Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิจัยชุดฝึกทักษะการปฏิบัติท่ารำ พม่าเปิงมาง โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคิวอาร์โค้ด

วิจัยชุดฝึกทักษะการปฏิบัติท่ารำ พม่าเปิงมาง โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคิวอาร์โค้ด

Published by Tanwadee2506, 2022-08-15 09:49:07

Description: วิจัยชุดฝึกทักษะการปฏิบัติท่ารำ พม่าเปิงมาง โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคิวอาร์โค้ด

Search

Read the Text Version

41 สาระนาฏศลิ ป ชั้นประถมศกึ ษาปที่ 6 โรงเรียนบา นปราสาท โดยรวมอยูในระดบั มากที่สุด และความ พึงพอใจของนกั เรียนที่มีตอชุดฝกทักษะนาฏศิลป การรำประกอบเพลง “เซิ้งเก็บเหด็ ” กลุมสาระการ เรียนรูศิลปะ สาระนาฏศลิ ป ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 6 โรงเรียนบานปราสาทโดยรวม อยใู นระดับมากทส่ี ุด อมรรัตน บัวพัฒน (2558) ) ไดศึกษาและพัฒนาชุดฝกทักษะนาฏยศัพท วิชานาฏศิลป กลุม สาระการเรียนรูศิลปะ สำหรับชั้นประถมศึกษาปที่ 3 เพื่อพัฒนาชุดฝกทักษะและเพื่อ เปรียบเทียบ ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน กลุม ตัวอยางเปนผูเรียนช้นั ประถมศึกษาปท่ี 3 โรงเรียนบานไรสมบูรณ อำเภอ เมือง จังหวัดอำนาจเจริญ สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ ภาคเรียนที่ 2 ป การศกึ ษา 2557 จำนวน 1 หอ งเรียน มจี ำนวนผูเ รียน 30 คน เครื่องมอื ทใี่ ช ประกอบดวย ชดุ ฝก ทักษะ นาฏยศัพท วิชานาฏศิลป กลุมสาระการเรียนรูศิลปะ ที่ผูวิจัยสรางขึ้น จำนวน 12 ชุด โดยใชคูกับ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู จำนวน 12 แผน และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรือ่ ง นาฏยศัพท ผลการศกึ ษาพบวา ชดุ ฝก ทักษะนาฏยศัพท วิชานาฏศลิ ป กลมุ สาระการเรียนรูศิลปะ มีประสิทธิภาพเทากับ 81.46/81.22 ผูเ รยี นทเี่ รียนดวยชดุ ฝก ทกั ษะนาฏยศัพท วิชานาฏศลิ ป กลมุ สาระ การเรยี นรูศลิ ปะ มผี ลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลงั เรียนสงู กวา กอนเรียนอยางมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01 ขวัญจิรา วงแหวน (2559) ไดศึกษาและพัฒนาผลการใชชุดฝกทักษะนาฏศิลปไทย เรื่อง รำแมบทเล็ก ประกอบการสอนตามแนวคิดของซิมพซัน เพื่อพัฒนาทักษะนาฏศิลปไทยที่คงทน ของผูเรียนชุมนุมนาฏศิลปไทย โรงเรียนสิรินธร จังหวัดสุรินทร มีวัตถุประสงค (1) เพื่อพัฒนาชุดฝก ทักษะนาฏศิลป เรื่อง รำแมบทเล็กประกอบการสอนตามแนวคิดของซิมพซันสำหรับผูเรียนชุมนุม นาฏศิลปไทย โรงเรียนสิรินธร จังหวัดสุรินทร ใหมีประสิทธิภาพตามเกณฑมาตรฐาน 80/80 และมีคา ดชั นีประสทิ ธิผลทไี่ มต่ำกวา .50 (2) เพือ่ เปรียบเทียบทักษะนาฏศิลปไ ทยของผูเรียนชุมนุมนาฏศิลปไทย โรงเรียนสิรนิ ธร จังหวัดสุรินทร หลังใชชุดฝกทกั ษะนาฏศิลปไ ทย เรื่อง รำแมบทเล็กประกอบการสอน ตามแนวคิดของซิมพซันตามเกณฑที่กำหนด (3) เพื่อศึกษาความคงทนของทักษะนาฏศิลปไทย ของผูเรียนชุมนุมนาฏศิลปไทย โรงเรียนสิรินธร จังหวัดสุรินทร หลังใชชุดฝกทักษะนาฏศิลปไ ทย เรื่อง รำแมบทเล็กประกอบการสอนตามแนวคดิ ของซิมพซัน และ (4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจตอการเรยี น การสอนโดยใชชุดฝก ทกั ษะนาฏศิลปไ ทย เรื่อง รำแมบทเลก็ ประกอบการสอนตามแนวคิดของซิมพซัน ของผูเรียนชุมนุมนาฏศิลปไทย โรงเรียนสิรินธร จังหวัดสุรินทร ผลการศึกษาพบวา 1. ชุดฝกทักษะ ทักษะนาฏศิลปไทย เรื่อง รำแมบทเล็ก ประกอบการสอนตามแนวคิดของซิมพซัน มีคาประสิทธิภาพ กระบวนการ (E1) เทา กับ 84.10 และมปี ระสทิ ธภิ าพผลลัพธ (E2) เทากบั 87.46 เปน ไปตามเกณฑท่ีตั้ง ไว (80/80) และมีคาดัชนีประสิทธิผล (E.I.) เทากับ .78 เปนไปตามเกณฑที่ตั้งไวไมต่ำกวา .50 2. ผูเรียนท่ีใชช ุดฝกทักษะนาฏศิลปไทย เรื่อง รำแมบทเล็ก ประกอบการสอนตามแนวคิดของซมิ พซัน มีคะแนนความรูเกี่ยวกับนาฏศิลปไทยหลังเรียนสูงกวาเกณฑที่ก าหนดไวอยางมีนัยสำคัญทางสถิติท่ี

42 ระดับ .01 และมีคะแนนทักษะปฏิบตั ินาฏศิลปไทยหลังเรยี นสูงกวาเกณฑท่ีกำหนดไวอยางมนี ัยสำคญั ทางสถิติที่ระดับ .01 3. ภายหลังจากที่ผูเรียนใชชุดฝกทักษะนาฏศิลปไทย เรื่อง รำแมบทเล็ก ประกอบการสอนตามแนวคิดของซิมพซ นั จำนวน 2 สัปดาห 5 สัปดาหและ 9 สัปดาห ผูเรียนมีทักษะ นาฏศิลปไ ทยแตกตางกันอยา งไมมนี ยั สำคัญทางสถิตแิ สดงวา ผเู รียนที่ใชชดุ ฝก ทักษะนาฏศิลปไทย เรื่อง รำแมบ ทเล็ก ประกอบการสอนตามแนวคิดของซมิ พซ นั มีทักษะนาฏศิลปไ ทยที่คงทน 4. ผูเรียนมีความ พงึ พอใจตอ การเรียนการสอนโดยใชชุดฝกทกั ษะนาฏศลิ ปไทย เรอื่ ง รำแมบ ทเล็ก ประกอบการสอนตาม แนวคดิ ของซมิ พซ ันอยูในระดับมากทส่ี ุด ขวัญฟา ภูแพงสุทธิ์ (2562) ไดศึกษาและพัฒนาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ เรื่อง ระบำ มาตรฐานสรางสรรคงานศิลป รายวชิ านาฏศิลปไทยละคร 1 รหสั วิชา ศ31207 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 4 วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป กระทรวงวัฒนธรรม มีวัตถุประสงคเพื่อ 1) เพื่อพัฒนา ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ เรื่อง ระบำมาตรฐาน สรางสรรคงานศิลป รายวิชานาฏศิลปไทยละคร 1 รหัสวิชา ศ31207 ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 4 ใหมีประสิทธิภาพตามเกณฑมาตรฐาน 80/80 2) เพ่ือ เปรยี บเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นของนกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปท่ี 4 ระหวา งกอ นเรยี นและหลังเรียน โดยใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ เรื่อง ระบำมาตรฐาน สรางสรรคงานศิลป รายวิชานาฏศิลปไทย ละคร 1 รหัสวิชา ศ31207 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 4 ที่มีตอการ เรียนโดยใชช ุดฝก ทักษะการปฏบิ ัติทารำ เรื่อง ระบำมาตรฐาน สรางสรรคงานศิลป ผลการศึกษาพบวา ชุดฝกทักษะการปฏิบตั ิทารำ เรื่อง ระบำมาตรฐาน สรางสรรคงานศิลป รายวิชานาฏศิลปไทยละคร 1 รหัสวชิ า ศ31207 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 4 มีประสิทธิภาพ 88.81/85.53 ซ่ึงเปนไปตามเกณฑม าตรฐาน ที่กำหนดไวคือ 80/80 นักเรียนที่ไดรับการเรียนรูดวยชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ เรื่อง ระบำ มาตรฐาน สรางสรรคงานศิลป รายวิชานาฏศิลปไทยละคร 1 รหัสวิชา ศ31207 ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 4 มผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนหลงั ใชชุดฝกทกั ษะการปฏิบตั ิทา รำสูงกวากอนใชชดุ ฝก ทักษะการปฏิบัติทารำ อยางมีนยั สำคญั ทางสถิติทร่ี ะดับ .01 ซ่ึงเปนไปตามสมมติฐานท่ีตั้งไว และ นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 4 มีความพึงพอใจในการเรียนดวยชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ เรื่อง ระบำมาตรฐาน สรางสรรคงาน ศลิ ป รายวชิ านาฏศิลปไทยละคร 1 รหัสวชิ า ศ31207 อยใู นระดับมากซ่งึ เปน ไปตามสมมตฐิ านทต่ี ั้งไว พิยภรณ จันทรเกษม (2562) ไดศึกษา ชุดฝกทักษะปฏิบัตินาฏศิลป เรื่อง รำวงมาตรฐาน “เพลงดวงจันทรวันเพ็ญ” สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนเทศบาล ๒ (บานมลายู บางกอก) ผลการศกึ ษาพบวา ผลการสรางและพัฒนาชดุ ฝกทักษะปฏบิ ัตนิ าฏศลิ ป เรื่อง รำวงมาตรฐาน “เพลงดวงจันทรวันเพ็ญ” สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนเทศบาล ๒ (บานมลายู บางกอก) จำนวน 4 เลมโดยผูเชี่ยวชาญเห็นวามีความสอดคลองถูกตอง เหมาะสมของโครงสรางและ องคประกอบตางๆ มีคาเฉลี่ย 0.80 ขึ้นไป โดยทุกขอมีความเหมาะสมสอดคลอง สามารถนำไปใช ประกอบการเรียนไดและประสิทธิภาพเทากับ 87.61/88.67 ซึ่งเปนไปตามเกณฑที่กำหนด 80/80

43 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่จัดการเรียนรูประกอบการใชชุดฝกทักษะ ปฏิบัตินาฏศิลป เรื่อง รำวงมาตรฐาน “เพลงดวงจนั ทรวันเพ็ญ” สำหรับนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนเทศบาล ๒ (บานมลายูบางกอก) มีผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกวา กอนเรยี นอยางมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .01 มาตรฐานของนักเรียนที่จัดการเรียนรูประกอบการใชชุดฝกทักษะปฏิบัตินาฏศิลป เร่อื ง รำวงมาตรฐาน “เพลงดวงจันทรวันเพ็ญ” สำหรับนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 3 โรงเรียนเทศบาล ๒ (บานมลายูบางกอก) คิดเปนรอยละ 89.33 ซงึ่ ผานเกณฑรอ ยละ 80 ท่ีกำหนดไว นักเรยี นมคี วามพึง พอใจตอ การจัดการเรียนรูประกอบการใชชุดฝกทกั ษะปฏิบัตินาฏศิลป เรื่อง รำวงมาตรฐาน “เพลงดวง จันทรวนั เพ็ญ” สำหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี 3 โรงเรียนเทศบาล 2 (บานมลายูบางกอก) โดยรวม อยูใ นระดับมาก 8.2 งานวจิ ัยทเี่ กย่ี วของกบั เทคโนโลยีคิวอารโคด กตั ตกมล พิศแลงาม (2561). ไดศกึ ษาการประยกุ ตใ ชเทคโนโลยีรหัสคิวอารสำหรับการ จดั การเรยี นการสอน ในรายวิชาภาษา การสอื่ สาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ ของหมวดวชิ าศึกษา ท่ัวไป โดยการวิจยั ครัง้ นีม้ วี ตั ถุประสงค 1) เพื่อออกแบบเทคโนโลยีรหัสคิวอารสำหรับการจัดการเรยี น การสอน ในรายวิชาภาษา การส่ือสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ ของหมวดวิชาศึกษาทว่ั ไป 2) เพอื่ ประเมนิ ความพงึ พอใจตอการใชเ ทคโนโลยีรหัสคิวอารส ำหรับการจัดการเรียนการสอน ในรายวชิ า ภาษา การส่ือสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ ของหมวดวิชาศึกษาท่ัวไป ผลการศกึ ษาพบวา 1) ผลการ ออกแบบและประเมินเทคโนโลยีคิวอารโคด ประกอบดว ย 5 ดาน คอื 5 ดาน คอื 1. รูปแบบ 2. การ เขาถงึ ไดง าย 3. การประมวลผลรวดเรว็ 4. ความถกู ตองและความแมน ยำของ ขอมลู และ 5. ความ ทนั สมยั ของเทคโนโลยโี ดยภาพรวมมีความเหมาะสมมากท่ีสุด (Mean = 4.54 S.D = 0.81) 2) และผล ความพงึ พอใจในดานเขา ถึงไดงา ยอยใู นระดับมากทส่ี ุด โดยภาพรวมความพึงพอใจอยูใน ระดบั มาก (Mean = 4.47 SD = 0.56) กุลธิดา ขันทอง (2562). ไดศึกษาการใช QR Code จัดการเรียนรูดวยกระบวนการสืบ เสาะหาความรูแบบ 5E เรื่อง รูเทาทันสังคมออนไลน ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 5 การ วิจัยคร้ังนมี้ วี ตั ถุประสงคเ พื่อเปรยี บเทียบผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นของนกั เรียนระดับชนั้ ประถมศึกษาปที่ 5 กอนและหลังการใช QR Code จัดการเรียนรูด ว ยกระบวนการสบื เสาะหาความรูแบบ 5E เร่ือง รูเทา ทันสงั คมออนไลน กลมุ ตัวอยา งทใ่ี ชในการวิจยั ครั้งน้ีเปนนักเรยี นระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียน ที่ 1 ปการศึกษา 2562 โรงเรียน ฤทธิยะวรรณาลัย สำนักงานเขตสายไหม กรงุ เทพมหานคร จำนวน 27 คน ผลการศกึ ษาพบวา นกั เรียนระดับช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 5 ที่เรียนโดยการใช QR Code จัดการเรียนรู ดวย กระบวนการสืบเสาะหาความรูแบบ 5E เรื่อง รูเทาทันสังคมออนไลน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลงั เรียนสงู กวา ผลสมั ฤทธ์ิ ทางการเรียนกอ นเรียน อยางมีนัยสำคัญทางสถิตทิ ี่ระดบั .01

44 อภิชล ทองมั่น กำเนิดว้ำ และเสาวลักษณ ยกฉวี (2563 : 26) ศึกษาการพัฒนาสื่อการสอน เทคโนโลยีรวมสมัยบนคิวอารโคด เรื่องลีลาศ โดยมีเปาหมายเพื่อพัฒนาโปรแกรมสำเร็จรูป และเพื่อ ศึกษาความพึงพอใจในการใชระบบสื่อการสอน เทคโนโลยีรวมสมัยบนคิวอารโคด เรื่องลีลาศ โดยใช เครื่องมอื ในการวิจัยน้ันคือการเลือกวิธีเรียนในบทเรียนออนไลนและสามารถเรียนโคดได 10 บทเรียน ซึ่งบทเรียนออนไลนผานการประเมินประสิทธิภาพโดยผูเชี่ยวชาญ 3 ทาน และใชการวิเคราะหขอมูล มาตรฐานแบบวัดประเมินคา 5 ระดับ พบวามีประสิทธิภาพอยูในระดับมาก ซึ่งกลุมตัวอยางใน การศึกษาไดแ กน สิ ิตมหาวทิ ยาลัยนเรศวรจำนวน 37 คน และมีคาความพึงพอใจอยูในระดับมาก สรุป จากการวิจัยพบวาระบบสื่อการสอนเทคโนโลยีรวมสมัยบนคิวอารโคดเรื่องลีลาศสามารถชวยเพิ่ม ประสทิ ธิภาพการเรยี นการสอนไดอ ยูในระดับมาก รชตะ ขาวดี (2564) ไดพัฒนาสื่อการสอนเทคโนโลยีรวมสมัยบนคิวอารโคด (QR Code) ภายใตสถานการณแพรระบาดของไวรัส COVID-19 เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ในรูปแบบหนังสือเรียน อิเล็กทรอนิกส (E-Book) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนบานแพงพิทยาคม โดยมี วตั ถุประสงคเ พอื่ 1) ศกึ ษาการพัฒนาสื่อการสอนเทคโนโลยรี วมสมัยบนควิ อารโคด (QR Code) ภายใต สถานการณแพรระบาดของไวรัส COVID-19 ในรูปแบบหนังสือเรียนอิเล็กทรอนิกส (E-Book) ใหมี ประสิทธภิ าพตามเกณฑ 80/80 2) เพ่อื ศกึ ษาคา ดัชนีประสทิ ธผิ ลของส่ือการสอนเทคโนโลยีรว มสมัยบน คิวอารโคด (QR Code) ภายใตสถานการณแพรระบาดของไวรัส COVID-19 ในรูปแบบหนังสือเรียน อิเลก็ ทรอนิกส (E-Book) 3) เปรยี บเทียบผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน เรอ่ื ง เศรษฐกิจพอเพียง ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนบานแพงพิทยาคม 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนบานแพงพทิ ยาคม ทม่ี ีตอสือ่ การสอนท่ีพฒั นาข้นึ โดยใชแบบสอบถามความ พึงพอใจแบบมาตราสวนประมาณคา 5 ระดับ จำนวน 20 ขอ ซึ่งมีอำนาจจำแนก ตั้งแต 0.50-0.90 มี คา ความเชอื่ มนั่ เทา กับ 0.78 และมีกลมุ ตัวอยางเปนนกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 6/1-6/4 โรงเรียนบาน แพงพิทยาคม จำนวน 40 คน พบวาสื่อการสอนที่พัฒนาขึ้นมีคาประสิทธิภาพ เทากับ 85.10/85.69 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของกลุมตัวอยา งมคี ะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกวา คะแนนเฉลี่ยหลงั เรียนอยางมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และความพึงพอใจของกลุมตัวอยางที่มีตอสื่อการสอนที่พัฒนาขึ้น โดยรวมเฉล่ียอยใู นระดับพึงพอใจมาก

45 บทที่ 3 วิธดี ำเนนิ การวิจัย การพัฒนาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทา รำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใ ชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ซงึ่ มขี ้นั ตอนในการดำเนนิ การวิจยั ดงั น้ี 1. ประชากรและกลมุ ตวั อยา ง 2. เครอื่ งมอื ที่ใชในการวจิ ัย 3. การสรา งและตรวจสอบคุณภาพเครอื่ งมือที่ใชในการวิจยั 4. การดำเนนิ การศกึ ษาและเก็บรวบรวมขอมูล 5. สถติ ทิ ใี่ ชใ นการวเิ คราะหข อมลู ประชากรและกลมุ ตัวอยา ง การวิจัยครั้งน้ี ผูร ายงานไดก ำหนดประชากรและกลมุ ตัวอยา งดงั นี้ 1. ประชากรและกลุม ตวั อยา ง 1.1. ประชากร ประชากรที่ใชในการวิจัยในครั้งนี้ ไดแก นักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 สาขานาฏศิลปไทยละคร วทิ ยาลยั นาฏศลิ ป ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศึกษา 2564 จำนวน 96 คน 1.2. กลมุ ตัวอยาง นักเรียนกลุมตวั อยา งทใ่ี ชในการวิจยั ครัง้ น้ี ไดแ ก นักเรียนชน้ั ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปที่ 2 สาขานาฏศิลปไทยละคร วิทยาลัยนาฏศิลป ที่เรียนวิชานาฏศิลปละคร 3 ภาคเรียนที่ 1 ป การศกึ ษา 2564 จำนวน 30 คน ไดม าโดยวธิ ีการเลอื กแบบเจาะจง 2. ตัวแปรทใ่ี ชใ นการวจิ ัย 2.1. ตัวแปรตน 1.1 ชุดฝกทักษะการปฏิบัตทิ ารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเ ทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2

46 2.2. ตวั แปรตาม 2.1 ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนกอนเรยี นและหลังเรยี น เร่อื ง พมา เปงมาง ของนักเรียน ช้ันประกาศนียบัตรวิชาชพี ปท ี่ 2 2.2 ความพงึ พอใจของนักเรียนชน้ั ประกาศนยี บัตรวิชาชพี ปท่ี 2 ที่มีตอชุดฝกทักษะ การปฏิบัติทารำ พมา เปงมาง โดยประยกุ ตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด เครอื่ งมอื ทีใ่ ชในการวิจัย เครอื่ งมือทีใ่ ชในการวจิ ยั ครงั้ น้ี ประกอบดว ย 1. ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ที่ผรู ายงานสรา งขนึ้ โดยไดแ บงเนื้อหาเปน 1.1 ระบำเบด็ เตล็ด 1.2 ประวัตเิ พลงพมา เปงมาง 1.3 กระบวนทา รำพมาเปง มาง 2. แบบทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน เรื่อง พมาเปงมาง เปนแบบทดสอบปรนัย จำนวน 20 ขอ 3. แบบประเมนิ ความพึงพอใจของนกั เรียนชัน้ ประกาศนียบตั รวิชาชีพปท ่ี 2 ทม่ี ีตอ ชุดฝก ทักษะการปฏิบตั ิทารำ พมา เปงมาง โดยประยุกตใ ชเทคโนโลยีควิ อารโ คด จำนวน 15 ขอ การสรางและตรวจสอบคณุ ภาพเคร่ืองมอื ท่ใี ชใ นการวิจัย 1.การสรางและตรวจสอบคณุ ภาพเครื่องมอื การสรางและตรวจสอบคุณภาพของชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดย ประยุกตใ ชเ ทคโนโลยคี วิ อารโ คด รายวิชานาฏศลิ ปล ะคร 3 รหสั วิชา 20302-2003 สำหรบั นกั เรียนชั้น ประกาศนียบตั รวิชาชพี ปท่ี 2 มวี ิธีการสรา งและตรวจสอบคณุ ภาพ ดงั น้ี 1.1 วิเคราะหปญหาและสาเหตุจากการเรียนการสอนนาฏศิลป ชั้นประกาศนียบัตร วิชาชีพปที่ 2 โดยศึกษาจากบันทึกหลังสอน และการสังเกตพฤติกรรมระหวางเรียนวิชาชีพเฉพาะ นาฏศิลปไทย ละคร พบวาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในนาฏศิลป ชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปท ่ี 2 ครผู ูสอนยังมสี ื่อเทคโนโลยีทท่ี ันสมัยไมเ พยี งพอ ใหน ักเรียนเกิดความตื่นตวั และเกดิ การเรยี นรูท่ี แปลกใหม ประกอบการจัดการเรียนการสอน ใหม คี วามหลากหลายมากข้ึน

47 1.2 ศึกษาหลักสูตรนาฏดุริยางคศิลป ระดับประกาศนียบัตรวชิ าชีพ พุทธศักราช 2562 รายวิชานาฏศลิ ปล ะคร 3 รหสั วชิ า 20302-2003 โดยไดแบง เน้อื หาเปน 1.2.1 ระบำเบ็ดเตลด็ 1.2.2 ประวัตเิ พลงพมาเปง มาง 1.2.3 กระบวนทา รำพมา เปง มาง เพอ่ื นำไปสรา งเปน ชุดฝกทกั ษะการปฏบิ ัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิว อารโคด สำหรบั นกั เรยี นชัน้ ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ปท่ี 2 1.3 ศึกษาแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวของกับการสรางชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ องคประกอบของชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำเพื่อนำมาเปนแนวทางในการสรางชุดฝกทักษะการ ปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตร วชิ าชีพปท่ี 2 1.4 จัดทำโครงสรางชดุ ฝก ทกั ษะการปฏบิ ตั ิทารำ พมา เปงมาง โดยประยุกตใชเ ทคโนโลยี คิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ประกอบดวย คำนำ สารบัญ แผนผัง ลำดับขั้นตอนการใช คำชี้แจงสำหรับครู คำชี้แจงสำหรับนักเรียน สาระสำคัญ/ผลการเรียนรู แบบทดสอบกอ นเรียน เน้อื หา กจิ กรรม เฉลยกิจกรรม แบบทดสอบหลงั เรียน และเฉลยแบบทดสอบ 1.5 ทำการศกึ ษา คน ควา และรวบรวมเนอ้ื หาเก่ยี วกบั เพลงพมาเปงมางตลอดจนรูปภาพ ทีจ่ ะนำมาประกอบเน้อื หา 1.6 สรา งชดุ ฝก ทักษะการปฏบิ ตั ิทา รำ พมา เปง มาง โดยประยกุ ตใ ชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ตามโครงสรางที่วางไวโ ดยไดแ บงเน้ือหาเปน 1.6.1 ระบำเบ็ดเตล็ด 1.6.2 ประวัติเพลงพมา เปง มาง 1.6.3 กระบวนทา รำพมา เปงมาง 1.7 นำชุดฝกทักษะการปฏิบตั ิทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนกั เรยี นช้ันประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ปท่ี 2 ท่สี รา งขนึ้ ไปใหผ เู ช่ียวชาญจำนวน 5 ทา น ตรวจสอบ คุณภาพของชุดฝกทักษะการปฏิบัตทิ ารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับ นกั เรยี นช้นั ประกาศนยี บตั รวิชาชพี ปท ี่ 2 ผูรายงานไดก ำหนดคุณสมบัติของผูเชีย่ วชาญทง้ั 5 ทา น ดงั น้ี 1.7.1 ผูเชี่ยวชาญทางดา นเน้ือหานาฏศิลป คือ มีประสบการณใ นการสอนนาฏศิลป ไมน อยกวา 10 ป หรือมผี ลงานทางวิชาการทางดานนาฏศลิ ป จำนวน 2 ทา น ไดแก 1) รองศาสตราจารยน ฤมล ขันสัมฤทธ์ิ นาฏศิลปไทย (ละครพระ) ตำแหนง อาจารยประจำหลักสูตรในระดับปริญญาตรี วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป

48 วุฒิทางการศึกษาระดับปริญญาโท คุรุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการอุดมศึกษา จุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย 2) นางสาวปภาวรินทร แสงเจรญิ นาฏศิลปไทย (ละครนาง) ตำแหนง อาจารย ประจำหลักสตู รในระดบั ปริญญาตรี วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศลิ ป วุฒทิ างการศึกษา ระดบั ปรญิ ญาโท ศิลปศาสตรมหาบณั ฑิตสาขานาฏยศิลปไ ทย จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลยั 1.7.2 ผูเชี่ยวชาญทางดานหลักสูตรหรือวัดผล คือ มีประสบการณการทำงาน ดานหลักสูตรหรือวดั ผล ไมนอยกวา 10 ป หรือจบการศึกษาระดับปริญญาโททางดานหลักสูตรหรอื วัดผล จำนวน 1 ทาน คอื นายพชิ าญ พรหมสมบตั ิ ตำแหนง ผูช ว ยผูอ ำนวยการฝา ยวชิ าการ วิทยาลัย นาฏศิลป ผูเชย่ี วชาญดา นการวดั ผล วิทยาลยั นาฏศิลป สถาบันบณั ฑติ พฒั นศลิ ป วุฒทิ างการศกึ ษา ระดับปริญญาโท การศึกษามหาบณั ฑิตสาขาการวัดผล มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒประสานมิตร 1.7.3 ผูเชี่ยวชาญทางดานนวัตกรรมทางการศึกษา คือ มีประสบการณในการสอน ไมนอยกวา 10 ป หรือจบการศกึ ษาระดบั ปริญญาโททางดานเทคโนโลยกี ารศึกษา จำนวน 1 ทา น คอื นางสาวเกณิกา วงศนรินทร ตำแหนง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ วิทยาลัย นาฏศลิ ปรอ ยเอ็ด วฒุ ิทางการศึกษาการศกึ ษาระดับปรญิ ญาโท การศึกษามหาบัณฑติ สาขาเทคโนโลยี เพื่อการศกึ ษา มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม 1.7.4 ผูเชี่ยวชาญทางดานวิจัยการศึกษา คือ มีประสบการณการทำงานในดาน การวิจัย ไมนอยกวา 10 ป หรือจบการศึกษาระดับปริญญาโททางดานวิจัย จำนวน 1 ทาน คือ นางสาวมะลิวัลย ปทมะ ตำแหนง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียน วัดธรรมมงคล (หลวงพอ วิรยิ ังคอ ปุ ถมั ภ) วุฒิทางการศกึ ษาการศึกษาระดับปรญิ ญาโท ครุศาสตรมหา บัณฑิต สาขาวจิ ัยการศึกษา จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลยั 1.8 การตรวจสอบคุณภาพของชดุ ฝกทกั ษะการปฏบิ ตั ทิ ารำ พมา เปง มาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ในครั้งนี้จะใชแบบประเมิน คุณภาพ เปนแบบมาตราสวนประมาณคา (ratting scale) มี 5 ระดับ โดยมีเกณฑในการประเมิน คุณภาพ ดังน้ี คะแนนเฉลย่ี 4.51 - 5.00 หมายถึง มีคณุ ภาพในระดับมากที่สดุ คะแนนเฉลย่ี 3.51 - 4.50 หมายถงึ มีคุณภาพในระดบั มาก คะแนนเฉลี่ย 2.51 - 3.50 หมายถึง มคี ณุ ภาพในระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 1.51 - 2.50 หมายถงึ มีคุณภาพในระดับนอย คะแนนเฉลี่ย 1.00 - 1.50 หมายถงึ มคี ุณภาพในระดบั นอยที่สุด

49 ผลการประเมินจากผูเชี่ยวชาญทั้ง 5 ทาน ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดย ประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบตั รวิชาชีพปที่ 2 มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.81 หมายความวา ชดุ ฝกทกั ษะการปฏิบัติทารำ มีคุณภาพอยใู นระดับ มากท่ีสดุ (รายละเอียดแสดง ในภาคผนวก ฉ) 1.9 ทำการปรับปรุงการใชภาษาตามคำแนะนำของผูเชีย่ วชาญ เพื่อใหชุดฝกทักษะการ ปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตร วชิ าชพี ปท ่ี 2 มคี วามสมบูรณและเหมาะสมกับผเู รยี นมากขนึ้ การหาประสิทธิภาพของชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยคี วิ อารโคด สำหรบั นกั เรยี นช้นั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ปที่ 2 หลงั จากใหผูเ ช่ียวชาญประเมินคุณภาพของชดุ ฝกทักษะการปฏิบัติทา รำแลว จงึ นำนวัตกรรม มาใหนักเรียนทดลองใช เพื่อทำการหาประสิทธิภาพของชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำโดยมีขั้นตอน ดงั น้ี 1. การทดลองแบบ 1 : 1 โดยนำไปทดลองกับนักเรียนชั้นประกาศนียบตั รวิชาชีพปที่ 2 ท่ไี มใชกลมุ ตวั อยา งจำนวน 3 คน โดยแบงเปน นกั เรียน เกง ปานกลาง และ ออ น อยา งละ 1 คน เพ่ือ ตรวจสอบความเหมาะสมของภาษา และขอ บกพรองของบทเรยี นรูปแบบการนำเสนอ ระยะเวลา และ ปฏิสัมพันธกับผูเรียน ดวยการสังเกตและสัมภาษณนักเรียน พบวา ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำมี เนื้อหาที่นอยเกินไป ทำใหนักเรียนไมเขาใจในบางเนื้อ และสีสันภาพประกอบที่ใชกลมกลืนกับ ตัวหนังสือมากเกินไป 2. ทดลองแบบกลุมยอย โดยนำไปทดลองกบั นักเรยี นชน้ั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ปท ่ี 2 ท่ี ไมใช กลุมตัวอยา งจำนวน 9 คน โดยแบงเปนนักเรียน เกง ปานกลาง และ ออน อยางละ 3 คน เพ่ือ ตรวจสอบความเหมาะสมของภาษา และขอ บกพรอ งของบทเรยี นรูปแบบการนำเสนอ ระยะเวลา และ ปฏิสมั พันธกบั ผูเรียน อีกครง้ั หนงึ่ ผลการทดลองใช พบวา จากเนื้อหาท่นี อยเกนิ ไปไดม ีการเพิ่มเนื้อหา และปรบั แกในสว นของชุดฝกทกั ษะการปฏิบตั ิทา รำ นักเรียนมคี วามเขา ใจมากขน้ึ 3. ทดลองแบบกลุมใหญ โดยนำไปทดลองกับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปท ี่ 2 วิทยาลัยนาฏศิลป ที่เรียน วิชานาฏศิลปละคร 3 กลุมสาระการเรียนรูนาฏศิลปไทย (ละคร) ในป การศึกษา 2563 ซึ่งไมใ ชกลุม ตัวอยางจำนวน 30 คน ผลการทดลองใช พบวา ระยะเวลาในการเรยี น การสอนโดยใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำนอยเกินไป ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ที่สรางข้ึน มปี ระสิทธิภาพเทากบั 84.35/82.56 (รายละเอียดแสดงในภาคผนวก ช) 4. นำชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรบั นกั เรียนชัน้ ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ปท่ี 2 ไปใชก บั นกั เรียนกลุม ตัวอยา ง

50 2. การสรา งและตรวจสอบคณุ ภาพของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน การสรางและตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิท์ างการเรียนชดุ ฝกทักษะ การปฏิบัตทิ ารำ พมาเปง มาง โดยประยุกตใ ชเทคโนโลยคี วิ อารโคด รายวิชานาฏศิลปล ะคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวิชาชพี ปท ี่ 2 การสรางแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผูรายงานไดดำเนินการสราง แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมา เปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 มีลกั ษณะเปนแบบปรนัย (Multiple Choices) ชนิดเลอื กตอบ 4 ตัวเลอื ก จำนวน 20 ขอโดยมีลำดับ การสรางตามข้ันตอนดังน้ี 1. ศกึ ษาหลักสตู รนาฏดุริยางคศลิ ป ระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี พทุ ธศกั ราช 2562 ระบำเบ็ดเตลด็ เพลงพมาเปง มาง รายวชิ านาฏศิลปละคร 3 รหสั วชิ า 20302-2003 ช้นั ประกาศนียบตั ร วชิ าชีพปท ี่ 2 โดยศกึ ษาสมรรถนะประจำหนวย 2. กำหนดจดุ ประสงคก ารเรียนรูใ หส อดคลองกับสมรรถนะประจำหนวย 3. สรางแผนผังขอสอบ (TestingBlueprint) โดยจำแนกขอสอบใหตรงตาม จดุ ประสงคการเรียนรู และกำหนดจำนวนขอ สอบ 4. เขยี นขอ สอบตามแผนผังขอสอบวัดผลสัมฤทธ์ิที่กำหนดไวเปน ขอ สอบปรนัยชนิด เลอื กตอบ มี 4 ตวั เลือก จำนวน 40 ขอ 5. นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิจำนวน 40 ขอ ไปใหผูเชี่ยวชาญจำนวน 5 ทาน ตรวจสอบความตรงเชิงเนอื้ หาและความเหมาะสมของภาษาของแบบทดสอบ การตรวจสอบความตรงเชิงเน้ือหานี้ใชดัชนี IOC (item objective congruence) ซึ่งมี ลกั ษณะในการใหค ะแนน คือ +1 หมายถึง ขอ คำถามสอดคลอ งกบั จุดประสงคท ต่ี องการวดั 0 หมายถึง ไมแ นใ จวา ขอคำถามสอดคลองกบั จุดประสงคท ่ีตอ งการวัด 1 หมายถึง ขอคำถามไมส อดคลองกบั จุดประสงคท ่ีตองการวัด หลังจากใหผูเชี่ยวชาญตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาและความถูกตองของภาษา เรยี บรอ ยแลวนำผลการตรวจสอบของผูเชยี่ วชาญมาคำนวณหาดชั นี IOC มสี ูตร ดังนี้ IOC= (∑R)/N IOC คือ ดชั นีความสอดคลอ งระหวา งขอคำถามกับเนอื้ หาท่ีมุงวัด ∑R คือ ผลรวมของคะแนนการตัดสินขอคำถามของผูเชี่ยวชาญ N คือ จำนวนผูเช่ียวชาญ

51 ผูร ายงานไดกำหนดเกณฑที่ใชในการตัดสนิ ความตรงเชิงเนือ้ หา คือคา IOC ที่คำนวณได ตองมากกวา 0.50 (IOC > 0.50) จึงจะถือวาขอคำถามนั้นสอดคลองกับเนื้อหาที่มุงวัดหรือนิยาม เชงิ ปฏบิ ัตกิ าร (ศริ ิชยั กาญจนวาส.ี 2548) ผลจากการคำนวณหาดัชนี IOC พบวา แบบทดสอบมีคา IOC ระหวาง 0.80 - 1.00 แสดงวา ขอ คำถามทกุ ขอมคี วามสอดคลองกับเนอ้ื หาทม่ี ุง วัด (รายละเอยี ดในภาคผนวก ซ) 6. ปรบั ปรุงขอสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทงั้ 40 ขอ ตามคำแนะนำของผเู ช่ียวชาญ แลว นำไป ทดลองใชกบั นักเรียน ดังนี้ 6.1 นำขอ สอบวดั ผลสัมฤทธ์ไิ ปทดลองใชก ับนกั เรียนชน้ั ประกาศนียบัตรวิชาชีพป ที่ 2 ที่ไมใชกลุมตัวอยาง จำนวน 3 คน โดยแบงเปนนกั เรียน เกง 1 คน ปานกลาง 1 คน และออน 1 คน เพื่อตรวจสอบความถกู ตอง ชัดเจนของภาษา แลว ทำการปรับปรงุ แบบทดสอบ 6.2 นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิที่ปรับปรุงแลวไปทดลองใชกับนักเรียน ชั้นประกาศนยี บัตรวชิ าชีพปท่ี 2 ที่ไมใชกลุมตวั อยาง จำนวน 9 คน โดยแบงเปนนักเรียน เกง 3 คน ปานกลาง 3 คนและออน 3 คน เพื่อตรวจสอบความถูกตอง ชัดเจนของภาษาแลวทำการปรับปรุง แบบทดสอบอกี ครั้งหนงึ่ 6.3 นำแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธท์ิ ่ีปรับปรงุ แลวไปทดลองใชก ับนกั เรียนกลุมใหญ ไดแกน ักเรียนชนั้ ประกาศนียบตั รวชิ าชีพปที่ 2 ทเี่ รยี นวิชาชีพเฉพาะนาฏศิลปไทย (ละคร) ในปการศกึ ษา 2563 ซง่ึ ไมใชกลมุ ตวั อยางจำนวน 30 คน เพ่ือทำการวิเคราะหคณุ ภาพขอสอบรายขอไดแก คาความ ยากงา ย (p) และคาอำนาจจำแนก (r) ผลการวเิ คราะหข อสอบ พบวา ขอ สอบทั้ง 40 ขอ มีคาความยาก งาย (p) ตั้งแต 0.22 - 0.65 มีคาอำนาจจำแนก (r) ตั้งแต 0.58 - 0.96 (รายละเอียดในภาคผนวก ฉ) ซึ่งเปนไปตามเกณฑในการคัดเลือกขอสอบคือระดับความยากงายควรอยูระหวาง 0.20 - 0.80 คา อำนาจจำแนกควรมคี า ตัง้ แต 0.20 ข้นึ ไป (ศิรชิ ัย กาญจนวาส. 2548) 7. ทำการคดั เลือกขอสอบวัดผลสัมฤทธ์ิจาก 40 ขอ ใหเ หลอื 20 ขอ ตามจุดประสงค ทีต่ องการวดั 8. นำขอสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ จำนวน 20 ขอ ไปหาคาความเชื่อมั่นโดยใชสูตร KR-20 Kuder Richardson (อางอิงจาก ลวน สายยศ และ อังคณา สายยศ. 2536 : 168) โดยแบบทดสอบ วดั ผลสัมฤทธิ์ มคี า ความเชื่อม่ัน ของแบบทดสอบทงั้ ฉบับเทา กับ 0.43 (ดูรายละเอียดในภาคผนวก ซ) 3. การสรางและตรวจสอบคณุ ภาพของ แบบสอบถามความพงึ พอใจ การสรา งและตรวจสอบคุณภาพของ แบบสอบถามความพงึ พอใจที่มตี อ การใชชุดฝก ทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้น ประกาศนียบตั รวิชาชีพปท ่ี 2

52 1. ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของเกี่ยวกับการสรางแบบสอบถาม ความพงึ พอใจที่มีตอ การใชช ุดฝกทกั ษะการปฏบิ ัติทา รำ พมา เปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอาร โคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 โดยสรางเปนแบบมาตราสวนประมาณคา 5 ระดบั ซงึ่ มีขอ คำถาม 15 ขอ โดยมีเกณฑใ นการแปลผล ดังน้ี คะแนนเฉลี่ย 4.51 - 5.00 หมายถึง พึงพอใจในระดับมากทสี่ ดุ คะแนนเฉลยี่ 3.51 - 4.50 หมายถึง พงึ พอใจในระดับมาก คะแนนเฉลย่ี 2.51 - 3.50 หมายถงึ พงึ พอใจในระดบั ปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 1.51 - 2.50 หมายถงึ พงึ พอใจในระดบั นอย คะแนนเฉลี่ย 1.00 - 1.50 หมายถงึ พึงพอใจในระดับนอยทีส่ ดุ 2. นำขอคำถามที่สรางขึ้นไปใหผูเชี่ยวชาญจำนวน 5 ทานตรวจสอบความตรงเชิง เนื้อหา ความเหมาะสมของภาษาและเทคโนโลยีคิวอารโคด โดยกำหนดคณุ สมบัตขิ องผเู ชย่ี วชาญดังน้ี 3. นำผลการตรวจสอบของผูเชี่ยวชาญมาคำนวณหาดัชนี IOC พบวามีคา IOC เทากับ 0.80 - 1.00 (ดูรายละเอียดในภาคผนวก ฌ) แสดงวาขอคำถามทุกขอมีความสอดคลองกับ เน้อื หาท่มี ุงวัดหรือนยิ ามเชิงปฏบิ ัตกิ าร 4. ปรับปรุงความเหมาะสมของภาษาตามคำแนะนำของผูเชี่ยวชาญ แลวนำไปสราง เปนแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีตอชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยีควิ อารโ คด สำหรับนกั เรยี นชนั้ ประกาศนียบัตรวชิ าชีพปที่ 2 5. นำแบบสอบถามไปทดลองใชก ับนกั เรียนชน้ั ประกาศนยี บัตรวิชาชีพปที่ 2 ท่ีไมใช กลุมตัวอยาง จำนวน 30 คน แลวนำมาหาคาความเที่ยงแบบสอดคลองภายใน (internal consistency) โดยวิธีสัมประสิทธิ์แอลฟา ของ ครอนบาค (Cronbach Alpha Coefficent : ������������) พบวา แบบสอบถามมคี าความเทยี่ งเทากับ 0.828 (ดรู ายละเอยี ดในภาคผนวก ฌ) การดำเนินการวิจยั และเก็บรวบรวมขอ มลู การวิจัยครัง้ น้ีใชร ูปแบบการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) ซง่ึ มีแบบแผนการ ทดลองดงั นี้ (วรรณี แกมเกตุ. 2549) E R OE1 X OE2 E แทน กลมุ ทดลอง (experimental group) R แทน การกำหนดกลุม ตวั อยางเขาสกู ลมุ ทดลอง

53 OE1 แทน การทดสอบกอนเรยี นของกลุมทดลอง OE2 แทน การทดสอบหลังเรยี นของกลมุ ทดลอง X แทน การสอนโดยใชชุดฝกทกั ษะการปฏิบตั ทิ า รำ การวิจยั คร้ังน้ี ผูรายงานไดเกบ็ ขอมูลดวยตนเอง โดยแบง ออกเปน 3 ระยะ ไดแก ระยะเตรียมการทดลอง ระยะดำเนินการทดลอง และระยะหลงั ทดลอง โดยมรี ายละเอียด ดังนี้ ระยะเตรยี มการทดลอง ผูรายงานไดจดั เตรยี มเครื่องมือเพื่อใชในการวิจัย ไดแก ชุดฝกทักษะการปฏบิ ัติทารำ พมา เปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจตอการใชชุดฝกทักษะการ ปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตร วชิ าชีพปท ่ี 2 โดยการสรางและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือใหม ีคุณภาพและประสิทธิภาพเพ่ือนำไปใช ในการวจิ ยั ระยะดำเนินการทดลอง ผูรายงานไดดำเนินการสอน ระบำเบ็ดเตล็ด เพลงพมาเปงมาง กับกลุมตัวอยาง ซึ่งมีวิธี การสอน คือ ใชว ิธีการสอนโดยใชชดุ ฝก ทักษะการปฏิบตั ิทา รำ พมา เปง มาง โดยประยกุ ตใชเทคโนโลยี คิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ใชระยะเวลาในการทดลองจำนวน 3 สัปดาห สัปดาหละ 12 ชวั่ โมง รายละเอยี ดแสดงในตารางท่ี 1 ตารางท่ี 1 รายละเอยี ดในการดำเนินการทดลอง แผนกาจัด สาระการเรียนรู จำนวน วนั ท่ี การเรียนรทู ี่ ชว่ั โมง สอน 1 ทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิกอ นเรยี น 2 15 ก.พ. 2564 หนวยที่ 1 ระบำเบด็ เตล็ด (หนาที่ 1 - หนาที่ 11) 3 16 ก.พ. 2564 2 17 ก.พ. 2564 2 หนว ยท่ี 1 ระบำเบด็ เตลด็ (หนา ท่ี 12 - หนา ท่ี 35) 3 18 ก.พ. 2564 3 หนว ยที่ 2 ประวตั ิเพลงพมาเปงมาง (หนา ที่ 1 – 2 19 ก.พ. 2564 หนา ท่ี 19) 4 หนวยที่ 2 ประวตั เิ พลงพมาเปง มาง (หนาที่ 20 – หนา ท่ี 29) 5 หนว ยท่ี 2 ประวัติเพลงพมา เปง มาง (หนา ท่ี 30 – หนาท่ี 57)

54 ตารางท่ี 1 (ตอ) รายละเอยี ดในการดำเนินการทดลอง แผนกาจดั จำนวน วันที่ การเรียนรู สาระการเรยี นรู ชว่ั โมง สอน ที่ 6 หนวยท่ี 3 กระบวนทา รำพมาเปงมาง (หนา ท่ี 1 - หนาท่ี 10) 2 22 ก.พ. 2564 7 หนวยท่ี 3 กระบวนทา รำพมาเปง มาง (หนา ท่ี 11 - หนา ท่ี 24) 3 23 ก.พ. 2564 8 หนวยที่ 3 กระบวนทารำพมา เปง มาง (หนา ท่ี 25 - หนาท่ี 32) 2 24 ก.พ. 2564 9 หนว ยท่ี 3 กระบวนทา รำพมา เปง มาง (หนา ที่ 33 - หนา ที่ 46) 3 25 ก.พ. 2564 10 หนวยที่ 3 กระบวนทา รำพมา เปงมาง (หนา ท่ี 47 - หนาท่ี 62) 2 26 ก.พ. 2564 11 หนว ยท่ี 3 กระบวนทา รำพมาเปงมาง (หนา ท่ี 63 - หนา ท่ี 69) 2 1 มี.ค. 2564 12 หนวยท่ี 3 กระบวนทารำพมา เปง มาง (หนาท่ี 70 - หนาท่ี 77) 3 2 ม.ี ค. 2564 13 หนว ยท่ี 3 กระบวนทารำพมาเปง มาง (หนา ท่ี 78 - หนา ที่ 83) 2 3 ม.ี ค. 2564 14 หนวยที่ 3 กระบวนทา รำพมาเปง มาง (หนา ท่ี 84 - หนาท่ี 89) 2 4 มี.ค. 2564 15 หนว ยท่ี 3 กระบวนทารำพมา เปง มาง (หนา ที่ 90 - หนา ท่ี 97) 2 5 มี.ค. 2564 ระยะหลังการทดลอง ผูรายงานไดนำขอมูลท่ีไดจ ากการทดลองมาวเิ คราะหขอมูล และจัดทำรายงาน ผลการทดลอง สถติ ิทใ่ี ชในการวิเคราะหขอ มูล 1. สถติ พิ น้ื ฐาน 1.1 คา เฉลย่ี (Mean) คำนวณจากสตู ร (ยุทธ ไกยวรรณ. 2545) X = ∑X N เม่อื X แทน คาเฉล่ยี ∑ X แทน ผลรวมของคะแนนท้ังหมด N แทน จำนวนขอ มลู ท้ังหมด

55 1.2 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) คำนวณจากสตู ร (สุรศักด์ิ อมรรัตนศกั ดิ์ และคณะ. 2543) S.D. = N∑ X 2 − (∑ X )2 N (N −1) เมื่อ S.D. แทน คาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน X แทน คะแนนแตล ะตวั ∑ X แทน ผลรวมของคะแนนทัง้ หมด N แทน จำนวนนักเรยี นในกลมุ ตวั อยาง 1.3 คารอยละ (Percentage) คำนวณจากสูตร (ลวน สายยศ และอังคณา สายยศ. 2536) P = n ×100 N เมอ่ื P แทน คา รอ ยละ n แทน จำนวนนกั เรยี นที่ผา นเกณฑ N แทน จำนวนนกั เรียนทั้งหมด 2. สถิตทิ ีใ่ ชในการตรวจสอบคณุ ภาพเครอ่ื งมอื 2.1 คาดัชนีความสอดคลองระหวางขอสอบกับจุดประสงคเชิงพฤติกรรม โดยใชสูตรIOC (ยทุ ธ ไกรวรรณ. 2545) IOC = ∑ R N เมอื่ IOC แทน คาดัชนีความสอดคลองระหวางขอ สอบกบั จดุ ประสงค ∑R แทน ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผเู ชีย่ วชาญ N แทน จำนวนผูเชย่ี วชาญ

56 2.2 หาคาความยากงายของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน โดยใชส ตู รดงั น้ี (ลวน สายยศ และองั คณา สายยศ. 2536) P= R N เม่ือ P แทน คาความยากงาย R แทน จำนวนคนที่ทำขอนั้นถูก N แทน จำนวนคนท่ที ำขอ นัน้ ทงั้ หมด 2.3 หาคาอำนาจจำแนกของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใชสูตรดังน้ี (ลว น สายยศ และองั คณา สายยศ. 2536) D = Ru − RL N 2 เม่ือ D แทน คา อำนาจจำแนก RU แทน จำนวนนกั เรยี นทต่ี อบถูกในกลมุ เกง RL แทน จำนวนนักเรยี นที่ตอบถกู ในกลมุ เกง N แทน จำนวนนกั เรยี นในกลมุ เกงและกลมุ ออน 2.4 หาคา ความเช่อื มนั่ ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยคำนวณจากสูตร KR– 20 (ยทุ ธ ไกยวรรณ. 2545) ดงั น้ี ∑rtt= K  − pq  K− 1  1  S2  เม่อื rtt แทน คาความเช่อื มน่ั K แทน จำนวนขอ สอบ p แทน สดั สวนของผูท ตี่ อบถกู ในขอ หน่งึ ๆ ซง่ึ มคี า เทากบั จำนวนคนท่ีทำถกู / จำนวนผสู อบ q แทน สัดสวนของผตู อบผดิ ในขอ หน่ึง ๆ S 2 แทน ความแปรปรวนท้งั ฉบบั

57 2.5 หาประสิทธิภาพของชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ตามเกณฑ 80/ 80 ใชสูตร E1 / E2 (บุญมี พันธุไทย. 2542) E1 =  ∑X  × 100 N A  ∑ F   N  × 100 E2 = B เม่อื E1 แทน ประสทิ ธิภาพของกระบวนการ คิดเปน รอ ยละ จากการทำกิจกรรม E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธคิดเปนรอยละจากการทำแบบทดสอบ หลังเรียน ∑ X แทน คะแนนรวมของผเู รียนจากการทำกจิ กรรม ∑ F แทน คะแนนรวมของผเู รียนจากการทำแบบทดสอบหลังเรียน N แทน จำนวนผเู รยี น A แทน คะแนนเต็มของกิจกรรม B แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลงั เรียน 2.6 หาคา อำนาจจำแนกของแบบสอบถามความพงึ พอใจตอชดุ ฝกทกั ษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 โดยใช t-test (บญุ ชม ศรสี ะอาด. 2543) ดังน้ี t= X H − XL S2H + S2L N t แทน คาอำนาจจำแนก X H แทน คาเฉลย่ี กลุมสูง XL แทน คาเฉลีย่ กลมุ ต่ำ

58 S 2H แทน ความแปรปรวนของกลมุ สูง S 2L แทน ความแปรปรวนของกลมุ ตำ่ N แทน จำนวนกลุมตวั อยางทงั้ หมด 2.7 หาคาความเชื่อมั่นของแบบสอบถามความพงึ พอใจตอ ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทา รำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 โดยการวิเคราะหหาคาสัมประสิทธิ์แอลฟา ตามสูตรของครอนบาค (Cronbach) (บุญชม ศรีสะอาด. 2543) ดังนี้ =∑α K  − S 2i K− 1  1  S 2t  α แทน คาความเชื่อม่ัน ∑S 2 แทน ผลรวมของความแปรปรวนแตล ะขอ i S 2 แทน ความแปรปรวนของคะแนนรวม t K แทน จำนวนขอของแบบสอบถาม 3. สถิตทิ ใี่ ชในการตรวจสอบสมมติฐาน ตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดย ประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 สูงกวากอนเรียน ผรู ายงาน ใชสถติ ทิ ดสอบที (t - test) แบบ Dependent (ยุทธ ไกยวรรณ. 2545) t = ∑D N∑ D2 − (∑ D)2 N −1 เมอ่ื t แทน คาทใี่ ชใ นการพิจารณา t - distribution แทน ความแตกตา งระหวางคะแนนทดสอบหลงั เรยี นและกอนเรยี น D แทน ผลรวมของผลตางระหวางคะแนนทดสอบหลังเรียนและ ∑D กอนเรียน ∑D2 แทน ผลรวมของกำลังสองของผลตา งระหวางคะแนนทดสอบ หลังเรยี นและกอนเรยี น N แทน จำนวนผเู รยี นทีเ่ ปน กลมุ ตวั อยา ง

บทท่ี 4 ผลการวเิ คราะหข อมลู การวิเคราะหขอมลู ในการพัฒนาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียน ช้นั ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ปท ่ี 2 ผลการวิเคราะหข อมลู ไดน ำเสนอดงั น้ี 1. สญั ลักษณท่ีใชในการเสนอผลการวิเคราะห 2. ลำดับข้ันในการนำเสนอ 3. ผลการวเิ คราะหข อมูล 1. สัญลักษณท ่ใี ชใ นการเสนอผลการวเิ คราะห ในการวเิ คราะหขอ มลู ผูรายงานไดก ำหนดสญั ลักษณท ่ีใชใ นการนำเสนอผลการวิเคราะห ขอมลู ไว ดังน้ี N แทน จำนวนนกั เรียนในกลมุ ตัวอยา ง X แทน คา เฉลี่ย S.D. แทน สว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการที่จดั ไวใ นชดุ ฝก ทักษะการปฏิบตั ิทา รำ E2 แทน ประสิทธิภาพของชดุ ฝกทกั ษะการปฏบิ ัติทารำรว มกบั การประยุกตใช เทคโนโลยีควิ อารโ คด โดยการเปลย่ี นแปลงพฤตกิ รรมของนักเรียน t แทน คาวิกฤตจิ ากการแจกแจงแบบที ** แทน มนี ยั สำคญั ทางสถิตทิ ่รี ะดบั .01 2. ลำดบั ขน้ั ในการนำเสนอ ตอนท่ี 1 ประสิทธิภาพของชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียน ช้นั ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ปท ่ี 2 ตามเกณฑที่กำหนด 80/80

60 ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตร วิชาชพี ปที่ 2 กอนและหลงั การใชชดุ ฝกทกั ษะการปฏบิ ัติทารำ พมา เปงมาง โดยประยกุ ตใชเทคโนโลยี คิวอารโคด รายวชิ านาฏศิลปล ะคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 ตอนที่ 3 วิเคราะหค วามพึงพอใจของนกั เรยี นะดบั ชัน้ ประกาศนียบตั รวชิ าชีพปที่ 2 ท่ีเรยี น ดว ยชุดฝก ทักษะการปฏบิ ัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยคี ิวอารโ คด 3. ผลการวเิ คราะหขอ มลู ตอนที่ 1 ประสิทธิภาพของชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้น ประกาศนียบตั รวิชาชีพปท ี่ 2 ตามเกณฑทีก่ ำหนด 80/80 1.1 ผลการวิเคราะหก ารหาประสทิ ธิภาพของชุดฝก ทักษะการปฏิบัตทิ ารำ พมาเปงมาง โดย ประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียน ชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 ท่ีใชเปนกลุมทดลองจำนวน 3 กลุม คือ แบบกลุมหนึ่งตอหน่ึง แบบกลมุ ยอ ย และแบบภาคสนาม ปรากฏผลตามตารางท่ี 2 ดงั น้ี ตารางที่ 2 คา ประสิทธิภาพของชดุ ฝก ทกั ษะการปฏิบัติทารำ พมา เปง มาง โดยประยุกตใ ชเทคโนโลยี คิวอารโคด รายวชิ านาฏศลิ ปละคร 3 รหสั วชิ า 20302-2003 สำหรบั นักเรียนชั้นประกาศนียบัตร วิชาชีพปท่ี 2 ของกลุมทดลอง จำนวน 3 กลมุ คะแนนเฉลย่ี รอ ยละ คะแนนเฉลย่ี รอยละ คา ประสิทธภิ าพ ( E1/ E2 ) กลมุ ทดลอง จำนวนคน ของคะแนน ของคะแนนทดสอบ แบบหน่ึงตอหนึ่ง 3 68.81/66.67 แบบฝก หดั หลงั เรียน ( E1) ( E2 ) 68.81 66.67 แบบกลมุ ยอ ย 9 74.50 72.22 74.50/72.22 แบบภาคสนาม 30 84.35 82.56 84.35/82.56 จากตารางท่ี 2 พบวาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยี คิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียน ช้ันประกาศนียบัตร วิชาชีพปท่ี 2 ท่ีนำไปทดลองใชกับกลุมทดลอง มีผลตามลำดับคือ แบบหน่ึงตอหนึ่ง มีประสิทธิภาพ

61 เทากับ 68.81/66.67 แบบกลุมยอยมีประสิทธิภาพเทากับ 74.50/72.22 และแบบภาคสนาม มปี ระสทิ ธิภาพเทา กับ 84.35/82.56 ซ่ึงเปนไปตามเกณฑ ทก่ี ำหนดไว 80/80 1.2 ผลการวิเคราะหหาประสทิ ธภิ าพของชุดฝกทักษะการปฏิบตั ิทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด ในการวิเคราะหขอมูลคร้ังนี้ ไดดำเนินการนำชุดฝกทักษะการ ปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรยี นชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 จำนวน 3 หนวย ท่ีสรางข้ึนสมบูรณ แลวมาใชกับนักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป กระทรวงวัฒนธรรม จำนวน 30 คน ในภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 โดยมีวิธีการดำเนินการ ดังน้ี 1. รวมคะแนนจากการทำกิจกรรมในชดุ ฝกทักษะการปฏิบตั ิทารำแลวนำมาหาคา เฉลี่ย ของแตล ะเรื่อง เพ่ือนำไปเปรียบเทยี บกบั เกณฑม าตรฐาน 80 ตวั แรก 2. รวมคะแนนจากแบบทดสอบหลังเรียนในชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ เพ่ือนำไป เปรียบเทยี บกับเกณฑม าตรฐาน 80 ตัวหลัง ซึ่งผลการวิเคราะหข อ มลู ปรากฏผลตามตารางท่ี 3 ดงั นี้ ตารางที่ 3 แสดงคะแนนเฉลี่ยเปนรอยละของการทดสอบกอนเรียน การทำกิจกรรมและ การทดสอบหลังเรียน โดยใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยี คิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตร วิชาชพี ปท ่ี 2 จำนวน 3 หนว ย คะแนนเฉลย่ี รอ ยละ หนวยท่ี เรือ่ ง กอนเรยี น การทำ หลังเรยี น แบบฝกหดั 1 ระบำเบ็ดเตล็ด 27.33 86.46 84.33 2 ประวตั ิเพลงพมา เปง มาง 30.33 87.13 84.67 3 กระบวนทารำพมาเปง มาง 30.67 86.95 85.33 รวม 88.33 260.54 254.33 เฉล่ยี รอยละ 29.44 86.85 84.78 จากตารางที่ 3 พบวา ชดุ ฝก ทกั ษะการปฏิบัติทา รำ พมาเปงมาง โดยประยกุ ตใ ชเ ทคโนโลยี ควิ อารโ คด รายวิชานาฏศิลปล ะคร 3 รหสั วิชา 20302-2003 สำหรับนักเรยี นชั้นประกาศนยี บัตร วิชาชพี ปท่ี 2 ที่สรางขึ้น มปี ระสทิ ธภิ าพ ตามเกณฑม าตรฐาน 80/80 ทั้ง 3 หนว ย ดังน้ี

62 หนว ยท่ี 1 ระบำเบ็ดเตล็ด มีประสิทธภิ าพ 86.46/84.33 หนว ยท่ี 2 ประวตั ิเพลงพมา เปง มาง มีประสิทธภิ าพ 87.13/84.67 หนว ยที่ 3 กระบวนทารำพมาเปงมาง มปี ระสทิ ธิภาพ 86.95/85.33 ดังน้ัน ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียน-ชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 ทีจ่ ดั ขนึ้ มีประสิทธภิ าพ 86.85/84.78 ซง่ึ เปน ไปตามเกณฑม าตรฐานท่กี ำหนดไวค ือ 80/80 ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 กอนและหลังการใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยกุ ตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวชิ านาฏศลิ ปละคร 3 รหัสวชิ า 20302-2003 การวิเคราะหเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพ่ือทดสอบความมีนัยสำคัญ ของผลตางระหวางคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน โดยสรางแบบทดสอบ วัดผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนกอนเรียนและหลังเรียน รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 เรอ่ื ง พมาเปงมาง จำนวน 1 ชุด เปนแบบทดสอบชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ขอ โดยการ ทดสอบคา (t) ซึ่งปรากฏผลตามตารางท่ี 4 ดงั นี้ ตารางที่ 4 แสดงคะแนนเฉล่ียคิดเปน รอ ยละ ของการทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิกอ นเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 จำนวน 30 คน เม่ือใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติ ทารำ พมาเปง มาง โดยประยกุ ตใ ชเทคโนโลยีคิวอารโคด การทดสอบ N X ∑D ∑ D2 t S.D. กอนเรียน 30 27.50 0.83 355 4229 81.61** หลงั เรียน 30 86.67 4.32 t.01 df = 29 จากตารางท่ี 4 แสดงใหเห็นผลการทดลองใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด วิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 ระดับช้ัน ประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 มีคะแนนเฉล่ียรอยละกอนเรียน 27.50 คะแนนเฉล่ียรอยละหลังเรียน 86.67 คะแนนหลงั เรยี นสงู กวา คะแนนกอนเรยี นอยา งมีนยั สำคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั .01

63 ตอนท่ี 3 วเิ คราะหความพงึ พอใจของนกั เรียนะดับชั้นประกาศนียบตั รวชิ าชพี ปท ่ี 2 ท่เี รยี นดวยชุดฝก ทักษะการปฏบิ ัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด การวเิ คราะหแบบสอบถามความพึงพอใจของนกั เรยี นปรากฏตามตารางที่ 5 ดงั นี้ ตารางที่ 5 แสดงคาเฉล่ียและสวนเบ่ียงเบนมาตรฐานของระดับความพึงพอใจของนักเรียนะดับช้ัน ประกาศนียบัตรวิชาชพี ปที่ 2 ท่ีมีตอ การใชชุดฝก ทักษะการปฏบิ ัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยคี ิวอารโคด รายละเอียดการประเมิน X S.D. ระดบั ความพึงพอใจ ดานชุดฝกทักษะการปฏิบัตทิ ารำ 1. เนื้อหาเขา ใจงา ย 4.83 0.45 มากที่สุด 2. ศกึ ษาคน ควา ดว ยตนเอง 4.70 0.59 มากที่สดุ 3. กิจกรรมสอดคลอ งกับเน้อื หา 4.77 0.56 มากทส่ี ดุ 4. ชว ยใหเ กิดความรคู วามเขาใจในบทเรยี นดยี ง่ิ ขึ้น 4.73 0.57 มากทส่ี ุด 5. ชวยใหป ฏบิ ัตทิ ารำไดดีข้ึน 4.90 0.30 มากทส่ี ดุ 6. ภาพประกอบสวยงามนาสนใจ 4.87 0.34 มากทส่ี ุด 7. ขนาดรปู เลมกะทดั รัดสวยงาม 4.80 0.54 มากท่ีสุด 8. นำความรูไปประยกุ ตใ ชในการเรียนได 4.67 0.65 มากทสี่ ุด 9. นำความรไู ปใชช วี ติ ประจำวันได 4.60 0.71 มากท่ีสดุ 10. เรียนรูดวยความสนุกสนานเพลดิ เพลิน 4.77 0.50 มากที่สดุ ดา นเทคโนโลยีคิวอารโคด 11. ควิ อารโคดชวยใหเ ขาถึงบทเรียนไดสะดวกขึ้น 4.90 0.30 มากทส่ี ดุ 12. คิวอารโคด ชวยใหเขาใจเนอื้ หาไดมากยงิ่ ข้นึ 4.77 0.56 มากทส่ี ดุ 13. ควิ อารโคด ชว ยใหเ ขาถงึ วดี ีโอไดง ายข้นึ 4.93 0.25 มากทสี่ ุด 14. ควิ อารโคดตรงตามเน้อื หาที่นำเสนอ 4.83 0.45 มากท่ีสดุ 15. ควิ อารโ คด เปนเทคโนโลยีสมัยใหมทท่ี ำให 4.97 0.18 มากทส่ี ุด การเรยี นรมู ีความนาสนใจยง่ิ ขึน้ รวม 4.80 0.35 มากทส่ี ุด จากตารางที่ 5 พบวานักเรียนที่เรียนดวยชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด ทั้ง 3 เรอ่ื ง มีความพึงพอใจตอการเรียนโดยการใชช ุดฝก ทักษะ

64 การปฏิบัติทารำ โดยรวมอยูในระดับมากที่สุด ( Χ = 4.76) เมื่อพิจารณารายดานพบวานักเรียน มีความพึงพอใจตอชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำท่ีพัฒนาขึ้นระดับ มากท่ีสุดคือ คิวอารโคดเปน เทคโนโลยีสมัยใหมท ี่ทำใหการเรยี นรูมีความนาสนใจย่ิงข้ึน ( Χ = 4.97) คิวอารโ คดชวยใหเ ขา ถึงวีดโี อ ไดงายข้ึน ( Χ = 4.93) ชวยใหปฏิบัติทารำไดดีข้ึนและคิวอารโคดชวยใหเขาถึงบทเรียนไดสะดวกข้ึน ( Χ = 4.90) ภาพประกอบสวยงามนาสนใจ ( Χ = 4.87) เน้ือหาเขาใจงายและคิวอารโคดตรงตาม เน้ือหาท่ีนำเสนอ ( Χ = 4.83) ขนาดรูปเลมกะทัดรัดสวยงาม ( Χ = 4.80) กิจกรรมสอดคลอง กับเน้ือหา เรียนรูดวยความสนุกสนานเพลิดเพลินและคิวอารโคดชวยใหเขาใจเนื้อหาไดมากย่ิงขึ้น ( Χ = 4.77) ชวยใหเกิดความรูความเขาใจในบทเรียนดีย่ิงข้ึน ( Χ = 4.73) ศึกษาคนควาดวยตนเอง ( Χ = 4.70) นำความรไู ปประยุกตใชกบั การเรียนได ( Χ = 4.67) และนำความรูไปใชชวี ิตประจำวันได ( Χ = 4.60) ตามลำดบั

บทที่ 5 สรปุ ผล อภิปราย และขอเสนอแนะ ในการศึกษาครั้งน้ี เปนการพัฒนาโดยการสรางและทดลองใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปง มาง โดยประยกุ ตใชเทคโนโลยีคิวอารโ คด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหสั วิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 ซึ่งมีวัตถุประสงคของการวิจัย สมมติฐานของการ วจิ ัย ขอบเขตการวิจยั วิธีดำเนินการวิจัย การวิเคราะหขอมลู สรุปผลการวิจยั อภิปรายผล ขอสังเกต การวิจัย และขอเสนอแนะ ตามลำดบั ดังตอ ไปน้ี วตั ถปุ ระสงคของการวจิ ยั 1. เพ่ือการพัฒนาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิว อารโ คด รายวิชานาฏศลิ ปล ะคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปที่ 2 ใหม ีประสิทธิภาพตามเกณฑท่ีกำหนด 80/80 2. เพอ่ื ศึกษาผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของนักเรียน ระหวา งคะแนนกอนเรียนและหลังเรยี นใน การใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชา นาฏศลิ ปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 3. เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 ท่ีมีตอชุดฝก ทกั ษะการปฏิบตั ทิ า รำ พมา เปง มาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยคี ิวอารโ คด สมมตฐิ านของการวิจัย 1. ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชา นาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ 80/80 2. ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียน ระหวางคะแนนกอนเรียนและหลังเรียนในการใช ชุดฝก ทักษะการปฏิบตั ิทา รำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด สำหรับนักเรียนชั้น ประกาศนียบตั รวิชาชพี ปที่ 2 หลังเรยี นมผี ลสัมฤทธิท์ างการเรียนสูงกวากอนเรยี น

66 3. นักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 มีความพึงพอใจตอการใชชุดฝกทักษะการ ปฏบิ ตั ิทา รำ พมา เปง มาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีควิ อารโคด อยใู นระดับมาก ขอบเขตการวจิ ัย 1. ประชากรกลมุ ตวั อยาง 1.1 ประชากร ไดแก นักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 วิทยาลัยนาฏศิลป ภาค เรียนท่ี 1 ปก ารศึกษา 2564 จำนวน 96 คน 1.2 กลุมตัวอยาง ไดแก นักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 สาขานาฏศิลปไทย ละคร วิทยาลัยนาฏศิลป ท่ีเรียนวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 ภาคเรียนท่ี 1 ป การศึกษา 2564 จำนวน 30 คน ซงึ่ ไดม าโดยการเลือกแบบเจาะจง 2. ตวั แปรท่ใี ชใ นการศกึ ษา 2.1 ตัวแปรตนคือ 2.1.1 ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปล ะคร 3 รหสั วชิ า 20302-2003 สำหรบั นักเรียนชน้ั ประกาศนยี บตั รวิชาชีพปท ี่ 2 2.2 ตวั แปรตามคอื 2.2.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นกอนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนชน้ั ประกาศนียบัตร วชิ าชีพปท่ี 2 2.2.2 ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ที่มีตอชุดฝกทักษะ การปฏิบัตทิ ารำ พมา เปง มาง โดยประยกุ ตใชเทคโนโลยคี ิวอารโคด 3. การกำหนดเนือ้ หา เนอื้ หาที่ใชใ นการวจิ ัยคร้งั นี้ เปน เนื้อหาที่ผรู ายงานศึกษาหลักสูตรนาฏดุรยิ างคศลิ ป ระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช ๒๕๖๒ ของนักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ไดก ำหนดเน้อื หาไวดังนี้ 3.1 ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 ทผ่ี รู ายงานสรางข้นึ จำนวน 36 ช่ัวโมง โดยไดแบงเนือ้ หาเปน 3.1.1 ระบำเบ็ดเตล็ด 3.1.2 ประวัตเิ พลงพมาเปง มาง 3.1.3 กระบวนทา รำพมาเปงมาง

67 4. เคร่ืองมอื ท่ใี ชในการวจิ ยั เครอ่ื งมอื ทใี่ ชร วบรวมประกอบดว ย 4.1 ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวชิ านาฏศลิ ปล ะคร 3 รหัสวชิ า 20302-2003 สำหรับนักเรยี นช้ันประกาศนยี บัตรวชิ าชีพปท่ี 2 4.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน โดยชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมา เปง มาง สำหรับนกั เรยี นชัน้ ประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 จำนวน 20 ขอ 4.3 แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 ที่มีตอ ชดุ ฝก ทกั ษะการปฏบิ ัตทิ ารำ พมาเปง มาง โดยประยกุ ตใชเทคโนโลยีควิ อารโ คด จำนวน 15 ขอ 5. ดา นระยะเวลา การวิจัยในครั้งนี้กำหนดระยะเวลา ภาคเรียนท่ี 1 ปการศึกษา 2564 (จำนวน 36 ช่วั โมง) วธิ ดี ำเนนิ การวิจัย 1. กอนทจ่ี ะดำเนินการปฏบิ ัติกจิ กรรมการเรียนการสอนโดยใชชุดฝก ทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเ ทคโนโลยคี ิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 จำนวน 30 คน ช้ีแจงทำความเขาใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนโดยการใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำแก นกั เรยี น 2. ใหน กั เรยี นกลมุ ตัวอยา งทำแบบทดสอบกอนเรยี น จำนวน 20 ขอ 3. ผูรายงานทำการสอนนักเรียนกลุมตัวอยางโดยใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปง มาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยคี ิวอารโ คด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 และคูมือการใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ ท่ีผูรายงานสรา งขึ้นโดยสอนในเวลาปกติใชเวลาทง้ั หมด 36 ชั่วโมง สำหรบั การเรยี นการสอนในแตละ หนวยจะมีการเก็บคะแนนจากการทำกิจกรรม และแบบทดสอบกอนเรียนหลังเรียนเพ่ือใชในการ ประเมนิ ผลตามเกณฑป ระสทิ ธภิ าพของกระบวนการ รวมทั้งหมด 3 หนว ย 4. เม่ือนักเรียนกลุมตัวอยางปฏิบัติกิจกรรมครบในชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยกุ ตใชเ ทคโนโลยีคิวอารโ คด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรบั นักเรยี นชั้นประกาศนียบตั รวิชาชพี ปท ่ี 2 ผูรายงานดำเนนิ การดังนี้

68 4.1 ให นั ก เรียน ก ลุมตั ว อ ยางตอ บ แบ บ สอ บ ถาม ความ พึ งพ อ ใจขอ งนั ก เรีย น ชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ที่มีตอชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยีคิวอารโคด จำนวน 15 ขอ 4.2 ใหนักเรียนกลุมตัวอยางทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เร่ือง พมา เปง มาง รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวชิ า 20302-2003 สำหรับนกั เรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปท ี่ 2 ซ่ึงเปน แบบปรนัยชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ขอ ตรวจใหคะแนนแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิ ทางการเรียน ซ่งึ ตรวจใหคะแนนโดยขอที่เลอื กตอบถูกตองให 1 คะแนน ขอที่เลือกตอบผิดหรือไม ตอบหรือตอบมากกวา 1 คำตอบให 0 คะแนน 5. นำคะแนนท่ีไดจากขอ 2. ขอ 3. ขอ 4.1 และ 4.2 มาวิเคราะหโดยใชวิธีการ ทางสถิติตอไป การวเิ คราะหขอ มลู 1. หาคาสถิติพ้ืนฐานของคะแนนท่ีไดจากการทำกิจกรรม และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน พมาเปงมาง รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนช้ัน ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพปที่ 2 ซึง่ วเิ คราะหโดยใชคารอยละ คาเฉลย่ี และสว นเบย่ี งเบนมาตรฐาน 2. หาประสิทธิภาพของชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 โดยหาความสัมพันธระหวางคะแนนท่ีไดจากการทำกิจกรรม และ คะแนนจากการทำแบบทดสอบหลังเรียนโดยคิดเปนรอยละ จากนั้นนำผลท่ีไดมาเทียบหา ประสิทธภิ าพตามเกณฑ 80/80 3. เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนกอนและหลังเรียนโดยใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติ ทา รำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยคี ิวอารโ คด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302- 2003 สำหรบั นักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวชิ าชีพปที่ 2 โดยการทดสอบสมมติฐานใชวิธีการทางสถิติ แบบ t – test Dependent Sample 4. วิเคราะหแบบสอบถามความพึ งพ อใจที่มีตอชุดฝกทักษะการปฏิบั ติทารำ พมา เปงมาง โดยประยุกตใชเ ทคโนโลยีคิวอารโคด ซ่ึงวิเคราะหโดยใชคา เฉลี่ย สว นเบย่ี งเบนมาตรฐาน และประเมนิ ระดับความคิดเหน็ โดยใชเกณฑก ารประเมินของบุญชม ศรีสะอาด (2546 : 162) ดงั น้ี คะแนนเฉลย่ี 4.51-5.00 หมายถึง ระดับความพงึ พอใจ มากที่สดุ คะแนนเฉลยี่ 3.51-4.50 หมายถงึ ระดับความพึงพอใจ มาก คะแนนเฉล่ยี 2.51-3.50 หมายถึง ระดับความพึงพอใจ ปานกลาง

69 คะแนนเฉลย่ี 1.51-2.50 หมายถึง ระดับความพึงพอใจ นอ ย คะแนนเฉลีย่ 1.00-1.50 หมายถึง ระดับความพึงพอใจ นอยทสี่ ุด สรุปผลการวิจยั จากการดำเนินการศึกษาและพัฒนาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดย ประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโ คด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียน ชัน้ ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ปท่ี 2 สรุปผลการศึกษาไดดงั น้ี 1. ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชา นาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 ที่ ผูรายงานพัฒนาข้ึน มีประสิทธิภาพ 86.85/84.78 ซึ่งเปนไปตามเกณฑมาตรฐานท่ีกำหนดไวคือ 80/80 2. นักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 ท่ีเรียนโดยใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยกุ ตใชเทคโนโลยีคิวอารโ คด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 มีผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นหลังเรียนสงู กวา กอ นเรียน อยา งมีนยั สำคญั ทางสถติ ิที่ .01 3. ความพึงพอใจของนักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ท่ีมีตอชุดฝกทักษะการ ปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด มีคาเฉล่ียเทากับ 4.80 และสวน เบยี่ งเบนมาตรฐานเทากับ 0.35 ซง่ึ หมายความวา นักเรยี นมีความพงึ พอใจอยูในระดบั มากทีส่ ดุ อภปิ รายผล จากการวิเคราะหและสรุปผลการวิจัยจากการพัฒนาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมา เปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนกั เรียนช้นั ประกาศนียบัตรวิชาชพี ปท ่ี 2 สามารถอภปิ รายผล ไดด งั น้ี 1. ชุดฝก ทักษะการปฏิบัตทิ ารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเ ทคโนโลยีควิ อารโคด รายวิชา นาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวิชาชีพปที่ 2 ที่ผูรายงานพัฒนาข้ึนมีประสิทธิภาพ 86.85/84.78 ซ่ึงเปนไปตามเกณฑมาตรฐานที่กำหนดไวคือ 80/80 ท้ังนี้เน่อื งมาจากดฝกทักษะการปฏิบตั ิทารำ พมาเปง มาง โดยประยกุ ตใ ชเ ทคโนโลยคี ิวอารโ คด เปนส่ือการเรียนท่ีผูรายงานพัฒนาขึ้นใหสอดคลองกับสภาพผูเรยี น เพ่ือลดบทบาทของครูจากเปนผู ถายทอดความรู มาเปนผใู หค ำแนะนำ และเสนอแนะวธิ ีการเรยี นรู ใหผ ูเ รียนมบี ทบาทสำคัญ

70 ในการเรียนรดู วยตนเอง สอดคลองกับ นิภา ชวนะพานิช (2551 : 15) ไดกลา ววา สิ่งที่จะ ชวยใหนกั ศึกษามีพัฒนาการทางภาษาที่ดี ขึน้ คอื ชุดฝกทักษะ หรือแบบฝก หดั เพราะจะทำใหผเู รียน มีโอกาสไดนําความรทู ่ีเรียนไปฝกใหม ีความเขา ใจมากยิ่งข้ึน ในสวนของข้ันตอนการพัฒนา ผูรายงาน ไดพัฒนาขึ้นตามขั้นการผลิตชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ ของปราณี จิณฤทธ์ิ (2552) ไดกลาววา ลักษณะของชุดฝกทักษะท่ีดีตองสรางใหเก่ียวขอ งกับบทเรียนเปนชุดฝกทักษะสำหรับเด็กเกง และใช ซอ มเสริมเด็กออ นได มีความหลากหลายในชุดฝกทักษะชุดหน่ึงๆ มคี ําสั่งท่ีชัดเจน เปดโอกาสใหผูฝก ไดคิดทาทายความสามารถมีความเหมาะสมกับวัย ใชเ วลาฝกไมนาน ผูฝกสามารถนําประโยชนจาก การทำชดุ ฝก ทักษะไปประยุกตปรบั เปลี่ยนนํามาใชในชวี ิตประจำวันได ชดุ ฝก ทกั ษะการปฏบิ ตั ิทารำ พมา เปงมาง โดยประยกุ ตใชเทคโนโลยีคิวอารโ คด เปนส่อื การ สอนท่ผี ูเรียนสามารถศึกษาและทบทวนความรไู ดดว ยตนเอง จงึ เหมาะสำหรับรายวชิ านาฏศิลปล ะคร 3 รหัสวชิ า 20302-2003 ช้ันประกาศนียบัตรวชิ าชีพปท ี่ 2 ทนี่ อกจากเรยี นในหองเรยี นและเรียนผา น ออนไลนแลว ผูเ รียนจะตองทบทวน และฝกฝนตนเองอยางสมำ่ เสมอ เห็นไดจากพฒั นาชดุ ฝกทักษะ การปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัส วิชา 20302-2003 พบวามีประสิทธิภาพเปนไปตามเกณฑท่ีกำหนด สอดคลองกับ ขวัญฟา ภูแพง สุทธิ์ (2562) ไดศึกษาและพัฒนาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ เรื่อง ระบำมาตรฐานสรางสรรคงาน ศิลป รายวิชานาฏศิลปไทยละคร 1 รหัสวิชา ศ31207 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป กระทรวงวฒั นธรรม ผลการวิจัยพบวา ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ เร่ือง ระบำมาตรฐาน สรางสรรคงานศิลป รายวิชานาฏศิลปไทยละคร 1 รหัสวิชา ศ31207 ช้ัน มธั ยมศึกษาปที่ 4 มีประสิทธิภาพ 88.81/85.53 เชนเดียวกบั ขวญั จริ า วงแหวน (2559) ไดศกึ ษา และพัฒนาผลการใชชดุ ฝก ทักษะนาฏศิลปไ ทย เร่ือง รำแมบ ทเลก็ ประกอบการสอนตามแนวคิดของ ซิมพซัน เพื่อพัฒนาทักษะนาฏศิลปไทยท่ีคงทนของผูเรียนชุมนุมนาฏศิลปไทย โรงเรียนสิรินธร จงั หวัดสรุ ินทร ผลการศึกษาพบวา ชุดฝกทกั ษะทักษะนาฏศิลปไทย เร่ือง รำแมบทเลก็ ประกอบการ สอนตามแนวคดิ ของซิมพซัน มีคา ประสิทธภิ าพกระบวนการ (E1) เทากับ 84.10 และมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ (E2) เทากับ 87.46 และสอดคลองกับรชตะ ขาวดี (2564) ไดพัฒนาสื่อการสอนเทคโนโลยี รวมสมัยบนคิวอารโคด (QR Code) ภายใตสถานการณแพรระบาดของไวรัส COVID-19 เร่ือง เศรษฐกจิ พอเพียง ในรปู แบบหนังสือเรียนอิเล็กทรอนกิ ส (E-Book) สำหรบั นกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาป ที่ 6 โรงเรียนบานแพงพิทยาคม ผลการศกึ ษาพบวาส่อื การสอนเทคโนโลยรี ว มสมัยบนควิ อารโคด (QR Code) ภายใตสถานการณแ พรระบาดของไวรัส COVID-19 ในรปู แบบหนงั สอื เรยี นอเิ ลก็ ทรอนกิ ส (E- Book) มีประสิทธภิ าพเทา กบั 85.10/85.69 ซึ่งเปน ไปตามเกณฑม าตรฐานทีก่ ำหนดไวคือ 80/80 2. ผลการใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด ไดแก ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน และความพึงพอใจ ที่มีตอการใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมา

71 เปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนกั เรียนชัน้ ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ปท ี่ 2 2.1 ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนของนกั เรยี นระดบั ช้ันประกาศนยี บตั รวชิ าชีพปท ี่ 2 ทเ่ี รยี นดวย ชุดฝกทักษะการปฏิบตั ิทารำ พมาเปงมาง โดยประยกุ ตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด นักเรยี นมีผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียนสูงกวากอนเรียนอยางมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 นนั่ แสดงวา การเรียนจากชุดฝก ทักษะการปฏิบัติทารำ พมา เปงมาง โดยประยุกตใชเ ทคโนโลยีคิวอารโ คด ทำใหนักเรียนมีผลสมั ฤทธิ์ ทางการเรียนสูงข้ึนจริง ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดย ประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด ไดรับการพัฒนาอยางเปนระบบ มีการตรวจสอบคุณภาพจาก ผูเช่ียวชาญ และมีการทดลองใชกอนนำไปใชกับกลุมตัวอยาง สอดคลองกับผลการศึกษาของ อมรรัตน บัวพัฒน (2558) ไดศึกษาและพัฒนาชุดฝกทักษะนาฏยศัพท วิชานาฏศิลป กลุมสาระการ เรียนรูศิลปะ สำหรับช้ันประถมศึกษาปท่ี 3 เพ่ือพัฒนาชุดฝกทักษะและเพื่อ เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียน กลุมตัวอยางเปนผูเรียนช้ันประถมศึกษาปท่ี 3 โรงเรียนบานไรสมบูรณ อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ ผลการศึกษาพบวา ผูเรียนที่เรียนดวยชุดฝกทักษะนาฏยศัพท วิชานาฏศิลป กลุมสาระการเรียนรูศิลปะมี ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนหลังเรียนสูงกวากอนเรียนอยางมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 เชนเดียวกับพิยภรณ จันทรเกษม (2562) ชุดฝกทักษะปฏิบัตินาฏศิลป เร่ือง รำวงมาตรฐาน “เพลงดวงจันทรวันเพ็ญ” สำหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 3 โรงเรียนเทศบาล ๒ (บานมลายูบางกอก) พบวา นักเรียนมี ผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกวากอนเรียนอยางมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 และสอดคลองกับกุลธิดา ขันทอง (2562). ไดศึกษาการใช QR Code จดั การเรยี นรูดวยกระบวนการสืบเสาะหาความรแู บบ 5E เร่ือง รูเทาทันสังคมออนไลน ของนักเรียนระดับช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 5 ผลการศึกษาพบวา นักเรียน ระดับช้ันประถมศึกษาปที่ 5 ทเี่ รียนโดยการใช QR Code จัดการเรยี นรดู วย กระบวนการสบื เสาะหา ความรูแบบ 5E เรื่อง รูเทาทันสังคมออนไลน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกวาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรยี นกอ นเรยี น อยางมนี ยั สำคญั ทางสถติ ทิ ี่ระดบั .01 2.2 นักเรียนมีความพึงพอใจตอการใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดย ประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด อยูในระดับมากที่สุด มีคาเทากบั 4.80 และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เทากับ 0.35 ท้ังน้ี การเรียนโดยใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยีคิวอารโคด เปนการเปดโอกาสใหผูเรียนไดมีบทบาทในการเรียนมากข้ึน ผูเรียนมีสื่อ การเรยี นรทู ที่ ันสมัย และนาสนใจ เนือ่ งจากผรู ายงานไดพัฒนาชุดฝกทักษะการปฏบิ ัตทิ ารำ โดยคำนึง ลักษณะท่ีดีของชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนช้ันประกาศนียบัตรวิชาชีพปท่ี 2 ประภาพร ถ่ินออ ง (2553: 33) ไดกลาววา ลักษณะของชุดฝกทักษะที่ดีตอ งมีจุดหมายท่ีแนนอน

72 จะทำการฝกทักษะดานใด ควรใชภ าษางาย ๆ และมีความนาสนใจ เรียงลำดับจากงายไปหายาก ใหเ หมาะสมกับวัยและความสามารถของผูเรียน มีเน้ือหาตรง จัดกิจกรรมใหหลากหลายเพื่อดึงดูด ความสนใจและเกิดประสิทธิภาพในการเรียน สอดคลองกับผลการศึกษาของ พิยภรณ จันทรเกษม (2562) ชุดฝกทักษะปฏบิ ัตินาฏศิลป เรือ่ ง รำวงมาตรฐาน “เพลงดวงจันทรว ันเพ็ญ” สำหรับนักเรียน ช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 3 โรงเรียนเทศบาล ๒ (บานมลายูบางกอก) พบวานักเรียนมีความพึงพอใจ ตอการจัดการเรียนรูประกอบการใชชุดฝกทักษะปฏิบัตินาฏศิลป เร่ือง รำวงมาตรฐาน “เพลงดวง จันทรวันเพ็ญ” สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 3 โรงเรียนเทศบาล ๒ (บานมลายูบางกอก) โดยรวมอยูในระดับมาก เชนเดียวกับชนัญชิดา นันทา (2556) ไดศึกษาและพัฒนาทักษะนาฏศิลป โดยใชชุดฝกทักษะนาฏศิลป การรำประกอบเพลง “เซ้ิงเก็บเห็ด”กลุมสาระการเรียนรูศิลปะ สาระ นาฏศิลป ช้ันประถม ศึกษาปที่ 6 โรงเรียนบานปราสาท พบวา ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอ ชุดฝกทักษะนาฏศิลปก ารรำประกอบเพลง “เซงิ้ เก็บเหด็ ” กลุม สาระการเรียนรูศิลปะ สาระนาฏศิลป ช้ันประถมศึกษาปท่ี 6 โรงเรยี นบานปราสาทโดยรวมอยูในระดับมากที่สุด และสอดคลองกับ กัตตก มล พศิ แลงาม (2561). ไดศกึ ษาการประยกุ ตใชเทคโนโลยีรหัสควิ อารสำหรับการจดั การเรยี นการสอน ในรายวิชาภาษา การส่ือสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ ของหมวดวิชาศึกษาทั่วไป ผลการศึกษา พบวาความพงึ พอใจตอการใชเทคโนโลยีรหัสคิวอารสำหรับการจดั การเรียนการสอน ในรายวชิ าภาษา การสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ ของหมวดวิชาศึกษาท่ัวไป โดยภาพรวมมีความเหมาะสม มากท่ีสุด (Mean = 4.54 S.D = 0.81) 2) และผลความพึงพอใจในดานเขาถึงไดงายอยูในระดับ มากทส่ี ุด โดยภาพรวมความพงึ พอใจอยูใน ระดับมาก (Mean = 4.47 SD = 0.56) ขอ สงั เกตจากการวิจัย จากการพัฒนาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใชเทคโนโลยี คิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตร วิชาชีพปท่ี 2 ท่ีผรู ายงานสรา งข้ึน ผูรายงานไดพ บขอ สังเกตบางประการจากการศกึ ษาคน ควา ซ่ึงพอ สรุปไดด ังน้ี 1. การจัดกิจกรรมเรียนการสอน ดวยชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ โดยประยุกตใช เทคโนโลยีคิวอารโคด ที่นำเสนอจดุ ประสงคการเรียนรูประจำชั่วโมงที่ชัดเจน ทำใหผูเรียนเขาใจและ เรียนรูอยางมีจุดหมายปลายทาง สังเกตจากการตอบคำถามไดถูกตอง การใหความรวมมือและการมี สวนรวมในการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนเปน อยา งดี

73 2. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ โดยประยุกตใช เทคโนโลยคี ิวอารโ คด เมอ่ื มีการใหผลยอนกลับและการใหการเสริมแรงกับผูเรียนในขณะเรียน จะทำ ใหผูเรียนไดทราบถึงขอผดิ พลาดของตนเอง ดังน้ันผูเรียนสามารถนำขอผิดพลาดเหลาน้ันไปปรบั ปรุง แกไขและพัฒนาตนเองใหดยี ่งิ ขึ้นได 3. การท่คี รูผูสอน ตรวจกิจกรรมระหวางเรียนดวยตนเอง ทำใหท ราบขอบกพรองตา ง ๆ ของผูเ รียนแตล ะคน ซ่งึ จะทำใหค รูสามารถแกไ ขขอ บกพรอ งตา ง ๆ ของผูเรียน แตล ะคนไดถูกตอ ง ขอ เสนอแนะ 1. ขอเสนอแนะท่ัวไป 1.1 การสรา งชุดฝกทกั ษะการปฏิบัตทิ ารำ ที่มีประสิทธิภาพ ครูผสู อนควรศกึ ษาคนควา กระบวนการสรางชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำใหเขาใจอยางถองแทกอนดำเนินการสรางและกอนที่ จะนำชุดฝกทกั ษะการปฏิบตั ิทา รำไปใชในการเรยี นการสอน เพือ่ ใหการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน ใหผ เู รียนเกิดการเรียนรอู ยางมปี ระสทิ ธภิ าพและบรรลวุ ตั ถุประสงคก ารเรียนรูได 1.2 กอนการสอนโดยใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ ครูควรศึกษารายละเอียดตาง ๆ ในชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ เพื่อประสิทธิภาพในการใหคำแนะนำกับนักเรียนในการเรยี นโดยใช ชดุ ฝก ทักษะการปฏบิ ัตทิ ารำ ไดอยางถูกตอง 1.3 กอนท่ีจะนำชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ ไปใชสอนจริง ครูควรทดลองใชใหคลอง กอ นจะไดไมเกิดปญหาตดิ ขัดขณะดำเนินการสอน ตลอดจนเปนการตรวจสอบความถูกตองตามสภาพ ใชง านจรงิ ใหเ กดิ ความพรอ มสามารถจัดลำดับกอ น - หลังของการใช 1.4 ในการสอนแตละครั้งครูผูสอนควรมีการช้ีแจงขั้นตอนการศึกษาชุดฝกทักษะการ ปฏิบัติทา รำ ใหผูเรียนเขา ใจกอน เพราะถาผูเรียนไมเขาใจขั้นตอนการปฏิบัติกจิ กรรมตา ง ๆ อาจจะ สงผลใหก ารเรยี นไมป ระสบผลสำเร็จได 1.5 ในขณะที่ผูเรียนศึกษาเนื้อหาในชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำดวยตนเอง อาจจะมี ผเู รยี นบางคนท่ไี มเขาใจเน้ือหาในบางสวนหรือเขาใจเนอื้ หาบางสวนผิดไป หรอื ไมเ ขาใจลำดับข้นั ตอน การศึกษาเนื้อหาในบทเรียน ดังน้ัน ครูผูสอนจึงควรท่ีจะดูแลใหคำแนะนำ ใหคำอธิบาย ใหกำลังใจ แกผูเรียนอยางใกลชดิ 1.6 การจัดการเรยี นรโู ดยใชชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ พมาเปงมาง โดยประยุกตใช เทคโนโลยีคิวอารโคด รายวิชานาฏศิลปละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 สำหรับนักเรียนชั้น ประกาศนยี บัตรวิชาชีพปท่ี 2 เปนการจัดการเรียนการสอนที่ใหน ักเรียนไดศกึ ษาและสรา งองคความรู

74 ดว ยตนเอง เม่ือนักเรียนพบปญ หาท่ีสงสัย อาจไมกลาถามครผู ูสอนหรือถามเพอื่ น ดังนั้นครผู ูสอนควร ดูแลใหค ำแนะนำอยา งใกลช ดิ 1.7 บรรยากาศในช้ันเรียนระหวางนักเรียนกับครู และนักเรียนกับนักเรียน ควรเปนบรรยากาศท่ีเปนกนั เอง เพื่อใหน กั เรียนกลาพดู กลาแสดงออก กลา เสนอความคิดเห็น 1.8 การใหเวลาสำหรับนักเรียน ในหองเรียนท่ีมีนักเรียนมีระดับความสามารถตางกัน คือ มีท้ังเด็กเกง เด็กปานกลาง และเด็กออน มักจะเกิดปญหาในเร่ืองการทำงานไมเสร็จในเวลา ท่เี ทากัน ควรมกี ารกำหนดเวลาของการทำงานใหมากพอท่ีจะทำใหนักเรียนสว นใหญทำงานจนเสร็จ แตท้ังน้ีก็ไมควรนานจนทำใหเสียเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมอ่ืน ๆ อาจจะใหนักเรียนที่ทำเสร็จเร็ว ชวยเพ่ือนท่ียงั ทำงานไมเสร็จ ในการชวยเหลือตองเปนการแนะนำไมใชการบอกคำตอบเพื่อใหเพื่อน ลอกคำตอบ 1.9 ครูผสู อนควรมกี ารยดื หยนุ เวลาในการนำเสนอเน้ือหาใหเหมาะสมกบั คุณสมบัตแิ ละ จำนวนผเู รยี น 1.10 ครูผูสอนสามารถนำชดุ ฝกทักษะการปฏิบัตทิ า รำ ท่ผี า นการหาประสทิ ธิภาพแลว ไปใชในการสอนเสริมนักเรียนเปนรายบุคคล กลุมยอย และกลุมใหญไดอยางมีประสิทธิภาพ และ ควรคำนึงถึงการจดั สภาพหองเรยี นใหเหมาะสม 2. ขอเสนอแนะสำหรับการศกึ ษาคนควาครัง้ ตอ ไป 2.1 ควรมีการพัฒนาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำในเนื้อหาอ่ืน ๆ และระดับช้ันอ่ืน ซึ่งควรเลือกเน้ือหาท่ีเหมาะสม โดยเฉพาะอยางยิ่งเนื้อหาท่ียากตอการเขาใจหรือเปนเน้ือหา ทีน่ กั เรียนใหค วามสนใจ 2.2 ควรมีการศึกษาและพัฒนาชดุ ฝกทักษะการปฏิบัติทารำ รวมกับการนำวิธีการสอน อนื่ ๆ ทเี่ นนผเู รียนเปนสำคญั มาจดั การเรยี นการสอนใหกบั นกั เรียน 2.3 ควรมีการพัฒนาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำ เพอ่ื สงเสริมคุณลกั ษณะของนักเรียน ในดานตาง ๆ เชน ความรับผิดชอบ ทักษะการคิดและความคงทนในการเรียนรู คุณธรรมและ จรยิ ธรรม ของผูเรียน เปน ตน 2.4 ควรมีการศึกษากับกลุมตัวอยางที่มีระดับความสามารถทางการเรียนแตกตางกัน ทีละกลุม เพ่ือศึกษาวาชุดฝกทักษะการปฏิบัติทารำที่สรางขึ้น ชวยพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ของกลุมตวั อยา ง กลุมใดไดด ี หรือวิธกี ารดังกลาวเหมาะสมกบั กลุม ใดมากท่ีสุด

บรรณานกุ รม กมล ชูกลน่ิ . (2550). การพัฒนาแบบฝกทกั ษะการเขียนสะกดคำภาษาไทยช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 3. วทิ ยานพิ นธ ค.ม. อุบลราชธานี: มหาวิทยาลยั ราชภฏั อุบลราชธาน.ี กรมพระนราธิปประพันธพงศ, พระเจาบรมวงศเธอ. (2505). จดหมายเหตุลาลูแบร. พระนคร : องคก ารคา ครุ ุสภา กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติพุทธศักราช 2542 แกไข เพิ่มเตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พทุ ธศักราช 2545. กรงุ เทพมหานคร : คุรุสภา กัตตกมล พิศแลงาม. (2561). การประยุกตใชเทคโนโลยีรหัสคิวอารสาหรับการจดั การเรียนการสอน ในรายวิชาภาษาการสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ ของหมวดวิชาศึกษาทั่วไป. มหาวิทยาลยั ราชภัฎวไลยอลงกรณ ในพระบรมราชปู ถมั ภ. กาญจนา แจงตรง. (2550). ผลการจดั กจิ กรรมการเรยี นรภู าษาไทยเร่อื งการผนั วรรณยุกตโดยใช การใชแบบฝกทักษะชั้นประถมศึกษาปที่ 5. การศึกษาคนควาอิสระ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม. กาญจนา อรุณสุขรุจี. (2546). ความพึงพอใจของสมาชิกสหกรณตอการดำเนินงานของสหกรณ การเกษตร ไชยปราการจำกัด อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม. เชียงใหม : คณะ เกษตรศาสตร มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม. กลุ ธิดา ขันทอง. (2562). การใช QR Code จัดการเรยี นรูดวยกระบวนการสืบเสาะหาความรูแบบ 5E เรื่อง รูเทาทันสังคมออนไลน ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 5. โรงเรียนฤทธิยะ วรรณาลยั กรุงเทพมหานคร : สำนกั งานเขตสายไหม. ขวญั จิรา วงแหวน. (2559). ผลการใชช ุดฝก ทักษะนาฏศิลปไ ทย เรอื่ ง รำแมบ ทเลก็ ประกอบการ สอนตามแนวคดิ ของซมิ พซัน เพ่อื พัฒนาทกั ษะนาฏศลิ ปไ ทยทค่ี งทนของ ผูเรยี นชุมนมุ นาฏศิลปไทย โรงเรยี นสริ ินธร จงั หวดั สรุ ินทร. สำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 33 : สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน. ขวัญจุฑา คำบรรลือ และคณะ. (2558). การประยุกตใชเทคโนโลยีคิวอารโคด เพื่อสงเสริมกิจกรรม การเรียนรูสำหรับศูนยรวบรวมสายพันธุกลวย เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดกำแพงเพชร (ปรญิ ญานิพนธป ริญญามหาบณั ฑติ ). พษิ ณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร. ขวัญฟา ภูแ พง สทุ ธ.์ิ (2562). พัฒนาชดุ ฝก ทกั ษะการปฏบิ ตั ทิ ารำ เรอ่ื ง ระบำมาตรฐานสรางสรรค งานศลิ ป รายวิชานาฏศลิ ปไทยละคร 1 รหสั วชิ า ศ31207 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4. วิทยาลยั นาฏศิลป. สถาบนั บัณฑติ พฒั นศลิ ป : กระทรวงวฒั นธรรม. จาตรุ งค มนตรศี าสตร. (2525). นาฏศิลปเพอื่ การศกึ ษาเบอื้ งตน . กรุงเทพฯ : องคการคาของคุรสุ ภา.

76 จินตนา สายทองคำ. (2561). นาฏศิลปไทย รำ ระบำ ละคร โขน. สถาบนั บณั ฑติ พัฒนศลิ ป กระทรวง วัฒนธรรม : นุชาการพิมพ. บรรณานุกรม (ตอ ) ชนัญชิดา นันทา. (2556). การพัฒนาทักษะนาฏศิลป โดยใชชุดฝกทักษะนาฏศิลป การรำประกอบ เพลง “เซิ้งเก็บเห็ด”กลุมสาระการเรียนรูศิลปะ สาระนาฏศิลป ชั้นประถมศึกษาปที่ 6. โรงเรียนบานปราสาท.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 3 : สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน. ชิดชงค ส.นันทนาเนตร. (2549). การเรยี นรดู วยการชน้ี ำตนเอง. เอกสารประกอบการสอนวิชา 469- 402 หลกั การเรียนรแู ละการสอนผใู หญ ภาควชิ าการศึกษานอกโรงเรยี น. บณั ฑติ วทิ ยาลัย : มหาวิทยาลัยศิลปากร. ซอ นกล่นิ กาหลง. (2559). การวจิ ัยและพฒั นาแบบฝกทักษะการแกป ญ หาดวยกระบวนการเทคโนโลยี สารสนเทศ สำหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปท ี่ 5. มหาวทิ ยาลัยราชภฏั มหาสารคาม. ญาณิศา บญุ ประสทิ ธิ์. (2556). นาฏศลิ ป สอ่ื เพอื่ การประชาสมั พันธและเผยแพรว ัฒนธรรมไทยในเวที ประชาคมอาเซียนนาฏศิลป. วารสารศาสตร, ปที่ 7 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม-เมษายน). ดำรงราชานุภาพ, สมเดจ็ พระเจาบรมวงศเ ธอ กรมพระยา. (2507). พระนคร : ป.พศิ นาคะ การพมิ พ. ถวลั ย มาศจรัส. (2550). นวัตกรรมทางการศกึ ษา. กรงุ เทพมหานคร: ธารอกั ษร. ทศพร ตาดสุวรรณ (2550). การพัฒนาแบบฝ กเสริมทักษะการเขียนคำศัพทภาษาอังกฤษ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี 4. วิทยานิพนธปรญิ ญาการศกึ ษามหาบัณฑติ (สาขาการพัฒนาหลักสูตร และการเรียนการสอน). คณะครศุ าสตร มหาวิทยาลัยราชภฏั อบุ ลราชธาน.ี นพชยั อปุ ชิต. (2558). ผลการใชช ุดฝก ทกั ษะดนตรไี ทยตามแนวคิดของซซู ูกิ สำหรบั นักเรียน ชัน้ มธั ยมศกึ ษาป ที่ 2 เร่ือง เสยี งใสขลุยเพยี งออ. (วทิ ยานพิ นธม หาบัณฑิต). บรุ รี มั ย: มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏบรุ ีรมั ย. . (2521). บนั ทกึ เรอ่ื งความรูตาง ๆ สมเดจ็ เจา ฟากรมพระยานรศิ ฯสง บันทกึ ประธานพระยา อนมุ านราชธน. กรงุ เทพ: ไทยวฒั นาพานชิ . นฤมล ธีรวัฒน, ผศ. และคณะ. (2551). มองพมาผานชเวดากอง. กรุงเทพฯ: โรงพิมพโอ. เอส. พร้ินด้ิงเฮาส. นาฏศิลป, วิทยาลยั . (ม.ป.ป.). คมู ือประกอบการสอนวิชานาฏศิลปไทย ระดับนาฏศิลปช ้ันตน , เอกสาร อดั สำเนา.

77 บรรณานกุ รม (ตอ ) นิตยา กิจโร. (2553). การศึกษาผลการฝกทักษะการตั้งคำถามของนักเรียนในการสอนวิชา วิทยาศาสตรที่ตอผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตรและความคิดสรางสรรคทาง วิทยาศาสตรของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1. ปริญญานิพนธการศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาการมัธยมศึกษา, บณั ฑติ วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒ. บัณฑิตพัฒนศิลป กระทรวงวัฒนธรรม. (2562). หลักสูตรนาฏดุริยางคศิลป ระดับประกาศนียบัตร วชิ าชพี พทุ ธศกั ราช 2562. พมิ พครัง้ ที่ 2. นนทบรุ ี : ไทภูมิ พับลชิ ซง่ิ จำกดั . บุญชม ศรสี ะอาด. (2543). การวิจัยเบอ้ื งตน . พมิ พคร้งั ท่ี 6. กรุงเทพฯ : สานกั พมิ พส ุวีริยาสาสน. บุญมี พันธุไทย. (2542). การวิจัยในชั้นเรียน. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพมหาวิทยาลยั รามคำแหง. บุปผาชาติ อุปถัมภนรากร. (2558). รายงานการวิจัยกระบวนการถายทอดความรูนาฏศิลปไทย. กรงุ เทพฯ: สถาบนั วิจัยและพัฒนา มหาวทิ ยาลัยราชภฏั จันทรเกษม. ปภิชญา เรืองโค, สนิท ตีเมืองซาย และ อภิดา รุณวาทย. (2562). บทเรียนบนเว็บโดยใชรูปแบบ การเรียนการสอนตามแนวคิดการพัฒนาทกั ษะปฏิบัติ ของซิมซันเพื่อสงเสริมทักษะปฏิบัติ และความคิดสรางสรรค สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมปที่ 3. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาสารคาม. ประภาพร ถ่นิ ออง. (2553). การพฒั นาแบบฝก ทกั ษะวชิ าคณิตศาสตร เรือ่ ง การแยกตวั ประกอบของ พหุนามดีกรีสอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปท่ี3. วิทยานิพนธ การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวจิ ยั และประเมนิ ผลการศึกษา (วิจยั และพัฒนา การศกึ ษา), บัณฑิตวิทยาลยั , มหาวทิ ยาลัย นเรศวร. ประภาพรรณ เสง็ วงค. (2551). การพัฒนานวตั กรรมการเรยี นรดู ว ยการวิจยั ในชั้นเรยี น. พิมพครง้ั ที่ 2. กรุงเทพฯ : อ.ี เค.บคุ ส. ประยุทธ สิทธิพันธ. (ม.ป.ป.). กรุงเทพฯ สองรอยปแหงราชวงศจักรี บันทึกเหตุการณสำคัญสมัย กรงุ รัตนโกสนิ ทร พ.ศ. 2352-พ.ศ. 2525. กรุงเทพฯ : ลือสาสน. ปรัชวี สวามวิ ัศด.ุ (2555). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอรช วยสอน กลุม สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร เรื่องอัตราสวนและรอยละ สำหรับนักเรียนชวงชั้นที่ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปท ี่ 2. วิทยานิพนธ ศ..ม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร. ปราณี จิณฤทธิ์. (2552). ผลการใชแบบฝกทักษะคณิตศาสตรที่มีตอผลสัมฤทธิ์และเจตคติ ทางการเรียนคณิตศาสตรของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนเคหะประชาสามัคคี จังหวัดนครราชสีมา. วิทยานิพนธศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาศึกษาศาสตร, บัณฑิต วทิ ยาลยั : มหาวิทยาลยั สุโขทัยธรรมาธริ าช.

78 บรรณานกุ รม (ตอ) ปุณณภา จงอนกุ ูลธนากร. (2553). การพฒั นาชดุ ฝกทกั ษะการคิดวิเคราะหจ ากเรือ่ งโคลงโลกนติ ิ สำหรบั นักเรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 1 โรงเรยี นกรุงเทพครสิ เตียนวิทยาลยั . สารนิพนธ ปรญิ ญาการศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลยั ศรนี ครินทรวโิ รต ประสานมติ ร. พรรณี ชูทัย เจนจติ . (2555). จิตวทิ ยาการเรียนการสอน. นนทบรุ ี : เกรทเอด็ ดเู คชั่น. พรสวรรค บุญเอก. (2553). การพฒั นาชุดฝก ทกั ษะการอานจบั ใจความภาษาอังกฤษ สำหรับนกั เรียน ช้ันประถมศึกษาปที่ 5. อุบลราชธานี บัณฑิตวทิ ยาลัย : มหาวิทยาลยั ราชภัฏอุบลราชธาน.ี พระยาลิไท. (2529). ประชุมหลักศิลาจารึกภาคที่ 3 ไตรภูมิพระรวงของพระญาลิไทย. กรุงเทพ ฯ : คลงั วทิ ยา. พัฒนา พรหมณี และคณะ. (2563). แนวคิดเกี่ยวกับความพึงพอใจและการสรา งแบบสอบถามความ พงึ พอใจในงาน Concepts of Satisfaction and Construction of Job Satisfaction Questionnaire. วารสารวิชาการสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแหง ประเทศไทย (สสอท.). ปท่ี 26 ฉบบั ท่ี 1 : เดือนมกราคม - มถิ นุ ายน. พิทักษ อุดมชัย. (2552). หนาที่ทางการบริหารที่สงผลตอแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูใน สังกัดสํานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาขอนแกน เขต 5. วทิ ยานิพนธปรญิ ญาศึกษาศาสตร มหาบัณฑิต มหาวิทยาลยั ขอนแกน . พิยภรณ จันทรเกษม. (2562). ชุดฝกทักษะปฏิบัตินาฏศิลป เรื่อง รำวงมาตรฐาน “เพลงดวงจันทร วันเพ็ญ” สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนเทศบาล ๒ (บานมลายูบางกอก). ยะลา : กรมสงเสรมิ การปกครองทองถน่ิ . พรี าวิชญ ภาคนนทก ลุ . (2557). การประยุกตใ ชเทคโนโลยคี วิ อารโ คด (QR Code). วารสารแมโจ ปรทิ ัศน, 5(7), 40-45. พุทธเลศิ หลา นภาลัย, พระบาทสมเด็จ. (2507). อิเหนา. พระนคร: สำนักพมิ พค ลงั วิทยา. ภควตั รกั ศร.ี (2553). เครอื ขา ยสงั คม (Social Networking). (ออนไลน). เขาถงึ ไดจาก http://www.coe.or.th/e_engineers/knc_detail.php?id=170 [2563, 9 ธนั วาคม]. ภัทรจาริน พัฒนพันธุ. (2557). การศึกษาผลการจัดการเรียนรูแบบวัฏจักรการเรียนรู ที่มีตอทักษะ ปฏิบัติและความคิดสรางสรรคทางนาฎศิลปของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 6 โรงเรียน คลองบา นพราว. ปทุมธานี : สำนกั งานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษาปทมุ ธานี เขต 1. มงกุฎเกลา เจา อยูหัว, พระบาทสมเดจ็ พระ. (2518). ศกนุ ตลา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพศิลปาบรรณาการ. เมตตา เรืองวังสรรค. (2557). การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรูแบบ 4 MAT เพลงผุปดทองหลังพระ สาระนาฏศิลป. คณะครศุ าสตรอุตสาหกรรม มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ .ี

79 บรรณานกุ รม (ตอ ) ยุทธ ไกยวรรณ. (2545). พน้ื ฐานการวจิ ัย. พิมพคร้ังท่ี 4 กรงุ เทพฯ : สุวีรยิ าสาสน. รชตะ ขาวด.ี (2564). สื่อการสอนเทคโนโลยรี วมสมัยบนคิวอารโ คด (QR Code) ภายใตสถานการณ แพรระบาดของไวรัส COVID-19 เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ในรูปแบบหนังสือเรียน อิเล็กทรอนิกส (E-Book) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนบานแพงพิทยาคม จังหวัดนครพนม. โรงเรียนสังกัด สพฐ. ประเภทสามัญศึกษา : สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขน้ั พื้นฐาน. ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรมฉบับราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. กรุงเทพฯ : นานมีบุค ส พับลเิ คชั่นส. รุจี ศรีสมบัต.ิ (2547). สารานุกรมนาฏศิลปไ ทย. กรงุ เทพฯ: สำนักพมิ พพฒั นาศกึ ษา. เรณู โกศนิ านนท. (2535). นาฏศิลปไ ทย. กรงุ เทพฯ: ไทยวฒั นาพานชิ . ลวน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2536). เทคนคิ การวิจัยทางการศึกษา. พมิ พค รั้งท่ี 5. กรุงเทพฯ : สุวรี ิยาสาสน . วรรณวมิ ล จงจรวยสกุล. (2551). ความพึงพอใจในการบริการของงานทะเบียนและวัดผล. นนทบรุ ี : วทิ ยาลัยราชพฤกษ. วรรณี แกมเกตุ. (2549). วิธีวิทยาการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร. กรุงเทพมหานคร: ภาควิชาวิจัย และจิตวิทยาการศกึ ษา คณะครศุ าสตร จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลยั . วดั ทาทราย, พระมหานาค. (2503). บณุ โณวาทคำฉันท. พระนคร: กรมศลิ ปากร. วิไล องคธ นะสุข. (2543). การพัฒนาบทเรยี นคอมพวิ เตอรม ัลตมิ เี ดีย เรอื่ ง การผลติ รายการ โทรทัศน. ปริญญานิพนธก ารศกึ ษามหาบณั ฑิต บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ. วิจารณ พานิช. (2555). วิถีสรางการเรียนรูเพื่อศิษยในศตวรรษที่21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรี- สฤษดวิ์ งศ วิมลรตั น สนุ ทรโรจน. (2551). นวตั กรรมตามแนวคิดแบบ Back ward Desing. ภาควิชาหลกั สูตรและ การสอน คณะศกึ ษาศาสตร มหาวทิ ยาลัยสารคาม. _______. (2555). นวัตกรรมเพอื่ การเรยี นรู: ภาควชิ าหลกั สตู รและการสอน คณะศกึ ษา ศาสตร มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม (พิมพครง้ั ท่ี 2). มหาสารคาม: สำนกั พมิ พมหาวิทยาลัย มหาสารคาม. วิมลศรี อุปรมัย. (2553). นาฏกรรมและการละคร. พิมพครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพแหง จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลัย.

80 บรรณานุกรม (ตอ ) ศิริชัย กาญจนวาสี. (2548). ทฤษฎีการสอบแบบดั้งเดิม. กรุงเทพฯ : โรงพิมพแหงจุฬาลงกรณ มหาวทิ ยาลยั . ศิลปากร, กรม. (2515). ประชมุ ศิลาจารึก ภาคที่ 1 จารึกกรุงสุโขทยั . กรงุ เทพฯ : กรมศิลปากร. . (2549). ศพั ทานุกรมนาฏศลิ ปไ ทยฉบับยอเลม1. กรงุ เทพฯ: นุชาการพิมพจำกดั . สมคิด อิสระวัฒน. (2538). ลักษณะการเรียนรูด วยจนเองของคนไทย. นครปฐม : ภาควิชาศึกษาศาสตร มหาวิทยาลยั มหิดล. สมพร ตอยยบี ี. (2554). การพฒั นาแบบฝกทกั ษะการเขียนเชิงสรางสรรคส ำหรบั นกั เรยี น ชน้ั มธั ยม ศึกษาปที่ 1 โรงเรียนเซนตเทเรซา หนองจอก กรุงเทพฯ. ปริญญานิพนธ การศึกษา มหาบณั ฑิต, สาขาวชิ าการมธั ยมศึกษา, บณั ฑติ วทิ ยาลยั , มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ. สมหมาย เปยถนอม. (2551). ความพึงพอใจของนักศึกษาในการไดรับการบริการจากมหาวิทยาลัย ราชภัฏนครปฐม. นครปฐม : มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏนครปฐม. สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2556) . การขบั เคลื่อนนโยบายรัฐบาลกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา งบประมาณ พ.ศ. 2556. (ออนไลน) . แหลงทมี่ า : http:/www.vec.go.th.20 สงิ หาคม 2563. สำลี รักสุทธี. (2553). การจัดทำสื่อนวัตกรรม และแผนฯประกอบสื่อนวัตกรรม. นนทบุรี : เพ่มิ ทรัพยการพิมพ. สุเทพ พานิชพันธุ. (2541). ความพึงพอใจของเกษตรกรในการเขารวมโครงการปรับโครงสรางและ ระบบการผลิตการเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี. วิทยานิพนธวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลยั แมโจ. สคุ นธ สินธพานนท และคณะ. (2551). พฒั นาทกั ษะการคดิ พชิ ติ การสอน. กรุงเทพฯ: เลี่ยงเชยี ง. สุคนธ สนิ ธพานนท. (2551). นวัตกรรมการเรียนการสอนเพอื่ พฒั นาคณุ ภาพของเยาวชน. พิมพครั้งท่ี 2. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ9 119 เทนนคิ พริ้นต่งิ . สุจิต เหมวลั . (2555). ศาสตรก ารสรางและพฒั นาแบบฝกทักษะ. ขอนแกน : ทรัพยสุนทรการพิมพ. สุรพล วิรุฬหรักษ. (2543). วิวัฒนาการนาฏยศิลปไทยในกรุงรัตนโกสินทร พ.ศ. 2325 – 2477. กรุงเทพฯ : จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลัย. สุรศกั ดิ์ อมรรัตนศกั ด์ิ และคณะ. (2543). วิธีการวิเคราะหขอ มลู ทางการศึกษา 1. พมิ พค ร้ังท่ี 3 กรงุ เทพมหานคร ศูนยสง เสริมวิชาการ.

81 บรรณานกุ รม (ตอ) อภชิ ล ทองมนั่ กำเนิดวำ้ และเสาวลักษณ ยกฉว.ี (2563). การทำงานที่บาน : แนวทางการจัดการเพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพและเทคโนโลยีท่ีเกี่ยวของ. วารสารครุศาสตรอุตสาหกรรม ปที่ 19 ฉบับที่ 3 เดือนกันยายน – ธนั วาคม. สาขาวิศวกรรมอตุ สาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี ำชมงคลศรีวชิ ยั . อมรรัตน บัวพัฒน. (2558). การพัฒนาชุดฝกทักษะนาฏยศัพท วิชานาฎศิลป กลุมสาระการเรียนรู ศิลปะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฎ อบุ ลราชธาน.ี อรามศรี ไทยเสน. (2554). การพัฒนาบทเรียนออนไลนแบบโครงงานที่สงเสริมกระบวนการคิด เชงิ สรางสรรควิชาแอนิเมช่นั 2 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศกึ ษาป ที่ 2. (วิทยานิพนธ ปริญญา ครุศาสตรอุตสาหกรรมมหาบัณฑิต สาขาวิชาครุศาสตรเทคโนโลยี). มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกลา ธนบุรี. อาคม สายาคม. (2525). คำอธิบายนาฏศิลปไทยเบื้องตน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพเอกศิลปการพิมพ. อุษณีย เสือจันทร. (2553). การพัฒนาแบบฝกทักษะแกปญหาทางคณิตศาสตร เรื่อง วิธีเรียง สับเปลี่ยนและวิธีจัดหมู กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปท ี่ 5. วทิ ยานิพนธการศกึ ษามหาบณั ฑิต, สาขาวิจัยและประเมนิ ผลการศกึ ษา บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวทิ ยาลัยนเรศวร. Fitz-Gibbon, Carol T. (1987). How to Analyze Data. CA. Newbury Park, : SAGE Publications. Griffin, C. (1 9 8 3 ) . Curriculum Theory in Adult Lifelong Education. London : Croon Helm. Moslow Abrahan H. (1970). Motivation and Personality. Newyork: Harper’ETROW. Thorndike, R. M. (1978). Correlation Procedures for Research. New York: Gardner Press. ดุษฎี มีปอม. ผูเชี่ยวชาญดนตรีไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป กระทรวงวัฒนธรรม. สัมภาษณ, 24 สิงหาคม 2562. นิตยา จามรมาน. ผูเชี่ยวชาญดนตรีไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป กระทรวงวัฒนธรรม. สัมภาษณ, 18 สงิ หาคม 2562

ภาคผนวก ก 1. รายนามผูเชย่ี วชาญตรวจผลงานทางวิชาการ 2. หนงั สอื ขอความอนุเคราะหเ ปน ผเู ชย่ี วชาญในการทำผลงานวชิ าการ

84 รายนามผูเ ช่ียวชาญตรวจผลงานทางวิชาการ ชุดฝกทักษะการปฏิบัติทา รำ เรือ่ ง ลีลานาฏศิลปไ ทย รายวชิ าศลิ ปะ(นาฏศลิ ป) รหสั วิชา ศ15101 ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ 5 1. รองศาสตราจารยนฤมล ขนั สัมฤทธ์ิ ตำแหนง อาจารยป ระจำหลักสูตรในระดับปริญญาตรี 2. นายพชิ าญ พรหมสมบัติ 3. นางสาวมะลิวัลย ปท มะ วทิ ยาลัยนาฏศิลป สถาบันบณั ฑติ พัฒนศลิ ป 4. นางสาวปภาวรนิ ทร แสงเจรญิ 5. นางสาวเกณิกา วงศน รินทร วุฒทิ างการศึกษาระดับปริญญาโท ครุ ุศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาการอดุ มศกึ ษา จฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลยั ตำแหนง ผชู ว ยผูอำนวยการฝายวิชาการ วทิ ยาลัยนาฏศิลป สถาบนั บัณฑติ พัฒนศลิ ป วุฒทิ างการศึกษาระดับปรญิ ญาโท การศึกษามหาบัณฑิตสาขาการวัดผล มหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมติ ร ตำแหนง ครู วิทยฐานะครชู ำนาญการพิเศษ โรงเรียนวดั ธรรมมงคล (หลวงพอวริ ยิ งั คอ ปุ ถัมภ) วุฒทิ างการศึกษาการศกึ ษาระดบั ปริญญาโท ครุศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวจิ ยั การศึกษา จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลยั ตำแหนง อาจารยป ระจำหลักสูตรในระดับปรญิ ญาตรี วิทยาลยั นาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป วุฒิทางการศึกษาระดับปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขานาฏยศิลปไ ทย จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลัย ตำแหนง ครู วิทยฐานะครชู ำนาญการ วทิ ยาลยั นาฏศิลปรอ ยเอด็ สถาบันบัณฑติ พัฒนศลิ ป วุฒิทางการศกึ ษาการศึกษาระดับปรญิ ญาโท การศึกษามหาบัณฑติ สาขาเทคโนโลยเี พือ่ การศกึ ษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

85 แบบตอบรับการเผยแพรชดุ ฝกทักษะการปฏิบตั ิทำารำ พมาเปง มาง รายวิชานาฎศลิ ปไทยละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 ชั้นประกาศนียบตั รวชิ าชพี ปท ่ี 2 กลุม สาระการเรยี นรนู าฎศลิ ปไทย โดย นางธญั วดี ไกรคง ครูชำนาญการ วทิ ยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑติ พฒั นศลิ ป กระทรวงวัฒนธรรม ขา พเจา ……………………………….…………….. ตำแหนง.............................................................................. สถานศึกษา............................................................................................................................................ ไดรับการเผยแพรเอกสารชดุ ฝก ทกั ษะการปฏิบัติทำรำ รายวชิ านาฏศิลปไ ทยละคร 3 รหัสวชิ า 20302-2003 ช้นั ประกาศนยี บัตรวิชาชีพปที่ 2 กลุมสาระการเรียนรูนาฎศิลปไทยละคร ลงชอ่ื ………………………………………………………… (...................................................................) ตำแหนง ................................................................

86 แบบประเมนิ ชุดฝกทักษะการปฏบิ ตั ทิ า รำ พมาเปงมาง รายวิชานาฎศิลปไ ทยละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 ช้ันประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ปท่ี 2 โดย นางธญั วดี ไกรคง คำชแ้ี จง โปรดทำเครื่องหมาย ✓ ลงในขอความทีต่ รงกบั ความคิดเหน็ ของทา นมากที่สุด รายการประเมนิ ระดบั คุณภาพ มากทีส่ ดุ มาก ปานกลาง นอ ย นอ ยที่สดุ 1. ดา นเน้อื หา 1.1 เนอื้ หามีความสอดคลองกบั สมรรถนะรายวชิ า 1.2 เนื้อหามคี วามสมบูรณ ถกู ตอง และครบถวนกบั หัวขอ ท่สี อน 1.3 เน้อื หามคี วามยากงา ยเหมาะสมกับระดบั ชนั้ ของผูเรยี น 1.4 การจดั ลำดบั ข้นั การนำเสนอเน้อื หาที่เหมาะสม เขา ใจงาย 2. ดานภาษา 2.1 ภาษาที่ใชสือ่ ความหมายและเขาใจไดงาย 2.2 ภาษามีความเหมาะสมกบั วัยหรือระตับช้ันของผูเรยี น 2.3 ภาษาทใ่ี ชถูกตอง ขดั เจน ท้ังคำศพั ทแ ละไวยากรณ 3. ดา นภาพประกอบ/สื่อ 3.1 รปู ภาพมคี วามสอดคลองกบั วตั ถปุ ระสงคก ารเรียนรู 3.2 รูปภาพสวยงามมีความนาสนใจ 3.3 รปู ภาพมคี วามเหมาะสมกับวัยหรอื ระตับช้นั ของผเู รียน 3.4 รปู ภาพและตัวหนงั สือชัดเจนเขาใจงาย 4. ดา นประสิทธิภาพและความคงทน 4.1 กระตุนความสนใจใหผูเ รียนเกิดการเรยี นรู 4.2 มีความสะดวก และงา ยตอการนำไปใชใ นการจดั การเรียน การสอน 4.3 มคี วามทนั สมยั แปลกใหม 4.4 มีความคงทนสามารถนำกลับมาใชไดอ ีก ความคดิ เห็นและขอ เสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………

87

88

89

90 แบบตอบรับการเผยแพรชุดฝกทักษะการปฏิบัตทิ ำารำ พมา เปงมาง รายวชิ านาฎศลิ ปไทยละคร 3 รหัสวชิ า 20302-2003 ชนั้ ประกาศนียบตั รวิชาชพี ปท ี่ 2 กลุมสาระการเรียนรูน าฎศิลปไ ทย โดย นางธญั วดี ไกรคง ครูชำนาญการ วทิ ยาลัยนาฏศิลป สถาบนั บณั ฑติ พฒั นศลิ ป กระทรวงวฒั นธรรม ขาพเจา นางนจิ วรรณ ขนุ เณร ตำแหนง ครู วทิ ยฐานะครชู ำนาญการ สถานศึกษา วิทยาลยั นาฏศิลปรอยเอด็ ไดรบั การเผยแพรเ อกสารชดุ ฝกทกั ษะการปฏิบัติทำรำ รายวชิ านาฏศิลปไ ทยละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 ช้นั ประกาศนียบตั รวิชาชีพปท่ี 2 กลมุ สาระการเรียนรูนาฎศิลปไ ทยละคร ลงชอื่ ………………………………………………………… ( นางนจิ วรรณ ขนุ เณร ) ตำแหนง ครู วทิ ยฐานะครชู ำนาญการ

91 แบบตอบรบั การเผยแพรช ุดฝก ทักษะการปฏิบตั ทิ ำารำ พมา เปงมาง รายวชิ านาฎศลิ ปไทยละคร 3 รหัสวชิ า 20302-2003 ชน้ั ประกาศนียบัตรวชิ าชีพปที่ 2 กลมุ สาระการเรียนรูนาฎศลิ ปไ ทย โดย นางธัญวดี ไกรคง ครชู ำนาญการ วิทยาลยั นาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพฒั นศิลป กระทรวงวฒั นธรรม ขาพเจา นางสาวเนตรทราย ยอ ยพรมราช ตำแหนง ครู วทิ ยฐานะครชู ำนาญการ สถานศกึ ษา วทิ ยาลัยนาฏศิลปสโุ ขทัย ไดร ับการเผยแพรเ อกสารชดุ ฝก ทกั ษะการปฏบิ ัติทำรำ รายวิชานาฏศิลปไทยละคร 3 รหัสวิชา 20302-2003 ชนั้ ประกาศนียบตั รวชิ าชีพปท ่ี 2 กลมุ สาระการเรียนรนู าฎศลิ ปไ ทยละคร ลงชอ่ื ………………………………………………………… ( นางสาวเนตรทราย ยอยพรมราช ) ตำแหนง ครู วทิ ยฐานะครูชำนาญการ