Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Draft1_อสต.คู่มือ

Draft1_อสต.คู่มือ

Published by Department of Disease Control, 2023-08-06 08:22:59

Description: เล่ม อสต.

Search

Read the Text Version

ค่มู ือ อสต. อาสาสมัครสาธารณสุขแรงงานข้ามชาติ มือใหม่ เพื่อการเฝ้าระวงั ป้องกันควบคมุ โรค แจง้ เรว็ = ลดโรค เส่ียงต่ำ� เส่ียงสูง ระบาดวทิ ยา ส่ือสารความเสี่ยงสำ�นักงานความรว่ มมือ ระหวา่ งประเทศ



คำ�นำ� ดว้ ยกรมควบคมุ โรค โดยส�ำ นกั งานความรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศ มนี โยบาย ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายด้านสาธารณสุขด้านการเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกันโรคและภัยสุขภาพในพื้นท่ีชายแดนระหว่างประเทศ เพื่อ ให้ประชาชนภายในประเทศและจังหวัดชายแดนและจังหวัดชายแดน คขู่ นานมคี วามปลอดภยั จากโรคและภยั สขุ ภาพทเี่ ปน็ ปญั หาส�ำ คญั ในชว่ งการระบาด โรคโควิด19 ในเขตพ้ืนที่จังหวัดชายแดน และจังหวัดท่ีมีแรงงานข้ามชาติ อาศัยอย่างหนาแน่น อาสามัครสาธารณสุขแรงงานข้ามชาติ (อสต.) เป็น กุญแจที่สำ�คัญในแก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุขแรงงานข้ามชาติเม่ือยาม เกิด โรคระบาดเปรียบเสมือน “ผู้สร้างสะพาน Bridge Builder” ที่คอยเช่ือม ประสานการช่วยเหลือประชาชนด้านการป้องกันควบคุมโรค การสื่อสาร ความเสี่ยงระหว่างเจ้าหน้าท่ีสาธารณสุขและแรงงานข้ามชาติในชุมชนและ โรงงาน และได้รับการยกย่องจากองค์การอนามัยโลกว่าเป็นแนวปฏิบัติที่ดี ในการเสริมสรา้ งการดูแลสขุ ภาพถ้วนหน้าแก่ทุกคนทีอ่ าศัยในประเทศไทย ดงั นน้ั เพื่อให้ อสต. ไดพ้ ฒั นาความรู้และทกั ษะดา้ นการเฝา้ ระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและการติดตามสอบสวนโรคของอาสาสมัครแรงงานข้ามชาติ ให้สามารถแจ้งข่าว เฝ้าระวัง สื่อสารความเสี่ยงและสอบสวนติดตามโรคในเบ้ือง ตน้ รวมถงึ การใหค้ �ำ แนะน�ำ การปฏบิ ตั ติ วั ปอ้ งกนั ควบคมุ โรคใหแ้ กแ่ รงงานขา้ มชาติ ในชุมชนได้ อันเป็นการสร้างความเข้มแข็งในเครือข่ายของชุมชนแรงงานข้ามชาติ ตอ่ การรับมอื ตอ่ โรคระบาดและภัยสขุ ภาพในอนาคต ทางคณะผู้จัดทำ� คาดหวังว่า หนังสือหลักสูตร อสต. เล่มนี้จะสามารถ สรา้ งคณุ ประโยชนใ์ หก้ บั อสต. ไดน้ �ำ ไปใชเ้ ปน็ องคค์ วามรู้ เพม่ิ ทกั ษะส�ำ หรบั น�ำ ไปใช้ ในการปฏิบัติงานไม่มากก็น้อย หากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ท่ีนี้ สามารถแจ้งข้อแนะนำ�ท่ีเป็นประโยชน์มายังคณะผู้จัดทำ� สำ�นักงานความร่วมมือ ระหว่างประเทศ ในสว่ นชอ่ งทางการตดิ ต่อท้ายหนังสือเลม่ น้ี คณะผจู้ ดั ทำ� ส�ำ นักงานความรว่ มมือระหว่างประเทศ

