41 สาระนาฏศลิ ป ชั้นประถมศกึ ษาปที่ 6 โรงเรียนบา นปราสาท โดยรวมอยูในระดบั มากที่สุด และความ พึงพอใจของนกั เรียนที่มีตอชุดฝกทักษะนาฏศิลป การรำประกอบเพลง “เซิ้งเก็บเหด็ ” กลุมสาระการ เรียนรูศิลปะ สาระนาฏศลิ ป ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 6 โรงเรียนบานปราสาทโดยรวม อยใู นระดับมากทส่ี ุด อมรรัตน บัวพัฒน (2558) ) ไดศึกษาและพัฒนาชุดฝกทักษะนาฏยศัพท วิชานาฏศิลป กลุม สาระการเรียนรูศิลปะ สำหรับชั้นประถมศึกษาปที่ 3 เพื่อพัฒนาชุดฝกทักษะและเพื่อ เปรียบเทียบ ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน กลุม ตัวอยางเปนผูเรียนช้นั ประถมศึกษาปท่ี 3 โรงเรียนบานไรสมบูรณ อำเภอ เมือง จังหวัดอำนาจเจริญ สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ ภาคเรียนที่ 2 ป การศกึ ษา 2557 จำนวน 1 หอ งเรียน มจี ำนวนผูเ รียน 30 คน เครื่องมอื ทใี่ ช ประกอบดวย ชดุ ฝก ทักษะ นาฏยศัพท วิชานาฏศิลป กลุมสาระการเรียนรูศิลปะ ที่ผูวิจัยสรางขึ้น จำนวน 12 ชุด โดยใชคูกับ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู จำนวน 12 แผน และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรือ่ ง นาฏยศัพท ผลการศกึ ษาพบวา ชดุ ฝก ทักษะนาฏยศัพท วิชานาฏศลิ ป กลมุ สาระการเรียนรูศิลปะ มีประสิทธิภาพเทากับ 81.46/81.22 ผูเ รยี นทเี่ รียนดวยชดุ ฝก ทกั ษะนาฏยศัพท วิชานาฏศลิ ป กลมุ สาระ การเรยี นรูศลิ ปะ มผี ลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลงั เรียนสงู กวา กอนเรียนอยางมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01 ขวัญจิรา วงแหวน (2559) ไดศึกษาและพัฒนาผลการใชชุดฝกทักษะนาฏศิลปไทย เรื่อง รำแมบทเล็ก ประกอบการสอนตามแนวคิดของซิมพซัน เพื่อพัฒนาทักษะนาฏศิลปไทยที่คงทน ของผูเรียนชุมนุมนาฏศิลปไทย โรงเรียนสิรินธร จังหวัดสุรินทร มีวัตถุประสงค (1) เพื่อพัฒนาชุดฝก ทักษะนาฏศิลป เรื่อง รำแมบทเล็กประกอบการสอนตามแนวคิดของซิมพซันสำหรับผูเรียนชุมนุม นาฏศิลปไทย โรงเรียนสิรินธร จังหวัดสุรินทร ใหมีประสิทธิภาพตามเกณฑมาตรฐาน 80/80 และมีคา ดชั นีประสทิ ธิผลทไี่ มต่ำกวา .50 (2) เพือ่ เปรียบเทียบทักษะนาฏศิลปไ ทยของผูเรียนชุมนุมนาฏศิลปไทย โรงเรียนสิรนิ ธร จังหวัดสุรินทร หลังใชชุดฝกทกั ษะนาฏศิลปไ ทย เรื่อง รำแมบทเล็กประกอบการสอน ตามแนวคิดของซิมพซันตามเกณฑที่กำหนด (3) เพื่อศึกษาความคงทนของทักษะนาฏศิลปไทย ของผูเรียนชุมนุมนาฏศิลปไทย โรงเรียนสิรินธร จังหวัดสุรินทร หลังใชชุดฝกทักษะนาฏศิลปไ ทย เรื่อง รำแมบทเล็กประกอบการสอนตามแนวคดิ ของซิมพซัน และ (4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจตอการเรยี น การสอนโดยใชชุดฝก ทกั ษะนาฏศิลปไ ทย เรื่อง รำแมบทเลก็ ประกอบการสอนตามแนวคิดของซิมพซัน ของผูเรียนชุมนุมนาฏศิลปไทย โรงเรียนสิรินธร จังหวัดสุรินทร ผลการศึกษาพบวา 1. ชุดฝกทักษะ ทักษะนาฏศิลปไทย เรื่อง รำแมบทเล็ก ประกอบการสอนตามแนวคิดของซิมพซัน มีคาประสิทธิภาพ กระบวนการ (E1) เทา กับ 84.10 และมปี ระสทิ ธภิ าพผลลัพธ (E2) เทากบั 87.46 เปน ไปตามเกณฑท่ีตั้ง ไว (80/80) และมีคาดัชนีประสิทธิผล (E.I.) เทากับ .78 เปนไปตามเกณฑที่ตั้งไวไมต่ำกวา .50 2. ผูเรียนท่ีใชช ุดฝกทักษะนาฏศิลปไทย เรื่อง รำแมบทเล็ก ประกอบการสอนตามแนวคิดของซมิ พซัน มีคะแนนความรูเกี่ยวกับนาฏศิลปไทยหลังเรียนสูงกวาเกณฑที่ก าหนดไวอยางมีนัยสำคัญทางสถิติท่ี
42 ระดับ .01 และมีคะแนนทักษะปฏิบตั ินาฏศิลปไทยหลังเรยี นสูงกวาเกณฑท่ีกำหนดไวอยางมนี ัยสำคญั ทางสถิติที่ระดับ .01 3. ภายหลังจากที่ผูเรียนใชชุดฝกทักษะนาฏศิลปไทย เรื่อง รำแมบทเล็ก ประกอบการสอนตามแนวคิดของซิมพซ นั จำนวน 2 สัปดาห 5 สัปดาหและ 9 สัปดาห ผูเรียนมีทักษะ นาฏศิลปไ ทยแตกตางกันอยา งไมมนี ยั สำคัญทางสถิตแิ สดงวา ผเู รียนที่ใชชดุ ฝก ทักษะนาฏศิลปไทย เรื่อง รำแมบ ทเล็ก ประกอบการสอนตามแนวคิดของซมิ พซ นั มีทักษะนาฏศิลปไ ทยที่คงทน 4. ผูเรียนมีความ พงึ พอใจตอ การเรียนการสอนโดยใชชุดฝกทกั ษะนาฏศลิ ปไทย เรอื่ ง รำแมบ ทเล็ก ประกอบการสอนตาม แนวคดิ ของซมิ พซ ันอยูในระดับมากทส่ี ุด ขวัญฟา ภูแพงสุทธิ์ (2562) ไดศึกษาและพัฒนาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ เรื่อง ระบำ มาตรฐานสรางสรรคงานศิลป รายวชิ านาฏศิลปไทยละคร 1 รหสั วิชา ศ31207 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 4 วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป กระทรวงวัฒนธรรม มีวัตถุประสงคเพื่อ 1) เพื่อพัฒนา ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ เรื่อง ระบำมาตรฐาน สรางสรรคงานศิลป รายวิชานาฏศิลปไทยละคร 1 รหัสวิชา ศ31207 ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 4 ใหมีประสิทธิภาพตามเกณฑมาตรฐาน 80/80 2) เพ่ือ เปรยี บเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นของนกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปท่ี 4 ระหวา งกอ นเรยี นและหลังเรียน โดยใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ เรื่อง ระบำมาตรฐาน สรางสรรคงานศิลป รายวิชานาฏศิลปไทย ละคร 1 รหัสวิชา ศ31207 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 4 ที่มีตอการ เรียนโดยใชช ุดฝก ทักษะการปฏบิ ัติทารำ เรื่อง ระบำมาตรฐาน สรางสรรคงานศิลป ผลการศึกษาพบวา ชุดฝกทักษะการปฏิบตั ิทารำ เรื่อง ระบำมาตรฐาน สรางสรรคงานศิลป รายวิชานาฏศิลปไทยละคร 1 รหัสวชิ า ศ31207 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 4 มีประสิทธิภาพ 88.81/85.53 ซ่ึงเปนไปตามเกณฑม าตรฐาน ที่กำหนดไวคือ 80/80 นักเรียนที่ไดรับการเรียนรูดวยชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ เรื่อง ระบำ มาตรฐาน สรางสรรคงานศิลป รายวิชานาฏศิลปไทยละคร 1 รหัสวิชา ศ31207 ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 4 มผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนหลงั ใชชุดฝกทกั ษะการปฏิบตั ิทา รำสูงกวากอนใชชดุ ฝก ทักษะการปฏิบัติทารำ อยางมีนยั สำคญั ทางสถิติทร่ี ะดับ .01 ซ่ึงเปนไปตามสมมติฐานท่ีตั้งไว และ นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 4 มีความพึงพอใจในการเรียนดวยชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ เรื่อง ระบำมาตรฐาน สรางสรรคงาน ศลิ ป รายวชิ านาฏศิลปไทยละคร 1 รหัสวชิ า ศ31207 อยใู นระดับมากซ่งึ เปน ไปตามสมมตฐิ านทต่ี ั้งไว พิยภรณ จันทรเกษม (2562) ไดศึกษา ชุดฝกทักษะปฏิบัตินาฏศิลป เรื่อง รำวงมาตรฐาน “เพลงดวงจันทรวันเพ็ญ” สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนเทศบาล ๒ (บานมลายู บางกอก) ผลการศกึ ษาพบวา ผลการสรางและพัฒนาชดุ ฝกทักษะปฏบิ ัตนิ าฏศลิ ป เรื่อง รำวงมาตรฐาน “เพลงดวงจันทรวันเพ็ญ” สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนเทศบาล ๒ (บานมลายู บางกอก) จำนวน 4 เลมโดยผูเชี่ยวชาญเห็นวามีความสอดคลองถูกตอง เหมาะสมของโครงสรางและ องคประกอบตางๆ มีคาเฉลี่ย 0.80 ขึ้นไป โดยทุกขอมีความเหมาะสมสอดคลอง สามารถนำไปใช ประกอบการเรียนไดและประสิทธิภาพเทากับ 87.61/88.67 ซึ่งเปนไปตามเกณฑที่กำหนด 80/80
43 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่จัดการเรียนรูประกอบการใชชุดฝกทักษะ ปฏิบัตินาฏศิลป เรื่อง รำวงมาตรฐาน “เพลงดวงจนั ทรวันเพ็ญ” สำหรับนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนเทศบาล ๒ (บานมลายูบางกอก) มีผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกวา กอนเรยี นอยางมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .01 มาตรฐานของนักเรียนที่จัดการเรียนรูประกอบการใชชุดฝกทักษะปฏิบัตินาฏศิลป เร่อื ง รำวงมาตรฐาน “เพลงดวงจันทรวันเพ็ญ” สำหรับนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 3 โรงเรียนเทศบาล ๒ (บานมลายูบางกอก) คิดเปนรอยละ 89.33 ซงึ่ ผานเกณฑรอ ยละ 80 ท่ีกำหนดไว นักเรยี นมคี วามพึง พอใจตอ การจัดการเรียนรูประกอบการใชชุดฝกทกั ษะปฏิบัตินาฏศิลป เรื่อง รำวงมาตรฐาน “เพลงดวง จันทรวนั เพ็ญ” สำหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี 3 โรงเรียนเทศบาล 2 (บานมลายูบางกอก) โดยรวม อยูใ นระดับมาก 8.2 งานวจิ ัยทเี่ กย่ี วของกบั เทคโนโลยีคิวอารโคด กตั ตกมล พิศแลงาม (2561). ไดศกึ ษาการประยกุ ตใ ชเทคโนโลยีรหัสคิวอารสำหรับการ จดั การเรยี นการสอน ในรายวิชาภาษา การสอื่ สาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ ของหมวดวชิ าศึกษา ท่ัวไป โดยการวิจยั ครัง้ นีม้ วี ตั ถุประสงค 1) เพื่อออกแบบเทคโนโลยีรหัสคิวอารสำหรับการจัดการเรยี น การสอน ในรายวิชาภาษา การส่ือสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ ของหมวดวิชาศึกษาทว่ั ไป 2) เพอื่ ประเมนิ ความพงึ พอใจตอการใชเ ทคโนโลยีรหัสคิวอารส ำหรับการจัดการเรียนการสอน ในรายวชิ า ภาษา การส่ือสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ ของหมวดวิชาศึกษาท่ัวไป ผลการศกึ ษาพบวา 1) ผลการ ออกแบบและประเมินเทคโนโลยีคิวอารโคด ประกอบดว ย 5 ดาน คอื 5 ดาน คอื 1. รูปแบบ 2. การ เขาถงึ ไดง าย 3. การประมวลผลรวดเรว็ 4. ความถกู ตองและความแมน ยำของ ขอมลู และ 5. ความ ทนั สมยั ของเทคโนโลยโี ดยภาพรวมมีความเหมาะสมมากท่ีสุด (Mean = 4.54 S.D = 0.81) 2) และผล ความพงึ พอใจในดานเขา ถึงไดงา ยอยใู นระดับมากทส่ี ุด โดยภาพรวมความพึงพอใจอยูใน ระดบั มาก (Mean = 4.47 SD = 0.56) กุลธิดา ขันทอง (2562). ไดศึกษาการใช QR Code จัดการเรียนรูดวยกระบวนการสืบ เสาะหาความรูแบบ 5E เรื่อง รูเทาทันสังคมออนไลน ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 5 การ วิจัยคร้ังนมี้ วี ตั ถุประสงคเ พื่อเปรยี บเทียบผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นของนกั เรียนระดับชนั้ ประถมศึกษาปที่ 5 กอนและหลังการใช QR Code จัดการเรียนรูด ว ยกระบวนการสบื เสาะหาความรูแบบ 5E เร่ือง รูเทา ทันสงั คมออนไลน กลมุ ตัวอยา งทใ่ี ชในการวิจยั ครั้งน้ีเปนนักเรยี นระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียน ที่ 1 ปการศึกษา 2562 โรงเรียน ฤทธิยะวรรณาลัย สำนักงานเขตสายไหม กรงุ เทพมหานคร จำนวน 27 คน ผลการศกึ ษาพบวา นกั เรียนระดับช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 5 ที่เรียนโดยการใช QR Code จัดการเรียนรู ดวย กระบวนการสืบเสาะหาความรูแบบ 5E เรื่อง รูเทาทันสังคมออนไลน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลงั เรียนสงู กวา ผลสมั ฤทธ์ิ ทางการเรียนกอ นเรียน อยางมีนัยสำคัญทางสถิตทิ ี่ระดบั .01
44 อภิชล ทองมั่น กำเนิดว้ำ และเสาวลักษณ ยกฉวี (2563 : 26) ศึกษาการพัฒนาสื่อการสอน เทคโนโลยีรวมสมัยบนคิวอารโคด เรื่องลีลาศ โดยมีเปาหมายเพื่อพัฒนาโปรแกรมสำเร็จรูป และเพื่อ ศึกษาความพึงพอใจในการใชระบบสื่อการสอน เทคโนโลยีรวมสมัยบนคิวอารโคด เรื่องลีลาศ โดยใช เครื่องมอื ในการวิจัยน้ันคือการเลือกวิธีเรียนในบทเรียนออนไลนและสามารถเรียนโคดได 10 บทเรียน ซึ่งบทเรียนออนไลนผานการประเมินประสิทธิภาพโดยผูเชี่ยวชาญ 3 ทาน และใชการวิเคราะหขอมูล มาตรฐานแบบวัดประเมินคา 5 ระดับ พบวามีประสิทธิภาพอยูในระดับมาก ซึ่งกลุมตัวอยางใน การศึกษาไดแ กน สิ ิตมหาวทิ ยาลัยนเรศวรจำนวน 37 คน และมีคาความพึงพอใจอยูในระดับมาก สรุป จากการวิจัยพบวาระบบสื่อการสอนเทคโนโลยีรวมสมัยบนคิวอารโคดเรื่องลีลาศสามารถชวยเพิ่ม ประสทิ ธิภาพการเรยี นการสอนไดอ ยูในระดับมาก รชตะ ขาวดี (2564) ไดพัฒนาสื่อการสอนเทคโนโลยีรวมสมัยบนคิวอารโคด (QR Code) ภายใตสถานการณแพรระบาดของไวรัส COVID-19 เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ในรูปแบบหนังสือเรียน อิเล็กทรอนิกส (E-Book) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนบานแพงพิทยาคม โดยมี วตั ถุประสงคเ พอื่ 1) ศกึ ษาการพัฒนาสื่อการสอนเทคโนโลยรี วมสมัยบนควิ อารโคด (QR Code) ภายใต สถานการณแพรระบาดของไวรัส COVID-19 ในรูปแบบหนังสือเรียนอิเล็กทรอนิกส (E-Book) ใหมี ประสิทธภิ าพตามเกณฑ 80/80 2) เพ่อื ศกึ ษาคา ดัชนีประสทิ ธผิ ลของส่ือการสอนเทคโนโลยีรว มสมัยบน คิวอารโคด (QR Code) ภายใตสถานการณแพรระบาดของไวรัส COVID-19 ในรูปแบบหนังสือเรียน อิเลก็ ทรอนิกส (E-Book) 3) เปรยี บเทียบผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน เรอ่ื ง เศรษฐกิจพอเพียง ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนบานแพงพิทยาคม 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนบานแพงพทิ ยาคม ทม่ี ีตอสือ่ การสอนท่ีพฒั นาข้นึ โดยใชแบบสอบถามความ พึงพอใจแบบมาตราสวนประมาณคา 5 ระดับ จำนวน 20 ขอ ซึ่งมีอำนาจจำแนก ตั้งแต 0.50-0.90 มี คา ความเชอื่ มนั่ เทา กับ 0.78 และมีกลมุ ตัวอยางเปนนกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 6/1-6/4 โรงเรียนบาน แพงพิทยาคม จำนวน 40 คน พบวาสื่อการสอนที่พัฒนาขึ้นมีคาประสิทธิภาพ เทากับ 85.10/85.69 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของกลุมตัวอยา งมคี ะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกวา คะแนนเฉลี่ยหลงั เรียนอยางมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และความพึงพอใจของกลุมตัวอยางที่มีตอสื่อการสอนที่พัฒนาขึ้น โดยรวมเฉล่ียอยใู นระดับพึงพอใจมาก
45 บทที่ 3 วิธดี ำเนนิ การวิจัย การพัฒนาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทา รำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใ ชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ซงึ่ มขี ้นั ตอนในการดำเนนิ การวิจยั ดงั น้ี 1. ประชากรและกลมุ ตวั อยา ง 2. เครอื่ งมอื ที่ใชในการวจิ ัย 3. การสรา งและตรวจสอบคุณภาพเครอื่ งมือที่ใชในการวิจยั 4. การดำเนนิ การศกึ ษาและเก็บรวบรวมขอมูล 5. สถติ ทิ ใี่ ชใ นการวเิ คราะหข อมลู ประชากรและกลมุ ตัวอยา ง การวิจัยครั้งน้ี ผูร ายงานไดก ำหนดประชากรและกลมุ ตัวอยา งดงั นี้ 1. ประชากรและกลุม ตวั อยา ง 1.1. ประชากร ประชากรที่ใชในการวิจัยในครั้งนี้ ไดแก นักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 สาขานาฏศิลปไทยละคร วทิ ยาลยั นาฏศลิ ป ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศึกษา 2564 จำนวน 96 คน 1.2. กลมุ ตัวอยาง นักเรียนกลุมตวั อยา งทใ่ี ชในการวิจยั ครัง้ น้ี ไดแ ก นักเรียนชน้ั ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปที่ 2 สาขานาฏศิลปไทยละคร วิทยาลัยนาฏศิลป ที่เรียนวิชานาฏศิลปละคร 3 ภาคเรียนที่ 1 ป การศกึ ษา 2564 จำนวน 30 คน ไดม าโดยวธิ ีการเลอื กแบบเจาะจง 2. ตัวแปรทใ่ี ชใ นการวจิ ัย 2.1. ตัวแปรตน 1.1 ชุดฝกทักษะการปฏิบัตทิ ารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเ ทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2
46 2.2. ตวั แปรตาม 2.1 ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนกอนเรยี นและหลังเรยี น เร่อื ง พมา เปงมาง ของนักเรียน ช้ันประกาศนียบัตรวิชาชพี ปท ี่ 2 2.2 ความพงึ พอใจของนักเรียนชน้ั ประกาศนยี บัตรวิชาชพี ปท่ี 2 ที่มีตอชุดฝกทักษะ การปฏิบัติทารำ พมา เปงมาง โดยประยกุ ตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด เครอื่ งมอื ทีใ่ ชในการวิจัย เครอื่ งมือทีใ่ ชในการวจิ ยั ครงั้ น้ี ประกอบดว ย 1. ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ที่ผรู ายงานสรา งขนึ้ โดยไดแ บงเนื้อหาเปน 1.1 ระบำเบด็ เตล็ด 1.2 ประวัตเิ พลงพมา เปงมาง 1.3 กระบวนทา รำพมาเปง มาง 2. แบบทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน เรื่อง พมาเปงมาง เปนแบบทดสอบปรนัย จำนวน 20 ขอ 3. แบบประเมนิ ความพึงพอใจของนกั เรียนชัน้ ประกาศนียบตั รวิชาชีพปท ่ี 2 ทม่ี ีตอ ชุดฝก ทักษะการปฏิบตั ิทารำ พมา เปงมาง โดยประยุกตใ ชเทคโนโลยีควิ อารโ คด จำนวน 15 ขอ การสรางและตรวจสอบคณุ ภาพเคร่ืองมอื ท่ใี ชใ นการวิจัย 1.การสรางและตรวจสอบคณุ ภาพเครื่องมอื การสรางและตรวจสอบคุณภาพของชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดย ประยุกตใ ชเ ทคโนโลยคี วิ อารโ คด รายวิชานาฏศลิ ปล ะคร 3 รหสั วิชา 20302-2003 สำหรบั นกั เรียนชั้น ประกาศนียบตั รวิชาชพี ปท่ี 2 มวี ิธีการสรา งและตรวจสอบคณุ ภาพ ดงั น้ี 1.1 วิเคราะหปญหาและสาเหตุจากการเรียนการสอนนาฏศิลป ชั้นประกาศนียบัตร วิชาชีพปที่ 2 โดยศึกษาจากบันทึกหลังสอน และการสังเกตพฤติกรรมระหวางเรียนวิชาชีพเฉพาะ นาฏศิลปไทย ละคร พบวาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในนาฏศิลป ชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปท ่ี 2 ครผู ูสอนยังมสี ื่อเทคโนโลยีทท่ี ันสมัยไมเ พยี งพอ ใหน ักเรียนเกิดความตื่นตวั และเกดิ การเรยี นรูท่ี แปลกใหม ประกอบการจัดการเรียนการสอน ใหม คี วามหลากหลายมากข้ึน
47 1.2 ศึกษาหลักสูตรนาฏดุริยางคศิลป ระดับประกาศนียบัตรวชิ าชีพ พุทธศักราช 2562 รายวิชานาฏศลิ ปล ะคร 3 รหสั วชิ า 20302-2003 โดยไดแบง เน้อื หาเปน 1.2.1 ระบำเบ็ดเตลด็ 1.2.2 ประวัตเิ พลงพมาเปง มาง 1.2.3 กระบวนทา รำพมา เปง มาง เพอ่ื นำไปสรา งเปน ชุดฝกทกั ษะการปฏบิ ัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิว อารโคด สำหรบั นกั เรยี นชัน้ ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ปท่ี 2 1.3 ศึกษาแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวของกับการสรางชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ องคประกอบของชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำเพื่อนำมาเปนแนวทางในการสรางชุดฝกทักษะการ ปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตร วชิ าชีพปท่ี 2 1.4 จัดทำโครงสรางชดุ ฝก ทกั ษะการปฏบิ ตั ิทารำ พมา เปงมาง โดยประยุกตใชเ ทคโนโลยี คิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ประกอบดวย คำนำ สารบัญ แผนผัง ลำดับขั้นตอนการใช คำชี้แจงสำหรับครู คำชี้แจงสำหรับนักเรียน สาระสำคัญ/ผลการเรียนรู แบบทดสอบกอ นเรียน เน้อื หา กจิ กรรม เฉลยกิจกรรม แบบทดสอบหลงั เรียน และเฉลยแบบทดสอบ 1.5 ทำการศกึ ษา คน ควา และรวบรวมเนอ้ื หาเก่ยี วกบั เพลงพมาเปงมางตลอดจนรูปภาพ ทีจ่ ะนำมาประกอบเน้อื หา 1.6 สรา งชดุ ฝก ทักษะการปฏบิ ตั ิทา รำ พมา เปง มาง โดยประยกุ ตใ ชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ตามโครงสรางที่วางไวโ ดยไดแ บงเน้ือหาเปน 1.6.1 ระบำเบ็ดเตล็ด 1.6.2 ประวัติเพลงพมา เปง มาง 1.6.3 กระบวนทา รำพมา เปงมาง 1.7 นำชุดฝกทักษะการปฏิบตั ิทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนกั เรยี นช้ันประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ปท่ี 2 ท่สี รา งขนึ้ ไปใหผ เู ช่ียวชาญจำนวน 5 ทา น ตรวจสอบ คุณภาพของชุดฝกทักษะการปฏิบัตทิ ารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับ นกั เรยี นช้นั ประกาศนยี บตั รวิชาชพี ปท ี่ 2 ผูรายงานไดก ำหนดคุณสมบัติของผูเชีย่ วชาญทง้ั 5 ทา น ดงั น้ี 1.7.1 ผูเชี่ยวชาญทางดา นเน้ือหานาฏศิลป คือ มีประสบการณใ นการสอนนาฏศิลป ไมน อยกวา 10 ป หรือมผี ลงานทางวิชาการทางดานนาฏศลิ ป จำนวน 2 ทา น ไดแก 1) รองศาสตราจารยน ฤมล ขันสัมฤทธ์ิ นาฏศิลปไทย (ละครพระ) ตำแหนง อาจารยประจำหลักสูตรในระดับปริญญาตรี วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป
48 วุฒิทางการศึกษาระดับปริญญาโท คุรุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการอุดมศึกษา จุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย 2) นางสาวปภาวรินทร แสงเจรญิ นาฏศิลปไทย (ละครนาง) ตำแหนง อาจารย ประจำหลักสตู รในระดบั ปริญญาตรี วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศลิ ป วุฒทิ างการศึกษา ระดบั ปรญิ ญาโท ศิลปศาสตรมหาบณั ฑิตสาขานาฏยศิลปไ ทย จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลยั 1.7.2 ผูเชี่ยวชาญทางดานหลักสูตรหรือวัดผล คือ มีประสบการณการทำงาน ดานหลักสูตรหรือวดั ผล ไมนอยกวา 10 ป หรือจบการศึกษาระดับปริญญาโททางดานหลักสูตรหรอื วัดผล จำนวน 1 ทาน คอื นายพชิ าญ พรหมสมบตั ิ ตำแหนง ผูช ว ยผูอ ำนวยการฝา ยวชิ าการ วิทยาลัย นาฏศิลป ผูเชย่ี วชาญดา นการวดั ผล วิทยาลยั นาฏศิลป สถาบันบณั ฑติ พฒั นศลิ ป วุฒทิ างการศกึ ษา ระดับปริญญาโท การศึกษามหาบณั ฑิตสาขาการวัดผล มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒประสานมิตร 1.7.3 ผูเชี่ยวชาญทางดานนวัตกรรมทางการศึกษา คือ มีประสบการณในการสอน ไมนอยกวา 10 ป หรือจบการศกึ ษาระดบั ปริญญาโททางดานเทคโนโลยกี ารศึกษา จำนวน 1 ทา น คอื นางสาวเกณิกา วงศนรินทร ตำแหนง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ วิทยาลัย นาฏศลิ ปรอ ยเอ็ด วฒุ ิทางการศึกษาการศกึ ษาระดับปรญิ ญาโท การศึกษามหาบัณฑติ สาขาเทคโนโลยี เพื่อการศกึ ษา มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม 1.7.4 ผูเชี่ยวชาญทางดานวิจัยการศึกษา คือ มีประสบการณการทำงานในดาน การวิจัย ไมนอยกวา 10 ป หรือจบการศึกษาระดับปริญญาโททางดานวิจัย จำนวน 1 ทาน คือ นางสาวมะลิวัลย ปทมะ ตำแหนง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียน วัดธรรมมงคล (หลวงพอ วิรยิ ังคอ ปุ ถมั ภ) วุฒิทางการศกึ ษาการศึกษาระดับปรญิ ญาโท ครุศาสตรมหา บัณฑิต สาขาวจิ ัยการศึกษา จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลยั 1.8 การตรวจสอบคุณภาพของชดุ ฝกทกั ษะการปฏบิ ตั ทิ ารำ พมา เปง มาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ในครั้งนี้จะใชแบบประเมิน คุณภาพ เปนแบบมาตราสวนประมาณคา (ratting scale) มี 5 ระดับ โดยมีเกณฑในการประเมิน คุณภาพ ดังน้ี คะแนนเฉลย่ี 4.51 - 5.00 หมายถึง มีคณุ ภาพในระดับมากที่สดุ คะแนนเฉลย่ี 3.51 - 4.50 หมายถงึ มีคุณภาพในระดบั มาก คะแนนเฉลี่ย 2.51 - 3.50 หมายถึง มคี ณุ ภาพในระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 1.51 - 2.50 หมายถงึ มีคุณภาพในระดับนอย คะแนนเฉลี่ย 1.00 - 1.50 หมายถงึ มคี ุณภาพในระดบั นอยที่สุด
49 ผลการประเมินจากผูเชี่ยวชาญทั้ง 5 ทาน ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดย ประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบตั รวิชาชีพปที่ 2 มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.81 หมายความวา ชดุ ฝกทกั ษะการปฏิบัติทารำ มีคุณภาพอยใู นระดับ มากท่ีสดุ (รายละเอียดแสดง ในภาคผนวก ฉ) 1.9 ทำการปรับปรุงการใชภาษาตามคำแนะนำของผูเชีย่ วชาญ เพื่อใหชุดฝกทักษะการ ปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตร วชิ าชพี ปท ่ี 2 มคี วามสมบูรณและเหมาะสมกับผเู รยี นมากขนึ้ การหาประสิทธิภาพของชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยคี วิ อารโคด สำหรบั นกั เรยี นช้นั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ปที่ 2 หลงั จากใหผูเ ช่ียวชาญประเมินคุณภาพของชดุ ฝกทักษะการปฏิบัติทา รำแลว จงึ นำนวัตกรรม มาใหนักเรียนทดลองใช เพื่อทำการหาประสิทธิภาพของชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำโดยมีขั้นตอน ดงั น้ี 1. การทดลองแบบ 1 : 1 โดยนำไปทดลองกับนักเรียนชั้นประกาศนียบตั รวิชาชีพปที่ 2 ท่ไี มใชกลมุ ตวั อยา งจำนวน 3 คน โดยแบงเปน นกั เรียน เกง ปานกลาง และ ออ น อยา งละ 1 คน เพ่ือ ตรวจสอบความเหมาะสมของภาษา และขอ บกพรองของบทเรยี นรูปแบบการนำเสนอ ระยะเวลา และ ปฏิสัมพันธกับผูเรียน ดวยการสังเกตและสัมภาษณนักเรียน พบวา ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำมี เนื้อหาที่นอยเกินไป ทำใหนักเรียนไมเขาใจในบางเนื้อ และสีสันภาพประกอบที่ใชกลมกลืนกับ ตัวหนังสือมากเกินไป 2. ทดลองแบบกลุมยอย โดยนำไปทดลองกบั นักเรยี นชน้ั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ปท ่ี 2 ท่ี ไมใช กลุมตัวอยา งจำนวน 9 คน โดยแบงเปนนักเรียน เกง ปานกลาง และ ออน อยางละ 3 คน เพ่ือ ตรวจสอบความเหมาะสมของภาษา และขอ บกพรอ งของบทเรยี นรูปแบบการนำเสนอ ระยะเวลา และ ปฏิสมั พันธกบั ผูเรียน อีกครง้ั หนงึ่ ผลการทดลองใช พบวา จากเนื้อหาท่นี อยเกนิ ไปไดม ีการเพิ่มเนื้อหา และปรบั แกในสว นของชุดฝกทกั ษะการปฏิบตั ิทา รำ นักเรียนมคี วามเขา ใจมากขน้ึ 3. ทดลองแบบกลุมใหญ โดยนำไปทดลองกับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปท ี่ 2 วิทยาลัยนาฏศิลป ที่เรียน วิชานาฏศิลปละคร 3 กลุมสาระการเรียนรูนาฏศิลปไทย (ละคร) ในป การศึกษา 2563 ซึ่งไมใ ชกลุม ตัวอยางจำนวน 30 คน ผลการทดลองใช พบวา ระยะเวลาในการเรยี น การสอนโดยใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำนอยเกินไป ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ที่สรางข้ึน มปี ระสิทธิภาพเทากบั 84.35/82.56 (รายละเอียดแสดงในภาคผนวก ช) 4. นำชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรบั นกั เรียนชัน้ ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ปท่ี 2 ไปใชก บั นกั เรียนกลุม ตัวอยา ง
50 2. การสรา งและตรวจสอบคณุ ภาพของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน การสรางและตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิท์ างการเรียนชดุ ฝกทักษะ การปฏิบัตทิ ารำ พมาเปง มาง โดยประยุกตใ ชเทคโนโลยคี วิ อารโคด รายวิชานาฏศิลปล ะคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวิชาชพี ปท ี่ 2 การสรางแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผูรายงานไดดำเนินการสราง แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมา เปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 มีลกั ษณะเปนแบบปรนัย (Multiple Choices) ชนิดเลอื กตอบ 4 ตัวเลอื ก จำนวน 20 ขอโดยมีลำดับ การสรางตามข้ันตอนดังน้ี 1. ศกึ ษาหลักสตู รนาฏดุริยางคศลิ ป ระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี พทุ ธศกั ราช 2562 ระบำเบ็ดเตลด็ เพลงพมาเปง มาง รายวชิ านาฏศิลปละคร 3 รหสั วชิ า 20302-2003 ช้นั ประกาศนียบตั ร วชิ าชีพปท ี่ 2 โดยศกึ ษาสมรรถนะประจำหนวย 2. กำหนดจดุ ประสงคก ารเรียนรูใ หส อดคลองกับสมรรถนะประจำหนวย 3. สรางแผนผังขอสอบ (TestingBlueprint) โดยจำแนกขอสอบใหตรงตาม จดุ ประสงคการเรียนรู และกำหนดจำนวนขอ สอบ 4. เขยี นขอ สอบตามแผนผังขอสอบวัดผลสัมฤทธ์ิที่กำหนดไวเปน ขอ สอบปรนัยชนิด เลอื กตอบ มี 4 ตวั เลือก จำนวน 40 ขอ 5. นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิจำนวน 40 ขอ ไปใหผูเชี่ยวชาญจำนวน 5 ทาน ตรวจสอบความตรงเชิงเนอื้ หาและความเหมาะสมของภาษาของแบบทดสอบ การตรวจสอบความตรงเชิงเน้ือหานี้ใชดัชนี IOC (item objective congruence) ซึ่งมี ลกั ษณะในการใหค ะแนน คือ +1 หมายถึง ขอ คำถามสอดคลอ งกบั จุดประสงคท ต่ี องการวดั 0 หมายถึง ไมแ นใ จวา ขอคำถามสอดคลองกบั จุดประสงคท ่ีตอ งการวัด 1 หมายถึง ขอคำถามไมส อดคลองกบั จุดประสงคท ่ีตองการวัด หลังจากใหผูเชี่ยวชาญตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาและความถูกตองของภาษา เรยี บรอ ยแลวนำผลการตรวจสอบของผูเชยี่ วชาญมาคำนวณหาดชั นี IOC มสี ูตร ดังนี้ IOC= (∑R)/N IOC คือ ดชั นีความสอดคลอ งระหวา งขอคำถามกับเนอื้ หาท่ีมุงวัด ∑R คือ ผลรวมของคะแนนการตัดสินขอคำถามของผูเชี่ยวชาญ N คือ จำนวนผูเช่ียวชาญ
51 ผูร ายงานไดกำหนดเกณฑที่ใชในการตัดสนิ ความตรงเชิงเนือ้ หา คือคา IOC ที่คำนวณได ตองมากกวา 0.50 (IOC > 0.50) จึงจะถือวาขอคำถามนั้นสอดคลองกับเนื้อหาที่มุงวัดหรือนิยาม เชงิ ปฏบิ ัตกิ าร (ศริ ิชยั กาญจนวาส.ี 2548) ผลจากการคำนวณหาดัชนี IOC พบวา แบบทดสอบมีคา IOC ระหวาง 0.80 - 1.00 แสดงวา ขอ คำถามทกุ ขอมคี วามสอดคลองกับเนอ้ื หาทม่ี ุง วัด (รายละเอยี ดในภาคผนวก ซ) 6. ปรบั ปรุงขอสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทงั้ 40 ขอ ตามคำแนะนำของผเู ช่ียวชาญ แลว นำไป ทดลองใชกบั นักเรียน ดังนี้ 6.1 นำขอ สอบวดั ผลสัมฤทธ์ไิ ปทดลองใชก ับนกั เรียนชน้ั ประกาศนียบัตรวิชาชีพป ที่ 2 ที่ไมใชกลุมตัวอยาง จำนวน 3 คน โดยแบงเปนนกั เรียน เกง 1 คน ปานกลาง 1 คน และออน 1 คน เพื่อตรวจสอบความถกู ตอง ชัดเจนของภาษา แลว ทำการปรับปรงุ แบบทดสอบ 6.2 นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิที่ปรับปรุงแลวไปทดลองใชกับนักเรียน ชั้นประกาศนยี บัตรวชิ าชีพปท่ี 2 ที่ไมใชกลุมตวั อยาง จำนวน 9 คน โดยแบงเปนนักเรียน เกง 3 คน ปานกลาง 3 คนและออน 3 คน เพื่อตรวจสอบความถูกตอง ชัดเจนของภาษาแลวทำการปรับปรุง แบบทดสอบอกี ครั้งหนงึ่ 6.3 นำแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธท์ิ ่ีปรับปรงุ แลวไปทดลองใชก ับนกั เรียนกลุมใหญ ไดแกน ักเรียนชนั้ ประกาศนียบตั รวชิ าชีพปที่ 2 ทเี่ รยี นวิชาชีพเฉพาะนาฏศิลปไทย (ละคร) ในปการศกึ ษา 2563 ซง่ึ ไมใชกลมุ ตวั อยางจำนวน 30 คน เพ่ือทำการวิเคราะหคณุ ภาพขอสอบรายขอไดแก คาความ ยากงา ย (p) และคาอำนาจจำแนก (r) ผลการวเิ คราะหข อสอบ พบวา ขอ สอบทั้ง 40 ขอ มีคาความยาก งาย (p) ตั้งแต 0.22 - 0.65 มีคาอำนาจจำแนก (r) ตั้งแต 0.58 - 0.96 (รายละเอียดในภาคผนวก ฉ) ซึ่งเปนไปตามเกณฑในการคัดเลือกขอสอบคือระดับความยากงายควรอยูระหวาง 0.20 - 0.80 คา อำนาจจำแนกควรมคี า ตัง้ แต 0.20 ข้นึ ไป (ศิรชิ ัย กาญจนวาส. 2548) 7. ทำการคดั เลือกขอสอบวัดผลสัมฤทธ์ิจาก 40 ขอ ใหเ หลอื 20 ขอ ตามจุดประสงค ทีต่ องการวดั 8. นำขอสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ จำนวน 20 ขอ ไปหาคาความเชื่อมั่นโดยใชสูตร KR-20 Kuder Richardson (อางอิงจาก ลวน สายยศ และ อังคณา สายยศ. 2536 : 168) โดยแบบทดสอบ วดั ผลสัมฤทธิ์ มคี า ความเชื่อม่ัน ของแบบทดสอบทงั้ ฉบับเทา กับ 0.43 (ดูรายละเอียดในภาคผนวก ซ) 3. การสรางและตรวจสอบคณุ ภาพของ แบบสอบถามความพงึ พอใจ การสรา งและตรวจสอบคุณภาพของ แบบสอบถามความพงึ พอใจที่มตี อ การใชชุดฝก ทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้น ประกาศนียบตั รวิชาชีพปท ่ี 2
52 1. ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของเกี่ยวกับการสรางแบบสอบถาม ความพงึ พอใจที่มีตอ การใชช ุดฝกทกั ษะการปฏบิ ัติทา รำ พมา เปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอาร โคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 โดยสรางเปนแบบมาตราสวนประมาณคา 5 ระดบั ซงึ่ มีขอ คำถาม 15 ขอ โดยมีเกณฑใ นการแปลผล ดังน้ี คะแนนเฉลี่ย 4.51 - 5.00 หมายถึง พึงพอใจในระดับมากทสี่ ดุ คะแนนเฉลยี่ 3.51 - 4.50 หมายถึง พงึ พอใจในระดับมาก คะแนนเฉลย่ี 2.51 - 3.50 หมายถงึ พงึ พอใจในระดบั ปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 1.51 - 2.50 หมายถงึ พงึ พอใจในระดบั นอย คะแนนเฉลี่ย 1.00 - 1.50 หมายถงึ พึงพอใจในระดับนอยทีส่ ดุ 2. นำขอคำถามที่สรางขึ้นไปใหผูเชี่ยวชาญจำนวน 5 ทานตรวจสอบความตรงเชิง เนื้อหา ความเหมาะสมของภาษาและเทคโนโลยีคิวอารโคด โดยกำหนดคณุ สมบัตขิ องผเู ชย่ี วชาญดังน้ี 3. นำผลการตรวจสอบของผูเชี่ยวชาญมาคำนวณหาดัชนี IOC พบวามีคา IOC เทากับ 0.80 - 1.00 (ดูรายละเอียดในภาคผนวก ฌ) แสดงวาขอคำถามทุกขอมีความสอดคลองกับ เน้อื หาท่มี ุงวัดหรือนยิ ามเชิงปฏบิ ัตกิ าร 4. ปรับปรุงความเหมาะสมของภาษาตามคำแนะนำของผูเชี่ยวชาญ แลวนำไปสราง เปนแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีตอชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยีควิ อารโ คด สำหรับนกั เรยี นชนั้ ประกาศนียบัตรวชิ าชีพปที่ 2 5. นำแบบสอบถามไปทดลองใชก ับนกั เรียนชน้ั ประกาศนยี บัตรวิชาชีพปที่ 2 ท่ีไมใช กลุมตัวอยาง จำนวน 30 คน แลวนำมาหาคาความเที่ยงแบบสอดคลองภายใน (internal consistency) โดยวิธีสัมประสิทธิ์แอลฟา ของ ครอนบาค (Cronbach Alpha Coefficent : ������������) พบวา แบบสอบถามมคี าความเทยี่ งเทากับ 0.828 (ดรู ายละเอยี ดในภาคผนวก ฌ) การดำเนินการวิจยั และเก็บรวบรวมขอ มลู การวิจัยครัง้ น้ีใชร ูปแบบการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) ซง่ึ มีแบบแผนการ ทดลองดงั นี้ (วรรณี แกมเกตุ. 2549) E R OE1 X OE2 E แทน กลมุ ทดลอง (experimental group) R แทน การกำหนดกลุม ตวั อยางเขาสกู ลมุ ทดลอง
53 OE1 แทน การทดสอบกอนเรยี นของกลุมทดลอง OE2 แทน การทดสอบหลังเรยี นของกลมุ ทดลอง X แทน การสอนโดยใชชุดฝกทกั ษะการปฏิบตั ทิ า รำ การวิจยั คร้ังน้ี ผูรายงานไดเกบ็ ขอมูลดวยตนเอง โดยแบง ออกเปน 3 ระยะ ไดแก ระยะเตรียมการทดลอง ระยะดำเนินการทดลอง และระยะหลงั ทดลอง โดยมรี ายละเอียด ดังนี้ ระยะเตรยี มการทดลอง ผูรายงานไดจดั เตรยี มเครื่องมือเพื่อใชในการวิจัย ไดแก ชุดฝกทักษะการปฏบิ ัติทารำ พมา เปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจตอการใชชุดฝกทักษะการ ปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตร วชิ าชีพปท ่ี 2 โดยการสรางและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือใหม ีคุณภาพและประสิทธิภาพเพ่ือนำไปใช ในการวจิ ยั ระยะดำเนินการทดลอง ผูรายงานไดดำเนินการสอน ระบำเบ็ดเตล็ด เพลงพมาเปงมาง กับกลุมตัวอยาง ซึ่งมีวิธี การสอน คือ ใชว ิธีการสอนโดยใชชดุ ฝก ทักษะการปฏิบตั ิทา รำ พมา เปง มาง โดยประยกุ ตใชเทคโนโลยี คิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ใชระยะเวลาในการทดลองจำนวน 3 สัปดาห สัปดาหละ 12 ชวั่ โมง รายละเอยี ดแสดงในตารางท่ี 1 ตารางท่ี 1 รายละเอยี ดในการดำเนินการทดลอง แผนกาจัด สาระการเรียนรู จำนวน วนั ท่ี การเรียนรทู ี่ ชว่ั โมง สอน 1 ทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิกอ นเรยี น 2 15 ก.พ. 2564 หนวยที่ 1 ระบำเบด็ เตล็ด (หนาที่ 1 - หนาที่ 11) 3 16 ก.พ. 2564 2 17 ก.พ. 2564 2 หนว ยท่ี 1 ระบำเบด็ เตลด็ (หนา ท่ี 12 - หนา ท่ี 35) 3 18 ก.พ. 2564 3 หนว ยที่ 2 ประวตั ิเพลงพมาเปงมาง (หนา ที่ 1 – 2 19 ก.พ. 2564 หนา ท่ี 19) 4 หนวยที่ 2 ประวตั เิ พลงพมาเปง มาง (หนาที่ 20 – หนา ท่ี 29) 5 หนว ยท่ี 2 ประวัติเพลงพมา เปง มาง (หนา ท่ี 30 – หนาท่ี 57)
54 ตารางท่ี 1 (ตอ) รายละเอยี ดในการดำเนินการทดลอง แผนกาจดั จำนวน วันที่ การเรียนรู สาระการเรยี นรู ชว่ั โมง สอน ที่ 6 หนวยท่ี 3 กระบวนทา รำพมาเปงมาง (หนา ท่ี 1 - หนาท่ี 10) 2 22 ก.พ. 2564 7 หนวยท่ี 3 กระบวนทา รำพมาเปง มาง (หนา ท่ี 11 - หนา ท่ี 24) 3 23 ก.พ. 2564 8 หนวยที่ 3 กระบวนทารำพมา เปง มาง (หนา ท่ี 25 - หนาท่ี 32) 2 24 ก.พ. 2564 9 หนว ยท่ี 3 กระบวนทา รำพมา เปง มาง (หนา ที่ 33 - หนา ที่ 46) 3 25 ก.พ. 2564 10 หนวยที่ 3 กระบวนทา รำพมา เปงมาง (หนา ท่ี 47 - หนาท่ี 62) 2 26 ก.พ. 2564 11 หนว ยท่ี 3 กระบวนทา รำพมาเปงมาง (หนา ท่ี 63 - หนา ท่ี 69) 2 1 มี.ค. 2564 12 หนวยท่ี 3 กระบวนทารำพมา เปง มาง (หนาท่ี 70 - หนาท่ี 77) 3 2 ม.ี ค. 2564 13 หนว ยท่ี 3 กระบวนทารำพมาเปง มาง (หนา ท่ี 78 - หนา ที่ 83) 2 3 ม.ี ค. 2564 14 หนวยที่ 3 กระบวนทา รำพมาเปง มาง (หนา ท่ี 84 - หนาท่ี 89) 2 4 มี.ค. 2564 15 หนว ยท่ี 3 กระบวนทารำพมา เปง มาง (หนา ที่ 90 - หนา ท่ี 97) 2 5 มี.ค. 2564 ระยะหลังการทดลอง ผูรายงานไดนำขอมูลท่ีไดจ ากการทดลองมาวเิ คราะหขอมูล และจัดทำรายงาน ผลการทดลอง สถติ ิทใ่ี ชในการวิเคราะหขอ มูล 1. สถติ พิ น้ื ฐาน 1.1 คา เฉลย่ี (Mean) คำนวณจากสตู ร (ยุทธ ไกยวรรณ. 2545) X = ∑X N เม่อื X แทน คาเฉล่ยี ∑ X แทน ผลรวมของคะแนนท้ังหมด N แทน จำนวนขอ มลู ท้ังหมด
55 1.2 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) คำนวณจากสตู ร (สุรศักด์ิ อมรรัตนศกั ดิ์ และคณะ. 2543) S.D. = N∑ X 2 − (∑ X )2 N (N −1) เมื่อ S.D. แทน คาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน X แทน คะแนนแตล ะตวั ∑ X แทน ผลรวมของคะแนนทัง้ หมด N แทน จำนวนนักเรยี นในกลมุ ตวั อยาง 1.3 คารอยละ (Percentage) คำนวณจากสูตร (ลวน สายยศ และอังคณา สายยศ. 2536) P = n ×100 N เมอ่ื P แทน คา รอ ยละ n แทน จำนวนนกั เรยี นที่ผา นเกณฑ N แทน จำนวนนกั เรียนทั้งหมด 2. สถิตทิ ีใ่ ชในการตรวจสอบคณุ ภาพเครอ่ื งมอื 2.1 คาดัชนีความสอดคลองระหวางขอสอบกับจุดประสงคเชิงพฤติกรรม โดยใชสูตรIOC (ยทุ ธ ไกรวรรณ. 2545) IOC = ∑ R N เมอื่ IOC แทน คาดัชนีความสอดคลองระหวางขอ สอบกบั จดุ ประสงค ∑R แทน ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผเู ชีย่ วชาญ N แทน จำนวนผูเชย่ี วชาญ
56 2.2 หาคาความยากงายของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน โดยใชส ตู รดงั น้ี (ลวน สายยศ และองั คณา สายยศ. 2536) P= R N เม่ือ P แทน คาความยากงาย R แทน จำนวนคนที่ทำขอนั้นถูก N แทน จำนวนคนท่ที ำขอ นัน้ ทงั้ หมด 2.3 หาคาอำนาจจำแนกของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใชสูตรดังน้ี (ลว น สายยศ และองั คณา สายยศ. 2536) D = Ru − RL N 2 เม่ือ D แทน คา อำนาจจำแนก RU แทน จำนวนนกั เรยี นทต่ี อบถูกในกลมุ เกง RL แทน จำนวนนักเรยี นที่ตอบถกู ในกลมุ เกง N แทน จำนวนนกั เรยี นในกลมุ เกงและกลมุ ออน 2.4 หาคา ความเช่อื มนั่ ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยคำนวณจากสูตร KR– 20 (ยทุ ธ ไกยวรรณ. 2545) ดงั น้ี ∑rtt= K − pq K− 1 1 S2 เม่อื rtt แทน คาความเช่อื มน่ั K แทน จำนวนขอ สอบ p แทน สดั สวนของผูท ตี่ อบถกู ในขอ หน่งึ ๆ ซง่ึ มคี า เทากบั จำนวนคนท่ีทำถกู / จำนวนผสู อบ q แทน สัดสวนของผตู อบผดิ ในขอ หน่ึง ๆ S 2 แทน ความแปรปรวนท้งั ฉบบั
57 2.5 หาประสิทธิภาพของชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ตามเกณฑ 80/ 80 ใชสูตร E1 / E2 (บุญมี พันธุไทย. 2542) E1 = ∑X × 100 N A ∑ F N × 100 E2 = B เม่อื E1 แทน ประสทิ ธิภาพของกระบวนการ คิดเปน รอ ยละ จากการทำกิจกรรม E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธคิดเปนรอยละจากการทำแบบทดสอบ หลังเรียน ∑ X แทน คะแนนรวมของผเู รียนจากการทำกจิ กรรม ∑ F แทน คะแนนรวมของผเู รียนจากการทำแบบทดสอบหลังเรียน N แทน จำนวนผเู รยี น A แทน คะแนนเต็มของกิจกรรม B แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลงั เรียน 2.6 หาคา อำนาจจำแนกของแบบสอบถามความพงึ พอใจตอชดุ ฝกทกั ษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 โดยใช t-test (บญุ ชม ศรสี ะอาด. 2543) ดังน้ี t= X H − XL S2H + S2L N t แทน คาอำนาจจำแนก X H แทน คาเฉลย่ี กลุมสูง XL แทน คาเฉลีย่ กลมุ ต่ำ
58 S 2H แทน ความแปรปรวนของกลมุ สูง S 2L แทน ความแปรปรวนของกลมุ ตำ่ N แทน จำนวนกลุมตวั อยางทงั้ หมด 2.7 หาคาความเชื่อมั่นของแบบสอบถามความพงึ พอใจตอ ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทา รำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 โดยการวิเคราะหหาคาสัมประสิทธิ์แอลฟา ตามสูตรของครอนบาค (Cronbach) (บุญชม ศรีสะอาด. 2543) ดังนี้ =∑α K − S 2i K− 1 1 S 2t α แทน คาความเชื่อม่ัน ∑S 2 แทน ผลรวมของความแปรปรวนแตล ะขอ i S 2 แทน ความแปรปรวนของคะแนนรวม t K แทน จำนวนขอของแบบสอบถาม 3. สถิตทิ ใี่ ชในการตรวจสอบสมมติฐาน ตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดย ประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 สูงกวากอนเรียน ผรู ายงาน ใชสถติ ทิ ดสอบที (t - test) แบบ Dependent (ยุทธ ไกยวรรณ. 2545) t = ∑D N∑ D2 − (∑ D)2 N −1 เมอ่ื t แทน คาทใี่ ชใ นการพิจารณา t - distribution แทน ความแตกตา งระหวางคะแนนทดสอบหลงั เรยี นและกอนเรยี น D แทน ผลรวมของผลตางระหวางคะแนนทดสอบหลังเรียนและ ∑D กอนเรียน ∑D2 แทน ผลรวมของกำลังสองของผลตา งระหวางคะแนนทดสอบ หลังเรยี นและกอนเรยี น N แทน จำนวนผเู รยี นทีเ่ ปน กลมุ ตวั อยา ง
บทท่ี 4 ผลการวเิ คราะหข อมลู การวิเคราะหขอมลู ในการพัฒนาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียน ช้นั ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ปท ่ี 2 ผลการวิเคราะหข อมลู ไดน ำเสนอดงั น้ี 1. สญั ลักษณท่ีใชในการเสนอผลการวิเคราะห 2. ลำดับข้ันในการนำเสนอ 3. ผลการวเิ คราะหข อมูล 1. สัญลักษณท ่ใี ชใ นการเสนอผลการวเิ คราะห ในการวเิ คราะหขอ มลู ผูรายงานไดก ำหนดสญั ลักษณท ่ีใชใ นการนำเสนอผลการวิเคราะห ขอมลู ไว ดังน้ี N แทน จำนวนนกั เรียนในกลมุ ตัวอยา ง X แทน คา เฉลี่ย S.D. แทน สว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการที่จดั ไวใ นชดุ ฝก ทักษะการปฏิบตั ิทา รำ E2 แทน ประสิทธิภาพของชดุ ฝกทกั ษะการปฏบิ ัติทารำรว มกบั การประยุกตใช เทคโนโลยีควิ อารโ คด โดยการเปลย่ี นแปลงพฤตกิ รรมของนักเรียน t แทน คาวิกฤตจิ ากการแจกแจงแบบที ** แทน มนี ยั สำคญั ทางสถิตทิ ่รี ะดบั .01 2. ลำดบั ขน้ั ในการนำเสนอ ตอนท่ี 1 ประสิทธิภาพของชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียน ช้นั ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ปท ่ี 2 ตามเกณฑที่กำหนด 80/80
60 ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตร วิชาชพี ปที่ 2 กอนและหลงั การใชชดุ ฝกทกั ษะการปฏบิ ัติทารำ พมา เปงมาง โดยประยกุ ตใชเทคโนโลยี คิวอารโคด รายวชิ านาฏศิลปล ะคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 ตอนที่ 3 วิเคราะหค วามพึงพอใจของนกั เรยี นะดบั ชัน้ ประกาศนียบตั รวชิ าชีพปที่ 2 ท่ีเรยี น ดว ยชุดฝก ทักษะการปฏบิ ัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยคี ิวอารโ คด 3. ผลการวเิ คราะหขอ มลู ตอนที่ 1 ประสิทธิภาพของชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้น ประกาศนียบตั รวิชาชีพปท ี่ 2 ตามเกณฑทีก่ ำหนด 80/80 1.1 ผลการวิเคราะหก ารหาประสทิ ธิภาพของชุดฝก ทักษะการปฏิบัตทิ ารำ พมาเปงมาง โดย ประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียน ชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 ท่ีใชเปนกลุมทดลองจำนวน 3 กลุม คือ แบบกลุมหนึ่งตอหน่ึง แบบกลมุ ยอ ย และแบบภาคสนาม ปรากฏผลตามตารางท่ี 2 ดงั น้ี ตารางที่ 2 คา ประสิทธิภาพของชดุ ฝก ทกั ษะการปฏิบัติทารำ พมา เปง มาง โดยประยุกตใ ชเทคโนโลยี คิวอารโคด รายวชิ านาฏศลิ ปละคร 3 รหสั วชิ า 20302-2003 สำหรบั นักเรียนชั้นประกาศนียบัตร วิชาชีพปท่ี 2 ของกลุมทดลอง จำนวน 3 กลมุ คะแนนเฉลย่ี รอ ยละ คะแนนเฉลย่ี รอยละ คา ประสิทธภิ าพ ( E1/ E2 ) กลมุ ทดลอง จำนวนคน ของคะแนน ของคะแนนทดสอบ แบบหน่ึงตอหนึ่ง 3 68.81/66.67 แบบฝก หดั หลงั เรียน ( E1) ( E2 ) 68.81 66.67 แบบกลมุ ยอ ย 9 74.50 72.22 74.50/72.22 แบบภาคสนาม 30 84.35 82.56 84.35/82.56 จากตารางท่ี 2 พบวาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยี คิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียน ช้ันประกาศนียบัตร วิชาชีพปท่ี 2 ท่ีนำไปทดลองใชกับกลุมทดลอง มีผลตามลำดับคือ แบบหน่ึงตอหนึ่ง มีประสิทธิภาพ
61 เทากับ 68.81/66.67 แบบกลุมยอยมีประสิทธิภาพเทากับ 74.50/72.22 และแบบภาคสนาม มปี ระสทิ ธิภาพเทา กับ 84.35/82.56 ซ่ึงเปนไปตามเกณฑ ทก่ี ำหนดไว 80/80 1.2 ผลการวิเคราะหหาประสทิ ธภิ าพของชุดฝกทักษะการปฏิบตั ิทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด ในการวิเคราะหขอมูลคร้ังนี้ ไดดำเนินการนำชุดฝกทักษะการ ปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรยี นชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 จำนวน 3 หนวย ท่ีสรางข้ึนสมบูรณ แลวมาใชกับนักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป กระทรวงวัฒนธรรม จำนวน 30 คน ในภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 โดยมีวิธีการดำเนินการ ดังน้ี 1. รวมคะแนนจากการทำกิจกรรมในชดุ ฝกทักษะการปฏิบตั ิทารำแลวนำมาหาคา เฉลี่ย ของแตล ะเรื่อง เพ่ือนำไปเปรียบเทยี บกบั เกณฑม าตรฐาน 80 ตวั แรก 2. รวมคะแนนจากแบบทดสอบหลังเรียนในชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ เพ่ือนำไป เปรียบเทยี บกับเกณฑม าตรฐาน 80 ตัวหลัง ซึ่งผลการวิเคราะหข อ มลู ปรากฏผลตามตารางท่ี 3 ดงั นี้ ตารางที่ 3 แสดงคะแนนเฉลี่ยเปนรอยละของการทดสอบกอนเรียน การทำกิจกรรมและ การทดสอบหลังเรียน โดยใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยี คิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตร วิชาชพี ปท ่ี 2 จำนวน 3 หนว ย คะแนนเฉลย่ี รอ ยละ หนวยท่ี เรือ่ ง กอนเรยี น การทำ หลังเรยี น แบบฝกหดั 1 ระบำเบ็ดเตล็ด 27.33 86.46 84.33 2 ประวตั ิเพลงพมา เปง มาง 30.33 87.13 84.67 3 กระบวนทารำพมาเปง มาง 30.67 86.95 85.33 รวม 88.33 260.54 254.33 เฉล่ยี รอยละ 29.44 86.85 84.78 จากตารางที่ 3 พบวา ชดุ ฝก ทกั ษะการปฏิบัติทา รำ พมาเปงมาง โดยประยกุ ตใ ชเ ทคโนโลยี ควิ อารโ คด รายวิชานาฏศิลปล ะคร 3 รหสั วิชา 20302-2003 สำหรับนักเรยี นชั้นประกาศนยี บัตร วิชาชพี ปท่ี 2 ที่สรางขึ้น มปี ระสทิ ธภิ าพ ตามเกณฑม าตรฐาน 80/80 ทั้ง 3 หนว ย ดังน้ี
62 หนว ยท่ี 1 ระบำเบ็ดเตล็ด มีประสิทธภิ าพ 86.46/84.33 หนว ยท่ี 2 ประวตั ิเพลงพมา เปง มาง มีประสิทธภิ าพ 87.13/84.67 หนว ยที่ 3 กระบวนทารำพมาเปงมาง มปี ระสทิ ธิภาพ 86.95/85.33 ดังน้ัน ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียน-ชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 ทีจ่ ดั ขนึ้ มีประสิทธภิ าพ 86.85/84.78 ซง่ึ เปน ไปตามเกณฑม าตรฐานท่กี ำหนดไวค ือ 80/80 ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 กอนและหลังการใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยกุ ตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวชิ านาฏศลิ ปละคร 3 รหัสวชิ า 20302-2003 การวิเคราะหเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพ่ือทดสอบความมีนัยสำคัญ ของผลตางระหวางคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน โดยสรางแบบทดสอบ วัดผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนกอนเรียนและหลังเรียน รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 เรอ่ื ง พมาเปงมาง จำนวน 1 ชุด เปนแบบทดสอบชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ขอ โดยการ ทดสอบคา (t) ซึ่งปรากฏผลตามตารางท่ี 4 ดงั นี้ ตารางที่ 4 แสดงคะแนนเฉล่ียคิดเปน รอ ยละ ของการทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิกอ นเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 จำนวน 30 คน เม่ือใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติ ทารำ พมาเปง มาง โดยประยกุ ตใ ชเทคโนโลยีคิวอารโคด การทดสอบ N X ∑D ∑ D2 t S.D. กอนเรียน 30 27.50 0.83 355 4229 81.61** หลงั เรียน 30 86.67 4.32 t.01 df = 29 จากตารางท่ี 4 แสดงใหเห็นผลการทดลองใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด วิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 ระดับช้ัน ประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 มีคะแนนเฉล่ียรอยละกอนเรียน 27.50 คะแนนเฉล่ียรอยละหลังเรียน 86.67 คะแนนหลงั เรยี นสงู กวา คะแนนกอนเรยี นอยา งมีนยั สำคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั .01
63 ตอนท่ี 3 วเิ คราะหความพงึ พอใจของนกั เรียนะดับชั้นประกาศนียบตั รวชิ าชพี ปท ่ี 2 ท่เี รยี นดวยชุดฝก ทักษะการปฏบิ ัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด การวเิ คราะหแบบสอบถามความพึงพอใจของนกั เรยี นปรากฏตามตารางที่ 5 ดงั นี้ ตารางที่ 5 แสดงคาเฉล่ียและสวนเบ่ียงเบนมาตรฐานของระดับความพึงพอใจของนักเรียนะดับช้ัน ประกาศนียบัตรวิชาชพี ปที่ 2 ท่ีมีตอ การใชชุดฝก ทักษะการปฏบิ ัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยคี ิวอารโคด รายละเอียดการประเมิน X S.D. ระดบั ความพึงพอใจ ดานชุดฝกทักษะการปฏิบัตทิ ารำ 1. เนื้อหาเขา ใจงา ย 4.83 0.45 มากที่สุด 2. ศกึ ษาคน ควา ดว ยตนเอง 4.70 0.59 มากที่สดุ 3. กิจกรรมสอดคลอ งกับเน้อื หา 4.77 0.56 มากทส่ี ดุ 4. ชว ยใหเ กิดความรคู วามเขาใจในบทเรยี นดยี ง่ิ ขึ้น 4.73 0.57 มากทส่ี ุด 5. ชวยใหป ฏบิ ัตทิ ารำไดดีข้ึน 4.90 0.30 มากทส่ี ดุ 6. ภาพประกอบสวยงามนาสนใจ 4.87 0.34 มากทส่ี ุด 7. ขนาดรปู เลมกะทดั รัดสวยงาม 4.80 0.54 มากท่ีสุด 8. นำความรูไปประยกุ ตใ ชในการเรียนได 4.67 0.65 มากทสี่ ุด 9. นำความรไู ปใชช วี ติ ประจำวันได 4.60 0.71 มากท่ีสดุ 10. เรียนรูดวยความสนุกสนานเพลดิ เพลิน 4.77 0.50 มากที่สดุ ดา นเทคโนโลยีคิวอารโคด 11. ควิ อารโคดชวยใหเ ขาถึงบทเรียนไดสะดวกขึ้น 4.90 0.30 มากทส่ี ดุ 12. คิวอารโคด ชวยใหเขาใจเนอื้ หาไดมากยงิ่ ข้นึ 4.77 0.56 มากทส่ี ดุ 13. ควิ อารโคด ชว ยใหเ ขาถงึ วดี ีโอไดง ายข้นึ 4.93 0.25 มากทสี่ ุด 14. ควิ อารโคดตรงตามเน้อื หาที่นำเสนอ 4.83 0.45 มากท่ีสดุ 15. ควิ อารโ คด เปนเทคโนโลยีสมัยใหมทท่ี ำให 4.97 0.18 มากทส่ี ุด การเรยี นรมู ีความนาสนใจยง่ิ ขึน้ รวม 4.80 0.35 มากทส่ี ุด จากตารางที่ 5 พบวานักเรียนที่เรียนดวยชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด ทั้ง 3 เรอ่ื ง มีความพึงพอใจตอการเรียนโดยการใชช ุดฝก ทักษะ
64 การปฏิบัติทารำ โดยรวมอยูในระดับมากที่สุด ( Χ = 4.76) เมื่อพิจารณารายดานพบวานักเรียน มีความพึงพอใจตอชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำท่ีพัฒนาขึ้นระดับ มากท่ีสุดคือ คิวอารโคดเปน เทคโนโลยีสมัยใหมท ี่ทำใหการเรยี นรูมีความนาสนใจย่ิงข้ึน ( Χ = 4.97) คิวอารโ คดชวยใหเ ขา ถึงวีดโี อ ไดงายข้ึน ( Χ = 4.93) ชวยใหปฏิบัติทารำไดดีข้ึนและคิวอารโคดชวยใหเขาถึงบทเรียนไดสะดวกข้ึน ( Χ = 4.90) ภาพประกอบสวยงามนาสนใจ ( Χ = 4.87) เน้ือหาเขาใจงายและคิวอารโคดตรงตาม เน้ือหาท่ีนำเสนอ ( Χ = 4.83) ขนาดรูปเลมกะทัดรัดสวยงาม ( Χ = 4.80) กิจกรรมสอดคลอง กับเน้ือหา เรียนรูดวยความสนุกสนานเพลิดเพลินและคิวอารโคดชวยใหเขาใจเนื้อหาไดมากย่ิงขึ้น ( Χ = 4.77) ชวยใหเกิดความรูความเขาใจในบทเรียนดีย่ิงข้ึน ( Χ = 4.73) ศึกษาคนควาดวยตนเอง ( Χ = 4.70) นำความรไู ปประยุกตใชกบั การเรียนได ( Χ = 4.67) และนำความรูไปใชชวี ิตประจำวันได ( Χ = 4.60) ตามลำดบั
บทที่ 5 สรปุ ผล อภิปราย และขอเสนอแนะ ในการศึกษาครั้งน้ี เปนการพัฒนาโดยการสรางและทดลองใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปง มาง โดยประยกุ ตใชเทคโนโลยีคิวอารโ คด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหสั วิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 ซึ่งมีวัตถุประสงคของการวิจัย สมมติฐานของการ วจิ ัย ขอบเขตการวิจยั วิธีดำเนินการวิจัย การวิเคราะหขอมลู สรุปผลการวิจยั อภิปรายผล ขอสังเกต การวิจัย และขอเสนอแนะ ตามลำดบั ดังตอ ไปน้ี วตั ถปุ ระสงคของการวจิ ยั 1. เพ่ือการพัฒนาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิว อารโ คด รายวิชานาฏศลิ ปล ะคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปที่ 2 ใหม ีประสิทธิภาพตามเกณฑท่ีกำหนด 80/80 2. เพอ่ื ศึกษาผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของนักเรียน ระหวา งคะแนนกอนเรียนและหลังเรยี นใน การใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชา นาฏศลิ ปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 3. เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 ท่ีมีตอชุดฝก ทกั ษะการปฏิบตั ทิ า รำ พมา เปง มาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยคี ิวอารโ คด สมมตฐิ านของการวิจัย 1. ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชา นาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ 80/80 2. ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียน ระหวางคะแนนกอนเรียนและหลังเรียนในการใช ชุดฝก ทักษะการปฏิบตั ิทา รำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้น ประกาศนียบตั รวิชาชพี ปที่ 2 หลังเรยี นมผี ลสัมฤทธิท์ างการเรียนสูงกวากอนเรยี น
66 3. นักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 มีความพึงพอใจตอการใชชุดฝกทักษะการ ปฏบิ ตั ิทา รำ พมา เปง มาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีควิ อารโคด อยใู นระดับมาก ขอบเขตการวจิ ัย 1. ประชากรกลมุ ตวั อยาง 1.1 ประชากร ไดแก นักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 วิทยาลัยนาฏศิลป ภาค เรียนท่ี 1 ปก ารศึกษา 2564 จำนวน 96 คน 1.2 กลุมตัวอยาง ไดแก นักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 สาขานาฏศิลปไทย ละคร วิทยาลัยนาฏศิลป ท่ีเรียนวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 ภาคเรียนท่ี 1 ป การศึกษา 2564 จำนวน 30 คน ซงึ่ ไดม าโดยการเลือกแบบเจาะจง 2. ตวั แปรท่ใี ชใ นการศกึ ษา 2.1 ตัวแปรตนคือ 2.1.1 ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปล ะคร 3 รหสั วชิ า 20302-2003 สำหรบั นักเรียนชน้ั ประกาศนยี บตั รวิชาชีพปท ี่ 2 2.2 ตวั แปรตามคอื 2.2.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นกอนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนชน้ั ประกาศนียบัตร วชิ าชีพปท่ี 2 2.2.2 ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ที่มีตอชุดฝกทักษะ การปฏิบัตทิ ารำ พมา เปง มาง โดยประยกุ ตใชเทคโนโลยคี ิวอารโคด 3. การกำหนดเนือ้ หา เนอื้ หาที่ใชใ นการวจิ ัยคร้งั นี้ เปน เนื้อหาที่ผรู ายงานศึกษาหลักสูตรนาฏดุรยิ างคศลิ ป ระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช ๒๕๖๒ ของนักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ไดก ำหนดเน้อื หาไวดังนี้ 3.1 ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 ทผ่ี รู ายงานสรางข้นึ จำนวน 36 ช่ัวโมง โดยไดแบงเนือ้ หาเปน 3.1.1 ระบำเบ็ดเตล็ด 3.1.2 ประวัตเิ พลงพมาเปง มาง 3.1.3 กระบวนทา รำพมาเปงมาง
67 4. เคร่ืองมอื ท่ใี ชในการวจิ ยั เครอ่ื งมอื ทใี่ ชร วบรวมประกอบดว ย 4.1 ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวชิ านาฏศลิ ปล ะคร 3 รหัสวชิ า 20302-2003 สำหรับนักเรยี นช้ันประกาศนยี บัตรวชิ าชีพปท่ี 2 4.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน โดยชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมา เปง มาง สำหรับนกั เรยี นชัน้ ประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 จำนวน 20 ขอ 4.3 แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 ที่มีตอ ชดุ ฝก ทกั ษะการปฏบิ ัตทิ ารำ พมาเปง มาง โดยประยกุ ตใชเทคโนโลยีควิ อารโ คด จำนวน 15 ขอ 5. ดา นระยะเวลา การวิจัยในครั้งนี้กำหนดระยะเวลา ภาคเรียนท่ี 1 ปการศึกษา 2564 (จำนวน 36 ช่วั โมง) วธิ ดี ำเนนิ การวิจัย 1. กอนทจ่ี ะดำเนินการปฏบิ ัติกจิ กรรมการเรียนการสอนโดยใชชุดฝก ทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเ ทคโนโลยคี ิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 จำนวน 30 คน ช้ีแจงทำความเขาใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนโดยการใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำแก นกั เรยี น 2. ใหน กั เรยี นกลมุ ตัวอยา งทำแบบทดสอบกอนเรยี น จำนวน 20 ขอ 3. ผูรายงานทำการสอนนักเรียนกลุมตัวอยางโดยใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปง มาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยคี ิวอารโ คด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 และคูมือการใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ ท่ีผูรายงานสรา งขึ้นโดยสอนในเวลาปกติใชเวลาทง้ั หมด 36 ชั่วโมง สำหรบั การเรยี นการสอนในแตละ หนวยจะมีการเก็บคะแนนจากการทำกิจกรรม และแบบทดสอบกอนเรียนหลังเรียนเพ่ือใชในการ ประเมนิ ผลตามเกณฑป ระสทิ ธภิ าพของกระบวนการ รวมทั้งหมด 3 หนว ย 4. เม่ือนักเรียนกลุมตัวอยางปฏิบัติกิจกรรมครบในชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยกุ ตใชเ ทคโนโลยีคิวอารโ คด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรบั นักเรยี นชั้นประกาศนียบตั รวิชาชพี ปท ่ี 2 ผูรายงานดำเนนิ การดังนี้
68 4.1 ให นั ก เรียน ก ลุมตั ว อ ยางตอ บ แบ บ สอ บ ถาม ความ พึ งพ อ ใจขอ งนั ก เรีย น ชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ที่มีตอชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยีคิวอารโคด จำนวน 15 ขอ 4.2 ใหนักเรียนกลุมตัวอยางทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เร่ือง พมา เปง มาง รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวชิ า 20302-2003 สำหรับนกั เรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปท ี่ 2 ซ่ึงเปน แบบปรนัยชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ขอ ตรวจใหคะแนนแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิ ทางการเรียน ซ่งึ ตรวจใหคะแนนโดยขอที่เลอื กตอบถูกตองให 1 คะแนน ขอที่เลือกตอบผิดหรือไม ตอบหรือตอบมากกวา 1 คำตอบให 0 คะแนน 5. นำคะแนนท่ีไดจากขอ 2. ขอ 3. ขอ 4.1 และ 4.2 มาวิเคราะหโดยใชวิธีการ ทางสถิติตอไป การวเิ คราะหขอ มลู 1. หาคาสถิติพ้ืนฐานของคะแนนท่ีไดจากการทำกิจกรรม และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน พมาเปงมาง รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนช้ัน ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพปที่ 2 ซึง่ วเิ คราะหโดยใชคารอยละ คาเฉลย่ี และสว นเบย่ี งเบนมาตรฐาน 2. หาประสิทธิภาพของชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 โดยหาความสัมพันธระหวางคะแนนท่ีไดจากการทำกิจกรรม และ คะแนนจากการทำแบบทดสอบหลังเรียนโดยคิดเปนรอยละ จากนั้นนำผลท่ีไดมาเทียบหา ประสิทธภิ าพตามเกณฑ 80/80 3. เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนกอนและหลังเรียนโดยใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติ ทา รำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยคี ิวอารโ คด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302- 2003 สำหรบั นักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวชิ าชีพปที่ 2 โดยการทดสอบสมมติฐานใชวิธีการทางสถิติ แบบ t – test Dependent Sample 4. วิเคราะหแบบสอบถามความพึ งพ อใจที่มีตอชุดฝกทักษะการปฏิบั ติทารำ พมา เปงมาง โดยประยุกตใชเ ทคโนโลยีคิวอารโคด ซ่ึงวิเคราะหโดยใชคา เฉลี่ย สว นเบย่ี งเบนมาตรฐาน และประเมนิ ระดับความคิดเหน็ โดยใชเกณฑก ารประเมินของบุญชม ศรีสะอาด (2546 : 162) ดงั น้ี คะแนนเฉลย่ี 4.51-5.00 หมายถึง ระดับความพงึ พอใจ มากที่สดุ คะแนนเฉลยี่ 3.51-4.50 หมายถงึ ระดับความพึงพอใจ มาก คะแนนเฉล่ยี 2.51-3.50 หมายถึง ระดับความพึงพอใจ ปานกลาง
69 คะแนนเฉลย่ี 1.51-2.50 หมายถึง ระดับความพึงพอใจ นอ ย คะแนนเฉลีย่ 1.00-1.50 หมายถึง ระดับความพึงพอใจ นอยทสี่ ุด สรุปผลการวิจยั จากการดำเนินการศึกษาและพัฒนาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดย ประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโ คด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียน ชัน้ ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ปท่ี 2 สรุปผลการศึกษาไดดงั น้ี 1. ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชา นาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 ที่ ผูรายงานพัฒนาข้ึน มีประสิทธิภาพ 86.85/84.78 ซึ่งเปนไปตามเกณฑมาตรฐานท่ีกำหนดไวคือ 80/80 2. นักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 ท่ีเรียนโดยใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยกุ ตใชเทคโนโลยีคิวอารโ คด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 มีผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นหลังเรียนสงู กวา กอ นเรียน อยา งมีนยั สำคญั ทางสถติ ิที่ .01 3. ความพึงพอใจของนักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ท่ีมีตอชุดฝกทักษะการ ปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด มีคาเฉล่ียเทากับ 4.80 และสวน เบยี่ งเบนมาตรฐานเทากับ 0.35 ซง่ึ หมายความวา นักเรยี นมีความพงึ พอใจอยูในระดบั มากทีส่ ดุ อภปิ รายผล จากการวิเคราะหและสรุปผลการวิจัยจากการพัฒนาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมา เปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนกั เรียนช้นั ประกาศนียบัตรวิชาชพี ปท ่ี 2 สามารถอภปิ รายผล ไดด งั น้ี 1. ชุดฝก ทักษะการปฏิบัตทิ ารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเ ทคโนโลยีควิ อารโคด รายวิชา นาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ที่ผูรายงานพัฒนาข้ึนมีประสิทธิภาพ 86.85/84.78 ซ่ึงเปนไปตามเกณฑมาตรฐานที่กำหนดไวคือ 80/80 ท้ังนี้เน่อื งมาจากดฝกทักษะการปฏิบตั ิทารำ พมาเปง มาง โดยประยกุ ตใ ชเ ทคโนโลยคี ิวอารโ คด เปนส่ือการเรียนท่ีผูรายงานพัฒนาขึ้นใหสอดคลองกับสภาพผูเรยี น เพ่ือลดบทบาทของครูจากเปนผู ถายทอดความรู มาเปนผใู หค ำแนะนำ และเสนอแนะวธิ ีการเรยี นรู ใหผ ูเ รียนมบี ทบาทสำคัญ
70 ในการเรียนรดู วยตนเอง สอดคลองกับ นิภา ชวนะพานิช (2551 : 15) ไดกลา ววา สิ่งที่จะ ชวยใหนกั ศึกษามีพัฒนาการทางภาษาที่ดี ขึน้ คอื ชุดฝกทักษะ หรือแบบฝก หดั เพราะจะทำใหผเู รียน มีโอกาสไดนําความรทู ่ีเรียนไปฝกใหม ีความเขา ใจมากยิ่งข้ึน ในสวนของข้ันตอนการพัฒนา ผูรายงาน ไดพัฒนาขึ้นตามขั้นการผลิตชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ ของปราณี จิณฤทธ์ิ (2552) ไดกลาววา ลักษณะของชุดฝกทักษะท่ีดีตองสรางใหเก่ียวขอ งกับบทเรียนเปนชุดฝกทักษะสำหรับเด็กเกง และใช ซอ มเสริมเด็กออ นได มีความหลากหลายในชุดฝกทักษะชุดหน่ึงๆ มคี ําสั่งท่ีชัดเจน เปดโอกาสใหผูฝก ไดคิดทาทายความสามารถมีความเหมาะสมกับวัย ใชเ วลาฝกไมนาน ผูฝกสามารถนําประโยชนจาก การทำชดุ ฝก ทักษะไปประยุกตปรบั เปลี่ยนนํามาใชในชวี ิตประจำวันได ชดุ ฝก ทกั ษะการปฏบิ ตั ิทารำ พมา เปงมาง โดยประยกุ ตใชเทคโนโลยีคิวอารโ คด เปนส่อื การ สอนท่ผี ูเรียนสามารถศึกษาและทบทวนความรไู ดดว ยตนเอง จงึ เหมาะสำหรับรายวชิ านาฏศิลปล ะคร 3 รหัสวชิ า 20302-2003 ช้ันประกาศนียบัตรวชิ าชีพปท ี่ 2 ทนี่ อกจากเรยี นในหองเรยี นและเรียนผา น ออนไลนแลว ผูเ รียนจะตองทบทวน และฝกฝนตนเองอยางสมำ่ เสมอ เห็นไดจากพฒั นาชดุ ฝกทักษะ การปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัส วิชา 20302-2003 พบวามีประสิทธิภาพเปนไปตามเกณฑท่ีกำหนด สอดคลองกับ ขวัญฟา ภูแพง สุทธิ์ (2562) ไดศึกษาและพัฒนาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ เรื่อง ระบำมาตรฐานสรางสรรคงาน ศิลป รายวิชานาฏศิลปไทยละคร 1 รหัสวิชา ศ31207 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป กระทรวงวฒั นธรรม ผลการวิจัยพบวา ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ เร่ือง ระบำมาตรฐาน สรางสรรคงานศิลป รายวิชานาฏศิลปไทยละคร 1 รหัสวิชา ศ31207 ช้ัน มธั ยมศึกษาปที่ 4 มีประสิทธิภาพ 88.81/85.53 เชนเดียวกบั ขวญั จริ า วงแหวน (2559) ไดศกึ ษา และพัฒนาผลการใชชดุ ฝก ทักษะนาฏศิลปไ ทย เร่ือง รำแมบ ทเลก็ ประกอบการสอนตามแนวคิดของ ซิมพซัน เพื่อพัฒนาทักษะนาฏศิลปไทยท่ีคงทนของผูเรียนชุมนุมนาฏศิลปไทย โรงเรียนสิรินธร จงั หวัดสรุ ินทร ผลการศึกษาพบวา ชุดฝกทกั ษะทักษะนาฏศิลปไทย เร่ือง รำแมบทเลก็ ประกอบการ สอนตามแนวคดิ ของซิมพซัน มีคา ประสิทธภิ าพกระบวนการ (E1) เทากับ 84.10 และมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ (E2) เทากับ 87.46 และสอดคลองกับรชตะ ขาวดี (2564) ไดพัฒนาสื่อการสอนเทคโนโลยี รวมสมัยบนคิวอารโคด (QR Code) ภายใตสถานการณแพรระบาดของไวรัส COVID-19 เร่ือง เศรษฐกจิ พอเพียง ในรปู แบบหนังสือเรียนอิเล็กทรอนกิ ส (E-Book) สำหรบั นกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาป ที่ 6 โรงเรียนบานแพงพิทยาคม ผลการศกึ ษาพบวาส่อื การสอนเทคโนโลยรี ว มสมัยบนควิ อารโคด (QR Code) ภายใตสถานการณแ พรระบาดของไวรัส COVID-19 ในรปู แบบหนงั สอื เรยี นอเิ ลก็ ทรอนกิ ส (E- Book) มีประสิทธภิ าพเทา กบั 85.10/85.69 ซึ่งเปน ไปตามเกณฑม าตรฐานทีก่ ำหนดไวคือ 80/80 2. ผลการใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด ไดแก ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน และความพึงพอใจ ที่มีตอการใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมา
71 เปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนกั เรียนชัน้ ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ปท ี่ 2 2.1 ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนของนกั เรยี นระดบั ช้ันประกาศนยี บตั รวชิ าชีพปท ี่ 2 ทเ่ี รยี นดวย ชุดฝกทักษะการปฏิบตั ิทารำ พมาเปงมาง โดยประยกุ ตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด นักเรยี นมีผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียนสูงกวากอนเรียนอยางมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 นนั่ แสดงวา การเรียนจากชุดฝก ทักษะการปฏิบัติทารำ พมา เปงมาง โดยประยุกตใชเ ทคโนโลยีคิวอารโ คด ทำใหนักเรียนมีผลสมั ฤทธิ์ ทางการเรียนสูงข้ึนจริง ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดย ประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด ไดรับการพัฒนาอยางเปนระบบ มีการตรวจสอบคุณภาพจาก ผูเช่ียวชาญ และมีการทดลองใชกอนนำไปใชกับกลุมตัวอยาง สอดคลองกับผลการศึกษาของ อมรรัตน บัวพัฒน (2558) ไดศึกษาและพัฒนาชุดฝกทักษะนาฏยศัพท วิชานาฏศิลป กลุมสาระการ เรียนรูศิลปะ สำหรับช้ันประถมศึกษาปท่ี 3 เพ่ือพัฒนาชุดฝกทักษะและเพื่อ เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียน กลุมตัวอยางเปนผูเรียนช้ันประถมศึกษาปท่ี 3 โรงเรียนบานไรสมบูรณ อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ ผลการศึกษาพบวา ผูเรียนที่เรียนดวยชุดฝกทักษะนาฏยศัพท วิชานาฏศิลป กลุมสาระการเรียนรูศิลปะมี ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนหลังเรียนสูงกวากอนเรียนอยางมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 เชนเดียวกับพิยภรณ จันทรเกษม (2562) ชุดฝกทักษะปฏิบัตินาฏศิลป เร่ือง รำวงมาตรฐาน “เพลงดวงจันทรวันเพ็ญ” สำหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 3 โรงเรียนเทศบาล ๒ (บานมลายูบางกอก) พบวา นักเรียนมี ผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกวากอนเรียนอยางมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 และสอดคลองกับกุลธิดา ขันทอง (2562). ไดศึกษาการใช QR Code จดั การเรยี นรูดวยกระบวนการสืบเสาะหาความรแู บบ 5E เร่ือง รูเทาทันสังคมออนไลน ของนักเรียนระดับช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 5 ผลการศึกษาพบวา นักเรียน ระดับช้ันประถมศึกษาปที่ 5 ทเี่ รียนโดยการใช QR Code จัดการเรยี นรดู วย กระบวนการสบื เสาะหา ความรูแบบ 5E เรื่อง รูเทาทันสังคมออนไลน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกวาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรยี นกอ นเรยี น อยางมนี ยั สำคญั ทางสถติ ทิ ี่ระดบั .01 2.2 นักเรียนมีความพึงพอใจตอการใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดย ประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด อยูในระดับมากที่สุด มีคาเทากบั 4.80 และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เทากับ 0.35 ท้ังน้ี การเรียนโดยใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยีคิวอารโคด เปนการเปดโอกาสใหผูเรียนไดมีบทบาทในการเรียนมากข้ึน ผูเรียนมีสื่อ การเรยี นรทู ที่ ันสมัย และนาสนใจ เนือ่ งจากผรู ายงานไดพัฒนาชุดฝกทักษะการปฏบิ ัตทิ ารำ โดยคำนึง ลักษณะท่ีดีของชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 ประภาพร ถ่ินออ ง (2553: 33) ไดกลาววา ลักษณะของชุดฝกทักษะที่ดีตอ งมีจุดหมายท่ีแนนอน
72 จะทำการฝกทักษะดานใด ควรใชภ าษางาย ๆ และมีความนาสนใจ เรียงลำดับจากงายไปหายาก ใหเ หมาะสมกับวัยและความสามารถของผูเรียน มีเน้ือหาตรง จัดกิจกรรมใหหลากหลายเพื่อดึงดูด ความสนใจและเกิดประสิทธิภาพในการเรียน สอดคลองกับผลการศึกษาของ พิยภรณ จันทรเกษม (2562) ชุดฝกทักษะปฏบิ ัตินาฏศิลป เรือ่ ง รำวงมาตรฐาน “เพลงดวงจันทรว ันเพ็ญ” สำหรับนักเรียน ช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 3 โรงเรียนเทศบาล ๒ (บานมลายูบางกอก) พบวานักเรียนมีความพึงพอใจ ตอการจัดการเรียนรูประกอบการใชชุดฝกทักษะปฏิบัตินาฏศิลป เร่ือง รำวงมาตรฐาน “เพลงดวง จันทรวันเพ็ญ” สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 3 โรงเรียนเทศบาล ๒ (บานมลายูบางกอก) โดยรวมอยูในระดับมาก เชนเดียวกับชนัญชิดา นันทา (2556) ไดศึกษาและพัฒนาทักษะนาฏศิลป โดยใชชุดฝกทักษะนาฏศิลป การรำประกอบเพลง “เซ้ิงเก็บเห็ด”กลุมสาระการเรียนรูศิลปะ สาระ นาฏศิลป ช้ันประถม ศึกษาปที่ 6 โรงเรียนบานปราสาท พบวา ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอ ชุดฝกทักษะนาฏศิลปก ารรำประกอบเพลง “เซงิ้ เก็บเหด็ ” กลุม สาระการเรียนรูศิลปะ สาระนาฏศิลป ช้ันประถมศึกษาปท่ี 6 โรงเรยี นบานปราสาทโดยรวมอยูในระดับมากที่สุด และสอดคลองกับ กัตตก มล พศิ แลงาม (2561). ไดศกึ ษาการประยกุ ตใชเทคโนโลยีรหัสควิ อารสำหรับการจดั การเรยี นการสอน ในรายวิชาภาษา การส่ือสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ ของหมวดวิชาศึกษาทั่วไป ผลการศึกษา พบวาความพงึ พอใจตอการใชเทคโนโลยีรหัสคิวอารสำหรับการจดั การเรียนการสอน ในรายวชิ าภาษา การสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ ของหมวดวิชาศึกษาท่ัวไป โดยภาพรวมมีความเหมาะสม มากท่ีสุด (Mean = 4.54 S.D = 0.81) 2) และผลความพึงพอใจในดานเขาถึงไดงายอยูในระดับ มากทส่ี ุด โดยภาพรวมความพงึ พอใจอยูใน ระดับมาก (Mean = 4.47 SD = 0.56) ขอ สงั เกตจากการวิจัย จากการพัฒนาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยี คิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตร วิชาชีพปท่ี 2 ท่ีผรู ายงานสรา งข้ึน ผูรายงานไดพ บขอ สังเกตบางประการจากการศกึ ษาคน ควา ซ่ึงพอ สรุปไดด ังน้ี 1. การจัดกิจกรรมเรียนการสอน ดวยชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ โดยประยุกตใช เทคโนโลยีคิวอารโคด ที่นำเสนอจดุ ประสงคการเรียนรูประจำชั่วโมงที่ชัดเจน ทำใหผูเรียนเขาใจและ เรียนรูอยางมีจุดหมายปลายทาง สังเกตจากการตอบคำถามไดถูกตอง การใหความรวมมือและการมี สวนรวมในการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนเปน อยา งดี
73 2. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ โดยประยุกตใช เทคโนโลยคี ิวอารโ คด เมอ่ื มีการใหผลยอนกลับและการใหการเสริมแรงกับผูเรียนในขณะเรียน จะทำ ใหผูเรียนไดทราบถึงขอผดิ พลาดของตนเอง ดังน้ันผูเรียนสามารถนำขอผิดพลาดเหลาน้ันไปปรบั ปรุง แกไขและพัฒนาตนเองใหดยี ่งิ ขึ้นได 3. การท่คี รูผูสอน ตรวจกิจกรรมระหวางเรียนดวยตนเอง ทำใหท ราบขอบกพรองตา ง ๆ ของผูเ รียนแตล ะคน ซ่งึ จะทำใหค รูสามารถแกไ ขขอ บกพรอ งตา ง ๆ ของผูเรียน แตล ะคนไดถูกตอ ง ขอ เสนอแนะ 1. ขอเสนอแนะท่ัวไป 1.1 การสรา งชุดฝกทกั ษะการปฏิบัตทิ ารำ ที่มีประสิทธิภาพ ครูผสู อนควรศกึ ษาคนควา กระบวนการสรางชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำใหเขาใจอยางถองแทกอนดำเนินการสรางและกอนที่ จะนำชุดฝกทกั ษะการปฏิบตั ิทา รำไปใชในการเรยี นการสอน เพือ่ ใหการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน ใหผ เู รียนเกิดการเรียนรอู ยางมปี ระสทิ ธภิ าพและบรรลวุ ตั ถุประสงคก ารเรียนรูได 1.2 กอนการสอนโดยใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ ครูควรศึกษารายละเอียดตาง ๆ ในชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ เพื่อประสิทธิภาพในการใหคำแนะนำกับนักเรียนในการเรยี นโดยใช ชดุ ฝก ทักษะการปฏบิ ัตทิ ารำ ไดอยางถูกตอง 1.3 กอนท่ีจะนำชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ ไปใชสอนจริง ครูควรทดลองใชใหคลอง กอ นจะไดไมเกิดปญหาตดิ ขัดขณะดำเนินการสอน ตลอดจนเปนการตรวจสอบความถูกตองตามสภาพ ใชง านจรงิ ใหเ กดิ ความพรอ มสามารถจัดลำดับกอ น - หลังของการใช 1.4 ในการสอนแตละครั้งครูผูสอนควรมีการช้ีแจงขั้นตอนการศึกษาชุดฝกทักษะการ ปฏิบัติทา รำ ใหผูเรียนเขา ใจกอน เพราะถาผูเรียนไมเขาใจขั้นตอนการปฏิบัติกจิ กรรมตา ง ๆ อาจจะ สงผลใหก ารเรยี นไมป ระสบผลสำเร็จได 1.5 ในขณะที่ผูเรียนศึกษาเนื้อหาในชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำดวยตนเอง อาจจะมี ผเู รยี นบางคนท่ไี มเขาใจเน้ือหาในบางสวนหรือเขาใจเนอื้ หาบางสวนผิดไป หรอื ไมเ ขาใจลำดับข้นั ตอน การศึกษาเนื้อหาในบทเรียน ดังน้ัน ครูผูสอนจึงควรท่ีจะดูแลใหคำแนะนำ ใหคำอธิบาย ใหกำลังใจ แกผูเรียนอยางใกลชดิ 1.6 การจัดการเรยี นรโู ดยใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้น ประกาศนยี บัตรวิชาชีพปท่ี 2 เปนการจัดการเรียนการสอนที่ใหน ักเรียนไดศกึ ษาและสรา งองคความรู
74 ดว ยตนเอง เม่ือนักเรียนพบปญ หาท่ีสงสัย อาจไมกลาถามครผู ูสอนหรือถามเพอื่ น ดังนั้นครผู ูสอนควร ดูแลใหค ำแนะนำอยา งใกลช ดิ 1.7 บรรยากาศในช้ันเรียนระหวางนักเรียนกับครู และนักเรียนกับนักเรียน ควรเปนบรรยากาศท่ีเปนกนั เอง เพื่อใหน กั เรียนกลาพดู กลาแสดงออก กลา เสนอความคิดเห็น 1.8 การใหเวลาสำหรับนักเรียน ในหองเรียนท่ีมีนักเรียนมีระดับความสามารถตางกัน คือ มีท้ังเด็กเกง เด็กปานกลาง และเด็กออน มักจะเกิดปญหาในเร่ืองการทำงานไมเสร็จในเวลา ท่เี ทากัน ควรมกี ารกำหนดเวลาของการทำงานใหมากพอท่ีจะทำใหนักเรียนสว นใหญทำงานจนเสร็จ แตท้ังน้ีก็ไมควรนานจนทำใหเสียเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมอ่ืน ๆ อาจจะใหนักเรียนที่ทำเสร็จเร็ว ชวยเพ่ือนท่ียงั ทำงานไมเสร็จ ในการชวยเหลือตองเปนการแนะนำไมใชการบอกคำตอบเพื่อใหเพื่อน ลอกคำตอบ 1.9 ครูผสู อนควรมกี ารยดื หยนุ เวลาในการนำเสนอเน้ือหาใหเหมาะสมกบั คุณสมบัตแิ ละ จำนวนผเู รยี น 1.10 ครูผูสอนสามารถนำชดุ ฝกทักษะการปฏิบัตทิ า รำ ท่ผี า นการหาประสทิ ธิภาพแลว ไปใชในการสอนเสริมนักเรียนเปนรายบุคคล กลุมยอย และกลุมใหญไดอยางมีประสิทธิภาพ และ ควรคำนึงถึงการจดั สภาพหองเรยี นใหเหมาะสม 2. ขอเสนอแนะสำหรับการศกึ ษาคนควาครัง้ ตอ ไป 2.1 ควรมีการพัฒนาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำในเนื้อหาอ่ืน ๆ และระดับช้ันอ่ืน ซึ่งควรเลือกเน้ือหาท่ีเหมาะสม โดยเฉพาะอยางยิ่งเนื้อหาท่ียากตอการเขาใจหรือเปนเน้ือหา ทีน่ กั เรียนใหค วามสนใจ 2.2 ควรมีการศึกษาและพัฒนาชดุ ฝกทักษะการปฏิบัติทารำ รวมกับการนำวิธีการสอน อนื่ ๆ ทเี่ นนผเู รียนเปนสำคญั มาจดั การเรยี นการสอนใหกบั นกั เรียน 2.3 ควรมีการพัฒนาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ เพอ่ื สงเสริมคุณลกั ษณะของนักเรียน ในดานตาง ๆ เชน ความรับผิดชอบ ทักษะการคิดและความคงทนในการเรียนรู คุณธรรมและ จรยิ ธรรม ของผูเรียน เปน ตน 2.4 ควรมีการศึกษากับกลุมตัวอยางที่มีระดับความสามารถทางการเรียนแตกตางกัน ทีละกลุม เพ่ือศึกษาวาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำที่สรางขึ้น ชวยพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ของกลุมตวั อยา ง กลุมใดไดด ี หรือวิธกี ารดังกลาวเหมาะสมกบั กลุม ใดมากท่ีสุด
บรรณานกุ รม กมล ชูกลน่ิ . (2550). การพัฒนาแบบฝกทกั ษะการเขียนสะกดคำภาษาไทยช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 3. วทิ ยานพิ นธ ค.ม. อุบลราชธานี: มหาวิทยาลยั ราชภฏั อุบลราชธาน.ี กรมพระนราธิปประพันธพงศ, พระเจาบรมวงศเธอ. (2505). จดหมายเหตุลาลูแบร. พระนคร : องคก ารคา ครุ ุสภา กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติพุทธศักราช 2542 แกไข เพิ่มเตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พทุ ธศักราช 2545. กรงุ เทพมหานคร : คุรุสภา กัตตกมล พิศแลงาม. (2561). การประยุกตใชเทคโนโลยีรหัสคิวอารสาหรับการจดั การเรียนการสอน ในรายวิชาภาษาการสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ ของหมวดวิชาศึกษาทั่วไป. มหาวิทยาลยั ราชภัฎวไลยอลงกรณ ในพระบรมราชปู ถมั ภ. กาญจนา แจงตรง. (2550). ผลการจดั กจิ กรรมการเรยี นรภู าษาไทยเร่อื งการผนั วรรณยุกตโดยใช การใชแบบฝกทักษะชั้นประถมศึกษาปที่ 5. การศึกษาคนควาอิสระ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม. กาญจนา อรุณสุขรุจี. (2546). ความพึงพอใจของสมาชิกสหกรณตอการดำเนินงานของสหกรณ การเกษตร ไชยปราการจำกัด อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม. เชียงใหม : คณะ เกษตรศาสตร มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม. กลุ ธิดา ขันทอง. (2562). การใช QR Code จัดการเรยี นรูดวยกระบวนการสืบเสาะหาความรูแบบ 5E เรื่อง รูเทาทันสังคมออนไลน ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 5. โรงเรียนฤทธิยะ วรรณาลยั กรุงเทพมหานคร : สำนกั งานเขตสายไหม. ขวญั จิรา วงแหวน. (2559). ผลการใชช ุดฝก ทักษะนาฏศิลปไ ทย เรอื่ ง รำแมบ ทเลก็ ประกอบการ สอนตามแนวคดิ ของซมิ พซัน เพ่อื พัฒนาทกั ษะนาฏศลิ ปไ ทยทค่ี งทนของ ผูเรยี นชุมนมุ นาฏศิลปไทย โรงเรยี นสริ ินธร จงั หวดั สรุ ินทร. สำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 33 : สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน. ขวัญจุฑา คำบรรลือ และคณะ. (2558). การประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด เพื่อสงเสริมกิจกรรม การเรียนรูสำหรับศูนยรวบรวมสายพันธุกลวย เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดกำแพงเพชร (ปรญิ ญานิพนธป ริญญามหาบณั ฑติ ). พษิ ณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร. ขวัญฟา ภูแ พง สทุ ธ.์ิ (2562). พัฒนาชดุ ฝก ทกั ษะการปฏบิ ตั ทิ ารำ เรอ่ื ง ระบำมาตรฐานสรางสรรค งานศลิ ป รายวิชานาฏศลิ ปไทยละคร 1 รหสั วชิ า ศ31207 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4. วิทยาลยั นาฏศิลป. สถาบนั บัณฑติ พฒั นศลิ ป : กระทรวงวฒั นธรรม. จาตรุ งค มนตรศี าสตร. (2525). นาฏศิลปเพอื่ การศกึ ษาเบอื้ งตน . กรุงเทพฯ : องคการคาของคุรสุ ภา.
76 จินตนา สายทองคำ. (2561). นาฏศิลปไทย รำ ระบำ ละคร โขน. สถาบนั บณั ฑติ พัฒนศลิ ป กระทรวง วัฒนธรรม : นุชาการพิมพ. บรรณานุกรม (ตอ ) ชนัญชิดา นันทา. (2556). การพัฒนาทักษะนาฏศิลป โดยใชชุดฝกทักษะนาฏศิลป การรำประกอบ เพลง “เซิ้งเก็บเห็ด”กลุมสาระการเรียนรูศิลปะ สาระนาฏศิลป ชั้นประถมศึกษาปที่ 6. โรงเรียนบานปราสาท.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 3 : สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน. ชิดชงค ส.นันทนาเนตร. (2549). การเรยี นรดู วยการชน้ี ำตนเอง. เอกสารประกอบการสอนวิชา 469- 402 หลกั การเรียนรแู ละการสอนผใู หญ ภาควชิ าการศึกษานอกโรงเรยี น. บณั ฑติ วทิ ยาลัย : มหาวิทยาลัยศิลปากร. ซอ นกล่นิ กาหลง. (2559). การวจิ ัยและพฒั นาแบบฝกทักษะการแกป ญ หาดวยกระบวนการเทคโนโลยี สารสนเทศ สำหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปท ี่ 5. มหาวทิ ยาลัยราชภฏั มหาสารคาม. ญาณิศา บญุ ประสทิ ธิ์. (2556). นาฏศลิ ป สอ่ื เพอื่ การประชาสมั พันธและเผยแพรว ัฒนธรรมไทยในเวที ประชาคมอาเซียนนาฏศิลป. วารสารศาสตร, ปที่ 7 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม-เมษายน). ดำรงราชานุภาพ, สมเดจ็ พระเจาบรมวงศเ ธอ กรมพระยา. (2507). พระนคร : ป.พศิ นาคะ การพมิ พ. ถวลั ย มาศจรัส. (2550). นวัตกรรมทางการศกึ ษา. กรงุ เทพมหานคร: ธารอกั ษร. ทศพร ตาดสุวรรณ (2550). การพัฒนาแบบฝ กเสริมทักษะการเขียนคำศัพทภาษาอังกฤษ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี 4. วิทยานิพนธปรญิ ญาการศกึ ษามหาบัณฑติ (สาขาการพัฒนาหลักสูตร และการเรียนการสอน). คณะครศุ าสตร มหาวิทยาลัยราชภฏั อบุ ลราชธาน.ี นพชยั อปุ ชิต. (2558). ผลการใชช ุดฝก ทกั ษะดนตรไี ทยตามแนวคิดของซซู ูกิ สำหรบั นักเรียน ชัน้ มธั ยมศกึ ษาป ที่ 2 เร่ือง เสยี งใสขลุยเพยี งออ. (วทิ ยานพิ นธม หาบัณฑิต). บรุ รี มั ย: มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏบรุ ีรมั ย. . (2521). บนั ทกึ เรอ่ื งความรูตาง ๆ สมเดจ็ เจา ฟากรมพระยานรศิ ฯสง บันทกึ ประธานพระยา อนมุ านราชธน. กรงุ เทพ: ไทยวฒั นาพานชิ . นฤมล ธีรวัฒน, ผศ. และคณะ. (2551). มองพมาผานชเวดากอง. กรุงเทพฯ: โรงพิมพโอ. เอส. พร้ินด้ิงเฮาส. นาฏศิลป, วิทยาลยั . (ม.ป.ป.). คมู ือประกอบการสอนวิชานาฏศิลปไทย ระดับนาฏศิลปช ้ันตน , เอกสาร อดั สำเนา.
77 บรรณานกุ รม (ตอ ) นิตยา กิจโร. (2553). การศึกษาผลการฝกทักษะการตั้งคำถามของนักเรียนในการสอนวิชา วิทยาศาสตรที่ตอผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตรและความคิดสรางสรรคทาง วิทยาศาสตรของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1. ปริญญานิพนธการศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาการมัธยมศึกษา, บณั ฑติ วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒ. บัณฑิตพัฒนศิลป กระทรวงวัฒนธรรม. (2562). หลักสูตรนาฏดุริยางคศิลป ระดับประกาศนียบัตร วชิ าชพี พทุ ธศกั ราช 2562. พมิ พครัง้ ที่ 2. นนทบรุ ี : ไทภูมิ พับลชิ ซง่ิ จำกดั . บุญชม ศรสี ะอาด. (2543). การวิจัยเบอ้ื งตน . พมิ พคร้งั ท่ี 6. กรุงเทพฯ : สานกั พมิ พส ุวีริยาสาสน. บุญมี พันธุไทย. (2542). การวิจัยในชั้นเรียน. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพมหาวิทยาลยั รามคำแหง. บุปผาชาติ อุปถัมภนรากร. (2558). รายงานการวิจัยกระบวนการถายทอดความรูนาฏศิลปไทย. กรงุ เทพฯ: สถาบนั วิจัยและพัฒนา มหาวทิ ยาลัยราชภฏั จันทรเกษม. ปภิชญา เรืองโค, สนิท ตีเมืองซาย และ อภิดา รุณวาทย. (2562). บทเรียนบนเว็บโดยใชรูปแบบ การเรียนการสอนตามแนวคิดการพัฒนาทกั ษะปฏิบัติ ของซิมซันเพื่อสงเสริมทักษะปฏิบัติ และความคิดสรางสรรค สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมปที่ 3. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาสารคาม. ประภาพร ถ่นิ ออง. (2553). การพฒั นาแบบฝก ทกั ษะวชิ าคณิตศาสตร เรือ่ ง การแยกตวั ประกอบของ พหุนามดีกรีสอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปท่ี3. วิทยานิพนธ การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวจิ ยั และประเมนิ ผลการศึกษา (วิจยั และพัฒนา การศกึ ษา), บัณฑิตวิทยาลยั , มหาวทิ ยาลัย นเรศวร. ประภาพรรณ เสง็ วงค. (2551). การพัฒนานวตั กรรมการเรยี นรดู ว ยการวิจยั ในชั้นเรยี น. พิมพครง้ั ที่ 2. กรุงเทพฯ : อ.ี เค.บคุ ส. ประยุทธ สิทธิพันธ. (ม.ป.ป.). กรุงเทพฯ สองรอยปแหงราชวงศจักรี บันทึกเหตุการณสำคัญสมัย กรงุ รัตนโกสนิ ทร พ.ศ. 2352-พ.ศ. 2525. กรุงเทพฯ : ลือสาสน. ปรัชวี สวามวิ ัศด.ุ (2555). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอรช วยสอน กลุม สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร เรื่องอัตราสวนและรอยละ สำหรับนักเรียนชวงชั้นที่ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปท ี่ 2. วิทยานิพนธ ศ..ม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร. ปราณี จิณฤทธิ์. (2552). ผลการใชแบบฝกทักษะคณิตศาสตรที่มีตอผลสัมฤทธิ์และเจตคติ ทางการเรียนคณิตศาสตรของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนเคหะประชาสามัคคี จังหวัดนครราชสีมา. วิทยานิพนธศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาศึกษาศาสตร, บัณฑิต วทิ ยาลยั : มหาวิทยาลยั สุโขทัยธรรมาธริ าช.
78 บรรณานกุ รม (ตอ) ปุณณภา จงอนกุ ูลธนากร. (2553). การพฒั นาชดุ ฝกทกั ษะการคิดวิเคราะหจ ากเรือ่ งโคลงโลกนติ ิ สำหรบั นักเรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 1 โรงเรยี นกรุงเทพครสิ เตียนวิทยาลยั . สารนิพนธ ปรญิ ญาการศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลยั ศรนี ครินทรวโิ รต ประสานมติ ร. พรรณี ชูทัย เจนจติ . (2555). จิตวทิ ยาการเรียนการสอน. นนทบรุ ี : เกรทเอด็ ดเู คชั่น. พรสวรรค บุญเอก. (2553). การพฒั นาชุดฝก ทกั ษะการอานจบั ใจความภาษาอังกฤษ สำหรับนกั เรียน ช้ันประถมศึกษาปที่ 5. อุบลราชธานี บัณฑิตวทิ ยาลัย : มหาวิทยาลยั ราชภัฏอุบลราชธาน.ี พระยาลิไท. (2529). ประชุมหลักศิลาจารึกภาคที่ 3 ไตรภูมิพระรวงของพระญาลิไทย. กรุงเทพ ฯ : คลงั วทิ ยา. พัฒนา พรหมณี และคณะ. (2563). แนวคิดเกี่ยวกับความพึงพอใจและการสรา งแบบสอบถามความ พงึ พอใจในงาน Concepts of Satisfaction and Construction of Job Satisfaction Questionnaire. วารสารวิชาการสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแหง ประเทศไทย (สสอท.). ปท่ี 26 ฉบบั ท่ี 1 : เดือนมกราคม - มถิ นุ ายน. พิทักษ อุดมชัย. (2552). หนาที่ทางการบริหารที่สงผลตอแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูใน สังกัดสํานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาขอนแกน เขต 5. วทิ ยานิพนธปรญิ ญาศึกษาศาสตร มหาบัณฑิต มหาวิทยาลยั ขอนแกน . พิยภรณ จันทรเกษม. (2562). ชุดฝกทักษะปฏิบัตินาฏศิลป เรื่อง รำวงมาตรฐาน “เพลงดวงจันทร วันเพ็ญ” สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนเทศบาล ๒ (บานมลายูบางกอก). ยะลา : กรมสงเสรมิ การปกครองทองถน่ิ . พรี าวิชญ ภาคนนทก ลุ . (2557). การประยุกตใ ชเทคโนโลยคี วิ อารโ คด (QR Code). วารสารแมโจ ปรทิ ัศน, 5(7), 40-45. พุทธเลศิ หลา นภาลัย, พระบาทสมเด็จ. (2507). อิเหนา. พระนคร: สำนักพมิ พค ลงั วิทยา. ภควตั รกั ศร.ี (2553). เครอื ขา ยสงั คม (Social Networking). (ออนไลน). เขาถงึ ไดจาก http://www.coe.or.th/e_engineers/knc_detail.php?id=170 [2563, 9 ธนั วาคม]. ภัทรจาริน พัฒนพันธุ. (2557). การศึกษาผลการจัดการเรียนรูแบบวัฏจักรการเรียนรู ที่มีตอทักษะ ปฏิบัติและความคิดสรางสรรคทางนาฎศิลปของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 6 โรงเรียน คลองบา นพราว. ปทุมธานี : สำนกั งานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษาปทมุ ธานี เขต 1. มงกุฎเกลา เจา อยูหัว, พระบาทสมเดจ็ พระ. (2518). ศกนุ ตลา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพศิลปาบรรณาการ. เมตตา เรืองวังสรรค. (2557). การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรูแบบ 4 MAT เพลงผุปดทองหลังพระ สาระนาฏศิลป. คณะครศุ าสตรอุตสาหกรรม มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ .ี
79 บรรณานกุ รม (ตอ ) ยุทธ ไกยวรรณ. (2545). พน้ื ฐานการวจิ ัย. พิมพคร้ังท่ี 4 กรงุ เทพฯ : สุวีรยิ าสาสน. รชตะ ขาวด.ี (2564). สื่อการสอนเทคโนโลยรี วมสมัยบนคิวอารโ คด (QR Code) ภายใตสถานการณ แพรระบาดของไวรัส COVID-19 เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ในรูปแบบหนังสือเรียน อิเล็กทรอนิกส (E-Book) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนบานแพงพิทยาคม จังหวัดนครพนม. โรงเรียนสังกัด สพฐ. ประเภทสามัญศึกษา : สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขน้ั พื้นฐาน. ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรมฉบับราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. กรุงเทพฯ : นานมีบุค ส พับลเิ คชั่นส. รุจี ศรีสมบัต.ิ (2547). สารานุกรมนาฏศิลปไ ทย. กรงุ เทพฯ: สำนักพมิ พพฒั นาศกึ ษา. เรณู โกศนิ านนท. (2535). นาฏศิลปไ ทย. กรงุ เทพฯ: ไทยวฒั นาพานชิ . ลวน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2536). เทคนคิ การวิจัยทางการศึกษา. พมิ พค รั้งท่ี 5. กรุงเทพฯ : สุวรี ิยาสาสน . วรรณวมิ ล จงจรวยสกุล. (2551). ความพึงพอใจในการบริการของงานทะเบียนและวัดผล. นนทบรุ ี : วทิ ยาลัยราชพฤกษ. วรรณี แกมเกตุ. (2549). วิธีวิทยาการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร. กรุงเทพมหานคร: ภาควิชาวิจัย และจิตวิทยาการศกึ ษา คณะครศุ าสตร จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลยั . วดั ทาทราย, พระมหานาค. (2503). บณุ โณวาทคำฉันท. พระนคร: กรมศลิ ปากร. วิไล องคธ นะสุข. (2543). การพัฒนาบทเรยี นคอมพวิ เตอรม ัลตมิ เี ดีย เรอื่ ง การผลติ รายการ โทรทัศน. ปริญญานิพนธก ารศกึ ษามหาบณั ฑิต บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ. วิจารณ พานิช. (2555). วิถีสรางการเรียนรูเพื่อศิษยในศตวรรษที่21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรี- สฤษดวิ์ งศ วิมลรตั น สนุ ทรโรจน. (2551). นวตั กรรมตามแนวคิดแบบ Back ward Desing. ภาควิชาหลกั สูตรและ การสอน คณะศกึ ษาศาสตร มหาวทิ ยาลัยสารคาม. _______. (2555). นวัตกรรมเพอื่ การเรยี นรู: ภาควชิ าหลกั สตู รและการสอน คณะศกึ ษา ศาสตร มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม (พิมพครง้ั ท่ี 2). มหาสารคาม: สำนกั พมิ พมหาวิทยาลัย มหาสารคาม. วิมลศรี อุปรมัย. (2553). นาฏกรรมและการละคร. พิมพครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพแหง จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลัย.
80 บรรณานุกรม (ตอ ) ศิริชัย กาญจนวาสี. (2548). ทฤษฎีการสอบแบบดั้งเดิม. กรุงเทพฯ : โรงพิมพแหงจุฬาลงกรณ มหาวทิ ยาลยั . ศิลปากร, กรม. (2515). ประชมุ ศิลาจารึก ภาคที่ 1 จารึกกรุงสุโขทยั . กรงุ เทพฯ : กรมศิลปากร. . (2549). ศพั ทานุกรมนาฏศลิ ปไ ทยฉบับยอเลม1. กรงุ เทพฯ: นุชาการพิมพจำกดั . สมคิด อิสระวัฒน. (2538). ลักษณะการเรียนรูด วยจนเองของคนไทย. นครปฐม : ภาควิชาศึกษาศาสตร มหาวิทยาลยั มหิดล. สมพร ตอยยบี ี. (2554). การพฒั นาแบบฝกทกั ษะการเขียนเชิงสรางสรรคส ำหรบั นกั เรยี น ชน้ั มธั ยม ศึกษาปที่ 1 โรงเรียนเซนตเทเรซา หนองจอก กรุงเทพฯ. ปริญญานิพนธ การศึกษา มหาบณั ฑิต, สาขาวชิ าการมธั ยมศึกษา, บณั ฑติ วทิ ยาลยั , มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ. สมหมาย เปยถนอม. (2551). ความพึงพอใจของนักศึกษาในการไดรับการบริการจากมหาวิทยาลัย ราชภัฏนครปฐม. นครปฐม : มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏนครปฐม. สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2556) . การขบั เคลื่อนนโยบายรัฐบาลกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา งบประมาณ พ.ศ. 2556. (ออนไลน) . แหลงทมี่ า : http:/www.vec.go.th.20 สงิ หาคม 2563. สำลี รักสุทธี. (2553). การจัดทำสื่อนวัตกรรม และแผนฯประกอบสื่อนวัตกรรม. นนทบุรี : เพ่มิ ทรัพยการพิมพ. สุเทพ พานิชพันธุ. (2541). ความพึงพอใจของเกษตรกรในการเขารวมโครงการปรับโครงสรางและ ระบบการผลิตการเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี. วิทยานิพนธวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลยั แมโจ. สคุ นธ สินธพานนท และคณะ. (2551). พฒั นาทกั ษะการคดิ พชิ ติ การสอน. กรุงเทพฯ: เลี่ยงเชยี ง. สุคนธ สนิ ธพานนท. (2551). นวัตกรรมการเรียนการสอนเพอื่ พฒั นาคณุ ภาพของเยาวชน. พิมพครั้งท่ี 2. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ9 119 เทนนคิ พริ้นต่งิ . สุจิต เหมวลั . (2555). ศาสตรก ารสรางและพฒั นาแบบฝกทักษะ. ขอนแกน : ทรัพยสุนทรการพิมพ. สุรพล วิรุฬหรักษ. (2543). วิวัฒนาการนาฏยศิลปไทยในกรุงรัตนโกสินทร พ.ศ. 2325 – 2477. กรุงเทพฯ : จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลัย. สุรศกั ดิ์ อมรรัตนศกั ด์ิ และคณะ. (2543). วิธีการวิเคราะหขอ มลู ทางการศึกษา 1. พมิ พค ร้ังท่ี 3 กรงุ เทพมหานคร ศูนยสง เสริมวิชาการ.
81 บรรณานกุ รม (ตอ) อภชิ ล ทองมนั่ กำเนิดวำ้ และเสาวลักษณ ยกฉว.ี (2563). การทำงานที่บาน : แนวทางการจัดการเพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพและเทคโนโลยีท่ีเกี่ยวของ. วารสารครุศาสตรอุตสาหกรรม ปที่ 19 ฉบับที่ 3 เดือนกันยายน – ธนั วาคม. สาขาวิศวกรรมอตุ สาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี ำชมงคลศรีวชิ ยั . อมรรัตน บัวพัฒน. (2558). การพัฒนาชุดฝกทักษะนาฏยศัพท วิชานาฎศิลป กลุมสาระการเรียนรู ศิลปะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฎ อบุ ลราชธาน.ี อรามศรี ไทยเสน. (2554). การพัฒนาบทเรียนออนไลนแบบโครงงานที่สงเสริมกระบวนการคิด เชงิ สรางสรรควิชาแอนิเมช่นั 2 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศกึ ษาป ที่ 2. (วิทยานิพนธ ปริญญา ครุศาสตรอุตสาหกรรมมหาบัณฑิต สาขาวิชาครุศาสตรเทคโนโลยี). มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกลา ธนบุรี. อาคม สายาคม. (2525). คำอธิบายนาฏศิลปไทยเบื้องตน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพเอกศิลปการพิมพ. อุษณีย เสือจันทร. (2553). การพัฒนาแบบฝกทักษะแกปญหาทางคณิตศาสตร เรื่อง วิธีเรียง สับเปลี่ยนและวิธีจัดหมู กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปท ี่ 5. วทิ ยานิพนธการศกึ ษามหาบณั ฑิต, สาขาวิจัยและประเมนิ ผลการศกึ ษา บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวทิ ยาลัยนเรศวร. Fitz-Gibbon, Carol T. (1987). How to Analyze Data. CA. Newbury Park, : SAGE Publications. Griffin, C. (1 9 8 3 ) . Curriculum Theory in Adult Lifelong Education. London : Croon Helm. Moslow Abrahan H. (1970). Motivation and Personality. Newyork: Harper’ETROW. Thorndike, R. M. (1978). Correlation Procedures for Research. New York: Gardner Press. ดุษฎี มีปอม. ผูเชี่ยวชาญดนตรีไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป กระทรวงวัฒนธรรม. สัมภาษณ, 24 สิงหาคม 2562. นิตยา จามรมาน. ผูเชี่ยวชาญดนตรีไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป กระทรวงวัฒนธรรม. สัมภาษณ, 18 สงิ หาคม 2562
ภาคผนวก ก 1. รายนามผูเชย่ี วชาญตรวจผลงานทางวิชาการ 2. หนงั สอื ขอความอนุเคราะหเ ปน ผเู ชย่ี วชาญในการทำผลงานวชิ าการ
84 รายนามผูเ ช่ียวชาญตรวจผลงานทางวิชาการ ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทา รำ เรือ่ ง ลีลานาฏศิลปไ ทย รายวชิ าศลิ ปะ(นาฏศลิ ป) รหสั วิชา ศ15101 ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ 5 1. รองศาสตราจารยนฤมล ขนั สัมฤทธ์ิ ตำแหนง อาจารยป ระจำหลักสูตรในระดับปริญญาตรี 2. นายพชิ าญ พรหมสมบัติ 3. นางสาวมะลิวัลย ปท มะ วทิ ยาลัยนาฏศิลป สถาบันบณั ฑติ พัฒนศลิ ป 4. นางสาวปภาวรนิ ทร แสงเจรญิ 5. นางสาวเกณิกา วงศน รินทร วุฒทิ างการศึกษาระดับปริญญาโท ครุ ุศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาการอดุ มศกึ ษา จฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลยั ตำแหนง ผชู ว ยผูอำนวยการฝายวิชาการ วทิ ยาลัยนาฏศิลป สถาบนั บัณฑติ พัฒนศลิ ป วุฒทิ างการศึกษาระดับปรญิ ญาโท การศึกษามหาบัณฑิตสาขาการวัดผล มหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมติ ร ตำแหนง ครู วิทยฐานะครชู ำนาญการพิเศษ โรงเรียนวดั ธรรมมงคล (หลวงพอวริ ยิ งั คอ ปุ ถัมภ) วุฒทิ างการศึกษาการศกึ ษาระดบั ปริญญาโท ครุศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวจิ ยั การศึกษา จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลยั ตำแหนง อาจารยป ระจำหลักสูตรในระดับปรญิ ญาตรี วิทยาลยั นาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป วุฒิทางการศึกษาระดับปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขานาฏยศิลปไ ทย จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลัย ตำแหนง ครู วิทยฐานะครชู ำนาญการ วทิ ยาลยั นาฏศิลปรอ ยเอด็ สถาบันบัณฑติ พัฒนศลิ ป วุฒิทางการศกึ ษาการศึกษาระดับปรญิ ญาโท การศึกษามหาบัณฑติ สาขาเทคโนโลยเี พือ่ การศกึ ษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
85 แบบตอบรับการเผยแพรชดุ ฝกทักษะการปฏิบตั ิทำารำ พมาเปง มาง รายวิชานาฎศลิ ปไทยละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 ชั้นประกาศนียบตั รวชิ าชพี ปท ่ี 2 กลุม สาระการเรยี นรนู าฎศลิ ปไทย โดย นางธญั วดี ไกรคง ครูชำนาญการ วทิ ยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑติ พฒั นศลิ ป กระทรวงวัฒนธรรม ขา พเจา ……………………………….…………….. ตำแหนง.............................................................................. สถานศึกษา............................................................................................................................................ ไดรับการเผยแพรเอกสารชดุ ฝก ทกั ษะการปฏิบัติทำรำ รายวชิ านาฏศิลปไ ทยละคร 3 รหัสวชิ า 20302-2003 ช้นั ประกาศนยี บัตรวิชาชีพปที่ 2 กลุมสาระการเรียนรูนาฎศิลปไทยละคร ลงชอ่ื ………………………………………………………… (...................................................................) ตำแหนง ................................................................
86 แบบประเมนิ ชุดฝกทักษะการปฏบิ ตั ทิ า รำ พมาเปงมาง รายวิชานาฎศิลปไ ทยละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 ช้ันประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ปท่ี 2 โดย นางธญั วดี ไกรคง คำชแ้ี จง โปรดทำเครื่องหมาย ✓ ลงในขอความทีต่ รงกบั ความคิดเหน็ ของทา นมากที่สุด รายการประเมนิ ระดบั คุณภาพ มากทีส่ ดุ มาก ปานกลาง นอ ย นอ ยที่สดุ 1. ดา นเน้อื หา 1.1 เนอื้ หามีความสอดคลองกบั สมรรถนะรายวชิ า 1.2 เนื้อหามคี วามสมบูรณ ถกู ตอง และครบถวนกบั หัวขอ ท่สี อน 1.3 เน้อื หามคี วามยากงา ยเหมาะสมกับระดบั ชนั้ ของผูเรยี น 1.4 การจดั ลำดบั ข้นั การนำเสนอเน้อื หาที่เหมาะสม เขา ใจงาย 2. ดานภาษา 2.1 ภาษาที่ใชสือ่ ความหมายและเขาใจไดงาย 2.2 ภาษามีความเหมาะสมกบั วัยหรือระตับช้ันของผูเรยี น 2.3 ภาษาทใ่ี ชถูกตอง ขดั เจน ท้ังคำศพั ทแ ละไวยากรณ 3. ดา นภาพประกอบ/สื่อ 3.1 รปู ภาพมคี วามสอดคลองกบั วตั ถปุ ระสงคก ารเรียนรู 3.2 รูปภาพสวยงามมีความนาสนใจ 3.3 รปู ภาพมคี วามเหมาะสมกับวัยหรอื ระตับช้นั ของผเู รียน 3.4 รปู ภาพและตัวหนงั สือชัดเจนเขาใจงาย 4. ดา นประสิทธิภาพและความคงทน 4.1 กระตุนความสนใจใหผูเ รียนเกิดการเรยี นรู 4.2 มีความสะดวก และงา ยตอการนำไปใชใ นการจดั การเรียน การสอน 4.3 มคี วามทนั สมยั แปลกใหม 4.4 มีความคงทนสามารถนำกลับมาใชไดอ ีก ความคดิ เห็นและขอ เสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………
87
88
89
90 แบบตอบรับการเผยแพรชุดฝกทักษะการปฏิบัตทิ ำารำ พมา เปงมาง รายวชิ านาฎศลิ ปไทยละคร 3 รหัสวชิ า 20302-2003 ชนั้ ประกาศนียบตั รวิชาชพี ปท ี่ 2 กลุมสาระการเรียนรูน าฎศิลปไ ทย โดย นางธญั วดี ไกรคง ครูชำนาญการ วทิ ยาลัยนาฏศิลป สถาบนั บณั ฑติ พฒั นศลิ ป กระทรวงวฒั นธรรม ขาพเจา นางนจิ วรรณ ขนุ เณร ตำแหนง ครู วทิ ยฐานะครชู ำนาญการ สถานศึกษา วิทยาลยั นาฏศิลปรอยเอด็ ไดรบั การเผยแพรเ อกสารชดุ ฝกทกั ษะการปฏิบัติทำรำ รายวชิ านาฏศิลปไ ทยละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 ช้นั ประกาศนียบตั รวิชาชีพปท่ี 2 กลมุ สาระการเรียนรูนาฎศิลปไ ทยละคร ลงชอื่ ………………………………………………………… ( นางนจิ วรรณ ขนุ เณร ) ตำแหนง ครู วทิ ยฐานะครชู ำนาญการ
91 แบบตอบรบั การเผยแพรช ุดฝก ทักษะการปฏิบตั ทิ ำารำ พมา เปงมาง รายวชิ านาฎศลิ ปไทยละคร 3 รหัสวชิ า 20302-2003 ชน้ั ประกาศนียบัตรวชิ าชีพปที่ 2 กลมุ สาระการเรียนรูนาฎศลิ ปไ ทย โดย นางธัญวดี ไกรคง ครชู ำนาญการ วิทยาลยั นาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพฒั นศิลป กระทรวงวฒั นธรรม ขาพเจา นางสาวเนตรทราย ยอ ยพรมราช ตำแหนง ครู วทิ ยฐานะครชู ำนาญการ สถานศกึ ษา วทิ ยาลัยนาฏศิลปสโุ ขทัย ไดร ับการเผยแพรเ อกสารชดุ ฝก ทกั ษะการปฏบิ ัติทำรำ รายวิชานาฏศิลปไทยละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 ชนั้ ประกาศนียบตั รวชิ าชีพปท ่ี 2 กลมุ สาระการเรียนรนู าฎศลิ ปไ ทยละคร ลงชอ่ื ………………………………………………………… ( นางสาวเนตรทราย ยอยพรมราช ) ตำแหนง ครู วทิ ยฐานะครูชำนาญการ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188