Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือสิ่งแวดล้อมเรือนจำ

คู่มือสิ่งแวดล้อมเรือนจำ

Published by chirtsaksri, 2023-06-27 03:50:59

Description: คู่มือสิ่งแวดล้อมเรือนจำ

Search

Read the Text Version

คมู ือแนวทาง การจัดการอนามยั ส่ิงแวดลอ ม และสขุ าภบิ าลอาหารและน้ำ ในเรอื นจำ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ กรมราชทณั ฑ กระทรวงยุติธรรม พ.ศ. 2563



คมู่ ือแนวทาง การจดั การอนามัยสิง่ แวดล้อม และสขุ าภิบาลอาหารและน�ำ้ ในเรอื นจำ� 3

กแคลู่มาะอืรสแจุขนาัดวภทกบิ าางารลออานหาามรแยั ลสะนิง่ ้ำ�แใวนดเรลือน้อจม�ำ ISBN 978-616-11-4440-1 พมิ พค์ รั้งที่ 1 กันยายน 2563 จำ�นวนพมิ พ์ 500 เล่ม ©สงวนสิทธ์ใิ นประเทศไทย ตาม พ.ร.บ.ลขิ สิทธิ์ โดย ส�ำนักอนามยั ส่ิงแวดล้อม กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 4 ไมอ่ นญุ าตใหค้ ดั ลอก ท�ำซ้ำ� และดัดแปลงสว่ นใดส่วนหนงึ่ ของหนังสือเล่มน้ี นอกจากจะไดร้ บั อนุญาตเปน็ ลายลักษณอ์ ักษรจากเจ้าของลิขสิทธเ์ิ ท่านั้น จดั ท�ำ โดย : ส�ำนกั อนามัยส่งิ แวดลอ้ ม กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสขุ ถนนติวานนท์ อ�ำเภอเมอื ง จงั หวัดนนทบรุ ี 11000 ประเทศไทย โทรศพั ท์ 0-2590-4652 โทรสาร 0-2590-4255 http://env.anamai.moph.go.th ออกแบบและผลติ โดย : โครงการผลิตสอ่ื และมัลติมีเดยี สมาคมส่งเสรมิ เทคโนโลยี (ไทย-ญปี่ นุ่ ) โทรศัพท์ 0-2258-0320-5 โทรสาร 0-2662-1096 www.tpa.or.th

ค �ำ นำ� การเขา้ ถงึ บริการด้านอนามยั ส่งิ แวดลอ้ ม นำ้� สะอาด สุขาภบิ าล และสุขอนามัย เป็นปัจจยั 5 สำ� คญั ของการดำ� รงชวี ติ และเปน็ สทิ ธขิ นั้ พนื้ ฐานทค่ี นทกุ คนพงึ ไดร้ บั อยา่ งเพยี งพอและเหมาะสม ตอ่ การใชช้ วี ติ ประจำ� วนั และเปน็ ปจั จยั สำ� คญั ทม่ี ผี ลตอ่ สขุ ภาพของผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจำ� โดยเฉพาะ อยา่ งยงิ่ หากไมม่ กี ารจดั การทดี่ ี อาจเปน็ สาเหตขุ องปญั หาสขุ ภาพทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ปจั จยั สง่ิ แวดลอ้ ม ในเรอื นจ�ำ เชน่ โรคระบบทางเดนิ หายใจ วณั โรค โรคผิวหนัง และโรคอุจจาระร่วง เป็นตน้ คมู่ อื แนวทาง “การจดั การอนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม และสขุ าภบิ าลอาหารและนำ�้ ในเรอื นจำ� ” ฉบับน้ี กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข รว่ มกบั กรมราชทณั ฑ์ กระทรวงยตุ ธิ รรม จดั ท�ำขน้ึ เพอื่ สนบั สนนุ การดำ� เนนิ งานภายใต้ “โครงการราชทณั ฑป์ นั สขุ ทำ� ความ ดี เพอื่ ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ”์ โดยเปน็ คมู่ อื แนวทางการดำ� เนนิ งานของเจา้ หนา้ ทสี่ าธารณสขุ และเจา้ หนา้ ทเ่ี รอื นจำ� ในการจดั การดา้ น อนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม และสขุ าภบิ าลอาหารและนำ้� ภายในเรอื นจำ� และอาคารสถานทภี่ ายใตก้ ารดแู ล ของเรอื นจำ� ทอ่ี าจสง่ ผลตอ่ สขุ ภาพผตู้ อ้ งขงั และเจา้ หนา้ ทข่ี องเรอื นจำ� อกี ทง้ั เพอ่ื ใหก้ ารจดั บรกิ ารดา้ น อนามยั สงิ่ แวดลอ้ มของเรอื นจำ� ดำ� เนนิ การอยา่ งเปน็ มติ รกบั สงิ่ แวดลอ้ มและชมุ ชนบรเิ วณใกลเ้ คยี ง เนื้อหาหลักของเอกสารฉบับน้ี เป็นข้อมูลทางวิชาการ และแนวทางการประเมินการจัดการ ดา้ นอนามยั สงิ่ แวดลอ้ ม และสขุ าภบิ าลอาหารและนำ�้ ทคี่ ณะทำ� งานไดท้ บทวนและรวบรวมขอ้ มลู ทางวชิ าการทเี่ กย่ี วขอ้ งจากแหลง่ ขอ้ มลู ทง้ั ใน และตา่ งประเทศ และเรยี บเรยี งเนอื้ หาใหส้ อดคลอ้ ง กับสถานการณป์ จั จุบนั ของเรอื นจำ� ในบริบทของประเทศไทย ทง้ั นี้ คณะทำ� งานขอขอบพระคณุ เจ้าของผลงานต่าง ๆ ทไ่ี ด้น�ำมาอา้ งอิงในเอกสารฉบบั นี้ ไว้ ณ โอกาสน้ี คณะผู้จัดท�ำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารฉบับน้ี จะเป็นประโยชน์ส�ำหรับการจัดการ อนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขาภิบาลอาหารและน้�ำ ในเรือนจ�ำ ที่จะช่วยให้ผู้ต้องขังได้รับบริการ ดา้ นอนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม และสขุ าภบิ าลอาหารและนำ�้ เหมาะสมตามความจำ� เปน็ ขน้ั พนื้ ฐาน และ หลกั สิทธมิ นุษยชน รวมท้งั เอื้อใหม้ สี ุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี เพือ่ เตรยี มพรอ้ มสู่การกลบั ไปใช้ ชีวิตในสังคมได้ตอ่ ไป กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข และ กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุตธิ รรม สงิ หาคม 2563

ส ารบญั บทที่ 1 บทน�ำ................................................................................................................ 7 1.1 ความสำ� คัญของการอนามัยส่งิ แวดลอ้ ม สขุ าภบิ าลอาหารและน้ำ� ในเรือนจ�ำ................................................................................................................... 8 1.2 วตั ถุประสงค์และจดุ มงุ่ หมาย................................................................................ 11 1.3 ค�ำจ�ำกดั ความและความหมาย.............................................................................. 11 1.4 ขอบเขตเน้อื หา.......................................................................................................... 12 บทที่ 2 การจัดการสขุ าภิบาลทพ่ี ักอาศัยในเรือนจ�ำ.............................................. 13 2.1 ความจุในเรือนนอน.................................................................................................. 14 2.2 พน้ื ท.่ี ............................................................................................................................. 15 2.3 แสงสวา่ ง...................................................................................................................... 16 2.4 อุณหภมู แิ ละความชน้ื .............................................................................................. 17 6 2.5 การระบายอากาศ..................................................................................................... 17 2.6 เคร่ืองนอน.................................................................................................................. 18 2.7 การไดร้ ับอากาศบรสิ ทุ ธ.ิ์ ......................................................................................... 18 2.8 ความแออัด................................................................................................................. 18 2.9 การป้องกันโรคติดต่อ............................................................................................... 19 2.10 ความปลอดภยั และความสะอาด.......................................................................... 20 บทที่ 3 สุขอนามยั ........................................................................................................ 21 3.1 สขุ อนามยั .................................................................................................................... 22 3.2 สุขอนามัยพน้ื ฐานสำ� หรบั ผู้ต้องขงั ในเรือนจำ� /ทัณฑสถาน............................ 26 บทที่ 4 การจัดการส้วมและสงิ่ ปฏิกูล...................................................................... 27 4.1 การจัดการส้วม.......................................................................................................... 28 4.2 การจดั การส่ิงปฏิกูล................................................................................................. 31 บทท่ี 5 การจัดการนำ�้ เสยี ........................................................................................... 33 5.1 การจดั การน้�ำเสีย..................................................................................................... 34 5.2 แนวทางการดแู ลบอ่ ดักไขมนั และบ่อดักขยะ................................................... 35 5.3 ระบบบ�ำบดั น้ำ� เสียแบบตา่ ง ๆ ที่น�ำมาใช้ในประเทศไทย............................. 38

บทที่ 6 การจดั การมูลฝอย....................................................................................... 41 6.1 การจดั การมูลฝอย.................................................................................................... 42 6.2 แนวทางการเก็บรวบรวมมลู ฝอย......................................................................... 45 6.3 แนวทางการจดั ทพี่ กั มลู ฝอยรวม.......................................................................... 46 6.4 แนวทางการกำ� จดั มูลฝอย...................................................................................... 47 6.5 แนวทางการก�ำจดั มลู ฝอยตดิ เชือ้ ......................................................................... 48 บทที่ 7 การควบคุมสตั ว์ และแมลงพาหะน�ำโรค.................................................... 51 7.1 แนวทางการควบคุมก�ำจัดสัตว์และแมลงพาหะนำ� โรค.................................. 53 7.2 พาหะนำ� โรค และโรคทเ่ี กิดจากพาหะน�ำโรค................................................... 63 บทที่ 8 การจัดการดา้ นน�้ำสะอาด.............................................................................. 65 7 8.1 ข้อพิจารณาขัน้ พืน้ ฐานในการจดั หาน�้ำเพอ่ื การบริโภคใช้สอย.................... 67 8.2 ประเภทของแหล่งน้ำ� .............................................................................................. 68 8.3 การผลติ น้�ำสะอาด................................................................................................... 69 8.4 น้ำ� ประปาระบบประปา.......................................................................................... 71 8.5 การควบคุมมาตรฐานน�้ำบรรจุถงั /น�ำ้ บรรจุขวด.............................................. 74 8.6 การควบคุมคณุ ภาพนำ้� เพอ่ื การอุปโภคบรโิ ภค................................................ 74 8.7 การดแู ลระบบการผลติ น้�ำประปาจากน้ำ� บาดาล หรอื น�้ำผวิ ดนิ ................. 75 8.8 การลา้ งเครอื่ งกรองน้�ำ............................................................................................ 76 8.9 การลา้ งถงั นำ�้ ดื่ม........................................................................................................ 77 8.10 การตรวจสอบคุณภาพน้�ำบริโภค......................................................................... 78 8.11 ขอ้ แนะน�ำในการจัดการน้�ำบรโิ ภคทตี่ รวจพบ มีการปนเป้อื นเชื้อแบคทีเรีย.................................................................................. 78 บทที่ 9 การสขุ าภิบาลอาหาร........................................................................................ 83 9.1 การบริโภคอาหารทถี่ กู หลักสุขาภบิ าลอาหาร.................................................. 84 9.2 การเฝา้ ระวังด้านสขุ าภิบาลอาหาร...................................................................... 92 9.3 พฤตกิ รรมอนามยั ในการบริโภคอาหารให้ปลอดภัย....................................... 93

บทท่ี 10 การด�ำเนนิ งานพฒั นา ปรบั ปรุง การจัดการอนามยั ส่ิงแวดล้อม และสุขาภบิ าลอาหารและนำ�้ ในเรือนจ�ำ....................................................... 95 10.1 การด�ำเนนิ งานการจดั การอนามยั สิง่ แวดล้อม และสุขาภบิ าลอาหารและน�ำ้ ในเรอื นจ�ำ.......................................................... 96 10.2 ขอ้ พิจารณาในการวางแผนปรับปรงุ อนามยั สงิ่ แวดล้อม และสุขาภิบาลอาหารและน�ำ้ ในเรือนจ�ำ.......................................................... 97 บทท่ี 11 บทบาทการด�ำเนินงานของหน่วยงานที่เกยี่ วขอ้ ง.................................. 99 11.1 กระทรวงสาธารณสขุ ............................................................................................... 100 11.2 กระทรวงมหาดไทย................................................................................................. 101 11.3 กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม................................................. 102 11.4 องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น.................................................................................. 102 8 บทที่ 12 แนวทางปฏิบตั ดิ ้านสาธารณสขุ ในการป้องกนั การแพร่ระบาด ของโรคตดิ เช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19).............................. 103 12.1 การเย่ยี มญาตผิ ้ตู อ้ งขงั ............................................................................................... 105 12.2 การดูแลอาคารสถานท.ี่ ............................................................................................. 105 12.3 สุขอนามัยสว่ นบุคคลผตู้ ้องขงั ................................................................................. 109 12.4 การปฏบิ ตั ติ ัวของเจา้ หนา้ ทีเ่ รือนจำ� ....................................................................... 109 บรรณานุกรม.................................................................................................................. 111 ภาคผนวก........................................................................................................................ 113 ภาคผนวก 1 แนวทางการประเมนิ การจัดการอนามัยส่ิงแวดล้อม..................... 114 ภาคผนวก 2 แบบประเมนิ สิ่งจำ� เป็นข้ันพืน้ ฐานส�ำหรับผตู้ ้องขัง........................ 119 ภาคผนวก 3 การใชผ้ งคลอรนี ฆา่ เช้ือเพอ่ื การควบคุมคุณภาพน�้ำ....................... 132 ภาคผนวก 4 การใช้ชดุ ทดสอบอย่างงา่ ยเพือ่ การเฝ้าระวงั ทางสขุ าภิบาลอาหารและน�้ำ................................................................ 137 ภาคผนวก 5 การให้บรกิ ารของศูนย์หอ้ งปฏิบตั กิ ารกรมอนามัย........................ 149 คณะผูจ้ ดั ท�ำ..................................................................................................................... 159

บทท่ี ๑ บทน�ำ 9 บทที่ บทน�ำ

คู่มือแนวทาง การจดั การอนามยั ส่ิงแวดลอ้ ม และสุขาภิบาลอาหารและน้ำ� ในเรอื นจำ� บทท่ี บทน�ำ 1.1 ความส�ำคัญของการอนามัยส่ิงแวดล้อม สุขาภิบาลอาหารและน้�ำ ในเรือนจ�ำ การด�ำเนินงานด้านอนามัยส่ิงแวดล้อม สุขาภิบาลอาหารและน�้ำ ในเรือนจ�ำเป็นไปตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 หมวด 3 ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของปวงชน 10 ชาวไทย ตามมาตรา 47 ก�ำหนดให้บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐ และ ตามพระราชบญั ญตั ริ าชทณั ฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 37 วา่ ดว้ ยการดแู ลสขุ อนามยั และการสขุ าภบิ าล และการตรวจสขุ ภาพตามความจำ� เปน็ และระเบยี บกรมราชทณั ฑว์ า่ ดว้ ยการดำ� เนนิ การเกย่ี วกบั การอนามยั และการสขุ าภบิ าลของผตู้ อ้ งขงั พ.ศ. 2561 หมวดท่ี 1 ขอ้ ความทว่ั ไป ขอ้ 6 ใหเ้ รอื นจำ� ทกุ แหง่ จดั ใหม้ สี ถานพยาบาล และจดั ใหม้ แี พทย์ พยาบาล หรอื เจา้ พนกั งานเรอื นจำ� ทผี่ า่ นการอบรม ด้านการพยาบาลของแต่ละเรือนจ�ำ เพ่ือปฏิบัติหน้าที่ด้านการรักษา ส่งเสริม ป้องกันและฟื้นฟู สมรรถภาพของผู้ต้องขังที่เจ็บป่วย รวมทั้งการประเมินผล การตรวจรักษา การดูแลสุขอนามัย และการดแู ลสุขาภิบาลในเรือนจ�ำ

บทน�ำ นอกจากน้ี ข้อก�ำหนดมาตรฐานข้ันต�่ำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง หรอื ขอ้ กำ� หนดแมนเดลา ซง่ึ เปน็ ขอ้ กำ� หนดแหง่ สหประชาชาตทิ วี่ างมาตรฐานขน้ั ตำ�่ ในการบรหิ าร จัดการเรือนจ�ำที่ดี รวมทั้งวางมาตรฐานให้มีการเคารพสิทธิของผู้ต้องขัง มีหลักการพื้นฐาน 5 ประการ ได้แก่ 1) ผู้ต้องขังพึงได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพต่อศักด์ิศรีและคุณค่า ความเปน็ มนษุ ย์ 2) หา้ มการทรมานหรอื การปฏบิ ัติต่อผ้ตู อ้ งขังดว้ ยความทารุณ 3) ให้ปฏิบัติตอ่ ผู้ต้องขังโดยค�ำนึงถึงความต้องการขั้นพื้นฐานโดยไม่เลือกปฏิบัติ 4) วัตถุประสงค์ของเรือนจ�ำ คอื การคมุ้ ครองสงั คมใหป้ ลอดภยั และลดการกระทำ� ผดิ ซำ้� และ 5) ผตู้ อ้ งขงั เจา้ หนา้ ที่ ผใู้ หบ้ รกิ าร ด้านต่าง ๆ ในเรือนจ�ำและผู้เข้าเยี่ยม จะต้องได้รับความปลอดภัยตลอดเวลาซ่ึงในข้อก�ำหนดท่ี 12-22, 35, 42-43 ไดก้ ำ� หนดเกยี่ วกบั อนามยั สงิ่ แวดลอ้ มพน้ื ฐาน อาทิ สขุ ลกั ษณะทพี่ กั อาศยั อาหาร นำ้� ดมื่ หอ้ งอาบนำ�้ หอ้ งสว้ ม สำ� หรบั ผตู้ อ้ งขงั ทเ่ี รอื นจำ� ตอ้ งจดั ใหม้ อี ยา่ งเหมาะสม เพยี งพอสำ� หรบั ผ้ตู อ้ งขงั โดยไม่เลือกปฏบิ ตั ิ 11 ปจั จบุ นั ประเทศไทยมจี ำ� นวนผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจำ� ทว่ั ประเทศมากกวา่ สามแสนคน ในขณะทมี่ ี เรอื นจำ� สามารถรองรบั ผตู้ อ้ งขงั ไดป้ ระมาณหนงึ่ แสนสองหมนื่ คน สง่ ผลใหค้ วามเปน็ อยใู่ นเรอื นจำ� มีความแออัด ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมทางกายภาพ และสังคมในเรือนจ�ำ อาจก่อให้เกิดโรค และปญั หาสขุ ภาพไดง้ า่ ย ปจั จยั พน้ื ฐานตามหลกั สทิ ธมิ นษุ ยชนสากล ทตี่ อ้ งคำ� นงึ ถงึ สำ� หรบั ผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจำ� ไดแ้ ก่ ความแออดั ของทอี่ ยอู่ าศยั ความเพยี งพอของสงิ่ อำ� นวยความสะดวกเกยี่ วกบั สว้ ม ความสะอาด สขุ อนามยั แสงสวา่ ง การระบายอากาศ ความเพยี งพอและคณุ ภาพของอาหาร และนำ�้ ซึง่ ปจั จัยดงั กล่าวส่งผลตอ่ การก่อโรค โดยเฉพาะโรคตดิ ตอ่ ทงั้ การตดิ เชือ้ ในระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดนิ อาหาร และผวิ หนัง เปน็ ต้น

ค่มู ือแนวทาง การจัดการอนามัยส่งิ แวดลอ้ ม และสขุ าภิบาลอาหารและนำ้� ในเรือนจำ� หากมกี ารจดั การดา้ นอนามยั สงิ่ แวดลอ้ มทไ่ี มม่ ปี ระสทิ ธภิ าพอาจทำ� ใหเ้ กดิ โอกาสความเสยี หาย อันตราย หรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ได้แก่ การมีสุขอนามัยที่ไม่ดี มีสุขาภิบาล ท่ีไม่เพียงพอ เกดิ ความแออดั การสมั ผสั กบั สตั วห์ รอื แมลงนำ� โรค รวมทงั้ การขาดแคลนสงิ่ จำ� เปน็ ในการดำ� รงชวี ติ ซึง่ ปจั จัยหนงึ่ ท่อี าจก่อใหเ้ กดิ โรคหรือปัญหาดา้ นสขุ ภาพไดห้ ลายอย่าง ดังภาพที่ 1 (Overcrowding) (Poor Hygiene) (Inadequate Footwear) ความแออัด สุขภาพอนามัยทไ่ี มด ี ขาดแคลนรองเทา (Contact with Animals) (Inadequate Sanitation) การสมั ผสั กับสัตว การสขุ าภบิ าลท่ไี มเพียงพอ โรคจากโปรโตซัว (Inadequate Water) (Protozoan Infection) ขาดแคลนนำ้ ดื่ม นำ้ ใช 12 โรคจากพยาธิ โรคผวิ หนงั (Helminthic Infection) (Skin Diseases) การตดิ เชอ้ื โรค เดก็ มีพฒั นาที่ไมส มวัย จากแบคทีเรีย การตดิ เช้อื โรคจากไวรัส (Poor Child Growth) (Bacterial Infection) (Viral Infection) ท่ีมา : https://www.researchgate.net/figure/Environmental-health-and-hygiene-exposures -blue-and-health- outcomes-red-in_fig1_329804074 ภาพที่ 1 ความเช่อื มโยงของการจดั การด้านอนามยั สง่ิ แวดล้อมและปัญหาด้านสุขภาพ

บทน�ำ 1.2 วัตถุประสงค์และจุดมุ่งหมาย คู่มือฉบับน้ี จัดท�ำข้ึนส�ำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าท่ีเรือนจ�ำ เพ่ือใช้เป็น แนวทางในการจดั การดา้ นอนามยั สงิ่ แวดลอ้ ม สขุ าภบิ าลอาหารและนำ้� ในเรอื นจำ� โดยมจี ดุ มงุ่ หมาย เพื่อให้ผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่เรือนจ�ำ ได้รับบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม สุขาภิบาลอาหาร และนำ�้ สะอาดอยา่ งเพยี งพอ ถกู สขุ ลกั ษณะ อนั เปน็ ปจั จยั ขนั้ พน้ื ฐานของการดำ� รงชวี ติ ประจำ� วนั เพอื่ การมีสขุ ภาพท่ดี ี 1.3 ค�ำจ�ำกัดความและความหมาย 13 เอกสารฉบบั น้ี ไดก้ ำ� หนดคำ� จำ� กดั ความของคำ� สำ� คญั ทเี่ ปน็ เนอื้ หาหลกั ของเอกสาร เพอ่ื ให้ ผูอ้ า่ นมคี วามเข้าใจความหมายทตี่ รงกนั โดยสรปุ ดงั นี้ เรอื นจำ� หมายถงึ ทซ่ี ง่ึ ใชค้ วบคมุ ขงั หรอื จาํ คกุ ผตู้ อ้ งขงั กบั ทงั้ สง่ิ ทใ่ี ชต้ อ่ เนอ่ื งกนั และให้ หมายความรวมถงึ ที่อืน่ ใดซ่ึงรฐั มนตรไี ด้กาํ หนดและประกาศในราชกิจจานเุ บกษา วางอาณาเขต ไวโ้ ดยชัดเจนดว้ ย (ตามมาตรา 4 ในพระราชบญั ญตั ิราชทณั ฑ์ พทุ ธศักราช 2560) การจดั การอนามยั สงิ่ แวดลอ้ มในเรอื นจำ� หมายถงึ การจดั การอนามยั สงิ่ แวดลอ้ มในเรอื นจำ� ให้เหมาะสม ตามความต้องการขั้นพ้ืนฐานของการด�ำรงชีวิต เพื่อการป้องกันการเกิดโรค และจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพกายและจิตที่ดีของผู้ต้องขัง ครอบคลุมการจัดการ เกยี่ วกบั การสุขาภิบาลท่ีพักอาศัยและสุขอนามัย การจัดการมูลฝอย การจัดการส้วม สิ่งปฏิกูล และน�ำ้ เสยี การควบคุมสัตว์และแมลงพาหะน�ำโรค การจดั การสขุ าภบิ าลอาหารในเรอื นจำ� หมายถึง การบริหารจัดการ และควบคุมปัจจัยส่ิงแวดล้อมในเรือนจ�ำ รวมทั้ง บุคลากร ที่เก่ียวข้องกับ การเตรยี มปรงุ ประกอบอาหารเพอื่ ทำ� ใหอ้ าหารสะอาด ปลอดภยั ปราศจาก เชอื้ โรค พยาธิ และสารเคมตี า่ ง ๆ ทเ่ี ปน็ อนั ตราย หรอื อาจจะเปน็ อนั ตราย ต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย สุขภาพอนามัย และการด�ำรงชีวิตของ ผู้บริโภค การจดั การนำ้� บรโิ ภคในเรอื นจำ� หมายถึง การบริหารจัดการให้มี นำ้� ดื่ม และนำ�้ ใช้ในเรือนจ�ำ ใหม้ ปี รมิ าณเพียงพอตอ่ ความต้องการ และ น�้ำมีคุณภาพสะอาด ปลอดภัย ปราศจากเชื้อโรค ไม่มีสารเคมีอันตราย และส่ิงเจอื ปนต่าง ๆ ทั้งดา้ นกายภาพ เคมี และชวี ภาพ และตอ้ งได้ มาตรฐานตามเกณฑม์ าตรฐานคณุ ภาพน้�ำบริโภค

ค่มู ือแนวทาง การจัดการอนามัยสงิ่ แวดลอ้ ม และสขุ าภบิ าลอาหารและน�ำ้ ในเรอื นจำ� 1.4 ขอบเขตเน้ือหา เอกสารฉบับน้ี ประกอบด้วยเนือ้ หาเก่ียวกบั การดำ� เนนิ งานอนามัยส่ิงแวดลอ้ ม สขุ าภิบาล อาหารและนำ้� โดยจ�ำแนกเป็นหวั ขอ้ หลกั ๆ ตามล�ำดบั ดงั นี้ 1. บทนำ� 2. การจัดการสขุ าภิบาลทพ่ี กั อาศยั ในเรือนจ�ำ 3. สุขอนามัย 4. การจดั การสว้ มและสงิ่ ปฏิกลู 5. การจดั การน้ำ� เสีย 6. การจดั การมลู ฝอย 7. การควบคุมสตั ว์และแมลงพาหะนำ� โรค 8. การจดั การด้านน�ำ้ สะอาด 9. การสขุ าภบิ าลอาหาร 14 10. การด�ำเนินงานพัฒนา ปรับปรุง การจัดการอนามัยส่ิงแวดล้อม สุขาภิบาลอาหาร และน้ำ� ในเรือนจ�ำ 11. บทบาทการดำ� เนนิ งานของหน่วยงานที่เกย่ี วขอ้ ง 12. แนวทางปฏิบัติด้านสาธารณสุขในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19)

บทนำ� 15 บทท่ี การจัดการสุขาภิบาลที่พักอาศัยในเรือนจ�ำ

คู่มอื แนวทาง การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขาภิบาลอาหารและน�ำ้ ในเรือนจ�ำ บทท่ี การจัดการสุขาภิบาลทีพ่ กั อาศัยในเรอื นจ�ำ การจัดการสุขาภิบาลท่ีพักอาศัยในเรือนจ�ำ ควรค�ำนึงถึงว่าผู้ถูกคุมขัง มีพื้นท่ีส�ำหรับ พกั อาศยั ทม่ี คี วามปลอดภยั และไมม่ คี วามรนุ แรง สามารถเขา้ ถงึ สงิ่ อำ� นวยความสะดวก ดา้ นสขุ อนามยั และสขุ าภบิ าล มพี น้ื ทเ่ี พยี งพอในการพกั ผอ่ นนอนหลบั รวมถงึ มมี าตรการเพอ่ื ปอ้ งกนั การแพรก่ ระจาย 16 ของโรคติดต่อ ส่ิงเหล่านี้เป็นองค์ประกอบส�ำคัญต่อการพักอาศัยในเรือนจ�ำ ซึ่งไม่ควรได้รับ ผลกระทบอันเนือ่ งมาจากการรกั ษาความปลอดภยั และการควบคมุ อสิ รภาพ 2.1 ความจุในเรือนนอน (Capacity) เรือนจ�ำมีความจุทางการ (Official Capacity) ซึ่งก�ำหนดจ�ำนวนคน และส่ิงอ�ำนวย ความสะดวกต่าง ๆ อย่างเหมาะสม เพ่ือให้ผู้พักอาศัยได้เข้าถึงความจ�ำเป็นพื้นฐานด้านต่าง ๆ เชน่ พน้ื ที่ แสงสวา่ ง การระบายอากาศ สขุ อนามยั สขุ าภบิ าล นำ้� ครวั และสถานพยาบาลอยา่ งเพยี งพอ รวมถึงมีความมั่นคงและปลอดภัย เม่ือมีการก่อสร้างอาคารจะมีการก�ำหนดความจุไว้เพ่ือ รองรบั จำ� นวนผถู้ กู คมุ ขงั อยา่ งชดั เจน การครอบครองพนื้ ท่ี หมายถงึ จำ� นวนผถู้ กู คมุ ขงั ในเรอื นจำ� ในปัจจบุ นั อตั ราการครอบครองพืน้ ท่ี มสี ตู รการค�ำนวณดงั นี้ อัตราการครอบครองพื้นท่ี (%) = จำ� นวนผ้ถู กู คมุ ขังในปัจจบุ นั x 100 จำ� นวนผู้ถกู คุมขงั ที่ระบุในความจุ

การจดั การสุขาภิบาลทีพ่ กั อาศัยในเรอื นจ�ำ เม่ืออตั ราการครอบครองพนื้ ท่ีเทา่ กับ 100 เปอร์เซน็ ต์ หมายถึง จำ� นวนผถู้ กู คุมขังเป็นไป 17 ตามความจทุ ไ่ี ดอ้ อกแบบไว้ หากอตั ราการครอบครองพนื้ ทส่ี งู เกนิ กวา่ 100 เปอรเ์ ซน็ ต์ (โดยเฉพาะ เมอ่ื สงู เกนิ กวา่ 150 เปอรเ์ ซน็ ต)์ จะสง่ ผลใหส้ ง่ิ อำ� นวยความสะดวกซงึ่ เปน็ ความจำ� เปน็ ขน้ั พนื้ ฐาน ด้านต่าง ๆ มีไม่เพียงพอ 2.2 พื้นที่ (Space) “พนื้ ท”ี่ ครอบคลมุ ทง้ั ขนาดของพน้ื ทใี่ นแดนตา่ ง ๆ และพนื้ ทสี่ ำ� หรบั พกั อาศยั ของผถู้ กู คมุ ขงั แต่ละราย การประเมินต้องค�ำนึงถึงเวลาท่ีผู้ถูกคุมขังควบคุมอยู่ในห้องขัง ข้อก�ำหนด 13 ของ ขอ้ กำ� หนดขน้ั ตำ�่ ขององคก์ ารสหประชาชาตใิ นการปฏบิ ตั ติ อ่ ผตู้ อ้ งขงั (United Nations Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners) หรอื ขอ้ ก�ำหนดแมนเดลา ระบวุ ่า “อาคารท่ีคุมขังทุกแห่ง โดยเฉพาะห้องนอน จะต้องจัดให้ถูกหลักอนามัย ตามสภาพ ของดนิ ฟา้ อากาศ ขอ้ สำ� คญั จะตอ้ งมอี ากาศหายใจเพยี งพอ มขี นาดของพนื้ ทห่ี อ้ งตามกำ� หนดขนั้ ตำ่� มีแสงสวา่ ง ความอบอุ่น และการระบายอากาศ” การระบุขนาดพื้นท่ีส�ำหรับเรือนจ�ำท่ีมีอยู่อย่างหลากหลายทั่วโลกยังไม่ชัดเจน ในยุโรป ใชม้ าตรฐานพน้ื ทหี่ อ้ งขงั 6 ตารางเมตรตอ่ คน โดยยอมรบั พน้ื ทข่ี นาด 3.0 - 3.5 ตารางเมตรตอ่ คน สำ� หรบั ทพ่ี กั ทม่ี ลี กั ษณะแบบหอพกั ในสหพนั ธรฐั รสั เซยี กำ� หนดพน้ื ทข่ี นาด 2.5 ตารางเมตรตอ่ คน เป็นพ้ืนท่ีน้อยท่ีสุดส�ำหรับผู้ถูกคุมขังเพศชายวัยผู้ใหญ่ ในการประชุมร่วมระหว่างรัฐมนตรี เกยี่ วกบั เรอื นจ�ำที่เมอื งโคนาครี ประเทศกินี (Guinea-Conakry) ในปี พ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002) ก�ำหนดพน้ื ที่นอ้ ยท่สี ดุ 2 ตารางเมตรต่อคน

คมู่ ือแนวทาง การจัดการอนามัยส่ิงแวดลอ้ ม และสขุ าภบิ าลอาหารและนำ้� ในเรือนจ�ำ สำ� หรบั ประเทศไทย โครงสรา้ งเรอื นจำ� ทกี่ รมราชทณั ฑก์ ำ� หนดไวเ้ ปน็ แนวทางในการกอ่ สรา้ ง ไดก้ ำ� หนดอตั ราความจมุ าตรฐาน เทา่ กบั 2.25 ตารางเมตรตอ่ คน โดยแบง่ พนื้ ทน่ี อนของผตู้ อ้ งขงั ขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร มีช่องว่างปลายเท้า 0.25 เมตร เป็นทางเดินซึ่งเป็น อัตราท่ีเหมาะสมส�ำหรับพื้นท่ีนอนในเรือนจ�ำ ความจุที่ใช้ในการเกล่ียผู้ต้องขังประจ�ำเดือน เป็นความจุเฉล่ียจากพื้นท่ีนอนของผู้ต้องขัง กรณีผู้ต้องขังมีจ�ำนวนมาก เกินความจุมาตรฐาน ใช้อัตราเกลยี่ ผตู้ ้องขัง ดงั นี้ ผู้ตอ้ งขังชาย 1.20 ตารางเมตรตอ่ คน ผตู้ ้องขงั หญิง 1.10 ตารางเมตร ต่อคน เพอื่ ใช้ประกอบการพจิ ารณาเกลย่ี ย้ายผ้ตู ้องขงั 2.3 แสงสว่าง (Lighting) ข้อก�ำหนดข้ันต�่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง (United Nations Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners) หรอื ข้อก�ำหนดแมนเดลา ขอ้ กำ� หนด 14 ระบุวา่ 18 “ทกุ ๆ แห่งทใ่ี ช้เปน็ ทั้งทอี่ ยแู่ ละท่ีท�ำงานของผ้ตู อ้ งขัง” ใหม้ ลี ักษณะดงั นี้ (ก) หน้าต่างให้ใหญ่พอที่แสงแดดส่องสว่างพอจะอ่านหนังสือ หรือท�ำงานได้ และให้ ก่อสรา้ ง ในลักษณะที่ใหอ้ ากาศบริสุทธผ์ิ า่ นเขา้ มาได้ ท้งั น้ี ไมว่ ่าจะมีการตดิ ต้ังเครือ่ งช่วยระบาย อากาศหรือไม่กต็ าม (ข) แสงไฟฟ้าต้องมากพอให้อ่านหนังสอื หรือทำ� งานไดโ้ ดยไม่เป็นอนั ตรายแกส่ ายตา การทมี่ แี สงสวา่ งไมเ่ พยี งพอ จะทำ� ใหผ้ ตู้ อ้ งขงั ตอ้ งเพง่ มองและเมอ่ื ยลา้ นยั นต์ า และถา้ จัดให้มีแสงสว่างท่ีถูกต้องและเหมาะสมกับสายตา จะท�ำให้ผู้ต้องขังเกิดความสบายตา และยัง สามารถป้องกันอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่อาจเกิดข้ึนภายในที่พักอาศัย ค�ำแนะน�ำส�ำหรับการจัดให้มี ความเขม้ ของแสงสว่างอยา่ งเพยี งพอและเหมาะสม เช่น - ช่องทางเดนิ ภายในอาคาร ไม่น้อยกว่า 100 ลักซ์ - ห้องน้ำ� หอ้ งสว้ ม ไมน่ ้อยกว่า 100 ลักซ์ - บริเวณท่ที �ำงาน ไมน่ อ้ ยกวา่ 300 ลกั ซ์ - การเขียนหรืออา่ นหนังสอื ไมน่ อ้ ยกวา่ 300 ลักซ์

การจัดการสขุ าภบิ าลท่พี ักอาศยั ในเรอื นจำ� 2.4 อุณหภูมิและความช้ืน (Temperature and Humidity) 19 ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีภูมิอากาศร้อนชื้น ซึ่งคนส่วนใหญ่ในภูมิภาคนี้จะเกิดความ รูส้ กึ สบายเมือ่ อย่ใู นที่มีอณุ หภมู หิ อ้ งระหว่าง 26 - 29 องศาเซลเซียส ความชนื้ สัมพทั ธป์ ระมาณ 50 - 60% และความเร็วลม 1 ฟุตต่อวินาที แต่ส�ำหรับในเรือนนอนผู้ต้องขังท่ียังมีข้อจ�ำกัด ด้านโครงสร้างของอาคารท่ีไม่สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาพของอุณหภูมิที่แตกต่างกัน ในแตล่ ะฤดูได้ จงึ ใชอ้ ปุ กรณ์ต่าง ๆ ชว่ ยในการปรบั อุณหภมู ิและความช้ืน ไดแ้ ก่ การใชพ้ ดั ลมเป่า ให้เกิดความเย็น และพัดลมระบายอากาศช่วยระบายความร้อนในช่วงฤดูร้อน การใช้ผ้าห่ม ชว่ ยปรบั อุณหภูมิของร่างกายให้อบอนุ่ ในชว่ งฤดหู นาว เปน็ ตน้ 2.5 การระบายอากาศ (Ventilation) การระบายอากาศในเรือนจ�ำมีความจ�ำเป็นมาก เน่ืองจากการจัดให้มีอากาศบริสุทธ์ิ หมุนเวียนถ่ายเท ช่วยป้องกันโรคติดต่อท่ีมากับอากาศ เช่น วัณโรค ไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น ซง่ึ การระบายอากาศทไี่ มด่ พี อ จะทำ� ใหร้ สู้ กึ อดึ อดั อณุ หภมู ภิ ายในหอ้ งและความชนื้ สงู จะเพม่ิ ขนึ้ และการอยู่ในห้องที่ไม่มีการระบายอากาศ จะท�ำให้มีกล่ินอับหรือเกิดก๊าซเสียมากกว่าปกติ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผตู้ ้องขงั ได้ การระบายอากาศทีเ่ หมาะสมในเรือนจำ� อาจกระท�ำได้ โดยวิธธี รรมชาติ หรอื วธิ ีใช้เครอ่ื งมือกล ดงั นี้ การระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติ ห้องในอาคารทุกชนิดทุกประเภทต้องมีประตู หนา้ ตา่ ง หรอื ชอ่ งระบายอากาศดา้ นตดิ กบั อากาศภายนอก เปน็ พน้ื ทรี่ วมกนั ไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 10 ของพนื้ ทข่ี องหอ้ งนนั้ ไมน่ บั รวมพนื้ ทขี่ องประตู หนา้ ตา่ ง และชอ่ งระบายอากาศทตี่ ดิ ตอ่ กบั หอ้ งอน่ื หรือชอ่ งทางเดินภายในอาคาร การระบายอากาศโดยวธิ กี ล ซงึ่ ใชก้ ลอปุ กรณข์ บั เคลอ่ื นอากาศ กลอปุ กรณน์ ตี้ อ้ งทำ� งาน ตลอดเวลาระหว่างที่ใช้สอยพ้ืนท่ีนั้น และการระบายอากาศต้องมีการน�ำอากาศภายนอกเข้ามา ในพื้นท่ีไม่น้อยกว่าอัตราที่ก�ำหนดไว้ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 39 (พ.ศ. 2537) ออกตามความ ในพระราชบญั ญตั ิควบคมุ อาคาร พ.ศ. 2522 - ห้องน�้ำ ห้องส้วม อัตราการระบายอากาศ ไม่น้อยกว่า 2 เท่า ของปริมาตรห้อง ใน 1 ชว่ั โมง - หอ้ งครวั อตั ราการระบายอากาศ ไมน่ อ้ ยกวา่ 12 เทา่ ของปรมิ าตรหอ้ งใน 1 ชว่ั โมง - สำ� นกั งาน อตั ราการระบายอากาศ ไมน่ อ้ ยกวา่ 7 เทา่ ของปรมิ าตรหอ้ งใน 1 ชวั่ โมง - ห้องพัก อตั ราการระบายอากาศ ไม่น้อยกว่า 7 เท่า ของปริมาตรหอ้ งใน 1 ช่ัวโมง

คู่มือแนวทาง การจดั การอนามัยสิ่งแวดลอ้ ม และสขุ าภิบาลอาหารและน�้ำ ในเรือนจ�ำ 2.6 เครื่องนอน เครื่องนอนส�ำหรับผู้ต้องขัง ทางเรือนจ�ำจะจัดให้ผู้ต้องขังแต่ละคนมีเครื่องหลับนอน ไดเ้ ฉพาะผา้ ห่ม จ�ำนวน 3 ผืน (สำ� หรบั ปนู อน เป็นผ้าหม่ และเปน็ หมอนหนุนศรี ษะ) การจดั เก็บ เคร่ืองนอนผู้ต้องขัง จะพับเก็บให้มีขนาดเท่ากันวางเรียงเป็นแถวอย่างมีระเบียบ ไม่วางซ้อนสุม เปน็ กองหรอื ชดิ ตดิ กนั ไมต่ อ้ งใชผ้ า้ คลมุ เครอ่ื งนอน ทงั้ น้ี เพอ่ื ชว่ ยใหม้ กี ารระบายกลน่ิ ตวั ความอบั ชนื้ ของร่างกายผู้ต้องขังที่ติดค้างกับเครื่องนอน โดยต้องมีการจัดตารางท�ำความสะอาดเคร่ืองนอน เช่น ให้น�ำเครื่องนอนผึ่งแดดสัปดาห์ละคร้ังหากไม่มีปัญหาเรื่องฝนตก รวมไปถึงในเรือนจ�ำ บางแห่งท่มี ีที่นอนยางพาราส�ำหรบั รองนอน กจ็ �ำเป็นจะต้องหมัน่ ท�ำความสะอาดดว้ ยเช่นกนั 2.7 การได้รับอากาศบริสุทธิ์ เพื่อสุขภาพกายและจิตที่ดีของผู้ถูกคุมขัง ควรมีการอนุญาตให้ผู้ถูกคุมขังได้อยู่ในที่ เปิดโล่งกลางแจ้งเพ่ือรับอากาศบริสุทธิ์ ได้มีโอกาสเล่นกีฬาหรือมีพ้ืนท่ีส�ำหรับออกก�ำลังกาย ตามข้อก�ำหนดขั้นต�่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง (United Nations 20 Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners) หรือข้อกำ� หนดแมนเดลา ข้อก�ำหนด 23 ระบุ คือ “ผู้ต้องขังทุกคนที่ไม่ได้ท�ำงานภายนอก จะต้องได้ ออกก�ำลังกาย อยา่ งเหมาะสมกลางแจง้ อยา่ งนอ้ ยวนั ละหนงึ่ ชวั่ โมง เมอ่ื อากาศอำ� นวย” โดยมเี สอ้ื ผา้ เครอ่ื งนงุ่ หม่ ทเ่ี หมาะสม(เชน่ ในฤดหู นาวควรมเี สอ้ื ผา้ หนาๆจดั ไวใ้ ห)้ หากเปน็ ไปไดค้ วรใหผ้ ถู้ กู คมุ ขงั ไดอ้ ยใู่ นพน้ื ท่ี เปดิ โล่งกลางแจง้ ให้ได้มากท่สี ุดทจี่ ะสามารถทำ� ได้ 2.8 ความแออัด ความแออดั ในเรอื นจำ� กอ่ ใหเ้ กดิ ผลเสยี ตอ่ สขุ ภาพ เนอ่ื งจากทำ� ใหม้ กี ารใชท้ รพั ยากรจำ� นวน มากกวา่ ปกติ ซง่ึ ไมไ่ ดเ้ ปน็ ปญั หาเฉพาะเรอื่ งพนื้ ที่ แตค่ วามแออดั จะสง่ ผลกระทบตอ่ ทง้ั สขุ ภาพกาย และสขุ ภาพจิตของผถู้ ูกคุมขงั จากความกดดนั ในการดำ� เนินชวี ติ ประจ�ำวันทุกด้าน เช่น อาหาร น�้ำ สุขาภิบาล การท�ำงาน การบริการด้านการแพทย์ การพักผ่อน งานอดิเรก หรือแม้แต่ การมาเย่ยี มของญาติ ความไมเ่ พยี งพอของทรพั ยากร กอ่ ใหเ้ กดิ ภาวะขาดสารอาหารหรอื ทพุ โภชนาการ อกี ทง้ั อาจก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขอนามัยเสี่ยงต่อการแพร่เช้ือโรค (โรคติดเช้ือผ่านพาหะน�ำโรค โรคติดเชื้อจากการปนเปื้อนอุจจาระสู่ปาก เป็นต้น) และยังก่อให้เกิดความเครียดท้ังผู้ถูกคุมขัง และเจ้าหน้าที่เรือนจ�ำ ผลท่ีตามมาอาจท�ำให้มีการขัดแย้ง กระทบกระทั่ง ท�ำร้ายร่างกาย และ ความรุนแรงทางเพศตามมาได้ ปัจจัยเหล่านี้ไม่ว่าจะมีอยู่ในระดับมากหรือน้อยก็อาจส่งผลต่อ สุขภาพจติ ของผถู้ ูกคมุ ขังได้

การจดั การสุขาภบิ าลท่พี ักอาศัยในเรือนจ�ำ ความแออัด การใชท รพั ยากรมากเกินปกติ และการแยง ทรพั ยากรเพ่มิ ข้นึ (พ้ืนท่ี อาหาร นำ้ และอ่ืน ๆ) ความรุนแรง ขาดสารอาหาร ขาดแคลนน้ำ โรคติดตอจากคนสคู น เขาถงึ การดแู ลสขุ ภาพ ไดนอย ไมปนล้ำอดดื่มภยั สว มสกปรก การทำนคอ วยาลมงสะอาด การติดเชือ้ ผานพาหะนำโรค และผานการปนเปอนอุจจาระสูชองปาก ภมู ิตา นทานโรคลดลง เพม่ิ ความเส่ียงตอการติดเชือ้ เส่ียงตอ การเกิดโรคระบาด ผลกระทบตอสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ 21 ภาพที่ 2 ความแออัดในเรอื นจำ� และผลกระทบต่อสขุ ภาพ 2.9 การป้องกันโรคติดต่อ การป้องกันการติดต่อของโรคโดยท่ัวไป ได้แก่ การด�ำเนินการในเร่ืองของความสะอาดและความเป็น ระเบยี บเรยี บรอ้ ยของเครอ่ื งนอน ซง่ึ จะเปน็ สว่ นหนง่ึ ในการปอ้ งกนั โรคตดิ ตอ่ บางโรค เชน่ โรคผวิ หนงั การจดั หาภาชนะดม่ื นำ�้ สว่ นตวั สำ� หรบั ผตู้ อ้ งขงั เพอ่ื ปอ้ งกนั การตดิ ตอ่ ของโรคทตี่ ดิ ตอ่ ไดจ้ ากการดมื่ นำ้� รว่ มกนั เชน่ ไข้หวัด คางทูม ตบั อักเสบจากไวรัส ชนดิ เอ เปน็ ต้น ในการปอ้ งกนั โรคติดต่อในเรอื นนอนของผตู้ อ้ งขงั อาจแยกไดเ้ ปน็ - การป้องกันโรคติดต่อจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ การป้องกันโรคติดต่อท่ีมากับแมลง เชน่ ยุง ตอ้ งมกี ารดูแลซอ่ มแซมมงุ้ ลวดเรอื นนอนให้อยู่ในภาพดี เปน็ ต้น - การป้องกันโรคจากปัจจัยตัวผู้ต้องขังหรือระหว่างตัวผู้ต้องขัง เรือนจ�ำต้องจัดห้อง ส�ำหรับแยกผู้ต้องขังที่ป่วยเป็นโรคติดต่อหรือสงสัยว่าจะป่วยเป็นโรคติดต่อไว้ให้เป็นสัดส่วน ในกรณีท่ีไม่สามารถให้ผู้ต้องขังพักค้างท่ีสถานพยาบาลของเรือนจ�ำ จ�ำเป็นต้องให้ผู้ต้องขังป่วย นอนในเรอื นนอนเพอ่ื สะดวกในการควบคมุ เชน่ วณั โรค ตาแดง หดิ เปน็ ตน้ โดยจดั สภาพหอ้ งทใ่ี ช้

ค่มู ือแนวทาง การจดั การอนามยั ส่งิ แวดล้อม และสขุ าภบิ าลอาหารและนำ�้ ในเรอื นจำ� สำ� หรบั แยกผตู้ อ้ งขงั ปว่ ยใหเ้ หมาะสมกบั โรค เชน่ โรคตดิ ตอ่ ทสี่ ามารถตดิ ตอ่ แพรก่ ระจายในระบบ ทางเดนิ หายใจ การไอหรอื จาม ไดแ้ ก่ วณั โรคในระยะแพรเ่ ชอื้ หรอื ไดร้ บั ยารกั ษาวณั โรคยงั ไมค่ รบ 22 ระยะการรกั ษา 2 เดือน ตอ้ งจัดห้องไม่ให้มีผนงั เปิดติดต่อกับห้องอ่ืน ๆ ตอ้ งมอี ากาศถ่ายเททดี่ ี มีช่องทางที่อากาศ เขา้ สหู่ อ้ งและช่องทางท่ีอากาศจะระบายออกจากหอ้ งได้ หากห้องมลี กั ษณะ ทบึ หรือมีชอ่ งท่ีอากาศถา่ ยเทได้นอ้ ย ควรมอี ุปกรณ์กล ไดแ้ ก่ พัดลมระบายอากาศ (Ventilator) ชว่ ยระบายอากาศออกสภู่ ายนอกในทศิ ทางทตี่ อ้ งไมไ่ ปสมั ผสั กบั เจา้ หนา้ ทผ่ี ปู้ ฏบิ ตั งิ าน นอกจากน้ี ยงั ตอ้ งคำ� นงึ วา่ ในการแยกผตู้ อ้ งขงั ปว่ ยในเรอื นนอนจะตอ้ งไมน่ ำ� ผตู้ อ้ งขงั ทปี่ ว่ ย ดว้ ยโรคทสี่ ามารถ รับเชื้อโรคจากผู้อนื่ ได้ง่ายมาอยูร่ ว่ มกบั ผู้ตอ้ งขังทป่ี ่วยเปน็ โรคตดิ ต่ออืน่ ๆ 2.10 ความปลอดภัยและความสะอาด เรอื นนอนผตู้ อ้ งขงั ควรมกี ารดแู ลใหอ้ ยใู่ นสภาพทปี่ ลอดภยั ทง้ั ในสว่ นของโครงสรา้ งอาคาร การเกดิ อบุ ตั เิ หตุ และการควบคมุ ผตู้ อ้ งขงั เชน่ ผนงั ฝา้ เพดาน เหลก็ ลกู กรง มงุ้ ลวด ระบบสายไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นต้น และต้องมีอุปกรณ์และระบบป้องกันอัคคีภัยท่ีเหมาะสม โดยติดต้ังไว้ ในที่ที่สะดวกต่อการน�ำมาใช้งานเมื่อเกิดอัคคีภัย มีการตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ดับเพลิง ให้พรอ้ มใชอ้ ยา่ งสมำ�่ เสมอ เรอื นนอนผตู้ อ้ งขงั ตอ้ งมกี ารดแู ลทำ� ความสะอาดทง้ั พนื้ ผนงั เพดาน มุ้งลวด ส้วมในเรือนนอน เป็นประจ�ำทุกวัน มีการจัดน�้ำดื่มที่สะอาดให้กับผู้ต้องขังเมื่ออยู่ บนเรือนนอน หรือส�ำรองไว้ใส่ในภาชนะท่ีสะอาดและถูกหลักสุขาภิบาล (ภาชนะท�ำด้วยวัสดุ ทีป่ ลอดภัย มฝี าปดิ มิดชดิ มกี ๊อกส�ำหรับปิด - เปิด โดยไมใ่ ชภ้ าชนะส�ำหรบั จว้ งตัก จัดวางภาชนะ ไวส้ ูงจากพื้นอยา่ งนอ้ ย 60 เซนติเมตร ในบริเวณทห่ี า่ งจากแหล่งนำ� โรค ไดแ้ ก่ สว้ ม)

การจัดการสุขาภิบาลที่พกั อาศยั ในเรอื นจ�ำ 23 บทท่ี สุขอนามัย

คมู่ ือแนวทาง การจดั การอนามยั ส่ิงแวดลอ้ ม และสขุ าภบิ าลอาหารและนำ�้ ในเรือนจำ� บทที่ สุขอนามัย 3.1 สุขอนามัย อนามัย ตามความหมายท่ีองค์การอนามัยโลกได้ให้ค�ำจ�ำกัดความไว้ว่า “การมีสุขภาพ สมบรู ณด์ ที งั้ ทางรา่ งกายและจติ ใจ และสามารถดำ� รงชพี อยใู่ นสงั คมไดด้ ว้ ยดซี งึ่ ไมเ่ พยี งปราศจากโรค 24 หรือไม่แข็งแรงทพุ พลภาพเท่าน้นั ” (Health is Defined as a State Complete Physical, Mental and Social Well-Being and Merely the Absence of Disease Infirmity) อนามยั  ตามความหมายจากพจนานกุ รมฉบบั เฉลมิ พระเกยี รติ พ.ศ. 2530 คอื  “ความไมม่ โี รค ถกู หลกั สขุ ภาพหรอื มสี ขุ ภาพด”ี  ซงึ่ คำ� วา่  “สขุ ภาพ” หมายถงึ  “ความสขุ ปราศจากโรค ความสบาย” สขุ อนามัย (Hygiene) หมายถึง การปราศจากเช้ือโรค ลักษณะท่ีถกู ต้องตามหลกั ปฏบิ ัติ เพ่ือความปราศจากโรคภยั ไข้เจ็บ สุขภาพอนามัยส่วนบุคคล (Personal Hygiene) หมายถึง การที่บุคคล แต่ละช่วงวัย ได้แก่ วัยเด็ก วัยผู้ใหญ่และวัยผู้สูงอายุ มีสภาพร่างกาย ที่สะอาด แต่งกายเรียบร้อย และสามารถดูแลรักษาความสะอาด ร่างกายได้ด้วยตนเอง ซ่ึงบุคคลจะต้องดูแลร่างกายของตนเอง ใหส้ ะอาดตง้ั แตศ่ รี ษะจรดเทา้ ตลอดจนสภาพแวดลอ้ มตา่ ง ๆ รอบตวั ให้สะอาด ปราศจากส่ิงท่ีท�ำให้เกิดโทษต่อร่างกายทั้งในภาวะปกติ และเจ็บป่วย ซ่ึงโดยท่ัวไปแต่ละบุคคลจะสามารถดูแลสุขวิทยา ของตนเองได้ โดยขึ้นอยู่กับความสามารถและพัฒนาการตามวัย เพ่ือให้สุขวิทยาส่วนบุคคลของบุคคลน้ันอยู่ในสภาวะท่ีดี ไม่ก่อ ใหเ้ กิดพยาธสิ ภาพของโรค

สุขอนามัย สุขภาพอนามัยส่วนบุคคลที่ดีน้ัน มีความส�ำคัญอย่างย่ิง 25 ในสังคมปัจจุบนั ทงั้ เหตุผลทางดา้ นสุขภาพและเหตุผลทางสังคม การรกั ษาความสะอาดของมอื และรา่ งกายเปน็ สงิ่ สำ� คญั ในการยบั ยงั้ การเจริญเติบโตและแพร่กระจายของเช้ือโรคและความเจ็บป่วย สง่ิ เหลา่ นเ้ี ปน็ สขุ นสิ ยั ขน้ั พน้ื ฐานทมี่ ปี ระโยชนต์ อ่ สขุ ภาพและยงั ชว่ ย ปกปอ้ งคนรอบขา้ งไดอ้ ีกด้วย สุขภาพส่วนบุคคลน้ันถือเป็นเรื่องส่วนรวมของสังคม เร่ิมต้ังแต่การมีสุขภาพส่วนบุคคล ท่ีดีอยู่เสมอ น่ันหมายถึงการท�ำความสะอาดร่างกายเป็นประจ�ำจะช่วยลดการเกิดกล่ินกาย ทน่ี า่ อบั อายในทสี่ าธารณะ สขุ อนามยั สว่ นบคุ คลทไ่ี มด่ ี นำ� ไปสกู่ ารเกดิ โรคผวิ หนงั และโรคตดิ เชอื้ จากการปนเปื้อนอุจจาระสู่ช่องปาก รวมท้ังส่งผลต่อสุขภาพจิตที่ดีได้ เคร่ืองนอนและเสื้อผ้า ทสี่ กปรก เปน็ สาเหตกุ ารตดิ เชือ้ ทางผิวหนงั อย่างต่อเนอื่ ง รวมไปถึงโรคทเ่ี กดิ จากพาหะนำ� โรค นำ�้ เป็นสิง่ จ�ำเป็นมากตอ่ การมสี ุขอนามยั ส่วนบคุ คลทด่ี ี ซึง่ รวมไปถงึ การมีสบแู่ ละอปุ กรณ์ ส�ำหรับการดูแลความสะอาดร่างกายอย่างเพียงพอ เรือนจ�ำจ�ำเป็นต้องก�ำหนดให้มีแนวทาง การดูแลสุขอนามัยเบื้องต้นเพื่อการมีสุขอนามัยส่วนบุคคลและสุขอนามัยภายในเรือนจ�ำท่ีดี พร้อมดูแลและกระตุ้นให้ผู้ถูกคุมขังปฏิบัติตามแนวทางที่ก�ำหนด โดยแจ้งแนวปฏิบัติดังกล่าว แกเ่ จา้ หนา้ ทภ่ี ายในเรอื นจำ� หรอื ผชู้ ว่ ยเหลอื งานในดา้ นสขุ ภาพ เพอื่ ดำ� เนนิ การสง่ เสรมิ สขุ อนามยั แกผ่ ู้ถูกคมุ ขงั ดว้ ย ผู้ต้องขังรับใหม่ทุกราย จะได้รับอุปกรณ์ความจ�ำเป็นขั้นพ้ืนฐานส�ำหรับผู้ต้องขังเพ่ือใช้ สว่ นตวั ไดแ้ ก่ เครอ่ื งนงุ่ หม่ (เครอื่ งแบบผตู้ อ้ งขงั ผา้ เชด็ ตวั ผา้ ผลดั อาบนำ�้ กางเกงชนั้ ใน) เครอื่ งใช้ สว่ นตวั (สบู่ แปรงสฟี นั ยาสฟี นั ขนั อาบนำ้� รองเทา้ ฟองนำ�้ ผงซกั ฟอก และผา้ อนามยั - กรณผี หู้ ญงิ ) โดยกรมราชทัณฑ์ได้ก�ำหนดให้ผู้ต้องขังอาบน้�ำวันละ 2 ครั้ง (เช้า - เย็น) ในบริเวณที่อาบน�้ำ ของเรอื นจำ� กำ� หนดไว้

ค่มู อื แนวทาง การจัดการอนามัยสิง่ แวดลอ้ ม และสุขาภิบาลอาหารและนำ�้ ในเรือนจ�ำ อยา่ งไรกต็ าม ขอ้ กำ� หนดขนั้ ตำ�่ ขององคก์ ารสหประชาชาตใิ นการปฏบิ ตั ติ อ่ ผตู้ อ้ งขงั (United Nations Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners) หรอื ข้อก�ำหนด แมนเดลา ขอ้ กำ� หนด 16 แนะนำ� ใหผ้ ตู้ อ้ งขงั สามารถอาบนำ�้ ชำ� ระรา่ งกายไดบ้ อ่ ยตามความจำ� เปน็ ตามฤดูกาล และตามสภาพของแตล่ ะภูมภิ าคโดยได้อาบน�้ำอย่างน้อยสปั ดาห์ละ 1 ครั้ง หากอยู่ ในภูมิภาคเขตอบอุ่น ส่วนภูมิภาคแถบร้อนอาจต้องอาบน�้ำช�ำระล้างร่างกายบ่อยกว่า และหาก มีการออกก�ำลังกาย ต้ังแต่ระดับปานกลางไปจนถึงมาก ควรมีการอนุญาตให้อาบน�้ำได้ทุกวัน นอกจากน้ี ระดับของสุขอนามัยส่วนบุคคล ยังขึ้นอยู่กับความถ่ีของการท�ำความสะอาดเสื้อผ้า ซ่ึงข้นึ อยกู่ บั สภาพอากาศ และระดบั ของการออกก�ำลังกายดว้ ยเช่นกัน สุขอนามัยพ้ืนฐาน ได้แก่ รากฐานการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง เพื่อการมีสุขภาพกาย ที่แข็งแรง และสุขภาพจิตที่ดี ท้ังน้ี เพ่ือเป็นรากฐานในการใช้ชีวิตประจาวันของคนไทยทุกอายุ ตั้งแตเ่ ด็กจนถงึ ผสู้ ูงอายุ สขุ อนามยั พน้ื ฐาน แนะนำ� โดยกระทรวงสาธารณสขุ ไดแ้ ก่ สขุ บญั ญตั แิ หง่ ชาติ ซง่ึ มี 10 ขอ้ 26 และแนะน�ำโดย ส�ำนักงานกองทุนสนบั สนนุ การสร้างเสริมสุขภาพ ได้แก่ 6 อ. มีดงั น้ี สุขบัญญัตแิ ห่งชาติ 1. ดูแลรักษารา่ งกายและของใชใ้ ห้สะอาด 2. รกั ษาฟนั ใหแ้ ขง็ แรง แปรงฟนั อยา่ งนอ้ ยวนั ละ 2 ครง้ั ตอนเชา้ และกอ่ นเขา้ นอน 3. ลา้ งมอื ใหส้ ะอาดบอ่ ย ๆ และทกุ ครง้ั กอ่ นกนิ อาหารและหลงั การ ขับถา่ ย 4. กินอาหาร สกุ สะอาด ปราศจากสารอันตราย หลกี เลีย่ งอาหาร รสจดั สฉี ดู ฉาด 5. งดบุหร่ี สรุ า สารเสพตดิ การพนัน และสำ� ส่อนทางเพศ

สุขอนามยั 6. สรา้ งความสัมพนั ธ์ในครอบครวั ให้อบอุ่น 27 7. ป้องกันอุบตั ภิ ยั ด้วยการไมป่ ระมาท 8. ออกก�ำลังกายสมำ�่ เสมอ และตรวจสขุ ภาพประจำ� ปี 9. ทำ� จิตใจให้รา่ เรงิ แจม่ ใสอยู่เสมอ 10. มีสำ� นกึ ต่อส่วนรวม รว่ มสร้างสรรคส์ ังคม 6 อ. 1. อ. อาหาร กนิ อาหารมีประโยชน์ใหค้ รบห้าหมู่ 2. อ. ออกกำ� ลงั กาย ควรครงั้ ละ 30 นาที อย่างนอ้ ยสัปดาห์ละ 3 คร้ัง อยา่ งสม�ำ่ เสมอ 3. อ. อารมณ์ รู้จักควบคุมอารมณอ์ ย่างเหมาะสม 4. อ. อนามัยสงิ่ แวดลอ้ ม สรา้ งสภาพแวดล้อมท่ดี ีทั้งในบา้ นและในชมุ ชน 5. อ. อโรคยา หลกี เล่ยี งปัจจัยเสี่ยงทีจ่ ะทำ� ให้เกิดโรคต่าง ๆ 6. อ. อบายมุข งดบุหร่ี สุรา ยาเสพตดิ การพนัน การส�ำสอ่ นทางเพศ

คู่มอื แนวทาง การจดั การอนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม และสุขาภบิ าลอาหารและน้ำ� ในเรือนจำ� 3.2 สุขอนามัยพื้นฐานส�ำหรับผู้ต้องขังในเรือนจ�ำ/ทัณฑสถาน ที่ส�ำคัญมีดังน้ี 1. รกั ษาความร่างกาย เสื้อผ้า และสุขอนามัยสว่ นบุคล เชน่ การตดั เล็บ อย่างสมำ่� เสมอ 2. ดูแลท�ำความสะอาดเครื่องนอน และน�ำผ่ึงแดด/ลมอย่างสม�่ำเสมอ กรณีเรือนจ�ำ/ ทณั ฑสถาน มที นี่ อนยางพาราสำ� หรบั ผตู้ อ้ งขงั ใหเ้ รอื นจำ� มอบหมายเจา้ หนา้ ทแ่ี ดนเรอื นนอน ควบคมุ กำ� กบั และจดั ตารางทำ� ความสะอาดทน่ี อนยางพาราอยา่ งสมำ่� เสมอ โดย การทำ� ความสะอาดทน่ี อนยางพารา ใหใ้ ชผ้ า้ สะอาดชบุ นำ้� สบอู่ อ่ น ๆ 28 บิดให้หมาด ท�ำความสะอาดตรงจุดท่ีเปื้อน ตากในที่อากาศ ถา่ ยเทสะดวก และไมค่ วรใหโ้ ดนแดดเนอ่ื งจากสขี องโฟมยางพารา จะเปลย่ี นเปน็ สเี หลอื งเขม้ ทำ� ใหเ้ นอื้ ยางเปราะและรว่ นขนึ้ สำ� หรบั การจัดเก็บที่นอนยางพาราใหเ้ รอื นจำ� ดำ� เนนิ การตามความเหมาะสม โดยคำ� นงึ ถงึ ความสะดวกในการใช้งาน 3. ลา้ งมอื ดว้ ยสบกู่ อ่ นเขา้ สว้ ม กอ่ นรบั ประทานอาหาร หลงั การ หยบิ จบั หรอื ทำ� งานเก่ียวกับขยะ และส่ิงปฏิกูล และหลังการสัมผัส ส่ิงทีอ่ าจมเี ชอื้ โรคปนเป้ือน 4. รักษาความสะอาดของห้องขงั หอ้ งน้�ำ โถส้วม มงุ้ ลวด อยา่ งสม่�ำเสมอ 5. ท้ิงขยะในภาชนะทจี่ ัดไว้ และมกี ารเก็บขยะสม�่ำเสมอ 6. หา้ มเกบ็ อาหารไวใ้ นอณุ หภมู ทิ ไ่ี มเ่ หมาะสม เชน่ ในลอ็ กเกอร์ เพราะอาจท�ำให้อาหารเน่าเสีย เม่ือน�ำไปรับประทานอาจท�ำให้ เจ็บปว่ ย ท้องเสยี ได้

บทที่ ๑ บทน�ำ 29 บทท่ี การจัดการส้วมและสิ่งปฏิกูล

คมู่ อื แนวทาง การจัดการอนามยั สิง่ แวดล้อม และสุขาภิบาลอาหารและน้�ำ ในเรอื นจ�ำ บทที่ การจดั การสว้ มและสง่ิ ปฏกิ ูล 4.1 การจัดการส้วม สว้ ม (Privy, Latrine, Toilet) เปน็ ที่สำ� หรับถ่ายอจุ จาระและปสั สาวะ โดยส้วมที่ถกู หลกั สขุ าภบิ าล หรอื ถกู ตอ้ งดว้ ยสขุ ลกั ษณะตามกฎกระทรวง ฉบบั ท่ี 63 (พ.ศ. 2551) ออกตามความใน 30 พระราชบัญญัติควบคมุ อาคาร พ.ศ. 2522 ต้องมีลักษณะดงั น้ี 1. สร้างด้วยวสั ดุทนทาน และทำ� ความสะอาดง่าย 2. ระยะดงิ่ ระหว่างพ้นื หอ้ งถงึ เพดานยอดฝาหรือผนงั ตอนต่ำ� สดุ ตอ้ งไมต่ �ำ่ กวา่ 2 เมตร 3. มีช่องระบายอากาศไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 10 ของพนื้ ทหี่ ้อง หรือมีพดั ลมระบายอากาศ ได้เพียงพอ 4. พืน้ ห้องนำ�้ และหอ้ งส้วมมคี วามลาดเอียงไมน่ ้อยกว่า 1 ใน 100 ส่วน และมจี ุดระบาย น้�ำทิ้งอยูใ่ นตำ� แหน่งตำ่� สุดบนพนื้ ห้อง 5. ในกรณีท่ีมีท่อระบายอุจจาระให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร และมคี วามลาดเอียงไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 สว่ น 6. มที อ่ ระบายกา๊ ซขนาดเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางไมน่ อ้ ยกวา่ 2.50 เซนตเิ มตร และมคี วามสงู อยู่ ในระดบั ทีก่ ลิน่ เหมน็ ของก๊าซไมร่ บกวนผู้อื่น 7. ทป่ี สั สาวะตอ้ งมีระบบการดักกลน่ิ และเป็นแบบใช้น�ำ้ ช�ำระลงสรู่ ะบบก�ำจัดสงิ่ ปฏกิ ลู 8. ในกรณีเป็นอาคารที่มีบุคคลเข้าใช้สอยประจ�ำอยู่หลายช้ัน การจะจัดให้มีห้องส้วม และท่ีปสั สาวะ ในชน้ั ใดใหเ้ ป็นไปตามความจ�ำเปน็ และเหมาะสม 9. ในกรณที ห่ี อ้ งนำ้� และหอ้ งสว้ มรวมอยใู่ นหอ้ งเดยี วกนั ตอ้ งมขี นาดพนื้ ทภี่ ายในของหอ้ ง ไม่น้อยกว่า 1.50 ตารางเมตร แต่ถ้าห้องน�้ำและห้องส้วมแยกกัน ต้องมีขนาดพ้ืนท่ีภายใน ของแตล่ ะหอ้ งไม่น้อยกวา่ 0.90 ตารางเมตร และมีความกว้างภายในไมน่ อ้ ยกวา่ 90 เซนตเิ มตร

การจัดการสว้ มและส่ิงปฏิกลู นอกจากน้ี ตามกฎกระทรวงฉบับท่ี 39 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติ 31 ควบคมุ อาคาร พ.ศ. 2522 ก�ำหนดให้บอ่ เกรอะ บอ่ ซมึ ของส้วมต้องอย่หู ่างจากแม่นำ้� คู คลอง หรือแหล่งน้�ำสาธารณะ ไม่น้อยกว่า 10 เมตร เว้นแต่ส้วมที่มีระบบก�ำจัดสิ่งปฏิกูลที่ถูกต้อง ตามหลักการสาธารณสุขและมขี นาดท่เี หมาะสม ส้วมในเรือนจ�ำ เป็นส้วมราดน้�ำตามแบบของกรมราชทัณฑ์ เป็นส้วมแถว ไม่มีประตู มีแนวทางการปฏบิ ัติ ดงั น้ี มีการรกั ษาความสะอาดเปน็ ประจำ� อย่างนอ้ ย 2 ครง้ั /วนั ต้องมีภาชนะบรรจนุ ำ�้ และมนี ำ้� ส�ำหรับใช้ราดสว้ มอยา่ งเพียงพอ มอี า่ งล้างมอื บรเิ วณหนา้ หอ้ งส้วมอย่างน้อย 1 ท่ี ไม่สร้างส้วมใกล้บ่อน้�ำ เพราะจะท�ำให้มีการไหลซึมผ่านชั้นของดินเข้าสู่บ่อน้�ำ ซึ่งอาจ นำ� มาใช้ในการอปุ โภคบริโภค ห้ามระบาย ถา่ ย เท ท้ิงส่งิ ปฏิกูล สู่พืน้ ดนิ และแหลง่ น้�ำโดยตรง ตอ้ งมรี ะบบเกบ็ กกั และบำ� บัด รองรับสิง่ ปฏกิ ลู จากส้วม ไมค่ วรตกั และระบายสิ่งปฏิกูล ออกสู่บริเวณสวนป่า ท่ีว่างรอบ ๆ เรือนจ�ำ ซึ่งเป็นการก�ำจัดสิ่งปฏิกูลที่ไม่ถูกหลักสุขาภิบาล เป็นแหล่งแพร่กระจายของโรคระบบทางเดินอาหาร โรคอุจจาระร่วงอย่างแรง ท�ำให้เกิดมลพิษ ตอ่ ส่งิ แวดลอ้ ม และประชาชนทอี่ าศยั อยู่บรเิ วณใกล้เรือนจ�ำ ทอ่ ท่นี ำ� สิ่งปฏกิ ูลเข้าสู่ระบบเกบ็ กกั และบ�ำบดั ต้องอย่ใู นสภาพดีไมช่ �ำรุดหรอื แตกหัก

ค่มู ือแนวทาง การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม และสขุ าภบิ าลอาหารและนำ้� ในเรอื นจำ� ต้องมีท่อระบายแก๊สขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 1 น้ิว ต่อจากใต้ฐานส้วมและ ถงั เกรอะใหส้ งู เหนอื หลงั คา เพ่ือป้องกนั ไมใ่ ห้เกดิ กลิน่ เหม็น การท�ำความสะอาดพยายามให้สารเคมีที่ใช้ท�ำความสะอาด ลงไปในถงั เกรอะใหน้ อ้ ยทส่ี ดุ เพราะสารเคมเี หลา่ นี้ จะมผี ลตอ่ การยอ่ ย สลายของแบคทเี รยี ในถงั เกรอะได้ ห้ามท้ิงผ้าอนามัยหรือวัสดุท่ีมีขนาดใหญ่และย่อยสลายยาก ลงไปในสว้ มเพราะจะท�ำใหอ้ ดุ ตนั ได้ จากขอ้ กำ� หนดมาตรฐานขนั้ ตำ่� ของสหประชาชาตเิ พอ่ื การปฏบิ ตั ติ อ่ ผตู้ อ้ งขงั (The United Nation Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners) ข้อ 12 ควรจัดให้มีส้วมจ�ำนวนเพยี งพอแก่ความจำ� เปน็ ทงั้ อยู่ในลกั ษณะทส่ี ะอาดและเหมาะสม ซ่ึงจาก การศกึ ษาตามกฎกระทรวง ฉบบั ท่ี 63 (พ.ศ. 2551) ออกตามความในพระราชบญั ญตั คิ วบคมุ อาคาร พ.ศ. 2522 เร่ือง การจดั ให้มหี อ้ งนำ้� และห้องสว้ มในชนดิ หรือประเภทของอาคารต่าง ๆ พบว่า 32 ในสถานศกึ ษา จะใชจ้ �ำนวนหอ้ งสว้ ม 1 หอ้ ง ตอ่ นกั เรียน/นักศึกษา 50 คน และจากการศึกษา ของโครงการสเฟยี ร์ (www.sphere.org) ไดร้ ะบมุ าตรฐานขน้ั ตำ่� สดุ ควรจดั ใหม้ หี อ้ งสว้ ม 1 หอ้ ง ต่อจ�ำนวน 20 คน เพื่อมนษุ ยธรรมในเรือนจำ� อย่างไรกต็ าม สำ� หรบั การด�ำเนินงานด้านเทคนิค ในเรอื นจำ� พบวา่ ควรจดั ใหม้ หี อ้ งสว้ ม 1 หอ้ ง ตอ่ ผตู้ อ้ งขงั 25 คน หมายความวา่ จะตอ้ งมหี อ้ งสว้ ม อยา่ งนอ้ ย 1 หอ้ ง สำ� หรบั แตล่ ะพนื้ ทที่ พี่ กั อาศยั ซง่ึ เปน็ ทพ่ี กั พงิ ของผตู้ อ้ งขงั 25 คน ในหอ้ งขงั เดย่ี ว ให้มีห้องส้วม 1 ห้อง ส�ำหรับห้องขังรวมหรืออาคารเรือนนอนอาจพิจารณาจัดให้มีจ�ำนวน หอ้ งส้วมมากกว่านไ้ี ด้ตามความเหมาะสม

การจัดการสว้ มและสงิ่ ปฏกิ ูล อยา่ งไรกต็ าม ขอ้ จำ� กดั ในเรอ่ื งของพนื้ ทแ่ี ละโครงสรา้ ง อาจทำ� ใหไ้ มส่ ามารถสรา้ งหอ้ งสว้ ม เพ่มิ ได้ (เนอื่ งจากไมเ่ หมือนกบั ทพี่ กั พิงของผลู้ ้ภี ยั หรือการชว่ ยเหลอื ด้านมนษุ ยธรรมอ่นื ๆ ทไ่ี มม่ ี เร่ืองของพื้นที่เข้ามาเก่ียวข้อง ซ่ึงท�ำให้สามารถสร้างห้องส้วมได้เพียงพอ) และจากการศึกษา ในดา้ นประสบการณข์ องคณะกรรมการกาชาดระหวา่ งประเทศ ทใ่ี หก้ ารยอมรบั วา่ หอ้ งสว้ ม 1 หอ้ ง ส�ำหรบั คน 50 คน เหมาะสมในสถานการณ์ทมี่ ีความจำ� กดั แตห่ อ้ งส้วมต้องอยูใ่ นสภาพที่ได้รับ การดแู ล และสะอาด แตไ่ มร่ วมถงึ สถานทที่ ม่ี ีความเปน็ ไปได้ในการสร้างหอ้ งส้วมเพ่มิ 4.2 การจัดการสิ่งปฏิกูล 33 สง่ิ ปฏกิ ลู (Human Excreta) หมายถงึ ของเสยี ทปี่ ลอ่ ยหรอื ขบั ถา่ ยออกจากรา่ งกายมนษุ ย์ ทีส่ ำ� คัญ ไดแ้ ก่ อุจจาระ (Feces) และปัสสาวะ (Urine) ส่ิงปฏิกูลเป็นแหล่งก�ำเนิดของเช้ือโรคติดต่อในระบบทางเดินอาหารและโรคหนอนพยาธิ ที่ส�ำคัญ ได้แก่ เชื้อแบคทีเรีย เช่น Escherichia Coli, Leptospira Interrogans, Salmonellatyphi, Shigella spp., Vibrio Cholera เช้ือไวรัส เช่น Poliovirus, Rotaviruses โปรโตซัว เช่น Entamoeba Histolytica, Giardia Intestinalis รวมถงึ ไขแ่ ละตวั ออ่ นของหนอนพยาธิ เชน่ พยาธไิ สเ้ ดอื น พยาธใิ บไมต้ บั พยาธปิ ากขอ พยาธติ วั ตดื พยาธิแส้ม้า เป็นต้น เชื้อโรคเหล่าน้ีอาศัยอยู่ในทางเดินอาหารของคนและถูกขับถ่ายออกมา พร้อมอุจาระและปัสสาวะ ซ่ึงถ้าไม่มีการบ�ำบัดและก�ำจัดส่ิงปฏิกูลอย่างถูกสุขลักษณะแล้ว เชื้อโรคเหล่านี้จะแพร่กระจายไปยังบุคคลอ่ืน ๆ ส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ ขึ้นได้

คู่มือแนวทาง การจัดการอนามยั สิ่งแวดลอ้ ม และสุขาภบิ าลอาหารและน�้ำ ในเรอื นจำ� การบำ� บดั สงิ่ ปฏกิ ลู เปน็ การเปลยี่ นแปลงสภาพของของเสยี ในสง่ิ ปฏกิ ลู โดยมวี ตั ถปุ ระสงค์ ท่ีส�ำคัญ 2 ประการ คือ (1) เพ่ือท�ำลาย ลด หรือควบคุมป้องกันการแพร่กระจายของเช้ือโรค ทป่ี นมากบั สงิ่ ปฏกิ ลู (2) เพอื่ ทำ� การยอ่ ยสลายสารอนิ ทรยี ใ์ นสง่ิ ปฏกิ ลู หรอื ลดคา่ บโี อดขี องสงิ่ ปฏกิ ลู เพอื่ ปอ้ งกนั การเกิดมลพษิ ต่อสิง่ แวดลอ้ มต่าง ๆ เชน่ มลพษิ ทางน�้ำ มลพษิ ทางดิน เป็นต้น การกำ� จัดสิง่ ปฏิกูล เปน็ การน�ำส่งิ ปฏิกูลท่ีผา่ นการบำ� บัด หรือผลผลิตที่เกิดจากการบำ� บัด ต่าง ๆ ไปก�ำจัดท้ิง หรอื อาจน�ำไปใช้ประโยชน์ การจดั การสง่ิ ปฏกิ ูลในเรือนจำ� ควรปฏบิ ัตดิ ังน้ี 1. มีห้องสว้ มท่ถี กู หลักสขุ าภิบาลและจำ� นวนเพียงพอ 2. ระบบทอ่ และระบบเกบ็ กกั อจุ จาระหรอื บอ่ เกรอะ (Septic Tank) อยใู่ นสภาพใชก้ ารไดด้ ี ไม่แตก ไมร่ ่วั ซมึ 3. บ่อเกรอะมีการติดต้ังท่อระบายอากาศ เพ่ือช่วย ระบายก๊าซท่ีเกิดข้นึ ในบอ่ เกรอะ 34 4. มกี ารสบู สง่ิ ปฏกิ ลู ในบอ่ เกรอะไปกำ� จดั เมอ่ื สว้ มเตม็ หรือส่ิงปฏิกูลมีปริมาณมาก เกินขนาด ถังเกรอะที่ออกแบบ ไว้ในการสูบส่ิงปฏิกูลควรใช้บริการจากรถสูบส่ิงปฏิกูลของ องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ หรอื รถสบู ทไี่ ดร้ บั อนุญาตถูกต้อง จากองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ปญั หาทีเ่ กิดจากสิง่ ปฏิกูล คือ 1. เป็นแหล่งเชื้อโรคและแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์แมลงพาหะนำ� โรค 2. ก่อให้เกดิ มลพษิ ต่อสง่ิ แวดลอ้ ม เช่น แหล่งน�ำ้ ดิน อากาศ เปน็ ต้น 3. กอ่ ให้เกดิ เหตรุ �ำคาญ เช่น กลิ่นเหม็น 4. กอ่ ให้เกิดสภาพแวดลอ้ มทนี่ า่ รงั เกยี จ การก�ำจัดส่ิงขับถ่ายจากร่างกายมนุษย์ท่ีไม่เหมาะสมก่อให้เกิดการปนเปื้อนของอุจจาระ สู่ส่ิงแวดล้อม ซ่ึงอาจเกิดจากส่ิงปฏิกูลมีจ�ำนวนมากเกินไปในระบบจนเกิดการรั่วไหลออกไปสู่ สงิ่ แวดลอ้ มภายนอก หรอื อาจเกดิ จากการขบั ถา่ ยอจุ จาระไวใ้ นสถานทต่ี า่ ง ๆ (ผถู้ กู คมุ ขงั อาจถา่ ย ไว้ในพืน้ ทต่ี า่ ง ๆ หากหอ้ งส้วมถกู ปิดหรอื ชำ� รดุ หรือถูกจำ� กัดในการเขา้ ห้องส้วม) อจุ จาระอาจมี เชอ้ื โรคตา่ ง ๆ (ไวรสั ปรสติ แบคทเี รยี ) ซงึ่ ทำ� ใหเ้ กดิ การตดิ เชอื้ โดยตรง (จากการรบั ประทานอาหาร ทป่ี นเปอ้ื นอจุ จาระ) หรอื อาจตดิ เชอื้ ทางออ้ มจากการปนเปอ้ื นในนำ้� และหรอื อาหาร หรอื จากแมลง และพาหะนำ� โรคทเี่ ปน็ ตวั แพรเ่ ชื้อโรค

35 บทที่ การจัดการน�้ำเสีย

คูม่ อื แนวทาง การจัดการอนามัยสิง่ แวดลอ้ ม และสุขาภบิ าลอาหารและน้ำ� ในเรือนจ�ำ บทที่ การจดั การนำ�้ เสยี 5.1 การจัดการน้�ำเสีย (Wastewater Management) นำ้� เสีย หมายถึง น้ำ� ทีถ่ กู ใช้ไปในกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ ทำ� ให้ลักษณะของน้�ำเปล่ยี น ไมเ่ หมาะสมสำ� หรบั ใชอ้ กี ตอ่ ไป เนอ่ื งจากมสี งิ่ ปนเปอ้ื น ไดแ้ ก่ สารอนิ ทรยี ์ สารอนนิ ทรยี ์ จลุ นิ ทรยี ์ 36 และอืน่ ๆ หรือถา้ ปล่อยท้ิงลงสู่แหล่งนำ้� ธรรมชาติ ก็จะท�ำให้คณุ ภาพน้�ำเสยี ได้ การจัดการน�้ำเสีย หมายถึง การจัดการน้�ำเสียโดยการบ�ำบัดและการระบายน�้ำเสีย อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม ปัญหาทเ่ี กิดจากน�ำ้ เสีย คอื 1. เปน็ แหลง่ เชือ้ โรคและแหล่งเพาะพันธ์ุสตั ว์แมลงพาหะนำ� โรค 2. กอ่ ให้เกดิ มลพษิ ตอ่ ส่งิ แวดลอ้ ม เช่น แหลง่ นำ้� ดนิ อากาศ เปน็ ต้น 3. ก่อใหเ้ กิดเหตรุ ำ� คาญ เชน่ กลิน่ เหมน็ 4. ก่อให้เกิดสภาพแวดลอ้ มทนี่ ่ารงั เกยี จ 5. เกดิ การสญู เสียทางเศรษฐกิจ เรอื นจำ� เปน็ สถานทท่ี ค่ี วบคมุ กกั ขงั ผตู้ อ้ งขงั เป็นจ�ำนวนมาก จึงเกิดน้�ำเสียเป็นจ�ำนวนมาก จากหอ้ งนำ้� หอ้ งครวั การซกั เสอ้ื ผา้ การทำ� ความสะอาด และจากโรงงานตา่ ง ๆ ภายในเรือนจ�ำ และระบาย ลงสู่แหล่งน้�ำสาธารณะ คลองธรรมชาติ และ ท่อระบายน�ำ้ ของเทศบาล โดยไม่ไดผ้ ่านการบ�ำบดั ที่ถูกหลักสุขาภิบาล จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อ สิง่ แวดลอ้ มและชุมชนทอ่ี ยใู่ กลเ้ คียง

การจดั การน�้ำ เสยี ในเขตเทศบาลที่ไม่มีระบบก�ำจัดน้�ำเสีย ควรมีการจัดการระบายน�้ำเสียและน�้ำโสโครก 37 ให้ไหลแยกออกจากกัน น�้ำเสียซ่ึงไม่มีการปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลสามารถน�ำมาใช้ใหม่ (ตัวอย่างเช่น ใช้รดน้�ำในการท�ำเกษตรกรรม) การระบายนำ้� เสยี ผ่านระบบปิด เชน่ ทอ่ หรือแท็งก์ หรอื ระบาย ผ่านช่องทางระบายแบบเปิด ส่วนน�้ำโสโครกจากห้องส้วม ควรระบายโดยตรงลงสู่ส้วมหลุม (Pit Latrines) บ่อเกรอะ (Septic Tanks) หรือผ่านไปสู่ท่อระบายน้�ำโสโครกของระบบบ�ำบัด ซึ่งควรเป็นระบบปิด และเพื่อให้การบัดบัดมีประสิทธิภาพ น�้ำโสโครกเหล่าน้ีไม่ควรปนเปื้อน ดว้ ยสารเคมที ใ่ี ชใ้ นการทำ� ความสะอาดซงึ่ มอี ยใู่ นนำ�้ เสยี ผถู้ กู คมุ ขงั ทร่ี บั ผดิ ชอบในการทำ� ความสะอาด สง่ิ ปฏกิ ลู และน�้ำเสียนี้ ควรใสช่ ดุ ปอ้ งกนั (เช่น ถงุ มือยาง รองเทา้ บูท และผ้าพลาสตกิ กนั เปอ้ื น) และมีสบ่สู ำ� หรบั ชำ� ระล้าง พรอ้ มท้งั ให้เวลาส�ำหรบั การอาบนำ้� ท�ำความสะอาดรา่ งกาย) น�ำ้ เสียจากการปรงุ ประกอบอาหารจากโรงครวั เป็นน้ำ� เสียทีม่ ไี ขมนั และเศษอาหารมาก ซง่ึ ไขมนั มกั เปน็ ปญั หาตอ่ ระบบบำ� บดั นำ�้ เสยี เนอื่ งจากไขมนั เปน็ สารประกอบอนิ ทรยี ท์ มี่ เี สถยี รภาพสงู และถูกย่อยสลายโดยแบคทีเรียได้ยาก นอกจากน้ัน ไขมันเมื่อไหลลงสู่ท่อระบายน�้ำมักเกาะติด อยู่ท่ีผิวท่อ ท�ำให้เกิดปัญหาท่ออุดตัน ไขมันเมื่อเข้าสู่ระบบบ�ำบัดจะรบกวนท�ำให้ปฏิกิริยา ของจลุ นิ ทรยี แ์ ละขดั ขวางการถา่ ยเทออกซเิ จนจากอากาศสนู่ ำ้� ซงึ่ เปน็ ผลใหร้ ะดบั ออกซเิ จนละลาย ในน�้ำไมเ่ พียงพอตอ่ การด�ำรงชีวิตของจุลินทรีย์ท่ใี ช้ในการบำ� บัดน้ำ� เสยี ทำ� ให้ระบบบ�ำบัดนำ้� เสีย มปี ญั หาได้ ฉะนนั้ จึงควรมีการตดิ ตง้ั บ่อดกั ขยะ เศษอาหาร และบอ่ ดกั ไขมัน ก่อนท่ีจะปล่อย น้�ำเสยี จากการปรงุ ประกอบอาหาร การลา้ งภาชนะจากโรงครวั ลงสู่ระบบบำ� บัด 5.2 แนวทางการดูแลบ่อดักไขมันและบ่อดักขยะ 1. กวาดเศษอาหารทงิ้ กอ่ นลา้ งจานและภาชนะอปุ กรณ์ และตอ้ งปอ้ งกนั ไมใ่ หข้ ยะเขา้ ไป ปะปน กับน้ำ� เสียท่ีระบายท้งิ ได้ 2. ติดตั้งถังดักไขมันให้ใกล้กับอ่างล้างจานให้มากท่ีสุด เพ่ือป้องกันไม่ให้เกิดการอุดตัน ในเส้นท่อ

ค่มู ือแนวทาง การจดั การอนามยั ส่งิ แวดล้อม และสขุ าภิบาลอาหารและน้�ำ ในเรอื นจำ� 3. ต้องติดต้ังตะแกรงดักขยะและเศษผงก่อนเข้าบ่อดักไขมนั 4. ตอ้ งไมท่ ะลวงเศษขยะให้ไหลผ่านตะแกรงเข้าสู่บ่อดกั ไขมัน 5. ต้องไม่น�ำตะแกรงดักขยะออก ไม่ว่าชั่วคราวหรือถาวร แล้วปล่อยให้เศษขยะเข้าไป บ่อดกั ไขมนั 6. หมั่นโกยเศษขยะที่หน้าตะแกรงออกเสมออย่างน้อยทุกวันหรือก่อนหน้าท่ีจะเริ่มมี การทำ� อาหาร 7. ห้ามนำ� เอาน้ำ� จากส่วนอ่ืน ๆ เช่น น�้ำลา้ งมอื นำ�้ อาบ น�้ำซกั เสอื้ ผา้ น�ำ้ ฝน เข้าไปใน บ่อดักไขมนั 8. ตักไขมันออกจากบ่อดักไขมันอย่างน้อยทุกสัปดาห์ น�ำไขมันที่ตักได้ใส่ภาชนะที่ปิด มดิ ชดิ สง่ ตอ่ หนว่ ยราชการทเ่ี กยี่ วขอ้ ง ไดแ้ ก่ กรงุ เทพมหานคร เทศบาล หรอื อบต. นำ� ไปกำ� จดั ตอ่ ไป 9. หม่ันตรวจดูท่อระบายน�้ำที่รับน�้ำจากบ่อดักไขมันถ้าเป็นก้อนหรือคราบต้องตักไขมัน เพ่ิมขึน้ มากกว่าเดมิ 38 10. ในการติดต้ังท่อน้�ำเสียจากอ่างล้างจานไปยังบ่อดักไขมัน และจากบ่อดักไขมันไปยัง ตะแกรง ท�ำมุม 30 - 40 องศา กับแนวระนาบ ระบบบ�ำบัดน้�ำเสียควรให้มีความลาดเอียง ไมน่ อ้ ยกว่า 1 : 100 ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 44 (2538) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา ฉบบั กฤษฎกี า เลม่ 112 ตอนที่ 6 ก ลงวนั ท่ี 7 กมุ ภาพนั ธ์ 2538 โดยอาศยั อำ� นาจตามความในมาตรา 5 (3) และมาตรา 8 (6) แหง่ พระราชบัญญัติควบคุม อาคาร พ.ศ. 2522 รฐั มนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยค�ำแนะน�ำของคณะกรรมการควบคมุ อาคารออกกฎกระทรวงไว้ดังน้ี

การจดั การน้ำ�เสยี ขอ้ 3 อาคารประเภทและลกั ษณะดงั ตอ่ ไปน้ี ตอ้ งจดั ใหม้ รี ะบบบำ� บดั นำ้� เสยี ทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ 39 เพียงพอในการปรับปรุงน�้ำเสียจากอาคารให้เป็นน้�ำทิ้งท่ีมีคุณภาพตามมาตรฐานท่ีก�ำหนดไว้ ก่อนที่จะระบายลงส่แู หลง่ รองรบั น้�ำทง้ิ อาคารประเภท ก. อาคารท่ีท�ำการของทางราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การระหว่าง ประเทศ หรือเอกชนที่มีพ้ืนที่รวมกันทุกช้ันในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 55,000 ตารางเมตร อาคารประเภท ข. อาคารท่ีท�ำการของทางราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การระหว่าง ประเทศ หรือเอกชน ที่มีพ้ืนท่ีรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 10,000 ตารางเมตร แต่ไมเ่ กนิ 55,000 ตารางเมตร อาคารประเภท ค. อาคารท่ีท�ำการของทางราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การระหว่าง ประเทศ หรือเอกชน ที่มีพ้ืนท่ีรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 5,000 ตารางเมตร แตไ่ ม่เกนิ 10,000 ตารางเมตร อาคารประเภท ง. อาคารที่ท�ำการของทางราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การระหว่าง ประเทศ หรือเอกชน ท่ีมีพื้นท่ีรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน 5,000 ตารางเมตร อาคารประเภท จ. หมายถึง ภัตตาคารหรือร้านอาหารท่ีมีพ้ืนท่ีให้บริการรวมกันทุกช้ัน ไมถ่ ึง 100 ตารางเมตร ดงั นน้ั กรมราชทัณฑจ์ งึ ควรจัดสรรงบประมาณในการสรา้ งระบบบำ� บดั นำ�้ เสียท่เี หมาะสม กับสภาพพ้ืนทีแ่ ละงบประมาณ หลักเกณฑ์การพิจารณา ระบบบ�ำบัดน้�ำเสียท่ีทันสมัยและเหมาะสมท่ีจะน�ำมาติดตั้ง เพอ่ื การบำ� บดั นำ�้ เสยี ควรจะเปน็ ระบบทใี่ ชข้ นาดพน้ื ทนี่ อ้ ย ระบบบำ� บดั นำ�้ เสยี ทเี่ หมาะสมในการตดิ ตงั้ ควรจะพิจารณาหลกั เกณฑ์ต่าง ๆ ตอ่ ไปน้ี 1. ควรจะเปน็ ระบบบำ� บดั นำ�้ เสยี ทมี่ คี วามนา่ เชอื่ ถอื และเปน็ ท่ยี อมรับ 2. ใชพ้ นื้ ทน่ี อ้ ยในการกอ่ สรา้ งและตดิ ตง้ั ระบบ 3. อุปกรณ์เติมอากาศต้องมีประสิทธิภาพสูง เพอื่ ประหยดั ค่ากระแสไฟฟา้ 4. ควรจะเปน็ ระบบบำ� บดั นำ�้ เสยี ทปี่ ราศจากกลน่ิ 5. สามารถดูแลบ�ำรุงรักษาได้ง่าย

คมู่ ือแนวทาง การจัดการอนามัยส่ิงแวดลอ้ ม และสุขาภิบาลอาหารและน้ำ� ในเรอื นจำ� 6. การปฏิบัตงิ านของระบบไมย่ งุ่ ยาก 7. เป็นระบบท่ใี ห้ความมัน่ ใจดา้ นความปลอดภัยสูงในขณะท่ีปฏบิ ตั งิ าน 8. ราคาลงทุนก่อสร้าง ค่าติดต้ังระบบไม่สมควรที่จะแพงมากนัก และให้ผลคุ้มค่า ดา้ นการลงทนุ 9. คา่ ใชจ้ ่ายในการปฏบิ ัติงานระบบ (ตอ่ ลูกบาศกเ์ มตร) ควรจะมรี าคาถูก 10. การใชง้ านระบบบ�ำบัดนำ�้ เสียควรมีอายุยืนยาว 5.3 ระบบบ�ำบัดน�้ำเสียแบบต่าง ๆ ท่ีน�ำมาใช้ในประเทศไทย 1. ระบบบ�ำบัดน�้ำเสียแบบแอคติเวตเต็ดสลัดจ์ (Activated Sludge; AS) หรือ ระบบตะกอนเร่ง เป็นระบบบ�ำบัดน้�ำเสียท่ีนิยมใช้กันมาก เพราะใช้พื้นท่ีในการก่อสร้างน้อย และมีประสิทธิภาพในการบ�ำบัดสูง แต่มีข้อจ�ำกัดส�ำคัญ คือ มีค่าใช้จ่ายต่อหน่วยในการลงทุน และเดินระบบสูง ต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ในการดูแลระบบท่ีมีการท�ำงานค่อนข้างซับซ้อน 40 หลกั การทำ� งานของระบบตะกอนเรง่ จะอาศยั หลกั การเรง่ อตั ราการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าการยอ่ ยสลายอาหาร ของจลุ นิ ทรยี ใ์ นระบบใหเ้ รว็ ขน้ึ ดว้ ยการเตมิ อากาศในถงั เตมิ อากาศ (Aeration Tank) อยา่ งตอ่ เนอื่ ง ตลอดเวลา เพอ่ื ใหต้ ะกอนจลุ นิ ทรยี ท์ แี่ ขวนลอยอยภู่ ายในถงั นำ� ไปใชใ้ นการยอ่ ยสลายสารอนิ ทรยี ์ ในน้ำ� เสยี 2. ระบบบ�ำบัดน้�ำเสียแบบบ่อเติมอากาศ (Aerated Lagoon; AL) เป็นระบบบ�ำบัด น้�ำเสียที่มีการติดต้ังเคร่ืองเติมอากาศที่ผิวน้�ำหรือเครื่องเติมอากาศแบบฟู่ในบ่อบ�ำบัดเพื่อให้เกิด การย่อยสลายแบบใช้ออกซิเจนได้ดขี น้ึ

การจดั การนำ�้ เสีย 3. ระบบบ�ำบดั น�้ำเสยี แบบบ่อปรับเสถียร (Stabilization Pond) เปน็ บ่อเกบ็ กกั น้ำ� เสีย 41 เพอื่ ใหเ้ กดิ การยอ่ ยสลายสารอนิ ทรยี ต์ ามธรรมชาติ เปน็ ระบบทใี่ ชพ้ ลงั งานนอ้ ย งา่ ยตอ่ การควบคมุ ดแู ล และไมต่ อ้ งใชเ้ ครอื่ งจกั รในการบำ� บดั แตต่ อ้ งใชพ้ น้ื ทมี่ ากเพอื่ ใหม้ รี ะยะเวลาเกบ็ กกั ทนี่ านพอ ทจ่ี ะใหน้ ำ้� ทงิ้ มคี ณุ ภาพตามต้องการ 4. ระบบโปรยกรอง (Trickling Filtration; TF) เป็นระบบท่ีประกอบดว้ ยตัวกลางบรรจุ อยู่ภายในถัง ตัวกลางนี้อาจเป็นก้อนหินที่มีผิวขรุขระ หรือพลาสติกรูปทรงต่าง ๆ ที่มีช่องว่าง ภายใน น�้ำหนักเบาและมีพืน้ ทผี่ ิวมากเพอื่ เพม่ิ โอกาสใหจ้ ลุ นิ ทรียส์ ัมผัสน�ำ้ เสยี และอากาศมากขน้ึ โดยจุลนิ ทรียท์ เี่ กาะอยตู่ ามผวิ ของตวั กลางจะทำ� หนา้ ท่ียอ่ ยสารอนิ ทรยี ใ์ นน�ำ้ เสยี 5. แผ่นหมุนชีวภาพ (Rotating Biological Contractors; RBC) หลักการท�ำงาน คล้ายระบบโปรยกรองโดยมีแผ่นตัวกลางที่ท�ำด้วยพลาสติกพีวีซี มีลักษณะเป็นแผ่นทรงกลม เรียงขนานกันหลาย ๆ อันตามแนวนอนของถัง มีส่วนจมอยู่ในน้�ำเสียประมาณร้อยละ 40 แผ่นตวั กลางจะถูกยดึ ตดิ กบั แกนเพลาทท่ี ำ� หนา้ ท่ีหมนุ ตวั กลางนช้ี ้า ๆ เรือนจ�ำท่ีมีระบบบ�ำบัดน้�ำเสียอยู่แล้ว ต้องดูแลระบบบ�ำบัดน้�ำเสียให้สามารถใช้งานได้ดี มีประสิทธิภาพ มีการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้�ำเสียก่อนเข้าระบบและคุณภาพน�้ำท้ิงท่ีออกจาก ระบบ เพ่ือดูประสิทธิภาพและมาตรฐาน นอกจากน้ี ควรมีการอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าท่ี ท่รี ับผิดชอบดแู ลระบบบ�ำบดั น�ำ้ เสีย ใหม้ คี วามรู้ความเขา้ ใจในการด�ำเนนิ งานระบบบ�ำบดั นำ�้ เสยี อย่างไรก็ตาม ระบบบ�ำบัดน้�ำเสียของเรือนจ�ำต้องท�ำการบ�ำบัดน้�ำเสียให้มีคุณภาพน�้ำท้ิงเป็นไป ตามมาตรฐานควบคุมการระบายน�้ำทิ้งจากอาคารบางประเภทและบางขนาด ออกตามความ ในมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ดังแสดงในตารางที่ 1

คมู่ อื แนวทาง การจดั การอนามัยสง่ิ แวดล้อม และสุขาภิบาลอาหารและน้�ำ ในเรอื นจ�ำ ตารางที่ 1 ค่ามาตรฐานควบคมุ การระบายน�ำ้ ทิ้งจากอาคารบางประเภทและบางขนาด ดชั นคี ณุ ภาพน้ำ� เกณฑ์กำ�หนดสูงสุดตามประเภท 1. คา่ ความเปน็ กรดและด่าง (pH) มาตรฐานควบคุม หนว่ ย การระบายนำ้ �ท้งิ กขคงจ - 5-9 5-9 5-9 5-9 5-9 2. บีโอดี (BOD) มก./ล. ≤ 20 ≤ 30 ≤ 40 ≤ 50 ≤200 3. ปริมาณของแขง็ (Solids) 3.1 คา่ สารแขวนลอย (Suspended Solids) มก./ล. ≤ 30 ≤ 40 ≤ 50 ≤ 50 ≤ 60 3.2 ค่าตะกอนหนกั (Settleable Solids) มก./ล. ≤ 0.5 ≤ 0.5 ≤ 0.5 ≤ 0.5 - 3.3 คา่ ทล่ี ะลายไดท้ ง้ั หมด (Total Dissolved Solids) มก./ล. ≤500 ≤500 ≤500 ≤500 - 42 4. ค่าซลั ไฟด์ (Sulfide) มก./ล. ≤ 1.0 ≤ 1.0 ≤ 3.0 ≤ 4.0 - มก./ล. ≤ 35 ≤ 35 ≤ 40 ≤ 40 - 5. ไนโตรเจน (Nitrogen) ในรปู ทเี คเอ็น (TKN) มก./ล. ≤ 20 ≤ 20 ≤ 20 ≤ 20 ≤100 6. นำ้ �มันและไขมนั (Fat, Oil and Grease) หมายเหตุ : ก หมายถงึ อาคารท่ีท�ำการของทางราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศหรือเอกชน ตั้งแต่ 55,000 ตารางเมตร ข หมายถงึ อาคารท่ีท�ำการของทางราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศหรือเอกชน ต้ังแต่ 10,000 ถึง 55,000 ตารางเมตร ค หมายถึง อาคารท่ีท�ำการของทางราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศหรือเอกชน ตั้งแต่ 5,000 ถงึ 10,000 ตารางเมตร ง หมายถงึ ภัตตาคารหรือร้านอาหารท่ีมีพื้นที่ให้บริการรวมกันทุกช้ันของอาคารหรือกลุ่ม ของอาคารตั้งแต่ 100 ตารางเมตร แตไ่ ม่ถงึ 250 ตารางเมตร จ หมายถงึ ภัตตาคารหรอื ร้านอาหารทมี่ พี ื้นทีใ่ ห้บรกิ ารรวมกนั ทกุ ช้นั ไมถ่ ึง 100 ตารางเมตร ทมี่ า : ประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม เรอื่ ง กำ� หนดมาตรฐานควบคมุ การระบายนำ้� ทง้ิ จากอาคารบางประเภทและบางขนาด ลงวนั ท่ี 7 พฤศจิกายน 2548 ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา เลม่ ท่ี 122 ตอนที่ 125 ง วันท่ี 29 ธันวาคม 2548

บทท่ี ๑ บทนำ� 43 บทที่ การจัดการมูลฝอย

คมู่ อื แนวทาง การจดั การอนามยั สิ่งแวดล้อม และสขุ าภบิ าลอาหารและน้ำ� ในเรือนจ�ำ บทที่ การจดั การมูลฝอย 6.1 การจัดการมูลฝอย “มลู ฝอย” ตามพระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสขุ พ.ศ. 2535 หมายถงึ เศษกระดาษ เศษผา้ 44 เศษอาหาร เศษสินค้า ถุงพลาสติก ภาชนะท่ีใส่อาหาร เถ้า มูลสัตว์ ซากสัตว์ รวมตลอดถึง สงิ่ อนื่ ใดทเ่ี กบ็ กวาดจากถนน ตลาด ทเ่ี ลย้ี งสตั ว์ หรอื ทอ่ี น่ื และหมายรวมถงึ มลู ฝอยตดิ เชอ้ื มลู ฝอย ทเี่ ป็นพิษหรอื อันตรายจากชมุ ชน “การจดั การมลู ฝอย” หมายถงึ การดำ� เนินการท่ีเก่ียวข้องกบั การควบคมุ การทิ้ง การเกบ็ ชวั่ คราว การรวบรวม การขนถ่ายและการขนสง่ การแปลงรปู และการก�ำจัดมูลฝอยโดยค�ำนงึ ถงึ ผลประโยชนส์ งู สดุ ในทางสขุ อนามยั เศรษฐศาสตรว์ ศิ วกรรม ความสวยงาม การอนรุ กั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม และทีส่ �ำคญั ทสี่ ดุ คอื การยอมรับของประชาชนและสงั คม แนวคดิ การลดปรมิ าณมลู ฝอย ปจั จบุ นั ประเทศไทยใหค้ วามสำ� คญั มากกบั การแกไ้ ขปญั หาการจดั การมลู ฝอย และมแี นวคดิ ตง้ั แตก่ ารลดปรมิ าณมลู ฝอย และการสรา้ งเสรมิ พฤตกิ รรม และวนิ ยั การจดั การมลู ฝอยตงั้ แตต่ น้ ทาง ดังนนั้ การแก้ไขปญั หามูลฝอยในเรือนจำ� มไิ ด้อยทู่ กี่ ารจัดการเม่อื มีมูลฝอยเกดิ ขน้ึ แล้ว และตอ้ ง นำ� ไปกำ� จดั เทา่ นนั้ การแกไ้ ขควรมงุ่ เนน้ ไปทกี่ ารลดปรมิ าณมลู ฝอยมใิ หเ้ กดิ ขน้ึ เปน็ จำ� นวนมากดว้ ย ซ่ึงการลดปริมาณมูลฝอยจากแหล่งผลิต จะช่วยลดปริมาณมูลฝอยรวมท่ีเกิดข้ึนในเรือนจ�ำ แตล่ ะแหง่ ไดใ้ นระดบั หนงึ่ อนั จะกอ่ ใหเ้ กดิ ผลดหี ลายประการ เชน่ สามารถลดปรมิ าณสารพษิ หรอื สารอนั ตรายทปี่ นเปอ้ื นในมลู ฝอยได้ ชว่ ยประหยดั ทรพั ยากรธรรมชาตไิ ดป้ ระโยชนท์ างเศรษฐกจิ ลดค่าใช้จา่ ยในการจดั การมลู ฝอย และลดปัญหาส่งิ แวดลอ้ ม

การจัดการมูลฝอย การลดปริมาณมูลฝอยสามารถท�ำได้ โดยเร่ิมจากการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริหาร 45 เจ้าหน้าท่ีของเรือนจ�ำ และผู้ต้องขัง โดยเฉพาะในด้านผลดีหรือประโยชน์ที่จะได้รับจากการลด ปริมาณมลู ฝอย ซึ่งผเู้ ก่ียวขอ้ งอาจตอ้ งปรับเปลย่ี นอปุ นสิ ยั และความเคยชนิ ในการเลอื กใช้สนิ คา้ มาตรการและวิธีการท่ีจะน�ำไปสู่เป้าหมายการลดปริมาณมูลฝอย คือ การใช้แนวคิด “3 อาร์” (3 R) ได้แก่ 1. ลดการใช้ (Reduce) เป็นการลดปริมาณมูลฝอยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การปฏิบัติ ในการลดปรมิ าณมลู ฝอย เชน่ การลดใชถ้ งุ พลาสตกิ และโฟมในเรอื นจำ� จะเปน็ การชว่ ยลดปรมิ าณ มลู ฝอยในเรอื นจำ� ได้ นอกจากน้ี ควรเลอื กซอ้ื สนิ คา้ ทมี่ อี ายกุ ารใชง้ านยาวนาน ซอ้ื สนิ คา้ ทมี่ ปี รมิ าณ มากแทนการซือ้ สนิ คา้ ท่ีมปี ริมาณน้อย เพ่ือลดปริมาณมูลฝอยจากบรรจุภัณฑท์ ีจ่ ะเกิดข้นึ 2. การใชซ้ ำ้� (Reuse) เปน็ การนำ� สงิ่ ของทจี่ ะทง้ิ เปน็ มลู ฝอยมาใชใ้ หมห่ รอื ใชซ้ ำ้� แลว้ ซำ�้ อกี หลาย ๆ คร้งั ซง่ึ ในแต่ละครง้ั อาจใชเ้ พอ่ื วตั ถุประสงคท์ แี่ ตกตา่ งกันไป เช่น การน�ำขวดใสก่ าแฟ ท่ีหมดแลว้ มาใส่นำ้� ตาล นำ� ขวดใสน่ ำ้� ดม่ื ทเ่ี ปน็ พลาสตกิ มาปลกู ไม้ประดับ เป็นตน้ 3. การแปรรูปกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) เป็นการน�ำมูลฝอยบางประเภทมาผ่าน กระบวนการผลติ เปน็ สินค้าใหมโ่ ดยโรงงานอุตสาหกรรม เชน่ น�ำแกว้ แตกมาหลอมผลติ เปน็ แก้ว หรือกระจกใหม่ น�ำโลหะมาหลอมผลิตเป็นกระป๋อง เป็นต้น มูลฝอยประเภทท่ีสามารถน�ำมา แปรรูปกลบั มาใช้ใหมน่ ัน้ ได้แก่ กระดาษ เช่น กระดาษกลอ่ ง กระดาษสมดุ ถุงสนี �้ำตาล และแผ่นพับ เปน็ ต้น พลาสตกิ เชน่ ขวดแชมพู ขวดนมเปรยี้ ว และบรรจภุ ณั ฑท์ ม่ี สี ญั ลกั ษณร์ ไี ซเคลิ เปน็ ตน้ โลหะ เช่น เหล็ก ทองแดง ทองเหลอื ง และอะลูมิเนยี ม (กระปอ๋ งน้�ำอัดลม) เป็นต้น แกว้ เช่น ขวดแก้วต่าง ๆ เป็นต้น ขยะทวั่ ไป ขยะเปียก ขยะรไี ซเคลิ ขยะอันตราย

คมู่ อื แนวทาง การจัดการอนามัยส่ิงแวดล้อม และสขุ าภบิ าลอาหารและน�้ำ ในเรือนจ�ำ ประเภทของมูลฝอย แบ่งออกได้เป็น 5 ประเภท ได้แก่ 1. มูลฝอยท่ีย่อยสลายได้ เป็นมูลฝอยที่เป็นสารอินทรีย์ที่สามารถน�ำมาหมักท�ำปุ๋ยได้ เชน่ เศษอาหาร เศษผกั ผลไม้ มูลสตั ว์ และซากสัตว์ เปน็ ต้น 2. มลู ฝอยทว่ั ไป เปน็ มลู ฝอยทเ่ี ปน็ สารอนนิ ทรยี ์ จะยอ่ ยสลายไมไ่ ด้ ไมเ่ ปน็ มลู ฝอยอนั ตราย และรีไซเคิลไม่ได้ หรือรีไซเคิลได้ยาก หรือไม่คุ้มค่าในการน�ำไปรีไซเคิล เช่น เศษวัสดุก่อสร้าง เถา้ ฝนุ่ ละอองจากถนน และถุงพลาสติกใส่ขนม เป็นต้น 3. มูลฝอยท่ีน�ำกลับมาใช้ได้ใหม่ หรือมูลฝอยมีค่า หรือมูลฝอยรีไซเคิล เป็นมูลฝอย ทส่ี ามารถนำ� มาขายเพอ่ื สง่ ไปผลติ เปน็ ผลติ ภณั ฑใ์ หมไ่ ด้ เชน่ เศษโลหะ ถงุ พลาสตกิ กลอ่ งกระดาษ และกระดาษหนังสือพิมพ์ เปน็ ตน้ 4. มลู ฝอยอันตราย เชน่ มูลฝอยปนเปอ้ื นสารกัมมนั ตรงั สี สารเคมีทิ้งแล้ว ยาเส่ือมสภาพ ของมีคม ภาชนะทีม่ ีแรงดนั เปน็ ต้น 5. มูลฝอยติดเชื้อ เป็นมูลฝอยท่ีมีเช้ือโรคปะปนอยู่ในปริมาณหรือมีความเข้มข้น 46 ซง่ึ ถ้ามกี ารสัมผสั หรอื ใกลช้ ดิ กับมลู ฝอยนน้ั แลว้ สามารถทำ� ให้เกดิ โรคได้ อนั ตรายหรอื ผลกระทบจากมูลฝอยประเภทต่าง ๆ 1. การปนเปอ้ื นตอ่ ดนิ เกดิ จากการนำ� มลู ฝอยกองทง้ิ หรอื ขดุ หลมุ ทง้ิ โดยไมถ่ กู หลกั วชิ าการ ท�ำใหม้ ีสารเคมแี ละนำ�้ เหลืองจากมูลฝอยปนเปอ้ื นอยู่ในดนิ ทำ� ใหส้ ภาพดนิ เสยี 2. การเกิดมลพิษต่ออากาศ เกิดจากการเผามูลฝอยในทก่ี ลางแจง้ หรอื ในเตาเผาทไ่ี ม่ได้ มาตรฐานก่อให้เกิดควนั และสารมลพิษในอากาศ ท�ำใหค้ ุณภาพอากาศเสอื่ มโทรม 3. การปนเปอ้ื นตอ่ นำ�้ และแหลง่ นำ้� ผลกระทบโดยตรงเกดิ จากการทงิ้ มลู ฝอยลงสแู่ หลง่ นำ้� ทำ� ให้แหล่งนำ้� สกปรกกระทบต่อการใช้ประโยชน์จากแหล่งน�ำ้ น้ัน เช่น การนำ� น้ำ� ไปท�ำน้ำ� ประปา ใชเ้ ปน็ นำ้� อปุ โภค การทอ่ งเทยี่ วทางนำ�้ ผลกระทบทางออ้ มเกดิ จากการนำ� มลู ฝอยทง้ิ หรอื ฝงั ในดนิ ทใี่ กลแ้ หล่งนำ�้ ท้ังน้�ำผิวดนิ และน�้ำบาดาล ทำ� ใหน้ ้ำ� เหลืองจากมลู ฝอยไหลซมึ ลงแหลง่ น้�ำ 4. เป็นแหลง่ อาหาร แหล่งเพาะพนั ธขุ์ องพาหะนำ� โรคและแหลง่ แพรเ่ ชอ้ื โรค การจดั การ มูลฝอยท่ีไม่ถูกต้อง เช่น ภาชนะใส่มูลฝอยไม่มิดชิด หรือมีขนาดไม่เพียงพอ การเก็บรวบรวม ทไ่ี มม่ ีประสิทธิภาพ หรอื ก�ำจดั ไมถ่ ูกตอ้ ง มลู ฝอยเหลา่ นี้จะเปน็ แหลง่ อาหารและแหล่งเพาะพันธ์ุ ของสัตว์และแมลงพาหะน�ำโรค ได้แก่ หนู แมลงวัน แมลงสาบ ฯลฯ เม่ือมีจ�ำนวนมากข้ึน ๆ ก็จะทำ� ใหม้ โี อกาสทจ่ี ะแพร่กระจายเชือ้ โรคติดตอ่ สสู่ ิ่งแวดล้อมได้ 5. การเกิดเหตุร�ำคาญและทัศนียภาพไม่น่าดู เกิดจากการรวบรวม เก็บขน และก�ำจัด มลู ฝอยไมห่ มดหรอื ไม่ดพี อ ก่อใหเ้ กดิ กลนิ่ เหมน็ รบกวน เกดิ ภาพไม่นา่ ดใู นชมุ ชน

การจัดการมลู ฝอย 6.2 แนวทางการเก็บรวบรวมมูลฝอย 47 1. ก�ำหนดรูปแบบและวิธีการเก็บรวบรวมขยะ โดยตกลงว่าเรือนจ�ำใช้วิธีการก�ำจัดขยะ ในรูปแบบใด จะด�ำเนินการแยกขยะก่ีประเภท โดยอาศัยข้อมูลจากลักษณะของขยะส่วนใหญ่ ในเรอื นจำ� อยา่ งนอ้ ยควรมกี ารแยกประเภทขยะ 3 ประเภท คอื ขยะเปยี ก ขยะแหง้ และขยะรไี ซเคลิ (เช่น ขวดพลาสติก กระดาษ พลาสตกิ และกระปอ๋ งอะลูมเิ นยี ม) เปน็ ตน้ ภาชนะรองรบั มลู ฝอย ท่มี ีลักษณะเหมาะสม ไดแ้ ก่ มคี วามจุ 20 - 200 ลิตร มีฝาปิดมิดชดิ มีหูห้วิ หรือทจ่ี ับยก ภาชนะ มรี ปู ทรงท่ีท�ำความสะอาดง่าย ทำ� ดว้ ยวัสดุคงทนแข็งแรง และไมร่ วั่ ซมึ นอกจากนีภ้ าชนะรองรบั มูลฝอยควรมีถงุ ดำ� รองดา้ นใน และมีการมัดปากถงุ เมอื่ จะท�ำการเก็บขน 2. กำ� หนดจดุ และจดั วางถงั ขยะแยกประเภทตามจดุ ตา่ ง ๆ รวมทงั้ หากจำ� เปน็ ตอ้ งรวบรวม ขยะมูลฝอยส่วนใหญ่ไว้ในเรือนจ�ำ ควรก�ำหนดจุดที่พักรวมขยะไว้ในจุดท่ีไม่อยู่ใกล้กับบริเวณที่ มกี จิ กรรมที่ตอ้ งเคร่งครดั ในเร่อื งความสะอาด เชน่ สทู กรรม โรงเล้ียง อาหาร เป็นต้น และควร อยู่ในบริเวณที่สามารถขนถ่ายขยะได้สะดวก หากเรือนจ�ำมีพ้ืนท่ีแคบไม่จ�ำเป็นต้องวางถังขยะ แตล่ ะประเภทไวค้ รบทกุ จดุ ใหพ้ จิ ารณาวางถงั ขยะเฉพาะประเภททมี่ ใี นบรเิ วณนน้ั โดยทำ� สญั ลกั ษณ์ แสดงประเภทของขยะไวท้ ต่ี วั ถงั ขยะ อาจเปน็ ตวั หนงั สอื ทอี่ า่ นงา่ ย รปู ภาพหรอื สแี สดงประเภทขยะ รวมทงั้ ภาชนะหรอื สถานทรี่ วบรวมขยะแตล่ ะประเภทในจดุ พกั รวบรวมขยะในเรอื นจำ� เพอ่ื รอขนสง่ น�ำไปก�ำจดั ตอ่ ไป 3. ตอ้ งมกี ารประชาสมั พนั ธใ์ หค้ วามรแู้ กผ่ ตู้ อ้ งขงั เกยี่ วกบั ชนดิ ของขยะ ปญั หาและผลเสยี ที่เกิดจากขยะทั้งต่อสภาพความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังและสภาพแวดล้อม วิธีการท่ีจัดการขยะ ทเี่ รอื นจำ� เลอื กใช้ ชนดิ ลกั ษณะหรอื ประเภทของขยะทเี่ รอื นจำ� ตอ้ งการคดั แยก เพอ่ื การมสี ว่ นรว่ ม และการใหค้ วามร่วมมือของผตู้ อ้ งขัง

คมู่ ือแนวทาง การจดั การอนามัยสง่ิ แวดลอ้ ม และสุขาภิบาลอาหารและนำ้� ในเรือนจำ� 6.3 แนวทางการจัดที่พักมูลฝอยรวม ควรจัดให้มีลักษณะ ดังน้ี ตัง้ อย่ใู นที่สงู น้�ำท่วมไม่ถงึ มรี ะยะหา่ งจากสถานท่ีประกอบอาหารและสถานทเี่ ก็บอาหาร ไม่น้อยกว่า 10 เมตร ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 44 (พ.ศ. 2538) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 อยู่ในจดุ ทส่ี ามารถขนยา้ ยมลู ฝอยไดส้ ะดวก ทพ่ี กั ควรมลี ักษณะเปน็ โรงเรอื น มีหลังคา ขนาดของทพี่ กั มลู ฝอย ควรมคี วามจอุ ยา่ งนอ้ ย 1 - 1.5 เทา่ ของปรมิ าณมลู ฝอยในแตล่ ะวนั ผนังของโรงเรอื นแยกเป็น 2 ส่วน คือ ผนังสว่ นล่างก่ออฐิ ถือปูนทึบขดั มันเรียบ สูงจาก พน้ื ประมาณ 1 เมตร ผนังส่วนบนท�ำเป็นตาขา่ ยมุ้งลวด ยกสงู จากพืน้ ดนิ ประมาณ 20 เซนตเิ มตร พนื้ เป็นคอนกรตี ขัดมนั เรยี บ และมคี วามลาดเอยี งอยา่ งนอ้ ย 1 : 20 ไปสู่รเู ปดิ ระบาย 48 นำ�้ เสยี มีทางระบายน�ำ้ เสียรอบทพ่ี ักมลู ฝอย และเปน็ ชนิดรางเปดิ มปี ระตูเปิด - ปิด มีแสงสวา่ งในท่ีพักมลู ฝอย อย่างนอ้ ย 50 ลักซ์

การจัดการมูลฝอย 6.4 แนวทางการก�ำจัดมูลฝอย มูลฝอยที่เกิดขึ้นในเรือนจ�ำ ควรเก็บรวบรวมให้หมดในแต่ละวัน โดยรวบรวมมูลฝอย ซ่ึงบรรจุในถุงด�ำมัดปากถงุ ใหเ้ รียบร้อยจากแดนต่าง ๆ มารวบรวมไวใ้ นทีพ่ ักมูลฝอยก่อน เพอ่ื รอ หน่วยงานราชการท้องถ่ินหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องรับไปก�ำจัดต่อไป ในกรณีที่ไม่มี หนว่ ยงานราชการรบั ไปก�ำจดั เรอื นจำ� ต้องก�ำจัดเองนัน้ มหี ลายวธิ ที ่ีสามารถดำ� เนนิ การได้ เช่น การกองทงิ้ กลางแจง้ เปน็ การนำ� มลู ฝอยมากองทง้ิ บรเิ วณทว่ี า่ ง ซง่ึ เปน็ ทรี่ าบหรอื ทลี่ มุ่ ของเรือนจ�ำ แต่จะเหมาะกับมูลฝอยบางประเภทเท่านั้น เช่น มูลฝอยที่ได้จากการกวาดถนน เถา้ เศษสง่ิ กอ่ สรา้ ง ของใชท้ ชี่ ำ� รดุ เศษอฐิ หนิ กรวด ทราย แกว้ โลหะ และวสั ดอุ น่ื ทไี่ มย่ อ่ ยสลาย แต่ถ้าน�ำมูลฝอยสด เศษอาหารมาก�ำจัดด้วยวิธีนี้ เป็นวิธีท่ีไม่ถูกหลักสุขาภิบาล จะก่อให้เกิด กล่ินเหม็นรบกวนเป็นเหตุร�ำคาญให้แก่ประชาชนท่ีอาศัยอยู่ใกล้เคียงและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ ทอ่ี ยอู่ าศยั ของพาหะนำ� โรค 49 การน�ำไปเล้ียงสัตว์ มูลฝอยประเภทเศษอาหารจากแดนสูทกรรม สามารถน�ำไปใช้ ประโยชน์ในการเลี้ยงสัตว์ซ่ึงต้องอยู่ในสภาพที่ปลอดภัย ท�ำให้ปราศจากเชื้อโรค โดยการต้ม ใหเ้ ดือดก่อนน�ำไปเลีย้ งสตั ว์ การเผา การเผามูลฝอยในเตาเผา การเผามูลฝอยสามารถลดปริมาตรมูลฝอยลงได้ ประมาณร้อยละ 80 - 90 การเผามลู ฝอยท่ีถูกต้อง ตอ้ งเผาในเตาเผามลู ฝอยโดยเฉพาะ ซ่งึ เตานี้ จะต้องได้รบั การออกแบบใหเ้ หมาะสมต่อการนำ� ไปใชง้ านจริง โดยท่ัวไปอุณหภมู เิ ผาไหม้ภายใน เตาเผา ควรอยู่ในช่วงระหว่าง 850 - 1,200 องศาเซลเซียส จึงจะสามารถเผามูลฝอยได้อย่าง สมบรู ณ์ สงิ่ ทเี่ หลอื จากการเผาไหมจ้ ำ� เปน็ ตอ้ งนำ� ไปกำ� จดั ดว้ ยการฝงั กลบอยา่ งถกู หลกั สขุ าภบิ าล ต่อไปอีกข้ันตอนหนึ่ง ในกรณีการเผากลางแจ้งหรือเผาในเตาที่อุณหภูมิต่�ำจะท�ำให้เกิดก๊าซ ท่ีท�ำลายช้ันบรรยากาศของโลก

คู่มอื แนวทาง การจัดการอนามัยสิ่งแวดลอ้ ม และสุขาภบิ าลอาหารและน้�ำ ในเรอื นจ�ำ การหมกั ทำ� ปยุ๋ เปน็ การนำ� มลู ฝอยทมี่ สี ารอนิ ทรยี เ์ ปน็ องคป์ ระกอบหลกั มาแปรสภาพ ด้วยการหมัก โดยอาศัยกระบวนการทางชีววิทยาและจุลินทรีย์ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ที่มี อย่ใู นมูลฝอย การหมกั มี 2 ระบบ คอื ระบบหมกั ภายใตส้ ภาวะท่ีมีอากาศ และระบบหมกั ภายใต้ สภาวะไร้อากาศ โดยท่ีการหมกั ภายใต้สภาวะท่ีมอี ากาศจะยอ่ ยสลายรวดเร็วกว่า และปราศจาก กล่ินเหม็น เม่ือการย่อยสลายสมบูรณ์ ซึ่งโดยปกติจะใช้เวลาหมักประมาณ 30 วัน แต่ถ้าใช้ เครือ่ งชว่ ยใหอ้ อกซเิ จน จะใชเ้ วลาในการหมักประมาณ 5 - 7 วัน เทา่ นั้น สว่ นการหมักภายใต้ สภาวะไรอ้ ากาศ จะใหเ้ วลาในการหมกั ประมาณ 2 - 6 เดอื น หรอื อาจถงึ 1 ปี วธิ กี ารหมกั ทำ� ปยุ๋ น้ี สามารถทำ� ลายเชอื้ โรคไดห้ ลายชนดิ ทอ่ี ณุ หภมู ริ ะหวา่ ง 50 - 70 องศาเซลเซยี ส มลู ฝอยสว่ นทค่ี ดั แยก เพ่อื นำ� ไปหมกั จะไดป้ ุ๋ยประมาณรอ้ ยละ 50 6.5 แนวทางการก�ำจัดมูลฝอยติดเช้ือ การดำ� เนนิ งานในการควบคุมดแู ลมลู ฝอยตดิ เชอ้ื หลกั ในการควบคุมและป้องกนั อันตราย 50 อนั จะเกดิ จากการแพรก่ ระจายของเชอื้ จากมลู ฝอย ถอื เปน็ หนา้ ทข่ี องโรงพยาบาล สถานพยาบาล ในเรือนจ�ำ ซ่งึ จะต้องใหค้ วามสำ� คัญและระมัดระวัง ตลอดจนด�ำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ที่เกยี่ วขอ้ งกบั การควบคมุ ดแู ลดังกล่าว ซ่งึ มีหลกั ในทางปฏบิ ตั ไิ ด้ ดังน้ี การเกบ็ มหี ลกั เกณฑใ์ นการปฏบิ ตั ิ คือ 1. ให้มีการแยกมูลฝอยติดเช้ือตามค�ำจ�ำกัดความดังกล่าว ออกจากมลู ฝอยชนิดอืน่ ๆ 2. การเก็บแยกให้กระท�ำตรงแหล่งเกิดของมูลฝอย ห้ามเก็บ รวมและน�ำมาแยกภายหลงั เพราะอาจท�ำใหเ้ ชอ้ื แพรก่ ระจายได้ 3. ให้มีภาชนะที่ใช้รองรับมูลฝอยติดเชื้อที่มีลักษณะ เหมาะสม ดงั น้ี


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook