ใบความรู้วิชา หลักการบญั ชเี บ้อื งตน้ 1 3200-0001 หนว่ ยที่ 1 ความรูเ้ บื้องตน้ ทางการบัญชี 1. สาระสำคัญ การบัญชีมีบทบาทและมีความสำคัญในกิจการทุกประเภท ไม่ว่าจะดำเนินการโดยหวังผลกำไรหรือไม่ก็ ตาม เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการนำไปปฏิบัติงานด้านบัญชีหรือการประยุกต์ใช้บัญชีแบบครัวเรือน ตาม แนวคิดหลักเศรษฐกิจพอเพียง จึงควรเข้าใจความหมายของการบัญชี จุดประสงค์ของการบัญชี ประโยชน์ของ ข้อมูลการบัญชี ข้อแนะนำการเรียนวิชาบัญชี รวมทั้งความรู้เกี่ยวกับแม่บทการบัญชี เพื่อประยุกต์ใช้กับงาน ดงั กลา่ วขา้ งต้นให้มีประสทิ ธิภาพยิ่งขึ้น 2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรปู้ ระจำหนว่ ย 2.1. จุดประสงค์ทั่วไป เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องความรู้เบื้องต้นเก่ียวกับการผลิตและกิจการซื้อ ขายสินค้า 2.2. จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม 2.2.1. อธบิ ายความหมายของการบญั ชีได้ 2.2.2. บอกวตั ถปุ ระสงค์ของการบัญชีได้ 2.2.3. บอกประโยชนข์ องข้อมูลการบญั ชไี ด้ 2.2.4. แนะนำการเรียนวิชาบัญชีได้ 2.2.5. แสดงความร้เู กีย่ วกับข้อสมมติทางบญั ชีได้ 2.2.6. อธบิ ายและคำนวณสินทรพั ยต์ ามแมบ่ ทการบญั ชีได้ 2.2.7. อธบิ ายและคำนวณหน้ีสินตามแม่บทการบัญชไี ด้ 2.2.8. อธิบายและคำนวณสว่ นของเจา้ ของตามแมบ่ ทการบัญชไี ด้ 2.2.9. อธิบายความหมายของสมการบญั ชีได้ 2.2.10. เขียนสมการบัญชีและคำนวณสมการบญั ชไี ด้ 2.2.11. แสดงการจัดทำงบแสดงฐานะการเงนิ ได้ 2.2.12. แสดงเจตคติและกิจนิสยั ทดี่ ตี อ่ การศกึ ษาการบัญชตี น้ ทนุ เบอ้ื งต้น 3. สมรรถนะประจำหนว่ ยเรยี นรู้ 1. แสดงความร้เู กี่ยวกบั หลักการ และวธิ ีการบัญชสี ำหรับกิจการเจา้ ของคนเดียวประเภทธุรกิจบรกิ าร 2. ปฏิบัติงานบัญชีสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกิจบริการตามหลักการบัญชีท่ีรับรอง ทัว่ ไป
4. สาระการเรยี นรู้ สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย หรือ ส.บช. (The Institute of Certified Accountants and Auditor of Thailand: ICAAT) ในปจั จบุ ันคอื สภาวิชาชพี บัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ (Federation of Accounting Professions under the Royal Patronage of His Majesty the King) ได้ใหค้ วามหมายของการบญั ชีไว้ดงั นี้ การบัญชี (Accounting) หมายถึง ศลิ ปะของการเก็บรวบรวม บันทึก จำแนก และทำสรุปข้อมูลอัน เกี่ยวกับเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจในรูปตัวเงิน ผลงานข้ันสุดท้ายของการบัญชีก็คือการให้ข้อมูลทางการเงิน ซ่ึง เปน็ ประโยชน์แกบ่ ุคคลหลายฝา่ ย และผทู้ สี่ นใจในกจิ กรรมของกิจการ สมาคมผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของประเทศสหรัฐอเมริกา (The American Institute of Certified Public Accountants: AICPA) ไดใ้ หค้ วามหมายของการบัญชไี วด้ งั น้ี “Accounting is the art of recording, classifying and summarizing in a significant manner and in terms of money, transactions and events which are, in part at least, of financial character and interpreting the results thereof.” จากคำนยิ ามดงั กล่าว การบัญชี หมายถึง ศิลปะของการจดบันทึก การจำแนกใหเ้ ป็นหมวดหมู่ และการ สรุปผลส่ิงสำคัญในรปู ตัวเงิน รายการและเหตกุ ารณ์ต่างๆ ซง่ึ เกีย่ วข้องด้านการเงิน รวมทั้งการแปลความหมาย ของผลการปฏิบตั ิ ซงึ่ เปน็ คำนยิ ามทไี่ ดร้ บั การยอมรับโดยทัว่ ไป การบญั ชี Accounting การทาบญั ชี การให้ขอ้ มลู Bookkeeping ทางการเงิน ▪การรวบรวม (Collecting) Users of financial information ▪การบนั ทึก (Recording) ▪การจาแนก (Classifying) ▪การสรปุ ขอ้ มลู (Summarizing) การเขียนตัวเลขน้ันควรให้ตรงหลักเสมอ เช่น หลักหน่วยก็เขียนให้ตรงกับหลักหน่วยเหล่าน้ี เป็นต้น ตัวเลขทุกๆ 3 ตัว ให้ใช้เครื่องหมาย “ , ” โดยนับจากจุดทศนิยมไปทางซ้ายมือทุก 3 ตัว และถ้าไม่มีเศษ สตางค์ใหใ้ ช้เคร่อื งหมาย “ - ” เช่น 5,250.75 15,000.- 25,200.50
ถา้ เขียนตัวเลขผิดให้ขีดเส้นฆ่าตัวเลขที่ผดิ แล้วเขียนตัวเลขใหม่ที่ถูกต้องไว้ข้างบนตัวเลขท่ีผิด และลง ช่ือย่อกำกับไว้ ไม่ควรขูดลบตัวเลขท่ีผิดหรือเขียนตัวเลขอ่ืนทับตัวเลขท่ีผิด เช่น ตัวเลขที่ถูกต้องคือ 3,500 แต่ เขียนเปน็ 5,300 ดงั นั้น จึงแกไ้ ขให้ถูกต้อง คอื 3,500 5,300 1) เขยี นเคร่ืองหมายจุลภาค ( , ) ในจำนวนเงนิ ต่อไปน้ีให้ถูกตอ้ งตามหลกั การบัญชที รี่ บั รองทัว่ ไป จำนวนเลข จำนวนเงิน บาท สต. 10000 100000 1000000000 2) แก้ไขตัวเลขดังต่อไปน้ีให้ถูกตอ้ ง ตัวเลขผดิ ตัวเลขถกู แก้ไขใหถ้ กู ตอ้ ง 25,000.- 52,000.- 45,000.- 54,000.- 200,050.- 200,050.50 3) เขียนตัวเลขต่อไปน้เี ป็นตัวอกั ษรใหถ้ กู ตอ้ ง จำนวนเงนิ (ตัวเลข) จำนวนเงนิ (ตัวอักษร) 21,345.10 59,999.50 14,552.20 2,234,550.50 4) เขียนจำนวนเงนิ ตวั อักษรต่อไปนีใ้ ห้เปน็ ตัวเลขและรวมยอดให้ถูกต้อง จำนวนเงนิ (ตัวอักษร) จำนวนเงิน (ตวั เลข) สองหมนื่ ห้าสบิ บาทถว้ น หนง่ึ หม่ืนสีพ่ นั สามสิบบาทย่สี บิ สตางค์ หนง่ึ แสนสามร้อยหา้ สิบบาทถ้วน สามลา้ นหา้ แสนหกหมื่นเจด็ ร้อยบาทถ้วน ข้อสมมตทิ างบัญชี ถอื เปน็ สว่ นหนง่ึ ของแม่บทการบญั ชที น่ี ำมาใช้ในการจดั ทำงบการเงินประกอบด้วย (1) เกณฑ์คงค้าง และ (2) การดำเนินงานต่อเน่ือง แต่ก่อนท่ีจะกล่าวถึงข้อสมมติทางบัญชี ควรจะทำความ เขา้ ใจกับแมบ่ ทการบัญชี เพ่ือจะได้นำไปประยุกต์ใช้อย่างถูกต้อง
คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชี สภาวิชาชีพบัญชีได้กำหนดแม่บทการบัญชีฉบับนี้ขึ้นจาก มาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศเร่ืองแม่บทการบัญชี โดยไม่มีความแตกต่าง โดยมีความประสงค์ที่จะใช้แม่บท การบัญชีเป็นเกณฑ์ในการปรับปรุงมาตรฐานการบัญชีท่ีมีอยู่ในปัจจุบัน และพัฒนามาตรฐานการบัญชีที่จะใช้ ในอนาคตใหส้ อดคล้องกันและสอดคล้องกับมาตรฐานการบญั ชีระหวา่ งประเทศ (IAS) อีกท้ังยงั มีความประสงค์ ให้ผู้จัดทำและผู้ใช้งบการเงินเข้าใจถึงท่ีมาและเน้ือหามาตรฐานการบัญชีได้ลึกซ้ึงย่ิงขึ้น เพื่อนำไปใช้อ้างอิงใน การนำมาตรฐานการบัญชีที่มีอยู่มาถือปฏิบัติ รวมท้ังการปฏิบัติทางบัญชีในเร่ืองท่ียังไม่มีมาตรฐานการบัญชี กำหนดไว้ สรปุ การบัญชี หมายถึง ศิลปะของการจดบันทกึ การจำแนกให้เป็นหมวดหมู่ และการสรปุ ผลสง่ิ สำคัญ ในรูปตัวเงิน รายการ และเหตุการณ์ต่างๆ ซ่ึงเก่ียวข้องด้านการเงิน รวมท้ังการแปลความหมายของผลการ ปฏิบัติดังกล่าว ในการจัดทำบัญชีควรคำนึงถึงวัตถุประสงค์และประโยชน์ของข้อมูลการบัญชีเป็นหลัก เน่ืองจากเป็นส่วนท่ีช่วยให้กิจการดำเนินงานไปในทิศทางท่ีถูกต้องตามพระราชบัญญัติการบัญชีและยังเป็น ประโยชน์ต่อผู้ใช้ข้อมูลทางบัญชี และส่ิงท่ีสำคัญต่อผู้ศึกษาวิชาบัญชีก็คือการปฏิบัติตนให้สม่ำเสมอต่อการ เรยี น จงึ จะบรรลุตามเป้าหมายในชีวติ ท่ีตั้งใจไว้
สินทรัพย์ตามแม่บทการบัญชี โดยสนิ ทรพั ย์ (Asset) ตามแมบ่ ทการบัญชี หมายถึง ทรัพยากรทีอ่ ยใู่ น ความควบคุมของกิจการ ทรัพยากรดงั กล่าวเป็นผลของเหตุการณ์ในอดีตซึง่ กจิ การคาดว่าจะได้รบั ประโยชน์เชิง เศรษฐกิจจากทรัพยากรน้ันในอนาคต เช่น เงินสด (Cash) เงินฝากธนาคาร (Deposits at financial institutions) ลูกหน้ี (Account receivables) รถยนต์ อาคาร เคร่ืองใชส้ ำนักงาน ที่ดิน ลิขสทิ ธิ์ (Copyright) สิทธิบัตร (Patent) ค่าความนิยม (Goodwill) สัมปทาน (Franchises) เครื่องหมายการค้า (Trademarks) เปน็ ต้น ประเภทของสินทรพั ย์ ซง่ึ แบ่งออก 2 ประเภท คอื สินทรัพย์หมนุ เวยี น และสนิ ทรพั ย์ไม่หมุนเวยี น ดังน้ี 1) สินทรัพย์หมุนเวียน (Current Asset) หมายถึง สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่อง สามารถจะเปล่ียนมา เป็นเงินสด หรือขายหรือจะใช้หมดไปภายในเวลา 1 ปี หรือน้อยกว่านั้น ซ่ึงเป็นไปตามการดำเนินธุรกิจของ องคก์ ร เช่น เงินสด (Cash) หรือสินทรัพย์อื่นที่สามารถเปลี่ยนมาเป็นเงินสดได้โดยเรว็ เงนิ ฝากธนาคาร ลกู หนี้ การค้าและลูกหน้ีอ่ืน (Trade and other receivables) และสินค้าคงเหลือ (Inventories) รวมท้ังสินทรัพย์ หมุนเวียนอน่ื (Other current assets) เปน็ ต้น 2) สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (Non-Current Asset) หมายถึง สินทรัพย์ที่ไม่สามารถเปล่ียนมาเป็น เงินสดได้โดยเร็ว หรือเป็นสินทรัพย์ที่กิจการมีไว้ใช้งานและมีอายุการใช้งานนานเกินกว่า 1 ปี เช่น เงินลงทุน ระยะยาว (Long-term investments) ท่ีดิน อาคาร และอุปกรณ์ (Property, Plant and Equipment) นอกจากน้ันยังอาจมีสินทรัพย์ที่ไมม่ ีตัวตน (Intangible assets) เชน่ ลิขสิทธ์ิ สิทธบิ ัตร สมั ปทาน เป็นต้น และ สินทรัพย์ไมห่ มุนเวียนอน่ื (Other non-current assets) ไดด้ ้วย โดยแต่ละรายการอาจแยกย่อยได้อกี
ตวั อยา่ งท่ี เม่ือวนั ท่ี 1 มีนาคม 2558 นายพจน์ได้สำรวจตนเองพบวา่ มที รัพยส์ ินส่วนตวั ดังนี้ เงนิ สด 100,000 บาท รถยนต์ 172,000 บาท อุปกรณส์ ำนักงาน 200,000 บาท รวมท้งั ส้ิน 472,000 บาท หมายเหตุ 1.ทรพั ย์สินดังกล่าวน้ีในทางบัญชีเรียกวา่ “สนิ ทรัพย์ (Asset)” 2.จะเห็นได้วา่ นายพจนม์ สี ินทรพั ยส์ ว่ นตัวท้งั สิ้นจำนวน 472,000 บาท ตวั อย่างที่ ตอ่ ไปนีเ้ ป็นรายการสนิ ทรัพย์ของรา้ นเสรีบริการ ซ่ึงมีนายเสรเี ป็นเจ้าของ เงนิ สด ฝากธนาคาร 100,000 บาท เคร่อื งตกแต่ง อาคาร เงิน 60,000 บาท รา้ นเสรีการคา้ มีสนิ ทรพั ย์ รถยนต์ 80,000 บาท รวม 200,000 บาท ทงั้ สนิ้ 840,000 บาท 400,000 บาท ซ่ึงเป็นสนิ ทรพั ย์สว่ นตวั 840,000 บาท ตัวอย่างที่ เม่ือวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 รา้ นนาวินบริการ มีสนิ ทรัพย์ตา่ งๆ ดังน้ี เงนิ สด 23,200 บาท ลูกหนี้ 17,000 บาท ร้านนาวินบริการ เคร่ืองตกแต่ง 25,500 บาท อุปกรณส์ ำนักงาน 52,900บาท มสี ินทรพั ยท์ งั้ ส้ิน 518,600 บาท รถยนต์ 400,000 บาท รวม 518,600 บาท
หน้ีสินตามแม่บทการบัญชี โดยหนี้สิน (Liability) ตามแม่บทการบัญชี หมายถึง ภาระผูกพันใน ปัจจุบันของกิจการที่ต้องจ่ายชำระคืนแก่บุคคลภายนอกในอนาคต ภาระผูกพันดังกล่าวเป็นผลของเหตุการณ์ใน อดีตซึ่งการชำระภาระผูกพันน้ันคาดว่าจะส่งผลให้กิจการสูญเสียทรัพยากรท่ีมีประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ เช่น เจ้าหน้กี ารค้า เงินกู้ เงินเบกิ เกนิ บญั ชี เจ้าหนีจ้ ำนอง เป็นตน้ ประเภทของหนีส้ นิ หน้ีสนิ แบ่งออก 2 ประเภท ไดแ้ ก่ 1. หนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities) หมายถึงหนี้สินท่ีถึงกำหนดชำระภายใน 12 เดือนนับ จากวันที่ในงบแสดงฐานะการเงิน และกิจการคาดว่าจะชำระหนี้สินนั้นคืนภายในรอบระยะเวลาดำเนินงาน ปกติ มลี กั ษณะดังน้ี 1.1 หน้ีสินท่ีมีระยะเวลาการชำระคืนภายใน 12 เดือน หรือภายในรอบระยะเวลาการดำเนินงาน ตามปกตขิ องกิจการ 1.2 ชำระคืนดว้ ยสนิ ทรพั ย์หมนุ เวียน หรือ 1.3 การกอ่ หนส้ี นิ ระยะสัน้ อ่นื แทน ตัวอย่างหน้ีสินหมุนเวียน ได้แก่ เจ้าหน้ีการค้า (Accounts Payable) เจ้าหนี้อื่น (Other payables) เงินกู้ยืมระยะส้ันจากสถาบันการเงิน (Short-term borrowings from financial institutions) เงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร (Bank Overdrafts) ต๋ัวเงินจ่าย (Notes Payable) เงินกู้ยืมระยะส้ัน (Short-term borrowings) ภาษีเงินได้ค้างจ่าย (Current Income tax payable) และหน้ีสินหมุนเวียนอื่น (Other current liabilities) เช่น ค่าใชจ้ า่ ยคา้ งจา่ ย รายไดร้ บั ลว่ งหนา้ เป็นต้น 2. หนี้สินไม่หมุนเวียน (Non-Current Liabilities) คือ หน้ีสินที่มีระยะเวลาการชำระเงินนานเกิน กว่า 1 ปี หรือเกินกว่ารอบระยะเวลาการดำเนินงานตามปกติของกิจการ หนี้สินไม่หมุนเวียนอาจเกิดจากการ กู้ยืมเงินมาใช้ในกิจการเพื่อซื้อสินทรัพย์ที่มีราคาสูง การแสดงหน้ีสินไม่หมุนเวียนในงบแสดงฐานะการเงินจะ เปิดเผยข้อมูลเก่ียวกับภาระผูกพันและข้อตกลงต่างๆ เช่น อัตราดอกเบ้ีย วันครบกำหนดชำระ ลักษณะของ ภาระผูกพัน ได้แก่ เงินกู้ยืมระยะยาว (Long-term Loans) หุ้นกู้ (Bonds Payable) เป็นต้น ตัวอย่างหนี้สิน ไมห่ มุนเวยี น ไดแ้ ก่ เงินกู้ยืมระยะยาว (Long-term borrowings) หน้ีสนิ ภาษีเงนิ ไดร้ อการตดั บัญชี (Deferred tax liabilities) ภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงาน ประมาณการหน้ีสินระยะยาว และหนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น (Other non-current liabilities)
ตัวอย่างที่ นางเกศมณีเปิดรา้ นเสริมสวยได้ซ้ืออุปกรณ์ 250,000 บาท เปน็ เงนิ เชื่อจากรา้ นบิวตี้ ดังนนั้ จงึ ตอ้ งชำระเงินใหร้ า้ นบิวตใ้ี นภายหนา้ ซ่งึ เป็นเจา้ หนน้ี างเกศมณดี ังนี้ เจ้าหน้ี – ร้านบิวตี้ 250,00 บาท 11. ผูเ้ รยี นฝึกปฏิบัตติ ามโจทย์ เม่ือวนั ท่ี 1 มกราคม 2558 รา้ นค้าแห่งหนึ่งมสี ินทรัพย์และหนี้สิน ตา่ งๆ สนิ ทรพั ย์ หนส้ี ิน รายการบัญชี สนิ ทรัพย์ สนิ ทรัพย์ไม่ หน้ีสนิ หน้ีสนิ ไม่ หมนุ เวยี น หมุนเวยี น หมุนเวียน หมุนเวยี น เงินสด 120,000 ลูกหน้ี 50,000 อาคาร 250,000 เจ้าหนกี้ ารค้า 50,000 เงินเบิกเกนิ บัญชี 230,000 คา่ ใชจ้ ่ายค้างจ่าย 13,000 รายได้รับล่วงหน้า 16,000 เงนิ กูย้ ืมระยะเวลา 5 ปี 500,000 ภาษีเงนิ ได้ค้างจา่ ย 12,000 รวม สว่ นของเจ้าของตามแม่บทการบัญชี โดยส่วนของเจา้ ของ (Owner’s Equity) ตามแม่บทการบัญชี (ปรับปรุง 2552) หมายถึง ส่วนได้เสียคงเหลือในสินทรัพย์ของกิจการ หลังจากหักหนี้สินทั้งส้ินออกแล้ว กรรมสทิ ธทิ์ ี่เจ้าของกจิ การมใี นสินทรัพย์ เรียกว่าสินทรพั ย์สทุ ธิ (สินทรพั ย-์ หน้ีสิน) ลกั ษณะสว่ นของเจ้าของกจิ การแบง่ ได้ 3 ประเภท คอื 1) สว่ นของเจา้ ของกิจการเจ้าของคนเดียว 2) ส่วนของเจ้าของกจิ การห้างหุน้ สว่ น 3) ส่วนของเจ้าของกจิ การบริษัทจำกดั แตจ่ ะกลา่ วในหนว่ ยนเ้ี ฉพาะส่วนของเจ้าของกจิ การคนเดยี วประเภทธุรกิจบริการเทา่ นน้ั แสดงได้ดังนี้ ส่วนของเจ้าของ = จำนวนเงินท่ีเจ้าของนำมาลงทนุ +ผลกำไร-ถอนใช้ (เงนิ ถอน)-ผลขาดทนุ (ถ้ามี)
ตัวอย่างที่ ตอ่ ไปนี้เป็นสนิ ทรพั ย์สว่ นตัวของนายราชา ดังน้ี เงินสด เงนิ ฝากธนาคาร 100,000 บาท นายราชามสี นิ ทรพั ยท์ งั้ ส้นิ 800,000 บาท รถยนต์ 100,000 บาท อาคาร 300,000 บาท แสดงวา่ เขามสี ทิ ธใ์ิ นสนิ ทรพั ย์ 800,000 บาท (สนิ ทรพั ยส์ ุทธ)ิ รวมสินทรพั ย์ 300,000 บาท หรอื สว่ นของเจา้ ของเท่ากบั 800,000 บาท 800,000 บาท สรปุ สนิ ทรพั ย์ 800,000 = สว่ นของเจา้ ของ 800,000 บาท ความหมายของสมการบัญชี โดยสมการบัญชี (Accounting Equation) หมายถึง การแสดงถึง ทรัพยากรของกิจการเชิงเศรษฐกิจท่ีอย่ใู นการดูแลและควบคมุ ของกิจการและมีสิทธใิ นการครอบครองท้ังหมด ทีม่ ีในทรัพยากรนั้นไม่ว่าจะเปน็ สินทรพั ย์หนี้สินและส่วนของเข้าของ โดยสมการจะแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง สินทรพั ย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของตามแมบ่ ทการบญั ชี จะแสดงความสมดลุ กนั อยเู่ สมอ สามารถเขยี นในรปู สมการไดด้ ังน้ี สินทรพั ย์ = หนีส้ ิน + ส่วนของเจา้ ของ (ทุน) Assets = Liabilities + Owner's Equity แสดงเป็นสัญลักษณ์ย่อได้ดงั นี้ A= L + OE ดงั นัน้ จะเห็นได้ว่าสินทรพั ย์จะอยู่ดา้ นซา้ ย ซึง่ เท่ากบั หน้สี นิ และส่วนของเจ้าของอยู่ด้านขวามอื จะต้อง มีความเทา่ กัน หากมีผลกระทบกจ็ ะเป็นการกระทบไปท้ังสองด้านด้วยกัน เชน่ กู้เงนิ จากธนาคารมาลงทุน 500,000 บาท ก็จะทำใหห้ นี้สินเพ่ิมข้นึ และมีสินทรัพยท์ ี่เป็นเงนิ สดเพมิ่ ข้นึ ดว้ ยสว่ นของเจ้าของนน้ั ไม่กระทบ สินทรัพย์ = หนีส้ นิ + สว่ นของเจ้าของ (ทุน) 500,000 = 500,000 + สว่ นของเจ้าของ (ทุน) การเขยี นสมการบัญชีและแสดงการคำนวณสมการบญั ชี โดยการจำแนกสนิ ทรัพย์ หน้ีสิน และส่วน ของเจ้าของ จะนำไปสูก่ ารคำนวณหาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสนิ ทรัพย์ หน้สี นิ และสว่ นของเจ้าของ เพอื่ จัดทำ สมการบัญชี ซงึ่ ผูจ้ ัดทำบัญชีจะเขยี นสมการบัญชใี นรูปแบบใดกต็ าม ความสมดลุ ระหวา่ งสนิ ทรพั ย์ หน้สี นิ และ สว่ นของเจา้ ของจะยงั คงอยู่ตลอดไปตามหลักการของแมบ่ ทการบัญชี ซ่งึ สามารถเขียนไดห้ ลายลักษณะดงั น้ี
1) การเขยี นสมการบัญชกี รณีไมม่ ีหนี้สนิ สนิ ทรัพย์ = ส่วนของเจา้ ของ = OE เขยี นสมการบัญชีไดด้ งั น้ี A การคำนวณสมการบัญชีกรณไี มม่ หี นีส้ นิ การคำนวณสมการบัญชสี ามารถจะสบั เปล่ียนท่ีกนั ได้ หรือเขียนใหม่จากสมการเดิมได้ ซ่ึงมีลักษณะ เหมอื นกับการคำนวณสมการโดยทวั่ ไป ตวั อย่างที่ ตอ่ ไปนี้เปน็ สินทรพั ย์ของรา้ นช่างทองบริการ ซ่ึงมีนายช่างทองเป็นเจ้าของดงั น้ี หนว่ ย: บาท เงนิ สด 120,000 รถบรรทุก 300,000 เงินฝากธนาคาร 240,000 ทด่ี นิ อาคารและอุปกรณ์ 550,000 ลกู หนีก้ ารคา้ 45,000 แทนคา่ สมการบญั ชไี ดด้ งั น้ี สนิ ทรพั ย์= ส่วนของเจ้าของ (ทุน) A = OE 1,255,000 = ส่วนของเจ้าของ ดังน้นั สนิ ทรพั ย์ของนายช่างทอง 1,255,000 มีค่าเท่ากับส่วนของเจ้าของ สนิ ทรพั ย์ 1,255,000 บาท = ส่วนของเจา้ ของ 1,255,000 บาท ตัวอย่างที่ ตอ่ ไปนเ้ี ปน็ สินทรัพย์ของรา้ นอุ้มบญุ บริการ ซงึ่ มนี ายอ้มุ บุญเป็นเจา้ ของดังนี้ หนว่ ย: บาท เงินสด 120,000 ทีด่ ิน อาคาร และอปุ กรณ์ 550,000 เงนิ ฝากธนาคาร 240,000 เจ้าหนีก้ ารค้า 300,000 ลกู หน้ีการค้า 45,000 เงินกู้จำนอง 50,000 รถบรรทกุ 300,000 แทนคา่ สมการบญั ชีไดด้ งั น้ี สนิ ทรพั ย์ = หนส้ี ิน + สว่ นของเจ้าของ A = L+OE 1,255,000 = 350,000+สว่ นของเจ้าของ ส่วนของเจ้าของ = 1,255,000-350,000 ดังนั้น ส่วนของเจา้ ของ = 905,000 บาท
ตัวอยา่ งท่ี ใหใ้ ช้ขอ้ มูลจากตวั อย่างที่ แทนคา่ สมการบัญชีได้ดงั น้ี หน้ีสนิ = สนิ ทรพั ย์ - สว่ นของเจ้าของ (ทนุ ) L = A - OE (P) 350,000 = 1,255,000-905,000 350,000 = 350,000 บาท ตัวอย่างที่ ให้ใชข้ อ้ มูลจากตัวอย่างที่ แทนค่าสมการบัญชไี ด้ดังนี้ สว่ นของเจา้ ของ = สินทรัพย์ - หนีส้ ิน OE = A - L 905,000 = 1,255,000 - 350,000 905,000 = 905,000 บาท การจัดทำงบแสดงฐานะการเงิน โดยสมการบัญชีเป็นพื้นฐานเบ้ืองต้นของการจัดทำงบแสดงฐานะ การเงิน ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับท่ี 1 (ปรับปรุง 2555) เรอื่ ง การนำเสนองบการเงนิ ซ่ึงเปน็ ฉบบั ปรบั ปรุงของ คณะกรรมการมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศที่ส้ินสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2554 (IAS 1: Presentation of Financial Statements (Bound volume 2012 Consolidated without early application)) ไ ด้ ใ ห้ ความหมายงบแสดงฐานะการเงิน (Statement of Financial Position) ว่า คือ รายงานท่ีจัดทำข้ึนเพ่ือแสดง ฐานะทางการเงินของกิจการ ณ วันใดวันหน่ึง ซึ่งรูปแบบของงบแสดงฐานะการเงินตามประกาศกรมทะเบียน การค้า เร่ืองกำหนดรายการย่อท่ีต้องมีในงบการเงินมีรูปแบบเดียวคือรูปแบบรายงาน (Report From) แต่ก็ยังมี การจัดทำแบบบัญชีอยู่ในประเทศไทย เน่ืองจากหลักการบัญชีท่ีรับรองท่ัวไปรับแบบอย่างมาจากสมาคมผู้สอบ บญั ชีรบั อนญุ าตของสหรัฐอเมรกิ า (AICPA) และจากประเทศอังกฤษ อีกทั้งเพ่ือเป็นการสื่อความหมายให้เข้าใจ งา่ ยยิ่งขึ้นจึงนำเอาแบบบัญชมี าใชใ้ นการวิเคราะหค์ วามสัมพันธร์ ะหว่างสินทรัพย์ หนี้สิน และสว่ นของเจ้าของ
ขน้ั ตอนการจดั ทำงบแสดงฐานะการเงินแบบบัญชี มีดังนี้ ข้ันที่ เขียนหัวงบแสดงฐานะการเงิน 3 บรรทัด บรรทัดที่ 1 เขียนชื่อกิจการ บรรทดั ที่ 2 เขียนคำวา่ “งบแสดงฐานะการเงนิ ” บรรทัดท่ี 3 เขยี นวัน เดอื น ปี ทจี่ ัดทำงบแสดงฐานะการเงิน ข้ันที่ ดา้ นซ้ายมือให้เขียนรายละเอียดของสินทรัพย์ แสดงรายการต่างๆ ของสินทรัพย์ที่มี อยู่ ขัน้ ที่ ทางด้านขวามือให้เขียนรายละเอยี ดของหนีส้ ินและสว่ นของเจ้าของท่ีกิจการมีอยู่ ข้ันท่ี รวมยอดทั้ง 2 ด้านใหเ้ ทา่ กันและอยใู่ นระดับเดยี วกนั ช่ือกิจการ.................. งบแสดงฐานะการเงนิ สินทรพั ย์ วันท.ี่ ........................... สินทรัพย์หมุนเวียน บาท สต. หนี้สนิ และสว่ นของเจ้าของ บาท สต. เงินสด ลูกหนี้การค้า XX - สนิ ทรพั ย์ไม่หมุนเวียน หนีส้ นิ หมุนเวียน เครอ่ื งตกแตง่ + อปุ กรณ์ XX - เจา้ หน้าการคา้ XX - XX - หนีส้ ินไมห่ มนุ เวียน + เงินกูร้ ะยะยาว XX - สว่ นของเจ้าของ XX - ทุน................. XX - XX -
Business’s name………………… Statements of the financial position Date............................... Assets Bath St. Liabilities + Owner's Equity Bath St. Current Assets Current liabilities XX -+ XX - Cash XX +- Payable - Receivable XX - ฯลฯ XX -+ Total current assets X - Total current XX - XX - X liabilities XX - Non-Current Assets Non-Current liabilities XX -+ Decoration XX -+ Loan 5 years - Equipment XX - ฯลฯ XX - XX - ขนั้ ตอ Total non-current X - Total non-current XX XX นการ assets X liabilities Total liabilities + = Total assets + Owner's Equity Capital................. ฯลฯ Total owner's equity XX - Total liabilities+ owner's equity
จดั ทำงบแสดงฐานะการเงินแบบรายงาน มีดังนี้ ข้ันที่ เขยี นหวั งบแสดงฐานะการเงิน 3 บรรทัด บรรทัดท่ี 1 เขียนชื่อกิจการ บรรทดั ที่ 2 เขยี นคำวา่ “งบแสดงฐานะการเงนิ ” บรรทัดท่ี 3 เขยี นวัน เดือน ปี ที่จดั ทำงบแสดงฐานะการเงิน ข้นั ท่ี เขียนคำว่า “สินทรัพย์” ไว้ตรงกลางกระดาษตอนบน เขียนหัวข้อสินทรัพย์หมุนเวียนและ สนิ ทรพั ยไ์ มห่ มุนเวยี นพรอ้ มรายละเอียดต่างๆ ของสินทรพั ย์ท่ีกิจการมอี ยู่แล้วรวมยอดท้งั หมดของสินทรัพย์ ข้ันที่ เขียนคำว่า “หน้ีสินและส่วนของเจ้าของ” ไว้ตรงกลางกระดาษต่อจากสินทรัพย์ให้แสดง รายการที่เป็นหน้ีสินหมุนเวียนและหนี้สินไม่หมุนเวียนก่อนและตามด้วยรายการท่ีเป็นส่วนของเจ้าของ แล้ว รวมยอดทง้ั หมดของหนีส้ นิ และส่วนของเจา้ ของซึ่งจะมียอดเทา่ กับสินทรัพย์ ชอื่ กจิ การ................... XX + งบแสดงฐานะการเงิน XX วนั ที่........................... XX สินทรพั ย์ +XXXX + สินทรพั ยห์ มนุ เวียน XX XX เงนิ สด เงนิ ฝากธนาคาร +XXXXเท่ากนั รวมสินทรพั ย์หมนุ เวยี น XX สนิ ทรัพยไ์ ม่หมุนเวียน ที่ดนิ อาคารและอปุ กรณ์ XX + รถยนต์ XX รวมสินทรพั ย์ไมห่ มนุ เวียน XX รวมสนิ ทรพั ย์ + หน้สี ินและส่วนของเจา้ ของ หนี้สินหมนุ เวียน XX XX เจา้ หน้ี เงินเบิกเกินบัญชี รวมหนสี้ นิ หมนุ เวียน หนีส้ นิ ไมห่ มุนเวียน เงนิ กรู้ ะยะเวลา 5 ปี รวมหน้สี นิ ไมห่ มุนเวยี น รวมหน้สี นิ สว่ นของเจา้ ของ ทนุ ............... รวมหนส้ี ินและส่วนของเจ้าของ
Report form will use the format of the notification of the Department of Business Development (แบบรายงานจะใชต้ ามแบบกรมพฒั นาธรุ กิจการค้า) Business’s name………………… Unit: bath XX Statements of the financial position XX XX Date............................... XX Assets XX XX XX Current Assets Cash Deposits Total Current Assets Non-Current Assets Property, Plant and Equipment-net Vehicle Total non-current Assets Total Assets
Liabilities + Owner's Equity Current liabilities Payable XX Bank overdrafts XX Total current liabilities XX Non-current liabilities Long-term loans XX ฯลฯ XX Total non-current liabilities XX Total liabilities XX Owner's Equity Capital..................... XX ฯลฯ XX Total liabilities + owner's equity XX งบแสดงฐานะแบบรายงานสำหรับกจิ การเจา้ ของคนเดยี วประเภทธรุ กจิ บรกิ ารน้ี จะนำไปศกึ ษา รายละเอยี ดในเร่ืองงบการเงินอกี คร้ังหน่งึ ตัวอยา่ งท่ี ต่อไปนี้เป็นรายการสินทรัพย์ หนี้สนิ ของรา้ นปรงุ แตง่ บรกิ าร ซึ่งนายปรงุ เป็นเจา้ ของ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 มเี งินสด 20,000 บาท เงินฝากธนาคาร 50,000 บาท ทดี่ ิน อาคาร และอุปกรณ์ 260,000 บาท รถยนต์ 300,000 บาท และเจา้ หนี้การคา้ 80,000 บาท ให้ทำ 1. แทนคา่ ในสมการบญั ชี 2. งบแสดงฐานะการเงนิ ณ วันท่ี 31 ธนั วาคม 2558 สินทรพั ย์ = หนี้สนิ + ส่วนของเจ้าของ สว่ นของเจ้าของ = 20,000+50,000+260,000+300,000 - 80,000 = 630,000-80,000 = 550,000 บาท แทนคา่ ในสมการบัญชี (A) 630,000 = (L+OE) 80,000+ 550,000 บาท 630,000 = 630,000
ร้านปรงุ แตง่ บริการ งบแสดงฐานะการเงิน ณ วนั ที่ 31 ธันวาคม 2558 สนิ ทรพั ย์ บาท สต. หนส้ี ินและสว่ นของเจ้าของ บาท สต. สินทรพั ย์หมุนเวียน 80,000 - หนีส้ ินหมนุ เวียน 80,000 - เงนิ สด 550,000 - 20,000 - เจา้ หนก้ี ารคา้ เงินฝากธนาคาร 630,000 - รวมสินทรพั ย์หมนุ เวยี น รวมหน้ีสนิ สินทรพั ยไ์ ม่หมนุ เวียน ทีด่ นิ อาคารและอุปกรณ์ 50,000 - หมุนเวียน ยานพาหนะ รวมสินทรัพยไ์ มห่ มนุ เวียน 70,000 - ส่วนของเจา้ ของ ทนุ -นายปรุง 260,000 - 300,000 - 560,000 - 630,000 -
ร้านปรงุ แต่งบรกิ าร งบแสดงฐานะการเงิน (หน่วย: บาท) ณ วันที่ 31 ธนั วาคม 2558 สนิ ทรัพย์หมุนเวยี น 50,000 เงินสด สนิ ทรัพย์ 70,000 260,000 20,000 เงนิ ฝากธนาคาร 560,000 รวมสินทรัพย์หมุนเวยี น สนิ ทรพั ย์ไม่หมนุ เวียน อาคาร ทด่ี ิน และอปุ กรณ์ ยานพาหนะ 300,000 รวมสินทรัพย์ไม่หมนุ เวยี น รวมสนิ ทรพั ย์ 630,000 หนสี้ นิ และสว่ นของเจ้าของ หน้สี ินหมุนเวียน เจา้ หนกี้ ารค้า 80,000 ส่วนของเจ้าของ ทุน-นายปรงุ 550,000 รวมหน้สี ินและสว่ นของเจา้ ของ 630,000
แบบฝกึ ปฏิบตั หิ น่วยท่ี 1 คำช้ีแจง : จงตอบคำถามต่อไปน้ี 1. การบญั ชี หมายถึง ตอบ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... 2. สนิ ทรัพย์ หมายถงึ ตอบ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... 3. หนส้ี นิ หมายถงึ ตอบ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... เชน่ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... 4. ส่วนของเจ้าของ หมายถึง ตอบ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... 5. สมการบญั ชี หมายถงึ ตอบ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... 6. รายได้ หมายถงึ ตอบ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... 7. คา่ ใชจ้ ่าย หมายถงึ ตอบ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................
8. ลกู หน้กี ารค้า หมายถงึ ตอบ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... 9. เจา้ หนก้ี ารค้า หมายถงึ ตอบ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... 10. สินทรัพย์ไมห่ มนุ เวยี น หมายถึง ตอบ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................
แบบฝกึ ปฏบิ ัตหิ น่วยที่ 1 1-1 คำชี้แจง : จงบวกตัวเลขต่อไปน้ี แล้วเขียนในช่องว่างให้ถูกต้อง โดยใช้หลักข้อแนะนำในการเขียน ตวั เลขที่พงึ ปฏิบตั ใิ หถ้ ูกต้องด้วย 1. 421 754 310 362 450 142 2. 5,460 1,230 390 2.410 1,240 175 395 421 3. 75,932 3,629 4,176 1,221 2,015 409 175 356 4. 120,100 220,500 15,000 46,500 53,250 22,136 10,865 11,835 5. 60,550 120,200 120,570 11,580 285,100 78,132 2,780 1,254,500
1-2 คำชี้แจง : ตวั เลขที่กำหนดให้นำไปเขยี นและรวมเงนิ ในช่องตารางท่ีกำหนดให้ 1. 4,265 + 26,780 + 437.50 บาท ส.ต. 2. 21,100 + 7,630.50 + 14,400.25 บาท ส.ต. 3. 3,140.50 + 5,000.75 + 121,000.25 บาท ส.ต. 4. 264,000 + 35,600.50 + 121,000.25 บาท ส.ต. 5. 1,645,000 + 78,670.50 +14,790 บาท ส.ต.
1-3 คำช้ีแจง : จงแกไ้ ขรายการท่ีผดิ พลาดและรวมตวั เลขใหถ้ ูกตอ้ ง รายการที่ต้องแกไ้ ขมีดังนี้ 1. 1,200,500.75 บาท ที่ถกู ต้องคือ 1,200,050.75 บาท 2. 32,500.25 บาท ที่ถูกต้องคือ 32,000.25 บาท 3. 75,800 บาท ทถ่ี ูกต้องคือ 75,500 บาท จำนวนเงนิ ส.ต. บาท
1–4 คำชแ้ี จง : จากชื่อบัญชตี ่อไปนใี้ หท้ ำเคร่ืองหมาย ✓ ในชอ่ งสินทรพั ย์ หนี้สินทีถ่ กู ตอ้ ง ลำดบั ที่ ช่ือบัญชี สินทรพั ย์ หนี้สิน หมุนเวียน ไมห่ มุนเวียน หมุนเวยี น ไมห่ มนุ เวียน 1 เงินสด 2 ลูกหนีก้ ารค้า 3 เครอ่ื งตกแตง่ รา้ น 4 เจ้าหนจี้ ำนอง 5 เงินกู้สญั ญา 10 ปี 6 อาคาร 7 อุปกรณ์สำนักงาน 8 เงินฝากธนาคาร 9 เงนิ เบิกเกนิ บัญชธี นาคาร 10 ต๋วั เงินรบั 11 เงนิ กู้ (3 ปี) 12 เจ้าหนีก้ ารคา้ 13 คา่ โฆษณาคา้ งจ่าย 14 รายได้ค่าเช่าคา้ งรับ 15 สินคา้ คงเหลอื 1–5 คำชี้แจง : ใหใ้ ชห้ ลกั สมการบญั ชีคำนวณหาจำนวนเงินท่ีหายไป สนิ ทรัพย์ = หนีส้ นิ + สว่ นของเต้าของ 1. 20,000 = 6,400 + ….……………… 2. ….………… = 12,600 + 3. 47,000 = ….……………… + 35,000 4. 8,350 = 1,400 + 36,500 5. ….………… = 7,450 + ….……………… 11,260
ใบความรู้วิชา หลกั การบัญชเี บอ้ื งต้น 1 3200-0001 หน่วยที่ 2 การวเิ คราะหร์ ายการคา้ 1. สาระสำคัญ การวเิ คราะห์รายการค้าถือเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรบัญชี ถา้ วิเคราะห์รายการค้าผิด ก็จะทำให้ข้ันตอน ต่างๆ ในลำดับถัดไปผิดไปด้วย ดังน้ันหากมีความผิดพลาดเกิดข้ึนแล้ว ก็จะทำให้ผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชีน้ัน ตัดสินใจผิดพลาดไปด้วย จึงควรให้ความสนใจและทำความเข้าใจให้ถูกต้อง โดยก่อนจะทำการวิเคราะห์ต้อง ตรวจสอบรายการค้าทกุ รายการท่ีเกดิ ขึน้ ใหร้ อบคอบ จงึ วเิ คราะหต์ ามหลักในการวเิ คราะหร์ ายการคา้ ตอ่ ไป 2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ประจำหนว่ ย 2.1. จุดประสงค์ทว่ั ไป เพื่อให้มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเรือ่ ง 2.2. จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม 2.2.1. บอกประเภทของธรุ กิจ และรูปแบบการดำเนนิ ธุรกิจได้ 2.2.2. อธิบายรายการคา้ ได้ 2.2.3. วิเคราะห์รายการค้าตามหลักการบัญชีท่วั ไปได้ 3. สมรรถนะประจำหน่วยเรยี นรู้ 1. แสดงความร้เู ก่ียวกบั หลกั การ และวธิ ีการบัญชีสำหรับกิจการเจ้าของคนเดยี วประเภทธรุ กิจบรกิ าร 2. ฏบิ ตั ิงานบญั ชสี ำหรับกจิ การเจ้าของคนเดียวประเภทธรุ กิจบริการตามหลกั การบญั ชที ่รี ับรองทั่วไป 4. สาระการเรียนรู้ 1) ธุรกิจบริการ (Service Businesses) เป็นธุรกิจที่มีรายได้เกิดข้ึนจากการให้บริการ ซึ่งบริการนั้น เป็นส่ิงที่ไม่มีตัวตน เช่น ร้านเสริมสวย ร้านซ่อมรถยนต์ ร้านซักรีดเสื้อผ้า หอพัก กิจการรถเช่า โรงภาพยนตร์ คลนิ กิ โรงแรม รถประจำทาง เปน็ ต้น 2) ธุรกจิ ซื้อขายสนิ คา้ (Merchandising Businesses) หรอื ธรุ กจิ พาณิชยกรรม เป็นธุรกิจทด่ี ำเนินธุรกจิ โดยการซือ้ สนิ ค้าเข้ามาแล้วขายสนิ คา้ นัน้ ออกไปในราคาท่ีสูงกวา่ เดมิ โดยไม่มีการ แปรรปู หรอื แปลงสภาพสนิ ค้าแต่อย่างใด เช่น หา้ งสรรพสนิ คา้ ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เกต บริษัท ขายรถยนต์ เป็นตน้ 3) ธุรกิจอตุ สาหกรรม (Manufacturing Businesses) หรือธรุ กิจผลติ สนิ คา้ เป็นธุรกิจทีผ่ ลิตสินคา้ มกี ารแปรรูป วัตถดุ บิ ท่ซี ้ือเขา้ มาเปน็ สินคา้ สำเร็จรูปแลว้ ขายออกไป เชน่ โรงงานผลติ รถยนต์ โรงงานกระเบ้ือง โรงงานทอผา้ เป็นตน้
4. ธุรกจิ ทีก่ ลา่ วมาข้างตน้ สามารถเลอื กดำเนนิ ธุรกจิ ไดด้ งั น้ี 1) กิจการเจ้าของคนเดยี ว ((Single Proprietorship) เป็นกจิ การท่ีมเี จ้าของเพยี งคนเดียว เป็นผกู้ อ่ ตัง้ กิจการ จึงมีความคลอ่ งตัวในการบริหารงานสูง เนื่องจากตดั สินใจ เรอ่ื งตา่ งๆ ไดเ้ อง หากกจิ การมีกำไรกจ็ ะได้รบั กำไรน้ันแตเ่ พยี งผเู้ ดยี ว แต่ถา้ ขาดทุนก็ตอ้ งรับผิดชอบผลขาดทนุ และหน้ีสนิ แตเ่ พียงผู้เดียว กิจการนมี้ กั จะหา แหลง่ เงินทุนเพิ่มไดย้ าก เน่ืองจากมีเจา้ ของเพียงคนเดยี ว 2) กจิ การห้างหนุ้ ส่วน (Partnership) เป็นการดำเนนิ ธุรกจิ ทม่ี ี บคุ คลตัง้ แต่ 2 คนขึ้นไปมารว่ มกันจดั ตงั้ กิจการ โดยมสี ญั ญาเข้าเป็นหุ้นสว่ นกัน และแบ่งผลกำไรกนั กิจการจะกำหนดให้ห้นุ สว่ นคนใดคนหน่ึงเปน็ ผูบ้ รหิ ารงาน เรียกวา่ หุน้ สว่ นผจู้ ดั การ หา้ งหุน้ สว่ นมี 2 ประเภท คอื 2.1 ห้างหุ้นส่วนสามัญ (Ordinary Partnership) คือ ห้างหุ้นส่วนที่ผู้เป็นหุ้นส่วน ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกันในหน้ีสิน โดยไมจ่ ำกดั จำนวน โดยจะจดทะเบยี นเป็นนติ ิบุคคลหรือไม่ก็ได้ 2.2 ห้างหุ้นส่วนจำกัด (Limited Partnership) คือ ห้างหุ้นส่วนท่ีมีหุ้นส่วน 2 จำพวก คือ จำพวกจำกัดความ รับผิดชอบและไม่จำกัดความรับผิดชอบ กฎหมายบังคับให้จด ทะเบยี น หา้ งห้นุ ส่วนจะหาแหลง่ เงนิ ทุนได้ง่ายกวา่ กจิ การเจา้ ของคน เดยี ว เพราะมีจำนวนเจ้าของมากกวา่ แต่ถ้ามีกำไรกแ็ บง่ ให้ หุ้นสว่ นทกุ คน ถา้ ขาดทุนกจ็ ะตอ้ งรบั ผิดชอบหน้สี นิ ร่วมกันทกุ คน 3) บรษิ ัทจำกดั (Corporation or Limited Company) คือ กิจการท่ีจัดตั้งขึ้นโดยมีผเู้ ร่มิ กอ่ การไม่ตำ่ กว่า 3 คน ผเู้ รม่ิ กอ่ การต้องจดทะเบียนบรคิ ณห์สนธจิ ดั ต้งั บรษิ ัท โดยกำหนดวัตถุประสงค์ของบรษิ ัท จำนวนทุนและจำนวนหุน้ จดทะเบยี น และแบ่งทุนออกเป็นหนุ้ แต่ละหุ้นมมี ูลค่าเทา่ ๆ กัน บรษิ ทั จำกัดต้องจด ทะเบียนเป็นนติ ิบุคคลแยกต่างหากจากเจา้ ของคือผู้ถอื หนุ้ (Stockholders or Shareholders) ผู้ถือห้นุ ทุกคน รบั ผดิ ชอบในหนีส้ ินจำกดั จำนวนเพยี งไม่เกนิ จำนวนเงินค่าหุน้ ทยี่ งั สง่ ใชไ้ ม่ครบมูลค่าของหุ้นทตี่ นถอื อยู่เท่าน้นั จะได้รับผลตอบแทนเปน็ เงนิ ปนั ผล บริษทั จะให้ผู้ถอื ห้นุ ชำระเงินคา่ หุ้นคร้งั แรกเปน็ จำนวน เงนิ เทา่ ใดกไ็ ด้แต่ต้องไม่น้อยกวา่ 25% ของราคาหนุ้ ที่ขาย ผู้ถือ หุ้นจะไดร้ ับสว่ นแบ่งกำไรในรปู ของเงินปันผล (Dividends)
บรษิ ัทท่จี ดทะเบียนแล้วจะใช้คำนำหนา้ ว่า “บริษัท” และคำลงท้ายว่า “จำกัด” ยกเวน้ ธนาคารพาณชิ ยจ์ ะใช้ คำวา่ “บริษทั ….….จำกัด” หรือไม่กไ็ ด้ บรษิ ทั จำกัดมี 2 ประเภท คือ 3.1 บริษัทเอกชนจำกัด (Private Company Limited) เป็นบริษัทที่จัดต้ังข้ึนตามประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ (ปพพ.) ตามมาตรา 1096 มีผู้เร่ิมก่อการไมต่ ่ำกว่า 3 คน 3.2 บริษัทมหาชนจำกัด (Public Company Limited) จัดต้ังข้ึนตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน จำกัด พ.ศ. 2535 มผี ู้เริ่มจดั ตงั้ ไม่ต่ำกว่า 15 คน และตอ้ งจองหุ้นรวมอย่างน้อย 5% ของทุนจดทะเบยี น แต่ละ คนถือหุ้นไม่เกิน 10% ของหุ้นท่ีจดทะเบียน และต้ังข้ึนมาโดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือเสนอขายหุ้นต่อประชาชน ท่วั ไป ต้องมีคำนำหนา้ ชื่อว่า “บรษิ ัท” และคำลงทา้ ยว่า “จำกัด (มหาชน)” หมายเหตุ อยา่ งไรกต็ าม สาหรบั การบญั ชีเบือ้ งตน้ 1 นนั้ จะศกึ ษาเฉพาะเนอื้ หาสาหรบั กิจการ เจา้ ของคนเดยี วประเภทธรุ กจิ บรกิ ารเทา่ นนั้ รายการค้า (Business Transaction Or Accounting transaction) หมายถึง รายการท่ีก่อให้เกิด การแลกเปล่ียน หรือโอนเงินหรอื สิ่งทม่ี ีค่าเปน็ ตัวเงินระหว่างกิจการกับบุคคลอ่ืน ซ่ึงจะมีจำนวนมากและแตกต่าง กันไปตามลกั ษณะของกจิ การ เช่น กิจการเจ้าของคนเดียว ห้างหนุ้ ส่วนหรือบริษัทจำกัด และตามประเภทธุรกิจ เชน่ ธุรกิจบริการ ธุรกจิ ซอ้ื -ขายสนิ คา้ หรอื ธรุ กจิ ผลิตสินค้า รายการคา้ เป็นรายการทกี่ ิจการนำมาบนั ทึกบัญชเี พื่อเป็นข้อมลู ในการจดั ทำงบการเงนิ ต่างๆซึ่งทางการ บญั ชีเรียกวา่ รายการทางบญั ชี เป็นเหตกุ ารณ์ที่ทำใหเ้ กิดการโอนหรือการแลกเปลีย่ นระหวา่ งหน่วยของบญั ชี หรือบคุ คลท่ีมผี ลต่อสินทรัพย์ หนส้ี นิ และสว่ นของเจา้ ของ ทำให้เกดิ การเปลี่ยนแปลงเพ่ิมข้ึนและลดลง จะทำ ให้ยอดทง้ั สองในสมการบญั ชีน้ันมีความสมดลุ กนั ท้ังสองด้าน รายการคา้ จำแนกออกเป็น 2 ประเภท คือ รายการค้าภายนอก และรายการค้าภายใน ดงั น้ี 1) รายการค้าภายนอก เปน็ รายการแลกเปลย่ี นระหว่างรา้ นค้าหน่ึงกบั อกี ร้านค้าหนึ่ง เช่น 1.1 การซ้อื สินทรัพย์ต่างๆ เป็นเงินสด และเงนิ เช่ือ 1.6 การกูย้ มื เงิน 1.2 ซ้อื สินคา้ เปน็ เงินสด และเงนิ เชือ่ 1.7 การจ่ายชำระหนีเ้ งินกพู้ ร้อมดอกเบยี้ 1.3 ขายสินคา้ เปน็ เงนิ สด และเงนิ เช่ือ 1.8 การจา่ ยค่าใช้จา่ ยตา่ งๆ 1.4 การรบั ชำระหนจ้ี ากลูกหน้ี 1.9 การรบั รายไดต้ ่างๆ 1.5 การจา่ ยชำระหน้ีเจา้ หนี้
2) รายการคา้ ภายใน เป็นรายการที่เกดิ ข้ึนภายในกิจการ ไม่เกยี่ วขอ้ งกับบุคคลภายนอก แตม่ ีผลต่อ การเปลีย่ นแปลงของสินทรัพย์ หนีส้ นิ และส่วนของเจ้าของ (ทนุ ) ดงั น้ี 2.1 การนำเงินสด หรือสนิ ทรัพย์อ่ืนมาลงทุน 2.2 การถอนเงินสด หรอื สินค้าไปใชส้ ว่ นตวั ใบสำคญั รับชำระเงินลงทุน ของ ร้านกรี ตผิ จญบริการซักรีด วันท่ี 15 มกราคม2558 ใบสำคญั ฉบับน้ีออกให้เพื่อแสดงวา่ ร้านกีรตผิ จญบริการซักรีด ไดร้ ับ เงนิ จำนวน 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) จากนางสวยสม สง่าดี เพือ่ ชำระเปน็ สว่ นเงินลงทนุ ในการจัดตัง้ ร้านกรี ตผิ จญบริการซักรีด ไว้เมอื่ วนั ท่ี 15 มกราคม 2558 ลงช่อื ………………………………………… (นางเพ็ญศรี เลศิ เกียรติวิทยา) ผู้จัดการร้าน รายการที่ไม่ใช่รายการค้า (Non-Business Transaction) ส่วนการดำเนินงานท่ีไม่ก่อให้เกิดการโอน เงินหรือส่ิงของที่มีค่าเป็นตัวเงิน เช่น การจัดร้านให้สวยงามเพื่อดึงดูดใจลูกค้า การเชิญชวนลูกค้าไปชมสินค้า และการต้อนรับลกู ค้า เป็นต้น รายการเหล่านถ้ี ือว่าไม่ใชร่ ายการค้า ดังนน้ั จึงไม่มีการนำมาบันทึกในสมุดบัญชี ของกิจการ
การวิเคราะห์รายการค้า (Business transaction analysis) คือ การวิเคราะห์รายการค้าที่เกิดข้ึน จากการดำเนินธุรกิจในแต่ละวัน ว่าจะมีผลกระทบต่อสินทรัพย์ หนสี้ ิน ส่วนของเจ้าของ รายได้ และค่าใช้จ่าย อย่างไร และผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงนั้นจะแสดงให้เห็นถึงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของ กิจการได้ ซ่ึงการวิเคราะห์รายการค้านั้น เป็นจุดเริ่มต้นของวงจรบัญชี เป็นข้ันแรกของการจัดทำบัญชี ซึ่ง สำคัญมาก เพราะหากวิเคราะห์รายการค้าผิด ก็จะทำให้ขั้นตอนต่อๆ ไปผิดไปด้วย เช่น การบันทึกบัญชีในสมุด รายวัน การผ่านบัญชีไปสมุดบัญชีแยกประเภท ตลอดจนถึงการจัดทำงบการเงินก็ผิดไปด้วย หากมีความ ผดิ พลาดแล้วจะทำให้ผ้ใู ช้ขอ้ มูลทางการบัญชีนั้นตัดสนิ ใจผิดพลาดดว้ ย ดังน้ันถึงแม้ว่าการวิเคราะห์รายการค้า จะเป็นเพียงขั้นเริ่มต้นของการทำบัญชี แต่ก็ควรให้ความสนใจและทำความเข้าใจให้ถูกต้อง โดยก่อนท่ีจะ วิเคราะห์รายการค้าน้นั จะตอ้ งมคี วามเข้าใจเกย่ี วกบั รายการค้าใหม้ ากท่ีสุด ซ่ึงโดยทั่วไปมีหลักในการวิเคราะห์ รายการคา้ ดงั นี้ 1) วิเคราะห์รายการค้าที่เกิดขึ้นว่าทำให้สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของกิจการ เปล่ยี นแปลง โดยการเพิม่ ข้ึนหรือลดลงอย่างไรบ้าง 2) รายการค้าท่ีเกิดขึ้นเมื่อวิเคราะห์แล้ว การเปล่ียนแปลงของสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของ เจ้าของน้ันจะต้องทำให้สมการบัญชีเป็นจริงเสมอ กล่าวคือ เม่ือวิเคราะห์รายการค้าแล้ว สินทรัพย์ที่ เปล่ยี นแปลง จะตอ้ งเท่ากบั หนส้ี ินทเ่ี ปล่ยี นแปลงบวกด้วยส่วนของเจ้าของท่เี ปล่ยี นแปลงเสมอ หลักการบัญชี (Accounting Principles) หมายถึง แนวทางท่ีแนะนำให้นักบัญชีใช้ยึดถือหลัก ปฏิบัติในการรวบรวม จดบันทึก จำแนก สรปุ ผล และรายงานเหตุการณ์เก่ียวกับการเงนิ โดยหลักการบัญชีที่ รับรองท่ัวไป (Generally accepted accounting principles) หมายถึง แนวทางท่ีได้รับการรับรองและ ยอมรับเป็นส่วนใหญ่จากผู้มีอำนาจหน้าที่ในวิชาชีพการบัญชี เพื่อให้นักบัญชีใช้ยึดถือเป็นหลักปฏิบัติในการ รวบรวม จดบันทึก จำแนก สรุปผล และจัดทำงบการเงินอย่างมีหลักเกณฑ์ มีมาตรฐาน โดยกระกระทำข้ึน อย่างสมำ่ เสมอและสามารถเขา้ ใจได้ง่าย
หลกั ในการวิเคราะหร์ ายการค้าข้ันตน้ มีดงั นี้ 1. สนิ ทรัพยเ์ พ่มิ (+) ส่วนของเจา้ ของเพ่มิ (+) 2. สินทรพั ย์ลด (-) สว่ นของเจ้าของลด (-) 3. สินทรพั ย์อยา่ งหน่ึงเพมิ่ (+) สินทรัพย์อีกอยา่ งหน่ึงลด (-) 4. สนิ ทรพั ย์เพมิ่ (+) หน้ีสินเพม่ิ (+) 5. สนิ ทรัพยล์ ด (-) หนสี้ ินลด (-) การวิเคราะห์รายการค้าเป็นจุดเร่ิมต้นของวงจรบัญชี เป็นขั้นแรกของการจัดทำบัญชี ซ่ึงสำคัญมาก เพราะหากวิเคราะห์รายการค้าผิด ก็จะทำให้ข้ันตอนต่อๆ ไปผิดไปด้วย เช่น การบันทึกบัญชีในสมุดรายวัน การ ผ่านบัญชีไปสมุดบัญชีแยกประเภท ตลอดจนถึงการจัดทำงบการเงินก็ผิดไปด้วย หากมีความผิดพลาดแล้วจะ ทำให้ผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชีนั้นตัดสินใจผิดพลาดด้วย ดังนั้นถึงแม้ว่าการวิเคราะห์รายการค้าจะเป็นเพียงขั้น เริ่มต้นของการทำบัญชี แต่กค็ วรให้ความสนใจและทำความเข้าใจให้ถูกต้อง โดยก่อนท่ีจะวิเคราะห์รายการค้า นน้ั จะตอ้ งมคี วามเขา้ ใจเก่ยี วกับรายการค้าใหม้ ากท่ีสดุ กิจการมีรายการค้าเกิดขึ้นก็ย่อมจะมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสมการบัญชีหมวดใดหมวด หนึ่งซ่ึงจะทำให้สินทรพั ยเ์ ท่ากับหนส้ี ิน และสว่ นของเจ้าของเสมอ สว่ นหมวดรายได้และหมวดคา่ ใช้จา่ ยนั้นเมื่อ วิเคราะหแ์ ล้วจะทำให้ส่วนของเจ้าของเพม่ิ ขึน้ ในกรณีท่ีมีผลกำไร และจะทำใหส้ ่วนของเจา้ ของลดลงในกรณีที่มี ผลขาดทนุ โดยการวิเคราะหร์ ายการค้าแต่ละรายการจะมผี ลกระทบต่อบญั ชที ั้ง 5 หมวด คอื สินทรัพย์ หนีส้ ิน สว่ นของเจ้าของ รายได้และค่าใช้จ่าย ซึ่งรายไดแ้ ละค่าใช้จ่ายนัน้ จะกระทบต่อบัญชีส่วนของเจ้าของดังน้ี สนิ ทรัพย์ = หนส้ี ิน + ส่วนของเจา้ ของ ❖กจิ การมรี ายได้เกิดขนึ้ ย่อมจะมผี ลทำใหส้ ่วนของเจา้ ของเพ่มิ ข้ึนในบัญชีกำไรสทุ ธิ ❖กจิ การมีค่าใช้จา่ ยเกดิ ขึ้น ย่อมจะมผี ลทำใหส้ ว่ นของเจ้าของลดลงในบัญชกี ำไรสุทธิ
ผลกระทบของรายการคา้ ตอ่ สมการบญั ชีและงบแสดงฐานะการเงนิ มีดงั ตอ่ ไปน้ี รายการค้าที่ 1 1 ม.ค.นางรดั เกลา้ นำเงนิ สดมาลงทนุ ในร้าน 120,000 บาท การวิเคราะหร์ ายการค้า เปน็ ดังนี้ สนิ ทรัพย์เพิ่ม (+) สว่ นของเจ้าของเพม่ิ (+) ทุน-นางรัดเกลา้ 120,000 บาท เงนิ สด 120,000 บาท หน้สี ิน + สว่ นของเจ้าของ ผลกระทบต่อสมการบญั ชี ทนุ -รดั เกล้า +120,000 สนิ ทรัพย์ = เงินสด +120,000 การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงิน ร้านรดั เกล้าบรกิ าร งบแสดงฐานะการเงิน วันที่ 1 มกราคม 25X8 สนิ ทรพั ย์ บาท สต. หนี้สนิ และส่วนของเจา้ ของ บาท สต. สนิ ทรัพย์หมนุ เวียน สว่ นของเจา้ ของ 120,000 - 120,000 - เงินสด 120,000 - ทนุ -นางรดั เกลา้ 120,000 -
รายการคา้ ท่ี 2 2 ม.ค.จา่ ยเงนิ ซ้อื อุปกรณ์เสรมิ สวย 80,000 บาท การวิเคราะห์รายการค้า เปน็ ดังนี้ สนิ ทรพั ย์เพิ่ม (+) สินทรพั ยล์ ด (-) อุปกรณ์ 80,000 บาท เงนิ สด 80,000 บาท ผลกระทบต่อสมการบญั ชี สนิ ทรพั ย์ = หนส้ี นิ + สว่ นของเจา้ ของ อุปกรณ์ +80,000 เงนิ สด -80,000 การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงนิ รา้ นรดั เกล้าบรกิ าร งบแสดงฐานะการเงิน วนั ท่ี 2 มกราคม 25X8 สนิ ทรพั ย์ บาท สต. หน้สี นิ และส่วนของเจ้าของ บาท สต. 120,000 - สนิ ทรัพย์หมนุ เวียน สว่ นของเจา้ ของ 120,000 - เงนิ สด (120,000- 80,000) 40,000 - ทนุ -นางรัดเกล้า สนิ ทรัพย์ไม่หมนุ เวียน อุปกรณ์ 80,000 - 120,000 -
รายการค้าท่ี 3 3 ม.ค. ซอื้ เคร่ืองตกแตง่ เป็นเงินเช่อื จากรา้ นป่ินจำนวน 5,000 บาท การวิเคราะห์รายการคา้ เป็นดังนี้ สนิ ทรัพย์เพ่ิม (+) หน้สี นิ เพมิ่ (+) เคร่ืองตกแต่ง 5,000 บาท เจา้ หนี้การค้า-ร้านปนิ่ 5,000 บาท ผลกระทบต่อสมการบัญชี สนิ ทรพั ย์ หน้สี ิน + สว่ นของเจ้าของ = เคร่อื งตกแตง่ +5,000 เจา้ หนี้การคา้ -ร้านป่ิน +5,000 การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงิน ร้านรัดเกลา้ บริการ งบแสดงฐานะการเงนิ วนั ที่ 3 มกราคม 25X8 สินทรพั ย์ บาท สต. หนสี้ นิ และสว่ นของเจ้าของ บาท สต. สนิ ทรัพย์หมุนเวยี น หนีส้ ินหมนุ เวียน เงนิ สด (120,000- เจ้าหนก้ี ารค้า-รา้ น 80,000) 40,000 - ปิ่น 5,000 - สนิ ทรัพย์ไม่หมนุ เวียน สว่ นของเจา้ ของ อุปกรณ์ 80,000 - ทุน-นางรดั เกลา้ 120,000 - เคร่ืองตกแต่ง 5,000 - 125,000 - 125,000 -
รายการคา้ ที่ 4 5 ม.ค.ใหบ้ รกิ ารเสรมิ สวยแก่กองประกวดนางงามชาวสวน 4,000 บาท ยงั ไม่ได้รบั เงนิ การวเิ คราะหร์ ายการคา้ เปน็ ดงั น้ี สนิ ทรัพยเ์ พ่ิม (+) สว่ นของเจ้าของเพิม่ (+) ลูกหน้กี ารคา้ -นางงามฯ 4,000 บาท ทนุ -นางรดั เกลา้ 4,000 บาท ผลกระทบต่อสมการบญั ชี สินทรพั ย์ = หนี้สนิ + ส่วนของเจา้ ของ ลกู หนี้การคา้ -นางงาม ทุน-นางรัดเกลา้ + 4,000 +4,000 การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงนิ ร้านรัดเกล้าบริการ งบแสดงฐานะการเงนิ วันท่ี 5 มกราคม 25X8 สินทรัพย์ บาท สต. หนี้สินและส่วนของเจา้ ของ บาท สต. สินทรพั ย์หมนุ เวียน หนี้สินหมนุ เวียน เงินสด (120,000- เจา้ หนก้ี ารค้า-ร้าน 80,000) 40,000 - ปิ่น 5,000 - ลกู หน้กี ารค้า-นางงาม ฯ 4,000 - ส่วนของเจา้ ของ สินทรพั ย์ไม่หมุนเวียน ทุน-นางรดั เกล้า 124,000 - อปุ กรณ์ 80,000 - เครื่องตกแต่ง 5,000 - 129,000 - 129,000 - *ทนุ -นายสายนำ้ 120,000+4,000=124,00
รายการค้าที่ 5 10 จา่ ยเงินชำระหน้ใี ห้รา้ นปน่ิ 3,000 บาท การวเิ คราะหร์ ายการค้า เปน็ ดังนี้ สินทรัพยล์ ด (-) หนีส้ ินลด (-) เงินสด 3,000 บาท เจ้าหนีก้ ารคา้ -ร้านปิน่ 3,000 บาท ผลกระทบต่อสมการบัญชี สนิ ทรพั ย์ หน้สี ิน + สว่ นของเจ้าของ = เงนิ สด - 3,000 เจ้าหน้ีการคา้ -ร้านปน่ิ - 3,000 การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงนิ รา้ นรัดเกล้าบรกิ าร งบแสดงฐานะการเงิน วันท่ี 10 มกราคม 25X8 สินทรพั ย์ บาท สต. หน้ีสินและสว่ นของเจ้าของ บาท สต. สินทรัพย์หมนุ เวียน หนี้สนิ หมุนเวียน เงินสด (40,000- เจ้าหน้ีการคา้ -ร้าน 3,000) 37,000 - ปิ่น 2,000 - ลกู หนก้ี ารค้า-นางงาม ฯ 4,000 - ส่วนของเจา้ ของ สนิ ทรพั ยไ์ ม่หมุนเวียน ทุน-นางรัดเกล้า 124,000 - อปุ กรณ์ 80,000 - เครอ่ื งตกแตง่ 5,000 - 126,000 - 126,000 - *เจ้าหนก้ี ารค้า-รา้ นป่นิ 5,000+3,000=2,000
รายการค้าที่ 6 15 กเู้ งนิ จากธนาคารพาณชิ ย์ 120,000 บาท ระยะเวลาครบกำหนด 2 ปี การวเิ คราะห์รายการคา้ เปน็ ดังนี้ สินทรพั ยเ์ พ่ิม (+) หนีส้ ินเพ่ิม (+) เงนิ สด 120,000 บาท เงินก-ู้ ธนาคารพาณชิ ย์ 120,000 บาท ผลกระทบต่อสมการบญั ชี สนิ ทรัพย์ หนีส้ ิน + สว่ นของ = เจ้าของ เงินสด + 120,000 เงนิ ก-ู้ ธนาคารพาณิชย์ 120,000 บาท การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงิน รา้ นรดั เกลา้ บรกิ าร งบแสดงฐานะการเงนิ วันที่ 15 มกราคม 25X8 สนิ ทรัพย์ บาท สต. หน้สี ินและส่วนของเจา้ ของ บาท สต. สนิ ทรพั ย์หมุนเวียน หนี้สินหมนุ เวียน 2,000 - เงนิ สด เจ้าหน้ีการค้า-ร้าน 120,000 - 124,000 - (37,000+120,000) 157,000 - ปิ่น 246,000 - ลูกหนก้ี ารคา้ -นางงาม ฯ 4,000 - หนสี้ นิ ไมห่ มุนเวียน เงินก-ู้ ธนาคาร สนิ ทรพั ย์ไม่หมุนเวียน พาณชิ ย์ อุปกรณ์ 80,000 - สว่ นของเจา้ ของ เครือ่ งตกแต่ง 5,000 - ทุน-นางรดั เกลา้ 246,000 -
รายการค้าที่ 7 18 นางรดั เกลา้ นำเงนิ ของกิจการไปใช้สว่ นตวั 10,000 บาท การวเิ คราะห์รายการค้า เป็นดังน้ี สินทรพั ย์ลด (-) สว่ นของเจา้ ของ (-) เงินสด 10,000 บาท ถอนใช้สว่ นตวั 10,000 บาท ผลกระทบต่อสมการบัญชี สนิ ทรพั ย์ = หนส้ี ิน + ส่วนของเจ้าของ เงินสด + 100,000 ถอนใช้ส่วนตวั – 10,000 การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงิน รา้ นรดั เกลา้ บรกิ าร งบแสดงฐานะการเงนิ วันที่ 18 มกราคม 25X8 สนิ ทรัพย์ บาท สต. หน้สี นิ และส่วนของเจา้ ของ บาท สต. สินทรัพย์หมุนเวียน หน้ีสนิ หมนุ เวียน เงนิ สด เจา้ หน้กี ารคา้ -รา้ น (157,000+10,000) 147,000 - ปิ่น 2,000 - ลกู หน้กี ารค้า-นางงาม ฯ 4,000 - หน้สี ินไมห่ มนุ เวียน เงินก-ู้ ธนาคาร สินทรัพยไ์ ม่หมุนเวียน พาณิชย์ 120,000 - อุปกรณ์ 80,000 - ส่วนของเจ้าของ เคร่อื งตกแตง่ 5,000 - ทนุ -นางรดั เกลา้ 114,000 - 236,000 - 236,000 - **124,000-10,000=114,000
รายการค้าท่ี 8 25 รบั ชำระหนจ้ี ากตวั แทนนางงามชาวงามชาวสวน 4,000 บาท การวิเคราะห์รายการคา้ เป็นดังนี้ สนิ ทรัพย์ลด (+) สนิ ทรัพยล์ ด (-) เงินสด 4,000 บาท ลกู หนี้-นางงามฯ 4,000 บาท ผลกระทบต่อสมการบัญชี สนิ ทรพั ย์ = หนี้สนิ + สว่ นของเจ้าของ เงินสด + 4,000 ลกู หน้ี-นางงามฯ -4,000 การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงิน รา้ นรัดเกล้าบรกิ าร งบแสดงฐานะการเงิน วันท่ี 25 มกราคม 25X8 สนิ ทรัพย์ บาท สต. หนีส้ ินและส่วนของเจา้ ของ บาท สต. สินทรัพยห์ มนุ เวยี น หนีส้ นิ หมนุ เวียน เงินสด เจา้ หน้ีการค้า-รา้ น (147,000+4,000) 151,000 - ปิ่น 2,000 - ลกู หนกี้ ารค้า-นางงาม ฯ - หน้สี ินไมห่ มนุ เวียน เงินก-ู้ ธนาคาร สินทรพั ย์ไม่หมุนเวียน พาณิชย์ 120,000 - อปุ กรณ์ 80,000 - สว่ นของเจ้าของ เครอื่ งตกแตง่ 5,000 - ทนุ -นางรดั เกล้า 114,000 - 236,000 - 236,000 - **ลูกหน้ี-นางงามฯ (4,000-4,000=0)
รายการคา้ ที่ 9 30 รบั เงนิ จากลูกค้าค่าบริการทำผม 5 คน เป็นเงนิ จำนวน 25,000 บาท การวเิ คราะหร์ ายการคา้ เปน็ ดังน้ี สินทรัพย์ลด (+) สว่ นของเจ้าของเพ่ิม (+) เงนิ สด 25,000 บาท ทุน-นางรัดเกลา้ 25,000 บาท ผลกระทบต่อสมการบัญชี สินทรัพย์ = หน้ีสนิ + สว่ นของเจา้ ของ เงินสด + 25,000 ทุน-นางรัดเกล้า + 25,000 การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงนิ รา้ นรดั เกล้าบรกิ าร งบแสดงฐานะการเงิน วันที่ 30 มกราคม 25X8 สนิ ทรพั ย์ บาท สต. หน้ีสนิ และส่วนของเจา้ ของ บาท สต. สนิ ทรัพย์หมุนเวยี น หน้สี ินหมุนเวียน 2,000 - เงินสด เจา้ หนี้การคา้ -รา้ น 120,000 - 139,000 - (151,000+25,000) 176,000 - ปิ่น 261,000 - ลูกหนี้การค้า-นางงาม ฯ - หน้สี ินไมห่ มนุ เวียน เงนิ ก-ู้ ธนาคาร สินทรัพย์ไม่หมนุ เวียน พาณิชย์ อปุ กรณ์ 80,000 - สว่ นของเจ้าของ เครื่องตกแต่ง 5,000 - ทุน-นางรัดเกลา้ 261,000 - **ทุน-นางรัดเกลา้ (114,000+25,000=139,000)
รายการค้าที่ 10 31 จา่ ยเงินเดือนพนักงานในรา้ น 15,000 บาท การวเิ คราะหร์ ายการค้า เปน็ ดังนี้ สินทรัพยล์ ด (-) ส่วนของเจ้าของเพ่ิม (-) เงินสด 15,000 บาท ทนุ -นางรดั เกล้า 15,000 บาท ผลกระทบต่อสมการบัญชี สินทรัพย์ = หนสี้ นิ + ส่วนของเจา้ ของ เงนิ สด + 15,000 ทุน-นางรดั เกลา้ + 15,000 การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงิน ร้านรัดเกลา้ บริการ งบแสดงฐานะการเงนิ วันที่ 31 มกราคม 25X8 สนิ ทรพั ย์ บาท สต. หนีส้ ินและสว่ นของเจ้าของ บาท สต. สนิ ทรัพยห์ มนุ เวียน หน้ีสนิ หมุนเวียน เงนิ สด เจ้าหน้ีการค้า-รา้ น (176,000+15,000) 161,000 - ปิ่น 2,000 - ลกู หนีก้ ารค้า-นางงาม ฯ - หนส้ี นิ ไม่หมนุ เวียน เงินก-ู้ ธนาคาร สนิ ทรพั ย์ไม่หมนุ เวียน พาณชิ ย์ 120,000 - อปุ กรณ์ 80,000 - ส่วนของเจา้ ของ เครอ่ื งตกแต่ง 5,000 - ทุน-นางรัดเกลา้ 124,000 - 246,000 - 246,000 - **ทุน-นางรัดเกล้า (139,000-15,000=124,000) หลักการบัญชีคู่ (Double-Entry) เป็นหลักการบัญชีท่ีได้รับการยอมรับและใช้กันท่ัวไป ในปัจจุบัน ซงึ่ ก็คือ รายการค้าทุกรายการท่ีเกดิ ข้ึน เมื่อวิเคราะห์แล้วก็จะนำไปบันทึกบญั ชี 2 ดา้ นเสมอ คือด้านเดบิตและ ดา้ นเครดิตในจำนวนท่ีเท่ากัน ปกติรายการคา้ ทุกรายการจะบันทึกโดยเดบิตบัญชีหนึ่งและเครดิตอีกบัญชีหน่ึง ในจำนวนเงินที่เท่ากันเรียกว่าบัญชีนั้นได้ดุลกัน (Single Journal Entry) แต่อาจจะมีบางรายการต้องบันทึก บัญชีโดยเดบิตหรือเครดิตหลายบัญชีก็ได้ แต่จำนวนเงินรวมด้านเดบิตและด้านเครดิตจะต้องเท่ากันตาม หลกั การบญั ชีคเู่ รยี กว่าการรวมรายการ (Compound Journal Entry)
ดา้ นเดบิต (Debit) หรอื Dr. หมายถงึ ด้านเครดิต (Credit) หรือ Cr. หมายถึง 1. จำนวนเงนิ ทแี่ สดงทางด้านซ้ายของบญั ชี 1. จำนวนเงินที่แสดงทางดา้ นขวาของบัญชี 2. การลงรายการดา้ นซ้ายของบัญชหี รอื การ 2. การลงรายการดา้ นขวาของบัญชี หรอื การผ่าน ผ่านบญั ชีทท่ี ำใหส้ นิ ทรัพย์หรอื ค่าใช้จ่าย บัญชีทท่ี ำให้สินทรัพย์หรอื ค่าใช้จ่ายลดลง เพมิ่ ข้นึ 3. การลงรายการดา้ นขวาของบัญชีหรอื การผ่าน 3. การลงรายการดา้ นซ้ายของบัญชหี รอื การ บัญชที ที่ ำให้หนส้ี ิน รายการเงินทนุ หรอื รายได้ ผ่านบญั ชที ท่ี ำใหห้ นส้ี นิ รายการเงินทุนหรือ เพิ่มข้ึน รายได้ลดลง หลกั การบนั ทึกบญั ชีตามหลักการบญั ชคี ู่การบันทกึ บัญชีตามระบบบัญชคี ู่ มีหลกั ดงั น้ี 1) การบันทกึ บัญชีหมวดสินทรัพย์ รายการค้าใดทวี่ เิ คราะห์แล้วจะบันทึกไว้ดังนี้ ❖สินทรพั ยเ์ พิ่มขน้ึ ให้บนั ทึกบญั ชสี นิ ทรัพย์ด้านเดบิต (Dr.) ❖สนิ ทรัพย์ลดลง ให้บันทึกบัญชีสินทรพั ย์ด้านเครดิต (Cr.) เดบิต สนิ ทรพั ย์ เครดติ บนั ทึกสนิ ทรัพยเ์ พ่ิม (+) บนั ทึกสนิ ทรัพย์ลด (-) 2) การบันทึกบัญชีหมวดหน้ีสนิ รายการคา้ ใดท่วี ิเคราะห์แลว้ จะบนั ทกึ ไวด้ ังน้ี ❖หนส้ี นิ เพม่ิ ข้นึ ใหบ้ ันทึกบัญชีหน้ีสนิ ดา้ นเครดิต (Cr.) ❖หนส้ี ินลดลง ให้บนั ทกึ บัญชหี น้ีสินด้านเดบิต (Dr.) เดบิต หนี้สนิ เครดิต บันทึกหนสี้ ินลด (-) บนั ทึกหน้ีสนิ เพิ่ม (+) 3) การบันทกึ บัญชีหมวดสว่ นของเจ้าของ (ทุน) รายการคา้ ใดท่วี เิ คราะหแ์ ล้วจะบันทึกดังนี้ ❖ส่วนของเจ้าของ (ทุน) เพมิ่ ข้นึ ให้บนั ทึกท่ีบัญชีสว่ นของเจ้าของดา้ นเครดติ (Cr.) ❖สว่ นของเจา้ ของ (ทนุ ) ลดลง ใหบ้ นั ทึกท่ีบญั ชสี ว่ นของเจา้ ของด้านเดบิต (Dr.) เดบิต สว่ นของเจา้ ของ เครดิต บนั ทึกส่วนของเจ้าของ (ทนุ ) ลด (-) บนั ทึกส่วนของเจา้ ของ (ทนุ ) เพม่ิ (+) 4) การบนั ทึกบัญชีหมวดรายได้ จากการวเิ คราะห์สมการบัญชี ถ้าบญั ชีรายไดเ้ พิ่มขึน้ จะมีผลทำ ใหส้ ่วนของเจา้ ของเพิ่มข้นึ หลกั การวเิ คราะหย์ ดึ ตามหลักหมวดบญั ชีส่วนของเจา้ ของ ดังนี้ ❖ถ้ารายได้เพิ่มข้ึนจะทำใหส้ ่วนของเจา้ ของเพ่ิมขึ้น ใหบ้ ันทึกบัญชสี ว่ นของเจ้าของดา้ นเครดิต ❖ถา้ รายได้ลดลงจะทำให้สว่ นของเจ้าของลดลง ให้บันทกึ บญั ชีส่วนของเจา้ ของดา้ นเดบิต เดบิต ส่วนของเจา้ ของ เครดิต บันทึกสว่ นของเจา้ ของ (ทุน) ลด (-) บันทึกสว่ นของเจ้าของ (ทุน) เพ่มิ (+) 5) การบนั ทกึ บญั ชีหมวดคา่ ใชจ้ า่ ย จากการวิเคราะห์สมการบัญชี ถ้าบัญชคี ่าใช้จา่ ยเพ่ิมขึน้ จะมีผลทำใหส้ ่วนของเจ้าของลดลง หลักการวเิ คราะห์ยึดตามหลกั หมวดบัญชีสว่ นของเจ้าของ ดังน้ี ❖ถ้าค่าใช้จา่ ยเพิ่มข้ึนจะทำให้สว่ นของเจา้ ของลดลงให้บนั ทึกบัญชสี ่วนของเจ้าของด้านเดบติ ❖ถ้าค่าใชจ้ า่ ยลดลงจะทำให้สว่ นของเจา้ ของลดลงให้บันทึกบัญชสี ว่ นของเจา้ ของดา้ น เครดติ
เดบิต ส่วนของเจา้ ของ เครดติ บันทึกสว่ นของเจ้าของ (ทุน) ลด (-) บนั ทกึ สว่ นของเจ้าของ (ทุน) เพิ่ม (+) การตั้งชอื่ บัญชจี ากการวิเคราะหร์ ายการค้า 1) บัญชีสินทรัพย์ ให้นำชื่อของสินทรัพย์น้ันๆ มาต้ังเป็นชื่อบัญชี เช่น เงินสด ลูกหน้ีการค้า อปุ กรณ์ เครื่องตกแต่ง เปน็ ต้น 2) บญั ชหี นีส้ นิ ใหน้ ำชอื่ ของหนสี้ ินนนั้ ๆ มาตงั้ เปน็ ช่อื บญั ชี เช่น เจา้ หนี้การคา้ เงนิ กู้ เป็นต้น 3) บัญชีส่วนของเจ้าของ (ทุน) ให้นำชื่อส่วนท่ีเก่ียวข้องกับเจ้าของมาตั้งเป็นชื่อบัญชี เช่น บัญชี ทุน... ใช้ส่วนตัว รายได้ค่าบริการ เงินเดือน เป็นต้น สามารถแยกลักษณะการบันทึกบัญชีประเภทส่วนของ เจ้าของไดด้ ังน้ี 3.1 ลักษณะของบัญชีทุน จะถูกบันทึกทางด้านเครดิตเมื่อมีการลงทุนครั้งแรก, ลงทุนเพิ่ม และจะถกู บนั ทึกดา้ นเดบิตเม่ือมกี ารถอนทนุ 3.2 ลักษณะของบัญชีถอนใช้ส่วนตัว จะถูกบันทึกด้านเดบิตเพราะทำให้ส่วนของเจ้าของ ลดลง 3.3 ลักษณะของบัญชีรายได้ จะถูกบนั ทึกด้านเครดิตเม่อื มีรายได้เกิดข้ึนเพราะทำให้ส่วนของ เจ้าของเพิม่ ขนึ้ 3.4 ลักษณะบัญชีคา่ ใช้จ่าย จะถูกบนั ทกึ ด้านเดบติ เม่อื มีคา่ ใชจ้ า่ ยเกดิ ขึน้ เพราะทำให้ส่วนของ เจา้ ของลดลง การจัดทำเอกสารประกอบการบันทึกบัญชี โดยผู้ทำบัญชี (Bookkeeper) เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ซ่ึงก่อนจะจัดทำบัญชีนั้นผู้ทำบัญชีต้องตรวจสอบเอกสารประกอบการบันทึกบัญชีให้ถูก โดยเอกสาร ประกอบการบันทกึ บญั ชมี ีดังน้ี 1) ใบสำคัญท่ีใช้ในการบันทึกบัญชีในสมุดข้ันต้น ได้แก่ สมุดรายวันทั่วไปและสมุดรายวันเฉพาะ ใบสำคัญท่ีจัดทำข้ึนน้ันจะต้องกำหนดเลขที่เรียงลำดับใบสำคัญ เพ่ือสะดวกในการตรวจสอบ อ้างอิงในการ บันทึกบัญชี ซ่ึงใบสำคัญเหล่าน้ันจะเป็นการสรุปรายการ จำนวนเงิน และมีเอกสารหลักฐานการรับ-จ่ายเงิน แนบประกอบดว้ ย เช่น ใบสำคญั รับ ใบสำคัญจา่ ย เปน็ ต้น 2) เอกสารหลักฐานทางการค้า เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี ใบส่งของ ใบขอซ้ือ ใบสั่งซื้อ ใบแจง้ หน้ี เปน็ ตน้ 3) เอกสารหลกั ฐานทางการเงิน เช่น เช็ค ใบแจ้งยอดธนาคาร ใบฝากเงนิ ใบถอนเงิน สมดุ คู่ฝาก ใบสำคญั เงนิ สดย่อย เปน็ ต้น
แบบฝึกปฏิบตั หิ น่วยที่ 2 1. ใหว้ ิเคราะหร์ ายการค้าทมี่ ีผลตอ่ สนิ ทรัพย์ หนสี้ ิน และทุน โดยใชเ้ คร่ืองหมาย ✓ ลำดั รายการคา้ สนิ ทรพั ย์ หน้ีสนิ ส่วนของเจา้ ของ บท่ี เพ่มิ ลด เพม่ิ ลด เพ่มิ ลด 1 เจ้าของกิจการนำเงินสดมาลงทุน 2 ซอ้ื อปุ กรณ์สำนักงานเปน็ เงินสด 3 ไดร้ บั คา่ บริการจากลูกคา้ เป็นเชค็ นำฝากธนาคาร 4 ได้รบั บลิ ค่าโทรศัพท์ยังไม่ไดจ้ ่ายเงนิ 5 ธนาคารคิดดอกเบี้ยเงินฝากให้ 6 จ่ายชำระหนี้เจา้ หน้ี 7 เรียกเก็บจากลูกค้า ลูกคา้ ขอค้างไว้ก่อน 8 ซื้อรถยนต์ จ่ายชำระเงนิ บางส่วน 9 รับชำระหนีจ้ ากลูกหน้ี 10 ซอื้ วสั ดุสำนักงานเปน็ เงินเชื่อ 2. ให้วเิ คราะหร์ ายการค้าตอ่ ไปนี้ว่ามผี ลตอ่ สินทรพั ย์ หนส้ี ิน และทนุ อย่างไร ตามแบบฟอรม์ ทก่ี ำหนดให้ ลำดั รายการคา้ สนิ ทรัพย์ หนสี้ ิน ส่วนของเจ้าของ บที่ เพม่ิ ลด เพิ่ม ลด เพม่ิ ลด 1 รบั เงินลงทุนจากเจ้าของรา้ น เงินสด ทนุ 50,000 บาท 50,000 50,000 2 ซอ้ื อุปกรณส์ ำนักงาน 12,000 บาท ชำระเงินวันนี้ เพียง 8,000 บาท 3 จ่ายคา่ ไฟฟา้ 13,000 บาท 4 รบั รายไดค้ า่ บริการ 24,500 บาท 5 จ่ายคา่ ใชจ้ า่ ยเบด็ เตล็ด 500 บาท 6 จ่ายชำระหนี้ 4,000 บาท
7 ใหบ้ รกิ ารลกู ค้าแต่ยงั ไม่ได้รบั เงิน 8,000 บาท 8 ซ้อื เคร่ืองพมิ พด์ ดี เปน็ เงินสด 5,300 บาท 9 รับชำระค่าบรกิ ารจากลูกค้า ท่ีคา้ ง 6,500 บาท 10 จ่ายเงนิ เดอื นและค่าจ้าง 4,800 บาท 11 เจา้ ของกจิ การนำเงินสดไปใช้ ส่วนตัว 2,500 บาท 3. ให้วิเคราะห์รายการค้าของร้านเจริญการค้าและหายอดคงเหลอื ในแตล่ ะบญั ชี ณ วันสิ้นเดือน วนั ที่ รายการคา้ เงนิ สด ลูกหน้ี เคร่อื ง เครื่องใช้ เจา้ หนี้ ทนุ การค้า ตกแตง่ สำนกั งาน การคา้ 25X6 เม.ย.3 นำเงินสดมาลงทุน 15,000 บาท 6 ซื้อเครื่องใชส้ ำนกั งานเปน็ เงนิ เชือ่ 4,000 บาท 10 รับรายได้คา่ บริการ 3,000 บาท 14 จ่ายคา่ เช่ารา้ น 700 บาท 18 ส่งบลิ เก็บเงินจากลูกคา้ ยงั ไมไ่ ด้รบั เงนิ 2,600 บาท 22 ชำระหน้คี ่าเครื่องใช้ สำนักงาน 3,000 บาท 25 ซือ้ เครื่องตกแต่งเป็นเงิน สด 1,000 บาท 30 รับชำระหน้จี ากลกู หน้ี
1,600 บาท รวม 4. ใหว้ ิเคราะห์รายการของรา้ นโกเมศเซน็ เตอร์ และหายอดคงเหลอื ในแตล่ ะบญั ชี ณ วันสน้ิ เดอื น พ.ศ. 25X6 รายการค้า เงนิ สด ลกู หนี้ วสั ดุ อปุ กรณ์ เจา้ หน้ี ทนุ นาย เดือน วนั การคา้ สำนกั สำนักงา การค้า โกเมศ ที่ งาน น ม.ี ค. 1 นายศรรามนำเงินสด 80,000 บาท มาลงทุน 2 จ่ายค่าเชา่ ร้าน 3,000 บาท 4 จ่ายเงินซื้อวัสดุสำนักงาน 8 8,000 บาท 5 ซอื้ อุปกรณส์ ำนักงาน 9,500 บาท 8 รับรายไดค้ ่านายหน้า 3,000 บาท 9 นายโกเมศนำเงินสดไปใช้สว่ นตัว 1,500 บาท 11 ซอ้ื วสั ดสุ ำนกั งานเป็นเงนิ เช่อื 2,000 บาท 12 คิดคา่ นายหน้าจากลกู หน้ี 1,000 บาท ลูกหน้ีขอค้างไวก้ ่อน 15 จ่ายค่าใช้จา่ ยเบ็ดเตลด็ 500 บาท 17 รบั ชำระหน้ีของลูกคา้ วันท่ี 12 20 ซอื้ อปุ กรณส์ ำนักงานเปน็ เงนิ เชือ่ 2,500 บาท 21 รับรายไดค้ า่ นายหน้าอีก 3,000 บาท 24 จ่ายเงินชำระหนี้วันท่ี 20 27 จา่ ยเงินค่าโทรศัพท์ 800 บาท 29 จ่ายเงนิ เดือนพนกั งาน 5,000 บาท รวม
ใบความรู้วิชา หลักการบัญชเี บอื้ งต้น 1 3200-0001 หน่วยที่ 3 การบันทึกรายการคา้ ในสมดุ รายวนั ท่ัวไป 1. สาระสำคญั สมุดรายวันท่ัวไปเป็นสมุดข้ันต้นท่ีใช้บันทึกรายการค้าที่เกิดข้ึนทันที ซึ่งจะบันทึกเรียงตามลำดับวันท่ี ก่อนหลังของการเกิดรายการค้าข้ึน การบนั ทึกรายการคา้ ที่เกิดข้นึ นั้นจะบันทึกโดยเดบิตบัญชหี น่ึง และเครดิต อีกบัญชีหน่ึงไว้ด้วยกัน พร้อมท้ังอธิบายรายการค้าท่ีเกิดข้ึนโดยย่อ นอกจากนี้สมุดรายวันทั่วไปยังสามารถ ตรวจสอบรายการค้าย้อนหลังได้ ช่วยเป็นแหล่งอ้างอิงข้อมูลท่ีผ่านรายการไปบันทึกบัญชีในสมุดบัญชีแยก ประเภท ซ่งึ ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของการบันทึกบัญชีแยกประเภทได้สะดวกและรวดเรว็ ขึน้ 2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ประจำหนว่ ย 2.1. จุดประสงค์ทว่ั ไป เพ่ือให้มีความรู้ ความเขา้ ใจเรอื่ งการบันทกึ รายการค้าในสมดุ รายวนั ทัว่ ไป 2.2. จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม 2.2.1. อธบิ ายความหมาย และประโยชนข์ องสมดุ รายวนั ทว่ั ไปได้ 2.2.2. บอกประเภทของสมดุ บญั ชไี ด้ 2.2.3. อธิบายรูปแบบของสมุดรายวันทั่วไปได้ 2.2.4. จดั ทำผังบญั ชีได้ 2.2.5. บันทึกรายการค้าในสมุดรายวนั ทั่วไปตามหลักการบัญชีได้ 3. สมรรถนะประจำหน่วยเรยี นรู้ 1. แสดงความรเู้ กี่ยวกับหลักการ และวิธกี ารบญั ชสี ำหรับกจิ การเจา้ ของคนเดียวประเภทธุรกจิ บรกิ าร 2. ปฏบิ ตั งิ านบัญชสี ำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกิจบรกิ ารตามหลักการบัญชีท่ีรับรองท่วั ไป 4. สาระการเรียนรู้ สมดุ รายวันท่ัวไป (General journal) หมายถึง สมุดข้ันต้นที่ใช้บันทึกรายการคา้ ที่เกิดข้ึนทันที โดย จะบันทึกเรียงตามลำดับวันท่ีก่อนหลังของการเกิดรายการค้าขึ้น การบันทึกรายการค้าที่เกิดข้ึนน้ันจะบันทึก โดยเดบติ บัญชีหน่งึ และเครดิตอีกบัญชีหน่งึ ไว้ดว้ ยกัน พร้อมทง้ั อธิบายรายการค้าทเ่ี กดิ ขึน้ โดยสรปุ เมื่อบันทึกรายการค้าในสมุดรายวันทั่วไปแล้ว ก็จะผ่านรายการไปยังบัญชีแยกประเภทท่ัวไปท่ี เก่ียวข้อง ซ่ึงต้องอ้างอิงหน้าบัญชีของสมุดรายวันท่ัวไปในสมุดบัญชีแยกประเภท โดยใช้อักษรย่อว่า “รว” แทนสมุดรายวันท่ัวไป และอ้างอิงเลขที่บัญชแี ยกประเภทในสมุดรายวันทว่ั ไปดว้ ย ประโยชนข์ องสมุดรายวนั ท่วั ไปมีประโยชน์ดงั ต่อไปนี้ 1) ชว่ ยบนั ทึกรายการค้าต่างๆ ที่เกดิ ข้ึนทกุ รายการโดยเรยี งลำดบั วนั ทีก่ ่อนหลังท่ีเกดิ รายการนน้ั ๆ ซ่งึ สามารถตรวจสอบรายการคา้ ยอ้ นหลงั ได้ 2) ช่วยเป็นแหลง่ อา้ งอิงข้อมูลท่ีผา่ นรายการไปบันทึกบัญชีในสมุดบัญชีแยกประเภท ซึ่งสามารถ ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของการบนั ทกึ บญั ชแี ยกประเภทได้สะดวกและรวดเรว็ ขน้ึ
3) ช่วยค้นหาข้อผิดพลาดที่เกิดจากการบันทึกรายการผิดบัญชีได้เร็วขึ้น เน่ืองจากมีการอธิบาย ลักษณะของรายการค้าท่ีบันทึกบัญชีไว้ ทำให้ตรวจสอบได้ว่าบันทึกบัญชีถูกต้องตามประเภทบัญชีที่ควรจะ บันทึกหรือไม่ สมดุ บัญชที ใี่ ช้ในการบนั ทึกบญั ชี แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ดงั นี้ 1) สมดุ รายวัน (Journal) แบ่งได้อีก 2 ประเภท ไดแ้ ก่ 1.1 สมุดรายวันท่ัวไป (General Journal) คือ สมุดบัญชีขั้นต้นหรือสมุดรายวันท่ีใช้จด บันทึกรายการค้าท่ีเกิดข้ึนทันทีทุกรายการ ถ้ากิจการน้ันไม่มีสมุดรายวันเฉพาะ ถ้ากิจการมีการใช้สมุดรายวัน เฉพาะ สมุดรายวันท่ัวไปก็จะมีไว้เพื่อบันทึกรายการค้าอ่ืนที่เกิดข้ึนและไม่สามารถนำไปบันทึกในสมุดรายวัน เฉพาะเล่มใดเล่มหนึง่ ได้ 1.2 สมดุ รายวนั เฉพาะ (Special Journal) คือ สมดุ รายวนั หรือสมุดบญั ชีขน้ั ตน้ ทใ่ี ช้ บันทกึ รายการค้าทเ่ี กดิ ขนึ้ เร่ืองใดเร่อื งหนงึ่ โดยเฉพาะ เชน่ 1.2.1 สมุดรายวันรับเงิน (Cash Received Journal) เป็นสมุดรายวนั ทีใ่ ช้บนั ทึกรายการ ค้าทเ่ี กยี่ วกับการรับเงินเทา่ น้นั เช่น การรบั รายได้ การรบั ชำระหน้ี เปน็ ตน้ 1.2.1 สมุดรายวันจ่ายเงิน (Cash Payment Journal) เป็นสมุดรายวันท่ีใช้บันทึก รายการคา้ ที่เก่ยี วกบั การจ่ายเงินเท่าน้นั เชน่ จ่ายค่าใชจ้ า่ ย ซ้อื สินทรพั ย์ จา่ ยเงินชำระหน้ี เป็นตน้ 1.2.3 สมุดรายวันซื้อ (Purchases Journal) เป็นสมุดรายวันท่ีใช้บันทึกรายการค้าที่ เกีย่ วกบั การซ้อื สินค้าเปน็ เงนิ เชอื่ เท่านน้ั 1.2.4 สมุดรายวันขาย (Sales Journal) เป็นสมุดรายวนั ท่ีใช้บนั ทึกรายคา้ ทีเ่ ก่ยี วกับการ ขายสนิ ค้าเปน็ เงนิ เชื่อเทา่ นนั้ 1.2.5 สมุดรายวันส่งคืนสินค้า (Purchases Returns and Allowance Journal) เป็น สมดุ รายวันที่ใชบ้ นั ทึกรายการคา้ ท่เี กี่ยวกับการส่งคนื สนิ คา้ ทซี่ ้ือมาเป็นเงนิ เชื่อเทา่ นน้ั 1.2.6 สมุดรายวันรับคืนสินค้า (Sales Returns and Allowance Journal) เป็นสมุดราย วันที่ใชบ้ ันทึกรายการค้าทเี่ กย่ี วกับการรับคืนสินค้าที่ขายไปเปน็ เงินเชื่อเท่านั้น 2) สมุดบัญชีแยกประเภท (Ledger) แบ่งออได้ 2 ประเภท ไดแ้ ก่ 2.1 สมุดบัญชีแยกประเภทท่ัวไป (General ledger) เป็นสมุดที่รวมบัญชีแยกประเภททุก บัญชี เช่น บญั ชีแยกประเภทเงนิ สด สนิ คา้ เจา้ หนี้ เป็นตน้ 2.2 สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย (Subsidiary ledger) เป็นบัญชีแยกประเภทสำหรับบันทึก รายการเคล่ือนไหวของลกู หนี้ หรือเจา้ หนีแ้ ตล่ ะราย สมุดรายวนั ทวั่ ไปมหี ลายรูปแบบหรือแบบฟอร์ม แล้วแต่ กจิ การจะเลือกใชใ้ ห้เหมาะสมกับกจิ การของตนเองขึ้นอยู่กับขนาดและลักษณะการดำเนนิ กิจการนั้นๆ รูปแบบท่ี นิยมท่ัวไป และนำมาใช้กันในปัจจุบัน คือ รูปแบบมาตรฐาน (Standard Form) ซ่ึงมีลักษณะและ ส่วนประกอบดังน้ี
วัน เดอื น ปี รายการ สมุดรายวนั ทว่ั ไป เดบิต หน้า.. บาท สต. เครดิต เลขท่ี บาท สต. บัญชี บอกสว่ นประกอบของสมดุ รายวันท่วั ไป มีดังนี้ เขียนคำว่า “สมุดรายวันทั่วไป (General Journal)” อยู่ตรงก่ึงกลางหัวกระดาษ เพื่อที่จะ บอกว่าแบบฟอร์มที่จดั ทำนค้ี อื สมดุ รายวนั ทัว่ ไป เขียนเลขที่หน้า (Page) ของสมุดรายวันท่ัวไปให้อยู่ตรงมุมบนด้านขวามือของกระดาษ เพ่ือ บอกว่าสมุดรายวันทัว่ ไปที่บนั ทกึ อยขู่ ณะนี้เปน็ หน้าที่เทา่ ไหร่ เป็นช่องวัน เดือน ปี ซ่ึงเป็นช่องที่แสดงวันท่ี (Date) ของรายการค้าที่เกิดข้ึน โดยจะต้อง เรียงลำดับวันที่ก่อนหลังของรายการค้าท่ีเกิดข้ึน ในการบันทึกรายการในช่องวันที่น้ัน ให้บันทึก ปี พ.ศ.ก่อน โดยบันทกึ ไวต้ รงกลาง ต่อมาบันทึกเดือนโดยบนั ทึกไวด้ ้านหนา้ แลว้ จึงบนั ทึกวันที่ หากวนั ต่อไปของรายการค้า ท่จี ะตอ้ งบนั ทึกบัญชเี ปน็ ปีเดยี วกนั เดือนเดียวกนั กไ็ ม่จำเป็นตอ้ งบนั ทกึ ใหมอ่ ีก เป็นช่องรายการ (Account Names and Explanation) ใช้บันทึกชื่อบัญชีที่เดบิตให้เขียน ชิดซ้าย พร้อมท้ังบันทึกจำนวนเงินในช่องเดบิต ส่วนบัญชีท่ีเครดิตให้เขียนเย้ืองมาทางขวาเล็กน้อย พร้อมทั้ง บันทกึ จำนวนเงินในช่องเครดิต จากนั้นให้เขียนคำอธิบายรายการคา้ ที่เกดิ ข้ึนในบรรทดั ถัดมาโดยสรุป โดยการ เขยี นคำอธิบายรายการใหเ้ ขียนชิดซา้ ยตดิ กับเส้นทางดา้ นซ้ายของชอ่ ง สดุ ทา้ ยให้ขีดเสน้ ใตเ้ พ่ือแสดงการส้ินสุด การบันทกึ รายการค้านั้นๆ ในการขดี เส้นใต้น้ใี หข้ ีดเส้นใตเ้ ฉพาะช่องรายการเทา่ นั้น หากรายการคา้ ใดที่มบี ัญชี ท่ีจะต้องบันทึกด้านเดบิตมากกว่า 1 บัญชีให้บันทึกบัญชีทางด้านเดบิตให้หมดเสียก่อน ต่อจากนั้นให้บันทึก บญั ชีทจี่ ะตอ้ งบนั ทกึ ทางด้านเครดติ โดยเยอื้ งมาทางด้านขวามือเลก็ น้อยประมาณ 1-1.5 นิ้ว เปน็ ชอ่ งเลขทบี่ ัญชี (Account No.) ใช้บันทกึ เลขท่ีบญั ชีแยกประเภทเม่ือทำการผา่ นรายการ จากสมุดรายวันท่ัวไปไปยังบญั ชีแยกประเภทท่ีเก่ียวข้องแล้ว โดยบันทึกไว้ในช่องรายการท้ังทางด้านเดบิตและ เครดติ ซ่ึงเรอื่ งเลขทบี่ ัญชีนจ้ี ะได้อธบิ ายให้ละเอียดในหัวข้อถัดไป เป็นช่องเดบิต (Debit) ใช้บันทึกจำนวนเงินที่บันทึกบัญชีแต่ละบัญชีทางด้านเดบิต โดย แบง่ เป็น 2 ชอ่ งย่อย คือ ช่องบาท และช่องสตางค์ เป็นช่องเครดิต (Credit) ใช้บันทึกจำนวนเงินที่บันทึกบัญชีแต่ละบัญชีทางด้านเครดิต โดย แบง่ เปน็ 2 ช่องยอ่ ย คอื ชอ่ งบาท และช่องสตางค์ 10. ครูอธิบายและแสดงการเขยี นผังบัญชี โดยผังบัญชี (Chart of account) คือ ผังท่ีแสดงรายชื่อ บัญชีแยกประเภทของแต่ละกิจการทุกบัญชี โดยจัดเรียงตามหมวดหมู่บัญชี ได้แก่ หมวดสินทรัพย์ หมวด หน้ีสนิ หมวดส่วนของเจ้าของ หมวดรายไดแ้ ละหมวดค่าใช้จา่ ย พร้อมทัง้ กำหนดเลขทบ่ี ญั ชีของแต่ละบัญชี ในการกำหนดเลขที่บัญชีนัน้ ตัวแรกจะใชเ้ ป็นเลขท่ขี องหมวดบญั ชีและตามด้วยตวั เลขอกี 2 หรือ 3 ตวั ก็ได้ ทั้งน้ีขึ้นอยู่กับขนาดของกิจการวา่ จะมีบัญชีมากหรอื น้อยเพียงใด ถ้าเป็นกิจการขนาดเล็กก็จะกำหนด ผังบัญชีแค่เพียง 2 หลัก เช่น เงินสด เลขที่ 11 ลูกหนี้การค้า เลขที่ 12 เป็นต้น ซ่ึงการกำหนดเลขที่บัญชีจะมี
ประโยชน์ในการอ้างอิงการผ่านรายการจากสมุดรายวันทั่วไปไปยังบัญชีแยกประเภท และเพื่อสะดวกในการ คน้ หาบญั ชีตา่ งๆ กำหนดเลขที่บัญชี หรือ “ผังบัญชี” จะกำหนดอย่างมีระบบตามมาตรฐานโดยท่ัวไปแล้ว โดยเลขที่บัญชี จะถกู กำหนดตามหมวดบญั ชี ซึง่ แบง่ ออก 5 หมวด ดังน้ี หมวดที่ 1 หมวดสินทรัพย์ รหสั บญั ชี คือ 1 หมวดที่ 2 หมวดหน้สี ิน รหัสบัญชี คอื 2 หมวดท่ี 3 หมวดส่วนของเจ้าของ (ทุน) รหัสบญั ชี คือ 3 หมวดที่ 4 หมวดรายได้ รหัสบัญชี คอื 4 หมวดท่ี 5 หมวดคา่ ใชจ้ า่ ย รหสั บญั ชี คอื 5 หากเป็นบญั ชหี มวดสินทรพั ย์ เชน่ เงินสด ลกู หนีก้ ารคา้ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ เลขทบ่ี ญั ชีก็จะ ขึ้นต้นด้วยเลข 1 ถ้าเป็นบัญชีหมวดหน้ีสิน เช่น เจ้าหนี้การค้า เงินกู้ระยะยาว หุ้นกู้ เลขท่ีบัญชีก็จะข้ึนต้นด้วย เลข 2 หรือหากเป็นบัญชีหมวดส่วนของเจ้าของ เช่น ทุน ถอนใช้ส่วนตัว เลขท่ีบัญชีก็จะข้ึนตน้ ด้วยเลข 3 หาก เป็นบัญชีหมวดรายได้ เช่น รายได้ค่าเช่า ดอกเบ้ียรับ รายได้อื่นๆ เลขท่ีบัญชีก็จะข้ึนต้นด้วยเลข 4 และบัญชี หมวดค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเช่า เงินเดือน เลขท่ีบัญชีก็จะขึ้นต้นด้วยเลข 5 การกำหนดให้มีเลขที่บัญชีมากกว่า 2 หลัก เชน่ 1. หมวดสินทรัพย์ เลขท่ี 100-199 2. หมวดหนสี้ นิ เลขที่ 200 - 299 3. หมวดส่วนของเจา้ ของ เลขที่ 300 - 399 4. หมวดรายได้ เลขท่ี 400 - 499 5. หมวดคา่ ใช้จา่ ย เลขที่ 500 – 500 ส่วนหลักหลังของเลขท่ีบัญชีในแต่ละหมวดนั้นก็จะถูกกำหนดด้วยหลักเกณฑ์ที่แตกต่างกันไป โดย หมวดสินทรัพย์น้ัน หลักหลังของเลขท่ีบัญชีจะเรียงตามสภาพคล่องของสินทรัพย์ โดยเรียงจากสภาพคล่องมากไป หาสภาพคล่องน้อย เช่น เลขท่ีบัญชีเงินสดจะมาก่อนเลขที่บัญชีลูกหนี้การค้า เป็นต้น สำหรับหมวดหนี้สินกจ็ ะเรียง ตามสภาพคล่องของหน้ีสิน เช่น เลขที่บัญชีเจ้าหน้ีจะมาก่อนเลขท่ีบัญชีของเงินกู้ระยะยาว เป็นต้น สำหรับหมวด ส่วนของเจ้าของ หลักหลังของเลขที่บัญชีจะเรียงตามการเกิดขึ้นก่อนหลัง เช่น การที่นำสินทรัพย์มาลงทุนทำให้เกิด บัญชีทุน ก่อนท่ีเจ้าของกิจการจะถอนเงินออกไปใช้ จึงทำให้เลขท่ีบัญชีของบัญชีทุน มาก่อนเลขท่ีบัญชีถอนใช้ ส่วนตัว สว่ นหมวดรายได้และหมวดค่าใชจ้ ่าย หลกั หลงั ของเลขท่บี ัญชีจะเรยี งความสำคัญของรายได้และค่าใช้จ่าย
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130