Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาชั้น ม.6-2564

แผนการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาชั้น ม.6-2564

Published by นิกร ไชยบุตร, 2021-05-06 02:36:10

Description: แผนการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาชั้น ม.6-2564

Search

Read the Text Version

แผนการจดั การเรียนรวู้ ชิ าสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๖ ภาคเรยี นที่ ๑ นายนกิ ร ไชยบตุ ร ตาแหนง่ ครู โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหม่ สานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

วช-ร 01 บันทกึ ขอ้ ความ สว่ นราชการ โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 อาเภอแม่แจ่ม จงั หวัดเชียงใหม่ ที่ โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 วันที่ 1๗ พฤษภาคม 256๔ เร่อื ง การเสนอแผนการจัดการเรยี นรเู้ พอ่ื ขออนุญาตใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรียน ผู้อานวยการโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 ข้าพเจ้า นายนิกร ไชยบุตร ตาแหน่ง ครู กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ได้จัดทา แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาสังคมศึกษา รหัสวิชา ส 33101 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 256๔ ดงั นี้ ๑. แผนการจัดการเรียนรสู้ าระ ศาสนา ศลี ธรรมจรยิ ธรรม จานวน ๓ แผน เวลา ๑๐ ชว่ั โมง ๒. แผนการจดั การเรยี นร้สู าระ หน้าทพ่ี ลเมือง จานวน ๒ แผน เวลา ๑๐ ช่วั โมง ๓. แผนการจัดการเรยี นรู้สาระ เศรษฐศาสตร์ จานวน ๑ แผน เวลา ๑๐ ชั่วโมง ๔. แผนการจัดการเรียนรูส้ าระ ภมู ศิ าสตร์ จานวน ๑ แผน เวลา ๑๐ ช่ัวโมง รายละเอยี ดดังแนบมาพรอ้ มน้ี จึงเรยี นมาเพือ่ โปรดทราบและพิจารณา ลงช่ือ............................................................ครผู สู้ อน ( นายนกิ ร ไชยบตุ ร ) 1๗/ พ.ค./ 256๔ ความเหน็ ของหัวหนา้ กล่มุ /ตัวแทนกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 1. ส่วนประกอบของเอกสาร ที่ รายการ มี ไม่มี หมายเหตุ 1 คาอธิบายรายวชิ า 2 ตวั ชวี้ ดั /ผลการเรียนรู้ (ตารางวิเคราะห์ KPA) 3 โครงการสอน/สาระการเรยี นรู้/จานวน ชม. 4 การออกแบบกระบวนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ 5 แผนการวดั และประเมินผลการเรียนรู้ 6 รายละเอยี ดแผนการวดั และประเมินการเรียนรู้ 2. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ ที่ ( ) ดมี าก ( ) ดี ( ) พอใช้ ( ) ควรปรับปรุง 3. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ ที่ ( ) ที่เน้นผ้เู รยี นเปน็ สาคัญมาใชใ้ นการจัดกจิ กรรมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ( ) ทีย่ งั ไม่เน้นผเู้ รยี นเป็นสาคญั ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป

4. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ ท่ี ( ) นาไปใช้จรงิ ( ) ควรปรับปรุงกอ่ นนาไปใช้ ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................................................. ......... ............................................................................................................................. ................................................................. ....... ลงชอ่ื …………………………………………............ ( นางสาวศริ มิ า เมฆปจั ฉาพชิ ิต ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้/ผู้แทน ความเหน็ ของรองผอู้ านวยการกลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ/หัวหนา้ กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ 1. เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ ที่ ( ) ดีมาก ( ) ดี ( ) พอใช้ ( ) ควรปรบั ปรุง 2. เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ ที่ ( ) ทเี่ น้นผู้เรยี นเปน็ สาคัญมาใชใ้ นการจัดกจิ กรรมได้อย่างเหมาะสม ( ) ทยี่ ังไม่เน้นผเู้ รียนเป็นสาคญั ควรปรับปรุงพฒั นาตอ่ ไป 3. เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ ( ) นาไปใชจ้ รงิ ( ) ควรปรับปรุงกอ่ นนาไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. .......................................................................... ........................................................................................................................................ ..................................................... ลงช่ือ……………………………………………………………. ( นายวเิ ศษ ฟองตา ) ตาแหน่ง รองผอู้ านวยการกล่มุ บรหิ ารงานวชิ าการ

รายวิชาสงั คมศกึ ษา 5 รหสั วิชา ส 33101 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 เวลา 40 ชั่วโมง /ภาคเรียน จานวนหนว่ ย 1 หน่วยกิต ภาคเรยี นที่ 1 ............................................................................................................................. ...................................... คาอธิบายรายวชิ า ศกึ ษาหาความรู้ความเข้าใจในพุทธประวัตดิ ้านการบริหาร และการธารงรักษาพระพุทธศาสนาท่ีเป็น ศาสตร์แห่งการศึกษา ศึกษาหลักการฝึกตน ไม่ประมาท มุ่งประโยชน์และสันติภาพบุคคล สังคมและโลก ศึกษาพระรัตนตรัย อริยสัจ 4 มงคล 38 พุทธศาสนสุภาษิตประวัติพุทธสาวก พุทธสาวิกาและศาสนิกชน ตัวอย่าง ชาดก นามาเป็นแบบอย่างในการดาเนินชีวิต ศึกษาหลักธรรมสาคัญในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และมีความรคู้ วามเขา้ ใจในพิธีบรรพชา อปุ สมบท ศึกษาปัญหาการเมืองสาคญั ท่ีเกิดขึน้ ภายในประเทศ สถานการณ์การเมอื งการปกครองของสงั คมไทย อิทธิพลของระบอบการเมืองการปกครองท่ีมีผลต่อการดาเนินชีวิต การประสานประโยชน์ร่วมกันระหว่าง ประเทศ การแลกเปลย่ี นเพอ่ื ช่วยเหลอื และสง่ เสริมด้านวัฒนธรรม การศกึ ษา เศรษฐกจิ สงั คม ศึกษาความสาคัญของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งที่มีผลตอ่ เศรษฐกิจ สังคมของประเทศการประยุกต์ใช้ เศรษฐกิจพอเพียงในการดาเนนิ ชีวิตของตนเอง ครอบครัว และในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การค้าและ บริการ ศึกษาการเปล่ียนแปลงธรรมชาติในโลกว่าเป็นผลมาจากการกระทาของมนุษย์และหรือธรรมชาติ การใช้ประโยชน์จากส่ิงแวดล้อม ในการสร้างสรรคว์ ฒั นธรรมอนั เปน็ เอกลกั ษณข์ องทอ้ งถิ่น ท้ังในประเทศไทย และโลก โดยใชก้ ระบวนการวิเคราะห์ สังเคราะห์ คดิ หาเหตแุ ละผล แล้วทาการสารวจตรวจสอบขอ้ มูล เพื่อให้ เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนาเสนอสื่อสารสงิ่ ที่เรยี นรู้ มาปรบั ใช้ในชวี ิตประจาวัน พร้อมท้ังเห็นคุณค่าของการปฏบิ ัติตนเป็นศาสนกิ ชนที่ดี ให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เกิดความรัก และหวงแหนชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและมีจิตสานึกในการมีส่วนร่วมทา กจิ กรรมทางศาสนาทีต่ นนับถือ รหสั ตัวช้ีวัด ส 1.1 ม.6/3,ส 1.1 ม.6/9,ส 1.1 ม.6/10,ส 1.1 ม.6/13,ส 1.1 ม.6/14,ส 1.1 ม.6/21 ส 1.2 ม.6/2,ส 1.2 ม.6/5, ส 2.2 ม.6/1,ส 2.2 ม.6/2,ส 3.1 ม.6/1,ส 5.1ม.6/4,ส 5.2 ม.6/4 รวม 13 ตวั ชีว้ ัด

ผังมโนทศั น์ วิชาสงั คมศกึ ษา (พนื้ ฐาน) ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๖ หนว่ ยที่ ๑ หน่วยท่ี ๒ การเมอื งการปกครองของไทย พระรตั นตรัย ๑๐ ชวั่ โมง ๑๐ ชวั่ โมง หนว่ ยท่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๑/๒๕๖๔ เศรษฐกจิ พอเพยี ง จานวน ๔๐ ชั่วโมง ๑๐ ชั่วโมง หน่วยท่ี ๔ การเปล่ยี นแปลงทางธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ้ ม ๑๐ ชั่วโมง

โครงสรา้ งรายวชิ า สังคมศึกษา (พื้นฐาน) ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๖ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ หนว่ ยท่ี ช่ือหน่วยการ ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนักคะแนน คะแนน เรียนรู้ (ชว่ั โมง) KP A เต็ม ๕ ๑๐ ๑๐ ๒๕ ๑ พระรัตนตรัย ส1.1ม.6/3 - พุทธประวตั ดิ ้านการบริหาร ๑๐ ๕ ๑๐ ๑๐ ๒๕ ส1.1ม.6/9 - พระพุทธศาสนาเป็นศาสตร์แห่ง ส1.1ม.6/14 การศึกษา - ประวตั พิ ทุ ธสาวก พุทธสาวิกา ส1.1ม.6/13 ชาดก ศาสนิกชนตัวอย่าง ส1.1ม.6/21 - หลักธรรม ส1.1ม.6/10 - หลักธรรมสาคัญในการอยู่ ร่วมกันอยา่ งสนั ตสิ ขุ ส1.2ม.6/2 - พระพทุ ธศาสนาฝกึ ตนไม่ให้ ส1.2ม.6/5 ประมาท - ศาสนพธิ ี และพิธกี รรม - สัมมนาพระพทุ ธศานา ๒ การเมอื งการ ส 2.2ม.6/1 - ปญั หาการเมืองสาคัญท่ีเกิดขน้ึ ๑๐ ปกครองของ ไทย ส 2.2ม.6/2 ภายในประเทศ - สถานการณ์การเมืองการ ปกครองของสงั คมไทย - อทิ ธิพลของระบอบการเมืองการ ปกครองทมี่ ีผลตอ่ การดาเนิน ชีวิต - การประสานประโยชน์ร่วมกนั ระหวา่ งประเทศ เช่น การสรา้ ง ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งประเทศ ไทยกับประเทศต่าง ๆ - การแลกเปลยี่ นเพื่อช่วยเหลือ และส่งเสรมิ ดา้ นวฒั นธรรม การศึกษา เศรษฐกจิ สังคม สอบวัดผลระหวา่ งภาคเรียนที่ ๑/๒๕๖๔ ๓ เศรษฐกจิ ส 3.1 ม.6 /2 - การประยกุ ตใ์ ชเ้ ศรษฐกิจ ๑๐ ๕ ๑๐ ๑๐ ๒๕ พอเพยี งในการดาเนินชีวิตของ พอเพียง ตนเองและครอบครัว

- การประยุกต์ใชเ้ ศรษฐกิจ พอเพียงในภาคเกษตร อตุ สาหกรรม การค้าและ บริการ - ปญั หาการพฒั นาประเทศทผ่ี า่ น มาโดยการศกึ ษาวิเคราะห์ แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคม ฉบบั ท่ีผา่ นมา - การพัฒนาประเทศทีน่ าหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาใช้ ในการวางแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมปัจจบุ นั ๔ การ ส5.2 ม.6/5 - ภาวะโลกรอ้ น ๑๐ ๕ ๑๐ ๑๐ ๒๕ เปล่ียนแปลง - ความแห้งแล้ง ทางธรรมชาติ - ปรากฏการณภ์ าวะเรือนกระจก และ - การใช้ประโยชน์จากส่งิ แวดลอ้ ม ส่ิงแวดลอ้ ม ในการสร้างสรรค์วัฒนธรรมอนั เปน็ เอกลกั ษณข์ องท้องถิน่ ทัง้ ใน ประเทศไทยและโลก สอบวัดผลปลายภาคเรยี นท่ี ๑/๒๕๖๔ รวม ๔๐ ๒๐ ๔๐ ๔๐ ๑๐๐

การวิเคราะห์มาตรฐานและตวั ชวี้ ัด/ผลการเรียนรู้ รายวิชา สังคมศกึ ษา (พน้ื ฐาน) ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๖ จานวน ๑.๐ หน่วยกติ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔ ผลการเรยี นรู้ ภาระงาน/ช้ินงาน สมรรถนะสาคญั คณุ ลักษณะของวชิ า คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ พระรตั นตรยั - งานเดี่ยวครั้งที่ ๑ 1. ความสามารถในการสือ่ สาร ๑. ซ่อื สัตย์สจุ ริต 1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ - งานเดย่ี วครง้ั ที่ ๑ 2. ความสามารถในการคดิ ๒. มวี นิ ัย 2. ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ - งานกลมุ่ ครง้ั ท่ี ๑ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๓. ใฝ่เรียนรู้ 3. มีวนิ ัย 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต ๔. มุ่งมน่ั ในการทางาน 4. ใฝ่เรยี นรู้ 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๕. มจี ติ สาธารณะ 5. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทางา 7. รกั ความเป็นไทย 8. มจี ติ สาธารณะ การเมืองการ - งานเดย่ี วครง้ั ที่ ๒ 1. ความสามารถในการส่ือสาร ๑. ซอ่ื สัตยส์ ุจริต 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ปกครองของไทย - งานเดี่ยวครงั้ ท่ี ๒ 2. ความสามารถในการคดิ ๒. มวี ินยั 2. ซื่อสัตย์สจุ ริต - งานกลมุ่ ครัง้ ที่ ๒ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๓. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มีวินยั 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต ๔. มุ่งมั่นในการทางาน 4. ใฝ่เรยี นรู้ 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๕. มีจิตสาธารณะ 5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง 6. มงุ่ มั่นในการทางา 7. รักความเป็นไทย 8. มจี ติ สาธารณะ เศรษฐกจิ พอเพียง - งานเดย่ี วครั้งท่ี ๓ 1. ความสามารถในการสือ่ สาร ๑. ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ 1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ - งานเด่ียวครง้ั ที่ ๓ 2. ความสามารถในการคิด ๒. มีวนิ ัย 2. ซ่อื สตั ย์สจุ ริต - งานกลมุ่ คร้งั ที่ ๓ 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา ๓. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มวี ินัย 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต ๔. มุ่งมน่ั ในการทางาน 4. ใฝเ่ รยี นรู้ 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๕. มจี ติ สาธารณะ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมน่ั ในการทางา 7. รกั ความเปน็ ไทย 8. มีจติ สาธารณะ การเปลีย่ นแปลง - งานเดยี่ วครง้ั ที่ ๔ 1. ความสามารถในการสอื่ สาร ๑. ซ่อื สัตยส์ ุจริต 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ทางธรรมชาติ - งานเด่ยี วครัง้ ท่ี ๔ 2. ความสามารถในการคิด ๒. มวี นิ ัย 2. ซ่ือสตั ยส์ จุ รติ และสงิ่ แวดล้อม - งานกลมุ่ คร้ังท่ี ๔ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๓. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มีวินยั 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. มงุ่ มน่ั ในการทางาน 4. ใฝเ่ รยี นรู้ 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๕. มจี ติ สาธารณะ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มงุ่ ม่ันในการทางา 7. รักความเปน็ ไทย 8. มีจติ สาธารณะ

แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑ พระรตั นตรัย ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖ รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม รหัสวชิ า ส ๓๓๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม จดั ทาโดย นายนิกร ไชยบตุ ร ตาแหน่ง ครู โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ ๓๑ ตาบลชา่ งเค่ิง อาเภอแมแ่ จม่ จงั หวัดเชียงใหม่ สานกั บรหิ ารงานการศกึ ษาพิเศษ สานกั งานการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑ กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๖ หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ๑ พระรตั นตรัย เรื่อง พระพทุ ธศาสนากับการศกึ ษาที่สมบรู ณ์ การเมอื งและสันติภาพ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ เวลาเรยี น ๒ ช่วั โมง/สัปดาห์ หน่วยกิต ๑ (นน./นก.) ผู้สอน นายนกิ ร ไชยบตุ ร โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๑ เวลา ๒ ชว่ั โมง ๑. สาระสาคัญ 1. ความสาคัญของพระพุทธศาสนากับการศึกษาทส่ี มบูรณ์ 2. ความสาคญั ของพระพทุ ธศาสนากบั การเมือง 3. ความสาคัญของพระพุทธศาสนากบั สนั ติภาพ ๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้วี ัดช้นั ปี/ผลการเรียนรู้/เปา้ หมายการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ส 1.1 รแู้ ละเข้าใจประวตั ิ ความสาคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาท่ตี นนับถอื และศาสนาอนื่ มีศรัทธาทถ่ี กู ต้อง ยดึ มัน่ และปฏิบตั ติ าม หลัก ธ ร ร ม เพื่อ อ ยู่ ร่วมกันอย่างสันติสุขมีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่อการอยู่รวมกันอย่างสนั ติ สขุ ตัวชว้ี ัดชั้นป/ี ผลการเรียนรู้ ส 1.1 ม. 4-6/12 วิเคราะห์ความสาคัญของพระพุทธศาสนาเก่ียวกับการศึกษาท่ีสมบูรณ์ การเมอื ง และสนั ตภิ าพ หรือแนวคดิ ของศาสนาทีต่ นนบั ถอื ตามทก่ี าหนด ๓. จุดประสงค์การเรยี นรู้ ๓.๑ ดา้ นความรู้ : Knowledge ๑. ประเมนิ ความรู้ เรอ่ื ง ความสาคัญของพระพุทธศาสนากับการศึกษาท่ีสมบูรณ์ ความสาคัญ ของ พระพุทธศาสนากับการเมือง ความสาคัญของพระพทุ ธศาสนากบั สันตภิ าพ (K) ด้วยแบบทดสอบ ๓.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ : Process ๒. ประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน ประเมินช้นิ งาน เรื่อง การศึกษา การเมืองและสันตภิ าพตามหลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (P) ดว้ ยแบบประเมนิ ๓.๓ ด้านคุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ : Attitude ๓. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใฝ่เรียนรู้ (A) ด้วยแบบ ประเมนิ ๔. สมรรถนะสาคญั ของนกั เรยี น 1. ความสามารถในการสือ่ สาร 2. ความสามารถในการคดิ 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

๕. คณุ ลักษณะของวิชา ๑. ความรบั ผิดชอบ ๒. ความรอบคอบ ๓. กระบวนการกลมุ่ ๖. ชิ้นงาน/ภาระงาน ช้นิ งาน เร่อื ง การศึกษา การเมอื งและสนั ติภาพตามหลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา ๗. กิจกรรมการเรียนรู้ ขัน้ นาเข้าส่บู ทเรยี น 1. นกั เรยี นร่วมกนั อ่านประวตั ิของบุคคลท่ีประสบความสาเร็จในชีวิตดา้ นต่าง ๆ แลว้ ร่วมกัน สนทนา โดยตอบคาถาม 2. นักเรียนรว่ มกนั สนทนาเกยี่ วกับการเมืองการปกครองในสงั คมไทย โดยตอบคาถาม 3. นักเรียนสังเกตภาพการช่วยเหลือเก้ือกูลกันของคนในสังคมไทย เช่น การบริจาคส่ิงของ ช่วยเหลือผู้ประสบภยั แล้วร่วมกนั สนทนา โดยตอบคาถาม 4. นักเรียนร่วมกันศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเร่ือง พระพุทธศาสนากับการศึกษาท่ี สมบูรณ์การเมืองและสนั ติภาพ จากหนงั สอื เรยี นหรอื แหลง่ การเรยี นรอู้ ่นื ๆ เพิ่มเติม ข้ันสอน 5. นักเรยี นร่วมกนั วิเคราะหข์ อ้ ความเกย่ี วกบั การศึกษาทีก่ าหนดให้ แล้วตอบคาถาม 6. นกั เรียนร่วมกนั วเิ คราะห์ความสาคญั ของพระพทุ ธศาสนากบั การศกึ ษาที่สมบูรณ์ลงใน แผนภาพความคิด แลว้ สรปุ เป็นความคดิ รวบยอด 7. นักเรยี นร่วมกนั วิเคราะห์ เปรียบเทยี บความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งการศกึ ษาเชงิ พุทธ กบั การศกึ ษาทัว่ ไปลงในแผนภาพความคดิ แล้วสรุปเปน็ ความคิดรวบยอด 8. นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั ความสัมพันธข์ องพระพุทธศาสนากบั การเมอื ง แลว้ สรปุ เป็นความคดิ รวบยอด โดยตอบคาถาม 9. นกั เรียนวิเคราะห์และสรุปลักษณะของการปกครองตามหลักอธิปไตย 3 ประการ ลงในแผนภาพความคิดบนกระดาน แลว้ สรปุ เปน็ ความคดิ รวบยอด 10. นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนาที่มงุ่ เน้นสู่ การอย่รู ่วมกันอย่างสันตสิ ขุ เพอื่ สนั ตภิ าพ แล้วสรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด โดยตอบคาถาม 11. นกั เรียนร่วมกนั ยกตัวอยา่ งการกระทาของตนเองที่มสี ว่ นในการสรา้ งสันติภาพแกส่ ังคม ประเทศ และโลก แลว้ วเิ คราะห์วา่ การกระทานั้นสอดคล้องกบั หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนาข้อใด บันทึกลงในตาราง แลว้ สรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด 12. นักเรยี นรว่ มกนั วิเคราะห์ความสาคัญของพระพุทธศาสนากบั สันติภาพ แล้วสรุปเปน็ ความคดิ รวบยอดลงในแผนภาพความคิด 13. นกั เรียนคดิ ประเมนิ เพอื่ เพม่ิ คณุ คา่ แล้วสรปุ เปน็ ความคดิ รวบยอด ดังตัวอยา่ ง

ขัน้ สรุป 14. นักเรียนแบ่งกลุ่มยกตัวอย่างหลักธรรมพ้ืนฐานของพระพุทธศาสนากับการศึกษาท่ี สมบูรณ์มา 1 หลักธรรม พร้อมวิเคราะห์แนวทางการนาหลักธรรมไปปฏิบัติและผลท่ีเกิดข้ึนจากการ ปฏิบัติลงในแผนภาพความคดิ แล้วสรุปเป็นความคดิ รวบยอด 15. นักเรียนแบ่งกลุ่มเสนอแนวทางการนาหลักธัมมาธิปไตยมาใช้ในการดาเนินชีวิต พร้อม วิเคราะห์ผลท่เี กดิ ข้ึนลงในแผนภาพความคดิ แล้วสรุปเปน็ ความคิดรวบยอด 16. นักเรียนยกตัวอย่างหลักธรรมท่ีเกี่ยวกับการศึกษา การเมืองและสันติภาพในทาง พระพุทธศาสนาอย่างละ 1 หลักธรรม วิเคราะห์หลักการปฏิบัติและผลที่เกิดขึ้นลงในชิ้นงาน เร่ือง การศกึ ษา การเมืองและสนั ติภาพตามหลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา 17. นักเรยี นตรวจสอบความถกู ต้องเรยี บร้อยของผลงานและชนิ้ งาน หากพบขอ้ ผดิ พลาด ควรปรับปรุงแก้ไขให้ดียง่ิ ขนึ้ 18. นักเรยี นรว่ มกันสรุปสิง่ ท่เี ข้าใจเป็นความรูร้ ว่ มกนั ดงั น้ี กระบวนการศึกษาในทางพระพุทธศาสนา เป็นการศึกษาที่ดาเนินไปตามหลักอริยสัจ 4 และปฏิจจสมุปบาท และมีการพัฒนาหลักคุณธรรมคู่กับการศึกษา ส่วนเรื่องการเมืองการปกครอง พระพทุ ธศาสนามุ่งเนน้ การอยรู่ ว่ มกันอยา่ งสันตสิ ขุ 19. นักเรียนออกมานาเสนอผลงานหน้าชน้ั เรียน 20. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเก่ียวกับวิธีการทางานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการ ทางานทีม่ แี บบแผน 21. นักเรียนร่วมกันเผยแพร่แนวทางการศึกษาตามหลักการของพระพุทธศาสนาผ่านส่ือ ต่างๆ เพอื่ ใหท้ กุ คนได้ศึกษาและปฏิบตั ติ าม 22. นกั เรียนรว่ มกนั จัดป้ายนิเทศเพอื่ เผยแพร่แนวทางการนาหลักธัมมาธิปไตยมาใช้ในการ ดาเนนิ ชวี ิต 23. นักเรยี นร่วมกันนาผลงานไปจัดแสดงบนป้ายนิเทศหรอื จัดกจิ กรรมทีม่ ีสว่ นสาคญั ในการ สรา้ งสนั ตภิ าพให้เกดิ ขึ้นแกช่ มุ ชนและสงั คม 24. นกั เรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สกึ หลังการเรียนและหลงั การทากจิ กรรม ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี • ส่งิ ทน่ี ักเรยี นไดเ้ รยี นรู้ในวนั นี้คืออะไร • นักเรียนมีสว่ นรว่ มกจิ กรรมในกล่มุ มากนอ้ ยเพยี งใด • เพื่อนนกั เรยี นในกล่มุ มีสว่ นรว่ มกิจกรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพียงใด • นกั เรียนพอใจกบั การเรยี นในวันนีห้ รอื ไม่ เพยี งใด • นักเรียนจะนาความรู้ท่ีได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคม ทว่ั ไปไดอ้ ย่างไร จากน้ันแลกเปลี่ยนตรวจสอบข้นั ตอนการทางานทกุ ขั้นตอนว่าจะเพ่มิ คณุ ค่าไปสูส่ ังคม เกิดประโยชน์ต่อสงั คมให้มากขึ้นกวา่ เดมิ ในขน้ั ตอนใดบ้าง สาหรับการทางานในครั้งต่อไป

๘. สอ่ื การเรยี นการสอน / แหล่งเรียนรู้ 1. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพืน้ ฐาน พระพทุ ธศาสนา ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4-6 ของสถาบัน พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.) 2. ตัวอย่างบุคคลทป่ี ระสบผลสาเรจ็ ในชวี ิต 3. ตวั อยา่ งขอ้ ความเก่ียวกบั การศกึ ษา 4. ตัวอย่างภาพการชว่ ยเหลอื เกื้อกูลกนั 5. แหล่งการเรียนรทู้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น ๙. การวัดผลและประเมินผล แบบประเมินกระบวนการทางานกลมุ่ รายการการ ระดับคุณภาพ ประเมิน 4 32 1 กระบวนการ ทางานกล่มุ มกี ารกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด สมาชกิ ชัดเจน บทบาทสมาชิก และมีการชี้แจง สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหวั หนา้ และไม่มกี ารชีแ้ จง เป้าหมาย เปา้ หมาย สมาชกิ มกี ารช้ีแจงเปา้ หมาย ไม่มีการช้แี จงเปา้ หมาย ตา่ งคนต่างทางาน การทางาน มีการปฏิบัตงิ านร่วมกนั อย่างชัดเจนและ อย่างชัดเจน อยา่ งร่วมมือร่วมใจ พร้อมกบั การประเมิน ปฏบิ ัติงานรว่ มกัน ปฏิบตั ิงานรว่ มกนั เปน็ ระยะ ๆ แต่ไมม่ กี ารประเมิน ไม่ครบทกุ คน เป็นระยะ ๆ แบบประเมนิ ช้ินงาน เร่อื ง การศึกษา การเมอื งและสันติภาพตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา รายการการ ระดบั คุณภาพ ประเมิน 4 32 1 อธิบายหลักธรรม ทเ่ี ก่ียวกบั การศึกษา อธิบายหลกั ธรรม อธบิ ายหลักธรรม อธบิ ายหลกั ธรรม อธบิ ายหลกั ธรรม การเมืองและ ท่ีเกี่ยวกับการศึกษา ท่เี ก่ียวกบั การศกึ ษา สันติภาพในทาง การเมอื งและ ท่เี ก่ียวกับการศกึ ษา ที่เกี่ยวกับการศกึ ษา การเมืองและ พระพุทธศาสนา สนั ตภิ าพในทาง สนั ติภาพในทาง พระพทุ ธศาสนา การเมอื งและ การเมอื งและ พระพทุ ธศาสนาได้ ไดส้ มั พันธก์ ันและ แตย่ งั ไมส่ อดคล้องกบั มกี ารเชอื่ มโยง สันตภิ าพในทาง สนั ติภาพในทาง ข้อมลู และอธิบายได้ ใหเ้ หน็ เปน็ ภาพรวม ไม่ชัดเจน แสดงใหเ้ หน็ ถึง พระพุทธศาสนาได้ พระพทุ ธศาสนา ความสัมพันธ์ มีการจาแนกข้อมูล ได้สอดคลอ้ งกบั ข้อมลู กบั ตนเองและผูอ้ ืน่ แสดงให้เห็นถงึ และมกี ารเขยี นอธิบาย ความสัมพันธ์ ยกตัวอย่างให้เขา้ ใจงา่ ย กบั ตนเอง อยา่ งเปน็ เหตเุ ป็นผล

รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ตัวช้ีวดั ที่ 1.3 ศรทั ธา ยดึ มัน่ และปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา พฤตกิ รรมบ่งช้ี ดีเยีย่ ม (3) ดี (2) ผา่ น (1) ไม่ผา่ น (0) 1.3.1 เขา้ รว่ มกจิ กรรม เข้ารว่ มกจิ กรรมทาง เข้าร่วมกิจกรรมทาง เข้าร่วมกิจกรรมทาง ไม่เขา้ รว่ มกจิ กรรม ศาสนาทต่ี นนับถอื ศาสนาท่ีตนนบั ถอื ทางศาสนาท่ีตนนบั ถอื ทางศาสนาทตี่ นนับถอื ศาสนาทต่ี นนับถือ ปฏบิ ัตติ นตาม ปฏบิ ัติตนตาม หลกั ของศาสนา หลักของศาสนา 1.3.2 ปฏิบตั ิตนตาม ปฏิบตั ิตนตาม อย่างสม่าเสมอ ตามโอกาส หลักของศาสนาทตี่ นนับ หลกั ของศาสนา ถือ อย่างสมา่ เสมอ 1.3.3 เป็นแบบอย่างที่ เปน็ แบบอยา่ งทด่ี ี ดขี องศาสนกิ ชน ของศาสนิกชน ใฝเ่ รยี นรูต้ ัวช้วี ัดท่ี 4.1 ต้ังใจ เพียรพยายามในการเรยี นและเขา้ รว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้ พฤตกิ รรมบ่งชี้ ดีเยยี่ ม (3) ดี (2) ผา่ น (1) ไม่ผา่ น (0) 4.1.1 ตั้งใจเรียน เข้าเรยี นตรงเวลา เขา้ เรียนตรงเวลา เข้าเรยี นตรงเวลา ไม่ต้ังใจเรยี น 4.1.2 เอาใจใส่ ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ ต้งั ใจเรยี น เอาใจใส่ ต้งั ใจเรียน เอาใจใส่ และมีความเพียร และมีความเพยี ร และมคี วามเพียร และมคี วามเพยี ร พยายาม พยายาม พยายาม พยายาม ในการเรียนรู้ ในการเรียนรู้ มีส่วนรว่ ม ในการเรยี นรู้ มสี ว่ นรว่ ม ในการเรยี นรู้ มีสว่ นร่วม 4.1.3 สนใจเข้าร่วม ในการเรียนรู้ และเขา้ ในการเรยี นรู้ และเขา้ ในการเรยี นรู้ และเขา้ กจิ กรรมการเรียนรู้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรู้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้ ร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้ ตา่ ง ๆ ตา่ ง ๆ ตา่ ง ๆ ทั้งภายในและ ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก ภายนอก บางครงั้ โรงเรยี นเปน็ ประจา โรงเรยี นบ่อยคร้ัง และเปน็ แบบอยา่ งท่ีดี

ตัวชี้วัดท่ี 4.2 แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ด้วยการเลือกใช้ส่ืออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้สามารถนาไปใช้ ในชีวติ ประจาวนั ได้ พฤตกิ รรมบง่ ช้ี ดีเยีย่ ม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไมผ่ ่าน (0) 4.2.1 ศกึ ษาค้นควา้ ศกึ ษาค้นคว้า ศกึ ษาคน้ คว้า ศกึ ษาคน้ ควา้ ไมศ่ กึ ษาคน้ คว้า หาความร้จู ากหนังสอื หาความรจู้ ากหนงั สอื หาความร้จู ากหนงั สอื หาความรู้จากหนังสือ หาความรู้ เอกสาร สง่ิ พิมพ์ เอกสาร สง่ิ พิมพ์ เอกสาร สิง่ พมิ พ์ เอกสาร ส่งิ พิมพ์ ส่อื เทคโนโลยีตา่ ง ๆ สอ่ื เทคโนโลยี ส่ือเทคโนโลยี ส่ือเทคโนโลยี แหลง่ เรียนรทู้ งั้ ภายใน และสารสนเทศ และสารสนเทศ แหลง่ เรียนรูท้ ั้งภายใน และภายนอกโรงเรียน แหลง่ เรียนรูท้ ้ังภายใน แหลง่ เรยี นรู้ทัง้ ภายใน และภายนอกโรงเรยี น และเลือกใช้สอ่ื ได้อย่าง และภายนอกโรงเรียน และภายนอกโรงเรียน เลือกใชส้ ่อื เหมาะสม เลือกใชส้ อ่ื และเลอื กใช้สอื่ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 4.2.2 บนั ทกึ ความรู้ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม มกี ารบันทึกความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบ มกี ารบันทึกความรู้ มีการบนั ทึกความรู้ จากสิ่งทเ่ี รยี นรู้ วิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะหข์ ้อมลู สรปุ เป็นองคค์ วามรู้ สรปุ เป็นองคค์ วามรู้ สรปุ เปน็ องคค์ วามรู้ 4.2.3 แลกเปลย่ี น แลกเปล่ยี นเรียนรู้ แลกเปลยี่ นเรยี นรู้ เรียนรู้ ด้วยวธิ ีการทหี่ ลากหลาย กับผู้อนื่ ได้ ด้วยวิธีการต่าง ๆ และเผยแพรแ่ ก่ และนาไปใช้ เพ่อื นาไปใช้ บุคคลทั่วไปนาไปใช้ ในชีวติ ประจาวันได้ ในชวี ติ ประจาวัน ในชวี ิตประจาวันได้

๑๐. บันทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู้ ๑๐.๑) ผลท่ีเกดิ ขนึ้ กบั นกั เรียน ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๖ ดา้ นความรู้ จานวนนกั เรยี นทีผ่ ่านเกณฑ์......................คน คดิ เปน็ ร้อยละ................... จานวนนักเรยี นที่ไมผ่ า่ นเกณฑ์..................คน คดิ เปน็ ร้อยละ................... ด้านทักษะกระบวนการ จานวนนกั เรียนท่ีผ่านเกณฑ์......................คน คดิ เป็นร้อยละ................... จานวนนกั เรยี นทไี่ มผ่ ่านเกณฑ์..................คน คดิ เป็นร้อยละ................... ดา้ นคณุ ลักษณะท่พี งึ ประสงค์ จานวนนักเรยี นท่ีผา่ นเกณฑ์......................คน คิดเป็นรอ้ ยละ................... จานวนนกั เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์..................คน คิดเปน็ ร้อยละ................... ด้านสมรรถนะผ้เู รยี น จานวนนกั เรยี นท่ีผา่ นเกณฑ์......................คน คิดเป็นร้อยละ................... จานวนนกั เรยี นที่ไม่ผ่านเกณฑ์..................คน คดิ เปน็ ร้อยละ................... ๑๐.๒) ปัญหาและอปุ สรรค ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๑๐.๓) แนวทางการแก้ปญั หา ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชอ่ื )……………………………….…………… ( นายนิกร ไชยบตุ ร ) ตาแหน่ง ครู วันที่........เดือน....................พ.ศ. ๒๕๖๔

๑๑. ความเหน็ ของหวั หน้ากลุม่ สาระ/สายชน้ั ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชื่อ)……………………………….…………… ( นางสาวศิริมา เมฆปัจฉาพชิ ิต ) หัวหนา้ กลมุ่ สาระสังคมศึกษาฯ วนั ท.ี่ .......เดือน....................พ.ศ. ๒๕๖๔ ๑๒. ความเหน็ ของฝ่ายวิชาการ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชอ่ื )……………………………….…………… ( นายวเิ ศษ ฟองตา ) รองผู้อานวยการกลมุ่ บริหารงานวิชาการ วันที่........เดือน....................พ.ศ. ๒๕๖๔

แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๑ เรอื่ ง พระพุทธศาสนากับการศึกษาท่สี มบรู ณ์ การเมอื งและสันติภาพ คาช้ีแจง ให้นกั เรียนเลือกคาตอบท่ีถกู ต้องทสี่ ุดเพียงคาตอบเดียว 1. ปัญญาระดบั ใดเป็นปญั ญาท่ีเกดิ ขนึ้ เบือ้ งต้นของกระบวนการ ๗. ข้อใดเป็นความหมายของหลกั จกั รวรรดวิ ตั ร ศึกษา 1. พระราชกรณยี กจิ ของพระราชา 1. สุตมยปัญญา 2. จนิ ตมยปญั ญา 2. ธรรมเนียมการบาเพญ็ ธรรมของนักปกครอง 3. ภาวนามยปญั ญา 4. วปิ สั นาปัญญา 3. ธรรมเนียมการบาเพญ็ พระราชกรณียกิจ 5. นิปากปญั ญา ของพระเจา้ จกั รพรรดิ 2. มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐด้วยการศกึ ษาเพราะเหตุผลตามขอ้ 4. พระราชกรณยี กิจของสมเดจ็ พระธรรมราชา ใด 5. หลักธรรมในการปกครองบ้านเมอื ง 1. มีสัญชาตญาณในการดาเนินชวี ติ ของพระมหากษัตรยิ ์ 2. จดจาคาสงั่ ไดด้ ี ๘. การปกครองสังคมประเทศชาติให้เกิดสันติภาพ ผู้ปกครอง 3. มีศักยภาพทพ่ี ฒั นาได้สงู สดุ จะต้องมหี ลักธรรมตามข้อใด 4. มสี ัญชาตญาณในการฝกึ หัด 1. พรหมวหิ ารธรรม 2. สาราณียธรรม 5. มีอารมณ์และความรู้สึก 3. อปริหานิยธรรม 4. ทศพธิ ราชธรรม 3. หลักพุทธธรรมทีเ่ ป็นเกณฑ์ในการพจิ ารณาปัญหาครอบคลุม 5. สัปปุริสธรรม ทั้งระบบอย่างเป็นกระบวนการในการศกึ ษา คือหลักธรรมตาม ๙. ข้อใดให้ความหมายราชสังคหวัตถุ 4 หลักการสังเคราะห์ ขอ้ ใด ประชาชนของพระราชาได้ไม่สัมพนั ธ์กบั หวั ข้อหลกั ธรรม 1. อริยสัจ 4-ปฏจิ จสมุปบาท 2. มรรคมีองค์ 8 1. สัสสเมธะ : ส่งเสรมิ การเกษตร 3. สาราณยี ธรรม 6 4. อปรหิ านยิ ธรรม 7 2. ปุรสิ ะเมธะ : ส่งเสริมคนดีมคี วามสามารถ 5. โยนิโสมนสกิ าร 3. สมั มาปาสะ : ผูกประสานรวมใจประชาชน 4. ธรรมเป็นที่ต้ังแห่งความระลึกถึง มีความปรารถนาดีต่อกัน ดว้ ยการสง่ เสริมอาชพี และเอื้อเฟื้อเก้อื กลู กัน เป็นความหมายของหลักธรรมในข้อใด 4. วาชเปยะ : วาจามีอานาจเปน็ ทยี่ าเกรง 1. สาราณยี ธรรม 6 2. อริยสจั 4 ของประชาชน 3. พรหมวหิ าร 4 4. ทศพิธราชธรรม 5. วาชเปยะ : รู้จักพูดใหท้ กุ คนเกิดความรัก 5. ปฏิจจสมปุ บาท และสามคั คกี ัน 5. หลักธรรมใดเปน็ ปัจจยั กระตนุ้ การเรยี นรจู้ ากภายในตามแนว ๑๐. ข้อใดเปน็ ความหมายของอปริหานิยธรรม ซง่ึ เป็นหลกั ธรรม ทางการจัดกระบวนการศกึ ษาแบบสัมมาทฏิ ฐิ ทีใ่ ช้ในการปกครอง 1. ปรโตโฆสะ 2. โยนโิ สมนสิการ 1. หลกั เพ่อื ปอ้ งกันมใิ ห้การบรหิ ารหมคู่ ณะ 3. อัปปมาทธรรม 4. กลั ยาณมิตตตา เสอ่ื มถอย 5. ไตรสิกขา 2. หลกั ธรรมท่ีเปน็ ทตี่ ั้งแหง่ การระลกึ ถึง ๖. ข้อใดกล่าวถึงหลักธรรมพรหมวิหาร 4 ได้ถูกต้องมากท่ีสุด ปรารถนาดีตอ่ กัน เกยี่ วกบั การสรา้ งสงั คมใหเ้ กิดสนั ตภิ าพ 3. หลักธรรมเพอ่ื ใหย้ ึดเหน่ียวจิตใจของผอู้ นื่ 1. เมตตาธรรมค้าจนุ โลก 4. หลกั ความประพฤติทีป่ ระเสรฐิ บริสทุ ธ์ิ 2. เมตตาธรรมนาสขุ 5. หลกั ธรรมท่ีเปน็ หวั ใจสาคญั ของพระพุทธศาสนา 3. เมตตาธรรมปราบอธรรม 4. เมตตาธรรมนาสงั คมเจรญิ 5. เมตตาธรรมนามติ รแท้

แบบทดสอบหลงั เรียน เรอ่ื ง พระพทุ ธศาสนากับการศึกษาท่สี มบูรณ์ การเมอื งและสันติภาพ คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นเลือกคาตอบที่ถูกตอ้ งทสี่ ุดเพียงคาตอบเดยี ว 1. มนุษย์เป็นสัตว์ประเสรฐิ ด้วยการศึกษาเพราะเหตุผลตามขอ้ 6. ธรรมเป็นท่ีต้ังแห่งความระลึกถึง มีความปรารถนาดีต่อกัน ใด และเอื้อเฟ้ือเก้ือกลู กัน เปน็ ความหมายของหลักธรรมในขอ้ ใด 1. มีสัญชาตญาณในการดาเนนิ ชวี ติ 1. สาราณยี ธรรม 6 2. อริยสัจ 4 2. จดจาคาส่งั ไดด้ ี 3. พรหมวหิ าร 4 4. ทศพธิ ราชธรรม 3. มศี กั ยภาพท่ีพัฒนาไดส้ ูงสดุ 5. ปฏจิ จสมุปบาท 4. มีสัญชาตญาณในการฝึกหดั 7. การปกครองสังคมประเทศชาติให้เกิดสันติภาพ ผู้ปกครอง 5. มีอารมณ์และความรู้สกึ จะตอ้ งมีหลักธรรมตามขอ้ ใด 2. หลกั พุทธธรรมทเ่ี ปน็ เกณฑ์ในการพจิ ารณาปญั หาครอบคลุม 1. พรหมวหิ ารธรรม 2. สาราณียธรรม ทง้ั ระบบอย่างเปน็ กระบวนการในการศกึ ษา 3. อปริหานยิ ธรรม 4. ทศพธิ ราชธรรม คือหลักธรรมตามขอ้ ใด 5. สัปปุรสิ ธรรม 1. อรยิ สจั 4-ปฏิจจสมุปบาท2. มรรคมอี งค์ 8 8. ข้อใดกล่าวถึงหลักธรรมพรหมวิหาร 4 ได้ถูกต้องมากท่ีสุด 3. สาราณยี ธรรม 6 4. อปริหานิยธรรม 7 เก่ยี วกับการสร้างสงั คมใหเ้ กดิ สันติภาพ 5. โยนิโสมนสกิ าร 1. เมตตาธรรมค้าจุนโลก 2. เมตตาธรรมนาสุข 3. ปญั ญาระดบั ใดเป็นปญั ญาที่เกิดขนึ้ เบ้อื งต้นของกระบวนการ 3. เมตตาธรรมปราบอธรรม ศกึ ษา 4. เมตตาธรรมนาสงั คมเจรญิ 1. สตุ มยปญั ญา 2. จินตมยปญั ญา 5. เมตตาธรรมนามิตรแท้ 3. ภาวนามยปัญญา 4. วิปัสนาปญั ญา 9. ข้อใดให้ความหมายราชสังคหวัตถุ 4 หลักการสังเคราะห์ 5. นปิ ากปัญญา ประชาชนของพระราชาได้ไมส่ ัมพนั ธก์ ับหวั ข้อหลกั ธรรม 4. หลกั ธรรมใดเป็นปจั จยั กระตุน้ การเรยี นรูจ้ ากภายในตามแนว 1. สัสสเมธะ : ส่งเสรมิ การเกษตร ทางการจัดกระบวนการศึกษาแบบสัมมาทิฏฐิ 2. ปรุ ิสะเมธะ : ส่งเสรมิ คนดมี ีความสามารถ 1. ปรโตโฆสะ 2. โยนโิ สมนสิการ 3. สมั มาปาสะ : ผูกประสานรวมใจประชาชน 3. อปั ปมาทธรรม 4. กลั ยาณมิตตตา ด้วยการสง่ เสรมิ อาชีพ 5. ไตรสิกขา 4. วาชเปยะ : วาจามีอานาจเปน็ ทีย่ าเกรง 5. ข้อใดเป็นความหมายของอปรหิ านิยธรรม ซึ่งเป็นหลักธรรม ของประชาชน ทีใ่ ชใ้ นการปกครอง 5. วาชเปยะ : รู้จักพูดใหท้ ุกคนเกดิ ความรกั 1. หลกั เพื่อป้องกันมิใหก้ ารบรหิ ารหมู่ และสามัคคีกัน 10. ข้อใดเปน็ ความหมายของหลกั จกั รวรรดวิ ัตร คณะเสือ่ มถอย 1. พระราชกรณียกจิ ของพระราชา 2. หลักธรรมท่ีเป็นทตี่ งั้ แห่งการระลกึ ถงึ 2. ธรรมเนยี มการบาเพญ็ ธรรมของนกั ปกครอง ปรารถนาดีตอ่ กนั 3. ธรรมเนยี มการบาเพญ็ พระราชกรณียกิจของ 3. หลักธรรมเพ่อื ให้ยดึ เหน่ียวจติ ใจของผอู้ ื่น พระเจา้ จักรพรรดิ 4. หลักความประพฤตทิ ี่ประเสริฐบรสิ ทุ ธิ์ 4. พระราชกรณียกิจของสมเดจ็ พระธรรมราชา 5. หลกั ธรรมที่เปน็ หัวใจสาคัญของพระพทุ ธศาสนา 5. หลักธรรมในการปกครองบา้ นเมือง ของพระมหากษตั ริย์

ชิน้ งาน เรือ่ ง การศึกษา การเมืองและสันติภาพตามหลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา วนั ท่ี________เดือน_______________พ.ศ.___________ ชอ่ื _____________________________เลขท่ี________ชน้ั ______ นกั เรยี นยกตัวอย่างหลักธรรมทีเ่ กย่ี วกบั การศึกษา การเมอื งและสันตภิ าพในทางพระพทุ ธศาสนามาอยา่ ง ละ 1 หลักธรรม วิเคราะหห์ ลกั การปฏบิ ัติและผลที่เกิดขนึ้ ลงในแผนภาพความคดิ ( ตัวอย่างคำตอบ) บ) • หลักธรรมท่ีเกยี่ วกับการศกึ ษา ............................................................................................................................. ............................................................................ ............................................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................................................................... • หลกั การปฏิบัติ ......................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................................ • ผลทเี่ กดิ ................................................................................................................................. ........................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ................. ......................................................................................................................................................................................................... • หลักธรรมทีเ่ ก่ยี วกับการเมือง ............................................................................................................................. ............................................................................ ............................................................................................................................. .................................................................... ........ ............................................................................................................................. ............................................................................ • หลกั การปฏิบัติ ........................................................................................................................................................... .............................................. ......................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................................ • ผลท่ีเกดิ ............................................................................................................................. ............................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................................ .................................................................................................................................................................. .......................................

• หลักธรรมที่สร้างสนั ติภาพ ............................................................... ............................................................................................................................. ............. ...................................................................................................................... ................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................................ • หลักการปฏิบัติ ............................................................................................................................. ............................................................................ ....................................................................................................................................... .................................................................. ......................................................................................................................................................................................................... • ผลทเ่ี กิด ......................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................................

แบบบนั ทกึ สรุปผลการเรยี นรูส้ าหรบั ผเู้ รยี น ชอ่ื -นามสกุล _______________________________ เลขท่ี _________ ชั้น ___________ วันที่ _________________________ เดือน _______________________ พ.ศ. ___________ คาชแ้ี จง นักเรียนบันทึกสรปุ ผลการเรยี นรู้จากหน่วยการเรียนรู้น้ี นักเรยี นยังไม่เข้าใจเรอ่ื งใดอกี บา้ ง นกั เรยี นมีความรู้สึกอยา่ งไร นกั เรยี นได้รบั ความรู้เร่อื งใดบ้าง ทเ่ี กย่ี วกับหน่วยการเรยี นร้นู ้ี หลังจากท่เี รยี นหนว่ ยการเรียนร้นู ี้ จากหน่วยการเรียนรู้น้ี ซง่ึ ตอ้ งการใหค้ รูอธิบายเพมิ่ เติม แลว้ .................................................. .................................................... .................................................... .................................................. .................................................... .................................................... .................................................. .................................................... .................................................... .................................................. .................................................... .................................................... .................................................. .................................................... .................................................... .................... นักเรียนได้ทากิจกรรมอะไรบ้าง หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๑ ในหนว่ ยการเรียนรู้น้ี นกั เรียนจะสามารถนาความรู้ความ พระพทุ ธศาสนากับ เข้าใจจากหนว่ ยการเรยี นรูน้ ไ้ี ปใช้ การศกึ ษาทีส่ มบูรณ์ ................................................. ประโยชน์ในชีวิตประจาวันไดอ้ ยา่ งไร ................................................. การเมือง ................................................. บา้ ง และสนั ตภิ าพ ................................................. ........................................................ ................................................. ........................................................ ผลงานทีน่ กั เรยี นชอบและต้องการ ................................................. ........................................................ คัดเลือกเป็นผลงานดีเด่นจาก ................................................. ........................................................ หนว่ ยการเรยี นรู้นี้คือผลงานใดบ้าง ................................................. ........................................................ ........................................................ เพราะอะไร ..................................................... ..................................................... ..................................................... ..................................................... ..................................................... ..................................................... .....................................................

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๖ หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี ๑ พระรตั นตรยั เรื่อง หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔ เวลาเรียน ๒ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ หน่วยกิต ๑ (นน./นก.) ผสู้ อน นายนิกร ไชยบตุ ร โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๓๑ เวลา ๔ ชัว่ โมง ๑. สาระสาคัญ นักเรียนเขา้ ใจว่า พระพุทธศาสนามพี ระรัตนตรยั เปน็ ที่พง่ึ สูงสุดของพทุ ธศาสนิกชน อรยิ สจั 4 เป็นหลักธรรมท่ีช่วยให้มนุษยพ์ ้นจากความทุกข์ และมีพุทธศาสนสุภาษิตมีลักษณะเป็นข้อความส้นั ๆ และแฝงดว้ ยคติเตือนใจในการดาเนนิ ชวี ิตใหม้ นุษย์ศึกษาและนามาปฏิบัติ เพ่อื ให้ชีวิตมคี วามสขุ อย่าง แทจ้ รงิ ๒. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชว้ี ัดช้ันป/ี ผลการเรียนร/ู้ เป้าหมายการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ส 1.1 รแู้ ละเข้าใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาทต่ี นนบั ถอื และศาสนาอ่นื มศี รทั ธาทีถ่ กู ต้อง ยึดมัน่ และปฏบิ ัติตาม หลกั ธรรม เพือ่ อยู่ ร่วมกนั อย่างสันติสขุ ตวั ชี้วัดชัน้ ป/ี ผลการเรยี นรู้ ส 1.1 ม.4-6/13 วิเคราะห์หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 หรือหลักคาสอนของศาสนาที่ตน นบั ถอื ส 1.1 ม.4-6/16 เชอื่ มัน่ ต่อผลของการทาความดี ความช่วั สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ที่ ต้องเผชิญและตดั สนิ ใจเลือกดาเนินการหรอื ปฏิบัติตนได้อยา่ งมีเหตุผลถูกตอ้ งตามหลกั ธรรมจริยธรรม และกาหนดเป้าหมายบทบาทการดาเนินชีวิตเพ่ือการอยู่ร่วมกนั อย่างสันติสุขและอยู่รว่ มกันเป็นชาติ อยา่ งสมานฉันท์ ๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๓.๑ ดา้ นความรู้ : Knowledge 1. ประเมินความรู้ เร่ือง พระรัตนตรัย หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา พุทธศาสนสุภาษิต ตวั อย่างผลท่ีเกิดจากการทาความดี ความช่วั (K) ด้วยแบบทดสอบ ๓.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ : Process 2. ประเมินกระบวนการทางานกล่มุ (P) ดว้ ยแบบประเมิน 3. ประเมนิ ชนิ้ งาน เรื่อง หลกั ธรรมในกรอบอรยิ สจั 4 (P) ดว้ ยแบบประเมนิ 4. ประเมนิ ชนิ้ งาน เรอ่ื ง การเชอื่ ม่ันต่อผลการทาความดแี ละความช่ัว (P) ดว้ ยแบบประเมนิ ๓.๓ ดา้ นคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ : Attitude 5. ประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใฝ่เรยี นรู้ (A) ด้วยแบบ ประเมนิ

๔. สมรรถนะสาคญั ของนกั เรยี น 1. ความสามารถในการส่ือสาร 2. ความสามารถในการคดิ 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ๕. คณุ ลกั ษณะของวิชา ๑. ความรบั ผิดชอบ ๒. ความรอบคอบ ๓. กระบวนการกลุ่ม ๖. ชนิ้ งาน/ภาระงาน 1. ชิ้นงานเรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 2. ชิ้นงานเร่อื ง การเชื่อมน่ั ต่อผลการทาความดแี ละความชัว่ ๗. กจิ กรรมการเรียนรู้ ขัน้ นาเข้าสูบ่ ทเรยี น 1. นกั เรียนร่วมกนั นัง่ สมาธิ กล่าวบทสวดมนตบ์ ูชาพระรตั นตรยั แลว้ ร่วมกันสนทนา โดยตอบคาถาม 2. นกั เรียนสงั เกตภาพจากหนงั สือพิมพร์ ายวนั เกย่ี วกับคดีอาชญากรรม แลว้ รว่ มกันสนทนา โดยตอบคาถาม 3. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกย่ี วกบั มรรค โดยตอบคาถาม 4. นักเรียนรว่ มกนั อ่านประวตั ิความเปน็ มาของมงคลสูตร แลว้ รว่ มกันสนทนาโดยตอบคาถาม 5. นักเรียนร่วมกันสนทนาเก่ียวกับพุทธศาสนสุภาษิตที่เคยได้อ่านหรือเคยได้ยิน โดยตอบ คาถาม 6. นักเรยี นร่วมกันอ่านข่าวเก่ียวกับการทาความดีของบคุ คลท่ีกาหนดให้ แล้วร่วมกันสนทนา โดยตอบคาถาม 7. นักเรยี นรว่ มกันศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกยี่ วกบั เรื่อง หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา จากหนังสือเรียนหรอื แหล่งการเรียนร้อู น่ื ๆ เพมิ่ เติม ข้นั สอน 8. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความหมายและคุณค่าของพระรัตนตรัย แล้วสรปุ เป็นความคิดรวบยอด โดยตอบคาถาม 9. นักเรียนร่วมกันเสนอแนวทางการปฏิบัติตนที่ถูกต้องเหมาะสมต่อพระรัตนตรัย พร้อม วเิ คราะหผ์ ลท่เี กิดขน้ึ จากการปฏิบตั ลิ งในตาราง แล้วสรุปเปน็ ความคดิ รวบยอด 10. นักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกับอรยิ สัจ 4 ในหวั ข้อหมวดธรรมเรื่อง ทุกข์ แล้วสรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด โดยตอบคาถาม 11. นักเรียนรว่ มกนั สรปุ ความรู้เร่อื ง ทุกข์ในอรยิ สจั 4 เกยี่ วกับขนั ธ์ 5 โลกธรรม 8 และจิต เจตสิกลงในแผนภาพความคิด แลว้ สรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด

12. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์สรุปคุณค่าและประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษาเรียนรู้ หลักธรรมทเี่ กี่ยวขอ้ งกับทกุ ขใ์ นอรยิ สัจ 4 ลงในแผนภาพความคิด แลว้ สรุปเป็นความคดิ รวบยอด 13. นกั เรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกับอริยสัจ 4 : สมุทัย (ธรรมทีค่ วรละ) แล้วสรุป เป็นความคดิ รวบยอด โดยตอบคาถาม 14. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 5 กลุ่ม จับสลากเลือกวิเคราะห์หัวข้อธรรม เหตุแห่งทุกข์ (สมุทัย) เกี่ยวกับความเข้าใจเก่ียวกับหลักธรรม แนวทางการนาหลักธรรมไปปฏิบัติ และผลท่ีเกิดข้ึน จากการปฏบิ ตั ิตามหวั ข้อธรรม ดงั น้ี หลกั กรรม วติ ก 3 มิจฉาวณิชชา 5 นิวรณ์ 5 อุปาทาน 4 จากนนั้ ให้สมาชิกแตล่ ะกลมุ่ ส่งตวั แทนออกมาเขียนสรปุ ความรู้ลงในแผนภาพความคดิ แลว้ สรุปเปน็ ความคดิ รวบยอด 15. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับอริยสัจ 4 หัวข้อธรรมนิโรธ (ธรรมที่ควรบรรลุ) แลว้ สรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยตอบคาถาม 16. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมรรค แล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอดโดย ตอบคาถาม 17. นักเรียนร่วมกันเสนอแนวทางการปฏิบัติตนตามหลักธรรมท่ีเกี่ยวกับมรรคพร้อม วเิ คราะห์ผลท่เี กิดขน้ึ จากการปฏิบตั ิ ลงในแผนภาพความคิด แลว้ สรุปเปน็ ความคดิ รวบยอด 18. นกั เรยี นแบ่งกลุ่มออกเปน็ 11 กลมุ่ รว่ มกนั วเิ คราะห์ข้อมูลเก่ียวกับแนวทางการปฏิบัติ ตนตามหลักมงคล 38 และผลท่เี กดิ ข้นึ ตามหวั ข้อทีก่ าหนดให้ ดงั นี้ กลมุ่ ที่ 1 ปตุ ฺตสงฺคโห : สงเคราะหบ์ ตุ ร กลุ่มที่ 2 ทารสงฺคโห : สงเคราะห์ภรรยา กลมุ่ ท่ี 3 สนตฺ ุฏฺฐี : สนั โดษ กลมุ่ ที่ 4 ผฏุ ฐฺ สฺส โลกธมฺเมหิ จติ ตฺ ยสสฺ น กมฺปติ : จติ ไมห่ วน่ั ไหวในโลกธรรม กลมุ่ ท่ี 5 อโสก : จิตไมเ่ ศร้าโศก กลุ่มที่ 6 วริ ช : จติ ไม่มวั หมอง กลมุ่ ท่ี 7 เขม : จิตเกษม กลุ่มที่ 8 ตโป : ความเพียรเผากเิ ลส กลุ่มท่ี 9 พรฺ หมฺ จริย : ประพฤติพรหมจรรย์ กลุ่มท่ี 10 อริยสจจฺ าน ทสสฺ น : เห็นอริยสจั กลมุ่ ที่ 11 นิพฺพานสจฺฉิกริ ิยา : ทาพระนพิ พานให้แจ้ง (บรรลุนิพพาน) จากนั้นนักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาเขียนคาตอบเป็นแผนภาพความคิดบน กระดาน แลว้ สรปุ เป็นความคิดรวบยอด

19. นักเรียนวิเคราะหส์ ถานการณท์ กี่ าหนดใหเ้ ก่ียวกับพทุ ธศาสนสุภาษิต แล้วตอบคาถาม 20. นกั เรยี นร่วมกนั วิเคราะห์ถึงความหมายของพทุ ธศาสนสุภาษิต และแนวทางการนา พุทธศาสนสุภาษิตไปปฏิบัติในชีวิตประจาวัน พร้อมบอกผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติลงในแผนภาพ ความคดิ แล้วสรปุ เปน็ ความคดิ รวบยอด 21. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม ร่วมกันวิเคราะห์ผลจากการทาความดี ความช่ัวท่ี ปรากฏในคัมภีร์ทางพระพทุ ธศาสนา จากหนังสอื เรียน ดงั น้ี ผลจากการทาความชัว่ ผลจากการทาความดี 1. อดีตชาตขิ องพระจักขบุ าล 1. พระนางโรหิณี 2. นายจุนทะพอ่ คา้ ฆ่าหมขู าย 2. พระภิกษุผบู้ าเพญ็ สาราณยี ธรรม 3. อดตี ชาติของพระติสสะ โดยสรุปเหตุการณ์และผลจากการทาความช่ัว และผลจากการทาความดีออกมานาเสนอ อภปิ รายหนา้ ชน้ั เรียน 22. นักเรียนร่วมกันสรุปผลของการทาความดี และผลของการทาความชั่วลงในแผนภาพ ความคิด แลว้ สรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด ขัน้ สรุป 23. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม สรุปความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักธรรมที่ เกี่ยวข้องกบั ทุกข์ ลงในแผนภาพความคิด ในประเด็นต่อไปนี้ • ความเข้าใจเกีย่ วกับหลักธรรม • แนวทางการนาหลกั ธรรมไปปฏบิ ัติ • ผลทเ่ี กิดขึ้นจากการปฏิบัติ 24. นักเรียนยกตวั อย่างหลักธรรมที่เก่ยี วข้องกับสมุทัย และหลักธรรมที่เก่ียวกบั นโิ รธมา 1 หลักธรรม เสนอแนวทางการนาหลักธรรมไปปฏิบัติ และผลท่ีเกิดข้ึนจากการปฏิบัติลงในแผนภาพ ความคิด แล้วสรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด 25. นักเรียนเลือกหลักธรรมท่ีเก่ียวข้องกับมรรคมา 1 หลักธรรม เสนอแนวทางการนา หลักธรรมไปปฏิบัติและผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติลงในแผนภาพความคิด แล้วสรุปเป็นความคิดรวบ ยอด 26. นักเรียนเลือกหลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ที่สนใจมา 1 หลักธรรม เสนอแนวทางการ นาไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจาวนั และผลท่ีเกิดขน้ึ จากการปฏิบัติลงในชิ้นงานเรอ่ื ง หลักธรรมในกรอบ อริยสัจ 4 27. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 2-3 คน เลือกพุทธศาสนสุภาษิตท่ีสนใจมา 1 พุทธศาสน สภุ าษติ แลว้ เขียนเรียงความแกก้ ระทธู้ รรมตามพทุ ธศาสนสุภาษติ ดงั กลา่ วลงในกระดาษ A4 28. นักเรียนวิเคราะห์การเช่ือม่ันต่อผลการทาความดีและความชั่วตามแนวทางของ อรยิ สัจ 4 ลงในชิ้นงานเรื่อง การเชอ่ื มัน่ ต่อผลการทาความดีและความช่วั 29. นักเรยี นตรวจสอบความถูกตอ้ งเรียบร้อยของผลงานและช้ินงาน หากพบข้อผิดพลาด ควรปรบั ปรุงแก้ไขให้ดขี นึ้ 30. นกั เรยี นรว่ มกันสรุปสิ่งท่ีเข้าใจเปน็ ความรู้รว่ มกัน ดังนี้

พระพุทธศาสนามีพระรตั นตรัยเปน็ ทพ่ี ึ่งสูงสุดของพทุ ธศาสนิกชน อรยิ สจั 4 เปน็ หลกั ธรรม ท่ชี ว่ ยให้มนุษยพ์ ้นจากความทุกข์ และมพี ทุ ธศาสนสภุ าษิตมีลกั ษณะเปน็ ข้อความสนั้ ๆ และแฝงด้วย คติเตอื นใจในการดาเนนิ ชีวติ ใหม้ นุษยศ์ ึกษาและนามาปฏบิ ัติ เพื่อใหช้ ีวิตมีความสขุ อยา่ งแทจ้ รงิ 31. นักเรียนออกมานาเสนอผลงานหน้าช้ันเรียน 32. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทางานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการ ทางานที่มีแบบแผน 33. นักเรียนร่วมกันจัดทาแผ่นพับเผยแพร่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เพื่อ ให้ พุทธศาสนิกชนไดศ้ กึ ษาแล้วนาไปปฏิบตั ิ 34. นักเรยี นร่วมกันจัดปา้ ยนเิ ทศเผยแพรค่ วามรเู้ ก่ยี วกับหลักธรรมทเี่ ก่ียวขอ้ งกับสมุทยั และนโิ รธ เพอื่ ให้ผทู้ สี่ นใจไดศ้ ึกษา 35. นักเรียนแนะนาใหส้ มาชิกในครอบครวั และชมุ ชนปฏิบัติตามหลักธรรมอริยสัจ 4 หวั ขอ้ มรรค เพือ่ จะไดห้ ลดุ พน้ จากความทกุ ข์ 36. นกั เรียนรว่ มกันจดั ป้ายนเิ ทศเผยแพรข่ ้อมลู ความรู้เก่ยี วกบั มงคลชีวิต 38 ประการ เพอื่ ใหผ้ ู้ทีส่ นใจไดศ้ กึ ษา และนาขอ้ คิดทไ่ี ดไ้ ปใช้ในการดาเนนิ ชวี ติ 37. นักเรียนร่วมกันคัดเลอื กการเขยี นเรยี งความแกก้ ระทู้ธรรมตามพทุ ธศาสนสุภาษติ ของ เพ่ือนรว่ มชนั้ มาจดั แสดงบนป้ายนเิ ทศหนา้ ช้ันเรยี น 38. นักเรียนรว่ มกันจัดกจิ กรรมที่เป็นประโยชนแ์ ก่โรงเรียน ชุมชน และสงั คม โดยเชิญชวน ให้ทกุ คนเข้ามามีสว่ นรว่ มในการทากจิ กรรมรว่ มกนั 39. นกั เรียนประเมินตนเอง โดยเขยี นแสดงความรู้สกึ หลังการเรียนและหลังการทากจิ กรรม ในประเด็นต่อไปน้ี • ส่งิ ทนี่ กั เรียนไดเ้ รยี นรู้ในวันน้คี ืออะไร • นักเรยี นมสี ่วนรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพียงใด • เพอื่ นนกั เรียนในกลมุ่ มีส่วนรว่ มกจิ กรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด • นกั เรียนพอใจกบั การเรียนในวันนห้ี รอื ไม่ เพยี งใด • นักเรียนจะนาความรู้ท่ีได้น้ีไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมท่ัวไปได้ อย่างไร จากน้ันแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทางานทุกขั้นตอนว่าจะเพ่ิมคุณค่าไปสู่สังคม เกิด ประโยชนต์ ่อสงั คมใหม้ ากขึ้นกวา่ เดมิ ในขน้ั ตอนใดบ้าง สาหรบั การทางานในคร้ังตอ่ ไป ๘. สื่อการเรยี นการสอน / แหล่งเรยี นรู้ 1. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพืน้ ฐาน พระพุทธศาสนา ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 4-6 ของสถาบันพฒั นา คณุ ภาพวชิ าการ (พว.) 2. ภาพขา่ วอาชญากรรมจากหนงั สือพิมพ์รายวัน 3. ประวัตคิ วามเป็นมาของมงคล 38 4. ตัวอยา่ งสถานการณ์ทส่ี อดคลอ้ งกับพุทธศาสนสภุ าษติ 5. ตัวอยา่ งข่าวบคุ คลทีท่ าความดี 6. แหลง่ การเรียนรู้ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรยี น

๙. การวัดผลและประเมนิ ผล แบบประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม รายการการประเมิน ระดบั คุณภาพ 4 321 กระบวนการ มีการกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไมม่ กี ารกาหนด ทางานกล่มุ สมาชิกชดั เจน และมี สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหวั หน้า บทบาทสมาชิก การชี้แจงเป้าหมาย มีการช้ีแจงเป้าหมาย ไมม่ กี ารชแี้ จงเปา้ หมาย และไม่มกี ารชี้แจง การทางาน มกี าร อยา่ งชัดเจนและ อย่างชดั เจน เปา้ หมาย สมาชิก ปฏิบตั ิงานร่วมกัน ปฏบิ ตั งิ านร่วมกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกัน ต่างคนตา่ งทางาน อยา่ งร่วมมือรว่ มใจ แตไ่ มม่ ีการประเมิน ไม่ครบทุกคน พร้อมกบั การประเมนิ เปน็ ระยะ ๆ เปน็ ระยะ ๆ แบบประเมินชิ้นงาน เรอ่ื ง หลกั ธรรมในกรอบอริยสัจ 4 รายการการประเมิน ระดบั คุณภาพ 4321 ประยุกต์ใชห้ ลักธรรม ประยกุ ต์ใชห้ ลักธรรม ประยกุ ต์ใช้หลักธรรม ประยุกตใ์ ช้หลักธรรม ประยุกตใ์ ช้หลักธรรม ทเ่ี กย่ี วเนือ่ งในอริยสัจ ทีเ่ กีย่ วเนอ่ื งในอริยสจั 4 ทเี่ กย่ี วเนอ่ื งในอริยสัจ 4 ทเ่ี กี่ยวเน่ืองในอรยิ สจั 4 ที่เกี่ยวเนือ่ งในอริยสจั 4 4 ไปใช้ใน ไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั ไปใช้ในชวี ติ ประจาวัน ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้ ชวี ิตประจาวนั รว่ มกับผอู้ น่ื ตามทต่ี นเอง ตามแบบได้ถกู ตอ้ ง ตามแบบอยา่ ง ในการพัฒนาใหเ้ กดิ ไดค้ ดิ ขน้ึ มาเอง และมีการดัดแปลง หรอื ทาตามท่คี รแู นะนา ประโยชน์ต่อสว่ นรวม เพอื่ ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ ใหเ้ หมาะสมกบั ตนเอง เท่านนั้ และสามารถแกไ้ ขปัญหา ที่ดีขน้ึ กวา่ แบบอย่าง โดยมีครูหรอื ผู้อน่ื ระหวา่ งการปฏิบัติได้ โดยมีครหู รือผู้อ่นื แนะนาบ้าง แนะนาบา้ ง

แบบประเมนิ ชนิ้ งาน เร่อื ง การเชอื่ ม่นั ต่อผลการทาความดีและความชว่ั รายการการประเมิน ระดับคณุ ภาพ 4 32 1 ศกึ ษาหลักธรรม ศกึ ษาหลักธรรม ศึกษาหลกั ธรรม ศกึ ษาหลักธรรม ศึกษาหลกั ธรรม ในอริยสจั 4 ในอรยิ สจั 4 ในอริยสัจ 4 ในอรยิ สัจ 4 ในอริยสัจ 4 วเิ คราะหห์ าแนวทาง วิเคราะห์หาแนวทาง วเิ คราะห์หาแนวทาง วเิ คราะห์หาแนวทาง วิเคราะหห์ าแนวทาง การปฏิบตั ิตนและ การปฏบิ ตั ติ นและ การปฏบิ ัติตนและ การปฏบิ ตั ติ นและ การปฏิบัติตนและ ผลท่เี กดิ ขน้ึ จาก ผลท่ีเกดิ ข้นึ จาก ผลที่เกิดขึน้ จาก ผลทีเ่ กิดข้นึ จาก ผลทีเ่ กิดขน้ึ จาก การทาความดแี ละ การทาความดี การทาความดแี ละ การทาความดแี ละ การทาความดแี ละ ความช่ัวลงใน และความชวั่ ลงใน ความชว่ั ลงใน ความชว่ั ลงใน ความชวั่ ลงใน แผนภาพความคดิ ได้ แผนภาพความคดิ แผนภาพความคดิ แผนภาพความคดิ ได้ แผนภาพความคิด แต่ไมส่ อดคล้องกบั ได้สัมพันธก์ ัน มีการจาแนกขอ้ มูล ไดส้ อดคล้องกับขอ้ มูล ขอ้ มูล เขยี นตามข้อมูลที่ มีการเชอื่ มโยง หรอื อธิบายให้เห็นถงึ มกี ารเขยี นขยายความ อา่ น ใหเ้ หน็ เปน็ ภาพรวม ความสมั พันธ์กบั ตนเอง และมีการยกตัวอย่าง ไมม่ ีการอธิบายเพ่มิ เติม แสดงใหเ้ หน็ ถึง อยา่ งเป็นเหตุเป็นผล เพิม่ เตมิ ใหเ้ ข้าใจงา่ ย ความสมั พนั ธ์ กบั ตนเองและผ้อู ืน่ รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ตัวชว้ี ัดที่ 1.3 ศรัทธา ยดึ ม่ัน และปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ของศาสนา พฤติกรรมบง่ ชี้ ดีเยยี่ ม (3) ดี (2) ผา่ น (1) ไม่ผ่าน (0) 1.3.1 เข้ารว่ มกิจกรรม เข้ารว่ มกิจกรรมทาง เข้าร่วมกจิ กรรมทาง เขา้ ร่วมกิจกรรมทาง ไมเ่ ขา้ รว่ มกิจกรรม ศาสนาที่ตนนบั ถอื ศาสนาทีต่ นนับถือ ทางศาสนาทตี่ นนบั ถือ ทางศาสนาท่ีตนนับถือ ศาสนาที่ตนนับถอื ปฏบิ ตั ิตนตาม ปฏบิ ัตติ นตาม หลักของศาสนา หลักของศาสนา 1.3.2 ปฏบิ ตั ิตนตาม ปฏิบตั ิตนตาม อยา่ งสมา่ เสมอ ตามโอกาส หลกั ของศาสนาทต่ี นนับ หลักของศาสนา ถอื อยา่ งสมา่ เสมอ 1.3.3 เป็นแบบอยา่ งที่ เป็นแบบอย่างทดี่ ี ดขี องศาสนิกชน ของศาสนิกชน

ใฝ่เรยี นรู้ ตวั ช้วี ัดที่ 4.1 ตัง้ ใจ เพียรพยายามในการเรียนและเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ พฤติกรรมบง่ ชี้ ดีเยยี่ ม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไมผ่ า่ น (0) 4.1.1 ตงั้ ใจเรียน เขา้ เรียนตรงเวลา เขา้ เรยี นตรงเวลา เขา้ เรียนตรงเวลา ไม่ตง้ั ใจเรียน 4.1.2 เอาใจใส่ ตง้ั ใจเรียน เอาใจใส่ ต้ังใจเรยี น เอาใจใส่ ตง้ั ใจเรียน เอาใจใส่ และมคี วามเพียร และมคี วามเพยี ร และมีความเพียร และมีความเพียร พยายาม พยายาม พยายาม พยายาม ในการเรียนรู้ ในการเรียนรู้ มสี ว่ นร่วม ในการเรียนรู้ มสี ่วนรว่ ม ในการเรยี นรู้ มสี ่วนรว่ ม 4.1.3 สนใจเข้ารว่ ม ในการเรยี นรู้ และเขา้ ในการเรียนรู้ และเขา้ ในการเรียนรู้ และเขา้ กจิ กรรมการเรียนรู้ รว่ มกิจกรรมการเรียนรู้ รว่ มกิจกรรมการเรียนรู้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้ ตา่ ง ๆ ต่าง ๆ ต่าง ๆ ทง้ั ภายในและ ต่าง ๆ ทงั้ ภายในและภายนอก ภายนอก บางครง้ั โรงเรียนเป็นประจา โรงเรยี นบ่อยครงั้ และเป็นแบบอยา่ งทีด่ ี ตัวชี้วัดที่ 4.2 แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ท้ังภายในและภายนอกโรงเรียน ด้วยการเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ สามารถนาไปใช้ ในชีวติ ประจาวนั ได้ พฤตกิ รรมบ่งชี้ ดเี ยย่ี ม (3) ดี (2) ผา่ น (1) ไมผ่ า่ น (0) 4.2.1 ศกึ ษาคน้ คว้า ศึกษาค้นควา้ ศึกษาคน้ ควา้ ศกึ ษาค้นควา้ ไม่ศกึ ษาค้นคว้า หาความรูจ้ ากหนังสอื หาความรูจ้ ากหนังสือ หาความรู้ เอกสาร สิ่งพมิ พ์ หาความร้จู ากหนงั สอื หาความรู้จากหนงั สอื เอกสาร ส่งิ พิมพ์ ส่อื เทคโนโลยตี า่ ง ๆ เอกสาร สิ่งพมิ พ์ เอกสาร ส่ิงพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี แหลง่ เรียนรู้ทงั้ ภายใน แหล่งเรียนรู้ และภายนอกโรงเรียน ส่อื เทคโนโลยี สือ่ เทคโนโลยี ทั้งภายในและภายนอก และเลอื กใชส้ อื่ ไดอ้ ยา่ ง โรงเรียน เลอื กใช้สื่อ เหมาะสม และสารสนเทศ และสารสนเทศ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 4.2.2 บันทกึ ความรู้ มกี ารบันทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบ แหล่งเรียนรทู้ ง้ั ภายใน แหลง่ เรยี นรูท้ ้ังภายใน จากส่ิงทีเ่ รียนรู้ สรปุ เปน็ องคค์ วามรู้ และภายนอกโรงเรียน และภายนอกโรงเรียน 4.2.3 แลกเปลยี่ น เลือกใชส้ ื่อ และเลือกใช้ส่ือ เรยี นรู้ ดว้ ยวธิ ีการตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม เพือ่ นาไปใช้ ในชวี ิตประจาวัน มีการบนั ทึกความรู้ มกี ารบันทกึ ความรู้ วเิ คราะหข์ อ้ มูล วิเคราะห์ขอ้ มลู สรปุ เปน็ องคค์ วามรู้ สรปุ เปน็ องคค์ วามรู้ แลกเปลยี่ นเรียนรู้ แลกเปล่ยี นเรียนรู้ ดว้ ยวิธกี ารท่หี ลากหลาย กับผู้อนื่ ได้ และเผยแพรแ่ ก่ และนาไปใช้ บคุ คลทั่วไปนาไปใช้ ในชวี ติ ประจาวันได้ ในชวี ิตประจาวันได้

๑๐. บนั ทึกหลังการจดั การเรยี นรู้ ๑๐.๑) ผลท่เี กดิ ขน้ึ กบั นักเรียน ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๖ ด้านความรู้ จานวนนกั เรยี นทผ่ี า่ นเกณฑ.์ .....................คน คดิ เป็นร้อยละ................... จานวนนกั เรยี นที่ไม่ผ่านเกณฑ.์ .................คน คิดเปน็ ร้อยละ................... ดา้ นทกั ษะกระบวนการ จานวนนกั เรียนที่ผ่านเกณฑ.์ .....................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ................... จานวนนักเรียนทไ่ี มผ่ ่านเกณฑ.์ .................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ................... ด้านคณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์ จานวนนักเรยี นทผ่ี า่ นเกณฑ์......................คน คดิ เป็นร้อยละ................... จานวนนักเรยี นท่ีไม่ผ่านเกณฑ์..................คน คิดเป็นรอ้ ยละ................... ด้านสมรรถนะผู้เรียน จานวนนักเรยี นทผ่ี ่านเกณฑ์......................คน คดิ เปน็ ร้อยละ................... จานวนนักเรียนท่ไี มผ่ ่านเกณฑ.์ .................คน คดิ เปน็ ร้อยละ................... ๑๐.๒) ปัญหาและอุปสรรค ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๑๐.๓) แนวทางการแก้ปัญหา ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชอ่ื )……………………………….…………… ( นายนิกร ไชยบตุ ร ) ตาแหนง่ ครู วันท.่ี .......เดอื น....................พ.ศ. ๒๕๖๔

๑๑. ความเหน็ ของหวั หน้ากลุ่มสาระ/สายชน้ั ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชื่อ)……………………………….…………… ( นางสาวศิริมา เมฆปัจฉาพิชิต ) หัวหนา้ กลมุ่ สาระสงั คมศึกษาฯ วนั ท.ี่ .......เดือน....................พ.ศ. ๒๕๖๔ ๑๒. ความเหน็ ของฝ่ายวิชาการ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชอ่ื )……………………………….…………… ( นายวเิ ศษ ฟองตา ) รองผู้อานวยการกลมุ่ บริหารงานวิชาการ วันที่........เดือน....................พ.ศ. ๒๕๖๔

แบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๑ เรอื่ ง หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนเลอื กคาตอบท่ีถกู ตอ้ งทส่ี ุดเพียงคาตอบเดียว 1. หลกั ธรรมนิยามในขอ้ ใดผิดจากความเป็นจริง 6. หลักธรรมใดเป็นการดาเนินไปสู่การดับทุกข์ได้ตาม 1. อตุ ุนิยาม : กฎธรรมชาติเกย่ี วกบั ความหมายของอริยสัจ 4 สภาพภูมิอากาศ 1. มรรคมีองค์ 8 2. โลกธรรม 8 2. พชี นิยาม : กฎธรรมชาตเิ กยี่ วกบั การสืบพนั ธุ์ 3. ขนั ธ์ 5 4. นิวรณ์ 5 3. จิตนิยาม : กฎธรรมชาติเกี่ยวกับด้านจติ วทิ ยา 5. วติ ก 3 4. กรรมนิยาม : กฎธรรมชาตทิ ี่เกี่ยวกบั 7. ข้อใดให้ความหมายพทุ ธศาสนสภุ าษติ ไดถ้ ูกตอ้ ง พฤติกรรมของมนษุ ยห์ รอื กฎแห่งกรรม 1. คาสภุ าษติ ของพระสงฆ์ 5. ธรรมนยิ าม : กฎธรรมชาตทิ ่เี กย่ี วกับ 2. คาสภุ าษิตของพระเถระผใู้ หญ่ ความเปน็ เหตุเปน็ ผลของส่งิ ตา่ ง ๆ 3. คาสภุ าษติ ของนกั ปราชญ์ทางพระพทุ ธศาสนา 2. พระภิกษุรูปหนึ่งท่านมีนิสัยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ภิกษุรูปอื่น 4. คาสภุ าษติ ทางพระพทุ ธศาสนา เสมอ ทาให้ท่านได้รับอานิสงส์ คือ กลายเป็นผู้โชคดีในลาภ 5. คาสภุ าษติ ของฆราวาส สักการะโดยตลอดเป็นเพราะท่านปฏิบตั ติ ามหลกั ธรรมใด 8. ธรรมในข้อใดที่เป็นธรรมหวั ใจเศรษฐี คอื ทาให้บุคคลสามารถ 1. โภคอาทิยะ 5 2. อริยวัฑฒิ 5 สรา้ งทรัพย์และรักษาทรพั ย์ของตนเองให้ดารงอย่ไู ด้ 3. วุฒิธรรม 4 4. สาราณียธรรม 6 1. อบุ าสกธรรม 5 5. พระสทั ธรรม 3 2. โภคอาทยิ ะ 5 3. ผทู้ ี่ประกอบอาชพี คา้ ขายควรเนน้ หลักธรรมใดไปปฏบิ ตั ิ 3. อริยวัฑฒิ 5 1. วุฒิธรรม 4 2. มิจฉาวณิชชา 5 4. ทิฏฐธัมมิกัตถสังวัตตนกิ ธรรม 4 3. ปาปณิกธรรม 3 4. พระสัทธรรม 3 5. ปาปณกิ รรม 3 5. อุปาทาน 4 9. การรู้จักความพอประมาณในปจั จัย 4 เป็นความหมายมงคล 4. ธรรมในข้อใดที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นซ่ึงเป็นส่ิงที่ขวางก้ันความ 38 ในขอ้ ใด เจริญของจติ ในการฝกึ สติ 1. เขม 2. ตโป 1. นิวรณ์ 5 2. มจิ ฉาวณิชชา 5 3. สนฺตุฏฐฺ ี 4. วิรช 3. วติ ก 3 4. โลกธรรม 8 5. อโสก 5. อปุ าทาน 4 10. ในการศึกษาเลา่ เรียน นักเรียนควรยึดพุทธศาสนสุภาษิตใด 5. การประพฤตติ นให้เปน็ ผู้มีระเบียบวินัยไมก่ อ่ ความเดอื ดร้อน มาปฏบิ ัติ หรือเบียดเบียนผู้อื่น เป็นความหมายในข้อใดของหมวดธรรม 1. โกธ ฆตฺวา สุข เสติ ภาวนา 4 2. วายเมเถว ปุริโส ยาว อตถฺ สฺส นปิ ปฺ ทา 1. กายภาวนา 2. สีลภาวนา 3. อณิ าทาน ทกุ ฺข โลเก 3. จิตตภาวนา 4. ปญั ญาภาวนา 4. จติ ตฺ ทนตฺ สขุ าวห 5. เมตตาภาวนา 5. ปฏริ ปู การี ธรุ วา อุฏฺฐาตา วินทฺ เต ธน

แบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นเลอื กคาตอบท่ีถกู ตอ้ งทส่ี ุดเพียงคาตอบเดยี ว 1. หลกั ธรรมนยิ ามในขอ้ ใดผิดจากความเป็นจริง 6. หลักธรรมใดเป็นการดาเนินไปสู่การดับทุกข์ได้ตาม 1. อตุ ุนยิ าม : กฎธรรมชาติเกย่ี วกบั ความหมายของอริยสจั 4 สภาพภูมอิ ากาศ 1. มรรคมีองค์ 8 2. โลกธรรม 8 2. พชี นิยาม : กฎธรรมชาตเิ กยี่ วกับการสืบพนั ธุ์ 3. ขนั ธ์ 5 4. นิวรณ์ 5 3. จิตนิยาม : กฎธรรมชาติเกี่ยวกบั ด้านจติ วทิ ยา 5. วติ ก 3 4. กรรมนิยาม : กฎธรรมชาตทิ ี่เกี่ยวกบั 7. ข้อใดให้ความหมายพทุ ธศาสนสภุ าษติ ไดถ้ กู ตอ้ ง พฤติกรรมของมนษุ ยห์ รอื กฎแห่งกรรม 1. คาสภุ าษติ ของพระสงฆ์ 5. ธรรมนยิ าม : กฎธรรมชาตทิ เ่ี กีย่ วกับ 2. คาสภุ าษิตของพระเถระผใู้ หญ่ ความเป็นเหตุเปน็ ผลของส่งิ ต่าง ๆ 3. คาสภุ าษติ ของนกั ปราชญ์ทางพระพทุ ธศาสนา 2. พระภิกษุรูปหนึ่งท่านมีนิสัยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ภิกษุรูปอ่ืน 4. คาสภุ าษติ ทางพระพทุ ธศาสนา เสมอ ทาให้ท่านได้รับอานิสงส์ คือ กลายเป็นผู้โชคดีในลาภ 5. คาสภุ าษติ ของฆราวาส สักการะโดยตลอดเป็นเพราะท่านปฏิบัติตามหลกั ธรรมใด 8. ธรรมในข้อใดที่เป็นธรรมหวั ใจเศรษฐี คอื ทาให้บุคคลสามารถ 1. โภคอาทยิ ะ 5 2. อรยิ วฑั ฒิ 5 สรา้ งทรัพย์และรักษาทรพั ย์ของตนเองให้ดารงอย่ไู ด้ 3. วุฒิธรรม 4 4. สาราณียธรรม 6 1. อบุ าสกธรรม 5 5. พระสทั ธรรม 3 2. โภคอาทยิ ะ 5 3. ผทู้ ี่ประกอบอาชพี คา้ ขายควรเนน้ หลักธรรมใดไปปฏบิ ตั ิ 3. อริยวัฑฒิ 5 1. วุฒิธรรม 4 2. มจิ ฉาวณิชชา 5 4. ทิฏฐธัมมิกัตถสังวัตตนกิ ธรรม 4 3. ปาปณิกธรรม 3 4. พระสัทธรรม 3 5. ปาปณกิ รรม 3 5. อุปาทาน 4 9. การรู้จักความพอประมาณในปจั จัย 4 เป็นความหมายมงคล 4. ธรรมในข้อใดที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นซึ่งเป็นส่ิงที่ขวางก้ันความ 38 ในขอ้ ใด เจริญของจติ ในการฝกึ สติ 1. เขม 2. ตโป 1. นิวรณ์ 5 2. มิจฉาวณิชชา 5 3. สนฺตุฏฐฺ ี 4. วิรช 3. วติ ก 3 4. โลกธรรม 8 5. อโสก 5. อปุ าทาน 4 10. ในการศึกษาเลา่ เรียน นักเรียนควรยึดพุทธศาสนสภุ าษิตใด 5. การประพฤตติ นให้เปน็ ผู้มีระเบียบวินัยไมก่ อ่ ความเดือดร้อน มาปฏบิ ัติ หรือเบียดเบียนผู้อื่น เป็นความหมายในข้อใดของหมวดธรรม 1. โกธ ฆตฺวา สุข เสติ ภาวนา 4 2. วายเมเถว ปุริโส ยาว อตถฺ สฺส นปิ ปฺ ทา 1. กายภาวนา 2. สลี ภาวนา 3. อณิ าทาน ทกุ ฺข โลเก 3. จิตตภาวนา 4. ปัญญาภาวนา 4. จติ ตฺ ทนตฺ สขุ าวห 5. เมตตาภาวนา 5. ปฏริ ปู การี ธรุ วา อุฏฺฐาตา วินทฺ เต ธน

ชิน้ งานเร่ือง หลักธรรมในกรอบอริยสจั 4 วนั ที่________เดือน_______________พ.ศ.___________ ชอ่ื _____________________________เลขที่________ชน้ั ______ นกั เรยี นเลอื กหลกั ธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ทีก่ าหนดให้มา 1 หลกั ธรรม แล้วเสนอการนาไปประยกุ ตใ์ ช้ใน ชวี ติ ประจาวัน พรอ้ มบอกผลทเ่ี กิดข้นึ จากการปฏิบตั ลิ งในแผนภาพความคิด (ตวั อยำ่ งคำตอบ) ภาวนา 4 วุฒธิ รรม 4 พละ 5 อบุ าสกธรรม 5 ทฏิ ฐธมั มกิ ตั ถสังวัตตนิกธรรม 4 โภคอาทยิ ะ 5 หลกั ธรรมทเี่ ลือก แนวทางการนาหลกั ธรรมไปปฏบิ ัติ ใช้ในชีวติ ประจาวัน ..................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... .................................................................................... ..................................................................................... .................................................................................... ผลจากการปฏบิ ตั ิ ............................................................................................................................. ................................................................ ............................................................................................................................. ................................................................ .......................................................................................................................................................... ................................... ................................................................................................ ............................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................................ .

ช้นิ งานเรือ่ ง การเช่ือมั่นตอ่ ผลการทาความดีและความช่วั วันที่________เดอื น_______________พ.ศ.___________ ชอ่ื _____________________________เลขที่________ชน้ั ______ นกั เรยี นวเิ คราะห์การเชอ่ื มนั่ ต่อผลการทาความดีและความช่ัว ตามแนวทางของอรยิ สัจ 4 ลงในแผนภาพความคิดความคิด (ตวั อย่างคาตอบ) ผลทเ่ี กิดจากการทาความดี ผลที่เกิดจากการทาความชวั่ ..................................................................................... ...................................................................................... ..................................................................................... ...................................................................................... ..................................................................................... ...................................................................................... ..................................................................................... ...................................................................................... ..................................................................................... ................................................................................ แนวทางในการทาความดีเพอื่ ละเว้นจากความชั่ว • ผลท่เี กดิ ข้ึน .............................................................. ............................................................................................................................. ... ............................................................................................................................. ................................................................. ............................................................................................................................. ................................................................. ................................................................................................................................. ............................................................. ...................................................................... .................................................................................................................. ......

แบบบันทึกสรุปผลการเรียนรู้สาหรับผเู้ รียน ชอ่ื -นามสกลุ _______________________________ เลขท่ี _________ ชั้น ___________ วนั ที่ _________________________ เดือน _______________________ พ.ศ. ___________ คาชีแ้ จง นกั เรียนบันทึกสรุปผลการเรียนรจู้ ากหน่วยการเรยี นรูน้ ี้ นกั เรียนยงั ไม่เขา้ ใจเร่อื งใดอีกบ้าง นักเรียนมคี วามร้สู ึกอยา่ งไร นกั เรยี นไดร้ ับความรเู้ ร่ืองใดบา้ ง ที่เกี่ยวกบั หน่วยการเรยี นรู้นี้ หลังจากทเี่ รยี นหน่วยการเรียนรนู้ ี้ จากหน่วยการเรยี นรนู้ ี้ ซงึ่ ต้องการใหค้ รอู ธบิ ายเพม่ิ เติม แลว้ ........................................................ ............................................................... .......................................................... ........................................................ ............................................................... .......................................................... ........................................................ ............................................................... .......................................................... ........................................................ ............................................................... .......................................................... ........................................................ ............................................................... .......................................................... ........................................................ ............................................................... .......................................................... ........................................................ ............................................................... ........................................................ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ นกั เรยี นจะสามารถนาความรูค้ วาม หลกั ธรรมทาง นักเรยี นได้ทากจิ กรรมอะไรบ้าง เขา้ ใจจากหน่วยการเรยี นร้นู ไี้ ปใช้ พระพทุ ธศาสนา ในหนว่ ยการเรียนรนู้ ี้ ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวันไดอ้ ย่างไร ผลงานทน่ี กั เรยี นชอบและต้องการ ........................................................ บ้าง คัดเลือกเป็นผลงานดีเด่นจาก ........................................................ ............................................................... หน่วยการเรียนรู้นค้ี อื ผลงานใดบา้ ง ........................................................ ............................................................... ........................................................ ............................................................... เพราะอะไร ........................................................ ............................................................... ............................................................ ........................................................ ............................................................... ............................................................ ........................................................ ............................................................... ............................................................ ........................................................ ............................................................... ............................................................ ....... ............................................................ ............................................................ ............................................................

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๓ กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๖ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ พระรตั นตรัย เรื่อง พทุ ธสาวก พทุ ธสาวิกา พุทธศาสนิกชนตวั อยา่ ง และชาดกใพระพุทธศาสนา ภาคเรียนท่ี ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ เวลาเรยี น ๒ ชว่ั โมง/สัปดาห์ หนว่ ยกิต ๑ (นน./นก.) ผู้สอน นายนกิ ร ไชยบตุ ร โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ ๓๑ เวลา ๔ ชวั่ โมง ๑. สาระสาคญั นักเรียนเข้าใจว่า ประวตั ขิ องพทุ ธสาวก พุทธสาวิกา พทุ ธศาสนิกชนตวั อยา่ ง และชาดก เป็น เร่ืองราวการปฏิบัติตนของผู้นับถือพระพุทธศาสนาต้ังแต่พุทธกาลจนถึงปัจจุบัน เพ่ือนามาเป็น แบบอยา่ ง ในการดาเนนิ ชวี ติ ๒. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชีว้ ัดชน้ั ปี/ผลการเรียนร้/ู เป้าหมายการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ส 1.1 รูแ้ ละเข้าใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาที่ตนนับถือและศาสนาอ่ืน มีศรัทธาท่ีถูกต้อง ยึดม่ัน และปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่ออยู่ร่วมกนั อยา่ งสันติสขุ ตัวช้วี ัดชัน้ ปี/ผลการเรียนรู้ ส 1.1 ม.4-6/14 วิเคราะห์ข้อคิดและแบบอย่างการดาเนินชีวิตจากประวัติสาวก ชาดก เร่ืองเล่า และศาสนิกชนตัวอยา่ งตามท่กี าหนด ๓. จุดประสงค์การเรยี นรู้ ๓.๑ ด้านความรู้ : Knowledge 1. ประเมินความรู้ เรื่อง พุทธสาวก พุทธสาวิกา พุทธศาสนิกชนตัวอย่าง และชาดก (K) ดว้ ยแบบทดสอบ ๓.๒ ด้านทักษะ/กระบวนการ : Process 2. ประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน 3. ประเมินชิ้นงาน เร่ือง พุทธสาวก พุทธสาวิกา พุทธศาสนิกชนตัวอย่าง และชาดกใน พระพทุ ธศาสนา (P) ด้วยแบบประเมนิ ๓.๓ ดา้ นคณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์ : Attitude 4. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใฝ่เรียนรู้ (A) ด้วยแบบ ประเมนิ ๔. สมรรถนะสาคญั ของนักเรยี น 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 2. ความสามารถในการคดิ 3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

๕. คุณลกั ษณะของวชิ า ๑. ความรบั ผิดชอบ ๒. ความรอบคอบ ๓. กระบวนการกลุ่ม ๖. ชน้ิ งาน/ภาระงาน ช้นิ งานเรื่อง พทุ ธสาวก พทุ ธสาวกิ า พุทธศาสนกิ ชนตัวอย่าง และชาดกในพระพุทธศาสนา ๗. กิจกรรมการเรียนรู้ ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกีย่ วกับประวัติพุทธสาวก พุทธสาวิกาในสมัยพุทธกาลที่นักเรียน รูจ้ ัก 2.ตัวแทนนักเรียนออกมาเล่าเกี่ยวกับประวัติพุทธสาวก พุทธสาวิกาท่ีตนเองเคยศึกษาให้ เพอื่ นฟงั หน้าชน้ั เรยี น 3. นกั เรยี นร่วมกันสนทนาเก่ียวกบั พทุ ธสาวกในปัจจุบนั แลว้ ตอบคาถาม 4. นักเรียนรว่ มกนั สนทนาเกี่ยวกับบุคคลสาคัญทางพระพุทธศาสนาท่ีนักเรียนรู้จัก โดยตอบ คาถาม 5. นกั เรยี นร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกับชาดก โดยตอบคาถาม 6. นักเรียนร่วมกันศึกษาและรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับเร่ือง พุทธสาวก พุทธสาวิกา พทุ ธศาสนิกชนตัวอยา่ งและชาดกในพระพุทธศาสนา จากหนังสอื เรยี นและแหล่งการเรยี นรอู้ ืน่ เพ่มิ เติม ขนั้ สอน 7. นกั เรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกบั บทบาทสาคญั ต่อพระพทุ ธศาสนาและคุณธรรม ของพระอัสสชิ พระอนรุ ทุ ธะ พระอานนท์ พระองคลุ มิ าล พระนาคเสน พระกีสาโคตมเี ถรี พระปฏาจา ราเถรี พระธัมมทินนาเถรี พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต สมเด็จพระวันรตั (เฮง เขมจารี) พระธรรมโกศา จารย์ (พทุ ธทาสภิกข)ุ พระพรหมมงั คลาจารย์ (ปญั ญานนั ทภิกข)ุ พระโพธญิ าณเถร (ชา สภุ ทฺโท) และ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ท่ีนักเรียนควรยึดถือเป็นแบบอย่าง โดยบันทึกคาตอบ เป็นแผนภาพความคดิ บนกระดาน 8. นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั พทุ ธศาสนกิ ชนตัวอยา่ ง แล้วตอบคาถาม 9. นักเรียนรว่ มกนั วเิ คราะห์เก่ยี วกับคุณธรรมแบบอย่างทด่ี ขี องสมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช จูฬสุภัททา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สุมนมาลาการ พระนางมัลลิกา อนาคาริก ธรรมปาละ หมอชีวก โกมารภัจจ์ ดร.เอ็มเบดการ์ จิตตคหบดี สุชีพ ปุญญานุภาพ แล้วสรุปเป็น ความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคดิ บนกระดาน 10. นกั เรยี นรว่ มกันเสนอแนวทางการนาคณุ ธรรมแบบอย่างท่ีดขี องพุทธศาสนกิ ชนตวั อย่าง ไปปฏบิ ตั ิ พรอ้ มวิเคราะห์ผลทเ่ี กดิ ขึ้นจากการปฏบิ ตั ิลงในแผนภาพความคิด 11. นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับข้อคิดที่ได้จากเวสสันดรชาดก แนวทางการ นาข้อคิดไปใช้ในการดาเนินชีวติ และผลท่ีเกิดขึ้น โดยบันทึกคาตอบลงในแผนภาพความคิด แล้วสรุป เปน็ ความคดิ รวบยอด

12. นกั เรยี นคิดประเมินเพ่อื เพ่ิมคณุ คา่ แลว้ สรุปเปน็ ความคิดรวบยอด โดยตอบคาถาม ขนั้ สรุป 13. นักเรียนแบ่งกลุ่มเลือกวิเคราะห์ประวัติพุทธสาวก พุทธสาวิกาที่กลุ่มสนใจมา 1 ท่าน พร้อมบอกเหตุผลท่ีสนใจ คุณธรรมแบบอย่างท่ีดี แนวทางการนาแบบอย่างท่ีดีไปปฏิบัติ และผลที่ เกิดข้นึ จากการปฏบิ ตั ลิ งในแบบบันทึก 14. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 2-3 คน สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับประวัติ บทบาทสาคัญต่อ พระพุทธศาสนา คุณธรรมแบบอย่างท่ีดีของพุทธศาสนิกชนตัวอย่างที่สนใจมา 1 ท่าน แล้ววิเคราะห์ แนวทางการนาคณุ ธรรมแบบอย่างท่ดี ไี ปปฏิบตั ิ และผลที่เกดิ ข้นึ จากการปฏิบตั ิลงในแผนภาพความคิด 15. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่ม แล้วส่งตัวแทนออกมาจับสลากเลือกแสดงบทบาท สมมุติเป็นตัวละครในชาดกท่ีจับสลากได้ให้เพอ่ื นดูหน้าช้ันเรยี น จากน้ันแต่ละกลุ่มร่วมกันสรปุ ส่ิงทไ่ี ด้ จากการแสดงบทบาทสมมุติลงในสมดุ บันทึกของตนเอง 16. นักเรียนสลายกลุ่ม แล้วเลือกข้อคิดแบบอย่างการดาเนินชีวิตจากประวัติพุทธสาวก พุทธสาวิกา พุทธศาสนิกชนตัวอย่าง และชาดกท่ีนักเรียนช่ืนชอบมาอย่างละ 1 เร่ือง แล้วบันทึกสรุป ความรู้ลงในชิ้นงาน เร่ือง พุทธสาวก พุทธสาวิกา พุทธศาสนิกชนตัวอย่าง และชาดกใน พระพุทธศาสนา 17. นักเรียนตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยของผลงานและชิ้นงาน หากพบข้อผิดควร ปรบั ปรุงแก้ไขให้ดขี ึ้น 18. นักเรียนสรุปส่งิ ท่เี ข้าใจเปน็ ความรรู้ ว่ มกนั ดงั นี้ ประวัติของพุทธสาวก พุทธสาวิกา พุทธศาสนิกชนตัวอย่าง และชาดก เป็นเร่ืองราวการ ปฏิบัติตนของผู้นับถือพระพุทธศาสนาตั้งแต่พุทธกาลจนถึงปัจจุบัน เพ่ือนามาเป็นแบบอย่างในการ ดาเนินชีวิต 19. นักเรยี นออกมานาเสนอผลงานหน้าชัน้ เรียน 20. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทางานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการ ทางานท่ีมีแบบแผน 21. นกั เรียนรว่ มกันจดั ทาหนังสอื เลม่ เลก็ หรือแผ่นพบั เพอื่ เผยแพรค่ วามรู้เกีย่ วกับพุทธสาวก พทุ ธสาวิกาใหบ้ ุคคลอ่ืนไดศ้ กึ ษา เพ่ือให้ไดข้ ้อคดิ คณุ ธรรมแบบอยา่ งทีด่ ไี ปปรบั ใชใ้ นการดาเนินชวี ิต 22. นักเรียนร่วมกันจัดป้ายนิเทศเผยแพร่ประวัติและผลงานของพุทธสาวกให้บุคคลอ่ืนได้ ศึกษาและนาแบบอยา่ งท่ีดีไปเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป 23. นักเรียนร่วมกันจัดป้ายนิเทศเผยแพร่ประวัติและผลงานของพุทธศาสนิกชนตัวอย่าง เพือ่ ใหบ้ คุ คลอ่ืนไดศ้ กึ ษาและนาแบบอยา่ งทีด่ ีไปเป็นแนวทางปฏบิ ัติตอ่ ไป 24. นักเรียนร่วมกันจัดกิจกรรมแสดงละครเวที ละครธรรมะจากชาดกให้สมาชิกในโรงเรยี น หรอื บคุ คลทั่วไปได้ดู เพ่ือสร้างความสนุกสนานเพลดิ เพลนิ และข้อคดิ ท่ดี ใี ห้ผู้ชมได้นาไปปรบั ใช้ในการ ดาเนินชวี ติ 25. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลงั การเรยี นและหลงั การทากจิ กรรม ในประเด็นตอ่ ไปนี้ • สิ่งที่นกั เรียนไดเ้ รียนรใู้ นวนั นคี้ ืออะไร

• นกั เรยี นมีสว่ นรว่ มกจิ กรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพยี งใด •เพื่อนนกั เรียนในกลุ่มมีสว่ นรว่ มกิจกรรมในกล่มุ มากน้อยเพียงใด • นกั เรียนพอใจกบั การเรยี นในวนั นี้หรอื ไม่ เพยี งใด • นักเรียนจะนาความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมท่ัวไปได้ อย่างไร จากน้ันแลกเปล่ียนตรวจสอบขั้นตอนการทางานทุกข้ันตอนว่าจะเพ่ิมคุณค่าไปสู่สังคมเกิด ประโยชน์ตอ่ สงั คมให้มากขนึ้ กว่าเดมิ ในข้ันตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในคร้งั ต่อไป ๘. สื่อการเรียนการสอน / แหลง่ เรยี นรู้ 1. หนังสือเรยี น รายวชิ าพื้นฐาน พระพุทธศาสนา ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 4-6 ของสถาบนั พัฒนาคณุ ภาพวิชาการ (พว.) 2. แหล่งการเรียนรูท้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ๙. การวัดผลและประเมนิ ผล แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม รายการการประเมิน ระดบั คุณภาพ กระบวนการ 4 32 1 ทางานกลมุ่ มีการกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไม่มกี ารกาหนด สมาชิกชดั เจน บทบาทสมาชกิ และมีการชแ้ี จง สมาชิกชัดเจน เฉพาะหัวหน้า และไมม่ ีการชแ้ี จง เป้าหมาย เปา้ หมาย สมาชิก มีการชี้แจงเป้าหมาย ไมม่ ีการช้ีแจงเป้าหมาย ต่างคนต่างทางาน การทางาน มีการปฏิบตั ิงานร่วมกัน อยา่ งชดั เจนและ อยา่ งชดั เจน อย่างร่วมมอื ร่วมใจ พร้อมกับการประเมนิ ปฏบิ ตั งิ านรว่ มกัน ปฏิบัตงิ านรว่ มกนั เป็นระยะ ๆ แต่ไมม่ กี ารประเมนิ ไมค่ รบทุกคน เป็นระยะ ๆ

แบบประเมินชิ้นงาน เรื่อง พทุ ธสาวก พทุ ธสาวิกา พทุ ธศาสนิกชนตัวอย่าง และชาดกในพระพทุ ธศาสนา รายการการประเมนิ ระดบั คุณภาพ อธิบายข้อคิด 4 32 1 แบบอย่าง การดาเนินชวี ิตจาก อธิบายข้อคดิ อธิบายข้อคดิ อธบิ ายขอ้ คดิ อธิบายข้อคิด ประวตั พิ ทุ ธสาวก แบบอย่างการดาเนิน แบบอยา่ งการดาเนิน พทุ ธสาวิกา ชีวติ จากประวัติพทุ ธ แบบอยา่ งการดาเนิน แบบอยา่ งการดาเนิน ชวี ิตจากประวัติพทุ ธ พุทธศาสนกิ ชน สาวก พุทธสาวิกา สาวก พทุ ธสาวิกา ตวั อยา่ ง และชาดก พุทธศาสนกิ ชนตวั อยา่ ง ชีวติ จากประวัติพทุ ธ ชีวิตจากประวัติพทุ ธ พทุ ธศาสนิกชนตวั อยา่ ง และชาดกได้สัมพันธ์กัน และชาดกไดส้ อดคลอ้ ง มกี ารเชือ่ มโยง สาวก พทุ ธสาวกิ า สาวก พุทธสาวกิ า กับข้อมลู และไม่มีการ ให้เหน็ เป็นภาพรวม อธิบายเพ่ิมเติม พทุ ธศาสนิกชนตัวอย่าง พุทธศาสนกิ ชนตวั อยา่ ง แสดงให้เหน็ ถึง ความสัมพันธ์ และชาดกได้ และชาดกได้สอดคลอ้ ง กับตนเองและผ้อู ื่น มกี ารจาแนกข้อมลู กบั ขอ้ มลู แสดงให้เหน็ ถงึ และเขยี นขยายความ ความสมั พนั ธก์ บั ตนเอง อธบิ ายให้อ่านเขา้ ใจงา่ ย อยา่ งมเี หตผุ ล รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ตัวชี้วัดท่ี 1.3 ศรทั ธา ยดึ ม่ัน และปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา พฤตกิ รรมบง่ ช้ี ดีเยี่ยม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไม่ผา่ น (0) 1.3.1 เขา้ ร่วมกจิ กรรม เขา้ รว่ มกิจกรรมทาง เข้ารว่ มกจิ กรรมทาง เข้าร่วมกิจกรรมทาง ไม่เข้าร่วมกิจกรรม ศาสนาท่ตี นนับถือ ศาสนาทต่ี นนบั ถอื ทางศาสนาที่ตนนับถือ ทางศาสนาที่ตนนบั ถือ ศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏบิ ตั ิตนตาม ปฏิบัติตนตาม หลักของศาสนา หลักของศาสนา 1.3.2 ปฏบิ ัตติ นตาม ปฏบิ ตั ิตนตาม อย่างสมา่ เสมอ ตามโอกาส หลกั ของศาสนาท่ีตนนับ หลกั ของศาสนา ถือ อย่างสมา่ เสมอ 1.3.3 เป็นแบบอย่างที่ เปน็ แบบอยา่ งท่ีดี ดขี องศาสนิกชน ของศาสนิกชน

ใฝเ่ รียนรู้ ตัวช้วี ดั ท่ี 4.1 ตั้งใจ เพยี รพยายามในการเรียนและเข้ารว่ มกจิ กรรมการเรยี นรู้ พฤติกรรมบง่ ชี้ ดเี ยีย่ ม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไม่ผ่าน (0) ไม่ต้งั ใจเรียน 4.1.1 ตัง้ ใจเรยี น เขา้ เรยี นตรงเวลา เข้าเรียนตรงเวลา เข้าเรยี นตรงเวลา 4.1.2 เอาใจใส่ ตง้ั ใจเรยี น เอาใจใส่ ต้ังใจเรยี น เอาใจใส่ ตัง้ ใจเรยี น เอาใจใส่ และมีความเพยี ร และมคี วามเพียร และมคี วามเพียร และมีความเพยี ร พยายาม พยายาม พยายาม พยายาม ในการเรยี นรู้ ในการเรียนรู้ มีส่วนรว่ ม ในการเรียนรู้ มสี ่วนร่วม ในการเรยี นรู้ มสี ่วนร่วม 4.1.3 สนใจเข้าร่วม ในการเรยี นรู้ และเขา้ ในการเรียนรู้ และเขา้ ในการเรยี นรู้ และเข้า กิจกรรมการเรยี นรู้ รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรู้ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ ตา่ ง ๆ ตา่ ง ๆ ต่าง ๆ ทง้ั ภายในและ ตา่ ง ๆ ทงั้ ภายในและภายนอก ภายนอก บางครง้ั โรงเรียนเป็นประจา โรงเรียนบ่อยครงั้ และเป็นแบบอย่างท่ีดี ตัวชว้ี ัดที่ 4.2 แสวงหาความร้จู ากแหล่งเรยี นรู้ตา่ งๆ ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรยี นดว้ ย การเลือกใช้ส่ืออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ สามารถนาไปใช้ใน ชวี ิตประจาวนั ได้ พฤตกิ รรมบ่งชี้ ดเี ยย่ี ม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไมผ่ ่าน (0) 4.2.1 ศึกษาค้นควา้ ศึกษาค้นคว้า ศึกษาคน้ ควา้ ศึกษาค้นคว้า ไมศ่ กึ ษาค้นคว้า หาความรู้จากหนงั สือ หาความรูจ้ ากหนังสอื หาความรู้ หาความรจู้ ากหนงั สือ หาความรู้จากหนังสอื เอกสาร สง่ิ พมิ พ์ เอกสาร สงิ่ พมิ พ์ สอื่ เทคโนโลยีต่าง ๆ เอกสาร ส่งิ พิมพ์ เอกสาร สง่ิ พิมพ์ สอ่ื เทคโนโลยี แหลง่ เรยี นรูท้ ั้งภายใน แหล่งเรียนรู้ และภายนอกโรงเรยี น สือ่ เทคโนโลยี สอ่ื เทคโนโลยี ทง้ั ภายในและภายนอก และเลอื กใชส้ อื่ ไดอ้ ยา่ ง โรงเรียน เลือกใชส้ ื่อ เหมาะสม และสารสนเทศ และสารสนเทศ ไดอ้ ย่างเหมาะสม 4.2.2 บนั ทกึ ความรู้ มกี ารบันทกึ ความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบ แหลง่ เรียนรทู้ ั้งภายใน แหล่งเรยี นรทู้ ้งั ภายใน จากส่ิงที่เรียนรู้ สรุปเปน็ องคค์ วามรู้ และภายนอกโรงเรียน และภายนอกโรงเรียน 4.2.3 แลกเปลย่ี น เลือกใช้สอื่ และเลือกใชส้ อื่ เรยี นรู้ ดว้ ยวิธกี ารตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ไดอ้ ย่างเหมาะสม เพ่ือนาไปใช้ ในชวี ิตประจาวัน มีการบันทกึ ความรู้ มกี ารบนั ทึกความรู้ วเิ คราะห์ข้อมลู วิเคราะห์ข้อมูล สรปุ เปน็ องคค์ วามรู้ สรปุ เปน็ องคค์ วามรู้ แลกเปลีย่ นเรยี นรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ดว้ ยวิธกี ารทห่ี ลากหลาย กบั ผู้อ่ืนได้ และเผยแพรแ่ ก่ และนาไปใช้ บุคคลทว่ั ไปนาไปใช้ ในชีวติ ประจาวนั ได้ ในชวี ิตประจาวันได้

๑๐. บนั ทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้ ๑๐.๑) ผลทเ่ี กิดขนึ้ กบั นักเรยี น ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๖ ด้านความรู้ จานวนนักเรยี นที่ผ่านเกณฑ.์ .....................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ................... จานวนนกั เรยี นที่ไมผ่ า่ นเกณฑ.์ .................คน คดิ เปน็ ร้อยละ................... ด้านทักษะกระบวนการ จานวนนักเรียนท่ผี า่ นเกณฑ์......................คน คิดเป็นรอ้ ยละ................... จานวนนักเรียนทีไ่ ม่ผ่านเกณฑ.์ .................คน คดิ เป็นร้อยละ................... ด้านคณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์ จานวนนกั เรียนที่ผา่ นเกณฑ์......................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ................... จานวนนกั เรียนที่ไมผ่ ่านเกณฑ.์ .................คน คิดเป็นรอ้ ยละ................... ด้านสมรรถนะผู้เรยี น จานวนนกั เรยี นท่ผี า่ นเกณฑ.์ .....................คน คิดเปน็ ร้อยละ................... จานวนนักเรยี นที่ไมผ่ ่านเกณฑ์..................คน คิดเป็นร้อยละ................... ๑๐.๒) ปัญหาและอปุ สรรค ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๑๐.๓) แนวทางการแกป้ ัญหา ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงช่อื )……………………………….…………… ( นายนกิ ร ไชยบตุ ร ) ตาแหน่ง ครู วนั ท.่ี .......เดอื น....................พ.ศ. ๒๕๖๔

๑๑. ความเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มสาระ/สายชน้ั ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชอ่ื )……………………………….…………… ( นางสาวศริ ิมา เมฆปัจฉาพิชิต ) หวั หน้ากลุ่มสาระสงั คมศึกษาฯ วนั ท.่ี .......เดือน....................พ.ศ. ๒๕๖๔ ๑๒. ความเหน็ ของฝ่ายวชิ าการ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชอ่ื )……………………………….…………… ( นายวิเศษ ฟองตา ) รองผูอ้ านวยการกลมุ่ บริหารงานวิชาการ วันที.่ .......เดือน....................พ.ศ. ๒๕๖๔

แบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ เร่ือง พทุ ธสาวก พทุ ธสาวิกา พทุ ธศาสนกิ ชนตัวอยา่ ง และชาดกใพระพทุ ธศาสนา คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นเลอื กคาตอบที่ถกู ต้องที่สุดเพียงคาตอบเดียว 1. ตน้ คดปลายตรงเปน็ ลักษณะของพระสาวกรปู ใด ๗. พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต เป็นแบบอย่างที่ดีของพระสงฆ์ ทางด้านใด 1. พระอานนท์ 2. พระอสั สชิ 1. ผมู้ ่งุ มั่นปฏิบตั ิธรรมเจริญกรรมฐาน 3. พระองคลุ มิ าล 4. พระนาคเสน 2. ผมู้ งุ่ มั่นศกึ ษาหาความรูท้ างดา้ นปริยตั ิ 5. พระอนุรุทธะ จนแตกฉาน 2. พระสาวกรูปใดท่มี ีความสัมพันธ์ในฐานะอาจารย์กบั ศิษย์ 3. ผ้ฉู ลาดในการแตง่ ตาราทางพระพทุ ธศาสนา 4. ผทู้ เ่ี ปน็ แบบอยา่ งในการแสวงหาความ 1. พระอสั สชิ พระสารีบุตร เจรญิ ทางการศกึ ษา 2. พระสารบี ุตร พระโมคคัลลานะ 5. ผู้ทเ่ี ครง่ ครัดในการทาวตั รไหว้พระสวดมนต์ 3. พระอานนท์ พระอนรุ ทุ ธะ ทุกเชา้ -เย็น 8. ข้อคิดท่ีได้จากการศึกษาประวัติของจูฬสุภัททาข้อใด ที่ 4. พระนาคเสน พระยามิลนิ ท์ นกั เรยี นควรนามาเป็นแบบอย่าง 5. พระองคุลิมาล พระอานนท์ 1. มีเมตตากรณุ าตอ่ ผอู้ ่นื 2. มคี วามอดทนอดกล้นั 3. มคี วามศรัทธา เล่อื มใสในพระพุทธศาสนา 3. พระอานนท์ท่านเป็นผู้มีปฏิปทาแบบอย่างที่ดีทางด้าน 4. มีความใฝใ่ จในการศกึ ษาธรรม การศึกษาอยา่ งไร 5. มคี วามเสียสละ 9. เหตกุ ารณ์ในชาดกเร่อื งใด ไม่สมั พันธก์ ัน 1. เปน็ ผู้มคี วามเพียรเป็นเลิศ 1. เวสสันดรชาดก : เปน็ ชาติท่พี ระพุทธเจา้ 2. เปน็ ผู้เลิศทางพหูสูต บาเพ็ญบารมีเปน็ ชาตสิ ุดท้าย 3. เป็นผเู้ ลศิ ทางด้านปัญญา 2. มโหสถชาดก : เป็นอดตี ชาติที่ พระพทุ ธเจ้าบาเพ็ญปัญญาบารมี 4. เปน็ ผ้เู ลิศทางดา้ นอทิ ธิปาฏิหาริย์ 3. มหาชนกชาดก : เป็นอดีตชาติที่ 5. เปน็ ผ้เู ลศิ ทางดา้ นประสบการณ์ พระพุทธเจ้าบาเพญ็ วริ ิยบารมี 4. พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ) มีความสัมพันธ์กับขอ้ 4. ชาดก : เป็นเรอ่ื งราวทพี่ ุทธสาวก นามาประกอบการแสดงธรรม ใด 5. สวุ ัณณหงั สชาดก : เปน็ อดีตชาติที่ 1. หนงั สือพจนานกุ รมพทุ ธศาสตร์ พระพทุ ธเจ้าเกดิ เป็นพราหมณ์ 2. สวนโมกขพลาราม 3. วดั หนองป่าพง 10. พระมหากษตั ริย์พระองค์ใดท่ที รงมีพระทัยหนกั แนน่ ในการ นบั ถอื พระพทุ ธศาสนา เหน็ ได้จากพระองคท์ รงปฏเิ สธการเขา้ รีต 4. หนังสือพุทธธรรม 5. รางวลั สังขเ์ งิน ศาสนาคริสต์ 5. “ก่อนหน้านี้เธอเข้าใจว่า ลูกของเธอเท่านั้นหรือท่ีตาย อัน 1. สมเด็จพระนารายณม์ หาราช 2. พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอย่หู ัว ความตายน้ันเป็นของธรรมดาท่ีมีคู่กับสัตว์ทั้งหลายที่เกิดมาใน 3. พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ โลก...” เป็นพระธรรมเทศนาท่ีพระพุทธเจ้าแสดงประทานแก่ จฬุ าโลกมหาราช 4. สมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราช ใคร 5. พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลัย 1. พระธมั มทินนาเถรี 2. พระปฏาจาราเถรี 3. พระอุบลวัณณาเถรี 4. พระกีสาโคตมเี ถรี 5. พระนางมัลลิกา ๖. พุทธศาสนิกชนตัวอย่างท่านใดเป็นบุคคลแรกท่ีนาเอา พระพุทธศาสนากลบั มาสมู่ าตภุ มู ิ ทาใหช้ าวอนิ เดยี จานวนหลาย ลา้ นคนหันมานับถือพระพทุ ธศาสนา 1. อนาคาริก ธรรมปาละ 2. Dr. Ambedkar 3. สชุ ีพ ปญุ ญานภุ าพ 4. มหาตมะคานธี 5. หมอชีวก โกมารภัจจ์

แบบทดสอบหลังเรยี น หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๑ เรอื่ ง พทุ ธสาวก พทุ ธสาวกิ า พุทธศาสนกิ ชนตัวอย่าง และชาดกใพระพุทธศาสนา คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบท่ีถกู ตอ้ งที่สุดเพียงคาตอบเดียว 1. พระสาวกรปู ใดทีม่ ีความสัมพันธใ์ นฐานะอาจารยก์ ับศษิ ย์ 6. พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภกิ ข)ุ มีความสมั พันธ์กับข้อใด 1. หนังสอื พจนานุกรมพุทธศาสตร์ 1. พระอสั สชิ พระสารีบุตร 2. สวนโมกขพลาราม 3. วดั หนองป่าพง 4. หนงั สือพุทธธรรม 5. รางวัลสังขเ์ งนิ 2. พระสารบี ตุ ร พระโมคคัลลานะ 7. ข้อคิดท่ีได้จากการศึกษาประวัติของจูฬสุภัททาข้อใด ที่ 3. พระอานนท์ พระอนุรุทธะ นักเรยี นควรนามาเป็นแบบอย่าง 4. พระนาคเสน พระยามลิ ินท์ 1. มเี มตตากรณุ าต่อผอู้ ่ืน 2. มีความอดทนอดกล้นั 5. พระองคุลิมาล พระอานนท์ 3. มีความศรทั ธา เล่ือมใสในพระพทุ ธศาสนา 4. มคี วามใฝใ่ จในการศึกษาธรรม 2. พระอานนท์ท่านเป็นผู้มีปฏิปทาแบบอย่างท่ีดีทางด้าน 5. มคี วามเสียสละ การศึกษาอยา่ งไร 8. พระมหากษัตริย์พระองคใ์ ดทท่ี รงมพี ระทยั หนักแนน่ ในการนับ ถือพระพุทธศาสนา เห็นได้จากพระองค์ทรงปฏิเสธการเข้ารีต 1. เปน็ ผู้มคี วามเพียรเป็นเลศิ ศาสนาคริสต์ 2. เปน็ ผเู้ ลศิ ทางพหสู ตู 1. สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช 2. พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอย่หู วั 3. เป็นผู้เลิศทางด้านปัญญา 3. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจฬุ าโลกมหาราช 4. สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 4. เปน็ ผู้เลศิ ทางดา้ นอทิ ธิปาฏิหาริย์ 5. พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลยั 9. พุทธศาสนิกชนตัวอย่างท่านใดเป็นบุคคลแรกท่ีนาเอา 5. เป็นผู้เลิศทางด้านประสบการณ์ พระพุทธศาสนากลับมาสู่มาตุภูมิ ทาให้ชาวอินเดียจานวนหลาย 3. ต้นคดปลายตรงเป็นลกั ษณะของพระสาวกรปู ใด ล้านคนหนั มานับถอื พระพทุ ธศาสนา 1. พระอานนท์ 2. พระอสั สชิ 1. อนาคารกิ ธรรมปาละ 2. Dr. Ambedkar 3. สุชพี ปญุ ญานภุ าพ 4. มหาตมะคานธี 3. พระองคุลมิ าล 4. พระนาคเสน 5. หมอชีวก โกมารภจั จ์ 10. เหตุการณ์ในชาดกเรือ่ งใด ไมส่ ัมพันธ์กนั 5. พระอนรุ ุทธะ 1. เวสสนั ดรชาดก : เปน็ ชาติทพี่ ระพุทธเจ้า 4. “ก่อนหน้าน้ีเธอเข้าใจว่า ลูกของเธอเท่าน้ันหรือท่ีตาย อัน บาเพญ็ บารมีเป็นชาติสดุ ท้าย 2. มโหสถชาดก : เปน็ อดีตชาติทีพ่ ระพุทธ ความตายนั้นเป็นของธรรมดาทม่ี ีคกู่ บั สตั ว์ เจา้ บาเพ็ญปญั ญาบารมี ทั้งหลายท่ีเกิดมาในโลก...” เป็นพระธรรมเทศนาที่ 3. มหาชนกชาดก : เป็นอดตี ชาตทิ ี่พระพุทธ พระพทุ ธเจ้าแสดงประทานแกใ่ คร เจ้าบาเพ็ญวริ ิยบารมี 1. พระธัมมทินนาเถรี 2. พระปฏาจาราเถรี 4. ชาดก : เปน็ เร่อื งราวทพี่ ทุ ธสาวก นามาประกอบการแสดงธรรม 3. พระอุบลวัณณาเถรี 4. พระกีสาโคตมีเถรี 5. สวุ ัณณหังสชาดก : เป็นอดีตชาตทิ พ่ี ระพทุ ธ 5. พระนางมลั ลิกา เจา้ เกดิ เปน็ พราหมณ์ 5. พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต เป็นแบบอย่างท่ีดีของพระสงฆ์ ทางดา้ นใด 1. ผูม้ ุ่งมั่นปฏบิ ตั ธิ รรมเจรญิ กรรมฐาน 2. ผมู้ ่งุ ม่นั ศึกษาหาความรูท้ างดา้ นปริยัติ จนแตกฉาน 3. ผู้ฉลาดในการแต่งตาราทางพระพทุ ธศาสนา 4. ผู้ทเี่ ปน็ แบบอย่างในการแสวงหาความ เจรญิ ทางการศกึ ษา 5. ผู้ทเ่ี ครง่ ครัดในการทาวตั รไหว้พระสวดมนต์ ทุกเช้า-เยน็

ชิน้ งานเร่ือง พทุ ธสาวก พทุ ธสาวกิ า พุทธศาสนกิ ชนตัวอยา่ ง และชาดก ในพระพทุ ธศาสนา วนั ท่ี________เดอื น_______________พ.ศ.___________ ชอ่ื _____________________________เลขที่________ชน้ั ______ นกั เรยี นเลอื กขอ้ คิดแบบอย่างการดาเนนิ ชีวติ จากประวตั พิ ทุ ธสาวก พุทธสาวิกา พทุ ธศาสนกิ ชนตวั อยา่ งและชาดกที่ นกั เรยี นช่ืนชอบมาอย่างละ 1 ตัวอย่าง สรปุ ความรู้ลงในแผนภาพความคิด (ตวั อย่างคำตอบ) ช่ือพุทธสาวก/สาวกิ า .......................................................... ผลจากการปฏิบัติ ข้อคิดแบบอย่างการดาเนินชวี ติ ตอ่ ตนเอง ............................................................................................... ............................................................................................... ............................................................................................... ............................................................................................... ............................................................................................... ............................................................................................... ............................................................................................... ............................................................................................... ............................................................................................... ............................................................................................... ............................................................................................... ต่อสังคม ............................................................................................... ................................................................................................. ............................................................................................... ................................................................................................. ............................................................................................... ................................................................................................. ................................................................................................. ชื่อพุทธศาสนิกชนตัวอยา่ ง ................................................................................................. ................................................................................................. . ................................................................................................. ข้อคดิ แบบอย่างการดาเนินชีวติ ผลจากการปฏิบตั ิ ................................................................................................. ตอ่ ตนเอง ................................................................................................. ............................................................................................... ................................................................................................. ............................................................................................... ................................................................................................. ............................................................................................... ................................................................................................. ............................................................................................... ............................................................................................... ต่อสงั คม ............................................................................................... ............................................................................................... ............................................................................................... ............................................................................................... ...............................................................................................

ช่ือชาดก ผลจากการปฏิบัติ ............................................................................................... ต่อตนเอง ............................................................................................... ............................................................................................... ข้อคิดแบบอย่างการดาเนินชีวิต ............................................................................................... ............................................................................................... ............................................................................................... ............................................................................................... ............................................................................................... ............................................................................................... ............................................................................................... ............................................................................................... ตอ่ สังคม ................................................................................................. ............................................................................................... ............................................................................................... ................................................................................................. ............................................................................................... ............................................................................................... ................................................................................................. ............................................................................................... ................................................................................................. .................................................................................................

แบบบันทกึ สรุปผลการเรยี นรู้สาหรบั ผ้เู รยี น ชอ่ื -นามสกลุ _______________________________ เลขท่ี _________ ชั้น ___________ วันท่ี _________________________ เดือน _______________________ พ.ศ. ___________ คาชแ้ี จง นักเรยี นบันทึกสรุปผลการเรยี นร้จู ากหนว่ ยการเรียนรนู้ ้ี นักเรียนยังไมเ่ ขา้ ใจเร่อื งใดอีกบ้าง นักเรยี นมีความรู้สกึ อยา่ งไร นักเรียนไดร้ ับความรเู้ ร่ืองใดบ้าง ที่เกี่ยวกบั หน่วยการเรียนรู้นี้ หลงั จากที่เรยี นหน่วยการเรยี นรนู้ ี้ จากหนว่ ยการเรยี นรูน้ ี้ ซง่ึ ต้องการให้ครูอธิบายเพม่ิ เติม แล้ว .................................................. ........................................................ .................................................... .................................................. ........................................................ .................................................... .................................................. ........................................................ .................................................... .................................................. ......................................................... .................................................... ......... นักเรียนจะสามารถนาความรู้ความ หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๑ นักเรียนไดท้ ากจิ กรรมอะไรบ้าง เข้าใจจากหนว่ ยการเรียนร้นู ไี้ ปใช้ พทุ ธสาวก พุทธสาวกิ า ในหน่วยการเรยี นรูน้ ้ี ประโยชน์ในชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร พุทธศาสนกิ ชนตวั อยา่ ง และชาดก ................................................. บา้ ง ในพระพุทธศาสนา ........................................................ ................................................. ผลงานทน่ี ักเรยี นชอบและตอ้ งการ ........................................................ คัดเลือกเป็นผลงานดีเด่นจาก ................................................. หน่วยการเรียนรู้นคี้ อื ผลงานใดบ้าง ........................................................ ................................................. เพราะอะไร ......................................................... ..................................................... ..................................................... ..................................................... ..................................................... ...................................................... ..........................................................


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook