Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แนวทางการนำจุดเน้น การพัฒนาผู้เรียน สู่การปฏิบัติ

แนวทางการนำจุดเน้น การพัฒนาผู้เรียน สู่การปฏิบัติ

Published by educat tion, 2021-04-14 05:15:18

Description: แนวทางการนำจุดเน้น การพัฒนาผู้เรียน สู่การปฏิบัติ

Search

Read the Text Version

๕ แนวทางการจัดการเรียนรู้ ด ทาตามสญั ญาที่ตนใหไ้ วก้ บั พอ่ แมห่ รือผปู้ กครอง และครู ด ทาตามสญั ญาท่ีตนใหไ้ วก้ บั พอ่ แม่หรือผปู้ กครอง และครู ด ทาตามสญั ญาที่ตนใหไ้ วก้ บั พอ่ แม่หรือผปู้ กครอง และครู ด ทาตามสญั ญาท่ีตนใหไ้ วก้ บั พอ่ แม่หรือผปู้ กครอง และครู ก่เพอ่ื นดา้ นความซื่อสตั ย์ ด ทาตามสัญญาที่ตนใหไ้ วก้ บั เพือ่ นพ่อแม่หรือผปู้ กครอง และครู

๖๖ คุณลกั ษณะ ช้ันปี ซื่อสตั ย์ ม.๒ ๑. ฝึกใหข้ อ้ มลู ที่ถูกตอ้ ง และเป็นจริง สุจริต ๒. ปฏิบตั ิในสิ่งท่ีถูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ท่ีจะทาความผดิ ๓. ปฏิบตั ิตนต่อผอู้ ื่นดว้ ยความซ่ือตรง ไม่หาประโยชนใ์ นทางท ซื่อสัตย์ ม.๓ ๑. ฝึกใหข้ อ้ มูลที่ถูกตอ้ ง และเป็นจริง สุจริต ๒. ปฏิบตั ิในส่ิงที่ถูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ท่ีจะทาความผดิ ซ่ือสัตย์ ๓. ปฏิบตั ิตนต่อผอู้ ่ืนดว้ ยความซื่อตรง ไม่หาประโยชน์ในทางท ซื่อสัตย์ ม.๔ ๑. ฝึกใหข้ อ้ มลู ท่ีถูกตอ้ ง และเป็นจริง สุจริต ๒. ปฏิบตั ิในส่ิงที่ถูกตอ้ ง ทาตามสญั ญาท่ีตนใหไ้ วก้ บั เพื่อน พอ่ ๓. ปฏิบตั ิตนต่อผอู้ ื่นดว้ ยความซื่อตรง ซ่ือสตั ย์ ม.๕ ๑. ฝึกใหข้ อ้ มูลที่ถูกตอ้ ง และเป็นจริง สุจริต ๒. ปฏิบตั ิในสิ่งที่ถูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ที่จะทาความผดิ ๓. ปฏิบตั ิตนต่อผอู้ ่ืนดว้ ยความซื่อตรง ไม่หาประโยชนใ์ นทางท ซ่ือสตั ย์ ม.๖ ๑. ฝึกใหข้ อ้ มูลที่ถูกตอ้ ง และเป็นจริง สุจริต ๒. ปฏิบตั ิในสิ่งที่ถูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ที่จะทาความผดิ ซ่ือสตั ย์ ๓. ปฏิบตั ิตนต่อผอู้ ่ืนดว้ ยความซื่อตรง ไมห่ าประโยชนใ์ นทางท มีวนิ ยั ป.๑ จดั กิจกรรมใหผ้ เู้ รียนฝึกปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ รับผดิ ชอบ

แนวทางการจัดการเรียนรู้ ด ทาตามสญั ญาที่ตนใหไ้ วก้ บั เพ่ือน พอ่ แม่ หรือผปู้ กครอง และครู ที่ไมถ่ ูกตอ้ ง ด ทาตามสญั ญาที่ตนใหไ้ วก้ บั เพอ่ื น พ่อแม่ หรือผปู้ กครอง และครู เป็ นแบบอยา่ งที่ดีดา้ นความ ที่ไม่ถูกตอ้ ง และเป็นแบบอยา่ งที่ดีแก่เพอ่ื นดา้ นความซ่ือสัตย์ อแม่ หรือผปู้ กครอง และครู ด ทาตามสัญญาที่ตนใหไ้ วก้ บั เพ่ือน พอ่ แม่ หรือผปู้ กครอง และครู ท่ีไมถ่ ูกตอ้ ง ด ทาตามสญั ญาท่ีตนใหไ้ วก้ บั เพื่อน พอ่ แม่ หรือผปู้ กครอง และครู เป็นแบบอยา่ งท่ีดีดา้ นความ ที่ไม่ถูกตอ้ ง และเป็นแบบอยา่ งท่ีดีแก่เพอ่ื นดา้ นความซ่ือสตั ย์ บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครัวมีความตรงตอ่ เวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ ในชีวติ ประจาวนั

๖๗ คุณลกั ษณะ ช้ันปี มีวนิ ยั ป.๒ จดั กิจกรรมใหผ้ เู้ รียนฝึกปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ รับผดิ ชอบ ชีวติ ประจาวนั มีวนิ ยั ป.๓ จดั กิจกรรมใหผ้ เู้ รียนฝึกปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ รับผดิ ชอบ ชีวติ ประจาวนั มีวนิ ยั ป.๔ จดั กิจกรรมใหผ้ เู้ รียนฝึกปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ รับผดิ ชอบ ชีวติ ประจาวนั มีวนิ ยั ป.๕ จดั กิจกรรมใหผ้ เู้ รียนฝึกปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ รับผดิ ชอบ ชีวติ ประจาวนั มีวนิ ยั ป.๖ จดั กิจกรรมใหผ้ เู้ รียนฝึกปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ รับผดิ ชอบ ชีวติ ประจาวนั มีความรับผดิ ชอบ มีวนิ ยั ม.๑ จดั กิจกรรมใหผ้ เู้ รียนฝึกปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ รับผดิ ชอบ ชีวติ ประจาวนั มีวนิ ยั ม.๒ จดั กิจกรรมใหผ้ เู้ รียนฝึกปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ รับผดิ ชอบ ชีวติ ประจาวนั และรับผิดชอบใน การทางาน มีวนิ ยั ม.๓ จดั กิจกรรมใหผ้ เู้ รียนฝึกปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ รับผดิ ชอบ ปฏิบตั ิกิจกรรมตา่ งๆ ในชีวติ ประจาวนั และรับผดิ ชอบในการท

๗ แนวทางการจัดการเรียนรู้ บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครัว และโรงเรียน มีความตรงตอ่ เวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ ใน บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครัว และโรงเรียน มีความตรงตอ่ เวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ ใน บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครัว และโรงเรียน ความตรงต่อเวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ ใน บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครัว และโรงเรียน ความตรงต่อเวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ ใน บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครัว และโรงเรียน ความตรงตอ่ เวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ ใน บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครัว และโรงเรียน ตรงต่อเวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ ใน บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครัว และโรงเรียน ตรงต่อเวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ ใน บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครัว โรงเรียน และสงั คม ไม่ละเมิดสิทธิของผอู้ ่ืน ตรงตอ่ เวลาในการ ทางาน

๖๘ คุณลกั ษณะ ช้ันปี มีวนิ ยั ม.๔ จดั กิจกรรมใหผ้ เู้ รียนฝึกปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ รับผดิ ชอบ ชีวติ ประจาวนั และรับผิดชอบใน การทางาน มีวนิ ยั ม.๕ จดั กิจกรรมใหผ้ เู้ รียนฝึกปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ รับผดิ ชอบ ปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ ในชีวติ ประจาวนั และรับผดิ ชอบในการท มีวนิ ยั ม.๖ จดั กิจกรรมใหผ้ เู้ รียนฝึกปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ รับผดิ ชอบ ปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ ในชีวติ ประจาวนั และรับผดิ ชอบในการท มีจิต ป.๑ ๑. ฝึกใหน้ กั เรียนช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครูทางาน สาธารณะ ๒. จดั กิจกรรมใหน้ กั เรียนรู้จกั การดูแล รักษาทรัพยส์ มบตั ิและส มีจิต ป.๒ ๑. ฝึกใหน้ กั เรียนช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครูทางาน สาธารณะ ๒. อาสาทางานใหผ้ อู้ ่ืน ๓. จดั กิจกรรมใหน้ กั เรียนรู้จกั การดูแล รักษาทรัพยส์ มบตั ิและส มีจิต สาธารณะ ป.๓ ๑. ฝึกใหน้ กั เรียนช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครูทางาน ๒. อาสาทางาน และแบง่ ปันสิ่งของใหผ้ อู้ ่ืน มีจิต ๓. จดั กิจกรรมใหน้ กั เรียนรู้จกั การดูแล รักษาทรัพยส์ มบตั ิและส สาธารณะ ป.๔ ๑. ฝึกใหน้ กั เรียนช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครูทางาน ๒. อาสาทางานใหผ้ อู้ ื่น ๓. จดั กิจกรรมใหน้ กั เรียนรู้จกั การดูแล รักษาทรัพยส์ มบตั ิและส ๔. เขา้ ร่วมกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเร

แนวทางการจัดการเรียนรู้ บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครัวและ โรงเรียน ตรงต่อเวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ ใน บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครัว โรงเรียน และสังคม ไมล่ ะเมิดสิทธิของผอู้ ื่น ตรงต่อเวลาในการ ทางาน บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครัว โรงเรียน และสงั คม ไม่ละเมดิ สิทธิของผอู้ ่ืน ตรงต่อเวลาในการ ทางาน ปฏิบตั ิเป็ นปกติวสิ ยั และเป็นแบบอยา่ งท่ีดี ส่ิงแวดลอ้ มของห้องเรียน โรงเรียน สิ่งแวดลอ้ มของห้องเรียน โรงเรียน เขา้ ร่วมกิจกรรมของโรงเรียน สิ่งแวดลอ้ มของหอ้ งเรียนโรงเรียน เขา้ ร่วมกิจกรรมของโรงเรียน ส่ิงแวดลอ้ มของห้องเรียนโรงเรียน รียน

๖๙ คุณลกั ษณะ ช้ันปี มีจิต ป.๕ ๑. ฝึกใหน้ กั เรียนช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครูทางาน สาธารณะ ๒. อาสาทางานและแบง่ ปันส่ิงของใหผ้ อู้ ื่น ๓. จดั กิจกรรมใหน้ กั เรียนรู้จกั การดูแล รักษาทรัพยส์ มบตั ิและส ๔. เขา้ ร่วมกิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเร มีจิต ป.๖ ๑. ฝึกใหน้ กั เรียนช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครูทางาน สาธารณะ ๒. อาสาทางาน ช่วยคิด ช่วยทา และแบง่ ปันสิ่งของใหผ้ อู้ ื่น ๓. จดั กิจกรรมใหน้ กั เรียนรู้จกั การดูแล รักษาทรัพยส์ มบตั ิและส ๔. เขา้ ร่วมกิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเร มีจิต ม.๑ ๑. ฝึกใหน้ กั เรียนช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครูทางาน สาธารณะ ๒. อาสาทางาน ช่วยคิด ช่วยทา และแบ่งปันสิ่งของใหผ้ อู้ ่ืน ๓. จดั กิจกรรมใหน้ กั เรียนรู้จกั การดูแล รักษาทรัพยส์ มบตั ิและส ๔. เขา้ ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเร มีจิต ม.๒ ๑. ฝึกใหน้ กั เรียนช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครูทางาน สาธารณะ ๒. อาสาทางาน ช่วยคิด ช่วยทา และแบง่ ปันสิ่งของใหผ้ อู้ ่ืน ๓. ดูแล รักษาทรัพยส์ มบตั ิของหอ้ งเรียน โรงเรียน ชุมชน ๔. เขา้ ร่วมกิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเร

แนวทางการจัดการเรียนรู้ ส่ิงแวดลอ้ มของห้องเรียนโรงเรียน ชุมชน รียน สิ่งแวดลอ้ มของหอ้ งเรียน โรงเรียน ชุมชน รียน สิ่งแวดลอ้ มของหอ้ งเรียน โรงเรียน ชุมชน รียน รียน

๗๐ คุณลกั ษณะ ช้ันปี มีจิต ม.๓ ๑. ฝึกใหน้ กั เรียนช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครูทางาน สาธารณะ ๒. อาสาทางาน ช่วยคิด ช่วยทา แบง่ ปันสิ่งของ และช่วยแกป้ ัญ ๓. ดูแล รักษาทรัพยส์ มบตั ิของหอ้ งเรียน โรงเรียน ชุมชน ๔. เขา้ ร่วมกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเร มีจิต ม.๔ ๑. ฝึกใหน้ กั เรียนช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครูทางาน สาธารณะ ๒. อาสาทางาน ช่วยคิด ช่วยทา แบง่ ปันส่ิงของใหผ้ อู้ ื่น ๓. ดูแล รักษาทรัพยส์ มบตั ิของหอ้ งเรียน โรงเรียน ชุมชน ๔. เขา้ ร่วมกิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเร มีจิต ม.๕ ๑. ฝึกใหน้ กั เรียนช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครูทางาน สาธารณะ ๒. อาสาทางาน ช่วยคิด ช่วยทา แบ่งปันสิ่งของ ทรัพยส์ ิน และอ ๓. ดูแล รักษาทรัพยส์ มบตั ิของหอ้ งเรียน โรงเรียน ชุมชน ๔. เขา้ ร่วมกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเร มีจิต ม.๖ ๑. ฝึกใหน้ กั เรียนช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครูทางาน สาธารณะ ๒. อาสาทางาน ช่วยคิด ช่วยทา แบ่งปันส่ิงของ ทรัพยส์ ิน และอ ๓. ดูแล รักษาทรัพยส์ มบตั ิของหอ้ งเรียน โรงเรียน ชุมชน ๔. เขา้ ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเร

แนวทางการจัดการเรียนรู้ ญหาใหผ้ อู้ ื่น รียนและชุมชน รียน อ่ืนๆ และช่วยแกป้ ัญหาใหผ้ อู้ ื่น รียนและชุมชน อ่ืนๆ พร้อมช่วยแกป้ ัญหา รียน ชุมชน เพื่อแกป้ ัญหาหรือร่วมสร้างสิ่งท่ีดีงามตามสถานการณ์ท่ีเกิดข้ึน

๗๑ คุณลกั ษณะสาหรับผ้เู รียนในแต่ละทุกช่วงวยั คุณลกั ษณะ ช้ันปี ใฝ่ ดี ป.๑ ๑. จดั กิจกรรมใหร้ ู้จกั ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ และนาไปป ๒. รู้จกั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม ๓. เช่ือฟังคาส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้ ๔. ต้งั ใจเรียน ใฝ่ ดี ป.๒ ๑. จดั กิจกรรมใหร้ ู้จกั ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ และนาไปป ๒. รู้จกั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม ๓. เชื่อฟังคาสง่ั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้ ๔. ต้งั ใจเรียน ๕. รู้จกั ปรับปรุงตวั เองในขอ้ ผดิ พลาด ๖. จดั กิจกรรมใหผ้ เู้ รียนรู้จกั มธั ยสั ถ์ และเก็บออม ใฝ่ ดี ป.๓ ๑. จดั กิจกรรมใหร้ ู้จกั ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ และนาไปป ๒. รู้จกั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม ๓. เช่ือฟังคาสัง่ สอนของบิดา-มารดา โดยไม่โตแ้ ยง้ ๔. ต้งั ใจเรียน ๕. รู้จกั ปรับปรุงตวั เองในขอ้ ผดิ พลาด ๖. จดั กิจกรรมใหผ้ เู้ รียนรู้จกั มธั ยสั ถ์ และเกบ็ ออม ๗. จดั กิจกรรมใหผ้ เู้ รียนรู้จกั อดทน กลา้ แสดงสิ่งที่ถูกตอ้ ง รักษ

แนวทางการจัดการเรียนรู้ ปฏิบตั ิได้ ปฏิบตั ิได้ ปฏิบตั ิได้ ษากฎ ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ของชุมชน

๗๒ คุณลกั ษณะ ช้ันปี ใฝ่ เรียนรู้ ป.๔ ๑. ต้งั ใจเรียนรู้ ๒. เอาใจใส่ในการเรียน และมีความเพยี รพยายามในการเรียน ๓. สนใจเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ตา่ งๆ ๔. ศึกษาคน้ ควา้ หาความรู้จากหนงั สือ เอกสาร ส่ิงพิมพ์ สื่อเทค ภายในและภายนอกโรงเรียน และเลือกใชส้ ื่อไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ๕. บนั ทึกความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสิ่งท่ีเรียนรู้ สรุปเป็นอ ๖. แลกเปลี่ยนความรู้ ดว้ ยวธิ ีการต่างๆ และนาไปใชใ้ นชีวติ ประ ใฝ่ เรียนรู้ ป.๕ ๑. ต้งั ใจเรียนรู้ ๒. เอาใจใส่ในการเรียน และมีความเพียรพยายามในการเรียน ๓. สนใจเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ตา่ งๆ ๔. ศึกษาคน้ ควา้ หาความรู้จากหนงั สือ เอกสาร ส่ิงพิมพ์ สื่อเทค ภายในและภายนอกโรงเรียน และเลือกใชส้ ่ือไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ๕. บนั ทึกความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางส่ิงท่ีเรียนรู้ สรุปเป็นอ ๖. แลกเปลี่ยนความรู้ ดว้ ยวธิ ีการต่างๆ และนาไปใชใ้ นชีวติ ประ ใฝ่ เรียนรู้ ป.๖ ๑. ต้งั ใจเรียนรู้ ๒. เอาใจใส่ในการเรียน และมีความเพียรพยายามในการเรียน ๓. สนใจเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ ๔. ศึกษาคน้ ควา้ หาความรู้จากหนงั สือ เอกสาร ส่ิงพมิ พ์ ส่ือเทค ภายในและภายนอกโรงเรียน และเลือกใชส้ ื่อไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ๕. บนั ทึกความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางส่ิงท่ีเรียนรู้ สรุปเป็นอ ๖. แลกเปลี่ยนความรู้ ดว้ ยวธิ ีการต่างๆ และนาไปใชใ้ นชีวติ ประ

๒ แนวทางการจัดการเรียนรู้ คโนโลยตี า่ งๆ แหล่งเรียนรู้ท้งั ม องคค์ วามรู้ ะจาวนั คโนโลยตี ่างๆ แหล่งเรียนรู้ท้งั ม องคค์ วามรู้ ะจาวนั คโนโลยตี า่ งๆ แหล่งเรียนรู้ท้งั ม องคค์ วามรู้ ะจาวนั

๗๓ คุณลกั ษณะ ช้ันปี อยอู่ ยา่ ง ม. ๑ ๑. ใชท้ รัพยส์ ินของตนเอง เช่น ส่ิงของ เครื่องใช้ ฯลฯ อยา่ งประ พอเพยี ง ๒. ใชท้ รัพยากรของส่วนรวมอยา่ งประหยดั คุม้ คา่ และเก็บรักษ ๓. ปฏิบตั ิตนและตดั สินใจดว้ ยความรอบคอบ มีเหตุผล ๔. ไม่เอาเปรียบผอู้ ื่น และไมท่ าใหผ้ อู้ ื่นเดือดร้อน พร้อมใหอ้ ภยั ๕. วางแผนการเรียน การทางานและการใชช้ ีวติ ประจาวนั บนพ ๖. รู้เทา่ ทนั การเปลี่ยนแปลง ทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอม อยอู่ ยา่ ง ม. ๒ ๑. ใชท้ รัพยส์ ินของตนเอง เช่น สิ่งของ เครื่องใช้ ฯลฯ อยา่ งประ พอเพยี ง ๒. ใชท้ รัพยากรของส่วนรวมอยา่ งประหยดั คุม้ ค่า และเก็บรักษ ๓. ปฏิบตั ิตนและตดั สินใจดว้ ยความรอบคอบ มีเหตุผล ๔. ไมเ่ อาเปรียบผอู้ ื่น และไมท่ าใหผ้ อู้ ื่นเดือดร้อน พร้อมใหอ้ ภยั ๕. วางแผนการเรียน การทางานและการใชช้ ีวติ ประจาวนั บนพ ๖. รู้เท่าทนั การเปล่ียนแปลง ทางสังคม และสภาพแวดลอ้ ม ยอม อยอู่ ยา่ ง ม. ๓ ๑. ใชท้ รัพยส์ ินของตนเอง เช่น ส่ิงของ เคร่ืองใช้ ฯลฯ อยา่ งประ พอเพียง ๒. ใชท้ รัพยากรของส่วนรวมอยา่ งประหยดั คุม้ คา่ และเก็บรักษ ๓. ปฏิบตั ิตนและตดั สินใจดว้ ยความรอบคอบ มีเหตุผล ๔. ไมเ่ อาเปรียบผอู้ ื่น และไม่ทาใหผ้ อู้ ื่นเดือดร้อน พร้อมใหอ้ ภยั ๕. วางแผนการเรียน การทางานและการใชช้ ีวติ ประจาวนั บนพ ๖. รู้เท่าทนั การเปล่ียนแปลง ทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอม

๓ แนวทางการจัดการเรียนรู้ ะหยดั คุม้ ค่า และเก็บรักษาดูแลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม ษาดูแลอยา่ งดี ยเม่ือผอู้ ื่นกระทาผดิ พลาด พ้ืนฐานของความรู้ ขอ้ มูล ขา่ วสาร มรับ และปรับตวั อยรู่ ่วมกบั ผอู้ ื่นไดอ้ ยา่ งมีความสุข ะหยดั คุม้ คา่ และเกบ็ รักษาดูแลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม ษาดูแลอยา่ งดี ยเมื่อผอู้ ่ืนกระทาผดิ พลาด พ้ืนฐานของความรู้ ขอ้ มลู ข่าวสาร มรับ และปรับตวั อยรู่ ่วมกบั ผอู้ ่ืนไดอ้ ยา่ งมีความสุข ะหยดั คุม้ ค่า และเก็บรักษาดูแลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม ษาดูแลอยา่ งดี ยเมื่อผอู้ ื่นกระทาผดิ พลาด พ้ืนฐานของความรู้ ขอ้ มูล ขา่ วสาร มรับ และปรับตวั อยรู่ ่วมกบั ผอู้ ื่นไดอ้ ยา่ งมีความสุข

๗๔ คุณลกั ษณะ ช้ันปี มีความ ม. ๔ ๑. เอาใจใส่ต่อการปฏิบตั ิหนา้ ท่ีท่ีไดร้ ับมอบหมาย มุ่งมน่ั ๒. ต้งั ใจและรับผดิ ชอบในการทางานใหส้ าเร็จ ๓. ปรับปรุงและพฒั นาการทางานอยา่ งรอบคอบ ๔. ทุ่มเท ทางาน อดทน ไมท่ อ้ ตอ่ ปัญหาและอุปสรรค ๕. พยายามแกป้ ัญหาและอุปสรรคในการทางานใหส้ าเร็จ ๖. ช่ืนชมผลงานความสาเร็จดา้ ยความภาคภมู ิใจ มีความ ม. ๕ ๑. เอาใจใส่ต่อการปฏิบตั ิหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย มุง่ มนั่ ๒. ต้งั ใจและรับผดิ ชอบในการทางานใหส้ าเร็จ ๓. ปรับปรุงและพฒั นาการทางานอยา่ งรอบคอบ ๔. ทุม่ เท ทางาน อดทน ไม่ทอ้ ต่อปัญหาและอุปสรรค ๕. พยายามแกป้ ัญหาและอุปสรรคในการทางานใหส้ าเร็จ ๖. ชื่นชมผลงานความสาเร็จดา้ ยความภาคภมู ิใจ

๔ แนวทางการจัดการเรียนรู้

๗๕ คุณลกั ษณะ ช้ันปี มีความ ม. ๖ ๑. เอาใจใส่ตอ่ การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย มุง่ มนั่ ๒. ต้งั ใจและรับผดิ ชอบในการทางานใหส้ าเร็จ ๓. ปรับปรุงและพฒั นาการทางานอยา่ งรอบคอบ ๔. ทุ่มเท ทางาน อดทน ไม่ทอ้ ตอ่ ปัญหาและอุปสรรค ๕. พยายามแกป้ ัญหาและอุปสรรคในการทางานใหส้ าเร็จ ๖. ช่ืนชมผลงานความสาเร็จดา้ ยความภาคภมู ิใจ

๕ แนวทางการจัดการเรียนรู้

๗๖ แนวทางการจัด ในการกาหนดตารางเรียน เพ่ือพฒั นาผเู้ รียนตามจุดเนน้ การพฒั นาคุณภาพผเู้ รียน ตวั ช้ีวดั สาระการเรียนรู้ และจุดเนน้ การพฒั นาคุณภาพผเู้ รียน ใหม้ ีความยดื หยนุ่ และเหม ( ตัวอย่าง รูปแบบท่ี ๑ การจัดตารางเรียน สาห การจัดกจิ กรรมท้งั ใน - นอกห้องเรียน และบูรณ กจิ กรรมในห้องเรียน วนั /เวลา ๐๘.๓๐-๐๙.๐๐ น. ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ น. ๑๐.๐๐–๑๑.๐๐ น. จนั ทร์ องั คาร พธุ กิจกรรมโฮมรูม ไทย – คณติ พฤหสั บดี กิจกรรมแนะแนว ข่าวและเหตุการณ์ ศุกร์

๖ ดตารางเรียน นน้นั ควรปรับ ตารางเรียน ใหม้ ีการจดั กิจกรรมท้งั ในและนอกหอ้ งเรียน บูรณาการ มาะสมกบั บริบทของสถานศึกษา ) หรับช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๑ - ๓ ณาการตัวชี้วดั กบั จุดเน้นการพฒั นาผู้เรียน กจิ กรรมนอกห้องเรียน ๑๑.๐๐ -๑๒.๐๐ น. ๑๓.๐๐-๑๔.๐๐ น. ๑๔.๐๐ -๑๕.๐๐ น. สังคม กิจกรรมบรูณาการ กิจกรรมชุมนุม/ชมรม วทิ ย์ ไทย คณิต สงั คม วทิ ย์ (ทกั ษะชีวติ ) สุขศกึ ษา จุดเนน้ การอ่าน-เขียนและการคิด การส่ือสาร . ภาษาต่างประเทศ กิจกรรมบูรณาการ ลกู เสือ /ยวุ กาชาด / บาเพญ็ ประโยชน์ กิจกรรม ประวตั ิศาสตร์ เพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนแ์ ละจุดเนน้ ทกั ษะการคดิ แกป้ ัญหา ทกั ษะชีวติ และจิตสาธารณะ กิจกรรมบูรณาการ สุขศึกษา พลศึกษา ศิลปะ ดนตรี และทกั ษะชีวติ กิจกรรมบูรณาการการงาน อาชีพ และเทคโนโลยี และ การพฒั นาลกั ษณะนิสยั กีฬา ภาษาตา่ งประเทศ และจุดเนน้ ดนตรี ศิลปะ และสุนทรียภาพ ทกั ษะการคดิ แกป้ ัญหา และจุดเนน้ ทกั ษะชีวติ และการส่ือสาร

๗๗ ( ตัวอย่าง รูปแบบที่ ๒ การจัดตารางเรียน ร การจัดกจิ กรรมใน - นอกห้องเรียนและบูรณ วนั / เวลา ๐๙.๐๐ -๑๐.๐๐ น. กจิ กรรมในห้องเรียน ๑๑.๐๐ -๑๒.๐ จนั ทร์ ๑๐.๐๐ - ๑๑.๐๐ น. องั คาร ไทย คณิต การเรียนรู้เน พธุ ตามกลุ่มสาร พฤหสั บดี ศุกร์ หมายเหตุ ภาคเช้า จดั การเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ (หลกั ) ภาคบ่าย จดั การเรียนรู้บูรณาการตวั ช้ีวดั และจุดเนน้ การพฒั นาผเู้ รียน

๗ ) ระดบั ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๑-๓ ณาการตัวชี้วดั กบั จุดเน้นการพฒั นาผ้เู รียน กจิ กรรมนอกห้องเรียน ๐๐ น. ๑๓.๐๐ -๑๔.๐๐ น. ๑๔.๐๐ -๑๕.๐๐ น. น้ือหา กิจกรรมบรูณาการ ไทย คณิต สงั คม กิจกรรมชุมนุม/ ชมรม ระอื่นๆ วทิ ย์ จุดเนน้ การอ่าน-เขียนและ (ทกั ษะชีวติ ) การคิด การสื่อสาร กิจกรรมบูรณาการ ลูกเสือ /ยวุ กาชาด บาเพญ็ ประโยชน์ กิจกรรมเพื่อสงั คมและ สาธารณประโยชนแ์ ละจุดเนน้ ทกั ษะการคิดแกป้ ัญหา ทกั ษะชีวติ และจิตสาธารณะ กิจกรรมลูกเสือ/เนตรนารี / ยวุ ฯ / กิจกรรมเพ่ือสงั คมและ บาเพญ็ ประโยชน์ สาธารณประโยชน์ กิจกรรมบูรณาการดา้ นลกั ษณะนิสยั การกีฬา ดนตรี ศิลปะ และสุนทรียภาพ กิจกรรมบูรณาการกลมุ่ สาระการเรียนรู้ต่างๆ (โครงงาน/การสารวจ/กิจกรรมภาคปฏิบตั ิท้งั ใน และนอกหอ้ งเรียน)

๗๘ แนวทางการจดั การเรียนรู้นอกห้องเรียน แนวคดิ ๑. การเรียนรู้สามารถเกิดข้ึนไดท้ ุกที่ ทุกเวลา เนื่องจากความรู้ต่าง ๆ มีอยใู่ นส่ิงต่าง ๆรอบตวั เราไม่วา่ จะเป็นส่ิงแวดลอ้ มทางธรรมชาติ หรือสิ่งแวดลอ้ มทางสังคม ๒. ชุมชน ทอ้ งถ่ินเป็ นศูนยร์ วมแห่งชีวิตและวิถีชีวิตของผคู้ น ประกอบไปดว้ ยเร่ืองราว เหตุการณ์ หลากหลายรูปแบบ แง่มุม เป็ นแหล่งเรียนรู้ท้งั ทางธรรมชาติ สังคม การเมืองและวฒั นธรรมประเพณี การจดั กิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียน จึงเป็ นการเปิ ดโอกาสให้ผูเ้ รียนได้เรียนรู้ในห้องเรียนอนั กวา้ งใหญ่ ผา่ น ประสบการณ์ตรงจากสภาพจริงในวถิ ีชีวติ ๓. การเรียนรู้จากวิถีชีวิตในชุมชนเป็ นการเรียนรู้ที่มีความหมายและเช่ือมโยงกบั ชีวิตจริงของผูเ้ รียน ในขณะเดียวกนั ท้งั ผูค้ นที่แตกต่างกนั ด้วยช่วงวยั หลากหลายมิติเชิงประสบการณ์ย่อมทาให้สถานการณ์ การเรียนรู้ในระบบสังคม การเมือง วฒั นธรรม ประเพณีต่าง ๆ เป็ นเสมือนโจทยก์ ารฝึ กฝนทกั ษะสาคญั ของ ผเู้ รียนท้งั ทกั ษะการคิด ทกั ษะชีวิต การส่ือสารและเสริมสร้างการเป็ นสมาชิกท่ีดีของชุมชนร่วมแกป้ ัญหาและ สร้างสรรคส์ งั คมตอ่ ไป เรียนรู้ในห้องเรียน....นอกห้องเรียนเหมือน...หรือแตกต่างอย่างไร การเรียนรู้ในห้องเรียนและนอกห้องเรียนมีท้งั ความเหมือนและความแตกต่าง และก่อให้เกิดการ พฒั นาทกั ษะ/ความรู้ที่แตกต่างกนั ผูเ้ กี่ยวข้องในการออกแบบและจดั กิจกรรมการเรียนรู้ในสถานศึกษา จึงควรพจิ ารณาขอ้ มลู ต่อไปน้ี ประกอบการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

๗๙ ในห้องเรียน นอกห้องเรียน ส่ิงทเ่ี ปลยี่ นไป สถานศึกษา ในโรงเรียน นอกในโรงเรียน ๑. ห้องเรียน โต๊ะเก้าอี้ นอกในโรงเรยี น ๒. ครู หนังสือ ตารา ๑. ทกุ ท่ี กว้างใหญ่ แหล่งเรียนรู้ ๓. นักเรียน ผ้รู ับความรู้ ๒. ผู้คน ผู้รู้ ปราชญ์ชาวบ้าน สภาพจริง ๔. ในโลกสี่เหลย่ี มแคบๆ ใบเดิม ในชุมชน ท้องถิ่น สิ่งแวดล้อมทาง วธิ ีการเรียนรู้ ๕. การรับรู้ ธรรมชาติ สังคม การเมอื ง ฯลฯ บรรยากาศ ๓. ผู้ปฏบิ ัตกิ ารเรียนรู้ ผู้สร้างความรู้ จากประสบการณ์ตรง การเรียนรู้ร่วมกนั ทกั ษะ/ความสามารถ ผู้อน่ื ๔. ในโลกกว้างใหญ่เตม็ ไปด้วยความท้า ทายหลากหลายมติ ิ ๕. การสารวจรวบรวม คิดวเิ คราะห์ นาเสนอส่ือสาร แก้ปัญหา สรุปความรู้ การทางานร่วมกบั ผู้อนื่ ภาวะผ้นู า ผู้ตาม ฯลฯ

๘๐ การออกแบบกิจกรรมนอกห้องเรียนเพื่อพฒั นาทกั ษะ ความสามารถผูเ้ รียนตามจุดเน้นการพฒั นา คุณภาพผเู้ รียน มีแนวดาเนินการดงั น้ี การจดั กิจกรรมนอกหอ้ งเรียนใหม้ ีประสิทธิภาพ ส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนเกิดทกั ษะ ความสามารถสอดคลอ้ ง ตามจุดเนน้ การพฒั นาผเู้ รียนไดอ้ ยา่ งแทจ้ ริง สิ่งสาคญั คือการออกแบบกิจกรรมนอกห้องเรียนอยา่ งเป็ นระบบ มีความเช่ือมโยงต่อเนื่องตลอดแนว เป็นภาคเรียน/ ปี ในแต่ละระดบั ช้นั โดยยดึ หลกั การจดั ดงั น้ี ๑. กาหนดเป้ าหมาย ๒.ปรับตารางเรียนใหม้ ีความยดื หยนุ่ เพียงพอต่อเน่ือง และเชื่อมโยงตลอดแนว ๓.ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ควรคานึงถึง o จดั ลาดบั กิจกรรมจากง่ายไปหายาก o กิจกรรมเอ้ือใหผ้ เู้ รียนไดพ้ ฒั นาตนเองท้งั ทกั ษะ ความสามารถ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และทุกมิติในแตล่ ะช่วงวยั ตามจุดเนน้ ฯอยา่ งต่อเนื่อง o กิจกรรมเปิ ดโอกาสใหไ้ ดเ้ รียนรู้ประสบการณ์ตามสภาพจริง เป็นตน้ o กิจกรรมเปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนรู้ไดเ้ รียนรู้ดว้ ยกระบวนการเรียนรู้ร่วมกนั o การตรวจสอบ/ประเมินผล ๑. กาหนดเป้ าหมาย ระบุทกั ษะ ความสามารถท่ีตอ้ งการพฒั นาตามจุดเน้นฯ และเป้ าหมาย ระดบั ความก้าวหน้าของ นกั เรียนแต่ละช่วงวยั อยา่ งชดั เจน ๒. ปรับตารางเรียน ปรับตารางเรียน : สัดส่วนเวลาเรียนในและนอกห้องเรียนให้ใกล้เคยี งกนั ตารางเรียนที่พบเห็นทวั่ ไปในปัจจุบนั เป็ นตารางเรียนที่กาหนดให้ผูเ้ รียนตอ้ งเรียนรู้อยู่กบั ตาราใน ห้องเรียน วนั ละ ๕-๖ วิชา ๆ ละ ๑ ชว่ั โมง ปรับเปลี่ยนเป็ นการจัดสัดส่วนเวลาเรียนใหม่ใหม้ ีท้งั การเรียนรู้ใน หอ้ งเรียนและนอกหอ้ งเรียนดว้ ยสดั ส่วนที่ใกลเ้ คียงกนั ตัวอย่างการปรับตารางเรียน โครงสร้างเวลาเรียนของหลกั สูตรสถานศึกษาที่ไดอ้ อกแบบไวแ้ ลว้ และ มีความสอดคลอ้ งกบั จุดเนน้ การพฒั นาคุณภาพผูเ้ รียนตามที่กระทรวงศึกษาธิการกาหนด จากน้นั ให้นาโครงสร้างเวลาเรียนดงั กล่าวมา ร่วมกนั ออกแบบตารางเรียน

๘๑ ช่วงเช้า ๑. จดั ให้ผเู้ รียนไดป้ ฏิบตั ิกิจกรรมโฮมรูม กิจกรรมแนะแนวและข่าวเหตุการณ์ส้ัน ๆ เพื่อใหผ้ เู้ รียนได้ เขา้ ใจ รู้จกั ตนเอง และสามารถเสนอขา่ วเหตุการณ์ไดต้ ามวยั ของผเู้ รียน โดยจดั ทุกวนั (๕ วนั ๆ ละ ๓๐ นาที) ๒. จัดให้ผูเ้ รียนได้เรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้หลัก ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนา วฒั นธรรม และภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ซ่ึงเน้นแนวคิด/หลกั การ/ทฤษฎีของ สาระการเรียนรู้ต่าง ๆ โดยจดั เวลาเรียนดงั น้ี ๒.๑ ภาษาไทยและคณิตศาสตร์ จดั ใหผ้ เู้ รียนไดเ้ รียนทุกวนั (๕ วนั ๆ ละ ๑ ชว่ั โมง) ๒.๒ ประวตั ิศาสตร์ จดั ใหผ้ เู้ รียนไดเ้ รียนทุกสปั ดาห์ ๆ ละ ๑ วนั ๆ ละ ๑ ชวั่ โมง ๒.๓ ภาษาองั กฤษ จดั ใหผ้ เู้ รียนไดเ้ รียนทุกสัปดาห์ ๆ ละ ๑ วนั ๆ ละ ๑ ชว่ั โมง ช่วงบ่าย สถานศึกษาจดั ให้ผูเ้ รียนไดล้ งมือปฏิบตั ิกิจกรรมของกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ และกิจกรรมพฒั นา ผูเ้ รียนตามความพร้อมของสถานศึกษา และความพร้อมของนักเรียน โดยอาจจัดในลกั ษณะของหน่วย การเรียนรู้บูรณาการหรือโครงงาน รวมท้งั จดั ให้ผูเ้ รียนได้เรียนรู้นอกห้องเรียนหรือแหล่งการเรียนรู้ใน โรงเรียน ชุมชน (ภาคเช้า) (ภาคบ่าย) กลุ่มสาระการเรียนรู้ฯหลกั ในหอ้ งเรียน - กิจกรรมบูรณาการจุดเนน้ ฯนอกหอ้ งเรียน ตวั อยา่ งรายละเอียดดงั ภาคผนวก ๓. ออกแบบกจิ กรรมการเรียนรู้ เลือกระบุกิจกรรมการเรียนรู้ที่น่าสนใจ ทา้ ทาย มีลาดบั ความง่าย-ยาก เหมาะสมกบั วฒุ ิภาวะผเู้ รียนแตล่ ะช่วงวยั เป็นกิจกรรมท่ีเอ้ือใหผ้ เู้ รียนไดร้ ับประสบการณ์ตรง ลงมือปฏิบตั ิการเรียนรู้ ดว้ ยตนเองกบั แหล่งเรียนรู้ในสภาพจริงไปพร้อมกบั การฝึกฝน เพ่ิมพนู ทกั ษะ ความสามารถพ้ืนฐานตามมิติใน จุดเนน้ การพฒั นาผเู้ รียน

๘๒ สัปดาห์ที่ สัปดาห์ที่ สัปดาห์ท่ี สัปดาห์ที่ สัปดาห์/กจิ กรรม สัปดาห์ท่ี สัปดาห์ท่ี สัปดาห์ที่ สัปดาห์ที่ ๓๖-๔๐ ๑-๘ ๙-๑๑ ๑๒-๑๔ ๑๕-๑๗ สัปดาห์ที่ สัปดาห์ที่ ๒๔-๒๖ ๒๗-๒๙ ๓๐-๓๕ ๑๘-๒๐ ๒๑-๒๓ ตรวจสอบ เตรียม -กิ จกรรม ................. ................. ................. ................. ................. ประมวลผล ความ ก้า ว สู่ โ ล ก ................. ................. ................. ................. ................. ................. ................. พร้อมใน การอ่าน ................ ................ ................. ................. ................ ................ ................ หอ้ งเรียน ................ ................ ๔. การตรวจสอบ/ประเมนิ ผล การตรวจสอบและประเมินผล ผู้เก่ียวข้องในสถานศึกษากาหนดวิธีการ เครื่ องมือ และเกณฑ์การประเมินให้เหมาะสม เพื่อตรวจสอบประเมินและยกระดบั พฒั นาการของผเู้ รียนตามจุดเนน้ การปฏบิ ตั ิจริง ตรวจสอบ ประเมนิ สะท้อนผล หลงั จากการดาเนินการตามข้นั ตอนตามลาดบั แลว้ ครูนาไปปฏิบตั ิจริง พร้อมท้งั ทาหนา้ ที่ประเมินผล การจดั การเรียนรู้ นาเสนอต่อผบู้ ริหารเพอื่ สะทอ้ นผลการปฏิบตั ิ ตามลาดบั เช่นเดียวกบั ผบู้ ริหารสถานศึกษาที่ ตอ้ งนาเสนอการดาเนินการพฒั นาผเู้ รียนตามจุดเนน้ สู่ผบู้ งั คบั บญั ชาช้นั สูงต่อไป การพฒั นาเพม่ิ พูน เม่ือปรากฎผลการประเมินผลการจดั การเรียนรู้แลว้ ผเู้ กี่ยวขอ้ งในสถานศึกษามีหนา้ ที่ตอ้ งนาไป ปรับปรุง/พฒั นาต่อเพือ่ ใหค้ ุณภาพผเู้ รียนสูงข้ึนต่อไป แหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน ชุมชน ทอ้ งถ่ิน และสิ่งแวดลอ้ มเป็นหอ้ งเรียนขนาดใหญ่ที่เตม็ ไปดว้ ยแหล่งเรียนรู้หลากหลายประเภท ๑. บริเวณและสถานท่ีต่าง ๆ ภูมิทศั น์ของโรงเรียนในชุมชน /ทอ้ งถิ่น แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน เช่น สวนป่ า สวนพฤกษศาสตร์ สนามกีฬาโรงเรียน หอ้ งปฏิบตั ิการต่างๆ หอ้ งครัว โรงอาหาร หอ้ งสมุด หอประชุม เป็นตน้ แหล่งเรียนรู้ในชุมชน/ทอ้ งถ่ิน เช่น วดั สถานีอนามยั ตลาด หอสมุด พิพิธภณั ฑ์ โรงพยาบาล ทุ่งนา ป่ า ชุมชน เป็นตน้ ๒. ผรู้ ู้ ภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ิน และปราชญช์ าวบา้ น ๓. เรื่องราว สถานการณ์ และเหตุการณ์สาคญั ๔. วฒั นธรรม ประเพณีของทอ้ งถิ่นและวนั สาคญั ทางราชการ

๘๓ เรียนรู้อะไร...จากแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน การจดั กิจกรรมท่ีเปิ ดโอกาสให้ผเู้ รียนไดว้ างแผน แบ่งงานหนา้ ที่รับผิดชอบ สารวจ สืบคน้ รวบรวม ขอ้ มูล วเิ คราะห์ นาเสนอแลกเปล่ียน และสรุปขอ้ มูลจากการศึกษาโดยใชช้ ุมชนและส่ิงแวดลอ้ มรอบตวั เป็ น แหล่งเรียนรู้ จะทาให้ผูเ้ รียนได้เผชิญกบั สภาพจริงของชีวิตหลากหลายมิติ ได้สัมผสั กบั ธรรมชาติและได้ ประสบการณ์ตรงกบั การเรียนรู้กบั ผคู้ นท่ีแตกต่างกนั หลายช่วงวยั มีส่วนร่วมในการถ่ายทอดประสบการณ์ หลากหลายมิติ ร่วมดูแลและร่วมเรียนรู้ จึงเป็นการเรียนรู้ที่มีความหมายจริงต่อผเู้ รียน “ธรรมชาตเิ ป็ นครู” หอ้ งเรียนธรรมชาติ เป็นหอ้ งเรียนแห่งประสบการณ์ตรงท่ีผเู้ รียนจะไดส้ ัมผสั กบั กลิ่นอายความงดงาม ระบบ และความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติท้งั ที่เป็ นดิน น้า ป่ าไม้ อากาศ ฯลฯ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ใน ธรรมชาติจึงเป็ นไปไดท้ ้งั ในแนวทางเพื่อการปลูกฝังเจตคติ จินตนาการ ฝึ กฝนทกั ษะการคิด และการสารวจ รวบรวมขอ้ มลู การวเิ คราะห์ขอ้ มลู การนาเสนอ การสื่อสาร การแลกเปลี่ยน เรียนรู้ การทางานร่วมกบั ผอู้ ่ืน ฝึ ก การเป็นผนู้ า ผตู้ าม การทางานกลุ่ม และทกั ษะการตดั สินใจ เป็นตน้ วฒั นธรรม ประเพณีต่าง ๆ ในชุมชน ทอ้ งถิ่น เป็ นแหล่งเรียนรู้ที่ผเู้ รียนจะไดเ้ รียนรู้และฝึ กฝนทกั ษะ และความสามารถพ้ืนฐานทางสงั คม ทกั ษะการคิดและทกั ษะชีวติ อยา่ งหลากหลาย ท้งั การวางแผน การสารวจ การสังเกต บนั ทึกรวบรวมขอ้ มูล วเิ คราะห์ขอ้ มูล นาเสนอ การอ่าน การเขียน การสื่อสาร การทางานร่วมกบั ผอู้ ่ืน การฝึกมารยาททางสังคม รวมท้งั เกิดความรัก และภาคภูมิใจในวฒั นธรรมประเพณีของตนเอง ผรู้ ู้ ภูมิปัญญา และปราชญ์ชาวบา้ น เป็ นศูนยร์ วมปรัชญา แนวคิด หลกั ปฏิบตั ิสาคญั ของกลุ่มคนใน ทอ้ งถิ่น การจดั กิจกรรมให้ผูเ้ รียนไดเ้ รียนรู้ รับการถ่ายทอดประสบการณ์ วิธีปฏิบตั ิจากผรู้ ู้/ภูมิปัญญา หรือ ปราชญช์ าวบา้ น นอกจากจะเป็ นการถ่ายทอดแนวคิด ประสบการณ์ จริยวตั รและวิถีปฏิบตั ิท่ีพึงให้กบั ผูเ้ รียนแลว้ ยงั เป็ นการเปิ ดโอกาสให้เกิดบรรยากาศร่วมกนั เรียนรู้ถ่ายโอน ส่งทอดประสบการณ์จากชนช้ันท่ีต่างวยั กัน นอกจากน้นั ผเู้ รียนจะไดฝ้ ึกฝนทกั ษะความสามารถพ้ืนฐานต่าง ๆ เช่น การฟัง การพูด การอ่าน การเขียน การ วางแผน แบ่งปันหนา้ ที่กนั ทางาน สังเกต สารวจคน้ ควา้ ลงมือปฏิบตั ิ รวบรวมขอ้ มูล วิเคราะห์ ประเมินผล แกป้ ัญหา ปรับปรุง นาเสนอ แลกเปลี่ยน สรุปความรู้ ทกั ษะทางสังคม การเรียนรู้ร่วมกบั ผอู้ ่ืนและทกั ษะชีวติ ศิลปะการละคร การเรียนรู้ ผ่านกระบวนการของศิลปะการละครรูปแบบต่าง ๆ เช่น ละครสร้างสรรค์ ละครหุ่น ละครใบ้ หรือแมแ้ ตส่ ื่อพ้ืนบา้ น เช่น หนงั ตะลุง หมอลา เพลงโคราช ฯลฯ โดยไม่คานึงถึงความสมบูรณ์ในแง่ ศิลปะการละครมากกว่ากระบวนการเรียนรู้ท่ีเกิดจากการลงมือปฏิบตั ิกิจกรรม จะช่วยให้ผูเ้ รียน เกิด ประสบการณ์การเรียนรู้ดว้ ยตนเองและไดพ้ ฒั นาท้งั ความคิดสร้างสรรค์และความรู้ทางสุนทรียศาสตร์ ความสามารถในการใช้ความคิดและวิจารณญาณ ทกั ษะทางสังคมและความสามารถในการทางานร่วมกบั

๘๔ ผอู้ ื่น ทกั ษะกระบวนการเรียนรู้ ความรู้สึกทางศีลธรรมและคุณค่าทางจิตวิญญาณ รวมท้งั ความรู้ความเขา้ ใจ เกี่ยวตนเองและผอู้ ่ืน นอกจากน้ี ทกั ษะการเรียนรู้จากกระบวนการศิลปะการละคร ยงั เป็ นโอกาสไดฝ้ ึ กฝน ตนเองในบทบาทต่อไปน้ี ผเู้ ขียนบทละคร การใชภ้ าษา การอ่าน การเขียน ผกู้ ากบั การแสดง การเขา้ ใจตนเองและผอู้ ื่น การทางานเป็นทีม การแกป้ ัญหา ความคิด สร้างสรรค์ การตีความบทละคร การสร้างจินตนาการ การใชร้ ่างกาย การใชเ้ สียง ทกั ษะการพดู ผอู้ อกแบบฉาก การออกแบบ การวาด ทกั ษะทางศิลปะ ผแู้ ตง่ หนา้ /จดั เส้ือผา้ การออกแบบการตดั เยบ็ ผเู้ ล่น การแสดง สมาธิ การพดู การสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ การตีความ การแกป้ ัญหา การทางานเป็นทีม ฝ่ ายโฆษณาประชาสัมพนั ธ์ พิธีกร การออกแบบโฆษณาประชาสมั พนั ธ์ บทบาทของผนู้ ากิจกรรม ผวู้ างแผน วางแผนและเตรียมการจดั กิจกรรมเพอื่ การพฒั นาผเู้ รียนอยา่ งรอบดา้ น ผจู้ ดั กิจกรรม ดาเนินกิจกรรมการเรียนรู้จากกระบวนการโดยบูรณาการความรู้ ทกั ษะ การเรียนรู้ และกระบวนการละครเขา้ ดว้ ยกนั ผปู้ ระเมิน ประเมินผเู้ รียนอยา่ งรอบดา้ น โดยคานึงถึงทกั ษะการสื่อสาร ทกั ษะการคิด สร้างสรรค์ สมาธิ การตอบสนอง จินตนาการ การเคลื่อนไหว การใช้ ภาษา ความร่วมมือ การจดั การ เจตคติและความเขา้ ใจ มกี ระบวนการตรวจสอบและประเมนิ การจดั กิจกรรมนอกหอ้ งเรียนจะมีประสิทธิภาพหรือไม่ ตอ้ งมีกระบวนการตรวจสอบและ ประเมินผล ซ่ึงไดจ้ ดั ทาแนวทางการวดั ผลและประเมินผลแลว้ ในตอนตอ่ ไป

๘๕ ตอนท่ี ๓ การวดั และประเมนิ ผลตามจุดเน้นการพฒั นาคุณภาพผู้เรียน การวดั และประเมินผลคุณภาพผเู้ รียนตามจุดเนน้ สถานศึกษาจะตอ้ งประเมินตามตวั ช้ีวดั ของ หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ที่ตรงตามจุดเน้นการพฒั นาผูเ้ รียน โดยใช้เครื่องมือและวิธีการวัดและประเมินผลท่ีมีความหลากหลาย มีคุณภาพตรงตามตัวช้ีวดั เนน้ การประเมินตามสภาพจริงโดยเฉพาะการประเมินในระดบั ช้นั เรียน การประเมินระดบั ช้ันเรียน เป็ นกระบวนการประเมินท่ีครูดาเนินการเพ่ือพฒั นาผเู้ รียน และ ตดั สินผลการเรียนในรายวชิ าและกิจกรรมท่ีจดั การเรียนรู้ตามตวั ช้ีวดั ซ่ึงกาหนดเป็ นเป้ าหมาย ในแต่ละ หน่วยการเรียนรู้ดว้ ยวธิ ีการตา่ ง ๆ เช่น การซกั ถาม การสังเกต การตรวจการบา้ น การแสดงออกในการ ปฏิบตั ิงาน การแสดงกิริยาอาการต่างๆ ของผูเ้ รียนตลอดเวลาท่ีจดั กิจกรรม เพื่อดูวา่ บรรลุตามตวั ช้ีวดั หรือมีแนวโนม้ วา่ จะบรรลุตวั ช้ีวดั เพียงใด แลว้ แกไ้ ขขอ้ บกพร่องเป็ นระยะๆ อยา่ งต่อเน่ืองสาหรับการ ประเมินเพ่ือตดั สินเป็ นการตรวจสอบความรู้ความสามารถของผูเ้ รียน แลว้ ตดั สินว่าผูเ้ รียนมีผลการ เรียนรู้มากนอ้ ยเพียงใด โดยมีวตั ถุประสงค์เพ่ือเก็บคะแนนของ หน่วยการเรียนรู้ หรือการประเมินผล กลางภาคหรือปลายภาคตามรูปแบบการประเมินท่ีสถานศึกษากาหนด ผลการประเมินนอกจากจะให้ เป็ นคะแนนหรือระดบั ผลการเรียนแก่ผูเ้ รียนแลว้ ตอ้ งนามาเป็ นขอ้ มูลสาหรับใช้ปรับปรุงการเรียนรู้ ตอ่ ไป การประเมินผลตามสภาพจริง เป็นการประเมินท่ีมีลกั ษณะดงั น้ี ๑. การวดั และการประเมินผลจากสภาพจริงมีลกั ษณะสาคญั คือ ใชว้ ธิ ีการประเมินกระบวนการ คิดที่ซบั ซอ้ นความสามารถในการปฏิบตั ิงาน ศกั ยภาพของผเู้ รียนในดา้ นของผผู้ ลิตและกระบวนการท่ี ไดผ้ ลผลิตมากกวา่ ท่ีจะประเมินวา่ ผเู้ รียนสามารถจดจาความรู้อะไรไดบ้ า้ ง ๒. เป็ นการประเมินความสามารถของผเู้ รียน เพ่ือวินิจฉยั ผเู้ รียนในส่วนท่ีควรส่งเสริม และ ส่วนที่ควรแก้ไขปรับปรุง เพื่อให้ผเู้ รียนได้พฒั นาอย่างเต็มศกั ยภาพตามความสามารถความสนใจ และ ความตอ้ งการของแตล่ ะบุคคล ๓. เป็นการประเมินท่ีเปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนไดม้ ีส่วนร่วมประเมินผลงานของท้งั ตนเอง และของ เพอ่ื นร่วมหอ้ ง เพอ่ื ส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนรู้จกั ตวั เอง เช่ือมน่ั ตนเองสามารถพฒั นาขอ้ มูลได้ ๔. ขอ้ มูลท่ีประเมินไดจ้ ะตอ้ งสะทอ้ นให้เห็นถึงกระบวนการเรียนการสอนและการวาง แผนการสอนของผสู้ อนวา่ สามารถตอบสนองความสามารถ ความสนใจ และความตอ้ งการของผเู้ รียน แต่ละบุคคลไดห้ รือไม่ ๕. ประเมินความสามารถของผเู้ รียนในการถ่ายโอนการเรียนรู้ไปสู่ชีวติ จริง ๖. ประเมินดา้ นต่าง ๆ ดว้ ยวธิ ีที่หลากหลายในสถานการณ์ตา่ ง ๆ อยา่ งต่อเนื่อง

๘๖ การประเมินจุดเน้นคุณภาพผู้เรียน เป็ นการประเมิน ๒ ด้าน ดงั นี้ ๑. ด้านทกั ษะ ความสามารถ ๑.๑ ภาษาไทย ๑.๑.๑ อ่านออก อา่ นคล่อง ๑.๑.๒ เขียนได้ เขียนคล่อง ๑.๑.๓ การส่ือสารอยา่ งสร้างสรรค์ ๑.๒ คณิตศาสตร์ ๑.๒.๑ คิดเลขเป็น ๑.๒.๒ คิดเลขคล่อง ๑.๓ ทกั ษะการคิด ๑.๓.๑ ทกั ษะการคิดข้นั พ้นื ฐาน ๑.๓.๒ ทกั ษะการคิดข้นั สูง ๑.๔ ทกั ษะชีวติ ๑.๕ การแกป้ ัญหา ๑.๖ การใชเ้ ทคโนโลยี ๑.๗ รักการเรียนรู้ ๑.๘ การแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง ๑.๙ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ๒. ด้านคุณลกั ษณะ ๒.๑ การประเมินคุณลกั ษณะทุกช่วงวยั ๒.๑.๑ รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ๒.๑.๒ ซื่อสัตย์ สุจริต ๒.๑.๓ มีวนิ ยั รับผดิ ชอบ ๒.๑.๔ มีจิตสาธารณะ ๒.๒ การประเมินคุณลกั ษณะเฉพาะช่วงวยั ๒.๒.๑ ป.๑ – ป.๓ ใฝ่ ดี ๒.๒.๒ ป.๔ – ป.๖ ใฝ่ เรียนรู้ ๒.๒.๓ ม.๑ – ม.๓ อยอู่ ยา่ งพอเพียง ๒.๒.๔ ม.๔ – ม.๖ มีความมุ่งมนั่

๘๗ แนวทางการประเมนิ ตามจุดเน้นคุณภาพผ้เู รียน ๑. ด้าน ความสามารถ และทักษะ ๑.๑ ภาษาไทย จุดเน้น ช้ัน ความสามารถ และทักษะ วธิ ีการ อ่านออก ป. ๑ อ่านคาพ้ืนฐานและเขา้ ใจ - ใหผ้ เู้ รียนอ่าน ออกเสียงคาตามวงคาศ อา่ นออก ความหมายของคาพ้ืนฐาน ของช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๑ ท่ีกาหนด ไดไ้ ม่นอ้ ยกวา่ ๖๐๐ คา ท้งั บอกความหมายของคา โดยการแส ท่าทาง หรือช้ีรูปภาพท่ีกาหนดแลว้ บนั การอ่าน การบอกความหมายของคาลง แบบบนั ทึก ป.๒ อ่านคาพ้ืนฐานและเขา้ ใจ - ใหผ้ เู้ รียนอ่านออกเสียงคาตามวงคาศ ความหมายของ คา ของช้นั ประถมศึกษา ปี ท่ี ๒ ท่ีกาหนด พ้ืนฐานเพ่ิมจาก ช้นั ท้งั บอกความหมาย ของคา โดยการแส ประถมศึกษาปี ท่ี ๑ ไดไ้ ม่ ท่าทาง หรือช้ีรูปภาพที่กาหนด แลว้ บนั นอ้ ยกวา่ ๘๐๐ คา และ การอา่ น การบอกความหมายของคาลง อา่ นขอ้ ความ เร่ืองที่มี แบบบนั ทึก ความยากง่ายใกลเ้ คียงกบั - ใหผ้ เู้ รียนอา่ นออกเสียงขอ้ ความและเ หนงั สือเรียนและมี มีความยากง่ายใกลเ้ คียงกบั หนงั สือเรีย มารยาทในการอ่าน บนั ทึกผลการอา่ นลงในแบบบนั ทึก

๗ ศพั ท์ แนวทางการวดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การประเมนิ พร้อม สดง เคร่ืองมอื ผ่าน : อ่านคาพ้ืนฐานและเขา้ ใจ นทึกผล - แบบทดสอบการ อา่ นออกเสียงและ ความหมายของคาพ้ืนฐานช้นั ป. ๑ ได้ งใน การบอกความหมายของคา ๖๐๐ คา ข้ึนไป - แบบบนั ทึกผลการอา่ นออกเสียงและ การบอกความหมายของคา ศพั ท์ - แบบทดสอบการอา่ นออกเสียง และ ผ่าน : อ่านคาพ้ืนฐานและเขา้ ใจ ด พร้อม การบอกความหมายของคา ความหมายของคาพ้ืนฐานเพิ่มจากช้นั ป.๑ สดง - แบบบนั ทึกผลการอ่านออกเสียง และ ได้ ๘๐๐ คา ข้ึนไป นทึกผล การบอกความหมายของคา ผ่าน : อา่ นขอ้ ความและเร่ืองที่มีความยาก งใน - แบบทดสอบการอา่ นออกเสียง ง่ายใกลเ้ คียงกบั หนงั สือเรียนช้นั ป.๒ ได้ ถกู ตอ้ งตามอกั ขรวิธี เวน้ วรรคตอน และมี ขอ้ ความ และเร่ือง มารยาทในการอา่ น เรื่องที่ - แบบบนั ทึกผลการอา่ นออกเสียง ยนแลว้ ขอ้ ความ และเร่ือง

๘ จดุ เน้น ช้ัน ความสามารถ และทักษะ วธิ ีการ อ่านออก ป. ๓ อ่านคาพ้ืนฐานและเขา้ ใจ - ใหผ้ เู้ รียนอา่ นออกสียงคาตามวงคาศพ ความหมายของ คา ของช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๓ ท่ีกาหนด พ พ้ืนฐานเพ่ิมจากช้นั ท้งั บอกความหมายของคา โดยการแส ประถมศึกษาปี ท่ี ๒ ท่าทาง หรือช้ีรูปภาพที่กาหนด หรือพ ไดไ้ ม่นอ้ ยกวา่ ๑,๒๐๐ คา บนั ทึกผลการอ่าน การบอกความหมายข และอา่ นขอ้ ความ เรื่อง ในแบบบนั ทึก บทร้อยกรอง ท่ีมีความยาก - ใหผ้ เู้ รียนอา่ นออกเสียงขอ้ ความ เร่ือ ง่ายใกลเ้ คียงกบั หนงั สือ บทร้อยกรอง ที่มีความยากง่ายใกลเ้ คีย เรียนดว้ ย หนงั สือเรียนช้นั ป. ๓ และตอบคาถาม ความเขา้ ใจและมีมารยาท กบั เร่ืองท่ีอ่าน แลว้ บนั ทึกผลการอา่ นอ ในการอ่าน เสียงและการตอบคาถามลงในแบบบนั อ่านคลอ่ ง ป. ๖ อา่ นขอ้ ความ เร่ือง บท - ใหผ้ เู้ รียนอา่ นออกเสียงขอ้ ความ เร่ือง ร้อยกรองที่มีความยากง่าย ร้อยกรอง ที่มีความยากง่ายใกลเ้ คียงกบั ใกลเ้ คียงกบั หนงั สือเรียน หนงั สือเรียนช้นั ป. ๖ และสรุปใจควา อยา่ งคล่องแคล่วสรุป สาคญั แยกแยะขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ คิดเห็น ใจความสาคญั แยกแยะ เร่ืองท่ีอ่าน แลว้ บนั ทึกผลการอ่านออก ขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ คิดเห็นและ และ การสรุปใจความสาคญั ขอ้ เทจ็ จร มีมารยาทในการอา่ น ขอ้ คิดเห็น ลงในแบบบนั ทึก

๘๘ แนวทางการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื เกณฑ์การประเมนิ พั ท์ - แบบทดสอบการอ่านออกเสียงและการ ผ่าน : อ่านคาพ้ืนฐานและเขา้ ใจ พร้อม บอกความหมายของคา ความหมายของคาพ้ืนฐานเพิ่มจากช้นั ป. สดง - แบบบนั ทึกผลการอา่ นออกเสียงและ ๒ ได้ ๑,๒๐๐ คา ข้ึนไป พดู แลว้ การบอกความหมายของคา ผ่าน : อา่ นขอ้ ความ เร่ือง บทร้อยกรองท่ี ของคาลง - แบบทดสอบการ อ่านออกเสียง มีความยากง่ายใกลเ้ คียงกบั หนงั สือเรียน ขอ้ ความ เร่ือง บทร้อยกรอง และความ ช้นั ป. ๓ ไดถ้ กู ตอ้ งตามอกั ขรวิธี ฉนั ท อง เขา้ ใจในเร่ืองที่อ่าน ลกั ษณ์ เวน้ วรรคตอนถกู ตอ้ ง ยงกบั - แบบบนั ทึกผลการอ่านออกเสียง มีมารยาทในการอ่าน และ ตอบคาถาม มเกี่ยว ขอ้ ความ เรื่อง บทร้อยกรอง และความ เกี่ยวกบั เรื่องท่ีอา่ นได้ ออก เขา้ ใจในเร่ืองท่ีอ่าน นทึก ง บท - แบบทดสอบการอ่านออกเสียง ผ่าน : อา่ นขอ้ ความ เรื่อง บทร้อยกรอง บ ขอ้ ความ เร่ือง บทร้อยกรอง และสรุป ท่ีมีความยากง่ายใกลเ้ คียงกบั หนงั สือเรียน าม ใจความสาคญั ขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ คิดเห็น ช้นั ป. ๖ ไดถ้ กู ตอ้ งตามอกั ขรวิธี น จาก จากเร่ืองท่ีอ่าน ฉนั ทลกั ษณ์เวน้ วรรคตอนถกู ตอ้ งมี กเสียง - แบบบนั ทึกผลการอ่านออกเสียงขอ้ มารยาทในการอา่ นสรุปใจความสาคญั ริง ความ เร่ือง บทร้อยกรอง และการสรุป และขอ้ เทจ็ จริงขอ้ คิดเห็นจากเรื่องที่อา่ น ใจความสาคญั ขอ้ เทจ็ จริงขอ้ คิดเห็น ไดต้ ามเวลาที่กาหนด

๘ ๑.๑.๒ เขยี นได้ เขียนคล่อง ๑) เขียนได้ จดุ เน้น ช้ัน ความสามารถ และทกั ษะ วธิ ีการ เขียนได้ ป. ๑ เขียนคาพ้ืนฐานได้ ใหผ้ เู้ รียนเขียนคาพ้ืนฐานช้นั ป. ๑ ตาม เขียนได้ ไม่นอ้ ยกวา่ ๖๐๐ คา บอกและใหน้ าคาพ้ืนฐานน้นั มาแต่งปร เขียนได้ ประโยคง่าย ๆ ได้ และมี ง่ายๆ มารยาทในการเขียน ป.๒ เขียนคาพ้ืนฐานเพิ่มจาก ใหผ้ เู้ รียนเขียนคาพ้ืนฐานช้นั ป.๒ ตาม ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๑ ได้ บอก และใหผ้ เู้ รียนเลือกภาพท่ีสนใจแ ไมน่ อ้ ยกวา่ ๘๐๐ คา เขียน เขียนบรรยายภาพน้นั บรรยายภาพ และมี มารยาทในการเขียน ป. ๓ เขียนคาพ้ืนฐานเพ่ิมจาก ใหผ้ เู้ รียนเขียน คาพ้ืนฐานระดบั ช้นั ป. ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๒ ได้ ตามคาบอกและใหผ้ เู้ รียนเลือกภาพท่ีส ไม่นอ้ ยกวา่ ๑,๒๐๐ คา แลว้ เขียนเร่ืองจากภาพน้นั เขียนเร่ืองจากภาพ และมี มารยาทในการเขียน

๘๙ แนวทางการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมนิ มคา -แบบทดสอบการเขียนคาพ้ืนฐานตามคา ผ่าน : เขียนคาพ้ืนฐานเพิ่มจากช้นั ป. ๑ ได้ ระโยค บอกและนาคาพ้ืนฐานน้นั มาแต่ง ๖๐๐ คาข้ึนไป เขียนประโยคง่ายๆ ท่ีสื่อ ประโยค ความหมายได้ โดยใชค้ าพ้ืนฐาน ช้นั ป.๑ และมีมารยาทในการเขียน ม คา - แบบทดสอบการเขียนคาพ้ืนฐานตาม ผ่าน : เขียนคาพ้ืนฐานเพิ่มจากช้นั ป.๑ ได้ แลว้ คาบอก ๘๐๐ คาข้ึนไป เขียนบรรยายภาพได้ สอดคลอ้ งกบั สาระสาคญั ของภาพโดยใช้ คาพ้ืนฐานช้นั ป.๒ และมีมารยาทในการ เขียน . ๓ -แบบทดสอบการเขียนคาพ้ืนฐานตาม ผ่าน : เขียนคาพ้ืนฐานเพ่ิมจากช้นั ป. ๓ สนใจ คาบอก ได้ ๑,๒๐๐ คาข้ึนไป เขียนเร่ืองจากภาพ เน้ือหาเชื่อมโยงสัมพนั ธก์ นั ครอบคลมุ สาระสาคญั ของภาพ โดยใชค้ าพ้ืนฐาน ช้นั ป๑ - ๓ และมีมารยาทในการเขียน

๙ ๑.๑.๒ เขยี นได้ เขียนคล่อง ๒) เขียนคล่อง จุดเน้น ช้ัน ความสามารถ และทักษะ วธิ ีการ เขียนคลอ่ ง ป. ๖ เขียนเรียงความอยา่ ง ใหน้ กั เรียนเขียนเรียงความตามหวั เรื่อง คล่องแคลว่ และมี ประเดน็ ที่กาหนด มารยาทในการเขียน ๑.๑.๓ การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ จดุ เน้น ช้ัน ความสามารถ และทกั ษะ แนวทางก วธิ ีการ การส่ือสาร อยา่ ง ป.๑ ต้งั ใจฟังและพดู สื่อสารให้ กาหนดใหผ้ เู้ รียนฟังเรื่องราวเหตุการณ์ ห สร้างสรรค์ เขา้ ใจโดยใชค้ าสุภาพ นิทาน อยา่ งใดอยา่ งหน่ึงแลว้ ออกมาพ เพื่อนฟัง การสื่อสาร ป.๒ ต้งั ใจฟัง และพดู ส่ือสาร กาหนดใหผ้ เู้ รียนฟังนิทาน เร่ืองส้นั อย อยา่ ง ไดช้ ดั เจนตรงตาม อยา่ งหน่ึงแลว้ ออกมาพดู ใหเ้ พ่ือนฟัง วตั ถุประสงคแ์ ละใชค้ า สร้างสรรค์ สุภาพ

๙๐ แนวทางการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมนิ งหรือ -แบบทดสอบเการเขียนเรียนความ ยอ่ ผ่าน : เขียนเรียงความไดอ้ ยา่ งคล่องแคล่ว ความ รวดเร็ว เน้ือหาสาระชดั เจน การใชภ้ าษา ถกู ตอ้ งและเหมาะสมองคป์ ระกอบถกู ตอ้ ง ครบถว้ น และมีมารยาท ในการเขียน การวดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การประเมนิ เคร่ืองมอื ผ่าน : หรือ แบบประเมินการพดู พดู ส่ือสารเร่ืองท่ีฟังใหผ้ อู้ ื่นเขา้ ใจได้ พดู ให้ ถกู ตอ้ งตามสาระสาคญั เร่ืองที่ฟัง ยา่ งใด แบบประเมินการพดู ผ่าน : พดู สื่อสารเรื่องที่ฟังใหผ้ อู้ ่ืนเขา้ ใจได้ ถกู ตอ้ ง ชดั เจน ตรงตามวตั ถปุ ระสงคโ์ ดย ใชภ้ าษาพดู ไดถ้ กู ตอ้ ง สุภาพ

๙ จุดเน้น ช้ัน ความสามารถ และทกั ษะ แนวทางก วธิ ีการ การส่ือสาร อยา่ ง ป.๓ ฟัง ดู พดู อ่านและเขียน กาหนดใหน้ กั เรียนฟัง ดู อา่ น นิทาน เร สร้างสรรค์ อยา่ งมีมารยาทและพดู บทร้อยกรองฯอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงแลว้ ให เขียนสื่อสารไดอ้ ยา่ ง ผเู้ รียน พดู เขียนส่ือสารจากเรื่องท่ีไดฟ้ ชดั เจนและตรงตาม อา่ น น้นั วตั ถปุ ระสงคโ์ ดยใชค้ า สุภาพ การสื่อสาร ป. ๖ ฟัง ดู พดู อ่านและเขียน กาหนดใหผ้ เู้ รียนฟัง ดู อ่าน นิทาน เรื่อ อยา่ ง อยา่ งมีมารยาท และพดู บทความ เอกสาร หนงั สือ ข่าว เหตุการ เขียนแสดงความคิดเห็น บทร้อยกรอง อยา่ งใดอยา่ งหน่ึงแลว้ พ สร้างสรรค์ วิเคราะห์ จากเร่ืองที่ฟัง ดู เขียนสื่อสารเร่ืองที่ฟัง อา่ น อ่านอยา่ งสมเหตุสมผล

๙๑ เกณฑ์การประเมนิ การวดั และประเมนิ ผล ผ่าน : เคร่ืองมอื - พดู สื่อสารเรื่องท่ีฟัง ดู อ่านใหผ้ อู้ ื่นเขา้ ใจ ร่ืองส้นั - แบบประเมินการพดู ไดถ้ กู ตอ้ ง ชดั เจน ตรงตามวตั ถุประสงค์ ห้ - แบบประเมินการเขียน ของเร่ืองที่ฟัง ดู อ่าน โดยใชภ้ าษาพดู ได้ ฟัง ดู ถกู ตอ้ ง สุภาพ และมีมารยาท - เขียนเร่ืองท่ีฟัง ดู อ่าน โดยใชภ้ าษาท่ี องส้นั - แบบประเมิน การพดู ถกู ตอ้ ง เหมาะสม ตรงประเดน็ ไม่คดั ลอก รณ์ - แบบประเมินการเขียน ผลงานผอู้ ่ืน และมีมารยาท พดู ผ่าน : - พดู แสดงความคิดเห็นวิเคราะห์ จากเรื่อง ท่ีฟัง ดู อา่ น ไดอ้ ยา่ งมีเหตุผล น่าเชื่อถือ พดู ไดก้ ระชบั ตรงประเดน็ ใชภ้ าษาได้ ถกู ตอ้ ง สุภาพ และมีมารยาท - เขียนแสดงความคิดเห็นวิเคราะห์ จาก เร่ืองที่ฟัง ดู อา่ น โดยใชภ้ าษาเขียนที่ ถกู ตอ้ ง มีเหตุผล ขอ้ เขียน มีความแปลก ใหม่น่าเช่ือถือไม่คดั ลอกผลงานผอู้ ่ืน และ มีมารยาท

๙๒ จดุ เน้น ช้ัน ความสามารถ และทกั ษะ แนวทางก วธิ ีการ การส่ือสาร อยา่ ง ม. ๑ ฟัง ดู พดู อา่ น เขียน อยา่ ง กาหนดใหผ้ เู้ รียนฟัง ดู อ่าน นิทาน เร่ือ สร้างสรรค์ มีมารยาทและพดู เขียน บทความ เอกสาร หนงั สือ ข่าว เหตุการ อธิบายช้ีแจง จากเร่ืองที่ บทร้อยกรอง อยา่ งใดอยา่ งหน่ึงแลว้ พ ฟัง ดู และอ่านไดห้ ลาย เขียนสื่อสารเร่ืองท่ีฟัง ดู อ่าน แง่มมุ อยา่ งสมเหตุสมผล การส่ือสาร ม.๔- ฟัง ดู พดู อ่านและเขียน กาหนดใหผ้ เู้ รียนฟัง ดู อา่ น นิทาน เร อยา่ ง ม.๖ อยา่ งมีมารยาท และพดู บทความ เอกสาร หนงั สือ ข่าว เหตุการ ร้อยกรอง อยา่ งใดอยา่ งหน่ึงแลว้ พดู เข สร้างสรรค์ เขียนโนม้ นา้ ว เชิญชวน สื่อสารเรื่องที่ฟัง อา่ น และแสดงความคิดใหม่ จากเรื่องที่ฟังดแู ละอา่ น ใหเ้ กิดการเปล่ียนแปลงที่ เป็นประโยชนส์ ่วนรวม

๒ เกณฑ์การประเมนิ การวดั และประเมนิ ผล ผ่าน : เครื่องมอื - พดู อธิบาย ช้ีแจง สาระสาคญั และราย องส้นั - แบบประเมินการพดู ละเอียดเร่ืองท่ีฟัง ดูอา่ น ไดห้ ลายแง่มุม รณ์ - แบบประเมินการเขียน อยา่ งสมเหตุสมผล พดู ไดก้ ระชบั ตรง พดู ประเดน็ ใหข้ อ้ คิด ใชภ้ าษาไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง และ มีมารยาท ร่ืองส้นั - แบบประเมินการพดู - เขียน อธิบาย ช้ีแจงจากเรื่องท่ีฟัง ดู อ่าน รณ์ บท - แบบประเมินการเขียน โดยใชภ้ าษาเขียนท่ีถกู ตอ้ ง มีเหตุมีผล ขียน ขอ้ เขียนมีความแปลกใหม่น่าเช่ือถือไม่ คดั ลอกผลงานผอู้ ื่น และมีมารยาท ผ่าน : -พดู โนม้ นา้ ว เชิญชวนและแสดงความ คิดเห็นใหม่ใหเ้ กิดการเปลี่ยนแปลงท่ีเป็น ประโยชนต์ ่อส่วนรวมมีเหตุผล มีมารยาท ในการพดู พดู ได้ ตรงประเดน็ ใชภ้ าษาได้ อยา่ งถกู ตอ้ ง - เขียนโนม้ นา้ ว เชิญชวนและแสดงความ คิดเห็นใหม่จากเร่ืองท่ีฟัง ดู อา่ น โดยใช้ ภาษาเขียนที่ถกู ตอ้ ง มีเหตุมีผลท่ีเป็น ประโยชนต์ ่อส่วนรวม และมีมารยาท

๙๓ ๑.๒ คณติ ศาสตร์ ๑.๒.๑ คิดเลขเป็ น จดุ เน้น ช้ัน ความสามารถ และ ทักษะ วธิ ีการ คิดเลขเป็ น วธิ ีการ คิดเลขเป็ น ป. ๑ บวกและลบจานวนนบั ไม่ การทดสอบการบวกและลบจานวนนบั คิดเลขเป็ น เกิน ๑๐๐ และ๐ และ เกิน ๑๐๐ และ๐ และแกป้ ัญหาทาง แกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์ ป.๒ บวกและลบจานวนนบั ไม่ ทดสอบบวกและลบจานวนนบั ไม่เกิน เกิน๑,๐๐๐ และ ๐ คูณ และ ๐ คูณจานวนหน่ึงหลกั กบั จานวน จานวนหน่ึงหลกั กบั เกินสองหลกั หารตวั หารและผลหารม จานวนไม่เกินสองหลกั หลกั และแกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ หารตวั หารและผลหารมี หน่ึงหลกั และแกป้ ัญหา ทางคณิตศาสตร์ ป. ๓ บวกและลบจานวนนบั ไม่ ทดสอบการบวกและลบจานวนนบั ไม เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ๐ คณู ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ คณู จานวนสองหลกั ก จานวนสองหลกั กบั จานวนสองหลกั หารตวั ต้งั ไม่เกินส่ีหล จานวนสองหลกั หารตวั ต้งั ตวั หารมีหน่ึงหลกั และแกป้ ัญหาทาง ไม่เกินส่ีหลกั ตวั หารมี คณิตศาสตร์ หน่ึงหลกั และแกป้ ัญหา ทางคณิตศาสตร์

๓ รวดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การประเมนิ เครื่องมอื บไม่ แบบทดสอบแสดงวิธีทาการบวกและลบ ผ่าน : แสดงวธิ ีทาและหาคาตอบไดถ้ กู ตอ้ ง จานวนนบั ไมเ่ กิน ๑๐๐ และ ๐ และ ตามสถานการณ์ที่กาหนดร้อยละ ๖๐ ข้ึน แกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ ไป น๑,๐๐๐ แบบทดสอบแสดงวิธีทาการบวกและลบ ผ่าน : แสดงวิธีทาและหาคาตอบไดถ้ กู ตอ้ ง นไม่ จานวนนบั ไมเ่ กิน๑,๐๐๐ และ ๐ คูณ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป มีหน่ึง จานวนหน่ึงหลกั กบั จานวนไมเ่ กินสอง หลกั หารตวั หารและผลหารมีหน่ึงหลกั และแกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ มเ่ กิน แบบทดสอบแสดงวิธีทาการบวกและลบ ผ่าน : แสดงวธิ ีทาและหาคาตอบได้ กบั จานวนนบั ไมเ่ กิน ๑๐๐,๐๐๐ และ๐ คณู ถกู ตอ้ งร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ลกั จานวนสองหลกั กบั จานวนสองหลกั หาร ตวั ต้งั ไมเ่ กินส่ีหลกั ตวั หารมีหน่ึงหลกั และแกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์

๙๔ ๑.๒.๒ คิดเลขคล่อง จดุ เน้น ช้ัน ความสามารถ และทกั ษะ วธิ ีการ คิดเลขคล่อง วธิ ีการ ป. ๖ บวก ลบ คณู และหาร ทดสอบการบวก ลบ คูณและหารจานว จานวนนบั เศษส่วน เศษส่วน ทศนิยมไม่เกินสามตาแหน่งแ ทศนิยมไม่เกินสาม แกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ ตาแหน่งและแกป้ ัญหา ทางคณิตศาสตร์ไดอ้ ยา่ ง คล่องแคล่ว

๔ รวดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การประเมนิ เคร่ืองมอื วนนบั แบบทดสอบแสดงวิธีทาการบวก ลบ คณู ผ่าน : แสดงวิธีทาและหาคาตอบไดถ้ กู ตอ้ ง และ และหาร จานวนนบั เศษส่วน ทศนิยม ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ไม่เกินสามตาแหน่งและแกป้ ัญหาทาง คณิตศาสตร์


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook