หลกั สตู รปฐมวยั โรงเรียนวัดสายลําโพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย (พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๔๕ มาตรฐานท่ี ๑๐ มีความสามารถในการคดิ ที่เปน็ พนื้ ฐานในการเรยี นรู้ (ต่อ) ตัวบง่ ชี้ สภาพท่ีพงึ ประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ๑๐.๑ มคี วาม ช้ันอนุบาลปที ่ี ๓ (๕-๖ปี) สามารถในการคดิ ประสบการณส์ าคญั สาระท่คี วรเรียนรู้ รวบยอด (ตอ่ ) - จาํ แนกและจดั กลุ่มสง่ิ ตา่ งๆโดยใชต้ ั้งแต่สอง ๓. การเลน่ กบั สอ่ื ต่างๆทเี่ ปน็ ทรงกลม ๑๐.๒ มคี วาม ลักษณะขน้ึ ไปเป็นเกณฑ์ สามารถในการคิด ทรงส่เี หล่ียมมมุ ฉาก ทรงกระบอก ทรง เชิงเหตุผล - เรยี งลําดบั สงิ่ ของหรือ เหตกุ ารณอ์ ย่างนอ้ ย ๕ กรวย ลําดบั ๔. การใช้ภาษาทางคณติ ศาสตรก์ ับ - อธบิ ายเชอื่ มโยงสาเหตุ และผลทีเ่ กิดขึ้นใน เหตุการณใ์ นชวี ติ ประจําวัน เหตุการณห์ รือการกระทาํ ดว้ ยตนเอง ๑. การคดั แยก การจดั กลมุ่ และการ ๑. การคดิ จําแนกสิ่งต่างๆตามลกั ษณะและรปู รา่ ง - การจาํ แนกส่ิงของตัง้ แต่ ๒ รูปทรง ลกั ษณะ ๒. การทําซาํ้ การต่อเติม และการสรา้ ง - การจัดกลมุ่ แบบรปู ๓. การรวมและการแยกสิ่งต่างๆ ๔. การใชภ้ าษาทางคณติ ศาสตร์กับ เหตกุ ารณ์ในชวี ติ ประจาํ วัน ๑. การนบั และแสดงจาํ นวนของสงิ่ ตา่ งๆ ๑. การคดิ ในชีวิตประจําวนั - การเรยี งลําดบั อย่างน้อย ๕ ๒. การเปรยี บเทยี บและเรยี งลาํ ดบั ลําดับ จาํ นวนของส่งิ ต่าง ๆ - จาํ นวนและตวั เลข ๓. การบอกและแสดงอนั ดบั ทขี่ องสงิ่ ตา่ ง ๆ ๔. การบอกและเรยี งลําดับกิจกรรมหรอื เหตุการณ์ตามชว่ งหรอื เวลา ๕. การใชภ้ าษาทางคณติ ศาสตรก์ บั เหตุการณใ์ นชีวติ ประจําวนั ๖. การบอกและแสดงตาํ แหนง่ ทิศทาง และระยะทางของสิง่ ต่างดว้ ยการกระทาํ ภาพวาด ภาพถา่ ย และรปู ภาพ ๑. การชงั่ ตวง วดั ส่ิงตา่ งๆโดยใช้ ๑. การแสดงความคดิ เหน็ เครื่องมือและหนว่ ยทไ่ี มใ่ ช่หน่วย - การชั่ง มาตรฐาน - การตวง ๒. การอธิบายเชอื่ มโยง สาเหตแุ ละผลท่ี - การวัด เกิดขึ้นในเหตุการณห์ รอื การกระทาํ ๒. การเชอ่ื มโยงสิ่งต่างๆใน ชีวิตประจําวนั
หลักสตู รปฐมวัย โรงเรียนวดั สายลําโพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๔๖ มาตรฐานท่ี ๑๐ มคี วามสามารถในการคิดที่เป็นพืน้ ฐานในการเรยี นรู้ (ต่อ) ตัวบง่ ชี้ สภาพที่พงึ ประสงค์ สาระการเรียนร้รู ายปี ช้นั อนบุ าลปที ่ี ๓ (๕-๖ป)ี ๑๐.๒ มีความ ประสบการณ์ส าคญั สาระทค่ี วรเรยี นรู้ สามารถในการคิด - คาดคะเนสง่ิ ทีอ่ าจจะ เชงิ เหตผุ ล (ตอ่ ) เกดิ ข้นึ และมีสว่ นร่วมใน ๑. การคาดเดาหรือการคาดคะเนสงิ่ ที่ - การหาความสมั พนั ธอ์ ย่างมี การลงความเหน็ จากขอ้ มลู ๑๐.๓ มีความ อย่างมเี หตผุ ล อาจจะเกดิ ข้นึ อยา่ งมเี หตผุ ล เหตผุ ล สามารถในการคดิ - ตัดสนิ ใจในเรือ่ งง่ายๆ แก้ปญ๎ หาและ และยอมรับผลที่เกดิ ข้นึ ๒. การมสี ว่ นร่วมในการลงความเห็นจาก ตดั สนิ ใจ - ระบปุ ๎ญหาสร้าง ขอ้ มลู อยา่ งมีเหตผุ ล ทางเลือกและเลอื กวิธี แกป้ ญ๎ หา ๑. การตดั สินใจและมีสว่ นรว่ มใน ๑. การตดั สนิ ใจสงิ่ ตา่ งๆดว้ ย กระบวนการแกป้ ญ๎ หา ตนเอง ๒. การอธบิ ายเช่อื มโยง สาเหตุและผลที่ เกดิ ขน้ึ ในเหตกุ ารณห์ รือการกระทาํ ๑. การตดั สนิ ใจและมสี ่วนรว่ มใน ๑. การแกป้ ญ๎ หาด้วยตนเอง กระบวนการแกป้ ญ๎ หา อยา่ งมนั่ ใจ ๒. การคาดเดาหรือการคาดคะเนส่ิงท่ี อาจจะเกิดขึน้ อยา่ งมเี หตผุ ล ๓. การมสี ว่ นรว่ มในการลงความเห็นจาก ข้อมลู อยา่ งมีเหตุผล มาตรฐานท่ี ๑๑ มีจนิ ตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ตัวบ่งช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์ สาระการเรยี นรูร้ ายปี ๑๑.๑ เล่น/ทํางาน ช้ันอนุบาลปที ่ี ๓ (๕-๖ป)ี ประสบการณ์ส าคญั สาระท่ีควรเรยี นรู้ ศลิ ปะตาม จนิ ตนาการและ - สร้างผลงานศลิ ปะเพือ่ ๑. การแสดงความคดิ สร้างสรรคผ์ า่ น ๑.การทํางานศลิ ปะที่แปลกใหม่ ความคดิ สอื่ สารความคดิ ความรสู้ ึก สรา้ งสรรค์ ของตนเองโดยมีการ ภาษา ท่าทาง การเคลื่อนไหว และ ๒. วิธีการใชเ้ ครื่องมือ เคร่ืองใช้ ดดั แปลงและแปลกใหม่ จากเดิมและมีรายละเอียด ศิลปะ ในการทาํ งานศิลปะอย่างถูกวธิ ี เพม่ิ ขน้ึ ๒. การเขยี นภาพและการเลน่ กบั สี และปลอดภัย เชน่ กรรไกร ๓. การป้๎น ๔. การประดษิ ฐส์ ิง่ ต่างๆด้วยเศษวสั ดุ ๕. การทาํ งานศลิ ปะที่นาํ วสั ดหุ รือสงิ่ ของ เครือ่ งใชท้ ีใ่ ชแ้ ล้วมาใช้ซ้ําหรอื แปรรูป แล้วนาํ กลับมาใช้ใหม่ ๖. การหยบิ จบั การใช้กรรไกร การฉกี การตัด การปะและการรอ้ ยวสั ดุ ๗.การแสดงความคิดสร้างสรรคผ์ า่ น ภาษา ท่าทาง การเคล่อื นไหว และ ศิลปะ
หลักสตู รปฐมวัย โรงเรยี นวัดสายลาํ โพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๔๗ มาตรฐานท่ี ๑๑ มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ (ตอ่ ) ตวั บ่งชี้ สภาพทีพ่ งึ ประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชน้ั อนบุ าลปที ี่ ๓ (๕-๖ป)ี ๑๑.๑ เล่น/ทาํ งาน ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรยี นรู้ ศิลปะตาม - เคลือ่ นไหวทา่ ทางเพื่อ จนิ ตนาการและ สอ่ื สารความคดิ ความรสู้ กึ ๘. การทาํ งานศลิ ปะ ความคดิ ของตนเอง สร้างสรรค์ (ตอ่ ) อย่างหลากหลายและ ๙. การสร้างสรรคช์ ้นิ งานโดยใช้รปู ร่าง แปลกใหม่ ๑๑.๒ แสดง รปู ทรง จากวัสดทุ ่ีหลากหลาย ท่าทาง/ เคลื่อนไหวตาม ๑๐. การรับรู้และแสดงความคิด จนิ ตนาการอย่าง สร้างสรรค์ ความรสู้ กึ ผ่านสื่อ วสั ดุ ของเล่น และ ชิ้นงาน ๑. การเคลอ่ื นไหวอยูก่ ับที่ ๑. การเคลื่อนไหวรา่ งกายใน ๒. การเคลอ่ื นไหวเคลอื่ นท่ี ทศิ ทางระดับและพืน้ ทีต่ า่ งๆ ๓. การเคลื่อนไหวพรอ้ มวสั ดอุ ปุ กรณ์ ๒. การแสดงทา่ ทางต่างๆตาม ๔. การแสดงความคดิ สร้างสรรคผ์ า่ น ความคดิ ของตนเอง ภาษา ท่าทาง การเคลื่อนไหวและศิลปะ ๕. การเคลื่อนไหวโดยควบคมุ ตนเองไป ในทศิ ทาง ระดับและพืน้ ท่ี ๖. การเคลื่อนไหวตามเสยี งเพลง/ดนตรี ๗. การฟ๎งเพลง การร้องเพลงและการ แสดงปฏิกริ ยิ าโต้ตอบเสยี งดนตรี มาตรฐานท่ี ๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้ เหมาะสมกับวัย ตัวบ่งชี้ สภาพที่พงึ ประสงค์ สาระการเรียนรรู้ ายปี ๑๒.๑ มีเจตคติทด่ี ี ชัน้ อนบุ าลปที ่ี ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์ส าคญั สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ต่อการเรยี นรู้ - หยิบหนงั สือมาอ่านและ ๑. การสาํ รวจสิง่ ต่างๆ และแหลง่ เรียนรู้ ๑. ความรพู้ ้นื ฐานเกีย่ วกบั การใช้ เขียนสื่อความคิดดว้ ย ตนเองเปน็ ประจาํ อย่าง รอบตวั หนงั สอื และตัวหนังสืออยา่ ง ตอ่ เน่อื ง - กระตอื รือรน้ ในการรว่ ม ๒. การตัง้ คําถามในเร่ืองท่สี นใจ อิสระ กจิ กรรมตง้ั แต่ต้นจนจบ ๑. การให้ความรว่ มมือในการปฏบิ ัติ ๑. การแสดงออกทางอารมณ์ กจิ กรรมต่างๆ และความรู้สกึ อยา่ งเหมาะสม ๒. การตัง้ คําถามในเร่อื งทสี่ นใจ ๒. ความสนใจในการทาํ กิจกรรม ๓. การมสี ่วนร่วมในการรวบรวมขอ้ มลู และนาํ เสนอขอ้ มลู จากการสืบเสาะหา ความรู้ในรปู แบบต่างๆและแผนภมู อิ ย่าง ง่าย
หลกั สตู รปฐมวยั โรงเรยี นวดั สายลาํ โพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัย (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๔๘ มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคติท่ีดีต่อการเรียนรู้ และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้ เหมาะสมกับวยั (ตอ่ ) ตวั บง่ ช้ี สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรยี นรูร้ ายปี ๑๒.๒ มีความ ชัน้ อนุบาลปที ่ี ๓ (๕-๖ป)ี ประสบการณ์ส าคญั สาระท่คี วรเรียนรู้ สามารถในการ แสวงหาความรู้ - คน้ หาคาํ ตอบของข้อ ๑. การสาํ รวจสิง่ ตา่ งๆ และแหลง่ เรียนรู้ - การเรยี นรทู้ จี่ ะเลน่ และทําส่งิ สงสัยตา่ งๆ ตามวิธกี ารที่ รอบตัว ตา่ งๆอยา่ งหลากหลายด้วย หลากหลายด้วยตนเอง ๒. การตั้งคาํ ถามในเรื่องทสี่ นใจ ตนเอง ๓. การสบื เสาะหาความรเู้ พ่อื ค้นหา คาํ ตอบของข้อสงสัยตา่ งๆ ๔. การมสี ว่ นร่วมในการรวบรวมขอ้ มลู และนาํ เสนอข้อมูลจากการสบื เสาะหา ความรูใ้ นรูปแบบต่างๆและแผนภมู ิอย่าง งา่ ย - ใช้ประโยคคาํ ถามว่า ๑. การตงั้ คาํ ถามในเรอ่ื งทส่ี นใจ - การสนใจซกั ถามคําถามเพ่ือ “เม่อื ไร” อยา่ งไร” ในการ ๒. การสืบเสาะหาความรเู้ พือ่ คน้ หา คน้ หาคาํ ตอบด้วยตนเอง ค้นหาคําตอบ คาํ ตอบของข้อสงสยั ตา่ งๆ
หลักสูตรปฐมวัย โรงเรียนวัดสายลําโพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัย (พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๔๙ สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ซ่ึงเปน็ สว่ นท่ีสาํ คญั ในการใชเ้ ปน็ สือ่ กลางในการจดั ประสบการณ์การเรียนรใู้ หก้ ับ เดก็ เพื่อส่งเสริมพฒั นาการทุกด้าน ให้เปน็ ไปตามจดุ หมายของหลักสูตรท่ีกําหนด ประกอบดว้ ย ประสบการณส์ าํ คญั และสาระทค่ี วรเรียนรู้ ดังนี้ ๑. ประสบการณส์ าคญั ประสบการณส์ าํ คัญเป็นแนวทางสําหรบั ผ้สู อนไปใช้ในการออกแบบการจดั ประสบการณ์ ให้ เด็กปฐมวยั เรียนรู้ ลงมือปฏิบัติ และไดร้ บั การส่งเสริมพัฒนาการครอบคลมุ ทุกดา้ น ดังน้ี ๑.๑ ประสบการณ์ส าคญั ทีส่ ่งเสรมิ พัฒนาการดา้ นร่างกาย เป็นการสนบั สนนุ ให้เดก็ ไดม้ โี อกาสพฒั นาการใชก้ ลา้ มเน้ือใหญ่ กลา้ มเนื้อเล็ก และการ ประสานสัมพนั ธ์ระหว่างกล้ามเนอ้ื และระบบประสาท ในการทาํ กิจวตั รประจําวันหรือทํากจิ กรรมตา่ งๆและ สนบั สนุนใหเ้ ดก็ มโี อกาสดแู ลสุขภาพและสุขอนามัย และการรกั ษาความปลอดภัย ดงั นี้ ๑.๑.๑ การใช้กลา้ มเน้ือใหญ่ ๑.๑.๑.๑ การเคลือ่ นไหวอยู่กับท่ี ๑.๑.๑.๒ การเคลื่อนไหวเคล่ือนท่ี ๑.๑.๑.๓ การเคล่อื นไหวพร้อมวัสดอุ ปุ กรณ์ ๑.๑.๑.๔ การเคลื่อนไหวที่ใช้การประสานสมั พนั ธข์ องการใช้กลา้ มเน้อื มัดใหญ่ในการ ขว้าง การจับ การโยน การเตะ ๑.๑.๑.๕ การเล่นเคร่อื งเลน่ สนามอยา่ งอิสระ ๑.๑.๒ การใช้กลา้ มเนอ้ื เลก็ ๑.๑.๒.๑ การเลน่ เครื่องเล่นสมั ผสั และการสร้างจากแท่งไม้ บล็อก ๑.๑.๒.๒ การเขียนภาพและการเลน่ กับสี ๑.๑.๒.๓ การป๎้น ๑.๑.๒.๔ การประดษิ ฐส์ งิ่ ตา่ งๆดว้ ย เศษวัสดุ ๑.๑.๒.๕ การหยิบจบั การใช้กรรไกร การฉกี การตดั การปะ และการร้อยวสั ดุ ๑.๑.๓ การรักษาสุขภาพอนามัยส่วนตัว ๑.๑.๓.๑ การปฏิบตั ติ นตามสขุ อนามัย สุขนสิ ยั ท่ดี ีในกจิ วัตรประจําวนั ๑.๑.๔ การรักษาความปลอดภัย ๑.๑.๔.๑ การปฏิบัติตนใหป้ ลอดภยั ในกิจวตั รประจําวนั ๑.๑.๔.๒ การฟ๎งนิทาน เร่ืองราว เหตกุ ารณ์ เกีย่ วกบั การปูองกนั และรักษาความ ปลอดภัย ๑.๑.๔.๓ การเลน่ เคร่อื งเล่นอยา่ งปลอดภยั ๑.๑.๔.๔ การเล่นบทบาทสมมตเิ หตกุ ารณต์ ่างๆ
หลักสูตรปฐมวยั โรงเรียนวัดสายลําโพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๕๐ ๑.๑.๕ การตระหนกั รูเ้ กยี่ วกับรา่ งกายตนเอง ๑.๑.๕.๑ การเคล่อื นไหวเพ่ือควบคุมตนเองไปในทิศทาง ระดบั และพืน้ ท่ี ๑.๑.๕.๒ การเคล่อื นไหวข้ามสง่ิ กีดขวาง ๑.๒ ประสบการณ์ส าคัญท่ีส่งเสริมพัฒนาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ เปน็ การสนบั สนนุ ให้เด็กได้แสดงออกทางอารมณ์และความรู้สกึ ของตนเองที่เหมาะสม กบั วยั ตระหนักถึงลกั ษณะพิเศษเฉพาะท่เี ป็นอัตลักษณ์ ความเปน็ ตัวของตวั เอง มีความสุข ร่าเรงิ แจม่ ใส การเหน็ อกเหน็ ใจผอู้ ่ืนได้พฒั นาคุณธรรม จริยธรรม สนุ ทรยี ภาพ ความรู้สึกท่ีดีตอ่ ตนเอง และความเช่ือม่นั ในตนเองขณะปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตา่ งๆ ดังน้ี ๑.๒.๑ สนุ ทรียภาพ ดนตรี ๑.๒.๑.๑ การฟง๎ เพลง การร้องเพลง และการแสดงปฏิกริ ิยาโตต้ อบเสยี งดนตรี ๑.๒.๑.๒ การเคล่ือนไหวตามเสยี งเพลง/ดนตรี ๑.๒.๑.๓ การเล่นบทบาทสมมติ ๑.๒.๑.๔ การทํากจิ กรรมศิลปะต่างๆ ๑.๒.๑.๕ การสรา้ งสรรค์สงิ่ สวยงาม ๑.๒.๒ การเล่น ๑.๒.๒.๑ การเล่นอิสระ ๑.๒.๒.๒ การเล่นรายบุคคล กลมุ่ ยอ่ ย กลุ่มใหญ่ ๑.๒.๒.๓ การเลน่ ตามมุมประสบการณ์ ๑.๒.๒.๔ การเลน่ นอกหอ้ งเรียน ๑.๒.๓ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ๑.๒.๓.๑ การปฏิบัตติ นตามหลักศาสนาท่นี ับถือ ๑.๒.๓.๒ การฟ๎งนทิ านเก่ยี วกับคุณธรรม จริยธรรม ๑.๒.๓.๓ การร่วมสนทนาแลกเปล่ยี นความคิดเหน็ เชิงจริยธรรม ๑.๒.๔ การแสดงออกทางอารมณ์ ๑.๒.๔.๑ การสะท้อนความรู้สึกของตนเองและผู้อืน่ ๑.๒.๔.๒ การเล่นบทบาทสมมติ ๑.๒.๔.๓ การเคลื่อนไหวตามเสยี งเพลง/ดนตรี ๑.๒.๔.๔การร้องเพลง ๑.๒.๔.๕ การทาํ งานศิลปะ ๑.๒.๕ การมีอตั ลกั ษณ์เฉพาะตนและเชอื่ ว่าตนเองมคี วามสามารถ ๑.๒.๕.๑ การปฏบิ ตั ิกจิ กรรมต่างๆตามความสามารถของตนเอง
หลักสูตรปฐมวยั โรงเรียนวัดสายลําโพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัย (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๕๑ ๑.๒.๖ การเห็นอกเหน็ ใจผู้อน่ื ๑.๒.๖.๑ การแสดงความยนิ ดีเมือ่ ผ้อู ่ืนมีความสุข เหน็ อกเห็นใจเม่ือผู้อนื่ เศรา้ หรือ เสยี ใจ และการ ชว่ ยเหลือปลอบโยนเมอื่ ผู้อน่ื ไดร้ บั บาดเจ็บ ๑.๓ ประสบการณส์ าคญั ที่ส่งเสริมพัฒนาการดา้ นสงั คม เปน็ การสนบั สนุนให้เด็กได้มโี อกาสปฏิสัมพันธ์กบั บคุ ลและส่งิ แวดล้อมต่างๆรอบตวั จากการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ ผ่านการเรียนรู้ทางสังคม เช่น การเล่น การทํางานกับผ้อู ่ืน การปฏิบัตกิ ิจวตั ร ประจาํ วัน การแก้ปญ๎ หาข้อขัดแยง้ ตา่ งๆ ๑.๓.๑ การปฏิบัตกิ จิ วัตรประจ าวนั ๑.๓.๑.๑ การช่วยเหลือตนเองในกจิ วัตรประจาํ วัน ๑.๓.๑.๒ การปฏบิ ัติตนตามแนวทางหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ๑.๓.๒ การดูแลรักษาธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ๑.๓.๒.๑ การมีสว่ นร่วมรบั ผิดชอบดูแลรกั ษาส่ิงแวดลอ้ มทงั้ ภายในและภายนอก ห้องเรียน ๑.๓.๒.๒ การทํางานศลิ ปะที่ใชว้ สั ดุหรือส่งิ ของที่ใช้แลว้ มาใช้ซ้าํ หรอื แปรรปู แลว้ นาํ กลับมาใชใ้ หม่ ๑.๓.๒.๓ การเพาะปลูกและดูแลต้นไม้ ๑.๓.๒.๔ การเลี้ยงสัตว์ ๑.๓.๒.๕ การสนทนาข่าวและเหตกุ ารณ์ท่ีเกย่ี วกบั ธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ มใน ชวี ิตประจาํ วัน ๑.๓.๓ การปฏิบัตติ ามวฒั นธรรมท้องถนิ่ ที่อาศัยและความเป็นไทย ๑.๓.๓.๑ การเลน่ บทบาทสมมุติการปฏิบตั ติ นในความเปน็ คนไทย ๑.๓.๓.๒ การปฏิบตั ิตนตามวัฒนธรรมท้องถนิ่ ท่อี าศัยและประเพณีไทย ๑.๓.๓.๓ การประกอบอาหารไทย ๑.๓.๓.๔ การศกึ ษานอกสถานที่ ๑.๓.๓.๕ การละเล่นพ้นื บา้ นของไทย ๑.๓.๔ การมีปฏสิ ัมพันธ์ มีวินัย มสี วนร่วม และบทบาทสมาชกิ ของสังคม ๑.๓.๔.๑ การรว่ มกําหนดข้อตกลงของหอ้ งเรยี น ๑.๓.๔.๒ การปฏบิ ตั ติ นเปน็ สมาชิท่ดี ีของหอ้ งเรยี น ๑.๓.๔.๓ การให้ความรว่ มมอื ในการปฏิบัตกิ ิจกรรมตา่ ง ๆ ๑.๓.๔.๔ การดูแลห้องเรยี นร่วมกัน ๑.๓.๔.๕ การร่วมกิจกรรมวนั สําคญั
หลกั สูตรปฐมวัย โรงเรียนวัดสายลาํ โพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั (พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๕๒ ๑.๓.๕ การเล่นแบบร่วมมือร่วมใจ ๑.๓.๕.๑ การรว่ มสนทนาและแลกเปล่ยี นความคิดเห็น ๑.๓.๕.๒ การเลน่ และทํางานร่วมกับผู้อื่น ๑.๓.๕.๓ การทําศลิ ปะแบบร่วมมอื ๑.๓.๖ การแกป้ ญั หาความขัดแย้ง ๑.๓.๖.๑ การมสี ่วนร่วมในการเลอื กวธิ กี ารแก้ปญ๎ หา ๑.๓.๖.๒ การมสี ่วนรว่ มในการแก้ปญ๎ หาความขัดแย้ง ๑.๓.๗ การยอมรับในความเหมือนและความแตกต่างระหว่างบุคคล ๑.๓.๗.๑ การเล่นหรอื ทาํ กจิ กรรมรว่ มกับกลุ่มเพ่ือน ๑.๔ ประสบการณส์ าคัญทส่ี ่งเสริมพัฒนาการดา้ นสตปิ ญั ญา เป็นการสนับสนุนใหเ้ ด็กได้รับรู้ เรยี นรสู้ ิง่ ต่างๆรอบตัวผา่ นการมปี ฏสิ ัมพันธก์ บั สง่ิ แวดล้อม บคุ คลและส่ือต่างๆ ด้วยกระบวนการเรยี นรู้ทหี่ ลากหลาย เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กพฒั นาการใช้ ภาษา จนิ ตนาการความคดิ สร้างสรรค์ การแก้ป๎ญหา การคิดเชงิ เหตุผล และการคดิ รวบยอดเกี่ยวกับส่ิง ตา่ งๆ รอบตัวและมีความคดิ รวบยอดทางคณิตศาสตร์ทเี่ ปน็ พน้ื ฐานของการเรยี นรูใ้ นระดับทส่ี ูงขน้ึ ต่อไป ๑.๔.๑ การใช้ภาษา ๑.๔.๑.๑ การฟ๎งเสยี งต่างๆ ในสงิ่ แวดลอ้ ม ๑.๔.๑.๒ การฟง๎ และปฏบิ ตั ติ ามคําแนะนาํ ๑.๔.๑.๓ การฟง๎ เพลง นิทาน คาํ คล้องจอง บทร้อยกรงหรอื เรอื่ งราวตา่ งๆ ๑.๔.๑.๔ การแสดงความคดิ ความรู้สกึ และความต้องการ ๑.๔.๑.๕ การพูดกับผูอ้ ื่นเก่ียวกับประสบการณ์ของตนเอง หรอื พดู เลา่ เรื่องราวเกี่ยวกับ ตนเอง ๑.๔.๑.๖ การพูดอธบิ ายเกยี่ วกับสงิ่ ของ เหตุการณ์ และความสมั พันธ์ของสงิ่ ต่างๆ ๑.๔.๑.๗ การพูดอยา่ งสร้างสรรคใ์ นการเลน่ และการกระทําต่างๆ ๑.๔.๑.๘ การรอจังหวะทีเ่ หมาะสมในการพดู ๑.๔.๑.๙ การพดู เรยี งลําดับเพ่ือใช้ในการส่อื สาร ๑.๔.๑.๑๐ การอ่านหนังสอื ภาพ นิทาน หลากหลายประเภท/รูปแบบ ๑.๔.๑.๑๑ การอา่ นอสิ ระตามลาํ พัง การอ่านรว่ มกนั การอ่านโดยมีผูช้ ้ีแนะ ๑.๔.๑.๑๒ การเหน็ แบบอยา่ งของการอ่านท่ถี ูกต้อง ๑.๔.๑.๑๓ การสงั เกตทิศทางการอา่ นตัวอักษร คาํ และข้อความ ๑.๔.๑.๑๔ การอา่ นและชี้ข้อความ โดยกวาดสายตาตามบรรทัดจากซา้ ยไปขวา จาก บนลงลา่ ง ๑.๔.๑.๑๕ การสังเกตตวั อักษรในชอ่ื ของตน หรอื คาํ คุ้นเคย ๑.๔.๑.๑๖ การสังเกตตวั อักษรทป่ี ระกอบเป็นคําผา่ นการอา่ นหรอื เขยี นของผู้ใหญ่
หลักสูตรปฐมวยั โรงเรียนวดั สายลาํ โพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย (พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๕๓ คลอ้ งจอง ๑.๔.๑.๑๗ การคาดเดาคําวลี หรือประโยค ท่ีมโี ครงสรา้ งซำ้ ๆ กนั จากนทิ าน เพลง คาํ ๑.๔.๑.๑๘ การเลน่ เกมทางภาษา ๑.๔.๑.๑๙ การเหน็ แบบอย่างของการเขยี นท่ีถกู ต้อง ๑.๔.๑.๒๐ การเขียนร่วมกันตามโอกาส และการเขยี นอสิ ระ ๑.๔.๑.๒๑ การเขียนคาํ ทม่ี ีความหมายกับตัวเดก็ /คําคุ้นเคย ๑.๔.๑.๒๒ การคิดสะกดคําและเขยี นเพ่อื สื่อความหมายด้วยตนเองอยา่ งอิสระ ๑.๔.๒ การคิดรวบยอด การคิดเชงิ เหตุผล การตัดสนิ ใจและแกป้ ัญหา ๑.๔.๒.๑ การสังเกตลักษณะ สว่ นประกอบ การเปลี่ยนแปลง และความสมั พันธ์ของสง่ิ ตา่ งๆ โดยใช้ประสาทสัมผัสอย่างเหมาะสม ๑.๔.๒.๒ การสังเกตส่ิงตา่ งๆ และสถานทจี่ ากมุมมองที่ต่างกัน ๑.๔.๒.๓ การบอกและแสดงตําแหนง่ ทศิ ทาง และระยะทางของสิง่ ตา่ งๆด้วยการ กระทํา ภาพวาด ภาพถา่ ย และรปู ภาพ ๑.๔.๒.๔ การเล่นกับส่อื ต่างๆท่เี ป็นทรงกลม ทรงสเี่ หลยี่ มมุมฉาก ทรงกระบอก กรวย ๑.๔.๒.๕ การคดั แยก การจัดกลุม่ และการจาํ แนกสิง่ ต่างๆตามลักษณะและรปู รา่ ง รูปทรง ๑.๔.๒.๖ การตอ่ ของช้ินเลก็ เตมิ ในชน้ิ ใหญใ่ หส้ มบรู ณ์ และการแยกชน้ิ สว่ น ๑.๔.๒.๗ การทาํ ซํา้ การต่อเติม และการสร้างแบบรูป ๑.๔.๒.๘ การนับและแสดงจาํ นวนของสงิ่ ต่างๆในชีวติ ประจําวนั ๑.๔.๒.๙ การเปรยี บเทียบและเรยี งลาํ ดับจํานวนของสิง่ ตา่ งๆ ๑.๔.๒.๑๐ การรวมและการแยกสง่ิ ตา่ งๆ ๑.๔.๒.๑๑ การบอกและแสดงอันดับที่ของส่งิ ตา่ งๆ ๑.๔.๒.๑๒ การช่งั ตวง วดั สงิ่ ตา่ งๆโดยใชเ้ คร่อื งมือและหน่วยท่ไี มใ่ ชห่ นว่ ยมาตรฐาน ๑.๔.๒.๑๓ การจับคู่ การเปรียบเทยี บ และการเรียงลาํ ดับ สิ่งตา่ งๆ ตามลักษณะความ ยาว/ความสูงนาํ้ หนกั ปรมิ าตร ๑.๔.๒.๑๔ การบอกและเรียงลาํ ดบั กจิ กรรมหรือเหตกู ารณ์ตามชว่ งเวลา ๑.๔.๒.๑๕ การใช้ภาษาทางคณติ ศาสตร์กบั เหตุการณใ์ นชีวิตประจาํ วัน ๑.๔.๒.๑๖ การอธิบายเช่อื มโยงสาเหตแุ ละผลทีเ่ กิดข้นึ ในเหตุการณ์หรือการกระทํา ๑.๔.๒.๑๗ การคาดเดาหรอื การคาดคะเนสิ่งที่อาจเกิดขนึ้ อย่างมเี หตผุ ล ๑.๔.๒.๑๘ การมสี ว่ นรว่ มในการลงความเหน็ จากข้อมูลอยา่ งมีเหตุผล ๑.๔.๒.๑๙ การตัดสินใจและมีสว่ นร่วมในกระบวนการแก้ป๎ญหา
หลกั สตู รปฐมวยั โรงเรยี นวัดสายลาํ โพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย (พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๕๔ ๑.๔.๓ จินตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์ ๑.๔.๓.๑ การรบั รู้ และแสดงความคิดความรสู้ กึ ผา่ นสือ่ วัสดุ ของเล่น และชิ้นงาน ๑.๔.๓.๒ การแสดงความคดิ สร้างสรรค์ผ่านภาษา ทา่ ทาง การเคลอ่ื นไหว และศิลปะ ๑.๔.๓.๓ การสร้างสรรคช์ น้ิ งานโดยใช้รปู ร่างรูปทรงจากวัสดทุ ี่หลากหลาย ๑.๔.๔ เจตคติทดี่ ีตอ่ การเรียนรแู้ ละการแสวงหาความรู้ ๑.๔.๔.๑ การสํารวจสิง่ ต่างๆ และแหลง่ เรยี นรรู้ อบตวั ๑.๔.๔.๒ การต้ังคําถามในเรื่องทสี่ นใจ ๑.๔.๔.๓ การสืบเสาะหาความรูเ้ พ่ือค้นหาคําตอบของข้อสงสัยต่างๆ ๑.๔.๔.๔ การมสี ่วนรว่ มในการรวบรวมข้อมลู และนําเสนอข้อมูลจากการสืบเสาะหา ความรู้ในรปู แบบต่างๆและแผนภูมอิ ย่างงา่ ย ๒. สาระที่ควรเรยี นรู้ สาระทค่ี วรเรยี นรู้ เป็นเร่ืองราวรอบตวั เดก็ ท่ีนํามาเป็นสือ่ กลางในการจดั กจิ กรรมให้เดก็ เกิด แนวคดิ หลงั จากนาํ สาระการเรยี นรู้นั้นๆ มาจดั ประสบการณ์ใหเ้ ดก็ เพือ่ ใหบ้ รรลจุ ดั หมายท่กี ําหนดไว้ท้งั น้ี ไม่เนน้ การทอ่ งจําเน้ือหา ครสู ามารถกําหนดรายละเอียดข้ึนเองให้สอดคล้องกับวัย ความตอ้ งการ และความ สนใจของเด็ก โดยใหเ้ ดก็ ไดเ้ รียนรูผ้ า่ นประสบการณ์สําคญั ทัง้ น้ี อาจยดื หยุ่นเนื้อหาไดโ้ ดยคาํ นงึ ถึง ประสบการณ์และสิง่ แวดล้อมในชีวติ จริงของเด็ก ดังนี้ ๒.๑ เรอ่ื งราวเกยี่ วกับตัวเด็ก เด็กควรรู้จกั ชอ่ื นามสกลุ รปู ร่างหนา้ ตา ร้จู กั อวยั วะตา่ งๆ วิธรี ะวงั รกั ษาร่างกายให้ สะอาดและมีสุขภาพอนามัยที่ดี การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ การระมัดระวังความปลอดภยั ของ ตนเองจากผ้อู ื่นและภัยใกล้ตัว รวมทั้งการปฏิบตั ิต่อผู้อื่นอย่างปลอดภยั การรู้จกั ความเป็นมาของตนเอง และครอบครวั การปฏบิ ตั ติ นเปน็ สมาชกิ ท่ีดขี องครอบครัวและโรงเรียน การเคารพสิทธขิ องตนเองและผู้อืน่ การร้จู กั แสดงความคิดเห็นของตนเองและรับฟง๎ ความคดิ เห็นของผู้อ่ืน การกํากับตนเอง การเล่นและทําสง่ิ ต่างๆดว้ ยตนเองตามลาํ พังหรือกบั ผู้อ่นื การตระหนกั รเู้ กี่ยวกับตนเอง ความภาคภูมใิ จในตนเอง การสะท้อน การรบั รอู้ ารมณ์และความรู้สึกของตนเองและผู้อ่ืน การแสดงออกทางอารมณแ์ ละความรสู้ กึ อยา่ งเหมาะสม การแสดงมารยาททด่ี ี การมีคุณธรรมจริยธรรม ๒.๒ เรือ่ งราวเกีย่ วกับบคุ คลและสถานทแี่ วดลอ้ มเดก็ เดก็ ควรเรยี นรเู้ กยี่ วกบั ครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน และบุคคลต่างๆ ที่เดก็ ต้อง เก่ียวขอ้ งหรือใกล้ชดิ และมปี ฏิสมั พันธใ์ นชวี ิตประจําวัน สถานท่ีสําคญั วนั สําคญั อาชีพของคนในชุมชน ศาสนา แหล่งวฒั นาธรรมในชมุ ชน สัญลักษณ์สาํ คญั ของชาติไทยและการปฏิบตั ิตามวฒั นธรรมท้องถิ่นและ ความเปน็ ไทย หรือแหล่งเรียนรจู้ ากภูมิปญ๎ ญาท้องถิ่นและนํามาบูรณาการส่สู าระการเรียนรู้ภูมิป๎ญญา ท้องถ่ินสกู่ ารจดั ประสบการณ์หนว่ ยการเรียนรู้
หลักสตู รปฐมวยั โรงเรียนวัดสายลาํ โพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๕๕ ๒.๓ ธรรมชาตริ อบตวั เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับชื่อ ลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลีย่ นแปลงและความสมั พนั ธ์ ของมนษุ ย์ สตั ว์ พืช ตลอดจนการรูจ้ ักเก่ียวกบั ดนิ น้ํา ท้องฟาู สภาพอากาศ ภยั ธรรมชาติ แรง และพลงั งาน ในชวี ิตประจาํ วันที่แวดลอ้ มเด็ก รวมท้งั การอนุรักษส์ งิ่ แวดล้อมและการรักษาสาธารณสมบัติและนาํ มาบรู การสู่การจัดกจิ กรรมในโครงการบา้ นนักวทิ ยาศาสตร์น้อยแห่งประเทศไทยเข้าสูก่ ารจัดประสบการณ์การ เรยี นรู้ ๒.๔ สิ่งต่างๆรอบตัวเดก็ เด็กควรเรยี นรูเ้ กี่ยวกบั การใช้ภาษาเพื่อส่อื ความหมายในชีวิตประจาํ วนั ความรพู้ ืน้ ฐาน เกย่ี วกบั การใช้หนงั สือและตัวหนงั สือ รจู้ กั ช่อื ลักษณะ สี ผิวสมั ผสั ขนาด รูปร่าง รูปทรง ปริมาตร นํา้ หนัก จาํ นวน สว่ นประกอบ การเปล่ยี นแปลงและความสัมพนั ธข์ องส่งิ ต่างๆรอบตัว เวลา เงนิ ประโยชน์ การใช้ งาน และการเลือกใช้ส่งิ ของเครอ่ื งใช้ ยานพาหนะ การคมนาคม เทคโนโลยแี ละการส่ือสารตา่ งๆ ทีใ่ ช้อยู่ใน ชวี ติ ประจาํ วันอยา่ งประหยัด ปลอดภัยและรักษาสง่ิ แวดล้อมและนํามาบูรณาการสู่การจัดกจิ กรรมใน โครงการบา้ นนกั วทิ ยาศาสตร์น้อย ประเทศไทยเขา้ สู่การจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ การจัดประสบการณ์ การจัดประสบการณส์ ําหรับเด็กปฐมวยั อายุ ๓ – ๖ ปี เป็นการจดั กิจกรรมในลกั ษณะบูรณาการ ผ่านการเลน่ การลงมือกระทําจากประสบการณต์ รงอยา่ งหลากหลาย เกิดความรู้ ทักษะ คุณธรรม จรยิ ธรรม รวมทง้ั เกดิ การพฒั นาทงั้ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติป๎ญญาไมจ่ ัดเปน็ รายวชิ า โดยมี แนวทางการจัดประสบการณ์ ดงั นี้ แนวทางการจดั ประสบการณ์ ๑. จัดประสบการณใ์ ห้สอดคล้องกบั จิตวทิ ยาพฒั นาการและการทาํ งานของสมองทเี่ หมาะสม กับอายุ วฒุ ิภาวะและระดับพัฒนาการ เพ่ือใหเ้ ด็กทกุ คนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ ๒. จดั ประสบการณ์ให้สอดคล้องกับแบบการเรยี นรู้ของเดก็ เดก็ ได้ลงมือกระทําเรียนร้ผู ่าน ประสาทสัมผสั ท้งั ห้า ไดเ้ คล่ือนไหว สาํ รวจ เล่น สงั เกต สืบค้น ทดลอง และคดิ แกป้ ญ๎ หาดว้ ยตนเอง ๓. จดั ประสบการณ์แบบบรู ณาการ โดยบูรณาการทง้ั กิจกรรม ทักษะ และสาระการเรียนรู้ ๔. จัดประสบการณ์ให้เด็กไดร้ ิเร่ิมคิด วางแผน ตัดสนิ ใจลงมือกระทําและนาํ เสนอความคิดโดย ครูหรือผจู้ ัดประสบการณ์เปน็ ผสู้ นับสนนุ อํานวยความสะดวก และเรยี นรรู้ ่วมกบั เดก็ ๕. จดั ประสบการณ์ให้เด็กมปี ฏิสมั พนั ธ์กับเด็กอื่นกับผู้ใหญ่ ภายใตส้ ภาพแวดลอ้ มทเ่ี อ้ือต่อ การเรียนรู้ ในบรรยากาศท่ีอบอ่นุ มคี วามสุข และเรียนรู้การทาํ กจิ กรรมแบบรว่ มมือในลกั ษณะตา่ งๆกัน ๖. จดั ประสบการณใ์ ห้เด็กมีปฏิสมั พันธ์กบั สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้ทหี่ ลากหลายและอยใู่ นวิถี ชวี ติ ของเด็ก
หลักสตู รปฐมวัย โรงเรยี นวดั สายลาํ โพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวัย (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๕๖ ๗. จดั ประสบการณท์ ีส่ ่งเสรมิ ลักษณะนสิ ัยท่ดี ีและทกั ษะการใช้ชวี ติ ประจาํ วนั ตลอดจน สอดแทรกคณุ ธรรมจริยธรรมใหเ้ ปน็ ส่วนหนงึ่ ของการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้อย่างต่อเนือ่ ง ๘. จัดประสบการณ์ท้ังในลักษณะทด่ี ีการวางแผนไว้ล่วงหน้าและแผนทีเ่ กดิ ข้ึนในสภาพจริง โดยไมไ่ ด้คาดการณ์ไว้ ๙. จัดทําสารนทิ ัศน์ด้วยการรวบรวมข้อมลู เกีย่ วกบั พฒั นาการและการเรียนรู้ของเดก็ เป็น รายบคุ คล นาํ มาไตรต่ รองและใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเด็ก และการวจิ ยั ในชน้ั เรียน ๑๐. จัดประสบการณโ์ ดยให้พ่อแม่ ครอบครวั และชุมชนมสี ่วนรว่ มทั้งการวางแผน การ สนับสนนุ สื่อแหล่งเรียนรู้ การเข้ารว่ มกจิ กรรม และการประเมนิ พัฒนาการ การจดั กจิ กรรมประจ าวัน กิจกรรมสาํ หรบั เด็กอายุ ๓ – ๖ ปีบรบิ ูรณ์ สามารถนาํ มาจดั เป็นกิจกรรมประจําวนั ได้หลาย รปู แบบเป็นการช่วยใหค้ รผู ูส้ อนหรือผจู้ ัดประสบการณ์ทราบว่าแต่ละวนั จะทํากจิ กรรมอะไร เม่ือใด และ อยา่ งไร ท้งั น้ี การจดั กจิ กรรมประจําวนั สามารถจดั ได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการนาํ ไปใช้ ของแตล่ ะหน่วยงานและสภาพชุมชน ท่ีสาํ คญั ครูผ้สู อนตอ้ งคํานึงถงึ การจดั กจิ กรรมให้ครอบคลมุ พัฒนาการ ทุกดา้ นการจดั กจิ กรรมประจําวนั มหี ลกั การจัดและขอบขา่ ยกจิ กรรมประจําวนั ดังน้ี ๑. หลักการจดั กจิ กรรมประจาวัน ๑.๑ กาํ หนดระยะเวลาในการจดั กจิ กรรมแต่ละกิจกรรมให้เหมาะสมกบั วัยของเด็กในแต่ ละวัน แต่ยืดหยุน่ ไดต้ ามความตอ้ งการและความสนใจของเดก็ เชน่ วยั ๓ - ๔ ปี มคี วามสนใจประมาณ ๘ - ๑๒ นาที วยั ๔ – ๕ ปี มคี วามสนใจประมาณ ๑๒ - ๑๕ นาที วยั ๕ - ๖ ปี มคี วามสนใจประมาณ ๑๕ - ๒๐ นาที ๑.๒ กจิ กรรมท่ีต้องใช้ความคิดทง้ั ในกลุ่มเลก็ และกล่มุ ใหญ่ ไม่ควรใช้เวลาตอ่ เนื่องนานเกิน กว่า ๒๐ นาที ๑.๓ กิจกรรมทเ่ี ดก็ มีอิสระเลอื กเลน่ เสรี เพ่ือช่วยใหเ้ ด็กรู้จักเลอื กตัดสินใจ คิดแกป้ ญ๎ หา คิดสร้างสรรค์ เช่น การเลน่ ตามมุม การเล่นกลางแจง้ ฯลฯ ใชเ้ วลาประมาณ ๔๐ - ๖๐ นาที ๑.๔ กิจกรรมควรมีความสมดุลระหวา่ งกจิ กรรมในห้องและนอกห้อง กจิ กรรมท่ใี ช้ กลา้ มเนือ้ ใหญ่และกลา้ มเนื้อเล็ก กจิ กรรมท่ีเป็นรายบคุ คล กลุม่ ยอ่ ยและกลุ่มใหญ่ กิจกรรมท่ีเดก็ เป็นผู้รเิ ริ่ม และครูผูส้ อนหรือผู้จัดประสบการณ์เปน็ ผรู้ ิเร่มิ และกจิ กรรมทใ่ี ช้กําลงั และไม่ใช้กําลัง จัดให้ครบทกุ ประเภท ทั้งนี้ กจิ กรรมที่ต้องออกกําลังกายควรจัดสลับกบั กจิ กรรมท่ีไม่ต้องออกกําลงั มากนัก เพื่อเดก็ จะได้ไม่เหนื่อย เกินไป
หลักสตู รปฐมวัย โรงเรียนวัดสายลําโพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั (พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๕๗ ๒. ขอบขา่ ยของกจิ กรรมประจ าวนั การเลอื กกิจกรรมที่จะนํามาจัดในแตล่ ะวันสามารถจดั ได้หลายรูปแบบ ทง้ั นี้ ขน้ึ อยกู่ ับ ความเหมาะสมในการนาํ ไปใชข้ องแตล่ ะหนว่ ยงานและสภาพชมุ ชน ทสี่ าํ คัญครผู สู้ อนต้องคาํ นกึ ถึงการจัด กิจกรรมให้ครอบคลุมพัฒนาการทกุ ด้าน ดังต่อไปน้ี ๒.๑ การพัฒนากล้ามเนอื้ ใหญ่ เปน็ การพัฒนาความแขง็ แรง การทรงตัว ความยืดหยุน่ ความคลอ่ งแคล่วในการใช้ อวยั วะตา่ ง ๆ และจังหวะการเคล่ือนไหวในการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ โดยจดั กิจกรรมใหเ้ ดก็ ได้เล่นอสิ ระ กลางแจง้ เล่นเครื่องเลน่ สนาม ปีนปาุ ยเลน่ อสิ ระ เคลอ่ื นไหวรา่ งกายตามจงั หวะดนตรี ๒.๒ การพฒั นาการกล้ามเน้ือเล็ก เป็นการพฒั นาความแขง็ แรงของกลา้ มเนือ้ เล็ก กลา้ มเนื้อมือ-นว้ิ มือการประสาน สัมพันธร์ ะหวา่ งกล้ามเน้อื มอื และระบบประสาทตามือได้อย่างคลอ่ งแคล่วและประสานสัมพันธ์ โดยจดั กิจกรรมใหเ้ ด็กได้เลน่ เครื่องสัมผสั เล่นเกมการศึกษา ฝึกช่วยเหลอื ตนเองในการแต่งกาย หยิบจบั ชอ้ นสอ้ ม และใชอ้ ุปกรณ์ศลิ ปะ เช่น สเี ทยี น กรรไกร พกู่ นั ดนิ เหนียว ฯลฯ ๒.๓ การพัฒนาการอารมณ์ จิตใจ และปลกู ฝังคณุ ธรรม จรยิ ธรรม เป็นการปลูกฝ๎งให้เด็กมีความรู้สึกที่ดตี ่อตนเองและผู้อืน่ มีความเชือ่ ม่นั กลา้ แสดงออก มวี ินัย รับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ประหยัด เมตตากรณุ า เออ้ื เฟ้ือ แบ่งป๎น มีมารยาทและปฏิบตั ิตนตามวฒั นธรรม ไทยและศาสนาท่นี บั ถอื โดยจัดกจิ กรรมตา่ งๆ ผ่านการเล่นให้เด็กได้มโี อกาสตัดสนิ ใจเลอื ก ได้รับการ ตอบสนองตาความต้องการได้ฝกึ ปฏบิ ัตโิ ดยสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ๒.๔ การพฒั นาสงั คมนิสยั เป็นการพัฒนาให้เด็กมีลกั ษณะนสิ ยั ที่ดี แสดงออกอย่างเหมาะสมและอยูร่ ่วมกับผูอ้ น่ื ได้อย่างมคี วามสุข ช่วยเหลือตนเองในการทาํ กจิ วัตรประจําวันมนี ิสยั รกั การทาํ งาน ระมัดระวงั ความ ปลอดภยั ของตนเองและผู้อน่ื โดยรวมทั้งระมัดระวังอนั ตรายจากคนแปลกหน้า ให้เด็กได้ปฏิบัติกจิ วตั ร ประจําวนั อยา่ งสมํ่าเสมอ เชน่ รับประทานอาหาร พักผ่อนนอนหลบั ขบั ถ่าย ทําความสะอาดร่างกาย เลน่ และทาํ งานร่วมกบั ผู้อ่นื ปฏบิ ัตติ ามกฎกติกาข้อตกลงของร่วมรวม เก็บของเข้าทเ่ี ม่ือเลน่ หรือทํางานเสรจ็ ๒.๕ การพฒั นาการคิด เปน็ การพฒั นาใหเ้ ดก็ มคี วามสามารถในการคิดแกป้ ญ๎ หาความ คิดรวบยอดทาง คณติ ศาสตร์ และคดิ เชิงเหตผุ ลทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตรโ์ ดยจัดกจิ กรรมให้เด็กได้สนทนา อภปิ ราย และเปลย่ี นความคดิ เห็น เชิญวทิ ยากรมาพดู คยุ กับเด็ก ศกึ ษานอกสถานท่ี เล่นเกมการศึกษา ฝกึ การ แก้ป๎ญหาในชวี ติ ประจําวัน ฝึกออกแบบและสรา้ งชน้ิ งาน และทาํ กิจกรรมท้งั เป็นกล่มุ ย่อย กลมุ่ ใหญแ่ ละ รายบุคคล
หลักสูตรปฐมวยั โรงเรยี นวดั สายลาํ โพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๕๘ ๒.๖ การพัฒนาภาษา เปน็ การพัฒนาให้เดก็ ใชภ้ าษาสือ่ สารถ่ายทอดความร้สู ึกนกึ คดิ ความร้คู วามเขา้ ใจในสง่ิ ตา่ งๆ ทีเ่ ดก็ มีประสบการณโ์ ดยสามารถต้งั คําถามในสงิ่ ที่สงสยั ใครร่ ู้ จัดกิจกรรมทางภาษาใหม้ คี วาม หลากหลายในสภาพแวดลอ้ มท่เี อ้ือต่อการเรยี นรู้ มุง่ ปลูกฝ๎งใหเ้ ด็กได้กล้าแสดงออกในการฟง๎ พดู อา่ น เขยี น มีนสิ ัยรกั การอา่ น และบุคคลแวดล้อมตอ้ งเปน็ แบบอย่างทด่ี ีในการใชภ้ าษา ทัง้ นีต้ ้องคํานึกถงึ หลักการ จัดกิจกรรมทางภาษาท่เี หมาะสมกับเด็กเปน็ สําคญั ๒.๗ การสง่ เสรมิ จนิ ตนาการและความคดิ สรา้ งสรรค์ เป็นการสง่ เสริมให้เด็กมีความคิดริเร่มิ สร้างสรรค์ ได้ถา่ ยทอดอารมณค์ วามรูส้ ึกและเหน็ ความสวยงามของสิ่งตา่ งๆ โดยจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ดนตรี การเคลื่อนไหวและจังหวะตาม จนิ ตนาการ ประดิษฐส์ ่ิงตา่ งๆ อย่างอิสระ เลน่ บทบาทสมมุติ เลน่ นํ้า เลน่ ทราย เลน่ บลอ็ ก และเล่นก่อสร้าง การจัดสภาพแวดลอ้ ม สอื่ และแหล่งเรยี นรู้ โรงเรียนวดั สายลาํ โพงใต จดั เตรยี มส่งิ แวดลอมอยา งเหมาะสมตามความตองการของเด็ก สามารถเรยี นรูจ ากการเลนทีเ่ ปน็ ประสบการณต รงท่เี กดิ จากการรับรูดว ย ประสาทสัมผสั ทง้ั หา จึง จาํ เปน็ ตอ งจดั สภาพแวดลอม ในสถานศกึ ษาใหส อดคลองกบั สภาพและความตอ งการ ของหลักสูตร เพอื่ สง ผลใหบรรลุจดุ หมายในการพัฒนาเดก็ การจัดสภาพแวดล้อมจะต้องค านึงถงึ สงิ่ ตอ่ ไปน้ี ๑. ความสะอาด ความปลอดภยั ๒. ความมอี ิสระอย่างมีขอบเขตในการเล่น ๓. ความสะดวกในการทํากิจกรรม ๔. ความพรอ้ มของอาคารสถานที่ เช่น หอ้ งเรียน ห้องน้ําห้องส้วม สนามเดก็ เลน่ ฯลฯ ๕. ความเพียงพอ เหมาะในเรอ่ื งขนาด นา้ํ หนัก จํานวน สขี องสื่อและเคร่อื งเล่น ๖. บรรยากาศในการเรียนรู้ การจดั ท่เี ลน่ และมมุ ประสบการณ์ต่างๆ
หลักสูตรปฐมวยั โรงเรียนวัดสายลาํ โพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัย (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๕๙ สภาพแวดลอ้ มภายในห้องเรียน หลักสาํ คัญในการจดั ตอ้ งคํานึงถึงความปลอดภัย ความสะอาด เปาู หมายการพฒั นาเด็ก ความ เปน็ ระเบยี บ ความเป็นตวั ของเด็กเอง ให้เดก็ เกิดความรสู้ ึกอบอนุ่ มนั่ ใจ และมคี วามสุข ซึ่งอาจจดั แบ่งพ้นื ที่ ให้เหมาะสมกับการประกอบกิจกรรมตามหลักสตู ร ดงั น้ี ๑. พื้นท่ีอาํ นวยความสะดวกเพือ่ เด็กและผู้สอน ๑.๑ ท่แี สดงผลงานของเด็ก อาจจดั เปน็ แผ่นปาู ย หรอื ที่แขวนผลงาน ๑.๒ ที่เก็บแฟูมผลงานของเด็ก อาจจัดทาํ เป็นกล่องหรอื จดั ใสแ่ ฟูมรายบุคคล ๑.๓ ที่เกบ็ เครอ่ื งใชส้ ่วนตวั ของเดก็ อาจทําเป็นช่องตามจาํ นวนเด็ก ๑.๔ ที่เก็บเครื่องใช้ของผ้สู อน เชน่ อปุ กรณก์ ารสอน ของส่วนตัวผู้สอน ฯลฯ ๑.๕ ปาู ยนิเทศตามหนว่ ยการสอนหรอื สิ่งท่ีเด็กสนใจ ๒. พ้ืนท่ปี ฏบิ ัติกจิ กรรมและการเคลอื่ นไหว ต้องกําหนดให้ชดั เจน ควรมพี นื้ ท่ีทเ่ี ด็กสามารถจะ ทาํ งานได้ด้วยตนเอง และทาํ กิจกรรมรว่ มกนั ในกลุม่ เลก็ หรือกลมุ่ ใหญ่ เดก็ สามารถเคล่ือนไหวได้อย่างอิสระ จากกจิ กรรมหน่ึงไปยังกจิ กรรมหนง่ึ โดยไม่ รบกวนผอู้ นื่ ๓. พื้นที่จัดมมุ เล่นหรือมุมประสบการณ์ สามารถจดั ได้ตามความเหมาะสมขน้ึ อยู่กบั สภาพของ ห้องเรียน จัดแยกสว่ นทีใ่ ชเ้ สียงดงั และเงียบออกจากกนั เช่น มุมบลอ็ กอยู่ห่างจากมุมหนังสือ มุมบทบาท สมมตอิ ยตู่ ดิ กับมุมบล็อก มุมวิทยาศาสตร์อยู่ใกล้มุมศลิ ปะ ฯลฯ ทีส่ าํ คญั จะต้องมีของเล่น วสั ดอุ ุปกรณ์ในมมุ อยา่ งเพียงพอต่อการเรยี นรู้ของเด็ก การเล่นในมุมเล่นอย่างเสรี มกั ถูกกําหนดไว้ในตารางกจิ กรรมประจาํ วนั เพอื่ ใหโ้ อกาสเด็กได้เลน่ อยา่ งเสรปี ระมาณวนั ละ ๖๐ นาที การจดั มุมเลน่ ตา่ งๆ ผสู้ อนควรคาํ นงึ ถึงสง่ิ ต่อไปนี้ ๓.๑ ในห้องเรยี นควรมมี มุ เลน่ อย่างน้อย ๓ - ๕ มมุ ทัง้ น้ขี ึ้นอยู่กบั พืน้ ท่ีของห้อง ๓.๒ ควรมกี ารผลดั เปลี่ยนส่อื ของเลน่ ตามมมุ บ้าง ตามความสนใจของเด็ก ๓.๓ ควรจัดให้มีประสบการณ์ทเี่ ด็กได้เรยี นรู้ไปแลว้ ปรากฏอยใู่ นมุมเล่น เชน่ เดก็ เรยี นรเู้ ร่ือง ผีเสอ้ื ผู้สอนอาจจดั ให้มีการเลี้ยงหนอน หรือมผี เี สื้อสต๊าฟใส่กล่องไวใ้ หเ้ ดก็ ดูในมุมธรรมชาติศกึ ษาหรือมุม วทิ ยาศาสตร์ ฯลฯ ๓.๔ ควรเปิดโอกาสใหเ้ ด็กมีส่วนร่วมในการจัดมุมเล่น ท้ังนีเ้ พ่อื จูงใจใหเ้ ด็กรสู้ ึกเปน็ เจา้ ของ อยากเรยี นรู้ อยากเข้าเลน่ ๓.๕ ควรเสริมสร้างวนิ ยั ให้กบั เด็ก โดยมขี ้อตกลงร่วมกนั วา่ เมอ่ื เลน่ เสรจ็ แลว้ จะต้องจดั เก็บ อปุ กรณ์ทุกอย่างเขา้ ทใี่ หเ้ รยี บร้อย
หลักสูตรปฐมวยั โรงเรยี นวดั สายลาํ โพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั (พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๖๐ มมุ ประสบการณท ีค่ วรจดั มีดังนี้ ๑. มมุ บล็อก เป็นมมุ ทจี่ ัดเกบ็ บลอ็ กไม้ตนั ท่ีมีขนาดและรปู ทรงตา่ งๆ กนั เดก็ สามารถนาํ มาเล่นต่อประกอบกัน เปน็ สิง่ ตา่ งๆ ตามจนิ ตนาการ ความคดิ สร้างสรรค์ของตนเอง ควรจัดให้อยูห่ ่างจากมมุ ทีต่ ้อง การความสงบ เช่น มุมหนังสือ ท้ังน้เี พราะเสียงจากการเลน่ กอ่ ไม้ บลอ็ ก อาจทาํ ลายสมาธิเดก็ ท่ีอยู่ในมุมหนงั สอื ได้ นอกจากนี้ยังควรอยู่ห่างจากทางเดนิ ผา่ นหรือทางเข้าออก ของห้องเพอื่ ไม่ให้กดี ขวางทางเดนิ หรอื เกิดอนั ตรายจากการเดินสะดดุ ไมบ้ ลอ็ กการจัดเก็บไม้บล็อกเหลา่ นี้ ควรจัดวางไว้ในระดบั ทเ่ี ดก็ สามารถหยิบมาเลน่ หรอื นําเก็บดว้ ยตนเองได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และควรได้ ฝกึ ใหเ้ ดก็ หัดจดั เก็บเป็นหมวดหมู่เพื่อความเปน็ ระเบยี บ สวยงาม ๒. มุมหนังสือ ในห้องเรียนควรมีทเี่ งียบสงบ สําหรบั ให้เด็กได้ดูรปู ภาพ อ่านหนงั สือนิทาน ฟ๎งนทิ าน ผสู้ อนควร ได้จัดมุมหนังสือให้เด็กได้คุ้นเคยกบั ตวั หนงั สอื และได้ทาํ กิจกรรมสงบๆ ตามลาํ พงั หรือเปน็ กลุม่ เล็กๆ การจดั มมุ หนังสือ เป็นมุมทีต่ ้องการความสงบควรจัดหา่ งจากมมุ ท่ีมเี สียง เชน่ มมุ บล็อก มุม บทบาทสมมติ ฯลฯ และควรจดั บรรยากาศจงู ใจใหเ้ ดก็ ได้เข้าไปใชเ้ พื่อเดก็ จะได้คนุ้ เคยกับตวั หนงั สอื และ ปลกู ฝ๎งนสิ ัยรกั การอ่านให้กบั เด็ก ๓. มมุ บทบาทสมมติ มุมบทบาทสมมติ เปน็ มมุ ทจี่ ัดขึ้นเพื่อให้เด็กมโี อกาสไดน้ าํ เอาประสบการณท์ ีไ่ ด้รับจากบ้าน หรอื ชมุ ชนมาเล่นแสดงบทบาทสมมติ เลียนแบบบคุ คลต่างๆ ตามจนิ ตนาการของตน เชน่ เป็นพอ่ แม่ในมุมบ้าน เป็นหมอในมมุ หมอ เปน็ พ่อค้าแมค่ า้ ในมมุ ร้านคา้ ฯลฯ การเล่นดังกล่าวเป็นการปลกู ฝ๎งความสาํ นึกถงึ บทบาททางสังคมทีเ่ ดก็ ได้ พบเหน็ ในชีวิตจริง การจัดมมุ บทบาทสมมตนิ ้ี ควรอยู่ใกลม้ ุมบล็อกและอาจจัดใหเ้ ป็นสถานทตี่ ่างๆ นอกเหนือจาก การจดั เป็นบา้ น โดยสังเกตการณ์เลน่ และความสนใจของเด็กวา่ มีการเปล่ียนแปลงบทบาท การเล่นจาก บทบาทเดิมไปสูร่ ปู แบบการเล่นอ่นื หรอื ไม่ อุปกรณ์ท่ีนาํ มาจัดก็ควรเปลี่ยนไปตามความสนใจของเดก็ เชน่ กนั ดงั น้นั มมุ บทบาทสมมติจึงอาจจดั เป็นบา้ น ร้านอาหาร ร้านขายของ ร้านเสริมสวย โรงพยาบาล เปน็ ต้น ในขณะเดียวกันอปุ กรณ์ท่นี ํามาจดั ใหเ้ ด็กต้องไม่เปน็ อันตราย และมีความเหมาะสมกบั สภาพทอ้ งถ่ิน ๔. มมุ วทิ ยาศาสตร์ มุมวิทยาศาสตรห์ รือมมุ ธรรมชาติศกึ ษาเปน็ มุมเลน่ ที่ ผสู้ อนจดั รวบรวมสง่ิ ต่างๆ หรอื สง่ิ ทีม่ ีใน ธรรมชาติมาใหเ้ ดก็ ได้สาํ รวจ สงั เกต ทดลอง คน้ พบด้วยตนเองซึ่งเป็นการช่วยพัฒนาทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ใหก้ บั เดก็
หลักสูตรปฐมวยั โรงเรียนวัดสายลําโพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย (พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๖๑ การจัดมมุ วิทยาศาสตร์หรือมุมธรรมชาตศิ กึ ษาเป็นมุมที่ตอ้ งการความสงบคลา้ ยมมุ หนังสือจึงอาจ จัดไวใ้ กลก้ นั ได้ และเพ่ือเรา้ ให้เดก็ สนใจในส่งิ ท่นี ํามาแสดง ของที่จดั วางไว้จงึ ควรอยู่ในระดับทเ่ี ดก็ หยิบ จบั ดู วัสดอุ ปุ กรณเ์ หลา่ นั้นได้โดยสะดวก และสิ่งทน่ี ํามาตัง้ แสดงนั้นไม่ควรจะตง้ั แสดงของสง่ิ เดียวกนั ตลอด ปี แตค่ วรจะปรบั เปลี่ยนใหน้ า่ สนใจ ๕. มุมศิลปะ กิจกรรมศลิ ปะเป็นกิจกรรมที่สามารถพฒั นาเดก็ ไดห้ ลาย ด้าน เช่น ทางด้านกลา้ มเน้ือมือ ซึ่งจะ ช่วยให้มือของเด็กพร้อมที่จะจับดนิ สอเขยี นหนงั สือไดเ้ มือ่ ไปเรยี นในชั้นประถมศกึ ษานอกจากนีย้ ังช่วยใน การพฒั นาอารมณ์ จติ ใจ สงั คม และสตปิ ๎ญญา เด็กจะมีโอกาสทาํ งานตามลําพงั และทาํ งานเปน็ กล่มุ รู้จัก ปรับตวั ที่จะทาํ งานด้วยกันและส่งเสริมจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ดังนนั้ การจัดใหม้ มี ุมศิลปะจงึ เปน็ ทางหนง่ึ ท่จี ะช่วยใหเ้ ดก็ ได้พัฒนามากขน้ึ และยงั สนองความสนใจ ความตอ้ งการของเด็กวัยนี้ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
หลักสตู รปฐมวยั โรงเรยี นวัดสายลาํ โพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๖๒ รูปแบบการจดั กิจกรรมประจ าวนั การจัดทาํ ตารางกิจกรรมประจําวันสามารถจดั ไดห ลายรปู แบบทั้งนขี้ นึ้ อยูกบั ความเหมาะสมใน การนาํ มาไปใชข องแตล ะหนวยงาน ท่สี ําคัญผสู อนตองคาํ นึงถึงการจัดกรรมใหคลอมคลมุ พฒั นาการทุกดา น สาํ หรับโรงเรียนวัดสายลําโพงใต ไดจ ดั ทําตารางกิจกรรม ประจาํ วัน ดงั นี้ ตารางกิจกรรมประจ าวนั กจิ กรรมในแต่ ละวันของโรงเรียนวดั สายลาํ โพงใตก าํ หนดขน้ึ โดยมจี ดุ ม่งุ หมายให้เด็กปฐมวัย ไดร้ บั การพฒั นาอย่างรอบด้าน ดงั นี้ เวลา กจิ กรรม ๐๗.๐๐ - ๐๘.๐๐ น. รบั เดก็ รายบคุ คล ๐๘.๐๐ - ๐๘.๓๐ น. เข้าแถว เคารพธงชาติ สวดมนต์ ๐๘.๓๐ - ๐๙.๐๐ น. ตรวจสขุ ภาพ/ไปห้องนํา้ ๐๙.๐๐ - ๐๙.๒๐ น. กิจกรรมเคลอ่ื นไหวและจงั หวะ ๐๙.๒๐ - ๐๙.๔๐ น. กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ ๐๙.๔๐ - ๑๐.๒๐ น. กิจกรรมศลิ ปะสรา้ งสรรค์ ๑๐.๒๐ - ๑๐.๔๐ น. กิจกรรมการเล่นตามมุม ๑๐.๔๐ - ๑๑.๐๐ น. กิจกรรมการเลน่ กลางแจ้ง ๑๑.๐๐ - ๑๑.๓๐ น. พัก/รับประทานอาหารกลางวัน ๑๑.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. แปรงฟน๎ ๑๒.๐๐ - ๑๔.๐๐ น. นอนพักผ่อน ๑๔.๐๐ - ๑๔.๓๐ น. เก็บท่ีนอน ลา้ งหนา้ ๑๔.๓๐ - ๑๔.๔๕ น. พัก/ดื่มนม ๑๔.๔๕ - ๑๕.๐๐ น. เกมการศกึ ษา ๑๕.๐๐ - ๑๕.๒๐ น. สรุป ทบทวนกจิ กรรมประจําวัน ๑๕.๒๐ - ๑๕.๓๐ น. ผู้ปกครองรบั นักเรียนกลบั บ้าน หมายเหตุ : การจัดกจิ กรรมในแต่ละวัน สามารถปรบั เปลี่ยนไดต้ ามความเหมาะสม
หลักสตู รปฐมวัย โรงเรยี นวดั สายลําโพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวัย (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๖๓ หนว่ ยการจดั ประสบการณ์ การจัดหน่วยการจดั ประสบการณ์ ช้ันอนุบาลปที ี่ ๒ ( ๔ ป)ี สัปดาห์ที่ สาระการเรียนรู้ ช่อื เรื่อง/ชื่อหน่วย หมายเหตุ บรู ณาการ ๑ เร่อื งราวเกย่ี วกบั ตวั เด็ก เรยี นรกู้ นั ฉันกบั เธอ การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวม - การคิดแยกแยะ ๒ เรอ่ื งราวเกีย่ วกบั ตัวเดก็ ผนู้ ําท่ีหนรู ัก การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวม - การคิดแยกแยะ ๓ สิ่งต่างๆรอบตวั เด็ก เรียนรเู้ รอื่ งเส้น การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนและ ผลประโยชน์สว่ นรวม - ระบบคิดฐาน ๒ ๔ บุคคลและสถานที่ หนไู หวค้ ณุ ครู แวดลอ้ มเด็ก การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชนส์ ่วนรวม - ระบบคิดฐาน ๒ ๕ เรอื่ งราวเกยี่ วกับตวั เดก็ รา่ งกายของเรา การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนและ ผลประโยชน์สว่ นรวม - ของเล่น ๖ เรอื่ งราวเกีย่ วกบั ตัวเด็ก หนูทาํ ได้ การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนและ ผลประโยชน์สว่ นรวม - ของเล่น ๗ ธรรมชาตริ อบตวั เดก็ ฝน ฝน ฝน การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวม - การรบั ประทานอาหาร
หลักสตู รปฐมวยั โรงเรยี นวดั สายลําโพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั (พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๖๔ สัปดาหท์ ี่ สาระการเรยี นรู้ ชือ่ เรอ่ื ง/ชื่อหน่วย หมายเหตุ ๘ บูรณาการ บคุ คลและสถานที่ หนูไปทําบญุ แวดลอ้ มเด็ก การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและ ๙ บคุ คลและสถานท่ี ผลประโยชนส์ ่วนรวม แวดล้อมเดก็ - การเข้าแถว ศลี ห้า - การเกบ็ ของใช้สว่ นตัว ๑๐ ส่ิงตา่ งๆรอบตัวเด็ก อาหารดมี ีประโยชน์ การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนและ ผลประโยชนส์ ว่ นรวม - ทํางานท่ไี ด้รับมอบหมาย ๑๑ ธรรมชาตริ อบตวั เด็ก ผักแสนอร่อย การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและ ผลประโยชนส์ ่วนรวม - การแบง่ ปน๎ ๑๒ เรอ่ื งราวเกี่ยวกบั ตัวเด็ก ฟ เอ๋ย ฟ ฟ๎น การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชนส์ ว่ นรวม - การแตง่ กาย ๑๓ บุคคลและสถานที่ แมข่ องแผ่นดนิ แวดล้อมเดก็ การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวม - การทาํ กจิ วัตรประจําวนั ๑๔ บคุ คลและสถานที่ บ้านแสนสุข แวดลอ้ มเด็ก ความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ รติ - ของเลน่ ๑๕ บคุ คลและสถานท่ี ครอบครวั ของเรา แวดลอ้ มเด็ก ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจรติ - การรบั ประทานอาหาร ๑๖ สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก ป๎จจัย ๔ ความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ ริต - การเข้าแถว
หลกั สตู รปฐมวยั โรงเรียนวัดสายลําโพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั (พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๖๕ สปั ดาห์ที่ สาระการเรียนรู้ ชือ่ เรือ่ ง/ชื่อหนว่ ย หมายเหตุ ๑๗ บรู ณาการ บคุ คลและสถานท่ี ไรม่ ะลแิ ม่ แวดลอ้ มเด็ก ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทุจริต ๑๘ เร่ืองราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - การเก็บของใช้ส่วนตัว ๑๙ ธรรมชาตริ อบตวั เด็ก หนเู ป็นเด็กดี ๒๐ สง่ิ ตา่ งๆรอบตวั เด็ก ความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ ริต - ทํางานทไี่ ด้รบั มอบหมาย ๒๑ บุคคลและสถานท่ี แวดลอ้ มเดก็ ต้นไมม้ ีคณุ ๒๒ บคุ คลและสถานท่ี ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ แวดล้อมเด็ก - ทาํ งานที่ไดร้ ับมอบหมาย ๒๓ ธรรมชาตริ อบตัวเด็ก หนูช่วยประหยดั ได้ ๒๔ บุคคลและสถานท่ี ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทจุ รติ แวดลอ้ มเดก็ - การแบ่งปน๎ ๒๕ บคุ คลและสถานท่ี กระทงแสนสวย แวดลอ้ มเด็ก ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจรติ ๒๖ ส่ิงตา่ งๆรอบตวั เด็ก - การแบ่งปน๎ โรงเรียนของเรา ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทุจริต - การแต่งกาย หนูน้อยนักสํารวจ ความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ รติ - การแตง่ กาย โรงเรียนนา่ อยู่ ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจรติ - การทํากจิ วัตรประจําวัน พอ่ ของแผน่ ดนิ ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ รติ - การทํากจิ วัตรประจาํ วนั อากาศอยูไ่ หน STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทจุ รติ - ความพอเพียง
หลกั สตู รปฐมวยั โรงเรียนวดั สายลําโพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั (พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๖๖ สปั ดาห์ท่ี สาระการเรียนรู้ ชื่อเรือ่ ง/ช่ือหนว่ ย หมายเหตุ ๒๗ ธรรมชาตริ อบตัวเด็ก บรู ณาการ หนาวแล้วนะ ๒๘ สง่ิ ต่างๆรอบตัวเด็ก STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต ๒๙ บุคคลและสถานท่ี - ความโปร่งใส แวดล้อมเดก็ พลงั วเิ ศษ ๓๐ สิ่งต่างๆรอบตวั เดก็ STRONG / จติ พอเพียงต่อต้านการทุจริต ๓๑ บุคคลและสถานท่ี - ความต่ืนรู้ / ความรู้ แวดล้อมเดก็ สวสั ดปี ใี หม่ ๓๒ สิ่งต่างๆรอบตวั เดก็ STRONG / จติ พอเพยี งต่อตา้ นการทุจริต ๓๓ บคุ คลและสถานท่ี - ตา้ นทุจรติ แวดลอ้ มเด็ก นักอนุรกั ษน์ ้อย ๓๔ ธรรมชาตริ อบตัวเดก็ STRONG / จติ พอเพยี งต่อตา้ นการทุจรติ ๓๕ สงิ่ ต่างๆรอบตวั เดก็ - มุ่งไปขา้ งหนํ้า ๓๖ สง่ิ ต่างๆรอบตวั เด็ก วันของเดก็ - ความเอือ้ อาทร สตั วม์ ีคณุ STRONG / จติ พอเพียงต่อต้านการทุจรติ - การรับประทานอาหาร บคุ คลตา่ งๆ STRONG / จติ พอเพยี งต่อต้านการทุจรติ - การช่วยเหลือเพอื่ น รอบๆตวั หนู STRONG / จติ พอเพยี งต่อตา้ นการทจุ รติ - การใชก้ ระดาษ สสี วยๆ พลเมอื งกบั ความรับผิดชอบต่อสงั คม - ความรบั ผิดชอบต่อตนเอง กลางวันกลางคืน พลเมืองกับความรับผิดชอบต่อสังคม - ความรับผิดชอบตอ่ ผู้อนื่
หลกั สตู รปฐมวัย โรงเรียนวดั สายลาํ โพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๖๗ สัปดาห์ที่ สาระการเรียนรู้ ช่อื เรือ่ ง/ช่อื หน่วย หมายเหตุ ๓๗ สง่ิ ต่างๆรอบตวั เด็ก ตัวเลขน่ารู้ หมายเหตุ ๓๘ ธรรมชาตริ อบตวั เด็ก บรู ณาการ พลเมอื งกบั ความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม ๓๙ ธรรมชาตริ อบตัวเด็ก - การตรงตอ่ เวลา ๔๐ ธรรมชาตริ อบตวั เดก็ ฤดูรอ้ นมาถึงแล้ว พลเมืองกับความรับผดิ ชอบต่อสงั คม - การทาํ ความสะอาดห้องเรียน แมลงบา้ นเรา พลเมืองกบั ความรบั ผิดชอบต่อสังคม - การชว่ ยเหลือตนเอง ยงุ จอมยุง่ ประเมินผลหลกั สูตรตา้ นทจุ รติ ศกึ ษาระดบั ปฐมวยั การจดั หนว่ ยการจัดประสบการณ์ ชั้นอนบุ าลปีที่ ๓ (๕-๖ ปี) สัปดาห์ท่ี สาระการเรยี นรู้ ชอ่ื เรอ่ื ง/ชอื่ หน่วย ๑ เรื่องราวเกย่ี วกบั ตัวเดก็ เรยี นรู้กนั ฉันกับเธอ การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและ ผลประโยชนส์ ว่ นรวม - การคดิ แยกแยะ ๒ เรื่องราวเกยี่ วกบั ตัวเดก็ ผนู้ าํ ทีห่ นรู ัก การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและ ผลประโยชนส์ ่วนรวม - การคิดแยกแยะ ๓ สิง่ ตา่ งๆรอบตวั เด็ก เรยี นรเู้ รอื่ งเส้น การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและ ผลประโยชนส์ ว่ นรวม - ระบบคดิ ฐาน ๒ ๔ บุคคลและสถานที่ หนูไหวค้ ณุ ครู แวดลอ้ มเดก็ การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและ ผลประโยชนส์ ่วนรวม - ระบบคิดฐาน ๒
หลกั สตู รปฐมวยั โรงเรยี นวดั สายลาํ โพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๖๘ สปั ดาหท์ ี่ สาระการเรียนรู้ ชื่อเรอ่ื ง/ช่ือหนว่ ย หมายเหตุ ๕ เรอ่ื งราวเกี่ยวกับตวั เดก็ บูรณาการ รา่ งกายของเรา ๖ เร่ืองราวเกีย่ วกบั ตวั เด็ก การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและ ๗ ธรรมชาตริ อบตวั เดก็ ผลประโยชน์ส่วนรวม - ของเลน่ ๘ บคุ คลและสถานที่ แวดลอ้ มเดก็ หนูทําได้ ๙ บุคคลและสถานที่ การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและ แวดล้อมเด็ก ผลประโยชนส์ ่วนรวม - ของเลน่ ๑๐ สง่ิ ตา่ งๆรอบตวั เดก็ ฝน ฝน ฝน ๑๑ ธรรมชาตริ อบตวั เด็ก การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนและ ๑๒ เร่อื งราวเก่ยี วกับตัวเด็ก ผลประโยชน์สว่ นรวม - การรบั ประทานอาหาร หนูไปทําบุญ การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและ ผลประโยชนส์ ่วนรวม - การเข้าแถว ศีลห้า - การเก็บของใชส้ ว่ นตวั อาหารดีมีประโยชน์ การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวม - ทาํ งานที่ไดร้ ับมอบหมาย ผักแสนอร่อย การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนและ ผลประโยชนส์ ่วนรวม - การแบง่ ปน๎ ฟ เอ๋ย ฟ ฟน๎ การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและ ผลประโยชนส์ ่วนรวม - การแตง่ กาย
หลกั สตู รปฐมวยั โรงเรียนวดั สายลําโพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย (พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๖๙ สัปดาห์ท่ี สาระการเรียนรู้ ชื่อเรอ่ื ง/ชอื่ หนว่ ย หมายเหตุ ๑๓ บูรณาการ บุคคลและสถานท่ี แมข่ องแผน่ ดนิ แวดลอ้ มเด็ก การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนและ ๑๔ บคุ คลและสถานท่ี ผลประโยชน์ส่วนรวม แวดลอ้ มเด็ก - การทาํ กิจวัตรประจาํ วัน ๑๕ บุคคลและสถานที่ บ้านแสนสขุ แวดล้อมเดก็ ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทุจริต ๑๖ สงิ่ ต่างๆรอบตัวเดก็ - ของเล่น ๑๗ บคุ คลและสถานที่ ครอบครวั ของเรา แวดล้อมเดก็ ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทุจริต ๑๘ เรอ่ื งราวเกี่ยวกบั ตวั เดก็ - การรบั ประทานอาหาร ๑๙ ธรรมชาตริ อบตัวเด็ก ป๎จจัย ๔ ๒๐ สง่ิ ตา่ งๆรอบตัวเดก็ ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ - การเขา้ แถว ๒๑ บุคคลและสถานท่ี แวดลอ้ มเด็ก ไรม่ ะลิแม่ ๒๒ บคุ คลและสถานที่ ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ แวดลอ้ มเดก็ - การเกบ็ ของใช้ส่วนตวั หนเู ป็นเด็กดี ความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ รติ - ทาํ งานที่ไดร้ ับมอบหมาย ตน้ ไมม้ คี ณุ ความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ รติ - ทาํ งานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย หนูช่วยประหยดั ได้ ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ ริต - การแบ่งป๎น กระทงแสนสวย ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทุจรติ - การแบง่ ปน๎ โรงเรียนของเรา ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต - การแต่งกาย
หลกั สตู รปฐมวยั โรงเรียนวัดสายลําโพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย (พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๗๐ สปั ดาหท์ ี่ สาระการเรยี นรู้ ช่ือเร่ือง/ชือ่ หน่วย หมายเหตุ ๒๓ ธรรมชาตริ อบตัวเด็ก บรู ณาการ หนนู อ้ ยนักสาํ รวจ ๒๔ บุคคลและสถานที่ แวดลอ้ มเด็ก ความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ รติ - การแต่งกาย ๒๕ บุคคลและสถานท่ี แวดล้อมเดก็ โรงเรียนนา่ อยู่ ๒๖ ส่งิ ตา่ งๆรอบตัวเด็ก ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ - การทากิจวตั รประจาวนั ๒๗ ธรรมชาตริ อบตัวเด็ก พ่อของแผน่ ดิน ๒๘ สง่ิ ต่างๆรอบตัวเด็ก ความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ รติ ๒๙ บุคคลและสถานท่ี - การทากิจวตั รประจาวนั แวดล้อมเด็ก อากาศอยไู่ หน ๓๐ ส่งิ ตา่ งๆรอบตัวเด็ก STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทจุ ริต ๓๑ บุคคลและสถานท่ี - ความพอเพยี ง แวดลอ้ มเด็ก หนาวแล้วนะ ๓๒ สง่ิ ต่างๆ รอบตวั เดก็ STRONG / จติ พอเพียงต่อตา้ นการทุจรติ - ความโปร่งใส พลังวเิ ศษ STRONG / จิตพอเพยี งต่อต้านการทจุ ริต - ความตืน่ รู้ / ความรู้ สวสั ดีปใี หม่ STRONG / จิตพอเพยี งต่อตา้ นการทจุ ริต - ต้านทจุ ริต นักอนุรักษ์น้อย STRONG / จิตพอเพยี งต่อต้านการทุจริต - มุง่ ไปขา้ งหน้ํา วนั ของเดก็ - ความเอ้อื อาทร สตั ว์มคี ณุ STRONG / จิตพอเพยี งต่อต้านการทจุ ริต - การรับประทานอาหาร
หลักสตู รปฐมวัย โรงเรยี นวดั สายลําโพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั (พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๗๑ สปั ดาหท์ ่ี สาระการเรยี นรู้ ชอื่ เรอื่ ง/ชื่อหนว่ ย หมายเหตุ ๓๓ บคุ คลและสถานที่ บุคคลตา่ งๆ แวดล้อมเดก็ STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจรติ ๓๔ ธรรมชาตริ อบตัวเด็ก - การชว่ ยเหลือเพ่ือน ๓๕ สิ่งตา่ งๆรอบตวั เด็ก รอบๆตัวหนู ๓๖ ส่ิงตา่ งๆรอบตัวเด็ก STRONG / จติ พอเพียงต่อต้านการทจุ ริต - การใช้กระดาษ ๓๗ ส่ิงต่างๆรอบตวั เดก็ สีสวยๆ ๓๘ ธรรมชาตริ อบตัวเดก็ พลเมืองกบั ความรบั ผดิ ชอบต่อสังคม ๓๙ ธรรมชาตริ อบตวั เด็ก - ความรับผิดชอบตอ่ ตนเอง ๔๐ ธรรมชาตริ อบตัวเดก็ กลางวนั กลางคนื พลเมอื งกับความรับผดิ ชอบต่อสังคม - ความรับผิดชอบตอ่ ผ้อู ื่น ตวั เลขนา่ รู้ พลเมอื งกบั ความรบั ผิดชอบต่อสงั คม - การตรงตอ่ เวลา ฤดูร้อนมาถงึ แลว้ พลเมืองกับความรับผดิ ชอบต่อสงั คม - การทาํ ความสะอาดห้องเรยี น แมลงบ้านเรา พลเมืองกบั ความรบั ผดิ ชอบต่อสังคม - การชว่ ยเหลือตนเอง ยุงจอมยุ่ง ประเมินผลหลกั สตู รต้านทุจรติ ศึกษาระดับปฐมวยั
หลักสตู รปฐมวยั โรงเรียนวัดสายลาํ โพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๗๒ แนวทางการจดั กจิ กรรมประจ าวนั การจดั กจิ กรรมประจาํ วัน ครูสามารถนําไปปรับใช้ไดห้ รือนํานวัตกรรมต่างๆมาปรับใชใ้ นการจัด กจิ กรรมประจาํ วันไห้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมสถานศึกษา โดยมแี นวทางในการจัดกิจกรรมดงั นี้ ๑. การจดั กิจกรรมเคลื่อนไหวและจงั หวะ การเคล่ือนไหวและจงั หวะ เป็นกจิ กรรมท่ีจัดใหเ้ ดก็ ไดเ้ คล่อื นไหวส่วนต่างๆของร่างกาย อยา่ งอสิ ระตามจังหวะ โดยใชเ้ สียงเพลง คาํ คล้องจอง เครื่องเคาะจังหวะ และอปุ กรณ์ต่างๆมาประกอบการ เคลอ่ื นไหว ซ่ึงจงั หวะและเคร่ืองดนตรีประกอบ ได้แก่ การปรบมอื การร้องเพลง การเคาะไม้ กรุ๋งกริ๋ง รํามะนา กลอง กรับ เพ่ือสง่ เสริมให้เดก็ พฒั นาการเน้ือใหญ่และกลา้ มเน้ือเลก็ อารมณ์ จิตใจ สังคม และ สติปญ๎ ญา เกิดจินตนาการ ความคดิ สรา้ งสรรค์ รปู แบบการเคลอื่ นไหว ๑. การเคล่ือนไหวพน้ื ฐาน เป็นกจิ กรรมท่ีต้องฝกึ ทุกคร้งั กอ่ นท่จี ะเรมิ่ ฝึกกิจกรรมอน่ื ๆ ต่อไปลักษณะการจัดกจิ กรรมมี จุดเนน้ ในเรอ่ื งจังหวะและการเคลือ่ นไหวหรอื ท่าทางอยา่ งอิสระ การเคลื่อนไหวตามธรรมชาตขิ องเด็กมี ๒ ประเภท ๑.๑ การเคลอ่ื นไหวอยู่กับที่ ไดแ้ ก่ ปรบมือ ผงกศีรษะ ขยิบตา ชันเขา่ ขยับมือและแขน มอื แบนิว้ มือ เท้าและปลายเท้า ๑.๒ การเคล่ือนไหวเคล่อื นที่ ไดแ้ ก่ คลาน คืบ เดนิ วิง่ กระโดด ควบม้า ก้าวกระโดด เขย่ง ก้าวชดิ ๒. การเคลือ่ นไหวที่สัมพนั ธก์ บั เน้ือหา เป็นกิจกรรมที่จดั ให้เด็กไดเ้ คลื่อนไหวร่างกายโดยเน้นการทบทวนเรื่องที่ไดร้ บั ร้จู ากการจัด กจิ กรรมอืน่ และนํามาสัมพันธ์กับสาระการเรยี นรู้หรอื เร่ืองอื่นๆ ทเ่ี ดก็ สนใจ ได้แก่ ๒.๑ การเคล่ือนไหวแบบเลียนแบบ เป็นการเคลอื่ นไหวเลียนแบบสง่ิ ต่างๆรอบตวั เช่น การเลยี นแบบเสยี งสัตว์ การเลยี นแบบท่าทางคน การเลียนแบบเคร่ืองยนตก์ ลไกและเคร่ืองเลน่ การ เลียนแบบปรากฏการณธ์ รรมชาติ ๒.๒ การเคลอ่ื นไหวตามบทเพลง เป็นการเคลื่อนไหวหรอื ทาํ ท่าทางประกอบเพลง เชน่ เพลงไก่ เพลงขา้ มถนน เพลงสวัสดี ๒.๓ การท าทา่ ทางบริหารประกอบเพลงหรือค าคล้องจอง เปน็ การเคลอ่ื นไหวแบบกาย บริหาร อาจจะท่าทางไม่สัมพันธก์ ับเนื้อหาของเพลงหรือคาํ คล้องจอง เชน่ เพลงกํามือแบมือ เพลงออกกาํ ลัง กาย คําคล้องจองฝนตกพรําพราํ ๒.๔ การเคลื่อนไหวเชงิ สร้างสรรค์ เปน็ การเคลอ่ื นไหวท่ีให้เด็กคดิ สร้างสรรค์ท่าทางขึน้ เองหรอื อาจใชค้ าํ ถามหรือคําสัง่ หรอื ใช้อปุ กรณ์ประกอบ เชน่ หว่ งหวาย แถวผา้ ริบบน้ิ ถงุ ทราย
หลกั สตู รปฐมวัย โรงเรียนวดั สายลาํ โพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๗๓ ๒.๕ การเคล่ือนไหวหรอื การแสดงทา่ ทางตามค าบรรยายท่ีครเู ล่า หรอื เรือ่ งราวหรอื นทิ าน ๒.๖ การเคลื่อนไหวหรอื การแสดงทา่ ทางตามค าสง่ั เปน็ การเคล่อื นไหวหรือทาํ ท่าทาง ตามคาํ สั่งของครู เชน่ การจัดกลุ่มตามจาํ นวน การทําทา่ ทางตามคาํ สั่ง ๒.๗ การเคล่ือนไหวหรอื การแสดงท่าทางตามข้อตกลง เป็นการเคลอ่ื นไหวหรือทําทา่ ทางการเคลือ่ นไหวอย่างสรา้ งสรรคท์ ีไ่ ด้ตกลงไว้ก่อนเริ่มทาํ กิจกรรม ๒.๘ การเคล่อื นไหวหรอื การแสดงทา่ ทางเป็นผู้น า ผ้ตู าม เปน็ การคดิ ทา่ ทางการ เคล่ือนไหวอย่างสรา้ งสรรค์ของเดก็ เองแล้วให้เพื่อนปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ๒.การจดั กิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ เป็นกิจกรรมท่ีมุง่ เนน้ ใหเ้ ด็กได้พฒั นาทกั ษะการเรยี นรู้ มที ักษะ การฟง๎ การพูด การอ่าน การสังเกต การคิดแกป้ ๎ญหา การใชเ้ หตุผล โดยการฝึกปฏบิ ตั ิร่วมกันและการ ทาํ งานเป็นกลุ่ม ทัง้ กลุ่มย่อยและกลุ่มใหญ่ เพ่อื ใหเ้ กดิ ความคดิ รวบยอดเกี่ยวกบั เร่อื งท่ไี ดเ้ รยี นรู้ แนวทางการจดั กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ จดั ไดห้ ลายวิธไี ด้แก่ ๒.๑ การสนทนาหรอื การอภปิ ราย เป็นการพดู คยุ ซักถามระหว่างเด็กกับครู หรอื เดก็ กับ เด็กเปน็ การสง่ เสริมพัฒนาการทางภาษาด้านการพูดและการฟง๎ โดยการกําหนดประเดน็ ในการสนทนาหรือ อภปิ รายเด็กจะได้แสดงความคิดเหน็ และยอมรบั ฟง๎ ความคิดเหน็ ของผู้อน่ื ครูหรอื ผสู้ อนเปิดโอกาสให้เด็ก ซักถาม โดยใชค้ ําถามกระหรือเลา่ ประสบการณ์ที่แปลกใหม่ สาํ เสนอป๎ญหาท่ี ท้าทายความคดิ การ ยกตวั อยา่ งการใช้สือ่ ประกอบการสนทนาหรอื การอภปิ รายควรใช้สื่อของจริง ของจําลอง รูปภาพหรือ สถานการณจ์ าํ ลอง ๒.๒ การเลา่ นิทาน และการอา่ นนทิ าน เปน็ กิจกรรมท่ีครหู รือผ้สู อนเล่าหรืออ่านเร่ืองราว จากนทิ าน โดยการใช้นํ้าเสียงประกอบการเล่าแตกต่างตามบุคลิกของของตัวละคร ซ่ึงครูหรือผู้สอนควร เลือกสาระของนทิ านให้เหมาะสมกับวัย ส่ือที่ใช้อาจเปน็ หนังสอื นิทาน หนังสือภาพ แผ่นภาพ หุ่นมือ ห่นุ นิ้ว มือ หรือการแสดงท่าทางประกอบการเล่าเร่อื ง โดยครูใชค้ าํ ถามเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ เช่น ในนทิ านเร่อื งนี้ มีตัวละครอะไรบ้างเหตุการณ์ในนทิ านเร่อื งนีเ้ กดิ ที่ไหน เวลาใด หรอื ลาํ ดบั เหตุการณ์ที่เกิดขนึ้ ในนทิ าน นทิ านเร่อื งนี้มปี ญ๎ หาอะไรบา้ ง และเดก็ ๆชอบเหตกุ ารณใ์ ดในนทิ านเรอื่ งน้ีมากทส่ี ุด ๒.๓ การสาธิต เปน็ กจิ กรรมทเี่ ด็กไดเ้ รยี นรจู้ ากประสบการณ์ตรง โดยแสดงหรอื ทําส่งิ ที่ ตอ้ งการให้เดก็ ได้สังเกตและเรียนรูต้ ามขน้ั ตอนของกิจกรรมนัน้ ๆ และเดก็ ได้อภปิ รายและร่วมกนั สรปุ การ เรียนรู้ การสาธติ ในบางคร้ังอาจให้เดก็ อาสาสมัครเป็นผ้สู าธิตรว่ มกับครูผ้สู อน เพ่ือนําไปไปสกู่ ารปฏบิ ัตจิ ริง ด้วยตนเอง เชน่ การเพาะเมล็ดพืช การประกอบอาหาร การเปุาลกู โปุง การเลน่ เกมการศึกษา ๒.๔ การทดลอง/การปฏบิ ัติ เป็นกจิ กรรมทจี่ ดั ใหเ้ ด็กไดร้ ับประสบการณ์ตรง โดยแสดง หรอื ทําส่ิงทจ่ี ากการลงมอื ปฏิบัติ การทดลอง การคิดแกป้ ๎ญหา มที ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทกั ษะ คณิตศาสตร์ ทักษะภาษา สง่ เสรมิ ใหเ้ ดก็ เกิดข้อสงสยั สืบค้นหาคําตอบดว้ ยตนเอง ผา่ นการวเิ คราะห์
หลักสูตรปฐมวยั โรงเรียนวัดสายลําโพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัย (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๗๔ สงั เคราะห์อย่างงา่ ยๆ สรปุ ผลการทดลอง อภิปรายผล การทดลองและการสรปุ การเรียนรู้ โดยกิจกรรมการ ทดลองวทิ ยาศาสตร์งา่ ย เชน่ การเลี้ยงหนอนผีเสื้อ การปลูกพืช ฝกึ การสังเกตการไหลของนํา้ ๒.๕ การประกอบอาหาร เป็นกจิ กรรมทจ่ี ัดใหเ้ ด็กได้เรยี นร้ผู ่านการทดลองโดยเปดิ โอกาส ใหเ้ ด็กได้ลงมือทดลองและปฏิบตั กิ ารด้วยตนเองเกยี่ วกบั การเปลย่ี นแปลงของผักเนื้อสตั ว์ ผลไม้ด้วยวธิ ีการ ตา่ งๆ เช่น ตม้ นง่ึ ผดั ทอด หรือการรบั ประทานสด เด็กจะไดร้ บั ประสบการณ์ตรงจากการสังเกต เปลยี่ นแปลงของอาหารการรับรูร้ สชาติและกลน่ิ ของอาหาร ดว้ ยการใชป้ ระสาทสัมผสั และการทํางาน ร่วมกนั เช่นการทําอาหารจากไข่ ๒.๖ การเพาะปลกู เป็นกจิ กรรมทเี่ น้นกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และคณติ ศาสตร์ ซ่ึง เด็กจะได้เรียนรู้จากการบรู ณาการจะทําใหเ้ ด็กได้รบั ประสบการณโ์ ดยทําความเขา้ ใจความตอ้ งการของ สงิ่ มีชีวติ ในโลก และช่วยใหเ้ ด็กเข้าใจความคดิ รวบยอดเก่ียวกับส่งิ ทอี่ ยูร่ อบตวั โดยการสงั เกต เปรยี บเทียบ และการคิดอยา่ งมเี หตุผล ซง่ึ เป็นการเปดิ โอกาสใหเ้ ด็กไดค้ ้นพบและเรียนรู้ดว้ ยตนเอง ๒.๗ การศกึ ษานอกสถานที่ เปน็ การจัดกจิ กรรมทัศนศกึ ษาท่ใี ห้เด็กไดเ้ รียนร้สู ภาพความ เป็นจริงนอกห้องเรยี น จากแหล่งเรียนรู้ในสถานศกึ ษา หรือห แหลง่ เรยี นรู้ในชมุ ชน เช่น ห้องสมุน หอ้ ง สมุนไพร วดั ไปรษณีย์ พิพิธภัณฑ์ เพื่อเป็นการเพิม่ พูนประสบการณ์แกเ่ ด็ก โดยครูและเดก็ ร่วมกนั วางแผน ศกึ ษาท่ตี อ้ งการเรยี นรู้การเดินทาง และสรปุ ผลการเรียนรู้ทไ่ี ด้จากการศึกษานอกสถานที่ ๒.๘ การเลน่ บทบาทสมมติ เป็นกิจกรรมให้เด็กได้สมมตติ นเองเปน็ ตวั ละคร และแสดง บทบาทต่างๆตามเนื้อเรื่องในนทิ าน เรอื่ งราวหรอื สถานการณต์ ่างๆ โดยใชค้ วามร้สู กึ ของเด็กในการแสดง เพอื่ ใหเ้ ดก็ เข้าใจเร่ืองราว ความร้สู ึกพฤตกิ รรมของตนเองและผู้อนื่ ๆ ควรใช้สอ่ื ความรสู้ กึ ของเด็กในการ แสดง เพื่อให้เด็กเขา้ ใจเร่ืองราวและพฤติกรรมของตนเองและผ้อู น่ื ๆ ควรใช้สอ่ื ประกอบการเลน่ สมมติ เช่น หนุ่ สวมศรี ษะ ที่คาดศรี ษะรูปคนและสตั วร์ ูปแบบต่างๆ เคร่ืองแต่งกาย และอปุ กรณข์ องจรงิ ชนดิ ต่างๆ ๒.๙ การร้องเพลง ท่องค าคลอ้ งจอง เปน็ กจิ กรรมท่จี ัดให้เดก็ ไดเ้ รยี นรูเ้ กีย่ วกบั ภาษา จงั หวะและการแสดงทา่ ทางใหส้ มั พนั ธก์ ับเน้ือหาของเพลงหรือคําคล้องจอง ครูหรือผูส้ อนควรเลือกให้ เหมาะสมกับวัยของเดก็ ๒.๑๐ การเลน่ เกม เปน็ กจิ กรรมทน่ี าํ เกมการเรยี นรู้เพ่อื ฝึกทักษะการคดิ การแก้ป๎ญหา และการทํางานเป็นกลมุ่ เกมทนี่ ามาเล่นไม่ควรเนน้ การแข่งขนั ๒.๑๑ การแสดงละคร เปน็ กจิ กรรมทไ่ี ด้เรยี นรูเ้ กยี่ วกบั การลําดับเรือ่ งราว การเรยี งลําดบั เหตุการณ์ หรือราวจากนิทาน การใช้ภาษาในการส่ือสารของตวั ละคร เพื่อให้เด็กไดเ้ รยี นรู้และทําความ เข้าใจบุคลิกลกั ษณะของตัวละครที่เด็กสวมบทบาท ส่อื ที่ใช้ เช่น ชุดการแสดงทส่ี อดคล้องกับบทบาทท่ีได้รับ บทสนทนาทเ่ี ด็กใชฝ้ ึกสนทนาประกอบการแสดง ๒.๑๒ การใชส้ ถานการณ์จ าลอง เปน็ กจิ กรรมทีเ่ ด็กไดเ้ รียนร้แู นวทางการปฏบิ ัติตนเมอ่ื อยใู่ นสถานการณ์ทคี่ รูหรอื ผู้สอนกําหนด เพอื่ ให้เดก็ ได้ฝึกการแกป้ ญ๎ หา เช่น นาํ้ ทว่ ม โรคระบาด พบคน แปลกหนา้
หลักสตู รปฐมวยั โรงเรยี นวดั สายลาํ โพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั (พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๗๕ ๓. กิจกรรมศิลปะสรา้ งสรรค์ เป็นกิจกรรมท่มี ่งุ พัฒนากระบวนการคิด การรับร้เู ก่ียวกบั ความงามและส่งเสรมิ กระตุน้ ให้เดก็ แสดงออกทางอารมณ์ ความร้สู กึ ความคดิ ริเรมิ่ สรา้ งสรรค์และจินตนาการ โดยใชก้ จิ กรรมศลิ ปะหรือ กจิ กรรมอื่นที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กแตล่ ะวัย แนวทางการจัดกจิ กรรมศลิ ปะสรา้ งสรรค์ ๑. เตรยี มจดั โตะ๊ และอุปกรณ์ให้พร้อม และเพยี งพอก่อนทาํ กิจกรรม โดยจดั ไวห้ ลายๆ กิจกรรมและอย่างนอ้ ย ๓ – ๕ กิจกรรม เพื่อให้เด็กได้มอี ิสระในการเลือกทํากจิ กรรมทีส่ นใจ ๒. ควรสร้างขอ้ ตกลงในการทํากจิ กรรม เพือ่ ฝึกให้เด็กมวี ินัยในการอยรู่ ว่ มกนั ๓. การจัดให้เดก็ ทาํ กิจกรรม ควรให้เด็กเลือกทาํ กิจกรรมอย่างมรี ะเบียบ และทยอยเขา้ ทํา กจิ กรรมโดยจัดโตะ๊ ละ ๕ – ๖ คน ๔. การเปลยี่ นและหมนุ เวียนทาํ กจิ กรรม ต้องสร้างขอ้ ตกลงกบั เด็กใหช้ ัดเจน เชน่ หากเกิด กิจกรรมใดเพ่ือนครบจํานวนทีก่ ําหนดแลว้ ให้คอยจนกวา่ มที วี่ ่าง หรอื ให้ทํากิจกรรมอน่ื ก่อน ๕. กิจกรรมใดเป็นกิจกรรมใหม่ หรือการใชว้ ัสดุ อปุ กรณใ์ หม่ ครูต้องอธบิ ายวธิ กี ารทาํ วิธีการใช้ วิธกี ารทาํ ความสะอาด และการเกบ็ ของเข้าที่ ๖. เม่อื ทาํ งานเสรจ็ หรอื หมดเวลา ควรเตือนใหเ้ ดก็ เกบ็ วัสดุ อปุ กรณ์ เครื่องมอื เคร่อื งใชเ้ ข้า ทีแ่ ละชว่ ยกันดูแลห้องให้สะอาด ๔. กจิ กรรมการเล่นตามมุม กิจกรรมการเล่นตามมุม เป็นกิจกรรมทเ่ี ปดิ โอกาสให้เด็กเล่นอสิ ระตามมุม หรือมมุ ประสบการณ์หรือกําหนดเป็นพื้นทเี่ ลน่ ทจี่ ดั ไว้ในห้องเรียน ซ่งึ พื้นท่ีหรือมุมต่างๆ เหลา่ นเี้ ดก็ มีโอกาสเลือก เลน่ ไดอ้ ย่างเสรีตามความสนใจและความต้องการของเด็ก ทง้ั เป็นรายบคุ คลหรือเปน็ กลุ่มย่อย เดก็ อาจเลือก ทาํ กจิ กรรมทค่ี รูจัดเสรมิ ข้นึ เช่น เกมการศึกษา เครอื่ งเลน่ สมั ผัส แนวทางการจัดกจิ กรรมการเล่นตามมุม ๑. แนะนํามุมเล่นใหม่ เสนอแนะวิธใี ช้ การเล่นของเลน่ บางชนิด ๒. เดก็ และครูรว่ มกนั สรา้ งขอ้ ตกลงเก่ียวกบั การเล่น ๓. ครูเปิดโอกาสใหเ้ ดก็ คดิ วางแผน ตัดสนิ ใจเลือกเลน่ อย่างอิสระ เลอื กทํากิจกรรทีจ่ ดั ขึ้นตามความสนใจของเดก็ แต่ละคน ๔. ขณะเด็กเล่น/ ทํางาน ครูอาจชีแ้ นะ หรอื มีส่วนร่วมในการเล่นกบั เดก็ ได้ ๕. เด็กตอ้ งการความช่วยเหลือและคอยสงั เกตพฤติกรรมการเลน่ ของเด็กหรอื ท้ังจด บนั ทึกพฤติกรรมที่นา่ สนใจ ๖. เตอื นให้เด็กทราบล่วงหนา้ กอ่ นหมดเวลาเลน่ ประมาณ ๓ – ๕ นาที ๗. ใหเ้ ดก็ เกบ็ ของเลน่ เข้าทใ่ี ห้เรียบร้อยทุกครัง้ เมื่อเสร็จสนิ้ กจิ กรรม
หลกั สตู รปฐมวยั โรงเรียนวดั สายลําโพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๗๖ ๕. กิจกรรมการเลน่ กลางแจ้ง กจิ กรรมการเล่นกลางแจ้ง เป็นกิจกรรมทจ่ี ดั ให้เด็กไดม้ ีโอกาสออกไปนอกห้องเรยี นเพื่อ เคล่อื นไหวร่างกายออกกาํ ลงั และแสดงออกอย่างอิสระ โดยยึดความสนใจและความสามารถของเดก็ แต่ละ คนเป็นหลกั แนวทางการจดั กจิ กรรมกลางแจ้ง ๑. เดก็ และครูรว่ มกนั สร้างขอ้ ตกลง ๒. จดั เตรียมวสั ดุอปุ กรณก์ ารเลน่ ให้พรอ้ ม ๓. สาธติ การเลน่ เครอ่ื งเลน่ สนามบางชนดิ ๔. ให้เด็กเลือกเลน่ อิสระตามความสนใจและเวลาในการเล่นนานพอควร ๕. ครคู วรจดั กจิ กรรมให้เหมาะสมกับวยั (ไมค่ วรจดั กจิ กรรมพลศึกษา) เช่น การเล่น เล่นทราย เลน่ บ้านต๊กุ ตา เลน่ ในมมุ ชา่ งไม้ เล่นบล็อกกลวง เคร่อื งเล่นสนาม เกมการละเล่น เล่นอปุ กรณ์ กฬี า สําหรับเด็กเล่นเครอ่ื งเล่นประเภทลอ้ เล่น เลน่ ของเลน่ พน้ื บ้าน (เดินกะลาฯลฯ) ๖. คณะเด็กเล่นครูต้องคอยดูแลความปลอดภัยและสังเกตพฤติกรรมการเล่น การอยู่ รว่ มกันกับเพ่ือนของเดก็ อยา่ งใกล้ชิด ๗. เม่อื หมดเวลาควรใหเ้ ด็กเก็บของใช้หรอื ของเลน่ ให้เรยี บรอ้ ย ๘. ให้เดก็ ทาํ ความสะอาดร่างกายและดแู ลเคร่อื งแต่งกายให้เรียบรอ้ ยหลงั เล่น ๖. เกมการศกึ ษา เกมการศกึ ษา (Didactic games) เปน็ เกมทช่ี ว่ ยพัฒนาสตปิ ๎ญญาชว่ ยส่งเสรใิ หเ้ ด็กเกิดการ เรียนรูเ้ ป็นพน้ื ฐานการศึกษา มีกฎเกณฑก์ ติกาง่ายๆ เดก็ สามารถเล่นคนเดยี วหรอื เล่นเปน็ กลุ่มได้ ชว่ ยใหเ้ ดก็ ไดร้ จู้ ักสงั เกต คิดหาเหตุผลและเกดิ ความคิดรวบยอด เกี่ยวกับสี รูปร่าง จาํ นวน ประเภท และความสมั พันธ์ ท่ีเก่ียวกบั พน้ื ท่ี ระยะ เกมการศกึ ษาท่ีเหมาะสมจะชว่ ยฝกึ ทกั ษะความพร้อมทางด้านรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม และสติป๎ญญา แนวทางการจดั กิจกรรมเกมการศึกษา ๑. แนะนาํ กจิ กรรมใหม่ ๒. สาธิต/ อธิบาย วิธีเลน่ เกมอยา่ งเป็นขั้นตอนตามประเภทของเกม ๓. ให้เด็กหมนุ เวียนเข้ามาเล่นเป็นกลุ่ม หรอื รายบุคคล ๔. ขณะทเี่ ด็กเลน่ เกม ครูเปน็ เพยี งผแู้ นะนาํ ๕. เม่ือเด็กเล่นเกมแต่ละชุดเสร็จเรียบร้อย ควรให้เด็กตรวจสอบความถูกต้องด้วยตนเอง หรือรว่ มกันตรวจกบั เพื่อน หรอื ครเู ปน็ ผชู้ ่วยตรวจ ๖. ใหเ้ ด็กนําเกมทีเ่ ล่นแล้วเก็บใส่กลอ่ ง เข้าท่ใี ห้เรยี บร้อยทกุ ครั้งก่อนเล่นเกมชดุ อน่ื
หลกั สูตรปฐมวัย โรงเรียนวัดสายลําโพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวัย (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๗๗ การสร้างบรรยากาศการเรยี นรู้ การจดั สภาพแวดล้อมในสถานศกึ ษา มีความสาํ คัญตอ่ เดก็ เนื่องจากธรรมชาติของเด็กในวยั นส้ี นใจ ที่จะเรยี นรู้ คน้ คว้า ทดลอง และต้องการสัมผัสกับส่งิ แวดล้อมรอบๆตวั ดังนั้น การจดั เตรยี มสงิ่ แวดล้อม อยา่ งเหมาะสมตามความต้องการของเด็ก จึงมีความสาํ คญั ทเ่ี ก่ียวข้องกับพฤติกรรมและการเรียนรู้ของเด็ก เด็กสามารถเรียนรูจ้ ากการเล่นที่เปน็ ประสบการณ์ตรงทเี่ กิดจากการรับรูด้ ้วยประสาทสมั ผัสทงั้ ห้าจึง จาํ เป็นต้องจัดส่ิงแวดล้อมในสถานศกึ ษาใหส้ อดคล้องกบั สภาพ และความต้องการของหลักสูตร เพือ่ ส่งผลให้ บรรลุจุดหมายในการพัฒนาเด็ก การจดั สภาพแวดล้อมคํานึงถึงสง่ิ ตอ่ ไปนี้ ๑.ความสะอาด ความปลอดภัย ๒.ความมีอิสระอยา่ งมขี อบเขตในการเล่น ๓.ความสะดวกในการทํากจิ กรรม ๔.ความพรอ้ มของอาคารสถานที่ เชน่ หอ้ งเรียน หอ้ งนา้ํ ห้องสว้ ม สนามเดก็ เล่น ฯลฯ ๕.ความเพียงพอเหมาะสมในเร่ืองขนาด นํ้าหนัก จํานวน สขี องสื่อและเคร่อื งเลน่ ๖.บรรยากาศในการเรยี นรู้ การจดั ทเ่ี ลน่ และมุมประสบการณ์ตา่ ง ๆ สภาพแวดลอ้ มภายในห้องเรียน หลักสาํ คัญในการจัดตอ้ งคํานึงถึงความปลอดภัย ความสะอาด เปาู หมายการพัฒนาเด็ก ความ เปน็ ระเบียบ ความเป็นตวั ของเด็กเอง ใหเ้ ด็กเกดิ ความรสู้ ึกอบอนุ่ ม่นั ใจ และมคี วามสุข ซึ่งอาจจดั แบ่งพน้ื ที่ ใหเ้ หมาะสมกบั การประกอบกจิ กรรมตามหลกั สูตร ดังนี้ ๑. พ้ืนทอี่ านวยความสะดวกเพอื่ เดก็ และผ้สู อน ๑.๑ ทแี่ สดงผลงานของเด็ก อาจจัดเปน็ แผ่นปูาย หรือทแ่ี ขวนผลงาน ๑.๒ ทเ่ี กบ็ แฟมู ผลงานของเด็ก อาจจดั ทาํ เปน็ กล่องหรอื จัดใส่แฟูมรายบุคคล ๑.๓ ทีเ่ กบ็ เครอ่ื งใช้ส่วนตวั ของเดก็ อาจทําเป็นชอ่ งตามจํานวนเดก็ ๑.๔ ที่เก็บเครื่องใช้ของผสู้ อน เชน่ อปุ กรณ์การสอน ของส่วนตัวผู้สอน ฯลฯ ๑.๕ ปูายนิเทศตามหน่วยการสอนหรอื ส่งิ ที่เด็กสนใจ ๒. พน้ื ที่ปฏิบตั ิกจิ กรรมและการเคลอื่ นไหว ตอ้ งกําหนดใหช้ ัดเจน ควรมีพ้ืนท่ีท่ีเดก็ สามารถจะทาํ งานได้ดว้ ยตนเอง และทาํ กิจกรรม ด้วยกนั ในกลมุ่ เล็ก หรือกล่มุ ใหญ่ เดก็ สามารถเคล่ือนไหวไดอ้ ย่างอสิ ระจากกจิ กรรมหน่งึ ไปยงั กิจกรรมหนงึ่ โดยไมร่ บกวนผู้อน่ื
หลกั สูตรปฐมวัย โรงเรยี นวดั สายลําโพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๗๘ ๓. พื้นทจี่ ัดมุมเล่นหรือมุมประสบการณ์ สามารถจัดได้ตามความเหมาะสมขนึ้ อยกู่ ับสภาพของห้องเรยี น จดั แยกสว่ นทใ่ี ช้เสยี งดงั และ เงียบออกจากกนั เชน่ มมุ บล็อกอยู่หา่ งจากมุมหนังสือ มมุ บทบาทสมมตอิ ยู่ตดิ กับมุมบล็อก มุมวิทยาศาสตร์ อยูใ่ กลม้ ุมศลิ ปะฯ ลฯ ทส่ี าํ คัญจะตอ้ งมีของเล่น วสั ดุอปุ กรณ์ในมุมอย่างเพยี งพอต่อการเรียนร้ขู องเด็ก การ เล่นในมุมเลน่ อย่างเสรี มกั ถูกกาํ หนดไว้ในตารางกจิ กรรมประจาํ วนั เพอื่ ให้โอกาสเด็กได้เลน่ อย่างเสรี ประมาณวันละ ๖๐ นาทีการจัดมุมเลน่ ตา่ งๆ ผูส้ อนควรคํานึงถงึ ส่ิงต่อไปนี้ ๓.๑ ในห้องเรยี นควรมมี ุมเลน่ อยา่ งน้อย ๓ - ๕ มมุ ท้งั น้ีข้ึนอยกู่ ับพน้ื ทขี่ องห้อง ๓.๒ ควรได้มกี ารผลดั เปลย่ี นส่ือของเลน่ ตามมุมบา้ ง ตามความสนใจของเดก็ ๓.๓ ควรจดั ใหม้ ีประสบการณ์ทเ่ี ด็กไดเ้ รียนรไู้ ปแล้วปรากฏอยูใ่ นมุมเลน่ เชน่ เด็กเรยี นรู้ เรื่องผเี สอ้ื ผู้สอนอาจจัดใหม้ ีการจําลองการเกดิ ผเี ส้ือล่องไว้ใหเ้ ดก็ ดใู นมุมธรรมชาตศิ ึกษาหรือมุม วิทยาศาสตร์ ฯลฯ ๓.๔ ควรเปดิ โอกาสให้เดก็ มสี ่วนร่วมในการจัดมมุ เลน่ ทง้ั น้ีเพ่ือจูงใจใหเ้ ดก็ รสู้ ึกเปน็ เจา้ ของ อยากเรียนรู้ อยากเข้าเลน่ ๓.๕ ควรเสรมิ สร้างวินัยใหก้ ับเดก็ โดยมีข้อตกลงร่วมกันวา่ เมอ่ื เลน่ เสรจ็ แล้วจะต้อง จัดเกบ็ อปุ กรณ์ทุกอย่างเข้าท่ใี ห้เรียบร้อยสภาพแวดล้อมนอกห้องเรียน คือ การจดั สภาพแวดลอ้ มภายใน อาณาบรเิ วณรอบ ๆ สถานศึกษา รวมทง้ั จัดสนามเด็กเลน่ พร้อมเครื่องเล่นสนาม จัดระวงั รักษาความปลอดภัย ภายในบริเวณสถานศกึ ษาและบรเิ วณรอบนอกสถานศึกษา ดแู ลรกั ษาความสะอาด ปลกู ต้นไม้ให้ความร่ม รืน่ รอบๆบริเวณสถานศกึ ษา ส่งิ ตา่ งๆเหลา่ น้ีเปน็ ส่วนหนึ่งที่สง่ ผลตอ่ การเรียนรแู้ ละพฒั นาการของเด็ก บรเิ วณสนามเด็กเลน่ ต้องจดั ใหส้ อดคลอ้ งกับหลักสตู ร ดงั น้ี สนามเด็กเลน่ มพี นื้ ผวิ หลายประเภท เช่น ดนิ ทราย หญา้ พื้นท่สี ําหรบั เลน่ ของเล่นท่ีมลี ้อ รวมทัง้ ทร่ี ม่ ทโ่ี ลง่ แจง้ พ้ืนดินสําหรบั ขุด ทีเ่ ล่นน้าํ บ่อทราย พร้อมอปุ กรณ์ประกอบการเลน่ เครือ่ งเลน่ สนาม สาํ หรับปนี ปุาย ทรงตวั ฯลฯ ทัง้ น้ีตอ้ งไมต่ ิดกับบรเิ วณทมี่ ีอันตราย ตอ้ งหม่นั ตรวจตราเครอ่ื งเลน่ ใหอ้ ยู่ใน สภาพแขง็ แรง ปลอดภยั อยู่เสมอ และหม่ันดูแลเรื่องความสะอาด ท่นี ง่ั เล่นพกั ผอ่ น จดั ท่นี ่ังไวใ้ ต้ต้นไม้มีร่มเงา อาจใช้กจิ กรรมกลุ่มย่อย ๆ หรอื กิจกรรมท่ี ต้องการความสงบ หรอื อาจจัดเป็นลานนทิ รรศการใหค้ วามรู้แก่เดก็ และผ้ปู กครองบรเิ วณธรรมชาติ ปลูกไม้ ดอก ไมป้ ระดบั พชื ผักสวนครัว หากบริเวณสถานศึกษา มีไม่มากนัก อาจปลูกพชื ในกระบะหรือกระถาง
หลักสูตรปฐมวยั โรงเรยี นวัดสายลาํ โพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั (พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๗๙ มุมประสบการณ์ สอ่ื ประกอบการจัดกจิ กรรมเพ่อื พัฒนาเด็กปฐมวยั ทั้งทางด้านรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม และ สติปญ๎ ญา ควรมสี ื่อทั้งทีเ่ ปน็ ประเภท ๒ มติ ิ และ/หรือ ๓ มิติ ทเ่ี ป็นสอ่ื ของจริง สือ่ ธรรมชาติ สอื่ ที่อยู่ ใกลต้ วั เด็ก สื่อสะท้อนวฒั นธรรม สอื่ ทีป่ ลอดภยั ต่อตวั เด็ก สื่อเพ่ือพัฒนาเดก็ ในด้านต่างๆให้ครบทุกด้านสอื่ ที่เอ้ือให้เด็กเรยี นรู้ผา่ นประสาทสัมผสั ท้งั หา้ โดยการจัดการใช้สอื่ เริม่ ตน้ จาก สื่อของจริง ภาพถา่ ย ภาพ โครงรา่ ง และ สัญลกั ษณ์ ทัง้ นีก้ ารใช้ส่ือต้องเหมาะสมกับวัย วฒุ ภิ าวะ ความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล ความ สนใจและความต้องการของเด็กที่หลากหลาย ตวั อยา่ งสื่อประกอบการจัดกจิ กรรม มดี ังนี้ กิจกรรมการเล่นตามมมุ ๑. มมุ บทบาทสมมติ อาจจดั เป็นมุมเลน่ ดังน้ี ๑.๑ มุมบ้าน ของเล่นเคร่อื งใชใ้ นครัวขนาดเลก็ หรอื ของจาํ ลอง เชน่ เตา กระทะ ครก กานํ้า เขยี ง มีดพลาสติก หมอ้ จาน ชอ้ น ถ้วยชาม กะละมัง ฯลฯ เคร่อื งเลน่ ตุก๊ ตา เสือ้ ผา้ ตกุ๊ ตา เตยี ง เปลเดก็ ตุก๊ ตา เครอ่ื งแต่งบา้ นจําลอง เชน่ ชดุ รบั แขก โต๊ะเครอื่ งแปงู หมอนอิง กระจกขนาดเห็นเต็มตวั หวี ตลบั แปงู ฯลฯ เคร่ืองแต่งกายบุคคลอาชีพต่าง ๆ ท่ีใช้แล้ว เช่น ชดุ เคร่ืองแบบทหาร ตาํ รวจ ชุดเสื้อผ้า ผู้ใหญ่ชาย และหญงิ รองเทา้ กระเป๋าถือทีไ่ มใ่ ช้แล้ว ฯลฯ โทรศพั ท์ เตารีดจาํ ลอง ท่ีรีดผา้ จาํ ลอง ภาพถ่ายและรายการอาหาร ๑.๒ มมุ หมอ เคร่ืองเล่นจําลองแบบเคร่ืองมือแพทย์ และอุปกรณ์รักษาผู้ปุวย เช่น หูฟ๎ง เส้ือคลุมหมอ ฯลฯ อุปกรณ์สาํ หรับเลยี นแบบการบันทกึ ขอ้ มูลผ้ปู ุวย เชน่ กระดาษ ดินสอ ฯลฯ ๑.๓ มมุ ร้านค้า กล่องและขวดผลิตภณั ฑต์ ่างๆทใ่ี ช้แล้ว อปุ กรณ์ประกอบการเลน่ เชน่ เครือ่ งคิดเลข ลูกคิด ธนบัตรจําลอง ฯลฯ
หลกั สตู รปฐมวัย โรงเรียนวดั สายลําโพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั (พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๘๐ ๒. มมุ บลอ็ ก ไมบ้ ลอ็ กหรือแท่งไม้ทม่ี ขี นาดและรปู ทรงต่างๆกนั จาํ นวนตง้ั แต่ ๕๐ ชน้ิ ขนึ้ ไป ของเล่นจําลอง เช่น รถยนต์ เครอื่ งบนิ รถไฟ คน สตั ว์ ต้นไม้ ฯลฯ ภาพถ่ายตา่ งๆ ทจี่ ัดเกบ็ ไมบ้ ล็อกหรือแทง่ ไม้อาจเป็นชน้ั ลงั ไมห้ รือพลาสตกิ แยกตามรูปทรง ขนาด ๓. มุมหนังสอื หนังสอื ภาพนทิ าน สมุดภาพ หนังสอื ภาพทม่ี ีคาํ และประโยคสั้น ๆพร้อมภาพ ชั้นหรือทว่ี างหนงั สือ อุปกรณ์ตา่ ง ๆ ทีใ่ ช้ในการสร้างบรรยากาศการอ่าน เช่น เสื่อ พรม หมอน ฯลฯ สมดุ เซน็ ยืมหนังสือกลับบา้ น อุปกรณ์สาํ หรบั การเขียน อปุ กรณ์เสรมิ เช่น เครื่องเล่นเทป ตลับเทปนิทานพรอ้ มหนังสอื นิทาน หูฟ๎ง ฯลฯ ๔. มุมวทิ ยาศาสตรห์ รือมุมธรรมชาตศิ ึกษา วสั ดตุ า่ ง ๆ จากธรรมชาติ เชน่ เมล็ดพืชตา่ ง ๆ เปลอื กหอย ดนิ หิน แร่ ฯลฯ เครื่องมือเครื่องใช้ในการสาํ รวจ สังเกต ทดลอง เชน่ แวน่ ขยาย แม่เหลก็ เขม็ ทิศ เคร่ืองช่งั ฯลฯ ๕. มมุ อาเซยี น ธงของแต่ละประเทศในกลุ่มประเทศอาเซยี น คาํ กลา่ วทักทายของแตล่ ะประเทศ ภาพการแต่งกายประจําชาติในกลมุ่ ประเทศอาเซียน กิจกรรมศิลปะสรา้ งสรรค์ ควรมีวัสดุ อปุ กรณ์ ดังนี้ ๑. การวาดภาพและระบายสี - สีเทยี นแท่งใหญ่ สีไม้ สีชอลก์ สนี ํา้ - พกู่ นั ขนาดใหญ่ (ประมาณเบอร์ ๑๒ ) - กระดาษ - เส้อื คลมุ หรอื ผ้ากนั เป้ือน
หลักสตู รปฐมวัย โรงเรียนวดั สายลาํ โพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๘๑ ๒. การเลน่ กับสี การเปาุ สี มี กระดาษ หลอดกาแฟ สนี ํา้ การหยดสี มี กระดาษ หลอดกาแฟ พู่กัน สนี ้ํา การพบั สี มี กระดาษ สีนาํ้ พู่กนั การเทสี มี กระดาษ สีนํ้า การละเลงสี มี กระดาษ สนี าํ้ แปูงเปยี ก ๓. การพมิ พ์ภาพ แม่พิมพต์ ่าง ๆ จากของจริง เช่น น้ิวมือ ใบไม้ กา้ นกลว้ ย ฯลฯ แมพ่ ิมพจ์ ากวัสดุอนื่ ๆ เชน่ เชือก เส้นดา้ ย ตรายาง ฯลฯ กระดาษ ผ้าเชด็ มอื สีโปสเตอร์ (สนี าํ้ สีฝุน ฯลฯ) ๔.การป้นั เชน่ ดนิ นาํ้ มนั ดนิ เหนียว แปูงโดว์ แผน่ รองป้น๎ แมพ่ ิมพ์รปู ต่าง ๆ ไม้นวดแปูง ฯลฯ ๕.การพบั ฉกี ตดั ปะ เชน่ กระดาษ หรอื วัสดุอนื่ ๆทีจ่ ะใช้พับ ฉกี ตัด ปะ กรรไกรขนาดเล็กปลาย มน กาวนา้ํ หรือแปูงเปียก ผ้าเชด็ มอื ฯลฯ ๖. การประดษิ ฐเ์ ศษวสั ดุ เชน่ เศษวัสดุตา่ ง ๆ มีกล่องกระดาษ แกนกระดาษ เศษผ้า เศษไหม กาว กรรไกร สี ผา้ เชด็ มอื ฯลฯ ๗. การรอ้ ย เช่น ลูกป๎ด หลอดกาแฟ หลอดด้าย ฯลฯ ๘.การสาน เช่น กระดาษ ใบตอง ใบมะพร้าว ฯลฯ ๙. การเลน่ พลาสติกสร้างสรรค์ พลาสติกชนิ้ เลก็ ๆ รูปทรงตา่ ง ๆ ผู้เลน่ สามารถนาํ มาตอ่ เปน็ รปู แบบตา่ ง ๆ ตามความต้องการ ๑๐.การสรา้ งรปู เช่น จากกระดานปก๎ หมดุ จากแปูนตะปูท่ใี ชห้ นงั ยางหรอื เชือก ผูกดึงให้เปน็ รปู รา่ งต่าง ๆ เกมการศึกษา ตวั อยา่ งส่ือประเภทเกมการศึกษา มดี ังนี้ ๑. เกมจับคู่ จบั คู่รปู รา่ งทเี่ หมือนกนั จบั คภู่ าพเงา จบั คภู่ าพท่ีซอ่ นอยู่ในภาพหลัก จบั ค่สู ิง่ ที่มคี วามสัมพนั ธก์ นั สิ่งท่ีใช้คูก่ นั จบั คู่ภาพสว่ นเตม็ กับส่วนย่อย จบั คภู่ าพกับโครงรา่ ง จับคภู่ าพชิ้นส่วนทหี่ ายไป จับคู่ภาพท่ีเปน็ ประเภทเดียวกนั จบั คู่ภาพทซ่ี ่อนกัน
หลกั สตู รปฐมวัย โรงเรยี นวดั สายลาํ โพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๘๒ จับคภู่ าพสัมพนั ธ์แบบตรงกนั ขา้ ม จับคภู่ าพท่ีสมมาตรกัน จบั คู่แบบอุปมาอปุ ไมย จับค่แู บบอนุกรม ๒. เกมภาพตัดตอ่ ภาพตัดต่อทสี่ มั พนั ธก์ บั หน่วยประสบการณต์ า่ ง ๆ เช่น ผลไม้ ผัก ฯลฯ ๓. เกมจดั หมวดหมู่ ภาพส่งิ ตา่ ง ๆ ทน่ี าํ มาจดั เปน็ พวก ๆ ภาพเกีย่ วกับประเภทของใชใ้ นชีวิตประจําวนั ภาพจัดหมวดหมตู่ ามรปู รา่ ง สี ขนาด รูปทรงเรขาคณิต ๔. เกมวางภาพต่อปลาย (โดมิโน) โดมโิ นภาพเหมอื น โดมิโนภาพสมั พนั ธ์ ๕. เกมเรียงล าดับ เรยี งลาํ ดบั ภาพเหตกุ ารณต์ อ่ เนอ่ื ง เรยี งลําดับขนาด ๖. เกมศกึ ษารายละเอยี ดของภาพ (ลอตโต) ๗. เกมจับคู่แบบตารางสมั พนั ธ์ (เมตริกเกม) ๘. เกมพ้ืนฐานการบวก กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ตัวอย่างสอ่ื มีดังนี้ ๑ .สื่อของจริงที่อยู่ใกล้ตัวและสื่อจากธรรมชาติหรือวัสดุท้องถ่ิน เช่น ต้นไม้ ใบไม้ เปลือกหอย เส้ือผ้า ฯลฯ ๒. สื่อทีจ่ ําลองขน้ึ เช่น ลูกโลก ต๊กุ ตาสตั ว์ ฯลฯ ๓. ส่อื ประเภทภาพ เชน่ ภาพพลิก ภาพโปสเตอร์ หนังสือภาพ ฯลฯ ๔. สือ่ เทคโนโลยี เชน่ วทิ ยุ เครอ่ื งบันทึกเสยี ง เคร่อื งขยายเสียง โทรศพั ท์ กจิ กรรมการเล่นกลางแจ้ง ตัวอย่างสอื่ มีดงั นี้ ๑. เครื่องเล่นสนาม เช่น เคร่ืองเล่นสาํ หรบั ปนี ปาุ ย เครอ่ื งเลน่ ประเภทล้อเลอ่ื น ฯลฯ ๒. ท่ีเล่นทราย มีทรายละเอียด เครอื่ งเล่นทราย เคร่ืองตวง ฯลฯ ๓. ที่เล่นนํ้า มีภาชนะใส่นํ้าหรืออ่างน้ําวางบนขาตั้งท่ีม่ันคง ความสูงพอท่ีเด็กจะยืนได้พอดี เส้ือ คลมุ หรือผา้ กนั เปอ้ื นพลาสติก อุปกรณ์เล่นนํา้ เช่น ถว้ ยตวง ขวดตา่ งๆ สายยาง กรวยกรอกน้ํา ตุ๊กตายาง ฯลฯ
หลักสูตรปฐมวยั โรงเรียนวดั สายลาํ โพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย (พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๘๓ กิจกรรมเคลอ่ื นไหวและจงั หวะ ตวั อยา่ งสอ่ื มีดงั น้ี ๑. เครื่องเคาะจังหวะ เช่น ฉิ่ง เหล็กสามเหลี่ยม กรับ รํามะนา กลอง ฯลฯอุปกรณ์ ประกอบการเคลือ่ นไหว เช่น หนงั สือพมิ พ์ รบิ บิน้ แถบผ้า ห่วง ๒. หวาย ถุงทราย ฯลฯ สอื่ การเลือกสอื่ มีวธิ กี ารเลอื กสื่อ ดงั น้ี ๑. เลือกให้ตรงกบั จดุ ม่งุ หมายและเรือ่ งท่สี อน ๒. เลือกให้เหมาะสมกับวยั และความสามารถของเด็ก ๓. เลอื กใหเ้ หมาะสมกับสภาพแวดลอ้ มของท้องถ่นิ ที่เด็กอยหู่ รอื สถานภาพของสถานศึกษา ๔. มวี ธิ ีการใช้งา่ ย และนําไปใช้ได้หลายกจิ กรรม ๕. มคี วามถกู ต้องตามเน้อื หาและทันสมยั ๖. มคี ณุ ภาพดี เชน่ ภาพชัดเจน ขนาดเหมาะสม ไม่ใชส้ ีสะท้อนแสง ๗. เลือกสื่อทเี่ ด็กเข้าใจงา่ ยในเวลาสั้น ๆ ไม่ซบั ซ้อน ๘. เลอื กส่ือทส่ี ามารถสัมผัสได้ ๙. เลอื กสือ่ เพ่ือใช้ฝึก และสง่ เสรมิ การคิดเป็น ทําเป็น และกล้าแสดงความคิดเห็นด้วยความมน่ั ใจ การจัดหาส่อื สามารถจดั หาไดห้ ลายวธิ ี คอื ๑. จดั หาโดยการขอยืมจากแหลง่ ต่างๆ เช่น ศูนยส์ อื่ ของสถานศึกษาของรฐั บาล หรอื สถานศกึ ษา เอกชน ฯลฯ ๒.จัดซอ้ื สื่อและเคร่ืองเล่นโดยวางแผนการจดั ซ้ือตามลาํ ดบั ความจาํ เปน็ เพ่ือให้สอดคล้องกับ งบประมาณทท่ี างสถานศกึ ษาสามารถจัดสรรใหแ้ ละสอดคล้องกับแผนการจัดประสบการณ์ ๓.ผลิตสอ่ื และเคร่ืองเล่นข้ึนใช้เองโดยใช้วสั ดทุ ีป่ ลอดภัยและหางา่ ยเปน็ เศษวสั ดุเหลอื ใช้ ท่ีมอี ยู่ในท้องถ่นิ น้ันๆ เช่น กระดาษแข็งจากลังกระดาษ รปู ภาพจากแผ่นปาู ยโฆษณา รปู ภาพจากหนงั สอื นติ ยสารตา่ ง ๆ เป็นตน้ ขั้นตอนการด าเนินการผลติ ส่อื ส าหรบั เด็ก มีดังนี้ ๑. สาํ รวจความตอ้ งการของการใช้ส่ือใหต้ รงกับจดุ ประสงค์ สาระการเรียนรู้และกจิ กรรมท่ีจดั ๒. วางแผนการผลิต โดยกําหนดจุดมุ่งหมายและรูปแบบของส่ือให้เหมาะสมกับวัยและความสามารถของ เด็กส่อื นั้นจะต้องมคี วามคงทนแข็งแรง ประณีตและสะดวกตอ่ การใช้ ๓. ผลติ สอ่ื ตามรปู แบบที่เตรยี มไว้ ๔. นําส่อื ไปทดลองใช้หลาย ๆ คร้ังเพ่อื หาขอ้ ดี ขอ้ เสียจะไดป้ รบั ปรงุ แกไ้ ขให้ดียงิ่ ขึ้น ๕. นาํ สื่อท่ปี รบั ปรุงแกไ้ ขแลว้ ไปใช้จริง
หลกั สตู รปฐมวัย โรงเรยี นวดั สายลาํ โพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๘๔ การใชส้ ่อื ดาํ เนินการดงั น้ี ๑. การเตรยี มพร้อมก่อนใชส้ ือ่ มีขน้ั ตอน คอื ๑.๑ เตรยี มตวั ผ้สู อน ผู้สอนจะตอ้ งศกึ ษาจดุ มุ่งหมายและวางแผนวา่ จะจัดกจิ กรรมอะไรบ้าง เตรยี มจดั หาส่ือและศกึ ษาวธิ ีการใช้สอื่ จดั เตรียมสือ่ และวสั ดุอ่ืน ๆ ทีจ่ ะต้องใชร้ ่วมกัน ทดลองใชส้ อ่ื ก่อนนําไปใช้จริง ๑.๒ เตรยี มตัวเดก็ ศึกษาความรู้พ้ืนฐานเดิมของเดก็ ให้สัมพันธ์กับเรือ่ งทจ่ี ะสอน เร้าความสนใจเด็กโดยใช้สอื่ ประกอบการเรียนการสอน ให้เด็กมีความรบั ผดิ ชอบ รู้จกั ใช้ส่อื อยา่ งสร้างสรรค์ ไม่ใช่ทําลาย เลน่ แลว้ เกบ็ ให้ถกู ท่ี ๑.๓ เตรียมส่อื ให้พรอ้ มกอ่ นนาไปใช้ จัดลําดับการใชส้ ่ือวา่ จะใช้อะไรก่อนหรอื หลงั เพื่อความสะดวกในการสอน ตรวจสอบและเตรียมเครื่องมอื ใหพ้ ร้อมที่จะใชไ้ ด้ทันที เตรียมวัสดอุ ุปกรณท์ ใี่ ช้รว่ มกบั สอ่ื ๒. การน าสเ นอสือ่ เพ่ือใหบ้ รรลุผลโดยเฉพาะใน กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ / กิจกรรม วงกลม / กจิ กรรมกลมุ่ ยอ่ ย ควรปฏิบตั ิ ดังน้ี ๒.๑ สรา้ งความพร้อมและเร้าความสนใจให้เด็กก่อนจัดกิจกรรมทุกครั้ง ๒.๒ ใชส้ อ่ื ตามลาํ ดับขน้ั ของแผนการจดั กจิ กรรมที่กําหนดไว้ ๒.๓ ไมค่ วรใหเ้ ดก็ เหน็ สื่อหลายๆชนดิ พรอ้ มๆกนั เพราะจะทําใหเ้ ดก็ ไม่สนใจกิจกรรมที่สอน ๒.๔ ผูส้ อนควรยืนอยู่ด้านข้างหรือด้านหลังของส่อื ที่ใชก้ ับเด็ก ผูส้ อนไม่ควรยืน หัน หลงั ใหเ้ ดก็ จะต้องพูดคยุ กบั เด็กและสงั เกตความสนใจของเด็ก พร้อมท้งั สาํ รวจข้อบกพรอ่ งของส่ือที่ใช้ เพ่ือ นําไปปรับปรงุ แก้ไขให้ดีขน้ึ ๒.๕ เปิดโอกาสให้เด็กได้รว่ มใช้ส่อื ข้อควรระวังในการใช้สื่อการเรยี นการสอน การใชส้ ่อื ในระดับปฐมวัยควรระวังในเร่ือง ต่อไปน้ี ๑. วัสดทุ ี่ใช้ ต้องไม่มพี ิษ ไม่หัก และแตกงา่ ย มีพ้นื ผิวเรยี บ ไม่เป็นเสย้ี น ๒. ขนาด ไม่ควรมีขนาดใหญเ่ กนิ ไป เพราะยากต่อการหยิบยก อาจจะตกลงมาเสยี หาย แตก เปน็ อันตรายต่อเด็กหรือใช้ไม่สะดวก เชน่ กรรไกรขนาดใหญ่ โต๊ะ เกา้ อ้ีท่ใี หญ่และสูงเกนิ ไป และไม่ควรมี ขนาดเล็กเกนิ ไป เด็กอาจจะนําไปอมหรอื กลนื ทําใหต้ ดิ คอหรือไหลลงทอ้ งได้ เชน่ ลูกปด๎ เลก็ ลกู แก้วเลก็ ฯลฯ ๓. รูปทรง ไมเ่ ปน็ รปู ทรงแหลม รปู ทรงเหลี่ยม เป็นสนั
หลักสูตรปฐมวยั โรงเรยี นวัดสายลาํ โพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๘๕ ๔. น้ าหนัก ไม่ควรมีนํ้าหนักมาก เพราะเด็กยกหรือหยิบไม่ไหว อาจจะตกลงมาเปน็ อันตรายต่อ ตวั เด็ก ๕. สอ่ื หลกี เลย่ี งส่ือทีเ่ ป็นอนั ตรายต่อตวั เดก็ เชน่ สารเคมี วัตถไุ วไฟ ฯลฯ ๖. สี หลีกเลยี่ งสีทเี่ ปน็ อนั ตรายตอ่ สายตา เชน่ สสี ะทอ้ นแสง ฯลฯ การประเมินการใช้ส่ือ ควรพิจารณาจากองคป์ ระกอบ ๓ ประการ คือ ผู้สอน เด็ก และสอื่ เพอ่ื จะได้ทราบวา่ ส่อื นั้นช่วยให้ เด็กเรียนรูไ้ ด้มากน้อยเพยี งใด จะได้นาํ มาปรับปรุงการผลิตและการใช้สื่อให้ดยี ่ิงขึน้ โดยใชว้ ิธีสงั เกต ดังน้ี ๑. สือ่ น้นั ช่วยให้เด็กเกดิ การเรียนรเู้ พียงใด ๒. เดก็ ชอบสื่อนัน้ เพียงใด ๓. ส่ือนั้นช่วยให้การสอนตรงกับจดุ ประสงค์หรอื ไม่ ถูกต้องตามสาระการเรียนรูแ้ ละทันสมัย หรอื ไม่ ๔. สอ่ื นั้นช่วยให้เดก็ สนใจมากนอ้ ยเพยี งใด เพราะเหตุใด การพฒั นาสือ่ การพัฒนาส่ือเพ่ือใชป้ ระกอบการจดั กจิ กรรมในระดบั ปฐมวัยนน้ั ก่อนอ่นื ควรไดส้ าํ รวจข้อมูล สภาพป๎ญหาตา่ งๆของส่ือทุกประเภทท่ใี ช้อยู่วา่ มอี ะไรบ้างที่จะต้องปรบั ปรุงแกไ้ ข เพ่ือจะได้ปรบั เปลย่ี นให้ เหมาะสมกับความต้องการ แนวทางการพฒั นาส่อื ควรมีลกั ษณะเฉพาะ ดังน้ี ๑. ปรบั ปรุงสอื่ ให้ทันสมัยเขา้ กบั เหตุการณ์ ใช้ได้สะดวก ไม่ซบั ซ้อนเกินไป เหมาะสมกับวยั ของเด็ก ๒. รักษาความสะอาดของสื่อ ถา้ เป็นวัสดทุ ่ีล้างนา้ํ ได้ เมื่อใชแ้ ลว้ ควรไดล้ า้ งเช็ด หรือ ป๎ด ฝุนให้สะอาด เกบ็ ไวเ้ ป็นหมวดหมู่ วางเปน็ ระเบยี บหยบิ ใช้ง่าย ๓. ถา้ เป็นสอื่ ท่ผี ้สู อนผลติ ขน้ึ มาใชเ้ องและผ่านการทดลองใช้มาแล้ว ควรเขียนค่มู ือ ประกอบการใช้สื่อนั้น โดยบอกชื่อส่อื ประโยชนแ์ ละวิธีใช้สื่อ รวมทงั้ จาํ นวนชิ้นสว่ นของส่ือในชดุ นนั้ และเกบ็ คูม่ อื ไว้ในซองหรอื ถุง พร้อมส่ือท่ีผลิต ๔. พฒั นาสอ่ื ทีส่ รา้ งสรรค์ ใช้ไดเ้ อนกประสงค์ คือ เป็นไดท้ ั้งสอื่ เสริมพัฒนาการ และเปน็ ของเล่นสนุกสนานเพลดิ เพลิน
หลักสูตรปฐมวัย โรงเรียนวัดสายลาํ โพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๘๖ แหล่งการเรยี นรู้ โรงเรยี นวัดสายลําโพงใต ไดแบงประเภทของแหลงเรียนรู ไดด ังนี้ ๑. แหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคล ได้แก่ วิทยากรหรือผู้เชียวชาญเฉพาะด้าน ที่จัดหามาเพ่ือให้ ความรู้ ความเขา้ ใจอย่างกระจา่ งแกเ่ ดก็ โดยสอดคลอ้ งกบั เน้ือหาสาระการเรยี นรูต้ า่ งๆ ได้แก่ - เจา หนา ทใี่ นตําบลสายลําโพง - เจาหนาทีส่ าธารณสขุ รพ.สต.บา นสายลําโพงใต - พระสงฆ - พอ คา - แมค า - ผูปกครอง - ชางตัดผม / ชางเสรมิ สวย - ครู - นักการภารโรง - ฯลฯ ๒. แหล่งเรยี นรู้ ได้แก่ แหลง่ ข้อมูลหรอื แหล่งวิทยาการต่างๆ ที่อยู่ในชุมชนมีความสัมพันธ์กับ เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและประเพณีช่วยให้เด็กสามารถเชื่อมโยงโลกภายในและโลกภายนอก (inner world & outer world) ได้ และสอดคล้องกบั วถิ ีการดําเนินชีวิตของเดก็ ปฐมวัย ไดแ้ ก่ - หอ งสมุดโรงเรยี นวดั สายลาํ โพงใต - หองคอมพิวเตอรโรงเรียนวดั สายลาํ โพงใต - บา นสายลําโพงใต - โรงพยาบาล รพ.สต.บานสายลาํ โพงใต - สวนผักของโรงเรยี น - โรงเหด็ - สวนหมอ น - รานคาในชุมชน - รา นตัดผมชาย-หญิง - สวนปลูกผกั ตา งๆ ๓. สถานที่สาํ คญั ตา่ งๆ ได้แก่ แหลง่ ความรสู้ ําคญั ต่างๆ ท่ีเด็กให้ความสนใจ ได้แก่ - วดั สายลาํ โพงใต
หลักสตู รปฐมวัย โรงเรยี นวัดสายลําโพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย (พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๘๗ การประเมนิ พัฒนาการ การประเมินพฒั นาการเดก็ อายุ ๔ – ๖ ป เปน การประเมินพัฒนาการทางดานรางกาย อารมณ จิตใจ สังคม และสติป๎ญญาของเดก็ โดยถอื เปนกระบวนการตอ ตนเอง และเปน สว นหน่งึ ของกิจกรรมปกติ ทจี่ ดั ใหเด็กในแตละวนั ผลทไ่ี ดจ ากการสงั เกตพัฒนาการเดก็ ตองนํามาจดั ทาํ สารนิทัศนห รอื จดั ทาํ ขอ มลู หลกั ฐานหรอื เอกสารอยางเปนระบบ ดวยการวบรวมผลงานสําหรบั เด็กเปนรายบคุ คลท่ีสามารถบอก เร่ืองราวหรอื ประสบการณท่เี ด็กไดร ับวา เด็กเกดิ การเรียนรแู ละมคี วามกา วหนาเพียงใด ทั้งน้ี ใหนําขอมูลผล การประเมินพฒั นาการเด็กมาพจิ ารณา ปรับปรุงวางแผล การจัดกจิ กรรม และสงเสริมใหเดก็ แตละคนไดร ับ การพัฒนาตามจดุ หมายของหลกั สตู รอยางตอ เนอ่ื ง การประเมนิ พัฒนาการควรยดึ หลัก ดังน้ี ๑. วางแผนการประเมินพฒั นาการอย่างเป็นระบบ ๒. ประเมนิ พฒั นาการเด็กครบทุกดา้ น ๓. ประเมินพฒั นาการเด็กเปน็ รายบุคคลอยา่ งสมํ่าเสมอตอ่ เนื่องตลอดปี ๔. ประเมนิ พฒั นาการตามสภาพจริงจากกิจกรรมประจําวันด้วยเคร่อื งมือและวธิ กี ารทหี่ ลากหลาย ไมค่ วรใชแ้ บบทดสอบ ๕. สรุปผลการประเมิน จัดทาํ ข้อมลู และนําผลการประเมนิ ไปใชพ้ ัฒนาเดก็ สําหรบั วธิ กี ารประเมินท่เี หมาะสมและควรใชก บั เดก็ อายุ ๔ – ๖ ป ไดแก การสังเกต การ บันทกึ พฤตกิ รรม การสนทนากบั เดก็ การสัมภาษณ การวเิ คราะหขอ มูลจากผลงานเดก็ ทเ่ี ก็บอยางมีระบบ ประเภทของการประเมินพัฒนาการ การพัฒนาคณุ ภาพการเรียนรู้ของเด็ก ประกอบด้วย ๑) วัตถุประสงค์ (Objective) ซึ่งตาม หลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ หมายถงึ จุดหมายซึ่งเป็นมาตรฐานคุณลักษณะท่ีพึง ประสงค์ ตัวบง่ ชแี้ ละสภาพที่พึงประสงค์ ๒) การจดั ประสบการณการเรียนรู้ (Learning) ซึง่ เป็น กระบวนการได้มาของความรู้หรือทกั ษะผ่านการกระทาํ สงิ่ ต่างๆทส่ี าํ คัญตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั กาํ หนดให้หรือทเ่ี รยี กวา่ ประสบการณ์สําคญั ในการช่วยอธบิ ายให้ครูเขา้ ใจถงึ ประสบการณ์ท่ีเด็กปฐมวัย ต้องทาํ เพ่ือเรียนรูส้ ่ิงต่างๆรอบตัว และชว่ ยแนะผู้สอนในการสงั เกต สนบั สนนุ และวางแผนการ จดั กิจกรรม
หลกั สตู รปฐมวัย โรงเรียนวัดสายลาํ โพงใต พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๘๗ ๑) แบง่ ตามวตั ถุประสงค์ของการประเมนิ การแบ่งตามวัตถุประสงคข์ องการประเมิน แบ่งได้ ๒ ประเภท ดังนี้ ๑.๑) การประเมินความก้าวหนา้ ของเดก็ (Formative Evaluation) หรือการประเมนิ เพือ่ พฒั นา (Formative Assessment) หรอื การประเมนิ เพ่ือเรยี น (Assessment for Learning) เป็นการ ประเมนิ ระหว่างการจัดระสบการณ์ โดยเกบ็ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกบั ผลพฒั นาการและการเรียนรู้ของเด็กใน ระหว่างทาํ กิจกรรมประจาํ วัน/กจิ วตั รประจาํ วนั ปกติอยา่ งต่อเนอื่ ง บันทึก วเิ คราะห์ แปลความหมายข้อมูล แล้วนํามาใช้ในการสง่ เสริมหรือปรับปรงุ แกไ้ ขการเรียนรขู้ องเดก็ และการจัดประสบการณก์ ารเรียนรู้ของ ผู้สอน การประเมินพฒั นาการกับการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้ของผูส้ อนจงึ เปน็ เรอื่ งท่ีสมั พนั ธ์กันหากขาด สิ่งหน่ึงส่งิ ใดการจัดประสบการณก์ ารเรียนรกู้ ็ขาดประสทิ ธภิ าพ เปน็ การประเมนิ ผลเพ่ือใหร้ จู้ ดุ เดน่ จุดทีค่ วร สง่ เสรมิ ผสู้ อนต้องใช้วธิ ีการและเคร่ืองมือประเมินพัฒนาการทหี่ ลากหลาย เชน่ การสังเกต การสมั ภาษณ์ การรวบรวมผลงานทแี่ สดงออกถงึ ความกา้ วหนา้ แต่ละดา้ นของเด็กเปน็ รายบุคคล การใช้แฟมู สะสมงาน เพ่อื ให้ได้ข้อสรปุ ของประเด็นที่กําหยด สงิ่ ทส่ี ําคัญท่สี ุดในการประเมนิ ความก้าวหนา้ คือ การจัด ประสบการณ์ให้กบั เด็กในลักษณะการเชอ่ื มโยงประสบการณ์เดมิ กบั ประสบการณ์ใหม่ทาํ ใหก้ ารเรยี นรู้ของ เดก็ เพ่ิมพูน ปรบั เปลย่ี นความคดิ ความเขา้ ใจเดมิ ท่ไี ม่ถกู ต้อง ตลอดจนการให้เด็กสามารถพฒั นาการเรียนรู้ ของตนเองได้ ๑.๒) การประเมนิ ผลสรปุ (Summative Evaluation) หรือ การประเมินเพื่อตัดสนิ ผล พัฒนาการ (Summative Assessment) หรอื การประเมนิ สรุปผลของการเรยี นรู้ (Assessment of Learning) เปน็ การประเมินสรุปพฒั นาการ เพือ่ ตัดสินพฒั นาการของเด็กวา่ มคี วามพร้อมตามมาตรฐาน คณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ของหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวยั หรือไม่ เพ่ือเป็นการเช่ือมต่อของการศึกษาระดบั ปฐมวัยกบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ ดังน้นั ผู้สอนจงึ ควรใหค้ วามสําคญั กับการประเมนิ ความก้าวหนา้ ของเด็กในระดับห้องเรียน มากกว่าการประเมินเพ่ือตัดสินผลพฒั นาการของเด็กเมื่อสิ้นภาคเรยี นหรือสิ้นปีการศึกษา ๒) แบง่ ตามระดบั ของการประเมิน การแบ่งตามระดับของการประเมิน แบง่ ไดเ้ ป็น ๒ ประเภท ๒.๑) การประเมินพฒั นาการระดบั ช้ันเรียน เป็นการประเมนิ พัฒนาการท่ีอยใู่ นกระบวนการ จดั ประสบการณ์การเรียนรู้ ผู้สอนดาํ เนนิ การเพื่อพัฒนาเด็กและตดั สนิ ผลการพัฒนาการดา้ นรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคม และสติปญ๎ ญา จากกจิ กรรมหลัก/หน่วยการเรียนรู(้ Unit) ที่ผ้สู อนจัดประสบการณ์ ใหก้ ับเดก็ ผู้สอนประเมินผลพัฒนาการตามสภาพทีพ่ ึงประสงค์และตัวบ่งช้ที ่ีกาํ หนดเปน็ เปูาหมายในแต่ละ แผนการจดั ประสบการณ์ของหนว่ ยการเรียนร้ดู ว้ ยวธิ ีตา่ งๆ เชน่ การสงั เกต การสนทนา การสมั ภาษณ์
หลักสูตรปฐมวัย โรงเรยี นวัดสายลําโพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๘๙ การรวบรวมผลงานท่ีแสดงออกถงึ ความก้าวหนา้ แตล่ ะดา้ นของเด็กเป็นรายบุคคล การแสดงกรยิ าอาการ ตา่ งๆของเด็กตลอดเวลาท่จี ดั ประสบการณ์เรยี นรู้ เพอ่ื ตรวจสอบและประเมินว่าเด็กบรรลตุ ามสภาพท่ีพึง ประสงคล์ ะตวั บ่งช้ี หรือมีแนวโน้มว่าจะบรรลุสภาพทพี่ งึ ประสงค์และตัวบง่ ช้ีเพียงใด แลว้ แกไ้ ขข้อบกพรอ่ ง เป็นระยะๆอยา่ งตอ่ เน่ือง ท้งั น้ี ผู้สอนควรสรุปผลการประเมินพฒั นาการว่า เด็กมผี ลอันเกิดจากการจดั ประสบการณ์การเรยี นรหู้ รือไม่ และมากนอ้ ยเพยี งใด โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือรวบรวมหรือสะสมผลการ ประเมนิ พัฒนาการในกิจกรรมประจาํ วัน/กจิ วัตรประจําวนั /หนว่ ยการเรยี นรู้ หรผื ลตามรูปแบบการประเมิน พฒั นาการท่สี ถานศึกษากาํ หนด เพอื่ นาํ มาเป็นข้อมลู ใช้ปรังปรุงการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้ และเป็น ข้อมูลในการสรปุ ผลการประเมนิ พัฒนาในระดับสถานศึกษาต่อไปอีกดว้ ย ๒.๒) การประเมนิ พฒั นาการระดับสถานศกึ ษา เปน็ การตรวจสอบผลการประเมินพฒั นาการ ของเด็กเปน็ รายบุคคลเปน็ รายภาค/รายปี เพ่ือให้ได้ข้อมูลเก่ยี วกบั การจดั การศึกษาของเดก็ ในระดบั ปฐมวยั ของสถานศกึ ษาวา่ สง่ ผลตามการเรยี นร้ขู องเด็กตามเปาู หมายหรือไม่ เด็กมสี ่งิ ท่ตี อ้ งการได้รับการพัฒนาใน ด้านใด รวมทงั้ สามารถนาํ ผลการประเมนิ พฒั นาการของเด็กในระดับสถานศึกษาไปเปน็ ข้อมูลและ สารสนเทศในการปรับปรุงหลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวัย โครงการหรือวิธีการจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ ตลอดจนการจดั แผนพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาปฐมวัยของสถานศกึ ษาตามแผนการประกันคณุ ภาพ การศกึ ษาและการรายงานผลการพฒั นาคุณภาพเดก็ ต่อผ้ปู กครอง นําเสนอคณะกรรมการถานศึกษาขน้ั พน้ื ฐานรับทราบ ตลอดจนเผยแพรต่ ่อสาธรณชน ชุมชน หรือหน่วยงานตน้ สงั กัดหรือหน่วยงานต้นสังกดั หนว่ ยงานท่ีเก่ียวข้องตอ่ ไป อนึ่ง สาํ หรบั การประเมนิ พัฒนาการเดก็ ปฐมวัยในระดบั เขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาหรือระดับประเทศ นนั้ หากเขตพ้ืนท่ีการศึกษาใดมคี วามพร้อม อาจมีการดาํ เนินงานในลกั ษณะของการสุม่ กลุม่ ตัวอยา่ งเด็ก ปฐมวัยเข้ารบั การประเมนิ ก็ได้ ทัง้ นี้ การประเมินพัฒนาการเดก็ ปฐมวยั ขอให้ถือปฏิบัตติ ามหลักการการ ประเมินพฒั นาการตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐
หลักสูตรปฐมวยั โรงเรียนวัดสายลําโพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย (พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) หนา | ๙๐ บทบาทหนา้ ท�ีของผูเ้ ก่ยี วขอ้ งในการด าเนินงานประเมินพัฒนาการ การดาํ เนินงานประเมินพัฒนาการของสถานศึกษาน้นั ตอ้ งเปดิ โอกาสใหผ้ ู้เก่ยี วข้องเข้ามามีส่วน ร่วมในการประเมินพัฒนาการและร่วมรับผิดชอบอย่างเหมาะสมตามบริบทของสถานศึกษาแตล่ ะขนาด ดงั นี้ ผปู้ ฏิบัติ บทบาทหน้าทใี่ นการประเมินพฒั นาการ ผู้สอน ๑. ศกึ ษาหลักสตู รสถานศึกษาปฐมวัย และแนวการปฏิบัติการประเมนิ พัฒนาการ ตามหลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั ๒. วิเคราะหแ์ ละวางแผนการประเมนิ พฒั นาการทสี่ อดคลอ้ งกับหน่วยการเรียนร้/ู กจิ กรรมประจาํ วนั /กิจวัตรประจําวัน ๓. จดั ประสบการณต์ ามหน่วยการเรียนรู้ ประเมนิ พฒั นาการ และบนั ทึกผลการ ประจําวัน/กจิ วตั รประจําวัน ๔. รวบรวมผลการประเมินพัฒนาการ แปลผลและสรุปผลการประเมินเมื่อสนิ้ ภาค เรยี นและสนิ้ ปกี ารศกึ ษา ๕. สรปุ ผลการประเมินพฒั นาการระดับช้ันเรยี นลงในสมุดบันทกึ ผลการประเมนิ พัฒนาการประจําช้ัน ๖. จดั ทาํ สมุดรายงานประจําตัวนกั เรียน ๗. เสนอผลการประเมินพฒั นาการตอ่ ผบู้ ริหารสถานศกึ ษาลงนามอนมุ ัติ ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา ๑.กําหนดผูร้ บั ผิดชอบงานประเมินพฒั นาการตามหลกั สตู ร และวางแนวทาง ปฏบิ ตั กิ ารประเมินพฒั นาการเดก็ ปฐมวยั ตามหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย ๒. นิเทศ กํากับ ตดิ ตามใหก้ ารดาํ เนินการประเมินพฒั นาการใหบ้ รรลเุ ปาู หมาย ๓. นาํ ผลการประเมินพัฒนาการไปจดั ทาํ รายงานผลการดาํ เนินงานกาํ หนดนโยบาย และวางแผนพัฒนาการจดั การศกึ ษาปฐมวัย พอ่ แม่ ผูป้ กครอง ๑. ให้ความรว่ มมือกบั ผู้สอนในการประเมินพฤตกิ รรมของเดก็ ที่สงั เกตไดจ้ ากทบี่ ้าน เพ่อื เป็นขอ้ มูลประกอบการแปลผลที่เทีย่ งตรงของผู้สอน ๒. รบั ทราบผลการประเมินของเดก็ และสะท้อนใหข้ ้อมูลย้อนกลับท่เี ปน็ ประโยชน์ใน การสง่ เสรมิ และพัฒนาเด็กในปกครองของตนเอง ๓. ร่วมกบั ผู้สอนในการจัดประสบการณ์หรือเปน็ วิทยากรท้องถิ่น คณะกรรมการ ๑. ใหค้ วามเห็นชอบและประกาศใช้หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั และแนวปฏิบัติใน สถานศกึ ษาขนั้ การประเมนิ พัฒนาการตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย พื้นฐาน ๒. รบั ทราบผลการประเมินพัฒนาการของเดก็ เพื่อการประกันคุณภาพภายใน
หลักสตู รปฐมวัย โรงเรยี นวัดสายลําโพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวยั (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๙๑ ผูป้ ฏบิ ตั ิ บทบาทหน้าท่ใี นการประเมินพฒั นาการ สํานกั งานเขตพน้ื ที่ ๑. ส่งเสรมิ การจดั ทําเอกสารหลักฐานว่าด้วยการประเมนิ พัฒนาการของเดก็ ปฐมวยั การศกึ ษา ของสถานศึกษา ๒. ส่งเสริมให้ผสู้ อนในสถานศึกษามีความรู้ ความเข้าใจในแนวปฏบิ ัติการประเมนิ พัฒนาการตามมาตรฐานคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงคต์ ามหลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั ตลอดจนความเขา้ ใจในเทคนิควธิ กี ารประเมินพัฒนาการในรปู แบบต่างๆโดยเนน้ การ ประเมนิ ตามสภาพจริง ๓. ส่งเสรมิ สนับสนนุ ใหส้ ถานศกึ ษาพฒั นาเคร่ืองมอื พฒั นาการตามมาตรฐาน คุณลักษณะทพี่ ึงประสงคต์ ามหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั และการจัดเกบ็ เอกสาร หลกั ฐานการศึกษาอย่างเปน็ ระบบ ๔. ให้คําปรึกษา แนะนําเก่ียวกับการประเมินพัฒนาการและการจดั ทาํ เอกสาร หลักฐาน ๕. จดั ให้มกี ารประเมนิ พัฒนาการเด็กทด่ี ําเนนิ การโดยเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษาหรือ หนว่ ยงานตน้ สังกัดและใหค้ วามรว่ มมือในการประเมินพฒั นาการระดบั ประเทศ แนวปฏบิ ตั ิการประเมินพัฒนาการ การประเมนิ พัฒนาการเด็กปฐมวยั เป็นกิจกรรมท่ีสอดแทรกอย่ใู นการจดั ประสบการณ์ทุกข้นั ตอน โดยเรมิ่ ตั้งแต่การประเมนิ พฤตกิ รรมของเด็กก่อนการจดั ประสบการณ์ การประเมนิ พฤติกรรมเดก็ ขณะ ปฏิบตั ิกจิ รรม และการประเมินพฤติกรรมเดก็ เมื่อสิ้นสดุ การปฏิบตั กิ ิจกรรม ทัง้ นี้ พฤติกรรมการเรียนรู้และ พัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็กท่ีไดร้ บั การประเมินน้นั ตอ้ งเปน็ ไปตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ ตวั บง่ ช้ี และสภาพที่พงึ ประสงค์ของหลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัยทผี่ ู้สอนวางแผนและออกแบบไว้ การ ประเมินพฒั นาการจงึ เปน็ เคร่ืองมือสาํ คญั ที่จะชว่ ยใหก้ ารเรียนรูข้ องเด็กบรรลุตามเปูาหมายเพอื่ นําผลการ ประเมนิ ไปปรับปรงุ พัฒนาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ และใช้เปน็ ข้อมูลสําหรบั การพฒั นาเดก็ ต่อไป สถานศึกษาควรมีกระบวนการประเมินพัฒนาการและการจัดการอย่างเปน็ ระบบสรปุ ผลการประเมนิ พฒั นาการที่ตรงตามความรู้ ความสามารถ ทักษะและพฤติกรรมที่แทจ้ รงิ ของเด็กสอดคลอ้ งตามหลักการ ประเมนิ พฒั นาการ รวมท้ังสะทอ้ นการดําเนนิ งานการประกันคณุ ภาพภายในของสถานศึกษาอย่างเปน็ ระบบและต่อเน่ือง แนวปฏบิ ัติการประเมนิ พัฒนาการเด็กปฐมวัยของสถานศึกษา มดี งั นี้ ๑. หลกั การส าคญั ของการด าเนนิ การประเมินพัฒนาการตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ สถานศกึ ษาทจี่ ัดการศึกษาปฐมวัยควรคํานึงถงึ หลักสําคญั ของการดําเนนิ งานการประเมิน พฒั นาการตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั สาํ หรบั เดก็ ปฐมวัยอายุ ๓ - ๖ ปี ดังนี้
หลกั สูตรปฐมวัย โรงเรียนวัดสายลาํ โพงใต พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๙๒ ๑.๑ ผูส้ อนเปน็ ผรู้ ับผดิ ชอบการประเมนิ พัฒนาการเด็กปฐมวยั โดยเปดิ โอกาสใหผ้ ู้ท่ี เก่ียวขอ้ งมีส่วนร่วม ๑.๒ การประเมนิ พฒั นาการ มจี ุดมุ่งหมายของการประเมนิ เพ่อื พฒั นาความก้าวหนา้ ของเด็กและสรปุ ผลการประเมนิ พัฒนาการของเดก็ ๑.๓ การประเมินพฒั นาการต้องมีความสอดคลอ้ งและครอบคลมุ มาตรฐานคุณลกั ษณะ ทพี่ งึ ประสงค์ ตวั บง่ ช้ี สภาพที่พงึ ประสงค์แต่ละวัยซึ่งกําหนดไว้ในหลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวัย ๑.๔ การประเมินพฒั นาการเปน็ สว่ นหนึ่งของกระบวนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้ ตอ้ งดาํ เนินการด้วยเทคนิควธิ ีการที่หลากหลาย เพ่อื ให้สามารถประเมนิ พฒั นาการเดก็ ได้อย่างรอบด้าน สมดลุ ทัง้ ด้านร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคม และสติป๎ญญา รวมทง้ั ระดับอายุของเด็ก โดยตง้ั อย่บู นพืน้ ฐาน ของความเทย่ี งตรง ยุติธรรมและเชอื่ ถือได้ ๑.๕ การประเมินพัฒนาการพิจารณาจากพฒั นาการตามวัยของเด็ก การสังเกต พฤติกรรมการเรียนรู้และการรว่ มกจิ กรรม ควบคู่ไปในกระบวนการจัดประสบการณก์ ารเรียนรู้ตามความ เหมาะสมของแต่ละระดบั อายุ และรปู แบบการจัดการศึกษา และต้องดาํ เนนิ การประเมนิ อยา่ งต่อเนื่อง ๑.๖ การประเมนิ พัฒนาการต้องเปดิ โอกาสให้ผู้มสี ่วนเกี่ยวข้องทุกฝาุ ยไดส้ ะท้อนและ ตรวจสอบผลการประเมินพัฒนาการ ๑.๗ สถานศกึ ษาควรจัดทําเอกสารบนั ทกึ ผลการประเมนิ พัฒนาการของเด็กปฐมวัยใน ระดบั ชั้นเรยี นและระดบั สถานศึกษา เชน่ แบบบนั ทกึ การประเมนิ พฒั นาการตามหน่วยการจัดประสบการณ์ สมดุ บนั ทึกผลการประเมินพัฒนาการประจาํ ชนั้ เพื่อเป็นหลักฐานการประเมนิ และรายงานผลพัฒนาการ และสมดุ รายงานประจําตวั นักเรียน เพ่ือเป็นการสอื่ สารข้อมูลการพฒั นาการเดก็ ระหวา่ งสถานศกึ ษากับบ้าน ๒. ขอบเขตของการประเมินพฒั นาการ หลักสตู รการศึกษาปฐมวยั โรงเรียนวัดสายลําโพงใต ปก ารศึกษา ๒๕๖๔ (ตามหลักสูตร ปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) ไดกาํ หนดเปูาหมายคณุ ภาพของเดก็ ปฐมวัยเปน มาตรฐานคณุ ลักษณะที่พึง ประสงค ซึง่ ถือเปน คณุ ภาพลักษณะที่พงึ ประสงคท่ตี องการใหเกิดข้นึ ตัวเดก็ เมื่อจบหลกั สตู รการศกึ ษา ปฐมวัย คุณลักษณะทรี่ ะบไุ วในมาตรฐานคุณลักษณะทพ่ี ึงประสงคถ ือเปน ส่งิ จําเปนสาํ หรับเดก็ ทกุ คน ดงั นัน้ สถานศึกษาและหนว ยงานทเี่ กีย่ วของมีหนา ทีแ่ ละความรับผิดชอบในการจัดการศึกษาเพอ่ื พัฒนาเดก็ ใหม ี คณุ ภาพมาตรฐานทีพ่ ึงประสงคก าํ หนด ถอื เปนเครอ่ื งมือสาํ คญั ในการขับเคลอื่ นและพฒั นาคุณภาพ การศกึ ษาปฐมวยั แนวคิดดังกลาวอยูบ นฐานความเชื่อทวี่ า เดก็ ทกุ คนสามารถพัฒนาอยา งมีคุณภาพและเทา เทียมได ขอบเขตของการประเมนิ พฒั นาการประกอบดวย ๒.๑ สิ่งที่จะประเมิน ๒.๒ วธิ แี ละเคร่อื งมือท่ีใช้ในการประเมนิ ๒.๓ เกณฑก์ ารประเมินพัฒนาการ
หลกั สตู รปฐมวยั โรงเรยี นวัดสายลําโพงใต พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย (พุทธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๙๓ ๒.๑ สงิ่ ทจ่ี ะประเมิน การประเมินพฒั นาการสาํ หรับเดก็ อายุ ๓-๖ ปี มเี ปูาหมายสาํ คัญคือ มาตรฐาน คุณลกั ษณะที่พึงประสงคจ์ าํ นวน ๑๒ ข้อ ดังนี้ ๑. พฒั นาการดา้ นรา่ งกาย ประกอบดว้ ย ๒ มาตรฐาน คือ มาตรฐานท่ี ๑ รา่ งกายเจริญเตบิ โตตามวัยและมสี ขุ นสิ ยั ทด่ี ี มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเน้ือใหญ่และกลา้ มเนื้อเลก็ แข็งแรงใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและ ประสานสมั พนั ธก์ นั ๒. พัฒนาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ ประกอบดว้ ย ๓ มาตรฐาน คือ มาตรฐานท่ี ๓ มสี ุขภาพจติ ดีและมคี วามสุข มาตรฐานที่ ๔ ช่ืนชมและแสดงออกทางศลิ ปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว มาตรฐานท่ี ๕ มคี ุณธรรม จริยธรรม และมจี ติ ใจทด่ี ีงาม ๓. พฒั นาการดา้ นสังคม ประกอบด้วย ๓ มาตรฐาน คือ มาตรฐานท่ี ๖ มที ักษะชีวติ และปฏิบตั ติ นตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง มาตรฐานที่ ๗ รกั ธรรมชาติ สิ่งแวดลอ้ ม วัฒนธรรม และความเป็นไทย มาตรฐานที่ ๘ อยรู่ ว่ มกับผู้อน่ื ไดอ้ ยา่ งมีความสุขและปฏบิ ัติตนเป็นสมาชกิ ทดี่ ีของสงั คม ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมุข ๔. พฒั นาการด้านสติปญ๎ ญา ประกอบดว้ ย ๔ มาตรฐาน คือ มาตรฐานท่ี ๙ ใชภ้ าษาสือ่ สารไดเ้ หมาะสมกบั วัย มาตรฐานที่ ๑๐ มคี วามสามารถในการคิดที่เป็นพืน้ ฐานในการเรยี นรู้ มาตรฐานที่ ๑๑ มีจินตนาการและความคดิ สรา้ งสรรค์ มาตรฐานท่ี ๑๒ มีเจตคตทิ ี่ดีต่อการเรียนรู้และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้ เหมาะสมกบั วัย สงิ่ ที่จะประเมินพฒั นาการของเดก็ ปฐมวัยแต่ละด้าน มีดังน้ี ดา้ นร่างกาย ประกอบดว้ ย การประเมนิ การมีนํา้ หนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ สุขภาพอนามัย สุขนสิ ยั ทีด่ ี การรจู้ ักรักษาความปลอดภัย การเคล่ือนไหวและการทรงตวั การเล่นและการ ออกกาํ ลงั กาย และการใชม้ ืออย่างคล่องแคลว่ ประสานสัมพนั ธ์กนั ดา้ นอารมณ์ จติ ใจ ประกอบดว้ ย การประเมนิ ความสามารถในการแสดงออก ทางอารมณ์อย่างเหมาะสมกับวยั และสถานการณ์ ความรู้สกึ ท่ีดตี ่อตนเองและผู้อ่นื มคี วามร้สู กึ เห็นอกเห็น ใจผู้อ่นื ความสนใจ/ความสามารถ/และมีความสุขในการทํางานศลิ ปะ ดนตรี และการเคลอ่ื นไหว ความ รับผิดชอบในการทํางาน ความซื่อสตั ย์สจุ ริตและรสู้ กึ ถูกผิด ความเมตตากรุณา มนี ํ้าใจและช่วยเหลอื แบ่งป๎น ตลอดจนการประหยัดอดออม และพอเพยี ง ดา้ นสงั คม ประกอบดว้ ย การประเมินความมวี นิ ยั ในตนเอง การชว่ ยเหลอื ตนเอง ในการปฏบิ ัตกิ จิ วัตรประจําวัน การระวงั ภัยจากคนแปลกหน้า และสถานการณ์ที่เสยี่ งอันตราย การดูแล รักษาธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม การมีสัมมาคารวะและมารยาทตามวฒั นธรรมไทย รักษาความเปน็ ไทย
หลักสตู รปฐมวยั โรงเรียนวดั สายลําโพงใต พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย (พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) หนา | ๙๔ การยอมรบั ความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งบุคคล การมีสัมพันธท์ ่ีดีกับผู้อื่น การปฏบิ ัตติ นเบ้อื งต้น ในการเปน็ สมาชิกทดี่ ีของสงั คมในระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ ด้านสตปิ ัญญา ประกอบดว้ ย การประเมินความสามารถในการสนทนาโตต้ อบ และเลา่ เรอื่ งให้ผู้อนื่ เขา้ ใจ ความสามารถในการอา่ น เขยี นภาพและสญั ลักษณ์ ความสามารถในการคิด แกป้ ๎ญหา คดิ เชงิ เหตผุ ล คิดรวบยอด การเลน่ /การทาํ งานศิลปะ/การแสดงทา่ ทาง/เคลื่อนไหวตาม จนิ ตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง การมีเจตคติท่ดี ตี ่อการเรียนรแู้ ละความสามารถในการ แสวงหาความรู้ ๒.๒ วิธกี ารและเครื่องมอื ทใ่ี ช้ในการประเมนิ พฒั นาการ การประเมนิ พัฒนาการเด็กแต่ละคร้ังควรใช้วิธกี ารประเมนิ อยา่ งหลากหลายเพื่อให้ได้ ข้อมูลทสี่ มบรู ณท์ สี่ ดุ วิธกี ารที่เหมาะสมและนยิ มใชใ้ นการประเมนิ เด็กปฐมวัยมีดว้ ยกนั หลายวธิ ี ดงั ตอ่ ไปนี้ ๑. การสงั เกตและการบันทกึ การสงั เกตมีอยู่ ๒ แบบคือ การสังเกตอย่างมีระบบ ได้แก่ การสังเกตอยา่ งมจุดมงุ่ หมายทแ่ี นน่ อนตามแผนท่ีวางไว้ และอีกแบบหน่ึงคือ การสังเกตแบบไมเ่ ปน็ ทางการ เป็นการสังเกตในขณะทีเ่ ด็กทาํ กิจกรรมประจาํ วันและเกดิ พฤติกรรมทไี่ ม่คาดคดิ วา่ จะเกิดขึน้ และ ผ้สู อนจดบนั ทกึ ไว้การสงั เกตเป็นวิธกี ารท่ีผู้สอนใชใ้ นการศึกษาพัฒนาการของเด็ก เมือ่ มกี ารสังเกตกต็ ้องมี การบันทึก ผสู้ อนควรทราบว่าจะบนั ทกึ อะไรการบันทึกพฤติกรรมมีความสําคญั อยา่ งย่ิงที่ต้องทําอยา่ ง สม่ําเสมอ เน่ืองจากเด็กเจริญเตบิ โตและเปลย่ี นแปลงอยา่ งรวดเรว็ จงึ ตอ้ งนํามาบันทึกเป็นหลักฐานไวอ้ ยา่ ง ชัดเจน การสงั เกตและการบันทกึ พฒั นาการเด็กสามารถใชแ้ บบง่ายๆคือ ๑.๑ แบบบันทกึ พฤตกิ รรม ใช้บันทกึ เหตกุ ารณ์เฉพาะอยา่ งโดยบรรยายพฤติกรรมเด็ก ผู้บันทึกตอ้ งบันทึกวัน เดอื น ปีเกดิ ของเด็ก และวนั เดอื น ปี ทที่ าํ การบันทกึ แตล่ ะคร้งั ๑.๒ การบนั ทึกรายวัน เปน็ การบันทกึ เหตุการณห์ รือประสบการณห์ รอื ประสบการณท์ ี่ เกิดขึน้ ในช้ันเรียนทุกวนั ถา้ หากบนั ทึกในรปู แบบของการบรรยายก็มักจะเนน้ เฉพาะเดก็ รายที่ตอ้ งการศึกษา ขอ้ ดีของการบนั ทึกรายวันคือ การชใี้ ห้เหน็ ความสามารถเฉพาะอยา่ งของเด็ก จะช่วยกระตนุ้ ใหผ้ ู้สอนได้ พิจารณาป๎ญหาของเดก็ เปน็ รายบุคคลชว่ ยใหผ้ ู้เชยี วชาญมีขอ้ มูลมากข้นึ สําหรับวนิ จิ ฉยั เดก็ ว่าสมควรจะ ไดร้ บั คําปรึกษาเพ่ือลดปญ๎ หาและสง่ เสรมิ พัฒนาการของเด็กได้อยา่ งถูกต้อง นอกจากน้ันยังชว่ ยชี้ให้เหน็ ข้อเสียของการจัดกิจกรรมและประสบการณ์ได้เปน็ อย่างดี ๑.๓ แบบสํารวจรายการ ช่วยให้สามารถวิเคราะห์เด็กแต่ละคนไดค้ ่อนข้างละเอยี ด ๒. การสนทนา สามารถใชก้ ารสนทนาไดท้ ง้ั เป็นกลุม่ หรือรายบคุ คล เพื่อประเมนิ ความสามารถในการแสดงความคิดเห็น และพัฒนาการดา้ นภาษาของเดก็ และบนั ทึกผลการสนทนาลงใน แบบบันทกึ พฤติกรรมหรือบนั ทกึ รายวัน ๓. การสัมภาษณ์ ด้วยวิธีพูดคยุ กบั เด็กเป็นรายบุคคลและควรจัดในสภาวะแวดล้อม เหมาะสมเพ่อื ไม่ให้เกดิ ความเครยี ดและวิตกกังวล ผสู้ อนควรใชค้ ําถามที่เหมาะสมเปิดโอกาสใหเ้ ดก็ ได้คดิ และตอบอย่างอสิ ระจะทําใหผ้ ู้สอนสามารถประเมนิ ความสามารถทางสติป๎ญญาของเด็กแต่ละคนและคน้ พบ ศกั ยภาพในตัวเด็กไดโ้ ดยบนั ทึกข้อมูลลงในแบบสมั ภาษณ์
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154