Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สรุปผลพี่นก64

สรุปผลพี่นก64

Published by chayanuch8910, 2021-11-16 09:39:00

Description: สรุปผลพี่นก64

Search

Read the Text Version

77 ษาขัน้ พ้ืนฐาน ผลการดำเนินงานเชิงปรมิ าณ ผลการดำเนนิ งาน 4 คณุ ภาพเชงิ คุณภาพ เป้าหมาย งบ สรา้ ง พัฒนา หญงิ รวม รอ้ ยละ ตนเอง งบ ร้อยละ โอกาส ครอบครวั คน ชาย ประมาณ ในการ และ ชุมชน ประมาณ เรียนรู้ 15 - 6 9 15 100.00 - 100.00 15 15 - 6 9 15 100.00 - 100.00 15 15 - 6 9 15 100.00 - 100.00 15 45 - 18 27 45 100.00 - 100.00 45 46

47 โครงการพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รียน ลำดับที่ 1 โครงการพฒั นาผู้เรยี น เรยี นรปู้ อ้ งกัน รู้ทนั โรครา้ ย สง่ เสรมิ สุขภาพตนเองและผูอ้ ืน่ ความสอดคล้องกับ 1. ความสอดคลอ้ งกับนโยบายและจุดเนน้ การดำเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปี นโยบาย และจุดเนน้ งบประมาณ พ.ศ. 2564 การดำเนินงานของ 1. นอ้ มนําพระบรมราโชบายดา้ นการศึกษาส่กู ารปฏบิ ตั ิ สำนกั งาน กศน. 1.1 สืบสานศาสตร์พระราชา โดยการสร้างและพัฒนาศูนย์สาธิตและ เรียนรู้ “โคก หนอง นา โมเดล” เพ่อื เป็นแนวทางในการจดั การบริหารทรัพยากร รูปแบบต่าง ๆ ทั้งดิน น้ำ ลม แดด รวมถึงพืชพันธุ์ต่าง ๆ และส่งเสริม การใช้ พลงั งานทดแทนอยา่ งมีประสิทธภิ าพ 1.2 จัดใหม้ ี “หน่ึงชมุ ชน หนึง่ นวัตกรรมการพฒั นาชมุ ชน” เพ่อื ความกนิ ดี อยดู่ ี มีงานทํา 1.3 การสร้างกลุ่มจิตอาสาพัฒนาชุมชน รวมทั้งปลูกฝังผู้เรียนให้มีหลัก คดิ ท่ีถูกต้องดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม มีทัศนคตทิ ีด่ ตี ่อบา้ นเมอื ง และเป็นผู้มีความ พอเพียง ระเบยี บวินัย สจุ ริต จิตอาสา ผา่ นกิจกรรมการพฒั นา ผเู้ รียนโดยการใช้ กระบวนการลกู เสือและยวุ กาชาด 3. พัฒนาหลักสูตร สื่อ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา แหล่งเรียนรู้ และรูปแบบ การจัดการศึกษาและการเรียนรู้ ในทุกระดับ ทุกประเภท เพ่ือ ประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาที่เหมาะสม กับทุกกลุ่มเป้าหมาย มีความ ทันสมัย สอดคล้องและพร้อมรองรับกับบริบทสภาวะสังคมปัจจุบัน ความ ต้องการ ของผู้เรียน และสภาวะการเรียนรู้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต 3.1 พัฒนาระบบการเรียนร ู้ ONIE Digital Leaming Platform ที่รองรับ DEEP ของกระทรวงศึกษาธิการ และช่องทางเรียนรู้รูปแบบอื่น ๆ ทั้ง Online On-site และ On-air 3.2 พัฒนาแหล่งเรียนรู้ประเภทต่าง ๆ อาทิ Digital Science Museum/ Digital Science Center/ Digital Library ศูนย์การเรียนรู้ทุกช่วง วัย และศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ กศน. (Co-Learning Space) เพื่อให้สามารถ “เรียนรูไ้ ดอ้ ยา่ งทว่ั ถงึ ทุกท่ี ทกุ เวลา”

48 3.3 พัฒนาระบบรับสมัครนักศึกษาและสมัครฝึกอบรมแบบออนไลน์ มี ระบบการเทียบโอนความรู้ ระบบสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank System) และพัฒนา/ขยายการให้บริการระบบทดสอบอิเล็กทรอนิกส์ (E- exam) การจัดการศึกษาและการเรียนรูใ้ นสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของเชื้อไวรสั โค โรนา 2019 (COVID - 19) ของสาํ นกั งาน กศน. จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) เมื่อเดือนธันวาคม 2562 ส่งผลกระทบต่อระบบการจัดการเรียนการสอน ของไทยในทุกระดับชั้น ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกประกาศและ มีมาตรการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสดังกล่าว อาทิ กาํ หนดให้มี การเวน้ ระยะหา่ งทางสังคม (Social Distancing) ห้ามการใช้อาคาร สถานท่ขี องโรงเรียนและสถาบันการศึกษา ทุกประเภท เพ่ือจัดการเรยี นการสอน การสอบ ฝึกอบรม หรือการทํากิจกรรมใด ๆ ที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจํานวนมาก การ ปิดสถานศึกษาด้วยเหตุพิเศษ การกําหนดให้ใช้วิธีการจัดการเรียนการสอน รูปแบบใหม่ อาทิ การจัดการเรียนรู้ แบบออนไลน์ การจัดการเรียนรู้ผ่านระบบ การออกอากาศทางโทรทัศน์ วิทยุ และโซเซียลมีเดีย ต่าง ๆ รวมถึง การสื่อสาร แบบทางไกลหรือดว้ ยวิธีอเิ ล็กทรอนกิ ส์ ในส่วนของสํานักงาน กศน. ได้มีการพัฒนา ปรับรูปแบบ กระบวนการ และวิธีการดําเนินงานในภารกิจ ต่อเนื่องต่าง ๆ ในสถานการณ์การใช้ ชีวิตประจาํ วัน และการจัดการเรียนรู้เพือ่ รองรับการชีวิตแบบปกติวิถีใหม่ (New Normal) ซ่ึงกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้ให้ความสําคัญกับการดําเนินงานตาม มาตรการการปอ้ งกัน การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COMID - 19) อาทิ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทุกประเภท หากมีความจําเป็นต้องมาพบกลุ่ม หรืออบรมสัมมนา ทางสถานศึกษาต้องมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวด มีเจล แอ ลกอฮอลล้างมือ ผู้รับบริการต้องใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ต้องมีการ เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล เน้นการใช้สื่อดิจิทัลและเทคโนโลยีออนไลน์ในการ จัดการเรยี นการสอน ภารกิจต่อเนือ่ ง

49 1. ด้านการจดั การศกึ ษาและการเรียนรู้ 1.1 การศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขั้นพื้นฐาน 1) สนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบตั้งแต่ปฐมวัยจนจบการศึกษา ขั้นพ้นื ฐานโดยดําเนินการ ใหผ้ เู้ รยี นใช้จา่ ย 2) จัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับ กลุ่มเป้าหมายผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษา ผ่านการเรียนแบบ เรียนรู้ด้วยตนเอง การพบกลุ่ม การเรียนแบบชั้นเรียน และการจัด การศึกษน ได้รับการสนับสนุนค่าจัดซื้อหนังสือเรียน ค่าจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และคา่ จัดการเรยี น การสอนอยา่ งทว่ั ถึงและเพยี งพอเพ่ือเพม่ิ โอกาสในการเข้าถึง บริการทางการศึกษาทม่ี ีคุณภาพโดยไมเ่ สยี ค่าทางไกล 3) พัฒนาประสิทธิภาพ คุณภาพ และมาตรฐานการจัดการศึกษานอก ระบบระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ทั้งด้านหลักสูตรรูปแบบ/กระบวนการเรียน การสอน สื่อและนวัตกรรม ระบบการวัดและประเมินผล การเรียน และระบบ การใหบ้ ริการนักศกึ ษาในรูปแบบอน่ื ๆ 4) จัดให้มีการประเมินเพื่อเทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอน ความรู้และประสบการณ์ ที่มีความโปร่งใส ยุติธรรม ตรวจสอบได้ มีมาตรฐาน ตามทก่ี าํ หนด และสามารถตอบสนองความต้องการ ของกลมุ่ เป้าหมายได้อย่างมี ประสทิ ธิภาพ 5) จัดใหม้ ีกจิ กรรมพัฒนาคณุ ภาพผู้เรยี นท่ีมีคุณภาพที่ผู้เรยี นตอ้ งเรียนรู้ และเขา้ รว่ มปฏิบัติ กจิ กรรม เพอื่ เปน็ ส่วนหนึง่ ของการจบหลกั สตู ร อาทิ กจิ กรรม เสริมสร้างความสามัคคี กิจกรรมเกีย่ วกับการป้องกนั และแก้ไขปัญหายาเสพตดิ การแข่งขันกีฬา การบําเพ็ญสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง การส่งเสริมการ ปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุข กิจกรรม ลูกเสือ เนตรนารี และยุวกาชาด กิจกรรม จิตอาสา และการจัดตั้งชมรม/ชุมนุม พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนนํากิจกรรมการบําเพ็ญประโยชน์อื่น ๆ นอก หลกั สูตรมาใช้เพิม่ ชว่ั โมงกจิ กรรมใหผ้ เู้ รียนจบตามหลักสูตรได้ 1.2 การส่งเสรมิ การรหู้ นังสอื 1) พัฒนาระบบฐานข้อมูลผู้ไม่รู้หนังสือ ให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทนั สมยั และเป็นระบบเดียวกัน ท้งั สว่ นกลางและส่วนภูมิภาค

50 2) พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร สื่อ แบบเรียนเครื่องมือวัดผลและ เครื่องมือการดําเนินงานการ ส่งเสริมการรู้หนังสือที่สอดคล้องกับสภาพและ บรบิ ทของแตล่ ะกลุม่ เป้าหมาย 3) พัฒนาครู กศน. และภาคีเครือข่ายที่ร่วมจัดการศึกษา ให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะการ จัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับผู้ไม่รู้หนังสืออย่างมี ประสิทธิภาพ และอาจจัดให้มีอาสาสมัครสง่ เสริมการรู้หนังสือใน พื้นที่ที่มีความ ตอ้ งการจาํ เปน็ เปน็ พิเศษ 4) ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ การคงสภาพการรหู้ นังสอื การพัฒนาทกั ษะการรหู้ นังสอื ใหก้ บั ประชาชนเพอื่ เป็น เครือ่ งมอื ในการศกึ ษาและเรยี นรอู้ ยา่ งต่อเนอื่ งตลอดชีวติ ของประชาชน 1.3 การศกึ ษาตอ่ เนื่อง 1) พัฒนาแหล่งการเรียนรู้ที่มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อ การอ่านและพัฒนาศักยภาพ การเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ให้เกิดขึ้นอย่าง กวา้ งขวางและทว่ั ถึง เชน่ การพฒั นา กศน. ตาํ บล ห้องสมดุ ประชาชนทกุ แห่งให้ มีการบริการที่ทันสมัย ส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน การ สร้างเครือข่าย ส่งเสริมการอ่าน จัดหน่วยบริการห้องสมุดเคลื่อนที่ ห้องสมุดชาว ตลาด พร้อมหนงั สือและอุปกรณ์เพอ่ื จัดกจิ กรรม สง่ เสรมิ การอ่านและการเรียนรู้ ท่หี ลากหลายให้บรกิ ารกบั ประชาชนในพน้ื ที่ตา่ ง ๆ อย่างทัว่ ถึง สม่ำเสมอ รวมทงั้ เสริมสร้างความพร้อมในด้านบุคลากร สื่ออุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการอ่าน และ การจดั กจิ กรรมเพือ่ ส่งเสรมิ การอ่าน อย่างหลากหลายรูปแบบ 3) ประสานความร่วมมือหน่วยงาน องค์กร หรือภาคส่วนต่าง ๆ ที่มี แหล่งเรียนรู้อื่น ๆ เพื่อส่งเสริม การจัดการศึกษาตามอัธยาศัยให้มีรูปแบบท่ี หลากหลาย และตอบสนองความต้องการของประชาชน เช่น พิพิธภัณฑ์ ศูนย์ เรียนรู้ แหล่งโบราณคดี วัด ศาสนาสถาน ห้องสมุด รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นตน้ 2. ด้านหลักสูตร สือรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล งานบริการ ทางวิชาการ และการประกันคุณภาพการศึกษา 2.1 ส่งเสริมการพฒั นาหลักสูตร รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรูแ้ ละ กิจกรรมเพื่อส่งเสริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยท่ี

51 หลากหลาย ทันสมัย รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ และ หลักสูตร ท้องถิ่นที่สอดคล้องกับสภาพบริบทของพื้นที่และความต้องการของ กลุ่มเปา้ หมายและชุมชน 2.2 ส่งเสริมการพัฒนาสื่อแบบเรียน สื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่ออื่น ๆ ที่ เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน กลุ่มเป้าหมายทั่วไปและกลุ่มเป้าหมายพิเศษ เพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นสามารถเรยี นรไู้ ด้ทกุ ท่ี ทกุ เวลา 2.3 พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาทางไกลให้มีความทันสมัย หลากหลายช่องทางการเรียนรู้ ด้วยระบบห้องเรียนและการควบคุมการสอบ รปู แบบออนไลน์ 2.4 พัฒนาระบบการประเมินเพื่อเทียบระดับการศึกษา และการเทียบ โอนความรู้และประสบการณ์ เพื่อให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และสามารถ ตอบสนองความตอ้ งการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมท้ัง มีการ ประชาสมั พนั ธใ์ ห้สาธารณชนได้รับร้แู ละสามารถเข้าถึงระบบการประเมินได้ 2.5 พัฒนาระบบการวัดและประเมินผลการศึกษานอกระบบทุก หลักสูตร โดยเฉพาะหลักสูตร ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ได้มาตรฐานโดย การนาํ แบบทดสอบกลาง และระบบการสอบอเิ ลก็ ทรอนิกส์ (e-Exam) มาใช้อย่างมีประสทิ ธิภาพ 2.6 ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาหลักสูตร รูปแบบ การจัดกระบวนการเรียนรู้ การ วัดและประเมินผล และเผยแพร่รูปแบบการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย รวมทั้งให้มีการนําไปสู่การปฏิบัติอย่างกว้างขวางและมีการพัฒนาให้เหมาะสม กับบริบทอย่างต่อเนอ่ื ง หลักการและเหตผุ ล นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน ของสำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสรมิ สร้างศักยภาพทรพั ยากรมนุษย์ ข้อ 3.1 พัฒนาครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง กับการจัดกิจกรรมและการเรียนรู้ เป็นผู้เชื่อมโยงความรู้กับผู้เรียนและผู้รับบริการ มีความเป็น \"ครูมือ อาชีพ\" มีจิตบริการ มีความรอบรู้และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเป็น \"ผู้อำนวยการการเรียนรู้\" ที่สามารถบริหารจัดการความรู้ กิจกรรม และการเรียนรู้ที่ดี ข้อ 3.2 พัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้มีบรรยากาศ และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีความพร้อมในการให้บริการกิจกรรมการศึกษาและการเรียนรู้

52 เป็นแหล่งสารสนเทศสาธารณะที่ง่ายต่อการเข้าถึง มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เป็นคาเฟ่พื้นที่การ เรยี นร้สู ำหรับคนทุกชว่ งวัย มีสง่ิ อำนวยความสะดวก มบี รรยากาศสวยงามมชี วี ติ ที่ดงึ ดูดความสนใจ และมี ความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้บริการ ข้อ 3.3 ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เอื้อต่อ การเรียนรู้สำหรับทุกคน สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา มีกิจกรรมที่หลากลาย น่าสนใจ สนองตอบความ ต้องการของชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของประชาชน รวมทั้งใช้ประโยชน์จากประชาชนใน ชุมชนในการร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนในชุมชนไปสู้การจัดการความรู้ ของชุมชนอย่างยั่งยืน ส่งเสริมการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ทีป่ ลูกฝังคุณธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ ความ รบั ผดิ ชอบต่อสว่ นรวม และการมจี ิตอาสา ผ่านกจิ กรรมรูปแบบต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมลกู เสอื กศน. กจิ กรรม จิตอาสา ตลอดจนสนบั สนนุ ให้มกี ารจัดกจิ กรรมเพอ่ื ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้กับบคุ ลากรในองค์กร ข้อ 3.4 เสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ประสาน ส่งเสริมความร่วมมือภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมท้ังส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของ ชุมชนเพื่อสร้างความเข้าใจ และให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการ เรยี นรใู้ ห้กบั ประชาชนอยา่ งมคี ณุ ภาพ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) ระลอกใหม่ มีความ แตกต่างจากการระบาดในระลอกแรก ทั้งในแง่ความรวดเร็วของการแพร่ระบาดของเชื้อ และความรนุ แรง จะเห็นได้จาก ในปัจจุบัน จำนวนผู้ติดเชื้อจากการแพร่ระบาดระลอกใหม่รายวันมีเฉลี่ย 500 รายต่อวัน ในขณะที่การระบาดในระลอกแรก พบผู้ติดเชื้อเฉลี่ย 15 ราย ต่อวัน นอกจากน้ี ในปัจจุบัน รูปแบบของ การระบาดในระลอกใหม่ เริ่มเปลี่ยนแปลงจากการระบาดเป็น กลุ่มก้อน มาเป็นการติดเชื้อภายใน ครัวเรือนหรือผู้สัมผัสใกล้ชิด ซึ่งส่วนใหญ่ เกิดจากการสัมผัสผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ ดังนั้น รูปแบบการ ควบคุมโรค ตอ้ งมคี วามรวดเรว็ สามารถควบคุมการแพรเ่ ชื้อแบบกลมุ่ ก้อน หรอื ในฝงู ชนแออดั มีมาตรการ ทจ่ี ะสามารถตรวจจับการแพรร่ ะบาดในกลมุ่ ก้อนใหม่ รวมถึงมีความเขม้ ขน้ ของมาตรการเวน้ ระยะห่างทาง สังคม เพื่อจำกัดการแพร่ระบาดให้อยู่ในวงเล็กที่สุด กลุ่มเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อโรคโควิด-19 ได้แก่ หญิง ตั้งครรภ์ กลุ่มเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีลงมา ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรค ความดันโลหิตสงู โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง โรคระบบทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ ซึ่งมีโอกาสเสียชีวติ มากกว่าคนทั่วไปหากมกี ารติดเชื้อไวรัสโควิด 19 เพื่อป้องกัน ตนเองจากการเจ็บป่วยและลดความเสีย่ งต่อ การเสียชีวิต จึงมีแนวทางการปฏิบัติเพื่อการป้องกันโรคโควิด 19 สำหรับประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยง เช่น ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ 70 % ทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าส้วม หรือเมื่อสัมผัสสิ่งของร่วมกับผู้อื่น หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก หากไอ จาม ใช้

53 ผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูปิดปากหรือใช้ข้อศอกปิดปากจมูก และทำ ความสะอาดมือด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์ทันที หรือให้สวมหน้ากาก หลีกเลี่ยงการอยู่ ใกล้ชิดผู้ที่มีอาการหวัด มีไข้ ไอ จาม มี น้ำมูก งดออกจากบ้านหรือเข้าไปในบริเวณที่มีคนแออัด เป็นต้น โดยอาการเริ่มแรกสว่ นใหญ่จะเริม่ จากมี ไข้ ไอ เจ็บคอ ออ่ นเพลยี ปวดเมอ่ื ยกลา้ มเน้อื หายใจหอบเหนื่อย ถา่ ยเหลวท้องเสีย หากผู้ป่วยมีร่างกายไม่ แข็งแรงหรือมีภมู คิ มุ้ กันต่ำ จะทำใหม้ ีความรุนแรงถึงข้ันวิกฤตและเสยี ชีวติ ได้ในทสี่ ุด กศน. อำเภอสามพราน ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการป้องกันการแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) ระลอกใหม่ จึงได้ดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต โดย มอบหมายให้กศน.ตำบลทั้ง 16 ตำบล ร่วมจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อให้นักศึกษา กศน.อำเภอสามพราน มี ความรู้ ความเขา้ ใจ เกยี่ วกับไวรัสโคโรนา หรอื โควดิ -19 ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง สามารถจัดทำเจลแอลกอฮอล์ ไว้ ใชเ้ องได้ และดแู ลรักษาสุขภาพอนามัยของตนเองและคนรอบขา้ งได้ จงึ ได้จัดโครงการพฒั นาผเู้ รียน เรยี นรู้ ป้องกัน ร้ทู นั โรคร้าย ใสใ่ จสขุ ภาพตนเองและผู้อน่ื ของนกั ศึกษา กศน.ตำบล ขึ้น วัตถุประสงค์ 1 มคี วามรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับไวรสั โคโรนา หรือโควิด-19 ได้อย่างถูกตอ้ ง 2 สามารถจัดทำเจลแอลกอฮอล์ ไว้ใชเ้ องได้ 3 สามารถดูแลรกั ษาสุขภาพอนามยั ของตนเอง ได้ ตวั ช้วี ดั ผลผลติ 1.รอ้ ยละ 80 ของนกั ศกึ ษากลุ่มเป้าหมายเข้ารว่ มโครงการ 2.รอ้ ยละ 80 ของนักศกึ ษาท่ีเขา้ ร่วมโครงการมีความรู้ ความเขา้ ใจ เก่ยี วกับไวรัสโคโรนา หรอื โควิด-19 ได้อย่างถกู ตอ้ ง 3.รอ้ ยละ 80 ของนกั ศึกษาทีเ่ ข้ารว่ มโครงการสามารถจัดทำเจลแอลกอฮอล์ ไวใ้ ช้เองได้ และมี สขุ ภาพรา่ งกายแข็งแรงสมบูรณ์ สามรถดแู ลรักษาสุขภาพตนเอง ได้ ตัวชี้วดั ผลลัพธ์ 1. นกั ศกึ ษาทเี่ ข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจ เกยี่ วกบั ไวรัสโคโรนา หรือโควดิ -19 ได้อย่าง ถูกต้อง 2. นักศึกษาทเี่ ข้ารว่ มโครงการสามารถจดั ทำเจลแอลกอฮอล์ ไว้ใช้เองได้ 3. นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการสามารถดูแลรักษาสุขภาพตนเอง และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ พนื้ ท่ีดำเนินงาน กศน. ตำบลกระทมุ่ ลม้

54 ระยะเวลาดำเนินการ วนั ท่ี 27 เดือน กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2564 (จำนวน 5 ช่วั โมง) งบประมาณทไ่ี ด้รบั จำนวน 4,220 บาท จดั สรร ผลการเบิกจา่ ย จำนวน 4,220 บาท เป้าหมายการ ผลการดำเนินงาน ดำเนนิ งาน (ระบปุ ระเภท 1. กลุ่มเป้าหมายเข้ารว่ มโครงการ จำนวน 16 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ100.00 กลมุ่ เปา้ หมาย จำนวน 2. นกั ศกึ ษาที่เข้าร่วมโครงการไดร้ บั การพฒั นาจบการศกึ ษาตามหลักสตู ร 16 คน) จำนวน 16 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100.00 3. นกั ศกึ ษาทีเ่ ข้าร่วมโครงการมคี วามรู้ ความเขา้ ใจ เกีย่ วกบั ไวรสั โคโรนา หรอื โควิด-19 ได้อย่างถกู ต้อง จำนวน 16 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 100.00 4. นักศึกษาท่ีเขา้ ร่วมโครงการมคี วามพึงพอใจในระดับมากขน้ึ ไป จำนวน 16 คน คิดเปน็ ร้อยละ 100.00 5. นักศึกษาที่เข้ารว่ มโครงการจดั ทำเจลแอลกอฮอล์ ไวใ้ ช้เองได้ จำนวน 16 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 100.00 6. นกั ศึกษาท่เี ข้ารว่ มโครงการสามารถดูแลรักษาสุขภาพตนเอง และมีสขุ ภาพ ร่างกายแข็งแรงสมบรู ณ์ จำนวน 16 คน คดิ เป็นร้อยละ 100.00

55 ภาพกจิ กรรม“โครงการพฒั นาผเู้ รยี น เรยี นรปู้ ้องกนั ร้ทู นั โรครา้ ย สง่ เสรมิ สุขภาพตนเองและผอู้ ่นื ” วันท่ี 27 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ.2564 ณ กศน.ตำบลกระทมุ่ ล้ม ตำบลกระทมุ่ ล้ม อำเภอสามพราน จงั หวดั นครปฐม

56 โครงการพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น ลำดับท่ี 2 โครงการพฒั นาผเู้ รียนเสรมิ ทักษะด้านอาชพี ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กศน.ตำบลกระทมุ่ ลม้ นาผเู้ รยี น สร้างขยะ รักษ์แวดสขุ ภาพดีใส่ ความสอดคล้อง 3.1 นโยบายและจุดเนน้ การดำเนนิ งาน ของสำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กับยทุ ธศาสตรก์ าร 1. นอ้ มนำพระบรมราโชบายดา้ นการศกึ ษาสู่การปฏบิ ตั ิ ดำเนนิ งาน 1.1 สืบสานศาสตร์พระราชา โดยการสร้างและพัฒนาศูนย์สาธิตและเรียนรู้ “โคก หนอง นา โมเดล” เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการบริหารทรัพยากรรูปแบบต่าง ๆ ทั้งดิน น้ำ ลม แดด รวมถงึ พืชพนั ธ์ุต่าง ๆ และสง่ เสริมการใช้พลงั งานทดแทนอย่างมีประสทิ ธภิ าพ ภารกจิ ตอ่ เนอื่ ง 1. ดา้ นการจดั การศกึ ษาและการเรียนรู้ 1.3 การศึกษาต่อเนอื่ ง 4) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผ่านกระบวนการ เรยี นรู้ตลอดชีวิตในรูปแบบตา่ ง ๆ ให้กับประชาชน เพ่อื เสรมิ สร้างภูมคิ ุ้มกนั สามารถยืนหยัด อยู่ได้อย่างมั่นคง และมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ตามทิศทางการพัฒนา ประเทศสคู่ วามสมดุลและยงั่ ยืน 3.2 มาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย (ฉบับลงวันที่ 6 ธนั วาคม พ.ศ. 2562) มาตรฐานการศกึ ษานอกระบบ ระดับการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน มาตรฐานที่ 1 คณุ ภาพของผู้เรียนการศกึ ษานอกระบบ ระดบั การศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน 1.2 ผู้เรียนการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานมคี ุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะที่ดีตาม สถานศกึ ษากำหนด 1.3 ผู้เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมี วิจารณญาณและแลกเปล่ียนความคิดเห็นรว่ มกับผอู้ ืน่ 1.6 ผู้เรียนการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐานมีสุขภาวะทางกาย และสุนทรยี ภาพ มาตรฐานที่ 2 คุณภาพการจัดการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เน้น ผู้เรยี นเปน็ สำคญั 2.1 การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่สอดคล้องกับบริบท และความต้องการของ ผ้เู รียน ชุมชน ทอ้ งถิ่น 2.2 การใช้สื่อทเี่ ออ้ื ต่อการเรยี นรู้ มาตรฐานท่ี 3 คณุ ภาพการบริหารจดั การของสถานศกึ ษา 3.1 การบรกิ ารจัดการของสถานศกึ ษาที่เน้นการมสี ว่ นร่วม 3.7 การสง่ เสรมิ สนับสนุนภาคเี ครอื ขา่ ยให้มีส่วนรว่ มในการจดั การศึกษา 3.8 การส่งเสรมิ สนบั สนนุ การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้

57 หลกั การและเหตุผล นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ได้กำหนดการ ดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์คือ “คนไทยทุกช่วงวัยได้รับโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมี คุณภาพ มีทักษะที่จำเป็น และสมรรถนะที่สอดรับกับทิศทางการพัฒนาประเทศ สามารถดำรงชีวิตได้อย่าง เหมาะสมบนรากฐานของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยประกอบด้วยจุดเน้นการดำเนินงานประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2564 ได้แก่ 1) น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ 2) ส่งเสริมการจัด การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนที่เหมาะสมกับทุกช่วงวัย 3) พัฒนาหลักสูตร สื่อ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการศกึ ษา แหลง่ เรียนรู้ และรปู แบบการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ ในทกุ ระดบั ทกุ ประเภท 4) บรู ณาการความรว่ มมือในการสง่ เสรมิ สนบั สนนุ และจัดการศึกษาและการเรยี นรใู้ หก้ ับประชาชนอย่างมคี ณุ ภาพ 5) พัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพในการทำงานของบุคลากร กศน. 6) ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างและระบบ บริหารจัดการองค์กร ปัจจัยพื้นฐานในการจัดการศึกษา และการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ต่อสาธารณะชน นอกจากน้ีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด 19 ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการบริโภค อุปโภค การลงทุน หรือภาคการค้าต่าง ๆ รวมถึงการปิดเมืองจากการแพร่ระบาด ทำให้ไม่สามารถเดินทางหรือทำการค้า ขายพืชผลทางการเกษตรได้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ดังนั้นการได้น้อมนำพระราชดำรสั ในพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร รัชกาลที่ 9 ตามหลักปรชั ญา ของเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการทำเกษตรทฤษฎีใหม่มาใช้บริหารจัดการน้ำ ปรับดิน การแบ่ง สรรปันส่วน โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรในรูปแบบ โคก หนอง นา โมเดล มาเป็นรูปแบบในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับ ประชาชนภาคการเกษตรกรในเขตพืน้ ท่ี จึงเปน็ แนวทางท่สี ำคัญท่ีสามารแกป้ ัญหาดงั กลา่ วได้ แต่อยา่ งไรก็ตามการ ออกแบบในแต่ละพื้นที่จะต้องคำนึงถึง “ภูมิสังคม” เป็นสำคัญคือต้องออกแบบตามสังคมและวัฒนธรรมของคนท่ี อยู่ แม้ว่าภูมิประเทศจะเหมือนกันก็ตาม หากภมู สิ งั คมต่างกนั การออกแบบกจ็ ะต่างกนั ไปด้วย ด้วยเหตุผลดังกล่าว กศน. ตำบลกระทุ่มล้ม ต้องการส่งเสริมสนับสนุนให้นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนำความรู้มาใช้ในการวางแผน ดำเนนิ งาน มสี ำนกึ ในคณุ ธรรม ซ่อื สตั ย์ สจุ รติ มีความขยันหมัน่ เพียร มานะอดทน ใช้สตปิ ญั ญาในการดำรงชวี ติ ดว้ ย ความรอบครอบ และส่งเสริมการสร้างอาชีพเสริม เพื่อให้ผู้เรียนรู้ได้เรียนรู้ สามารถนำมาประยุกต์ให้เกิดผลในทาง ปฏิบัติในการดำรงชีวิตประจำวันทั้งต่อตนเอง ครอบครัวและชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จงึ จดั โครงการพัฒนาผเู้ รยี นเสริมทกั ษะด้านอาชีพตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง กศน.ตำบลกระทุ่มล้ม วัตถุประสงค์ 1 เพื่อให้มคี วามรู้ ความเข้าใจ มีทกั ษะกระบวนการคดิ ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เพ่ือส่งเสริมการเรยี นรู้ฝกึ ทกั ษะดา้ นอาชพี เพอ่ื การมงี านทำ 3 เพื่อให้สามารถนำความรู้มาสร้างภูมิคุ้มกัน และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันทั้งในต่อตนเองและครอบครัวได้ อยา่ งเหมาะสม ตัวชีว้ ดั ผลผลติ 1. นักศึกษาทเ่ี ข้าร่วมโครงการมคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และมีทกั ษะกระบวนการคิดตามหลกั ปรชั ญา

58 ของเศรษฐกจิ พอเพียง 2 .นกั ศกึ ษาท่เี ข้าร่วมโครงการสามารถมีทกั ษะดา้ นอาชีพเพอ่ื การมีงานทำไวใ้ ช้เองหรอื ประกอบอาชีพได้ 3. นักศึกษาสามารถนำความรทู้ ไ่ี ดร้ บั ไปสร้างภมู ิคมุ้ กนั บรหิ ารความเส่ยี งในการดำเนินชวี ิตและประกอบอาชีพได้ อยา่ งเหมาะสม ตัวชวี้ ดั ผลลัพธ์ 1. ร้อยละ 80 ของนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการสามารถนำหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปปรบั ใช้ในการ ดำเนินชีวติ และประกอบอาชพี ได้ 2. รอ้ ยละ 80 ของนักศึกษาท่เี ข้าร่วมโครงการสามารถมีทกั ษะด้านอาชพี เพอื่ การมงี านทำไวใ้ ช้เองหรือประกอบ อาชพี ได้ 3. ร้อยละ 80 ของผ้เู ข้าร่วมโครงการมคี วามพึงพอใจในระดับมากขนึ้ ไป พื้นท่ีดำเนินงาน ณ กศน.ตำบลกระทุม่ ลม้ หม7ู่ ต.กระทมุ่ ล้ม อ.สามพราน จ. นครปฐม ระยะเวลาดำเนินการ วนั ท่ี 11 เดือน เมษายน พ.ศ.2564 (จำนวน 6 ชว่ั โมง) งบประมาณท่ีได้รบั จัดสรร จำนวน 8,000 บาท ผลการเบิกจ่าย จำนวน 8,000 บาท เป้าหมายการดำเนินงาน ผลการดำเนนิ งาน นกั ศกึ ษา กศน.ตำบลกระทุ่มล้ม 1. กลุ่มเปา้ หมายเข้าร่วมโครงการ จำนวน 30 คน คิดเป็นรอ้ ยละ จำนวน 30 คน 100.00 2. ผู้เขา้ รว่ มโครงการไดร้ บั การพัฒนาจบการศกึ ษาตามหลักสตู ร จำนวน 30 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ100.00 3. ผเู้ รยี นทเี่ ข้ารว่ มโครงการมีความรู้ ความสามารถตามวตั ถุประสงค์ ของแตล่ ะโครงการ จำนวน 28 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 93.33 4. ผเู้ ข้าร่วมโครงการมคี วามพึงพอใจในระดับมากขึน้ ไป จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 93.33 5.ผเู้ รียนทเี่ ข้ารว่ มโครงการสามารถนำความรจู้ ากการเข้ารว่ ม กิจกรรมไปปรบั ใช้ในชีวติ จริงไดอ้ ย่างเหมาะสม จำนวน 28 คน คดิ เป็นร้อยละ 93.33 ปญั หาอปุ สรรค - แนวทางแก้ไขปญั หา -

59 ภาพกิจกรรมของโครงการพัฒนาผู้เรยี น สรา้ งทักษะด้านอาชีพตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ณ กศน.ตำบลกระทุ่มลม้ อำเภอสามพราน จงั หวดั นครปฐม

60 โครงการพัฒนาคุณภาพผเู้ รียน ลำดับท่ี 3 โครงการพัฒนาผ้เู รยี น อบรมออนไลน์ เร่ือง เรียนรู้ทำเจลล์ล้างมือแอลกอฮอล์ปอ้ งกนั ตนเองจาก COVID-19 ของนักศกึ ษา กศน.อำเภอสามพราน อำเภอสามพราน ความสอดคล้องกับ 2.1 นโยบายและจดุ เนน้ การดำเนินงาน ของสำนกั งาน กศน. ปีงบประมาณ 2564 นโยบาย และ ข้อ 3. พฒั นาหลกั สูตร ส่ือ เทคโนโลยแี ละนวัตกรรมทางการศึกษา แหลงเรียน จดุ เนน้ การ รู และรปู แบบ การจัดการศกึ ษาและการเรียนรู ในทกุ ระดบั ทุกประเภท เพื่อประโยชน ดำเนินงานของ ตอการจดั การศึกษาที่เหมาะสม กบั ทกุ กลุมเปาหมาย มีความทันสมยั สอดคลองและพร สำนักงาน กศน. อมรองรับกับบริบทสภาวะสังคมปจจุบัน ความตองการ ของผูเรียน และสภาวะการ เรียนรูในสถานการณตาง ๆ ท่ีจะเกดิ ขึ้นในอนาคต 3.1 พัฒนาระบบการเรียนรู ONIE Digital Learning Platform ที่รองรับ DEEPของกระทรวงศึกษาธิการ และชองทางเรียนรูรูปแบบอื่น ๆ ทั้ง Online On-site และ On-airการจดั การศึกษาและการเรียนรูในสถานการณการแพรระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID – 19) ของสำนักงาน กศน. จากสถานการณการแพรระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) เมื่อเดือนธันวาคม 2562 สงผลกระทบตอระบบการจัดการเรียนการสอนของไทยในทกุ ระดับชั้น ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ไดออกประกาศและมีมาตรการเฝาระวัง เพื่อปองกันการแพรกระจายของเชื้อไวรัส ดังกลาว อาทิ กำหนดใหมี การเวนระยะหา งทางสังคม (Social Distancing) ห ามการใช อาคารสถานที่ของโรงเรียนและ สถาบันการศึกษา ทกุ ประเภท เพื่อจดั การเรยี นการสอน การสอบ ฝกอบรม หรอื การทำ กิจกรรมใด ๆ ที่มีผูเขารวมเปนจำนวนมาก การปดสถานศึกษาดวยเหตุพิเศษ การ กำหนดใหใชวิธีการจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม อาทิ การจัดการเรียนรู แบบออน ไลน การจัดการเรียนรูผานระบบการออกอากาศทางโทรทัศน วิทยุ และโซเซียลมีเดีย ตาง ๆ รวมถึง การส่ือสารแบบทางไกลหรือดวยวิธีอิเล็กทรอนิกส ในสวนของสำนักงาน กศน. ไดมีการพัฒนา ปรับรูปแบบ กระบวนการ และวิธีการดำเนินงานในภารกิจ ตอเนื่องตาง ๆ ในสถานการณการใชชีวิตประจำวัน และการจัดการเรียนรูเพื่อรองรับ การชีวิตแบบปกติวิถีใหม (New Normal) ซึ่งกิจกรรมการเรียนรู ตาง ๆ ได ให ความสำคัญกับการดำเนินงานตามมาตรการการปองกัน การแพรระบาดของเชอ้ื ไวรสั โค โรนา 2019 (COVID -19) อาทิ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรูทกุ ประเภท หากมีความจำเป นตองมาพบกลุม หรืออบรมสัมมนา ทางสถานศึกษาตองมีมาตรการปองกันที่เขมงวด มเี จล แอลกอฮอลลางมอื ผูรับบรกิ ารตองใสหนากากอนามยั หรือหนากากผา ตองมีการ เวนระยะหางระหวางบุคคล เนนการใชสื่อดิจิทัลและเทคโนโลยีออนไลนในการจัดการ เรยี นการสอน

61 หลักการและเหตุผล นโยบายและจุดเนน้ การดำเนินงาน ของสำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ยุทธศาสตร์ การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ข้อ 3. พัฒนาหลักสูตร สื่อ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทาง การศึกษา แหลงเรยี นรู และรปู แบบ การจดั การศกึ ษาและการเรียนรู ในทุกระดบั ทกุ ประเภท เพือ่ ประโยชนต อการจัดการศึกษาที่เหมาะสม กับทุกกลุมเปาหมาย มีความทันสมัย สอดคลองและพรอมรองรับกับบริบท สภาวะสังคมปจจุบัน ความตองการ ของผูเรียน และสภาวะการเรียนรูในสถานการณตาง ๆ ที่จะเกิดข้ึน ในอนาคต 3.1 พัฒนาระบบการเรียนรู ONIE Digital Learning Platform ที่รองรับ DEEP ของ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร และชองทางเรียนรูรูปแบบอืน่ ๆ ท้ัง Online On-site และ On-air ท่ามกลางสถานการณ์ ประเทศไทย กำลังเผชิญการระบาดโควดิ -19 กระจายออกไป ครบทุก จังหวัด ผู้ติดเชื้อครอบคลมุ ทกุ เพศทุกวยั สาเหตุเป็นการระบาดเชือ้ ไวรสั สายพันธุอ์ ังกฤษ สามารถกระจาย ได้เร็วกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม กว่าจะรู้ตัวติดเชื้อก็ลุกลามออกไปเป็นวงกว้าง กลายเป็นติดเชื้อจากการใช้ ชีวิตประจำวัน นำเชื้อโรคเข้าสู่ คนในครอบครัว และกระจายเป็นวงกว้าง จนต้องยกระดับมาตรการเข้มงวด ย่งิ ข้ึน โดยผตู้ ิดเชอื้ กระจกุ อยู่กรุงเทพฯและปรมิ ณฑล ลักษณะระบาดกระจายงา่ ยทำให้เห็นอตั ราเร่งติดเชื้อสูง กว่าการระบาดกอ่ นนี้ เนื่องจากการระบาดรอบนี้เป็นเชื้อโควิดสายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7 ที่แพร่ระบาดได้รวดเร็วและ รุนแรงต่อชีวิตมากกว่าเดิม เพราะเมื่อมีผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วยหนึ่งคนจะทำให้สมาชิกส่วนใหญ่หรือทุกคนใน ครอบครัวและเพื่อนร่วมงานติดเชื้อไปด้วย ในขณะนี้การระบาดกว่าร้อยละ 80-90 เกิดจากการแพร่เช้อื จากผู้ ตดิ เชือ้ ไปยงั สมาชกิ ในครอบครัว ญาติมิตร และผูร้ ่วมงาน สภาพการณด์ ังกลา่ วเปน็ การกระจายของเชื้อโรคใน วงกวา้ ง (wide community spreading) อย่างไรก็ตามสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ระลอกใหม่นี้ เกิดเป็นคลัสเตอร์ทุก วงการ หรือแม้กระทั่งบุคลากรทางการแพทย์ สำหรับประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยง ควรเริ่มที่ตัวเองก่อนเป็น อันดับแรก หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรอื เจลแอลกอฮอล์ 75 % ทุกครัง้ ก่อนรับประทานอาหาร หลัง เข้าส้วม หรือเมื่อสัมผัสสิ่งของร่วมกับผู้อื่น รักษาระยะห่างให้เป็นนิสัย หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดและหลีกเลี่ยง การใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก หากไอ จาม ใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูปิดปากหรือใช้ข้อศอกปิด ปากจมูก ใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดผู้ที่มีอาการหวัด มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก งดออกจากบา้ นหรือเขา้ ไปในบริเวณที่มคี นแออดั เปน็ ตน้ จากเหตุผลข้างต้น กศน. อำเภอสามพราน ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) จึงได้ดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต โครงการพัฒนาผู้เรียน อบรม ออนไลน์ เรื่อง เรียนรู้ทำเจลล้างมือแอลกอฮอล์ป้องกันตัวเองจาก COVID-19 ของนักศึกษา กศน.อำเภอ สามพราน เพ่อื ใหน้ กั ศึกษา กศน.อำเภอสามพราน มีความรู้ ความเข้าใจ เก่ียวกบั โรคไวรสั โคโรน่า (covid-19) มี ความรู้ ความเขา้ ใจ เก่ยี วกบั การเลือกซ้ือ เลอื กใช้เจลแอลกอฮอล์ท่ีถกู ต้อง สามารถทำเจลแอลกอฮอล์ล้างมือเอง ได้ และสามารถดแู ลรกั ษาสุขภาพอนามัยของตนเอง ได้ วตั ถปุ ระสงค์

62 1 มีความรู้ ความเขา้ ใจ เกยี่ วกับโรคไวรัสโคโรนา่ (covid-19) 2 มีความรู้ ความเข้าใจ เกยี่ วกบั การเลอื กซ้อื เลอื กใช้เจลแอลกอฮอลท์ ่ถี กู ตอ้ ง 3 สามารถทำเจลแอลกอฮอลล์ า้ งมอื เองได้ 4 สามารถดแู ลรักษาสขุ ภาพอนามยั ของตนเอง ได้ ตัวช้ีวัดผลผลติ 1.ร้อยละ 80 ของนกั ศึกษากลุม่ เปา้ หมายเขา้ รว่ มโครงการ 2.ร้อยละ 80 ของนักศึกษาท่เี ข้าร่วมโครงการมคี วามรู้ ความเขา้ ใจ เกย่ี วกบั การเลอื กซือ้ เลือกใช้เจลแอลกอฮอลท์ ถ่ี กู ตอ้ ง 3.ร้อยละ 80 ของนกั ศึกษาท่เี ขา้ ร่วมโครงการสามารถทำเจลแอลกอฮอลล์ า้ งมือเองได้ ตัวช้วี ัดผลลัพธ์ นักศึกษา กศน. ตำบลกระทมุ่ ล้ม อำเภอสามพราน สามารถดแู ลรกั ษาสขุ ภาพตนเอง ได้ พื้นท่ีดำเนินงาน กศน. ตำบลกระทุ่มลม้ ระยะเวลา วันที่ 24 เดอื น กันยายน พ.ศ. 2564 (จำนวน 6 ช่ัวโมง) ดำเนินการ งบประมาณที่ได้รับ จำนวน - บาท จดั สรร ผลการเบกิ จา่ ย จำนวน - บาท เปา้ หมายการ ผลการดำเนินงาน ดำเนินงาน (ระบุประเภท 1. กลุ่มเป้าหมายเขา้ รว่ มโครงการ จำนวน 15 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100.00 กลมุ่ เป้าหมาย 2. ผเู้ ข้ารว่ มโครงการไดร้ บั การพฒั นาจบการศกึ ษาตามหลักสตู ร จำนวน 15 คน จำนวน 15 คน) คิดเปน็ ร้อยละ 100.00 3. ผูเ้ รียนที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเขา้ ใจ เกยี่ วกับการเลอื กซอ้ื เลือกใช้เจล แอลกอฮอล์ที่ถูกต้อง จำนวน 15 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 100.00 4. ผเู้ รยี นทเี่ ข้าร่วมโครงการทำเจลแอลกอฮอล์ลา้ งมอื เองได้ จำนวน 15 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 100.00 4. ผูเ้ ข้ารว่ มโครงการมคี วามพงึ พอใจในระดบั มากขน้ึ ไป จำนวน 14 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ93.33 5. ผู้เรียนท่ีเข้าร่วมโครงการดแู ลรักษาสขุ ภาพตนเอง ได้ จำนวน 15 คน คดิ เป็นร้อยละ 100.00

63 ภาพกิจกรรมโครงการพฒั นาผเู้ รยี น อบรมออนไลน์ เรื่อง เรียนรูท้ ำเจลลล์ า้ งมอื แอลกอฮอลป์ ้องกนั ตนเอง จาก COVID-19 ของนักศึกษา กศน.อำเภอสามพราน อำเภอสามพราน

64 โครงการพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รียน ลำดับที่ 4 โครงการพฒั นาผู้เรยี น อบรมออนไลน์ เรอื่ ง ปลูกพืชสมุนไพร สู้ภัยโควดิ ของนกั ศึกษา กศน.อำเภอสามพราน อำเภอสามพราน จังหวดั นครปฐม ความสอดคล้องกับ 2.1 นโยบายและจดุ เนน้ การดำเนนิ งาน ของสำนกั งาน กศน. ปงี บประมาณ 2564 นโยบาย และ ข้อ 3. พัฒนาหลักสตู ร ส่ือ เทคโนโลยีและนวตั กรรมทางการศกึ ษา แหลงเรียน จุดเนน้ การ รู และรูปแบบ การจดั การศกึ ษาและการเรียนรู ในทกุ ระดับ ทุกประเภท เพื่อประโยชน ดำเนนิ งานของ ตอการจัดการศึกษาทเี่ หมาะสม กบั ทุกกลุมเปาหมาย มคี วามทนั สมัย สอดคลองและพร สำนกั งาน กศน. อมรองรับกับบริบทสภาวะสังคมปจจุบัน ความตองการ ของผูเรียน และสภาวะการ เรียนรูในสถานการณตาง ๆ ทจี่ ะเกิดข้ึนในอนาคต 3.1 พัฒนาระบบการเรียนรู ONIE Digital Learning Platform ที่รองรับ DEEPของกระทรวงศึกษาธิการ และชองทางเรียนรูรูปแบบอื่น ๆ ทั้ง Online On-site และ On-airการจัดการศกึ ษาและการเรียนรูในสถานการณการแพรระบาดของเช้ือไวรัส โคโรนา 2019 (COVID – 19) ของสำนกั งาน กศน. จากสถานการณการแพรระบาดของเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) เมื่อ เดือนธันวาคม 2562 สงผลกระทบตอระบบการจัดการเรียนการสอนของไทยในทุก ระดับชั้น ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ไดออกประกาศและมีมาตรการเฝาระวัง เพื่อปองกันการแพรกระจายของเชื้อไวรัสดังกลาว อาทิ กำหนดใหมี การเวนระยะหา งทางสังคม (Social Distancing) ห ามการใช อาคารสถานที่ของโรงเรียนและ สถาบนั การศกึ ษา ทุกประเภท เพ่อื จัดการเรียนการสอน การสอบ ฝกอบรม หรือการทำ กิจกรรมใด ๆ ที่มีผู เขารวมเปนจำนวนมาก การปดสถานศึกษาด วยเหตุพิเศษ การกำหนดใหใชวิธีการจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม อาทิ การจัดการเรียนรู แบบ ออนไลน การจัดการเรียนรูผานระบบการออกอากาศทางโทรทัศน วิทยุ และโซเซียล มีเดีย ตาง ๆ รวมถึง การสื่อสารแบบทางไกลหรือดวยวิธีอิเล็กทรอนิกส ในสวนของ สำนักงาน กศน. ไดมีการพัฒนา ปรับรูปแบบ กระบวนการ และวิธีการดำเนินงานใน ภารกิจ ตอเนื่องตาง ๆ ในสถานการณการใชชีวิตประจำวัน และการจัดการเรียนรูเพื่อ รองรับการชีวิตแบบปกติวิถีใหม (New Normal) ซึ่งกิจกรรมการเรียนรูตาง ๆ ไดให ความสำคัญกับการดำเนนิ งานตามมาตรการการปองกัน การแพรระบาดของเชื้อไวรสั โค โรนา 2019 (COVID -19) อาทิ การจัดกิจกรรมการเรียนรูทุกประเภท หากมีความจำ เปนตองมาพบกลุม หรืออบรมสัมมนา ทางสถานศกึ ษาตองมมี าตรการปองกันที่เขมงวด มีเจลแอลกอฮอลลางมือ ผูรับบริการตองใสหนากากอนามัยหรือหนากากผา ตองมีการ เวนระยะหางระหวางบุคคล เนนการใชสื่อดิจิทัลและเทคโนโลยีออนไลนในการจัดการ เรียนการสอน

65 หลกั การและเหตุผล นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน ของสำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ยุทธศาสตร์ การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ข้อ 3. พัฒนาหลักสูตร สื่อ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทาง การศกึ ษา แหลงเรียนรู และรูปแบบ การจัดการศึกษาและการเรยี นรู ในทุกระดบั ทกุ ประเภท เพอื่ ประโยชนต อการจัดการศึกษาที่เหมาะสม กับทุกกลุมเปาหมาย มีความทันสมัย สอดคลองและพรอมรองรับกับบริบท สภาวะสังคมปจจุบัน ความตองการ ของผูเรียน และสภาวะการเรียนรูในสถานการณตาง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต 3.1 พัฒนาระบบการเรียนรู ONIE Digital Learning Platform ที่รองรับ DEEP ของ กระทรวงศึกษาธกิ าร และชองทางเรยี นรูรปู แบบอื่น ๆ ทัง้ Online On-site และ On-air จากสถานการณการแพรระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) ในประเทศไทย กำลัง เผชิญการระบาดระลอก 3 ช่วงเดือนเมษายน เป็นต้นมา กระจายออกไป ครบทุกจังหวัด ผู้ติดเช้ือ ครอบคลุมทุกเพศทุกวัย สูงขึ้นทวีคูณ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เชื่อว่า เป็นการระบาดของสายพันธุ์เดลต้า (Delta) มีความสามารถในการแพร่กระจายเชื้อได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์อังกฤษ อีกทั้งยังมีการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ เดลต้า พลัส (Delta Plus) ที่สามารถหลบภูมิคุ้มกันได้ ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัดหรือคล้ายอาการของ โควิด-19 สายพันธุ์ทั่วไป โควิดสายพันธุ์เดลต้า ยังเป็นที่จับตามองต้องเฝ้าระวังมากเป็นพิเศษในประเทศไทย เนอ่ื งจากมีแนวโน้มของยอดผตู้ ดิ เชื้อสายพนั ธ์ุน้มี ากยิ่งขึ้นอยา่ งรวดเร็ว ทำใหป้ ระชาชนใชช้ ีวิตลำบากยิ่งขน้ึ อีก ทั้งไม่อาจกำกับให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกนั เคร่งครัดเพียงพอ ทั้งควบคุมผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงสูงไม่ได้ จนเข้า ปะปนสัมผัสกลุ่มเสี่ยงต่ำ กว่าจะรู้ตัวติดเชื้อก็ลุกลามออกไปเป็นวงกว้าง กลายเป็นติดเชื้อจากการใช้ ชีวิตประจำวัน นำเชื้อโรคเข้าสู่ คนในครอบครัว ทำให้มีผู้ติดเชื้อพุ่งสูงหลักหมื่นคนต่อวัน โดยผู้ติดเชื้อกระจกุ อยูก่ รุงเทพฯ และปรมิ ณฑล ลกั ษณะระบาดกระจายง่ายทำให้เหน็ อตั ราเร่งติดเชื้อสูงกว่าการระบาดก่อนน้ี เนื่องจากการระบาดรอบนี้เป็นเชื้อโควิดสายพันธ์ุเดลต้า (Delta) หรือที่เรารู้จักในชื่อ “โควิด สายพันธุ์อินเดีย” ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ B.1.617.2 พบครั้งแรกในประเทศอินเดียและเป็นที่น่าจับตามองใน ประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีการพบการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์เดลต้า พลัส (Delta Plus) ที่มีการกลายพันธ์ุ บริเวณหนาม K417N ส่งผลให้ติดเชื้อง่าย และหลบภูมิคุ้มกันจากวัคซีนได้ดี การแพร่เชื้อจากผู้ติดเชื้อไปยัง สมาชิกในครอบครัว และเกิดเป็นคลัสเตอร์ทุกวงการ อาทิ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ดารา นักการเมือง หรือ แม้กระทั่งบุคลากรทางการแพทย์ สำหรับประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยง ควรเริ่มที่ตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ 70 % ทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าส้วม หรือเมื่อสัมผัสสิ่งของร่วมกับผู้อื่น รักษาระยะห่างให้เป็นนิสัย หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดและหลีกเลี่ยงการใชม้ ือ สมั ผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก หากไอ จาม ใช้ผ้าเชด็ หน้าหรอื กระดาษทิชชปู ดิ ปากหรือใช้ขอ้ ศอกปดิ ปากจมกู ใส่ หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดผู้ที่มีอาการหวัด มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก งดออกจาก บา้ นหรือเขา้ ไปในบรเิ วณทม่ี ีคนแออัด เป็นตน้ ในปัจจุบัน ได้มีการศึกษาวิจัยต่อยอดสมุนไพรไทยจนเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง ยิ่งในช่วง สถานการณ์โควิด-19 สมุนไพรไทยนับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถใช้บรรเทาอาการเบื้องต้นของไข้หวัด ได้ ประเทศไทย มีการใช้กันมาอย่างยาวนาน และเป็นภูมิปัญญาที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น สมุนไพรพ้ืนบ้านที่เป็น

66 ประโยชน์ เช่น ฟ้าทะลายโจร ขิง ข่า ตะไคร้ กระชาย เป็นต้น การแพทย์แผนไทย ระบุว่า เวลานี้โควิด-19 แพร่กระจายไปทั่ว ศบค. หน่วยงานเดียวไม่สามารถดูแลเรื่องนี้ได้ เนื่องจากโรคนี้ยังไม่มียารักษา วัคซีนก็ยัง นำเข้ามาได้น้อย ในปัจจุบันจึงเป็นเพียงการรักษาตามอาการ ให้ยาพาราแก้ปวด ให้ยาบรรเทาอาการอักเสบ แต่ในความเป็นจริงแล้ว แพทย์แผนไทย มีสมุนไพรและตำรับยาหลายขนานที่สามารถรักษาอาการเหล่านี้ได้ อย่างกระชายขาว และฟา้ ทะลายโจร ซืง่ ทง้ั 2 ตัวน้ีมฤี ทธ์ใิ นการยบั ยั้งเช้ือไวรัส ทำใหเ้ ช้อื ไวรัสไม่ขยายตัวอย่าง รวดเร็ว จากการศึกษาพบว่า ฟ้าทะลายโจรมีสารที่ชื่อว่า “แอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide)” ที่ สามารถยบั ย้ังการแพรเ่ ชอื้ โควดิ -19 ได้ ทำใหผ้ ปู้ ่วยอาการไมร่ ุนแรงมีอาการดขี นึ้ และมีสว่ นชว่ ยในการป้องกัน ปอดอักเสบ โดยในตำรายาโบราณของไทย ฟ้าทะลายโจรถูกจัดให้เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่สามารถหามากินแก้ โรคได้เอง โดยเฉพาะไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ นอกจากนี้ยังสามารถแก้อาการคออักเสบ ไอ เจ็บคอ ต่อม ทอนซิลอกั เสบ หลอดลมอกั เสบ และขบั เสมหะได้อกี ด้วย จากเหตุผลข้างต้น กศน. อำเภอสามพราน ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) จึงได้ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โครงการพัฒนาผู้เรียน อบรมออนไลน์ เรื่อง ปลูกพืชสมุนไพร สู้ภัยโควิด ของนักศึกษา กศน.อำเภอสามพราน โดยมอบหมายให้กศน.ตำบล 16 ตำบลและศูนย์การเรียนชุมชน 11 แห่ง จัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อให้นักศึกษา กศน.อำเภอสามพราน มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ เกีย่ วกบั สมุนไพรพน้ื บา้ นไทย ไดอ้ ย่างถูกต้อง สามารถปลูกสมนุ ไพร ไว้รับประทานเองได้ และสามารถดูแลรักษาสุขภาพอนามัยของตนเอง ได้ จึงได้จัดโครงการพัฒนาผู้เรียน อบรม ออนไลน์ เรอ่ื ง ปลกู พชื สมุนไพร สภู้ ัยโควดิ ของนกั ศกึ ษา กศน.อำเภอสามพราน ขึน้ วัตถุประสงค์ 1 มีความรู้ ความเข้าใจ เกีย่ วกบั สมนุ ไพรพ้นื บา้ นไทย ได้อยา่ งถกู ต้อง 2 สามารถปลกู สมนุ ไพร ไวร้ บั ประทานเองได้ 3 สามารถดแู ลรกั ษาสุขภาพอนามยั ของตนเอง ได้ ตวั ช้ีวัดผลผลิต 1.รอ้ ยละ 80 ของนักศึกษากลุม่ เป้าหมายเข้าร่วมโครงการ 2.ร้อยละ 80 ของนกั ศกึ ษาทเี่ ข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจ เก่ยี วกับสมนุ ไพรพ้ืนบ้านไทย ได้ อยา่ งถูกต้อง 3.รอ้ ยละ 80 ของนักศกึ ษาที่เข้ารว่ มโครงการสามารถปลูกสมนุ ไพร ไวร้ บั ประทานเองได้ ตัวชี้วดั ผลลัพธ์ นักศึกษา กศน. ตำบลกระทุม่ ล้ม อำเภอสามพราน มคี วามรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกบั สมุนไพรพื้นบ้าน ไทย ได้อย่างถกู ต้อง สามารถปลกู สมุนไพร ไวร้ ับประทานเองได้ และสามารถดูแลรกั ษาสขุ ภาพตนเอง ได้ พื้นทดี่ ำเนนิ งาน กศน. ตำบลกระทมุ่ ล้ม ระยะเวลา วันท่ี 25 เดือน กนั ยายน พ.ศ. 2564 (จำนวน 6 ชว่ั โมง) ดำเนินการ

67 งบประมาณที่ไดร้ ับ จำนวน - บาท จดั สรร ผลการเบิกจ่าย จำนวน - บาท เปา้ หมายการ ผลการดำเนนิ งาน ดำเนินงาน (ระบปุ ระเภท 1. กลมุ่ เปา้ หมายเขา้ ร่วมโครงการ จำนวน 15 คน คดิ เป็นร้อยละ 100.00 กลุ่มเป้าหมาย 2. ผเู้ ขา้ รว่ มโครงการไดร้ บั การพัฒนาจบการศกึ ษาตามหลักสตู ร จำนวน 15 คน คดิ จำนวน 15 คน) เป็นร้อยละ 100.00 3. ผเู้ รยี นท่ีเข้ารว่ มโครงการมีความรู้ ความเข้าใจ เกย่ี วกับการเลือกซอื้ เลือกใชเ้ จล แอลกอฮอลท์ ่ถี ูกตอ้ ง จำนวน 15 คน คดิ เป็นร้อยละ 100.00 4. ผเู้ รียนท่เี ข้าร่วมโครงการปลูกสมุนไพรไวร้ บั ประทานเองได้ จำนวน 15 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 100.00 4. ผเู้ ขา้ ร่วมโครงการมีความพึงพอใจในระดับมากข้นึ ไป จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 93.33 5. ผู้เรยี นทเ่ี ข้ารว่ มโครงการดูแลรักษาสุขภาพตนเอง ได้ จำนวน 15 คน คิดเป็นร้อย ละ 100.00

68 ภาพกจิ กรรมโครงการพฒั นาผู้เรยี น อบรมออนไลน์ เร่อื ง ปลกู พืชสมนุ ไพร ส้ภู ยั โควิด ของนักศกึ ษา กศน.อำเภอสามพราน อำเภอสามพราน จงั หวดั นครปฐม

69 โครงการพฒั นาคุณภาพผูเ้ รยี น ลำดับท่ี 5 โครงการพฒั นาผูเ้ รียน อบรมออนไลน์ เร่ือง เรยี นรู้ทำนำ้ สมุนไพรตา้ น COVID-19 ของนกั ศึกษา กศน.อำเภอสามพราน ความสอดคล้องกบั 2.1 นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน ของสำนักงาน กศน. ปีงบประมาณ 2564 นโยบาย และ ข้อ 3. พัฒนาหลักสูตร สื่อ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา แหลงเรียนรู และ จดุ เนน้ การ รูปแบบ การจัดการศกึ ษาและการเรียนรู ในทุกระดับ ทุกประเภท เพือ่ ประโยชนตอการ ดำเนนิ งานของ จัดการศึกษาที่เหมาะสม กับทุกกลุมเปาหมาย มีความทันสมัย สอดคลองและพรอม สำนกั งาน กศน. รองรับกับบรบิ ทสภาวะสังคมปจจุบัน ความตองการ ของผูเรียน และสภาวะการเรยี นรู ในสถานการณตาง ๆ ท่ีจะเกดิ ขนึ้ ในอนาคต 3.1 พัฒนาระบบการเรียนรู ONIE Digital Learning Platform ที่รองรับ DEEPของกระทรวงศึกษาธิการ และชองทางเรียนรูรูปแบบอื่น ๆ ทั้ง Online On-site และ On-airการจดั การศกึ ษาและการเรียนรูในสถานการณการแพรระบาดของเช้ือไวรัส โคโรนา 2019 (COVID – 19) ของสำนักงาน กศน. จากสถานการณการแพรระบาดของ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) เมื่อเดือนธันวาคม 2562 สงผลกระทบตอระบบ การจัดการเรียนการสอนของไทยในทุกระดับชั้น ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ได ออกประกาศและมีมาตรการเฝ าระวังเพื่อป องกันการแพร กระจายของเชื้อไวรัส ดังกลาว อาทิ กำหนดใหมี การเวนระยะหางทางสังคม (Social Distancing) หามการ ใชอาคารสถานที่ของโรงเรียนและสถาบันการศึกษา ทุกประเภท เพื่อจัดการเรียนการ สอน การสอบ ฝกอบรม หรือการทำกิจกรรมใด ๆ ที่มีผูเขารวมเปนจำนวนมาก การป ดสถานศึกษาดวยเหตุพิเศษ การกำหนดใหใชวิธีการจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม อาทิ การจัดการเรียนรู แบบออนไลน การจัดการเรียนรูผานระบบการออกอากาศทาง โทรทัศน วิทยุ และโซเซียลมีเดีย ตาง ๆ รวมถึง การสื่อสารแบบทางไกลหรือดวยวิธี อิเล็กทรอนิกส ในสวนของสำนักงาน กศน. ไดมีการพัฒนา ปรับรูปแบบ กระบวนการ และวิธีการดำเนินงานในภารกิจ ตอเนื่องตาง ๆ ในสถานการณการใชชีวิตประจำวัน และการจัดการเรียนรูเพื่อรองรับการชีวิตแบบปกตวิ ถิ ีใหม (New Normal) ซึ่งกิจกรรม การเรยี นรูตาง ๆ ไดใหความสำคญั กบั การดำเนนิ งานตามมาตรการการปองกัน การแพร ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) อาทิ การจัดกิจกรรมการเรียนรูทุก ประเภท หากมีความจำเปนตองมาพบกลุม หรืออบรมสัมมนา ทางสถานศึกษาตองมี มาตรการปองกันที่เขมงวด มเี จล แอลกอฮอลลางมือ ผูรับบรกิ ารตองใสหนากากอนามยั หรือหนากากผา ตองมีการเวนระยะหางระหวางบุคคล เนนการใชสื่อดิจิทัลและ เทคโนโลยอี อนไลนในการจัดการเรียนการสอน

70 หลกั การและเหตุผล นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน ของสำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ข้อ 3. พัฒนาหลักสูตร สื่อ เทคโนโลยีและ นวัตกรรมทางการศึกษา แหลงเรียนรู และรูปแบบ การจัดการศึกษาและการเรียนรู ในทุกระดับ ทุกประเภท เพื่อประโยชนตอการจัดการศึกษาที่เหมาะสม กับทุกกลุมเป้าหมาย มีความทันสมัย สอดคลองและพรอม รองรับกับบริบทสภาวะสังคมปจจุบัน ความตองการ ของผูเรียน และสภาวะการเรียนรูในสถานการณตาง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 3.1 พัฒนาระบบการเรียนรู ONIE Digital Learning Platform ที่รองรับ DEEP ของกระทรวงศกึ ษาธิการ และชองทางเรียนรูรปู แบบอืน่ ๆ ท้งั Online On-site และ On-air จากสถานการณการแพรระบาดของเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID -19) ในประเทศไทย กำลัง เผชิญการระบาดระลอก 3 ช่วงเดือนเมษายน เป็นต้นมา กระจายออกไป ครบทุกจังหวัด ผู้ติดเชื้อครอบคลุม ทุกเพศทุกวัย สูงขึ้นทวีคูณ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เชื่อว่า เป็นการระบาดของสายพันธุ์เดลต้า ( Delta) มีความสามารถในการแพร่กระจายเชื้อได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์อังกฤษ อีกทั้งยังมีการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ เดลต้า พลัส (Delta Plus) ที่สามารถหลบภูมิคุ้มกันได้ ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัดหรือคล้ายอาการของ โควิด-19 สายพันธุ์ทั่วไป โควิดสายพันธุ์เดลต้า ยังเป็นที่จับตามองต้องเฝ้าระวังมากเป็นพิเศษในประเทศไทย เนื่องจากมีแนวโน้มของยอดผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้มากยิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนใช้ชีวิตลำบากยิ่งขึ้น อีกทั้งไม่อาจกำกับให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันเคร่งครัดเพียงพอ ทั้งควบคุมผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงสูงไม่ได้ จนเข้าปะปนสัมผัสกลุ่มเสี่ยงต่ำ กว่าจะรู้ตัวติดเชื้อก็ลุกลามออกไปเป็นวงกว้าง กลายเป็นติดเชื้อจากการใช้ ชีวิตประจำวัน นำเชื้อโรคเข้าสู่ คนในครอบครัว ทำให้มีผู้ติดเชื้อพุ่งสูงหลักหมื่นคนตอ่ วัน โดยผู้ติดเชื้อกระจกุ อย่กู รุงเทพฯ และปริมณฑล ลักษณะระบาดกระจายงา่ ยทำใหเ้ ห็นอัตราเร่งตดิ เช้อื สูงกวา่ การระบาดก่อนน้ี เนื่องจากการระบาดรอบนี้เป็นเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้า (Delta) หรือที่เรารู้จักในชื่อ “โควิด สายพันธ์ุอนิ เดยี ” ชื่อทางวทิ ยาศาสตรค์ ือ B.1.617.2 พบครั้งแรกในประเทศอินเดียและเป็นที่น่าจับตามองใน ประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีการพบการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์เดลต้า พลัส (Delta Plus) ที่มีการกลายพันธ์ุ บริเวณหนาม K417N ส่งผลให้ติดเชื้อง่าย และหลบภูมิคุ้มกันจากวัคซีนได้ดี การแพร่เชื้อจากผู้ติดเชื้อไปยัง สมาชิกในครอบครัว และเกดิ เป็นคลัสเตอรท์ กุ วงการ อาทิ ขา้ ราชการ ทหาร ตำรวจ ดารา นักการเมอื ง พริตต้ี หรือแม้กระทั่งบุคลากรทางการแพทย์ สำหรับประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยง ควรเริ่มที่ตัวเองก่อนเป็นอันดับ แรก หมัน่ ลา้ งมือบอ่ ยๆ ด้วยนำ้ และสบหู่ รอื เจลแอลกอฮอล์ 70 % ทุกคร้งั กอ่ นรับประทานอาหาร หลงั เข้าสว้ ม หรือเมื่อสัมผัสสิ่งของร่วมกับผู้อืน่ รักษาระยะห่างให้เป็นนิสัย หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดและหลีกเลี่ยงการใช้มอื สมั ผสั ใบหนา้ ตา ปาก จมูก หากไอ จาม ใช้ผา้ เช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชปู ดิ ปากหรอื ใช้ข้อศอกปิดปากจมูก ใส่ หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดผู้ที่มีอาการหวัด มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก งดออกจาก บ้านหรอื เข้าไปในบริเวณทม่ี ีคนแออัด เป็นตน้ กระชายเป็นพืชสมุนไพรพนื้ บา้ นที่มีการใชเ้ ปน็ อาหารและยามานาน ภมู ปิ ญั ญาพน้ื บา้ นใชแ้ ก้โรค ที่เกิดในปาก เช่น ปากเปื่อย ปากเป็นแผล รักษาอาการจมูกไม่ได้กลิ่น ไซนัสอักเสบ ช่วยย่อยอาหาร เพิ่มสมรรถภาพทางเพศชองเพศชาย ยาอายุวัฒนะบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย แก้ลมวิงเวียน มีการศึกษาพบว่า

71 สารสกัดของกระชายสามารถแสดงฤทธิ์ในการต้านไวรัสซาร์ส ในระยะหลังการติดเชื้อและยังพบว่าสารแพน ดูราทิน (pan-duratin) ของกระชายขาวมีฤทธิ์ในการต้านไวรัสทั้งในระยะก่อนและหลังการติดเชื้อ และยังมี ฤทธิ์ยับยัง้ การทำงานของเชื้อเอดส์ ต้านไวรัสไข้เลือดออกในกลุ่ม Flaviviridae family และยังยั้งเชือ้ พิโคร์นา ไวรัส (picornaviruses) ซึง่ ก่อโรคมอื เทา้ ปาก นอกจากน้ียงั พบว่า ชว่ ยยบั ย้ังการแบง่ ตวั ของเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกด้วย หากต้องการใช้กระชายในช่วงนี้สามารถใช้ในรูปแบบของอาหารและเครื่องดื่มเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันได้ การรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบกระชายช่วยแก้ปัญหาอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ เช่น แกงป่า ขนมจีน น้ำยา ผัดฉ่า การที่เลือดลมไหลเวียนดี ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ปัจจุบันมีหลายคนนำเสนอสมุนไพรต้านโควิด โดยนำ ขิง ข่า ตะไคร้ กระชาย ซึ่งมีฤทธิ์ร้อนมารบั ประทานรวมกัน ต้องระวังในคนที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร เนื่องจากฤทธิ์รอ้ นทำใหร้ ะคายกระเพาะอาหาร สำหรับการทำ น้ำกระชายต้มผสมมะนาว ดื่มเพ่ือสุขภาพน้ัน ดื่มได้ แต่ต้องดื่มพอประมาณ อย่าดื่มมากเกินไป เนื่องจากการดื่มกระชายต้องใส่น้ำตาลทรายเพื่อให้ดื่มง่าย จึงต้องดื่มแต่พอประมาณ การหาน้ำกระชายมาดื่มจึงควรระวังเร่ืองความหวาน ดื่มทุกวันแต่รสหวานจดั มีผล ตอ่ นำ้ ตาลในกระแสเลอื ด อาจได้โรคอนื่ มาแทนโควดิ การด่มื นำ้ กระชายผสมมะนาวน้ำผ้ึง เพอื่ เสริมภูมิคุ้มกัน ให้ร่างกายไม่เจ็บป่วย ไม่เป็นไข้ไม่เป็นหวดั ดื่มทุกวันกไ็ ด้เช่นกัน แต่ต้องไม่ด่ืมมากมาย เช่นทำน้ำกระชายมา หนึ่งแก้ว ควรมีปริมาณน้ำตาลไม่ต้องเยอะมาก ใส่พอแค่ให้ดื่มได้ และไม่ควรดื่มเกินหนึ่งแก้วใสๆ ต่อวัน การ กนิ กระชายในรูปแบบเครอื่ งเทศในอาหารจะดกี วา่ เพราะเครอ่ื งด่มื ส่วนใหญ่เราจะใส่นำ้ ตาล จงึ ต้องระมัดระวงั จากเหตุผลข้างต้น กศน. อำเภอสามพราน ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) จึงไดด้ ำเนินการจัดกิจกรรมพฒั นาทักษะชีวิต โครงการพัฒนาผ้เู รยี น อบรมออนไลน์ เรื่อง เรียนรู้ทำน้ำสมุนไพรต้าน COVID-19 ของนักศึกษา กศน.อำเภอสามพราน สอนด้วย ระบบออนไลน์ เพื่อให้นกั ศึกษา กศน.อำเภอสามพราน มีความรู้ ความเขา้ ใจ เกยี่ วกับพืชสมนุ ไพรพื้นบ้านไทย ได้อย่างถูกต้อง สามารถทำน้ำกระชายเสริมภูมิคุ้มกันไว้รับประทานเองได้ และสามารถดูแลรักษาสุขภาพ อนามัยของตนเอง ได้ วตั ถปุ ระสงค์ 1 มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ เกยี่ วกบั สมนุ ไพรไทยในการดูแลสขุ ภาพและบรรเทาอาการจากโรคโควดิ -19 2 สามารถทำน้ำสมนุ ไพรไวร้ บั ประทานเองได้ 3 สามารถดูแลรักษาสุขภาพอนามยั ของตนเอง ได้ ตวั ชวี้ ัดผลผลิต 1.รอ้ ยละ 80 ของนกั ศึกษากลุ่มเปา้ หมายเข้าร่วมโครงการ 2.รอ้ ยละ 80 ของนักศึกษาทเี่ ข้ารว่ มโครงการมีความรู้ ความเขา้ ใจ เกยี่ วกับสมนุ ไพรไทยในการดูแล สขุ ภาพ และบรรเทาอาการจากโรคโควดิ -19 ได้อยา่ งถกู ต้อง 3.ร้อยละ 80 ของนักศกึ ษาทเี่ ข้ารว่ มโครงการสามารถทำนำ้ สมนุ ไพรไว้รบั ประทานเองได้ ตัวชี้วดั ผลลัพธ์ นกั ศึกษา กศน. ตำบลกระทมุ่ ลม้ อำเภอสามพราน สามารถดแู ลรักษาสขุ ภาพตนเอง ได้

72 พน้ื ทดี่ ำเนินงาน กศน. ตำบลกระทุ่มล้ม ระยะเวลา วนั ที่ 26 เดือน กนั ยายน พ.ศ. 2564 (จำนวน 6 ชวั่ โมง) ดำเนินการ งบประมาณท่ีได้รบั จำนวน - บาท จดั สรร ผลการเบิกจา่ ย จำนวน - บาท เปา้ หมายการ ผลการดำเนนิ งาน ดำเนนิ งาน (ระบุประเภท 1. กลุม่ เป้าหมายเข้าร่วมโครงการ จำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 กลุ่มเป้าหมาย 2. ผู้เข้ารว่ มโครงการไดร้ บั การพฒั นาจบการศกึ ษาตามหลักสตู ร จำนวน 15 คน คดิ จำนวน 15 คน) เป็นร้อยละ 100.00 3. ผ้เู รียนที่เข้ารว่ มโครงการมีความรู้ ความเขา้ ใจ เกย่ี วกับสมุนไพรไทยในการดแู ล สขุ ภาพ และบรรเทาอาการจากโรคโควดิ -19 ได้อยา่ งถูกต้อง จำนวน 15 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100.00 4. ผู้เรยี นท่ีเขา้ รว่ มโครงการทำน้ำสมุนไพรไวร้ บั ประทานเองได้ จำนวน 15 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 100.00 4. ผเู้ ขา้ ร่วมโครงการมคี วามพงึ พอใจในระดับมากขน้ึ ไป จำนวน 14 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 93.33 5. ผูเ้ รียนทีเ่ ข้าร่วมโครงการดแู ลรกั ษาสุขภาพตนเอง ได้ จำนวน 15 คน คดิ เปน็ ร้อย ละ 100.00

73 ภาพกจิ กรรมโครงการพฒั นาผเู้ รยี น อบรมออนไลน์ เร่อื ง เรยี นรู้ทำนำ้ สมนุ ไพรตา้ น COVID-19 ของนกั ศึกษา กศน.อำเภอสามพราน

74 งานการศึกษาต่อเน่อื ง • โครงการการศึกษาเพือ่ พฒั นาทักษะชีวติ • โครงการการศึกษาเพ่อื พฒั นาสังคมและชุมชน • โครงการการศึกษาเพื่อเรยี นรหู้ ลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง • โครงการศูนย์ฝกึ อาชพี ชมุ ชน - กจิ กรรมชั้นเรยี นวชิ าชีพ (31 ชั่วโมงขนึ้ ไป) - กจิ กรรมพัฒนาอาชพี ระยะสั้น (กลุ่มสนใจไม่เกิน 30 ชว่ั โมง) - กจิ กรรม 1 อำเภอ 1 อาชีพ :: สรุปผลการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ::

75 โครงการการศึกษาเพอื่ พัฒนาทกั ษะชีวิต ความสอดคลอ้ งกับนโยบายและจดุ เนน้ การดำเนินงาน สำนกั งาน กศน. ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2563 ยุทธศาสตร์ท่ี 1 ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง 1.3 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามในรูปแบบ ใหม่ ทง้ั ยาเสพติด การคา้ มนุษย์ ภัยจากไซเบอร์ ภยั พิบัติจากธรรมชาติ โรคอบุ ตั ใิ หม่ ฯลฯ ยุทธศาสตรท์ ี่ 3 ยทุ ธศาสตร์การพัฒนาและเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพทรัพยากรมนุษย์ 3.3 ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับทุกคน สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา มีกิจกรรมที่หลากลาย น่าสนใจ สนองตอบความต้องการของชุมชน เพื่อพัฒนา ศักยภาพการเรียนรู้ของประชาชน รวมทั้งใช้ประโยชน์จากประชาชนในชุมชนในการร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพ่อื เช่ือมโยงความสมั พนั ธ์ของคนในชุมชนไปสกู้ ารจัดการความรู้ของชุมชนอยา่ งยงั่ ยืน 1) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ ความรบั ผดิ ชอบต่อสว่ นรวม และการมจี ิตอาสา ผ่านกจิ กรรมรปู แบบตา่ ง ๆ อาทิ กจิ กรรมลกู เสอื กศน. กิจกรรม จิตอาสา ตลอดจนสนับสนนุ ให้มกี ารจดั กิจกรรมเพอ่ื ปลูกฝังคุณธรรม จรยิ ธรรมใหก้ บั บุคลากรในองคก์ ร 3.4 เสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ประสาน ส่งเสริมความร่วมมือภาคีเครือข่าย ท้ังภาครฐั เอกชน ประชาสงั คม และองคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่ รวมทั้งสง่ เสรมิ และสนบั สนุนการมีส่วนร่วมของ ชุมชนเพื่อสร้างความเข้าใจ และให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ ให้กบั ประชาชนอยา่ งมคี ณุ ภาพ 1) เร่งจัดทำทำเนียบภูมิปัญญาท้องถิ่นในแต่ละตำบล เพื่อใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญา ท้องถิ่นในการสร้างการเรียนรู้จากองค์ความรู้ในตัวบุคคลให้เกิดการถ่ายทอดภูมิปัญญา สร้างคุณค่าทาง วัฒนธรรมอยา่ งยง่ั ยืน 2) สง่ เสริมภูมิปญั ญาท้องถน่ิ ส่กู ารจดั การเรยี นรชู้ ุมชน 3) ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อการขยายและพัฒนาการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มอย่างกว้างขวางและมีคุณภาพ อาทิ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่ม อสม. 3.8 เตรยี มความพร้อมการเข้าส่สู ังคมผูส้ งู อายุทเ่ี หมาะสมและมีคณุ ภาพ 1) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมให้กับประชาชนเพื่อสร้างความตระหนักถึงการเตรียม ความพร้อมเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) มีความเข้าใจในพัฒนาการของช่วงวัย รวมทั้งเรียนรู้และมี ส่วนร่วมในการดแู ลรบั ผิดชอบผสู้ งู อายุในครอบครัวและชุมชน 2) พัฒนาการจัดบริการการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับประชาชนในการเตรียมความ พรอ้ ม เข้าส่วู ัยสงู อายุทเี่ หมาะสมและมคี ณุ ภาพ 3) จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับผู้สูงอายุภายใต้แนวคิด “Active Aging” การศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และพัฒนาทักษะชีวิต ให้สามารถดูแลตนเองทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต และรจู้ กั ใช้ประโยชนจ์ ากเทคโนโลยี :: สรปุ ผลการดำเนินงาน ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ::

76 4) ความตระหนักถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ เปิดโอกาสให้มีการเผยแพร่ ภูมิปัญญา ของผู้สูงอายุ และให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านต่าง ๆ ในชุมชน เช่น ด้านอาชีพ กีฬา ศาสนาและ วฒั นธรรม 5) จดั การศึกษาอาชพี เพ่อื รองรบั สงั คมผสู้ งู อายุ โดยบรู ณาการความร่วมมือกับหน่วยงาน ที่ เก่ยี วข้องในทุกระดับ ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 5 ยทุ ธศาสตร์ดา้ นการสรา้ งการเติบโตบนคณุ ภาพชวี ติ ทเ่ี ปน็ มิตรต่อส่ิงแวดลอ้ ม 5.1 ส่งเสริมให้มีการใหค้ วามรู้กับประชาชนในการรับมือและปรบั ตัวเพื่อลดความเสียหายจาก ภยั ธรรมชาตแิ ละผลกระทบท่ีเกย่ี วข้องกับการเปลีย่ นแปลงสภาพภมู ิอากาศ 5.2 สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสังคมสีเขียว ส่งเสริมความรู้ให้กับ ประชาชนเก่ียวกับการคัดแยกต้ังแตต่ น้ ทาง การกำจัดขยะ และการนำกลับมาใช้ชำ้ เพอ่ื ลดปริมาณและตน้ ทุนใน การจัดการขยะของเมอื ง และสามารถนำขยะกลบั มาใชป้ ระโยชนไ์ ด้โดยง่าย รวมทั้งการจดั การมลพิษในชุมชน 5.3 สง่ เสริมใหห้ นว่ ยงานและสถานศึกษาใชพ้ ลังงานทีเ่ ปน็ มิตรกบั ส่ิงแวดล้อม รวมท้ังลดการใช้ ทรพั ยากรทส่ี ่งผลกระทบต่อสงิ่ แวดล้อม เช่น รณรงค์เรือ่ งการลดการใชถ้ งุ พลาสตกิ การประหยดั ไฟฟ้า เปน็ ตน้ หลักการและเหตผุ ล ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสามพราน เป็นสถานศึกษาที่จัดการศึกษา นอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีภารกิจที่หลากหลาย และครอบคลุม พื้นที่อำเภอสามพราน การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต เป็นกิจกรรมหนึ่งของการศึกษาต่อเนื่อง โดยการศึกษา เพอ่ื พฒั นาทักษะชวี ติ หมายถึง การศึกษาท่ีใหค้ วามสำคญั กบั การพัฒนาคน เพอ่ื ใหม้ คี วามรู้ เจตคติและทักษะที่ จำเปน็ สำหรับการดำรงชีวติ ในสงั คมปัจจุบัน เพ่อื ให้บคุ คลสามารถเผชญิ สถานการณ์ต่าง ๆ ในชวี ิตประจำวันได้ อย่างมีประสิทธภิ าพ และเตรียมความพร้อมกับการปรับตวั ในอนาคต เช่น สขุ ภาพกายและใจ ความปลอดภัยใน ชีวิตและทรัพย์สิน คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดี เป็นต้น ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอำเภอสามพรานจึงจัดทำโครงการการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจ เจตคติ และทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบัน สามารถเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ ทเ่ี กดิ ข้ึนในชวี ติ ประจำวนั ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเตรียมพรอ้ มสำหรบั การปรับตัวใหท้ ันตอ่ การเปลี่ยนแปลง ของขา่ วสารข้อมูล และเทคโนโลยสี มยั ใหม่ในอนาคต วัตถปุ ระสงค์ เพื่อใหผ้ ้เู ข้ารว่ มโครงการมีความรู้ ความเข้าใจ เจตคติ และทกั ษะทจี่ ำเป็นสำหรบั การดำรงชีวิตในสังคม ปัจจุบัน สามารถเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเตรียมพร้อม สำหรับการปรับตัวใหท้ นั ต่อการเปลี่ยนแปลงของขา่ วสารขอ้ มูล และเทคโนโลยสี มยั ใหมใ่ นอนาคต :: สรุปผลการดำเนนิ งาน ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ::

77 เป้าหมายการดำเนนิ งาน ผลการดำเนนิ งาน ร้อยละ ประชาชนในเขต จำนวน 33 คน ประชาชนในเขตพ้ืนท่ี จำนวน 35 คน 109.37 พน้ื ที่ตำบลกระทุม่ ล้ม ตำบลกระทุม่ ลม้ ตัวช้ีวัด 1) รอ้ ยละ 80 ของกลุ่มเปา้ หมายเข้ารว่ มโครงการ ❖ ตวั ชว้ี ดั ผลผลิต 2) รอ้ ยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการไดร้ บั การพฒั นาจบการศึกษาตามหลักสูตร 3) ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ เจตคติ และทกั ษะทจี่ ำเป็นสำหรับ ❖ ตวั ชว้ี ดั ผลลพั ธ์ การดำรงชีวติ ในสงั คมปจั จุบนั 1) ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ใน ชีวิตประจำวนั ไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ 2) ร้อยละ 80 ของผู้เขา้ รว่ มโครงการมีความพึงพอใจในระดบั มากขึ้นไป พื้นทด่ี ำเนนิ งาน ตำบลกระทมุ่ ลม้ อำเภอสามพราน จังหวดั นครปฐม ระยะเวลาดำเนนิ งาน ธันวาคม 2563 – สิงหาคม 2564 งบประมาณท่ีไดร้ บั จดั สรร งบประมาณทเ่ี บิกจ่าย รอ้ ยละ 3,795 บาท 3,795 บาท 100.00 ผลการดำเนนิ งานเชิงคณุ ภาพ 1. ผ้เู ขา้ ร่วมโครงการ จำนวน 33 คน จากเป้าหมาย 35 คน คดิ เป็นร้อยละ 109.37 ของกลุม่ เป้าหมาย 2. ผู้เข้าร่วมโครงการไดร้ บั การพัฒนาจนจบหลักสูตร จำนวน 35 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100.00 4. ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ เจตคติ และทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบัน จำนวน 35 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 100.00 5. ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำนวน 35 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100.00 6. ผ้เู ขา้ รว่ มโครงการมีความพงึ พอใจในระดับมากขึ้นไป จำนวน 35 คน คิดเปน็ ร้อยละ 100.00 ปัจจยั ทีส่ ง่ ผลตอ่ ความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรค ไมม่ ี :: สรปุ ผลการดำเนนิ งาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ::

78 ข้อเสนอแนะ/แนวทางการแกป้ ญั หาและพฒั นาต่อเนื่อง ไม่มี ผลงานและรางวลั แหง่ ความสำเรจ็ :: สรุปผลการดำเนนิ งาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ::

โครงการการศกึ ษาเพอ่ื พัฒนาทักษะชีวิต ท่ี กศน. ตำบลกระทมุ่ ลม้ ดำเนนิ การ ท่ี โครงการ/กิจกรรม รปู แบบ กล่มุ การจัดกจิ กรรม เปา้ หมาย คน 1 โครงการการออกกำลังกายผู้สูงอายุดว้ ย อบรมประชาชน ผู้สงู อายุ 18 ช้างจบั มอื 2 โครงการส่งเสริมสุขภาพและสุขภาวะ อบรมประชาชน ประชาชน 15 อนามัยตำบลกระท่มุ ลม้ ทวั่ ไป รวม 33 :: สรุปผลการดำเนินงาน ประจำปงี บ

31 เปา้ หมาย ผลการดำเนินงานเชิงปรมิ าณ ผลการดำเนินงาน คณุ ภาพเชิงคณุ ภาพ งบ ชาย หญิง รวม รอ้ ยละ งบ ร้อยละ สร้าง พฒั นา ประมาณ ประมาณ โอกาส ตนเอง ในการ ครอบครัว เรียนรู้ และชุมชน 2,070 2 18 20 111.11 2,070.00 100.00 - 20 1,725 1 14 15 100.00 1,725.00 100.00 - 15 3,795 3 32 35 109.37 3,795 100.00 - 35 79 บประมาณ พ.ศ. 2562 ::

80 โครงการการศึกษาเพ่อื พัฒนาทักษะชีวติ ลำดบั ที่ 1 โครงการการออกกำลงั กายผู้สงู อายุดว้ ยชา้ งจับมือ ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 จุดเน้นการดำเนินงาน ข้อ 1.3 การดำเนนิ งาน ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 3 จดุ เนน้ การดำเนนิ งาน ข้อ 3.1,3.2,3.3,3.4,3.5 ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 4 จุดเน้นการดำเนินงาน ข้อ 4.1 , 4.2 หลกั การและเหตุผล ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสามพราน เป็นสถานศึกษาที่ จัด การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีภารกิจที่หลากหลาย และครอบคลุมพื้นที่อำเภอสามพราน การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต เป็นกิจกรรมหนึ่งของการศึกษา ต่อเนื่อง โดยการศึกษาเพื่อพัฒนาทกั ษะชีวติ หมายถึง การศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน เพื่อให้มี ความรู้ เจตคติและทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบัน เพื่อให้บุคคลสามารถเผชิญ สถานการณต์ า่ ง ๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ และเตรียมความพรอ้ มกบั การปรับตัวในอนาคต เชน่ สุขภาพกายและใจ ความปลอดภยั ในชวี ิตและทรพั ย์สิน คุณธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ ม ที่ดี เป็นต้น ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอสามพรานจึงจดั ทำโครงการการศกึ ษาเพื่อพัฒนา ทกั ษะชีวติ เพื่อให้ผ้เู ข้าร่วมโครงการมคี วามรู้ ความเข้าใจ เจตคติ และทกั ษะที่จำเป็นสำหรบั การดำรงชวี ิตใน สังคมปัจจุบัน สามารถเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ เตรียมพร้อมสำหรับการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของข่าวสารข้อมูล และเทคโนโลยีสมัยใหม่ใน อนาคต วัตถุประสงค์ 1. เพ่ือใหผ้ ูเ้ ขา้ ร่วมโครงการมสี ขุ ภาพดที ง้ั ร่างกายและจติ ใจ 2. เพอ่ื ใหเ้ ขา้ รว่ มโครงการสามารถดูแลสขุ ภาพและแกป้ ัญหาดา้ นสุขภาพดว้ ยตนเอง 3. เพ่อื ใหผ้ ู้เขา้ รว่ มโครงการมีความรใู้ นการสง่ เสรมิ สขุ ภาพของตนเองได้ ตัวชี้วัดผลผลิต 1 มผี เู้ ข้าร่วมโครงการ รอ้ ยละ 80 ของกลมุ่ เปา้ หมาย 2 ร้อยละ 80 มคี วามรใู้ นการสง่ เสริมสขุ ภาพตนเอง 3 ร้อยละ 80 ของผูเ้ ข้ารว่ มโครงการมคี วามร้ใู นการส่งเสริมสุขภาพของตนเอง ตวั ช้ีวัดผลลพั ธ์ 1 รอ้ ยละ 80 ของผู้เขา้ ร่วมโครงการ มีความพึงพอใจในการเข้ารว่ มกจิ กรรมอยู่ในระดบั ดีข้ึนไป 2 รอ้ ยละ 80 ของผู้เขา้ รว่ มโครงการ มสี ขุ ภาพดที ง้ั รา่ งกายและจติ ใจ 3 ร้อยละ 80 ของผเู้ ขา้ รว่ มโครงการมีความรใู้ นการสง่ เสรมิ สขุ ภาพของตนเอง :: สรปุ ผลการดำเนินงาน ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ::

81 พ้ืนท่ดี ำเนนิ งาน ตำบลกระทมุ่ ลม้ ระยะเวลาดำเนนิ การ วนั ที่ 18 เดือน กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2564 (จำนวน 5 ชัว่ โมง) งบประมาณทไ่ี ด้รับจัดสรร จำนวน 2,070 บาท ผลการเบกิ จ่าย จำนวน 2,070 บาท เปา้ หมายการดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน (ระบปุ ระเภทกล่มุ เปา้ หมาย จำนวน 18 คน) 1. กล่มุ เป้าหมายเขา้ รว่ มโครงการ จำนวน 20 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 111.11 2. ผเู้ ข้าร่วมโครงการไดร้ บั การพฒั นาจบการศกึ ษาตามหลักสตู ร จำนวน ปัจจยั ทส่ี ่งผลต่อความสำเรจ็ 20 คน คดิ เป็นร้อยละ 100.00 3. ผู้เขา้ ร่วมโครงการมคี วามรู้ เจตคติ และทกั ษะทจี่ ำเป็นสำหรบั การ ดำรงชีวิตในสงั คมปจั จุบัน จำนวน 20 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 100.00 4. ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรูท้ ไี่ ดร้ ับไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพจำนวน 20 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 100.00 5. ผูเ้ ข้ารว่ มโครงการมคี วามพึงพอใจในระดบั มากข้นึ ไป จำนวน 20 คน คดิ เป็นร้อยละ 100.00 ปญั หาอปุ สรรค ไมม่ ี ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแก้ปญั หาและพัฒนาต่อเนอื่ ง ไมม่ ี ผลงานและรางวัลแหง่ ความสำเรจ็ :: สรุปผลการดำเนินงาน ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ::

82 ภาพกจิ กรรมโครงการการออกกำลังกายผูส้ ูงอายดุ ว้ ยชา้ งจับมอื ณ กศน.ตำบลกระทุม่ ลม้ อำเภอสามพราน จังหวดั นครปฐม วนั ที่ 18 เดือน กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2564 :: สรุปผลการดำเนนิ งาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ::

83 โครงการการศึกษาเพอื่ พัฒนาทักษะชวี ติ ลำดับที่ 2 โครงการสง่ เสรมิ สขุ ภาพและสขุ ภาวะอนามัยตำบลกระทุ่มลม้ ความสอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ท่ี 1. จดุ เน้นการดำเนินงาน ขอ้ ที่ 1.3 และจุดเน้นการดำเนนิ งาน ยุทธศาสตรท์ ี่ 3. จดุ เนน้ การดำเนนิ งาน ขอ้ ท่ี 3.1,3.2,3.3,3.4,3.5 ของสำนักงาน กศน. ยุทธศาสตร์ท่ี 4 จดุ เน้นการดำเนนิ งาน ข้อที่ 4.1,4.2 หลักการและเหตผุ ล ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสามพราน เป็นสถานศึกษาท่ีจัด การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย เพ่อื สง่ เสรมิ การเรียนรตู้ ลอดชีวติ มภี ารกิจที่หลากหลาย และครอบคลุมพื้นที่อำเภอสามพราน การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต เป็นกิจกรรมหนึ่งของการศึกษา ต่อเนื่อง โดยการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต หมายถึง การศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน เพื่อให้มีความรู้ เจตคติและทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบัน เพื่อให้บุคคลสามารถ เผชิญ สถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวนั ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเตรียมความพรอ้ มกับการปรับตวั ในอนาคต เชน่ สขุ ภาพกายและใจ ความปลอดภัยในชีวติ และทรพั ย์สิน คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยม ที่ดี เป็นต้น ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสามพรานจึงจัดทำโครงการ การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจ เจตคติ และทักษะ ทจ่ี ำเป็นสำหรับการดำรงชวี ติ ในสังคมปจั จบุ นั สามารถเผชญิ สถานการณ์ตา่ ง ๆ ทเ่ี กดิ ขึน้ ในชีวิตประจำวัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเตรียมพร้อมสำหรับการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของข่าวสารข้อมูล และเทคโนโลยสี มัยใหมใ่ นอนาคต วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพื่อใหผ้ เู้ ข้ารว่ มโครงการมีสขุ ภาพดที งั้ รา่ งกายและจิตใจ 2. เพือ่ ใหผ้ ู้เข้ารว่ มโครงการสามารถดแู ลสุขภาพและแก้ปัญหาดา้ นสุขภาพดว้ ยตนเอง 3. เพอื่ ให้ผ้เู ข้ารว่ มโครงการมีความรคู้ วามเขา้ ใจในเรอ่ื งการสง่ เสริมสุขภาพของตนเองและนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวนั ได้ ตวั ชี้วัดผลผลติ 1. ผ้เู ขา้ ร่วมโครงการมีสขุ ภาพดีทัง้ รา่ งกายและจิตใจ 2. ผู้เขา้ รว่ มโครงการมคี วามรใู้ นการส่งเสรมิ สุขภาพตนเอง 3. ผเู้ ข้าร่วมโครงการมีความรใู้ นการส่งเสรมิ สขุ ภาพของตนเอง ตวั ช้วี ดั ผลลพั ธ์ 1. มีผเู้ ข้ารว่ มโครงการ รอ้ ยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมาย 2. ร้อยละ 80 มคี วามรใู้ นการส่งเสริมสุขภาพและแก้ปัญหาด้านสุขภาพดว้ ยตนเอง 3. รอ้ ยละ 80 ของผู้เข้ารว่ มโครงการมีความรใู้ นการส่งเสริมสุขภาพของตนเอง :: สรปุ ผลการดำเนนิ งาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ::

84 พืน้ ทีด่ ำเนนิ งาน ตำบลกระทมุ่ ล้ม ระยะเวลาดำเนนิ การ วนั ท่ี 14 เดอื น กนั ยายน พ.ศ. 2564 (จำนวน 6 ชวั่ โมง) งบประมาณทีไ่ ดร้ ับจัดสรร จำนวน 1,725 บาท ผลการเบกิ จ่าย จำนวน 1,725 บาท เป้าหมายการดำเนินงาน ผลการดำเนนิ งาน (ระบปุ ระเภทกลมุ่ เปา้ หมาย จำนวน 15 คน) 1. กลุม่ เปา้ หมายเขา้ รว่ มโครงการ จำนวน 15 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100.00 ปจั จัยท่ีส่งผลต่อความสำเรจ็ 2. ผเู้ ข้ารว่ มโครงการไดร้ บั การพฒั นาจบการศกึ ษาตามหลกั สตู ร จำนวน 15 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100.00 3. ผู้เขา้ ร่วมโครงการมคี วามรู้ เจตคติ และทกั ษะที่จำเป็นสำหรบั การ ดำรงชวี ติ ในสงั คมปัจจุบนั จำนวน 15 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100.00 4. ผูเ้ ข้ารว่ มโครงการสามารถนำความรทู้ ี่ได้รับไปใช้ในชวี ติ ประจำวันได้ อย่างมีประสิทธภิ าพ จำนวน 15 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100.00 5. ผเู้ ขา้ ร่วมโครงการมคี วามพึงพอใจในระดบั มากข้นึ ไป จำนวน 15 คน คดิ เป็นร้อยละ 100.00 ปญั หาอปุ สรรค ไมม่ ี ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแก้ปญั หาและพัฒนาตอ่ เนอื่ ง ไม่มี ผลงานและรางวัลแหง่ ความสำเร็จ :: สรปุ ผลการดำเนนิ งาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ::

85 โครงการส่งเสริมสุขภาพและสขุ ภาวะอนามยั ตำบลกระทุม่ ล้ม วันท่ี 14 เดอื น กนั ยายน พ.ศ. 2564 (จำนวน 6 ชั่วโมง) ณ กศน.ตำบลกระทุ่มล้ม อำเภอสามพราน จังหวดั นครปฐม :: สรุปผลการดำเนินงาน ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ::

86 โครงการการศึกษาเพอ่ื พัฒนาสงั คมและชุมชน ความสอดคลอ้ งกับนโยบายและจดุ เน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ยุทธศาสตรท์ ่ี 1 ยุทธศาสตร์ด้านความมนั่ คง 1.1 พัฒนาและเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ โดยปลูกฝัง และ สร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสถาบันหลักของชาติ รณรงค์เสริมสร้างความรักและ ความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทยและชาติไทย น้อมนำและเผยแพร่ศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงรวมถึงแนวทางพระราชดำริต่าง ๆ 1.2 เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และการมีส่วนร่วมอย่างถูกต้องกับ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในบริบทของไทย มีความเป็น พลเมอื งดี ยอมรับ และเคารพความหลากหลายทางความคิดและอุดมการณ์ 1.3 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคาม ในรปู แบบใหม่ ทง้ั ยาเสพตดิ การค้ามนษุ ย์ ภยั จากไซเบอร์ ภัยพบิ ัติจากธรรมชาติ โรคอุบัตใิ หม่ ฯลฯ ยุทธศาสตรท์ ี่ 3 ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาและเสรมิ สร้างศักยภาพทรัพยากรมนษุ ย์ 3.3 ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับ ทุกคน สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา มีกิจกรรมทีห่ ลากลาย น่าสนใจ สนองตอบความต้องการของชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของประชาชน รวมทั้งใช้ประโยชน์จากประชาชนในชุมชนในการร่วมจัด กจิ กรรมการเรยี นรู้เพือ่ เชือ่ มโยงความสัมพนั ธข์ องคนในชุมชนไปสู้การจัดการความรู้ของชุมชนอย่างย่งั ยนื 1) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และการมีจิตอาสา ผ่านกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมลูกเสือ กศน. กจิ กรรมจติ อาสา ตลอดจนสนับสนุนใหม้ ีการจัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝังคณุ ธรรม จริยธรรมให้กับบุคลากรใน องคก์ ร 3.4 เสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ประสาน ส่งเสริมความร่วมมือภาคี เครือข่าย ทั้งภาครัฐเอกชน ประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุน การมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อสร้างความเข้าใจ และให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน และ จัดการศกึ ษาและการเรยี นรู้ใหก้ ับประชาชนอยา่ งมคี ณุ ภาพ 3) ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อการขยายและพัฒนาการศกึ ษานอก ระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั ใหเ้ ข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทกุ กลุ่มอยา่ งกวา้ งขวางและมคี ุณภาพ อาทิ กลุ่ม ผู้สูงอายุ กลุ่ม อสม. ยุทธศาสตร์ที่ 5 ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อ สิง่ แวดล้อม 5.1 ส่งเสริมให้มีการให้ความรู้กับประชาชนในการรับมือและปรับตัวเพื่อลด ความเสยี หายจากภยั ธรรมชาติและผลกระทบที่เก่ยี วข้องกบั การเปล่ยี นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ :: สรุปผลการดำเนนิ งาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ::

87 5.2 สร้างความตระหนกั ถึงความสำคัญของการสร้างสังคมสีเขยี ว ส่งเสริมความรู้ใหก้ ับ ประชาชนเกี่ยวกับการคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง การกำจัดขยะ และการนำกลับมาใช้ช้ำ เพื่อลดปริมาณและ ต้นทุนในการจัดการขยะของเมือง และสามารถนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้โดยง่าย รวมทั้งการจัดการ มลพิษในชมุ ชน 5.3 สง่ เสริมใหห้ น่วยงานและสถานศกึ ษาใชพ้ ลงั งานทเ่ี ป็นมติ รกบั ส่งิ แวดลอ้ ม รวมท้ัง ลดการใช้ ทรัพยากรที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น รณรงค์เรื่องการลดการใช้ถุงพลาสติก การประหยัดไฟฟา้ เปน็ ต้น หลกั การและเหตผุ ล ตามนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน ของสำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 นโยบายเร่งด่วนเพื่อร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ยุทธศาสตร์ด้าน ความมั่นคง 1.1 พัฒนาและเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ โดยปลูกฝัง และสร้าง ความตระหนักรถู้ ึงความสำคญั ของสถาบนั หลกั ของชาติ รณรงค์เสริมสร้างความรกั และความภาคภมู ใิ จใน ความเป็นคนไทยและชาติไทย น้อมนำและเผยแพร่ศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงแนวทางพระราชดำริต่าง ๆ 1.2 เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและการมีส่วนร่วมอย่าง ถูกต้องกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในบริบทของไทย มี ความเป็นพลเมืองดี ยอมรับและเคารพความหลากหลายทางความคิดและอุดมการณ์ 1.3 ส่งเสริมและ สนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ ทั้งยาเสพติด การค้า มนุษย์ ภัยจากไซเบอร์ ภัยพิบัติจากธรรมชาติ โรคอุบัติใหม่ ฯลฯ ยุทธศาสตร์ที่ 3 ยุทธศาสตร์การพฒั นา และเสรมิ สร้างศักยภาพทรพั ยากรมนุษย์ 3.3 ส่งเสรมิ การจัดการเรียนร้ทู ่ีทนั สมัยและมีประสทิ ธิภาพ เอ้ือ ต่อการเรียนรู้สำหรับทุกคน สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา มีกิจกรรมที่หลากลาย น่าสนใจ สนองตอบ ความต้องการของชมุ ชน เพ่ือพฒั นาศกั ยภาพการเรียนรู้ของประชาชน รวมทง้ั ใชป้ ระโยชน์จากประชาชน ในชุมชนในการร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนในชุมชนไปสู้การจัดการ ความรู้ของชุมชนอย่างยั่งยืน 1) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรม สร้างวินัย จิต สาธารณะ ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และการมีจิตอาสา ผ่านกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ อาทิ กิจกรรม ลูกเสือ กศน. กิจกรรมจิตอาสา ตลอดจนสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ให้กับบุคลากรในองค์กร 3.4 เสริมสรา้ งความรว่ มมือกบั ภาคีเครอื ขา่ ย ประสาน ส่งเสรมิ ความรว่ มมือภาคี เครือข่าย ทั้งภาครัฐเอกชน ประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุน การมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อสร้างความเข้าใจ และให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน และ จัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับประชาชนอย่างมีคุณภาพ 3) ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย เพื่อการขยายและพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม อย่างกว้างขวางและมีคุณภาพ อาทิ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่ม อสม. ยุทธศาสตร์ที่ 5 ยุทธศาสตร์ด้านการสร้าง :: สรุปผลการดำเนินงาน ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ::

88 การเตบิ โตบนคณุ ภาพชวี ติ ทเ่ี ปน็ มติ รตอ่ สิ่งแวดลอ้ ม 5.1 สง่ เสริมให้มี การให้ความรกู้ ับประชาชนในการ รับมือและปรับตัวเพื่อลดความเสียหายจากภัยธรรมชาติและผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ 5.2 สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสังคมสีเขียว ส่งเสริมความรู้ให้กับ ประชาชนเกี่ยวกับการคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง การกำจัดขยะ และการนำกลับมาใช้ช้ำ เพื่อลดปริมาณและ ต้นทุนในการจัดการขยะของเมือง และสามารถนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้โดยง่าย รวมทั้งการจัดการ มลพิษในชุมชน 5.3 ส่งเสริมให้หน่วยงานและสถานศึกษาใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมรวมทั้งลด การใช้ทรัพยากรที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น รณรงค์เรื่องการลดการใช้ถุงพลาสติก การประหยัด ไฟฟ้า เปน็ ตน้ การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน เป็นการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะความสามารถ และศักยภาพของคนในชุมชน รวมทั้งกลไกทุกภาคส่วนในชุมชน ให้ร่วมกันรับผิดชอบ และเห็น ความสำคัญในการฟื้นฟพู ัฒนาสังคม และชุมชนของตนเอง ด้วยกระบวนการให้ประชาชนรวมกลุม่ เพื่อ แลกเปลยี่ นเรยี นรูร้ ว่ มกัน สร้างกระบวนการจิตสาธารณะ ช่วยเหลือซ่ึงกันและกันในการพัฒนาสังคมและ ชุมชนอย่างยั่งยืน โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวปฏิบัติ และการจัดกิจกรรมเพ่ือ พัฒนาสังคมและชุมชนด้านอื่น ๆ เช่น การเสริมสร้างอุดมการณ์รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การคุ้มครองผูบ้ ริโภค การปอ้ งการทจุ ริต เศรษฐกจิ ชมุ ชน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม การส่งเสริมประชาธิปไตย การสร้างจิตสาธารณะ นวัตกรรมและเทคโนโลยี กฎหมายที่ควรรู้ โดยจัด กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจำวันของบุคคล ซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิต ตามความสนใจ ความตอ้ งการ โอกาส ความพร้อมและศักยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่สามารถปฏิบัติได้เป็นรายบุคคล ได้ทั้งกิจกรรมสั้น ๆ และกิจกรรมต่อเนื่องใน ระยะยาว โดยมี กศน. ตำบล ทั้ง 16 ตำบล ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่อยู่ในชุมชน ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการ เรียนรู้ให้กับประชาชนในชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้กลุ่มเป้าหมายมีโอกาสแสวงหา และรับความรู้ ทักษะ ทศั นคติ ความเขา้ ใจ อนั จะนำไปสู่การพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน และสงั คม วตั ถุประสงค์ 1. ผเู้ ข้าร่วมโครงการมคี วามรู้ ความเขา้ ใจในเนือ้ หาดา้ นตา่ ง ๆ ได้แก่ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง การเรียนรูก้ ารใชเ้ ทคโนโลยีทีเ่ หมาะสม สง่ เสริมการสร้างจติ สำนึกความเป็นประชาธปิ ไตย ความ เป็นพลเมืองดี การส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม จิตอาสา และการบำเพ็ญประโยชน์ในชุมชน การอนุรักษ์ พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม และวสิ าหกจิ ในชมุ ชน 2. ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพื่อนำไปสู่ การพฒั นาการดำรงชวี ิต พฒั นาการประกอบอาชีพ พฒั นาชมุ ชน และสงั คม :: สรุปผลการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ::

เป้าหมายการดำเนินงาน 29 คน ผลการดำเนนิ งาน 89 ประชาชนทั่วไป จำนวน ประชาชนทั่วไป จำนวน ในพื้นท่ีตำบล ในพนื้ ที่ตำบล รอ้ ยละ กระทุ่มล้ม กระทุ่มล้ม 41 คน 141.37 ตวั ชีว้ ดั ❖ ตวั ชว้ี ดั ผลผลติ 1) ร้อยละ 80 ของกลุม่ เป้าหมายเข้าร่วมโครงการ 2) ร้อยละ 80 ของกลมุ่ เป้าหมายเข้าร่วมโครงการ มคี วามรู้ ความเข้าใจใน เน้อื หาด้านตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง การเรียนรู้ การ ใชเ้ ทคโนโลยที ่เี หมาะสม สง่ เสริมการสรา้ งจติ สำนึกความเปน็ ประชาธปิ ไตย ความเป็นพลเมอื งดี การสง่ เสรมิ คุณธรรม จรยิ ธรรม จติ อาสา และการ บำเพ็ญประโยชน์ในชมุ ชน การอนรุ ักษ์พลังงาน ทรพั ยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม และวิสาหกจิ ในชุมชน ❖ ตัวชี้วดั 1) รอ้ ยละ 80 ของผเู้ ขา้ รว่ มโครงการมีความพงึ พอใจระดบั มากข้นึ ไป ผลลพั ธ์ 2) ร้อยละ 80 ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการดำรงชีวิต พัฒนาการประกอบ อาชพี พฒั นาชมุ ชน และสงั คม พนื้ ทดี่ ำเนนิ งาน ตำบลกระทุ่มลม้ ระยะเวลาดำเนนิ งาน ธนั วาคม 2562 – สงิ หาคม 2563 งบประมาณท่ีไดร้ บั จดั สรร งบประมาณท่ีเบิกจ่าย ร้อยละ 100.00 11,600 บาท 11,600 บาท ผลการดำเนนิ งานเชงิ คณุ ภาพ 1. ผ้เู ขา้ ร่วมโครงการ จำนวน 41 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 141.37 ของกลุม่ เป้าหมายเขา้ ร่วมโครงการ 2. ผเู้ ขา้ ร่วมโครงการไดร้ ับการพฒั นาจบการศึกษาตามหลกั สูตร จำนวน 41 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100.00 :: สรปุ ผลการดำเนินงาน ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ::

90 3. ผู้เข้าร่วมโครงการผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาด้านต่าง ๆ ได้แก่ หลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง การเรียนรู้ การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกความเป็น ประชาธปิ ไตย ความเปน็ พลเมอื งดี การสง่ เสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม จิตอาสา และการบำเพ็ญประโยชนใ์ น ชุมชน การอนุรักษ์พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และวิสาหกิจในชุมชน จำนวน 41 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 100.00 4. ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพื่อนำไปสู่การ พัฒนาการดำรงชีวิต พัฒนาการประกอบอาชีพ พัฒนาชุมชน และสังคม จำนวน 41 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 5. ผู้เข้าร่วมโครงการมคี วามพงึ พอใจในระดับมากขน้ึ ไป จำนวน 41 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 100.00 ปจั จยั ท่ีสง่ ผลต่อความสำเรจ็ ปัญหาอุปสรรค ไมม่ ี ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแก้ปัญหาและพฒั นาตอ่ เนอื่ ง ไมม่ ี ผลงานและรางวลั แหง่ ความสำเรจ็ :: สรปุ ผลการดำเนนิ งาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ::

โครงการการศึกษาเพ่อื พัฒนาสังคมและชมุ ชน ที่ กศน. ตำบลกระทุม่ ลม้ ดำเนินการ ที่ พนื้ ที่ โครงการ/กิจกรรม รูปแบบ กลมุ่ เ ดำเนินการ การจัด เปา้ หมาย คน กจิ กรรม 1. ตำบล โครงการออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ อบรม ประชาชน 14 กระทุ่มลม้ ประชาชน ท่วั ไป 12 โครงการสง่ เสริมคุณภาพชีวติ ทีเ่ ป็นมิตร อบรม ประชาชน 26 2. ตำบล กับสง่ิ แวดล้อม ประชาชน ท่วั ไป กระทมุ่ ลม้ รวม :: สรุปผลการดำเนนิ งาน ประจำปีงบ

31 ร เป้าหมาย ผลการดำเนินงานเชงิ ปริมาณ ผลการดำเนินงาน คุณภาพเชงิ คุณภาพ งบ ชาย หญงิ รวม รอ้ ยละ งบ รอ้ ยละ สร้าง พฒั นาตนเอง ประมาณ ประมาณ โอกาส ครอบครัว ในการ สงั คม และ เรยี นรู้ ชุมชน 5,600.00 - 15 15 107.14 5,600.00 100.00 - 15 4,800.00 5 10 15 125.00 4,800.00 100.00 - 15 10,400.00 - 25 30 115.38 10,400.00 100.00 - 15 91 บประมาณ พ.ศ. 2562 ::

92 โครงการการศึกษาเพอื่ พัฒนาสงั คมและชุมชน ลำดบั ท่ี 1 โครงการออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ ความสอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตรท์ ี่ 1 จดุ เนน้ การดำเนินงาน ข้อ 1.3 และจุดเนน้ การดำเนนิ งาน ยุทธศาสตร์ท่ี 3 จดุ เนน้ การดำเนนิ งาน ขอ้ 3.1,3.2,3.3,3.4,3.5 ของสำนักงาน กศน. ยุทธศาสตรท์ ี่ 4 จุดเน้นการดำเนนิ งาน ขอ้ 4.1,4.2 หลักการและเหตุผล ตามภาระกจิ เรง่ ด่วน ของสำนักงาน กศน. ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2564 ภาระกติ “เร่งดว่ น” ที่ จะตอ้ ง “จบั ตอ้ งได้” ภายใน 6 เดอื น คอื นอ้ มนำพระบรมราโชบายดา้ นการศกึ ษาสกู่ ารปฏบิ ตั ิ “หนง่ึ ชมุ ชน หน่งึ นวตั กรรมการพัฒนาชมุ ชนถ่ินไทยงาม” เพื่อความกนิ ดอี ยูด่ ี มงี านทำ เช่น โคกหนองนาโมเดล ,คลอง สวยน้ำใส, พลงั งานทดแทน (แสงอาทติ ย)์ ,จติ อาสาพัฒนาชุมชน เปน็ ต้น กศน.ตำบลสามพราน ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่อยู่ในชมุ ชน จึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรยี นรูใ้ ห้กบั ประชาชนในชมุ ชน เพื่อสร้างความตระหนักถงึ ความสำคัญของการสรา้ งสังคมสเี ขียว ส่งเสริมความรู้ใหก้ บั ประชาชนเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อม แม่น้ำ ลำคลอง รวมทั้งการจัดการมลพิษในชุมชน การพัฒนา สภาพแวดล้อมของชมุ ชนในปัจจุบันมีความจำเปน็ และสำคัญอย่างยิ่ง เพราะ การที่ชุมชนมีสภาพแวดลอ้ ม ที่ดีย่อมส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน การปลูกฝังให้ทุกคนมีจิตสำนึกใน การพัฒนาอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมนับว่าเป็นการดำเนินการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่ให้ทุกคน เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ ความเจริญงอกงามใหแ้ กช่ ุมชน วตั ถปุ ระสงค์ 1 เพ่ือใหผ้ ้เู ขา้ รว่ มโครงการมคี วามรู้ ความเขา้ ใจการคดั แยกขยะและการจดั การขยะที่ถูกตอ้ งเหมาะสม 2 เพอ่ื ใหผ้ ้เู ข้ารว่ มโครงการมคี วามรู้ ความเข้าใจและสามารถทำตัวดกั ไขมนั ได้ 3 ผู้เข้ารว่ มโครงการสามารถนำความรู้ทไี่ ด้รบั ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตได้อยา่ งเหมาะสม ตัวชว้ี ัดผลผลิต 1.รอ้ ยละ 80 ของกล่มุ เป้าหมายเข้าร่วมโครงการ 2.รอ้ ยละ 80 ของกลมุ่ เปา้ หมายมคี วามรู้ ความเข้าใจการคัดแยกขยะและการจัดการขยะที่ถูกต้องเหมาะสม ตวั ชี้วดั ผลลัพธ์ 1.ร้อยละ 80 ของกลมุ่ เปา้ หมายมีความพึงพอใจระดบั มากข้นึ ไป 2.รอ้ ยละ 80 ของกล่มุ เปา้ หมายสามารถนำความรู้ ความเขา้ ใจ และสามารถทำตวั ดกั จบั ไขมนั ได้ 3.ร้อยละ 80 ของกลุ่มเปา้ หมายนำความรู้ทีไ่ ดร้ ับไปประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวันได้ พน้ื ทด่ี ำเนินงาน ตำบลกระท่มุ ล้ม ระยะเวลาดำเนนิ การ วันที่ 24 เดือน มนี าคม พ.ศ. 2564 (จำนวน 6 ชวั่ โมง) งบประมาณที่ได้รับจัดสรร จำนวน 5,600 บาท ผลการเบกิ จา่ ย จำนวน 5,600 บาท :: สรุปผลการดำเนินงาน ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ::

93 เป้าหมายการดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน (ระบปุ ระเภทกล่มุ เปา้ หมาย 1. ผู้เข้ารว่ มโครงการ จำนวน 15 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 107.14 ของ จำนวน 14 คน) กล่มุ เปา้ หมายเข้าร่วมโครงการ 2. ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการพัฒนาจบการศึกษาตามหลักสูตร จำนวน 15 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 100.00 3. ผู้เข้าร่วมโครงการผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาด้าน ต่าง ๆ ได้แก่ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การเรียนรู้ การใช้ เทคโนโลยีที่เหมาะสม ส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกความเป็นประชาธิปไตย ความเป็นพลเมืองดี การส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม จิตอาสา และการ บำเพ็ญประโยชน์ในชุมชน การอนุรักษ์พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติและ สิง่ แวดลอ้ ม และวิสาหกิจในชุมชน จำนวน 15 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 100.00 4. ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการดำรงชีวิต พัฒนาการ ประกอบอาชีพ พัฒนาชุมชน และสังคม จำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 5. ผ้เู ขา้ รว่ มโครงการมคี วามพึงพอใจในระดบั มากขนึ้ ไป จำนวน 15 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100.00 ปจั จัยที่ส่งผลตอ่ ความสำเรจ็ ปญั หาอปุ สรรค ไมม่ ี ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแก้ปัญหาและพัฒนาตอ่ เนอ่ื ง ไมม่ ่ ผลงานและรางวัลแหง่ ความสำเร็จ :: สรปุ ผลการดำเนินงาน ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ::


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook