การดำ�เนินงานพัฒนา ปรบั ปรุง การจดั การอนามยั ส่งิ แวดล้อม สุขาภบิ าลอาหารและน�้ำ ในเรอื นจ�ำ บทที่ ๑ บทนำ� 101 บทที่ บทบาทการด�ำเนินงานของ หน่วยงานที่เก่ียวข้อง
คมู่ อื แนวทาง การจดั การอนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม และสขุ าภบิ าลอาหารและน้�ำ ในเรอื นจ�ำ บทที่ บทบาทการด�ำเนนิ งานของหน่วยงานทีเ่ ก่ียวข้อง การจัดให้มีบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขาภิบาลอาหารและน้�ำ เป็นการด�ำเนิน งานพื้นฐานที่ “เรือนจ�ำ” ซ่ึงเป็นสถานท่ีดูแลผู้ต้องขัง และมีบทบาทในการบริหารจัดการด้าน อาคารสถานทแ่ี ละดำ� เนนิ การตามกฎหมาย และขอ้ ตกลงระหวา่ งประเทศทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เพอ่ื ใหเ้ ปน็ 102 ไปตามมาตรฐานการดูแลผู้ต้องขังด้วยการเคารพสิทธิมนุษยชน และการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังด้วย ความเทา่ เทยี ม นอกจากจะเปน็ ชว่ ยใหผ้ ตู้ อ้ งขงั มคี วามเปน็ อยสู่ มควรทพี่ งึ ไดร้ บั ตามสทิ ธผิ ตู้ อ้ งขงั แลว้ ยังจะมสี ่วนเอื้ออ�ำนวยตอ่ การกลับไปใชช้ ีวิตในสังคมหลงั พน้ โทษต่อไปดว้ ย อยา่ งไรกต็ าม การดำ� เนนิ งานดา้ นอนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม และสขุ าภบิ าลอาหารและนำ้� ดงั กลา่ ว มหี น่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ทัง้ ระดบั นโยบายและระดบั ปฏิบตั ิ ท้งั ในสว่ นกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น ทมี่ บี ทบาทสนบั สนนุ การดำ� เนนิ งาน และชว่ ยเออ้ื อำ� นวยใหเ้ รอื นจำ� มกี ารบรหิ ารจดั การดา้ นอนามยั ส่ิงแวดลอ้ ม และสุขาภิบาลอาหารและนำ้� ไดอ้ ย่างถกู ต้อง และเหมาะสม โดยสังเขป ดงั นี้ 11.1 กระทรวงสาธารณสุข มีหน่วยงานที่เก่ียวข้อง ได้แก่ กรมอนามัย กรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสำ� นกั งานสาธารณสุขจงั หวดั โดยมบี ทบาทท่เี กี่ยวขอ้ ง ดงั น้ี กรมอนามยั สนบั สนนุ เกย่ี วกบั องคค์ วามรดู้ า้ นอนามยั สงิ่ แวดลอ้ ม และสขุ าภบิ าลอาหารและนำ�้ รวมทงั้ การประเมนิ ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพจากปจั จยั เสยี่ งดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม สนบั สนนุ การดำ� เนนิ การ ตามกฎหมายสาธารณสุข นอกจากนี้ ยังมีศูนย์ห้องปฏิบัติการ กรมอนามัย ซึ่งท�ำหน้าท่ีตรวจ วิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ อาทิ การตรวจคุณภาพน�้ำบริโภคและน�้ำเสีย เป็นต้น ในส่วน ภมู ภิ าค มีศนู ย์อนามยั ท่ี 1 - 12 และในกรุงเทพมหานคร มีสถาบนั พฒั นาสุขภาวะเขตเมอื งทเี่ ปน็ หน่วยสนับสนุน และใหค้ ำ� ปรึกษาทางวิชาการในด้านดังกลา่ วในระดบั พ้ืนที่
บทบาทการดำ�เนินงานของหน่วยงานทีเ่ กยี่ วขอ้ ง กรมควบคุมโรค สนับสนุนเกี่ยวกับการเฝ้าระวังโรค สนับสนุนวิชาการด้านอาชีวอนามัย 103 และความปลอดภัยจากการท�ำงาน การตรวจวิเคราะห์ทางชีวภาพ และวิเคราะห์ตัวอย่าง สิ่งแวดล้อมทางห้องปฏบิ ตั ิการ โดยสำ� นกั งานป้องกันควบคมุ โรค กรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ สนับสนนุ การตรวจวิเคราะห์ดา้ นอาหาร ยา วัตถดุ ิบที่อาจมี การปนเป้ือนสารพิษต่าง ๆ ส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สนับสนุนและให้ค�ำปรึกษา ตรวจประเมินด้านอนามัย สง่ิ แวดลอ้ ม และสขุ าภบิ าลอาหารและนำ้� ใหก้ บั เรอื นจำ� สถานประกอบการ กจิ การทเี่ ปน็ อนั ตราย ตอ่ สขุ ภาพ และการด�ำเนนิ งานตามกฎหมายสาธารณสขุ ขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ 11.2 กระทรวงมหาดไทย มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น มีบทบาทในการส่งเสริม สนับสนุนให้องค์กรปกครอง สว่ นทอ้ งถนิ่ ปฏบิ ตั งิ านตามอำ� นาจหนา้ ทภ่ี ายใตห้ ลกั ธรรมมาภบิ าล และด�ำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ประกอบดว้ ย การบงั คบั ใชก้ ฎหมาย สขุ าภบิ าลอาหาร การจัดการมูลฝอย ฯลฯ และด�ำเนินงานตามกฎหมายควบคุม อาคาร พ.ศ. 2522
ค่มู อื แนวทาง การจดั การอนามยั ส่งิ แวดล้อม และสุขาภิบาลอาหารและน้ำ� ในเรอื นจ�ำ 11.3 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหี นว่ ยงานทีเ่ ก่ียวข้อง ไดแ้ ก่ กรมควบคุมมลพิษ สำ� นักงาน ส่ิงแวดล้อมภาค และส�ำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมจงั หวัด มบี ทบาทสนับสนนุ หนว่ ยงานตา่ ง ๆ รวมทั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดการมูลฝอย การจัดการ นำ�้ เสยี และการดำ� เนนิ งานตามพระราชบญั ญตั ิ สง่ เสรมิ และรกั ษา คุณภาพส่ิงแวดลอ้ ม พ.ศ. 2535 11.4 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ แตล่ ะแหง่ จะมขี อบเขตอำ� นาจหนา้ ทข่ี องตนเอง โดยทว่ั ไปแลว้ คือ การจัดท�ำ “บริการสาธารณะ” เป็นการจัดท�ำภารกิจเพื่อตอบสนองความต้องการและ ความส�ำคัญ ต่อความเป็นอยู่ของประชาชน และเพ่ือตอบสนองความต้องการของคนในท้องถ่ิน 104 เกย่ี วกบั สภาพแวดลอ้ ม การอำ� นวยความสะดวก รวมไปถงึ การจดั สวสั ดกิ ารใหค้ นในทอ้ งถนิ่ โดยตรง อาทิ มบี ทบาทในการจดั การมลู ฝอย ระบบบำ� บดั นำ้� เสยี ชมุ ชน และจดั บรกิ ารดา้ นนำ�้ ประปา เปน็ ตน้ การบรหิ ารจดั การดา้ นอนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม สขุ าภบิ าลอาหาร และนำ�้ สะอาด สำ� หรบั เรอื นจำ� จ�ำเป็นต้องมีการด�ำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เก่ียวข้อง ซึ่งสามารถด�ำเนินงานร่วมกัน ในรปู คณะกรรมการหรือคณะทำ� งานรว่ ม หรอื รูปแบบอื่นใด ตามความเหมาะสมของแต่ละพ้นื ที่ ท้ังนี้ เพื่อให้การด�ำเนินงานสามารถเชื่อมโยง บูรณาการ และเกิดประสิทธิผลตามเป้าหมาย ทก่ี �ำหนดได้
บทท่ี ๑ บทนำ� 105 บทที่ แนวทางปฏิบัติด้านสาธารณสุขในการป้องกันการแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
คมู่ ือแนวทาง การจดั การอนามยั สง่ิ แวดล้อม และสขุ าภิบาลอาหารและน้ำ� ในเรอื นจ�ำ บทที่ แนวทางปฏบิ ตั ดิ า้ นสาธารณสขุ ในการปอ้ งกนั การแพรร่ ะบาด ของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 106 สถานการณ์การเกิดโรคระบาดในประเทศไทยปี 2563 มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน และสถานที่ ท�ำงานทง้ั หนว่ ยงานภาครฐั ภาคเอกชน และสถานประกอบการ รวมท้ังเรอื นจ�ำ และทัณฑสถาน ปัจจบุ นั เรอื นจำ� และทณั ฑสถานแต่ละแห่งมีผตู้ อ้ งขังจำ� นวนมาก มคี วามแออัด รวมทง้ั ชว่ งเวลา ที่ให้ผู้ต้องขังได้ท�ำงานภายนอกหรือช่วงญาติมาเย่ียม จึงมีโอกาสแพร่กระจายเช้ือโรค ดังน้ัน จงึ ควรมกี ารดแู ลเพอ่ื ปอ้ งกนั และลดการแพรก่ ระจายของเชอ้ื โรคในบรเิ วณพน้ื ทตี่ า่ ง ๆ โดยเฉพาะ จดุ เสย่ี งการแพรก่ ระจายเชอื้ โรค ระหวา่ งญาติ ผมู้ าตดิ ตอ่ และผตู้ อ้ งขงั รวมทง้ั เจา้ หนา้ ทเี่ รอื นจำ� ได้แก่ อาคาร อุปกรณ์ ส่ิงของ หรือเคร่ืองใช้ท่ีมีการใช้งานร่วมกันของผู้ต้องขังหรือเจ้าหน้าที่ โดยค�ำแนะน�ำการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในอนาคตสามารถนำ� มาประยกุ ตใ์ ชเ้ พอื่ ปอ้ งกนั การแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) และสามารถใชไ้ ด้กบั ทกุ ประเภทของเรอื นจำ� ดังนี้
แนวทางปฏบิ ตั ดิ ้านสาธารณสุขในการป้องกนั การแพรร่ ะบาด ของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 12.1 การเยี่ยมญาติของผู้ต้องขัง 107 1. จัดให้มีจุดคัดกรองผู้ปฏิบัติงาน และญาติผู้ต้องขังที่เข้ามาเย่ียม กรณีพบผู้ที่เข้าข่าย มีอาการไข้ ไอ จาม มีนำ้� มกู หายใจเหน่ือยหอบหรือมปี ระวตั ไิ ปในพ้ืนท่ีเสย่ี ง ให้งดการเขา้ เยย่ี ม ผ้ตู อ้ งขงั และแนะนำ� ใหพ้ บเจา้ หน้าท่ีสาธารณสุข 2. จดั ใหม้ จี ดุ บรกิ ารเจลแอลกอฮอลส์ ำ� หรบั ทำ� ความสะอาดมอื บรเิ วณจดุ เสยี่ งตา่ ง ๆ เชน่ บรเิ วณจดุ ทีญ่ าติผู้ตอ้ งขงั หรือเจา้ หนา้ ที่มีโอกาสสมั ผัส จดุ ท่มี ีการใช้รว่ มกัน เป็นตน้ เพอื่ ป้องกนั และลดการแพร่กระจายของเช้อื โรค 3. การเยย่ี มผตู้ อ้ งขงั กำ� หนดใหญ้ าติ รวมทง้ั ผตู้ อ้ งขงั ใสห่ นา้ กากอนามยั หรอื หนา้ กากผา้ ทุกครงั้ ท่ีเขา้ มาเย่ยี มผูต้ อ้ งขังในเรือนจ�ำ ตามเวลาทีเ่ รอื นจำ� ก�ำหนด 12.2 การดูแลอาคารสถานที่ 1. อาคารสถานที่ 1.1 ท�ำความสะอาดบริเวณพื้นที่โดยรอบอาคาร และจุดเสี่ยงท่ีมีการใช้งานร่วมกัน เชน่ บรเิ วณกลอนหรือลกู บดิ ประตู ราวจับ ราวบันได จุดประชาสัมพนั ธ์ จุดชำ� ระเงนิ สวติ ชไ์ ฟ ปมุ่ กดลฟิ ต์ เปน็ ตน้ โดยบรเิ วณพนื้ ผวิ ทเ่ี ปน็ โลหะ สามารถใชแ้ อลกอฮอล์ 70% บรเิ วณพน้ื ผวิ ทว่ั ไป ใชน้ ำ�้ ยาฟอกขาวเจือจาง 1 สว่ นในน�้ำ 99 ส่วน (ความเขม้ ขน้ 0.05%) 1.2. จดั ใหม้ นี ำ้� สบู่ สำ� หรบั การลา้ งมอื หรอื เจลแอลกอฮอล์ ในบรเิ วณทม่ี กี ารอยรู่ ว่ มกนั เชน่ เรือนนอน โรงอาหาร ลานกจิ กรรม พน้ื ท่หี รอื บริเวณเยยี่ มญาติ เป็นตน้ 1.3 หอ้ ง หรอื สถานท่ี ทมี่ กี ารใชง้ านรว่ มกนั ควรดแู ลใหม้ กี ารระบายอากาศอยา่ งเพยี งพอ หากมเี ครอ่ื งปรบั อากาศให้ท�ำความสะอาดระบบระบายอากาศอย่างสม่ำ� เสมอ
คู่มือแนวทาง การจัดการอนามัยส่งิ แวดล้อม และสุขาภบิ าลอาหารและน�ำ้ ในเรือนจำ� 2. หอ้ งส้วม ท่ีอาบน�้ำ 2.1 ท�ำความสะอาดบริเวณห้องส้วม และจุดท่ีมีการสัมผัสบ่อย ๆ ได้แก่ กลอน หรือลูกบิดประตู สามารถใช้แอลกอฮอล์ 70% ส�ำหรับพ้ืนห้องส้วม โถส้วม ที่กดชักโครกหรือ โถปสั สาวะ สายฉดี ชำ� ระ ฝารองนงั่ กอ๊ กนำ�้ อา่ งลา้ งมอื ใชน้ ำ้� ยาฟอกขาวเจอื จาง 1 สว่ นในนำ�้ 9 สว่ น (ความเขม้ ขน้ 0.5%) ราดทง้ิ ไวอ้ ยา่ งนอ้ ย 15 นาที แลว้ ลา้ งดว้ ยนำ้� สะอาด สำ� หรบั อา่ งทใ่ี สน่ ำ�้ อาบ ของผตู้ อ้ งขงั ใหท้ ำ� ความสะอาดทกุ วนั 2.2 ท�ำความสะอาดอุปกรณ์ท�ำความสะอาดที่ต้องน�ำกลับมาใช้ใหม่ เช่น ไม้ถูพื้น ผ้าถูพ้ืน โดยซักด้วยผงซักฟอก หรือแช่น�้ำยาฟอกขาว แล้วซักด้วยน�้ำสะอาดอีกคร้ัง และน�ำไป ตากแดดใหแ้ หง้ กอ่ นนำ� กลบั มาใชง้ านอกี ครง้ั 2.3 ท�ำความสะอาดบริเวณอ่างล้างมือและห้องส้วมอย่างสม�่ำเสมอ และจัดให้มีสบู่ สำ� หรบั ลา้ งมอื อยา่ งเพยี งพอ 108 3. เรือนนอน 3.1 ทำ� ความสะอาดอาคารและบรเิ วณโดยรอบอยา่ งสมำ�่ เสมอ เชน่ พน้ื ผนงั ประตู หอ้ งนอน เปน็ ตน้ 3.2 ท�ำความสะอาดจุดหรือบริเวณที่มีการใช้ร่วมกัน เช่น กลอนหรือลูกบิดประตู ราวจบั หรอื ราวบนั ได ดว้ ยนำ้� ยาทำ� ความสะอาดอยา่ งสมำ่� เสมอ 3.3 จดั ใหม้ จี ดุ บรกิ ารเจลแอลกอฮอลส์ ำ� หรบั ทำ� ความสะอาดมอื 3.4 จดั ใหม้ กี ารระบายอากาศทเ่ี หมาะสม
แนวทางปฏิบัติด้านสาธารณสขุ ในการป้องกันการแพรร่ ะบาด ของโรคตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 4. สทู กรรม 109 4.1 ผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงาน ตองด�ำเนินการให้ถูกต้องตามหลัก สุขาภิบาลอาหาร โดยเฉพาะจุดเส่ียงหลัก ได้แก จุดปรุง ประกอบอาหาร โตะ เก้าอ้ี พื้น สขุ อนามยั ของผสู้ มั ผสั อาหารและผตู้ อ้ งขงั รวมถงึ ลา้ งภาชนะอปุ กรณห์ รอื สงิ่ ของเครอื่ งใชใ้ หส้ ะอาด เปน็ ประจำ� ทกุ วนั 4.2 เฝา้ ระวงั ผสู้ มั ผสั อาหาร ไมไ่ อ จามรดอาหาร และลา้ งมอื อยา่ งสมำ�่ เสมอดว้ ยสบู่ และนำ�้ กอ่ นหยบิ หรอื จบั อาหาร สวมหนา้ กากขณะปฏบิ ตั งิ าน หากมอี าการเจบ็ ปว่ ย เชน่ มไี ข้ ไอ จาม มนี ำ�้ มกู หรอื เหนอื่ ยหอบ ใหห้ ยดุ งาน และพบแพทยท์ นั ที 4.3 มกี ารปรงุ ประกอบอาหารใหส้ กุ สะอาด เมอื่ อาหารปรงุ สำ� เรจ็ ตอ้ งเกบ็ ไวใ้ นภาชนะ ทส่ี ะอาด มฝี าปดิ ภาชนะหรอื อปุ กรณป์ กปดิ อาหารทสี่ ะอาด 4.4 จดั ใหม้ จี ดุ บรกิ ารนำ้� และสบู่ หรอื เจลแอลกอฮอลส์ ำ� หรบั ทำ� ความสะอาดมอื 5. โรงเล้ียงอาหาร 5.1 ทำ� ความสะอาดบรเิ วณโดยรอบโรงเลยี้ งอาหาร และสง่ิ ของเครอื่ งใช้ เชน่ โตะ๊ อาหาร เก้าอี้ อุปกรณ์ท่ีใช้ในการรับประทานอาหาร รวมถึงอุปกรณ์ท�ำความสะอาดอื่นใด ด้วยน�้ำยา ทำ� ความสะอาดอยา่ งสมำ่� เสมอ 5.2 จดั ทน่ี ง่ั ในโรงเลยี้ งอาหารสำ� หรบั ผตู้ อ้ งขงั ใหม้ รี ะยะหา่ งทเี่ หมาะสม 1 - 2 เมตร 5.3 จดั ใหม้ ภี าชนะและของใชส้ ว่ นบคุ คลสำ� หรบั ผตู้ อ้ งขงั และดแู ลใหส้ ะอาดเสมอ เชน่ แกว้ นำ�้ ดม่ื จาน ชอ้ น เปน็ ตน้ เพอื่ ปอ้ งกนั การปนเปอ้ื นเชอื้ โรค 5.4 จัดให้มีน�้ำดื่มที่สะอาด และมีการท�ำความสะอาดเคร่ืองกรองน้�ำ ภาชนะ กกั เกบ็ นำ�้ ตามรอบการทำ� ความสะอาดทก่ี ำ� หนดไว้ 6. สถานพยาบาล 6.1 ก�ำหนดเส้นทางเข้า - ออก สถานพยาบาลทชี่ ดั เจน เพอ่ื ใหส้ ามารถคดั กรอง ไดอ้ ยา่ งครอบคลมุ 6.2 จัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ ทำ� ความสะอาดมอื ไวใ้ นบรเิ วณพนื้ ทสี่ ว่ นกลาง เชน่ ในสถานพยาบาล ประตทู างเขา้ - ออก เปน็ ตน้
คมู่ อื แนวทาง การจดั การอนามัยส่ิงแวดล้อม และสุขาภิบาลอาหารและน�ำ้ ในเรือนจ�ำ 6.3 กำ� หนดระยะหา่ งระหวา่ งทนี่ ง่ั รอของผตู้ อ้ งขงั 1 - 2 เมตร หรอื กำ� หนดจำ� นวน ผตู้ อ้ งขงั ไมเ่ กนิ ครงึ่ หนง่ึ ของความจขุ องสถานพยาบาล 6.4 ทำ� ความสะอาดบรเิ วณโดยรอบสถานพยาบาล และอปุ กรณใ์ นสถานพยาบาล เชน่ อปุ กรณก์ ารรกั ษา ชดุ ปฐมพยาบาล เปลปฐมพยาบาล โตะ๊ และเกา้ อี้ หลงั ใชง้ านทกุ ครงั้ 6.5 เจ้าหน้าปฏิบัติงานในสถานพยาบาลผ่านการอบรมความรู้โรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19) และทกั ษะการปอ้ งกนั ตนเอง รวมทง้ั การใสช่ ดุ อปุ กรณป์ อ้ งกนั ตนเอง แกเ่ จา้ หนา้ ทหี่ อ้ งพยาบาล และอาสาสมคั รสาธารณสขุ เรอื นจำ� (อสรจ.) 6.6 เจา้ หนา้ ปฏบิ ตั งิ านในสถานพยาบาลประสานและกำ� หนดแนวทาง (แบบละเอยี ด) รว่ มกนั กบั โรงพยาบาลในพน้ื ที่ ใหค้ รอบคลมุ - การแจง้ เหตุ - การเคลอ่ื นยา้ ยผปู้ ว่ ย หรอื ผปู้ ว่ ยสงสยั - การขอรบั คำ� ปรกึ ษา 110 6.7 หากพบผู้ต้องขัง หรือเจ้าหน้าที่ป่วยพร้อมกันจ�ำนวนมากอย่างผิดปกติ ให้แจ้ง เจา้ หนา้ ทสี่ าธารณสขุ ในพน้ื ท่ี เพอื่ สอบสวนและควบคมุ โรคตอ่ ไป 7. ท่ีพักขยะ 7.1 จัดให้มีถังขยะที่มีฝาปิดและให้มีการเก็บรวบรวมขยะเป็นประจ�ำ และดูแล ความสะอาดบรเิ วณโดยรอบเปน็ ประจำ� ทกุ วนั 7.2 ส�ำหรับขยะที่เก็บรวบรวมได้ ให้จัดเก็บไว้ท่ีพักขยะเพ่ือรอการเก็บขนไปก�ำจัด ตอ่ ไป ทง้ั น้ี ทพ่ี กั ขยะตอ้ งสามารถปอ้ งกนั สตั วแ์ ละแมลงพาหะนำ� โรคได้ 8. ลานกิจกรรม 8.1 จดั ใหม้ จี ดุ บรกิ ารเจลแอลกอฮอลส์ ำ� หรบั ทำ� ความสะอาดมอื 8.2 ทำ� ความสะอาดบรเิ วณโดยรอบ ดว้ ยนำ้� ยาทำ� ความสะอาดอยา่ งสมำ�่ เสมอ 8.3 ควรจดั ใหม้ กี ารเหลอ่ื มเวลาสำ� หรบั ผตู้ อ้ งขงั ในการเขา้ รว่ มทำ� กจิ กรรม 8.4 งด หรือ หลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่จะท�ำให้ ผตู้ อ้ งขงั มารวมตวั กนั จำ� นวนมาก และหากจำ� เปน็ ตอ้ งมี มาตรการปอ้ งกนั การแพรร่ ะบาดของโรค เชน่ ลดเวลา ท�ำกิจกรรมให้น้อยลง ลดจ�ำนวนคน เว้นระยะห่าง ระหวา่ งบคุ คล ไมน่ อ้ ยกวา่ 1 - 2 เมตร
การควบคุมสัตว์และแมลงพาหะนำ�โรค 12.3 สุขอนามัยส่วนบุคคลผู้ต้องขัง 111 1. ซกั ทำ� ความสะอาดเสอ้ื ผา้ เครอ่ื งนงุ่ หม่ และตากแดดเปน็ ประจำ� ทกุ วนั 2. จัดให้มีภาชนะและของใช้ส่วนบุคคลส�ำหรับผู้ต้องขัง และดูแลให้สะอาดเสมอ เช่น แกว้ นำ้� ดม่ื 3. จัดให้มีสถานท่ี และน้�ำส�ำหรับล้างมือ พร้อมสบู่ ที่สามารถใช้ได้ตลอดเวลา ทั้งก่อนรับประทานอาหาร หลังการใช้ส้วม หรือหลังจากไอ จาม หรือหลังจากการท�ำกิจกรรม ทมี่ โี อกาสสมั ผสั กบั เชอ้ื โรค 4. หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก โดยไม่จ�ำเป็น เพื่อป้องกันเช้ือโรค เขา้ สรู่ า่ งกาย 5. ดแู ลตวั เองดว้ ยการออกกำ� ลงั กายสมำ่� เสมอ และพกั ผอ่ นใหเ้ พยี งพอ 6. หมนั่ สงั เกตตนเอง หากพบมอี าการไข้ ไอ จาม มนี ำ้� มกู หรอื เหนอ่ื ยหอบ ใหแ้ จง้ เจา้ หนา้ ที่ ผคู้ มุ พยาบาลเรอื นจำ� ตามลำ� ดบั เพอ่ื รบั การตรวจวนิ จิ ฉยั และรกั ษาตอ่ ไป 12.4 การปฏิบัติตัวของเจ้าหน้าที่เรือนจ�ำ 1. จดั ใหม้ จี ดุ คดั กรองเจา้ หนา้ ทเ่ี รอื นจำ� หากอาการไข้ ไอ จาม มนี ำ�้ มกู หรอื เหนอ่ื ยหอบ ใหแ้ จง้ ใหผ้ บู้ งั คบั บญั ชาทราบ และไปพบแพทยท์ นั ที 2. เจา้ หนา้ ทเ่ี รอื นจำ� หากเคยไปในพนื้ ทเ่ี สย่ี งตามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ตอ้ งปฏบิ ตั ิ ตามมาตรการเฝา้ ระวงั อยา่ งเครง่ ครัด
คู่มือแนวทาง การจัดการอนามยั ส่งิ แวดลอ้ ม และสุขาภิบาลอาหารและน�ำ้ ในเรือนจ�ำ 3. ให้ความรู้ ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสาร อย่างสม่�ำเสมอ และทันต่อสถานการณ์ แก่ผู้ต้องขงั เช่น การปฏิบัตติ ัวและป้องกันตนเอง การสวมหนา้ กากทถ่ี ูกวิธี ข้ันตอนการล้างมือ ทถี่ ูกต้อง เปน็ ต้น 4. หม่ันสังเกตผู้ต้องขัง หากพบมีอาการไข้ ไอ จาม มีน�้ำมูก หรือเหนื่อยหอบ ให้แจ้ง ผบู้ ังคับบัญชาและพาไปพบแพทย์ทันที 5. ดูแลรักษาสุขภาพตนเองด้วยการกินอาหารปรุงสุกใหม่ ออกก�ำลังกายสม่�ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ หากมีอาการเจ็บปว่ ย เช่น มไี ข้ ไอ จาม เจบ็ คอ มีนำ�้ มกู เหนื่อยหอบ หรือกรณีมีคนในครอบครวั ปว่ ยด้วยโรค COVID-19 หรือสัมผสั ใกลช้ ดิ กบั ผู้ป่วยโรค COVID-19 ให้หยุดปฏิบตั ิงานและแจง้ ใหผ้ บู้ ังคับบญั ชาทราบ และไปพบแพทย์ทนั ที 6. เจ้าหน้าท่ีเรือนจ�ำ ท่ีปฏิบัติงานเกี่ยวกับการดูแลความสะอาด ควรให้ความส�ำคัญ ในการปอ้ งกนั ตนเองจากการรบั เชอื้ และเปน็ แหลง่ แพรก่ ระจายของเชอ้ื โรค รวมทงั้ ปอ้ งกนั ตนเอง จากสารเคมีที่ใช้ระหว่างปฏิบัติงาน จึงควรสวมชุดอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลในขณะ 112 ปฏิบัตงิ าน เชน่ ใชห้ น้ากากผา้ สวมถุงมอื ยาง ผ้ายางกนั เป้ือน รองเท้าพ้ืนยางหุ้มแข้ง หลีกเล่ียง การใชม้ ือสัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมกู โดยไมจ่ �ำเปน็ หลังจากเสร็จส้ินการปฏิบัตงิ านในแต่ละคร้ัง ล้างมอื ให้สะอาดด้วยสบู่และน�้ำ และเม่อื ปฏบิ ตั งิ านเสรจ็ ในแตล่ ะวัน หากเป็นไปได้ ควรอาบน�้ำ และเปล่ยี นเสอื้ ผ้าทนั ที 7. จัดให้มีห้องหรือพื้นท่ีแยกเฉพาะ ส�ำหรับแยกสังเกตอาการหรือเฝ้าระวังส�ำหรับ ผตู้ อ้ งขงั ที่อยูใ่ นกล่มุ ทเี่ ข้าขา่ ยต้องเฝ้าระวัง 8. จัดเตรียมความพร้อมส�ำหรับเจ้าหน้าทีเ่ รอื นจ�ำ อาคารสถานที่ และผตู้ ้องขงั ในกรณี มีการระบาดโรคตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ในเรอื นจ�ำ
บรรณานุกรม 113
คูม่ ือแนวทาง การจดั การอนามัยส่งิ แวดลอ้ ม และสขุ าภิบาลอาหารและน�ำ้ ในเรอื นจำ� บ รรณานุกรม กองบริการทางการแพทย์ กรมราชทัณฑ์ 2556. คู่มือการด�ำเนินงานตามมาตรฐานส่ิงจ�ำเป็นขั้นพ้ืนฐาน สำ� หรบั ผู้ตอ้ งขัง. พมิ พ์ครงั้ ท่ี 1. นวิ ธรรมดาการพมิ พ.์ กองบริการทางการแพทย์ กรมราชทัณฑ์. 2560. เอกสาร คู่มือการควบคุมดูแลคุณภาพน�้ำในเรือนจ�ำ/ ทัณฑสถาน. กองบริหารการสาธารณสุข ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. 2562. แนวทางการพัฒนาระบบ บริการสาธารณสขุ สำ� หรบั ผู้ต้องขังในเรอื นจ�ำ. สมุทรสาคร; บรษิ ัท บอร์น ทู บี พับลิชชงิ่ จ�ำกัด พัฒนา มูลพฤกษ์. 2550. พิมพ์ครั้งที่ 4. อนามัยส่ิงแวดล้อม. กรุงเทพฯ; ส�ำนักงานกิจการ โรงพิมพ์ องคก์ ารสงเคราะหท์ หารผา่ นศึก สถาบนั เพื่อการยตุ ธิ รรมแห่งประเทศไทย. 2559. ค่มู อื ฉบับยอ่ ขอ้ กำ� หนดมาตรฐานข้ันตำ่� แห่งสหประชาชาติ ว่าดว้ ยการปฏบิ ัตติ ่อผูต้ อ้ งขังฉบับปรบั ปรงุ (ขอ้ กำ� หนดแมนเดลา). เขา้ ถงึ ได้จาก https://cdn.penalreform.org/wp-content/uploads/2016/01/PRI_Mandela-Rules_ 114 Short_Guide_THAI_Lowres.pdfเมอ่ื วนั ที่ 20 มกราคม 2563 สำ� นกั สขุ าภบิ าลอาหารและนำ�้ กรมอนามยั . 2556. คมู่ อื วชิ าการสขุ าภบิ าลอาหารสำ� หรบั เจา้ หนา้ ที่ Principles of Food Sanitation Inspector. กรุงเทพฯ; โรงพิมพ์ ศูนยส์ ่อื และสิ่งพิมพ์แก้วเจ้าจอม ส�ำนักอนามัยส่ิงแวดล้อม กรมอนามัย. 2551. คู่มือวิชาการ อนามัยส่ิงแวดล้อมพื้นฐานส�ำหรับเจ้าพนักงาน สาธารณสุข ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535. กรุงเทพฯ; ส�ำนักงานกิจการ โรงพมิ พอ์ งค์การสงเคราะหท์ หารผา่ นศกึ Environmental Health in Prison. เขา้ ถึงได้จาก https://www.researchgate.net/figure/Environmental-health-and-hygiene- exposures-blue-and-health-outcomes-red-in_fig1_329804074 เมอ่ื วนั ที่ 1 มกราคม 2563 ICRC. 2004. คมู่ ือปฏบิ ตั ิการดูแลสุขภาพในสถานที่คุมขัง. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก https://blogs.icrc.org/th/2019/09/19/3595/เมอื่ วันที่ 27 ธันวาคม 2562 ICRC.2013. น้�ำ สุขาภบิ าล สขุ อนามยั และทีพ่ กั ในเรอื นจ�ำ. ค�ำแนะนำ� เพิม่ พเิ ศษ. เจนวี า; เข้าถึงได้จาก http://www.icrc.org/eng/resources/documents/publication/p4083.htm เมื่อวนั ที่ 27 ธนั วาคม 2562 Michelle Baybuttand Khadoudja Chemlal.Health-promoting prisons: theory to practice. เข้าถงึ ไดจ้ าก https://journals.sagepub.com/doi/pdf เมอ่ื วันท่ี 31 ธันวาคม 2562 P.G. Nembrini. 2013. พิมพ์คร้ังท่ี 2. นำ้� สุขาภิบาล สุขอนามัย และที่อย่อู าศัยในเรือนจำ� . ICRC เจนีวา: เขา้ ถงึ ไดจ้ าก http://www.icrc.org/eng/resources/documents/publication/p0823.htm
แนวทางปฏิบตั ดิ า้ นสาธารณสุขในการป้องกนั การแพร่ระบาด ของโรคตดิ เชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ภาคผนวก 115
คู่มือแนวทาง การจัดการอนามัยส่ิงแวดล้อม และสุขาภิบาลอาหารและน�ำ้ ในเรอื นจำ� ภาคผนวก 1 แนวทางการประเมนิ การจดั การอนามัยสง่ิ แวดล้อม สว่ นท่ี 1 ขอ้ มลู ท่วั ไป ชือ่ เรอื นจ�ำ..........................................................................วนั /เดอื น/ปี ที่ประเมนิ .............................................................. ประเภทเรือนจ�ำ................................................................................................................................................................................ ทตี่ ง้ั เรอื นจำ� เลขท.่ี ...........................หมทู่ .ี่ ..............ตำ� บล.............................อำ� เภอ.........................จงั หวดั .......................... โทรศัพท.์ ...................................................โทรสาร.............................................E-mail.............................................................. จำ� นวนผตู้ อ้ งขงั ..............................คน จำ� นวนผตู้ อ้ งขงั ชาย......................คน จำ� นวนผตู้ อ้ งขงั หญงิ ...................คน สว่ นที่ 2 การจัดการดา้ นอนามยั ส่งิ แวดลอ้ มพ้ืนฐาน สุขาภิบาลอาหารและน้ำ� (4 หมวด 20 ขอ้ ) ผลการประเมิน ขก้อาเรสพนฒั อนแนา/ะ ปรบั ปรงุ 116 แนวทางการประเมนิ ครงั้ ที่ 1 คร้ังที่ 2 หมวดท่ี 1 ดา้ นอนามัยสิง่ แวดลอ้ ม ตาม ตอ้ ง ตาม ตอ้ ง เกณฑ์ ปรบั ปรุง เกณฑ์ ปรบั ปรงุ 1. มีการจัดพนื้ ทใี่ ชส้ อยเป็นสดั ส่วน และเหมาะสม เช่น หอ้ งพยาบาล ดพืม่ืน้ นทำ้สี่� ำห�หอ้ รงับสร้วับมปหรอ้ะงทอาานบอนา้ำห� าแรล/ะ พ้นื ทอี่ ืน่ ๆ ท่จี ำ�เป็น พรอ้ มจดั ใหม้ ีปา้ ย แสดงไว้ 2. จดั การด้านแสงสวา่ งใหม้ ีความ เข้มแสงเพยี งพอและเหมาะสม ตอ่ การปฏิบตั งิ านหรอื การทำ�กิจกรรม น้ัน ๆ 3. มกี ารระบายอากาศภายในอาคาร ท่ีเพียงพอและเหมาะสม 4. สภาพหอ้ งขงั เรือนนอน หรือ หอ้ งนอน อยใู่ นสภาพดีและสะอาด โดยเตียงนอนหรอื พนื้ ท่ีนอน มีขนาด เหมาะสม และสะอาด
ภาคผนวก 1 ผลการประเมนิ ขอ้ เสนอแนะ กาปรรพบั ฒัปรนุงา/ แนวทางการประเมนิ คร้งั ท่ี 1 ครั้งท่ี 2 เกตณามฑ์ ปรตบั อ้ ปงรงุ เกตณามฑ์ ปรตบั ้อปงรุง หมวดที่ 1 ดา้ นอนามัยสิ่งแวดล้อม (ตอ่ ) 5. จำ�นวนผูต้ อ้ งขงั ต่อจำ�นวนพนื้ ทขี่ อง อาคารทพ่ี ักอาศัยมีความเหมาะสม ไม่แออดั จนเกินไป 6. จัดให้มีเครื่องนอนทส่ี ะอาดและ แเพลยี ะงทพำ�อควจาัดมไสว้อะอยาา่ ดงเสปม็นำ่ �รเะสเมบอยี บ ตามความเหมาะสม 7. จัดให้มีเสอ้ื ผ้าเคร่ืองนุง่ ห่มสำ�หรบั 117 ผู้ตอ้ งขงั แตล่ ะคน และมีการซัก ทำ�ความสะอาดทุกวนั 8. ห้องสว้ ม มีจำ�นวนเพยี งพอและ สะอาด อยใู่ นสภาพใชง้ านไดต้ ลอดเวลา 9. หอ้ งอาบนำ้ � ภาชนะบรรจุน้ำ� สแลำ�หะมรบักี อาราทบำ�มคีจวำา�นมวสนะอเพายีดงสพมอ่ำ�เสมอ 10. มกี ารจดั การ หรอื มรี ะบบบำ�บัด สง่ิ ปฏกิ ลู ที่ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล ไม่สง่ กลิน่ เหม็นรบกวน หรือเป็นมลพษิ 11. นำ้ �เสยี ไดร้ บั การบำ�บดั อยา่ งถกู ตอ้ ง ตามหลกั สุขาภิบาลก่อนระบายออก ทนอางกรอะาบคาายรนส้ำถ�ไามน่ใทหี่้อแดุ ลตะันมีการดแู ล 12. มภี าชนะบรรจหุ รอื ภาชนะรองรบั มลู ฝอยทเ่ี หมาะสม (ทำ�จากวสั ดทุ ่ี แขง็ แรง ทำ�ความสะอาดไดง้ า่ ย ไมร่ ว่ั ซมึ มฝี าปดิ มดิ ชดิ ปอ้ งกนั สตั วแ์ ละแมลง พาหะนำ�โรค และวางอยใู่ นจดุ ท่ี เหมาะสม) เพยี งพอกบั ปรมิ าณและ ประเภทมลู ฝอย (มลู ฝอยทว่ั ไปมลู ฝอย รไี ซเคลิ และมลู ฝอยตดิ เชอ้ื )
คู่มือแนวทาง การจดั การอนามัยสงิ่ แวดลอ้ ม และสขุ าภิบาลอาหารและนำ�้ ในเรือนจำ� ผลการประเมนิ ข้อเสนอแนะ กาปรรพับัฒปรนุงา/ แนวทางการประเมนิ คร้ังที่ 1 คร้ังท่ี 2 หมวดที่ 1 ด้านอนามยั ส่ิงแวดล้อม (ตอ่ ) เกตณามฑ์ ปรตบั ้อปงรงุ เกตณามฑ์ ปรตบั อ้ ปงรงุ 13. จดั ให้มที ี่พกั รวมมูลฝอย แยกเปน็ สัดสว่ นเฉพาะสามารถรองรบั มูลฝอย ได้เพยี งพอ และไมก่ ่อใหเ้ กิดผลกระทบ ต่อผตู้ อ้ งขังและสรา้ งความเดือดร้อน รำ�คาญ ต่อผชู้ ุมชนใกล้เคยี ง 14. มีมาตรการป้องกัน ควบคุม สตั ว์และแมลงพาหะนำ�โรค เชน่ หนู แมลงวนั แมลงสาบ และยุง เปน็ ต้น อย่างถูกตอ้ งตามหลักสุขาภิบาล 118 หมวดท่ี 2 น้ำ�ดมื่ นำ้ �ใช้ 1ม5าต. จรฐัดาในหนม้ ้ำนี �ด้ำ�ื่มดส่มื ำท�หี่ไดรบัค้ ใุณหภ้บารพิกตาราม ผ้ตู ้องขงั อยา่ งเพียงพอ และตั้งอยู่ใน บทรำ�คเิ ววณามทสเี่ หะมอาาะดสภมาชแนละะบมรกี ิกาารรลน้า้ำง�ดืม่ เคปุณน็ ภปารพะนจำ้ำ��บ หรริโือภมคกีแาลระสไุ่มมต่พรบวจ การปนเปอ้ื นของเชอ้ื โคลฟิ อรม์ แบคทเี รยี (เชใชือ้ ช้ โดุคทลฟิดสออร์มบแกบารคปทนเี รเียปใอ้ื นนนำ้ � (อ 11)
ภาคผนวก 1 ผลการประเมนิ ข้อเสนอแนะ กาปรรพบั ฒัปรนุงา/ แนวทางการประเมนิ คร้งั ที่ 1 ครั้งที่ 2 หมวดที่ 2 น้ำ�ด่ืม น้ำ�ใช้ (ต่อ) เกตณามฑ์ ปรตบั อ้ ปงรุง เกตณามฑ์ ปรตับ้อปงรงุ 16. จัดใหม้ นี ำ้ �ใชท้ ส่ี ะอาด และปรมิ าณ เพียงพอสำ�หรับใช้ในแต่ละวันหรอื มี การสุ่มตรวจปริมาณคลอรีนคงเหลือ อิสระในนำ้ �และมคี ลอรีนคงเหลอื อิสระ ในน้ำ� ไมน่ อ้ ยกวา่ 0.2 มลิ ลิกรมั ตอ่ ลิตร (ใช้ชดุ ทดสอบคลอรีนคงเหลืออิสระ ในนำ้ � (อ 31) หมวดที่ 3 การสุขาภบิ าลอาหาร 17. ได้มาตรฐานการสุขาภิบาลอาหาร 119 ของกรมอนามยั 18. มกี ารสุม่ ตรวจคณุ ภาพอาหารและ ผา่ นเกณฑม์ าตรฐานคุณภาพอาหาร (ใช้ชุดทดสอบการปนเปอ้ื น เช้ือโคลิฟอร์มแบคทีเรียในอาหาร SI-2 (อ 13) หมวดท่ี 4 การบริหารจดั การและสง่ เสรมิ พฤติกรรมอนามยั สิ่งแวดล้อมในเรือนจำ� 19. มผี ู้รับผิดชอบการดำ�เนินงาน ดา้ นอนามัยสิ่งแวดล้อมในเรอื นจำ�
คูม่ อื แนวทาง การจัดการอนามัยสง่ิ แวดลอ้ ม และสุขาภิบาลอาหารและน�้ำ ในเรือนจำ� ผลการประเมิน ขก้อาเรสพนฒั อนแนา/ะ ปรบั ปรงุ แนวทางการประเมิน ครง้ั ท่ี 1 คร้งั ที่ 2 ตาม ตอ้ ง ตาม ตอ้ ง เกณฑ์ ปรับปรุง เกณฑ์ ปรับปรุง หมวดที่ 4 การบรหิ ารจดั การและส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยสิง่ แวดล้อมในเรือนจำ� (ตอ่ ) 20. มีกจิ กรรมให้ความรเู้ พ่ือปรับ เอปนลา่ียมนยั พอฤยตา่ ิกงสรรมมำ่ �เสแมลอะสเช่งเน่ สรกมิาสรลขุ า้ งมอื ใหส้ ะอาดกอ่ นรบั ประทานอาหาร และหลังการขบั ถา่ ย การดแู ลรกั ษา ร่างกายใหส้ ะอาด และมีเครื่องใช้ สว่ นตัว หรือของใช้เก่ียวกับการรักษา อนามยั เช่น แปรงสฟี ัน ยาสฟี ัน หวี สบู่ ผ้าเช็ดตัว เปน็ ตน้ การดแู ลรักษา ใหส้ ะอาดและอยู่ในสภาพดี โดยเฉพาะ 120 สำ�หรับผูต้ ้องขังหญงิ ทต่ี ั้งครรภ์ และผตู้ ้องขงั หญิง รวมคะแนน การสรปุ ผลการประเมนิ : เกณฑแ์ ตล่ ะขอ้ ถอื เปน็ เกณฑข์ นั้ พนื้ ฐานและกำ� หนดใหแ้ ตล่ ะขอ้ มคี ะแนนเทา่ กนั คะแนนรวม 20 ข้อ พฒั นาได้ตามเกณฑ์ คะแนนต�่ำกว่า 20 ข้อ ควรพฒั นา/ปรับปรงุ ข้อเสนอแนะ ..................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................... ลงชอ่ื .................................................................(ผปู้ ระเมนิ ) ลงชอื่ .................................................................(ผปู้ ระเมนิ ) (................................................................) (................................................................) ตำ� แหนง่ .......................................................................................... ตำ� แหนง่ ..................................................................................... หนว่ ยงาน.................................................................................... หนว่ ยงาน..............................................................................
ภาคผนวก 2 ภาคผนวก 2 แบบประเมนิ สิง่ จ�ำเป็นขน้ั พ้นื ฐานส�ำหรบั ผู้ต้องขงั (ฉบบั ปรับปรงุ คร้ังที่ 1 พ.ศ. 2557) เรอื นจำ� /ทัณฑสถาน/สถานกกั ขงั ............................................ คำ� ชแ้ี จงและวธิ ีการใชแ้ บบประเมนิ ส่งิ จำ� เปน็ ขนั้ พืน้ ฐานส�ำหรบั ผตู้ อ้ งขงั 1. แบบประเมินส่ิงจ�ำเป็นข้ันพื้นฐานส�ำหรับผู้ต้องขังเป็นแบบประเมินโดยการส�ำรวจ เพ่ือให้คะแนน ตามตัวชี้วัดระดับกรมของกรมราชทัณฑ์ในเร่ือง จ�ำนวนเรือนจ�ำ/ทัณฑสถาน ท่มี ีสิง่ จ�ำเปน็ ขนั้ พนื้ ฐานส�ำหรับผู้ตอ้ งขัง 2. สว่ นท่ี 1 ข้อมลู ทัว่ ไปใหผ้ ้ปู ระเมินลงรายละเอียดข้อมลู ให้ครบถว้ น 3. ส่วนที่ 2 การให้คะแนนตัวช้ีวัด ผู้ประเมินจากหน่วยงานภายนอกที่เก่ียวข้องกับ งานสาธารณสุข ไม่น้อยกว่า 2 คน ใส่คะแนนท่ีเรือนจ�ำได้รับ เมื่อเปรียบเทียบกับคะแนนตาม รายละเอียดมาตรฐานแตล่ ะขอ้ ในช่องคะแนนทไ่ี ด้ (คร้งั ที่ 1 หรอื ครั้งท่ี 2) และรวมคะแนนท่ไี ด้ แต่ละดา้ น 121 4. การสรุปผล เมอ่ื รวมคะแนนแต่ละดา้ นใหถ้ อื เกณฑผ์ ่าน ดงั น้ี 4.1 ด้านท่นี อน ได้อย่างน้อย 22 คะแนน จากคะแนนเต็ม 25 คะแนน 4.2 ดา้ นสูทกรรม ได ้ 18 คะแนน จากคะแนนเตม็ 18 คะแนน 4.3 ดา้ นโรงเลย้ี งอาหาร ได้อยา่ งน้อย 22 คะแนน จากคะแนนเตม็ 25 คะแนน 4.4 ดา้ นสถานพยาบาล ได ้ 22 คะแนน จากคะแนนเตม็ 25 คะแนน 4.5 ดา้ นการกำ� จดั ขยะมูลฝอยและสิง่ ปฏกิ ูล 4.5.1 ดา้ นการกำ� จดั ขยะมลู ฝอย ไดอ้ ยา่ งนอ้ ย22คะแนนจากคะแนนเตม็ 25คะแนน 4.5.2 ดา้ นการกำ� จดั สง่ิ ปฏกิ ลู ไดอ้ ยา่ งนอ้ ย22คะแนนจากคะแนนเตม็ 25คะแนน และหากเรอ่ื งใดเรอื่ งหนง่ึ ไดค้ ะแนนนอ้ ยกวา่ 22 คะแนน ใหถ้ อื วา่ ไมผ่ า่ นเกณฑข์ องดา้ นการกำ� จดั ขยะมลู ฝอย และสงิ่ ปฏิกูล
คมู่ อื แนวทาง การจัดการอนามยั สิ่งแวดลอ้ ม และสุขาภิบาลอาหารและน�้ำ ในเรอื นจำ� สรปุ ผลการสำ�รวจ คร้ังท่ี 1 ครง้ั ที่ 2 หมายเหตุ (คะแนนทีไ่ ด้) (คะแนนที่ได)้ 1. ด้านทีน่ อน 2. ดา้ นสูทกรรม 3. ดา้ นโรงเลย้ี งอาหาร 4. ด้านสถานพยาบาล 5. ดา้ นการกำ�จัดขยะมลู ฝอยและสิ่งปฏิกลู 5.1 ดา้ นการกำ�จดั ขยะมลู ฝอย 5.2 ด้านการกำ�จัดส่ิงปฏิกูล สรปุ ผลการประเมนิ (ผ่าน/ไมผ่ า่ น) ผปู้ ระเมนิ 11 22 122 33 หนว่ ยงานผู้ประเมิน ผูร้ ับทราบผลการประเมิน วนั เดอื น ปี ท่ปี ระเมิน สว่ นท่ี 1 ขอ้ มลู ท่วั ไป 1. จ�ำนวนผ้ตู ้องขัง คร้ังที่ 1 ครงั้ ท่ี 2 ผตู้ ้องขงั ชาย.............................................................คน ผูต้ อ้ งขังชาย.............................................................คน ผู้ตอ้ งขงั หญงิ ............................................................คน ผู้ต้องขังหญิง............................................................คน รวมท้งั หมด...............................................................คน รวมทง้ั หมด...............................................................คน 2. จำ� นวนพ้นื ที่นอน (พน้ื ทเี่ รอื นนอน-พน้ื ทสี่ ว้ ม+พน้ื ทต่ี อ่ เตมิ เชน่ ชนั้ ลอย หรอื พน้ื ทใี่ ชน้ อนทง้ั หมด) แดนชาย....................ตารางเมตร แดนหญงิ ......................ตารางเมตร รวมพนื้ ทที่ งั้ หมด.......................ตารางเมตร
ภาคผนวก 2 3. พ้นื ทนี่ อนเฉล่ยี ต่อผตู้ อ้ งขงั (พ้นื ที่นอน÷จ�ำนวนผตู้ อ้ งขัง) ครง้ั ท่ี 1 ครัง้ ท่ี 2 ชาย..............................................................ตารางเมตร ชาย..............................................................ตารางเมตร หญิง.............................................................ตารางเมตร หญงิ .............................................................ตารางเมตร พืน้ ท่ีนอนเฉลี่ยรวม.................................ตารางเมตร พื้นท่นี อนเฉลีย่ รวม.................................ตารางเมตร 4. จ�ำนวนส้วม (ท่นี งั่ ) ของผู้ตอ้ งขัง แดนชาย แดนหญงิ สถานที่ 123 O สว้ มในเรอื นนอน O สว้ มแถว O ส้วมในโรงฝึกวชิ าชพี O สว้ มในโรงเรียน O สว้ มในสถานพยาบาล O ส้วมในสูทกรรม O อื่น...................................... 5. พนื้ ทภี่ ายในเรอื นจำ� .......................................ไร.่ ......................................งาน.......................................ตารางวา พน้ื ทรี่ วม...............................................................ไร.่ ...............................................งาน..................................................ตารางวา 6. จ�ำนวนบคุ ลากรสายการแพทย์ รวมทงั้ หมด ..................................คน ครั้งท่ี 1 ครง้ั ท่ี 2 O แพทย.์ ...................................................................คน O ทันตแพทย.์ ..........................................................คน O ทนั ตแพทย.์ .........................................................คน O เภสชั กร................................................................คน O เภสชั กร................................................................คน O พยาบาลวชิ าชีพ................................................คน O พยาบาลวิชาชพี ................................................คน O พยาบาลเทคนิค................................................คน O พยาบาลเทคนิค................................................คน O อืน่ ๆ (ระบุ)................................................................ O อน่ื ๆ (ระบ)ุ ................................................................ 7. จำ� นวนเตียงทสี่ ามารถรบั ผูป้ ว่ ยได.้ ....................................เตยี ง 8. จำ� นวนผตู้ อ้ งขงั ปว่ ย (นอก).........................คน/วนั จำ� นวนผตู้ อ้ งขงั ปว่ ย (ใน) ............................คน/วนั
คมู่ ือแนวทาง การจดั การอนามยั สงิ่ แวดล้อม และสุขาภบิ าลอาหารและนำ้� ในเรือนจ�ำ ส่วนที่ 2 การใหค้ ะแนนตวั ช้วี ัด 1. มาตรฐานด้านทนี่ อน ขอ้ คะแนน รายละเอียดมาตรฐาน คะแนนทไี่ ด้ (เตม็ ) คร้ังท่ี 1 คร้ังที่ 2 1 3 พ้นื ผนัง เพดาน สะอาด แข็งแรง สภาพดี ไมช่ ำ�รดุ 2 5 เคร่ืองนอนเพียงพอ (ครบตามจำ�นวนผตู้ ้องขัง) และมี ลกั ษณะเดียวกัน (ภายในห้องหรือเรือนนอนเดยี วกนั ) 3 1 ห้องนอนมีการระบายอากาศดี (พนื้ ทป่ี ระตหู นา้ ต่าง ไมน่ ้อยกว่า 1/4 ของพ้นื ท่ีห้อง และความสูงจากพ้ืน ถงึ เพดาน ไม่นอ้ ยกว่า 3.5 เมตร) 4 4 มอี ุปกรณช์ ่วยระบายอากาศ คอื พัดลมระบายความ รอ้ น ในกรณีทผี่ ตู้ ้องขังเกินความจมุ าตรฐานตอ้ งมี พดั ลมระบายอากาศ (Ventilator) ทีใ่ ช้การได้ 5 1 มีแสงสว่างเพยี งพอ (มองเห็นได้ชัดในการทำ�ความ 124 สะอาดเวลากลางวัน) 6 1 มอี ปุ กรณช์ ว่ ยใหแ้ สงสวา่ ง เชน่ หลอดไฟ สภาพใชง้ านได้ 7 1 ไม่มีเหตุรำ�คาญ เชน่ ฝุน่ ยุง เรอื ด ฯลฯ 8 4 เครอื่ งนอนสะอาด ไม่มกี ล่ินเหมน็ อับ จัดเป็นระเบยี บ 9 2 พ้นื ท่ีนอนเพียงพอ (เฉลีย่ ไม่น้อยกวา่ 1.20 ตารางเมตรต่อคน) 10 1 มสี ้วมในเรือนนอนท่สี ะอาด ไมม่ ีน้ำ�ขังที่พนื้ 11 2 มีจุดน้ำ�ด่ืมสำ�รองทุกหอ้ ง โดยจดั ให้มีน้ำ�ดม่ื ในภาชนะ ที่สะอาด มีกอ๊ กปดิ -เปิด มฝี าปดิ มิดชดิ จัดวางสงู จหาากกพกรืน้ ณอยีผ่าตู้ ง้อนง้อขยังเ6ก0ินคเซวนามตจเิ มุ ไตมรม่ อีจยุดูน่วาองกนบ้ำ�รดิเ่ืมวณสว้ ม ตน้อำ้ �ดงมมื่ ีกสาว่ รนจบัดคุ กคาลรใสหำผ้�หู้ตร้อบั งดขืม่ังบมนีภเารชือนนะนปอลนอใดหภเ้ ัยปบ็นรรจุ ลกั ษณะเดียวกนั และไม่จัดเกบ็ บนเรือนนอน ในช่วงกลางวัน คะแนน 25 คะแนนทีไ่ ด้ หมายเหตุ : 1. เกณฑม์ าตรฐาน ได้ 22 คะแนนขึน้ ไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์ 2. เกณฑ์ข้อ 5 ค�ำอธิบาย ห้องนอนแสงสว่างเพียงพอเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจน สะดวกในการทำ� ความสะอาดเวลากลางวัน
ภาคผนวก 2 2. ม•• าสเตรถรือฐานนาจนกำ� ดกั /้าทขนังัณทสฑูทไ่ี มสก่มถรสีารนมทู /กสรถรามนปกรักะขเมังนิทข่ีส้อูทก9ร-รม1ป1รแะลเมะิน1ข9อ้ -12-218 ขอ้ คะแนน รายละเอียดมาตรฐาน คะแนนที่ได้ (เต็ม) ครง้ั ที่ 1 ครั้งท่ี 2 1 1 สะอาด เปน็ ระเบยี บพ้นื ทท่ี ำ�ดว้ ยวสั ดุถาวร แขง็ เรียบ สภาพดี 2 1 ไม่เตรยี มและปรงุ อาหารบนพื้น 3 1 โต๊ะเตรียม-ปรงุ อาหาร และบรเิ วณผนงั เตาไฟต้อง ทำ�ดว้ ยวสั ดทุ ีท่ ำ�ความสะอาดงา่ ย (เช่น สแตนเลส กระเบอ้ื ง) มสี ภาพดี และพ้ืนโต๊ะต้องสงู จากพ้ืนอย่าง นอ้ ย 60 เซนตเิ มตร 4 1 อาหารเครอ่ื งดม่ื ในภาชนะบรรจทุ ีป่ ิดสนิทต้องมีเลข 125 ทะเบียนตำ�รบั อาหาร เช่น เคร่ืองหมาย อย. 5 1 อาหารสด เช่น เน้อื สัตว์ ผกั สด ผลไม้ และอาหารแห้ง ตอ้ งมคี ณุ ภาพด แยกเป็นสัดส่วนไม่ปะปนกนั วางสูง จากพ้นื อย่างนอ้ ย 60 เซนติเมตร หรือเก็บในตู้เยน็ ถา้ เป็นหอ้ งเยน็ ต้องวางอาหารสงู จากพ้นื อยา่ งน้อย 30 เซนติเมตร สำ�หรับอาหารสดตอ้ งล้างให้สะอาด กอ่ นนำ�มาปรุง 6 1 อาหารทปี่ รงุ สำ�เรจ็ แล้ว เกบ็ ในภาชนะทสี่ ะอาด มกี าร ปกปดิ วางสงู จากพน้ื อย่างน้อย 60 เซนตเิ มตร 7 1 มีหอ้ งหรอื สถานที่สำ�หรบั เก็บอาหารทีป่ รุงสำ�เร็จแล้ว 8 1 มนฝีำ้ �ดาปืม่ ดิ เคมรีกื่ออ๊ งกดห่มื รตือ้อทงาสงะเทอรานิดนใ้ำส� ่ภหารชอื นอะปุ ทกี่สระณอท์ าีม่ดดี ้าม สำ�หรับตักโดยเฉพาะ และวางสงู จากพืน้ อย่างน้อย 60 เซนตเิ มตร 9 1 นำ้ �แข็งที่ใชบ้ ริโภคตอ้ งสะอาด มีฝาปดิ มอี ปุ กรณท์ ่ีมี ดา้ มสำ�หรบั คีบหรอื ตกั โดยเฉพาะ วางสูงจากพืน้ อย่าง น้อย 60 เซนติเมตร และตอ้ งไมม่ ีสิ่งของอน่ื แชร่ วมไว้ 10 1 ภาชนะอุปกรณ์ เชน่ จาน ชาม ชอ้ น ต้องทำ�ดว้ ยวสั ดุ ทีไ่ ม่มพี ษิ ภยั เชน่ สแตนเลส กระเบ้ืองเคลือบขาว อะลมู เิ นยี ม เมลามนี สขี าวหรอื สอี อ่ น สงั กะสเี คลอื บขาว
คมู่ ือแนวทาง การจัดการอนามยั ส่ิงแวดล้อม และสุขาภบิ าลอาหารและน�ำ้ ในเรือนจำ� ขอ้ คะแนน รายละเอียดมาตรฐาน คะแนนทีไ่ ด้ (เตม็ ) ครั้งท่ี 1 ครั้งท่ี 2 11 1 ภแลาชะนนำ้ะ�จแิ้มละตชอ้ อ้ งนทตำ�กัดสว้ ำย�หวัสรบัดใปุ สล่นอำ้ �ดสภ้มยั สามยีฝชาู ปนิดำ้ �ปสลำ�าหรบั เคร่ืองปรุงรสอืน่ ๆ ตอ้ งใส่ภาชนะท่ีทำ�ความสะอาดงา่ ย มีฝาปิด และสะอาด 12 1 โลตดา้อยงนภขทั้นา่ี ช2ตนอละนา้ องทปุด่ี 1ว้กยรลนณา้ ำ้ �งด์สด้วะว้ยอยวานิธดีกำ้ �2ยาารคลอรา้ยง้ั งา่ ภหงนารอชือ้ ลนยา้ะง2ดแขว้ลน้ัยะนตขำ้อัน้�ไนหล และอุปกรณ์การลา้ งตอ้ งสงู จากพน้ื อย่างน้อย 60 เซนติเมตร 13 1 ช้อน และอุปกรณต์ กั อาหาร วางตงั้ เอาด้ามขึน้ หรอื วาง เปน็ ระเบยี บในภาชนะ ทโี่ ปรง่ สะอาด มกี ารปกปิด ตง้ั สงู จากพ้ืนอยา่ งนอ้ ย 60 เซนติเมตร 14 1 ใช้ถังขยะที่ไม่รั่วซมึ และมฝี าปิด 126 15 1 มระีทบ่อาหยรนอื ้ำม�จรี าากงสรูทะบการยรมนแ้ำ�ทละ่ีมทีส่ลีภา้างพภดาี ชไมนแ่ะตอกปุ รกา้ รวณ์ ลนง้ำ�สเส่ทู ยี อ่ ลรงะสบู่แาหยลหง่ รนอื ำ้ แ�สหาลธง่าบรณำ�บะัดโไดดยด้ ตี แรงละต้องไม่ระบาย 16 1 หอ้ งนำ้ � หอ้ งสว้ มสะอาด ไมม่ กี ลน่ิ เหมน็ มนี ำ้ �ใชเ้ พยี งพอ 17 1 ผูป้ ระกอบอาหารแต่งกายสะอาด สวมเสื้อมีแขน 18 1 มสี ขุ นสิ ยั ทด่ี ี เชน่ ตดั เลบ็ สน้ั ไมส่ บู บหุ รใ่ี นขณะปฏบิ ตั งิ าน ไม่ใชม้ อื หยิบจบั อาหารที่ปรงุ สำ�เร็วแลว้ โดยตรง สถานกักขงั ทไี่ มม่ ีสทู กรรมใหป้ ระเมนิ เฉพาะขอ้ 9 – 11 และ 19 - 22 19 4 การขนส่งอาหารจากเรือนจำ�ในพ้นื ที่ รถขนสง่ อาหาร ปรุงเสรจ็ ตอ้ งสะอาด ไม่มกี ารปนเป้อื น 20 4 ภาชนะบรรจอุ าหารปรงุ เสรจ็ ตอ้ งมฝี าปิดมิดชดิ ขณะขนสง่ อาหารไม่เลอะออกมาดา้ นนอกภาชนะ 21 4 ผขู้ นสง่ อาหารปรุงเสร็จตอ้ งแต่งกายสะอาด สวมเสอ้ื มแี ขน มีสขุ นสิ ัยท่ดี ี เช่น ตดั เลบ็ สัน้ ไมส่ บู บหุ ร่ี ขณะขนสง่ อาหาร ไมใ่ ช้มอื หยบิ อาหารโดยตรง 22 3 ระหวา่ งรอจัดเลยี้ ง ภาชนะบรรจอุ าหารปรุงเสรจ็ ต้องวางสงู จากพนื้ อยา่ งน้อย 60 เซนตเิ มตร คะแนน 18 คะแนนที่ได้ หมายเหตุ : เกณฑ์มาตรฐาน ตอ้ งได้คะแนนเตม็ ครบ 18 คะแนน
ภาคผนวก 2 3. ม• าเตฉรพฐาาะนทดณัา้ นฑโสรงถเาลนีย้ โงรองาพหยาารบาลราชทัณฑ์ ใหป้ ระเมินเพ่ิมขอ้ 10 - 14 ข้อ คะแนน รายละเอยี ดมาตรฐาน คะแนนทไี่ ด้ 1 (เต็ม) คร้ังที่ 1 ครงั้ ที่ 2 2 มีโรงเลยี้ งอาหารหรือพื้นท่จี ัดเล้ยี งเป็นสัดสว่ น 3 2 สะอาด เปน็ ระเบียบ 127 4 5 โต๊ะ เกา้ อี้ สะอาด แขง็ แรง จัดเป็นระเบยี บ 4 โต๊ะ เกา้ อี้ เพียงพอกับจำ�นวนผตู้ ้องขัง 5 4 (ไมน่ ั่งรับประทานอาหารทพ่ี น้ื ) มจี ดุ น้ำ�ด่ืมเปน็ กอ๊ กปิด - เปิด หรอื น้ำ�พุ หรือใสภ่ าชนะ 6 3 ท่ีสะอาด ซงึ่ มีกอ๊ ก ปิด - เปิด มีฝาปิดมดิ ชิด จัดวางสงู จากพ้ืนอย่างน้อย 60 เซนตเิ มตร 7 1 มอี า่ งลา้ งภาชนะอุปกรณ์ อา่ งลา้ งจาน บอ่ ดักไขมัน ชัน้ หรอื ตะแกรงผง่ึ ภาชนะ ในกรณีทมี่ กี ารจดั เลีย้ ง 8 1 แยกตามแดน และมีการลา้ งภาชนะอุปกรณ์ 9 แยกจากสูทกรรม คะแนน 4 มีอุปกรณป์ กปิดอาหารปรงุ เสรจ็ ทเ่ี ตรียมเลย้ี ง เช่น 1 ฝาชี ในกรณที ี่มกี ารตักวางไว้และไมไ่ ดจ้ ดั เล้ียงทันที 25 มีอุปกรณ์จดั เลีย้ งครบตามจำ�นวนผู้ตอ้ งขงั ผู้ต้องขงั ทีท่ ำ�หนา้ ท่จี ดั เลย้ี งอาหารแตง่ กายสะอาด คะแนนทไ่ี ด้
คู่มอื แนวทาง การจดั การอนามัยส่ิงแวดลอ้ ม และสุขาภบิ าลอาหารและนำ�้ ในเรอื นจ�ำ ข้อ คะแนน รายละเอียดมาตรฐาน คะแนนท่ีได้ (เต็ม) ครัง้ ที่ 1 คร้ังที่ 2 ทณั ฑสถานโรงพยาบาลราชทณั ฑ์ ผตู้ อ้ งขงั รบั ประทานอาหารทเ่ี ตยี งตอ้ งประเมนิ เพม่ิ ขอ้ 10 – 14 10 ผา่ น จดั ใหม้ ีโตะ๊ ครอ่ มเตียง/โตะ๊ ข้างเตยี ง/โต๊ะจัดเล้ียง สำ�หรับวางภาชนะใส่อาหารผู้ปว่ ย 11 ผา่ น บริเวณจัดเล้ียงอาหารในหอผู้ปว่ ยตอ้ งมีอ่างล้างมอื และสบอู่ ย่างน้อย 1 ชุด อ่างล้างมอื และบริเวณ โดยรอบสะอาด ไม่ใช้ลา้ งสงิ่ ของอน่ื 12 ผ่าน ผูท้ ่ที ำ�หนา้ ทีใ่ หบ้ ริการอาหารต้องล้างมอื ให้สะอาด กอ่ นให้บรกิ ารทกุ ครง้ั 13 ผา่ น มีการจัดการเศษอาหารและภาชนะที่ใช้แลว้ ในหอผูป้ ว่ ยอย่างเหมาะสม และเปน็ ระเบยี บ เพือ่ ไม่ให้เกดิ การปนเป้อื น 128 14 ผา่ น ภายหลังการจดั เลย้ี งอาหารผู้ป่วย ตอ้ งมีการทำ�ความ สะอาดบริเวณโต๊ะ คร่อมเตียง/โต๊ะข้างเตยี ง/โตะ๊ จดั เล้ียงทุกคร้งั ไมใ่ หม้ ีเศษอาหารตกค้างบนโต๊ะและพ้ืน หมายเหตุ : 1. เกณฑม์ าตรฐาน ได้ 22 คะแนนขนึ้ ไป 2. สำ� หรบั ทณั ฑสถานโรงพยาบาลราชทณั ฑใ์ นขอ้ 1 – 9 ประเมนิ การจดั เลย้ี งสำ� หรบั ผชู้ ว่ ยเหลอื /ผตู้ อ้ งขงั ปว่ ยทช่ี ว่ ยเหลอื ตวั เองได้ และขอ้ 10 – 14 ประเมนิ การจดั เลยี้ ง ผปู้ ว่ ยทร่ี บั ประทานอาหารทเ่ี ตยี ง ซงึ่ คะแนนประเมนิ ตอ้ งไดอ้ ยา่ งนอ้ ย 22 คะแนน และขอ้ 10 – 14 ต้องผ่านทกุ ขอ้ จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์
ภาคผนวก 2 4. มาตรฐานด้านสถานพยาบาล ขอ้ คะแนน รายละเอยี ดมาตรฐาน คะแนนที่ได้ (เตม็ ) ครงั้ ที่ 1 ครง้ั ท่ี 2 1 1 มกี ารจดั สถานท่เี หมาะสมและสะดวกต่อการให้บริการ มีความมนั่ คง แข็งแรงและแยกเป็นเอกเทศ 2 1 มสี ภาพแวดล้อมสะอาด อากาศถ่ายเทสะดวก และมีแสงสวา่ งเพียงพอ 3 1 มกี ารจัดแบง่ พน้ื ท่ีใชส้ อยได้อยา่ งเหมาะสม และเปน็ สดั สว่ นทีช่ ัดเจน 4 1 มีการใช้สถานพยาบาลตรงตามวัตถปุ ระสงค์ ในด้านกิจการของสถานพยาบาลเพยี งอยา่ งเดยี ว 5 1 มแี พทย์หรอื ผทู้ ่ไี ด้รับมอบหมายให้ดแู ลงาน 129 ดา้ นอนามัยเรอื นจำ� 6 1 มพี ยาบาลวิชาชีพหรือพยาบาลเทคนคิ หรอื เจ้าหน้าท่ี พยาบาล ปฏบิ ตั ิหนา้ ท/่ี พยาบาลเรอื นจำ�ในอตั ราส่วน 1 คน : ผตู้ ้องขัง 1,250 คน 7 1 มีเวชภัณฑต์ ามบญั ชยี าพน้ื ฐานที่กรมราชทณั ฑก์ ำ�หนด 8 1 มกี ารจดั ทำ�สมดุ ควบคมุ บัญชียาทีถ่ กู ตอ้ งไว้ประจำ� สถานพยาบาล 9 1 มกี ารจดั เกบ็ เวชภณั ฑถ์ กู ตอ้ ง แยกประเภทตามหมวดหมู่ และมีการเฝ้าระวงั การหมดอายุของยา 10 1 มีครภุ ณั ฑ์ทางการแพทย์พ้นื ฐานควบทั้ง 16 รายการ 11 1 มกี ารจดั เตรยี มครภุ ณั ฑท์ างการแพทยถ์ กู ตอ้ งเหมาะสม พร้อมใช้งาน 12 1 มกี ารจัดทำ�ทะเบยี นครุภัณฑท์ างการแพทยป์ ระจำ� สถานพยาบาล 13 1 มีกจิ กรรมการใหค้ วามรูแ้ ก่ผตู้ อ้ งขงั เช่น การบรรยาย การจดั บอร์ด 14 1 มกี ารให้คำ�ปรกึ ษาทางด้านสุขภาพแกผ่ ูต้ อ้ งขงั 15 1 มีการคดั ดกรองโรคแกผ่ ตู้ ้องขังแรกกับและติดตาม เปน็ ระยะ ๆ 16 1 มกี ารปอ้ งกันและควบคุมโรคติดตอ่ ใหก้ ับผตู้ ้องขงั
คมู่ ือแนวทาง การจัดการอนามัยส่ิงแวดล้อม และสุขาภิบาลอาหารและน้ำ� ในเรอื นจ�ำ 4. มาตรฐานดา้ นสถานพยาบาล (ต่อ) ขอ้ คะแนน รายละเอยี ดมาตรฐาน คะแนนท่ไี ด้ (เต็ม) ครง้ั ท่ี 1 คร้ังท่ี 2 17 1 มกี ารใหบ้ ริการด้านการรักษาพยาบาลเบือ้ งต้นแก่ ผู้ตอ้ งขังป่วย 18 1 มีการจัดทำ�ทะเบียนประวตั ิ (OPD Card) ของผตู้ อ้ งขังปว่ ย 19 1 มีมาตรฐานการให้บรกิ าร เชน่ การทำ�หตั ถการตา่ ง ๆ จะกระทำ�โดยผ้ทู ีม่ ีความรหู้ รอื ผ่านการฝึกปฏิบตั ิ มาเป็นอยา่ งดี มคี วามถูกตอ้ งและปลอดภัย 21 1 มกี ารจา่ ยยาทถ่ี กู ต้องตามหลักการใชย้ า 21 1 มรี ะบบการปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายเชอ้ื และการกำ�จดั ขยะเช้อื ในสถานพยาบาล 130 22 1 มกี ารให้บริการรักษาพยาบาลอย่างตอ่ เนื่อง เช่น การนดั หมาย และติดตามผลการรักษาพยาบาล 23 1 มกี ารส่งตอ่ หรือยา้ ยผตู้ อ้ งขังปว่ ยหนักเกินขีด ความสามารถออกไปรบั การรักษาต่อยังโรงพยาบาล ภายนอก 24 1 มีการจัดบริการพ้นื ฟูสมรรถภาพผ้ตู ้องขังปว่ ย ตามความเหมาะสม 25 1 มกี ารประสานงานกบั หน่วยงานภายนอกเพือ่ ขอรบั การสนบั สนนุ ในดา้ นการใหบ้ ริการสาธารณสุข แกผ่ ตู้ อ้ งขงั คะแนน 25 คะแนนทไี่ ด้
ภาคผนวก 2 4. มาตรฐานดา้ นสถานพยาบาล (ตอ่ ) ขอ้ คะแนน รายละเอยี ดมาตรฐาน คะแนนทไี่ ด้ (เต็ม) คร้งั ท่ี 1 คร้งั ท่ี 2 สถานกักขงั ท่ีไมม่ ีพยาบาล ให้ประเมินเฉพาะขอ้ 26 - 30 26 5 จดั บริเวณท่ที ำ�การพยาบาลใหเ้ ป็นสดั สว่ น สะอาด อากาศถ่ายเทสะดวก และมีแสงสว่างเพยี งพอ 27 5 มอบหมายเจา้ หนา้ ทีร่ บั ผิดชอบให้บรกิ ารประจำ�ห้อง ปฐมพยาบาลชัดเจน 28 5 เจา้ หนา้ ทผ่ี รู้ บั ผดิ ชอบผา่ นการอบรมการพยาบาลเบอ้ื งตน้ 29 5 มแี ละให้บรกิ ารตามแนวทางการให้บริการหอ้ ง ปฐมพยาบาลและระบบสง่ ต่อ 30 5 มีการประสานงานกับหนว่ ยงานภายนอก เพอื่ ขอรับ 131 การสนบั สนนุ ในดา้ นการใหบ้ รกิ ารสาธารณสขุ แก่ ผตู้ อ้ งขงั คะแนน 25 คะแนนทไี่ ด้ หมายเหตุ : 1. เกณฑม์ าตรฐาน ตอ้ งไดค้ ะแนนเต็มครบ 25 คะแนน 2. เกณฑ์ข้อ 6 กรณีกรมฯ ยังไม่สามารถจัดอัตราก�ำลังให้ได้ แต่เรือนจ�ำมีแพทย์ หว้ งเวลาเขา้ ทำ� การตรวจรกั ษา หรอื หนว่ ยงานภายนอกเขา้ มาจดั บรกิ ารดา้ นสขุ ภาพ อนามยั ผตู้ อ้ งขงั หรอื มเี จา้ หนา้ ทที่ มี่ คี วามรดู้ า้ น การพยาบาลและไดร้ บั มอบหมาย ให้ดแู ลงานสถานพยาบาลให้ถอื ว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานอย่างมีเงอื่ นไข 3. ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ การประเมินด้านสถานพยาบาลให้ใช้เอกสาร แสดงการผ่านเกณฑ์ประเมินหน่วยบริการของสปสช. และ/หรือเอกสารแสดง การได้รับการขึ้นทะเบียนหน่วยบริการของสปสช. ในปีนั้น ๆ ถือว่าผ่านเกณฑ์ ด้านสถานพยาบาล
คมู่ อื แนวทาง การจดั การอนามยั สิง่ แวดลอ้ ม และสขุ าภบิ าลอาหารและน�้ำ ในเรือนจำ� 5. มาตรฐานดา้ นการก�ำจดั ขยะและสิ่งปฏิกลู 5.1 การก�ำจดั ขยะมูลฝอย ข้อ คะแนน รายละเอียดมาตรฐาน คะแนนทไ่ี ด้ (เต็ม) ครงั้ ท่ี 1 ครั้งที่ 2 1 3 มีที่รองรับขยะ (ถังขยะ) เพยี งพอ 2 4 ถังใส่ขยะมีสภาพดี ไม่ชำ�รุด มฝี าปิด ทำ�ความสะอาดง่าย 3 4 มกี ารแยกประเภทขยะ ขยะเปียก ขยะแห้ง ท่จี ุดรองรบั ขยะ 4 3 บริเวณทพ่ี ักขยะ มกี ารแยกประเภทขยะ และรวบรวมใสภ่ าชนะหรือถุงทม่ี ี การปกปดิ มิดชดิ ไมม่ กี ารร่วั ซึม 5 1 ไมพ่ บเศษขยะ เชน่ ถุงพลาสติก กน้ บหุ รี่ ฯลฯ 132 ตามบริเวณท่ัวไป 6 2 การกำ�จัดมูลสัตวถ์ ูกต้อง ไมม่ ีกล่ินรบกวน 7 2 ไม่พบแมลงวันหรอื หนอนแมลงวนั ในที่รองรบั ขยะ หรือท่พี ักรวมขยะ 8 5 มีการกำ�จัดขยะเปียกไดห้ มด ไม่มขี ยะตกค้าง 9 1 มปี า้ ยบอกบริเวณหรอื จดุ สำ�หรับท้ิงขยะ แยกขยะ หรอื คำ�เตือนต่าง ๆ คะแนน 25 คะแนนทไี่ ด้ ขยะทวั่ ไป ขยะเปียก ขยะรไี ซเคลิ ขยะอนั ตราย
ภาคผนวก 2 5.2 ก�ำจัดสงิ่ ปฏิกลู ข้อ คะแนน รายละเอียดมาตรฐาน คะแนนที่ได้ (เตม็ ) คร้งั ที่ 1 ครัง้ ท่ี 2 1 4 พนื้ ผนัง โถสว้ ม ทป่ี สั สาวะสะอาด 2 2 ตวั เรอื นสว้ มมกี ารระบายอากาศดี แสงสวา่ งเพยี งพอ 3 4 มีระบบเกบ็ กักอุจจาระไม่ชำ�รุด มที อ่ ระบายอากาศ 4 5 ไม่มกี ารปลอ่ ยหรอื ตักอจุ จาระหรือนำ้ �จาก บอ่ เกรอะ สู่ภายนอกโดยตรง 5 3 สถานทต่ี ง้ั สว้ มหา่ งจากแหลง่ นำ้ �ดม่ื นำ้ �ใช้ (บอ่ นำ้ �ดม่ื บอ่ บาดาล ฯลฯ) มากกว่า 30 เมตร 6 1 มีที่สำ�หรบั ล้างมอื สภาพดี ภายในหรอื ด้านหนา้ 133 บรเิ วณสว้ ม 7 4 มกี ารกำ�จดั ด้วยวธิ ที เ่ี หมาะสม เช่น มีการบำ�บัด ขนั้ ท่ี 2 หรอื หน่วยงานภายนอกใช้รถสบู น้ำ� ออกกำ�จัด 8 1 มีจำ�นวนส้วมพอเพยี ง 9 1 มีอุปกรณใ์ นห้องส้วมพอเพียง เช่น อา่ งเกบ็ นำ้ � ภาชนะตักนำ้ � แปรงทำ�ความสะอาด คะแนน 25 คะแนนที่ได้ หมายเหตุ : 1. จำ� นวนสว้ มเพยี งพอ หมายถงึ จดั ใหม้ สี ว้ มสำ� หรบั ผตู้ อ้ งขงั ขบั ถา่ ย ทงั้ ในชว่ งเวลา กลางวันและกลางคืนเพียงพอ (หากมีการจ�ำท�ำโถปัสสาวะส�ำหรับผู้ต้องขังชาย จะช่วยลดจ�ำนวนผู้ต้องขงั ท่ีจะใช้ส้วมส�ำหรบั ขบั ถ่ายในคราวเดยี วกนั ได)้ 2. เกณฑม์ าตรฐาน 5.1 และ 5.2 ด้านการจำ� กัดขยะมูลฝอยและส่งิ ปฏกิ ลู ต้องได้ คะแนนดา้ นละอยา่ งน้อย 22 คะแนน และต้องผ่านทง้ั 2 ด้าน ถึงจะถอื ว่าผ่าน เกณฑม์ าตรฐาน
คมู่ อื แนวทาง การจัดการอนามยั ส่ิงแวดลอ้ ม และสุขาภบิ าลอาหารและน�ำ้ ในเรือนจำ� ภาคผนวก 3 การใชผ้ งคลอรีนฆ่าเช้ือเพื่อการควบคมุ คณุ ภาพนำ้� การฆา่ เชอื้ โรคในนำ�้ ดว้ ยคลอรนี คลอรนี เปน็ สารเคมที ใี่ ชส้ ำ� หรบั ฆา่ เชอื้ โรคไดม้ ากถงึ 99% ทง้ั เชอื้ แบคทเี รยี อโี คไล (E.coli) และเชอ้ื ไวรสั นอกจากนที้ ส่ี ำ� คญั คอื มฤี ทธค์ิ งเหลอื เพอื่ ฆา่ เชอ้ื โรค ในนำ�้ ตอ่ ไป โดยคลอรนี ทเี่ ตมิ ลงไปจะละลายนำ�้ อยใู่ นรปู ของคลอรนี อสิ ระ (Residual Chlorine) ท�ำหน้าที่ฆ่าเช้ือโรคท่ีอาจปนเปื้อนในภายหลัง ทั้งน้ีการฆ่าเช้ือโรคจะมีประสิทธิภาพจะต้องมี ปริมาณและระยะเวลาที่เหมาะสม ข้อดีของคลอรีนส�ำหรับฆ่าเช้ือโรค ราคาไม่แพง ใช้ง่าย การดูแล และการเก็บรักษาง่าย คลอรีนที่เหมาะสมส�ำหรับใช้ฆ่าเชอื้ โรคมีหลายชนิด ไดแ้ ก่ คลอรนี ผง คลอรนี เมด็ คลอรีนเกรด็ และคลอรีนน�้ำ ควรเลือกชนิดที่มีความเหมาะสมกับการฆ่าเช้ือของแต่ละประเภทและในการใช้ แต่ละครั้งเพราะคลอรีนมรี ะยะเวลาในการระเหย อาจท�ำใหค้ ุณภาพการฆ่าเชื้อลดลงได้ 134 ปริมาณคลอรีนอิสระคงเหลือในน�้ำดื่ม น�้ำใช้ แสดงถึงความสะอาดปลอดภัยจากเช้ือโรค ปริมาณในภาวะปกติ เท่ากับ 0.2 – 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตรปริมาณ ในสถานการณ์โรคระบาด เทา่ กับ 0.5 – 1.0 มลิ ลิกรัมตอ่ ลติ ร การเติมคลอรีนในน้�ำประปาเป็นวิธีการฆ่าเช้ือโรคในน�้ำประปาท่ีนิยมใช้ที่สุด เน่ืองจาก วิธีนี้ได้ผลระยะยาว หลังจากเติมคลอรีนลงไปเช้ือโรคที่อยู่ในท่อจ่ายน้�ำประปาจะถูกก�ำจัด ขณะอยู่ในท่อน�้ำ ส่วนวิธีการฆ่าเชื้ออ่ืน ๆ จะท�ำลายได้ เฉพาะแบคทีเรียและไวรัสในน้�ำที่ไหลผ่าน เข้าไปในช่วงท่ีมีการฆ่าเชื้อโรคเท่านั้น และ เช้ือโรคที่เกิดขึ้นภายหลังจากกระบวนการฆ่า สามารถแพร่กระจายได้ตามปกติ แต่การเติม คลอรนี มขี อ้ เสยี ทไ่ี มพ่ งึ ประสงค์ คอื คลอรนี จะมี กลิ่น รสหลงเหลอื อยเู่ ล็กนอ้ ย และถา้ ใชค้ ลอรนี จ�ำนวนมากเกินไปจะมีผลต่อการกัดกร่อน ของโลหะ ปริมาณคลอรีนที่เติมเพื่อจะฆ่าเชื้อโรค ในนำ้� ขนึ้ อยกู่ บั สว่ นผสม อณุ หภมู ขิ องนำ�้ เวลาที่ กกั เกบ็ นำ้� (เวลาท่ีน�้ำสมั ผสั กับคลอรนี ) การเติม
ภาคผนวก 3 โดยทั่วไปใช้ 1.0 - 1.5 มิลลิกรัมต่อลิตร ใช้เวลากักเก็บน�้ำประมาณ 30 นาที ปริมาณคลอรีน 135 จะตอ้ งเพม่ิ ข้นึ เม่อื เวลากกั เก็บน้�ำนอ้ ยกวา่ 30 นาที จำ� นวนเหล็ก กำ� มะถนั แอมโมเนยี สารอ่ืน ๆ อณุ หภูมิของน�้ำต่�ำกว่า 10 องศาเซลเซยี ส และค่า pH ของน้ำ� สูงกว่า 7 คลอรีนท่ีเติมลงไปในน้�ำประปาบางส่วนจะท�ำปฏิกิริยากับโลหะ แร่ธาตุ เน้ือเย่ือ และ สารอนิ ทรยี ใ์ นนำ้� และจะเบาบางลง คลอรนี บางสว่ นจะผสมกบั แอมโมเนยี ทอ่ี ยใู่ นนำ�้ ซง่ึ จะบนั่ ทอน การฆา่ เชอ้ื โรคลง สว่ นคลอรนี ทเี่ หลอื อยแู่ ละเปน็ อสิ ระจะฆา่ แบคทเี รยี ไดด้ กี วา่ สารประกอบคลอรนี ตกค้างอยู่ประมาณ 20 เท่าคลอรีนอิสระคงเหลืออยู่จะต้องมีค่าอย่างน้อย 0.2 - 0.5 ppm โดยตรวจสอบหลังจากเวลากักเก็บเป็นเวลา 30 นาที ในน�้ำที่ pH สูงสุด ไม่เกิน 7 ถ้าค่า pH สงู กว่า 7 คลอรนี อสิ ระคงเหลือจะตอ้ งมคี ่าอย่างนอ้ ย 0.8 ppm 1. ประเภทและวธิ ีใชค้ ลอรนี 1.1 คลอรนี ชนดิ ผง เปน็ คลอรนี ทน่ี ำ� มาใชผ้ สมนำ�้ อปุ โภคบรโิ ภคในเรอื นจำ� มลี กั ษณะ เป็นผงปูนคลอรีนสีขาว 65% เป็นคลอรีนท่ีนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายเน่ืองจากสามารถท�ำลาย เช้ือโรคได้หลายชนิด น�ำมาใช้เพื่อฆ่าเชื้อโรคในน้�ำด่ืม เพื่อครัวเรือนส�ำหรับใช้ล้างผักสด ผลไม้ อาหารทะเล ภาชนะอปุ กรณ์ รวมถงึ อาคารสถานท่ี เวลาใชต้ อ้ งนำ� มาละลายนำ้� แลว้ นำ� สว่ นทเ่ี ปน็ น�ำ้ ใสไปใช้งาน วธิ ีการจัดเตรียมการใชผ้ งปูนคลอรีน ดังน้ี - เตรียมน้�ำใส่ภาชนะที่สะอาดตามขนาดที่ต้องการเก็บไว้ใช้ประโยชน์ เช่น โอ่งน้�ำ แท็งก์น้�ำ - ตกั นำ้� ในภาชนะทจ่ี ะใช้เตรียมสารละลายคลอรนี ตามปรมิ าณที่ตอ้ งการใช้
คมู่ ือแนวทาง การจดั การอนามยั สงิ่ แวดลอ้ ม และสุขาภบิ าลอาหารและนำ�้ ในเรือนจ�ำ - ใช้อุปกรณ์ที่สะอาดตักผงปูนคลอรีนผสมลงไปตามสัดส่วนที่ก�ำหนดแล้วคน ให้เขา้ กัน เพื่อให้ผงปูนคลอรนี ละลายนำ้� ไดม้ ากทส่ี ุด - ต้ังทิง้ ไวเ้ พ่อื ใหผ้ งปูนคลอรีนตกตะกอน - น�ำน้�ำส่วนท่ีผงปูนคลอรีนละลายเป็นน�้ำใส ผสมลงในภาชนะโอ่งน้�ำหรือแท็งก์น�้ำ ทเี่ ตรียมนำ�้ ไวต้ ามสดั สว่ น - ปดิ ฝาภาชนะใหม้ ดิ ชดิ เพอ่ื ไมใ่ หค้ ลอรนี ระเหยเรว็ เกนิ ไป และเพอ่ื ปอ้ งกนั สง่ิ สกปรก จากภายนอกท้ิงไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง สามารถน�ำมาใช้อุปโภคบรโิ ภคได้ - หากไมช่ อบกลน่ิ คลอรนี ใหเ้ ปดิ ภาชนะทง้ิ ไวป้ ระมาณ 1 ชวั่ โมง กลน่ิ คลอรนี จะระเหย ไปและยงั คงสะอาดได้ระยะหนง่ึ ควรจดั หาฝาตะแกรงกนั ผงตกลงไปในภาชนะกักเกบ็ น�้ำ - ควรจดั ภาชนะสำ� หรับใชต้ กั น้�ำประจ�ำ หรือการติดตั้งกอ๊ กน้ำ� เปิด - ปดิ - สามารถเตมิ น�้ำผงปูนคลอรนี ไดอ้ กี เม่อื พบวา่ น้�ำไมม่ ีกลนิ่ คลอรีนแลว้ 1.2 คลอรีชนิดเกร็ด เป็นเกร็ดสีขาว 60% ใช้วิธีการจัดเตรียมในลักษณะเดียวกัน 136 แตผ่ งปนู คลอรนี ละลายนำ้� ไดด้ กี วา่ และไมต่ กตะกอน สามารถนำ� นำ�้ สว่ นทใ่ี สไปผสมนำ้� เพอ่ื อปุ โภค บรโิ ภคตามสัดส่วนไดเ้ ลย ชนิดของคลอรีน 90% คลอรนี 90% ชนิดเกลด็ คลอรีน 90% ชนิดผง Powder Gramular คลอรนี ชนดิ ก้อน 200 กรัม คลอรนี 90% ชนิดเม็ด 15 กรัม Tablet 200 g Tablet 15 g คลอรนี ผง คลอรีนเกลด็ คลอรีนเมด็ ที่มา : http://www.wee-rinchem.co.th/?cid=1948483&subid=273189
ภาคผนวก 3 1.3 คลอรีนเม็ดฟองฟู่ คลอรีนเม็ดขนาด 5 กรัมใช้งานง่ายละลายเร็ว ราคาสูงกว่า ชนิดเกร็ด วธิ ใี ช้ - ใชค้ ลอรีน 1 เมด็ ต่อนำ�้ 2,000 ลติ ร ใส่ลงไปในแท็งก์น้ำ� หรือท่ีกกั เกบ็ น�ำ้ ไดเ้ ลย - คลอรนี จะคอ่ ย ๆ ทำ� ปฏกิ ริ ยิ ากบั นำ�้ เกดิ ฟองฟขู่ น้ึ มาพรอ้ มทง้ั ปลอ่ ยคลอรนี อสิ ระออกมา - ทิ้งไว้ 30 นาที สามารถน�ำน�้ำมาใช้เพื่ออุปโภคบริโภคในครัวเรือนหรือภายใน เรือนจำ� ไดเ้ ลย 1.4 คลอรีนน�้ำ หรอื หยดทิพย์ (อ 32) เปน็ คลอรีนน้�ำเข้มขน้ 2% วิธีใช้ - ใชห้ ยดทพิ ย์ 1 หยดตอ่ นำ้� 1 ลติ ร หรอื 20 หยดตอ่ นำ้� 1 ปบี หรอื 1 ขวด ขนาดบรรจุ 100 มิลลลิ ติ รตอ่ น้�ำ 100 ปีบ - คนให้เข้ากันดว้ ยภาชนะท่สี ะอาด - ทงิ้ ไว้ 30 นาทสี ามารถนำ� นำ�้ มาใชเ้ พอื่ อปุ โภคบรโิ ภคในครวั เรอื นหรอื ภายในเรอื นจำ� ไดเ้ ลย 137 คลอรีนน�ำ้ หรือหยดทิพย์ (อ 32) ศนู ย์ห้องปฏบิ ตั ิการกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสขุ 2. ขอ้ ควรระวังในการใช้ 2.1 ควรเก็บคลอรีนไม่ใหถ้ ูกแสงแดด 2.2 อย่าสัมผัสคลอรีนด้วยมือและอย่าให้ถูกผิวหนัง หากถูกผิวหนังให้รีบล้างด้วยน�้ำสะอาดจนอาการระคายเคือง ทเุ ลา หากไมท่ เุ ลาใหไ้ ปพบแพทย์
คมู่ ือแนวทาง การจดั การอนามัยสงิ่ แวดล้อม และสขุ าภบิ าลอาหารและนำ�้ ในเรือนจ�ำ 3. ปรมิ าณและระยะเวลาการท�ำลายเช้ือโรค ความเขม้ ขน้ ผงปนู คลอรีน 65% ปรมิ าณนำ้ �ทผ่ี สม ระยะเวลา ของคลอรนี คลอรนี ชนิดเกร็ด 60% 20 ลติ ร 2 นาที 150 ppm (จำ�นวน) 25 ลิตร 2 นาที 100 ppm 1 ชอ้ นชา (5 กรมั ) 50 ลติ ร 30 นาที 50 ppm 1 ช้อนชา (5 กรัม) 500 ลิตร >30 นาที 1 ppm ครึ่งชอ้ นชา (2.5 กรมั ) ครงึ่ ช้อนชา (2.5 กรมั ) 4. การค�ำนวณหาอัตราการใชค้ ลอรนี ปริมาณคลอรีนที่ต้องใช้ จำ� นวนคลอรีน (กรมั ) = ppm ทตี่ อ้ งการ x ปรมิ าณน�้ำ (ลติ ร) 138 เปอรเ์ ซน็ ต์คลอรีนทีใ่ ช้ x 10 ตวั อย่างการค�ำนวณ ต้องการใชค้ ลอรนี 60% ความเขม้ ขน้ ที่ 100 ppm ในนำ�้ จำ� นวน 1,000 ลติ ร จ�ำนวนคลอรนี (กรมั ) = 100 ppm x 1,000 (ลติ ร) 60 x 10 จำ� นวนคลอรนี (กรัม) = ตอ้ งการใชค้ ลอรีน 60% จำ� นวนท้งั สน้ิ 166.66 กรมั 5. การเตรียมน�ำ้ ยาคลอรนี เพ่อื ท�ำความสะอาดถังพักนำ�้ 5.1 คลอรนี ชนิดนำ้� เข้มขน้ 5% : ใชน้ ำ�้ ยาคลอรนี 100 มลิ ลิลิตร ผสมกบั น�ำ้ 1 คิว 5.2 คลอรนี ชนดิ น�้ำเข้มขน้ 10% : ใชน้ ำ้� ยาคลอรีน 50 มิลลิลติ รผสมนำ�้ 1 ควิ 5.3 คลอรีนชนดิ ผง หรอื ชนิดเกรด็ 60% หรือ 65% ใชป้ ระมาณ 8 กรัมต่อน�ำ้ 1 ควิ หมายเหตุ : 1 คิว = 1 ลกู บาศกเ์ มตร หรือ 1,000 ลิตร
ภาคผนวก 4 ภาคผนวก 4 139 การใช้ชุดทดสอบอย่างง่ายเพ่อื การเฝ้าระวังทางสขุ าภิบาลอาหารและน้�ำ การใชโ้ คลฟิ อรม์ แบคทเี รียเป็นตัวชว้ี ัดการปนเป้อื นของอาหาร ภาชนะอุปกรณ์ และมอื ผูส้ มั ผัสอาหาร โคลิฟอร์มแบคทีเรีย (Coliform) เป็นแบคทีเรียท่ีย้อมติดสีแกรมลบสามารถย่อย สลายน้�ำตาลแลกโตส และให้ก๊าซภายในเวลา 48 ช่ัวโมงที่อุณหภูมิ 35 ํC ซ่ึงเรียกว่าเป็นพวก แลกโตสเฟอรเ์ มนเตอร์ (Lactose Fermentor) เปน็ กลมุ่ ทไ่ี มท่ ำ� ใหเ้ กดิ โรคเชอ้ื โคลฟิ อรม์ แบคทเี รยี ถกู เลือกมาเป็นตัวบ่งช้ีสภาวะการปนเปือ้ นเนื่องจาก 1. เชอื้ นพ้ี บได้ทว่ั ไป (Normal Flora) ในระบบทางเดนิ อาหารของคนและสัตวเ์ ลอื ดอุ่น และปกติจะถูกขบั ออกมาพร้อมอุจจาระในจำ� นวนที่สม่�ำเสมอ 2. เชอ้ื นีไ้ ม่เปน็ อนั ตรายต่อผู้วิเคราะห์ 3. สามารถพสิ จู นเ์ ชอ้ื งา่ ยและทนตอ่ สภาพแวดลอ้ มไดด้ กี วา่ พวกแบคทเี รยี ทท่ี ำ� ใหเ้ กดิ โรค (Pathogenic Bacteria) การคดิ คน้ ชดุ ทดสอบการปนเปอ้ื นเชอื้ โคลฟิ อรม์ แบคทเี รยี อยา่ งงา่ ยขน้ึ มาเนอื่ งจากการตรวจ วเิ คราะหด์ ว้ ยวธิ มี าตรฐาน (Standard Method) นน้ั ใชเ้ วลานานกวา่ จะทราบผล (48 - 72 ชว่ั โมง) ค่าใช้จ่ายสูงและต้องท�ำในห้องปฏิบัติการเท่านั้นส�ำหรับชุดทดสอบอย่างง่ายน้ีสามารถวิเคราะห์ ได้รวดเร็วค่าใช้จ่ายต่�ำไม่ต้องใช้ตู้บ่มเพาะเช้ือสามารถท�ำได้ในภาคสนามเหมาะกับการเก็บ ตวั อยา่ งคราวละมาก ๆ และตอ้ งการทราบผลเรว็ หลกั การทำ� งานของชดุ ทดสอบอยา่ งงา่ ยนอ้ี าศยั หลกั การทว่ี า่ เมอื่ โคลฟิ อรม์ แบคทเี รยี ยอ่ ยสลายนำ้� ตาลแลกโตสจะใหก้ รดและก๊าซขึ้นมา ซง่ึ กรด ทเี่ กดิ ขนึ้ นจ้ี ะทำ� ให้ pH ของอาหารเลยี้ งเชอ้ื ลดลง จงึ ทำ� ใหเ้ กดิ การเปลย่ี นสขี องตวั ชว้ี ดั (Indicator) คือ บรอมครีซอลเพอเพิล (Bromocresol Purple) จากสีม่วงเป็นสีเหลืองซึ่งปฏิกิริยานี้ถือว่า ใหผ้ ลบวก (Positive)
คู่มอื แนวทาง การจดั การอนามยั สิง่ แวดลอ้ ม และสขุ าภิบาลอาหารและน�ำ้ ในเรือนจ�ำ เทคนคิ การเกบ็ ตัวอยา่ งอาหาร การตรวจสอบแบคทีเรียในอาหารและภาชนะอุปกรณ์ วิธีการเก็บตัวอย่างนับเป็นปัจจัย ส�ำคัญประการหน่ึงที่สัมพันธ์กับความถูกต้องของผลการตรวจวิเคราะห์ถ้าการเก็บตัวอย่าง อาหารกระท�ำอย่างไม่ถูกวิธีอาจมีการปนเปื้อนจากแบคทีเรียภายนอกก็จะท�ำให้การอ่าน และแปลผลผิดพลาดได้ดังน้ันในการเก็บตัวอย่างอาหารหรือการสวอปภาชนะอุปกรณ์จึงควร ระมัดระวังการปนเปื้อนจากแบคทีเรียภายนอกซึ่งเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น จากมือผู้ปฏิบัติงาน ซ่ึงควรล้างมือให้สะอาดก่อนปฏิบัติงานจากอุปกรณ์ท่ีใช้เก็บตัวอย่างซึ่งควรท�ำให้ปราศจาก เช้ือกอ่ นนำ� มาใชง้ านโดยผา่ นกระบวนการฆ่าเชื้อท่ี 170 ํC นาน 1 ช่ัวโมงหรือจากวิธกี ารปฏบิ ตั ิ ของผู้ตรวจวิเคราะห์ เช่น การวางอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยไม่ระมัดระวัง เป็นต้น ส�ำหรับเทคนิค การเกบ็ ตวั อยา่ งในภาคสนามนเ้ี ปน็ วธิ กี ารทจี่ ะดดั แปลงใหส้ ะดวกเหมาะสมกบั การทำ� งานในทอ้ งท่ี ซ่ึงอาจแตกต่างจากการเก็บตัวอย่างเพื่อน�ำส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการบ้างเล็กน้อย ในเร่ืองของปริมาณตวั อยา่ งที่เกบ็ และเก็บรักษาเช้อื จากการสวอป 140 ประเภทของตัวอย่างท่ีสุ่มตรวจเพอ่ื การเฝา้ ระวงั ในเรือนจำ� 1. อาหาร 1.1 อาหารพรอ้ มบรโิ ภค ใหเ้ กบ็ อาหารทไี่ มร่ อ้ น เชน่ แกงทมี่ สี ว่ นผสมของกะทิ แกงจดื ผัดผกั ผัดหมี่ ข้าวผัด ผักสด ผักลวก ผักตม้ เปน็ ตน้ 1.2 อาหารจานเดียว ให้เกบ็ ข้าวมนั ไก่ หมูแดง หมูกรอบ ขนมจนี (เก็บผกั และเส้น) โจ๊ก เปน็ ต้น 1.3 กว๋ ยเต๋ียว ให้เก็บ เน้ือสตั ว์ ลกู ช้นิ ปลาเสน้ ผกั โรย เปน็ ต้น 1.4 ขนมหวาน ใหเ้ ก็บ ขนมทีม่ ีสว่ นผสมของกะทิ ไอศกรมี เปน็ ตน้ 1.5 เครอ่ื งดมื่ ใหเ้ ก็บ เครอื่ งดมื่ ท่ไี มบ่ รรจใุ นภาชนะปดิ สนทิ เช่น น้ำ� มะตมู น้�ำลำ� ไย ชานม เป็นตน้ 2. ภาชนะอปุ กรณ์ เชน่ ถาดหลุม จาน ถว้ ย ชอ้ น เปน็ ต้น 3. มอื ผสู้ มั ผสั อาหาร เชน่ ผเู้ ตรยี มอาหาร ผปู้ รงุ ผตู้ กั อาหารเพอ่ื แจกจา่ ย และคนลา้ งภาชนะ โดยทำ� การเก็บตัวอยา่ งทั้งหมดรวมจำ� นวน 10 ตวั อยา่ ง ทุก 3 เดอื น
ภาคผนวก 4 การใชช้ ุดตรวจสอบหาการปนเปอื้ นเช้อื โคลฟิ อร์มแบคทเี รยี ภาคสนาม SI-2 (อ 13) 141 1. อุปกรณ์ที่ใช้ 1.1 ขวดบรรจสุ ารละลาย SI-2 (อ 13) ปรมิ าณ 5 มลิ ลลิ ิตร ทผ่ี ่านการฆา่ เช้อื แล้ว 1.2 ไมพ้ ันสำ� ลที ี่ผ่านการฆา่ เชอ้ื แล้ว 1.3 ส�ำลี 1.4 คตั เตอร์ 1.5 ตะเกียงแอลกอฮอล์ 1.6 ปากคีบ 1.7 กรรไกร 1.8 ชอ้ นชา 1.9 ไฟแชค็ 1.10 แอลกอฮอล์ 70% 1.11 แอลกอฮอล์ 95% (จดุ ไฟ)
คู่มอื แนวทาง การจัดการอนามยั สิ่งแวดลอ้ ม และสขุ าภิบาลอาหารและน้�ำ ในเรอื นจ�ำ 2. วธิ ีการตรวจสอบอาหาร ภาชนะอปุ กรณ์ และมือผูส้ มั ผัสอาหาร 2.1 เปิดฝาขวดบรรจอุ าหารเลย้ี งเชื้อฯ แล้วน�ำไปลนตะเกยี งเพ่อื ฆา่ เชอ้ื โรค 2.2 เกบ็ ตัวอยา่ งอาหาร อาหารเหลว: ใช้ช้อนชาที่ฆ่าเชื้อโดยจุ่มแอลกอฮอล์ 70% แล้วลนไฟ ตักอาหาร ประมาณ 1 ชอ้ นชาใสล่ งในขวดอาหารเล้ยี งเช้อื โคลฟิ อร์มแบคทเี รยี SI-2 (อ 13) 142 อาหารแขง็ : ใชก้ รรไกรทฆี่ า่ เชอ้ื โดยการเชด็ กรรไกรดว้ ยแอลกอฮอล์ 70% แลว้ ลนไฟ ตัดอาหารให้เป็นช้ินเล็ก ๆ พอผ่านปากขวด แล้วใช้ปากคีบที่ฆ่าเชื้อแล้วคีบอาหารประมาณ 1 กรัม ใสล่ งในขวดอาหารเลยี้ งเช้อื โคลิฟอร์มแบคทีเรีย SI-2 (อ 13) 2.3 วธิ กี ารสวอปภาชนะอปุ กรณ์ และมือผ้สู ัมผัสอาหาร 2.3.1 ใชไ้ มพ้ นั สำ� ลที ผี่ า่ นการฆา่ เชอื้ แลว้ จมุ่ ลงในขวดอาหารเลย้ี งเชอื้ โคลฟิ อรม์ แบคทีเรีย SI-2 (อ 13) บิดไม้กับข้างขวดแก้ว เพื่อให้ส�ำลีดูดซับอาหารเล้ียงเช้ือฯ พอหมาด น�ำไม้พันสำ� ลีมาป้ายบนผวิ ภาชนะอุปกรณห์ รือมอื ทจี่ ะตรวจดงั นี้ 1) จาน ชาม หรอื ถว้ ยขนม ปา้ ยโดยการหมนุ ชา้ ๆ บรเิ วณกลางประมาณ 4 ตารางน้วิ (2 x 2 นิ้ว)
ภาคผนวก 4 2) แก้วน้�ำถ้วย ให้ป้ายรอบขอบปากแก้วประมาณครึ่งนิ้วจากขอบบน ทั้งภายในและภายนอก 3) ชอ้ น สอ้ ม หรือตะเกยี บ ให้ป้ายบริเวณปลายส่วนทส่ี มั ผสั อาหาร 4) เขยี ง ให้สวอปด้านท่ีใช้งาน 2 x 2 ตารางนิ้ว 5) มือผู้สัมผัสอาหาร ให้ป้ายที่มือจากปลายน้ิวถึงข้อที่ 2 นอกจาก หัวแมม่ อื ใหป้ ้ายเพยี งข้อท่ี 2.3.1 (ท�ำเพยี งมือขา้ งเดยี วท่ใี ชส้ ัมผัสอาหาร) 143 2.3.2 น�ำไม้พันส�ำลีจุ่มลงในขวดอาหารเลี้ยงเช้ือฯ หักไม้พันส�ำลีโดยดึงไม้ให้ โผล่ขึ้นมาคร่ึงหนึ่งแล้วหักไม้กับปากขวดแก้ว ปล่อยให้ส่วนที่มีส�ำลีอยู่ในขวดอาหารเล้ียงเชื้อฯ แล้วปิดฝาขวด (ส�ำหรับภาชนะอุปกรณ์ให้ใช้ไม้พันส�ำลีอันเดียวป้ายภาชนะอุปกรณ์ประเภท เดียวกนั ใหค้ รบ 5 ชนิ้ ) 3. การอ่านและการแปลผล SI-2 (อ 13)
คู่มือแนวทาง การจดั การอนามยั ส่ิงแวดลอ้ ม และสขุ าภิบาลอาหารและน�ำ้ ในเรอื นจ�ำ ขวดท่ี 1 อาหารเหลวตรวจเช้อื โคลฟิ อร์มแบคทเี รยี SI-2 (อ 13) สีมว่ งใสปราศจากเชื้อ ขวดที่ 2 อาหารเหลวตรวจเชอื้ โคลฟิ อรม์ แบคทเี รยี SI-2 (อ 13) หลงั ใสต่ วั อยา่ งทดสอบ และบ่มไว้ท่ีอุณหภูมิห้องเป็นเวลา 24 – 48 ช่ัวโมง ให้ผลลบ ( – ) อาหารยังคงเป็นสีม่วงใส ไม่เปลยี่ นแปลงแสดงวา่ ตวั อยา่ งไม่มกี ารปนเปอ้ื นเชือ้ โคลฟิ อรม์ แบคทีเรีย ขวดท่ี 3 อาหารเหลวตรวจเชอื้ โคลฟิ อรม์ แบคทเี รยี SI-2 (อ 13) หลงั ใสต่ วั อยา่ งทดสอบ และบม่ ไวท้ ี่ อณุ หภมู ิหอ้ งเปน็ เวลา 24 – 48 ชวั่ โมง ใหผ้ ลบวก ( + ) อาหารเปลยี่ นจากสีม่วง เป็นสีม่วงปนเหลือง มีความขุ่นและแก๊สปุดข้ึนเม่ือเขย่าเบา ๆ แสดงว่าตัวอย่างมีการปนเปื้อน เชื้อโคลิฟอรม์ แบคทีเรีย ขวดท่ี 4 อาหารเหลวตรวจเชอื้ โคลฟิ อรม์ แบคทเี รยี SI-2 (อ 13) หลงั ใสต่ วั อยา่ งทดสอบ และบ่มไว้ท่ีอณุ หภมู หิ อ้ งเป็นเวลา 24 – 48 ชว่ั โมง ใหผ้ ลบวก ( ++ ) อาหารเปล่ียนจากสีมว่ งเปน็ สีเหลืองมีความขุ่นและแก๊สปุดข้ึนเมื่อเขย่าเบา ๆ แสดงว่าตัวอย่างมีการปนเปื้อนเช้ือโคลิฟอร์ม แบคทเี รยี 144 การเก็บรกั ษาและอายุการใชง้ าน - เกบ็ ในตู้เย็น มอี ายกุ ารใช้งานประมาณ 6 เดอื น หลังการผลติ - เก็บภายในกลอ่ งบรรจทุ ี่อณุ หภูมหิ อ้ งมีอายกุ ารใช้งานประมาณ 2 เดือน หลงั การผลติ การปฏบิ ตั หิ ลงั การผา่ นการตรวจสอบแล้ว - เทน�้ำยาท่ใี ชแ้ ลว้ ท้งิ ในโถสุขภณั ฑ์กอ่ นทิง้ ขวดในทีเ่ หมาะสม - ถา้ ตอ้ งการนำ� ขวดเกา่ มาใชใ้ หม่ ใหล้ า้ งขวดใหส้ ะอาด โดยไมม่ เี ชอื้ จลุ นิ ทรยี เ์ หลอื คา้ งอยู่ การตรวจสอบคณุ ภาพนำ�้ ในเรอื นจ�ำ การตรวจสอบคุณภาพน้�ำในเรือนจ�ำ สามารถตรวจสอบด้วยชุดทดสอบอย่างง่าย ได้แก่ ชดุ ตรวจสอบการปนเปอ้ื นเชอื้ โคลฟิ อรม์ แบคทเี รยี (อ 11) และชดุ ตรวจสอบคลอรนี อสิ ระคงเหลอื ในน�้ำ (อ 31) โดยท�ำการเก็บตวั อย่างในจุดต่าง ๆ ในเรอื นจำ� ไดแ้ ก่ 1. น�ำ้ ทีใ่ ชเ้ พ่อื การลา้ งวตั ถดุ ิบเพ่ือน�ำไปปรงุ ประกอบอาหาร 2. น�ำ้ ทใ่ี ชใ้ นการปรุง ประกอบอาหาร 3. จดุ บริการน�ำ้ ดืม่ 4. นำ�้ ที่ใช้ในการล้างมอื แปรงฟนั ล้างหน้า โดยทำ� การเก็บตัวอยา่ ง ทกุ 3 เดอื น
ภาคผนวก 4 วธิ ีการตรวจสอบการปนเปอ้ื นเชื้อโคลิฟอร์มแบคทเี รีย การตรวจสอบการปนเปื้อนเช้ือโคลิฟอร์มแบคทีเรียในน�้ำบริโภคสามารถตรวจสอบ เบื้องต้น ด้วยอาหารตรวจเช้ือโคลิฟอร์มแบคทีเรีย เป็นวิธีท่ีง่ายและสะดวก ในการปฏิบัติโดย สงั เกตจากการเปลยี่ นสขี องอาหารตรวจเช้อื (อ 11) จากสีแดงเปน็ สตี า่ ง ๆ เช่น สสี ม้ สีนำ้� ตาล สเี หลือง มคี วามขุ่นและฟองแกส๊ ปุดข้นึ เมอ่ื เขยา่ เบา ๆ อปุ กรณ์ 1. อาหารตรวจเช้ือ อ 11 เป็นสารละลายใสสีแดง ใช้ตรวจเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรีย ในน�้ำด่มื และน้�ำบริโภคบรรจใุ นขวดแก้วขนาด 25 มลิ ลิลิตร 2. แอลกอฮอล์ 70% 3. ส�ำลี 4. ใบมีด 145 อาหารตรวจเช้อื โคลิฟอร์มแบคทเี รยี อ 11 วธิ ีตรวจสอบ 1. ท�ำความสะอาดมือทั้ง 2 ข้าง และอุปกรณ์ ด้วยสำ� ลชี บุ แอลกอฮอล์ 70%
คู่มอื แนวทาง การจัดการอนามัยสง่ิ แวดลอ้ ม และสุขาภิบาลอาหารและนำ�้ ในเรือนจ�ำ 2. ท�ำความสะอาดบริเวณรอบฝาขวด และคอขวดก่อนและหลังตัดแถบรัดปากขวด ให้สะอาดดว้ ยสำ� ลชี ุบแอลกอฮอล์ 146 3. ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้หมุนฝาขวดโดยไม่ให้นิ้วมือโดนปากขวด และใช้น้ิวนาง และนิว้ กอ้ ยหนีบฝาขวดไว้ โดยไมว่ างฝาขวดบนพืน้ 4. เติมน้ำ� ตวั อย่างจนถึงขดี ท่ี 4 ของขวด อยา่ ให้ภาชนะโดนปากขวด โดยให้อยหู่ า่ งจาก ปากขวดประมาณ 1 เซนติเมตร ในขณะเทตัวอย่างนำ้� ลงในขวด
ภาคผนวก 4 5. หมนุ ขวดเป็นวงกลมเบา ๆ ให้อาหารตรวจเช้ือ อ 11 ผสมกับตัวอย่างน้�ำใหเ้ ข้ากัน 6. ตงั้ ทงิ้ ไวท้ อี่ ณุ หภมู หิ อ้ ง (25 - 40°C) เปน็ เวลา 24 - 48 ชวั่ โมง ตรวจสอบผลโดยเทยี บผล กับแผ่นเทียบสี อ 11 147 การอ่านและการแปลผล อ 11 ขวดที่ 1 อาหารเหลวตรวจเชอ้ื โคลฟิ อรม์ แบคทเี รยี ภาคสนาม (อ 11) สแี ดงใส ปราศจากเชอื้ ขวดท่ี 2 อาหารเหลว (อ 11) หลงั เตมิ น้ำ� ตวั อย่าง (ถงึ ขดี ท่ี 4 ของขวด) ขวดที่ 3 อาหารเหลว (อ 11) หลังเติมน้�ำตัวอย่าง และบ่มไว้ท่ีอุณหภูมิห้องเป็นเวลา 24 – 48 ชว่ั โมง ให้ผลลบ ( – ) อาหารยงั คงเป็นสแี ดงใสไมเ่ ปล่ียนแปลง สามารถใช้บริโภคได้
คมู่ ือแนวทาง การจัดการอนามยั ส่งิ แวดลอ้ ม และสุขาภิบาลอาหารและน้�ำ ในเรอื นจ�ำ ขวดท่ี 4 อาหารเหลว (อ 11) หลังเติมน้�ำตัวอย่าง และบ่มไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 24 – 48 ชั่วโมง ให้ผลบวก ( + ) อาหารเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีน้�ำตาล หรือสีน�้ำตาลอมส้ม มีความขนุ่ และแกส๊ ปดุ ขึน้ เม่อื เขย่าเบา ๆ ไม่ควรใชบ้ ริโภค ขวดที่ 5 อาหารเหลว (อ 11) หลังเติมน�้ำตัวอย่าง และบ่มไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 24 – 48 ช่ัวโมง ให้ผลบวก ( ++ ) อาหารเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีส้ม หรือสีเหลืองอมส้ม มคี วามขุ่นและแกส๊ ปดุ ขึน้ เมือ่ เขย่าเบา ๆ ไม่ควรใช้บริโภค ขวดท่ี 6 อาหารเหลว (อ 11) หลังเติมน�้ำตัวอย่าง แล้วบ่มไว้ท่ีอุณหภูมิห้องเป็นเวลา 24 – 48 ชวั่ โมง ใหผ้ ลบวก ( +++ ) อาหารเปลย่ี นจากสแี ดงเปน็ สเี หลอื ง มคี วามขนุ่ และแกส๊ ปดุ ขน้ึ เมอื่ เขย่าเบา ๆ ไม่ควรใชบ้ รโิ ภค การเกบ็ รกั ษาและอายุการใชง้ าน - เกบ็ ในตเู้ ย็น มีอายกุ ารใชง้ านประมาณ 12 เดือน หลงั การผลติ - เกบ็ ภายในกล่องบรรจุทอี่ ุณหภูมหิ ้องมีอายุการใช้งานประมาณ 6 เดอื น หลงั การผลติ 148 การปฏิบตั หิ ลังการผา่ นการตรวจสอบแลว้ - เทน้ำ� ยาทีใ่ ช้แลว้ ทิ้งในโถสุขภณั ฑ์ก่อนท้งิ ขวดในทเี่ หมาะสม - ถ้าต้องการน�ำขวดเก่ามาใช้ใหม่ ให้ล้างขวดให้สะอาด โดยไม่มีเช้ือจุลินทรีย์ เหลือคา้ งอยู่ วิธกี ารตรวจสอบคลอรนี อสิ ระคงเหลือในนำ้� การตรวจสอบปริมาณคลอรีนอิสระคงเหลือในน�้ำด้วยชุด อ 31 เป็นวิธีการตรวจที่ง่าย และสะดวก โดยการอา่ นคา่ ของคลอรนี อสิ ระคงเหลอื ในนำ�้ จากการเปรยี บเทยี บสกี บั สมี าตรฐาน ของชดุ ตรวจสอบมสี มี าตรฐาน 3 ระดบั แตกตา่ งกนั คอื 0.2 0.5 และ 1.0 มลิ ลกิ รมั ตอ่ ลติ ร คา่ ทอี่ า่ น ได้คือ คา่ คลอรนี อิสระคงเหลอื ในน้ำ� ชดุ ทดสอบคลอรีนอิสระคงเหลอื ในนำ้� อ 31
ภาคผนวก 4 อปุ กรณ์ 149 1. ภาชนะบรรจุนำ้� ตัวอย่างทใ่ี ช้ในการทดสอบ 2. ขวดเทียบสีมาตรฐานคลอรีนอิสระคงเหลือระบุระดับความเข้มข้นของคลอรีนอิสระ คงเหลอื ในนำ�้ ทค่ี วามเขม้ ข้น 0.2, 0.5 และ 1.0 มิลลิกรัม/ลิตร จำ� นวน 3 ขวด 3. ขวดแก้วเปล่าสำ� หรับใสน่ �้ำตวั อยา่ งเพือ่ ทดสอบคลอรีนอิสระคงเหลอื จำ� นวน 1 ขวด โดยมีเครื่องหมายเป็นขีดขา้ งขวดกำ� หนดปริมาณน�ำ้ ตัวอยา่ งท่จี ะตรวจสอบ 4. ขวดพลาสตกิ บรรจสุ ารละลายทดสอบคลอรนี อสิ ระคงเหลอื จ�ำนวน 1 ขวด วธิ ที ดสอบ 1. รนิ น้�ำตวั อยา่ งที่ตอ้ งการทดสอบลงในขวดแก้วเปล่าถงึ ขีดทีก่ �ำหนด 2. หยดสารละลายทดสอบคลอรีนอสิ ระคงเหลอื จ�ำนวน 4 หยด ลงในน้ำ� ตัวอยา่ ง
คู่มอื แนวทาง การจดั การอนามัยส่งิ แวดล้อม และสุขาภบิ าลอาหารและน�้ำ ในเรอื นจ�ำ 3. ปิดฝาขวดบรรจุน�้ำตัวอย่างให้แน่นแล้วผสมให้เข้ากัน โดยกลับขวดบรรจุน้�ำตัวอย่าง ขึ้น – ลง จำ� นวน 15 – 20 คร้ัง สงั เกตการเกดิ สใี นขวดตัวอย่างทดสอบ 4. เทียบสีที่เกิดข้ึนกับสีมาตรฐานคลอรีนอิสระคงเหลือ ค่าที่อ่านได้คือ ค่าคลอรีนอิสระ คงเหลือในนำ�้ (มิลลกิ รัม / ลิตร) 150 ขอ้ ควรระวัง 1. อยา่ ให้สารละลายทดสอบคลอรนี อิสระคงเหลือ ปนเป้อื นในน�ำ้ ด่ืม 2. เกบ็ สารละลายทดสอบคลอรนี อิสระคงเหลอื ให้พน้ มอื เด็ก 3. ถ้าสารละลายทดสอบคลอรีนอิสระคงเหลอื ถกู ผิวหนังให้รบี ลา้ งออกด้วยนำ้� สะอาด 4. เก็บรักษาชุดทดสอบคลอรีนอิสระคงเหลือ อ 31 ในที่แห้งอย่าให้ถูกแสงแดด และ เก็บรักษาในที่อุณหภูมไิ ม่เกิน 30 องศาเซลเซยี ส การจัดการตวั อยา่ งทผ่ี า่ นการตรวจสอบแลว้ 1. เทของเหลวในขวดบรรจนุ �้ำตวั อย่างลงในโถชกั โครก 2. ลา้ งขวดบรรจุน�ำ้ ตัวอยา่ งและฝาขวดทใ่ี ช้งานแล้ว ด้วยน้ำ� ยาลา้ งภาชนะ แลว้ ลา้ งออก ดว้ ยน�ำ้ ประปาหลาย ๆ ครง้ั จนสะอาด เชด็ ใหแ้ ห้งเพื่อการใช้งานครัง้ ต่อไป อายุการใช้งานของสารเคมี สารละลายทดสอบคลอรีนอสิ ระคงเหลือ มีอายุการใชง้ านไม่เกนิ 1 ปี
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164