12. นกั เรียนรว่ มกนั สนทนาเพ่ือรวบรวมความรู้จากประสบการณ์เดิมเกี่ยวกับเร่ือง ระบบนา้ โดยใชค้ าถาม 13. นักเรียนสังเกตแผนที่เขตชีวนิเวศของโลกและสารวจส่งิ แวดล้อมในพืน้ ทีท่ ่ีอาศัยอยู่ แล้ว ร่วมกนั สนทนา โดยใช้คาถาม 14. นักเรียนสงั เกตภาพลกั ษณะภมู ิประเทศทกี่ าหนด แลว้ รว่ มกันสนทนาเพอ่ื รวบรวมความรู้ จากประสบการณ์เดิม โดยใช้คาถาม 15. นักเรียนร่วมกนั สนทนาเพ่อื รวบรวมความรู้จากประสบการณ์เดิม จากน้ันพิจารณาข่าว เกี่ยวกับถ้าหลวง แลว้ ตอบคาถาม แล้วอภปิ รายเป็นความรรู้ ่วมกันเก่ยี วกับการกระทาของน้าใต้ดิน 16. นักเรียนร่วมกันสนทนาเพื่อรวบรวมความรู้จากประสบการณ์เดิม จากน้ันสังเกตแผนท่ี ภาคใต้ แลว้ ตอบคาถาม 17. นกั เรยี นรว่ มกันสนทนาเพ่อื รวบรวมความรู้จากประสบการณ์เดิม โดยใชค้ าถาม จากนนั้ อภปิ รายเพ่ิมเตมิ ร่วมกนั 18. นักเรียนร่วมกันสนทนาเพอ่ื รวบรวมความรจู้ ากประสบการณ์เดิม โดยใช้คาถาม จากนั้น อภิปรายเปน็ ความรู้เพิม่ เติมรว่ มกันเก่ียวกบั ธารนา้ แขง็ 19. นกั เรียนสารวจสภาพอากาศรอบตัว แล้วร่วมกันสนทนา โดยใช้คาถาม จากน้นั อภิปราย เป็นความรูเ้ พิม่ เติมร่วมกัน 20. นักเรียนรว่ มกนั สนทนาเก่ียวกับภูมิอากาศ และสังเกตแผนที่จาแนกเขตภูมิอากาศแบบ เคิปเพนิ แลว้ ตอบคาถาม จากน้นั อภปิ รายเป็นความรู้เพ่มิ เติมร่วมกนั 21. นักเรียนร่วมกันสนทนาเพื่อรวบรวมความรู้จากประสบการณ์เดิมเกยี่ วกับทรัพยากรดิน โดยใชค้ าถาม จากนน้ั อภปิ รายเป็นความรเู้ พิ่มเติมร่วมกัน 22. นกั เรียนสังเกตภาพตัดขวางหน้าดนิ แล้วอภิปรายเปน็ ความรรู้ ว่ มกัน 23. นักเรียนร่วมกันสนทนาเพ่ือรวบรวมความรู้จากประสบการณ์เดิมเก่ียวกบั ทรัพยากรนา้ โดยใชค้ าถาม 24. นักเรียนร่วมกันสนทนาเพ่ือรวบรวมความรู้จากประสบการณ์เดิมเกี่ยวกับพืชพรรณ ธรรมชาติ โดยใชค้ าถาม 25. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเร่ือง การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ จาก หนังสือเรียน และแหล่งการเรียนรูอ้ ่ืนๆ เพิ่มเตมิ ข้ันสอน 11. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับความสาคัญของเศรษฐกิจพอเพียง โดยการ ตอบคาถาม 12. นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั หลักการและเป้าหมายของหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง จากนนั้ บนั ทกึ คาตอบของนกั เรยี นเปน็ แผนภาพความคิดบนกระดาน 13. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ยกตัวอย่างการดาเนนิ ชีวติ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งท่ี นาไปสู่เปา้ หมายของการดารงอยู่อยา่ งมคี วามสุข โดยสรุปเป็นแผนภาพความคดิ บนกระดาน 14. นักเรียนร่วมกันสรุปประโยชน์จากการนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไปปรับใช้ ในการดาเนินชวี ติ โดยสรุปเป็นแผนภาพความคิด
15. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์คุณค่า ความสาคัญ และประโยชน์ของหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี งทสี่ ่งผลกระทบต่อตนเองและสังคม โดยสรปุ เปน็ แผนภาพความคดิ บนกระดาน 16. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์คุณค่า ความสาคัญ และประโยชน์ของหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงที่ส่งผลต่อประเทศชาติ ในหัวข้อที่กาหนดให้ จากน้ันร่วมกันสรุปเป็นแผนภาพ ความคิดบนกระดาน 17. นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกับระบบเศรษฐกจิ ของประเทศไทยกับเศรษฐกิจ พอเพียง โดยการตอบคาถาม แลว้ สรุปคาตอบของนักเรยี นเป็นแผนภาพความคดิ บนกระดาน 18. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงในการ ดาเนินชีวิต โดยการตอบคาถาม จากน้นั สรุปคาตอบของนกั เรยี นเปน็ แผนภาพความคิดบนกระดาน 19. นักเรียนร่วมกนั สรปุ ประโยชน์ของหลักการพ่งึ ตนเอง โดยสรปุ เปน็ แผนภาพความคิดบน กระดาน 20. นักเรียนแบ่งกลุ่ม 4 กลุ่ม นาเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงในการ ดาเนินชีวติ จากน้นั วิเคราะหผ์ ลท่ีเกิดข้นึ จากการปฏิบตั แิ ละไมป่ ฏบิ ัติเป็นแผนภาพความคิด 21. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับ “ทฤษฎีใหม่ขั้นก้าวหน้า” โดยการตอบคาถามแล้ว สรุปคาตอบของนกั เรยี นเป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน 22. นักเรียนแบ่งกลุ่ม 4 กลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันยกตัวอย่าง แนวทางการประยุกต์ใช้ เศรษฐกจิ พอเพียงในหัวขอ้ ท่กี าหนดให้ จากน้นั รว่ มกันสรุปเป็นแผนภาพความคดิ บนกระดาน 23. นักเรียนร่วมกนั สรุปในการนอ้ มนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาประยกุ ต์ใชใ้ น การดาเนินชวี ิต โดยสรุปเปน็ แผนภาพความคิด 24. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์สาระสาคัญของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1-5เปน็ แผนภาพความคิด 25. นักเรียนร่วมกันสรปุ ผลดขี องการนาแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาตมิ าใช้ในการ พฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมของประเทศเปน็ แผนภาพความคดิ 26. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์สาระสาคัญของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 6-10 โดยสรปุ เปน็ แผนภาพความคิด 27. นักเรียนแบ่งกลุ่ม 5 กลุ่ม ร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจจาก แผนพัฒนาประเทศ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 6-10 พร้อมวิเคราะห์ ปัญหาท่ีเกิดข้ึนจากการพัฒนาประเทศในแต่ละช่วง ใส่กระดาษฟลิปชาร์ต แล้วส่งตัวแทนออกมา นาเสนอเป็นแผนภาพความคดิ 28. นักเรียนร่วมกันสรุปประโยชน์ที่เกิดข้ึนจากการพัฒนาประเทศโดยใช้แผนพัฒนา เศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ โดยใช้แผนภาพความคดิ 29. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 โดยการตอบคาถาม จากนั้นร่วมกันสรุปเป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน 30. นักเรียนร่วมกันยกตัวอย่างผลดีท่ีเกิดขึ้นจากการพัฒนาตามแนวยุทธศาสตร์ของ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 โดยบันทึกคาตอบของนักเรียนเป็นแผนภาพ ความคดิ บนกระดาน
31. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์โดยการยกตัวอย่างจุดอ่อนและจุดแข็งของแผนพัฒนา เศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 11 พร้อมนาเสนอผลทเ่ี กดิ ขน้ึ โดยใชแ้ ผนภาพความคดิ แลว้ ตอบ คาถาม 32. นักเรียนแบง่ กลุ่ม 5 กลมุ่ รว่ มกันศึกษาและวิเคราะห์เก่ยี วกบั แผนพฒั นาเศรษฐกิจและ สงั คม ฉบับท่ี 12 ในประเดน็ ที่กาหนดให้ จากนนั้ รว่ มกนั สรปุ เป็นแผนภาพความคดิ 33. นักเรยี นคิดประเมนิ เพือ่ เพมิ่ คณุ ค่า แล้วสรุปเปน็ ความคดิ รวบยอด โดยการตอบคาถาม ข้ันสรุป 26. นักเรียนวิเคราะห์เกี่ยวกับลักษณะสาคัญของโลกและสัณฐานของโลก จากน้ันจาแนก ระบบของโลกว่าประกอบไปดว้ ยอะไรบ้าง แลว้ สรปุ ความรูเ้ ปน็ แผนภาพความคิด 27. นักเรยี นวเิ คราะห์เก่ยี วกับการแบ่งชัน้ โครงสรา้ งของโลกว่ามกี ี่แบบและมีลักษณะอยา่ งไร จากน้ันวิเคราะห์ลักษณะของชั้นเปลือกโลก ช้ันเนื้อโลก ช้ันแก่นโลก แล้วสรุปความรู้เป็นแผนภาพ ความคิด 28. นักเรียนเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างระหว่างแก่นโลกชั้นในกับแกน่ โลก ช้นั นอก แลว้ สรุปความรเู้ ป็นแผนภาพความคดิ 29. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับกระบวนการจากแรงภายในโลก โดยใช้ คาถาม 30. นักเรียนจาแนกประเภทของภูเขาไฟตามลักษณะการเกิดท่ีก่อให้เกิดกระบวนการแปร สัณฐานอยา่ งรวดเรว็ แลว้ สรปุ เปน็ แผนภาพความคิด 31. นักเรียนวิเคราะห์เกี่ยวกับลักษณะการเคล่ือนที่ของแผ่นธรณีที่ทาให้เกิดกระบวนการ แปรสัณฐานอย่างช้าๆ จากน้ันวิเคราะห์ลักษณะของช้ันหินคดโค้งท่ีเกิดขึ้นบริเวณเปลือกโลก แลว้ สรุปความรูเ้ ปน็ แผนภาพความคดิ 32. นกั เรียนแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกบั กระบวนการเปล่ียนแปลงภายนอกโลก โดยใชค้ าถาม 33. นักเรียนวิเคราะห์เก่ียวกับลักษณะของกระบวนการผุพังอยู่กับที่ จากนั้นเปรียบเทียบ ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างกระบวนการผุพังอยู่กับที่รูปแบบต่าง ๆ แล้วสรุปความรู้เป็น แผนภาพความคดิ 34. นักเรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกบั กระบวนการเคลื่อนท่ีของมวล โดยใชค้ าถาม 35. นักเรียนวิเคราะห์เก่ียวกับลักษณะของกระบวนการเคลื่อนท่ีของมวล แล้วสรุปความรู้ เป็นแผนภาพความคดิ 36. นกั เรยี นวเิ คราะหภ์ าพสถานท่ีทมี่ ีลักษณะของการกรอ่ นรูปแบบต่าง ๆ เชน่ แกรนดแ์ คน ยอน ประเทศสหรัฐอเมริกา สามพนั โบก จงั หวัดอบุ ลราชธานี แล้วรว่ มกนั สนทนา โดยใชค้ าถาม 37. นักเรียนวิเคราะห์ลักษณะของกระบวนการกร่อนท่ีสาคัญ แล้วสรุปความรู้เป็นแผนภาพ ความคดิ จากนั้นวเิ คราะห์ภาพท่ีเก่ยี วกบั การพดั พา แล้วร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยใชค้ าถาม 38. นักเรียนวิเคราะห์ลักษณะกระบวนการพดั พา และกระบวนการทับถม แล้วสรุปความรู้ เปน็ แผนภาพความคดิ 39. นกั เรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกับช้ันบรรยากาศ โดยใชค้ าถาม จากน้นั จาแนก ช้นั บรรยากาศของโลก แล้วสรปุ ความร้เู ปน็ แผนภาพความคดิ
40. นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั พลงั งานจากดวงอาทิตย์ โดยใชค้ าถาม 41. นักเรียนวิเคราะห์ปัจจัยสาคัญที่เป็นตัวควบคุมอุณหภูมิโลก จากน้ันเปรียบเทียบความ เหมือนและความแตกต่างของกระบวนการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลกโดยเลือกวิเคราะห์มา 2 ปัจจยั แลว้ สรปุ ความรูเ้ ป็นแผนภาพความคิด 42. นักเรียนวิเคราะห์ภาพ แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวความกดอากาศของ โลก โดยใชค้ าถาม 43. นักเรียนวิเคราะห์สาเหตุท่ีทาให้ความกดอากาศทั่วโลกมีความแตกต่างกัน จากน้ันสรุป ลักษณะแนวความกดอากาศของโลก แล้วสรปุ ความร้เู ปน็ แผนภาพความคิด 44. นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเร่ือง ระบบลมประจา โดยใชค้ าถาม จากน้นั จาแนกลกั ษณะของลมพืน้ ผิวโลก แล้วสรุปความร้เู ปน็ แผนภาพความคดิ 45. นักเรียนวิเคราะห์สภาพอากาศในรอบวันแล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่ามีลักษณะ อย่างไร แลว้ สรปุ ความรเู้ ปน็ แผนภาพความคดิ 46. นกั เรียนวเิ คราะหเ์ ก่ียวกบั เมฆทีอ่ ยู่ในชน้ั บรรยากาศ จากน้นั วิเคราะหล์ กั ษณะของหยาด น้าฟา้ แลว้ สรุปความรเู้ ปน็ แผนภาพความคดิ 47. นักเรียนวิเคราะห์ประเภทของน้าท่ีพบบนพื้นผิวโลกว่ามีอะไรบ้าง แล้วสรุปความรู้เป็น แผนภาพความคิด จากนั้นวิเคราะห์ภาพวัฏจักรของน้า และวิเคราะห์ขั้นตอนออกมาเป็นลาดับข้ัน แล้วสรุปเปน็ ความคิดรวบยอด 48. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับระบบน้าจืดบนโลก โดยใช้คาถาม จากน้ัน วเิ คราะหล์ ักษณะของระบบน้าจืดบนโลก แล้วสรปุ ความรู้เปน็ แผนภาพความคดิ 49. นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั ระบบนา้ ใต้ดนิ โดยใชค้ าถาม จากนั้นจาแนก องค์ประกอบของระบบนา้ ใต้ดนิ วา่ ประกอบด้วยอะไรบา้ ง แล้วสรุปความรู้เป็นแผนภาพความคิด 50. นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับระบบนา้ เคม็ โดยใช้คาถาม จากนั้นวเิ คราะห์ ถงึ สาเหตขุ องการเกดิ กระแสน้าในมหาสมุทร แลว้ สรุปความรู้เปน็ แผนภาพความคิด 51. นักเรียนจาแนกลักษณะของเขตชีวนิเวศของโลกและพืชพรรณท่ีพบ แล้วสรุปเป็น ความคดิ รวบยอดลงในตารางความรู้ 52. นักเรียนเลือกศึกษาทวีปที่สนใจ แล้วเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างของ ระบบ ชีวนิเวศมา 2 ชนิด วิเคราะห์ข้อมูล แล้วสรุปความรู้เป็นแผนภาพความคิด จากน้ันร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ เพือ่ สรปุ ความรู้เก่ียวกับชีวภาค โดยใช้คาถาม 53. นักเรียนจาแนกประเภทของกระบวนการนา้ บนพ้นื ผิวดิน จากน้ันวิเคราะห์ลักษณะของ กระบวนการกร่อนของนา้ ว่ามีอะไรบ้างและเปรียบเทียบระหว่างภูมิประเทศที่เกิดจากการกรอ่ นโดย น้ากบั ภูมปิ ระเทศที่เกิดจากการทับถมโดยน้าว่ามีความเหมือนและความแตกต่างกนั อย่างไร แล้วสรุป ความรเู้ ป็นแผนภาพความคดิ 54. นักเรียนจาแนกประเภทของภูมิประเทศที่สามารถเกิดกระบวนการกับน้าใต้ดินว่ามี อะไรบ้าง จากน้ันวิเคราะห์ลักษณะของกระบวนการของน้าใต้ดินว่ามีอะไรบ้าง และเปรียบเทียบ ระหว่างภูมิประเทศทเ่ี กิดจากการกร่อนโดยนา้ ใตด้ นิ กับภมู ิประเทศทีเ่ กิดจากการทบั ถมโดยน้าใต้ดินว่า มีความเหมอื นและความแตกตา่ งกันอยา่ งไร แล้วสรุปความรู้เป็นแผนภาพความคิด
55. นักเรียนจาแนกลักษณะของชายฝั่งทะเลว่ามีสาเหตุการเกิดและลักษณะสาคัญอย่างไร จากน้ันวเิ คราะหล์ กั ษณะของภูมปิ ระเทศทเ่ี กิดจากการกระทาของคล่นื วา่ มอี ะไรบา้ ง และเปรียบเทียบ ระหวา่ งภมู ิประเทศที่เกดิ จากการกร่อนโดยคลืน่ กับภมู ิประเทศท่ีเกดิ จากการทบั ถมโดยคลน่ื ว่ามีความ เหมือนและความแตกต่างกนั อยา่ งไร แล้วสรุปความรเู้ ป็นแผนภาพความคิด 56. นกั เรียนจาแนกลกั ษณะภมู ิประเทศท่ีเกิดจากกระบวนการของลมว่ามีอะไรบ้าง จากน้ัน เปรยี บเทียบระหวา่ งภูมิประเทศที่เกิดจากการกร่อนโดยลมกับภูมิประเทศท่ีเกิดจากการทับถมโดยลม วา่ มคี วามเหมอื นและความแตกตา่ งกนั อยา่ งไร แลว้ สรุปความรู้เป็นแผนภาพความคิด 57. นักเรียนจาแนกลักษณะของธารน้าแข็งว่ามีอะไรบ้าง จากนั้นวิเคราะห์ลักษณะของภมู ิ ประเทศท่ีเกิดจากกระบวนการโดยธารน้าแข็ง และเปรียบเทียบระหว่างภูมิประเทศที่เกิดจากการ กร่อนโดยธารน้าแข็งกับภูมิประเทศท่ีเกิดจากการทับถมโดยธารน้าแข็งว่ามีความเหมือนและความ แตกตา่ งกนั อย่างไร แล้วสรุปความรูเ้ ปน็ แผนภาพความคิด 58. นักเรียนวเิ คราะห์ลักษณะของปัจจัยท่ีมอี ิทธิพลตอ่ การเปล่ียนแปลงภมู อิ ากาศ แลว้ สรุป ความรู้เปน็ แผนภาพความคิด 59. นักเรยี นวิเคราะหแ์ ละจาแนกประเภทภมู ิอากาศ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอด แล้ว บันทึกข้อมูลลงในตาราง จากน้ันเปรียบเทียบลักษณะภูมิอากาศที่สนใจมา 2 ประเภท ว่ามีความ เหมอื นและความแตกต่างกนั อยา่ งไร แลว้ สรปุ ความรเู้ ปน็ แผนภาพความคิด 60. นักเรียนวิเคราะห์เก่ียวกับส่วนประกอบของดินว่ามีอะไรบ้าง แล้วสรุปความรู้เป็น แผนภาพความคิด จากนน้ั ร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกับทรพั ยากรดนิ โดยใช้คาถาม 61. นักเรียนจาแนกลักษณะสาคัญของวัตถุกาเนิดดินที่ส่งผลต่อทรัพยากรดิน จากนั้น วิเคราะหล์ กั ษณะของภูมิประเทศทสี่ ง่ ผลตอ่ ทรพั ยากรดิน แล้วสรปุ ความรเู้ ปน็ แผนภาพความคิด 62. นักเรียนวิเคราะห์ลักษณะภูมิอากาศท่ีส่งผลต่อทรัพยากรดิน จากน้ันวิเคราะห์เกี่ยวกบั อินทรียวัตถุท่ีส่งผลต่อทรัพยากรดิน และระยะเวลาในการกาเนิดดิน แล้วสรุปความรู้เป็นแผนภาพ ความคิด 63. นกั เรียนวิเคราะหล์ กั ษณะการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพท่ีส่งผลต่อทรพั ยากรนา้ จากนนั้ วิเคราะห์ปัจจัยการเกิดการเปล่ียนแปลงทางกายภาพที่ส่งผลต่อทรัพยากรน้า และเปรียบเทียบ ระหวา่ งการเกิดน้าแข็งละลายทข่ี วั้ โลกและยอดเขากับการเกิดสภาวะฝนตกหนักในบางพนื้ ทวี่ า่ มีความ เหมอื นและความแตกตา่ งกนั อย่างไร แล้วสรุปความร้เู ปน็ แผนภาพความคิด 64. นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับเรือ่ ง การเปลีย่ นแปลงทางกายภาพท่ีส่งผลต่อ พชื พรรณธรรมชาติ โดยใชค้ าถาม จากนั้นจาแนกประเภทของการเปลีย่ นแปลงแทนที่ แล้วสรปุ ความรู้ เปน็ แผนภาพความคดิ 65. นักเรยี นวเิ คราะหภ์ าพการเปลย่ี นแปลงแทนที่แบบปฐมภูมแิ ละภาพการเปลยี่ นแปลงทาง กายภาพแบบทุติยภูมิ แล้วรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยใชค้ าถาม 66. นักเรียนคิดประเมินเพ่ือเพ่ิมคุณค่า แล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอดเกี่ยวกับเร่ืองการ เปล่ยี นแปลงทางกายภาพ
67. นักเรียนแบ่งกลุ่มเพื่อสืบค้นข้อมูลมาจัด infographic เกี่ยวกับเร่ือง สัณฐานของโลก โดยเน้ือหาต้องมีความถูกต้อง ชัดเจน เข้าใจง่าย และมีรูปแบบสวยงามตามท่ีสมาชิกในกลุ่มร่วมกัน ออกแบบ 68. นกั เรยี นแบ่งกลุ่มเพอ่ื จัดทาโครงงานเก่ียวกับเรื่อง โครงสรา้ งของโลก โดยประดษิ ฐโ์ มเดล จาลองการแบง่ โครงสร้างของโลกขึน้ มาและใส่ขอ้ มูลอธบิ ายรายละเอียดใหถ้ กู ต้องและเหมาะสม 69. นกั เรยี นค้นควา้ ขอ้ มูลเก่ียวกับกระบวนการแปรสณั ฐานของธรณีภาคท่ีเคยเกิดขึ้นในโลก พร้อมวิเคราะห์หาสาเหตุ และผลกระทบที่เกิดขึ้น แล้วสรุปความรู้เป็นแบบบันทึกลงในชิ้นงานท่ี 3 เร่อื ง ธรณีภาค 70. นักเรียนแบ่งกลุ่มเพ่อื ค้นคว้าข้อมูลเกยี่ วกับกระบวนการผุพงั อยกู่ ับทม่ี า 1 กระบวนการ และหาภาพ จากนั้นวิเคราะห์ข้อมูลท่ีได้จากภาพให้สอดคล้องกบั กระบวนการเปล่ียนแปลงภายนอก ของโลก แล้วสรปุ ความร้เู ป็นแบบบันทึก 71. นักเรียนแบ่งกลุ่มเพ่ือสืบค้นข่าวที่เก่ียวข้องกับกระบวนการเคลื่อนท่ีของมวลในเร่ือง ตา่ งๆ โดยเลอื กศกึ ษาเพียง 1 เร่อื ง แลว้ บนั ทึกข้อมูลลงในแบบบนั ทึก 72. นักเรียนแบ่งกลุ่มเพื่อศึกษาค้นคว้ากระบวนการกร่อน กระบวนการพัดพาหรือ กระบวนการทับถม และวเิ คราะห์ว่ามีลักษณะเป็นกระบวนการใด โดยติดภาพสถานที่ท่ีสนใจ อธบิ าย ลักษณะสาคญั และผลท่เี กิดขึ้น แลว้ สรุปความรู้เป็นแบบบนั ทกึ 73. นักเรียนแบ่งกลุ่มเพื่อออกแบบ infographic ให้ความรู้เกี่ยวกับช้ันบรรยากาศ โดยให้มี เนือ้ หาทีเ่ ข้าใจง่าย และถกู ต้องตามหลกั วชิ าการ 74. นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก จากนั้น วิเคราะหถ์ ึงขอ้ ดีและข้อเสีย แลว้ สรปุ ความรู้เป็นแผนภาพความคิด 75. นักเรียนแบ่งกลุ่มเพื่อศึกษาค้นคว้าทวีปที่สนใจมา 1 ทวีป พร้อมวาดทิศทางของลม ประจาลงในแผนท่ขี องทวปี ดังกล่าวให้ถกู ต้อง 76. นักเรยี นสืบคน้ ขอ้ มูลจากกรมอตุ ุนยิ มวิทยาเพื่อศกึ ษาสภาพอากาศในรอบวัน แลว้ บันทึก ข้อมลู ลงในแบบบนั ทกึ ในชิ้นงานท่ี 4 เร่ือง บรรยากาศภาค 77. นักเรียนแบ่งกลุ่มเพื่อสืบค้นข้อมูลเก่ียวกับปริมาตรน้าจืดและน้าเค็มของโลกและ ประเทศไทยว่ามีจานวนเท่าใด โดยใช้หน่วยวัดเปน็ ลูกบาศก์กิโลเมตร แล้วสรุปข้อมูลที่ได้ลงในตาราง ตามท่แี ตล่ ะกลมุ่ ออกแบบ 78. นักเรียนแบ่งกลุ่มเพ่ือสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับกระแสน้าในมหาสมุทร โดยพิจารณาข้อมูล จากแผนทแี่ สดงการหมนุ เวยี นของกระแสนา้ ในมหาสมทุ ร แล้วเลอื กบรเิ วณท่ีสนใจ แลว้ วิเคราะห์ว่ามี กระแสน้าใดไหลผ่าน และกอ่ ให้เกดิ ผลอยา่ งไร แล้วสรปุ ความรูล้ งในแบบบันทกึ 79. นกั เรยี นแบ่งกลุม่ เพื่อสืบคน้ และวเิ คราะห์ตามประเด็นทีก่ าหนดเก่ียวกับเร่ือง ชวี ภาคโดย ให้แต่ละกลุ่มเลือกภาพทิวทัศน์ตามธรรมชาติท่ีสนใจมา 1 ภาพ แล้วตอบคาถามลงในแบบบันทึกให้ ถูกตอ้ ง
80. นักเรียนแบ่งกลุ่มเพื่อศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับสถานท่ีท่องเท่ียวทางน้าท่ีเคยไป จากน้ันวิเคราะห์ข้อมูลว่าเป็นลักษณะภมู ิประเทศที่เกิดจากการกร่อนหรือการทับถม แล้วสรุปข้อมูล ตามประเด็นทกี่ าหนดลงในแบบบันทึก 81. นักเรียนแบ่งกลุ่มเพ่ือศึกษาค้นคว้าข้อมูลเก่ียวกับสถานที่ท่องเท่ียวที่เคยไป จากนั้น วิเคราะห์ข้อมูลว่าเป็นลักษณะภูมปิ ระเทศท่ีเกิดจากการกร่อน หรือการทับถมของกระบวนการใตน้ ้า แลว้ สรุปข้อมลู ตามประเด็นทกี่ าหนดลงในแบบบนั ทึก 82. นักเรียนแบ่งกลุ่มเพื่อศึกษาค้นคว้าข้อมูลเก่ียวกับสถานท่ีท่องเท่ียวท่ีเคยไป จากน้ัน วิเคราะหข์ ้อมลู ว่าเปน็ ลักษณะภูมิประเทศท่ีเกิดจากการกร่อนหรือการทับถมของคลนื่ แลว้ สรปุ ข้อมูล ตามประเดน็ ที่กาหนดในแบบบนั ทกึ 83. นกั เรียนแบ่งกลุ่มเพอ่ื ศึกษาค้นควา้ ข้อมูลเก่ียวกบั สถานท่ีท่ีสนใจ จากนน้ั วิเคราะห์ข้อมูล ว่าเป็นลักษณะภูมิประเทศท่ีเกิดจากการกร่อนหรือการทับถมโดยลม แล้วสรุปข้อมูลตามประเด็นที่ กาหนดลงในแบบบันทึก 84. นักเรยี นแบง่ กลุ่มเพอื่ ศกึ ษาค้นควา้ ขอ้ มูลเกี่ยวกบั สถานที่ที่สนใจ จากน้นั วเิ คราะห์ข้อมูล ว่าเป็นลักษณะภูมิประเทศท่ีเกิดจากการกร่อนหรือการทับถมโดยธารน้าแข็ง แล้วสรุปข้อมูลตาม ประเดน็ ท่กี าหนดลงในแบบบนั ทึก 85. นักเรียนแบ่งกลุ่มเพ่ือศึกษาค้นคว้าเก่ียวกับปรากฏการณ์เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่เกิด จากการเปล่ยี นแปลงทางกายภาพที่สนใจมา 1 ปัจจยั แลว้ สรปุ ข้อมูลตามประเด็นทีก่ าหนดลงในแบบ บนั ทกึ 86. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ เปน็ 5 กลุ่ม เพอ่ื จับสลากเลือกศึกษาและคน้ ควา้ ประเภทภูมิอากาศมา 1 เขต จากนน้ั วเิ คราะห์เก่ียวกับลักษณะสาคญั พืชพรรณธรรมชาติ และพืชผลและกาหนดข้อมูลลงใน แผนท่ีให้ถกู ต้อง 87. นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ เลือกภมู ิประเทศที่สนใจ จากนัน้ วิเคราะห์ลักษณะของภูมิประเทศและ ทรพั ยากรดนิ ทีส่ มั พนั ธ์กนั แล้วสรุปข้อมลู ลงในแบบบนั ทกึ 88. นักเรียนแบ่งกลุ่มเพ่ือจัดทาแบบจาลองช้ันดิน และให้ข้อมูลลักษณะของชั้นดิน และ ส่วนประกอบในแตล่ ะชัน้ ให้ถูกตอ้ ง 89. นกั เรยี นแบ่งกลุ่มเพ่ือสบื คน้ ข้อมลู และหาภาพท่ีเกีย่ วขอ้ งกบั ทรัพยากรน้าที่สนใจ จากนัน้ วเิ คราะหว์ ่าเปน็ ปจั จัยการเปลย่ี นแปลงทางกายภาพอย่างไร และมีลักษณะสาคญั อยา่ งไร แลว้ สรุป ข้อมลู ลงในแบบบนั ทึก 90. นักเรียนเปรียบเทียบระหว่างการเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบปฐมภูมิกับการเปลี่ยนแปลง แทนที่แบบทุติยภูมิ จากน้ันวิเคราะห์ว่ามีความเหมือนและความแตกต่างกนั อย่างไร แล้วสรุปความรู้ เปน็ แผนภาพความคดิ 91. นักเรียนตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยของผลงานและช้ินงาน หากพบข้อผิดพลาด ให้ปรบั ปรุงแก้ไขให้ดยี ่ิงขึ้น 92. นักเรียนรว่ มกนั สรุปสิ่งท่ีเขา้ ใจเป็นความรู้รว่ มกัน ดังน้ี ลักษณะทางกายภาพ ได้แก่ ธรณีภาค คือ ส่วนท่ีเป็นของแข็งของโลก บรรยากาศภาค คือ ส่วนของโลกท่ีเป็นแก๊สห่อหุ้มโลก อุทกภาค คือ ส่วนที่เป็นของเหลวของโลก และชีวภาคคือส่วน
ของโลกท่ีเปน็ สงิ่ มชี ีวิต ซง่ึ สิง่ เหลา่ น้ี ส่งผลใหเ้ กิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของโลก นอกจากน้ีการ เปล่ยี นแปลงทางกายภาพ ทั้งกระบวนการของน้าไหลบนพนื้ ผวิ ดนิ นา้ ใต้ดนิ คล่ืน ลม ธารน้าแขง็ ก็ ยังส่งผลใหเ้ กิดการเปลย่ี นแปลงตอ่ ภูมิประเทศ ภมู อิ ากาศ และทรัพยากรธรรมชาติ 93. นักเรยี นออกมานาเสนอผลงานและช้นิ งานหน้าช้นั เรยี น 94. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเก่ียวกับวิธีการทางานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการ ทางานที่มีแบบแผน 95. นักเรียนทั้งห้องร่วมกันคัดเลือกโครงงานมา 1 ช้ิน แล้วนาไปจัดวางไว้ที่ห้องสมุดของ โรงเรยี น เพ่ือเป็นการเผยแพร่ความรูใ้ หก้ บั สมาชกิ ในโรงเรียน 96. นักเรียนทั้งห้องร่วมกันจัดทาป้ายนิเทศเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง กระบวนการ เปลยี่ นแปลงภายนอกโลก เพอื่ ใหส้ มาชิกในโรงเรยี นได้รับทราบ 97. นักเรียนทั้งห้องร่วมกันจัดป้ายนิเทศเผยแพร่ความรู้เก่ียวกับการใช้งานเว็บไซต์กรม อุตุนิยมวิทยาให้เพื่อนในโรงเรียนได้รบั ทราบ เพ่ือเป็นการเตรยี มตัวใหพ้ รอ้ มกับสภาพอากาศระหว่าง วัน 98. นักเรียนท้ังห้องร่วมกันจัดทาแบบจาลองเก่ียวกับวัฏจักรของน้าไปวางไว้ในพื้นที่ สว่ นกลางของหอ้ งสมดุ เพอ่ื เปน็ การเผยแพร่ความรูใ้ ห้กบั สมาชกิ ในโรงเรียน 99. นักเรยี นทั้งห้องรว่ มกันจดั ทาบล็อกความรู้เกีย่ วกับการเปลย่ี นแปลงทางกายภาพที่ส่งผล ต่อภูมปิ ระเทศ เพอื่ เปน็ การเผยแพร่ความรใู้ ห้แกผ่ ้อู ่ืนทสี่ นใจ 100. นักเรียนท้ังห้องร่วมกันจัดทาบล็อกความรู้เก่ียวกับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพท่ี สง่ ผลต่อภมู ิอากาศ เพ่อื เปน็ การเผยแพร่ความรูใ้ หแ้ กผ่ ้อู ื่นที่สนใจ 101. นักเรียนท้ังห้องร่วมกันคัดเลือกแบบจาลองที่มีความถูกต้องและสวยงามมา 1 ช้ิน และนาไปจดั แสดงไว้ทหี่ ้องสมุดของโรงเรยี น เพื่อเปน็ การเผยแพรค่ วามร้ใู ห้แก่ผอู้ ื่น 102. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทา กิจกรรมในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี • สง่ิ ทีน่ ักเรียนได้เรยี นร้ใู นวนั นคี้ อื อะไร • นกั เรียนมสี ว่ นร่วมกิจกรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพยี งใด • เพอ่ื นนักเรียนในกลุม่ มีส่วนร่วมกิจกรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด • นักเรียนพอใจกับการเรยี นในวนั นี้หรือไม่ เพยี งใด • นักเรียนจะนาความรู้ท่ีได้น้ีไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมท่ัวไป ได้อยา่ งไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทางานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมใหม้ ากขึ้นกว่าเดมิ ในขั้นตอนใดบา้ ง สาหรบั การทางานในครงั้ ตอ่ ไป
๘. สือ่ การเรียนการสอน / แหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภูมิศาสตร์ ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 4-6 ของสถาบันพัฒนา คณุ ภาพวิชาการ (พว.) 2. ภาพระบบสรุ ยิ ะ 3. ภาพตัดขวางโครงสร้างของโลก 4. ภาพทฤษฎที วีปเล่อื นของอลั เฟรด เวเกเนอร์ 5. ภาพหนิ งอกหนิ ยอ้ ย 6. ขา่ วดินถล่ม 7. ภาพทะเลทราย 8. ภาพกระบวนการพดั พา 9. แผนภาพส่วนประกอบของบรรยากาศ 10. ภาพการแผร่ ังสดี วงอาทิตยม์ ายังพน้ื ผวิ โลก 11. แผนที่แสดงทศิ ทางลมมรสมุ ของประเทศไทย 12. ภาพความกดอากาศ 13. ภาพแนวปะทะอากาศเยน็ และรอ้ น 14. แผนภาพสัดส่วนปริมาณนา้ ของโลก 15. ภาพวฏั จักรของน้า 16. แผนทแี่ สดงการหมนุ เวยี นของกระแสนา้ ในมหาสมุทร 17. แผนทเ่ี ขตชีวนเิ วศ 18. ภาพนา้ ตก 19. ขา่ วเกยี่ วกับถ้าหลวง 20. ภาพภูมิประเทศท่เี กดิ จากการกร่อนโดยนา้ ใต้ดนิ 21. แผนทภ่ี าคใต้ 22. แผนทจ่ี าแนกเขตภูมอิ ากาศแบบเคิปเพนิ 23. ภาพวัตถตุ ้นกาเนดิ ดิน 24. ภาพตดั ขวางหนา้ ดิน 25. ภาพการเปลีย่ นแปลงแทนทแี่ บบปฐมภูมิและทุตยิ ภูมิ 26. แหลง่ การเรยี นรทู้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรียน
๙. การวัดผลและประเมินผล แบบประเมินกระบวนการทางานกล่มุ รายการการประเมิน ระดบั คุณภาพ กระบวนการ 4 32 1 ทางานกลุ่ม มีการกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด สมาชิกชดั เจน และ บทบาทสมาชิก มีการชี้แจงเปา้ หมาย สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ และไมม่ ีการช้แี จง การทางาน มีการ เปา้ หมาย สมาชกิ ปฏิบัติงานร่วมกัน มกี ารช้แี จงเป้าหมาย ไม่มกี ารชีแ้ จงเป้าหมาย ตา่ งคนต่างทางาน อยา่ งร่วมมอื ร่วมใจ พรอ้ มกบั การประเมนิ อยา่ งชดั เจนและ อยา่ งชัดเจน เป็นระยะ ๆ ปฏิบตั งิ านรว่ มกัน ปฏบิ ัตงิ านรว่ มกนั แตไ่ มม่ กี ารประเมนิ ไมค่ รบทกุ คน เป็นระยะ ๆ
แบบประเมนิ ชิ้นงาน เร่ือง ธรณีภาค รายการการ 4 ระดบั คณุ ภาพ 1 ประเมนิ อธบิ ายเกย่ี วกบั อธบิ ายกระบวนการ กระบวนการแปรสณั ฐาน 32 แปรสัณฐาน 1. ความสามารถทาง ของธรณภี าคได้ถูกต้อง และวเิ คราะห์ ภมู ศิ าสตร์ สมบูรณ์ สามารถวเิ คราะห์ อธบิ ายกระบวนการ อธบิ ายกระบวนการ หาสาเหตุและผลกระทบ • การใหเ้ หตผุ ลทาง ขอ้ มูล หาสาเหตุของ แปรสัณฐานของธรณีภาคได้ แปรสัณฐานของธรณภี าค ได้ตามคาแนะนาของครู ภมู ศิ าสตร์ การเกิดขึน้ และบอก และวิเคราะหข์ อ้ มลู ได้บ้าง และวเิ คราะห์ • การตัดสนิ ใจอยา่ ง ผลกระทบที่เกิดข้ึนได้ โดยการหาสาเหตุและ สาเหตุและผลกระทบ ดาเนินการตาม อย่างเหมาะสม ผลกระทบได้ชัดเจน ได้ตามท่คี รอู ธบิ าย กระบวนการ เป็นระบบ และสมั พันธ์กัน ทางภมู ศิ าสตร์ได้บา้ ง ดาเนนิ การตาม ดาเนินการตาม ดาเนินการตาม 2. กระบวนการทาง กระบวนการ กระบวนการ กระบวนการ สงั เกตและแปลความ ภูมศิ าสตร์ ทางภูมศิ าสตร์ได้ถกู ตอ้ ง ทางภมู ิศาสตรไ์ ดถ้ ูกตอ้ ง ทางภูมิศาสตรไ์ ดถ้ ูกต้อง ข้อมลู โดยใช้เคร่ืองมือ • การต้งั คาถาม และครบถ้วนทกุ ข้ันตอน แตไ่ ม่ครบถว้ น บางส่วน แตไ่ มค่ รบถ้วน ทางภูมิศาสตร์ไดต้ าม เชิงภมู ิศาสตร์ ทกุ ขัน้ ตอน คาแนะนาของครู • การรวบรวมข้อมูล สงั เกตขอ้ มูลและ • การจดั การขอ้ มูล แปลความขอ้ มูล โดยใช้ สงั เกตขอ้ มลู และ สังเกตขอ้ มลู และ • การวเิ คราะห์ข้อมลู เครอ่ื งมือทางภมู ศิ าสตร์ แปลความขอ้ มลู โดยใช้ แปลความข้อมลู โดยใช้ • การสรปุ เพ่ือ จะชว่ ยให้ได้ข้อมูลมาใช้ เครอ่ื งมือทางภมู ศิ าสตร์ เครื่องมอื ทางภูมศิ าสตร์ ตอบคาถาม ในชีวิตประจาวนั ได้ 3. ทักษะทาง อย่างมีประสิทธิภาพ จะชว่ ยให้ได้ขอ้ มูลมาใช้ ในการรวบรวมขอ้ มลู ภูมิศาสตร์ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ไดบ้ างส่วน • การสงั เกต เหมาะสม • การแปลความข้อมลู ทางภมู ิศาสตร์ • การใชเ้ ทคนิคและ เครอื่ งมือทาง ภมู ิศาสตร์ เกณฑก์ ารตัดสินคุณภา รายการการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ 1 ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ 1. ความสามารถทางภูมิศาสตร์ 43 2 1 11 - 12 4 (ดีมาก) 2. กระบวนการทางภูมิศาสตร์ 43 2 1 9 - 10 3. ทักษะทางภมู ศิ าสตร์ 43 2 7-8 3 (ดี) 1-6 2 (พอใช้) 1 (ควรปรับปรงุ )
แบบประเมนิ ชิ้นงาน เร่อื ง บรรยากาศภาค รายการการ ระดับคุณภาพ ประเมิน 4 32 1 1. ความสามารถทาง อธิบายสภาพอากาศ อธิบายสภาพอากาศ ภมู ิศาสตร์ ในรอบวนั ที่ประกอบไปดว้ ย อธบิ ายสภาพอากาศ อธิบายสภาพอากาศ ในรอบวนั ทปี่ ระกอบไปดว้ ย • การให้เหตผุ ลทาง ลักษณะสภาพอากาศ ลกั ษณะสภาพอากาศ ภมู ิศาสตร์ ทั่วไป สภาพกลมุ่ เมฆ ในรอบวนั ทปี่ ระกอบไปดว้ ย ในรอบวนั ทีป่ ระกอบไปด้วย ท่ัวไป สภาพกลมุ่ เมฆ • การตดั สนิ ใจอย่าง และการเกิดฝนจาก และการเกดิ ฝนจาก เปน็ ระบบ เครื่องมือทางภมู ศิ าสตร์ ลักษณะสภาพอากาศ ลกั ษณะสภาพอากาศ เครื่องมือทางภมู ศิ าสตร์ ทเี่ ก่ียวข้องได้เหมาะสม ได้ตามคาแนะนาของครู 2. กระบวนการทาง และสมั พันธก์ นั ทว่ั ไป สภาพกลุ่มเมฆ ทวั่ ไป สภาพกลมุ่ เมฆ ภมู ศิ าสตร์ ดาเนินการตาม ดาเนนิ การตาม • การตั้งคาถาม กระบวนการ และการเกดิ ฝนจาก และการเกิดฝนจาก กระบวนการ เชิงภมู ิศาสตร์ ทางภมู ศิ าสตร์ไดถ้ กู ตอ้ ง ทางภมู ศิ าสตรไ์ ด้บ้าง • การรวบรวมข้อมูล และครบถว้ นทุกขัน้ ตอน เครอื่ งมือทางภมู ศิ าสตร์ เครือ่ งมือทางภมู ศิ าสตร์ • การจดั การข้อมลู สงั เกตและแปลความ • การวเิ คราะหข์ อ้ มลู สังเกตขอ้ มูลและ ที่เก่ียวข้องได้ถกู ต้อง ทเ่ี กย่ี วข้องไดเ้ ปน็ ขอ้ มูล โดยใชเ้ ครอ่ื งมอื • การสรปุ เพ่ือ แปลความขอ้ มลู โดยใช้ ทางภูมิศาสตรไ์ ด้ตาม ตอบคาถาม เคร่ืองมือทางภูมศิ าสตร์ บางส่วน คาแนะนาของครู 3. ทักษะทาง จะชว่ ยใหไ้ ดข้ ้อมลู มาใช้ ภูมศิ าสตร์ ในชีวิตประจาวนั ได้ ดาเนนิ การตาม ดาเนินการตาม • การสังเกต อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ • การแปลความข้อมูล กระบวนการ กระบวนการ ทางภูมศิ าสตร์ • การใช้เทคนคิ และ ทางภูมศิ าสตรไ์ ด้ถกู ตอ้ ง ทางภูมิศาสตรไ์ ดถ้ ูกต้อง เคร่อื งมือทาง ภมู ศิ าสตร์ แต่ไม่ครบถ้วน บางสว่ น แต่ไมค่ รบถ้วน ทกุ ข้นั ตอน สังเกตขอ้ มูลและ สังเกตข้อมูลและ แปลความขอ้ มูลโดยใช้ แปลความข้อมลู โดยใช้ เครือ่ งมือทางภูมศิ าสตร์ เครอ่ื งมอื ทางภมู ศิ าสตร์ จะช่วยให้ได้ข้อมูลมาใช้ ในการรวบรวมขอ้ มูลได้ อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม บางส่วน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ รายการการประเมิน ระดับคณุ ภาพ 1 ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ 1. ความสามารถทางภมู ิศาสตร์ 43 2 1 11 - 12 4 (ดีมาก) 2. กระบวนการทางภมู ศิ าสตร์ 43 2 1 9 - 10 3. ทกั ษะทางภมู ิศาสตร์ 43 2 7-8 3 (ดี) 1-6 2 (พอใช)้ 1 (ควรปรบั ปรงุ )
ใฝเ่ รยี นรู้ ตัวชีว้ ดั ท่ี 4.2 แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ท้ังภายในและภายนอก โรงเรียนด้วยการเลอื กใช้สอ่ื อย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วเิ คราะห์ สรุปเปน็ องคค์ วามรู้ สามารถ นาไปใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้ พฤติกรรมบ่งช้ี ดีเย่ยี ม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไม่ผา่ น (0) 4.2.1 ศึกษาค้นคว้า ศึกษาคน้ คว้า ศึกษาค้นคว้า ศึกษาคน้ ควา้ ไม่ศึกษาคน้ คว้า หาความร้จู ากหนงั สือ หาความรจู้ ากหนังสอื หาความรจู้ ากหนงั สือ หาความรจู้ ากหนงั สอื หาความรู้ เอกสาร สงิ่ พมิ พ์ เอกสาร สง่ิ พิมพ์ เอกสาร สิ่งพมิ พ์ เอกสาร สิ่งพมิ พ์ สื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ สอ่ื เทคโนโลยี สือ่ เทคโนโลยี สื่อเทคโนโลยี แหล่งเรยี นรู้ และสารสนเทศ และสารสนเทศ แหลง่ เรียนรู้ ท้ังภายในและ แหลง่ เรยี นรู้ท้ังภายใน แหลง่ เรียนรทู้ ง้ั ภายใน ท้งั ภายในและภายนอก ภายนอกโรงเรยี น และภายนอกโรงเรยี น และภายนอกโรงเรยี น โรงเรยี น เลอื กใช้ส่ือ และ เลือกใช้ส่อื และเลอื กใชส้ อ่ื ได้อยา่ งเหมาะสม เลือกใช้สอื่ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ไดอ้ ย่างเหมาะสม มีการบนั ทึกความรู้ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม มกี ารบันทกึ ความรู้ มีการบนั ทึกความรู้ 4.2.2 บันทึกความรู้ วเิ คราะหข์ อ้ มลู วเิ คราะห์ขอ้ มูล วเิ คราะห์ ตรวจสอบ สรุปเปน็ องคค์ วามรู้ สรปุ เป็นองคค์ วามรู้ จากสิ่งท่เี รียนรู้ แลกเปลีย่ นเรยี นรู้ แลกเปลีย่ นเรียนรู้ สรุปเปน็ องคค์ วามรู้ ดว้ ยวิธีการทหี่ ลากหลาย กับผอู้ นื่ ได้ และนาไปใช้ 4.2.3 แลกเปล่ียน และเผยแพร่แก่บุคคล ในชวี ติ ประจาวันได้ เรียนรดู้ ว้ ยวิธีการต่าง ท่ัวไปนาไปใช้ ๆ ในชวี ติ ประจาวันได้ เพอ่ื นาไปใชใ้ น ชีวิตประจาวัน มุง่ มั่นในการทางาน ตวั ชี้วัดที่ 6.2 ทางานด้วยความเพยี รพยายามและอดทนเพอ่ื ให้งาน สาเร็จตามเปา้ หมาย พฤติกรรมบ่งช้ี ดีเยยี่ ม (3) ดี (2) ผา่ น (1) ไมผ่ ่าน (0) 6.2.1 ทุ่มเททางาน ทางานด้วยความขยัน ทางานด้วยความขยัน ทางานด้วยความขยัน ไม่ขยนั อดทน อดทน อดทน ไมย่ ่อทอ้ อดทน ไมย่ ่อทอ้ อดทน ไมย่ อ่ ท้อ ในการทางาน ไม่ยอ่ ทอ้ ต่อปัญหา ตอ่ ปัญหา พยายาม ต่อปญั หา พยายาม ต่อปญั หาในการทางาน และอุปสรรค แก้ปญั หาอุปสรรค แก้ปญั หาอุปสรรค พยายามใหง้ านสาเร็จ ในการทางาน ในการทางาน ให้งาน ในการทางาน ใหง้ าน ตามเปา้ หมาย ช่นื ชม 6.2.2 พยายาม สาเร็จตามเป้าหมาย สาเรจ็ ตามเปา้ หมาย ผลงานด้วยความ แกป้ ัญหาและอปุ สรรค กอ่ นเวลาทกี่ าหนด ภายในเวลาทีก่ าหนด ภาคภมู ใิ จ ในการทางาน ชนื่ ชมผลงาน ชืน่ ชมผลงาน ให้สาเร็จ ด้วยความภาคภมู ิใจ ดว้ ยความภาคภมู ิใจ 6.2.3 ชื่นชมผลงาน ดว้ ยความภาคภูมใิ จ
๑๐. บนั ทึกหลงั การจัดการเรียนรู้ ๑๐.๑) ผลที่เกิดขน้ึ กบั นกั เรียน ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๖ ดา้ นความรู้ จานวนนกั เรียนท่ีผา่ นเกณฑ์......................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ................... จานวนนกั เรียนทไ่ี ม่ผ่านเกณฑ.์ .................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ................... ดา้ นทักษะกระบวนการ จานวนนักเรียนทีผ่ า่ นเกณฑ์......................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ................... จานวนนกั เรยี นที่ไมผ่ ่านเกณฑ์..................คน คิดเป็นร้อยละ................... ด้านคุณลักษณะทพี่ งึ ประสงค์ จานวนนักเรียนทผี่ ่านเกณฑ.์ .....................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ................... จานวนนักเรยี นทไ่ี มผ่ ่านเกณฑ.์ .................คน คิดเปน็ ร้อยละ................... ดา้ นสมรรถนะผ้เู รยี น จานวนนักเรยี นทผ่ี า่ นเกณฑ.์ .....................คน คิดเป็นร้อยละ................... จานวนนกั เรยี นทไ่ี ม่ผ่านเกณฑ.์ .................คน คิดเป็นรอ้ ยละ................... ๑๐.๒) ปญั หาและอปุ สรรค ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๑๐.๓) แนวทางการแก้ปัญหา ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงช่อื )……………………………….…………… ( นายนกิ ร ไชยบตุ ร ) ตาแหน่ง ครู วันที.่ .......เดอื น....................พ.ศ. ๒๕๖๔
๑๑. ความเหน็ ของหวั หนา้ กล่มุ สาระ/สายชน้ั ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงช่ือ)……………………………….…………… ( นางสาวศริ มิ า เมฆปัจฉาพิชิต ) หวั หนา้ กลุ่มสาระสังคมศกึ ษาฯ วนั ท่.ี .......เดือน....................พ.ศ. ๒๕๖๔ ๑๒. ความเหน็ ของฝ่ายวิชาการ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชอ่ื )……………………………….…………… ( นายวเิ ศษ ฟองตา ) รองผูอ้ านวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ วันที่........เดอื น....................พ.ศ. ๒๕๖๔
แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ๔ เรือ่ ง การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ คาช้แี จง ใหน้ ักเรียนเลอื กคาตอบท่ีถกู ต้องทส่ี ดุ เพยี งคาตอบเดยี ว 1. ขอ้ ใดไม่ใช่วตั ถทุ ีเ่ ปน็ ต้นกาเนดิ ดิน ๗. กระบวนการพัดพาตรงกับข้อใด 1. การกรอ่ นและพัดพาด้วยแนวลมทรี่ นุ แรง 1. หนิ ปนู 2. หินทราย 2. การเคลอ่ื นท่ีของตะกอนละเอียดที่แขวนลอยไปกบั นา้ 3. หินแกรนิต 4. หินดินแดง 3. การพาเอาตวั กลางทีเ่ ป็นตะกอนขนาดใหญ่เคล่ือนท่ี และแตกสลาย 5. หินคาร์บอน 4. การเลอื่ นไถลของดินอย่างช้า ๆ ลงไปตามลาดเขา 2. การเปลย่ี นแปลงแทนท่ีมีลกั ษณะสาคัญอยา่ งไร 5. การเคล่อื นทข่ี องมวลตา่ ง ๆ ลงมาตามความลาดชนั 8. ความช้ืนในบรรยากาศและเมฆสอดคลอ้ งกบั ขอ้ ใด 1. การเกิดยุคนา้ แข็งและยคุ น้าแข็งละลาย 1. การเกดิ แนวปะทะอากาศเยน็ และแนวปะทะ 2. การระเหยคายน้าจากพ้นื ผิวโลกไปสะสมในบรรยากาศ อากาศร้อน 2. การเคลอ่ื นท่ีของอากาศไปตามผวิ โลกก่อใหเ้ กิดทิศ 3. การพบสง่ิ มชี วี ติ ในแหลง่ ทไ่ี ม่เคยมสี งิ่ มชี ีวติ มากอ่ น ทางลม 4. การเคลือ่ นที่ของแผน่ เปลอื กโลกที่ทาให้เกิดทวีปต่าง ๆ 3. การแผ่รงั สคี วามร้อนของดวงอาทิตย์มายังพื้นผวิ โลก 5. การเกิดภยั ธรรมชาตทิ ่ีทาใหล้ ักษณะทางกายภาพ 4. การที่บรรยากาศดดู ซบั ความรอ้ นและความเยน็ จนทาใหเ้ กดิ ไอน้าในอากาศ ของโลกเปลีย่ นไป 5. การท่ีบรรยากาศมีไอน้าและละอองนา้ ที่มี 3. พืชพรรณขนาดเล็ก เชน่ มอสส์ ไลเคน สามารถพบไดใ้ นแนว ความหนาแนน่ มากๆ ในอากาศ เขตชีวนิเวศแบบใด 9. ขอ้ ใดสรุปลกั ษณะของชัน้ แก่นโลกไดถ้ ูกตอ้ ง 1. ประกอบไปดว้ ยชน้ั ไซอลั และช้นั ไซมา เปน็ ชน้ั หนิ 1. ป่าไทกา 2. ทนุ ดรา และแร่ 2. ประกอบไปดว้ ยช้ันในและชน้ั นอก มีความร้อน 3. ป่าเขตร้อน 4. ทุง่ หญา้ สะวนั นา และแรงดันสูง 3. ประกอบไปดว้ ยชั้น A และช้นั B ทม่ี ีการเคล่อื นที่ 5. เมดิเตอรเ์ รเนยี น ของมวลน้า 4. ภูมปิ ระเทศที่เกิดการทบั ถมโดยคลื่นจะมลี ักษณะสาคัญตาม 4. ประกอบไปด้วยชน้ั บนและชน้ั ลา่ ง มีแรงดนั จาก ขอ้ ใด แมกมา 5. ประกอบไปดว้ ยชัน้ เปลอื กโลกและชนั้ กลางโลก 1. อยูใ่ นพื้นทท่ี ่ีมีหนิ ปูนท่ถี กู ชะล้างสลายเน้ือหนิ ออกไป มีของเหลวอยู่ภายใน 2. เกดิ บนแผน่ ดนิ ซง่ึ อาจเป็นทรี่ าบ ท่ีดอน หรอื ทส่ี ูง 10. กระบวนการแปรสัณฐานอยา่ งชา้ ๆ ของโลกมีลกั ษณะตรง กบั ข้อใด 3. เปน็ หน้าผาชนั ชายฝัง่ ทะเล เกดิ จากการกดั เซาะ 1. การตกตะกอนทบั ถมของเถ้าถา่ นและฝ่นุ ภเู ขาไฟ หินชายฝงั่ 2. การกระทาจากภายนอกโลกต่อเปลือกโลก 3. การท่ีแรงภายในโลกปะทุเอาแมกมาข้นึ มาเป็นลาวา 4. เนนิ ทเี่ กดิ จากกระแสนา้ ชายฝ่งั หรือคล่ืนทีพ่ ัดพา 4. การเกิดปฏกิ ริ ยิ าทางเคมจี ากแกส๊ ทีอ่ ยใู่ นชน้ั บรรยากาศ ตะกอนมา 5. การทีเ่ ปลอื กโลกมกี ารเคลอื่ นที่ชนกนั เนอ่ื งจาก 5. เกาะหินทอ่ี ยูใ่ กลช้ ายฝั่งโดยคลน่ื เซาะจนซุ้มหนิ การเคลือ่ นตัวของหนิ หนดื ชายฝงั่ พงั ทลาย 5. การผันแปรของแก๊สเรือนกระจกในบรรยากาศเป็นปัจจัย ทางกายภาพท่กี อ่ ให้เกดิ การเปล่ยี นแปลงในขอ้ ใด 1. ภมู ปิ ระเทศ 2. ทรพั ยากรดิน 3. ภูมอิ ากาศ 4. ทรพั ยากรนา้ 5. พชื พรรณธรรมชาติ ๖. ชั้นบรรยากาศที่มีสถานะเป็นประจุไฟฟ้าและมีประโยชน์ใน การสะท้อนคลืน่ วทิ ยตุ รงกบั ข้อใด 1. โทรโพสเฟยี ร์ 2. เอกโซสเฟียร์ 3. เมโซสเฟียร์ 4. สแตรโทสเฟยี ร์ 5. เทอรโ์ มสเฟยี ร์
แบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๔ เร่ือง การเปล่ยี นแปลงทางกายภาพ คาช้แี จง ใหน้ ักเรยี นเลือกคาตอบท่ีถูกตอ้ งทส่ี ุดเพยี งคาตอบเดียว ๑. ขอ้ ใดสรปุ ลกั ษณะของชัน้ แกน่ โลกไดถ้ ูกตอ้ ง ๖. ความช้ืนในบรรยากาศและเมฆสอดคล้องกับข้อใด 1. ประกอบไปดว้ ยช้ันไซอัลและช้ันไซมา เป็นช้นั หิน 1. การเกิดแนวปะทะอากาศเย็นและแนวปะทะ และแร่ อากาศร้อน 2. ประกอบไปดว้ ยชั้นในและชั้นนอก มีความร้อน 2. การเคล่ือนท่ขี องอากาศไปตามผิวโลกกอ่ ใหเ้ กดิ ทศิ และแรงดนั สูง ทางลม 3. ประกอบไปด้วยชนั้ A และช้ัน B ที่มกี ารเคล่อื นที่ 3. การแผร่ ังสคี วามร้อนของดวงอาทิตย์มายงั พื้นผิวโลก ของมวลนา้ 4. การที่บรรยากาศดดู ซับความรอ้ นและความเยน็ 4. ประกอบไปด้วยชน้ั บนและช้นั ล่าง มแี รงดันจาก จนทาให้เกดิ ไอน้าในอากาศ แมกมา 5. การทบี่ รรยากาศมไี อนา้ และละอองนา้ ท่มี ี 5. ประกอบไปด้วยช้นั เปลอื กโลกและช้นั กลางโลก ความหนาแนน่ มากๆ ในอากาศ มขี องเหลวอยู่ภายใน ๗. พืชพรรณขนาดเล็ก เช่น มอสส์ ไลเคน สามารถพบได้ในแนว ๒. กระบวนการแปรสัณฐานอย่างช้า ๆ ของโลกมีลักษณะตรง เขตชวี นิเวศแบบใด กับข้อใด 1. ป่าไทกา 2. ทุนดรา 1. การตกตะกอนทับถมของเถา้ ถ่านและฝุ่นภเู ขาไฟ 3. ป่าเขตรอ้ น 4. ทุ่งหญา้ สะวันนา 2. การกระทาจากภายนอกโลกตอ่ เปลอื กโลก 5. เมดเิ ตอรเ์ รเนยี น 3. การทแี่ รงภายในโลกปะทเุ อาแมกมาขึน้ มาเป็นลาวา ๘. การผันแปรของแก๊สเรอื นกระจกในบรรยากาศเป็นปัจจัยทาง 4. การเกิดปฏิกิริยาทางเคมีจากแก๊สท่ีอยู่ในช้ั น กายภาพท่กี อ่ ใหเ้ กิดการเปล่ยี นแปลงในขอ้ ใด บรรยากาศ 1. ภมู ปิ ระเทศ 2. ทรพั ยากรดนิ 5. การท่ีเปลือกโลกมกี ารเคลอ่ื นทช่ี นกันเน่ืองจาก 3. ภูมิอากาศ 4. ทรัพยากรนา้ การเคล่อื นตวั ของหินหนืด 5. พชื พรรณธรรมชาติ ๓. กระบวนการพดั พาตรงกับข้อใด ๙. ขอ้ ใดไม่ใช่วัตถทุ ีเ่ ปน็ ต้นกาเนิดดิน 1. การกรอ่ นและพดั พาดว้ ยแนวลมทรี่ ุนแรง 1. หินปูน 2. หนิ ทราย 2. การเคลื่อนที่ของตะกอนละเอียดท่ีแขวนลอยไปกบั น้า 3. หินแกรนติ 4. หนิ ดินแดง 3. การพาเอาตวั กลางทเ่ี ปน็ ตะกอนขนาดใหญ่เคล่อื นที่ 5. หนิ คาร์บอน และแตกสลาย ๑๐. การเปลย่ี นแปลงแทนท่ีมีลักษณะสาคญั อยา่ งไร 4. การเลอื่ นไถลของดินอยา่ งชา้ ๆ ลงไปตามลาดเขา 1. การเกิดยุคนา้ แข็งและยคุ น้าแข็งละลาย 5. การเคลื่อนทขี่ องมวลต่าง ๆ ลงมาตามความลาดชนั 2. การระเหยคายน้าจากพ้นื ผวิ โลกไปสะสมในบรรยากาศ ๔. ชั้นบรรยากาศที่มีสถานะเป็นประจุไฟฟ้าและมีประโยชน์ใน 3. การพบส่ิงมีชวี ิตในแหล่งทไ่ี ม่เคยมีสิง่ มีชีวิตมาก่อน การสะทอ้ นคลนื่ วทิ ยุตรงกับข้อใด 4. การเคลือ่ นทขี่ องแผ่นเปลือกโลกท่ีทาใหเ้ กดิ ทวีปตา่ ง ๆ 1. โทรโพสเฟยี ร์ 2. เอกโซสเฟียร์ 5. การเกดิ ภัยธรรมชาตทิ ่ที าให้ลักษณะทางกายภาพ 3. เมโซสเฟยี ร์ 4. สแตรโทสเฟียร์ ของโลกเปลยี่ นไป 5. เทอรโ์ มสเฟียร์ ๕. ภมู ิประเทศที่เกดิ การทับถมโดยคลื่นจะมลี ักษณะสาคัญตาม ขอ้ ใด 1. อยูใ่ นพ้นื ทที่ ่ีมีหินปูนทีถ่ ูกชะล้างสลายเนือ้ หนิ ออกไป 2. เกิดบนแผน่ ดินซ่ึงอาจเป็นท่รี าบ ที่ดอน หรอื ทส่ี ูง 3. เปน็ หนา้ ผาชันชายฝั่งทะเล เกดิ จากการกัดเซาะ หินชายฝงั่ 4. เนนิ ทเี่ กิดจากกระแสนา้ ชายฝงั่ หรือคลนื่ ท่พี ดั พา ตะกอนมา 5. เกาะหินที่อยูใ่ กล้ชายฝงั่ โดยคลนื่ เซาะจนซุ้มหิน ชายฝ่งั พังทลาย
ชนิ้ งาน เรอื่ ง ธรณภี าค วนั ที่________เดือน_______________พ.ศ.___________ ชอ่ื _____________________________เลขท่ี_____ ชน้ั __________ นกั เรยี นคน้ คว้าขอ้ มลู เก่ยี วกับกระบวนการแปรสณั ฐานของธรณภี าคทเ่ี คยเกิดข้ึนในโลก พรอ้ มวเิ คราะหห์ า สาเหตุและผลกระทบทีเ่ กิดขึ้น แล้วสรุปความรู้เปน็ แบบบนั ทึก แบบบันทึกกระบวนการแปรสัณฐาน • กระบวนการแปรสณั ฐานท่ีศึกษา ............................................................................................................................. ..................................................................... ........................................................................................................................................................... ....................................... .................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................................................................... ............................................................................................................................. ..................................................................... ............................................................................................................................. ..................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ........... ........................................................................................................................ .......................................................................... ............................................................................................................................. ..................................................................... ............................................................................................................................. ..................................................................... ..................................................................................................................................................... ............................................. .................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................................................................... ............................................................................................................................. ..................................................................... ............................................................................................................................................. ..................................................... • สาเหตุ ............................................................................................................................. ..................................................................... ........................................................................................................................................................................................... ....... ............................................................................................................................ ...................................................................... ............................................................................................................................. ..................................................................... ............................................................................................................................. ..................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................... • ผลกระทบทเี่ กิดขึ้น ........................................................................................................................................................................................... ....... ............................................................................................................................ ...................................................................... ............................................................................................................................. ..................................................................... ............................................................................................................................. ..................................................................... ................................................................................................................................................................................... ............... .................................................................................................................................................................................................
ชิ้นงานเรอื่ ง บรรยากาศภาค วันท่ี________เดอื น_______________พ.ศ.___________ ชอ่ื _____________________________เลขท่ี_____ ชน้ั __________ นกั เรยี นสบื ค้นขอ้ มูลจากกรมอตุ นุ ิยมวทิ ยา เพอ่ื ศกึ ษาสภาพอากาศในรอบวนั แลว้ บนั ทกึ ข้อมลู ลงในแบบบนั ทึก แบบบันทึกสภาพอากาศในรอบวัน • วันทีศ่ กึ ษา ............................................................................................................................. ..................................................................... .................................................................................................................................................................................................. • ลักษณะอากาศทวั่ ไป .................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................................................................... ............................................................................................................................. ..................................................................... ....................................................................................................................................... ........................................................... .......................................................................................................................................................................................... ........ ........................................................................................................................... ....................................................................... • สภาพกลุ่มเมฆจากดาวเทียม ............................................................................................................................. ..................................................................... ............................................................................................................................. ..................................................................... ................................................................................................................................ .................................................................. .................................................................................................................................................................................................. • ผลการตรวจฝนดว้ ยเรดาร์ ............................................................................................................................. ..................................................................... .................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .....................................................................
แบบบันทกึ สรุปผลการเรยี นรู้สาหรับผูเ้ รียน ชอ่ื -นามสกลุ _______________________________ เลขท่ี _________ ช้ัน ___________ วันที่ _________________________ เดอื น _______________________ พ.ศ. ___________ คาช้แี จง นักเรียนบันทึกสรปุ ผลการเรียนรู้จากหนว่ ยการเรยี นรูน้ ี้ นกั เรยี นยงั ไมเ่ ขา้ ใจเร่อื งใดอกี บา้ ง นักเรยี นมีความร้สู ึกอยา่ งไร นักเรยี นได้รับความรเู้ ร่ืองใดบา้ ง ท่ีเก่ียวกับหนว่ ยการเรยี นรู้น้ี หลงั จากทเ่ี รยี นหน่วยการเรียนรู้นี้ จากหน่วยการเรยี นรู้นี้ ซง่ึ ต้องการให้ครอู ธบิ ายเพิม่ เตมิ แล้ว ........................................................ ............................................................... .......................................................... ........................................................ ............................................................... .......................................................... ........................................................ .......................................................... ........................................................ ............................................................... .......................................................... ........................................................ ............................................................... .......................................................... ..................................................... ............................................................... ............................................................... หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๔ การเปลีย่ นแปลงทาง . กายภาพ นกั เรยี นจะสามารถนาความร้คู วาม ผลงานท่นี กั เรียนชอบและต้องการ นกั เรยี นไดท้ ากจิ กรรมอะไรบา้ ง เข้าใจจากหน่วยการเรยี นรูน้ ีไ้ ปใช้ ในหน่วยการเรยี นรู้นี้ ประโยชน์ในชีวิตประจาวันไดอ้ ย่างไร คัดเลือกเป็นผลงานดีเด่นจาก หน่วยการเรียนรู้นีค้ อื ผลงานใดบา้ ง ........................................................ บ้าง ........................................................ ............................................................... เพราะอะไร ........................................................ ............................................................... ............................................................ ........................................................ ............................................................... ............................................................ ........................................................ ............................................................... ............................................................ ........................................................ ............................................................ ............................................................... ............................................................ ............................................................... ............................................................
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120