1 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วชิ า วทิ ยาศาสตร์ รหสั ว21102 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 6 เรื่อง กระบวนการเปลย่ี นแปลงลมฟา้ อากาศ แผนการเรียนรู้ท่ี 19 เรอ่ื ง บรรยากาศ (1) เวลา 2 ชั่วโมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลีย่ นแปลงลมฟ้าอากาศและภมู ิอากาศโลก รวมทั้งผล ตอ่ สิ่งมีชีวติ และสิ่งแวดลอ้ ม ตวั ช้ีวดั /ผลการเรยี นรู้ ว 3.2 ม. 1/1 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการแบ่งชั้นบรรยากาศ และเปรียบเทียบประโยชน์ของ บรรยากาศแต่ละชั้น 2. จุดเนน้ 2.1 ดา้ นทกั ษะความสามารถ 1. ทกั ษะการสรา้ งแบบจำลอง 2. การใช้เทคโนโลยี 3. การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง เพอื่ การแก้ปัญหา 4. การส่อื สารอยา่ งสร้างสรรค์ 2.2 ดา้ นคณุ ลักษณะตามชว่ งวัย อยู่อย่างพอเพียง 3. มาตรฐานการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน (ดา้ นคณุ ภาพผูเ้ รียน) มาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพของผเู้ รยี น 1. ผลสัมฤทธ์ิทางวิชาการของผ้เู รียน 2. คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ของผเู้ รียน 4. การบรู ณาการกบั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ความพอประมาณ ความพอดีทีไ่ ม่น้อยเกินไปและไมม่ ากเกินไป โดยไมเ่ บียดเบียนตนเองและผู้อืน่ ความมีเหตุผล การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดย พจิ ารณาจากเหตปุ ัจจัยทเี่ กี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลทีค่ าดว่าจะเกดิ ขน้ึ จากการกระทำนน้ั ๆ อยา่ งรอบคอบ ความมีภมู ิคมุ้ กันท่ีดีในตน การเตรียมตัวให้พรอ้ มรบั ผลกระทบและการเปล่ียนแปลงดา้ นตา่ งๆ ที่จะ เกดิ ขึน้ โดยคำนงึ ถึงความเปน็ ไปได้ของสถานการณ์ตา่ งๆ ทคี่ าดวา่ จะเกดิ ขึ้นในอนาคต เงือ่ นไขความรู้ นักเรยี นมคี วามรู้เรอื่ งบรรยากาศ เงื่อนไขคุณธรรม มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมคี วามอดทน มีความเพียร ใช้ สติปญั ญาในการดำเนินชวี ิต
2 5. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ 1. มวี นิ ัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน 6. สาระสำคัญ บรรยากาศเปน็ อากาศท่อี ยู่รอบๆ ตัวของสิง่ มชี วี ิต และหมุ้ ห่อโลกของเรา สภาพของบรรยากาศรวมทั้ง การเปลย่ี นแปลงใดๆ ที่เกดิ ข้ึนกับบรรยากาศของโลกล้วนสง่ ผลตอ่ การดำรงชีวิตของส่ิงมีชวี ิต ทกุ ชนิดบนโลก อากาศเป็นสว่ นผสมของแกส๊ ชนิดต่างๆ ที่สำคัญ ได้แก่ ไนโตรเจน ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ ไอน้ำ และ อื่นๆ 7. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความสำคญั และองคป์ ระกอบของบรรยากาศท่หี ุม้ หอ่ โลกของเราได้ (K) 2. สอ่ื สารและนำความรเู้ รอ่ื งบรรยากาศไปใช้ในชีวิตประจำวนั (P) 3. มีความสนใจใฝร่ ูห้ รอื อยากร้อู ยากเหน็ (A) 4. ทำงานรว่ มกับผู้อนื่ อย่างสรา้ งสรรค์ (A) 8. สาระหลกั / เนอื้ หา 8.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง บรรยากาศ 8.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถนิ่ - 9. ความรพู้ ืน้ ฐาน/ ทกั ษะจำเปน็ ของผเู้ รยี น - การวิเคราะห์ - การอธบิ ายและลงข้อสรปุ 10. กจิ กรรมการเรียนการสอน ขนั้ สรา้ งความสนใจ(Engagement) 1) ครกู ระตุ้นความสนใจของนกั เรียน โดยการถามคำถามกบั นกั เรียน เชน่ – นักเรียนคิดว่า เพราะเหตุใดโลกของเราจึงเหมาะต่อการดำรงชีวิตของสิง่ มีชีวิต (แนวคำตอบ เพราะโลกของเรามีชัน้ บรรยากาศหุ้มห่อโลกและมีแก๊สตา่ งๆ อยใู่ นปรมิ าณท่ีเหมาะสม จึงทำให้ส่ิงมีชีวิตดำรง อยไู่ ด้) ขัน้ สำรวจและคน้ หา(Exploration) (1) ให้นักเรียนศึกษาเรื่อง บรรยากาศ จากหนังสือเรียน โดยครูช่วยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า บรรยากาศทหี่ ุ้มหอ่ โลกของเรามคี วามสำคัญต่อสง่ิ มีชวี ิตที่อาศัยอยูบ่ นโลก เพราะอากาศช่วยให้ส่ิงมีชีวิตมีชีวิต อยไู่ ด้ อากาศจำเปน็ ต่อการหายใจของส่ิงมชี วี ิต ถ้าขาดอากาศพืช สตั ว์ หรอื แม้แต่มนษุ ย์ก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ ได้
3 (2) แบ่งนักเรยี นกลุ่มละ 5–6 คน สบื คน้ ขอ้ มูลเกี่ยวกับบรรยากาศ ตามขน้ั ตอนดังน้ี – แต่ละกลุม่ วางแผนการสืบคน้ ข้อมูล โดยแบง่ หัวข้อบรรยากาศเป็นหวั ข้อยอ่ ย เช่น ความหมาย ของบรรยากาศ ความสำคัญของบรรยากาศ และองค์ประกอบของบรรยากาศ ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกัน สืบคน้ ตามหวั ขอ้ ทก่ี ำหนด – สมาชิกแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั สืบคน้ ขอ้ มูลตามหวั ข้อทีก่ ล่มุ ของตนเองรับผิดชอบโดยการสืบค้นจาก หนงั สอื วารสาร สารานกุ รมวิทยาศาสตร์ สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และอนิ เทอรเ์ นต็ – สมาชกิ กลุม่ นำข้อมูลทส่ี ืบค้นได้มารายงานให้เพือ่ นๆ สมาชกิ ในกลมุ่ ฟัง รวมทง้ั รว่ มกันอภิปราย ซกั ถามจนคาดว่าสมาชกิ ทกุ คนมคี วามรูค้ วามเข้าใจทตี่ รงกนั – สมาชกิ กลุม่ ช่วยกันสรปุ ความรทู้ ไี่ ดท้ ้งั หมดเป็นผลงานของกลมุ่ (3) ครูคอยแนะนำชว่ ยเหลอื นักเรยี นขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครเู ดินดรู อบๆ ห้องเรยี นและเปิดโอกาส ให้นกั เรยี นทุกคนซกั ถามเม่ือมีปัญหา ขน้ั อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation) (1) นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ นำเสนอผลการปฏบิ ัติกจิ กรรมหน้าหอ้ งเรียน (2) นกั เรยี นและครรู ่วมกนั อภิปรายและหาข้อสรปุ จากการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม โดยใชแ้ นวคำถาม ต่อไปนี้ – บรรยากาศมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลกอย่างไร (แนวคำตอบ มีแก๊สที่จำเป็น สำหรับการหายใจของสิ่งมีชีวิต ช่วยให้โลกมีอุณหภูมิพอเหมาะสำหรับสิ่งมีชีวติ ที่จะอาศัยอยู่ได้ ช่วยป้องกัน รังสแี ละอนุภาคต่างๆ ทแี่ ผม่ าจากดวงอาทติ ย์ และชว่ ยปกป้องสง่ิ มชี วี ติ จากสง่ิ แปลกปลอมทม่ี าจากนอกโลก) – องค์ประกอบท่ีสำคญั ของบรรยากาศมีอะไรบ้าง (แนวคำตอบ แก๊สไนโตรเจน แก๊สออกซิเจน แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ และไอนำ้ ) – องค์ประกอบของบรรยากาศในแตล่ ะท้องถิ่นบนพื้นผิวโลกมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับอะไร (แนวคำตอบ สภาพภูมิประเทศและเวลา) (3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า บรรยากาศมี ความสำคญั ตอ่ สิง่ มชี ีวิตบนโลกในด้านต่างๆ โดยอากาศประกอบดว้ ยสว่ นประกอบต่างๆ ได้แก่ แกส๊ ไนโตรเจน แก๊สออกซิเจน แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ไอน้ำ และส่วนประกอบอื่นๆ ซึ่งจะมีสัดส่วนที่แตกต่างกันไปตาม สภาพภมู ปิ ระเทศและเวลา ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) (1) นกั เรยี นค้นคว้าคำศัพท์ภาษาต่างประเทศเก่ียวกับบรรยากาศ จากหนังสอื เรียนภาษาต่างประเทศ หรอื อนิ เทอร์เนต็ และนำเสนอใหเ้ พ่ือนในหอ้ งฟงั แล้วคดั คำศัพท์พรอ้ มทัง้ คำแปลลงสมดุ สง่ ครู ขน้ั ประเมนิ (Evaluation) (1) ครใู ห้นกั เรียนแต่ละคนพิจารณาวา่ จากหวั ขอ้ ท่เี รียนมาและการปฏิบัตกิ จิ กรรม มจี ดุ ใดบา้ งท่ียังไม่ เขา้ ใจหรือยงั มีขอ้ สงสยั ถา้ มคี รชู ว่ ยอธบิ ายเพม่ิ เติมให้นกั เรียนเข้าใจ (2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อย่างไรบ้าง
4 (3) ครูและนักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั ประโยชน์ท่ีได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม และ การนำความรูท้ ีไ่ ดไ้ ปใชป้ ระโยชน์ (4) ครูทดสอบความเข้าใจของนกั เรียน โดยการให้ตอบคำถาม เช่น – บรรยากาศชว่ ยปกป้องสิง่ มชี วี ิตจากสงิ่ แปลกปลอมทีม่ าจากนอกโลกได้อย่างไร – ถ้าไม่มีอากาศหรือบรรยากาศหุ้มห่อโลกของเรา ในเวลากลางวันและกลางคืนโลกจะมีการ เปล่ียนแปลงอุณหภมู ใิ นลักษณะใด 11. สอ่ื การเรียนการสอน 1. หนงั สือเรยี นรายวิชาพืน้ ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 1 เล่ม 2 12. แหลง่ เรียนรู้ 12.1 แหล่งเรียนรภู้ ายในโรงเรียน 12.1.1 ห้องสมุด 12.1.2 internet 12.2 แหล่งเรยี นรูภ้ ายนอกหอ้ งเรยี น - 12.3 ภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ -
5 13. การวัดผลประเมนิ ผล วธิ ีการวัด เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน คุณลักษณะที่ตอ้ งการวดั 1.ประเมนิ การตอบ 1.แบบประเมิน ไดค้ ะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป 1. อธบิ ายความสำคญั และ คำถาม การทำการตอบ = ผา่ นเกณฑ์ องค์ประกอบของ คำถาม บรรยากาศท่หี มุ้ ห่อโลกของ 1.ประเมินการนำเสนอ เราได้ (K) หนา้ ช้ันเรยี น 1. แบบประเมิน ได้คะแนนรอ้ ยละ 60 ขน้ึ ไป 1. สือ่ สารและนำความรู้ เรอ่ื งบรรยากาศไปใชใ้ น 1..การสงั เกตและ การนำเสนอหน้า = ผ่านเกณฑ์ ชีวิตประจำวัน (P) ประเมินผลพฤติกรรม 1. มคี วามสนใจใฝ่รู้หรอื รายบุคคล ช้นั เรียน อยากรู้อยากเหน็ (A) 2. การประเมนิ ลักษณะ 2. ทำงานร่วมกับผ้อู ืน่ อย่าง อนั พึงประสงค์ 1.แบบประเมิน ได้คะแนนระดับ 2 ขึน้ ไป = สรา้ งสรรค์ (A) พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ รายบุคคล 2.แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
6
7
8
9 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วชิ า วทิ ยาศาสตร์ รหสั ว21102 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 6 เรื่อง กระบวนการเปลย่ี นแปลงลมฟา้ อากาศ แผนการเรียนรู้ท่ี 20 เรอ่ื ง บรรยากาศ (2) เวลา 1 ชั่วโมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลีย่ นแปลงลมฟ้าอากาศและภมู ิอากาศโลก รวมทั้งผล ตอ่ สิ่งมีชีวติ และสิ่งแวดลอ้ ม ตวั ช้ีวดั /ผลการเรยี นรู้ ว 3.2 ม. 1/1 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการแบ่งชั้นบรรยากาศ และเปรียบเทียบประโยชน์ของ บรรยากาศแต่ละชั้น 2. จุดเนน้ 2.1 ดา้ นทกั ษะความสามารถ 1. ทกั ษะการสรา้ งแบบจำลอง 2. การใช้เทคโนโลยี 3. การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง เพอื่ การแก้ปัญหา 4. การส่อื สารอยา่ งสร้างสรรค์ 2.2 ดา้ นคณุ ลักษณะตามชว่ งวัย อยู่อย่างพอเพียง 3. มาตรฐานการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน (ดา้ นคณุ ภาพผเู้ รียน) มาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพของผเู้ รยี น 1. ผลสัมฤทธ์ิทางวิชาการของผ้เู รียน 2. คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ของผเู้ รียน 4. การบรู ณาการกบั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ความพอประมาณ ความพอดีทีไ่ ม่น้อยเกินไปและไมม่ ากเกินไป โดยไมเ่ บียดเบียนตนเองและผู้อืน่ ความมีเหตุผล การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดย พจิ ารณาจากเหตปุ ัจจัยทเี่ กี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลทีค่ าดว่าจะเกดิ ขน้ึ จากการกระทำนั้นๆ อยา่ งรอบคอบ ความมีภมู ิคมุ้ กันท่ีดีในตน การเตรียมตัวให้พรอ้ มรบั ผลกระทบและการเปล่ียนแปลงดา้ นตา่ งๆ ที่จะ เกดิ ขึน้ โดยคำนงึ ถึงความเปน็ ไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ทคี่ าดวา่ จะเกดิ ขึ้นในอนาคต เงือ่ นไขความรู้ นักเรยี นมคี วามรู้เรอื่ งบรรยากาศ เงื่อนไขคุณธรรม มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมคี วามอดทน มีความเพียร ใช้ สติปญั ญาในการดำเนินชวี ิต
10 5. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. มุง่ มั่นในการทำงาน 6. สาระสำคญั บรรยากาศเป็นอากาศทอี่ ยรู่ อบๆ ตวั ของส่ิงมีชีวิต และหุม้ หอ่ โลกของเรา สภาพของบรรยากาศรวมทัง้ การเปลย่ี นแปลงใดๆ ทเ่ี กดิ ขึ้นกบั บรรยากาศของโลกล้วนส่งผลตอ่ การดำรงชีวิตของสง่ิ มีชีวิต ทุกชนิดบนโลก อากาศเป็นส่วนผสมของแก๊สชนิดต่างๆ ที่สำคัญ ได้แก่ ไนโตรเจน ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ ไอน้ำ และ อนื่ ๆ 7. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความสำคัญและองคป์ ระกอบของบรรยากาศทห่ี ้มุ ห่อโลกของเราได้ (K) 2. สอ่ื สารและนำความรู้เร่อื งบรรยากาศไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั (P) 3. มคี วามสนใจใฝ่รหู้ รืออยากร้อู ยากเห็น (A) 4. ทำงานรว่ มกบั ผู้อ่ืนอยา่ งสร้างสรรค์ (A) 8. สาระหลัก/ เนอื้ หา 8.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง บรรยากาศ 8.2 สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่นิ - 9. ความรพู้ ืน้ ฐาน/ ทักษะจำเป็นของผเู้ รียน - การวเิ คราะห์ - การอธบิ ายและลงข้อสรปุ 10. กิจกรรมการเรยี นการสอน ข้ันสร้างความสนใจ(Engagement) (1) ครตู ้งั ประเด็นคำถามเพื่อกระตุน้ ความสนใจของนกั เรียน เชน่ – บรรยากาศในทุกท้องถน่ิ บนพนื้ ผวิ โลกมีไอนำ้ เปน็ องค์ประกอบใช่หรือไม่ อยา่ งไร (แนวคำตอบ ใช่ แต่จะมีปริมาณมากหรือนอ้ ยขนึ้ อยกู่ ับสภาพภูมปิ ระเทศและเวลาของแต่ละทอ้ งถน่ิ ) (2) นกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายหาคำตอบเกย่ี วกับคำถามตามความคดิ เหน็ ของแต่ละคน ข้นั สำรวจและค้นหา(Exploration) (1) ครทู บทวนความรเู้ ดิมของนกั เรียนเร่อื ง บรรยากาศ โดยครูอธิบายใหน้ กั เรยี นเข้าใจว่า บรรยากาศ ที่หุ้มห่อโลกของเรามีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลก โดยบรรยากาศประกอบด้วย ไนโตรเจน
11 ออกซิเจน อารก์ อน คาร์บอนไดออกไซด์ ไอนำ้ และแก๊สเฉอ่ื ย เช่น อารก์ อน นอี อน ฮเี ลียม ไฮโดรเจน รวมท้ัง สารแขวนลอยตา่ งๆ เช่น ควันไฟ เขม่า ฝุ่นผงต่างๆ (2) แบ่งกลุม่ นักเรยี นสงั เกตไอน้ำในอากาศ โดยดำเนินตามขั้นตอนดงั น้ี – นำแกว้ น้ำมา 1 ใบ เทนำ้ ลงไปในแก้ว – ใสน่ ำ้ แข็งลงไปในแก้วครึง่ แกว้ สงั เกตสง่ิ ที่เกดิ ขึน้ และบันทกึ ผล – ต้งั แก้วนำ้ ทงิ้ ไว้ 10 นาที สงั เกตการเปลยี่ นแปลงที่เกดิ ขึ้นและบนั ทกึ ผล น้ำ นำ้ แขง็ อุปกรณท์ ี่ใช้สังเกตไอนำ้ ในอากาศ (3) ครูคอยแนะนำช่วยเหลอื นกั เรียนขณะปฏบิ ตั ิกิจกรรม โดยครเู ดินดูรอบๆ หอ้ งเรยี นและเปิดโอกาส ให้นกั เรยี นทุกคนซักถามเมื่อมปี ญั หา ข้นั อธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation) (1) นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มสง่ ตัวแทนกลมุ่ นำเสนอผลการปฏิบัติกจิ กรรมหนา้ ห้องเรยี น (2) นกั เรียนและครรู ่วมกนั อภปิ รายและหาขอ้ สรุปจากการปฏบิ ัติกจิ กรรม โดยใช้แนวคำถาม ต่อไปน้ี – จากการสังเกตพบการเปลี่ยนแปลงใดเกิดขึ้น (แนวคำตอบ เมื่อเริ่มสังเกตไม่พบหยดน้ำที่ข้าง แกว้ แตเ่ มือ่ ตั้งท้ิงไว้ 10 นาที พบวา่ เกิดมีหยดนำ้ เกาะอย่ทู ี่ข้างแกว้ ให้เห็น) – นกั เรียนคิดวา่ การเปลี่ยนแปลงท่ีเกดิ ขึ้นเกิดจากอะไร (แนวคำตอบ ไอน้ำในอากาศเคล่อื นท่ีมา กระทบผิวแกว้ ซึ่งเยน็ กวา่ จงึ เกดิ การกล่นั ตวั เปน็ หยดนำ้ ) – ผลสรุปของกิจกรรมน้ีคืออะไร (แนวคำตอบ ไอน้ำในอากาศเกิดการกล่นั ตวั เปน็ หยดนำ้ เกาะติด อยู่ข้างแกว้ ใหเ้ หน็ ทำให้สรปุ ไดว้ ่ามีไอนำ้ อย่ใู นอากาศ) (3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า หยดน้ำที่เกาะ อยู่ข้างแก้วเกิดจากการท่ีไอนำ้ ในอากาศเคล่ือนที่มากระทบกับผิวแก้วซึ่งอุณหภูมิตำ่ กวา่ จึงเกิดการควบแน่น เป็นหยดนำ้ เกาะตดิ อย่ขู า้ งแก้วให้เหน็ ทำให้สรุปไดว้ ่าไอนำ้ มอี ยู่ในอากาศ ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration) (1) นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการที่มีไอน้ำอยู่ในอากาศมาก กับการที่มีไอน้ำอยู่ในอากาศน้อย มี ผลดี ผลเสียอย่างไร และการที่อากาศประกอบด้วยแก๊สต่างๆ หลายชนิดในอัตราส่วนที่แตกต่างกัน มีข้อดี ข้อเสียต่อสิ่งมีชีวิตในลักษณะใด โดยสืบค้นจากหนังสือ วารสาร สารานุกรมวิทยาศาสตร์ สารานุกรมไทย สำหรบั เยาวชน หรืออินเทอรเ์ นต็ แล้วเขียนเปน็ รายงานสง่ ครหู รือนำเสนอผลงานหนา้ หอ้ งเรยี นเพอ่ื แลกเปลย่ี น เรยี นรกู้ นั ข้ันประเมิน (Evaluation)
12 (1) ครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะคนพจิ ารณาว่า จากหวั ข้อท่เี รียนมาและการปฏิบัตกิ ิจกรรม มจี ุดใดบา้ งท่ียังไม่ เขา้ ใจหรือยงั มีข้อสงสยั ถ้ามคี รชู ่วยอธบิ ายเพิ่มเตมิ ให้นักเรยี นเข้าใจ (2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อย่างไรบ้าง (3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ประโยชน์ท่ีได้รบั จากการปฏิบัติกจิ กรรม และ การนำความรทู้ ี่ไดไ้ ปใช้ประโยชน์ (4) ครทู ดสอบความเข้าใจของนกั เรยี น โดยการใหต้ อบคำถาม เช่น – ไอน้ำในอากาศเกิดจากอะไร – ไอน้ำในอากาศมคี วามสำคญั ต่อสิ่งมชี ีวิตบนโลกอยา่ งไร 11. ส่ือการเรยี นการสอน 1. หนงั สือเรียนรายวชิ าพนื้ ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 2 2. แกว้ น้ำ 1 ใบ 3. นำ้ แขง็ ครง่ึ แกว้ 4. นำ้ 30 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร 5. นาฬิกาจับเวลา 1 เรอื น 12. แหล่งเรียนรู้ 12.1 แหลง่ เรยี นรูภ้ ายในโรงเรยี น 12.1.1 ห้องสมดุ 12.1.2 internet 12.2 แหลง่ เรียนรภู้ ายนอกห้องเรยี น - 12.3 ภูมิปญั ญาท้องถิน่ -
13 13. การวัดผลประเมินผล วธิ ีการวดั เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน คุณลักษณะที่ตอ้ งการวดั 1.ประเมินการตอบ 1.แบบประเมนิ ได้คะแนนร้อยละ 60 ข้ึนไป 1. อธบิ ายความสำคญั และ คำถาม การทำการตอบ = ผา่ นเกณฑ์ องคป์ ระกอบของ คำถาม บรรยากาศที่หุ้มห่อโลกของ 1.ประเมินการนำเสนอ เราได้ (K) หน้าช้นั เรยี น 1. แบบประเมนิ ได้คะแนนรอ้ ยละ 60 ข้นึ ไป 1. สอ่ื สารและนำความรู้ เรื่องบรรยากาศไปใช้ใน 1..การสังเกตและ การนำเสนอหนา้ = ผ่านเกณฑ์ ชีวติ ประจำวัน (P) ประเมนิ ผลพฤตกิ รรม 1. มคี วามสนใจใฝ่รูห้ รอื รายบคุ คล ช้ันเรียน อยากรู้อยากเห็น (A) 2. การประเมินลักษณะ 2. ทำงานร่วมกับผอู้ น่ื อยา่ ง อันพงึ ประสงค์ 1.แบบประเมนิ ได้คะแนนระดับ 2 ขึน้ ไป = สรา้ งสรรค์ (A) พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์ รายบคุ คล 2.แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
14
15
16 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี วชิ า วทิ ยาศาสตร์ รหัส ว21102 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 6 เรอื่ ง กระบวนการเปลย่ี นแปลงลมฟ้าอากาศ แผนการเรียนรทู้ ่ี 22 เรือ่ ง อุณหภูมขิ องอากาศ เวลา 2 ชวั่ โมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัตภิ ยั กระบวนการเปล่ียนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผล ต่อส่งิ มีชวี ิตและส่งิ แวดล้อม ตวั ชีว้ ัด/ผลการเรียนรู้ ว 3.2 ม. 1/2 อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของลมฟ้าอากาศจากข้อมูลท่ี รวบรวมได้ 2. จดุ เน้น 2.1 ดา้ นทักษะความสามารถ 1. ทักษะการสรา้ งแบบจำลอง 2. การใช้เทคโนโลยี 3. การแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง เพือ่ การแกป้ ัญหา 4. การส่ือสารอยา่ งสร้างสรรค์ 2.2 ดา้ นคุณลกั ษณะตามชว่ งวัย อยู่อย่างพอเพียง 3. มาตรฐานการศึกษาขน้ั พื้นฐาน (ดา้ นคุณภาพผ้เู รยี น) มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพของผ้เู รยี น 1. ผลสมั ฤทธ์ทิ างวชิ าการของผ้เู รียน 2. คุณลักษณะท่พี งึ ประสงคข์ องผเู้ รียน 4. การบรู ณาการกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ความพอประมาณ ความพอดที ่ีไมน่ ้อยเกนิ ไปและไมม่ ากเกินไป โดยไมเ่ บยี ดเบียนตนเองและผอู้ ่นื ความมีเหตุผล การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดย พิจารณาจากเหตปุ ัจจยั ทเ่ี ก่ียวขอ้ ง ตลอดจนคำนงึ ถึงผลท่ีคาดว่าจะเกิดข้ึนจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ ความมภี ูมิคุม้ กันท่ีดใี นตน การเตรียมตวั ให้พรอ้ มรับผลกระทบและการเปล่ียนแปลงดา้ นตา่ งๆ ท่ีจะ เกิดขนึ้ โดยคำนึงถงึ ความเปน็ ไปได้ของสถานการณ์ตา่ งๆ ทค่ี าดวา่ จะเกิดขน้ึ ในอนาคต เงื่อนไขความรู้ นักเรยี นมีความรู้เรอื่ งอณุ หภมู ิของอากาศ เงื่อนไขคุณธรรม มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจรติ และมีความอดทน มีความเพียร ใช้ สติปัญญาในการดำเนนิ ชีวติ
17 5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. มวี ินยั 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน 6. สาระสำคัญ อุณหภมู ขิ องอากาศ คือ ระดบั ความร้อนของอากาศท่ีเกดิ การเปลี่ยนแปลงในแต่ละชว่ งเวลา เน่ืองจาก โลกไดร้ บั พลงั งานจากดวงอาทิตยไ์ ม่เท่ากัน โดยอุณหภูมขิ องอากาศทพ่ี น้ื ดนิ จะสงู กวา่ อณุ หภมู ิ ระดบั ที่สูงขนึ้ ไป 7. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. อธบิ ายปัจจัยท่มี ีผลตอ่ การเปลีย่ นแปลงอุณหภูมขิ องอากาศได้ (K) 2. ส่อื สารและนำความรเู้ รอื่ งอุณหภูมขิ องอากาศไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ได้ (P) 3. มีความสนใจใฝ่ร้หู รืออยากรอู้ ยากเห็น (A) 4. ทำงานรว่ มกบั ผ้อู ืน่ อย่างสร้างสรรค์ (A) 8. สาระหลัก/ เน้อื หา 8.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง การแบ่งช้ันบรรยากาศ 8.2 สาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่ิน - 9. ความรูพ้ น้ื ฐาน/ ทักษะจำเป็นของผ้เู รียน - การวเิ คราะห์ - การอธิบายและลงขอ้ สรุป 10. กจิ กรรมการเรยี นการสอน ข้นั สร้างความสนใจ(Engagement) 1) ครูนำภาพการเคล่ือนที่ของดวงอาทิตยใ์ น 1 วันมาให้นกั เรียนดู แลว้ ถามนกั เรยี น เชน่ – ระดับความร้อนของอากาศที่เปลี่ยนไปใน 1 วันเรียกว่าอะไร (แนวคำตอบ อุณหภูมิของ อากาศ) – ตำแหน่งของดวงอาทิตย์ท่ขี ึ้นสงู สุดอย่ใู นชว่ งเวลาใด (แนวคำตอบ ช่วงเวลากลางวนั ) 2) นักเรียนรว่ มกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้เร่ือง อณุ หภมู ิของอากาศ ขน้ั สำรวจและค้นหา(Exploration) (1) แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 4–5 คน ปฏิบัติกิจกรรมที่ 10 สำรวจอุณหภูมิของอากาศ แต่ละกลุ่มปฏิบตั ิ กจิ กรรมตามข้ันตอนท่ไี ด้วางแผนไว้ ดังนี้ – ติดตั้งเทอรม์ อมิเตอร์เขา้ กับขาตงั้ โดยใช้ที่จบั หนีบเทอรม์ อมิเตอรย์ ดึ ไว้กบั ขาต้งั ดงั รปู – ต้งั เทอรม์ อมิเตอรไ์ วใ้ นบรเิ วณท่ีจะทำการวัดอุณหภูมขิ องอากาศ
18 เทอรม์ อมิเตอร์ การจดั อุปกรณว์ ัดอุณหภูมขิ องอากาศ – บนั ทกึ อณุ หภูมิของอากาศทกุ ๆ 2 ช่วั โมง ต้ังแต่ 08.00 น. ถงึ 18.00 น. ลงในตารางบันทึกผล สำรวจ – เขียนกราฟแสดงความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอณุ หภูมิกบั เวลา หมายเหตุ อณุ หภูมขิ องอากาศจะเปลย่ี นแปลงไปตามสภาพของแต่ละทอ้ งถิ่นที่นกั เรียนทำการสำรวจ (2) ครคู อยแนะนำช่วยเหลือนกั เรียนขณะปฏบิ ตั ิกิจกรรม โดยครูเดนิ ดรู อบๆ ห้องเรยี นและเปิดโอกาส ใหน้ ักเรียนทุกคนซกั ถามเมือ่ มปี ญั หา ข้นั อธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation) (1) นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ สง่ ตวั แทนกลมุ่ นำเสนอผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมหน้าห้องเรียน (2) นกั เรียนและครูร่วมกันอภปิ รายและหาข้อสรปุ จากการปฏิบัติกจิ กรรม โดยใช้แนวคำถามตอ่ ไปน้ี – ในแต่ละวันอุณหภูมิของอากาศมกี ารเปลี่ยนแปลงลกั ษณะใด (แนวคำตอบ ใน 1 วัน ตอนเช้า อุณหภมู ิจะต่ำและค่อยๆ สงู ข้ึนจนกระท่ังขึ้นสงู สดุ ในตอนบา่ ย และจะคอ่ ยๆ ลดตำ่ ลงในตอนเยน็ ) – อุณหภมู ขิ นึ้ สงู สดุ ในชว่ งเวลาใด (แนวคำตอบ ช่วงเวลาบ่าย) – นักเรียนคิดว่าอุณหภูมิในแต่ละท้องถิ่นในช่วงเวลาเดียวกันมีค่าเท่ากันหรือไม่ อย่างไร (แนว คำตอบ ไม่เท่ากัน ในช่วงเวลาเดียวกันอุณหภูมิของอากาศจะแตกต่างกันไปตามสภาพอากาศของ แต่ละ ท้องถน่ิ ) (3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า อุณหภูมิของ อากาศเปลย่ี นแปลงไปตามชว่ งเวลาใน 1 วัน โดยในตอนเช้าอุณหภมู ิจะตำ่ และค่อยๆ สงู ขนึ้ จนกระท่ังสูงสุดใน ตอนบ่าย และค่อย ๆ ลดตำ่ ลงในตอนเยน็ ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration) (1) ครูอภิปรายเพ่ิมเติมว่า ในปีหนึ่งๆ อุณหภูมิของอากาศมีการเปลีย่ นแปลงเนือ่ งจากการหมุนรอบ ตวั เองของโลกทำใหเ้ กดิ กลางวนั กลางคืน และการโคจรรอบดวงอาทติ ย์ทำใหเ้ กดิ ฤดูกาลตา่ งๆ ขึน้ (2) นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับระยะช่วงเวลาของฤดูกาลต่างๆ ในประเทศไทย ตำแหน่งของ แสงอาทิตย์ที่ตกกระทบกับผิวโลก และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของอากาศในบริเวณใกล้พื้นโลกและเม่ือ ความสูงเพม่ิ ขึน้ รวมถงึ อธิบายสาเหตุหรอื ปัจจยั ทท่ี ำให้เกดิ การเปลยี่ นแปลงอุณหภมู ิของอากาศ (3) ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับอุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ นำเสนอข้อมลู ในรปู ของกราฟ และบอกปจั จัยทีเ่ ก่ยี วข้องกับอณุ หภมู ิของแต่ละประเทศ
19 ขนั้ ประเมิน (Evaluation) (1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อท่เี รยี นมาและการปฏิบตั ิกจิ กรรมมีจุดใดบ้างท่ียังไม่ เขา้ ใจหรือยงั มีขอ้ สงสยั ถา้ มี ครูชว่ ยอธิบายเพม่ิ เตมิ ให้นกั เรียนเข้าใจ (2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อย่างไรบา้ ง (3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ท่ีได้รบั จากการปฏิบัติกิจกรรม และ การนำความรทู้ ไี่ ด้ไปใชป้ ระโยชน์ (4) ครทู ดสอบความเขา้ ใจของนักเรียน โดยการให้ตอบคำถาม เชน่ – ปจั จยั ใดบา้ งทสี่ ่งผลตอ่ การเปล่ยี นแปลงอณุ หภูมิของอากาศ – การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมใิ นแตล่ ะช่วงเวลาเกดิ จากสาเหตุใด – เมอ่ื ข้ึนไปบนภเู ขาสูงๆ อุณหภมู ขิ องอากาศมลี กั ษณะใด – ฤดูกาลเกดิ ขนึ้ ไดอ้ ยา่ งไร 11. สือ่ การเรียนการสอน 1. หนงั สอื เรียนรายวชิ าพื้นฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 1 เลม่ 2 12. แหล่งเรียนรู้ 12.1 แหล่งเรียนรภู้ ายในโรงเรยี น 12.1.1 ห้องสมุด 12.1.2 internet 12.2 แหลง่ เรียนรู้ภายนอกหอ้ งเรยี น - 12.3 ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่ิน -
20 13. การวัดผลประเมินผล วิธกี ารวัด เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน คณุ ลักษณะท่ตี ้องการวัด 1.ประเมนิ ใบกิจกรรมท่ี 1. อธบิ ายปจั จัยที่มีผลตอ่ 10 สำรวจอณุ หภมู ิของ 1.ใบกิจกรรมท่ี ไดค้ ะแนนร้อยละ 60 ข้ึนไป การเปล่ียนแปลงอณุ หภูมิ อากาศ ของอากาศได้ (K) 10 สำรวจ = ผ่านเกณฑ์ อณุ หภมู ิของ อากาศ 1. สือ่ สารและนำความรู้ 1.ประเมนิ การนำเสนอ 1. แบบประเมนิ ไดค้ ะแนนรอ้ ยละ 60 ข้นึ ไป เรอ่ื งอณุ หภมู ขิ องอากาศไป หน้าช้นั เรยี น ใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้ (P) การนำเสนอหนา้ = ผา่ นเกณฑ์ 1. มคี วามสนใจใฝ่รหู้ รือ 1..การสังเกตและ อยากรอู้ ยากเหน็ (A) ประเมินผลพฤติกรรม ช้ันเรียน 2. ทำงานร่วมกับผอู้ ืน่ อย่าง รายบุคคล สร้างสรรค์ (A) 2. การประเมินลกั ษณะ 1.แบบประเมนิ ไดค้ ะแนนระดับ 2 ขึน้ ไป = อนั พงึ ประสงค์ พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ รายบุคคล 2.แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึง ประสงค์
21
22
23 กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วชิ า วิทยาศาสตร์ รหัส ว21102 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 6 เรอ่ื ง กระบวนการเปลยี่ นแปลงลมฟา้ อากาศ แผนการเรียนรู้ที่ 23 เร่ือง อณุ หภมู ขิ องพืน้ ดนิ และพ้นื นำ้ เวลา 2 ชวั่ โมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัตภิ ยั กระบวนการเปล่ียนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผล ตอ่ สิ่งมชี ีวติ และสง่ิ แวดลอ้ ม ตวั ชวี้ ัด/ผลการเรยี นรู้ ว 3.2 ม. 1/2 อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของลมฟ้าอากาศจากข้อมูลที่ รวบรวมได้ 2. จุดเนน้ 2.1 ดา้ นทักษะความสามารถ 1. ทกั ษะการสร้างแบบจำลอง 2. การใช้เทคโนโลยี 3. การแสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเอง เพื่อการแก้ปัญหา 4. การส่ือสารอยา่ งสรา้ งสรรค์ 2.2 ดา้ นคณุ ลกั ษณะตามช่วงวยั อยู่อย่างพอเพียง 3. มาตรฐานการศึกษาข้นั พื้นฐาน (ดา้ นคณุ ภาพผู้เรยี น) มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผเู้ รียน 1. ผลสัมฤทธ์ิทางวชิ าการของผเู้ รียน 2. คุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรยี น 4. การบูรณาการกบั หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ความพอประมาณ ความพอดีท่ีไม่นอ้ ยเกินไปและไมม่ ากเกินไป โดยไมเ่ บยี ดเบยี นตนเองและผอู้ น่ื ความมีเหตุผล การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดย พิจารณาจากเหตุปจั จยั ท่ีเก่ยี วขอ้ ง ตลอดจนคำนงึ ถงึ ผลทีค่ าดว่าจะเกดิ ข้ึนจากการกระทำน้ันๆ อยา่ งรอบคอบ ความมภี ูมคิ มุ้ กนั ท่ีดใี นตน การเตรียมตัวใหพ้ ร้อมรบั ผลกระทบและการเปล่ียนแปลงด้านตา่ งๆ ท่ีจะ เกดิ ขนึ้ โดยคำนงึ ถึงความเป็นไปไดข้ องสถานการณต์ า่ งๆ ทีค่ าดว่าจะเกิดขึน้ ในอนาคต เงอื่ นไขความรู้ นักเรียนมีความรูเ้ ร่อื งอุณหภูมขิ องพืน้ ดินและพ้นื น้ำ เงื่อนไขคุณธรรม มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมคี วามอดทน มีความเพียร ใช้ สตปิ ัญญาในการดำเนนิ ชวี ติ
24 5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ 1. มีวนิ ัย 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุ่งม่นั ในการทำงาน 6. สาระสำคัญ พน้ื ดนิ และพน้ื น้ำสามารถรับพลังงานความรอ้ นจากดวงอาทิตยไ์ ว้ไดไ้ มเ่ ทา่ กนั พนื้ ดนิ สามารถรบั และ คายความร้อนได้ดีกว่าพน้ื น้ำ เคร่อื งมือท่ีใชว้ ดั อุณหภูมิ คอื เทอร์มอมิเตอร์ 7. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1. อธิบายการเปล่ยี นแปลงของอณุ หภมู ิของพ้นื ดินและพื้นน้ำได้ (K) 2. ส่ือสารและนำความรู้เรอื่ งอณุ หภมู ิของพน้ื ดินและพืน้ น้ำไปใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้ (P) 3. มคี วามสนใจใฝร่ หู้ รืออยากรู้อยากเหน็ (A) 4. ทำงานรว่ มกบั ผู้อน่ื อยา่ งสร้างสรรค์ (A) 8. สาระหลกั / เนือ้ หา 8.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง การแบง่ ชั้นบรรยากาศ 8.2 สาระการเรยี นรทู้ ้องถนิ่ - 9. ความรู้พ้นื ฐาน/ ทกั ษะจำเป็นของผู้เรยี น - การวเิ คราะห์ - การอธิบายและลงข้อสรุป 10. กิจกรรมการเรยี นการสอน ขัน้ สร้างความสนใจ(Engagement) (1) ครูนำภาพอุณหภูมบิ นพื้นดินและใตพ้ ้นื ดนิ และภาพการคายความรอ้ นของพนื้ ดินและพ้ืนน้ำมาให้ นักเรียนดู แล้วถามนักเรยี น เชน่ – พื้นดินและพื้นน้ำบรเิ วณใดรับและคายความร้อนได้ดีกว่ากัน (แนวคำตอบ พื้นดินรับและคาย ความร้อนไดด้ ีกวา่ ) – เพราะเหตุใดน้ำในบ่อใต้ดนิ จึงเย็นกวา่ น้ำที่ผิวดิน (แนวคำตอบ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงของ อุณหภูมทิ พี่ น้ื ผิวดนิ มากกวา่ ใต้ดิน ทำใหใ้ ต้ผิวดนิ ที่อย่ลู ึกลงไปมกี ารเปลีย่ นแปลงของอุณหภูมนิ ้อยมาก จงึ ทำให้ นำ้ ในบอ่ ใตด้ นิ เย็นกวา่ น้ำท่ผี วิ ดิน) (2) นกั เรียนร่วมกันอภปิ รายหาคำตอบเก่ียวกับคำถามตามความคิดเหน็ ของแต่ละคน ขนั้ สำรวจและค้นหา(Exploration) (1) แบ่งนกั เรียนกลุ่มละ 5–6 คน สบื คน้ ขอ้ มูลเกี่ยวกับอุณหภูมขิ องพนื้ ดินและพืน้ น้ำ โดยดำเนินการ ตามข้นั ตอนดังน้ี
25 – แต่ละกลุ่มวางแผนการสบื ค้นข้อมูล โดยแบ่งหัวข้ออุณหภูมิของพื้นดินและพื้นน้ำ เป็นหัวข้อ ย่อย เชน่ อุณหภูมิของพนื้ ดิน และอุณหภมู ิของพ้ืนนำ้ ให้สมาชกิ แต่ละกล่มุ ชว่ ยกันสบื ค้นตามหัวข้อท่ีกำหนด – สมาชกิ แต่ละกล่มุ ชว่ ยกนั สบื ค้นข้อมลู ตามหัวข้อท่ีกลุ่มของตนเองรบั ผิดชอบโดยการสืบค้นจาก หนงั สอื วารสาร สารานกุ รมวิทยาศาสตร์ สารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชน หรอื อินเทอรเ์ น็ต – สมาชิกกลมุ่ นำขอ้ มลู ทสี่ บื คน้ ไดม้ ารายงานใหเ้ พ่ือนๆ สมาชิกในกลุ่มฟงั รวมท้ังรว่ มกนั อภิปราย ซกั ถามจนคาดวา่ สมาชกิ ทุกคนมีความรู้ความเขา้ ใจที่ตรงกัน – สมาชกิ กลุ่มชว่ ยกันสรปุ ความรู้ทไี่ ด้ท้งั หมดเปน็ ผลงานของกล่มุ (2) ครคู อยแนะนำช่วยเหลอื นักเรียนขณะปฏบิ ัติกิจกรรม โดยครูเดินดรู อบๆ ห้องเรียนและเปิดโอกาส ใหน้ ักเรยี นทุกคนซกั ถามเม่ือมีปัญหา ขัน้ อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation) (1) นกั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกล่มุ นำเสนอผลการปฏิบัตกิ จิ กรรมหน้าหอ้ งเรยี น (2) นกั เรยี นและครูรว่ มกันอภปิ รายและหาข้อสรปุ จากการปฏิบัติกจิ กรรม โดยใช้แนวคำถามตอ่ ไปนี้ – เมือ่ พ้ืนดนิ และพ้นื นำ้ ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตยใ์ นปรมิ าณเทา่ กัน อณุ หภูมิของพ้ืนดินและ พืน้ นำ้ จะเทา่ กนั หรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ ไม่เท่ากัน เพราะพน้ื ดินสามารถรับและคายความรอ้ นไดด้ กี วา่ พนื้ นำ้ เนอ่ื งจากโมเลกลุ ของน้ำสามารถเคล่อื นท่ไี ด้อยา่ งอิสระมากกว่าโมเลกุลของดิน นำ้ จงึ สามารถกระจายความ รอ้ นได้มากกวา่ ดนิ ) – พืน้ ดินมอี ุณหภมู สิ งู กว่าพื้นน้ำในชว่ งเวลาใด (แนวคำตอบ ชว่ งเวลากลางวนั ) – พนื้ นำ้ มอี ณุ หภูมิสูงกว่าพ้ืนดนิ ในชว่ งเวลาใด (แนวคำตอบ ชว่ งเวลากลางคืน) (3) ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครเู นน้ ให้นักเรยี นเข้าใจว่า พื้นดนิ และพื้น น้ำสามารถรบั พลังงานความร้อนจากดวงอาทติ ยไ์ ว้ได้ไม่เท่ากัน พื้นดินสามารถรับและคายความร้อนได้ดีกว่า พื้นน้ำ ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) (1) ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องมือที่ใช้วัดอุณหภมู ิ นำข้อมูลที่ได้มาจัดกระทำให้เข้าใจได้ ง่าย จัดเป็นปา้ ยนเิ ทศใหค้ วามรูห้ น้าชนั้ เรยี น (2) นักเรียนนำเทอรม์ อมิเตอรไ์ ปวัดอุณหภูมิที่บ้านในวันหยุด แล้วนำผลที่ได้มาเปรยี บเทียบกัน หรือ เมอื่ นกั เรียนไปเทีย่ วบนภูเขาสงู ลองนำเทอรม์ อมเิ ตอรต์ ดิ ตวั ไปด้วยเพ่อื วดั อุณหภมู ขิ องอากาศ ขั้นประเมิน (Evaluation) (1) ครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะคนพิจารณาวา่ จากหัวข้อทเี่ รียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีจุดใดบ้างท่ียังไม่ เข้าใจหรอื ยังมขี ้อสงสัย ถ้ามี ครชู ว่ ยอธิบายเพิ่มเติมให้นกั เรียนเขา้ ใจ (2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อย่างไรบ้าง (3) ครูและนักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รบั จากการปฏิบัติกิจกรรม และ การนำความรู้ทไ่ี ด้ไปใช้ประโยชน์
26 (4) ครทู ดสอบความเขา้ ใจของนักเรยี น โดยการใหต้ อบคำถาม เชน่ – พนื้ ดนิ และพน้ื น้ำสามารถรับพลงั งานความร้อนจากดวงอาทิตยไ์ ด้แตกตา่ งกันหรือไม่ ลักษณะ ใด – เคร่อื งมอื วดั อุณหภมู ิทนี่ ิยมใช้ในปจั จุบนั ได้แก่อะไรบ้าง 11. สือ่ การเรียนการสอน 1. หนังสอื เรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 เลม่ 2 12. แหล่งเรียนรู้ 12.1 แหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน 12.1.1 หอ้ งสมุด 12.1.2 internet 12.2 แหล่งเรียนร้ภู ายนอกห้องเรียน - 12.3 ภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ - 13. การวัดผลประเมนิ ผล คุณลกั ษณะที่ตอ้ งการวัด วิธีการวดั เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมิน 1.แบบประเมิน ได้คะแนนร้อยละ 60 ขนึ้ ไป 1. อธบิ ายการเปลยี่ นแปลง 1.ประเมินการตอบ การทำการตอบ = ผ่านเกณฑ์ คำถาม ของอณุ หภูมิของพืน้ ดนิ และ คำถาม 1. แบบประเมิน ได้คะแนนรอ้ ยละ 60 ขนึ้ ไป การนำเสนอหน้า = ผ่านเกณฑ์ พื้นนำ้ ได้ (K) ช้ันเรยี น 1. สื่อสารและนำความรู้ 1.ประเมนิ การนำเสนอ เรอื่ งอณุ หภูมขิ องพนื้ ดนิ หนา้ ชั้นเรยี น และพื้นนำ้ ไปใชใ้ น ชีวติ ประจำวนั ได้ (P) 1. มีความสนใจใฝ่รูห้ รือ 1..การสังเกตและ 1.แบบประเมิน ไดค้ ะแนนระดับ 2 ขึน้ ไป = อยากรูอ้ ยากเหน็ (A) ประเมนิ ผลพฤติกรรม พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์ 2. ทำงานรว่ มกบั ผู้อนื่ อย่าง รายบุคคล รายบุคคล สร้างสรรค์ (A) 2. การประเมนิ ลักษณะ 2.แบบประเมนิ อันพงึ ประสงค์ คุณลกั ษณะอันพึง ประสงค์
27
28
29 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วชิ า วทิ ยาศาสตร์ รหัส ว21102 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 1 หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 6 เรอ่ื ง กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ แผนการเรยี นรทู้ ่ี 24 เรื่อง ความกดอากาศ เวลา 2 ช่วั โมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผล ตอ่ ส่งิ มีชีวิตและสงิ่ แวดล้อม ตวั ชวี้ ดั /ผลการเรยี นรู้ ว 3.2 ม. 1/2 อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของลมฟ้าอากาศจากข้อมูลท่ี รวบรวมได้ 2. จุดเนน้ 2.1 ด้านทักษะความสามารถ 1. ทกั ษะการสร้างแบบจำลอง 2. การใชเ้ ทคโนโลยี 3. การแสวงหาความร้ดู ว้ ยตนเอง เพ่ือการแก้ปัญหา 4. การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ 2.2 ดา้ นคุณลักษณะตามช่วงวยั อยู่อย่างพอเพียง 3. มาตรฐานการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน (ดา้ นคุณภาพผู้เรยี น) มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพของผเู้ รียน 1. ผลสมั ฤทธท์ิ างวิชาการของผเู้ รยี น 2. คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงคข์ องผู้เรยี น 4. การบรู ณาการกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ความพอประมาณ ความพอดที ีไ่ ม่น้อยเกนิ ไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบยี ดเบยี นตนเองและผูอ้ ่นื ความมีเหตุผล การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดย พจิ ารณาจากเหตปุ ัจจยั ทีเ่ ก่ียวขอ้ ง ตลอดจนคำนงึ ถึงผลทีค่ าดว่าจะเกดิ ขน้ึ จากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ ความมภี ูมคิ ้มุ กันท่ีดีในตน การเตรยี มตัวใหพ้ รอ้ มรับผลกระทบและการเปล่ยี นแปลงดา้ นต่างๆ ท่ีจะ เกดิ ขนึ้ โดยคำนงึ ถึงความเป็นไปไดข้ องสถานการณ์ตา่ งๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เงื่อนไขความรู้ นักเรียนมคี วามรเู้ รอ่ื งความกดอากาศ เงื่อนไขคุณธรรม มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้ สตปิ ญั ญาในการดำเนนิ ชีวิต
30 5. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. มีวนิ ยั 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุง่ ม่นั ในการทำงาน 6. สาระสำคญั ความกดอากาศ คือ ค่าแรงดันของอากาศต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่ที่รองรบั แรงดันนั้น หรืออัตราส่วนของ แรงดันต่อหน่วยพน้ื ที่ต้งั ฉากที่แรงดนั น้นั กระทำ ที่ระดบั ความสงู เดียวกนั ความดนั อากาศจะเท่ากัน เมื่อความ สงู เพ่ิมขนึ้ ความดันอากาศจะมีค่าลดลง เครอ่ื งมือในการวัดความกดอากาศมหี ลายชนิด เชน่ บารอมิเตอร์แบบ ปรอท แอนิรอยดบ์ ารอมิเตอร์ บารอกราฟ และแอลติมิเตอร์ 7. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมายของความกดอากาศได้ (K) 2. อธบิ ายความสมั พันธ์ระหว่างความกดอากาศและความสูงได้ (K) 3. อธบิ ายการใช้เครื่องมอื วัดความกดอากาศได้ (K) 4. สอื่ สารและนำความรู้เร่ืองความกดอากาศไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั ได้ (P) 5. มคี วามสนใจใฝ่ร้หู รืออยากรู้อยากเหน็ (A) 6. ทำงานร่วมกับผอู้ ืน่ อย่างสรา้ งสรรค์ (A) 8. สาระหลกั / เนื้อหา 8.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ความกดอากาศ 8.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถิน่ - 9. ความรู้พ้นื ฐาน/ ทกั ษะจำเปน็ ของผเู้ รยี น - การวเิ คราะห์ - การอธิบายและลงข้อสรุป 10. กจิ กรรมการเรียนการสอน ข้ันสรา้ งความสนใจ(Engagement) (1) ครนู ำภาพแรงท่กี ระทำตอ่ พนื้ ทมี่ าใหน้ ักเรยี นดู แล้วถามนักเรียน เช่น – ค่าความกดอากาศหรอื ค่าความดันของอากาศคืออะไร (แนวคำตอบ ค่าแรงดันของอากาศตอ่ หนงึ่ หน่วยพ้ืนทที่ ี่รองรับแรงดันนั้นหรอื อตั ราส่วนของแรงดันตอ่ หนว่ ยพืน้ ทีต่ ้ังฉากทแ่ี รงดนั น้นั กระทำ) – ความดันของพื้นทม่ี หี นว่ ยเปน็ อะไร (แนวคำตอบ นวิ ตัน/ตารางเมตรหรอื พาสคัล) (2) นักเรียนรว่ มกันอภปิ รายหาคำตอบเกยี่ วกบั คำถามตามความคิดเห็นของแต่ละคน
31 ข้ันสำรวจและคน้ หา(Exploration) (1) แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 4–5 คน ปฏิบัติกิจกรรมที่ 11 สังเกตความกดอากาศ แต่ละกลุ่มปฏิบัติ กจิ กรรมตามขั้นตอนทไ่ี ด้วางแผนไว้ ดังนี้ – นำสายพลาสตกิ ใสทเี่ ตรียมมาจุ่มลงในน้ำใหน้ ำ้ เขา้ ไปอยู่ประมาณครง่ึ สาย – จับปลายท้งั สองข้นึ งอเป็นรปู ตัวยู โดยใหป้ ลายทงั้ สองอยู่ในระดับเดยี วกนั สงั เกตระดับน้ำท้ัง 2 ขา้ ง ดงั รปู (ก) (ก) แสดงวิธีจับสายพลาสติกใส (ข) แสดงวธิ ีเปา่ ลมที่สายพลาสติกใส การจดั อุปกรณ์สังเกตความกดอากาศ – ยกปลายด้านขวามือให้สงู กว่าปลายด้านซา้ ยมือ แล้วเปลี่ยนให้ปลายดา้ นซ้ายมือสงู กว่าปลาย ด้านขวามอื บา้ ง สังเกตและเปรียบเทียบระดบั น้ำในสายพลาสติกใสแตล่ ะครั้งว่ามลี ักษณะใด แล้วบันทกึ ผล – เป่าลมเข้าทางปลายด้านใดดา้ นหนึง่ โดยเริ่มเป่าเบาๆ ก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มแรงเป่าใหม้ ากขน้ึ เรอ่ื ยๆ ดังรูป (ข) ระวังอยา่ ใหน้ ำ้ ล้นออกจากสายพลาสตกิ ใส สงั เกตระดับนำ้ ที่ปลายท้งั 2 ขา้ ง แล้วบนั ทึกผล (2) ครูคอยแนะนำชว่ ยเหลือนกั เรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบๆ ห้องเรียนและเปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นทุกคนซักถามเมอื่ มีปญั หา ขน้ั อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (1) นักเรียนแตล่ ะกล่มุ สง่ ตัวแทนกล่มุ นำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าหอ้ งเรียน (2) นักเรยี นและครรู ่วมกนั อภิปรายและหาข้อสรปุ จากการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม โดยใช้แนวคำถามตอ่ ไปน้ี – การที่นักเรียนเป่าลมที่ปลายด้านหนึ่งของสายพลาสติกใสเป็นการทำให้อากาศด้านนั้น เปลย่ี นไปในลักษณะใด (แนวคำตอบ มีความดันของอากาศเพิ่มข้นึ ) – ถ้าความดันอากาศที่ปลายทั้ง 2 ด้านของสายพลาสติกใสไม่เท่ากัน ระดับน้ำจะอยู่ที่ระดับ เดยี วกันหรือไม่ (แนวคำตอบ ไม่อย่ทู ร่ี ะดบั เดยี วกนั ) (3) ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเนน้ ใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจว่า ระดับน้ำท่ีปลาย สายพลาสติกใส 2 ด้านจะเท่ากันเมื่อความดนั ของอากาศที่ปลายท้ัง 2 ด้านเท่ากัน และระดับน้ำที่ปลายสาย พลาสติกใสทั้ง 2 ด้านไมเ่ ท่ากันเมือ่ ความดันของอากาศท่ปี ลายทั้ง 2 ด้านไม่เท่ากนั ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)
32 (1) ให้นกั เรียนสบื ค้นข้อมูลเก่ียวกับเครือ่ งมอื วัดความดันอากาศ ซ่งึ มอี ยู่หลายชนดิ เช่น บารอมิเตอร์ แบบปรอท แอนริ อยด์บารอมิเตอร์ บารอกราฟ และแอลติมเิ ตอร์ ทำเปน็ รายงานส่งครู (2) นักเรียนฝึกใช้เครื่องมือวัดความดันอากาศ และวัดความดันอากาศในบริเวณต่างๆ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ แลว้ บนั ทกึ ผลลงในสมดุ (3) ครูใหค้ วามร้เู พม่ิ เตมิ ว่า เมื่อความสงู เพ่ิมขึน้ ความกดอากาศจะมีคา่ ลดลง สงั เกตได้จาก เมอื่ เราขึ้น ไปอยใู่ นบรเิ วณท่สี ูงมาก ๆ เชน่ ยอดเขา หรอื ข้ึนเครอื่ งบินเราจะรู้สกึ หอู ื้อ ท่เี ป็นเชน่ นี้เน่อื งจากบริเวณที่สูงจะ มอี ากาศเบาบาง ความกดอากาศมีค่าลดลง หูของเราจงึ ปรบั ความกดอากาศภายในตัวเรากบั ภายนอกไมท่ ัน จงึ ทำใหเ้ รารูส้ กึ หอู อื้ หรือปวดหไู ด้ หากเกดิ อาการดงั กล่าวสามารถแก้ไขไดโ้ ดยการกลนื น้ำลาย หรอื อาจจะอมลูก อมหรือเคี้ยวหมากฝรั่ง จะช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำลาย เราจะกลืนน้ำลายได้ง่ายขึ้น และไม่ควรดื่มน้ำอัดลม เพราะบริเวณที่มีความสูงมากๆ ความกดอากาศจะลดลง แก๊สที่อยู่ในร่างกายจะมีการขยายตัว แก๊สใน กระเพาะอาหารจะขยายตวั ตามไปดว้ ย หากดืม่ นำ้ อดั ลมที่มแี กส๊ เขา้ ไปจะทำใหม้ ีอาการท้องอืดได้ (4) ครูเชื่อมโยงความรู้เข้าสู่อาเซียน โดยถามนักเรียนว่ารู้หรอื ไม่ ยอดเขาที่สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้อยู่ทีป่ ระเทศใด จากนั้นให้ความรู้เพ่ิมเติมดังนี้ยอดเขาที่สงู ที่สดุ ในภูมิภาคเอเชียตะวนั ออก เฉียงใต้อย่ทู ปี่ ระเทศเมยี นมา คอื ยอดเขาคากาโบราซี (Hkakabo Razi) ต้ังอยใู่ นรัฐกะฉน่ิ มีความสูงถึง 5,881 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล บรเิ วณยอดเขาปกคลุมไปดว้ ยหมิ ะตลอดท้งั ปี เมยี นมาประกาศให้ภเู ขาแห่งนเี้ ป็นเขต อุทยานแห่งชาติ คากาโบราซีต้ังแต่ พ.ศ. 2541 ขั้นประเมิน (1) ครใู ห้นักเรียนแตล่ ะคนพิจารณาว่า จากหัวข้อท่เี รียนมาและการปฏิบตั ิกิจกรรมมีจุดใดบ้างที่ยังไม่ เขา้ ใจหรือยังมขี อ้ สงสยั ถา้ มี ครชู ว่ ยอธบิ ายเพิ่มเติมใหน้ ักเรยี นเข้าใจ (2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อย่างไรบา้ ง (3) ครูและนักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ประโยชน์ท่ีได้รบั จากการปฏิบัติกจิ กรรม และ การนำความรทู้ ไ่ี ดไ้ ปใช้ประโยชน์ (4) ครทู ดสอบความเข้าใจของนักเรยี น โดยการใหต้ อบคำถาม เชน่ – ความกดอากาศหมายถึงอะไร – ความกดอากาศกับความสูงจากระดับนำ้ ทะเลมคี วามสมั พนั ธก์ ันในลักษณะใด – อณุ หภูมิของอากาศและความกดอากาศมคี วามสมั พันธ์กนั ในลักษณะใด – บารอมเิ ตอร์มีหลกั การทำงานอย่างไร 11. สือ่ การเรยี นการสอน 1. หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 เล่ม 2
33 12. แหลง่ เรยี นรู้ 12.1 แหลง่ เรยี นรภู้ ายในโรงเรียน 12.1.1 ห้องสมดุ 12.1.2 internet 12.2 แหล่งเรียนรู้ภายนอกหอ้ งเรยี น - 12.3 ภมู ิปัญญาท้องถน่ิ - 13. การวัดผลประเมินผล คณุ ลักษณะท่ีต้องการวดั วธิ กี ารวดั เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน 1.ใบกจิ กรรมที่ ได้คะแนนรอ้ ยละ 60 ข้ึนไป 1. อธิบายความหมายของ 1.ประเมินใบกิจกรรมท่ี 11 สังเกตความ = ผา่ นเกณฑ์ กดอากาศ ความกดอากาศได้ (K) 11 สงั เกตความกด 2. อธบิ ายความสมั พนั ธ์ อากาศ ระหวา่ งความกดอากาศ และความสงู ได้ (K) 3. อธิบายการใชเ้ ครอ่ื งมอื วัดความกดอากาศได้ (K) 1. ส่ือสารและนำความรู้ 1.ประเมนิ การนำเสนอ 1. แบบประเมิน ได้คะแนนร้อยละ 60 ขน้ึ ไป เร่ืองความกดอากาศไปใชใ้ น หนา้ ช้นั เรยี น การนำเสนอหน้า = ผ่านเกณฑ์ ชวี ติ ประจำวันได้ (P) ช้นั เรียน 1. มคี วามสนใจใฝร่ ู้หรือ 1..การสังเกตและ 1.แบบประเมนิ ได้คะแนนระดับ 2 ขึน้ ไป = อยากร้อู ยากเห็น (A) ประเมนิ ผลพฤติกรรม พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์ 2. ทำงานร่วมกบั ผอู้ ืน่ อยา่ ง รายบุคคล รายบุคคล สรา้ งสรรค์ (A) 2. การประเมินลกั ษณะ 2.แบบประเมนิ อนั พงึ ประสงค์ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
34
35
36 กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วชิ า วทิ ยาศาสตร์ รหสั ว21102 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 6 เรอ่ื ง กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟา้ อากาศ แผนการเรยี นรทู้ ี่ 25 เรื่อง การเกดิ ลม เวลา 2 ช่ัวโมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัตภิ ัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผล ตอ่ สิ่งมชี ีวิตและส่ิงแวดล้อม ตวั ช้วี ดั /ผลการเรยี นรู้ ว 3.2 ม. 1/2 อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของลมฟ้าอากาศจากข้อมูลท่ี รวบรวมได้ 2. จดุ เนน้ 2.1 ดา้ นทักษะความสามารถ 1. ทกั ษะการสรา้ งแบบจำลอง 2. การใช้เทคโนโลยี 3. การแสวงหาความรดู้ ้วยตนเอง เพื่อการแก้ปญั หา 4. การสื่อสารอย่างสรา้ งสรรค์ 2.2 ดา้ นคุณลักษณะตามชว่ งวัย อยู่อย่างพอเพียง 3. มาตรฐานการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน (ด้านคณุ ภาพผเู้ รยี น) มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผ้เู รยี น 1. ผลสมั ฤทธ์ิทางวชิ าการของผ้เู รียน 2. คุณลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์ของผู้เรยี น 4. การบรู ณาการกบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ความพอประมาณ ความพอดที ีไ่ ม่น้อยเกนิ ไปและไมม่ ากเกนิ ไป โดยไมเ่ บยี ดเบียนตนเองและผอู้ น่ื ความมีเหตุผล การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดย พิจารณาจากเหตุปัจจยั ทีเ่ กยี่ วขอ้ ง ตลอดจนคำนงึ ถงึ ผลท่คี าดวา่ จะเกดิ ขนึ้ จากการกระทำน้ันๆ อย่างรอบคอบ ความมภี มู คิ ุ้มกันที่ดใี นตน การเตรียมตวั ใหพ้ รอ้ มรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงดา้ นตา่ งๆ ท่ีจะ เกดิ ขึน้ โดยคำนงึ ถึงความเปน็ ไปไดข้ องสถานการณต์ า่ งๆ ทค่ี าดวา่ จะเกิดขึน้ ในอนาคต เงื่อนไขความรู้ นักเรียนมคี วามรเู้ ร่อื งการเกดิ ลม เงื่อนไขคุณธรรม มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้ สติปญั ญาในการดำเนินชีวิต
37 5. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มวี ินยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุ่งม่นั ในการทำงาน 6. สาระสำคญั ลม คือ การเคล่อื นท่ีของอากาศ ซงึ่ เกดิ จากความแตกตา่ งของอุณหภมู ขิ องอากาศเหนอื พ้นื ดนิ และพ้ืน น้ำ ทำให้เกิดลม 7. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. อธิบายการเกิดลมได้ (K) 2. สอ่ื สารและนำความรูเ้ รอ่ื งการเกิดลมไปใช้ในชีวิตประจำวนั ได้ (P) 3. มคี วามสนใจใฝ่รหู้ รอื อยากรู้อยากเห็น (A) 4. ทำงานรว่ มกบั ผอู้ ่ืนอยา่ งสรา้ งสรรค์ (A) 8. สาระหลัก/ เนอ้ื หา 8.1 สาระการเรยี นร้แู กนกลาง ลม 8.2 สาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ - 9. ความรู้พนื้ ฐาน/ ทักษะจำเป็นของผูเ้ รยี น - การวเิ คราะห์ - การอธบิ ายและลงข้อสรปุ 10. กจิ กรรมการเรียนการสอน ขั้นสร้างความสนใจ(Engagement) 1. ครูใชค้ ำถาม ทบทวนความรขู้ อ้ งนกั เรยี น - ในคาบที่แล้วเราเรียนกันในเรื่องอะไร มีใครจำได้บ้าง (แนวคำตอบ การทดลองวัดอุณหภูมิเหนือ พนื้ ดิน และพน้ื นำ้ ) - ไดผ้ ลสรปุ การทดลองวา่ อยา่ งไร (แนวคำตอบ การเพ่มิ และลดของอุณหภูมเิ หนือพนื้ ดินและพ้ืนน้ำมี ความแตกต่างกัน โดยพ้นื ดินมกี ารเพ่มิ และลดอณุ หภมู ิได้เรว็ กว่าพ้ืนน้ำ) 2. ครกู ระตนุ้ ความสนใจของนกั เรยี น โดยการใช้คำถามกำหนดปัญหาทจี่ ะเรียนในคาบน้ี ดงั น้ี - ครูให้นักเรียนยืนขึ้นและมองออกไปนอกหน้าต่าง พร้อมชวนสังเกตไปที่ใบไม้ แล้วตั้งคำถามว่า “นกั เรียนเคยสงสัยไหมวา่ อะไรทที่ ำใหใ้ บไม้สัน่ ไหว” (แนวคำตอบ มีลมมาพัด) - เวลามีลมพัดนักเรยี นรู้อย่างไร ต่างกับเวลาไม่มีลมพัดหรอื ไม่ (แนวการตอบ เวลามีลมพัดจะทำให้ รู้สึกเยน็ ต่างกบั เวลาไมม่ ลี มพัดทำให้รู้สึกร้อน)
38 - นักเรียนคิดว่าความร้อนกับความเย็นขณะมีลมพัด อุณหภูมิอากาศเท่ากันหรือไม่ (แนวคำตอบไม่ เท่ากัน) - แลว้ นักเรียนสงสัยไหมว่าลมเกิดขึน้ ได้อย่างไร มนั จะเก่ียวข้องกับอุณหภูมิของอากาศรึไม่ นักเรียน สงสัยไหม - ในวันนี้เราจะมาหาคำตอบของคำถามเมื่อสักครู่ จากการทำกิจกรรมการทดลอง “สังเกตการเกิด ลม” ข้นั สำรวจและค้นหา(Exploration) (ก่อนทำกจิ กรรม ครูสอบถามนักเรียนเรื่องการใชอ้ ุปกรณเ์ ทอร์โมมิเตอร์ว่ายังมีใครอา่ นค่าจากเทอร์โมมิเตอร์ ไม่ไดห้ รือไม่ ถ้ามีนักเรยี นยังไมเ่ ข้าใจหรือลืม ครูอธบิ ายการใช้เครือ่ งมือเทอร์โมมิเตอรอ์ กี ครง้ั ) 1. แบง่ กลุ่มนกั เรยี นกลุ่มละ 4-5 คน ปฏิบัติกิจกรรม “สงั เกตการเกดิ ลม” 2. ครูใหน้ ักเรียนมารับอุปกรณ์การทดลอง และใบปฏบิ ตั กิ ิจกรรม “สังเกตการเกิดลม” 3. ครูใหน้ กั เรยี นศกึ ษาทำความเข้าในการปฏิบัตกิ ิจกรรม “สังเกตการเกิดลม” 4. ครูใช้คำถามตรวจสอบความเข้าใจในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม “สังเกตการเกดิ ลม” มขี ้นั ตอน / วิธีดำเนิน กจิ กรรมอย่างไรบ้าง ( แนวคำตอบ – ข้นั ตอนที่ 1 สร้างแบบจำลองการเกดิ ลม - ขั้นตอนที่ 2 ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิทั้ง 2 บริเวณ ด้านบนและด้านข้างของ แบบจำลองการเกดิ ลม บันทกึ ผลลงในใบกจิ กรรม - ขั้นตอนท่ี 3 จุดเทียน จากน้ันนำแบบจำลองการเกดิ ลม มาครอบ - ข้ันตอนท่ี 4 จดุ ธูปสงั เกตลกั ษณะการเคลอ่ื นที่ของควันธปู จากน้ันนำธูปมาไว้บริเวณ ด้านขา้ งของขวด สังเกตลักษณะการเคลื่อนที่ของควนั ธูป) - ขั้นตอนที่ 5 นำธูปที่จุดแล้ว มาไว้บริเวณด้านบนของปากขวด สังเกตลักษณะการ เคลื่อนทขี่ องควันธูป - ขั้นตอนที่ 6 นำเทอร์โมมิเตอร์มาวัดอุณหภูมิของอากาศบริเวณด้านบนและด้านข้าง ของ แบบจำลองการเกิดลมท่จี ดุ เทียนอยูภ่ ายใน บนั ทึกผลลงในใบกจิ กรรม - ขน้ั ตอนสดุ ท้ายสรปุ ผลการทดลองภายในกล่มุ ) ภาพแสดงขัน้ ตอนการปฏบิ ัติกจิ กรรม
39 5. ครูคอยให้คำแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรมโดยการเดินดูรอบห้องเรียน และเปิด โอกาสให้นักเรียนซักถามเมอ่ื เกดิ ปัญหา ข้ันอธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation) 1. เมื่อนักเรียนทำการทดลองเสร็จแล้วครใู ห้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มอภิปรายผลการทดลองและหาข้อสรุป จากการปฏิบตั กิ ิจกรรม เม่ืออภิปรายผลการทดลองเสร็จแลว้ ครใู ช้คำถาม ดังน้ี - จากการปฏิบัติกิจกรรมการทดลองก่อนจุดเทียนและหลังจุดเทียน อุณหภูมิเป็นอย่างไร (แนว คำตอบ แตกต่างกัน ) - แตกตา่ งกันอย่างไร (ก่อนจุดเทียนอุณหภมู ิของอากาศบริเวณด้านบนและดา้ นขา้ งของแบบจำลองมี คา่ เทา่ กนั สว่ นหลังจุดเทยี น อณุ หภูมขิ องอากาศด้านบนแบบจำลองจะสูงกวา่ ดา้ นข้างของแบบจำลอง) - ลกั ษณะการเคล่ือนทข่ี องควันธูปภายในแบบจำลองเกดิ ขึน้ ในทิศทางใด (เม่ือนำธปู ไวบ้ รเิ วณด้านข้าง ของแบบจำลอง ควันธูปจะถูกดดู เขา้ ไปในแบบจำลองแลว้ ออกสดู่ ้านบนของแบบจำลอง แต่เมื่อนำธปู ไวบ้ ริเวณ ดา้ นบนของแบบจำลองจะสงั เกตเหน็ ลมดนั ควนั ธูป ทำให้ควันธูปลอยข้นึ ในแนวตั้งอย่างรวดเรว็ ) - นกั เรียนคิดว่าจากการทดลองเกดิ ปรากฏการณอ์ ะไร (แนวคำตอบ เกิดการเคลื่อนท่ขี องอากาศ) - นักเรยี นสังเกตเห็นการเคลื่อนที่ของอากาศได้จากอะไร (แนวคำตอบ จากความแตกต่างของอุณหภูมิ และลกั ษะการเคลอื่ นท่ขี องควนั ธูป) 2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มบอกผลสรุปจากการทดลองของกลุ่มตัวเอง (แนวคำตอบ เมื่อเกิดความ แตกต่างของอณุ หภมู ิ 2 บริเวณอากาศของบริเวณทีร่ ้อนกว่าจะลอยตวั สงู ขนึ้ ในแนวตัง้ แล้วอากาศจากบริเวณที่ มอี ณุ หภมู ติ ำ่ กว่าจะลอยตวั เขา้ มาแทนที่ ทำให้เกดิ การหมนุ เวียนของอากาศ หรือ เรยี นว่าลม ) ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 1. นักเรียนคิดว่าความรู้จากที่เราได้เรียนมาในคาบที่แล้วและคาบนี้ สามารถนำมาเชื่อมโยงกันได้ หรือไม่อยา่ งไร ( แนวคำตอบ ในคาบทแ่ี ลว้ เราทราบว่าอุณหภมู ิของพื้นน้ำและพ้นื ดินมีความแตกต่างกันทั้งใน เวลากลางวันและกลางคนื กจ็ ะทำใหเ้ กิดลมที่พดั จากบนไปส่ทู ะเล และจากทะเลมาสบู่ ก) 2. ครูกลา่ ว ปรากฏการณน์ เี้ รียกว่า ลมบก ลมทะเล ซ่ึงชาวประมงใชใ้ นการออกหาปลาในเวลากลางคืน และกลับเข้าฝ่ังในเวลากลางวนั และเรายงั มาสามารถใช้ความรเู้ รอ่ื งความแตกต่างของอุณหภูมิที่ทำให้เกิดการ เคลอื่ นทขี่ องอากาศหรอื ลม มาใช้ในการเป็นสว่ นหนึง่ ของการพยากรณ์อากาศได้อกี ดว้ ย 3. ครูเปิด www.windy.com ให้นักเรียนดูการเกิดกระแสลมที่เกิดขึ้นจริงจากภาพถ่ายดาวเทียม ณ ปจั จบุ ันแล้วใหน้ ักเรยี นสังเกตการเกิดกระแสลมและทศิ ทางกระแสลมโดยใช้ความรูท้ เ่ี รียนมา
40 ภาพแสดงหน้า www.windy.com ข้นั ประเมนิ (Evaluation) 1. ครูให้นักเรยี นแตล่ ะคนพจิ ารณาว่าจากหัวข้อทีไ่ ด้เรียนและปฏิบัติกิจกรรมการทดลอง มีจุดใดบ้างท่ี ยังไม่เข้าใจหรือมีขอ้ สงสัย ถา้ มีครชู ว่ ยอธบิ ายเพ่มิ เติม 2. ครทู ดสอบหลังเรยี นผา่ น Application Plickers โดยมคี ำถามดงั นี้
41 11. สื่อการเรยี นการสอน 1. หนงั สือเรียนรายวชิ าพน้ื ฐาน วิทยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 เล่ม 2 2. ใบกิจกรรม 3. อุปกรณ์ทำแบบจำลองการเคล่อื นที่ของลม - ขวดน้ำพลาสตกิ - เทยี น - ธูป - กรรไกร - เทปใส - ไฟแช็ค 4. เทอรโ์ มมเิ ตอร์ 5. เว็บไซต์ www.windy.com 6. Application Plickers 7. แผนภาพการทดลองการเกิดลม 12. แหล่งเรียนรู้ 12.1 แหลง่ เรยี นรภู้ ายในโรงเรียน 12.1.1 หอ้ งสมุด 12.1.2 internet 12.2 แหล่งเรียนร้ภู ายนอกห้องเรยี น - 12.3 ภูมิปญั ญาทอ้ งถ่ิน -
42 13. การวัดผลประเมนิ ผล วิธีการวดั เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน คุณลกั ษณะที่ต้องการวดั 1.ประเมินใบกจิ กรรมท่ี 1.ใบกจิ กรรมที่ ได้คะแนนร้อยละ 60 ข้ึนไป 1. อธิบายการเกิดลมได้ (K) 12 สังเกตความแตกตา่ ง 12 สังเกตความ = ผ่านเกณฑ์ ของอุณหภูมิเหนอื พ้นื ดิน แตกตา่ งของ 1. สอ่ื สารและนำความรู้ และพื้นนำ้ อุณหภมู ิเหนอื ได้คะแนนร้อยละ 60 ข้นึ ไป เรือ่ งการเกิดลมไปใช้ใน พน้ื ดินและพน้ื นำ้ = ผ่านเกณฑ์ ชวี ิตประจำวนั ได้ (P) 1.ประเมนิ การนำเสนอ 1. แบบประเมนิ 1. มีความสนใจใฝร่ ้หู รอื หน้าช้ันเรียน การนำเสนอหนา้ ไดค้ ะแนนระดบั 2 ขึน้ ไป = อยากรอู้ ยากเหน็ (A) ชั้นเรยี น ผา่ นเกณฑ์ 2. ทำงานรว่ มกับผู้อน่ื อยา่ ง 1..การสงั เกตและ 1.แบบประเมิน สร้างสรรค์ (A) ประเมินผลพฤตกิ รรม พฤตกิ รรม รายบุคคล รายบุคคล 2. การประเมินลักษณะ 2.แบบประเมนิ อันพึงประสงค์ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์
43
44
45 กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิชา วทิ ยาศาสตร์ รหัส ว21102 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 6 เรื่อง กระบวนการเปลย่ี นแปลงลมฟา้ อากาศ แผนการเรียนรู้ท่ี 26 เรื่อง การวัดลม เวลา 2 ช่วั โมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลีย่ นแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผล ต่อส่งิ มชี วี ิตและสง่ิ แวดล้อม ตวั ชีว้ ดั /ผลการเรียนรู้ ว 3.2 ม. 1/2 อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของลมฟ้าอากาศจากข้อมูลท่ี รวบรวมได้ 2. จดุ เนน้ 2.1 ดา้ นทักษะความสามารถ 1. ทกั ษะการสรา้ งแบบจำลอง 2. การใช้เทคโนโลยี 3. การแสวงหาความรดู้ ้วยตนเอง เพ่อื การแก้ปญั หา 4. การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ 2.2 ด้านคณุ ลักษณะตามช่วงวัย อยู่อย่างพอเพียง 3. มาตรฐานการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน (ดา้ นคุณภาพผเู้ รียน) มาตรฐานที่ 1 คณุ ภาพของผเู้ รียน 1. ผลสมั ฤทธิท์ างวิชาการของผเู้ รยี น 2. คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงคข์ องผเู้ รียน 4. การบรู ณาการกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความพอประมาณ ความพอดที ่ีไม่นอ้ ยเกนิ ไปและไมม่ ากเกนิ ไป โดยไม่เบยี ดเบียนตนเองและผู้อ่ืน ความมีเหตุผล การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดย พิจารณาจากเหตุปัจจยั ทีเ่ กยี่ วขอ้ ง ตลอดจนคำนงึ ถึงผลที่คาดวา่ จะเกดิ ขน้ึ จากการกระทำน้ันๆ อยา่ งรอบคอบ ความมภี มู ิคุ้มกันที่ดใี นตน การเตรียมตัวให้พรอ้ มรบั ผลกระทบและการเปล่ียนแปลงด้านต่างๆ ที่จะ เกดิ ขน้ึ โดยคำนงึ ถึงความเปน็ ไปไดข้ องสถานการณ์ตา่ งๆ ท่ีคาดวา่ จะเกิดขึน้ ในอนาคต เงื่อนไขความรู้ นักเรยี นมีความรู้เรอ่ื งการวดั ลม เงื่อนไขคุณธรรม มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมคี วามอดทน มีความเพียร ใช้ สตปิ ญั ญาในการดำเนินชีวิต
46 5. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มวี ินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุง่ ม่นั ในการทำงาน 6. สาระสำคัญ ลมมีทิศทางและความเร็วในการเคลื่อนที่ เราสามารถวัดทิศทางและความเร็วของลมได้โดยใช้ เคร่อื งมือวดั เครื่องมือท่ใี ชว้ ัดทิศทางลม เรียกว่า ศรลม สว่ นเคร่อื งมือทใี่ ชต้ รวจสอบความเร็วลม เรียกว่า แอนิ มอมิเตอร์ 7. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. อธิบายการวัดลมได้ (K) 2. สอ่ื สารและนำความรเู้ รอ่ื งการวดั ลมไปใชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้ (P) 3. มีความสนใจใฝ่รหู้ รอื อยากรูอ้ ยากเหน็ (A) 4. ทำงานร่วมกบั ผู้อนื่ อยา่ งสร้างสรรค์ (A) 8. สาระหลกั / เนอ้ื หา 8.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง การวดั ลม 8.2 สาระการเรียนรูท้ อ้ งถิ่น - 9. ความรูพ้ น้ื ฐาน/ ทกั ษะจำเป็นของผูเ้ รียน - การวเิ คราะห์ - การอธิบายและลงขอ้ สรปุ 10. กิจกรรมการเรียนการสอน ข้นั สร้างความสนใจ(Engagement) (1) ครทู บทวนความรู้เดิมของนกั เรยี นเก่ียวกับการเกิดลม แล้วถามคำถามนกั เรยี นว่า – ลมพัดเกดิ จากอะไร (แนวคำตอบ การเคลอ่ื นท่ีของอากาศจากบรเิ วณท่ีมอี ุณหภูมิต่ำกว่าไปยัง บริเวณที่มีอณุ หภมู สิ งู กว่า) – เราจะสงั เกตวา่ มีลมพัดได้จากอะไร (แนวคำตอบ ใชศ้ รลม) (2) นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายหาคำตอบเกี่ยวกบั คำถามตามความคดิ เหน็ ของแตล่ ะคน ข้นั สำรวจและค้นหา(Exploration) (1) แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 4–5 คน ปฏิบัติกิจกรรมที่ 14 ประดิษฐ์เครื่องมือตรวจสอบทิศทางของลม อย่างง่าย แต่ละกลุ่มปฏิบัติกจิ กรรมตามขัน้ ตอนท่ีไดว้ างแผนไว้ดังน้ี – นำลวดเสยี บกระดาษ 2 ตัว มางา้ งใหป้ ลายข้างหนงึ่ ยดื ออก ดงั รปู (ก)
47 – นำลวดเสยี บกระดาษที่ง้างเสร็จแล้วทง้ั 2 ตวั ตดิ เข้ากับแกนไม้ โดยผกู ปลายลวดเสียบกระดาษ ด้วยเส้นดา้ ย แล้วพันด้วยเทปกาวใหแ้ น่น – นำลูกศรท่ตี ดั ดังรูป (ข) มาติดเขา้ กับลวดเสียบกระดาษทง้ั 2 ตัว พรอ้ มกบั นำแกนไม้สอดเข้า ไปในหลอดกาแฟทป่ี กั อย่บู นก้อนดนิ น้ำมัน ดังรปู (ค) – นำเครื่องมอื ที่สร้างขึ้นไปวางไว้ในบริเวณที่มีลมพัด แล้วสังเกตการเคลื่อนไหวของลูกศร และ สงั เกตทิศทลี่ ูกศรชไี้ ป หลอดกาแฟ ดนิ นำ้ มัน แกนไม้ (ก) ลวดเสียบกระดาษ (ข) ลกู ศร (ค) ศรลม การทำเครอื่ งมอื ตรวจสอบทศิ ทางของลมอยา่ งงา่ ย (2) นักเรียนกล่มุ เดมิ ปฏิบตั ิกิจกรรมที่ 14 ประดษิ ฐเ์ คร่ืองมือตรวจสอบทศิ ทางของลมอยา่ งงา่ ย แต่ละ กลุม่ ปฏิบัติกจิ กรรมตามขน้ั ตอนท่ีได้วางแผนไว้ดงั น้ี – ตัดกระดาษเป็นรูปวงกลมใหม้ ีขนาดเส้นผ่านศนู ยก์ ลาง 7 เซนตเิ มตรเทา่ กนั 3 ช้ิน แลว้ พับเป็น รปู กรวย ดงั รูป (ก) จากนั้นจึงใชเ้ ทปกาวตดิ ใหแ้ น่น – งา้ งลวดเสียบกระดาษ 3 ตัวใหป้ ลายขา้ งหน่งึ ยืดออกมา แลว้ นำมาผกู ติดกบั แกนไม้ท่ีเตรียมไว้ ดว้ ยเสน้ ดา้ ยใหแ้ น่น จากนั้นจัดใหล้ วดเสยี บกระดาษทำมุมเทา่ ๆ กนั ดงั รูป (ข) แล้วจงึ ใช้เทปกาวพนั ใหแ้ นน่ – นำกรวยกระดาษที่เตรียมไว้มาติดที่ปลายของลวดเสียบกระดาษทั้ง 3 ตัวด้วยเทปกาวโดยจดั ให้ปากกรวยหันไปในทางเดียวกัน จากนน้ั จึงนำแกนไม้สอดเขา้ ไปในหลอดกาแฟทีป่ กั ยึดตดิ อยู่กับดินนำ้ มัน ดัง รปู (ค) – นำเครื่องมือที่สร้างขึ้นไปวางไว้ในบริเวณที่มีลมพัด แล้วสังเกตการเคลื่อนไหวของกรวย กระดาษและความเร็วของการเคล่อื นไหว แกนไม้ หลอด (ก) (ข) ดินนำ้ มัน กาแฟ (ค) การทำเคร่อื งมอื ตรวจสอบความเร็วของลมอยา่ งงา่ ย
48 (2) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบ ๆ ห้องเรียนและเปิด โอกาสให้นักเรยี นทุกคนซกั ถามเม่อื มีปญั หา ขัน้ อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation) (1) นกั เรียนแต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนกลมุ่ นำเสนอผลการปฏิบัตกิ ิจกรรมหน้าหอ้ งเรยี น (2) นักเรยี นและครรู ว่ มกันอภปิ รายและหาขอ้ สรุปจากการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม โดยใชแ้ นวคำถามต่อไปน้ี กิจกรรมที่ 14 ประดิษฐเ์ ครอื่ งมอื ตรวจสอบทศิ ทางของลมอย่างง่าย – เม่ือตง้ั อุปกรณไ์ ว้ในบริเวณที่มีลมพัด ลูกศรจะช้ไี ปในทิศทางใด (แนวคำตอบ ตามทิศทางของ ลม) – การนำศรลมไปตง้ั ในบริเวณท่ีแตกต่างกัน มผี ลต่อการวัดทศิ ทางลมหรือไม่ (แนวคำตอบ มีผล ต่อการวัดทิศทางลม เนื่องจากบริเวณท่ีมีลมพัดอ่อน การชี้ทิศทางของศรลมจะสังเกตได้ยากกว่า บริเวณที่มี ลมพัดแรง) – การบอกทิศทางของลมจากศรลมดูได้อย่างไร (แนวคำตอบ ลูกศรจะชี้ในทิศตามทิศทางลม โดยหวั ลูกศรของศรลมจะช้ที ศิ ทางทล่ี มพดั มาเสมอ) กิจกรรมที่ 15 ประดษิ ฐเ์ คร่ืองมือตรวจสอบความเร็วของลมอย่างงา่ ย – เวลาท่ีกรวยกระดาษหมุนครบ 50 รอบที่เวลาต่างๆ กัน มคี ่าเปน็ อยา่ งไร (แนวคำตอบ มีค่าไม่ เท่ากัน) – การท่เี วลาจากการหมนุ ของกรวยกระดาษครบ 50 รอบมีค่าแตกต่างกนั นักเรยี นคิดวา่ ขนึ้ อยู่กับสง่ิ ใด (แนวคำตอบ ความเรว็ ลมในช่วงเวลาน้ันๆ) – ความเร็วลมมกี ารเปล่ยี นแปลงลักษณะใดในช่วงเวลาต่าง ๆ กัน (แนวคำตอบ ในช่วงเวลาต่างๆ กัน ลมจะพัดดว้ ยความเรว็ ท่ไี มเ่ ท่ากัน) (3) ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรปุ ผลการปฏิบัตกิ ิจกรรม โดยครูเน้นใหน้ ักเรียนเข้าใจวา่ กจิ กรรมที่ 14 ประดิษฐ์เครื่องมือตรวจสอบทิศทางของลมอย่างง่าย การปฏิบัติกิจกรรมครั้งนี้ นักเรียนจะได้อุปกรณ์ ตรวจสอบทิศทางลมท่เี รียกว่า ศรลม กิจกรรมท่ี 15 ประดิษฐ์เครื่องมอื ตรวจสอบความเร็วของลมอยา่ ง งา่ ย การปฏบิ ัติกจิ กรรมครง้ั นี้ นักเรยี นจะไดอ้ ปุ กรณ์ตรวจสอบความเร็วของลมท่ีเรียกว่า มาตรความเร็วลม ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration) (1) แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 4–5 คน ปฏิบัติกิจกรรมที่ 16 สำรวจการวัดความเร็วลม แต่ละกลุ่มปฏิบัติ กิจกรรมตามขน้ั ตอนที่ได้วางแผนไวด้ งั น้ี – ให้นักเรียนนำเคร่ืองมือตรวจสอบความเร็วลมอย่างง่ายที่ประดิษฐข์ ึน้ ในการปฏิบัติกจิ กรรมท่ี 15 ดังรูป มาตรวจสอบความเร็วลมโดยตั้งเครือ่ งมอื ตรวจสอบความเรว็ ของลมอย่างงา่ ยไวต้ รงบริเวณท่ีโลง่ แจง้
49 เคร่ืองมอื ตรวจสอบความเรว็ ของลมอยา่ งงา่ ย – วัดความเร็วลมที่เวลาต่างๆ กันใน 1 วัน โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น., 10.00 น., 12.00 น. และ 16.00 น. ตามลำดับ จับเวลาการหมุนของกรวยกระดาษครบ 50 รอบ บนั ทกึ ผลการสำรวจ หมายเหตุ เน่ืองจากการวดั ความเรว็ ลมจากธรรมชาตอิ าจทำได้ยาก จึงควรใชพ้ ัดลมเป็นแหล่งกำเนดิ ลม โดยตัง้ เคร่อื งวดั ความเรว็ ลมใหม้ รี ะยะท่หี ่างจากพดั ลมท่ตี ่างกัน จะทำใหไ้ ดค้ วามเรว็ ลมทต่ี ่างกัน (2) ครูคอยแนะนำชว่ ยเหลอื นกั เรียนขณะปฏิบตั ิกิจกรรม โดยครูเดินดรู อบๆ ห้องเรียนและเปิดโอกาส ใหน้ กั เรยี นทกุ คนซกั ถามเมอ่ื มีปัญหา ขนั้ ประเมิน (Evaluation) (1) ครูให้นกั เรยี นแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรยี นมาและการปฏิบัตกิ ิจกรรมมีจุดใดบ้างท่ียังไม่ เข้าใจหรือยงั มขี อ้ สงสัย ถ้ามี ครูชว่ ยอธิบายเพมิ่ เตมิ ใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจ (2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อยา่ งไรบา้ ง (3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชนท์ ี่ได้รับจากการปฏบิ ัติกิจกรรม และ การนำความรูท้ ไี่ ดไ้ ปใช้ประโยชน์ (4) ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียน โดยการใหต้ อบคำถาม เช่น – มนษุ ย์ใชป้ ระโยชนจ์ ากลมอยา่ งไร – เครื่องวัดทศิ ทางลมหรือศรลมมีหลักการทำงานอย่างไร – เครอ่ื งมือตรวจสอบความเร็วของลมมหี ลกั การทำงานอย่างไร 11. สอื่ การเรยี นการสอน 1. หนงั สือเรียนรายวชิ าพน้ื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 1 เล่ม 2 12. แหลง่ เรยี นรู้ 12.1 แหล่งเรียนรูภ้ ายในโรงเรยี น 12.1.1 ห้องสมุด 12.1.2 internet 12.2 แหลง่ เรยี นรภู้ ายนอกห้องเรียน - 12.3 ภมู ิปัญญาท้องถนิ่ -
50 13. การวดั ผลประเมนิ ผล วธิ ีการวัด เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ คณุ ลกั ษณะทตี่ อ้ งการวัด 1. อธิบายการวดั ลมได้ (K) ประเมินใบกิจกรรมท่ี 14 ใบกจิ กรรมที่ 14 ไดค้ ะแนนร้อยละ 60 1. สอื่ สารและนำความรู้ ประดิษฐ์เครือ่ งมือ ประดษิ ฐเ์ คร่ืองมือ ขนึ้ ไป = ผ่านเกณฑ์ เรื่องการวดั ลมไปใช้ใน ชวี ิตประจำวนั ได้ (P) ตรวจสอบทิศทางของลม ตรวจสอบทิศทางของลม 1. มีความสนใจใฝ่ร้หู รอื อยากรู้อยากเห็น (A) อย่างง่าย ใบกิจกรรมท่ี อย่างงา่ ย ใบกิจกรรมที่ 2. ทำงานร่วมกับผอู้ ่ืนอยา่ ง สร้างสรรค์ (A) 15 ประดิษฐ์เคร่อื งมือ 15 ประดิษฐเ์ ครือ่ งมอื ตรวจสอบความเรว็ ของ ตรวจสอบความเร็วของ ลมอย่างง่าย ลมอย่างงา่ ย ใบกิจกรรมที่ 16 สำรวจ ใบกิจกรรมท่ี 16 สำรวจ การวัดความเร็วลม การวดั ความเรว็ ลม 1.ประเมินการนำเสนอ 1. แบบประเมินการ ได้คะแนนรอ้ ยละ 60 หน้าชั้นเรยี น นำเสนอหนา้ ช้นั เรยี น ขึน้ ไป = ผ่านเกณฑ์ 1..การสังเกตและ 1.แบบประเมนิ ได้คะแนนระดบั 2 ประเมินผลพฤติกรรม พฤติกรรมรายบคุ คล ขนึ้ ไป = ผ่านเกณฑ์ รายบคุ คล 2.แบบประเมนิ 2. การประเมินลักษณะ คณุ ลกั ษณะอนั พึง อนั พงึ ประสงค์ ประสงค์
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118