บทท่ี ๘ กองทนุ เพ่ือการสืบสวนและสอบสวนคดอี าญา และบทเฉพาะกาล พระราชบัญญัติตารวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ มีเจตนารมณ์ประการหนึ่งในการจัดให้มีกองทุน เพ่ือสนับสนุนและพัฒนางานเก่ียวกับการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา อันจะทาให้กระบวนการ ยุติธรรมในส่วนซึ่งข้าราชการตารวจเป็นผู้รับผิดชอบมีศักยภาพย่ิงขึ้น จึงได้กาหนดบทบัญญัติเก่ียวกับ กองทนุ เพ่อื การสืบสวนและสอบสวนคดอี าญา ไว้ในลกั ษณะ ๗ มาตรา ๑๑๒ - ๑๑๗ โดยให้จัดตั้งกองทุน ขึ้นกองทุนหนึ่งในสานักงานตารวจแห่งชาติ เรียกว่า “กองทุนเพ่ือการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา” มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนงานสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา เงินรายได้ของกองทุนประกอบด้วย เงินอุดหนุนจากรัฐบาล เงินและทรัพย์สินท่ีได้รับจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถ่ิน หรือมูลนิธิ และดอกผลที่เกิดจากกองทุน ทั้งน้ี คณะรัฐมนตรีจะให้นาเงินค่าเปรียบเทียบปรับคดีอาญาท่ี เป็นอานาจของข้าราชการตารวจและเงินค่าปรับตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก เฉพาะส่วน ที่ จะต้องนาส่งเป็นรายได้ของแผ่นดินให้เป็นของกองทุนโดยไม่ต้องนาส่งเป็นรายได้ของแผ่นดินก็ได้ และให้มี คณะกรรมการบริหารกองทุนคณะหน่ึงประกอบด้วยผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสานักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรี ผู้แทนสานักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทน สานักงบประมาณ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถ่ิน และรองผู้บัญชาการ ตารวจแห่งชาติหรือผู้ช่วยผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติท่ีได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ จานวนสองคน เป็นกรรมการ มีอานาจหน้าท่ีบริหารกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนและตาม นโยบายที่คณะกรรมการนโยบายตารวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) กาหนด รวมท้ังออกระเบียบกาหนดหลักเกณฑ์ การจ่ายเงินกองทุนเพ่ือสนับสนุนการปฏิบัติงานของข้าราชการตารวจในการทาหน้าที่เกี่ยวกับการสืบสวน และสอบสวนคดีอาญา และระเบียบดงั กล่าวเมือ่ ได้รับความเหน็ ชอบจาก ก.ต.ช. แล้วใหบ้ ังคบั ได้ บทเฉพาะกาล เปน็ บทบัญญตั ทิ ี่มขี ึน้ เพอื่ รักษาสิทธิหรือกาหนดหน้าท่ีบางประการตามที่เคยมีใน กฎหมายเก่าให้ยังคงมีต่อไปในช่ัวระยะเวลาหน่ึงจนกว่าพระราชบัญญัติตารวจแห่งชาติจะมีผลใช้บังคับ เต็มรูปแบบแลว้ บทเฉพาะกาลจึงจะสิ้นผลไป ลกั ษณะ ๗ กองทนุ เพ่ือการสืบสวนและสอบสวนคดอี าญา มาตรา ๑๑๒ ใหจ้ ดั ตัง้ กองทนุ ข้ึนกองทนุ หนึ่งในสานกั งานตารวจแห่งชาติ เรียกว่า “กองทุนเพื่อ การสบื สวนและสอบสวนคดอี าญา” โดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ สนับสนุนงานสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา
- ๑๔๖ - มาตรา ๑๑๓ กองทนุ ประกอบดว้ ย (๑) เงนิ อดุ หนุนจากรัฐบาล (๒) เงินและทรพั ย์สนิ ทีไ่ ดร้ บั จากหนว่ ยงานของรฐั รัฐวสิ าหกิจ ราชการสว่ นทอ้ งถน่ิ หรอื มลู นธิ ิ (๓) ดอกผลที่เกดิ จากกองทุน คณะรฐั มนตรจี ะอนุมตั ิให้นาเงนิ ค่าเปรียบเทยี บปรบั คดอี าญาที่เป็นอานาจของข้าราชการตารวจ และเงินค่าปรับตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก เฉพาะส่วนท่ีจะต้องนาส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ให้ เป็นของกองทุนโดยไม่ตอ้ งนาส่งเปน็ รายได้แผ่นดินก็ได้ เงิน ดอกผลและทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งและวรรคสาม ให้ส่งเข้ากองทุนโดยไม่ต้องนาส่งเป็น รายได้แผน่ ดิน มาตรา ๑๑๔ เงิน ดอกผลและทรัพย์สินที่ประกอบข้ึนเป็นกองทุนจะต้องจัดการเพ่ือประโยชน์ ภายในขอบวัตถุประสงคข์ องกองทนุ มาตรา ๑๑๕ ให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุนคณะหน่ึง ประกอบด้วย ผู้บัญชาการตารวจ แห่งชาติเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสานักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรี ผู้แทนสานักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนกระทรวงยุตธิ รรม ผแู้ ทนสานักงบประมาณ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนทอ้ งถ่นิ และรองผู้บญั ชาการตารวจแห่งชาติหรือผู้ช่วยผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติที่ได้รับมอบหมาย จากผบู้ ญั ชาการตารวจแห่งชาติจานวนสองคน เปน็ กรรมการ ให้ประธานกรรมการแตง่ ตงั้ ข้าราชการตารวจเปน็ เลขานุการคนหนึ่ง และผชู้ ว่ ยเลขานุการไม่เกิน สองคน มาตรา ๑๑๖ คณะกรรมการบริหารกองทุน มีอานาจหน้าท่ดี งั ต่อไปน้ี (๑) บริหารกองทุนใหเ้ ป็นไปตามวตั ถุประสงค์ของกองทนุ และตามนโยบายที่ ก.ต.ช. กาหนด (๒) ออกระเบียบกาหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินกองทุนเพ่ือสนับสนุนการปฏิบัติงานของ ข้าราชการตารวจในการทาหน้าที่เก่ียวกับการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา ระเบียบดังกล่าวเม่ือได้รับ ความเหน็ ชอบจาก ก.ต.ช. แลว้ ให้ใชบ้ งั คับได้ (๓) จัดวางระบบบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานตามที่กรรมการซ่ึงเป็นผู้แทนสานักงบประมาณ และผแู้ ทนกรมบญั ชีกลางเสนอแนะ (๔) กาหนดหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการในการรับ เกบ็ รักษา และจา่ ยเงนิ ของกองทนุ (๕) ออกระเบยี บกาหนดคา่ ใช้จ่ายในการดาเนนิ งานของกองทนุ (๖) แต่งตัง้ คณะอนุกรรมการเพ่อื ปฏบิ ตั ิงานตามทคี่ ณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ มอบหมาย (๗) ออกระเบยี บ ข้อบังคับ ประกาศ และคาสั่งในการบริหารกองทนุ (๘) รายงานสถานะการเงนิ และบรหิ ารกองทนุ ตอ่ ก.ต.ช.
- ๑๔๗ - มาตรา ๑๑๗ ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดทางบการเงินและบัญชี ส่งผู้สอบบัญชี ตรวจสอบภายในหนงึ่ ร้อยย่ีสิบวันนบั แต่วนั สิน้ ปีปฏทิ นิ ทกุ ปี ให้สานักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุนทุกรอบปี แล้วทารายงานผลการ ตรวจสอบบญั ชีของกองทุนเสนอต่อ ก.ต.ช. และกระทรวงการคลัง คาอธิบาย มาตรา ๑๑๘ - ๑๒๘ บทเฉพาะกาล มาตรา ๑๑๘ ให้ส่วนราชการท่ีจัดต้ังข้ึนตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมตารวจ กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๕๓๙ และท่ีแกไ้ ขเพ่ิมเตมิ เป็นส่วนราชการตามพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมี พระราชกฤษฎีกาแบ่งสว่ นราชการสานักงานตารวจแห่งชาตขิ ้นึ ใหม่ ท้ังน้ี โดยให้สานักงานกาลังพล สานักงานส่งกาลังบารุง สานักงานแผนงานและงบประมาณ สานักงานคณะกรรมการข้าราชการตารวจ สานักงานเลขานุการกรม กองการเงินกองการต่างประเทศ กองคดี และกองวิชาการ ซ่ึงเป็นส่วนราชการตามวรรคหน่ึง เป็นส่วนราชการหรือหน่วยงานในสังกัด สานักงานผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติตามมาตรา ๑๐ (๑) สาหรับส่วนราชการนอกจากนั้น ให้เป็นส่วน ราชการตามมาตรา ๑๐ (๒) ตามพระราชบัญญัติน้ีจนกว่าจะมีพระราชกฤษฎีกาหรือกฎกระทรวงซ่ึงออก ตามมาตรา ๑๐ กาหนดเป็นอย่างอ่ืน ท้ังนี้ ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี นับแต่วันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้ บังคับ
- ๑๔๘ - มาตรา ๑๑๙ ผู้ใดเป็นข้าราชการตารวจตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตารวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้นั้นเป็นข้าราชการตารวจตาม พระราชบัญญตั ินต้ี ่อไป ผู้ซ่ึงเคยรับราชการเป็นข้าราชการตารวจอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ ให้ถือว่าผู้น้ัน เป็นผ้ซู งึ่ เคยรับราชการเปน็ ข้าราชการตารวจตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี มาตรา ๑๒๐ ผู้ใดมียศตารวจหรือว่าที่ยศตารวจลาดับใดตามท่ีระบุไว้ในกฎหมายอื่นก่อนวันที่ พระราชบัญญัตนิ ใี้ ช้บังคบั ให้ใชย้ ศตารวจหรือวา่ ที่ยศตารวจลาดบั นัน้ ตามท่ีบญั ญตั ิไวใ้ นพระราชบญั ญัตนิ ้ี มาตรา ๑๒๑ ผใู้ ดเปน็ พลตารวจสารองพเิ ศษ พลตารวจพิเศษ และพลตารวจสมัครตาแหน่งลูก แถวหรือเทียบลูกแถวในส่วนราชการใดของสานักงานตารวจแห่งชาติตามพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการตารวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ อยู่ในวันก่อนวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้น้ันเป็นข้าราชการ ตารวจชั้นประทวน และดารงตาแหน่งผู้บังคับหมู่หรือเทียบผู้บังคับหมู่ในส่วนราชการน้ันของสานักงาน ตารวจแห่งชาติตามพระราชบัญญตั ิน้ี มาตรา ๑๒๒ ตาแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการหรือเทียบผู้ช่วยผู้บัญชาการในส่วนราชการใดของ สานักงานตารวจแห่งชาติท่ีได้รับการกาหนดไว้ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตารวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ให้เป็นตาแหน่งรองผู้บัญชาการหรือเทียบรองผู้บัญชาการในส่วนราชการนั้นของสานักงาน ตารวจแห่งชาติตามพระราชบญั ญัติน้ี ผใู้ ดดารงตาแหนง่ ผู้ช่วยผบู้ ัญชาการหรือเทียบผู้ช่วยผู้บัญชาการในส่วนราชการใดของสานักงาน ตารวจแห่งชาติอยู่ในวันก่อนวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ ให้ถือว่าผู้น้ันเป็นผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดารง ตาแหน่งรองผู้บัญชาการหรือเทียบรองผู้บัญชาการในส่วนราชการน้ันของสานักงานตารวจแห่งชาติตาม พระราชบัญญตั นิ ้ี บรรดาตาแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการหรือเทียบผู้ช่วยผู้บัญชาการท่ีปรับเป็นตาแหน่ง รองผู้ บัญชาการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ ก.ตร. ดาเนินการให้มีการยุบเลิกให้เหลือจานวนเท่าที่จาเป็น และใหน้ าตาแหนง่ และอัตราเงินเดอื นท่ียุบเลิกดงั กล่าวไปเพ่มิ เปน็ ตาแหน่งและอัตราเงินเดือนตามมาตรา ๔๔ (๖) ลงมา มาตรา ๑๒๓ ขา้ ราชการตารวจผใู้ ดมกี รณีกระทาผิดวินัยหรือกรณีท่ีสมควรให้ออกจากราชการ อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ ให้ผู้บังคับบัญชาตามพระราชบัญญัตินี้มีอานาจส่ังลงโทษผู้นั้น หรือสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตารวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ส่วนการ สอบสวน การพิจารณา และการดาเนินการเพ่ือลงโทษหรือให้ออกจากราชการ ให้ดาเนินการตาม พระราชบัญญตั นิ ้ี เว้นแต่
- ๑๔๙ - (๑) ในกรณีท่ีผู้บังคับบัญชาได้ส่ังให้สอบสวนโดยถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ไปแล้วก่อนวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังสอบสวนไม่เสร็จก็ให้สอบสวนตามกฎหมายนั้นต่อไป จนกว่าจะเสรจ็ (๒) ในกรณีท่ีได้มีการสอบสวนหรือพิจารณาโดยถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะน้ัน เสร็จไปแลว้ กอ่ นวนั ทพ่ี ระราชบัญญัตินี้ใช้บงั คับ ใหก้ ารสอบสวนหรือพิจารณาแลว้ แต่กรณนี ้นั เป็นอันใช้ได้ กรณีที่ได้มีการส่งเร่ืองหรือนาสานวนสอบสวนเสนอหรือส่งให้คณะอนุกรรมการสามัญประจา กระทรวง หรือ ก.ตร. พิจารณาตามกฎหมายท่ีใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น และคณะอนุกรรมการสามัญ ประจากระทรวง หรือ ก.ตร. พิจารณาเรื่องนน้ั ยงั ไม่เสร็จ ให้ดาเนินการตามพระราชบัญญตั ิน้ี มาตรา ๑๒๔ ผู้ใดถูกส่ังลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก หรือถูกส่ังให้ออกตาม พระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บข้าราชการตารวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ให้ผู้น้นั มีสิทธอิ ุทธรณ์ได้ตามมาตรา ๑๐๕ ผู้ใดมีสิทธิร้องทุกข์ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตารวจ พ .ศ. ๒๕๒๑ และ พระราชบัญญตั วิ ่าดว้ ยวินัยตารวจ พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๗ ผู้นนั้ อาจรอ้ งทกุ ขไ์ ดต้ ามมาตรา ๑๐๖ มาตรา ๑๒๕ ให้ดาเนินการสรรหากรรมการนโยบายตารวจแห่งชาติผู้ทรงคุณวุฒิให้แล้วเสร็จ ภายในหนึง่ รอ้ ยแปดสิบวันนบั แต่วนั ท่ีพระราชบญั ญัตินใี้ ชบ้ งั คบั ในระหว่างดาเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้กรรมการนโยบายตารวจแห่งชาติโดยตาแหน่งตาม มาตรา ๑๗ (๑) ปฏิบตั ิหนา้ ทไี่ ปพลางกอ่ น และใหก้ าหนดหลกั เกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการนโยบาย ตารวจแห่งชาติผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อใช้บังคับในการสรรหานั้น ซึ่งหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าวให้เป็นอัน ยกเลกิ เม่ือคณะกรรมการนโยบายตารวจแหง่ ชาติตามมาตรา ๑๗ เขา้ รับหน้าที่ มาตรา ๑๒๖ ให้ดาเนินการเลือกกรรมการข้าราชการตารวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) ให้แล้วเสรจ็ ภายในหนง่ึ รอ้ ยแปดสิบวันนับแตว่ นั ทพี่ ระราชบญั ญตั ิน้ใี ช้บงั คับ ในระหว่างดาเนินการตามวรรคหน่ึง ให้คณะกรรมการข้าราชการตารวจตาม พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการตารวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ปฏิบัตหิ นา้ ท่ีไปพลางกอ่ น มาตรา ๑๒๗ ในระหว่างท่ียังมิได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาหรือออกกฎกระทรวง กฎ ก.ตร. ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกาหนด ประกาศ หรือยังมิได้มีมติเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นา พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง กฎ ก.พ. ระเบยี บ ข้อบังคบั ประกาศ มติ หรือกรณีที่กาหนดไว้แล้วซ่ึงใช้ อยเู่ ดมิ มาใชบ้ ังคบั โดยอนุโลม มาตรา ๑๒๘ การใดท่อี ยูร่ ะหว่างดาเนินการหรอื เคยดาเนินการได้ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ขา้ ราชการตารวจ กฎหมายวา่ ด้วยวินยั ตารวจ กฎหมายวา่ ด้วยยศตารวจ และกฎหมายวา่ ด้วยเครื่องแบบ ตารวจ ที่ใช้อยู่ก่อนวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับและมิได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ จะดาเนินการ ไดป้ ระการใด ใหเ้ ป็นไปตามที่ ก.ตร. กาหนด ซ่งึ ต้องไมข่ ัดหรอื แยง้ กับกฎหมาย
- ๑๕๐ - แบบฝึกหัด คาถาม ๑. เงินของกองทนุ ประกอบดว้ ยเงินจากส่วนใดบ้าง ๒. คณะกรรมการบริหารกองทนุ ประกอบด้วยใครบ้าง แนวคาตอบ ๑. มาตรา ๑๑๓ ของ พ.ร.บ.ตารวจแหง่ ชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ กาหนดว่ากองทนุ ประกอบดว้ ย (๑) เงนิ อุดหนุนจากรฐั บาล (๒) เงนิ และทรพั ยส์ นิ ท่ีไดร้ ับจากหนว่ ยงานของรฐั รัฐวิสาหกจิ ราชการสว่ นท้องถน่ิ หรือมูลนิธิ (๓) ดอกผลท่เี กิดจากกองทุน คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติให้นาเงินค่าเปรียบเทียบปรับคดีอาญาท่ีเป็นอานาจของข้าราชการ ตารวจและเงินค่าปรับตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก เฉพาะส่วนที่จะต้องนาส่งเป็นรายได้ แผน่ ดนิ ให้เป็นของกองทุนโดยไมต่ อ้ งนาส่งเปน็ รายได้แผน่ ดนิ ก็ได้ เงิน ดอกผลและทรัพย์สินตามวรรคหน่ึงและวรรคสาม ให้ส่งเข้ากองทุนโดยไม่ต้องนาส่งเป็น รายได้แผ่นดนิ ๒. มาตรา ๑๑๕ ของ พ.ร.บ.ตารวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ กาหนดว่าให้มีคณะกรรมการบริหาร กองทุนคณะหน่งึ ประกอบด้วย ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสานักงานปลัด สานักนายกรัฐมนตรี ผู้แทนสานักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนสานักงบประมาณ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถ่ิน และรองผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ หรือผู้ช่วยผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติท่ีได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติจานวนสองคน เป็นกรรมการ ให้ประธานกรรมการแต่งต้ังข้าราชการตารวจเป็นเลขานุการคนหน่ึง และผู้ช่วยเลขานุการ ไมเ่ กนิ สองคน
- ๑๕๑ - สรุปวิชา พ.ร.บ.ตารวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ บทที่ ๑ ประวัติกิจการตารวจไทย พระบรมไตรโลกนาถ โปรดเกล้าฯ ให้มีกิจการตารวจ อยู่ภายใต้การดูแลของกรมเวียง การบังคับ บัญชาตารวจในสมยั กรงุ ศรีอยุธยาอยู่ภายใต้พระมหากษตั รยิ ์โดยตรง รชั กาลท่ี ๔ เปน็ ผู้พระราชทานกาเนิด “ตารวจสมยั ใหม่” - โดยให้กัปตันแชมมวล โจเซฟ เบิร์ด เอมส์ ชาวอังกฤษ มาวางโครงการจัดตั้งกองตารวจ เรียกว่า “กองโปลสิ คอนสเตเปิล” - ตร. สร้างพระบรมราชานุสาวรยี ์ รัชกาลที่ ๔ ประดิษฐานบริเวณหน้าอาคาร ๑ ตร. (เพ่ือเป็นการน้อม ราลกึ ถึงพระมหากรุณาธิคุณท่ีทรงปรับปรุงกจิ การตารวจใหท้ ันสมัยทัดเทียมประเทศตะวนั ตก) รัชกาลท่ี ๕ - พัฒนากจิ การตารวจ โปรดเกลา้ ฯ ให้ตรา “กฎหมายโปลสิ รกั ษาพระนคร ๕๓ ขอ้ ” - ทรงจัดต้ัง “ตารวจภูธร” ขึ้นในรูป “ทหารโปลิส” เพื่อเป็นกองกาลังรักษาความสงบเรียบร้อย + ปฏบิ ัติการทางทหารได้ ซ่ึงตอ่ มาเปล่ยี นเป็น “กรมกองตระเวนหัวเมือง” - ทรงจดั ตงั้ โรงเรียนนายร้อยตารวจ เม่อื วันท่ี ๑๙ เม.ย.๒๔๔๕ ตร.จึงถือเอาวันท่ี ๑๙ เม.ย. ของทุกปี เป็นวนั พระราชทานกาเนิด รร.นายรอ้ ยตารวจ - รร.นายรอ้ ยตารวจ สรา้ งพระบรมราชานสุ าวรยี ์ รัชกาลที่ ๕ ประดษิ ฐาน ณ รร.นายรอ้ ยตารวจ อ.สามพราน รัชกาลท่ี ๖ - พระราชทานเคร่อื งหมายตารวจ “ตราโลเ่ ขน” ประกอบมุมธงกรมตารวจภูธร - เน่ืองจากกิจการตารวจในยุคแรกๆ แบ่งหน้าที่ออกเป็น ๒ ส่วน คือ กรมพลตระเวน กับ กรม ตารวจภูธร โดยกรมพลตระเวน (ตารวจนครบาลในปัจจุบัน) ขึ้นกับกระทรวงพระนคร รับผิดชอบพ้ืนที่ ในเขตกรุงเทพฯ ส่วนกรมตารวจภูธร (ตารวจภูธรในปัจจุบัน) ขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบ พื้นที่หัวเมืองส่วนภูมิภาค รัชกาลท่ี ๖ โปรดเกล้าฯ ให้รวมกรมพลตระเวนกับกรมตารวจภูธรเข้าเป็น กรมเดียวกัน เรียกว่า “กรมตารวจภูธรและกรมพลตระเวน” เม่ือวันที่ ๑๓ ต.ค.๒๔๕๘ ถือเอาวันที่ ๑๓ ต.ค. ของทุกปเี ป็นวนั ตารวจ รัชกาลที่ ๗ - กรมตารวจภธู รและกรมพลตระเวน ถกู เปล่ยี นชอ่ื มาหลายคร้ัง จนถึงสมัยรัชกาลท่ี ๗ โปรดเกล้าฯ ให้เปลย่ี นชื่อเปน็ “กรมตารวจ” รชั กาลท่ี ๙ - โอนกรมตารวจ กระทรวงมหาดไทย จดั ตง้ั เปน็ สานักงานตารวจแห่งชาติ ข้นึ ตรงกับนายกรัฐมนตรี
- ๑๕๒ - ตราสัญลกั ษณ์ตารวจ รูปพระแสงดาบเขนและโล่ พ.ศ.๒๔๘๓ รปู วงกลมเส้นคู่ ๒ ชั้น วงนอกมีลายกนก และมีคาว่า “กรมตารวจ” อยู่เบื้องล่าง วงในมีรูป หน้าสิงห์อยภู่ ายในกนกเปลว พ.ศ.๒๕๐๖ รูปวงกลมเสน้ คู่ ๒ ชน้ั วงนอกมลี ายกนกประจายามก้ามปู และวงในมีรูปหน้าสิงห์มีลาย กนกเปลวเพลงิ ประกอบ พ.ศ. ๒๕๕๙ รูปวงกลมเส้นคู่ ๒ ช้ัน วงนอกเป็นลายพรรณพฤกษา วงในเป็นลายใบเทศผูกลายเป็นรูป หน้าสิงห์ (ไม่จากดั สแี ละขนาด) **การใช้เคร่ืองหมาย ให้เป็นไปตามระเบียบที่ ตร. กาหนด, ใช้จากัดเฉพาะแก่การใช้เพื่อประโยชน์ ทางราชการ มิให้นาไปใช้ในกิจการอันเป็นส่วนตัวหรือการค้าหรือเพ่ือประโยชน์อื่นใดโดยมิได้รับ อนญุ าตจาก ตร. บทที่ ๒ ความเป็นมาและเจตนารมณ์ในการตรา พ.ร.บ.ตารวจแหง่ ชาติ ปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับข้าราชการตารวจซ่ึงใช้บังคับมานานแล้ว ไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ ปัจจบุ ัน โดยนามาบญั ญัติรวมไวเ้ ป็นกฎหมายฉบบั เดยี ว ครอบคลมุ ทกุ เรื่อง กาหนดให้ ตร. แบง่ ส่วนราชการเปน็ สานักงาน ผบ.ตร. และ บช. เพื่อกระจายอานาจไปยัง บช. มากขึน้ ใหม้ คี ณะกรรมการนโยบายตารวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ทาหนา้ ท่ีกาหนดนโยบายการบริหารงานตารวจ ให้มีคณะกรรมการข้าราชการตารวจ (ก.ตร.) ทาหน้าที่บริหารงานบุคคล การแต่งตั้ง โยกย้าย การดาเนนิ การทางวินัย กาหนดให้มตี าแหน่งขา้ ราชการตารวจประเภทไม่มยี ศ กาหนดตาแหน่งพนักงานสอบสวนแยกตา่ งหากจากตาแหน่งข้าราชการตารวจทีม่ อี ยู่เดิม บทที่ ๓ บทนาและบททั่วไปของ พ.ร.บ.ตารวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ วนั ใช้บงั คับ ใช้บงั คับตัง้ แตว่ นั ถดั จากวันประกาศในราชกิจจาฯ (ประกาศในราชกจิ จาฯ วันที่ ๑๔ ก.พ.๒๕๔๗) ยกเลิกกฎหมายที่เกีย่ วข้อง ๑๗ ฉบบั ๑. พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการตารวจ พ.ศ.๒๕๒๑ , ๒๕๓๑ , ๒๕๓๕ , ๒๕๓๘ (๔ ฉบับ) ๒. พ.รบ.ว่าด้วยวินัยตารวจ พ.ศ.๒๔๗๗ , ๒๔๗๗ , ๒๔๗๙ , ๒๔๘๐ , ๒๔๙๓ , ๒๔๙๕ , ๒๔๙๗ (๗ ฉบับ) ๓. พ.ร.บ.วา่ ด้วยยศตารวจ พ.ศ.๒๔๘๐ , ๒๔๙๕ , ๒๕๐๔ (๓ ฉบบั ) ๔. พ.ร.บ.เคร่อื งแบบตารวจ พ.ศ.๒๔๗๗ ฉ.๒, ๒๔๘๓ ฉ.๓ (๒ ฉบับ) ๕. ประกาศคณะรกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ยแห่งชาติ ฉบบั ที่ ๓๘ ลง ๒๘ ก.พ.๒๕๓๔
- ๑๕๓ - ผู้รักษาการตาม พ.ร.บ. นายกรัฐมนตรีรักษาการ มีอานาจออกกฎกระทรวง กฎกระทรวงเม่ือ ประกาศในราชกิจจาฯ แล้ว ให้ใช้บังคับได้ ฐานะและอานาจหน้าท่ี สานักงานตารวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการ มีฐานะเป็นนิติบุคคล อยู่ในบังคับบัญชา ของนายกรัฐมนตรี การมสี ว่ นร่วมของประชาชน สานักงานตารวจแห่งชาติจัดระบบการบริหาร..ให้เหมาะสมกับความ ต้องการของแต่ละท้องถ่ินและชุมชน **โดยต้องให้ อปท.และองค์กรภาคเอกชนมีส่วนร่วม ตาม หลกั เกณฑ์และวิธกี ารท่ี ก.ต.ช.กาหนด ข้าราชการตารวจไมม่ ียศ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา วันเวลาทางาน วนั หยดุ ราชการ การลา ใหเ้ ป็นไปตามที่ ครม.กาหนด ในกรณีจาเป็นเพ่ือประโยชน์ ก.ต.ช. จะกาหนดตา่ งจากที่ ครม.กาหนดกไ็ ด้ บทท่ี ๔ การจัดระเบียบราชการในสานกั งานตารวจแห่งชาติ สานักงานตารวจแห่งชาติแบ่งส่วนราชการ ออกเป็น สานักงานผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ กับ กองบญั ชาการ การแบ่งส่วนราชการของสานักงานผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ หรือ การจัดตั้งกองบัญชาการ ให้ ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา / การแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรืออย่างอื่น ให้ออกเป็น กฎกระทรวง สานักงานผบู้ ญั ชาการตารวจแห่งชาติ แบ่งออกเปน็ ๘ บช. ๗ บก. กองบัญชาการ หรอื เทยี บเทา่ มี ๒๒ บช. นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ประกาศกาหนดหน่วยงานและเขตอานาจรับผิดชอบของกองบัญชาการ โดยประกาศใน ราชกจิ จาฯ ผู้บัญชาการ มีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานพร้อมทั้งปัญหาและอุปสรรคต่อผู้บัญชาการตารวจ แหง่ ชาติ ทุก ๔ เดือน หรือตามระยะเวลาที่ผูบ้ ัญชาการตารวจแหง่ ชาติกาหนด บทที่ ๕ ยศและชั้นขา้ ราชการตารวจ ยศข้าราชการตารวจ มี ๑๔ ยศ (สบิ ตารวจตรี – พลตารวจเอก) ชนั้ ขา้ ราชการตารวจ มี ๓ ชนั้ (ชั้นพลตารวจ ชน้ั ประทวน ชน้ั สญั ญาบตั ร) การแตง่ ตัง้ ยศตารวจชัน้ สญั ญาบตั ร - เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธกี ารที่กาหนดในกฎ ก.ตร. + ประกาศพระบรมราชโองการ - แตง่ ตง้ั ยศสญั ญาบตั รเป็นกรณพี ิเศษ โดยประกาศพระบรมราชโองการ
- ๑๕๔ - การแต่งต้งั ยศตารวจช้ันสญั ญาบัตรเปน็ การชว่ั คราว - ตงั้ แตว่ า่ ท่ยี ศพลตารวจตรีขน้ึ ไป ให้ นายกฯ ส่ังแตง่ ตั้ง - ต้งั แตว่ า่ ท่ยี ศร้อยตารวจตรี – พนั ตารวจเอก ให้ ผบ.ตร. ส่งั แตง่ ตง้ั การแต่งตง้ั ยศตารวจชั้นประทวน - ผบ.ตร. หรือ ผู้บังคับบัญชาระดับ ผบช.ขึ้นไปซ่ึงได้รับมอบหมายจาก ผบ.ตร. สั่งแต่งต้ังตาม หลักเกณฑ์และวธิ ีการท่ีกาหนดในกฎ ก.ตร. - แตง่ ตัง้ ยศประทวนเป็นกรณพี ิเศษ ให้ ผบ.ตร. สง่ั แต่งตงั้ ตาม กฎ ก.ตร. การถอดหรือการออกจากยศตารวจชั้นสัญญาบัตร เป็นไปตามระเบียบสานักงานตารวจแห่งชาติ + ประกาศพระบรมราชโองการ การถอดหรือการออกจากว่าท่ียศตารวจชั้นสัญญาบัตรหรือช้ันประทวน ให้ผู้มีอานาจสั่งได้ตาม ระเบยี บสานักงานตารวจแหง่ ชาติ บทที่ ๖ คณะกรรมการตาม พ.ร.บ.ตารวจแหง่ ชาติ คณะกรรมการนโยบายตารวจแห่งชาติ เรียกยอ่ “ก.ต.ช.” ก.ต.ช. ประกอบดว้ ย ประธานโดยคาแนะนาของ ผบ.ตร. แต่งต้ังข้าราชการยศ พล.ต.ต. ข้ึนไป ไม่เกิน ๒ คน เป็น ผ้ชู ่วยเลขานกุ าร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ ๑) ด้านกฎหมาย ๒) การงบประมาณ ๓) พัฒนาองค์กร ๔) การวางแผน ๕) การบรหิ ารและจัดการ คุณสมบตั กิ รรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิ (ดรู ายละเอยี ดในคณุ สมบัติ) ดารงตาแหน่งคราวละ ๔ ปี จะดารง ตาแหน่งเกิน ๒ วาระตดิ ตอ่ กนั ไม่ได้ คณะกรรมการขา้ ราชการตารวจ เรียกย่อ “ก.ตร.”
- ๑๕๕ - ก.ตร. ประกอบด้วย การประชุมของ ก.ตร. กรณีทก่ี รรมการข้าราชการตารวจไม่น้อยกว่า ๖ คน ร้องขอให้ประธานเรียก ประชมุ ให้ประธานเรียกประชุมภายใน ๗ วนั นับแตว่ นั ไดร้ บั รอ้ งขอ บทที่ ๗ ระเบียบข้าราชการตารวจ ตาแหนง่ ข้าราชการตารวจ มี ๑๓ ตาแหนง่ (รอง ผบ.หมู่ – ผบ.ตร.) ก.ตร. จะกาหนดให้มีตาแหน่งท่ีเรียกช่ืออย่างอื่น ตาแหน่งใดเทียบกับตาแหน่งใด โดยให้กาหนดไว้ใน กฎ ก.ตร. การกาหนดตาแหน่ง จานวน คุณสมบัติ ข้าราชการตารวจให้เป็นไปตามท่ี ก.ตร.กาหนด แต่สาหรับการ กาหนดจานวนตาแหนง่ ตั้งแต่ ผบก. หรือเทยี บเทา่ ข้นึ ไป ต้องไดร้ บั ความเหน็ ชอบจาก ก.ต.ช. กอ่ น (จาตาแหน่งทเี่ รียกช่อื อย่างอื่นเทยี บเท่ากบั ๑๓ ตาแหนง่ ) - ผทู้ รงคุณวุฒสิ านักงานตารวจแห่งชาติ เทียบเทา่ กบั ผบก. - ผู้ทรงคุณวุฒพิ ิเศษสานกั งานตารวจแหง่ ชาติ เทยี บเทา่ กบั ผบช. - ทปี่ รึกษาพเิ ศษสานักงานตารวจแหง่ ชาติ เทียบเทา่ กบั จเรตารวจแห่งชาติ และ รอง ผบ.ตร. คุณสมบตั ิผู้ได้รบั การบรรจุ (ดคู ุณสมบตั ิในหนังสือ บทท่ี ๗) การแตง่ ตงั้ ขา้ ราชการตารวจ - รอง ผบ.หมู่ จาก พลตารวจ - ผบ.หมู่ จาก ส.ต.ต. – ด.ต. - รอง สว. จาก ร.ต.ต. – ร.ต.อ. - สว. จาก ร.ต.อ. – พ.ต.ท. - รอง ผกก. จาก พ.ต.ท. - ผกก. จาก พ.ต.ท. – พ.ต.อ.
- ๑๕๖ - - รอง ผบก. จาก พ.ต.อ. หรือ พ.ต.อ. รบั อัตราเงินเดือน พ.ต.อ.(พิเศษ) - ผบก. จาก พ.ต.อ. รบั อัตราเงินเดือน พ.ต.อ.(พิเศษ) หรือ พล.ต.ต. - รอง ผบช. จาก พล.ต.ต. - ผบช. จาก พล.ต.ต. หรอื พล.ต.ท. - ผ้ชู ว่ ย ผบ.ตร. จาก พล.ต.ท. - จเรตารวจแห่งชาติ และ รอง ผบ.ตร. จาก พล.ต.ท. หรือ พล.ต.อ. - ผบ.ตร. จาก พล.ต.อ. การบรรจุเข้ารับราชการ ให้ทดลองปฏิบัติหน้าท่ีราชการระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๖ เดือน ผู้ใดถูกส่ัง ใหอ้ อกระหวา่ งทดลองปฏิบัติหนา้ ทีร่ าชการ ไมใ่ หถ้ อื วา่ เคยเป็นขา้ ราชการตารวจ ไม่กระทบกระเทือน การปฏบิ ตั ิ หรือ การรบั เงินเดือน หรอื ผลประโยชน์ทีไ่ ด้รับระหวา่ งทดลองปฏบิ ตั หิ น้าทร่ี าชการ การเล่ือนเงินเดือน การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตารวจเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กาหนดใน กฎ ก.ตร. สาหรับการเลื่อนเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเกินสองข้ัน ต้องได้รับอนุมัติจาก ก.ตร.เป็นพิเศษเฉพาะ ราย การรบั เงนิ เดือน - พลตารวจสารอง รบั ระดบั พ.๑ - ส.ต.ต. – จ.ส.ต. รับระดบั ป.๑ - จ.ส.ต. อตั ราเงนิ เดอื น จ.ส.ต.(พเิ ศษ) รับระดบั ป.๒ - ด.ต. รับระดับ ป.๓ - ร.ต.ต. – ร.ต.อ. รบั ระดบั ส.๑ - พ.ต.ต. รับระดับ ส.๒ - พ.ต.ท. รับระดบั ส.๓ - พ.ต.อ. รบั ระดบั ส.๔ - พ.ต.อ. อัตราเงนิ เดือน พ.ต.อ.(พเิ ศษ) รับระดบั ส.๕ - พล.ต.ต. รบั ระดับ ส.๖ - พล.ต.ท. รบั ระดบั ส.๗ - พล.ต.อ. รับระดับ ส.๘ - ผบ.ตร. รับระดบั ส.๙ ข้าราชการตารวจอาจได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวตามภาวะเศรษฐกิจ ตามจานวน หลักเกณฑ์ วิธีการที่กาหนดในพระราชกฤษฎีกา / อาจได้รับเงินเพิ่มพิเศษรายเดือน เงินเพ่ิมอื่นตามที่ ครม. กาหนด / ตาแหน่งท่ีประจาอยู่ต่างประเทศ อาจได้รับเงินเพ่ิมโดยความเห็นชอบของ กระทรวงการคลงั
- ๑๕๗ - การรกั ษาราชการแทน กรณีตาแหน่งใดว่างลง หรือ ผู้ดารงตาแหน่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ ผู้บังคับบัญชาสง่ั ใหข้ า้ ราชการตารวจซง่ึ เหน็ สมควร รรท.ในตาแหน่งนน้ั ได้ - นายกรัฐมนตรี ตาแหน่ง ผบ.ตร. - ผบ.ตร. ตาแหน่ง จเรตารวจแหง่ ชาติ หรอื รอง ผบ.ตร. หรอื เทยี บเทา่ ลงมา - ผบช. ตาแหนง่ ผบก. หรอื เทยี บเท่าลงมาในส่วนราชการน้นั - ผบก. ตาแหน่ง ผกก. หรือเทียบเทา่ ลงมาในสว่ นราชการน้นั กรณีท่ีไม่มีการแต่งต้ังให้ใคร รรท. ให้ผู้ดารงตาแหน่งรอง / ถ้าไม่มี รอง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติ ราชการได้ ให้ ผูช้ ว่ ย / ถา้ มี รอง หรือ ผู้ช่วย หลายคน ให้ผู้มีอาวุโส / ถ้าไม่มีทั้ง รอง หรือ ผู้ช่วย หรือ มีแตไ่ ม่อาจปฏบิ ตั ิราชการได้ ใหข้ า้ ราชการช้นั สญั ญาบตั รผมู้ อี าวุโสตามระเบียบ ก.ตร. เปน็ ผู้ รรท. ผบ.ตร. หรือ หัวหน้าส่วนราชการ อาจมอบอานาจให้ รอง หรือ ผู้ช่วย หรือ ข้าราชการตารวจช้ัน สัญญาบัตรในส่วนราชการน้ัน ปรท.ได้ / การมอบอานาจต้องทาเป็นหนังสือ / ผู้รับมอบจะมอบ อานาจนั้นแก่ผู้อื่นตอ่ ไปไมไ่ ด้ เว้นแต่จะได้รบั ความเห็นชอบจากผู้มอบอานาจ การกระทาผิดวินัยอย่างไมร่ า้ ยแรง (๑๘ ข้อ) / การกระทาผดิ วินยั อยา่ งรา้ ยแรง (๗ ข้อ) โทษทางวินยั ๗ สถาน ๑) ภาคทัณฑ์ ๒) ทัณฑกรรม ๓) กักยาม ๔) กักขัง ๕) ตัดเงินเดือน ๖) ปลดออก ๗) ไล่ออก ข้าราชการตารวจกระทาผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ให้ผู้บังคับบัญชาส่ังลงโทษภาคทัณฑ์ ทัณฑกรรม กักยาม กักขงั ตัดเงินเดอื น ตามควรแกก่ รณี ขา้ ราชการตารวจกระทาผิดวินัยอยา่ งรา้ ยแรง ให้ผู้มีอานาจตามมาตรา ๗๒ สั่งปลดออก หรือไล่ออก ถา้ มีเหตคุ วรลดหย่อน จะนามาประกอบก็ได้ หา้ มมใิ หล้ ดโทษต่ากว่าปลดออก เม่ือมีเหตุจาเป็นจะต้องกักตัวข้าราชการตารวจซึ่งถูกกล่าวหาเพื่อประโยชน์ในการสอบสวน ใหผ้ ูบ้ งั คบั บัญชาส่งั กกั ตัวเท่าที่จาเป็นแก่การสอบสวน แต่ต้องไม่เกินอานาจลงโทษกักขังของผู้ส่ังและ ตอ้ งไมเ่ กนิ ๑๕ วัน มาตรา ๘๔ เมื่อมีการกล่าวหาหรือมีกรณีเป็นท่ีสงสัยว่าข้าราชการตารวจผู้ใดกระทาผิดวินัยให้ ผู้บังคับบัญชารีบดาเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงหรือพิจารณาในเบ้ืองต้นว่ากรณีมีมูลท่ีควรกล่าวหาว่า ผู้น้ันกระทาผิดวินยั หรือไม่ ในการสืบสวนข้อเท็จจริงให้แจ้งเรื่องท่ีถูกกล่าวหาหรือถูกร้องเรียนให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบและให้ผู้ถูก กลา่ วหาช้ีแจงขอ้ เท็จจริงภายในเวลาทกี่ าหนด / ถ้าเห็นว่ากรณีไม่มีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทาผิดวินัยให้ สั่งยุติเรื่องได้ / ถ้าเห็นว่ากรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทาผิดวินัย ให้ดาเนินการต่อไปตามมาตรา ๘๕ หรือมาตรา ๘๖ แล้วแต่กรณที ันที
- ๑๕๘ - มาตรา ๘๕ เมื่อข้าราชการตารวจถูกกล่าวหาว่ากระทาผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ให้ผู้บังคับบัญชา นำสำนวนกำร สืบสวนข้อเท็จจริง ตำมมำตรำ ๘๔ มาพิจารณาสั่งกำรตำมมำตรำ ๘๙ กระทาผดิ วนิ ยั อยา่ งไม่ร้ายแรง ผ้บู ังคบั บัญชาสง่ั ลงโทษ - ลงโทษ (ภาคทัณฑ์ ทณั ฑกรรม กักยาม กักขัง หรือตัดเงินเดอื น) ตามควรแกก่ รณี - ถ้ามีเหตุควรลดหย่อน จะนามาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้ - กรณีความผิดเล็กน้อยและมีเหตอุ นั ควรงดโทษ จะงดโทษโดยทาทัณฑ์บนเปน็ หนังสือหรอื ว่า กล่าวตกั เตือนก็ได้ ** ทณั ฑ์บน กบั การว่ากล่าวตักเตอื น ไม่ถืออย่ใู นโทษทางวนิ ัย ๗ สถาน มาตรา ๘๖ เมื่อข้าราชการตารวจถูกกล่าวหาว่ากระทาผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้แต่งต้ัง คณะกรรมกำรขึ้นทำกำรสอบสวน ในการสอบสวนต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่ สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าท่ีมีให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบโดยจะระบุหรือไม่ระบุพยำนก็ได้ ท้ังนี้เพ่ือให้ผู้ถูก กล่าวหาช้ีแจงและนาสบื แกข้ ้อกล่าวหา เม่ือดาเนินการแล้ว ถ้ำฟังได้ว่ำผู้ถูกกล่ำวหำได้กระทำผิดวินัย ให้ดำเนินกำรต่อไปตำมมาตรา ๘๙ หรือ มาตรา ๙๐ แล้วแต่กรณี ถ้ำฟังไม่ได้ว่ำผู้ถูกกล่ำวหำกระทำ ผดิ วินัยใหส้ ั่งยุตเิ รอ่ื ง ผดิ วนิ ัยไม่ร้ายแรง ผดิ วนิ ัยร้ายแรง (ปลดออก หรือ ไล่ออก) (ภาคทัณฑ์ ทัณฑกรรม กักยาม กักขัง ตดั เงินเดือน) กระทาผิดวนิ ยั อยา่ งรา้ ยแรง ผมู้ อี านาจตามมาตรา ๗๒ สง่ั - ลงโทษ (ปลดออก หรือ ไล่ออก) ตามความร้ายแรงแห่งกรณี - ถ้ามเี หตคุ วรลดหยอ่ น จะนามาประกอบการพจิ ารณาลงโทษก็ได้ แตห่ ้ามมใิ หล้ ดโทษต่ากว่าปลดออก ** ผมู้ ีอานาจตามมาตรา ๗๒ คือ ผู้ที่มีอานาจสง่ั ขา้ ราชการตารวจรักษาราชการ ๑. นายกฯ ผบ.ตร. ๒. ผบ.ตร. จเรตารวจแหง่ ชาติ หรอื รอง ผบ.ตร. หรือตาแหน่งเทยี บเท่าลงมา ๓. ผบช. หรือ เทียบเทา่ ผบก. หรอื เทียบเทา่ ลงมาในสว่ นราชการนัน้ ๔. ผบก. หรือ เทยี บเท่า ผกก. หรือ เทยี บเทา่ ลงมาในสว่ นราชการน้ัน การพิจารณาของผู้มีอานาจตามมาตรา ๘๕ , ๘๖ , ๘๙ หรือ ๙๐ ให้พิจารณาสั่งการให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔๐ วันนับแต่วันได้รับสานวน เว้นแต่มีเหตุจาเป็นตามที่กาหนดในระเบียบ ก.ตร. จะขยายได้ไม่เกิน ๒ ครัง้ ครงั้ ละไมเ่ กิน ๖๐ วัน
- ๑๕๙ - ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและคณะกรรมการสอบสวนต้องไม่เป็นบุคคล ๕ ข้อดังต่อไปน้ี ๑) รู้เห็นเหตุการณ์ ๒) มีส่วนได้เสีย ๓) มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ถูกกล่าวหา ๔) เป็นผู้ถูกกล่าวหา หรือ คู่สมรส บุพการี ผู้สืบสันดาร หรือ พี่น้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมบิดาหรือมารดากับผู้กล่าวหา ๕) มเี หตทุ าใหเ้ ชอ่ื วา่ การสอบสวนเสียความเปน็ ธรรม มาตรา ๙๔ ข้าราชการตารวจถูกสอบสวนกรณีกระทาความผิดวินัยอย่ำงร้ำยแรง หรือ ความผิดตาม กฎหมำยว่ำด้วยกำรทุจริต แม้ออกจากราชการไปแล้ว ก็ให้ทำกำรสอบสวนต่อไปให้แล้วเสร็จภำยใน ๑ ปี นับแต่วันออกจากราชการ มาตรา ๙๖ ข้าราชการตารวจถูกสืบสวนหรือสอบสวนว่ามีกระทาผิดทางวินัยแต่ได้ออกจำกรำชกำรก่อน ดาเนินการสืบสวนหรือสอบสวน หากภายหลังได้กลับเข้ำรับรำชกำรใหม่ภำยใน ๕ ปี ให้ผู้บังคับบัญชา หรอื ผ้มู อี านาจตามมาตรา ๗๒ ดาเนนิ การสัง่ การให้มกี ารสืบสวนหรือสอบสวนต่อไป ขา้ ราชการตารวจขอลาออก โดยยน่ื หนงั สือขอลาออกตอ่ ผบู้ ังคบั บญั ชาเหนอื ข้ึนไปช้นั หน่ึง ผบู้ ังคบั บัญชายับยง้ั การลาออกได้ ไมเ่ กิน ๓ เดือนนับแตว่ นั ขอลาออกได้ กรณีขอลาออกเพอื่ ดารงตาแหน่งทางการเมือง ใหก้ ารลาออกมผี ลนบั ต้ังแต่วนั ท่ผี ู้นัน้ ขอลาออก มาตรา ๑๐๕ ข้าราชการตารวจถูกส่ังลงโทษ หรือ ถูกสั่งใหอ้ อกจากราชการ ผนู้ ้ันมีสิทธิอุทธรณ์ได้ ๑. ถูกสงั่ ลงโทษภาคทณั ฑ์ ทณั ฑกรรม กักยาม กกั ขงั หรือตดั เงนิ เดือน ให้อทุ ธรณ์ต่อ - ผู้บังคบั บญั ชาของผบู้ งั คบั บัญชาท่ีสั่งลงโทษ - กรณี ผบ.ตร. ส่งั ลงโทษ ใหอ้ ุทธรณต์ ่อ ก.ตร. ๒. ถูกส่งั ลงโทษปลดออก ไลอ่ อก หรือถกู ส่งั ให้ออกจากราชการ ให้อทุ ธรณ์ตอ่ ก.ตร. อุทธรณ์ภายใน ๓๐ วนั นับแตว่ ันทราบคาส่ัง การพิจารณาอุทธรณ์ พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔๐ วันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ เว้นแต่ มเี หตจุ าเปน็ ตามระเบียบ ก.ตร. ขยายไดอ้ กี ไมเ่ กิน ๒ ครั้ง ครัง้ ละไม่เกิน ๖๐ วนั มาตรา ๑๐๖ เม่ือข้าราชการตารวจผู้ใดเห็นว่าผู้บังคับบัญชำใช้อำนำจหน้ำที่ปฏิบัติต่อตนโดยไม่ถูกต้อง ตำมระเบียบ กฎหมำย หรือเกิดจำกกำรปฏิบัติโดยมิชอบของผู้บังคับบัญชำต่อตน ผู้น้ันอาจร้องทุกข์ต่อ ผู้บังคบั บญั ชาของผ้บู ังคับบัญชาท่ีสั่งลงโทษ หรือร้องทุกข์ ต่อ ก.ตร. แล้วแตก่ รณี (**นร. ทราบวา่ จะสามารถใชส้ ทิ ธอิ ุทธรณ์ได้เมื่อไร จะใชส้ ิทธริ อ้ งทุกข์ได้เมื่อไร) เครื่องแบบตารวจ ผูใ้ ดแตง่ เคร่ืองแบบโดยไมม่ สี ทิ ธิ จาคุกตั้งแต่ ๓ เดือน – ๕ ปี / ถ้ากระทาภายใน เขตประกาศกฎอัยการศกึ หรือเพื่อกระทาความผดิ อาญา จาคุกตงั้ แต่ ๑ ปี – ๑๐ ปี
- ๑๖๐ - ขา้ ราชการแต่งเคร่อื งแบบกระทาความผิดซ่งึ มีโทษจาคุกอยา่ งสงู ตง้ั แต่ ๑ ปขี ้นึ ไป ต้องจาคกุ ตง้ั แต่ ๑ – ๗ ปี ผู้ใดแต่งเครอ่ื งแบบคลา้ ยตารวจ ทาใหเ้ กดิ ความเสื่อมเสีย จาคุกไมเ่ กิน ๓ เดือน หรือปรับ ๑ พันถึง ๑ หมื่นบาท หรือทั้งจาท้ังปรับ / ถ้ากระทาภายในเขตประกาศกฎอัยการศึก หรือเพื่อกระทาความผิด อาญา จาคกุ ตงั้ แต่ ๑ ปี – ๑๐ ปี บทท่ี ๘ กองทุนเพื่อการสบื สวนและสอบสวนคดอี าญาและบทเฉพาะกาล กองทุนเพ่ือการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา ประกอบด้วย ๑) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล ๒) เงินและ ทรัพย์สินทีไ่ ดร้ ับจากหน่วยงานของรฐั รัฐวิสาหกจิ ราชการ ส่วนทอ้ งถ่ินหรือมลู นธิ ิ ๓) ดอกผล ครม. จะอนุมตั ิให้นาเงินค่าเปรียบเทียบปรับคดีอาญาและเงินค่าปรับตามกฎหมายการจราจรทางบก เฉพาะสว่ นท่ีตอ้ งนาส่งเป็นรายไดแ้ ผน่ ดินให้เป็นของกองทนุ โดยไม่ต้องนาสง่ เปน็ รายไดแ้ ผน่ ดนิ กไ็ ด้ คณะกรรมการบริหารกองทุน ประกอบด้วย ๑) ผบ.ตร. เป็นประธาน ๒) ผู้แทนสานักงานปลัด สานักนายกฯ ๓) ผู้แทนสานักงานอัยการสูงสุด ๔) ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ๕) ผู้แทนสานัก งบประมาณ ๖) ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ๗) ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ๘)และ๙) รอง ผบ.ตร. หรือ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ท่ีได้รับมอบหมายจาก ผบ.ตร. เป็นกรรมการ / ประธานแต่งตั้ง ขา้ ราชการตารวจเป็นเลขานกุ าร ๑ คน และ ผูช้ ่วยเลขานุการ ไมเ่ กิน ๒ คน คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดทางบการเงินและบัญชี ส่งผู้สอบบัญชี ตรวจสอบภายใน ๑๒๐ วันนับแต่ วันสิ้นปีปฏิทินทุกปี / สานักงานตรวจเงินแผ่นดิน สอบบัญชี แล้วรายงานผลเสนอ ก.ต.ช. และ กระทรวงการคลัง
บรรณานกุ รม
- ๑๖๓ - กฎ ก.ตร.ว่าด้วยกรณที ีเ่ ปน็ ความผดิ ทป่ี รากฏชดั แจง้ พ.ศ. ๒๕๔๗. (๒๕๔๗, ๑๓ กันยายน). ราชกจิ จานเุ บกษา. เลม่ ๑๒๑ ตอนที่ ๕๙ ก หนา้ ๑๘ – ๑๙. กฎ ก.ตร.วา่ ดว้ ยการกาหนดชื่อตาแหนง่ ข้าราชการตารวจท่เี รียกชอื่ อยา่ งอ่ืนและการเทยี บตาแหนง่ ข้าราชการตารวจทเี่ รยี กชอ่ื อยา่ งอ่ืนกับตาแหนง่ ขา้ ราชการตารวจ พ.ศ. ๒๕๔๘. (๒๕๔๘, ๒๖ สงิ หาคม). ราชกจิ จานเุ บกษา. เลม่ ๑๒๒ ตอนท่ี ๗๓ ก หนา้ ๔. กฎ ก.ตร.วา่ ด้วยการกาหนดชอ่ื ตาแหนง่ ข้าราชการตารวจทีเ่ รยี กช่ืออย่างอน่ื และการเทียบตาแหน่ง ขา้ ราชการตารวจที่เรียกช่อื อยา่ งอ่ืนกบั ตาแหนง่ ข้าราชการตารวจ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐. (๒๕๕๐, ๒๘ สิงหาคม). ราชกจิ จานุเบกษา. เลม่ ๑๒๔ ตอนที่ ๔๘ ก หน้า ๑๙. กฎ ก.ตร.ว่าดว้ ยการกาหนดช่อื ตาแหน่งข้าราชการตารวจทเี่ รยี กชื่ออย่างอ่ืนและการเทยี บตาแหนง่ ข้าราชการตารวจทีเ่ รียกชื่ออยา่ งอน่ื กบั ตาแหน่งขา้ ราชการตารวจ (ฉบบั ท่ี ๘) พ.ศ. ๒๕๕๙. (๒๕๕๙, ๒๕ พฤศจิกายน). ราชกจิ จานุเบกษา. เลม่ ๑๓๓ ตอนที่ ๙๘ ก หน้า ๑๓ – ๑๔. กฎ ก.ตร. วา่ ด้วยการแต่งต้ังข้าราชการตารวจ พ.ศ. ๒๕๕๙. (๒๕๕๙, ๑๕ กรกฎาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เลม่ ๑๓๓ ตอนท่ี ๖๐ ก หนา้ ๑ – ๑๐. กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการทดลองปฏบิ ตั หิ นา้ ท่รี าชการ พ.ศ. ๒๕๔๗. (๒๕๔๗, ๒๒ พฤศจิกายน). ราชกจิ จานเุ บกษา. เลม่ ๑๒๑ ตอนที่ ๗๒ ก หนา้ ๑๕ – ๑๗. กฎ ก.ตร.วา่ ดว้ ยการบรรจุและแต่งตงั้ ขา้ ราชการซงึ่ มใิ ชข่ ้าราชการตารวจหรอื การบรรจุและแต่งตั้ง พนกั งานขององค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ ซึง่ ออกจากราชการหรือออกจากงานไปแลว้ กลับเข้ารบั ราชการเปน็ ขา้ ราชการตารวจพ.ศ. ๒๕๔๗. (๒๕๔๗, ๒๘ กันยายน). ราชกจิ จานุเบกษา. เล่ม ๑๒๑ ตอนท่ี ๖๒ ก หน้า ๑๓ – ๑๕. กฎ ก.ตร.ว่าดว้ ยการบรรจแุ ละแต่งตง้ั ข้าราชการตารวจผ้อู อกจากราชการไปแลว้ กลบั เข้ารบั ราชการ เปน็ ขา้ ราชการตารวจ พ.ศ. ๒๕๔๗. (๒๕๔๗, ๒๘ กนั ยายน). ราชกิจจานเุ บกษา. เล่ม ๑๒๑ ตอนที่ ๖๒ ก หน้า ๑๑ – ๑๒. กฎ ก.ตร.วา่ ด้วยการร้องทกุ ข์ พ.ศ. ๒๕๔๗. (๒๕๔๗, ๒๙ ตุลาคม). ราชกจิ จานเุ บกษา. เล่ม ๑๒๑ ตอนท่ี ๖๘ ก หนา้ ๙ – ๑๘. กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสอบสวนพจิ ารณา พ.ศ. ๒๕๔๗. (๒๕๔๗, ๑๔ ธันวาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เลม่ ๑๒๑ ตอนที่ ๗๕ ก หน้า ๓๗ – ๕๒. กฎ ก.ตร.วา่ ด้วยการสั่งพกั ราชการและการส่งั ใหอ้ อกจากราชการไว้กอ่ น พ.ศ. ๒๕๔๗. (๒๕๔๗, ๑๔ ธันวาคม). ราชกจิ จานเุ บกษา. เล่ม ๑๒๑ ตอนท่ี ๗๕ ก หนา้ ๓๒ – ๓๖.
- ๑๖๔ - กฎ ก.ตร.ว่าดว้ ยการสง่ั ให้ข้าราชการตารวจออกจากราชการกรณีไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มี ประสิทธภิ าพและเกดิ ประสิทธิผล พ.ศ. ๒๕๔๗. (๒๕๔๗, ๑๓ กนั ยายน ) ราชกิจจานเุ บกษา. เลม่ ๑๒๑ ตอนที่ ๕๙ ก หนา้ ๒๐ – ๒๑. กฎ ก.ตร.วา่ ดว้ ยการสบื สวนขอ้ เทจ็ จรงิ พ.ศ. ๒๕๕๖. (๒๕๕๖, ๕ มิถุนายน). ราชกจิ จานเุ บกษา. เลม่ ๑๓๐ ตอนท่ี ๔๘ ก หน้า ๑ – ๒๔. กฎ ก.ตร.วา่ ด้วยการอุทธรณ์และการพจิ ารณาอทุ ธรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๗. (๒๕๔๗, ๑๓ กนั ยายน). ราชกจิ จานเุ บกษา. เล่ม ๑๒๑ ตอนท่ี ๕๙ ก หน้า ๒๒ – ๓๒. กฎ ก.ตร.วา่ ด้วยคุณสมบตั แิ ละลักษณะต้องห้ามของการเปน็ ข้าราชการตารวจ พ.ศ.๒๕๔๗. (๒๕๔๗, ๒๘ กันยายน). ราชกจิ จานุเบกษา. เลม่ ๑๒๑ ตอนที่ ๖๒ ก หน้า ๑๖ – ๑๘. กฎ ก.ตร.วา่ ด้วยวธี กี ารออกคาสัง่ เก่ียวกับการลงโทษ พ.ศ. ๒๕๔๗. (๒๕๔๗, ๑๔ ธนั วาคม). ราชกจิ จานเุ บกษา. เลม่ ๑๒๑ ตอนที่ ๗๕ ก หน้า ๑๓ – ๑๔. กฎ ก.ตร.ว่าดว้ ยหลกั เกณฑ์และวธิ กี ารคดั เลือกหรือการสอบแขง่ ขันบุคคลเพื่อบรรจุเข้ารับราชการ เปน็ ขา้ ราชการตารวจ พ.ศ. ๒๕๔๗. (๒๕๔๗, ๒๑ มิถนุ ายน). ราชกจิ จานุเบกษา. เล่ม ๑๒๑ ตอนพเิ ศษ ๒๕ ก หนา้ ๑ – ๖. กฎ ก.ตร. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวธิ กี ารคัดเลอื กหรือการสอบแข่งขันบุคคลเพอื่ บรรจุเขา้ รับราชการ เป็นขา้ ราชการตารวจ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙. (๒๕๕๙, ๒๘ กรกฎาคม). ราชกจิ จานุเบกษา. เลม่ ๑๓๓ ตอนที่ ๖๓ ก หนา้ ๑ – ๒. กฎ ก.ตร.ว่าดว้ ยหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการดาเนนิ การใหผ้ ู้ถกู ลงโทษตามคาสงั่ เดมิ รบั โทษท่เี พ่ิมขึ้น หรอื กลบั คนื สู่ฐานะเดมิ พ.ศ. ๒๕๔๗. (๒๕๔๗, ๑๓ ตลุ าคม). ราชกิจจานุเบกษา. เลม่ ๑๒๑ ตอนท่ี ๖๖ ก หนา้ ๑๐ – ๑๑. กฎ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑแ์ ละวิธีการแต่งตั้งยศ พ.ศ.๒๕๕๔. (๒๕๕๔, ๓๑ พฤษภาคม). ราชกจิ จานเุ บกษา. เล่ม ๑๒๘ ตอนท่ี ๔๓ ก หนา้ ๘ – ๑๓. กฎ ก.ตร.ว่าด้วยหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการแต่งต้งั ยศตารวจชน้ั ประทวนเปน็ กรณพี เิ ศษ พ.ศ. ๒๕๔๗. (๒๕๔๗, ๒ กนั ยายน). ราชกิจจานุเบกษา. เลม่ ๑๒๑ ตอนท่ี ๕๖ ก หน้า ๒๕ – ๒๖. กฎ ก.ตร.ว่าด้วยอานาจการลงโทษ อตั ราโทษ และการลงโทษภาคทัณฑ์ ทัณฑกรรม กกั ยาม กกั ขงั หรือตดั เงินเดอื น พ.ศ.๒๕๔๗. (๒๕๔๗, ๑๔ ธนั วาคม). ราชกจิ จานเุ บกษา. เล่ม ๑๒๑ ตอนที่ ๗๕ ก หน้า ๓๐ – ๓๑. กฎกระทรวงว่าดว้ ยหลักเกณฑก์ ารแจ้งให้หวั หน้าสถานตี ารวจแหง่ ท้องท่ีทราบในกรณที ่ีจะแต่ง เคร่อื งแบบตารวจ หรือแต่งกายโดยใชเ้ ครอ่ื งแตง่ กายคล้ายเคร่อื งแบบตารวจเพ่ือ การแสดง พ.ศ. ๒๕๕๓. (๒๕๕๓, ๒๖ เมษายน). ราชกจิ จานุเบกษา. เลม่ ๑๒๗ ตอนที่ ๒๗ ก หน้า ๔ – ๖.
- ๑๖๕ - กองบัญชาการศึกษา, สานักงานตารวจแหง่ ชาติ. (๒๕๕๗). คู่มอื ตารวจ เล่ม ๑๐ วชิ า บร. (PA) ๒๑๓๐๓ ประวตั ิ โครงสรา้ ง ยุทธศาสตร์และการบริหารงานสานักงาน ตารวจแห่งชาติ ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๕๗. กรุงเทพ : โรงพิมพ์ตารวจ. กองบัญชาการศึกษา, สานักงานตารวจแห่งชาต.ิ (๒๕๖๒). ตาราเรยี น หลกั สูตรนกั เรยี นนายสบิ ตารวจ หมวดวชิ าบรหิ ารงานตารวจ. วชิ า บร.(PA) ๒๑๓๐๑ พระราชบญั ญัตติ ารวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗. กรงุ เทพ : โรงพิมพ์ตารวจ. คาสัง่ หัวหน้าคณะรกั ษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๗/๒๕๕๙ เรอ่ื งการกาหนดตาแหนง่ ของขา้ ราชการ ตารวจซง่ึ มีอานาจหน้าท่ีในการสอบสวน. (๒๕๕๙, ๕ กมุ ภาพนั ธ)์ . ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม ๑๓๓ ตอนพเิ ศษ ๓๖ ง หนา้ ๗ – ๑๐. คาสงั่ หวั หนา้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๔๔/๒๕๕๘ เร่ืองการแก้ไขปญั หาการบริหารงาน บุคคลของข้าราชการตารวจ. (๒๕๕๘, ๔ ธนั วาคม). ราชกจิ จานุเบกษา. เลม่ ๑๓๒ ตอนพิเศษ ๓๒๒ ง หนา้ ๓๑ – ๓๒. ดหุ ยัก – แต้ พระนคร. สารานกุ รมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่ม ๖. กรงุ เทพ : โรงพมิ พ์รงุ่ เรือง ธรรม. 'ตารวจ'กรงุ ศรอี ยธุ ยา ใต้บังคับบญั ชา'กษัตรยิ ์ไทย'ตอน ๑ (https://www.dailynews.co.th/article/540234) ธวัช ประสพพระ, พ.ต.อ. วินัยตารวจ. กองวินัย สานกั งานตารวจแห่งชาติ. มปท. (ถ่ายสาเนา) ประกาศคณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ ฉบับท่ี ๘๘/๒๕๕๗ เรอ่ื งการแก้ไขเพมิ่ เติมกฎหมายวา่ ดว้ ย ตารวจแหง่ ชาต.ิ (๒๕๕๗, ๒๑ กรกฎาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เลม่ ๑๓๑ ตอนพิเศษ ๑๓๔ ง หนา้ ๒๐ – ๒๒. . ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบบั ที่ ๘๙/๒๕๕๗ เรือ่ งหลกั เกณฑ์การแตง่ ต้ังขา้ ราชการ ตารวจ. (๒๕๕๗, ๒๑ กรกฎาคม). ราชกจิ จานเุ บกษา. เลม่ ๑๓๑ ตอนพเิ ศษ ๑๓๔ ง หน้า ๒๓. ประกาศคณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ ๑๑๑/๒๕๕๗ เร่ืองการแกไ้ ขเพ่ิมเติมกฎหมายว่าดว้ ย ตารวจแห่งชาติ. (๒๕๕๗, ๓๐ กรกฎาคม). ราชกิจจานเุ บกษา. เลม่ ๑๓๑ ตอนพเิ ศษ ๑๔๓ ง หน้า ๒๔. . ประกาศคณะรกั ษาความสงบแห่งชาติ ฉบับท่ี ๑๑๔/๒๕๕๗ เรือ่ งการแก้ไขเพ่มิ เตมิ กฎหมายว่าดว้ ย ตารวจแห่งชาต.ิ (๒๕๕๗, ๓๐ กรกฎาคม). ราชกิจจานเุ บกษา. เลม่ ๑๓๑ ตอนพเิ ศษ ๑๔๓ ง หน้า ๒๘. . ประกาศสานักนายกรฐั มนตรี เร่ืองกาหนดภาพเคร่ืองหมายราชการตามพระราชบญั ญตั ิ เคร่ืองหมายราชการ พ.ศ. ๒๔๘๒ (ฉบบั ที่ ๖). (๒๕๘๓, ๒๔ ธนั วาคม). ราชกจิ จานเุ บกษา. เล่ม ๕๗ หน้า ๙๓๔.
- ๑๖๖ - ประกาศสานักนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ ๔๓) เร่ืองกาหนดภาพเครือ่ งหมายราชการตาม พระราชบญั ญตั เิ คร่ืองหมายราชการ พ.ศ. ๒๔๘๒. (๒๕๐๖, ๙ เมษายน). ราชกจิ จานุเบกษา. เล่ม ๘๐ ตอนที่ ๓๕ หน้า ๑๘๕ – ๒๐๕. ประกาศสานักนายกรัฐมนตรี เรอ่ื งกาหนดภาพเครอ่ื งหมายราชการตามพระราชบญั ญัติ เครอ่ื งหมายราชการ พ.ศ. ๒๔๘๒ (ฉบับที่ ๑๖๘). (๒๕๔๔, ๔ ตุลาคม). ราชกจิ จานเุ บกษา. เล่ม ๑๑๘ ตอนท่ี ๘๐ ง หนา้ ๔. ประวตั ิตารวจไทย . (http://www.policetv.tv/?p=1701) เผด็จ โชคเรืองสกุล. (๒๕๕๕). คาอธิบายเรียงมาตรา พระราชบัญญัติตารวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ (แกไ้ ขเพิ่มเตมิ ถึงปี พ.ศ.๒๕๕๔). สานกั พมิ พน์ ิติธรรม. พระราชกฤษฎีกาการไดร้ บั เงนิ ประจาตาแหน่งของขา้ ราชการตารวจ พ.ศ. ๒๕๕๘. (๒๕๕๘, ๓๐ กันยายน). ราชกิจจานุเบกษา. เลม่ ๑๓๒ ตอนท่ี ๙๔ ก หน้า ๑ – ๘. พระราชกฤษฎีกาขา้ ราชการตารวจประเภทไม่มยี ศ พ.ศ. ๒๕๕๘. (๒๕๕๘, ๒๖ สงิ หาคม). ราชกจิ านเุ บกษา. เลม่ ๑๓๒ ตอนที่ ๘๐ ก หน้า ๓๒ – ๔๑. พระราชกฤษฎกี าโอนกรมตารวจ กระทรวงมหาดไทย ไปจดั ตัง้ เป็น สานกั งานตารวจแห่งชาติ พุทธศกั ราช ๒๕๔๑. (๒๕๔๑, ๑๖ ตลุ าคม). ราชกิจจานเุ บกษา. เลม่ ท่ี ๑๑๕ ตอนท่ี ๗๓ ก หนา้ ๑๕ – ๑๗. พระราชบัญญัติตารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗. (๒๕๔๗, ๑๔ กุมภาพันธ)์ . ราชกจิ จานุเบกษา. เล่ม ๑๒๑ ตอนท่ี ๑๘ ก หนา้ ๑ – ๔๖. พระราชบัญญตั ติ ารวจแห่งชาติ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔. (๒๕๕๔, ๒๑ มีนาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม ๑๒๘ ตอนท่ี ๑๗ ก หน้า ๑ – ๓. พระราชบญั ญตั ติ ารวจแหง่ ชาติ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘. (๒๕๕๘, ๒๑ พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๔๓ ก หน้า ๑๐ – ๑๒. พระราชบัญญตั ปิ รับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕. (๒๕๔๕, ๒ ตลุ าคม). ราชกจิ จานุเบกษา. เลม ๑๑๙ ตอนที่ ๙๙ ก หน้า ๑๔ – ๓๔. มลั ลิกา ลบั ไพรี. (๒๕๒๙). การยกร่างพระราชบญั ญตั ิ. สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภา ผแู้ ทนราษฎร : กรุงเทพ. ระเบียบ ก.ตร.ว่าด้วยเงินเพิ่มเปน็ กรณีพิเศษสาหรับตาแหนง่ ผ้ปู ฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีด้านสอบสวน พ.ศ. ๒๕๕๙. (๒๕๕๙, ๔ สิงหาคม). ราชกจิ จานุเบกษา. เลม่ ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๑๗๒ ง หน้า ๑ – ๔. ระเบียบ ก.ตร. ว่าดว้ ยเงนิ เพ่ิมสาหรับตาแหนง่ ทมี่ เี หตุพิเศษตาแหน่งผ้ทู าหนา้ ที่สอบสวนคดี พ.ศ. ๒๕๕๙. (๒๕๕๙, ๔ สงิ หาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๑๗๒ ง หน้า ๕ – ๘.
- ๑๖๗ - ระเบยี บคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อการสบื สวนและสอบสวนคดีอาญาวา่ ด้วยหลักเกณฑ์ การจ่ายเงนิ กองทนุ เพอื่ สนับสนนุ การปฏิบัตงิ านของขา้ ราชการตารวจในการทาหน้าท่ี เก่ยี วกับการสืบสวนและสอบสวนคดอี าญา พ.ศ. ๒๕๔๙. (๒๕๔๙, ๒๕ พฤษภาคม). ราชกจิ จานเุ บกษา. เลม่ ๑๒๓ ตอนท่ี ๕๒ ง หน้า ๑๕๗ – ๑๖๐. วฒุ สิ ภา. (๒ มถิ ุนายน ๒๕๔๖). รายงานการประชุมวฒุ สิ ภา คร้ังที่ ๒๗ เลม่ ๒ (สมยั สามัญท่ัวไป) เป็นพิเศษ. กรงุ เทพ : วฒุ ิสภา. วุฒิสภา. (๒๒ สิงหาคม ๒๕๔๖). รายงานการประชุมวุฒิสภา คร้ังท่ี ๖ (สมยั สามญั นิติบัญญัต)ิ . กรุงเทพ : วุฒิสภา. วฒุ ิสภา, สานักงาน, สานักการประชุม, กลุม่ งานชวเลข. (๒๗ สิงหาคม ๒๕๔๖). รายงาน การประชมุ วฒุ สิ ภา คร้ังที่ ๗ (สมัยสามญั นิตบิ ัญญตั )ิ เปน็ พเิ ศษ. กรงุ เทพ : วุฒสิ ภา. วุฒสิ ภา, สานกั กรรมาธิการ ๒, สานกั งานเลขาธิการวุฒิสภา. รายงานของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพจิ ารณาร่างพระราชบญั ญัติตารวจแหง่ ชาติ วฒุ สิ ภา. กรุงเทพ : วุฒสิ ภา. วฒุ ิสภา. (๒๘ สงิ หาคม ๒๕๔๖). รายงานการประชมุ วฒุ ิสภา ครั้งท่ี ๘ (สมยั สามญั นิตบิ ัญญตั ิ) เปน็ พเิ ศษ. กรงุ เทพ : วฒุ สิ ภา. วุฒิสภา, สานกั งาน, สานกั การประชุม, กลมุ่ งานชวเลข. (๒๙ สงิ หาคม ๒๕๔๖). รายงาน การประชุมวฒุ สิ ภา ครัง้ ที่ ๙ (สมยั สามญั นิติบัญญัติ) เปน็ พิเศษ. กรุงเทพ : วฒุ ิสภา. สภาผ้แู ทนราษฎร.รายงานการประชมุ สภาผแู้ ทนราษฎร (สมยั สามัญนติ ิบญั ญตั ิ) พ.ศ. ๒๕๔๖ ครั้งที่ ๓๐/๒๕๔๖. กรุงเทพ : สภาผแู้ ทนราษฎร. สภาผแู้ ทนราษฎร.รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (สมยั สามัญท่วั ไป) พ.ศ. ๒๕๔๖ ครั้งท่ี ๒๔/๒๕๔๖. กรุงเทพ : สภาผูแ้ ทนราษฎร. สภาผแู้ ทนราษฎร. รายงานการประชุมสภาผแู้ ทนราษฎร ชุดท่ี ๒๑ ปที ่ี ๒ ครงั้ ท่ี ๑๗ (สมยั สามัญนติ บิ ญั ญัติ) เล่ม ๑๔ พ.ศ. ๒๕๔๕. กรงุ เทพ : สภาผูแ้ ทนราษฎร. สานักกฎหมาย, สานักงานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎร. คมู่ อื แนวทางการยกรา่ งกฎหมาย. กรงุ เทพ : มปท. สานักงานเสรมิ สร้างเอกลกั ษณ์ของชาติ, สานกั งานปลดั สานกั นายกรฐั มนตร.ี การแต่งกายไทย : วิวัฒนาการจากอดตี สูป่ ัจจุบัน เลม่ ๒. กรุงเทพ. อนุชยั ณ วชั รเจริญ. (๒๕๕๙). คาอธิบายพระราชบญั ญัติตารวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และท่แี ก้ไขเพ่ิมเตมิ . ยะลา : โอ เค กอ๊ ปปเี้ ซ็นเตอร์ แอนด์ ปริ๊นติง้ .
- ๑๖๘ -
ภาคผนวก
- ๑๗๑ - แหล่งสบื ค้นสารสนเทศ ผอู้ ่านสามารถสบื ค้น ข้อมูล กฎ ระเบยี บ ขอ้ กฎหมาย เพ่มิ เตมิ ไดด้ งั นี้ ๑. ราชกจิ จานุเบกษา http://www.ratchakitcha.soc.go.th ๒. สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา http://www.krisdika.go.th ๓. กองกฎหมาย สานักกฎหมายและคดี สานักงานตารวจแหง่ ชาติ http://www.tsd.police.go.th ๔. กองทะเบียนพล สานกั งานกาลังพล สานกั งานตารวจแหง่ ชาติ http://www.personnelpolice.com ๕. กองอตั รากาลัง สานักงานกาลังพล สานกั งานตารวจแหง่ ชาติ http://www.pdd.police.go.th ๖. กองวินัย สานกั งานตารวจแหง่ ชาติ http://www.discipline.police.go.th ๗. รัฐสภาไทย https://www.parliament.go.th ๘. สานกั งานคณะกรรมการข้าราชการตารวจ สานักงานตารวจแหง่ ชาติ opc.police.go.th ๙. สานกั งานคณะกรรมการนโยบายตารวจแห่งชาติ http://boardofroyalthaipolice.go.th ๑๐. สานักงานจเรตารวจ http://www.jaray.police.go.th ๑๑. สานกั งานยุทธศาสตร์ตารวจ สานักงานตารวจแห่งชาติ http://rtpstrategy.police.go.th
- ๑๗๒ -
อดุ มคติตำรวจ เคารพเอ้ือเฟอ้ื ตอ่ หน้าที่ กรณุ าปราณตี อ่ ประชาชน อดทนตอ่ ความเจบ็ ใจ ไมห่ วน่ั ไหวต่อความยากลาบาก ไม่มักมากในลาภผล มุง่ บาเพ็ญตนให้เปน็ ประโยชน์แก่ประชาชน ดารงตนในยุตธิ รรม กระทาการดว้ ยปัญญา รกั ษาความไมป่ ระมาทเสมอชวี ติ ************** บทรอ้ ยกรองที่ พระนิพนธ์โดย สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (จวน อฎุ ฐายมี มหาเถร) สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสงั ฆปรณิ ายก องค์ท่ี ๑๖ เม่อื พ.ศ.๒๔๙๙ ศูนย์ฝกึ อบรมตำรวจภธู รภำค ๘ เลขที่ ๑๐๑ หมู่ ๓ ถนนพ่อขุนทะเล ตำบลมะขำมเต้ยี อำเภอเมอื ง จงั หวดั สุรำษฎร์ธำนี ๘๔๐๐๐
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180