สารบญั

อาสาสมัครสาธารณสุขแรงงานข้ามชาติ หรอื “Migrant Health volunteers” ปีพ.ศ.2560ประเทศไทยเผชิญกับการแพรร่ ะบาดของโรคโควดิ 19ทม่ี จี �ำ นวน ผู้ติดเช้ือและเสียชีวิตเพ่ิมข้ึนอย่างต่อเน่ืองในชุมชนท่ีมีกลุ่มแรงงานข้ามชาติ บทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขแรงงานข้ามชาติเป็นกำ�ลังสำ�คัญท่ชี ่วยในการหนุน เสริมระบบสาธารณสุขของประเทศในช่วงสภาวะปกติและภาวะฉุกเฉินทางด้าน สาธารณสุขท้ังในด้านการสนับสนุนกำ�ลังคนด้านสาธารณสุขท่ีรับผิดชอบงาน เฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคกลุ่มแรงงานข้ามชาติและช่วยเหลือด้านการส่ือสาร ระหว่างบุคลากรสาธารณสุขและกลุ่มแรงงานข้ามชาติเพื่อควบคุมการระบาดของโรค โควิด 19 ได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ คณุ ลกั ษณะท่สี ำ�คัญของอาสาสมัครสาธารณสขุ แรงงานขา้ มชาติ ดังน้ี 1. มีจิตอาสา สมัครใจพร้อมปฏบิ ัตงิ านสาธารณสุขเพอ่ื ประชาชนแรงงานขา้ มชาติ 2. มีความน่าเชื่อถือ และไวว้ างใจ 3. มกี ารส่ือสารข่าวสาธารณสุขท่ีดี 4. มที ักษะการท�ำ งานเปน็ ทีม 5. มจี รรยาบรรณในการทํางานของอาสาสมคั ร สาธารณสขุ แรงงานข้ามชาติ การปฏิบัติหนา้ ที่ของอาสาสมัครแรงงานขา้ มขา้ มชาตใิ นชุมชน 1 การทำ�งานตามบทบาทหน้าที่ของอาสาสมัครสาธารณสุข แรงงานข้ามชาติในชุมชนแรงงานข้ามชาติอย่างเหมาะสม ทง้ั ในชมุ ชนและในสถานประกอบการจะส่งผลให้เกิดความไว้เน้ือ เชอ่ื ใจแก่กลุม่ แรงงานขา้ มชาติและชุมชนคนไทย

3 หวั ใจหลักของการทำ�งานในชุมชน สำ�รวจชุมชน เพื่อทราบจ�ำ นวนประชากร สญั ชาติ ทต่ี ั้งของชมุ ชน เชน่ จำ�นวนหอพกั จ�ำ นวนคนทพ่ี กั อาศัย ในหอพัก บา้ นเชา่ ลกั ษณะ การประกอบอาชีพ วนั เวลาท�ำ งานของแรงงานข้ามชาตใิ นชุมชน ความเปน็ อยู่ เปน็ ต้น ขอ้ มลู เหล่านี้เปน็ ข้อมลู จำ�เปน็ พน้ื ฐานในการ ปฏิบตั ิงานของอาสาสมัครสาธารณสุขแรงงานขา้ มชาติ การแนะนำ�ตัว ตอ่ ชมุ ชนหรอื หนว่ ยงานทไ่ี ปประสานงานงาน เชน่ โรงพยาบาล สำ�นักงานสาธารณสุขอ�ำ เภอ/จังหวัด โดยแจ้งชือ่ และสถานะ ของอาสาสมัครสาธารณสขุ แรงงานขา้ มชาติ แจง้ บทบาทหน้าทขี่ องตนเอง ซ่งึ จะเป็นการสรา้ งความสมั พนั ธ์ ของตนเองตอ่ คนในชุมชนและผทู้ เ่ี ราไปประสานงานดว้ ย สรา้ งความสัมพันธ์ การผกู ไมตรีจติ ต่อคนในชุมชน หนว่ ยงานในองค์กรตา่ งๆ ของอาสา สมัครสาธารณสุขแรงงานข้ามชาตจิ ะสรา้ งความไวเ้ นอ้ื เชื่อใจต่อ ชุมชนและระมดั ระวังไม่ให้ตวั เองมบี ทบาทเกินกว่าที่ควรเปน็ เชน่ สัญญาว่าจะชว่ ยเหลอื หรอื เสนอให้สงิ่ ต่างๆ 2

