แผนการจดั การเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ การเมืองการปกครองของไทย ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖ รายวชิ าสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม รหสั วชิ า ส ๓๓๑๐๑ กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จัดทาโดย นายนิกร ไชยบุตร ตาแหนง่ ครู โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ ๓๑ ตาบลช่างเค่ิง อาเภอแม่แจ่ม จังหวดั เชียงใหม่ สานักบริหารงานการศกึ ษาพเิ ศษ สานกั งานการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๑ กลุม่ สาระการเรยี นรูส้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๖ หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๒ การเมอื งการปกครองของไทย เรอื่ ง การปกครองระบอบประชาธิปไตย ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔ เวลาเรียน ๒ ชว่ั โมง/สัปดาห์ หนว่ ยกิต ๑ (นน./นก.) ผู้สอน นายนกิ ร ไชยบุตร โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ ๓๑ เวลา ๕ ชั่วโมง ๑. สาระสาคัญ นักเรยี นเข้าใจว่า รัฐเปน็ ชุมชนทางการเมืองท่ีมอี านาจในการปกครองตนเองอย่างอิสระทาให้ แต่ละรัฐสามารถเลือกระบอบการปกครองแบบต่าง ๆ มาใช้เพ่ือประโยชน์ในการปกครองทาให้เกิด ความคล้ายคลึงและความแตกต่างกันของระบอบการปกครองในรัฐต่าง ๆ สาหรับประเทศไทยมีการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมขุ ๒. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชี้วัดชัน้ ป/ี ผลการเรียนร/ู้ เปา้ หมายการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ส 2.2 เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปัจจุบัน ยึดมน่ั ศรทั ธา และธารง รักษาไวซ้ ง่ึ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข ตวั ชีว้ ัดชนั้ ปี/ผลการเรียนรู้ ส 2.2 ม.4-6/3 วิเคราะห์ความสาคัญและความจาเป็นที่ต้องธารงรักษาไว้ซึ่งการปกครอง ตามระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ ๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ๓.๑ ดา้ นความรู้ : Knowledge 1. ประเมินความรู้ เร่ือง ความรู้ทั่วไปเก่ียวกับรัฐ ความสาคัญของการปกครองระบอบ ประชาธปิ ไตยความสาคญั ของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมุข (K) ด้วยแบบทดสอบ ๓.๒ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ : Process 2. ประเมินกระบวนการทางานกล่มุ (P) ด้วยแบบประเมิน 3. ประเมนิ ชิน้ งาน เรื่อง การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย (P) ดว้ ยแบบประเมนิ ๓.๓ ด้านคณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ : Attitude 4. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มีวินัย (A) ด้วยแบบ ประเมิน ๔. สมรรถนะสาคัญของนักเรียน 1. ความสามารถในการส่ือสาร 2. ความสามารถในการคดิ 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๕. คุณลักษณะของวชิ า ๑. ความรับผิดชอบ ๒. ความรอบคอบ ๓. กระบวนการกลุ่ม ๖. ช้ินงาน/ภาระงาน ชนิ้ งานเรื่อง การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย ๗. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน 1. นักเรียนสงั เกตแผนทปี่ ระเทศไทย จากน้นั ร่วมกันสนทนา แลว้ ตอบคาถาม 2. นักเรียนรว่ มกนั สนทนาเก่ยี วกบั บทบาทและความสาคญั ของรัฐบาล โดยการตอบคาถาม 3. นกั เรียนร่วมกนั สนทนาเกยี่ วกบั คานยิ ามของประชาธิปไตยท่กี าหนดให้ แลว้ ตอบคาถาม 4. นักเรียนอ่านข้อความเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย จากนั้นร่วมกันสนทนา แลว้ ตอบคาถาม 5. นักเรียนดูวิดีโอ/ภาพเกี่ยวกับเหตุการณ์การเปล่ียนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 จากน้นั ร่วมกันสนทนา แล้วตอบคาถาม 6. นักเรียนร่วมกันสนทนาเก่ียวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ ทรงเปน็ ประมุข โดยการตอบคาถาม 7. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมลู เก่ยี วกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย จากหนังสือ เรยี น และแหลง่ การเรยี นร้อู ่ืนๆ เพ่ิมเตมิ ข้นั สอน 8. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์องค์ประกอบของรัฐและรูปแบบของรัฐ โดยสรุปเป็นแผนภาพ ความคิดบนกระดาน 9. นักเรียนร่วมกันวเิ คราะห์เก่ียวกับขอ้ ดแี ละข้อเสียของการปกครองแบบรัฐเด่ียว สหพนั ธรฐั และสมาพนั ธรฐั เป็นแผนภาพความคดิ บนกระดาน 10. นกั เรยี นร่วมกันวเิ คราะหเ์ กี่ยวกับการบรหิ ารราชการแผ่นดินของไทย โดยบนั ทกึ คาตอบ ของนกั เรยี นเปน็ แผนภาพความคดิ 11. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับบทบาทหน้าท่ีของรัฐบาลและการกาหนด แนวนโยบายพนื้ ฐานของรัฐ โดยบนั ทกึ คาตอบของนักเรียนเปน็ แผนภาพความคิดบนกระดาน 12. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เก่ียวกับแนวนโยบายพ้ืนฐานแห่งรัฐในรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทยว่า ครอบคลุมในเรื่องสาคัญด้านใดบ้าง แล้วสรุปคาตอบของนกั เรียนเป็นแผนภาพ ความคดิ บนกระดาน 13. นักเรียนวิเคราะห์ผลดี-ผลเสียของแนวนโยบายพ้ืนฐานแห่งรัฐในรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจกั รไทยโดยสรปุ คาตอบเป็นแผนภาพความคดิ บนกระดาน
14. นักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับหลักการสาคญั ผลดี-ผลเสยี ของการปกครอง ระบอบ ประชาธิปไตย โดยสรุปคาตอบของนักเรยี นเป็นแผนภาพความคดิ บนกระดาน 15. นักเรียนร่วมกันวเิ คราะห์เก่ียวกบั ปัจจัยที่จาเป็นต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยสรปุ คาตอบของนักเรยี นเป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน แล้วตอบคาถาม 16. นกั เรยี นร่วมกันสรปุ คณุ ค่าของการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยเปน็ แผนภาพความคดิ บนกระดาน 17. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. 2475 ทีพ่ ระมหากษตั ริยท์ รงพระราชทานอานาจอธปิ ไตยให้แก่ประชาชน ตงั้ แต่สมัยรัชกาลที่ 4 ถึงรชั กาลที่ 7 เปน็ แผนภาพเส้นเวลา 18. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างของการปกครอง ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์กับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขเป็นแผนภาพความคิด 19. นักเรียนร่วมกันสรุปประโยชน์ท่ีเกิดขึ้นต่อประเทศชาติในการปกครองระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์และการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ เป็น แผนภาพความคดิ 20. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เก่ียวกับฐานะและพระราชอานาจของพระมหากษัตริย์ที่ บญั ญตั ิไว้ ในรัฐธรรมนญู โดยสรุปเป็นแผนภาพความคดิ บนกระดาน 21. นักเรยี นรว่ มกนั ยกตวั อยา่ งพระราชอานาจตามนติ ิราชประเพณขี องพระมหากษตั ริย์ แล้ววเิ คราะหผ์ ลที่เกดิ ข้นึ ตอ่ สังคมและประเทศชาตเิ ป็นแผนภาพความคดิ 22. นักเรียนแบ่งกลุ่มศึกษาเก่ียวกับการใช้อานาจตามนิติราชประเพณีของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในการแก้ปัญหาบ้านเมือง โดยวิเคราะห์ในประเด็นท่ีกาหนดแล้ว สรปุ คาตอบของนักเรียนเป็นแผนภาพความคดิ 23. นักเรยี นคิดประเมนิ เพอ่ื เพิม่ คุณค่า แลว้ สรปุ คาตอบเป็นความคิดรวบยอด โดยการตอบ คาถาม ขัน้ สรปุ 24. นักเรียนแบ่งกลุ่ม จากนั้นแต่ละกลุ่มจับสลากเลือกประเทศที่กาหนด แล้วเปรียบเทียบ ลกั ษณะความเหมอื นและความแตกตา่ งกนั ของรฐั ระหว่างประเทศไทยและประเทศทจ่ี บั สลากได้ลงใน แผนภาพความคิด 25. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มยกตัวอย่างบทบาทหนา้ ที่ของรัฐและแนวนโยบายพื้นฐาน แห่งรัฐในด้านต่างๆ ด้านละ 1 ตัวอย่าง แล้ววิเคราะห์ผลท่ีเกิดจากการปฏิบัติและไม่ปฏิบัติเป็น แผนภาพความคิด
26. นักเรียนแบ่งกลุ่มยกตัวอย่างข่าวหรือสถานการณ์ในปัจจุบันที่แสดงให้เห็นถึงการเป็น ประชาธิปไตยแล้ววิเคราะห์ความสาคญั ผลท่ีเกิดข้นึ ลงในแผนภาพความคิด 27. นักเรียนแบ่งกลุ่ม 2 กลุ่ม ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ “การปกครองระบอบประชาธิปไตยมี คุณค่าต่อสังคมมากกว่าบุคคล” เพื่อจัดกิจกรรมการโต้วาที โดยแต่ละกลุ่มออกมาจับสลากว่ากลุ่มใด จะเป็นฝา่ ยเสนอ และฝา่ ยคา้ น 28. นักเรยี นแบ่งกล่มุ ศกึ ษาเกีย่ วกับพระราชกรณียกิจที่สาคัญของพระมหากษตั ริย์ไทย โดย ให้แต่ละกลุ่มเลือกพระราชกรณียกิจท่ีสาคัญ แล้วร่วมกันวิเคราะห์ว่าพระราชกรณียกิจนั้นมี ความสาคัญอย่างไร ส่งผลต่อตนเองและประเทศชาติอย่างไร โดยสรุปคาตอบของนักเรียนเป็น แผนภาพความคดิ 29. นักเรียนวิเคราะห์ความสาคัญและความจาเป็นท่ีต้องธารงรักษาไว้ซึ่งการปกครองตาม ระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมุข ในช้ินงานท่ี 8 เรื่อง การปกครองระบอบ ประชาธปิ ไตย 30. นักเรียนตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยของผลงานและชิ้นงาน หากพบข้อผิดพลาด ควรปรับปรุงแก้ไขใหถ้ ูกต้อง 31. นักเรยี นรว่ มกนั สรุปสิง่ ทีเ่ ข้าใจเป็นความรู้รว่ มกัน ดงั นี้ รฐั เป็นชุมชนทางการเมืองที่มีอานาจในการปกครองตนเองอย่างอิสระทาให้แตล่ ะรัฐสามารถ เลือกระบอบการปกครองแบบต่าง ๆ มาใช้เพ่ือประโยชน์ในการปกครอง ทาให้เกิดความคล้ายคลึง และความแตกต่างกันของระบอบการปกครองในรฐั ต่าง ๆ สาหรับประเทศไทยมีการปกครองระบอบ ประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมขุ 32. นักเรียนนาเสนอกิจกรรมการโต้วาที “การปกครองระบอบประชาธิปไตยมีคุณค่าต่อ สังคมมากกวา่ บุคคล” 33. นักเรียนนาเสนอผลงานและชน้ิ งานหนา้ ชัน้ เรียน 34. นักเรียนร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับวิธีการทางานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการ ทางานทีม่ ี แบบแผน 35. นักเรยี นรว่ มกันบอกประโยชนข์ องการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยทมี่ ีต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติ 36. นักเรียนเสนอแนวทางการธารงรักษาไว้ซึ่งการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอนั มี พระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมขุ 37. นกั เรยี นประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สกึ หลงั การเรียนและหลังการทากจิ กรรม ในประเด็นตอ่ ไปน้ี • ส่ิงท่ีนกั เรยี นไดเ้ รยี นรู้ในวันนี้คอื อะไร • นกั เรียนมสี ่วนรว่ มกจิ กรรมในกล่มุ มากนอ้ ยเพียงใด • เพอ่ื นนักเรยี นในกล่มุ มสี ว่ นร่วมกจิ กรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด • นักเรียนพอใจกบั การเรียนในวนั น้หี รือไม่ เพียงใด
• นักเรียนจะนาความรู้ท่ีได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมท่ัวไปได้ อย่างไร จากน้ันแลกเปล่ียนตรวจสอบข้ันตอนการทางานทุกข้ันตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิด ประโยชนต์ ่อสงั คมใหม้ ากข้ึนกวา่ เดมิ ในขนั้ ตอนใดบ้าง สาหรบั การทางานในครง้ั ตอ่ ไป ๘. ส่อื การเรยี นการสอน / แหล่งเรยี นรู้ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดาเนินชีวิตในสังคม ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4-6 ของสถาบนั พฒั นาคุณภาพวิชาการ (พว.) 2. แผนที่ประเทศไทย 3. ตัวอยา่ งคานยิ ามของประชาธิปไตย 4. ขอ้ ความเก่ียวกบั การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย 5. วิดีโอ/ภาพเกี่ยวกับเหตุการณ์การเปล่ยี นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 6. แหล่งการเรยี นรู้ทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรียน ๙. การวัดผลและประเมินผล แบบประเมินกระบวนการทางานกลมุ่ รายการการประเมิน ระดับคณุ ภาพ กระบวนการ 4 32 1 ทางานกลมุ่ มกี ารกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท ไมม่ กี ารกาหนด สมาชกิ ชดั เจน บทบาทสมาชกิ และมกี ารชแ้ี จง สมาชกิ ชดั เจน เฉพาะหัวหนา้ และไมม่ กี ารชแ้ี จง เปา้ หมาย เปา้ หมาย สมาชิก การทางาน มกี ารชี้แจงเปา้ หมาย ไม่มีการช้แี จงเป้าหมาย ต่างคนตา่ งทางาน มีการปฏิบัติงานร่วมกัน อย่างร่วมมือร่วมใจ อย่างชดั เจน อยา่ งชัดเจน พร้อมกับการประเมิน และปฏิบตั ิงานรว่ มกนั ปฏิบัตงิ านร่วมกัน เป็นระยะ ๆ แต่ไมม่ ีการประเมิน ไม่ครบทกุ คน เปน็ ระยะ ๆ
แบบประเมินชิ้นงาน เรอ่ื ง การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย รายการการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ การวิเคราะห์ 4 32 1 ความสาคญั และความจาเปน็ วิเคราะหค์ วามสาคญั วิเคราะหค์ วามสาคญั วเิ คราะหค์ วามสาคัญ วเิ คราะหค์ วามสาคญั ทต่ี ้องธารงรักษาไว้ และความจาเปน็ และความจาเปน็ ซึง่ การปกครอง ที่ต้องธารงรกั ษาไว้ และความจาเปน็ และความจาเปน็ ทตี่ อ้ งธารงรักษาไว้ ระบอบประชาธิปไตย ซึ่งการปกครอง ซึ่งการปกครอง อนั มีพระมหากษตั รยิ ์ ระบอบประชาธปิ ไตย ท่ีตอ้ งธารงรักษาไว้ ท่ีตอ้ งธารงรกั ษาไว้ ระบอบประชาธิปไตย ทรงเป็นประมุข อนั มพี ระมหากษตั ริย์ อันมพี ระมหากษัตรยิ ์ ลงในแผนภาพ ทรงเปน็ ประมขุ ซงึ่ การปกครอง ซง่ึ การปกครอง ทรงเป็นประมุข ความคิด ลงในแผนภาพความคดิ ลงในแผนภาพความคดิ ระบอบประชาธปิ ไตย ระบอบประชาธิปไตย ไดส้ ัมพนั ธก์ ัน ได้ แต่ยงั ไม่สอดคลอ้ ง มีการเชือ่ มโยงให้เหน็ อันมพี ระมหากษตั รยิ ์ อนั มพี ระมหากษตั รยิ ์ กับขอ้ มลู เขยี นตาม เป็นภาพรวม ขอ้ มลู ทีอ่ ่าน ไม่มกี าร แสดงให้เหน็ ถงึ ทรงเป็นประมขุ ทรงเปน็ ประมขุ อธบิ ายเพม่ิ เติม ความสมั พนั ธ์ กับตนเองและผู้อ่นื ลงในแผนภาพความคดิ ลงในแผนภาพความคิด ได้ มีการจาแนก ได้สอดคล้องกับข้อมูล แสดงใหเ้ ห็นถึง มกี ารเขยี นยกตัวอย่าง ความสมั พันธก์ ับตนเอง ใหเ้ ขา้ ใจง่าย อย่างเป็นเหตเุ ป็นผล รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ตวั ช้ีวดั ท่ี 1.2 ธารงไว้ซึ่งความเป็นชาตไิ ทย พฤติกรรมบ่งช้ี ดเี ยย่ี ม (3) ดี (2) ผา่ น (1) ไม่ผา่ น (0) ไม่เขา้ รว่ มกจิ กรรม 1.2.1 เข้าร่วม สง่ เสริม เป็นผู้นาหรอื เข้ารว่ มกจิ กรรม เข้ารว่ มกจิ กรรม ทส่ี รา้ งความสามคั คี สนบั สนนุ กิจกรรม เป็นแบบอยา่ ง และมสี ่วนรว่ ม และมสี ว่ นรว่ ม ทีส่ ร้างความสามคั คี ในการจดั กจิ กรรม ในการจดั กจิ กรรม ในการจดั กจิ กรรม ปรองดองทเ่ี ป็น ท่สี ร้างความสามคั คี ทสี่ รา้ งความสามคั คี ทส่ี ร้างความสามคั คี ประโยชน์ ปรองดอง และเปน็ ปรองดอง และเป็น ปรองดอง และเปน็ ต่อโรงเรยี น ชุมชน และ ประโยชนต์ อ่ โรงเรียน ประโยชนต์ ่อโรงเรยี น ประโยชนต์ ่อโรงเรียน สงั คม ชมุ ชน และสงั คม ชมุ ชน และสงั คม และชมุ ชน 1.2.2 หวงแหน ช่ืนชม ปกป้อง ชน่ื ชมความเป็นชาตไิ ทย ปกป้อง ความเป็นชาติไทย ยกยอ่ งความเปน็ ชาติ ไทย
ตัวชี้วัดที่ 1.4 เคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ พฤติกรรมบง่ ช้ี ดเี ยีย่ ม (3) ดี (2) ผา่ น (1) ไมผ่ ่าน (0) 1.4.1 เข้ารว่ มและ เขา้ รว่ มกิจกรรม เข้ารว่ มกิจกรรม เขา้ รว่ มกจิ กรรม ไมเ่ ขา้ ร่วมกิจกรรม และมสี ่วนรว่ ม ที่เก่ียวกบั สถาบัน มสี ่วนรว่ มในการ ในการจัดกิจกรรม และมีส่วนรว่ ม ทเ่ี กย่ี วกับสถาบัน พระมหากษตั ริย์ จดั กิจกรรมทเี่ กย่ี วกับ ท่เี กีย่ วกับสถาบัน ในการจัดกจิ กรรม พระมหากษัตรยิ ์ สถาบันพระมหากษัตรยิ ์ พระมหากษัตริย์ 1.4.2 แสดงความ ตามที่โรงเรยี นและ ท่เี กย่ี วกบั สถาบัน ตามท่โี รงเรยี น สานึก ชมุ ชน พระมหากษัตรยิ ์ และชมุ ชนจัดขนึ้ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ จดั ขึน้ ชื่นชม ตามท่ีโรงเรียน ของพระมหากษัตรยิ ์ ในพระราชกรณียกจิ และชุมชนจัดขึ้น 1.4.3 แสดงออก พระปรชี าสามารถ ซง่ึ ความจงรกั ภกั ดี ของพระมหากษัตรยิ ์ ต่อสถาบนั และพระราชวงศ์ พระมหากษตั รยิ ์ มีวินัย ตัวชี้วัดที่ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียนและสังคม พฤติกรรมบง่ ช้ี ดีเยี่ยม (3) ดี (2) ผา่ น (1) ไม่ผา่ น (0) 3.1.1 ปฏิบตั ิตนตาม ปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง ปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง ไมป่ ฏิบตั ติ น ข้อตกลง กฎเกณฑ์ กฎเกณฑ์ ระเบยี บ กฎเกณฑ์ ระเบียบ กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ข้อบงั คบั ของครอบครัว ขอ้ บังคบั ของครอบครัว ข้อบงั คับของ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั โรงเรยี น และสงั คม โรงเรยี น และสงั คม ครอบครวั และโรงเรียน ของครอบครวั โรงเรียนและสงั คมไม่ ไม่ละเมิดสทิ ธิของผู้อนื่ ไมล่ ะเมิดสทิ ธขิ องผอู้ ่นื ตรงตอ่ เวลาในการ และโรงเรียน ละเมดิ สทิ ธิ ตรงตอ่ เวลาในการ ตรงตอ่ เวลาในการ ปฏิบตั กิ จิ กรรมตา่ ง ๆ ของผอู้ ่นื ปฏบิ ตั ิกิจกรรมตา่ งๆ ปฏบิ ัติกิจกรรมตา่ งๆ ในชีวิตประจาวนั 3.1.2 ตรงต่อเวลา ในชีวติ ประจาวัน ในชวี ิตประจาวนั และรบั ผดิ ชอบ ในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม และรับผดิ ชอบ และรบั ผิดชอบ ในการทางาน ต่าง ๆ ในการทางาน ในการทางาน ในชวี ิตประจาวัน ปฏบิ ตั ิเปน็ ปกติวสิ ยั และรบั ผิดชอบ และเปน็ แบบอย่างทด่ี ี ในการทางาน
๑๐. บนั ทึกหลงั การจัดการเรียนรู้ ๑๐.๑) ผลทเ่ี กดิ ขึ้นกับนกั เรียน ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๖ ดา้ นความรู้ จานวนนกั เรยี นทผี่ ่านเกณฑ์......................คน คดิ เปน็ ร้อยละ................... จานวนนกั เรยี นทีไ่ ม่ผา่ นเกณฑ.์ .................คน คดิ เปน็ ร้อยละ................... ด้านทกั ษะกระบวนการ จานวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ.์ .....................คน คดิ เปน็ ร้อยละ................... จานวนนกั เรียนทไ่ี มผ่ ่านเกณฑ์..................คน คิดเป็นรอ้ ยละ................... ดา้ นคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ จานวนนักเรยี นที่ผา่ นเกณฑ์......................คน คิดเป็นรอ้ ยละ................... จานวนนกั เรียนทไ่ี มผ่ า่ นเกณฑ.์ .................คน คิดเปน็ ร้อยละ................... ด้านสมรรถนะผเู้ รยี น จานวนนักเรยี นทผ่ี ่านเกณฑ.์ .....................คน คิดเป็นร้อยละ................... จานวนนกั เรยี นทไ่ี มผ่ ่านเกณฑ.์ .................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ................... ๑๐.๒) ปญั หาและอุปสรรค ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๑๐.๓) แนวทางการแกป้ ญั หา ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชือ่ )……………………………….…………… ( นายนกิ ร ไชยบุตร ) ตาแหน่ง ครู วันท่ี........เดือน....................พ.ศ. ๒๕๖๔
๑๑. ความเหน็ ของหวั หน้ากลุม่ สาระ/สายชน้ั ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชื่อ)……………………………….…………… ( นางสาวศิริมา เมฆปัจฉาพชิ ิต ) หัวหนา้ กลมุ่ สาระสังคมศึกษาฯ วนั ท.ี่ .......เดือน....................พ.ศ. ๒๕๖๔ ๑๒. ความเหน็ ของฝ่ายวิชาการ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชอ่ื )……………………………….…………… ( นายวเิ ศษ ฟองตา ) รองผู้อานวยการกลมุ่ บริหารงานวิชาการ วันที่........เดือน....................พ.ศ. ๒๕๖๔
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๒ เรอ่ื ง การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย คาช้แี จง ใหน้ กั เรียนเลอื กคาตอบที่ถูกตอ้ งท่ีสุดเพยี งคาตอบเดยี ว 1. ข้อใดไมใ่ ช่องคป์ ระกอบของรัฐ 6. ประเทศไทยมรี ปู แบบของรฐั ในขอ้ ใด 1. รัฐบาล 2. อานาจอธิปไตย 1. มลรฐั 2. รฐั เด่ียว 3. ดนิ แดน 4. ผูน้ าประเทศ 3. สหพันธรฐั 4. สมาพันธรฐั 5. ประชากร 5. รัฐประชาธิปไตย 2. พระราชกรณยี กิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิ 7. อานาจใดใชใ้ นการพัฒนาประเทศ พลอดุลยเดชมีประโยชนต์ อ่ คนไทยอย่างไร 1. อานาจรัฐสภา 2. อานาจตุลาการ 1. ทาใหป้ ระเทศไทยเปน็ ทร่ี ู้จักและสนใจของนานาประเทศ 3. อานาจบริหาร 4. อานาจนิตบิ ัญญตั ิ 2. ทาให้คนไทยปฏบิ ัตติ นถูกตอ้ งตามกฎหมาย 5. อานาจนายกรัฐมนตรี 3. ทาใหค้ นไทยอยอู่ ย่างมคี วามสุขและพอเพียง 8. รัฐมหี น้าท่อี ยา่ งไร 4. ทาใหค้ นไทยมรี ายได้และมีฐานะดี 1. สรา้ งความมั่นคงภายในรัฐและพัฒนาบคุ คลในประเทศ 5. ทาใหป้ ระเทศไทยมอี านาจทดั เทียมนานาประเทศ 2. กระจายอานาจบริหารตา่ ง ๆ ใหก้ ับบคุ คลในประเทศ 3. ขอ้ ใดเกยี่ วขอ้ งกับประชาธิปไตยโดยประชาชน 3. ออกกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองประชาชนในรฐั 1. การสนับสนุนพรรคการเมืองท่ีชนื่ ชอบ 4. จัดต้ังบรษิ ัทเก่ียวกบั หลักทรพั ย์ต่างๆ 2. การออกกฎหมายที่ใชใ้ นสงั คม 5. ควบคมุ ระบบเศรษฐกจิ ทัง้ หมดในประเทศ 3. การรกั ษาผลประโยชน์ตา่ ง ๆ ให้กับประเทศชาติ 9. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกีย่ วกับความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ 4. การเลอื กผแู้ ทนเพอื่ เข้าไปทาหน้าท่ีบริหารประเทศ 1. คนในสงั คมมฐี านะเท่าเทียมกนั แทนตนเอง 2. คนในสงั คมมรี ายได้เทา่ เทยี ม 5. การแสดงออกและต่อตา้ นพรรคการเมืองท่ตี นไม่ 3. คนรวยไดร้ ับโอกาสและสทิ ธิพเิ ศษมากกว่าคนจน เห็นด้วย 4. คนจนได้รบั ความช่วยเหลือให้สามารถแขง่ ขันกบั 4. ข้อใดคือฐานะของพระมหากษัตริย์ไทยที่บัญญัติไว้ใน ผทู้ ่ีเขม้ แข็งกว่าในทางเศรษฐกจิ รฐั ธรรมนญู 5. คนในสังคมสามารถประกอบอาชพี อยา่ งอสิ ระ 1. ทรงดารงอยู่ในฐานะอนั เปน็ ทเ่ี คารพสกั การะ ปราศจากการควบคุมของหน่วยงานรัฐบาล ผใู้ ดจะละเมิดมไิ ด้ 10. รัฐมแี นวนโยบายด้านการต่างประเทศตามข้อใด 2. ทรงเปน็ ศนู ย์รวมจติ ใจของคนไทยทง้ั ชาตใิ หเ้ ป็นปกึ แผ่น 1. รัฐตอ้ งส่งเสริมการประดิษฐค์ ดิ คน้ ดา้ นเทคโนโลยีท่ี 3. ทรงแกไ้ ขวิกฤตการณ์สถานการณ์เลวรา้ ยของบา้ นเมือง ผลิตโดยชาวต่างประเทศ 4. ทรงเป็นมิ่งขวญั ของปวงชนชาวไทย 2. รัฐตอ้ งให้ความค้มุ ครองสทิ ธิและเสรีภาพของบุคคล 5. ทรงเป็นพระมหากษัตรยิ ์ทปี่ กครองบา้ นเมอื งโดยธรรม ในประเทศ 5. การเลือกตั้งมคี วามสาคญั ตอ่ ประเทศชาติอย่างไร 3. รัฐต้องส่งเสริมสมั พนั ธไมตรแี ละความร่วมมอื กบั 1. การเลอื กประชาชนท่มี ีความสนใจเกย่ี วกับการเมอื ง นานาประเทศ การปกครองเข้ามาบรหิ ารประเทศให้เจรญิ ก้าวหน้า 4. รฐั ต้องดาเนินการตามแนวนโยบายดา้ นการ ๒. การเลือกผู้ที่มีอานาจเพ่ือทีจ่ ะเขา้ มาควบคุมประเทศ บริหารราชการแผ่นดิน ให้มีความมน่ั คงและเปน็ ระเบยี บเรียบร้อย 5. รฐั ต้องควบคุมหา้ มมีการเขา้ -ออกของ ๓. การเลือกผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการบริหาร แรงงานตา่ งประเทศอย่างเครง่ ครัด ดา้ นเศรษฐกจิ เพื่อฟนื้ ฟเู ศรษฐกจิ ของประเทศ ๔. การเลอื กคนดีไปบริหารประเทศเพ่อื ให้ประเทศ ก้าวหนา้ และทาให้ประเทศมคี วามสงบสขุ 5. การเลือกคนเกง่ และฉลาดไปบริหารประเทศ เพ่อื เพ่ิมอานาจในการตอ่ รองด้านการคา้ กบั ประเทศ ต่างๆ ทัว่ โลก
แบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๒ เรอ่ื ง การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคาตอบเดียว 1. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ตอ้ งเกีย่ วกับความเสมอภาคทางเศรษฐกจิ 5. รฐั มหี นา้ ทอ่ี ยา่ งไร 1. คนในสังคมมีฐานะเทา่ เทยี มกนั 2. คนในสังคมมีรายได้เท่าเทียม 1. สร้างความมนั่ คงภายในรฐั และพฒั นาบุคคลในประเทศ 3. คนรวยได้รบั โอกาสและสทิ ธพิ เิ ศษมากกวา่ คนจน 4. คนจนไดร้ ับความช่วยเหลือใหส้ ามารถแขง่ ขนั กบั 2. กระจายอานาจบรหิ ารต่าง ๆ ใหก้ บั บุคคลในประเทศ ผู้ท่ีเขม้ แขง็ กวา่ ในทางเศรษฐกจิ 5. คนในสงั คมสามารถประกอบอาชีพอย่าง 3. ออกกฎหมายเกย่ี วกบั การคุ้มครองประชาชนในรัฐ อิสระ ปราศจากการควบคุมของหน่วยงานรัฐบาล 4. จัดต้งั บรษิ ัทเกี่ยวกับหลักทรพั ย์ตา่ ง ๆ 2. รัฐมีแนวนโยบายด้านการต่างประเทศตามข้อใด 1. รัฐต้องสง่ เสริมการประดิษฐ์คดิ ค้นดา้ นเทคโนโลยีท่ี 5. ควบคมุ ระบบเศรษฐกจิ ทัง้ หมดในประเทศ ผลิตโดยชาวตา่ งประเทศ 2. รฐั ต้องใหค้ วามคุ้มครองสิทธแิ ละเสรีภาพของบุคคล 6. ประเทศไทยมีรูปแบบของรฐั ในขอ้ ใด ในประเทศ 3. รฐั ตอ้ งสง่ เสรมิ สมั พนั ธไมตรแี ละความร่วมมือกับ 1. มลรัฐ 2. รัฐเด่ยี ว นานาประเทศ 4. รฐั ตอ้ งดาเนินการตามแนวนโยบายด้านการ 3. สหพันธรฐั 4. สมาพนั ธรฐั บรหิ ารราชการแผน่ ดนิ 5. รัฐตอ้ งควบคมุ ห้ามมกี ารเข้า-ออกของ 5. รฐั ประชาธปิ ไตย แรงงานต่างประเทศอยา่ งเคร่งครัด 7. การเลือกตงั้ มคี วามสาคัญตอ่ ประเทศชาตอิ ย่างไร 3 ข้อใดคือฐานะของพระมหากษัตริย์ไทยท่ีบัญญัติไว้ใน รฐั ธรรมนูญ 1. การเลือกประชาชนทีม่ คี วามสนใจเก่ยี วกับ 1. ทรงดารงอยู่ในฐานะอนั เปน็ ทเ่ี คารพสกั การะ การเมอื งการปกครองเขา้ มาบรหิ ารประเทศ ผู้ใดจะละเมดิ มไิ ด้ ใหเ้ จริญกา้ วหน้า 2. ทรงเป็นศูนยร์ วมจิตใจของคนไทยทัง้ ชาตใิ หเ้ ปน็ ปกึ แผ่น 3. ทรงแก้ไขวิกฤตการณ์สถานการณ์เลวรา้ ยของบา้ นเมอื ง 2. การเลอื กผทู้ ี่มีอานาจเพือ่ ที่จะเขา้ มาควบคุมประเทศ 4. ทรงเปน็ มิง่ ขวญั ของปวงชนชาวไทย 5. ทรงเปน็ พระมหากษัตรยิ ์ท่ปี กครองบ้านเมอื งโดยธรรม ใหม้ คี วามมัน่ คงและเป็นระเบียบเรียบร้อย 4. ขอ้ ใดเก่ียวขอ้ งกบั ประชาธปิ ไตยโดยประชาชน 1. การสนับสนนุ พรรคการเมืองทชี่ ืน่ ชอบ 3. การเลือกผทู้ ่มี คี วามรคู้ วามสามารถในการบรหิ าร 2. การออกกฎหมายท่ีใช้ในสงั คม 3. การรักษาผลประโยชนต์ า่ ง ๆ ให้กับประเทศชาติ ดา้ นเศรษฐกิจเพอ่ื ฟืน้ ฟูเศรษฐกิจของประเทศ 4. การเลือกผู้แทนเพอ่ื เข้าไปทาหนา้ ทีบ่ ริหารประเทศ 4. การเลอื กคนดีไปบริหารประเทศเพ่อื ให้ประเทศ แทนตนเอง 5. การแสดงออกและต่อตา้ นพรรคการเมืองที่ตน กา้ วหนา้ และทาใหป้ ระเทศมคี วามสงบสุข ไมเ่ ห็นดว้ ย 5. การเลอื กคนเกง่ และฉลาดไปบริหารประเทศเพ่ือ เพ่มิ อานาจในการตอ่ รองด้านการคา้ กับประเทศตา่ งๆ ทัว่ โลก 8. ข้อใดไมใ่ ชอ่ งคป์ ระกอบของรฐั 1. รฐั บาล 2. อานาจอธิปไตย 3. ดินแดน 4. ผนู้ าประเทศ 5. ประชากร 9. อานาจใดใช้ในการพฒั นาประเทศ 1. อานาจรัฐสภา 2. อานาจตลุ าการ 3. อานาจบรหิ าร 4. อานาจนติ ิบญั ญตั ิ 5. อานาจนายกรัฐมนตรี 10. พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิ พลอดลุ ยเดชมปี ระโยชนต์ อ่ คนไทยอย่างไร 1. ทาให้ประเทศไทยเป็นทร่ี ู้จักและสนใจของนานาประเทศ 2. ทาให้คนไทยปฏบิ ตั ิตนถูกตอ้ งตามกฎหมาย 3. ทาใหค้ นไทยอยอู่ ย่างมคี วามสขุ และพอเพียง 4. ทาให้คนไทยมรี ายไดแ้ ละมีฐานะดี 5. ทาใหป้ ระเทศไทยมีอานาจทัดเทียมนานาประเทศ
ช้นิ งานเรื่อง การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย วันที่________เดือน_______________พ.ศ.___________ ชอ่ื _____________________________เลขท่ี______ชน้ั __________ นักเรยี นวเิ คราะหค์ วามสาคญั และความจาเป็นท่ตี ้องธารงรกั ษาไว้ซึง่ การปกครองตามระบอบ ประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุข สรปุ ลงในแผนภาพความคดิ และตอบคาถามอย่างค “................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... .. ... ความสาคัญของการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย อันมพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็น ประมุข ..................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... เพราะเหตใุ ดเราจงึ ควรธารงรักษาไว้ซงึ่ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ ............................................................................................................................. ..................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ....................................... .................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................................................
