ค่มู ือ แบบประเมนิ เกณฑ์มาตรฐาน โรงเรยี นสุจรติ (คู่มือประเมนิ มาตรฐานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษา โรงเรียน) คู่มอื แบบประเมินเกณฑม์ าตรฐานโรงเรยี นสุจริต
คมู่ อื แบบประเมนิ เกณฑ์มาตรฐานโรงเรยี นสุจริต (ค่มู อื ประเมินมาตรฐานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษา โรงเรียน) ISBN 978-616-395-660-6 พมิ พค์ รง้ั แรก กธันุมวภาาคพมันธ๒์ ๒๕๕๕๘๙ จ�ำนวนพิมพ์ ๓,๐๐๐ เล่ม ผรู้ บั ผดิ ชอบ โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลในสถานศึกษา การจัดพิมพ์ “ปอ้ งกันการทุจริต” (โครงการโรงเรยี นสุจริต) สา� นักพฒั นานวตั กรรมการจัดการศกึ ษา สา� นกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ พิมพ์ที่ โรงพมิ พ์สา� นกั งานพระพทุ ธศาสนาแหง่ ชาติ ๓๑๔-๓๑๖ ซอยบา้ นบาตร แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศตั รพู ่าย กรงุ เทพฯ ๑๐๑๑๐ โทรศพั ท์ ๐๒-๒๒๓-๓๓๕๑ ค่มู อื แบบประเมินเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนสจุ รติ
คำ�น�ำ สำ� นกั พฒั นานวตั กรรมการจดั การศกึ ษา สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษา ขน้ั พน้ื ฐาน จดั ทำ� เอกสารคมู่ อื แบบประเมนิ เกณฑม์ าตรฐานโรงเรยี นสจุ รติ ขน้ึ เพอื่ ให้ โรงเรยี นใชเ้ ปน็ แนวทางในการดำ� เนนิ การประเมนิ ตนเอง พฒั นาใหโ้ รงเรยี นดำ� เนนิ งาน โครงการโรงเรียนสุจริตเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนสุจริต ซึ่งก�ำหนดไว้ ๕ มาตรฐาน ได้แก่ การบริหารงานวชิ าการ การบรหิ ารงานงบประมาณ การบริหาร งานบุคคล การบริหารงานบริหารทั่วไป และผลลัพธ์และภาพแห่งความส�ำเร็จ ๑๖ ตัวบ่งช้ี ๘๔ ประเด็น และส�ำหรับคณะกรรมการใช้เป็นเครื่องมือประเมิน ในการตรวจรับรองเพ่อื ขอรับปา้ ยของโรงเรียนสุจริต ซ่ึงสง่ ผลตอ่ การพฒั นาโรงเรยี น ให้ด�ำเนินงานได้เป็นระบบ ถูกต้อง มีคุณธรรมและความโปร่งใส และนักเรียนเกิด คุณลักษณะ ๕ ประการของโรงเรียนสุจริต ได้แก่ ทักษะกระบวนการคิด มีวินัย ซอ่ื สัตย์สุจริต อย่อู ย่างพอเพยี ง และจติ สาธารณะ ส�ำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารเล่มน้ี จะเปน็ ประโยชนแ์ กผ่ เู้ กย่ี วขอ้ ง และขอขอบคณุ นายพธิ าน พนื้ ทอง ทปี่ รกึ ษาโครงการ โรงเรียนสุจริต และคณะท�ำงาน ที่มีส่วนในการจัดท�ำเอกสารเล่มนี้ จนส�ำเร็จลุล่วง ด้วยดี สำ� นักพัฒนานวตั กรรมการจดั การศึกษา สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน คมู่ ือแบบประเมินเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนสจุ รติ ก
สารบญั หน้า ก ข คำ� น�ำ ค สารบญั ๑ คำ� ชีแ้ จง ๓ กรอบแนวคดิ ๔ วตั ถปุ ระสงค ์ ๖ แผนภูมกิ ารประเมนิ เกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนสจุ ริต ๙ มาตรฐานการบรหิ ารงานโรงเรยี นสจุ รติ ๒๓ มาตรฐาน ตวั บง่ ช้ี ประเดน็ การพจิ ารณาแตล่ ะตวั บ่งชี้ ๒๕ คณุ ลกั ษณะ ๕ ประการของโรงเรียนสุจริต ๒๕ การประเมิน ๒๗ - ความหมายของการประเมนิ ๒๙ - ความส�ำคัญของการประเมนิ ๓๐ - ลกั ษณะของการประเมิน ๓๒ - แนวคิดของการประเมิน ๓๒ - วิธีการประเมนิ ๓๗ - ประเภทการประเมนิ ๔๕ - ขน้ั ตอนการประเมิน ๕๓ แนวทางการดำ� เนินการประเมินเกณฑม์ าตรฐานโรงเรยี นสจุ ริต ๙๓ การรายงานผล ๙๕ การแลกเปลยี่ นเรียนร้ ู ๙๙ บรรณานุกรม ภาคผนวก ข ค่มู อื แบบประเมนิ เกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนสุจริต
คำ�ชีแ้ จง สำ� นกั งานคณะกรรมการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานตระหนกั ถงึ ความสำ� คญั ของการป้องกันการทุจริตจึงมอบหมายให้ส�ำนักพัฒนานวัตกรรมการ จัดการศึกษา ด�ำเนินงานโครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและ ธรรมาภบิ าลในสถานศกึ ษา “ป้องกนั การทุจรติ ” (โครงการโรงเรียนสจุ รติ ) เพื่อปลูกจิตส�ำนึกให้นักเรียนสังกัดส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขน้ั พนื้ ฐานทกุ คนมคี วามรเู้ ทา่ ทนั การเปลยี่ นแปลง มที กั ษะกระบวนการคดิ มวี นิ ยั ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง และจติ สาธารณะ ยดึ มน่ั ในคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ควบคกู่ บั การพฒั นาครู ผบู้ รหิ ารและบคุ ลากรทางการศกึ ษา โดยให้ ผู้เก่ียวข้องทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการด�ำเนินงานเพ่ือให้เกิดความ โปร่งใส เสมอภาคและเป็นธรรม รวมทั้งการฝึกปฏิบัติให้นักเรียนมีทักษะ กระบวนการคดิ เหน็ แกป่ ระโยชนส์ ว่ นรวมมากกวา่ ประโยชนส์ ว่ นตน อนั จะ นำ� มาซ่ึงการปลกู ฝงั ให้นกั เรยี นเป็นคนทมี่ คี วามซือ่ สัตย์สจุ รติ สำ� นกั พฒั นานวตั กรรมการจดั การศกึ ษาไดด้ ำ� เนนิ โครงการเสรมิ สรา้ ง คุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลในสถานศึกษา “ป้องกันการทุจริต” (โครงการโรงเรยี นสจุ รติ ) ตงั้ แตป่ งี บประมาณ ๒๕๕๖ โดยไดด้ ำ� เนนิ กจิ กรรม เพ่ือพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา ให้ประพฤติปฏิบัติตนให้สอดคล้องกับแนวทางของ “ปฏิญญาโรงเรียน สุจรติ ” ทง้ั ๓ ดา้ น ไดแ้ ก่ ด้านการป้องกนั ดา้ นการปลูกฝงั และดา้ นการ สร้างเครือข่ายให้กับโรงเรียนสุจริตต้นแบบ จ�ำนวน ๒๒๕ โรงเรียน และ ดำ� เนนิ การขยายเครอื ขา่ ยโรงเรยี นสจุ รติ เพมิ่ ขนึ้ รอ้ ยละ ๑๐ ในปงี บประมาณ คู่มือแบบประเมินเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนสจุ รติ ค
๒๕๕๗ ส�ำหรับปีงบประมาณ ๒๕๕๘ จะขยายเครือข่ายโรงเรียนสุจริต เพมิ่ ขน้ึ อกี รอ้ ยละ ๒๐ ของจำ� นวนโรงเรยี นในสงั กดั สำ� นกั งานคณะกรรมการ การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน ปงี บประมาณ ๒๕๕๙ จะขยายเครอื ขา่ ยโรงเรยี นสจุ รติ เพิม่ ข้นึ อีกร้อยละ ๓๐ นอกจากนีใ้ นปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ส�ำนักงานคณะ กรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานก�ำหนดเป้าหมาย ท่ีจะขยายเครือข่ายให้ ทกุ โรงเรยี นในสงั กดั เขา้ รว่ มโครงการโรงเรยี นสจุ รติ ครบทกุ โรงเรยี น รวมทง้ั ส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต จะต้องเข้าร่วมโครงการส�ำนักงาน เขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาสจุ รติ ตามนโยบาย “สพฐ. ใสสะอาดปราศจากคอรร์ ปั ชนั ” และจะต้องรับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐ (ITA) จากสำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน ร่วมกบั สำ� นกั งาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ส�ำนักงาน ป.ป.ช.) เพื่อเป็นการเตรียมการรองรับการขยายตัวของเครือข่ายโรงเรียน สุจริตและส�ำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาสุจริตที่จะเพ่ิมขึ้น ส�ำนักพัฒนา นวัตกรรมการจัดการศึกษาจึงด�ำเนินการจัดท�ำเอกสารคู่มือแนวทางการ ดำ� เนนิ กจิ กรรมตามโครงการเสรมิ สรา้ งคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและธรรมาภบิ าล ในสถานศึกษา “ปอ้ งกันการทจุ รติ ” (โครงการโรงเรยี นสุจริต) เพือ่ ใชเ้ ปน็ เครอ่ื งมอื ในการชแ้ี จงและสรา้ งความเขา้ ใจใหก้ บั บคุ ลากรทกุ คนในโรงเรยี น และส�ำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาที่เข้าร่วมเป็นเครือข่ายโรงเรียนสุจริต ได้ศึกษาและใช้เป็นแนวทางในการด�ำเนินงานเพ่ือปลูกฝังให้นักเรียนและ บุคลากรทางการศึกษาเกิดคุณลักษณะ ๕ ประการของโรงเรียนสุจริต ไดแ้ ก่ ทกั ษะกระบวนการคดิ มวี นิ ัย ซื่อสตั ย์สุจรติ อยู่อย่างพอเพียง และ จติ สาธารณะ ง คมู่ ือแบบประเมินเกณฑม์ าตรฐานโรงเรยี นสุจริต
เอกสารคู่มือแนวทางการด�ำเนินกิจกรรมตามโครงการเสริมสร้าง คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และธรรมาภิบาลในสถานศกึ ษา “ปอ้ งกันการทจุ รติ ” (โครงการโรงเรยี นสุจริต) ประกอบดว้ ยเอกสารการด�ำเนินกิจกรรมส�ำหรับ ส�ำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาสุจริตจ�ำนวน ๔ เร่ือง เอกสารการด�ำเนิน กิจกรรมส�ำหรับโรงเรียนที่เข้าโครงการโรงเรียนสุจริต จ�ำนวน ๙ เรื่อง และเอกสารประกอบการประเมินส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุจริตและ โรงเรยี นสจุ รติ จ�ำนวน ๓ เรอ่ื ง ได้แก่ ๑. เอกสารแนวทางการด�ำเนนิ กจิ กรรมส�ำหรับส�ำนกั งาน เขตพื้นท่ีการศกึ ษาสุจรติ ประกอบดว้ ย ๑.๑ แนวทางการด�ำเนินงานส�ำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา สุจริต ๑.๒ แนวทางการด�ำเนินกิจกรรมเกณฑ์มาตรฐานส�ำนักงาน เขตพ้ืนที่การศกึ ษาสุจรติ ๑.๓ แนวทางการดำ� เนนิ กจิ กรรม ป.ป.ช.สพฐ. จังหวดั ๑.๔ แนวทางการดำ� เนนิ กจิ กรรมสง่ เสรมิ และพฒั นาสำ� นกั งาน เขตพืน้ ที่การศกึ ษาสจุ ริต ๒. เอกสารแนวทางการด�ำเนินกิจกรรมส�ำหรับโรงเรียนสุจริต ประกอบด้วย ๒.๑ แนวทางการด�ำเนินงานโรงเรยี นสุจริต ๒.๒ แนวทางการด�ำเนินกิจกรรมเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียน สจุ ริต ๒.๓ แนวทางการดำ� เนนิ กิจกรรม ป.ป.ช. สพฐ. น้อย/ป.ป.ช. สพฐ. ชมุ ชน คูม่ อื แบบประเมนิ เกณฑม์ าตรฐานโรงเรยี นสุจรติ จ
๒.๔ แนวทางการดำ� เนนิ กจิ กรรมถอดบทเรยี น (Best Practice) ๒.๕ แนวทางการดำ� เนนิ กจิ กรรมคา่ ยเยาวชน“คนดขี องแผน่ ดนิ ” ๒.๖ แนวทางการดำ� เนินกิจกรรมบรษิ ทั สรา้ งการดี ๒.๗ แนวทางการดำ� เนนิ กจิ กรรมสรา้ งสำ� นกึ พลเมอื ง (Project Citizen) ๒.๘ แนวทางการดำ� เนนิ กจิ กรรมสรา้ งสรรคต์ อ่ ตา้ นการทจุ รติ ผ่านส่ือภาพยนตรส์ ัน้ ๒.๙ แนวทางการด�ำเนินกิจกรรมวจิ ัยตามรปู แบบ การพัฒนาสถานศึกษาโครงการโรงเรยี นสุจริต ๓. เอกสารคมู่ อื ทใี่ ชใ้ นการประเมนิ สำ� นกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา สุจริตและโรงเรยี นสุจรติ ประกอบด้วย ๓.๑ คมู่ ือแบบประเมนิ เกณฑม์ าตรฐานโรงเรยี นสจุ รติ ๓.๒ คูม่ ือแบบประเมินคณุ ธรรมและความโปรง่ ใสใน การดำ� เนนิ งานของหนว่ ยงานภาครฐั (Integrity & Transparency Assessment : ITA) ๓.๓ ค่มู อื แบบประเมนิ โรงเรยี นสจุ ริตพระราชทานด้าน ความโปรง่ ใส ฉ คมู่ ือแบบประเมินเกณฑม์ าตรฐานโรงเรยี นสจุ รติ
๑. กรอบแนวคดิ การประเมินมาตรฐานโรงเรียนสุจริต ประกอบด้วยมาตรฐาน ที่โรงเรียนต้องรับการประเมิน ๕ มาตรฐาน ๑๖ ตัวบ่งชี้ ๘๔ ประเด็น การพิจารณา ซึ่งโรงเรียนต้องด�ำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวทางและ เกณฑก์ ารประเมนิ มาตรฐานโรงเรยี น พรอ้ มทง้ั ตอ้ งรายงานผลการประเมนิ และร่วมกิจกรรมแลกเปล่ียนเรียนรู้ระดับโรงเรียนและระดับส�ำนักงาน เขตพื้นท่ีการศึกษา เพื่อน�ำแนวทางท่ีหลากหลายไปพัฒนาโรงเรียนให้เกิด ความโปร่งใส มีความพร้อมรับผิด คุณธรรมการให้บริการของหน่วยงาน เกิดวัฒนธรรม คุณธรรมในองค์กร และคุณธรรมการท�ำงานในหน่วยงาน อันส่งผลให้นักเรียนเกิดคุณลักษณะ ๕ ประการของโรงเรียนสุจริต ได้แก่ ทักษะกระบวนการคิด มีวินัย ซ่ือสัตย์สุจริต อยู่อย่างพอเพียง และ จิตสาธารณะ คู่มอื แบบประเมินเกณฑ์มาตรฐานโรงเรยี นสุจรติ 1
2 ค่มู ือแบบประเมนิ เกณฑ์มาตรฐานโรงเรยี นสจุ รติ
๒. วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อให้โรงเรียนมีแนวทางในการเตรียมความพร้อมรับการ ประเมินมาตรฐานโรงเรียนสุจริต ๒. เพอื่ ใหโ้ รงเรยี นรายงานผลการประเมนิ มาตรฐานโรงเรยี นสจุ รติ ตามรูปแบบ การเขียนรายงาน การประเมินตนเองต่อหน่วยงานต้นสังกัด และสาธารณชน ๓. เพ่ือให้ส�ำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาและส�ำนักคณะกรรมการ การศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน มีแนวทางในการประเมินมาตรฐานโรงเรยี นสจุ ริต คูม่ ือแบบประเมนิ เกณฑม์ าตรฐานโรงเรยี นสจุ รติ 3
๓. แผนภูมิการประเมิน เกณฑ์มาตรฐานโรงเรยี นสจุ รติ 4 ค่มู ือแบบประเมนิ เกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนสุจริต
มาตรฐานโรงเรยี นสุจรติ ส�ำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษา ศกึ ษาแนวทางในการดำ� เนินการ จัดประชุมชีแ้ จงแนวทาง ในการประเมนิ มาตรฐานแก่โรงเรยี นและผู้เกีย่ วข้อง โรงเรียนศึกษามาตรฐานและด�ำเนินงานตามแนวทางโรงเรียนสจุ ริต โรงเรยี นแตง่ ต้ังคณะกรรมการรับผิดชอบแต่ละมาตรฐาน - เอกสาร โรงเรียนแต่งตง้ั คณะกรรมการประเมนิ ตนเอง - เว็บไซต์ - สพฐ. ไมผ่ า่ น ปีท่ี ๑ โแรลงเะรรยี านยปงราะนเผมลนิ ตนเอง ผา่ น แจง้ ผลตอ่ สพป./สพม. เพอ่ื ขอรบั ใบประกาศนยี บตั ร ส�ำนกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษา แต่งต้งั คณะกรรมการประเมินโรงเรยี น ไมผ่ ่าน ปที ่ี ๒ สำ� นกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษา ผ่าน แจง้ ผลตอ่ สพป./สพม. ต้ังประเมินโรงเรยี น เพื่อขอรับ ใบประกาศนยี บตั ร สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน แตง่ ตง้ั คณะกรรมการประเมนิ ไม่ผา่ น ปที ่ี ๓ สพฐ.ประเมินโรงเรยี น ผา่ น ไดร้ บั ใบประกาศนยี บัตร และด�ำเนนิ การ ขอรบั ป้าย ได้รบั ป้ายโรงเรียนสจุ รติ คู่มอื แบบประเมินเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนสจุ ริต 5
มาตรฐานการบริหารงานโรงเรยี นสจุ ริต มาตรฐานการบริหารงานโรงเรียน ที่โรงเรียนส่วนใหญ่ได้ใช้ใน การบรหิ ารงานภายในโรงเรยี น เพอื่ ใหง้ านในโรงเรยี นมปี ระสทิ ธภิ าพ โรงเรยี น ควรนำ� หลกั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และธรรมาภบิ าล และคณุ ลกั ษณะนกั เรยี น ของโรงเรยี นสจุ รติ มาใชใ้ นการบรหิ ารงานใหส้ อดคลอ้ งกบั วตั ถปุ ระสงคข์ อง โครงการ มาตรฐาน การบรหิ ารงานโรงเรยี น ประกอบดว้ ย ๕ มาตรฐาน ดงั น้ี มาตรฐานท่ี ๑ การบรหิ ารงานวชิ าการ หมายถงึ การจดั การเรยี นรู้ การสง่ เสรมิ นกั เรยี นใหพ้ ฒั นาตนเองตามคณุ ลกั ษณะ ๕ ประการของโรงเรยี น สจุ รติ โดยการจดั การเรยี นรผู้ า่ นสอ่ื นวตั กรรม แหลง่ เรยี นรู้ อยา่ งหลากหลาย และประเมนิ ผลนกั เรยี นแลว้ นำ� ผลการประเมนิ ไปใชใ้ นการวจิ ยั เพอื่ แกป้ ญั หา และพฒั นาพฤตกิ รรมนกั เรยี นใหม้ คี ณุ ลกั ษณะ ๕ ประการของโรงเรยี นสจุ รติ พรอ้ มทง้ั จดั ใหม้ กี ารนเิ ทศภายใน และใหบ้ รกิ ารดา้ นวชิ าการทง้ั ภายในและ ภายนอกโรงเรียน มาตรฐานที่ ๒ การบรหิ ารงานงบประมาณหมายถงึ การดำ� เนนิ งาน ดา้ นการเงนิ การบัญชีและพสั ดุ ใหถ้ ูกตอ้ ง ตามระเบยี บแบบแผนของทาง ราชการ อย่างมีสว่ นรว่ ม ประหยัด คุ้มค่า มคี วามโปรง่ ใสและตรวจสอบได้ มาตรฐานท่ี ๓ การบรหิ ารงานบคุ คล หมายถงึ งานทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การดูแลอ�ำนวยความสะดวกให้กับบุคลากรในโรงเรียน สร้างขวัญก�ำลังใจ 6 คมู่ อื กแาบรบปปรระะเมเมนิ นิ มเากตณรฐฑาม์ นาตรฐานโรงเรยี นสจุ รติ
ดแู ลการรกั ษาสทิ ธปิ ระโยชนอ์ นั พงึ มพี งึ ไดข้ องบคุ ลากร ดำ� เนนิ การจดั กจิ กรรม ส่งเสริมและพัฒนาความรู้ความสามารถใหก้ ับบุคลากร มาตรฐานที่ ๔ การบริหารงานทั่วไป หมายถึง การจัดบริการ ด้านอาคารสถานที่แก่ครู นักเรียนและชุมชน โดยจัดบรรยากาศภายใน โรงเรียนให้สะอาด ร่มร่ืน สวยงาม ปลอดภัย พร้อมทั้งดูแล บ�ำรุงรักษา อาคารเรียน อาคารประกอบ หอ้ งเรยี น ห้องพเิ ศษต่างๆ ให้อยใู่ นสภาพดี พร้อมใช้งานและเอือ้ ตอ่ การเรยี นรู้ มาตรฐานท่ี ๕ ผลลพั ธแ์ ละภาพแหง่ ความส�ำเร็จ หมายถึง ผลที่ เกิดจากการพัฒนาผู้บริหาร ครู นักเรียน ตามคุณลักษณะของโครงการ เสรมิ สร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภบิ าลในสถานศึกษา “ป้องกนั การทุจริต” (โครงการโรงเรียนสุจริต) ท่ีส่งผลให้โรงเรียนและชุมชน เป็นสังคมที่สุจริต ไม่คอร์รัปชัน / โปร่งใส ตรวจสอบได้และเป็นมนุษย์ที่ สมบรู ณ์ โรงเรียนสุจริตทุกโรงเรียน ต้องด�ำเนินการตามมาตรฐานโรงเรียน สจุ รติ ใหเ้ ปน็ ไปตามตวั บง่ ชท้ี สี่ ำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน ได้ก�ำหนดขึ้น สามารถศึกษาได้จากคู่มือแบบประเมินเกณฑ์มาตรฐาน โรงเรียนสจุ รติ ได้ ค่มู ือแบบประเมินเกณฑ์มาตรฐานโรงเรยี นสุจริต 7
8 ค่มู ือแบบประเมนิ เกณฑ์มาตรฐานโรงเรยี นสจุ รติ
๔. มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ และประเด็นการพิจารณาแต่ละตัวบง่ ชี้ มาตรฐาน รายการตวั บง่ ชี้ ประเด็นการพิจารณา ๑. การบรหิ ารงาน ๑. การจดั การเรยี นรู้ ๑. การวางแผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าการ และการวเิ คราะหผ์ เู้ รยี น ทส่ี อดแทรก/ บรู ณาการ คณุ ลกั ษณะ ๕ ประการ ของโรงเรยี นสจุ รติ ๒. ครมู กี ารใชแ้ ผนจดั การเรยี นรบู้ รู ณาการ.. เพอ่ื พฒั นานกั เรยี นใหม้ คี ณุ ลกั ษณะ ๕ ประการของโรงเรยี นสจุ รติ อยา่ งสมำ่� เสมอ ๓. ครมู กี ารใชส้ อ่ื /นวตั กรรม/แหลง่ เรยี นร.ู้ ทห่ี ลากหลายและคมุ้ คา่ ๔. ครใู ชเ้ ครอ่ื งมอื การวดั และประเมนิ ผล นกั เรยี นทห่ี ลากหลายและเหมาะสม ตามคณุ ลกั ษณะ ๕ ประการของ โรงเรยี นสจุ รติ อยา่ งเทย่ี งตรง คู่มอื แบบประเมนิ เกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนสจุ รติ 9
มาตรฐาน รายการตวั บง่ ช้ี ประเด็นการพิจารณา ๕. ประเมนิ ผลนกั เรยี นตามคณุ ลกั ษณะ ๕ ประการของโรงเรยี นสจุ รติ อยา่ งเปน็ ธรรมและมผี ลการประเมนิ ในระดบั ดขี น้ึ ไปสงู กวา่ รอ้ ยละ ๘๐ ๖. นกั เรยี นจดั ทำ� โครงงาน/วธิ ปี ฏบิ ตั ิ ทเ่ี ปน็ เลศิ (Best Practice) ทสี่ อดคลอ้ งกบั คณุ ลกั ษณะ ๕ ประการ ของโรงเรยี นสจุ รติ ๗. ครจู ดั ทำ� วธิ ปี ฏบิ ตั ทิ เ่ี ปน็ เลศิ (Best- Practice) และหรอื งานวจิ ยั ทสี่ อดคลอ้ งกบั คณุ ลกั ษณะ ๕ ประการ ของโรงเรยี นสจุ รติ ๘. ผบู้ รหิ ารจดั ทำ� วธิ ปี ฏบิ ตั ทิ เ่ี ปน็ เลศิ (Best Practice) และหรอื งานวจิ ยั ทสี่ อดคลอ้ งกบั คณุ ลกั ษณะ ๘ ประการ ของโรงเรยี นสจุ รติ ๒. การจดั กจิ กรรม ๑. มแี ผนงาน/โครงการ/กจิ กรรม สง่ เสรมิ โครงการ สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหน้ กั เรยี น โรงเรยี นสจุ รติ มคี ณุ ลกั ษณะ ๕ ประการของโรงเรยี น สจุ รติ ๒. ครจู ดั กจิ กรรมตามแผนงาน/โครงการ/ กจิ กรรม สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหน้ กั เรยี น. มคี ณุ ลกั ษณะ ๕ ประการของโรงเรยี น สจุ รติ ทงั้ ในและนอกเวลาเรยี น เชน่ 10 คู่มือแบบประเมินเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนสจุ ริต
มาตรฐาน รายการตัวบ่งช้ี ประเด็นการพจิ ารณา คา่ ยเยาวชน, กจิ กรรมจติ อาสา, กจิ กรรมสภานกั เรยี น ฯลฯ ๓. ครปู ฏบิ ตั ติ ามระเบยี บของทางราชการ ในการพานกั เรยี นไปรว่ มกจิ กรรม อยา่ งเครง่ ครดั ๔. นกั เรยี นเขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั คณุ ลกั ษณะ ๕ ประการของโรงเรยี น สจุ รติ ดว้ ยความสมคั รใจ รอ้ ยละ ๘๐ ขน้ึ ไป ๕. สรปุ และรายงานผลการจดั กจิ กรรม ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั คณุ ลกั ษณะ ๕ ประการ ของโรงเรยี นสจุ รติ ถกู ตอ้ งตามความ เปน็ จรงิ ๖. ครแู ละนกั เรยี นกลา่ วคำ� ปฏญิ ญา โรงเรยี นสจุ รติ ในกจิ กรรมหนา้ เสาธง และกจิ กรรมตา่ งๆ อยา่ งสมำ่� เสมอ ๓. การนเิ ทศภายใน ๑. จดั ทำ� แผนการนเิ ทศภายในทเี่ กย่ี วขอ้ ง กบั การจดั การเรยี นรแู้ ละการจดั กจิ กรรม ตา่ งๆ ของโครงการโรงเรยี นสจุ รติ ๒. แตง่ ตง้ั ผรู้ บั ผดิ ชอบในการนเิ ทศ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การจดั การเรยี นรู้ และการจดั กจิ กรรมตา่ งๆ ของ โครงการโรงเรยี นสจุ รติ ทม่ี คี วามรู้ ความสามารถและเปน็ ทย่ี อมรบั ค่มู อื แบบประเมินเกณฑม์ าตรฐานโรงเรยี นสจุ ริต 11
มาตรฐาน รายการตัวบง่ ชี้ ประเดน็ การพจิ ารณา ๓. ทกุ ฝา่ ยมสี ว่ นรว่ มในการกำ� หนดปฏทิ นิ และเครอื่ งมอื นเิ ทศการจดั การเรยี นรู้ และจดั กจิ กรรมตา่ งๆ ของโครงการ โรงเรยี นสจุ รติ ๔. ดำ� เนนิ การนเิ ทศตามปฏทิ นิ ทกี่ ำ� หนด พรอ้ มทงั้ นเิ ทศจดุ เนน้ คณุ ลกั ษณะ ทตี่ อ้ งปฏบิ ตั เิ รง่ ดว่ นของผบู้ รหิ าร ครู นกั เรยี นโรงเรยี นสจุ รติ และใหข้ อ้ มลู ยอ้ นกลบั (feed back) ตรงตาม ความเปน็ จรงิ ๕. นำ� ผลการนเิ ทศมาวเิ คราะห์ แลกเปลย่ี นและสะทอ้ นผลการนเิ ทศ ตามความเปน็ จรงิ เพอ่ื รว่ มกนั หา วธิ กี ารแกป้ ญั หาหรอื พฒั นานกั เรยี น ใหม้ คี ณุ ลกั ษณะ ๕ ประการของ โรงเรยี นสจุ รติ ทดี่ ที สี่ ดุ ประหยดั และ เกดิ ประโยชนส์ งู สดุ ๔. การบรกิ าร ๑. มกี ารวางแผนการใหบ้ รกิ าร ดา้ นวชิ าการ ดา้ นวชิ าการทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การ ดำ� เนนิ งานโครงการโรงเรยี นสจุ รติ อยา่ งเปน็ ระบบ ๒. ใหบ้ รกิ ารสอื่ /นวตั กรรม/แหลง่ เรยี นรู้ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การดำ� เนนิ งานโครงการ โรงเรยี นสจุ รติ ดว้ ยความเสมอภาค 12 คมู่ อื แบบประเมนิ เกณฑม์ าตรฐานโรงเรียนสจุ รติ
มาตรฐาน รายการตวั บง่ ช้ี ประเดน็ การพิจารณา ๒. การบรหิ าร ๓. บรกิ ารใหค้ ำ� ปรกึ ษาและแลกเปลยี่ น งบประมาณ องคค์ วามรกู้ ารดำ� เนนิ งานโครงการ โรงเรยี นสจุ รติ ทงั้ ภายในและภายนอก โรงเรยี นดว้ ยความสมคั รใจ ๔. มกี ารเผยแพร่ ประชาสมั พนั ธ์ ผลการดำ� เนนิ งานโครงการโรงเรยี น สจุ รติ ทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี น ดว้ ยวธิ กี ารทหี่ ลากหลายและตอ่ เนอ่ื ง ๕. สรา้ งเครอื ขา่ ยการบรกิ ารดา้ นวชิ าการ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การดำ� เนนิ งานโครงการ โรงเรยี นสจุ รติ ๑. การวางแผน ๑. ป.ป.ช. สพฐ. ชมุ ชน และ ป.ป.ช. งบประมาณ สพฐ. นอ้ ย มสี ว่ นรว่ มในการวเิ คราะห์ สภาพปจั จบุ นั ปญั หา และความ ตอ้ งการจำ� เปน็ ในการใชจ้ า่ ย งบประมาณตามแผนงาน/โครงการ ของโรงเรยี น ๒. มแี ผนและปฏทิ นิ การใชจ้ า่ ยเงนิ งบประมาณของโรงเรยี น อยา่ งประหยดั และคมุ้ คา่ ๓. มหี ลกั เกณฑแ์ ละขนั้ ตอนการ ปฏบิ ตั งิ านการใชจ้ า่ ยงบประมาณที่ ชดั เจนและเปดิ เผยขอ้ มลู ตอ่ สาธารณชนได้ ค่มู ือแบบประเมนิ เกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนสจุ ริต 13
มาตรฐาน รายการตวั บ่งชี้ ประเดน็ การพจิ ารณา ๔. มกี ารพจิ ารณาคดั เลอื กผทู้ ส่ี มคั รใจ และ มคี วามเหมาะสมเพอื่ แตง่ ตง้ั ให้ รบั ผดิ ชอบงานการเงนิ การบญั ชแี ละ พสั ดขุ องโรงเรยี น ๕. ป.ป.ช. สพฐ. ชมุ ชน และ ป.ป.ช. สพฐ. นอ้ ย มสี ว่ นรว่ มในการจดั สรร งบประมาณในแตล่ ะแผนงาน/ โครงการ อยา่ งเหมาะสม ๒. การใชจ้ า่ ย ๑. มกี ารประชมุ ชแ้ี จงแนวทางการ งบประมาณ ใชจ้ า่ ยเงนิ งบประมาณใหบ้ คุ ลากรและ ผทู้ เ่ี กยี่ วขอ้ งของโรงเรยี นทราบ ๒. ผรู้ บั ผดิ ชอบแตล่ ะโครงการ/กจิ กรรม ใชจ้ า่ ยงบประมาณตรงตาม วตั ถปุ ระสงคด์ ว้ ยความโปรง่ ใสและ ตรวจสอบได้ ๓. ใชจ้ า่ ยงบประมาณตามระยะเวลา ทก่ี ำ� หนด ๔. มกี ารใชจ้ า่ ยงบประมาณอยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเกดิ ประโยชนส์ งู สดุ ๕. มกี ารเบกิ จา่ ยงบประมาณตามแผน การใชจ้ า่ ยงบประมาณของโรงเรยี น เปน็ ไปตามระเบยี บของทางราชการ อยา่ งโปรง่ ใส ตรวจสอบได้ 14 คมู่ อื แบบประเมินเกณฑม์ าตรฐานโรงเรยี นสุจรติ
มาตรฐาน รายการตัวบ่งช้ี ประเดน็ การพิจารณา ๓. การตดิ ตาม ๑. แตง่ ตง้ั คณะกรรมการกำ� กบั ตดิ ตาม ผลการใชจ้ า่ ย และตรวจสอบการใชจ้ า่ ยงบประมาณ งบประมาณ ของโรงเรยี น โดยมตี วั แทน ป.ป.ช. สพฐ. ชมุ ชน และ ป.ป.ช. สพฐ. นอ้ ย เขา้ มามสี ว่ นรว่ ม ๒. มกี ารจดั ทำ� ปฏทิ นิ การกำ� กบั ตดิ ตาม และตรวจสอบการใชจ้ า่ ยงบประมาณ ของโรงเรยี น ๓. คณะกรรมการดำ� เนนิ การกำ� กบั ตดิ ตาม และตรวจสอบการใชจ้ า่ ย งบประมาณของโรงเรยี นอยา่ งถกู ตอ้ ง และเปน็ ธรรม พรอ้ มใหข้ อ้ มลู ยอ้ นกลบั (feed back) ตามความเปน็ จรงิ ๔. คณะกรรมการบนั ทกึ ผลการกำ� กบั ตดิ ตามตรวจสอบ และรายงานผลการ ใชจ้ า่ ยงบประมาณของโรงเรยี นตอ่ ผบู้ งั คบั บญั ชาทกุ ครงั้ ๕. โรงเรยี นรายงานผลการใชจ้ า่ ย งบประมาณแกผ่ ทู้ เ่ี กยี่ วขอ้ ง ๓. การบรหิ ารงาน ๑. การพฒั นา ๑. มแี ผนงาน / โครงการพฒั นาบคุ ลากร บคุ คล บคุ ลากร ของโรงเรยี นเพอ่ื สรา้ งความรู้ ความเขา้ ใจ และตระหนกั ในการ ดำ� เนนิ งานโครงการโรงเรยี นสจุ รติ คู่มอื แบบประเมนิ เกณฑม์ าตรฐานโรงเรยี นสุจรติ 15
มาตรฐาน รายการตัวบง่ ช้ี ประเด็นการพิจารณา ๒. มกี ารสง่ เสรมิ ใหบ้ คุ ลากรทกุ คนไดร้ บั การพฒั นาและแสวงหาความรู้ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การดำ� เนนิ งานโครงการ โรงเรยี นสจุ รติ ๓. สนบั สนนุ งบประมาณใหบ้ คุ ลากร ในการพฒั นาและแสวงหาความรู้ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การดำ� เนนิ โครงการ โรงเรยี นสจุ รติ อยา่ งเหมาะสม และคมุ้ คา่ ๔. สรปุ และรายงานผลการพฒั นาบคุ ลากร ของโครงการโรงเรยี นสจุ รติ อยา่ งสมำ่� เสมอ ๕. มกี ารเผยแพร่ ประชาสมั พนั ธ์ แลกเปลย่ี นเรยี นรผู้ ลการดำ� เนนิ งาน การพฒั นาบคุ ลากรของโครงการ โรงเรยี นสจุ รติ อยา่ งหลากหลาย และตอ่ เนอื่ ง ๒. การสรา้ งขวญั ๑. ยกยอ่ ง ชมเชยบคุ ลากรทเี่ ปน็ กำ� ลงั ใจ แบบอยา่ งตามคณุ ลกั ษณะ ๕ ประการ ของโรงเรยี นสจุ รติ ๒. มอบรางวลั (โล่ / เกยี รตบิ ตั ร / อน่ื ๆ) ใหก้ บั บคุ ลากรทเ่ี ปน็ แบบอยา่ ง ตามคณุ ลกั ษณะ ๕ ประการของ โรงเรยี นสจุ รติ 16 คมู่ อื แบบประเมินเกณฑม์ าตรฐานโรงเรียนสุจรติ
มาตรฐาน รายการตัวบง่ ชี้ ประเดน็ การพิจารณา ๔. การบรหิ าร ๓. จดั สวสั ดกิ ารตา่ งๆ ใหก้ บั บคุ ลากร งานทว่ั ไป โรงเรยี นสจุ รติ ๔. สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหบ้ คุ ลากรนำ� ผลงาน ทเี่ กดิ จากการดำ� เนนิ งานโครงการ โรงเรยี นสจุ รติ ไปใชใ้ นการพฒั นา ความกา้ วหนา้ ในวชิ าชพี ๕. เผยแพร่ ประชาสมั พนั ธ์ ผลงาน ความสำ� เรจ็ ทเี่ กดิ จากการดำ� เนนิ งาน โครงการโรงเรยี นสจุ รติ ๑. การจดั บรรยากาศ ๑. สำ� รวจและวางแผนการพฒั นา ภายในโรงเรยี น ปรบั ปรงุ อาคารสถานทแ่ี ละ สงิ่ แวดลอ้ มในโรงเรยี นใหเ้ ออ้ื ตอ่ การ จดั การเรยี นรตู้ ามโครงการโรงเรยี น สจุ รติ ๒. เปดิ โอกาสใหบ้ คุ ลากรในโรงเรยี น มสี ว่ นรว่ มในการกำ� หนดแนวทางและ ขอ้ ตกลงในการใชอ้ าคารสถานท่ี และหอ้ งพเิ ศษตา่ งๆ ของโรงเรยี น ๓. จดั บรรยากาศภายในโรงเรยี น ใหส้ ะอาด รม่ รน่ื สวยงาม ปลอดภยั และเออื้ ตอ่ การเรยี นรตู้ ามโครงการ โรงเรยี นสจุ รติ ๔. บคุ ลากรภายในโรงเรยี นมสี ว่ นรว่ ม ในการบำ� รงุ ดแู ลรกั ษาและใชอ้ าคาร คู่มอื แบบประเมินเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนสจุ รติ 17
มาตรฐาน รายการตวั บง่ ช้ี ประเด็นการพจิ ารณา สถานที่ ดว้ ยความสมคั รใจ คมุ้ คา่ และ เกดิ ประโยชนส์ งู สดุ ๕. มกี ารกำ� กบั ตดิ ตาม ตรวจสอบ การใชอ้ าคารสถานทแี่ ละรายงานผล ตอ่ สเู้ กย่ี วขอ้ ง อยา่ งสมำ�่ เสมอ ๒. ความสมั พนั ธ์ ๑. วเิ คราะหส์ ภาพชมุ ชนเพอ่ื ใชเ้ ปน็ ขอ้ มลู . ชมุ ชน ในการวางแผนการดำ� เนนิ งานโครงการ โรงเรยี นสจุ รติ ๒. แตง่ ตง้ั ผรู้ บั ผดิ ชอบงานดา้ นความ สมั พนั ธช์ มุ ชนโดยมตี วั แทน ป.ป.ช. สพฐ. ชมุ ชน และ ป.ป.ช. สพฐ. นอ้ ย เขา้ มามสี ว่ นรว่ ม ๓. กำ� หนดแผนงาน / โครงการ ทจ่ี ะให้ ชมุ ชนเขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการ ดำ� เนนิ งานโครงการโรงเรยี นสจุ รติ ๔. โรงเรยี นและชมุ ชนรว่ มจดั กจิ กรรม ตา่ งๆ ของโครงการโรงเรยี นสจุ รติ ดว้ ยความสมคั รใจ ๕. ประเมนิ ความพงึ พอใจของชมุ ชน ทเี่ ขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการดำ� เนนิ โครงการโรงเรยี นสจุ รติ ๕. ผลลพั ธแ์ ละภาพ ๑. ผบู้ รหิ าร ๑. มกี ารวางแผนการปฏบิ ตั อิ ยา่ งเปน็ แหง่ ความสำ� เรจ็ ระบบ 18 คมู่ อื แบบประเมนิ เกณฑม์ าตรฐานโรงเรียนสุจรติ
มาตรฐาน รายการตัวบง่ ชี้ ประเดน็ การพจิ ารณา ๒. ปฏบิ ตั หิ นา้ ทต่ี ามกฎหมาย ระเบยี บ แบบแผนธรรมเนยี มปฏบิ ตั ขิ องทาง ราชการและจรรยาบรรณวชิ าชพี ๓. ไมใ่ ชต้ ำ� แหนง่ หนา้ ทใี่ นการแสวงหา ผลประโยชนอ์ นั มชิ อบ ๔. ดำ� เนนิ ชวี ติ โดยยดึ หลกั พอเพยี ง อยา่ งมคี วามสขุ และเปน็ แบบอยา่ ง แกส่ าธารณะชน ๕. อทุ ศิ ตนเพอื่ ประโยชนข์ องทางราชการ และสว่ นรวม ๒. ครู ๑. มกี ารวางแผนการปฏบิ ตั อิ ยา่ งเปน็ ระบบ ๒. ปฏบิ ตั หิ นา้ ทต่ี ามกฎหมาย ระเบยี บ แบบแผนธรรมเนยี มปฏบิ ตั ขิ องทาง ราชการและจรรยาบรรณวชิ าชพี ๓. ปฏบิ ตั หิ นา้ ทเ่ี ตม็ เวลาและ เตม็ ความสามารถ ๔. ดำ� รงชวี ติ โดยยดึ หลกั ความพอเพยี ง ๕. อทุ ศิ ตนเพอ่ื ประโยชนข์ องทางราชการ และสว่ นรวม หมายเหต ุ ครรู อ้ ยละ ๘๐ ปฏบิ ตั ไิ ดใ้ น แตล่ ะประเดน็ คูม่ ือแบบประเมินเกณฑ์มาตรฐานโรงเรยี นสจุ ริต 19
มาตรฐาน รายการตวั บง่ ช้ี ประเดน็ การพจิ ารณา ๓. นกั เรยี น ๑. มกี ารทำ� งานเปน็ ขนั้ ตอน ๔. โรงเรยี น ๒. ปฏบิ ตั ติ นตามระเบยี บ ขอ้ ปฏบิ ตั ิ และขอ้ ตกลงของโรงเรยี น ๓. ปฏบิ ตั ติ ามคำ� มนั่ สญั ญา ไมถ่ อื เอา สง่ิ ของหรอื ผลงานของผอู้ น่ื มาเปน็ ของตน ๔. มพี ฤตกิ รรมประหยดั อดออมและ ใชส้ งิ่ ของอยา่ งคมุ้ คา่ ๕. ชว่ ยเหลอื งานผอู้ น่ื และสว่ นรวม ดว้ ยความเตม็ ใจ หมายเหต ุ นกั เรยี นรอ้ ยละ ๘๐ ปฏบิ ตั ไิ ด้ ในแตล่ ะประเดน็ ๑. สภาพแวดลอ้ มรม่ รน่ื สวยงาม เปน็ สดั สว่ น และปลอดภยั เออื้ ตอ่ การ เรยี นรู้ ๒. มขี อ้ ตกลง และแนวปฏบิ ตั ริ ว่ มกนั ในการดำ� เนนิ งานการพฒั นาคณุ ภาพ การศกึ ษา ๓. บรหิ ารงานอยา่ งมสี ว่ นรว่ ม โปรง่ ใส ตรวจสอบได้ ๔. ใชท้ รพั ยากรอยา่ งคมุ้ คา่ และเกดิ ประโยชนส์ งู สดุ 20 คมู่ อื แบบประเมนิ เกณฑ์มาตรฐานโรงเรยี นสจุ รติ
มาตรฐาน รายงานตวั บ่งช้ี ประเด็นการพิจารณา ๕. เปน็ ตน้ แบบโรงเรยี นโครงการโรงเรยี น สจุ รติ ๕. ชมุ ชน ๑. มสี ว่ นรว่ มในการวางแผนการ ดำ� เนนิ งานตามโครงการโรงเรยี นสจุ รติ ๒. ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลงระหวา่ งโรงเรยี น กบั ชมุ ชน ๓. ชว่ ยกนั ดแู ลรกั ษาทรพั ยส์ มบตั ิ ของโรงเรยี น ๔. ดำ� รงชวี ติ โดยยดึ หลกั ความพอเพยี ง ๕. รว่ มปฏบิ ตั งิ านดว้ ยความเสยี สละ และเตม็ ใจกบั โรงเรยี นและชมุ ชน หมายเหต ุ ชมุ ชนรอ้ ยละ ๘๐ ปฏบิ ตั ไิ ดใ้ น แตล่ ะประเดน็ คู่มือแบบประเมนิ เกณฑ์มาตรฐานโรงเรยี นสุจริต 21
22 คมู่ อื แบบประเมนิ เกณฑม์ าตรฐานโรงเรียนสจุ รติ
๕. คณุ ลกั ษณะ ๕ ประการ ของโรงเรียนสุจริต โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลในสถาน ศึกษา “ปอ้ งการการทจุ ริต” (โครงการโรงเรยี นสุจริต) กำ� หนดคณุ ลักษณะ ของนกั เรียน ๕ ประการ ประกอบดว้ ย ๑. ทักษะกระบวนการคิด หมายถึง กระบวนการทางสมอง ทมี่ นษุ ยไ์ ดจ้ ดั การกบั ขอ้ มลู ขา่ วสาร ดว้ ยการจำ� แนก แยกแยะ เปรยี บเทยี บ โดยใช้วิจารณญาณอย่างมีเหตุผล สามารถแก้ปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์ เช่ือมโยงความสัมพันธ์ของข้อมูล โดยแสดงออกดว้ ยการพดู การเขียนหรอื ท่าทาง ๒. มีวินัย หมายถึง พฤติกรรมของตนเองที่สามารถควบคุม ใหป้ ฏบิ ตั ติ ามระเบยี บ ขอ้ บงั คบั หนา้ ทที่ กี่ ำ� หนด เพอื่ ใหอ้ ยรู่ ว่ มกนั ในสงั คม อยา่ งมีความสุข ๓. ซ่ือสัตย์สุจริต หมายถึง การประพฤติตนของบุคคลในทางที่ ถูกต้อง ตรงไปตรงมา มีความเป็นจริง ไม่คดโกง หรือเอาเปรียบผู้อื่น คูม่ ือแบบประเมนิ เกณฑม์ าตรฐานโรงเรียนสุจรติ 23
มีความซ่ือสัตย์ต่อตนเอง ต่อหน้าท่ี ต่อครอบครัว ต่อสังคมและต่อผู้อ่ืน ทั้งทางกาย วาจา และใจ ๔. อยู่อย่างพอเพียง หมายถึง การด�ำเนินชีวิตอยู่ด้วยความ พอประมาณ มีเหตุผลรอบคอบ มคี ุณธรรม รวมถึงความจ�ำเปน็ ทจ่ี ะต้องมี ระบบภมู คิ มุ้ กนั ในตวั ทดี่ พี อสมควรตอ่ การมผี ลกระทบใดๆ อนั เกดิ จากการ เปล่ียนแปลงท้ังภายนอกและภายใน จนสามารถปรับตัวเพ่ืออยู่ในสังคม ได้อยา่ งมคี วามสขุ ๕. จิตสาธารณะ หมายถึง พฤติกรรมหรอื การกระท�ำของบุคคล ที่มีความปรารถนาและตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการดูแล เอาใจใส่ และมีส่วนร่วมในการอาสาท�ำประโยชน์เพื่อส่วนรวมโดยไม่หวัง ผลตอบแทน 24 คู่มอื แบบประเมินเกณฑม์ าตรฐานโรงเรยี นสจุ ริต
๖. การประเมิน การประเมนิ เปน็ กลไกสำ� คญั นำ� ไปสกู่ ารปรบั ปรงุ และพฒั นา โดยเนน้ ประโยชนท์ ผี่ รู้ บั บรกิ ารและผเู้ กยี่ วขอ้ งการประเมนิ ไมใ่ ชเ่ ปน็ การตรวจสอบ เพื่อจบั ผิดแตอ่ ยา่ งใด ในปจั จบุ ันมีผเู้ ห็นความส�ำคัญของ การประเมินและ เข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินมากข้ึนซ่ึงในที่น้ีจะกล่าวถึงสาระของการ ประเมนิ เกย่ี วกบั ความหมายของการประเมนิ ลกั ษณะของการประเมนิ และ แนวคดิ ของการประเมิน โดยสรปุ ดังนี้ ๖.๑ ความหมายของการประเมิน การประเมินมผี ูใ้ หค้ วามหมายของ การประเมินไวห้ ลายทา่ น ดังน้ี ศริ วิ ัฒน์ วรนาม (๒๕๔๐ : ๑๘) กล่าวไวว้ ่า การประเมนิ หมายถึง วิธีการตัดสินคุณค่าหรือตีราคาของส่ิงที่ถูกประเมิน และเป็นการเสนอ สารสนเทศ เพอื่ ชว่ ยเสนอทางเลอื กในการตดั สนิ ใจตอ่ การดำ� เนนิ การตา่ ง ๆ ค่มู อื แบบประเมนิ เกณฑม์ าตรฐานโรงเรยี นสุจริต 25
สมหวงั พธิ ยิ านวุ ฒั น์ (๒๕๔๔ : ๒๑) กลา่ ววา่ การประเมนิ หมายถงึ กระบวนการที่ก่อให้เกิดสารสนเทศ (เชิงคุณค่า) เพื่อช่วยให้ผู้มีอ�ำนาจ หรอื ผเู้ กีย่ วขอ้ งไดต้ ัดสนิ ใจเลอื กทางเลอื กไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ศิริชัย กาญจนวาสี (๒๕๔๕ : ๒๑ - ๒๒) ได้สรุปความหมาย ของการประเมนิ ไวว้ า่ เปน็ กระบวนการศกึ ษาสง่ิ ตา่ งๆ โดยใชร้ ะเบยี บวธิ วี จิ ยั (Research oriented) เป็นการตรวจสอบการบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ ช่วยเสนอสารสนเทศเพ่ือการตัดสินใจและเป็นการตัดสินคุณค่าของส่ิงท่ี มุ่งประเมิน นงลักษณ์ วิรัชชัย (๒๕๔๕:๑๕๑) ที่ได้สรุปความหมายของผู้ เชย่ี วชาญ ดา้ นการประเมนิ หลายทา่ นวา่ Assessment จะตดั สนิ โดยไมเ่ นน้ ขอ้ สรปุ โดยรวม (Precision) ในการประเมนิ มากนกั เชน่ การประเมนิ ผเู้ รยี น (Student Assessment) การประเมนิ บคุ ลากร (Personnel Assessment) และการประเมนิ ความตอ้ งการจำ� เปน็ (Need Assessment) เปน็ ตน้ ซง่ึ จะ น�ำไปสู่กระบวนการประเมินท่ีเรียกว่า Evaluation ต่อไป จึงกล่าวได้ว่า Evaluation เปน็ ความหมายของการประเมนิ ทก่ี วา้ งและครอบคลมุ มากทสี่ ดุ นอกจากนแ้ี ลว้ เยาวดี รางชยั กลุ วบิ ลู ยศ์ รี (๒๕๔๖: ๘-๙) ไดก้ ลา่ วถงึ ความหมายในลักษณะสอดคล้องกันและเป็นไปในทิศทางเดียวกันระหว่าง Assessment กบั Evaluation วา่ Assessment เปน็ การประเมนิ เบอื้ งตน้ พิสณุ ฟองศรี (๒๕๔๙ : ๔) ไดใ้ ห้ความหมายของการประเมินวา่ การประเมิน (Evaluation) หมายถึง กระบวนการตัดสินคุณค่าของ สิ่งหน่ึงส่ิงใด โดยน�ำสารสนเทศหรือผลจากการวัดมาเปรียบเทียบกับ เกณฑ์ท่ีก�ำหนดไว้ นอกจากความหมายของการประเมินท่ีมาจากภาษา 26 คู่มอื แบบประเมินเกณฑม์ าตรฐานโรงเรียนสจุ รติ
อังกฤษ คือ Evaluation แล้วยังมีค�ำว่า Assessment ซึ่งได้พบเสมอ บางกรณกี ใ็ ชใ้ นความหมายเดยี วกนั โดยเฉพาะในหนงั สอื ตำ� ราของอเมรกิ นั สว่ นกลุม่ ประเทศทอ่ี ยู่ในเครือจกั รภพองั กฤษจะใช้ ๒ ค�ำนี้ ในความหมาย ท่แี ตกต่างกนั จากที่กล่าวมาถึงความหมายของการประเมินข้างต้น สรุปได้ว่า การประเมิน หมายถึงกระบวนการตัดสินคุณค่าของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยน�ำ ผลการวัดมาเทียบกับเกณฑ์ท่ีก�ำหนดไว้ และสามารถน�ำผลการประเมิน ไปใช้ในการตัดสินใจเพ่อื วางแผนการด�ำเนินงานในคร้ังตอ่ ไป ๖.๒ ความส�ำคัญของการประเมิน การประเมินมีความส�ำคัญต่อกระบวนการบริหารงาน เน่ืองจาก ใหส้ ารสนเทศทเ่ี ปน็ ประโยชนต์ อ่ การดำ� เนนิ งานดา้ นตา่ งๆ ดงั ท่ี ศริ ชิ ยั กาญจนวาสี (๒๕๓๗ : ๖๗) ไดก้ ลา่ วถงึ ประโยชนข์ องการประเมนิ ในดา้ นตา่ งๆ เชน่ ดา้ นบรหิ าร (administrative) การประเมนิ สามารถใชเ้ ปน็ เครอื่ งมอื ในการตดิ ตาม กำ� กบั การดำ� เนนิ งาน ใหเ้ ปน็ ไปตามแผนอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ และประสิทธิผล ดา้ นจติ วทิ ยา (psychological) การประเมนิ สามารถใชเ้ ปน็ กลยทุ ธ์ สำ� หรบั การกระตนุ้ ให้ เรา้ ความสนใจ และสรา้ งความตน่ื ตวั ในการปฏบิ ตั งิ าน ด้านรัฐศาสตร์ (sociological) การประเมินสามารถใช้เป็น เครอื่ งมอื ในการตรวจสอบ ความรบั ผดิ ชอบตอ่ การปฏบิ ตั ิ (accountability) ตลอดจนสามารถใชเ้ ป็นกลยุทธ์ในการสรา้ งแรงสนับสนุน ค่มู ือแบบประเมินเกณฑม์ าตรฐานโรงเรียนสุจรติ 27
นอกจากนี้ สมคดิ พรมจยุ้ (๒๕๓๕ : ๑๑) ไดช้ แ้ี จงใหเ้ หน็ ถงึ ประโยชน์ ของการประเมินทีม่ ีตอ่ การวางแผน การบรหิ ารงาน ซง่ึ พอสรปุ ได้ดังน้ี ๑. ช่วยให้ข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ เพื่อน�ำไปใช้ในการตัดสินใจ เก่ยี วกบั การก�ำหนดแผนงานและโครงการ การตรวจสอบความพร้อมของ ทรัพยากรต่างๆ ที่จ�ำเป็นต้องใช้ในการด�ำเนินงาน กิจกรรม ตลอดจน ความเป็นไปได้ในการจัดกจิ กรรมต่างๆ ๒. ชว่ ยในการจดั หาขอ้ มลู เกย่ี วกบั ความกา้ วหนา้ ปญั หาอปุ สรรค ของการด�ำเนินงานท่ีน�ำมาใช้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับการปรับปรุงหรือ เปลยี่ นแปลงแกไ้ ขการดำ� เนนิ งานโครงการใหเ้ ปน็ ไปไดต้ ามทศิ ทางทต่ี อ้ งการ ๓. ชว่ ยในการจดั หาขอ้ มลู เกยี่ วกบั ความสำ� เรจ็ และความลม้ เหลว ของกิจกรรมที่น�ำมาใช้ใน การตัดสินใจ และวินิจฉัยท่ีจะด�ำเนินงานใน ช่วงต่อไปหรอื ไม่ จะยกเลกิ หรอื จะขยายการดำ� เนินงานตอ่ ไปอีก ๔. ช่วยให้ได้ข้อมูลที่บ่งบอกประสิทธิภาพของการด�ำเนินงานว่า เปน็ อย่างไรคมุ้ คา่ กับการลงทนุ หรอื ไม่ ๕. เปน็ แรงจูงใจใหผ้ ู้ปฏิบตั งิ านได้มขี อ้ มลู เกย่ี วกับการปฏิบัติงาน และนำ� ขอ้ มูลมาใช้ใน การปรับปรุงและพัฒนางานได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ จะเหน็ ไดว้ า่ การประเมนิ มคี วามสำ� คญั ตอ่ กระบวนการบรหิ ารงาน ต่าง ๆ เปน็ อย่างยิ่ง เพราะการประเมินจะท�ำใหไ้ ดข้ อ้ มลู สารสนเทศทเ่ี ป็น ประโยชน์ตอ่ การด�ำเนินงานได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ 28 คมู่ อื แบบประเมินเกณฑ์มาตรฐานโรงเรยี นสจุ รติ
๖.๓ ลกั ษณะของการประเมนิ การประเมินเป็นวทิ ยาการข้ามสาขา (Tran discipline) ซ่งึ สุวมิ ล ว่องวานิช (๒๕๔๑:๑๖๒ - ๑๖๔) กล่าวว่าเป็นวิทยาการท่ีเป็นเครื่องมือ (Tool Discipline) สามารถน�ำไปใช้ข้ามศาสตร์ได้เช่นเดียวกับวิทยาการ ด้านสถิติศาสตร์ การวัดและตรรกวิทยา และสามารถน�ำความรู้จาก ศาสตรส์ าขาอื่นมาใช้ใน การประเมนิ ไดเ้ ชน่ กนั วิทยาการข้ามสาขาประกอบด้วย ๒ ส่วน คือส่วนท่ีเป็นแกน (Core Discipline) ซึ่งเป็นแนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับการประเมิน และส่วน ท่ีเป็นการประยุกต์ (Applied Discipline) ซึ่งเป็นการน�ำเน้ือหาไปใช้ กับวิทยาการสาขาอ่ืนๆ ท่ีเรียกว่า Big Six คือการประเมินผลิตภัณฑ์ (Personnel Evaluation) การประเมินผลการด�ำเนนิ งาน (Performance Evaluation) การประเมนิ ผลติ ภัณฑ(์ Product Evaluation) การประเมนิ ข้อเสนอ หรือเค้าโครง (Proposal Evaluation) การประเมินนโยบาย (Policy Evaluation) และการประเมนิ โครงการ (Program Evaluation) การประเมนิ นอกจากจะเปน็ การตดั สนิ คณุ คา่ ของสง่ิ ทป่ี ระเมนิ แลว้ ยังช่วยพัฒนาส่ิงท่ีจะประเมินหรือโครงการท่ีประเมินให้บรรลุจุดมุ่งหมาย ได้ด้วย ดังนั้นถ้าจะให้การประเมินมีความสมบูรณ์และอยู่ในวิสัยท่ีท�ำได้ นักประเมินก็ควรจะก�ำหนดเกณฑ์การประเมินเพ่ือตัดสินคุณค่าของส่ิงที่ ประเมินหรือโครงการที่ประเมิน และท�ำหน้าท่ีเป็นผู้อ�ำนวยความสะดวก (Facilitator) รวมทง้ั เป็นนักพฒั นาโครงการทจี่ ะประเมนิ ไปในตวั ดว้ ย คมู่ อื แบบประเมินเกณฑม์ าตรฐานโรงเรยี นสุจรติ 29
๖.๔ แนวคิดของการประเมิน การประเมินมีแนวคิดพ้ืนฐานมาจากระบบเสรีประชาธิปไตยที่ว่า ทุกสิ่งสามารถตรวจสอบและปรับปรุงได้ เพื่อเป็นการสร้างสรรค์และ พฒั นาสงั คมทสี่ อดคลอ้ งกบั หลกั ประชาธปิ ไตย ซง่ึ ในปจั จบุ นั การดำ� เนนิ การ หรือบริการจัดการท่ีดีตามหลักธรรมาภิบาล ต้องมีความรับผิดชอบ โปร่งใสพร้อมให้ตรวจสอบได้โดยอาศัยการประเมินเป็นกลไกส�ำคัญ ซ่ึง นกั การศกึ ษาไดก้ ลา่ วถงึ แนวคดิ ของการประเมินไว้ดงั นี้ สุวิมล ว่องวานิช (๒๕๓๘:๕๘ - ๖๐) กล่าวถึงแนวคิดเก่ียวกับ การประเมนิ วา่ แบง่ เปน็ ๒ กลมุ่ ใหญๆ่ คอื การประเมนิ เพอื่ ตดั สนิ คณุ คา่ ของ สิ่งท่ีมุ่งประเมิน (Judgmental evaluation) ซึ่งเป็นแนวคิด ท่ีได้รับ การยอมรบั กนั ในปจั จบุ นั อกี กลมุ่ หนงึ่ คอื การประเมนิ เพอ่ื แสวงหาสารสนเทศ ทเี่ ปน็ ประโยชนต์ อ่ การตดั สนิ ใจ(Decision–basedevaluation)ดำ� เนนิ การ ต่างๆ ซ่ึงเป็นประโยชน์ส�ำคัญยิ่งของการประเมินท่ีช่วยให้การตัดสินใจ เกิดขึน้ อยา่ งมเี หตุผล พิสณุ ฟองศรี (๒๕๔๙:๘) กล่าวว่า ในปัจจบุ นั การประเมนิ เข้ามา มบี ทบาททุกภาพสว่ นของสงั คม โดยเฉพาะสงั คมประชาธปิ ไตย เน่ืองจาก ได้รับการยอมรับมากขึ้นว่าเป็นกลไกส�ำคัญในการที่จะพัฒนาสิ่งท่ีจะ ประเมนิ ได้ จงึ อาจกลา่ ววา่ ไมม่ บี คุ คลหรอื องคก์ ารใดหลกี เลย่ี งการประเมนิ ได้ทุกคน ทุกแห่งต้องอยู่กลางแจ้ง หรือในท่ีสว่าง พร้อมให้ผู้เกี่ยวข้อง ตรวจสอบประเมินได้เสมอดังที่ทราบกันทั่วไป แม้แต่องค์การท่ีท�ำหน้าท่ี ประเมนิ ผอู้ น่ื ซงึ่ เปน็ องคก์ ารอสิ ระหรอื องคก์ ารมหาชนเชน่ ส�ำนกั งานรบั รอง มาตรฐานและประเมนิ คณุ ภาพการศกึ ษา (องคก์ ารมหาชน) หรอื สมศ. กต็ อ้ ง 30 คมู่ อื แบบประเมนิ เกณฑ์มาตรฐานโรงเรยี นสจุ รติ
ได้รับการประเมินจากบุคคลหรือองค์การอ่ืนๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น การประเมินโดยคณะกรรมาธิการการศึกษาสภาผู้แทนราษฎร หรือ คณะกรรมาธกิ ารของวฒุ สิ ภา และรบั การประเมนิ จากบรษิ ทั ทรสิ (TRIS) เปน็ ตน้ ส�ำหรับระดับบุคคลก็ต้องได้รับการประเมินท่ีครอบคลุม และ จากผู้ที่เกี่ยวข้องมากข้ึนแม้แต่ประเมินภายนอกของ สมศ. ท่ีไปประเมิน สถานศึกษาระดับต่างๆ ก็ต้องได้รับการประเมินจากสถานศึกษาท่ีไป ประเมนิ การสมุ่ ตรวจประเมนิ จาก สมศ. การประเมนิ ดว้ ยการอา่ นรายงาน ของผู้ทรงคุณวุฒิ รายงานผล การประเมินก็อาจถูกประเมินคุณภาพ หรือคุณภาพหรือคุณค่าของรายงาน ด้วยการประเมินอภิมาน (Meta Evaluation) โดยวิธีการต่างๆ เช่นการตรวจสอบรายงานการประเมิน ด้วยวิธีการต่างๆ การวิพากษ์โดยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เกี่ยวข้อง หรือการ ใช้แนวทางการประเมนิ รายงานการวจิ ยั เป็นตน้ จากทกี่ ลา่ วมาเกยี่ วกบั แนวคดิ ของการประเมนิ สรปุ ไดว้ า่ การประเมนิ สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย ทุกคนทุกกลุ่มหรือทุกองค์กรสามารถ ท่ีจะประเมินซึ่งกันและกันโดยมุ่งเน้นประเมินเพ่ือตัดสินคุณค่าของส่ิงท่ี ประเมิน และเพ่อื แสวงหาสารสนเทศท่เี ป็นประโยชน์ต่อการตดั สินใจ คูม่ ือแบบประเมนิ เกณฑ์มาตรฐานโรงเรยี นสจุ ริต 31
๖.๕ วิธกี ารประเมินประเมิน วิธีการประเมินแบ่งได้ ๒ วิธีการใหญ่ ๆ เช่นเดียวกับเป้าหมาย ของการประเมิน ดงั น้ี (ศิรชิ ัย กาญจนวาสี, ๒๕๔๕ : ๑๐-๑๑) ๑. วิธีเชิงระบบ การประเมินด้วยวิธีเชิงระบบ (Systematic Approach) จะใช้ แนวทางปรนัยนิยม(Objectivism) โดยนักประเมินจะมีการวางแผนการ ดำ� เนนิ งานอยา่ งแนช่ ดั และใชเ้ ครอื่ งมอื มาตรฐานใน การรวบรวม วเิ คราะห์ ขอ้ มลู และสรปุ ผลตามเกณฑ์มาตรฐานสากลท่ีกำ� หนดไว้ ๒. วธิ เี ชงิ ธรรมชาติ การประเมนิ ดว้ ยวธิ ีเชิงธรรมชาต(ิ Naturalistic Approach) จะใช้ แนวทางอตั นยั นยิ ม (Subjectivism) การประเมนิ อยบู่ นหลกั การของวธิ กี าร ด�ำเนินงานที่ยืดหยุ่น นักประเมินจะก�ำหนดมาตรฐานหรือเกณฑ์ในการ ตัดสนิ คณุ ค่าข้ึนเองตามเหตุผลของตนและรวบรวมข้อมลู สารสนเทศอย่าง ครอบคลมุ ตามสภาพธรรมชาติ และใชค้ วามรู้ ความเชยี่ วชาญของผปู้ ระเมนิ เป็นเกณฑใ์ นการสรุปผล ๖.๖ ประเภทการประเมนิ การประเมินแบง่ ไดห้ ลายประเภท ซึง่ ไดส้ รุปประเภทการประเมนิ ตามทีน่ ยิ ม ท่ีนักการศกึ ษาไดแ้ บ่งไว้ดงั น้ี ศริ ชิ ยั กาญจนวาสี และคนอน่ื ๆ (๒๕๔๑: ๔๗ - ๔๘) ไดแ้ บง่ ประเภท การประเมนิ ตามเกณฑล์ ักษณะการแบง่ ไว้ ๓ ลกั ษณะคอื 32 คมู่ อื แบบประเมินเกณฑม์ าตรฐานโรงเรียนสจุ ริต
๑. แบง่ ตามวัตถปุ ระสงคก์ ารประเมิน ๑.๑ การประเมินความก้าวหน้า (Formative Evaluation) เป็นการประเมินระหว่างการด�ำเนินงาน โดยพิจารณาความก้าวหน้าของ ส่ิงที่ประเมินว่าจ�ำเป็นต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงส่วนใด เพ่ือให้เกิด ความเหมาะสมและทำ� ใหก้ ารด�ำเนนิ งานมปี ระสิทธภิ าพมากขึ้น ๑.๒ การประเมินผลสรุป (Summative Evaluation) เป็นการประเมินเมอ่ื สนิ้ สดุ การดำ� เนนิ งาน เพ่ือตัดสินความส�ำเรจ็ วา่ บรรลุ วัตถุประสงค์หรือเป้าหมายมากน้อยเพียงใดหรือบรรลุเป้าหมายท่ีควรจะ เป็นเพียงใด ๒. แบ่งตามชว่ งเวลาของการประเมนิ ๒.๑ การประเมนิ ความตอ้ งการจำ� เปน็ (Needs Assessment) เป็นการประเมินความต้องการจ�ำเป็นในเบื้องต้น ก่อนท่ีจะจัดท�ำส่ิงใดๆ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการก�ำหนดนโยบาย และการวางแผน เพื่อให้ได้แนวคิด ของการดำ� เนินงานที่สามารถสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ ๒.๒ การประเมินความเป็นไปได้ (Feasibility Evaluation) เป็นการประเมินเพ่ือพิจารณาความเป็นไปได้ของสิ่งที่จะด�ำเนินการ โดยศึกษาวเิ คราะห์ถงึ ปจั จยั ทีจ่ ำ� เป็นต่อความส�ำเรจ็ ซง่ึ จะพบการประเมนิ ประเภทน้ีได้มากในการประเมินโครงการขนาดใหญ่ โดยมักจะประเมิน ในด้านการตลาด หรืออุปสงค์ ด้านเทคนิค ด้านการเงิน ด้านเศรษฐกิจ ด้านสงั คม และด้านสภาพแวดล้อม เป็นต้น ๒.๓ การประเมนิ ปจั จยั นำ� เขา้ (Input Evaluation) เปน็ การ ประเมินสิ่งท่ีป้อนเข้าสู่การด�ำเนินงานว่ามีความเหมาะสมเพียงใดก่อนท่ี คูม่ ือแบบประเมินเกณฑม์ าตรฐานโรงเรียนสจุ รติ 33
จะเร่ิมด�ำเนินงาน เช่น คนวัตถุดิบ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ และงบประมาณ เปน็ ต้น ๒.๔ การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation) เป็นการประเมินกระบวนด�ำเนินงานตามที่ก�ำหนด โดยประเมินในขณะท่ี กำ� ลงั ดำ� เนนิ งานอยู่ เพอ่ื ใชผ้ ลการประเมนิ ไปปรบั ปรงุ หรอื เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพ ในการด�ำเนินงานซึ่งมีลักษณะครอบคลุมการประเมินความก้าวหน้าของ โครงการฯ ๒.๕ การประเมินผลผลิตหรือผลิตผล (Output/Product Evaluation) เป็นการประเมินผลท่ีได้จากสิ่งที่ประเมินหรือผล การดำ� เนนิ งานโดยตรง ตามวตั ถปุ ระสงคห์ รอื เปา้ หมายของสงิ่ ทปี่ ระเมนิ วา่ มากนอ้ ยเพียงใด ๒.๖ การประเมนิ ผลลพั ธห์ รอื ผลกระทบ (Outcome/Impact Evaluation) เป็นการประเมินผลที่ได้ อันเน่อื งมาจากผลของสง่ิ ทป่ี ระเมิน หรือการด�ำเนินงานทั้งท่คี าดหวงั และไม่ได้คาดหวัง ซึ่งเป็นผลทัง้ ทางบวก และทางลบ เพอื่ นำ� ผลไปประกอบการตดั สนิ ใจในการหยดุ ยกเลกิ ปรบั หรอื ขยายส่ิงทป่ี ระเมินน้ัน ๆ ๒.๗ การประเมินด้วยการติดตาม เม่ือด�ำเนินงานเสร็จสิ้น ไปแล้วระยะหน่ึง (Follow Up Evaluation) เป็นการประเมินที่อาจ เหล่ือมกับข้อ ๒.๖ หรือเป็นการประเมินตามหัวข้อ ๒.๖ แต่ประเมินเมื่อ การดำ� เนนิ งานเสรจ็ ไปแลว้ ระยะหนง่ึ อาจเปน็ ๖ เดอื น ๑ หรอื ๒ ปี เพอื่ คอยดู ผลที่จะเกิดขึ้นให้ได้ ชัดเจนบางครั้งเรียกกันว่าการติดตามหลังส้ินสุด การดำ� เนนิ งาน แตเ่ พอื่ ไมใ่ หส้ บั สนกบั คำ� วา่ การตดิ ตามระหวา่ งการดำ� เนนิ งาน จึงใชค้ �ำน้ีแทน 34 ค่มู อื แบบประเมินเกณฑม์ าตรฐานโรงเรียนสุจริต
๒.๘ การประเมนิ งานประเมนิ (Meta Evaluation) เป็นการ ประเมินผลของการประเมินอีกครั้งหนึ่ง เพ่ือพิจารณาคุณภาพโดยศึกษา ความถกู ตอ้ งและความเหมาะสมของการประเมนิ ในดา้ นตา่ งๆ การประเมนิ ประเภทน้ียังไมแ่ พรห่ ลายมากนัก การเรยี กชอ่ื การประเมนิ ตา่ งๆ ขา้ งตน้ บางครง้ั อาจมชี อื่ เรยี กตา่ งกนั ออกไปบา้ ง เชน่ การประเมนิ ความพยายาม และการประเมินความพรอ้ ม เป็นต้น นอกจากนี้การประเมินบางประเภทอาจประเมินร่วมกันแล้ว เรยี กชอื่ เปน็ อยา่ งอน่ื เชน่ การประเมนิ ความตอ้ งการจำ� เปน็ และการประเมนิ ความเป็นไปได้ ถา้ ประเมินรว่ มกันอาจเรียกวา่ การประเมินบรบิ ท เป็นตน้ การแบง่ ประเภทตามชว่ งเวลาของการประเมนิ ในข้อ ๒.๑ - ๒.๘ ถา้ เป็นโครงการใหญ่ๆ ท่ีมีความสำ� คญั อาจจะประเมนิ ทัง้ หมดหรือค่อยๆ ลดบางหวั ขอ้ ลง ตามสภาพการณ์ท่ีตอ้ งการใช้สารสนเทศจากการประเมนิ หรือบริบทที่เอ้ืออ�ำนวย หรือถ้าใช้รูปแบบการประเมินบางรูปแบบก็จะ ก�ำหนดให้ประเมินหลายหัวข้ออยู่แลว้ ตามแนวทางของรปู แบบน้ันๆ ๓. แบ่งตามผู้ประเมิน การแบ่งตามเกณฑ์ผู้ประเมินแบ่งได้ ๒ ประเภทคือ ๓.๑ การประเมนิ โดยผปู้ ระเมนิ ภายใน (Internal Evaluator Evaluation) ผู้ประเมินเป็นบุคลากรที่เกี่ยวข้องหรือปฏิบัติงานกับสิ่งที่ ประเมินน้ัน หรือปฏบิ ตั งิ านในองค์การท่รี บั ผิดชอบส่งิ ทีป่ ระเมนิ ซ่งึ มีข้อดี คือ ทราบรายละเอียดของสิ่งท่ีประเมิน แต่มักมีข้อเสียเร่ืองความล�ำเอียง (Bias) เข้าขา้ งตนเองเสมอ คมู่ ือแบบประเมินเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนสจุ รติ 35
๓.๒ การประเมนิ โดยผปู้ ระเมนิ ภายนอก(ExternalEvaluator Evaluation) ผู้ประเมินเป็นบุคคลภายนอกท่ีไม่ได้เก่ียวข้องหรือไม่ได้ ปฏิบัติงานกับสิ่งที่ประเมินโดยตรง อาจเป็นบุคลากรของหน่วยงานอื่น หรือหน่วยงานกลาง ซ่ึงมีข้อดี คือ ความเป็นกลาง แต่มีข้อเสียคือมักจะ ทราบรายละเอียดของสิ่งท่ีประเมินไม่ดีพอและอาจไม่ได้รับความร่วมมือ จากผเู้ กีย่ วขอ้ ง โดยเฉพาะถ้าเห็นว่าเปน็ การจบั ผดิ การแบง่ ประเภทการประเมนิ ขา้ งตน้ อาจมกี ารดำ� เนนิ การในลกั ษณะ ผสม เช่นประเมนิ ร่วมกันระหว่างผูป้ ระเมินภายในกับภายนอก หรือมกี าร ประเมนิ ทง้ั ความกา้ วหน้าและผลสรปุ แพทตัน (Patton, ๒๐๐๔ :๒๗๗) ได้แบ่งประเภทการประเมิน ตามเกณฑ์มติ กิ ารประเมินไว้ ๑ ลกั ษณะ ซง่ึ แบ่งเปน็ ๔ ประเภท คือ ๑. ตามวัตถุประสงค์แบ่งได้เป็นการประเมินความก้าวหน้า ประเมนิ ผลสรปุ และประเมินเพ่ือ การพัฒนา ๒. ตามข้อมูลแบ่งได้เป็นข้อมูลเชิงปริมาณ คุณภาพและแบบผสม ๓. ตามการประเมินแบ่งได้เป็น เชิงธรรมชาติ และเชิงทดลอง หรือเชิงระบบ ๔. ตามจุดเน้นท่ีประเมินแบ่งได้เป็น การประเมินกระบวนการ ผลลพั ธผ์ ลกระทบการวเิ คราะหค์ า่ ใชจ้ า่ ยกบั ผลตอบแทน และการวเิ คราะห์ ตน้ ทนุ กบั ประสิทธผิ ล 36 คูม่ อื แบบประเมนิ เกณฑ์มาตรฐานโรงเรยี นสจุ รติ
การแบง่ ตามมติ ดิ งั กลา่ วตามแนวคดิ ของแพทตนั (Patton, ๒๐๐๔ : ๒๔๗) ไมไ่ ดม้ จี ดุ ประสงคจ์ ะแบง่ ประเภทใหแ้ ยกจากกนั เดด็ ขาด เพยี งเปน็ การ เน้นให้เห็นว่าจะใช้การประเมินตามมิติใดก็ตามขอให้น�ำผลการประเมินไป ใชป้ ระโยชนไ์ ด้เท่าน้ัน พิสณุ ฟองศรี (๒๕๔๙ : ๑๑) มีความเห็นว่า ควรแบ่งประเภท การประเมิน ตามช่วงเวลาเพ่ือเอ้ือต่อการประเมินเพ่ิมอีก ๑ ลักษณะ ซง่ึ จดั เปน็ กลมุ่ ใหญๆ่ ตามชว่ งเวลาเปน็ ๓ กลมุ่ คอื กอ่ นดำ� เนนิ งาน ระหวา่ ง ดำ� เนนิ งาน และสน้ิ สดุ การดำ� เนนิ งาน สว่ นการแบง่ ตามเกณฑข์ อ้ มลู วธิ กี าร ประเมนิ และผปู้ ระเมินนัน้ จะไมข่ ึน้ อยกู่ บั ช่วงเวลา ๖.๗ ขนั้ ตอนการประเมิน การประเมินโดยท่ัวไป จะมีข้ันตอนที่ส�ำคัญๆ คล้ายคลึงกัน การก�ำหนดขั้นตอนการประเมิน ข้ึนอยู่กับการก�ำหนดรายละเอียดของ เรื่องหรือประเด็นที่ต้องการประเมินว่าจะเน้นด้านใด และขึ้นอยู่กับความ ตอ้ งการ เจา้ ของโครงการ ขน้ั ตอนการประเมนิ มี ๘ ขน้ั ตอน (พสิ ณุ ฟองศร,ี ๒๕๔๙ : ๒๒๘) ๑. การศึกษาแนวคิดการประเมินและวเิ คราะหส์ งิ่ ที่ประเมิน การประเมนิ สงิ่ ใดกต็ าม ขนั้ ตอนแรกผปู้ ระเมนิ จะตอ้ งทราบและ เขา้ ใจถงึ แนวคดิ พน้ื ฐานเกยี่ วกบั การประเมนิ ซง่ึ ตอ้ งศกึ ษาวเิ คราะหใ์ หเ้ ขา้ ใจ อยา่ งถอ่ งแท้ โดยการศกึ ษาวเิ คราะหส์ งิ่ ทจ่ี ะประเมนิ ในทกุ แงม่ มุ เทา่ ทจี่ ะทำ� ได้ เพราะถา้ ไมท่ ราบและเขา้ ใจแนวคดิ พนื้ ฐานการประเมนิ และรจู้ กั สงิ่ ทจ่ี ะประเมนิ แลว้ ก็ยากทจี่ ะประเมนิ สง่ิ นัน้ ๆ ได้ดี ในการประเมนิ โครงการก็เชน่ เดียวกนั คู่มือแบบประเมินเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนสจุ ริต 37
ดังนั้น ผู้ประเมินจ�ำเป็นต้องศึกษาแนวคิดเก่ียวกับการประเมินโครงการ และศกึ ษาวเิ คราะหโ์ ครงการใหเ้ ขา้ ใจลกึ ซง้ึ กอ่ นทจี่ ะดำ� เนนิ การขน้ั ตอนอนื่ ต่อไป ๒. การกำ� หนดวตั ถุประสงคห์ รือประเด็นการประเมิน และตวั ชว้ี ัด วตั ถปุ ระสงคก์ ารประเมนิ ทส่ี ำ� คญั กค็ อื เพอ่ื หาสารสนเทศทเี่ กย่ี วขอ้ ง กบั สงิ่ ทป่ี ระเมนิ โดยอาจใชป้ ระเดน็ การประเมนิ เปน็ วตั ถปุ ระสงคย์ อ่ ย หรอื น�ำประเด็นการประเมินมาก�ำหนดเป็นวัตถุประสงค์เป็นข้อๆ ก็ได้ ดังนั้น ในขั้นตอนน้ีส่ิงท่ีต้องท�ำก็คือก�ำหนดประเด็นการประเมินหรืออาจเรียก ว่าตัวแปรองค์ประกอบที่จะประเมินก็ได้ ถ้าจะให้ชัดก็เรียกว่า “ประเด็น การประเมนิ ” ซง่ึ จะสอดคลอ้ งกบั วตั ถปุ ระสงคห์ รอื เปน็ สง่ิ เดยี วกนั ประเดน็ การประเมินจะเป็นกรอบส�ำคัญท่ีน�ำไปสู่กิจกรรมอ่ืนๆ ไม่ว่าจะเป็น การกำ� หนดตวั ชวี้ ดั หรอื กำ� หนดเกณฑแ์ ละคา่ นำ�้ หนกั เครอื่ งมอื แหลง่ ขอ้ มลู วิธีการเก็บข้อมูล ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งถ้าจะประเมินโครงการ กอ็ าจกำ� หนดประเดน็ การประเมนิ ไดจ้ ากหลายแหลง่ เชน่ จากวตั ถปุ ระสงค์ โครงการ จากรูปแบบ การประเมินจากความต้องการของผู้ใช้ผล การประเมิน ผเู้ ก่ียวข้อง และจากประสบการณ์ของผปู้ ระเมนิ เป็นต้น เม่ือได้ประเด็นการประเมินแล้วก็ต้องน�ำมาแตกย่อยเป็น ตัวชี้วัดต่าง ๆ เพ่ือน�ำไปสู่การสร้างหรือพัฒนาเครื่องมือเก็บรวบรวม ขอ้ มลู ตามตวั ชวี้ ดั ซงึ่ ในปจั จบุ นั ตวั ชว้ี ดั ในการประเมนิ หรอื ประเมนิ โครงการ ยังมีไม่เพียงพอหรือเหมาะสมกับโครงการโดยตรง ส่วนใหญ่ต้องพัฒนา หรอื สรา้ งข้นึ เพิ่มเติมเกือบทุกครงั้ ทีจ่ ะประเมิน 38 คมู่ ือแบบประเมินเกณฑ์มาตรฐานโรงเรยี นสจุ ริต
๓. การกำ� หนดเกณฑ์และคา่ นำ�้ หนัก เกณฑ์ในการประเมิน หมายถึง เกณฑ์การตัดสินของแต่ละ ตวั ชวี้ ดั ทกี่ ำ� หนดไวใ้ นขนั้ ตอนที่ ๓ โดยไดจ้ ากแหลง่ ตา่ งๆ ดงั ทกี่ ลา่ วมาขา้ งตน้ และจะก�ำหนดเป็นกี่ระดับหรือในภาพรวมของโครงการจะก�ำหนดอย่างไร ขึ้นอยู่กับความต้องการรายละเอียดจากสารสนเทศ ยิ่งเกณฑ์หลายระดับ ก็ย่ิงละเอยี ดมากแตก่ ย็ ุ่งยากมากขนึ้ เชน่ เดยี วกนั เมอ่ื กำ� หนดเกณฑแ์ ลว้ ถา้ ประสงคจ์ ะใหผ้ ลการประเมนิ ละเอยี ด ยิ่งข้ึน ก็ต้องกำ� หนดคา่ นำ้� หนกั ของสง่ิ ท่ปี ระเมิน ประเด็นการประเมนิ และ ตัวช้ีวัดทุกตัวโดยอาจให้ผู้เช่ียวชาญหรือผู้เก่ียวข้อง ร่วมกันก�ำหนดหรือ ใช้สถิติก็ได้ ซ่ึงถ้าใช้สถิติจะยุ่งยาก ในท่ีน้ีจะเน้นการให้ผู้เชี่ยวชาญหรือ ผเู้ กี่ยวข้องรว่ มกันกำ� หนด ๔. การก�ำหนดกรอบแนวคิดและขอบเขตการประเมนิ เมือ่ ได้ดำ� เนนิ การตามข้ันตอนที่ ๑ – ๓ แล้ว กน็ �ำสาระที่ไดม้ า รวมเปน็ กรอบแนวคดิ การประเมนิ สาระทสี่ ำ� คญั กค็ อื วตั ถปุ ระสงคป์ ระเดน็ การประเมิน ตัวช้ีวัดเกณฑ์ (ถ้ามี) และค่าน�้ำหนัก (ถ้ามี) ซ่ึงอาจจะท�ำ เป็นตารางกรอบแนวคิดโดยเฉพาะที่มีองค์ประกอบ หรือสาระส�ำคัญๆ ดังกล่าว หรืออาจจะน�ำมารวมกับขอบเขตการประเมิน เป็นตารางกรอบ แนวคิด และขอบเขตการประเมินก็ได้ การก�ำหนดกรอบแนวคิดน้ีถ้าจะ ขึ้นเป็นหัวข้อใหญ่แล้ว รวมท้ังตอนท่ี ๑-๓ เข้าด้วยกันก็ได้ แต่ในท่ีนี้ เพื่อให้การเตรียมการประเมินค่อยๆ ท�ำเป็นขั้นเป็นตอน จึงได้น�ำเรื่อง กรอบแนวคิดการประเมินมาไว้ในขั้นตอนท่ี ๔ ซึ่งบางครั้งอาจพบได้ว่า คู่มอื แบบประเมนิ เกณฑม์ าตรฐานโรงเรยี นสุจรติ 39
การก�ำหนดกรอบแนวคิดการประเมินนี้จะเรียกว่า การวางแผนหรือการ ออกแบบการประเมิน โดยก�ำหนดไว้เป็นหัวข้อใหญ่ ดังกล่าวมาแล้วก็ได้ เมื่อได้กรอบแนวคิดการประเมิน ซึ่งเปรียบเสมือนเข็มทิศหรือแผนท่ี หรือพิมพ์เขียว ซึ่งจะเป็นแนวทางการประเมินข้ันตอนอ่ืนๆ แล้วข้ันตอน ต่อมาก็จะเปน็ การก�ำหนดขอบเขตการประเมิน การก�ำหนดขอบเขตการประเมินจะต่อเนื่องจากการก�ำหนด กรอบแนวคิดการประเมินโดยพิจารณาว่าประเด็นการประเมินตัวช้ีวัด และเกณฑต์ า่ ง ๆ ทกี่ ำ� หนดไวใ้ นกรอบแนวคดิ นนั้ จะมขี อบเขตหรอื ขดี จ�ำกดั เกย่ี วกบั กลมุ่ ผใู้ ชข้ อ้ มลู เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชเ้ กบ็ รวบรวมขอ้ มลู การวเิ คราะห์ ฯลฯ ให้สอดคล้องกับกรอบแนวคิดอย่างไร ซึ่งประเด็นการประเมินและตัวช้ีวัด ทม่ี อี ยใู่ นกรอบแนวคดิ แลว้ ถอื วา่ เปน็ เนอ้ื หา หรอื ถา้ เปน็ งานวจิ ยั กค็ อื ตวั แปร และตวั แปรยอ่ ย หรอื องคป์ ระกอบของตวั แปรสว่ นกลมุ่ ผใู้ หข้ อ้ มลู กจ็ ะคลา้ ย กับกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย เครื่องมือก็จะคล้ายกับเคร่ืองมือในการวิจัย สว่ นการวเิ คราะหถ์ า้ เปน็ ขอ้ มลู เชงิ ปรมิ าณ อาจจะใชส้ ถติ ทิ ง่ี า่ ยกวา่ การวจิ ยั ถ้าเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพก็ต้องใช้การวิเคราะห์เชิงคุณภาพ นอกจากนี้ ถ้าต้องการรายละเอียดมากข้ึน อาจเพ่ิมองค์ประกอบอ่ืนๆ ในขอบเขต การประเมนิ ได้อกี เช่น พืน้ ที่ เวลา แนวทางการเก็บข้อมูล เป็นตน้ 40 คมู่ อื แบบประเมนิ เกณฑม์ าตรฐานโรงเรยี นสจุ ริต
๕. การสรา้ งและพัฒนาเคร่ืองมือเกบ็ ข้อมูล การประเมินเป็นการตัดสินใจโดยอาศัยสารสนเทศ สรุปผล การวิเคราะห์โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ซ่ึงต้องใช้เคร่ืองมือ เชน่ เดยี วกบั การวจิ ยั เพยี งแตเ่ ครอ่ื งมอื ในการวจิ ยั อาจใชเ้ ครอ่ื งมอื มาตรฐาน หรือเคร่ืองมือท่ีสร้างไว้แล้วได้บ้าง แต่การประเมินมีลักษณะเฉพาะกว่า การวิจยั นักประเมนิ มักจะตอ้ งสร้างและพฒั นาเครื่องมือข้ึนเอง เคร่อื งมือ สว่ นใหญ่ ไดแ้ ก่ แบบสอบถาม แบบสมั ภาษณ์ แบบสงั เกต ซงึ่ ตอ้ งสรา้ งตาม หลกั วชิ าการ โดยมีที่มาชดั เจนจากแนวคดิ ทฤษฎี หรอื วัตถุประสงค์ สาระ เนื้อหาวิชา ฯลฯ เมื่อสร้างแล้วก็ต้องมีการพัฒนาตามวิสัยท่ีท�ำได้ เพื่อให้ เครอ่ื งมอื มีคุณภาพสงู สดุ สง่ ผลตอ่ คุณภาพข้อมลู และสารสนเทศที่จะได้ ๖. การเกบ็ รวบรวมข้อมลู ดังกล่าวแล้วในขั้นตอนท่ี ๕ ว่าการประเมินเป็นการตัดสินใจ โดยอาศัยข้อมูลน�ำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ สรุปเป็นสารสนเทศ ดังนั้น หลังจากได้สร้างและพัฒนาเครื่องมือได้มาตรฐานแล้วก็ต้องเก็บข้อมูล ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ทดสอบ สอบถาม สัมภาษณ์ สังเกต หรือบันทึก ด้วยวธิ กี ารเชงิ ประเมิน หรอื คุณภาพ หรอื ทัง้ สองวธิ ีผสมกัน เพ่ือให้มีความ ครอบคลมุ กอ่ นจะนำ� ไปวิเคราะห์ คู่มอื แบบประเมนิ เกณฑ์มาตรฐานโรงเรยี นสุจรติ 41
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137