เทคนิคการปฏิบตั ิหน้าที่การปอ้ งกันและควบคมุ โรคติดต่อ ในชุมชนของอาสาสมัครสาธารณสุขแรงงานขา้ มชาติ 1 ประสานงาน ประสานงานรว่ มกบั อาสาสมัครสาธารณสขุ (อสม.) และผนู้ ำ�ชมุ ชน เพอื่ ลงพนื้ ท่ีเกดิ เหตกุ ารณ์ผดิ ปกติ ทางสขุ ภาพหรอื โรคระบาดในชุมชนแรงงานขา้ มชาติ 2 เก็บขอ้ มูล เกบ็ บันทึกขอ้ มูลท่ีจ�ำ เป็นเบ้ืองต้น เช่น เหตุการณ์ผดิ ปกติ หรือโรคระบาดเกิดขึน้ ท่ีไหน เมอ่ื ไหร่ อยา่ งไร กับใคร 3 เเจง้ จนท.โดยเรว็ แจง้ เจา้ หนา้ ท่ีสาธารณสุขในพ้นื ทโ่ี ดยเร็ว เพ่อื ให้ทราบ สถานการณแ์ ละวางแผนควบคมุ เหตุการณผ์ ดิ ปกตหิ รอื โรคระบาดทเี่ กดิ ในพ้นื ท่ีทร่ี บั ผิดชอบ 4 ทำ�งานรว่ มกัน รว่ มกบั เจา้ หนา้ ที่สาธารณสุขสอบสวนโรค และติดตามผปู้ ว่ ย กล่มุ เสีย่ ง ที่เปน็ แรงงานข้ามชาตเิ พอื่ รับการตรวจรักษาโรคและ เฝา้ ระวงั โรค รวมถงึ ประสานงานแจ้งข่าวสารประชาสมั พันธ์ การปอ้ งกนั ควบคมุ โรค ปัญหาโรคระบาดทีเ่ กิดขน้ึ 5 จดั กิจกรรม 3 เปน็ แกนน�ำ จัดกิจกรรมรณรงคเ์ พือ่ เฝา้ ระวงั ป้องกันและ ควบคมุ โรคติดตอ่ รว่ มกบั เครือขา่ ยอสม. ชมุ ชน หน่วยงานสาธารณสุขภาครัฐและเอกชน ท่ีเกยี่ วขอ้ ง

บทบาทพื้นฐานของอาสาสมัครสาธารณสุขแรงงานข้ามชาติ แก้ข่าวรา้ ย กระจายขา่ วดี ช้ีบรกิ าร ประสานงานสาธารณสุข บำ�บดั ทุกข์ประชาชน ทำ�ตนเปน็ แบบอย่างท่ีดี 4

5

ตัวอย่างบทบาทของอสต. กรณีการฉีดวคั ซีนโควดิ 19 ในกล่มุ แรงงานขา้ มชาติ ก่อนการฉีดวคั ซีน วนั บรกิ ารฉีดวคั ซีน ก่อนถงึ วันนดั การฉดี วัคซีนอาสาสมคั ร อสต.ตรวจสอบความพร้อมกอ่ นให้บริการ สาธารณสขุ แรงงานข้ามชาติ (อสต.) เชน่ จุดที่ต้งั ของการให้บริการตา่ งๆ สื่อสารทำ�ความเขา้ ใจแกแ่ รงงานขา้ ม ช่วยเจา้ หนา้ ทใ่ี นการยืนยันตัวตนผรู้ บั วัคซนี ชาติ เร่ืองชนดิ ของวัคซีน กอ่ นการให้บรกิ าร โดยตรวจสอบจาก สำ�รวจรายชื่อผู้ท่ีตอ้ งการฉดี วคั ซนี บัตรประจ�ำ ตวั ว่ากรอกข้อมูลครบถ้วน เชน่ พรอ้ มกบั ใบยนิ ยอมการฉีดวคั ซนี ชื่อ สกุล ทีอ่ ยู่ เบอรโ์ ทรศพั ท์ ช่วยเตรยี มสถานท่ี ให้บรกิ ารฉีดวัคซนี ตรวจสอบเอกสารแสดงความประสงค์ จุดใหบ้ ริการต่างๆ หากเป็นจดุ ให้บริการ ยินยอมใหฉ้ ีดวคั ซีน นอกสถานพยาบาล พยายามจัด ซักประวัตกิ ารตดิ เช้ือ คดั กรอง วัดอณุ หภูมิ สถานทก่ี ำ�หนดจุดรอบรกิ าร และใหค้ วามรเู้ บ้ืองตน้ แกผ่ ู้มารับ การฉดี จุดใหบ้ ริการ ที่นัง่ เฝ้าสงั เกตอาการ ขณะฉีดวัคซนี ช่วยอ�ำ นวยความสะดวก ให้เปน็ สัดสว่ นตามหลกั การ แก่เจ้าหนา้ ที่ และแนะน�ำ ข้อปฏิบตั ิหลงั ฉดี เว้นระยะห่างทางสังคม วัคซีน เชน่ ใหพ้ กั สังเกตอาการอยา่ งนอ้ ย 30 นาที และตรวจสอบขอ้ มูลร่วมกับเจ้าหนา้ ที่ ในการบนั ทึกอาการ ก่อนกลบั บา้ น 6

หลงั การฉีดวคั ซีน สถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน อาสาสมัครสาธารณสุขแรงงานข้ามชาติ จะบนั ทึกผลการให้บรกิ ารวัคซนี โควดิ 19 ควรมีเบอรโ์ ทรศพั ทต์ ดิ ต่อโดยตรงกับผู้ ในระบบ MOPH-IC ทุกราย หากได้บนั ทกึ ฉีดวัคซนี ตัง้ แต่เริ่มแรกทล่ี งทะเบยี นดว้ ย แลว้ จะสามารถเชื่อมโยงขอ้ มูลไปทีร่ ะบบ เช่นกนั ของ หมอพร้อมได้ และช่วยในการตดิ ตาม ผลการใหบ้ รกิ ารฉีดวคั ซีนได้ ตดิ ตามการเฝ้าระวังอาการไมพ่ ึงประสงค์ ภายหลังการไดร้ บั วคั ซีน เพ่อื ติดตาม ความปลอดภัยตอ่ วคั ซีน และประกนั ความมนั่ ใจของกลมุ่ เป้าหมาย อาสาสมคั รสาธารณสขุ แรงงานขา้ มชาติ ควรมอบเบอรโ์ ทรศพั ท์ หรือชอ่ งทาง ตดิ ตอ่ ต่างๆ แกผ่ รู้ ับการฉดี วคั ซีน ถา้ หากวา่ มรี ายใดมีอาการไมพ่ ึงประสงค์ จากการไดร้ ับวัคซนี จะไดป้ ระสานงาน กับหน่วยงานทฉ่ี ีดวคั ซีนให้การช่วยเหลือ ตอ่ ไป 7

ระบาดวทิ ยา นพ.ชาโล สาณศิลปิน สถาบันปอ้ งกันควบคุมโรคเขตเมือง ระบาดวทิ ยาเป็นการศึกษาการเกิดโรคในกลุ่มประชากรโดยศกึ ษาการกระจายของ โรคตามบุคคล เวลา และสถานท่ี รวมถึงปจั จยั ท่มี ผี ลตอ่ การเกดิ โรคท้งั ปจั จยั เสย่ี ง และปัจจัยปอ้ งกัน เพือ่ นำ�ไปสู่มาตรการป้องกนั ควบคุมโรค \"ปัจจยั สามทางระบาดวทิ ยา\" ท่ีมีผลต่อการเกิดโรค เพศ กรรมพนั ธุ์ การศึกษา พฤติกรรม อายุ คน ความเช่อื ทางศาสนา ภูมิตา้ นทานโรค ความรู้ (HOST) โรคประจำ�ตวั การไดร้ ับสารอาหาร ส่ิงก่อโรค สารเคมี ส่ิงแวดล้อม (AGENT) (ENVIRONMENT) เชื้อโรค อาชีพ ที่อยู่อาศยั รังสี ภัยพบิ ัติ สภาพอากาศ เศรษฐกจิ /การเมอื ง 8

ตัวอย่างปจั จยั กับโรคท่ีเกิดข้นึ โรคโควดิ 19 เพศ คน พฤติกรรม (สวมหน้ากากอนามัย) อายุ การฉีดวคั ซีนปอ้ งกันโรคโควดิ 19 (HOST) ส่ิงก่อโรค ส่ิงแวดล้อม (AGENT) (ENVIRONMENT) เชอื้ SARS-CoV-2 อากาศเย็น/ฤดูหนาว เชือ้ กลายพันธุ์ อยู่ในคนเยอะ/แออดั ความรนุ เเรงของเชื้อ วคั ซีนยังไม่มี ธรรมชาติของเชื้อก่อโรค อาชีพเสี่ยง 9

โรค คน (HOST) ส่ิงก่อโรค ส่ิงแวดล้อม (AGENT) (ENVIRONMENT) 10

โรค คน (HOST) ส่ิงก่อโรค ส่ิงแวดล้อม (AGENT) (ENVIRONMENT) 11

ความไม่สมดุลของปจั จยั สามทางระบาดวทิ ยา ส่ิงก่อโรค คน (AGENT) (HOST) ส่ิงแวดล้อม (ENVIRONMENT) ถ้าทง้ั สามปัจจยั อยู่ในภาวะ “สมดุล” = ไม่เกิดโรค/เจบ็ ป่วย คน (HOST) ส่ิงก่อโรค (AGENT) ส่ิงแวดล้อม (ENVIRONMENT) ถ้าทง้ั ปจั จยั ใดอยู่ในภาวะ “ไม่สมดุล” = เกิดโรค/เจบ็ ป่วย สถานการณ์นี้ทสี่ ่งิ กอ่ โรคมคี วามรุนเเรงมากขึ้นหรอื จ�ำ นวนมากข้ึน หรอื เป็นโรคทไ่ี มเ่ คยเกดิ ข้ึนมากอ่ น เเตอ่ ยู่ในสง่ิ แวดลอ้ มเดมิ ท�ำ ใหค้ นเจบ็ ปว่ ยเป็นโรค เช่น โรคโควิด 19 ทีเ่ ชอ้ื มีความรุนเเรง ทำ�ให้คนติดเช้ือเยอะ 12

ส่ิงก่อโรค (AGENT) คน (HOST) ส่ิงแวดล้อม (ENVIRONMENT) ถ้าทง้ั ปัจจยั ใดอยู่ในภาวะ “ไม่สมดลุ ” = เกิดโรค/เจบ็ ป่วย สถานการณ์นีท้ ่ีคนมภี ูมคิ มุ้ กันลดลง หรอื มีพฤตกิ รรมที่ไมด่ /ี เสย่ี งมากข้ึน เชน่ กินหวาน มัน เคม็ มากไป ไมอ่ อกกำ�ลังกาย ท�ำ ใหค้ นปว่ ยเปน็ โรคอว้ น /โรคความดนั โลหิตสูง/โรคเบาหวาน หรอื การมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่สวมถุงยางอนามัย ทำ�ให้คนตดิ โรค HIV/AIDS ถ้าทง้ั ปจั จยั ใดอยู่ในภาวะ “ไม่สมดลุ ” = เกิดโรค/เจบ็ ปว่ ย สถานการณน์ ้ีทส่ี ่ิงแวดล้อมท�ำ ให้ สถานการณน์ ที้ ่ีสง่ิ แวดล้อมท�ำ ให้ 13 สง่ิ กอ่ โรคเพิ่มขึน้ เช่น ฝนตกหนกั คนเสีย่ งมากขึน้ เช่น มนี ้ำ�ท่วม มีน้ำ�ขงั ท�ำ ใหย้ ุงลายเยอะขน้ึ ก่อ หรอื สงคราม ท�ำ ใหค้ นขาดสาร อาหาร จงึ เกิดโรคได้เพ่มิ ขึ้น โรคไข้เลืิอดออกในคน

การป้องกันและควบคุมโรค การปอ้ งกนั โรค หมายถึง มาตรการและกจิ กรรมท่ดี �ำ เนินการ กอ่ นท่จี ะเกิดโรค หรือภยั เพือ่ ไมใ่ ห้เกิดโรคหรอื ภยั ดังกล่าว ประกอบดว้ ย การควบคมุ โรค หมายถงึ มาตรการและกิจกรรมทด่ี �ำ เนินการหลังจากท่เี กิดโรค หรอื ภัยข้นึ แล้วโดยมวี ัตถปุ ระสงค์เพ่ือให้โรคหรอื ภยั นนั้ สงบโดยเรว็ ก่อใหเ้ กิด ความเสยี หายตอ่ ชีวติ และความเป็นอยู่น้อยทส่ี ดุ และไม่เกิดขึน้ อีก หรือหาก เกิดข้ึนก็สามารถรับมอื ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิผลและมปี ระสทิ ธิภาพ การฉดี วคั ซีนปอ้ งกันโรค ปรับเปลย่ี นพฤตกิ รรม สง่ เสรมิ การทานอาหารท่ี คน ใหค้ วามร้ทู ี่ถกู ต้อง มีประโยชน์ เหมาะสมกบั (HOST) ตนเอง การคน้ หาเเละ การควบคุมโรค รกั ษาพาหะของโรค แหล่งแพรเ่ ชื้อโรค ส่ิงก่อโรค ส่ิงแวดล้อม (AGENT) (ENVIRONMENT) การตรวจเร็วเมอื่ มอี าการเเละ ก�ำ จัดสิง่ แวดล้อมเสี่ยง เชน่ ขยะ น�ำ้ เสีย รกั ษาทนั ทเี ม่อื พบโรค สตั ว์/แมลงพาหะของโรค 14

การป้องกันโรคแบง่ ออกเปน็ 3 ระดับ 1 การปอ้ งกันระดับแรก (ปฐมภมู ิ) = ปอ้ งกันก่อนเกิดโรค การสวมหนา้ กากอนามัย ฉดี วัคซนี ป้องกนั โรค การทายากันยงุ กำ�จดั แหลง่ เพาะพันธ์ยุ งุ ลาย การล้างมอื ใหถ้ กู ต้อง ใชช้ อ้ นกลางตอนทานขา้ วกบั ผ้อู ื่น การใชถ้ งุ ยางอนามยั เวลามเี พศสัมพนั ธ์ เปน็ ต้น 2 การปอ้ งกันระดับท่ีสอง (ทุติยภูมิ) = ก่อนเกิดอาการรนุ แรงหรอื เสียชีวติ การรับวัคซีนป้องกันโรคพษิ สุนัขบา้ หลงั จากที่ถูกสุนขั กดั การตรวจคัดกรองโรคเม่อื มีอาการผดิ ปกติ เช่น เม่อื มีอาการโรคโควิด 19 ไข้ ไอ เจบ็ คอ จมกู ไม่รบั กล่นิ ลิ้นไมร่ ับรส เป็นต้น 3 การป้องกันระดับท่ีสาม (ตติยภูมิ) = ปอ้ งกันภาวะแทรกซ้อนหรอื ความพิการ การทำ�กายภาพบำ�บัดผู้ปว่ ยอมั พฤกษ์ อมั พาต การพลกิ ตวั ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบติดเตียงทกุ 2 ชว่ั โมง เพอื่ ปอ้ งกนั ภาวะแผลกดทับ เป็นตน้ 15

กล่มุ เสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตงั้ ครรภ์ ผู้มีโรคประจ�ำ ตัว และผู้ท่ี เปน็ โรคอว้ น อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดบวม หายใจลำ�บาก และอาจ ทำ�ใหเ้ สียชีวติ ได้ หากอาการไม่ดีข้นึ ภายใน 48 ช่ัวโมง ควรรบี พบแพทย์ทันที การปอ้ งกัน ปิด คือปดิ ปากและจมูกเม่ือไอ จาม ต้องใช้หน้ากากอนามัย ผ้า หรอื กระดาษ ทิชชูปดิ ปากและจมูกทุกครงั้ ล้าง คือล้างมือบ่อยๆ ด้วยนำ้�และสบู่หรอื ใช้เจลแอลกอฮอล์ เม่ือสัมผัสสิ่งของ เช่น กลอนประตู ลูกบดิ ราวบนั ได เลี่ยง คือหลีกเล่ียงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย หยุด คือเมื่อปว่ ย ควรหยุดเรยี น หยุดงาน แม้จะมีอาการไม่มากก็ควรหยุดพัก อยู่บ้านจนกวา่ จะหายเปน็ ปกติ 16

17 โรคไขห้ วดั ใหญ่ (Influenza) เกิดจากเช้ือไวรสั ไข้หวดั ใหญ่ (Influenza virus) โดยเช้ือไวรสั ที่อยู่ใน เสมหะ นำ้�มูก น้ำ�ลายของผู้ป่วยแพรต่ ิดต่อไปยังคนอนื่ ๆ โดยการไอจามใส่กัน โดยตรง หรอื ได้รบั เชื้อทางออ้ มผ่านทางมือหรอื สิ่งของเครอ่ื งใช้ที่ปนเป้ อื น เชื้อ เช่น แก้วน้ำ� ลกู บดิ ประตู โทรศัพท์ ผ้าเช็ดมือ เป็นต้น เช้ือจะเขา้ สู่รา่ งกายทางจมูก ตา ปาก ผู้ป่วยอาจเรม่ิ แพรเ่ ชื้อได้ตงั้ แต่ 1 วนั ก่อนปว่ ย ถงึ 7 วนั หลงั มีอาการ ผู้ปว่ ยจะมีอาการไขส้ ูง ไอ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเน้ือ ไม่มีแรง เย่ือบุโพรงจมูก อกั เสบและเจบ็ คอ บางรายอาจมีคล่ืนไส้ อาเจยี น หายใจหอบเหน่ือยและเสีย ชีวติ ได้ แต่สามารถหายเองไดใ้ น 5-7 วนั





การปอ้ งกัน .......................................... 20

21 โรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) เกิดจากเชื้อโคโรนาไวรสั 2019 ติดต่อทางระบบทางเดินหายใจ และผู้ป่วยจะมี อาการเช่นเดียวกับผู้ปว่ ยที่มีการติดเช้ือในระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ มีไข้ คัดจมูก มีน้ำ�มูก หายใจลำ�บาก ไอ เจบ็ คอ บางรายอาจมีอาการจมูกไม่ได้กล่ิน ล้ินไม่รบั รส ท้องรว่ ง หายใจหอบเหนื่อย และเสียชีวติ ได้





การปอ้ งกัน .......................................... 24

25 วณั โรค ................................ อาการ .........................





การปอ้ งกัน .......................................... 28

29 โรคอาหารเปน็ พิษ ................................ อาการ .........................





32

33 โรคตาแดง มีสาเหตุได้ทงั้ จากเช้ือแบคทีเรยี ไวรสั สามารถพบผู้ติดเชื้อได้ทุกช่วงอายุ เช้ือติดต่อทางนำ้�ตา ผ่านทางการสัมผัสโดยตรงจากมือหรอื ของใช้ และไป สัมผัสตาของอกี คนหรอื ถกู นำ้�สกปรกเขา้ ตา อาการของโรคตาแดง ได้แก่ เย่ือบุตาที่คลุมภายในหนังตาและคลุมตาขาว เกิดการอกั เสบ บวม เคืองตามาก น้ำ�ตาไหล เจบ็ ตา มักจะมีขีต้ ามากรว่ มด้วย อาจเป็นเมือกใสหรอื มีสีเหลืองออ่ น การป้องกัน ..........................................





การปอ้ งกัน สังเกตอาการของเด็กอย่างใกล้ชิดและสม่ำ�เสมอ และปฏิบัติตามคำ�แนะนำ� ป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ดงั น้ี 1.คัดกรองเด็กก่อนเขา้ เรยี นทุกเช้าอย่าง เครง่ ครดั 2.ใหเ้ ด็กสวมหน้ากากผ้าหรอื หน้ากากอนามัย เพื่อลดการสัมผัส ปอ้ งกันการแพรก่ ระจายเชื้อสู่ผู้อนื่ 3.หมั่นทำ�ความสะอาดของใช้ ของเล่น และพื้นท่ีที่เด็กใช้รว่ มกันเปน็ ประจ�ำ 4.สอนใหเ้ ด็กล้างมือบอ่ ยๆ ด้วยนำ้�และสบู่ หรอื เจลแอลกอฮอล์ ทงั้ ก่อนและหลงั รบั ประทานอาหาร หลงั เข้าหอ้ งน้ำ� และ หลงั เล่นของเล่น 5.จดั ใหม้ ีพ้ืนที่ในการเข้าแถวทำ�กิจกรรมหรอื เล่นเป็นกล่มุ ย่อย จ�ำ นวน 5-6 คน มีการเวน้ ระยะหา่ งระหวา่ งกันอย่างน้อย 1-2 เมตร และ 6.หากเด็กไม่สบายหรอื มีไข้ก่อนมาเรยี น ผู้ปกครองควรพาไปพบแพทย์และให้ พักอยู่บ้าน 36

37 โรคมือ เท้า ปาก สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรสั ในกลุ่มเอนเทอโรไวรสั เชื้อไวรสั เขา้ สู่รา่ งกายทางปาก โดยตรงผ่านทางการสัมผัสโดยตรงจากมือหรอื ของใช้ อาการจะเรม่ิ ด้วยมีไข้ตำ่�ๆ ออ่ นเพลีย ต่อมา 1-2 วนั มีอาการเจบ็ ปาก รว่ มกับ มีตุ่มพองเล็กๆ บรเิ วณฝา่ มือฝ่าเท้า ตุ่มแผลในปาก เพดานออ่ น กระพุ้งแก้ม ล้ิน ต่อมาจะแตกออกเปน็ แผลหลุมตื้นๆ หากอาการไม่ดีข้ึน เช่น มีไข้ข้ึนสูง ซึม ลง เดินเซ ชัก เกรง็ หายใจหอบเหนื่อย อาเจยี นมาก อาจถงึ ข้นั เสียชีวติ ได้ อาการของโรคตาแดง ได้แก่ เย่ือบุตาที่คลุมภายในหนังตาและคลมุ ตาขาว เกิดการอกั เสบ บวม เคืองตามาก น้ำ�ตาไหล เจบ็ ตา มักจะมีขี้ตามากรว่ มด้วย อาจเป็นเมือกใสหรอื มีสีเหลืองออ่ น





การปอ้ งกัน “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” ดงั นี้ 1.เก็บบา้ นใหส้ ะอาด เช่น พับเก็บเส้ือผ้าใส่ในตู้ หรอื แขวนใหเ้ รยี บรอ้ ย เพื่อไม่ใหม้ ีมุมอบั ทึบเปน็ ท่ีเกาะพักของยุง 2.เก็บขยะ ที่อยู่บรเิ วณรอบบ้าน เก็บภาชนะใส่อาหารหรอื นำ้�ดื่มที่ทง้ิ ไวใ้ ส่ถงุ ดำ� และนำ� ไปทง้ิ ลงถงั ขยะ เพื่อไม่ใหเ้ ปน็ แหลง่ เพาะพันธยุ์ ุง และ 3.เก็บน้ำ� ภาชนะที่ใส่น้ำ� เพื่ออุปโภค บรโิ ภค ต้องปดิ ฝาใหม้ ิดชิด ล้างคว�่ำ ภาชนะใส่นำ้� และเปลี่ยนนำ้� ในกระถางหรอื แจกันทุกสัปดาห์ ปอ้ งกันไม่ใหย้ ุงลายวางไข่ ซ่ึงจะสามารถ ป้องกันได้ 3 โรค คือ 1.โรคไขเ้ ลือดออก 2.โรคติดเช้ือไวรสั ซิกา 3.โรคไข้ปวด ขอ้ ยุงลาย มีอาการไขส้ ูงเฉียบพลันในตอนแรก อย่าซ้ือยารบั ประทานเอง เช่น หา้ มกิน ไอ บรโู ปรเฟนแอสไพรนิ เพราะอาจทำ�ใหเ้ กิดความยุ่งยากในการรกั ษาภายหลงั และมีโอกาสเสียชีวติ มากข้นึ 40

41 โรคไข้เลือดออก เกิดจากเชื้อไวรสั มี 4 ชนิด ดงั น้ันถ้ามีการติดเชื้อชนิดใดแล้วจะทำ�ใหร้ า่ งกาย มีภมู ิคุ้มกันต่อเช้ือชนิดน้ันไปตลอดชีวติ คนที่เคยติดเช้ือไวรสั เดงกี ชนิดหน่ึง อาจติดเช้ือไวรสั เดงกี ชนิดอนื่ ท่ีต่างไปจากครงั้ แรกได้ เป็นการติดเชื้อซ้ำ� หลงั จากได้รบั เชื้อจากยุงประมาณ 5-8 วนั ผู้ป่วยจะมีอาการค่อนข้างเฉพาะ 3 ประการ ดงั น้ี 1.ไขส้ ูงเฉียบพลัน ประมาณ 2-7 วนั หน้าแดง ปวดกระบอกตาเบอื่ อาหาร อาเจยี น ส่วนใหญ่จะไม่มีน้ำ�มูกไม่ไอ 2. มีอาการเลือดออก เส้นเลือดเปราะ แตกงา่ ย มีจุดเลือดออกเล็ก ๆ ตามแขน ขา ลำ�ตัว รกั แร้ มีเลือดกำ�เดา เลือดออกตามไรฟนั อาจมีอาเจยี นและอุจจาระ สีดำ� 3. มีปวดท้อง ส่วนใหญ่จะคลำ�พบตับโตได้ประมาณวนั ท่ี 3-4 นับแต่เรม่ิ ปว่ ย





บรเิ วณลำ�ตัว แต่บางครง้ั อาจพบท่ีแขน ขา ได้ด้วย ปวดศีรษะ ปวดตา ตาแดง ตากลัวแสง (เหน้ แสงสวา่ งแล้วน้ำ�ตาไหล) แต่ไม่มาก และออ่ นเพลีย โดยท่ัวไป จะมีไขอ้ ยู่ประมาณ 2 วนั แล้วไขล้ งทันที แต่อาการอน่ื ๆจะคงอยู่ต่อ อกี ประ มาณ 5-7 วนั โดยเฉพาะอาการปวดขอ้ ข้ออกั เสบ อาจเปน็ อยู่นานเปน็ เดือน หรอื บางคนเป็นปี หรอื หลายๆปี การปอ้ งกัน ปจั จุบนั ยังไม่มีวคั ซีนปอ้ งกันโรคไข้ปวดขอ้ ยุงลาย การป้องกัน ยุงกัด เช่น ในถ่ินระบาด ควรสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว การทายากัน ยุง ใช้ยาไล่ยุง ใช้มุ้งกับเด็กๆท่ีนอนในบ้านถงึ แม้เป็นช่วงกลางวนั กำ�จดั หรอื คว�ำ่ ภาชนะทุกชนิดท่ีก่อใหเ้ กิดน้ำ�ขงั ทง้ั ในบา้ น นอกบ้าน และในชุมชน การ เปล่ียนนำ้�ในแจกันดอกไม้/กระถาง ทุก 7 วนั เพ่ือกำ�จดั ลูกน้ำ� ไม่รดนำ้�ต้นไม้ มากจนก่อใหเ้ กิดน้ำ�ขงั 44

45 โรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรอื โรคชิคุนกุนยา (Chikungunya หรอื Chikun- gunya fever) เปน็ โรคเกิดจากรา่ งกายติดเชื้อไวรสั ชื่อ ชิคุนกนุ ยาไวรสั เปน็ ไวรสั ชนิดมีแมลงเปน็ พาหะโรค โดยรงั โรค คือ ลงิ หนู นก และอาจเป็นสัตว์ มีกระดกู สันหลงั อน่ื ๆซ่ึงยังไม่ทราบแน่ชัดวา่ มีสัตวอ์ ะไรอกี บ้าง แต่ในช่วงมี การระบาดของโรค รงั โรค คือ คน แมลงท่ีเปน็ พาหะโรคชิคนุ กุนยา คือ ยุงลาย ชนิดเดียวกับที่เปน็ พาหะโรคไข้เลือดออก อาการของโรคไข้ปวดข้อยุงลาย เปน็ อาการเฉียบพลัน เกิดภายหลงั ถูกยุง ลายมีเช้ือกัด) ประมาณ 1-12 วนั (ระยะฟกั ตัวของโรค) ส่วนใหญ่ประมาณ 2-5 วนั โดยมีอาการหลัก คือ มีไข้ ไข้สูงทันที แต่บางคนอาจมีไขต้ ำ่�ได้ ปวด กล้ามเน้ือ และปวดข้อมาก ทยอยปวดทีละขอ้ ซ่ึงปวดได้หลายขอ้ มักเปน็ กับ ข้อเล็กๆ เกิดทง้ั ขอ้ ด้านซ้ายและด้านขวา มีผื่นแดงคล้ายไข้เลือดออกข้นึ ใน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook