Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิชา พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ

วิชา พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ

Published by rjan.kuljira, 2019-10-27 21:09:54

Description: วิชา พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ

Keywords: วิชา พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ

Search

Read the Text Version

- ๔๕ - มาตรา ๑๔ ผ้บู ัญชาการมีอานาจหน้าทีแ่ ละความรับผิดชอบดังต่อไปน้ี (๑) บริหารราชการของกองบัญชาการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบงั คับและประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสานกั งานตารวจแหง่ ชาติ (๒) ควบคมุ กากบั ดูแลบคุ ลากร การเงนิ การพัสดุ สถานท่ี และทรัพย์สินอ่ืนของ กองบัญชาการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสานักงานตารวจแห่งชาติ (๓) เป็นผู้แทนสานกั งานตารวจแหง่ ชาติในราชการทว่ั ไปของกองบญั ชาการ (๔) รายงานผลการปฏบิ ัติงานพร้อมท้ังปัญหาและอุปสรรคต่อผู้บัญชาการตารวจ แห่งชาตทิ กุ ส่เี ดือน หรือตามระยะเวลาทีผ่ บู้ ญั ชาการตารวจแห่งชาตกิ าหนด (๕) ปฏิบัติหน้าที่อ่ืนตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของทาง ราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสานกั งานตารวจแห่งชาติ ในกรณีท่ีมีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคาสั่งใด หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเร่ืองใด กาหนดให้การดาเนินการใดเป็นอานาจของอธิบดีหรือผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ ให้ผู้บัญชาการมี อานาจเช่นว่านั้นในฐานะเป็นอธิบดีหรือแทนผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติในส่วน ท่ีเกี่ยวกับการปฏิบัติ ราชการในกองบัญชาการ ท้ังน้ี ตามหลักเกณฑท์ ี่ ก.ต.ช.กาหนด คาอธบิ าย มาตรานี้กาหนดอานาจหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้บัญชาการ และการให้ผู้ บัญชาการมอี านาจหน้าท่ีเป็นอธิบดีหรือแทนผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติในส่วนที่เก่ียวกับการปฏิบัติ ราชการในกองบัญชาการ ตามหลักเกณฑ์ท่ี ก.ต.ช.กาหนด / ผู้บัญชาการ มีหน้าท่ีรายงานผลการ ปฏิบัติงานพร้อมท้ังปัญหาและอุปสรรคต่อผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ ทุก ๔ เดือน หรือตาม ระยะเวลาท่ีผู้บญั ชาการตารวจแหง่ ชาตกิ าหนด มาตรา ๑๕ ในกองบงั คับการหนง่ึ ให้มีผู้บังคับการคนหน่ึงเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตารวจ และรับผิดชอบในการปฏบิ ตั ิราชการของกองบังคับการน้ัน และจะให้มีรองผู้บังคับการเป็นผู้บังคับบัญชา ข้าราชการตารวจและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการรองจากผู้บังคับการตามท่ีผู้บังคับการมอบหมาย ดว้ ยกไ็ ด้ ความในวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับกับส่วนราชการที่เรียกช่ืออย่างอื่นและมีฐานะเทียบเท่ากองบังคับการ ดว้ ยโดยอนุโลม รวมทั้งให้หัวหน้าส่วนราชการดังกล่าวมีอานาจหน้าที่และความรับผิดชอบดังเช่นผู้บังคับการ ดว้ ย ผู้บงั คบั การมีอานาจหนา้ ที่ และความรบั ผิดชอบดังตอ่ ไปน้ี (๑) บริหารราชการของกองบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และ ประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสานกั งานตารวจแห่งชาติ

- ๔๖ - (๒) ควบคุม กากับ ดูแลบุคลากร การเงิน การพัสดุ สถานท่ี และทรัพย์สินอ่ืนของกองบังคับการ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสานักงาน ตารวจแหง่ ชาติ (๓) ปฏิบัติหน้าท่ีอ่ืนตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสานักงานตารวจแห่งชาติ ผู้บังคับการตารวจภูธรจังหวัดมีอานาจและหน้าที่กากับดูแลการปฏิบัติราชการของข้าราชการ ตารวจท่ีสังกัดกองบัญชาการอื่นและปฏิบัติราชการประจาอยู่ในจังหวัดน้ัน ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคาสั่งของสานักงานตารวจแห่งชาติ กองบัญชาการ หรือมติของคณะรัฐมนตรี หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรีด้วย ในการน้ี ให้มีอานาจสั่งการใด เพ่ือให้เกิดการประสานงานและ ความร่วมมือกันในการปฏิบัติหน้าท่ี หรือยับยั้งการกระทาใด ของข้าราชการตารวจในจังหวัดท่ีขัดต่อ กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคาสั่งของสานักงานตารวจแห่งชาติ หรือกองบัญชาการ มติของ คณะรัฐมนตรี หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรีไว้ชั่วคราว แล้วรายงานสานักงานตารวจแห่งชาติและ กองบัญชาการท่ีเกยี่ วขอ้ ง ทง้ั นี้ ตามหลักเกณฑแ์ ละวิธีการทส่ี านักงานตารวจแหง่ ชาติกาหนด คาอธิบาย มาตรานี้กาหนดให้ผู้บังคับการรับผิดชอบการปฏิบัติราชการของกองบังคับการ อานาจ หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้บังคับการ / ผู้บังคับการตารวจภูธรจังหวัดมีอานาจและหน้าท่ี กากับดูแลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตารวจท่ีสังกัดกองบัญชาการอื่นและปฏิบัติราชการ ประจาอยู่ในจังหวัดน้ัน มีอานาจส่ังการเพ่ือให้เกิดการประสานงาน การยับย้ังการกระทาใด ของ ข้าราชการตารวจในจังหวัด ที่ขัดต่อกฎหมาย...ไว้ชั่วคราว แล้วรายงานสานักงานตารวจแห่งชาติ และกองบัญชาการทเ่ี ก่ยี วข้อง ตามหลักเกณฑแ์ ละวิธีการที่สานักงานตารวจแหง่ ชาติกาหนด

- ๔๗ - แบบฝกึ หัด คาถาม ๑. สานกั งานตารวจแห่งชาติแบง่ สว่ นราชการอย่างไร อธิบายมาพอสังเขป ๒. อานาจ หน้าท่ี และความรบั ผิดชอบของผบู้ ัญชาการมีอะไรบ้าง ๓. อานาจ หน้าท่ี และความรบั ผิดชอบของผู้บงั คบั การมีอะไรบ้าง แนวคาตอบ ๑. สานกั งานตารวจแหง่ ชาตแิ บ่งสว่ นราชการ ดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) สานักงานผบู้ ัญชาการตารวจแหง่ ชาติ (๒) กองบญั ชาการ การแบ่งส่วนราชการตาม (๑) เป็นกองบัญชาการหรือการจัดต้ังกองบัญชาการตาม (๒) ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และการแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่น ให้ออกเป็นกฎกระทรวงและให้กาหนดอานาจหน้าที่ไว้ในพระราชกฤษฎีกาหรือกฎกระทรวงน้ัน แลว้ แตก่ รณี ๒. มาตรา ๑๔ ของ พ.ร.บ.ตารวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ กาหนดให้ผู้บัญชาการมีอานาจหน้าท่ี และความรับผดิ ชอบดังต่อไปน้ี (๑) บริหารราชการของกองบัญชาการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับและ ประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสานักงานตารวจแหง่ ชาติ (๒) ควบคุม กากับ ดูแลบุคลากร การเงิน การพัสดุ สถานท่ี และทรัพย์สินอื่นของ กองบัญชาการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสานกั งานตารวจแหง่ ชาติ (๓) เป็นผแู้ ทนสานกั งานตารวจแหง่ ชาตใิ นราชการทว่ั ไปของกองบญั ชาการ (๔) รายงานผลการปฏิบัติงานพร้อมทั้งปัญหาและอุปสรรคต่อผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ ทุกสเ่ี ดอื น หรือตามระยะเวลาทผ่ี บู้ ัญชาการตารวจแห่งชาตกิ าหนด (๕) ปฏบิ ัติหน้าท่ีอ่ืนตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสานกั งานตารวจแห่งชาติ ในกรณีท่ีมีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคาสั่งใด หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด กาหนดให้การดาเนินการใดเป็นอานาจของอธิบดีหรือผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ ให้ผู้บัญชาการมี อานาจเช่นว่านั้นในฐานะเป็นอธิบดีหรือแทนผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติในส่วนท่ีเกี่ยวกับการปฏิบัติ ราชการในกองบญั ชาการ ท้งั นี้ ตามหลกั เกณฑท์ ี่ ก.ต.ช.กาหนด

- ๔๘ - ๓. มาตรา ๑๕ วรรคสาม ของ พ.ร.บ.ตารวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ กาหนดให้ผู้บังคับการ มอี านาจหนา้ ที่ และความรบั ผดิ ชอบดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) บริหารราชการของกองบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และ ประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสานักงานตารวจแหง่ ชาติ (๒) ควบคุม กากับ ดูแลบุคลากร การเงิน การพัสดุ สถานที่ และทรัพย์สินอ่ืนของกองบังคับ การให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และ สานักงานตารวจแห่งชาติ (๓) ปฏบิ ัติหน้าที่อื่นตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสานกั งานตารวจแหง่ ชาติ ผู้บังคับการตารวจภูธรจังหวัดมีอานาจและหน้าท่ีกากับดูแลการปฏิบัติราชการของ ข้าราชการตารวจท่ีสังกัดกองบัญชาการอ่ืนและปฏิบัติราชการประจาอยู่ในจังหวัดน้ัน ให้เป็นไปตาม กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคาส่ังของสานักงานตารวจแห่งชาติ กองบัญชาการ หรือมติของ คณะรัฐมนตรี หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรีด้วย ในการน้ี ให้มีอานาจสั่งการใด เพ่ือให้เกิดการ ประสานงานและความรว่ มมือกันในการปฏิบัตหิ นา้ ที่ หรือยับย้ังการกระทาใด ของข้าราชการตารวจใน จังหวดั ทขี่ ัดต่อกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคาส่ังของสานักงานตารวจแห่งชาติ หรือกองบัญชาการ มตขิ องคณะรฐั มนตรี หรือการส่งั การของนายกรัฐมนตรีไว้ช่วั คราว แล้วรายงานสานักงานตารวจแห่งชาติ และกองบัญชาการทเี่ ก่ยี วข้อง ทง้ั นี้ ตามหลกั เกณฑ์และวิธีการทส่ี านกั งานตารวจแห่งชาตกิ าหนด

- ๔๙ - แผนบรหิ ารการสอนประจาบทท่ี ๕ วิชา พระราชบญั ญตั ิตารวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ หวั ข้อเร่อื ง ยศและชั้นข้าราชการตารวจ เน้อื หา ยศและชนั้ ข้าราชการตารวจ จานวนชัว่ โมงทสี่ อน ๒ ชวั่ โมง วัตถปุ ระสงค์การเรยี นรู้ ๑. เพ่ือใหผ้ ้เู รยี นมีความรู้ เข้าใจ และสามารถอธิบายยศและชน้ั ข้าราชการตารวจได้ ๒. เพอ่ื ให้ผู้เรียนสามารถสรปุ เนอื้ หาทเ่ี รียนและสามารถบรู ณาการความรู้เชอ่ื มโยงในรายวิชาต่าง เพอื่ ใช้ในการปฏิบัติหนา้ ทไี่ ด้ กจิ กรรมการเรียนการสอน ๑. การนาเข้าส่บู ทเรียน ผู้สอนอธบิ ายประมวลการสอน และให้ผเู้ รยี นทาแบบฝึกหัดกอ่ นเรยี น ๒. การจดั กิจกรรม ๒.๑ ผู้สอนอธบิ ายเน้อื หาตามวัตถุประสงค์ในการเรยี นการสอน จัดกจิ กรรมใหผ้ ้เู รียนมีสว่ น รว่ มในเน้ือหาโดยเปดิ โอกาสให้ผ้เู รียนไดส้ อบถามและรว่ มแสดงความคดิ เห็น ๒.๒ สอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม ๒.๓ ผสู้ อนสรปุ เน้ือหา เปิดโอกาสใหผ้ เู้ รียนไดส้ อบถามและรว่ มแสดงความคดิ เห็น ๒.๔ ผู้เรยี นทาแบบฝกึ หัดหลงั เรยี นโดยใช้ขอ้ สอบเดิม สอ่ื การสอน ๑. เคร่อื งคอมพวิ เตอร์ โปรเจ็คเตอร์ จอภาพ ทวี ี เครื่องขยายเสยี ง ไมคโ์ ครโฟน ๒. ภาพประกอบที่เกย่ี วข้อง ๓. สือ่ นาเสนอในรปู แบบ Power Point ๔. หนังสือ ๕. เว็บไซตท์ ี่เก่ยี วข้อง ๖. ใบงาน ๗. เอกสารสรุปเนื้อหา ๘. เอกสารเก่ยี วกบั กฎหมาย คาสัง่ และระเบยี บท่เี ก่ียวข้อง

- ๕๐ - การประเมนิ ผล ๑. ประเมนิ ผลจากแบบฝกึ หัดก่อนเรยี นและหลังเรียน ๒. ประเมินผลจากการมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมที่ผ้สู อนมอบหมาย ๓. ประเมินผลจากการสอบปลายภาคการศกึ ษา

บทที่ ๕ ยศและช้นั ขา้ ราชการตารวจ ในบทน้ีจะไดก้ ล่าวถงึ ยศและชั้นข้าราชการตารวจ ซ่งึ เป็นเน้ือหาในลักษณะ ๔ ยศตารวจและชั้น ขา้ ราชการตารวจ ตงั้ แตม่ าตรา ๒๔ ถึงมาตรา ๒๙ ลักษณะ ๔ ยศตารวจและช้นั ข้าราชการตารวจ มาตรา ๒๔ ยศตารวจมตี ามลาดบั ดังตอ่ ไปนี้ พลตารวจเอก พลตารวจโท พลตารวจตรี พันตารวจเอก พนั ตารวจโท พนั ตารวจตรี รอ้ ยตารวจเอก ร้อยตารวจโท ร้อยตารวจตรี ดาบตารวจ จ่าสบิ ตารวจ สิบตารวจเอก สิบตารวจโท สิบตารวจตรี วา่ ท่ยี ศใดให้ถอื เสมือนมียศนั้น ถา้ ผู้ซึ่งมยี ศตารวจเปน็ หญิง ให้เตมิ คาวา่ “หญิง” ทา้ ยยศตารวจนนั้ ด้วย คาอธิบาย ยศตารวจ  มี ๑๔ ชนั้ ยศ ตั้งแต่ ส.ต.ต. ถึง พล.ต.อ.  ว่าทยี่ ศใดให้ถอื เสมอื นยศนั้น  ข้าราชการตารวจหญงิ ให้เตมิ คาว่า “หญงิ ” ทา้ ยยศ เชน่ ร.ต.อ.หญิง กลุ จริ า ชนะกุล

- ๕๒ - มาตรา ๒๕ ช้ันขา้ ราชการตารวจมีดงั ต่อไปน้ี (๑) ชนั้ สญั ญาบัตร ได้แก่ ผู้มยี ศตั้งแตร่ อ้ ยตารวจตรขี ึน้ ไป (๒) ช้ันประทวน ได้แก่ ผ้มู ียศสิบตารวจตรี สบิ ตารวจโท สบิ ตารวจเอก จ่าสบิ ตารวจ และดาบตารวจ (๓) ชัน้ พลตารวจ ได้แก่ พลตารวจสารอง พลตารวจสารอง คือ ผู้ท่ีได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการตารวจ โดยได้รับการ คัดเลือกหรอื สอบแขง่ ขันเข้ารบั การศึกษาอบรมในสถานศึกษาของสานักงานตารวจแหง่ ชาติ คาอธบิ าย ช้ันข้าราชการตารวจ มี ๓ ชั้น คือ (๑) ช้ันสัญญาบัตร ได้แก่ ผู้มียศต้ังแต่ ร.ต.ต.ขึ้นไป (๒) ช้ันประทวน ได้แก่ ผู้มียศ ส.ต.ต. ส.ต.ท. ส.ต.อ. จ.ส.ต. และ ด.ต. (๓) ช้ันพลตารวจ ได้แก่ พลตารวจสารอง มาตรา ๒๖ การแต่งต้ังยศตารวจชั้นสัญญาบัตร ให้เป็นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กาหนดใน กฎ ก.ตร. และให้ทาโดยประกาศพระบรมราชโองการ การแต่งต้ังยศตารวจชั้นสัญญาบัตรเป็นกรณีพิเศษ อาจกระทาได้โดยประกาศพระบรมราช โองการ ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งต้ังยศตารวจช้ันสัญญาบัตรจะแต่งต้ังว่าท่ี ยศตารวจช้นั สัญญาบตั รเปน็ การช่ัวคราวก็ได้ โดยใหผ้ ู้มอี านาจดงั ต่อไปน้เี ปน็ ผูส้ ัง่ แต่งต้ัง (๑) ต้งั แต่ว่าที่ยศพลตารวจตรีขน้ึ ไป ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้สงั่ แตง่ ตัง้

- ๕๓ - (๒) ต้งั แตว่ า่ ที่ยศร้อยตารวจตรขี ึน้ ไป แต่ไม่สูงกว่าว่าที่ยศพันตารวจเอก ให้ผู้บัญชาการตารวจ แหง่ ชาติเป็นผสู้ ัง่ แตง่ ตงั้ คาอธบิ าย การแต่งตั้งยศตารวจชนั้ สญั ญาบัตร  เปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์และวธิ ีการท่ีกาหนดในกฎ ก.ตร. + ประกาศพระบรมราชโองการ การแตง่ ตง้ั ยศตารวจช้นั สญั ญาบัตรเปน็ กรณีพเิ ศษ  ประกาศพระบรมราชโองการ ในระหว่างที่ยงั ไม่มีประกาศพระบรมราชโองการจะแต่งต้ังยศตารวจชัน้ สญั ญาบัตร เป็นการชว่ั คราวได้โดย  พล.ต.ต. ขน้ึ ไป นายกรฐั มนตรี แตง่ ตง้ั  ร.ต.ต. - พ.ต.อ. ผบ.ตร. แตง่ ตง้ั มาตรา ๒๗ การแตง่ ตงั้ ยศตารวจชนั้ ประทวน ใหผ้ บู้ ญั ชาการตารวจแห่งชาติหรอื ผู้บังคับบัญชา ระดับผู้บัญชาการข้ึนไปซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติเป็นผู้ส่ังแต่งต้ัง ทั้งนี้ ตาม หลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการที่กาหนดในกฎ ก.ตร. คาอธบิ าย การแต่งต้ังยศตารวจช้ันประทวน  ผบ.ตร. หรือ ผู้บังคับบัญชาระดับ ผบช.ขน้ึ ไปซง่ึ ได้รับมอบหมายจาก ผบ.ตร. สง่ั แตง่ ตงั้ ตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารทีก่ าหนดในกฎ ก.ตร.  แต่งตัง้ ยศประทวนเปน็ กรณีพิเศษ ให้ ผบ.ตร. สั่งแตง่ ตง้ั ตาม กฎ ก.ตร. มาตรา ๒๘ การถอดหรือการออกจากยศตารวจช้ันสัญญาบัตร ให้เป็นไปตามระเบียบ สานักงานตารวจแห่งชาติ และให้ทาโดยประกาศพระบรมราชโองการ คาอธิบาย การถอดหรือการออกจากยศตารวจชั้นสัญญาบัตร เป็นไปตามระเบียบสานักงาน ตารวจแห่งชาติ + ประกาศพระบรมราชโองการ มาตรา ๒๙ การให้ออกจากว่าที่ยศตารวจชั้นสัญญาบัตรหรือการถอดหรือการออกจากยศ ตารวจช้ันประทวน ให้ผู้มีอานาจส่ังตามมาตรา ๒๖ วรรคสาม หรือมาตรา ๒๗ แล้วแต่กรณี ส่ังได้ตาม ระเบียบสานกั งานตารวจแหง่ ชาติ คาอธบิ าย การถอดหรอื การออกจากว่าท่ยี ศตารวจชั้นสัญญาบัตรหรือชั้นประทวน ให้ผู้มีอานาจ สั่งได้ตามระเบียบสานักงานตารวจแห่งชาติ (ผู้ท่ีมีอานาจส่ังแต่งต้ังกรณีใด จะมีอานาจสั่งถอดหรือ สั่งให้ออกจากยศกรณีนั้น เช่น ผู้มีอานาจสั่งแต่งต้ังยศว่าท่ี ร.ต.อ. คือ ผบ.ตร. กรณีนี้ ผู้ท่ีมีอานาจ สั่งถอดหรอื ส่ังใหอ้ อกจากยศวา่ ท่ี ร.ต.อ. คือ ผบ.ตร.

- ๕๔ - แบบฝกึ หดั คาถาม ๑. ลาดับยศของตารวจมอี ะไรบา้ ง ๒. ช้นั ขา้ ราชการตารวจมีกีช่ ัน้ อะไรบ้าง ๓. การแต่งตงั้ และถอดยศตารวจชัน้ ประทวนตอ้ งทาอยา่ งไร ๔. การแต่งต้ังและถอดยศตารวจช้ันสัญญาบัตรตอ้ งทาอยา่ งไร แนวคาตอบ ๑. ยศตารวจมตี ามลาดับดังต่อไปน้ี (๑) พลตารวจเอก (๒) พลตารวจโท (๓) พลตารวจตรี (๔) พนั ตารวจเอก (๕) พันตารวจโท (๖) พนั ตารวจตรี (๗) รอ้ ยตารวจเอก (๘) ร้อยตารวจโท (๙) รอ้ ยตารวจตรี (๑๐)ดาบตารวจ (๑๑)จา่ สบิ ตารวจ (๑๒)สิบตารวจเอก (๑๓)สบิ ตารวจโท (๑๔)สบิ ตารวจตรี วา่ ทยี่ ศใดให้ถอื เสมือนมยี ศน้ัน ถา้ ผู้ซงึ่ มยี ศตารวจเปน็ หญิง ให้เตมิ คาวา่ “หญิง” ท้ายยศ ตารวจน้ันด้วย ๒. ช้นั ขา้ ราชการตารวจมีดังตอ่ ไปนี้ (๑) ชัน้ สัญญาบัตร ไดแ้ ก่ ผู้มียศตัง้ แต่ร้อยตารวจตรีข้นึ ไป (๒) ชั้นประทวน ได้แก่ ผ้มู ียศสิบตารวจตรี สบิ ตารวจโท สิบตารวจเอกจ่าสิบตารวจ และ ดาบตารวจ (๓) ชน้ั พลตารวจ ได้แก่ พลตารวจสารอง

- ๕๕ - ๓. การแต่งตั้งยศตารวจชั้นประทวน ให้ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติหรือผู้บังคับบัญชาระดับ ผู้บัญชาการข้ึนไปซงึ่ ได้รบั มอบหมายจากผบู้ ญั ชาการตารวจแห่งชาตเิ ปน็ ผ้สู ่ังแตง่ ตั้ง ท้ังน้ี ตามหลักเกณฑ์ และวธิ ีการทีก่ าหนดในกฎ ก.ตร. การให้ออกจากว่าที่ยศตารวจช้ันสัญญาบัตรหรือการถอดหรือการออกจากยศตารวจ ชั้นประทวน ให้ผู้มีอานาจสั่งตามมาตรา ๒๖ วรรคสาม หรือมาตรา ๒๗ แล้วแต่กรณี ส่ังได้ตามระเบียบ สานกั งานตารวจแห่งชาติ ๔. การแต่งตั้งยศตารวจชั้นสัญญาบัตร ให้เป็นตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีกาหนดในกฎ ก.ตร. และให้ทาโดยประกาศพระบรมราชโองการ การแต่งต้ังยศตารวจช้ันสัญญาบัตรเป็นกรณีพิเศษ อาจกระทาได้โดยประกาศพระบรม ราชโองการ ในระหว่างท่ียังไม่มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งยศตารวจช้ันสัญญาบัตรจะแต่งต้ัง วา่ ที่ยศตารวจชั้นสัญญาบัตรเปน็ การชั่วคราวก็ได้ โดยให้ผูม้ อี านาจดังต่อไปนี้เปน็ ผูส้ ่ังแต่งตัง้ (๑) ต้งั แตว่ ่าทย่ี ศพลตารวจตรีข้ึนไป ใหน้ ายกรัฐมนตรีเปน็ ผู้สง่ั แตง่ ตงั้ (๒) ต้ังแต่ว่าที่ยศร้อยตารวจตรีขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่าว่าท่ียศพันตารวจเอก ให้ผู้บัญชาการ ตารวจแห่งชาติเปน็ ผูส้ ั่งแต่งต้งั การถอดหรือการออกจากยศตารวจชั้นสัญญาบัตร ให้เป็นไปตามระเบียบสานักงานตารวจ แหง่ ชาติ และใหท้ าโดยประกาศพระบรมราชโองการ

- ๕๖ -

- ๕๗ - แผนบริหารการสอนประจาบทที่ ๖ วชิ า พระราชบัญญตั ติ ารวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ หัวข้อเรื่อง คณะกรรมการตาม พ.ร.บ.ตารวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ เน้ือหา ๑. คณะกรรมการนโยบายตารวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ๒. คณะกรรมการขา้ ราชการตารวจ (ก.ตร.) จานวนชว่ั โมงท่สี อน ๒ ชวั่ โมง วตั ถปุ ระสงค์การเรียนรู้ ๑. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ เข้าใจ และสามารถอธิบายเก่ียวกับคณะกรรมการนโยบายตารวจ แห่งชาติ (ก.ต.ช.) และคณะกรรมการขา้ ราชการตารวจ (ก.ตร.) ได้ ๒. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรียนสามารถสรุปเน้อื หาทเ่ี รียนและสามารถบูรณาการความรเู้ ชอ่ื มโยงในรายวิชาต่างๆ เพอ่ื ใชใ้ นการปฏิบตั ิหนา้ ที่ได้ กิจกรรมการเรียนการสอน ๑. การนาเขา้ สู่บทเรยี น ผูส้ อนอธิบายประมวลการสอน และให้ผเู้ รยี นทาแบบฝกึ หัดกอ่ นเรียน ๒. การจดั กจิ กรรม ๒.๑ ผสู้ อนอธิบายเน้อื หาตามวัตถุประสงค์ในการเรยี นการสอน จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนมีส่วน รว่ มในเน้ือหาโดยเปดิ โอกาสให้ผเู้ รียนได้สอบถามและรว่ มแสดงความคิดเหน็ ๒.๒ สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม ๒.๓ ผูส้ อนสรุปเนื้อหา เปิดโอกาสให้ผูเ้ รียนได้สอบถามและรว่ มแสดงความคิดเห็น ๒.๔ ผเู้ รยี นทาแบบฝกึ หดั หลงั เรยี นโดยใชข้ อ้ สอบเดิม สอ่ื การสอน ๑. เครื่องคอมพวิ เตอร์ โปรเจ็คเตอร์ จอภาพ ทีวี เคร่ืองขยายเสยี ง ไมคโ์ ครโฟน ๒. ภาพประกอบท่ีเกี่ยวข้อง ๓. สอื่ นาเสนอในรูปแบบ Power Point ๔. หนังสือ ๕. เว็บไซตท์ ่เี กี่ยวขอ้ ง ๖. ใบงาน ๗. เอกสารสรปุ เนอื้ หา ๘. เอกสารเกยี่ วกบั กฎหมาย คาสง่ั และระเบียบท่ีเกี่ยวข้อง

- ๕๘ - การประเมนิ ผล ๑. ประเมนิ ผลจากแบบฝกึ หัดก่อนเรยี นและหลังเรียน ๒. ประเมินผลจากการมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมที่ผ้สู อนมอบหมาย ๓. ประเมินผลจากการสอบปลายภาคการศึกษา

บทท่ี ๖ คณะกรรมการตาม พ.ร.บ.ตารวจแหง่ ชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ คณะกรรมการตาม พ.ร.บ.ตารวจแหง่ ชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ ประกอบดว้ ย ๑. คณะกรรมการนโยบายตารวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ๒. คณะกรรมการข้าราชการตารวจ (ก.ตร.) คณะกรรมการนโยบายตารวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เป็นไปตามบทบัญญัติในลักษณะ ๓ ของ พระราชบัญญัติตารวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ มาตรา ๑๖ ถึงมาตรา ๒๓ มีอานาจหน้าที่ในการกาหนด นโยบายการบริหารราชการตารวจ เพื่อเป็นแนวทางการบริหารราชการและการดาเนินงานของ ข้าราชการตารวจให้เป็นไปตามนโยบายนนั้ ดงั ปรากฏตามเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญตั นิ ี้ คณะกรรมการข้าราชการตารวจ (ก.ตร.) เป็นไปตามบทบัญญัติในลักษณะ ๕ ของ พระราชบัญญัติตารวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ มาตรา ๓๐ ถึงมาตรา ๔๓ โดยให้มีอานาจหน้าที่ในเร่ือง เกี่ยวกับการบรหิ ารงานบคุ คลโดยเฉพาะ ลักษณะ ๓ คณะกรรมการนโยบายตารวจแห่งชาติ มาตรา ๑๖ ให้มีคณะกรรมการนโยบายตารวจแห่งชาติคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า “ก.ต.ช.” มี อานาจหน้าที่ในการกาหนดนโยบายการบริหารราชการตารวจ และกากับดูแลสานักงานตารวจแห่งชาติ ใหป้ ฏบิ ตั ติ ามนโยบาย ระเบียบแบบแผน มตคิ ณะรฐั มนตรี และกฎหมาย มาตรา ๑๗๔ ให้ ก.ต.ช. ประกอบด้วย (๑) นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ (๒) รองนายกรัฐมนตรซี งึ่ นายกรฐั มนตรีมอบหมาย เปน็ รองประธานกรรมการ (๓) ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม และ ผู้อานวยการสานักงบประมาณ เป็นกรรมการโดยตาแหน่ง (๔) กรรมการผูท้ รงคณุ วุฒิ ซึ่งไดร้ บั การเลือกจากวฒุ สิ ภาจานวนสองคน ให้ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ประธานกรรมการโดย คาแนะนาของผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ แต่งต้ังข้าราชการตารวจยศพลตารวจตรีข้ึนไปจานวนไม่เกิน สองคนเปน็ ผชู้ ว่ ยเลขานุการ ๔ มาตรา ๑๗ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยประกาศคณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี ๘๘/๒๕๕๗ เร่อื ง การแกไ้ ขเพิ่มเตมิ กฎหมายว่าดว้ ยตารวจแห่งชาติ (เล่ม ๑๓๑ ตอนพิเศษ ๑๓๔ ง วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗)

- ๖๐ - คาอธบิ าย คณะกรรมการนโยบายตารวจแหง่ ชาติ (ก.ต.ช.) ประกอบดว้ ย ประธานโดยคาแนะนาของ ผบ.ตร. แต่งตั้งข้าราชการยศ พล.ต.ต. ข้ึนไป ไม่เกิน ๒ คน เป็น ผู้ช่วยเลขานกุ าร มาตรา ๑๘ นอกจากอานาจหนา้ ที่ตามมาตรา ๑๖ ให้ ก.ต.ช. มอี านาจหนา้ ที่ดงั ตอ่ ไปน้ดี ว้ ย (๑) ออกระเบยี บ ประกาศ หรอื มีมติในเรือ่ งทีเ่ กี่ยวกบั การบรหิ ารราชการตารวจ และวิธีปฏิบัติ ราชการของข้าราชการตารวจ ใหเ้ ปน็ ไปตามแบบแผนและนโยบายท่ี ก.ต.ช. กาหนด (๒) เสนอแนะให้มีการตราพระราชกฤษฎกี าตามมาตรา ๖ วรรคสอง (๓)๕ พิจารณาดาเนินการคัดเลือกข้าราชการตารวจเพื่อดาเนินการแต่งตั้งผู้บัญชาการตารวจ แหง่ ชาติตามท่ีผบู้ ญั ชาการตารวจแห่งชาตเิ สนอ (๔) กาหนดกระบวนการและข้ันตอนในการกระจายอานาจระหว่างสานักงานตารวจแห่งชาติ กบั ตารวจภธู รจังหวดั และราชการส่วนทอ้ งถ่ิน ในกรณที ่ี ก.ต.ช. เหน็ ว่ามีความจาเปน็ และเหมาะสม (๕) แตง่ ตง้ั คณะอนกุ รรมการเพอ่ื ปฏิบตั ิงานตามที่ ก.ต.ช. มอบหมาย (๖) ตรวจสอบการปฏบิ ัติตามนโยบายการบริหารราชการตารวจใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชบัญญัตินี้ และกฎหมายอื่น ในการนี้ ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตารวจของ กรุงเทพมหานคร จังหวัดและสถานีตารวจต่างๆ เพ่ือตรวจสอบ ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ของขา้ ราชการตารวจในเขตพ้ืนที่ดังกล่าว แล้วรายงาน ก.ต.ช. เพื่อพิจารณาดาเนินการตามควรแก่กรณี ต่อไป องค์ประกอบ การดารงตาแหนง่ การพน้ จากตาแหนง่ หลกั เกณฑ์ และวธิ ีการสรรหา และอานาจ หน้าท่ีของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตารวจให้เป็นไปตามระเบียบที่ ก.ต.ช. กาหนด โดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา ๕ มาตรา ๑๘ (๓) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เร่ือง การแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายว่าดว้ ยตารวจแหง่ ชาติ (เล่ม ๑๓๑ ตอนพิเศษ ๑๓๔ ง วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗)

- ๖๑ - (๗) ปฏิบัติหน้าท่ีอื่นตามท่ีคณะรัฐมนตรีมอบหมายหรือตามท่ีมีกฎหมายกาหนดไว้ให้เป็น อานาจหนา้ ทข่ี อง ก.ต.ช. ระเบียบหรอื ประกาศตาม (๑) เม่ือไดป้ ระกาศในราชกจิ จานเุ บกษาแลว้ ให้ใชบ้ ังคบั ได้ มาตรา ๑๙ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๑๗ (๒) ต้องมีความเช่ียวชาญ หรือ ประสบการณ์ในด้านกฎหมาย การงบประมาณ การพัฒนาองค์กร การวางแผน หรือการบริหารและ จดั การ คาอธบิ าย กรรมการผ้ทู รงคุณวุฒิจะต้องมคี วามเชยี่ วชาญหรอื ประสบการณ์ดา้ น ๑) ด้านกฎหมาย ๒) การงบประมาณ ๓) พฒั นาองค์กร ๔) การวางแผน ๕) การบริหารและจดั การ มาตรา ๒๐ กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ติ อ้ งมคี ุณสมบตั ิและไม่มีลกั ษณะต้องหา้ มดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) มีสัญชาตไิ ทยโดยการเกิด (๒) มอี ายุไมต่ า่ กว่าส่ีสิบปบี รบิ รู ณ์ (๓) ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภา ท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถ่ิน หรือเป็นที่ปรึกษาของข้าราชการการเมืองหรือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรอื สมาชกิ วฒุ สิ ภาไมว่ ่าจะมคี ่าตอบแทนหรือไมก่ ต็ าม (๔) ไม่เปน็ ผดู้ ารงตาแหน่งใดๆ ในพรรคการเมอื ง (๕) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟ่ันเฟือน ไม่สมประกอบ (๖) ไม่เป็นบุคคลลม้ ละลาย (๗) ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุก เว้นแต่เป็นโทษสาหรับ ความผิดทีไ่ ด้กระทาโดยประมาทหรอื ความผดิ ลหโุ ทษ (๘) ไม่เปน็ ผู้เคยถกู ลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจ (๙) ไม่เคยต้องคาพิพากษาหรือคาสั่งของศาสให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ารวย ผดิ ปกติหรอื มีทรัพยส์ ินเพม่ิ ขน้ึ ผดิ ปกติ (๑๐) ไม่เปน็ กรรมการผจู้ ัดการ หรือผูจ้ ัดการ หรือดารงตาแหน่งอ่ืนใดท่ีมีลักษณะงานคล้ายคลึง กนั นั้นในหา้ งหุ้นส่วนหรือบริษัท

