูท่ีมีจิตใจเขมแข็ง ไมทอถอยตออุปสรรคใด ๆ มุงม่ันที่จะทํางานใหบังเกิดผลดีโดยไมใหผูอ่ืนเดือดรอน มีความอดทนตอความยากลําบาก อดทนตอการตรากตรําทํางาน อดทนตอ ความเจ็บใจ อดทนตอ กิเลส 7. การไมทําบาป บุคคลสามารถละเวนพฤติกรรมท่ีชั่วราย และไมสรางความเดือดรอนใหท ้ังทางกาย วาจา ใจ 8. ความสามคั คีบคุ คลสรา งความสามัคคี รักใคร กลมเกลียวซ่ึงนําไปสูความสงบรมเย็นของครอบครวั สงั คม ชุมชน และประเทศชาติกจิ กรรมทายเรอ่ื งที่ 2 คุณธรรม จรยิ ธรรมจากคาํ ปฏิญาณและกฎของลกู เสือ(ใหผ เู รียนไปทาํ กิจกรรมทายเรอ่ื งที่ 2 ทส่ี มดุ บันทกึ กิจกรรมการเรยี นรปู ระกอบชดุ วิชา)
72เรื่องท่ี 3 การนาํ คาํ ปฏญิ าณและกฎของลกู เสือทใี่ ชใ นชีวติ ประจาํ วัน ปจจัยสาํ คัญอยางหนง่ึ ท่ที าํ ใหขบวนการลูกเสือวฒั นาถาวรกาวหนากวาขบวนการอ่ืน ๆ ก็คือ คําปฏิญาณและกฎ ซึ่งผูเปนลูกเสือตองยอมรับและนําไปปฏิบัติในชีวิตประจําวันดว ยความเคยชนิ เชน เมื่อผูเรียนไดเรียนเก่ียวกับคําปฏิญาณและกฎของลูกเสือแลวผูเรียนจะตองทบทวนทําความเขา ใจใหถ อ งแทแ ละนําไปสูก ารปฏิบตั ใิ นชวี ิตประจาํ วนั ไดตวั อยางคําปฏญิ าณของลกู เสอื ตวั อยางกฎของลกู เสอื1. ปฏบิ ัตติ นใหถ ูกตอ งตามขนบธรรมเนยี ม 1. การกระทาํ ใด ๆ จะตอ งไมก ระทําใหเสยี เกียรติประเพณแี ละวัฒนธรรม เชน การแตงกายการแสดงความเคารพโดยการไหว2. ปฏบิ ตั ติ นตามกฎหมาย ขอบังคบั ของสังคม 2. มีใจโอบออมอารี เออ้ื เฟอ เผื่อแผแ กคนและประเทศชาติ เชน กฎจราจร การเลอื กต้ัง ทกุ เชื้อชาติ ทกุ ศาสนา3. เขา รวมพีทางศาสนาตามแตโ อกาสที่ 3. มีกริ ยิ า วาจา สภุ าพออนโยน ออนนอ มเหมาะสม เชน การไปวัดทําบญุ ตักบาตร กับทกุ เพศ ทุกวัย4. รกั และหวงแหนแผนดินเกิดของตนเอง เชน 4. คอยชวยเหลอื ผอู ื่น มีจติ ใจเมตตา กรณุ าตอตอ งไมทําใหชื่อเสยี งประเทศเสยี หาย ส่ิงมีชวี ติ ไมฆา ไมท รมานหรอื ไมร ังแกผอู ื่น ใหไดร ับความเจบ็ ปวด5. ชว ยเหลอื ผูอนื่ เมื่อมโี อกาส เชน การใช 5. เชือ่ ฟง คาํ ส่งั สอนของพอแม ครู อาจารยเวลาวา งในการอานหนงั สอื ใหคนตาบอดฟงการชว ยผูส งู อายุเดนิ ขามถนน 6. รูจกั ประหยดั อดออม ไมใชจ า ยสรุ ุย สุรา ย 7. มีหนาตาย้ิมแยมแจมใสเสมอ ไมยอทอตอ ความทุกขยากกจิ กรรมทา ยเรอ่ื งที่ 3 การนําคําปฏญิ าณ และกฎของลกู เสือทใ่ี ชใ นชีวิตประจาํ วัน(ใหผเู รียนไปทาํ กิจกรรมทา ยเรอ่ื งที่ 3 ที่สมุดบันทกึ กิจกรรมการเรยี นรปู ระกอบชดุ วชิ า)
73เร่อื งท่ี 4 ความสัมพนั ธระหวางคณุ ธรรม จรยิ ธรรมในคําปฏิญาณและกฎของลกู เสอื กับหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช รัชกาลท่ี 9 ทรงมีความหวงใยพสกนกิ รของพระองคใ นการดาํ รงชีวติ ทรงเนน ยาํ้ แนวทางการดําเนินชวี ิตตามหลกั ธรรมคําสอนเพอื่ ใหป วงชนชาวไทยไดรอดพนจากวิกฤตกิ ารณทางเศรษฐกิจ และสามารถดํารงอยไู ดอ ยางมน่ั คงและยั่งยืนภายใตกระแสโลกาภวิ ัตน และความเปลีย่ นแปลงตา ง ๆ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีเปาหมายเพ่ือใหเกิดความสมดุลและพรอมตอการรองรับการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็วและกวางขวางท้ังดานวัตถุสังคมสิ่งแวดลอมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอกไดเปนอยางดี ความพอเพยี ง ประกอบดวย ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไมนอยเกินไป และไมมากเกินไปโดยไมเบียดเบยี นตนเอง และผอู ่นื เชน การผลิต และการบรโิ ภคท่ีอยใู นระดับพอประมาณ ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้นจะตอ งเปนไปอยางมีเหตุผลโดยพจิ ารณาจากเหตปุ จ จัยท่เี ก่ยี วของตลอดจนคํานึงถึงผลที่คาดวาจะเกดิ ขน้ึ จากการกระทํานน้ั ๆ อยา งรอบคอบ การมีภมู ิคุม กันท่ีดีในตน หมายถึง การเตรียมตัวใหพรอ มรบั ผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงดา นตาง ๆ ทีจ่ ะเกดิ ขน้ึ โดยคํานงึ ถงึ ความเปน ไปไดข องสถานการณตาง ๆ ที่คาดวาจะเกิดข้ึนในอนาคตท้ังใกล และไกล เงื่อนไข การตัดสินใจและการดาํ เนนิ กิจกรรมตาง ๆ ใหอยูในระดับพอเพียงนั้นตองอาศัยทง้ั ความรู และคณุ ธรรมเปน พน้ื ฐาน กลา วคือ เงอื่ นไขความรู ประกอบดว ย ความรอบรูเกีย่ วกบั วชิ าการตา ง ๆ ที่เกี่ยวของอยางรอบดานความรอบคอบท่ีจะนําความรูเหลานั้นมาพิจารณาใหเช่ือมโยงกันเพ่ือประกอบการวางแผน และความระมัดระวงั ในขั้นปฏิบตั ิ เง่ือนไขคุณธรรมที่ประกอบดวย มีความตระหนักในคุณธรรมความซ่ือสัตยสจุ ริต และมีความอดทน มีความเพียรใชส ติปญ ญาในการดาํ เนนิ ชีวิต ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงไดรับการเชิดชูเปนอยางสูงจากองคการสหประชาชาติโดยนายโคฟ อันนัน ในฐานะเลขาธิการองคการสหประชาชาติไดทูลเกลาฯถวายรางวัลความสําเร็จสูงสุดดานการพัฒนามนุษยแดพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเม่อื วนั ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 และไดมีปาฐกถาถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงวาเปนปรัชญาท่ีมีประโยชนตอประเทศไทยและนานาประเทศและสามารถเร่ิมไดจากการสรางภูมิคุมกันในตนเองสหู มบู านและสเู ศรษฐกจิ ในวงกวา งขน้ึ ในทสี่ ุด
74 ความสมั พนั ธร ะหวา งคณุ ธรรม จริยธรรมในคาํ ปฏญิ าณและกฎของลูกเสือกบั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งคณุ ธรรม จริยธรรมในคาํ ปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื การปฏิบตั ติ นหลกั ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงขอ 1 ลกู เสอื มเี กียรติเชือ่ ถอื ได ความซื่อสตั ยขอ 2 ลูกเสือมคี วามจงรกั ภกั ดตี อ ชาติ ศาสนา ความกตญั ูกตเวทีพระมหากษตั รยิ และซ่อื ตรงตอผูม ีพระคณุขอ 3 ลูกเสือมีหนาทกี่ ระทาํ ตนใหเปนประโยชน ความมนี ้าํ ใจและจิตอาสาและชวยเหลอื ผูอื่นขอ 4 ลกู เสอื เปน มิตรของคนทกุ คนและเปน พน่ี อ งกับ ความสามคั คีลูกเสอื อืน่ ทว่ั โลกขอ 5 ลูกเสอื เปน ผสู ุภาพเรยี บรอย ความสภุ าพขอ 6 ลูกเสือมคี วามเมตตากรณุ าตอ สัตว ความมีน้ําใจและจติ อาสาขอ 7 ลกู เสือเช่อื ฟงคําสัง่ ของบดิ ามารดา และ ความมนี าํ้ ใจและจิตอาสาผูบังคับบญั ชาดวยความเคารพขอ 8 ลกู เสอื มีใจราเรงิ และไมย อทอ ตอความยากลําบาก ความขยนัขอ 9 ลกู เสอื เปนผมู ธั ยสั ถ ความประหยดัขอ 10 ลกู เสือประพฤตชิ อบดว ยกาย วาจา ใจ ความมีวนิ ยั ความสะอาด จากตาราง จะเห็นวาลูกเสือสามารถนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบตั ิใหสอดคลองกับคุณธรรม จรยิ ธรรมในคําปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื อยางไรถึงจะเรียกวา พอเพียง มีพระราชดํารัสองคหนึ่งกลาวไววา “พูดจาก็พอเพียงปฏิบัติตนก็พอเพียง” คํานิยามบอกหลักการไววา ความพอเพียง หมายถึงความพอประมาณ ความมเี หตผุ ล และการสรา งภมู คิ มุ กนั ทดี่ ีในตัวจากผลกระทบท่ีจะเกิดข้ึนจากทั้งภายนอกและภายใน ภายนอกกระทบเขามาภายในก็เปล่ียนแปลงดวยจะพอเพียงไดตองคํานึงถึง 3 หลักการ คือ คิดและทําอะไรอยาง พอประมาณ มีเหตุมีผล และมีภูมิคุมกันในตัวที่ดี ถาครบ 3 หลักการน้ี ถึงจะบอกไดวาพอเพียง ถาไมครบก็ไมพอเพียงและการสรางความพอเพยี งใหเกดิ ขน้ึ ไดต อ งใชความรคู วบคูไ ปกบั คุณธรรม จากคาํ กลาวขางตนความสัมพนั ธร ะหวา งคุณธรรม จรยิ ธรรมในคําปฏิญาณและกฎของลกู เสือกบั หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง สามารถนํามาสรุปเปนผลกระทบจากภายนอกและภายใน ไดด ังนี้
75 ผลกระทบจากภายใน “การสรางภูมิคุมกันท่ีดีในตัว” ลูกเสือจะตองจงรักภักดีตอชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย เชอื่ ฟงคําสงั่ สอนของบดิ ามารดา และผูบังคับบัญชาดวยความเคารพตองปฏิบัติตนใหเปนผูเกียรติเช่ือถือได ตองแสดงความเปนมิตรตอทุกคนและเปนพี่นองกับลูกเสืออื่นท่ัวโลกตองผูสุภาพเรียบรอย มีใจราเริง และไมยอทอตอความยากลําบาก และประพฤติชอบดวยกายวาจาใจ กลา วไดวาตองตานทานตอแรงยั่วยทุ ้ังหลาย ผลกระทบจากภายนอก “ความพอประมาณ” ลูกเสือตอ งเปนผมู ธั ยสั ถ ประหยดั อดออม อยอู ยางพอเพยี ง “ความมีเหตุผล” ลูกเสอื จะตองชว ยเหลอื ผูอน่ื ทกุ เมอ่ื ไมน่ิงดูดายเมอ่ื เห็นผูอื่นเดือดรอนตอ งกระทําตนใหเ ปนประโยชนแ ละชวยเหลอื ผูอืน่ รวมถงึ การมีความเมตตากรุณาตอ สัตว การใชชีวิตอยางไมพอเพียง แลวจะเปนอยางไร เชน ใชจายไมพอเพียงดูแลสุขภาพอยางไรไมพ อเพียง บรโิ ภคอยางไมพอเพียง ทํางานอยางไมพอเพียงมากไปนอยไปหรือผูเรียนดูหนังสืออยางไรไมพอเพียง การใชชีวิตการปฏิบัติตนอยางไมพอเพียงนอยเกินไปมากเกินไปไมพอดีพอเหมาะพอควรกับความสามารถของเรากับสถานการณส่ิงแวดลอมมันสง ผลกระทบอะไรบางใหกับตัวเราเอง สงผลกระทบอะไรบางใหกับคนรอบขางกระทบกับสังคมกระทบกบั สิง่ แวดลอม สงผลถึงอนาคตของตนเองและสังคม การประยกุ ตใ ชปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง โดยพน้ื ฐานก็คอื การพ่ึงตนเองเปน หลกั การทําอะไรอยางเปน ขนั้ เปนตอนรอบคอบระมดั ระวงั พิจารณาถึงความพอดีพอเหมาะพอควร ความสมเหตสุ มผลและการพรอ มรบั ความเปลีย่ นแปลง การสรา งความสามัคคใี หเ กิดขึ้นบนพื้นฐานของความสมดุลครอบคลุมทั้งทางดานจิตใจ สังคมเทคโนโลยีทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอมรวมถงึ เศรษฐกจิ การประยกุ ตใ ชส าํ หรับประชาชนชาวไทย ไมฟุงเฟอประหยัดในทางท่ีถูกตองประพฤติชอบและประกอบอาชีพดวยความถูกตองสุจริตละเลิกการแกงแยงเบียดบังผูอื่นไมหยุดน่ิงทจี่ ะหาทางยนื หยัดไดด วยตนเองเพิ่มพูนความดลี ดละความช่ัวกิจกรรมทายเรอื่ งท่ี 4 ความสัมพันธร ะหวา งคณุ ธรรม จริยธรรมในคําปฏิญาณและกฎ ของลกู เสือกบั หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง(ใหผูเรียนไปทาํ กจิ กรรมทายเรือ่ งที่ 4 ทส่ี มุดบันทกึ กิจกรรมการเรียนรปู ระกอบชดุ วชิ า)
76 หนว ยการเรียนรทู ่ี 5 วนิ ัย และความเปนระเบยี บเรียบรอ ยสาระสําคัญ วินัยและความเปนระเบียบเรียบรอย เปนส่ิงจําเปนมากในกองลูกเสือ คนที่มีคุณภาพ ควรไดรบั การฝกฝนใหมีระเบียบวินัย ลูกเสือที่มีระเบียบวินัย เชื่อฟงปฏิบัติตามคําสั่งผบู งั คบั บญั ชา ยอมที่จะเปนพลเมอื งดีในอนาคต ลกู เสือท่ไี ดร บั การฝก อบรมอยางดีสามารถเปนผูนําได รูจักการทําตนเปนผูอยูใตบังคับบัญชาของผูท่ีเปนหัวหนา หรือทําตนในฐานะเปนผูบังคับบัญชาเปนแบบอยางที่ดีได ซึ่งจะนําประโยชนมาใหตนทั้งในดานสวนตัวและหนาที่การงาน กองลูกเสือใดมีระเบียบวินัยท่ีดีแลว กองลูกเสือนั้นก็จะมีความสุข ประสบผลสําเร็จในกิจการตาง ๆ ไดโดยงาย สง่ิ ท่จี ะชวยทําใหล กู เสือไดม ีระเบียบวินัยท่ีดี ไดแก การใชคําส่ังใหปฏบิ ัตอิ ยา งงาย ๆ พิธกี ารตาง ๆ การตรวจในการเปดประชุมกองและปดประชุมกอง หรือการตรวจการอยูคายพักแรมในตอนเชา เครื่องแบบมีความหมายสําหรับชื่อเสียงของขบวนการกองลูกเสอื การอยูคายพักแรมตองทํางานรวมกันอยางมีประสิทธิภาพ การเดินทางไกล ไดรับความเหน็ดเหนื่อย ตองอดทน เห็นใจซ่ึงกันและกัน ระเบียบแถว เปนวิธีการฝกท่ีจะตองใหปฏิบตั ติ ามคําบอกคาํ สง่ั ส่งิ แวดลอ ม ที่มองเหน็ เปนแบบอยางที่จะกระทําตาม และตัวอยางท่ีดีของผูก ํากับเปน เรือ่ งสาํ คญั ท่สี ุดที่ลกู เสือจะเกิดศรทั ธายึดถือเปน แบบอยางตวั ชว้ี ัด 1. อธิบายความหมาย และความสําคัญของวินยั และความเปน ระเบียบเรียบรอย 2. อธบิ ายผลกระทบจากการขาดวนิ ัยและขาดความเปนระเบียบเรียบรอ ย 3. ยกตวั อยา งแนวทางการเสรมิ สรา งวินยั และความเปน ระเบยี บเรยี บรอ ย 4. อธบิ ายระบบหมูลกู เสอื 5. อธิบายและยกตัวอยางการพฒั นาภาวะผนู ํา – ผตู ามขอบขา ยเน้อื หา เรือ่ งท่ี 1 วินัยและความเปน ระเบยี บเรยี บรอ ย 1.1 ความหมายของวินยั และความเปน ระเบยี บเรียบรอย 1.2 ความสาํ คัญของวนิ ยั และความเปน ระเบียบเรียบรอย เร่ืองท่ี 2 ผลกระทบจากการขาดวินัย และขาดความเปนระเบยี บเรยี บรอ ย เรอื่ งท่ี 3 แนวทางการเสริมสรา งวนิ ัยและความเปนระเบียบเรยี บรอ ย เรอ่ื งที่ 4 ระบบหมูลูกเสือ เรือ่ งที่ 5 การพัฒนาภาวะผนู าํ - ผตู าม
77เวลาท่ีใชใ นการศึกษา 6 ช่ัวโมงส่ือการเรียนรู 1. ชดุ วชิ าลูกเสือ กศน. รหสั รายวชิ า สค32035 2. สมุดบันทึกกิจกรรมการเรยี นรูป ระกอบชุดวิชา 3. สอ่ื เสรมิ การเรยี นรูอนื่ ๆ
78เรอ่ื งท่ี 1 วนิ ัยและความเปน ระเบยี บเรยี บรอย การประกอบกิจกรรมทุกอยางหรือการฝกอบรมทุกประเภทที่ทํากับคนหมูมากถาขาดวินัยเสยี แลว ก็เทากับเปนการลมเหลวทุกส่ิงทุกอยางโดยส้ินเชิง ลูกเสือท่ีมีระเบียบวินัยเช่ือฟงปฏิบัติตามคําสั่งผูบังคับบัญชา ยอมท่ีจะเปนพลเมืองดีในอนาคต ลูกเสือท่ีไดรับการฝกอบรมอยางดีสามารถเปนผูนําได เพราะวาเปนคนที่รักษาสัตย ประพฤติตนตามกฎกติกาเปน คนมีน้ําใจเมตตาอารี เสียสละ สิ่งเหลาน้ียอมติดตัวไปเปนนิสัยเกิดขึ้นในตัวเองตลอดเวลาวินัยจึงเปนส่ิงจําเปนมากในกองลูกเสือ คนท่ีมีคุณภาพควรไดรับการฝกฝนใหมีระเบียบวินัยทําใหรูจักการทําตนเปนผูอยูใตบังคับบัญชาของผูที่เปนหัวหนา หรือทําตนในฐานะเปนผูบังคับบัญชาเปนแบบอยางที่ดีได ซึ่งจะนําประโยชนมาใหตน ท้ังในดานสวนตัวและหนาที่การงาน วนิ ัยมีความจําเปนอยางยิ่งที่สรางและสงเสริม เยาวชนจะไดเปนพลเมืองที่มีคุณภาพตั้งแตยังอยูในเยาววัยเม่ือเติบใหญจะเปนกําลังสําคัญชวยพัฒนาประเทศชาติใหเจริญรุงเรืองสืบไป 1.1 ความหมายของวนิ ยั และความเปน ระเบยี บเรยี บรอย วนิ ัยและความเปน ระเบยี บเรยี บรอย หมายถึง การกระทาํ หรอื งดเวนการกระทําตามระเบยี บ กฎเกณฑ ขอบงั คบั สาํ หรับควบคุมความประพฤติทางกาย วาจา ของคนในสังคมใหเรียบรอยดีงาม เปนแบบแผนอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อการอยูรวมกันดวยความสุขสบายไมกระทบกระทั่งซึง่ กันและกนั วนิ ยั และความเปนระเบียบเรียบรอยชวยใหคนในสังคมหางไกลความชัว่ ทั้งหลาย สามารถอยรู วมกันเปนหมูเหลา ถาขาดวินัยและความเปนระเบียบเรียบรอยตางคนตางทําตามอําเภอใจ ความขัดแยงและลักลั่นก็จะเกิดข้ึน ยิ่งมากคนก็ยิ่งมากเร่ืองไมมีความสงบสุข การงานทที่ าํ กจ็ ะเสยี ผล วินัย มี 2 ประการ ก. วินยั ภายนอก ซ่งึ เกิดจากการใหกระทําหรอื งดเวน การกระทําในการฝกอบรมตองเขมงวดตามลักษณะ หรือกิจการแตละประเภท เพื่อที่จะใหปฏิบัติจนเกิดลักษณะนิสัยวินัยภายนอกไมยั่งยืนอยูไดนาน หากวาผูท่ีไมพอใจก็อาจละเลย หรือวางเฉย เมื่อไมมีการกําหนดไว หรือไมมีใครรูเ หน็ ข. วินัยภายใน เปนท่ีพึงประสงคเพราะเปนวินัยท่ีจะปฏิบัติดวยความเต็มใจเพราะเห็นคณุ คาการฝก อบรมจงึ ตองเนนหนกั ในการสรา งวินยั ภายในดว ยการกวดขันการประพฤติปฏบิ ัติอยา งจริงจงั และตอ เน่อื ง วินัยภายในเปนสง่ิ ที่ตองการใหมอี ยูในทุกตวั ตน 1.2 ความสําคญั ของวินยั และความเปน ระเบยี บเรยี บรอ ย ความสาํ คญั ของวนิ ัยในตนเองมอี ยา งนอย 2 ประการ ประการที่หน่ึง เหตุผลเกี่ยวกับประโยชนสวนตัวแตละบุคคล ในเร่ืองการแสวงหาความรู เน่ืองจากปจจุบันมีอยูมากมาย ไมอาจบรรจุไวในหลักสูตรไดหมดแตละคนจึงควรแสวงหาความรูดวยตนเอง นอกเหนือจากท่ีปรากฏในหลักสูตรของสถานศึกษา ฉะนั้น
79จึงจําเปนตองฝกใหมีการควบคุมตนเอง มีความเฉลียวฉลาด และมีความเปนอิสระ เพ่ือจะไดแสวงหาความรเู พิ่มเติมใหมากท่สี ดุ ประการที่สอง ชุมชนจะเจริญและมีความมั่นคงย่ังยืนตอไปได จะตองอาศัยพลเมืองแตละคนทําความดีและเสยี สละใหแกช ุมชน ไมแสวงหาประโยชนสว นตวั เทา นัน้ ลักษณะของผมู ีวินยั ในตนเอง พฤตกิ รรมของผมู ีวนิ ยั ในตนเอง มดี งั นี้ 1) มคี วามเชอ่ื อํานาจภายในตนเอง 2) มคี วามเปนผนู ํา 3) มีความรบั ผดิ ชอบ 4) ตรงตอ เวลา 5) เคารพตอ ระเบียบกฎเกณฑท ั้งตอหนาและลบั หลงั ผูอ น่ื 6) มคี วามซือ่ สตั ยส ุจรติ 7) รจู กั หนา ที่และกระทําตามหนาท่ีเปนอยางดี 8) รจู ักเสียสละ 9) มีความอดทน 10) มีความตั้งใจเพยี รพยายาม 11) ยอมรบั ผลการกระทําของตนกิจกรรมทายเร่อื งที่ 1 วินัยและความเปนระเบยี บเรียบรอ ย(ใหผูเรียนไปทาํ กิจกรรมทา ยเรอื่ งที่ 1 ที่สมดุ บนั ทกึ กจิ กรรมการเรยี นรปู ระกอบชดุ วชิ า)เรื่องที่ 2 ผลกระทบจากการขาดวินัยและขาดความเปน ระเบียบเรียบรอ ย การท่ีบุคคลขาดวนิ ยั และความเปนระเบียบเรียบรอยในตนเองมีผลทําใหขาดวินัยความเปนระเบียบเรียบรอยทางสังคมไปดวยวินัยในตนเองเปนพ้ืนฐานของการควบคุมตัวเองใหมีวินัยทางสังคมการมีวินัยในตนเองจึงเปนสิ่งที่ควรไดรับการสงเสริมเพื่อเปนพื้นฐานของการควบคุมตนเองซ่ึงจะนําไปสูการสรางวินัยทางสังคม การมีวินัยจึงถือเปนพ้ืนฐานในการดําเนินกิจกรรมในสังคมและการรวมกันอยูของกลุมการปลูกฝงวินัยจะทําใหบุคคลยอมรับกฎเกณฑท่ีสังคมกําหนดและวินัยยังเปนวัฒนธรรมทางสังคมซ่ึงจะทําใหเด็กเรียนรูพฤติกรรมที่สังคมยอมรับทําใหพัฒนาตนเองสูความเปนผูใหญที่สามารถควบคุมตนเองไดมีมโนธรรมที่ดีและมีความมนั่ คงทางอารมณ ดว ยเหตุนีก้ ารปลูกฝง ความมีวนิ ัยในตนเองใหแกคนในชาติเพื่อสรางความเจริญรุงเรืองแกบานเมืองน้ันควรเริ่มตนที่เยาวชนโดยใหประพฤติและฝกฝนจนเปนนิสัยเพื่อจะไดเปน ผูใหญท ีม่ ีวินัยในอนาคต
80 วินัยที่ดีเกิดจากความรักความเล่ือมใสศรัทธา เด็ก ๆ ยอมเชื่อฟงและเคารพเล่อื มใสผทู ีฉ่ ลาดกวาตน มีอายมุ ากกวา ตน รูปรางใหญก วาตน ผกู ํากับลกู เสือจงึ เปน กญุ แจดอกสําคญั ในการสรา งสมวนิ ยั ใหเ กิดขนึ้ ในตัวเดก็ ผกู ํากับลกู เสอื จงึ ตอ งวางตัวใหด ที สี่ ดุ มีบุคลิกภาพที่นานับถือ ย้ิมแยมแจมใสพูดจากชัดถอยชัดคํา เด็กก็จะเกิดความสนใจ รักใครนับถือนิยมชมชอบและเลือ่ มใสศรทั ธา เด็กกจ็ ะใหความรวมมอื ในอันที่จะปฏบิ ัตติ ามกฎเกณฑตาง ๆ ซ่ึงผลที่สุด การปฏิบัติตามคําสั่งหรือปฏิบัติตัวใหอยูในระเบียบวินัยของลูกเสือก็จะดูเปนของงายและผูกาํ กบั ลูกเสอื ก็ควรจะกวดขนั ในเร่ืองวินัย และการเชื่อฟงปฏิบัติตามคําสั่งดวยความรวดเร็วและเครง ครดั แมใ นเรื่องเลก็ ๆ นอย ก็ไมค วรปลอยเลยไป กองลกู เสอื ใดมรี ะเบยี บวนิ ัยท่ีดีแลว กองลูกเสือน้ันก็จะมีความสุข ประสบผลสําเร็จในกิจการตาง ๆ ไดโ ดยงาย สง่ิ ท่จี ะชวยทาํ ใหลกู เสือไดมรี ะเบียบวนิ ัยทีด่ ี ไดแก 1. การใชค ําสงั่ ใหป ฏบิ ัตอิ ยา งงาย ๆ เปนคําสง่ั ตรง ๆ มีจุดหมายที่แนนอน ไมใชเปนคําสัง่ ทเี่ กิดจากการขมขู 2. พธิ กี ารตา ง ๆ เพราะในพิธีการตา ง ๆ ทําใหล ูกเสืออยใู นอาการสาํ รวม 3. การตรวจในการเปดประชุมกองและปดประชุมกอง หรือการตรวจการอยูคา ยพกั แรมในตอนเชา เปนการชวยใหลูกเสือไดรักษามาตรฐานและระเบียบวินัยของกองลูกเสือใหมีระดบั ดีขน้ึ 4. เครอื่ งแบบมคี วามหมายสําหรับชอื่ เสียงของขบวนการกองลกู เสอื บคุ คลภายนอกเขาจะมองและตัดสินเราดวยสิ่งที่เขาเห็นเทาน้ัน ผูแตงเคร่ืองแบบจะตองสํารวมกิริยาวาจาไมกระทาํ การใดทจี่ ะทําใหเ ส่ือมเสยี 5. การอยคู า ยพักแรมตองทาํ งานรวมกนั อยา งมีประสิทธภิ าพ 6. การเดินทางไกล ไดรับความเหนด็ เหนือ่ ย ตองอดทน เห็นใจซึง่ กนั และกัน 7. ระเบยี บแถว เปนวิธกี ารฝก ท่ีจะตอ งใหปฏิบตั ิตามคาํ บอกคาํ สั่ง 8. สง่ิ แวดลอ มทมี่ องเหน็ เปน แบบอยางท่ีจะกระทาํ ตาม 9. ตัวอยางท่ีดีของผูกํากับเปนเรื่องสําคัญที่สุดท่ีลูกเสือจะเกิดศรัทธายึดถือเปนแบบอยางกจิ กรรมทายเรอ่ื งท่ี 2 ผลกระทบจากการขาดวนิ ัย และขาดความเปน ระเบยี บเรยี บรอ ย(ใหผ ูเรียนไปทํากจิ กรรมทา ยเรอื่ งท่ี 2 ทีส่ มดุ บนั ทกึ กิจกรรมการเรียนรปู ระกอบชดุ วิชา)
81เร่ืองที่ 3 แนวทางการเสรมิ สรา งวนิ ัยและความเปน ระเบยี บเรียบรอ ย การจะพัฒนาวินัยในตนเองจะตองเริ่มตนตั้งแตเด็กในวัยทารกและใหแรงจูงใจทางจรยิ ธรรมแกเด็กทีโ่ ตแลว การพัฒนาวินัยในตนเองจะตอ งอาศัยความรวมมือจากสถาบันตาง ๆท่แี วดลอ มตัวเดก็ และตอ งใชว ธิ กี ารกระตุนหรอื พฒั นาวินัยในตนเองของเดก็ อยา งเหมาะสมดวย วิธีการพฒั นาวนิ ัยในตนเอง 1. สรางวนิ ัยดวยการทาํ ใหเ ปน พฤตกิ รรมเคยชิน สรางวินัยดวยการทําใหเปนพฤติกรรมเคยชิน วิธีฝกวินัยท่ีดีท่ีสุดตองอาศัยธรรมชาติของมนุษยท่ีดําเนินชีวิตกันดวยความเคยชินเปนสวนใหญ แลวก็ยึดม่ันในความพึงพอใจในพฤติกรรมที่เคยชินนั้น การฝกคนตองใชความสามารถและตองมีระบบตองสอดคลอ งกับธรรมชาติใหเกดิ พฤติกรรมเคยชนิ ถอื วา ตองสรางวินัยใหเ ปนพฤติกรรมเคยชนิ 2. การสรา งวินัยโดยใชปจ จัยอนื่ ชวยเสริม วินัยจะทําใหเกิดความสุขและประพฤติปฏิบัติดวยความพึงพอใจ โดยใชปจจัยอยางอื่นมาชวยอีกก็ได เชน มีกัลยาณมิตร วินัยก็เกิดไดงาย มีศรัทธาและความรักเปนองคประกอบเสริม ในการสรางวินยั จากพฤติกรรมท่ีเคยชนิ คอื 2.1 เปนตนแบบทด่ี ขี องพฤติกรรม (ศีล) 2.2 มคี วามรัก ทาํ ใหเกดิ ความอบอนุ มคี วามเปนกันเองพรอ มศรทั ธาและความสขุ (จติ ใจ) 2.3 มเี หตุมีผล เขาใจเหตุผลและเหน็ คณุ คา ในสง่ิ ที่ทํา (ปญ ญา) 2.4 สรางวินัยดวยแรงหนุนของสภาพจิตใจ คือ การตั้งเปนอุดมคติในจิตใจทําใหใจมีความฝกใฝมุงมั่นอยางแรง มีเปาหมายอยางแรง เปนอุดมคติ ใฝตั้งใจจริงปฏิบัติตามวนิ ัยมีความภูมใิ จรกั ษาวินยั 3. สรางวนิ ัยโดยใชกฎเกณฑบงั คับ การสรางวินัยโดยใชกฎหมาย หรือกฎเกณฑบังคับควบคุมโดยมีการลงโทษวธิ ีนี้กส็ รางวินัยได บางครั้งไดผลแตเมื่อกฎเกณฑน้ันไมบีบบังคับรุนแรงเกินไป และมีชวงเวลายาวพอทจ่ี ะใหคนผานเขาสูความเคยชินจนเขาไมรูตัว พอกลายเปนความเคยชินไปแลวก็เขาสูกฎธรรมชาติตามวธิ ีแรก คือเปนวินัยพ้ืนฐานที่เกิดขึ้นโดยการสรางพฤติกรรมเคยชินมันกลายเปนเรื่องของความเคยชินตามธรรมชาติที่มารับทอดจากการใชอํานาจบีบบังคับ อันน้ันตางหากทไ่ี ดผล 4. การเสรมิ สรา งวินยั ในตนเอง วนิ ัยนนั้ เกย่ี วขอ งกับความสมั พันธร ะหวา งมนุษยกบั มนษุ ย และความสัมพันธระหวา งมนุษยกับธรรมชาติ สังคมมนุษยจําเปนตองมีวินัยเพื่อทําใหเกิดระบบระเบียบ ซึ่งเปนปจ จัยสําคญั ในการสรางความสงบสุข และความเจริญกาวหนาแกชีวิตและสังคม วินัยน้ันกอนอ่นื ตอ งเริ่มจากตนเองกอ นเปนอันดับแรก
82 วินัยในตนเอง หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการควบคุมอารมณและพฤติกรรม โดยเกิดจากความรูสึกมองเห็นคุณคาในการปฏิบัติดวยตนเอง มิไดเกิดจากอิทธิพลภายนอก เชน ระเบยี บ คาํ ส่งั การบังคบั ถึงแมจ ะมีอุปสรรคก็ยงั ไมเ ปลี่ยนพฤติกรรมนั้นกิจกรรมทายเรอ่ื งที่ 3 แนวทางการเสริมสรางวินยั และความเปน ระเบียบเรียบรอย(ใหผูเรยี นไปทํากิจกรรมทายเรอ่ื งท่ี 3 ทส่ี มุดบันทกึ กจิ กรรมการเรยี นรปู ระกอบชดุ วิชา)เรื่องท่ี 4 ระบบหมูลูกเสอื ระบบหมูลูกเสือเปนการเสริมสรางวินัยและความเปนระเบียบเรียบรอยในการทํางาน และการปฏิบตั ิภารกิจของสมาชกิ ภายในหมู กอง กลุม เพ่ือความกาวหนาของสวนรวมดวยความเต็มใจและพอใจของสมาชกิ ทุกคนนายหมูลูกเสือทุกคนจะดูแลสมาชิกภายในหมูของตนเอง เปนการกระจายอํานาจ และแบง หนา ท่กี ันรบั ผดิ ชอบตามระบอบประชาธิปไตย การจัดหนา ทภ่ี ายในหมลู กู เสอื 1. นายหมลู กู เสือ ทําหนา ทีเ่ ปนผนู ําของหมู ดูแลสมาชิกภายในหมู 2. รองนายหมลู กู เสือ ทาํ หนา ที่ชว ยนายหมู ชว ยดแู ลสมาชกิ ภายในหมู 3. พลาธิการ ทําหนาท่ีดูแลวัสดุ อุปกรณ บัญชีตาง ๆ และความเปน ระเบียบเรียบรอ ย 4. คนครัว ทําหนาทแี่ มค รัว จัดทาํ เตา หลุมเปยก หลุมแหง ที่ลา ง และควํา่ จาน 5. ผชู วยคนครวั ทําหนา ทชี่ วยแมค รวั ทกุ ประการ 6. คนหาฟน ทําหนา ท่จี ดั หาเชอ้ื เพลงิ หาฟน เก็บฟน ไมใ หเ ปย กฝน 7. คนหาน้าํ ทําหนา ที่จดั หาน้ํา สําหรับประกอบอาหาร น้ําด่ืม นํ้าใช 8. ผูช ว ยเหลือทัว่ ไป ทําหนา ที่ชว ยงานคนอ่นื ๆ พัฒนาท่พี ัก กําจัดขยะ ทาํ ราวตากผา (ถามี 8 คนขึ้นไป ใหเพม่ิ ผูชว ยคนหาฟน หาน้ําหรือตําแหนง อน่ื ๆ ตามความเหมาะสม) ใหแ ตล ะคนรบั รบู ทบาทในการทํางานภายในหมู ใชระบบหมู ฝกและพัฒนาการเปน ผูนํา - ผูต าม รบั ฟงความคดิ เห็น และการยอมรบั ซ่ึงกันและกัน กิจกรรมลกู เสือ มหี ลกั การสงเสรมิ ประชาธิปไตย โดยสมาชิกทุกคนสามารถพูดสามารถแสดงออกไดเสมอ เชน การเลอื กเลนเกม เพลง การทําความดี การทํากิจกรรมที่นาสนใจเปน ตน การประชุมนายหมู หมายถึง การประชุมนายหมูทุกหมู โดยมีหัวหนานายหมูเปนประธานในทีป่ ระชมุ ใหน ายหมูน าํ มติหรอื ขอตกลงจากท่ปี ระชุมไปแจง แกล กู หมู
83 การประชุมลูกหมู หมายถึง การประชุมภายในหมู โดยมีนายหมูเปนประธาน ในทปี่ ระชมุ นายหมจู ะเปนผูกระตุนใหทุกคนพูดคุย เสนอความคิด แสดงเหตุผลในเรื่องตาง ๆ เชน เสนอวา จะทํากจิ กรรมอะไร ไปทํากจิ กรรมที่ไหน ใครมีหนาทอ่ี ะไร เปน ตน การพบหมู แตกตางจากการประชุมหมู เพราะจะนัดพบเฉพาะหมูของตนเอง เพ่ือนดั หมายไปทํากิจกรรมเพอ่ื แสดงความสามารถ การพบกันของสมาชิกจะประสบความสําเร็จ คอื การใหโอกาสทกุ คนเปน ผนู าํ บทบาทหนา ทข่ี องนายหมแู ละรองนายหมู บทบาทหนา ท่ีของนายหมูและรองนายหมู แตละหมูจะมีการเลือกนายหมูและ รองนายหมู ตามระบอบประชาธิปไตย การเลือกต้ังนายหมูควรมีการสับเปลี่ยนใหสมาชิกคนอ่ืน มโี อกาสเปน นายหมแู ละรองนายหมู เพอ่ื เปนการเปลี่ยนกันทํางาน และฝก ความรับผดิ ชอบ ในฐานะผนู าํ บทบาทของนายหมแู ละรองนายหมู มีดังน้ี 1. บรหิ ารงานในหมู 2. ใหค าํ ปรึกษาแกสมาชกิ 3. เปน ผูนําในการประชุม 4. แบงงานใหส มาชกิ ทํา 5. เปน ตัวแทนในการประชมุ กับหมอู ่ืนๆ 6. แจงผลการประชุม 7. ชวยเหลือสมาชกิ 8. จดบันทกึ เหตุการณทสี่ าํ คญั ๆ ของหมู ศึกษาบทบาทการทําหนาท่ขี องนายหมูชว ยเหลือนายหมใู นการดูแลสมาชิก และปฏบิ ตั หิ นา ท่ีเม่ือนายหมูไ มอ ยู ระบบหมูเปนการฝกใหสมาชิกไดรวมกันทํางานอยางเปนระบบ สรางวินัยและ ความเปนระเบียบเรียบรอยโดยยึดหลักประชาธิปไตย มีนายหมูและรองนายหมูเปนผูนํา มีการ ประสานงานกนั เปนอยางดที ัง้ ในหมขู องตนเองและหมูอ ื่นๆ มีการรวมแสดงความคิดเห็น การมี สวนรว มในการบรหิ ารงานหมูตลอดจนการชวยเหลือเกือ้ กูลกนั กิจกรรมทายเรอื่ งท่ี 4 ระบบหมลู กู เสือ (ใหผ ูเรยี นไปทาํ กจิ กรรมทายเรือ่ งท่ี 4 ท่ีสมดุ บันทกึ กิจกรรมการเรยี นรปู ระกอบชดุ วชิ า)
84เรอื่ งที่ 5 การพฒั นาภาวะผูนาํ - ผตู าม ผูนาํ และภาวะผนู ํา หมายถึง บุคคลท่ีไดร ับการแตงต้ัง หรือไดรับการยกยองใหเปนผูตัดสินใจ และสามารถนําพาสมาชิกในกลุมรวมมือกันปฏิบัติภารกิจดวยความเต็มใจจรงิ ใจ เพอ่ื ใหภาระงานลุลว งไปดวยดี ลักษณะของผนู าํ ทด่ี ี ประกอบดวย 1. มีนํ้าใจจะพฒั นามุงเปลย่ี นแปลงคุณภาพชีวติ ใหด ีขึน้ 2. มคี วามเชอื่ ม่ันในตนเอง 3. เปน ผูที่รกั การทํางานรว มกับสมาชกิ ภายในหมูและกอง 4. เปน ผทู เี่ รียนรสู ่ิงใหม ๆ และยอมรับเอาแนวความคิดและเทคโนโลยี ใหม ๆ มาใช 5. มบี คุ ลิกลักษณะของการเปนผูนาํ 6. มคี วามคิดริเริม่ สรา งสรรค มองเหน็ ความตอ งการของกลมุ 7. เปน ผูเ สียสละมงุ ทาํ ประโยชนตอสว นรวม 8. เปน ผูทีม่ ีความสามารถในการรวมกลุม 9. เปน ผทู ีม่ คี วามสามารถในการประสานงานกับหมูอ่ืน ๆ 10. เปนผูท ี่มคี วามสนใจตองาน 11. เปน ผูเขา ใจในขบวนการเปลย่ี นแปลง 12. เปนผทู มี่ ีมนษุ ยสมั พันธทด่ี ี คณุ สมบตั ขิ องผนู าํ ทีด่ ี ผนู ําทด่ี ีควรจะประกอบดว ยคณุ สมบัตทิ สี่ ําคัญ ดังน้ี 1. มีความรู การเปนผูนําน้ัน ความรูเปนสิ่งจําเปนที่สุด เพราะจะเปนเครอื่ งมือชวยรักษาสถานการณต าง ๆ ไดเ ปน อยา งดี 2. มีความคิดริเริ่ม ความคิดริเริ่มคือความตองการท่ีจะปฏิบัติส่ิงใดสิ่งหนง่ึ โดยไมตอ งมีคําสง่ั และแสดงขอ คดิ เหน็ ทีจ่ ะแกไขสิ่งใดสิง่ หน่ึงใหด ขี ึ้นหรอื เจริญข้ึน 3. มีความกลาหาญ ความกลาหาญคือลักษณะอาการที่ไมกลัวตออันตรายความลําบากหรือความเจ็บปวดใด ๆ โดยสามารถควบคุมความกลัวไวได ความกลาหาญนี้จะตองมีท้งั ทางกาย วาจา และจิตใจจงึ จะปฏิบัติเปนผูนาํ ที่ดไี ด 4. มีความเดด็ ขาด ความเด็ดขาดหรือความสามารถที่จะตัดสินใจหรือตกลงใจไดท ันทีเมอ่ื ตกลงสง่ั การใด ๆ แลว จะสัง่ ไดอยางเด็ดขาด สน้ั และชดั เจน 5. มคี วามแนบเนียน ความแนบเนยี น คอื ความสามารถที่จะตอ งติดตอเกี่ยวของ หรือมคี วามสัมพันธก บั ผูอ ่ืน ดวยกิริยาอาการและวาจาที่ถูกตองเหมาะสม โดยไมทําใหผูท่เี ราตดิ ตอ ดวยเกดิ ความกระดา งกระเด่อื งหรอื ไมพ อใจแกต นได
85 6. มีความยตุ ธิ รรม ความยตุ ิธรรมคอื การปฏิบัติตนใหถูกตองตามความยตุ ิธรรมและศีลธรรม วางตนเปนกลางไมเอนเอียง ในการท่ีจะกอใหเกิดประโยชนหรือโทษตอผูหน่งึ ผูใดความยตุ ิธรรมนคี้ อื ความเทยี่ งตรงนัน่ เองและไมเกย่ี วกับความยุติธรรมทางกฎหมาย 7. ทาทาง ทาทาง คือ การแสดงออก ซ่ึงรูปรางลักษณะของรางกายท่ีตอ งประสงค มกี ริ ิยาอาการและเครอื่ งแตง กายท่ถี ูกตอ งเหมาะสม 8. มีความอดทน ความอดทน คือ ความสามารถของรางกายและความคิดจิตใจที่อดทนตอการปฏิบัติกิจการหรือหนาที่อยางใดอยางหนึ่งที่สมเหตุสมผลหรือหนาที่อยางใดอยางหน่ึงที่สมเหตุสมผลใหตอเนื่องและบรรลุผลสําเร็จ ความอดทนน้ีเปนพลังอนั หน่งึ ที่จะผลักดนั งานของเราไปสจู ุดหมายปลายทางไดอยา งแทจริง 9. มีความกระตือรือรน ความกระตือรือรน คือ การมีจิตใจจดจอที่ดีและมีความเอาใจใสตอหนาที่หรือกิจการที่จะตองปฏิบัติอยูเสมอซ่ึงเปนคุณสมบัติที่จะใหเราตดิ ตอกับบุคคลอน่ื ไดง า ย นอกจากน้ีความกระตอื รอื รนยงั ชว ยใหกจิ การตา ง ๆ ของหนวยสําเร็จลลุ ว งไปดว ยดี 10. มคี วามไมเ ห็นแกตวั ความไมเ ห็นแกตัว คือ การขจัดเสียซ่ึงความสุขหรือผลประโยชนแหง ตน โดยทค่ี นอนื่ กลับเสียประโยชน ซึ่งก็หมายความวาเปนการขมขืนหรือบังคับ ความโลภ ความหลงและความอยากไดของตนเอง คนที่ไมเห็นแกตัวน้ันยอมเปนคนที่มีความซือ่ สัตย สจุ รติ ตรงไปตรงมาและไมทําลายผูอ น่ื 11. มีความตืน่ ตวั ความต่ืนตัว คือ ความระมัดระวัง ความสุขุมรอบคอบความไมป ระมาท ไมยดื ยาด ทําอะไรทันทที ันควันและมคี วามวองไวปราดเปรียวอยเู สมอ 12. มคี วามชงั่ ใจ (ดลุ พินจิ ) คือ อํานาจแหงความคิดที่สามารถพิจารณาส่งิ ตา ง ๆ หรือเหตตุ าง ๆ อยา งถูกตอ ง โดยช่งั นํา้ หนกั เหตุผลนน้ั ๆ และสรปุ เปนขอ ๆ ลงความเห็นหรือขอตกลงใจอนั เฉยี บแหลม 13. มีความสงบเสงี่ยม ความสงบเสง่ียม คือ ความไมห ยิ่งยโส จองหองและไมม ีความภูมิใจในสง่ิ ท่ไี รเ หตุผล 14. มคี วามเห็นอกเห็นใจ ความเห็นอกเห็นใจ คือ คุณสมบัติประจําตัวอันเปน แบบอยางของมนษุ ย คอื ตองประกอบดวยความเมตตาปราณี ความกรุณา ความสงสารความเห็นอกเห็นใจผูอ่ืนในลักษณะที่ไมเสียผลประโยชนของสวนรวม อันเปนการแบงเบาความรสู ึกของผทู อ่ี ยรู ว มกัน 15. มีความจงรักภักดี ความจงรักภักดี คือ สภาพหรือคุณสมบัติประจาํ ตัวของการเปนบุคคลทีซ่ ่ือสัตยสุจริตและซ่อื ตรงตอผอู น่ื ตอหนา ที่ ตอรัฐน่ันเอง การเปนผนู ํานน้ั จาํ เปน ตอ งมคี วามจงรักภกั ดีตอ หมูคณะหรือสว นรวม ท้งั นีเ้ พือ่ ความไววางใจ
86 16. มีการสังคมที่ดี การสังคมท่ีดี คือ การมีบุคลิกภาพที่จะเขาสังคมไดอยางถูกตอง หมายความวา การที่เราเปนผูนําที่ดีน้ันจะตองปรับตัวเองใหคบคาสมาคมกับเพ่อื นมนษุ ยด วยกันอยา งถกู ตอ งแนบเนียน และตองพยายามศึกษาปรับตนใหเขากับสังคมตาง ๆทเี่ ราจะไปติดตอใหไ ดและถูกตองอกี ดวย 17. มกี ารบังคับตนเอง การบังคับตนเอง คือ การบังคับจิตใจโดยผานทางอารมณซ ่งึ รับมาจากประสาทท้ัง 5 เพื่อมิใหแสดงออกซึง่ กริ ิยาอาการตาง ๆ ที่ไมเหมาะสมแกผูอ่ืนไดการบังคับตนเองน้ันนับวาเปนส่ิงสําคัญมากของผูนํา เพราะตลอดเวลาผูนํามักจะเปนเปาสายตาของผรู ว มงานอยเู สมอ ผตู าม และภาวะผตู าม ผตู าม หมายถงึ ผูปฏิบัติงานในองคการที่มีหนาที่และความรับผิดชอบท่ีจะตองรับคาํ ส่ังจากผูบ ังคับบัญชามาปฏบิ ตั ใิ หสาํ เรจ็ บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค คุณลกั ษณะพฤติกรรมของผตู าม 5 แบบ มีดังน้ี 1) ผตู ามแบบหา งเหิน ผตู ามแบบน้ีเปน คนเฉอ่ื ยชาแตม ีความเปนอิสระและมคี วามคดิ สรา งสรรคส งู ผูตามแบบหางเหินสว นมากเปนผูตามทมี่ ีประสทิ ธผิ ล มีประสบการณและผานอุปสรรคมากอ น 2) ผตู ามแบบปรบั ตาม ผตู ามแบบน้ี เรยี กวา ผูตามแบบครับผม เปนผูทม่ี ีความกระตือรอื รน ในการทาํ งาน แตขาดความคดิ สรางสรรค 3) ผูตามแบบเอาตัวรอด ผูต ามแบบน้ีจะเลือกใชลักษณะผตู ามแบบใดข้ึนอยูกบัสถานการณทจี่ ะเออ้ื ประโยชนก ับตวั เองใหม ากทส่ี ดุ และมคี วามเสยี่ งนอ ยทส่ี ดุ 4) ผตู ามแบบเฉื่อยชา ผูตามแบบนีช้ อบพงึ่ พาผูอืน่ ขาดความอิสระ ไมมีความคิดรเิ ร่มิ สรางสรรค 5) ผตู ามแบบมปี ระสทิ ธผิ ล ผตู ามแบบน้ีเปน ผูที่ทีความต้ังใจในการปฏิบัติงานสูงมคี วามสามารถในการบริหารจัดการงานไดดวยตนเองกจิ กรรมทายเรื่องท่ี 5 การพฒั นาภาวะผูนาํ – ผตู าม(ใหผูเ รียนไปทํากิจกรรมทายเร่ืองที่ 5 ที่สมุดบนั ทึกกจิ กรรมการเรยี นรูประกอบชดุ วิชา)
87 หนวยการเรียนรทู ่ี 6 ลูกเสือ กศน.กบั การพฒั นาสาระสําคญั การลูกเสือไทย ไดถือกําเนิดโดยองคพระมหากษัตริยไทย ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา เจา อยหู วั รัชกาลท่ี 6 ซึ่งมคี วามเจริญรุดหนา อยางมีคุณคา และสมเดจ็ พระเจาอยหู ัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 มีพระบรมราโชบายดา นการศึกษากบั ความมน่ั คง มีพระราชประสงคเ ห็นคนไทยมวี ินัย รูหนาที่ มีความรับผิดชอบ สรางวนิ ัยโดยกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ดังน้ัน สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยสํานักงาน กศน.ซึง่ เปนหนวยงานหลกั ในการสงเสรมิ การศึกษาตลอดชีวิตสําหรับประชาชน มีความตระหนักและเหน็ คณุ คาของกิจการลกู เสือ ซึ่งเปนพระราชมรดกอันลํ้าคาย่ิงท่ีพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา-เจาอยูหัว รัชกาลที่ 6 ไดพระราชทานไวใหแกปวงชนชาวไทย จึงไดนอมนํากิจการลูกเสือกระบวนการลูกเสอื รวมท้ังเนอ้ื หาความรูตา ง ๆ ทเ่ี ก่ียวของกบั การลกู เสือมาเปนหลักในการจัดกิจกรรม สงเสริมประสบการณใหผูเรียน กศน. ในฐานะท่ีเปนลูกเสือ กศน. ใหมีทักษะชีวิตสามารถดํารงชีวิตในสังคมไดอยางมีความสุข สามารถนําอุดมการณ คําปฏิญาณและกฎของลูกเสอื มาใชใ นชวี ิตประจําวัน มีระเบียบวินัย มีคุณธรรมจริยธรรม และมีความสงางามในการดํารงตนใหเปนพลเมืองดี มีจิตสาธารณะการใหบริการ และบําเพ็ญประโยชนตอชุมชน สังคมและประเทศชาติตัวช้ีวดั 1. อธบิ ายความเปนมา และความสําคัญของลกู เสือ กศน. 2. อธิบายลกู เสือ กศน. กบั การพฒั นา 3. ระบบุ ทบาทหนา ท่ขี องลกู เสือ กศน. ทมี่ ตี อตนเอง ครอบครวั ชุมชน และสังคม 4. ระบุบทบาทหนา ที่ของลูกเสือ กศน. ทมี่ ตี อ สถาบันหลักของชาติขอบขา ยเนอื้ หา เรื่องท่ี 1 ลกู เสอื กศน. 1.1 ความเปนมาของลกู เสอื กศน. 1.2 ความสําคัญของลกู เสอื กศน. เรอ่ื งที่ 2 ลูกเสือ กศน. กบั การพฒั นา เรือ่ งที่ 3 บทบาทหนา ท่ีของลูกเสือ กศน. ท่มี ีตอ ตนเอง ครอบครัว ชุมชน และสงั คม เรือ่ งท่ี 4 บทบาทหนา ท่ีของลกู เสือ กศน. ท่มี ีตอสถาบนั หลักของชาติ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224