ข้นั ที่ 3 สรุป สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้ : — 1. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรเู้ กีย่ วกับลกั ษณะสำคัญของการ ปฏบิ ัติตามสามิสสุขและนิรามสิ สุข และผลทไี่ ดร้ บั 2. นักเรียนช่วยกันเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ิตน เพอ่ื ให้เกดิ ความสุข ท้งั ทางกาย และทางใจอย่างถูกต้องและเหมาะสม กบั วัยของ นกั เรียน 7 การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการ เครื่องมอื เกณฑ์ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 3.4 ใบงานที่ 3.4 ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ สงั เกตความมวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ และมุง่ มั่นในการทำงาน แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 8 สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้ 8.1 สอ่ื การเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรยี น พระพุทธศาสนา ม.2 2) หนังสือค้นคว้าเพมิ่ เติม (1) ญาณสงั วร, สมเด็จพระ (เจริญ สุวฑฺฒโน). 2526. หลักพระพทุ ธศาสนา. กรุงเทพมหานคร : ประกายพรึก. (2) วศิน อนิ ทสระ. 2548. หลักธรรมอันเปน็ หวั ใจพระพุทธศาสนา. กรงุ เทพมหานคร : บรษิ ทั เอ.ไอ.เอ. จำกัด (เครือนำทอง). 3) ใบงานท่ี 3.4 เรื่อง ความสขุ 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) หอ้ งสมดุ 2) แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ - http://www.aksorn.com/LC/REI/M2/10
ใบงานที่ 3.4 ความสุข ตอนท่ี 1 คำชแี้ จง ใหน้ กั เรียนนำหมายเลขใต้ภาพมาใสใ่ นกรอบข้อความเกีย่ วกับ สุข 2 อัตถิสขุ โภคสุข อนณสขุ อนวชั ชสขุ นริ ามิสสขุ 123 456 789
ตอนที่ 2 คำชแี้ จง ให้นักเรยี นตอบคำถามจากภาพในตอนท่ี 1 1. ความสขุ ในภาพใด จัดวา่ เป็นความสุขของคนธรรมดาทั่วไป พร้อมอธิบายเหตุผล 2. ภาพใดเป็นความสุขทางใจ พร้อมอธบิ ายเหตุผล
ใบงานท่ี 3.4 ความสุข ตอนท่ี 1 คำช้แี จง ให้นักเรียนนำหมายเลขใต้ภาพมาใสใ่ นกรอบข้อความเกีย่ วกับ สขุ 2 อตั ถิสุข โภคสุข อนณสุข อนวัชชสขุ นริ ามสิ สุข 1, 6, 8 2, 4 3 5 7, 9 123 456 789
ตอนท่ี 2 คำชแี้ จง ใหน้ กั เรียนตอบคำถามจากภาพในตอนท่ี 1 1. ความสุขในภาพใด จัดวา่ เป็นความสขุ ของคนธรรมดาท่วั ไป พร้อมอธิบายเหตผุ ล ภาพท่ี 2, 3, 4, 5, 6, 8 จัดว่าเป็นความสุขของคนทัว่ ไป เพราะเปน็ ความสุขทางวัตถุ เรยี กว่า กามสุข เปน็ ความสขุ ทีผ่ า่ นประสาทสมั ผสั ทั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย 2. ภาพใดเป็นความสุขทางใจ พรอ้ มอธบิ ายเหตุผล ภาพที่ 7, 9 จดั วา่ เปน็ ความสุขทางใจ เพราะเป็นการปฏบิ ัติให้จติ ใจมีความสงบ เป็นหนทางนำไปสคู่ วามสุขสูงสดุ คอื นพิ พาน
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 13 กล่มุ สาระการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 รายวชิ า สงั คมศึกษา รหัสวชิ า ส22101 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 พระธรรม เวลา 2 ชว่ั โมง เรื่อง ดรุณธรรม 6 กุลจริ ฐั ฐิติธรรม 4 และกุศลธรรมบถ10 ผู้สอน นางสาวนิภาพร สาทา 1 สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด การทบี่ คุ คลปฏบิ ัตติ นตามหลักธรรมบุพพนมิ ติ ของมชั ฌิมาปฏิปทา ดรณุ ธรรม 6 กลุ จริ ัฏฐติ ธิ รรม 4 และกศุ ล กรรมบถ 10 ย่อมเปน็ ทางทจ่ี ะนำไปสู่ความดับทุกข์ 2 ตัวช้ีวดั /จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 2.1 ตัวช้ีวดั ส 1.1 ม.2/8 อธบิ ายธรรมคณุ และข้อธรรมสำคญั ในกรอบอรยิ สัจ 4 หรอื หลกั ธรรมของศาสนาทตี่ นนบั ถือตามท่ี กำหนด เห็นคณุ คา่ และนำไปพฒั นาแก้ปัญหาของชมุ ชนและสงั คม 2.2 จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1) อธิบายความหมายของบุพพนิมิตของมัชฌมิ าปฏปิ ทา และปฏบิ ัติได้อยา่ งถกู ต้อง 2) อธบิ ายความหมาย วเิ คราะห์การกระทำของดรุณธรรม 6 กุลจริ ฏั ฐิติธรรม 4 และกศุ ลกรรมบถ 10 และ ปฏิบตั ิตนได้อย่างถูกตอ้ ง 3 สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง : บุพพนิมิตของมชั ฌิมาปฏิปทา • อริยสัจ 4 : กุลจริ ัฏฐิตธิ รรม 4 : กศุ ลกรรมบถ 10 - มรรค (ธรรมทค่ี วรเจริญ) : ดรณุ ธรรม 6 3.2 สาระการเรยี นรูท้ ้องถน่ิ (พิจารณาตามหลกั สูตรสถานศกึ ษา) 4 สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น 3) ทกั ษะการสรา้ งความรู้ 4) ทกั ษะการประยกุ ต์ใช้ความรู้ 4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร 4.2 ความสามารถในการคดิ 1) ทกั ษะการวเิ คราะห์ 2) ทักษะการคดิ ตามแนวพทุ ธธรรม 4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
(ช่วั โมงที่ 1) ชวั่ โมงที่ 1 5 คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน 6 กจิ กรรมการเรียนรู้ วิธีสอนแบบ ธรรมสากัจฉา นกั เรยี นสวดมนตบ์ ูชาพระรตั นตรยั และทำสมาธิกอ่ นเรยี นทกุ ชว่ั โมง ขน้ั นำเข้าสู่บทเรยี น สื่อการเรียนรู้ : ตัวอย่างขา่ ว 1. ครูนำตัวอยา่ งขา่ วหรือเหตกุ ารณม์ าใหน้ ักเรยี นร่วมกนั วิเคราะห์ เช่น - การชว่ ยเหลอื ผูป้ ระสบภัยหรอื ไดร้ บั ความเดอื ดร้อน - การแนะนำดา้ นการประกอบอาชพี ต่างๆ - การทำกิจกรรมของเยาวชนในทางทีด่ ีงาม - ครอบครัวตวั อยา่ ง - คนดศี รสี งั คม - ผู้ประสบความสำเรจ็ ในชีวติ 2. ครใู ห้นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ ว่า บุคคลดังกล่าวหรอื กลมุ่ บุคคลดงั กลา่ วมคี วามประพฤตอิ นั เป็นแบบอยา่ งในทางทด่ี ี อย่างไรบ้าง พร้อมให้เหตผุ ล 3. ครูอธบิ ายใหน้ กั เรยี นเข้าใจว่า การกระทำของบุคคลดงั กลา่ ว เป็นไปตามแนวทางการดำเนินชวี ิตในเร่อื ง มรรค (ธรรมที่ควร เจริญ) ซงึ่ ประกอบดว้ ย บุพพนิมติ ของมัชฌิมาปฏปิ ทา ดรณุ ธรรม 6 กลุ จริ ฏั ฐติ ธิ รรม 4 และกศุ ลกรรมบถ 10 จากนั้นครู อธิบายสาระสำคญั เกยี่ วกับความหมาย และความสำคญั ของ หลักธรรมดงั กลา่ วใหน้ กั เรยี นฟัง
(ช่วั โมงที่ 1-2) ขนั้ สอน ส่อื /แหล่งการเรียนรู้ : คำถามกระตุ้นความคิด 1. นักเรยี นทีป่ ระสบความสำเร็จ สอบเขา้ เรยี นต่อใน 1. หนังสอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.2 4. หอ้ งสมุด 2. หนงั สือคน้ ควา้ เพมิ่ เตมิ 5. แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ ระดับตา่ งๆ ไดน้ ้นั แสดงถึงการปฏบิ ตั ติ น ตามหลัก 3. ใบงานที่ 3.5-3.8 ดรณุ ธรรมอย่างไร (รกั ษาสุขภาพดี มวี ินยั ปฏบิ ัตติ นตามแบบอยา่ งท่ีดี 1. แสวงหาความรู้ ต้งั ใจเรยี น ทำในสง่ิ ท่ีถกู ตอ้ ง ขยันหมนั่ เพียร) 2. ในชีวติ ประจำวันนักเรียนไดป้ ฏิบตั ติ นตามหลกั กลุ จิรฏั 1. ครูใหน้ ักเรยี นกลุ่มเดมิ (จากแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1) จบั คู่ ฐติ ธิ รรม 4 อยา่ งไรบ้าง จงยกตวั อยา่ ง (พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยให้อยใู่ น กนั เป็น 4 คู่ ใหแ้ ต่ละครู่ ่วมกนั ศกึ ษาความร้เู รอ่ื ง หลกั ธรรมท่ี ดลุ ยพินิจของครูผูส้ อน) 3. ถ้านักเรียนปฏบิ ตั ติ นตามกุศลกรรมบถ 10 ได้ ควรเจรญิ จากหนงั สือเรยี น หนงั สอื ค้นควา้ เพ่ิมเตมิ ห้องสมดุ ครบถ้วน จะสง่ ผลดีต่อการดำเนินชวี ติ อยา่ งไร จง อธบิ าย และแหล่งข้อมลู สารสนเทศ คลู่ ะ 1 หวั ข้อ ดังนี้ (พิจารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยให้อยู่ใน ดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน) 1) บพุ พนมิ ติ ของมชั ฌมิ าปฏิปทา 3) กุลจิรฏั ฐิติธรรม 4 ช่วั โมงที่ 2 2) ดรุณธรรม 6 4) กุศลกรรมบถ 10 2. สมาชกิ แตล่ ะครู่ ่วมกนั ศึกษาความรู้ตามหัวข้อที่กำหนด แลว้ บนั ทกึ ความร้ทู ไี่ ด้จากการศึกษาลงในแบบบันทึก การอ่าน 3. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุน้ ความคดิ ข้อ 1 2. ค้นพบความร/ู้ สนทนาแลกเปลย่ี นความรู้ 1. สมาชิกแตล่ ะกลมุ่ สนทนาแลกเปลยี่ นความรจู้ ากเร่ืองทต่ี น ศึกษา ในประเด็นต่อไปนี้ 1) ความหมาย และหวั ข้อธรรมสำคญั 2) ตวั อยา่ งการกระทำตามหลกั ธรรม 2. นักเรียนตอบคำถามกระตุน้ ความคดิ ขอ้ 2 3. วเิ คราะห์และประเมินค่าความรู้ 1. สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ จบั สลาก เพื่อทำใบงาน กล่มุ ละ 1 ใบงาน ดังนี้ - ใบงานที่ 3.5 เร่ือง คิดถูก ทำถกู - ใบงานท่ี 3.6 เรือ่ ง อนาคตสดใส - ใบงานท่ี 3.7 เรือ่ ง ครอบครัวตวั อย่าง - ใบงานที่ 3.8 เรอ่ื ง คนดศี รีหอ้ งเรียน 2. ครูสมุ่ นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอผลงานหน้า ชั้น เรียน กลมุ่ ละ 1 ใบงาน และใหก้ ลมุ่ อ่นื ที่มีผลงานแตกต่างกนั ไดเ้ สนอผลงานเพิม่ เติม ครตู รวจสอบความถูกตอ้ งและคอย อธิบายเพ่ิมเตมิ เพอื่ ใหน้ กั เรียนมีความรคู้ วามเข้าใจมาก ยงิ่ ข้นึ (ช่วั โมงที่ 2) 4. พิสจู น์ความรหู้ รือปฏิบตั ิ 1. ครูใหน้ กั เรยี นร่วมกนั เสนอแนวทางการปฏิบตั ติ นตาม หลักธรรมมรรค เกีย่ วกับการเป็นกัลยาณมิตร โยนโิ ส- มนสิการ ดรณุ ธรรม กลุ จริ ัฏฐิตธิ รรม 4 และกุศลกรรมบถ 10 2. ครูใหน้ กั เรียนแต่ละคนนำเสนอขอ้ เสนอแนะในข้อ 1 ไปเป็น
แนวทางการวางแผนการปฏิบตั ิตนตามหลกั ธรรมในชว่ั โมง เรยี นต่อไป และใหน้ กั เรยี นทกุ คนได้นำไปปฏิบัติจริงในการ ดำเนนิ ชวี ิต 3. ครมู อบหมายใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ นำขา่ วหรือเหตุการณ์ เก่ียวกับการประพฤตธิ รรม เว้นความชั่ว เว้นจากการดมื่ นำ้ เมาของบุคคลหรอื กลมุ่ บคุ คล มารว่ มกนั อภปิ รายใน บทเรียนในชวั่ โมงเรยี นต่อไป ขั้นสรปุ สอื่ /แหล่งการเรียนรู้ : — ครูและนักเรยี นร่วมกันสรปุ ผลของการปฏบิ ัตติ นตามหลักธรรมท่ี ควรเจรญิ และแนวทางการปฏบิ ตั ิ 7 การวัดและประเมนิ ผล วิธกี าร เครื่องมือ เกณฑ์ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 3.5 ใบงานท่ี 3.5 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานท่ี 3.6 ใบงานท่ี 3.6 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานท่ี 3.7 ใบงานท่ี 3.7 ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงานท่ี 3.8 ใบงานที่ 3.8 ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบบันทกึ การอ่าน แบบบันทกึ การอา่ น ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม สังเกตความมีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
8 สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรยี นรู้ 1) หนงั สือเรยี น พระพุทธศาสนา ม.2 2) หนงั สอื ค้นคว้าเพ่มิ เติม (1) ญาณสงั วร, สมเด็จพระ (เจริญ สวุ ฑฺฒโน). 2526. หลักพระพทุ ธศาสนา. กรุงเทพมหานคร : ประกายพรึก. (2) วศนิ อนิ ทสระ. 2548. หลักธรรมอันเปน็ หัวใจพระพุทธศาสนา. กรงุ เทพมหานคร : บริษทั เอ.ไอ.เอ. จำกัด (เครือนำทอง). 3) ตัวอย่างขา่ ว 4) ใบงานที่ 3.5 เร่ือง คิดถูก ทำถกู 5) ใบงานที่ 3.6 เรอ่ื ง อนาคตสดใส 6) ใบงานที่ 3.7 เรอื่ ง ครอบครวั ตัวอย่าง 7) ใบงานที่ 3.8 เรอ่ื ง คนดศี รีห้องเรยี น 8.2 แหล่งการเรยี นรู้ 1) หอ้ งสมุด 2) แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ - http://www.aksorn.com/LC/REI/M2/11
ตวั อยา่ งข่าว ทหารลงพน้ื ทชี่ ว่ ยชาวนราธิวาส หลงั น้ำท่วมสูง 2-3 เมตร จ.นราธวิ าส มรี ายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันน้ี พ.อ.เฉลมิ ชยั สทุ ธินวล ผบ.กรมทหารพรานท่ี 45 ไดร้ ะดมกำลังเจ้าหน้าท่ี ทหารนำเรือพายให้การชว่ ยเหลือครูโรงเรียนบ้านกอแนะเหนือ ม.6 ต.ตันหยงมสั อ.ระแงะ ทีถ่ กู นำ้ ท่วมฉับพลนั ในช่วงคนื ท่ผี ่าน มา (25 กุมภาพนั ธ)์ ในการขนย้ายวสั ดุส่ือการเรยี นการสอนหนีระดบั นำ้ ท่ที ่วมขังสงู 2-3 เมตร ไปไว้ในอาคารเรยี นของช้นั 2 รวมไปถงึ การขนย้ายเครื่องครัวที่ใช้สำหรับปรุงอาหารใหเ้ ดก็ นักเรยี นได้รับประทานอาหารในมือ้ เที่ยงหนีระดับนำ้ ท่วมในครัง้ น้ี ดว้ ย ซง่ึ ทางโรงเรยี นไดป้ ระกาศหยุดการเรียนการสอนไม่มกี ำหนด เนื่องจากระดับน้ำทว่ มยังคงสูงอย่างตอ่ เนือ่ ง จากอทิ ธิพลของ แม่นำ้ ตนั หยงมสั ทีร่ บั ปรมิ าณนำ้ ปา่ และปริมาณน้ำจากพ้นื ทเ่ี ขตเทศบาลไหลลงสู่ทร่ี าบลมุ่ ซึ่งโรงเรียนกอแนะเหนอื ต้ังอยู่ ด้านหน้าของแหลง่ นำ้ ซ่ึงเป็นแกม้ ลงิ ในการรองรับปริมาณนำ้ ทท่ี ่วมขังจากเขตเทศบาล จงึ เป็นผลพวงของน้ำทว่ มขงั ในครัง้ นี้ นอกจากน้ีสภาวะฝนที่ตกลงมาอยา่ งหนกั และตอ่ เนอื่ ง ยงั สง่ ผลทำให้ปรมิ าณน้ำของแมน่ ำ้ สไุ หงโก-ลก ซึ่งเปน็ 1 ใน 3 ของแม่นำ้ สายหลัก มีปรมิ าณสูงขน้ึ อย่างรวดเร็วและอาจจะล้นตลงิ่ เขา้ ทว่ มในหลายพ้ืนท่ี หากฝนยังไม่หยดุ ตกในช่วง 1-2 วนั นี้ สอดคลอ้ งกบั ท่ี ศนู ย์เตือนภยั ฯ แจ้งวา่ ระหว่างวนั ท่ี 26-28 กุมภาพนั ธ์น้ี สภาวะนำ้ ท่วมในพนื้ ท่ีล่มุ ตำ่ เช่น จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส มีแนวโน้มเพมิ่ ขึ้น ดงั นน้ั จงึ ขอให้เจ้าหน้าที่ แจ้งเตือนประชาชนใหเ้ ตรยี มพรอ้ มรับมอื สถานการณท์ อ่ี าจเกดิ ขึ้น ท่ีมา : “ภาคใตอ้ ่วม! สงขลา พทั ลุง นราธวิ าส ท่วมหนกั หวั่นนำ้ ปา่ ไหลหลากซำ้ .” [2556]. [ออนไลน์]. เขา้ ถึงไดจ้ าก http://thaiflood.kapook.com/view57348.html สบื คน้ 7 มีนาคม 2556.
เดก็ ไทยเจง๋ ควา้ 27 รางวัลแขง่ คณติ -วิทย์โอลิมปกิ วนั นี้ (2 พ.ย. 56) นายชนิ ภทั ร ภมู ิรตั น เลขาธกิ ารคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน(กพฐ.) เปดิ เผยว่าจากการ ท่ี สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน(สพฐ.) ไดค้ ดั เลือกและส่งผแู้ ทนนกั เรียนไทยระดับชน้ั ประถมศึกษาจำนวน 24 คน เขา้ ร่วมการแขง่ ขันคณติ ศาสตร์และวทิ ยาศาสตรโ์ อลมิ ปิกระหว่างประเทศ ระดบั ประถมศกึ ษา International Mathematics and Science Olympiad for Primary School (IMSO 2012) โดยมนี กั เรยี นจาก 12 ประเทศ จำนวน 235 คน เขา้ รว่ ม ไดแ้ ก่ประเทศเนปาล แอฟริกาใต้ จีน ไนจเี รยี ศรลี งั กา อินโดนีเซยี ไต้หวัน มาเลเซยี ฟลิ ปิ ปินส์ สงิ คโปร์ อนิ เดยี และประเทศ ไทย ระหวา่ งวันท่ี 25 ต.ค. - 2 พ.ย. 2555 ณ เมอื งลกั ซ์เนา สาธารณรัฐอินเดยี ผลปรากฏ ว่านกั เรยี นทัง้ 24 คน สามารถคว้า รางวัลมาไดร้ วม 27 รางวลั แบ่งเป็นรางวัลจากการแขง่ ขนั คณิตศาสตรโ์ อลมิ ปิก 14 รางวลั ประกอบดว้ ย รางวลั 6 เหรียญ ทอง ไดแ้ ก่ ด.ญ.กมลลกั ษณ์ วัฒนาพิทักษ์กลุ โรงเรยี นเซนตโ์ ยเซฟคอนแวต์ ได้ 2 เหรียญทอง และคว้าถว้ ยรางวลั คะแนนรวม สงู สุด Overall ด.ช.มตั ตัญญู ต้งั เง็กก่ี โรงเรยี นสาธติ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ฝา่ ยประถม ได้ 2 เหรียญทอง และควา้ ถ้วยรางวลั คะแนนปฏบิ ตั สิ ูงสดุ Best Exploration สว่ น ด.ญ.พลอยประกาย ภูศรี โรงเรยี นอนบุ าลนครราชสมี า ด.ช.พสิษฐ์ จินดา นวุ ัฒน์ โรงเรยี นอสั สมั ชัญ แผนกประถม ไดค้ นละ 1 เหรยี ญทอง สำหรับรางวัลเหรยี ญเงิน จำนวน 5 รางวลั ไดแ้ ก่ ด.ช. ธนา สมศริ วิ ัฒนา โรงเรยี นสาธติ แหง่ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ ด.ญ.มัญชสุ า อารยะถาวร โรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ ด.ญ.สลลิ อำพนนวรัตน์ โรงเรียนอนบุ าลวดั ปิตุลาธิราชรงั สฤษฎ์ิ ด.ช.สริ ภพ ลอื พัฒนสุข โรงเรียนราชวินิต ด.ช.อรญั ชย์ วงศพ์ รอ้ มมลู โรง เรียนอัสสมั ชญั คอนแวนต์ สลี ม และรางวลั เหรยี ญทองแดง 1 รางวัลได้แก่ ด.ช.ธีรเมธ กันต์พิทยา โรงเรยี นอนุบาลอดุ รธานี นอกจากนใ้ี นการแขง่ ขันวทิ ยาศาสตรโ์ อลมิ ปิก นักเรยี นไทยสามารถคว้า 13 รางวัล ไดแ้ ก่ รางวลั 6 เหรยี ญทอง ประกอบดว้ ย ด.ช.กรรธศรณ์ หอพัตราภรณ์ โรงเรยี นอัสสมั ชญั แผนกประถม ด.ญ.ณดา นนทปัทมะดลุ ย์ โรงเรยี น ราช วินติ ด.ช.ทฤนห์ กาญจนะวสิต โรงเรยี นจติ รลดา ด.ช.นนทพทั ธ์ พงศบ์ ูรณะนันทน์ โรงเรยี นเซนต์คาเบรียล ด.ญ.พิม เสรมิ ศกั ด์ศิ ศิธร โรงเรยี นสาธิตแหง่ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ สว่ น ด.ช.อัครวิศว์ นาคประเสริฐ กรุงเทพ ครสิ เตยี น วิทยาลยั นอกจากจะไดเ้ หรียญทองแล้วยังสามารถควา้ ถ้วยรางวลั คะแนนรวมทฤษฎสี งู สุดอีกด้วย สำหรับรางวลั เหรียญเงิน 6 รางวลั ไดแ้ ก่ ด.ญ.กานต์พิชชา สวิ าภิรมย์รัตน์ โรงเรยี นเซนตโ์ ยเซฟคอนเวนต์ ด.ช.ชาลี โลหะรงุ่ โรจน์ โรงเรยี นราช วินิต ด.ช.จรี เมธ กล่อมสิงห์ โรงเรยี นสารสาสน์วิเทศรังสติ ด.ช.ชัยภทั ร ประสารอธิคม โรงเรยี นอนบุ าลสามเสน (สำนักงานสลาก กินแบ่งรฐั บาลอปุ ถัมภ์) ด.ช.ปรรพากร ศริ ิพานิช โรงเรียนอนุบาลนครศรีธรรมราช และ ด.ช.สารศิ ธนาโสภณ โรงเรยี นอนบุ าล ชลบุรี “นับว่าปีนี้เราประสบผลสำเรจ็ เกนิ กวา่ ท่คี าดการณ์ไว้ นกั เรยี นไทยสามารถคว้ารางวลั พเิ ศษคะแนนรวมสูงสดุ ไดถ้ ึง 3 รางวลั ซึ่ง สพฐ.กจ็ ะจัดโครงการโดยเปิดโอกาสให้นกั เรยี นได้แสดงความสามารถแข่งขันในเวทีนานาชาติ พร้อม พัฒนาการเรยี นการสอนให้นกั เรยี นมคี ุณภาพมากย่ิงขนึ้ ต่อไป สำหรบั กลุ่มนกั เรยี นคนเก่งทง้ั หมดจะเดนิ ทางกลับประเทศไทยใน เท่ยี วบิน AI 332 เวลา 19.20 น.วันท่ี 2 พ.ย.น”ี้ นายชนิ ภทั ร กลา่ ว ท่มี า : เดลนิ ิวส์. “เดก็ ไทยเจง๋ คว้า 27 รางวลั แข่งคณิต-วทิ ย์โอลิมปคิ .” [2555]. [ออนไลน์]. เข้าถงึ ไดจ้ าก http://www.dailynews.co.th/education/164440 สืบค้น 7 มนี าคม 2556.
ความสำเรจ็ ของเจ้าพอ่ เพลงรกั บอย โกสิยพงษ์ บอย โกสิยพงษ์ หรือชื่อจริง ชีวนิ โกสยิ พงษ์ เกดิ เมอื่ วันท่ี 5 กนั ยายน พ.ศ. 2511 เป็นลูกคนกลางของครอบครวั โกสิย พงษ์ แต่งงานกับ คุณวรกญั ญา โกสยิ พงษ์ มีลูกสาวสองคนคือ ด.ญ.ดใี จ และ ด.ญ.ใจดี โกสิยพงษ์ บอยเรม่ิ เรียนเปยี โนตง้ั แตอ่ ายุ 4 ขวบ ด้วยพ้นื ฐานความรกั ความชอบในด้านการต์ นู และเสยี งดนตรตี ัง้ แตเ่ ดก็ บอยเลือก ศึกษาในดา้ น song writing, electronic music และ music business จาก UCLA (University of California at Los Angeles) สหรฐั อเมริกา ในช่วงเร่ิมต้นของการทำงาน บอยเปน็ นักแตง่ เพลงอสิ ระทที่ ำงานใหท้ งั้ ศลิ ปินเพลง และเพลงประกอบโฆษณา บอยกอ่ ตัง้ บรษิ ทั เบเกอร์ร่ี มิวสิค ขน้ึ มาในปี พ.ศ. 2537 ร่วมกบั พนั ธมติ รดา้ นดนตรอี ีกสามคน คือ กมล สโุ กศล แคลปป์, สมเกียรติ อริยชัยพาณิชย์ และ สาลนิ ี ปนั ยารชนุ โดย เบเกอรร์ ่ี มิวสิค คอื ค่ายเพลงท่ีเน้นงานเพลงทำเอง ศลิ ปนิ เบอร์แรกของค่าย คือ โมเดริ น์ ด็อก ซง่ึ ประสบความสำเรจ็ อยา่ งสูง สามารถแจง้ เกดิ จนกลายมาเปน็ หนงึ่ ศลิ ปนิ ไอดอลของคนร่นุ ใหมใ่ นเวลาต่อมา เพลงของเบเกอรร์ ่ที ผี่ ่านจากปลายปากกาของบอย เน้นไปในทางเพลงรัก โรแมนติก ท่ที ั้งอบอุ่นและมองโลกอย่างเข้าใจ เพลงส่วนมากของบอยจะเปน็ เพลงในมมุ บวกและแฝงไว้ดว้ ยความเปน็ ปรัชญาใหแ้ ง่คิด เพลงท่ีโดง่ ดงั และสรา้ งช่ือให้กับบอย คือ เพลงใหก้ ำลังใจและแงค่ ิดดๆี อย่าง ฤดทู แี่ ตกตา่ ง นนั่ เอง หลงั จากที่ บริษทั เบเกอรร์ ่ี มิวสิค ประสบความสำเรจ็ อยา่ งรวดเร็ว บอยก็เริ่มขยายกจิ การงานในบริษทั ไปสสุ่ ิ่งท่เี ขารัก และชอบด้านอนื่ ๆ โดยเฉพาะเรื่องของการ์ตูนซงึ่ เป็นหนงึ่ ความรัก ความชอบของเขาตั้งแตเ่ ด็กๆ นน้ั บอยเริม่ ก่อต้งั บริษทั BeBoyd ขึน้ มาสร้างงานการต์ ูนอนิเมชน่ั และคอมมิกสโ์ ดยเฉพาะ การประสบความสำเรจ็ ทีส่ ง่ ผลใหเ้ กดิ การเติบโตแบบกา้ วกระโดด บวกกับปญั หาทางดา้ นเศรษฐกจิ ทำให้บรษิ ัท เบเกอร์รี่ มิวสิค จำตอ้ งควบรวมกจิ การเข้ากบั บรษิ ัท บเี อ็มจี เอน็ เตอร์เทนเมนท์ ในปพี .ศ. 2543 หลงั จากนัน้ ทางบริษทั บเี อม็ จี เอน็ เตอรเ์ ทนเมนท์ ต้องรวมกจิ การเขา้ กบั บริษัท โซน่ี มวิ สคิ เอน็ เตอร์เทนเมนท์ ไทยแลนด์ จนเกิดเปน็ บรษิ ัท โซน่ีบีเอม็ จี มิว สคิ เอน็ เตอรเ์ ทนเมนท์ จำกดั และ เบเกอรร์ ี่ มิวสคิ กก็ ลายเป็นคา่ ยย่อยของบรษิ ัทดงั กล่าวในทีส่ ุด หลงั การควบรวมของกิจการ บอย โกสยิ พงษ์ กเ็ ปิดค่ายเพลงเลก็ ๆ ทีเ่ ขาภาคภมู ิใจท่ีจะเรียกวา่ สหกรณ์ทางดนตรี ทีช่ ือ่ Love Is (เลิฟ อสี ) ในปี พ.ศ. 2547 รว่ มกับ สกุ ้ี กมล สโุ กศล แคลปป์ ตอ่ มาสุกขี้ อแยกตวั ออกไปทำงานด้านวงการโทรทศั น์และ ธรุ กจิ ส่วนตวั อย่างอืน่ บอยจงึ ลดขนาดองคก์ รจนกระท่ังปัจจุบนั เลฟิ อีส จึงเป็นบรษิ ทั โปรดกั ช่ัน เฮาส์ ทีย่ ังคงผลิตผล งานเพลงออกมาอย่างตอ่ เนอื่ ง ทม่ี า : “บอย โกสยิ พงษ”์ [2555]. [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก http://www.dontreeza.com/history/data/00004-1-1.html สบื ค้น 7 มนี าคม 2556.
ใบงานที่ 3.5 คดิ ถกู ทำถกู คำช้ีแจง ใหน้ กั เรยี นอา่ นเรื่องท่กี ำหนด แล้วตอบคำถาม กอ้ งและกานต์ เป็นเพอ่ื นสนทิ กนั ท้ังสองเรยี นอยู่ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ก้องเปน็ ผู้ท่ีอยู่ในครอบครัวที่มฐี านะค่อนขา้ ง ยากจน พ่อและแมม่ ีอาชีพรับจ้าง แต่กานตอ์ ยูใ่ นครอบครวั ทมี่ ีฐานะปานกลาง พอ่ แม่ของกานต์เป็นคณุ ครู ทั้งกอ้ งและกานต์ก็ เรยี นอยูเ่ กณฑป์ านกลาง ก้องมกั จะไปโรงเรยี นสายเสมอ เพราะต้องช่วยพ่อแมท่ ำงานบา้ น กานตจ์ ะคอยเตือนก้องว่ากอ้ งไปสาย 3 คร้ังแล้ว ถ้าสายถึง 5 คร้งั จะถกู ตัดคะแนนความประพฤติ ก้องจึงตอ้ งปรับปรุงตนเองให้ตน่ื เชา้ กวา่ เดิมเพือ่ ทำงานบา้ นให้เสรจ็ ก่อนไปโรงเรยี น ในชว่ งเวลาปิดภาคเรยี นฤดรู ้อน กานต์ชวนก้องไปบรรพชาสามเณรภาคฤดรู ้อน ตามที่โรงเรยี นประกาศรับสมัคร กานต์ บอกกับกอ้ งว่า “เรามีเวลาว่างเพราะโรงเรียนปดิ เทอม นา่ จะใช้เวลาใหเ้ ป็นประโยชน์ พวกเรามโี อกาสดีกค็ วรรบี ฉวยโอกาสนเ้ี สีย พวกนักเรียนหญงิ บางคนเขาไปบวชชพี ราหมณ์ บางคนกไ็ ปเข้าคา่ ยพกั แรมสง่ เสรมิ ความรดู้ า้ นศลิ ปะ กฬี า ดนตรี หรอื วชิ าการ” ก้องตดั สนิ ใจไปบวชสามเณรกับกานต์ เพราะเขาคิดว่าเปน็ โอกาสดีในชว่ งเรยี นอยู่ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนต้นท่ีจะได้ทำกิจกรรมต่างๆ เปน็ การเสรมิ สรา้ งประสบการณ์ชวี ิตท่ีดี เพราะถา้ เรยี นในช้ันสูงขนึ้ ไปอาจจะมกี ิจกรรมตา่ งๆ เกยี่ วกับการเรยี นมากขนึ้ จะปลกี เวลาไปบรรพชาไดย้ ากขึน้ คำถาม 1. กานต์เปน็ กัลยาณมติ รของก้อง ในเร่ืองใด 2. ก้องมีความคดิ ที่จดั เป็นโยนิโสมนสกิ ารอยา่ งไร
ใบงานท่ี 3.5 คิดถกู ทำถกู คำชี้แจง ให้นกั เรียนอา่ นเรื่องทีก่ ำหนด แลว้ ตอบคำถาม ก้องและกานต์ เป็นเพื่อนสนทิ กัน ท้งั สองเรยี นอย่ชู ้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 2 ก้องเปน็ ผู้ท่ีอยใู่ นครอบครวั ทมี่ ฐี านะคอ่ นข้าง ยากจน พอ่ และแมม่ อี าชพี รบั จา้ ง แตก่ านต์อยใู่ นครอบครัวที่มฐี านะปานกลาง พ่อแม่ของกานต์เปน็ คณุ ครู ท้ังกอ้ งและกานต์ก็ เรียนอย่เู กณฑ์ปานกลาง ก้องมักจะไปโรงเรยี นสายเสมอ เพราะตอ้ งช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน กานต์จะคอยเตือนก้องว่ากอ้ งไปสาย 3 คร้งั แล้ว ถา้ สายถึง 5 ครัง้ จะถกู ตัดคะแนนความประพฤติ ก้องจึงตอ้ งปรับปรุงตนเองให้ตน่ื เชา้ กว่าเดิมเพือ่ ทำงานบ้านให้เสร็จ กอ่ นไปโรงเรยี น ในชว่ งเวลาปิดภาคเรียนฤดรู ้อน กานต์ชวนกอ้ งไปบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ตามท่โี รงเรียนประกาศรบั สมคั ร กานต์ บอกกับก้องว่า “เรามเี วลาว่างเพราะโรงเรียนปดิ เทอม น่าจะใช้เวลาให้เปน็ ประโยชน์ พวกเรามโี อกาสดีก็ควรรบี ฉวยโอกาสนเี้ สยี พวกนักเรียนหญงิ บางคนเขาไปบวชชพี ราหมณ์ บางคนก็ไปเขา้ ค่ายพกั แรมสง่ เสรมิ ความรดู้ า้ นศลิ ปะ กฬี า ดนตรี หรอื วชิ าการ” ก้องตดั สินใจไปบวชสามเณรกบั กานต์ เพราะเขาคิดว่าเปน็ โอกาสดีในช่วงเรยี นอยูช่ ั้นมธั ยมศึกษาตอนต้นท่ีจะไดท้ ำกิจกรรมต่างๆ เปน็ การเสรมิ สรา้ งประสบการณ์ชวี ิตทีด่ ี เพราะถา้ เรยี นในชัน้ สูงขึ้นไปอาจจะมกี ิจกรรมต่างๆ เกย่ี วกับการเรยี นมากขน้ึ จะปลกี เวลาไปบรรพชาได้ยากขึน้ คำถาม 1. กานต์เปน็ กลั ยาณมิตรของก้อง ในเรอื่ งใด กานต์ แนะนำก้องในทางที่ดี เช่น แนะนำให้ไปโรงเรยี นแต่เช้า เพอ่ื เป็นการปฏบิ ตั ิตนตามระเบียบวินยั ทีด่ ี ของโรงเรียน ชวนกอ้ งไปบรรพชาสามเณรภาคฤดรู อ้ น เปน็ จุดเริม่ ต้นของการพฒั นาปญั ญาทจ่ี ะทำให้เหน็ สัจธรรม จดั เป็น บพุ พนิมิตของมชั ฌมิ าปฏิปทา 2. ก้องมีความคดิ ท่ีจดั เปน็ โยนโิ สมนสกิ ารอย่างไร กอ้ งคิดถูกวธิ ี คดิ อย่างมีระเบยี บ เปน็ การคิดทเี่ กดิ จากตนเอง เปน็ ปัจจัยภายในที่ทำใหเ้ ขาตดั สินใจในสิ่งทดี่ ี เช่น ปรบั ปรุงตนเองใหต้ น่ื ต้งั แตเ่ ช้าเพอื่ ทำงานบา้ นให้เสร็จ ไปโรงเรียนทนั เวลา ตัดสินใจบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน เพอ่ื เป็นการใช้ว่างเวลาใหเ้ ปน็ ประโยชน์ ไดร้ บั สง่ิ ท่ีดเี ป็นจดุ เร่ิมตน้ ของการพัฒนาปญั ญา
ใบงานที่ 3.6 อนาคตสดใด คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนอา่ นเร่ืองท่ีกำหนด แลว้ ตอบคำถาม วันน้ีเป็นวันไหวค้ รูของโรงเรียน หลงั จากทำพิธไี หวค้ รูแล้ว พวกนกั เรยี นร่นุ พี่ทเี่ รียนจบแล้วสอบเขา้ มหาวทิ ยาลัยต่างก็มา เลา่ ประสบการณช์ ีวติ ใหก้ บั รนุ่ นอ้ งฟังในหอ้ งประชมุ พีช่ าญยทุ ธซ์ ึ่งเป็นรนุ่ พไ่ี ดเ้ ล่าวา่ เมอื่ ครงั้ เรียนอยชู่ ั้นมัธยมศกึ ษานัน้ เขาเปน็ คนท่มี ีสขุ ภาพดี เพราะเขาออกกำลังกายสมำ่ เสมอ เลือกรบั ประทานอาหารท่ีเปน็ ประโยชน์จึงไมม่ ีโรคภัยมาเบียดเบียน ทจ่ี ะทำ ใหเ้ กิดปญั หาขาดเรียน ปฏบิ ตั ิตนตามระเบียบของโรงเรียน ไม่ทำความเดอื ดรอ้ นกับใครๆ เพราะไดแ้ บบอยา่ งจากประธาน นกั เรียนท่ีเขาช่นื ชอบเป็นแบบอยา่ ง พช่ี าญยทุ ธ์เลา่ ว่าเขามกี ลมุ่ เพือ่ นทต่ี ั้งใจเรียนเหมือนกันชวนกนั ศกึ ษาหาความรู้จากแหล่งความรูท้ ี่หลากหลาย และขยนั เรียนอย่างสม่ำเสมอ เวลาทำกิจกรรมใดๆ ก็ตาม กจ็ ะเลือกกิจกรรมที่ดมี ีประโยชนต์ ่อตนเองและส่วนรวม เชน่ ชมรมอนุรกั ษ์ ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม ชมรมศลิ ปวฒั นธรรม และถ้าเพอ่ื นคนไหนไปแขง่ ขันรถจกั รยานยนต์บนท้องถนน ซึ่งเปน็ การ ฝ่าฝืนกฎจราจรกจ็ ะไม่ทำ เพือ่ นบางคนชวนไปหารายได้พิเศษ รับจา้ งทำงานเปน็ พนกั งาน ขายของตามห้างร้านเพอ่ื หารายได้ ภาคฤดูร้อนกจ็ ะไป เพราะเปน็ การช่วยหารายได้ให้แกค่ รอบครวั และนำมาใช้จา่ ย ในการเรียนในภาคเรยี นตอ่ ไป กลมุ่ เพือ่ น ของพี่ชาญยุทธต์ า่ งกป็ ระสบความสำเรจ็ ในการเรยี น สามารถสอบเขา้ เรียนต่อ ในระดับมหาวิทยาลยั ไดท้ กุ คน ได้เรยี นในคณะที่ ตอ้ งการตรงตามความสามารถของตน คำถาม • ชาญยทุ ธ์ มีความเจรญิ ก้าวหนา้ ในการเรียน เพราะปฏิบัติตนตามหลักธรรมใด จงอธบิ าย พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
ใบงานที่ 3.6 อนาคตสดใส คำช้แี จง ให้นักเรยี นอ่านเร่ืองทก่ี ำหนด แลว้ ตอบคำถาม วนั น้ีเปน็ วนั ไหวค้ รูของโรงเรยี น หลงั จากทำพธิ ไี หว้ครูแลว้ พวกนักเรียนร่นุ พี่ทเ่ี รียนจบแล้วสอบเข้ามหาวทิ ยาลยั ต่างกม็ า เล่าประสบการณช์ วี ติ ใหก้ ับรนุ่ นอ้ งฟังในหอ้ งประชมุ พี่ชาญยุทธซ์ ง่ึ เปน็ รุ่นพไี่ ดเ้ ล่าวา่ เมือ่ ครั้งเรยี นอยชู่ ัน้ มธั ยมศกึ ษานั้นเขาเป็น คนที่มีสุขภาพดี เพราะเขาออกกำลงั กายสมำ่ เสมอ เลอื กรบั ประทานอาหารท่เี ปน็ ประโยชนจ์ งึ ไม่มโี รคภัยมาเบียดเบยี น ทจี่ ะทำ ใหเ้ กิดปัญหาขาดเรยี น ปฏบิ ตั ิตนตามระเบียบของโรงเรียน ไม่ทำความเดือดรอ้ นกบั ใครๆ เพราะไดแ้ บบอยา่ งจากประธาน นักเรยี นทเ่ี ขาชืน่ ชอบเปน็ แบบอยา่ ง พช่ี าญยุทธ์เล่าว่าเขามกี ลมุ่ เพอื่ นทต่ี ้ังใจเรียนเหมือนกนั ชวนกนั ศกึ ษาหาความรจู้ ากแหลง่ ความรทู้ หี่ ลากหลาย และขยนั เรียนอย่างสม่ำเสมอ เวลาทำกิจกรรมใดๆ กต็ าม ก็จะเลือกกิจกรรมทีด่ มี ีประโยชนต์ อ่ ตนเองและส่วนรวม เช่น ชมรมอนุรกั ษ์ ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม ชมรมศิลปวฒั นธรรม และถ้าเพื่อนคนไหนไปแขง่ ขันรถจักรยานยนต์บนท้องถนน ซง่ึ เปน็ การ ฝา่ ฝนื กฎจราจรกจ็ ะไม่ทำ เพอ่ื นบางคนชวนไปหารายได้พเิ ศษรับจา้ งทำงานเป็นพนกั งาน ขายของตามห้างร้านเพ่ือหารายได้ ภาคฤดูร้อนก็จะไปเพราะเปน็ การช่วยหารายได้ให้แก่ครอบครวั และนำมาใชจ้ ่าย ในการเรยี นในภาคเรยี นตอ่ ไป กลุ่มเพอ่ื น ของพี่ชาญยุทธต์ ่างก็ประสบความสำเรจ็ ในการเรยี น สามารถสอบเขา้ เรยี นตอ่ ในระดบั มหาวิทยาลยั ไดท้ กุ คน ไดเ้ รียนในคณะที่ ตอ้ งการตรงตามความสามารถของตน คำถาม • ชาญยุทธ์ มคี วามเจริญก้าวหน้าในการเรียน เพราะปฏิบตั ติ นตามหลักธรรมใด จงอธิบาย พร้อมยกตวั อยา่ งประกอบ ชาญยุทธป์ ฏิบตั ติ ามหลักดรณุ ธรรม 6 ดังนี้ 1. รกั ษาสุขภาพ เขาออกกำลังกายอย่างสมำ่ เสมอ รับประทานอาหารทีม่ ีประโยชน์ ทำให้ไม่มโี รค เบยี ดเบยี น จงึ ไมเ่ ป็นปัญหาการขาดเรยี น 2. มรี ะเบยี บวนิ ยั เขาปฏบิ ตั ติ นตามกฎระเบยี บของโรงเรียน ไม่ทำความเดือดรอ้ นใดๆ ใหแ้ ก่ผู้อืน่ 3. ไดค้ นดเี ปน็ แบบอยา่ ง เขาไดแ้ บบอยา่ งท่ีดใี นการปฏบิ ตั ติ นจากประธานนกั เรียน 4. ตง้ั ใจเรียน ชาญยุทธ์และเพือ่ นๆ ตัง้ ใจเรียนศกึ ษาหาความรู้อย่างสมำ่ เสมอ 5. ทำแต่สง่ิ ถกู ต้องดงี าม ชาญยุทธเ์ ลือกทำกจิ กรรมทเี่ ป็นประโยชน์ เช่น กจิ กรรมหารายไดพ้ ิเศษระหวา่ งเรยี น ชมรมอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม ชมรมศลิ ปวัฒนธรรม 6. มคี วามขยนั หมนั่ เพียร ชาญยทุ ธต์ ัง้ ใจเรียนอยา่ งสมำ่ เสมอ รว่ มกับเพือ่ นศกึ ษาหาความรูเ้ พม่ิ เตมิ จากแหลง่ ความรู้ทห่ี ลากหลาย
ใบงานที่ 3.7 ครอบครวั ตวั อย่าง คำชแี้ จง ให้นักเรียนอา่ นเร่ืองที่กำหนด แล้วตอบคำถาม ครอบครวั ของชดั ไดร้ ับการคัดเลือกจากทางจังหวดั ว่า เป็นครอบครวั ตวั อยา่ งครอบครวั หน่งึ ทม่ี วี ถิ กี ารดำเนนิ ชีวติ ทีเ่ รยี บ ง่าย มีความพอเพยี ง ชัด ภรรยา ลกู ๆ ไดใ้ หส้ ัมภาษณ์กบั ผสู้ อื่ ข่าวหนงั สือพิมพ์หลายฉบบั ชัด : ครอบครวั ของผมมีอาชีพทำสวนผกั หลายชนิด ผมและภรรยาจะช่วยกันทำมาหากนิ ด้วยความ ขยันหมั่นเพยี ร มคี วามซ่ือสตั ยต์ อ่ อาชพี ผมไมเ่ กบ็ ผักทไี่ ด้ฉีดยาฆ่าแมลงเอาไวก้ ่อนกำหนด เพราะ ตอ้ งคำนึงถงึ อนั ตรายของผบู้ รโิ ภค แตส่ ่วนใหญ่แล้วผมจะไม่ใชย้ าฆ่าแมลง ภรรยา : เราพอมีรายได้สำหรับเปน็ คา่ ใช้จ่ายในครอบครัว แลว้ ใหล้ กู ไวใ้ ชเ้ ป็นคา่ อุปกรณก์ ารเรยี น และยังแบ่งเกบ็ เงินออมฝากธนาคารไว้ดว้ ย ชดั ซ่ึงเปน็ หัวหนา้ ครอบครวั ก็ไม่เท่ยี วเตร่ ไม่ดม่ื สรุ า ไม่สูบบุหรี่ และไมเ่ ลน่ การพนัน ลกู ชาย : พ่อของผมจะซอ่ มแซมสิ่งของเครอื่ งใช้ต่างๆ ด้วยตนเองด้วยครบั เชน่ ซอ่ มโต๊ะ เก้าอ้ี ท่อน้ำ หลงั คาบา้ น พอ่ บอกวา่ เปน็ การประหยดั เงินและเป็นการรกั ษาของใช้ตา่ งๆ ใหอ้ ย่คู งทนไปนานๆ ไมต่ อ้ งซื้อใหม่ ลูกสาว : แมจ่ ะสอนหนูและพ่ชี ายใหร้ ู้จกั ซอ่ มแซมเส้อื ผา้ ทข่ี าด กระดมุ ทหี่ ลดุ ด้วยคะ่ ไม่ต้องเสยี เงินค่าซ่อมแซมให้ ชา่ งซ่อมเสอ้ื ผา้ ลกู ชาย : แมข่ องผมจะจดั หาของกนิ ของใช้ไวใ้ ห้พวกเราไมต่ ้องลำบาก เชน่ ขา้ ว น้ำปลา ของสด ของแหง้ เพ่ือเอาไว้ ทำกับข้าวให้พวกเรากิน พวกของใชท้ ี่จำเปน็ แม่กจ็ ะซ้ือให้ เช่น เสอ้ื ผา้ รองเท้า กระเป๋านักเรยี น โคมไฟ สำหรบั ไวอ้ า่ นหนงั สือ ลกู สาว : พวกเราทกุ คนใชจ้ ่ายเงนิ อย่างประหยดั นะคะ เพราะฐานะของเราไมไ่ ดร้ ำ่ รวยจงึ ต้องช่วยกนั เก็บออมเงนิ ทอง ส่ิงของชนิดใดไม่จำเปน็ ก็ไมซ่ อื้ ถึงแม้หนจู ะเห็นเพ่ือนเขามโี ทรศัพทม์ อื ถือกัน พวกเรา สองคนพี่ น้องไมไ่ ดร้ ้องขอใหพ้ ่อแมซ่ ื้อให้เพราะเราไมม่ คี วามจำเปน็ จะต้องใช้ พอ่ : ในวนั สำคัญทางพระพทุ ธศาสนา ผมก็จะพาลูกไปรว่ มพิธีกรรมทุกครั้ง แต่โดยปกติแล้วทกุ วันอาทิตย์ ครอบครัวของผมกไ็ ปทำบญุ และฟงั ธรรมกนั เปน็ ประจำอย่แู ล้ว แม่ : ครอบครวั เรากม็ ีชีวติ ท่เี รียบงา่ ยอย่างนี้ตลอดเวลา แตเ่ นอ่ื งจากปนี ท้ี างจงั หวดั เขาต้องการรณรงค์ ใหท้ กุ ครอบครัวดำเนินชวี ติ อยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมตามแนวทางของความพอเพยี ง ครอบครวั ของเราก็เลยไดร้ บั การคัดเลอื กเปน็ ครอบครวั ตัวอยา่ ง ซึ่งมีครอบครัวอนื่ อกี หลายครอบครวั ก็ไดร้ บั การคัดเลือกเช่นกนั แตว่ ถิ ี การดำเนนิ ชีวติ อาจแตกต่างกันไป
คำถาม • ครอบครวั ของชดั ปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ธรรมใด จึงทำให้ครอบครวั อยู่ดว้ ยความสงบสขุ จงยกตวั อยา่ ง
ใบงานที่ 3.7 ครอบครวั ตวั อย่าง คำชแี้ จง ให้นักเรียนอา่ นเรื่องท่กี ำหนด แลว้ ตอบคำถาม ครอบครัวของชัดไดร้ ับการคัดเลอื กจากทางจังหวัดว่า เปน็ ครอบครวั ตวั อย่างครอบครวั หนงึ่ ทีม่ ีวถิ กี ารดำเนินชีวิตทเี่ รยี บ งา่ ย มคี วามพอเพียง ชัด ภรรยา ลกู ๆ ไดใ้ หส้ ัมภาษณ์กับผสู้ อ่ื ข่าวหนงั สือพิมพ์หลายฉบบั ชดั : ครอบครวั ของผมมีอาชพี ทำสวนผกั หลายชนดิ ผมและภรรยาจะชว่ ยกนั ทำมาหากินดว้ ยความ ขยันหม่ันเพยี ร มคี วามซอ่ื สัตยต์ อ่ อาชีพ ผมไมเ่ ก็บผกั ทไี่ ด้ฉดี ยาฆา่ แมลงเอาไว้ก่อนกำหนด เพราะตอ้ ง คำนงึ ถึงอนั ตรายของผ้บู รโิ ภค แตส่ ่วนใหญแ่ ลว้ ผมจะไม่ใช้ยาฆา่ แมลง ภรรยา : เราพอมีรายได้สำหรบั เปน็ ค่าใช้จา่ ยในครอบครวั แลว้ ใหล้ ูกไว้ใชเ้ ป็นค่าอุปกรณ์การเรียน และยงั แบง่ เกบ็ เงนิ ออมฝากธนาคารไวด้ ้วย ชัดซงึ่ เป็นหัวหนา้ ครอบครัวกไ็ มเ่ ทีย่ วเตร่ ไม่ดม่ื สรุ า ไม่สูบบหุ ร่ี และไมเ่ ลน่ การพนนั ลกู ชาย : พอ่ ของผมจะซ่อมแซมสิง่ ของเครอ่ื งใชต้ า่ งๆ ดว้ ยตนเองด้วยครบั เชน่ ซ่อมโต๊ะ เก้าอ้ี ท่อนำ้ หลงั คาบา้ น พอ่ บอกวา่ เป็นการประหยัดเงินและเป็นการรักษาของใชต้ า่ งๆ ให้อยูค่ งทนไปนานๆ ไมต่ อ้ งซอ้ื ใหม่ ลกู สาว : แมจ่ ะสอนหนูและพช่ี ายใหร้ ู้จักซอ่ มแซมเส้อื ผ้าที่ขาด กระดมุ ทหี่ ลดุ ดว้ ยค่ะ ไมต่ อ้ งเสยี เงินคา่ ซ่อมแซมให้ ชา่ งซ่อมเสือ้ ผ้า ลูกชาย : แมข่ องผมจะจดั หาของกินของใช้ไว้ใหพ้ วกเราไมต่ อ้ งลำบาก เชน่ ขา้ ว น้ำปลา ของสด ของแหง้ เพ่อื เอาไว้ ทำกบั ขา้ วให้พวกเรากนิ พวกของใช้ท่จี ำเป็นแมก่ ็จะซอ้ื ให้ เชน่ เสือ้ ผา้ รองเทา้ กระเป๋านักเรยี น โคมไฟ สำหรบั ไว้อา่ นหนังสือ ลกู สาว : พวกเราทกุ คนใชจ้ า่ ยเงนิ อย่างประหยัดนะคะ เพราะฐานะของเราไมไ่ ดร้ ่ำรวยจงึ ต้องชว่ ยกนั เกบ็ ออมเงนิ ทอง ส่ิงของชนดิ ใดไมจ่ ำเป็นก็ไมซ่ อ้ื ถึงแม้หนูจะเหน็ เพอื่ นเขามโี ทรศพั ทม์ อื ถอื กนั พวกเรา สองคนพีน่ อ้ ง ไมไ่ ดร้ อ้ งขอใหพ้ อ่ แม่ซอ้ื ให้เพราะเราไมม่ คี วามจำเป็นจะตอ้ งใช้ พ่อ : ในวันสำคญั ทางพระพุทธศาสนา ผมกจ็ ะพาลกู ไปรว่ มพธิ กี รรมทุกครัง้ แตโ่ ดยปกติแลว้ ทุกวันอาทติ ย์ ครอบครวั ของผมกไ็ ปทำบุญและฟงั ธรรมกนั เปน็ ประจำอยูแ่ ล้ว แม่ : ครอบครวั เรากม็ ีชีวติ ทเ่ี รยี บง่ายอยา่ งน้ีตลอดเวลา แตเ่ นื่องจากปีนท้ี างจังหวัดเขาตอ้ งการรณรงค์ ใหท้ กุ ครอบครวั ดำเนินชวี ิตอย่างถูกต้องเหมาะสมตามแนวทางของความพอเพยี ง ครอบครัวของเรา กเ็ ลยไดร้ ับ การคดั เลือกเป็นครอบครวั ตัวอยา่ ง ซึ่งมคี รอบครวั อืน่ อีกหลายครอบครวั ก็ไดร้ บั การคัดเลอื กเช่นกัน แต่วถิ ี การดำเนินชวี ติ อาจแตกตา่ งกนั ไป
คำถาม • ครอบครัวของชัดปฏิบตั ติ นตามหลกั ธรรมใด จงึ ทำให้ครอบครัวอยู่ดว้ ยความสงบสขุ จงยกตัวอย่าง 1) การร้จู ักจดั หาเครื่องอุปโภคบรโิ ภค แมเ่ ปน็ ผรู้ ้หู น้าทใ่ี นการจดั หาของกนิ ของใช้มาบริการสมาชกิ ในครอบครวั อย่างเหมาะสม 2) การซอ่ มแซมส่ิงของทเี่ กา่ และชำรดุ เสยี หาย พ่อจะเป็นผู้ซ่อมแซมเครอ่ื งใชแ้ ละอปุ กรณภ์ ายในบา้ น เปน็ การ ประหยดั เงนิ แมจ่ ะสอนลกู ให้ชว่ ยกนั ซอ่ มแซมเสื้อผ้าท่ชี ำรดุ เปน็ การถนอมสิ่งของเส้อื ผา้ ให้ใชไ้ ด้อีก และประหยดั เงนิ 3) ประมาณตนในการอปุ โภคบรโิ ภค สมาชิกทุกคนในครอบครวั ต่างกใ็ ช้จา่ ยอย่างประหยัดและสามารถเกบ็ ออม เงินไว้ใช้ 4) พ่อบ้านแมเ่ รอื นเป็นผู้มีศลี ธรรม ทงั้ พอ่ และแม่เป็นคนทมี่ คี วามขยนั หมน่ั เพยี ร ซอ่ื สัตยต์ ่ออาชพี ไมห่ ลง อบายมขุ พอ่ ไมเ่ ล่นการพนัน ไม่สบู บุหร่ี ไมด่ ม่ื เหลา้ ไมเ่ ท่ียวเตร่ พ่อแมพ่ าลูกไปวดั ทำบุญและฟงั ธรรม อยา่ งสมำ่ เสมอ
ใบงานท่ี 3.8 คนดศี รหี ้องเรียน คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนอา่ นเรื่องทกี่ ำหนด แลว้ ตอบคำถาม ในการประชมุ ของคณะกรรมการห้องเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2/3 เพ่ือคดั เลือก “คนดศี รีหอ้ งเรียน” ตามนโยบายของ โรงเรียนทใ่ี ห้นกั เรียนแตล่ ะห้องเสนอชื่อ “คนดีศรีห้องเรียน” เพื่อให้ทางโรงเรยี นประกาศยกย่อง คณุ ครดู วงแก้วผเู้ ป็นที่ปรึกษา ของหอ้ งไดเ้ ปน็ สักขีพยานในการคดั เลือกครั้งน้ี กรรมการส่วนใหญล่ งมติว่า ควรเสนอ ไตร ให้เป็น “คนดศี รหี ้องเรยี น ม.2/3” ตามความเห็นของคนส่วนใหญ่ กา้ น : ผมรจู้ ักไตรมาตง้ั แตช่ ั้นประถม เขาเป็นคนพดู จาสภุ าพ ไม่เคยโกหกใครเลย ทกุ คนจะเชื่อคำพูด ของไตรเสมอ แกว้ : ฉนั ขอสนับสนนุ ก้านวา่ ไตรเปน็ คนที่พูดจามีเหตผุ ล มีสาระ ไม่พดู เพ้อเจ้อ ไมเ่ คยไดย้ ินเขาพดู จา สอ่ เสยี ดคนอื่นเลย จอม : ผมก็เห็นด้วยวา่ ไตรเป็นคนพูดจาสภุ าพ เรียบร้อย มีเหตุผล นอกจากน้ันเขายังเปน็ คนมจี ติ ใจ ดีดว้ ย เขาเคยเปน็ คนเก็บเงินของห้องจำนวนมาก แต่เขาไม่เคยเบียดเบยี นเอาไปใช้สว่ นตัวเลย มิ่ง : ไตรเปน็ คนท่มี คี วามสามารถในการวาดภาพ เขาเคยส่งภาพเขา้ ประกวดกับทางโรงเรียน แต่ ได้ลำดับที่สอง แพ้คนท่ไี ดท้ ี่หน่งึ เพยี ง 1 คะแนน แตไ่ ตรกไ็ ม่แสดงความอิจฉาผู้ชนะ เขาบอกกบั ฉันว่า เราตอ้ งยอมรับในความสามารถของผู้อื่น เขาไดด้ เี รากแ็ สดงความยินดกี บั เขา กิง่ : ฉนั เคยเหน็ ไตรถกู ชัยแกลง้ เอากระเปา๋ หนงั สือของไตรไปทิ้งกองขยะ เพราะชยั ไม่ชอบไตร ทใ่ี ครๆ ก็พากนั ยกย่องไตร แตไ่ ตรก็ไม่แสดงอาการโกรธเคอื ง เขาบอกกบั ฉนั วา่ ฉนั ไม่คิดพยาบาทและแก้ แคน้ ชยั เพราะจะทำใหใ้ จไมส่ บายเปล่าๆ และถา้ คิดแกแ้ ค้นเขา เขากต็ อ้ งเจ็บใจหรอื เดอื ดร้อนถา้ ของเขาเสียหาย โสน : ไตรเคยคุยใหเ้ ราฟังและคอยเตือนสตเิ ราเสมอว่า จะทำอะไรหรอื ตดั สนิ ใจอะไรน้นั ใหย้ ึดเหตผุ ลว่า ถ้าการกระทำน้ันเป็นสิง่ ดจี ึงทำ แต่ถ้าทำแล้วจะเกิดผลร้ายแรงแกต่ วั เองก็อยา่ ทำ คราม : การท่ไี ตรเปน็ คนคดิ ดี พูดดนี ้ัน ส่งผลตอ่ ความประพฤตขิ องเขาท่แี สดงออกมาด้วย คือ ไตรไมเ่ คย มปี ระวัตวิ า่ ลักขโมยของผูอ้ ่นื และเป็นคนทีม่ ีความเมตตา ใครเดอื ดรอ้ นกช็ ว่ ยเหลอื ท้ังแรงกาย และทรัพยส์ ่งิ ของเครอ่ื งใช้ ไม่เคยมเี ร่ืองชกต่อยทำรา้ ยคนอนื่ เลย ฝน : นอกจากไตรจะไมท่ ำร้ายใครแลว้ เขายังเป็นคนรกั สตั ว์ด้วย เขาชอบเอาอาหารไปเลย้ี งสนุ ัขและ แมวท่บี า้ นคนรกั สตั วห์ รอื สถานที่เลีย้ งสัตวจ์ รจดั อยเู่ สมอ ไตรเคยเอาลูกหมาท่ถี ูกรถทบั ไปสง่ โรงพยาบาลสตั วด์ ว้ ย กา้ น : พวกเราเปน็ พวกวัยรุ่น บางคนรมิ แี ฟนแลว้ แตไ่ ตรเขายังไมส่ นใจเรอื่ งแฟนเลย เขาบอกเราว่า “ใน วัยเรยี นอย่าเพยี รริเรยี นรัก” คณุ ครูดวงแกว้ : สรุปแล้วพวกกรรมการหอ้ งเรยี นมคี วามเห็นกันเป็นเอกฉันท์แล้วนะ ว่าเสนอชือ่ ไตร เป็น “คนดี ศรหี อ้ งเรยี น ม.2/3” นกั เรียนทกุ คน : ครบั / ค่ะ
คำถาม • ไตรไดร้ ับเลือกเปน็ คนดศี รหี ้องเรยี นน้นั เขามีคุณลักษณะตามหลักธรรมในเรื่องใด
ใบงานท่ี 3.8 คนดีศรหี ้องเรยี น คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นอา่ นเรื่องทกี่ ำหนด แลว้ ตอบคำถาม ในการประชมุ ของคณะกรรมการห้องเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2/3 เพอ่ื คดั เลอื ก “คนดีศรีหอ้ งเรียน” ตามนโยบายของ โรงเรียนทใ่ี ห้นกั เรียนแต่ละห้องเสนอชอื่ “คนดศี รีหอ้ งเรยี น” เพ่อื ใหท้ างโรงเรยี นประกาศยกย่อง คณุ ครดู วงแกว้ ผเู้ ปน็ ทป่ี รึกษา ของหอ้ งไดเ้ ปน็ สักขีพยานในการคดั เลือกครั้งน้ี กรรมการส่วนใหญ่ลงมตวิ า่ ควรเสนอ ไตร ให้เป็น “คนดีศรีหอ้ งเรยี น ม.2/3” ตามความเห็นของคนส่วนใหญ่ กา้ น : ผมรู้จักไตรมาต้ังแต่ช้นั ประถม เขาเป็นคนพูดจาสุภาพ ไม่เคยโกหกใครเลย ทกุ คนจะเชือ่ คำพดู ของไตรเสมอ แกว้ : ฉนั ขอสนับสนนุ กา้ นว่า ไตรเป็นคนทพ่ี ูดจามเี หตผุ ล มสี าระ ไม่พดู เพ้อเจ้อ ไมเ่ คยไดย้ นิ เขาพดู จา สอ่ เสยี ดคนอื่นเลย จอม : ผมก็เห็นด้วยวา่ ไตรเปน็ คนพดู จาสภุ าพ เรยี บร้อย มีเหตุผล นอกจากน้ันเขายังเปน็ คนมีจติ ใจ ดดี ้วย เขาเคยเปน็ คนเกบ็ เงินของห้องจำนวนมาก แตเ่ ขาไม่เคยเบียดเบยี นเอาไปใชส้ ่วนตัวเลย มิ่ง : ไตรเป็นคนท่มี คี วามสามารถในการวาดภาพ เขาเคยสง่ ภาพเขา้ ประกวดกับทางโรงเรียน แต่ ได้ลำดับที่สอง แพ้คนท่ไี ดท้ ่ีหนึ่งเพยี ง 1 คะแนน แตไ่ ตรกไ็ ม่แสดงความอิจฉาผ้ชู นะ เขาบอกกับ ฉันวา่ เราตอ้ งยอมรับในความสามารถของผอู้ ่นื เขาไดด้ เี รากแ็ สดงความยินดีกบั เขา กิง่ : ฉนั เคยเหน็ ไตรถกู ชยั แกลง้ เอากระเป๋าหนงั สอื ของไตรไปทง้ิ กองขยะ เพราะชยั ไมช่ อบไตร ท่ใี ครๆ ก็พากนั ยกย่องไตร แตไ่ ตรกไ็ มแ่ สดงอาการโกรธเคือง เขาบอกกับฉนั วา่ ฉนั ไมค่ ิดพยาบาทและแก้ แคน้ ชัยเพราะจะทำให้ใจไมส่ บายเปลา่ ๆ และถา้ คิดแกแ้ คน้ เขา เขากต็ อ้ งเจ็บใจหรือเดือดร้อนถา้ ของเขาเสียหาย โสน : ไตรเคยคยุ ใหเ้ ราฟังและคอยเตอื นสตเิ ราเสมอวา่ จะทำอะไรหรือตดั สนิ ใจอะไรน้นั ให้ยดึ เหตผุ ลวา่ ถ้าการกระทำนน้ั เปน็ สง่ิ ดจี งึ ทำ แตถ่ า้ ทำแล้วจะเกิดผลรา้ ยแรงแกต่ วั เองก็อย่าทำ คราม : การท่ไี ตรเปน็ คนคดิ ดี พดู ดีน้ัน ส่งผลตอ่ ความประพฤตขิ องเขาทแี่ สดงออกมาดว้ ย คือ ไตรไม่เคย มปี ระวัติวา่ ลักขโมยของผู้อ่นื และเปน็ คนที่มีความเมตตา ใครเดอื ดรอ้ นกช็ ่วยเหลือท้ังแรงกาย และทรัพยส์ ่งิ ของเคร่ืองใช้ ไมเ่ คยมีเร่ืองชกต่อยทำรา้ ยคนอนื่ เลย ฝน : นอกจากไตรจะไมท่ ำร้ายใครแลว้ เขายังเปน็ คนรกั สตั ว์ด้วย เขาชอบเอาอาหารไปเลย้ี งสนุ ัขและ แมวท่บี า้ นคนรกั สตั วห์ รอื สถานทเ่ี ลี้ยงสัตวจ์ รจดั อยเู่ สมอ ไตรเคยเอาลูกหมาท่ถี กู รถทบั ไปส่ง โรงพยาบาลสตั วด์ ว้ ย กา้ น : พวกเราเปน็ พวกวัยรุ่น บางคนรมิ แี ฟนแล้ว แตไ่ ตรเขายังไมส่ นใจเรอื่ งแฟนเลย เขาบอกเราว่า “ใน วัยเรียนอย่าเพียรรเิ รยี นรัก” คณุ ครูดวงแก้ว : สรุปแล้วพวกกรรมการห้องเรยี นมคี วามเห็นกนั เปน็ เอกฉนั ท์แล้วนะ ว่าเสนอชอื่ ไตร เป็น “คนดี ศรหี อ้ งเรียน ม.2/3” นกั เรียนทกุ คน : ครบั / ค่ะ
คำถาม • ไตรได้รับเลือกเป็นคนดศี รหี ้องเรยี นนน้ั เขามีคุณลกั ษณะตามหลกั ธรรมในเรอื่ งใด ไตรมหี ลกั การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั กศุ ลกรรมบถ 10 คอื 1) ความประพฤตทิ างกาย ไตรเว้นจากการทำลายชวี ิตสัตว์ ไม่รงั แกสัตว์ แต่มีความเมตตากรุณาต่อสตั ว์ ชว่ ยเหลอื สตั วท์ ่ไี ดร้ บั บาดเจ็บ และให้อาหารสัตว์ เขาไมม่ เี ร่ืองทำร้ายร่างกายผอู้ น่ื ไตรเวน้ จากการขโมยของ ผู้อนื่ และไม่คิดรมิ แี ฟนหรอื รริ ักในวัยเรียน 2) ความประพฤติทางวาจา ไตรเป็นคนพดู ความจรงิ ไม่โกหก ไม่พูดคำหยาบ ไมพ่ ดู จากระทบกระเทียบ พดู สอ่ เสยี ดผอู้ ่ืน และไมพ่ ูดเพอ้ เจอ้ แต่พดู จาไดส้ าระ 3) ความประพฤติทางใจ ไตรไมโ่ ลภถงึ แมว้ า่ เขาจะเปน็ คนเกบ็ เงินของห้องเรียนก็ไมค่ ดิ เอาเงนิ ของส่วนรวมไปใช้ ไมค่ ดิ พยาบาทผอู้ ่ืน ถึงแมว้ า่ เพือ่ นจะกลั่นแกลง้ เอากระเป๋าหนงั สอื ไปท้ิงก็ไมค่ ดิ แก้แค้น เปน็ ผทู้ ่มี คี วาม เหน็ ชอบ คดิ วา่ ทำดีไดด้ ี เขาจึงคอยเตือนสตเิ พื่อนให้กระทำการใดๆ อยา่ งมเี หตผุ ล ตัดสินใจในส่งิ ทีถ่ กู ตอ้ ง ดงี าม
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 14 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 รายวชิ า สังคมศึกษา รหสั วชิ า ส22101 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2566 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 พระธรรม เวลา 2 ชว่ั โมง เร่ือง สติปฎั ฐาน 4 และมงคล 38 ผู้สอน นางสาวนภิ าพร สาทา 1 สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด การทบ่ี คุ คลปฏิบตั ิตามหลกั ธรรม สติปัฏฐาน 4 และมงคลในหัวข้อ ประพฤตธิ รรม เวน้ จากความชว่ั เว้นจากการ ดืม่ น้ำเมา ย่อมเปน็ ทางทจี่ ะนำไปสคู่ วามดับทกุ ข์ 2 ตวั ช้วี ัด/จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 2.1 ตวั ช้วี ดั ส 1.1 ม.2/8 อธบิ ายธรรมคณุ และขอ้ ธรรมสำคญั ในกรอบอริยสัจ 4 หรอื หลกั ธรรมของศาสนาที่ตนนับถือตามที่ กำหนด เห็นคณุ คา่ และนำไปพฒั นาแก้ปญั หาของชุมชนและสังคม 2.2 จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ - อธิบายความหมาย วิเคราะห์การกระทำตามหลักธรรมสติปฏั ฐาน 4 และมงคล 38 ในหัวขอ้ ประพฤติธรรม เวน้ จากความช่วั เวน้ จากการดม่ื น้ำเมา และปฏบิ ตั ิตนได้อยา่ งถกู ต้อง 3 สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ➢ เวน้ จากความชว่ั ➢ เว้นจากการดื่มนำ้ เมา • อริยสจั 4 - มรรค (ธรรมที่ควรเจรญิ ) : สติปฏั ฐาน 4 : มงคล 38 ➢ ประพฤติธรรม 3.2 สาระการเรยี นรทู้ ้องถนิ่ (พิจารณาตามหลักสตู รสถานศึกษา) 4 สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการส่ือสาร 3) ทักษะการสร้างความรู้ 4.2 ความสามารถในการคิด 4) ทกั ษะการประยุกต์ใช้ความรู้ 1) ทักษะการวิเคราะห์ 2) ทักษะการคิดตามแนวพุทธธรรม 4.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
(ชั่วโมงที่ 1) 5 คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. มวี ินยั 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน ชว่ั โมงท่ี 1 6 กจิ กรรมการเรียนรู้ วิธีสอนแบบ ธรรมสากัจฉา นกั เรยี นสวดมนตบ์ ชู าพระรตั นตรยั และทำสมาธิก่อนเรยี นทกุ ชว่ั โมง ขั้นนำเข้าส่บู ทเรียน สื่อการเรยี นรู้ : บตั รภาพ 1. ครูนำภาพมาให้นกั เรยี นดู แลว้ ใหน้ กั เรียนร่วมกันวิเคราะห์และ ตอบคำถามว่า ภาพดงั กล่าวมสี าเหตุมาจากอะไร และเกดิ ผลเสีย ตอ่ ตนเองและสังคมอยา่ งไร เชน่ - ภาพคนตกปลา - ภาพคนคา้ ยาเสพตดิ - ภาพคนเมาสุรา - ภาพคนทะเลาะกนั 2. ครูอธบิ ายให้นักเรยี นเขา้ ใจวา่ การกระทำในภาพทคี่ รนู ำมาให้ นักเรียนดูน้ัน จดั วา่ เปน็ กรรมช่ัว เปน็ ทางแหง่ ความชัว่ ขนั้ สอน สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้ : คำถามกระตนุ้ ความคิด 1. หนังสือเรยี น พระพุทธศาสนา ม.2 3. ใบงานที่ 3.9-3.12 1. “เม่อื มีผู้มาชวนเราใหท้ ำในส่ิงท่ไี มด่ ี แตเ่ รารู้จกั ยับยง้ั ใจไม่ทำตาม” สอดคลอ้ งกบั สติปฏั ฐาน 4 อยา่ งไร 2. หนังสือค้นควา้ เพม่ิ เตมิ 4. ห้องสมดุ (มีสัมมาสติ (สตทิ ่ชี อบ) คอยเตอื นตนเองไมใ่ หห้ ลงไป ในทางทผี่ ิด) 1. แสวงหาความรู้ 1. สมาชิกกลุ่มเดมิ (จากแผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 1) รว่ มกันศึกษา 2. นกั เรยี นสามารถปฏบิ ัตติ นตามมงคล 38 ในเร่อื ง ความรู้เรอ่ื ง สติปัฏฐาน 4 และมงคล 38 จาก หนงั สอื ประพฤติธรรมได้อยา่ งไรบ้าง และผลทคี่ าดวา่ จะได้ เรยี น หนังสือคน้ ควา้ เพ่ิมเตมิ และห้องสมดุ แลว้ บันทกึ ความรู้ คอื อะไร ท่ไี ด้จากการศกึ ษาลงในแบบบนั ทกึ การอา่ น (พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยูใ่ น ดลุ ย 2. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ขอ้ 1 พินิจของครูผสู้ อน) 2. ค้นพบความรู้/สนทนาแลกเปล่ียนความรู้ 1. สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั สนทนาแลกเปลย่ี นความรู้เกยี่ วกบั หลกั ธรรมท่ีศึกษา ในหวั ขอ้ ต่อไปนี้ 1) ความหมาย ความสำคญั 2) ตัวอย่างการปฏิบตั ิตนตามหลกั ธรรม
(ชั่วโมงที่ 1-2) 2. สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ ช่วยกันทำใบงานท่ี 3.9 เรอ่ื ง สติ ปฏั ฐาน 4 3. ครเู ฉลยคำตอบในใบงานท่ี 3.9 นักเรียนตรวจสอบความ ถกู ต้องตามท่ีครูเฉลย ชวั่ โมงที่ 2 3. วเิ คราะห์และประเมินค่าความรู้ 1. สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันวเิ คราะหแ์ ละประเมนิ ค่าความรูท้ ไ่ี ด้ ศึกษา โดยนำข่าว กรณตี ัวอย่าง หรอื นทิ านทเ่ี ตรยี มมา ลว่ งหน้า มาเป็นขอ้ มลู ในการทำใบงาน โดยเลือกทำกลุ่มละ 1 ใบงาน ดังน้ี - ใบงานท่ี 3.10 เร่ือง ประพฤติธรรม - ใบงานที่ 3.11 เรอื่ ง เว้นความชั่ว - ใบงานที่ 3.12 เรือ่ ง เวน้ จากการดมื่ นำ้ เมา 2. ตวั แทนกลุม่ นำเสนอผลงานหน้าชน้ั เรยี น ครเู สนอแนะ เพ่ิมเตมิ 3. นักเรียนตอบคำถามกระตุน้ ความคิด ขอ้ 2 4. พสิ ูจน์ความรู้หรอื ปฏบิ ัติ 1. ครใู ห้นกั เรยี นร่วมกันวางแผนการปฏิบัตติ นตามหลกั ธรรม สตปิ ัฏฐาน 4 และมงคล 38 ในหัวข้อ ประพฤติธรรม เว้น ความช่วั และเว้นจากการดมื่ น้ำเมา 2. สมาชิกแตล่ ะคนปฏบิ ตั ติ นตามแผนทไ่ี ดร้ ว่ มกันกำหนดและ รายงานผลต่อครตู ามกำหนดเวลาทีต่ กลงกนั ขัน้ สรุป สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้ : — ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปข้อคดิ ทไ่ี ด้และแนวทางการปฏิบตั ิตน ตามมงคล 38 ในเรือ่ ง ประพฤตธิ รรม เวน้ ความชวั่ เวน้ จากการดืม่ นำ้ เมา ครมู อบหมายให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั วางแผนการปฏิบัตติ นตามข้อธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ตามท่ีกำหนด เพ่อื ให้ สมาชกิ ในกลมุ่ นำไปปฏิบตั ิ แลว้ รายงานผลการปฏิบตั ิตนตามแบบบนั ทึกการปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยให้ครอบคลุมประเดน็ ตามทก่ี ำหนด ดังน้ี 1) การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ดรณุ ธรรม 6 4) การปฏิบตั ติ นตามหลักสติปฏั ฐาน 4 2) การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั กลุ จิรฏั ฐิติธรรม 4 5) การปฏิบตั ติ นตามหลักประพฤตธิ รรม เว้นจากความช่ัว 3) การปฏิบัตติ นตามหลักกุศลกรรมบถ 10 (ชั่วโมงที่ 2) นักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี น หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3
7 การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการ เครอื่ งมือ เกณฑ์ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 3.9 ใบงานท่ี 3.9 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 3.10 ใบงานท่ี 3.10 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงานท่ี 3.11 ใบงานท่ี 3.11 ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงานท่ี 3.12 ใบงานที่ 3.12 ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ตรวจแบบบันทึกการอา่ น แบบบันทกึ การอา่ น รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมน่ั ในการทำงาน แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 3 แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 ตรวจรายงานการปฏิบัติตนตามหลกั ธรรมทาง แบบประเมินรายงานการปฏิบตั ติ นตาม พระพทุ ธศาสนา หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา 8 สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้ 8.1 ส่อื การเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.2 2) หนงั สือคน้ คว้าเพ่มิ เติม (1) ญาณสงั วร, สมเดจ็ พระ (เจริญ สุวฑฒฺ โน). 2526. หลักพระพุทธศาสนา. กรุงเทพมหานคร : ประกายพรึก. (2) วศิน อนิ ทสระ. 2548. หลักธรรมอันเปน็ หวั ใจพระพุทธศาสนา. กรงุ เทพมหานคร : บริษัท เอ.ไอ.เอ. จำกัด (เครือนำทอง). 3) บตั รภาพ 4) ใบงานท่ี 3.9 เร่ือง สติปัฏฐาน 4 5) ใบงานท่ี 3.10 เรื่อง ประพฤติธรรม 6) ใบงานที่ 3.11 เร่ือง เวน้ ความชว่ั 7) ใบงานท่ี 3.12 เร่ือง เวน้ จากการดมื่ นำ้ เมา 8.2 แหลง่ การเรียนรู้ - หอ้ งสมดุ
ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) คำชแ้ี จง บนั ทกึ การปฏบิ ัตติ นตามหลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา ให้นกั เรียนแต่ละกลมุ่ วางแผนการปฏบิ ัตติ นตามข้อธรรมในกรอบอรยิ สัจ 4 ตามที่กำหนด เพ่ือให้สมาชิก ในกลมุ่ นำไปปฏิบัติ แล้วรายงานผลการปฏิบัตติ นตามแบบบันทกึ การปฏบิ ตั ิตนตามหลักธรรมทาง พระพุทธศาสนา ขอ้ หลักธรรม ตวั อยา่ งการกระทำ/พฤติกรรม 1. ดรณุ ธรรม 6 ตัวอย่าง 2. กุลจิรัฏฐติ ิธรรม 4 1. ต้ังใจเรียนและทำการบา้ นสง่ ตรงเวลา 2. ปฏิบตั ติ ามกฎระเบยี บของโรงเรยี น 3. กุศลกรรมบถ 10 ฯลฯ 4. สตปิ ัฏฐาน 4 ตัวอย่าง 1. ซอ่ มแซมเส้อื ผ้า เครอื่ งใช้ 5. ประพฤติธรรม 2. ใช้จา่ ยพอสมควรแกฐ่ านะ ไมฟ่ ุ่มเฟอื ย เว้นจากความช่ัว ฯลฯ ตัวอยา่ ง 1. พดู จาตามความจริง ไม่พูดปด 2. ไมร่ งั แกผูอ้ ่ืน ไม่รงั แกสัตว์ ช่วยเหลอื ผูอ้ นื่ ด้วยความจรงิ ใจ ฯลฯ ตวั อยา่ ง 1. ฝึกจิตใจใหส้ งบ 2. ฝกึ จิตใจใหม้ ั่นคง ไม่เผลอเรอ ฯลฯ ตวั อย่าง 1. หลีกเล่ยี งยาเสพติด บหุ ร่ี 2. ไม่แสดงอาการโกรธ แมม้ ผี ้วู ่ารา้ ยเรา ฯลฯ หมายเหตุ นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มอาจจะวางแผนปฏบิ ัติตนนอกเหนอื จากตัวอย่างทไี่ ด้รบั ตามความเหมาะสม ให้ครผู สู้ อนเปน็ ผตู้ รวจ ก่อนนำไปปฏิบตั จิ ริง
การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินรายงานการปฏบิ ตั ิตนตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ลำดบั ที่ รายการประเมิน 4 ระดับคะแนน 1 32 1 การปฏิบตั ติ นตามหลกั ดรุณธรรม 6 2 การปฏิบัตติ นตามหลักกุลจิรัฏฐิติธรรม 4 3 การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั กุศลกรรมบถ 10 4 การปฏิบัตติ นตามหลักสติปฏั ฐาน 4 5 การปฏิบตั ติ นตามหลักประพฤตธิ รรม เว้นจากความช่ัว รวม ลงช่ือ...................................................ผ้ปู ระเมิน ............../.................../................ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน = 4 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ ดีมาก = 3 คะแนน ดี = 2 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ พอใช้ = 1 คะแนน ปรบั ปรุง 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ตำ่ กว่า 10 ปรบั ปรุง
บตั รภาพ ภาพคนตกปลา ภาพคนค้ายาเสพติด ภาพคนเมาสุรา ภาพคนทะเลาะกนั ที่มา : ภาพที่ 1 http://www.pla-game.com/pla/index.php?topic=4090.0 1 2 ภาพท่ี 2 http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1329466064 3 4 ภาพท่ี 3 http://www.banmuang.co.th/2012/05/ความหวงั จัดระเบียบพน้ื / ภาพท่ี 4 http://construction-site-accident.blogspot.com/2009/01/2-1.html
ใบงานที่ 3.9 สตปิ ัฏฐาน 4 คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนยกตวั อย่างการพจิ ารณาตามหลักสตปิ ัฏฐาน 4 สติปฏั ฐาน 4 พจิ ารณาเหน็ พิจารณาเห็น พิจารณาเห็น พิจารณาเห็น ภายในกาย เวทนาในเวทนา ในจิต ธรรมในธรรม
ใบงานที่ 3.9 สตปิ ฏั ฐาน 4 คำช้ีแจง ให้นกั เรียนยกตวั อยา่ งการพจิ ารณาตามหลกั สตปิ ัฏฐาน 4 สติปฏั ฐาน 4 พจิ ารณาเห็น พิจารณาเหน็ พิจารณาเห็น พิจารณาเห็น ภายในกาย เวทนาในเวทนา ในจิต ธรรมในธรรม การตัง้ สติพจิ ารณากายให้รเู้ หน็ การต้ังสตพิ จิ ารณาธรรมให้รู้ ตามความเปน็ จรงิ วา่ เป็นเพยี งแต่ เห็นตามความเป็นจริงว่า เป็นเพียง กายไมใ่ ช่สัตว์ ไมใ่ ชบ่ คุ คล ไมใ่ ช่ ธรรมไมใ่ ช่สตั ว์ บคุ คล ตวั เรา ตวั เขา ตัวตนของเรา ตัวตนของเขา มีสตริ ู้จักธรรมทง้ั หลายวา่ คืออะไร ใช้วธิ ีการกำหนดลมหายใจเขา้ ออก (อานาปานสต)ิ การต้งั สตกิ ำหนดพจิ ารณา การต้งั สติกำหนดพจิ ารณาจิต เวทนา ใหร้ ูเ้ ห็นความเป็นจรงิ ให้เหน็ ตามความเปน็ จรงิ วา่ เปน็ แต่ ว่าเปน็ แต่เพยี งเวทนา ไมใ่ ช่สัตว์ เพยี งจติ ไมใ่ ชส่ ัตว์ บคุ คล ตัวเรา บุคคล ตัวตนของเรา ของเขา ตัวเขา เมื่อจติ มรี าคะ กร็ ้วู ่าจติ มรี าคะ จติ ปราศจากราคะ ก็ร้วู า่ จิต ปราศจากราคะ
ใบงานที่ 3.10 ประพฤตธิ รรม คำช้แี จง ใหน้ กั เรยี นหาขา่ ว กรณตี วั อย่าง หรอื นิทานท่ีแสดงถึงการประพฤตธิ รรม นำมาวิเคราะห์ แล้ว ตอบคำถาม ขา่ ว กรณตี ัวอย่าง หรอื นทิ าน เรือ่ ง (สาระสำคญั โดยย่อ) ทม่ี า : คำถาม 1. บุคคลใดเป็นผู้ประพฤติธรรม 2. การกระทำท่ีแสดงว่า ประพฤตธิ รรมของเขา คืออะไร ยกตัวอยา่ งประกอบ 3. ผลของการกระทำเปน็ อยา่ งไร 4. นักเรยี นสามารถนำส่วนท่ีดีของบคุ คลในเรือ่ งน้ไี ปประยุกต์ปฏบิ ัตติ นไดอ้ ย่างไรบ้าง
ใบงานท่ี 3.10 ประพฤติธรรม คำชแ้ี จง ให้นกั เรยี นหาขา่ ว กรณตี วั อย่าง หรือนทิ านท่ีแสดงถึงการประพฤติธรรม นำมาวเิ คราะห์ แลว้ ตอบคำถาม ข่าว กรณีตวั อยา่ ง หรือนิทาน เรือ่ ง (สาระสำคญั โดยย่อ) ทีม่ า : คำถาม 1. บุคคลใดเปน็ ผู้ประพฤตธิ รรม 2. การกระทำท่ีแสดงว่า ประพฤตธิ รรมของเขา คืออะไร ยกตัวอย่างประกอบ 3. ผลของการกระทำเปน็ อยา่ งไร 4. นกั เรียนสามารถนำส่วนท่ดี ีของบุคคลในเร่ืองน้ีไปประยุกต์ปฏิบตั ิตนได้อย่างไรบ้าง (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ย่ใู นดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
ใบงานที่ 3.11 เว้นความชั่ว คำชีแ้ จง ให้นกั เรยี นหาข่าว กรณีตัวอย่าง หรือนทิ านที่แสดงถึงการละเว้นความชั่วแลว้ ได้รบั ผลดีตอบแทน นำมา วิเคราะห์แลว้ ตอบคำถาม ขา่ ว กรณีตวั อย่าง หรือนทิ าน เรอื่ ง (สาระสำคญั โดยยอ่ ) ทม่ี า : คำถาม 1. บุคคลใดประพฤติตนท่ีแสดงว่า เว้นจากความชว่ั 2. การกระทำของบุคคลในข้อ 1 ท่ีแสดงวา่ เว้นจากความชั่ว คืออะไร ยกตัวอย่างประกอบ 3. ผลของการกระทำเป็นอย่างไร 4. นักเรียนสามารถนำส่วนทีด่ ีของบุคคลในข้อ 2 ไปประยกุ ต์ปฏิบัติตนไดอ้ ย่างไรบา้ ง
ใบงานท่ี 3.11 เวน้ ความช่ัว คำชีแ้ จง ให้นกั เรียนหาข่าว กรณีตัวอย่าง หรอื นิทานที่แสดงถงึ การละเว้นความชว่ั แลว้ ได้รับผลดตี อบแทน นำมา วเิ คราะห์แล้วตอบคำถาม ขา่ ว กรณตี ัวอย่าง หรือนทิ าน เรอื่ ง (สาระสำคญั โดยย่อ) ที่มา : คำถาม 1. บุคคลใดประพฤติตนท่ีแสดงว่า เวน้ จากความชัว่ 2. การกระทำของบุคคลในขอ้ 1 ทีแ่ สดงว่า เวน้ จากความช่วั คืออะไร ยกตวั อย่างประกอบ 3. ผลของการกระทำเป็นอยา่ งไร 4. นกั เรียนสามารถนำสว่ นทด่ี ีของบุคคลในข้อ 2 ไปประยุกต์ปฏบิ ัตติ นไดอ้ ย่างไรบา้ ง (พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
ใบงานท่ี 3.12 เวน้ จากการด่ืมน้ำเมา คำชแี้ จง ให้นกั เรียนหาข่าว กรณตี วั อย่าง หรือนิทานที่แสดงถงึ การเว้นจากการดื่มน้ำเมา นำมาวิเคราะห์ แล้วตอบ คำถาม ข่าว กรณตี ัวอย่าง หรอื นิทาน เร่อื ง (สาระสำคญั โดยยอ่ ) ท่มี า : คำถาม 1. บุคคลใดเปน็ ผูท้ ่เี วน้ จากการดื่มนำ้ เมา 2. การกระทำของบุคคลในข้อ 1 ที่แสดงว่า เวน้ จากการดมื่ น้ำเมา คืออะไร 3. ผลของการกระทำเปน็ อยา่ งไร 4. นกั เรียนสามารถนำแบบอย่างที่ดขี องบุคคลในข้อ 1 ไปประยุกตป์ ฏิบัตติ นได้อย่างไรบา้ ง
ใบงานที่ 3.12 เวน้ จากการดืม่ น้ำเมา คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนหาข่าว กรณตี วั อย่าง หรือนทิ านที่แสดงถงึ การเว้นจากการด่ืมน้ำเมา นำมาวิเคราะห์ แลว้ ตอบ คำถาม ขา่ ว กรณตี ัวอย่าง หรอื นิทาน เร่ือง (สาระสำคญั โดยย่อ) ท่ีมา : คำถาม 1. บุคคลใดเป็นผู้ที่เวน้ จากการดื่มนำ้ เมา 2. การกระทำของบุคคลในขอ้ 1 ที่แสดงว่า เวน้ จากการดื่มน้ำเมา คอื อะไร 3. ผลของการกระทำเปน็ อย่างไร 4. นกั เรยี นสามารถนำแบบอย่างทดี่ ีของบุคคลในข้อ 1 ไปประยุกตป์ ฏบิ ตั ติ นได้อย่างไรบ้าง (พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดลุ ยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 15 กล่มุ สาระการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 รายวิชา สังคมศึกษา รหสั วชิ า ส22101 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2566 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 พระธรรม เวลา 2 ชัว่ โมง เรื่อง พระไตรปฏิ ก ผสู้ อน นางสาวนิภาพร สาทา 1 สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด พระไตรปิฎก เป็นคัมภรี ์ที่บรรจุหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ซง่ึ ประกอบด้วย พระวินยั ปฎิ กพระ สุตตนั ตปฎิ ก และพระอภธิ รรมปฎิ ก 2 ตัวช้ีวัด/จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ตวั ชว้ี ัด ส 1.1 ม.2/7 อธบิ ายโครงสรา้ งและสาระโดยสังเขปของพระไตรปฎิ ก หรอื คมั ภรี ข์ องศาสนาทตี่ นนบั ถอื 2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1) อธบิ ายความหมายและความสำคัญของพระไตรปิฎกได้ 2) อธิบายโครงสรา้ งของพระไตรปฎิ กได้ 3 สาระการเรยี นรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - โครงสร้าง และสาระสังเขปของพระวนิ ัยปฎิ ก พระสุตตนั ตปฎิ ก และพระอภธิ รรมปฎิ ก 3.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถ่นิ (พิจารณาตามหลักสตู รสถานศึกษา) 4 สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการส่อื สาร 4.2 ความสามารถในการคดิ 1) ทักษะการวเิ คราะห์ 2) ทักษะการสรุปย่อ 4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ 5 คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 3. ใฝเ่ รียนรู้ 4. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน 1. ซอ่ื สัตย์ สุจรติ 2. มีวินัย
(ช่วั โมงท่ี 1) ชั่วโมงที่ 1 6 กิจกรรมการเรียนรู้ วธิ ีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) นักเรียนสวดมนต์บูชาพระรตั นตรยั และทำสมาธกิ อ่ นเรียนทุกช่วั โมง นักเรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 4 ขน้ั ที่ 1 กระตุ้นความสนใจ สอ่ื การเรยี นรู้ : ตัวอย่างขอ้ ความ 1. ครูอ่านขอ้ ความในพระไตรปิฎกใหน้ ักเรียนฟัง ประมาณ 2-3 ข้อความ ซง่ึ มคี วามยาวตามความเหมาะสม แล้วใหน้ กั เรียน ชว่ ยกันวเิ คราะห์ ตามหัวข้อตอ่ ไปนี้ 1) ความหมาย 2) ข้อคดิ สำคัญ 3) การนำไปประยกุ ต์ใช้ในการดำเนินชีวิต 2. ครอู ธิบายให้นกั เรยี นเข้าใจวา่ ขอ้ ความดังกลา่ วนน้ั เป็น ส่วน หนงึ่ ของพระไตรปฎิ ก แล้วครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจ ความหมาย ความสำคัญ และโครงสรา้ งของพระไตรปฎิ ก ข้นั ที่ 2 สำรวจค้นหา สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้ : คำถามกระตุ้นความคิด 1. หนังสือเรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.2 3. หอ้ งสมดุ 1. ถา้ นกั เรียนจะค้นควา้ หาความรเู้ กย่ี วกบั พธิ กี รรมของ 2. หนังสอื ค้นควา้ เพ่ิมเตมิ 4. แหล่งข้อมลู สารสนเทศ สงฆ์ จะต้องไปเปดิ ดใู นพระไตรปฎิ กหมวดใด (พระวินัยปิฎก หมวดขันธกะ) 1. นักเรียนแบ่งกลมุ่ กลุม่ ละ 5-7 คน ตามความสมคั รใจ แล้วใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันศึกษาความร้เู ร่ือง พระไตรปฎิ ก จาก 2. นักเรยี นคิดวา่ การศึกษาพระไตรปฎิ ก จาก CD- หนงั สอื เรียน หนงั สอื ค้นคว้าเพิม่ เติม ห้องสมดุ และแหลง่ ข้อมลู ROM น้ัน มผี ลดีหรือไม่ อธบิ ายเหตผุ ล สารสนเทศ ตามหวั ข้อทกี่ ำหนดให้ ดงั นี้ (พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยให้อยใู่ น 1) พระวินยั ปิฎก ดุลยพินิจของครูผ้สู อน) 2) พระสตุ ตันตปฎิ ก 3) พระอภิธรรมปฎิ ก แลว้ บนั ทกึ ความรทู้ ไี่ ดจ้ ากการศึกษาลงในแบบบันทึกการอ่าน 2. นักเรียนตอบคำถามกระตุน้ ความคิด ขอ้ 1-2
(ชวั่ โมงที่ 1-2) ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ สือ่ การเรียนรู้ : ใบงานท่ี 4.1 1. สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ ผลดั กันอธบิ ายประเด็นสำคญั ของพระวนิ ยั - ปิฎก พระสตุ ตันตปฎิ ก พระอภธิ รรมปฎิ ก ในประเด็นตอ่ ไปน้ี 1) ความหมาย ความสำคญั 2) หมวดยอ่ ยของพระไตรปฎิ กแตล่ ะประเภท 2. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกันทำใบงานท่ี 4.1 เร่ือง พระไตรปิฎก 3. ครูและนกั เรยี นช่วยกนั เฉลยคำตอบในใบงานท่ี 4.1 และช่วยกัน สรุปสาระสำคญั จากการเรยี นเร่ือง พระไตรปฎิ ก ชว่ั โมงท่ี 2 ข้นั ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ สอ่ื การเรยี นรู้ : คำถามกระต้นุ ความคดิ 1. ตัวอยา่ งข้อความ 2. ใบงานที่ 4.2 นักเรียนไดข้ อ้ คดิ อะไรบา้ ง จากการอา่ นข้อความใน พระไตรปฎิ ก 1. ครใู หน้ กั เรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั ความแตกต่าง (พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยให้อย่ใู น ระหว่างพระไตรปฎิ ก พระสตุ ตนั ตปฎิ ก และ พระ ดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน) อภิธรรมปฎิ ก 2. นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ ร่วมกันศกึ ษาขอ้ ความน่ารู้จากพระไตรปฎิ ก แล้วให้สมาชกิ ในกลมุ่ รว่ มกนั เลอื กขอ้ ความทส่ี มาชิกสว่ นใหญ่มี ความสนใจ มาประมาณ 5-15 บรรทัด 3. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั วเิ คราะห์ขอ้ ความในพระไตรปฎิ กท่กี ลมุ่ ของตนเลอื กมา แลว้ ตอบคำถามในใบงานท่ี 4.2 เร่ือง แสวงหา ธรรมะในพระไตรปิฎก จากน้นั ช่วยกนั ทบทวนความถกู ตอ้ งของใบ งาน 4. นักเรียนตอบคำถามกระตุน้ ความคิด ขัน้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล สือ่ การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 4.2 1. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมานำเสนอผลงานในใบงานที่ 4.2 และใหน้ ักเรยี นกล่มุ อื่นท่ีเปน็ ผ้ฟู ังชว่ ยกนั เสนอแนะความคดิ เหน็ เพมิ่ เติม 2. นักเรียนช่วยกนั สรปุ ข้อคดิ ท่ไี ด้จากการฟงั ขอ้ ความใน พระไตรปิฎก และแนวทางการนำข้อคดิ ไปประยุกต์ปฏบิ ัติ ใน การดำเนินชวี ติ ครูตรวจสอบความถูกตอ้ งและเสนอแนะเพมิ่ เตมิ
7 การวดั และประเมินผล เคร่อื งมอื เกณฑ์ แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 วิธกี าร ใบงานที่ 4.1 (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ ) ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 4 ใบงานที่ 4.2 ตรวจใบงานท่ี 4.1 แบบบนั ทึกการอา่ น ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 4.2 แบบประเมินการนำเสนอผลงาน รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบบนั ทึกการอา่ น แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สงั เกตความซ่อื สัตย์ สุจรติ มีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ และมุ่งม่ันในการทำงาน 8 สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้ 8.1 สอ่ื การเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรียน พระพทุ ธศาสนา ม.2 2) หนงั สอื คน้ คว้าเพ่มิ เติม - ศึกษาธิการ, กระทรวง. 2542. ความรเู้ รื่องพระไตรปฎิ ก. กรงุ เทพมหานคร : องค์การคา้ ของครุ สุ ภา. 3) ตัวอย่างข้อความในพระไตรปิฎก 4) ใบงานท่ี 4.1 เร่ือง พระไตรปิฎก 5) ใบงานที่ 4.2 เร่ือง แสวงหาธรรมะในพระไตรปิฎก 8.2 แหลง่ การเรยี นรู้ 1) ห้องสมดุ 2) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ - http://th.wikipedia.org/wiki/พระไตรปฎิ ก - http://www.larndham.net/tipitaka.html
เอกสารประกอบการสอน ตัวอยา่ งขอ้ ความในพระไตรปิฎก สตุ รีทีบ่ ุรุษไมช่ อบใจเลย “ดกู ่อนภิกษุทง้ั หลาย! สตรี (มาตคุ าม) ทปี่ ระกอบดว้ ยองค์ 5 ยอ่ มไมเ่ ปน็ ทพ่ี อใจ โดยสว่ นเดยี วของบรุ ษุ องค์ 5 คือ 1. ไมม่ รี ูป (รูปไม่งาม) 3. ไม่มศี ลี 5. ไม่มบี ตุ รกับบรุ ุษน้ัน 2. ไม่มที รพั ย์ 4. เกียจคร้าน สตรผี ปู้ ระกอบด้วยองค์ 5 เหล่านแ้ี ลย่อมไมเ่ ป็นท่พี อใจโดยส่วนเดยี วของบรุ ุษ” สตรีที่บุรษุ ชอบใจแท้ “ดูกอ่ นภกิ ษทุ ้ังหลาย! สตรีท่ปี ระกอบด้วยองค์ 5 ยอ่ มเปน็ ทีพ่ อใจ โดยส่วนเดียวของบุรษุ องค์ 5 คอื 1. มรี ปู (รูปงาม) 3. มีศลี 5. มีบุตรกับบรุ ษุ น้ัน 2. มีทรัพย์ 4. ขยัน ไม่เกยี จครา้ น สตรผี ปู้ ระกอบดว้ ยองค์ 5 เหล่านแี้ ลย่อมไมเ่ ปน็ ทีพ่ อใจโดยสว่ นเดียวของบรุ ษุ ” สงั ยุตตนกิ าย สฬายตนวรรค 18/296 บุรษุ ท่สี ตรีไมช่ อบใจเลย “ดกู อ่ นภิกษทุ ้ังหลาย! บรุ ษุ ที่ประกอบดว้ ยองค์ 5 ยอ่ มไม่เป็นท่ีพอใจ โดยสว่ นเดยี วของสตรี องค์ 5 คือ 1. ไม่มรี ูป (รูปไมง่ าม) 3. ไมม่ ีศลี 5. ไม่มีบตุ รกบั สตรีน้นั 2. ไมม่ ีทรพั ย์ 4. เกียจครา้ น บรุ ษุ ผู้ประกอบดว้ ยองค์ 5 เหลา่ นแี้ ลยอ่ มไม่เปน็ ทพ่ี อใจโดยสว่ นเดยี วของสตรี” บรุษท่สี ตรชี อบใจแท้ “ดกู อ่ นภกิ ษทุ ั้งหลาย! บุรษุ ทป่ี ระกอบดว้ ยองค์ 5 ยอ่ มเป็นทพี่ อใจ โดยสว่ นเดียวของสตรี องค์ 5 คอื 1. มรี ปู (รูปงาม) 3. มศี ีล 5. มีบตุ รกบั สตรีนนั้ 2. มีทรัพย์ 4. ขยนั ไม่เกยี จครา้ น บรุ ษุ ผปู้ ระกอบดว้ ยองค์ 5 เหล่านแี้ ลย่อมเป็นท่พี อใจโดยสว่ นเดียวของบุรุษ” สงั ยตุ ตนกิ าย สฬายตนวรรค 18/296 ทม่ี า : การศาสนา, กรม. 2548. พระไตรปฎิ ก ฉบับสำหรบั ประชาชน ตอน ว่าด้วยพระสูตร. กรุงเทพมหานคร : กรมการ ศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม.
ใบงานท่ี 4.1 พระไตรปฎิ ก ตอนท่ี 1 คำชแี้ จง ใหน้ กั เรยี นเขียนโครงสรา้ งพระไตรปิฎกในกรอบทเี่ วน้ วา่ งไว้ พระไตรปิฎก พระวินยั ปฎิ ก พระสตุ ตนั ตปิฎก พระอภธิ รรมปฎิ ก
ตอนท่ี 2 คำช้แี จง ใหน้ กั เรียนอ่านกรณีศึกษา แล้วตอบคำถาม กรณศี ึกษา เก๋ กลอย ก้งุ โก้ ไดร้ ับงานจากกลมุ่ ให้ไปศกึ ษาขอ้ มลู ความร้ตู า่ งๆ ในพระไตรปฎิ ก เก๋ : หาความรเู้ ก่ียวกบั พระธรรมเทศนาของพระพทุ ธเจ้าและพระสาวก กลอย : หาความรเู้ กี่ยวกับศลี สำคญั ของภกิ ษแุ ละภิกษณุ ี กงุ้ : หาความรเู้ กี่ยวกับสังฆกรรมของสงฆ์ โก้ : หาความรเู้ กยี่ วกับขันธ์ 5 ธาตุ 4 และอายตนะ คำถาม • เก๋ กลอย กุ้ง และโก้ ต้องไปศึกษาความรู้ในพระไตรปฎิ ก หมวดใดบา้ ง
ใบงานท่ี 4.1 พระไตรปฎิ ก ตอนท่ี 1 คำช้ีแจง ให้นักเรยี นเขียนโครงสร้างพระไตรปิฎกในกรอบที่เวน้ วา่ งไว้ พระไตรปิฎก พระวนิ ัยปฎิ ก พระสตุ ตนั ตปฎิ ก พระอภธิ รรมปฎิ ก สตุ ตวิภังค์ ขนั ธกะ ทฆี นิกาย ธมั มสังคณี ปริวาร มัชฌมิ นกิ าย วภิ ังค์ สังยุตตนกิ าย ธาตุกถา องั คุตตรนกิ าย ปุคคลบญั ญตั ิ ขุททกนิกาย กถาวตั ถุ ยมก ปัฏฐาน
ตอนที่ 2 คำช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นอา่ นกรณีศกึ ษา แล้วตอบคำถาม กรณศี กึ ษา เก๋ กลอย กุ้ง โก้ ไดร้ ับงานจากกลมุ่ ใหไ้ ปศึกษาขอ้ มลู ความรูต้ ่างๆ ในพระไตรปฎิ ก เก๋ : หาความรเู้ ก่ียวกบั พระธรรมเทศนาของพระพทุ ธเจ้าและพระสาวก กลอย : หาความรเู้ กี่ยวกบั ศลี สำคญั ของภกิ ษุและภิกษณุ ี กงุ้ : หาความรเู้ กยี่ วกบั สงั ฆกรรมของสงฆ์ โก้ : หาความรเู้ กี่ยวกบั ขันธ์ 5 ธาตุ 4 และอายตนะ คำถาม • เก๋ กลอย กุ้ง และโก้ ต้องไปศึกษาความรู้ในพระไตรปิฎก หมวดใดบา้ ง 1. เก๋ ต้อง ไปหาความร้ใู นพระสุตตันตปฎิ ก 2. กลอย ต้องไปหาความรู้ในพระวนิ ัยปฎิ ก ในหมวดยอ่ ยสตุ ตวิภังค์ 3. กงุ้ ตอ้ งไปหาความร้ใู นพระวนิ ัยปฎิ ก ในหมวดยอ่ ยขนั ธกะ 4. โก้ ตอ้ งไปหาความรู้ในพระอภธิ รรมปฎิ ก ในหมวดยอ่ ยธาตกุ ถา
ใบงานท่ี 4.2 แสวงหาธรรมะในพระไตรปิฎก คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนเลือกข้อความในพระไตรปิฎกทนี่ กั เรียนสนใจมา 1 ขอ้ ความ โดยมีความยาวประมาณ 5-15 บรรทัด นำมาวเิ คราะห์ แลว้ ตอบคำถาม (ขอ้ ความในพระไตรปิฎก) ท่มี า : คำถาม 1. ข้อความในพระไตรปิฎก มปี ระเดน็ สำคญั ในเรอ่ื งใด 2. นักเรียนได้ขอ้ คิดเตือนใจจากขอ้ ความในพระไตรปฎิ กอย่างไร
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393