- ๖๒ - คาอธบิ าย  ไม่เป็นผู้ดารงตาแหน่งใดๆ ในพรรคการเมือง เน่ืองจากกรรมการนโยบายตารวจแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีความเป็นกลางทางการเมืองอย่างแท้จริง และการกาหนดไว้เช่นนี้ยังเป็นการ ป้องกันมิให้กรรมการนโยบายตารวจแห่งชาติโดยตาแหน่งสรรหาบุคคลที่เป็นสมาชิ กหรือดารง ตาแหน่งในพรรคการเมอื งเดยี วกบั ตนเข้าไปเป็นกรรมการนโยบายตารวจแห่งชาตผิ ูท้ รงคุณวุฒิ  ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุก เว้นแต่เป็นโทษสาหรับ ความผิดท่ีได้กระโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ กรรมการนโยบายตารวจแห่งชาติผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงท่ีสุดให้จาคุก อย่างไรก็ตาม กรรมการนโยบาย ตารวจแห่งชาติผู้ทรงคุณวุฒิอาจเป็นผู้เคยได้รับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงท่ีสุดให้จาคุก ในกรณีที่ เปน็ โทษสาหรบั ความผิดทไี่ ด้กระทาโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษกไ็ ด้  ไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผู้จัดการ หรือดารงตาแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึง กันน้ันในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท กรรมการนโยบายตารวจแห่งชาติผู้ทรงคุณวุฒิต้องไม่มีลักษณะ ดังกล่าว เพื่อป้องกันมิให้กรรมการนโยบายตารวจแห่งชาติผู้ทรงคุณวุฒิใช้อานาจหน้าท่ีแสวงหา ประโยชน์เพื่อตนเอง มาตรา ๒๑ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดารงตาแหน่งคราวละสี่ปีและอาจได้รับแต่งตั้ง ใหม่ได้ แต่จะดารงตาแหน่งเกินสองวาระติดตอ่ กันไม่ได้ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตาแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าท่ีต่อไปจนกว่ากรรมการ ผ้ทู รงคุณวุฒิซึ่งไดร้ บั สรรหาใหม่เขา้ รบั หนา้ ที่ มาตรา ๒๒ นอกจากการพ้นจากตาแหน่งตามวาระตามมาตรา ๒๑ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้น จากตาแหนง่ เมอ่ื (๑) ตาย (๒) มอี ายุครบเจด็ สิบปีบรบิ รู ณ์ (๓) ลาออก (๔) ขาดคุณสมบตั ิหรือมลี ักษณะตอ้ งหา้ มตามมาตรา ๒๐ (๕) ก.ต.ช.มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจานวนกรรมการทั้งหมดให้พ้นจาก ตาแหน่ง เนื่องจากมีความประพฤติเส่ือมเสีย หรือมีการกระทา หรือมีคุณลักษณะไม่เหมาะสมต่อการ ปฏบิ ัติหน้าทกี่ รรมการ ในกรณีท่ีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตาแหน่งก่อนวาระ ให้ดาเนินการสรรหาและแต่งตั้ง บุคคลเป็นกรรมการแทน เว้นแต่วาระการดารงตาแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบ วัน ในกรณีน้ีจะไม่ดาเนินการให้มกี ารสรรหากไ็ ด้

- ๖๓ - ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งแทนอยู่ในตาแ หน่งเพียงเท่าวาระท่ี เหลืออยู่ของผูซ้ งึ่ ตนแทน มาตรา ๒๓ การประชุมของ ก.ต.ช. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าก่ึงหนึ่งของจานวน กรรมการทงั้ หมด จงึ จะเปน็ องคป์ ระชุม ในการประชุม ก.ต.ช. ถ้าประธานกรรมการไมม่ าประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการ ท่มี าประชมุ เลือกกรรมการคนหนงึ่ เป็นประธานในที่ประชุม ประธานกรรมการและกรรมการโดยตาแหน่งจะมอบหมายบุคคลใดให้มาประชมุ แทนไมไ่ ด้ ให้ ก.ต.ช. มอี านาจออกข้อบังคับวา่ ดว้ ยการประชุมและการลงมติของ ก.ต.ช. คณะอนุกรรมการ ตามมาตรา ๑๘ (๕) และของคณะกรรมการตามมาตรา ๑๘ (๖) ลกั ษณะ ๕ คณะกรรมการข้าราชการตารวจ มาตรา ๓๐๖ ให้มีคณะกรรมการข้าราชการตารวจคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า “ก.ตร.” ประกอบดว้ ย (๑) นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการข้าราชการตารวจ (๒) ผู้บญั ชาการตารวจแห่งชาติ เป็นรองประธานกรรมการข้าราชการตารวจ (๓) เลขาธิการ ก.พ. จเรตารวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ เป็นกรรมการ ข้าราชการตารวจโดยตาแหน่ง (๔) กรรมการข้าราชการตารวจผ้ทู รงคณุ วุฒิ ซง่ึ ได้รับเลอื กจากวฒุ ิสภาจานวนสองคน ให้ผ้บู ัญชาการสานักงานคณะกรรมการข้าราชการตารวจ เป็นเลขานุการ และรองผู้บัญชาการ สานกั งานคณะกรรมการข้าราชการตารวจ เป็นผู้ชว่ ยเลขานุการ คาอธบิ าย ก.ตร. ประกอบด้วย ๖ มาตรา ๓๐ แก้ไขเพิม่ เติมโดยประกาศคณะรกั ษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เร่อื ง การแก้ไขเพมิ่ เตมิ กฎหมาย วา่ ด้วยตารวจแห่งชาติ (เล่ม ๑๓๑ ตอนพเิ ศษ ๑๓๔ ง วนั ท่ี ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗)

- ๖๔ - มาตรา ๓๑ ให้ ก.ตร. มอี านาจหน้าท่ดี ังตอ่ ไปน้ี (๑) กาหนดนโยบายและมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตารวจและจัดระบบ ราชการตารวจ รวมตลอดทั้งการอบรมและพัฒนาข้าราชการตารวจ ในการน้ีหาก ก.ต.ช.ได้กาหนด ระเบยี บแบบแผนและนโยบายไว้เป็นการท่วั ไป การกาหนดในเรื่องดังกล่าวของ ก.ตร. ต้องสอดคล้องกับ ระเบียบแบบแผนและนโยบายของ ก.ต.ช. และให้ ก.ตร. แจง้ การดาเนนิ การนน้ั ให้ ก.ต.ช. ทราบด้วย (๒) ออกกฎ ก.ตร. ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกาหนด ประกาศ หรือมีมติเกี่ยวกับการ บรหิ ารงานบคุ คล เพื่อปฏบิ ตั ิการตามพระราชบัญญตั นิ ี้ (๓) กากับดูแล ตรวจสอบ และแนะนา เพ่ือให้สานักงานตารวจแห่งชาติบริหารงานบุคคลให้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติน้ี และให้มีอานาจออกระเบียบให้สานักงานตารวจแห่งชาติ รายงานเก่ียวกับ การสอบ การบรรจุ การแตง่ ตั้ง การเลือ่ นข้ันเงินเดือน การดาเนินการทางวินัย การออกจากราชการและ การปฏิบตั ิการอ่นื เกี่ยวกับการบริหารงานบคุ คลตามพระราชบญั ญัตินี้ (๔) รายงานคณะรัฐมนตรีเพ่อื พจิ ารณาปรับปรุงเงินเดือน เงินประจาตาแหน่ง เงินเพิ่มค่าครองชีพ สวสั ดิการ หรอื ประโยชน์เกอ้ื กลู อน่ื สาหรบั ขา้ ราชการตารวจใหเ้ หมาะสม (๕) กาหนดช้ันยศท่ีควรบรรจุแต่งต้ังและอัตราเงินเดือนที่ควรได้รับสาหรับวุฒิปริญญาหรือ ประกาศนียบัตรต่างๆ (๖) กาหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการปฏิบัติการเก่ียวกับการบริหารงานบุคคลตาม พระราชบญั ญัตนิ ้ี (๗) พิจารณาอนุมัติแก้ไขทะเบียนประวัติเก่ียวกับวันเดือนปีเกิด และการควบคุมเกษียณอายุ ของขา้ ราชการตารวจ (๘) ในกรณที ี่พิจารณาเห็นวา่ การปฏิบัตกิ ารเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของสานักงานตารวจ แห่งชาติไม่เหมาะสมหรือไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีมติสั่งการให้สานักงานตารวจแห่งชาติ ปฏิบัติการให้ถูกต้องเหมาะสม ถ้าสานักงานตารวจแห่งชาติไม่ปฏิบัติการตามมติดังกล่าว ให้รายงานต่อ นายกรัฐมนตรเี พ่ือพิจารณาและส่งั การตอ่ ไป (๙) แต่งตงั้ คณะอนุกรรมการเพ่ือปฏบิ ัติงานตามที่ ก.ตร. มอบหมาย (๑๐) ปฏิบตั กิ ารตามอานาจหนา้ ท่ีทบี่ ัญญตั ิไวใ้ นมาตราอื่นแหง่ พระราชบัญญัติน้แี ละกฎหมายอน่ื กฎ ก.ตร. เมอ่ื ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาแล้วใหใ้ ชบ้ ังคบั ได้ มาตรา ๓๒๗ เพื่อรักษาความเที่ยงธรรมในการแต่งต้ังและโยกย้ายข้าราชการตารวจ ให้ ก.ตร. ออกกฎ ก.ตร. กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตารวจไว้ให้ชัดเจน แน่นอน กฎ ก.ตร. ดังกล่าวใหม้ ีผลใชบ้ งั คับต้งั แตว่ นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเป็นตน้ ไป ๗ มาตรา ๓๒ แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยคาสัง่ หวั หน้ารกั ษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๔/๒๕๕๘ เรอ่ื ง การแก้ไขปัญหาการ บรหิ ารงานบคุ คลของข้าราชการตารวจ (เลม่ ๑๓๒ ตอนพิเศษ ๓๒๒ ง วันที่ ๔ ธนั วาคม ๒๕๕๘)

- ๖๕ - มาตรา ๓๓๘ (ยกเลกิ ) มาตรา ๓๔๙ (ยกเลิก) มาตรา ๓๕๑๐ (ยกเลกิ ) มาตรา ๓๖๑๑ (ยกเลิก) มาตรา ๓๗๑๒ (ยกเลิก) มาตรา ๓๘๑๓ (ยกเลิก) มาตรา ๓๙๑๔ (ยกเลิก) มาตรา ๔๐๑๕ (ยกเลกิ ) มาตรา ๔๑๑๖ (ยกเลกิ ) มาตรา ๔๒ การประชุม ก.ตร. ต้องมีกรรมการข้าราชการตารวจมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหน่ึง ของจานวนกรรมการขา้ ราชการตารวจทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชมุ ในกรณีที่ประธานกรรมการข้าราชการตารวจไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการ ข้าราชการตารวจทม่ี าประชุมเลือกกรรมการข้าราชการตารวจคนหน่ึงเปน็ ประธานในที่ประชุม ๘ มาตรา ๓๓ ยกเลิกโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบบั ท่ี ๘๘/๒๕๕๗ เรอ่ื ง การแก้ไขเพม่ิ เตมิ กฎหมายวา่ ด้วยตารวจแห่งชาติ (เลม่ ๑๓๑ ตอนพเิ ศษ ๑๓๔ ง วนั ท่ี ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗) ๙ มาตรา ๓๔ ยกเลิกโดยประกาศคณะรกั ษาความสงบแห่งชาติ ฉบบั ที่ ๘๘/๒๕๕๗ เร่อื ง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่า ดว้ ยตารวจแหง่ ชาติ (เลม่ ๑๓๑ ตอนพเิ ศษ ๑๓๔ ง วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗) ๑๐ มาตรา ๓๕ ยกเลกิ โดยประกาศคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรอ่ื ง การแก้ไขเพม่ิ เตมิ กฎหมายวา่ ดว้ ยตารวจแห่งชาติ (เล่ม ๑๓๑ ตอนพเิ ศษ ๑๓๔ ง วันท่ี ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗) ๑๑ มาตรา ๓๖ ยกเลิกโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบบั ที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรอื่ ง การแก้ไขเพิม่ เตมิ กฎหมายวา่ ดว้ ยตารวจแห่งชาติ (เล่ม ๑๓๑ ตอนพเิ ศษ ๑๓๔ ง วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗) ๑๒ มาตรา ๓๗ ยกเลกิ โดยประกาศคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรือ่ ง การแก้ไขเพิ่มเตมิ กฎหมายว่า ด้วยตารวจแห่งชาติ (เลม่ ๑๓๑ ตอนพิเศษ ๑๓๔ ง วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗) ๑๓ มาตรา ๓๘ ยกเลิกโดยประกาศคณะรกั ษาความสงบแห่งชาติ ฉบบั ท่ี ๘๘/๒๕๕๗ เร่ือง การแก้ไขเพิม่ เตมิ กฎหมายว่า ดว้ ยตารวจแหง่ ชาติ (เล่ม ๑๓๑ ตอนพเิ ศษ ๑๓๔ ง วนั ท่ี ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗) ๑๔ มาตรา ๓๙ ยกเลิกโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เร่อื ง การแก้ไขเพิ่มเตมิ กฎหมายวา่ ด้วยตารวจแห่งชาติ (เลม่ ๑๓๑ ตอนพิเศษ ๑๓๔ ง วนั ที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗) ๑๕ มาตรา ๔๐ ยกเลิกโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบบั ที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรอ่ื ง การแก้ไขเพม่ิ เตมิ กฎหมายวา่ ดว้ ยตารวจแห่งชาติ (เล่ม ๑๓๑ ตอนพเิ ศษ ๑๓๔ ง วันท่ี ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗) ๑๖ มาตรา ๔๑ ยกเลิกโดยประกาศคณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเตมิ กฎหมายว่า ดว้ ยตารวจแหง่ ชาติ (เล่ม ๑๓๑ ตอนพเิ ศษ ๑๓๔ ง วนั ท่ี ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗)

- ๖๖ - ให้ประธานกรรมการข้าราชการตารวจเป็นผู้เรียกประชุม แต่ในกรณีท่ีกรรมการข้าราชการ ตารวจไม่น้อยกว่าหกคนร้องขอให้เรียกประชุม ให้ประธานกรรมการข้าราชการตารวจเรียกประชุม ภายในเจ็ดวันนับแตว่ นั ไดร้ บั รอ้ งขอ ให้ ก.ตร. มีอานาจออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุมและการลงมติของ ก.ตร. และของ คณะอนกุ รรมการตามมาตรา ๓๑ (๙) คาอธบิ าย มาตราน้ีกาหนดองค์ประชุม ประธานในท่ีประชุม ผู้เรียกประชุม การออกข้อบังคับว่า ด้วยการประชุม และการลงมตใิ นการประชมุ ของ ก.ตร. ๑) องค์ประชุม องค์ประชุมของ ก.ตร. นั้น ต้องมีจานวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ จานวนกรรมการข้าราชการตารวจทง้ั หมด ๒) ประธานในท่ีประชุม ประธานในท่ีประชุมของ ก.ตร. คือ ประธานกรรมการ ข้าราชการตารวจ แตใ่ นกรณีท่ีประธานกรรมการข้าราชการตารวจไม่อยู่ประชุม (กรณีของ ก.ต.ช. ใช้ คาว่า ไม่มา) หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ (กรณีของ ก.ต.ช.ใช้คาว่า ไม่อาจปฏิบัติหน้าท่ีได้) กาหนดให้กรรมการข้าราชการตารวจท่ีมาประชุมเลือกกรรมการข้าราชการตารวจคนหนึ่งเป็น ประธานในที่ประชุม ๓) ผู้เรียกประชุม ให้ประธานกรรมการข้าราชการตารวจเป็นผู้เรียกประชุม แต่ใน กรณีท่ีกรรมการข้าราชการตารวจไม่น้อยกว่าหกคนร้องขอให้เรียกประชุม ให้ประธานกรรมการ ข้าราชการตารวจเรียกประชุมภายในเจด็ วนั นบั แต่วันไดร้ ับร้องขอ มาตรา ๔๓ ในกรณที ี่ ก.ตร. มหี นา้ ท่ตี ามทบ่ี ญั ญัตไิ วใ้ นพระราชบัญญัตินี้ ใหผ้ ้บู ัญชาการตารวจ แหง่ ชาติเป็นผ้เู สนอเรือ่ งต่อ ก.ตร. แต่ทง้ั นี้ไม่ตัดสทิ ธิกรรมการข้าราชการตารวจคนหนึ่งคนใดที่จะเสนอ คาอธิบาย ให้ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติเป็นผู้เสนอเรื่องต่อ ก.ตร. แต่ทั้งน้ีไม่ตัดสิทธิกรรมการ ขา้ ราชการตารวจคนหนงึ่ คนใดท่ีจะเสนอ ดังน้ัน กรรมการข้าราชการตารวจก็เป็นผู้มีสิทธิเสนอเรื่อง ตอ่ ก.ตร. ดว้ ย

- ๖๗ - แบบฝกึ หดั คาถาม ๑. คณะกรรมการนโยบายตารวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ประกอบดว้ ยใครบา้ ง ๒. อานาจ หนา้ ที่ของคณะกรรมการนโยบายตารวจแหง่ ชาติ (ก.ต.ช.) มอี ะไรบ้าง ๓. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการ (ก.ต.ช.) ต้องมีความเช่ียวชาญ หรือประสบการณ์ ในดา้ นใดบา้ ง ๔. คณะกรรมการข้าราชการตารวจ (ก.ตร.) ประกอบดว้ ยใครบา้ ง ๕. อานาจ หน้าทขี่ องคณะกรรมการข้าราชการตารวจ (ก.ตร.) มอี ะไรบ้าง แนวคาตอบ ๑. คณะกรรมการนโยบายตารวจแหง่ ชาติ ก.ต.ช. ประกอบด้วย (๑) นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ (๒) รองนายกรัฐมนตรซี ่ึงนายกรัฐมนตรีมอบหมาย เปน็ รองประธานกรรมการ (๓) ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม และ ผอู้ านวยการสานกั งบประมาณ เปน็ กรรมการโดยตาแหนง่ (๔) กรรมการผทู้ รงคณุ วุฒิ ซ่งึ ไดร้ บั การเลอื กจากวฒุ สิ ภาจานวนสองคน ให้ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ประธานกรรมการ โดยคาแนะนาของผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ แต่งตั้งข้าราชการตารวจยศพลตารวจตรีข้ึนไปจานวน ไมเ่ กนิ สองคนเปน็ ผู้ช่วยเลขานกุ าร ๒. คณะกรรมการนโยบายตารวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) มีอานาจหน้าที่ในการกาหนดนโยบายการ บรหิ ารราชการตารวจ และกากับดูแลสานักงานตารวจแห่งชาติให้ปฏิบัติตามนโยบาย ระเบียบแบบแผน มตคิ ณะรัฐมนตรี และกฎหมาย นอกจากนัน้ ยังมีหนา้ ทีด่ ังต่อไปนด้ี ว้ ย (๑) ออกระเบียบ ประกาศ หรือมีมติในเร่ืองที่เก่ียวกับการบริหารราชการตารวจ และวิธี ปฏิบตั ริ าชการของข้าราชการตารวจ ให้เปน็ ไปตามแบบแผนและนโยบายที่ ก.ต.ช. กาหนด (๒) เสนอแนะใหม้ กี ารตราพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๖ วรรคสอง (๓) พิจารณาดาเนนิ การคัดเลอื กข้าราชการตารวจเพ่ือดาเนินการแต่งต้ังผู้บัญชาการตารวจ แห่งชาติตามทผี่ ูบ้ ญั ชาการตารวจแหง่ ชาติเสนอ (๔) กาหนดกระบวนการและข้ันตอนในการกระจายอานาจระหว่างสานักงานตารวจ แห่งชาติกับตารวจภูธรจังหวัด และราชการส่วนท้องถิ่น ในกรณีท่ี ก.ต.ช. เห็นว่ามีความจาเป็นและ เหมาะสม (๕) แตง่ ต้งั คณะอนุกรรมการเพอ่ื ปฏบิ ัติงานตามท่ี ก.ต.ช. มอบหมาย

- ๖๘ - (๖) ตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบายการบริหารราชการตารวจให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอ่ืน ในการนี้ ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงาน ตารวจของกรุงเทพมหานคร จังหวัดและสถานีตารวจต่างๆ เพื่อตรวจสอบ ติดตามและประเมินผลการ ปฏิบัติงานของข้าราชการตารวจในเขตพ้ืนที่ดังกล่าว แล้วรายงาน ก.ต.ช. เพื่อพิจารณาดาเนินการ ตามควรแกก่ รณีต่อไป ๓. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการ (ก.ต.ช.) ต้องมีความเช่ียวชาญ หรือประสบการณ์ ในด้านกฎหมาย การงบประมาณ การพัฒนาองค์กร การวางแผน หรอื การบริหารและจัดการ ๔. คณะกรรมการข้าราชการตารวจ (ก.ตร.) ประกอบด้วย (๑) นายกรัฐมนตรี เปน็ ประธานกรรมการขา้ ราชการตารวจ (๒) ผ้บู ัญชาการตารวจแห่งชาติ เปน็ รองประธานกรรมการขา้ ราชการตารวจ (๓) เลขาธิการ ก.พ. จเรตารวจแหง่ ชาติ และรองผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ เป็นกรรมการ ขา้ ราชการตารวจโดยตาแหนง่ (๔) กรรมการขา้ ราชการตารวจผู้ทรงคณุ วุฒิ ซ่ึงได้รบั เลอื กจากวุฒสิ ภาจานวนสองคน ให้ผู้บัญชาการสานักงานคณะกรรมการข้าราชการตารวจ เป็นเลขานุการ และรองผู้บัญชาการ สานักงานคณะกรรมการข้าราชการตารวจ เปน็ ผชู้ ว่ ยเลขานกุ าร ๕. คณะกรรมการข้าราชการตารวจ (ก.ตร.) มีอานาจหนา้ ท่ดี งั ตอ่ ไปน้ี (๑) กาหนดนโยบายและมาตรฐานการบรหิ ารงานบุคคลของข้าราชการตารวจและจัดระบบ ราชการตารวจ รวมตลอดท้ังการอบรมและพัฒนาข้าราชการตารวจ ในการน้ีหาก ก.ต.ช. ได้กาหนด ระเบยี บแบบแผนและนโยบายไว้เป็นการทวั่ ไป การกาหนดในเรื่องดังกล่าวของ ก.ตร. ต้องสอดคล้องกับ ระเบยี บแบบแผนและนโยบายของ ก.ต.ช. และให้ ก.ตร. แจง้ การดาเนินการนนั้ ให้ ก.ต.ช. ทราบด้วย (๒) ออกกฎ ก.ตร. ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกาหนด ประกาศ หรือมีมติเกี่ยวกับการ บรหิ ารงานบุคคล เพอ่ื ปฏบิ ตั ิการตามพระราชบัญญตั ินี้ (๓) กากับดูแล ตรวจสอบ และแนะนา เพ่ือให้สานักงานตารวจแห่งชาติบริหารงานบุคคล ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอานาจออกระเบียบให้สานักงานตารวจแห่งชาติ รายงาน เกี่ยวกับการสอบ การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน การดาเนินการทางวินัย การออกจาก ราชการและการปฏิบตั ิการอ่ืนเก่ยี วกับการบรหิ ารงานบคุ คลตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ (๔) รายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาปรับปรุงเงินเดือน เงินประจาตาแหน่ง เงินเพ่ิมค่า ครองชพี สวสั ดิการ หรอื ประโยชน์เก้อื กลู อน่ื สาหรับข้าราชการตารวจให้เหมาะสม (๕) กาหนดช้ันยศท่ีควรบรรจุแต่งต้ังและอัตราเงินเดือนที่ควรได้รับสาหรับวุฒิปริญญา หรือประกาศนยี บตั รต่างๆ

- ๖๙ - (๖) กาหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการปฏิบัติการเก่ียวกับการบริหารงานบุคคลตาม พระราชบญั ญตั นิ ี้ (๗) พิจารณาอนุมัติแก้ไขทะเบียนประวัติเกี่ยวกับวันเดือนปีเกิด และการควบคุม เกษียณอายขุ องข้าราชการตารวจ (๘) ในกรณีที่พิจารณาเห็นว่าการปฏิบัติการเก่ียวกับการบริหารงานบุคคลของสานักงาน ตารวจแห่งชาติไม่เหมาะสมหรือไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติน้ี ให้มีมติส่ังการให้สานักงานตารวจ แห่งชาติปฏิบัติการให้ถูกต้องเหมาะสม ถ้าสานักงานตารวจแห่งชาติไม่ปฏิบัติการตามมติดังกล่าว ใหร้ ายงานตอ่ นายกรัฐมนตรีเพ่อื พจิ ารณาและส่งั การตอ่ ไป (๙) แตง่ ต้ังคณะอนกุ รรมการเพ่อื ปฏบิ ตั ิงานตามที่ ก.ตร. มอบหมาย (๑๐) ปฏบิ ตั กิ ารตามอานาจหน้าทที่ ่ีบญั ญัติไวใ้ นมาตราอ่นื แห่งพระราชบัญญตั ิน้ีและกฎหมายอ่ืน กฎ ก.ตร. เม่ือประกาศในราชกจิ จานุเบกษาแลว้ ให้ใชบ้ งั คับได้

- ๗๐ -

- ๗๑ - แผนบรหิ ารการสอนประจาบทที่ ๗ วิชา พระราชบญั ญัติตารวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ หวั ข้อเรอื่ ง ระเบียบขา้ ราชการตารวจ เนอ้ื หา ๑. ตาแหน่งและการกาหนดตาแหน่ง ๒. การบรรจุ การแตง่ ตงั้ และการเล่อื นข้ันเงนิ เดือน ๓. เงินเดือน เงนิ ประจาตาแหน่งและเงินเพิม่ อ่นื ๔. การรกั ษาราชการแทนและการปฏบิ ตั ริ าชการแทน ๕. วนิ ัยและการรักษาวนิ ยั ๖. การดาเนนิ การทางวินยั ๗. การออกจากราชการ ๘. การอทุ ธรณ์ ๙. การรอ้ งทกุ ข์ ๑๐. เคร่อื งแบบตารวจ จานวนชว่ั โมงทีส่ อน ๑๒ ช่ัวโมง วตั ถุประสงค์การเรยี นรู้ ๑. เพ่ือให้ผู้เรียนมีความรู้ เข้าใจ และสามารถอธิบายเกี่ยวกับระเบียบข้าราชการตารวจตาม พระราชบัญญัติตารวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ ซึ่งบัญญัติในลักษณะ ๖ เน้ือหาแบ่งออกเป็น ๑๐ หมวด ดังต่อไปนี้ - หมวด ๑ ตาแหนง่ และการกาหนดตาแหน่ง มาตรา ๔๔ ถงึ มาตรา ๔๗ - หมวด ๒ การบรรจุ การแต่งต้ังและการเลือ่ นขัน้ เงินเดือน มาตรา ๔๘ ถงึ มาตรา ๖๖ - หมวด ๓ เงนิ เดือน เงินประจาตาแหนง่ และเงนิ เพ่มิ อื่น มาตรา ๖๗ ถงึ มาตรา ๗๑ - หมวด ๔ การรกั ษาราชการแทนและการปฏบิ ตั ริ าชการแทน มาตรา ๗๒ ถงึ มาตรา ๗๖ - หมวด ๕ วนิ ยั และการรกั ษาวินัย มาตรา ๗๗ ถงึ มาตรา ๘๓ - หมวด ๖ การดาเนินการทางวินยั มาตรา ๘๔ ถงึ มาตรา ๙๖ - หมวด ๗ การออกจากราชการ มาตรา ๙๗ ถึงมาตรา ๑๐๔ - หมวด ๘ การอทุ ธรณ์ มาตรา ๑๐๕ ถงึ มาตรา ๑๐๕/๑ - หมวด ๙ การร้องทุกข์ มาตรา ๑๐๖ - หมวด ๑๐ เครือ่ งแบบตารวจ มาตรา ๑๐๗ ถงึ มาตรา ๑๑๑ ๒. เพ่ือให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ ประพฤติปฏิบัติตนเป็นข้าราชการตารวจ มืออาชพี ในการพทิ ักษ์รับใช้ประชาชน

- ๗๒ - ๓. เพ่ือให้ผู้เรียนสามารถสรุปเน้ือหาท่ีเรียนและสามารถบูรณาการความรู้เชื่อมโยงในรายวิชา ต่างๆ เพื่อใชใ้ นการปฏบิ ัติหนา้ ที่ได้ กจิ กรรมการเรยี นการสอน ๑. การนาเขา้ สบู่ ทเรียน ผูส้ อนอธบิ ายประมวลการสอน และให้ผู้เรยี นทาแบบฝึกหดั กอ่ นเรียน ๒. การจดั กจิ กรรม ๒.๑ ผู้สอนอธิบายเนอ้ื หาตามวตั ถุประสงคใ์ นการเรียนการสอน จดั กิจกรรมใหผ้ เู้ รียนมีส่วน รว่ มในเนอ้ื หาโดยเปดิ โอกาสใหผ้ เู้ รยี นได้สอบถามและร่วมแสดงความคิดเห็น ๒.๒ สอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม ๒.๓ ผู้สอนสรปุ เน้อื หา เปิดโอกาสใหผ้ เู้ รยี นได้สอบถามและร่วมแสดงความคิดเห็น ๒.๔ ผเู้ รียนทาแบบฝึกหัดหลังเรยี นโดยใชข้ ้อสอบเดิม สือ่ การสอน ๑. เคร่อื งคอมพิวเตอร์ โปรเจค็ เตอร์ จอภาพ ทีวี เครื่องขยายเสียง ไมคโ์ ครโฟน ๒. VDO และภาพประกอบทีเ่ กี่ยวขอ้ ง ๓. สอื่ นาเสนอในรูปแบบ Power Point ๔. หนังสอื ๕. เวบ็ ไซต์ท่เี กย่ี วขอ้ ง ๖. ใบงาน ๗. เอกสารสรุปเนือ้ หา ๘. เอกสารเก่ียวกับกฎหมาย คาสงั่ และระเบียบท่เี กยี่ วข้อง การประเมนิ ผล ๑. ประเมนิ ผลจากแบบฝกึ หัดก่อนเรียนและหลังเรียน ๒. ประเมนิ ผลจากการมสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมทผ่ี ้สู อนมอบหมาย ๓. ประเมินผลจากการสอบปลายภาคการศึกษา

บทที่ ๗ ระเบียบขา้ ราชการตารวจ ระเบียบข้าราชการตารวจ ตามพระราชบัญญัติตารวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ ซึ่งบัญญัติใน ลักษณะ ๖ เนอ้ื หาในส่วนของระเบียบขา้ ราชการตารวจ จะแบง่ ออกเปน็ ๑๐ หมวด ดงั ตอ่ ไปนี้ - หมวด ๑ ตาแหน่งและการกาหนดตาแหน่ง มาตรา ๔๔ ถึงมาตรา ๔๗ - หมวด ๒ การบรรจุ การแตง่ ตั้งและการเลื่อนข้ันเงินเดอื น มาตรา ๔๘ ถึงมาตรา ๖๖ - หมวด ๓ เงินเดือน เงินประจาตาแหนง่ และเงินเพ่ิมอ่ืน มาตรา ๖๗ ถงึ มาตรา ๗๑ - หมวด ๔ การรกั ษาราชการแทนและการปฏบิ ัติราชการแทน มาตรา ๗๒ ถึงมาตรา ๗๖ - หมวด ๕ วินัยและการรักษาวนิ ยั มาตรา ๗๗ ถงึ มาตรา ๘๓ - หมวด ๖ การดาเนินการทางวนิ ัย มาตรา ๘๔ ถงึ มาตรา ๙๖ - หมวด ๗ การออกจากราชการ มาตรา ๙๗ ถงึ มาตรา ๑๐๔ - หมวด ๘ การอุทธรณ์ มาตรา ๑๐๕ ถึงมาตรา ๑๐๕/๑ - หมวด ๙ การรอ้ งทุกข์ มาตรา ๑๐๖ - หมวด ๑๐ เคร่อื งแบบตารวจ มาตรา ๑๐๗ ถึงมาตรา ๑๑๑ เน้ือหาในบทที่ ๗ จะมีเนื้อหาในหลายๆ เรื่อง และจะมีเนื้อหาท่ีค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเน้ือหา ในหมวด ๕ วินัยและการรักษาวินัย และหมวด ๖ การดาเนนิ การทางวนิ ัย ลักษณะ ๖ ระเบยี บขา้ ราชการตารวจ ---------------------- หมวด ๑ ตาแหน่งและการกาหนดตาแหน่ง มาตรา ๔๔๑๗ ตาแหนง่ ขา้ ราชการตารวจมีดังตอ่ ไปนี้ (๑) ผู้บญั ชาการตารวจแหง่ ชาติ (๒) จเรตารวจแห่งชาติ และรองผูบ้ ัญชาการตารวจแห่งชาติ (๓) ผูช้ ่วยผูบ้ ัญชาการตารวจแห่งชาติ (๔) ผบู้ ญั ชาการ ๑๗ มาตรา ๔๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคาสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เร่ือง การกาหนดตาแหน่งของ ข้าราชการตารวจซง่ึ มอี านาจหนา้ ที่ในการสอบสวน (เลม่ ๑๓๓ ตอนพเิ ศษ ๓๖ ง วนั ที่ ๕ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๙)

- ๗๔ - (๕) รองผู้บญั ชาการ (๖) ผู้บังคับการ (๗) รองผ้บู งั คับการ (๘) ผ้กู ากับการ (๙) รองผูก้ ากับการ (๑๐) สารวัตร (๑๑) รองสารวัตร (๑๒) ผู้บังคับหมู่ (๑๓) รองผู้บงั คับหมู่ ก.ตร. จะกาหนดให้มีตาแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอืน่ โดยจะใหม้ ีช่อื ตาแหนง่ ใดเทยี บกับตาแหน่งตาม วรรคหนง่ึ ก็ได้ โดยใหก้ าหนดไวใ้ นกฎ ก.ตร. คาอธิบาย ตาแหนง่ ข้าราชการตารวจ มีจานวน ๑๓ ตาแหน่ง ต้ังแต่ รอง ผบ.หมู่ ถึง ผบ.ตร. โดย ก.ตร. จะ กาหนดใหม้ ีตาแหนง่ ที่เรียกชื่ออย่างอ่นื ตาแหนง่ ใดเทยี บกบั ตาแหน่งใด โดยให้กาหนดไว้ใน กฎ ก.ตร. อานาจและหน้าท่ีของสานักงานตารวจแห่งชาติ ซ่ึงครอบคลุมภารกิจตามยุทธศาสตร์ชาติ หลายดา้ น และอตั รากาลังข้าราชการตารวจจานวนกวา่ สองแสนคน การกาหนดตาแหน่งนอกจากเป็นไป ตามมาตรา ๔๔ วรรคแรกแล้ว เพ่ือประโยชน์ในการบริหารราชการของสานักงานตารวจแห่งชาติ ก.ตร. ได้ดาเนินการตามมาตรา ๔๔ วรรคสอง โดยออกกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการกาหนดช่ือตาแหน่งข้าราชการ ตารวจท่ีเรียกชื่ออย่างอ่ืนและการเทียบตาแหน่งข้าราชการตารวจท่ีเรียกช่ืออย่า งอ่ืนกับตาแหน่ง ข้าราชการตารวจ พ.ศ.๒๕๔๘ และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม (แก้ไขล่าสุด ฉบับที่ ๘ พ.ศ.๒๕๕๙) ตาแหน่ง ข้าราชการตารวจท่เี รยี กช่ืออย่างอืน่ โดยเทียบกับตาแหน่งขา้ ราชการตารวจ เช่น - ชา่ ง (ปท ๑) เทยี บกบั ตาแหน่ง ผบู้ ังคบั หมู่ - ผูบ้ งั คับหมวด (สบ๑) เทยี บกบั ตาแหน่ง รองสารวตั ร - นายเวร (สบ ๒) เทียบกบั ตาแหนง่ สารวตั ร - นายแพทย์ (สบ ๓) เทยี บกับตาแหนง่ รองผ้กู ากับการ - อาจารย์ (สบ ๔) เทยี บกับตาแหนง่ ผกู้ ากับการ - เภสชั กร (สบ ๕) เทยี บกับตาแหน่ง รองผบู้ ังคบั การ - นักบนิ (สบ ๖) เทยี บกับตาแหนง่ ผบู้ งั คบั การ - ผู้ทรงคุณวุฒิสานักงานตารวจแหง่ ชาติ เทียบกบั ตาแหนง่ ผบู้ งั คบั การ - ผู้ทรงคณุ วฒุ พิ เิ ศษสานักงานตารวจแห่งชาติ เทยี บกับตาแหน่ง ผบู้ ญั ชาการ - ที่ปรึกษาพิเศษสานักงานตารวจแห่งชาติ เทียบกับตาแหน่ง จเรตารวจแห่งชาติ และ รองผบู้ ัญชาการตารวจแห่งชาติ

- ๗๕ - (ศึกษารายละเอียดเพ่ิมเติมได้จาก กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการกาหนดชื่อตาแหน่งข้าราชการตารวจท่ี เรียกชื่ออย่างอื่นและการเทียบตาแหน่งข้าราชการตารวจท่ีเรียกชื่ออย่างอ่ืนกับตาแหน่งข้าราชการ ตารวจ พ.ศ.๒๕๔๘ และที่แกไ้ ขเพ่ิมเติม ฉบับที่ ๘ พ.ศ.๒๕๕๙) มาตรา ๔๕ ในส่วนราชการต่างๆ ของสานักงานตารวจแห่งชาติ จะให้มีตาแหน่งข้าราชการ ตารวจตาแหน่งใด จานวนเท่าใด และคุณสมบัติเฉพาะสาหรับตาแหน่งอย่างใด และจาให้มียศหรือไม่ และถ้าให้มียศจะให้มียศใด รวมตลอดถึงการตัดโอนตาแหน่งจากส่วนราชการหน่ึงไปเพิ่มให้อีกส่วน ราชการหน่ึง ให้เป็นไปตามท่ี ก.ตร.กาหนด โดยให้คานึงถึงลักษณะหน้าที่และความรับผิดชอบ ปริมาณ งานและคณุ ภาพของงาน รวมท้ังความมปี ระสทิ ธภิ าพและการประหยัด การกาหนดจานวนตาแหน่งข้าราชการตารวจตั้งแต่ตาแหน่งผู้บังคับการ หรือตาแหน่งเทียบเท่า ข้นึ ไปในส่วนราชการต่างๆ ตอ้ งไดร้ ับความเห็นชอบจาก ก.ต.ช. ก่อน๑๘ คาอธิบาย การกาหนดตาแหน่ง จานวน คุณสมบัติ ข้าราชการตารวจให้เป็นไปตามที่ ก.ตร.กาหนด แต่สาหรับการกาหนดจานวนตาแหน่งตั้งแต่ ผบก. หรือเทียบเท่าขึ้นไป (ผู้ที่มียศ พล.ต.ต.ขึ้นไป) จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ต.ช. กอ่ น มาตรา ๔๖ ให้ข้าราชการตารวจซึ่งดารงตาแหน่งตามมาตรา ๔๔ (๙) (๑๐) และ (๑๑) ท่ีมี อานาจและหนา้ ท่ีทาการสอบสวนและอยู่ในสายงานสอบสวน ได้รับเงินเพ่ิมเป็นกรณีพิเศษตามระเบียบ ที่ ก.ตร. กาหนดโดยความเหน็ ชอบของกระทรวงการคลัง๑๙ ในการกาหนดจานวนเงินเพ่ิมเป็นกรณีพิเศษตามวรรคหน่ึง ให้คานึงถึงค่าใช้จ่ายในการ ปฏบิ ตั งิ านและการดารงตนอยู่ในความยุติธรรมได้อย่างมีเกียรติโดยเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนที่รัฐจ่าย ใหแ้ กข่ า้ ราชการฝ่ายอ่นื ท่เี กี่ยวกับกระบวนการยตุ ธิ รรมประกอบดว้ ย มาตรา ๔๗๒๐ (ยกเลิก) ๑๘ มาตรา ๔๕ วรรคสอง แก้ไขเพ่มิ เติมโดยคาสงั่ หัวหนา้ คณะรกั ษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๗/๒๕๕๙ เร่อื ง การกาหนด ตาแหน่งของข้าราชการตารวจซงึ่ มีอานาจหนา้ ที่ในการสอบสวน (เล่ม ๑๓๓ ตอนพเิ ศษ ๓๖ ง วันที่ ๕ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๕๙) ๑๙ มาตรา ๔๖ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิม่ เติมโดยคาส่งั หวั หน้าคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรอ่ื ง การกาหนด ตาแหน่งของขา้ ราชการตารวจซง่ึ มอี านาจหน้าที่ในการสอบสวน (เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๓๖ ง วนั ท่ี ๕ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๙) ๒๐ มาตรา ๔๗ ยกเลิกโดยคาสง่ั หัวหนา้ คณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ท่ี ๗/๒๕๕๙ เรื่อง การกาหนดตาแหน่งของ ข้าราชการตารวจซ่งึ มอี านาจหน้าท่ใี นการสอบสวน (เลม่ ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๓๖ ง วนั ที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙)

- ๗๖ - คาอธบิ าย เพ่ือประโยชน์ในการปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดินและกระบวนการยุติธรรม หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้กาหนดตาแหน่งของข้าราชการตารวจและปรับปรุงการ กาหนดตาแหน่งของข้าราชการตารวจ ซึ่งมีอานาจหน้าท่ีในการสอบสวนเสียใหม่ ให้สอดคล้องกับ โครงสร้างและระบบการบังคับบัญชาของสานักงานตารวจแห่งชาติ อันจะส่งผลในการเพิ่ม ประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าท่ีของข้าราชการตารวจในงานการสอบสวน ตามคาสั่งหัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๗/๒๕๕๙ เร่ือง การกาหนดตาแหน่งของข้าราชการตารวจซึ่งมีอานาจ หน้าท่ีในการสอบสวน (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๓๖ ง วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙) ได้ยกเลิกตาแหน่งพนักงานสอบสวน และได้กาหนดให้ข้าราชการตารวจท่ีดารงตาแหน่งพนักงาน สอบสวนสามารถโยกย้ายสับเปลี่ยนไปปฏิบัติหน้าท่ีอื่น หรือข้าราชการตารวจท่ีมีความรู้ ความสามารถในการงานสอบสวนสามารถโยกย้ายมาปฏิบัติหน้าท่ีงานสอบสวน มีอานาจและหน้าที่ ทาการสอบสวนและอยู่ในสายงานสอบสวน โดยได้รับเงินเพ่ิมเป็นกรณีพิเศษตามระเบียบท่ี ก.ตร. กาหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

- ๗๗ - หมวด ๒ การบรรจุ การแตง่ ตงั้ และการเลอื่ นข้ันเงนิ เดอื น มาตรา ๔๘ ผู้ที่จะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตารวจ ต้องมีคุณสมบัติและ ไมม่ ีลกั ษณะตอ้ งห้ามดังต่อไปน้ี (๑) มีสญั ชาตไิ ทยโดยการเกดิ (๒) มีอายุไมต่ า่ กว่าสิบแปดปบี ริบรู ณ์ (๓) เป็นผู้เลือ่ มใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมุข (๔) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหาร ท้องถิ่น (๕) ไมเ่ ป็นผดู้ ารงตาแหนง่ ใดๆ ในพรรคการเมอื ง (๖) มีคุณสมบตั ิและไม่มลี กั ษณะต้องห้ามอ่นื ตามทก่ี าหนดในกฎ ก.ตร. มาตรา ๔๙ การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตารวจตามพระราชบัญญัติน้ี ใหผ้ ูบ้ ังคับบญั ชาตามท่กี าหนดในระเบยี บ ก.ตร. เปน็ ผมู้ อี านาจส่งั บรรจแุ ละแตง่ ตง้ั มาตรา ๕๐ การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตารวจชั้นพลตารวจ ชั้นประทวน และช้นั สัญญาบัตร ให้บรรจุจากบคุ คลผไู้ ด้รบั คัดเลอื กหรอื สอบแขง่ ขันได้ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกหรือการสอบแข่งขันให้เป็นไปตามที่กาหนดในกฎ ก.ตร. และให้ ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบอานาจจากผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ เปน็ ผดู้ าเนนิ การคดั เลอื กหรือสอบแข่งขัน มาตรา ๕๑ การแต่งตงั้ ขา้ ราชการตารวจใหด้ ารงตาแหน่ง ให้แตง่ ต้ังตามหลกั เกณฑ์ดังตอ่ ไปน้ี (๑) ตาแหน่งผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจาก ข้าราชการตารวจยศพลตารวจเอก (๒) ตาแหน่งจเรตารวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ จะได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แตง่ ตง้ั จากขา้ ราชการตารวจยศพลตารวจโทหรอื พลตารวจเอก (๓) ตาแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งต้ังจาก ข้าราชการตารวจยศพลตารวจโท (๔) ตาแหน่งผู้บัญชาการ จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งต้ังจากข้าราชการตารวจยศ พลตารวจตรหี รอื พลตารวจโท (๕) ตาแหนง่ รองผ้บู ัญชาการ จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งต้ังจากข้าราชการตารวจยศ พลตารวจตรี

- ๗๘ - (๖)๒๑ ตาแหน่งผู้บังคับการ จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งต้ังจากข้าราชการตารวจยศ พันตารวจเอกซ่ึงได้รบั อัตราเงินเดือนพนั ตารวจเอก (พิเศษ) หรอื พลตารวจตรี (๗)๒๒ ตาแหนง่ รองผบู้ ังคับการ ให้แต่งต้ังจากข้าราชการตารวจยศพันตารวจเอก หรือพันตารวจเอก ซึ่งไดร้ บั อตั ราเงนิ เดือนพนั ตารวจเอก (พิเศษ) (๘)๒๓ ตาแหนง่ ผูก้ ากบั การ ใหแ้ ต่งตง้ั จากขา้ ราชการตารวจยศพนั ตารวจโท หรือพันตารวจเอก (๙)๒๔ ตาแหน่งรองผู้กากบั การ ให้แต่งตง้ั จากข้าราชการตารวจยศพนั ตารวจโท (๑๐)๒๕ ตาแหนง่ สารวัตร ใหแ้ ต่งต้ังจากขา้ ราชการตารวจยศร้อยตารวจเอกข้ึนไป แต่ไม่สูงกวา่ พันตารวจโท (๑๑)๒๖ ตาแหน่งรองสารวัตร ให้แต่งต้ังจากข้าราชการตารวจยศร้อยตารวจตรขี ้ึนไป แต่ไม่สูง กว่ารอ้ ยตารวจเอก (๑๒) ตาแหนง่ ผู้บังคับหมู่ ใหแ้ ต่งตั้งจากข้าราชการตารวจยศสิบตารวจตรขี ึ้นไป แต่ไมส่ ูงกว่า ดาบตารวจ (๑๓) ตาแหนง่ รองผู้บงั คับหมู่ ให้แต่งตงั้ จากขา้ ราชการตารวจชั้นพลตารวจ การแต่งตั้งข้าราชการตารวจให้ดารงตาแหน่งตาม (๒) ถึง (๑๓) อาจแต่งต้ังให้ดารงตาแหน่ง เทยี บเทา่ ดว้ ยกไ็ ด้ ๒๑ มาตรา ๕๑ (๖) แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยคาสง่ั หวั หน้าคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ท่ี ๗/๒๕๕๙ เรอ่ื ง การกาหนดตาแหน่งของ ข้าราชการตารวจซ่งึ มอี านาจหนา้ ที่ในการสอบสวน (เล่ม ๑๓๓ ตอนพเิ ศษ ๓๖ ง วนั ท่ี ๕ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๕๙) ๒๒ มาตรา ๕๑ (๗) แก้ไขเพิ่มเติมโดยคาสง่ั หัวหนา้ คณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เร่ือง การกาหนดตาแหน่งของ ข้าราชการตารวจซ่งึ มีอานาจหนา้ ท่ใี นการสอบสวน (เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๓๖ ง วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙) ๒๓ มาตรา ๕๑ (๘) แก้ไขเพิม่ เตมิ โดยคาสง่ั หัวหน้าคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ท่ี ๗/๒๕๕๙ เรื่อง การกาหนดตาแหน่งของ ขา้ ราชการตารวจซึ่งมีอานาจหน้าทใ่ี นการสอบสวน (เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๓๖ ง วนั ท่ี ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙) ๒๔ มาตรา ๕๑ (๙) แก้ไขเพิ่มเตมิ โดยคาสงั่ หัวหนา้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๗/๒๕๕๙ เรอื่ ง การกาหนดตาแหน่งของ ข้าราชการตารวจซง่ึ มีอานาจหนา้ ทีใ่ นการสอบสวน (เลม่ ๑๓๓ ตอนพเิ ศษ ๓๖ ง วันท่ี ๕ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๙) ๒๕ มาตรา ๕๑ (๑๐) แกไ้ ขเพม่ิ เติมโดยคาสง่ั หวั หนา้ คณะรกั ษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๗/๒๕๕๙ เรื่อง การกาหนดตาแหน่ง ของขา้ ราชการตารวจซงึ่ มีอานาจหน้าที่ในการสอบสวน (เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๓๖ ง วนั ที่ ๕ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๙) ๒๖ มาตรา ๕๑ (๑๑) แกไ้ ขเพิม่ เติมโดยคาส่ังหัวหนา้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรื่อง การกาหนดตาแหนง่ ของขา้ ราชการตารวจซึ่งมอี านาจหน้าทใี่ นการสอบสวน (เล่ม ๑๓๓ ตอนพเิ ศษ ๓๖ ง วันท่ี ๕ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๙)

มาตรา ๕๒ ข้าราชการตารวจซงึ่ ดารงตาแหน่งตามมาตรา ๔๑ (๑๒) หรือ (๑๓) อาจได้รับการ คัดเลือกและแต่งต้ังให้ดารงตาแหน่งและมียศตามมาตรา ๕๑ (๑๑) ได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กาหนดใน กฎ ก.ตร. ข้าราชการตารวจซ่ึงดารงตาแหน่งตามมาตรา ๕๑ (๑๓) อาจได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้งให้ ดารงตาแหน่งและมียศตา่ งมาตรา ๕๑ (๑๒) ได้ตามหลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารท่ีกาหนดใน กฎ ก.ตร. คาอธิบาย การคัดเลือกและแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งและมียศตามมาตรา ๕๑ (๑๑) นอกจากจะเป็น การแต่งต้ังตามมาตรา ๕๑ (๑๑) ในตาแหน่งรองสารวัตร กาหนดให้แต่งต้ังจากข้าราชการตารวจ ยศร้อยตารวจตรีขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่าร้อยตารวจเอกแล้ว ยังอาจให้ได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้งจาก ข้าราชการตารวจซึ่งดารงตาแหน่งตามมาตรา ๕๑ (๑๒) คือ ตาแหน่งผู้บังคับหมู่ หรือ มาตรา ๕๑ (๑๓) คอื ตาแหนง่ รองผูบ้ ังคับหมู่ ไดด้ ้วย ซ่ึงในการคัดเลือกและแต่งตั้งน้ัน ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กาหนดใน กฎ ก.ตร. (หลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารคัดเลอื กและแตง่ ตงั้ เปน็ ไปตามกฎ ก.ตร. ซ่ึง กฎ ก.ตร. ตามมาตรานี้ คือ กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตารวจช้ันพลตารวจเป็นข้าราชการตารว จ ช้ันประทวนและการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตารวจช้ันประทวนหรือชั้นพลตารวจเป็น ข้าราชการตารวจชั้นสัญญาบัตร พ.ศ.๒๕๔๗ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑ ตอนพิเศษ ๒๕ ก วันท่ี ๒๑ มถิ ุนายน ๒๕๔๗) มาตรา ๕๓๒๗ การแต่งต้ังข้าราชการตารวจใหด้ ารงตาแหน่งตามมาตรา ๔๔ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) ใหเ้ ปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ดงั ต่อไปน้ี (๑) การแต่งต้ังข้าราชการตารวจให้ดารงตาแหน่งตามมาตรา ๔๔ (๑) ให้ผู้บัญชาการตารวจ แห่งชาติ คัดเลือกรายช่ือขา้ ราชการตารวจที่ดารงตาแหนง่ จเรตารวจแห่งชาติ หรอื รองผ้บู ญั ชาการตารวจ แหง่ ชาติ แล้วเสนอ ก.ต.ช. เพื่อพิจารณาให้ความเหน็ ชอบกอ่ น แล้วให้นายกรัฐมนตรีนาความกราบบังคมทูล เพอ่ื ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ แตง่ ต้งั (๒) การแต่งตัง้ ข้าราชการตารวจให้ดารงตาแหน่งตามมาตรา ๔๔ (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) ให้ ผูบ้ ญั ชาการตารวจแห่งชาติคัดเลือกรายช่ือข้าราชการตารวจเสนอ ก.ตร. เพ่ือพิจารณาให้ความเห็นชอบ กอ่ น แล้วใหน้ ายกรฐั มนตรนี าความกราบบงั คมทูลเพอ่ื ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งต้ัง ๒๗ มาตรา ๕๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคาสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๔/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการ บริหารงานบคุ คลของขา้ ราชการตารวจ (เล่ม ๑๓๒ ตอนพเิ ศษ ๓๒๒ ง วันท่ี ๔ ธันวาคม ๒๕๕๘)

- ๘๐ - คาอธบิ าย การแต่งตั้งตาแหน่งผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ ให้ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ คัดเลือก รายช่ือข้าราชการตารวจท่ีดารงตาแหน่งจเรตารวจแหง่ ชาติ หรือรองผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ แล้ว เสนอ ก.ต.ช. เพ่ือพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน แล้วให้นายกรัฐมนตรีนาความกราบบังคมทูล เพ่ือทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ แตง่ ตง้ั การแต่งตั้งตาแหน่งจเรตารวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ, ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ, ผู้บัญชาการ, รองผู้บัญชาการ, ผู้บังคับการ ให้ผู้บัญชาการตารวจ แห่งชาติ คัดเลือกรายช่ือข้าราชการตารวจเสนอ ก.ตร. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน แล้วให้ นายกรัฐมนตรีนาความกราบบังคมทูลเพ่ือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตัง้ ***สาหรับการแต่งต้ังผทู้ มี่ ียศ พล.ต.ต. ขึ้นไป จะต้องมีการโปรดเกล้าฯ แตง่ ตั้งเสมอ มาตรา ๕๔๒๘ การแต่งตั้งข้าราชการตารวจให้ดารงตาแหน่งตั้งแต่มาตรา ๔๔ (๗) ลงมา ให้ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ หรือผู้ท่ีได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติซ่ึงดารงตาแหน่ง ไม่ตา่ กวา่ ผบู้ ัญชาการเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง โดยให้เป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และข้ันตอน ดงั ต่อไปนี้ (๑) ให้หวั หนา้ สว่ นราชการหรือหน่วยงานระดับกองบังคับการ แต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรอง การแต่งต้ังข้าราชการตารวจระดับกองบังคับการ โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วย รองหัวหน้าส่วน ราชการหรือหน่วยงานนั้นทุกคนเป็นกรรมการ เพื่อทาหน้าท่ีพิจารณาการแต่งต้ังข้าราชการตารวจให้ ดารงตาแหน่งต่างๆ ในส่วนราชการหรือหน่วยงานน้ัน แล้วเสนอต่อหัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงาน ระดับกองบัญชาการเพื่อดาเนินการตาม (๒) หรือเสนอต่อผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติหรือผู้ท่ีได้รับ มอบหมายให้เป็นผู้ส่ังแต่งต้ังในกรณีการแต่งตั้งข้าราชการตารวจในสังกัดสานักงานผู้บัญชาการตารวจ แห่งชาติเพอ่ื ดาเนินการตาม (๓) ต่อไป แลว้ แต่กรณี (๒) ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงานระดับกองบัญชาการแต่งต้ังคณะกรรมการกลั่นกรอง การแต่งตั้งข้าราชการตารวจระดับกองบัญชาการ โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วย รองหัวหน้าส่วน ราชการหรือหน่วยงานน้ันทุกคนเป็นกรรมการ เพื่อทาหน้าที่พิจารณาการแต่งต้ังข้าราชการตารวจให้ ดารงตาแหน่งตา่ งๆ ในส่วนราชการหรือหน่วยงานนั้น และการแต่งตั้งข้าราชการตารวจท่ีได้รับการเสนอ ตาม (๑) แล้วเสนอต่อผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ส่ังแต่งตั้งเพ่ือ ดาเนนิ การตาม (๓) หรอื ดาเนนิ การแต่งต้ังตอ่ ไป แลว้ แตก่ รณี (๓) ให้ผบู้ ัญชาการตารวจแห่งชาติแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการแต่งตั้งข้าราชการตารวจ โดยอยา่ งน้อยต้องประกอบดว้ ย จเรตารวจ และรองผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติทุกคนเป็นกรรมการ เพื่อ ทาหน้าท่ีพิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตารวจให้ดารงตาแหน่งต่างๆ ในสังกัดสานักงานผู้บัญชาการ ๒๘ มาตรา ๕๔ แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ โดยคาส่ังหวั หน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๖๐ เรือ่ ง การปรับปรงุ ระบบการ พจิ ารณาแตง่ ตงั้ ข้าราชการตารวจ (เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๕๓ ง วันท่ี ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐)

- ๘๑ - ตารวจแห่งชาติ และการแต่งตั้งข้าราชการตารวจท่ีได้รับการเสนอตาม (๑) หรือ (๒) แล้วเสนอต่อ ผู้บญั ชาการตารวจแหง่ ชาติหรือผทู้ ่ีไดร้ ับมอบหมายให้เป็นผสู้ ั่งแต่งต้ัง เพ่ือดาเนนิ การแตง่ ตง้ั ต่อไป กรณีที่ผู้ส่ังแต่งต้ังเห็นว่ารายชื่อข้าราชการตารวจตามวรรคหน่ึงผู้ใดมีความไม่เหมาะสม หรือมี ข้าราชการตารวจผู้ซ่ึงเห็นสมควรดารงตาแหน่งต่างๆ เพ่ือประโยชน์แก่การบริหารงานบุคคลของ ข้าราชการตารวจให้เกิดประสทิ ธภิ าพ ใหผ้ ู้สัง่ แตง่ ตัง้ มีอานาจแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพ่ิมเติมการแต่งต้ัง ข้าราชการตารวจให้ดารงตาแหน่งต่างๆ แล้วดาเนินการแต่งตั้ง หรือสั่งให้พิจารณาทบทวนการเสนอ แตง่ ตงั้ ไดต้ ามควรแกก่ รณี คาอธิบาย โดยท่กี ารบริหารงานบุคคลของข้าราชการตารวจซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายและ ต้นทางของกระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องสาคัญ โดยเฉพาะการแต่งต้ังข้าราชการตารวจให้ดารง ตาแหน่งต่างๆ หากมิได้ดาเนินการให้ถูกต้องเป็นธรรมแล้ว ย่อมกระทบต่อขวัญ กาลังใจ ความ เจริญก้าวหน้าในอาชีพ และประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้หากมีผู้ใช้การแต่งตั้งเป็นช่องทาง เรียกรบั ผลประโยชนอ์ นั ไมช่ อบด้วยกฎหมายและปราศจากธรรมาภิบาลด้วยแล้ว ก็ย่ิงก่อให้เกิดความ คับแค้นใจแกผ่ ูไ้ ด้รบั ผลกระทบและอาจเปน็ การผลกั ภาระต่อไปใหแ้ ก่ประชาชน กลายเป็นวัฎจักรแห่ง การทุจริตในวงราชการ ความไร้ประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายและการอานวยความยุติธรรม หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคาส่ัง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๗/๒๕๖๐ เร่ือง การปรับปรุงระบบการพิจารณาแต่งต้ัง ข้าราชการตารวจ (เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๕๓ ง วันท่ี ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐) เพ่ือให้การแต่งต้ัง ขา้ ราชการตารวจมขี ้นั ตอนท่ีชัดเจน โปร่งใส ปราศจากการว่ิงเต้น การเรียก รับ ให้ หรือสัญญาว่าจะ ให้สง่ิ ตอบแทนแลกเปลีย่ นกบั การแต่งตง้ั และปลอดจากระบบอปุ ถัมภ์ มาตรา ๕๕๒๙ (ยกเลกิ ) มาตรา ๕๖๓๐ ในกรณีที่ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติเห็นว่าการใช้อานาจในการแต่งตั้งของ ผู้บัญชาการไม่เป็นธรรม หรือมีกรณีไม่ชอบด้วยหลักเกณฑ์หรือวิธีการท่ี ก.ตร. กาหนดตามมาตรา ๕๗ หรือมีเหตุผลความจาเป็นอย่างย่ิงท่ีจะต้องให้ข้าราชการตารวจซ่ึงดารงตาแหน่งต้ังแต่ มาตรา ๔๔ (๗) ลงมาพ้นจากพื้นท่ีหรือหน้าท่ี หรือเห็นว่าหากดารงตาแหน่งเดิมต่อไปจะก่อให้เกิดความเสียหาย ๒๙ มาตรา ๕๕ ยกเลิกโดยประกาศคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ ๘๘/๒๕๕๗ เร่อื ง การแก้ไขเพม่ิ เติมกฎหมายว่า ด้วยตารวจแห่งชาติ (เลม่ ๑๓๑ ตอนพิเศษ ๑๓๔ ง วันท่ี ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗) ๓๐ มาตรา ๕๖ แก้ไขเพิม่ เตมิ โดยคาสั่งหวั หน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบบั ท่ี ๔๔/๒๕๕๘ เรอื่ ง การแก้ไขปัญหาการ บรหิ ารงานบคุ คลของข้าราชการตารวจ (เล่ม ๑๓๒ ตอนพเิ ศษ ๓๒๒ ง วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๘)

- ๘๒ - แก่ทางราชการ หรือมีเหตุพิเศษตามที่ ก.ตร. กาหนด ให้ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติมีอานาจส่ังแต่งต้ัง ข้าราชการตารวจ ใหด้ ารงตาแหน่งตามมาตรา ๔๔ (๗) ลงมา ไดต้ ามควรแก่กรณี มาตรา ๕๗ การคัดเลือก การทาความตกลงกัน การให้ความเห็นชอบ และการแต่งต้ัง ข้าราชการตารวจตามมาตรา ๕๓ (๒) มาตรา ๕๔ และมาตรา ๕๕ ให้พิจารณาโดยคานึงถึงความอาวุโส ประวตั กิ ารรับราชการ ผลการปฏิบัตงิ าน ความประพฤติและความรู้ความสามารถประกอบกัน ท้ังนี้ ตาม หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารทกี่ าหนดใน กฎ ก.ตร. วรรคสอง๓๑ (ยกเลกิ ) วรรคสาม๓๒ (ยกเลิก) คาอธบิ าย แม้ว่ามาตรานี้บัญญัติให้ผู้มีอานาจพิจารณาแต่งต้ังข้าราชการตารวจโดยการคัดเลือก การทาความตกลงกนั การใหค้ วามเห็นชอบ เพื่อแต่งตั้งข้าราชการตารวจตามมาตรา ๕๓ (๒) มาตรา ๕๔ (ปัจจุบันมาตรา ๕๕ ถูกยกเลิกไปแล้ว) แล้วแต่กรณี ก็ตาม แต่ผู้มีอานาจดังกล่าวนั้น ก็ต้องใช้ อานาจภายในขอบเขตของกฎหมาย ให้พิจารณาโดยคานึงถึงความอาวุโส ประวัติการรับราชการ ผลการปฏบิ ัตงิ าน ความประพฤติ และความรู้ความสามารถประกอบกัน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กาหนดใน กฎ ก.ตร. (กฎ ก.ตร. ที่ออกตามมาตราน้ี คือ กฎ ก.ตร. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการ แต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตารวจระดับ สารวัตร ถึง จเรตารวจแห่งชาติและรองผู้บัญชาการ ตารวจแหง่ ชาติ พ.ศ.๒๕๔๗) มาตรา ๕๘ ภายใต้บังคับมาตรา ๖๘ ข้าราชการตารวจผู้ใดมีคุณวุฒิสูงขึ้น และมีสิทธิได้รับ เงินเดือนสงู ขึ้นตามที่ ก.ตร.กาหนด ให้ผู้มอี านาจตามมาตรา ๖๔ เป็นผมู้ ีอานาจสัง่ เลอื่ น คาอธบิ าย มาตราน้ีเป็นไปตามระเบียบ ก.ตร. ว่าด้วยผมู้ อี านาจสง่ั เลอื่ นเงินเดือนข้าราชการตารวจ พ.ศ.๒๕๕๔ ลงวนั ที่ ๑๓ มิถนุ ายน ๒๕๕๔ มาตรา ๕๙ การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตารวจหรือการแต่งต้ังข้าราชการ ตารวจให้ดารงตาแหน่งใด ผู้ได้รับการบรรจุหรือได้รับการแต่งตั้งต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสาหรับตาแหน่ง ตามท่ี ก.ตร. กาหนดตามมาตรา ๔๕ เว้นแต่มีเหตุผลและความจาเป็น ก.ตร. อาจอนุมัติให้บรรจุหรือ แต่งตั้งข้าราชการตารวจที่ไมม่ ีคุณสมบัติเฉพาะสาหรบั ตาแหนง่ ตามท่ีกาหนดไว้ก็ได้ ๓๑ มาตรา ๕๗ วรรคสอง ยกเลกิ โดยประกาศคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรอ่ื ง การแก้ไขเพ่ิมเตมิ กฎหมายวา่ ดว้ ยตารวจแห่งชาติ (เลม่ ๑๓๑ ตอนพเิ ศษ ๑๓๔ ง วันท่ี ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗) ๓๒ มาตรา ๕๗ วรรคสาม ยกเลกิ โดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เร่อื ง การแกไ้ ขเพิม่ เติม กฎหมายว่าดว้ ยตารวจแห่งชาติ (เลม่ ๑๓๑ ตอนพิเศษ ๑๓๔ ง วันท่ี ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗)

- ๘๓ - การแตง่ ตงั้ ข้าราชการตารวจไปดารงตาแหน่งอื่นในสานักงานตารวจแห่งชาติต้องแต่งต้ังให้ดารง ตาแหน่งที่ไม่ต่ากว่าตาแหน่งเดิม เว้นแต่มีเหตุผลและความจาเป็น ก.ตร. อาจอนุมัติให้แต่งต้ังให้ดารง ตาแหนง่ ทตี่ า่ กว่าตาแหน่งเดมิ เป็นพเิ ศษเฉพาะรายได้ มาตรา ๖๐ ผู้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตารวจตามมาตรา ๕๐ ให้ทดลอง ปฏิบตั หิ น้าทร่ี าชการในตาแหนง่ ท่ีได้รบั การแต่งตง้ั โดยมีกาหนดระยะเวลาไม่น้อยกว่าหกเดอื น หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการทดลอง การประเมินผลการทดลอง การรายงานผล การทดลองและการยกเว้นไม่ต้องทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ รวมทั้งการส่ังให้ออกจากราชการ อันเน่ืองมาจากการทดลองปฏบิ ัติหนา้ ท่รี าชการ ใหเ้ ป็นไปตามทกี่ าหนดใน กฎ ก.ตร. ผู้ใดถูกส่ังให้ออกจากราชการระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าท่ีราชการ ไม่ให้ถือว่าผู้น้ันเคยเป็น ข้าราชการตารวจ แต่ท้ังนี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงการปฏิบัติหน้าท่ีราชการ หรือการรับเงินเดือนหรือ ผลประโยชน์อนื่ ท่ไี ด้รบั จากทางราชการในระหวา่ งท่ีผ้นู นั้ ทดลองปฏิบตั หิ นา้ ที่ราชการ คาอธบิ าย “ผู้ใดถูกส่ังให้ออกจากราชการระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าท่ีราชการ ไม่ให้ถือว่าผู้น้ันเคย เปน็ ขา้ ราชการตารวจ แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงการปฏิบัติหน้าท่ีราชการ หรือการรับเงินเดือน หรือผลประโยชน์อน่ื ทไ่ี ดร้ ับจากทางราชการในระหวา่ งที่ผูน้ น้ั ทดลองปฏิบัติหน้าท่ีราชการ” อนึ่ง การ ไมก่ ระทบกระเทือนถึงการรับเงินเดือนหรือผลประโยชน์อ่ืนท่ีได้รับจากทางราชการในระหว่างที่ผู้น้ัน ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการนั้น มีประเด็นที่ต้องพิจารณาว่าเงินเดือนหรือผลประโยชน์ที่ยังไม่ได้รับ จากทางราชการในระหวา่ งทีผ่ ู้นนั้ ทดลองปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีราชการ ผู้นั้นยังมีสิทธิที่จะรับได้ภายหลังจากที่ ผ้นู ั้นทดลองปฏิบตั หิ น้าทรี่ าชการแล้ว ได้หรือไม่ ซึ่งในประเด็นน้ี พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ พลเรือน พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๕๙ วรรคสาม บัญญัติว่า “ผู้ใดถูกสั่งให้ออกจากราชการตามวรรคสอง (ผู้มผี ลการประเมินทดลองปฏิบตั ิหน้าทีร่ าชการต่ากว่ามาตรฐานทกี่ าหนด) ใหถ้ อื เสมือนวา่ ผู้นั้นไม่เคย เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนถึง... การรับเงินเดือนหรือผลประโยชน์ อ่ืนใดท่ีได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับจากทางราชการในระหว่างผู้นั้นอยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ ราชการ” หลักกฎหมายตามพระราชบัญญัตนิ ีจ้ ึงมีความชัดเจนวา่ สทิ ธขิ องบคุ คลในการได้รับเงินเดือน หรือประโยชนน์ นั้ พระราชบญั ญตั นิ ี้ใหก้ ารรบั รองและคมุ้ ครองโดยไมค่ านึงว่าบุคคลน้ันได้รับเงินเดือน หรือผลประโยชน์แล้ว หรือยังไม่ได้รับ แต่ถือว่าเป็นสิทธิที่บุคคลต้องได้รับเงินเดือนหรือผลประโยชน์ นั้นไม่ว่าเวลาใดก็ตาม หลักการของกฎหมายนี้ไม่ใช่เป็นเพียงหลักกฎหมายของพระราชบัญญัติ ดังกล่าวเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักกฎหมายทั่วไปที่นามาใช้กับกรณีตามพระราชบัญญัติตารวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ มาตรา ๖๐ น้ีด้วย ดังนั้น ผู้ออกจากราชการในกรณีน้ีจึงมีสิทธิท่ีจะได้รับเงินเดือนหรือ ผลประโยชนท์ ี่ยงั ไม่ไดร้ บั ในระหว่างทผี่ นู้ นั้ ทดลองปฏิบัตหิ น้าทรี่ าชการได้ในภายหลัง

- ๘๔ - มาตรา ๖๑ การส่ังให้ข้าราชการตารวจประจาสานักงานตารวจแห่งชาติ หรือส่วนราชการใด หรือสารองราชการในส่วนราชการใด โดยให้พ้นจากตาแหน่งหน้าที่เดิมและโดยจะให้ขาดจากอัตรา เงินเดือนในตาแหน่งเดิมหรือไม่ก็ได้ ให้ผู้มีอานาจดังต่อไปนี้เป็นผู้ส่ังได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงอื่ นไขทกี่ าหนดใน กฎ ก.ตร. (๑) นายกรฐั มนตรี สาหรับผูบ้ ญั ชาการตารวจแหง่ ชาติ (๒) ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ สาหรบั ข้าราชการตารวจทกุ ตาแหนง่ (๓) ผบู้ ญั ชาการ สาหรับข้าราชการตารวจในกองบัญชาการหรือในส่วนราชการท่ีเรียกชื่ออย่าง อืน่ ที่มีฐานะเทยี บเทา่ กองบญั ชาการ มาตรา ๖๒ การโอนข้าราชการตารวจไปรับราชการในส่วนราชการหรือหน่วยงานอ่ืน จะ กระทาได้เม่ือเจ้าตัวสมัครใจและส่วนราชการหรือหน่วยงานต้องการจะรับโอนผู้นั้น โดยให้ส่วนราชการ หรือหนว่ ยงานท่ีขอรับโอน ทาความตกลงกับสานักงานตารวจแหง่ ชาติ มาตรา ๖๓ ใหผ้ มู้ อี านาจตามมาตรา ๔๙ เปน็ ผู้สงั่ บรรจใุ นกรณีดงั ต่อไปน้ี (๑) การโอนขา้ ราชการซงึ่ ไม่ใช่ข้าราชการตารวจหรือการโอนพนักงานขององค์กรปกครองส่วน ท้องถ่ินมาบรรจุเป็นข้าราชการตารวจ ยกเว้นข้าราชการการเมือง ข้าราชการซึ่งอยู่ในระหว่างทดลอง ปฏิบัติหน้าท่ีราชการ และพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินซึ่งอยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติงาน ให้กระทาได้เม่ือเจ้าตัวสมัครใจและสานักงานตารวจแห่งชาติต้องการจะรับโอนผู้นั้น โดยให้สานักงาน ตารวจแห่งชาติทาความตกลงกับผู้มีอานาจส่ังบรรจุของส่วนราชการหรือหน่วยงานสังกัดเดิม ในการน้ี ให้สานักงานตารวจแห่งชาติพิจารณาโดยคานึงถึงประโยชน์ท่ีทางราชการตารวจจะได้รับ ทั้งน้ี ในการ ดาเนินการรับโอน การกาหนดตาแหน่ง ช้ันยศและอัตราเงินเดือน และการนับเวลาราชการ ให้เป็นไป ตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารทีก่ าหนดใน กฎ ก.ตร. (๒) การกลบั เขา้ รับราชการเป็นขา้ ราชการตารวจ (ก) ข้าราชการตารวจซ่ึงได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ออกจากราชการไปปฏิบัติงาน ใดๆ ซึ่งให้นับเวลาระหว่างน้ันสาหรับการคานวณบาเหน็จบานาญเหมือนเต็มเวลาราชการตามกฎหมาย ว่าด้วยกฎหมายบาเหน็จบานาญข้าราชการ ถ้าผู้นั้นขอกลับเข้ารับราชการภายในกาหนดเวลาท่ี คณะรัฐมนตรีอนุมัติ แต่ไม่เกินสี่ปีนับแต่วันออกจากราชการไปปฏิบัติงานดังกล่าว ท้ังน้ี ตามหลักเกณฑ์ และวิธกี ารที่กาหนดใน กฎ ก.ตร. (ข) ข้าราชการตารวจซ่ึงออกจากราชการไปแล้ว และไม่ใช่เป็นกรณีออกจากราชการใน ระหว่างทดลองปฏบิ ตั ิหน้าทีร่ าชการ ถ้าสมัครเข้ารับราชการ และสานักงานตารวจแห่งชาติต้องการท่ีจะ รับผ้นู ั้นเข้ารบั ราชการ ใหส้ านักงานตารวจแหง่ ชาติดาเนนิ การบรรจุและแต่งตง้ั ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ์และ วิธกี ารทีก่ าหนดใน กฎ ก.ตร.

- ๘๕ - (ค) ข้าราชการซึ่งมิใช่ข้าราชการตารวจหรือพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งออกจากราชการหรือออกจากงานไปแล้ว แต่ไม่รวมถึงข้าราชการการเมือง ข้าราชการซึ่งออกจาก ราชการในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินซึ่งออกจาก งานในระหว่างทดลองปฏิบัติงาน ถ้าสมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตารวจและเมื่อสานักงานตารวจ แหง่ ชาติเห็นสมควรรับบุคคลน้ันกลับเข้ารับราชการในตาแหน่งข้าราชการตารวจ ในการนี้ ให้สานักงาน ตารวจแหง่ ชาติพิจารณาโดยคานึงถงึ ประโยชน์ที่ทางราชการตารวจจะได้รับ ท้ังน้ี การดาเนินการให้กลับ เข้ารับราชการ การกาหนดตาแหน่งช้ันยศ และอัตราเงินเดือนและการนับเวลาราชการให้เป็นไปตาม หลกั เกณฑแ์ ละวิธีการที่กาหนดใน กฎ ก.ตร. มาตรา ๖๔ ให้ผ้บู ญั ชาการตารวจแหง่ ชาติเป็นผูส้ ่งั เลอื่ นเงนิ เดอื นข้าราชการตารวจ ระดับ ส.๘ ระดบั ส.๗ และระดับ ส.๖ เมือ่ ได้รับความเหน็ ชอบจาก ก.ตร. แลว้ การสง่ั เลอ่ื นเงนิ เดอื นขา้ ราชการตารวจตั้งแตร่ ะดับ ส.๕ ลงมาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ท่ีกาหนด ในระเบียบ ก.ตร. การพิจารณาเลอื่ นเงินเดอื นขา้ ราชการตารวจ ใหค้ านึงถงึ คุณภาพและปริมาณงาน ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของงานท่ีได้ปฏิบัติมา ความสามารถ และความอุตสาหะในการปฏิบัติหน้าท่ี ตลอดจน การรักษาวินัยและการปฏิบัติตนเหมาะสมกับการเป็นข้าราชการตารวจตามรายงานของผู้บังคับบัญชา ตามลาดบั ช้ัน ทงั้ นี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กาหนดใน กฎ ก.ตร. การเล่อื นเงนิ เดอื นเป็นกรณพี ิเศษเกินสองข้ัน ตอ้ งได้รบั อนมุ ัตจิ าก ก.ตร. เป็นพเิ ศษเฉพาะราย คาอธบิ าย การพิจารณาเล่ือนขั้นและอัตราเงินเดือนของข้าราชการ กาหนดปีละสองคร้ัง ครั้งท่ีหนึ่ง เลื่อนตั้งแต่วันท่ี ๑ เมษายน ครั้งท่ีสอง เลื่อนตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ของทุกปี การเลื่อนเงินเดือนกรณี ปกติ คือ ไม่เกินสองขั้นต่อปี กรณีท่ีเป็นการเลื่อนเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเกินสองข้ัน ซ่ึงต้องได้รับ อนมุ ัตจิ าก ก.ตร. เปน็ พิเศษเฉพาะราย มาตรา ๖๕ ข้าราชการตารวจผูใ้ ดถงึ แก่ความตายเน่ืองจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ก.ตร. จะ พิจารณาเลือ่ นเงนิ เดือนให้ผู้นนั้ เป็นกรณีพิเศษเพอ่ื ประโยชนใ์ นการคานวณบาเหน็จบานาญกไ็ ด้ มาตรา ๖๖ ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าท่ีพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อเพ่ิมความรู้ ทักษะ ทัศนคติ คุณธรรมและจริยธรรม รวมท้ังประเมินผลการปฏิบัติราชการของผู้ใต้บังคับบัญชา เพ่ือใช้ประกอบการ พจิ ารณาแตง่ ต้ังและเลอื่ นเงินเดือน ทัง้ น้ี ตามหลกั เกณฑ์ วธิ กี ารและระยะเวลาทก่ี าหนดใน กฎ ก.ตร.

- ๘๖ - คาอธิบาย มาตรานก้ี าหนดให้ผู้บังคับบญั ชามีหน้าท่ีสองประการ ไดแ้ ก่ ๑) หนา้ ทพ่ี ัฒนาผใู้ ต้บังคบั บัญชา ผบู้ ังคบั บญั ชามีหน้าทีพ่ ัฒนาขา้ ราชการตารวจเพื่อเพิม่ ความรู้ ทักษะ ทัศนคติ คุณธรรม และ จรยิ ธรรม ๒) หน้าที่ประเมินผล ผบู้ ังคับบญั ชามีหนา้ ทปี่ ระเมินผลการปฏิบัติราชการเพ่ือใช้ประกอบการพิจารณาแต่งต้ังและ เลื่อนข้ันเงินเดอื น ท้งั นี้ หลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และระยะเวลา เปน็ ไปตามทีก่ าหนดใน กฎ ก.ตร.

- ๘๗ - หมวด ๓ เงนิ เดอื น เงนิ ประจำตำแหน่งและเงินเพม่ิ อืน่ มำตรำ ๖๗๓๓ อตั ราเงินเดือนข้าราชการตารวจใหเ้ ปน็ ไปตามบัญชที ้ายพระราชบญั ญตั ิน้ี อัตราเงินประจาตาแหน่งและการรับเงินประจาตาแหน่งของข้าราชการตารวจให้เป็นไปตาม บญั ชที า้ ยพระราชบญั ญตั ินี้ ทั้งนี้ เงินประจาตาแหน่งไมถ่ ือเปน็ เงินเดือน ข้าราชการตารวจตาแหน่งใด จะได้รับเงินประจาตาแหน่งท้ายพระราชบัญญัติน้ีในอัตราใด ให้เปน็ ไปตามท่ีกาหนดในพระราชกฤษฎกี า ใน ก ร ณีท่ี ส ม ค ว ร ป รั บ อั ต ร า เ งิ น เ ดื อน ข้ า ร า ช ก า ร ต า ร ว จ ใ ห้ ส อด ค ล้ อ งกั บ ภ าว ะ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ที่ เปลี่ยนแปลงไป ถ้าการปรับอัตราเงินเดือนดังกล่าวเป็นการปรับเพิ่มร้อยละเท่ากันทุกอัตรา และไม่เกิน ร้อยละสิบของอัตราที่ใช้บังคับอยู่ และเม่ือได้รับอนุมัติงบประมาณรายจ่ายจากรัฐสภาเพื่อการน้ันแล้ว การปรบั ให้กระทาโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และให้ถือว่าบัญชีอัตราเงินเดือนท้ายพระราชกฤษฎีกา ดังกล่าวเป็นบัญชีอัตราเงินเดือนท้ายพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในกรณีที่การปรับเป็นร้อยละเท่ากันทุก อตั ราดังกล่าว หากทาให้อัตราหนึ่งอัตราใดมีเศษไม่ถึงสิบบาท ให้ปรับตัวเลขเงินเดือนของอัตราดังกล่าว ให้เพม่ิ ข้ึนเปน็ สบิ บาทและมใิ หถ้ อื ว่าเปน็ การปรบั อัตราร้อยละท่แี ตกตา่ งกนั การปรบั อัตราเงินเดือนข้าราชการตารวจให้เข้าอันดับและข้ัน ระดับและชั้น ระดับและข้ัน หรือ ช้ันและขั้น แล้วแต่กรณี ตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตารวจตามวรรคหน่ึงและวรรคส่ีให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ตร.กาหนด และให้มีผลเป็นการแก้ไขขั้นหรือชั้นเงินเดือนข้าราชการ ตารวจทกี่ าหนดไว้ในกฎหรือมตคิ ณะรฐั มนตรีท่เี กี่ยวข้อง มำตรำ ๖๘ ให้ขา้ ราชการตารวจไดร้ ับเงินเดอื นดังตอ่ ไปนี้ (๑) ข้าราชการตารวจยศพลตารวจเอก ซึ่งดารงตาแหน่งผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ ให้ได้รับ เงินเดอื นขนั้ สูงสุดของระดับ ส.๙ (๒) ข้าราชการตารวจยศพลตารวจเอก ใหไ้ ด้รบั เงนิ เดือนระดับ ส.๘ (๓) ข้าราชการตารวจยศพลตารวจโท ใหไ้ ดร้ ับเงินเดอื นระดบั ส.๗ (๔) ข้าราชการตารวจยศพลตารวจตรี ให้ไดร้ บั เงนิ เดือนระดับ ส.๖ (๕) ๓๔ ข้าราชการตารวจยศพันตารวจเอก อัตราเงินเดือนพันตารวจเอก (พิเศษ) ให้ได้รับ เงนิ เดอื นระดบั ส.๕ ๓๓ มาตรา ๖๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตติ ารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๔ (เล่ม ๑๒๘ ตอนที่ ๑๗ ก วนั ท่ี ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๔)

- ๘๘ - (๖) ๓๕ ข้าราชการตารวจยศพนั ตารวจเอก ให้ได้รบั เงนิ เดอื นระดบั ส.๔ (๗) ๓๖ ขา้ ราชการตารวจยศพันตารวนโท ใหไ้ ดร้ บั เงินเดอื นระดับ ส.๓ (๘) ๓๗ ข้าราชการตารวจยศพันตารวจตรี ใหไ้ ด้รับเงินเดอื นระดับ ส.๒ (๙) ๓๘ ข้าราชการตารวจยศร้อยตารวจเอก ร้อยตารวจโท และร้อยตารวจตรี ให้ได้รับเงินเดือน ระดบั ส.๑ (๑๐) ๓๙ ขา้ ราชการตารวจยศดาบตารวจ ใหไ้ ด้รบั เงนิ เดือนระดับ ป.๓ (๑๑) ๔๐ ข้าราชการตารวจยศจ่าสิบตารวจ อัตราเงินเดือนจ่าสิบตารวจ (พิเศษ) ให้ได้รับ เงินเดอื นระดบั ป.๒ (๑๒) ขา้ ราชการตารวจยศจา่ สิบตารวจ สิบตารวจเอก สิบตารวจโท และสิบตารวจตรี ให้ได้รับ เงินเดือนระดับ ป.๑ (๑๓) ขา้ ราชการตารวจช้ันพลตารวจสารอง ใหไ้ ดร้ บั เงินเดือนระดับ พ.๑ ให้ข้าราชการตารวจตามวรรคหนึ่ง ได้รับเงินเดือนในข้ันต่าของระดับนั้นๆ ในกรณีท่ีจะให้ได้รับ เงินเดือนสูงกว่าหรือต่ากว่าขั้นต่าหรือสูงกว่าขั้นสูงของระดับ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ี กาหนดใน กฎ ก.ตร. ข้าราชการตารวจตาม (๒) ถึง (๑๓) อาจได้รับเงินเดือนในระดับสูงข้ึนกว่าที่กาหนดไว้ในวรรค หน่ึงกไ็ ด้ โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ซึ่งในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้กาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและ เงือ่ นไขการได้รับเงินเดอื นในระดับสงู ข้ึนดงั กลา่ วและการรับเงนิ ประจาตาแหน่งไวด้ ้วย ๓๔ มาตรา ๖๘ (๕) แก้ไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิตารวจแห่งชาติ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๘ (เลม่ ๑๓๒ ตอนที่ ๔๓ ก วนั ที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘) ๓๕ มาตรา ๖๘ (๖) แก้ไขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิตารวจแหง่ ชาติ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ.๒๕๕๘ (เลม่ ๑๓๒ ตอนท่ี ๔๓ ก วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘) ๓๖ มาตรา ๖๘ (๗) แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญัติตารวจแหง่ ชาติ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๘ (เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๔๓ ก วนั ที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘) ๓๗ มาตรา ๖๘ (๘) แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ติ ารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๘ (เล่ม ๑๓๒ ตอนท่ี ๔๓ ก วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘) ๓๘ มาตรา ๖๘ (๙) แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ติ ารวจแหง่ ชาติ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๘ (เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๔๓ ก วนั ที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘) ๓๙ มาตรา ๖๘ (๑๐) แกไ้ ขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญัตติ ารวจแหง่ ชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๘ (เล่ม ๑๓๒ ตอนท่ี ๔๓ ก วันท่ี ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘) ๔๐ มาตรา ๖๘ (๑๑) แกไ้ ขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบัญญัติตารวจแหง่ ชาติ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ.๒๕๕๘ (เล่ม ๑๓๒ ตอนท่ี ๔๓ ก วนั ที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

- ๘๙ - วรรคส่ี๔๑ (ยกเลิก) วรรคห้า๔๒ (ยกเลกิ ) มำตรำ ๖๘/๑๔๓ ในกรณีที่มีเหตุผลและความจาเป็นเพื่อเป็นการเยียวยาให้ข้าราชการตารวจ ได้รับเงินเดือนหรือเงินประจาตาแหน่งที่เหมาะสมและเป็นธรรม ก.ตร. อาจกาหนดให้ข้าราชการตารวจ ได้รับการเยียวยาโดยให้ได้รับเงินเดือนหรือเงินประจาตาแหน่งตามที่เห็นสมควรเป็นกรณีๆ ไปก็ได้ ทั้งนี้ ใหเ้ ป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะรฐั มนตรีกาหนด มำตรำ ๖๙ ข้าราชการตารวจอาจได้รับเงินเพ่ิมค่าครองชีพชั่วคราวตามภาวะเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ตามจานวน หลกั เกณฑ์และวิธีการที่กาหนดในพระราชกฤษฎีกา มำตรำ ๗๐ ข้าราชการตารวจอาจได้รับเงินเพ่ิมพิเศษรายเดือน เงินเพ่ิมอื่น หรือเงินช่วยเหลือ ตามที่คณะรฐั มนตรกี าหนด มำตรำ ๗๑ ข้าราชการตารวจอาจได้รับเงินเพิ่มสาหรับตาแหน่งที่ประจาอยู่ในต่างประเทศ หรอื ตาแหนง่ ที่มเี หตพุ เิ ศษตามทกี่ าหนดในระเบยี บ ก.ตร. โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง คำอธิบำย การรับเงินเดือนของข้าราชการตารวจเป็นไปตาม พระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจา ตาแหน่งของข้าราชการตารวจ พ.ศ.๒๕๔๘ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๙๔ ก วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๘) และเม่ือวันท่ี ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ สานักงานตารวจแห่งชาติ มีหนังสือ ท่ี ๐๐๐๙.๒๕๒/ว ๒ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเยียวยาให้แก่ข้าราชการตารวจผู้ได้รับผลกระทบ จากความเหลื่อมล้าของอัตราเงินเดือน เพ่ือให้ข้าราชการตารวจผู้ได้รับเงินเดือนระดับ ป.๓, ส.๑, ส.๒, ส.๓, ส.๔, ส.๕, ส.๖ และ ส.๗ ได้รับเงินเดือนข้ันเยียวยาเม่ืออัตราเงินเดือนท่ีได้รับถึงขั้นสูงสุด ของระดับ โดยเรม่ิ ใช้เมอื่ วนั ท่ี ๑ มนี าคม ๒๕๖๐ ๔๑ มาตรา ๖๘ วรรคสี่ ยกเลกิ โดยพระราชบัญญัติตารวจแห่งชาติ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ.๒๕๕๘ (เลม่ ๑๓๒ ตอนท่ี ๔๓ ก วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘) ๔๒ มาตรา ๖๘ วรรคห้า ยกเลกิ โดยพระราชบัญญัติตารวจแห่งชาติ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ.๒๕๕๘ (เลม่ ๑๓๒ ตอนที่ ๔๓ ก วนั ที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘) ๔๓ มาตรา ๖๘/๑ เพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญัตติ ารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๘ (เลม่ ๑๓๒ ตอนที่ ๔๓ ก วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

- ๙๐ - หมวด ๔ การรักษาราชการแทนและการปฏบิ ัตริ าชการแทน มาตรา ๗๒ ในกรณีท่ีตำแหน่งข้ำรำชกำรตำรวจในส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนใดในสำนักงำน ตำรวจแหง่ ชำตวิ ำ่ งลง หรอื ผดู้ ำรงตำแหนง่ ใดไม่สำมำรถปฏิบัติรำชกำรได้ ให้ผู้บังคับบัญชำต่อไปน้ี สั่งให้ ขำ้ รำชกำรตำรวจซึ่งเหน็ สมควรรักษำรำชกำรแทนในตำแหน่งนน้ั ได้ (๑) นำยกรฐั มนตรี สำหรับตำแหน่งผ้บู ัญชำกำรตำรวจแห่งชำติ (๒) ผู้บัญชำกำรตำรวจแห่งชำติ สำหรับตำแหน่งต้ังแต่จเรตำรวจแห่งชำติ รองผู้บัญชำกำร ตำรวจแห่งชำติ หรือตำแหนง่ เทียบเท่ำลงมำ (๓) ผู้บัญชำกำรหรือตำแหน่งเทียบเท่ำ สำหรับตำแหน่งตั้งแต่ผู้บังคับกำร หรือตำแหน่ง เทยี บเทำ่ ลงมำในส่วนรำชกำรนน้ั (๔) ผูบ้ งั คบั กำรหรอื ตำแหนง่ เทียบเทำ่ สำหรับตำแหน่งตง้ั แต่ผกู้ ำกับกำรหรือตำแหน่งเทียบเท่ำ ลงมำในสว่ นรำชกำรนั้น๔๔ ในกรณีท่ีไม่มีกำรแต่งตั้งให้ข้ำรำชกำรตำรวจผู้ใดรักษำรำชกำรแทนและมีผู้ดำรงตำแหน่งรอง ของตำแหน่งนั้น ให้ผู้ดำรงตำแหน่งรองเป็นผู้รักษำรำชกำรแทน ถ้ำไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือมีแต่ไม่ อำจปฏิบัติรำชกำรได้ และมีผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยของตำแหน่งดังกล่ำว ให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเป็น ผู้รักษำรำชกำรแทนในตำแหน่งน้ัน ถ้ำมีผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือผู้ช่วยหลำยคน ให้ผู้มีอำวุโสตำมท่ี กำหนดในระเบียบ ก.ตร. เป็นผู้รักษำรำชกำรแทน ถ้ำไม่มีทั้งผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือผู้ช่วย หรือมีแต่ไม่ อำจปฏิบัติรำชกำรได้ ก็ให้ข้ำรำชกำรตำรวจช้ันสัญญำบัตรผู้มีอำวุโสตำมท่ีกำหนดในระเบียบ ก.ตร. ใน ส่วนรำชกำรหรือหนว่ ยงำนน้นั เป็นผู้รกั ษำรำชกำรแทน เพื่อประโยชน์ของทำงรำชกำร ข้ำรำชกำรตำรวจที่ได้รับกำรแต่งต้ังให้ดำรงตำแหน่งตำมมำตรำ ๕๑ (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) เป็นกำรย้อนหลัง กำรปฏิบัติหน้ำที่หรือกำรใช้อำนำจในตำแหน่งเดิมที่ได้ กระทำไปกอ่ นมปี ระกำศพระบรมรำชโองกำรโปรดเกลำ้ ฯ แตง่ ตง้ั ใหเ้ ป็นอันใชไ้ ด้ ๔๔ มำตรำ ๗๒ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพม่ิ เติมโดยคำส่งั หวั หนำ้ คณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เร่ือง กำรกำหนด ตำแหนง่ ของขำ้ รำชกำรตำรวจซ่ึงมีอำนำจหน้ำทีใ่ นกำรสอบสวน (เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๓๖ ง วนั ที่ ๕ กมุ ภำพนั ธ์ ๒๕๕๙)

- ๙๑ - คาอธบิ าย ตำมมำตรำ ๗๒ ท้ังวรรคหนึ่งและวรรคสอง โดยกำรรักษำรำชกำรแทนตำมวรรคหน่ึงจะ แตกต่ำงจำกกำรรักษำรำชกำรแทนตำมวรรคสอง กล่ำวคือ ในกรณีท่ีตำแหน่งข้ำรำชกำรตำรวจใน ส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนใดในสำนักงำนตำรวจแห่งชำติว่ำงลง หรือผู้ดำรงตำแหน่งใดไม่สำมำรถ ปฏิบตั ริ ำชกำรได้ - กำรรักษำรำชกำรแทนตำมวรรคหนึ่ง ให้ผู้บังคับบัญชำตำมมำตรำ ๗๒ วรรคหน่ึง (๑) (๒) (๓) หรอื (๔) แล้วแต่กรณี ส่ังใหข้ ำ้ รำชกำรตำรวจซง่ึ เห็นสมควรรักษำรำชกำรแทนในตำแหน่งนน้ั ส่วน - กำรรักษำรำชกำรแทนตำมวรรคสอง เป็นกรณีที่ไม่มีกำรแต่งตั้งให้ข้ำรำชกำรตำรวจ ผใู้ ดรกั ษำรำชกำรแทน แต่เปน็ กำรกล่ำวถึงผทู้ ่ีทำหน้ำท่รี ักษำรำชกำรแทน อันได้แก่กำรระบุให้ผู้ดำรง ตำแหน่งรองเป็นผู้รักษำรำชกำรแทน ถ้ำไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือมีแต่ไม่อำจปฏิบัติรำชกำรได้ และมผี ู้ดำรงตำแหน่งผูช้ ว่ ย ให้ผ้ดู ำรงตำแหน่งผู้ช่วยเป็นผู้รักษำรำชกำรแทน ถ้ำมีผู้ดำรงตำแหน่งรอง หรือผู้ช่วยหลำยคน ให้ผู้มีอำวุโสตำมที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. เป็นผู้รักษำรำชกำรแทน ถ้ำไม่มีท้ัง ผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือผู้ช่วย หรือมีแต่ไม่อำจปฏิบัติรำชกำรได้ ให้ข้ำรำชกำรตำรวจช้ันสัญญำบัตร ผู้มีอำวุโสตำมท่ีกำหนดในระเบียบ ก.ตร. ในส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนนั้นเป็นผู้รักษำรำชกำรแทน (ระเบียบ ก.ตร. ตำมมำตรำนี้ คือ ระเบยี บ ก.ตร. ว่ำด้วยกำรกำหนดลำดับอำวุโสของข้ำรำชกำรตำรวจ ในกำรรกั ษำรำชกำรแทน พ.ศ.๒๕๕๗) กำรแตง่ ตง้ั ใหด้ ำรงตำแหน่งย้อนหลังเป็นไปตำมมำตรำ ๗๒ วรรคสำม โดยกำหนดให้กำร ปฏิบัติหน้ำที่หรือกำรใช้อำนำจในตำแหน่งเดิมของข้ำรำชกำรตำรวจ ได้แก่ จเรตำรวจแห่งชำติ และ รองผ้บู ัญชำกำรตำรวจแหง่ ชำติ ผู้ช่วยผู้บัญชำกำรตำรวจแห่งชำติ ผู้บัญชำกำร รองผู้บัญชำกำร และ ผู้บังคับกำร ท่ีได้กระทำไปก่อนมีประกำศพระบรมรำชโองกำรโปรดเกล้ำฯ แต่งต้ัง ให้เป็นอันใช้ได้ เช่น ขำ้ รำชกำรตำรวจทไ่ี ดร้ บั กำรแต่งตงั้ ให้ดำรงตำแหน่งรองผบู้ ัญชำกำรเปน็ กำรยอ้ นหลงั กำรปฏิบัติ หน้ำท่หี รือกำรใช้อำนำจในตำแหน่งผู้บังคับกำรที่ได้กระทำไปก่อนมีพระบรมรำชโองกำรโปรดเกล้ำฯ แต่งตั้งให้เป็นอันใช้ได้ เป็นต้น มาตรา ๗๓ นอกจำกทบ่ี ัญญัติไว้ในพระรำชบัญญัติน้ี อำนำจในกำรส่ัง กำรอนุญำต กำรอนุมัติ กำรปฏิบัติรำชกำร และกำรดำเนินกำรด้ำนอื่นท่ีผู้บัญชำกำรตำรวจแห่งชำติจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินกำร ตำมกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเร่ืองใดในกิจกำรของแต่ละ กองบัญชำกำร ให้ผู้บัญชำกำรของแต่ละกองบัญชำกำรนั้น เป็นผู้ปฏิบัติรำชกำรแทนผู้บัญชำกำรตำรวจ แหง่ ชำติ ในกำรปฏิบัติรำชกำรแทนผู้บัญชำกำรตำรวจแห่งชำติตำมวรรคหนึ่ง ผู้บัญชำกำรจะมอบหมำย ใหร้ องผู้บัญชำกำรปฏิบตั ริ ำชกำรแทนกไ็ ด้ ให้ผู้บัญชำกำรตำรวจแห่งชำติมีหน้ำท่ีกำกับติดตำมผลกำรปฏิบัติรำชกำรขอ งผู้บัญชำกำรตำม วรรคหนึ่ง และให้มีอำนำจแนะนำและแกไ้ ขกำรปฏิบตั ริ ำชกำรของผบู้ ญั ชำกำรตำมวรรคหนง่ึ

- ๙๒ - ในกรณีจำเป็นเพ่ือรักษำประโยชน์ของทำงรำชกำรหรือกำรระงับควำมเสียหำยที่อำจเกิดข้ึน จำกกำรใช้อำนำจของผู้บัญชำกำรตำมวรรคหนึ่ง ผู้บัญชำกำรตำรวจแห่งชำติจะระงับกำรใช้อำนำจของ ผบู้ ัญชำกำรดังกล่ำวไวเ้ ป็นกำรชว่ั ครำวและใช้อำนำจนั้นด้วยตนเองกไ็ ด้ ทั้งน้ี ตำมหลักเกณฑ์และเง่ือนไข ท่ี ก.ต.ช. กำหนด คาอธิบาย กำรปฏิบัตริ ำชกำรแทน ใชใ้ นกรณผี ู้มีอำนำจในกำรปฏิบัติหน้ำท่ีมอบอำนำจท่ีตนมีอยู่ใน เร่อื งใดเรือ่ งหนง่ึ หรือหลำยเรอ่ื งให้บุคคลอนื่ ปฏิบตั แิ ทน เป็นกำรทำให้เกดิ ควำมรวดเรว็ กระจำยควำม รับผิดชอบและสะดวกแก่ประชำชน กำรมอบอำนำจนี้ใช้ได้ตลอดไปจนกว่ำจะมีกำรถอนอำนำจคืน และกำรมอบอำนำจใหท้ ำเปน็ หนงั สอื มาตรา ๗๔ เพ่อื ประโยชน์ในกำรบริหำรรำชกำรในสำนักงำนตำรวจแห่งชำติ อำนำจในกำรสั่ง กำรอนุญำต กำรอนุมัติ กำรปฏิบัติรำชกำร หรือกำรดำเนินกำรอื่นใดท่ีผู้บัญชำกำรตำรวจแห่งชำติหรือ หัวหน้ำสว่ นรำชกำรหรือหัวหน้ำหน่วยงำนจะพึงปฏิบัติ หรือดำเนินกำรตำมกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ คำส่ังหรือมติคณะรัฐมนตรีในเร่ืองนั้นมิได้กำหนดเรื่องกำรมอบอำนำจไว้เป็นอย่ำงอ่ืน หรือมิได้ห้ำมเรื่อง กำรมอบอำนำจไว้ ผู้บัญชำกำรตำรวจแห่งชำติหรือหัวหน้ำส่วนรำชกำรหรือหัวหน้ำหน่วยงำนอำจมอบ อำนำจให้ผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือผู้ช่วยหรือผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้ำส่วนรำชกำรหรือหัวหน้ำหน่วยงำน ถดั ลงไปตำมลำดบั หรือผูด้ ำรงตำแหนง่ เทยี บเท่ำหรือข้ำรำชกำรตำรวจชั้นสัญญำบัตรในส่วนรำชกำรหรือ ในหน่วยงำนนน้ั ปฏิบัติรำชกำรแทนได้ กำรมอบอำนำจตำมวรรคหนึ่งใหท้ ำเปน็ หนงั สอื และให้ผูม้ อบอำนำจมีหน้ำท่ีแนะนำ กำกับ และ ติดตำมกำรปฏิบัติรำชกำรของผู้รับมอบอำนำจและในกรณีท่ีเห็นว่ำผู้รับมอบอำนำจปฏิบัติรำชกำรใน เรื่องใดโดยไม่สมควร ใหม้ อี ำนำจแก้ไขกำรปฏบิ ัติรำชกำรของผูร้ บั มอบอำนำจน้นั ได้ เมอ่ื มกี ำรมอบอำนำจแล้ว ผู้รับมอบอำนำจมหี น้ำที่ตอ้ งรบั มอบอำนำจนัน้ และจะมอบอำนำจนั้น ใหแ้ ก่ผูด้ ำรงตำแหนง่ อนื่ ต่อไปไม่ได้ เวน้ แตจ่ ะไดร้ บั ควำมเห็นชอบจำกผมู้ อบอำนำจไวเ้ ปน็ กรณีๆ ไป มาตรา ๗๕ ให้ผ้รู ักษำรำชกำรแทนตำมมำตรำ ๗๒ มีอำนำจหนำ้ ทีเ่ ชน่ เดียวกับผซู้ ึง่ ตนแทน ในกรณีท่ีกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกำศ คำส่ังหรือมติคณะรัฐมนตรีแต่งต้ังให้ผู้ดำรง ตำแหน่งใดเป็นกรรมกำรหรือให้มีอำนำจหน้ำท่ีอย่ำงใด ให้ผู้รักษำรำชกำรแทนมีอำนำจและหน้ำท่ีเป็น กรรมกำรหรอื มีอำนำจและหนำ้ ทีเ่ ชน่ เดียวกบั ผูด้ ำรงตำแหนง่ นั้นในระหวำ่ งที่รกั ษำรำชกำรแทน กำรสง่ั ให้รักษำรำชกำรแทนให้มีผลนับแต่เวลำที่ผู้ได้รับแต่งตั้งเข้ำรับแต่งตั้งเข้ำรับหน้ำท่ีและให้ ผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือตำแหน่งผู้ช่วยพ้นจำกควำมเป็นผู้รักษำรำชกำรแทนนับแต่เวลำที่ผู้ได้รับแต่งตั้ง เข้ำรับหน้ำที่ ท้ังน้ี ไม่เป็นกำรกระทบกระเทือนถึงกำรใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปแล้วในระหว่ำงเป็นผู้รักษำ รำชกำรแทน

- ๙๓ - มาตรา ๗๖ ในกรณีท่ีมีกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกำศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรี กำหนดให้อำนำจหรือหน้ำท่ีใดเป็นของปลัดกระทรวง กำรใช้อำนำจหรือปฏิบัติหน้ำที่ดังกล่ำวสำหรับ ส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนของสำนักงำนตำรวจแห่งชำติ ให้ถือเป็นอำนำจและหน้ำที่ของผู้บัญชำกำร ตำรวจแหง่ ชำติ คาอธิบาย มำตรำนี้กำหนดอำนำจหน้ำที่ของผู้บัญชำกำรตำรวจแห่งชำติ โดยกำหนดให้กำรใช้ อำนำจหรือปฏิบัติหน้ำท่ีของปลัดกระทรวง สำหรับส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนของสำนักงำนตำรวจ แหง่ ชำติใหถ้ อื เป็นอำนำจและหน้ำท่ขี องผู้บญั ชำกำรตำรวจแหง่ ชำติ

- ๙๔ - หมวด ๕ วนิ ยั และการรักษาวนิ ัย วินัยและการรักษาวินัย บัญญัติในลักษณะ ๖ หมวด ๕ ของพระราชบัญญัติตารวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ ตัง้ แต่มาตรา ๗๗ ถงึ มาตรา ๘๓ มาตรา ๗๗ ข้าราชการตารวจต้องถือและปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี และจรรยาบรรณของตารวจตามทกีกาหนดใน กฎ ก.ตร. และต้องรักษาวินัยตามทีก บญั ญัตไิ วใ้ นหมวดน้โี ดยเครง่ ครัด กฎ ก.ตร. ตามวรรคหนึกง ใหม้ ผี ลใช้บังคับเมกือพน้ กาหนดหกสิบวันนบั แต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาอธบิ าย มาตราน้ีกาหนดสิกงทีกข้าราชการตารวจต้องถือและปฏิบัติ สกิงทกีต้องรักษา ซึกงระบุไว้ใน กฎ.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตารวจ พ.ศ. ๒๕๕๑ (ประกาศราชกิจจานุเบกษา วันทกี ๑๙ กนั ยายน ๒๕๕๑ เลม่ ๑๒๕ ตอน ๑๐๐ ก วันทกี ๑๙ กันยายน ๒๕๕๑) โดยข้อ ๑ ของ กฎ ก.ตร.นี้ กาหนดให้ ใช้บังคับเมกือพ้นกาหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา อันเป็นกาหนดเวลาใช้บังคับตาม มาตรา ๗๗ วรรคสอง ดวยสานกั งานตารวจแหงชาตมิ ีอานาจและหนาทีกทสีก าคัญ ไดแก การรักษาความปลอดภัย สาหรบั องคพระมหากษัตริย พระราชินี พระรัชทายาท ผูสาเร็จราชการแทน พระองค พระบรมวงศา นวุ งศ ผูแทนพระองค และพระราชอาคนั ตกุ ะ และการรักษากฎหมาย คุมครองชีวิตและทรัพยสินของ ประชาชน รักษาความสงบเรียบรอยของสังคม บริการชุมชน ใหเกิดความรมเย็น ปองกันและ ปราบปรามผูกระทาผิดกฎหมาย และดาเนินการเพืกอนาผูกระทาผิดกฎหมายเขาสูกระบวนการ ยุติธรรม ดังนั้น เพกือใหการปฏิบัติตามอานาจหนาทีกของสานักงานตารวจแหงชาติมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และประชาชน มีความศรัทธาเชืกอมักน จึงจาเป็นตองกาหนดประมวลจริยธรรมและ จรรยาบรรณของตารวจ เป็นกรอบการประพฤติปฏิบัติของขาราชการตารวจใหมีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณทีกดแี ละเป็นมาตรฐาน ประมวลจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณของตารวจประกอบดวย ๑) คุณธรรม คานิยมหลัก และอุดมคติของตํารวจ เปนเครืกองเหนกียวรั้งใหขาราชการ ตารวจอยูในกรอบของศีลธรรมและคุณธรรม ขณะเดียวกันก็เปนแนวทางชี้นาใหขาราชการตารวจ บรรลถุ งึ ปณิธานของการเปนผูพทิ กั ษสนั ตริ าษฎร ๒) จริยธรรมของตํารวจ คือ คุณความดีทกีเปนขอประพฤติตนและปฏิบัติหนาทีกของ ขาราชการตารวจเพกอื ใหประชาชนศรทั ธา เชกือมักน และยอมรับ ๓) จรรยาบรรณของตํารวจ คือ ประมวลความประพฤติในการปฏิบัติหน าทกีของ วิชาชีพตารวจทีกขาราชการตารวจตองยึดถือปฏิบัติ เพกือธารงไว ซึกงศักด์ิศรีและเกียรติภูมิของ ขาราชการตารวจและวิชาชีพตารวจ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook