Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วารสาร-นิติสังคมศาสตร์ ป.10 ฉ.2

วารสาร-นิติสังคมศาสตร์ ป.10 ฉ.2

Published by E-books, 2021-03-15 06:22:03

Description: วารสาร-นิติสังคมศาสตร์ ป.10 ฉ.2

Search

Read the Text Version

วารสารนิติสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปที ่ี 10 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2560 1. ปัจจยั แวดลอ้ มตวั ลกู จ้าง: อำ� นาจของนายจ้างท่ีแฝงเรน้ ปจั จยั แวดลอ้ มตวั ลกู จา้ งมอี ทิ ธอิ ยา่ งสำ� คญั ตอ่ การเลอื กใชส้ ทิ ธขิ องลกู จา้ ง ซงึ่ การมอี ทิ ธพิ ล ดังกล่าวมักจะปรากฏภาพชัดเจนในงานประเภทท่ีใช้ระบบแบบสายพานการผลิต หรือในศูนย์ กระจายสินคา้ ธุรกิจคา้ ปลกี ตา่ ง ๆ เพราะงานในรปู แบบเช่นว่านี้จะมกี ารแบ่งหนา้ ทีก่ นั อย่างชัดเจน อีกท้ังงานแต่ละส่วนยังต้องประสานงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งหากส่วนใดไม่ปฏิบัติงานหรือ ปฏิบัติงานล่าช้า ส่วนอื่น ๆ ก็จะได้รับผลกระทบไปด้วยทันที ระบบการท�ำงานแบบสายพานการ ผลติ เชน่ วา่ นจ้ี งึ มอี ทิ ธพิ ลอยา่ งสำ� คญั ตอ่ การคดิ และตดั สนิ ใจของลกู จา้ ง โดยเฉพาะกบั ลกู จา้ งทที่ ำ� งาน อย่ใู นภาคอตุ สาหกรรมและศูนย์กระจายสินค้า คลังสินคา้ (ศนู ยก์ ระจายสินคา้ ) ธุรกจิ คา้ ปลีก คือตัวกลางส�ำหรบั การรบั และส่งออกสินคา้ ไปยังร้านค้าต่าง ๆ กล่าวคอื เม่อื มีการผลิตสินคา้ อย่างใด ๆ จากโรงงานขน้ึ บรรดาสินคา้ เหล่านัน้ จะถูกขนย้ายมายังศูนย์กระจายสินค้าเพื่อรอการส่งสินค้าออกไปยังร้านค้าปลีกหรือร้านสะดวกซื้อ ตา่ ง ๆ ซงึ่ สภาพการทำ� งานในศนู ยก์ ระจายสนิ คา้ นโี้ ดยมากจะเปน็ งานประเภทแบกหามและยกของ หนัก ลักษณะงานเป็นงานซ้�ำซากและต้องท�ำอย่างต่อเน่ืองเป็นระยะเวลานาน ลูกจ้างจะต้องคอย จดั เรยี งสนิ คา้ ไปตามหมวดหมแู่ ละสถานทตี่ ามทค่ี ลงั สนิ คา้ กำ� หนด ซง่ึ จดุ ทก่ี ำ� หนดนนั้ หลายแหง่ เปน็ ช้ันวางของท่ีมีความสูงเกินศีรษะของลูกจ้าง ท�ำให้ลูกจ้างต้องแหงนศีรษะและใช้ก�ำลังยกมากเป็น พิเศษ บางรายต้องยกของหนัก เชน่ กระสอบน้ำ� ตาลซึง่ มนี ้�ำหนักกวา่ 50 กโิ ลกรมั และต้องกระทำ� เช่นนี้ตลอดท้งั วัน อีกท้งั ทางคลังสนิ ค้ายังก�ำหนดให้มอี ตั ราการเกบ็ รวบรวมสนิ คา้ วันละเป็นจำ� นวน มาก (เฉล่ยี 700 รายการ/วัน) ท�ำให้สภาพการท�ำงานของลูกจ้างภายในคลังสนิ คา้ เปน็ ไปอยา่ งเรง่ รบี และดว้ ยลกั ษณะของสภาพงานดงั กลา่ วนเี้ องจงึ สง่ ผลใหล้ กู จา้ งมกั เปน็ โรคทเี่ กยี่ วกบั กระดกู และ กล้ามเนอื้ เปน็ จ�ำนวนมาก ดงั จะเหน็ ไดจ้ ากการให้สมั ภาษณ์ของคุณมังกร วา่ “พวกลกู จา้ งทที่ ำ� งานในคลงั สนิ คา้ จะตอ้ งยกของหนกั มากแถมยงั ตอ้ งเรง่ รบี อยตู่ ลอด เวลา ตอ้ งกม้ ๆ เงยๆ ท�ำซ้ำ� อย่อู ย่างเงย่ี อยู่ตลอด พวกเราทำ� งานหนักมากเพราะตอ้ ง เรง่ ใหท้ นั ตามยอดทที่ างหวั หนา้ งานไดต้ งั้ เปา้ เอาไว้ จนตอนนมี้ หี ลายคนทม่ี อี าการปวด หลงั ซงึ่ ผมกเ็ ปน็ แตพ่ อไปหาหมอหมอกไ็ มไ่ ดว้ นิ จิ ฉยั วา่ การเจบ็ ปว่ ยดงั กลา่ วเปน็ อาการ ท่ีสบื เนอื่ งมาจากการทำ� งานมาก่อนเลยนะ มีหลายคนต้องลาออกไปเลย เพราะเคา้ ท�ำงานไม่ไหว แตผ่ มกไ็ มเ่ หน็ นะวา่ บริษัทจะรับผดิ ชอบอะไร”9 อยา่ งไรกต็ าม แมม้ ปี รากฏการณท์ แี่ สดงใหเ้ หน็ ไดว้ า่ ลกู จา้ งเจบ็ ปว่ ยโดยมสี าเหตมุ าจากการ ทำ� งานใหแ้ กน่ ายจา้ งจรงิ กต็ าม แตล่ กู จา้ งผใู้ หส้ มั ภาษณก์ ลบั เลอื กจะไมใ่ ชส้ ทิ ธติ ามทพ่ี ระราชบญั ญตั ิ เงินทดแทน พ.ศ. 2537 ก�ำหนด ซ่ึงการตดั สินใจในลักษณะดงั กลา่ วมีสาเหตุมาจากเรือ่ งตา่ ง ๆ ดังน้ี 9 บทสมั ภาษณ์ คณุ มงั กร (นามสมมต)ิ , ลกู จา้ งผเู้ คยทำ� งานอยใู่ นจงั หวดั สมทุ รปราการ, สมั ภาษณ์ ณ วนั ที่ 18 ก.ค. 2559 150

จึงไม่มีเสียงครวญของมวลกรรมกร 1.1 ความออ่ นแอของสหภาพแรงงาน สหภาพแรงงาน คอื องคก์ รทเ่ี กดิ จากการรวมกลมุ่ กนั ของบรรดาลกู จา้ งเพอื่ สรา้ งพลงั ใหแ้ ก่ ฝา่ ยลกู จา้ ง โดยสหภาพแรงงานจะทำ� หนา้ ทปี่ ระหนงึ่ เปน็ เครอ่ื งมอื ใหแ้ กฝ่ า่ ยลกู จา้ งในการทจี่ ะตอ่ สู้ เรยี กรอ้ ง เจรจาตอ่ รองหรอื ทำ� ขอ้ ตกลงกบั นายจา้ ง เพอ่ื ใหไ้ ดม้ าซงึ่ ประโยชนท์ ก่ี ลมุ่ ตนปรารถนาหรอื แกป้ ญั หาการถกู เอารดั เอาเปรยี บ10 อยา่ งไรกต็ าม สหภาพแรงงานทคี่ ณุ มงั กรไดเ้ ขา้ รว่ มเปน็ สมาชกิ นนั้ หาไดส้ ามารถที่ตอ่ สหู้ รือเรียกร้องผลประโยชนอ์ ย่างใด ๆ ให้แก่ตนและลกู จา้ งคนอืน่ ๆ ไดเ้ ลย เพราะด้วยสภาพการท�ำงานในคลังสินค้า เป็นงานท่ีจะต้องท�ำต่อเน่ืองกันตลอดเวลา ประกอบกับ ทางคลังสินค้า (เจ้าของบริษัท) ก็ก�ำหนดอัตราการรวบรวมสินค้าต่อวันไว้ในอัตราท่ีสูงมาก ท�ำให้ ลูกจ้างต้องเร่งท�ำงานและต้องท�ำงานตลอดท้ังวัน และด้วยสภาพที่ต้องท�ำงานตลอดท้ังวันท�ำให้ ลกู จา้ งไมส่ ามารถทจ่ี ะเตรยี มการเพอื่ ขบั เคลอ่ื นขอ้ เสนอของฝา่ ยลกู จา้ งได้ นอกจากนย้ี งั ทำ� ใหล้ กู จา้ ง ไมส่ ามารถทจ่ี ะทำ� การศกึ ษาคน้ ควา้ บรรดาขอ้ กำ� หนดหรอื ระเบยี บทางกฎหมายตา่ ง ๆ และรวมกลมุ่ กนั อยา่ งมพี ลงั ได้ ปจั จยั ดงั กลา่ วขา้ งตน้ จงึ สง่ ผลใหส้ หภาพแรงงานเกดิ ความออ่ นแอ และไมส่ ามารถ ตอ่ สเู้ รียกร้องเพอื่ ให้นายจ้างสร้างมาตรการช่วยเหลอื ปอ้ งกันอุบัติเหตุทีม่ ักเกิดจากงาน รวมถงึ การ เจบ็ ป่วยด้วยโรคอันเกิดจากการท�ำงานได้เลย ซง่ึ ความอ่อนแอของสหภาพแรงงานนีเ้ ห็นได้จากการ ให้สมั ภาษณ์ของคณุ มังกร วา่ “ผมมองไม่ออกว่าสหภาพแรงงานมีบทบาทอะไรไม่เห็นเค้าช่วยคนเจ็บป่วย ผมเคย ไปหาเค้าบอกเค้าว่าผมท�ำงานไม่ไหวจริง ๆ นะเจ็บหลังมาก และผมขอให้ สหภาพแรงงานไปช่วยเจรจากับนายจา้ งว่าผมขอลาหยุดแค่ 1 เดอื น หรอื 3 เดือน กไ็ ดผ้ มเอาหมด ผมอยากพกั ผมอยากออกเพราะผมทำ� งานไมไ่ หว แตก่ ไ็ มม่ ใี ครเสนอ ให้ผมเลย เค้าอธบิ ายแคว่ ่าชว่ งนง้ี านยุง่ มากของเขา้ เยอะ”11 สาเหตุประการหน่ึงท่ีท�ำให้สหภาพแรงงานอ่อนแอก็คือการท่ีลูกจ้างท�ำงานประจ�ำของตน จนไม่มีเวลามาดูแลงานของสหภาพแรงงาน บทสัมภาษณ์ข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่าแม้ในสถานท่ี ท�ำงานจะมีการจัดต้ังสหภาพแรงงานขึ้นแต่สหภาพแรงงานก็ไม่สามารถท่ีจะช่วยเหลือหรือปกป้อง ประโยชน์ของสมาชิกได้ การด�ำเนินงานของสหภาพแรงงานต้องอาศัยสมาชิกซ่ึงเป็นลูกจ้างเข้ามา เปน็ ผขู้ บั เคลอ่ื นและดำ� เนนิ การ ซง่ึ หมายความวา่ งานของสหภาพแรงงานเปน็ ภาระงานอกี อยา่ งหนงึ่ ท่ีอยู่นอกเหนือจากงานปกติที่ลูกจ้างท�ำอยู่ ดังนั้นหากภาระงาน (งานหลักที่ท�ำอยู่) ของลูกจ้างผู้ มีหน้าที่ต้องท�ำงานในสหภาพมีจ�ำนวนมากขึ้นก็อาจส่งผลกระทบต่อภาระงานในส่วนของสหภาพ ด้วยเช่นกัน อีกท้ังในความเป็นจริงนายจ้างยังมักใช้วิธีเพ่ิมภาระงานแก่ลูกจ้างเพ่ือท�ำให้ 10 บัณฑิตย์ ธนชัยเศรษฐวุฒิ, วิเคราะห์กฎหมายแรงงาน กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน, พิมพ์ครั้งแรก (กรงุ เทพ : มูลนิธอิ ารมณ์ พงศพ์ งัน มกราคม 2551) น.19-20 11 บทสมั ภาษณ์ คณุ มงั กร (นามสมมต)ิ , ลกู จา้ งผเู้ คยทำ� งานอยใู่ นจงั หวดั สมทุ รปราการ, สมั ภาษณ์ ณ วนั ที่ 18 ก.ค. 2559 151

วารสารนติ ิสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ ปีที่ 10 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2560 สหภาพแรงงานอ่อนแอลง เมื่อภาระงานมากข้ึนการจัดการเวลาในการทำ� งานของลูกจ้างก็จะยาก ขึ้นตามมาดว้ ย ดงั จะเหน็ ได้จากการใหส้ มั ภาษณ์ของทนายช้าง ว่า “หนง่ึ ในหลาย ๆ วธิ ที น่ี ายจา้ งใชเ้ พอื่ ทำ� ใหส้ หภาพแรงงานออ่ นแอกค็ อื เพม่ิ ยอดออเดอร์ การผลิต จะโดยต้ังใจหรือไม่ต้ังใจอันนี้ไม่รู้แต่การเพิ่มยอดการผลิตมันท�ำให้ลูกจ้าง เค้าตอ้ งเร่งท�ำงาน สว่ นมากต้องท�ำนอกเวลาท�ำโอทเี พ่อื ให้งานมนั เสรจ็ ตามยอด พอ มันเป็นแบบเนี่ยลูกจ้างเค้าจะเอาเวลาท่ีไหนไปท�ำงานสหภาพ แค่งานปกติของเค้า เคา้ กเ็ หน่อื ยละ ถามวา่ เคา้ ผดิ ไหมที่ไมท่ �ำงานของสหภาพ เอาจรงิ ๆ ก็โทษเคา้ ไมไ่ ด้ นะและไมค่ วรโทษด้วย แต่วิธีแบบนแี้ หละท่เี รามกั จะเห็นนายจา้ งใชอ้ ยบู่ ่อย ๆ”12 อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แต่เพียงการเพิ่มภาระงานแก่ลูกจ้างเพ่ือท�ำให้สหภาพแรงงานอ่อนแอ ลงเท่านนั้ นายจา้ งยงั ไดใ้ ชว้ ธิ ีกลอ่ มลกู จา้ งบางกลมุ่ ใหเ้ ข้ามาเปน็ พวกของตนไปพร้อม ๆ กับใช้การ พดู เชิงขบู่ งั คบั เพ่อื ไม่ให้ลกู จา้ งต่อสูห้ รอื เรยี กรอ้ งสทิ ธิ ซ่ึงประเดน็ นคี้ ุณมงั กรไดอ้ ธบิ าย ว่า “เอาจรงิ ๆ ผมกร็ นู้ ะวา่ ทำ� ไมสหภาพชว่ ยไรผมไมไ่ ด้ คนทท่ี ำ� งานในสหภาพกเ็ ปน็ พวก สนทิ ๆ กบั นายจา้ งเกือบหมด คนของเคา้ ทง้ั น้ัน อีกอยา่ งนะนายจา้ งเคยพูดกบั พวก ลกู จา้ งเลยวา่ มอี ะไรใหค้ ยุ กนั ดี ๆ ไมต่ อ้ งฟอ้ งรอ้ งหรอื ทำ� อะไรใหเ้ ปน็ เรอ่ื งใหญโ่ ตหรอก มันไม่เกิดผลดีกับใครเลย เพราะหากพวกคุณฟ้องผมผมก็ต้องฟ้องคุณกลับหรืออาจ ใหค้ ณุ ออก พอไดย้ นิ อยา่ งงคี๊ นอน่ื เคา้ กไ็ มก่ ลา้ ละ ผมยงั กลวั เลยแตท่ ไี่ ปยน่ื เรอื่ งเพราะ ผมไมไ่ หวแล้วจริง ๆ”13 บทสมั ภาษณข์ า้ งตน้ จงึ สะทอ้ นใหเ้ หน็ ถงึ อำ� นาจของนายจา้ งทใ่ี ชใ้ นหลากหลายรปู แบบเพอื่ ทำ� ใหส้ หภาพแรงงานออ่ นแอลง ไมว่ า่ จะเปน็ การเพม่ิ ภาระงาน กลอ่ มลกู จา้ งใหเ้ ขา้ มาเปน็ พวก หรอื การพูดคุยเชิงขู่บังคับเพ่ือให้ลูกจ้างเกิดความกลัว กระทั่งส่งผลให้สหภาพแรงงานอ่อนแอและไม่ สามารถให้การชว่ ยเหลือลูกจ้างในฐานะสมาชิกของสหภาพแรงงานได้ การไมม่ สี หภาพแรงงานคอยหนนุ หลงั ทำ� ใหค้ ณุ มงั กรตอ้ งพยายามจดั การกบั ปญั หาดงั กลา่ ว ด้วยตวั เอง พยายามศกึ ษาว่าตนจะมีสทิ ธหิ รอื สามารถใช้สทิ ธติ ามกฎหมายใดได้บา้ ง ศึกษาว่าถ้าจะ ลาออกจะต้องลาออกแบบไหนจงึ จะไดค้ ่าชดเชย ซ่งึ จากการพยายามศกึ ษาดังกลา่ วทำ� ใหค้ ณุ มังกร ค้นพบว่าตนสามารถใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 โดยอาศัยเหตุว่าตนป่วย เปน็ โรคอันเกดิ จากการทำ� งานได้ อยา่ งไรก็ตาม การจะสามารถพสิ ูจนว์ ่าตนเปน็ โรคจากการท�ำงาน ไดน้ น้ั จำ� เปน็ อยา่ งยง่ิ ทจ่ี ะตอ้ งมกี ารตรวจหรอื ออกใบรบั รองโดยแพทยเ์ พอ่ื ใชเ้ ปน็ หลกั ฐานในการเขา้ ถึงสิทธิ คณุ มงั กรจึงเลอื กทีจ่ ะด�ำเนินการในเรอ่ื งดังกล่าวดว้ ยตนเองโดยไมผ่ า่ นสหภาพแรงงาน 12 บทสมั ภาษณ์ ทนายชา้ ง (นามสมมต)ิ , ทนายความจากมลู นธิ ใิ นจงั หวดั เชยี งใหม,่ สมั ภาษณ์ ณ วนั ท่ี 17 ก.ค. 2559 13 บทสมั ภาษณ์ คณุ มงั กร (นามสมมต)ิ , ลกู จา้ งผเู้ คยทำ� งานอยใู่ นจงั หวดั สมทุ รปราการ, สมั ภาษณ์ ณ วนั ที่ 18 ก.ค. 2559 152

จงึ ไม่มเี สยี งครวญของมวลกรรมกร 1.2 อคติของแพทยแ์ ละอ�ำนาจของนายจ้างทอี่ ยูเ่ หนือแพทย์ ส่วนใหญ่แล้วบรรดาโรงงานอุตสาหกรรม คลังกระจายสินค้า หรือสถานประกอบการท่ีมี ขนาดใหญจ่ ะมแี พทยป์ ระจำ� อยู่ ณ สถานทต่ี า่ ง ๆ ดงั กลา่ วนนั้ ดว้ ย โดยมกี ารใหเ้ หตผุ ลวา่ เพอ่ื เปน็ การ ป้องกนั และชว่ ยเหลือเยียวยาบรรดาลกู จ้างจากการประสบอนั ตรายหรือเจ็บปว่ ยด้วยโรคจากการ ทำ� งานไดอ้ ยา่ งทนั ทว่ งที บางแหง่ กำ� หนดใหก้ ารมแี พทยม์ าประจำ� อยใู่ นโรงงานนนั้ ถอื เปน็ สวสั ดกิ าร อย่างหน่ึงท่ีนายจ้างก�ำหนดขึ้นเพื่อดูแลลูกจ้าง ซ่ึงหน้าที่ของแพทย์ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ตรวจวินิจฉัย อาการในลักษณะต่าง ๆ ของลูกจ้างในเบ้ืองต้น อีกทั้งยังท�ำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเช่ือมต่อให้ ลกู จา้ งสามารถเขา้ ถงึ สทิ ธปิ ระโยชนท์ พี่ งึ มตี ามกฎหมายได้ ดงั เชน่ กรณที แ่ี พทยพ์ บวา่ ลกู จา้ งประสบ อันตรายหรือตรวจพบวา่ ลูกจา้ งเป็นโรคอันเกดิ จากการทำ� งาน แพทยท์ ีป่ ระจ�ำอยูใ่ นโรงงานจะเปน็ ผู้ออกเอกสารรับรองการเจ็บป่วย เพ่ือให้นายจ้างหรือผู้ได้รับมอบอ�ำนาจน�ำเอกสารดังกล่าวไปย่ืน แกส่ ำ� นกั งานประกนั สงั คม และโรงพยาบาลทอี่ ยใู่ นความตกลงของสำ� นกั งานประกนั สงั คมเพอ่ื ดำ� เนนิ การสง่ ตวั ลกู จา้ งไปทำ� การรกั ษาพยาบาล อนั เปน็ ไปตามสทิ ธทิ พ่ี ระราชบญั ญตั เิ งนิ ทดแทนกำ� หนด14 รวมถึงการออกใบรับรองแพทย์เพ่ือยืนยันแก่นายจ้างว่าลูกจ้างเจ็บป่วยจริง อันจะเป็นการช่วยให้ ลกู จา้ งสามารถใชส้ ทิ ธลิ าปว่ ยตามกฎหมายคมุ้ ครองแรงงาน หรอื สทิ ธกิ ารไดร้ บั เงนิ ทดแทนจากการ ขาดรายได้เพราะประสบอันตรายจากการท�ำงานให้แก่นายจ้าง ตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน เป็นตน้ ดงั น้นั แพทยท์ ป่ี ระจ�ำอยู่ ณ โรงงานหรือสถานประกอบต่าง ๆ จงึ มบี ทบาทอย่างส�ำคญั ตอ่ การเข้าถงึ สิทธิตามกฎหมายของลูกจ้างเป็นอย่างมาก15 คลังกระจายสินค้าที่คุณมังกรเป็นลูกจ้างอยู่นั้นก็มีแพทย์ประจ�ำอยู่เช่นเดียวกัน ซ่ึงเมื่อ สหภาพแรงงานไมส่ ามารถเปน็ ทพ่ี ง่ึ ใหแ้ กค่ ณุ มงั กรได้ คณุ มงั กรจงึ เลอื กทจ่ี ะดำ� เนนิ การตามสทิ ธทิ าง กฎหมายทต่ี นมอี ยดู่ ว้ ยตนเอง อยา่ งไรกต็ าม แพทยท์ ปี่ ระจำ� อยใู่ นคลงั กระจายสนิ คา้ นนั้ กลบั ไดก้ ลาย เปน็ ปจั จยั อยา่ งสำ� คญั อกี ประการหนงึ่ ทใี่ หค้ ณุ มงั กรเขา้ ถงึ สทิ ธไิ มไ่ ด้ จนเลอื กทจ่ี ะไมใ่ ชส้ ทิ ธติ ามพระ ราชบญั ญตั เิ งินทดแทน พ.ศ. 2537 ก�ำหนดไว้ ซ่ึงปรากฏการณท์ ีท่ ำ� ใหค้ ุณมังกรเลอื กทีจ่ ะไม่ใช้สทิ ธิ ดงั กล่าวน้ี มสี าเหตุหรือปัจจัยหลัก ๆ อยู่ 2 ประการ ประการแรก คือ แพทย์ในสถานประกอบการ มที ัศนคติต่อลูกจ้างทไ่ี ม่สจู้ ะดีนกั ดังจะเหน็ จากการบอกเลา่ ของคณุ มงั กร ว่า “ผมปวดหลังมากจนท�ำงานไม่ไหว เลยจะเขา้ ไปหาหมอเพอ่ื ทีจ่ ะขอใบรับรองแพทย์ จะไดล้ าหยดุ ได้ และเอาไปขอรบั เงนิ ช่วยหรือตามกฎหมาย แต่หมอกลับพูดกบั ผมว่า หมอรู้วา่ อยากได้ใบรบั รองแพทย์เพื่อที่จะเอาไปหยุดงานเฉย ๆ ใช่ไหม จรงิ ๆ แลว้ 14 ส�ำนักงานประกันสังคม, วิธีส่งตัวลูกจ้างเข้ารักษาพยาบาล, [ระบบออนไลน์] เว็บไซด์ : http://www.sso. go.th/wpr/category.jsp?lang=th&cat=941, สืบคน้ วันท่ี 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 15 รงุ่ โรจน์ รืน่ เริงวงศ,์ แรงงานกับใบรบั รองแพทย,์ [ระบบออนไลน]์ ไฟลข์ ้อความ : http://elib.coj.go.th/Ar- ticle/d41_2_3.pdf สบื ค้นวันที่ 9 ก.ค. 2559, หน้า 37 153

วารสารนิติสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่ ปที ่ี 10 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2560 ไมไ่ ด้เจบ็ ปว่ ยอะไรมากแคอ่ ยากหยดุ งานเฉย ๆ ใช่ไหม๊ เค้าพดู กบั ผมมาแบบนเี้ ลย”16 อคติของแพทย์ได้สะท้อนผ่านบทสัมภาษณ์ข้างต้นออกมาอย่างค่อนข้างชัด และอคติดัง กลา่ วไดส้ ง่ ผลตอ่ การใชส้ ทิ ธติ ามกฎหมายของลกู จา้ ง เนอื่ งดว้ ยใบรบั รองแพทยถ์ อื เปน็ เอกสารสำ� คญั ทน่ี บั เปน็ ใบเบกิ ทางสกู่ ารเขา้ ถงึ สทิ ธติ ามกฎหมายแรงงานโดยเฉพาะกบั พระราชบญั ญตั เิ งนิ ทดแทน และพระราชบัญญตั ิคมุ้ ครองแรงงาน ทั้งนี้เพ่อื ใหไ้ ดม้ าซึ่งสทิ ธใิ นการลาป่วยและการรบั เงนิ ทดแทน ประการทสี่ อง คอื แพทยถ์ กู นายจา้ งขม่ ขู่ ทำ� ใหม้ คี วามจำ� เปน็ และไมส่ ามารถออกใบรบั รอง แพทยใ์ หแ้ กล่ กู จา้ งได้ กลา่ วคอื เนอ่ื งจากคลงั กระจายสนิ คา้ ทคี่ ณุ มงั กร ทำ� งานอยนู่ น้ั มแี พทยป์ ระจำ� อยสู่ องคน เมอื่ แพทยค์ นแรกปฏเิ สธทจ่ี ะชว่ ยเหลอื คณุ มงั กรจงึ เขา้ ไปพดู คยุ กบั แพทยอ์ กี คนหนงึ่ เพอ่ื ใหอ้ อกเอกสารตา่ ง ๆ เพอ่ื สามารถทำ� ใหต้ นหยดุ งานโดยชอบและสามารถเดนิ ทางไปรกั ษาตวั ในโรง พยาบาลได้ แตแ่ พทย์คนดงั กลา่ วก็ไม่สามารถออกเอกสารหรือออกใบรองเพือ่ ให้คณุ มังกรสามารถ ลาหยดุ งานได้ ดว้ ยเพราะแพทย์คนดงั กล่าวถกู นายจา้ งข่มขูเ่ อาไว้ “ผมทราบว่านายจ้างไดเ้ ข้าไปพบหมอ และบอกหมอวา่ ไมใ่ หอ้ อกใบรับรองแพทยใ์ ห้ คนงาน ผมไปพบหมอดว้ ยตัวเอง หมอบอกว่าฝ่ายบริหารของคณุ มาคยุ กับหมอครง้ั ละเป็นช่ัวโมง ๆ แล้วบอกให้หมอออกใบลาหยุดคนไข้เต็มท่ีไม่ให้เกิน 3 วันตาม กฎหมาย แล้วเค้ายังบอกอีกนะว่า หากหมอเขียนว่าอาการเจ็บป่วยของลูกจ้างเป็น อาการทสี่ บื เนอ่ื งมาจากการทำ� งานพวกเขาจะฟอ้ งหมอ หมอบอกผมวา่ หมอไมอ่ ยาก มีปญั หากับผู้บริหารบรษิ ัทจงึ อยากให้คณุ เข้าใจหมอด้วย”17 จะเหน็ ไดว้ า่ แพทยไ์ ดถ้ กู ทำ� ใหก้ ลายเปน็ ปจั จยั อยา่ งหนง่ึ ทส่ี ง่ ผลใหล้ กู จา้ งไมส่ ามารถเขา้ ถงึ สิทธิตามทีพ่ ระราชบญั ญตั เิ งินทดแทน พ.ศ. 2537 ก�ำหนดได้ ไม่ใช่ตัวลกู จ้างไมอ่ ยากใชส้ ิทธิ หาก แต่มีอุปสรรคต่าง ๆ มาทำ� ให้ไม่สามารถใชส้ ทิ ธิได้ ซ่ึงจากบทสมั ภาษณด์ ังกล่าวได้สะทอ้ นใหเ้ หน็ วา่ บดั นแ้ี พทยท์ ปี่ ระจำ� อยใู่ นคลงั กระจายสนิ คา้ อาจจะกำ� ลงั กลายเปน็ สว่ นหนงึ่ ในหลาย ๆ อปุ สรรคตอ่ การเขา้ ถึงสิทธิตามพระราชบัญญัตเิ งินทดแทนของลกู จา้ งกเ็ ป็นได้ 1.3 ความต้องการดูแลครอบครัวและแรงกดดันจากเพ่ือนรว่ มงาน ปัจจัยอย่างส�ำคัญอีกประการหน่ึงท่ีส่งผลให้ลูกจ้างเลือกที่จะไม่ไปใช้สิทธิตามพระราช บญั ญตั เิ งนิ ทดแทนกำ� หนดกค็ อื ครอบครวั และเพอ่ื นรว่ มงานของลกู จา้ ง กลา่ วคอื ลกั ษณะการทำ� งาน ในระบบอุตสาหกรรมจะเป็นระบบท่ีเรียกว่า “ไลน์การผลิตหรือระบบสายพานการผลิต” ซึ่งเป็น ระบบท่จี ะกำ� หนดหนา้ ทีข่ องลกู จ้างแตล่ ะคนในการท�ำงานอย่างหนง่ึ ๆ โดยงานทล่ี กู จ้างคนแรกทำ� 16 บทสมั ภาษณ์ คณุ มงั กร (นามสมมต)ิ , ลกู จา้ งผเู้ คยทำ� งานอยใู่ นจงั หวดั สมทุ รปราการ, สมั ภาษณ์ ณ วนั ที่ 18 ก.ค. 2559 17 เรอื่ งเดียวกนั 154

จึงไมม่ ีเสยี งครวญของมวลกรรมกร จะไปสมั พนั ธก์ บั งานของลกู จา้ งคนทสี่ องหรอื คนทสี่ ามหรอื คนตอ่ ๆ ไปเสมอ ตวั อยา่ งเชน่ การผลติ โทรศพั ท์มอื ถือเคร่ืองหนงึ่ จะมกี ารแบ่งหน้าท่ขี องลกู จ้างออกเปน็ ส่วน ๆ โดยลกู จ้างคนแรกอาจท�ำ หน้าที่ประกอบแผงวงจร เม่ือประกอบเสร็จก็จะปล่อยแผงวงจรดังกล่าวมาตามสายพานเพ่ือส่งให้ ลกู จ้างคนท่สี องน�ำแผงวงจรไปบรรจใุ นตัวเครือ่ ง ซง่ึ ลูกจ้างคนทีส่ องก็จะมีหนา้ ที่แตเ่ พยี งการบรรจุ แผงวงจรลงตวั เครอื่ งเทา่ นนั้ เมอื่ ทำ� เสรจ็ กจ็ ะสง่ ตอ่ ตวั เครอ่ื งและแผงวงจรไปใหก้ บั ลกู จา้ งคนทส่ี าม ซ่ึงลกู จา้ งคนท่สี ามกจ็ ะหน้าทเ่ี พียงใสป่ มุ่ โทรศพั ทล์ งบนตัวเครือ่ ง จากนนั้ กส็ ง่ ไปยังลกู จ้างคนต่อไป ลูกจา้ งจะสง่ งานของตนต่อไปเรือ่ ย ๆ จนกระทัง่ ออกมาเปน็ โทรศัพทท์ ส่ี ามารถใชง้ านได้ วธิ กี ารเชน่ น้คี ือสง่ิ ที่เรยี กวา่ ระบบอตุ สาหกรรมแบบสายพานการผลิต แน่นอนว่าการท�ำงานแบบสายพานการผลิตน้ันได้ถูกน�ำมาใช้ในคลังกระจายสินค้าเช่น เดียวกัน เพียงแต่รูปแบบของการขนย้ายสินค้าจะไม่ใช่การปล่อยสินค้าไปตามสายพานดังเช่นการ ผลติ โทรศพั ทด์ งั ท่กี ล่าวไปขา้ งตน้ หากแต่ต้องใช้คนแทนสายพาน กลา่ วคอื จะตอ้ งมีลูกจ้างที่คอย เคลอ่ื นยา้ ยสนิ คา้ ทถี่ กู นำ� มายงั คลงั สนิ คา้ จากบรรดาพาหนะตา่ ง ๆ จากนนั้ กจ็ ะมลี กู จา้ งอกี กลมุ่ หนงึ่ คอยทำ� หนา้ ทน่ี ำ� สนิ ค้าตา่ ง ๆ นน้ั เขา้ ไปในโกดงั หรือคลังสนิ ค้า และจะส่งต่อสินคา้ นั้นไปยงั ลกู จา้ ง อกี กลมุ่ หนงึ่ ซงึ่ จะคอยทำ� หนา้ ทน่ี ำ� สนิ คา้ ไปจดั วางตามชนั้ สนิ คา้ ตามทท่ี างนายจา้ งเปน็ ผกู้ ำ� หนด และ ดว้ ยความทรี่ ะบบสายพานการผลติ นนั้ จำ� เปน็ อยา่ งยงิ่ ทจ่ี ะตอ้ งอาศยั ความตอ่ เนอ่ื งของเหลา่ ลกู จา้ ง ดงั นน้ั เมอื่ เกดิ เหตุขัดข้องกบั สว่ นใดสว่ นหนึ่งขึ้น ระบบดงั กล่าวยอ่ มจะเกดิ ปัญหาและส่งผลกระทบ ตอ่ ลกู จ้างในภาคสว่ นอืน่ ๆ ไปดว้ ย ซ่ึงประเด็นดังกล่าวนี้คุณเสือผู้เคยท�ำงานในลักษณะเดียวกับคุณมังกร ได้สะท้อนปัญหาที่ ตนเองพบเจอผ่านบทสมั ภาษณว์ า่ “ลกู จา้ งสว่ นใหญห่ วาดกลวั วา่ นายจา้ งจะใหอ้ อกจากงาน เนอื่ งจากวา่ ผมเจบ็ ปว่ ยบอ่ ย จึงกระทบตอ่ งานและลกู จา้ งเหลา่ น้นั พวกเรามกั ถูกนายจ้างและหวั หนา้ งานเพง่ เล็ง และไม่พอใจเนื่องจากประสิทธิภาพของงานลดลง ผมได้รับแรงกดดันจากเพ่ือนร่วม งานเยอะมากและมักถูกต่อว่าว่าหยุดงานบ่อยแถมยังท�ำงานช้าอีก ซ่ึงเป็นการเอา เปรยี บคนอน่ื นอกจากนพ้ี วกเขายงั แสดงออกใหเ้ หน็ ถงึ ความไมพ่ อใจอนื่ ๆ เชน่ ทำ� ทา่ ทางล้อเลยี น หรือพูดจาถากถางผมบ่อยเลย”18 เนื่องจากคุณเสือเป็นลูกจ้างที่มีหน้าที่น�ำสินค้าข้ึนไปจัดเรียงในช้ันวางสินค้า ประกอบกับ ตนกำ� ลงั มอี าการเจบ็ หลงั อยา่ งรนุ แรงนน้ั ทำ� ใหค้ ณุ เสอื ทำ� งานไดช้ า้ ลงและตอ้ งหยดุ งานอยบู่ อ่ ยครง้ั ซึ่งการหยุดงานบ่อยน้ีท�ำให้คุณเสือถูกรังเกียจและถูกพูดจาถากถางจากบรรดาเพื่อนร่วมงาน คนอนื่ ๆ อยเู่ สมอ ทงั้ นเ้ี พราะลกู จา้ งคนอน่ื ๆ ลว้ นมหี นา้ ทข่ี องตนอยแู่ ลว้ แตเ่ มอื่ คณุ เสอื ไมม่ าทำ� งาน 18 บทสัมภาษณ์ คุณเสือ (นามสมมติ), ลูกจ้างในจังหวัดกรุงเทพมหานคร, สัมภาษณ์ ณ วันที่ 21 ม.ค. 2560 155

วารสารนติ ิสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ ปที ี่ 10 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2560 จงึ ทำ� ใหล้ กู จา้ งเหลา่ นนั้ ตอ้ งผลดั เวยี นกนั มาทำ� งานในสว่ นของคณุ เสอื ซง่ึ ถอื เปน็ การเพมิ่ ภาระใหแ้ ก่ ลูกจ้างคนอื่น นอกจากน้ันแม้คุณเสือจะมาท�ำงานแต่ด้วยอาการเจ็บหลังท�ำให้ท�ำงานได้ช้าลง เมื่องาน ส่วนของคุณเสือช้าลง ผลของความล่าช้าดังกล่าวจึงท�ำให้งานส่วนอื่นพลอยช้าลงไปด้วย พร้อมกบั ท�ำให้ลูกจ้างคนอ่ืน ๆ ถกู ว่ากลา่ วจากบรรดาหวั หนา้ งานและนายจ้างเพราะไมส่ ามารถทำ� ยอดได้ตามที่ก�ำหนด ซ่ึงส่งผลให้ลูกจ้างคนอ่ืน ๆ พลอยเดือดร้อนจากการท�ำงานล่าช้าของคุณ เสือไปดว้ ย ความคับแค้นใจและความรู้สึกไม่ดีดังกล่าวจึงกลายเป็นอิทธิพลส�ำคัญที่ส่งผลให้คุณเสือ เลือกที่จะไม่ขอลาหยุดหรือออกไปรักษาตัว รวมถึงการออกไปใช้สิทธิตามท่ีพระราชบัญญัติเงิน ทดแทน พ.ศ. 2537 กำ� หนด ทงั้ นเี้ พราะเกรงวา่ หากกระทำ� การดงั กลา่ วไป การกระทำ� นน้ั อาจสง่ ผล ให้เพ่อื นร่วมงานตอ้ งไดร้ บั ความเดอื ดร้อนไปดว้ ย อยา่ งไรก็ตาม เหตุผลที่ทำ� ให้ลูกจา้ งเลอื กท่จี ะไมอ่ อกจากงาน เลอื กที่จะไม่ต่อสู้ เผชญิ หน้า กับนายจ้าง และเลือกที่จะไม่ไปใช้สิทธิตามที่กฎหมายก�ำหนดน้ัน ปัจจัยเรื่องครอบครัวถือเป็น ประเด็นที่ส�ำคญั มาก ซึ่งความสำ� คญั ดงั กล่าวไดส้ ะท้อนผา่ นบทสัมภาษณ์ของคณุ เสอื ดงั ต่อไปน้ี วา่ “ไมม่ ใี ครอยากปว่ ยหรอก ยง่ิ ไมค่ อ่ ยมตี งั คอ์ ยา่ งผมนะยง่ิ ไมอ่ ยากเลย เหน็ เปน็ ผชู้ ายแบบ นน้ี ะแตบ่ างครง้ั กน็ อนรอ้ งไห้ รสู้ กึ วา่ ทำ� ไมเรอ่ื งแย่ ๆ ตอ้ งมาเกดิ กบั ตนเอง แบบรสู้ กึ เลย วา่ ตายไปซะเลยยงั ดกี วา่ แตพ่ อนกึ ถงึ หนา้ ลกู ๆ กม็ กี ำ� ลงั ใจทจี่ ะตอ่ สกู้ บั ภาระทเ่ี กดิ ขนึ้ เพอื่ หวงั วา่ ลกู ทงั้ 3 คน จะไดไ้ มต่ อ้ งทำ� งานหนกั เหมอื นกบั พอ่ ทไี่ มม่ คี วามรไู้ มม่ กี ารศกึ ษา ครนั้ จะออกก็ไม่ร้วู ่าจะหาเงินทไี่ หนมาเลยี้ งครอบครัว ด้วยสขุ ภาพแบบนี้คงไม่มใี คร ทไ่ี หนรบั เขา้ ทำ� งาน กเ็ ลยตอ้ งดน้ิ รนและทนลำ� บากอยกู่ บั สงิ่ เหลา่ นตี้ อ่ ไป”19 ความเป็นอยู่ของครอบครัวถือเป็นประเด็นส�ำคัญท่ีส่งผลต่อการตัดสินใจของลูกจ้างอย่าง มาก ลกู จา้ งแตล่ ะคนนนั้ มคี วามหว่ งใยตอ่ สมาชกิ ครอบครวั ทต่ี นมหี นา้ ทตี่ อ้ งดแู ล บทสมั ภาษณข์ อง คณุ เสอื ไดแ้ สดงใหเ้ หน็ วา่ ความเปน็ อยขู่ องครอบครวั ไดก้ ลายเปน็ แรงผลกั ดนั ใหต้ นยงั คงตอ้ งทำ� งาน ต่อไป รวมถึงตอ้ งกระท�ำการอยา่ งใด ๆ เพ่ือใหต้ นไดท้ ำ� งานต่อไป ถึงแมว้ ่าการกระท�ำเชน่ วา่ นนั้ จะ เป็นการกระท�ำที่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพร่างกายของตนเอง หรือท�ำให้ตนเองต้องเลือกที่จะไม่ใช่สิทธิ ประโยชน์ตามท่กี ฎหมายก�ำหนดกต็ าม จากกรณีตัวอย่างของคุณมังกรและคุณเสือได้แสดงให้เห็นว่า ลูกจ้างมีความเข้าใจและ ตอ้ งการทจี่ ะเขา้ ใหถ้ งึ สทิ ธติ ามทกี่ ฎหมายกำ� หนด แตใ่ นความเปน็ จรงิ ไดเ้ กดิ สถานการณต์ า่ ง ๆ ทส่ี ง่ ผลให้ลกู จ้างไม่สามารถใชห้ รอื เข้าถึงสิทธไิ ด้ ซง่ึ ปัจจัยต่าง ๆ เหล่าน้ีไมว่ ่าจะเปน็ ความออ่ นแอของ สหภาพแรงงาน แพทยไ์ มว่ นิ ิจฉยั หรือออกเอกสารรับรองการป่วยให้ หรือภาระทางครอบครัวและ 19 บทสมั ภาษณ์ คณุ เสือ (นามสมมต)ิ , ลกู จา้ งในจงั หวดั กรงุ เทพมหานคร, สมั ภาษณ์ ณ วันท่ี 21 ม.ค. 2560 156

จึงไม่มีเสยี งครวญของมวลกรรมกร เพอ่ื นรว่ มงาน ปจั จยั เหลา่ นไ้ี ดผ้ ลกั ใหล้ กู จา้ งตกอยใู่ นสถานภาพทจ่ี นมมุ ในทางปฏบิ ตั ิ คอื มสี ทิ ธติ าม กฎหมายแต่ก็ไม่สามารถต่อสู้เรียกร้องเพ่ือสิทธิหรือสุขภาพของตนเองได้ ท�ำให้ลูกจ้างต้องยอมรับ ชะตากรรมและตอ้ งกัดฟนั อดทนอยกู่ ับสง่ิ เหลา่ นน้ั ตอ่ ไป 2. กระบวนการทางกฎหมายแรงงาน: ทางปฏิบตั ทิ ีข่ วางก้ันสิทธลิ กู จ้าง แม้สภาวะความกดดันในสถานที่ท�ำงานรูปแบบต่าง ๆ จะท�ำให้ลูกจ้างต้องพบเจอกับ สภาวะกดดันจนท�ำให้ลูกจ้างไม่สามารถเข้าถึงสิทธิหรือเลือกท่ีจะไม่ใช้สิทธิตามท่ีพระราชบัญญัติ เงินทดแทน พ.ศ. 2537 ได้ก�ำหนดก็ตาม แต่สภาวะกดดันดังกล่าวก็หาได้เป็นเพียงปัจจัยเดียว ทส่ี ่งผลให้ลูกจ้างเลอื กปฏิบัติหรือกระทำ� การเช่นนั้นไม่ หากแต่ยังมปี จั จยั อยา่ งอน่ื โดยเฉพาะปัจจัย ท่ีเกิดมาจากเจ้าหน้าที่ของรัฐและระบบการระงับข้อพิพาทตามกฎหมายแรงงานด้วย ดังจะเห็นได้ จากกรณีดงั ต่อไปนี้ 2.1 กระบวนการทางกฎหมายทีย่ าวนาน คดีแรงงานถูกนิยามว่าเป็นคดีพิเศษ ซ่ึงความพิเศษจะท�ำงานภายใต้สโลแกนของศาล แรงงาน ท่ีว่า สะดวก รวดเรว็ ประหยัด เปน็ ธรรม20 กล่าวคอื ในคดีทวั่ ไปผูท้ ี่ต้องการจะใชส้ ทิ ธิทาง ศาลอยา่ งนอ้ ย ๆ จะตอ้ งมสี งิ่ ทเ่ี รยี กวา่ คา่ ธรรมเนยี มศาล ซงึ่ เปน็ คา่ ใชจ้ า่ ยทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การพจิ ารณา คดี และรวมถึงค่าใช้จา่ ยอ่นื ท่ผี ู้ใช้สิทธิทางศาลจำ� เป็นต้องจ่าย เชน่ คา่ ส่งหมาย ค่าท�ำแผนทพ่ี พิ าท คา่ ปว่ ยการและคา่ พาหนะพยาน คา่ ตรวจเอกสารโดยผเู้ ชย่ี วชาญ เปน็ ตน้ 21 อกี ทงั้ การฟอ้ งคดยี งั ตอ้ ง ฟอ้ งตอ่ ศาล ณ สถานทท่ี เ่ี กดิ เหตพุ พิ าทกนั ขนึ้ หรอื ตอ้ งฟอ้ งตอ่ ศาลทอี่ ยใู่ นภมู ลิ ำ� เนาของฝา่ ยจำ� เลย หากมีการฟ้องผิดศาลคดีดังกล่าวจะไม่ได้รับการพิจารณาจากศาลน้ัน ๆ และต้องกลับมายื่นฟ้อง ใหถ้ กู ศาล แตใ่ นคดแี รงงานกระบวนการทางกฎหมายจะเปน็ อกี ลกั ษณะหนง่ึ กลา่ วคอื ลกู จา้ งไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งเสยี คา่ ธรรมเนยี มศาลเชน่ วา่ นเ้ี ลย อกี ทง้ั ลกู จา้ งยงั สามารถฟอ้ งหรอื รอ้ งขอตอ่ ศาลเพอื่ ใหท้ ำ� การ พจิ ารณาคดยี งั ศาลทตี่ วั เองสะดวกจะเดนิ ทางไปรว่ มกระบวนการพจิ ารณาไดโ้ ดยไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งเปน็ ศาลทเี่ กดิ ขอ้ พพิ าทกนั หรอื ศาลตามภมู ลิ ำ� เนาของจำ� เลยดงั ทกี่ ำ� หนดในศาลแพง่ ดว้ ย22 อกี ทงั้ ในการ พิพากษาคดีแรงงานยังก�ำหนดให้มีผู้พิพากษาสมทบซึ่งแต่งตั้งจากตัวแทนของฝ่ายลูกจ้างและฝ่าย 20 เกษมสันต์ วลิ าวรรณ, คนตัดสินคน, พิมพค์ ร้งั แรก (กรุงเทพฯ: สำ� นักพิมพว์ ญิ ญูชน, 2555), หน้า 86 21 หอ้ งสมดุ อเิ ลก็ ทรอนกิ สศ์ าลยตุ ธิ รรม, คา่ ใชจ้ า่ ยในการดำ� เนนิ คดแี พง่ , [ระบบออนไลน]์ เวบ็ ไซด์ : http://www. library.coj.go.th/lawforpeople/money.php, สืบคน้ วันที่ 15 ก.ค. 2599 22 บทสัมภาษณ์ ทนายช้าง (นามสมมต)ิ , ทนายความจากมูลนิธิในจงั หวัดเชียงใหม,่ สัมภาษณ์ ณ วันท่ี 17 ก.ค. 2559 157

วารสารนติ สิ งั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ ปีที่ 10 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2560 นายจ้างเขา้ รว่ มพิจารณากับผูพ้ พิ ากษาหลกั ดว้ ย เพอื่ เป็นการช่วยให้ผู้พิพากษาหลกั สามารถเข้าใจ บริบทของแรงงานได้ดีข้ึนอันน�ำไปสู่การพิพากษาท่ีเป็นธรรมต่อไป23 คดีแรงงานจึงกลายเป็นคดี พิเศษทีถ่ กู ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือและอ�ำนวยความสะดวกใหแ้ กเ่ หลา่ ลูกจ้างนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงลูกจ้างหาได้รับความสะดวกจากกระบวนการต่าง ๆ ดังที่ กลา่ วไปไม่ แม้วา่ ลูกจ้างจะไม่ตอ้ งเสียค่าธรรมเนยี มศาล รวมถึงสามารถรอ้ งขอใหท้ ำ� การพิจารณา พิพากษาคดี ณ ศาลท่ีตนเองสะดวกท่ีจะเดินทางหรืออยู่ใกล้กับถ่ินที่อยู่ข้างตนในช่วงเวลาน้ันได้ ก็ตาม แต่คดแี รงงานแตล่ ะคดนี ้ันใชเ้ วลาในการพจิ ารณาพพิ ากษาคดยี าวนานมาก ดงั จะเหน็ ได้จาก คดขี องนางหนมุ่ ไหมแสง ท่ีใชเ้ วลาในการตดั สินคดีกวา่ 8 ปี หรือคดขี องนางสมบุญ สีค�ำดอกแค ทใี่ ชเ้ วลาตดั สนิ ถงึ 15 ป2ี 4 ซง่ึ การตดั สนิ คดที ใ่ี ชเ้ วลาอยา่ งยาวนเ้ี องไดก้ ลายเปน็ สาเหตสุ ำ� คญั ประการ หน่งึ ที่ส่งผลให้ลูกจา้ งเลือกท่จี ะไม่ใช้สิทธิทางศาล รวมถึงไมใ่ ช้สิทธติ ามพระราชบญั ญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 ดังจะเห็นไดจ้ ากการใหส้ ัมภาษณข์ องทนายชาติ ว่า “เหตุท่ีท�ำให้ลูกจ้างจากท่ีร่วมกันฟอ้ งเปน็ สิบ ๆ คน จนกระทงั่ ตอนน้ีเหลือกนั อย่แู ค่ 2 คน ก็เพราะลกู จ้างเคา้ จำ� เป็นต้องทำ� มาหากินอยู่ตลอดเวลา รายไดต้ ่อวันเค้านอ้ ย อยแู่ ลว้ แถมรายไดน้ น้ั กไ็ มไ่ ดม้ นั่ คงวา่ จะไดท้ กุ วนั ทกุ เดอื นเหมอื นพวกมนษุ ยเ์ งนิ เดอื น เพราะง้ันถา้ จะให้เค้ามามวั รอเงินทีก่ ็ไม่วา่ จะไดด้ ้วยหรอื เปล่า เปน็ 10 ปี เคา้ ก็ไมร่ อ กนั หรอก เคา้ เลยหนั ไปรบั เงนิ ของนายจา้ งกนั อกี อยา่ งการรบั เงนิ ของนายจา้ งยงั ชว่ ย ให้เค้าไม่มีปัญหากับนายจ้างด้วย ท�ำให้บางรายท่ียังท�ำงานได้ก็สามารถท�ำงานกับ นายจา้ งคนน้ันตอ่ ไปได้ ลูกจา้ งทพี่ ่ีเจอส่วนมากเคา้ ก็จะพดู กนั แบบน้ี เค้าบอกแบบนี้ คมุ้ แลว้ พอแลว้ เมอื่ เคา้ บอกแคน่ พ้ี อแลว้ เรากจ็ ะไปยเุ คา้ ใหเ้ คา้ สกู้ ไ็ มไ่ ด้ แมเ้ ราจะรวู้ า่ นายจ้างเอาเปรียบเราก็ยุเคา้ ไมไ่ ด้ เพราะมันจะผดิ จรรยาบรรณทนายความ”25 บทสมั ภาษณด์ งั กลา่ วไดส้ ะทอ้ นใหเ้ หน็ ถงึ การตดั สนิ ใจของลกู จา้ งวา่ แมจ้ ะตอ่ สเู้ รยี กรอ้ งไป การกระทำ� ดงั กลา่ วกไ็ มไ่ ดช้ ว่ ยเหลอื หรอื ใหป้ ระโยชนก์ บั ตนเทา่ ใดนกั การตอ้ งตอ่ สคู้ ดอี ยา่ งยาวนาน ไมม่ ีความสัมพนั ธก์ บั วิถชี ีวิตของลกู จา้ งท่ตี ้องทำ� งานอย่อู ย่างไม่เปน็ หลกั เป็นแหลง่ และการตอ้ งรอ คำ� พพิ ากษาทใี่ ชเ้ วลาอยา่ งยาวนานดงั กลา่ วทำ� ใหเ้ กดิ ชอ่ งวา่ งวา่ ระหวา่ งชว่ งทรี่ อนนั้ ลกู จา้ งจะใชเ้ งนิ สว่ นไหนในการรกั ษาตวั หรอื หาเลย้ี งครอบครวั อกี ทงั้ หากรอแลว้ ศาลกลบั พพิ ากษาไมใ่ หล้ กู จา้ งเปน็ ฝ่ายชนะหรอื ไดส้ ิทธิ ลูกจ้างจะทำ� อย่างไร ปัจจยั ตา่ ง ๆ เหลา่ นจี้ ึงส่งผลใหล้ ูกจา้ งเลือกที่จะไม่ไปใช้ 23 ธีระพงศ์ จิระภาค, การยุติข้อพิพาทแรงงานโดยศาลแรงงาน, ปริญญานิติศาสตร์บัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ 2525, น. 26-27 24 คำ� พพิ ากษาฎกี าท่ี 5185-5221/2553 25 บทสมั ภาษณ์ ทนายชาติ (นามสมมต)ิ , ทนายความจากมูลนธิ ใิ นจังหวดั เชียงใหม,่ สัมภาษณ์ ณ วันที่ 17 ก.ค. 2559 158

จึงไม่มีเสียงครวญของมวลกรรมกร สทิ ธทิ างศาลหรอื ตามทพ่ี ระราชบญั ญตั เิ งนิ ทดแทนกำ� หนด และเลอื กทจ่ี ะรบั เงนิ ชดเชยจากนายจา้ ง เองโดยตรง แมว้ า่ จำ� นวนเงนิ ทน่ี ายจา้ งจา่ ยใหน้ นั้ จะมจี ำ� นวนนอ้ ยกวา่ ตามทก่ี ฎหมายกำ� หนดไวก้ ต็ าม นอกจากน้ีบรรดาผู้พิพากษาสมทบท่ีถูกแต่งต้ังให้ไปร่วมองค์คณะ โดยเฉพาะผู้พิพากษา สมทบฝา่ ยลกู จา้ งนน้ั กห็ าไดร้ บั การยอมรบั หรอื ไดร้ บั ความเชอื่ ถอื จากผพู้ พิ ากษาหลกั ผเู้ ปน็ ประธาน องคค์ ณะไม่ ทำ� ใหบ้ รรดาคำ� ตดั สนิ ในหลายคดกี ลายเปน็ คำ� ตดั สนิ ทไี่ มส่ จู้ ะใหป้ ระโยชนแ์ กล่ กู จา้ งเทา่ ไหรน่ ัก ดังจะเห็นได้จากบทสมั ภาษณข์ องทนายชา้ งดงั ตอ่ ไปน้ี วา่ “เรารใู้ ชไ้ หมว่า ผทู้ ี่จะมีสิทธิให้ลกู จา้ งไดร้ บั เงนิ ตามกฎหมายเงนิ ทดแทนอ่ะ มีอยู่ 2 คน คือศาลกับเจ้าหน้าท่ีใช่ไหม แต่ทีนี้เวลาท่ีศาลหรือเจ้าหน้าที่จะตัดสินให้เงินแก่ ลกู จา้ ง อนั นเี้ ราพดู ถงึ กรณลี กู จา้ งขอรบั สทิ ธแิ ละไดส้ ทิ ธนิ ะ ศาลกบั เจา้ หนา้ ทก่ี ลบั ชอบ สั่งให้จ่ายเป็นงวด ๆ ซึ่งการจ่ายแบบเน่ียมันเป็นการจ่ายแบบไม่เข้าใจวิถีชีวิตของ แรงงานเลย โดยเฉพาะกบั แรงงานขา้ มชาตทิ เ่ี คา้ เขา้ มาทำ� งานในไทยซง่ึ กฎหมายไทย กไ็ มไ่ ดใ้ หเ้ คา้ อยตู่ ลอดไปได้ ถงึ เวลากบ็ งั คบั ใหเ้ คา้ กลบั และแบบเนยี้ ถา้ เคา้ ยงั รบั สทิ ธิ ไม่ครบจะท�ำไง หรือการที่เค้าต้องท�ำเร่ืองต่าง ๆ จากฝั่งเค้าเพ่ือมารับเงินไม่ก่ีหมื่น แถมซอยเป็นเดอื น ๆ อีกแบบนี้เค้าจะมาหรอ...เจ้าหนา้ ทีบ่ างคนบอกกับพ่วี า่ ก็โอน เงนิ ใหท้ างบญั ชเี อา แบบเน้ียมนั ยงิ่ สะท้อนใหเ้ หน็ เลยวา่ เค้าไม่เขา้ ใจแรงงานและไม่มี ความรู้เก่ียวกับแรงงานอย่างมากพอ คือจะมีสักก่ีธนาคารที่ให้แรงงานต่างชาติเปิด บัญชไี ด”้ 26 บทสัมภาษณ์ดังกล่าวสะท้อนประเด็นส�ำคัญให้เห็นว่าองค์กรศาล ไม่มีความเข้าใจบริบท หรือวิถีชีวิตของผู้ใช้แรงงานอย่างมากพอ การท�ำค�ำพิพากษาโดยมากจึงมีลักษณะที่ไม่เอื้อหรือให้ ประโยชนแ์ กล่ กู จา้ งเทา่ ใดนกั และความไมเ่ ขา้ ใจเหลา่ นจ้ี งึ กลายเปน็ สาเหตอุ ยา่ งสำ� คญั ทท่ี ำ� ใหล้ กู จา้ ง ไม่สามารถใชส้ ิทธิตามพระราชบญั ญัตเิ งินทดแทน พ.ศ. 2537 กำ� หนดได้ 2.2 กระบวนการไกล่เกลี่ยทเ่ี ลอื กข้าง ความพเิ ศษของคดแี รงงานนอกจากจะทำ� ใหล้ กู จา้ งประหยดั และสะดวกตอ่ การตอ่ สคู้ ดแี ลว้ ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งก็คือ การมีกระบวนการไกล่เกล่ียเข้ามาท้ังก่อนฟ้องคดีและระหว่าง ฟ้องคดี เพ่ือเปิดโอกาสให้ฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างได้ท�ำการประนีประนอมกัน อันจะน�ำไปสู่ ความสงบในสถานทที่ �ำงาน ความมนั่ คงในงานของลกู จ้าง และความมนั่ คงของระบบเศรษฐกิจ27 26 บทสัมภาษณ์ ทนายช้าง (นามสมมติ), ทนายความจากมูลนธิ ใิ นจังหวัดเชยี งใหม,่ สัมภาษณ์ ณ วนั ที่ 17 ก.ค. 2559 27 นิคม จนั ทรวิทรุ , กฎหมายแรงงาน : แนวคิดและปัญหา, พิมพ์คร้งั ท่ี 1 (กรงุ เทพฯ : ส�ำนกั พิมพ์มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์, 2530), น. 2 159

วารสารนติ สิ ังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2560 แตก่ เ็ ชน่ เดยี วกบั ความทก่ี ลา่ วไวก้ อ่ นหนา้ นี้ ระบบการไกลเ่ กลยี่ เมอ่ื นำ� มาสขู่ น้ั ตอนของการ ปฏิบตั กิ ลับสง่ ผลเสียตอ่ ลกู จา้ งมากกว่าทจี่ ะให้ประโยชน์กบั ลกู จา้ ง แม้พระราชบัญญัตเิ งนิ ทดแทน พ.ศ. 2537 จะกำ� หนดใหน้ ายจา้ งหรือกองทุนเงินทดแทนตอ้ งจา่ ยเงินให้แก่ลูกจ้างทันทีเม่อื ลกู จ้าง ประสบอบุ ตั เิ หตหุ รอื เจบ็ ปว่ ยอนั เน่อื งมาจากการทำ� งานให้แก่นายจา้ ง แตใ่ นทางปฏิบตั ิ ก่อนจะถงึ ขน้ั ตอนดงั กลา่ วจะมกี ารจดั พนื้ ทใี่ หน้ ายจา้ งและลกู จา้ งไดท้ ำ� การไกลเ่ กลย่ี กนั เองกอ่ นโดยมเี จา้ หนา้ ท่ี ของรฐั เปน็ คนกลางไกลเ่ กลย่ี ให2้ 8 ซงึ่ ถา้ นายจา้ งและลกู จา้ งสามารถตกลงกนั ได้ เงนิ ทดแทนหรอื เงนิ คา่ เยยี วยาต่าง ๆ กจ็ ะเป็นไปตามท่ที ง้ั สองฝา่ ยตกลงกัน แม้ว่าจ�ำนวนเงนิ ที่นายจา้ งจา่ ยใหน้ น้ั จะมี จำ� นวนนอ้ ยกวา่ ทพ่ี ระราชบญั ญตั เิ งนิ ทดแทนกำ� หนดไวก้ ต็ าม แตห่ ากลกู จา้ งไมพ่ อใจ ลกู จา้ งจะตอ้ ง ตอ่ สตู้ ามกระบวนการที่กฎหมายกำ� หนดด้วยตนเองต่อไป29 อยา่ งไรกต็ าม แม้พระราชบัญญตั ิเงนิ ทดแทน พ.ศ. 2537 จะเปดิ โอกาสให้ลูกจ้างสามารถ ตอ่ สเู้ พอื่ เรยี กรอ้ งเงนิ ทดแทนตามจำ� นวนทต่ี วั เองพอใจตามกระบวนการทางกฎหมายได้ แตใ่ นความ เปน็ จรงิ คดเี กยี่ วกบั เงนิ ทดแทนสว่ นมากกจ็ ะถกู ทำ� ใหจ้ บลงตงั้ แตช่ น้ั การไกลเ่ กลยี่ ของเจา้ หนา้ กองทนุ เงินทดแทน ทั้งนี้เพราะเจา้ หน้าท่ีมักจะทำ� การไกล่เกลย่ี โดยใช้วธิ ีการกดดันฝา่ ยลูกจ้างเสยี เป็นสว่ น มาก เชน่ เสนอใหร้ บั เงินเสยี ตั้งแตต่ อนไกล่เกล่ียจะไดไ้ มต่ ้องมเี รือ่ งกับนายจ้าง หรอื เสนอให้รับเงนิ เสียต้ังแต่ตอนน้ีเพราะศาลอาจสั่งให้ไม่จ่ายเงินแก่ลูกจ้างก็ได้ เป็นต้น ดังจะเห็นได้จากการให้ สัมภาษณข์ องของทนายชาติ ว่า “กระบวนการไกล่เกล่ียโดยปกติมันต้องหาจุดตรงกลาง คุณจะสร้างสภาวะกดดัน อะไรกต็ ามแตก่ ต็ ้องหาจุดตรงกลาง แตว่ ธิ กี ารไกลเ่ กลี่ยของเจ้าหนา้ ทร่ี ัฐ คือใครออ่ น คนนนั้ จะถกู สรา้ งสภาวะกดดนั ทแ่ี รงมากขน้ึ ยงิ่ ออ่ นยง่ิ กดดนั แรง ไมไ่ ดส้ รา้ งความเทา่ เทียม แต่ว่าจะเซาะตรงจดุ อ่อนของคุณน่ีแหละ เพราะเห็นแลว้ ว่านายจ้างแข็งก็เลย เลือกทจ่ี ะเซาะลกู จ้างตลอดเวลา มนั เลยกลายเปน็ การไกล่เกลย่ี ที่สรา้ งแรงกดดันให้ แกล่ กู จา้ งแต่ฝา่ ยเดียว สดุ ทา้ ยแล้วใหล้ ูกจ้างยอม อันนีค้ ือวธิ กี ารทีเ่ จ้าหน้าท่ที �ำ”30 28 การไกลเ่ กลย่ี ในคดแี รงงานโดยเจา้ หนา้ ทรี่ ฐั จะมี 2 ระดบั ระดบั แรกเปน็ ระดบั เจา้ หนา้ ที่ อาจเปน็ เจา้ ทจ่ี ากกองทนุ เงินทดแทน จากประกนั สังคม หรือเจา้ หนา้ ท่จี ากกรมสวสั ดิการและคุ้มครองแรงงาน ทงั้ นี้ข้นึ อยกู่ บั ประเภทคดี ทีเ่ กดิ ขนึ้ สว่ นระดบั ที่สอง จะเปน็ การไกล่เกล่ียโดยผู้พิพากษา ท่จี ะเปน็ ผไู้ กลเ่ กลยี่ คดีให้ก่อนท�ำการพิจารณา คดเี สมอ ซึง่ การจะมาถงึ การไกลเ่ กล่ียในช้ันน้ีได้นัน้ ต้องหมายความว่า ลกู จ้างได้เข้ารว่ มการไกล่เกลยี่ ในช้ันแรก มาแล้วและเกิดความไม่พอใจจงึ ร้องขอต่อศาลใหเ้ ป็นผตู้ ัดสิน 29 พศกร โยธินนีรนาท, นโยบายรัฐและการปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537, ปรญิ ญาสงั คมวทิ ยามหาบณั ฑติ สาขาวชิ าสงั คมวทิ ยา ภาควชิ าสงั คมวทิ ยาและมานษุ ยวทิ ยา คณะรฐั ศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย, น. 75 30 บทสมั ภาษณ์ ทนายชาติ (นามสมมต)ิ , ทนายความจากมูลนิธิในจังหวัดเชยี งใหม,่ สมั ภาษณ์ ณ วันท่ี 17 ก.ค. 2559 160

จึงไมม่ ีเสียงครวญของมวลกรรมกร จะเห็นได้ว่าการไกล่เกลี่ยในคดีแรงงานจะเป็นลักษณะท่ีเน้นสร้างสภาวะกดดันให้แก่ฝ่าย ลกู จา้ ง ทำ� ใหล้ กู จา้ งไมก่ ลา้ ทจี่ ะตอ่ สคู้ ดตี อ่ กระทงั่ กอ่ ใหเ้ กดิ สภาพบงั คบั ทางออ้ มทท่ี ำ� ใหล้ กู จา้ งเลอื ก รับเงนิ จากนายจา้ งในทสี่ ดุ ซึง่ สาเหตอุ ย่างหลัก ๆ ท่ที ำ� ให้เจ้าหน้าทเี่ ลอื กกระทำ� การในลักษณะดงั กลา่ วนนั้ มสี าเหตอุ ยา่ งสำ� คญั อยู่ 2 ประการ ประการแรก คอื เจา้ หนา้ ทผี่ ทู้ ำ� การไกลเ่ กลย่ี ไมม่ คี วาม รคู้ วามเชยี่ วชาญเกย่ี วกบั พระราชบญั ญตั เิ งนิ ทดแทนหรอื กฎหมายแรงงานฉบบั อนื่ ๆ และไมม่ คี วาม เขา้ ใจตอ่ วตั ถปุ ระสงคข์ องกฎหมายแรงงานอยา่ งเพยี งพอ เนอ่ื งจากวา่ กฎหมายแรงงานมหี ลายฉบบั ประกอบกับตวั เจา้ หนา้ ที่เองมักยดึ อยแู่ ต่เพียงระเบียบปฏบิ ตั ทิ ่ีส�ำนักงาน กรม หรอื กระทรวงเปน็ ผู้ ก�ำหนด ไม่ศึกษาตัวบทกฎหมายอย่างจริงจังและมากพอ ท�ำให้การไกล่เกลี่ยกระท�ำไปบนความท่ี ต้องการให้ข้อพิพาทจบลงโดยเร็ว และเจ้าหน้าที่ต้องเป็นกลางห้ามเข้าข้างใครเป็นพิเศษ ท้ังท่ี กฎหมายแรงงานทุกพระราชบัญญัติต่างมีข้อกำ� หนดท่ีเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าสามารถใช้ดุลยพินิจได้ อย่างเต็มท่ีเพ่ือตัดสิน ช่วยเหลือ หรือกระท�ำการอย่างใด ๆ อันเป็นการช่วยให้ลูกจ้างได้รับความ เป็นธรรม หรือเกิดประโยชนต์ ่อลูกจา้ งท่ีสดุ ตามคอนเซ็ปต์ (Concept) ของกฎหมายแรงงาน31 ดัง ทที่ นายชา้ งไดอ้ ธิบาย วา่ “คือเจ้าหน้าที่รัฐโดยเฉพาะเจ้าหน้าท่ีที่ต้องใช้กฎหมายแรงงานอ่ะ เค้าอยู่ภายใต้ กฎหมายและระเบยี บเยอะไปหมดนะ อย่างเจ้าหนา้ ท่ขี องคมุ้ ครองแรงงานอ่ะแมจ้ ะ ดูกฎหมายคุ้มครองแรงงานอย่างเดียว แต่ค�ำส่ังหรือกฎกระทรวงอื่น ๆ ก็เยอะมาก หรอื อย่างเจ้าหนา้ ที่ของประกนั สงั คม เคา้ กต็ อ้ งดทู ั้ง พรบ. ประกันสังคม และพรบ. เงนิ ทดแทน รวมถงึ คำ� สง่ั ยอ่ ยของ พรบ.พวกนน้ั อกี ซงึ่ ความเยอะของมนั ตรงเนย่ี ทำ� ให้ เจา้ หนา้ ทไี่ มส่ ามารถมคี วามรเู้ รอื่ งกฎหมายแรงงานไดอ้ ยา่ งเพยี งพอ สว่ นมากกจ็ ะยดึ แต่ระเบียบปฏิบัติ ซึ่งการไม่รู้กฎหมายอย่างเพียงพอน่ีแหละมันส่งผลกระทบต่อ ลกู จา้ ง...กฎหมายแรงงานชอื่ มันกบ็ อกวา่ กฎหมายแรงงาน เพราะงน้ั มันก็ตอ้ งเปน็ ไป เพ่ือประโยชน์ของแรงงานถูกไหม แต่เจ้าหน้าที่ไม่เข้าใจคอนเซ็ปต์ตรงน้ี พอไม่รู้ไม่ เขา้ ใจบวกกบั ไมร่ กู้ ฎหมายอยา่ งเพยี งพอ การทำ� งานของเจา้ หนา้ ทกี่ เ็ ลยทำ� อยบู่ นความ ไม่มั่นใจ ไม่มั่นใจเพราะอะไร เพราะว่ากฎหมายแรงงานมักเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ใช้ ดุลพินิจ แต่สิ่งที่เกิดข้ึนคือ พอเจ้าหน้าท่ีจะใช้ดุลพินิจแต่ก็ไม่รู้ว่าอะไรท�ำได้บ้างท�ำ อะไรไมไ่ ดบ้ า้ ง ดงั นนั้ การยดึ ตามระเบยี บปฏบิ ตั จิ งึ เปน็ ทางออกของเจา้ หนา้ ทท่ี ก่ี ำ� หนด ให้เจ้าหน้าที่ต้องเป็นกลาง ซึ่งการกระท�ำแบบเน่ียพี่มองว่ามันส่งผลกระทบต่อ ลกู จ้าง”32 31 บณั ฑิตย์ ธนชัยเศรษฐวฒุ ,ิ สทิ ธิแรงงานในกระแสโลกาภิวตั นพ์ ฒั นา, ในเอกสารประกอบการสมั มนาวิชาการ ประจ�ำปี 2548 ในหัวข้อสสู่ ังคมสมานฉนั ท์, มูลนิธิอารมณ์พงศพ์ งัน, พฤศจกิ ายน 2548, หน้า 4 32 บทสัมภาษณ์ ทนายชา้ ง (นามสมมต)ิ , ทนายความจากมูลนธิ ิในจังหวัดเชยี งใหม่, สมั ภาษณ์ ณ วันที่ 17 ก.ค. 2559 161

วารสารนติ สิ ังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่ ปีที่ 10 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2560 ประการทสี่ อง คอื เจา้ หนา้ ทร่ี กู้ ฎหมายแรงงาน หรอื พระราชบญั ญตั เิ งนิ ทดแทน พ.ศ. 2537 เปน็ อยา่ งดี ซึ่งความรูห้ รอื ความเชี่ยวชาญดังกลา่ วท�ำใหเ้ จา้ หน้าท่สี ามารถประเมนิ ไดว้ า่ หากต้องมี ข้อพิพาทกันนั้น การรับมือกับลูกจ้างง่ายกว่าการต้องรับมือกับนายจ้าง กล่าวคือ เหตุท่ีเจ้าหน้าที่ มกั เลอื กไกลเ่ กลย่ี กดดนั ฝา่ ยลกู จา้ งกเ็ พราะ เจา้ หนา้ ทส่ี ามารถประเมนิ ไดแ้ ลว้ วา่ หากเขา้ ขา้ งลกู จา้ ง แต่ต้องถูกฟ้องร้องจากฝ่ายนายจ้าง ตนจะเดือดร้อนและอาจได้รับความเสียหายในด้านต่าง ๆ มากกวา่ ในขณะที่ หากเลอื กทจ่ี ะไกลเ่ กลยี่ เขา้ ขา้ งนายจา้ ง แมจ้ ะถกู ลกู จา้ งฟอ้ งรอ้ งแตต่ นกส็ ามารถ จดั การหรอื รบั มอื ไดง้ า่ ยกว่า ทั้งนเ้ี พราะลกู จ้างมที รพั ยส์ นิ เวลา รวมถงึ อำ� นาจทีน่ อ้ ยกว่านายจ้าง ดงั จะเหน็ ได้จากการวิเคราะหข์ องทนายชาติ วา่ “บางคนเนี่ยเราบอกว่าเค้าไม่รู้ก็ไม่ได้ บางคนเค้ารู้แต่เค้าเลือกใช้ส่ิงท่ีเค้ารู้ในการ จัดการอะไรบางอยา่ ง เคา้ รูว้ า่ ถา้ เค้าสั่งแบบนเ้ี ค้าจะถกู นายจ้างฟอ้ ง ถา้ เค้าส่ังแบบนี้ เคา้ จะถกู ลกู จา้ งฟอ้ ง เมอื่ เทยี บกนั แลว้ อะไรสำ� คญั มากกวา่ กนั ถกู นายจา้ งฟอ้ งเนย่ี ตวั เค้าอาจจะตอ้ งสู้หนักเพราะนายจ้างมีทนุ มีเวลา มีศักยภาพ มีอ�ำนาจอะไรบางอย่าง แต่ถา้ เกดิ ลกู จ้างฟอ้ งยอ้ื ๆ ไปเดี๋ยวกจ็ บ หรือดีไม่ดกี ็ไม่ถกู ฟอ้ งด้วยเพราะทนายฟ้อง เองไม่ได้ ไปกลอ่ ม ๆ ลกู จา้ งหนอ่ ยกจ็ บแล้ว แต่นายจา้ งถา้ เคา้ ถกู สง่ั แลว้ เค้าร้สู กึ วา่ เคา้ เสียหายเยอะเค้าไม่ยอม อนั เนีย่ ผมว่าบางเร่ืองเค้ารู้จนเค้าเลอื กทจี่ ะตัดสินใจ จงึ ไมน่ ่าแปลกใจท่ที ำ� ไมเวลาไกลเ่ กล่ียเจ้าหน้าที่ถงึ ตอ้ งไกล่เกล่ียกดดนั ลูกจ้าง”33 ปจั จยั ท้งั 2 ประการดังกล่าวจึงเปน็ สาเหตุอย่างสำ� คัญที่ท�ำใหก้ ารไกลเ่ กลี่ยของเจ้าหน้าท่ี มักจะสรา้ งสภาวะกดดันฝ่ายลูกจ้าง และส่งผลทำ� ให้ลูกจ้างทมี่ กั ตอ้ งเจอกบั สภาพความกดดันเหล่า นที้ ุกครั้งทเ่ี ข้าสขู่ นั้ ตอนของการไกล่เกลยี่ 3. สู่ความเงียบของมวลกรรมกร: อำ� นาจของนายจา้ งและการเลือกของผูใ้ ช้แรงงาน พระราชบัญญตั เิ งินทดแทน พ.ศ. 2537 แมจ้ ะเปน็ กฎหมายท่ีถกู อธบิ ายว่าบัญญัตขิ ึน้ เพอ่ื ใหป้ ระโยชนแ์ กผ่ ใู้ ชแ้ รงงานกต็ าม แตใ่ นความเป็นจรงิ กลบั มีลกู จ้างทเี่ ข้าไมถ่ ึงสิทธหิ รอื เลอื กท่จี ะไม่ ใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติเงินทดแทนอยู่เป็นจ�ำนวนมาก ซ่ึงสาเหตุที่ท�ำให้ปรากฏการณ์ดังกล่าว เกิดนั้นมาจากเงื่อนไขทางสังคมในหลากหลายลักษณะท่ีได้กลายมาเป็นปัจจัยส�ำคัญอันส่งผลกระ ทบตอ่ ระบบความคดิ และการตดั สนิ ใจของลกู จา้ ง กระทงั่ ทำ� ใหล้ กู จา้ งถอดใจรวมถงึ ตระหนกั วา่ การ เลือกท่ีจะไม่ใช้สิทธติ ามกฎหมายน้ันคุม้ กว่าและเป็นผลดแี กต่ นมากกว่าการเลือกที่จะฝนื ดงึ ดนั เพ่อื ใช้สทิ ธทิ ี่มตี ามกฎหมายน้ันตอ่ ไป 33 บทสัมภาษณ์ ทนายชาติ (นามสมมต)ิ , ทนายความจากมูลนธิ ิในจงั หวดั เชียงใหม่, สัมภาษณ์ ณ วนั ที่ 17 ก.ค. 2559. 162

จึงไม่มเี สยี งครวญของมวลกรรมกร ซง่ึ ปจั จยั ทส่ี ง่ ผลทำ� ใหล้ กู จา้ งเลอื กตดั สนิ ใจในทศิ ทางดงั กลา่ วสามารถอธบิ ายในภาพรวมได้ ออกเปน็ 2 ลกั ษณะดว้ ยกนั ประการแรก คือ ปัจจยั แวดลอ้ มตวั ลกู จา้ งไม่วา่ จะเป็นเพือ่ นรว่ มงาน นายจา้ ง แพทยป์ ระจำ� สถานทท่ี ำ� งาน สงั คมและนโยบายในทท่ี ำ� งาน หรอื แมแ้ ตค่ รอบครวั ของลกู จา้ ง ท้ังหมดล้วนเป็นปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อระบบความคิดและการตัดสินใจของลูกจ้างทั้งส้ิน โดย เฉพาะนายจ้างที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นปัจจัยที่ส�ำคัญที่สุด บทสัมภาษณ์ลูกจ้างและทนายความได้ สะท้อนให้เห็นว่านายจ้างมีบทบาทอย่างมากต่อการทำ� ให้สิทธิตามพระราชบัญญัติเงินทดแทนของ ลูกจ้างไม่สามารถบังคับใช้ได้ในความเป็นจริง ดังเช่น การเพ่ิมภาระงานให้ลูกจ้างมากข้ึนเพ่ือให้ ลกู จา้ งมีเวลานอ้ ยลง การส่งคนของตนเข้าไปอยู่ในสหภาพแรงงาน การพดู คุยเชงิ ขบู่ งั คับกบั ลกู จ้าง ในเรอื่ งการใชส้ ทิ ธติ ามกฎหมาย หรอื แมแ้ ตด่ งึ แพทยเ์ ขา้ มาเปน็ พวก (ทงั้ ดว้ ยการกลอ่ มและการขม่ ข)ู่ ทั้งหมดล้วนท�ำให้ลูกจ้างในสถานท่ีท�ำงานแห่งน้ีไม่สามารถเข้าถึงสิทธิตามที่พระราชบัญญัติเงิน ทดแทน พ.ศ. 2537 กำ� หนดได้ ประการทีส่ อง คือ ปัจจัยเชิงระบบและกระบวนการทางกฎหมายแรงงาน ซ่งึ การระงับข้อ พิพาทหรือการใช้สิทธิทางศาลมักต้องใช้ระยะเวลาท่ียาวนานมาก อีกทั้งบรรดาเจ้าหน้าท่ีดังเช่นผู้ พิพากษาหรอื เจ้าหนา้ ท่ีของกองทุนเงนิ ทดแทนในฐานะผมู้ ีอำ� นาจในการพิจารณาให้สทิ ธแิ ก่ลูกจ้าง ยังมีความไม่เข้าใจต่อชีวิตและบริบทการใช้แรงงานของลูกจ้างอยู่ค่อนข้างสูง ท�ำให้การขอรับสิทธิ ประโยชนข์ องลกู จา้ งเตม็ ไปดว้ ยความยากลำ� บาก นอกจากนร้ี ะบบไกลเ่ กลยี่ ทร่ี ฐั สรา้ งขน้ึ โดยหวงั ให้ ขอ้ พพิ าทระหวา่ งนายจา้ งและลกู จา้ งยตุ โิ ดยเรว็ ไปพรอ้ ม ๆ กบั การปรบั ความเขา้ ใจระหวา่ งนายจา้ ง และลกู จา้ งนนั้ กก็ ลบั กลายเปน็ ปจั จยั อกี อยา่ งหนงึ่ ทเี่ ขา้ มากดดนั ลกู จา้ งตอ่ การใชส้ ทิ ธติ ามกฎหมาย กระทง่ั สง่ ผลใหล้ กู จา้ งตระหนกั วา่ การตอ่ สใู่ นกระบวนการยตุ ธิ รรมนนั้ ถอื เปน็ การกระทำ� ทสี่ ญู เปลา่ และไมค่ ุม้ คา่ อย่างไรก็ตาม ส่ิงท่ีอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นประเด็นแห่งปัญหาท่ีส�ำคัญท่ีสุดอันส่งผลต่อการ เข้าไม่ถงึ สทิ ธิหรือการตดั สนิ ใจเลือกท่ีจะไมใ่ ชส้ ทิ ธิของลกู จา้ งก็คอื อ�ำนาจของนายจา้ ง ดว้ ยเพราะ ภายหลงั มกี ารตกลงจา้ งแรงงานกนั ขน้ึ ผลทางกฎหมายจะกำ� หนดใหน้ ายจา้ งมอี ำ� นาจในการควบคมุ หรือบังคับบัญชาลูกจ้างได้ทันที พร้อมกันน้ันก็ก�ำหนดหน้าท่ีให้ลูกจ้างว่าต้องปฏิบัติตามค�ำสั่งของ นายจา้ งภายในระยะเวลาหรอื สถานทตี่ ามทกี่ ฎหมายกำ� หนดดว้ ย ซง่ึ อำ� นาจทไี่ ดโ้ ดยผลของกฎหมาย ดังกล่าวนี้ได้กลายเป็นเคร่ืองมืออย่างหนึ่งท่ีนายจ้างใช้ เพื่อกันไม่ให้ลูกจ้างเข้าถึงสิทธิท่ีมีอยู่ตาม กฎหมาย ไปพรอ้ ม ๆ กบั ปกปอ้ งผลประโยชน์ของตนเอง ด้วยเพราะการปล่อยให้ลูกจ้างสามารถใช้ สิทธิตามพระราชบัญญัติเงินทดแทนได้น้ัน ส่ิงที่ตนจะต้องแบกรับก็คือต้นทุนในอนาคตที่อาจเพิ่ม ขน้ึ ทนั ที การปลอ่ ยใหล้ กู จา้ งสามารถใชส้ ทิ ธติ ามกฎหมายดงั กลา่ วจะทำ� ใหน้ ายจา้ งตอ้ งจา่ ยเงนิ สมทบ ในปีต่อไปมากข้ึน ย่ิงปล่อยให้ไปใช้สิทธิมากหลายคน เงินสมทบที่ต้องจ่ายก็จะยิ่งมากตามไปด้วย โดยเฉพาะกับงานที่ต้องท�ำในศูนย์กระจายสินค้าที่สามารถเกิดอุบัติเหตุและโรคจากการท�ำงานได้ 163

วารสารนติ สิ งั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ ปที ่ี 10 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2560 ง่าย อีกท้ังหากข่าวเร่ืองมีแรงงานบาดเจ็บแพร่ออกไปย่อมส่งผลกระทบต่อช่ือเสียงของกิจการซึ่ง อาจน�ำมาสู่การเสียผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อีกด้วยเช่นกัน ดังนั้นการท�ำให้สหภาพแรงงาน ออ่ นแอ การดงึ แพทย์มาเปน็ พวก หรอื การพดู คุยเชิงขู่บังคับจึงเปน็ ยทุ ธศาสตร์ท่ีนายจ้างมกั ใช้เพือ่ ท�ำให้ผู้ใช้แรงงานอ่อนแอ และท�ำให้อ�ำนาจบังคับบัญชาตามกฎหมายท่ีตนมีเกิดเสถียรภาพและ สามารถใช้ควบคุมลกู จา้ งได้ดขี ้นึ ไมใ่ ชแ่ ตเ่ พยี งในสถานประกอบการเทา่ นนั้ อำ� นาจของนายจา้ งยงั แพรไ่ ปสกู่ ระบวนการทาง กฎหมายและเจา้ หนา้ ทอ่ี กี ดว้ ย แนน่ อนวา่ อำ� นาจทเี่ ขา้ ควบคมุ เจา้ หนา้ ทยี่ อ่ มไมใ่ ชอ่ ำ� นาจโดยผลของ กฎหมาย แตส่ ถานะของความเปน็ นายจา้ งกช็ ว่ ยสรา้ งมโนภาพใหเ้ จา้ หนา้ ทเ่ี หน็ วา่ นายจา้ งไมใ่ ชก่ ลมุ่ คนทสี่ น้ิ ไรไ้ มต้ อก หากแตเ่ ปน็ บคุ คลทมี่ ที ง้ั ทรพั ยากรและตน้ ทนุ อยใู่ นมอื ทง้ั ยงั พรอ้ มทจ่ี ะใชท้ รพั ยากร เหล่านั้นเพ่ือปกป้องผลประโยชน์ของตน ซึ่งการตระหนักในเรื่องดังกล่าวได้ทำ� ให้เจ้าหน้าที่ตกอยู่ ภายใต้อ�ำนาจการควบคุมของนายจ้างในอีกลักษณะหนึ่งที่เรียกว่า อ�ำนาจของนายจ้างโดยสถานะ ทางสงั คม โดยอำ� นาจดงั กลา่ วไดเ้ ขา้ ไปควบคมุ การคดิ และการตดั สนิ ใจของเจา้ หนา้ ทที่ ง้ั ระบบ กระทง่ั สง่ ผลให้เจา้ หน้าทต่ี ระหนักว่าการเปน็ ศัตรูกับลูกจ้างดกี วา่ การเปน็ ศัตรูกับนายจ้าง จึงส่งผลใหก้ าร ไกล่เกล่ียของเจ้าหน้าที่มักจะเลือกเน้นกดดันฝ่ายลูกจ้างแทนการหาจุดตรงกลางท่ีท้ังนายจ้างและ ลูกจ้างสามารถยอมรับได้ อำ� นาจของนายจา้ งทง้ั สองลกั ษณะขา้ งตน้ จงึ เปน็ สง่ิ ทสี่ ง่ ผลโดยตรงตอ่ การบงั คบั ใชก้ ฎหมาย สง่ ผลโดยตรงตอ่ การเลอื กใชส้ ทิ ธขิ องลกู จา้ ง และสง่ ผลใหเ้ จตนารมณข์ องพระราชบญั ญตั เิ งนิ ทดแทน พ.ศ. 2537 ท่มี ุ่งให้การชว่ ยเหลือคุ้มครองแกล่ กู จ้างไมส่ ามารถเกิดขึ้นจรงิ ได้ในทางปฏิบตั ิ กระทง่ั ทำ� ใหล้ ูกจ้างหันหลงั ใหก้ ับกฎหมายและเลอื กทจ่ี ะรบั เงนิ ทดแทนจากนายจ้างโดยตรง แม้ว่าจ�ำนวน เงนิ ทีไ่ ดร้ ับนั้นจะนอ้ ยกว่าจ�ำนวนทก่ี �ำหนดไวใ้ นกฎหมายกต็ าม แน่นอนว่าข้อมูลที่น�ำมาแสดงเหล่านี้อาจยังไม่มีน้�ำหนักเพียงพอที่จะยืนยันว่าลูกจ้างจงใจ เลือกท่ีจะไม่ใช้สิทธิตามที่พระราชบัญญัติเงินทดแทนก�ำหนด หรือยืนยันว่าในทางปฏิบัติพระราช บัญญัติดังกล่าวไม่สามารถคุ้มครองลูกจ้างได้จริงก็ตาม แต่อย่างน้อยงานเขียนช้ินนี้ก็ช่วยเผยร่อง รอยให้เห็นวา่ ปัญหาดงั กลา่ วมอี ยแู่ ละก�ำลังเกิดขน้ึ จริงในสงั คมปัจจุบัน เพราะฉะนัน้ การท�ำความ เขา้ ใจกบั ประเดน็ ปญั หาตา่ ง ๆ เหลา่ นจี้ งึ ถอื เปน็ สง่ิ ทสี่ ำ� คญั อยา่ งมากตอ่ การนำ� มาพจิ ารณาปรบั ปรงุ แก้ไขพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 หรือระบบการให้สิทธิประโยชน์ของภาครัฐ ซึ่งการ ท�ำความเข้าใจกับเง่ือนไขทางสังคมในลักษณะต่าง ๆ จะช่วยให้สามารถมองเห็นปัญหาในตัวบท กฎหมายและการบังคับใช้ในความเป็นจริงได้อย่างรอบด้านมากขึ้น ทั้งน้ีเพื่อท�ำให้พระราชบัญญัติ เงนิ ทดแทน พ.ศ. 2537 สามารถเปน็ กฎหมายทใี่ หป้ ระโยชนแ์ กล่ กู จา้ งอยา่ งแทจ้ รงิ และเพอื่ ใหเ้ สยี ง ครวญของมวลกรรมกรท่ีก�ำลังเงียบอยู่น้ี เป็นการเงียบเพราะพวกเขาได้รับสิทธิ ไม่ใช่เงียบเพราะ เงอ่ื นไขทางสงั คมหรือผลของกฎหมายดังเชน่ ท่เี กดิ ขึ้นในปัจจบุ นั 164

จงึ ไม่มเี สียงครวญของมวลกรรมกร บรรณานกุ รม หนังสอื เกษมสนั ต์ วลิ าวรรณ. (2555). คนตัดสนิ คน. พมิ พค์ รง้ั แรก กรงุ เทพฯ: ส�ำนักพิมพว์ ิญญชู น. ________. (2555). ค�ำอธบิ ายกฎหมายแรงงาน. พมิ พ์ครั้งที่18 กรงุ เทพฯ: ส�ำนักพมิ พว์ ิญญชู น. คริส เบเคอร์ และ ผาสุก พงษ์ไพจิตร. (2556). เศรษฐกจิ การเมืองไทยสมัยกรุงเทพฯ. พิมพค์ รั้งแรก. กรุงเทพฯ: พฤศจกิ ายน. นิคม จนั ทรวทิ ุร. (2530). กฎหมายแรงงาน : แนวคิดและปัญหา. พิมพ์ครง้ั ท่ี 1 กรงุ เทพฯ : ส�ำนกั พมิ พ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร.์ บณั ฑิตย์ ธนชยั เศรษฐวุฒิ. (2551). วิเคราะหก์ ฎหมายแรงงาน กับการส่งเสรมิ คณุ ภาพชวี ิตแรงงาน. พมิ พค์ รง้ั แรก. กรงุ เทพ : มูลนธิ ิอารมณ์ พงศพ์ งัน. งานวิจยั ธีระพงศ์ จิระภาค. (2535). การยุติข้อพพิ าทแรงงานโดยศาลแรงงาน วิทยานิพนธ์นิตศิ าสตร์มหา บัณฑิต คณะนติ ิศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์. บัณฑิตย์ ธนชัยเศรษฐวุฒิ. (2537). ปัญหาการบังคบั ใช้กองทุนเงินทดแทน. มลู นิธิอารมณ์ พงศ์พงนั . พศกร โยธนิ นรี นาท. (2555). นโยบายรฐั และการปฏบิ ตั ติ อ่ แรงงานขา้ มชาตติ ามพระราชบญั ญตั เิ งนิ ทดแทน พ.ศ. 2537. วิทยานิพนธ์สังคมวิทยามหาบัณฑิต สาขาวิชาสังคมวิทยา ภาควิชา สงั คมวทิ ยาและมานุษยวิทยา คณะรฐั ศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย. วรวทิ ย์ เจรญิ เลศิ และคณะ. (2557). เรอ่ื งโครงการสง่ เสรมิ สขุ ภาพและความปลอดภยั ในการทำ� งาน กรณศี กึ ษาผลกระทบตอ่ แรงงานทมี่ อี าการเจบ็ ปว่ ยเกยี่ วกบั โรคโครงสรา้ งกระดกู และกลา้ ม เนอื้ เนอื่ งจากการทำ� งานของแรงงานในภาคอตุ สาหกรรมคลงั สนิ คา้ ธรุ กจิ คา้ ปลกี . ปรบั ปรงุ 15 มิ.ย. 2557. ส�ำนกั งานกองทุนสนับสนนุ การวิจยั . 165

วารสารนิติสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่ ปีที่ 10 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2560 บทความ บณั ฑติ ย์ ธนชยั เศรษฐวฒุ .ิ (2548). สทิ ธแิ รงงานในกระแสโลกาภวิ ตั นพ์ ฒั นา ในเอกสารประกอบการ สัมมนาวชิ าการประจำ� ปี 2548 ในหวั ขอ้ สูส่ ังคมสมานฉนั ท.์ มูลนิธอิ ารมณพ์ งศ์พงัน. ค�ำพพิ ากษา คำ� พิพากษาฎกี าที่ 5185-5221/2553 เอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกส์ รงุ่ โรจน์ ร่นื เรงิ วงศ.์ แรงงานกับใบรับรองแพทย์. สบื คน้ วันที่ 9 ก.ค. 2559 จาก http://elib.coj. go.th/Article/d41_2_3.pdf เวบ็ ไซต์ สำ� นกั งานประกนั สงั คม, วธิ ีส่งตวั ลูกจ้างเขา้ รักษาพยาบาล, , สบื คน้ วันท่ี 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 จาก http://www.sso.go.th/wpr/category.jsp?lang=th&cat=941 หอ้ งสมดุ อเิ ลก็ ทรอนกิ สศ์ าลยตุ ธิ รรม. คา่ ใชจ้ า่ ยในการดำ� เนนิ คดแี พง่ . สบื คน้ วนั ท่ี 15 ก.ค. 2559 จาก http://www.library.coj.go.th/lawforpeople/money.php, บทสมั ภาษณ์ บทสมั ภาษณ์ ทนายชาติ (นามสมมติ), ทนายความจากมลู นิธใิ นจงั หวดั เชียงใหม,่ สมั ภาษณ์ ณ วนั ที่ 17 ก.ค. 2559 บทสมั ภาษณ์ ทนายชา้ ง (นามสมมติ), ทนายความจากมูลนธิ ิในจังหวดั เชียงใหม่, สมั ภาษณ์ ณ วนั ที่ 17 ก.ค. 2559 บทสัมภาษณ์ คุณเตา่ (นามสมมต)ิ , ลูกจา้ งในโรงงานอุตสาหกรรมจงั หวดั จังหวดั ลำ� พนู , สัมภาษณ์ ณ วนั ท่ี 28 ม.ค. 2560 บทสมั ภาษณ์ คณุ เสอื (นามสมมต)ิ , ลกู จา้ งในจงั หวดั กรงุ เทพมหานคร, สมั ภาษณ์ ณ วนั ท่ี 21 ม.ค. 2560 บทสัมภาษณ์ คุณมังกร (นามสมมติ), ลูกจ้างผู้เคยทำ� งานอยูใ่ นจงั หวัดสมุทรปราการ, สมั ภาษณ์ ณ วันท่ี 18 ก.ค. 2559 166

จงึ ไมม่ ีเสยี งครวญของมวลกรรมกร Translated Thai References Books Kasemson Wilawan. (2555). Kon-Tad-Sin-Kon.. first edition, Bangkok: Winyuchon. ________. (2555). Labour law..18 edition. Bangkok: Winyuchon. Chris Baker and Pasuk Phongpaichit. (2556). The Economic and Political in Bangkok era.. first edition Bangkok. Nicom Chantraravitoon.(2530). Labour law: Concept and Problem.. first edition Bang- kok: Thammasat University. Bundit Tanachai-settawut. (2551). The analysis of labor law and encouragement of quality of worker life.. First editoin Bangkok : Arom-pong-pa-engan foundation. Research Terapong Jiraphak. (2525).The settlement of Labor Disputes by Labor Courts., fac- ulty of law Thammasat University. Bundit Tanachai-settawut. (2537). The problem of enforcing the compensation fund., Arom-pong-pa-engan foundation. Podsakorn Yothinneeranath,(2555). Government policies and approaches towards migrant labours in regard to Workmen’s Compensation Act B.E. 2537 (1994). Department of Sociology and Anthropology, Faculty of Political Science Chul- alongkorn University. Voravidh Charoenloet and Team, (2557), The Promotion of Occupational Health and Safety in Workplace Project: The case study of impacts of skeletal and muscu- lar system related diseases among workers in warehouse and retail industry, edition 15 Jun 2557, The Thailand Research Fund 167

วารสารนิติสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปที ่ี 10 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2560 Article Bundit Tanachai-settawut. (2548). Labour right in the Globalization time. Arom-pong- pa-engan foundation. Website Rongroj Reunrerngwong, Labour and Medical certificate, Retrieved 9 Jul 2559 from http://elib.coj.go.th/Article/d41_2_3.pdf. Social Security Office, How to send patient to the hospital., Retrieved , 17 Jul 2559 from http://www.sso.go.th/wpr/category.jsp?lang=th&cat=941 Library of Justice Court, Cost of process of law, Retrieved 15 Jul 2559 from http:// www.library.coj.go.th/lawforpeople/money.php. ______________________________________________________________________ หนว่ ยงานผ้แู ต่ง: คณะนิตศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่ ถ.หว้ ยแก้ว ต.สเุ ทพ อ.เมือง จ.เชยี งใหม่ 50200 เมล์ติดตอ่ : [email protected] Affiliation: Faculty of Law, Chiang Mai University 239 Huay Kaew Road, Muang District, Chiang Mai, Thailand, 50200 E-mail: [email protected] 168

วารสารนติ ิสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่ ปที ่ี 10 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2560 https://www.tci-thaijo.org/index.php/CMUJLSS วถิ ชี ีวติ ในชุมชนอาคารชดุ : กรณีศึกษาหมูบ่ า้ นเอ้ืออาทร จังหวัดเชียงใหม่ Living in Condominium Community: Case Study in Government Housing Complex, Chiang Mai Province อจิรวดี เหลาอ่อน1 Ajirawadee Lao-on คณะนติ ศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่ ถ.หว้ ยแกว้ ต.สเุ ทพ อ.เมือง จ.เชยี งใหม่ 50200 Faculty of Law, Chiang Mai University 239 Huay Kaew Road, Muang District, Chiang Mai, Thailand, 50200 เมลต์ ดิ ตอ่ : [email protected] E-mail: [email protected] บทคดั ย่อ1 บทความช้ินน้ีได้เสนอชีวิตความเป็นอยู่อาศัยในอาคารชุดของหมู่บ้านเอ้ืออาทรแห่งหน่ึง จังหวดั เชียงใหม่ เพ่อื แสดงใหเ้ ห็นถงึ ความไม่สอดคล้องของพระราชบญั ญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 กฎ ระเบยี บของชมุ ชนและการอยอู่ าศยั กบั ชวี ติ จรงิ วา่ กฎหมายและกฎระเบยี บตา่ งๆ ของชมุ ชนนนั้ สง่ ผล ต่อสภาพความเป็นอยู่ในชีวิตประจ�ำวันของประชาชนอย่างไร และเพ่ือศึกษาท�ำความเข้าใจต่อปัญหา ท่ีเกิดข้ึนของการอยู่อาศัย และท่าทีของสมาชิกในชุมชนท่ีมีต่อการบังคับใช้กฎหมาย กฎระเบียบใน ชมุ ชนอาคารชดุ โดยใชว้ ธิ กี ารศกึ ษาการสงั เกตการณแ์ ละการสมั ภาษณเ์ ชงิ ลกึ สมาชกิ ในชมุ ชนบางสว่ น การศึกษาชวี ิตความเปน็ อยู่ในชุมชนอาคารชุดนจี้ งึ เปน็ ส่งิ สำ� คญั ตอ่ การเรียนรู้ชุมชนเมอื ง เพ่ือนำ� ไปใช้ ในการพัฒนาชุมชนหรือแก้ไข ปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบของชุมชนให้มีความเหมาะสมกับสภาพ ของชมุ ชนต่อไป คำ� ส�ำคัญ: กฎหมายอาคารชดุ , ชุมชนอาคารชุด, บ้านเอ้ืออาทร, ชมุ ชนเมอื ง 1 นักศกึ ษาปรญิ ญาโทหลกั สตู รนติ ิศาสตร์มหาบณั ฑติ 169

วารสารนิติสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2560 Abstract This article is a study of a living in condominium community; Government Housing Complex in Chiang Mai, to illustrate the inconsistency of the Condominium Act of 1979 with the regulations and the real life; in which these rules and regulations have an impact on people living there; also, to understand the problems of living in condominium including attitudes of community members on the enforcement of Condominium Act, versus condominium regulations. The author used an observational method and in depth interview selected community members. The study of living in condominium community is significance for urban community learning, as it can be used to improve the community and implementation of the Condominium Act by law. Keywords: Condominium Act; condominium community; government housing complex; urban community บทนำ� การอาศยั อยใู่ นอาคารชดุ หรอื คอนโดมเิ นยี มสำ� หรบั ผมู้ รี ายไดน้ อ้ ยนนั้ มไิ ดถ้ อื วา่ เปน็ เรอื่ งท่ี เพิ่งเกิดข้ึนมาใหม่สำ� หรับสังคมไทย เนื่องจากในอดีตท่ีผ่านมาท้ังรัฐและเอกชนต่างก็เคยสร้างที่อยู่ อาศัยในแนวสูง2ให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้มีท่ีอยู่อาศัยเป็นของตนเอง อาทิ แฟลตดินแดง3 แฟลตปลาทอง4 เปน็ ต้น ซง่ึ ลกั ษณะของการอาศยั อยใู่ นอาคารชุดนี้ สมาชกิ ในชุมชนทกุ คนจะตอ้ ง ปฏิบัติตามกฎหมายพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 และกฎระเบียบของชุมชนท่ีสร้างข้ึนมา จากสมาชิกในชุมชน แต่อย่างไรก็ตาม การอาศัยอยู่ในอาคารชุดซ่ึงมีห้องชุดหลายๆ ห้อง ภายใน อาคารเดียวกัน และมีการใช้พ้ืนท่ีส่วนกลางร่วมกันนี้ กฎหมายหรือกฎระเบียบของชุมชนนั้นไม่ 2 ในการจดั หาทีอ่ ยอู่ าศยั ของการเคหะแห่งชาติ เรียกโครงการจดั สร้างอาคาร ออกเปน็ 2 แบบ คือ แนวราบ ซง่ึ หมายถงึ การปลูกสรา้ งบ้านเป็นหลงั กับแนวสูง ซง่ึ หมายถึงการปลูกสรา้ งอาคารแบบอพาร์ทเมนท์ หรืออาคารชดุ 3 การเคหะแหง่ ชาติ, การพัฒนาทอ่ี ย่อู าศัยในประเทศไทย, รายงานประจ�ำปี 2549, น. 2-3. 4 Think of Living, “แฟลตปลาทอง”, สืบคน้ วนั ท่ี 3 สิงหาคม 2560, จาก http://thinkofliving.com/2013/12/28/ แฟลตปลาทอง-รงั สติ ซิต้ี/ 170

วิถชี ีวิตในชมุ ชนอาคารชุด: กรณศี ึกษาหมู่บ้านเออื้ อาทร จังหวดั เชยี งใหม่ สามารถใชบ้ งั คบั ไดอ้ ยา่ งทนั ทว่ งที เพราะในการดำ� เนนิ ชวี ติ ประจำ� วนั ของสมาชกิ ในชมุ ชนนน้ั มโี อกาส ที่จะก่อให้เกิดการฝ่าฝืนกฎระเบียบอยู่ตลอดเวลา ท้ังข้อจ�ำกัดทางด้านพ้ืนท่ีของการอยู่อาศัย ภูมิหลงั และอัตลักษณ์ของสมาชิกในชมุ ชนแตล่ ะคน อันได้แก่ เพศ อายุ การศกึ ษา อาชีพ เป็นตน้ ซง่ึ ทำ� ใหก้ ารอยรู่ ว่ มกนั ของสมาชกิ ในชมุ ชนมคี วามซบั ซอ้ นของปญั หาทเ่ี กดิ ขนึ้ จากการอยอู่ าศยั โดย เฉพาะปัญหาข้อจ�ำกัดทางด้านพ้ืนที่ของห้องชุดที่ก�ำหนดให้เจ้าของห้องชุดหรือผู้เช่าอยู่อาศัยน้ัน มีสิทธิเด็ดขาดเฉพาะในพื้นท่ีห้องชุดของตนเท่าน้ันส่วนพื้นท่ีในส่วนกลางท่ีนอกเหนือไปจากน้ัน สมาชิกทุกคนจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของชุมชน ซึ่งส่งผลให้ปัญหาที่เกิดจากการอยู่อาศัยใน ห้องชุดและการใช้พื้นท่ีส่วนกลางร่วมกันนี้มีความเกี่ยวเนื่องกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังเช่นเสียง สะทอ้ นของสมาชกิ ทีอ่ าศยั อยู่ภายในหมู่บ้านเอือ้ อาทรแห่งหนึ่งในจังหวัดเชยี งใหม่ “อาคารนี้ ตอนเยน็ เวลา3-4 ทุม่ ทำ� กบั ขา้ ว เปดิ ทวี ีเหมือนโรงหนัง สง่ เสยี งดงั ทกุ วัน กินเหล้าเสยี งดังทกุ วนั นา่ เบอื่ ” “อาคารน้ี ไมท่ ะเลาะกนั เสยี งดงั กม็ เี ดก็ รอ้ งไหเ้ สยี งดงั แทบทกุ เชา้ ชว่ ยเกรงใจคนรอบ ข้างบา้ งเถอะค่ะ”5 “ สูบบุหร่ีในอาคารหรือบริเวณระหว่างอาคารส่งกลิ่นเหม็นไปท่ัว เช้า-เย็นได้กล่ิน ตลอด เปิดบานเกร็ดไม่ไดเ้ ลย รำ� คาญมากๆ”6 “ไมร่ ู้ห้องไหนเอาหมามาเลีย้ งบางวนั เห่าตลอด ตอนนีก้ ล่นิ เหม็นเข้ามาถงึ หอ้ ง7 “ผมพกั อยูห่ อ้ งติดบันได สมาชิกเอารถมาจอดตรงใตบ้ นั ไดบา้ ง ตรงหวั นอนบา้ ง ขี่รถ เขา้ มาเสยี งดงั หรอื สตารท์ ออกไป ผมสะดงุ้ ตนื่ ประจำ� เพราะหอ้ งหา่ งไมเ่ กนิ 5 เมตร...” เป็นตน้ 8 จากขอ้ เทจ็ จรงิ ในขา้ งตน้ จะเหน็ ไดว้ า่ การอาศยั อยใู่ นอาคารชดุ นน้ั ในสภาพแหง่ ความเปน็ จริง กฎหมายและกฎระเบียบท่ีเกยี่ วข้องกบั การอยูอ่ าศัยรว่ มกนั บางครั้งแทบจะไมม่ ีการบังคับใช้ หรือมีการบังคับใช้ท่ีน้อยมาก ซ่ึงสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการอยู่อาศัยในอาคารชุด ทั้งการบริหาร จัดการชุมชน การเคารพกฎระเบียบและคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัย ซ่ึงปัญหาต่างๆ เหล่าน้ีเป็น เพยี งสว่ นหน่ึงท่ีสมาชิกในชุมชนบางรายจะต้องพบเจอในแตล่ ะวัน 5 เก็บขอ้ มูลโดยวธิ กี ารสังเกตการณ์, วนั ที่ 7 ธันวาคม 2559 6 เร่ืองเดยี วกัน 7 เกบ็ ขอ้ มูลโดยวธิ ีการสงั เกตการณ์, วนั ที่ 15 มกราคม 2560 8 เก็บข้อมูลโดยวธิ กี ารสงั เกตการณ์, วันที่ 26 มนี าคม 2560 171

วารสารนิตสิ ังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ ปีที่ 10 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2560 ดงั นนั้ ในบทความนจี้ งึ มงุ่ ทจ่ี ะอธบิ าย ลกั ษณะการอยอู่ าศยั ของผคู้ นในชมุ ชนอาคารชดุ วา่ มีท่าทตี อ่ กฎหมายอาคารชุดและกฎระเบียบของชมุ ชนอย่างไร ผ่านคำ� บอกเลา่ ของประธานชมุ ชน แม่บ้านในชุมชน เจ้าของร้านเสริมสวยในห้องชุดและลูกบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชน ซ่ึงทั้งหมดเป็น สมาชิกท่อี าศัยอยู่ในชุมชน 1. ท่มี าของกฎหมายวา่ ดว้ ยพระราชบัญญตั อิ าคารชดุ พ.ศ. 2522 ส�ำหรับประเทศไทยการอาศัยอยู่ในอาคารชุดหรือคอนโดมิเนียมนั้น ถือได้ว่าพัฒนาการ คอ่ นขา้ งชา้ กวา่ หลายๆ ประเทศในทวปี เอเชยี อยา่ งเชน่ ประเทศญป่ี นุ่ สงิ คโปร์ หรอื ฮอ่ งกง เนอ่ื งจาก สภาพภูมิศาสตร์และความเป็นอยู่ของสังคมไทยท่ีมีพ้ืนท่ีประเทศกว้างใหญ่ อีกทั้งคนไทยเองก็มี ขนบธรรมเนียมประเพณีและวฒั นธรรมตา่ งๆ ที่แตกตา่ งกบั ชาวต่างประเทศอื่นๆ และนิยมอยู่เป็น ครอบครัวใหญ่ แบบสังคมทีเ่ ป็นกลมุ่ ก้อนจงึ ทำ� ให้มคี วามผกู พนั กนั มากกว่าในสังคมแบบยโุ รปและ อเมริกา9 ซึง่ ท�ำให้อาคารชดุ ทเ่ี กดิ ข้นึ ในชว่ งยคุ แรกๆ (พ.ศ.2513) จึงไม่ประสบความสำ� เรจ็ เพราะ ยังเป็นเรื่องที่ใหม่มากส�ำหรับการอยู่ร่วมกันของสังคมไทย10 อีกท้ังยังไม่มีกฎหมายรองรับจึงท�ำให้ เกดิ ปญั หาวา่ ผกู้ อ่ สรา้ งและผซู้ อื้ จะตอ้ งยดึ กฎหมายอะไร รวมถงึ เรอื่ งกรรมสทิ ธแ์ิ ละการซอื้ ขายตา่ งๆ และหลกั เกณฑส์ ำ� หรบั การบรหิ ารงานตา่ งๆ ในอาคารชดุ ซงึ่ ปญั หาการไมม่ กี ฎหมายเฉพาะใชบ้ งั คบั นี้ ส่งผลให้การท�ำธุรกิจอาคารชุดในขณะน้ันต้องน�ำหลักกฎหมายอื่นมาใช้เทียบเคียงเพ่ือให้ธุรกิจ อาคารชุดดำ� เนินการต่อไปได้ เช่น การใช้รปู แบบการถอื กรรมสิทธ์ิแบบบรษิ ทั รว่ มกรรมสทิ ธ”์ิ (Co- Operative Ownership) คอื ผูซ้ ื้อตอ้ งมีการซอ้ื หุ้นในบริษทั ซึ่งหมายความวา่ หนงึ่ หุ้นเท่ากับการ เป็นเจา้ ของอาคารชดุ 1 ห้อง11 หรืออกี วธิ ีหนึ่งก็คือ การเชา่ ซง่ึ ถือวา่ เป็นกรรมสทิ ธ์ิขัน้ ต�่ำทีส่ ุดและ ความแนน่ อนในกรรมสทิ ธกิ์ น็ อ้ ยทส่ี ดุ เนอ่ื งจากขน้ึ อยกู่ บั ระยะเวลาทเ่ี ชา่ อาจจะเปน็ ในลกั ษณะเดอื น ตอ่ เดอื น ปตี ่อปี หรือทุก 30 ปีตามกฎหมายไทยอนญุ าต เปน็ ต้น12 แนวคดิ เกย่ี วกบั กฎหมายอาคารชดุ นน้ั ปรากฏขน้ึ ครง้ั แรกในสมยั รฐั บาลของ จอมพลถนอม กิตติขจร (พ.ศ. 2511) เมื่อทางราชการได้ส่งเจ้าหน้าท่ี 2 คน คือผู้อ�ำนวยการส�ำนักผังเมืองและ หัวหน้าสำ� นกั งานอาคารสงเคราะห์ กรมประชาสงสงเคราะหใ์ นขณะนนั้ ไปประชุมสัมมนาเกี่ยวกับ condominium (อาคารชดุ ) ทรี่ ฐั ฮาวาย ประเทศสหรฐั อเมรกิ า และเมอ่ื เจา้ หนา้ ทที่ งั้ สองไปประชมุ 9 ประสงค์ แสงพายัพ, การบริหารคอนโดมิเนยี ม, กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั รามค�ำแหง, 2532, น. 3 10 ซอฟท์บิส พลสั , ววิ ัฒนาการคอนโดมิเนียม : แนวคิด ทฤษฎี กฎหมาย การบริหารนิติบคุ คลอาคารชุด, สบื ค้นวนั ที่ 3 สงิ หาคม 2560, จาก http://www.softbizplus.com/condominium/693-concept-in-evolutionary-theory-and- operation-of-condominiums 11 อา้ งแล้ว,ประสงค์ แสงพายพั , การบริหารคอนโดมิเนียม, น. 4-5. 12 มานพ พงศทัต, รวมเร่อื งอาคารชุดของประเทศไทย, ม.ป.ป., 2527, น. 1-2. 172

วถิ ชี วี ิตในชมุ ชนอาคารชุด: กรณศี กึ ษาหมู่บา้ นเอื้ออาทร จังหวดั เชียงใหม่ กลับมาได้รายงานผลการประชุมให้กระทรวงมหาดไทยทราบและได้เสนอความเห็นว่า ในอนาคต จะมีการสร้างอาคารชดุ ข้นึ ในประเทศไทย จงึ ควรมกี ฎหมายเกี่ยวกับการถอื กรรมสทิ ธ์ใิ นอาคารชุด ขนึ้ ใชบ้ ังคบั เพอื่ ให้ประชาชนสามารถซ้ือไดโ้ ดยมีกรรมสิทธิใ์ นแต่ละ unit ห้องชุด เป็นเอกเทศ โดย มกี ารแตง่ ตงั้ ใหค้ ณะกรรมการและขา้ ราชการผทู้ รงคณุ วฒุ จิ ากหนว่ ยราชการทเ่ี กย่ี วขอ้ งหลายหนว่ ย งานรว่ มกนั พจิ ารณารา่ งพระราชบญั ญตั วิ า่ ดว้ ยกรรมสทิ ธใ์ิ นอาคารชดุ พ.ศ. ... 13 ซงึ่ ในการพจิ ารณา ร่างกฎหมายดงั กลา่ วคณะกรรมการกฤษฎีกา เหน็ ว่ามีปัญหาหลายประการทัง้ ปญั หาขอ้ เท็จจริงใน ทางปฏิบตั แิ ละปัญหาขอ้ กฎหมาย โดยเฉพาะปัญหาเรือ่ ง ฐานะนติ บิ คุ คลของนติ ิบคุ คลอาคารชดุ 14 จึงได้เสนอคณะรัฐมนตรีให้ระงับร่างพระราชบัญญัตินี้ไว้ จนกว่ากระทรวงผู้รับผิดชอบในเรื่องน้ีจะ หาวิธกี ารบริหารอาคารชุดได้ใหม่โดยเหมาะสม แต่เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยไดน้ ำ� บันทึกเสนอ คณะรฐั มนตรแี ละอา้ งวา่ คณะกรรมการกฤษฎกี าเหน็ วา่ ไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งจดั ใหอ้ าคารชดุ มสี ถานะเปน็ นติ บิ คุ คล เพราะบคุ คลธรรมดากอ็ าจจดั การได้ เจตนารมณข์ องรา่ งกฎหมายนเี้ พยี งเพอ่ื จะจดั ระบบ การถอื กรรมสทิ ธิ์ในอาคารชดุ ให้เป็นสดั ส่วนแยกจากกรรมสทิ ธิร์ วมตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณชิ ยเ์ ทา่ นน้ั คณะรฐั มนตรจี งึ ไดล้ งมตเิ หน็ ชอบและใหค้ ณะกรรมกฤษฎกี ารรา่ งพระราชบญั ญตั นิ ี้ ตอ่ ไป แต่อย่างไรก็ตามร่างกฎหมายพระราชบัญญัตวิ า่ ด้วยกรรมสิทธิ์ในอาคารชุด พ.ศ. ... ยงั คงมี ขอ้ ขดั ขอ้ งหลายประการ อนั จะทำ� ใหเ้ กดิ ความเสยี หายขนึ้ ไดจ้ งึ ไดม้ กี ารเสนอใหป้ รบั ปรงุ รา่ งกฎหมาย ดงั กลา่ ว15 ซง่ึ สง่ ผลใหร้ า่ งกฎหมายฉบบั นคี้ า้ งอยทู่ กี่ รมทด่ี นิ ผเู้ ปน็ เจา้ ของเรอื่ งเปน็ เวลาประมาณ 8 ป1ี 6 จนกระท่งั ต่อมาราวปี พ.ศ. 2519-2520 ร่างพระราชบญั ญัตกิ รรมสทิ ธิ์ในอาคารชุด พ.ศ. ... ได้ถกู นำ� มาพิจารณาใหมอ่ กี คร้ัง โดยการเคหะแห่งชาตซิ งึ่ ในขณะนนั้ มปี ญั หาเกี่ยวกบั การจดั การ ทอ่ี ยอู่ าศยั และมนี โยบายทจ่ี ะขายแฟลตบางแหง่ ใหก้ บั ประชาชนแตไ่ มส่ ามารถทำ� ไดเ้ นอื่ งจากตดิ ขดั อยทู่ ไี่ มม่ ขี อ้ กฎหมายรองรบั การเคหะแหง่ ชาตจิ งึ ไดม้ กี ารฟน้ื ฟกู ารรา่ งกฎหมายคอนโดมเิ นยี มหรอื 13 โสภณ ชยั สวุ รรณ, ค�ำอธิบายกฎหมายอาคารชดุ , กรุงเทพฯ: สำ� นักพมิ พ์หา้ งหนุ้ สว่ นจ�ำกัด ป.สัมพนั ธพ์ าณชิ ย์, 2524 น. 1 อ้างใน วิกรณ์ รกั ษ์ปวงชน, กรรมสทิ ธ์ใิ นอาคารชุด, นติ ศิ าสตรม์ หาบณั ฑติ คณะนิตศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์, 2528, น.13. 14 บันทกึ ของเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เร่ือง “การพจิ ารณารา่ งพระราชบญั ญตั วิ า่ ดว้ ยกรรมสทิ ธใิ์ นอาคารชดุ พ.ศ. .......” สำ� นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี าร, กรกฎาคม 2517 อา้ งใน วกิ รณ์ รกั ษป์ วงชน, กรรมสทิ ธใิ์ นอาคารชดุ , นติ ศิ าสตร์ มหาบณั ฑิต คณะนติ ศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์, 2528, น.14. 15 ค�ำชี้แจงของนายสน่นั สตงคุณห์ ปรากฏในรายงานการประชมุ คณะกรรมการร่างพระราชบัญญตั กิ รรมสทิ ธ์ใิ นอาคารชดุ พ.ศ. ... ครั้งที่ 2 /2519 วันพธุ ท่ี 15 ธนั วาคม 2519 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชมุ ส�ำนกั นโยบายและแผนมหาดไทย กระทรวงมหาดไทย อา้ งใน วกิ รณ์ รกั ษป์ วงชน, กรรมสทิ ธใ์ิ นอาคารชดุ , นติ ศิ าสตรม์ หาบณั ฑติ คณะนติ ศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร,์ 2528, น.14-15. 16 บันทกึ มท.0606/1189 จากกองวิชาการกรมทีด่ ินเสนออธิบดกี รมท่ีดิน เรื่องรา่ งพระราชบัญญัตกิ รรมสทิ ธิใ์ นอาคารชดุ พ.ศ. .... ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2519 อา้ งใน วกิ รณ์ รักษป์ วงชน, กรรมสิทธิ์ในอาคารชดุ , นติ ศิ าสตร์มหาบณั ฑติ คณะ นิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์, 2528, น.14-15 173

วารสารนิติสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ ปที ี่ 10 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2560 “กฎหมายอาคารชุด” ขึ้นใหม่อีกคร้ังโดยได้ท�ำการศึกษากฎหมายอย่างละเอียดและมีการส่งผู้ ช�ำนาญการเฉพาะเร่ืองน้ีเดินทางไปศึกษาและประชุมเก่ียวกับคอนโดมิเนียมเพ่ิมมากข้ึน พร้อมทั้ง ทำ� การเปรยี บเทยี บกฎหมายของตา่ งประเทศ เชน่ ฝรง่ั เศส อเมรกิ า องั กฤษและฟลิ ปิ ปนิ ส์ เปน็ ตน้ 17 จนเปน็ ทย่ี อมรบั และมีการประกาศใชใ้ นพระราชกิจจานุเบกษา เมอ่ื วันท่ี 30 เมษายน พ.ศ. 252218 พระราชบญั ญัตอิ าคารชุด พ.ศ. 2522 เหตผุ ลในการประกาศใช้พระราชบัญญตั ิฉบบั นี้ คอื “ปัญหาในดา้ นทีอ่ ยูอ่ าศยั ภายในเมือง ไดเ้ พมิ่ ทวมี ากขนึ้ และระบบกรรมสทิ ธใ์ิ นอสงั หารมิ ทรพั ยต์ ามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ยไ์ ม่ อาจสนองความตอ้ งการของประชาชน ซงึ่ ตอ้ งอยอู่ าศยั ในอาคารเดยี วกนั โดยรว่ มกนั มกี รรมสทิ ธหิ์ อ้ ง ชุดในอาคารน้ันแยกจากกันเป็นสัดส่วนได้ สมควรวางระบบกรรมสิทธิ์ห้องชุดขึ้นเพ่ือให้ผู้ที่อยู่ใน อาคารเดยี วกนั สามารถถอื กรรมสทิ ธหิ์ อ้ งชดุ ในอาคารสว่ นทเี่ ปน็ ของตนแยกจากกนั เปน็ สดั สว่ นและ สามารถจัดระบบค่าใช้จ่ายในการบ�ำรุงรักษาอาคารร่วมกันได้ นอกจากนั้นสมควรวางมาตรการ ควบคมุ การจัดตง้ั อาคารชดุ ใหเ้ หมาะสมเพือ่ เป็นหลกั ประกันให้แก่ผทู้ ี่จะมาซอื้ ห้องชดุ เพอื่ อยู่อาศยั จงึ จ�ำเปน็ ตอ้ งตราพระราชบญั ญตั นิ ี้ขึ้น”19 ในปัจจุบันกฎหมายอาคารชุดได้มีการแก้ไขเพ่ิมเติมใหม่ถึง 3 คร้ังด้วยกัน ได้แก่พระราช บญั ญตั อิ าคารชดุ (ฉบบั ท่ี 2 ) พ.ศ.2534 แกไ้ ขเรอ่ื งการถอื กรรมสทิ ธข์ิ องบคุ คลตา่ งดา้ วหรอื นติ บิ คุ คล ท่ีมีสทิ ธใิ นท่ีดนิ เหมอื นคนต่างด้าวบางประเภท20 พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ.2542 แกไ้ ขหลกั เกณฑก์ ารไดม้ าซง่ึ กรรมสทิ ธใิ์ นหอ้ งชดุ ของคนตา่ งดา้ วและนติ บิ คุ คลทกี่ ฎหมายถอื วา่ เปน็ คนตา่ งดา้ วใหเ้ หมาะสมยงิ่ ขน้ึ เพอื่ อำ� นวยความสะดวกในการซอื้ หอ้ งชดุ 21 และพระราชบญั ญตั อิ าคาร ชดุ (ฉบบั ที่ 4 ) พ.ศ.2551 แกไ้ ขหลกั เกณฑห์ รอื รายละเอยี ดบางประการทไี่ มส่ ามารถใชบ้ งั คบั ไดจ้ รงิ และไมเ่ พยี งพอทจี่ ะคมุ้ ครองประชาชนทซี่ อ้ื หอ้ งชดุ เพอ่ื การอยอู่ าศยั อาทิ เรอื่ งการประกอบการคา้ ในอาคารชุดและบทลงโทษ เป็นต้น22 สาระสำ� คญั ของกฎหมายอาคารชดุ กลา่ วถงึ ผมู้ สี ทิ ธข์ิ อจดทะเบยี นเปน็ อาคารชดุ วา่ จะตอ้ ง เปน็ เจา้ ของทด่ี นิ และมโี ฉนดทดี่ นิ ซง่ึ เปน็ ทตี่ งั้ ของอาคารชดุ นน้ั ๆ โดยมหี ลกั การสำ� คญั วา่ บคุ คลแตล่ ะ คนสามารถแยกกันถือกรรมสิทธ์ิในอาคารหลังเดียวกันออกเป็นส่วนๆ และกรรมสิทธ์ิในอาคารชุด 17 อา้ งแลว้ , ประสงค์ แสงพายพั , การบริหารคอนโดมเิ นียม, หน้า 5-6. 18 ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ ท่ี 96 ตอน 67 พ.ศ. 2522 19 หมายเหตุ พระราชบัญญตั อิ าคารชุด พ.ศ. 2522 20 หมายเหตุ พระราชบัญญตั ิอาคารชดุ (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ.2534 21 หมายเหตุ พระราชบัญญัตอิ าคารชดุ (ฉบบั ท่ี 3 ) พ.ศ.2542 22 หมายเหตุ พระราชบญั ญัตอิ าคารชดุ (ฉบับท่ี 4 ) พ.ศ.2551 174

วถิ ีชีวิตในชมุ ชนอาคารชุด: กรณีศึกษาหมู่บ้านเอือ้ อาทร จังหวดั เชยี งใหม่ จะประกอบไปดว้ ยกรรมสทิ ธใ์ิ นทรพั ยส์ ว่ นบคุ คล (Personal Property) หอ้ งชดุ แตล่ ะหอ้ งชดุ และ กรรมสิทธสิ์ ว่ นร่วมในทรพั ย์สว่ นกลาง (Common Property) ไดแ้ ก่ โครงสร้างตวั อาคาร ที่ดนิ ท่ี เปน็ ทป่ี ลกู สร้างอาคาร บันได ระเบยี ง ลิฟต์ สนามหญ้า ทีจ่ อดรถ และอนื่ ๆ ท่กี ำ� หนดไว้ ซึง่ เมอ่ื จด ทะเบียนอาคารชุดตามกฎหมายแล้ว เจ้าหน้าท่ีรัฐจึงสามารถออกหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด หรือ โฉนดบนอากาศใหก้ บั เจา้ ของหอ้ งชดุ แตล่ ะรายได้ ซง่ึ โฉนดดงั กลา่ วมคี า่ และสทิ ธเิ ทา่ กบั โฉนดบนพนื้ ดนิ ทัว่ ๆ ไป กล่าวคือกฎหมายรบั รองสทิ ธใิ นหนงั สอื กรรมสิทธิ์หอ้ งชดุ ว่ามอี ยู่จรงิ และสามารถใช้จด ทะเบียนสิทธิและนิติกรรมได้ อาทิ ซ้ือขาย จ�ำนอง ให้เช่า เป็นต้น นอกจากเร่ืองของกรรมสิทธิ์ กฎหมายอาคารชุดยงั ไดร้ ะบถุ ึงการจัดต้ังนติ ิบคุ คลอาคารชดุ เพอ่ื ท�ำหนา้ ที่ดแู ลทรพั ยส์ นิ สว่ นกลาง รวมถงึ กำ� หนดภาระหน้าท่ขี องเจ้าของหอ้ งชุดและบทลงโทษอีกดว้ ย23 ด้วยเหตุน้ี กฎหมายอาคารชุดจึงถูกร่างขึ้นมาเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ ในอาคารชุดไว้โดยเฉพาะ รวมทั้งก�ำหนดวิธีการบริหารจัดการอาคารชุด ก�ำหนดสิทธิและหน้าท่ี ของเจ้าของห้องชุดให้สามารถอยู่กันภายในอาคารชุดได้อย่างสงบสุขซ่ึงเป็นหัวใจส�ำคัญของ การอยอู่ าศัยร่วมกนั ภายในอาคารชดุ แตใ่ นทางตรงขา้ มการอาศยั อยรู่ ว่ มกันของผู้คนจ�ำนวนมากน้ี กฎหมายอาคารชุดมิได้เป็นสิ่งเดียวท่ีจะสามารถบังคับและก�ำหนดกฎเกณฑ์ในการอาศัยอยู่ ร่วมกันของผู้คนได้อย่างตายตัว การมีกฎหมายอาคารชุด จึงเป็นเพียงแบบแผนท่ีใช้เป็นแนวทาง ในการออกขอ้ บังคบั หรอื กฎระเบยี บตา่ งๆ ในการอาศยั อยูร่ ่วมกนั ภายในชมุ ชนเทา่ น้นั เพราะการ เห็นอกเห็นใจกัน การรู้จักเข้าใจกันผ่อนหนักผ่อนเบาและเกรงใจผู้ร่วมอาคารชุดด้วยกัน นั้น24 ถือได้ว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของการอยู่ร่วมกันภายในอาคารชุด มากกว่าการค�ำนึงถึง แบบแผนตามกฎหมายหรอื กฎเกณฑต์ า่ งๆ ซง่ึ สง่ ผลใหก้ ารอาศยั อยใู่ นอาคารชดุ นอกจากจะประกอบ ไปดว้ ยกฎหมายอาคารชดุ ขอ้ บงั คับและกฎระเบียบของชุมชนแล้ว ยังหมายความถึงกฎอ่ืนๆ ทไ่ี ม่ เปน็ ทางการส�ำหรับการอาศยั อย่รู ่วมกนั ภายในอาคารชดุ อีกดว้ ย 2. กฎหมายกับชมุ ชนอาคารชดุ เมื่อกล่าวถึงการอาศัยอยู่ในอาคารชุด สิ่งแรกที่คนทั่วไปนึกถึงอาจเป็นภาพของตึกสูงหรือ คอนโดมเิ นยี มทหี่ รหู รา มสี ง่ิ อำ� นวยความสะดวกทค่ี รบครนั และมรี ะบบรกั ษาความปลอดภยั ทด่ี ี แตเ่ มอื่ เน้นยำ้� ถงึ ความเป็น “ชุมชน” ภาพทป่ี รากฏเดน่ ชัดออกมากลบั กลายเปน็ แฟลตหรือที่อยู่อาศยั ส�ำหรับ ผ้มู รี ายได้นอ้ ยท่รี ฐั ได้จัดหาใหก้ ับประชาชน ภาพของผูค้ นอาศยั อยู่กันอย่างหนาแน่นในอาคารชดุ หรอื 23 วิชัย ตันติกุลานันท์ และจุฬาลักษณ์ ตันติกุลานันท์, ค�ำอธิบายกฎหมายเกี่ยวกับอาคารชุด กฎหมายคอนโดมิเนียม, กรุงเทพฯ: หา้ งห้นุ ส่วนจำ� กัดพมิ พ์อกั ษร, 2559, หนา้ 1-4. 24 อ้างแล้ว, มานพ พงศทตั , รวมเร่ืองอาคารชดุ ของประเทศไทย, หน้า 2-17, 2-18. 175

วารสารนติ ิสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่ ปที ี่ 10 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2560 แฟลตที่ไม่ค่อยจะมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและไม่น่าอยู่อาศัยเอาเสียเลย อย่างไรก็ตาม ชุมชน อาคารชดุ น้ี ยงั คงมีขอ้ กังขาของความเปน็ ชมุ ชนวา่ การอาศัยอยู่ในอาคารชดุ นั้น จะถอื วา่ เป็นชุมชนได้ หรือไม่ หรือจะเป็นเพยี งชุมคนเทา่ นั้น สำ� หรับชุมชนอาคารชุด (หมบู่ ้านเอื้ออาทรแหง่ หนงึ่ ในจงั หวดั เชียงใหม่) ในทศั นะของผเู้ ขียน เหน็ วา่ ชมุ ชนอาคารชดุ มลี กั ษณะของความเปน็ ชมุ ชนตามแนวคดิ ของชมุ ชนเชงิ สถาบนั กลา่ วคอื ชมุ ชน เป็นองค์กรทางสังคมท่ีผู้คนมารวมตัวกันโดยสมัครใจบนพ้ืนฐานของการร่วมมือ การเป็นเจ้าของร่วม กนั เนน้ ความเทา่ เทยี มกนั ยอมรบั คณุ คา่ อนั เดยี วกนั ในการปกครองตนเอง โดยชมุ ชนดงั กลา่ วอาจเปน็ ได้ท้ัง ชุมชนในฐานะที่เป็นหน่วยของพ้ืนท่ี ชุมชนท่ีเป็นโครงสร้างเชิงสถาบันหรือมองว่าชุมชนมีนัย ครอบคลมุ ไปถงึ ประสบการณข์ องกลมุ่ ทแ่ี ตกตา่ งกนั ซงึ่ ทำ� ใหช้ มุ ชนตามแนวความคดิ นส้ี ามารถผนั แปร ไปได้หลายรูปแบบ25 เพราะเหตนุ ี้ ชมุ ชนอาคารชดุ จงึ ถอื ไดว้ า่ เปน็ ชมุ ชนเชงิ สถาบนั อกี รปู แบบหนง่ึ อนั เกดิ ขนึ้ มา จากการรวมตวั กนั ของผคู้ นทมี่ ที มี่ าตา่ งกนั และเขา้ มาอาศยั อยใู่ นอาคารชดุ เดยี วกนั ดว้ ยความสมคั ร ใจ มคี วามเปน็ เจา้ ของในทรพั ยส์ ว่ นกลางรว่ มกนั และยอมรบั ในกฎหมายอาคารชดุ ขอ้ บงั คบั และกฎ ระเบียบของชุมชนร่วมกัน รวมถึงการยอมรับในความเป็นหมู่บ้านเอ้ืออาทรที่เป็นโครงการของรัฐ อันจัดท�ำข้ึนมาเพ่ือช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยร่วมกัน ซึ่งการยอมรับในความเป็นชุมชนดัง กลา่ วของสมาชกิ ในชมุ ชนน้ี สง่ ผลใหส้ มาชกิ ในชมุ ชนทกุ คนตา่ งมสี ทิ ธแิ ละหนา้ ทท่ี จ่ี ะตอ้ งปฏบิ ตั ติ อ่ ผู้พักอาศัยด้วยกันและต่อชุมชนท่ีอยู่อาศัย ตามกฎหมายอาคารชุด และกฎระเบียบของชุมชนท่ี กำ� หนดไว้ 2.1 สทิ ธิของเจา้ ของหอ้ งชุด เจา้ ของหอ้ งชุดมีสทิ ธิในทรัพยส์ ว่ นบุคคล ไดแ้ ก่ ห้องชดุ และรวมถึงสงิ่ ปลูกสรา้ ง หรอื ท่ดี นิ ท่ีจัดไว้ให้เป็นของเจ้าของห้องชุดแต่ละราย และสิทธิในทรัพย์ท่ีเป็นกรรมสิทธ์ิส่วนกลาง ซ่ึงหมาย ถงึ ส่วนของอาคารชุดทไ่ี มใ่ ช่หอ้ งชดุ ท่ดี ินท่ีต้ังอาคารชุดและทีด่ นิ หรอื ทรพั ย์สินอื่นท่มี ีไว้เพ่ือใช้หรอื เพอื่ ประโยชนร์ ว่ มกนั สำ� หรบั เจา้ ของรว่ ม26 ไดแ้ ก่ ทรพั ยท์ จ่ี ดั ไวส้ ำ� หรบั เจา้ ของหอ้ งชดุ ใชร้ ว่ มกนั เชน่ ฐานราก เสาเขม็ เสาหลังคา ดาดฟ้า บนั ไดขึน้ ลงสอู่ าคารทุกช้ัน และทรัพย์สนิ ท่มี ีไว้เพอ่ื ใชห้ รอื เพอื่ ประโยชนร์ ่วมกันของเจ้าของรว่ มทกุ คน เช่น ลานจอดรถ สนามกีฬา สวนหยอ่ ม บันได ร้ัว เครอ่ื ง ปั๊มน้ำ� ถงั เกบ็ น�ำ้ เครอ่ื งตัดหญ้า และทรพั ย์อื่นๆ ตามทีก่ ฎหมายก�ำหนด เป็นตน้ 27 ทั้งน้ีในการใช้ 25 อานันท์ กาญจนพันธุ์, ถกความคิดสังคมศาสตร์ในสังคมไทย, เชียงใหม่:ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะ สังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่, 2555, น.63-64. 26 พระราชบญั ญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522, มาตรา 4 27 อ้างแล้ว,วิชัย ตันติกุลานันท์ และ จุฬาลักษณ์ ตันติกุลานันท์, ค�ำอธิบายกฎหมายเกี่ยวกับอาคารชุด กฎหมาย คอนโดมิเนยี ม, หน้า 11. 176

วถิ ชี ีวติ ในชุมชนอาคารชุด: กรณศี ึกษาหมู่บ้านเอือ้ อาทร จังหวดั เชียงใหม่ สิทธิในทรัพย์ส่วนตัว เจ้าของห้องชุดจะต้องไม่กระทำ� การใดๆ ต่อทรัพย์ส่วนบุคคลของตนอันอาจ จะเปน็ การกระทบกระเทอื นตอ่ โครงสรา้ งความมนั่ คง หรอื กระทบตอ่ การปอ้ งกนั ความเสยี หายทตี่ อ่ ตัวอาคารไม่ได้ หรอื การอื่นตามทกี่ ำ� หนดไว้ในข้อบงั คบั 28 2.2 หน้าท่ขี อง เจ้าของหอ้ งชุดหรอื เจา้ ของรว่ ม หน้าทีข่ องเจา้ ของหอ้ งชดุ ไดแ้ ก่ การงดเวน้ การกระทำ� ใดๆ ต่อทรัพยส์ ่วนกลาง อนั อาจกอ่ ให้เกิดอันตราย ความเสียหาย ความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ความเดือดร้อนรำ� คาญหรือรบกวน การอยู่อาศัยของผู้อ่ืน การงดเว้นการประกอบการค้าในอาคารชุดเว้นแต่ในพ้ืนท่ีที่มีการจัดไว้เพื่อ เป็นการเฉพาะ การเข้าร่วมประชุมของเจ้าของร่วมเพ่ือพิจารณาเรื่องราวต่างๆ และลงมติตามที่ ก�ำหนดไว้ในกฎหมาย ขอ้ บงั คับและระเบียบของอาคารชุด การออกคา่ ใช้จา่ ยของเจา้ ของรว่ มและ ชำ� ระเงนิ อน่ื ๆ ตามทกี่ ำ� หนดไวใ้ นกฎหมาย ขอ้ บงั คบั และระเบยี บของอาคารชดุ หรอื ตามมตทิ ป่ี ระชมุ ใหญ่ของเจ้าของร่วม เจา้ ของร่วมต้องปฏบิ ตั ติ ามมตทิ ่ีประชุมใหญ่หรอื มตขิ องเจ้าของร่วม หรือมติ ของคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดภายในกรอบของกฎหมาย ข้อบังคับและระเบียบของ อาคารชดุ เปน็ ตน้ 29 อยา่ งไรกต็ าม นอกจากสทิ ธแิ ละหนา้ ทตี่ ามกฎหมายทเี่ จา้ ของหอ้ งชดุ จะตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามแลว้ ในการอาศัยอยูร่ ่วมกันในชุมชนอาคารชดุ พบว่ายงั คงมกี ฎระเบยี บ ขอ้ บังคบั อนื่ ๆ ในการอาศัยอยู่ ร่วมกัน ซึ่งชุมชนอาคารชุดในแต่ละแห่งน้ันจะมีกฎระเบียบที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยส่วนใหญ่ แลว้ มกั จะสอดคลอ้ งและเปน็ ไปตามทกี่ ฎหมายอาคารชดุ กำ� หนด อยา่ งเชน่ ระเบยี บการอยอู่ าศยั ของ โครงการหมู่บ้านเอ้ืออาทรแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ซ่ึงประกอบไปด้วยระเบียบเก่ียวกับการใช้ และการจัดการห้องพักของตนเอง ระเบียบเก่ียวกับการอยู่อาศัยภายในห้องชุดและระเบียบเก่ียว กับการใช้ประโยชนท์ รัพย์สว่ นกลาง ระเบียบเกี่ยวกับการใช้และการจัดการห้องพักของตนเอง อาทิ การเข้าอยู่อาศัยต้องใช้ หอ้ งชดุ สำ� หรบั พกั อาศยั เทา่ นนั้ และตอ้ งดแู ลรกั ษาใหอ้ ยใู่ นสภาพเรยี บรอ้ ยดี หากเปน็ หอ้ งใหเ้ ชา่ หรอื ให้ผู้อื่นพัก ขอให้แจ้งข้อมูลผู้พักและข้อมูลที่จ�ำเป็นให้ส�ำนักงานผู้จัดการบริหารงานโครงการบ้าน เอื้ออาทรทราบเป็นลายลักษณ์อักษรเช่น โรคประจ�ำตัว ระยะเวลาการพัก การตกแต่งต่อเติม หอ้ งชดุ ตอ้ งมกี ารขออนญุ าตและไดร้ บั อนญุ าตจากสำ� นกั งานผจู้ ดั การบรหิ ารโครงการบา้ นเออ้ื อาทร กอ่ นจงึ จะดำ� เนนิ การได้ เจ้าของห้องชุดต้องไม่ใช้ห้องชุดกระทำ� การใดๆ อันสอ่ เจตนาไปในทางผิด กฎหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนและไม่ใช้ห้องชุดเป็นท่ี 28 พระราชบญั ญตั อิ าคารชดุ พ.ศ. 2522, มาตรา 13 วรรคสอง 29 การเคหะแหง่ ชาต,ิ หนงั สือหมอบ้าน ฉบับค่มู อื การอาศัยในอาคารชุด, สืบค้นวันที่ 29 กรกฎาคม 2560, จาก https:// www.nha.co.th / assets/portals/1/ files/ download / arkanchood.pdf, หนา้ 24-27 177

วารสารนติ สิ งั คมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปที ี่ 10 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2560 เกบ็ ศพ ทำ� พธิ ศี พ หรือพิธกี รรมตา่ งๆ ทเ่ี กยี่ วข้องกับศพ ระเบียบเก่ยี วกบั การอย่อู าศยั ภายในห้องชุด อาทิ เจา้ ของห้องชดุ ตอ้ งไม่เลี้ยงสัตวห์ รือสง่ เสรมิ การเลยี้ งสตั วไ์ มว่ า่ รปู แบบใดๆ เชน่ คอยใหน้ ำ�้ แมว ใหอ้ าหารนก ใหอ้ าหารสนุ ขั เปน็ ตน้ เจา้ ของ หอ้ งชดุ ตอ้ งแนะนำ� ตักเตือนบรวิ ารมใิ หส้ ่งเสยี งอกึ ทึกจนเกดิ ความเดอื ดรอ้ นร�ำคาญแกผ่ อู้ าศัยใกล้ เคียง เช่น การเปิดเสียงเครื่องรับวิทยุ โทรทศั น์เสียงดังหรือสง่ เสียงดงั เกนิ ควร เป็นตน้ เจ้าของหอ้ ง ชุดต้องไม่วางถังขยะบริเวณทางเดินหน้าห้องชุดและควรใส่ถุงพลาสติก (ถุงด�ำ) หรือมัดปากถุงให้ แนน่ กอ่ นนำ� มาทง้ิ ถงั รบั ขยะ ณ จดุ ทเ่ี ตรยี มไวแ้ ตล่ ะอาคาร โดยแยกประเภทของขยะตามความเหมาะ สมกอ่ นทง้ิ เจ้าของห้องชุดตอ้ งไมว่ างรองเท้า ราวตากผ้าหรือตากผา้ รวมท้งั อปุ กรณ์อ่ืนๆ บรเิ วณ ทางเดินหน้าห้องชุด เจ้าของห้องชุดต้องไม่ตาก แขวน ผึ่ง หรือพาดสิ่งใดส่ิงหนึ่งหรือวางกระถาง ตน้ ไมเ้ หนอื ราวระเบยี งของหอ้ งชดุ ผนงั ภายนอกหอ้ งชดุ พนื้ ทด่ี า้ นหลงั อาคารชดุ และพนื้ ทส่ี ว่ นกลาง อ่ืนๆ ของชุมชน ระเบียบเกี่ยวกับการใช้ประโยชนท์ รพั ย์สว่ นกลาง ทรพั ย์ส่วนกลาง หมายถงึ ส่วนอาคาร ชุดท่ีไม่ใช่ห้องชุด อาทิ ท่ีดินที่ตั้งของอาคารชุดหรือทรัพย์สินอื่นๆ ท่ีมีไว้ใช้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน สำ� หรบั ผพู้ ักอาศัยในอาคารชุด เชน่ ระเบียง ทางเดนิ โถงบนั ได ระบบไฟฟ้า ประปาประจำ� อาคาร สวนสาธารณะ สนามเดก็ เลน่ เปน็ ตน้ ซง่ึ ในการใชป้ ระโยชนจ์ ากทรพั ยส์ ว่ นกลางเจา้ ของหอ้ งชดุ หรอื ผ้พู ักอาศยั จะต้องปฏบิ ัตติ ามกฎระเบยี บของชุมชน ได้แก่ เจา้ ของหอ้ งชดุ จะต้องไมล่ ะเมดิ สทิ ธิการ ใช้ประโยชน์ จากทรัพย์ส่วนกลางโดยมิได้รับอนุญาตและห้ามด�ำเนินการใดๆ ในลักษณะถือครอง เช่น ลอ้ มรัว้ กน้ั เปน็ แนว หรือดำ� เนินการใดๆ ท่เี ปน็ การละเมดิ สทิ ธขิ องผพู้ ักรายอืน่ เจา้ ของห้องชุด จะต้องไม่ต้ังวาง ตอกตรึงสงิ่ ของบริเวณทรพั ยส์ ว่ นกลาง เชน่ กระถางต้นไม้ ราวผ้า ฯลฯ เป็นตน้ รวมทง้ั ตอ้ งไมป่ ดิ แผน่ ภาพ ปา้ ยชอ่ื หรอื ปา้ ยโฆษณา บรเิ วณผนงั ระเบยี งนอกหอ้ งชดุ เจา้ ของหอ้ งชดุ ตอ้ งชำ� ระคา่ ธรรมเนยี มหรอื คา่ บรกิ ารตามความเหมาะสมหรอื ตามทก่ี ำ� หนด บคุ คลภายนอกทไี่ มใ่ ช่ เจ้าของห้องชุดหรือบริวารจะเข้ามาในบริเวณอาคารชุดหรือใช้ทรัพย์ส่วนกลางโดยมิได้รับอนุญาต ไม่ได้ หากเจา้ ของหอ้ งชุดใดอนุญาตบุคคลภายนอกเขา้ มาตอ้ งรบั ผิดชอบหากเกดิ ความเสียหายข้ึน กับทรัพย์ส่วนกลางและเม่ือพบเห็นว่ามีการบุกรุกใช้ทรัพย์ส่วนกลาง หรือพบเห็นความเสียหายท่ี เกิดกับทรัพย์ส่วนกลางต้องแจ้งเจ้าหน้าท่ีผู้รับผิดชอบด�ำเนินการแก้ไข เจ้าของห้องชุดและบริวาร จะต้องไม่กระท�ำการใดๆ บริเวณทรพั ย์ส่วนกลาง หรือในห้องชุดอนั เป็นการก่อกวนและสรา้ งความ เดือดร้อนการอยู่อาศัยของผู้อ่ืน เช่น ม่ัวสุมดื่มสุราส่งเสียงดัง สูบบุหรี่ เปิดเสียงเครื่องใช้ไฟฟ้าดัง เกินควร เปน็ ต้น30 30 ระเบียบของโครงการบ้านเอื้ออาทรอาคารชุด ตามมตกิ ารประชุมของคณะกรรมการนติ บิ คุ คล เมอ่ื วนั ท่ี 28 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2560 178

วิถีชีวิตในชมุ ชนอาคารชุด: กรณีศึกษาหมบู่ า้ นเออื้ อาทร จังหวดั เชยี งใหม่ จากกฎระเบยี บตา่ งๆ ในขา้ งตน้ เมอ่ื พจิ ารณาถงึ สภาพแหง่ ความเปน็ จรงิ ในการบงั คบั ใชก้ ฎ ระเบียบของชุมชนอาคารชุด อย่างเช่นในกรณีของหมู่บ้านเอื้ออาทร พบว่ายังไม่ค่อยมีสภาพแห่ง การบงั คบั เทา่ ทค่ี วร เนอื่ งจากวถิ แี หง่ การดำ� เนนิ ชวี ติ ของผคู้ นในชมุ ชนอาคารชดุ แหง่ นมี้ คี วามหลาก หลาย ทง้ั ในดา้ นสถานภาพ หนา้ ทก่ี ารงาน อายุ เพศ ภมู หิ ลงั ซงึ่ ทำ� ใหย้ ากตอ่ การบงั คบั ใชก้ ฎระเบยี บ อีกทั้งในด้านของวัฒนธรรมทางสังคมในการอาศัยอยู่ร่วมกันภายในอาคารชุดยังคงมีความ อะลุ่มอลว่ ยตอ่ การกระทำ� ผิดกฎหมายและกฎระเบียบในการอย่อู าศัยอยู่เปน็ จำ� นวนมาก จนน�ำไป สู่การบังคับใช้กฎระเบียบอย่างไม่เป็นทางการของชุมชนอาคารชุดมากขึ้น ซึ่งสะท้อนผ่านการ สงั เกตการณโ์ ดยการเขา้ พกั อยอู่ าศยั ภายในชมุ ชนบา้ นเออ้ื อาทรของผเู้ ขยี นระหวา่ งชว่ งเดอื นตลุ าคม 2559-สิงหาคม 2560 ในการปฏบิ ัติตามระเบยี บเกี่ยวกบั การใชแ้ ละการจัดการหอ้ งพักของตนเอง ระเบียบเกี่ยวกับการอยู่อาศัยภายในห้องชุดและระเบียบเก่ียวกับการใช้ประโยชน์ทรัพย์ส่วนกลาง พบว่า สมาชกิ ทอ่ี าศยั อยภู่ ายในชมุ ชนมมี มุ มองทห่ี ลากหลายตอ่ กฎหมายอาคารชดุ และกฎระเบยี บ ของชุมชน อันประกอบไปด้วยสมาชกิ ท่ีเหน็ ว่าควรมกี ารปฏบิ ัติตามกฎระเบยี บของชุมชนอยา่ งตรง ไปตรงมา สมาชกิ ทเ่ี หน็ วา่ ควรมกี ารอะลมุ่ อลว่ ยกนั บา้ งในบางกรณแี ละสมาชกิ ทอี่ าศยั อยใู่ นหอ้ งชดุ อย่างเปน็ เอกเทศโดยไม่มคี วามเหน็ ใดๆ ต่อกฎหมายหรอื กฎระเบยี บของชมุ ชน ซึ่งอาจกลา่ วได้วา่ มมุ มองตา่ งๆ ของสมาชกิ ในชมุ ชนแหง่ นลี้ ว้ นแตต่ ง้ั อยบู่ นพน้ื ฐานของการอาศยั อยรู่ ว่ มกนั ในลกั ษณะ ที่จะต้องไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่เพ่ือนบ้าน ซึ่งลักษณะร่วมดังกล่าวน้ีได้ส่งผลต่อสภาพแห่ง การบงั คับใช้กฎระเบียบของชุมชนในการอาศัยอยรู่ ว่ มกนั 31 อาทิ - กรณหี อ้ งใหเ้ ชา่ หรอื ใหผ้ อู้ นื่ พกั เจา้ ของหอ้ งชดุ มกี ารแจง้ ขอ้ มลู ใหส้ ำ� นกั งานผจู้ ดั การบรหิ าร งานโครงการบ้านเอื้ออาทรทราบน้อยมาก ซ่ึงส่งผลให้นิติบุคคลอาคารชุดไม่สามารถระบุได้ว่าใน หมู่บ้านเอ้ืออาทรแห่งนี้มีผู้เช่าหรือผู้อ่ืนพักอยู่อาศัยมีจ�ำนวนเท่าใดและเป็นใครบ้าง อันส่งผลต่อ ความปลอดภยั ในการพกั อาศัยของสมาชกิ ในชุมชนคนอน่ื ๆ - กรณกี ารเล้ียงสตั ว์ภายในห้องชุด แม้ว่าจะมีกฎระเบยี บเกยี่ วกับการอยอู่ าศัยภายในห้อง ชดุ ห้ามไว้แลว้ ก็ตาม แต่ในสภาพแหง่ ความเปน็ จรงิ ยังคงมีการนำ� สัตวม์ าเลี้ยงไว้ภายในห้องชดุ และ มกี ารอะลมุ่ อลว่ ยใหก้ บั ผเู้ ลย้ี งสตั วท์ ไี่ มก่ อ่ ใหเ้ กดิ ความเดอื ดรอ้ นแกห่ อ้ งขา้ งๆ และจะผดิ กฎระเบยี บ เม่อื มกี ารรอ้ งเรียนความเดือดรอ้ นเกย่ี วกบั สัตว์นน้ั ต่อนติ บิ คุ คลอาคารชดุ - การใช้พน้ื ท่ีส่วนกลาง แม้ว่าจะมกี ฎระเบยี บเกีย่ วกับการใชพ้ ืน้ ทีส่ ว่ นกลางแลว้ ก็ตาม แต่ ในการอยอู่ าศยั นน้ั พน้ื ทด่ี งั กลา่ วมคี วามยดื หยนุ่ สงู เชน่ การอนญุ าตใหว้ างรองเทา้ หนา้ หอ้ งไดไ้ มเ่ กนิ 3 คู่ (ซ่งึ ส่วนใหญ่เกนิ ) รวมทง้ั การวางสง่ิ ของหรอื อปุ กรณ์ต่างๆ บรเิ วณทางเดนิ หนา้ ห้องชุด หรอื 31 ขอ้ มลู ท่ีได้จากการสงั เกตการณ์ ของผเู้ ขียน จากการเข้าพักอาศยั ในบ้านเอื้ออาทร เพื่อการเกบ็ ขอ้ มูลในการศึกษาครงั้ นี้ 179

วารสารนติ ิสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่ ปีท่ี 10 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2560 แม้แต่การตากผ้าย่ืนออกมานอกระเบียงหรือในพ้ืนที่ส่วนกลาง ปลูกต้นไม้หรือวางกระถางต้นไม้ เหนือราวระเบียงของห้องชุดก็มิได้ถือว่าเป็นการท�ำผิดกฎระเบียบของชุมชน และสามารถพบเห็น ไดท้ วั่ ไปตามอาคารตา่ งๆ รวมถงึ การวางราวตากผา้ และสง่ิ ของตา่ งๆ ในลกั ษณะกงึ่ ถาวรในพน้ื ทสี่ ว่ น กลาง (วางไว้โดยไม่เก็บเข้าห้องชุดของตนเอง) และการใช้พื้นท่ีส่วนกลางเก็บทรัพย์สินของตนเอง เช่น จอดรถตายตวั ในพน้ื ท่ีสว่ นกลาง ซ่งึ ลักษณะการอยอู่ าศยั ดงั กล่าวแมว้ า่ จะเปน็ การกระท�ำทผ่ี ิด กฎระเบียบของชุมชนโดยชัดแจ้งแล้วก็ตาม แต่เม่ือสมาชิกชุมชนโดยส่วนใหญ่ได้ใช้ประโยชน์ กฎ ระเบยี บดงั กล่าวกส็ ามารถอะล่มุ อล่วยกันได้ อกี ทง้ั ในการดำ� เนนิ ชวี ติ ประจำ� วนั ของสมาชกิ ในชมุ ชนเอง ยงั คงพบวา่ มกี ารฝา่ ฝนื กฎหมาย อาคารชุด โดยเฉพาะเร่ืองการประกอบอาชีพในห้องชุด เช่นร้านเสริมสวย ร้านเย็บผ้า ร้านซักผ้า หรอื การใชห้ อ้ งชดุ เปน็ ทตี่ งั้ สำ� นกั งาน เปน็ ตน้ ซง่ึ การใชห้ อ้ งชดุ นอกเหนอื ไปจากการใชเ้ ปน็ ทอ่ี ยอู่ าศยั น้ี แม้ว่าจะเป็นการกระท�ำความผดิ ตามพระราชบัญญตั ิอาคารชุดมาตรา 17/1 วรรคสอง กำ� หนด หา้ มไมใ่ หม้ กี ารประกอบการคา้ ในหอ้ งพกั ของตนเอง32 แตใ่ นสภาพแหง่ ความเปน็ จรงิ นนั้ สมาชกิ ใน ชุมชนตา่ งไดใ้ ชป้ ระโยชนจ์ ากการประกอบอาชพี ดงั กล่าว และการประกอบอาชีพในห้องชุดน้นั ผู้ที่ อยู่อาศัยท้ังที่เป็นผู้เปิดร้าน มีความเห็นว่า สิ่งท่ีตนเองท�ำก็มิได้ท�ำให้เพ่ือนบ้านเดือดร้อน ในทาง กลบั กนั ผพู้ กั อาศยั คนอนื่ ๆ ทม่ี าใชบ้ รกิ าร กย็ งั มองวา่ เปน็ การอำ� นวยความสะดวกแกต่ นเองในการ อยู่อาศยั อกี ด้วย อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎระเบียบต่างๆ นี้ ย่อมข้ึนอยู่กับนิติบุคคลอาคารชุด คณะกรรมการนติ ิบคุ คลอาคารชุดและสมาชิกในชมุ ชนในแต่ละแห่ง วา่ ตอ้ งการใหช้ มุ ชนอาคารชดุ ของตนเองมคี วามเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ยเพยี งใด โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ การมสี ว่ นรว่ มของสมาชกิ ในการ ตระหนกั ถึงปญั หาและหาวิธกี ารแกไ้ ข ซ่ึงเห็นได้จากเรอื่ งเลา่ ของสมาชกิ ในชุมชนในหัวขอ้ ถัดไป 3. ชวี ติ ในอาคารชดุ ชวี ติ ในชุมชนบ้านเออ้ื อาทร การอาศยั อยภู่ ายในชมุ ชนบา้ นเออ้ื อาทรแหง่ นี้ สมาชกิ ของชมุ ชนแตล่ ะคนตา่ งมภี มู หิ ลงั และ เงื่อนไขของการด�ำเนินชีวิตท่ีแตกต่างกัน การอาศัยอยู่ในอาคารชุดส�ำหรับสมาชิกบางคนอาจเป็น เพียงจุดเริ่มต้นของการด�ำเนินชีวิตท่ียังไม่สมบูรณ์แบบ ตามความต้องการพ้ืนฐานของมนุษย์ที่ ตอ้ งการมบี า้ นสกั หลงั เปน็ ของตนเอง แตส่ มาชกิ บางคนอาจมองวา่ การอาศยั อยใู่ นอาคารชดุ เปน็ ทาง เลือกหนึ่งของชีวิตและอาจเป็นแหล่งท่ีพักพิงสุดท้ายยามแก่ชรา ซึ่งไม่ว่าจะมีทัศนะแบบใดแต่เม่ือ เขา้ มาอยอู่ าศยั ภายในชมุ ชนบา้ นเออื้ อาทรแลว้ ทกุ คนตา่ งกเ็ ปน็ สว่ นหนงึ่ ของชมุ ชน และจะตอ้ งปฏบิ ตั ิ 32 พระราชบญั ญัตอิ าคารชดุ มาตรา 17/1 วรรคสอง “หา้ มผู้ใดประกอบการคา้ ในอาคารชุด เว้นแตเ่ ป็นการประกอบการค้า ในพ้ืนทีข่ องอาคารชดุ ทจี่ ัดไว”้ 180

วิถีชีวิตในชุมชนอาคารชดุ : กรณศี กึ ษาหมบู่ ้านเอ้อื อาทร จงั หวัดเชยี งใหม่ ตามกฎระเบียบในการอาศัยอยู่ร่วมกันของชุมชน ในการสัมภาษณ์สมาชิกที่เป็นตัวแทน จากผู้อยู่ อาศัยในบ้านเอ้ืออาทรนี้ ผู้เขียนได้พิจารณาจากผู้หญิงท้ังหมดโดยมีเง่ือนไขมาจากผู้ที่มีบทบาทที่ โดดเด่น ในการท�ำกิจกรรมของชุมชน ซ่ึงเรื่องราวต่อไปน้ี จะเป็นการสะท้อนผ่านเร่ืองเล่าการอยู่ อาศัยภายในอาคารชดุ และชมุ ชนของโครงการบา้ นเอ้อื อาทรแหง่ หนึง่ ในจงั หวัดเชยี งใหม่ ได้แก่ ปา้ รศั ม(ี นามสมมุต)ิ ป้าจนั ทร(์ นามสมมุติ) พสี่ วย(นามสมมตุ ิ) และพี่มะลิ (นามสมมุติ) ซึ่ง บุคคลท้งั 4 รายน้ี ถือไดว้ า่ เป็นตวั แทนของผู้ทอ่ี าศยั อยู่ในชมุ ชนโดยแท3้ 3 เน่ืองจากการดำ� เนินชีวิต ประจำ� วนั ของทั้ง 4 รายโดยส่วนใหญแ่ อบอิงอย่กู บั ชุมชนตลอดเวลา กลา่ วคอื ปา้ รศั มมี ีฐานะเป็น ประธานชุมชนและเป็นแม่ค้าขายของในหมู่บ้าน ป้าจันทร์เป็นแม่บ้านของชุมชนซ่ึงต้องท�ำงานอยู่ ภายในชุมชนต้ังแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ ส่วนพ่ีสวยท�ำงานอยู่ในห้องชุดภายในชุมชนเปิดร้านเสริม สวยและซักผ้า สดุ ทา้ ยพม่ี ะลเิ ปน็ สมาชกิ ชุมชนทว่ั ไปอาศยั อยใู่ นชุมชนและไมไ่ ดท้ ำ� งาน ซง่ึ แตกตา่ ง ไปจากสมาชกิ ในชมุ ชนสว่ นใหญท่ ง้ั ผชู้ ายและผหู้ ญงิ ทตี่ อ้ งออกไปทำ� งานนอกชมุ ชน อกี ทงั้ ในการทำ� กิจกรรมหรือประกอบอาชีพในชุมชนส่วนใหญ่ผู้หญิงจะเข้ามามีบทบาทในการท�ำกิจกรรมมากกว่า ผชู้ าย 3.1 ปา้ รัศมี (นามสมมุต)ิ ปา้ รศั มอี าศยั อยใู่ นชมุ ชนบา้ นเออ้ื อาทรแหง่ นนี้ บั ตงั้ แตแ่ รกเรม่ิ โครงการ ปจั จบุ นั อายุ 55 ปี เรยี นจบชนั้ ม.ศ.5 เปน็ ชาวจงั หวดั ลำ� ปางมอี าชพี เปน็ แมค่ า้ และครสู อนรำ� ใหก้ บั โรงเรยี นใกลๆ้ ชมุ ชน บา้ นเออ้ื อาทร ปา้ รศั มถี อื ไดว้ า่ เปน็ บคุ คลหนง่ึ ทม่ี คี วามสำ� คญั ตอ่ หมบู่ า้ นเออ้ื อาทรในการชว่ ยพฒั นา และแก้ไขปัญหาของชุมชน และถอื วา่ เปน็ ทีร่ ู้จกั ท้ังสมาชิกในชุมชนและนอกชุมชน “ตอนท่ีป้าอยทู่ ่นี ี่มชี ่วงหนึง่ ทีป่ ้าไปเลีย้ งหลานทกี่ รุงเทพฯ และหมบู่ ้านเรามีงานกีฬา พอดี ประธานชุมชนคนแรกก็โทรไปหาให้ป้าก็ช่วยประสานงานยืมของจากทาง โรงเรยี น จนหมบู่ า้ นเราไดร้ างวลั กองเชยี รห์ รอื อยา่ งสวนหยอ่ ม ปลกู พชื ผกั ปลกู ดอกไม้ ปา้ ก็เป็นคนริเรม่ิ ตอนนน้ั ได้งบมาจากบรษิ ทั ซีแพคทีอ่ ยูข่ า้ งหมูบ่ ้านเรา” และดว้ ยลกั ษณะนสิ ยั ของปา้ รศั มที เี่ ปน็ คนตรงๆ โผงผางไมย่ อมคน ไมช่ อบอะไรกม็ กั จะคา้ น หวั ชนฝานนั้ ทำ� ใหป้ า้ รศั มไี ดร้ จู้ ักกบั หวั หนา้ การเคหะ (ชดุ แรก) จากการเขา้ ร่วมประชมุ ของหม่บู า้ น จึงได้ถูกชักชวนให้เข้ามาท�ำหน้าท่ีเป็นคณะกรรมการชุมชน “ป้าท�ำงานตรงนี้มา 7 ปีแล้วอยู่ใน ตำ� แหนง่ ทง้ั คณะกรรมการชมุ ชน ประธานชมุ ชน กรรมการนติ บิ คุ คลกเ็ หน็ อะไรหลากหลาย” เพราะ การอยอู่ าศยั ในชมุ ชนบา้ นเออื้ อาทรในชว่ ง 5 ปแี รกนนั้ การเคหะแหง่ ชาตจิ ะเปน็ ผดู้ แู ลชมุ ชนในเชงิ บูรณาการ คือมีการจ้างบริษัทนิติบุคคลอาคารชุดเข้ามาบริหารชุมชนและเข้มงวดต่อกฎระเบียบ 33 ผู้ท่อี าศัยอยใู่ นชมุ ชนโดยแท้ หมายถงึ ผูท้ ีพ่ ักอาศัยอยู่ภายในโครงการหมบู่ ้านเอื้ออาทร (อาคารชุด) และเขา้ รว่ มกจิ กรรม ของชมุ ชนอยบู่ อ่ ยคร้ังหรอื เป็นประจำ� รวมถงึ ผู้พกั อาศัยทีใ่ ห้ความรว่ มมอื และช่วยเหลอื งานของชมุ ชน 181

วารสารนติ สิ งั คมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปที ่ี 10 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2560 “เคยมีคนเปิดร้านมินิมาร์ทในอาคารชุด การเคหะสั่งให้รื้อเลย เพราะการท�ำกิจการในห้องชุดมัน ผดิ กฎหมาย แตใ่ นปัจจบุ นั อย่างรา้ นเสริมสวย เจ้าของมันหวั แขง็ ไมย่ อม ก็เลยอะล่มุ อล่วยกนั ไป” การอาศัยอยู่ในชุมชนและท�ำงานให้กับชุมชนแห่งนี้มาโดยตลอด ท�ำให้ป้ารัศมีพบเจอกับ ปญั หามากมาย “เพราะทนี่ อ่ี ยู่กนั เป็นสังคมเมืองแบบต่างคนต่างอยู่ ข้าไม่สน มีอะไรก็ไมส่ น แตพ่ อ มีเร่อื งเดอื ดรอ้ นก็จะมาแสดงตัว” ซง่ึ ปัญหาส่วนใหญ่ทีป่ า้ รศั มีพบเจอนน้ั มักเป็นเรอ่ื งเก่ียวกับการ ด�ำเนินชีวิตประจ�ำวันของสมาชิกในชุมชน เช่น การจอดรถซ้อนคันโดยไม่ปลดเบรกมือ การต�ำน้�ำ พริกเสียงดัง การเปิดทีวีเสียงดัง การเล้ียงสัตว์ในห้องชุด การวางราวตากผ้าไว้ในพ้ืนท่ีส่วนกลาง เปน็ ตน้ ซง่ึ ปญั หาตา่ งๆ เหลา่ นจี้ ะถกู แจง้ ใหท้ ราบผา่ นแอปพลเิ คชน่ั LINE กลมุ่ ของชมุ ชนหรอื LINE สว่ นตวั หรือพดู คยุ ผา่ นทางโทรศัพท์หรือเดนิ มาบอกกบั ปา้ รศั มดี ้วยตนเอง ซ่งึ ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ เมอ่ื ปา้ รศั มไี ดร้ บั เรอื่ งกม็ กั จะดำ� เนนิ การดว้ ยวธิ กี ารขน้ึ เสยี งตามสาย ขอความรว่ มมอื จากสมาชกิ ใน ชมุ ชนรวมทงั้ อธบิ ายเรอื่ งกฎของชมุ ชนและพระราชบญั ญตั อิ าคารชดุ ดว้ ยเสมอ รวมถงึ การประสาน งานกบั นิติบคุ คลอาคารชุดให้เขา้ มาช่วยจดั การปญั หาต่างๆ นอกจากแกไ้ ขปญั หาตา่ งๆ แลว้ ปา้ รศั มใี นฐานะประธานชมุ ชนยงั มหี นา้ ทแ่ี จง้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร ตา่ งๆ ของทางราชการใหส้ มาชกิ ในชมุ ชนทราบอกี ดว้ ย “บา้ นเออ้ื อาทรเปน็ ลกู เมยี นอ้ ย” เสยี งสะทอ้ น หนงึ่ ของปา้ รศั มตี อ่ การไดร้ บั ขอ้ มลู ขา่ วสารทล่ี า่ ชา้ จากทางราชการ เนอ่ื งจากหมบู่ า้ นเออ้ื อาทรแหง่ นี้ ตงั้ อยใู่ นชมุ ชนดงั้ เดมิ การรบั ขอ้ มลู ขา่ วสารตา่ งๆ จงึ ถกู สง่ ผา่ นผใู้ หญบ่ า้ นอกี ที “เวลาทมี่ งี านอะไรปา้ ก็ จะรกู้ อ่ น 1 วนั ” ดว้ ยเหตนุ ้ี ทำ� ใหป้ า้ รศั มจี งึ มคี วามคดิ ทจี่ ะลงสมคั รผใู้ หญบ่ า้ นหรอื ไดร้ บั เลอื กเปน็ ผชู้ ว่ ย ผใู้ หญบ่ า้ น เพอ่ื ใหง้ บประมาณตา่ งๆ และขอ้ มลู ขา่ วสารไดเ้ ขา้ มาถงึ สมาชกิ ในชมุ ชน ส่วนการจัดกิจกรรมต่างๆ หรือขอใช้พื้นที่ส่วนกลางชุมชนนั้น ป้ารัศมีในฐานะของคณะ กรรมการนิตบิ คุ คลได้รบั หนา้ ทใ่ี หเ้ ป็นผรู้ ับผิดชอบในการจดั กิจกรรมตา่ งๆ ซึ่งการจดั กจิ กรรมต่างๆ ในหมบู่ า้ นเออื้ อาทรนี้ กำ� หนดใหม้ กี ารขออนญุ าตการใชพ้ น้ื ทจี่ ากการเคหะกอ่ นทกุ ครง้ั เพราะพน้ื ท่ี สว่ นกลางยงั คงเปน็ ของการเคหะแหง่ ชาติ อยา่ งเชน่ การจดั แขง่ ขนั กฬี าเปตองเพอ่ื สานสมั พนั ธค์ นใน ชมุ ชน แตง่ านครงั้ นนั้ เปน็ งานใหญม่ กี ารเชญิ คนจากเทศบาลและคนภายนอกเขา้ มารว่ มแขง่ ขนั ดว้ ย โดยผจู้ ดั แขง่ ขนั กฬี าไมไ่ ดแ้ จง้ ใหป้ า้ รศั มที ราบจงึ ใหส้ ง่ เรอ่ื งขอใชพ้ นื้ ทไ่ี มท่ นั ซงึ่ จากเหตกุ ารณใ์ นครงั้ นนั้ ทำ� ใหป้ า้ รศั มรี สู้ กึ ถงึ ความไมไ่ ดร้ บั วางไวว้ างใจจากเจา้ หนา้ ทขี่ องการเคหะเหมอื นกบั ในอดตี ทผ่ี า่ น มา “ป้าเกิดปญั หากับการเคหะชุดใหม่ ขาดความน่าเชอื่ ถอื และไมไ่ วว้ างใจป้าเหมือนเดมิ ” อย่างไร กต็ าม จากประสบการณท์ ำ� งานท่ผี ่านมาของปา้ รศั มแี ละปัญหาตา่ งๆ ของชุมชนทจ่ี ะต้องพบเจอใน แต่วัน รวมถึงการขาดความนา่ เช่อื ถือและความไมไ่ วว้ างใจ สง่ ผลใหป้ า้ รัศมเี รมิ่ มีความคดิ ทจี่ ะยา้ ย ออกไปอยอู่ น่ื ข้นึ มา “ป้าเบ่ือมากๆ บางคร้ังอยากขายบ้านท้ิงแล้วย้ายไปอยู่ท่ีอ่ืน แต่ลุงไม่ยอมเพราะไม่ 182

วถิ ีชวี ิตในชมุ ชนอาคารชุด: กรณีศกึ ษาหมู่บ้านเออื้ อาทร จังหวดั เชยี งใหม่ อยากไปเรมิ่ ต้นใหม่อกี ” 34 3.2 ปา้ จนั ทร์ (นามสมมุติ) “ การอยทู่ ่นี ่ีกับบ้านเดมิ มนั ต่างกนั ถึงแม้ปา้ จะเคยอยหู่ อมาก่อนก็เถอะ เพราะอยทู่ ่ี นี่จะท�ำอะไรก็ต้องเกรงใจ อยากเปิดทีวีดังก็ไม่ได้ บางครั้งก็อยากเปิดเสียงทีวีตามท่ี ต้องการบ้างแต่ก็ท�ำไม่ได้ หรืออย่างตึกที่ป้าอาศัยอยู่มีคนต�ำน้�ำพริกทุกวันเลย เสยี งดังกอ้ งจนต้องออกไปยนื นอกอาคารวา่ หอ้ งไหนต�ำ ” ปา้ จันทร์เดิมเปน็ คนละแวกน้ี เม่ือก่อนอาศยั อยอู่ กี หมู่บา้ นหนง่ึ ใกลๆ้ กบั หม่บู า้ นเอื้ออาทร ท่ีอาศัยอยใู่ นปจั จุบัน การทีป่ ้าจนั ทร์ตัดสนิ ใจเข้ามาอาศัยอยู่ในหม่บู ้านเออื้ อาทรนน้ั สว่ นหนึง่ เกดิ จากปัญหาทางบ้านทำ� ใหต้ อ้ งออกมาหางานท�ำพร้อมๆ กบั ขายบ้านอันเปน็ ที่อยู่เดิมของตน ซ่ึงเปน็ ชว่ งเวลาเดยี วกนั กบั การจบั จองหอ้ งชดุ จากการประกาศของผใู้ หญบ่ า้ นในชว่ งของรฐั บาลทกั ษณิ เพอื่ ช่วยเหลอื คนจน ปัจจุบนั ป้าจนั ทร์ท�ำงานเปน็ แมบ่ า้ นใหก้ บั นติ ิบคุ คลอาคารชดุ ในหมบู่ ้านเอ้อื อาทร แห่งนี้ พร้อมกับเปน็ อาสาสมคั รปอ้ งกนั ภยั ฝา่ ยพลเรอื น (อปพร.) ป้าจันทร์ถือได้ว่าเป็นสมาชิกชุมชนรุ่นแรกๆ ของโครงการที่ยังคงอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเอื้อ อาทรและไมเ่ คยยา้ ยออกไปอาศยั อยทู่ อี่ นื่ การพกั อาศยั อยภู่ ายในชมุ ชนและทำ� งานในชมุ ชนนี้ ทำ� ให้ ป้าจนั ทร์พบเจอกบั ปญั หาเป็นจ�ำนวนมากโดยเฉพาะเร่อื งเสียงดัง เสียงสัตวเ์ ลี้ยง ท่อน้�ำตนั นำ้� ซึม โดยเฉพาะช้นั 1 เพราะการใช้ทอ่ เดยี วกนั เวลาทำ� อาหารเศษไขมนั จงึ เขา้ ไปอดุ ตันท่อ ท�ำใหเ้ กดิ การ อุดตันทุกอาคาร หรือบางคร้ังปา้ จันทร์เองก็ทำ� หน้าทเ่ี ช่นเดยี วกนั กบั พนกั งานรกั ษาความปลอดภยั ของชมุ ชน ชว่ ยสอดสอ่ งดแู ลลกู บา้ นเมอื่ สมาชกิ ในชมุ ชนรอ้ งขอ “บางคนื ลกู บา้ นกโ็ ทรมาตามใหป้ า้ ไปช่วยระงับเหตุการณ์ทะเลาะกันหน้าตึก คืนนั้นฝนตกป้าก็ออกมาบอกเขา พอเขาไม่ฟังป้าก็เลย กลับปา้ คดิ วา่ เขาคงเมาดว้ ย” หรือ “เรอ่ื งการลกั ขโมยป้าก็เคยเจอหอ้ งท่เี สยี หายอยชู่ ้นั 4 ห้องตดิ กนั เลย เพราะเขาไมท่ ำ� เหลก็ ดดั ทง้ั คแู่ ละมรี อยเทา้ การปนี ขา้ มมางดั ประตจู ากดา้ นหลงั และคนขโมย กย็ งั ไปงดั หอ้ งขา้ งๆ จากขา้ งหนา้ อกี ปา้ กไ็ ปขอรอ้ งใหน้ อ้ งหอ้ งทเี่ สยี หายไปแจง้ ความ” อยา่ งไรกต็ าม ภายหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวผู้กระท�ำความผิดได้ถูกต�ำรวจจับตัวไปด�ำเนินคดี พร้อมๆ กับการ ย้ายออกจากหมู่บ้านเอ้ืออาทรของครอบครัวผู้กระท�ำความผิด เนื่องจากเป็นผู้มาเช่าอยู่อาศัยและ ทำ� ความเดือดร้อนให้กบั เพอ่ื นบา้ นในอาคารชดุ จากประสบการณท์ ผี่ า่ นมาสง่ ผลใหป้ า้ จนั ทรม์ คี วามคดิ วา่ “ปญั หาสว่ นใหญม่ าจากคนเชา่ ” เนอ่ื งจากผทู้ ม่ี าเชา่ พกั อาศยั นนั้ ไมค่ อ่ ยจะรจู้ กั กฎระเบยี บเทา่ ทคี่ วร เชน่ กรณกี ารเลยี้ งสตั ว์ สนุ ขั และ แมว เม่อื ผมู้ าเช่าพกั อาศัยอยไู่ ประยะหนึ่งกจ็ ะไปซื้อสัตวม์ าเลย้ี งและเมอื่ เลี้ยงดไู ม่ไหวกจ็ ะปล่อยไม่ รับผิดชอบ เป็นตน้ และเมอื่ กลา่ วถึงเรื่องผู้เชา่ ทท่ี �ำใหเ้ กดิ ปัญหานี้ การเชา่ หอ้ งชดุ ในโครงการบ้าน 34 สัมภาษณป์ า้ รัศมี (นามสมมุติ), วนั ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2560 และวันท่ี 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 183

วารสารนิติสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่ ปีท่ี 10 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2560 เออ้ื อาทรในชว่ งของสมยั รฐั บาลทกั ษณิ ปา้ จนั ทรเ์ องคดิ วา่ มนั เปน็ สงิ่ ทผี่ ดิ เพราะวตั ถปุ ระสงคข์ องรฐั คอื ต้องการช่วยเหลือคนจน แต่ช่วงหลงั ๆ เร่อื งการให้คนอ่นื เชา่ ห้องหรอื ปลอ่ ยหอ้ งเช่าไมไ่ ดเ้ ป็นส่ิง ที่ผิดแล้ว “บ้านเอื้ออาทรเอื้อให้คนรวย” เพราะเจ้าของห้องชุดในหมู่บ้านโดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้มี ฐานะดี “ซอ้ื ไวแ้ ลว้ ปลอ่ ยเชา่ ” เจา้ ของหอ้ งชดุ บางคนถอื กรรมสทิ ธห์ิ ลายหอ้ งซง่ึ แตล่ ะหอ้ งกม็ กี ารใช้ ชื่อลกู หลานหรือญาติพี่นอ้ งแทน ส�ำหรับการอยู่อาศัยและท�ำงานเป็นแม่บ้านอยใู่ นชุมชนแห่งนี้ ท�ำใหป้ ้าจันทรเ์ องมีสถานะ เป็นท้ังเจ้าของหอ้ งชดุ และลกู จ้างของสมาชกิ ในชมุ ชน ซงึ่ เมอ่ื เกิดปญั หาจากการบริหารจัดการของ นิติบคุ คลอาคารชุด ป้าจันทรก์ ็มกั จะถกู ว่ากล่าวในนามของบรษิ ทั อกี ท้ังปัญหาของจ�ำนวนแม่บ้าน 4 คนท่ีจะต้องดูแลท้ัง 20 ตึกและพ้ืนที่ส่วนกลางเองก็เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการท�ำงานและ อำ� นวยความสะดวกใหก้ บั สมาชกิ ในชมุ ชน เนอื่ งจากปา้ จนั ทรใ์ นฐานะของหวั หนา้ แมบ่ า้ นไดแ้ บง่ การ ท�ำงานเปน็ 2 ส่วน คือทำ� งานบนอาคาร 2 คน (1 คนตอ่ 10 อาคาร) และอีก 2 คนจะทำ� งานนอก อาคาร ซ่ึงถือว่าเป็นงานที่หนักพอสมควร นอกจากนี้ป้าจันทร์ยังให้เหตุผลว่า การท่ีบริษัทไม่จ้าง พนักงานท�ำความสะอาดเพ่ิมน้ันเป็นเพราะก�ำไรของบริษัทจะลดลงและเมื่อเทียบกับการบริหาร จัดการของบริษัทก่อนหน้าที่การเคหะฯ เป็นผู้จ้างบริหารโครงการนั้น ประสิทธิภาพในการดูแล พนักงานจะดกี ว่า อย่างไรก็ตาม ส�ำหรับปัญหาต่างๆ ในการอาศัยอยู่ในอาคารนั้น จะเห็นได้ว่าป้าจันทร์ สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเองในระดับหนึ่งท้ังในฐานะของเจ้าของห้องชุดและในฐานะของแม่ บ้าน เว้นเสียแต่ว่าปัญหาดังกล่าวเป็นเร่ืองท่ีต้องอาศัยอ�ำนาจการตัดสินใจจากคณะกรรมการ นติ บิ คุ คลทำ� ใหต้ อ้ งรอการอนมุ ตั ิ เชน่ การตดั ตน้ ไม้ เปน็ ตน้ และอกี ชอ่ งทางหนงึ่ ของการแกไ้ ขปญั หา คือสง่ เรือ่ งให้ประธานชุมชน (ป้ารัศมี) เป็นผดู้ ำ� เนินการแทน “ตอนน้ีป้าไปซ้ือท่ีดินไว้ปลูกบ้านอยู่ท่ีอื่น ไม่กี่ตารางเมตรหรอก แต่ไกลจากที่น่ี อยู่นอกๆ เมอื ง” 35 3.3 พีส่ วย (นามสมมตุ )ิ “พี่ไม่ได้ต้ังใจมาซื้อ มาซ้ือเล่นๆ ข�ำๆ และไม่เคยคิดจะมาซ้ือด้วย เพราะรู้สึกว่า บ้านเอ้ืออาทรกระจอกมาก ในความคิดพ่ีคือโลว์คลาสมากไม่น่าอยู่และอยู่ไกลมาก เพราะเม่อื 6 ปที ่ีแลว้ มันดูไกลเมอื งมากไมม่ คี วามคิด แต่ตอนนัน้ เพ่อื นชวนมากม็ าดู ถา้ มชี ั้น 1 กจ็ ะเอา เผ่อื ไว้เปดิ รา้ นไดจ้ ะได้ไม่ต้องไปเช่าเขาไม่ได้คิดอะไรเลย” พี่สวยเป็นชาวจังหวัดพิจิตร เคยแต่งงานและได้เลิกกับสามีไปนานแล้วมีลูกชาย 1 คน 35 สัมภาษณ์ปา้ จนั ทร์ (นามสมมตุ ิ), วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 184

วิถีชีวติ ในชมุ ชนอาคารชดุ : กรณีศึกษาหมู่บ้านเอือ้ อาทร จงั หวัดเชียงใหม่ ปจั จบุ นั อายุ 46 ปี เรยี นจบชนั้ ม.ปลายและเคยไปเรยี นเสรมิ สวยตอ่ ทก่ี รงุ เทพฯ จงึ ยดึ อาชพี เปน็ ชา่ ง เสริมสวยและซักรีดเส้ือผ้าเป็นอาชีพมาโดยตลอด ซ่ึงก่อนท่ีจะเข้ามาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเอ้ืออาทร แห่งน้ี พี่สวยเคยเปิดร้านเสริมสวยและร้านซักรีดอยู่แถวหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และด้วยค�ำ ชกั ชวนของเพอื่ นพส่ี วยจงึ ไดซ้ อ้ื หอ้ งชดุ ในหมบู่ า้ นเออ้ื อาทรไว้ แมว้ า่ ในตอนนน้ั พส่ี วยจะไมค่ อ่ ยสนใจ เทา่ ไรแตเ่ มือ่ มีหอ้ งถกู ใจและสามารถเปดิ ร้านเสริมสวยไดจ้ ึงไดซ้ ือ้ เก็บไวเ้ พราะราคาคอ่ นข้างถกู ต่อมาด้วยเหตุจ�ำเป็น พี่สวยจึงได้ขายบ้านที่ใช้เป็นร้านเสริมสวยและร้านซักรีดหลัง มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ และยา้ ยเขา้ มาอยอู่ าศยั ใหห้ มบู่ า้ นเออื้ อาทร พรอ้ มทง้ั เปดิ รา้ นเสรมิ สวยและ รา้ นซกั รดี ในหอ้ งชดุ ซง่ึ การพกั อาศยั อยใู่ นชมุ ชนแหง่ นต้ี วั พสี่ วยเองยงั ไมเ่ คยเจอปญั หาเรอ่ื งรอ้ งเรยี น อะไร เพราะสว่ นใหญเ่ พอ่ื นบา้ นขา้ งหอ้ งของพส่ี วยนนั้ จะออกไปทำ� งานในชว่ งตอนกลางวนั และจะ กลบั เขา้ ทพ่ี กั อกี ทกี เ็ ปน็ ชว่ งเวลาเยน็ -กลางคนื ซงึ่ เปน็ ชว่ งเวลาทพี่ สี่ วยไดป้ ดิ รา้ นแลว้ การเปดิ รา้ นใน ห้องชดุ น้ีพส่ี วยไดแ้ จง้ ให้ทางนิตบิ ุคคลทราบเรอ่ื งแลว้ และหากพจิ ารณาตามกฎระเบียบแล้วพส่ี วย ไม่สามารถเปิดร้านเสริมสวยได้ แต่ด้วยลักษณะนิสัยของพี่สวยท่ีเป็นคนพูดจาฉะฉาน ไม่ยอมคน และเม่ือคิดว่าตัวเองไม่ได้ท�ำอะไรผิดและไม่ได้ท�ำให้ใครเดือดร้อน จึงท�ำให้พี่สวยกล้าที่จะเปิดร้าน เสริมสวยในหอ้ งชุดต่อไป โดยพีส่ วยใหเ้ หตผุ ลวา่ “เพราะพต่ี อ้ งทำ� มาหากนิ อาชพี นพ้ี ที่ ำ� มาเนน่ิ นานแลว้ ถา้ พไ่ี ปทำ� ขา้ งนอกพก่ี ต็ อ้ งเสยี ค่าเช่ารายจ่ายมันก็ต้องเพ่ิมขึ้น ในเม่ือพี่ซ้ือและผ่อนธนาคารอยู่แล้วพ่ีก็ต้องท�ำอะไร ไดแ้ ตก่ ต็ อ้ งไมไ่ ปรบกวนคนอน่ื แตห่ ากสมมตุ วิ า่ เปน็ กฎระเบยี บแลว้ จะใชก้ ฎหมายมา บังคับโน้นน่ีน่ัน ถ้าว่าการเคหะสามารถบังคับการเคหะท่ัวประเทศไทยไม่ให้เปิดได้ นน้ั แหละพถ่ี งึ ยอม เพราะมนั เปน็ สทิ ธข์ิ องพถี่ า้ เขาออกกฎหมายมาจรงิ ๆ แลว้ มาบงั คบั พบ่ี อกไวเ้ ลยทอี่ นื่ กม็ เี หมอื นกนั หมดนน่ั และ ตอนทพี่ มี่ าอยใู่ หมๆ่ เคยมคี นมาแจง้ บอก ไม่ใหเ้ ปดิ พบ่ี อกเลยถา้ การเคหะสามารถใชก้ ฎหมายบังคับไมใ่ ห้เปิดร้านในการเคหะ บงั คบั ไดท้ วั่ ประเทศไทย พก่ี จ็ ะยอมทอ่ี นื่ กเ็ ปดิ รา้ นกฎระเบยี บโนน้ นน่ี น้ั ถา้ มนั หา้ มได้ ก็ต้องหา้ มทั้งหมด” อย่างไรก็ตาม นอกจากบ้านในชุมชนเอื้ออาทรทใ่ี ช้เป็นทีท่ ำ� งานและทพี่ กั อาศัยแลว้ พ่สี วย ยงั ได้ซื้อบา้ นไวห้ ลงั หน่ึงอยทู่ ี่สนั ปา่ ตอง นานๆ ทีถงึ จะกลับไป36 3.4 พมี่ ะลิ (นามสมมตุ ิ) ผู้เขียนได้รู้จักและมีโอกาสได้พูดคุยกับพี่มะลิในช่วงที่หมู่บ้านช่วยกันเตรียมงานท�ำบุญ ปี๋ใหม่เมือง ระหว่างที่ช่วยกันเตรียมงานพ่ีมะลิได้เล่าถึงชีวิตและประสบการณ์ของการอยู่อาศัยอยู่ ในชมุ ชนบ้านเอ้ืออาทรให้ผู้เขียนฟังว่า 36 สัมภาษณ์พี่สวย (นามสมมตุ )ิ , วันท่ี 2 สงิ หาคม พ.ศ. 2560 185

วารสารนติ สิ ังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ ปที ่ี 10 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2560 พมี่ ะลเิ ดมิ เปน็ คนจังหวัดลำ� ปาง อายุประมาณ 30 ปีต้นๆ พักอาศยั อยูใ่ นหมบู่ ้านเอ้ืออาทร แหง่ นก้ี บั แฟนมานานแลว้ โดยหอ้ งทพ่ี กั อาศยั อยใู่ นปจั จบุ นั นนั้ เปน็ ของญาต(ิ แฟนพมี่ ะล)ิ โดยไมต่ อ้ ง เสียค่าเช่าห้องและห้องพักยังใกล้กับท่ีทำ� งานของแฟนท่ีอยู่ในเมือง จึงทำ� ให้สะดวกในการเดินทาง ส่วนบ้านท่ีจังหวัดล�ำปางน้ันพ่ีมะลิจะเดินทางกลับไปบ้างเป็นบางคร้ัง ในวันเสาร์อาทิตย์ การที่พ่ี มะลิอาศัยอยู่ที่บ้านเอ้ืออาทรแห่งน้ีเป็นเวลานานและไม่ได้ท�ำงาน จึงท�ำให้พี่มะลิรู้จักและสนิทกับ คนในชุมชนพอสมควร โดยเฉพาะเจ้าของร้านขายอาหารท่ีถือได้ว่าเป็นเพ่ือนและช่วยเหลือกันมา ตลอด “พน่ี แี่ หละทพี่ านดิ เจา้ ของรา้ นขายอาหารไปซอ้ื สตู รผดั ไทยมาขายทนี่ ”่ี หรอื อยา่ งปา้ รศั มเี อง พ่ีมะลกิ ร็ ู้จกั จงึ ได้ถกู ชักชวนให้มาช่วยกจิ กรรมของชุมชนอยบู่ อ่ ยๆ “พี่พกั อยู่ท่ีน่เี บอ่ื มากเลยอยากจะออก ยงิ่ เร่อื งขนี้ กพีไ่ ม่ชอบเลยมนั เยอะมาก ห้องพี่ ตดิ กรงลวดหมดแล้วนกมนั ขอ้ี ยดู่ า้ นบนมาติดท่ีลูกกรงพ่ี คือกลิน่ เหม็นมากมนั เหม็น จริงๆ หน้าต่างนเ่ี ปิดไม่ไดเ้ ลยย่งิ วนั ไหนฝนตกกลน่ิ ยิง่ ออก แฟนพ่ีเคยคิดจะไปทำ� กับ ดกั ขา้ งบนดว้ ยเพราะทนไมไ่ ดแ้ ละมอี ยวู่ นั หนง่ึ หอ้ งขา้ งบนลา้ งขน้ี กแลว้ นำ�้ ไหลมาทาง ห้องพี่ (ข้ีนกไหลลงมาในจานผัดกระเพราะ) กระเพราพ่ีมีแต่ข้ีนก ได้เททิ้งหมดเลย (พร้อมกับหัวเราะออกมา) พี่ก็เลยตะโกนบอกเขาว่ากระเพราเรามีแต่ข้ีนกหมดแล้ว เขาก็ตะโกนขอโทษเราใหญเ่ ลยแต่กไ็ มท่ นั แลว้ ไง ก็เซ็งๆ แต่กต็ อ้ งทนๆ ไป เพราะยงั ไม่มีเงินซื้อบ้าน นอกจากเร่ืองนี้แล้ว เร่ืองห้องข้างๆ พ่ีก็เบื่อมาก ท้ังเล้ียงหมาเลี้ยง แมว กลนิ่ ของสัตวเ์ หม็นมาก ไหนจะเสียงรอ้ งมนั อกี คอื ลูกของหอ้ งขา้ งๆ ปากดีมาก ใครท�ำอะไรเสียงดังมันก็ด่าเขาไปหมด ย่ิงตึกที่พี่อยู่สกปรกมาก คนเช่าอยู่เยอะ ย่ิง พวกคนงานไทใหญ่ ถอดรองเท้าถงุ เท้าไว้หน้าห้องกล่ินออกแบบเหมน็ มาก พยี่ ังเคย กลั้นหายใจก่อนเขา้ หอ้ งดว้ ยเพราะทนไมไ่ หวจริงๆ” อยา่ งไรกต็ าม เรอื่ งราวทพี่ ม่ี ะลสิ ะทอ้ นเกยี่ วกบั ปญั หาของการอยอู่ าศยั นน้ั จงึ เปน็ เพยี งการ จบั กลมุ่ พดู คยุ ถงึ ปญั หาของการอยอู่ าศยั ในชมุ ชนอยา่ งไมเ่ ปน็ ทางการ รวมทง้ั แสวงหาคำ� ตอบในการ จัดการจากกลุ่มผู้ร่วมพูดคุยเท่าน้ัน37 เพื่อที่พ่ีมะลิเองจะได้คลายปัญหาความทุกข์ใจให้กับคนท่ีพัก อาศัยอยู่ในชมุ ชนเดยี วกันไดร้ บั ฟงั และอาจนำ� ไปสหู่ นทางการแกไ้ ขต่อไป จากตวั อยา่ งของทง้ั 4 คน เปน็ เรอื่ งเลา่ ประสบการณใ์ นการดำ� เนนิ ชวี ติ ของสมาชกิ ในชมุ ชน อาคารชุดของรัฐท้ัง 4 รายในข้างตน้ จะเห็นไดว้ า่ การอาศัยอยใู่ นชมุ ชนอาคารชุดนนั้ นอกจากการ มีกฎหมายอาคารชุดและกฎระเบียบของชุมชนทีบ่ งั คบั ใช้ภายในชมุ ชนแล้ว ยงั มีปัจจยั อื่นๆ เข้ามา เกีย่ วข้องท้ังด้านเศรษฐกิจ ด้านสงั คมและดา้ นวฒั นธรรม อันส่งผลให้การบงั คบั ใชก้ ฎหมายอาคาร ชดุ หรอื กฎระเบยี บตา่ งๆ ของชมุ ชนจงึ มคี วามยดื หยนุ่ ตอ่ การบงั คบั ใชส้ งู อกี ทงั้ การอาศยั อยใู่ นอาคาร 37 สัมภาษณพ์ ่มี ะลิ (นามสมมุต)ิ , วนั ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2560 186

วถิ ชี ีวิตในชมุ ชนอาคารชดุ : กรณศี กึ ษาหมู่บ้านเออ้ื อาทร จังหวัดเชียงใหม่ ชุดของรัฐท่ีมีวัตถุประสงค์หลักเพ่ือช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยด้วยแล้วนั้น ท�ำให้สมาชิกในชุมชนโดย ส่วนใหญ่ตกอยใู่ นสถานะของผ้มู ีรายไดน้ อ้ ยไปจนถึงฐานะปานกลาง ซึง่ ทำ� ใหม้ คี วามเห็นอกเหน็ ใจ ในการอยอู่ าศยั รว่ มกนั มากกวา่ การอาศยั อยใู่ นอาคารชดุ ทม่ี รี าคาแพงของบรษิ ทั เอกชน สะทอ้ นออก มาให้เห็นผ่านมุมมอง การกระท�ำและวธิ ีคิดในการอยอู่ าศัยของสมาชกิ ในแต่ละราย กรณขี องปา้ จนั ทร์ ซงึ่ มอี าชพี เปน็ แมบ่ า้ นทำ� ใหพ้ บเจอปญั หาเกย่ี วกบั การฝา่ ฝนื กฎระเบยี บ ของชมุ ชนอยู่เป็นประจ�ำ มองวา่ ปญั หาในการฝา่ ฝืนกฎระเบยี บหรอื การก่อความเดอื ดรอ้ นรำ� คาญ สำ� หรบั การอยอู่ าศยั ในหอ้ งชดุ นน้ั มกั เกดิ จากผเู้ ช่าอยอู่ าศยั ทไ่ี มค่ อ่ ยรเู้ รอ่ื งกฎระเบยี บหรอื อาจจะรู้ แต่ไม่ปฏิบัติตาม ซึ่งการมองว่าผู้เช่าส่วนใหญ่เป็นผู้กระท�ำผิดกฎระเบียบของป้าจันทร์ได้สะท้อน ภาพของความเป็นอ่ืนระหว่างเจ้าของห้องชุดท่ีอาศัยอยู่ในชุมชนกับผู้เช่าอยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี พร้อมๆ กับการแบ่งแยกสถานะทางสังคมของชุมชนอาคารชุดระหว่างเจ้าของห้องชุดกับผู้เช่าพัก อาศัย และสะท้อนให้เห็นถึงสถานะแห่งการจัดการและอ�ำนาจที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างสมาชิกใน ชุมชน กล่าวคือผู้เช่าพกั อาศยั จะต้องปฏิบตั ิตามกฎระเบยี บของชมุ ชนอยา่ งไมม่ เี ง่ือนไข เพราะเมอ่ื ใดก็ตามที่ผู้เช่าอยู่อาศัยได้สร้างปัญหาให้กับสมาชิกในชุมชน ผู้เช่าอยู่อาศัยอาจจะต้องเป็นฝ่ายท่ี ยา้ ยออกไปจากชมุ ชน อยา่ งเชน่ กรณที ผี่ เู้ ชา่ พกั อาศยั ทำ� ความเดอื ดรอ้ นใหก้ บั ชมุ ชนโดยการลกั ขโมย ของของเพ่ือนบา้ น และเมื่อถูกจับได้ครอบครวั ของผกู้ ระท�ำผดิ กต็ อ้ งยา้ ยออกจากหอ้ ง หรอื ในกรณี ทผ่ี เู้ ชา่ เลยี้ งสตั วแ์ ละสรา้ งความเดอื ดรอ้ นใหแ้ กเ่ พอื่ นบา้ น เมอื่ ถกู แจง้ เตอื นและไมป่ รบั ปรงุ กต็ อ้ งยา้ ย ออกไปเชน่ กนั แตใ่ นทางตรงกนั ขา้ มหากสถานะความเปน็ เจา้ ของหอ้ งชดุ เปน็ ผกู้ ระทำ� ผดิ กฎระเบยี บ หรอื กฎหมายเสยี เอง อำ� นาจแหง่ การตอ่ รองในการอยอู่ าศยั กจ็ ะมากกวา่ ผเู้ ชา่ อยอู่ าศยั ซงึ่ เหน็ ไดช้ ดั ในกรณขี องพส่ี วยทใี่ ชห้ อ้ งชดุ เปน็ รา้ นเสรมิ สวย หรอื กรณขี องพมี่ ะลิ ทหี่ อ้ งขา้ งๆ หอ้ งเลย้ี งสตั วแ์ ละ สง่ เสียงดังรบกวน แม้วา่ จะมกี ารแจง้ ใหเ้ จ้าของหอ้ งทราบแล้วกต็ าม อกี ท้ังตัวของพีม่ ะลเิ องกไ็ มไ่ ด้ อยู่ในสถานะของเจ้าของห้องชุด วิธีการจัดการปัญหาจึงเป็นไปในลักษณะแบบไม่เป็นทางการ ซึ่ง สะท้อนผา่ นเร่ืองเล่าของพมี่ ะลิในขา้ งต้น เช่นการซุบซิบนนิ ทาเพอ่ื นบ้าน เป็นต้น อยา่ งไรกต็ าม มมุ มองหรอื ทา่ ทตี อ่ การอยอู่ าศยั ของสมาชกิ ในชมุ ชนอาคารชดุ นนั้ ยอ่ มแตก ตา่ งกนั ออกไปตามสภาพแหง่ การอยอู่ าศยั ในอาคารชดุ แตล่ ะแหง่ และภมู หิ ลงั ของแตล่ ะคน และนน่ั อาจหมายความวา่ การฝา่ ฝนื กฎระเบยี บหรอื การกอ่ ความเดอื ดรอ้ นรำ� คาญใหก้ บั เพอ่ื นบา้ นนน้ั อาจ จะมไิ ดเ้ กดิ จากผเู้ ชา่ อยอู่ าศยั เทา่ นนั้ แตย่ งั รวมถงึ เจา้ ของหอ้ งชดุ เองกส็ ามารถกอ่ ความเดอื ดรอ้ นและ การฝา่ ฝนื กฎระเบียบไดด้ ว้ ยเชน่ กัน แตไ่ มว่ า่ อยา่ งไรการฝ่าฝนื กฎระเบียบตา่ งๆ ของชมุ ชนท้ังจาก เจ้าของห้องชดุ เองหรอื จากผู้เช่าพกั อาศัยน้ัน ยงั คงมคี วามอะลุ่มอลว่ ยต่อกฎเกณฑ์ มกี ารแจ้งเตอื น การกระทำ� ความผดิ เพอ่ื ใหโ้ อกาสในการปรบั ปรงุ แกไ้ ขซงึ่ ถอื วา่ เปน็ ธรรมเนยี มปฏบิ ตั ขิ องการบงั คบั ใช้กฎระเบยี บของชุมชน มีการผ่อนหนักผ่อนเบาตอ่ การกระท�ำความผิดท่ีสามารถเป็นทยี่ อมรับได้ และไมก่ อ่ ใหเ้ กิดความเดือดรอ้ นแกส่ มาชกิ คนอนื่ ๆ 187

วารสารนติ ิสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ ปีท่ี 10 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2560 และในทางกลบั กนั หากมองในเชงิ ทฤษฎวี า่ ดว้ ยพนื้ ท่ี (space) อาคารชดุ เปรยี บเสมอื นกบั “พนื้ ทช่ี วี ติ ” (lived space)38 ซงึ่ เปน็ ปฏบิ ตั กิ ารเชงิ พน้ื ทใี่ นระดบั ชวี ติ ประจำ� วนั ของสมาชกิ ในการอยู่ อาศยั อยใู่ นชมุ ชน เปน็ กลมุ่ คนสามญั ชนทใี่ นแตล่ ะวนั จะตอ้ งผจญกบั ชวี ติ ประจำ� วนั อนั แปลกแยกและ นา่ เบอื่ ของเมอื งสมยั ใหม่ โดยเฉพาะการมชี วี ติ อยภู่ ายใตข้ อ้ จำ� กดั และการถกู จองจำ� ผา่ นการจดั การเชงิ พน้ื ที่ การตกแตง่ สง่ิ ปลกู สรา้ งทางกายภาพ เชน่ หอ้ งเลก็ ๆ ใหก้ ลายเปน็ สถานทที่ เี่ รยี กวา่ “บา้ น” ไม่ วา่ จะเปน็ แฟลต คอนโด ไดก้ ลายเปน็ เงอ่ื นไขทผ่ี คู้ น (เชน่ แรงงานอพยพ คนตา่ งดา้ ว คนจนเมอื ง เปน็ ตน้ ) จำ� เปน็ ตอ้ งตอ่ รอง ตอ่ ตา้ น ผา่ นการดดั แปลง ตกแตง่ ตอ่ เตมิ หรอื สรา้ งสถานทที่ เี่ รยี กวา่ “บา้ น” รวมไปจนถึงความเปน็ เพ่ือนบา้ นและ “ชมุ ชน” ขน้ึ มาใหม่ ซ่ึงการฝา่ ฝนื หรือการไมป่ ฏบิ ัติตามกฎ ระเบยี บของชมุ ชน เชน่ การเลยี้ งสตั วใ์ นหอ้ ง การเปดิ ทวี เี สยี งดงั การตำ� นำ�้ พรกิ เสยี งดงั การสงั สรรค์ ในหอ้ งชดุ การเอาชน้ั รองเทา้ วางไวห้ นา้ หอ้ งอนั เปน็ พน้ื ทส่ี ว่ นกลาง การวางราวตากผา้ ในพน้ื ทสี่ ว่ นกลาง การเปดิ รา้ นเสรมิ สวย เปน็ ตน้ จงึ เปน็ การตอ่ ตา้ นกฎระเบยี บของชมุ ชนไปพรอ้ มๆ กบั การตอ่ รองให้ สามารถดำ� เนนิ ชวี ติ ในหอ้ งชดุ เฉกเชน่ เดยี วกนั กบั การอาศยั อยใู่ น “บา้ น” แมว้ า่ การทำ� ผดิ กฎระเบยี บ ของชุมชนจะเป็นความผิด แต่เมื่อความผิดดังกล่าวไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับเพ่ือนบ้าน ซึ่ง ลกั ษณะรว่ มดงั กลา่ วของสมาชกิ ในชมุ ชนนจ้ี งึ ถอื ไดว้ า่ เปน็ การตอ่ รองในการดำ� เนนิ ชวี ติ ในอาคารชดุ เชน่ สามารถเลย้ี งแมวหรอื สนุ ขั ไดห้ ากไมท่ ำ� ใหเ้ พอ่ื นบา้ นเดอื ดรอ้ น เปน็ ตน้ และในกรณีของพี่สวยท่ีมองว่า การเปิดร้านเสริมสวยและร้านซักรีดในอาคารชุดนั้นเป็น สทิ ธทิ จ่ี ะกระทำ� ไดแ้ ละไมใ่ ชส่ ง่ิ ทผี่ ดิ กฎหมายเพราะไมไ่ ดท้ ำ� ใหใ้ ครเดอื ดรอ้ นนนั้ นอกจากจะเปน็ การ ตอ่ ตา้ นในเชงิ พน้ื ทชี่ วี ติ เกย่ี วกบั อาชพี ทพี่ สี่ วยทำ� มาเนน่ิ นานแลว้ เพราะหากพสี่ วยไมท่ ำ� ในพน้ื ทตี่ รง น(้ี หอ้ งชดุ ) พสี่ วยเองกจ็ ะมรี ายจา่ ยทเ่ี พมิ่ มากขน้ึ และไมส่ ามารถหาเงนิ ผอ่ นธนาคารไดต้ ามทตี่ งั้ ใจไว้ การปฏบิ ตั กิ ารเชงิ พน้ื ทนี่ ข้ี องพสี่ วยจงึ ทำ� ใหใ้ นปจั จบุ นั พสี่ วยยงั คงสามารถเปดิ รา้ นเสรมิ สวยและรบั ซกั รดี ในหอ้ งชดุ ไดต้ อ่ ไป อกี ทง้ั การกระทำ� ดงั กลา่ วยงั สะทอ้ นใหเ้ หน็ ถงึ สำ� นกึ ทางกฎหมายของพสี่ วย ทม่ี ตี อ่ กฎหมายอาคารชดุ และการบงั คบั ใชก้ ฎหมายของหนว่ ยงานรฐั ทแี่ ทบจะไมเ่ คยถกู บงั คบั ใชโ้ ดย เจา้ หน้าท่ีของรฐั เลย “ถา้ วา่ การเคหะสามารถบังคับการเคหะทว่ั ประเทศไทยไมใ่ ห้เปดิ ได้นนั้ แหละ พ่ีถึงยอม” ถ้อยค�ำดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงการฝ่าฝืนข้อกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบอาชีพใน ห้องชุดที่มิได้มีเพียงเฉพาะในชุมชนที่พ่ีสวยอยู่เท่านั้น แต่ยังมีการท�ำในลักษณะเดียวกันกับพี่สวย อยา่ งกว้างขวางและมไิ ดม้ คี วามหวั่นเกรงตอ่ บทลงโทษทก่ี ฎหมายไดบ้ ัญญตั ิไวแ้ ต่อยา่ งใด ด้วยเหตุ นี้ท่าทีของพี่สวยท่ีมีต่อกฎหมายอาคารชุดในการฝ่าฝืนกฎหมายเปิดร้านเสริมสวยโดยไม่กลัวบท ลงโทษทางกฎหมายนนั้ จงึ เปน็ นติ สิ ำ� นกึ (legal consciousness) ทพี่ ส่ี วยรบั รแู้ ละเขา้ ใจสภาพแหง่ การบังคับของกฎหมายอาคารชุดท่ไี มส่ ามารถกระท�ำต่อตวั พีส่ วยได3้ 9 38 วสนั ต์ ปัญญาแก้ว, วฒั นธรรมศกึ ษาเบอื้ งตน้ , เชยี งใหม:่ คณะสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่, 2560, น.98. 39 สมชาย ปรีชาศิลปกุล, พรมแดนความรู้ของการศึกษากฎหมายแนวนิติส�ำนึกในสังคมไทย, วารสารนิติสังคมศาสตร์ 188

วถิ ชี ีวติ ในชุมชนอาคารชุด: กรณศี ึกษาหมูบ่ า้ นเออ้ื อาทร จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนใ้ี นมมุ มองทางดา้ นสงั คม การเปดิ รา้ นเสรมิ สวยดงั กลา่ วของพส่ี วย ยงั สามารถยก สถานะให้ห้องชุดของพ่ีสวยที่เป็นพ้ืนท่ีส่วนตัวให้กลายเป็นพื้นท่ีก่ึงส่วนตัวท่ีใครๆ ก็สามารถเข้าถึง ได้หมายถงึ การเข้า-ออกห้องชดุ ของพี่สวยโดยท่ไี ม่ตอ้ งขออนุญาตในช่วงเวลาของการเปิดร้าน และ ด้วยลักษณะการอยู่อาศัยของพ่ีสวยท่ีท�ำงานอยู่ในห้องชุดตลอดเวลา พี่สวยจึงเสียสละค่าไฟและ พ้ืนที่ห้องบางส่วนเพ่ือติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งตึก จึงท�ำให้สมาชิกในตึกโดยส่วนใหญ่ต่างให้การ ยอมรบั พส่ี วย แมว้ า่ พส่ี วยจะใชพ้ นื้ ทสี่ ว่ นกลางวางราวตากผา้ ในลกั ษณะกงึ่ ถาวร (วางไวต้ ลอดเวลา) และเปิดร้านเสริมสวยในอาคารชุดอันเป็นการท�ำผิดกฎหมายอาคารชุดและกฎระเบียบของชุมชน กต็ าม แตด่ ว้ ยสถานะทางสงั คมในชมุ ชนของพสี่ วยจงึ ทำ� ใหพ้ ส่ี วยไมเ่ คยถกู รอ้ งเรยี นใดๆ จากสมาชกิ ในอาคารชุดของตนเลย หรือในกรณีของป้ารัศมี การอาศัยอยู่ในชุมชนอาคารชุดยังเป็นการสร้างตัวตนใหม่ให้กับ สมาชิกในชมุ ชน โดยทไ่ี ม่ต้องค�ำนงึ ถึงภมู ิหลงั ใดๆ เพราะทกุ คนต่างเป็นผอู้ ยู่อาศัยหนา้ ใหมด่ ้วยกนั ทง้ั สน้ิ ซงึ่ แตกตา่ งไปจากการอาศยั อยใู่ นชมุ ชนแนวราบหรอื ชมุ ชนดง้ั เดมิ ของไทย เนอ่ื งจากการกา้ ว เข้ามาเป็นผนู้ ำ� ของชุมชนไดน้ ั้นตอ้ งมีภูมิหลงั ทด่ี แี ละเป็นที่รจู้ กั ของชุมชนมาก่อน ซึง่ สะท้อนให้เห็น ผ่านกรณีของป้ารัศมีท่ีนอกเหนือจากการเป็นแม่ค้าและคุณครูสอนร�ำแล้ว การเป็นคณะกรรม นิติบุคคลและประธานคณะกรรมการชุมชน ยังสามารถสร้างตัวตนใหม่ให้กับป้ารัศมีได้เป็นที่รู้จัก นบั หนา้ ถอื ตาและไวว้ างใจในการแกไ้ ขปญั หาตา่ งๆ ในชมุ ชน รวมถงึ การตดิ ตอ่ ประสานงานกบั หนว่ ย งานภายนอก เชน่ องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ การเคหะแหง่ ชาติ เปน็ ตน้ จากสถานภาพทางสงั คม ในชมุ ชนอาคารชดุ น้ี ปา้ รศั มจี งึ กลายเปน็ พลเมอื งทต่ี ระหนกั รถู้ งึ สทิ ธขิ องตนตามกฎหมายอาคารชดุ และกฎระเบยี บของชมุ ชม รวมถงึ การเขา้ ไปมบี ทบาทในการแกไ้ ขปญั หาของชมุ ชนรว่ มกบั นติ บิ คุ คล อาคารชุดในการบริหารจัดการชุมชนและรัฐ ซึ่งต่างไปจากการอยู่อาศัยในชุมชนเดิมของป้ารัศมีท่ี มิไดม้ ีบทบาทใดๆ ในชมุ ชน ด้วยเหตนุ ี้ การอาศยั อยใู่ นชุมชนอาคารชุดทงั้ ของปา้ รศั มี ปา้ จนั ทร์ พ่สี วยและพ่มี ะลิ นับ ตง้ั แตแ่ รกเรมิ่ ของการตดั สนิ ใจเขา้ อยอู่ าศยั ไปจนถงึ การคดิ ทจ่ี ะยา้ ยออกจากชมุ ชนนนั้ พบวา่ มปี จั จยั หลายอย่างเข้ามาเก่ียวข้องท้ังสถานะทางเศรษฐกิจของสมาชิกในชุมชน ราคาของที่อยู่อาศัย การ เคยสูญเสยี ทีอ่ ยอู่ าศัย สถานภาพทางสังคมในชมุ ชน สภาพแวดลอ้ มและขอ้ จำ� กัดของการอยอู่ าศยั ในอาคารชดุ รวมไปถงึ ความแตกตา่ งทางวฒั นธรรมในการใชช้ วี ติ ของแตล่ ะบคุ คล ซงึ่ ทงั้ หมดนลี้ ว้ น แตเ่ ปน็ หนงึ่ ในปจั จยั ทจ่ี ะทำ� ใหส้ มาชกิ ของชมุ ชนเลอื กทจี่ ะยงั คงอาศยั อยใู่ นชมุ ชนตอ่ ไปหรอื ยา้ ยออก ไปสู่สงั คมใหม่ 4. บทสรปุ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม,่ ปที ่ี 8 (1¬2558) :น.24-33 189

วารสารนติ สิ ังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ ปที ี่ 10 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2560 จากเร่ืองเล่าประสบการณ์ของสมาชิกท่ีอาศัยอยู่ในชุมชนอาคารชุดในข้างต้น ได้สะท้อนให้ เหน็ ถงึ ลกั ษณะการดำ� เนนิ ชวี ติ ของผคู้ นทอี่ าศยั อยใู่ นอาคารชดุ แหง่ หนงึ่ ในจงั หวดั เชยี งใหม่ ซงึ่ เปน็ เพยี ง ตัวอย่างของกรณีศึกษาชุมชนอาคารชุดเท่าน้ัน จึงไม่อาจอ้างได้ว่าการอาศัยอยู่ในชุมชนอาคารชุดทุก แหง่ จะมลี ักษณะเชน่ เดียวกนั กบั ชมุ ชนแห่งน้ี แตอ่ ย่างไรก็ตาม เมอ่ื กลา่ วถงึ ชมุ ชนอาคารชุดแล้วไม่วา่ จะต้ังอยู่แห่งหนใด หรือผู้ใดเป็นเจ้าของโครงการจะเป็นของรัฐหรือของเอกชน ก็ล้วนแต่อยู่ภายใต้ พระราชบัญญตั ิอาคารชุดพ.ศ.2522 อันเปน็ หวั ใจสำ� คญั ของการเริ่มตน้ ชวี ิตในชุมชนอาคารชุด ส�ำหรับการใชช้ วี ิตอยู่ในชุมชนอาคารชดุ ในแต่ละแห่งน้นั สมาชกิ ในชมุ ชนไมส่ ามารถเลือก เพือ่ นบา้ นของตนเองได้วา่ จะเป็นใครและมาจากไหน หรอื มีภูมิหลังของชีวติ อยา่ งไร เว้นเสียแต่วา่ สมาชิกได้มีการชักชวนเพ่ือนฝูงหรือญาติพ่ีน้องให้มาซ้ือห้องชุดในอาคารเดียวกัน ชั้นเดียวกันและ หอ้ งชดุ ติดๆ กัน แตใ่ นสภาพแหง่ ความเป็นจริงการใชช้ วี ติ อยู่ในชมุ ชนอาคารชดุ และมีเพอ่ื นบ้านท่ี รู้จักมาก่อนเป็นเร่ืองที่เกิดข้ึนได้น้อยหรือพบเห็นได้ไม่บ่อยนัก และด้วยความหลากหลายของผู้คน ทอ่ี ยอู่ าศัยภายในชุมชนอาคารชุดนเ้ี อง กฎหมายอาคารชุดและระเบียบของชมุ ชนจึงเปน็ ส่งิ สำ� คัญ สำ� หรบั การใชช้ วี ติ อยใู่ นชมุ ชนอาคารชดุ รว่ มกนั ของผคู้ นใหม้ คี วามสงบสขุ และเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ย แตใ่ นขณะเดยี วกนั กฎหมายอาคารชดุ และกฎระเบยี บของชมุ ชนมไิ ดเ้ ปน็ เพยี งสง่ิ เดยี วทจ่ี ะสามารถ บังคับให้สมาชิกในชุมชนปฏิบัติตามได้ เพราะยังคงมีปัจจัยอ่ืนๆ ที่เข้ามาเก่ียวข้องในการอาศัยอยู่ ในชุมชนอาคารชุด ท้ังสภาพสังคมของชุมชน สภาพเศรษฐกิจของสมาชิกในชุมชนรวมถึงภูมิหลัง และอตั ลกั ษณข์ องสมาชกิ ในชมุ ชนแตล่ ะคนทไี่ มเ่ หมอื นกนั ทำ� ใหก้ ฎระเบยี บทเ่ี ปน็ ทางการจงึ ไมอ่ าจ บังคับได้เสมอไป การเห็นอกเห็นใจกันและการอะลุ่มอล่วยต่อการกระท�ำความผิดจึงถือว่าเป็น ธรรมเนยี มปฏบิ ตั อิ กี รปู แบบหนง่ึ ของชมุ ชนอาคารชดุ ซงึ่ เปน็ กฎระเบยี บทไี่ มเ่ ปน็ ทางการแตส่ มาชกิ ทกุ คนตา่ งยอมรบั ในการกระท�ำดังกล่าว เพราะฉะนนั้ ในชมุ ชนอาคารชดุ แตล่ ะแหง่ สมาชกิ ของชมุ ชน จงึ มที า่ ทตี อ่ กฎหมายหรอื กฎ ระเบยี บของชมุ ชนทแี่ ตกตา่ งกนั ออกไป ซงึ่ เหน็ ไดจ้ ากภาพสะทอ้ นการดำ� เนนิ ชวี ติ ประจำ� วนั ในชมุ ชน อาคารชดุ ของสมาชิกชมุ ชนท้ัง 4 รายในข้างต้น กล่าวคือ ป้าจันทรม์ ที ่าทตี อ่ เพอ่ื นบ้านทม่ี าเชา่ พัก อาศัยว่าไม่ค่อยจะรู้กฎระเบียบหรือรู้แต่ไม่ปฏิบัติตาม แต่ส่วนตัวป้าจันทร์เองเป็นเจ้าของห้องชุด และแมบ่ า้ น จึงเข้าใจและปฏิบัตติ ามกฎระเบยี บของชุมชน หรือพีม่ ะลติ ่างกม็ ีทา่ ทตี อ่ เพ่ือนบ้านทัง้ ทเี่ ปน็ เจา้ ของหอ้ งและผเู้ ชา่ โดยเฉพาะคนชายขอบอยา่ งคนไทใหญว่ า่ ไมค่ อ่ ยจะปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บ จงึ ทำ� ใหพ้ มี่ ะลเิ องรสู้ กึ เบอื่ หนา่ ยกบั การพกั อาศยั ในชมุ ชนอาคารชดุ สว่ นพส่ี วยเจา้ ของรา้ นเสรมิ สวย แมจ้ ะรูว้ า่ การกระท�ำของตนผดิ กฎระเบียบแต่เมอ่ื ไมไ่ ด้ท�ำใหผ้ ูอ้ ่ืนเดอื ดร้อน จึงท�ำให้พี่สวยขา้ มพ้น ความกลวั วา่ จะตอ้ งรบั ผดิ จากการเปดิ รา้ นเสรมิ สวยในหอ้ งชดุ ของตน สดุ ทา้ ยปา้ รศั มเี มอื่ กา้ วเขา้ มา เป็นคณะกรรมการนิติบุคคลและประธานชุมชนแล้ว การรักษากฎระเบียบของชุมชนจึงเป็นเรื่อง สำ� คญั ปา้ รศั มจี งึ กลายเปน็ พลเมอื งทตี่ ระหนกั สทิ ธแิ ละหนา้ ทข่ี องตนในการอาศยั อยใู่ นชมุ ชนอาคาร 190

วิถีชีวิตในชมุ ชนอาคารชุด: กรณีศกึ ษาหมู่บา้ นเอ้ืออาทร จังหวดั เชียงใหม่ ชุด แต่ในขณะเดียวกันในความเป็นชุมชนท่ีต้องเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันน้ี ป้ารัศมีก็จะมีการ อะลุม่ อลว่ ยตอ่ กฎระเบียบในบางข้อ เพ่ือไมใ่ หเ้ กดิ ความขัดแยง้ ในชมุ ชนอาคารชดุ ด้วยเชน่ กัน สุดท้ายนี้ จะเห็นได้ว่าในการด�ำเนินชีวิตประจ�ำวันตามความเป็นจริงของสมาชิกในชุมชน อาคารชดุ นนั้ บางครงั้ กฎหมายอาคารชดุ และกฎระเบยี บของชมุ ชนอาจไมส่ อดคลอ้ งตอ่ วถิ ชี วี ติ ของ ประชาชน จึงท�ำให้มีการฝ่าฝืนและละเมิดกฎหมายอาคารชุดและกฎระเบียบของชุมชน ดังนั้น กฎหมายจงึ ควรเปดิ ชอ่ งทางใหส้ มาชกิ ในชมุ ชนไดม้ สี ทิ ธกิ ำ� หนดรปู แบบชมุ ชนของตนไดอ้ ยา่ งอสิ ระ บนฐานของมตสิ มาชิกในชมุ ชน เช่น การยนิ ยอมให้ประกอบอาชพี บางประเภทในห้องชุดไดโ้ ดยไม่ เป็นความผิดตอ่ กฎหมาย 191

วารสารนิตสิ งั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ ปที ี่ 10 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2560 บรรณานุกรม กฎหมาย พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 พระราชบญั ญัตอิ าคารชุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534 พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2542 พระราชบญั ญตั อิ าคารชุด (ฉบบั ท่ี 4) พ.ศ. 2551 หนงั สอื การเคหะแห่งชาต.ิ (ม.ป.ป.). การพฒั นาทีอ่ ยูอ่ าศัยในประเทศไทย รายงานประจ�ำปี 2549 ประสงค์ แสงพายัพ. (2532). การบรหิ ารคอนโดมเิ นียม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามค�ำแหง. ไพโรจน์ อาจรกั ษา. (2559). ค�ำอธิบายว่าด้วยอาคารชุด. กรุงเทพฯ: นติ ิธรรม มานพ พงศทัต, (2527). รวมเร่ืองอาคารชดุ ของประเทศไทย. ม.ป.ท. วสันต์ ปญั ญาแกว้ . (2560). วัฒนธรรมศึกษาเบ้อื งตน้ . เชยี งใหม:่ คณะสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่. วิกรณ์ รักษ์ปวงชน. (2528). กรรมสิทธ์ิในอาคารชุด. นิติศาสตร์มหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์. วชิ ยั ตนั ติกุลานนั ท์ และจุฬาลักษณ์ ตนั ติกลุ านันท์. (2559). คำ� อธิบายกฎหมายเกยี่ วกับอาคาร ชดุ กฎหมายคอนโดมิเนยี ม. (พิมพ์คร้ังท่ี 9 ). กรุงเทพฯ: หา้ งหุ้นส่วนจำ� กดั พมิ พ์อักษร สมชาย ปรีชาศิลปกุล. (2558). พรมแดนความรู้ของการศึกษากฎหมายแนวนิติส�ำนึกในสังคม ไทย. วารสารนติ สิ ังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่, ปีท่ี 8 (1) อคิน รพพี ฒั นแ์ ละคณะ. (2542). ชุมชนแออัด: ความรกู้ ับความเปน็ จริง. กรงุ เทพฯ: ส�ำนักงาน กองทุนสนับสนนุ การวจิ ยั . อานันท์ กาญจนพันธุ์. (2555). ถกความคิดสังคมศาสตร์ในสังคมไทย. เชียงใหม่: ภาควิชา สังคมวทิ ยาและมานุษยวิทยา คณะสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่. 192

วิถีชวี ิตในชมุ ชนอาคารชดุ : กรณศี กึ ษาหมู่บ้านเออ้ื อาทร จังหวัดเชยี งใหม่ เวบ็ ไซต์ การเคหะแห่งชาติ.(ม.ป.ป.) หนังสือหมอบ้าน ฉบับคู่มือการอาศัยในอาคารชุด. สืบค้นวันที่ 29 กรกฎาคม 2560, จาก https://www.nha.co.th/assets/portals/1/files/download/ arkanchood.pdf ซอฟทบ์ สิ พลสั .(ม.ป.ป.). ววิ ฒั นาการคอนโดมเิ นยี ม : แนวคดิ ทฤษฎี กฎหมาย การบรหิ ารนติ บิ คุ คล อาคารชุด. สืบค้นวันที่ 3 สิงหาคม 2560, จาก http://www.softbizplus.com/ condominium/693-concept-in-evolutionary-theory-and-operation-of-condo- miniums Think of Living.28 ธนั วาคม 2559. แฟลตปลาทอง. สบื ค้นวันที่ 3 สงิ หาคม 2560, จาก http:// thinkof living.com /2013/12/28/แฟลตปลาทอง-รงั สิตซติ /้ี เอกสารอ่ืนๆ ระเบียบของโครงการบ้านเอ้ืออาทรอาคารชุด ตามมติการประชุมของคณะกรรมการนิติบุคคล เมอ่ื วันท่ี 28 กมุ ภาพนั ธ์ 2560 เก็บข้อมูลโดยวิธีการสังเกตการณ์. (วันที่ 7 ธันวาคม 2559). โดยอจิรวดี เหลาอ่อน, หมู่บ้าน เออื้ อาทร จงั หวดั เชยี งใหม่ เก็บข้อมูลโดยวิธีการสังเกตการณ์. (วันท่ี 15 มกราคม 2560). โดยอจิรวดี เหลาอ่อน, หมู่บ้าน เอือ้ อาทร จังหวดั เชียงใหม่ เก็บข้อมูลโดยวิธีการสังเกตการณ์. (วันท่ี 26 มีนาคม 2560). โดยอจิรวดี เหลาอ่อน, หมู่บ้าน เอือ้ อาทร จงั หวดั เชียงใหม่ สมั ภาษณป์ ้ารศั มี (นามสมมตุ ิ). (วนั ที่31 มกราคม 2560 และวันที่ 13 พ.ค. 2560). สัมภาษณ์โดย อจิรวดี เหลาอ่อน, หมู่บ้านเอ้อื อาทร จังหวดั เชยี งใหม่ สัมภาษณ์ป้าจันทร์ (นามสมมุติ). (วันท่ี 24 กรกฎาคม 2560). สัมภาษณ์โดยอจิรวดี เหลาอ่อน, หมบู่ า้ นเออื้ อาทร จังหวัดเชยี งใหม่ สัมภาษณพ์ ส่ี วย(นามสมมุต)ิ , (วันที่ 2 สิงหาคม 2560). สมั ภาษณโ์ ดยอจริ วดี เหลาอ่อน, หมู่บา้ น เออื้ อาทร จังหวดั เชยี งใหม่ สัมภาษณพ์ ่ีมะลิ (นามสมมตุ )ิ . (วนั ท่ี 29 เมษายน 2560). สัมภาษณโ์ ดยอจริ วดี เหลาอ่อน, หมู่บา้ น เออ้ื อาทร จังหวดั เชยี งใหม่ 193

วารสารนติ ิสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่ ปีท่ี 10 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2560 Translated Thai References Legislation The Condominium Act B.E. 2522, Thai Royal Gazette, No. 96 Section 67, B.E. 2522 The Condominium Act (No.2) B.E. 2534 The Condominium Act (No.3) B.E. 2542 The Condominium Act (No.4) B.E. 2551 Books Artraksa, P. Description of condominium. Bangkok: Nititham law books Ganjanapan. A. (2012). Critical social science of Thai society. Chiang Mai: Department of Sociology and Anthropology Chiang Mai National Housing Authority (N.d.). Housing development in Thailand, Annual Report 2006 Panyakaew. W. (2016). Introducing cultural studies. Chiang Mai: Department of Sociology and Anthropology Chiang Mai Pongsatat, M. (1984). Condominium in Thailand Omnibus. N.d. Preechasinlapakun. S. (2015). Knowledge of Legal Consciousness in Thailand society. CMU Journal of Law and Social Sciences. 8(1) Ragpuangchon. W. (1985). The ownership of condominium. LLM. Faculty of law Graduate school Thammasat University. Rabibadhana. A. et al. (1999). Slums: knowledge and fact. Bangkok: The Thailand Research Fund. Sangpayap, P. (1989). Condominium management. Bangkok: Ramkhamhaeng Uni- versity press. 194

วิถีชวี ิตในชุมชนอาคารชดุ : กรณศี กึ ษาหมูบ่ ้านเอื้ออาทร จังหวดั เชียงใหม่ Tantikulananta, V. & Tantikulananta, J. (2016). Legal Description of the Condo- minium Law Condominium. ( 9 th edition ). Bangkok: phim-aksorn Electronic databases National Housing Authority (N.d.). Moh Ban handbook edition: Living in Condominium. Retrieved july 29, 2017 from https://www.nha.co.th/assets/ portals/1/files/download/arkanchood.pdf Softbiz Plus (N.d.). Evolution of condominium: concept, theory, legal, legal entity’s condominium management. Retrieved August 3, 2017, from http://www.softbizplus.com/condominium/693-concept-in- evolutionary-theory-and-operation-of-condominiums Think of Living December 28, 2016. Flat Pa Thong. Retrieved August 3, 2017, from http://thinkof living.com /2013/12/28/แฟลตปลาทอง-รงั สิตซิต้/ี Other Documents Rule of Government Housing Complex (Unit xx, Chiang Mai), resolution of the committee meeting on February2017 ,28 Data collection by observation. December 7, 2016. By Ajirawadee Laoaon. Government Housing Complex (Unit xx), Chiang Mai Data collection by observation. January2017 ,15 . By Ajirawadee Laoaon. Government Housing Complex (Unit xx), Chiang Mai Data collection by observation. March2017 ,26 . By Ajirawadee Laoaon. Government Housing Complex (Unit xx), Chiang Mai Interview Jan (anonymous). July 24, 2017. Interview by Ajirawadee Laoaon. Government Housing Complex (Unit xx), Chiang Mai Interview Mali (anonymous). April 29, 2017. Interview by Ajirawadee Laoaon. Government Housing Complex (Unit xx), Chiang Mai 195

วารสารนิติสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่ ปีที่ 10 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2560 Interview Rasmee (anonymous). January 31, 2017 and May 13, 2017. Interview by Ajirawadee Laoaon. Government Housing Complex (Unit xx), Chiang Mai Interview Suay (anonymous). August 2, 2017. Interview by Ajirawadee Laoaon. Government Housing Complex (Unit xx), Chiang Mai ______________________________________________________________________ หน่วยงานผู้แต่ง: คณะนิตศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ ถ.หว้ ยแกว้ ต.สุเทพ อ.เมอื ง จ.เชียงใหม่ 50200 เมล์ตดิ ต่อ: [email protected] Affiliation: Faculty of Law, Chiang Mai University 239 Huay Kaew Road, Muang District, Chiang Mai, Thailand, 50200 E-mail: [email protected] 196

วารสารนติ สิ งั คมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปที ่ี 10 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2560 https://www.tci-thaijo.org/index.php/CMUJLSS บทปริทศั น์หนงั สือ “ทนายวฒั นธรรม: ใชก้ ฎหมายเพื่อคมุ้ ครองมรดกวฒั นธรรมชมุ ชน” Book Review “Cultural Heritage Protection Lawyers: Using Law for the Protection of Local Cultural Heritage” ปดี ิเทพ อยู่ยืนยง Pedithep Youyuenyong คณะนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่ ถ.ห้วยแกว้ ต.สุเทพ อ.เมอื ง จ.เชยี งใหม่ 50200 Faculty of Law, Chiang Mai University 239 Huay Kaew Road, Muang District, Chiang Mai, Thailand, 50200 เมล์ติดต่อ: [email protected] E-mail: [email protected] บทคดั ย่อ “ทนายวฒั นธรรม: ใชก้ ฎหมายเพื่อคุ้มครองมรดกวัฒนธรรมชมุ ชน” เปน็ หนังสือเกี่ยวกบั วิธีการในทางกฎหมายกับเทคนิคทางกฎหมายท่ีถูกน�ำเอามาใช้ในการปกป้องมรดกวัฒนธรรม ทอ้ งถนิ่ หนงั สอื ดงั กลา่ วไดถ้ กู แบง่ ออกเปน็ 5 ภาคดว้ ยกนั ภาคแรกกลา่ วถงึ สทิ ธชิ มุ ชนกบั การอนรุ กั ษ์ มรดกวัฒนธรรม ภาคที่สองได้น�ำเสนอกฎหมายว่าด้วยโบราณสถานกับการมีส่วนร่วมของชุมชน ภาคที่สามได้กล่าวถึงกฎหมายผังเมืองกับการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม ภาคที่ส่ีได้รวบรวมเร่ืองเล่า จากชุมชนและผู้น�ำท้องถิ่น และภาคท่ีห้าได้บรรยายถึงสิทธิชุมชนตามกฎหมายไทยและตามหลัก กฎหมายระหว่างประเทศ หนังสือเล่มน้ีได้พยายามหยิบยกประเด็นที่น่าสนใจหลายประการ อัน สนบั สนนุ การเรยี นรเู้ พมิ่ เตมิ ทนี่ ำ� ไปสกู่ ารรเิ รม่ิ อนรุ กั ษม์ รดกวฒั นธรรมชมุ ชนในประเทศไทย จนทำ� ให้ ผู้อ่านได้รับทราบกรณีศึกษาและประเด็นทางวิชาการที่น่าสนใจเพ่ือสนับสนุนให้ชุมชนต่างๆ ใน ประเทศไทยเกดิ ความรว่ มมอื และรว่ มใจตอบสนองต่อปญั หาวา่ ด้วยมรดกทางวัฒนธรรมชมุ ชน คำ� สำ� คญั : มรดกวัฒนธรรม, สิทธิชุมชน, กฎหมายวา่ ดว้ ยโบราณสถาน, กฎหมายผงั เมอื ง, กฎหมายไทย, กฎหมายระหวา่ งประเทศ 197

วารสารนิติสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ ปีที่ 10 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2560 Abstract “Cultural Heritage Protection Lawyers: Using Law for the Protection of Local Cultural Heritage” is a book about the legal methods and regulatory techniques used in local cultural heritage protection. The book has been divided into 5 parts. The first part provides an introduction to community rights and cultural heritage conservation and the second chapter presents law on the protection of historical premises and the potential of community participation. The next chapter cover the law on the conservation of archaeological and cultural heritage sites. In the fourth chapter, the authors discuss case studies in community engagement within the context of local communities’ cultural heritage conservation. In the last chapter, the authors bring together the findings of research on the local community engage- ment practice of cultural heritage partnerships in community rights under Thailand’s legislation and international frameworks. Interestingly, the book’s purpose was to support further learning across local cultural heritage conservation initiatives in Thailand, with the main output consisting of a set of case studies illustrating good legal practice and highlighting key learning points for supporting Thailand’s com- munities to engage in collaborative and partnership responses to the local cultural heritage issues. Keywords: Cultural Heritage, Community Rights, Historical Sites Conservation Law, Planning Law, Thai Law, International Law 198

บทปรทิ ศั นห์ นงั สือ“ทนายวฒั นธรรม: ใช้กฎหมายเพอ่ื คุม้ ครองมรดกวัฒนธรรมชมุ ชน” 1. บทน�ำ หนังสือเร่ือง “ทนายวัฒนธรรม: ใช้กฎหมายเพ่ือคุ้มครองมรดกวัฒนธรรมชุมชน” เกิดจากการรวบรวมหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย บทบัญญัติทางกฎหมายและบทเรียนจากชุมชนที่ได้ ใชก้ ฎหมายมาเปน็ เคร่ืองมอื ส�ำหรับอนรุ ักษม์ รดกวัฒนธรรมในทอ้ งถิน่ ของตน ซึ่งเขียนโดยผ้เู ขยี นท่ี เป็นผู้น�ำท้องถิ่น ผู้น�ำสังคมและนักวิชาการหลายท่าน ผ่านการอธิบายถึงข้อเท็จจริง หลักเกณฑ์ ทัศนะและมุมมองที่หลายหลาย ที่ได้มาจากประสบการณ์การขับเคลื่อน การต่อสู้ และการศึกษา ท่ีเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมชุมชน ส�ำหรับผู้ท่ีสนใจความรู้ด้าน “มรดกวัฒนธรรม ทอ้ งถนิ่ ” (Cultural Heritage) หนงั สอื เลม่ นส้ี ามารถใหค้ วามรผู้ า่ นขอ้ เขยี นของผมู้ บี ทบาทขบั เคลอื่ น การอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมชุมชนโดยอาศัยกฎหมาย (Law) เป็นส่ิงที่รับรองหรือคุ้มครองสิทธิใน มรดกวฒั นธรรมทอ้ งถนิ่ (Cultural Heritage Rights) กลา่ วคอื สทิ ธใิ นมรดกวฒั นธรรมยอ่ มถอื เปน็ สิทธิที่มีการก�ำหนดเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษรท้ังในกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ 199


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook