หลกั สูตรปฐมวัย โรงเรยี นวัดสายลําโพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั (พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๙๕ การเตรียมการก่อนการสัมภาษณ์ ผ้สู อนควรปฏิบตั ิ ดงั นี้ - กําหนดวตั ถปุ ระสงคข์ องการสัมภาษณ์ - กาํ หนดคําพดู /คําถามที่จะพดู กบั เด็ก ควรเปน็ คาํ ถามที่เด็กสามารถตอบโต้ หลากหลาย ไม่ผิด/ถูก การปฏบิ ัตขิ ณะสมั ภาษณ์ - ผูส้ อนควรสร้างความค้นุ เคยเปน็ กนั เอง - ผสู้ อนควรสรา้ งสภาพแวดลอ้ มทีอ่ บอนุ่ ไม่เครง่ เครยี ด - ผสู้ อนควรเปดิ โอกาสเวลาให้เด็กมโี อกาสคิดและตอบคําถามอย่างอิสระ - ระยะเวลาสมั ภาษณ์ไม่ควรเกิน ๑๐ - ๒๐ นาที ๔. การรวบรวมผลงานที่แสดงออกถึงความก้าวหน้าแต่ละด้านของเด็กเป็นรายบุคคล โดยจัดเก็บรวบรวมไว้ในแฟูมผลงาน (portfolio) ซ่ึงเป็นวิธรี วบรวมและจดั ระบบข้อมลู ต่างๆท่ีเก่ียวกับตวั เดก็ โดยใชเ้ ครอื่ งมือตา่ งๆรวบรวมเอาไว้อยา่ งมีจุดมงุ่ หมายทชี่ ัดเจน แสดงการเปลี่ยนแปลงของพัฒนาการ แต่ละด้าน นอกจากนีย้ งั รวมเคร่ืองมืออ่ืนๆ เช่น แบบสอบถามผ้ปู กครอง แบบสงั เกตพฤติกรรม แบบบันทึก สขุ ภาพอนามัย ฯลฯ เอาไวใ้ นแฟมู ผลงาน เพ่อื ผู้สอนจะไดข้ ้อมลู เก่ียวกับตัวเด็กอยา่ งชัดเจนและถกู ต้อง การเก็บผลงานของเด็กจะไม่ถือวา่ เปน็ การประเมนิ ผลถา้ งานแต่ละช้นิ ถกู รวบรวมไว้โดยไมไ่ ด้รับการประเมนิ จากผสู้ อนและไม่มกี ารนําผลมาปรบั ปรงุ พฒั นาเดก็ หรือปรับปรงุ การสอนของผู้สอน ดังนั้นจงึ เปน็ แตก่ าร สะสมผลงานเท่านน้ั เชน่ แฟูมผลงานขีดเขยี น งานศลิ ปะ จะเปน็ เพียงแค่แฟูมผลงานที่ไม่มีการประเมิน แฟมู ผลงานน้ีจะเป็นเคร่ืองมือการประเมินต่อเน่ืองเมื่องานท่สี ะสมแต่ละชนิ้ ถกู ใชใ้ นการบ่งบอกความกา้ วหน้า ความตอ้ งการของเด็ก และเป็นการเก็บสะสมอยา่ งต่อเนื่องทีส่ รา้ งสรรคโ์ ดยผูส้ อนและเด็ก ผสู้ อนสามารถใชแ้ ฟูมผลงานอยา่ งมีคณุ ค่าสือ่ สารกับผ้ปู กครองเพราะการเกบ็ ผลงานเด็ก อยา่ งต่อเนือ่ งและสมํ่าเสมอในแฟูมผลงานเป็นขอ้ มลู ให้ผ้ปู กครองสามารถเปรยี บเทียบความก้าวหน้าท่ีลูก ของตนมเี พิ่มข้ึน จากผลงานชิ้นแรกกับช้ินต่อๆมาข้อมูลในแฟูมผลงานประกอบดว้ ย ตัวอย่างผลงานการ เขียดเขียน การอา่ น และข้อมูลบางประการของเด็กที่ผูส้ อนเป็นผู้บันทกึ เช่นจาํ นวนเลม่ ของหนงั สือทเี่ ดก็ อ่าน ความถี่ของการเลือกอ่านที่มมุ หนังสือในชว่ งเวลาเลือกเสรี การเปลี่ยนแปลงอารมณ์ ทศั นคติ เปน็ ตน้ ขอ้ มลู เหลา่ น้ีจะสะท้อนภาพของความงอกงามในเด็กแต่ละคนไดช้ ดั เจนกวา่ การประเมินโดยการใหเ้ กรด ผสู้ อนจะต้องชแ้ี จงให้ผปู้ กครองทราบถึงที่มาของการเลือกชนิ้ งานแต่ละชิ้นงานท่สี ะสมในแฟูมผลงาน เช่น เป็นชิ้นงานทดี่ ที ีส่ ดุ ในช่วงระยะเวลาทเี่ ลอื กชนิ้ งานนนั้ เป็นช้ินงานที่แสดงความต่อเนื่องของงานโครงการ ฯลฯ ผสู้ อนควรเชิญผู้ปกครองมามสี ่วนรว่ มในการคัดสรรชนิ้ งานที่บรรจลุ งในแฟูมผลงานของเด็ก ๕. การประเมนิ การเจรญิ เตบิ โตของเดก็ ตวั ชีข้ องการเจริญเติบโตในเดก็ ท่ีใชท้ ว่ั ๆไป ไดแ้ ก่ นํา้ หนัก สว่ นสงู เส้นรอบศรี ษะ ฟ๎น และการเจรญิ เติบโตของกระดูก แนวทางประเมินการ เจรญิ เติบโต มีดังน้ี
หลกั สตู รปฐมวยั โรงเรียนวดั สายลําโพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย (พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๙๖ ๕.๑ การประเมินการเจริญเติบโต โดยการชัง่ นา้ํ หนกั และวัดส่วนสงู เดก็ แลว้ นําไป เปรียบเทียบกับเกณฑป์ กติในกราฟแสดงน้ําหนักตามเกณฑ์อายุกระทรวงสาธารณสขุ ซง่ึ ใช้สําหรบั ตดิ ตาม การเจรญิ เตบิ โตโดยรวม วธิ ีการใช้กราฟมีขั้นตอน ดงั นี้ เมื่อช่ังน้าํ หนักเด็กแลว้ นํานาํ้ หนักมาจดุ เคร่ืองหมายกากบาทลงบนกราฟ และอา่ นการ เจรญิ เตบิ โตของเด็ก โดยดูเคร่ืองหมายกากบาทว่าอยู่ในแถบสใี ด อ่านข้อความบนแถบสีน้ัน ซ่งึ แบง่ ภาวะ โภชนาการเป็น ๓ กลุ่มคอื นํา้ หนักท่อี ยู่ในเกณฑป์ กติ น้ําหนกั มากเกนเกณฑ์ นํา้ หนักน้อยกวา่ เกณฑ์ ข้อควร ระวังสาํ หรบั ผู้ปกครองและผู้สอนคือ ควรดแู ลน้ําหนักเด็กอยา่ งให้แบ่งเบนออกจากเส้นประเมินมิเชน่ นั้นเด็ก มโี อกาสนํ้าหนกั มากเกนิ เกณฑห์ รอื นํ้าหนกั น้อยกว่าเกณฑ์ได้ ข้อครค านึงในการประเมินการเจรญิ เติบโตของเด็ก - เดก็ แตล่ ะคนมีความแตกต่างกนั ในด้านการเจริญเตบิ โต บางคนรูปรา่ งอ้วน บาง คนช่วงคร่ึงหลังของขวบปีแรก นา้ํ หนักเดก็ จะขนึ้ ช้า เน่ืองจากหว่ งเล่นมากขึ้นและความอยากอาหารลดลง รา่ งใหญ่ บางคนรา่ งเลก็ - ภาวะโภชนาการเปน็ ตัวสาํ คญั ทีเ่ กย่ี วข้องกับขนาดของรูปรา่ ง แตไ่ ม่ใช่สาเหตุเดยี ว - กรรมพนั ธ์ุ เดก็ อาจมีรปู ร่างเหมอื นพ่อแมค่ นใดคนหนงึ่ ถา้ พ่อหรือแม่เต้ีย ลูกอาจ เต้ียและพวกนี้อาจมนี ํ้าหนักตํ่ากว่าเกณฑ์เฉลย่ี ได้และมกั จะเปน็ เด็กท่ีทานอาหารไดน้ ้อย ๕.๒ การตรวจสุขภาพอนามยั เปน็ ตัวชว้ี ดั คุณภาพของเด็ก โดยพิจารณาความสะอาดสง่ิ ปกตขิ อร่างกายทจ่ี ะส่งผลต่อการดําเนนิ ชวี ติ และการเจริญเตบิ โตของเด็ก ซง่ึ จะประเมินสขุ ภาพอนามยั ๙ รายการคือ ผมและศีรษะ หแู ละใบหู มือและเล็บมือ เทา้ และเลบ็ เท้า ปาก ล้นิ และฟ๎น จมูก ตา ผวิ หนังและ ใบหน้า และเสอ้ื ผ้า ๒.๓ เกณฑ์การประเมนิ พฒั นาการ การสร้างเกณฑห์ รือพัฒนาเกณฑห์ รอื กําหนดเกณฑ์การประเมินพฒั นาการของเดก็ ปฐมวัย ผสู้ อนควรให้ความสนใจในส่วนท่ีเกย่ี วข้อ ดังน้ี ๑. การวางแผนการสงั เกตพฤติกรรมของเด็กอยา่ งเป็นระบบ เชน่ จะสงั เกตเด็กคนใดบา้ ง ในแต่ละวนั กาํ หนดพฤติกรรมทีส่ งั เกตใหช้ ดั เจน จดั ทําตารางกําหนดการสังเกตเด็กเป็นรายบคุ คล รายกล่มุ ผู้สอนตอ้ งเลือกสรรพฤติกรรมทตี่ รงกบั ระดบั พฒั นาการของเด็กคนนั้นจริงๆ ๒. ในกรณีทีห่ ้องเรยี นมีนักเรียนจาํ นวนมาก ผูส้ อนอาจเลือกสงั เกตเฉพาะเดก็ ทที่ ําได้ดแี ล้ว และเด็กทยี่ งั ทําไม่ได้ ส่วนเดก็ ปานกลางให้ถือวา่ ทําได้ไปตามกจิ กรรม ๓. ผู้สอนตอ้ งสงั เกตจากพฤติกรรม คําพดู การปฏบิ ัติตามข้ันตอนในระหวา่ งทาํ งาน/ กจิ กรรม และคุณภาพของผลงาน/ชน้ิ งาน ร่องรอยท่ีนาํ มาใชพ้ จิ ารณาตดั สนิ ผลของการทํางานหรือการ ปฏบิ ัติ ตวั อยา่ งเชน่
หลกั สูตรปฐมวยั โรงเรยี นวดั สายลําโพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวยั (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๙๗ ๑) เวลาทีใ่ ช้ในการทาํ กจิ กรรม/ทาํ งาน ถ้าเด็กไมช่ อบ ไมช่ ํานาญจะใชเ้ วลามาก มี ทา่ ทางอิดออด ไมก่ ลา้ ไม่เต็มใจทาํ งาน ๒) ความตอ่ เนื่อง ถ้าเดก็ ยงั มีการหยดุ ชะงัก ลงั เล ทาํ งานไม่ตอ่ เนื่อง แสดงว่าเด็กยงั ไม่ ชํานาญหรือยังไม่พร้อม ๓) ความสมั พันธ์ ถ้าการทาํ งาน/ปฏบิ ตั ิน้นั ๆมีความสัมพนั ธ์ต่อเนื่อง ไม่ราบรื่น ทา่ ทาง มอื และเท้าไม่สัมพันธ์กนั แสดงวา่ เดก็ ยังไม่ชํานาญหรอื ยังไม่พรอ้ ม ท่าทแี่ สดงออกจงึ ไม่สง่างาม ๔) ความภูมใิ จ ถา้ เด็กยังไมช่ ื่นชม ก็จะทํางานเพียงให้แลว้ เสร็จอย่างรวดเรว็ ไม่มคี วาม ภมู ใิ จในการทํางาน ผลงานจึงไม่ประณีต ๒.๓.๑ ระดบั คุณภาพผลการประเมินพัฒนาการเด็ก การให้ระดับคณุ ภาพผลการประเมินพฒั นาการของเดก็ ท้ังในระดบั ชน้ั เรยี นและระดบั สถานศึกษาควรกาํ หนดในทศิ ทางหรอื รูปแบบเดยี วกัน สถานศกึ ษาสามารถใหร้ ะดับคุณภาพผลการประเมิน พัฒนาการของเด็กท่ีสะท้อนมาตรฐานคุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ ตวั บง่ ช้ี สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ หรือพฤตกิ รรม ทีจ่ ะประเมิน เปน็ ระบบตัวเลข เชน่ ๑ หรอื ๒ หรอื ๓ หรือเป็นระบบท่ีใชค้ าส าคญั เช่น พอใช้ ควร สง่ เสรมิ ตามทีส่ ถานศกึ ษากําหนด ตัวอยา่ งเช่น ระบบตัวเลข ระบบท่ีใช้คําสําคญั ๓ ดี ๒ พอใช้ ๑ ควรสง่ เสริม สถานศกึ ษาอาจกําหนดระดับคุณภาพของการแสดงออกในพฤติกรรม เป็น ๓ ระดบั ดงั น้ี ระดับคุณภาพ ระบบทใ่ี ชค้ าํ สาํ คญั ๑ หรอื ควรส่งเสรมิ เด็กมีความลังเล ไม่แน่ใจ ไม่ยอมปฏิบัติกิจกรรม ทั้งน้ี เนื่องจากเด็ก ยังไม่พร้อม ยังม่ันใจ และกลัวไม่ปลอดภัย ผู้สอนต้องย่ัวยุหรือแสดง ให้เห็นเปน็ ตัวอย่างหรือตอ้ งคอยอยใู่ กลๆ้ ค่อยๆให้เด็กทําทีละข้ันตอน พรอ้ มต้องใหก้ ําลังใจ ๒ หรอื พอใช้ เด็กแสดงได้เอง แต่ยังไม่คล่อง เด็กกล้าทํามากข้ึนผู้สอนกระตุ้น น้อยลง ผู้สอนต้องคอยแก้ไขในบางคร้ัง หรือคอยให้กําลังใจให้เด็กฝึก ปฏิบัติมากขนึ้ ๓ หรือ ดี เด็กแสดงได้อย่างชํานาญ คล่องแคล่ว และภูมิใจ เด็กจะแสดงได้เอง โดยไม่ต้องกระต้นุ มีความสมั พนั ธท์ ่ดี ี
หลักสตู รปฐมวยั โรงเรยี นวัดสายลําโพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวยั (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๙๘ ระดับคุณภาพ คําอธบิ ายคุณภาพ ระดับคุณภาพ คําอธิบายคุณภาพ ๑ หรอื ควรสง่ เสรมิ ส่งเสรมิ ความสะอาด ๑ หรอื ควรส่งเสริม ทาํ ได้แต่ไม่ถกู ต้อง ๒ หรอื พอใช้ สะอาดพอใช้ ๒ หรอื พอใช้ ทาํ ได้ถูกต้อง แต่ไม่คล่องแคล่ว ๓ หรอื ดี สะอาด ๓ หรอื ดี ทาํ ได้ถกู ต้อง และคลอ่ งแคลว่ พฒั นาการดา้ นอารมณ์ : ประหยดั ระดับคุณภาพ คําอธิบายคุณภาพ ๑ หรอื ควรส่งเสริม ใชส้ ิง่ ของเคร่อื งใช้เกนิ ความจําเป็น ๒ หรือ พอใช้ ใชส้ งิ่ ของเครือ่ งใช้อยา่ งประหยัดเป็นบางครัง้ ๓ หรอื ดี ใชส้ ่งิ ของเคร่อื งใช้อย่างประหยัดตามความจําเป็นทกุ ครั้ง ด้านสงั คม : ปฏิบตั ิตามข้อตกลง ระดบั คุณภาพ คาํ อธิบายคุณภาพ ๑ หรือ ควรสง่ เสรมิ ไม่ปฏิบัตติ ามข้อตกลง ๒ หรอื พอใช้ ปฏิบตั ติ ามข้อตกลง โดยมผี ้ชู ้ีนําหรอื กระตุ้น ๓ หรือ ดี ปฏบิ ัติตามข้อตกลงไดด้ ้วยตนเอง พัฒนาการด้านสติปญ๎ ญา : เขียนชอื่ ตนเองตามแบบ ระดบั คุณภาพ คาํ อธิบายคุณภาพ ๑ หรอื ควรส่งเสริม เขียนชอ่ื ตนเองไม่ได้ หรือเขยี นเป็นสญั ลักษณ์ท่ีไม่เปน็ ตวั อักษร ๒ หรอื พอใช้ เขียนช่ือตนเองได้ มอี ักษรบางตวั กลบั หวั กลบั ด้านหรอื สลับที่ ๓ หรือ ดี เขียนชอ่ื เองได้ ตัวอักษรไม่กลบั หวั ไม่กลับด้านไม่สลบั ท่ี ๒.๓.๒ การสรปุ ผลการประเมนิ พฒั นาการเดก็ หลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย โรงเรยี นวัดสายลําโพงใต ปีการศึกษา๒๕๖๔ (ตามหลักสูตรปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) กาํ หนดเวลาเรียนสาํ หรับเด็กปฐมวยั ตอ่ ปีการศึกษาไม่นอยกวา่ ๑๘๐ วัน สถานศึกษา บริหารจดั การเวลาท่ีไดรับนใี้ หเ กิดประโยชนสงู สดุ ตอ่ การพฒั นาเดก็ อย่างรอบดานและสมดุล ผูสอนมเี วลา ในการพัฒนาเด็กและเติมเต็มศกั ยภาพของแด็ก เพือ่ ใหการจัดประสบการณก ารเรยี นรมู ีประสิทธิภาพ ผสู อนตองตรวจสอบพฤตกิ รรมที่แสดงพัฒนาการของเด็กต่อเนอื่ งมีการประเมนิ ซํ้าพฤติกรรมนน้ั ๆอย่างนอ ย ๑ คร้งั ตอ่ ภาคเรยี น เพอื่ ยืนยันความเชื่อมั่นของผลการประเมินพฤติกรรมน้ันๆ และนําผลไปเปน ขอมลู ใน
หลักสูตรปฐมวยั โรงเรยี นวดั สายลําโพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๙๙ การสรุปการประเมนิ สภาพท่ีพงึ ประสงค์ของเด็กในแตล่ ะสภาพท่ีพึงประสงค์ นําไปสรุปการประเมินตัวบ่งชี้ และมาตรฐานคุณลกั ษณะที่พึงประสงคต์ ามลาํ ดบั อนึ่ง การสรุประดบั คุณภาพของการประเมนิ พัฒนาการเด็ก วธิ ีการทางสถติ ทิ ่เี หมาะสม และสะดวกไมย่ ุ่งยากสําหรบั ผู้สอน คอื การใชฐ้ านนิยม (Mode) ในบางครง้ั พฤติกรรม หรอื สภาพท่ีพงึ ประสงค์หรอื ตัวบ่งช้ีนิยมมากว่า ๑ ฐานนิยม ให้อยู่ในดุลยพนิ ิจของสถานศกึ ษา กล่าวคือ เมอ่ื มีระดับ คณุ ภาพซ้ํามากกว่า ๑ ระดับ สถานศกึ ษาอาจตดั สินสรปุ ผลการประเมินพัฒนาการบนพ้นื ฐาน หลกั พัฒนาการและการเตรียมความพรอ้ ม หากเปน็ ภาคเรยี นที่ ๑ สถานศกึ ษาควรเลือกตดั สนิ ใจใชฐ้ านนยิ มทม่ี ี ระดับคุณภาพตํา่ กว่าเพ่ือใช้เป็นขอ้ มลู ในการพัฒนาเด็กให้พร้อมมากขึน้ หากเป็นภาคเรยี นท่ี ๒ สถานศึกษา ควรเลือกตดั สนิ ใจใช้ฐานนิยมที่มรี ะดบั คุณภาพสงู กว่าเพือ่ ตัดสินและการส่งต่อเด็กในระดับชั้นท่สี งู ขึ้น ๒.๓.๓ การเล่อื นชนั้ อนบุ าลและเกณฑ์การจบการศึกษาระดบั ปฐมวยั เมื่อส้นิ ปกี ารศึกษา เดก็ จะได้รับการเลือ่ นชั้นโดยเดก็ ต้องไดร้ ับการประเมินมาตรฐาน คุณลกั ษณะที่พึงประสงคท์ ั้ง ๑๒ ขอ้ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย เพ่ือเปน็ ข้อมูลในการสง่ ต่อยอดการ พัฒนาใหก้ บั เด็กในระดับสงู ขึ้นตอ่ ไป และเนื่องจากการศึกษาระดบั อนบุ าลเปน็ การจดั การศกึ ษาข้ันพื้นฐาน ทไี่ ม่นับเป็นการศึกษาภาคบงั คับ จึงไม่มีการกาํ หนดเกณฑ์การจบชัน้ อนบุ าล การเทยี บโนการเรียน และ เกณฑ์การเรยี นซํา้ ช้ัน และหากเด็กมีแนวโนม้ วา่ จะมีปญ๎ หาตอ่ การเรยี นรู้ในระดับท่สี ูงขึน้ สถานศึกษาอาจต้ัง คณะกรรมการเพ่ือพจิ ารณาป๎ญหา และประสานกับหน่วยงานท่เี กี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลอื เชน่ เจ้าหนา้ ทสี่ าธารณสุขส่งเสรมิ ตาํ บล นักจติ วิทยา ฯลฯ เขา้ ร่วมดําเนินงานแก้ป๎ญหาได้ อย่างไรก็ตาม ทกั ษะทนี่ ําไปสู่ความพร้อมในการเรยี นรทู้ ี่สามารถใช้เป็นรอยเชื่อมต่อ ระหว่างชัน้ อนุบาลกับชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑ ทีค่ วรพจิ ารณามีทักษะ ดงั น้ี ๑. ทกั ษะการชว่ ยเหลือตนเอง ได้แก่ ใช้ห้องนา้ํ ห้องสว้ มได้ด้วยตนเอง แตง่ กายได้เอง เกบ็ ของเขา้ ที่เม่ือเล่นเสร็จและชว่ ยทาํ ความสะอาด รู้จักร้องขอให้ช่วยเมื่อจําเป็น ๒. ทกั ษะการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ ไดแ้ ก่ วงิ่ ได้อย่างราบรื่น วิ่งก้าวกระโดดได้ กระด้วยสอง ขาพน้ จากพ้ืน ถือจับ ขวา้ ง กระดอนลูกบอลได้ ๓. ทักษะการใช้กลา้ มเน้ือเลก็ ได้แก่ ใช้มือหยบิ จับอปุ กรณว์ าดภาพและเขียน วาดภาพ คนมีแขน ขา และส่วนตา่ งๆของร่างกาย ตดั ตามรอยเสน้ และรปู ต่างๆ เขียนตามแบบอย่างได้ ๔. ทักษะภาษาการรู้หนังสือ ได้แก่ พูดให้ผอู้ ่ืนเข้าใจได้ ฟ๎งและปฏิบัตติ ามคําชแี้ จงง ง่ายๆ ฟ๎งเรื่องราวและคําคล้องจองต่างๆอยา่ งสนใจ เขา้ รว่ มฟ๎งสนทนาอภิปรายในเร่ืองต่างๆ รูจ้ ักผลัดกนั พูดโต้ตอบ เล่าเร่ืองและทบทวนเรื่องราวหรอื ประสบการณ์ตา่ งๆ ตามลําดับเหตุการณ์เล่าเร่อื งจากหนังสือ ภาพอย่างเปน็ เหตุเปน็ ผล อ่านหรอื จดจาํ คาํ บางคําท่ีมคี วามหมายตอ่ ตนเอง เขียนชอ่ื ตนเองได้ เขยี นคําทมี่ ี ความหมายต่อตนเอง ๕. ทกั ษะการคิด ได้แก่ แลกเปลี่ยนความคดิ และให้เหตุผลได้ จดจาํ ภาพและวสั ดุที่ เหมอื นและต่างกนั ได้ ใชค้ ําใหมๆ่ ในการแสดงความคดิ ความรสู้ กึ ถามและตอบคําถามเกี่ยวกบั เรื่องท่ีฟ๎ง
หลักสตู รปฐมวัย โรงเรยี นวัดสายลาํ โพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๐๐ เปรยี บเทียบจํานวนของวตั ถุ ๒ กลุ่ม โดยใช้คาํ “มากกว่า” “นอ้ ยกว่า” “เทา่ กัน” อธิบายเหตกุ ารณ/์ เวลา ตามลาํ ดบั อย่างถูกตอ้ ง รู้จกั เชื่อมโยงเวลากบั กจิ วัตรประจําวัน ๖. ทกั ษะทางสังคมและอารมณ์ ได้แก่ ปรบั ตวั ตามสภาพการณ์ ใช้คําพูดเพ่ือแก้ไขข้อ ขดั แย้งนัง่ ไดน้ าน ๕-๑๐ นาที เพอ่ื ฟง๎ เรือ่ งราวหรือทาํ กจิ กรรม ทาํ งานจนสําเร็จ รว่ มมอื กับคนอืน่ และร้จู ัก ผลัดกนั เล่น ควบคุมอารมณต์ นเองไดเ้ มื่อกังวลหรอื ต่ืนเตน้ หยดุ เลน่ และทําในสิง่ ที่ผูใ้ หญ่ตอ้ งการใหท้ ําได้ ภมู ิใจในความสาํ เรจ็ ของตนเอง ๓. การรายงานผลการประเมินพัฒนาการ การรายงานผลการประเมนิ พัฒนาการเป็นการส่ือสารใหพ้ ่อแม่ ผู้ปกครองไดร้ บั ทราบ ความกา้ วหนา้ ในการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งสถานศึกษาตอ้ งสรุปผลการประเมนิ พฒั นาการ และจดั ทาํ เอกสารรายงานใหผ้ ู้ปกครองทราบเป็นระยะๆ หรืออย่างน้อยภาคเรยี นละ ๑ ครัง้ การรายงานผลการประเมินพัฒนาการสามารถรายงานเป็นระดบั คุณภาพที่แตกตา่ งไปตาม พฤติกรรมทแ่ี สดงออกถงึ พัฒนาการแตล่ ะดา้ น ท่ีสะทอ้ นมาตรฐานคณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ทัง้ ๑๒ ข้อ ตาม หลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัย ๓.๑ จุดมุ่งหมายการรายงานผลการประเมนิ พัฒนาการ ๑) เพื่อใหผ้ เู้ กี่ยวข้อง พ่อ แม่ และผู้ปกครองใช้เปน็ ข้อมลู ในการปรบั ปรงุ แก้ไข สง่ เสรมิ และพัฒนาการเรยี นรู้ของเด็ก ๒) เพอื่ ให้ผู้สอนใช้เป็นข้อมลู ในการวางแผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้ ๓) เพอ่ื เป็นข้อมูลสาํ หรับสถานศกึ ษา เขตพืน้ ทีก่ ารศึกษา และหนว่ ยงานตน้ สงั กัดใช้ ประกอบในการกาํ หนดนโยบายวางแผนในการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา ๓.๒ ข้อมูลในการรายงานผลการประเมนิ พฒั นาการ ๓.๒.๑ ขอ้ มลู ระดับชน้ั เรยี น ประกอบด้วย เวลาเรียนแบบบันทึกการประเมนิ พัฒนาการตามหน่วยการจดั ประสบการณ์ สมุดบนั ทึกผลการประเมินพัฒนาการประจาํ ชั้น และสมดุ รายงานประจําตวั นักเรยี น และสารนทิ ัศน์ท่สี ะท้อนการเรียนรขู้ องเด็ก เปน็ ข้อมูลสําหรับรายงานให้ผู้มีส่วน เก่ียวข้อง ได้แก่ ผูบ้ ริหารสถานศึกษา ผสู้ อน และผูป้ กครอง ได้รับทราบความก้าวหน้า ความสาํ เร็จในการ เรยี นรูข้ องเด็กเพื่อนาํ ไปในการวางแผนกาํ หนดเปาู หมายและวิธกี ารในการพฒั นาเด็ก ๓.๒.๒ ขอ้ มูลระดับสถานศกึ ษา ประกอบด้วย ผลการประเมนิ มาตรฐานคุณลักษณะที่ พึงประสงคท์ ง้ั ๑๒ ข้อตามหลักสตู ร เพือ่ ใชเ้ ปน็ ข้อมูลและสารสนเทศในการพฒั นาการจดั ประสบการณ์การ เรยี นการสอนและคณุ ภาพของเด็ก ให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์และแจ้งใหผ้ ปู้ กครอง และผเู้ กย่ี วข้องได้รับทราบข้อมลู โดยผู้มหี นา้ ทรี่ บั ผิดชอบแต่ละฝุายนําไปปรับปรุงแก้ไขและพฒั นาเด็กให้ เกิดพัฒนาการอยา่ งถูกต้อง เหมาะสม รวมทัง้ นําไปจัดทาํ เอกสารหลกั ฐานแสดงพฒั นาการของผู้เรียน ๓.๒.๓ ข้อมลู ระดับเขตพืน้ ที่การศกึ ษา ได้แก่ ผลการประเมนิ มาตรฐานคุณลักษณะที่ พงึ ประสงคท์ ั้ง ๑๒ ข้อ ตามหลักสตู รเปน็ รายสถานศึกษา เพือ่ เป็นข้อมูลที่ศึกษานเิ ทศก/์ ผ้เู ก่ยี วขอ้ งใช้
หลักสูตรปฐมวยั โรงเรียนวัดสายลาํ โพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๐๑ วางแผนและดําเนินการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาปฐมวัยของสถานศึกษาในเขตพืน้ ที่การศึกษา เพ่ือใหเ้ กิด การยกระดับคุณภาพเด็กและมาตรฐานการศึกษา ๓.๓ ลักษณะข้อมลู ส าหรับการรายงานผลการประเมนิ พัฒนาการ การรายงานผลการประเมนิ พัฒนาการ สถานศึกษาสามารถเลอื กลกั ษณะข้อมลู สําหรับ การรายงานไดห้ ลายรปู แบบให้เหมาะสมกับวิธีการรายงานและสอดคล้องกับการใหร้ ะดับผลการประเมนิ พฒั นาการโดยคํานงึ ถึงประสิทธิภาพของการรายงานและการนําข้อมลู ไปใช้ประโยชน์ของผ้รู ายงานแตล่ ะ ฝุายลักษณะข้อมูลมีรปู แบบ ดังน้ี ๓.๓.๑ รายงานเปน็ ตัวเลข หรอื คําที่เป็นตวั แทนระดับคุณภาพพัฒนาการของเด็กทีเ่ กดิ จากการประมวลผล สรุปตัดสนิ ขอ้ มูลผลการประเมินพฒั นาการของเดก็ ได้แก่ - ระดบั ผลการประเมนิ พฒั นาการมี ๓ ระดับ คือ ๓ ๒ ๑ - ผลการประเมนิ คุณภาพ “ดี” “พอใช้” และ “ควรส่งเสรมิ ” ๓.๓.๒ รายงานโดยใชส้ ถิติ เปน็ รายงานจากข้อมลู ที่เป็นตวั เลข หรือขอ้ ความใหเ้ ปน็ ภาพแผนภมู หิ รือเสน้ พฒั นาการ ซง่ึ จะแสดงใหเ้ หน็ พฒั นาการความก้าวหนา้ ของเด็กวา่ ดีขึน้ หรอื ควรไดร้ บั การพฒั นาอยา่ งไร เมื่อเวลาเปลยี่ นแปลงไป ๓.๓.๓ รายงานเป็นข้อความ เปน็ การบรรยายพฤตกิ รรมหรือคุณภาพท่ผี ูส้ อนสงั เกตพบ เพอื่ รายงานใหท้ ราบวา่ ผเู้ ก่ียวข้อง พ่อ แม่ และผูป้ กครองทราบว่าเดก็ มคี วามสามารถ มีพฤติกรรมตาม คณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ตามหลกั สูตรอยา่ งไร เชน่ - เด็กรับลกู บอลท่ีกระดอนจากพืน้ ด้วยมือทง้ั ๒ ขา้ งไดโ้ ดยไม่ใช้ลําตัวช่วยและลกู บอลไม่ตกพนื้ - เดก็ แสดงสหี น้า ทา่ ทางสนใจ และมีความสุขขณะทาํ งานทุกชว่ งกจิ กรรม - เด็กเล่นและทํางานคนเดียวเปน็ ส่วนใหญ่ - เดก็ จบั หนังสอื ไม่กลับหวั เปิด และทําท่าทางอ่านหนงั สือและเล่าเร่ืองได้
หลกั สูตรปฐมวยั โรงเรียนวดั สายลําโพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัย (พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา |๑๐๒ ๓.๔ เปา้ หมายของการรายงาน การดําเนนิ การจัดการศึกษาปฐมวยั ประกอบด้วย บคุ ลากรหลายฝุายร่วมมือ ประสานงานกนั พัฒนาเด็กทางตรงและทางอ้อม ให้มพี ฒั นาการ ทกั ษะ ความสามารถ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยมและคุณลักษณะที่พึงประสงคโ์ ดยผูม้ ีส่วนร่วมเกี่ยวข้องควรได้รบั การายงานผลการประเมิน พัฒนาการของเดก็ เพอ่ื ใชเ้ ป็นขอ้ มลู ในการดาํ เนินงาน ดงั นี้ กล่มุ เปูาหมาย การใช้ข้อมูล ผู้สอน - วางแผนและดําเนนิ การปรับปรุงแกไ้ ขและพัฒนาเด็ก - ปรบั ปรุงแก้ไขและพัฒนาการจัดการเรยี นรู้ ผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา - ส่งเสริมพฒั นากระบวนการจดั การเรียนรู้ระดบั ปฐมวยั ของสถานศึกษา พ่อ แม่ และผ้ปู กครอง - รับทราบผลการประเมนิ พฒั นาการของเด็ก - ปรบั ปรงุ แกไ้ ขและพฒั นาการเรียนรูข้ องเด็ก รวมทงั้ การดูแลสุขภาพอนามัย คณะกรรมการ ร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม และพฤตกิ รรมต่างๆของเด็ก สถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน - พฒั นาแนวทางการจัดการศึกษาปฐมวัยสถานศึกษา สาํ นกั งานเขตพ้นื ที่ การศึกษา/หน่วยงานตน้ - ยกระดับและพัฒนาคุณภาพการศึกษาปฐมวยั ของสถานศึกษาในเขตพ้นื ท่ี สงั กดั การศึกษา นเิ ทศ กํากับ ติดตาม ประเมินผลและให้ความช่วยเหลือการพฒั นา คุณภาพการศึกษาปฐมวยั ของสถานศกึ ษาในสงั กดั ๓.๕ วธิ กี ารรายงานผลการประเมนิ พัฒนาการ การรายงานผลการประเมินพฒั นาการใหผ้ ูเ้ ก่ยี วขอ้ งรบั ทราบ สามารถดาํ เนนิ การ ไดด้ ังน้ี ๓.๕.๑ การรายงานผลการประเมินพฒั นาการในดอกสารหลักฐานการศึกษา ข้อมูล จากแบบรายงาน สามารถใชอ้ ้างอิง ตรวจสอบ และรับรองผลพัฒนาการของเดก็ เชน่ - แบบบนั ทกึ ผลการประเมินพัฒนาการประจาํ ชนั้ - แฟมู สะสมงานของเดก็ รายบุคคล - สมุดรายงานประจําตวั นกั เรียน - สมดุ บนั ทึกสุขภาพเดก็ ฯลฯ ๓.๕.๒ การรายงานคุณภาพการศึกษาปฐมวัยให้ผู้เก่ียวข้องทราบ สามารถรายงาน ได้หลายวิธี เช่น - รายงานคณุ ภาพการศึกษาปฐมวยั ประจําปี - วารสาร/จุลสารของสถานศึกษา - จดหมายส่วนตวั - การให้คาํ ปรกึ ษา
หลกั สูตรปฐมวัย โรงเรยี นวัดสายลาํ โพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๐๓ - การใหพ้ บครทู ีป่ รึกษาหรือการประชุมเครอื ขา่ ยผู้ปกครอง - การให้ขอ้ มูลทางอนิ เตอรเ์ นต็ ผา่ นเวบ็ ไซต์ของสถานศึกษา ภารกิจของผู้สอนในการประเมินพฒั นาการ การประเมินพัฒนาการตามหลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพนั้น เกดิ ข้ึนใน หอ้ งเรยี นและระหว่างการจัดกิจกรรมประจาํ วันและกจิ วตั รประจาํ วัน ผ้สู อนต้องไม่แยกการประเมนิ พัฒนาการออกจากการจดั ประสบการณ์ตามตารางกิจกรรมประจําวนั ควรมลี กั ษณะการประเมนิ พฒั นาการ ในชัน้ เรยี น (Classroom Assessment) ซงึ่ หมายถึง กระบวนการและการสังเกต การบนั ทึกและรวบรวม ขอ้ มูลจากการปฏิบตั ิกิจวัตรประจําวัน/กจิ กรรมประจําวนั ตามสภาพจรงิ (Authentic Assessment) ผ้สู อน ควรจดั ทาํ ข้อมลู หลกั ฐานหรือเอกสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเปน็ หลกั ฐานแสดงให้เห็นรอ่ งรอยของการ เจรญิ เตบิ โตพฒั นาการและการเรียนร้ขู องเด็กปฐมวัย แลว้ นาํ มาวเิ คราะห์ ตีความ บนั ทึกข้อมูลที่ได้จากการ ประเมินพฒั นาการว่าเด็กรูอ้ ะไร สามารถทําอะไรได้ และจะทําต่อไปอย่างไร ด้วยวิธกี ารและเครื่องมือท่ี หลากหลายทง้ั ท่ีเปน็ ทางการและไมเ่ ป็นทางการ ท้งั น้นั การดาํ เนนิ การดงั กล่าวเกิดขึน้ ตลอดระยะเวลาของ การปฏิบตั กิ จิ วัตรประจําวัน/กิจกรรมประจาํ วันและการจดั ประสบการณ์เรยี นรู้ ดังนัน้ ขอ้ มูลท่เี กิดจากการประเมินท่ีมคี ณุ ภาพเทา่ นัน้ จึงสามารถนําไปใช้ประโยชน์ ตรงตาม เปูาหมาย ผูส้ อนจาํ เปน็ ต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแทใ้ นหลกั การ แนวคิด วิธีดาํ เนนิ งานในส่วนต่างๆ ท่เี ก่ยี วข้องกับหลักสูตรการจดั ประสบการเรยี นรู้ เพ่ือสามารถนําไปใชใ้ นการวางแผนและออกแบบการ ประเมินพฒั นาการได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพบนพนื้ ฐานการประเมนิ พัฒนาการในชน้ั เรียนที่มคี วามถกู ต้อง ยตุ ธิ รรม เชือ่ ถอื ได้ มีความสมบรู ณ์ ครอบคลุมตามจดุ หมายของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สะท้อนผลและ สภาพความสําเรจ็ เม่ือเปรียบเทียบกบั เปาู หมายของการดาํ เนนิ การจัดการศกึ ษาปฐมวยั ทงั้ ในระดับนโยบาย ระดบั ปฏิบตั กิ าร และผู้มสี ว่ นเกีย่ วขอ้ งต่อไป ๑. ขนั้ ตอนการประเมินพัฒนาการเดก็ ปฐมวัย การประเมนิ พัฒนาการเดก็ ของผู้สอนระดับปฐมวยั จะมขี ้นั ตอนสําคัญๆคลา้ ยคลงึ กบั การ ประเมินการศกึ ษาท่วั ไป ขั้นตอนต่างๆอาจปรบั ลด หรือเพม่ิ ได้ตามความเหมาะสมกบั บรบิ ทของสถานศึกษา และสอดคลอ้ งกับการจดั ประสบการณ์ หรอื อาจสลบั ลาํ ดบั ก่อนหลงั ไดบ้ ้าง ข้นั การประเมนิ พฒั นาการเดก็ ปฐมวยั โดยสรุปควรมี ๖ ขัน้ ตอน ดังน้ี ข้ันตอนท่ี ๑ การวิเคราะห์มาตรฐานคณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ ตวั บ่งช้ี และสภาพที่พงึ ประสงค์ ตวั บง่ ช้ี และสภาพท่ีพึงประสงค์ท่ีสัมพันธ์กับหน่วยการจดั ประสบการณต์ า่ งๆ อันจะเปน็ ประโยชน์ ในการดําเนนิ งานการประเมินพัฒนาการอย่างเปน็ ระบบและครอบคลมุ ทว่ั ถึง ขัน้ ตอนท่ี ๒ การกําหนดส่งิ ที่จะประเมนิ และวธิ กี ารประเมิน ในข้นั ตอนน้ีส่งิ ที่ผู้สอนต้องทํา คอื การกําหนดการประเดน็ การประเมิน ไดแ้ ก่ สภาพที่พึงประสงค์ในแต่ละวยั ของเด็กท่ีเกดิ จากกาจัด
หลักสูตรปฐมวัย โรงเรยี นวัดสายลาํ โพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั (พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๐๔ ประสบการณ์ในแต่ การจดั ประสบการณ์ มากาํ หนดเปน็ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ของหนว่ ยการเรียนรู้ จดุ ประสงคย์ ่อยของกจิ กรรมตามตารางประจําวัน ๖กิจกรรมหลกั หรอื ตามรูปแบบการจัดประสบการณท์ ่ี กาํ หนด ผ้สู อนตอ้ งวางแผนและออกแบบวิธกี ารประเมินให้เหมาะสมกับกจิ กรรม บางครั้งอาจใช้การสังเกต พฤติกรรม การประเมนิ ผลงาน/ช้ินงาน การพูดคุยหรอื สัมภาษณเ์ ด็ก เป็นต้น ท้ังนว้ี ิธกี ารทีผ่ ้สู อนเลอื กใช้ ตอ้ งมีความหมายหลากหลาย หรือมากวา่ ๒ วธิ ีการ ขน้ั ตอนท่ี ๓ การสร้างเครื่องมือและเกณฑก์ ารประเมิน ในขั้นตอนน้ี ผู้สอนจะต้องกําหนด เกณฑ์การ ประเมินพฒั นาการใหส้ อดคล้องกับพฤติกรรมที่จะประเมนิ ในข้ันตอนท่ี ๒ อาจใชแ้ นวทางการ กําหนดเกณฑท์ ่ี กล่าวมาแล้วขา้ งตน้ ในสว่ นท่ี ๒ เป็นเกณฑ์การประเมินแยกสว่ นของแต่ละพฤติกรรมและ เกณฑส์ รปุ ผลการ ประเมนิ พร้อมกับจัดทาํ แบบบนั ทึกผลการสงั เกตพฤตกิ รรมตามสภาพที่พงึ ประสงค์ของ แตล่ ะหนว่ ยการจดั ประสบการณ์นน้ั ๆ ข้นั ตอนท่ี ๔ การดาํ เนนิ การเกบ็ รวบรวมข้อมูล เป็นขน้ั ตอนท่ีผ้สู อนออกแบบ/วางแผน และทําการสงั เกต พฤติกรรมของเด็กเปน็ รายบุคคล รายกลมุ่ การพูดคุยหรือการสัมภาษณเ์ ดก็ หรือการ ประเมินผลงาน/ชิน้ งานของเด็ก อยา่ งเป็นระบบ เพื่อรวบรวมข้อมูลพัฒนาการของเดก็ ใหท้ ว่ั ถงึ ครบทุกคน สอดคลอ้ งและตรงประเด็นการประเมินทวี่ างแผนไวใ้ นขนั้ ตอนที่ ๔ บันทกึ ลงในเครื่องมือทผี่ สู้ อนพัฒนาหรือ จดั เตรยี มไว้ การบนั ทกึ ผลการประเมินพัฒนาการตามสภาพทพี่ ึงประสงค์ของแตล่ ะหนว่ ยการจัด ประสบการณน์ ั้น ผสู้ อนเปน็ ผู้ประเมนิ เด็กเปน็ รายบคุ คลหรอื รายกลุ่ม อาจใหร้ ะดับคุณภาพ ๓ หรอื ๒ หรอื ๑ หรอื ให้คาํ สาํ คัญทเ่ี ปน็ คุณภาพ เช่น ดี พอใช้ และควรส่งเสรมิ ก็ได้ ทั้งน้ีควรเป็นระบบเดียวกนั เพ่ือ สะดวกในการวิเคราะห์ข้อมูลและแปลผลการประเมินพฒั นาการเด็ก ในระยะต้นควรเป็นการประเมนิ เพ่ือ ความกา้ วหนา้ ไมค่ วรเปน็ การประเมนิ เพือ่ ตัดสิน้ พัฒนาการเดก็ หากผลการประเมนิ พบว่า เดก็ อย่ใู นระดับ ๑ พฤติกรรมหนึง่ พฤติกรรมใดผู้สอนตอ้ งทําความเข้าใจว่าเด็กคนนัน้ มพี ัฒนาการเรว็ หรือช้า ผสู้ อนจะตอ้ งจัด ประสบการณส์ ่งเสรมิ ในหน่วยการจัดประสบการณ์ต่อไปอย่างไร ดงั นนั้ การเกบ็ รวบรวมข้อมูลผลการ ประเมินพัฒนาการในแต่ละหนว่ ยการจดั ประสบการณ์ของผ้สู อนจงึ เปน็ การสะสมหรอื รวบรวมขอ้ มลู ผลการ ประเมนิ พัฒนาการของเด็กรายบคุ คล หรือรายกลมุ่ นั่นเอง เม่ือผสู้ อนจัดประสบการณค์ รบทกุ หน่วยการจัด ประสบการณ์ตามที่วเิ คราะห์สาระการเรยี นรู้รายปีของแต่ละภาคเรียน ข้นั ตอนที่ ๕ การวเิ คราะห์ขอ้ มูลและแปลผล ในข้ันตอนน้ี ผู้สอนทเี่ ปน็ ผปู้ ระเมิน ควร ดาํ เนินดาร ดังน้ี ๑) การวิเคราะห์และแปลผลการประเมินพฒั นาการเม่ือสิ้นสดุ หน่วยการจัดประสบการณ์ ผู้สอนจะบันทึกผลการประเมินพัฒนาการของเดก็ ลงในแบบบันทึกผลการสังเกตพฤติกรรมตามสภาพท่ีพงึ ประสงค์ของหน่วยการจัดประสบการณ์หน่วยที ๑ จนถงึ หน่วยสุดท้ายของภาคเรยี น ๒) การวิเคราะห์และแปลผลการประเมนิ ประจําภาคเรยี นหรือภาคเรียนท่ี ๒ เม่ือสน้ิ ปี การศกึ ษา ผู้สอนจะนาํ ผลการประเมินพัฒนาการสะสมท่รี วบรวมไว้จากทุกหน่วยการเรียนรสู้ รุปลงในสมดุ บนั ทกึ ผลประเมินพฒั นาการประจาํ ชน้ั และสรุปผลพฒั นาการรายดา้ นทงั้ ชัน้ เรียน
หลักสตู รปฐมวัย โรงเรียนวัดสายลําโพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๐๕ ข้นั ตอนที่ ๖ การสรุปรายงานผลและการนาํ ข้อมูลไปใช้ เป็นขัน้ ตอนที่ผู้สอนซึ่งเปน็ ครู ประจาํ ชน้ั จะสรปุ ผลเพ่ือตัดสินพฒั นาการของเดก็ ปฐมวัยเปน็ รายตวั บ่งชี้รายมาตรฐานและพฒั นาการทัง้ ๔ ดา้ น เพอ่ื นาํ เสนอผู้บรหิ ารสถานศึกษาอนุมัตกิ ารตดั สนิ และแจง้ คณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พื้นฐาน พร้อมกับครูประจาํ ชัน้ จะจัดทํารายงานผลการประเมินประจาํ ตวั นกั เรยี น นาํ ขอ้ มูลไปใช้สรปุ ผลการประเมนิ คณุ ภาพเด็ก ของระบบประกันคณุ ภาพภายในของสถานศึกษาเม่ือสนิ้ ภาคเรียนที่ ๒ หรอื เมือ่ ส้ินปีการศกึ ษา รายละเอยี ดการด าเนนิ งานแต่ละขน้ั ตอน มีดงั น้ี ขนั้ ตอนท่ี ๑ การวิเคราะห์มาตรฐาน ตวั บง่ ช้ี และสภาพทพี่ ึงประสงคต์ ามหลกั สตู ร สถานศึกษา โดยนาํ ขอ้ มลู จากการวเิ คราะห์การเรียนรู้รายปีในหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยมาตรวจสอบ ความถข่ี องตัวบ่งชี้ และสภาพทพ่ี ึงประสงค์วา่ เกิดขนึ้ กับเด็กตามหน่วยการจัดประสบการณเ์ รียนรใู้ ดบา้ ง ขัน้ ตอนท่ี ๑.๑ การวิเคราะห์สาระการเรียนรรู้ ายปีของโรงเรียน ขน้ั ตอนท่ี ๑.๒ ตรวจสอบความถเี่ พ่ือตรวจสอบจาํ นวนคร้ังของตวั บง่ ชี้ สภาพที่พงึ ประสงค์วา่ วางแผนให้เกดิ พัฒนาการในหน่วยการจัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้ใดบา้ งจากหลกั สตู ร สถานศกึ ษา ขั้นตอนท่ี ๒ กําหนดสงิ่ ท่ปี ระเมินและวิธกี ารประเมิน โดยกําหนดสภาพท่พี ึงประสงค์ที่ วเิ คราะหไ์ วใ้ น ๒.๑ การเขียนหรือกาํ หนดจุดประสงค์การเรยี นของหนว่ ยการจดั ประสบการณ์ ๒.๒ การวางแผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู ข้ันตอนที่ ๓ การสรา้ งเคร่ืองมือและเกณฑ์การประเมนิ ผ้สู อนจะตอ้ งกาํ หนดเกณฑก์ าร ประเมินพัฒนาการเด็กให้สอดคล้องกบั พฤตกิ รรมทีจ่ ะประเมินตามแผนการจัดกิจกรรม พร้อมทําเกณฑ์การ ประเมนิ และสรปุ ผลการประเมนิ พรอ้ มจัดทาํ แบบบนั ทึกผลหลงั สอนประจําหน่วยการจัดประสบการณ์ ขั้นตอนที่ ๔ การดําเนินการเป็นการรวบรวมขอ้ มูล ขัน้ ตอนน้ี ผู้สอนที่ทําหน้าท่ีเปน็ ผู้ ประเมนิ โดยการสงั เกตพฤติกรรมของเด็กรายบุคคล รายกลมุ่ การพูดคยุ หรอื สัมภาษณ์เดก็ หรือการ ประเมินผลงานชนิ้ งานของเด็กอย่างเปน็ ระบบ ไปพร้อมๆกับกิจกรรมให้เด็ก เพื่อรวบรวมขอ้ มูลพัฒนาการ ของเด็กทุกคน และบันทึกลงแบบบันทึกผลหลังสอนประจําหน่วยการจดั ประสบการณ์ ท่จี ดั เตรยี มไว้ ขนั้ ตอนท่ี ๕ การวิเคราะห์ข้อมลู และแปลผลเมื่อส้นิ สดุ หน่วยการจัดประสบการณ์ ผสู้ อน จะตรวจสอบความครบถ้วน สมบรู ณข์ องผลการประเมินในแบบบนั ทึกผลการประเมนิ พัฒนาการของเดก็ หลังการจัดประสบการณ์ลงในแบบบันทกึ ผลหลงั การจดั ประสบการณป์ ระจาํ หนว่ ยการจัดประสบการณ์ และเกบ็ สะสมเพอ่ื นาํ ได้สรุปผลในการตดั สนิ พฒั นาการเด็กในภาพรวมเมอื่ ส้ินปีการศึกษา โดยผ้สู อนจะนาํ ผลการประเมินพัฒนาสะสมที่รวบรวมไวท้ กุ หนว่ ยการเรยี นรู้ มาสรุปลงในสมดุ บันทกึ ผลการประเมนิ พฒั นาการประจําชน้ั และสรปุ ผลพฒั นาการรายด้านท้ังชนั้ เรยี น ท้ังนกี้ ารสรปุ ผลการประเมนิ พัฒนาการ
หลกั สูตรปฐมวยั โรงเรยี นวัดสายลาํ โพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั (พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๐๖ ขั้นตอนท่ี ๖ การสรุปรายงานผลและการนาํ ข้อมูลไปใช้ ครูประจาํ ช้นั จะสรุปผลเพ่ือ พัฒนาการของเดก็ ปฐมวัยเป็นรายตัวบ่งชี้ รายมาตรฐานและพฒั นาการท้ัง๔ ด้าน และรายงานต่อผบู้ ริหาร สถานศึกษาอนุมตั ผิ ลการตัดสินและแจ้งคณะกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พร้อมกับครูประจําช้นั จะ จัดทาํ รายงานผลการประเมินพัฒนาการของเด็กรายบุคคล รายภาค และรายปีต่อผ้ปู กครองในสมดุ รายงาน ประตัวเดก็ นักเรียน การบรหิ ารจัดการหลกั สตู ร การนําหลักสตู รการศึกษาปฐมวัยสกู่ ารปฏิบตั ใิ หเ้ กิดประสิทธิภาพตามจุดหมายของ หลักสูตร ผูเ้ กีย่ วขอ้ งกับการบรหิ ารจดั การหลกั สตู รในระบบสถานศึกษา ไดแ้ ก่ ผบู้ ริหาร ผู้สอน พ่อแม่ หรือ ผู้ปกครอง และชุมชน มีบทบาทสําคัญยงิ่ ต่อการพฒั นาคุณภาพของเด็ก ๑. บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาปฐมวัย การจดั การศึกษาแก่เดก็ ปฐมวัยในระบบสถานศึกษาใหเ้ กิดประสทิ ธผิ ลสูงสุด ผูบ้ รหิ าร สถานศกึ ษาควรมบี ทบาท ดงั นี้ ๑.๑ ศกึ ษาทาํ ความเขา้ ใจหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั และมีวิสยั ทศั นด์ า้ นการจัดการศึกษา ปฐมวัย ๑.๒ คดั เลอื กบุคลากรท่ที ํางานกบั เด็ก เช่น ผูส้ อน พีเ่ ล้ยี ง อย่างเหมาะสม โดยคํานงึ ถึง คุณสมบตั ิหลักของบุคลากร ดังน้ี ๑.๒.๑ มีวุฒทิ างการศึกษาด้านการอนบุ าลศึกษา การศึกษาปฐมวยั หรือผา่ นการ อบรมเกย่ี วกบั การจัดการศึกษาปฐมวัย ๑.๒.๒ มีความรักเด็กจติ ใจดี มีอารมณข์ นั และใจเย็น ใหค้ วามเปน็ กันเองกับเด็กอยา่ ง เสมอภาค ๑.๒.๓ มบี คุ ลกิ ของความเป็นผสู้ อน เขา้ ใจและยอมรับธรรมชาติของเด็กตามวัย ๑.๒.๔ พดู จาสภุ าพเรียบร้อย ชดั เจนเปน็ แบบอย่างได้ ๑.๒.๕ มคี วามเปน็ ระเบยี บ สะอาด และรู้จักประหยัด ๑.๒.๖ มีความอดทน ขยนั ซื่อสตั ย์ในการปฏิบัติงานในหน้าท่แี ละ การปฏบิ ัตติ ่อเด็ก ๑.๒.๗ มีอารมณร์ ่วมกบั เด็ก รู้จักรับฟ๎ง พจิ ารณาเร่ืองราวป๎ญหาต่างๆ ของเด็กและ ตัดสินปญ๎ หาตา่ งๆอยา่ งมเี หตุผลด้วยความ เป็นธรรม ๑.๒.๘ มสี ุขภาพกายและสขุ ภาพจิตสมบรู ณ์ ๑.๓ ส่งเสรมิ การจดั บรกิ ารทางการศึกษาใหเ้ ดก็ ไดเ้ ข้าเรยี นอย่างทั่วถึง และเสมอภาค และ ปฏิบัติการรับเด็กตามเกณฑ์ท่ีกําหนด ๑.๔ ส่งเสริมให้ผู้สอนและผ้ทู ป่ี ฏบิ ตั งิ านกบั เด็กพฒั นาตนเองมีความรู้กา้ วหน้าอยเู่ สมอ
หลกั สูตรปฐมวยั โรงเรยี นวดั สายลาํ โพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย (พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๐๗ ๑.๕ เป็นผู้นาํ ในการจัดทาํ หลกั สูตรสถานศึกษาโดยร่วมใหค้ วามเห็นชอบ กาํ หนดวสิ ยั ทศั น์ และคณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์ของเด็กทุกช่วงอายุ ๑.๖ สร้างความร่วมมอื และประสานกับบุคลากรทุกฝุายในการจัดทาํ หลกั สูตรสถานศึกษา ๑.๗ จดั ให้มขี ้อมลู สารสนเทศเกย่ี วกับตัวเด็ก งานวชิ าการหลักสูตร อยา่ งเป็นระบบและมกี าร ประชาสมั พันธ์หลกั สูตรสถานศกึ ษา ๑.๘ สนับสนนุ การจดั สภาพแวดล้อมตลอดจนสื่อ วสั ดุ อปุ กรณ์ทีเ่ อื้ออํานวยต่อการเรียนรู้ ๑.๙ นิเทศ กาํ กบั ติดตามการใช้หลกั สตู ร โดยจดั ใหม้ ีระบบนเิ ทศภายในอย่างมีระบบ ๑.๑๐ กาํ กบั ตดิ ตามให้มีการประเมนิ คุณภาพภายในสถานศึกษาและนําผลจากการประเมิน ไปใชใ้ นการพฒั นาคุณภาพเด็ก ๑.๑๑ กาํ กบั ตดิ ตาม ใหม้ ีการประเมินการนาํ หลกั สูตรไปใช้ เพอื่ นําผลจากการประเมินมา ปรบั ปรงุ และพฒั นาสาระของหลักสตู รของสถานศึกษาให้สอดคล้องกบั ความต้องการของเดก็ บริบทสงั คม และให้มีความทันสมัย ๒. บทบาทผู้สอนปฐมวัย การพฒั นาคุณภาพเด็กโดยถือวา่ เดก็ มคี วามสาํ คัญท่สี ุด กระบวนการจัดการศึกษาต้อง ส่งเสริมให้เดก็ สามารถพฒั นาตนตามธรรมชาติ สอดคล้องกับพัฒนาการและเต็มตามศักยภาพ ดังน้นั ผู้สอนจึงมีบทบาทสาํ คญั ยิง่ ที่จะทําให้กระบวนการจัดการเรียนรดู้ ังกลา่ วบรรลผุ ลอย่างมีประสทิ ธิภาพ ผสู้ อนจงึ ควรมีบทบาท / หนา้ ท่ี ดังน้ี ๒.๑ บทบาทในฐานะผ้เู สริมสรา้ งการเรียนรู้ ๒.๑.๑ จัดประสบการณก์ ารเรียนรูส้ าํ หรบั เด็กทเ่ี ดก็ กาํ หนดขน้ึ ด้วยตวั เด็กเองและ ผู้สอนกับเด็กร่วมกนั กําหนด โดยเสริมสรา้ งพฒั นาการเด็กให้ครอบคลุมทุกด้าน ๒.๑.๒ สง่ เสริมให้เด็กใชข้ ้อมูลแวดล้อม ศักยภาพของตัวเด็ก และหลักทางวชิ าการใน การผลติ กระทาํ หรือหาคําตอบในส่ิงท่ีเด็กเรยี นรู้อยา่ งมีเหตุผล ๒.๑.๓ กระต้นุ ใหเ้ ด็กรว่ มคดิ แก้ปญ๎ หา คน้ ควา้ หาคําตอบดว้ ยตนเองด้วยวิธี การศกึ ษาทน่ี ําไปสกู่ ารใฝุรู้ และพัฒนาตนเอง ๒.๑.๔ จัดสภาพแวดลอ้ มและสร้างบรรยากาศการเรียนทสี่ ร้างเสริมให้เด็กทาํ กจิ กรรม ได้เต็มศักยภาพและความแตกต่างของเด็กแตล่ ะบคุ คล ๒.๑.๕ สอดแทรกการอบรมด้านจรยิ ธรรมและค่านยิ มท่ีพึงประสงค์ในการจัดการ เรียนรู้ และกจิ กรรมต่างๆ อย่างสมํ่าเสมอ ๒.๑.๖ ใช้กิจกรรมการเลน่ เปน็ สื่อการเรียนรสู้ าํ หรับเด็กใหเ้ ปน็ ไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ๒.๑.๗ ใช้ปฏิสมั พันธท์ ่ีดรี ะหวา่ งผสู้ อนและเด็กในการดาํ เนินกจิ กรรมการเรยี นการสอน อยา่ งสมา่ํ เสมอ
หลักสตู รปฐมวัย โรงเรียนวดั สายลําโพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั (พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๐๘ ๒.๑.๘ จดั การประเมินผลการเรยี นรทู้ ส่ี อดคล้องกับสภาพจริงและนาํ ผลการประเมนิ มาปรับปรงุ พัฒนาคุณภาพเด็กเตม็ ศักยภาพ ๒.๒ บทบาทในฐานะผูด้ แู ลเดก็ ๒.๒.๑ สงั เกตและส่งเสริมพัฒนาการเดก็ ทุกด้านทงั้ ทางด้านรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม และ สตปิ ๎ญญา ๒.๒.๒ ฝกึ ให้เด็กช่วยเหลือตนเองในชวี ติ ประจําวัน ๒.๒.๓ ฝกึ ให้เดก็ มคี วามเชื่อม่ัน มีความภมู ใิ จในตนเองและกล้าแสดงออก ๒.๒.๔ ฝึกการเรยี นรู้หนา้ ท่ี ความมวี ินยั และการมีนิสัยท่ีดี ๒.๒.๕ จาํ แนกพฤติกรรมเด็กและสรา้ งเสริมลกั ษณะนิสัยและแกป้ ๎ญหาเฉพาะบุคคล ๒.๒.๖ ประสานความร่วมมือระหวา่ งสถานศึกษา บ้าน และชุมชน เพ่อื ให้เดก็ ได้พัฒนา เตม็ ตามศกั ยภาพและมีมาตรฐานคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ ๒.๓ บทบาทในฐานะนกั พัฒนาเทคโนโลยีการสอน ๒.๓.๑ นาํ นวตั กรรม เทคโนโลยีทางการสอนมาประยุกต์ใช้ใหเ้ หมาะสมกับสภาพบริบท สังคม ชุมชน และทอ้ งถิ่น ๒.๓.๒ ใชเ้ ทคโนโลยีและแหลง่ เรียนร้ใู นชุมชนในการเสรมิ สร้างการเรยี นรใู้ ห้แกเ่ ดก็ ๒.๓.๓ จัดทาํ วจิ ยั ในชั้นเรยี น เพอ่ื นาํ ไปปรับปรุงพัฒนาหลกั สูตร / กระบวนการ เรียนรู้ และพฒั นาส่ือการเรยี นรู้ ๒.๓.๔ พฒั นาตนเองใหเ้ ป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีคณุ ลักษณะของผูใ้ ฝุรู้มีวสิ ยั ทัศน์ และทันสมัยทันเหตุการณ์ในยุคของข้อมลู ขา่ วสาร ๒.๔ บทบาทในฐานะผู้บริหารหลักสตู ร ๒.๔.๑ ทําหนา้ ที่วางแผนกําหนดหลกั สตู ร หนว่ ยการเรียนรู้ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ๒.๔.๒ จัดทาํ แผนการจดั ประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสาํ คัญ ใหเ้ ด็กมีอิสระในการ เรยี นรทู้ ้ังกายและใจ เปดิ โอกาสใหเ้ ดก็ เลน่ /ทาํ งาน และเรยี นรทู้ ั้งรายบคุ คลและเป็นกลุม่ ๒.๔.๓ ประเมินผลการใช้หลักสูตร เพอื่ นําผลการประเมนิ มาปรับปรงุ พฒั นาหลักสูตร ใหท้ นั สมัย สอดคล้องกบั ความตอ้ งการของ ผเู้ รยี น ชุมชน และท้องถ่นิ ๓. บทบาทของพอ่ แมห่ รอื ผู้ปกครองเด็กปฐมวยั การศกึ ษาระดับปฐมวยั เป็นการศึกษาทจ่ี ดั ให้แก่เด็กทีผ่ สู้ อนและพ่อแม่หรือผปู้ กครองต้อง สอื่ สารกันตลอดเวลา เพอ่ื ความเข้าใจตรงกนั และพร้อมร่วมมือกันในการจัดการศึกษาให้กบั เด็ก ดังนั้น พ่อ แมห่ รือผู้ปกครองควรมบี ทบาทหนา้ ที่ ดังน้ี ๓.๑ มสี ่วนรว่ มในการกาํ หนดแผนพัฒนาสถานศึกษาและใหค้ วามเห็นชอบ กําหนด แผนการเรียนรู้ของเดก็ ร่วมกับผสู้ อนและเด็ก
หลักสตู รปฐมวยั โรงเรยี นวดั สายลําโพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย (พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๐๙ ๓.๒ สง่ เสริมสนับสนุนกจิ กรรมของสถานศึกษา และกจิ กรรมการเรียนรเู้ พ่ือพฒั นาเดก็ ตาม ศกั ยภาพ ๓.๓ เป็นเครอื ข่ายการเรยี นรู้ จัดบรรยากาศภายในบา้ นใหเ้ อ้ือต่อการเรียนรู้ ๓.๔ สนบั สนุนทรัพยากรเพื่อการศกึ ษาตามความเหมาะสมและจําเปน็ ๓.๕ อบรมเลยี้ งดู เอาใจใส่ใหค้ วามรกั ความอบอุน่ สง่ เสรมิ การเรยี นรู้และพัฒนาการดา้ น ตา่ ง ๆ ของเด็ก ๓.๖ ปอู งกนั และแกไ้ ขปญ๎ หาพฤติกรรมที่ไม่พงึ ประสงคต์ ลอดจนส่งเสรมิ คุณลักษณะทพ่ี ึง ประสงค์ โดยประสานความร่วมมือกับผสู้ อน ผเู้ กยี่ วข้อง ๓.๗ เปน็ แบบอย่างทีด่ ีท้ังในด้านการปฏบิ ัตติ นใหเ้ ปน็ บุคคลแห่งการเรียนรู้ และมี คุณธรรม นาํ ไปสูก่ ารพัฒนาใหเ้ ป็นสถาบันแหง่ การเรียนรู้ ๓.๘ มสี ่วนรว่ มในการประเมินผลการเรยี นรขู้ องเดก็ และในการประเมินการจัดการศึกษาของ สถานศกึ ษา ๔. บทบาทของชมุ ชน การปฏริ ูปการศึกษา ตามพระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ไดก้ ําหนดให้ ชุมชนมบี ทบาทในการมีส่วนร่วมในการจัดการศกึ ษา โดยให้มีการประสานความร่วมมือเพื่อ รว่ มกันพัฒนา ผเู้ รยี นตามศกั ยภาพ ดงั นน้ั ชุมชนจงึ มบี ทบาทในการจดั การศกึ ษาปฐมวัย ดงั นี้ ๔.๑ มสี ว่ นรว่ มในการบริหารสถานศกึ ษา ในบทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษา สมาคม / ชมรมผู้ปกครอง ๔.๒ มีสว่ นรว่ มในการจดั ทําแผนพัฒนาสถานศึกษาเพื่อเปน็ แนวทางในการดําเนนิ การของ สถานศกึ ษา ๔.๓ เปน็ ศูนย์การเรยี นรู้ เครือขา่ ยการเรยี นรู้ ให้เด็กได้เรียนร้แู ละมปี ระสบการณ์จาก สถานการณจ์ ริง ๔.๔ ให้การสนับสนนุ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรขู้ องสถานศกึ ษา ๔.๕ ส่งเสริมใหม้ กี ารระดมทรัพยากรเพอื่ การศึกษา ตลอดจนวทิ ยากรภายนอก และภมู ิ ป๎ญญาท้องถ่นิ เพ่อื เสรมิ สรา้ งพัฒนาการของเดก็ ทุกดา้ น รวมทงั้ สบื สานจารตี ประเพณี ศิลปวฒั นธรรมของ ท้องถิ่นและของชาติ ๔.๖ ประสานงานกับองค์กรท้ังภาครฐั และเอกชน เพือ่ ใหส้ ถานศกึ ษาเป็นแหลง่ วทิ ยาการของชมุ ชน และมีส่วนในการพฒั นาชมุ ชนและท้องถิน่ ๔.๗ มสี ว่ นร่วมในการตรวจสอบ และประเมนิ ผลการจดั การศึกษาของสถานศึกษา ทํา หนา้ ท่ีเสนอแนะในการพฒั นาการจดั การศกึ ษาของสถานศึกษา
หลกั สตู รปฐมวยั โรงเรียนวดั สายลาํ โพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั (พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๑๐ การจัดการศกึ ษาระดับปฐมวยั ( เด็กอายุ ๓ – ๖ ปีี ) สําหรบั กลมุ เปา้ หมาย เฉพาะ การจดั การศึกษาสาํ หรับกลมุ่ เปูาหมายเฉพาะสามารถนําหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั ไปปรับใชไ้ ด้ ท้งั ในส่วนของโคตรสรา้ งหลกั สูตร สาระการเรียนรู้ การจดั ประสบการณ์ และการประเมินพฒั นาการให้ เหมาะสมกบั สภาพ บริบท ความตอ้ งการ และศักยภาพของเดก็ แต่ละประเภทเพ่อื พัฒนาให้เดก็ มีคุณภาพ ตามมาตรฐานคุณลักษณะท่พี ึงประสงค์ท่หี ลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั กาํ หนดโดยดาํ เนินการดงั น้ี ๑. เปาู หมายคุณภาพเด็ก หลักสตู รการศึกษาปฐมวัยไดก้ ําหนดมาตรฐานคณุ ลักษณะท่ีพึง ประสงค์ และสาระการเรียนรู้ เป็นเปาู หมายและกรอบทศิ ทางเพ่ือให้ทุกฝาุ ยท่ีเกย่ี วข้องใช้ในการพัฒนาเดก็ สถานศึกษาหรอื ผ้จู ดั การศึกษาสาํ หรับกลมุ่ เปาู หมายเฉพาะ สามารถเลอื กหรือปรับใช้ ตวั บง่ ช้แี ละสภาพที่ พึงประสงค์ในการพฒั นาเดก็ เพอื่ นําไปทาํ แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลแตย่ งั คงไว้ซ่ึงคณุ ภาพ พัฒนาการของเด็กทั้งด้านรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม และสตปิ ญ๎ ญา ๒. การประเมนิ พฒั นาการ จะต้องคํานึงถงึ ป๎จจัยความแตกต่างของเดก็ อาทิ เด็กท่ีพกิ ารอาจตอ้ ง มีการปรบั การประเมนิ พัฒนาการท่ีเอ้อื ต่อสภาพเด็ก ทัง้ วธิ ีการเคร่ืองมือทีใ่ ช้ หรือกล่มุ เด็กทีม่ จี ดุ เน้นเฉพาะ ดา้ น การสร้างรอยเชอ่ื มตอ่ ของการศึกษาระดบั ปฐมวัยกับระดับประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ การเช่อื มต่อของการศึกษาระดบั ปฐมวยั กับระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ มีความสาํ คญั อย่างย่ิง บุคลากรทุกฝุายจะต้องให้ความสนใจตอ่ การชว่ ยลดชอ่ งวา่ งของความไม่เข้าใจในการจัดการศึกษาทัง้ สอง ระดับ ซึง่ จะสง่ ผลต่อการจดั การเรยี นการสอน ตัวเด็ก ครู พอ่ แม่ ผปู้ กครอง และบคุ ลากรทางการศึกษา อ่นื ๆทั้งระบบ การเชื่อมต่อของการศึกษาระดบั ปฐมวัยกับระดับประถมศึกษาปีท่ี ๑ จะประสบผลสําเร็จได้ ต้องดําเนนิ การดังต่อไปนี้ ๑. ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา ผู้บรหิ ารสถานศึกษาเป็นบุคคลสําคญั ทีม่ ีบทบาทเปน็ ผู้นําในการเชื่อมต่อโดยเฉพาะระหวา่ ง หลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัยในช่วงอายุ ๓ – ๖ ปี กับหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐานในชั้น ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ โดยต้องศึกษาหลกั สตู รทั้งสองระดับ เพ่ือทําความเขา้ ใจ จัดระบบการบริหารงานดา้ น วชิ าการทจ่ี ะเออื้ ต่อการเชื่อมโยงการศึกษาโดยการจัดกจิ กรรมเพื่อเช่ือมต่อการศกึ ษา ดังตวั อยา่ งกิจกรรม ตอ่ ไปน้ี
หลกั สตู รปฐมวัย โรงเรยี นวัดสายลาํ โพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั (พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๑๑ ๑.๑ จดั ประชมครูระดับปฐมวัยและครูระดับประถมศกึ ษารว่ มกันสร้างรอยเชอ่ื มต่อของ หลกั สูตรทงั้ สองระดับให้เปน็ แนวปฏบิ ัติของสถานศึกษาเพ่ือครทู ั้งสองระดับจะได้เตรยี มการสอนให้ สอดคลอ้ งกับเด็กวยั นี้ ๑.๒ จดั หารเอกสารด้านหลักสูตรและเอกสารทางวชิ าการของทัง้ สองระดบั มาไวใ้ หค้ รู และบคุ ลากรอื่นๆไดศ้ ึกษาทาํ ความเข้าใจ อย่างสะดวกและเพยี งพอ ๑.๓ จัดกิจกรรมใหค้ รูทง้ั สองระดับมีโอกาสแลกเปลีย่ นเผยแพรค่ วามรู้ใหม่ๆ ท่ีได้รับจาก การอบรม ศกึ ษาดูงาน ซึ่งไม่ควรจดั ใหเ้ ฉพาะครูในระดับเดยี วกนั เท่านน้ั ๑.๔ จัดเอกสารเผยแพร่ตลอดจนกจิ กรรมสัมพันธใ์ นรปู แบบต่างๆ ระหว่างสถานศกึ ษา พ่อ แม่ ผูป้ กครองและบุคลากรทางการศึกษาอยา่ งสมํา่ เสมอ ๑.๕ จัดให้มกี ารพบปะ หรือการทาํ กิจกรรมร่วมกับพ่อแม่ ผู้ปกครองอย่างสมํา่ เสมอ ตอ่ เน่ือง ในระหว่างท่ีเด็กอยใู่ นระดบั ปฐมวยั เพื่อพ่อแม่ ผ้ปู กครอง จะไดส้ ร้างความเขา้ ใจและ สนบั สนุนการเรยี น การสอนของบุตรหลานตนได้อยา่ งถกู ต้อง ๑.๖ จดั กิจกรรมให้ครูทัง้ สองระดับได้ทาํ กจิ กรรมรว่ มกันกับพอ่ แม่ ผปู้ กครองและเด็กใน บางโอกาส ๑.๗ จดั กจิ กรรมปฐมนิเทศพ่อแม่ ผู้ปกครองอยา่ งนอ้ ย ๒ ครง้ั คือ ก่อนเด็กเข้าเรียนระดับ ปฐมวัยศึกษาและก่อนเด็กจะเลอ่ื นขึน้ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ เพ่อื ให้พอ่ แม่ ผูป้ กครองเข้าใจ การศึกษาท้ัง สองระดับและให้ความร่วมมือในการช่วยเด็กใหส้ ามารถปรับตัวเขา้ กับสภาพแวดลอ้ มใหม่ได้ดี ๒. ครูระดับปฐมวัย ครูระดบั ปฐมวัย นอกจากจะต้องศึกษาทําความเข้าใจหลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั และจดั กิจกรรมพัฒนาเดก็ ของตนแล้ว ควรศึกษาหลักสตู รการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน การจดั การเรยี นการสอนในชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ และสร้างความเข้าใจให้กบั พ่อแม่ ผู้ปกครองและบคุ ลากรอื่นๆ รวมท้ังชว่ ยเหลอื เด็กใน การปรับตวั ก่อนเล่อื นขึน้ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ โดยครอู าจจัดกจิ กรรมดังตวั อย่างต่อไปนี้ ๒.๑ เก็บรวบรวมขอ้ มูลเกย่ี วกับตัวเดก็ เป็นรายบุคคลเพ่ือสง่ ตอ่ ครชู ้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ ซ่ึงจะทําให้ครรู ะดับประถมศึกษาสามารถใชข้ ้อมลู น้นั ช่วยเหลอื เด็กในการปรับตัวเข้ากบั การเรียนรใู้ หม่ ต่อไป ๒.๒ พดู คยุ กับเดก็ ถงึ ประสบการณ์ทดี่ ีๆ เกยี่ วกบั การจดั การเรียนรใู้ นระดบั ช้ัน ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ เพื่อให้เด็กเกิดเจตคตทิ ีด่ ีต่อการเรยี นรู้
หลักสูตรปฐมวยั โรงเรยี นวัดสายลาํ โพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั (พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๑๒ ๒.๓ จดั ให้เดก็ ไดม้ ีโอกาสทําความรู้จกั กบั ครตู ลอดจนสภาพแวดลอ้ ม บรรยากาศของ หอ้ งเรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ ท้งั ทอี่ ยใู่ นสถานศึกษาเดยี วกนั หรอื สถานศึกษาอน่ื ๓. ครูระดบั ประถมศกึ ษา ครูระดับประถมศกึ ษาต้องมีความรู้ ความเข้าใจในพฒั นาการเด็กปฐมวยั และมีเจตคตทิ ี่ดีต่อ การจัดประสบการณต์ ามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั เพื่อนํามาเปน็ ข้อมลู ในการพฒั นาจัดการเรียนรูใ้ น ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑ ของตนให้ต่อเนื่องกับการพัฒนาเดก็ ในระดับปฐมวัย ดังตัวอย่าง ต่อไปน้ี ๓.๑ จัดกจิ กรรมให้เด็ก พ่อแม่ และผูป้ กครอง มีโอกาสได้ทาํ ความรจู้ ักคนุ้ เคยกับครูและ ห้องเรยี นชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ กอ่ นเปดิ ภาคเรียน ๓.๒ จัดสภาพหอ้ งเรียนให้ใกลเ้ คียงกบั ห้องเรยี นระดับปฐมวยั โดยจดั ให้มมี ุมประสบการณ์ ภายในหอ้ งเพื่อให้เด็กไดม้ ีโอกาสทาํ กจิ กรรมได้อยา่ งอิสระเช่น มุมหนังสือ มุมของเล่น มุมเกมการศกึ ษา เพ่ือชว่ ยใหเ้ ด็กชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๑ ไดป้ รบั ตวั และเรยี นร้จู ากการปฏิบัติจริง ๓.๓ จดั กิจกรรมร่วมกันกับเด็กในการสร้างข้อตกลงเกย่ี วกับการปฏบิ ัติตน ๓.๔ เผยแพร่ขา่ วสารด้านการเรียนรแู้ ละสรา้ งความสมั พนั ธ์ท่ดี กี บั เด็ก พ่อแม่ ผู้ปกครอง และชุมชน ๔. พอ่ แม่ ผู้ปกครองและบุคลากรทางการศึกษา พอ่ แม่ ผู้ปกครอง และบคุ ลากรทางการศกึ ษาต้องทําความเข้าใจหลักสตู รของการศกึ ษาท้ัง สองระดบั และเขา้ ใจว่าถึงแม้เด็กจะอย่ใู นระดบั ประถมศึกษาแลว้ แต่เด็กยังตอ้ งการความรกั ความเอาใจใส่ การดูแลและการปฏิสมั พนั ธ์ที่ไมไ่ ด้แตกตา่ งไปจากระดบั ปฐมวัย และควรใหค้ วามร่วมมือกับครูและ สถานศึกษาในการชว่ ยเตรยี มตัวเดก็ เพื่อให้เดก็ สามารถปรับตัวได้เรว็ ย่งิ ขึ้น การกาํ กับ ติดตาม ประเมิน และรายงาน การจัดสถานศึกษาปฐมวัยมีหลกั การสาํ คญั ในการให้สงั คม ชมุ ชน มีสว่ นร่วมในการจัดการศึกษา และกระจายอํานาจการศึกษาลงไปยงั ท้องถ่นิ โดยตรง โดยเฉพาะสถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ซ่งึ เปน็ ผู้จัดการศึกษาในระดับน้ี ดงั น้ัน เพื่อใหผ้ ลผลติ ทางการศึกษาปฐมวัยมคี ณุ ภาพตามมาตรฐาน คณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์และสอดคลอ้ งกบั ความต้องการของชมุ ชนและสังคมจาํ เป็นต้องมรี ะบบการกํากบั ตดิ ตาม ประเมินและรายงานท่มี ีประสิทธภิ าพ เพื่อให้ทุกกล่มุ ทุกฝุายที่มีส่วนร่วมรับผดิ ชอบในการจดั การศึกษา เหน็ ความกา้ วหน้า ป๎ญหา อปุ สรรค ตลอดจนการใหค้ วามรว่ มมือชว่ ยเหลอื สง่ เสริม สนบั สนนุ การวางแผน และดาํ เนินงานการจดั การศึกษาปฐมวัยให้มีคุณภาพอย่างแท้จรงิ
หลกั สตู รปฐมวยั โรงเรยี นวัดสายลาํ โพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๑๓ การกาํ กบั ตดิ ตาม ประเมนิ และรายงานผลการจัดการศึกษาปฐมวยั เป็นสว่ นหนึ่งของกระบวนการ บรหิ ารการศึกษาและระบบการประกันคุณภาพทตี่ อ้ งดําเนินการอย่างตอ่ เน่ือง เพอื่ นําไปสู่การพฒั นา คณุ ภาพและมาตรฐานการศึกษาปฐมวัย สรา้ งความมั่นใจให้ผเู้ กีย่ วขอ้ ง โดยตอ้ งมีการดาํ เนินการที่เป็น ระบบเครือขา่ ยครอบคลุมท้งั หน่วยงานภายในและภายนอกต้ังแตร่ ะดับชาติ เขตพื้นท่ีทุกระดับและทุกอาชีพ การกาํ กบั ดูแลประเมนิ ผลต้องมีการรายงานผลจากทุกระดบั ให้ทกุ ฝุายรวมทงั้ ประชาชนท่ัวไปทราบ เพ่ือนาํ ขอ้ มูลจากรายงานผลมาจดั ทําแผนพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาของสถานศึกษาหรอื สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ตอ่ ไป
ภาคผนวก
คำสัง่ สำนกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครสวรรค์ เขต ๓ ท่ี /2564 เรือ่ ง แต่งตงั้ คณะกรรมการบรหิ ารหลกั สูตรและงานวิชาการสถานศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน ............................................................... เพื่อให้การบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวด 4 มาตรา 27 ที่ กำหนดให้สถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานมีหนา้ ที่จัดทำสาระของหลักสูตรเพือ่ ความเปน็ ไทย ความเปน็ พลเมืองท่ีดี ของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพ ตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพของ ปัญหาในชุมาชน และสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของ ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ และสอดคล้องกับระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยคณะ กรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ. 2544 อาศัยอำนาจตามมาตรา 37 แหง่ พระราชบัญญัตริ ะเบียบบรหิ ารราชการ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ. 2546 และแกไ้ ขเพ่มิ เติม จึง แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารหลักสูตร และงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนวัดสายลำโพงใต้ ปกี ารศกึ ษา 2564 ดังน้ี 1. นางสาวชรดิ า เหลย่ี มดี ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นวัดสายลำโพงใต้ ประธานกรรมการ 2. นายวชั ระ นิวตั สมบตั เิ จรญิ ประธานกรรมการสถานศกึ ษาฯ ท่ีปรกึ ษา 3. นายประจักร ขันเล็ก กำนนั ตำบลสายลำโพง ผู้ทรงคุณวฒุ ิ 4. นางสาวจินต์จุฑา อว่ มทร หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย กรรมการ 5. นางจไุ ร พรพนม หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ กรรมการ 6. นายคฑามาศ บำรุงอินทร์ หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรฯ์ กรรมการ 7. นางจนั ทนา เกดิ บญุ มา หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนร้สู งั คมศกึ ษาฯ กรรมการ 8. นายจริ ายุ คงเพ็ชรศกั ด์ิ หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ขุ ศกึ ษาฯ กรรมการ 9. นางจไุ ร พรพนม หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ กรรมการ 10. นางสิรภิ ัสสร ปานกล่ำ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี กรรมการ 11. นางจนั ทนา เกิดบญุ มา หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ กรรมการ 12. นางชญาณท์ ิพย์ จนั ทอง หัวหนา้ ครูผ้สู อนระดบั ปฐมวัย กรรมการ 13. นางชญาณท์ ิพย์ จนั ทอง หัวหนา้ กลมุ่ งานบริหารวชิ าการ กรรมการและเลขานุการ
หลักสูตรปฐมวยั โรงเรยี นวดั สายลาํ โพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย (พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๑๖ คณะกรรมการดำเนินการ มหี นา้ ทดี่ ำเนนิ การจดั การตามขนั้ ตอนทก่ี ำหนด ดังน้ี 1. วางแผนการดำเนินงานวิชาการ กำหนดสาระรายละเอียดของหลักสูตรสถานศึกษาและ แนวทางการจัดสัดสว่ นสาระเรียนรู้ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของสถานศึกษา ใหส้ อดคล้องกับหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) และสภาพเศรษฐกิจ สงั คม ศลิ ปวฒั นธรรม ภมู ิปัญญาทอ้ งถ่นิ 2. จดั ทำคู่มอื การบรหิ ารหลกั สตู ร และงานวชิ าการของสถานศกึ ษา นิเทศ กำกับ ติดตาม ให้ คำปรึกษา เกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมนิ ผลและการแนะ แนวให้สอดคล้องและเปน็ ไปตามหลักสตู รการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน 3. ส่งเสรมิ และสนบั สนุนการพฒั นาบคุ ลากรเกีย่ วกบั การพัฒนาหลกั สตู ร การจัดกระบวนการ เรียนรู้ การวัดและประเมินผลและการแนะแนวให้เป็นไปตามจุดหมายและแนวทางการดำเนินการของ หลกั สูตร 4. ประสานความร่วมมือจากบุคคล หน่วยงาน องค์กรต่างๆ และชุมชน เพื่อให้การใช้ หลกั สตู รเป็นไปอยา่ งมปี ระสิทธิภาพและมีคณุ ภาพ 5. ประชาสัมพันธ์หลักสูตรและการใชห้ ลักสูตรแกน่ กั เรยี น ผปู้ กครอง ชมุ ชนและผู้เก่ียวข้อง และนำข้อมลู ป้อนกลบั จากฝา่ ยต่างๆ มาพจิ ารณาเพ่ือปรับปรงุ และพฒั นาหลักสตู รสถานศึกษา 6. ส่งเสรมิ สนับสนนุ การวจิ ยั เก่ียวกับการพัฒนาหลักสตู ร และกระบวนการเรยี นรู้ 7. ตติ ตามผลการเรียนของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล ระดับชัน้ และช่วงชัน้ ระดบั วิชา กลมุ่ วิชา ในแตล่ ะปีการศกึ ษา เพ่ือปรบั ปรุงแก้ไข และพัฒนาการดำเนินงานดา้ นต่างๆ ของสถานศึกษา 8. ตรวจสอบทบทวน ประเมินมาตรฐาน การปฏิบัติงานของครู และการบริหารหลักสูตร ระดับสถานศึกษาในรอบปีที่ผ่านมา แล้วใช้ผลการประเมิน เพื่อวางแผนการปฏิบัติงานของครูและการ บริหารหลักสูตรปีการศกึ ษาตอ่ ไป 9. รายงานผลการปฏบิ ตั ิงานและผลการบริหารหลกั สตู รของสถานศึกษา โดยเนน้ การพฒั นา คุณภาพผู้เรียนต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการบริหารหลักสูตรระดับเหนือ สถานศกึ ษา สาธารณชน และผเู้ ก่ียวขอ้ ง 10. ใหด้ ำเนนิ การประชุมคณะกรรมการอย่างนอ้ ยภาคเรียนละ 2 ครั้ง ทั้งนี้ใหผ้ ู้ได้รับการแต่งตั้งปฏิบัตหิ น้าที่ท่ีได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิผล และบรรลุตาม วัตถปุ ระสงค์ทีต่ ้ังไว้ ตัง้ แตบ่ ดั น้ีเป็นตน้ ไป สั่ง ณ วันที่ กรกฎาคม พ.ศ. 2564 (ลงชอ่ื ) (นายจริ ะชยั ทคี ำ) ผูอ้ ำนวยการเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครสวรรค์ เขต ๓
หลกั สูตรปฐมวยั โรงเรยี นวดั สายลาํ โพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย (พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๑๗ แบบตรวจสอบหลกั สูตรสถานศกึ ษาระดับปฐมวยั กอ นการนาหลักสตู รไปใช โรงเรยี นวัดสายลําโพงใต ตาบลสายลาํ โพง อาเภอทา ตะโก จงั หวัดนครสวรรค สานักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษานครสวรรค เขต ๓ คําชีแ้ จง แบบตรวจสอบหลกั สตู รศึกษาปฐมวัยฉบับน้ี เป็นแบบสํารวจความคิดเห็นที่ใช้เป็นเคร่ืองมือในการ ตรวจสอบคุณภาพหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยก่อนนําหลักสูตรไปใช้และให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของ สถานศึกษาทําหน้าท่ีตรวจสอบ เช่น ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้สอนปฐมวัย คณะกรรมการสถานศึกษา / คณะกรรมการบริหารโรงเรยี น ผูท้ รงคุณวฒุ ิ ผแู้ ทนผปู้ กครอง และผแู้ ทนชุมชน เปน็ ตน้ กรณีท่ีสถานศึกษามีความต้องการในการตรวจสอบคุณภาพหลักสูตร โดยใช้วิธีการในการรวบรวม ความคิดเหน็ ด้วยวธิ กี ารอน่ื ๆ เช่น การประชุมสนทนากลุ่ม การประชมุ กลมุ่ ย่อย ตอนท่ี ๑ ข้อมลู ทั่วไปของผู้ให้ขอ้ มูล ๑. เพศ ชาย หญงิ ๒. อายุ ๒๐ – ๔๐ ปี ๔๑ – ๕๐ ปี ๕๑ - ๖๐ ปี มากกวา่ ๖๐ ปี ๓. สถานะ/ตําแหน่งหน้าท่ี ครูปฐมวัย ผแู้ ทนคณะกรรมการสถานศกึ ษา ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา ผ้แู ทนชุมชน อ่ืนๆ โปรดระบ.ุ ................ ผทู้ รงคณุ วุฒิ ผู้แทนผ้ปู กครอง ผแู้ ทนครู
หลักสูตรปฐมวัย โรงเรียนวัดสายลาํ โพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัย (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๑๘ ที่ รายการ ใช่ ไมใ่ ช่ ข้อเสนอแนะ เพิม่ เตมิ ๑ ปรชั ญาการศึกษาปฐมวัยของสถานศึกษา ๑.๑ แสดงแนวคดิ และความเช่ือในการจัดการศึกษาเพ่อื พัฒนา เด็กปฐมวัย ชัดเจน ครบถว้ น ๑.๒ มีความสอดคลอ้ งกบั หลักสตู รการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ๑.๓ มคี วามเช่ือมโยงกับความเชือ่ ในการจัดการศกึ ษาเพื่อ พฒั นาเด็กปฐมวัย ๑.๔ ผู้มสี ่วนเกย่ี วข้องทกุ ฝาุ ยมีสว่ นรว่ มในการกําหนดปรชั ญา การศึกษา วสิ ยั ทศั น์ พนั ธกิจ เปา้ หมาย ๒ ๒.๑ มีความชดั เจนและสอดคล้องกับปรชั ญาการศึกษาปฐมวัย ของสถานศกึ ษา ๒.๒ แสดงความคาดหวังและวธิ ีการพัฒนาเด็กปฐมวยั ใน อนาคตไดช้ ัดเจน ๒.๓ แสดงถงึ จุดเนน้ อตั ลักษณ์ เอกลักษณ์ ทีต่ อ้ งการของ สถานศึกษา ๒.๔ ผมู้ สี ่วนเกี่ยวข้องทุกฝาุ ยมสี ่วนรว่ มในการกําหนด ๒.๕ มกี ารกาํ หนดเปาู หมายทีต่ ้องการใน เชงิ ปรมิ าณหรือเชิง คณุ ภาพ ๓ จดุ หมาย ๓.๑ มีความสอดคลอ้ งและครอบคลมุ จุหมายของหลักสตู ร สถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ๓.๒ มคี วามสอดคลอ้ งกบั ปรัชญา วิสัยทัศน์ การศึกษาปฐมวัย ของสถานศกึ ษา ๓.๓ มคี วามเป็นไปได้ในการนาํ ไปสกู่ ารปฏิบัติตามจดุ หมายท่ี กําหนดในหลักสตู ร
หลกั สตู รปฐมวัย โรงเรยี นวัดสายลาํ โพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๑๙ ที่ รายการ ใช่ ไม่ใช่ ขอ้ เสนอแนะ เพ่ิมเตมิ ๔ มาตรฐานคุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ ๔.๑ นาํ มาตรฐานคุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์และสภาพท่ีพงึ ประสงค์ มากาํ หนดในหลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวยั ครบถ้วน ๔.๒ นาํ มาตรฐานคณุ ลักษณะที่พึงประสงค์และสภาพที่พงึ ประสงคม์ าจัดแบง่ กลมุ่ อายุเด็ก และระดับชั้นเรยี นได้ชดั เจน ครบถว้ น ๕ การจดั เวลาเรยี น ๕.๑ มีการกําหนดเวลาเรียนตอ่ ๑ ปีการศึกษาไมน่ ้อยกว่า ๑๘๐ วนั ๕.๒ มกี าํ หนดเวลาเรียนแต่ละวนั ไมน่ ้อยกวา่ ๕ ชว่ั โมง ๕.๓ มีการกาํ หนดชว่ งเวลาการจัดกจิ กรรมประจําวันเหมาะสม กบั วัยและความสนใจของเดก็ ๖ สาระการเรียนรู้รายปี ๖.๑ มคี วามสอดคล้องกับมาตรฐาน ตวั บง่ ชี้ สภาพทพ่ี ึง ประสงค์ ในแตล่ ะช่วงวยั ๖.๒ มีการกําหนดครอบคลมุ ประสบการณ์สาํ คัญและสาระท่ี ควรเรียนรู้ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๐ ๖.๓ มกี ารจดั แบง่ สาระการเรียนรู้เหมาะสมกับช่วงเวลาในการ จดั หนว่ ยประสบการณ์ ๗ การจัดประสบการณ์ ๗.๑ มีกําหนดการจดั ประสบการณ์โดยใชห้ ลักการบูรณาการ ผา่ นการเลน่ ท่สี อดคล้องกบั พัฒนาการตามวัยของเด็ก ๗.๒ มรี ูปแบบการจัดประสบการณ์สอดคล้องกบั ปรัชญา วสิ ัยทศั น์ และจดุ หมายของการจัดการศึกษาปฐมวยั ๗.๓ มีกําหนการจัดประสบการณ์แตล่ ะชว่ งอายทุ ่เี หมาะสมกับ วัยและความสนใจของเด็ก ๗.๔ มีกําหนดการจดั ประสบการณเ์ น้นให้เด็กลงมือปฏบิ ตั ิ ริเรม่ิ และมสี ว่ นรว่ มในการออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู้ ๗.๕ มีกําหนการจัดประสบการณเ์ ปดิ โอกาสใหเ้ ดก็ มี ปฏสิ มั พันธ์กบั บคุ คล สื่อ และใช้แหล่งการเรยี นรทู้ หี่ ลากหลาย
หลกั สูตรปฐมวยั โรงเรียนวัดสายลาํ โพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัย (พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๒๐ ท่ี รายการ ใช่ ไม่ใช่ ข้อเสนอแนะ เพ่มิ เติม ๗.๖ มีกําหนดการจัดประสบการณ์ส่งเสริมให้เด็กมีทักษะชีวิต และการปฏิบัติตนตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี ง ๗.๗ มกี ําหนการจดั ประสบการณ์สง่ เสริมการพัฒนาให้เด็กเป็น คนดี มวี ินยั และมีความเป็นไทย ๗.๖ มีกําหนดการจัดประสบการณ์ส่งเสริมให้เด็กมีทักษะชีวิต แล ะ กา ร ปฏิ บั ติ ตน ต าม แ น ว ท า งห ลั ก ปรั ช ญา ข อ งเ ศ ร ษ ฐ กิ จ พอเพยี ง ๘ การจัดสภาพแวดล้อม ส่อื และแหล่งเรยี นรู้ ๘.๑ ระบแุ นวการจัดสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกท่ีเอ้ือ ต่อการเรียนรขู้ องเดก็ ๘.๒ มีส่อื ที่หลากหลาย เหมาะสมและเพยี งพอ ๘.๓ มีแหล่งเรียนรู้ในและนอกสถานศึกษาท่ีส่งเสริม พัฒนาการและการเรยี นรู้ของเด็ก ๙ การประเมนิ พฒั นาการ ๙.๑ มีการประเมินพัฒนาการเด็กครอบคลุมมาตรฐาน คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์ ๙.๒ มีการประเมนิ พัฒนาการตามสภาพจรงิ ๑๐ การบริหารจัดการหลกั สูตร ๑๐.๑ มคี วามพร้อมด้าน ครู บุคลากร และข้อมลู สารสนเทศ ๑๐.๒ มงี บประมาณและทรัพยากรสนบั สนุนเพียงพอ ๑๐.๓ มีการวางแผนการประเมินหลักสูตรสถานศึกษา (ก่อน- ระหวา่ ง-หลังการใช)้ ๑๐.๔ มีแผนการนิเทศ ติดตามการนําหลักสูตรสถานศึกษา ปฐมวยั สู่การปฏิบตั ิ
หลกั สูตรปฐมวยั โรงเรยี นวดั สายลําโพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๒๑ ที่ รายการ ใช่ ไม่ใช่ ข้อเสนอแนะ เพิ่มเตมิ ๑๑ การเชื่อมตอ่ ของการศกึ ษา ๑๑.๑ ผู้บริหารมีการวางแผนและสร้างความเข้าใจแก่ ผู้สอน ปฐมวัย ผู้สอนประถมศึกษาที่เก่ียวข้อง พ่อแม่ ผู้ปกครอง และ ชุมชนในการสร้างรอยเชือ่ มต่อของหลกั สตู รทงั้ สองระดับ ๑๑.๒ ครูผ้สู อนปฐมวยั และประถมศกึ ษามีการและเปล่ียนและ กาํ หนดแนวทางการทํางานรว่ มกนั ๑๑.๓ มีแนวทางการจดั กิจกรรมใหเ้ ด็กปฐมวัยมีความพร้อมใน การเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ของครูผู้สอนร่วมกันด้วย วธิ ีการหลากหลาย ๑๑.๔ มีการจัดเตรียมข้อมูลสารสนเทศของเด็กปฐมวัย รายบุคคลส่งต่อชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เพื่อการวางแผนพัฒนา เด็กร่วมกัน ขอ้ เสนอแนะ ............................................................................................................................................. ............................ ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ลงชอื่ ....................................................ผ้ตู รวจสอบ (................................................) ตาํ แหนง่ .................................................. วนั เดอื น ป.ี ............................................
หลกั สตู รปฐมวัย โรงเรยี นวดั สายลําโพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั (พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๒๒ แบบตรวจสอบหลกั สตู รสถานศกึ ษาระดบั ปฐมวัยหลังการนาํ หลงั นาํ สูตรไปใช โรงเรียนวัดสายลําโพงใต สาํ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค เขต ๓ ค าชแ้ี จง แบบตรวจสอบหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยฉบับนี้ เป็นแบบสํารวจความคิดเห็นท่ีใช้เคร่ืองมือใน การตรวจสอบคุณภาพหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยหลังการนําหลักสูตรไปใช้และให้ผู้มีส่วนเก่ียวข้องของ สถานศึกษาทําหน้าที่ตรวจสอบ เช่น ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้สอนปฐมวัย คณะกรรมการสถานศึกษา/ คณะกรรมการบริหารโรงเรียน ผู้ทรงคณุ วฒุ ิ ผเู้ ช่ยี วชาญ ผแู้ ทน ผู้ปกครอง และผู้แทนชมุ ชน ตอนท่ี ๑ ขอ้ มลู ทั่วไปของผ้ใู หข้ ้อมูล ๑. เพศ ชาย หญิง ๒. อายุ ๒๐-๔๐ ปี ๔๑-๕๐ ปี ๕๑-๖๐ ปี มากกว่า๖๐ ปี ๓. สถานะ/ต าแหนง่ หน้าที่ ผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา ครูปฐมวยั ผปู้ กครอง ผู้ทรงคณุ วฒุ ิ อนื่ ๆ โปรดระบุ ตอนท่ี ๒ การตรวจสอบคุณภาพหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยหลังการน าหลักสูตรไปใช้ โปรดท าคเ รือ่ งหมายตามระดับคณุ ภาพและให้ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เติม เกณฑ์ระดบั คุณภาพ ระดับคุณภาพ ๓ ดี หมายถึง สามารถนําหลักสูตรไปใช้ได้ครบถว้ นและเหมาะสม ระดบั คุณภาพ ๒ พอใช้ หมายถงึ สามารถนําหลกั สตู รไปใช้ไดแ้ ตบ่ างประเดน็ ควรปรับปรงุ ระดบั คุณภาพ ๑ ปรับปรุงหมายถึง ไมส่ ามรถนําไปใช้ไดเ้ ป็นส่วนใหญ่ ตอ้ งปรับปรงุ แกไ้ ข ท่ี รายการ ระดบั คุณภาพ ข้อเสนอแนะเพื่อ ๓ ๒ ๑ การปรบั ปรงุ ๑ ปรชั ญาการศกึ ษาปฐมวัยของสถานศึกษา ๑.๑ แนวคิดและความเช่ือของปรัชญาการศึกษาปฐมวัย ชัดเจน ครบถว้ น ๑.๒ ส่งเสริมพัฒนาเด็กตามเปูาหมายหลักสูตรการศึกษา ปฐมวยั พ.ศ.๒๕๖๐ ๒ วสิ ยั ทัศน์ พันธกจิ เปา้ หมาย ๒.๑ บรรลผุ ลปรัชญาการศึกษาปฐมวัยได้ชดั เจน ๒.๒ บรรลผุ ลตามความคาดหวังในอนาคตได้ชัดเจน
หลกั สตู รปฐมวยั โรงเรียนวัดสายลําโพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๒๓ ท่ี รายการ ระดบั คุณภาพ ข้อเสนอแนะเพื่อ ๓ ๒ ๑ การปรับปรงุ ๒.๓ สอดคลอ้ งจุดเนน้ อตั ลักษณ์ ทตี่ อ้ งการของสถานศกึ ษา ๒.๔ บรรลุตามเปูาหมายท่ีต้องการในเชิงปริมาณหรือเชิง คุณภาพ ๓ จดุ หมาย ๓.๑ มีความสอดคล้องและครอบคลุมจุดหมายของหลักสูตร สถานศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ๓.๒ มีความสอดคล้องปรัชญา วิสัยทัศน์ การศึกษาปฐมวัย ของสถานศึกษา ๓.๓ นําไปสู่การปฏบิ ตั ติ ามจดุ หมายที่กาํ หนดในหลักสูตรได้ ๔ มาตรฐานคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ๔.๑ นํามาตรฐานคุณลักษณะอันพึงประสงค์และสภาพท่ีพึง ประสงค์ไปใช้ได้ครบถ้วน ๔.๒ นํามาตรฐานคุณลักษณะอันพึงประสงค์และสภาพท่ีพึง ประสงค์ไปใช้กับเด็กทุกกลุ่มอายุและระดับช้ันเรียนได้ ครบถว้ น ๕ การจัดเวลาเรียน ๕.๑ กําหนดเวลาเรยี นต่อ ๑ ปกี ารศกึ ษาไดเ้ หมาะสม ๕.๒ กําหนดเวลาเรยี นแต่ละวันมีความเหมาะสม ๕.๓ กําหนดช่วงเวลาการจัดกิจกรรมประจําวันมีความ เหมาะสม ๖ สาระการเรียนรูร้ ายปี ๖.๑ มีความสอดคล้องกับมาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพท่ีพึง ประสงค์ ในแต่ละชว่ งวัย ๖.๒ มีความครอบคลุมประสบการณ์สําคัญและสาระที่ควร เรยี นรู้ ตามหลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๐ ๖.๓ มกี ารจัดแบง่ สาระการเรียนรูไ้ ด้เหมาะสม
หลักสตู รปฐมวัย โรงเรียนวดั สายลําโพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๒๔ ท่ี รายการ ระดับคณุ ภาพ ข้อเสนอแนะเพื่อ ๓๒๑ การปรับปรุง ๗ การจัดประสบการณ์ ๗.๑ ใช้หลักการบูรณาการผ่านการเล่นท่ีสอดคล้องกับการ พฒั นาการตามวยั ของเด็ก ๗.๒ มีความสอดคล้องปรัชญา วิสัยทัศน์ และจุดหมายของ การจัดศึกษาปฐมวยั ๗.๓ มคี วามเหมาะสมกับวยั และความสนใจของเดก็ ๗.๔ เน้นให้เด็กลงมือปฏิบัติ ริเร่ิมและมีส่วนร่วมในการ ออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู้ ๗.๕ เปิดโอกาสให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคล ส่ือ และใช้ แหล่งเรียนร้ทู ี่หลากหลาย ๗.๖ ส่งเสริมให้เด็กทีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามแนวหลัก ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๗.๗ ส่งเสริมการพัฒนาให้เด็กเป็นคนดี มีวินัย และมีความ เป็นไทย ๘ การจัดสภาพแวดล้อม สอ่ื และแหล่งเรยี นรู้ ๘.๑ มีการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสภาพแวดล้อม ทางจติ ภาพทเ่ี ออ้ื ต่อการเรียนรูข้ องเด็ก ๘.๒ มสี อื่ ทห่ี ลากหลายเหมาะสม เพยี งพอ ๘.๓ มีแหล่งเรียนรู้ในและนอกสถานศึกษาเหมาะสม เพียงพอต่อการจดั กจิ กรรม ๙ การประเมนิ พฒั นาการ ๙.๑ มีการประเมินพัฒนาการเด็กครอบคลุมมาตรฐาน คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์ ๙.๒ มีการประเมนิ พัฒนาการตามสภาพจรงิ ๙.๓ มรี อ่ งรอยการประเมนิ พัฒนาการเด็ก ๙.๔ มีการรายงานผลการประเมนิ พฒั นาการแกผ่ บู รหิ าร ผปู้ กครอง หน่วยงานทีเ่ ก่ียวขอ้ ง
หลกั สตู รปฐมวัย โรงเรียนวัดสายลาํ โพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัย (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๒๕ ท่ี รายการ ระดับคุณภาพ ข้อเสนอแนะเพ่ือ ๓๒๑ การปรบั ปรุง ๑๐ การบริหารจดั การหลักสูตร ๑๐.๑ มีความพรอ้ มดา้ น ครู บคุ ลากร และขอ้ มูลสารเทศ ๑๐.๒ มีงบประมาณและทรัพยากรเพียงพอ ๑๐.๓ มีการประเมินหลกั สูตรสถานศกึ ษา ๑๐.๔ มรการนเิ ทศ ตดิ ตามการนาํ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย สกู่ ารปฏบิ ัติ ๑๑ การเช่อื มตอ่ ของการศึกษา ๑๑.๑ ผูบ้ รหิ ารสร้างความเข้าใจในการสร้างรอยเช่ือมต่อของ หลกั สูตรทัง้ สองระดับ ๑๑.๒ ครูผู้สอยปฐมวัยและประถมศึกษามีการแลกเปล่ียน และทาํ งานรว่ มกัน ๑๑.๓ มีการจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยมีความพร้อมในการ เรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ ของครูผู้ร่วมกันด้วยวิธีการ หลากหลาย ๑๑.๔ มกี ารจัดกิจกรรมให้ความรู้และหรือกิจกรรมสัมพันธ์ให้ พ่อแม่ ผปู้ กครองเข้าใจการศึกษาทัง้ สองระดับ ขอ้ เสนอแนะอนื่ ๆ ................................................................................................ ......................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ........................................................................................................................................... .............................. ..................................................................................................... ................................ ลงชือ่ ..................................................ผตู้ รวจสอบ (……...............………………………….) ตาํ แหน่ง............................................................. วนั เดือนป.ี ..................................................
หลักสตู รปฐมวยั โรงเรียนวดั สายลําโพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวยั (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๒๖ การประเมนิ พัฒนาการเด็กปฐมวยั ชนั้ อนบุ าลปีท่ี ๒ พฒั นาการด้านรา่ งกาย 1. กระโดดขาเดยี วอยกู่ บั ท่ีได้ วิธีการประเมนิ 1. อาสาสมคั รนาอบอุน่ ร่างกาย 2. ครอู ธบิ ายและสาธติ วิธีการกระโดดขาเดยี ว โดยเล่นเกมนายพรานจับนกเขา ดังน้ี ๒.๑ ครูขีดวงกลมเส้นผ่าศนู ย์กลาง 4 เมตร ๒.๒ เลอื กเด็ก 10 คน คนท่ี 1 เล่นเป็นนายพราน โดยยกขาข้างใดข้างหน่ึงแล้วกระโดดไปแตะ ตัวเพ่อื นเพ่ือนท่ีเหลอื อีก 9 คน ใหว้ งิ่ หนไี ปไม่ให้แตะได้ แต่ต้องอยู่ภายในวงกลม ๒.๓ ครูและเพ่อื นทเ่ี หลือคอยดู ๒.๔ ใหเ้ ด็กทุกคนทดลองเล่น โดยผลดั เปล่ยี นกันเปน็ นายพราน 3. ครคู อยดูและสงั เกตพร้อมจดบันทึกประเมินผลเป็นรายบุคคล 4. สนทนาซกั ถามความรสู้ ึกและใหเ้ ล่นอสิ ระ 5. ทาความสะอาดร่างกายและกลบั เข้าชน้ั เรยี น เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถึง กระโดดขาเดียวอยกู่ ับทไี่ ด้ โดยไมเ่ สียการทรงตวั ปานกลาง หมายถงึ กระโดดขาเดยี วอยกู่ บั ที่ได้ แตห่ ยุดพักบ่อย ควรเสริม หมายถงึ กระโดดขาเดียวได้ แตเ่ สียการทรงตวั 2. รบั ลูกบอลไดด้ ว้ ยมอื ทง้ั สองขา้ ง วิธีการประเมิน 1. อาสาสมัครนาอบอนุ่ รา่ งกาย 2. ครอู ธบิ ายและสาธิตวธิ ีรับลกู บอล ดงั นี้ ๒.๑ ใหเ้ ด็กเขา้ แถวเป็นรูปวงกลม ๒.๒ ครูโยนลกู บอลใหอ้ าสาสมคั รรบั ด้วยมอื ทัง้ สอง ๒.๓ รอบที่ 1 ครูโยนลูกบอลให้เดก็ ทุกคนให้เด็กทดลองรับเปน็ รายบุคคล รอบที่ 2 ให้เด็กรับลูกบอลที่ครโู ยน ครูคอยสังเกตความก้าวหนา้ ในการรบั ลกู บอลของเด็ก ๒.๔ ใหเ้ ด็กเลน่ อสิ ระโดยมเี พ่ือนคนหนงึ่ เปน็ คนโยนลกู บอล ครูคอยดูและสังเกตพร้อมจดบนั ทกึ ประเมนิ ผลเปน็ รายบคุ คล 3. สนทนาซกั ถามความรสู้ ึก 4. ใหเ้ ด็กเลน่ อสิ ระ 5. ทาความสะอาดรา่ งกาย เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถงึ รับลูกบอลด้วยมือทงั้ สองได้ 2 – 3 คร้ัง ปานกลาง หมายถึง รับลูกบอลด้วยมือทั้งสองได้ 1 – 2 คร้งั ควรเสริม หมายถึง รบั ลูกบอลไมไ่ ด้แม้แต่คร้งั เดยี ว
หลกั สตู รปฐมวัย โรงเรียนวดั สายลําโพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวยั (พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๒๗ 3. เดนิ ขน้ึ ลงบนั ไดสลบั เทา้ ได้ วธิ ีการประเมิน 1. อาสาสมัครนาอบอ่นุ รา่ งกาย 2. ครูอธิบายและใหอ้ าสาสมคั รสาธิตการเดินขน้ึ ลงบันไดสลบั เทา้ 2.1 อาสาสมัคร 1 คน เดินขนึ้ ลงบนั ไดสลับเท้าโดยไมจ่ ับราวบันได 2.2 ใหเ้ ดก็ ทุกคนทดลองเดิน 2.3 ครูคอยสังเกตการข้ึนลงบนั ไดสลับเท้าของเดก็ เป็นรายบุคคล พร้อมบนั ทึก 3. ซักถามความร้สู กึ ให้เลน่ อสิ ระ 4. ทาความสะอาดรา่ งกายและกลบั เขา้ ชัน้ เรียน เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถงึ เด็กเดินขน้ึ ลงบันไดสลบั เท้าได้ ปานกลาง หมายถึง เด็กเดินขนึ้ ลงบนั ไดสลบั เทา้ ไดแ้ ตช่ า้ ควรเสรมิ หมายถึง เด็กเดนิ ขึ้นลงบนั ไดสลบั เทา้ ได้ชา้ และต้องพักเท้าก่อนก้าวเดนิ ต่อไป 4. เขยี นรปู สเี่ หลย่ี มตามแบบได้ วิธกี ารประเมิน 1. ครูและเด็กรว่ มสนทนาถึงรูปสีเ่ หลี่ยม 2. ให้เดก็ เขยี นรปู สเี่ หลี่ยมตามแบบ 3. ครูคอยดูและบริการวัสดุ อปุ กรณ์ เช่น กระดาษ สีเทยี น ให้เดก็ 4. เด็กเขยี นรปู สี่เหลย่ี มตามแบบได้ เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถงึ ความสามารถในการเขยี นรปู สีเ่ หลีย่ มตามแบบ มี มุม มีดา้ นที่ชัดเจน ปานกลาง หมายถงึ ความสามารถในการเขียนรูปสีเ่ หล่ยี มตามแบบได้ แต่มมี ุม มดี ้าน ไมช่ ัดเจน ควรเสริม หมายถึง ในการเขยี นรูปสเี่ หล่ยี มตามแบบได้ มมี มุ มีด้าน ไม่ชัดเจน และบอก ว่าตัวเองทาอะไร 5. ตดั กระดาษเปน็ เสน้ ตรงได้ วธิ ีการประเมิน 1. ครูแจกกระดาษขาว A 4 ท่ที าเปน็ แนวเส้นตรงมรี อยเสน้ ประ 2. ใหเ้ ดก็ ใช้กรรไกรตดั กระดาษแนวเสน้ ตรงทมี่ รี อยเสน้ ประเหลา่ นัน้ 3. ครูคอยดูและสงั เกตความสามารถในการตัดกระดาษ 4. บนั ทกึ พฤตกิ รรมประเมนิ ผลเป็นรายบุคคล 5. เก็บวสั ดอุ ุปกรณเ์ ขา้ ท่ใี ห้เรียบรอ้ ย เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถงึ ตัดกระดาษเป็นเส้นตรงได้ดี ปานกลาง หมายถงึ ตัดกระดาษเป็นเสน้ ตรงได้ แต่มีรอยหยกั ปรับปรงุ หมายถงึ ตัดกระดาษเปน็ เสน้ ตรงไดบ้ ้าง แตไ่ ม่ตัดตามแนวเส้นที่กาหนด
หลกั สูตรปฐมวยั โรงเรียนวัดสายลาํ โพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๒๘ 6. ความกระฉับกระเฉงไมอ่ ยู่เฉย วิธีการประเมิน 1. ครแู ละเด็กสร้างข้อตกลงรว่ มกนั ในการเคลื่อนไหวและจังหวะ 2. เดก็ ปฏบิ ตั ิตามอยา่ งคลอ่ งแคล่วว่องไว 3. ครูคอยดูและสังเกตการเคลอ่ื นไหวของเดก็ เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถงึ เด็กสามารถเคลอ่ื นไหวทกุ ๆ ส่วนของร่างกายได้อยา่ ง คล่องแคล่วว่องไว ปานกลาง หมายถึง เดก็ สามารถเคลื่อนไหวทุก ๆ ส่วนของร่างกายได้แต่ช้า ควรเสรมิ หมายถงึ เดก็ สามารถเคลือ่ นไหวทุก ๆ สว่ นของร่างกายได้ช้า ตอ้ งใหค้ รู หรือเพ่ือนคอยเตือน
หลักสูตรปฐมวยั โรงเรียนวัดสายลําโพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๒๙ การประเมนิ พัฒนาการเด็กปฐมวยั ชนั้ อนบุ าลปที ี่ ๒ พฒั นาการด้านอารมณแ์ ละจติ ใจ 1. แสดงออกทางอารมณ์ไดเ้ หมาะสมกบั บางสถานการณ์ วิธีการประเมิน 1. ครูเลา่ เรือ่ งราวทเี่ ก่ียวกบั ความรสู้ ึก ความตอ้ งการและอารมณ์ เชน่ เจ็บ เหนื่อย หวิ งว่ ง เบื่อ ไม่ชอบ รัก โกรธ กลวั ดใี จ เสียใจ ฯลฯ 2. ครูคอยดูและสังเกตพฤติกรรม พร้อมประเมินผลเป็นรายบุคคลหลาย ๆ ครัง้ เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถงึ เด็กสามารถแสดงออกทางอารมณไ์ ดเ้ หมาะสม กับบางสถานการณ์ทก่ี าหนดไดถ้ กู ต้อง ปานกลาง หมายถงึ เดก็ สามารถแสดงออกทางอารมณ์ไดเ้ หมาะสม กับบางสถานการณ์ท่ีกาหนดได้บางเรอื่ ง ปรับปรงุ หมายถงึ เดก็ แสดงออกทางอารมณไ์ มส่ อดคล้องกบั สถานการณ์ตา่ ง ๆ 2. เรมิ่ รสู้ ึกชนื่ ชมความสามารถและผลงานของตนเองและผอู้ น่ื วิธีการประเมิน 1. ให้เด็กปฏบิ ัตกิ จิ กรรมเพ่ือแสดงความสามารถของแต่ละบุคคล เชน่ การวาดภาพระบายสี การ ปั้นดินน้า การรอ้ ยลูกปัด การเลน่ ตามมุม 2. ครคู อยดูและสังเกตพฤติกรรม ในขณะทเ่ี ด็กปฏบิ ัติกิจกรรมร่วมกับเพื่อน 3. ครูคอยประเมินผล โดยสังเกตพฤติกรรมจากกิจกรรมอน่ื เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถงึ ชนื่ ชม ยอมรับแสดงความภาคภูมใิ จ และชมผลงานของเพื่อน ด้วยตนเอง และผู้อ่นื ปานกลาง หมายถึง ชนื่ ชม ยอมรับแสดงความภาคภมู ิใจ และชมผลงานของตนเอง และผู้อืน่ โดยมเี พอื่ นหรือครูคอยช้นี า ปรบั ปรุง หมายถึง แสดงสีหนา้ ท่าทางเฉย ๆ ไม่แสดงความคดิ เหน็ ต่อผลงานของ ตนเองและผูอ้ ่ืน 3. ชอบทา้ ทายผใู้ หญ่ วิธีการประเมนิ 1. ครเู ปิดโอกาสใหเ้ ดก็ สนทนาดว้ ยความเป็นกันเอง 2. ครูสงั เกตพฤติกรรมเดก็ เปน็ รายบคุ คลหลาย ๆ คร้งั เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถงึ เดก็ กล้าแสดงออกและท้าทายผู้ใหญ่ร่วมกิจกรรม ด้วยความสนุกสนาน ปานกลาง หมายถึง เด็กกล้าแสดงออก และท้าทายผใู้ หญ่ ปรบั ปรงุ หมายถงึ เด็กไม่กล้าแสดงออก แมค้ รแู ละเพื่อน ๆ จะคอยกระตนุ้
หลกั สตู รปฐมวยั โรงเรียนวดั สายลาํ โพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัย (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๓๐ 4. ตอ้ งการให้มคี นฟงั คนสนใจ วธิ กี ารประเมนิ 1. ให้เดก็ ปฏิบตั ิตนตามตารางกจิ กรรมประจาวนั ตามหนว่ ยการเรียน 2. ครคู อยดูแลและสงั เกตพฤติกรรมในการเป็นผนู้ า เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถงึ เด็กเลน่ และทากจิ กรรมกับผู้อ่ืนโดยเรยี กรอ้ งความสนใจ ตลอดเวลา ปานกลาง หมายถึง เด็กเล่นและทากิจกรรมกับผู้อื่นโดยเรียกร้องความสนใจ เป็นบางเวลา ปรับปรงุ หมายถงึ เดก็ เล่นและทากจิ กรรมกบั ผู้อื่นโดยแยกตวั ตามลาพัง
หลักสูตรปฐมวยั โรงเรียนวัดสายลาํ โพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๓๑ การประเมนิ พฒั นาการเด็กปฐมวยั ชนั้ อนบุ าลปีท่ี ๒ พฒั นาการดา้ นสงั คม 1. แตง่ ตวั ไดด้ ว้ ยตนเอง ไปหอ้ งสว้ มไดเ้ อง วิธกี ารประเมนิ 1. ใหเ้ ดก็ ปฏบิ ัติกจิ กรรมตามตารางกจิ กรรมประจาวัน 2. ครคู อยดูแลสงั เกตความสามารถในการปฏบิ ัติกิจวัตรประจาวนั ดว้ ยตนเอง เชน่ การแต่งตวั การ เข้าห้องน้า ห้องสว้ ม การใช้วสั ดอุ ุปกรณ์อย่างคล่องแคลว่ การรับประทานอาหาร การชว่ ยเหลือ เพ่ือน การช่วยเหลอื งานครู การแปรงฟนั การปทู ีน่ อน เก็บทน่ี อน ฯลฯ 3. ครใู หเ้ ดก็ ปฏบิ ตั ิจริงเกี่ยวกับการแต่งตวั การไปห้องส้วม โดยครูดแู ล แนะนา เสริมแรงใหเ้ ด็ก ปฏบิ ัตดิ ้วยตนเอง 4. ครปู ระเมนิ ผลโดยสังเกตหลาย ๆ ครัง้ กอ่ นตดั สินผล เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถงึ ความสามารถในการแต่งตัว ไปห้องสว้ มไดด้ ้วยตนเอง ปานกลาง หมายถึง ความสามารถในการแตง่ ตัว ไปหอ้ งส้วมได้โดยครูและเพอ่ื นช่วย ปรบั ปรงุ หมายถึง ความสามารถในการแต่งตวั ไปหอ้ งส้วมได้โดยครูและเพอื่ น ชว่ ยเหลือบอ่ ย ๆ และบางกจิ กรรมทาไม่ได้ 2. เลน่ รว่ มกบั คนอนื่ ได้ วธิ กี ารประเมิน 1. ครูและเด็กรว่ มกันร้องเพลง 2. เด็กปฏบิ ัติกจิ กรรมกลุ่ม โดยกลุ่มที่รวมกนั จะสลบั กัน โดยการรวมกล่มุ ตามความสนใจ ทา กจิ กรรมตามหนว่ ยการเรยี น การปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเคลือ่ นไหวและจังหวะ สร้างสรรค์ เลน่ อิสระ กิจกรรมกลางแจ้ง กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ เกมการศึกษา 3. ครูประเมนิ ผลการทากิจกรรมของเด็กร่วมกับเพื่อนเปน็ รายบคุ คล โดยการสังเกตหลาย ๆ ครั้ง เพ่ือใหเ้ กดิ ความแนใ่ จ เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถงึ เดก็ เลน่ และทากิจกรรมร่วมกับผอู้ ืน่ ไดโ้ ดยไม่ขดั แยง้ กนั ในกลุ่ม ปานกลาง หมายถงึ เดก็ เล่นและทากจิ กรรมรว่ มกับผูอ้ ื่นได้บางกิจกรรมโดยไม่มี ขอ้ ขัดแยง้ กนั ในกลมุ่ ปรับปรุง หมายถงึ เลน่ และทากิจกรรมรว่ มกับผู้อ่ืนได้ในเวลาจากัดงานจงึ ไม่สาเรจ็ 3. รอคอยตามลาดบั กอ่ น - หลงั วธิ กี ารประเมิน 1. ให้เดก็ ปฏิบัติกจิ กรรมตารางกิจกรรมประจาวนั 2. ครูและเด็กร่วมกนั สนทนาถึงระเบียบวนิ ยั ในการอยู่รว่ มกนั ในสังคม 3. เด็กและครรู ่วมกันอภปิ รายถงึ เรื่องการเข้าแถว การแยง่ ชิง และการรอคอย
หลักสูตรปฐมวยั โรงเรยี นวดั สายลาํ โพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๓๒ 4. ครสู ังเกตพฤติกรรมในการทากจิ กรรม เช่น การด่มื นม การเขา้ หอ้ งน้า ห้องส้วม การใช้วัสดุ อุปกรณ์ตา่ ง ๆ จนแนใ่ จว่ารู้จกั การรอคอยตามลาดบั ก่อนหลงั เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถงึ เด็กสามารถรอคอยได้ ปานกลาง หมายถึง เด็กสามารถรอคอยได้บางโอกาส ปรบั ปรงุ หมายถงึ เด็กไม่สามารถปฏิบัตติ นในการรอคอยได้ 4. แบง่ ของใหค้ นอนื่ วิธีการประเมนิ 1. ใหเ้ ดก็ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามตารางกจิ กรรมประจาวัน 2. ครดู แู ลและสงั เกตพฤติกรรมการชว่ ยเหลือเพื่อนและแบง่ ปันส่ิงของของผู้อนื่ จากกิจกรรมเคลอื่ นไหว และจงั หวะ สรา้ งสรรค์ เสรี เสริมประสบการณ์ กลางแจ้ง เกมการศึกษา 3. ครูดแู ลและสังเกตพฤติกรรมการแบง่ ปนั ให้ผอู้ น่ื เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถึง แบ่งปันของให้คนอน่ื เป็นประจาดว้ ยตนเอง ปานกลาง หมายถึง แบง่ ปนั ของใหค้ นอน่ื ได้โดยการชน้ี า ขอร้องจากเพื่อนและครู ปรบั ปรุง หมายถงึ ไมย่ อมแบง่ ปันของใหค้ นอืน่ เลย แมเ้ พอื่ นและครูจะขอร้อง 5. เก็บของเลน่ เขา้ ท่ไี ด้ วธิ ีการประเมิน 1. ใหเ้ ด็กปฏิบัติกจิ กรรมตามตารางกจิ กรรมประจาวัน 2. ครูดูแลและสังเกตพฤติกรรมในการปฏบิ ัติกิจกรรมประจาวัน เชน่ การเลน่ การทางานรายบคุ คล รายกลุม่ ว่ามกี ารเก็บของเข้าที่จากการทากิจกรรมหรอื เล่นเสรจ็ แลว้ หลาย ๆ คร้งั เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถึง เด็กสามารถเก็บของเลน่ เขา้ ท่ีได้ทุกคร้งั ปานกลาง หมายถงึ เดก็ สามารถเก็บของเลน่ เขา้ ที่ไดบ้ างครั้ง ปรบั ปรงุ หมายถงึ เดก็ ไม่เกบ็ ของเลน่ เลย
หลกั สูตรปฐมวยั โรงเรยี นวัดสายลําโพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๓๓ การประเมนิ พัฒนาการเด็กปฐมวยั ชนั้ อนบุ าลปที ่ี ๒ พัฒนาการด้านสตปิ ัญญา 1. จาแนกสงิ่ ตา่ ง ๆ ดว้ ยประสาทสมั ผสั ทงั้ หา้ ได้ วิธีการประเมนิ 1. ครนู าผา้ หอ่ ส่งิ ต่าง ๆ เหล่าน้ีใหเ้ ดก็ ดมกลิ่น - มะนาว , มะกรดู , หวั หอม , กระเทียม , น้าหอม , แอมโมเนยี แล้วบอกกลิ่น 2. ครูนาแถบบนั ทึกเสยี งมาให้เด็ก ๆ ฟงั แลว้ ใหเ้ ดก็ บอกเสยี ง ดงั น้ี - ฝนตก , แตรรถ , นกหวดี , ไก่ขนั , ฟ้าร้อง , ฟ้าผา่ , เสยี งกรงิ่ , เสียงโทรศัพท์ , เสียงประทัด 3. ครูให้เด็กชิมรสน้าตา่ ง ๆ ดังนี้ - นา้ เปล่า , น้าโซดา , นา้ มะนาว , นา้ เกลือ , น้าเช่ือม 4. ครูนาของมาให้เด็กดูตาเปลา่ และปิดตาแลว้ ตอบคาถาม ดังนี้ - ตกุ๊ ตา , บล็อกไม้ , นกหวีด , ฉง่ิ 5. ครนู าวสั ดุตอ่ ไปนี้มาใหเ้ ด็กคลา และจาแนกพ้นื ผิว - ถ่ัวเขียว , กอ้ นหิน , ขา้ วเปลอื ก , สาลี , บลอ็ กไม้ , ฟองน้า เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถงึ เด็กสามารถจาแนกสิง่ ต่าง ๆ ดว้ ยประสาทสมั ผัสทง้ั ห้าได้ 4 ลักษณะดว้ ยตนเอง ปานกลาง หมายถงึ เด็กสามารถจาแนกสิ่งต่าง ๆ ดว้ ยประสาทสมั ผสั ทั้งหา้ ได้ 3 ลักษณะด้วยตนเอง แต่บางกิจกรรมครแู ละเพื่อนชน้ี า ปรบั ปรุง หมายถึง เดก็ สามารถจาแนกส่งิ ต่าง ๆ ด้วยประสาทสัมผสั ทั้งห้าได้ 1 – 2 ลกั ษณะดว้ ยตนเอง บางกิจกรรมครแู ละเพื่อนชี้นา บางกิจกรรมทาไมไ่ ด้ 2. บอกชอื่ และนามสกลุ ของตนเองได้ วธิ กี ารประเมนิ 1. ครแู ละเด็กสนทนาเพือ่ สรา้ งความคนุ้ เคยและให้เด็กบอกช่ือ นามสกลุ ตนเอง 2. ครูประเมนิ และบนั ทึกผล เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถงึ เดก็ บอกชื่อและนามสกลุ ของตนเองได้ถูกตอ้ ง ปานกลาง หมายถึง เดก็ บอกชือ่ หรือนามสกุลได้โดยครูหรอื เพื่อนชี้แนะ ปรับปรุง หมายถงึ เดก็ ไม่สามารถบอกชื่อหรอื นามสกุลได้ แม้ครูหรือเพ่อื นชีแ้ นะ
หลกั สตู รปฐมวยั โรงเรยี นวดั สายลาํ โพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั (พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๓๔ 3. พยายามแกป้ ญั หาดว้ ยตนเองหลงั จากไดร้ บั คาชแ้ี นะ วธิ ีการประเมิน 1. ครูและเด็กสนทนาตามตารางกิจกรรมประจาวนั 2. ประเมนิ ผลความสามารถของเด็กในการพยายามแก้ปัญหาดว้ ยตนเองจากตารางกจิ กรรมประจาวนั และหน่วยการเรียน โดยผา่ นการสนทนา ซักถาม สัมภาษณค์ วามสามารถในการแกป้ ัญหา และ ตอบคาถามดังน้ี - ถา้ ดนิ สอของเด็ก ๆ หกั เด็ก ๆ จะทาอยา่ งไร - ถ้าเด็ก ๆ วงิ่ ชนคณุ ครู เด็ก ๆ จะทาอย่างไร - เด็ก ๆ ปวดปัสสาวะ อุจจาระ เด็ก ๆ จะทาอย่างไร - ถ้าเด็ก ๆ เก็บสง่ิ ของได้ เด็ก ๆ จะทาอย่างไร 3. ครูประเมินผลและบันทึกผล เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถึง ความสามารถในการแก้ปัญหาของเดก็ ประสบผลสาเร็จ ปัญหา หมดไป ทาได้ราบร่นื บ่อย ๆ ต้ังแต่ 5 ครัง้ ขึน้ ไปด้วยตนเอง ปานกลาง หมายถึง ความสามารถในการแก้ปญั หาของเดก็ ประสบผลสาเรจ็ ปญั หา หมดไป ทาได้ราบร่ืนบ่อย ๆ ต้งั แต่ 3 - 4 ครั้งขน้ึ ไปดว้ ย ตนเอง ปรับปรงุ หมายถงึ ความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กประสบผลสาเร็จ ดว้ ยการชีน้ าของครแู ละเพื่อน ๆ หากปลอ่ ยใหค้ ิดแกป้ ัญหาเอง เดก็ จะทาไมส่ าเรจ็ 4. สนทนาโตต้ อบ/เลา่ เรอื่ งเปน็ ประโยคอยา่ งตอ่ เนอื่ ง วิธกี ารประเมิน 1. เดก็ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมเล่าขา่ วและเหตกุ ารณ์ หรอื ปฏิบัตกิ จิ กรรมตามตารางกิจกรรมประจาวนั เช่น วาดภาพ ปั้นดินน้ามัน เล่นตามมมุ และให้นาเสนอผลงาน 2. ครูนาสนทนา ใหเ้ ด็กเลา่ เร่ืองเป็นประโยคอย่างต่อเนื่อง 3. ครูประเมนิ และบันทึกผล เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถงึ เด็กสามารถสนทนาโตต้ อบเล่าเรอื่ งเปน็ ประโยคต่อเน่ืองได้ ปานกลาง หมายถึง เด็กสามารถสนทนาโตต้ อบเล่าเร่ืองเปน็ ประโยคต่อเนือ่ งได้ โดยครแู ละเพื่อนคอยช้แี นะ ปรับปรุง หมายถึง เด็กสามารถสนทนาโตต้ อบเล่าเรือ่ งเป็นประโยคต่อเน่ืองได้ เพียงการตอบคาถามเม่ือครูถามและตอบได้โดยการชีน้ าของ ครหู รือเพ่ือน
หลกั สตู รปฐมวยั โรงเรียนวดั สายลําโพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวัย (พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๓๕ 5. สรา้ งผลงานตามความคดิ ของตนเองโดยมรี ายละเอยี ดเพ่มิ ขน้ึ วิธกี ารประเมนิ 1. เดก็ ปฏิบตั ิกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น วาดภาพ ปั้นดินน้ามัน พับสี เปา่ สี พบั กระดาษ เป็นตน้ 2. ครูคอยดูแลและบนั ทึกพฤติกรรม พร้อมทง้ั จดั แสดงผลงานของเด็กเป็นรายบุคคล 3. การประเมินผลโดยการเกบ็ ชิ้นงานคร้ังก่อนเปรียบเทยี บผลงานชิ้นปัจจุบนั ดคู วามก้าวหน้าของ ผลงานเปน็ รายบคุ คล และบันทึกผลการประเมิน เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถึง ผลงานทเี่ ดก็ สร้างขนึ้ มคี วามก้าวหนา้ ขึน้ ตามลาดับ ปานกลาง หมายถึง ผลงานท่เี ดก็ สร้างข้ึนมีความก้าวหนา้ ไม่สม่าเสมอ ดขี ึน้ ลดลง สลับกันไป ปรับปรุง หมายถงึ ผลงานอย่ทู ่เี ดมิ ไม่มีการพฒั นาผลงานของตนเอง 6. รจู้ กั ใชค้ าถาม “ทาไม” วิธีการประเมนิ 1. ครูสรา้ งสถานการณ์หรือเล่านิทานให้เด็กฟัง 2. ใหเ้ ดก็ สนทนาและใชค้ าถาม “ทาไม” 3. ครูดูแลและสังเกตการใชค้ าถาม 4. ครบู นั ทึกและประเมนิ ผล เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถึง เดก็ ใช้คาถาม “ทาไม” ไดด้ ้วยตนเอง ปานกลาง หมายถงึ เดก็ ใชค้ าถาม “ทาไม” ได้โดยครแู ละเพือ่ นคอยชีแ้ นะ ปรบั ปรุง หมายถึง เดก็ ใช้คาถาม “ทาไม” ไม่ได้
หลกั สตู รปฐมวยั โรงเรยี นวัดสายลาํ โพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั (พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๓๖ การประเมนิ พฒั นาการเดก็ ปฐมวยั ชน้ั อนบุ าลปีท่ี ๓ พัฒนาการดา้ นรา่ งกาย 1. กระโดดขาเดยี วไปขา้ งหนา้ อยา่ งต่อเนอื่ งได้ วิธกี ารประเมิน 1. อาสาสมคั รนาอบอนุ่ รา่ งกาย 2. ครูและอาสาสมัครอธบิ ายและสาธิตการกระโดดขาเดยี ว โดยเกมกระต่ายขาเดยี ว ดงั น้ี 2.1เลอื กเด็ก 5 คน คนท่ี 1 เลน่ เป็นกระต่ายขาเดยี ว โดยยกขาขา้ งใดข้างหน่ึงกระโดดไปแตะตัว เพ่อื นให้ได้ เพื่อนที่เหลือวง่ิ หนีไปให้แตะไมไ่ ด้ 2.2ครแู ละเพ่อื นคอยดู 2.3ใหเ้ ด็กทุกคนทดลองเล่น โดยผลัดเปล่ยี นกนั เปน็ กระต่าย 3. ครคู อยดูและสังเกตพร้อมจดบันทึกประเมนิ ผลเปน็ รายบคุ คล 4. สนทนาซกั ถามความรู้สึกและใหเ้ ลน่ อสิ ระ 5. ทาความสะอาดร่างกายกลับเขา้ ชน้ั เรียน เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถึง กระโดดขาเดียวไปขา้ งหน้าอย่างตอ่ เนื่องได้ โดยไม่เสียการทรงตวั ปานกลาง หมายถึง กระโดดขาเดยี วไปข้างหน้าอย่างตอ่ เนื่องได้ แต่ตอ้ งหยดุ พัก ปรบั ปรุง หมายถงึ กระโดดขาเดียวไปขา้ งหน้าได้ไมต่ ่อเน่อื ง เสียการทรงตวั 2. รบั ลูกบอลท่ีกระดอนขนึ้ จากพ้ืนไดด้ ว้ ยมือทงั้ สอง วิธกี ารประเมิน 1. อาสาสมคั รนาอบอนุ่ ร่างกาย 2. ครูและอาสาสมคั รอธบิ ายและสาธติ วิธีรับลูกบอลดว้ ยมอื ทั้งสอง 2.1ใหเ้ ด็กเข้าแถวเป็นรปู วงกลม 2.2ครโู ยนลูกบอลลงพ้ืนโดยกะให้ลูกบอลกระดอนข้นึ แล้วเดก็ สามารถรบั ได้ดว้ ยมอื ท้ังสอง 2.3รอบที่ 1 ครูโยนลกู บอลให้กระดอนหนา้ เด็กทุกคน ให้เด็กรองรบั ลูกบอลเป็นรายบุคคล รอบที่ 2 ใหเ้ ด็กรบั ลูกบอลที่ครโู ยน ครคู อยสังเกตความกา้ วหน้าในการรับลูกบอลของเด็ก 2.4ให้เด็กเลน่ อสิ ระโดยมเี พ่ือนคนหนึ่งเปน็ คนโยนลูกบอลให้กระดอนจากพื้น ครูคอยดแู ละ สังเกต พรอ้ มจดบนั ทึกผลเปน็ รายบุคคล 3. สนทนาซักถามความรู้สึก 4. ใหเ้ ด็กเล่นอสิ ระ 5. ทาความสะอาดร่างกายแลว้ กลบั เข้าช้ันเรียน เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถึง รับลกู บอลได้ 3 – 4 ครง้ั ปานกลาง หมายถึง รบั ลูกบอลได้ 1 – 2 ครั้ง ปรบั ปรงุ หมายถงึ รับลกู บอลไม่ได้
หลักสูตรปฐมวยั โรงเรียนวดั สายลําโพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๓๗ 3. เดนิ ขน้ึ ลงบนั ไดสลบั เทา้ ไดอ้ ยา่ งคล่องแคลว่ วธิ กี ารประเมนิ 1. อาสาสมคั รนาอบอุ่นรา่ งกาย 2. ครูและอาสาสมัครอธบิ ายและสาธิตวธิ เี ดนิ ขน้ึ ลงบันไดสลับเทา้ ดงั นี้ 2.1อาสาสมัคร 1 คน เดนิ ขนึ้ ลงบนั ไดโดยไม่จบั ราวบันได ให้เพ่อื นดูและสงั เกต 2.2ใหเ้ ด็กทดลองปฏิบัติ 2.3ครคู อยสงั เกตการเดินขึ้นลงบันไดสลบั เทา้ เปน็ รายบุคคล พรอ้ มจดบันทึก 3. สนทนาซักถามความรู้สึกและให้เลน่ อสิ ระ 4. ทาความสะอาดร่างกายและกลบั เขา้ ชั้นเรียน เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถงึ เดินขนึ้ ลงบนั ไดสลบั เท้าได้อย่างคล่องแคล่ว ปานกลาง หมายถงึ เดินขนึ้ ลงบันไดสลับเท้าได้แต่ช้า ปรับปรุง หมายถึง เดนิ ขึน้ ลงบันไดสลบั เท้าไม่ได้ ตอ้ งพักคู่กอ่ นกา้ วเดินต่อไป 4. เขยี นรปู สามเหลยี่ มตามแบบได้ วิธีการประเมิน 1. ครูและเด็กร่วมสนทนาถึงรูปสามเหลยี่ ม 2. ใหเ้ ดก็ เขยี นรูปสามเหลย่ี มตามแบบโดยครูคอยดแู ล และบรกิ ารวสั ดุ อปุ กรณ์ เชน่ กระดาษ สี เทียน 3. เดก็ เขยี นรปู สามเหลย่ี มได้ถกู ต้อง เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถึงความสามารถในการเขยี นรปู สามเหล่ยี มตามแบบมมี มุ มีด้านท่ชี ดั เจน ปานกลาง หมายถึงความสามารถในการเขยี นรูปสามเหล่ียมตามแบบได้แตม่ มี ุมมดี า้ น ไมช่ ดั เจน ปรบั ปรุงหมายถึงความสามารถในการเขียนรูปสามเหลีย่ มตามแบบได้แตม่ ีมุม มีดา้ น ไม่ชัดเจน และบอก ไม่ได้วา่ ตัวเองทาอะไร 5. ตดั กระดาษตามแนวเสน้ โค้งทีก่ าหนด วิธกี ารประเมิน 1. ครูแจกกระดาษรูป 2. ให้เด็กใชก้ รรไกรตัดกระดาษใหเ้ ปน็ รูป ตามแนวเสน้ 3. ครคู อยสงั เกตความสามารถในการตดั กระดาษ 4. บันทึกพฤติกรรมและประเมินผลเป็นรายบุคคล 5. เกบ็ วสั ดเุ ขา้ ที่ให้เรียบร้อย เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถงึ ตดั ได้ตามแนวเสน้ โดยไมม่ ีรอยหยัก เส้นทตี่ ดั แสดงถงึ ความ เช่อื ม่ัน ปานกลาง หมายถงึ ตดั ได้ตามแนวเสน้ แต่มีรอยหยัก ปรับปรุง หมายถงึ ตัดไดแ้ ต่ไมต่ ัดตามแนวเส้นท่ีกาหนด
หลักสูตรปฐมวยั โรงเรยี นวัดสายลาํ โพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั (พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๓๘ 6. ใชก้ ล้ามเนือ้ เล็กไดด้ ี เชน่ ติดกระดุม ผกู โบวท์ นี่ อน ฯลฯ วิธกี ารประเมิน 1. ครสู ร้างขอ้ ตกลงในการแตง่ กาย 2. ใหเ้ ด็กติดกระดุมเสือ้ ผูกโบว์เพอื่ เกบ็ ทีน่ อน 3. ครคู อยดูและสงั เกตการใชก้ ล้ามเนื้อเลก็ 4. บันทกึ พฤตกิ รรมและประเมนิ ผลเป็นรายบคุ คล 5. เกบ็ วสั ดุอปุ กรณเ์ ข้าทใี่ หเ้ รียบรอ้ ย เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถงึ ใชก้ ลา้ มเนอื้ เล็กได้ดี คล่องแคล่ว และรวดเรว็ ปานกลาง หมายถึง ใช้กลา้ มเนอ้ื เล็กได้ แตไ่ ม่คล่องแคล่ว ปรับปรงุ หมายถงึ ใช้กล้ามเนอื้ เล็กไม่ได้ 7. ยดื ตวั คลอ่ งแคลว่ วธิ ีการประเมนิ 1. อาสาสมัครนาอบอุ่นรา่ งกาย 2. ครแู ละอาสาสมคั รอธบิ ายและสาธิตวิธเี ดนิ ยีราฟ ดังนี้ 2.1 ให้เดก็ ยนื บนปลายเท้า ยืนใหต้ ัวตรง ชูมือทั้งสองให้สงู ทาเป็นยีราฟ เดินโหยง่ ๆ ไปขา้ งหน้า ดว้ ย ปลายเท้า 2.2 แบ่งกลมุ่ ใหเ้ ด็กทดลองเล่น 3. สนทนาซกั ถามความรสู้ ึก และให้เล่นอสิ ระ 4. ครคู อยดูและสังเกตการยืดตัว 5. บันทกึ พฤติกรรม ประเมนิ ผลเป็นรายบคุ คล เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถึง ยดื ตัวได้คลอ่ งแคล่วและรวดเรว็ ปานกลาง หมายถงึ ยืดตวั ได้แต่ไม่คล่องแคลว่ ปรับปรงุ หมายถึง ยืดตวั ไมไ่ ด้
หลักสตู รปฐมวัย โรงเรียนวัดสายลําโพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัย (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๓๙ การประเมนิ พฒั นาการเด็กปฐมวยั ชน้ั อนบุ าลปที ่ี ๓ พัฒนาการดา้ นอารมณแ์ ละจติ ใจ 1. แสดงอารมณไ์ ดส้ อดคล้องกบั สถานการณอ์ ยา่ งเหมาะสม วิธกี ารประเมนิ 1. ครแู ละเด็กรว่ มกันท่องคาคล้องจอง “นกกระจบิ นกกระจาบ” 2. ครแู ละเด็กร่วมสนทนาเก่ยี วกับเนอื้ หาของคาคลอ้ งจอง 3. ครูเลา่ นทิ านเรอ่ื ง “นกกระจิบ นกกระจาบ” ใหเ้ ด็กฟงั 4. สนทนาเก่ียวกับเน้ือหาในนิทาน โดยใชค้ าถามนาในการสนทนา 5. ครคู อยสังเกตการตอบคาถามของเด็ก โดยชว่ ยกนั ตอบคาถาม 6. ครูประเมนิ ผลการตอบคาถามเกยี่ วกับนิทานของเดก็ เป็นรายบุคคล เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถึง เดก็ แสดงอารมณไ์ ด้สอดคล้องกับสถานการณอ์ ย่างเหมาะสม ปานกลาง หมายถึง เดก็ แสดงอารมณ์ไดส้ อดคล้องกับสถานการณ์เปน็ บางเร่ือง ปรบั ปรุง หมายถงึ เดก็ แสดงอารมณ์ไม่รเู้ รื่อง 2. ชน่ื ชมความสามารถและผลงานของตนเองและผอู้ น่ื วธิ ีการประเมิน 1. ใหเ้ ดก็ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมเพ่ือแสดงความสามารถของแต่ละบุคคล เช่น วาดภาพระบายสี ปั้นดิน น้ามัน ฉกี ปะกระดาษ พับกระดาษ ร้อยลูกปดั เลน่ ตามมมุ เกมการศึกษา ฯลฯ 2. ครูดแู ลและสงั เกตพฤติกรรม ในขณะที่เด็กปฏิบัตกิ จิ กรรมรว่ มกบั ผอู้ น่ื 3. ครูให้เดก็ แสดงความคิดเหน็ ในผลงานของตนเองและผู้อืน่ เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถึง ชนื่ ชม ยอมรับ แสดงความภาคภมู ใิ จและชมผลงานของ ตนเองและผูอ้ ่นื ปานกลาง หมายถึง ชืน่ ชม ยอมรบั แสดงความภาคภูมิใจและชมผลงานของ ตนเองและผูอ้ น่ื โดยมีเพื่อนหรือครูคอยชีน้ า ปรับปรุง หมายถึง แสดงสหี นา้ เฉย ๆ ไม่แสดงความคดิ เหน็ ต่อผลงานตนเองและ ผู้อ่นื 4. ยดึ ตนเองเปน็ ศนู ย์กลางนอ้ ยลง วธิ กี ารประเมิน 1. ใหเ้ ด็กปฏิบตั ิตนตามตารางกิจกรรมประจาวันตามหนว่ ยการเรียน เพื่อประเมินการยดึ ตนเองเปน็ ศูนย์กลางน้อยลง เชน่ การเลน่ การช่วยเหลอื การแบ่งปัน การรอคอย การเสยี สละ ฯลฯ 2. ครดู แู ลและสงั เกตพฤติกรรมพรอ้ มทัง้ ประเมนิ ผลเป็นรายบุคคลหลาย ๆ ครง้ั
หลักสตู รปฐมวยั โรงเรยี นวดั สายลาํ โพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย (พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๔๐ เกณฑ์การประเมิน ยึดตนเองเปน็ ศูนย์กลางน้อยลง ดี หมายถงึ ยึดตนเองเป็นศนู ย์กลางน้อยลงแตต่ ้องมคี รแู ละเพ่ือนๆคอยชน้ี า ปานกลาง หมายถึง ยดึ ตนเองเปน็ ศนู ย์กลาง ถงึ แมว้ า่ ครแู ละเพือ่ นจะเตือน ปรบั ปรงุ หมายถึง คาคลอ้ งจอง นกกระจบิ นกกระจาบ มนี กสองตัวเกาะอยู่บนก่ิงไม้ ตัวหนง่ึ ชอื่ นกกระจิบ จบ๊ิ ๆ ๆ ตัวหน่งึ ชอ่ื นกกระจาบ จา๊ บ ๆ ๆ บินไปเจา้ นกกระจิบ จบ๊ิ ๆ ๆ บินไปเจา้ นกกระจาบ จา๊ บ ๆ ๆ บินมาเจ้านกกระจิบ จิ๊บ ๆ ๆ บนิ มาเจา้ นกกระจาบ จ๊าบ ๆ ๆ นิทานเรือ่ งนกกระจบิ นกกระจาบ กาลคร้งั หนึ่งนานมาแล้ว ยังมีนกสองตัวเปน็ เพ่ือนกนั ตวั หน่งึ ช่ือนกกระจิบ อีกตัวหนึง่ ชอื่ นกกระจาบ นกทั้งสองตัวเป็นเพอ่ื นท่รี กั กันมากไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ วนั หนึ่งขณะท่ีทง้ั สองกาลังบินเลน่ และบินมาเกาะอยบู่ นต้นไม้ นกทง้ั สองตัวก็พูดคยุ เสยี ง ดงั จิบ๊ ๆ ๆ จ๊าบ ๆ ๆ ตามประสาอย่างมคี วามสุข กม็ เี ด็กเกเรคนหนึ่งถือหนังสตก๊ิ ใส่ก้อนหนิ พร้อมที่จะ ยงิ มาทนี่ กทั้งสองตวั นกกระจบิ มองเห็นกอ่ นจึงรบี กระพือปีกบอกเป็นสญั ญาณให้นกกระจาบรู้วา่ มีคนจะ ทาอันตราย นกท้ังสองรบี บนิ ข้ึนเพ่ือจะหนีให้ทัน แต่เด็กเกเรได้ยิงกระสนุ ถูกนกกระจาบ นกกระจาบจงึ บินไมส่ ะดวก พยายามบินดว้ ยความอดทนและความเจ็บปวดจนมาถึงรัง นกกระจิบได้เฝ้าดูอาการเพ่ือนรัก ตลอดเวลา โดยออกไปหาอาหารมาป้อน จนในทส่ี ุดนกกระจาบกห็ าย นกทั้งสองรู้ดีวา่ บริเวณท่ที ัง้ สองเคยไปนัน้ มีอันตราย ก็ไม่บินไปแถวน้ันอีกเลย เพื่อท่ีจะ ได้ห่างจากเด็กเกเรคนนั้น คาถาม 1. มีนกชือ่ อะไรบา้ ง 2. นกทง้ั สองตัวเป็นอะไรกัน 3. ทาไมนกกระจาบจึงบาดเจ็บ 4. นกกระจาบถกู ยิงท่ใี ด 5. ถา้ เด็ก ๆ เจบ็ ขาหรอื เทา้ การเดนิ ทางจะเปน็ อยา่ งไร 6. ถ้าเดก็ ๆ เป็นนกกระจาบ เด็ก ๆ จะรูส้ ึกอย่างไร 7. ถ้าเดก็ ๆ เป็นนกกระจบิ เด็ก ๆ จะร้สู ึกอย่างไร เม่ือเหน็ เพื่อนบาดเจ็บ 8. เด็ก ๆ จะเลอื กเปน็ ตัวละครใด 9. ทาไมจึงเลือกเป็นตวั ละครน้ัน 10.เด็ก ๆ ชอบเพื่อนลักษณะใด
หลกั สูตรปฐมวัย โรงเรียนวัดสายลาํ โพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๔๑ การประเมนิ พฒั นาการเด็กปฐมวยั ชนั้ อนบุ าลปีท่ี ๓ พฒั นาการด้านสงั คม 1. ปฏบิ ตั กิ จิ วตั รประจาวนั ไดด้ ว้ ยตนเอง วธิ ีการประเมิน 1. ใหเ้ ด็กปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตามตารางกจิ กรรมประจาวนั 2. ครคู อยดูแลสังเกตความสามารถในการปฏบิ ัติกิจวัตรประจาวันดว้ ยตนเอง เช่น การเข้าห้องนา้ หอ้ งสว้ ม การใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์อยา่ งคล่องแคลว่ การรบั ประทานอาหาร การชว่ ยเหลือเพอ่ื น การ ช่วยเหลอื งานครู การแปรงฟัน การปทู ่นี อน เก็บทีน่ อน 3. ครปู ระเมินผลโดยสงั เกตหลาย ๆ ครง้ั ก่อนตดั สนิ ผล เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถงึ ความสามารถในการชว่ ยเหลือตนเองในการปฏิบัติกจิ วัตร ประจาวันได้ดว้ ยตนเอง ปานกลาง หมายถงึ ความสามารถในการช่วยเหลอื ตนเองในการปฏิบตั ิกจิ วัตร ประจาวนั โดยครู และเพ่ือนชน้ี า ปรับปรงุ หมายถึง ช่วยเหลอื ตนเองในการปฏบิ ตั ิกิจวัตรประจาวันโดยครูและเพอ่ื น เตือนบอ่ ย ๆ และบางกิจกรรมทาไมไ่ ด้ 2. เลน่ หรอื ทางานโดยมจี ดุ มงุ่ หมายรว่ มกนั ได้ วธิ กี ารประเมิน 1. เด็กปฏิบัติกิจกรรมกลมุ่ โดยทก่ี ล่มุ จะสลับกนั ไป รวมกลมุ่ ตามความสนใจ ตามหน่วยการเรียน ฯลฯ ปฏิบัติกจิ กรรมตา่ ง ๆ เช่น เคลอ่ื นไหวและจังหวะ สร้างสรรค์ เลน่ ตามมุม กลางแจง้ เสรมิ ประสบการณ์ เกมการศึกษา 2. ครูประเมนิ ผลการทากิจกรรมของเด็กเป็นรายบุคคล โดยสงั เกตหลาย ๆ ครง้ั เพ่อื ให้เกดิ ความ แนใ่ จ เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถงึ เด็กสามารถเลน่ หรือทางานรว่ มกับผ้อู นื่ ไดท้ ุกกิจกรรมโดยไมม่ ี ข้อขัดแยง้ กับสมาชกิ ในกลมุ่ ปานกลาง หมายถึง เดก็ สามารถเลน่ หรือทางานร่วมกับผู้อ่นื ไดบ้ างกิจกรรมโดยไม่มี ขอ้ ขัดแยง้ กับสมาชกิ ในกลุ่ม ปรับปรงุ หมายถงึ เลน่ หรอื ทางานรว่ มกบั ผอู้ นื่ ได้บางกจิ กรรมแต่มีขอ้ ขัดแยง้ บ้าง ทาใหง้ านท่ีมีจุดมงุ่ หมายร่วมกันไม่ประสบผลสาเร็จ 3. พบผใู้ หญร่ จู้ กั ไหวท้ าความเคารพ วธิ ีการประเมนิ 1. ครูและเด็กสนทนาถงึ กจิ วัตรประจาวนั ท่ีเด็กดีควรปฏบิ ัตใิ นแต่ละวนั 2. ครแู ละเดก็ รว่ มร้องเพลง และสาธิตการไหว้ท่ีถูกวิธี
หลกั สูตรปฐมวยั โรงเรียนวัดสายลาํ โพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัย (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๔๒ 3. ครูดแู ลและสังเกตพฤติกรรมในขณะอยู่โรงเรียน กอ่ นกลับบ้าน และตดิ ตอ่ พบปะผใู้ หญ่รู้จักการ ไหว้ ทาความเคารพ เกณฑก์ ารประเมนิ ดี หมายถึง เด็กมีมารยาทในการทาความเคารพ รู้จักไหว้ เมื่อพบผู้ใหญ่ ทกุ ครั้งสามารถปฏบิ ัติได้โดยไมม่ ีผ้ชู ีน้ า ปานกลาง หมายถึง เดก็ มมี ารยาทในการทาความเคารพ รู้จกั ไหว้ เม่อื พบผู้ใหญ่ เป็นบางครัง้ โดยมผี ชู้ ้ีนา ปรบั ปรงุ หมายถึง เด็กไม่ทาความเคารพ ตอ้ งอาศยั ผูช้ น้ี าทุกคร้ัง 4. รจู้ กั ขอบคุณเมอ่ื รบั ของจากผใู้ หญ่ วิธกี ารประเมิน 1. ครแู ละเด็กสนทนาถึงกิจวตั รประจาวันท่ีเดก็ ดีควรปฏบิ ัติในแตล่ ะวัน 2. ครแู ละเด็กรว่ มรอ้ งเพลง และสาธิตวิธรี บั ของจากผู้ใหญ่ 3. ครดู แู ลและสังเกตพฤติกรรมในขณะอยโู่ รงเรยี น กอ่ นกลบั บ้าน และเม่ือรบั ของจากผู้ใหญก่ ลา่ วคา ว่าขอบคุณ เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถงึ เด็กมกี ิรยิ ามารยาทท่ดี ี รู้จกั ใช้คาพูดขอบคุณ เม่อื รบั ของจาก ผู้ใหญ่ทกุ คร้ัง และสามารถปฏิบัตดิ ว้ ยตนเองโดยไม่มผี ูช้ ี้นา ปานกลาง หมายถึง เดก็ มกี ริ ิยามารยาทท่ดี ี รู้จกั ใชค้ าพูดขอบคุณ เมือ่ รับของจาก ผู้ใหญเ่ ป็นบางครง้ั โดยมผี ้ชู ีน้ า ปรับปรุง หมายถงึ เดก็ ไมก่ ล่าวคาขอบคุณเม่ือรบั ของจากผใู้ หญ่ ต้องอาศัยผชู้ น้ี า ทกุ ครั้ง 5. รบั ผดิ ชอบงานทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย วธิ ีการประเมิน 1. ให้เดก็ ปฏิบัตงิ านตามที่ครมู อบหมายจากกิจกรรมและหน่วยการเรยี น เช่น เก็บของเขา้ ท่ี การปฏบิ ตั ติ าม คาส่งั งานกล่มุ งานรายบคุ คล งานทีค่ รูมอบหมาย ฯลฯ 2. ครคู อยดูแลและสังเกตพฤติกรรมพร้อมประเมินผลเป็นรายบคุ คลหลาย ๆ ครัง้ เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถงึ ความสามารถในการรบั ผิดชอบงานท่ีได้รับมอบหมายทันเวลา และส่งงานทุกงานดว้ ยตนเอง ปานกลาง หมายถึง ความสามารถในการรบั ผิดชอบงานทไ่ี ด้รบั มอบหมายทันเวลา และสง่ งานทุกงานแต่ครแู ละเพอ่ื น ๆ คอยช้ีนา ปรับปรุง หมายถงึ ปฏิบัตงิ านท่ีได้รบั มอบหมายไม่ทนั เวลา หรอื ไมย่ อมส่งงาน ถงึ แม้ว่าครูและเพ่ือนจะเตือน
หลกั สูตรปฐมวยั โรงเรยี นวดั สายลําโพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัย (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๔๓ การประเมนิ พฒั นาการเด็กปฐมวยั ชนั้ อนบุ าลปีที่ ๓ พฒั นาการด้านสตปิ ัญญา 1. บอกความแตกตา่ งของกลน่ิ สี เสยี ง รส รปู ร่าง จาแนก และจัดหมวดหมสู่ ง่ิ ของได้ วธิ กี ารประเมนิ 1. ครนู าผา้ หอ่ ส่งิ ต่าง ๆ เหลา่ นี้ แลว้ ให้เด็กดมกลิ่น - มะนาว , มะกรูด , หวั หอม , กระเทียม , น้าหอม , แอมโมเนีย แล้วบอกกล่นิ 2. ครูนาสเี ทยี นมาให้เด็กแยกสี - แดง , น้าเงนิ , เขยี วแก่ , เขียวอ่อน , เหลอื ง , มว่ ง , ชมพู , ส้ม , ฟ้า , ขาว , ดา , เทา 3. ครนู าแถบบนั ทึกเสียงมาใหเ้ ด็ก ๆ ฟงั แล้วให้เด็กบอกเสียง ดังนี้ - ฝนตก , แตรรถ , นกหวีด , ไก่ขนั , ฟา้ ร้อง , ฟ้าผ่า , เสยี งกริง่ , เสียงโทรศัพท์ , เสยี งปะทดั 4. ครูให้เด็กชิมรส ดงั น้ี - น้าเปลา่ , นา้ โซดา , นา้ มะนาว , นา้ เกลือ , นา้ เชอื่ ม 5. ครูนาไม้บล็อกมาใหเ้ ด็กบอกรูปรา่ ง ดังน้ี - สามเหลย่ี ม , ส่ีเหลยี่ ม , วงกลม , วงรี 6. ครนู าก้อนหนิ ใบไม้ เมล็ดพืช ไมบ้ ล็อก สี ใหเ้ ด็กจาแนกและจดั หมวดหมู่ เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถึง เดก็ สามารถบอกความแตกต่างของกลน่ิ สี เสยี ง รส รูปรา่ ง จาแนกและจัดหมวดหมสู่ ง่ิ ของได้ 4 ลักษณะ ดว้ ยตนเอง ปานกลาง หมายถึง เด็กสามารถบอกความแตกต่างของกล่นิ สี เสยี ง รส รปู ร่าง จาแนกและจัดหมวดหมู่สงิ่ ของได้ 3 ลกั ษณะ ด้วยตนเองได้ บางกจิ กรรมครูและเพ่ือนช้ีนา ปรบั ปรุง หมายถงึ เด็กสามารถบอกความแตกตา่ งของกลนิ่ สี เสยี ง รส รูปรา่ ง จาแนกและจัดหมวดหมู่สิง่ ของได้ 1-2 ลกั ษณะ ด้วยตนเอง ได้บางกจิ กรรมโดยครูและเพ่ือนช้ีนา บางกิจกรรมทาไมไ่ ด้ 2. บอกชอื่ นามสกลุ และอายขุ องตนเองได้ วธิ ีการประเมิน 1. ครนู าสนทนาใหเ้ ด็กตอบ 2. ครูให้เด็กบอกช่ือจริง ชื่อเลน่ นามสกลุ อายขุ องตนเอง 3. ครูประเมินและบันทึกผล เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถงึ เด็กบอกช่ือ นามสกุล และอายุของตนเองได้ถูกต้องดว้ ย ตนเอง ปานกลาง หมายถึง เด็กบอกช่อื นามสกุล และอายุของตนเองไดถ้ ูกต้อง โดยการช้ีนาของเพ่ือนและครู ปรับปรุง หมายถงึ เด็กบอกชือ่ นามสกุล และอายุของตนเองได้ ถ้าเพ่อื นและครู ช้ีแนะ จะบอกได้ถูกตอ้ งบางคาเทา่ นั้น
หลักสตู รปฐมวัย โรงเรยี นวดั สายลําโพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย (พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๑๔๔ 3. พยายามหาวธิ แี กป้ ญั หาดว้ ยตนเอง วธิ ีการประเมิน 1. ครูนาสนทนาให้เด็กตอบ 2. ประเมนิ ผลความสามารถของเดก็ ในการพยายามแก้ไขปัญหาด้วยตนเองจากตารางกจิ กรรม ประจาวันและหนว่ ยการเรียนเรียนรู้ โดยผา่ นการสนทนา ซกั ถาม สัมภาษณ์ ความสามารถใน การแก้ไขปญั หา ดังนี้ - ถ้าเดก็ ๆ วง่ิ ชนเพ่อื น ในขณะเคลื่อนไหวรา่ งกาย เด็ก ๆ จะทาอย่างไร - ถ้าเดก็ ๆ พบคนแปลกหน้าจะทาอย่างไร - ถา้ เด็ก ๆ อยากเล่นของกับเพื่อนคนอน่ื ๆ เด็ก ๆ จะทาอย่างไร - ถ้ากระดานล่นื มีคนเล่นมาก ๆ มีวิธีการอยา่ งไรท่ีจะทาให้เดก็ ๆ เล่นไดท้ ุกคนและรวดเรว็ - ถา้ เดก็ ๆ ดื่มนมแล้วทานมหก เด็ก ๆ จะทาอยา่ งไร - ถา้ ไฟดบั เด็ก ๆ จะต้องเขา้ ไปในห้อง เด็ก ๆ จะทาอย่างไร - ถ้าฝนตก เด็ก ๆ จะกลับบา้ น เด็ก ๆ จะทาอยา่ งไร 3. ครูประเมินและบนั ทึกผล เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถงึ ความสามารถในการแก้ปญั หาด้วยตนเองประสบผลสาเรจ็ ปัญหาหมดไป ทาได้ราบรืน่ บ่อย ๆ ครั้ง ตงั้ แต่ 10 คร้งั ขึ้นไป ด้วยตนเอง ปานกลาง หมายถึง ความสามารถในการแก้ปัญหาด้วยตนเองประสบผลสาเรจ็ ปญั หาหมดไป ทาไดร้ าบร่นื บ่อย ๆ ครั้ง ต้ังแต่ 7 - 8 ครง้ั ขึ้น ไปด้วยตนเอง ปรบั ปรงุ หมายถงึ ความสามารถในการแก้ปญั หาด้วยตนเองประสบผลสาเรจ็ ด้วยการช้ีนาของครแู ละเพื่อน ๆ หากให้คิดแก้ปญั หาเอง ไมส่ ามารถทาได้ 4. สนทนาโต้ตอบ/เลา่ เปน็ เรอ่ื งราวได้ วิธกี ารประเมนิ 1. เดก็ ปฏิบัติกจิ กรรมเล่าข่าวและเหตุการณ์ หรือปฏิบัตกิ ิจกรรมตามตารางกจิ กรรมประจาวัน เช่น วาดภาพ ระบายสี ปั้นดินน้ามัน เล่นตามมุม ฯลฯ เด็ก ๆ นาผลงานมานาเสนอ 2. ครูนาสนทนา ให้เดก็ ตอบเร่ืองราว 3. ครปู ระเมนิ และบนั ทึกผล เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถึง เดก็ สามารถสนทนาโต้ตอบ/เลา่ เรือ่ งราวเกี่ยวกบั ผลงาน ของตนเองไดด้ ้วยตนเอง ปานกลาง หมายถึง เด็กสามารถสนทนาโต้ตอบ/เลา่ เรอ่ื งราวเกยี่ วกับผลงาน ของตนเองไดโ้ ดยครแู ละเพื่อนคอยชีน้ า ปรับปรุง หมายถึง เด็กสามารถสนทนาโต้ตอบ/เลา่ เรอื่ งราวได้เพยี งการคอยตอบ คาถามเมื่อครูถามและตอบโต้ได้โดยการชีน้ าของเพอื่ นและครู
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154