Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เอกสาร-สรุปคำบรรยายการอบรมการวิจัยกฎหมายทางสังคมศาสตร์ 2559

เอกสาร-สรุปคำบรรยายการอบรมการวิจัยกฎหมายทางสังคมศาสตร์ 2559

Published by E-books, 2021-03-15 06:36:38

Description: เอกสาร-สรุปคำบรรยายการอบรมการวิจัยกฎหมายทางสังคมศาสตร์ 2559

Search

Read the Text Version

ผเู้ ข้ารว่ มแสดงความเห็น : ขออนุญาตแลกเปลี่ยน พอดีเคยได้ค้นงานเขียนเร่ืองหน่ึงที่เป็นกฎหมายโบราณของลาว พอได้เห็น กฎหมายโบราณของลาวเนี่ย ก็มักจะได้เห็นวิทยานิพนธ์ของ มช. ท่ีเป็นนักศึกษาของลาวท่ีเข้ามาเรียนเขียน ดว้ ย ก็ว่าจะเขียนและมีข้อถกเถียงว่าสมัยนั้นพูดถึงสิทธิสตรีและผู้ชายเป็นใหญ่ มักจะอ้างมาตราบางมาตรามา สนับสนุนว่าน่ีไง กฎหมายคุ้มครองสิทธิสตรีในลาว ทีนี้พอเรามีโอกาสได้เข้าไปอ่านตัวบทกฎหมายทั้งหมด ช่ือ ว่าพระธรรมศาสตร์หลวง แต่งในสมัยพระเจ้าวงศาธรรมิกราชเม่ือหลายร้อยปีที่แล้ว พอทบทวนทุกมาตรา ท้ังหมดโดยไม่ได้เจาะจงอันใดอันหน่ึง เราก็จะพบว่าเอาล่ะ มีส่วนหนึ่งที่ทาให้สตรีถูกกดข่ี แต่ในขณะเดียวกัน มนั กลับทรีทสตรี ทรที ผูห้ ญงิ เยอะเหมือนกัน อย่างเชน่ มอี ยา่ งหนึ่งเขียนว่ายอมให้สตรีกาหนดเงือ่ นไขบางอย่าง ในการเลือกสามีได้ ยอม เช่น บอกว่า ถ้าผู้ชายคนหนึ่งยอมกระโดดจากต้นไม้ลงมาบนป่าหนาม ถ้าเธอทาได้ อยา่ งนี้ ฉนั ยอมแต่งกับเธอ นมี่ นั เปน็ มิตอิ ีกแบบหนึ่งที่แสดงให้เห็น คอื ผมตีความเอานะครับ ผมคดิ ว่ามันแสดง ให้เห็นถึงการท่ีสตรีลาวตอนนั้นสามารถกาหนด เขาเรียกอะไรล่ะ กาหนดความเหมาะควรหรือคุณค่าของ ตัวเองในการเลือกสามีได้ เราก็จะเห็นกฎหมายในลักษณะนี้ในกฎหมายโบราณของลาว และยังพูดถึง เร่ืองที่ ผหู้ ญิงสามารถซ้ือผู้ชายมาเป็นสามีได้ แตก่ ่อนเราคิดว่าไม่มีการสนับสนนุ ใหผ้ ้หู ญิงแสดงออกทางเพศแบบนี้ แต่ พอไปดใู นกฎหมายลึกๆ แลว้ หลายเรือ่ งกลับปรากฎวา่ บางอยา่ งที่เราคิดวา่ ไมม่ ี มันกลบั มใี นกฎหมายลาว หรือ อย่างเร่ืองการแบ่งทรัพย์สินหลังจากการหย่า มันเกิดจากเร่ืองลักษณะและความเสมอภาคในการจัดการ ทรัพย์สิน คือเขาไม่ได้ดูเรื่องชายหญิง แต่เขาดูว่าเงินในการมารวมกันมีสัดส่วนเท่าไหร่ ใครใช้แรงงานในการ ทางานและมีเงินทองพอกพูดออกมาได้บ้าง พอเราได้ดูและสรุปออกมา พอเราพูดว่าเราจะเหมาไม่ได้ว่าผหู้ ญิง ถูกเอารัดเอาเปรียบนะ แน่นอนในสังคมชายเป็นใหญ่มันเป็นอย่างนั้นแหละ แต่มันไม่ใช่ในทุกกรณีที่จะพูด อยา่ งนนั้ ได้ ต้องเลือกเป็นกรณไี ปดว้ ย อนั น้ีเปน็ ตวั อย่างหน่ึงท่ยี กขึ้นใหเ้ ห็นครับ อ.สมชายแสดงความเหน็ : มีงานของไทยชิ้นหน่ึงที่มักจะเป็นส่ิงท่ีนักสตรีนิยมไทยชอบหยิบยกข้ึนมาว่า “ผู้หญิงเป็นควาย ผู้ชาย เป็นคน” ต้ังแต่สมัยรัชกาลที่ 4 มีงานและคนจานวนมากเช่ืออย่างน้ัน มีงานของธาวิต สุขพานิชบอกว่านี่เป็น ความเช่ือท่ีผิด ธาวิตบอกว่าเป็นไปไม่ได้หรอก เขาบอกว่าความเชื่อของไทย ผู้ชายแต่งเข้าบ้านผู้หญิง สมัย โบราณ และรวมถึงสมัยรัชกาลท่ี 4 คือต้ังแต่สมัยอยุธยา ต้องแต่งเข้าบ้านผู้หญิง และเข้าเดือนออกเดือน แล้ว ผู้ชายจะไปกล้าหือหรือ คุณอยู่บ้านผู้หญิงคุณต้องอยู่กับครอบครัวเขา พอไม่ได้อยู่ก็ต้องออกไปรับใช้เจ้านาย ธาวิตเลยบอกว่าไอ้ที่ว่าผู้หญิงเป็นควาย ผู้ชายเป็นคน น่าจะเป็นความเชื่อที่ผิดพลาด อย่างน้ี ผมเรียกว่า วิเคราะห์ เขาบอกว่าน่ีเปน็ ถ้อยคาของรัชกาลที่ 4 ซ่ึงเม่ืออ่านกฎหมายดูแลว้ ให้พ่อแม่ขายลูกได้ ผัวขายเมยี ได้ รัชกาลที่ 4 บอกผู้หญิงเป็นควาย ผู้ชายเป็นคน และสตรีนิยมในไทยจานวนมากชอบเอาคานี้มาอธิบายสถานะ ของผ้หู ญงิ

ผูเ้ ขา้ ร่วมแสดงความเหน็ : ประเด็นน้ีปรากฎในกฎหมายฉบับเม่ือกี้ด้วย เขาพูดในลักษณะของผู้หญิงท่ีแต่งงานเข้าไป คือแน่นอน ว่าสังคมลาวน่ีคือผู้ชายแต่งเข้านะฮะ ผู้ชายมาแต่ตัวกับทรัพย์สินท่ีพ่อแม่แบ่งให้ จะมารับมรดกเดิมไม่ได้แล้ว เพราะถือว่าพ่อแม่แบ่งให้แล้ว ในครอบครัวอีสานโบราณ ลาวโบราณ ความเจริญก้าวหน้าของผู้ชายข้ึนอยู่กับ ครอบครัวของผู้หญิง เพราะที่สุดถ้าเขาจะสามารถอยู่ได้ ต้องรอพ่อตาตาย แล้วจึงสามารถรับมรดกของพ่อตา แตถ่ า้ เม่ือใดคณุ ไปทาร้ายลกู สาวเขา พอ่ ตาไลอ่ อกจากบ้าน จบเลยครบั ท้ังหมดทัง้ มวลไปแตต่ ัวไปไหนไม่ได้เลย หรือถ้าอยบู่ า้ นผหู้ ญงิ แลว้ ไปตลี ูกสาวเขา โดยท่ลี ูกสาวเขาไมม่ ีความผิดอะไรเลย สามารถให้ครอบครัวฝา่ ยหญิง ไลอ่ อกไปได้ เพราะฉะนนั้ กระบวนการเหลา่ น้ีเหมือนเปน็ การตรวจสอบ การคุ้มครองฝ่ายหญงิ โดยตัวของมันอยู่ แลว้ นะครับ ผ้เู ข้าร่วมแสดงความเห็น : ขอบคุณครับ เชิญครบั อ.สมชายแสดงความเห็น : จากการท่ีทางานแล้วได้ยินชื่อใครหลายๆ คนมา มีเรื่องอยากจะวิพากษ์ แต่เรื่องน้ีเป็นเรอ่ื งส่วนตวั นะ ครับ ผมคิดวา่ การนาเสนอทฤษฎใี นสังคมไทย โดยเฉพาะสตรีนิยมเนย่ี ไมย่ อมอธิบายแบบแยกเฉด และไม่บอก ว่าตวั เองปาวารณาตวั อยใู่ น school ไหน ในเรอื่ งของสตรีนยิ มทจี่ ะเอามาวิเคราะห์ และไมม่ ีความสะสมอธิบาย เรื่องหน่ึง แล้วเอากรอบเรื่องหน่ึงมาอธิบาย มันเลยมีปัญหาว่าทาไมงาน feminist ในไทยมันจึงไม่น่าสนใจ ด้วยความที่มีอคติในตัวของมันเองอย่างอาจารย์อธิบายถึงปรากฎการณ์ในสังคมซ่ึงก็ยังไม่ชัดเจนในตัวเองดว้ ย ซึง่ น่ีอันตราย อันทส่ี อง ผมเคยไปมุมหน่ึงแล้วผู้หญิงเถียงผหู้ ญิงดว้ ยกันเองซึ่งผมรู้สึกวา่ น่ากลวั มาก เขาวิพากษ์ ผู้หญิงท่ีสมัครใจใช้นามสกุลฝ่ายชายและเปลี่ยนคานาหน้ามาเป็นนาง แล้วก็เอาภาพงานแต่งท่ีกราบเท้าสามี แล้วเสียดผู้หญิงคนนั้นว่า เนี่ย กฎหมายให้อิสรภาพคุณ แต่คุณก็ยังลดค่าตัวเองลงไปเป็นทาสผู้ชาย คือแบบ เดยี๋ วกอ่ น แล้วเสรีภาพของบคุ คลล่ะ ถา้ เกดิ เขาเลือกท่ีจะเปน็ แบบนนั้ แลว้ คณุ มอี ะไร แลว้ คุณไปวินจิ ฉยั เขาได้ อยา่ งไร เรอื่ งแบบนี้อันตรายมาก เรอื่ งทสี่ ามคือ ปริมณฑลของเฟมนิ สิ ต์ไทยมันยังอยู่ในเว็บหน่ึง อยูใ่ นแบบ ให้ ผู้หญิงออกมาจากตู้ แล้วก็ยกเร่ือง domestic violence มาพูด ซึ่งปัญหามันซับซ้อนมากกว่านั้น อย่างที่ อาจารย์ชลิดาที่ มธ. พยายามนาเสนอว่ามันมีเรื่องปากท้องของผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากหลายอย่าง มันมี ประเด็นที่ผู้หญิงต้องเข้ามาทางานในกรุงเทพหลังฤดูเก็บเก่ียว มันมีประเด็นเรื่องพวกน้ีอยู่ มันมีประเด็นผู้หญงิ ที่ต้องเป็น sex work หรือ sideline ทาไมคุณไม่พูดถึงเรื่องพวกนี้บ้าง ทาไมพูดถึงแต่เร่ืองเดิมๆ เช่นการทา ร้ายร่างกายในครอบครัว โอเคมันเป็นปัญหา แต่ว่าประโยชน์อยู่ตรงไหน ซ่ึงผมเชื่อว่ามันเป็นปริมณฑลที่ กว้างขวางมาก อย่าเพิ่งไปกักขังตัวเอง และอย่าเอาตัวไปยัดอยู่ในสานักใดสานักหนึ่ง อยากให้ช้อปป้ิงกันก่อน

แล้วอีกอันก็คือการทะเลาะกันระหว่าง LGBT กับเฟมินิสต์ในเมืองไทย ซึ่งจริงๆ แล้วในต่างประเทศเขาไป ดว้ ยกัน แต่บ้านเรามนั ไม่ใช่ และงานวิชาการมันกไ็ ม่เกิด ผเู้ ข้ารว่ มแสดงความเห็น : ขอบคุณครับ ผมเนีย่ เปน็ คนทไี่ ม่สามารถกลับไปทาเรอื่ งเดิมได้ คอื อย่างแบบ 25 ปแี ล้วกลับไปทาเรื่อง เดิม คือเมื่อ 25 ปีท่ีแล้วเราทาอะไรเนี่ย ถ้าทาเร่ืองอะไรปิติแล้ว ผมก็ไปทาเร่ืองอ่ืน ก็ปิติไปเรื่อย คือผมนิสัยไม่ ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่ค่อยชอบอยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งนานๆ ผมจะอยู่แค่สองปี สามปี ส่ีปี แล้วก็ขยับไปแล้วฮะ แต่ กย็ ังทาไดอ้ ยู่ คอื สังคมเรามันเปลยี่ น สถานะผูห้ ญิงกเ็ ปลีย่ น ต้องมาเผชญิ กับโลกภายนอกมากขึ้น ดังน้นั สถานะ ทางกฎหมายก็เปลี่ยน ต้องปกป้องคุ้มครองรึเปล่า คืออันน้ีถ้าเกิดเราลงไปดู ตอนนั้นผมทาเร่ืองแบบนี้ และ ตอนนี้มันก็เปลี่ยนไปเยอะ เช่น ผู้หญิงไม่จดทะเบียนมากขึ้น ระบบกฎหมายมันเปลี่ยน อย่างญ่ีปุ่นยอมรับ ระบบ partnership แตเ่ มืองไทยยังต้องจดทะเบยี น คอื มีความเปลีย่ นแปลงหลากหลายมาก เชิญครบั ผู้เขา้ รว่ มแสดงความเห็น : อยากแสดงความคิดเห็นนิดนึงนะคะ ในเรอ่ื งของอานาจปกครองบุตรท่ีเกดิ ขึน้ ในเร่ืองของ LGBT ด้วย ท่ีน่าสนใจก็คือว่า แม่ แต่งงานมีลูก แล้วเลิกกันกับสามี แล้วไปอยู่กับผู้หญิง แล้วกีดกันไม่ให้ผู้ชายคือพ่อไม่ให้ มาเก่ียวกับลูก อานาจการปกครองลูกก็อยู่กับแม่ใช่ม้ัยคะ แล้วถ้าเกิดว่าผู้ชายคนนี้เขาไม่มีอานาจในการ ปกครองลูก แต่ผู้หญิงที่อยู่กับแม่คนนี้เขามีอานาจมากกว่า คือผู้ชายไม่มีศักยภาพ แต่เขามี แต่ผู้ชายมีสิทธิ์ เพราะเป็นบิดา แล้วถา้ เกิดผ้หู ญิงคนน้ี ซึง่ เป็นคสู่ มรสกบั แฟนของเขา ที่เป็นผหู้ ญงิ เปน็ ทอม อยากจะเล้ยี งดูเด็ก คนนี้ ท่ีไม่ใช่พ่อ ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่อะไรของเด็กคนนี้ เขาจะทาได้ไหม นี่เป็นอะไรท่ีน่าสนใจ ถ้ามองในมุมมอง กฎหมายของฝรั่งเศส มนั จะมกี ฎหมายวา่ สทิ ธิในการดแู ลเด็กในบุคคลท่สี าม ไมใ่ ชพ่ อ่ แม่ แต่เปน็ คนท่อี ยูก่ ับเด็ก เป็นคนดแู ล และมีอานาจปกครองร่วมกันอยา่ งนนี้ ะ่ ค่ะ อ.สมชายแสดงความเห็น : ผมเข้าใจว่ามันคงเป็นปรากฎการณ์แบบน้ี คือ เคยมีคู่มา เลิกไป ไปมีคู่ใหม่แล้วคู่ใหม่เป็นคู่รักเพศ เดียวกัน ผมเคยรจู้ ักอยู่ ปัญหากม็ ีแบบนี้ ปัญหาคอื อานาจการปกครองบตุ รของคนท่ีเปน็ คู่ใหม่เปน็ อยา่ งไร พอ ระบบครอบครัวมนั เริม่ เปลี่ยนรปู เปล่ียนหนา้ ตา หมายความว่าพวกนถี้ า้ มนั ดีกค็ วรต้องฉุกคิดถงึ ล่วงหน้า นเี่ ป็น การเปลี่ยนแปลงทนี่ ่าจะเห็นกนั แต่ของบ้านเราคงโปะๆ ทีละจดุ มากกว่า แตผ่ มคิดว่าเรื่องนเี้ ดนิ ตอ่ ได้นะครับ ผูเ้ ขา้ ร่วมแสดงความเหน็ : พอดีไม่ค่อยมีความรู้เก่ียวกับเร่ืองน้ี แต่จะพูดเรื่องปัญหาของผู้หญิงนะครับ อาจจะเคยมีคนตามงาน ของ TNA ท่ีบอกว่าเมืองไทยมีนักโทษหญิงที่มากที่สุดในโลก คือ 68.2 ต่อแสนคน ก็คือผมก็ยังงงว่า แสดงว่า ตารวจไทยจับผู้หญิงเก่งที่สุดในโลก หรือผู้หญิงไทยเป็นคนไม่ดีที่สุดในโลก ผมเดาเอา แล้วก็บอกว่า ไม่ใช่ละ

ตรรกะนี้ประหลาดมาก แล้วผมก็ไปตามงาน พบว่าส่วนใหญ่ในคุกไทย ผู้หญิงผู้ชายจะเจอเกี่ยวกับยาเสพติด แล้วพอลองมองดู พบว่าผู้หญิงไทยส่วนใหญ่ มีจานวนหนึ่งท่ียอมเสียสละท่ีจะติดคุกแทนแฟนและลูกตัวเอง แล้วบ้านสบายมาก ผมไปตามแถวบ้านดู พบว่าบ้านนี้แฟนติดคุกไม่ใช่เหรอ แล้วทาไมรวยจัง แบบนี้ แล้วแฟน กับลูกก็สบาย แต่แฟนติดคุก แบบน้ีเยอะมาก ปัญหาน้ีผมไม่รู้ว่ามันคือการเอาเฟมินิสต์มาจับกับกฎหมายกับ สังคมรเึ ปล่า แตผ่ มว่าไมใ่ ช่ในตวั บท แต่มันนา่ สนใจครบั อ.สมชายแสดงความเห็น : มีคนที่ผมรู้จักเป็นแบบน้ี คือลูกเป็นลูกค้า แล้วพอลูกไม่อยู่ เขามาจับก็รับนะครับ คือตอนน้ีเวลาแบบ นี้คือ เขาคิดด้วยตรรกะเหตุผลอะไร ผมว่าน่าสนใจ ผมว่าน่ีคือสิ่งที่ถูกกาหนดให้แต่ละคนทาหรือไม่ทา คือ กฎหมายอาจจะเขยี นแตท่ างปฏิบัตกิ เ็ ปน็ อย่างน้ี ผู้เข้ารว่ มแสดงความเหน็ : ขออนุญาตแลกเปล่ียนประเด็นน้ี คือมันเป็นปัญหาเก่ียวกับตัวบทด้วย เร่ืองยาเสพติดบ้านเรามัน กาหนดบทลงโทษสูงเกินความเป็นจริง และการจาแนกจาหน่าย ขาย ครอบครอง เขาไม่ได้จากัดหรือใ ห้คา นิยามอย่างถูกต้อง เช่น ถ้าผมมียาไอซ์อยู่ 2 แล้วผมแบ่งเอาไว้ใช้ ก็จะกลายเป็นว่าผมมีเพ่ือจาหน่าย ไม่ใช่ ครอบครองหรืออะไร เพราะถือวา่ เราเสพ แลว้ พอผู้หญงิ เข้าคุกในคดียาเสพตดิ เนีย่ มนั มคี ดีประหลาดเร่ืองหนึ่ง คือผู้หญิงไปทางานท่ีลาวแล้วใชแ้ อมเฟตามีน ใช้คร่ึงหนึ่ง พกคร่ึงหน่ึงในกระเป๋า พอกลับไทย ผ่าน ตม. พบอีก ครึง่ ทยี่ งั ไม่ได้กิน เขาโดนขอ้ หาจาหนา่ ย และพาเข้ามาในราชอาณาจักร โทษประหารชวี ติ นะ ซ่ึงมนั เปน็ ปัญหา ต่อมาคือใน 60 กว่าเปอร์เซ็นต์นั้น มีนักโทษเด็ดขาดไม่ถึง 20% นอกนั้นฝากขัง อยู่ระหว่างพิจารณาหมดเลย เปน็ ปญั หาเร่ืองตัวบทอย่างหน่งึ อ.สมชายแสดงความเห็น : เร่ืองนักโทษ คนไม่ค่อยศึกษา นักโทษหญิงก็ไม่ค่อยศึกษา ผมยุให้นักศึกษาเข้าไปทาไม่ว่าจะด้วย วธิ กี ารใดๆ กต็ าม เขา้ ไปเปน็ คนในกไ็ ด้ แต่อยา่ เขา้ ไปเป็นคนในด้วยการฆ่าอาจารย์นะครบั ผมคิดว่าเราคงจะได้ ข้อมูลหรืออะไรเพิ่มเตมิ ผู้เข้าร่วมแสดงความเห็น : อาจจะฟังไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะคะสาหรับเร่ืองที่จะพูด แต่ว่าไปอ่านมาแล้วรู้สึกแปลกดี ตอนน้ันเด็กมา ถามวา่ อาจารย์คะ อย่กู อ่ นแต่งน่ผี ดิ มากไหม เราก็ โห กว่าจะรเู้ นาะ เราก็ไม่กล้าพูดอะไร ก็ไปศกึ ษา ไปเสิร์จดู แล้วไปเจอเหมือนสารคดีนี้ บอกว่าเป็นหมู่บ้านหนึ่งในกัมพูชา ผู้หญิงจะมีสิทธ์ิเลือกคู่ครองตนเอง พ่อแม่จะ สร้างกระท่อมไว้หลังบ้าน พอลูกสาวโตมามนี ้ามีนวล เจอผู้ชาย อายุประมาณ 15 – 16 เอง พอเจอแลว้ สปาร์ค ก็เข้าไปในกระท่อมนั้นเลย ซ่ึงถ้าเกิดลูกเขารู้สึกว่าใช้เขาก็แต่งงาน แต่ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงก็ไปบอกพ่อแม่แล้วก็หา

ใหม่ อย่างน้ีน่ะค่ะ เป็นประเพณีท่ีมีมานานแล้ว ผู้หญิงเลือกทุกอย่าง ถ้าเซ็กส์ไม่ดีก็ไม่เอา ซึ่งก็มียูนิเซฟเข้าไป จะเข้าไปสอนเร่อื งโรคเอดส์ เรือ่ งการป้องกนั แตถ่ ้าจะเปล่ยี นวิธีความคิดของเขาไม่ได้ ก็ต้องเคารพเขา อาจารย์ คดิ ยงั ไงบา้ งคะ อ.สมชายแสดงความเหน็ : ไม่รเู้ หมือนกนั ครับ ผูเ้ ข้าร่ววมแสดงความเหน็ : พอดีได้ประสบการณ์และได้ฟัง เรียนรู้เรื่องเฟมินิสต์ตอนป.โท แล้วพอในมุมมองของสังคม เรายังอยู่ ภายใต้ชายเป็นใหญ่ แล้วพอขึ้นคาว่าสตรีนิยม ทั้งผู้หญิงมองผู้หญิง หรือผู้ชายมองผู้หญิง ก็จะมองว่านี่เป็น ประเภทผู้หญิงมีปัญหา อวดเก่ง อยากจะเท่าเทียมกับผู้ชายแต่ตัวเองน่ียัง ฯลฯ น่ีเป็นวิธีคิดอย่างหน่ึงท่ีสังคม มองกลุ่มสตรีนิยมหรือนิติสตรีศาสตร์ มันทาให้งานแต่ละชิ้นที่กลุ่มน้ีผลิตออกมา พอข้ึนว่าสตรีนิยมก็เกิดการ แอนต้ี เกิดการกีดกั้นความคิด แทนท่ีจะเปิดโลกทัศน์ว่าเราจะได้ศึกษาแนวคิดอีกมุมมองหนึ่ง แต่คิดว่าเราคง ถูกปฏิเสธและมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ส่วนหนึ่งจะคิดว่าเราศึกษาแต่สตรี แล้วผู้ชายล่ะ เหมือนกับว่าเราเลือก ศึกษาในเฉพาะมุมของผู้หญิง แต่จริงๆ แล้วทุกอย่างมันเป็นของผู้ชาย แต่ละอย่างที่ให้เปิดโลก ให้ผู้หญิงได้ เรียนรู้ แม้แต่ผู้หญิงด้วยกัน ถ้าเราไม่ได้มาอยู่ตรงจุดนี้เราก็จะเหมือนคนทั่วๆ ไปที่เขาไม่ได้รู้เร่ืองหรือเข้าถึง ข้อมูลอยา่ งน้ี หรอื อย่างแคช่ อ่ื กป็ ดิ กน้ั หลายๆ อย่างแล้ว น่อี าจจะเป็นอย่างหน่ึงทีท่ าใหเ้ รากา้ วไปไม่ถึง อ.สมชายแสดงความเห็น : ปีนี้แสดงความคิดเห็นกันเพียบเลย จริงๆ ผมสอนหนังสือมานานแล้ว ตอนพูดคนก็รู้สึกสนุกดี แต่พูด เสรจ็ ไมม่ ใี ครสมาทาน คอื ผมพูดงี้ ภาพลกั ษณข์ องเฟมนิ สิ ต์ในเมืองไทยมนั แบบ ผูห้ ญงิ อยากมหี นวดยืนฉี่น่ะ คอื อยากทาเหมอื นผชู้ าย เลยมภี าพค่อนข้างย่งุ ยากออกมาแบบนนั้ เชิญครบั ผเู้ ข้ารว่ มแสดงความเหน็ : แลกเปลี่ยนนะคะ ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นเฟมินิสต์ แต่ก่อนท่ีจะได้มาเรียนเร่ืองน้ี แต่ก่อนก็ต้ังคาถาม กบั การเล้ยี งดูว่า แม่กจ็ ะไม่เรยี กร้องให้น้องชายทางานบ้าน ขณะทเี่ ราต้องทา กค็ ดิ ต้งั แต่เดก็ จนมาถึงตอนน้ีถึงรู้ ว่ามันเป็นยังไง พอได้รู้จักหลายคนที่สมาทานว่าตนเองเป็นเฟมินิสต์ ปรากฎว่ามันมีความซ้อนทับกับอคติของ เขาในเร่ืองอื่นอีก ซ่ึงบางทีเราพบว่ามันเป็นเรื่องที่มากพอสมควร อย่างบางคนที่เป็นเฟมินิสต์เราพบว่าเขามี อคติ ซึ่งจริงๆ แล้วก็เลยกลายเป็นการเหยียดเพศ จริงๆ แล้วมันน่าจะก้าวข้าม แต่พบว่าส่วนหน่ึงของเฟมินิสต์ ในประเทศไทย พอมีเร่ืองอื่นมาซ้อนทับ จริงๆ ก็ไม่ได้ก้าวข้ามและไม่รู้ว่าจะเรียกตัวเองเป็นเฟมินิสต์ได้ไหม พอดีเห็นประเด็นวา่ หน่วยงานบางหนว่ ยกไ็ ม่ได้กา้ วหน้า ยังคงย่าอยู่กับท่ีอยู่ เลยมาแชรก์ นั คะ่

อ.สมชายแสดงความเหน็ : เราก็นนิ ทาเฟมินสิ ต์ แตไ่ ม่มเี ฟมินิสตอ์ ยใู่ นห้องนี้ มแี ตห่ วั หน้าศูนย์สตรนี ะครับ เชิญครับ ผู้เข้าร่วมแสดงความเหน็ : ปาวารณาตัวเป็นสายไอทีอยู่นะคะ พูดถึงแนวการศึกษามานุษยวิทยานิดหน่ึงค่ะ ช่วงนี้มันเกิดความ กดดนั อยา่ งหนึ่งข้นึ กับหมู่แมบ่ ้าน โดยเฉพาะแม่บ้านท่ีเป็นชนชัน้ กลาง ในการท่ีแสดงความเห็นเร่ืองการใช้ชีวิต ครอบครัวที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่าง ถ้าผู้หญิงทาร้ายผู้ชายไม่ผิด นั่นคือความถูกต้อง ผูช้ ายถกู ทาร้ายได้ แต่ถา้ ผ้ชู ายทา นนั่ คือความโหดรา้ ยรนุ แรงมาก คอื ถา้ ผู้หญงิ ตีผู้ชาย แบบ เวลาเราคุยกนั พูด กัน ถ้าผู้หญงิ ตีผชู้ ายนน่ี ่ารัก แตถ่ า้ ผชู้ ายทาไม่โอเค แลว้ อย่างนใ้ี นโซเชยี่ ลเยอะมาก อยา่ งเชน่ ถ้ามขี ่าวผู้หญิงถูก ทาร้ายร่างกาย แนวความคิดของคนท่ีเข้ามาคอมเม้นท์จะกลายเป็นทาไมผู้ชายทาแบบน้ี มันเกิดมาเป็นอะไร แต่ถา้ เปน็ ผหู้ ญิงทาคอื สมน้าหน้า ผู้เขา้ รว่ มแสดงความเหน็ : ในพักหลังๆ ได้ไปเจอบทความของหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ ที่บอกว่า ในระยะหลังของผู้ชายท่ีเจอ domestic violence เนี่ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสาคัญ ท้ังๆ ท่ีกรณีของผู้หญิงท่ีถูกผู้ชายทาร้ายนั้นยังเยอะกว่า แตจ่ านวนของผชู้ ายทไี่ ด้รบั ความรุนแรงภายในบ้านกเ็ พิ่มขน้ึ เร่ือยๆ ในตอนหลัง แลว้ กม็ วี ดี โี อคลปิ หนึ่งนา่ สนใจ เหตุการณ์สมมุตินะคะ มีหญิงชายเป็นแฟนกันเดินไปด้วยกัน แล้วอยู่ดีๆ ผู้หญิงเอากระเป๋าทุบหัวผู้ชาย แบบ ทะเลาะกันแรง ผู้หญิงเป็นคนทา คนมักจะไม่สนใจ อันนี้ก็เหมือนกัน อาจจะเป็นเรื่องของ Gender ซ่ึงอาจจะ เป็นการกาหนดบทบาทหน้าที่ของหญิงชาย คือผู้ชายอาจจะติดกับความเป็นชายของตนเองจนกลายเป็นเหยอ่ื นี่เป็นคาถามหน่ึง คือในบางเคส ผู้ชายก็ไม่กล้าท่ีจะแจ้งความ เพราะถูกผู้หญิงทาร้าย ไม่แจ้งความ ขณะเดยี วกนั ผหู้ ญิงก็ไปแจง้ ความ แต่ผู้ชายไม่ไดร้ ับความค้มุ ครองเพราะคนทาเปน็ ผู้หญงิ อ.สมชายแสดงความเห็น : ปรากฎการณก์ ลับตาลปตั ร ผเู้ ข้าร่วมแสดงความเห็น : ขออีกนิดหนึ่งค่ะ หลังๆ มีลูกเลยต้องศึกษาเรื่องน้ีเอาไว้ พวกครอบครัว มีอันหน่ึงที่น่าสนใจ เร่ืองการ เล้ียงลูก อย่างเวลามีโพสหรือคอมเม้นท์ท่ีบอกว่า ผู้ชายช่วยเลี้ยงลูก หรือทางานกลับมาแล้วพาแฟนไปเท่ียว เสาร์อาทิตย์ อันนจ้ี ะถูกสรรเสริญมาก มากจนไม่เชอ่ื ว่ามันจะมากได้ขนาดนี้ คนท่ีมาคอมเม้นท์ก็จะแบบ อยาก ได้ผู้ชายคนน้ีเป็นสามีจังเลย เป็นปรากฎการณ์ท่ีสะท้อนอะไรบางอย่างในสังคม ผู้ชายทางานบ้าน ล้างจาน อย่างแฟนหนมู าชว่ ยอุม้ ลูก คนก็จะมาสรรเสรญิ ว่าแฟนดีจังเลยชว่ ยเลีย้ งลกู คอื แบบ นะ

อ.สมชายแสดงความเห็น : อันนี้อาจจะไม่ได้ตรงกับกฎหมายครอบครัวแต่เป็นบทความท่ีผมเสนอไปในวารสารสมาคมเพศวิถี ศึกษา คืองานยกตัวอย่างเฉยๆ นะครับ ทีแรกมองการประกอบสร้างตัวตนของผู้หญิงเกาหลีผ่านละคร หลังๆ มาจะสังเกตได้ว่าผู้หญิงเกาหลีเริ่มมีการทางาน เร่ิมแอคทีฟ ไม่ยอมผู้ชาย น่ีมีคนบอกว่า เขากาลังต่อต้านกับ ระบบขงจ้อื ท่ีครอบงา เพราะระบบขงจอ้ื คือจะให้ความสาคัญกบั ผู้ชายมาก และในสังคมเกาหลี การตบตีผหู้ ญิง ก็เริ่มไม่ได้รับการยินยอม เขามีการเปลี่ยนวัฒนธรรมโดยการใช้ soft power ผ่านทางละคร อีกอันท่ีผมเขียน แล้วเสนอไป อาจจะดูเซ็กซ่ีนิดหน่อย ไปดูเร่ืองบอลประเพณีจุฬา ธรรมศาสตร์ ที่เอาผู้ชายเป็น object ทาง เพศแทนผู้หญิง ถ้าย้อนขึ้นไปจากงานบอลประเพณีต้ังแต่ปี 70 ขึ้นไป object ทางเพศจะเป็นผู้หญิง เป็นคทา กร เชียร์ลีดเดอร์ แต่หลังปี 70 เป็นต้นมากลับเป็นผู้ชาย เป็นนักกีฬา ต้องถ่ายแบบ ถ่ายลงโซเชี่ยลเน็ตเวริ ์ค ก็ ไปดูว่าคณะไหนที่นิยมเอามาเป็น object ทางเพศ ก็ไปดูแล้วพบว่า คณะท่ีคนมีตังเท่านั้นท่ีเรียนธรรมศาสตร์ มาเป็น คือ เศรษฐศาสตร์ บัญชี เราจะไม่เห็นเด็กนิติศาสตร์ จนๆ น่ะ คือหน้าไม่ใส ตัวไม่ล่า แต่งตัวไม่ขึ้น ดู บ้านๆ เราไม่เอา ซ่ึงเออ มันเป็นบทความที่ผมสนใจแล้วก็รู้สึกว่า เออ สตรีนิยมมันเป็นแว่นท่ีใช้มองได้หลาย อย่างจริงๆ ผู้เข้าร่วมแสดงความเหน็ : ผมคิดว่าเวลาอาจารย์พูดถึงเฟมินิสต์ หรือ Gender เราพูดถึงได้หลายแบบ อย่างเช่นเราศึกษาฝั่งชาย ทเ่ี ราพูดสว่ นใหญเ่ ราพดู ถงึ ความเป็นผูห้ ญิง แต่ตอนนี้ไม่ใช่ผหู้ ญงิ ท่ีถูกเอาเปรียบฝา่ ยเดยี ว ผ้ชู ายก็เชน่ กัน ดังนั้น ผมคิดว่าเฟมินสิ ต์จะต้องเปลยี่ นประเด็น gender ตามสถานการณม์ ากขึน้ ถ้าเกิดค้นุ เคยกับระบบทว่ี ่าเราต้องมี สถาบันสตรีศกึ ษา ผชู้ ายกจ็ ะบอกวา่ เฮ้ยเรากต็ ้องการการศึกษาเหมือนกันนะ แตม่ ันไม่มีไง แคน่ ีแ้ หละครบั อ.สมชายแสดงความเห็น : นี่นา่ จะเป็นประเดน็ ท่นี ่าจะเกบ็ ไดห้ ลายๆ อย่าง ทผ่ี มพูดก็เพอ่ื ตอ้ งการใหเ้ ข้าใจถึงที่มาที่ไปของแนวคิด ว่ามันเป็นอย่างไร เพื่อจะได้หาอ่านต่อได้ ใครสนใจพวกงานพวกนี้ อะไรท่ีเป็นไฟล์ ผมจะรวบรวมให้ สนใจก็ อ่านต่อนะครับ มีการบ้านให้นิดหน่อย ส่งพรุ่งน้ีเช้านะครับ ว่าแต่ละคนมีเร่ืองอะไรท่ีตัวเองสนใจ ลองเอา แนวคิดที่เราพูดๆ กันมาปรับใช้กับการศึกษาท่ีเราคิดถึง เพราะไหนๆ เราก็มาฟังแล้ว เม่ือเรามาฟังแล้วเราจะ ขยบั ประเดน็ ต่ออยา่ งไร พรุ่งนชี้ ว่ งเชา้ สง่ การบ้าน แล้วก็จะมอี าจารย์ณัฐพลและโจจะพูดเรื่องแหล่งข้อมลู ให้ฟัง ว่ามีแหล่งที่เข้าง่ายๆ ท่ีไหนบ้าง เราจะได้เห็นว่ามีแหล่งข้อมูลท่ีกว้างขวางท่ีไหนที่เราสามารถเข้าถึงได้ทาง อนิ เตอร์เนต็ นะครับ และอาจารย์ณฐั พลจะพูดถึงเร่ืองสาคัญคือจริยธรรมทางวจิ ัยวา่ มีอะไรบ้าง เพราะไม่ค่อยมี ใครพดู ถึงสักเทา่ ไหร่ แลว้ ตอนบา่ ยผมจะมาประมวลงานการบา้ นและลองแลกเปลย่ี นกนั ดนู ะครับ

สรปุ การบรรยาย เรอื่ ง ฐานข้อมูลงานวิจัย โดย คุณทนิ กฤต นตุ วงศ์ ช่วงเช้าเราพูดถึงว่าตอนน้ีมีฐานข้อมูลวิจัยเป็นจานวนมากนะครับ ซ่ึงคิดว่ามันเป็นประโยชน์และ สามารถเข้าถึงได้ง่าย ถ้าเกิดเราสามารถมองเห็นฐานข้อมูลพวกนี้ เราก็จะทางานวิจัยได้ง่ายขึ้น ก็ตอนเช้าจะ ขอให้โจพูดถึงเร่ืองฐานข้อมูลที่ออนไลน์อยู่ในปัจจุบันนะครับ และจะพูดถึงแหล่งใหญ่ๆ เช่น วิทยานิพนธ์ งานวิจัยของ TPRI งานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้า มันจะมีแตล่ ะทนี่ ะครับซ่ึงเวลาเราจะเร่มิ ต้นก็จะชว่ ยเราได้ มาก อาจารย์นัทมนก็จะมาพูดเรื่องจริยธรรมงานวิจยั ซ่งึ ทางวทิ ยาศาสตร์มอี ยู่แลว้ โดยเฉพาะทางการแพทย์นะ ครับ และเวลาคดิ ท่จี ะทาวจิ ัยอะไรก็ตาม เราต้องมีการ inform กับคนที่เราจะวจิ ัย ทีนี้การวิจัยในเชิงสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ในเมืองไทยยังไม่มีนะครับ แต่ในอนาคตก็ต้องเกิดข้ึน แน่ๆ งานวิจัยท่ีต้องเข้าไปเก่ียวข้องกับคนก็จะต้องมีเร่ืองนี้เข้ามาเก่ียวข้อง อีกหน่อยก็จะมีข้อกาหนดข้ึนมา นี่ คือส่วนท่ีสอง ส่วนที่สามก็หลังกินข้าวเสร็จก็จะบรรยายต่ออีกหน่อย ท่ีเม่ือวานแจกการบ้าน ความสนใจท่ีเราเขียน มาความสนใจรว่ มกนั มีอะไรบ้าง ถา้ มี ผมคดิ ว่าการสร้างงานวิจัยทีร่ ว่ มประเด็นต่างพื้นที่ ผมคิดวา่ มันนา่ จะเป็น ประโยชน์มาก เพราะปัจจุบันมีประเด็นร่วมที่น่าศึกษาเยอะแยะ และในแต่ละพ้ืนท่ีถ้าจะศึกษาเองก็จะเหนื่อย ไป และมันมีประเด็นที่สามารถศึกษาได้เยอะมาก เช่นแรงงานข้ามชาติ พวกน้ีสามารถพัฒนาต่อได้ ถ้าเราเห็น ประเด็นคล้ายๆ กัน ผมคิดว่าเราจะสามารถช่วยกันพัฒนาไปได้ ผมคิดว่าสถาบันการศึกษาท่ีดี จะต้องมี งานวิจัยท่ีดี อย่างมหาวิทยาลยั ที่เพิ่งเกิดข้ึนผมคิดว่านเี่ ป็นฐานท่ีสาคัญมาก ถ้าเราสามารถทางานวจิ ัยที่เกิดขนึ้ ในอนาคตให้ดี มันจะทาให้สถาบนั เข้มแข็งขึ้น ผมคิดว่าเปน็ ประโยชน์ ช่วงบา่ ยกจ็ ะใชเ้ วลาคยุ ประเด็นน้ีกันจาก การบ้านท่ีส่งมา แล้วก็คงจบในวันนี้ รวมๆ ก็มีเท่านี้นะครับ ท่ีผ่านมาสองวันก็พูด ย้าก่อนนะครับว่ามันเป็น ภาพรวมๆ คือหมายความว่าถ้าใครสนใจเรื่องไหนก็ควรออกแรงอ่านเพิ่มมากข้ึน ท่ีผมพูดเป็นภาพร่างมากเลย เป็นภาพรวม ถ้าใครสนใจก็มีงานให้ศึกษาต่อเยอะ ท่ีเราพูดมาก็รวมๆ เท่าน้ี ตอนน้ีขอเชิญคุณชินกฤษณ์ท่ีจะ พดู ถึงฐานขอ้ มลู ในปัจจุบันทสี่ ามารถคน้ ควา้ เพิ่มเติมได้ เชญิ โจครบั ผบู้ รรยาย : ครับ วันน้ีก็จะมาแชร์ข้อมูลที่เกี่ยวกับเร่ืองข้อมูลออนไลน์ทางกฎหมายท่ีอยู่บนเว็บไซต์ของประเทศ ไทยนะครับ การเข้าถึงสารสนเทศตามกฎหมายผมขอแบ่งเป็นสามหัวข้อ คือการใช้ google นะครับ งานวิจัย

ของภาครัฐ องค์กรตุลาการ ศาลอื่นๆ ส่วนองค์กรนิติบัญญัติก็จะเป็นรัฐสภา และส่วนบริหารคือกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ และงานวจิ ยั อกี อย่างคือวิทยานพิ นธ์ การใช้ google ก็จะทาให้เราค้นหาความรู้จากแหล่งต่างๆ ท่ีอยู่ในระบบฐานข้อมูล ซ่ึงเป็นไฟล์ pdf excel power point หรือไฟล์ตา่ งๆ การคน้ หากใ็ ชค้ าว่า ไฟล์ ท่ีจะใช้ และนามสกุลไฟล์ทเี่ ราจะคน้ หา ตวั อย่าง ก็จะมีอย่างน้ีนะครับ เช่น google ก็ใส่หัวข้อ แล้วใส่นามสกุลไฟล์ ท่ีออกมาก็จะเป็นไฟล์ pdf ท้ังหมดเลยนะ ครับ ถ้าจะลองเปิดดู ถ้าอยากได้ไฟล document ก็เปล่ียนเป็น .doc ถ้าอยากค้นหาให้มากขึ้นก็ต้องเปล่ียน คาค้นหาใหม้ ากข้ึนนะครบั ต่อไปคอื การคน้ แบบคา หรือวลีท่เี ฉพาะเจาะจงลงไปได้ เช่นเมอ่ื ก้เี ราเขียนกฎหมาย หน้ี มันกจ็ ะหาได้เยอะ อาจจะไม่ค่อยเฉพาะเจาะจงเท่าไหร่ แต่เม่อื ใสฟ่ ันหนูเขา้ ไปกจ็ ะเฉพาะเจาะจงมากข้ึน ก็ จะใช้เปน็ การเน้นความสาคัญในการค้นหาไฟล์ได้ นอกจาก google กจ็ ะมี google scholar ซึ่งสามารถค้นหา เก่ียวกับบทความ เช่นยกตัวอย่างของอาจารย์สมชาย เสิร์จเข้าไปก็เจอนะครับ ถ้าเกิดเป็นของใครก็จะใสล่ งไป ก็จะมาจากเว็บของมหาวิทยาลัยต่างๆ ท่ีปรากฎอยู่บน google นะครับ ถ้าคลิกเข้าไปดูก็จะเจอเป็นบทความ แล้วกส็ ามารถลง้ิ ค์แบบเฉพาะเจาะจงไปยังไฟล์ท่ีอยูบ่ นเวบ็ ไซต์ของสถาบนั การศึกษาต่างๆ ผู้เข้ารว่ มแสดงความเห็น : ถ้าเราเสิรจ์ แบบไม่ใส่ scholar จะไมเ่ จอแบบนี้ มนั ตา่ งกนั ยงั ไงครบั ผบู้ รรยาย : ความต่างคือ มันจะหาแค่เว็บไซต์ท่ีเกี่ยวกับสถาบันการศึกษา เช่น อันน้ีของมหาวิทยาลัย ก็จะเป็น ไฟล์แบบน้ีท่ีปรากฎอย่างน้ีนะครับ ถ้าอยากได้บทความ หรืออยากได้งานวิจัยก็ใช้ตัวน้ี แต่ถ้าของไทยอาจจะมี ไมเ่ ยอะ ลองดูของอาจารย์นัทมนนะครับ ท่ีปรากฎออกมาก็จะอยู่ในฐานข้อมูลของ มช. ซะสว่ นใหญ่นะครบั ก็ สามารถลองใช้ดไู ด้ สมมตุ ิถ้าเป็นบทความท่ีอย่ใู นของคณะกจ็ ะเป็นอยา่ งนี้ ต่อไปก็จะเป็นงานวิจัยที่อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะเป็นไฟล์ pdf ก็จะเป็นเร่ืองเกี่ยวกับกฎหมาย รัฐธรรมนญู เชน่ การบังคบั ใช้กฎหมาย ก็สามารถดาวโหลด อ.สมชายแสดงความเหน็ : โดยเขา้ ไปท่ีเว็บหอ้ งสมดุ ศาลรฐั ธรรมนญู ? ผู้บรรยาย : ใช่ครับ ก็เข้าเว็บศาลรัฐธรรมนูญ อันนี้จะเป็นของศาลปกครอง คือจะไม่ค่อยมีอะไรมาก ส่วนใหญ่ก็ เป็นวารสารของศาลปกครองเอง สามารถดาวโหลดไดน้ ะครบั ท่จี ะมีเยอะคอื ห้องสมดุ ศาลยุติธรรมนะครับ เว็บ

นี้กจ็ ะจดั เก็บงานวจิ ัยของศาลยุติธรรมต่างๆ ไว้ สามารถดาวโหลดได้ กจ็ ะมีนโยบายตา่ งๆ งานวิจยั จากสถาบัน รพีพัฒนศกั ด์ิ มอี ยู่ประมาณ 80 เล่ม ลองคน้ ดูได้ ยังมีบทความกฎหมาย อ.สมชายแสดงความเหน็ : งานวิจัยของศาลรัฐธรรมนูญสว่ นใหญ่ก็เป็นงานศาลรัฐธรรมนูญใช่ไหม ศาลปกครองก็เป็นวารสาร แต่ ถา้ เปน็ ศาลยตุ ิธรรมจะเน้นหนกั ไปทางไหน หรอื กระจายไปทว่ั หลากหลายดา้ นใชไ่ หม ผ้บู รรยาย : ใช่ครับ แต่ถ้าเป็นศาลรฐั ธรรมนูญ ก็จะมีกฎหมายมหาชนอยู่ด้วย นอกจากงานวิจัยของศาลยุตธิ รรมก็ จะมีการฝึกอบรมต่างๆ จะมีการทาเป็นรายงานแต่ละหัวข้อ มีตัวบทความ อันนี้เป็นตัวบทความที่ปรากฎใน วารสารดุลพาหะบ้าง ลองเข้าไปค้นดูได้นะครับ บทความของศาลยุติธรรมก็จะแยกเป็นกลุ่ม มีอยู่ 69 กลุ่ม วารสารศาลยุติธรรมด้วยนะครบั ต่อไปก็เป็นเอกสารของสถาบันต่างๆ ส่วนมากก็เป็นเอกสาร รายงานการประชุมต่างๆ สามารถใช้ คาค้นได้ แต่ถา้ จะดาวโหลดก็ต้องสมคั รสมาชิกกอ่ น ลงทะเบยี นแบบบุคคลทั่วไป กรอกแล้วกส็ ามารถดาวโหลด ได้ นีเ่ ป็นของรัฐสภา อ.สมชายแสดงความเหน็ : อนั นีก้ ็จะเปน็ ส่วนของนิติบญั ญตั ิ เขา้ ไปท่เี ว็บ ที่น่าสนใจคอื ถา้ ใครสนใจรายงานการประชมุ สภาผู้แทน หรอื ของส่วนนิตบิ ัญญัติ รวมถึงองคก์ รการจัดทารัฐธรรมนญู จะมีรายงานการประชมุ ใครท่สี นใจดกู ารเถียงกัน เรื่องกฎหมายนะครับ เราก็เข้าไปดูตามปี พศ. ที่ออก ผมคิดว่ามันเป็นประโยชน์ท่ีใครอยากรู้เกี่ยวกับการ ถกเถยี งในเร่อื งรา่ งกฎหมาย หรือรา่ งรัฐธรรมนญู ก็ดาวโหลดดูได้ ไม่จาเป็นตอ้ งไปที่กรุงเทพ ผูบ้ รรยาย : อันน้ีก็จะเป็นรายงานการประชุมของรัฐสภานะครับ อันนี้ก็จะเป็นส่วนของราชกิจจานุเบกษา ถ้าใคร อยากได้ข้อมูลเก่าๆ ก็สามารถหาโหลดได้เลย ส่วนใครอยากค้นข้อมูลเก่าๆ เราสามารถค้นหาได้โดยไม่ต้อง สมัครสมาชิก ก็ไม่มีอะไรมาก ต่อไปเป็นของสานักงาน สานักกิจการพื้นฐาน อันนี้ข้อมูลค่อนข้างเยอะ มีเร่ือง เด็ดท่ีน่าสนใจคือ ของคนท่ีอยู่สานักงานกิจการยุติธรรม ปี 1995 สามารถโหลดได้ทุกไฟล์เลยนะครับ ถ้าใคร สนใจข้อมลู เกยี่ วกบั เร่อื งพวกนี้ ซง่ึ จะรวมงานวิจยั ของกรมตา่ งๆ ท่ีอยใู่ นกระทรวงยตุ ิธรรม ต้งั แต่บงั คบั คดี กรม พนิ ิจฯ ราชทณั ฑ์ อ.สมชายแสดงความเหน็ :

ซ่ึงก็จะมีหน่วยงานต่างๆ ที่เขาแยก ของสานักงานกระทรวงยุติธรรม และมีงานวิจัยทางด้านกฎหมาย ที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ลองดูก็ได้นะครับ ถ้าเราสนใจ เลือกหัวข้อสักหัวข้อหน่ึง อย่างเลือกราชทัณฑ์ คือฐานขอ้ มูลอนั นี้มนั จะมเี ยอะเพราะเกย่ี วกับกระทรวงยุติธรรม บังคบั คดี ราชทณั ฑ์ คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ถ้าใครเขา้ มาท่นี ีก่ ็จะมีข้อมูลอยู่มาก ยาเสพตดิ หรืออะไรก็จะอย่ตู รงนีน้ ะครับ ผบู้ รรยาย : ตอ่ ไปกจ็ ะเป็นของสานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า กจ็ ะมงี านวจิ ัยทเี่ ขาทาอยนู่ ะครับ อ.สมชายแสดงความเหน็ : มขี อบเขตไหมวา่ เขาทาประมาณไหน หรือกว้างหมดเลย ผู้บรรยาย : มีน้อยครบั มี 35 เล่ม อ.สมชายแสดงความเห็น : ผมเข้าใจว่าอย่างนี้ งานวิจัยส่วนใหญ่ของกฤษฎีกาจะเป็นไปตามรัฐบาล อย่างเช่น เวลาเขาออก ประกาศรับสมัครงานวิจัย ก็จะมาเป็นเรื่องเลย เช่น การส่งเสริมการลงทุนในประเทศบลาๆ ผมว่านี่เป็นงานท่ี จะวิจยั ออกมารองรับนโยบายของรฐั บาลเป็นสว่ นใหญน่ ะครบั งานวิจยั ยังไมส่ ู้จะเยอะมาก ผู้เขา้ ร่วมแสดงความเห็น : เก่ามาก น่าจะเกอื บสบิ ปหี มดแล้วที่เห็น อ.สมชายแสดงความเห็น : คือสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อันน้ีนอกรอบนะครับ เป็นแหล่งงานวิจัยท่ีไม่เป็นมืออาชีพเอา เสียเลย คือคนรู้จักผมเคยทานะครับ ส่งงานงวดที่ 1 2 3 พอส่งไปหมดแล้วก็เพ่ิงมาบอกให้แก้งานงวดท่ี 1 คือ ถ้าใครจะส่ง proposal ก็ระวังนิดหนงึ่ นะครับ เพ่ือนผมทาคือส่งเกือบครบทุกงวดแล้วเพ่ิงบอกวา่ งวดที่ 1 ต้อง ปรับแก้ และแกเ้ ยอะมาก เลยเปน็ ปญั หา ผมไม่รู้วา่ เปน็ เพราะองค์กรหรอื งาน เลยตอ้ งระวงั นดิ หนอ่ ย ผู้บรรยาย : คือถา้ เขา้ ไม่ได้ก็ต้องโทรบอกนะครบั ว่ามนั เขา้ ไม่ได้ ตดิ ตอ่ เจา้ หน้าทเ่ี ลยว่าต้องการไฟล์ทาวิจยั ให้เข้า เช็คอินเตอร์เน็ต ทีน้ีเก่ียวกับสถาบันการศึกษา อย่างห้องสมุด คลิกตรงน้ีก็จะสามารถค้นได้ อันน้ีเป็น วทิ ยานิพนธ์ สามารถดาวโหลดได้เลย เปน็ thesis ทางกฎหมายต่างๆ

ผเู้ ข้ารว่ มแสดงความเห็น : คอื ใครก็เขา้ ดไู ด้ ดาวโหลดไดห้ มดรึเปล่า ผู้บรรยาย : ถ้าท่ีเอาขึ้นก็สามารถดาวโหลดไดห้ มด ถ้าเกิดเข้าผา่ นเว็บไซตร์ ะบบของมหาวทิ ยาลยั คงไม่มีปญั หา แต่ ถ้าเนต็ บา้ นกค็ งมนี ิดหนอ่ ย ของธรรมศาสตรไ์ มต่ ้องมี account ผเู้ ขา้ รว่ มแสดงความเห็น : เมอื่ ก่อนผมเคยช่ืนชม มช. เมือ่ ก่อน มช. เป็นผูน้ าในการทาอะไรหลายๆ อยา่ ง อ.สมชายแสดงความเห็น : ผมคิดว่าตอนน้ีหลายๆ มหาวิทยาลัยเร่ิมเปิดให้เข้าดูวิทยานิพนธ์อย่างฟรีแอคเซสคือเข้าถึงได้หมด เมอ่ื กอ่ นค่อนขา้ งยงุ่ ยาก แตต่ อนหลังเริ่มเปิดมากขึ้น ผ้เู ข้ารว่ มแสดงความเห็น : แต่ มช. สวนทาง อ.สมชายแสดงความเหน็ : เราต้องสวนเขาบ้างแหละครับ คืองี้ คณะอื่นผมไม่รู้นะ แต่ถ้านิติ วิทยานิพนธ์ทางกฎหมายผมก็จะให้ เข้าดาวโหลดท่ีเว็บนิติศาสตร์ได้ตลอด เพราะผมเคยมีประสบการณ์คือ มีนักศึกษาจากกรุงเทพมาซีรอกซ์ วิทยานพิ นธ์ที่ มช. คือมาทาไม ทาไมไมใ่ ช่อนิ เตอรเ์ น็ตให้เปน็ ประโยชน์ เราจึงเอามาฝังในเวบ็ อยากดาวโหลดก็ ทาไปเลย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมานะครบั ผู้บรรยาย : อนั นเ้ี ปน็ วิทยานิพนธข์ องมหาวทิ ยาลัยเชยี งใหมท่ ม่ี ีไฟลอ์ ยูน่ ะครบั อ.สมชายแสดงความเห็น : ถ้าเกิดตอ้ งการวิทยานิพนธ์ขึ้นมาจะทายังไงโจ สมมตุ ธิ รรมศาสตรเ์ ราเรมิ่ ตน้ จากวิทยานิพนธ์ คือสนใจ จะคน้ หาต้องทายงั ไง สมมตุ ิผมอยากหาเรือ่ งการจัดการป่าไม้ จะทายังไง ผเู้ ขา้ รว่ มแสดงความเห็น :

ที่ห้องสมุดป๋วยมีฐานข้อมูลท่ีเชื่อมได้หมด แต่ว่าเท่าท่ีตัวเองรู้ การจะเข้าไปดาวโหลดวิทยานิพนธ์ จะต้องมรี หสั นกั ศึกษา และค่อนข้างยงุ่ ยากสาหรบั คนทว่ั ไปที่ไม่มแี อคเคาท์ อาจจะต้องเดินทางไปซรี อกซ์ ผบู้ รรยาย : ปัจจบุ ัน ดว้ ยตวั ระบบมนั จะรวนๆ เครอ่ื งหนง่ึ ไดเ้ ครือ่ งหนง่ึ ไม่ได้ ผเู้ ข้ารว่ มแสดงความเห็น : เขาแนะนาใหใ้ ห้ internet explorer แทน google chrome อ.สมชายแสดงความเห็น : โดยตัวระบบไม่ไดป้ ิดกั้น แต่ขึ้นอยู่กับเบราเซอร์ท่ีใช้ ผมว่าวารสารเก่าๆ ท่ีท่ีอื่นไม่มี อย่างวารสารทาง กฎหมาย วารสารเกา่ ๆ ทธี่ รรมศาสตรส์ มบรู ณ์ที่สดุ มีวารสารทางกฎหมาย ตัง้ แต่สมัยเริม่ ปฏริ ูปวงการกฎหมาย มดี ุลพาห มีของเกา่ ๆ อนั นีด้ มี าก รวมถึงตารากฎหมายเก่าๆ ถา้ ใครตอ้ งการคน้ กจ็ ะมเี ปน็ จานวนมาก ตาราหลัง 2475 ก่อน 2475 ท่ีแปลงเป็นไฟล์ อันน้ีนะครับ ลองเข้าดู อย่างเช่น ดุลนิติ เอาวารสารเก่าๆ อย่างดุลพาห อย่างนิติสาร พวกน้ียังไงห้องสมุดของมหาวิทยาลัยที่ต้ังข้ึนใหม่ๆ ไม่มีทางมี เพราะมันเป็นวารสารเก่า ท่ี มธ. จะมแี ละสามารถดาวโหลดได้ เพราะฉะนั้นผมคดิ ว่ามันเป็นเร่ืองทมี่ ีประโยชน์มาก สมัยกอ่ นต้องเข้าไปห้องสมุด แล้วเปิดไล่ทีละเล่มๆ จนเกือบจะเป็นวัณโรค ผมก็ทาเร่ืองพระองค์เจ้ารพีก็ต้องค่อยๆ เปิดทีละเล่มๆ แล้วไล่ๆ มา ถ้าเป็นสมัยนี้ก็ง่าย ไม่จาเป็นต้องเดินทาง วารสารเก่าๆ พวกน้ีจานวนมากเราสามารถเข้าถึงได้ น่ีเป็น ฐานข้อมูลชนิดหนึ่ง ซ่ึงแนะนาว่าเราสามารถใช้ได้ แนะนาสาหรับอาจารย์และนักศึกษาป.โท คือเรามีวารสาร ทางกฎหมาย มีท่ีผมคิดว่าน่าสนใจอย่างเช่น บทบัณฑิตย์ อันนี้เก่านะครับ พวกนี้เป็นฐานข้อมูลชนิดหนึ่ง รวมถึงในวารสารกฎหมายธรรมศาสตร์ ช่ืออะไร วารสารนิติศาสตร์ ซึ่งเป็นวารสารท่ีย้อนหลังไปได้ไกลถึง 2500 กว่าๆ ของธรรมศาสตร์มนี ะครบั ผ้บู รรยาย : อันนี้เดิมเนี่ยจะใช้ได้หมดเลย แต่พอคลิกก็จะออกมาเฉพาะผู้ใช้ เป็นนักศึกษา น่าจะเป็นนโยบายของ เว็บที่จะต้องใช้เน็ตของธรรมศาสตร์เอง เขาจะเร่ิมจากัดมากข้ึนๆ นะครับ ต่อไปจะเป็นของจุฬา ก็จะเข้าง่าย กว่า เช่นเข้าท่ีนี่ แต่ของจุฬาก็ต้องสมัครสมาชิกเหมือนกัน เสียตังนิดหนึ่งแต่ก็สามารถดาวโหลดได้ เขาก็จะ อธิบายเอาไว้ แต่ถ้าลงทะเบียนแล้วก็สามารถดาวโหลดได้เลยนะครับ ต่อไปอันนี้ เป็นแหล่งที่รวมวิทยานิพนธ์ ของประเทศนะครบั อ.สมชายแสดงความเห็น :

อันน้ีผมคิดว่าน่าจะเคยใช้ เพราะเป็นฐานรวบรวมวิทยานิพนธ์ เป็นฐานกลาง รวมทั้งหมดเลย คือถ้า แนะนานักศึกษาเนี่ย หรืออาจารย์ ผมคิดว่าควรเริ่มต้นจากอันนี้ เข้าไปดูเรื่องที่เราจะทา มีคนทามากน้อย ขนาดไหน เชน่ เราจะทาเรื่องอะไรดี เร่อื ง ภาพโป้ออนไลน์ ก็จะมนี ้อยนะครบั ซ่ึงผมเขา้ ใจว่าหลายๆ คนเขา้ ไป ก็ต้องใช้คากว้างๆ ก่อนแล้วค่อยแคบลงมา เช่นเรื่องภาษีบารุงท้องท่ี มี 47 รายการ นี่คือถ้าเราใช้คากว้างๆ ก็ จะมีเยอะ ถ้าใช้คาแคบลงกจ็ ะบวกเข้าไป น่เี ป็นฐานขอ้ มลู ท่ีถา้ ใครจะให้งานนักศึกษา นเี่ ปน็ ฐานขอ้ มลู เบ้ืองต้น ง่ายๆ คือนี่คือการทบทวนวรรณกรรม เราสามารถแนะนานักศึกษาได้ ดูว่ามีใครทาอะไรที่ไหนไว้บ้าง เช่น ผม จะทาประวัติศาสตร์กฎหมายอีสาน อันนี้ไม่ไหวนะครับ เยอะเกิน เออ ลองกฎหมายกับประวัติศาสตร์ก็ได้ 1 รายการ อันนี้จะเป็นเฉพาะวิทยานิพนธ์ คือถ้าทางานอื่นก็จะไม่ได้ปรากฎอยู่ในน้ีนะครับ ต้องลองเข้าไปดู เรา จะรู้วา่ การใชค้ า ตอนแรกกใ็ ช้คากว้างๆ ก่อนแลว้ ค่อยแคบเขา้ ผ้บู รรยาย : ส่วนใหญ่งานวิจัยทางกฎหมายก็มีอยู่ 2 สถาบัน คือจุฬากับธรรมศาสตร์ ถ้าเราจะเลือกก็เลือก 2 สถาบัน จะได้เห็นง่ายมากข้ึน ถ้าใช้คาก็อาจจะเห็นของท่ีอื่นด้วย ก็ต้องลองดู เคยมีนักศึกษาปริญญาโทเคย สนใจเรื่องการเปล่ียนถ่ายอวัยวะ พอเสิร์จคาว่าเปลี่ยนถ่ายอวัยวะก็อาจจะไม่เจอ แต่ดูไปดูมาศัพท์ท่ีเขาใช้ ก็ ต้องใช้คาหลักๆ ดู ลองเสิร์จใหม่ เช่น ใช้คาว่า ปลูกถ่าย ก็จะออกมา เพราะส่วนใหญ่ใช้คาว่าปลูกถ่ายอวัยวะ การซอ้ื ขายอวัยวะ คือต้องใชค้ าให้ถูกด้วย กจ็ ะออกมาถึง 66 รายการ เพราะฉะนัน้ ตอ้ งตรวจการใชค้ า อ.สมชายแสดงความเหน็ : ก็ต้องรู้เร่ืองคาที่ใช้เฉพาะเรื่อง อย่างจะทาเร่ืองเปลี่ยนหัวคน สถานภาพบุคคลที่ถูกเปลี่ยนหัวอะไร อย่างนี้ เรากอ็ าจเสริ ์จคาว่าเปล่ยี นหวั เปล่ยี นถ่าย ไม่มี มาเจอปลูกถ่าย ปลูกถา่ ยศีรษะไมม่ ี เพราะมันเปน็ เรื่อง ใหมม่ าก เพราะฉะนน้ั เราต้องเลือกใชค้ าท่เี หมาะสมเพื่อดูวา่ งานท่เี คยทามมี ากน้อยขนาดไหน ผู้บรรยาย : ทนี ี้ก็มาดขู อง TCI อ.สมชายแสดงความเหน็ : คือ TCI รวบรวมเว็บของวารสารของคณะและมหาวทิ ยาลยั ต่างๆ ท่ไี ด้ปรับเป็นเว็บแลว้ คอื จะรวบรวม วารสารต่างๆ ซ่ึงแบ่งเป็น 3 กลุ่ม แล้วเราก็จะถูกบีบบังคับให้ตีพิมพ์ลงวารสาร ซึ่งมันจะมีค่า TCI กลุ่ม 1 จะ คะแนนสูง กลุ่ม 2 ปานกลาง กลุ่ม 3 ไม่ได้เลย เพราะฉะน้ัน TCI เป็นฐานข้อมูลวารสาร เข้าไปที่หน้านี้จะรวม วารสารทงั้ หมดทีด่ าวโหลดได้ แสดงวา่ ถ้าเราอยากอ่านวารสารของคณะไหน มหาวิทยาลยั ไหนก็เข้าดูได้ คอื ถ้า เราจะดูเรื่องอื่นเช่น อยากทาเร่ืองญ่ีปุ่น ก็จะมีญ่ีปุ่นศึกษา ก็เข้าไปดู มันก็จะไล่มาเป็นฉบับ แล้วก็ดาวโหลดได้ คือมันเป็นหน่วยงานท่ีทาให้วารสารเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตอย่างกว้างขวาง ซ่ึงรวมถึงวารสารกฎหมายซึ่งมี

เต็มไปหมด ของเราก็ทาให้ดาวโหลดได้เหมือนกัน ตอนน้ีก็จะง่ายขึ้นถ้าเราอยากอ่านวารสารกฎหมาย ก็เข้าดู ได้เลย ทีนี้ลองดูวารสารกฎหมายของธรรมศาสตร์ก็ได้ ก็จะเห็นวารสารนิติศาสตร์ของธรรมศาสตร์ ก็จะเป็น ฉบบั ๆ ไป อยากดเู ลม่ ไหนก็ดูได้ ผู้บรรยาย : ก็จะมีพร้อมบทคัดย่อ ของจุฬาดาวโหลดไม่ได้ คือด้วยการประเมิน TCI ท่ีเขาเข้าประเมินกัน ก็จะมี กลุ่ม 1 กลุ่ม 2 คือทาง TCI บังคับให้ดาวโหลดบทความได้ทุกบทความ คือถ้าเราเข้ากลุ่ม 1 กลุ่ม 2 ก็จะ สามารถดาวโหลดได้ เชน่ นข่ี อง มน. อนั นตี้ อ้ งสมัครสมาชกิ กอ่ นถงึ จะเข้าไปดาวโหลดได้ แตข่ อง มช. ก็โหลดได้ หมด น่ีคอื ฉบับล่าสุดของ มช. สามารถดาวโหลดได้ทกุ บทความ อันนลี้ ่าสดุ อันนตี้ ้งั แตป่ ี 2003 อ.สมชายแสดงความเห็น : อันนี้สาหรับคณะ มหาวิทยาลัยต่างๆ ท่ีอยากพัฒนาวารสาร คือน่ีเขาคิดว่าอยากทาให้วารสาร ออนไลน์ TCI บังคับให้ทาแบบนี้ควบคู่ไปด้วย วารสารทางกฎหมายไม่สู้จะเปิดให้โหลดมากเท่าไหร่ แต่น่าจะ เพิม่ มากข้ึนนะครับ ผู้บรรยาย : อันนี้โหลดไม่ได้เพราะยังไม่สมัครสมาชิก แต่ถ้าอยากอ่านก็กดตรงนี้ คือ TOI จะเป็นตัวระบุรหัส ประจาไฟล์ไว้ เช่นเผื่อเว็บล่ม จะไม่สามารถลิ้งไปได้ เขาก็จะใช้ตัวน้ีในการอ้างอิง เช่นเมื่อสักครู่นี้ ของ มน. ต้องใสล่ ็อกอิน แต่เดยี๋ วน้ีเขามี TOI ก็โหลดไดโ้ ดยไม่ตอ้ งสมคั ร อ.สมชายแสดงความเห็น : คือ TOI มันใช้สาหรับอ้างอิงที่หอสมุดแห่งชาติ สมัยก่อนมันต้องอ้างอิงเว็บไซต์ แล้วหอสมุดแห่งชาติ กลวั วา่ เว็บจะล่ม เลยตง้ั หอสมดุ แหง่ ชาตดิ ิจติ อลท่ีเป็น TOI ฉะนัน้ ถ้าเกิดเราเขา้ ดูทางนี้ มันจะใส่ TOI ได้ มนั จะ ไม่หายไป ยกเว้นประเทศไทยไม่มี เราอ้างอิงได้แม้ว่าเว็บมันจะล่มไปแล้ว คือเขาตระหนักถึงการเขียนงาน วชิ าการ จะใช้การอ้างอิงทางอินเตอร์เน็ตเยอะมาก ดังน้ัน TOI จึงเกิดขนึ้ เพอื่ ใช้แบบน้ี อกี หนอ่ ยถา้ เกิดแต่ละที่ ล่มก็หาที่น่ีได้เลยโดยไม่ต้องกลัวว่าหาไม่เจอนะครับ เพราะมันได้ถูกลงทะเบียนแล้ว เพราะฉะน้ันวารสารของ นเรศวรก็ไมต่ ้องลงทะเบียนแล้วนะครบั นเี่ ป็นโดยรวมทผี่ มคิดว่ามนั จะทาให้เราค้นหาข้อมูลงานวิจัยไดม้ ากข้ึน จริงๆ ผมมีแหล่งดาวโหลดหนังสือฐานใหญ่มาก เว็บนี้จะรวมหนังสือภาษาอังกฤษที่ใหญ่มาก หนังสือดีๆ ที่ อยากอา่ น เชน่ social contract เข้าไปแลว้ ก็ไล่ไปเลย ไม่ชัดเจนก็ระบุชอ่ื ผเู้ ขียน นีเ่ ป็นเวบ็ ที่ผมเขา้ ถึงกโ็ หลดๆ เพราะกลัวว่ามันจะหายไป ตอนแรกคณะนิติศาสตร์ใช้ไอเดียการจ่ายเงินให้เวบ็ หนึง่ เจออันน้ีจบเลย อันน้ีเป็น เว็บท่ีเราดาวโหลดได้ทุกเรื่อง ถ้าเรารู้ช่ือรู้คนแต่ง อย่างเช่นหนังสือใหม่ก็หาได้ โหลดมา ไม่ใช่เฉพาะหนังสือ เก่าๆ ของใหม่ เช่นเล่มนี้ออกปี 2003 คือตอนน้ีผมกาลังทาวิจัยเรื่อง civilization ผมแปลว่าการเมืองเชิงตุลา

การ แล้วต้องใช้เอกสารพวกนี้ พอเจอเว็บนค้ี อื อา่ นอย่างเดยี ว อ่านไม่ทนั เยอะมาก ผมแนะนาเลย วา่ นี่เป็นเวบ็ ท่ีรวมฐานข้อมูลตาราฝร่ังทุกสาขา ถ้ารู้ช่ือหัวข้อ คนแต่ง ตอนน้ีไม่ต้องไปซ้ือกรุงเทพแล้ว เราได้เปรียบแล้วนะ ครับ ใครสนใจก็ดูนะครับ มีเยอะมาก พวกน้ีเป็นเครื่องมือในการทาให้เราเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายมากข้ึน รวมถึง การทบทวนวรรณกรรม ผมคิดว่าเป็นประโยชน์นะครับ เราไม่ต้องกลัวเรื่องข้อมูลไม่มี มันล้นนะครับ ปัญหา ใหญข่ องนักวชิ าการอีกอย่างคือข้อมลู มันไหลมาเรอื่ ยๆ เราจะจัดการอย่างไร อันนกี้ เ็ ปน็ เรือ่ งฐานข้อมลู นะครับ มีใครอยากถามอะไรไหมครบั ผ้เู ขา้ ร่วมแสดงความเหน็ : มีฐานข้อมูลเกี่ยวกับวารสารกฎหมายต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะขึ้นมาใน google แล้วมันจะอยู่ในฐาน ของ JS law ประมาณนี้ แตป่ ญั หาคือจะเข้าได้ยงั ไง คือถ้าอยู่ในมหาวทิ ยาลยั จะเข้าได้ อ.สมชายแสดงความเหน็ : คือถา้ เป็นวารสารกฎหมายตา่ งประเทศมันจะมแี หล่ง ซึง่ ตอ้ งใหม้ หาวทิ ยาลัยสมคั รสมาชิก ซ่ึงส่วนใหญ่ จะเก็บตังนะครับ กแ็ ล้วแต่มหาวทิ ยาลัยไหนเปน็ สมาชกิ รึเปลา่ ถา้ เป็นกเ็ ขา้ ดไู ด้ แต่ webslaw ค่อนขา้ งแพงผม ว่า JS law ถกู กวา่ ผูเ้ ข้าร่วมแสดงความเห็น : JS law มันเป็นฐานของ social sci เราก็จะไปรวมกับคณะสังคม มนุษย์ ก็จะคุ้มหน่อย เม่ือก่อนเรา จะอาศัย webslaw ในการเข้าถึง legal journal ในการเข้าถึงพวกคดี แต่ตอนน้ีถ้าเป็นคดีก็จะไปท่ีเว็บไซต์ ของศาลซ่ึงจะขึ้นตัวเต็มให้เลย แต่ปัญหาเดียวคือมันไม่มีธง คืออย่างเว็บหนึ่งมันจะมีธงแบบว่ามันถูกกลับธง แลว้ หรือยัง แตน่ จี่ ะเป็นเคสไป อ.สมชายแสดงความเหน็ : webslaw เป็นเว็บทต่ี ้องเสยี ตงั นะครับ แพงมาก คือท่ีนเี่ คยใช้ แต่ตอนหลงั ผมวา่ ไม่คุ้มเท่าไหร่ ผมเลย บอกให้นักศึกษาใช้ฐานข้อมูลในประเทศ แค่น้ีก็จะเป็นลมแล้วครับ ข้อมูลท่วม ส่วนอันนี้ผมไม่เคยใช้ อันน้ี น่าจะเป็นบทความนะครับ booknetc.org มีบทความประมาณ 2 ล้าน bookzz ก็จะเป็นบทความ 52 ล้าน บทความ ก็คือส่วนท่ีเป็น article ผมไม่เคยลองใช้ แต่มันจะมีข้อจากัดอย่าง คือมันรวมทุกอย่าง ถ้าสนใจเร่ือง สาคัญต่อสาขาอื่นผมเข้ามาท่ีนี่จะหาง่าย เช่น ตุลาการ การเมือง อะไรพวกน้ีมันจะค่อนข้างเช่ือมโยงกับ สังคมศาสตร์เยอะ นี่มันก็จะมีให้เยอะ แต่ถ้าใครอยากลองค้นดูก็ลองหานะครับ อันนี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่ง มี คาถามอะไรไหมครับ อันนี้เป็นเครื่องมืออันหน่ึงท่ีทาให้เราเข้าถึงข้อมูลเพิ่มมากข้ึน ถ้าใครสนใจบทความทาง สังคมศาสตร์ ท่ีน่ีจะเป็นฐานใหญ่ ข้อมูลมีเยอะมาก ฉะน้ันลองกลับไปใช้ดูนะครับ ที่พูดๆ ไปวันนี้ นี่เป็น ฐานข้อมูลทีน่ ่าจะทาให้เราทางานไดง้ ่ายขน้ึ เหลืออย่างเดียว อา่ น ตอนน้ีมีคาถามเพมิ่ ไหมครับ

ผูเ้ ขา้ ร่วมแสดงความเหน็ : ปกติใช้ ssrn น่ะค่ะ มีหลายสาขา แต่ของสังคมศาสตร์และกฎหมายค่อนข้างเยอะเหมือนกัน แล้วก็ โหลดฟรี แต่บางอันก็มีแค่ abstract มันเป็นเหมือนเครือข่าย social sci แล้วก็สามารถเสิร์จเอา มีช่องอยู่ ดา้ นบน สว่ นใหญ่เปน็ บทความ ผูเ้ ขา้ ร่วมแสดงความเห็น : เสริมหน่อยว่า อาจารย์สามารถนาบทความของอาจารย์ไปลงท่ี ssrn ได้เลยค่ะ ภาษาไทยก็ได้ คือ สมัครแล้วลงงานไปเลยได้ค่ะ ถา้ เปน็ งานทต่ี พี มิ พ์แลว้ เอามาลงเพอื่ เผยแพร่ได้ อ.สมชายแสดงความเหน็ : เอ้อ อันน้ีผมก็ไม่เคยใช้ เป็นอีกอันหนึ่งท่ีน่าจะมีบทความทางกฎหมายพอสมควร น่าจะเยอะ ก็น่าจะ เป็นอีกฐานข้อมลู หนึง่ ท่ีใชไ้ ด้ ผบู้ รรยาย : เว็บน้ีก็จะเป็นเว็บท่ีนักวิชาการทั่วโลกท่ีสนใจรัฐธรรมนูญจะลงบทความท่ีนี่ อัพเดตไวมาก อย่างของ ไทยตอนนี้เป็นท่สี นใจ บทความกจ็ ะเยอะมากช่วงน้ี ลองดูได้ อ.สมชายแสดงความเห็น : ผมเขา้ ใจวา่ นี่เป็นฐานข้อมูลท่สี ามารถดูฟรีได้ อนั น้กี ็จะทาให้เราสามารถสารวจได้อยา่ งรวดเร็ว พวกนี้ ไม่ยากหรอกนะครับ เป็นฟรีแอคเซสกัน ก็โอเคนะครับกับการค้นข้อมูล ฐานข้อมูลในเมืองไทยที่เข้าถึงได้ฟรี ก็ ขอบคณุ มากนะครบั เอกสารสรุปการบรรยาย เรอ่ื ง ระเบียบวิธีวจิ ยั และจริยธรรมในงานวจิ ยั โดย ดร.นัทมน คงเจริญ

อ.นทั มน : อันนี้เป็นการ์ตูนท่ีพี่ชอบมาก ชื่อว่า l love you พ่ีก็จะใช้อันน้ีประกอบการสอนให้นักศึกษาหรือผู้ท่ี ทาวิจัยว่า ในส่วนของการพูดการเขียนอะไรต่างๆ จากการ์ตูนอันนี้ จะนาไปสู่เร่ืองการพิสูจน์ไม่ได้ งานวิจัยก็ เหมือนกนั เราจะตอ้ งนาเสนอให้คนอ่านรู้ว่า คาตอบงานวิจัยเราไดม้ าได้อยา่ งไร ตอนแรกอยากพูดเรื่อง socio legal study ด้วย เพราะรู้สึกว่ามันมีความเห็นที่ลื่นไหล เช่นอะไรคือมานุษยวิทยากฎหมาย สังคมวิทยา กฎหมาย งานท่ีอาจารยเ์ ดวดิ เคยทา หรอื ส้มเคยทาท่ีไปสัมภาษณ์คนว่าทาไมไม่ไปฟอ้ งตารวจล่ะ หรือโคง้ นี้เป็น โคง้ รอ้ ยศพ ต้องสะเดาะเคราะห์ อะไรทานองนี้ การเข้าพูดคุยมันเป็นขอบเขตที่กว้างประมาณหน่ึง มันเป็น socio - legal studies แต่มันจะเป็น anthropo - legal studies รึเปล่า เพราะถ้าเคลมว่ามันเป็น anthropology ก็จะต้องเข้าไปดูชีวิตเขาให้ลึก กว่านี้ เช่นอย่างที่เคยทาก็ต้องเข้าไปดูชีวิตเขาในชุมชน มีมิติอย่างไร แต่งานท่ีอ.เดวิดเข้าไปสัมภ าษณ์ก็จะมี คาถาม มีแบ็คกราวด์เล็กน้อย ไม่สามารถเคลมได้ว่าเป็น methodology research และจะพูดเร่ืองจริยธรรม งานวจิ ยั ในตอนทา้ ยสดุ บางคนอาจจะทาวจิ ยั มาเยอะ แตว่ ่าที่จะชวนมาดูในแง่มมุ ของงานวจิ ยั ทีล่ ึกและตื้น การเรม่ิ ตน้ การวจิ ัย การเร่ิมต้นคือ เราต้องการศึกษาเรื่องอะไร ชวนคิดก่อน กาหนดธีมกว้างๆ ก่อน แล้วค่อยเข้าไปศกึ ษา เข้าไปคน้ ข้อมลู ข้อเท็จจริง แนวคดิ กฎหมาย การใช้การตคี วาม หลังจากทเ่ี ราร้วู ่าเราอยากทาเร่ืองอะไรกว้างๆ เรากด็ วู า่ มนั มีองคป์ ระกอบทีเ่ ราสนใจอย่างไรบ้าง เอาขอ้ มลู มาวิเคราะห์ เสนอ และเขียนรายงาน ดูเหมอื นง่าย นะคะ ทีน้ีพ่ีจะชวนพวกเรามาดูเร่ือง methodology method พ่ีได้รับคาส่ังให้พูดเร่ืองนี้ ก็จะแนะนาเร่ืองนี้ ดีกว่า พี่ชวนดูตัวอย่างท่ีอาจารย์สมชายพูด งานของแกคือเพศวิถีในคาพิพากษา มีนัยยะของสีในหนังสือ เล็กน้อย ถ้าเม่ือไหร่เป็นสีฟ้า แสดงว่านี่คือ methodology ถ้าเป็นสีเขียวคือ method จากท่ีวันก่อนท่ีเราคุย กันว่า อะไรคือ methodology เป็นวิธีคิด ถ้าจะไปหลังห้อง จะไปทางไหน ว่ิงไป เดินอ้อม กระโดด ส่วน method กจ็ ะเปน็ เคร่ืองมือ เราจะมีแว่นตาต่างๆ คอื การอธิบายต่างๆ สเี ขียวสแี ดง เราจะมองโลกผ่านสายตา แบบไหน อันน้ีคือ methodology เวลาเราไปไหนเราจะมีวิธีคิดติดตัวเราไปด้วย มันจะทาให้เรามีมุมมอง อธิบายสิ่งท่ีเราพบเจอ มุมมองที่เราใช้ตีความงานเพศวิถีในคาพิพากษา คือเรากาลังมองว่า ความเชื่อใน งานวิจัยเรื่องเพศวิถีคือ คาพิพากษามันไม่ใช่โต้แย้งไม่ได้ อีกอย่างคือ สังคมไม่ได้เท่าเทียมระหว่างเพศ มันมี ความเอนเอียงอยู่ นคี่ ือแว่นตา ส่วนวิธีเก็บข้อมูลก็คือการใช้เอกสาร อาจารย์สมชายก็ไปน่ังอ่านคาพิพากษา อันนี้คือวิธีคิดสาหรับ แยกแยะ methodology กบั method แต่ปญั หาคอื งานวิจยั ชิน้ นีม้ ขี ้อจากดั ไหม ผลของงานนาไปสู่อะไร งาน ท่ีอยู่บนหิ้งใครจะอ่าน เราจะนาไปใช้ในเชิงนโยบายอย่างไร มันมีข้อจากัดอะไรถ้าเราจะออกแบบงานวิจัยของ เรา อีกตัวอย่างหนงึ่ เตรยี มไวห้ น่งึ ชั่วโมง แตจ่ ะพูดเร็วๆ เป็นการทบทวน ส่ิงทอ่ี .อรรถจักร์กับอ.สมชายชวนเราดู

คอื การแบง่ ประวัตศิ าสตร์ ถ้าเป็นงานวิจัยเชิงประวัติศาสตร์ แล้ว methodology เป็นยงั ไง เอ ถ้าเป็นงานวิจัย กฎหมายกับประวัติศาสตร์ ตามคาเรียกร้องของอาจารย์อรรถจักร์ท่ีบอกว่า ขอให้เรียกว่าแค่กฎหมายกับ ประวัติศาสตรก์ ็แล้วกัน อันแรก สังคมมันมีการเปลย่ี นแปลงตลอดเวลา และการเปลี่ยนแปลงมีบริบท อันนี้คือ กรอบแนวคิดหรือแว่นตาของเราขณะเดินทางไป ว่าอย่าเอาตัวบทมาเรียงตอ่ กันว่ามันเปล่ียนยังไง แต่อะไรคือ ปัจจัยท่ีทาให้เกิดความเปล่ียนแปลงนั้น กับอันที่สองคือ ไม่มีอะไรที่เป็นความจริง ทุกอย่างต้องถูกท้าทายได้ ทุกอย่างตอ้ งเกิดการเปลย่ี นแปลงได้ และพร้อมทจี่ ะรับข้อมูลใหมๆ่ วิธีการวจิ ัย ส่วนวิธีการ ถามว่า ถ้าเลือก เช่นถ้าลองเอากฎหมายตัวใดตัวหน่ึงเป็นตัวเอก อ.อรรถจักร์ใช้คาว่า พระเอกใช่ไหม แต่มันไม่ใช่พระเอก ถ้ามองในแง่ gender ก็เป็นตัวเอก ไม่ใช่พระเอก เพราะถ้ามีพระเอกก็มี นางเอก หรืออย่างเรื่องชาวเขา อันน้ีก็จะมี methodology อย่างหนึ่ง คาว่าชาวเขา เม่ือก่อนหยาบคายไหม หยาบคายนะ วรรณกรรมเมื่อก่อนใช้คาหยาบเรียกว่าชาวเขาทั้งนั้น แต่ตอนนี้ไม่มี แปลว่าคุณไม่ได้มีมิติความ อ่อนไหวในเชิงคาศัพท์ใช่ไหม ตัวอย่างที่สาม ออกตัวไว้ก่อนว่าตอนเตรียมไม่มีคาตอบสาเร็จรูป คือถ้าจะหา กฎหมายตวั หนึง่ ขน้ึ เป็นตวั เอก เชน่ ลองดูสัญชาติสทิ ่เี ปลี่ยนไปในยุคต่างๆ อะไรคือวัตถุในการศึกษา ตัวบทพอ ไหม ไม่พอ แล้วอย่างน้ันวัตถุในการศึกษาคืออะไร ทีนี้ แอบเป็นลูกศิษย์ไม่เอาไหนเหมือนกัน แต่จะบอกว่าน่ี เปน็ ประวตั ิศาสตร์นิพนธ์นะ ตัวบท คาพิพากษาก็เป็นประวัติศาสตรน์ ิพนธ์อย่างหนึง่ ดังน้นั methodology ก็ เป็นวิธกี ารคดิ อย่างหนึ่งว่าเราจะไปถึงวตั ถุในการศึกษาอย่างไร นาไปสู่การเกบ็ ข้อมลู กเ็ ป็นวิธี เปน็ method มี ความคาดหวังไหม ข้อจากดั คืออะไร อีกอย่าง พวกเรารู้จักความผิดฐานละเมิดอานาจศาลไหม คิดว่าหลักการมันเป็นยังไง แล้วเรามองตัว บทเป็นไง ตัวบทเขียนว่ายังไง ปัญหาในการตีความ บรรทัดฐานในคาพิพากษาเป็นอย่างไร ทุกคนพอจะมีภาพ อยู่ในหัวอยู่แล้วว่าปัญหาเก่ียวกับกฎหมายละเมิดอานาจศาลท่ีเราพบเจอในชีวิตประจาวันมีอะไรบ้าง มันเกิด อะไรขึ้น มันโยงไปถึงเร่ือง methodology ท่ีเป็นปัญหาในการมอง เร่ืองแรกอาจจะมองแบบกระแสหลัก คือ เราไม่ได้บอกว่าเราต้องมากระแสทางเลือกทั้งหมด เพราะมันเป็นประโยชน์ และเป็นตัวหลักในการวิจัยทาง กฎหมาย และอาจจะเป็นประโยชน์อย่างที่ว่า มันมีพลังในการตอบคาถามด้วยซ้า อันแรก ถ้ามองแบบกระแส หลัก กต็ ้องมองว่า มันคิดยงั ไง อย่างที่อ.อรรถจักร์บอกว่ามันแย่มาก แล้วหลกั ในการละเมดิ อานาจศาล มนั เกิด มายังไง เร่ิมยังไง เราเอาของคนอื่นมา แล้วตัวต้นแบบเขาคิดยังไง เรื่องที่พี่ชวนคิดคือ obstacle of justice ถามว่าทาไมมนั ถึงต้องมีกฎหมายเรื่องละเมิดอานาจศาล เพราะต้องการใหร้ ักษาความยุติธรรม เพราะงั้นเวลามี คนเอะอะโวยวายในศาล หรือพกปืนเข้ามา จึงให้อานาจผู้พิพากษาในการสั่งตรงน้ีได้ แต่ไปๆ มาๆ เราอาจจะ เคยมีตัวอย่าง เช่นทนายเลา่ ให้ฟังเยอะมาก อย่างการต้ังข้อรังเกียจผู้พิพากษา กลายเป็นผู้พิพากษาบอกวา่ ไอ้ นีม่ าละเมิดอานาจศาลไดย้ งั ไง นค่ี อื ทมี่ าทไี่ ป

ทีน้ี แบบที่สอง American realism สัจจะนิยมแห่งกฎหมายมายังไง กฎหมายละเมิดอานาจศาล เกิดขนึ้ มายงั ไง ถกู บดิ เบอื นมายังไง ใชม้ ายังไง อนั นีค้ ือแนวแรก แนวท่ีสองคอื ผ้พู ิพากษาใช้ เทียบกบั สจั จนิยม ทางกฎหมาย เราก็จะมองว่า มีเพือ่ นเป็นผู้พพิ ากษาอยู่ลาปาง เพอื่ นก็จะบอกว่า เนี่ย คดปี า่ ไม้ทม่ี าลาปางก็เป็น ไมเ้ ถ่อื นท้ังนั้นเลย แล้วแกกเ็ คยเป็นคนลาปาง เพราะฉะนนั้ ถา้ มเี ร่ืองนเ้ี ข้ามาก็ลับมีดรอไวเ้ ลย ตรงนีก้ ็จะดวู ่า ผู้ พิพากษามีทัศนคติยังไงต่อคดีทรัพยากรป่าไม้ หรือ ถ้าผู้พิพากษาเคยมีประสบการณ์เลวร้ายในส่วนของความ รุนแรงในครอบครัว ถ้าเมื่อไหร่มีมาปุ๊บ ฟันทันที คาถามคือ ผู้พิพากษาก็คน มีประสบการณ์ ความรู้สึก อคติ ถา้ เช่อื แบบนี้ จะไมม่ ผี ู้พิพากษายกมือแย้งอ.สมชายเลย แลว้ ทเ่ี ดด็ กวา่ คือ ผพู้ ิพากษาคนนั้นเป็นคนที่อยใู่ นแวด วงของเฟมินิสต์มาโดยตลอด แบบท่ีสาม มองแบบ post – modern คือทุกส่ิงทุกอย่างถูก construct ข้ึนทั้ง สน้ั คาพิพากษากถ็ กู สรา้ ง ฉะน้นั ถา้ มองแบบนก้ี จ็ ะต้องมองแบบ รอ้ื สรา้ งใหม่หมด น่ีคอื methodology ทเ่ี รา จะเดินไปหาคาตอบ พอเรามองตรงน้ี คุณเห็นสีเขียว นี่คือวิธีการเก็บข้อมูล ถ้าเป็นแบบแรก คุณต้องดูอะไร ดู ตัง้ แตย่ ้อนกลบั ไป การร่างประมวลวิแพง่ วิอาญา ในการละเมิดอานาจศาลของไทย origin มนั เกดิ ขน้ึ ได้อย่างไร ยอ้ นไปดูอังกฤษ ย้อนไปดทู ่ีอื่น นีค่ ือ method เปน็ เครือ่ งมือที่ทาให้เราค้นพบคาตอบ ถา้ เปน็ แบบสอง ปญั หา ของเรื่องน้คี อื สมมตุ ิ พวกเราร้จู ัก civilize movement ในอเมรกิ า ของคนดา เร่ิมแต่ 1940 – 1950 การตอ่ สู้ เพ่ือเปลี่ยนแปลงคาพิพากษา มีคดีหน่ึงท่ีเข้าไปบอกว่า คาพิพากษาคดีแรกมันผิด คุณไปดูผู้พิพากษา ใครเป็น ทนาย ใครเป็นองค์คณะ 9 คน ที่บ้านไอ้น่ีถูกเมียใช้ล้างจานรึเปล่า มีอคติในคาพิพากษารึเปล่า คาถามคือ มี ขอ้ จากัดไหม ถา้ บอกวา่ พอ่ี ยากดเู ร่ืองป่าชุมชน เราเคยได้ยินเรื่องรตี มงคลไหม คนน้เี ปน็ คดีแรกที่ถูกจับ และ ก็อ้างเรื่องสิทธิมนุษยชน พี่ก็จะดูว่า เฮ้ย ผู้พิพากษาคนน้ีเป็นใคร น่ีเป็นศาลชั้นต้นนะ แค่พ่ีไปเปิดดูที่ศาล จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ศาลก็ มันมายังไง พอมาดูคดีป่าแดดอีก ตารวจเอาสานวนมาตั้งแล้ว เอาไปเอามา เกบ็ ขอ้ มลู ไม่ได้แล้วอกี ในแง่ที่ว่า ถ้าเราจะใชว้ ิธเี กบ็ ข้อมลู จากแนวคิดแบบนี้ เราจะตอ้ งรวู้ ่าผูพ้ ิพากษาเป็นใคร แล้วเราจะต้อง เกบ็ กี่คน กคี่ ดี แล้วคดสี ามศาลล่ะ ตอ้ งเกบ็ หมดหรือ ปา่ นน้ีผูพ้ พิ ากษาไปไหนแล้ว ต้องตามไปดูประวตั ิชวี ิต ว่า เขาเป็นยังไงเหรอ คือเราต้องไปสัมภาษณ์ผู้พิพากษาคนนี้ ที่ตัดสินคดีน้ีได้ไหม พ่ีจะชวนคิดอย่างนี้ว่า เราจะ สามารถทาวิธีนี้ได้กับเคส แบบ เก็บคนไทยได้ไหม พี่คิดว่าเร่ืองน้ีเป็นอุบัติเหตุที่หลุดออกมา แต่ถ้าเราจะเก็บ แบบเนียน หรืออย่างย้อนกลับไป เราต้องดูประวัติผู้พิพากษาท่ีขึ้นส่ศู าลฎกี าสหรัฐท้ัง 9 คนได้ เราดูคอมเม้นท์ คาพิพากษาได้ มันเป็น nature เป็นจริต ของผู้พิพากษาแต่ละคนเราทาได้ แต่ย้อนกลับมาถึง method methodology ยาก จะทาได้เฉพาะบางเร่ืองที่ใหญ่ๆ เช่น อยากดูนายกรัฐมนตรี เราสามารถไปดูตอน สัมภาษณไ์ ด้ อนั นีเ้ ปน็ ขอ้ จากัด คอื แต่ละวิธมี ีขอ้ จากดั no your limited พี่อยากจะยกตัวอย่างเร่ืองหนึ่ง มีสามระยะ ระยะแรกคือ เราเป็นใคร ที่จะเข้าไป ในจุดนี้ ในเรื่องน้ี เราเป็นใคร ย้อนกลับไปที่งานที่พ่ีทาเร่ืองป่าชุมชน ต้ังคาถามใหม่ว่าอยากจะรู้ว่าการจัดการป่าชุมชนที่มี ประสทิ ธภิ าพ อยากจะหามาสักสามอัน จะต้องเทา่ ไหร่ถึงจะพอ แล้วจะไปหาป่าชุมชนท่ีเขาจัดการแล้วประสบ

ความสาเร็จ คาถามคือ ประสบความสาเร็จก็ต้องทาเป็นชาติแล้ว อะไรคือสาเร็จ ชาวบ้านมีชีวิตดีข้ึน แฮปป้ี อนรุ ักษ์ปา่ เหน็ limit ตรงนีไ้ หม พ่จี ะมีปญั ญาบอกได้อย่างไรวา่ ความหลากหลายทางชีวภาพกลับคนื มา ตน้ ไม้ เขียวพอไหม ดีท่ีมี อ.ที่ปรึกษาร่วมไม่ใช่นกั กฎหมาย คุณจะพิสูจน์ยังไง ต้องเก็บ 3 หมู่บ้าน คุณต้องเก็บไลเคน คุณรู้ว่าเห็ดมันเยอะ กลับมาก่ีสปีชี่ส์ เพ่ือจะเคลมว่าความหลากหลายทางชีวภาพกลับคืนมา อีกอันคือ เอา ผู้เชี่ยวชาญมา ใครคือผู้เชี่ยวชาญ ก็อ.ปิ่นแก้ว อาจารย์ก็ถาม ปิ่นแก้วเป็นใคร ป่ินแก้วเป็นนักมนุษยวิทยา ก็ เหมือนกัน ในเมื่อนักกฎหมายบอกไม่ได้ว่าความหลากหลายมันกลับคืนมา นักมานุษยวิทยาจะบอกได้ อ. ปิ่นแกว้ บอกได้ในเชงิ วฒั นธรรม การจัดการ แต่อกี จุดจะเอาใครมา อันน้มี ีทางลบอย่เู หมอื นกัน มีวลีของอาจารย์ที่เคารพคนหน่ึงบอกว่า คนอยู่กับป่าได้ไหม คุณต้องพิสูจน์นั้นนู่นน่ี อาจารย์บอก “คุณก็แหกตาดูสิ” จบเลย คือบางอย่างมันก็เป็นเร่ืองที่ไม่ต้องพูดนะ นี่คือข้อโต้แย้ง อ่ะ เราเป็นใคร เราพิสูจน์ ได้อย่างสิ้นสงสัยไหม ขั้นตอนการทาวิจัย ขั้นตอนที่เราจะเดินออกไป เราจะคิดหัวข้อยังไง มีงานวิชาการท่ีเรา สนใจอยู่อย่างไรบ้าง รู้อะไรแล้วบ้าง ก่อนท่ีเราจะเดินทางไปค้นหาคาตอบในงานวิจัย อย่างท่ีสองคือเขียนให้ ใครอ่าน อย่างน้อย งานวิจัยใครจะเป็นลีดเดอร์ คือคนทางาน เรามีข้อมูลซึ่งมันคือความจริง และเราต้องการ คาตอบให้สังคมได้รู้ คาถามคือ จะพูดกับใคร อย่างพวกที่ทาวิจัยสาหรับจบปริญญา มันง่ายเพราะคนอ่านอยู่ สามคน กรรมการ แต่อย่างของพี่ ป่าชุมชน พี่อยากทาให้ผู้พิพากษาอ่าน จนป่านน้ียังไม่ถึงมือเลย อย่างอ. สมชาย “เพศวถิ ีในคาพิพากษาไ แกอยากทาใหใ้ ครอา่ น ใครคอื “ลีดเดอร์” ของเรา เราต้องการพดู กบั ใคร พเ่ี ล่ารึยังท่เี คยเลา่ ว่าจะไปเรยี นทีไ่ หนดี น่ีคยุ ในวงเลบ็ นะ คณุ คดิ วา่ นักกฎหมายมีอคติศาล พีก่ บ็ อกว่า พี่จะเรียนเฟมินิสต์ดีไหม หรือเรียนอะไรดี แต่สุดท้ายก็คิดว่า ถ้าอยากจะเขียนให้ผู้พิพากษาอ่าน เราต้องจบ กฎหมาย เราต้องเป็นนักกฎหมาย อานันต์พูดมา 20 ปี ไม่มีใครฟังเพราะเป็นนักมานุษยวิทยา นิธิก็นัก ประวัตศิ าสตร์ มันต้องให้นักกฎหมายพูด อันนีก้ ม็ ีทงั้ คนท่ีอย่ใู นกะลาตวั เองเยอะมาก เราก็ตอ้ งใช้วิธกี ารว่า เรา เป็นนกั กฎหมาย ใช้วธิ ีทมี่ ากระเทาะอคติของเขา พดู ใหใ้ ครฟัง เขยี นใหใ้ ครอ่าน จากเร่ืองทส่ี นใจไปสโู่ จทย์วิจัย มันยากมาก ก็ลองอ่านหนังสือท่ีแกแจกให้แลว้ ก็จะค่อยๆ คลี่คลาย อันที่สี่คือหาข้อมูลตามรอยโจทย์วจิ ัย มันมี อาจารยค์ นหน่ึงชือ่ Jeremy Weper แกเคยเล่าให้ฟงั ไหม คือเขาบอกวา่ ไม่มงี านวิจัยชิ้นใดท่บี ริสุทธ์ิในปจั จบุ ัน เราต้องทบทวนวรรณกรรม ว่าเคยมีใครทาอะไรบ้าง อันแรก มันมีงานที่เรื่องเกี่ยวข้องกับโจทย์วิจัยของเรา ไม่ได้บอกว่ามันพูดอะไร แต่หมายถึงมันพูดในประเด็นท่ีเราจะศึกษา เสนออะไร แล้วแต่ละวรรณกรรม มันคุย กนั ยังไง มี dialog ระหว่างกนั ยงั ไง แลว้ ท่ี อ.สมชายบอกวา่ ต้องแวะไปคารวะหลุมศพ คอื มนั มหี ลุมใหญ่หลุม เล็ก หลุมใหญ่เช่น ถ้าทาเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญไทย คุณต้องอัญเชิญใครมาบ้าง แล้วคนเล็กๆ หมายถึง นกั วจิ ยั ร่นุ ใหม่ มีความหมายไหม มี เพราะเขาคืองานวจิ ัยทคี่ ้นพบส่ิงใหม่ แตอ่ ย่างนักวิจัยอาวุโส ท่านเขยี นงาน เมื่อ 2475 แล้วเราจะให้มันเห็นพัฒนาการของแนวคิด ก็ต้องทบทวนวรรณกรรม ทบทวนเป็นเรื่อง และเดิน ตามไทม์ไลนเ์ พ่ือเห็นพัฒนาการทางความคิด ทีน้ี เรอ่ื ง research methodology ตอ้ งสารวจก่อนว่าเปน็ ไปได้ ไหม แล้วต้ังประเด็นถกเถียง รวบรวมหลักฐานสนับสนุน ต้ังแต่ 4 5 6 คุณต้องทบทวนตลอดเวลา ต้องเก็บ

ข้อมลู ตอ้ งวเิ คราะห์ ต้องหาอะไรใส่ไหม เขยี น แลว้ อดี ทิ ตวั เอง แลว้ เราได้คน้ พบอะไร ตามโจทย์วิจยั ท่ีเราต้ังไว้ ไหม น่คี อื ขนั้ ตอนทพ่ี ีค่ ิดวา่ หลายคนทเ่ี คยทาวิจัยก็รูม้ าอยู่แล้วแหละ แตพ่ ี่อาจจะใส่อะไรไปนดิ ๆ หนอ่ ยๆ ดูเรือ่ งแรกก่อน งานวิจยั เอกสารจริงๆ เนยี่ พถี่ ามก่อนวา่ จะกนิ ขา้ วกอ่ นไหม แล้วคอ่ ยกลบั มา พกั ก่อน เครอ่ื งมือในงานวิจยั เรื่องต่อไปนี้สาหรับคนที่ทาวิจัยก็น่าจะคุ้นเคย ในส่วนของการค้นคว้า อย่างที่วันน้ันคุยถึงเรื่อง เครอ่ื งมอื ว่าเราจะเก็บข้อมูลอย่างไร ไม่วา่ จะเป็นงานวจิ ัยแบบไหนก็ตาม กระแสหลักหรือทางเลือก เราจะต้อง มีการวจิ ัยเอกสารเสมอ และงานวจิ ัยทางกฎหมาย ปกตเิ ราจะตอ้ งบอกว่า อะไรคือ Primary source อะไรคือ ขอ้ มูลปฐมภูมิ อยา่ งเชน่ ข่าว ในที่น้คี อื ข่าวทเี่ ปน็ ข้อเท็จจริงเท่านนั้ ไมร่ วมบทวิจารณท์ ี่แทรกความเห็น ถา้ เป็น ข่าวเป็น primary source ในส่วนของกฎหมายหรือคาพิพากษา ในงานวิจัยมิติหนึ่งหรือส่วนใหญ่เราจะถือตัว บทเป็น primary source หรือเป็นแหล่งอ้างอิงของเรา แล้วคาพิพากษาคืออะไร เหมือนเราจะมีแว่นตาท่ีมี โฟกสั เข้าๆ ออกๆ ได้ ถ้าเราถอื คาพิพากษาเป็นข้อเท็จจรงิ เป็น primary source ทนี ที้ าผิดจาคกุ กี่ปี เราถอื ว่า เปน็ ขอ้ เทจ็ จรงิ ท่ีมคี วามหมายตามคาพิพากษา เพราะฉะนน้ั ในโฟกัสระดบั แรก คาพิพากษาจึงถือเป็น primary source อย่างหนึ่งในตัวบทกฎหมาย และย่ิงมองไปอีกว่าเป็นหนึ่งนิติวิธี มองผ่านสังคมบริบท ยกตัวอย่างคา พิพากษาศาลสูงสหรัฐฯ ตามบริบทของ common law คาพิพากษาถือเป็นกฎหมาย ฉะน้ัน ในระดับน้ี คา พิพากษาจึงถือเป็น primary source อย่างหน่ึง แล้วเวลาเราทา คือจริงๆ เวลาพูดถึงระเบียบวิธีวิจัยหรือการ ทาวจิ ัยก็จะมกี ารอา้ งองิ ด้วย แล้วการอ้างอิงเราจะมีหลกั คือ ขน้ึ อยูก่ บั ระบบการอ้างอิง ส่วนใหญ่งานวิจัยต่างประเทศหรือเอกสารวิชาการต่างประเทศ วิทยานิพนธ์ต่างประเทศ เขาจะ แยกตัวกฎหมายออกมาตา่ งหาก อย่างเชน่ ว่า กฎหมายระดบั มลรัฐ เป็นต้น เพราะฉะนั้นมันจะมลี าดบั ศักดิ์ของ มัน คือ ถ้าเป็นงานทางกฎหมาย แยกตัวบท แยกคาพิพากษาออกมาให้เห็นชดั ๆ แต่ในระเบียบวิธวี ิจัยของไทย ในทางกฎหมายมนั กย็ ังไม่มรี ะบบเป็นของตัวเอง เลยข้ึนอยกู่ ับความชอบของคนทา คืออย่างเท่าท่ีทา ท่ีจะแยก กฎหมายออกมา คาพพิ ากษาออกมาเพื่อใหเ้ หน็ ชดั ๆ เลยวา่ เราอ้างองิ ทนี ี้มันจะรวมไปถึงเอกสารราชการด้วยที่ มันจะมบี ังคับ เชน่ ระเบยี บทะเบียนราษฎร์ ถามวา่ มีภาคบังคับไหม มนั ใช้บังคบั กับคน ใช้กับระเบยี บศุลกากร เพราะฉะนั้น ถอื ว่าเปน็ primary source ที่เราสามารถอ้างอิงเป็นแหล่งที่สาคัญของเรา ถามวา่ คาพิพากษาใน งานวิจัยบางเรื่อง เช่น การละเมิดอานาจศาล หรืองานท่ีเรายกตัวอย่างไปครั้งก่อน อย่างถ้าเราจะดูว่า “คา พิพากษามนั มีอคติอยู่ไหม” แสดงวา่ เราไม่ได้จัดการข้อมูลนี้ในฐานะเปน็ ข้อมูลปฐมภูมิ แตจ่ ัดให้เปน็ เปน็ “วตั ถุ ในการวเิ คราะห์” อย่างหนึ่ง ซงึ่ เราจะจดั เปน็ เอกสารลาดบั รอง ซ่ึงเอกสารลาดบั รองเช่นตารา ความคดิ เหน็ ซึง่ มันจะมีความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ของผู้แต่งผู้ทาอยู่ด้วย และเราจะเข้าไปวิเคราะห์ข้อความของเขาด้วย มัน จะมีบรบิ ทของความคดิ เหน็ เข้าไปอยู่ ข้ึนอยูก่ ับวา่ เราจะจัดการข้อมลู มวี ธิ ีวิจัยยังไง

อย่างการละเมิดอานาจศาล คาพิพากษาอาจจะเป็น secondary source เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการ ประกอบสร้างคาพิพากษาน้ันขึ้นมา ข้อสังเกตที่ควรระวัง เราเรียกว่า source of authority ถามว่ามันเป็น ข้อเท็จจริง เป็น fact หรือเป็นข้อคิดเห็น ตัวอย่างเช่นหนังสือของทางราชการ หนังสือเวียนที่แจก ถือว่าเป็น กฎหมายไหม ระเบียบการให้สัญชาติของกระทรวงมหาดไทย เป็นข้อผูกพัน เป็นแหล่งที่มาของกฎหมายที่ให้ คนต้องทาตามไหม ฉะนั้นในแง่ของกฎหมายท่ีเป็น primary source อย่างเช่น ประมวลแพ่ง อาญา มีฐานะ ความผูกพนั แต่ถ้าเป็นคาประกาศของนายกรฐั มนตรลี ่ะ คอื source of authority ถา้ หนว่ ยงานเป็นหน่วยงาน ราชการ กจ็ ะมคี วามนา่ เช่ือถืออย่างหนึ่ง ว่ามนั มขี ้อผูกพัน เปน็ ระเบียบปฏบิ ัติท่ีใช้บังคับ แต่ถ้าหนงั สอื ราชการ อันนั้นเป็นโฆษณาชวนเช่ือ เป็น propaganda อย่างหน่ึง source of authority ตรงนี้ เราต้องดึงเลนส์โฟกัส ถอยออกมา คือมันไม่ใช่ภาคบังคับละ แต่มันเป็นเอกสารโฆษณาชวนเช่ืออยู่เบ้ืองหลัง ฉะน้ัน ประเด็นแรกคือ ต้องระวังเก่ียวกับเอกสารราชการ เวลาเราจะจัดการ ต้องดูว่ามันมีค่าบังคับ มีผลผูกพันทางกฎหมาย หรือมัน เปน็ เพยี งโฆษณาชวนเชอื่ ทีเ่ ราตอ้ งมา repost มนั อันท่ีสอง ในแง่ของเอกสารลาดับรอง ให้ระวังจุดยืนของเอกสารท่ีเราไปใช้ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในแวด วงกฎหมายมหาชน เราจะพบว่า คือต้องใช้กาลามสูตรนะ คือกฎหมายเปลี่ยนแปลง ตวั คนเขียนก็เปลยี่ นแปลง ถามว่าตารากฎหมายมหาชนเน่ีย คนเขียนจบจากท่ีไหน สานักไหน ฝรั่งเศส อเมริกา อังกฤษ เยอรมัน หรือ จุฬา ธรรมศาสตร์ มช. มันมีจุดยืนของคนเขียนอยู่ ตาราสมัย 2540 กับสมัย 2550 ก็คนละบริบทกัน จุดยืน ของคนเปล่ียนไป เวลาอ่านเอกสารอย่าเช่ือ ให้วิเคราะห์ว่าจุดยืนคนน้ันเป็นยังไง ตัวอย่างอีกอันหนึ่งคือ อุดมการณ์ อย่างในยุคประวัติศาสตร์ที่อาจารย์อรรถจักร์ชวนพวกเราดู แกบอกว่ามีจารีต ตอนหลังเป็น modern state neoliberal พวกนี้คือส่ิงท่ีเราจะนาเอามาใช้ในการอธิบายแนวคิดหรือกระบวนการในทาง กฎหมายอย่างเรือ่ งเชน่ การเป็น state property พอเราแบ่งประเภทของทรัพย์สนิ ออกไป มนั มีแนวคดิ เข้ามา อธิบายในยุคต่างๆ เช่นทุนนิยม มันมีบริบทอะไรเข้ามา เพราะฉะน้ันจุดยืนของแหล่งอ้างอิง ยกตัวอย่างงาน ของพ่ีใช้งานเศรษฐศาสตร์มาอธิบาย พ่ีก็แบ่งเหมือนอาจารย์อรรถจักร์ แต่พ่ีแบ่งเป็น privet goods public goods อะไรพวกน้ี ข้อควรระวงั ในการทาวจิ ัย ปัญหาคือ พอเราแบ่งทรัพย์สินออกมาเป็นประเภทเหล่าน้ี แล้วมีอะไรมาจาแนกได้บ้าง อย่างเช่น อดุ มการณ์บนฐานทนุ นิยม คือทรัพย์สินน้ีซื้อมาขายไป เป็นกลไกตลาด อนั น้กี ็เป็นอุดมการณ์การเงนิ ซ่งึ เกณฑ์ ท่ีพ่ีเอามาจับเรื่อง property wills มี 4 อย่างเน่ีย ถามว่ามีคาถามของอุดมการณ์ทุนนิยมเสรี บทบาทการ กากับของรัฐทวี่ า่ จะสามารถเขา้ มาแทรกแซงทรัพย์สนิ ประเภทนี้อย่างไร ทนี ้ีปรากฎวา่ งานท่พี ่ที ามันมคี าถามว่า

เราไปกันได้ไหม อาจารย์ที่ปรึกษาพ่ีก็บอก อ้างอะไรมา เอาออกไปเดี๋ยวนี้ เพราะว่ามันไปไม่ได้ด้วยกันกับ ข้อเสนอท่ีพ่ีเขียนเร่ืองป่าชุมชน อาจารย์ก็บอกว่าไม่ได้ เพราะอาจารย์บอกว่ามันมีแนวคิดวิพากษ์สังคม ท่ีมี กลุ่มคนมีแนวคิดเชื่อในฐานทุนนิยม และมองที่ดินเป็นสินค้าไง ทีนี้ก็คือ พ่ีก็ยังใส่แต่พี่ใส่แนววิพากษ์ว่า เออ แนวคิดน้ีในสังคมไทยมี แต่มันจะไปด้วยกันได้กับแนวคิดการจัดการป่าชุมชนไหม ไม่แน่ใจ มันมีข้อปะทะกัน คนกลุ่มหนึ่งเชื่ออย่างนี้ คนกลุ่มหนึ่งเชื่ออีกอย่าง เพราะฉะนั้นนี่คือข้อควรระวังในการอ้างแนวคิด ในการอ้าง เอกสารทีเ่ ราจะเอามาสนบั สนุนงานวิจยั ของเรา อีกอันหนึ่งท่ีคิดว่าชัดเจนกว่าเร่ืองป่าชุมชน สมมุติพ่ีทาวิจัยเรื่องสถาบันกษัตริย์ ทุกคนคิดว่าพี่ควรจะ อ้างอะไร พี่มีคนสองคนท่ีให้พวกเรามอง คนแรก ถ้าเป็นงานในทางกฎหมาย ทุกคนคงบอกว่าคิดว่านอกจาก อาจารย์สมชาย พีค่ วรอ้างถึงพรหมทอง จันทราสุข ทเี่ ขียนเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ คาถามคือ คนน้ี เป็นใคร จุดยืนของเขาเป็นอย่างไร เอกสาร สเตทเม้นท์ท่ีพรหมทองพูดเป็นอย่างไร สมมุติพ่ีจะบอก นี่เป็น ตัวอย่างของกฎหมาย ถ้าเป็นงานท่ัวไป สมมุติพ่ีอ้างถึงสุเมศ ตันติเวชกุล ถ้าพี่อ้างงานของคนน้ี คุณจะเข้าใจ โทนงานเอกสารว่ามันจะเปน็ โทนแบบไหน กับอีกคนคือ สศจ พอเอ่ยชื่อสองชื่อ กลุ่มหน่ึงคือ พรหมทองและสุ เมศ อกี คนคือสมศักด์ิ เจียมธีรสกลุ เวลาเราอ้างองิ ถามวา่ ถ้าคณุ ทาวิจยั เอกสารเกย่ี วกับสถาบันกษัตรยิ ์ คุณไม่ อา้ งสองคนไม่ได้ มันเปน็ งานท่ีเราต้องพดู ถึง แต่เราจะพูดถึงแบบไหน จะวเิ คราะห์วพิ ากษ์เอกสารอยา่ งไร และ จะใช้อย่างไรในงานของเรา น่เี ปน็ ขอ้ ท่ีพคี่ ิดว่าอยากจะทวนให้ระวัง ในสว่ นอืน่ ๆ ในงานวจิ ัย กไ็ ม่น่าจะมีปัญหา งานวิจัยเชิงปริมาณ คุณภาพ มันมีงานวิจัยชิ้นหน่ึง คืองานวิจัยเชิงประจักษ์เนี่ย มันจะพูดถึงเชิงคุณภาพและ ปริมาณ ตัวเลขเน่ียมันมีพลังมาก มันมีงานของฝร่ังคนหนึ่งไปเก็บสถิติในคุก ยกตัวอย่างง่ายๆ คุกนี่มีความจุ ร้อยหนง่ึ แตม่ ีคนถกู ตดั สนิ จาคกุ สองร้อย คือแค่การแสดงตัวเลขแบบน้ี ไม่ตอ้ งอธบิ ายใดๆ เพ่มิ เลย เราสามารถ เห็นภาพ หรือนึกออกว่ามันมีปัญหายังไงตามมา น่ีคือพลังของตัวเลข แต่ในทางกฎหมาย เราไม่ค่อยยุ่งกับทาง ที่เรียกว่าเชิงสารวจ SPSS ถ้าเราไม่สามารถอธิบายหลักการมันได้วา่ มันบอกอะไร เช่น มีผู้ชายห้าสิบเปอร์เซน็ ผู้หญิงยสี่ ิบ แล้วไง ต่อมา น่คี ือเรอื่ งท่ียากที่สุดในงานวจิ ัยที่พ่ีคดิ น่นั คือ จุดวจิ ยั คอื อะไร จากท่ีอาจารย์เคยบอก พี่เอามาจากงานช้ินหน่ึง เขาอธิบายไว้ เล่มน้ีมีตัวอย่างเชิงประจักษ์ง่ายที่สุด สมมุติพี่บอกว่า ปัญหามันเกิดข้ึน ในสังคม เป็นแรงจูงใจ แล้วนามาสู่คาถามในงานวิจัย เสร็จแล้วมาถึงตัววิจัย แล้วมาถึงคาตอบ มันมีตัวอย่าง ง่ายๆ เช่น อะไรคือปัญหาที่เกิดข้ึน พี่บอก รถเสีย คาถามคืออะไร จะหาที่ซ่อมรถได้ยังไง แล้วนามาสู่ research โจทย์วิจัย เค้าก็จะบอกว่า อ๋อ ให้ไปหาแหล่งค้นคว้าท่ีมีชื่ออู่ซ่อมรถ หายังไง เปิดสมุดหน้าเหลือง หรือ google นาไปสู่คาตอบคือ เบอร์โทรอู่ว่าจะมารับรถไปซ่อม ราคาเท่าไหร่ น่ีคือการมองจากปัญหาท่ี เกดิ ขึ้น ไปสู่โจทย์วจิ ยั และคาตอบในการวิจัย แตท่ นี ้ี พี่นกึ ถงึ งานทวี่ ่า คาถามในงานวิจยั มนั กม็ คี าตอบมาเยอะ แล้ว และไอค้ าตอบเนี่ยมันนาไปสู่การนางานวจิ ัยไปอยู่บนหงิ้ คือแล้วทาไมไม่นาไปสู่การปฏิบัติ หนงั สอื เล่มน้ีก็ จะบอกว่าทาไม ปัญหาอะไรท่ีทาให้งานวิจัยไม่สามารถนาไปส่กู ารปฏิบัติได้ มันก็จะเกิดโจทย์วิจัยข้ึนมา แล้วก็ วนเปน็ ลปู ไป

การตงั้ โจทยว์ จิ ัย ทีน้ี การต้ังโจทย์วิจัย เราจะมีคาถามสามข้อ ข้อแรก ฉันกาลังทาอะไรอยู่ อันนี้พ่ีคิดว่า เท่าที่เจอ นักศึกษาหลายๆ คน บางทีเราไม่รู้ว่าเราทาอะไรอยู่ อย่างตอนที่พ่ีทา พี่อ่านงานเยอะมาก แต่เราไม่รู้ว่าเรา กาลังเดินไปทางไหน เราก็เดินวนไปวนมา เราไม่รู้ว่าเราจะใช้เคร่ืองมืออะไร เราไม่รู้ว่าจะเก็บข้อมูล จะกรอง อะไรบ้าง อันแรกที่เรา และพี่คิดว่ายาก คือต้องระบุให้ได้ว่าเราทาอะไร มันคือโจทย์วิจัย แล้วขีดวงไว้ไม่ให้ สะเปะสะปะ อันท่สี อง จากวงกลมทใ่ี ห้ดูเมอ่ื กี้คือ แล้วไง เกิดอะไรขน้ึ แล้วนาไปสอู่ ะไร คาถามอันทส่ี องจะช่วย ให้เราตอบคาถามได้วา่ จากทเี่ ราทาอยูท่ ุกวันนี้ สง่ิ ท่เี ราทาอยู่ เราทาเพอ่ื อะไร ทาทาไม และอย่างไร อนั สุดทา้ ย เพ่ือให้คนอ่านของเราเข้าใจ นี่เป็นสามคาถามท่ีเรามีในการตั้งโจทย์งานวิจยั เราจะมีทิศทางการเดินชดั เจนข้นึ ในส่วนของเรือ่ งอ่ืนๆ ในลักษณะของการตั้งข้อถกเถียง เราจะมีสองแบบ แบบแรกคือแบบโครงสร้างใหญ่ คือรู้ ว่าตาแหน่งแห่งที่ของข้อมูลท่ีเราไปหา แนวคิดต่างๆ มันเรียงจับกันอย่างไร เช่น ทรัพยากร พ่ีพูดถึงทรัพยากร อะไร ส่วนใหญ่เราจะพูดว่า ดิน น้า ป่า เอาชัดๆ ไปสักอัน ก็เอาเฉพาะป่า ถ้าพูดถึงแง่ของการจัดระเบียบการ คดิ อย่างเม่อื กที้ บ่ี อกว่าตอบคาถามให้ได้ เพราะงานวิจัยคอื การพยายามจะเรยี บเรยี งขอ้ มลู ทม่ี ีอยู่มาเรียงลาดับ จัดโครงสร้างความสัมพันธ์ส่ิงท่ีเราเจอ เราจัดลาดับมันอย่างไร ใช้แนวคิดในการอธิบายโครงสร้างมันอย่างไร อันนี้คือความดีงามของงานวิจัย ในสังคมมันจะมีปัญหาเยอะแยะ แต่เราพูดถึง เช่น อย่างท่ีทามันก็มีระเบียบ ออกมาแล้ว แต่ทาไมมันไม่แก้ปัญหาได้ซะที ทาไมยังมีปัญหาอีก ส่ิงท่ีเราจะหาคาตอบได้คือการเรียงลาดับ ปัญหา จัดระเบียบมันเพ่ือท่ีจะหาคาตอบ แต่พี่ก็ไม่แน่ใจว่าปัญหาบางอย่างมันเยอะมาก มันซับซ้อน เพราะฉะนน้ั ต้องกาหนดขอบเขต เช่นงานทอี่ าจารยส์ มชายทา การดูคาพพิ ากษา คาถามของพี่คือ คาพิพากษา ก่อนมาสู่ฎีกาเยอะมาก มันถูกกรองออกไปเยอะ แต่ อ.สมชายก็บอกว่า จะทาเท่าน้ีนะ ก็ต้องกาหนดขอบเขต ความชัดเจนของเร่ืองที่เราจะเก็บ เพื่อท่ีจะได้มีวันจบ นี่คือการจัดระเบียบ และอีกอันคือ มันดาเนินไป พัฒนา ไปอย่างไรบ้าง ข้อมูลมันไม่ได้อยู่กับที่ มันมีพัฒนาการของมัน เราต้องอธิบายความเช่ือมโยงพัฒนาการเป็น ลาดับขั้น นี่คือการจัดระเบียบข้อมูลที่ยุ่งเหยิง ทีนี้พูดถึงการจัดโครงสร้าง มันมีความเชื่อมโยงของส่วนต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น ทาเรื่องสัญชาติ การได้สัญชาติของใคร ชาวบ้านที่ไหน คือสมมุติที่พี่ถามว่าทาเรื่องอะไร สัญชาติ เอาเรื่องง่ายๆ ไหม ไม่ เอาแบบไหนดี นี่แหละคือเราต้องกาหนดขอบเขตของเรือ่ งที่เราจะทา สัญชาติ มันเหมือนธมี หรือ topic ที่เราพูดถงึ เม่ือเช้า เม่อื เปน็ อยา่ งน้ันเราต้องมขี อบเขตและลงลึกขน้ึ เร่ือยๆ พอบอกว่า มันมีองค์ประกอบต่างๆ มีคนเข้ามาเกี่ยวข้อง มันมีหน่วยงานไหนเข้ามาเก่ียว ระดับไหน ท้องถิ่น ภูมิภาค นานาชาติ คนท่เี ข้ามาเกย่ี วข้อง เราจัดโครงสรา้ ง องคป์ ระกอบความสาคัญกนั ยงั ไง พอเรามโี ครงรู้วา่ ใครเข้ามา เกย่ี วยังไงแลว้ เราเร่ิมเดินต่อ คนพวกนไ้ี ม่ได้อยู่กับท่ี แต่มีพฒั นาการ มีความเปลยี่ นแปลง เพราะฉะนัน้ อย่างท่ี สองคือการดาเนินการเปล่ียนแปลงท่ัวไป สองอย่างมันเป็นเหมือนโมบายที่หมุนไปเร่ือยๆ มีคนเป็นโครงสร้าง และมีการพัฒนาการร่วมกัน น่ีคือตัวอย่างของการจัดระเบียบข้อมูลที่เรามี และอธิบายความสัมพันธ์กันผ่าน

แนวคิดท่ีเราใช้ สัญชาติเน่ีย มันมีช่วงเวลาเปล่ียนแปลง บริบทต่างๆ ก็ต้องเอามาเชื่อมโยง น่ีจบเรื่องแรกที่ พี่ อยากคุย จริยธรรมในงานวิจัย เรื่องท่ีสองคือจริยธรรมการวิจัย ส่วนแรกคือ เสนอด้วยความเป็นจริง น่ีใช้ในแง่ของสังคมศาสตร์และ เรื่องอื่นๆ ด้วย ยกตัวอย่างเช่น เราต้ังผู้ช่วยวิจัยไปเก็บข้อมูลแบบสารวจชุมชน ให้เดินทุกหมู่บ้าน ทุกหลังคา เรือน ผู้ช่วยวิจัยบอกข้ีเกียจ เขียนเอง น่ีก็ไม่ใช่ข้อมูลจริง หรืออีกอันหน่ึง ทาด้วยตัวเอง อันนี้ก็จะชัดเจน เหมือนกัน ไม่ได้ไปลอกงานของคนอ่ืนเหมือนคนที่ถูกเพิกถอนไป การทาด้วยตัวเองมันจะอยู่ในระบบการ อา้ งอิงท่ีถูกต้อง นาเสนอข้อมูลท่ีเทย่ี งตรง บางที การละขอ้ มูลบางเรื่องทีจ่ ะเป็นปฏิปักษต์ ่อข้อเสนอของตัวเอง อันนก้ี ไ็ ม่ใช่การเสนองานวิจยั ท่ีถูกต้อง เรื่องสุดท้าย งานวิจัยท่ีเกี่ยวข้องกับคน มันเร่ิมจากสายวิทย์ อย่างสมัยนาซีมีการทดลองในคน มีการ เอาคนมาทดลอง ดัดแปลงพันธุกรรมต่างๆ เพราะฉะนั้นเม่ือเป็นงานวิจัยในคน มันควรจะมีจริยธรรมมี อะไรบ้างไหม เดิมทีทางกฎหมายเน่ีย เราไม่เจอใคร เช่นเราไปวิเคราะห์ว่าตัวบทเป็นอย่างน้ี เป็นเป้าหมาย มี ความสาคัญอย่างไร แต่หลงั ๆ ถ้าเราวจิ ยั เชงิ มานุษยวิทยา เก็บข้อมลู ทเ่ี ก่ยี วกับผู้หญิง มันไปมีปฏิสมั พันธ์กับคน มนั จะต้องมจี ริยธรรมงานวจิ ัยในมนษุ ย์เพ่ิมเข้ามา มนั มแี นวคดิ มีการปฏบิ ัตทิ ส่ี อดคล้องกบั ความเช่ือของคนใน ท้องถ่นิ การนาเรือ่ งมาเล่า ขออนุญาตเขาหรือยงั เลา่ ถกู หรอื เปล่า มุมมองทเี่ รามอง มันจรงิ หรอื เปล่า อยา่ งกิน รถด่วน แมงมันอะไรงี้ พ่ีกาลังยกตัวอย่างว่า แมงมันน่ีเป็นอาหารช้ันยอดเลยนะ ปีหนึ่งกินทีหนึ่ง พี่จะบอกว่า เวลาเราจะเก็บขอ้ มลู อาหารการกนิ ของชุมชนทเ่ี ราไปเก็บ อยา่ งพก่ี จ็ ะ เฮ้ย อาหารน่สี ุดยอดเลย คาถามคอื ถ้า คนอื่นเข้ามาและเขาไม่กินแมงมันล่ะ เขาจะบอกว่าคนกินเป็นยังไง พี่เคยเห็นมีคลิปที่ให้คนมากินอาหารของ ชุมชนอื่น แล้กว็จะมีรีแอคช่ันคือหน้าตาอี๋ กินไปได้ไง คือนักวิจัยก็ต้องระวัง เม่ือเข้าไปแล้วเอาความรู้ ทัศนคติ รีแอคชั่นของคณุ เข้าไปในชมุ ชน กต็ อ้ งเคารพเขาด้วย วันก่อนใครเลา่ นะท่วี า่ พ่อกับแมป่ ลูกกระท่อมไวห้ น้าบ้าน ถา้ ลกู สาวป๊ิงใครก็เอาไปฟจิ เจอร์รงิ่ กัน มันเปน็ ประเพณีเขารเึ ปล่า พ่จี ะบอกว่ามันมีในกลุ่มชุมชนอนั หน่งึ ท่ีบอก ว่าเป็นพระยาเทครัว ผู้ชายอายุมากมีเมียหลายคน เอาพี่น้อง มีอะไรกับหลานตัวเอง คือในแง่ของ ถ้าเราเป็น นักวิจัยไปเจอ เป็นโพลีกาม่ี น่ีคือทัศนคติในชุมชนนัน้ วา่ ก็ผู้ชายเป็นเสาหลัก คนหนุ่มไม่มีประสบการณ์จึงต้อง เอาผู้ชายแก่ท่ีสามารถให้ความคุ้มครองเขาได้ พ่อแม่พ่ีน้องหรือผู้หญิงท่ีอยู่ในครอบครัวน้ันก็จะชักจูงโน้มน้าว เด็กผู้หญิงในครอบครัวให้เป็นเมียของพระยาเทครัวคนนั้น คาถามคือ เราคิดอย่างไร ควรจะเข้าไปแทรกแซง ไหม หรืออันนี้เป็นอีกตัวอย่าง ถ้าเราตอบคาถามเร่ือง FGM ได้ อันนี้ก็เหมือนกัน นี่เป็นข้อย้อนแย้งในตัว นักวิจัยเหมือนกัน น่ีเป็นกฎกติกาท่ีเป็นแหล่งอ้างอิง คือประเทศไทยมีงานวิจัยในคนมาหลายปีแล้ว เป็นสาย แพทย์ท่ีทาอยู่ เรามีคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ แต่ถ้าเราจะทาวจิ ยั ในสังคมทางกฎหมาย เราไป

เจาะลึกความเป็นอยู่ วัฒนธรรม life story ของเขา ดูว่ามันมีมิติในทางกฎหมายที่เข้าไปเก่ียวกับเขาอย่างไร มนั มีหลักสามข้อคือ 1. เคารพในตวั บคุ คล 2. ไมก่ อ่ อันตรายกับเขา ในการทาวิจัยก็ต้องมีประโยชนอ์ ะไรกบั เขาบางอยา่ ง 3. ความยตุ ิธรรม อันแรก หลักในการเคารพบุคคล คือต้องขอความยินยอมเขาก่อน บอกเขาว่าที่เราไปคุยกับเขาเน่ีย เราจะเอาข้อมูลไปทาวิจยั นะ งานของเราเป็นยังไง เป็นใคร ติดต่อได้อย่างไร ข้อสาคัญคือการให้ข้อมูลของเขา สามารถยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ น่ีต้องบอกเขาก่อนถาม เป็นการแสดงเจตจานงว่าเราจะเอาข้อมูลเขามา อันท่ีสอง คือต้องปกปิดอัตลักษณ์ มีบางอันท่ีเม่ือเปิดเผยแล้วอาจจะทาให้เกิดอันตรายหรือเป็นผลร้ายได้ ตอนพี่ทาป่า ชุมชน พ่ีสัมภาษณ์เจ้าหน้าท่ีป่าไม้ เจ้าหน้าที่บอกว่า อยู่ท่ีชาวบ้าน อยากทาอย่างไรก็ทา แต่การที่ชาวบ้าน จัดการบางอย่างมันผิดกฎหมายป่าไม้ ถามว่าวันหนึ่งมันอาจจะมีผลร้ายกลับมาต่อคนให้ข้อมูลเราใช่ไหม หรือ อยา่ งเด็กตดิ ยา ถา้ ไปบอก ออ๋ เดก็ ชาย ก. เสพยา เป็นเอเยนต์ เปน็ เครือข่าย น่ีจะเป็นผลรา้ ยต่อผ้ใู หข้ ้อมลู อัน ที่สาม การเก็บข้อมูลก็ต้องมีที่ทาง ถ้าทาเก่ียวกับคนที่ติดเชื้อเอดส์ก็จะต้องไปโรงพยาบาล พ่ีก็จะต้องไปบอก คณบดีคณะแพทย์ว่าน่ีมาทาวิจัยคนติดเช้ือเอดส์ ขอสัมภาษณ์ แล้วก็ไปนั่งสัมภาษณ์ เขาก็จะรู้ว่า อ๋อ น่ีมาทา วิจัย หรือพ่ีไปทาวิจัยเกี่ยวกับโสเภณี พี่ไปน่ังคุยกับคนที่มีแนวโน้มท่ีเป็นแหล่งข้อมูล ดังน้ันเราต้องมีที่ทางเก็บ ความเปน็ สว่ นตัวของผู้ให้ข้อมลู รวมถงึ ท่ที างในการจดั เก็บข้อมลู เช่น คุณเกบ็ ยงั ไง จดไหม อดั เทปไหม ใครฟัง ข้อมูลคุณได้บ้าง อันน้ีก็จะเป็นส่วนของการมีตาแหนง่ ที่ทางเก็บข้อมูลของเราที่ใครเดนิ ไปเดินมาก็จะอ่านไมไ่ ด้ เปน็ ความลบั ของคนให้ข้อมูล อกี อันคือความบอบบาง สถานะของคนทีเ่ ราจะไปเก็บขอ้ มูล อย่างพ่ีเปน็ อาจารย์ จะเก็บข้อมูลนักศึกษาในช้ันเรียนว่าพี่สอนดีไหม หรือสมมุติพ่ีเป็นหัวหน้าค่ายทหาร แล้วพี่ไปเก็บข้อมูลเร่ือง ประชาธิปไตยในค่าย คาถามคือคาตอบพี่สามารถชี้ตัวได้ว่าคนน้ีตอบแบบนี้ๆ หรือแม้จะระบุตัวไม่ได้ แต่ สามารถบอกได้ว่าไอ้กองนี้ให้ข้อมูลแบบน้ี โดนแน่นอน เพราะฉะนั้นสถานะของคนให้และคนเก็บข้อมูล มันมี อะไรทข่ี ัดกับ CV ขา้ งบนไหม ข้อสดุ ท้ายคอื การนาไปสู่การเป็นอสิ ระในการใหข้ ้อมูล อันที่สอง ในส่วนของประโยชน์ท่ีจะได้รับ เวลาที่พวกเราไปคุยกับเขา เช่น เวลาไปเก็บข้อมูลท่ีสันป่า ตอง ผู้ช่วยวิจัยท่ีเป็นนักสังคมวิทยาก็บอกว่า อาจารย์ อาจารย์จะต้องมีอะไรให้เขาบ้างสิ เช่นค่ารถ หรือเล้ียง ขนม อยๆู่ ชวนเขามาคยุ ไมม่ ีอะไรเลยไม่ได้ กับอกี อย่างคือเวลาเราจะไป หลกั อยา่ งหนึง่ คือเขาต้องได้ประโยชน์ จากงานวิจัยของเรา คือถ้างานไม่ได้เกิดอะไรขึ้นกับเขาเลย มันก็เสียเวลาเขา ถ้างานวิจัยของเราอย่างน้อยมัน จะช่วยให้แก้ปัญหาเขาได้ ในทางกลับกัน เราจะสัญญาได้ไหมว่าทาเร่ืองน้ีแล้วปัญหาเขาจะได้รับการแก้ไข ก็ ไมไ่ ด้ จึงเป็นสงิ่ ทเ่ี ราต้องระวัง กบั อีกอัน เชน่ เมอ่ื ก่อนเวลาเราจะคุยเรื่องแรงงาน เพอ่ื จะแกป้ ญั หาท่เี กิดข้ึนของ แรงงาน ตอนหลังเวลาจัดประชุมผู้ใช้แรงงานจะบอกว่า ไม่เหน็ มีค่ารถเลย น้อยกว่าโครงการท่ีแล้ว มันเกิดการ

เปรียบเทียบกันระหว่างโครงการ เช่นค่ารถต่างกัน เขามาเพ่ือจะได้ค่าตอบแทน นี่เป็นสิ่งที่พ่ีคิดว่าเป็นความ ย้อนแย้งของประโยชน์และเจตจานงอิสระที่เขาจะมาให้ข้อมูลกับเรา ส่วนน้ีเราต้องระวังว่าจะต้องก่อความ เสียหายจากเขาน้อยมากที่สุด จากหลักของการปิดอัตลักษณ์คือถ้าเขามาให้ข้อมูลเราแล้วเขาจะเสียหายอะไร ไหม สมมุติพี่ทาวิจัยเรื่องการทุจริตในคณะนิติศาสตร์ พ่ีก็เปิดเผยช่ือคนให้ข้อมูลเลยว่า อ้อ น่ีคนน้ี จบ ให้ว่า ผู้หญงิ อายุมากกว่าสส่ี บิ หา้ ขน้ึ ไป มีบลาๆ ปกปดิ แบบนีค้ อื รไู้ งว่าเป็นใคร คอื ถา้ เราจะถามก็ตอ้ งบอกว่า เออ ถา้ มาให้ข้อมูลก็อาจจะถูกไล่ออกนะ นี่เป็นข้อสาคัญท่ีเราจะต้องอธิบายให้ได้ว่างานของเราไม่ก่อให้เกิดความ เสยี หายต่อคนให้ขอ้ มลู สุดท้ายคือความยุติธรรม การเลือกอาสาสมัครในการใหข้ ้อมูล มีการกระจายอย่างเป็นธรรม เช่นพี่ทา เร่ืองเลือกตั้ง แต่ถามแค่เหลืองหรือแดง หรือไม่ได้เจาะจงแต่ไปถามท่ีสันกาแพง อย่างนี้ได้ไหม หรือบอกว่าไป เฉพาะสุราษฎร์ ถึงแม้ว่าไม่ได้สุ่มว่าเหลืองหรือแดง แต่การเลือกสถานที่มันมีส่วน การสุ่มคือการเป็นธรรมท่ี กระจายท่ีสุด ในส่วนการติดต่อให้ข้อมูลคาถาม มีการอธิบายงานวิจัยให้เขาเข้าใจ ในแง่ของการพร้อมให้เขา ถอนตัวจากงานวิจัยได้ตลอดเวลา ไม่ใช่ข่มขู่ไม่ให้ถอนตัว หรือแม้จะบอกว่าเก็บข้อมูลเรียบร้อยแล้ว แต่ อยากจะถอนตัว เขาก็ต้องทาได้เสมอ ทีนี้จะมีคาถามคือ ท่ีเล่ามาท้ังหมดนี้ ในประเทศไทยยังไม่มีงานวิจัยเชิง สงั คมศาสตรท์ จ่ี ะบงั คับวา่ เราต้องมจี ริยธรรม มี inform consent หรืองานท่พี ่ีทาเขาเรียกว่า Ethic Observer คืองานวิจัยทางสังคมศาสตร์ที่เก่ียวข้องกับคนทุกช้ิน ต้องนาเสนอตามข้างบนน้ี ว่าคุณมีการเก็บอย่างไร และ จริยธรรมงานวิจัยเอามาใช้อย่างไร เหมือนเป็นพยานหลักฐานว่าเราต้องมีหมายศาลไปเอา ก่อนที่พี่ไปเก็บ ขอ้ มูล พ่ีศกึ ษาเร่อื งอะไร สามข้อที่อธบิ ายขา้ งต้น พ่ีต้องอธบิ ายวา่ พ่จี ะเกบ็ ยงั ไง พี่มกี ารหาข้อมลู มคี นพาเขา้ ไป ในพื้นที่ จะถามกับเขายังไง จะทรีทเขาอย่างไร ต้องพูดให้หมด คณะกรรมการมีข้อแก้ไขท้วงติงอย่างไร พี่ต้อง กลับไปแก้และเสนอใหม่ แล้วไอ้ ethic observer มันจะมีช่วงเวลาว่ากี่ปี เป็นรอบปีว่า ปีนี้ทาได้ น่ีเป็นเรื่อง จริยธรรมการวิจัยท่ีในปัจจุบันยังไม่มีข้อกาหนด แต่บางอย่างบางแหล่งทุนอาจจะให้เป็นข้อมูลการวิจัย มี คาถามหรอื ขอ้ แลกเปลย่ี นอะไรไหมคะ เด๋ียวท่ชี ือ่ ที่ใหไ้ ป กจ็ ะอยูใ่ นเอกสาร ใหเ้ ราไปเสิร์จเองก็ไดน้ ะคะ อ.สมชายแสดงความเหน็ : เร่ืองจริยธรรมการวิจัยผมคิดว่ามาแน่นะครับ เพราะฉะนั้นส่ิงท่ีต้องทาคือ ต้องรีบทาวิจัยนะครับ ในทางวิทยาศาสตรน์ ่เี ขามีคณะกรรมการวิจัย โดยเฉพาะทางการแพทยน์ ะครบั แตท่ างสงั คมมนุษยศาสตร์ ท่ีม. มีแล้ว ดคี รับ ผเู้ ขา้ ร่วมแสดงความเห็น : ผมเคยเป็นผู้ช่วยงานวิจัยให้กับอาจารย์ชาวอินเดีย ไปเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเทพเจ้าวัดแขก ตอนท่ีทา แบบสอบถาม เจอคณะกรรมการวิจัยของมหิดลซักหนักมาก ทากันหกเดือนกว่าจะผ่าน เพราะเขาซักละเอียด มาก เช่น คาทใี่ ชเ้ ซน้ สิทฟี ไหม มีคาพดู คาตอบอะไรตอ้ งใหเ้ ขาตรวจกอ่ นไหม หรือจะเรียบเรยี งเอง ยากมาก แต่

สุดท้ายก็ได้ทา พอสุดท้ายเม่ือทาเสร็จก็ต้องคืนให้เขาตรวจทีละคนว่าเขารับได้ในส่ิงท่ีเราเรียบเรียงไหม เรามี อคติกับเขารึเปล่า เรื่องมันแฟนตาซีมาก เพราะผลที่เราวิเคราะห์ออกมาอย่างเช่น มีองค์พิฆเณศวรมาเข้าฝัน หลังจากไปวัดแขก คือสตอรี่เยอะมาก แต่เราจะไปตัดสินเขาว่านี่เพี้ยน นี่ตอแหล ทาไม่ได้เลย แล้วถูก คณะกรรมการวิจยั หกคนซกั ตลอด ว่า process ของคณุ ทาถึงไหนแล้ว ทาอะไรกบั พวกน้บี า้ ง เหน่อื ยมาก อ.สมชายแสดงความเห็น: ผมเข้าใจว่าเร่ิมมี แต่ยังไม่ทั่วทุกสถาบัน มช. ก็เริ่มมีแล้ว ผมเคยไปเป็นคณะกรรมการวิจัยของ คณะแพทย์นะครับ ซึ่งผมก็เห็นปัญหา คือดีไหมก็ดี แต่มันมีปัญหาบางอย่าง คืองานวิจัยของคณะแพทย์ ส่วน ใหญ่เป็นของบรษิ ทั ยา พอเขามาทาวจิ ัย เขาก็ทาตามระบบทุกส่ิงทกุ อย่าง แจง้ ทดลองยา ในระหวา่ งทดลอง ให้ ยาฟรี เขาก็ทาแบบน้ีแหละ ผมก็ไม่มีปัญหาอะไรกระท่ังเขามาทดลองยาชนิดหน่ึง ได้ผลดี คนไข้ที่ได้รับยา อาการดขี ้ึน หมดโครงการ คนท่ีได้รับยาอาการดีขึ้น แตต่ อ้ งใช้ยาต่อไป แลว้ จะทายังไง ซอ้ื สิ ผมกถ็ ามวา่ น่ีแฟร์ หรอื แล้วยามนั แพงไง บรษิ ัทไหนใหย้ าต้านโรคเอดส์ฟรี ตอ้ งให้ยาเรื่อยๆ แต่พอจบโครงการก็ต้องซ้ือ ผมเลยตั้ง ขอ้ สงสัยของจริยธรรมการวิจยั ทางการแพทยว์ ่าแบบนี้มนั เหมาะสมหรือ จรงิ ๆ คอื ทดลองเสรจ็ แลว้ ก็ให้ยาเขา ตลอดชีวติ มันจะกี่บาทวะ พอเขา้ ประชุมผมก็จะเถยี งแบบนท้ี กุ ที เขาก็จะบอกว่า อาจารย์ มันเป็นแบบน้ีทว่ั โลก เราเปลี่ยนไม่ได้หรอก อาจารย์ไปให้มหาลัยท่ัวโลกทาแบบนี้สิ ผมเลยไปเขียนบทความช้ินหนึ่งท่ีเรียกว่า จริยธรรมของแดรกควิ ล่า อยา่ งนแ้ี หละครับ คือกจู ะดดู เลือดมึง แต่สง่ิ ท่ีอาจารย์นทั มนพดู มา มันเป็นประโยชน์ ไหม เป็น แต่คนที่ถูกเราวิจัยถ้าเราทางานวิจัยเขาอาจได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เสียประโยชน์ ผมเลยคิดว่าจริยธรรม งานวิจัยมันวางอยู่บนหลักการสาคัญสองเรื่อง คือเราต้องซื่อตรงต่องานของเรา ไม่ลอกคนอ่ืน ไม่ปักธงไว้ก่อน กับอันที่สองคือต้องให้ความสาคัญต่อคนท่ีถูกวิจัย ว่าเขาจะต้องไม่ได้รับผลกระทบ เพราะถ้าเกิดเป็นงานวิจัย ทางสังคมศาสตร์ เราต้องไปสัมพันธ์กับคน ซ่ึงอาจจะมีคนได้รับผลกระทบจากงานของเรา เราก็ต้องคุ้มครอง เขา ผมคิดว่าเร่ืองน้ีอนาคตไม่ไกล งานวิจัยทางสังคมศาสตร์จะต้องได้ทาเร่ืองน้ีมากขึ้น ยกเว้นงานวิจัยทาง เอกสาร มันไม่ได้สัมพันธ์กับชีวิต แต่ถึงเป็นงานวิจัยเอกสารก็ต้องระวัง เช่นใช้คาพิพากษา คดีถูกข่มขืน เวลา เขียนก็ต้องทาให้ชื่อนั้นเป็นตัวย่อหรือช่ือเล่น แม้จะเป็นงานวิจัยเอกสารก็ต้องมีมิติท่ีเราต้องคิดถึงเหมือนกัน พวกนีเ้ ราต้องถูกคดิ ถึง จริยธรรมงานวจิ ยั ผมคิดว่าอนาคตหรือปจั จบุ ันก็ต้องคิดถึงให้มาก อันแรกผมคิดว่าเป็นเร่ืองหลักที่ขาด ไม่ได้ ผมเตือนนะครับ ว่ามันตรวจสอบง่ายมาก ภาษาอังกฤษเรียกว่า plagiarism นะครับ เราจะมีระบบ ตรวจสอบท่ีเดี๋ยวนี้ง่ายมาก พอถูกตรวจสอบปุ๊บ ถ้าย่ิงเป็นนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย เรื่องนี้เป็นบาป หนัก เสียช่ือไปเลย ไม่มีความน่าเช่ือถือเหลืออยู่ ดังน้ันส่วนใหญก่ ็จะตระหนักกันดีถ้าถูกจับได้ ความน่าเช่ือถือ น่ีลดฮวบฮาบกันเลย มีเยอะนะครับ อาจารย์มหาวิทยาลัยหลายๆ คนก็ถูกจับได้ มีอยู่เร่ือยๆ ทางท่ีดีคืออยู่ใน

ความซ่ือตรง อันท่ีสองคือคุ้มครองคนท่ีเปราะบาง ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าคิดถึง สุดท้ายคือที่พูดมาตั้งแต่ ตอนตน้ โดยรวมเป็นแบบนีค้ รบั ตอนท้ายผมอยากชวนคุย อยากจัดกลุ่มพูด แบบน้ีนะครับ เรื่องที่ส่งมามันกระจายจนจัดกลุ่มได้ยาก มาก แต่ผมจะชวนคุยเร่ืองน้ี คือแต่ละคนมีความสนใจเฉพาะของตัวเอง ผมคิดว่ามีงานวิจัยชนิดหนึ่งท่ีน่าจะ เป็นประโยชน์มาก ที่ร่วมประเด็นต่างพื้นท่ี หมายความว่าเป็นประเด็นร่วมกัน แต่ศึกษาในพื้นที่ต่างกัน ผมคิด ว่ามันมปี ระโยชนม์ าก ถา้ คิดถึงอดตี จะมโี ครงการที่ทาป่าชมุ ชนในประเทศไทย แลว้ กท็ าเป็นโครงการวจิ ัยแบบ ประเด็นรว่ มต่างพ้ืนที่ วจิ ยั ทว่ั ประเทศเลย งานชดุ นั้นเป็นงานที่รวมนักวิชาการไวเ้ ยอะมาก แลว้ ผลกั มนั ออกมา พองานออกมาปุ๊บ มันทาให้ความคดิ เร่ืองป่าชุมชนในเมืองไทยขยับไปพอสมควร มันสาคัญ เม่ือก้ีผมลองดูก็จะ เห็นประเด็นรว่ มกัน เชน่ ชายขอบ สญั ชาติ แรงงานต่างด้าว ประเด็นทางเศรษฐกจิ ทอ้ งถน่ิ พวกนี้ผมคิดวา่ เปน็ ประเด็นใหญ่ที่คิดว่าเป็นประเด็นร่วมต่างพื้นท่ีได้ เร่ืองที่เก่ียวกับคนต่างด้าว แรงงานข้ามชาติ อันนี้ก็เป็น การศึกษาท่ีร่วมประเด็นต่างพื้นท่ีได้ อีกอันหนึ่งเป็นประเด็นทางประวัติศาสตร์ท่ีผมนั่งคิด เช่น การ เปล่ียนแปลงกฎหมายของแตล่ ะท้องถิ่นในการเข้าสู่รฐั สมยั ใหม่ คอื ผมคดิ วา่ มันเปลี่ยนในจงั หวะท่ีไม่เหมือนกัน และมันน่าสนใจมาก คือการปรับเปลี่ยนเข้ามาสู่ประเทศที่เป็นสยามใหม่ มีคนศึกษาว่ากฎหมายท้องถ่ินมัน เปล่ียนอย่างไร คืออย่างอาจารย์ที่ ม.อุบล ก็ศึกษาท่ีภาคอีสาน ผมคิดว่าในเชียงใหม่ก็มีการศึกษาน้อยมาก คือ การเปล่ยี นแปลงของกฎหมายจากจารีตมาสู่รฐั สมยั ใหม่ ผมคดิ ว่าแบบนีเ้ ป็นตวั อย่างทีผ่ มคดิ ว่า ถา้ มีความสนใจ ร่วมกนั หรอื ประเด็นอืน่ ก็ได้ คิดว่ามันนา่ จะทาคลา้ ยกนั หรอื แลกเปล่ียนกัน มนั จะทาให้เราทางานท่เี ป็นคาถาม ในใจคล้ายกัน แต่ต่างพื้นท่ี งานชนิดนี้น่าสนใจ หรือกระทั่งเรื่องเกี่ยวกับชายแดน เช่นคนข้ามแดน เศรษฐกิจ ขา้ มแดน กน็ า่ จะทาได้ โดยรวมความตัง้ ใจก็คงมี นเ่ี ป็นประเดน็ ทีอ่ ยากท้ิงทา้ ยเอาไว้ นอกจากความสนใจแบบน้ี ยังมีความสนใจของตัวเองซึ่งผมก็มี ที่ไม่เหมือนคนอื่น แต่นี่น่าจะเป็น คล้ายๆ เป็นความริเร่ิมที่ลองคุยกันดู ว่ามีความสามารถ ศักยภาพ หรืออะไรขนาดไหน มีโฆษณานิดหน่อย วารสารของเราเปิดรับบทความฉบับหน้านะครับ เข้านอกออกใน ไม่รู้มีคนสนใจประมาณไหน ปิดรับต้นฉบับ ส้ินเดือนหน้า กรกฎาคม เข้าเว็บไซต์แล้วดาวโหลดแฟนเพจ เราจะลงรายละเอียดในเฟสบุ๊คศูนย์วิจัย วารสาร ของเรามี impact factor 0.80 นะครับ เมื่อลงแล้วก็จะอัพคะแนนของอาจารย์ขึ้นมาได้นะครับ นี่เป็นทริกนิด หน่อย คือถ้าใครหรือคณะนิติท่ีไหนที่จะทาบทามเราก็ตาม คือเราต้องมีบทความคร่ึงหนึ่งน่ะ ผมคิดว่าถ้า เปิดรับกส็ ่งบทความมา พอไปสมัคร เรากจ็ ะแลกบทความกนั ไป เรากจ็ ะมบี ทความจากวารสารของคนขา้ งนอก แต่ถ้าจะใช้แบบ คนอ่านไม่รู้ช่ือคนเขียน คนเขียนก็ไม่รู้ช่ือคนอ่าน แล้วพอเราอ่าน เราไม่รู้ช่ือคนเขียน วิจารณ์ เสร็จก็ส่งกลับไปให้คนเขียน คนเขียนก็ไม่รู้ว่าใครประเมินงานเรา เรียกว่า double blind ถือว่าเป็นระบบที่ เป็นมาตรฐานที่สุด วิจารณ์อย่างไม่ต้องเกรงใจ แต่บางทีเราก็รู้ว่าบทความแบบน้ีใครเขียน แต่ไม่เป็นไร ใคร สนใจกเ็ ขยี นนะครับ เขา้ นอกออกใน คนตา่ งดา้ ว แรงงาน ไร้สญั ชาติ ไรร้ ัฐ ไร้ราก อะไรประมาณนแี้ หละครับ

ผ้เู ขา้ ร่วมแสดงความเหน็ : ต้องอา้ งอิงเรอื่ งกฎหมายเยอะไหมคะ อ.สมชายแสดงความเห็น : สว่ นหนึง่ ทพี่ ูดถงึ งานวิจัยทางสังคมศาสตร์นี่ ขอใหอ้ ิงกฎหมายอย่นู ะครบั แต่ไม่ใช่การตคี วามตัวบทนะ ครับ คือต้องอิงอยู่นั่นแหละ ผมคิดว่าเราค่อนข้างเปิดกว้างนะครับ ใครท่ีเขียนบทความที่อิงกฎหมายอยู่ แนวคิด ทฤษฎกี ็ได้ ไมต่ ้องตัวบท แตข่ องเราค่อนขา้ งเปดิ กว้าง ถา้ ใครเขียนมาอย่างเชน่ กระบวนการในการรับ คนนอกให้เข้ามาเป็นคนชาติ ท่ีเป็นคนต่างด้าวมาเป็นคนของรัฐ เขาทากันอย่างไรบ้างในยุโรป คือน่าสนใจนะ ว่าเขาพยายามเปลี่ยนคนนอกเข้ามาเป็นกึ่งพลเมือง แล้วมาเป็นพลเมือง คือเขามีกระบวนการค่อยๆ กลืนเอา คนตา่ งดา้ วเข้ามาเปน็ คนชาติ แตบ่ ้านเราไม่มี ธมี ของเราคอื เน่ืองจากเรามีคนเข้านอกออกในเยอะ ผมเลยคดิ ว่า เราก็ควรจะเร่ิมเขียน ควรจะสักยี่สิบหน้าเอสี่บวกลบนะครับ วารสารของเรา เราจ่ายค่าเขียนให้นะครับ ไม่ เยอะ แต่เราก็มี อนั นี้สาหรับคนท่ีสนใจนะครบั ผเู้ ข้าร่วมแสดงความเหน็ : ถ้าเรามีผลงานอยู่แล้ว เคยทา domestic violence ความรุนแรงในครอบครัวในผู้อพยพ เคยทาเมื่อ 2008 มันมเี รื่องทน่ี ่าสนใจ เชน่ วัฒนธรรมของกะเหรีย่ ง หรือความเปน็ มุสลิมในแคมป์ ใช้ความหลักของเขา อ.สมชายแสดงความเหน็ : ได้ครับ อย่างนี้ได้ อัพเดตข้อมูลหน่อยก็แล้วกัน คือโฆษณาข้ามปีเลย ปีหน้าเรามีธีมเรียบร้อยแล้ว ฉบับปีหน้าคือฉบับหลังเผด็จการ เราจะเอาบทเรียนของประเทศต่างๆ ที่ผ่านจากระบบเผด็จการ ว่าเขามีการ จัดการอย่างไรหลังผ่านพ้นพวกนี้ไปแล้ว เช่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ชิลี หรือระบบกฎหมายท่ีจัดการเรื่องน้ีเป็น ยังไงบ้าง หวังว่าจะได้ตีพิมพ์เผยแพร่ คือถ้าใครสนใจ อันนี้คล้ายๆ เป็นธีมเป็นฉบับไป คืออันนี้เราเห็นว่ามันมี คนเข้ามาเยอะ ฉบับถัดไปปีหน้า คิดว่าเราควรจะกลับเข้าสู่ยุคอะไรแบบนี้ เราก็ควรมีคลังความรู้ว่าหลังจาก ผ่านพ้นไปเราจะทาอย่างไร มีหลายประเทศนะครับ เช่น ฟิลิปปินส์ หลังมาร์กอส เกาหลีใต้ หลัง 1987 1988 พม่าก็น่าสนใจ ชิลี ลาตินอเมริกา ถ้าใครสนใจนี่เป็นฉบับถัดไป มีใครเพิ่มเติมอะไรไหมครับ มีอีกอย่างหนึ่งคือ มหาวิทยาลัยปัจจุบันเนยี่ จะต้องมีงานวิจัย เรามีงานวิจยั ที่แข็งกว่าท่ีอื่น เพราะเรามีพ้ืนที่ เรามีประเด็นเฉพาะ ท่ีกรุงเทพฯ ทาไม่ได้ ส่ิงท่ีผมพยายามจะทาคือทาอย่างไรจะสร้างเครือข่ายนักวิชาการที่จะทางานวิจัย ทาวิจัย รว่ มกนั มันจะทาใหค้ วามกา้ วหนา้ ทางวชิ าการของสถาบนั การศึกษาก้าวหนา้ ได้ ผมคิดวา่ น่เี ปน็ เรื่องทีส่ าคัญนะ ครับ ท่ีผมคิดไว้สักสี่หา้ เร่อื ง เช่นเรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่นอาจจะมีแหล่งทนุ สนใจ แต่อย่างการจัดการจาก จารตี สู่กฎหมาย อันนี้ผมคิดวา่ นา่ สนใจแต่จะมีแหลง่ ทุนท่ีไหนสนใจรึเปล่า ในสถาบันศกึ ษาในปจั จุบันก็จะมีทุน

ในมหาวิทยาลัย ถ้ามีกรอบการวิจัยร่วมกัน แล้วแต่ละคนก็ศึกษาพื้นท่ีของตัวเอง อีสานหลายท่ี ต่างท่ีก็มีต่าง กฎหมาย ผมคดิ ว่าจะทาใหม้ องเห็นความเปลี่ยนแปลงเยอะมาก และผมคดิ ว่าน่าสนกุ นะครับ ผมจะลองกลับไปสรุปส่ิงท่ีเขียนมา และอาจจะลองให้จับกลุ่มร่วมกันในแต่ละเรื่อง มันจะช่วยให้เรา ประหยดั การศึกษาวจิ ยั และเปน็ ความก้าวหนา้ อีกแบบหนึ่งนะครับ เปน็ ความต้งั ใจของผม และขึ้นอยกู่ บั ความ สนใจของทุกคนนะครับ อยากจะพูดอะไรไหมครับ มีอีกเร่ืองหนึ่ง ไม่สู้สาคัญเท่าไหร่ มีหลายคนท่ีมาคุยเร่ือง การเขียนงานแนวประมาณน้ี แล้วเกรงว่าถ้าเอาไปใช้ขอตาแหน่งจะได้รึเปล่า บางคนก็มาคุยว่าถ้าไม่ใช่ด้าน กฎหมายแลว้ มาเขียนขอตาแหนง่ จะได้ไหม คอื ประสบการณ์ผม ผมไม่เขยี นอธิบายกฎหมาย ไมม่ นี ะครับ ตอน ผมขอ ผมเขียนเรื่องความยอกย้อนของพระองค์เจ้ารพี ตอนขอ รศ. ผมก็ใช้นิติศาสตร์ไทยเชิงวิพากษ์ อะไร พวกน้ี ผมไม่เคยเขียนคาอธิบายกฎหมายเลย ตอนผมขอตอนน้ีก็ยังไม่มีเหมือนเดิม และคิดว่าคงไม่มีปัญหา อะไรนะ ผเู้ ขา้ ร่วมแสดงความเหน็ : มาแชร์กับอาจารย์เรื่องหน่ึงนะครับ เราเรียนกฎหมายตลอดชีวิตนะครับ ก็เลยคุ้นเคยกับการใช้ กฎหมาย ผมก็เพิ่งได้เปล่ียนแนว เพราะเรยี น Ph.D. ท่ี มน. เกี่ยวกบั เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ คอื ตอ้ งใช้งานทาง สงั คมศาสตร์ ผมปวดหวั เพราะอ่านงานไม่รู้เรือ่ ง เพราะเคยแต่ประวตั ิศาสตร์กฎหมายของเรา พอเรมิ่ แรกไปน่ัง เรียน คยุ กับคนอื่นไมร่ ้เู รือ่ ง เพราะเราจะยดึ ตดิ กับความถูกต้องทกุ เร่อื ง ซึง่ สงั คมศาสตรไ์ ม่ไดค้ ิดแบบนั้น แตพ่ อ ได้เขียนบทความ ค้นส่ิงใหม่ท่ีเป็นบูรณาการเข้ามาทั้งนิติและสังคมศาสตร์ ผมรู้สึกว่ามันสนุก ตรงท่ีเราได้เปิด โลกทัศน์ใหม่ของเราไปอีกเรื่องที่เราไมค่ ิดว่าเราจะทาแบบน้ีได้ ถ้าเรายงั อยู่ในกรอบกฎหมาย สองคือเราคุยกับ เพ่ือนสาขาอ่ืนไดม้ ากข้นึ สมัยอยู่คณะ จะมบี ุคลากรทางสายสังคมศาสตรห์ ลายท่าน พอเขาเสนออะไรก็จะรู้สึก ไม่พอใจมาก เพราะรู้สึกว่ามันไม่ได้อยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่มีข้อเสนอแนะให้เราน่ะ แต่พอเรามาอยู่ในกรอบ ของเขาบ้าง เราเริ่มเขา้ ใจวิธีคิดของเขามากขึน้ ทาให้เราเข้าใจเพื่อนรว่ มงานมากข้ึน คุณูปการทีผ่ มได้คือเราได้ เห็นโลกกว้างขึ้น วิธีคิดกว้างขึ้น คุยกับคนอื่นกว้างขึ้น และเราจะเข้าใจกฎหมายมากข้ึน น่ีแชร์ประสบการณ์ ครับ อ.สมชายแสดงความเหน็ : ผมคิดอีกอย่างหนึ่ง คือผมอยากทาเครือข่าย งานหลายๆ ชิ้นของผมทาเครอื ข่ายนะครับ คืออย่างเพศ วิถีในคาพิพากษาผมก็อาศัยเครือข่าย ผมเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์อันหนึ่ง ลงวารสาร พอเขาเห็น คณะกรรมการเห็นก็พาไปพูด พอองค์กรมาเห็นชอบใจก็ให้ไปทาโปรเจคใหญ่ๆ มา ก็รับเงินแล้วทาใหญ่ๆ พอ ทาเสร็จก็ไปพูดศาล พูดท่ีอ่ืน LGBT ก็ขยับไปทาเร่ืองอ่ืนต่อ คือเครือข่ายน่ีผมได้แรงบันดาลใจทาต่อนะครับ เกิดจากการปฏิสมั พันธ์กับคนต่างๆ และไดเ้ หน็ ประเด็นทีค่ ้างอยใู่ นใจ ในงานเขาและเขาก็ชวนไปทา อย่างปีนี้ก็

มีคนที่ทางานเอกชนมา ก็จะมีประเด็นท่ีจะมาชวนคนโน่นคนน้ีไปทา สองวันท่ีผ่านมาผมอยากพูดคุย แลกเปล่ียน เครอื ขา่ ยทาใหเ้ ราศึกษาคนอ่ืน เขา้ ใจคนอ่นื มากข้นึ เชิญครบั ผ้เู ข้ารว่ มแสดงความเหน็ : ไม่มีอะไรค่ะ ถือโอกาสขายของ พอดีเอาหนังสืองานท่ีศูนย์ทนายทา เราทาหนังสือสองเล่มรวบรวม รายงานผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก คสช. เป็นบทความ เราอาจจะเป็นข้อมูลอีกแหล่งหนึ่ง ถ้าอาจารย์ท่านไหน สนใจ เราจะทาเก่ียวกับข้อมูลผู้ท่ีได้รับผลกระทบ วิเคราะห์การใช้กฎหมายของผู้มีอานาจที่มีผลต่อความ ยุติธรรมอย่างไรบ้าง อาจารย์อาจจะชวนไปคุยเร่ืองศาลทหารอย่างน้ีก็ได้นะคะ ก็ขายของแล้วกันค่ะ เป็นอีก แหล่งขอ้ มูลหนง่ึ ถา้ เกดิ สนใจหรอื อยากไดก้ อ็ ีเมล์หรือโทรมาคยุ กันไดน้ ะคะ อ.สมชายแสดงความเหน็ : ผมขายต่อ ท่ีตอนน้ีศูนย์ทนายขายให้ผม ผมก็จะขายต่อ เน่ืองจากวันท่ี 2 พฤษภาท่ีผ่านมานี้ คณะ คสช. ได้ใช้อานาจตามกฎหมายเป็นจานวนมาก สองปีกว่าแล้ว ผมคิดว่าตอนน้ีเป็นช่วงเวลาที่น่าอัศจรรย์มาก คือเราไม่เคยมีรัฐประหารที่มีการใช้อานาจตามกฎหมายมากขนาดนี้ ตอนนี้ศูนย์ทนายได้รวบรวมงานช้ินหนึ่ง เพื่ออธิบายถึงปรากฎการณ์อันน้ี ในรอบสองปีและอีกสามปีข้างหน้า และผมก็กาลังจะน่ังไล่อ่าน และศูนย์ ทนายก็อยากได้คนช่วยอ่านหรือเขียนวิเคราะห์ ใครสนใจงานเสี่ยงคุกเส่ียงตะรางนะครับ ผมเข้าใจว่าเราจะ จดั การพูดคยุ เดือนหนา้ นะครับ คือ ในเมอื งไทยมรี ัฐประหารเยอะนะครบั แตห่ ลัง 2520 เป็นตน้ มา รฐั ประหาร เมืองไทยเกิดข้ึนสั้นๆ แล้วจบ ไม่ใช้อานาจเยอะ นึกถึงเมื่อตอน 2549 มาแล้วก็ออกคาส่ังน้อยมาก แต่ครั้งน้ี เป็นครั้งเดียวที่ผมคิดว่า โอ้ย มันเป็นปรากฎการณ์ท่ีน่าสนใจมาก ท่ีมันควรต้องถูกวิเคราะห์ผ่านการใช้อานาจ ตามกฎหมายของคณะนี้นะครับ คือเราจะวิเคราะห์ให้เห็นถึงปรากฎการณ์การใช้อานาจท่ีเกิดข้ึนในสังคมไทย ว่ามนั เกิดขึน้ ได้อย่างไร ผมรู้สึกวา่ มันแปลกนะครับ ผเู้ ขา้ ร่วมแสดงความเห็น : ในเมื่อเขาคุม สนช. อยู่แล้ว ทาไมเขาเลือกใช้มาตรา 44 ซ่ึงมาตราน้ีมีเน้ือหาในการแก้กฎหมาย แต่ เขามี สนช. อยู่แล้ว แล้วทาไมเขาไม่ใช้แก้ อันน้ีผมคิดว่าใครศึกษาก็จะได้รู้ว่าท่านมีวิธีคิดยังไง ถึงใช้มาตรานี้ มากกวา่ อ.สมชายแสดงความเห็น : สรุปคือตอนนี้ผมเริ่มต้นคิด อ่านข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ก็มีเรื่องท่ีควรจะนามาคิดกันต่อนะครับ มีอีก ไหม ผ้เู ขา้ รว่ มแสดงความเห็น :

เป็นรายงานท่ีผมเคยเสนอตอนเรียนตรีกฎหมายมหาชนนะครับ คือ เป็นเรื่องผลกระทบการ เปลี่ยนแปลงกระบวนการยุติธรรมทางอาญา คือมีการออกคาสั่งแก้ไข ป.อาญากับ ป.วิอาญาเยอะมาก แล้วก็ เลยไปถึงคณะรัฐประหารชดุ อื่นเขามีการแก้ ป.วอิ าญาหรืออาญารเึ ปลา่ แลว้ พบว่าคณะรฐั ประหารทุกคณะ แก้ กฎหมายสองฉบับนีเ้ สมอเหมือนกนั ไมท่ ราบว่าถา้ เสนอแล้วจะอันตรายรึเปลา่ อ.สมชายแสดงความเหน็ : ทางศูนย์ทนายเป็นโต้โผใหญ่มาก ตอนน้ีถ้าเป็นงานวิเคราะห์อันหน่ึง อย่างเช่นจะบอกว่า ทุกคร้ังท่ีมี การรัฐประหารเกิดขึ้น ก็มีการแก้ป.อาญากับป.วิอาญาอยู่แล้ว คร้ังน้ีก็ไม่สู้จะแตกต่าง แต่อาจจะมีอะไรท่ี มากกว่า นีเ่ ปน็ อะไรท่ีเส่ียงคุกเสยี่ งตะรางอย่นู ะครับ ถา้ ไมเ่ สย่ี งกอ็ ยา่ ง สญั ชาติ องค์การปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ผู้ ลี้ภัย อะไรพวกน้ี ผมว่าลองคิดกันได้ ผมจะสรุปประเด็นท่ีแต่ละคนเขียนมาแล้วแยกเป็นแต่ละกลุ่ม ว่าเราคิด กันยังไง พวกเราในที่น้ีไม่ได้สนใจทุกเรื่อง เราสนใจเป็นบ้างเรื่องนะครับ เราอาจจะมีความสนใจเรื่องสัญชาติ หายใจเข้าเรื่องไร้รัฐ ส่วนอาจารย์อีกคนก็อาจจะชาวเขา หายใจออกก็ป่าชุมชน ชาติพันธุ์ แต่เรามีประเด็น ร่วมกันทาต่างพื้นท่ี ถา้ ทาแลว้ มันคงสนกุ อยา่ งการทาเรอื่ งกฎหมายท้องถ่ินที่เปลี่ยนมาสู่รฐั สมัยใหม่ ภาคเหนือ อีสาน ใต้ พอทาออกมาแล้วก็แบบ บัดน้ีเราทาการศึกษากฏหมายท้องถิ่นท่ีมีต่อรัฐสยาม ไม่ได้ดูจากศูนย์รวม แค่คิดก็น่าต่ืนเต้น เราจะเห็นแนวคิดท่ีมาจากข้างล่าง คือผมเข้าใจว่าแต่ละคนมหาวิทยาลัยก็บีบให้ทาวิจัย ไม่ ว่ายังไงกต็ อ้ งทาวิจยั นี่ก็เปน็ งานหน่ึงทน่ี าเสนอ ผมจะสรปุ ประเด็นทีแ่ ตล่ ะคนเขยี นมาแลว้ ส่งใหน้ ะครบั ผ้เู ขา้ รว่ มแสดงความเห็น : จริงๆ เรื่องงานวิจัย เพื่อนมีความคิดว่า คณะนิติศาสตร์ มช. ดูมีความรอบรู้เรื่องนั้นเร่ืองน้ีเยอะ แล้ว แตกตา่ งจากมหาวิทยาลัยอนื่ ในการเรียนการสอน เขาเลยมขี อ้ เสนอวา่ อยากให้มช. จัดอบรมการเรยี นการสอน ดว้ ยไดไ้ หม วิธีการสอนในมมุ มองอ่ืนๆ ที่แตกตา่ งออกไปจากกระแสหลัก หรอื บอกว่าเน้นสอนอะไร มีการเรียน การสอนอะไรทแี่ ตกตา่ งจากนิตศิ าสตร์ทีอ่ น่ื ยงั ไงน่ะค่ะ อ.สมชายแสดงความเหน็ : อันนี้ไม่กล้าพูดนะครับ จะบอกว่าดีกว่าท่ีอ่ืนก็ไม่กล้าพูดอีก คือเพราะผมเคยทระนงตัวว่าสอนดี ลูก ศิษย์คนหนึ่งเคยขับรถมาจากกรุงเทพ มีเพ่ือนน่ังมาด้วย แล้วโวยวายกันว่า เรียนที่ไหน อาจารย์สอนอะไรมา สอนไม่รู้เรื่อง สมชายสอนอะไรวะ ผมก็แบบ เออ ผมขับรถมาเจ็ดร้อยกิโล โดนแบบน้ีก็นะ ผมเข้าใจว่าการ เรียนการสอนผมเข้าใจว่าเขาปรับเริ่มคิดถึงการเรยี นมากข้ึน ผมคิดว่าตอนน้ีก็กาลังเรียนรู้ ตอนน้ีจากการท่ีผม ประเมิน ผมว่าที่นี่ไม่สจู้ ะปรบั อะไรไปได้มากเทา่ ไหร่ คอื มีความพยายามปรับไหมมี แตเ่ ปน็ ผลพอไหม ก็ไม่กล้า พูด อย่างงานวิจัยก็ยังพอว่า แต่การเรียนการสอนมันยังไม่มีอะไรชัดเจน ผมคิดว่า อย่างการเรียนการสอน กฎหมายเชิงคลินิก ผมคิดว่าหลายๆ ท่ีก็เร่ิมปรับมาแล้วคล้ายๆ กัน ผมเลยคิดว่าน่ีกาลังเริ่มต้นด้วยกัน และ

เรียนร้ปู ญั หา ข้อผดิ พลาดรว่ มกัน มอี ะไรอีกไหมครบั ถ้าไมม่ ีกห็ ลงั จากจบงานน้ีผมจะทาสองสามอย่าง จะสรุป ท่ีทุกคนเขียน และผมจะน่ังทาไฟล์ข้อมูลหนังสือบางเล่มท่ีเป็นไฟล์ดิจิตอล แล้วส่งไปให้ แต่อาจจะแบ่งเป็น กลุ่มๆ เช่น งานวิจัยกฎหมายเชิงประวัติศาสตร์ สตรีนิยม ก็จะทยอยส่งไป ใครอยากได้ก็ดาวโหลดไปเลย อัน ไหนทไี่ มม่ ไี ฟล์ก็ไปซีรอกซ์เอา สว่ นอนั ไหนทีม่ ใี นอบี ุ๊คก็ไปดาวโหลดกัน รวมๆ ก็มีเทา่ น้นี ะครบั ขอบคุณทุกท่าน ทม่ี าร่วมกันนะครับ ทม่ี าประชุมร่วมกนั ผมคิดว่ามีหลายความเห็นหลายข้อมูลท่ีน่าจะนาไปคิดต่อได้ เอ้อ ทุกปี อาจารย์เดวิด เองเกลจะมาเชียงใหม่ แล้วพอมาเราก็จะชวนให้อาจารย์พูดถึงงานวิจัย ปลายปีที่แล้วก็มานะ ครับ เราเลยจัดพูดถึงงานท่ีเกี่ยวกับ คสช อาจารย์ก็พูดวันหนึ่ง เราก็พูดอีกรอบ ใครสนใจก็มาเดือนธันวานะ ครับ ซง่ึ ผมคิดวา่ อาจารย์เดวดิ ก็ทาวิจัยมาอย่างยาวนาน มีข้อคิดเหน็ อะไรทเี่ ป็นประโยชน์นะครับ เผื่อใครสนใจ มขี อ้ มลู มาแลกเปลย่ี นมากขนึ้ กไ็ ดน้ ะครบั ตามความสมัครใจนะครบั ขอบคุณทกุ ทา่ นนะครับ จบการอบรมสมั นาเท่านนี้ ะครับ