96 และผูสอนสามารถวัดหรอื สังเกต ได โดยรวม 4.24 0.64 มาก 4.93 0.30 มากท่สี ดุ จากตาราง18 พบว่า สภาพปัจจบุ นั ของการจัดการเรียนรู้ของครู สงั กัดสานกั งานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 โดยใช้แนวคดิ ชุมชนแห่งการเรียนรทู้ างวชิ าชีพครู ดา้ นการ กาหนดวัตถปุ ระสงค์หรอื จดุ มุ่งหมาย โดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เมื่อพจิ ารณารายข้อ พบวา่ อยูใ่ นระดับมากทุกข้อเรียงคา่ เฉลีย่ จากมากไปหาน้อยสามอันดับ ได้แก่ ข้อท่ี4 ครูกาหนด เป้าหมายที่ต้องการใหเ้ กิดกับผเู้ รียนให้ครบทัง้ ด้านความร(ู้ K) กระบวนการ(P) และเจตคติ(A) ข้อที่1ครู ร่วมกันศึกษาสภาพปัญหา ความต้องการ และบรบิ ทของท้องถิน่ ก่อนการออกแบบการเรยี นรู้ และขอ้ ท2ี่ ครูมีการประชุม รว่ มกนั วางแผนในการกาหนดวัตถุประสงคก์ ารเรยี นรู้(ค่าเฉลี่ยเท่ากัน) สว่ นสภาพ ที่พึงประสงค์ของการจดั การเรียนรูข้ องครู โดยใชแ้ นวคิดชุมชนแหง่ การเรียนรทู้ างวชิ าชีพครู ด้านการ กาหนดวัตถปุ ระสงคห์ รือจุดมุ่งหมาย โดยรวมมคี วามเหมาะสมอยูใ่ นระดบั มากท่สี ุด เมื่อพิจารณาราย ข้อพบว่าอย่ใู นระดับมากที่สดุ ทกุ ข้อ เรยี งค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อยสามอนั ดบั ได้แก่ ข้อท่ี3 ครูมีการ กาหนดเป้าหมายทต่ี อ้ งการให้เกดิ ขึ้นกบั ผ้เู รยี นอยา่ งชดั เจน ข้อท่ี4 ครูกาหนดเป้าหมายที่ต้องการให้ เกิดกบั ผ้เู รียนให้ครบท้ังด้านความรู(้ K) กระบวนการ(P) และเจตคติ(A) และข้อท่ี5 ครมู กี ารกาหนด วัตถุประสงคเชงิ พฤติกรรมทผ่ี ูเรยี นสามารถปฏบิ ัติและผูสอนสามารถวัดหรือสังเกตได ตาราง 19ผลการวิเคราะหค์ ่าเฉล่ีย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับการปฏิบตั ขิ องสภาพปจั จบุ ัน และสภาพที่พึงประสงค์ ของการจัดการเรียนรู้ของครู สังกัดสานกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษา ประถมศึกษากาฬสนิ ธุ์ เขต 2 โดยใช้แนวคิดชุมชนแหง่ การเรยี นรทู้ างวชิ าชีพครู ดา้ นการกาหนด เน้ือหาหรือหลกั สตู ร ข้อ ตัวบง่ ชี้ดา้ น สภาพปัจจบุ ัน สภาพทีพ่ ึงประสงค์ ท่ี การกาหนดเนื้อหาหรือหลักสูตร X S.D. ระดับการ X S.D. ระดับการ 1 ครมู ีการออกแบบเนื้อหาหรือ ปฏบิ ตั ิ ปฏิบตั ิ หลักสูตรสถานศึกษารว่ มกัน 4.10 0.64 มาก 4.95 0.22 มากทส่ี ดุ 2 ครูมกี ารวเิ คราะห์หลกั สูตรรว่ มกนั 4.07 0.63 มาก 4.95 0.22 มากท่สี ุด 3 ครูมกี ารวางแผน จัดทาหนว่ ยการ เรียนรู้ และแผนการจดั การเรียนรู้ 4.04 0.62 มาก 4.94 0.24 มากที่สดุ
97 ท่ีสอดคล้องกบั หลักสตู ร 4 ครอู อกแบบหนว่ ยการเรียนรู้และ จดั การเรยี นรตู้ อบสนองความ 4.03 0.65 มาก 4.94 0.24 มากทส่ี ุด แตกตา่ ง ระหวา่ งบคุ คล 5 ครูนาผลการวิเคราะห์หลักสูตรไป 3.86 0.72 มาก 4.92 0.28 มากทส่ี ดุ ใชใ้ นการวางแผนจัดการเรยี นรู้ ตาราง 19 (ตอ่ ) 6 ครูสามารถวเิ คราะห์ความตอ้ งการ 3.86 0.66 มาก 4.87 0.34 มากทส่ี ดุ ของผูเ้ รียนได้ โดยรวม 3.99 0.66 มาก 4.93 0.26 มากทส่ี ดุ จากตาราง19 พบว่า สภาพปัจจุบันของการจัดการเรียนรู้ของครู สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ี การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 โดยใช้แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพครู ด้านการ กาหนดเน้ือหาหรือหลักสูตร โดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายข้อพบว่าอยู่ ในระดับมากทุกข้อ เรียงค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อยสามอันดับ ได้แก่ ข้อท่ี1ครูมีการออกแบบเนื้อหา หรือหลักสูตรสถานศึกษาร่วมกัน ข้อที่2 ครูมีการวิเคราะห์หลักสูตรร่วมกัน และข้อท่ี3 ครูมีการ วางแผน จัดทาหน่วยการเรียนรู้ และแผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับหลักสูตร ส่วนสภาพที่พึง ประสงค์ของการจัดการเรียนรู้ของครู โดยใช้แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพครู ด้านการ กาหนดเนื้อหาหรือหลกั สูตร โดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากท่สี ุด เม่ือพิจารณารายข้อพบว่า อยูใ่ นระดับมากที่สดุ ทุกข้อ เรียงค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อยสามอนั ดับ ไดแ้ ก่ ขอ้ ที่1 ครูมีการออกแบบ เน้ือหาหรือหลักสูตรสถานศึกษาร่วมกัน ข้อที่2 ครูมีการวิเคราะห์หลักสูตรร่วมกัน ข้อท่ี3 ครูมีการ วางแผน จัดทาหน่วยการเรียนรู้ และแผนการจดั การเรียนรู้ท่ีสอดคล้องกบั หลักสูตร ตาราง 20ผลการวิเคราะห์คา่ เฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และระดับการปฏิบัติของสภาพปจั จุบัน และสภาพที่พึงประสงค์ ของการจัดการเรียนรู้ของครู สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา ประถมศกึ ษากาฬสนิ ธ์ุ เขต 2 โดยใช้แนวคดิ ชุมชนแห่งการเรยี นรู้ทางวิชาชีพครู ด้านการศกึ ษาผู้เรียน ตวั บง่ ชีด้ ้าน สภาพปจั จุบัน สภาพท่ีพึงประสงค์
98 ข้อ การศกึ ษาผเู้ รยี น X S.D. ระดบั การ X S.D. ระดับการ ที่ 3.86 0.72 ปฏบิ ัติ ปฏิบตั ิ 1 ครมู กี ารสารวจประสบการณ์การ มาก 4.94 0.24 มากที่สดุ เรียนร้ขู องผ้เู รยี นก่อนจัดการเรยี น การสอน ตาราง 20 (ต่อ) 2 ครนู าขอ้ มลู การสารวจมาวเิ คราะห์ เพอื่ จัดการเรยี นรู้ท่ีเหมาะสมกบั ผู้เรยี น 3.98 0.68 มาก 4.91 0.29 มากที่สดุ 3 ครูในสถานศึกษามีการวางแผน รว่ มกนั เพื่อแก้ปัญหาให้กับนกั เรียน กลุ่มเสี่ยง 3.92 0.68 มาก 4.98 0.15 มากท่สี ดุ 4 ครูในสถานศึกษามกี ารวางแผน รว่ มกันในการส่งเสริมให้ผูเ้ รียนมี การพัฒนาที่ดขี นึ้ 3.89 0.63 มาก 4.99 0.09 มากท่สี ุด โดยรวม 3.83 0.67 มาก 4.95 0.21 มากทส่ี ุด จากตาราง 20 พบว่า สภาพปัจจุบันของการจดั การเรยี นรู้ของครู สังกัดสานกั งานเขตพืน้ ท่ี การศกึ ษาประถมศกึ ษากาฬสินธ์ุ เขต 2 โดยใชแ้ นวคดิ ชุมชนแหง่ การเรียนร้ทู างวชิ าชีพครู ดา้ น การศกึ ษาผ้เู รียน โดยรวมมคี วามเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เมอื่ พิจารณารายข้อพบว่าอยู่ในระดบั มาก ทุกข้อ เรยี งค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อยสามอนั ดับ ได้แก่ ข้อที่2 ครนู าข้อมูลการสารวจมาวเิ คราะห์ เพ่ือจดั การเรยี นรทู้ เี่ หมาะสมกบั ผเู้ รียน ข้อท่ี3 ครใู นสถานศึกษามกี ารวางแผนร่วมกันเพ่ือแก้ปัญหา ใหก้ บั นกั เรียนกลุ่มเส่ียง และขอ้ ที่4 ครูในสถานศกึ ษามีการวางแผนร่วมกนั ในการสง่ เสรมิ ใหผ้ ูเ้ รยี นมี การพฒั นาท่ีดขี ้ึน สว่ นสภาพทพ่ี งึ ประสงค์ของการจดั การเรยี นรู้ของครู โดยใช้แนวคิดชุมชนแห่งการ เรยี นร้ทู างวชิ าชีพครู ด้านการศึกษาผเู้ รยี น โดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดบั มากที่สดุ เมื่อ พจิ ารณารายข้อพบว่าอยู่ในระดบั มากทสี่ ุดทุกข้อ เรยี งค่าเฉลย่ี จากมากไปหาน้อยสามอันดบั ไดแ้ ก่ ข้อท่ี4 ครูในสถานศึกษามีการวางแผนรว่ มกันในการสง่ เสริมให้ผู้เรียนมกี ารพฒั นาทดี่ ขี ้ึน ข้อท่ี3 ครใู น
99 สถานศกึ ษามีการวางแผนร่วมกนั เพ่ือแก้ปญั หาให้กบั นักเรียนกลมุ่ เส่ียง และขอ้ ที่1 ครูมีการสารวจ ประสบการณ์การเรยี นรขู้ องผู้เรียนกอ่ นจดั การเรียนการสอน ตาราง 21ผลการวิเคราะหค์ ่าเฉลีย่ สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน และระดับการปฏบิ ตั ขิ องสภาพปัจจุบนั และสภาพท่ีพึงประสงค์ ของการจัดการเรียนรู้ของครูโดย สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา ประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 ใช้แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทาง วิชาชีพครู ด้านการกาหนดยุทธวิธี ในการสอน ขอ้ ตัวบ่งช้ีดา้ น สภาพปัจจบุ นั สภาพท่พี ึงประสงค์ ที่ การกาหนดยุทธวธิ ีในการสอน X S.D. ระดบั การ X S.D. ระดบั การ ปฏบิ ตั ิ ปฏิบัติ 4.89 0.32 มากที่สดุ 1 ครมู กี ารนาทฤษฎีการเรยี นรู้ หรอื 4.99 0.09 มากทีส่ ดุ แนวคิดใหม่ๆ มาปรับใชใ้ นชัน้ 3.90 0.55 มาก 4.97 0.17 มากทส่ี ุด เรียน 4.84 0.37 มากที่สดุ 2 ครใู ชท้ ฤษฎีการเรียนรู้ หรอื 4.98 0.12 มากทส่ี ดุ แนวคิดท่เี หมาะสมกบั เนอื้ หา และ 3.98 0.68 มาก เหมาะสมกับความสามารถของ ผเู้ รียน 3 ครเู ลือกใช้กระบวนการจดั การ เรยี นการสอนทเ่ี น้นผู้เรียนเป็น 3.92 0.68 มาก ศูนยก์ ลาง 4 ครูเลือกใช้วธิ ีการจดั การเรยี นรู้ที่ สอดคลอ้ งกับความต้องการของ 3.89 0.63 มาก ผ้เู รียนและเหมาะสมกบั บรบิ ทของ ทอ้ งถิ่น 5 ครูมกี ารสรา้ งชมุ ชนแห่งการเรยี นรู้ 3.86 0.72 มาก
100 (PLC) เพือ่ วางแผนในการจดั การ เรยี นร้รู ่วมกัน โดยรวม 3.91 0.65 มาก 4.93 0.25 มากท่ีสดุ จากตาราง 21 พบวา่ สภาพปัจจบุ ันของการจัดการเรยี นรู้ของครู สงั กัดสานกั งานเขตพน้ื ท่ี การศกึ ษาประถมศึกษากาฬสินธ์ุ เขต 2 โดยใช้แนวคดิ ชุมชนแหง่ การเรยี นรู้ทางวิชาชพี ครู ด้านการ กาหนดยุทธวธิ ใี นการสอน โดยรวมมีความเหมาะสมอยใู่ นระดับมาก เม่ือพิจารณารายข้อพบว่าอยใู่ น ระดับมากทุกขอ้ เรยี งค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อยสามอนั ดับ ได้แก่ ข้อที่ 2 ครใู ช้ทฤษฎกี ารเรียนรู้ หรือแนวคิดท่เี หมาะสมกับเนื้อหา และเหมาะสมกบั ความสามารถของผูเ้ รยี น ข้อที่ 3 ครเู ลอื กใช้ กระบวนการจดั การเรียนการสอนท่ีเน้นผูเ้ รียนเปน็ ศูนย์กลาง และข้อที่ 1 ครูมกี ารนาทฤษฎกี ารเรยี นรู้ หรือแนวคดิ ใหม่ๆ มาปรบั ใช้ในช้นั เรียน สว่ นสภาพท่ีพึงประสงค์ของการจัดการเรยี นรู้ของครู โดยใช้ แนวคิดชมุ ชนแหง่ การเรียนรู้ทางวชิ าชีพครู ด้านการกาหนดยุทธวธิ ใี นการสอน โดยรวมมคี วาม เหมาะสมอยใู่ นระดบั มากทส่ี ุด เมื่อพจิ ารณารายข้อพบวา่ อยู่ในระดับมากทีส่ ดุ ทุกข้อ เรยี งค่าเฉล่ียจาก มากไปหาน้อยสามอันดับ ได้แก่ข้อท่ี2 ครใู ช้ทฤษฎีการเรียนรู้ หรือแนวคดิ ท่ีเหมาะสมกบั เนื้อหา และ เหมาะสมกบั ความสามารถของผู้เรยี น ขอ้ ท5่ี ครูมกี ารสร้างชมุ ชนแห่งการเรยี นร(ู้ PLC) เพือ่ วางแผนใน การจัดการเรยี นรรู้ ว่ มกัน และข้อที่3 ครูเลือกใชก้ ระบวนการจดั การเรยี นการสอนที่เนน้ ผู้เรยี นเป็น ศนู ยก์ ลาง ตาราง 22ผลการวเิ คราะห์คา่ เฉล่ยี ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน และระดับการปฏิบตั ขิ องสภาพปัจจบุ นั และสภาพที่พึงประสงค์ ของการจดั การเรียนรู้ของครู สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษา ประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 โดยใช้แนวคิดชุมชนแห่งการเรยี นรทู้ างวิชาชพี ครู ด้านการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ขอ้ ตวั บง่ ช้ีดา้ น สภาพปัจจบุ ัน สภาพที่พึงประสงค์ ท่ี การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ X S.D. ระดบั การ X S.D. ระดับการ ปฏิบัติ ปฏบิ ัติ 1 ครรู ่วมกันออกแบบหน่วยการ 4.18 0.62 มาก 4.99 0.09 มากท่สี ุด เรียนรู้ จดั ทาแผนการสอน 2 ครูมีการนาหลักการการจดั การ 4.13 0.57 มาก 4.98 0.12 มากท่สี ดุ เรยี นร้ทู เี่ น้นผูเ้ รียนเป็นสาคญั มา ใช้ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
101 3 ครรู ่วมกนั วางแผนออกแบบ กระบวนการการจดั การเรียนรู้ท่ี 4.04 0.60 มาก 4.97 0.17 มากทส่ี ุด หลากหลาย 4 ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรียนเป็นผู้ เลือกหรอื ตดั สินใจในเน้ือหาสาระ 4.06 0.55 มาก 4.95 0.22 มากที่สุด ที่สนใจเป็นประโยชน์ตอ่ ตัว นักเรียน โดยรวม 4.10 0.59 มาก 4.97 0.16 มากทสี่ ุด จากตาราง 22 พบว่า สภาพปัจจบุ นั ของการจัดการเรยี นรู้ของครู สงั กัดสานักงานเขตพ้นื ที่ การศกึ ษาประถมศกึ ษากาฬสินธ์ุ เขต 2 โดยใชแ้ นวคดิ ชมุ ชนแหง่ การเรยี นรูท้ างวิชาชพี ครู ด้านการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ โดยรวมมคี วามเหมาะสมอยู่ในระดบั มาก เมอื่ พจิ ารณารายข้อพบว่าอยใู่ นระดบั มาก ทกุ ข้อ เรยี งค่าเฉลีย่ จากมากไปหานอ้ ยสามอันดบั ได้แก่ ข้อที1่ ครูร่วมกนั ออกแบบหนว่ ยการเรยี นรู้ จดั ทาแผนการสอน ข้อท่ี2 ครูมีการนาหลักการการจัดการเรียนรทู้ ่เี นน้ ผ้เู รียนเป็นสาคัญมาใช้ได้อยา่ ง เหมาะสม และข้อท่ี4 ครูเปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนเปน็ ผ้เู ลอื กหรอื ตัดสนิ ใจในเน้ือหาสาระท่ีสนใจเปน็ ประโยชนต์ อ่ ตัวนกั เรยี น และสภาพทีพ่ ึงประสงค์ของการจัดการเรียนรขู้ องครู โดยใช้แนวคิดชุมชน แห่ง การเรยี นร้ทู างวชิ าชพี ครู ด้านการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ โดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดบั มาก ทีส่ ดุ เมอ่ื พิจารณารายขอ้ พบว่าอยู่ในระดบั มากท่ีสุดทุกข้อ เรยี งค่าเฉลยี่ จากมากไปหาน้อยสามอนั ดบั ไดแ้ ก่ ข้อที่1 ครรู ว่ มกันออกแบบหน่วยการเรยี นรู้ จัดทาแผนการสอน ขอ้ ท่ี2 ครมู ีการนาหลกั การการ จัดการ เรยี นรทู้ ี่เน้นผเู้ รยี นเปน็ สาคัญมาใชไ้ ด้อยา่ งเหมาะสม และข้อท่ี3 ครูรว่ มกนั วางแผนออกแบบ กระบวนการการจัดการเรยี นรู้ที่หลากหลาย ตาราง 23ผลการวิเคราะห์คา่ เฉลี่ย สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน และระดับการปฏิบัติของสภาพปจั จุบัน และสภาพท่ีพึงประสงค์ ของการจัดการเรียนรู้ของครู สังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ประถมศึกษากาฬสินธ์ุ เขต 2 โดยใช้แนวคดิ ชุมชนแห่งการเรยี นรู้ทาง วิชาชีพครู ด้านการวดั และการ ประเมนิ ผล
102 ข้อ ตัวบ่งช้ีด้าน สภาพปัจจุบนั สภาพทพี่ งึ ประสงค์ ท่ี การวดั และการประเมินผล X S.D. ระดบั การ X S.D. ระดับการ 1 ครูมกี ารประชุมวางแผน รว่ มกนั ปฏบิ ตั ิ ปฏบิ ัติ ออกแบบเกณฑ์การวัดและ 3.89 0.63 มาก 4.94 0.24 มากที่สุด ประเมนิ ผลของสถานศกึ ษา 3.99 0.59 มาก 4.95 0.21 มากทีส่ ดุ 3.98 0.58 มาก 4.92 0.27 มากทีส่ ดุ 2 ครูศกึ ษาวัตถปุ ระสงค์ของการ 3.96 0.65 มาก 4.94 0.24 มากที่สุด ประเมินผลและเลือกวธิ กี าร ประเมนิ ผลใหส้ อดคล้องกบั จุดประสงค์ 3 ครูกาหนดวธิ ีวดั ผลการเรียนรูท้ ่ี หลากหลายวิธี 4 ครูประเมนิ ผลการเรียนรขู้ องผู้เรยี น ดว้ ยวิธกี ารทีเ่ หมาะสมกบั ธรรมชาติ ของวชิ า ตาราง 23 (ต่อ) 5 ครูกาหนดเครื่องมือวัดผลที่เป็นการ วดั ผลท่ีเน้นนักเรียนเปน็ สาคัญ 4.09 0.54 มาก 4.95 0.21 มากทส่ี ุด 6 ครมู ีการวัดและประเมินผลตาม สภาพจริง ซง่ึ เปน็ การประเมนิ การ แสดงออกของผูเ้ รียนรอบด้าน 4.09 0.54 มาก 4.95 0.21 มากทส่ี ุด 7 ครมู กี ารนาผลการประเมนิ การ เรยี นรู้ในแต่ละครั้งมาใช้ในการ พฒั นาการจัดการเรียนรู้ 4.29 0.55 มาก 4.98 0.15 มากท่ีสุด 8 ครูนาผลการประเมนิ นกั เรียนเปน็ รายบุคคลมาเป็นข้อมลู เพ่ือใช้ใน การวางแผนการจัดการเรยี นรู้ให้ เหมาะสมกบั ผู้เรียนแต่ละคน 4.49 0.50 มาก 4.99 0.09 มากท่ีสุด
103 โดยรวม 4.10 0.60 มาก 4.95 0.21 มากทส่ี ดุ จากตาราง 23 พบวา่ สภาพปัจจบุ นั ของการจดั การเรยี นรู้ของครู สังกัดสานกั งานเขตพ้ืนที่ การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธ์ุ เขต 2 โดยใชแ้ นวคิดชมุ ชนแห่งการเรียนรทู้ างวชิ าชพี ครู ดา้ นการวัด และการประเมนิ ผล โดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เมื่อพจิ ารณารายข้อพบว่าอยใู่ นระดบั มาก ทุกข้อ เรียงคา่ เฉล่ยี จากมากไปหาน้อยสามอนั ดบั ได้แก่ ข้อท่ี8 ครูนาผลการประเมินนักเรียนเป็น รายบคุ คลมาเป็นขอ้ มูลเพื่อใช้ในการวางแผนการจดั การเรียนร้ใู หเ้ หมาะสมกับผูเ้ รียนแต่ละคน ข้อท่ี7 ครู มีการนาผลการประเมินการเรียนรูใ้ นแตล่ ะคร้ังมาใชใ้ นการพฒั นาการจัดการเรียนรู้ และขอ้ ท่ี5 ครู กาหนดเครื่องมือวัดผลทเ่ี ปน็ การวัดผลท่เี นน้ นักเรียนเป็นสาคญั ส่วนสภาพทพี่ งึ ประสงค์ของการ จดั การ เรียนรู้ของครู โดยใชแ้ นวคดิ ชมุ ชนแหง่ การเรียนรู้ทางวิชาชพี ครู ด้านการเรยี นรูแ้ ละพัฒนาวิชาชพี โดยรวมมคี วามเหมาะสมอยู่ในระดบั มากทีส่ ดุ เมื่อพจิ ารณารายขอ้ พบว่าอยู่ในระดับมากทส่ี ุดทกุ ข้อ เรียงหานอ้ ยสามอนั ดบั ได้แก่ ขอ้ ที่8 ครนู าผลการประเมนิ นักเรยี นเปน็ รายบคุ คลมาเป็นข้อมลู เพื่อใช้ ใน การวางแผนการจัดการเรียนรู้ใหเ้ หมาะสมกับผู้เรยี นแต่ละคน ขอ้ ท7ี่ ครูมกี ารนาผลการประเมนิ การ เรียนรใู้ นแตล่ ะครั้งมาใชใ้ นการพฒั นาการจัดการเรยี นรู้ และข้อท่2ี ครูศกึ ษาวัตถปุ ระสงค์ของการ ประเมนิ ผลและเลือกวิธกี ารประเมินผลให้สอดคล้องกับจุดประสงค์ ข้อที่5 ครูกาหนดเครอื่ งมือวดั ผลท่ี เป็นการวดั ผลทีเ่ นน้ นักเรียนเปน็ สาคัญ และขอ้ ท่ี6 ครูมีการวัดและประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ ซ่ึงเป็น การ ประเมินการแสดงออกของผู้เรยี นรอบดา้ น ผลการวเิ คราะหค์ วามต้องการจาเป็นในการจัดการเรยี นรขู้ องครู สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ี การศกึ ษาประถมศกึ ษากาฬสินธุ์ เขต 2 โดยใชแ้ นวคิดชมุ ชนแห่งการเรยี นรู้ทางวชิ าชีพครู (Modified Priority Needs Index : PNImodified) นาผลทไี่ ด้ไปใชใ้ นการออกแบบแนวทางการการจัดการ เรยี นรู้ ของครู สังกดั สานักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศึกษากาฬสนิ ธ์ุ เขต 2 โดยใชแ้ นวคดิ ชุมชนแห่งการ เรียนรทู้ างวิชาชพี ครู ดงั ตารางที่24 ถึง ตารางที่30 ตาราง 24ค่าเฉล่ยี สภาพปัจจุบนั (D) และสภาพที่พงึ ประสงค์ (I) ของการจดั การเรยี นรู้ของครู สงั กัด
104 สานกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศกึ ษากาฬสนิ ธ์ุ เขต 2 โดยใชแ้ นวคดิ ชมุ ชนแห่งการ เรยี นรทู้ าง วิชาชีพครู ค่าดชั นคี วามต้องการจาเป็น (PNImodify) และ ลาดบั ความต้องการจาเปน็ การจดั การเรยี นรู้ ของครู สังกดั สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 โดยใชแ้ นวคิดชมุ ชนแหง่ การเรยี นรู้ทาง วิชาชีพครู ขอ้ ที่ องคป์ ระกอบการจัดการเรียนรู้ D I PNImodify ลาดับความ ต้องการจาเป็น 1 การกาหนดวัตถุประสงค์หรือ จดุ มุ่งหมาย 4.24 4.93 0.16 6 3.99 4.93 0.23 3 2 การกาหนดเนื้อหาหรือหลักสตู ร 3.83 4.95 0.29 1 3 การศึกษาผเู้ รยี น 3.91 4.93 0.26 2 4 การกาหนดยุทธวธิ ีในการสอน 4.10 4.97 0.21 4 5 การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 4.10 4.95 0.20 5 6 การวัดและการประเมนิ ผล จากตาราง 24 พบวา่ ลาดบั ความต้องการจาเปน็ ในการจัดการเรยี นรู้ของครู สงั กัด สานกั งาน เขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาประถมศึกษากาฬสนิ ธ์ุ เขต 2 โดยใชแ้ นวคิดชมุ ชนแห่งการเรียนรทู้ างวิชาชพี ครู เรยี งลาดบั ความต้องการจาเป็นจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านการศึกษาผ้เู รียน ด้านการกาหนด ยุทธวิธี ในการสอน ด้านการกาหนดเน้ือหาหรือหลกั สูตร ด้านการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ดา้ นการวดั และการ ประเมินผล และด้านการกาหนดวตั ถปุ ระสงคห์ รือจดุ มุ่งหมาย ตาราง 25คา่ เฉล่ียสภาพปจั จบุ นั (D) และสภาพท่ีพึงประสงค์ (I) ของการจัดการเรียนรู้ของครู สงั กัด สานกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศกึ ษากาฬสนิ ธุ์ เขต 2 โดยใช้แนวคดิ ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทาง วชิ าชีพครู คา่ ดัชนคี วามต้องการจาเปน็ (PNImodify) และลาดบั ความตอ้ งการจาเป็น ด้านการกาหนด วตั ถุประสงค์หรือจดุ มุ่งหมาย
105 ข้อที่ ดา้ นการกาหนดวตั ถปุ ระสงค์หรือ D I PNImodify ลาดบั ความ จุดม่งุ หมาย ตอ้ งการจาเป็น 4.29 1 ครรู ว่ มกันศึกษาสภาพปัญหา ความ 4.29 4.89 0.13 4 ต้องการ และบรบิ ทของท้องถิ่นกอ่ น 4.14 4.93 0.14 3 การออกแบบการเรยี นรู้ 4.30 4.95 0.19 1 4.24 2 ครมู ีการประชุม ร่วมกนั วางแผนใน 4.94 0.14 3 การกาหนดวัตถุประสงค์การเรยี นรู้ 4.94 0.16 2 3 ครมู ีการกาหนดเป้าหมายท่ตี ้องการ ให้เกิดขนึ้ กับผเู้ รียนอย่างชัดเจน 4 ครกู าหนดเป้าหมายทต่ี ้องการใหเ้ กดิ กบั ผู้เรยี นใหค้ รบทั้งดา้ นความรู้ (K) กระบวนการ (P) และเจตคติ (A) 5 ครมู กี ารกาหนดวัตถุประสงคเชิง พฤติกรรมทผ่ี ูเรยี นสามารถปฏบิ ตั ิ และผูสอนสามารถวัดหรอื สงั เกตได จากตาราง 25 พบวา่ ลาดับความตอ้ งการจาเปน็ ในการจดั การเรยี นรู้ของครู สังกัด สานักงาน เขตพืน้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษากาฬสนิ ธุ์ เขต 2โดยใช้แนวคดิ ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชพี ครู ดา้ น การกาหนดวัตถปุ ระสงคห์ รือจุดม่งุ หมาย เรยี งลาดับความต้องการจาเป็นจากมากไปหาน้อย ไดแ้ ก่ ครู มี การกาหนดเปา้ หมายทตี่ ้องการใหเ้ กดิ ขึ้นกับผู้เรียนอยา่ งชดั เจน ครมู ีการกาหนดวตั ถปุ ระสงคเชิง พฤติกรรมทผ่ี ูเรยี นสามารถปฏบิ ัติและผูสอนสามารถวดั หรือสงั เกตได ครูมีการประชุม ร่วมกันวางแผน ในการกาหนดวัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้ ครกู าหนดเป้าหมายท่ตี อ้ งการให้เกิดกบั ผู้เรยี นให้ครบท้งั ดา้ น ความรู้ (K) กระบวนการ (P) และเจตคติ (A) และครูรว่ มกันศกึ ษาสภาพปัญหา ความต้องการ และ บริบทของท้องถ่นิ กอ่ นการออกแบบการเรยี นรู้ ตาราง 26ค่าเฉลย่ี สภาพปัจจุบัน (D) และสภาพท่ีพงึ ประสงค์ (I) ของการจัดการเรยี นรู้ของครู สังกัด สานกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษากาฬสนิ ธุ์ เขต 2 โดยใช้ แนวคดิ ชุมชนแห่งการเรยี นรทู้ าง
106 วิชาชพี ครู คา่ ดชั นีความต้องการจาเป็น (PNImodify) และลาดับความต้องการจาเป็น ด้านการกาหนด เน้ือหาหรอื หลักสตู ร ขอ้ ท่ี ดา้ นการกาหนดเนอื้ หาหรือหลักสูตร D I PNImodify ลาดับความ ตอ้ งการจาเป็น 1 ครมู กี ารออกแบบเนื้อหาหรือ หลักสูตรสถานศกึ ษารว่ มกนั 4.10 4.95 0.20 6 4.95 0.21 5 2 ครมู ีการวิเคราะห์หลักสูตรร่วมกนั 4.07 3 ครมู ีการวางแผน จดั ทาหนว่ ยการ เรยี นรู้ และแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ สอดคล้องกบั หลักสตู ร 4.04 4.94 0.22 4 4 ครูออกแบบหนว่ ยการเรียนรู้และ จดั การเรียนรตู้ อบสนองความ แตกตา่ ง ระหว่างบคุ คล 4.03 4.94 0.23 3 4.92 0.27 1 5 ครนู าผลการวิเคราะห์หลักสูตรไปใช้ 4.87 0.26 2 ในการวางแผนจัดการเรียนรู้ 3.86 6 ครูสามารถวิเคราะห์ความต้องการ ของผเู้ รียนได้ 3.86 จากตาราง 26 พบวา่ ลาดับความต้องการจาเปน็ ในการจดั การเรียนรู้ของครู สังกดั สานักงาน เขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษากาฬสนิ ธุ์ เขต 2 โดยใช้แนวคดิ ชุมชนแห่งการเรียนรูท้ างวิชาชีพครู ดา้ น การกาหนดเน้ือหาหรอื หลักสูตร เรยี งลาดับความต้องการจาเปน็ จากมากไปหาน้อย ไดแ้ ก่ ครนู าผล การ วเิ คราะหห์ ลกั สตู รไปใช้ในการวางแผนจดั การเรยี นรู้ ครสู ามารถวเิ คราะห์ความต้องการของผูเ้ รยี นได้ ครู ออกแบบหน่วยการเรียนรแู้ ละจดั การเรยี นรูต้ อบสนองความแตกตา่ ง ระหว่างบคุ คล ครูมีการวางแผน จดั ทาหน่วยการเรยี นรู้ และแผนการจัดการเรียนรู้ทีส่ อดคล้องกบั หลักสตู ร ครูมกี ารวเิ คราะห์หลักสูตร รว่ มกัน และครูมกี ารออกแบบเนือ้ หาหรือหลกั สูตรสถานศึกษารว่ มกนั
107 ตาราง 27ค่าเฉล่ยี สภาพปจั จบุ นั (D) และสภาพท่ีพึงประสงค์ (I) ของการจัดการเรยี นรู้ของครู สงั กัด สานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษากาฬสินธ์ุ เขต 2 โดยใช้แนวคิดชุมชนแหง่ การเรยี นรู้ทาง วิชาชีพครู ค่าดัชนคี วามต้องการจาเปน็ (PNImodify) และลาดบั ความต้องการจาเปน็ ด้านการศกึ ษา ผเู้ รียน ขอ้ ท่ี ดา้ นการศึกษาผเู้ รียน D I PNImodify ลาดับความ ตอ้ งการจาเป็น 1 ครมู กี ารสารวจประสบการณ์การ เรยี นร้ขู องผู้เรียนก่อนจัดการเรียน การสอน 3.86 4.94 2.28 1 2 ครูนาข้อมูลการสารวจมาวเิ คราะห์ เพอ่ื จัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกบั ผูเ้ รยี น 3.98 4.91 0.23 3 3 ครูในสถานศึกษามีการวางแผน รว่ มกันเพ่ือแก้ปัญหาให้กับนกั เรยี น กลุ่มเสย่ี ง 3.92 4.98 0.27 2 4 ครใู นสถานศึกษามกี ารวางแผน ร่วมกนั ในการส่งเสรมิ ใหผ้ ้เู รียนมีการ พฒั นาทดี่ ีข้ึน 3.89 4.99 0.28 1 จากตาราง 27 พบว่า ลาดับความตอ้ งการจาเป็นในการจดั การเรียนรขู้ องครู สังกัด สานกั งาน เขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสนิ ธุ์ เขต 2 โดยใชแ้ นวคดิ ชมุ ชนแหง่ การเรียนรูท้ างวชิ าชพี ครู ดา้ น การศึกษาผู้เรยี น เรียงลาดับความตอ้ งการจาเปน็ จากมากไปหานอ้ ย ไดแ้ ก่ ครมู ีการสารวจ ประสบการณ์ การเรียนรขู้ องผู้เรียนก่อนจัดการเรยี นการสอน ครูในสถานศึกษามกี ารวางแผนรว่ มกันในการสง่ เสรมิ ให้
108 ผู้เรยี นมีการพัฒนาท่ดี ีขึ้น ครูในสถานศึกษามีการวางแผนร่วมกนั เพื่อแก้ปัญหาให้กับนักเรียนกลุ่ม เสย่ี ง และครนู าข้อมูลการสารวจมาวิเคราะหเ์ พ่ือจดั การเรยี นรทู้ ีเ่ หมาะสมกบั ผูเ้ รียน ตาราง28 คา่ เฉลี่ยสภาพปัจจุบัน (D) และสภาพท่ีพงึ ประสงค์ (I) ของการจัดการเรยี นรู้ของครู สงั กัด สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษากาฬสินธ์ุ เขต 2 โดยใชแ้ นวคิดชมุ ชนแหง่ การ เรียนรู้ทางวิชาชพี ครู ค่าดัชนีความตอ้ งการจาเป็น (PNImodify) และลาดับความต้องการจาเปน็ ด้าน การกาหนดยุทธวิธีในการสอน ข้อที่ ดา้ นการกาหนดยทุ ธวิธีในการสอน D I PNImodify ลาดับความ ต้องการจาเป็น 1 ครูมีการนาทฤษฎีการเรยี นรู้ หรือ แนวคิดใหมๆ่ มาปรบั ใช้ในชั้นเรยี น 3.86 4.98 0.29 1 2 ครใู ช้ทฤษฎีการเรียนรู้ หรือแนวคดิ ที่ เหมาะสมกับเนอ้ื หา และเหมาะสม กับความสามารถของผู้เรียน 3.98 4.99 0.25 3 4.97 0.27 2 3 ครเู ลือกใช้กระบวนการจัดการเรยี น การสอนทเ่ี นน้ ผู้เรยี นเป็นศูนย์กลาง 3.92 4 ครูเลือกใช้วธิ กี ารจัดการเรยี นร้ทู ่ี สอดคล้องกับความตอ้ งการของ ผ้เู รยี นและเหมาะสมกบั บริบทของ ท้องถ่นิ 3.89 4.84 0.24 4 5 ครมู ีการสร้างชุมชนแห่งการเรยี นรู้ (PLC)เพ่ือวางแผนในการจดั การ เรียนรู้รว่ มกนั 3.90 4.89 0.25 3 จากตาราง28 พบวา่ ลาดับความตอ้ งการจาเป็นในการจัดการเรยี นร้ขู องครู สังกัดสานกั งาน
109 เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสนิ ธ์ุ เขต 2 โดยใชแ้ นวคิดชุมชนแห่งการเรียนรูท้ างวชิ าชีพครู ดา้ น การกาหนดยุทธวธิ ีในการสอน เรียงลาดับความต้องการจาเปน็ จากมากไปหาน้อย ได้แก่ ครมู ีการนา ทฤษฎีการเรียนรู้ หรือแนวคิดใหม่ๆ มาปรบั ใช้ในช้ันเรียน ครเู ลอื กใชก้ ระบวนการจดั การเรียนการ สอนท่ี เนน้ ผ้เู รียนเปน็ ศนู ย์กลาง ครใู ชท้ ฤษฎีการเรียนรู้ หรือแนวคิดที่เหมาะสมกับเนื้อหา และเหมาะสมกบั ความสามารถของผู้เรยี น ครมู ีการสรา้ งชมุ ชนแหง่ การเรยี นร(ู้ PLC)เพอ่ื วางแผนในการจัดการเรยี นรู้ ร่วมกนั และครูเลือกใช้วธิ กี ารจดั การเรยี นร้ทู ี่สอดคลอ้ งกบั ความต้องการของผเู้ รียนและเหมาะสมกบั บริบทของท้องถิ่น ตาราง29 คา่ เฉล่ยี สภาพปจั จุบนั (D) และสภาพที่พึงประสงค์ (I) ของการจัดการเรียนรู้ของครู สงั กัด สานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษากาฬสินธ์ุ เขต 2 โดยใชแ้ นวคิดชมุ ชนแห่งการเรียนรทู้ าง วชิ าชพี ครู คา่ ดัชนคี วามต้องการจาเปน็ (PNImodify) และลาดับความต้องการจาเปน็ ด้านการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ ขอ้ ที่ ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ D I PNImodify ลาดับความ ตอ้ งการจาเปน็ 1 ครูรว่ มกนั ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ จัดทาแผนการสอน 4.18 4.99 0.19 4 2 ครมู ีการนาหลักการการจดั การ เรยี นรทู้ ี่เน้นผู้เรยี นเป็นสาคัญมาใช้ได้ อยา่ งเหมาะสม 4.13 4.98 0.20 3 3 ครรู ว่ มกนั วางแผนออกแบบ กระบวนการการจดั การเรยี นรทู้ ่ี หลากหลาย 4.04 4.97 0.23 1 4 ครูเปิดโอกาสให้นักเรยี นเปน็ ผู้เลือก หรือตดั สินใจในเนื้อหาสาระท่ีสนใจ เป็นประโยชนต์ ่อตัวนักเรียน 4.06 4.95 0.21 2 จากตาราง 29 พบวา่ ลาดบั ความตอ้ งการจาเปน็ ในการจดั การเรยี นรู้ของครู สงั กดั สานกั งาน
110 เขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษากาฬสนิ ธุ์ เขต 2 โดยใช้แนวคดิ ชุมชนแห่งการเรียนร้ทู างวิชาชีพครู ดา้ น การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรียงลาดับความต้องการจาเปน็ จากมากไปหาน้อย ได้แกค่ รูร่วมกนั วางแผน ออกแบบกระบวนการการจัดการเรยี นรทู้ หี่ ลากหลาย ครเู ปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นเปน็ ผู้เลือกหรือ ตัดสินใจ ในเนอ้ื หาสาระทส่ี นใจเป็นประโยชน์ตอ่ ตัวนกั เรียน ครูมีการนาหลกั การการจดั การเรียนร้ทู ่ีเนน้ ผู้เรยี น เป็นสาคัญมาใช้ไดอ้ ย่างเหมาะสม และครรู ว่ มกันออกแบบหน่วยการเรยี นรู้ จัดทาแผนการสอน ตาราง 30คา่ เฉลีย่ สภาพปจั จบุ นั (D) และสภาพท่ีพงึ ประสงค์ (I) ของการจัดการเรยี นรู้ของครู สงั กัด สานกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 โดยใชแ้ นวคดิ ชุมชนแห่งการเรยี นรู้ทาง วิชาชพี ครู คา่ ดัชนคี วามต้องการจาเปน็ (PNImodify) และลาดบั ความตอ้ งการจาเป็น ด้านการวัดและ การประเมนิ ผล ข้อท่ี ด้านการวดั และการประเมินผล D I PNImodify ลาดบั ความ ตอ้ งการจาเป็น 1 ครมู ีการประชุมวางแผน รว่ มกนั ออกแบบเกณฑ์การวดั และ ประเมนิ ผลของสถานศกึ ษา 3.89 4.94 0.26 1 2 ครูศกึ ษาวตั ถปุ ระสงคข์ องการ ประเมินผลและเลือกวิธกี าร ประเมนิ ผลให้สอดคล้องกับ จุดประสงค์ 3.99 4.95 0.24 3 3 ครกู าหนดวิธวี ัดผลการเรียนรู้ท่ี หลากหลายวิธี 3.98 4.92 0.23 4 4 ครปู ระเมินผลการเรยี นรขู้ องผู้เรียน ด้วยวิธกี ารท่ีเหมาะสมกบั ธรรมชาติ 3.96 4.94 0.25 2
111 ของวชิ า 5 ครูกาหนดเคร่ืองมือวดั ผลที่เป็นการ วดั ผลทเี่ น้นนักเรียนเป็นสาคัญ 4.09 4.95 0.21 5 6 ครมู ีการวัดและประเมนิ ผลตาม สภาพจริง ซง่ึ เปน็ การประเมนิ การ แสดงออกของผ้เู รยี นรอบด้าน 4.09 4.95 0.21 5 7 ครมู ีการนาผลการประเมนิ การเรยี นรู้ ในแตล่ ะคร้ังมาใชใ้ นการพฒั นาการ จดั การเรยี นรู้ 4.29 4.98 0.16 6 8 ครนู าผลการประเมินนักเรยี นเป็น รายบุคคลมาเปน็ ขอ้ มลู เพ่ือใช้ในการ วางแผนการจัดการเรยี นรู้ให้ เหมาะสมกบั ผู้เรียนแต่ละคน 4.49 4.99 0.11 7 จากตาราง 30 พบว่า ลาดบั ความต้องการจาเป็นในการจดั การเรยี นรู้ของครู สังกัด สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศกึ ษากาฬสินธุ์ เขต 2 โดยใช้แนวคดิ ชมุ ชนแหง่ การเรียนรทู้ าง วชิ าชีพครู ดา้ นการวัดและการประเมนิ ผล เรยี งลาดบั ความต้องการจาเปน็ จากมากไปหาน้อย ไดแ้ ก่ ครูมีการประชุมวางแผน รว่ มกันออกแบบเกณฑ์การวัดและประเมนิ ผลของสถานศึกษา ครูประเมนิ ผล การเรียนรูข้ องผเู้ รียนดว้ ยวธิ ีการทเ่ี หมาะสมกับธรรมชาตขิ องวชิ า ครูศึกษาวตั ถุประสงค์ของการ ประเมนิ ผลและเลือกวิธีการประเมินผลให้สอดคลอ้ งกบั จุดประสงค์ ครูกาหนดวธิ ีวัดผลการเรียนรทู้ ี่ หลากหลายวิธี ครกู าหนดเครื่องมือวดั ผลที่เป็นการวัดผลท่เี นน้ นักเรียนเปน็ สาคัญ ครูมกี ารวดั และ ประเมนิ ผลตามสภาพจริง ซึง่ เป็นการประเมินการแสดงออกของผ้เู รียนรอบด้าน ครูมีการนาผลการ ประเมินการเรียนรู้ในแตล่ ะคร้งั มาใช้ในการพฒั นาการจัดการเรยี นรู้ และครูนาผลการประเมนิ นกั เรียนเปน็ รายบุคคลมาเปน็ ข้อมูลเพ่ือใช้ในการวางแผนการจดั การเรียนรู้ให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ ละคน ตอนท่ี 2 การวิเคราะห์ การพัฒนาแนวทางการจดั การเรยี นร้ขู องครู สงั กัดสานักงานเขตพื้นท่ี การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธ์ุ เขต 2 โดยใช้แนวคิดชุมชนแห่งการเรยี นรูท้ างวชิ าชพี ครู 1. การศกึ ษาดงู านโรงเรยี นที่มวี ิธีการปฏิบตั ทิ ี่เป็นเลศิ ผ้วู ิจยั ไดศ้ กึ ษาดงู านโรงเรยี นท่ีมวี ิธปี ฏิบัติทเ่ี ป็นเลิศ (Best Practices) ท่ีมีการนาแนวคดิ ชมุ ชนแหง่ การเรียนรทู้ างวชิ าชีพมาใช้ในการพฒั นาการจดั การเรียนรู้ของครผู ู้สอนท่ี เปน็ ตน้ แบบของสานกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษา ทมี่ ีการปฏิบตั ิเปน็ ประจา และส่งผลใหผ้ ลสัมฤทธิ์
112 ทางการเรียนของผเู้ รียนและสถานศึกษามีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดขี ึ้น โดยศกึ ษาจานวน 2 โรงเรยี น โรงเรยี นละ 2 คน รวม 4 คน ไดแ้ กโ่ รงเรียนจนิ ดาสนิ ธวานนท์ ตาบลหนองใหญ่ อาเภอหนองกุงศรี จงั หวัดกาฬสินธ์ุ และโรงเรียนลาดสระบัวหนองลุมพกุ วทิ ยา ตาบลหวั งวั อาเภอยางตลาด จงั หวัด กาฬสินธ์ุ ดาเนินการสมั ภาษณแ์ บบมโี ครงสร้าง ผ้วู ิจยั ได้ทาการสังเคราะหแ์ ละสรปุ ประเดน็ ดงั ต่อไปน้ี 1. การกาหนดวัตถุประสงคห์ รอื จุดมงุ่ หมาย ในสถานศึกษา คณะครู ผู้บรหิ ารมีการดาเนินการเร่มิ จากการวางแผนประชมุ ปรกึ ษาหารือในหนว่ ยงาน ร่วมกนั วางแผนในการกาหนดวัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้ที่ชดั เจน สง่ เสริม ทักษะดา้ นต่างๆของนกั เรียนไดค้ รบทุกด้าน คือ ด้านความรู้ ด้านกระบวนการ และด้านเจตคติ โดย วัตถุประสงค์ทีก่ าหนดขึ้นรว่ มกันจะต้องตอบสนองตอ่ ความต้องการของผเู้ รยี น ตอบสนองต่อบริบท ของสถานศกึ ษา และชมุ ชน มีบทสัมภาษณ์ดังนี้ “การกาหนดวัตถปุ ระสงค์ คณะครู ผบู้ รหิ าร มีการดาเนนิ การเริม่ จากการ วางแผน ประชุมปรกึ ษาหารอื ในหน่วยงาน เพ่ือศึกษาสภาพปญั หา ความต้องการ ให้สอดคลอ้ งกับบริบทของ สถานศกึ ษาประชมุ ชแ้ี จงเพื่อให้การกาหนดวตั ถุประสงค์ออกมาในทศิ ทางท่ีถูกต้อง สง่ เสรมิ ทักษะดา้ น ต่างๆของนกั เรยี นได้ครบทกุ ด้านอย่างมีศกั ยภาพ ความเขา้ ใจในลักษณะท่ีเปน็ องคร์ วม และส่งผลให้ ผู้เรยี นสามารถนาความรู้ ความเขา้ ใจไปประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ประจาวันท่สี ง่ เสรมิ ให้ผู้เรียนกล้าคิดกลา้ ทา ในชนั้ เรยี นโดยสามารถวัดหรือสงั เกตได...” (ครู 12 มนี าคม 2563 : สมั ภาษณ์ ) “การกาหนดวัตถปุ ระสงค์หรือจดุ มุ่งหมายก่อนจัดกระบวนการเรียนการสอน ผบู้ ริหาร คณะครูมีการประชุมช้แี จงแต่งตงั้ คณะทางานรว่ มกนั เพ่ือศึกษาวิเคราะห์หลกั สตู ร แล้วนา ผลการศึกษามากาหนดเปน็ จุดม่งุ หมายร่วมกันของสถานศึกษา เพ่ือให้เกิดเป้าหมายหรือจุดหมายที่ ชัดเจนแก่ผ้เู รยี น โดยวตั ถุประสงค์ทกี่ าหนดขึน้ ร่วมกนั จะต้องตอบสนองต่อความต้องการของผ้เู รยี น ตอบสนองต่อบรบิ ทของสถานศกึ ษา และชมุ ชน...” (ผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา 12 มนี าคม 2563 : สัมภาษณ์ )
113 “การกาหนดวตั ถุประสงคห์ รือจดุ มงุ่ หมาย ของสถานศึกษาครผู สู้ อนใน สถานศึกษามีการดาเนินการประชุมปรกึ ษาหารอื ในแตล่ ะกล่มุ สาระการเรยี นรมู้ ีการกาหนด จดุ ม่งุ หมายการเรยี นร้ขู องผู้เรียน โดยมงุ่ เนน้ ใหเ้ กดิ เปา้ หมยสาคญั กบั ผู้เรยี นครบท้งั สามด้านคอื ดา้ น ความรู้ ดา้ นกระบวนการ และดา้ นเจตคติ ซ่ึงเป็นการกาหนดทิศทางกรอบแนวทางการเรียนร้ขู อง นกั เรยี นได้...” (ครู 16 มีนาคม 2563 : สมั ภาษณ์ ) “การกาหนดวตั ถปุ ระสงค์หรอื จุดม่งุ หมาย ทางสถานศึกษามีการรว่ มมือกัน ระหวา่ งสถานศึกษากบั ผปู้ กครองและชมุ ชนในการกาหนดวตั ถปุ ระสงคใ์ นการจดั การเรยี นรใู้ หเ้ กิด ขนึ้ กับผเู้ รียนโดยดาเนินการร่วมกนั ประชมุ กาหนดทิศทางของสถานศกึ ษาท่จี ะต้องดาเนินไปในแต่ละ ปกี ารศกึ ษา โดยหน้าทข่ี องครูผสู้ อนดาเนินการกาหนดจุดประสงค์หรือวตั ถุประสงค์การเรยี นรู้ โดยใช้ หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐานและหลกั สูตรสถานศึกษาเปน็ หลักในการปฏิบตั ิ ครูทกุ คน จะตอ้ งร่วมกันวเิ คราะหห์ ลกั สูตรและและกาหนดจดุ ประสงคใ์ นการจัดการเรยี นรู้ทีช่ ัดเจน มคี วาม เป็นไปได้ สามารถวัดประเมนิ ผลได้ กาหนดสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ท่มี คี วามยาก ง่ายเหมาะสม กับผเู้ รียน มุ่งเน้นความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์...” (ผู้บริหารสถานศึกษา 16 มีนาคม 2563 : สมั ภาษณ์ ) 2. การกาหนดเนื้อหาหรือหลักสตู ร การกาหนดเน้ือหาหรอื การกาหนดหลกั สูตรกอ่ นถงึ ข้นั ตอนการจัดการเรียนการ สอนของครูผู้สอนจะเน้นการทางานรว่ มกนั เปน็ ทมี มีการออกแบบหน่วยการเรยี นรู้ร่วมกันในแตล่ ะ ชว่ งชนั้ โดยกาหนดเนือ้ หาทีส่ อดคล้องกับมาตรฐานสาระการเรยี นร้ตู ามความมุ่งหมายของหลักสตู ร ร่วมกนั ซ่ึงการออกแบบหนว่ ยการเรยี นรแู้ ละจัดการเรยี นรู้ตอ้ งตอบสนองความแตกตา่ ง ระหวา่ ง บุคคล มีบทสมั ภาษณด์ งั น้ี “การกาหนดเน้ือหาหรือการกาหนดหลกั สตู รก่อนถึงขน้ั ตอนการจดั การเรยี น การสอนของครูผู้สอนจะเนน้ การทางานร่วมกนั เปน็ ทีม ครูจะตอ้ งมีการออกแบบเนื้อหาในแตล่ ะกลุ่ม สาระการเรยี นรู้ร่วมกัน มีการออกแบบหนว่ ยการเรียนรรู้ ว่ มกนั ในแต่ละช่วงชนั้ เพือ่ ทจี่ ะนาไปสูก่ าร จัดทาแผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ีมคี วามสอดคล้องกบั วัตถุประสงคห์ รือเปา้ หมายของหลกั สูตร สถานศกึ ษา...” (ครู 12 มนี าคม 2563 : สมั ภาษณ์ )
114 “การกาหนดเนอื้ หาหรือการกาหนดหลักสตู รเพื่อนาไปใช้ในกระบวนการจดั การ เรยี นรู้กบั ผู้เรยี นถอื เปน็ เรอื่ งที่สาคญั ที่สถานศกึ ษาจะให้ความสาคัญ ผู้บริหารจะต้องสรา้ งภาวะผ้นู า แบบมีส่วนร่วมใหก้ ับครู และบุคลากรทางการศึกษารว่ มกันในการวิเคราะห์หลักสตู รการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน เพื่อจะสรา้ งเป็นหลักสูตรสถานศกึ ษาใหต้ รงตามความตอ้ งการของผ้เู รียน ชมุ ชน และ สอดคล้องกบั บริบทของสถานศึกษา…” (ผ้บู ริหารสถานศกึ ษา 12 มนี าคม 2563 : สัมภาษณ์ ) “การกาหนดเนื้อหา ครูผสู้ อนทุกระดับชนั้ ก่อนเปิดภาคเรียนทกุ ครั้งจะต้องมี ประชมุ วางแผนดาเนินการกาหนดเน้อื หาทส่ี อดคล้องกับมาตรฐานสาระการเรียนร้ตู ามความมงุ่ หมาย ของหลักสูตรรว่ มกัน ในการกาหนดเนื้อหาการจัดการเรียนรู้ มคี วามยดื หยนุ่ สอดคล้องกับสภาพการ เรียนรู้ของผเู้ รยี น มีการกาหนดเนอื้ หาสาระการเรียนร้ทู เี่ น้นให้ผเู้ รยี นไดล้ งมือปฏบิ ตั กิ ิจกรรมด้วย ตนเอง มีการบูรณาการเนอื้ หาในรปู แบบตา่ งๆ การบรู ณาการเน้ือหาสาระการเรยี นรูภ้ ายในกลุม่ สาระ และต่างกลมุ่ สาระการเรียนรู้ เนือ้ หาท่ีจะสามารถช่วยให้ผเู้ รียนบรรลุตามวัตถปุ ระสงคท์ ่ีตงั้ ไว.้ ..” (ครู 16 มนี าคม 2563 : สมั ภาษณ์ ) “การกาหนดเนอ้ื หาหรือหลักสูตรของสถานศึกษาเป็นสงิ่ สาคญั ที่ครูและบุคลากร ทางการศึกษา รวมไปถึงผ้บู ริหารสถานศึกษาจะต้องร่วมกันวางแผนออกแบบ เน้ือหาแต่ละกลมุ่ สาระในแต่ละปีการศกึ ษาให้มีความสอดคล้องกบั มาตรฐานและตัวช้ีวัดของหลกั สตู รแกนกลาง การศึกษาข้นั พ้ืนฐานมากทีส่ ุดกอ่ นท่ีจะนาไปปรับใช้ในกระบวนการเรยี นการสอน เมื่อได้เนอ้ื หาจาก การออกแบบ และวิเคราะหร์ ่วมกนั ของบคุ ลากรในสถานศึกษาจะทาใหเ้ น้ือหาที่ได้มีประสิทธภิ าพ สง่ ผลตอ่ การเรียนและผลสมั ฤทธ์ิของผเู้ รยี นสงู ซ่ึงเหน็ ได้จากรอ่ งรอยหลกั ฐานผลการทดสอบ ระดบั ชาติทส่ี ูงทุกๆปีการศึกษา...” (ผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา 16 มนี าคม 2563 : สัมภาษณ์) 3. การศึกษาผู้เรยี น การศึกษาผเู้ รยี นเป็นขัน้ ตอนสาคญั ทีจ่ ะต้องปฏบิ ตั ิก่อนจัดการเรียนการสอน โดย ครูผู้สอนในสถานศึกษาจะต้องร่วมออกแบบวิธีการการท่จี ะนาไปศึกษาผูเ้ รียนโดยมีผู้อานวยการ สถานศึกษาเป็นผอู้ านวยความสะดวก สรา้ งบรรยากาศทีเ่ อ้ือต่อการทางานร่วมกนั ครูผู้สอนจะต้องมี การสารวจประสบการณ์การเรียนรขู้ องผเู้ รยี นก่อนจดั การเรียนการสอนเพ่อื ทจี่ านาผลจากการศึกษา ผู้เรยี นหรือผลการวิเคราะห์ผูเ้ รยี นมาใชเ้ ป็นแนวทางในการจดั กระบวนการเรยี นรู้ใหเ้ หมาะสมกับ ผู้เรียน มกี ารนาผลการวิเคราะห์ท่ไี ด้มาร่วมกันหาแนวทางแก้ปญั หาให้กับนักเรียนกลุ่มเส่ียง และ
115 ส่งเสริมใหด้ ีขึ้นสาหรับนกั เรยี นกล่มุ ปกติ ซึ่งเป้าหมายสาคัญของการศึกษาผเู้ รียนทางสถานศึกษามอง ถงึ เป้าหมายสาคัญคือการจัดการเรยี นรใู้ ห้เหมาะสมและตรงตามความต้องการของผูเ้ รียนมากท่สี ดุ มี บทสัมภาษณด์ งั นี้ “การศึกษาผูเ้ รียนหรือการวเิ คราะห์ผ้เู รียนเปน็ เรื่องทส่ี าคัญและพึงปฏบิ ัติก่อน จดั การเรียนการสอนโดยครูผสู้ อนจะต้องมีการสารวจประสบการณก์ ารเรยี นรู้ของผูเ้ รยี นก่อนจดั การ เรียนการสอนเพ่อื ที่จะนาผลจากการศึกษาผ้เู รียนหรอื ผลการวิเคราะหผ์ ูเ้ รยี นมาใช้เป็นแนวทางในการ จดั กระบวนการเรยี นรู้ใหเ้ หมาะสมกับผเู้ รยี น...” (ครู 12 มนี าคม 2563 : สัมภาษณ์ ) “การศึกษาผ้เู รียนเปน็ กระบวนการหนึง่ ทสี่ ถานศึกษารวมไปถงึ ครผู ู้สอนจะต้อง ปฏบิ ตั ใิ นแต่ละปีการศึกษาก่อนจดั กระบวนการเรียนการสอนขึน้ บุคลากรในสถานศึกษาจะตอ้ งรว่ ม ออกแบบวิธีการการทีจ่ ะนาไปศึกษาผูเ้ รยี นแตล่ ะคนเพ่ือท่ีจะจดั กระบวนการเรยี นการสอนใหต้ รงตาม ความต้องการ ตามความถนัดของผเู้ รยี นแตล่ ะคน หลงั จากการศกึ ษาผู้เรยี นจะต้องนาผลท่ีได้จาก การศกึ ษามาวางแผนรว่ มกนั เพอื่ แก้ปัญหาใหก้ บั นักเรียนกลุ่มเส่ยี ง และส่งเสรมิ ให้ดีย่ิงขึ้นสาหรบั นกั เรียนกล่มุ ที่มคี วามพรอ้ ม...” (ผบู้ ริหารสถานศึกษา 12 มนี าคม 2563 : สมั ภาษณ์ ) “การศึกษาผู้เรยี นหรือทางสถานศกึ ษาเรยี กอีกอย่างหน่ึงวา่ การวเิ คราะหผ์ ูเ้ รยี น กอ่ นจัดกระบวนการเรียนการสอน ครผู ู้สอนทุกระดบั ชั้นจะตอ้ งรว่ มกันวิเคราะห์ผเู้ รียนตอนตน้ ปี การศกึ ษาเพอื่ ทจี่ ะส่งต่อข้อมูลในแตล่ ะด้านให้กับครผู ู้สอนในระดบั ท่สี งู ขึน้ โดยนาผลการประเมนิ ปีการศกึ ษาทผ่ี ่านมา ตลอดทั้งขอ้ มูลด้านตา่ งๆ ท่ีครูในแตล่ ะระดับช้นั ไดเ้ กบ็ รวบรวมไวน้ ามาวเิ คราะห์ ขอ้ มูลของนักเรียนเปน็ รายบุคคล จากนน้ั ประมวลผลไดข้ ้อสรปุ กรอกลงในแบบสรุปผลการวิเคราะห์ ผู้เรียน เม่ือได้ขอ้ สรุปแลว้ นาไปกาหนดแนวทางในการพัฒนาผู้เรียนๆ ในแต่ละด้าน และก่อนการจัด กจิ กรรมการเรียนร้ใู นแต่ละเรื่องหรือแต่ละหนว่ ยต่อไป...” (ครู 16 มีนาคม 2563 : สัมภาษณ์ ) “การศึกษาผู้เรยี นถือเป็นเร่ืองทค่ี รูผู้สอนปฏบิ ัติเปน็ ปกตนิ สิ ัย มแี นวปฏบิ ตั ิ รว่ มกัน และมีทศิ ทางเปา้ หมายรว่ มกันคอื ผู้เรยี น โดยครูทุกคนในสถานศึกษามีการสารวจ ประสบการณ์การเรียนรขู้ องผู้เรยี นก่อนจดั การเรียนการสอน และมกี ารนาผลการวิเคราะห์ท่ไี ด้มา รว่ มกันหาแนวทางแกป้ ญั หาให้กบั นกั เรยี นกลุ่มเสย่ี ง ในทางกลบั กนั รว่ มกนั หาแนวทางเพอื่ ทีจ่ ะ
116 ส่งเสริมใหด้ ีข้นึ สาหรับนกั เรียนกลมุ่ ปกติ ซ่งึ เปา้ หมายสาคัญของการศึกษาผเู้ รียนทางสถานศกึ ษามอง ถึงเป้าหมายสาคัญคือการจดั การเรยี นร้ใู หเ้ หมาะสมและตรงตามความต้องการของผูเ้ รยี นมากที่สดุ ...” (ผู้บรหิ ารสถานศึกษา 16 มนี าคม 2563 : สมั ภาษณ์ ) 4. การกาหนดยทุ ธวธิ ีในการสอน ครูผ้สู อนมีการศกึ ษาทฤษฎกี ารเรยี นรู้ หรอื แนวคิดใหม่ๆ เพื่อนาไปปรบั ใชใ้ นช้ัน เรยี น โดยครผู สู้ อนทกุ ระดับชนั้ มีการทางานร่วมกันแบบกัลยาณมติ ร รว่ มกันอภิปราย สงั เคราะห์ ทฤษฎีการเรียนรู้ หรือแนวคิดจากการศึกษา การทจี่ ะไดย้ ุทธวิธกี ารสอนทีม่ ปี ระสิทธิภาพและมีความ หลากหลายมากทส่ี ดุ จงึ ต้องเกิดจากแนวคดิ ที่มีความหลากหลายซึ่งแนวคิดทรี่ ว่ มกนั วิเคราะห์จะต้อง เหมาะสมกับเน้ือหา เหมาะสมกบั บรบิ ทของสถานศึกษา และเหมาะสมกบั ความสามารถของผู้เรียน เป็นสาคัญ สว่ นหน้าทขี่ องผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา คอยเป็นผอู้ านวยการ อานวยความสะดวกและ ส่งเสรมิ บคุ ลากรให้ทางานออกมามีประสิทธิภาพมากท่สี ุด การวางแผนดีระบบการบริหารมคี ุณภาพ ผูเ้ รยี นจะมีคุณภาพ มีบทสัมภาษณ์ดงั น้ี “การกาหนดยุทธวธิ ีในการสอนหรือการเลอื กวิธกี ารต่างๆเพือ่ จะนามาใชเ้ ปน็ แนวทางในการจัดการเรียนการสอนให้กบั ผเู้ รียน ครผู ู้สอนมีการศกึ ษาทฤษฎีการเรียนรู้ หรือแนวคดิ ใหมๆ่ เพื่อท่จี ะนามาปรบั ใชใ้ นช้นั เรียน โดยครูผูส้ อนในแต่ละระดบั ชั้นมีการทางานรว่ มกันแบบ กัลยาณมติ ร ร่วมกันอภิปราย สงั เคราะห์ทฤษฎกี ารเรยี นรู้ หรอื แนวคิดจากการศกึ ษาเพื่อใหไ้ ด้แนวคดิ ที่เหมาะสมกับเน้ือหา และเหมาะสมกับความสามารถของผู้เรยี นเป็นสาคญั ...” (ครู 12 มีนาคม 2563 : สมั ภาษณ์ ) “การกาหนดยุทธวิธใี นการสอนถือเป็นปจั จยั สาคัญอีกหนึ่งปจั จยั ทีส่ ่งผลตอ่ กระบวนการจัดการเรยี นการสอนของครู สถานศึกษาจึงเล็งเห็นความสาคัญก่อนออกแบบการเรียนรู้ ให้กับผ้เู รียนในแตล่ ะปีการศึกษาหรือในแต่ละระดบั ช้ันครูผู้สอนและบุคลากรในสถานศึกษาจะต้องมี การประชุมปรึกษาหารือรว่ มกันเพ่ือทจ่ี ะเสนอยทุ ธวธิ ใี นการสอนท่มี คี วามหลากหลายในแตล่ ะกลุ่ม สาระการเรยี นรู้ จากน้ันครปู ระจาช้นั แต่ละช้ันเลือกแนวคดิ ทเ่ี หมาะสมกบั ความสามารถของผเู้ รยี นใน แตล่ ะระดับชั้นไปใช้สอดแทรกในกระบวนการจดั การเรยี นการสอนใหเ้ กิดประสิทธภิ าพต่อไป...” (ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา 12 มีนาคม 2563 : สัมภาษณ์ ) “การกาหนดยุทธวธิ ีในการสอน คอื หน้าท่ีของครผู ้สู อนทจี่ ะตอ้ งรว่ มกันหรือ ทางานเปน็ ทีมเพื่อให้ได้วธิ กี ารสอนทีด่ ีทส่ี ุดและเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษาและสอดคล้องกับ ความตอ้ งการของผเู้ รยี น โดยมกี ารนาทฤษฎกี ารเรียนรู้ หรือแนวคิดท่ีมีความทนั สมยั และสอดคลอ้ ง
117 กบั นโยบายต้นสังกัด มาปรบั ใช้ใหต้ รงกับบรบิ ทของสถานศึกษา ยทุ ธวธิ ีการสอนท่ีไดจ้ ากการวเิ คราะห์ รว่ มกันในองคก์ รจะต้องเน้นไปท่ตี ัวผ้เู รียนเปน็ สาคัญ...” (ครู 16 มนี าคม 2563 : สัมภาษณ์ ) “การกาหนดยทุ ธวธิ ใี นการสอน คอื หน้าท่ีของครูผ้สู อนเพ่ือทจ่ี ะนาไปปรับใช้ใน กระบวนการจดั การเรียนการสอนให้เกดิ องค์ความรู้แก้ผเู้ รียน ดังนั้นการทีจ่ ะได้ยุทธวิธีการสอนทีม่ ี ประสทิ ธิภาพและมคี วามหลากหลายมากทส่ี ุดจงึ ต้องเกิดจากแนวคดิ ที่หลากหลายเช่นเดียวกนั สถานศกึ ษาจงึ มีนโยบายร่วมกันระดมความคิดเพื่อท่จี ะได้มาซ่ึงวิธกี ารสอนทม่ี ีประสิทธภิ าพเพื่อที่ ครผู ้สู อนในแต่ละชน้ั จะนาไปปรับใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนส์ ูงสุดกบั ผู้เรยี น โดยหน้าทข่ี องผูบ้ รหิ าร สถานศึกษา มหี น้าที่คอยเปน็ ผอู้ านวยการ อานวยความสะดวกและส่งเสริมบุคลากรให้ทางานออกมา มปี ระสทิ ธิภาพมากท่ีสุด เมื่อการวางแผนดี ระบบการบรหิ ารมีคุณภาพ ผูเ้ รยี นก็ตอ้ งมีคุณภาพ เช่นเดียวกัน (ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา 16 มนี าคม 2563 : สมั ภาษณ์ ) 5. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ก่อนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ครผู ้สู อนทุกระดบั ช้ันจะต้องมกี ารประชุมรว่ มกัน วางแผน หรือการสร้างชุมชนแหง่ การเรยี นรทู้ างวชิ าชีพครู(PLC) เพื่อออกแบบการจดั การเรียนรู้ท่ี ครูผ้สู อนแตล่ ะระดบั ชนั้ เลอื กนาไปปรับใช้โดยการออกแบบการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ สถานศกึ ษา ม่งุ เนน้ การจัดการเรยี นรู้ท่เี นน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคัญ จดั กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวธิ ีการท่ีหลากหลาย สนอง ความแตกต่างระหว่างบุคคล การจดั กจิ กรรมการเรียนรูใ้ หเ้ กิดประสทิ ธิภาพจะต้องมีการระดม ความคิดของบุคลากรในสถานศึกษาทุกคนไมย่ ึดติดกับแนวคดิ ของคนใดคนหน่งึ ในสถานศกึ ษาหรือ เฉพาะมมุ มองของตนเอง สถานศกึ ษาตอ้ งมีความเช่ือว่าบคุ ลากรทุกคนมคี วามสามารถและมีคุณภาพ ดังนน้ั การออกแบบกจิ กรรมการจดั การเรียนรูร้ ว่ มกนั จะส่งผลให้เกิดกิจกรรมทีม่ ีความหลากหลาย และเปน็ กิจกรรมการจดั การเรียนรู้ที่มคี ณุ ภาพ มบี ทสัมภาษณด์ ังน้ี “การจดั กิจกรรมการเรียนรถู้ ือไดว้ า่ เป็นปัจจยั ทีส่ าคญั ท่สี ุดในกระบวนการจดั การ เรยี นรขู้ องครูผ้สู อน ดงั นนั้ ก่อนจดั กิจกรรมการเรียนรใู้ นแต่ละคร้ังครูผู้สอนแต่ละระดับชั้นจะต้องมี การประชมุ รว่ มกนั วางแผน หรอื เรยี กอีกอย่างหนึ่งวา่ ชุมชนแหง่ การเรยี นรู้ทางวิชาชีพครู (PLC) เพื่อ ออกแบบการจดั การเรยี นรู้ โดยเริม่ ตั้งแต่ร่วมกนั ออกแบบหนว่ ยการเรยี นรู้ จัดทาแผนการจดั การ เรียนร้เู ปน็ ต้น เพ่อื ท่ีจะนาไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ที่มีความหลากหลาย และทสี่ าคญั จะต้อง เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทเ่ี นน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคัญ...” (ครู 12 มีนาคม 2563 : สมั ภาษณ์ )
118 “การจัดกิจกรรมการเรยี นร้เู ป็นสิ่งสาคญั ที่ครผู ู้สอนจะต้องมีการออกแบบเพ่ือให้ ตรงกบั ความต้องการและความถนดั ของผู้เรยี น รวมไปถงึ การออกแบบการจดั กจิ กรรมการเรียนรูข้ อง ครผู ู้สอนจะสะท้อนไปถึงผลสมั ฤทธิ์ของผู้เรียนแตล่ ะคน ดั้งน้นั การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้จงึ เป็นสงิ่ สาคัญทคี่ รูผสู้ อนในสถานศึกษารว่ มกับผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องมกี ารประชมุ ชแี้ จงรว่ มกัน วางแผน รว่ มกันเพื่อใหเ้ กิดกจิ กรรมที่มีความหลากหลายและเหมาะสมกับความต้องการของผเู้ รียน แลว้ ครผู สู้ อนในแตล่ ะระดบั ช้ันเลือกนาไปปรบั ใช้โดยเปิดโอกาสให้นกั เรยี นเปน็ ผเู้ ลอื กหรือตัดสนิ ใจใน เนอื้ หาสาระท่ีสนใจเปน็ ประโยชนต์ ่อตัวนกั เรยี น...” (ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา 12 มีนาคม 2563 : สัมภาษณ์ ) “การจดั กจิ กรรมการเรยี นร้ถู ือเป็นหัวใจสาคญั ของกระบวนการจดั การเรียนรู้ สาหรับผูเ้ รยี นให้เกิดประสิทธิภาพและคุณภาพ ดง้ั น้ันก่อนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ทุกๆสปั ดาหค์ ณะ ครู ผู้บริหารทุกๆคนจะต้องร่วมกันวางแผนโดยใชก้ ระบวนการPLC เขา้ มาชว่ ยในการออกแบบ กจิ กรรมการเรยี นรใู้ นแต่ละกลุ่มสาระเริ่มตั้งแต่จัดทาหนว่ ยการเรียนรู้ ออกแบบแผนการจัดการเรยี น การสอนทีเ่ นน้ การนาไปใช้ได้จรงิ ซ่งึ สถานศกึ ษามีความเชื่อว่าบคุ ลากรทุกคนมคี วามสามารถและมี คุณภาพ ดังน้ันการออกแบบกิจกรรมการจดั การเรียนรูร้ ว่ มกนั จะสง่ ผลให้เกดิ กิจกรรมที่มีความ หลากหลายและเป็นกิจกรรมทมี่ ีคุณภาพก่อนนาไปจดั การเรยี นร้จู ริงในชน้ั เรียนแตล่ ะระดับชั้น ดงั นน้ั การออกแบบกจิ กรรมที่มปี ระสทิ ธิภาพจะสง่ ผลโดยตรงไปยังตวั ผูเ้ รียนเองดงั สถานศึกษาของเรา…” (ครู 16 มีนาคม 2563 : สัมภาษณ์ ) “การจดั กิจกรรมการเรียนรหู้ รือการสอนของครูในปัจจบุ นั เปน็ สิ่งสาคัญทจี่ ะ ถ่ายทอดออกไปสูผ่ ู้เรียนและทส่ี าคัญไปกวา่ น้ันคือผูเ้ รียนเม่ือได้รับการถ่ายทอดจากครูผ้สู อนแลว้ จะต้องเกิดความเข้าใจสามารถนาไปปรบั ใช้ได้ ดงั้ นน้ั การจดั กจิ กรรมการเรียนร้ใู ห้เกิดประสิทธิภาพ จะต้องมกี ารระดมความคดิ ของบุคลากรในสถานศกึ ษาไมย่ ึดติดกบั แนวคดิ ของคนใดคนหนึง่ ใน สถานศึกษา โดยการออกแบบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ โรงเรยี นได้มงุ่ เนน้ การจัดการเรียนรูท้ ี่เน้น ผูเ้ รียนเป็นสาคญั จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ดว้ ยวธิ กี ารทีห่ ลากหลาย สนองความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล เปดิ โอกาสให้ผู้เรียน ได้แลกเปลี่ยนเรยี นรู้ซึ่งกันและกนั เมื่อวิธกี ารดมี ีคณุ ภาพ ผู้เรยี นรับข้อมลู ที่มคี ุณภาพจงึ ส่งผลไปยงั ผลสัมฤทธ์ดิ ้านการเรียนของผู้เรยี นมีคุณภาพเชน่ เดียวกันดงั จะเห็นได้จากผลการทาสอบระดับชาติ ของสถานศกึ ษาอยู่ในลาดบั ต้นๆของเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาทุกๆปกี ารศึกษา...”
119 (ผ้บู ริหารสถานศึกษา 16 มนี าคม 2563 : สัมภาษณ์ ) 6. การวดั และการประเมินผล สถานศกึ ษามีการพจิ ารณาระเบยี บว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรยี นของ สถานศึกษาข้นึ รว่ มกันระหวา่ งครผู ้สู อน ฝา่ ยบริหาร และกลุ่มงานวชิ าการ เพ่ือใช้เปน็ แนวทาง ประกอบในการวดั และประเมินผลของครผู ู้สอนแต่ละระดบั ช้ันการวดั และประเมนิ ผลของครูผ้สู อน จะตอ้ งเลอื กวธิ กี ารประเมนิ ผลใหส้ อดคล้องกับจดุ ประสงค์ มคี วามหลากหลาย เหมาะสมกบั ธรรมชาติ วิชาเน้นการประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ เพ่ือประเมินการแสดงออกของผู้เรียนรอบดา้ นมี บทสมั ภาษณ์ ดงั นี้ “การวัดและการประเมินผล สถานศกึ ษามีการกาหนดระเบียบว่าดว้ ยการวัด และประเมนิ ผลการเรยี นของสถานศกึ ษาข้นึ รว่ มกนั ระหวา่ งครูผสู้ อน ฝ่ายบริหาร และกลุ่มงาน วิชาการ เพ่อื ใช้เปน็ แนวทางประกอบในการวดั และประเมินผลของครูผสู้ อนแต่ละระดบั ชั้น การวัด และประเมนิ ผลของครูผสู้ อนจะต้องเลือกวิธกี ารประเมินผลให้สอดคล้องกับจุดประสงค์ มคี วาม หลากหลาย เหมาะสมกบั ธรรมชาตวิ ิชานน้ั ๆ เนน้ การประเมินผลตามสภาพจริงเพอ่ื ประเมินการ แสดงออกของผเู้ รยี นรอบด้าน...” (ครู 16 มนี าคม 2563 : สัมภาษณ์ ) “การวัดและการประเมินผล ครูทุกคนดาเนนิ การวดั และประเมนิ ผลนักเรยี น ตามระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรยี นของสถานศกึ ษา ซง่ึ สอดคล้องกับแนวปฏิบัติการ วดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ทาการ ประเมินผลก่อนสอนระหว่างสอน และหลังสอน มีการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ขอผู้เรียน ควบคูด่ ้วย มีการรายงานผลใหน้ ักเรียน ผู้บรหิ ารอย่างต่อเนอ่ื งทางานโดยมรี ปู แบบ ทางานเปน็ ทมี และ ท่ีสาคญั นาผลท่ีไดจ้ ากการประเมนิ ผลมาพฒั นาปรบั ปรงุ การจัดการเรียนรูใ้ ห้ดีขน้ึ อยู่เสมอ...” (ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา 16 มีนาคม 2563 : สมั ภาษณ์ )
120 ตราราง31 ร่างแนวทางการพฒั นาการจัดการเรยี นรู้ของครู สังกัดสานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษา ประถมศึกษากาฬสนิ ธุ์ เขต 2 โดยใช้แนวคิดชุมชนแหง่ การเรียนรู้ทางวชิ าชพี ครู องค์ประกอบ แนวปฏิบัติ ดา้ นการ จดั การ เรยี นรู้ ด้านการ 1. คณะครู ผบู้ รหิ ารการวางแผนประชมุ ปรกึ ษาหารือในหนว่ ยงาน เป็นผู้นาร่วมกนั วางแผนในการกาหนดวัตถุป กาหนด 2. ผบู้ ริหาร ครู ศึกษาสภาพปญั หา ความต้องการ และสภาพการบรบิ ทของทอ้ งถน่ิ วตั ถุประสงค์ ก่อนการออกแบบการเรยี นรู้ หรือ 3. ครมู ีการกาหนดเป้าหมายหรือวสิ ยั ทัศน์ท่ตี ้องการให้เกิดข้นึ กบั ผเู้ รียนร่วมกันอยา่ งชัดเจน จุดมุง่ หมาย 4. การกาหนดวตั ถุประสงค์การเรียนร้ทู สี่ ่งเสรมิ ทกั ษะด้านตา่ งๆของนกั เรยี นไดค้ รบทุกดา้ น คอื ดา้ นความรู้ ด้า 5. วัตถุประสงคท์ ี่กาหนดขน้ึ จะต้องเป็นวัตถปุ ระสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรมที่ผเู้ รียนสามารถปฏบิ ัตไิ ดแ้ ละครผู ูส้ อนสามา ดา้ นการ 1. ครผู สู้ อนเนน้ การทางานร่วมกันเปน็ ทมี เน้นการมีภาวะผู้นารว่ ม รว่ มกันวิเคราะหห์ ลักสตู ร นาผลการวเิ คราะ กาหนด จดั การเรยี นรู้ ออกแบบหน่วยการเรียนรู้รว่ มกนั ในแต่ละชว่ งชนั้ เน้ือหาหรือ หลักสตู ร 2. กาหนดเนอื้ หาใหส้ อดคล้องกบั มาตรฐานสาระการเรยี นรตู้ ามความมุ่งหมายของหลกั สตู รร่วมกนั 3. ครูสร้างชุมชนแบบกลั ยานมิตร รว่ มวางแผน จัดทาหนว่ ยการเรยี นรู้ และแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่สอดคล้องก ดา้ น 4. ครูออกแบบหน่วยการเรยี นรู้และจัดการเรยี นการสอนตอ้ งตอบสนองความแตกตา่ ง ระหวา่ งบุคคล การศกึ ษา 1. การศกึ ษาผู้เรียนจะตอ้ งปฏบิ ตั ิกอ่ นจัดการเรียนการสอน โดยครผู ู้สอนร่วมแรงร่วมใจกันวางแผนสร้างบรรยา ผ้เู รียน ของบุคลากร 2. ครูผสู้ อนในสถานศกึ ษาจะต้องมเี ป้าหมายร่วมกนั และรว่ มออกแบบเครื่องมอื หรือวธิ ีการการที่จะนาไปศกึ ษ 3. ครูสารวจประสบการณก์ ารเรยี นรู้ของผเู้ รียนก่อนจดั การเรยี นการสอนเพื่อทีจ่ ะนาผลจากการศกึ ษาผูเ้ รียนห แนวทางในการจัดกระบวนการเรียนร้ใู หเ้ หมาะสมกับผ้เู รียน 4. ครูนาผลการวิเคราะหท์ ีไ่ ด้มาร่วมกนั หาแนวทางแก้ปญั หาให้กบั นักเรยี นกลุม่ เสีย่ ง และสง่ เสรมิ ใหด้ ีข้นึ สาหรั
121 รว่ มกันชดั เจน ตาราง 31 (ต่อ) องคป์ ระกอบ แนวปฏบิ ตั ิ ดา้ นการจดั การเรียนรู้ 5. ครูมองเป้าหมายสาคญั ของการศึกษาผเู้ รียนคือการจดั การเรียนรู้ให้เหมาะสมและตรง ตามความตอ้ งการของผเู้ รยี นมากที่สดุ จะสง่ ผลใหส้ ภาพการ หรือบรรยากาศในชั้นเรียนเออ้ื ตอ่ การจัดการเรียนรู้ ดา้ นการกาหนดยุทธวิธี 1. ครผู ูส้ อนทุกระดบั ชนั้ มีการสรา้ งชมุ ชนแหง่ การเรียนร้(ู PLC) มภี าวะผูน้ าร่วมกันรว่ มแรง ในการสอน ร่วมใจเพื่อกาหนดยุทธวิธกี ารสอนภายในสถานศึกษา 2. ครผู ู้สอนทุกระดบั ชน้ั มกี ารทางานรว่ มกนั แบบกลั ยาณมติ ร มองวสิ ยั ทัศน์รว่ มกัน มกี ารอภิปราย สังเคราะห์ทฤษฎีการเรยี นรู้ หรือแนวคดิ ทางการศกึ ษา 3. ครูผู้สอนศกึ ษาทฤษฎกี ารเรยี นรู้ หรือแนวคดิ ทางการศกึ ษาใหม่ๆ เพือ่ พฒั นาวชิ าชีพ และนาไปตอ่ ยอดปรบั ใชใ้ นชน้ั เรยี น 4. ครผู สู้ อนเลอื กทฤษฎีการเรียนรู้ หรอื แนวคดิ ที่มีความเหมาะสมกบั เน้อื หา และ เหมาะสมกบั ความสามารถของผเู้ รยี น 5. ครู ผูบ้ รหิ าร มคี า่ นยิ มหรือวิสัยทศั นร์ ว่ มกนั โดยเลอื กใชย้ ทุ ธวิธใี นการจดั การเรยี นการ สอนทเี่ นน้ ผเู้ รยี นเปน็ ศนู ย์กลาง สอดคลอ้ งกบั ความต้องการของผเู้ รียนและเหมาะสม กบั สภาพการบริบทของทอ้ งถ่นิ ด้านการจัดกจิ กรรมการ 1. ครผู สู้ อนทุกระดับชนั้ มกี ารประชมุ ร่วมกนั วางแผน ทุกคนตอ้ งเปน็ ผนู้ ารว่ มทางวิชาการ เรียนรู้ จะตอ้ งมคี วามเช่ือวา่ บคุ ลากรทกุ คนมคี วามสามารถและมีคุณภาพเปน็ องคก์ รท่ที างาน ของสมาชิกแบบกลั ยานมติ ร 2. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ใหเ้ กดิ ประสิทธิภาพจะต้องมีการระดมความคดิ ของบคุ ลากร ทุกคนมสี ว่ นร่วม โดยผู้บริหารจะตอ้ งสร้างบรรยากาศใหม้ ีสภาพการที่สนันสนุนสง่ เสริม บคุ ลากรในสถานศกึ ษาทกุ คน ไม่ยึดติดกับแนวคิดของคนใดคนหนงึ่ ในสถานศกึ ษาหรอื เฉพาะมมุ มองของตนเอง ต้องมีวสิ ัยทศั น์รว่ มกนั อยา่ งชดั เจน 3. ครูผู้สอนรว่ มกันวางแผนออกแบบกระบวนการการจดั การเรยี นรทู้ ห่ี ลากหลายโดย มุ่งเนน้ การจดั การเรียนรู้ท่เี นน้ ผู้เรยี นเป็นสาคญั 4. ครูเปดิ โอกาสใหน้ กั เรียนเปน็ คนเลอื กหรอื ตัดสนิ ใจในเนื้อหาสาระทส่ี นใจเป็นประโยชน์ ตอ่ ตัวนักเรียน ดา้ นการวดั และการ 1. สถานศกึ ษามกี ารพจิ ารณาระเบยี บว่าดว้ ยการวดั และประเมินผลการเรียนของ ประเมนิ ผล สถานศึกษาขนึ้ รว่ มกนั ระหวา่ งครผู ู้สอน ฝา่ ยบรหิ าร และกลมุ่ งานวชิ าการ 2. ใช้ระเบยี บวา่ ด้วยการวดั และประเมนิ ผลการเรียนท่ีสถานศึกษารว่ มกนั ศึกษา วเิ คราะห์
122 มาเป็นแนวทางประกอบในการวดั และประเมนิ ผลของครูผู้สอนแต่ละระดบั ช้นั 3. การวดั และประเมนิ ผลของครูผูส้ อนจะตอ้ งเลอื กวธิ กี ารประเมินผลใหส้ อดคล้องกบั ตาราง 31 (ต่อ) จดุ ประสงค์ และมีความหลากหลายเหมาะสมในแต่ละรายวชิ า 4. ครูผ้สู อนเนน้ การวดั และประเมนิ ผลโดยยดึ ผูเ้ รยี นเปน็ สาคัญโดยใช้การประเมนิ ผลตาม สภาพจรงิ เพอ่ื ประเมนิ การแสดงออกของผู้เรยี นรอบด้าน 5. ครูผ้สู อนมกี ารนาผลการประเมนิ การเรยี นร้ใู นแต่ละครงั้ มาใชใ้ นการพฒั นาการจัดการ เรยี นรู้ เพ่ือใช้ในการวางแผนการจดั การเรียนรู้ใหเ้ หมาะสมกับผเู้ รยี นในครั้งต่อไป 2.2 ผลการวิเคราะห์ การพัฒนาแนวทางการจัดการเรยี นรู้ของครู สงั กัดสานกั งานเขตพ้ืนที่ การศกึ ษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 โดยใช้แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนร้ทู างวชิ าชีพครู ตาราง 32 คา่ เฉล่ยี ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน ระดบั ความเหมาะสม และความเป็นไปไดข้ องแนว ทางการพัฒนาการจัดการเรยี นรขู้ องครู สังกัดสานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศึกษา กาฬสนิ ธ์ุ เขต 2 โดยใช้แนวคิดชุมชนแหง่ การเรียนรทู้ างวชิ าชพี ครู รายการประเมนิ ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ X S.D. การแปลผล X S.D. การแปลผล 1 การกาหนดวัตถุประสงค์หรือจุดม่งุ หมาย 4.8 0.45 มากที่สุด 4.8 0.45 มากทส่ี ดุ 1.1 คณะครู ผู้บริหารมีการวางแผน 4.8 0.45 มากที่สุด ประชมุ ปรกึ ษาหารือในหนว่ ยงาน รว่ มกัน 4.8 0.45 มากท่ีสดุ วางแผนในการกาหนดวตั ถุประสงค์การ 5 0.00 มากที่สดุ เรยี นรู้ 1.2 ศึกษาสภาพปัญหา ความต้องการ และบรบิ ทของท้องถิ่นก่อนการออกแบบ การเรยี นรู้ 4.8 0.45 มากทส่ี ดุ 1.3 ครมู ีการกาหนดเปา้ หมายทตี่ อ้ งการ ให้เกดิ ข้ึนกับผเู้ รยี นอยา่ งชดั เจน 4.6 0.55 มากท่สี ุด 1.4 กาหนดวัตถุประสงค์การเรยี นรทู้ ี่ สง่ เสรมิ ทกั ษะด้านต่างๆของนักเรียนได้ 4.4 0.55 มาก
123 ครบทุกด้าน คือ ด้านความรู้ ด้าน กระบวนการ และดา้ นเจตคติ ตาราง 32 (ต่อ) รายการประเมิน ความเหมาะสม ความเปน็ ไปได้ X S.D. การแปลผล X S.D. การแปลผล 1.5 วตั ถปุ ระสงค์ท่ีกาหนดข้ึนจะตอ้ ง เปน็ วตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมทผ่ี ้เู รียน 4.8 0.45 มากทส่ี ุด 4.8 0.45 มากที่สุด สามารถปฏิบตั ไิ ด้และครผู สู้ อนสามารถวดั หรือสงั เกตได้ 5 0.00 มากทส่ี ดุ 5 0.00 มากที่สุด 2 การกาหนดเนื้อหาหรือหลักสูตร 4.8 0.45 มากทสี่ ุด 5 0.00 มากทีส่ ุด 2.1 ครผู สู้ อนเน้นการทางานร่วมกนั เปน็ 4.6 0.55 มากทส่ี ุด 4.8 0.45 มากที่สุด ทีม ร่วมกนั วเิ คราะหห์ ลักสตู ร นาผลการ 4.4 0.55 มาก 4.4 0.55 มาก วิเคราะหห์ ลกั สูตรไปใช้ในการวางแผน 5 0.00 มากที่สดุ 5 0.00 มากที่สดุ จดั การเรียนรู้ ออกแบบหน่วยการเรยี นรู้ 5 0.00 มากทส่ี ุด 5 0.00 มากทสี่ ุด ร่วมกนั ในแตล่ ะชว่ งชั้น 2.2 กาหนดเน้อื หาใหส้ อดคล้องกับ มาตรฐานสาระการเรยี นรู้ตามความมุง่ หมายของหลักสูตรรว่ มกนั 2.3 ครวู างแผน จัดทาหน่วยการเรยี นรู้ และแผนการจัดการเรียนรทู้ สี่ อดคล้องกบั หลกั สูตร 2.4 การออกแบบหน่วยการเรยี นรแู้ ละ จดั การเรียนการสอนต้องตอบสนองความ แตกต่าง ระหวา่ งบคุ คล 3 การศึกษาผู้เรียน 3.1 การศกึ ษาผเู้ รียนจะต้องปฏบิ ัติก่อน จดั การเรยี นการสอน โดยครูผูส้ อน 3.2 ครผู ้สู อนในสถานศึกษาจะตอ้ งรว่ ม ออกแบบเครื่องมือหรือวธิ ีการการท่ีจะ
124 นาไปศึกษาผเู้ รียน 4.8 0.45 มากที่สุด 4.8 0.45 มากที่สุด 3.3 ครูสารวจประสบการณ์การเรยี นรู้ ของผเู้ รียนก่อนจดั การเรยี นการสอน ตาราง 32 (ต่อ) รายการประเมนิ ความเ XS เพื่อที่จะนาผลจากการศึกษาผู้เรยี นหรอื ผลการวิเคราะห์ผเู้ รียนมาใชเ้ ป็นแนวทางในการจัดกระบวนการ 4.6 0 เรยี นร้ใู หเ้ หมาะสมกับผ้เู รียน 50 3.4 นาผลการวเิ คราะห์ทไ่ี ด้มาร่วมกันหาแนวทางแกป้ ัญหาใหก้ ับนกั เรียนกลมุ่ เส่ยี ง และสง่ เสรมิ ใหด้ ขี ึน้ สาหรับนักเรียนกลุ่มปกติ 50 3.5 เปา้ หมายสาคัญของการศกึ ษาผูเ้ รยี นคือการจดั การเรียนรูใ้ หเ้ หมาะสมและตรงตามความตอ้ งการของ 50 ผเู้ รียนมากทสี่ ุด 4.6 0 4 การกาหนดยุทธวิธีในการสอน 50 4.1 ครผู สู้ อนทุกระดับชน้ั มีการสร้างชุมชนแห่งการเรียนร(ู้ PLC)เพื่อกาหนดยุทธวธิ ีการสอนภายใน สถานศึกษาร่วมกนั 4.2 ครูผู้สอนทุกระดบั ชั้นมีการทางานร่วมกนั แบบกัลยาณมิตร ร่วมกันอภิปราย สงั เคราะหท์ ฤษฎกี าร เรียนรู้ หรอื แนวคดิ ทางการศึกษา 4.3 ครผู ู้สอนศกึ ษาทฤษฎกี ารเรียนรู้ หรอื แนวคดิ ทางการศกึ ษาใหม่ๆ นาไปปรับใช้ในชั้นเรียน 4.4 ครูผสู้ อนเลือกทฤษฎีการเรียนรู้ หรือแนวคิดทมี่ ีความเหมาะสมกบั เนื้อหา และเหมาะสมกับ ความสามารถผเู้ รียน ตาราง 32 (ต่อ) รายการประเมิน ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ X S.D. การแปลผล X S.D. การแปลผล 4.5 ครูเลอื กใช้ยทุ ธวิธีในการจดั การ เรยี นการสอนทีเ่ น้นผูเ้ รยี นเป็นศนู ย์กลาง 4.8 0.45 มากทีส่ ดุ 5 0.00 มากทสี่ ดุ
125 สอดคล้องกบั ความตอ้ งการของผเู้ รียน และเหมาะสมกบั บรบิ ทของท้องถ่ิน 5 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 5.1 ครูผ้สู อนทุกระดับช้ันมีการประชมุ ร่วมกันวางแผน หรอื การสร้างชุมชนแหง่ การเรียนรู้ทางวิชาชพี ครู(PLC)โดยจะตอ้ ง มคี วามเชอ่ื ว่าบคุ ลากรทุกคนมี ความสามารถและมีคณุ ภาพ 4.8 0.45 มากทส่ี ุด 5 0.00 มากทส่ี ุด 5.2 การจดั กิจกรรมการเรียนรูใ้ หเ้ กดิ มากทส่ี ดุ 5 0.00 มากทส่ี ุด มากที่สดุ 5 0.00 มากทีส่ ุด ประสิทธภิ าพจะต้องมกี ารระดมความคิด มากท่ีสดุ 5 0.00 มากท่ีสุด ของบุคลากรในสถานศึกษาทุกคนไมย่ ึด มากทีส่ ดุ 5 0.00 มากท่สี ดุ ติดกับแนวคดิ ของคนใดคนหนึ่งใน สถานศกึ ษาหรือเฉพาะมุมมองของตนเอง 4.6 0.55 5.3 ครูผสู้ อนร่วมกนั วางแผนออกแบบ กระบวนการการจดั การเรยี นรู้ท่ี หลากหลายโดยมุ่งเน้นการจัดการเรยี นรู้ท่ี เน้นผู้เรยี นเป็นสาคญั 5 0.00 5.4 ครูเปดิ โอกาสให้นกั เรยี นเป็นคน เลอื กหรือตดั สินใจในเนื้อหาสาระท่ีสนใจ เป็นประโยชน์ต่อตวั นกั เรียน 4.8 0.45 6 การวดั และการประเมินผล 6.1 สถานศึกษามกี ารพจิ ารณาระเบียบ วา่ ดว้ ยการวัดและประเมนิ ผลการเรียน ของสถานศกึ ษาข้ึนรว่ มกันระหวา่ ง ครผู สู้ อน ฝ่ายบริหาร และกลุ่มงาน 5 0.00 ตาราง 32 (ต่อ) รายการประเมิน ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ X S.D. การแปลผล X S.D. การแปลผล
126 วชิ าการ 6.2 ใช้ระเบยี บวา่ ด้วยการวดั และ ประเมินผลการเรียนทสี่ ถานศึกษารว่ มกัน ศึกษา วิเคราะห์ มาเปน็ แนวทางประกอบ ในการวัดและประเมนิ ผลของครูผสู้ อนแต่ ละระดบั ช้นั 5 0.00 มากท่ีสุด 4.8 0.45 มากที่สุด มากทส่ี ดุ 4.6 0.55 มากท่ีสดุ 6.3 การวดั และประเมินผลของครูผู้สอน มากท่สี ดุ 5 0.00 มากที่สดุ จะต้องเลือกวธิ กี ารประเมินผลให้ มากที่สุด 5 0.00 มากทส่ี ุด มากที่สุด 4.9 0.22 มากที่สดุ สอดคลอ้ งกับจดุ ประสงค์ และมีความ หลากหลายเหมาะสมในแตล่ ะรายวิชา 5 0.00 6.4 ครผู ู้สอนเนน้ การวัดและประเมนิ ผล โดยยึดผเู้ รียนเปน็ สาคญั โดยใช้การ ประเมินผลตามสภาพจริงเพ่ือประเมนิ การแสดงออกของผเู้ รยี นรอบดา้ น 4.8 0.45 6.5 ครูผู้สอนมกี ารนาผลการประเมิน การเรียนรูใ้ นแต่ละคร้ังมาใช้ในการ พัฒนาการจดั การเรยี นรู้ เพ่ือใช้ในการวาง แผนการจดั การเรียนรใู้ หเ้ หมาะสมกับ ผู้เรยี นในครงั้ ตอ่ ไป 5 0.00 รวมเฉลีย่ 4.8 0.25 จากตาราง 32 พบวา่ ผทู้ รงคุณวุฒิประเมนิ แนวทางการพัฒนาการจดั การเรียนรู้ของครู สงั กัดสานกั งานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศึกษากาฬสนิ ธุ์ เขต 2 โดยใชแ้ นวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ ทางวชิ าชีพครู โดยรวมมีความเหมาะสมและความเปน็ ไปได้อย่ใู นระดบั มากท่สี ุด
127 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวจิ ยั เรอ่ื ง การพฒั นาแนวทางการจัดการเรียนรู้ของครู สงั กดั สานกั งานเขตพนื้ ที่ การศกึ ษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 โดยใช้แนวคิดชุมชนแห่งการเรยี นรทู้ างวิชาชีพครู ผู้วิจยั นาผล การวเิ คราะห์ข้อมลู มาสรุปผล อภิปรายผล และมีข้อเสนอแนะตามลาดบั ดังนี้ 1. ความมงุ่ หมายของการวจิ ัย 2. สรปุ ผล 3. อภิปรายผล 4. ขอ้ เสนอแนะ ความมุ่งหมายของการวจิ ัย 1. เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบนั สภาพท่พี ึงประสงค์ และความต้องการจาเป็นการจดั การ เรยี นรขู้ องครู สงั กดั สานกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษากาฬสนิ ธุ์ เขต 2 โดยใช้แนวคดิ ชุมชน
128 แห่งการเรียนรู้ทางวชิ าชีพครู 2. เพ่อื พัฒนาแนวทางการจดั การเรยี นรขู้ องครู สงั กัดสานักงานเขตพื้นทกี่ ารศึกษา ประถมศึกษากาฬสินธ์ุ เขต 2 โดยใช้แนวคิดชมุ ชนแห่งเรียนรูท้ างวิชาชีพครู สรปุ ผล จากการวิจัยการพฒั นาแนวทางการจดั การเรียนร้ขู องครู โดยใช้แนวคดิ ชุมชนแหง่ การ เรียนรทู้ างวชิ าชพี ครู สังกดั สานักงานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสนิ ธเุ์ ขต2 ผู้วจิ ัยสรุปไดด้ ังนี้ 1. การศึกษาสภาพปัจจุบนั สภาพท่พี ึงประสงค์ และความตอ้ งการจาเปน็ การจดั การ เรียนรู้ของครู สงั กดั สานกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสนิ ธุ์ เขต 2 โดยใช้แนวคิดชมุ ชน แหง่ การเรียนร้ทู างวชิ าชพี ครู 1.1 สภาพปจั จุบันการจดั การเรียนรูข้ องครู สงั กดั สานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษา ประถมศึกษากาฬสนิ ธ์ุ เขต 2 โดยใช้แนวคดิ ชุมชนแห่งการเรยี นรูท้ างวชิ าชีพครู โดยรวมอยู่ในระดับ มากโดยเรียงลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ การกาหนดวตั ถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมาย รองลงมาคอื การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การวดั และการประเมินผล การกาหนดเน้ือหาหรือหลักสูตร การกาหนดยุทธวธิ ใี นการสอน และตา่ สดุ คือการศึกษาผูเ้ รียน 1.2 สภาพที่พงึ ประสงค์และความต้องการจาเปน็ ในการจัดการเรียนรขู้ องครู สงั กดั สานักงานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 โดยใชแ้ นวคดิ ชุมชนแห่งการเรยี นรู้ทาง วิชาชพี ครู โดยรวมทุกองคป์ ระกอบอยู่ในระดับมากทีส่ ุด 1.3 ลาดบั ความตอ้ งการจาเป็นในการจัดการเรยี นรู้ของครู สังกัดสานักงานเขตพนื้ ท่ี การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธ์ุ เขต 2 โดยใชแ้ นวคดิ ชมุ ชนแห่งการเรียนรทู้ างวิชาชพี ครู เรยี งลาดบั ความตอ้ งการจาเป็นจากมากไปหาน้อย ไดแ้ ก่ดา้ นการศึกษาผ้เู รียน ดา้ นการกาหนดยุทธวธิ ีในการ สอน ดา้ นการกาหนดเน้อื หาหรือหลักสูตร ด้านการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ดา้ นการวัดและการ ประเมินผล และด้านการกาหนดวัตถุประสงคห์ รือจุดมุง่ หมาย 2. แนวทางการจดั การเรยี นรูข้ องครู สงั กัดสานักงานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษา กาฬสินธเุ์ ขต 2 โดยใช้แนวคิดชมุ ชนแหง่ เรยี นรูท้ างวชิ าชพี ครู มีความเหมาะสมและความเป็นไปได้ โดยรวมอยใู่ นระดบั มากที่สดุ ซึง่ สรุปประเด็นความสาคัญในแต่ละดา้ น ไดด้ ังนี้ 2.1 การศึกษาผู้เรียน โดยมีขั้นตอนคือ 1) การศึกษาผเู้ รียนจะต้องปฏิบตั กิ ่อนจดั การ เรยี นการสอน โดยครูผสู้ อนร่วมแรงรว่ มใจกันวางแผนสร้างบรรยากาศท่เี อื้อต่อการทางานร่วมกันของ บุคลากร 2) ครผู ้สู อนในสถานศกึ ษาจะต้องมีเป้าหมายรว่ มกัน และรว่ มออกแบบเคร่ืองมือหรือวธิ กี าร
129 การท่จี ะนาไปศกึ ษาผเู้ รียน 3)ครสู ารวจประสบการณ์การเรียนรขู้ องผูเ้ รียนก่อนจดั การเรียนการสอน เพอื่ ท่จี ะนาผลจากการศึกษาผเู้ รียนหรอื ผลการวเิ คราะหผ์ เู้ รียนมาใช้เปน็ แนวทางในการจดั กระบวนการเรยี นรู้ให้เหมาะสมกับผเู้ รียน 4) ครนู าผลการวเิ คราะห์ที่ได้มารว่ มกันหาแนวทาง แกป้ ญั หาให้กบั นักเรียนกลุ่มเสยี่ ง และส่งเสรมิ ให้ดขี ้ึนสาหรับนักเรยี นกลุ่มปกติ โดยมวี สิ ัยทศั น์ร่วมกัน ชดั เจน 5) ครทู ุกคนต้องมองเป้าหมายสาคญั ของการศึกษาผ้เู รียนคือการจดั การเรียนรู้ให้เหมาะสม และตรงตามความต้องการของผเู้ รียนมากทีส่ ดุ จะส่งผลใหส้ ภาพการ หรือบรรยากาศในช้ันเรียนเอือ้ ตอ่ การจดั การเรียนรู้ 2.2 การกาหนดวตั ถปุ ระสงค์หรือจุดมงุ่ หมาย โดยมีขัน้ ตอนคอื 1) คณะครู ผ้บู ริหาร การวางแผนประชุมปรึกษาหารือในหน่วยงาน เป็นผนู้ ารว่ มกันวางแผนในการกาหนดวัตถุประสงคก์ าร เรียนรู้ 2) ผูบ้ รหิ าร ครู ศึกษาสภาพปญั หา ความต้องการ และสภาพการบรบิ ทของท้องถ่ินก่อนการ ออกแบบการเรียนรู้ 3) ครูมกี ารกาหนดเปา้ หมายหรือวิสยั ทศั น์ทต่ี ้องการให้เกิดขน้ึ กบั ผเู้ รียนร่วมกนั อยา่ งชัดเจน 4) การกาหนดวัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรทู้ ีส่ ่งเสริมทักษะด้านต่างๆของนักเรยี นไดค้ รบทุก ดา้ น คือ ด้านความรู้ ดา้ นกระบวนการ และด้านเจตคติ 5) วตั ถุประสงค์ท่ีกาหนดขึ้นจะต้องเป็น วัตถปุ ระสงคเ์ ชิงพฤติกรรมทผี่ ู้เรียนสามารถปฏิบัตไิ ด้และครูผสู้ อนสามารถวัดหรือสังเกตได้ 2.3 การกาหนดเนื้อหาหรือหลักสตู ร โดยมีขั้นตอนคอื 1) ครผู ู้สอนเนน้ การทางาน ร่วมกนั เป็นทมี เน้นการมีภาวะผู้นาร่วม ร่วมกันวิเคราะห์หลักสูตร นาผลการวิเคราะห์หลักสูตรไปใช้ ในการวางแผนจัดการเรยี นรู้ ออกแบบหน่วยการเรียนรรู้ ่วมกนั ในแตล่ ะช่วงช้นั 2)กาหนดเนื้อหาให้ สอดคลอ้ งกับมาตรฐานสาระการเรียนรตู้ ามความมงุ่ หมายของหลกั สูตรร่วมกนั 3) ครสู รา้ งชุมชนแบบ กลั ยานมิตร ร่วมวางแผน จดั ทาหนว่ ยการเรียนรู้ และแผนการจัดการเรียนรทู้ ่สี อดคล้องกบั หลักสตู ร 4) การออกแบบหนว่ ยการเรยี นรู้และจัดการเรียนการสอนต้องตอบสนองความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล 2.4 การกาหนดยุทธวิธีในการสอน โดยมีขั้นตอนคอื 1) ครผู ู้สอนทุกระดับชั้นมกี าร สร้างชุมชนแห่งการเรียนร้(ู PLC) มภี าวะผู้นาร่วมกันร่วมแรงร่วมใจเพอื่ กาหนดยุทธวิธกี ารสอนภายใน สถานศึกษา 2) ครูผูส้ อนทุกระดับชั้นมกี ารทางานรว่ มกันแบบกัลยาณมติ ร มองวสิ ยั ทัศน์รว่ มกนั มีการอภปิ ราย สังเคราะห์ทฤษฎีการเรยี นรู้ หรือแนวคดิ ทางการศึกษา 3)ครผู สู้ อนศึกษาทฤษฎีการ เรยี นรู้ หรือแนวคิดทางการศึกษาใหมๆ่ นาไปปรับใช้ในช้ันเรียน 4)ครผู สู้ อนเลอื กทฤษฎีการเรียนรู้ หรอื แนวคิดที่มคี วามเหมาะสมกับเนื้อหา และเหมาะสมกบั ความสามารถของผู้เรยี น 5) ครู ผู้บริหาร มีคา่ นิยมหรือวิสยั ทศั นร์ ่วมกนั โดยเลอื กใชย้ ุทธวิธใี นการจดั การเรียนการสอนทเ่ี นน้ ผูเ้ รยี นเปน็ ศูนยก์ ลาง สอดคล้องกบั ความต้องการของผู้เรยี นและเหมาะสมกบั สภาพการบริบทของท้องถิน่ 2.5 การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ โดยมขี น้ั ตอนคือ 1) ครูผ้สู อนทุกระดับช้นั มกี าร ประชมุ ร่วมกันวางแผน ทุกคนตอ้ งเป็นผู้นาร่วมทางวชิ าการ จะตอ้ งมีความเชอื่ ว่าบุคลากรทกุ คนมี ความสามารถและมีคณุ ภาพเปน็ องค์กรที่ทางานของสมาชิกแบบกลั ยานมติ ร 2) การจัดกจิ กรรมการ
130 เรยี นรูใ้ ห้เกดิ ประสิทธิภาพจะตอ้ งมีการระดมความคิดของบุคลากรทุกคนมสี ว่ นร่วม โดยผูบ้ รหิ าร จะต้องสรา้ งบรรยากาศให้มสี ภาพการที่สนนั สนนุ สง่ เสริมบุคลากรในสถานศกึ ษาทุกคน ไมย่ ดึ ติดกบั แนวคิดของคนใดคนหนงึ่ ในสถานศกึ ษาหรอื เฉพาะมุมมองของตนเอง ต้องมีวิสัยทัศน์รว่ มกนั อย่าง ชัดเจน 3) ครูผูส้ อนรว่ มกนั วางแผนออกแบบกระบวนการการจัดการเรยี นรูท้ ่ีหลากหลายโดยมุง่ เนน้ การจดั การเรยี นรู้ที่เนน้ ผู้เรียนเป็นสาคญั 4) ครเู ปิดโอกาสให้นักเรยี นเปน็ คนเลอื กหรือตัดสนิ ใจใน เนือ้ หาสาระทส่ี นใจเป็นประโยชน์ต่อตวั นกั เรียน 2.6 การวดั และการประเมนิ ผล โดยมขี น้ั ตอนคือ 1)สถานศึกษามีการพิจารณา ระเบยี บวา่ ด้วยการวดั และประเมินผลการเรียนของสถานศึกษาขึ้นร่วมกนั ระหวา่ งครูผสู้ อน ฝ่าย บรหิ าร และกล่มุ งานวชิ าการ 2)ใช้ระเบียบวา่ ด้วยการวัดและประเมนิ ผลการเรียนทส่ี ถานศึกษา ร่วมกนั ศกึ ษา วเิ คราะห์ มาเป็นแนวทางประกอบในการวัดและประเมนิ ผลของครผู ู้สอนแตล่ ะ ระดับชั้น 3)การวดั และประเมินผลของครผู ู้สอนจะต้องเลอื กวิธีการประเมินผลให้สอดคล้องกบั จุดประสงค์ และมคี วามหลากหลายเหมาะสมในแตล่ ะรายวิชา 4)ครผู สู้ อนเนน้ การวดั และประเมนิ ผล โดยยึดผู้เรยี นเป็นสาคญั โดยใชก้ ารประเมนิ ผลตามสภาพจริงเพอื่ ประเมินการแสดงออกของผ้เู รียน รอบดา้ น 5)ครูผ้สู อนมีการนาผลการประเมนิ การเรยี นรู้ในแตล่ ะครั้งมาใช้ในการพัฒนาการจดั การ เรียนรู้ เพอื่ ใชใ้ นการวางแผนการจัดการเรียนรู้ใหเ้ หมาะสมกบั ผเู้ รียนในครั้งต่อไป อภิปรายผล การพฒั นาแนวทางการจัดการเรียนร้ขู องครู สังกัดสานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ประถมศกึ ษากาฬสินธ์ุเขต2 โดยใช้แนวคดิ ชุมชนแหง่ เรยี นรู้ทางวิชาชพี ครู มปี ระเดน็ สาคัญทนี่ ามา อภิปรายตามลาดับ ดังต่อไปน้ี 1. การศึกษาสภาพปัจจุบนั สภาพที่พงึ ประสงค์ และความต้องการจาเปน็ ของแนวทางการ จัดการเรียนรูข้ องครู โดยใชแ้ นวคดิ ชุมชนแห่งการเรยี นร้ทู างวชิ าชีพครู สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่ การศกึ ษาประถมศึกษากาฬสินธเุ์ ขต2 พบว่า สภาพปจั จุบนั ของการจดั การเรยี นรู้ของครู โดยใช้ แนวคดิ ชมุ ชนแห่งเรยี นรทู้ างวิชาชพี ครู สงั กัดสานักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษากาฬสนิ ธเุ์ ขต2 โดยรวมอยใู่ นระดบั มาก สภาพที่พึงประสงคข์ องแนวทางการจดั การเรียนร้ขู องครู โดยใชแ้ นวคดิ ชุมชนแหง่ การเรียนรทู้ างวิชาชพี ครู สังกดั สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์เขต2 โดยรวมอยู่ในระดับมากทีส่ ดุ การทผี่ ลการวจิ ยั เป็นเชน่ นเ้ี นื่องมาจากการจัดการเรยี นรขู้ องครูผู้สอนได้ ดาเนินการอย่างเป็นระบบ มีการกาหนดวัตถุประสงคห์ รือจดุ มุง่ หมาย โดยคณะครู ผบู้ ริหารการ วางแผนประชมุ ปรกึ ษาหารอื ในหน่วยงาน ร่วมกันวางแผนในการกาหนดวตั ถุประสงค์การเรยี นรู้ กาหนดวัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรทู้ ีส่ ง่ เสรมิ ทักษะด้านตา่ งๆของนกั เรียนได้ครบทุกดา้ น คือ ด้านความรู้
131 ด้านกระบวนการ และด้านเจตคตมิ กี ารกาหนดเนื้อหาหรอื หลักสูตรที่สอดคล้องกับมาตรฐานสาระการ เรยี นร้ตู ามความมุ่งหมายของหลักสตู รร่วมกนั โดยการออกแบบหนว่ ยการเรียนรแู้ ละจัดการเรยี นการ สอนตอบสนองความแตกต่าง ระหว่างบุคคล มีการศึกษาผู้เรยี นโดยปฏบิ ตั ิก่อนจดั การเรียนการสอน ครูผู้สอนจะต้องรว่ มออกแบบเครอ่ื งมอื หรือวิธีการการที่จะนาไปศึกษาผเู้ รยี น แล้วนาผลการวเิ คราะห์ ทไี่ ด้มาร่วมกันหาแนวทางแก้ปญั หาใหก้ ับนักเรียนกล่มุ ตา่ งๆ ครผู ู้สอนทกุ ระดับช้นั มีการสรา้ งชมุ ชน แหง่ การเรียนรู้(PLC) เพื่อกาหนดยทุ ธวธิ กี ารสอนภายในสถานศึกษารว่ มกันทางานรว่ มกันแบบ กัลยาณมติ ร โดยเลือกใช้ยทุ ธวิธีในการจดั การเรยี นการสอนที่เนน้ ผเู้ รียนเป็นศูนย์กลาง สอดคล้องกบั ความต้องการของผู้เรียนและเหมาะสมกับบริบทของท้องถิ่น มีการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ โดย ครูผสู้ อนรว่ มกนั วางแผนออกแบบกระบวนการการจดั การเรียนรู้ทห่ี ลากหลายโดยม่งุ เนน้ การจดั การ เรยี นรทู้ ่ีเน้นผเู้ รียนเป็นสาคญั เนน้ การเปิดโอกาสให้นักเรยี นเปน็ คนเลือกหรือตัดสนิ ใจในเนอ้ื หาสาระ ท่สี นใจเป็นประโยชน์ตอ่ ตัวนักเรยี น และมีการวดั และการประเมินผลท่ีเลือกวิธกี ารประเมนิ ผลได้ สอดคลอ้ งกับจดุ ประสงค์และมคี วามหลากหลายเหมาะสมในแต่ละรายวชิ าประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ เพอ่ื ประเมินการแสดงออกของผู้เรยี นรอบด้าน มีการนาผลการประเมนิ การเรียนร้ใู นแต่ละคร้ังมาใช้ใน การพัฒนาการจดั การเรียนรู้ เพ่ือใช้ในการวางแผนการจัดการเรียนรูใ้ หเ้ หมาะสมกบั ผูเ้ รียนในครงั้ ต่อไป สอดคลอ้ งกับ วิชัย ประสทิ ธิว์ ฒุ ิเวชช์ (2542) ที่เสนอวา่ การจัดการเรียนรเู้ ป็นกระบวนการท่ีมี ระบบระเบียบครอบคลุมการดาเนนิ งาน ตั้งแต่การวางแผนการจดั การเรยี นรูจ้ นถึงการประเมินผล เม่อื วิทยาการทางการศึกษาก้าวหน้ามากข้นึ แนวคดิ ในการสอนเริ่มเปล่ียนไปเป็นการให้ความสาคญั กับผ้เู รยี น โดยมแี นวคดิ ว่าการเรยี นร้ขู องผเู้ รยี นจะเกิดขนึ้ ได้ดีจากการได้คิดวิเคราะห์และลงมือปฏิบัติ ไมใ่ ช่การรับความรู้จากครูแต่เพียงอย่างเดียว ผเู้ รยี นจึงควรเป็นศนู ย์กลางของการเรียนการสอน สอดคลอ้ งกบั ผลการวจิ ับของ วรนิษฐา เลขนอก (2560) ที่ศึกษาโปรแกรมการพัฒนาครดู ้านการ จัดการเรยี นรสู้ าหรบั สถานศึกษา พบว่าโปรแกรมการพัฒนาครดู ้านการจัดการเรียนรู้กอบด้วย ด้าน การวดั และประเมนิ ผลผเู้ รยี นตามสภาพจรงิ รองลงมา คือด้านการใช้รูปแบบและเทคนิควิธีการสอน อยา่ งหลากหลาย และดา้ นการพฒั นาสอ่ื และนวตั กรรม สอดคลอ้ งกับ ผลการวจิ ัยของ Smith and Robert Timothy (1991) ท่ีศกึ ษาคุณลกั ษณะของระบบโรงเรยี นท่ีมีประสิทธภิ าพ ในมลรฐั จอร์เจีย ผลการวจิ ยั พบวา่ องค์ประกอบทม่ี สี ่วนสาคัญต่อประสทิ ธิภาพของโรงเรยี น คือการวัดผลและ ประเมนิ ผลอย่างสม่าเสมอ การจัดบรรยากาศทางวชิ าการ และการมผี ู้นาทเ่ี ขม้ แข็งจะทาใหก้ าร จดั การเรยี นรมู้ ีประสทิ ธิภาพ 2. แนวทางการจดั การเรยี นรขู้ องครู โดยใชแ้ นวคดิ ชุมชนแหง่ เรียนร้ทู างวชิ าชีพครู สังกดั สานกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษากาฬสินธ์ุ เขต 2 ซ่งึ ไดจ้ ากการสมั ภาษณผ์ บู้ ริหาร สถานศึกษาและครทู เี่ กย่ี วข้องซง่ึ เป็นโรงเรียนที่มแี นวปฏบิ ัติท่ดี ี (Best Practice) ในการจัดการเรียนรู้ ของครู โดยใชแ้ นวคิดชมุ ชนแห่งเรียนรทู้ างวชิ าชีพครู แล้วนามาสังเคราะห์ ยกรา่ งเปน็ แนวทางการ
132 การจัดการเรยี นรู้ของครู โดยใช้แนวคดิ ชมุ ชนแห่งเรียนรู้ทางวิชาชีพครู ประกอบดว้ ย 6 ด้าน ได้แก่ 1) การกาหนดวตั ถปุ ระสงคห์ รือจดุ มุ่งหมาย 2)การกาหนดเน้ือหาหรือหลกั สูตร 3)การศึกษาผเู้ รยี น 4) การกาหนดยุทธวธิ ใี นการสอน 5)การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ 6)การวดั และการประเมนิ ผล แลว้ นามา ผา่ นการประเมินจากผทู้ รงคุณวฒุ ิ ซ่งึ ล้วนแลว้ แตเ่ ป็นผเู้ ชี่ยวชาญทรี่ อบรู้ในการจัดการเรียนรูข้ องครู โดยใชแ้ นวคิดชุมชนแห่งเรียนรู้ทางวชิ าชีพครเู ป็นอย่างดี โดยมคี วามเหน็ เกยี่ วกบั แนวทางการจดั การ เรียนรู้ของครู โดยใช้แนวคิดชุมชนแห่งเรียนรู้ทางวชิ าชีพครู มคี วามเหมาะสมและความเป็นไปได้โดย รวมอยใู่ นระดับมากทสี่ ุด ทัง้ นี้อาจเป้นเพราะแนวทางการจัดการเรยี นรูข้ องครู โดยใช้แนวคิดชมุ ชน แห่งเรยี นรทู้ างวิชาชีพครู สังกัดสานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาฬสินธ์ุ เขต 2 ที่ผู้วจิ ัยได้ จดั ทาขนึ้ โดยครผู ูบ้ ริหารและบุคลากรในสถานศึกษามีการทางานร่วมกันจงึ สง่ ผลให้มีกระบวนการและ ขัน้ ตอนการปฏิบตั ทิ เี่ หมาะสม ชัดเจน สามารถเป็นแนวทางให้สถานศึกษานาไปปฏิบัติได้ สง่ ผลให้เกิด การพัฒนากระบวนการจดั การเรยี นรู้ของครู แล้วสง่ ผลตอ่ คุณภาพของนกั เรียนและพัฒนาคณุ ภาพ การศึกษาของไทยใหด้ ียิ่งขน้ึ เริม่ ต้ังแต่การกาหนดวัตถุประสงค์หรอื จดุ มุ่งหมาย โดยคณะครู ผบู้ รหิ าร การวางแผนประชุมปรึกษาหารือในหน่วยงาน ร่วมกนั วางแผนในการกาหนดวตั ถุประสงค์การเรยี นรู้ มีการศึกษาสภาพปญั หา ความต้องการ และบรบิ ทของท้องถนิ่ กอ่ นการออกแบบการเรยี นรู้ ซงึ่ วตั ถปุ ระสงค์ท่ีกาหนดขน้ึ จะต้องเป็นวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมท่ีผูเ้ รียนสามารถปฏิบตั ิได้และ ครผู สู้ อนสามารถวัดหรือสงั เกตได้ รวมไปถึงการกาหนดเน้ือหาหรอื หลกั สูตรทีค่ รผู ู้สอนเน้นการทางาน รว่ มกนั เปน็ ทีม ร่วมกนั วิเคราะห์หลกั สูตร นาผลการวิเคราะหห์ ลักสูตรไปใช้ในการวางแผนจัดการ เรยี นรู้ ออกแบบหนว่ ยการเรียนรูร้ ่วมกัน ในแตล่ ะช่วงช้นั มีการกาหนดเนื้อหาให้สอดคล้องกบั มาตรฐานสาระการเรียนรูต้ ามความมุ่งหมายของหลักสูตรและการออกแบบหน่วยการเรียนรแู้ ละการ จัดการเรยี นรู้ไดต้ อบสนองความแตกต่าง ระหว่างบุคคล มีการการศึกษาผเู้ รยี นโดยสารวจ ประสบการณ์การเรียนรขู้ องผู้เรียนก่อนจดั การเรียนรู้นาผลจากการศึกษาผู้เรียนหรือผลการวิเคราะห์ ผ้เู รียนมาใช้เป็นแนวทางในการจัดกระบวนการเรยี นรู้ให้เหมาะสมกบั ผเู้ รียน รว่ มมือกนั กาหนดยุทธวธิ ี ในการสอนโดยนาแนวคิดชุมชนแหง่ การเรียนรู้(PLC) มาช่วยกันกาหนดยุทธวิธกี ารสอนภายใน สถานศึกษาโดยครูผสู้ อนทุกระดับชั้นมกี ารทางานรว่ มกนั แบบกลั ยาณมิตร รว่ มกันอภิปราย สังเคราะห์ทฤษฎกี ารเรียนรู้ หรือแนวคดิ ทางการศกึ ษาโดยซึ่งเป็นยุทธวธิ ีในการจัดการเรียนการสอนท่ี เน้นผเู้ รยี นเป็นศนู ยก์ ลาง สอดคลอ้ งกับความต้องการของผู้เรยี นและเหมาะสมกับบริบทของท้องถิ่น นาไปสจู่ ดั กิจกรรมการเรียนรู้โดยเปดิ โอกาสให้นักเรยี นเปน็ คนเลอื กหรือตดั สนิ ใจในเน้ือหาสาระท่ี สนใจเปน็ ประโยชน์ต่อตวั นักเรยี นและมีการวดั และการประเมนิ ผลท่สี อดคล้องกับจุดประสงค์ และมี ความหลากหลายเหมาะสมในแต่ละรายวชิ ามีการประเมินผลตามสภาพจริงเพื่อประเมินการแสดงออก ของผู้เรียนรอบดา้ นแล้วนาผลการประเมินการเรยี นรูใ้ นแต่ละคร้งั มาใชใ้ นการพฒั นาการจัดการเรยี นรู้ เพ่ือใช้ในการวางแผนการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกบั ผู้เรยี นในคร้ังต่อไป ซ่งึ สอดคล้องกับผลการวจิ ัย
133 ของ จลุ ลี่ ศรีษะโคตร (2557) ท่ไี ด้ทาการศึกษาบรรยากาศองค์การท่ีส่งผลต่อชมุ ชนการเรียนรทู้ าง วิชาชพี ของครู ในสงั กัดเทศบาลนครขอนแก่น พบวา่ ชุมชนการเรียนร้ทู างวิชาชพี ของครูในสงั กัด เทศบาลนครขอนแกน่ โดยภาพรวมทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ วิสยั ทัศนร์ ว่ ม ทมี และเครือข่ายการเรยี นรกู้ าร จดั การความรู้ และการสง่ เสริมแหล่งเรยี นรแู้ ละเทคโนโลยีสารสนเทศ อยู่ในระดับมาก และสอดคล้อง กบั พมิ พันธ์ เดชะคุปต์ (2551) ทไี่ ด้เสนอเก่ียวกบั การกาหนดวตั ถปุ ระสงค์หรือจดุ ม่งุ หมาย 2 ส่วนคอื ครูรว่ มกันร่วมในการคิดริเรมิ่ ศกึ ษาสภาพปัญหา ความต้องการ และบรบิ ทของท้องถ่ิน และร่วมกัน กาหนดเปา้ หมายทตี่ อ้ งการให้เกิดข้นึ กับผูเ้ รยี น ควรกาหนดใหค้ รบท้งั ด้านความรู้ (K) กระบวนการ (P) และเจตคติ (A) และสอดคล้องกับ สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน (2553) ที่เสนอ ว่า การกาหนดเนื้อหาหรือหลักสูตรหลักการสาคัญคือครจู ะต้องออกแบบหน่วยการเรยี นรู้และจัดการ เรยี นรู้ตอบสนองความแตกตา่ ง ระหว่างบุคคล และกาหนดสาระสาคญั ในเร่ืองที่สอนทสี่ ามารถนา ผ้เู รยี นไปสเู่ ปา้ หมายการเรียนรตู้ ามมาตรฐานการเรียนรู้ และตวั ช้วี ดั ของหลกั สูตร และสอดคลอ้ งกบั สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน (2553) ทเี่ สนอเกยี่ วกับการศึกษาผู้เรยี นว่า ครจู ะต้อง สารวจประสบการณ์การเรียนรู้ของผ้เู รียน ครูผ้สู อนควรคานึงวา่ ผู้เรียนแตล่ ะคนมวี ธิ กี ารเรยี นรู้ (Learning Styles) แตกตา่ งกัน และนาข้อมูลมาใชใ้ นการวางแผนการจัดการเรยี นรู้ทีท่ ้าทาย ความสามารถของผเู้ รียน และสอดคลอ้ งกับ ทิศนา แขมมณี (2555) ทเ่ี สนอเกีย่ วกบั การจัดกจิ กรรม การเรยี นรวู้ า่ ครูต้องออกแบบหน่วยการเรยี นรู้ จัดทาแผนการสอน เพ่ือนาไปสูเ่ ปา้ หมายการเรยี นรู้ ตามมาตรฐานการเรยี นรู้ และตัวชี้วัดของหลักสตู ร และทีส่ าคญั ครจู ะต้องร่วมกันวางแผนการจัดการ เรียนภาพรวมของสถานศึกษาเพือ่ แก้ปญั หา และสง่ เสรมิ โดยมเี ปา้ หมายสาคัญคือผู้เรยี น และ สอดคลอ้ งกบั ผลการวิจยั ของ ปิยณฐั กุสมุ าลย์ (2560) ที่ได้ทาการศึกษาแนวทางการพฒั นาครูโดยใช้ แนวคิดชมุ ชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชพี ในการจดั การเรยี นรู้ สาหรับสถานศกึ ษา สังกดั สานักงานเขต พืน้ ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษาเขต 27 พบว่าองค์ประกอบและตัวช้วี ัดการพัฒนาครูโดยใช้แนวคิดชุมชน แห่งการเรียนรู้ทางวิชาชพี ในการจัดการเรียนรู้ สาหรบั สถานศึกษา สงั กัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา มธั ยมศึกษา เขต 27 ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ คือ 1) การมภี าวะผู้นารว่ ม 2) การมีวสิ ัยทัศนแ์ ละ เปา้ หมายร่วมกนั 3) การมรี ะบบทมี รว่ มมือร่วมใจ 4) การทบทวนไตรต่ รองผล 5) การสนับสนนุ 6) การเรยี นรูแ้ ละพัฒนาวชิ าชีพ ผลการประเมนิ แนวทางการพัฒนาครโู ดยใช้แนวคิดชมุ ชนแห่งการ เรยี นรู้ทางวชิ าชีพในการจัดการเรยี นรู้ สาหรบั สถานศึกษา สังกดั สานักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษา มธั ยมศึกษา เขต 27 โดยผู้ทรงคณุ วุฒิพบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากท่สี ุดและมีความเปน็ ไป ได้อยู่ในระดับมาก และสอดคลอ้ งกบั Phillip (2009) ที่ได้ทาการศึกษาห้ามติ ิของการเรียนรู้ชมุ ชน การเรียนรูท้ างวชิ าชีพทเี่ ป็นแบบอยา่ งในการพฒั นาโรงเรียนประถมศกึ ษาในรัฐเท็กซัส พบวา่ มิตขิ อง การสร้างชุมชนการเรียนรูท้ างวิชาชพี 5 มิติของรูปแบบการเรียนรขู้ องการสรา้ งชมุ ชนการเรียนรู้ทาง วชิ าชีพ ผลการศกึ ษาพบว่าการเรยี นรู้ท่ียั่งยนื ของชมุ ชนการเรยี นร้ทู างวชิ าชพี จะเหน็ ได้ชดั ในโรงเรยี น
134 ที่มปี ระสทิ ธิภาพสูง ผลการศึกษาแสดงถงึ วฒั นธรรมของโรงเรยี นเหลา่ นีส้ มั พนั ธ์กับการไดร้ ับการ สนบั สนุนโดยมีความไวว้ างใจและความเคารพซ่งึ กันและกนั และของพวกเขาผลสาเรจ็ เกดิ จากการ เรยี นรู้ร่วมกันของนักเรยี น พนักงาน บคุ ลากรเน้นการเรยี นรูข้ องนักเรยี นระดบั ทีมจะสร้างภาวะความ เปน็ ผู้นาและการเรียนรู้ร่วมกันของส่วนรวมผู้บริหารในโรงเรยี นเหล่าน้มี สี ว่ นรว่ มในการสนับสนุนและ อานวยความสะดวก การจดั ระเบยี บข้อมลู บคุ ลากร และทรัพยากร ขอ้ เสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะทว่ั ไป 1.1 ผบู้ ริหาร และคณะครู ควรวางแผนการนาแนวทางการจดั การเรยี นรู้ โดยใชแ้ นวคดิ ชุมชนการเรยี นรู้ทางวชิ าชีพครู ไปใช้ใหค้ รอบคลมุ เพ่ือให้การจดั การเรียนรู้บรรลตุ ามจดุ มุ่งหมาย 1.2 สานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษากาฬสนิ ธ์ุ เขต 2 ควรส่งเสรมิ ให้ สถานศกึ ษาในสังกดั ทุกแหง่ นาแนวทางการจัดการเรียนร้โู ดยใชแ้ นวคิดชุมชนแห่งการเรียนรไู้ ปใช้ 2. ขอ้ เสนอแนะในการศึกษาค้นคว้าตอ่ ไป 2.1 ควรวิจัยเกี่ยวกบั ประสทิ ธิผลท่ีเกดิ จากการนาแนวทางการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ ชมุ ชนแหง่ การเรยี นรู้ทางวชิ าชีพ ในสงั กัดสานักงานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 2.2 ควรมีการนาแนวทางการพัฒนาการจัดการเรียนรขู้ องครู สงั กดั สานักงานเขตพ้ืนที่ การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธ์ุ เขต 2 โดยใชช้ มุ ชนแหง่ การเรยี นรทู้ างวิชาชีพครู ไปประยกุ ต์ใช้ใน สถานศึกษาสังกัดเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาอื่น 2.3 ควรวจิ ัยเก่ียวกบั ปัจจัยที่ส่งผลตอ่ ความสาเร็จในการดาเนนิ การนาแนวทางการ จดั การเรียนรู้ โดยใชช้ ุมชนแห่งการเรียนรทู้ างวชิ าชพี ไปใช้ในสถานศึกษา เพ่ือเปน็ แนวทางในการ พัฒนาการจัดการเรยี นรู้ใหด้ ยี ิ่งข้ึน
135 บรรณานกุ รม
136 บรรณานุกรม กิตติ กสณิ ธารา. แนวทางการขับเคล่ือน PLC สกู่ ารพฒั นาคุณภาพผู้เรียน สพม.17. จนั ทบุรี: สานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษามธั ยมศกึ ษาเขต17. 2560. คงกฤช ไตรยวงค์. อาศรมศลิ ปว์ จิ ัย: การวจิ ัยและพัฒนาชุมชนแหง่ การเรียนรู้ แนวจติ ตปัญญา. โครงการเอกสารวชิ าการการเรยี นรู้สู่ การเปล่ยี นแปลง ลาดับที่ 8. นครปฐม: เอมี่ เอน็ เตอร์ ไพรส์ จากัด, 2553. จุลล่ี ศรษี ะโคตร. บรรยากาศองค์การท่สี ่งผลตอ่ ชมุ ชนการเรยี นรทู้ างวิชาชพี ของครูในสงั กัดเทศบาล. วิทยานพิ นธ์ ศษ.ม. ขอนแกน่ : มหาวิทยาลยั ขอนแก่น, 2557. ชัยวฒั น์ สทุ ธริ ตั น์. 80 นวตั กรรมการจัดการเรยี นรู้ท่ีเน้นผเู้ รียนเปน็ สาคญั . กรงุ เทพฯ: บริษทั แดเน็กซ์ อนิ เตอร์คอรป์ ปอเรชนั่ , 2552. ณฐั วฒุ ิ กิจรงุ่ เร่อื ง. แนวทางปฏิรูปการศึกษา. กรงุ เทพฯ: พิทักษ์อกั ษร, 2552. ณรงคฤ์ ทธิ์ อินทนาม. การพฒั นาหลกั เทยี บสาหรบั การสร้างชมุ ชนการเรยี นรทู้ างวิชาชีพในโรงเรียน. วิทยานพิ นธ์ ค.ด. กรงุ เทพฯ: จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย, 2553. ทศั นยี ์ จันอนิ ทร์. อาศรมศิลป์วิจยั : การวิจยั และพัฒนาชมุ ชนแหง่ การเรยี นรู้ แนวจติ ตปญั ญา. โครงการเอกสารวชิ าการการเรียนรสู้ ู่ การเปลีย่ นแปลง ลาดบั ที่ 8. นครปฐม: เอมี่ เอ็นเตอร์ ไพรส์ จากดั , 2553.
137 ทศิ นา แขมมณี. การจดั การเรียนการสอนโดยยึดผู้เรยี นเป็นศูนย์กลาง. กรุงเทพฯ: โอเดยี นสโตร.์ 2542. . ศาสตรก์ ารสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรทู้ มี่ ปี ระสิทธิภาพ. พมิ พ์ครัง้ ที่ 15. กรงุ เทพฯ: สานักพมิ พแ์ หง่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. ทองคูณ หงส์พนั ธ.ุ์ สอนดตี ้องมีหลัก: บัญญัติ 20 ประการของการสอน. กรงุ เทพฯ : แสงสว่างการ พิมพ.์ 2542. ธรี ะ รุญเจริญ และคณะ. กลยุทธ์การพฒั นาความเป็นบุคคลแห่งการเรยี นรู้. กรงุ เทพฯ : ข้าวฟ่าง, 2554. บญุ ชม ศรสี ะอาด. การวิจัยเบื้องตน้ . พิมพค์ รัง้ ที่ 9. กรงุ เทพฯ : สวุ ีริยาสาสน์ , 2556. ปรชั ญา เวสารชั ช.์ หลกั การจัดการศึกษา. กรงุ เทพฯ: สานักงานปฏิรูปการศึกษา, 2545. ปองทิพย์ เทพอารยี .์ การพฒั นารูปแบบชมุ ชนแห่งการเรยี นรูเ้ ชงิ วิชาชีพสาหรับครปู ระถมศึกษา. ปริญญานพิ นธ์ กศ.ด. กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ, 2557. ปิยณฐั กสุ ุมาลย.์ แนวทางการพัฒนาครโู ดยใชแ้ นวคดิ ชุมชนแหง่ การเรยี นรูท้ างวิชาชีพในการจัดการ เรยี นรู้ สาหรับสถานศกึ ษา. วิทยานพิ นธ์ กศ.ม. มหาสารคาม : มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม, 2560. พรสวรรค์ จนั ทร์เติม. การพัฒนาโปรแกรมพฒั นาครูในการจัดการเรยี นรู้ภาษาไทยโดยใช้แนวคิดสมอง เปน็ ฐาน. วทิ ยานิพนธ์ กศ.ด. มหาสารคาม: มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม, 2561. พมิ พนั ธ์ เดชะคปุ ต์. ทกั ษะ 5C เพื่อการพฒั นาหน่วยการเรียนรแู้ ละการจดั การเรยี นการสอนแบบ บรู ณาการ. พมิ พค์ รั้งที่ 6. กรุงเทพฯ: สานกั พิมพแ์ หง่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. พมิ พ์ทอง สงั สทุ ธิพงศ์. บริบท ปัจจยั และสภาพการจดั การเรยี นการสอนพลศึกษาโดยใช้ชมุ ชนแหง่ การเรยี นร้ทู างวชิ าชีพ ระดับประถมศกึ ษา ในโรงเรยี นเขตเมือง 8 จงั หวัดภาคเหนือ ตอนบน. เชยี งใหม่: มหาวิทยาลัยราชภฏั เชยี งใหม่, 2555. พิเชฐ เกษวงษ.์ แนวทางการสรา้ งชมุ ชนแห่งการเรยี นร้ทู างวิชาชพี ในสถานศึกษา สานักงานเขตพ้ืนที่ การศึกษาประถมศกึ ษาปทุมธานี เขต 2. วทิ ยานพิ นธ์ กศ.ม. มหาสารคาม : มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม, 2556. ไพฑูรย์ สินลารตั น.์ “ปฏิรปู การเรยี นร้:ู ปฏริ ูปการศึกษากลับทางจากล่างขน้ึ บน, ”ในเหลียวหลังแล หน้าปฏิรปู การศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน เอกสารประกอบการเสวนาการปฏิรปู การศึกษาขั้น พ้นื ฐาน. กรงุ เทพฯ: สานักงานคณะกรรมการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน, 2558. มหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถมั ภ.์ คู่มอื การจัดระบบการเรยี นการสอนทยี่ ดึ ผูเ้ รียนเปน็ ศนู ย์กลางการเรียนรู้. พระนครศรีอยุธยา: โรงพิมพ์เทียนวฒั นาพริ้นท์ต้ิง. 2553.
138 มารตุ พัฒผล. การจดั การเรยี นรทู้ ่ีเสริมสรา้ งการรูค้ ิดและความสุขในการเรียนรู้. พิมพ์คร้ังท่ี2. กรงุ เทพฯ: จรัลสนทิ วงศก์ ารพิมพ์, 2557. มินตรา ลายสนิทเสรกี ุล. “กลยทุ ธ์การบริหารโรงเรียนสู่การเป็นชุมชนแหง่ การเรียนรวู้ ิชาชีพของ โรงเรียนมัธยมศึกษาในสหวทิ ยาเขตเบญจบูรพา กรุงเทพมหานคร,” วารสารอิเล็กทรอนิกส์ ทางการศึกษา(OJED). 9(3): 397-401; กรกฎาคม-กันยายน 2557. เรวณี ชยั เชาวรัตน.์ วถิ กี ารสรา้ งครสู ศู่ ิษย์: ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวชิ าชพี . กรงุ เทพฯ: สานักงาน สง่ เสรมิ สังคมแห่งการเรยี นรู้2556. ฤทธิไกร ไชยงาม. “ครเู พญ็ ศรี ใจกลา้ 04: PBL ในวิชาคน้ คว้าอสิ ระ ณ เชียงยืนพิทยาคม (จบ), มมุ มองเชิงช่นื ชมสาหรบั Best Practices: 2557. วรนษิ ฐา เลขนอก. โปรแกรมการพฒั นาครดู า้ นการจัดการเรียนร้สู าหรบั สถานศกึ ษา. วิทยานิพนธ์ กศ.ด. มหาสารคาม: มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม, 2560. วรลกั ษณ์ ชูกาเนดิ . “รปู แบบชมุ ชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพครูสู่การเรียนรูใ้ นศตวรรษที่ 21 บรบิ ท โรงเรียนใน ประเทศไทย, กรงุ เทพฯ: สานักงานส่งเสริมสงั คมแหง่ การเรยี นรู้ 2557. วัฒนาพร ระงับทุกข์. การจัดการเรยี นการสอนทีเ่ นน้ ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง. กรุงเทพฯ: ต้นอ้อ, 2542. วิจารณ์ พานิช. วถิ สี ร้างการเรียนรเู้ พือ่ ศิษยใ์ นศตวรรษท่ี 21. กรุงเทพฯ: มลู นธิ ิสดศรี-สฤษด์วิ งศ,์ 2555. วชิ ยั ประสทิ ธว์ิ ฒุ เิ วชช.์ การพัฒนาหลกั สตู รสานต่อที่ท้องถิ่น. กรงุ เทพฯ: ศนู ยเ์ สริมปัญญาไทย, 2542. วเิ ชียร ไชยบงั . “พฒั นาการ-ครแู ละการสอน-การพฒั นาครู บรรยาย-ครู Change Agent ศรสี ะเกษ. พฤหัสบดที ี่ 17 กนั ยายน 2558”, โรงเรยี นนอกกะลา โรงเรียนลาปลามาศพฒั นา Lamplaimat Pattana School. 23 กันยายน 2558. วีระ พลอยครบรี. “ประเด็นการปฏริ ูปการเรยี นรู้,” ในปฏริ ปู การศกึ ษา แนวคิดและหลกั การตาม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: วิญญชู น, 2545. วีระชัย ศรวี งษ์รัตน.์ แนวทางการพฒั นาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรูใ้ นสถานศกึ ษาสงั กดั สานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาอดุ รธานี เขต1. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. มหาสารคาม: มหาวิทยาลยั มหาสารคาม, 2559 ศกั ดิช์ ัย ภเู่ จรญิ . ชุมชนแหง่ การเรียนรทู้ างวิชาชพี PLC. 19 กรกฎาคม 2561. สมุทร สมปอง. การพัฒนารูปแบบการสร้างชุมชนการเรียนรูทางวชิ าชีพครูในโรงเรียนประถมศึกษา : การวจิ ยั ปฏิบตั กิ ารแบบมีสว่ นร่วม. วิทยานิพนธ์ กศ.ด. มหาสารคาม : มหาวทิ ยาลัย มหาสารคาม, 2558.
139 สทิ ธิพล อาจอนิ ทร์. การพฒั นาทักษะการสอนคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณของครูวทิ ยาศาสตร์ ประถมศึกษา. กรงุ เทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2554. สิรพิ ันธ์ สุวรรณมรรคา และคณะ. แนวทางการจัดการศึกษาข้นั พนื้ ฐานเพอ่ื การประกอบอาชพี . กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย, 2554. สวิ รี วิศทุ ธิส์ นิ ธพ. รูปแบบการพัฒนาชมุ ชนแหง่ การเรยี นรเู้ ชงิ วชิ าชีพในสถาบันอดุ มศกึ ษาคาทอลกิ . วิทยานพิ นธ์ กศ.ม. นครราชสมี า: มหาวทิ ยาลยั วงษ์ชวลิตกุล, 2554. เสรมิ ศักดิ์ วศิ าลาภรณ์. สภาพการจัดการศกึ ษาในจงั หวดั ชายแดนใต้. (พิมพค์ ร้ังที่ 3). กรุงเทพมหานคร: ห้างหนุ้ ส่วนจากดั ว.ี ที.ซ.ี คอมมิวนเี คช่ัน, 2545. สรุ พล ธรรมรม่ ดี. อาศรมศิลป์วจิ ัย: การวจิ ยั และพัฒนาชุมชนแหง่ การเรยี นรู้ แนวจิตตปญั ญา. โครงการเอกสารวิชาการการเรยี นรู้สู่ การเปลีย่ นแปลง ลาดบั ที่ 8. นครปฐม: เอม่ี เอ็นเตอร์ ไพรส์ จากัด, 2553. สรุ างค์ โค้วตระกูล. จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั , 2552. สุวิทย์ มลู คา. กลยุทธ์การสอนอยา่ งมวี ิจารณญาณ. พิมพ์ครั้งท่ี2. กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์, 2547. . กลยุทธ์การสอนวเิ คราะห์. พิมพค์ ร้ังท่ี4. กรงุ เทพฯ: ภาพพิมพ์, 2550. สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน. แนวทางการจัดการเรยี นรตู้ ามหลักสตู รแกนกลาง การศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชมุ นมุ สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศ ไทย, 2553. . มาตรฐานการศึกษาข้นั พ้ืนฐานและมาตรฐานการศึกษาปฐมวัย เพื่อการประกันคณุ ภาพ ภายในของสถานศึกษา. กรงุ เทพฯ: สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน, 2554. สานกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธ์ุเขต2. แผนปฏบิ ัติการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 กาฬสนิ ธ์ุ: สานักงานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศึกษากาฬสินธ์เุ ขต2, 2562. สานกั งานเลขาธิการสภาการศกึ ษา. แนวทางการพัฒนานโยบายการเรียนรู้นอกระบบโรงเรยี นและ การเรียนรตู้ ามอธั ยาศัยเพื่อการสร้างสงั คมแห่งการเรียนรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และภูมปิ ัญญาไทย. กรงุ เทพฯ: ชมุ นุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย, 2553. . รายงานผลการศึกษาสถานภาพการผลิตและพัฒนาครใู นประเทศไทย. กรงุ เทพฯ : พรกิ หวานกราฟฟิค, 2558 ก. สานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. รายงานการวจิ ยั แนวโนม้ ภาพอนาคตการศึกษาและการเรียนรู้ ของไทยในปี พ.ศ. 2573. กรงุ เทพฯ: 21 เซ็นจรู ่ี, 2559. สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษา. รายงานการวิจัยนาร่องหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้น พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พ์ชุมนมุ สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากดั , 2552.
140 . เพอ่ื นคคู่ ิดมติ รคู่ครู. กรุงเทพฯ: โรงพิมพช์ มุ นุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จากดั , 2554. สานักพฒั นาครูและบุคลากรการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน. รายงานการศึกษาแนวโนม้ การพฒั นาคุณภาพครู เพ่อื พัฒนาคุณภาพการศึกษาส่ศู ตวรรษท่ี21. กรงุ เทพฯ: สานักพฒั นาครูและบุคลากร การศึกษาขน้ั พื้นฐาน 2560. สาราญ จชู ่วย และคณะ. รายงานการวจิ ัยเรอ่ื งความพึงพอใจของนักศึกษาวิทยาลยั ราชพฤกษ์ทีม่ ตี ่อ การสอนวชิ าภาษาจนี ของ ครูอาสาชาวจีนระดบั อุดมศึกษา ปกี ารศึกษา 2552. นนทบุรี : วทิ ยาลัยราชพฤกษ์, 2553. สาลี รักสุทธี และคณะ. เทคนิควธิ กี ารจดั การเรียนการสอนและเขยี นแผนการสอนโดยยึดผเู้ รยี นเปน็ สาคญั . กรุงเทพฯ : เอ็น.ท.ี พี. เพรส., 2544. ไสว ฟักขาว. หลกั การสอนสาหรับเปน็ ครมู อื อาชีพ. กรงุ เทพฯ: พิมพล์ ักษณ์, 2544 เสาวลักษณ์ รัตนวชิ ช์. หลักการและกระบวนการจดั การเรียนการสอนท่ีไดผ้ ล. เอกสารประกอบการ อบรมเชงิ ปฏิบัติการพัฒนาอาจารยด์ า้ นการจดั การเรียนการสอนประจาปี 2551. ชลบุร:ี มหาวทิ ยาลัยบูรพา, 2551. อาภรณ์ ใจเที่ยง. หลักการสอน. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2546. Ausubel, D. The Psychology of Meaningful Verbal Learning. New York : Grune & Stratton, 1963. Bandura, A. Principles of behavior modification. New York: Holt, Rinehart & Winston, 1969. Bulkley, K.E., and J. Hicks. Managing Community: Professional Community in Charter Schools Operated by Educational Management Organizations. New York: McGraw-Hill, 2005. Carpenter, D. “School Culture and Leadership of Professional Learning Communities,” International Journal of Educational Management, 2015. Calcasola, K.S. The Relationship between Collective Teacher Efficacy and Professional Learning Communities. Doctorate of Educational Leadership Dissertation in Educational Leadership. New Britain: Central Connecticut State University, 2009.
141 Dan Carpenter. Professional Learning Community’s Impact on Science Teacher Classroom Practice in a Midwestern Urban School District. Lincoln USA: University of Nebraska-Lincoln, 2012. Darling, H. L. “Teachers and Teaching: Testing Policy Hypotheses from a National Commission Report”, USA.: Educational Researcher, 1999. Darling-Hammond. L. and R. Rothman. Teacher and Leader Effectiveness in High Performing Education Systems. Washington, DC: Alliance for Excellent Education and Stanford, CA: Stanford Center for Opportunity Policy in Education, 2011. DuFour, R. Learning by Doing. A Handbook for Professional Learning Communities at Work. Bloomington: Solution Tree, 1998. . “What is professional learning community?,” Educational Leadership, 2004. Finch, C.R. and J.R. Crunkilton. Curriculum Development in Vocational and Technical Education: Planning, Content, and Implementation. Boston, MA: Allyn Bacon, 1993. Flores, M., G. M. Bulnes and G. M. Quintanilla. “Building a Professional Learning Community: A Way of Teacher Participation in Mexican Public Elementary School,” International Journal of Educational Leadership and Management, 2015. Foster,W.P. The decline of the local a challenge to education leadership. Education Administration Quarterly, 2013. Good, C.V. Dictionary of Education. New York: McGraw-hill Book, 1974. Hativa, N. Teaching for Effective Learning in Higher Education. Dordrecht, Netherlands: Kluwer Academic Publishers, 2005. Hills, P.J. A. Dictionary of Education. London: Routledge & Kegan Payi, 1982. Hilliard, T. A. “Practices and Value of a Professional Learning Community in Higher Education,” Contemporary Issues in Education Research, 2012. Hord, S. M. and W. A. Sommers. Leading Professional Learning Communities: Voices from Research and Practice. Thousand Oaks. CA: Corwin Press, 2004. Hough, John B. and K. Duncan Jame’s. Teaching Description and Analysis. Indiana: Addison-Westlu, 1970.
142 Klausmeier and Ripple. Learning and Human Abilities: Educational Psychology. New York : Harper and Row, 1971. Knowles, M.S. The Modem Practice of Adult Education from Pedagogy to Andragogy. New York: The Adult Education company, 1978. Krejcie, V. R. and W. D. Morgan. “Determining sample size for research activities,” Educational and Psychological Measurement, 1970. Leclerc, M. and others. “Factors that promote Progression in Schools Functioning as Professional Learning Community,” International Journal of Education Policy & Leadership, 2012. Louise, K S., S.D. Kruse and A.S. Bryk. Professional and Community: what is it and why is it important in Urban schools? In K.S. Louis & S.D. Kruse (Eds.), Professionalism and community : Perspective on Transforming urban schools. Thousand Osk, CA : Corwin Press ; In, 1995. Maslow, Abraham Harold. Motivation and Personality. 2nd ed. New York: Harper & Row, 1970. Mayer, R. Learning Instruction. New Jersey: Pearson Education, Inc., 2003. Moore, R. C. “A Formal Theory of Knowledge and Action,” In Readings in Planning. San Mateo, CA: Morgan Kaufmann, 1992. Morrow, J.R. Teachers’ Perceptions of Professional Learning Communities as Opportunities For Promoting Professional Growth. Doctoral Dissertation. North Carolina : Appalachian State University, Boone NC, 2010. Phillip, Jeffrey Blacklock. The Five Dimensions of Professional Learning Communities in Improving Exemplary Texas Elementary Schools: A Descriptive Study. Dissertation M.Ed. Texas : University of North Texas, 2009. Piaget, J. The growth of logical thinking from childhood to adolescence. New York: Basicbook, 1972. Richey, R. The Theoretical and Conceptual Bases of Instructional Design. Lodon : Kogan Page, 1986.
143 Robert, S. and E. Z. Pruitt. Schools as Professional Learning Communities: Collaborative Activities and Strategies for professional Development. 2nd ed. California: Corwin Press, 2009. Rogers, C.R. Freedom to Learn. Columbus: Charles E. Merrill Publishing Co, 1969. Ruth Braddick Kochenour. “The Effect of Discovery Learning in a Lower Discovery Biology Course,” Advan Physiol Edu, 2010. Santrock, J.W. Educational Psychology. 3rd ed. New York: McGraw-Hill, 2008. Saylor, A. and A.J. Lewis. Curriculum Planning for The Better Teaching and Learning. New York: Holt Rinehart and Winston, 1981. Sergiovanni, T.J. Building Community in Schools. San Francisco: Jossey-Bass, 1994. Smith, William A. Total System Concept. New Jersey : Prentice-Hall, 1978. . Smith, Robert Timothy. “Characteristics of Effective School Systems in Georgia,” Dissertation Abstracts International, 1991. Stewart, C. “Transforming Professional Development to Professional Learning,” Journal of Adult Education, 2014. Stoll, L. and K. Louise. Professional and Communities: Divergence, Depth, & Dilemmas. Berkshire, English: Open university Press, 2006. Teri D. Cox. Teacher’s Perspectives on Building a Professional Learning Community. New York.: Walden University, 2011. Voelkel, Robert Holland, Jr. A Case Study of the Relationship between Collective Efficacy and Professional Learning Communities. University of California, San Diego; California State University San Marcos, 2011. Woolfolk, A.E. Educational Psychology. 11th ed. Bonton: Allyn & Bacon, 2010.
144 ภาคผนวก
145 ภาคผนวก ก เครอื่ งมอื ทใี่ ชใ้ นการวจิ ยั
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165