แบบบนั ทึกสรุปผลการเรียนรสู้ าหรับผเู้ รียน ชอ่ื -นามสกุล _______________________________ เลขท่ี _________ ช้ัน ___________ วนั ที่ _________________________ เดอื น _______________________ พ.ศ. ___________ คาช้แี จง นกั เรยี นบันทกึ สรุปผลการเรียนร้จู ากหนว่ ยการเรียนรู้นี้ นักเรยี นยังไมเ่ ขา้ ใจเรื่องใดอกี บ้าง นกั เรยี นมีความรสู้ ึกอย่างไร นักเรยี นได้รับความรู้เรอ่ื งใดบา้ ง ท่เี กีย่ วกับหน่วยการเรยี นรนู้ ้ี หลงั จากท่เี รยี นหน่วยการเรยี นรู้นี้ จากหนว่ ยการเรยี นรนู้ ้ี ซ่งึ ต้องการใหค้ รูอธบิ ายเพ่มิ เตมิ แลว้ ........................................................ ............................................................... .......................................................... ............................................................... .......................................................... ........................................................ ............................................................... .......................................................... ........................................................ ............................................................... .......................................................... ............................................................... .......................................................... ........................................................ ............................................................... . ........................................................ ................................................... หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๒ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย นกั เรียนจะสามารถนาความรูค้ วาม ผลงานท่ีนกั เรียนชอบและต้องการ นกั เรยี นไดท้ ากิจกรรมอะไรบา้ ง เข้าใจจากหนว่ ยการเรียนรนู้ ไ้ี ปใช้ คัดเลือกเป็นผลงานดีเด่นจาก ในหนว่ ยการเรยี นร้นู ี้ ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั ได้อยา่ งไร หนว่ ยการเรียนรู้นี้คือผลงานใดบ้าง ........................................................ บา้ ง เพราะอะไร ........................................................ ............................................................... ......................................................................... ........................................................ ............................................................... ............................................................... ......................................................................... ........................................................ ............................................................... ......................................................................... ........................................................ ............................................................... ......................................................................... ........................................................ ............................................................... ......................................................................... ........................................................ ......................................................................... ........................................................ .. . .
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒ กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๖ หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๒ การเมอื งการปกครองของไทย เร่อื ง ปญั หาการเมืองทสี่ าคญั ของไทยและการตรวจสอบการใชอ้ านาจรัฐ ภาคเรียนท่ี ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ เวลาเรยี น ๒ ช่วั โมง/สัปดาห์ หนว่ ยกิต ๑ (นน./นก.) ผสู้ อน นายนกิ ร ไชยบุตร โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๓๑ เวลา ๕ ชั่วโมง ๑. สาระสาคัญ นักเรียนเข้าใจว่า สถานการณ์ทางการเมืองการปกครองของไทยในปัจจุบันสะท้อนให้เห็น ปัญหาทางการเมอื งท่สี ง่ ผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกวา้ ง ปัญหาทางการเมืองทเ่ี กดิ ข้ึนโดย เฉพาะท่ีเกิดจากการใช้อานาจรัฐส่งผลให้เกิดการตรวจสอบการใช้อานาจรัฐ ทั้งท่ีเป็นการตรวจสอบ โดยองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และการตรวจสอบโดยภาคประชาชน ท้ังน้ีเพื่อเป็น หลักประกนั ในการค้มุ ครองสิทธิ เสรีภาพ และผลประโยชน์ของประชาชน ๒. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชวี้ ัดช้ันป/ี ผลการเรียนร/ู้ เป้าหมายการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ส 2.2 เข้าใจระบบการเมอื งการปกครองในสงั คมปัจจบุ ัน ยึดมัน่ ศรัทธา และธารง รักษาไวซ้ ่งึ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมุข ตัวชว้ี ัดชน้ั ป/ี ผลการเรียนรู้ ส 2.2 ม.4-6/1 วิเคราะห์ปัญหาการเมืองท่ีสาคัญในประเทศจากแหลง่ ข้อมูลต่างๆ พรอ้ มทงั้ เสนอแนวทางแก้ไข ส 2.2 ม.4-6/4 เสนอแนวทางและมสี ่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อานาจรฐั ๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๓.๑ ด้านความรู้ : Knowledge 1. ประเมินความรู้ เร่ือง วิเคราะห์ปัญหาการเมืองท่ีสาคัญในประเทศจากแหล่งข้อมูลต่างๆ พร้อมทัง้ เสนอแนวทางแกไ้ ข การตรวจสอบการใชอ้ านาจรัฐตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่มี ผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม (K) ดว้ ยแบบทดสอบ ๓.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ : Process 2. ประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน 3. ประเมินชิน้ งาน เรือ่ ง วเิ คราะหป์ ัญหาทางการเมอื งท่ีสาคัญของประเทศไทย (P) ด้วยแบบ ประเมนิ 4. ประเมินช้ินงาน เร่ือง การตรวจสอบการใช้อานาจรฐั และการมีส่วนรว่ มทางการเมอื งของ ประชาชน (P) ด้วยแบบประเมิน ๓.๓ ดา้ นคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ : Attitude 5. ประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ดา้ นใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ มน่ั ในการทางาน (A) ด้วยแบบ ประเมนิ
๔. สมรรถนะสาคญั ของนักเรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคดิ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๕. คุณลกั ษณะของวิชา ๑. ความรบั ผิดชอบ ๒. ความรอบคอบ ๓. กระบวนการกลมุ่ ๖. ช้ินงาน/ภาระงาน ชนิ้ งานเร่ือง วิเคราะหป์ ญั หาทางการเมอื งท่สี าคญั ของประเทศไทย ช้นิ งานเรือ่ ง การตรวจสอบการใช้อานาจรฐั และการมสี ว่ นรว่ มทางการเมอื งของประชาชน ๗. กิจกรรมการเรียนรู้ ขนั้ นาเข้าสบู่ ทเรยี น 1. นักเรียนดูวิดีโอเก่ียวกับเหตุการณ์ทางการเมืองในอดีต เช่น การปฏิวัติของคณะราษฎร พ.ศ. 2475 จากนัน้ ร่วมกันสนทนา โดยใชค้ าถาม 2. นกั เรียนรว่ มกันทบทวนความรูเ้ ดิมเรื่อง สถานการณ์ทางการเมืองการปกครองของไทยใน อดีตท่ีเคยเรียนมาแล้ว เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่สถานการณ์ทางการเมืองการปกครองของไทยในปัจจุบัน โดยใช้คาถาม 3. นกั เรยี นรว่ มกันสนทนาทบทวนความรู้เดมิ เรื่อง สถานการณท์ างการเมืองการปกครองของ ไทยในปจั จบุ นั โดยใชค้ าถาม 4. นักเรียนร่วมกันสนทนาเก่ียวกับระบบการเมืองการปกครองของประเทศไทย โดยใช้ คาถาม 5. นักเรยี นร่วมกนั อ่านพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลย เดช เกี่ยวกับการเลือกคนดีมาปกครองบ้านเมือง เพ่ือเช่ือมโยงเข้าสู่เน้ือหาการตรวจสอบการใช้อานาจรัฐ โดยองค์กรอิสระ แลว้ ร่วมกนั สนทนา โดยใช้คาถาม 6. นักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้เดิมเรื่อง การตรวจสอบการใช้อานาจรัฐโดยองค์กรอิสระ โดยใช้คาถาม 7. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเร่ือง ปัญหาการเมืองท่ีสาคัญของไทยและการ ตรวจสอบการใชอ้ านาจรัฐ จากหนังสอื เรยี นและแหล่งการเรยี นรู้อนื่ ๆ เพ่ิมเตมิ ข้ันสอน 8. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองการปกครองก่อนการเปล่ียนแปลงการ ปกครองแล้วสรปุ เปน็ ความคดิ รวบยอด โดยใช้คาถาม 9. นักเรียนแบง่ กล่มุ ออกเป็น 4 กลุม่ จบั สลากเลอื กศกึ ษา สืบคน้ ขอ้ มลู เกย่ี วกบั สถานการณ์
การเมืองการปกครองของไทยในอดีต ตามหวั ข้อ ดังน้ี กลุม่ ที่ 1 สถานการณก์ ารเมืองการปกครองชว่ งการปฏิวัตขิ องคณะราษฎร พ.ศ. 2475 กล่มุ ที่ 2 สถานการณ์การเมืองการปกครองชว่ งเหตุการณ์ 14 ตลุ าคม พ.ศ. 2516 กลมุ่ ท่ี 3 สถานการณ์การเมอื งการปกครองช่วงเหตุการณพ์ ฤษภาทมฬิ พ.ศ. 2535 กลุ่มท่ี 4 สถานการณ์การเมืองการปกครองชว่ งการรัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 จากนั้นให้แต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ความสาคัญของสถานการณ์การเมืองการปกครองท่ี เกิดขึ้นพร้อมบอกผลกระทบต่อประชาชนและประเทศชาติ โดยใช้แผนภาพความคิดบนกระดาษ A4 แลว้ ออกมานาเสนอหนา้ ชน้ั เรียน 10. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปสถานการณ์การเมืองการปกครองต้ังแต่อดีตจนถึง ปัจจบุ ันลงในแผนภาพความคดิ แล้วสรปุ เป็นความคดิ รวบยอด 11. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับสถานการณ์ทางการเมืองการปกครองของ ไทยในปจั จบุ นั แล้วสรุปเปน็ ความคิดรวบยอด โดยใช้คาถาม 12. นกั เรียนร่วมกันวิเคราะหแ์ ละสรุปความรู้เกี่ยวกับสถานการณท์ างการเมอื งการปกครอง ของไทยโดยเขยี นวงจรทางการเมืองลงในแผนภาพความคิด 13. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์บทความเกี่ยวกับปัญหาการเมืองไทย แล้วสรุปเป็นความคิด รวบยอดโดยใชค้ าถาม 14. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่ม จับสลากเลือกศึกษาและวิเคราะห์เก่ียวกับปัญหา การเมืองสาคญั ท่เี กดิ ขึ้นภายในประเทศตามหัวข้อ ดังน้ี กลุ่มท่ี 1 ปัญหาการใช้รฐั ธรรมนญู กลมุ่ ท่ี 2 ปัญหาความขัดแย้ง ขาดความสามัคคีของคนในประเทศ กลมุ่ ที่ 3 ปัญหาการขาดจรยิ ธรรมทางการเมือง จากน้ันนักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปความร้เู ก่ียวกับปัญหาการเมืองสาคัญท่ีเกิดขึ้นภายใน ประเทศ วิเคราะห์สาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางการแก้ไขปัญหาลงในแผนภาพความคิด แล้วสรุป เปน็ ความคิดรวบยอด 15. นักเรียนร่วมกนั เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาการเมืองลงในแผนภาพความคิดแล้ว สรุปเปน็ ความคิดรวบยอด 16. นักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับอิทธิพลของระบบการเมืองการปกครองที่มี ผลตอ่ การดาเนินชวี ติ แล้วสรปุ เป็นความคดิ รวบยอด โดยใช้คาถาม 17. ตัวแทนนักเรียนออกมาสรุปความรู้เกี่ยวกับอิทธิพลทางการเมืองท่ีมีผลต่อการดาเนิน ชวี ิตแล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยใช้คาถาม 18. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับระบบการเมืองการปกครองของไทยว่า มีอิทธิพลต่อ การดาเนินชีวิตของประชาชนชาวไทยอย่างไร โดยให้ตัวแทนนักเรียนออกมาเขียนคาตอบเป็น แผนภาพความคดิ บนกระดาน แลว้ สรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด 19. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับการตรวจสอบการใช้อานาจรัฐตาม รัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทยที่มีผลต่อการเปล่ียนแปลงทางสังคม แล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยใช้ คาถาม 20. นกั เรยี นแบง่ กลุ่มออกเปน็ 4 กลมุ่ ร่วมกนั ศกึ ษาและอภปิ รายเก่ียวกบั องค์กรอิสระตาม รฐั ธรรมนูญ ดงั น้ี กลมุ่ ที่ 1 คณะกรรมการการเลอื กต้ัง กลุ่มที่ 2 ผู้ตรวจการแผน่ ดนิ กลุม่ ท่ี 3 คณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริตแหง่ ชาติ (ป.ป.ช) กลมุ่ ท่ี 4 คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดนิ (คตง.) จากน้ันให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เก่ียวกับอานาจหน้าที่ขององค์กรอิสระลงในแผนภาพ ความคดิ แล้วสรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด 21. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ความสาคัญของการตรวจสอบการใช้อานาจรัฐโดยองค์กร อิสระโดยใชแ้ ผนภาพความคิด แลว้ สรุปเปน็ ความคิดรวบยอด 22. นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั การตรวจสอบการใชอ้ านาจรฐั โดยประชาชน แล้วสรปุ เป็นความคดิ รวบยอด 23. นักเรียนร่วมกันเสนอแนวทางการเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนลงใน แผนภาพความคดิ แล้วสรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด 24. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ผลที่เกิดขึ้นจากการตรวจสอบการใช้อานาจรัฐโดยประชาชน ลงในแผนภาพความคิด แล้วสรุปเป็นความคดิ รวบยอด 25. นักเรียนคิดประเมนิ เพื่อเพ่มิ คุณค่า แลว้ สรุปเป็นความคดิ รวบยอด โดยการตอบคาถาม ข้นั สรปุ 26. นักเรียนยกตัวอย่างสถานการณ์การเมืองการปกครองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมา 1 เหตุการณ์วิเคราะห์สาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยสรุปคาตอบเป็นแผนภาพ ความคดิ แลว้ สรปุ เป็นความคิดรวบยอด 27. นักเรียนแบ่งกลุ่มร่วมกันหาข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันจาก หนังสือพิมพ์หรือจากส่ืออื่นที่หลากหลายมากลุ่มละ 1 ข่าว จากนั้นวิเคราะห์สาเหตุ ผลกระทบ และ แนวทางการแกไ้ ขปัญหาลงในแผนภาพความคิด แลว้ สรุปเป็นความคิดรวบยอด 28. นักเรียนยกตัวอย่างปัญหาการเมืองท่ีสาคัญของประเทศไทยท่ีเกิดข้ึนในปัจจุบันมา 1 ปัญหาพร้อมวิเคราะห์สาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางการแก้ไขปัญหาลงในชิ้นงานที่ 13 เรื่อง วเิ คราะหป์ ญั หาทางการเมอื งท่สี าคญั ของประเทศไทย 29. นักเรียนแบง่ กลุ่มตามความเหมาะสมรว่ มกันหาข่าวเกย่ี วกับอิทธิพลทางการเมืองที่มีผล ต่อการดาเนินชวี ิตที่กลมุ่ สนใจมา 1 ข่าว แลว้ ร่วมกนั วเิ คราะหข์ ่าวในประเดน็ ดังน้ี อทิ ธพิ ลทางการเมอื งทีส่ ง่ ผลกระทบตอ่ ตนเอง อทิ ธิพลทางการเมืองท่สี ง่ ผลกระทบตอ่ ครอบครัว อทิ ธิพลทางการเมืองท่สี ่งผลกระทบต่อประเทศชาติ อิทธพิ ลทางการเมืองท่สี ่งผลกระทบตอ่ สังคมโลก
จากนัน้ ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มสรุปการวเิ คราะห์ข่าวเปน็ แผนภาพความคิดลงบนกระดาษฟลิป ชารต์ แลว้ สรุปเปน็ ความคิดรวบยอด 30. นักเรียนเสนอแนวทางการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อานาจรัฐ พร้อมวิเคราะห์ ผลที่เกิดขนึ้ จากการปฏบิ ตั แิ ละไมป่ ฏิบตั ลิ งในแผนภาพความคดิ แลว้ สรุปเปน็ ความคิดรวบยอด 31. นักเรียนทาช้นิ งานเร่ือง การตรวจสอบการใช้อานาจรัฐและการมีสว่ นรว่ มทางการเมือง ของประชาชน 32. นักเรยี นตรวจสอบความถูกตอ้ งเรียบรอ้ ยของผลงานและช้ินงาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดให้ ปรับปรงุ แก้ไขให้ดขี ้ึน 33. นักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงทเ่ี ข้าใจเป็นความรูร้ ว่ มกัน ดังน้ี สถานการณ์ทางการเมืองการปกครองของไทยในปจั จบุ ันสะท้อนให้เหน็ ปญั หาทางการเมืองที่ ส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ปัญหาทางการเมืองท่ีเกิดขึ้นโดยเฉพาะที่เกดิ จากการ ใช้อานาจรัฐส่งผลให้เกิดการตรวจสอบการใช้อานาจรัฐ ท้ังที่เป็นการตรวจสอบโดยองค์กรอิสระตาม รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และการตรวจสอบโดยภาคประชาชน ทั้งนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการ คมุ้ ครองสิทธิ เสรภี าพ และผลประโยชน์ของประชาชน 34. นักเรียนออกมานาเสนอผลงานและช้ินงานหนา้ ชน้ั เรียน 35. นักเรียนร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับวิธีการทางานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการ ทางานทมี่ ีแบบแผน 36. นักเรียนร่วมกันจัดป้ายนิเทศเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองการปกครอง เพ่ือเผยแพร่ ความรู้และใหบ้ คุ คลตระหนกั ถึงสถานการณก์ ารเมืองการปกครอง 37. นักเรียนร่วมกันจัดกิจกรรมที่เป็นการปลูกฝังค่านิยมประชาธิปไตยให้แก่คนในชุมชน เช่นการรณรงค์ใหไ้ ปเลือกต้ัง การเผยแพร่ความรูเ้ กย่ี วกับผลกระทบของการซ้ือสทิ ธขิ ายเสียง 38. นักเรียนร่วมกันเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอิทธิพลของระบอบการเมืองการปกครองที่มี อิทธิพลต่อการดาเนนิ ชีวิตแก่สมาชิกในครอบครัวและสมาชิกในชุมชน เพ่ือให้ทุกคนได้รบั ความรู้และ เหน็ ความสาคัญของการเมืองการปกครอง 39. นักเรียนร่วมกันจัดทาแผ่นพับการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อานาจรัฐไป แจกจ่ายให้แกป่ ระชาชนในชุมชน และจดั รายการเสยี งตามสายของโรงเรยี น เพอ่ื เผยแพร่ความรู้ 40. นักเรียนร่วมกันเชิญชวนให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองมากข้ึน เมื่อ นักการเมืองปฏิบัติตนไม่เหมาะสมจะได้ช่วยกันตรวจสอบ เพื่อรักษาสิทธิของตัวเองและผลประโยชน์ ของประเทศชาติ 41. นักเรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรู้สึกหลังการเรยี น ในประเด็นตอ่ ไปน้ี • สิ่งทีน่ กั เรยี นได้เรยี นรู้ในวนั นค้ี ืออะไร • นักเรยี นมสี ว่ นรว่ มกิจกรรมในกล่มุ มากนอ้ ยเพยี งใด • เพอ่ื นนักเรยี นในกล่มุ มสี ว่ นร่วมกจิ กรรมในกล่มุ มากน้อยเพยี งใด • นักเรียนพอใจกับการเรียนในวันนี้หรอื ไม่ เพยี งใด • นักเรียนจะนาความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไปได้ อย่างไร
จากน้ันแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทางานทุกข้ันตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิด ประโยชนต์ ่อสังคมใหม้ ากขึ้นกวา่ เดมิ ในขนั้ ตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในครัง้ ต่อไป ๘. ส่ือการเรยี นการสอน / แหล่งเรยี นรู้ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน หน้าท่ีพลเมือง วัฒนธรรม และการดาเนินชีวิตในสังคม ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 4-6 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวชิ าการ (พว.) 2. วิดีโอเกีย่ วกับการปฏิวัติของคณะราษฎร พ.ศ. 2475 3. ตวั อย่างบทความเกยี่ วกบั ปัญหาการเมอื งไทยในปจั จุบัน 4. กระดาษฟลิปชาร์ต 5. พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดชเกีย่ วกบั การเลือก คนดมี าปกครองบ้านเมือง 6. แหล่งการเรยี นรู้ท้ังภายในและภายนอกโรงเรยี น
๙. การวดั ผลและประเมินผล แบบประเมินกระบวนการทางานกลมุ่ รายการการประเมนิ ระดบั คุณภาพ กระบวนการ 4 32 1 ทางานกลมุ่ มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไมม่ กี ารกาหนด สมาชกิ ชดั เจน บทบาทสมาชกิ และมกี ารชแี้ จง สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ และไมม่ กี ารชแี้ จง เปา้ หมาย เปา้ หมาย สมาชกิ การทางาน มีการชแี้ จงเปา้ หมาย ไม่มีการชแ้ี จงเป้าหมาย ตา่ งคนต่างทางาน มีการปฏบิ ัตงิ านร่วมกนั อย่างรว่ มมอื ร่วมใจ อยา่ งชัดเจน อยา่ งชดั เจน พรอ้ มกบั การประเมิน และปฏิบตั งิ านร่วมกนั ปฏบิ ตั งิ านรว่ มกัน เปน็ ระยะๆ แตไ่ ม่มกี ารประเมิน ไมค่ รบทุกคน เป็นระยะๆ แบบประเมนิ ชน้ิ งาน เรื่อง วเิ คราะหป์ ัญหาทางการเมอื งทีส่ าคัญของประเทศไทย รายการการประเมนิ ระดบั คุณภาพ ยกตวั อย่างปัญหา 4 32 1 ทางการเมอื งที่สาคัญ ของประเทศไทย ยกตวั อย่างปญั หา ยกตัวอย่างปัญหา ยกตัวอย่างปญั หา ยกตัวอย่างปญั หา ท่เี กิดขึ้นในปจั จุบนั และวิเคราะห์สาเหตุ ทางการเมืองทีส่ าคัญ ทางการเมอื งทีส่ าคัญ ทางการเมืองท่ีสาคญั ทางการเมืองท่สี าคญั ผลกระทบทเ่ี กดิ ข้นึ ของประเทศไทย ของประเทศไทย และเสนอแนวทาง ทีเ่ กดิ ข้ึนในปจั จบุ นั ของประเทศไทย ของประเทศไทย ท่ีเกดิ ขึ้นในปจั จุบัน แก้ไขปญั หา ลงใน และวเิ คราะหส์ าเหตุ และวิเคราะห์สาเหตุ แผนภาพความคิด ผลกระทบทเ่ี กดิ ขน้ึ ทเ่ี กิดขึ้นในปจั จบุ นั ท่เี กดิ ขึ้นในปัจจุบนั ผลกระทบทีเ่ กิดข้ึน และเสนอแนวทาง และเสนอแนวทาง แกไ้ ขปัญหา ลงใน และวิเคราะห์สาเหตุ และวเิ คราะหส์ าเหตุ แกไ้ ขปัญหา ลงใน แผนภาพความคิด แผนภาพความคิดได้ ไดส้ ัมพนั ธ์กัน ผลกระทบทเี่ กิดข้ึน ผลกระทบทเี่ กิดขึน้ แต่ยงั ไมส่ อดคลอ้ ง มีการเชื่อมโยงใหเ้ หน็ กบั ข้อมลู เขยี นตาม และเสนอแนวทาง และเสนอแนวทาง เป็นภาพรวม ขอ้ มูล แสดงให้เห็นถึง แกไ้ ขปัญหา ลงใน แก้ไขปญั หา ลงใน ที่อา่ น ไมม่ กี ารอธิบาย ความสัมพนั ธ์กบั ตนเอง เพ่ิมเติม และผู้อื่น แผนภาพความคดิ ได้ แผนภาพความคิด มกี ารจาแนกขอ้ มลู ได้สอดคลอ้ งกบั ขอ้ มูล แสดงให้เห็นถงึ มกี ารเขยี นยกตัวอย่าง ความสัมพนั ธก์ ับตนเอง ให้เข้าใจงา่ ย อย่างเปน็ เหตเุ ป็นผล
แบบประเมินช้ินงาน เรื่อง การตรวจสอบการใช้อานาจรฐั และการมีส่วนร่วมทางการเมือง ของประชาชน รายการการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ วิเคราะห์บทความ 4 32 1 เกีย่ วกบั การมสี ่วน รว่ ม วิเคราะหบ์ ทความ วเิ คราะห์บทความ วิเคราะห์บทความ วเิ คราะห์บทความ ของประชาชนในการ เกย่ี วกบั การมสี ่วนรว่ ม เกี่ยวกับการมสี ว่ นรว่ ม แสดงความคดิ เหน็ ของประชาชนในการ เก่ยี วกับการมีส่วนรว่ ม เก่ยี วกับการมีสว่ นร่วม ของประชาชนในการ และตัดสนิ ใจรว่ มกับ แสดงความคดิ เห็น แสดงความคดิ เห็น ฝ่ายทางการเมือง และตดั สนิ ใจร่วมกับ ของประชาชนในการ ของประชาชนในการ และตดั สนิ ใจร่วมกับ ตามท่ีกาหนดให้ และตอบคาถาม ฝา่ ยทางการเมือง แสดงความคดิ เหน็ แสดงความคิดเห็น ฝ่ายทางการเมือง ตามที่กาหนดให้ ตามทกี่ าหนดให้ และตอบคาถาม และตัดสนิ ใจร่วมกับ และตดั สินใจรว่ มกับ และตอบคาถามได้ ไดส้ ัมพันธ์ แตย่ งั ไมส่ อดคล้อง กบั หัวขอ้ ท่ีกาหนด ฝ่ายทางการเมอื ง ฝ่ายทางการเมือง กับหวั ขอ้ ทกี่ าหนด และแสดงให้เห็นถงึ ขาดการอธบิ ายเพ่ิมเตมิ การมีส่วนรว่ ม ตามทีก่ าหนดให้ ตามทีก่ าหนดให้ ในการตรวจสอบ การใชอ้ านาจรฐั และตอบคาถาม และตอบคาถาม และการมีส่วนร่วม ได้สมั พนั ธ์ ได้สอดคลอ้ ง ทางการเมอื ง ของประชาชน กับหัวข้อทีก่ าหนด กบั หัวขอ้ ท่กี าหนด มกี ารเชอื่ มโยงใหเ้ ห็น ความสัมพันธ์กับตนเอง และแสดงให้เห็นถงึ และแสดงใหเ้ หน็ ถงึ และผู้อ่นื การมสี ว่ นรว่ ม การมีส่วนร่วม ในการตรวจสอบ ของประชาชน การใช้อานาจรฐั ในทางการเมอื ง และการมีส่วนร่วม มกี ารเขียนยกตวั อย่าง ทางการเมอื ง ให้เขา้ ใจงา่ ย ของประชาชน แต่มีการเชอื่ มโยงให้เหน็ เฉพาะตนเอง ใฝเ่ รยี นรู้ ตวั ช้ีวัดที่ 4.1 ต้งั ใจ เพียรพยายามในการเรยี นและเขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้ พฤติกรรมบ่งชี้ ดเี ย่ยี ม (3) ดี (2) ผา่ น (1) ไมผ่ า่ น (0) 4.1.1 ต้งั ใจเรียน เขา้ เรยี นตรงเวลา เขา้ เรียนตรงเวลา เขา้ เรยี นตรงเวลา ไมต่ ง้ั ใจเรยี น 4.1.2 เอาใจใส่ ตง้ั ใจเรยี น เอาใจใส่ ต้ังใจเรยี น เอาใจใส่ ตั้งใจเรยี น เอาใจใส่ และมีความเพียร และมีความเพยี ร และมีความเพียร และมคี วามเพียร พยายาม พยายาม พยายาม พยายาม ในการเรียนรู้ ในการเรียนรู้ มีสว่ นรว่ ม ในการเรยี นรู้ มีส่วนร่วม ในการเรยี นรู้ มีสว่ นร่วม 4.1.3 สนใจเข้ารว่ ม ในการเรียนรู้ และเขา้ ในการเรียนรู้ และเขา้ ในการเรียนรู้ และเข้า กจิ กรรมการเรียนรู้ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรู้ รว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้ ต่าง ๆ ต่าง ๆ ตา่ ง ๆ ท้ังภายในและ ตา่ ง ๆ ทัง้ ภายในและภายนอก ภายนอก บางครง้ั โรงเรยี นเปน็ ประจา โรงเรียนบอ่ ยครง้ั และเปน็ แบบอยา่ งท่ีดี
ตัวชว้ี ัดท่ี 4.2 แสวงหาความรจู้ ากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี น ดว้ ย การเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ สามารถนาไปใช้ใน ชีวิตประจาวนั ได้ พฤติกรรมบ่งชี้ ดีเยี่ยม (3) ดี (2) ผา่ น (1) ไม่ผ่าน (0) 4.2.1 ศึกษาคน้ ควา้ ศกึ ษาค้นคว้าหา ศึกษาค้นควา้ หา ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ ไม่ศกึ ษาค้นคว้า หาความรู้จากหนังสอื ความรูจ้ ากหนงั สือ ความรจู้ ากหนงั สอื จากหนังสอื เอกสาร หาความรู้ เอกสาร สง่ิ พิมพ์ เอกสาร สงิ่ พมิ พ์ สอ่ื เอกสาร สงิ่ พมิ พ์ ส่ือ สิง่ พมิ พ์ สอ่ื เทคโนโลยี ส่อื เทคโนโลยตี ่าง ๆ เทคโนโลยี และ เทคโนโลยี และ แหล่งเรียนรู้ท้ังภายใน แหลง่ เรยี นรทู้ ง้ั ภายใน สารสนเทศ สารสนเทศ และภายนอกโรงเรียน และภายนอกโรงเรียน แหลง่ เรยี นรทู้ งั้ ภายใน แหล่งเรียนรทู้ ง้ั ภายใน เลอื กใช้ส่อื ไดอ้ ยา่ ง และเลือกใช้ส่ือ และภายนอกโรงเรยี น และภายนอกโรงเรียน เหมาะสม มีการบันทึก ได้อยา่ งเหมาะสม เลอื กใชส้ ื่อไดอ้ ย่าง และเลอื กใชส้ อื่ ได้ ความรู้ 4.2.2 บันทกึ ความรู้ เหมาะสม มกี ารบนั ทกึ อย่างเหมาะสม มีการ วิเคราะห์ ตรวจสอบ ความรู้ วิเคราะห์ บันทึกความรู้ จากสิ่งท่เี รยี นรู้ ข้อมลู สรุปเปน็ องค์ วเิ คราะหข์ ้อมลู สรปุ สรุปเปน็ องคค์ วามรู้ ความรู้แลกเปล่ียน เปน็ องค์ความรู้ 4.2.3 แลกเปลย่ี น เรียนรู้ แลกเปล่ียนเรยี นรูก้ ับ เรียนรู้ ด้วยวธิ กี ารที่ ผูอ้ ืน่ ได้ และนาไปใช้ ด้วยวิธกี ารต่าง ๆ หลากหลายและ ในชีวติ ประจาวนั ได้ เพอ่ื นาไปใช้ เผยแพรแ่ ก่ ในชวี ติ ประจาวัน บุคคลทั่วไปนาไปใช้ ในชวี ิตประจาวันได้ มงุ่ มน่ั ในการทางาน ตวั ช้ีวัดท่ี 6.1 ตั้งใจและรบั ผิดชอบในการปฏบิ ัติหน้าทก่ี ารงาน พฤติกรรมบง่ ชี้ ดเี ยีย่ ม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไมผ่ า่ น (0) 6.1.1 เอาใจใสต่ อ่ ต้งั ใจและรับผิดชอบ ตง้ั ใจและรบั ผิดชอบ ตง้ั ใจและรับผิดชอบ ไมต่ ง้ั ใจปฏิบัติ การปฏิบตั หิ น้าท่ี ในการปฏบิ ัตหิ น้าที่ ในการปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ี ในการปฏบิ ตั หิ น้าท่ี หน้าทกี่ ารงาน ที่ไดร้ บั มอบหมาย ที่ได้รับมอบหมาย ที่ได้รับมอบหมาย ทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย 6.1.2 ตงั้ ใจและ ให้สาเรจ็ มกี ารปรับปรงุ ให้สาเรจ็ มกี ารปรบั ปรงุ ใหส้ าเรจ็ มีการปรบั ปรงุ รบั ผดิ ชอบในการ และพัฒนาการทางานให้ และพัฒนาการทางานให้ และพัฒนา ทางานใหส้ าเรจ็ ดขี ึน้ ดว้ ยตนเอง ดีข้นึ ด้วยตนเอง การทางานใหด้ ขี นึ้ 6.1.3 ปรับปรุง และเปน็ แบบอย่างทดี่ ี และพฒั นาการทางาน ด้วยตนเอง
๑๐. บนั ทึกหลงั การจดั การเรียนรู้ ๑๐.๑) ผลที่เกดิ ขนึ้ กับนักเรยี น ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๖ ด้านความรู้ จานวนนกั เรียนทผี่ า่ นเกณฑ.์ .....................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ................... จานวนนกั เรียนท่ไี ม่ผา่ นเกณฑ์..................คน คิดเป็นร้อยละ................... ด้านทกั ษะกระบวนการ จานวนนักเรยี นท่ผี า่ นเกณฑ.์ .....................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ................... จานวนนกั เรยี นทไ่ี มผ่ า่ นเกณฑ์..................คน คิดเปน็ ร้อยละ................... ดา้ นคุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ จานวนนกั เรยี นทผ่ี า่ นเกณฑ์......................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ................... จานวนนักเรยี นทไ่ี มผ่ า่ นเกณฑ.์ .................คน คิดเป็นร้อยละ................... ดา้ นสมรรถนะผ้เู รียน จานวนนกั เรยี นทีผ่ ่านเกณฑ์......................คน คิดเป็นร้อยละ................... จานวนนักเรียนท่ีไมผ่ ่านเกณฑ์..................คน คิดเป็นรอ้ ยละ................... ๑๐.๒) ปญั หาและอุปสรรค ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๑๐.๓) แนวทางการแกป้ ญั หา ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชือ่ )……………………………….…………… ( นายนิกร ไชยบตุ ร ) ตาแหน่ง ครู วนั ที่........เดอื น....................พ.ศ. ๒๕๖๔
๑๑. ความเหน็ ของหวั หน้ากลุม่ สาระ/สายชัน้ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชือ่ )……………………………….…………… ( นางสาวศริ ิมา เมฆปัจฉาพชิ ิต ) หัวหนา้ กลมุ่ สาระสังคมศึกษาฯ วนั ท่ี........เดอื น....................พ.ศ. ๒๕๖๔ ๑๒. ความเหน็ ของฝ่ายวชิ าการ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชอ่ื )……………………………….…………… ( นายวเิ ศษ ฟองตา ) รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารงานวชิ าการ วันที่........เดือน....................พ.ศ. ๒๕๖๔
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๒ เรอ่ื ง ปัญหาการเมืองทส่ี าคัญของไทยและการตรวจสอบการใชอ้ านาจรัฐ คาชแ้ี จง ให้นักเรียนเลือกคาตอบท่ีถกู ตอ้ งทสี่ ุดเพยี งคาตอบเดยี ว 1. ข้อใดเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองไทยในอดีตที่ทาให้มีการ ๗. นกั วิชาการบางทา่ นได้ต้งั ข้อสังเกตว่า พฒั นาการทางการ เมืองไทยมลี กั ษณะวนเวยี นอยู่ใน “วงจรอบุ าทว์”เหตกุ ารณ์ข้อ เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ใดที่ไมเ่ กีย่ วขอ้ งกับวงจรอุบาทว์ เป็นการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย 1. การประกาศรัฐธรรมนญู 2. การสรา้ งความสมานฉันทใ์ นสังคมไทย 1. เหตุการณ์ 14 ตลุ าคม พ.ศ. 2516 3. การรัฐประหาร 2. เหตกุ ารณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 4. การปกครองระบอบเผดจ็ การ 5. การเลอื กต้ัง 3. เหตกุ ารณ์การปฏวิ ัตขิ องคณะราษฎร พ.ศ. 2475 ๘. ข้อใดเป็นปัญหาการเมอื งทส่ี าคญั ของไทยในปจั จบุ นั น้ี 1. การขาดความสามัคคขี องคนในชาติ 4. เหตุการณ์รัฐประหาร 19 กนั ยายน พ.ศ. 2549 2. การขาดความสานึกทางการเมอื งของประชาชน 3. ประชาชนไทยสว่ นใหญไ่ ม่พอใจรฐั บาล 5. เหตกุ ารณร์ ัฐประหาร 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 4. การซื้อสทิ ธขิ ายเสียง 5. ประชาชนไมอ่ ยากมีสว่ นร่วมทางการเมอื ง 2. การปฏิวัตขิ องคณะราษฎรเกดิ ขนึ้ ในสมยั ใด ๙. ข้อใดเปน็ การตรวจสอบการใชอ้ านาจรฐั ทางตรงของ 1. สมัยรัชกาลท่ี 6 2. สมัยรัชกาลที่ 7 ประชาชน 1. การเขา้ ชื่อร้องขอตอ่ ประธานวฒุ สิ ภาเพ่อื ถอดถอน 3. สมยั รัชกาลที่ 8 4. สมยั รชั กาลที่ 9 ผ้ดู ารงตาแหนง่ ทางการเมอื ง 2. การลงมติไม่ไวว้ างใจนายกรฐั มนตรี 5. สมัยรัชกาลท่ี 10 3. การมีสทิ ธ์ิไดร้ บั ทราบและเข้าถงึ ขอ้ มูลข่าวสาร สาธารณะของหน่วยราชการ 3. ปญั หาการเมอื งไทยเกดิ จากสาเหตุใดมากทีส่ ุด 4. การเข้าร่วมกระบวนการรับฟงั ความคดิ เห็น ของประชาชน 1. ประชาชนขาดความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การเมือง 5. การมีสทิ ธเ์ิ ขา้ รว่ มตรวจสอบการได้มาซึง่ ทรัพยส์ ิน ของนักการเมือง 2. นักการเมอื งขาดจรยิ ธรรม ทจุ รติ คอรร์ ปั ชัน ๑๐. ขอ้ ใดเป็นอานาจหน้าท่ีของคณะกรรมการ ป.ป.ช. 3. รฐั ธรรมนูญมีการเปล่ียนแปลงบอ่ ยครัง้ 1. ตรวจสอบการละเลยการปฏบิ ัติหน้าท่ขี องเจ้าหนา้ ท่รี ฐั 2. ตรวจสอบความถกู ต้องและความมอี ย่จู ริงรวมถงึ 4. ความไม่เสมอภาคระหวา่ งชาวเมอื งและชาวชนบท การเปล่ยี นแปลงของทรัพย์สินของผู้ดารงตาแหน่ง ทางการเมอื ง 5. ประชาชนไม่อยากเขา้ มามีสว่ นรว่ มทางการเมือง 3. ดาเนนิ การเกย่ี วกบั จริยธรรมของผู้ดารงตาแหนง่ ทางการเมืองและเจา้ หน้าท่ีของรัฐ 4. คนในสังคมไทยควรยึดคุณธรรมใดเป็นอันดับแรกเพ่ือ 4. วางนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน 5. กาหนดมาตรฐานหรอื มาตรการเกย่ี วกบั การ แก้ปญั หาการเมอื งในประเทศ ตรวจสอบการบริหารงบประมาณ 1. ความสามคั คี 2. ความมวี นิ ยั 3. ความรับผดิ ชอบ 4. ความขยันอดทน 5. ความเอ้ือเฟอ้ื เผ่อื แผ่ 5. ขอ้ ใดไม่ใชอ่ งค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 1. คณะกรรมการการเลอื กตัง้ 2. คณะกรรมการตรวจเงนิ แผ่นดนิ 3. ตลุ าการศาลรัฐธรรมนูญ 4. ผู้ตรวจการแผน่ ดิน 5. อัยการสงู สดุ ๖. ขอ้ ใดเปน็ วิธกี ารพฒั นาทางการเมอื งไทยท่ดี ีท่ีสุด 1. การให้ประชาชนมีส่วนรว่ มทางการเมืองอย่างเตม็ ท่ี 2. การใหค้ วามรู้ความเข้าใจเกย่ี วกบั การเมอื งแกป่ ระชาชน 3. การกลอ่ มเกลาประชาชนดว้ ยอดุ มการณ์ทางการเมืองท่ี ตา่ งกัน 4. การสรา้ งประชาสังคมหรือการเมอื งภาคประชาชน 5. การสง่ เสรมิ ให้ประชาชนท่มี ีความรคู้ วามสามารถเขา้ มามสี ว่ นร่วมทางการเมอื งมากข้นึ
แบบทดสอบหลังเรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง ปัญหาการเมืองทีส่ าคัญของไทยและการตรวจสอบการใช้อานาจรัฐ คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นเลอื กคาตอบที่ถกู ตอ้ งทสี่ ุดเพยี งคาตอบเดียว 1. การปฏิวตั ิของคณะราษฎรเกิดขึ้นในสมยั ใด 6. ข้อใดเปน็ การตรวจสอบการใช้อานาจรฐั ทางตรงของประชาชน 1. สมยั รชั กาลท่ี 6 2. สมัยรชั กาลที่ 7 1. การเข้าชือ่ รอ้ งขอต่อประธานวุฒิสภาเพือ่ ถอดถอน ผูด้ ารงตาแหนง่ ทางการเมอื ง 3. สมัยรัชกาลที่ 8 4. สมยั รัชกาลที่ 9 2. การลงมตไิ ม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี 5. สมยั รชั กาลที่ 10 3. การมสี ทิ ธิ์ไดร้ ับทราบและเขา้ ถงึ ขอ้ มลู ข่าวสาร 2. ข้อใดเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองไทยในอดีตที่ทาให้มีการ สาธารณะของหนว่ ยราชการ 4. การเขา้ ร่วมกระบวนการรบั ฟังความคดิ เหน็ ของประชาชน เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ 5. การมีสิทธเ์ิ ขา้ รว่ มตรวจสอบการได้มาซึ่งทรพั ย์สนิ เปน็ การปกครองระบอบประชาธิปไตย ของนักการเมอื ง 7. นักวิชาการบางท่านได้ตั้งข้อสังเกตว่า พัฒนาการทางการ 1. เหตกุ ารณ์ 14 ตลุ าคม พ.ศ. 2516 เมืองไทยมลี ักษณะวนเวียนอยใู่ น “วงจรอุบาทว์” เหตุการณข์ อ้ ใด 2. เหตกุ ารณพ์ ฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 ทไี่ มเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั วงจรอุบาทว์ 3. เหตุการณก์ ารปฏวิ ัตขิ องคณะราษฎร พ.ศ. 2475 1. การประกาศรฐั ธรรมนญู 2. การสรา้ งความสมานฉนั ทใ์ นสังคมไทย 4. เหตุการณ์รัฐประหาร 19 กนั ยายน พ.ศ. 2549 3. การรฐั ประหาร 4. การปกครองระบอบเผด็จการ 5. เหตกุ ารณร์ ฐั ประหาร 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 5. การเลือกตั้ง 8. ข้อใดเปน็ วธิ ีการพัฒนาทางการเมอื งไทยท่ีดีท่สี ดุ 3. ขอ้ ใดไม่ใชอ่ งค์กรอิสระตามรฐั ธรรมนูญ 1. การใหป้ ระชาชนมสี ว่ นรว่ มทางการเมอื งอย่างเตม็ ท่ี 2. การให้ความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การเมอื งแก่ประชาชน 1. คณะกรรมการการเลอื กตง้ั 3. การกลอ่ มเกลาประชาชนด้วยอดุ มการณท์ างการเมอื ง 2. คณะกรรมการตรวจเงินแผน่ ดนิ ท่ีตา่ งกัน 3. ตลุ าการศาลรัฐธรรมนูญ 4. การสร้างประชาสงั คมหรอื การเมืองภาคประชาชน 5. การสง่ เสริมใหป้ ระชาชนทมี่ คี วามรคู้ วามสามารถเข้ามา 4. ผู้ตรวจการแผน่ ดนิ มีส่วนรว่ มทางการเมอื งมากขึ้น 5. อัยการสงู สดุ 9. ปญั หาการเมืองไทยเกิดจากสาเหตใุ ดมากที่สดุ 4. ข้อใดเปน็ อานาจหน้าท่ีของคณะกรรมการ ป.ป.ช. 1. ประชาชนขาดความรูค้ วามเขา้ ใจเก่ียวกับการเมือง 2. นักการเมืองขาดจรยิ ธรรม ทจุ รติ คอร์รปั ชนั 1. ตรวจสอบการละเลยการปฏิบัติหนา้ ทข่ี องเจา้ หน้าทีร่ ัฐ 3. รัฐธรรมนญู มกี ารเปลี่ยนแปลงบอ่ ยครงั้ 4. ความไม่เสมอภาคระหว่างชาวเมอื งและชาวชนบท 2. ตรวจสอบความถูกต้องและความมอี ยจู่ รงิ รวมถึง 5. ประชาชนไมอ่ ยากเขา้ มามสี ว่ นรว่ มทางการเมือง การเปล่ียนแปลงของทรพั ย์สนิ ของผูด้ ารงตาแหน่ง 10. คนในสังคมไทยควรยึดคุณธรรมใดเป็นอันดับแรกเพ่ือ แก้ปญั หาการเมืองในประเทศ ทางการเมอื ง 1. ความสามัคคี 3. ดาเนนิ การเกย่ี วกบั จริยธรรมของผดู้ ารงตาแหน่ง 2. ความมวี นิ ัย 3. ความรบั ผิดชอบ ทางการเมืองและเจ้าหนา้ ทข่ี องรฐั 4. ความขยนั อดทน 4. วางนโยบายการตรวจเงินแผน่ ดิน 5. ความเอือ้ เฟ้ือเผื่อแผ่ 5. กาหนดมาตรฐานหรือมาตรการเกี่ยวกบั การตรวจ สอบการบริหารงบประมาณ 5. ขอ้ ใดเปน็ ปญั หาการเมอื งทีส่ าคัญของไทยในปจั จบุ นั นี้ 1. การขาดความสามัคคีของคนในชาติ 2. การขาดความสานกึ ทางการเมืองของประชาชน 3. ประชาชนไทยส่วนใหญ่ไม่พอใจรัฐบาล 4. การซอ้ื สิทธขิ ายเสยี ง 5. ประชาชนไมอ่ ยากมีสว่ นร่วมทางการเมอื ง
ชน้ิ งานเรื่อง วเิ คราะห์ปญั หาทางการเมืองทสี่ าคญั ของประเทศไทย วนั ท่ี________เดอื น_______________พ.ศ.___________ ชอ่ื _____________________________เลขท่ี______ชน้ั __________ นักเรยี นยกตัวอยา่ งปัญหาทางการเมอื งท่ีสาคัญของประเทศไทยท่ีเกดิ ขึน้ ในปจั จบุ นั มา 1 ปัญหา พรอ้ ม วเิ คราะห์สาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางการแก้ปัญหาลงในแผนภาพความคิด ................................................................. ................................................................. ................................................................. ................................................................. ................................................................. ................................................................. ................................................................. ................................................................. สาเหตุ ................................................................. ................................................................. ................................................................. ................................................................. ................................................................. ................................................................. ................................................................. ................................................................. ................................................................. ................................................................. ................................................................. ................................................................. แนวทางการแก้ปญั หา ผลทเ่ี กิดขน้ึ ภาคประชาชน ต่อตนเอง ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................ ภาครัฐบาล ตอ่ สังคมไทย ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................ .......................................................................................... ภาคส่ือมวลชน ตอ่ สังคมโลก ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................ ..........................................................................................
ช้นิ งานเรื่อง การตรวจสอบการใชอ้ านาจรฐั และการมสี ว่ นร่วมทางการเมอื งของประชาชน วันที่________เดอื น_______________พ.ศ.___________ ชอ่ื _____________________________เลขท่ี______ชน้ั __________ นกั เรยี นวิเคราะห์บทความทกี่ าหนดให้ แลว้ ตอบคาถาม ประชาพิจารณฉ์ ลยุ สรา้ งตลาดนา้ ริมหนองหาร นายกเทศมนตรีนครสกลนครและคณะ ได้เชิญพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลเข้าร่วมจัดทาประชาพิจารณ์พัฒนา หนองหาร และเชื่อมโยงเครอื ข่ายแหล่งท่องเที่ยวธรรมนิเวศอนิ ทรยี ์ข้ึน เพ่ือสอบถามความคดิ เหน็ จากประชาชน เพ่ือให้การ พฒั นาหนองหารเป็นไปในทิศทางท่ีถูกต้อง ซ่ึงผลการจัดทาประชาพจิ ารณป์ รากฏวา่ ทุกคนที่เข้าร่วมการจัดทาประชาพิจารณ์ เหน็ ดว้ ย โดยไม่มผี ู้คดั คา้ น 1. จากบทความประชาชนมีส่วนรว่ มทางการเมอื งอยา่ งไร .................................................................................................................................................................. ......................................... ........................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .............................................................................. ............................................................................................................................. ....................................................................... ....... 2. จากบทความการมสี ว่ นร่วมในการทาประชาพิจารณข์ องประชาชนมคี วามสาคญั อยา่ งไร และสง่ ผลตอ่ การเมืองไทย อย่างไร วิเคราะห์ลงในแผนภาพความคิด ...................................................................................................................... ..................................................................................... ............................................................................................................................. .............................................. ................................ ............................................................................................................................. .............................................................................. .................................................................................................................................................. ........................................................ ความสาคัญ การมีสว่ นร่วม ผลทีเ่ กดิ ข้นึ ทางการเมือง ............................................................................ ของประชาชน ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................
3. ถ้านักเรียนได้มีโอกาสเข้าร่วมการทาประชาพิจารณ์เกี่ยวกับโครงการของรัฐทีม่ ีผลต่อความเป็นอยขู่ องคนในชุมชนที่ นักเรียนอาศัยอยู่ นักเรียนจะต้องคานึงถึงส่ิงใดเป็นอันดับแรกก่อนตัดสินใจลงความเห็น เพราะเหตุใด และมีวิธีการ ตรวจสอบการใชอ้ านาจรัฐอย่างไร สิง่ ท่ตี อ้ งคานึงถงึ เป็นอันดับแรก วธิ ีการตรวจสอบการใชอ้ านาจรัฐ ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................ เพราะ ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................. .............................................................................................
แบบบนั ทึกสรุปผลการเรียนรูส้ าหรบั ผูเ้ รยี น ชอ่ื -นามสกุล _______________________________ เลขท่ี _________ ช้ัน ___________ วันที่ _________________________ เดือน _______________________ พ.ศ. ___________ คาชแี้ จง นักเรยี นบันทกึ สรุปผลการเรียนรจู้ ากหนว่ ยการเรียนรู้น้ี นักเรยี นยังไมเ่ ข้าใจเรอื่ งใดอกี บ้าง นกั เรียนมคี วามรสู้ ึกอย่างไร นกั เรียนไดร้ ับความร้เู รือ่ งใดบา้ ง หลังจากทเ่ี รยี นหนว่ ยการเรียนรู้น้ี จากหนว่ ยการเรยี นรนู้ ี้ ทเี่ ก่ยี วกบั หนว่ ยการเรียนรู้น้ี ซง่ึ ตอ้ งการใหค้ รอู ธิบายเพิม่ เติม แล้ว ........................................................ ............................................................... ........................................................ ............................................................... .......................................................... ........................................................ ............................................................... .......................................................... ........................................................ ............................................................... .......................................................... ........................................................ ............................................................... .......................................................... ........................................................ ......................................................... . หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๒ ปญั หาการเมืองท่ีสาคัญของไทย และการตรวจสอบการใชอ้ านาจรฐั นักเรยี นจะสามารถนาความรูค้ วาม ผลงานทน่ี กั เรียนชอบและต้องการ นักเรียนได้ทากจิ กรรมอะไรบ้าง เขา้ ใจจากหนว่ ยการเรยี นรู้นไ้ี ปใช้ คัดเลือกเป็นผลงานดีเด่นจาก ในหน่วยการเรียนรนู้ ้ี ประโยชน์ในชวี ิตประจาวันได้อยา่ งไร หน่วยการเรยี นรู้นี้คอื ผลงานใดบ้าง ........................................................ บ้าง เพราะอะไร ........................................................ ............................................................... ............................................................ ........................................................ ............................................................... ............................................................... ............................................................ ........................................................ ............................................................... ............................................................ ........................................................ ............................................................ ........................................................ ............................................................... ............................................................ ........................................................ ............................................................... ............................................................ . . ....
แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๓ เศรษฐกจิ พอเพียง ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖ รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม รหัสวชิ า ส ๓๓๑๐๑ กลุม่ สาระการเรียนรูส้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม จัดทาโดย นายนิกร ไชยบุตร ตาแหนง่ ครู โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ ๓๑ ตาบลช่างเคิ่ง อาเภอแมแ่ จม่ จังหวดั เชยี งใหม่ สานกั บรหิ ารงานการศกึ ษาพิเศษ สานกั งานการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๑ กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๖ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๓ เศรษฐกิจพอเพยี ง เรือ่ ง เศรษฐกจิ พอเพยี ง ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ เวลาเรยี น ๒ ชัว่ โมง/สัปดาห์ หน่วยกิต ๑ (นน./นก.) ผ้สู อน นายนิกร ไชยบุตร โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๑ เวลา ๑๐ ช่ัวโมง ๑. สาระสาคัญ นกั เรียนเขา้ ใจวา่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช ทรงพระราชทานหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งแก่ปวงชนชาวไทย เพือ่ ให้สามารถพ่ึงตนเอง และดาเนินชีวิตตามหลกั ทางสายกลาง ใช้สติปญั ญาในการแกป้ ัญหา ๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวัดช้นั ปี/ผลการเรียนรู/้ เปา้ หมายการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ส 3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบรโิ ภคการ ใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่จากัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมท้ังเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจ พอเพยี ง เพื่อการดารงชีวิตอย่างมดี ุลยภาพ ตวั ชวี้ ัดชั้นปี/ผลการเรียนรู้ ส 3.1 ม.4-6/2 ตระหนักถึงความสาคัญของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งท่ีมีตอ่ เศรษฐกิจ สังคมของประเทศ ๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ๓.๑ ดา้ นความรู้ : Knowledge 1. ประเมินความรู้ เร่ือง การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงในการดาเนนิ ชีวิตของตนเองและ ครอบครัว การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงในภาคเกษตร อุตสาหกรรม การค้าและบริการ ปัญหา การพฒั นาประเทศท่ีผ่านมา โดยการศึกษาวิเคราะห์แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ การ พัฒนาประเทศที่นาปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมฉบับ ปัจจบุ ัน (K) ดว้ ยแบบทดสอบ ๓.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ : Process 2. ประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมิน 3. ประเมินชน้ิ งาน เรือ่ ง เศรษฐกิจพอเพียง (P) ด้วยแบบประเมิน ๓.๓ ด้านคณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ : Attitude 4. ประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝเ่ รยี นรู้ อย่อู ยา่ งพอเพยี ง (A) ด้วยแบบประเมนิ ๔. สมรรถนะสาคญั ของนกั เรยี น 1. ความสามารถในการส่ือสาร 2. ความสามารถในการคดิ 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๕. คณุ ลกั ษณะของวชิ า ๑. ความรบั ผดิ ชอบ ๒. ความรอบคอบ ๓. กระบวนการกลุม่ ๖. ชิน้ งาน/ภาระงาน ชน้ิ งานเรอื่ ง เศรษฐกจิ พอเพียง ๗. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนาเขา้ สบู่ ทเรยี น 1. นักเรยี นอา่ นพระราชดารสั ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช เกย่ี วกบั เรอ่ื ง เศรษฐกจิ พอเพยี ง จากนนั้ รว่ มกันสนทนา แลว้ ตอบคาถาม 2. นักเรยี นรว่ มกันสรปุ ความหมายของเศรษฐกิจพอเพยี ง เปน็ แผนภาพความคดิ บนกระดาน 3. นักเรยี นร่วมกันสนทนาเก่ยี วกบั ความพอเพยี งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง โดย การตอบคาถาม 4. นกั เรียนดวู ีดทิ ัศน์เกี่ยวกับการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลย เดช จากนั้นรว่ มกนั สนทนา แลว้ ตอบคาถาม 5. นกั เรยี นร่วมกันสนทนาเกี่ยวกบั “ทฤษฎใี หม”่ โดยการตอบคาถาม 6. นักเรียนร่วมกันสรุปแผนภาพแสดงอัตราส่วนการจัดสรรท่ีทากินตามทฤษฎีใหม่ บน กระดาน 7. นกั เรียนรว่ มกันสนทนาเก่ยี วกับความหมายและความเปน็ มาของแผนพฒั นาเศรษฐกิจและ สงั คมแห่งชาติ โดยการตอบคาถาม 8. นกั เรยี นร่วมกันสนทนาเกยี่ วกับการพัฒนาในประเทศไทย โดยการตอบคาถาม 9. นกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเกย่ี วกับ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพยี งในการพัฒนาประเทศ โดยการ ตอบคาถาม 10. นักเรียนศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มูลเกยี่ วกับเร่ือง เศรษฐกิจพอเพียง จากหนงั สือเรยี นและ แหลง่ การเรียนรู้อื่นๆ เพ่มิ เติม ข้ันสอน 11. นกั เรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั ความสาคญั ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยการ ตอบคาถาม 12. นักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกบั หลักการและเป้าหมายของหลักปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง จากน้ันบันทึกคาตอบของนกั เรียนเปน็ แผนภาพความคดิ บนกระดาน 13. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ยกตัวอย่างการดาเนนิ ชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ นาไปสู่เป้าหมายของการดารงอยู่อย่างมีความสขุ โดยสรุปเปน็ แผนภาพความคิดบนกระดาน
14. นักเรียนร่วมกนั สรุปประโยชน์จากการนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ ในการดาเนนิ ชวี ติ โดยสรุปเป็นแผนภาพความคดิ 15. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์คุณค่า ความสาคัญ และประโยชน์ของหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี งท่ีส่งผลกระทบต่อตนเองและสังคม โดยสรปุ เป็นแผนภาพความคดิ บนกระดาน 16. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์คุณค่า ความสาคัญ และประโยชน์ของหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงท่ีส่งผลต่อประเทศชาติ ในหัวข้อที่กาหนดให้ จากนั้นร่วมกันสรุปเป็นแผนภาพ ความคิดบนกระดาน 17. นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกับระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยกับเศรษฐกิจ พอเพยี ง โดยการตอบคาถาม แลว้ สรุปคาตอบของนักเรียนเปน็ แผนภาพความคดิ บนกระดาน 18. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงในการ ดาเนนิ ชวี ติ โดยการตอบคาถาม จากน้ันสรปุ คาตอบของนกั เรยี นเปน็ แผนภาพความคดิ บนกระดาน 19. นกั เรียนรว่ มกันสรปุ ประโยชนข์ องหลักการพึง่ ตนเอง โดยสรุปเปน็ แผนภาพความคิดบน กระดาน 20. นักเรียนแบ่งกลุ่ม 4 กลุ่ม นาเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงในการ ดาเนนิ ชวี ติ จากนน้ั วิเคราะห์ผลท่เี กิดข้นึ จากการปฏิบตั แิ ละไม่ปฏิบตั ิเปน็ แผนภาพความคิด 21. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับ “ทฤษฎีใหม่ขั้นก้าวหน้า” โดยการตอบคาถามแล้ว สรปุ คาตอบของนักเรยี นเป็นแผนภาพความคดิ บนกระดาน 22. นักเรียนแบ่งกลุ่ม 4 กลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันยกตัวอย่าง แนวทางการประยุกต์ใช้ เศรษฐกิจพอเพยี งในหวั ข้อที่กาหนดให้ จากนัน้ ร่วมกนั สรปุ เปน็ แผนภาพความคิดบนกระดาน 23. นักเรียนร่วมกันสรุปในการนอ้ มนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาประยุกต์ใชใ้ น การดาเนนิ ชวี ติ โดยสรปุ เปน็ แผนภาพความคดิ 24. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์สาระสาคัญของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 1-5เป็นแผนภาพความคิด 25. นักเรียนรว่ มกันสรุปผลดขี องการนาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติมาใชใ้ นการ พฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมของประเทศเปน็ แผนภาพความคิด 26. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์สาระสาคัญของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 6-10 โดยสรปุ เปน็ แผนภาพความคิด 27. นักเรียนแบ่งกลุ่ม 5 กลุ่ม ร่วมกันสรุปเก่ียวกับการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจจาก แผนพัฒนาประเทศ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 6-10 พร้อมวิเคราะห์ ปัญหาท่ีเกิดขึ้นจากการพัฒนาประเทศในแต่ละช่วง ใส่กระดาษฟลิปชาร์ต แล้วส่งตัวแทนออกมา นาเสนอเปน็ แผนภาพความคิด 28. นักเรียนร่วมกันสรุปประโยชน์ท่ีเกิดข้ึนจากการพัฒนาประเทศโดยใช้แผนพัฒนา เศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ โดยใชแ้ ผนภาพความคิด 29. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบบั ที่ 11 โดยการตอบคาถาม จากนัน้ ร่วมกนั สรปุ เปน็ แผนภาพความคดิ บนกระดาน
30. นักเรียนร่วมกันยกตัวอย่างผลดีที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาตามแนวยุทธศาสตร์ของ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 โดยบันทึกคาตอบของนักเรียนเป็นแผนภาพ ความคิดบนกระดาน 31. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์โดยการยกตัวอย่างจุดอ่อนและจุดแข็งของแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ ฉบับที่ 11 พร้อมนาเสนอผลทเี่ กิดข้นึ โดยใช้แผนภาพความคิด แลว้ ตอบ คาถาม 32. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม 5 กลมุ่ ร่วมกันศกึ ษาและวเิ คราะห์เก่ยี วกบั แผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคม ฉบบั ท่ี 12 ในประเดน็ ท่กี าหนดให้ จากนน้ั ร่วมกนั สรปุ เป็นแผนภาพความคิด 33. นักเรยี นคดิ ประเมนิ เพือ่ เพมิ่ คุณคา่ แลว้ สรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยการตอบคาถาม ขนั้ สรปุ 34. นักเรียนแบ่งกลุ่มเขียนอภิปรายโดยการยกตัวอย่างเกี่ยวกับวิธีการดาเนินชีวิตของ สังคมไทย ทีย่ ึดเส้นทางสายกลางของความพอดี พร้อมบอกผลที่เกิดขน้ึ โดยสรปุ เปน็ แผนภาพความคดิ 35. นักเรียนแบ่งกลุ่มร่วมกันศึกษาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับปัจจุบัน จากน้ันอภิปรายให้เห็นถึงความสัมพันธ์ในการน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอ เพียงมาเป็น แนวทางในการบรหิ ารประเทศ จากน้ันบันทึกข้อมลู ลงในแบบบนั ทกึ 36. นกั เรยี นแบง่ กลุ่มแต่ละกลมุ่ สารวจบุคคลตัวอย่างทไี่ ด้นอ้ มนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงมาเปน็ แนวทางในการดาเนินชวี ติ โดยการศึกษาและรวบรวมข้อมลู ในหัวขอ้ ท่ีกาหนด จากนนั้ ร่วมกนั จัดทารายงาน 1 เลม่ และจัดทาโครงงานเกยี่ วกบั เรอื่ งที่สารวจ 37. นักเรยี นยกตวั อยา่ งปญั หาทเี่ กิดข้นึ ในชมุ ชนมา 1 ปัญหา และเสนอแนวทางการนาหลัก ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปเปน็ แนวทางการแกป้ ัญหาดังกลา่ ว โดยสรุปเปน็ แผนภาพความคิด 38. นักเรียนวาดภาพเก่ียวกับการจัดการบริหารท่ีดินและน้าเพื่อการเกษตรท่ียั่งยืนตาม แนวคดิ “ทฤษฎใี หม”่ 39. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มเลือกศึกษาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 1-5 ในหวั ข้อท่กี าหนด จากนน้ั บันทึกขอ้ มลู ลงในตารางความรู้ 40. นักเรียนยกตวั อยา่ งการนาแนวคดิ เศรษฐกิจพอเพยี งมาเป็นแนวทางปฏบิ ตั ใิ นการพัฒนา ประเทศควบคู่กับการใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ตนสนใจ เพ่ือให้ประเทศเกิด ความมัน่ คง มั่งคง่ั ย่ังยืน โดยสรุปเปน็ แผนภาพความคดิ 41. นักเรียนร่วมกันสรุปความสาคัญของเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมของประเทศในแผนภาพความคดิ ในชิ้นงานท่ี 5 เรอื่ ง เศรษฐกิจพอเพียง 42. นักเรียนตรวจสอบความถูกต้องและความเรียบร้อยของผลงานและช้ินงาน หากพบ ขอ้ ผิดพลาดควรปรบั ปรุงแก้ไขใหถ้ ูกตอ้ ง 43. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปส่ิงท่เี ขา้ ใจเปน็ ความรู้รว่ มกนั ดงั นี้
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงแก่ปวงชนชาวไทย เพอื่ ใหส้ ามารถพึ่งตนเอง และดาเนินชีวติ ตามหลักทางสายกลาง ใชส้ ติปญั ญาในการแก้ปญั หา 44. นกั เรยี นออกมานาเสนอผลงานและชนิ้ งานหนา้ ชน้ั เรียน 45. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเก่ียวกับวิธีการทางานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการ ทางานท่มี ีแบบแผน 46. นักเรียนร่วมกันเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงเพ่ือการดาเนนิ ชีวติ ของ ตนเองอย่างมีดลุ ยภาพ 47. นักเรียนร่วมกันเสนอแนวทางการพัฒนาประเทศโดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างสมดุลและยง่ั ยนื 48. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรสู้ ึกหลังการเรยี นและหลงั ทากจิ กรรม ในประเด็นตอ่ ไปน้ี • สิง่ ท่ีนกั เรียนได้เรียนร้ใู นวนั นี้คอื อะไร • นักเรียนมีสว่ นร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพียงใด • เพ่อื นนักเรยี นในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกล่มุ มากนอ้ ยเพยี งใด • นักเรียนพอใจกบั การเรยี นในวนั นหี้ รือไม่ เพยี งใด • นักเรียนจะนาความรู้ท่ีได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมท่ัวไปได้ อย่างไร จากน้ันแลกเปล่ียนตรวจสอบข้ันตอนการทางานทุกขั้นตอนว่าจะเพ่ิมคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสงั คมใหม้ ากข้ึนกว่าเดมิ ในข้ันตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในคร้ังตอ่ ไป ๘. สอื่ การเรียนการสอน / แหลง่ เรยี นรู้ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน เศรษฐศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ของสถาบันพัฒนา คุณภาพวิชาการ (พว.) 2. วดี ทิ ศั นเ์ กยี่ วกับการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 3. แหลง่ การเรยี นรู้ทงั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น ๙. การวัดผลและประเมินผล แบบประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม รายการการ ระดับคณุ ภาพ 3 2 1 ประเมนิ 4 มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไม่มกี ารกาหนด กระบวนการ สมาชิกชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ บทบาทสมาชิก ทางานกลมุ่ มกี ารกาหนดบทบาท มีการช้ีแจงเปา้ หมาย ไม่มีการชี้แจงเปา้ หมาย และไมม่ กี ารชแ้ี จง สมาชิกชัดเจน และ อย่างชดั เจน อยา่ งชดั เจน เป้าหมาย สมาชิก มีการชี้แจงเปา้ หมาย และปฏิบัตงิ านร่วมกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกัน ตา่ งคนตา่ งทางาน การทางาน มกี าร แต่ไมม่ ีการประเมิน ไม่ครบทกุ คน ปฏบิ ัตงิ านรว่ มกัน เปน็ ระยะ ๆ อยา่ งรว่ มมอื รว่ มใจ พร้อมกับการประเมนิ เปน็ ระยะ ๆ
แบบประเมนิ ช้นิ งาน เรอื่ ง เศรษฐกจิ พอเพยี ง รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ การเขียนสรุป 4 321 ความสาคญั ของ เศรษฐกิจพอเพียงกับ เขยี นสรุปความสาคญั เขยี นสรุปความสาคญั เขียนสรปุ ความสาคญั เขยี นสรปุ ความสาคัญ การพฒั นาเศรษฐกิจ ของเศรษฐกิจพอเพยี ง และสงั คม กบั การพัฒนาเศรษฐกิจ ของเศรษฐกจิ พอเพียง ของเศรษฐกิจพอเพยี ง ของเศรษฐกจิ พอเพียง และสังคมไดส้ มั พันธ์กนั มีการเช่อื มโยงใหเ้ หน็ กับการพฒั นาเศรษฐกิจ กบั การพฒั นาเศรษฐกิจ กบั การพัฒนาเศรษฐกิจ เปน็ ภาพรวม แสดงให้ เห็นถงึ ความสัมพันธ์กบั และสงั คมได้ มกี าร และสังคมไดส้ อดคล้อง และสังคมได้ แตย่ งั ตนเองและผูอ้ ่นื จาแนกข้อมูล แสดงให้ กบั ขอ้ มลู และมีการเขยี น ไมส่ อดคลอ้ งกับขอ้ มูล เห็นถงึ ความสมั พันธ์ ขยายความและอธบิ าย และไม่มีการอธบิ าย กบั ตนเองอย่างเป็นเหตุ ให้เข้าใจงา่ ย เพ่ิมเติม เปน็ ผล ใฝ่เรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ 4.2 แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ท้ังภายในและภายนอก โรงเรียน ดว้ ยการเลือกใช้สือ่ อย่างเหมาะสม บันทกึ ความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ สามารถ นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวันได้ พฤตกิ รรมบ่งช้ี ดเี ย่ียม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไมผ่ า่ น (0) 4.2.1 ศึกษาคน้ คว้า ศึกษาค้นควา้ ศึกษาค้นควา้ ศึกษาค้นคว้า ไม่ศึกษาค้นควา้ หาความรู้จากหนังสือ หาความร้จู ากหนังสือ หาความรู้จากหนงั สือ หาความรจู้ ากหนังสือ หาความรู้ เอกสาร สิ่งพมิ พ์ เอกสาร สง่ิ พมิ พ์ เอกสาร ส่ิงพมิ พ์ เอกสาร สิง่ พิมพ์ ส่อื เทคโนโลยตี า่ ง ๆ ส่ือเทคโนโลยี สอ่ื เทคโนโลยี สื่อเทคโนโลยี แหลง่ เรยี นรู้ และสารสนเทศ และสารสนเทศ แหล่งเรียนร้ทู งั้ ทง้ั ภายในและ แหลง่ เรียนรูท้ ง้ั แหลง่ เรียนร้ทู งั้ ภายในและภายนอก ภายนอกโรงเรยี น ภายในและภายนอก ภายในและภายนอก โรงเรียน เลือกใชส้ ือ่ และเลือกใช้สื่อได้ โรงเรยี น เลือกใชส้ ่อื โรงเรียน และเลอื กใช้ส่อื ได้อยา่ งเหมาะสม อยา่ งเหมาะสม ได้อยา่ งเหมาะสม ไดอ้ ย่างเหมาะสม มกี ารบนั ทกึ ความรู้ 4.2.2 บนั ทกึ ความรู้ มีการบนั ทกึ ความรู้ มกี ารบนั ทกึ ความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบ วิเคราะหข์ ้อมูล วิเคราะหข์ ้อมลู จากส่งิ ท่เี รยี นรู้ สรปุ เป็นองคค์ วามรู้ สรปุ เปน็ องคค์ วามรู้ สรุปเปน็ องคค์ วามรู้ แลกเปลีย่ นเรยี นรู้ แลกเปลย่ี นเรยี นรู้ 4.2.3 แลกเปลีย่ น ดว้ ยวิธีการทีห่ ลากหลาย กับผูอ้ น่ื ได้ และนาไปใช้ เรยี นรู้ด้วยวิธกี ารตา่ ง และเผยแพรแ่ ก่บุคคล ในชีวิตประจาวันได้ ๆ ทัว่ ไปนาไปใช้ เพ่ือนาไปใช้ใน ในชีวิตประจาวนั ได้ ชวี ติ ประจาวนั
อยู่อยา่ งพอเพยี ง ตวั ช้ีวัดที่ 5.2 มภี ูมิคุ้มกันในตวั ทด่ี ี ปรบั ตัวเพอ่ื อยู่ในสังคมได้อย่างมคี วามสุข พฤตกิ รรมบง่ ชี้ ดีเยย่ี ม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไมผ่ ่าน (0) 5.2.1 วางแผนการ ใช้ความรู้ ขอ้ มูล ใช้ความรู้ ข้อมูล ใช้ความรู้ ขอ้ มลู ไม่วางแผนการเรยี น และการใช้ เรียน การทางานและ ขา่ วสารในการวาง ขา่ วสารในการ ข่าวสารในการวาง ชีวิตประจาวัน การใช้ชวี ติ ประจาวนั แผนการเรยี น การ วางแผนการเรียน แผนการเรยี น การ บนพืน้ ฐานของ ทางานและการใช้ใน การทางานและการ ทางานและการใชใ้ น ความรู้ ข้อมูล ชวี ติ ประจาวัน รู้เทา่ ใช้ในชีวติ ประจาวนั ชวี ติ ประจาวนั ข่าวสาร ทนั กับการ ยอมรบั การ ยอมรบั การ 5.2.2 รเู้ ทา่ ทัน การ เปล่ียนแปลงของ เปลยี่ นแปลงของ เปล่ยี นแปลงของ เปลยี่ นแปลงของ ครอบครัว ชุมชน ครอบครัว ชุมชน ครอบครวั ชมุ ชน สงั คม และ สงั คม และ สังคม และ สงั คม และ สภาพแวดลอ้ ม สภาพแวดลอ้ ม และ สภาพแวดล้อม สภาพแวดล้อม ยอมรบั และปรบั ตวั ปรับตัวเพื่ออยู่ และปรบั ตวั เพ่อื อยู่ เพอ่ื อยรู่ ว่ มกบั ผู้อน่ื ได้ รว่ มกับผ้อู น่ื ไดย้ ่างมี รว่ มกบั ผ้อู ่ืนได้อยา่ ง อยา่ งมคี วามสุข ความสุข มีความสขุ
๑๐. บนั ทกึ หลังการจดั การเรียนรู้ ๑๐.๑) ผลท่เี กดิ ขนึ้ กบั นกั เรียน ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๖ ด้านความรู้ จานวนนกั เรียนทผ่ี ่านเกณฑ.์ .....................คน คิดเปน็ ร้อยละ................... จานวนนักเรยี นที่ไมผ่ ่านเกณฑ.์ .................คน คิดเป็นร้อยละ................... ด้านทกั ษะกระบวนการ จานวนนกั เรยี นที่ผา่ นเกณฑ์......................คน คดิ เป็นร้อยละ................... จานวนนกั เรยี นท่ีไมผ่ า่ นเกณฑ์..................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ................... ดา้ นคุณลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ จานวนนักเรยี นทผี่ ่านเกณฑ.์ .....................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ................... จานวนนักเรยี นทไ่ี มผ่ ่านเกณฑ์..................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ................... ดา้ นสมรรถนะผูเ้ รียน จานวนนักเรยี นทผี่ า่ นเกณฑ์......................คน คิดเป็นรอ้ ยละ................... จานวนนักเรียนทไ่ี มผ่ ่านเกณฑ.์ .................คน คิดเปน็ ร้อยละ................... ๑๐.๒) ปัญหาและอุปสรรค ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๑๐.๓) แนวทางการแก้ปัญหา ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชอ่ื )……………………………….…………… ( นายนิกร ไชยบุตร ) ตาแหนง่ ครู วันที่........เดอื น....................พ.ศ. ๒๕๖๔
๑๑. ความเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มสาระ/สายชน้ั ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชอ่ื )……………………………….…………… ( นางสาวศริ ิมา เมฆปัจฉาพชิ ิต ) หวั หนา้ กล่มุ สาระสังคมศกึ ษาฯ วนั ที.่ .......เดือน....................พ.ศ. ๒๕๖๔ ๑๒. ความเหน็ ของฝา่ ยวิชาการ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชอื่ )……………………………….…………… ( นายวเิ ศษ ฟองตา ) รองผ้อู านวยการกลมุ่ บริหารงานวชิ าการ วนั ที.่ .......เดือน....................พ.ศ. ๒๕๖๔
แบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๓ เรื่อง เศรษฐกิจพอเพยี ง คาชีแ้ จง ให้นกั เรยี นเลอื กคาตอบที่ถูกตอ้ งทส่ี ุดเพียงคาตอบเดยี ว 1. ขอ้ ใดเป็นเปา้ หมายหลกั ของเศรษฐกิจพอเพียง ๖. ข้อใดเป็นหลักการสาคัญของแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 1. งดการพึ่งพาปจั จัยภายนอก และสังคมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 10 1. นาหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาเป็น 2. สรา้ งสงั คมใหม่ทางเศรษฐกิจ แนวปฏบิ ัตคิ วบคูก่ ับการพฒั นาบรู ณาการเป็น 3. สงั คมอยดู่ ีมสี ุขด้วยการพึง่ พาตนเอง องค์รวมท่มี คี นเปน็ ศูนยก์ ลางการพฒั นา 4. พฒั นาสังคมและเศรษฐกิจใหท้ ดั เทยี มประเทศท่ี 2. ให้ความสาคญั กับการมสี ่วนร่วมของทุกภาค ในสงั คม และมุง่ ให้ “คนเป็นศนู ย์กลาง เจรญิ แลว้ การพัฒนา” 5. สร้างความสุขในสงั คมโลก 3. มงุ่ เนน้ การมีสว่ นร่วมของธรุ กจิ เอกชนและองค์ กรเอกชน โดยเน้นการพึ่งพาตนเองใหม้ ากทส่ี ุด 2. ประเทศไทยเริ่มนาหลักของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้อย่าง 4. ยกระดับการพฒั นาประเทศให้เจรญิ ก้าว จริงจังเม่อื เกดิ เหตุการณใ์ ด หน้าควบคู่กับการแกไ้ ขปญั หาเศรษฐกิจ และสังคม 1. หลงั ส้นิ สดุ สงครามโลกครั้งที่ 2 5. เสริมสร้างเศรษฐกิจในระบบครัวเรอื นด้วย 2. หลักเกดิ วกิ ฤตการณเ์ ศรษฐกจิ 2540 ทฤษฎีใหม่ 3. หลังจากประกาศใชแ้ ผนพัฒนาเศรษฐกิจและ 7. ขอ้ ใดเปน็ สูตรการทาเกษตรทฤษฎใี หม่ตามหลักปรชั ญาของ เศรษฐกิจพอเพียง สงั คมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 1. 20% (ขุดสระ) 30% (ปลูกข้าว) 30%(ปลูกไมผ้ ล 4. หลังจากงานเฉลมิ ฉลองการครองราชยค์ รบ 60 ปี พืชผัก) 10% (ทอี่ ยู่อาศยั /เลยี้ งสตั ว์/ถนน/โรงเรอื น) ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช 2. 30% (ขุดสระ) 20% (ปลูกข้าว) 30% (ปลูกไมผ้ ล พชื ผัก) 10% (ทอี่ ย่อู าศยั /เลย้ี งสตั ว/์ ถนน/โรงเรอื น) 5. หลงั จากเกิดสงครามเยน็ 3. 30% (ขุดสระ) 30% (ปลกู ข้าว) 30% (ปลกู ไม้ผล 3. ข้อใดกล่าวถูกต้องเก่ียวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พชื ผกั ) 10% (ทีอ่ ยู่อาศัย/เล้ียงสตั ว/์ ถนน/โรงเรอื น) พอเพยี งมากทสี่ ดุ 4. 30% (ขุดสระ) 30% (ปลกู ขา้ ว) 20% (ปลกู ไม้ผล พชื ผัก) 10% (ท่อี ยู่อาศยั /เลี้ยงสตั ว์/ถนน/โรงเรอื น) 1. เป็นแนวทางการดาเนินชวี ติ ที่สามารถนามาประยุกต์ 5. 10% (ขุดสระ) 30% (ปลกู ข้าว) 20% (ปลกู ไม้ผล ใชใ้ นชีวติ ประจาวันได้ พชื ผัก) 20% (ท่อี ยู่อาศยั /เลี้ยงสัตว/์ ถนน/โรงเรอื น) 2. เปน็ แนวทางการดาเนินชวี ิตเพ่อื พัฒนาดา้ นจิตใจ 8. บุคคลใดนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการ ดารงชวี ติ ไดเ้ หมาะสมที่สุด ของคนในสงั คม 1. พงศพ์ ฒั นน์ าของที่ไมใ่ ชแ้ ล้วไปบรจิ าคใหผ้ อู้ ่ืน 3. เปน็ แนวทางการดาเนนิ ชวี ติ ท่ีจะนาไปสคู่ วามเจริญ 2. พชั รใี ชจ้ า่ ยเงินเท่าท่จี าเปน็ และเหลอื เกบ็ ออม 3. พนดิ าปลูกผักไวร้ บั ประทานภายในครอบครัว เมือ่ มี มัง่ คั่งของประเทศ มากจงึ นาไปขายในราคาสูง 4. เป็นแนวทางการดาเนนิ ชีวติ ที่เหมาะกบั พืน้ ฐาน 4. พชั ราภารับประทานอาหารเพียงหนงึ่ ม้อื เพือ่ ลดค่าใชจ้ ่าย 5. พฒั นานาผกั ทป่ี ลูกเองไปขายใหเ้ พือ่ นในราคา ของสงั คมไทยเทา่ น้นั ยอ่ มเยาว์ที่ดีข้ึน 5. เป็นแนวทางในการดาเนินชีวิตของผู้ท่ี เป็นพุทธศาสนิกชนเท่าน้นั 4. บุคคลในข้อใดควรนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงไป ใช้ 1. เกษตรกร 2. ขา้ ราชการ 3. คณุ ครูและนกั เรยี น 4. ประชาชนทกุ คน ๕. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับใดที่นาหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการกาหนด แผนพัฒนาประเทศเป็นครัง้ แรก 1. ฉบบั ท่ี 5 2. ฉบับที่ 6 3. ฉบับที่ 7 4. ฉบบั ท่ี 8 5. ฉบบั ที่ 9
9. การจัดทาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมี 10. ข้อใดไม่ใช่ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในระยะ ประโยชนอ์ ย่างไร แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ ฉบับที่ 11 1. เพ่ือเป็นแนวทางในการพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคม 1. ยุทธศาสตร์การสร้างความเปน็ ธรรมในสงั คม ของประเทศ 2. ยุทธศาสตร์การพัฒนาคนส่สู ังคมแห่งการเรียนรู้ 3. ยทุ ธศาสตรก์ ารสรา้ งความเช่อื มโยงกบั ประเทศ 2. เพือ่ ใหป้ ระเทศชาตพิ ฒั นาเทา่ เทยี มกับ ประเทศมหาอานาจ ในภูมภิ าคเพ่อื ความมน่ั คงทางเศรษฐกจิ และสงั คม 4. ยทุ ธศาสตร์การแขง่ ขันทางด้านการค้าและการ 3. เพื่อมุง่ เน้นใหป้ ระชากรในประเทศมีความเป็นอย่ทู ี่ดีขึ้น 4. เพอ่ื พฒั นาประเทศใหม้ คี วามทนั สมยั และเจรญิ กา้ วหนา้ ลงทุนภายในภูมิภาคอาเซยี น 5. เพ่อื เสรมิ สรา้ งเครอื ข่ายทางเศรษฐกจิ ในโลก 5. ยทุ ธศาสตรค์ วามเข้มแข็งภาคเกษตรกร
แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๓ เรื่อง เศรษฐกจิ พอเพยี ง คาชีแ้ จง ให้นกั เรียนเลือกคาตอบที่ถกู ตอ้ งท่สี ดุ เพยี งคาตอบเดียว ๑. ประเทศไทยเริ่มนาหลักของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้อย่าง ๕. ข้อใดเป็นสูตรการทาเกษตรทฤษฎีใหม่ตามหลักปรัชญาของ จริงจงั เม่ือเกิดเหตกุ ารณ์ใด เศรษฐกจิ พอเพยี ง 1. หลังส้นิ สดุ สงครามโลกครงั้ ท่ี 2 2. หลักเกิดวกิ ฤตการณ์เศรษฐกิจ 2540 1. 20% (ขุดสระ) 30% (ปลูกข้าว) 30%(ปลูกไม้ผล 3. หลงั จากประกาศใช้แผนพฒั นาเศรษฐกิจและ พืชผัก) 10% (ทอ่ี ย่อู าศยั /เลี้ยงสัตว์/ถนน/โรงเรอื น) สงั คมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 1 4. หลงั จากงานเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบ 60 ปี 2. 30% (ขุดสระ) 20% (ปลกู ข้าว) 30% (ปลูกไม้ผล ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช พชื ผกั ) 10% (ทอี่ ยูอ่ าศยั /เลี้ยงสตั ว/์ ถนน/โรงเรอื น) 5. หลงั จากเกิดสงครามเยน็ ๒. ข้อใดกล่าวถูกต้องเก่ียวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ 3. 30% (ขุดสระ) 30% (ปลูกข้าว) 30% (ปลกู ไม้ผล พอเพยี งมากที่สดุ 1. เปน็ แนวทางการดาเนินชวี ติ ทีส่ ามารถนามาประยกุ ต์ พชื ผกั ) 10% (ทีอ่ ยู่อาศัย/เลยี้ งสัตว์/ถนน/โรงเรอื น) ใช้ในชีวติ ประจาวันได้ 4. 30% (ขุดสระ) 30% (ปลูกข้าว) 20% (ปลูกไม้ผล 2. เปน็ แนวทางการดาเนนิ ชวี ิตเพ่ือพัฒนาดา้ นจิตใจ พชื ผกั ) 10% (ที่อย่อู าศยั /เลย้ี งสตั ว/์ ถนน/โรงเรอื น) ของคนในสงั คม 3. เปน็ แนวทางการดาเนนิ ชวี ติ ท่จี ะนาไปสคู่ วามเจรญิ 5. 10% (ขุดสระ) 30% (ปลกู ข้าว) 20% (ปลกู ไม้ผล ม่ังคง่ั ของประเทศ พืชผัก) 20% (ที่อยอู่ าศยั /เล้ยี งสัตว์/ถนน/โรงเรอื น) 4. เปน็ แนวทางการดาเนนิ ชวี ติ ทเ่ี หมาะกบั พนื้ ฐาน ๖. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับใดท่ีนาหลัก ของสังคมไทยเทา่ นนั้ 5. เป็นแนวทางในการดาเนนิ ชวี ิตของผ้ทู ี่ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการกาหนด เป็นพุทธศาสนิกชนเท่านน้ั แผนพัฒนาประเทศเปน็ คร้งั แรก ๓. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาประเทศในระยะแผนพัฒนา เศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 1. ฉบบั ที่ 5 2. ฉบับท่ี 6 1. ยุทธศาสตร์การสร้างความเปน็ ธรรมในสงั คม 3. ฉบบั ที่ 7 4. ฉบบั ที่ 8 2. ยทุ ธศาสตร์การพฒั นาคนสู่สังคมแหง่ การเรยี นรู้ 3. ยุทธศาสตร์การสร้างความเช่อื มโยงกบั ประเทศ 5. ฉบบั ที่ 9 ในภูมภิ าคเพือ่ ความม่นั คงทางเศรษฐกิจและสงั คม ๗. บุคคลใดนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการ 4. ยุทธศาสตรก์ ารแขง่ ขนั ทางดา้ นการค้าและการ ดารงชีวิตไดเ้ หมาะสมทีส่ ดุ ลงทนุ ภายในภมู ภิ าคอาเซียน 5. ยทุ ธศาสตร์ความเข้มแขง็ ภาคเกษตรกร 1. พงศ์พัฒน์นาของทไี่ ม่ใชแ้ ล้วไปบริจาคใหผ้ ูอ้ ืน่ ๔. ข้อใดเปน็ เป้าหมายหลักของเศรษฐกิจพอเพยี ง 1. งดการพึ่งพาปจั จยั ภายนอก 2. พัชรใี ช้จ่ายเงินเทา่ ทจ่ี าเปน็ และเหลอื เกบ็ ออม 2. สรา้ งสงั คมใหม่ทางเศรษฐกจิ 3. สงั คมอยู่ดีมีสขุ ด้วยการพ่ึงพาตนเอง 3. พนดิ าปลกู ผกั ไวร้ ับประทานภายในครอบครวั เม่อื มี 4. พฒั นาสังคมและเศรษฐกิจใหท้ ัดเทยี มประเทศที่ มากจงึ นาไปขายในราคาสูง เจริญแล้ว 5. สร้างความสุขในสงั คมโลก 4. พชั ราภารับประทานอาหารเพียงหนึ่งมอ้ื เพื่อลดคา่ ใชจ้ ่าย 5. พัฒนานาผกั ท่ปี ลูกเองไปขายใหเ้ พอ่ื นในราคา ยอ่ มเยาว์ทด่ี ขี ึน้ ๘. บคุ คลในข้อใดควรนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไปใช้ 1. เกษตรกร 2. ข้าราชการ 3. คุณครูและนักเรยี น 4. ประชาชนทกุ คน 9. การจัดทาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติมีประโยชน์ อยา่ งไร 1. เพ่อื เปน็ แนวทางในการพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คม ของประเทศ 2. เพอื่ ใหป้ ระเทศชาตพิ ฒั นาเทา่ เทยี มกบั ประเทศมหาอานาจ 3. เพื่อม่งุ เนน้ ให้ประชากรในประเทศมีความเป็นอยทู่ ดี่ ีขนึ้ 4. เพ่ือพัฒนาประเทศใหม้ ีความทันสมยั และเจริญก้าวหน้า 5. เพอื่ เสริมสรา้ งเครือข่ายทางเศรษฐกจิ ในโลก
๑๐. ข้อใดเป็นหลักการสาคัญของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 10 1. นาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเปน็ แนวปฏิบัตคิ วบคู่กบั การพฒั นาบูรณาการเปน็ องค์รวมทม่ี คี นเป็นศนู ยก์ ลางการพัฒนา 2. ให้ความสาคัญกับการมีสว่ นร่วมของทุกภาค ในสังคม และม่งุ ให้ “คนเปน็ ศูนยก์ ลาง การพฒั นา” 3. มุ่งเน้นการมสี ว่ นรว่ มของธุรกจิ เอกชนและองค์ กรเอกชน โดยเน้นการพ่ึงพาตนเองใหม้ ากท่สี ุด 4. ยกระดับการพฒั นาประเทศให้เจรญิ ก้าว หน้าควบคู่กบั การแก้ไขปญั หาเศรษฐกจิ และสงั คม 5. เสรมิ สรา้ งเศรษฐกจิ ในระบบครัวเรือนด้วย ทฤษฎีใหม่
ชิ้นงานเร่อื ง เศรษฐกจิ พอเพียง วันที่________เดือน_______________พ.ศ.___________ ชอ่ื _____________________________เลขที่________ชน้ั ______ นกั เรียนร่วมกันสรปุ ความสาคญั ของเศรษฐกิจพอเพยี งกบั การพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ลงในแผนภาพ หลักการสาคญั ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ความสาคัญของเศรษฐกจิ พอเพียงกับการพฒั นา ........................................................................................ เศรษฐกจิ และสงั คมของประเทศ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ........................................................................................ ผลทเ่ี กิดข้ึน ต่อตนเอง ............................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................................................ ตอ่ ครอบครวั ............................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ....................................................... ......................... ตอ่ สังคม/ชุมชน/ประเทศ .................................................................................................................................. ........................................................................... .................................................................................................................................................................................... .........................
แบบบนั ทึกสรุปผลการเรยี นรสู้ าหรับผเู้ รียน ชอ่ื -นามสกุล _______________________________ เลขท่ี _________ ชั้น ___________ วนั ท่ี _________________________ เดอื น _______________________ พ.ศ. ___________ คาช้แี จง นักเรยี นบันทึกสรปุ ผลการเรียนรูจ้ ากหน่วยการเรียนรนู้ ้ี นักเรยี นยงั ไม่เข้าใจเรือ่ งใดอีกบ้าง นักเรียนมีความรสู้ ึกอย่างไร นักเรียนได้รับความรูเ้ รอ่ื งใดบ้าง ที่เกย่ี วกบั หนว่ ยการเรียนรู้น้ี หลงั จากทีเ่ รยี นหน่วยการเรียนรู้นี้ จากหนว่ ยการเรียนรู้นี้ ซึ่งตอ้ งการใหค้ รูอธบิ ายเพม่ิ เตมิ แล้ว ........................................................ ............................................................... .......................................................... ........................................................ ............................................................... .......................................................... ........................................................ ............................................................... ............................................................... .......................................................... ........................................................ ............................................................... .......................................................... ........................................................ ............................................................... .......................................................... . ........................................................ .......................................................... นกั เรียนจะสามารถนาความรู้ความ เข้าใจจากหนว่ ยการเรยี นรูน้ ไ้ี ปใช้ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๓ นกั เรียนได้ทากิจกรรมอะไรบ้าง ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร เศรษฐกิจพอเพยี ง ในหนว่ ยการเรียนรูน้ ี้ บ้าง ผลงานทน่ี กั เรียนชอบและตอ้ งการ ........................................................ ............................................................... คัดเลือกเป็นผลงานดีเด่นจาก ........................................................ ............................................................... หนว่ ยการเรียนรู้น้ีคือผลงานใดบา้ ง ........................................................ ............................................................... ........................................................ ............................................................... เพราะอะไร ........................................................ ............................................................... ............................................................ ........................................................ ............................................................... ............................................................ ............................................................ ........................................................ ............................................................ . ............................................................ ............................................................
แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๔ การเปลีย่ นแปลงทางธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๖ รายวชิ าสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม รหัสวชิ า ส ๓๓๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จัดทาโดย นายนกิ ร ไชยบุตร ตาแหนง่ ครู โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ ๓๑ ตาบลช่างเคงิ่ อาเภอแม่แจ่ม จงั หวัดเชยี งใหม่ สานักบรหิ ารงานการศึกษาพิเศษ สานกั งานการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๖ หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ๔ การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เร่ือง การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ภาคเรยี นที่ ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔ เวลาเรยี น ๒ ช่วั โมง/สปั ดาห์ หน่วยกิต ๑ (นน./นก.) ผ้สู อน นายนกิ ร ไชยบุตร โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ ๓๑ เวลา ๑๐ ชั่วโมง ๑. สาระสาคัญ นักเรียนเข้าใจว่า ลักษณะทางกายภาพ ได้แก่ ธรณีภาค คือ ส่วนท่ีเป็นของแข็งของโลก บรรยากาศภาค คือ ส่วนของโลกที่เป็นแกส๊ หอ่ หุม้ โลก อุทกภาค คอื ส่วนทีเ่ ป็นของเหลวของโลก และ ชีวภาค คอื ส่วนของโลกที่เปน็ ส่งิ มีชวี ติ ซง่ึ สิ่งเหล่าน้สี ง่ ผลใหเ้ กดิ การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ของโลก นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพท้ังกระบวนการของน้าไหลบนพื้นผิวดิน น้าใต้ดิน คล่ืน ลม ธารน้าแข็ง ก็ยังส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อภูมิประเทศ ภูมิ อากาศ และ ทรัพยากรธรรมชาติ ๒. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชี้วัดชั้นปี/ผลการเรียนรู/้ เปา้ หมายการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลกั ษณะทางกายภาพของโลกและความสมั พันธข์ องสรรพสิง่ ซง่ึ มี ผ ล ต่อกันใช้แผนท่ีและเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลตามกระบวนการ ทางภูมศิ าสตร์ ตลอดจนใช้ภมู สิ ารสนเทศอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ ตวั ช้วี ัดชั้นปี/ผลการเรยี นรู้ ส 5.1 ม.4-6/1 วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพในประเทศไทยและภูมิภาคต่างๆ ของโลก ซึ่งไดร้ บั อิทธพิ ลจากปจั จัยทางภมู ิศาสตร์ ส 5.1 ม.4-6/3 ใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ และสรุป ขอ้ มลู ตามกระบวนการทางภมู ิศาสตร์ และนาภูมิสารสนเทศมาใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจาวนั ๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๓.๑ ด้านความรู้ : Knowledge 1. ประเมินความรู้ เรื่อง ลักษณะทางกายภาพและการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของโลกการ เปล่ียนแปลงทางกายภาพท่ีส่งผลต่อภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และทรัพยากรธรรมชาติ (K) ด้วย แบบทดสอบ ๓.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ : Process 2. ประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมนิ 3. ประเมนิ ช้ินงาน เรื่อง ธรณีภาค (P) ดว้ ยแบบประเมนิ 4. ประเมนิ ชิน้ งาน เรอ่ื ง บรรยากาศภาค (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
๓.๓ ดา้ นคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ : Attitude 4. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทางาน (A) ด้วยแบบ ประเมิน ๔. สมรรถนะสาคญั ของนักเรียน 1. ความสามารถในการสอื่ สาร 2. ความสามารถในการคดิ ๕. คุณลกั ษณะของวิชา ๑. ความรับผดิ ชอบ ๒. ความรอบคอบ ๓. กระบวนการกลมุ่ ๖. ชนิ้ งาน/ภาระงาน ช้นิ งานเรอ่ื ง ธรณีภาค ช้นิ งานเรื่อง บรรยากาศภาค ๗. กจิ กรรมการเรียนรู้ ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรยี น 1. นักเรียนสังเกตภาพระบบสุริยะ แล้วร่วมกันสนทนา โดยใช้คาถาม จากนั้นอภิปรายเป็น ความรู้เพม่ิ เตมิ ร่วมกนั เกยี่ วกบั ข้อสันนิษฐานของการกาเนิดโลก 2. นักเรยี นสงั เกตภาพโครงสร้างของโลกทีก่ าหนด แล้วรว่ มกันสนทนา โดยใชค้ าถาม จากนั้น รว่ มกนั ทากิจกรรมโดยออกมาบอกส่วนของโครงสร้างตา่ ง ๆ ของโลกใหถ้ กู ต้อง 3. นักเรียนร่วมกันสนทนาเก่ียวกับธรณีภาค โดยใช้คาถาม แล้วสังเกตภาพทฤษฎีทวีปเลือ่ น ของอัลเฟรด เวเกเนอร์ จากนั้นอภปิ รายเปน็ ความรู้เพ่ิมเตมิ รว่ มกัน 4. นกั เรยี นสงั เกตภาพหนิ งอกหินยอ้ ย แลว้ ร่วมกนั สนทนา โดยใช้คาถาม 5. นกั เรยี นพิจารณาขา่ วดนิ ถลม่ ทับบ้านเรอื น แลว้ ร่วมกนั สนทนา โดยใชค้ าถาม 6. นักเรียนสงั เกตภาพทะเลทราย แลว้ รว่ มกันสนทนา โดยใชค้ าถาม 7. นกั เรียนรว่ มกนั สนทนาเก่ียวกบั เรอื่ ง บรรยากาศภาค โดยใชค้ าถาม จากน้ันอภปิ รายเป็น ความรู้ร่วมกนั 8. นักเรียนสังเกตภาพการแผ่รังสีดวงอาทิตย์มายังพ้ืนผิวโลก แล้วร่วมกันสนทนาโดยใช้ คาถาม 9. นักเรียนสังเกตแผนท่ีแสดงทิศทางลมมรสุมประจาของประเทศไทย แล้วร่วมกันสนทนา โดยใช้คาถาม 10. นักเรียนร่วมกันสนทนาเพ่ือรวบรวมความรู้จากประสบการณ์เดิม จากนั้นสังเกตภาพ แนวปะทะอากาศเย็นและอากาศร้อน แล้วร่วมกันสนทนา โดยใช้คาถาม และอภิปรายเป็นความรู้ เพ่มิ เตมิ ร่วมกนั 11. นักเรียนร่วมกันสนทนาเพื่อรวบรวมความรู้จากประสบการณ์เดิม จากนั้นสังเกต แผนภาพสัดส่วนปริมาณนา้ ของโลก แลว้ รว่ มกนั สนทนา โดยใชค้ าถาม
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120