Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เล่มคู่มือ-อส-ศธ

เล่มคู่มือ-อส-ศธ

Published by suphatrada37, 2023-04-20 03:00:34

Description: เล่มคู่มือ-อส-ศธ

Search

Read the Text Version

คมู ือ การจดั กิจกรรมโครงการอาสาสมคั รกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (อส.ศธ.) สำนกั การลกู เสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน สำนักงานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร กระทรวงศึกษาธกิ าร

ก คำนำ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ไดตระหนักและเห็นความสำคัญในการพัฒนานักเรียน นักศึกษาใหมีความพรอมทั้งกายใจ และสติปญญาพรอมรองรับการพัฒนาของชวงวัย โดยชวยเหลือ สงเสริม สนับสนุนการแกไขปญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรู (Learning Loss) การอานออกเขียนได รวมถึง การพัฒนาทางอารมณ สังคม คุณธรรมจริยธรรม และการดูแลปกปองคุมครองความปลอดภัยทัง้ ดานรางกาย และจติ ใจ สำนกั การลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนกั เรียน ซึง่ มีหนาท่ใี นการสง เสริมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และการดูแลความประพฤตินักเรียน นักศึกษา จึงกำหนดจัดโครงการอาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการขึ้น เพื่อมี ครูอาสาสมัครจิตอาสาในพื้นที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ชวยงานดานการศึกษาและพัฒนานักเรียนดวยกิจกรรม ที่หลากหลาย และสงเสริมการมีสวนรว มในการพัฒนาการศึกษาอยางมีประสิทธิภาพ ระหวางสถานศึกษา ครู ผูปกครอง ชุมชน รวมถึงทุกภาคสว นทเ่ี ก่ียวของ และเพื่อใหผ ูจ ัดกจิ กรรมภายใตโ ครงการฯ สามารถดำเนินการ จดั กจิ กรรมไดอยางมีประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค จึงไดจ ดั ทำคูมือการจดั กิจกรรมโครงการอาสาสมัคร กระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) เพื่อใหผูรับผิดชอบโครงการ ผูไดรับมอบหมายใหจัดกิจกรรมตาง ๆ รวมทั้ง ผูที่เกี่ยวของ ไดศึกษาใหเกิดความรู ความเขาใจในกรอบแนวทาง กระบวนการจัดกิจกรรมภายใตโครงการ อาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) และสามารถนำไปจัดกิจกรรมโครงการไดอยางมีประสิทธิภาพ ถกู ตองและเปนไปในทศิ ทางเดยี วกนั อนั จะกอใหเกิดประโยชนสงู สดุ ตอ นักเรยี นซึ่งเปนอนาคตท่สี ำคญั ของชาติ ตอ ไป สุดทายนี้ ขอขอบคุณผูมีสวนรวมในการจัดทำคูมือการจัดกิจกรรมโครงการอาสาสมัคร กระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) ทุกทานไว ณ โอกาสนี้ และหวังเปนอยางย่ิงวา คูมือเลมนี้จะเปนประโยชน ตอผูร บั ผดิ ชอบโครงการ ตลอดจนผูเ กย่ี วขอ งสามารถนำไปจัดและดำเนนิ กิจกรรมไดอยางมีประสิทธภิ าพตอไป สำนกั การลูกเสอื ยุวกาชาดและกจิ การนักเรียน มกราคม 2566

สารบญั ข คำนำ หนา สารบญั ก สารบญั ตาราง ข สวนที่ 1 โครงการอาสาสมคั ร กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ค 1 หลกั การและเหตุผล 1 วัตถุประสงค 2 เปา หมาย 2 2 เชงิ ปรมิ าณ 2 เชงิ คุณภาพ 3 วิธีการ/ขนั้ ตอนการดำเนนิ งานโครงการ 3 งบประมาณ 3 ผูรบั ผดิ ชอบโครงการ 3 ผลท่คี าดวาจะไดรบั 4 คำจำกดั ความ 4 สว นท่ี ๒ แนวทางการดำเนนิ กจิ กรรมภายใตโ ครงการ 4 ขัน้ ตอนการจัดกิจกรรมตามโครงการ 4 สำนกั การลกู เสือ ยวุ กาชาดและกจิ การนกั เรียน 4 สำนักงานศึกษาธิการภาค 5 สำนักงานศึกษาธกิ ารจังหวดั 5 ตัวชวี้ ัดความสำเร็จ 5 การกำกบั ติดตามและการประเมนิ ผล 5 การติดตามประเมนิ ผลโครงการ 5 เครอื่ งมือในการติดตามและประเมนิ ผล 6 การสรปุ และรายงานผลการดำเนินงานโครงการ 7 ปฏทิ นิ การดำเนินงาน ๗ สวนท่ี ๓ อาสาสมัครกระทรวงศกึ ษาธิการ (อส.ศธ.) ๗ กำหนดการจดั ประชมุ สรา งความรคู วามเขาใจบทบาท อส.ศธ. ๙ บทบาทหนา ท่ขี องอาสาสมคั รกระทรวงศึกษาธกิ าร (อส.ศธ.) ๙ สวนท่ี ๔ กิจกรรมพัฒนาเด็กที่อยูในวัยเรียน ๑๐ กำหนดการจัดกรรมโครงการ ๑๑ กิจกรรมการเรียนรูหมวดกิจกรรม กิจกรรมกลุมสัมพันธแ ละกิจกรรมนันทนาการ

สารบัญ (ตอ) หนา ๑๓ กจิ กรรมการเรยี นรหู มวดวชิ าการ ๒๔ วชิ าทักษะการสอื่ สาร ฟง พูด อาน เขียนอยา งมปี ระสิทธภิ าพ ๓๓ วชิ าทักษะชีวติ และการสรางภมู คิ มุ กนั ๓๔ 33 บรรณานกุ รม ๓๖ ภาคผนวก 3๘ ๔๐ ภาคผนวก ก ๔๑ แบบบนั ทึกผลการประเมินทักษะการส่ือสาร ฟง พูด อาน เขยี นฯ ๔๒ แบบสอบถามความพงึ พอใจทม่ี ตี อการจดั กิจกรรมสรา งความรูฯ ๔๓ แบบรายงานผลการปฏบิ ัตงิ านของ อส.ศธ. ๔๔ แบบติดตามการจดั ประชมุ สรางความรคู วามเขา ใจฯ ๔๖ แบบตดิ ตามการจดั กิจกรรมพัฒนาเด็กท่ีอยูในวยั เรียน ๔๘ แบบรายงานผลการดำเนินงานโครงการฯ (ศธจ.) ๔๙ แบบรายงานผลการดำเนนิ งานโครงการฯ (ศธภ.) ๕๐ ๕๑ ภาคผนวก ข ๕๒ ประกาศสำนักงานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร เรื่อง การรับสมัครฯ ๕๓ ใบสมัคร ๕๔ เกียรติบัตร อส.ศธ. แบบบัตรประจำตัวอาสาสมคั รฯ เกียรตบิ ตั รผเู ขา รว มกิจกรรม ภาคหนวก ค รายชอื่ คณะผูจดั ทำคมู ือ

สารบญั ตาราง ค หนา ตารางท่ี 5 ๑ ตวั ชวี้ ดั ความสำเรจ็ ของการจัดกจิ กรรมตามโครงการ

สว นที่ 1 โครงการอาสาสมคั รกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) 1. หลักการและเหตผุ ล จากสถานการณการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) สงผลวงกวางในหลายมิติทั่วโลก รวมทั้งผลกระทบตอการศึกษาทุกระดับ โดยเฉพาะโอกาสในการเรียนรู ของเดก็ ท่ีอยูในวยั เรยี นทง้ั ทางดา นพฤติกรรมอารมณ สังคม สติปญ ญา ผูเรยี นเกดิ ภาวะถดถอยทางการเรยี นรู (Learning Loss) เปนอยา งมาก เน่ืองจากหลายครอบครัวตองเผชิญกับปญหาในการปรับตวั ตอการเรียนการสอน รูปแบบใหม ทั้งดานอุปกรณ สถานที่ และความพรอมดานจิตใจของเด็กที่อยูในวัยเรียน ครู อาจารย และ ผูปกครอง จึงทำใหคุณภาพการศึกษาลดลง นอกจากสงผลกระทบตอการเรียนและการพัฒนาทักษะแลว ยังตองเผชิญกับความเสี่ยงตอการหลุดออกจากระบบเพื่อออกมาชวยแบงภาระครอบครัวอีกดวย และจาก ความไมพรอมดานอุปกรณการเรียนและสภาพแวดลอมที่ไมอำนวยตอการศึกษา จึงเปนสิ่งสำคัญและจำเปน ที่จะตอ งเสริมสรา งและพัฒนาทักษะการอานออกเขียนได โดยเนน การเรียนรู Active learning ซงึ่ สอดคลองตาม ประเด็นยุทธศาสตรชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) ยุทธศาสตรที่ ๓ ดานพัฒนาและเสริมสรางศักยภาพ ทรัพยากรมนุษย มีเปาหมาย การพัฒนาที่สำคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและในทกุ ชว งวัยใหเ ปน คนดี เกง และมี คณุ ภาพ โดยคนไทยมคี วามพรอ มทงั้ กายใจ สติปญญา มพี ฒั นาการทด่ี รี อบดาน และมสี ุขภาวะท่ีดีในทุกชวงวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบตอสังคมและผูอื่น มัธยัสถ อดออม โอบออมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม และเปน พลเมืองดีของชาติ มีหลักคิดทีถ่ ูกตอง มคี วามสามารถในการแกไขปญหา ปรับตวั ส่อื สารและทำงานรวมกับผูอ่ืน ไดอยางมีประสิทธิผล ประกอบกับแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติที่ ๑๐ การปรับเปลี่ยนคานิยมและ วัฒนธรรม (๑) กำหนดใหคนไทยมีคุณธรรม จริยธรรม คานิยมที่ดีงาม และแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ ท่ี ๑๑ การพัฒนาคนตลอดชวงชีวติ (๓) การสงเสรมิ บทบาทการมสี ว นรว มของภาครัฐและเอกชน องคก รปกครอง สวนทองถิ่น ครอบครัว และชุมชน ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย (๗) การปลูกฝงความเปนคนดี มีวินัย รวมถึงไดรับการพัฒนาอยางสมดุลทั้งดานรางกาย สติปญญา และคุณธรรมจริยธรรม และสอดคลองกับ ยุทธศาสตรกระทรวงศึกษาธิการที่ ๓ พัฒนาและเสริมสรางศักยภาพทรัพยากรมนุษยใหมีคุณภาพ โดยการ สงเสริมจัดเรียนการสอนพัฒนากระบวนการคิดอยางเปนระบบผานประสบการณตรงจากการลงมือปฏิบัติ รวมถึงบูรณาการจัดกระบวนการเรียนรูที่เสริมสรางหลักคิดและทัศนคติทีถ่ ูกตองดานระเบียบวินยั คุณธรรม จริยธรรม จติ สาธารณะ เพอ่ื เปน พลเมืองท่ีมีคุณภาพของประเทศชาติตอ ไป สำนักการลูกเสือ ยวุ กาชาดและกิจการนักเรียน สำนักงานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ ไดตระหนัก และเห็นความสำคัญในการพัฒนานักเรียนนักศึกษาใหมีความพรอมทั้งกายใจ และสติปญญาพรอมรองรับการ พัฒนาของชวงวัย โดยชวยเหลือ สงเสริม สนับสนุนการแกไขปญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรู (Learning Loss) การอานออกเขียนได รวมถึงการพัฒนาทางอารมณ สังคม คุณธรรมจริยธรรม และการดูแลปกปอง คุมครองความปลอดภัยทั้งดา นรางกายและจติ ใจ จึงไดก ำหนดจดั “โครงการอาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.)” เพื่อสงเสริมการมีสวนรวม ในการพัฒนาการศึกษา อยางมีประสิทธิภาพระหวางสถานศึกษา ครู ผูปกครอง ชุมชนและภาคสวนที่เกี่ยวของ เพื่อชวยสนับสนุนในการพัฒนาเด็กที่อยูในวัยเรียนใหเกิด กระบวนการเรยี นรูอยา งมคี ณุ ภาพ

๒ 2. วตั ถปุ ระสงค 2.1 เพื่อสนับสนุนใหมีอาสาสมัครจิตอาสาในพื้นท่ีสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เพื่อชวยงาน ดา นการศกึ ษาและพัฒนาเด็กท่ีอยใู นวัยเรยี นดวยกจิ กรรมท่ีหลากหลาย 2.2 เพื่อสงเสริมการมีสวนรวมในการพัฒนาการศึกษาอยางมีประสิทธิภาพ ระหวาง สถานศกึ ษา ครู ผปู กครอง ชุมชน และทุกภาคสว นทีเ่ ก่ยี วขอ ง 3. เปาหมาย/กลุมเปา หมาย เชิงปรมิ าณ ๑. มี อส.ศธ. ในพนื้ ท่ีสำนักงานศึกษาธิการจังหวดั 77 จังหวัด ๆ ละ 50 คน รวม 3,850 คน ๒. เดก็ ที่อยใู นวยั เรียนไดรับการดูแลจาก อส.ศธ. และไดรับการพัฒนาทักษะดานอารมณ สังคม คุณธรรม จริยธรรม ตามแนวทางของสำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน ในพื้นที่ สำนกั งานศึกษาธกิ ารจังหวดั 77 จังหวัด ๆ ละ ไมนอยกวา 60 คน รวมไมนอ ยกวา 4,620 คน เชงิ คณุ ภาพ ๑. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการมี อส.ศธ. ในพื้นที่ เพื่อชวยงานดานการศึกษา โดยการพัฒนาเด็กที่อยูในวัยเรียน ใหเกิดทักษะตาง ๆ ทั้งดานอารมณ สังคม คุณธรรม จริยธรรม รวมถึง ปกปอ งคุมครองความปลอดภยั เพ่อื ใหเกดิ การเรียนรอู ยางมีคุณภาพและมีความสขุ ๒. เด็กที่อยูในวัยเรียนที่ไดรับผลกระทบจากภาวะถดถอยทางการเรยี นรู ไดรับการสงเสรมิ และพัฒนาใหม ีความพรอมท้ังทางดานรางกายและจิตใจ รวมถึงไดร ับการดูแลปกปองคมุ ครองความปลอดภัย เพ่อื ใหเกดิ กระบวนการเรียนรอู ยางมคี ณุ ภาพและมคี วามสขุ ๓. ผูรับผิดชอบหรือผูที่เกี่ยวของโครงการ มีแนวทางการดำเนินกิจกรรมภายใตโครงการ อาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) เปนตนแบบในการดำเนินงานโครงการไดอยางมีประสิทธิภาพ เพื่อใหเกิดประโยชนสูงสุดตอเด็กที่อยูในวัยเรียน โดยสงเสริมใหเกิดกระบวนการเรียนรูในทักษะตาง ๆ ท้งั ดา น อารมณ สงั คม คุณธรรม จริยธรรมดว ยกจิ กรรมทห่ี ลากหลาย รวมถึงดูแลคุมครองเด็กทอ่ี ยูในวัยเรียน ใหมีความปลอดภัยและมพี ฤตกิ รรมทเี่ หมาะสม 4. วิธกี าร/ขนั้ ตอนการดำเนนิ งานโครงการ 1..ศึกษา วิเคราะหขอมูลเกี่ยวกับบทบาทอำนาจหนาที่ การบูรณาการในการพัฒนา การศึกษา ระหวางสถานศึกษา ครู ผูปกครอง ชุมชน และทุกภาคสวนที่เกี่ยวของ รวมถึงกิจกรรมในการ พัฒนาเดก็ ท่ีอยใู นวยั เรียนดา นทกั ษะตาง ๆ อารมณ สังคม คุณธรรม จรยิ ธรรม 2. ขออนุมัติโครงการอาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) ประจำปงบประมาณ พ.ศ. 256๖ 3. จัดทำคำสง่ั แตง ต้งั คณะกรรมการดำเนนิ งาน 4..จัดประชุมเชิงปฏิบัติเพื่อจัดทำกรอบแนวทางการดำเนินกิจกรรมตามโครงการ อาสาสมัครกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (อส.ศธ.) 6. เผยแพรคูมือการจัดกิจกรรมโครงการอาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ อส.ศธ. และ จัดสงใหสำนักงานศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด หรือผูไดรับมอบหมายจัดดำเนินงาน โครงการฯ 7. จัดสรรงบประมาณโครงการฯ ใหสำนกั งานศึกษาธิการจงั หวัดภาค สำนักงานศึกษาธิการ จังหวัด

๓ 8. ดำเนินงานโครงการตามคูมือการจัดกิจกรรมโครงการอาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ อส.ศธ. 9. สรปุ และรายงานผลการดำเนนิ การ ๕. งบประมาณ ตามที่ไดรับการจัดสรรงบประมาณประจำป ๒๕๖๖ จากแผนงานพื้นฐานดานการพัฒนา และเสริมสรางศักยภาพทรัพยากรมนุษย ผลผลิตผูไดรับการสงเสริมและพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม กิจกรรม ลกู เสอื ยวุ กาชาดและกิจการนักเรียน งบรายจายอนื่ : คาใชจ ายโครงการสงเสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรมเพ่ือสรางพื้นฐาน แกผเู รียนดานการศึกษา ๔ ดาน ในระดับจังหวดั ๖. ผรู ับผดิ ชอบโครงการ ๖.1 ผูรับผิดชอบหลัก : สำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน สำนักงาน ปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ๖.2 ผรู บั ผดิ ชอบรว ม : สำนกั งานศกึ ษาธกิ ารภาค ๑ – ๑๘ สำนกั งานศึกษาธกิ ารจงั หวดั ๗๗ จังหวดั ๗. ผลทีค่ าดวาจะไดร ับ ๗.1 มีอาสาสมัครจิตอาสาที่มีคุณภาพในพื้นที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เพื่อชวยงาน ดา นการศกึ ษาและพัฒนาเดก็ ทอี่ ยูในวัยเรียนดวยกิจกรรมที่หลากหลาย ๗.2 สถานศึกษา ครู ผูปกครอง ชุมชน และทุกภาคสวนที่เกี่ยวของมีสวนรวมในการพัฒนา การศึกษาอยา งมีประสทิ ธภิ าพ ๗.๓ ผูที่เกี่ยวของสามารถนำคูมือการจดั กิจกรรมโครงการอาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ อส.ศธ. ไปจัดดำเนินงานโครงการ/กิจกรรมตามกรอบทางการดำเนินกิจกรรมตามโครงการ อส.ศธ. เต็มรูปแบบ ไดอยางมีประสิทธิภาพ เปนไปในทิศทางเดียวกัน และเพื่อสงเสริมสนับสนุนในการพัฒนาใหเดก็ ที่อยูใ นวัยเรียน เกิดกระบวนการเรียนรูอยางมีคุณภาพและมีความสุข อันจะเปนประโยชนตอคุณภาพการศึกษาของชาติ ตอไป ๙. คำจำกัดความ ๙.๑ อาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) หมายถึง บุคคลที่สมคั รใจเขามาทำงานเพ่ือชวยเหลือ ในการพัฒนาการศึกษา โดยการสงเสริมสนับสนุนการแกไขปญหาภาวะถดถอยทางการเรียน (Learning Loss) การอานออกเขียนได และพัฒนาเด็กที่อยูในวัยเรียนใหเกิดการเรียนรูอยางมีคุณภาพและมีความสุข ในดานทักษะตาง ๆ อารมณ สังคม คุณธรรม จริยธรรม ดวยกิจกรรมที่หลากหลาย รวมถึงดูแลคุมครองเด็ก ท่ีอยใู นวัยเรยี น ใหม คี วามปลอดภัยทั้งรา งกายและจติ ใจ รวมถงึ มพี ฤติกรรมท่เี หมาะสม โดยไมห วงั ผลตอบแทน ๙.๒ เด็กที่อยูในวัยเรียน หมายถึง นักเรียนในระบบและนอกระบบที่ควรไดรับการพัฒนา ศักยภาพตามชว งวัย ๙.๓ กิจกรรมพฒั นาเด็กทีอ่ ยูใ นวยั เรียน หมายถึง การจดั กิจกรรมสง เสริมสนับสนุนในการพฒั นา นักเรียนใหเกิดการเรียนรูอยางมีคุณภาพและมีความสุข ในดานทักษะตาง ๆ อารมณ สังคม คุณธรรม จรยิ ธรรม การอา นออกเขยี นได ดว ยกิจกรรมท่หี ลากหลาย

๔ สว นท่ี ๒ แนวทางการดำเนนิ กจิ กรรมภายใตโ ครงการอาสาสมคั รกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) สำนักการลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจการนักเรียน ไดรับมอบหมายใหดำเนินงานโครงการ อาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) ดังนน้ั เพ่ือใหผรู ับผิดชอบโครงการ รวมทั้งผทู ่ีไดรับมอบหมายใหจัด กิจกรรมตาง ๆ ที่กำหนดไว ไดศึกษาเรียนรูเพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจในกรอบแนวทาง กระบวนการจัด กจิ กรรม รปู แบบ และผลผลิตของโครงการ โดยมขี ้นั ตอนการจดั กิจกรรม ดงั น้ี ๑. ขน้ั ตอนการจดั กจิ กรรมตามโครงการ ผูรับผิดชอบดำเนินการจัดกจิ กรรมโครงการ ดำเนนิ การดังนี้ ๑.๑ สำนกั การลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรยี น ๑.๑.๑ จดั ทำรายละเอยี ดเพื่อเสนอขออนุมัติโครงการ ๑.๑.๒ จัดประชมุ เชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำคมู ือการจัดกิจกรรมโครงการอาสาสมัคร กระทรวงศึกษาธิการ อส.ศธ. ๑.๑.๓ ประกาศสำนกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ เร่ือง การรบั สมัครอาสาสมัคร กระทรวงศกึ ษาธกิ าร (อส.ศธ) ๑.๑.๔ ประชาสัมพันธก ารรับสมัคร อส.ศธ. ๑.๑.๕ โอนจัดสรรเงินงบประมาณใหกบั สำนักงานศกึ ษาธิการภาค และสำนกั งาน ศกึ ษาธิการจังหวดั ดำเนินการในสว นท่เี กีย่ วขอ งตดิ ตามผลการดำเนนิ กจิ กรรมโครงการ สรุปและรายงานผล การดำเนินงานโครงการเพ่อื รายงานตอ ผบู ริหารระดบั สงู ตอไป ๑.๑.๖ ดูแล กำกับ และใหคำปรึกษาเพื่อรวบรวมขอมูลเสนอพรอมรายงานผล ตอ ผูบริหาร ๑.๒ สำนกั งานศกึ ษาธกิ ารภาคดำเนนิ การ ๑.๒.๑ จัดประชุมชี้แจงกรอบแนวทางการดำเนินกิจกรรมโครงการใหกับ สำนกั งานศึกษาธกิ ารจงั หวัดในพื้นท่ีรับผดิ ชอบ และวางแผนการดำเนินกิจกรรมโครงการ ๑.๒.๒ ประชาสมั พนั ธการรบั สมคั ร อส.ศธ. ๑.๒.๓ ติดตามประเมนิ ผลการดำเนนิ กิจกรรมโครงการในพ้ืนทรี่ ับผิดชอบ ๑) ติดตามการประชมุ สรางความรู ความเขาใจ บทบาทของ อส.ศธ ๒) ติดตามการจัดกิจกรรมการพัฒนาเด็กที่อยูใ นวัยเรยี น ๑.๒.๔ สรปุ และรายงานผลการดำเนินกิจกรรมโครงการในพื้นท่รี ับผดิ ชอบใหก ับ สำนักการลกู เสอื ยวุ กาชาดและกจิ การนักเรียน ๑.๓ สำนกั งานศึกษาธิการจังหวัดดำเนนิ การ ๑.๓.๑ รวมประชมุ รับฟง การชแี้ จงกรอบแนวทางการดำเนนิ กิจกรรมโครงการ ๑.๓.๒ ประชาสัมพันธ และรับสมคั ร อส.ศธ. จังหวดั ละ ๕๐ คน ๑.๓.๓ จัดทำทะเบยี น อส.ศธ. ทส่ี มัครในพ้ืนท่จี งั หวดั ตามเปาหมายโครงการ ๑.๓.๔ จัดประชุมสรางความรู ความเขาใจถึงบทบาทหนาที่ใหกับ อส.ศธ. โดยกำหนดจัดวัน เวลาเดียวกนั ทุกจังหวัดตามเปา หมายโครงการ ๑.๓.๕ จัดทำเกยี รติบตั ร และบัตรประจำตวั อส.ศธ. ใหก บั อส.ศธ.ทุกคนตามรูปแบบ ทก่ี ำหนด ๑.๓.๖ จัดกิจกรรมพฒั นาเดก็ ที่อยใู นวยั เรียนตามเปา หมายโครงการ

๕ ๑.๓.๗ ติดตามผลการปฏิบตั งิ านของ อส.ศธ. ๑.๓.๘ สรปุ และรายงานผลการดำเนินการโครงการใหกบั สำนักงานศกึ ษาธิการภาค ๒. ตัวชวี้ ัดความสำเร็จ ตัวชี้วดั ความสำเรจ็ ของการจดั กจิ กรรมตามโครงการดงั ตารางท่ี ๑ ดงั น้ี ตารางที่ ๑ ตวั ชีว้ ัดความสำเร็จของการจัดกิจกรรมตามโครงการ ตวั ช้ีวัดความสำเร็จ วธิ กี ารวัดและประเมินผล เครอื่ งมือท่ีใช ๑. อส.ศธ.มีความพึงพอใจตอ ๑. สอบถามความพึงพอใจทมี่ ีตอ ๑.แบบสอบถามความพึงพอใจ การจดั ประชมุ สรางความรู การจัดประชมุ สรา งความรู ความ ท่ีมตี อการจัดประชุมสรา งความรู ความเขา ใจ ไมนอยกวา รอ ยละ เขา ใจ ความเขาใจ ๘๐ 1. แบบวัดและประเมินผลตาม ๒. เด็กทอี่ ยใู นวัยเรียน 1. การวัดและประเมนิ ผลตาม สภาพจรงิ แบบ Scoring rubric ท่ีเขา รว มกิจกรรม มีความรู สภาพจรงิ แบบ Scoring rubric ความเขาใจ ผานเกณฑก าร ประเมนิ ไมน อ ยกวารอ ยละ ๖๐ ๓. การกำกับ ตดิ ตามและการประเมินผล การกำกับ ติดตามและการประเมินผลเปนกระบวนการที่จัดทำขึ้น เพื่อใหทราบ ถึงปญหาอุปสรรคขอเสนอแนะและประโยชนที่จะไดรับของผูเขารวมกิจกรรมภายใตโครงการอาสาสมัคร กระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) โดยใชแบบติดตามและประเมินผลตามคูมือการจัดกิจกรรมโครงการ อาสาสมัครกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (อส.ศธ.) ประกอบดว ย ๓.๑ การติดตามประเมนิ ผลโครงการ ๓.๑.๑ การประชุมสรางการรบั รู อส.ศธ. ๑) การสอบถามความพงึ พอใจ ๒) การรายงานผลการปฏบิ ัตงิ านในบทบาทของ อส.ศธ. ๓.๑.๒ การจัดกจิ กรรมพฒั นาเด็กทอ่ี ยูในวัยเรียน แบบวัดและประเมินผลตามสภาพจริง ๓.๒ เคร่อื งมอื ในการติดตามและประเมนิ ผล ๓.๒.๑ แบบตดิ ตามการจดั ประชุมสรางความรูความเขา ใจ ๓.๒.๑ แบบติดตามการจัดกจิ กรรมเดก็ ทีอ่ ยูในวยั เรยี น ๓.3 การสรปุ และรายงานผลการดำเนนิ งานโครงการ ๓.๓.๑ การสรุปผลการดำเนินงาน ๑) แบบรายงานผลการดำเนนิ งานโครงการ. ๒) ผลการประเมนิ ตามสภาพจรงิ ๓) ผลการสอบถามความพงึ พอใจ ๔) ผลการดำเนนิ งานโครงการ ๓.๓.๒ รายงานผลการดำเนินงาน ๑) รายงานผลการประเมินตามสภาพจริง ๒) รายงานผลความพึงพอใจ ๓) รายงานผลการดำเนินงานโครงการ

๖ ๔. ปฏิทินการดำเนินงาน วนั /เดอื น/ป กิจกรรม ผูร ับผดิ ชอบ 20 – 22 จัดทำคูมือการจัดกิจกรรมโครงการ สำนกั การลกู เสอื ยุวกาชาดและกจิ การนักเรยี น ธนั วาคม ๒๕๖๕ อาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) ๑๖ – 31 จัดประชุมชี้แจงกรอบแนวทางการ สำนักงานศึกษาธิการภาค มกราคม ๒๕๖6 จัดกิจกรรมภายใตโครงการ อส.ศธ. ใหก บั สำนักงานศึกษาธกิ ารจังหวดั 1๖ มกราคม - ๑๔ ประชาสมั พันธแ ละรบั สมคั ร สำนกั การลูกเสือ ยุวกาชาดและกจิ การนักเรยี น กุมภาพันธ ๒๕๖๖ อาสาสมคั รกระทรวงศกึ ษาธิการ สำนักงานศกึ ษาธิการภาค (อส.ศธ) สำนักงานศึกษาธิการจงั หวัด รอ เปดโครงการและการประชุม สำนักงานศึกษาธกิ ารจงั หวัด Kick Off และ สรางการรบั รบู ทบาท อส.ศธ. มีนาคม 2566 การติดตามผลการจัดกิจกรรม สำนักงานศกึ ษษธิการภาค ประชมุ สรางความรู ความเขา ใจถึง บทบาทหนา ที่ของ อส.ศธ. พรอ มรายงานผลการดำเนนิ งานตอ สำนักการลูกเสือ ยวุ กาชาด และ กจิ การนักเรยี น 1 เมษายน – 30 อาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศกึ ษาธกิ ารจังหวัด กันยายน 2566 อส.ศธ. ปฏบิ ัติงานพ้นื ที่จังหวดั พฤษภาคม – จดั กจิ กรรมสงเสริมสนบั สนนุ สำนกั งานศึกษาธกิ ารจงั หวดั สงิ หาคม 2566 ในการพัฒนาเดก็ ท่ีอยใู นวยั เรียน พฤษภาคม – การตดิ ตามผลการจัดกจิ กรรม สำนกั งานศึกษาธิการภาค สิงหาคม 2566 สง เสริมสนบั สนนุ ในการพฒั นา เด็กที่อยูในวัยเรยี น พรอมรายงานผล การดำเนนิ งานตอสำนกั การลูกเสอื ยวุ กาชาดและกิจการนักเรยี น สงิ หาคม – การสรปุ และรายงานผลการ สำนักงานศกึ ษาธกิ ารภาค กันยายน 2566 ดำเนินงานโครงการฯ ตอสำนักการ ลูกเสอื ยวุ กาชาดและกิจการนกั เรียน หมายเหตุ* ปฏทิ ินการดำเนนิ งานอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบาย

๗ สว นที่ ๓ อาสาสมัครกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (อส.ศธ.) อาสาสมัคร กระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) เปนบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการ สงเสริมสนับสนุนชวยเหลือพัฒนาการศึกษา โดยสงเสริมการมีสวนรวมในการพัฒนาการศึกษา ระหวาง สถานศกึ ษา ครู ผูปกครอง ชุมชนและภาคสวนท่ีเกี่ยวของ โดยเพม่ิ โอกาสในการเขาถึงการศึกษา ฟนฟูภาวะ ถดถอยทางการเรียนรูใหกับผูเรียนทุกระดับ และสนับสนุนในการพัฒนานักเรียนใหเกิดการเรียนรูอยางมี คุณภาพและมีความสุข ทั้งในดานทักษะ ตาง ๆ อารมณ สังคม คุณธรรม จริยธรรม รวมถึงดูแลปกปองคุมครอง นกั เรยี น ใหม ีความปลอดภัยดา นรา งกายและจิตใจ และมีพฤตกิ รรมท่ีเหมาะสม รวมถงึ มีโอกาสดานการศึกษา อยางเทาเทียมดวยกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อเปนการสรางความรูความเขาใจในบทบาทหนาที่ของอส.ศธ. ภายใตโ ครงการอาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ จงึ กำหนดกรอบการจดั ประชมุ โดยมีรายละเอียดดังนี้ ๑. กำหนดการจัดประชุมสรา งความรูความเขาใจบทบาท อส.ศธ. เวลา๐๗.๓๐-๐๙.๓๐ น. รายงานตัวและลงทะเบยี น เวลา๐๙.๓๐ - ๑๐.๓๐ น. กรอกเอกสารการสมคั ร/ขอมลู สำหรับทำทะเบียน เวลา ๑๐.๓๐ – ๑๒.๐๐ น. พธิ ีเปด Kick Off เวลา ๑๒.๐๐ – ๑๓.๐๐ น. บทบาทอาสาสมคั รกระทรวงศึกษาธกิ าร (อส.ศธ.) เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๔.๓๐ น. พักรับประทานอาหารกลางวนั แลกเปลี่ยนเรียนรูการประสานความรวมมือกับภาคี เวลา ๑4.3๐ – ๑5.0๐ น. เครอื ขา ย - กำหนดพน้ื ท่ใี นการดแู ลเด็กทอ่ี ยูใ นวัยเรียน - การรายงานผล - ชองทางการประสานงาน QR Code ประเมินผล พิธีปด หมายเหตุ - พักรบั ประทานอาหารวางและเครื่องดื่ม เวลา ๑๐.๓๐ – ๑๐.๔๕ น และ ๑๔.๓๐ – ๑๔.๔๕ น. - กำหนดการเปลยี่ นแปลงไดตามความเหมาะสม ๒. บทบาทหนาที่ของอาสาสมัครกระทรวงศึกษาธกิ าร ( อส.ศธ.) ชวยเหลือในการพัฒนาการศึกษา โดยชวยสงเสริมสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพเด็กที่อยู ในวัยเรียน และแกไขปญหาภาวะถดถอยทางการเรียน (Learning Loss) การอานออกเขียนได ดานทักษะ ตาง ๆ อารมณ สงั คม คุณธรรม จรยิ ธรรม ดวยกิจกรรมทห่ี ลากหลาย รวมถึงดูแลคมุ ครองเด็กที่อยใู นวัยเรียน ใหม คี วามปลอดภัยและมพี ฤตกิ รรมทีเ่ หมาะสม เพือ่ ใหเ กดิ การเรยี นรูอยา งมีคณุ ภาพและมีความสขุ อาทิ ๔.๑ ชว ยสง เสริมสนับสนุนและพัฒนาการเรียนรูเด็กทีอ่ ยใู นวยั เรียน ๔.๒ ใหคำปรกึ ษา แนะนำผปู กครอง ๔.๒.๑ นำบุตรหลานเขา สรู ะบบการศกึ ษา ๔.๒.๒ ในดานการศกึ ษา ชีวิตและสังคม รวมถึงอาชพี ๔.๓ เสนอแนวทาง/รูปแบบการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนานักเรียนตอสำนักงานศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธกิ ารจงั หวดั

๘ ๔.๓.๑ สำรวจเด็กท่อี ยใู นวัยเรยี นในพน้ื ที่ชมุ ชน ๑) ท่ยี งั ไมเ ขาระบบการศึกษา ๒) มภี าวะถดถอยทางการเรียนรูด า นใด ๓) ความตองการความชวยเหลอื ดา นใด ๔.๓.๒ สงเสริมสนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็กที่อยูในวัยเรียนดว ย กิจกรรมที่หลากหลายในพื้นที่ชุมชนตามความเหมาะสม เพื่อพัฒนานักเรียนใหมีความพรอมทั้งดานรางกาย และจิตใจ เชน กิจกรรมสงเสริมคุณธรรม จริยธรรม กิจกรรมลูกเสือ/กิจกรรมยุวกาชาด/กิจกรรมเกี่ยวกับ สง เสริมความประพฤตนิ กั เรยี นและนกั ศึกษา ฯลฯ ๔.๔ บูรณาการประสานงานกับหนวยงานที่เกี่ยวของในพื้นที่เพื่อสงเสริมสนับสนุนพัฒนา ทักษะตาง ๆ ในดานการศึกษา ชีวติ และสังคม รวมถึงอาชพี ๔.๔.๑. ดานการอา นออกเขียนได /ขาดโอกาสทางการศกึ ษา ฯลฯ ๔.๔.๒ ดา นสขุ ภาพ (เจบ็ ปวย/จิตใจ/ยาเสพตดิ ฯลฯ) ๔.๔.๓ ดา นทุนทรัพย (คาเลาเรียน/การครองชีพ ฯลฯ) ๔.๔.๔ ดานความประพฤติ/พฤติกรรม (ถูกลวงละเมิด/ถกู ทำรายทารณุ /ประพฤตติ น ไมเหมาะสมกับสภาพและวัย ฯลฯ) ๔.๕ คน หาชว ยเหลือเดก็ ที่อยูในวยั เรียน และแกป ญ หาเปนรายกรณี โดยการประสาน ความรวมมือและสงตอสหวชิ าชพี 4.๖ ติดตาม ดูแล ตรวจเยี่ยม รายกรณีหลังจากเด็กที่อยูในวัยเรียนไดรับความชวยเหลือ ตามสภาพความตองการ ๕.๗ อน่ื ๆ โดยเนนประโยชนส ูงสดุ ของเดก็ ที่อยูในวัยเรียนเปนหลัก ๔.๘ รายงานผลการปฏบิ ัตงิ านในระบบการรายงานผล/ตามแบบทก่ี ำหนด

๙ สว นท่ี ๔ กจิ กรรมพฒั นาเดก็ ท่ีอยใู นวัยเรียน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน ไดตระหนักและเห็น ความสำคัญในการพัฒนานักเรียนใหมีความพรอมทั้งกายใจ และสติปญญาพรอมรองรับการพัฒนาของชวงวัย โดยชว ยเหลือ สง เสรมิ สนบั สนุนการแกไ ขปญ หาภาวะถดถอยทางการเรยี นรู (Learning Loss) การอานออก เขียนได รวมถงึ การพฒั นาทางอารมณ สงั คม คณุ ธรรมจริยธรรม และการดแู ลปกปอ งคุมครองความปลอดภัย ทั้งดานรางกายและจิตใจ จงึ กำหนดกรอบการจัดกิจกรรมเพ่ือพัฒนาเด็กท่ีอยูในวัยเรียนเกิดกระบวนการเรียนรู อยางมคี ุณภาพ โดยใชร ะยะเวลา ๑ วัน ประกอบดว ยกจิ กรรมการเรยี นรูหมวดกิจกรรมและหมวดวชิ าการ ดงั น้ี ๑. กำหนดการจัดกจิ กรรมโครงการ เวลา 08.00 – 0๘.๔๕ น. รบั รายงานตวั /ลงทะเบยี น เวลา 0๘.๐๐ – 09.๓๐ น. พธิ ีเปดโครงการ เวลา ๐๙.๑๕ – ๐๙.๔๕ น. กิจกรรมกลุมสัมพันธและกจิ กรรมนนั ทนาการ เวลา ๐๙.๔๕ – 1๐.๐๐ น. รบั ประทานอาหารวา ง เวลา ๑๐.๐๐ – 1๒.๐๐ น. ทักษะการส่ือสาร ฟง พดู อาน เขียน อยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ เวลา 1๒.๐๐ – 1๒.45 น. รับประทานอาหารกลางวัน เวลา 1๒.๔๕ – 1๔.๔๕ น. ทักษะชีวติ และการสรางภูมคิ ุมกัน เวลา 1๔.๔๕ – ๑๕.๐๐ น. รับประทานอาหารวาง เวลา 1๕.๐๐ – 1๕.๑๕ น. ประเมนิ ผล เวลา 1๕.๑๕ – 1๕.๓๐ น. พิธปี ด โครงการ หมายเหตุ : กำหนดการน้อี าจมกี ารเปล่ียนแปลงไดต ามความเหมาะสม

๑๐ กิจกรรมการเรียนรหู มวดกิจกรรม กจิ กรรมกลุมสมั พนั ธแ ละกิจกรรมนนั ทนาการ จำนวน ๓0 นาที สาระสำคญั ของกิจกรรม การสรา งมติ รภาพและสัมพนั ธภาพทดี่ ี โดยการละลายพฤติกรรม จัดข้ึนดว ยวธิ กี ารทจี่ ะชวย ใหทุกคนไดแนะนำและเปดเผยตัวเอง ใหสมาชิกแตละคนไดรูจักกันมากขึ้น ไดทำกิจกรรมรวมกัน อันจะ กอใหเกิดความเปน อันหนึ่งอันเดยี วกัน มีความรูสึกวา เปนพวกเดียวกันซึง่ จะเสริมสรางบรรยากาศที่เปน มติ ร ทำใหท ุกคนกลา แสดงความคิดเหน็ ตางๆ กลา แสดงออกอยางสรา งสรรคแ ละรจู กั แกปญหาอยางมเี หตผุ ล จุดประสงคการเรียนรู 1. เพ่ือสรา งความรจู ักคุนเคยและสัมพนั ธภาพท่ีดีตอกัน 2. เพ่ือสรางเสรมิ ความสามคั คใี นหมคู ณะ มีภาวะความเปนผูน ำและผูตามท่ีดี กจิ กรรมการเรียนรู ขัน้ นำ 1. วทิ ยากรเตรียมความพรอม จดั กิจกรรมใหผเู ขารว มกิจกรรมมีความพรอมท้ังรา งกาย และจติ ใจ 2. วิทยากรแจงจดุ ประสงคของการจัดกจิ กรรม และอธิบายรายละเอยี ดของกจิ กรรม 3. วิทยากรแจกอุปกรณส ำหรับดำเนินกิจกรรม ข้ันสอน 4. วทิ ยากรดำเนินการกลุมสัมพันธต ามกิจกรรมท่ีเตรยี มไว ขน้ั สรปุ 5. วทิ ยากรสรุปสาระสำคญั ทีไ่ ดจากการเลน กจิ กรรม ส่อื อุปกรณ 1. เครอ่ื งดนตรี 2. เคร่ืองประกอบจังหวะ การประเมินผล การสังเกตและการมสี ว นรว ม

๑๑ ตัวอยา งกิจกรรมนันทนาการ เกม หากวา เรากำลังสบาย วิธกี ารเลน • ไมจ ำกัดผเู ลน ผเู ลนนง่ั ลอ มวง หรือยืน • เมื่อผูน ำรอ งเพลง “หากวา เรากำลังสบายจงปรบมือพลัน” สนิ้ สุดเสยี งรอ งทอนแรก ผเู ลนตองปรบมือ พรอมกัน 2 จังหวะตามเนื้อเพลง • ทำแบบนว้ี นไปจนจบเพลง • เน้อื เพลงอาจเปลย่ี นแปลงไดข้ึนอยกู ับผูนำกจิ กรรมจะสงั่ ใหท ำอะไร เกม เหยียบหนังสือพิมพ วิธกี ารเลน • แบง สมาชกิ ออกเปนทีม ทมี ละ 5 - 10 คน • กอดคอกันเปนกอนๆ แตล ะทีมจะตองยืนอยูบนหนงั สอื พิมพแผนเล็ก ๆ เทา นน้ั • หามมอี วยั วะสว นใดแตะพน้ื ดานนอกเปน อันขาด • แตละรอบหนังสอื พมิ พก็จะมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ • คนในทีมก็ตองชวยกนั พยุงตวั ใหอ ยใู นหนังสือพิมพใหได • ทมี ไหนอยูร อดเปน ทมี สุดทาย จะเปนฝา ยชนะ เกม จำควาย วธิ กี ารเลน • แบงสมาชิกออกเปน ทมี ทมี ละ 5 - 10 คน นัง่ ลอมวง • จากน้ันใหค นแรกเร่ิมพดู ชื่อตัวเอง • คนท่สี องก็พูดช่ือของคนแรกและชื่อตัวเอง • คนทีส่ ามก็พูดช่ือคนแรก คนท่สี อง และชื่อตวั เอง • ทำวนไปเรอ่ื ย ๆ จนกวาจะเจอคนที่จำผิด • จากนั้นกเ็ ริม่ วนใหม เกม “ลงิ อุมแตง” • แบง สมาชิกออกเปน ทมี ทมี ละ 10 คน • ใหสมาชิกแบงทีม เปนทมี ยอยใหอ ยฝู ง ตรงขามกนั ฝงละ 5 คน ยนื เปนแถวตอน หนั หนาเขาหาทีม ตัวเองท่ีอยตู รงขาม ระยะหา งของแตล ะฝง ประมาณ 8 เมตร ขึ้นไป ชวงหา งการยนื ของแตละทมี ในแตล ะฝง ประมาณ 1 เมตร • ใหแตล ะทีม (ฝง เดียวกันขา งใดขา งหนึง่ ) โดยใหส มาชิกคนแรก ใสกางเกงในทีเ่ ตรยี มไวแ ละอุมแตงโม ที่คลุกแปง • เมือ่ ผนู ำเกม เตรียมสมาชิกเรียบรอ ย เปานกหวดี เริ่มการแขงขนั โดยคนที่ใสก างเกงในอุมแตงโม ว่งิ ไปหาทีมตนเองทีอ่ ยูต รงขา ม เพื่อท่ีจะถอดกางเกงใน และสง แตงโมใหกบั คนแรกของทีมตนเองที่ อยตู รงขาม คนแรกที่ไดร ับกางเกงใน จะตองใสก างเกงในและอุม แตงว่งิ กลับมาหาคนท่ีสองของทีม ตนเองที่อยตู รงขา มถอดกางเกงใน สง แตงโมใหก บั คนทีส่ อง คนที่สองก็จะใสกางเกงใน และอุม แตงโมวงิ่ ไปหาเพอ่ื นคนท่ีสองของทีมตนเองที่อยฝู ง ตรงขา ม ทำเชนน้ีจนถึงคนสุดทายโดยตอ งใส กางเกงใน และอุม แตงโมวงิ่ มาฝงตรงขา ม ทีมใดเสรจ็ กอนทมี นน้ั จะเปน ผูช นะ

๑๒ • สมาชกิ ในทมี สามารถใหความชวยเหลือเพ่ือนสมาชิกในทีมของตนเองในการถอดกางเกงในหรอื ใส กางเกงใน หรอื รอยื่นแตงโมได • ทมี ใดทำแตงโมตกพื้น ทีมนั้นแพก ารแขง ขันทันที (ตอ งระวังไมใหแตงโมตกจากมือ แตงโมจะลื่น เนอ่ื งจากคลุกแปงมันเอาไว) เกม “สาวนอยปะแปง” • ใหผ ูเลนจบั มอื กันเปนวงกลม แลว นง่ั ลง • ใหผ ูนำเกม แจกกระปอ งแปง (ถาผเู ลน ประมาณ 40-50 คนสกั 4 กระปอง ถามากกวาน้ันกเ็ พ่ิม ตามความ เหมาะสม) • การแจกกระปองแปงใหก บั ผเู ลน ควรเวนระยะใหหา งกันพอสมควร • ผนู ำเกมใหผ ูถือแปง สง แปง ใหคนถัดไปในทิศทางเดยี วกนั • เปดเพลงประกอบเพื่อความสนุกสนาน พอไดส ักระยะใหห ยดุ เพลง หรือ เปา นกหวดี • ใครถือแปงอยูใหย กแปง ขึน้ เปดฝากระปองแปง แลวทำตามคำสัง่ ผนู ำเกม • ผูนำเกมอาจส่งั วา คนที่ถือกระปองแปง เทแปงใสม ือคนทีอ่ ยดู า นซาย 2 คน คนท่ีอยู ดา นขวา 2 คน และใหคนท่ีมีแปง อยูในมือทาแปงใหกบั คนที่มีแปงในมอื หรือทาแปง ใหตนเอง เปนตน (การออกคำสั่งแลว แตผ ูนำเกม) กจิ กรรมเพม่ิ เติม : https://m.facebook.com/notes/เครือขายเกษตรกรคล่นื ลกู ใหมภาคตะวนั ออก/ ขอมูลประกอบ-กจิ กรรมกลุมสมั พันธ/ 198899953483962/? se_imp=0rRPUYRq8c5F6Npdf

๑๓ กจิ กรรมการเรยี นรูหมวดวชิ าการ วชิ า ทกั ษะการสอื่ สาร ฟง พูด อา น เขยี น อยา งมปี ระสทิ ธิภาพ เวลา 120 นาที สาระสำคญั การฟง พูด อาน เขยี น เปนการฝก ใชภ าษาไทยที่สำคัญอยางยิง่ เพ่อื รเู ขา ใจ วิเคราะห สรุป สาระสำคัญ ประเมินสิ่งที่อาน ฟง - ดู จากสื่อประเภทตาง ๆ และสื่อสารดวยการพูด การเขียนไดถูกตอง ตามหลักการใชภาษาอยางสรางสรรค สามารถนำไปใชในการเรียนรูรายวิชาและการใชในชีวิตประจำวันได อยางถกู ตอง เหมาะสม ตลอดจนทำใหเดก็ ทอ่ี ยใู นวยั เรียนมผี ลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นทด่ี ีขึ้น จดุ ประสงค เม่อื จบบทเรียนนี้แลว ผูเขารวมกจิ กรรมสามารถ เนื้อหา ๑. อานสะกดคำในบทเรยี นท่ีกำหนดไดถกู ตอง ๒. อา นออกเสยี งคำในบทเรยี นท่กี ำหนดไดถ ูกตอง ๓. เขยี นบนั ทึกกจิ กรรมตามเหตุการณจรงิ ได ๑. การอานสะกดคำ ๒. การอา นออกเสยี ง ๓. การเขียนบนั ทกึ กิจกรรมการเรียนรู ช่ัวโมงที่ ๑ ขัน้ นำเขา สบู ทเรยี น ๑. เตรียมความพรอ มโดยการต้งั คำถาม *วธิ ที ำใหอา นออกเขียนได *ประโยชนข องการอา นออกเขียนได ๒. วิทยากรสรุปและเช่อื มโยงสูก จิ กรรมการเรยี นรกู ารอานการเขยี น ขั้นสอน ๑. แบง ผรู วมกจิ กรรม กลมุ ละ ๖ คน แจกใบความรูนิทานเรือ่ งนอ งเกไปทะเล ๒. วทิ ยากรอานออกเสียงเนื้อเรอื่ งใหน กั เรยี นฟง โดยใชน ้ำเสียงและลลี าในการอา น ผเู ขารว ม กจิ กรรมอา นเรอ่ื งตามวิทยากรพรอ มกันทุกคน ๓. ผูเขารว มกิจกรรมแตละกลุมอานออกเสยี งเรื่องนองเกไปทะเล เปนรายบุคคล ๔. วิทยากรซกั ถามเกย่ี วกบั ลักษณะนิสยั และพฤตกิ รรมของตวั ละคร รวมท้ังใจความสำคัญ ของเรื่อง เพ่ือใหผ เู ขา รว มกจิ กรรมแสดงความคิดเห็น พรอมท้งั ใหช วยกันสรปุ ขอคิด จากเรอ่ื งท่ีอา น * นองเกมนี ิสัยอยางไร * นองเกชอบอะไร * พอ กบั แมพานองเกไปเท่ยี วท่ีไหน * นองเกเ ห็นอะไรบา งท่ีทะเล * นอ งเกรสู ึกอยางไรทีไ่ ดไปเทยี่ วทะเล เพราะเหตใุ ตจจึงรูสกึ เชน น้นั * เรื่องนองเกไปทะเลใหข อคิดอะไรกบั นักเรยี นบาง ๕. ผูเขารวมกิจกรรมทำใบงานกิจกรรมท่ี 1 - ๓

๑๔ ขัน้ สรุป วทิ ยากรสรุปประโยชนของการอา น ชว ยกระตนุ การทำงานของสมอง ชว ยเพมิ่ ทักษะการ คิดวิเคราะห ชว ยกระตนุ ความจำ ใหค วามรู ทำใหทกั ษะการเขยี นดขี ้นึ ชว ยฝก สมาธิและความต้งั ใจ ชวยลด ความเครียด ชว ยใหผ อ นคลาย และใหค วามบันเทิง ช่วั โมงท่ี ๒ ขน้ั นำเขาสูบทเรยี น วทิ ยากรและผูเ ขารวมกจิ กรรมสนทนาเกี่ยวกบั เหตุการณประทับใจ วทิ ยากรยกตัวอยาง เหตกุ ารณประทบั ใจ โดยเลาถึงเหตุการณที่วทิ ยากรประทับใจใหผ ูเขารวมกิจกรรมฟง ขัน้ สอน ๑. วทิ ยากรแบงผูเ ขา รว มกจิ กรรมออกเปน ๒ กลุม ผเู ขารวมกิจกรรมแตละกลมุ คดั เลือก ตัวแทนเพ่ือมาเลาเหตุการณป ระทับใจหรือเหตกุ ารณ ทพี่ บเหน็ ใน ชีวิตประจำวันใหเพอ่ื นฟง วิทยากรและ ผเู ขา รวมกิจกรรมรว มกันแสดงความคิดเหน็ วา - เหตกุ ารณท เี่ ลาใหเ พื่อนฟงสามารถเขยี นเปนลายลักษณอักษรไดไหม - เราจะมีวิธกี ารเขียนอยางไร - ผูเขา รว มกจิ กรรมเคยเขียนบนั ทกึ หรือไม - ผูเ ขารว มกจิ กรรมคิดวา ควรใชเวลาใดเขยี นบนั ทึกจึงจะเหมาะสม 2. ผูเ ขารว มกจิ กรรมแตล ะกลมุ ศึกษาใบความรู เร่ืองการเขยี นบนั ทึก และตวั อยางบันทกึ เหตกุ ารณ และผเู ขารว มกิจกรรมสังเกตสวนประกอบของการเขียนบนั ทึกวา มีอะไรบาง เชน หัวขอ เร่ือง ช่ือ ผูเขียน ช่ือหนังสอื เนอื้ หา ทีบ่ ันทกึ วนั เวลาทเ่ี กดิ เหตุการณ หรือวนั ท่ีบนั ทึก ๓. ผเู ขารวมกจิ กรรมเขียนบนั ทกึ เร่อื งราวลงในใบงานการเขียนบนั ทึกกิจกรรมตามเหตุการณ จริงโดยใหเ ขียนบันทกึ กจิ กรรมตามเหตุการณจ รงิ ๔. ผเู ขารวมกิจกรรมแตละกลุม นำเสนอ ๕. ผเู ขา รวมกจิ กรรมทำใบงานกจิ กรรมท่ี ๔ ขนั้ สรุป วิทยากรและผเู ขารว มกิจกรรมรว มกนั สรปุ ความรูเรื่องการเขยี นบันทึก สอ่ื อุปกรณ ๑. ใบความรนู ิทานเร่ืองนองเกไปทะเล ๒. ใบงานการอา นผสมคำ ๓. ใบงานการอา นเสยี งคำ ๓. ใบความรู เรอ่ื งการเขยี นบันทกึ ๔. ใบความรูตัวอยางเรอ่ื งหนังสอื เลม เล็กฝก เด็กอา นเขียน ๔. ใบงานการเขยี นบันทึกกจิ กรรมตามเหตุการณจรงิ ๕. กรรไกร กาว การประเมนิ ผล 1. สังเกตพฤติกรรมการอาน 2. สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม ๓. ประเมินการนำเสนอผลงาน

๑๕ ใบความรู การอา นสะกดคำและการอา นออกเสียง ความหมายของการอา น คอื การรบั รูข อความในการเขยี นของตนเองหรือของผูอ่นื รวมถงึ การการรับรคู วามหมายจาก เครือ่ งหมายและสัญลักษณตา งๆ เชน สญั ลักษณจ ราจร เครื่องหมายที่แสดงบนแผนที่ เปนตน การรับรู ขอ ความ เขา ใจเรื่องราว หรอื ไดรบั รสความบันเทิงใจตรงตามจดุ ประสงคของผูเขียนเปนการอา นทด่ี ีและได ประโยชนอยา งแทจริง ความสามารถในการอาน การอา นออกเสียงไดถ ูกตอ งตามหลกั การอา น ภายในเวลาทีก่ ำหนด และเขาใจเรื่องที่อา น อา หนังสอื เรยี นประจำชัน้ ทเี่ รียนไปแลวหรอื หนังสืออ่นื ท่ีมีความยากงายเหมาะสมกับระดบั ชัน้ อา นผดิ ไมเกนิ หนง่ึ ในสข่ี องคำ โดยไมนบั คำซำ้ ความเร็วปกติ ไมช าเกินไป ถาอา นติดใหเ วลาสะกดคำ การอานสะกดคำ มหี ลายวิธี ไดแ ก 1. อานสะกดตามรปู คำ เชน - กา สะกดวา กอ – อา – กา - คาง สะกดวา คอ – อา – งอ – คาง - คาง สะกดวา คอ – อา – งอ – คาง – ไมโ ท – คา ง 2. อานสะกดโดยสะกดแม ก กา กอ น แลวจึงสะกดมาตราตวั สะกด เชน - คาง สะกดวา คอ – อา – คา – คา – งอ – คาง - คาง สะกดวา คอ – อา – คา – คา – งอ – คาง – คาง – โท – คาง 3. คำที่มีสระอยูหนาพยญั ชนะ ใหสะกดพยัญชนะกอนสระเสมอ เชน - เก สะกดวา กอ – เอ – เก - ไป สะกดวา ปอ – ไอ – ไป 4. คำทเี่ ปน สระลดรูปหรือสระเปล่ียนรูป อาจสะกดไดด ังน้ี เชน - กัน สะกดวา กอ – อะ – นอ – กัน หรือ กอ – ไมห ันอากาศ – นอ – กนั - คน สะกดวา คอ – โอะ – นอ – คน หรอื คอ – นอ – คน - แขง็ สะกดวา ขอ – แอะ – งอ – แข็ง หรือ ขอ – แอะ – ไมไตค ู – งอ – แข็ง - เคม็ สะกดวา คอ – เอะ – มอ – เค็ม หรือ คอ – เอะ – ไมไตค ู – มอ – เคม็ 5. คำอกั ษรควบ อาจสะกดไดด งั นี้ 5.1 สะกดเรยี งตัวอักษร มงุ เพ่ือการเขยี นใหถูกตอง เชน - กลอง สะกดวา กอ – ลอ – ออ – งอ – กลอง - พราง สะกดวา พอ – รอ – อา – งอ – พราง - กวาง สะกดวา กอ – วอ – อา – งอ – กวาง 5.2 สะกดตัวควบพรอมกนั มุงเพ่อื ออกเสียงคำควบกล้ำใหชดั เชน - กลอง สะกดวา กลอ – ออ – งอ – กลอง - พราง สะกดวา พรอ – อา – งอ – พราง - กวาง สะกดวา กวอ – อา – งอ – กวาง

๑๖ 6. คำอกั ษรนำ อาจสะกดไดดงั นี้ 6.1 สะกดเรียงตัวอักษร มงุ เพื่อการเขียนใหถูกตอง เชน - อยาก สะกดวา ออ – ยอ – อา – กอ – อยาก - หนา สะกดวา หอ – นอ – อา – หนา - สนาม สะกดวา สอ – นอ – อา – มอ – สนาม 6.2 อานอักษรนำแลวจึงสะกด มุงเพื่อออกเสยี งคำใหถูกตอง เชน - อยาก สะกดวา หยอ – อา – กอ – อยาก - หนา สะกดวา หนอ – อา – หนา - สนาม สะกดวา สะหนอ – อา – มอ – สนาม 7. คำทีต่ ัวสะกดไมต รงตามมาตราตัวสะกด คำท่ีมตี ัวการันต ใหใชห ลักสังเกตรูปคำ รู ความหมายของคำและจำคำใหไ ดโดยอา นและเขยี นอยเู สมอ เชน เหตุ จนั ทร การอานแจกลกู คอื การออกเสยี งคำทป่ี ระสมดวยเสียงพยญั ชนะ สระ วรรณยุกตแ ละตวั สะกด เร่มิ ตนจากการ สอนใหจำและออกเสียงเปนคำ แลวนำรปู คำซึง่ เปรยี บเสมือนแมม ากระจายหรือแจกลูก โดยมีเสยี งพยัญชนะ ตนเปน เสียงหลักแลวเปลยี่ นเสยี งสระไปตามลำดบั หรอื เปล่ียนเสยี งพยญั ชนะทาย (ตัวสะกด) ไปทีละมาตรา เชน กะ กา กิ กี กง กัง กาง หรอื การออกเสียงคำทป่ี ระสมดวยพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ตแ ละตวั สะกด โดยมี เสียงสระเปน หลักแลวเปลีย่ นเสยี งพยญั ชนะตนหรือพยัญชนะทา ย (ตวั สะกด) เชน ดัง จงั บัง ปง รนิ รมิ รกิ รบิ เปนตน การอา นแจกลูก มีวิธีการ ดังนี้ 1. ยึดพยัญชนะตน เปน หลกั แจกลกู โดยเปลีย่ นรปู สระ เชน กะ กา กิ กี กึ กื กุ กู 2. ยดึ สระเปนหลัก แจกลกู โดยเปลีย่ นพยญั ชนะตน เชน กา ขา คา งา ตา นา ทา วา 3. ยดึ สระและตัวสะกดเปน หลัก แจกลกู โดยเปลีย่ นพยัญชนะตน เชน กาง ขาง คาง งาง ตาง นาง ทาง วาง 4. ยึดพยญั ชนะตน และสระเปนหลัก แจกลกู โดยเปลย่ี นตัวสะกด เชน คาง คาน คาย คาว คาก คาด คาบ การอานออกเสียง หมายถึง การอานขอ ความโดยการเปลง เสียงออกมา เพอ่ื ใหผ ูอืน่ ไดรับรู ขอ ความน้นั ๆ ดวยการ อานออกเสียงแบงเปน 2 ลักษณะ คือ การอานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอย กรอง การอานออกเสียง เปนศิลปะในการสื่อสาร โดยการแปลความหมายของตัวอักษร และความคิดของ ขอความที่อาน โดยอาศัย อารมณ น้ำเสยี ง และสีหนาทาทางของผอู าน การใชเสยี ง 1. น้ำเสียง ตองมีการเนน หนัก เบา ดัง คอยใหเปนไปตามเนื้อเรื่องที่อานจึงจะทาให การฟง มรี สชาติ นาสนใจทจ่ี ะตดิ ตามฟง อยา ใชระดับเสยี งเดียวกนั จะทา ใหไมนาฟง และนา เบ่ือหนา ยอยางยง่ิ 2. ความดังของเสียง ขึ้นอยูกับจานวนผูฟงกับระยะหางระหวางผูอานและผูฟง อยาตะโกน เปน อันขาดเพราะจะทาใหไมน า ฟง 3. จังหวะในการอาน ควรอานใหไดจังหวะที่พอดี อานชาเกินไปผูฟงก็เบื่อหนาย แตถาอาน เร็วเกินไปผูฟงอาจฟงตามไมท นั ควรอา นเวนวรรคตอนและทอดเสียงอยางเหมาะสมจะชว ยใหไพเราะนาฟง

๑๗ อักขรวธิ ีในการอา นออกเสียง คำทีเ่ รามกั อา นออกเสยี งพลาดไมชัดเจน ไดแก 1. การอา นพยัญชนะ ร กบั ล ผูอานจะตอ งระมดั ระวงั โดยการอานแยกความแตกตางใหช ดั เจน - การอา นพยญั ชนะ ร ใหปลายลิ้นกกั ลมทป่ี ุมเหงอื ก หอลนิ้ ยกตัวไปท่เี พดานแข็งรัวลน้ิ หลายๆ คร้งั - การอา นพยัญชนะ ล ใหปลายล้ินแตะปมุ เหงือกปลอยลมออกมาทางขางลนิ้ 2. การอานออกเสียงคาควบกลำ คาควบกล้ำ คือ คาที่มีพยัญชนะตน 2 ตัว พยัญชนะตนตัวที่ 2 จะตองเปน ร ล หรือ ว การเปลงเสียงคาควบกล้ำ ตองออกเสียงพยัญชนะตนทั้ง 2 ตัวไปพรอมๆ กับการ เปลง เสยี งเพยี งครัง้ เดยี ว เชน กรอง กลอง กวาง เปนตน การเวน วรรคตอนการอา นออกเสียง ถา เวน วรรคตอนผิด ความหมายจะผดิ ไปดวย กอ นที่จะอาน จะตองทดลองแบง วรรคตอน แบงคา แบง ประโยคใหถ ูกตองเสยี กอ นเสมอ ซึ่งอาจใชเคร่ืองหมาย / แบงคาให ดังตวั อยา ง • หา มผหู ญิงนงุ กางเกงในเวลาทา งาน มคี วามหมายวา ในเวลาทางาน หา มผูหญงิ นุง กางเกงมาทำงาน ถาเวนวรรคตอนผิด • หามผหู ญงิ นุง กางเกงใน / เวลาทำงาน ความหมายจะเปลีย่ นไป การอานใหคลอ งแคลวตอ งอาศยั การฝกฝนอยเู สมอ อา นใหต อ เน่อื ง ไมตะกุกตะกกั การใชสายตา ขณะอานไมควรกมหนากมตาอานแตอยางเดียว ควรสบตาผูฟงเปนระยะ ๆ ไมควรจองผูใด ผหู น่ึงอยตู ลอดเวลา ควรมองไปใหท ่วั ทกุ จดุ ควรระวังการหลงบรรทัด นิทานเรื่อง นองเกไ ปทะเล นอ งเกเปน เดก็ ดีไม เกเร เวลาแม ใหท ำงานกร็ บี ทำอยางไมล งั เล นองเกชอบดูลเิ กและชอบ ดอกรักเร วันนี้ พอกับแม บอกวา จะพานองเกไปเทีย่ วทะเล นองเกต ื่นเตนทจ่ี ะไดเ ลน น้ำทะเล นองเก นงุ กางเกงขาสน้ั ลงไปเลน นำ้ ทะเลกบั พอ และแม นอ งเกเ หน็ เรือตังเกอยกู ลางทะเล และเห็นปเู สฉวน วิ่งเฉไปเฉมาอยูท่ีชายหาดเวลาเยน็ มีการประกวดเทพีบนเวทแี ละแขงขันเตนรําที่ชายหาด นอ งเกดีใจทไี่ ดมา เทีย่ วทะเลเพราะไดเลนฮาเฮ ไดเ ห็นเรอื ตังเก ปเู สฉวน และเทพี

๑๘ ใบงานกจิ กรรมท่ี ๑ เรื่องการอานผสมคำ คำชี้แจง ใหส มาชกิ กลุมตัดภาพตามรอย แลวนำภาพติดในคำท่ีมีความหมายตรงกบั ภาพ

๑๙ ใบงานกิจกรรมท่ี ๒ เรอื่ งการอา นสะกดคำ คำช้ีแจง ใหส มาชิกกลุมรวมกนั เตมิ สว นที่หายไปใหถ ูกตอ งตามหลกั การอานสะกดคำ ของคำศพั ทตอไปน้ี ตัวอยาง เพลง อานวา พอ – ลอ - เอ - งอ - เพลง ๑. เจ อานวา จอ - - เจ ๒. เฉ อานวา - เอ – เฉ ๓. เห อา นวา หอ – เอ - ๔. เฮ อานวา - เอ- ๕. เป อานวา ปอ- - เป - เป- - เป ๖. เท อา นวา -เอ- เท ๗. เฉ อานวา ฉอ – เอ - ๘. เร อานวา - เอ - เร –เร - เอก - ๙. เหล อา นวา - ลอ – เอ – เหล- เหล- - เหล ๑๐. เวที อา นวา วอ– เอ - -ทอ - -ที - เวที

๒๐ ใบงานกิจกรรมที่ ๓ เรอื่ งการอา นออกเสยี งคำ คำชแี้ จง ใหสมาชกิ กลุมรว มกันเขยี นคำอานสะกดคำของคำศพั ทต อไปนี้ ตวั อยาง เทยา อา นวา ทอ – เอ – เท- ยอ –อา – ยา - เทยา ๑. เกเร อานวา ………………………………………………………… ๒. เวลา อา นวา ………………………………………………………. ๓. ลเิ ก อา นวา ………………………………………………………. ๔. โยเย อานวา ………………………………………………………. ๕. ทะเล อา นวา …………………………………………….…………. ๖. เก อา นวา………………………………………………………. ๗. เกม อา นวา …………………….……..………………………….. ๘. เลน อานวา………………………………………………………. ๙. เตน อานวา………………………………………………………. ๑๐. เขม อา นวา ……………………………………………………….

๒๑ ใบความรู เร่ือง ทักษะการเขยี นกิจกรรมท่ีประทับใจตามเหตกุ ารณจรงิ การบันทึกเหตุการณจริงที่ประทับใจ เปนการบันทึกสวนตัวเกี่ยวกับเรื่องราวที่ผานมา ถึงเหตุการณตางๆ ที่เกิดขึ้น ดวยภาษาของผูบันทึก ซึ่งอาจแสดงความคิดเห็น หรือความรูสึกตอเหตุการณ นั้น ๆ มีลักษณะบันทึกอยางไมเปนทางการ ซึ่งอาจจะเปนเหตุการณปกติหรือเหตุการณที่ประทับใจก็ได โดยคำนึงถึงเรื่องที่จะเขียน วา เขียนเมื่อไหร เขียนทำไม และสถานที่เขียนที่ใด เปนการถายทอดความคิด ลงบนกระดาษ ไมควรมีการเขินอาย เพราะจะทำใหไมเกิดความคิดอยางอิสระ อาจมีการผนวกงานศิลปะ ตลอดจนความคิดสรางสรรค สรุปดวยการทิ้งทายความคิด ควรเปนการบันทึกดวยภาษาของตนเองและ บันทึกเฉพาะสิ่งที่สำคัญๆ อันไดแก ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหรและอยางไรเปนตนการบันทึก เหตุการณ ถือเปนหลักฐานและเครื่องเตือนความจำไดวิธีหนึ่ง การเขียนบันทึกที่ดีควรมีมารยาทในการเขียน ซึ่งอาจจะ เปน ประโยชนในการดำเนินชวี ติ ตอไป การเขียนบันทึกความรู เปนการเขยี นบันทกึ เรื่องราวจากการอา นหนังสอื หรือจากการดู หรอื ฟง สง่ิ ใดส่งิ หน่ึงทีเ่ ปน ความรูท ่ีควรจำ เพื่อเปนการเตือนความจำหรือใชอางองิ ในวันขางหนา ๑. หวั ขอ ทคี่ วรเขยี นบันทึกความรู ๑.๑ ชือ่ เร่ือง ๑.๒ เน้ือหาท่ีไดจ ากการคน ควา โดยสรุป ๑.๓ ชื่อผรู ายงาน ๑.๔ หนังสือท่นี ำมาคน ควา โดยระบชุ ่อื หนงั สือ ผแู ตง โรงพมิ พ ปที่พิมพ หรือจาก การดู หรอื ฟง ใคร เมอ่ื ใด ๒. วธิ ีการเขียนบนั ทึกความรู ๒.๑ อา น ฟง หรอื ดเู ร่ืองใหเ ขาใจ ๒.๒ ตัง้ คำถามและตอบคำถามใหไดว า อาน ฟง หรือดูเรื่องอะไร เรือ่ งนนั้ เปน อยางไร และ มกี ารลำดบั เรื่องราวอยางไร เปนตน ๒.๓ นำคำตอบมาเรียบเรียง แลว เขียนจดบันทึกเปนเร่ืองราว ๓. ประโยชนของการเขยี นบนั ทึกความรู ๓.๑ ชว ยเตอื นความจำหรือทบทวนความรู ๓.๒ ใหค วามรแู กผ ูอานหรือผูทพ่ี บเหน็ ๓.๓ นำมาเปนขอมลู อา งอิงหรอื ขอมูลหลกั ฐานได ๔. ทักษะการเขยี นประกอบดวย ๔.๑ สรา งแรงบนั ดาลใจจากการรวบรวมส่งิ ตา งๆ ๔.๒ เลอื กเร่ืองทจี่ ะเขียน ควรเปน เรื่องท่ีตนเองชอบและสนใจ ๔.๓ วางโครงเร่อื งและลำดบั ความคิดเกยี่ วกับเหตุการณ/เรอื่ งทจ่ี ะเขยี น ๔.๔ เรยี บเรียงใหเปน เร่ืองราวท่ีสมบูรณ

๒๒ ใบงานกจิ กรรมที่ ๔ การเขียนบันทึกกจิ กรรมท่ีประทับใจตามเหตกุ ารณจรงิ กลมุ ท.ี่ ............. คำช้แี จง ใหผ เู ขารวมกจิ กรรมเขียนบนั ทึกกจิ กรรมทปี่ ระทับใจตามเหตกุ ารณจรงิ ๑ วัน บันทึกกิจกรรม วนั ที่ ...............เดือน...........................พ.ศ............................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................

๒๓ ใบความรู เร่อื งหนงั สอื เลม เล็ก ฝก เด็กอานเขียน

๒๔ วิชา ทักษะชวี ิตและการสรา งภูมคิ ุมกนั 120 นาที สาระสำคัญ ทักษะชีวิต (Life skills) เปนทักษะภายในที่จะชวยใหสามารถเผชิญสถานการณตางๆ ท่ี เกิดขนึ้ ในชวี ติ ประจำวนั ไดอยางมปี ระสิทธภิ าพ ประกอบดวย ความรู ทศั นคตแิ ละทักษะทส่ี ามารถจัดการกับ ปญหารอบๆ ตัว ใหบุคคลอยูรอดในสภาพสังคมและวัฒนธรรมยุคปจจุบันไดอยางมีความสุข และเตรียม ความพรอมสำหรับการปรับตวั ในอนาคต จดุ ประสงคก ารเรียนรู เมือ่ จบบทเรยี นนี้ ผูเขารว มกิจกรรมสามารถ 1. เพอ่ื ใหน ักเรยี นตระหนกั รูแ ละเหน็ คุณคาในตนเองและผูอ่ืน 2. เพอ่ื ใหน กั เรียนเกดิ ทักษะการจดั การตดั สนิ ใจแกปญหาอยา งงสรางสรรคและมีเหตผุ ล 3. เพื่อใหนักเรยี นเกดิ ทักษะในการปรับตวั ในการดำรงชวี ิตไดอ ยางเหมาะสม การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู/ กระบวนการจัดการเรยี นรู ข้นั นำ 1. วิทยากรนำเขาสกู ิจกรรมโดยใหนกั เรียนเลน เกมผึ้งแตกรงั ซงึ่ มรี ายละเอยี ด ดงั ตอ ไปนี้ 1.1) แบงกลมุ 5 คน เปน ผึง้ 2 คน เปนรงั ผงึ้ 3 คน 1.2) ผเู ลนเปนผ้งึ อยรู ะหวางผูเลนที่เปนรัง 1.3) คำสัง่ ท่ผี นู ำกิจกรรมบอกผูเลน ดงั น้ี - เปลยี่ นรงั - ยา ยรัง - รงั แตก ขัน้ สอน ๑. วิทยากรใหน ักเรยี นแบง กลุมผูเขารว มกจิ กรรมออกเปน 6 กลุม กลมุ ละ 10 คน (ตามความเหมาะสม) ๒. ใหนกั เรียนตง้ั ช่ือกลุมพรอ มท้งั เลอื กประธาน รองประธานและเลขานุการของกลมุ ๓. วิทยากรเตรยี มฉลาก บตั รกจิ กรรม จำนวน 6 สถานการณ เพ่ือระดมความคิดเห็น ในกลุมตัวอยา งสถานการณ เชน ๑) ภัยจากสื่อออนไลน ๒) การลอเลยี นกนั (Bully) ๓) การคุกคามทางเพศ ๔) การใชความรุนแรงในครอบครวั ๕) การปอ งกนั ตนเองจากภัยยาเสพติด ๖) ภาวะซึมเศรา ๔. ใหแตล ะกลุม จับฉลากสถานการณ พรอมรับอุปกรณการเขียน ใหแตล ะกลมุ ชวยกนั วเิ คราะหห าสาเหตุ และแนวทางในการปองกนั และแกป ญหา ๕. ใหแ ตละกลมุ นำเสนอผลงาน กลุม ละ 3 - 5 นาที ๖. วิทยากรติดแสดงผลงาน เพอ่ื แลกเปลีย่ นเรียนรผู ลงานแตละกลมุ

๒๕ ขนั้ สรุป ๑. วทิ ยากรและผเู ขา รวมกจิ กรรมรวมกันสรุปกิจกรรม ๒. วิทยากรใหข อเสนอแนะเพิ่มเตมิ เกี่ยวกับเร่ืองทักษะชีวติ สอื่ อุปกรณ ๓. กิจกรรมผงึ้ แตกรัง ๔. ตวั อยางสถานการณ 6 สถานการณ ๕. กระดาษปรูฟ/ ปากกาเคมี ๖. เวบ็ ไซตท เ่ี กี่ยวกับทักษะชีวิต การประเมนิ ผล ๑. ประเมินการนำเสนอผลงาน 2. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล 3. สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม

๒๖ ใบความรู เรื่อง การพฒั นาทักษะชีวิต แนวคิดเรื่องทักษะชีวิตและการพัฒนาทักษะชีวิต ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สภาพสังคมไทยในทศวรรษใหม เปนยุคของความเร็วและความล้ำสมัยของเทคโนโลยีการ สื่อสาร ความหลากหลายทางเชื้อชาติ วัฒนธรรม การหลอหลอมรวมความคิดและความเชื่อของกลุมคน ที่บุคคลในสังคมจะตองตั้งรับการมีวิถีชีวิตยุคใหมอยางมีวิจารญาณ ซึ่งจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง และ ความคาดหวังของผปู กครองตอการศกึ ษาของบตุ รหลาน ตลอดจนการเผชญิ สงิ่ ย่ัวยุหรือตวั แบบทีไ่ มเหมาะสม ตาง ๆ รอบตัว กอใหเกิดปญหาเด็กและเยาวชนอยางมากมาย ทั้งปญหาดานการปรบั ตัว ปญหาดานอารมณ และจิตใจ ปญหาสุขภาพ ปญหาความรุนแรงปญหาเด็กติดเกม ปญหายาเสพติด ปญหาทางเพศ ฯลฯ โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชนท่ีมีทกั ษะชวี ิตตำ่ ขาดภูมคิ ุม กนั ที่ดที างสงั คม เม่อื จบการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน ไปแลว อาจจะเปนคนทไ่ี มป ระสบความสำเร็จในชีวิต มปี ญหาทางอารมณ จิตใจ และมคี วามขัดแยงในชีวิตได งาย ครูจึงตองจัดกระบวนการเรยี นรูท่ีมีประสทิ ธภิ าพใหผูเรยี นมีทักษะชีวิตที่ดีเปนภูมิคุมกัน ใหรอดพนจาก การครอบงำความคิดของสื่อเทคโนโลยี และตัง้ รบั ตอการกา วรกุ ทางสังคมอยา งรเู ทา ทัน ความหมายของทกั ษะชวี ติ เปนความสามารถของบคุ คลที่จะจัดการกับปญหาตางๆ รอบตัวในสภาพสังคมปจจุบันและ เตรียมพรอมสำหรบั การปรบั ตัวในอนาคต องคประกอบของทกั ษะชีวิต องคประกอบที่ 1 การตระหนกั รแู ละเห็นคุณคาในตนเองและผูอืน่ องคป ระกอบที่ 2 การคิดวเิ คราะห การตัดสินใจ และแกปญ หาอยางสรางสรรค องคป ระกอบท่ี 3 การจัดการกับอารมณแ ละความเครยี ด องคป ระกอบที่ 4 การสรางสมั พนั ธภาพทด่ี กี ับผูอืน่ กจิ กรรมท่ีจะสรางและพัฒนาทกั ษะชีวิต เปนกิจกรรมที่มุงเนนผูเรียนเปนสำคัญผูเรียนเปนผูไดรับประโยชนจากการเรียนรู ซ่งึ ลกั ษณะของกจิ กรรมที่มีประสิทธิภาพในการสรา งและพฒั นาทักษะชวี ิตผเู รยี น มีดงั นี้ กิจกรรมที่ผูเรียนมีสวนรวมคนพบความรูหรือสรางความรูดวยตนเอง ซึ่งจะทำใหผูเรียน เกดิ ทักษะชีวติ ในดา นการคิดวเิ คราะหก ารคิดตัดสินใจ และแกป ญหาอยางสรา งสรรค เชน กจิ กรรมการเรียนรู ที่ใหโอกาสผูเรียน แสดงความคิดเห็น วิพากษวิจารณขาวสาร เหตุการณสถานการณ หรือ ประสบการณ ของผูเรยี น และกิจกรรมการเรยี นรูทผี่ ูเ รยี นไดสืบคน หรือ ศกึ ษาคน ควาคดิ วเิ คราะห สงั เคราะหความรูจากส่ือ ตา ง ๆ และแหลงเรยี นรู ท้ังภายในและภายนอกสถานศึกษาไดส ะทอนตนเองเชอ่ื มโยงกบั ชีวิตและ การดำเนนิ ชวี ติ ในอนาคต กิจกรรมที่ผูเรียนไดทำกิจกรรมรวมกัน ไดลงมือกระทำกิจกรรมลักษณะตาง ๆ ไดประยุกตใชความรู เชน กิจกรรมทัศนศึกษา กิจกรรมคาย กิจกรรมวันสำคัญ กิจกรรมชมรม/ชุมนุม กิจกรรมโครงงาน/โครงการ กิจกรรมอาสา เปนตน กิจกรรมเหลานี้เปนกิจกรรมที่จะทำใหผูเรียนเกิดการ พัฒนาทกั ษะชีวิตดังนี้ 1. ไดเสริมสรางสัมพันธภาพและใชทักษะการสื่อสาร ไดฝกการจัดการอารมณและ ความเครยี ดของตนเอง 2. ไดรับฟงความคิดเห็นของผูอื่น ทำใหเขาใจผูอื่น นำไปสูการยอมรับความคิดเห็น ผูอ่ืน รูจ กั ไตรตรอง ทำความเขาใจและตรวจสอบตนเองทำใหเขา ใจตนเองและ เหน็ ใจผอู ่นื

๒๗ 3. ไดรับการยอมรับจากกลุม ไดแสดงออกดานความคิด การพูด และการทำงาน มีความสำเร็จ ทำใหไดรับคำชม เกิดความภูมิใจและเห็นคุณคาตนเอง นำไปสูความรับผิดชอบ ทั้งตอตนเอง และสงั คม การพัฒนาและเสริมสรางทักษะชีวิตเปนภูมิคุมกันชีวิตใหแกเด็กและเยาวชนในสภาพ สังคมที่เปลี่ยนแปลงและเตรียมพรอมสำหรับการดำเนินชีวิตในอนาคตจึงเปนภารกิจสำคัญของสถานศึกษา ขั้นพื้นฐานที่จะตองจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยเสริมสรางทักษะชีวิตใหมากท่ีสุด ทั้งใน 8 สาระการเรียนรูและกิจกรรมพัฒนาผูเรียน อันไดแกกิจกรรม แนะแนว กิจกรรมโฮมรูม กิจกรรมนักเรียน (กิจกรรมลูกเสือ – เนตรนารียุวกาชาด ผูบำเพ็ญประโยชน กิจกรรมชมรม/ชุมชน) กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนและกิจกรรมที่เสริมสรางคุณลักษณะ ตามนโยบายของสถาน ศึกษา ซึ่งเปนกิจกรรมที่สามารถพัฒนาและเสริมสรางทักษะชีวิตไดทุกองคประกอบ ของทกั ษะชวี ติ การประเมินทักษะชีวิต เปนการประเมินพฤติกรรมผูเรียนเปนรายบุคคล เพื่อพัฒนา ผูเรยี นแตละคนใหม ีพฒั นาการทีด่ ีตรงตามความตองการของทองถน่ิ และสงั คมโดยการประเมนิ ความสามารถ หรือแนวทางในการเผชิญสถานการณตางๆ ของผเู รียนดวยวิธีสังเกตการแกปญหาในสถานการณท่ีกำหนดให และวเิ คราะหก าร เปลย่ี นแปลงความคดิ ความเช่ือการรูคิดและภูมคิ ุมกันทางปญญาจากการสะทอน ความคิด การเชื่อมโยงความคิดและการแสดงพฤติกรรมตอเนื่องหลังการเรียนรู ฯลฯ ซึ่งผูประเมินอาจเปนครู เพื่อน ผปู กครองหรือผูเ รยี นเปนผูประเมินตนเอง สรุปไดวา ทักษะชีวิต หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการแกปญหาตาง ๆ ที่เกิดขึ้น กับตนเอง ครอบครัวและสังคมดวยความรู ความเขาใจ และรูเทาทันการเปลี่ยนแปลงในสังคมเลือกแนวทาง การแกปญหาดวยเหตุผลที่เหมาะสมเพื่อใหบังเกิดผลในดานสรางสรรค ทำใหการดำรงชีวิตดำเนินตอไป ไดอยา งเปน สุข

๒๘

๒๙

๓๐ การสรางทกั ษะชีวิตในเดก็ วัยเรียน ความสามารถในการใชทักษะชีวิต (Life skills) หมายถึง ความสามารถในการนำ กระบวนการตางๆ ไปใชในการดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรูดวยตนเอง การเรียนรูอยางตอเนื่อง การทำงาน และการอยูรวมกันในสังคม ดวยการสรางเสริมความสัมพันธอันดีระหวางบุคคล การจัดการ ปญหา และความขัดแยงตาง ๆ อยางเหมาะสม การปรับตัวใหทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและ สภาพแวดลอ ม และการรูจักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไมพ ึงประสงคทีส่ งผลกระทบตอ ตนเองและผูอื่น ทักษะชีวิต เปนความสามารถที่ประกอบดวยความรู เจตคติ และทักษะ ในการที่จะจัดการกับความกดดัน ความบีบคั้น ปญ หารอบตัวในสภาพสงั คมปจ จบุ นั และเตรยี มพรอมสำหรบั การปรบั ตัวในอนาคต การสอนเด็กใหม ที กั ษะชีวิตมีความสำคัญอยา งไร? สำหรับเด็กวยั เรียน ควรเสริมสรา งพัฒนาทกั ษะชวี ิตพ้นื ฐานที่สำคัญ 2 ดาน 4 องคป ระกอบ ไดแก 1) ทักษะชีวิตดานเจตคติ มี 2 องคประกอบ คือ ความภูมิใจในตนเอง ความตระหนักรู ในตนเองหรือการมีวินัยและความรับผิดชอบ 2) ทักษะชีวิตดานทักษะ มี 2 องคประกอบ คือ การสราง สัมพนั ธภาพ และการสอ่ื สารหรือทักษะทางสังคม ทักษะชีวิตดังกลาวนจ้ี ะเปนพื้นฐานดานบุคลกิ ภาพท่ีสำคัญ ทีเ่ ด็กควรไดร ับการพัฒนาอยางจรงิ จงั  ความภูมิใจในตนเอง คือ ความคิดความรูสึกวาตนเองมีคุณคา มีความภูมิใจ เห็นคุณคา ความสามารถของตนเอง มีความม่ันใจในการคดิ ตดั สินใจ มีการแสดงออก สามารถทำสง่ิ ตา ง ๆ ไดอยางมีความสุข ประสบความสำเร็จ สรางประโยชนตอตนเองและสวนรวม เด็กวัยเรียน จะเปนวยั ทพ่ี ัฒนาความรูสึก ความรับผดิ ชอบในตนเอง เปนวยั ทสี่ ามารถพ่ึงพาตนเองได อยากรู อยากเห็น ชางสังเกต สนใจสิ่งตางๆ ชอบคิด ชอบทำ แกปญหาได มีความขยัน ตั้งใจ ตองการ ความสำเร็จ เปนคนเดน เปนคนสำคัญ เปนที่นิยมชมชอบของผูใหญ จึงเปนวัยที่สามารถ สรางเสรมิ พัฒนาบุคลิกภาพ ปลูกฝง ความรูสึกนึกคดิ เก่ยี วกับคณุ คา ความภมู ใิ จในตนเอง เพือ่ ให เด็กเติบโตอยา งมคี ุณคา ตอ ไป  การมีวินัยและความรับผิดชอบ เด็กที่มีวินัยในตนเองและมีความรับผิดชอบ จะเปนเด็ก ที่สามารถบังคับตนเองใหปฏิบัติตนใหถูกกาลเทศะ ปฏิบัติตามกฎเกณฑของสังคม เคารพสิทธิ ของผูอื่น ทำตามหนาที่ของตน และมีความซื่อสัตยสุจริต โดยไมตองมีผูควบคุมหรือลงโทษ หากผูใหญเสริมสรางความมีวินัยในตนเองและความรับผิดชอบใหกับเด็กวัยเรียน จะทำใหเด็ก เรียนรูที่จะปรับตัวและยอมรับกติกา กฎระเบียบของกลุม ของโรงเรียน เขาใจสิทธิของผูอื่น ยอมรับฟงความคิดเห็น มีความอดทน อดกลั้น ควบคุมตนเองได และสามารถปรับตัวอยูใน กลมุ สงั คมไดอ ยา งภาคภูมิ

๓๑  ทักษะทางสังคม คือ การที่เด็กสามารถแสดงออกเหมาะสมกับกาลเทศะ เปนที่ยอมรับในสังคม เด็กวัยเรียนเปนชวงสำคัญสำหรับ “เตรียมตัว” เขาสูวัยรุนและวัยผูใหญ เริ่มเรียนรูมารยาท ทางสังคม เรยี นรูทจี่ ะทำกิจกรรม อยูร ว มกับผูอน่ื ทน่ี อกเหนอื ไปจากคนในครอบครัว เด็กท่ีมีทักษะชวี ิตที่ดี จะชวยใหเ ด็กรูจ ักท่จี ะอยูกับตวั เอง รจู กั ท่ีจะมปี ฏสิ ัมพนั ธกับคนอื่น มีมนุษยสัมพันธท่ีดี มีความบากบั่น รูจักคิด พบปญหา สามารถแกไขได รูจักปรับตัวที่จะอยูในสังคมได เปนภูมิคุมกัน สรางความเขมแขง็ ใหเ ด็กรูจกั ดูแลตนเองและพง่ึ ตนเองไดใ นท่ีสุด ทักษะชวี ติ มปี ระโยชนต อเดก็ อยา งไร? ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต หรือใชทกั ษะชวี ติ เปน จะเกดิ ประโยชนต อ เดก็ ดังนี้  มีความสุขที่ไดอยูกับครอบครัว เห็นคุณคาของการมีชีวิตและครอบครัวที่อบอุนเปนสุข มีการ แสดงออกถึงความรัก ความกตัญูระหวางกันในครอบครัวในโอกาสที่เหมาะสม ชวยทำงาน ชวยแบงเบาภาระในครอบครัว และรบั ผดิ ชอบตอ หนา ทท่ี ี่ไดรบั มอบหมายจนสำเรจ็  มคี วามรู ทกั ษะ และกระบวนการเรียนรู ที่หลากหลายมาสรางสรรคสง่ิ ตางๆ ใหเกดิ ประโยชน และ นำมาแกปญหาในการดำเนินชีวิตประจำวันไดอยางเหมาะสม มีทักษะในการแสวงหาความรู ขอมูล ขาวสาร สามารถเชื่อมโยงความรู จัดกลุมความรู ขอมูล ขาวสาร ที่ไดจากการเรียนรู นำมาจำแนก เปน ประเดน็ ความรูเ ดิมกับประเด็นความรูใหม ต้งั ใจเรียนหนงั สือ และมกี ารเรยี นรอู ยางตอ เน่ือง  ทำงานและอยูรวมกันในสังคมอยางมีความสุข สามารถทำงานดวยตนเองและทำงานรวมกับผูอ่ืน ไดสำเร็จ ยอมรับฟงความคิดเห็น และแสดงความคิดเห็นของตนเองดวยกิริยาวาจาสุภาพ สามารถ จดั การกบั ปญ หาความขัดแยง และปรบั ตวั ตอ การเปล่ียนแปลงไดอยา งเหมาะสม  รูจักปองกันหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไมพึงประสงค ที่สงผลกระทบตอตนเองและผูอื่น สามารถดูแล สุขภาพรางกายของตนตามหลักของสุขบัญญัติ ใหความสำคัญกับการออกกำลังกาย ไมกอเหตุ ที่นำไปสูการทะเลาะวิวาทและความรนุ แรง มีสุขภาพจิตที่ดี มีมุมมองเชงิ บวก มีการควบคุมอารมณ สามารถจัดการกับอารมณและความเครียดดวยการปฏิบัติกิจกรรมที่เปนประโยชน เพื่อผอนคลาย ความเครยี ดได พอแม ผปู กครองจะจดั กิจกรรมสง เสริมทักษะชีวิตใหล ูกไดอยางไร? 1. พอ แมเ ปน แบบอยางท่ดี ี ในการประพฤติปฏิบตั ิและชกั นำใหลูกเกิดการประพฤตปิ ฏิบัตติ าม พอแมแสดงความรักและยอมรับลูก ครอบครัวมีความอบอุน เปนมิตร ทำใหลูกมีความปลอดภัย ทั้งทาง รางกายและอารมณ ลูกมีความเขาใจในการพัฒนาทักษะตนเองที่จะชวยใหตนเองประสบความสำเร็จ และ สามารถสรา งประโยชนใ หก ับตนเองและผอู ่ืนไดตอไป 2. ปลกู ฝงใหลกู เกดิ ศรทั ธาตอ ตนเอง เสริมสรา งใหลกู มวี ินัยในตนเองและมคี วามรบั ผิดชอบ รักษา กฎกติกา มารยาทในการอยูรวมกับผูอื่น เห็นขอดีของตัวเองที่นาภาคภูมิใจ มีความสุข ความพอใจในการ ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันตางๆ มีพฤติกรรมความเคยชินที่ดีในการปฏิบัติกิจกรรมอยางประณีต ละเอียด รอบคอบ ทั้งการกิน การอยู การดูแลรักษาความสะอาดของรางกาย การจัดเก็บของใชสวนตัวและสวนรวม การรับประทานอาหาร เปน ตน ๓. สรางทักษะการเขาใจตนเองและเขาใจคนอ่ืน ใหลูกไดตระหนกั รวู า ตนเองมีลักษณะเปนอยา งไร มีความสามารถในดานใดบาง ไดรูวาอะไรเปนสิ่งที่ตนเองชอบหรือไมชอบ และไดเรียนรูวาอะไรเปนสิ่งที่ เพื่อนชอบและไมชอบ เพื่อเปนการเรียนรูในการอยูรวมกันกับผูอื่น เริ่มรูจักการมีเหตุผล และรับฟง ความคิดเหน็ ของผอู น่ื ท่ตี างไปจากตน รจู ักเห็นอกเหน็ ใจผอู นื่ ดว ยการฝก ใหลกู ทำงานบาน ใหล ูกเปน ผูบ รกิ าร ผูใ หญใ นบา น เชน เสริ ฟ นำ้ จัดโตะอาหาร ทำอาหาร เลีย้ งนอ ง รดน้ำตนไม กรอกน้ำใสตเู ยน็ เปน ตน

๓๒ 4. เสรมิ ทักษะทางสงั คม ท้ังการพูดสือ่ สาร การรจู กั ฟง รูจักขอบคณุ ขอโทษ ใหลูกสามารถสอ่ื สาร กับคนอื่นใหเขาใจ มีปฏิสัมพันธที่ดีกับผูอื่น สามารถรูวา เมื่อไร อยางไร กับใคร ควรจะสื่อสารอยางไรจึงจะ เปนการสื่อสารที่ถูกกาลเทศะ สอนใหลูกรูจักฉลาดในสิ่งที่มากระทบ ฝกใหลูกรูจักวิเคราะหโฆษณาที่มีอยู รอบตัววาสิ่งเหลานี้มีคุณคาแทหรือคุณคาเทียม ทำอยางไรลูกจึงจะรูเทาทัน รูจักสำรวม ระวัง ไมลุมหลง มัวเมา ไมทำใหเกิดความทุกขเดือดรอนกับใคร นอกจากนี้พอแมควรใหความสำคัญกับคุณธรรมและ การรู เทาทันอารมณ แนะนำวิธีบริหารจัดการอารมณตางๆ รูจักผอนคลายอารมณ พยายามฝกละสิ่งที่ไมดี เพิ่มสิ่งที่ดี ปลูกฝงใหลูกมีความเปนหวงเพื่อนมนุษย เปนหวงสิ่งแวดลอม ประเทศชาติ และมีอุดมการณ ในการชวยเหลือคนอื่นความสามารถในการใชทักษะชีวิต หรือการใชทักษะชีวิตเปน เปนการดำเนิน ชีวิตประจำวัน เพื่อใหเกิดเปนปจจัยเกื้อหนุนสามารถกาวไปสูจุดหมายแหงความเปนชีวิตที่ดี ผูใหญรอบตัว จึงควรสอนใหเด็กรูจักตนเอง เรียนรูทีจ่ ะปรบั ตัว อยูรวมกับผูอื่นไดอยางมีความสุข รูจักหลีกเลี่ยงพฤติกรรม ไมพึงประสงคทีส่ ง ผลกระทบตอตนเองและผูอื่น สามารถจัดการกับความกดดัน ความบบี ค้นั ปญ หารอบตวั และ เตรียมพรอมสำหรับปรับตัวในอนาคต จึงจะเรียกไดวา เปนคนสมบูรณแบบ เปนสมาชิกที่ดีมีคุณคา อยา งแทจ รงิ ของสังคม สามารถนำสงั คมไปสูสนั ตสิ ขุ

๓๓ บรรณานุกรม กาญจนาวดี เหริ เมฆ. (2548). การพัฒนาการเรียนรูทกั ษะการอา นภาษาไทย เรอื่ งมาตราตวั สะกด ทัศนวรรณ ณ พิกลุ . (2551). การพฒั นาหนังสอื เรยี นการอานและการเขียนภาษาไทยเบอ้ื งตนสำหรับ ชาวตา งประเทศ เพ่อื ใชในโรงเรยี นสอนภาษาวาย เอม็ ซี เอ เชียงใหม. การคนควา แบบอิสระ. ศึกษาศาสตรมหาบณั ฑิต บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั เชยี งใหม. ประไพ ประดิษฐสุขถาวร. (2558). สอนลูกใหม ที กั ษะชวี ิต (life skills). (ออนไลท) เขาถึงไดจ าก: taamkru.com/th/สอนลูกใหม ที ักษะชวี ติ . ปย นนั ท สวัสดิ์ศฤงฆาร. 5E Instructional Model. พรพิไล เลศิ วิชา. (2550). สอนภาษาไทยตองเขาใจสมองเดก็ . กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พศาลาแดง. สมาคมไทสรางสรรค. (2558). การพัฒนาทักษะชวี ิต. (ออนไลท) เขาถึงไดจาก: http://www.taiwisdom.org/artclnchdev/lfskll/chddvpartcl04 อุษณีย อนุรทุ ธว์ิ งศ. (2551). ฝกเดก็ ใหเ ปนนกั คดิ . กรุงเทพฯ : มลู นธิ ิสดศรี – สฤษดว์ิ งศ ที่มา : https://m.facebook.com/notes/เครือขา ยเกษตรกรคลื่นลกู ใหมภาคตะวันออก/ขอมลู ประกอบ- กจิ กรรมกลุมสมั พนั ธ/198899953483962/?_se_imp=0rRPUYRq8c5F6Npdf ทม่ี า : https://dltv.ac.th/teachplan/episode/40165 https://sites.google.com/a/secondary11.go.th/www/khumux-khru-naewthang-kar-phathna- thaksa-chiwit https://6301kiettisako.wordpress.com (กจิ กรรมท่ีจะสรางและพฒั นาทักษะชวี ติ ) ท่มี า :https://www.whiteswanfoundation.org/ https://th.wikihow.com

๓๔ ภาคผนวก

๓๕ ภาคผนวก ก. ตัวอยา งเคร่ืองมือ

๓๖ แบบบนั ทกึ ผลการประเมนิ ทักษะการสอ่ื สาร ฟง พูด อา น เขยี น อยางมีประสิทธภิ าพ วันที่ .............................. เดอื น ............................................. พ.ศ. …………………. คำชแ้ี จง ในชองรายการประเมนิ ใหบันทกึ คะแนนที่ไดใ นชองผลการประเมนิ ใหทำเคร่ืองหมาย  ท่ี ช่ือ – สกลุ รวม ไมผาน ผลการประเมิน ดีมาก สรุป คะแนน เกณฑ ผา น (.......) (.....) (...) พอใช ดี (....) (......) *เกณฑการตัดสิน .....๑๑.... คะแนนข้นึ ไปถือวา ผา น (ลงช่อื )....................................................................ผปู ระเมนิ (...................................................................) ตำแหนง ......................................................................

๓๗ การประเมินชน้ิ งาน ชื่อชนิ้ งาน ดมี าก (๔) เกณฑก ารใหคะแนน ปรับปรงุ การอานคำผสม ทำกิจกรรม ดี (๓) พอใช (๒) ทำกิจกรรม การอานสะกดคำ ใบงานท่ี ๑ ทำกจิ กรรม ทำกิจกรรม ใบงานท่ี ๑ ได ถูกทุกขอ ใบงานท่ี ๑ ใบงานท่ี ๑ นอยกวา ๓ ขอ การอานออกเสียง ทำกิจกรรม ถกู ๕ ขอ ถูก ๔ ขอ ทำกจิ กรรม ใบงานที่ ๒ ทำกจิ กรรม ทำกจิ กรรม ใบงานท่ี ๒ ได การสะกดคำในการเขียน ได ๘ ขอข้ึนไป ใบงานที่ ๒ ได ใบงานท่ี ๒ ได ถูกตองนอ ยกวา บันทกึ (งานกลมุ ) ทำกิจกรรม ถูกตอง ๗ ขอ ถูกตอง ๖ ขอ ๖ ขอ ใบงานที่ ๓ ทำกิจกรรม ทำกจิ กรรม ทำกิจกรรม ได ๘ ขอ ขน้ึ ไป ใบงานท่ี ๓ ได ใบงานที่ ๓ ได ใบงานท่ี ๓ ได เขียนถกู ตอง ถูกตอง ๗ ขอ ถูกตอง ๖ ขอ ถกู ตองนอ ยกวา ทกุ คำ เขียนผดิ ๑ คำ เขยี นผิด ๒ คำ ๖ ขอ เขยี นผิดมากกวา ๒ คำ

๓๘ แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีตอการจัดกิจกรรมการสรางความรู ความเขาใจเก่ียวกับ บทบาทหนาท่ี อส.ศธ. วนั ที.่ ............เดอื น.........................พ.ศ. ................... สำนกั งานศึกษาธกิ ารจงั หวัด.................................... คำชแ้ี จง แบบสอบถามความพึงพอใจฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อประเมินผลความพึงพอใจที่มีการจัดกิจกรรมการ สรางความรู ความเขาใจเกีย่ วกบั บทบาทหนา ที่ อส.ศธ. เพื่อนำผลการประเมินไปพัฒนาและปรับปรุงการจดั กจิ กรรมใหมีคณุ ภาพตอไป ตอนท่ี 1 ขอมูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม โปรดทำเครื่องหมาย ลงในชอ งวางหรือ ™ ใหต รงกบั ความเปน จรงิ ๑. เพศ ™ ชาย ™ หญิง ๒. อายุ ™ ไมเ กนิ 40 ป ™ 41 - 55 ป ™ 56 - 60 ป ™ 6๑ – 65 ป ™ มากกวา 65 ป ๓. สถานะปจจุบัน ™ ครเู กษยี ณอายุราชการ ™ บคุ ลากรทางการศึกษาทเ่ี กษียณอายรุ าชการ ™ พนกั งานเจาหนาที่สงเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา ™ คณะกรรมการสถานศกึ ษา ™ บุคคลทผ่ี า นการฝกอบรมหลักสูตรอาสาสมัครจากหนวยงานอื่น (โปรดระบุ ..................) ตอนที่ ๒ ระดับความพงึ พอใจท่ีมตี อ การจดั กิจกรรมการสรา งความรู ความเขาใจเกย่ี วกบั บทบาทหนา ที่ อส. ศธ. โปรดทำเครือ่ งหมาย P ลงในชอ งทีต่ รงกบั ความพงึ พอใจของทานเพยี งระดับเดยี ว ระดบั ความพึงพอใจ ประเดน็ ความคิดเห็น มากทสี่ ดุ มาก ปานกลาง นอ ย นอยท่สี ดุ ดา นกระบวนการ / ขนั้ ตอนการใหบริการ ๑. ขนั้ ตอนการใหบ ริการไมย ุงยากซับซอน และมคี วาม คลองตวั ๒. ความรวดเรว็ ในการใหบ รกิ าร ๓. ความชดั เจนในการอธิบาย ชีแ้ จง และแนะนำ ข้ันตอนในการใหบริการ ๔. ความเปนธรรมของข้ันตอน วิธกี ารใหบ รกิ าร (เรียง ตามลำดับกอนหลงั มีความเสมอภาคเทาเทียมกัน) ๕. ความสะดวกทีไ่ ดร บั จากการบรกิ ารแตล ะขน้ั ตอน ๖. ระยะเวลาการใหบ ริการมีความเหมาะสมตรงตอ ความตองการของผูรบั บริการ ดา นสถานท่ี และระยะเวลา ๗. สถานทจ่ี ดั ประชุม ๘. ความพรอ มของสอื่ อุปกรณ ๙. ความเหมาะสมของระยะเวลาในการจดั ประชุม

ประเดน็ ความคิดเหน็ มากทีส่ ดุ ๓๙ ระดับความพึงพอใจ มาก ปานกลาง นอย นอยท่สี ดุ ดา นเจาหนาทใ่ี หบ ริการ ๑๐. การประสานงานใหท ราบอยางทั่วถึง ๑๑. การอำนวยความสะดวกของเจา หนา ท่ี 1๒. การใหค ำแนะนำหรือตอบขอ ซักถาม ดานความรู ความเขาใจและนำไปปฏบิ ัติงาน 13. ความรู ความเขาใจท่ีไดร ับจากการประชุม 14. สามารถนำความรู ความเขาใจและสามารถ นำไปใชป ฏบิ ตั งิ านตามบทบาท อส.ศธ. ได ตอนท่ี ๓ ขอเสนอแนะ ........................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ........................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ขอขอบคุณผูตอบแบบสอบถามทกุ ทานมา ณ โอกาสนี้ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด..........................

๔๐ สำหรับ อส.ศธ. แบบรายงานผลการปฏิบตั ิงานของ อส.ศธ. ชื่อ..................................................................... สกุล................................................................. อส.ศธ. จังหวดั ............................................................................................................................ การปฏบิ ัติงาน (ระบุรายละเอียด วนั เวลา สถานท่ี วิธีการดำเนนิ งาน) วันที่.................เดือน..........................................พ.ศ............................ สถานท่ี........................................................................................................................................ ™ ใหคำปรกึ ษา ......................................................................................................................................... ......................................................................................................................................... ™ เสนอแนวทาง/รปู แบบการจัดกจิ กรรมเพอ่ื พัฒนานกั เรียน ................................................................................................................................... ......................................................................................................................................... ™ แจงขอ มลู ......................................................................................................................................... ........................................................................................................................................ ™ ออกแบบ/จดั กิจกรรม/วิทยากรจัดกจิ กรรมพฒั นานักเรยี น ......................................................................................................................................... ........................................................................................................................................ ™ ประสานสงตอ ชว ยเหลือนักเรียน ........................................................................................................................................ ......................................................................................................................................... ™ อื่น ๆ ........................................................................................................................................ ......................................................................................................................................... 4. ภาพประกอบ 2 - 4 ภาพ (................................................) ผูรายงาน

๔๑ สำหรบั ศธภ. แบบติดตามการจดั ประชมุ สรา งความรคู วามเขาใจใหกบั อส.ศธ ************************ ๑. สำนกั งานศึกษาธิการจงั หวัด ................................................................................................................... ๒. วนั ท.่ี ......เดือน.....................ป......... สถานท่ใี นการจัดประชุม............ .................................................... ๓. ผเู ขา รวมโครงการ อส.ศธ. จำนวน ........... คน ชาย ....................... คน หญงิ ....................... คน ๔. ผลการสอบถามความพงึ พอใจ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ๕. ปญหาและอปุ สรรค ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ๖. แนวทางการแกไข ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................

๔๒ สำหรับ ศธภ. แบบตดิ ตามการจัดกิจกรรมพัฒนาเด็กทอ่ี ยูในวัยเรยี น ************************ ๑. สำนักงานศกึ ษาธิการจงั หวดั .................................................................................................................. ๒. วันท่ี.......เดือน.....................ป. ........ สถานทใี่ นการจดั กจิ กรรม............................................................... ๓. ผูเขา รวมโครงการ จำนวนเด็กท่ีอยูในวัยเรียน ............................. คน ชาย ............................. คน หญงิ ............................. คน ระดับชั้น ประถมศึกษาปท ่ี ๑ ............................. คน ประถมศกึ ษาปท ี่ ๒ ............................. คน ประถมศึกษาปท ี่ ๓ ............................. คน ประถมศึกษาปท ่ี ๔ ............................. คน ประถมศกึ ษาปท ่ี ๕ ............................. คน ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ ............................. คน สังกดั สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษา ............................. คน สำนกั งานสงเสริมการศกึ ษาเอกชน ............................. คน องคกรปกครองสว นทองถ่ิน ............................. คน สำนกั งานสง เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั ............................. คน ๔. ผลการจัดกิจกรรม ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ๕. ปญหาและอปุ สรรค ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ๖. ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไข ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................

๔๓ สาํ หรบั ศธจ. แบบรายงานผลการดำเนินงานโครงการ อส.ศธ. ************************ ๑. สำนกั งานศกึ ษาธิการจงั หวัด ............................................................... ๒. สรุปผลการดำเนินกิจกรรม ............................................................... ๒.๑ กจิ กรรมประชมุ สรางการรับรู วนั ที่จัดกจิ กรรม ................................................................. สถานทจี่ ัดกจิ กรรม .............................................................................. ผูเขารวมกิจกรรม จำนวน ............................. คน จำนวน อส.ศธ. ............................. คน คณะทำงาน ............................. คน ผลการประเมินความพึงพอใจ ............................. งบประมาณทใ่ี ช. .............................................บาท ๒.๒ กจิ กรรมพฒั นาเด็กที่อยใู นวยั เรยี น วันทจ่ี ัดกจิ กรรม ............................. สถานทีจ่ ัดกจิ กรรม ............................. ผูเ ขา รวมกจิ กรรม จำนวน ............................. คน เด็กที่อยใู นวัยเรยี น จำนวน ............................. คน อส.ศธ. จำนวน ............................. คน คณะทำงาน จำนวน ............................. คน อน่ื ๆ จำนวน ............................. คน ผลการดำเนินงานตามตัวชว้ี ดั ............................. งบประมาณที่ใช. .............................................บาท ๓. ประโยชนท่ไี ดรับ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ๔. ปญหาและอปุ สรรค ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ๕. ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไข ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................

๔๔ สำหรบั ศธภ. แบบรายงานผลการดำเนินงานโครงการ อส.ศธ. ************************ ๑. สำนักงานศกึ ษาธิการภาค ............................................................... ๒. ผลการปฏิบตั งิ านโครงการ อส.ศธ.ระดบั ภาค งบประมาณ ............................. บาท ๓. สรปุ ผลการดำเนนิ กจิ กรรม ดังนี้ ๓.๑ กจิ กรรมประชมุ ช้ีแจงแนวทางการดำเนินโครงการอาสาสมัคร กระทรวงศกึ ษาธิการ (อส.ศธ.) ใหก ับผูรบั ผดิ ชอบโครงการระดบั จงั หวดั ในพ้นื ท่ี วนั ทจี่ ดั กิจกรรม ............................. สถานทีจ่ ดั กจิ กรรม .................................................. ผูเขา รว มกิจกรรม จำนวน ............................. คน ศธจ. จำนวน ............................. คน รอง ศธจ. จำนวน ............................. คน ผรู บั ผดิ ชอบโครงการ จำนวน ............................. คน คณะทำงาน ............................. คน ๓.๒ กิจกรรมตดิ ตามผลการดำเนนิ งานระดบั จงั หวัดในพืน้ ท่ี จำนวน ................... จังหวดั ๓.๒.๑ กจิ กรรมประชุมสรา งความรคู วามเขาใจใหก บั อส.ศธ. ท่ี จงั หวัด วนั ท่จี ดั สถานท่ี ผเู ขารวม ผลการประเมิน กจิ กรรม อส.ศธ. คณะทำงาน ความพึงพอใจ (คน) (คน) (รอ ยละ)

๔๕ ๓.๒.๒ กจิ กรรมพฒั นาเด็กที่อยใู นวยั เรียน ที่ จงั หวดั วนั ท่ีจดั สถานท่ี ผเู ขา รว ม ผลการ กิจกรรม เดก็ ที่อยใู น อส.ศธ. คณะทำงาน ดำเนนิ งาน วัยเรยี น (คน) (คน) (คน) ตามตัวชว้ี ัด ๓.๓ ประโยชนที่ไดร ับ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๓.๔ ปญหา อปุ สรรค ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๓.๕ ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไ ข ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook