การจดั การมูลฝอย 51 ถงุ พลาสตกิ 1. ท�ำด้วยวัสดุท่ีมีคุณสมบัติพิเศษเหมาะสม เช่น ถงุ พลาสตกิ ทม่ี คี วามทนทาตอ่ การรบั นำ้� หนกั ทนตอ่ สารเคมี มคี วามเหนยี ว ไมฉ่ กี ขาดไดง้ า่ ย สามารถกนั นำ�้ ได้ และไมร่ ว่ั ซมึ 2. สีของถุงใส่มูลฝอยติดเชื้อ จะต้องมีลักษณะ เดน่ ชดั และมคี ำ� เตอื นเฉพาะ เชน่ ควรเปน็ สแี ดงสด ทบึ แสง และพิมพ์ค�ำเตือน “มูลฝอยติดเช้ืออันตราย” สีด�ำ อยใู่ ตร้ ปู หัวกะโหลกไขว้ 3. ขนาดของถุงควรมีหลายขนาดให้เลือกใช้ และมีความจุเพียงพอสำ� หรับบรรจุมูลฝอย ตดิ เช้อื ไม่เกนิ 1 วัน 4. ให้บรรจมุ ลู ฝอยติดเชอ้ื ประมาณสามในสี่ของถงุ แล้วผกู มัดปากถงุ ให้แน่นดว้ ยเชือก กลอ่ งหรือภาชนะทใี่ ชบ้ รรจมุ ูลฝอยติดเช้ือประเภทของมคี ม เชน่ เข็ม มีด เศษแกว้ ฯลฯ จะต้องท�ำดว้ ยวสั ดทุ ี่แขง็ แรง ทนทานตอ่ การแทงทะลุ เชน่ พลาสตกิ แข็ง กระดาษแข็ง หรอื โลหะ 1. ท�ำจากวัสดทุ ีม่ คี วามทนทาน มีความเหนยี ว 2. ฝากล่องหรือถังสามารถปิดได้มิดชิด และป้องกันการร่ัวไหลของของเหลวภายในถัง และสามารถยกหรอื หิ้วไดโ้ ดยสะดวก โดยไมม่ กี ารสมั ผสั กบั มลู ฝอยตดิ เชอื้ ทีอ่ ยภู่ ายใน
คู่มือแนวทาง การจัดการอนามยั สงิ่ แวดล้อม และสุขาภบิ าลอาหารและน�ำ้ ในเรือนจ�ำ 3. สีของภาชนะดังกล่าวจะตอ้ งมีลักษณะเด่นชดั และมคี �ำเตือนเฉพาะ เช่น ควรใช้สดี �ำ ทง้ั ตวั ถงั และฝาถงั มรี ปู หวั กะโหลกไขว้ มขี อ้ ความ “มลู ฝอยตดิ เชอ้ื อนั ตราย” หรอื “หา้ มนำ� กลบั มา ใชอ้ กี ” 4. การเก็บมูลฝอยในถุง ไม่ควรให้มีปริมาณหรือน�้ำหนักมากจนท�ำให้ถุงขาดทะลุ หรือ มดั ปดิ ฝาถงุ ไม่ได้ 5. เม่ือบรรจุมูลฝอยได้ประมาณสามในส่ีของถุงแล้ว ให้มัดปากถุงให้แน่นด้วยเชือกแล้ว วางไวท้ ่ีมมุ ใดมมุ หนง่ึ ของหอ้ งเพอื่ รอการขนยา้ ย มลู ฝอยติดเชื้อ อาจทำ� ลายเช้อื ด้วยสารเคมีซ่งึ เปน็ การบำ� บัดเบอ้ื งต้น สามารถจะใช้น�้ำยา โซเดียมไฮโปคลอไรด์ (Sodium Hypochloride) ความเข้มขน้ 0.1 - 0.5% เทราดบนมูลฝอย ตดิ เชอ้ื ทใี่ สใ่ นถงุ พลาสตกิ แดง จากนน้ั ปดิ ปากถงุ แลว้ นำ� สง่ ใหก้ รงุ เทพมหานคร เทศบาล หรอื อบต. นำ� ไปก�ำจดั ตอ่ ไป ขยะมูลฝอย ท้ังขยะอินทรีย์ เช่น อาหาร หรือขยะอนินทรีย์ ควรได้มีการจัดเก็บก่อน 52 รวบรวมเพ่ือส่งไปก�ำจัดโดยการฝังหรือเผา ขยะอินทรีย์ควรเก็บไว้ในที่ท่ีสามารถป้องกันหนู แมลงวันหรือแมลงสาบได้ โดยใช้ถังกลมทรงกระบอกที่แข็งแรงมีฝาปิดด้านบน ถ้าเป็นไปได้ เรือนจ�ำควรใช้บริการเก็บขยะที่มีอยู่ในชุมชน ขยะอินทรีย์สามารถน�ำไปใช้เล้ียงสัตว์ เช่น หมู ส�ำหรับความถขี่ องการกำ� จัดมลู ฝอยขนึ้ อยกู่ ับหลายปัจจัย เช่น สภาพอากาศรอ้ นควรก�ำจดั ขยะ ทกุ วนั หรอื ขนึ้ กบั ตารางการใหบ้ รกิ ารเกบ็ มลู ฝอยของชมุ ชน เนอ่ื งจากเรอื นจำ� มคี นอยเู่ ปน็ จำ� นวนมาก พึงตระหนักและให้ความส�ำคัญต่อการจัดการมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบ ต่อสุขภาพของคนในเรือนจำ� และชุมชนด้วย
บทที่ ๑ บทน�ำ 53 บทที่ การควบคุมสัตว์และแมลงพาหะน�ำโรค
คมู่ ือแนวทาง การจัดการอนามัยสงิ่ แวดลอ้ ม และสขุ าภิบาลอาหารและน�ำ้ ในเรือนจ�ำ บทที่ การควบคมุ สัตว์ และแมลงพาหะน�ำโรค สตั วแ์ ละแมลงพาหะนำ� โรคทส่ี ำ� คญั ทางดา้ นสขุ าภบิ าล ไดแ้ ก่ หนู แมลงวนั แมลงสาบ และยงุ สว่ นสตั ว์ หรอื แมลงพาหะน�ำโรคอ่นื ๆ กจ็ ำ� เป็นที่จะต้องมีมาตรการควบคมุ ในเรอื นจำ� ดว้ ย 54 ความส�ำคัญของสัตวแ์ ละแมลงพาหะนำ� โรค 1. เป็นสาเหตุท่ีท�ำให้เกิดโรคในมนุษย์ แมลงเป็นตัวน�ำพาเช้ือโรคจากมนุษย์หรือสัตว์ ทีม่ เี ชื้อโรคมายงั มนษุ ย์หรือสัตว์ปกติอนื่ ๆ เช้อื โรคท่ีน�ำมาอาจเป็นเชือ้ แบคทีเรีย ไวรสั โปรโตซวั พยาธหิ รือปรสิต เปน็ ตน้ 2. เปน็ สาเหตทุ ที่ ำ� ใหม้ นษุ ยแ์ ละสตั วเ์ กดิ ความเดอื นรอ้ นรำ� คาญ ไดแ้ ก่ การทพ่ี าหะนำ� โรค มากดั ทำ� ใหเ้ กดิ แผลอกั เสบหรอื มอี าการแพต้ า่ ง ๆ เชน่ ยงุ หรอื ตวั เรอื ดทจ่ี ะกดั กนิ เลอื ด ทำ� ใหเ้ กดิ ผ่นื คันหรือนอนไมห่ ลับดว้ ยความร�ำคาญ 3. ท�ำใหเ้ กดิ ความสูญเสียทางเศรษฐกจิ เนื่องจากการกดั กนิ พืชผลทางการเกษตร การตรวจสอบอาคารสถานที่ มีข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1. การส�ำรวจพ้นื ทตี่ า่ ง ๆ ของอาคารในเรอื นจ�ำ โดยเฉพาะพื้นท่ใี นเรือนนอน สูทกรรม โรงเลยี้ งอาหาร หอ้ งสว้ ม ไมพ่ บตวั หรอื รอ่ งรอยของสตั วแ์ ละ แมลงพาหะน�ำโรค 2. เรือนจ�ำ ควรมีระบบการตรวจสอบ ควบคุม ปอ้ งกนั และกำ� จดั แหลง่ เพาะพนั ธ์ุ รวมถงึ ตวั ออ่ นหรอื ตวั แก่ ของสตั วแ์ ละแมลงพาหะนำ� โรคเปน็ ประจำ� และมมี าตรการ หรอื แผนการด�ำเนนิ งานชัดเจน
การควบคมุ สตั ว์และแมลงพาหะน�ำ โรค 7.1 แนวทางการควบคุมก�ำจัดสัตว์และแมลงพาหะน�ำโรค 55 1. หนู หนเู ปน็ สตั วเ์ ลยี้ งลกู ดว้ ยนม มลี กั ษณะชอบกดั แทะทำ� ลายวสั ดสุ ง่ิ ของ กนิ อาหารไดท้ กุ ชนดิ ทั้งท่ีคนรับประทานได้ จนถึงชนิดท่ีสกปรก เน่าเสีย เช่น เศษอาหารตามท่อน�้ำ ขยะมูลฝอย เสน้ ทางหากินของหนูและสถานทท่ี ำ� รังมกั อยู่ในท่ีอบั ทบึ สกปรก รกรุงรัง ดังนัน้ หนูจึงเปน็ สตั ว์ ทเี่ ปน็ พาหะน�ำโรคมาสคู่ นได้ หนทู ม่ี คี วามสำ� คญั ตอ่ สขุ ภาพอนามยั ของมนษุ ย์ไดแ้ ก่หนนู อรเ์ วย์หนหู นงั คาและหนหู รง่ิ ซึ่งโรคท่หี นูนำ� มาสมู่ นษุ ย์ เชน่ หมดั หนูนำ� เช้ือกาฬโรค และโรค Murine Typhus อุจจาระและ ปสั สาวะของหนอู าจมเี ชอื้ Leptospirosis (โรคฉห่ี น)ู , Salmonellosis, Hemorrhagic Jaundice, Amoebic Dysentery, Trichinosis วธิ กี ารส�ำรวจร่องรอยหนู การศึกษาร่องรอยของหนูมีความส�ำคัญและจ�ำเป็นมากก่อนท่ีจะท�ำการป้องกัน ก�ำจัด และควบคมุ หนู เพราะจะชว่ ยทำ� ใหเ้ รารวู้ า่ มหี นใู นบรเิ วณนนั้ หรอื ไม่ รอ่ งรอยทจี่ ะทำ� ใหเ้ ราสงั เกตไดม้ ี ดังน้ี 1. รอยแทะ เนอื่ งจากหนูมีนิสัยชอบแทะ ฉะนัน้ หากพบรอยแทะใหมก่ ็เปน็ การยืนยันวา่ มีหนอู ยู่ 2. โพรงหรอื รู ซงึ่ หนใู ชเ้ ปน็ ทอี่ าศยั ถา้ ยงั มหี นอู าศยั อยจู่ ะมลี กั ษณะเปยี กชน้ื เรยี บเปน็ มนั และอาจมีขนตดิ อยู่ด้วย 3. รอยถู เน่ืองจากหนูชอบวิ่งบนเส้นทางเดิม เวลาออกหากินถ้ามีหนูอยู่บริเวณนั้น จะพบว่าผิวดินบริเวณน้ันเป็นทางราบเรียบไม่มีต้นหญ้าขึ้น หรือตามผนัง ขื่อไม้ ก�ำแพง จะมีรอยคราบด�ำทมี่ ีขนหนตู ิดอยู่ เวลาเดิน วงิ่ ผา่ นเป็นเวลานาน ๆ จะเห็นไดช้ ัดเจน 4. พบขี้หนู ให้สังเกตดูเฉพาะมูลหนูใหม่ ๆ (มีลักษณะอ่อนเวลากดเปล่ียนรูปได้ง่าย เปน็ มนั วาว) ถา้ พบแสดงว่ามหี นอู ยบู่ รเิ วณน้นั 5. ลกั ษณะอน่ื ๆ ที่อาจเป็นร่องรอย ที่จะบอกได้ว่ามีหนูอยู่บริเวณน้ัน ได้แก่ เสียงร้อง กลิ่นสาบ ซากหนู รอยเท้า หนู ฯลฯ
คูม่ ือแนวทาง การจัดการอนามยั สง่ิ แวดล้อม และสขุ าภบิ าลอาหารและน้ำ� ในเรือนจ�ำ การควบคมุ และกำ� จดั หนู 1. การปรบั ปรงุ สขุ ลักษณะและการสขุ าภิบาลสงิ่ แวดล้อม วิธีนี้อาจตอ้ งใชเ้ วลา แตใ่ ห้ผล ในการควบคมุ ไมใ่ หห้ นใู ชเ้ ปน็ แหลง่ ทอ่ี ยอู่ าศยั หรอื แพรพ่ นั ธไ์ุ ดอ้ ยา่ งถาวรยง่ั ยนื โดยมกี ารควบคมุ ปจั จัย 3 อย่าง ที่ท�ำใหห้ นแู พรพ่ ันธ์อุ ย่างรวดเร็ว คอื อาหาร น้�ำ ทอ่ี ยู่ ซึง่ สามารถปฏบิ ตั ิได้ด้วย วิธกี ารตา่ ง ๆ ดงั นี้ - การเก็บรวบรวมมูลฝอยในถงั มลู ฝอยหรอื ทพ่ี ักรวมมลู ฝอยทีม่ ิดชิด - การกำ� จดั เศษอาหารในรางระบายน�้ำ เพอ่ื ไมใ่ ห้เป็นแหล่งอาหารของหนู - เก็บอาหารแหง้ ในตูห้ รือหอ้ งเกบ็ อาหารให้มดิ ชิดไมใ่ หห้ นูสามารถเขา้ ไปได้ - ปดิ ชอ่ งทางท่ีหนูใชเ้ ป็นเส้นทางเขา้ ออกอาคาร 2. การควบคมุ กำ� จดั ดว้ ยวธิ กี ล ไดแ้ ก่ การใชก้ รงดกั กบั ดกั กาวดกั หนู การควบคมุ กำ� จดั หนู ด้วยวิธีกล มขี อ้ ดีคอื มคี วามปลอดภัยในการใช้ ไม่มสี ารเคมตี กคา้ ง 3. การควบคมุ กำ� จัดดว้ ยสารเคมี ตอ้ งคำ� นงึ ถงึ อนั ตรายต่อคนและสัตว์เลีย้ ง สารเคมีทีใ่ ช้ 56 ควรมีฤทธิ์ท�ำลายสูงและรวดเร็ว เช่น สารหนู (Arsenic) สตริกนิน ฟอสฟอรัส (Strychnine Phosphorus) เรดสควิลล์ (Red Squill) แบเรียมคารบ์ อเนต (Barium Carbonate) นิยมใช้ ในกรณเี กดิ โรคระบาด หรอื อาจใชส้ ารประเภทออกฤทธช์ิ า้ ทเ่ี ปน็ ประเภทหา้ มการแขง็ ตวั ของเลอื ด (Anticoagulant) ซึ่งหนูจะไม่ตายในครั้งแรก ต้องกินซ�้ำหลายคร้ัง โดยใช้เวลาประมาณ 7 วัน ส่วนใหญม่ ักตายในรงั ซงึ่ มผี ลเสียในเรอ่ื งการคน้ หาซากหนูไปกำ� จัด จึงไม่ค่อยนิยมใชก้ นั ยาเบอื่ ดังกล่าว เช่น โบรไดคาฟูม โฟลคูมาเฟน (Flocoumafen) โบรมาดิโอโลน (Bromadiolone) หรือไดเฟทธิอะโลน ชนิดใดชนิดหนึ่ง สารกำ� จัดหนทู ่ีกล่าวมาแลว้ ปจั จุบัน บรษิ ทั ผู้ผลติ ไดท้ ำ� เปน็ เหยอ่ื พิษสำ� เร็จรูป สามารถใช้กำ� จัดหนูได้ตลอดทงั้ ปี การใช้สารเคมีเบอ่ื หนใู นเรอื นจำ� เจ้าหนา้ ที่ ต้องระมัดระวังในเรื่องการใช้ การเก็บสารเคมีเหล่านี้ หลีกเล่ียงการให้ผู้ต้องขังเป็นผู้ใช้ หรอื เก็บสารเคมี ป้องกนั การนำ� ไปใช้ในทางท่ไี มเ่ หมาะสม
การควบคุมสตั วแ์ ละแมลงพาหะน�ำ โรค 2. ยุงลาย 57 ยุงในประเทศไทยมีหลายชนิด เช่น ยุงร�ำคาญ ยุงลาย ยุงก้นปล่อง เป็นต้น ยุงเป็นพาหะของโรคต่าง ๆ ได้แก่ โรคมาลาเรีย (ไข้จับส่ัน) โรคไข้เลือดออก ไข้สมองอักเสบ โรคเท้าช้าง แต่ส�ำหรับในพ้ืนที่ของเรือนจ�ำจะมีโอกาสพบ ยุงร�ำคาญและยุงลายได้มากท่ีสุด เน่ืองจากมีสภาพแวดล้อม ทเี่ หมาะสม แตใ่ นทนี่ จี้ ะกลา่ วถงึ วธิ กี ารควบคมุ และปอ้ งกนั ยงุ ลาย ซ่ึงเป็นพาหะน�ำโรคไข้เลือดออก ยุงลายท่ีพบสว่ นใหญ่ คือ ยุงลายบ้าน (Aedes Aegypti) และยุงลายสวน (Aedes Albopictus) การควบคุมและกำ� จัดลูกน�้ำและยงุ ลาย 1. ก�ำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ด�ำเนินการก�ำจัดหรือป้องกันไม่ให้มีแหล่งเพาะพันธุ์ ยุงลายภายในเรือนจ�ำ โดยมีแหล่งเพาะพันธย์ุ ุงลาย ดงั นี้ - ก�ำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย คือ แหล่งน้�ำขังชนิดต่าง ๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น โอ่ง น้�ำด่ืมน�้ำใช้ บ่อซีเมนต์เก็บน้�ำในห้องน�้ำ แจกัน จานรองกระถางต้นไม้ ยางรถยนต์เก่า และเศษวสั ดตุ า่ ง ๆ ท่ีมีน�ำ้ ขัง เปน็ ตน้ - แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายสวน คือ แหล่งน�้ำขังทางธรรมชาติ เช่น โพรงไม้ โพรงหิน กระบอกไม้ไผ่ กาบใบพชื จ�ำพวกกลว้ ย พลบั พลึง หมาก คูน เปน็ ต้น 2. การควบคุมและก�ำจดั ลกู นำ�้ ยงุ ลาย มีหลายวธิ ี ไดแ้ ก่ วธิ ีทางกายภาพ วิธีทางชีวภาพ และวิธีทางเคมี ดังนั้น จึงควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับประเภทของแหล่งเพาะพันธุ์ท่ีพบลูกน้�ำ ยุงลาย โดยตอ้ งค�ำนงึ ถึงความปลอดภัยตอ่ มนษุ ย์ สตั ว์เลี้ยง และสิ่งแวดลอ้ ม - การควบคมุ และกำ� จดั ลกู นำ้� ยงุ ลายวธิ ที างกายภาพ เชน่ การปดิ ปากภาชนะกกั เกบ็ นำ�้ ด้วยตาข่ายไนล่อนหรือฝาอะลูมิเนียมหรือวัสดุอ่ืน การเปลี่ยนน้�ำแจกันทุก 7 วัน การใส่ทราย ในจานรองกระถางต้นไม้ เป็นต้น - การควบคุมและก�ำจัดลูกน�้ำยุงลายด้วยวิธีทางชีวภาพ เช่น การใช้ปลาหางนกยูง ปลาแกมบเู ซยี ใสใ่ นบอ่ ซีเมนตใ์ นหอ้ งน�ำ้ อ่างบัว บ่อเล้ียงปลาสวยงาม เพอ่ื ให้กนิ ลกู น�ำ้ ยุงลาย - การควบคมุ และการกำ� จดั ลกู นำ้� ยงุ ลายวธิ ที างเคมี เชน่ การใสเ่ กลอื แกง นำ้� สม้ สายชู ผงซกั ฟอก ในถ้วยหลอ่ ขาตูก้ บั ข้าว การใช้ทรายกำ� จดั ลกู นำ้� ในอตั ราสว่ น 1 กรัมต่อนำ�้ 10 ลิตร การใชน้ ำ้� มนั ผลติ ผลจากนำ้� มนั เทหรอื พน่ ลงในแหลง่ เพาะพนั ธย์ุ งุ เคลอื บผวิ นำ้� แตจ่ ะตอ้ งคำ� นงึ ถงึ การที่อาจจะท�ำให้สัตว์น�้ำในแหล่งน�้ำเป็นอันตรายไปด้วย มีความสกปรกตกค้าง มีกล่ินเหม็น จากน�้ำมัน ท�ำให้แหลง่ น�ำ้ นัน้ เน่าเสยี ได้ เปน็ ตน้ นอกจากนี้ ยังอาจใชส้ ารประกอบคลอรเิ นเทต
คู่มือแนวทาง การจดั การอนามยั สิง่ แวดล้อม และสุขาภบิ าลอาหารและน้ำ� ในเรอื นจ�ำ ไฮโดรคารบ์ อน เชน่ ดดี ที ี เบนซนิ เฮกซาคลอไรด์ ลนิ ดนิ คลอเดน เดลดรนิ ซงึ่ มฤี ทธน์ิ าน ใชไ้ ดด้ ี แตส่ ามารถตกคา้ งในพชื สตั วน์ ำ้� จงึ ตอ้ งระวงั ในการใชง้ านใหม้ คี วามเขม้ ขน้ ทเ่ี หมาะสม ตามขอ้ บง่ ใช้ ของผลิตภัณฑ์ 3. การก�ำจดั ตัวแก่ของยงุ ลาย - การใช้สารเคมีก�ำจัดยุง เช่น คลอเดน ลินเดน มาลาไธออน 20% เฮกซาคลอไรด์ 1.5% เปน็ ตน้ ทง้ั นต้ี อ้ งใชด้ ว้ ย ความระมดั ระวงั โดยเลอื กสารเคมที ปี่ ลอดภยั กบั คนและสตั วเ์ ลยี้ ง ปัจจุบันสารเคมีก�ำจัดยุงมีทั้งชนิดสูตรน้�ำมันและชนิดสูตรน้�ำ ซง่ึ ชนดิ สตู รนำ้� มคี วามปลอดภยั ตอ่ คน สตั ว์ และสง่ิ แวดลอ้ มมากกวา่ โดยถา้ เปน็ การกำ� จดั ยงุ ในหอ้ งนำ�้ หรอื พนื้ ทไ่ี มม่ ากอาจใชส้ ารเคมกี ำ� จดั ยงุ ในรปู แบบกระปอ๋ งอดั นำ�้ ยาเคมี สำ� หรบั พน่ ฉดี ไดท้ นั ที หรอื ชนดิ เตมิ นำ�้ ยาและผใู้ ชต้ อ้ งสบู ฉดี นำ้� ยา ขณะพน่ แต่ถา้ หากเป็นการก�ำจดั ยุงในพ้ืนทข่ี นาดใหญ่อาจใชเ้ ครือ่ งพน่ สารเคมกี �ำจดั แมลง ได้แก่ 58 เครอ่ื งพน่ ฝอยละเอยี ด ULV เครอื่ งพน่ ละอองฝอย เครอื่ งพน่ หมอกควนั การใชส้ ารเคมเี พอื่ ใหเ้ ปน็ แผ่นฟลิ ม์ บาง ๆ ตดิ ทพ่ี น้ื ท่ีผิว เพอ่ื ใหส้ ารเคมีเกาะที่พืน้ ผิวและออกฤทธ์ิไปอีกเปน็ ระยะเวลานาน - การใช้อปุ กรณก์ ำ� จดั ยงุ เช่น กับดักไฟฟา้ อปุ กรณก์ �ำจัดยงุ ไฟฟา้ แบบใชแ้ บตเตอรี่ (ถา่ นไฟฉาย) มรี ูปรา่ งคล้ายไมเ้ ทนนสิ ใช้โบกใหย้ ุงถกู ไฟช็อตตาย นอกจากการก�ำจัดลูกน�้ำยุงลายแล้ว ควรมีการส�ำรวจความชุกชุมลูกน�้ำยุงลายด้วย เพอ่ื สำ� รวจแหลง่ ทอ่ี ยแู่ ละพิจารณาความชกุ ชุม ด้วยการใชค้ ่า Container Index (CI) เปน็ ดัชนี วัดความชกุ ชมุ ของยุงลาย โดยตอ้ งมคี า่ CI เท่ากับ 0 Container Index (CI) คือ ร้อยละของภาชนะทพ่ี บลกู นำ้� ยุงลาย CI = จ�ำนวนภาชนะทีพ่ บลกู น�้ำ x 100 จำ� นวนภาชนะทสี่ �ำรวจท้ังหมด 4. การป้องกนั ไม่ให้ยุงกดั ท�ำได้หลายวธิ ี เชน่ การกรมุ งุ้ ลวด ปดิ กนั้ ตามชอ่ งว่างในอาคาร ตอ้ งค�ำนงึ ถึงความถี่ของมงุ้ ลวดที่กั้นตัวยุงได้ ส่วนใหญค่ วรใชม้ งุ้ ลวด 20 Meshesต่อนิว้ การใชม้ ุง้ การใช้ยาไลย่ ุง ซ่ึงตอ้ งดขู ้อบง่ ใช้ และวธิ ีการอย่างถูกต้อง
การควบคมุ สตั ว์และแมลงพาหะนำ�โรค 3. แมลงสาบ 59 แมลงสาบ อยใู่ น Phylum Arthropoda Class Insecta สามารถอาศยั เพาะพนั ธไ์ุ ดท้ ว่ั ไป ในอาคารโดยเฉพาะที่ลบั ตา มดื อับช้นื ตามหอ้ งน้�ำ หอ้ งส้วม ชอ่ งระบายอากาศ ช่องว่างของฝา ปดิ รอบ ๆ ท่อระบายน�้ำทิ้ง ซอกตู้ รอยแตก หรือซอกมุมเล็ก ๆ ของอาคาร ดังน้ัน ถา้ มีแมลงสาบ จะพบไดใ้ นบรเิ วณตา่ ง ๆ ทีก่ ล่าวถงึ นอกจากนย้ี งั พบได้ในบริเวณห้องครัว ซงึ่ เป็นท่ีเกบ็ อาหาร แห้ง โดยเฉพาะบรเิ วณท่ีเกบ็ อาหาร พวกแป้งและนำ�้ ตาล หากไม่มีการจัดเก็บให้มดิ ชดิ หรอื หาก เดนิ สำ� รวจแลว้ ยงั ไมพ่ บตวั แตไ่ ดก้ ลน่ิ ของแมลงสาบ กส็ ามารถทจี่ ะบง่ ชไ้ี ดว้ า่ มแี มลงสาบในบรเิ วณ ใกล้เคียง เนื่องจากแมลงสาบมีกล่ินเหม็น เพราะเวลาแมลงสาบกินหรือเดินผ่านอาหาร มันจะ สำ� รอกหรือถ่ายลงบนอาหารน้ัน แมลงสาบเป็นพาหะน�ำโรคติดต่อที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ บิด อาหารเปน็ พิษ อุจจาระร่วง ไวรสั ตับอกั เสบเอ เปน็ โฮสท์ของหนอนพยาธิ ทำ� ให้เกดิ การแพ้ ทางผิวหนงั มีกลิ่นเหมน็ และวัสดุเสียหายจากการกัดแทะ การควบคมุ และกำ� จัดแมลงสาบ 1. การปรับปรุงสุขาภิบาลส่ิงแวดล้อมเป็นการท�ำลายแหล่งเพาะพันธุ์ แหล่งอาหาร และแหล่งท่ีหลบซ่อน รวมท้ังป้องกันและควบคุมแหล่งอาหารของแมลงสาบที่ส�ำคัญและย่ังยืน โดยจัดเก็บอาหารท้ังสดและแห้ง อาหารสดและอาหารปรุงแล้วให้มิดชิด มีการเก็บขยะมูลฝอย อยา่ งถูกสขุ ลกั ษณะ จดั วัสดุข้าวของเคร่อื งใชใ้ หเ้ ปน็ ระเบียบ 2. การก�ำจดั ไข่และตวั แมลงสาบ - การก�ำจัดไข่แมลงสาบ เป็นการตัดวงจรชีวิตและลดจ�ำนวนแมลงสาบ ควรหม่ัน ตรวจตรามมุ ตา่ ง ๆ ในอาคาร เครอ่ื งเรือน ตู้ กล่อง ลังไม้ ซ่งึ เป็นสถานท่ที แี่ มลงสาบมกั จะวาง แคปซูลไขต่ ิดไว้ เมอื่ พบแคปซูลควรรีบนำ� ไปกำ� จัดโดยการเผาทง้ิ - การใชก้ บั ดกั โดยใชเ้ หยอ่ื ทแ่ี มลงสาบชอบหรอื อาหารทม่ี สี ว่ นประกอบของแปง้ และ น�้ำตาลไปวางในช่องที่ใส่เหย่ือ เม่ือแมลงสาบได้กลิ่นเหย่ือก็จะเข้าไปกิน แมลงสาบจะถูกดักจับ หรือติดกาวในกบั ดกั - การใชส้ ารเคมี โดยอาจฉดี พน่ หรอื โรยผงเคมหี รอื อาจใชก้ ารวางเหยอ่ื พษิ สารเคมที ใ่ี ช้ เชน่ ไดอะซนิ อน 2% ในรปู สเปรย์ หรอื ผงมาลาไธออน 3% ในรปู สเปรย์ และ 4% ในรปู ผง เปน็ ตน้ ในการพน่ สารเคมี ควรพน่ เฉพาะตามแนวผนงั และพน้ื เปน็ แถบกวา้ งประมาณ 30 - 50 เซนตเิ มตร เนอ่ื งจากแมลงสาบเปน็ แมลงท่ไี ตค่ ลานตามพ้ืนและผนัง ไมค่ วรพน่ ฟุ้งกระจายในอากาศ
คมู่ ือแนวทาง การจดั การอนามัยส่งิ แวดลอ้ ม และสุขาภิบาลอาหารและน้ำ� ในเรือนจำ� 4. แมลงวัน แมลงวนั อยใู่ น Phylum Arthropoda Class Insecta เป็นพาหะที่ส�ำคัญในการน�ำโรคติดต่อร้ายแรงหลายชนิด มาสู่มนุษย์ และน�ำส่ิงสกปรกมาปนเปื้อนอาหาร ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคอุจจาระร่วงอย่างแรง (อหวิ าตกโรค) อุจจาระรว่ ง บิด ไทฟอยด์ พยาธิ และ การทแี่ มลงวนั มคี วามสามารถบนิ ไปไดท้ ว่ั ทกุ หนทกุ แหง่ และมีการแพร่ขยายจ�ำนวนได้รวดเร็ว ถ้ามีแหล่งของอาหารอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะอาหาร ทม่ี นั ชอบ มกั เปน็ สง่ิ สกปรกตา่ ง ๆ จงึ จำ� เปน็ ทจี่ ะตอ้ งดำ� เนนิ การควบคมุ และปอ้ งกนั ไมใ่ หแ้ มลงวนั เข้ามาก่อปัญหาและเปน็ สาเหตทุ �ำให้เกดิ โรค การควบคมุ แมลงวนั ใหไ้ ดผ้ ลนน้ั กอ่ นทจี่ ะดำ� เนนิ การควบคมุ ตอ้ งสำ� รวจหาแหลง่ เพาะพนั ธ์ุ แหลง่ ท่ีอยอู่ าศัย ความชกุ ของแมลงวนั เพื่อใช้ในการวางแผนดำ� เนินการหามาตรการทเ่ี หมาะสม 60 ในการควบคมุ และกำ� จดั แมลงวนั แมลงวนั สามารถวางไขข่ ยายพนั ธใ์ุ นแหลง่ เพาะพนั ธไ์ุ ดห้ ลายชนดิ โดยแหล่งเพาะพนั ธ์ทุ สี่ �ำคญั ของแมลงวัน ได้แก่ มูลสตั ว์ กองส่ิงปฏิกูลและของเสยี จากโรงอาหาร เศษของเนา่ เสีย การควบคมุ และก�ำจดั แมลงวนั 1. การปรับปรุงสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม เป็นการควบคุมแมลงวันที่ให้ผลถาวร โดยการ ท�ำลายแหล่งแพร่พนั ธ์ุของแมลงวนั ใหห้ มดไปหรือลดนอ้ ยลงใหม้ ากท่ีสดุ โดยมีมาตรการ ดังน้ี - จัดให้มีและใช้ส้วมท่ีถูกสุขลักษณะ บ�ำรุงรักษาห้องน้�ำห้องส้วมให้มีความสะอาด อยู่เสมอ ทอ่ ระบายอากาศของสว้ มตอ้ งมตี ะแกรง ปอ้ งกันไมใ่ หแ้ มลงวนั เข้าไปได้
การควบคมุ สัตวแ์ ละแมลงพาหะน�ำ โรค - การเกบ็ กกั มลู ฝอยเปยี กหรอื มลู ฝอยทเ่ี ปน็ สารอนิ ทรยี อ์ น่ื ๆ ไวภ้ ายในบา้ น ตอ้ งเกบ็ กกั 61 ในภาชนะที่เหมาะสม ไม่รั่วซึม และมีฝาปิดมิดชิด โดยการเก็บไว้ในถุงพลาสติกซ่ึงบรรจุอยู่ ภายในถงั โลหะ หรือพลาสติกที่มฝี าปดิ มิดชดิ และน�ำมลู ฝอยเปียกไปก�ำจดั ให้เหมาะสม - มีการจัดการมูลฝอยภายในชุมชนท่ีถูกต้องและเหมาะสม โดยมีการเก็บขนและ การก�ำจัดมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพดีไม่ก่อให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน ได้แก่ ให้มีการเก็บ กวาดถนน ไมใ่ ห้เกิดมลู ฝอยตกค้างเกลือ่ นกลาดตามถนนหรอื ท่สี าธารณะตา่ ง ๆ - ก�ำจัดมูลสัตว์ไม่ให้เหลือตกค้าง หมั่นเก็บกวาด รวบรวมมูลสัตว์ที่เกิดขึ้นทุกวัน ไปกำ� จดั โดยการนำ� ไปตากแดดใหแ้ หง้ เผา ฝงั หรอื หมกั ทำ� ปยุ๋ - ควรมตี ู้เกบ็ อาหาร และภาชนะ ทีป่ กปิดอาหารมิใหแ้ มลงวันตอม - รา้ นอาหาร สถานทปี่ ระกอบอาหาร หอ้ งครวั ควรรกั ษาความสะอาดใหถ้ กู สขุ ลกั ษณะ เพอื่ ไมใ่ ห้แมลงวนั เข้าไปรบกวนและตอมอาหาร - จัดอาคารไม่ให้มีส่ิงแขวนห้อยท่ีแมลงวันเกาะพักอาศัยได้ ควรใช้อุปกรณ์ป้องกัน แมลงเขา้ โดยการติดมงุ้ ลวด การใช้ฝาชีปิดอาหาร 2. การควบคมุ โดยใชส้ ารเคมี แบ่งได้เป็น 2 ระยะ ดงั นี้ - ใช้สารเคมีท�ำลายตัวอ่อนของแมลงวัน โดยการฉีดพ่นลงบนแหล่งเพาะพันธุ์ ตามกองมูลฝอย มูลสัตว์ ตัวอย่างสารเคมีท่ีใช้ท�ำลายตัวอ่อนของแมลงวัน เช่น ดีดีวีพี 0.5% ไดอะซนิ อน 0.5 – 1% คลอร์ไพริฟอส 0.5 – 1% มาลาไธออน 2 – 5 % - การใช้สารเคมีท�ำลายตัวแก่ของแมลงวัน สารเคมีท่ีใช้ก�ำจัดแมลงวันมีหลายชนิด ควรเลือกให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ค�ำนึงถึงความปลอดภัยต่อมนุษย์ และสัตว์เลี้ยง เช่น ภายในอาคาร ใช้ไพรีทริน 0.1% ภายนอกอาคาร การพน่ ตามกองขยะใช้ ไดอะซินอน 0.5 – 1% มาลาไธออน 2 – 5% ดดี พี วี ี 0.5% เหยอ่ื พษิ ฆา่ แมลงวนั (Fly Poison Bait) โดยใชส้ ารเคมดี งั กลา่ ว ผสมนำ้� ตาลออ้ ย หรอื นำ้� ตาลใหม้ คี วามเขม้ ขน้ ประมาณ 5 – 10% (หา้ มใชเ้ หยอ่ื พษิ นภ้ี ายในบา้ น) 3. การควบคมุ ด้วยวิธกี ล - โดยใช้กรงดกั แมลงวนั - ใช้กาวดกั แมลงวัน - การตบหรอื ตแี มลงวนั โดยใช้แส้ ไม้ตีแมลงวนั หรือส่ิงอ่ืนท่ีดัดแปลงไว้ตบตีแมลงวัน วิธีน้ีจะช่วยลด ความชกุ ชุมของแมลงวนั ได้
ค่มู อื แนวทาง การจดั การอนามยั ส่ิงแวดลอ้ ม และสขุ าภบิ าลอาหารและนำ�้ ในเรือนจ�ำ 5. เรอื ด เรอื ด เปน็ แมลงขาปลอ้ ง เปน็ ปรสติ Phylum Arthropoda Class Insecta พวกเดยี ว กับมวน มขี นาดเลก็ ตัวยาวแบนรปู ไขย่ าวประมาณ 5 มิลลิเมตร กวา้ ง 3 มิลลเิ มตร ลักษณะโคง้ คลา้ ยตะขอ สนี �้ำตาลหรือน�ำ้ ตาลแดง ตวั เมยี วางไข่ได้ครั้งละ 200 - 500 ฟอง ตัวอ่อน (Nymph) ฟักออกเปน็ ตัวภายใน 4 - 21 วัน หรอื ระยะจากไข่เปน็ ตวั เตม็ วัยจะใชเ้ วลาประมาณ 1 - 4 เดือน ลักษณะนิสัยคล้ายเหา ชอบอาศัยอยู่กับคน ออกหากินในเวลากลางคืน กลางวันจะซ่อนอยู่ ตามร่องกระดาน เครอื่ งนอนต่าง ๆ เชน่ ทีน่ อน ผ้าหม่ หมอน ปอกหมอน ตะเขบ็ และมมุ รอยตอ่ ของเส้ือผ้า ใต้เส้ือน้�ำมัน เรือนจ�ำมักพบปัญหาเรือดรบกวนในเรือนนอนที่สร้างด้วยไม้และ มกั เปน็ เรอื นจำ� เกา่ เรอื ดทเี่ ปน็ ตวั เบยี น หรอื ทอี่ าศยั อยใู่ นคน มี 2 ชนดิ คอื Acanthia Lecturarius และ Acanthia Rotundatus ผลกระทบต่อสขุ ภาพ 1. กดั กนิ เลอื ดคน เรือดจะดูดกินเลือดของคนนานประมาณครัง้ ละ 3 - 10 นาที ถา้ เด็ก 62 ถูกเรือดกดั กนิ เลือดมากและเป็นประจ�ำ จะทำ� ให้มกี ารขาดธาตเุ หลก็ และมอี าหารอ่อนเพลยี 2. เกิดอาการแพ้น�้ำลายของเรือดท่ีปล่อยออกมาขณะดูดเลือดท�ำ ให้มีอาการบวมพอง และขณะเรือดกัดจะทำ� ใหม้ ีอาการเจ็บปวด 3. น�ำเช้ือโรคต่าง ๆ มาสู่คน เน่ืองจากเรือดใช้เวลาดูดเลอื ดนาน เชอ้ื โรคตา่ ง ๆ จากแมลง อาจผ่านเขา้ สคู่ นได้ จากการทดลองพบว่า เรอื ดเป็นพาหะของไข้กลบั ซ้�ำ โรคเรื้อน เป็นตน้ การป้องกนั และการก�ำจดั เรือด 1. ใช้ สารเดลตาเมทรนิ หรอื ไซเปอรเ์ มทรนิ ชนดิ นำ�้ ฉดี ตามรอ่ งและรอยแตกของพนื้ 2. เข่ียขยะฝุ่นละอองตามร่องและ รอยแตกของพ้ืนออกใหห้ มด 3. ทำ� ความสะอาดหรอื นำ� เครอื่ งนอน ออกผ่ึงแดดบอ่ ย ๆ
การควบคมุ สัตวแ์ ละแมลงพาหะนำ�โรค 6. ไร 63 ไร เปน็ สัตว์ขาขอ้ ทีม่ ขี นาดเล็กมากจน แทบมองไมเ่ หน็ ด้วยตาเปล่า โดยทวั่ ไปจะมขี นาด ความยาว ไมเ่ กนิ 1 มิลลเิ มตร ชนดิ ของไรมีหลาย รอ้ ยชนดิ มีท้งั หากนิ อสิ ระ กนิ สตั วอ์ นื่ เป็นอาหาร และเป็นตัวเบียนของคนและสัตว์ ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพ 1. ท�ำลายเนอื้ เยอ่ื และท�ำให้เกดิ โรคผวิ หนังอกั เสบ เช่น ตัวหิด 2. กัดกนิ เลือดและน�ำ้ เลยี้ งเนอ้ื เย่อื 3. เปน็ พาหะหรอื เปน็ โฮสทข์ องเชอื้ โรค เชน่ เปน็ พาหะของโรค Rickettsialpox ไขร้ ากสาด ไรทพี่ บวา่ มกี ารระบาดและรบกวนในเรอื นจำ� เปน็ ชนดิ ทต่ี ดิ มากบั ผลผลติ ทางการเกษตร ข้าวที่เก็บไว้ในห้องเก็บ บางชนิดเมื่อคนไปสัมผัสกับผลผลิตท่ีมีไรพวกน้ีจะท�ำให้เกิดโรคผิวหนัง หรือเกิดการติดเชื้อท่ีปอดหรือล�ำไส้ในคนและสัตว์ ไรพวกน้ีมีขนาดเล็กมาก ประมาณความยาว 0.5 มิลลิเมตร หากนิ ตามซากเน่าเปื่อย เช่น เมลด็ พืช ผลไม้แห้ง ซากเมล็ดแหง้ หรือผลผลติ อื่น จะมกี ารเจริญแพร่พันธุ์ได้รวดเร็วมาก อาจพบเป็นพันลา้ นตวั ในเวลาไม่ก่วี ัน การควบคุมกำ� จัดและป้องกันไร 1. การควบคมุ โดยวธิ ที างสขุ าภบิ าล การจดั สภาพแวดลอ้ มใหม้ กี ารสขุ าภบิ าลเบอื้ งตน้ ทด่ี ี จะเปน็ การควบคมุ ทใ่ี หผ้ ลดใี นระยะยาว โดยการจดั อาคารสถานทอ่ี ยอู่ าศยั ใหเ้ ปน็ ระเบยี บ สะอาด และมีการระบายอากาศทด่ี ี แสงแดดสอ่ งทว่ั ถงึ ที่เก็บผลผลิตทางการเกษตรตอ้ งทำ� ความสะอาด มกี ารระบายอากาศที่ดี ไม่ช้ืน 2. การควบคมุ โดยใชส้ ารเคมี สารเคมที ใ่ี ชอ้ าจเปน็ ชนดิ ทมี่ พี ษิ ตกคา้ ง หรอื มฤี ทธเ์ิ ฉพาะกาล หรือสารขบั ไล่ตามกรณี
คมู่ อื แนวทาง การจัดการอนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม และสขุ าภบิ าลอาหารและน้ำ� ในเรอื นจ�ำ 2.1 การควบคมุ โดยใชส้ ารเคมที มี่ พี ษิ ตกคา้ ง ภายในอาคารอาจใชแ้ บบพน่ หรอื ชนดิ ผง จะไม่ใช้ดีดีที เนื่องจากไม่สามารถควบคุมพวกไรได้ สารเคมีท่ีนิยมใช้ ได้แก่ คลอเดน ลินเดน มาลาไธออน คลอโรเบนซเิ ลท อะราไมท์ Ovex Dimite ส่วนท่ีใช้มาก คอื คลอเดน 2% ลินเดน 0.5 – 1% มาลาไธออน 0.5 – 1% รอบข้างหนา้ ต่าง ประตู ภายนอกอาคารจะนยิ มใชว้ ธิ ีพน่ 2.2 การควบคมุ โดยใชส้ ารเคมฆี า่ แมลง ควบคมุ ไรทป่ี ะปนอยกู่ บั ผลติ ผลทางการเกษตร จะทำ� ไดย้ าก ส่วนใหญ่ใชว้ ิธรี มด้วยสารเคมี การควบคมุ ไรทอ่ี ยตู่ ามตวั คนและสตั ว์ เชน่ หดิ ไมน่ ยิ มใชข้ ผ้ี งึ้ กำ� มะถนั เพราะขผี้ ง้ึ กำ� มะถนั จะเป็นตัวท�ำให้เกิดผิวหนังอักเสบอย่างรุนแรง ส�ำหรับหิดในคนมียาท่ีใช้กันคือ 1% ลินเดน ในครมี ทาบนใบหน้า (Vanishing Cream) และเบนซลิ เบนโซเอต 1 ส่วน ละลายในน�ำ้ 5 สว่ น โดยอาบน้�ำท�ำความสะอาดร่างกายก่อน แล้วทาให้ท่ัวท้ิงไว้ 24 ชั่วโมง แล้วล้างออก หลังจาก 10 – 14 วนั ใหท้ �ำซ้ำ� อกี คร้งั 2.3 การควบคมุ โดยใชส้ ารขบั ไล่ สารขับไลย่ งุ ส่วนมากจะใชข้ บั ไล่ไรได้เชน่ กนั 64 7. เหา เหา เปน็ แมลงสอี อกเทา ๆ ขนาดยาว 3 – 4 มลิ ลเิ มตร กนิ ขไ้ี คล บนหนังศีรษะคนเป็นอาหาร เหาตัวเมียมีอายุประมาณ 1 เดือน จะไข่ ทโ่ี คลนผมประมาณ 7 – 10 ฟองตอ่ วนั ไขจ่ ะเห็นเป็นตุ่มสีขาวตดิ แน่น อยู่กับผม หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ เหาออกไข่ ไข่ท่ีไม่มีเหาแล้วจะยังคง ติดแน่นอยู่กับผม เม่ือผมงอกยาวข้ึนไข่ก็จะเลื่อนตามไปด้วย การติดต่อเหา จะไม่สามารถกระโดดหรือบินจากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่ง แต่ติดต่อทางสัมผัส ใกล้ชิด เช่น การใชห้ มวกหวีผา้ เชด็ ตวั รว่ มกนั หรอื นอนเตยี งเดยี วกนั ซง่ึ สว่ นมากไมม่ อี าการผดิ ปกติบางคนอาจมี อาการคันเพราะรา่ งกายเกดิ การระคายเคืองตอ่ น้ำ� ลายของเหา
การควบคุมสตั วแ์ ละแมลงพาหะน�ำ โรค การรักษาเหา 65 วธิ ีกำ� จัดเหามหี ลายแบบ อาจใชค้ รีม เจล หวี หรอื ยากนิ ไม่ว่าจะใชว้ ธิ ีใด ตอ้ งปฏบิ ัติตาม คำ� แนะนำ� ของการรักษาวิธีนัน้ ๆ อยา่ งเครง่ ครัด 1. ยาฆา่ แมลงทำ� พเิ ศษเพอื่ ฆา่ เหาบนศรี ษะ มที ง้ั ในรปู ครมี เจล โลชน่ั โดยใชต้ ามคำ� แนะนำ� ในเอกสารกำ� กบั ยา สว่ นมากตอ้ งสระผมใหส้ ะอาดแลว้ ใสย่ าหมกั ไว้ 10 นาที ลา้ งออก ยาบางชนดิ อาจต้องท้ิงไว้ท้ังคืน ควรจะรักษาซ�้ำอีกในสัปดาห์ถัดไป เพื่อฆ่าเหาท่ีอาจหลงเหลืออยู่หรือเหา ตวั ออ่ นทเี่ พงิ่ ออกจากไข่ 2. การสางผม โดยท�ำให้ผมเปียกและใช้สารหล่อล่ืน เช่น ครีมนวดผม น้�ำมันมะกอก สารส้ม ใช้หวีซ่ีถ่ี ๆ หรือหวีเสนียดสางผม ตรวจดูทุกคร้ังท่ีสางว่ายังมีเหาหรือไข่เหาหรือไม่ สางจนเหาไมม่ ี ทำ� ซ�้ำทุก 3 - 4 วัน จนครบ 2 สปั ดาห์ ต้องท�ำตอ่ ถ้ายงั พบตัวเหาอยู่ 3. ยากินฆา่ เหา ตอ้ งสง่ั โดยแพทย์ ใช้ในผ้ปู ่วยที่ดอื้ ต่อการรักษาวิธอี ่นื การลดการแพรข่ องเหา ทำ� ไดโ้ ดยการทำ� ความสะอาดรา่ งกาย สระผมเปน็ ประจำ� สมำ่� เสมอ และทำ� ความสะอาดเสอ้ื ผา้ ผา้ ปทู นี่ อน ผา้ เชด็ ตวั เครอื่ งเรอื น ดว้ ยการซกั ดว้ ยนำ้� รอ้ นและอบดว้ ย ความร้อน หรอื แยกไว้ 72 ช่วั โมง เนอ่ื งจากเหาไม่สามารถอย่นู อกตัวคนไดน้ านเกนิ 48 ชั่วโมง 7.2 พาหะน�ำโรค และโรคท่ีเกิดจากพาหะน�ำโรค พาหะนำ�โรค ตวั อย่างโรค ยงุ มาลาเรยี โรคเทา้ ช้าง ไข้เลอื ดออก ไขเ้ หลอื ง ไขส้ มองอักเสบ (JE) ไขป้ วดขอ้ ยุงลาย (ชิกุนคนุ ยา) เหา ไขร้ ากสาดใหญช่ นิดระบาด (Epidemic Typhus) ไขก้ ลับซ้ำ� หมดั กาฬโรค ไข้รากสาดใหญ่จากหนู เหบ็ ไขส้ มองอักเสบ ไขร้ ากสาดใหญจ่ ากริกเก็ตเซยี ข้ออักเสบลัยม์ ไร หดิ ไขร้ ากสาดใหญจ่ ากไรอ่อน (สครบั ไทฟสั ) แมลงวัน ซาลโมเนลโลซิส รดิ สดี วงตา เรอื ด กัดทำ�ให้ระคายเคืองแต่ไมน่ ำ�โรค แมลงสาบ ตับอักเสบชนดิ เอ ไข้ไทฟอยด์ โรคบิดมตี วั หนู เลปโตสไปโรซิส ไข้เลือดออกลาสซา
คมู่ ือแนวทาง การจัดการอนามยั สงิ่ แวดลอ้ ม และสุขาภบิ าลอาหารและน้ำ� ในเรือนจ�ำ แมลง ปรสิต และสัตวฟ์ นั แทะทเี่ จรญิ เติบโตอยใู่ นเรือนจำ� เป็นแหล่งของเชอ้ื โรคและเปน็ พาหะน�ำโรค ซ่ึงก่อให้เกิดโรคได้โดยการกัด การหลั่งสาร หรือการน�ำเช้ือโรคจากจุดหน่ึงไปยัง อีกจดุ หน่ึง ปัจจยั ที่สง่ เสรมิ ให้มีการขยายพันธ์ขุ องแมลงวนั ยงุ แมลงสาบ แมลงอ่นื ๆ และหนู ในเรือนจ�ำ ได้แก่ ผู้ถูกคุมขังไม่มีสุขอนามัย อยู่กันอย่างแออัด การท�ำความสะอาดท่ีไม่ได้ มาตรฐาน การมแี หลง่ ทอ่ี ยแู่ ละขยายพนั ธข์ุ องพาหะนำ� โรค เชน่ มรี หู รอื รอยแตกทผี่ นงั หอ้ ง มนี ำ�้ ขงั และกองขยะ เปน็ ตน้ แมลงและหนู เปน็ พาหะนำ� โรคทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ โรคตดิ ตอ่ ในมนษุ ย์ การควบคมุ แมลง และหนู จงึ เปน็ วธิ กี ารสำ� คญั ในการปอ้ งกนั การแพรเ่ ชอ้ื โรคในเรอื นจำ� วธิ กี ารตอ่ ไปนจี้ ะสง่ เสรมิ ให้ ผู้ถกู คุมขงั และผูท้ ่ีพกั อาศยั มีสุขอนามัย ได้แก่ การก�ำจัดแหลง่ ที่อยู่และการขยายพนั ธ์ุของพาหะ นำ� โรค ตรวจสอบประตู หนา้ ตา่ ง มงุ้ ลวด พน่ หรอื อบยากำ� จดั แมลง (โดยเจา้ หนา้ ทท่ี ม่ี คี วามชำ� นาญ) นอกจากน้ี สุนัขและแมวจรจัด สัตว์อ่ืน ๆ เช่น หมู ก็เป็นแหล่งรังโรค และส่งผลให้มี สภาพแวดลอ้ มทไี่ มถ่ ูกสขุ ลักษณะได้เช่นกัน 66
บทที่ ๑ บทน�ำ 67 บทที่ การจัดการด้านน้�ำสะอาด
ค่มู อื แนวทาง การจดั การอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขาภบิ าลอาหารและน�้ำ ในเรอื นจำ� บทท่ี การจดั การดา้ นน�้ำสะอาด นำ้� เปน็ ปจั จยั พน้ื ฐานทส่ี ำ� คญั ในการดำ� รงชวี ติ คนเราสามารถอดอาหารไดเ้ ปน็ เวลานาน ๆ โดยไม่เสียชีวิต แต่ถ้าต้องอดน้�ำก็จะเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว เนื่องจากน�้ำเป็นตัวรักษา 68 ความสมดลุ ของรา่ งกาย ชว่ ยในการไหลเวยี นของเลอื ด ชว่ ยรกั ษาอณุ หภมู ขิ องรา่ งกาย ขอ้ พจิ ารณา พื้นฐานในการจัดการน้�ำบริโภคที่ส�ำคัญคือ ต้องมีปริมาณท่ีเพียงพอต่อความต้องการ และมคี ณุ ภาพไมก่ อ่ ใหเ้ กดิ โรคหรอื สง่ ผลเสยี ตอ่ สขุ ภาพ สำ� หรบั คณุ ภาพนำ�้ ทนี่ ำ� มาใช้ ตอ้ งเปน็ นำ�้ ที่สะอาด ปลอดภัย ปราศจากเชือ้ โรค ไม่มสี ารเคมีอันตรายและส่งิ เจือปนตา่ ง ๆ ท้ังดา้ นกายภาพ เคมี และชวี ภาพ รวมถึงต้องไดม้ าตรฐานตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน�้ำบริโภค จงึ จะสามารถ ช่วยปอ้ งกันการเจ็บป่วยจากโรคทเ่ี กิดจากนำ�้ เป็นสื่อ การจดั หานำ�้ สะอาดใหม้ ปี รมิ าณเพยี งพอ สะอาดและปลอดภยั เปน็ สง่ิ จำ� เปน็ สำ� หรบั เรอื น จำ� ในการทจี่ ะนำ� นำ้� ไปใชส้ ำ� หรบั อปุ โภคและบรโิ ภค หรอื ใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ นตา่ ง ๆ ไมว่ า่ จะใชด้ มื่ หรอื ประกอบกจิ กรรม เชน่ ปรงุ อาหาร ชำ� ระรา่ งกาย ซกั ลา้ งเครอื่ งนงุ่ หม่ เปน็ ตน้ นำ้� สะอาดทน่ี ำ� มาใช้ อปุ โภคและบรโิ ภคตอ้ งเปน็ นำ�้ ทใ่ี ส ไมม่ สี ี ไมม่ กี ลน่ิ ไมม่ รี ส ไมม่ สี ารพษิ หรอื กมั มนั ตรงั สี ตลอดจน เชื้อโรคปะปนอยู่ หรือถ้าจะปะปนอยู่ได้ก็ต้องไม่เกินมาตรฐาน ความปลอดภัยที่ก�ำหนด แหลง่ นำ้� สะอาดทเ่ี รอื นจำ� สามารถใชบ้ รกิ ารได้ อาจเปน็ ระบบนำ้� ประปาจากภายนอก หรอื ทางเรอื นจำ� จดั ใหม้ ขี นึ้ เอง เชน่ ระบบประปาในเรอื นจำ� ใชน้ ำ�้ จากบอ่ บาดาล ใชน้ ำ้� จากบอ่ ตน้ื หรอื นำ้� ฝน เปน็ ตน้
การจดั การดา้ นนำ�้ สะอาด 8.1 ข้อพิจารณาข้ันพื้นฐานในการจัดหาน�้ำเพื่อการบริโภคใช้สอย 69 8.1.1 ปริมาณของน�้ำและความสะอาดปลอดภยั 1. ปรมิ าณของนำ้� ปรมิ าณนำ�้ ทตี่ อ้ งจดั หาตอ้ งคำ� นวณหรอื ประมาณการจากอตั รา การใช้น้�ำท่ีจ�ำเป็นในการด�ำรงชีวิต คิดจากอัตราการใช้น�้ำตามข้อก�ำหนดทางด้านสุขาภิบาล ส่ิงแวดล้อม ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (ตามอัตราการใช้น้�ำในชนบท) ในอัตรา 50 ลติ ร/คน/วัน โดยในจ�ำนวนนเ้ี ปน็ - น�้ำดืม่ อตั รา 5 ลติ ร/คน/วัน (นำ้� ด่ืม ท่ีใช้ในการปรงุ ประกอบอาหาร) - น�้ำใช้ อัตรา 45 ลิตร/คน/วัน (น้�ำที่ใช้ท�ำความสะอาดร่างกาย เสื้อผ้า เครอ่ื งนงุ่ หม่ ฯลฯ) กรณีฉุกเฉินควรมีการส�ำรองน�้ำไว้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น การเกิดอัคคีภัย ภาวะขาดแคลนน�้ำ เป็นต้น หรือการรั่วไหลจากการเส่ือมสภาพของระบบท่อน�้ำและแรงดันน�้ำ การส�ำรองน�ำ้ ในกรณีฉุกเฉิน หากมีสถานทเี่ กบ็ กักควรสำ� รองนำ�้ ไว้อยา่ งน้อย 3 วนั (โดยคำ� นวณ ปริมาณน�ำ้ สำ� รองจากอัตราการใชน้ ้�ำทจี่ ำ� เป็นตอ้ งใช้ในการดำ� รงชีวิต คูณดว้ ยจ�ำนวนผู้ต้องขงั ) 2. ความสะอาดปลอดภัย โดยคุณภาพน้�ำ แบ่งเป็น 3 ประเภทตามปริมาณและ ชนิดของส่ิงเจอื ปน คอื - คณุ ภาพทางกายภาพ คอื ความขุ่น ของแขง็ แขวนลอย รส กลนิ่ สี อณุ หภมู ิ - คณุ ภาพทางเคมี ซงึ่ สง่ ผลตอ่ คณุ ภาพนำ�้ ไดแ้ ก่ ปรมิ าณของแขง็ ทล่ี ะลายในนำ�้ คุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับความเป็นกรด – ด่าง ความกระด้าง สารประกอบของพืช โลหะท่ีเป็นพิษและไม่เป็นพิษ เกลอื อนนิ ทรยี ์ สารอนิ ทรีย์ ไซยาไนท์ - คุณสมบัติทาง ชวี วทิ ยา เชน่ แบคทเี รยี ไวรสั โปรโตซวั พยาธิ ซง่ึ กอ่ ใหเ้ กดิ โรคตา่ ง ๆ นอกจากน้ียงั มคี ณุ สมบตั ิ ของสารกัมมันตรังสีท่ีสามารถพบได้ ตามธรรมชาติ และกจิ กรรมของมนษุ ย์
คมู่ อื แนวทาง การจัดการอนามัยส่งิ แวดลอ้ ม และสุขาภิบาลอาหารและน�ำ้ ในเรือนจ�ำ 8.1.2 การจัดบรกิ ารนำ�้ ดื่มส�ำหรับผ้ตู อ้ งขงั เรอื นจ�ำควรจัดจุดสำ� หรับบรกิ ารน�้ำดืม่ ใหเ้ พียงพอ โดยคำ� นึงถงึ 1. สถานท่ีที่จัดวางหรือต้ังเป็นจุดน้�ำด่ืม ควรจัดไว้ตามจุดท่ีมีผู้ต้องขังจ�ำนวนมาก และมีกิจกรรมในช่วงเวลาต่าง ๆ เชน่ โรงเลีย้ งอาหาร สูทกรรม โรงฝกึ วชิ าชพี เรือนนอน เพือ่ เปน็ การอ�ำนวยความสะดวกแก่ผู้ต้องขังและป้องกันไม่ให้ผู้ต้องขังออกนอกสถานที่ท่ีก�ำหนดสะดวก ต่อการควบคุมดูแล 2. ภาชนะส�ำหรบั เกบ็ กักน้ำ� ด่มื ตามจุดต่าง ๆ ตอ้ งทำ� จากวัสดทุ ี่ปลอดภยั สามารถ ใส่น้�ำด่ืมได้มีฝาปิดมิดชิดป้องกันการจ้วงตักน�้ำด่ืม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนส่ิงสกปรก และเชื้อโรคต่าง ๆ มีก๊อกส�ำหรับปิดเปิดน้�ำด่ืมจัดวางสูงจากพื้นอย่างน้อย 60 เซนติเมตร หรือถ้าไม่ใส่ภาชนะเก็บน�้ำด่ืม อาจเป็นท่ีดื่มแบบน้�ำส�ำหรับกดดื่ม หรือก๊อกปิด – เปิดต่อจาก ทอ่ น้�ำผา่ นเครือ่ งกรองน�ำ้ มาแล้วได้ 3. ภาชนะน้�ำด่ืม ควรจัดให้ผู้ต้องขังมีภาชนะน้�ำด่ืมประจ�ำตัวทุกคนเพื่อหลีกเลี่ยง 70 การดมื่ นำ้� รว่ มภาชนะกนั หรอื หากจดั ใหม้ ภี าชนะสำ� หรบั ดมื่ นำ�้ ทเี่ ปน็ สว่ นรวมตามจดุ ตา่ งๆ ควรจดั แยก ส่วนภาชนะที่พร้อมใช้คือ ท�ำความสะอาดแล้ว และภาชนะท่ีใช้ดื่มแล้วแยกใส่อีกส่วนหน่ึง โดยจัดผู้ต้องขังท�ำหน้าที่ดูแลความสะอาดถังภาชนะส�ำหรับดื่มน�้ำท่ีใช้แล้วให้มีบริการหมุนเวียน อย่างเพียงพอและต่อเนือ่ ง 8.2 ประเภทของแหล่งน�้ำ ประเภทของแหลง่ น้ำ� สามารถแบง่ ออกเปน็ 4 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ 1. น�้ำผวิ ดนิ (Surface Water) ไดแ้ ก่ นำ้� ในแมน่ �้ำล�ำคลอง หว้ ย บงึ ตา่ ง ๆ เปน็ แหล่งน้ำ� ส�ำคัญ ใชใ้ นกิจการประปาทัง้ ขนาดใหญ่และขนาดเล็ก 2. นำ้� ใตด้ ิน (Ground Water) ไดแ้ ก่ น้�ำบาดาล ซ่ึงสว่ นใหญจ่ ะค่อนขา้ งใสแทบจะไม่มี สารแขวนลอย แต่จะมสี ารละลายสงู กว่าน้�ำผวิ ดินขึ้นอย่กู บั บริเวณแหล่งน�้ำ 3. นำ้� กร่อย (Brackish Water) ได้แก่ แหล่งน�้ำที่อยู่ใกลท้ ะเลตามชายฝ่งั และตามเกาะ ต่าง ๆ อาจเป็นนำ้� ผิวดินหรือน้�ำใตด้ ินกไ็ ด้ 4. น้�ำทะเล (Sea Water) เป็นแหล่งน้�ำที่ใหญ่ท่ีสุดแต่มีการน�ำมาผลิตเป็นน้�ำน้อยที่สุด เน่อื งจากค่าใชจ้ ่ายในการผลิตคอ่ นข้างสงู ในกรณีที่น้�ำดิบท่ีจะน�ำมาใช้ในการอุปโภคบริโภคมีสิ่งปะปนสูงเกินกว่าค่าก�ำหนด ของมาตรฐานนำ้� ดม่ื จะตอ้ งมกี รรมวธิ เี พอื่ จำ� กดั สงิ่ สกปรกออกกอ่ นนำ� มาใชห้ รอื จา่ ยเปน็ นำ้� บรกิ าร สาธารณปู โภค
การจดั การดา้ นน้ำ�สะอาด 8.3 การผลิตน�้ำสะอาด 71 8.3.1 ระบบประปาบาดาล ในการทำ� ระบบประปาบาดาลทตี่ อ้ งพจิ ารณาดำ� เนนิ การเปน็ เบอื้ งตน้ คอื การหาแหลง่ น�้ำบาดาลที่มีปริมาณเพียงพอและมีมาตรฐานน�้ำด่ืมที่ก�ำหนดไว้ เพราะไม่ต้องใช้กรรมวิธีก�ำจัด ส่งิ ปนเป้อื นใด ๆ อาจใช้เพยี งเคร่อื งสบู นำ้� สูบโดยตรงจากบ่อบาดาลไปสู่ถงั เกบ็ เพื่อจา่ ยนำ�้ ตอ่ ไป และต้องมีการท�ำลายเช้ือโรคหรอื สิง่ ปนเปื้อนท่ีอาจปะปนมาโดยใช้คลอรนี จากเคร่ืองฉีดคลอรีน เขา้ สเู่ สน้ ทอ่ กอ่ นขนึ้ ถงั เกบ็ เพอ่ื ใหค้ ลอรนี มเี วลาทำ� ปฏกิ ริ ยิ ากบั สง่ิ เจอื ปนทม่ี อี ยใู่ นนำ้� และทำ� ลาย เชอ้ื โรคตามทอ่ ประปา เรอื นจำ� สว่ นใหญท่ อ่ี ยใู่ นพน้ื ทที่ ไ่ี มม่ ชี มุ ชนหนาแนน่ มกั ใชร้ ะบบน้ี เนอ่ื งจาก สว่ นใหญ่ยังไม่มรี ะบบประปาภมู ิภาคเข้าถึง ปญั หาทเ่ี รอื นจำ� ส่วนใหญพ่ บกบั ระบบประปาบาดาล ได้แก่ 1. คุณภาพน้�ำไม่ได้มาตรฐานมีส่ิงเจือปนท่ีท�ำให้เกิดฝ้า ตะกอน ตะกรัน ฤทธ์ิกัดกร่อน ตอ่ วสั ดอุ ปุ กรณท์ เี่ ปน็ โลหะ เปน็ ตน้ ทง้ั นอี้ าจเนอ่ื งมาจากไมส่ ามารถเลอื กพน้ื ทที่ เ่ี หมาะสมในการ สร้างเรือนจ�ำได้ และการท�ำระบบประปาบาดาลของเรือนจ�ำด�ำเนินการพร้อมกับการก่อสร้าง เรอื นจำ� โดยไมไ่ ดม้ กี ารวเิ คราะหค์ ณุ ภาพนำ�้ ของแหลง่ นำ�้ และปรมิ าณนำ้� การปรบั ปรงุ คณุ ภาพนำ�้ ทใ่ี ช้ มเี พยี งการเตมิ คลอรนี เขา้ สรู่ ะบบเทา่ นน้ั และนอกจากนยี้ งั ขาดการบำ� รงุ รกั ษาระบบอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง 2. ปริมาณน�้ำไม่เพียงพอ สาเหตุเป็นไปได้ท้ังจากการไม่มีการทดสอบปริมาณน้�ำ ซง่ึ ควรกระทำ� ในฤดแู ลง้ หรอื มกี ารทดสอบในฤดฝู นทม่ี นี ำ้� แหลง่ อนื่ มาสมทบ หรอื ไมม่ กี ารประมาณ ปรมิ าณการใชน้ �ำ้ เผอ่ื จำ� นวนผตู้ ้องขังที่เพม่ิ ขึ้นจากความจมุ าตรฐานของเรอื นจ�ำ
ค่มู อื แนวทาง การจัดการอนามัยสง่ิ แวดล้อม และสุขาภบิ าลอาหารและน�้ำ ในเรอื นจ�ำ 8.3.2 ระบบประปาอา่ งเก็บนำ้� อ่างเก็บน้�ำหรือทะเลสาบที่อยู่ห่างชุมชนหรือที่อยู่อาศัย จะมีน�้ำที่สะอาดและใส พอควร อาจใชร้ ะบบทรายกรองชา้ ทไ่ี มต่ อ้ งใชส้ ารสม้ ชว่ ยในการตกตะกอน และตอ้ งมบี อ่ ตกตะกอน เพอื่ ใหน้ ำ้� ใสกอ่ นเข้าระบบทรายกรอง 8.3.3 ระบบประปาบาดาลแบบเตมิ อากาศ บอ่ บาดาลบางแหง่ จะมีน�ำ้ บาดาลอยูใ่ นสภาพไร้ออกซเิ จน ทำ� ให้มเี หลก็ แมงกานสี คาร์บอนไดออกไซด์ หรือไฮโดรเจนซลั ไฟด์ ซง่ึ จะกำ� จัดส่ิงปะปนเหลา่ นีโ้ ดยการเติมอากาศเข้าไป กา๊ ซท่ีละลายปนในนำ�้ จะระเหยออกไป สว่ นเหล็กและแมงกานีสจะทำ� ปฏกิ ิรยิ ากบั ออกซิเจนเกิด 72 เป็นออกไซด์และตกตะกอน อาจมถี ังตกตะกอนไว้กักตะกอน แต่บางท่เี ตมิ อากาศแล้วส่ถู งั กรอง โดยตรง 8.3.4 ระบบประปาผวิ ดิน หรือระบบทรายกรองเร็ว ส่วนใหญ่เป็นการใช้น�้ำดิบจากแม่น�้ำ เนื่องจากมีปริมาณเพียงพอซ่ึงผิวดิน จะมีความขุ่นสูง กรรมวิธีการผลิตจึงต้องอาศัยสารท่ีช่วยท�ำให้ตกตะกอนเร็วขึ้น เช่น สารส้ม เกดิ ตะกอน ตกตะกอน จนถงึ กรองตะกอน นยิ มเรียกรวมว่า ระบบทรายกรองเร็ว 8.3.5 ระบบประปาแก้น�ำ้ กระด้าง การใชน้ ำ้� จากแหลง่ นำ�้ ดบิ ทม่ี คี วามกระดา้ งเพอ่ื ผลติ นำ้� ประปาแกช่ มุ ชน อาศยั การใช้ ปูนขาวและโซเดียมคาร์บอเนต หรือโซดาแอช หรืออีกชื่อคือ โซดาซักผ้า เพ่ือแก้ความกระด้าง นำ้� ทผี่ ่านกระบวนการจะมีความกระดา้ งอยู่บ้าง 8.3.6 การท�ำลายเชื้อโรค การท�ำลายเช้ือโรคในน้�ำ หรือการฆ่าเชื้อโรคเพ่ือให้น�้ำปราศจากจุลินทรีย์ทั้งท่ี ไม่เปน็ อันตรายและชนดิ ทีเ่ ป็นเชอ้ื โรค รวมทง้ั เพือ่ ปอ้ งกันจุลนิ ทรยี ์ทห่ี ลงเหลือกลบั มาเตบิ โตใหม่ และปนเปอ้ื นภายหลงั สามารถทำ� ไดห้ ลายวธิ ี เชน่ การใชค้ วามรอ้ น การใชส้ ารเคมหี รอื กา๊ ซ การใชร้ งั สี การใชป้ ระจุโลหะ เปน็ ตน้ เรือนจำ� ส่วนใหญจ่ ะมวี ธิ ีการท�ำลายเชือ้ โรคทไ่ี มซ่ ับซ้อนย่งุ ยาก ไดแ้ ก่ การใช้ความรอ้ น การใช้ก๊าซคลอรีนในรปู ผงปนู คลอรนี (รายละเอยี ดในภาคผนวก 3)
การจัดการด้านน�้ำ สะอาด 8.4 น้�ำประปาระบบประปา 73 เปน็ ระบบทีน่ ำ� น้�ำมาผ่านขนั้ ตอนให้เปน็ น้ำ� สะอาดตามหลกั และวิธีทเ่ี หมาะสมแลว้ จา่ ยนำ�้ ที่ผลิตได้ไปตามท่อผ่านมาตรวัดสู่ผู้ใช้น�้ำเป็นระบบหลักส�ำคัญท่ีภาครัฐให้บริการแก่ประชาชน เพราะสามารถให้บริการแก่ประชาชนได้เป็นจ�ำนวนมากการผลิตน�้ำประปาเร่ิมจาก “โรงสูบน�้ำ แรงตำ�่ ” ท�ำการสบู น�้ำดิบจากแหล่งนำ้� ธรรมชาติ เพ่อื ลำ� เลยี งเขา้ สรู่ ะบบผลติ ซงึ่ นำ้� ดิบท่สี ามารถ น�ำมาผลิตน�้ำประปาได้นั้นต้องเป็นน้�ำท่ีไม่มีสี ไม่มีกล่ิน ไม่มีรส ไม่มีสิ่งสกปรกโสโครกปนเปื้อน เกนิ กวา่ ทก่ี ำ� หนด ซงึ่ ไดผ้ า่ นการวเิ คราะหต์ รวจสอบแลว้ วา่ สามารถนำ� มาใชผ้ ลติ เปน็ นำ�้ ประปาได้ และต้องมีปริมาณมากพอที่จะน�ำมาผลิตน�้ำประปาได้อย่างต่อเน่ือง น�้ำดิบท่ีสูบเข้ามาแล้ว จะถกู ปรบั ปรงุ คณุ ภาพโดยการผสมสารเคมี เชน่ สารสม้ และปนู ขาว เพอ่ื ทำ� การปรบั ปรงุ คณุ ภาพ น�้ำดิบ สารละลายสารส้มจะช่วยให้มีการตกตะกอนได้ดียิ่งข้ึนและสารละลายปูนขาวจะช่วย ยบั ยงั้ การเจรญิ เตบิ โตของตะไครน่ ำ้� หรอื สาหรา่ ยในนำ้� ในบางครงั้ จะมกี ารเตมิ คลอรนี เพอ่ื ทำ� การ ฆา่ เชอื้ โรคทอ่ี าจปะปนมากับน้�ำ 8.4.1 มาตรฐานคุณภาพน�้ำดิบท่นี �ำมาผลิตน�ำ้ ประปา 1. แหลง่ น้�ำผวิ ดนิ คุณภาพนำ้� ตอ้ งได้มาตรฐานแหล่งน้�ำผวิ ดนิ ประเภทท่ี 3 ไดแ้ ก่ แหลง่ นำ�้ ทไ่ี ดร้ บั การทง้ิ จากกจิ กรรมบางประเภท และยงั คงเปน็ ประโยชน์ เพอ่ื การอปุ โภคและบรโิ ภค โดยตอ้ งผา่ นการฆา่ เชอ้ื โรคตามปกตแิ ละผา่ นกระบวนการปรบั ปรงุ คณุ ภาพนำ�้ ทวั่ ไปกอ่ น และการเกษตร 2. แหล่งน�้ำบาดาล ต้องได้มาตรฐานตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม เรื่องก�ำหนดหลักเกณฑ์และมาตรการในทางวิชาการส�ำหรับการป้องกัน ด้านสาธารณสุขและการปอ้ งกนั ในเรอ่ื งส่งิ แวดลอ้ มเป็นพิษ พ.ศ. 2551
คู่มอื แนวทาง การจัดการอนามยั สิ่งแวดลอ้ ม และสุขาภิบาลอาหารและน�ำ้ ในเรือนจำ� 8.4.2 การควบคุณภาพระบบจ่ายน้�ำ 1. ทอ่ จา่ ยนำ้� - ควรตรวจสอบท่อน�้ำอย่างสม�่ำเสมอ ต้องไม่แตกร่ัว ซ่ึงจะท�ำให้น้�ำไหลซึม ออกจากทอ่ จา่ ยน้�ำได้ และยังทำ� ให้เกดิ การปนเปอื้ นของเช้ือโรคและส่งิ สกปรกตา่ ง ๆ ท่สี ามารถ ซึมเขา้ สู่เสน้ ท่อ - พนื้ ทบ่ี รเิ วณโดยรอบ ตอ้ งไมม่ นี ำ้� ขงั เฉอะแฉะ ไมม่ สี ง่ิ ปฏกิ ลู แหลง่ นำ�้ โสโครก และที่ท้ิงขยะ 2. ท่ีกรองน�้ำ - ควรสะอาด ปราศจากฝ่นุ ผงหรอื คราบสกปรกต่าง ๆ - มีการบ�ำรุงรักษาเคร่ืองกรองน้�ำตามค�ำแนะน�ำของผลิตภัณฑ์ที่ก�ำหนดไว้ ตามระยะเวลาที่ก�ำหนดรวมถึงการดูแลการล้างการเปลี่ยนวัสดุไส้กรองตลอดทั้งอุปกรณ์อ่ืน ๆ ใหเ้ หมาะสมกบั การใชง้ าน 74 3. ที่เก็บกักน�้ำ - ที่เก็บกักน�้ำต้องท�ำจากวัสดุที่ไม่เป็นอันตรายปลอดภัยจากการตกค้าง ของโลหะหนกั ควรเปน็ วสั ดทุ ไ่ี มเ่ ปน็ สนมิ รกั ษาความสะอาดไดง้ า่ ย กรณตี ทู้ ำ� ความเยน็ ตอ้ งเลอื กซอื้ ที่ท�ำด้วยวัสดุเหล็กกล้าไร้สนิม เกรดดีมีความหนาแน่น การเชื่อมตะเข็บรอยต่อต้องเชื่อมด้วย ก๊าซอาร์กอน ควรท�ำความสะอาดดูแลรักษาเป็นประจ�ำโดยใช้ผ้านุ่มหรือฟองน�้ำไม่ควรใช้ ฝอยเหลก็ กล้าขดั ถู กรณรี ัว่ ซมึ ควรสง่ ซ่อมกับตัวแทนของบรษิ ัทโดยตรง
การจัดการดา้ นน้�ำ สะอาด - ควรมีฝาปิดที่มิดชิด มีขนาดที่เหมาะสม มีก๊อกน�้ำเปิด – ปิดท่ีสะดวก 75 ตอ่ การใช้งาน - สำ� หรบั ภาชนะขนาดเลก็ ควรลา้ งทำ� ความสะอาดทเี่ กบ็ กกั นำ�้ ทกุ ๆ 1 สปั ดาห์ และแชด่ ว้ ยนำ�้ ผสมคลอรนี ความเขม้ ขน้ 1 ชอ้ นชาตอ่ นำ้� 20 ลติ ร แชท่ ง้ิ ไวอ้ ยา่ งนอ้ ย 5 นาที สำ� หรบั ถังส�ำรองขนาดใหญ่ต้องขัดล้างท�ำความสะอาดอย่างน้อยปีละ 1 คร้ัง โดยใช้ผ้านุ่มหรือฟองน้�ำ ในการทำ� ความสะอาด 4. กอ๊ กนำ้� ดื่ม - สภาพของกอ๊ กน�้ำไม่ช�ำรดุ ขนึ้ สนิม หรือมนี �้ำไหลซมึ - หมั่นดูแลท�ำความสะอาดก๊อกน�้ำโดยรอบทั้งบริเวณภายนอกและภายใน กอ๊ กน้ำ� อย่างสมำ่� เสมอ 5. ภาชนะส�ำหรับดืม่ นำ้� - ภาชนะทใ่ี ชด้ มื่ นำ�้ ควรทำ� จากวสั ดทุ ไ่ี มเ่ ปน็ อนั ตราย มรี ปู แบบทท่ี ำ� ความสะอาด ง่ายเช่นเคร่ืองแก้วถา้ เป็นพลาสติกควรใชพ้ ลาสตกิ เกรดดี - ควรจดั เตรยี มภาชนะดม่ื นำ�้ ไวท้ จ่ี ดุ บรกิ ารนำ้� ดม่ื และจดั วางแกว้ นำ้� ทใ่ี ชแ้ ลว้ แยกออกจากแกว้ นำ�้ ทย่ี งั ไมไ่ ดใ้ ชใ้ หช้ ดั เจน หรอื ใชแ้ กว้ นำ�้ ประเภททใี่ ชค้ รงั้ เดยี วแลว้ ทง้ิ เพอ่ื ปอ้ งกนั การติดตอ่ และแพร่กระจายของเชื้อโรค 6. จดุ บรกิ ารน้ำ� ดื่ม - ไมช่ �ำรุดเสยี หายสะอาด ไม่มีผงฝนุ่ ละออง และคราบสกปรก - ควรเทพ้ืนด้วยคอนกรีตไม่เฉอะแฉะ และมีน�้ำกักขังซึ่งเป็นสาเหตุของแหล่งสะสม เชอ้ื โรค - ควรมีจ�ำนวนจุดบริการ ท่ีเพียงพอ เหมาะสมกับปรมิ าณจำ� นวนผ้ดู ม่ื - ควรมกี ารตรวจสอบคณุ ภาพ นำ้� เพือ่ การบรโิ ภคอยา่ งน้อย เดือนละ 1 ครง้ั
คมู่ อื แนวทาง การจัดการอนามัยส่งิ แวดลอ้ ม และสุขาภบิ าลอาหารและน�้ำ ในเรอื นจ�ำ 8.5 การควบคุมมาตรฐานน้�ำบรรจุถัง/น�้ำบรรจุขวด น้�ำดื่มบรรจุขวดเป็นสินค้าที่ต้องก�ำหนดวิธีการผลิตเคร่ืองมือเครื่องใช้ในการผลิตการเก็บ รกั ษาสนิ คา้ ตามหลกั เกณฑว์ ธิ กี ารตอ้ งมคี ณุ ภาพหรอื มาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ โดยมีวิธีการเลือกคณุ ลกั ษณะของนำ�้ บรรจุถัง/น�ำ้ บรรจุขวดเพ่ือการบรโิ ภค ดงั นี้ 1. สภาพภายนอกและสภาพภายในของถงั บรรจนุ ำ�้ และขวดบรรจนุ ำ้� ตอ้ งสะอาดไมร่ ว่ั ซมึ บรเิ วณฝาปดิ ตอ้ งไม่มคี ราบปนเป้อื น ฝาปิดสนทิ มีแผ่นพลาสติกปิดโดยรอบฝาอีกชนั้ หนงึ่ 2. ลักษณะของน้�ำตอ้ งใส ไมม่ ีตะกอนขนุ่ ไมม่ สี ี ไมม่ ีกล่ิน และรสทีผ่ ดิ ปกติ 3. ต้องมีฉลากระบุชื่อผู้ผลิต ตราน้�ำดื่ม ท่ีต้ังของผู้ผลิต ปริมาตรสุทธิ เลขทะเบียน สารระบบ (เลขทะเบียน อย. ขององคก์ ารอาหารและยา) ผนกึ อยูอ่ ย่างชัดเจน 76 8.6 การควบคุมคุณภาพน้�ำเพ่ือการอุปโภคบริโภค ลกั ษณะทางกายภาพของนำ�้ สขี องนำ้� จะบง่ ชถี้ งึ สาเหตทุ ที่ ำ� ใหเ้ กดิ สี หรอื บอกถงึ สงิ่ ผดิ ปกติ การประเมนิ สอี าจท�ำได้โดยการเปรียบเทียบสกี ับสีมาตรฐาน การสังเกตสขี องแหล่งน�้ำ สามารถ สังเกตโดยตรง หรือตักน้�ำข้ึนมาดูอย่างน้อย 2 ลิตร ขึ้นมาใส่ขวดแก้วใสแล้วสังเกตสี สีของน�้ำ เป็นตัวชถ้ี งึ สาเหตุอยา่ งคร่าว ๆ ดังตอ่ ไปน้ี สีปรากฏ สาเหตทุ ี่ทำ�ให้เกิดสี ยงั ไม่ควรสรุปวา่ น้ำ�สะอาด เพราะอาจจะมีสิง่ เจอื ปนอยู่ ไม่มีสี แพลงค์ตอนของพืช สีเขยี ว สีเหลือง สีนำ้ �ตาลหรือสชี าใส มีซากพชื ยอ่ ยสลาย สีแดงหรอื สเี หลอื ง เปน็ สขี องสาหร่ายอกี จำ�พวกหน่งึ (Dinoflagellates) สีนำ้ �ตาลขุน่ หรอื สีแดง มตี ะกอนเจือปน อาจเกิดจากการกัดเซาะหน้าดิน สรี ุง้ มคี ราบนำ้ �มันทผ่ี ิวหน้า นำ้ �เน่าจากสิง่ ปฏิกูล หรืออาจมแี รธ่ าตุจากธรรมชาตเิ จือปน สีเทาหรอื สดี ำ�
การจดั การดา้ นน้�ำ สะอาด 8.7 การดูแลระบบการผลิตน�้ำประปาจากน้�ำบาดาล หรือน�้ำผิวดิน 77 ควรใช้วิธลี า้ งท�ำความสะอาดดังน้ี 8.7.1 การลา้ งถังพกั นำ้� แบบซีเมนต์ น�ำน�้ำคลอรีนท่ีเตรียมไว้ ท�ำความสะอาดถังภายในโดยการขัดล้างด้วยแปลงขัด ภายในถัง เปิดน�้ำฉีดท�ำความสะอาดไล่น้�ำและผงฝุ่นออก ท�ำการเติมน้�ำให้เต็มถังพักน้�ำ และ ใชน้ ำ�้ ยาคลอรนี หรอื คลอรนี ผง ผสมนำ้� ตามความเขม้ ขน้ ทไี่ ดร้ ะบไุ ว้ แชท่ งิ้ ในถงั พกั 1 คนื แลว้ ลา้ งออก 8.7.2 การลา้ งถงั กรอง การลา้ งสามารถกระทำ� ไดโ้ ดยไมต่ อ้ งเคลอ่ื นยา้ ยทรายออกจากถงั กรองการปลอ่ ยนำ้� ใหไ้ หลเขา้ ทางตอนลา่ งของถงั และผา่ นชน้ั กรวดและทราย ประมาณ 2 นาที ทำ� ใหช้ นั้ กรองขยายตวั และท�ำให้ส่ิงสกปรกต่าง ๆ ท่ีติดอยู่ในช้ันกรองหลุดออกไปได้ วิธีล้างถังกรองที่มีประสิทธิภาพ คอื ตอ้ งกวนท่ีผวิ ช้ันกรอง (Surface Wash) ประกอบกับการลา้ งด้วยน้ำ� แบบลา้ งย้อนกลับ ทัง้ น้ี เพื่อให้มีการขัดสีของเม็ดสารกรองเกิดขึ้น อุปกรณ์ท่ีใช้ช่วยประกอบการล้างเคร่ืองกรอง แบบล้างยอ้ นกลบั มหี ลายชนดิ ดังน้ี 1. เครอ่ื งล้างผวิ หนา้ ชัน้ กรองแบบหมนุ (Rotating Am Type) 2. เคร่อื งลา้ งผวิ หน้าช้ันกรองแบบอยูก่ บั ท่ี (Fixed Type) 3. เครอื่ งลา้ งชนั้ กรองดว้ ยลม (Air Scouring Type) ซงึ่ จะประกอบดว้ ยระบบทอ่ ลม ทว่ี างอยเู่ หนอื ชนั้ กรวดพอดี ลมจะถกู สง่ เขา้ มาตามทอ่ หลกั ทอี่ ยใู่ นแนวดง่ิ และผา่ นระบบทอ่ จา่ ยลม ใหก้ บั ชน้ั กรอง โดยปกตจิ ะเปา่ ลมใหช้ นั้ ทรายขยายตวั เปน็ เวลาหลายนาทกี อ่ นทจี่ ะทำ� การลา้ งยอ้ น ตามปกติ
คมู่ ือแนวทาง การจัดการอนามยั สงิ่ แวดล้อม และสขุ าภิบาลอาหารและน้ำ� ในเรอื นจ�ำ 8.7.2 การล้างคลองเวยี นวน น�ำน�้ำคลอรีนท่ีมีความเข้มข้นคลอรีน 60% เข้าระบบท�ำความสะอาดระบบ คลองน�้ำเวียนวน 8.7.3 การลา้ งถงั ตกตะกอน หยดุ เดนิ ระบบการผลติ น้ำ� ปลอ่ ยนำ�้ ทต่ี กค้างในระบบออกจากถงั ตกตะกอน ใชน้ �ำ้ ความดันแรงสูงฉีดไล่ตะกอนออกจากถัง เปิดระบบน้�ำให้เข้าถังตกตะกอนและปล่อยน้�ำท้ิงเป็น ระยะ ๆ แลว้ คอ่ ยนำ� น�้ำเข้าระบบการผลติ ประปาต่อไป 8.7.4 การลา้ งถังน�้ำใส การล้างภายในถังโดยการขัดล้างด้วยแปรงขัด เปิดน�้ำฉีดท�ำความสะอาดไล่ผงฝุ่น หรือสว่ นท่ีลา้ งขัดออกใหส้ ะอาด ท�ำการเตมิ น้ำ� ใหเ้ ต็มถังพักน�้ำ และใชน้ ้ำ� ยาคลอรนี หรือคลอรีน ผงปูนคลอรนี ผสมนำ้� ตามอตั ราส่วนความเข้มขน้ ที่ระบุไว้ แชท่ ้งิ ในถงั พกั 1 คืน แล้วล้างออก 78 8.8 การล้างเครื่องกรองน้�ำ วิธีลา้ งท�ำความสะอาดไสก้ รองน้ำ� (Filter) 1. การลา้ งไสก้ รองนำ�้ (Filter) ควรลา้ งในทกุ ๆ 3 เดอื น หรอื ตามคมู่ อื ของผลติ ภณั ฑน์ นั้ โดยการปิดระบบการจ่ายน้�ำเข้าเคร่ืองกรองน้�ำ ท�ำการถอดไส้กรองน้�ำออกมาล้างด้วยฟองน้�ำ โดยใช้น้�ำยาท�ำความสะอาดผลิตภัณฑ์ ฉีดน�้ำล้างไส้กรองจนสังเกตเห็นเป็นน้�ำใสผ่านไส้กรอง แล้วน�ำกลับไปประกอบกับเครื่องกรองน้�ำเช่นเดิม เปิดน�้ำเพื่อให้น้�ำไล่ผ่านจุดไล่น้�ำออก ก่อนใชง้ านตอ่ ไป 2. การเปลี่ยนสารกรองน้�ำ (คาร์บอน/เรซิน/เซรามิค) โดยถอดฝาปิดทั้งสองข้างออก แล้วเทสารกรองออกทางด้านท่ีมีตะแกรงใช้น�้ำแรงดันสูง ท�ำความสะอาดภายในตัวเครื่องกรอง ทำ� ความสะอาดลา้ งระบบทอ่ นำ�้ ทงั้ ทอ่ นำ้� เขา้ และทอ่ นำ�้ ออก เปดิ นำ้� เพอื่ ใหน้ ำ้� ไลผ่ า่ นจดุ ไลน่ ำ�้ ออก กอ่ นใช้งานตอ่ ไป ควรปฏบิ ัติตามค่มู อื ของผลิตภณั ฑ์
การจดั การด้านน้�ำ สะอาด 3. ควรตรวจสอบรอยเชื่อมต่อต่าง ๆ หากพบว่ามีน้�ำซึม หรือน�้ำหยด ให้ท�ำการแก้ไข โดยการพันเทปดว้ ยเทปพนั เกลียว (Teflon Tape) บริเวณรอยต่อท่ีมกี ารร่ัวซึม 4. วัสดุ-อุปกรณ์ท่ีต้องเปลี่ยนตามระยะเวลาการใช้งาน เช่น สารกรองน�้ำ/ไส้กรอง ให้เปลี่ยนตามอายุการใช้งานตามคู่มือของเคร่ืองกรองน้�ำหรืออาจเปล่ียนก่อนครบก�ำหนด จากการสังเกตคณุ ภาพนำ�้ ดิบทผ่ี ่านระบบกรองน้�ำ และลกั ษณะการใช้งาน 5. การท�ำความสะอาดตัวเคร่ืองควรเช็ดด้วยน�้ำเปล่า และควรสังเกตตัวเคร่ืองหากมี รอยรวั่ แตกรา้ ว ไม่สามารถซ่อมแซมได้ ให้ด�ำเนินการเปล่ยี นวสั ดุสว่ นนัน้ 8.9 การล้างถังน้�ำดื่ม ขนาด 20 ลิตร 79 วธิ ีการทำ� ความสะอาดถงั นำ้� ดมื่ สงั เกตวา่ ถงั นำ้� ดม่ื ขนาดบรรจุ 20 ลติ รจะมคี ราบตะไครน่ ำ�้ หรอื สงิ่ สกปรกเกาะอยภู่ ายในถงั หรือบริเวณปากถังน้�ำดื่ม เนื่องจากสาเหตุผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานานหรือระบบการผลิต ไม่ได้มาตรฐาน การล้างท�ำความสะอาดถังบรรจุจะค่อนข้างยาก เพราะปากถังแคบไม่สามารถ ล้วงเข้าไปล้างภายในถังได้สะดวก ซ่ึงอาจใช้แปรงหรือฝอยขัดต่อด้วยด้ามไม้ล้วงเข้าไปก็ยังล้าง ท�ำความสะอาดไดไ้ ม่ท่ัวถงึ ควรใชว้ ิธดี แู ลทำ� ความสะอาด ดังน้ี ใชเ้ กลอื เมด็ ใสล่ งไปในถงั บรรจนุ ำ�้ เปลา่ ทมี่ คี ราบตะไครน่ ำ�้ หรอื สงิ่ สกปรกเกาะอยภู่ ายในถงั ประมาณ 1 - 2 กำ� มอื และใสน่ ำ้� สม้ สายชผู สมลงไป 30 มลิ ลลิ ติ ร เทนำ�้ ใสล่ งไปในถงั 500 มลิ ลลิ ติ ร โดยประมาณ ปดิ ฝาถังบรรจนุ �้ำ แลว้ เขยา่ ให้ทั่ว เมือ่ เขยา่ ไปได้สักระยะ เปิดฝามองดูว่าภายในถัง สะอาดทว่ั ถงึ หรอื ยงั ถา้ ยงั ไมส่ ะอาดกท็ ำ� การเขยา่ ตอ่ ไป และถา้ สะอาดดแี ลว้ ใหเ้ ทนำ้� ผสมเกลอื ทง้ิ แลว้ ลา้ งดว้ ยคลอรีนนำ�้ ทจ่ี ดั เตรียมไว้ อกี 1 ครัง้ และล้างออกดว้ ยนำ้� เปลา่ น�ำ้ ใหส้ ะอาด ที่มา : https://pantip.com/topic/36452268
ค่มู อื แนวทาง การจดั การอนามยั ส่ิงแวดลอ้ ม และสุขาภิบาลอาหารและนำ้� ในเรือนจำ� ท่มี า : http://www.siamchemi.com/ 8.10 การตรวจสอบคุณภาพน้�ำบริโภค การตรวจสอบคุณภาพน�้ำในภาคสนาม สามารถตรวจสอบได้ด้วยชุดทดสอบอย่างง่าย ได้แก่ การตรวจสอบคลอรีนอิสระคงเหลือในน�้ำ โดยใช้ชุดทดสอบคลอรีนอิสระคงเหลือในน้�ำ (อ 31) และการตรวจสอบโคลิฟอร์มแบคทีเรยี ในนำ้� ด้วยชดุ ตรวจสอบโคลฟิ อร์มแบคทีเรียในน้ำ� 80 (อ 11) รายละเอยี ดในภาคผนวก 4 8.11 ข้อแนะน�ำในการจัดการน�้ำบริโภคที่ตรวจพบมีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย วิธีท่ี 1 การต้ม โดยการตม้ น้ำ� ใหเ้ ดอื ดทอี่ ุณหภมู ิ 100 องศาเซลเซยี ส เป็นเวลาอยา่ งน้อย 5 นาที และเก็บในภาชนะทีส่ ะอาดมีฝาปดิ มิดชดิ วธิ ที ่ี 2 การกรอง โดยใช้เครือ่ งกรองท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพ และประสทิ ธิผล ในการกรองเช้ือ แบคทเี รีย วธิ ที ี่ 3 การใชส้ ารเคมี เชน่ แกส๊ โอโซน แกส๊ คลอรนี หรือคลอรนี น�้ำ 2% ทไ่ี มม่ ีสงิ่ เจอื ปน วิธีที่ 4 การใช้รังสี โดยผ่านรังสี อลั ตราไวโอเลตลงในนำ้� ทค่ี วามขนุ่ ไมเ่ กนิ มาตรฐาน เพือ่ ก�ำจดั เชื้อแบคทเี รีย
การจดั การด้านน�้ำ สะอาด 8.11.1 แนวทางแกไ้ ขกรณตี รวจพบเช้ือโคลิฟอร์มแบคทเี รียนำ�้ บรโิ ภคในเรอื นจำ� 81 1. นอกเหนือจากแนวปฏิบัติดังกล่าวข้างต้นแล้ว ภายในเรือนจ�ำ/ทัณฑสถาน ควรส�ำรวจจุดที่ตรวจเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรียว่าเป็นจุดใดของระบบจ่ายน�้ำเพ่ือการบริโภค ว่ามีการชำ� รุดเสียหาย หรือขาดการดูแลทำ� ความสะอาด ให้รบี แก้ไขด�ำเนินการตามขน้ั ตอนการ ล้างระบบจ่ายนำ้� ตา่ ง ๆ แลว้ ทำ� การตรวจซ�้ำ หากยังคงตรวจพบเชือ้ ใหป้ ระสานไปยงั หนว่ ยงาน ทเ่ี กย่ี วข้อง เช่น ส�ำนกั งานสาธารณสขุ จงั หวัด (สสจ.) 2. เสนอผบู้ งั คบั บัญชาตามระดับช้นั ให้ทราบในเบือ้ งตน้ 3. บันทึกการตรวจในแบบฟอร์มการรายงานการจัดการน�้ำด่ืม/น�้ำใช้ในเรือนจ�ำ และรายงานผลการตรวจตามระยะเวลาทีก่ ำ� หนด เพื่อเปน็ แนวทางในการแกไ้ ขปญั หา 4. เกบ็ ตวั อยา่ งนำ้� ทตี่ รวจพบเชอ้ื โคลฟิ อรม์ แบคทเี รยี เพอ่ื สง่ ตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร ที่โรงพยาบาลศนู ย์ชุมชนใกลเ้ คียงให้ท�ำการเพาะเชอื้ 8.11.2 ข้อแนะน�ำในการจัดการน้�ำบริโภคที่พบค่าคลอรีนอิสระคงเหลือต�่ำกว่าเกณฑ์ มาตรฐาน 1. นำ�้ บรโิ ภคทถ่ี กู ตอ้ ง โดยใหม้ คี า่ คลอรนี อสิ ระคงเหลอื ในนำ้� อยใู่ นชว่ ง 0.2 – 0.5 มลิ ลิกรมั /ลิตร 2. ส�ำหรับการตรวจสอบระบบจ่ายน้�ำที่กักเก็บน้�ำภายในเรือนจ�ำ หากตรวจสอบ พบค่าคลอรีนอิสระคงเหลือต�่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานควรเติมคลอรีนตามอัตราส่วนท่ีได้ก�ำหนด ข้างต้นลงไปในที่กักเกบ็ น้ำ� ในระบบจา่ ยนำ้� ก่อนนำ� มาบริโภค 3. หากตรวจสอบพบวา่ คา่ คลอรนี อสิ ระคงเหลอื ตำ�่ กวา่ เกณฑม์ าตรฐานในระบบ จา่ ยนำ�้ ของการประปากอ่ นเขา้ สรู่ ะบบจา่ ยนำ�้ ภายในเรอื นจำ� ใหป้ ระสานกบั การประปามาตรวจสอบ และปรับปรุงคุณภาพน้ำ� ให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานตอ่ ไป
82
การจัดการดา้ นน�้ำ สะอาด ตารางที่ 1 มาตรฐานคณุ ภาพนำ้� บรโิ ภคในภาชนะบรรจุท่ปี ดิ สนิท คณุ ดชั นีคุณภาพนำ้ � หนว่ ย ค่ามาตรฐาน ลักษณะ ฮาเซนยูนติ (เกณฑ์อนโุ ลมสงู สุด) 1. สี (Colour) ทาง 2. กลิน่ (Odour) - 20 กายภาพ 3. ความขุ่น (Turbidity) ซิลกิ าสเกลยนู ิต ไมม่ กี ลน่ิ (ไมร่ วมกลน่ิ คลอรนี ) 4. ความเปน็ กรด-ด่าง (pH) 5. ปริมาณสารทงั้ หมด (Total Solids) - 5 6. ความกระด้างทง้ั หมด (Total Hardness) มิลลิกรัม/ลิตร 6.5-8.5 7. สารหนู (As) มิลลิกรัม/ลติ ร 500 8. แบเรยี ม (Ba) มิลลกิ รมั /ลติ ร 100 9. แคดเมยี ม (Cd) มลิ ลกิ รมั /ลิตร 0.05 10. คลอไรด์ (Cl) มิลลิกรัม/ลิตร 11. โครเมยี ม (Cr) มิลลิกรัม/ลติ ร 1.0 12. ทองแดง (Cu) มลิ ลกิ รมั /ลิตร 0.005 13. เหลก็ (Fe) มิลลิกรมั /ลติ ร 250 14. ตะกวั่ (Pb) มิลลิกรมั /ลิตร 0.05 83 ทาง 15. แมงกานิส (Mn) มลิ ลกิ รัม/ลติ ร 1.0 เคมี 16. ปรอท (Hg) มลิ ลิกรมั /ลติ ร 0.3 17. ไนเตรต มลิ ลิกรมั /ลิตร 0.05 18. ฟีนอล (Phenols) มลิ ลกิ รมั /ลิตร 0.05 19. ซิลิเนยี ม (Se) มิลลิกรัม/ลิตร 0.002 20. เงิน (Ag) มลิ ลิกรัม/ลิตร 0.4 2221..ซสัลงั เกฟะตสี(S(ZOn4)) มิลลกิ รัม/ลิตร 0.001 23. ฟลอู อไรด์ (F) มิลลกิ รมั /ลติ ร 0.01 24. อะลูมิเนียม มลิ ลกิ รมั /ลิตร 0.05 25. เอบีเอส (Alkylbenzene Sulfonate) มลิ ลิกรมั /ลติ ร 250 26. ไซยาไนด์ มลิ ลิกรมั /ลติ ร 5.0 27. โคลิฟอร์ม (Coliform) มลิ ลิกรมั /ลิตร 1.5 ทาง 28. อี.โคไล (E.Coli) มิลลิกรัม/ลติ ร 0.2 บักเตรี 29. จลุ ินทรียท์ ำ�ให้เกิดโรค เอ็มพเี อน็ /100 มิลลิลติ ร 0.2 (Disease-Causing Bacteria) เอ็มพีเอน็ /100 มิลลลิ ติ ร 0.1 เอม็ พีเอ็น/100 มลิ ลิลิตร 2.2 ตรวจไมพ่ บ ตรวจไม่พบ ทม่ี า : ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับท่ี 61 (พ.ศ.2524) เร่ืองน้�ำบริโภคในภาชนะท่ีปิดสนิท ตีพิมพ์ ในราชกจิ จานเุ บกษา เล่ม 98 ตอนที่ 157 (ฉบบั พิเศษ) ลงวันท่ี 24 กนั ยายน 2524 ซึง่ ไดแ้ กไ้ ขเพิม่ เติม โดยประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ฉบับท่ี 135 (พ.ศ.2534) เร่ือง นำ้� บรโิ ภคในภาชนะบรรจุทป่ี ิดสนทิ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 ตีพิมพ์ในหนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่ม 108 ตอนที่ 61 ลงวันท่ี 2 เมษายน 2534
คมู่ ือแนวทาง การจัดการอนามยั ส่งิ แวดล้อม และสขุ าภบิ าลอาหารและน�ำ้ ในเรือนจำ� ตารางที่ 2 เกณฑ์คณุ ภาพนำ้� ประปาด่มื ได้ กรมอนามัย พ.ศ. 2563 พารามเิ ตอร์ หน่วยวดั คา่ มาตรฐาน ด้านกายภาพ ความขนุ่ (Turbidity) เอ็นทยี ู ไม่เกิน 5 สีปรากฏ (Apparent Color) แพลตตินมั โคบอลท์ ไมเ่ กนิ 15 ความเปน็ กรดและด่าง (pH) 6.5 – 8.5 ดา้ นเคมีท่วั ไป - ของแขง็ ละลายน้ำ�ทัง้ หมด ไม่เกิน 500 (Total dissolved solids) มิลลิกรัมต่อลิตร ความกระดา้ ง (Hardness) ไมเ่ กนิ 300 ซัลเฟต (Sulfate) มลิ ลิกรัมต่อลิตร (as CaCO3) ไมเ่ กนิ 250 คลอไรด์ (Chloride) มลิ ลิกรัมตอ่ ลติ ร ไม่เกนิ 250 ไนเตรท (Nitrate) มิลลกิ รัมตอ่ ลิตร ไมเ่ กิน 50 ไนไตรท์ (Nitrite) ไม่เกนิ 3 มลิ ลิกรัมต่อลิตร (as NO3) ไมเ่ กนิ 0.7 84 ฟลอู อไรด์ (Fluoride) มิลลกิ รมั ต่อลิตร (as NO2) ไมเ่ กิน 0.3 ดา้ นเคมี (โลหะหนัก) มลิ ลิกรัมต่อลิตร ไม่เกนิ 0.3 เหลก็ (Iron) ไม่เกิน 1 แมงกานีส (Manganese) มิลลกิ รัมต่อลิตร ไมเ่ กนิ 3 ทองแดง (Copper) มิลลิกรมั ตอ่ ลติ ร สงั กะสี (Zinc) มิลลิกรมั ตอ่ ลิตร ไมเ่ กิน 0.01 ดา้ นเคมี (โลหะหนกั ทีเ่ ปน็ พษิ ) มิลลกิ รัมตอ่ ลิตร ไม่เกนิ 0.05 ตะกว่ั (Lead) ไม่เกิน 0.003 โครเมียมรวม (Total chromium) มิลลิกรัมต่อลิตร ไม่เกิน 0.01 แคดเมยี ม (Cadmium) มิลลิกรัมต่อลติ ร ไม่เกิน 0.001 สารหนู (Arsenic) มิลลกิ รมั ต่อลิตร ปรอท (Mercury) มิลลิกรัมต่อลติ ร ไมพ่ บ ด้านชีวภาพ มลิ ลกิ รมั ตอ่ ลติ ร น้อยกวา่ 1.1 โคลฟิ อรม์ แบคทีเรีย (Total Coliforms Bacteria) ตอ่ 100 มิลลิลิตร ไมพ่ บ เอ็นพเี อน็ ต่อ 100 มิลลลิ ิตร นอ้ ยกวา่ 1.1 อโี คไล (Escherichia Coli) ตอ่ 100 มลิ ลลิ ติ ร เอ็นพเี อ็น ตอ่ 100 มิลลลิ ิตร หมายเหตุ : - วิธีวเิ คราะห์ในแต่ละพารามเิ ตอร์ ให้เลอื กใช้อย่างใดอย่างหนง่ึ ในการตรวจวดั - คลอรนี อสิ ระคงเหลอื (Residual chlorine) กำ� หนดให้มที ีป่ ลายเส้นทอ่ 0.2 – 0.5 มลิ ลกิ รัม ต่อลิตร ใชใ้ นระบบการเฝา้ ระวัง คณุ ภาพน้ำ� ประปา - ประกาศกรมอนามยั เร่อื ง เกณฑค์ ณุ ภาพน�ำ้ ประปาดม่ื ได้ กรมอนามยั (13 กรกฎาคม 2563)
บทท่ี ๑ บทน�ำ 85 บทท่ี การสุขาภิบาลอาหาร
คมู่ ือแนวทาง การจดั การอนามยั ส่ิงแวดลอ้ ม และสุขาภบิ าลอาหารและนำ�้ ในเรือนจ�ำ บทท่ี การสขุ าภบิ าลอาหาร การสขุ าภบิ าลอาหารในเรอื นจำ� มคี วามหมายครอบคลมุ ถงึ การบรหิ ารจดั การและควบคมุ สง่ิ แวดลอ้ ม รวมทงั้ บคุ ลากรทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การเตรยี มปรงุ ประกอบ และการแจกจา่ ยอาหาร ในฝา่ ย สทู กรรมและโรงเลย้ี งอาหาร ท้ังส�ำหรบั ผู้ตอ้ งขัง และเจ้าหน้าทเ่ี รอื นจ�ำ เพอ่ื ท�ำใหอ้ าหารสะอาด 86 ปลอดภยั ปราศจากเช้ือโรค พยาธิ และสารเคมีต่าง ๆ ทีเ่ ป็นอนั ตราย หรอื อาจจะเป็นอนั ตราย ต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย สุขภาพอนามยั และการด�ำรงชีวติ ของผบู้ รโิ ภค 9.1 การบริโภคอาหารที่ถูกหลักสุขาภิบาลอาหาร หมายถงึ การบรโิ ภคอาหารแลว้ ไมก่ อ่ ใหเ้ กิดโรค และโทษในระยะเวลาสน้ั และไมม่ พี ษิ ภยั ทเี่ ป็นโทษหรือก่อให้เกดิ โรคในระยะยาว ดังนัน้ ตอ้ งดูแลตรวจตราสถานที่เตรยี มปรงุ ประกอบ อาหาร และสถานท่รี ับประทานอาหารให้สะอาด ถูกสุขลักษณะ ดูแลความสะอาดและปลอดภยั ของตัวอาหาร สารปรงุ แตง่ นำ�้ ดม่ื น้�ำใช้ น้ำ� แข็งบริโภค เครื่องดมื่ ภาชนะอุปกรณ์ การก�ำจัดขยะ และน�้ำเสีย การดแู ลความสะอาดของห้องสว้ ม รวมถึงสุขอนามยั ของผู้เตรียมปรุง ประกอบ และ แจกจ่ายอาหาร ซ่ึงมหี ลกั การและแนวทาง ดงั น้ี
การสขุ าภบิ าลอาหาร 9.1.1 สถานท่ปี รุง ประกอบอาหาร 87 1. พ้ืนและพื้นที่บริเวณสูทกรรม ต้องสร้างด้วยวัสดุท่ีแข็งแรง เรียบ ไม่ดูดซึมน�้ำ ทำ� ความสะอาดงา่ ยไมล่ น่ื ไมแ่ ตกไมช่ ำ� รดุ ไมม่ นี ำ�้ ขงั มมุ และรอยตอ่ ระหวา่ งพน้ื กบั ผนงั ไมม่ สี ง่ิ สกปรก พ้ืนไม่มีคราบไขมัน เศษอาหาร ขยะ หรือคราบสกปรก พื้นที่ความลาดเอียงลงสู่ทางระบายน�้ำ เพื่อไมใ่ ห้น�้ำขงั 2. ผนัง เพดาน ประตู หนา้ ต่าง ช่องลม ควรเป็นวัสดเุ รยี บ ท�ำความสะอาดงา่ ย แข็งแรง ควรมีสีอ่อนเพอื่ ใหห้ อ้ งสว่าง และเหน็ ความสกปรกได้ง่ายขนึ้ 3. พน้ื ทร่ี ะบายอากาศ ไดแ้ ก่ ประตู หนา้ ตา่ งชอ่ งระบายอากาศ ควรมพี นื้ ทรี่ วมกนั ไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ10ของพน้ื ทห่ี อ้ งหากกรมุ งุ้ ลวดจะชว่ ยปอ้ งกนั สตั ว์แมลงนำ� โรคได้และเมอ่ื จดั ใหม้ ี ระบบระบายอากาศในสถานทป่ี รงุ ประกอบอาหาร ทง้ั ในลกั ษณะชอ่ งระบายอากาศ พดั ลมระบาย อากาศ หรือปล่องระบายควัน ต้องมีการท�ำความสะอาดและบ�ำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพดีเสมอ ไมใ่ หม้ ฝี ุ่นละออง คราบไขมนั ส่งิ ปกปรกอน่ื ๆ จับอปุ กรณ์ 4. บรเิ วณทีเ่ ตรียม/ปรุงอาหาร สถานท่มี ีความเพยี งพอและเหมาะสม โดยมีพื้นท่ี ปฏิบัติงาน ให้เพียงพอกับปริมาณอาหารที่ต้องจัดเตรียม จ�ำนวนคน รวมท้ังอุปกรณ์เคร่ืองมือ บริเวณทีเ่ ตรียม ดังน้ี - อ่างลา้ งอาหารดบิ ควรแยกอา่ งล้างอาหารดบิ เฉพาะ สูงจากพ้นื อยา่ งนอ้ ย 60 เซนติเมตร อยู่ในระดับท่ีสามารถปฏิบัติงานได้สะดวก และเม่ือล้างอาหารเสร็จเรียบร้อย ต้องมีการดแู ลท�ำความสะอาดไมใ่ หเ้ กดิ การหมกั หมม - โตะ๊ เตรยี มอาหาร ในการเตรยี ม การปรงุ ตอ้ งปฏบิ ตั หิ รอื จดั วางอาหาร ภาชนะ บนโต๊ะสูงจากพื้นอย่างน้อย 60 เซนติเมตร สามารถปฏิบัติงานได้สะดวก พ้ืนผิวโต๊ะท�ำด้วย วสั ดทุ แี่ ข็งแรง เรียบ ทำ� ความสะอาดง่าย
ค่มู อื แนวทาง การจัดการอนามัยส่งิ แวดล้อม และสุขาภบิ าลอาหารและน้ำ� ในเรอื นจ�ำ - บรเิ วณหงุ ตม้ หรอื เตาไฟ ควรตงั้ ในบรเิ วณทร่ี ะบายอากาศและความรอ้ นไดด้ ี แต่ต้องไม่อยู่ในที่มีลมแรง (หรือหา/สร้างก�ำแพงก�ำบังลม) ไม่ควรอยู่กลางห้อง พื้นผนังเตา ควรท�ำหรือบุด้วยวัสดุทนไฟ ผิวเรียบ ทำ� ความสะอาดสะดวก ควรมีปล่องหรือพัดลมดูดอากาศ เพือ่ ระบายควัน กลนิ่ และมกี ารท�ำความสะอาดอยา่ งสม่�ำเสมอ - ถังขยะ ขนาดเหมาะสมกบั การใช้งาน มีฝาปิดขณะ ไม่ได้ใช้งาน อาจใช้ถุงพลาสติกรอง เพื่อความสะดวกในการน�ำไปก�ำจัด ต่อไป ใหห้ ลกี เลย่ี งการทิง้ เศษอาหาร เศษขยะลงพ้นื โดยตรง - แสงสว่าง ควรเพียงพอต่อการปฏิบัติงานในเวลา เชา้ มดื ในเวลากลางวนั อาจใชแ้ สงธรรมชาติ เชน่ ชอ่ งแสง เพอื่ ประหยดั พลังงาน - อ่างล้างภาชนะอุปกรณ์ มีขนาดใหญ่เพียงพอ สูงจากพ้ืนอย่างน้อย 60 เซนติเมตร สามารปฏิบัติงานได้สะดวก 88 ควรมีท่อน้�ำเข้าของน�้ำสะอาด และมีช่องระบายน้�ำออกทุกอ่าง โดยมีท่อสายยางต่อลงทางระบายน�้ำ ควรเป็นอ่างล้างภาชนะ ชนิด 3 ตอน นอกจากนี้ จะต้องมีชั้นหรือตะแกรงผึ่งภาชนะ หลังท�ำความสะอาด ให้เพียงพอกับจ�ำนวนภาชนะและอุปกรณ์ ในสูทกรรม โดยช้ันล่างสุด สูงจากพื้นอย่างน้อย 60 เซนติเมตร - อ่างล้างมือพร้อมสบู่ ส�ำหรับผู้ปฏิบัติงาน กอ่ นปฏบิ ตั งิ านในสทู กรรม และหากในสทู กรรมมหี อ้ งนำ�้ หอ้ งสว้ ม ต้องจดั อ่างล้างมือไว้ตามความเหมาะสม - ทอ่ หรือช่องทางระบายนำ�้ สภาพดี ทำ� ด้วย วัสดทุ แ่ี ข็งแรง สะดวกในการท�ำความสะอาด - บ่อดักไขมัน และบ่อดักเศษอาหาร มีการ ทำ� ความสะอาด ตกั ช้อนแยกไขมนั อยา่ งสม�่ำเสมอ - สถานทเ่ี กบ็ อาหาร มกี ารแยกอาหารแตล่ ะประเภท ให้เหมาะสม ไม่เก็บอาหารแห้ง อาหารสดปะปนกัน อาหารสด ท่เี น่าเสียง่าย หากไม่ได้ท�ำใหส้ ุกทนั ที ตอ้ งล้างใหส้ ะอาด หนั่ แบง่ ให้เล็กลงหรือขนาดพร้อมปรุง เก็บใส่ถุงหรือกล่องในตู้เย็น ตู้แช่ หรือห้องเย็น อุณหภูมิต่�ำกว่า 5 องศาเซลเซียส ไม่ควรวาง
การสุขาภบิ าลอาหาร เปน็ ช้ันสูงและวางจ�ำนวนมากเกินไป ผกั สด ควรลา้ งใหส้ ะอาด เลือกส่วนทเ่ี สยี ออก บรรจุในถุง 89 หรือกล่องที่ป้องกันการสูญเสียความชื้นได้ เก็บในตู้เย็นปกติ ไม่เย็นจัดหรือแช่แข็ง ส่วนอาหาร แหง้ ควรมีห้องแยกเก็บข้าวสารออกจากอาหารประเภทอ่ืน มีหมอนรองหรือชั้นยกสูงจากพ้ืน พอให้ท�ำความสะอาดพ้ืนข้างใต้ได้สะดวก ไม่ควรส�ำรองไว้จ�ำนวนมากเกินไป อาหารแห้งอ่ืน ๆ ควรจดั วางสงู จากพน้ื อยา่ งนอ้ ย 60 เซนตเิ มตร ยกเวน้ อาหารในภาชนะปดิ สนทิ สามารถเกบ็ สงู กวา่ พน้ื ไดอ้ ยา่ งน้อย 30 เซนติเมตร 9.1.2 สถานท่ีรบั ประทานอาหาร (โรงเล้ยี งอาหาร) 1. พ้ืน สร้างด้วยวัสดุท่ีแข็งแรง ทนทาน เรียบ ไม่ดูดซึมน้�ำหรือสกปรกง่าย ทำ� ความสะอาดงา่ ย ไมช่ ำ� รดุ แตกหกั มกี ารดแู ลทำ� ความสะอาดทกุ วนั ไมใ่ หม้ ขี ยะและเศษอาหาร 2. ผนังและเพดาน ควรทาสีอ่อนให้สว่าง ท�ำความสะอาด ไม่ให้มีหยากไย่หรือ สง่ิ สกปรกมาเกาะ 3. การระบายอากาศ ในกรณีหลังคาหรือเพดานไม่สูง อาจใช้พัดลมระบาย ความร้อนช่วย 4. โต๊ะ เก้าอี้ สภาพดี แข็งแรง ม่ันคง พื้นเรียบ ไม่มีร่องหรือช่องท่ีท�ำให้เศษอาหารร่วงหล่นไปตกค้างสะสม หลังรับประทานอาหารเสร็จให้มีการท�ำความสะอาดทันที โดยใชผ้ า้ หรอื ไมก้ วาดเฉพาะกวาดเศษอาหารลงภาชนะรองรับ ไม่กวาดลงพ้ืน จากนั้นใช้ผ้าสะอาดชุบน้�ำ บิดให้หมาด หากมีคราบไขมันให้ใช้น�้ำผสมผงเคมีท�ำความสะอาด รวมถึง จัดโตะ๊ เกา้ อีใ้ ห้เปน็ ระเบยี บ 5. น�้ำดื่ม มีเพียงพอ ในลักษณะก๊อกน�้ำกลางหรือเหยือกน�้ำประจำ� โต๊ะ สะอาด พรอ้ มใชง้ าน ใชว้ สั ดทุ ไ่ี มแ่ ตกหรอื หกั งา่ ย เมอื่ แตกแลว้ ไมค่ มทสี่ ามารถใชเ้ ปน็ อาวธุ ได้ และหลกี เลย่ี ง การดม่ื นำ้� ในภาชนะเดยี วกนั 6. อุปกรณ์ปกปิดอาหาร ต้องท�ำความสะอาด เป็นประจ�ำไม่ให้มีคราบไขมัน ฝุ่นละอองตามรอ่ ง 7. อา่ งลา้ งภาชนะ ตะแกรงผง่ึ ภาชนะ บอ่ ดกั ไขมนั บอ่ ดกั เศษอาหาร ใชห้ ลกั เกณฑ์ สูทกรรม
คู่มือแนวทาง การจดั การอนามัยสง่ิ แวดลอ้ ม และสขุ าภบิ าลอาหารและน้�ำ ในเรอื นจ�ำ 9.1.3 ภาชนะอุปกรณ์ 1. การเลือกใช้ภาชนะอุปกรณ์ - ไมท่ ำ� จากวสั ดมุ พี ษิ หรอื วสั ดทุ ม่ี พี ษิ เปน็ สว่ นประกอบ เชน่ ไมท่ ำ� จากวสั ดใุ ชแ้ ลว้ ไม่ใช้สีตกแต่งส่วนทส่ี มั ผัสกับอาหาร เปน็ ตน้ - แขง็ แรง ทนทาน ไมช่ ำ� รดุ แตกกะเทาะ สกึ หรอ หรอื เปน็ สนมิ งา่ ย ทนตอ่ การ กัดกรอ่ นส�ำหรับอาหารทม่ี รี สจดั และสภาพความเป็นกรดดา่ งสูง - สะดวกตอ่ การทำ� ความสะอาด ทำ� ความสะอาดงา่ ย ปลอดภยั ตอ่ การนำ� ไปใช้ ได้แก่ ผิวเรยี บ ไมม่ ีมมุ ซอกหรอื ร่อง ปากไม่แคบและก้นลึก หากเปน็ ภาชนะหลายช้นิ สามารถ ถอดล้างได้งา่ ย 2. การล้างท�ำความสะอาด ควรล้างภาชะ อุปกรณ์หลังจากการใช้งานแล้ว เม่ือไม่แน่ใจว่าภาชนะ อุปกรณ์น้ันสะอาดเพียงพอ หรือก่อนใช้งาน เม่ือพบ คราบสกปรก และถกู ปนเปอ้ื นระหวา่ งการใชง้ านหรอื การเกบ็ 90 วิธีล้างอาจท�ำได้ 2 วิธี คือ ล้างด้วยมือ และล้างด้วย เครอ่ื งลา้ งจาน ซง่ึ เรอื นจำ� สว่ นใหญใ่ ชว้ ธิ ลี า้ งดว้ ยมอื เนอ่ื งจาก มแี รงงานเพยี งพอ ตามหลกั สขุ าภบิ าลอาหาร การลา้ งดว้ ยมอื มี 3 ขั้นตอน โดยก่อนล้าง ให้แยกภาชนะ ท้ังขนาดและ ประเภทอาหารที่ใส่ คือ อาหารคาว อาหารหวานภาชนะน�้ำด่ืม ถ้าต้องล้างในเวลาเดียวกัน ให้ล้างภาชนะ ใส่น้�ำดื่ม อาหารหวานและอาหารคาว ตามล�ำดับกวาดหรือป้ายเศษอาหาร ท่ีติดมาลงถังเศษอาหารให้ได้มากที่สุดหากท�ำได้ควรใช้น�้ำล้างความสกปรกก่อนด�ำเนินงาน ในขนั้ ตอนถดั ไป ดงั นี้ - ขั้นตอนท่ี 1 ล้างด้วยน้�ำผสมน�้ำยาล้างจาน หรือน�้ำยาท�ำความสะอาด เพอื่ ขจดั คราบไขมนั เศษอาหาร และสง่ิ ปกปรก โดยใชฟ้ องนำ้� ผา้ สะอาด หรอื ใยสงั เคราะหช์ ว่ ย หากมนี ำ้� มนั หรอื ไขมนั มาก ใหใ้ ชน้ ำ้� อนุ่ ผสมนำ้� ยาลา้ งจาน จะชว่ ยใหก้ ำ� จดั ไขมนั ไดง้ า่ ยขน้ึ - ขน้ั ตอนท่ี 2 ลา้ งนำ�้ สะอาดที่ 1 เพอ่ื ลา้ งนำ�้ ยาลา้ งจานจากขน้ั ตอนที่ 1 - ขน้ั ตอนท่ี 3 ลา้ งนำ้� สะอาดที่ 2 เพอ่ื ใหแ้ นใ่ จวา่ นำ�้ ยาลา้ งจานและคราบสกปรก ทอ่ี าจหลงเหลอื ออกหมด หากมกี ารระบาดของโรคทต่ี ดิ ตอ่ มากบั นำ�้ และอาหาร ควรมขี น้ั ตอนการฆา่ เชอ้ื โรค โดยการใชน้ ำ้� รอ้ น 82 – 87 องศาเซลเซยี ส หรอื ใชน้ ำ�้ สะอาด 1 ปบี (20 ลติ ร) ผสมผงปนู คลอรนี 60 เปอรเ์ ซน็ ต์ 1 ชอ้ นชา แชภ่ าชนะอปุ กรณท์ ง้ิ ไว้ 2 นาที และผงึ่ ใหแ้ หง้
การสขุ าภบิ าลอาหาร หลังล้างครบ 3 ข้ันตอนแล้ว ให้น�ำอุปกรณ์คว่�ำไว้บนชั้น ตะแกรงหรือตะกร้า 91 สงู จากพนื้ อยา่ งนอ้ ย 60 เซนตเิ มตร ปลอ่ ยใหแ้ หง้ เองดว้ ยแสงแดด 3. การเกบ็ - เกบ็ เมอื่ ภาชนะและอปุ กรณแ์ หง้ แลว้ เทา่ นน้ั - บรเิ วณทเี่ กบ็ หรอื สถานทเ่ี กบ็ ไมเ่ ปยี กชน้ื ไมม่ แี มลงนำ� โรครบกวน ไมเ่ กบ็ รว่ ม กบั สารเคมี - ชอ้ น สอ้ ม ตะเกยี บ อปุ กรณข์ นาดเลก็ เกบ็ ในภาชนะสงู โปรง่ ทส่ี ะอาด ดา้ มจบั อยดู่ า้ นบน - เครื่องครัว เคร่ืองใช้ชนิดที่มีหูแขวน ถ้าขนาดไม่ใหญ่มากให้เอาส่วนท่ีต้อง สมั ผสั อาหาร หนั เขา้ ผนงั แขวนบนราวตอกตะปตู ดิ ผนงั และผนงั ตอ้ งดแู ลใหส้ ะอาดอยเู่ สมอ - ภาชนะท่ีไม่ได้แขวนหรือแขวนไม่ได้ ถ้าขนาดไม่ใหญ่มาก ให้น�ำไปเก็บใน ตู้สะอาด ไม่อับช้ืน ป้องกันแมลง สัตว์น�ำโรค ถ้าไม่มีตู้เก็บหรือมีขนาดใหญ่ ให้เก็บในที่สะอาด ไมช่ น้ื แฉะ สงู จากพน้ื ไมน่ อ้ ยกวา่ 60 เซนตเิ มตร ไมม่ สี ตั ว์ แมลงรบกวน 4. การใชง้ าน ตอ้ งมกี ารตรวจสอบความสะอาด ความพรอ้ ม สภาพของอปุ กรณ์ ท่ีจะน�ำมาใช้งาน รวมถึงใช้ในลักษณะป้องกันการปนเปื้อนได้ เช่น หลีกเล่ียงการสัมผัสอุปกรณ์ สว่ นทต่ี อ้ งสมั ผสั อาหาร ไมว่ างอปุ กรณบ์ นพนื้ โดยตรง ไมใ่ ชเ้ ขยี งหนั่ หรอื สบั อาหารดบิ และสกุ รว่ มกนั ใชภ้ าชนะอปุ กรณใ์ หเ้ หมาะสมกบั อาหาร และไมน่ ำ� ภาชนะอปุ กรณอ์ าหารไปใชใ้ นกจิ กรรมอยา่ งอนื่
คู่มอื แนวทาง การจัดการอนามยั ส่งิ แวดล้อม และสขุ าภบิ าลอาหารและน�้ำ ในเรอื นจ�ำ 9.1.4 อาหาร 1. การเลือกอาหาร ต้องค�ำนึงถึงประโยชน์ ปลอดภัย ประหยัด ต้องแน่ใจว่า อาหารมคี ุณภาพ สด สะอาด ปลอดภัย ผลิตจากแหลง่ ท่เี ชอื่ ถือง่าย ได้มาตรฐานและการรบั รอง จากหนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ ง เชน่ อย. มอก. ไมม่ สี ภาพผดิ ไปจากธรรมชาติ อาหารตอ้ งเกบ็ ในลกั ษณะ ปกปิด ป้องกันการปนเปื้อน วางสูงจากพื้นอย่างน้อย 60 เซนติเมตร รวมถึงเลือกอาหารที่มี ตามฤดูกาลหรอื ผลิตไดท้ อ้ งถิ่น 2. การปรุงอาหาร ต้องค�ำนึงถึงการสงวนคุณค่าทางโภชนาการ โดยวิธีการปรุง ทเี่ หมาะสมสกุ เสมอ โดยใชอ้ ณุ หภมู แิ ละระยะเวลาทเี หมาะสม สะอาดปลอดภยั ปราศจากสารพษิ ตกค้าง มีวิธีการผลิตที่ถูกต้อง มีสุขนิสัยในการปรุงประกอบอาหารที่ดี และใช้ภาชนะอุปกรณ์ สารปรงุ แตง่ ทถี่ กู ต้อง 3. การเกบ็ อาหาร ใหค้ ำ� นงึ ถงึ สดั สว่ น ไมเ่ กบ็ ปะปนกนั สภาพแวดลอ้ มทเี่ หมาะสม ท่ีสามารถรักษาความสด คุณค่าของอาหารให้มากและนานท่ีสุด ความสะอาดและปลอดภัย 92 สามารถปอ้ งกันการปนเปื้อนได้ เก็บในสถานท่ี ที่มกี ารทำ� ความสะอาดสม่ำ� เสมอ ไม่เกบ็ รว่ มหรอื ใกลก้ ับสารเคมี หากไมไ่ ดท้ �ำการปรุงทันทีต้องเก็บรกั ษา เพ่ือใหค้ งคุณภาพ ดังน้ี - เนอ้ื สด ทเี่ กบ็ ไวไ้ มน่ านเพอื่ รอการปรงุ ตอ้ งลา้ งและหนั่ เปน็ ชนิ้ เลก็ หรอื เปน็ ชน้ิ พรอ้ มปรงุ และเกบ็ ในตเู้ ยน็ ตแู้ ช่ หรอื หอ้ งเยน็ ทม่ี อี ณุ หภมู ติ ำ�่ กวา่ 5 องศาเซลเซยี ส เมอ่ื ปรงุ เสรจ็ แลว้ หากรอรบั ประทานนานเกนิ 2 ชวั่ โมง ควรอนุ่ เปน็ ระยะ ๆ - ผกั ตอ้ งลา้ งใหส้ ะอาด กำ� จดั สว่ นทร่ี บั ประทานไมไ่ ด้ แลว้ เกบ็ ในทท่ี มี่ อี ณุ หภมู ิ ตำ่� กวา่ ปกติ แตไ่ มเ่ ยน็ จดั โดยอณุ หภมู ทิ เี่ หมาะสมอยรู่ ะหวา่ ง 7 – 10 องศาเซลเซยี ส - ไข่ ลา้ งเปลอื กใหส้ ะอาด เกบ็ ทอี่ ณุ หภมู ิ 5 – 7 องศาเซลเซยี ส ถา้ ตอ้ งการเกบ็ ใหน้ านขน้ึ หลงั ลา้ งใหน้ ำ� ไปจมุ่ ขผี้ งึ้ ปดิ รอู ากาศทเ่ี ปลอื กไข่
การสุขาภบิ าลอาหาร - ถว่ั เมลด็ แหง้ และธญั พชื ตอ้ งแนใ่ จวา่ กอ่ นเกบ็ 93 ตอ้ งแหง้ สนทิ ไมช่ น้ื เกบ็ ในภาชนะสะอาด มฝี ามดิ ชดิ อาหารแหง้ บางชนิด เช่น หอม กระเทียม ควรแขวนหรือผ่ึงเกลี่ย ในภาชนะท่ีมีรูโปร่ง อากาศไหลผ่านได้ ตากแดดอ่อน ๆ จนกวา่ จะใชห้ มด - เนื้อสัตว์แห้ง ควรตากแดดหรือผึ่ง ให้แห้งก่อน แขวนในท่ีโปร่ง อากาศไหลผ่าน ป้องกันแมลง หรือสตั วร์ บกวนได้ หรอื เก็บในภาชนะสะอาด ไมอ่ ับชน้ื มีฝาปดิ สงู จากพนื้ อย่างน้อย 60 เซนตเิ มตร - อาหารในภาชนะบรรจปุ ดิ สนทิ ควรเกบ็ ในทโี่ ปรง่ ไมร่ อ้ น ไมช่ นื้ จดั เปน็ สดั สว่ น สูงจากพื้น ชั้นล่างสุดอย่างน้อย 30 เซนติเมตร ส่วนท่ีเหลือจากการรับประทานต้องปิดฝา และเก็บในตู้เย็น 9.1.5 ผู้สัมผสั อาหาร ตอ้ งมสี ขุ วทิ ยาสว่ นบคุ คล และพฤตกิ รรมการเตรยี ม ปรงุ อาหารทถ่ี กู สขุ ลกั ษณะดงั นี้ - มกี ารแตง่ กายทเ่ี หมาะสม สวมเสอื้ มีแขน สวมผา้ กนั เปอื้ นและหมวกคลมุ ผม - รักษาความสะอาดของร่างกายให้ถูกวิธี อยา่ งสมำ�่ เสมอ ลา้ งมอื หลงั เขา้ หอ้ งสว้ ม หลงั หยบิ จบั สง่ิ สกปรก และ กอ่ นปรุงอาหารทุกครั้ง - ระหวา่ งปรงุ ประกอบอาหาร ควรหลีกเลีย่ ง พฤติกรรมที่จะท�ำให้เกิดการปนเปื้อนสู่อาหาร เช่น การแคะ แกะ เกาสว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกาย การสบู บหุ ร่ี และไมใ่ ช้ มือเปล่าหยบิ จับอาหารพร้อมบรโิ ภค - มีพฤติกรรมการเสิร์ฟอาหาร ท่ีถูกสุขลักษณะ ไม่หยิบจับภาชนะบริเวณท่ีใช้สัมผัส อาหาร - ผู้สัมผัสอาหาร ควรได้รับการอบรม ความรดู้ า้ นสขุ าภบิ าลอาหารจากหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง - ไมค่ ลกุ คลีกับผู้ป่วยท่เี ป็นโรคตดิ ต่อ - ดูแลรักษาสุขภาพ และควรตรวจ สขุ ภาพทวั่ ไป อยา่ งนอ้ ยปีละ 2 คร้งั
ค่มู อื แนวทาง การจดั การอนามยั ส่งิ แวดล้อม และสุขาภิบาลอาหารและนำ้� ในเรอื นจำ� 9.1.6 สตั ว์ แมลงพาหนะ นำ� โรค ต้องมีการควบคมุ ป้องกันดว้ ยวิธีการทางสขุ าภบิ าลส่งิ แวดล้อม โดยมหี ลกั การดงั นี้ 1. เก็บเศษอาหารและขยะ ใส่ถังขยะท่ีมีฝาปิดมิดชิด ไม่รั่วซึม และน�ำไปก�ำจัด อย่างเหมาะสม 2. ควรมีอุปกรณ์ป้องกันสัตว์และแมลงตามความเหมาะสม และท�ำความสะอาด สม่ำ� เสมอ 3. บรเิ วณปรุง ประกอบอาหารไม่ควรอยใู่ กล้กองขยะ ที่พักขยะ หรือทเ่ี ลีย้ งสัตว์ 4. ถ้ามีส้วมในบริเวณใกล้เคียง ควรกวดขันเร่ืองความสะอาด และการก�ำจัด อุจจาระทถี่ ูกวธิ ี 5. ก�ำจัดน�ำ้ โสโครกอยา่ งถูกวิธี ตรวจสอบทางระบายนำ�้ บอ่ ดกั อาหารและไขมนั ไมใ่ หม้ เี ศษอาหารตกคา้ ง 6. กรณมี กี ารรบกวนของแมลง สตั วน์ ำ� โรคจำ� นวนมาก อาจตอ้ งใชว้ ธิ กี ลหรอื สารเคมี 94 เป็นคร้งั คราวไป แต่ไม่ควรใชส้ ารเคมตี อ่ เนอ่ื งเป็นเวลานาน หรือบอ่ ยเกินไป 9.2 การเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหาร วัตถุประสงค์ของการเฝ้าระวังสุขาภิบาลอาหาร เพ่ือประเมินสถานการณ์ด้านสุขาภิบาล อาหารของสถานท่ีเตรียม ปรุง ประกอบอาหารในเรือนจ�ำ และความปลอดภัยของอาหาร เพ่ือการวางแผนการด�ำเนินงานควบคมุ ความปลอดภัยของอาหารได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ ในการด�ำเนินการเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหาร ควรด�ำเนินการให้ครบปัจจัยท่ีส�ำคัญ ที่มีผลต่อความสะอาดปลอดภัยของอาหาร ซ่ึงได้แก่ ส่ิงแวดล้อม (สถานท่ี การจัดการน้�ำเสีย และขยะ) ตัวอาหาร (อาหาร สารปรุงแต่งอาหาร) บุคคล (ผู้สัมผัสอาหาร) ภาชนะอุปกรณ์ และสัตวแ์ มลงน�ำโรคซ่งึ สามารถแบง่ การดำ� เนินการออกเป็น 2 ด้าน ไดแ้ ก่ 1. ด้านกายภาพ หมายถึง การเฝ้าระวังสภาพและมาตรฐานทางสุขาภิบาลอาหาร ของสถานทเ่ี ตรียม ปรงุ ประกอบอาหาร ในเรอื นจำ� 2. ดา้ นชวี ภาพ หมายถงึ การเฝา้ ระวงั การปนเปอ้ื นของเชอ้ื โรคในอาหาร ภาชนะอุปกรณ์ และมือ ผู้สัมผัสอาหารโดยใช้ชุดตรวจสอบหาการปนเปื้อนเช้ือโคลิฟอร์มแบคทีเรียภาคสนาม SI-2 (อ 13) ซ่ึงกรมอนามัยได้พัฒนาขึ้นมา ต้ังแต่ปี 2535 และมีการพัฒนามาอย่างตอ่ เนอ่ื ง จนถงึ ปจั จบุ นั (รายละเอยี ดแสดงในภาคผนวก 4)
การสขุ าภิบาลอาหาร 9.3 พฤติกรรมอนามัยในการบริโภคอาหารให้ปลอดภัย 95 อาหารและนำ�้ ดม่ื เปน็ สง่ิ จำ� เปน็ สำ� หรบั มนษุ ย์ ปจั จบุ นั โรคทเี่ กดิ จากอาหารและนำ�้ เปน็ สอื่ ซึ่งมีจ�ำนวนผู้ป่วยปีละกว่าล้านคน เช่น อหิวาตกโรค อาหารเป็นพิษ บิด ไทฟอยด์ เป็นต้น เปน็ สาเหตุส�ำคัญของการเจ็บป่วย ทีส่ �ำคญั ของประชาชนในประเทศไทย การป้องกนั โรคเหล่าน้ี จงึ เปน็ สิง่ สำ� คญั ทปี่ ระชาชนสามารถป้องกันตนเองได้ ดว้ ยการมีพฤตกิ รรมอนามยั ในการบรโิ ภค อาหารใหป้ ลอดภยั ดังน้ี 9.3.1 กนิ ร้อน ช้อนกลาง ลา้ งมอื 1. การรับประทานอาหารปรุงสกุ ใหม่ กนิ อาหารทปี่ รงุ สกุ ใหม่ กนิ อาหารทนั ทหี ลงั จากปรงุ อาหารใหส้ กุ ดว้ ยความรอ้ น ปรุงอาหารด้วยความร้อนให้สุกอย่างท่ัวถึง ไม่ปรุงอาหารแบบสุก ๆ ดิบ ๆ และเก็บอาหารสุก อยา่ งเหมาะสม เพอ่ื ลดการปนเปื้อน 2. การใช้ช้อนกลาง ความหมายของช้อนกลาง หมายความรวมถึง ช้อนที่มีไว้ในส�ำรับกับข้าว เพอื่ ใชต้ กั แบง่ อาหารมาใสจ่ านของผกู้ นิ โดยอาจเปน็ อปุ กรณอ์ นื่ ทเ่ี หมาะสมกบั ประเภทของอาหารนน้ั ๆ เชน่ สอ้ ม ทค่ี บี ตะเกยี บ เปน็ ตน้ รวมถงึ การใชแ้ กว้ นำ้� ประจำ� ตวั ซง่ึ ตอ้ งมกี ารดแู ลเรอื่ งความสะอาด สขุ ลกั ษณะการใช้งาน การสร้างสุขนิสัย ในการกินอาหารร่วมกนั การใชช้ อ้ นกลาง ช่วยปอ้ งกนั โรคตดิ ต่อต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคท่ีตดิ ตอ่ ผ่านทางน้ำ� ลาย เชน่ ไขห้ วัดใหญ่ คอตบี คางทูม วัณโรค โปลิโอ ไวรัสตับอักเสบ เป็นต้น ไม่ให้แพร่กระจายระหว่างบุคคล และป้องกันน้�ำลายของผู้กิน ไม่ให้ลงไปปนเปื้อนอาหาร ท�ำให้บูดเสียง่าย ทั้งยังเป็นการสร้างพฤติกรรมอนามัยที่ถูกต้อง ใหเ้ ป็นวฒั นธรรมที่ดงี ามในการกนิ อาหารรว่ มกนั
คมู่ ือแนวทาง การจัดการอนามยั สิง่ แวดลอ้ ม และสขุ าภิบาลอาหารและนำ�้ ในเรอื นจำ� 3. การลา้ งมอื มอื มโี อกาสสมั ผสั สงิ่ ของรอบ ๆ ตวั ทอ่ี าจปนเปอ้ื น นำ�้ มกู นำ�้ ลายของผปู้ ว่ ย เชน่ ลกู บดิ ประตู แกว้ นำ้� ผา้ เชด็ หนา้ โทรศพั ท์ ราวบนั ได เปน็ ตน้ ซงึ่ จะทำ� ใหม้ อื สกปรก และไดร้ บั เชอ้ื โรค ปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกาย โดยเชื้อโรคจะเข้าทางเย่ือบุจมูก ตา และปาก ดังนั้น จึงต้องดูแลมือ ใหส้ ะอาด โดยการลา้ งมอื ดว้ ยนำ�้ และสบทู่ กุ ครง้ั กอ่ นรบั ประทานอาหาร กอ่ นและหลงั การเตรยี ม ปรุงอาหาร หลังเข้าหอ้ งส้วม หลังสัมผสั ส่ิงสกปรก เช่น หลังการไอ จาม สง่ั น�ำ้ มูก จบั ตอ้ งขยะ และหลงั การสมั ผัสสัตว์ทุกชนดิ 96
บทที่ ๑ บทน�ำ 97 บทท่ี การด�ำเนินงานพัฒนา ปรับปรุง การจัดการอนามัยส่ิงแวดล้อม สุขาภิบาลอาหารและน้�ำ ในเรือนจ�ำ
ค่มู ือแนวทาง การจัดการอนามยั สง่ิ แวดล้อม และสุขาภบิ าลอาหารและน�ำ้ ในเรอื นจำ� บทที่ การด�ำเนินงานพัฒนา ปรบั ปรงุ การจัดการอนามยั สิง่ แวดลอ้ ม และสุขาภิบาลอาหารและนำ้� ในเรือนจ�ำ การจดั การดา้ นอนามยั สงิ่ แวดลอ้ มและสขุ าภบิ าลอาหารและนำ้� ในเรอื นจำ� เปน็ การดำ� เนนิ งาน เพอ่ื จดั การปรบั ปรงุ และควบคมุ สภาพสงิ่ แวดลอ้ มใหม้ คี วามเหมาะสม ไมเ่ กดิ อนั ตรายตอ่ สขุ ภาพอนามยั 98 รวมทั้งการใช้ชีวิตประจ�ำวันของผู้ต้องขัง ตลอดจนเจ้าหน้าท่ีในเรือนจ�ำ และครอบคลุมไปถึง การจัดการมิให้เรือนจ�ำ ก่อให้เกิดมลพิษกับส่ิงแวดล้อมบริเวณใกล้เคียงด้วย ซึ่งการด�ำเนินงาน ดังกล่าว นับเป็นการส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ต้องขัง เนื่องจากการด�ำเนินงาน อนามัยสงิ่ แวดล้อมที่ดี ส่งผลตอ่ สขุ ภาพและความเปน็ อยู่ที่ดขี องทุกคน การจดั การดา้ นอนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม และสขุ าภบิ าลอาหารและนำ้� ในเรอื นจำ� มขี อบเขตงาน ทกี่ วา้ ง และจำ� เปน็ ตอ้ งมกี ารดำ� เนนิ งานรว่ มกนั ระหวา่ งเรอื นจำ� และหนว่ ยงานสาธารณสขุ ในพนื้ ท่ี หนว่ ยงานสาธารณสขุ สามารถสนบั สนนุ โดยเข้าตรวจประเมนิ ดา้ นอนามัยสิง่ แวดลอ้ มในเรือนจ�ำ รวมทั้งให้ข้อแนะน�ำในการด�ำเนินการปรับปรุงแก้ไขที่ถูกต้องเหมาะสม เพ่ือป้องกันผลกระทบ ต่อสขุ ภาพของผูต้ อ้ งขงั ความถี่ของการเขา้ ตรวจประเมินข้ึนอยู่กับปัญหาทีพ่ บ และความจำ� เปน็ เร่งด่วน แตอ่ ยา่ งนอ้ ยควรมีการตดิ ตามการด�ำเนินงานสม่ำ� เสมอ อย่างนอ้ ยทุก 6 เดือน 10.1 การด�ำเนินงานการจัดการอนามัยส่ิงแวดล้อม และสุขาภิบาลอาหารและน�้ำ ในเรือนจ�ำ ท้ัง 8 ด้าน ต้องน�ำกลวิธีด�ำเนินงานตามข้ันตอน ดังน้ี 1. ส�ำรวจข้อมูลเพื่อหาปัญหา ซึ่งเรือนจ�ำสามารถท�ำได้โดยใช้แบบประเมินสิ่งจ�ำเป็น ขั้นพ้ืนฐานส�ำหรับผู้ต้องขัง ท้ังน้ีอาจด�ำเนินการในลักษณะของคณะท�ำงานท่ีมีทั้งเจ้าหน้าท่ี เรือนจ�ำและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง เช่น ส�ำนักงานสาธารณสุขในพื้นท่ี สำ� นกั งานเทศบาล องคก์ ารบริหารส่วนต�ำบล โรงพยาบาลในพื้นท่ี เป็นตน้ เข้ารว่ มคณะทำ� งาน เพือ่ ความรว่ มมือในการแก้ไขปญั หาได้อย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม
การดำ�เนนิ งานพัฒนา ปรับปรุง การจดั การอนามัยสิง่ แวดล้อม สุขาภบิ าลอาหารและนำ้� ในเรือนจ�ำ 2. วิเคราะหส์ ภาพปัญหา น�ำขอ้ มลู สภาพปญั หามาจดั ล�ำดับความส�ำคัญ กำ� หนดรูปแบบ 99 ดำ� เนนิ การ กำ� หนดหรอื ประมาณการงบประมาณ กำ� หนดระยะเวลา บคุ ลากรตลอดจนหนว่ ยงาน ท่เี กยี่ วขอ้ ง 3. ด�ำเนินการปรับปรุงตามรูปแบบหรือลักษณะท่ีมีการตกลงของคณะท�ำงานที่ได้ วิเคราะหส์ ภาพปัญหาของเรือนจ�ำ ท้งั การดำ� เนนิ การทไ่ี มต่ อ้ งใชง้ บประมาณ และการดำ� เนินการ ทีต่ ้องใชง้ บประมาณ 4. การติดตามผล ต้องมีการติดตามผลความก้าวหน้าในการด�ำเนินงานเป็นระยะ โดย คณะทำ� งาน ตามกำ� หนดระยะเวลา เพอ่ื ตดิ ตามวา่ การดำ� เนนิ งานนนั้ เหมาะสมหรอื สามารถแกไ้ ข ปญั หาได้ ตอ้ งมกี ารปรบั เปลยี่ นในสว่ นทย่ี งั ไมเ่ หมาะสมในวธิ หี รอื ลกั ษณะใดเพอื่ ใหก้ ารดำ� เนนิ งาน บรรลตุ ามวัตถุประสงค์ 5. การประเมนิ ผล โดยใชแ้ บบประเมนิ ทใ่ี ชป้ ระเมนิ ในขอ้ 1 เพอ่ื เปรยี บเทยี บความแตกตา่ ง ระหว่างการด�ำเนินการและหลังด�ำเนินการ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ และใช้ข้อมูล จากการประเมนิ ผลในการพัฒนางานต่อไป 10.2 ข้อพิจารณาในการวางแผนปรับปรุงอนามัยส่ิงแวดล้อม และสุขาภิบาลอาหาร และน้�ำ ในเรือนจ�ำ ในการดำ� เนนิ งานอนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม และสขุ าภบิ าลอาหารและนำ�้ ในเรอื นจำ� มขี อ้ พจิ ารณา ในการวางแผนปรบั ปรงุ ดงั นี้ 1. การวางแผนเกยี่ วกบั การรักษาความสะอาด ได้แก่ 1.1 การจดั เตรยี ม จดั สรรงบประมาณแยกไวโ้ ดยเฉพาะ เพอ่ื การดแู ลรกั ษาความสะอาด จดั ซอ้ื อปุ กรณใ์ นการทำ� ความสะอาด ซอ่ มแซมวสั ดทุ ใ่ี ชใ้ นงานอนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม สขุ าภบิ าลอาหาร และนำ�้ ในเรอื นจ�ำ 1.2 การแบ่งประเภทของงานในการดูแลรักษาความสะอาด เช่น งานที่ต้องท�ำ ความสะอาดประจำ� วนั งานทที่ ำ� ความสะอาดประจำ� สปั ดาห์ งานทต่ี อ้ งทำ� ความสะอาดเดอื นละครง้ั ทุก 6 เดือน หรอื ปลี ะคร้งั เปน็ ต้น 1.3 การก�ำหนดผู้รับผิดชอบงานให้เหมาะสม ควรจัดแบ่งผู้ต้องขังรับผิดชอบท�ำ ความสะอาดตามจุดตา่ ง ๆ ของเรือนจำ� อยา่ งทว่ั ถึง เหมาะสมกับความสามารถและชนิดของงาน โดยมเี จ้าหน้าท่ีเป็นผ้คู วบคมุ ดูแลและมีคณะทำ� งานเปน็ ทีป่ รึกษา 1.4 จดั เตรยี มอปุ กรณเ์ ครอื่ งมอื เครอื่ งใชใ้ นการทำ� ความสะอาดใหพ้ รอ้ มและเพยี งพอ
คู่มอื แนวทาง การจัดการอนามยั สงิ่ แวดล้อม และสขุ าภบิ าลอาหารและน้�ำ ในเรอื นจ�ำ 1.5 ด�ำเนินการช้ีแจง หรืออบรมวิธีการท�ำความสะอาดท่ีถูกต้องแก่ผู้รับผิดชอบ อย่างชดั เจน 1.6 รับฟังปัญหาของผู้รับผิดชอบในการท�ำความสะอาดแต่ละจุด เพื่อน�ำมาสรุป เป็นปญั หาภาพรวม น�ำไปสกู่ ารจดั หาแนวทางการแกไ้ ขตอ่ ไป 1.7 สถานท่ีทุกทใ่ี นเรือนจ�ำ ต้องมีการดแู ลความสะอาด ความมีระเบียบ การจัดเกบ็ อุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ภายหลังการใช้งานอย่างมีระเบียบและเป็นสัดส่วน มีการซ่อมบ�ำรุง ใหอ้ ยใู่ นสภาพพร้อมใช้งาน 2. การจดั ทำ� แผนงาน/โครงการ ปรบั ปรงุ รกั ษาสภาพการจดั การอนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม และ สขุ าภิบาลอาหารและน�้ำ ในเรอื นจำ� เรอื นจำ� ควรจัดทำ� โครงการปรับปรงุ การจดั การอนามัยส่งิ แวดล้อม และสขุ าภบิ าลอาหาร และน�ำ้ ในเรอื นจำ� อยา่ งน้อยปีละ 1 โครงการ และก�ำหนดระยะเวลาของการขับเคล่ือนโครงการ อยา่ งชดั เจน โดยตระหนกั ถงึ ความสำ� คญั ของปญั หาทต่ี อ้ งการแกไ้ ขตามทไี่ ดม้ กี ารคน้ หาวเิ คราะห์ 100 มีการชแ้ี จงท�ำความเขา้ ใจถึงวัตถุประสงค์ของการดำ� เนินงานอย่างชัดเจน การแก้ไขปัญหาทางด้านการจัดการอนามัยส่ิงแวดล้อม และสุขาภิบาลอาหารและน้�ำ ในเรอื นจำ� อาจไมป่ ระสบผลสำ� เรจ็ อยา่ งรวดเรว็ สว่ นหนง่ึ มาจากพฤตกิ รรมสว่ นบคุ คลของผตู้ อ้ งขงั รวมท้งั เจ้าหนา้ ทเ่ี รือนจำ� ท่ตี ้องใชเ้ วลา กลวิธี และงบประมาณสนบั สนุน ตลอดจนความร่วมมอื ของบคุ คลหลายฝา่ ยทงั้ ภายในเรอื นจำ� และหนว่ ยงานภายนอกทเี่ กย่ี วขอ้ ง ทส่ี ำ� คญั การดำ� เนนิ งาน การจดั การอนามัยสงิ่ แวดล้อม และสขุ าภิบาลอาหารและน�้ำ ในเรือนจำ� ต้องมคี วามตอ่ เนื่อง
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164