Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือเรือนจำ ฉบับสมบูรณ์ ปี 2563

Description: คู่มือเรือนจำ ฉบับสมบูรณ์ ปี 2563

Search

Read the Text Version

การจดั การมูลฝอย 49 ถุงพลาสตกิ 1. ท�าดวยวัสดุที่มีคุณสมบัติพิเศษเหมาะสม เชน ถงุ พลาสตกิ ท่ีมีความทนทาตอการรับนา้� หนกั ทนตอสารเคมี มีความเหนยี ว ไมฉีกขาดไดงาย สามารถกนั นา้� ได และไมรัว่ ซมึ 2. สีของถุงใสมูลฝอยติดเช้ือ จะตองมีลักษณะ เดนชดั และมคี �าเตือนเฉพาะ เชน ควรเปนสีแดงสด ทึบแสง และพิมพค�าเตือน “มูลฝอยติดเชื้ออันตราย” สีด�า อยูใตรูปหวั กะโหลกไขว 3. ขนาดของถุงควรมีหลายขนาดใหเลือกใช และมคี วามจุเพยี งพอส�าหรบั บรรจุมูลฝอย ติดเชอื้ ไมเกิน 1 วัน 4. ใหบรรจมุ ูลฝอยติดเช้ือประมาณสามในสี่ของถุง แลวผกู มดั ปากถงุ ใหแนนดวยเชอื ก กลองหรอื ภาชนะทีใ่ ชบรรจมุ ลู ฝอยตดิ เชอ้ื ประเภทของมคี ม เชน เขม็ มีด เศษแกว ฯลฯ จะตองท�าดวยวัสดทุ ี่แขง็ แรง ทนทานตอการแทงทะลุ เชน พลาสติกแข็ง กระดาษแขง็ หรือโลหะ 1. ท�าจากวสั ดุทีม่ คี วามทนทาน มคี วามเหนียว 2. ฝากลองหรือถังสามารถปดไดมดิ ชิด และปองกนั การรว่ั ไหลของของเหลวภายในถงั และสามารถยกหรือหิว้ ไดโดยสะดวก โดยไมมีการสัมผสั กับมลู ฝอยตดิ เช้ือทอ่ี ยภู ายใน







การควบคมุ สัตวแ์ ละแมลงพาหะนำาโรค 7.1 แนวทางการควบคุมกำาจัดสัตวและแมลงพาหะนาำ โรค 1. หนู หนูเปนสตั วเลยี้ งลูกดวยนม มลี ักษณะชอบกดั แทะท�าลายวัสดุส่ิงของ กนิ อาหารไดทกุ ชนดิ ทั้งทคี่ นรับประทานได จนถึงชนิดทีส่ กปรก เนาเสีย เชน เศษอาหารตามทอน�้า ขยะมูลฝอย เสนทางหากินของหนแู ละสถานทท่ี �ารงั มักอยูในทีอ่ บั ทึบ สกปรก รกรุงรงั ดังนัน้ หนูจงึ เปนสัตว ท่ีเปนพาหะน�าโรคมาสูคนได หนูทีม่ คี วามสา� คญั ตอสขุ ภาพอนามัยของมนุษยไดแก หนนู อรเวยหนูหนงั คาและหนหู ร่งิ ซ่ึงโรคทีห่ นนู �ามาสมู นษุ ย เชน หมดั หนนู �าเชอ้ื กาฬโรค และโรค Murine Typhus อจุ จาระและ ปสสาวะของหนูอาจมีเชอื้ Leptospirosis (โรคฉ่หี นู), Salmonellosis, Hemorrhagic Jaundice, Amoebic Dysentery, Trichinosis วธิ กี ารส�ารวจรองรอยหนู การศึกษารองรอยของหนูมีความส�าคญั และจ�าเปนมากกอนท่ีจะท�าการปองกัน ก�าจัด และควบคุมหนู เพราะจะชวยท�าใหเรารูวามหี นูในบรเิ วณนน้ั หรือไม รองรอยที่จะทา� ใหเราสังเกตไดมี ดงั นี้ 1. รอยแทะ เน่ืองจากหนูมีนิสยั ชอบแทะ ฉะนนั้ หากพบรอยแทะใหมกเ็ ปนการยืนยนั วา มหี นูอยู 2. โพรงหรือรู ซึง่ หนใู ชเปนที่อาศัย ถายังมหี นอู าศัยอยจู ะมลี กั ษณะเปยกชนื้ เรยี บเปนมัน และอาจมีขนติดอยดู วย 3. รอยถู เนื่องจากหนชู อบวิ่งบนเสนทางเดิม เวลาออกหากินถามีหนูอยูบริเวณนั้น จะพบวาผิวดินบริเวณน้ันเปนทางราบเรียบไมมีตนหญาขึ้น หรือตามผนัง ขื่อไม ก�าแพง จะมรี อยคราบดา� ทม่ี ขี นหนตู ิดอยู เวลาเดิน ว่งิ ผานเปนเวลานาน ๆ จะเห็นไดชดั เจน 4. พบขีห้ นู ใหสังเกตดูเฉพาะมลู หนใู หม ๆ (มีลักษณะออนเวลากดเปลยี่ นรูปไดงาย เปนมันวาว) ถาพบแสดงวามหี นอู ยบู ริเวณนั้น 5. ลกั ษณะอนื่ ๆ ทีอ่ าจเปนรองรอย ท่จี ะบอกไดวามหี นูอยูบรเิ วณนัน้ ไดแก เสียงรอง กล่ินสาบ ซากหนู รอยเทา หนู ฯลฯ

คู่มือแนวทาง การจัดการอนามยั สงิ่ แวดล้อม และสุขาภิบาลอาหารและน้ำา ในเรอื นจำา การควบคุมและก�าจัดหนู 1. การปรับปรงุ สุขลักษณะและการสขุ าภบิ าลสิง่ แวดลอม วิธีน้ีอาจตองใชเวลา แตใหผล ในการควบคุมไมใหหนใู ชเปนแหลงท่ีอยอู าศยั หรอื แพรพันธุไดอยางถาวรยั่งยืน โดยมกี ารควบคุม ปจจัย 3 อยาง ท่ที �าใหหนแู พรพนั ธอุ ยางรวดเร็ว คือ อาหาร นา�้ ท่อี ยู ซงึ่ สามารถปฏิบัติไดดวย วธิ ีการตาง ๆ ดงั น้ี - การเก็บรวบรวมมลู ฝอยในถังมลู ฝอยหรอื ทพ่ี กั รวมมูลฝอยที่มดิ ชดิ - การกา� จดั เศษอาหารในรางระบายน�้า เพอื่ ไมใหเปนแหลงอาหารของหนู - เก็บอาหารแหง ในตูหรอื หองเก็บอาหารใหมิดชดิ ไมใหหนูสามารถเขาไปได - ปดชองทางท่หี นใู ชเปนเสนทางเขาออกอาคาร 2. การควบคุมกา� จัดดวยวิธกี ล ไดแก การใชกรงดัก กบั ดกั กาวดกั หนู การควบคมุ กา� จดั หนู ดวยวิธกี ล มขี อดคี ือ มคี วามปลอดภยั ในการใช ไมมสี ารเคมีตกคาง 3. การควบคุมก�าจดั ดวยสารเคมี ตองค�านึงถงึ อนั ตรายตอคนและสัตวเลยี้ ง สารเคมีท่ีใช ควรมฤี ทธท์ิ �าลายสูงและรวดเร็ว เชน สารหนู (Arsenic) สตริกนนิ ฟอสฟอรัส (Strychnine Phosphorus) เรดสควลิ ล (Red Squill) แบเรียมคารบอเนต (Barium Carbonate) นิยมใช ในกรณีเกิดโรคระบาด หรืออาจใชสารประเภทออกฤทธิช์ าทเี่ ปนประเภทหามการแขง็ ตัวของเลือด (Anticoagulant) ซึ่งหนูจะไมตายในครง้ั แรก ตองกินซา�้ หลายคร้งั โดยใชเวลาประมาณ 7 วัน สวนใหญมกั ตายในรงั ซึ่งมผี ลเสียในเรือ่ งการคนหาซากหนไู ปก�าจดั จงึ ไมคอยนิยมใชกัน ยาเบอื่ ดงั กลาว เชน โบรไดคาฟูม โฟลคูมาเฟน (Flocoumafen) โบรมาดิโอโลน (Bromadiolone) หรือไดเฟทธอิ ะโลน ชนดิ ใดชนดิ หน่ึง สารก�าจัดหนทู ีก่ ลาวมาแลวปจจุบัน บรษิ ัทผูผลิตไดท�าเปน เหยอ่ื พษิ ส�าเร็จรปู สามารถใชก�าจัดหนูไดตลอดท้งั ป การใชสารเคมีเบอื่ หนูในเรอื นจ�า เจาหนาที่ ตองระมัดระวังในเรื่องการใช การเก็บสารเคมีเหลาน้ี หลีกเลี่ยงการใหผูตองขังเปนผูใช หรือเก็บสารเคมี ปองกันการน�าไปใชในทางทีไ่ มเหมาะสม

การควบคมุ สตั ว์และแมลงพาหะนำาโรค 2. ยงุ ลาย ยงุ ในประเทศไทยมหี ลายชนดิ เชน ยงุ ร�าคาญ ยุงลาย ยุงกนปลอง เปนตน ยุงเปนพาหะของโรคตาง ๆ ไดแก โรคมาลาเรีย (ไขจบั สนั่ ) โรคไขเลือดออก ไขสมองอักเสบ โรคเทาชาง แตส�าหรับในพ้ืนที่ของเรือนจ�าจะมีโอกาสพบ ยุงร�าคาญและยุงลายไดมากที่สุด เนอ่ื งจากมีสภาพแวดลอม ท่เี หมาะสม แตในทน่ี ้ีจะกลาวถงึ วธิ กี ารควบคมุ และปองกันยุงลาย ซงึ่ เปนพาหะน�าโรคไขเลือดออก ยุงลายทพี่ บสวนใหญ คือ ยงุ ลายบาน (Aedes Aegypti) และยุงลายสวน (Aedes Albopictus) การควบคมุ และก�าจัดลกู น้�าและยุงลาย 1. ก�าจดั แหลงเพาะพันธุยุงลาย ด�าเนินการก�าจัดหรอื ปองกันไมใหมีแหลงเพาะพนั ธุ ยุงลายภายในเรือนจ�า โดยมีแหลงเพาะพันธยุ งุ ลาย ดงั นี้ ก�าจดั แหลงเพาะพันธุยงุ ลาย คอื แหลงน�า้ ขงั ชนดิ ตาง ๆ ทีม่ นุษยสรางขน้ึ เชน โอง น�้าดื่มน้�าใช บอซีเมนตเก็บน้�าในหองน�้า แจกนั จานรองกระถางตนไม ยางรถยนตเกา และเศษวัสดตุ าง ๆ ทมี่ นี �้าขัง เปนตน - แหลงเพาะพนั ธยุ ุงลายสวน คือ แหลงนา้� ขงั ทางธรรมชาติ เชน โพรงไม โพรงหนิ กระบอกไมไผ กาบใบพืชจ�าพวกกลวย พลบั พลึง หมาก คนู เปนตน 2. การควบคมุ และกา� จัดลกู นา้� ยงุ ลาย มหี ลายวิธี ไดแก วธิ ีทางกายภาพ วิธที างชวี ภาพ และวิธที างเคมี ดงั นัน้ จงึ ควรเลือกใชใหเหมาะสมกับประเภทของแหลงเพาะพนั ธุที่พบลูกน�้า ยุงลาย โดยตองค�านึงถงึ ความปลอดภัยตอมนษุ ย สตั วเลี้ยง และส่ิงแวดลอม - การควบคมุ และกา� จดั ลูกนา้� ยุงลายวธิ ีทางกายภาพ เชน การปดปากภาชนะกกั เก็บนา�้ ดวยตาขายไนลอนหรอื ฝาอะลูมิเนยี มหรอื วสั ดอุ น่ื การเปลีย่ นน�้าแจกันทกุ 7 วัน การใสทราย ในจานรองกระถางตนไม เปนตน - การควบคุมและก�าจดั ลูกน�้ายุงลายดวยวิธีทางชีวภาพ เชน การใชปลาหางนกยูง ปลาแกมบเู ซีย ใสในบอซีเมนตในหองนา�้ อางบวั บอเลย้ี งปลาสวยงาม เพอ่ื ใหกนิ ลกู นา้� ยงุ ลาย - การควบคุมและการก�าจดั ลูกนา้� ยุงลายวิธที างเคมี เชน การใสเกลอื แกง นา้� สมสายชู ผงซกั ฟอก ในถวยหลอขาตกู ับขาว การใชทรายกา� จัดลกู น้�าในอัตราสวน 1 กรมั ตอนา้� 10 ลติ ร การใชน�า้ มนั ผลติ ผลจากนา้� มนั เทหรอื พนลงในแหลงเพาะพันธุยงุ เคลอื บผิวน�้า แตจะตองค�านงึ ถึง การที่อาจจะท�าใหสัตวน้�าในแหลงน�้าเปนอนั ตรายไปดวย มีความสกปรกตกคาง มกี ลน่ิ เหมน็ จากนา�้ มัน ท�าใหแหลงนา�้ นนั้ เนาเสยี ได เปนตน นอกจากนี้ ยังอาจใชสารประกอบคลอริเนเทต

คูม่ อื แนวทาง การจัดการอนามยั สิ่งแวดลอ้ ม และสขุ าภิบาลอาหารและนำ้า ในเรือนจำา ไฮโดรคารบอน เชน ดีดีที เบนซิน เฮกซาคลอไรด ลนิ ดนิ คลอเดน เดลดรนิ ซึง่ มีฤทธ์ินาน ใชไดดี แตสามารถตกคางในพืช สตั วนา�้ จึงตองระวงั ในการใชงานใหมคี วามเขมขนท่ีเหมาะสม ตามขอบงใช ของผลติ ภัณฑ 3. การก�าจัดตวั แกของยุงลาย - การใชสารเคมีก�าจัดยุง เชน คลอเดน ลินเดน มาลาไธออน 20% เฮกซาคลอไรด 1.5% เปนตน ทัง้ นตี้ องใชดวย ความระมดั ระวงั โดยเลือกสารเคมที ่ปี ลอดภยั กบั คนและสัตวเลยี้ ง ปจจุบันสารเคมกี �าจดั ยุงมีทงั้ ชนดิ สูตรน�้ามันและชนิดสูตรน้�า ซึง่ ชนิดสูตรน้�ามีความปลอดภัยตอคน สตั ว และสิง่ แวดลอมมากกวา โดยถาเปนการกา� จดั ยงุ ในหองนา�้ หรอื พน้ื ที่ไมมากอาจใชสารเคมีก�าจดั ยงุ ในรปู แบบกระปองอัดนา�้ ยาเคมี ส�าหรบั พนฉีดไดทันที หรอื ชนิดเติมนา�้ ยาและผใู ชตองสบู ฉดี นา้� ยา ขณะพน แตถาหากเปนการก�าจดั ยุงในพ้นื ทขี่ นาดใหญอาจใชเครือ่ งพนสารเคมีก�าจดั แมลง ไดแก 56 เครือ่ งพนฝอยละเอียด ULV เครื่องพนละอองฝอย เครื่องพนหมอกควนั การใชสารเคมเี พอ่ื ใหเปน แผนฟลมบาง ๆ ติดทพี่ น้ื ที่ผิว เพอ่ื ใหสารเคมีเกาะทีพ่ ื้นผิวและออกฤทธิไ์ ปอกี เปนระยะเวลานาน - การใชอุปกรณกา� จดั ยงุ เชน กับดักไฟฟา อุปกรณก�าจดั ยุงไฟฟาแบบใชแบตเตอรี่ (ถานไฟฉาย) มรี ปู รางคลายไมเทนนสิ ใชโบกใหยงุ ถูกไฟชอ็ ตตาย นอกจากการก�าจัดลูกน้�ายุงลายแลว ควรมีการส�ารวจความชุกชุมลูกน�้ายุงลายดวย เพอ่ื สา� รวจแหลงที่อยแู ละพิจารณาความชกุ ชุม ดวยการใชคา Container Index (CI) เปนดชั นี วดั ความชุกชุมของยุงลาย โดยตองมคี า CI เทากับ 0 Container Index (CI) คอื รอยละของภาชนะท่ีพบลกู น้�ายงุ ลาย CI จา� นวนภาชนะทีพ่ บลูกน้�า x 100 จ�านวนภาชนะท่ีส�ารวจทง้ั หมด 4. การปองกนั ไมใหยุงกดั ท�าไดหลายวธิ ี เชน การกรมุ งุ ลวด ปดกั้นตามชองวางในอาคาร ตองค�านงึ ถงึ ความถข่ี องมงุ ลวดทกี่ น้ั ตัวยงุ ได สวนใหญควรใชมุงลวด 20 Meshesตอนว้ิ การใชมงุ การใชยาไลยุง ซ่งึ ตองดูขอบงใช และวธิ ีการอยางถูกตอง

การควบคุมสัตว์และแมลงพาหะนำาโรค 3. แมลงสาบ 57 แมลงสาบ อยูใน Phylum Arthropoda Class Insecta สามารถอาศัยเพาะพันธุไดท่ัวไป ในอาคารโดยเฉพาะที่ลับตา มดื อบั ช้ืน ตามหองน้�า หองสวม ชองระบายอากาศ ชองวางของฝา ปดรอบ ๆ ทอระบายน้�าทิ้ง ซอกตู รอยแตก หรอื ซอกมุมเลก็ ๆ ของอาคาร ดังน้ัน ถามีแมลงสาบ จะพบไดในบรเิ วณตาง ๆ ทีก่ ลาวถึง นอกจากนี้ยังพบไดในบริเวณหองครัว ซึง่ เปนที่เก็บอาหาร แหง โดยเฉพาะบรเิ วณที่เก็บอาหาร พวกแปงและน้�าตาล หากไมมกี ารจดั เกบ็ ใหมิดชิด หรอื หาก เดนิ สา� รวจแลวยงั ไมพบตัว แตไดกลิน่ ของแมลงสาบ ก็สามารถทจี่ ะบงชีไ้ ดวา มีแมลงสาบในบริเวณ ใกลเคียง เนอื่ งจากแมลงสาบมีกล่ินเหมน็ เพราะเวลาแมลงสาบกินหรือเดินผานอาหาร มันจะ ส�ารอกหรอื ถายลงบนอาหารนัน้ แมลงสาบเปนพาหะนา� โรคตดิ ตอทเ่ี กยี่ วของกับระบบทางเดินอาหารเปนสวนใหญ ไดแก บิด อาหารเปนพษิ อุจจาระรวง ไวรสั ตบั อกั เสบเอ เปนโฮสทของหนอนพยาธิ ท�าใหเกดิ การแพ ทางผวิ หนงั มกี ล่ินเหม็น และวสั ดเุ สยี หายจากการกัดแทะ การควบคุมและก�าจัดแมลงสาบ 1. การปรบั ปรุงสุขาภิบาลสงิ่ แวดลอมเปนการท�าลายแหลงเพาะพันธุ แหลงอาหาร และแหลงทีห่ ลบซอน รวมทั้งปองกันและควบคุมแหลงอาหารของแมลงสาบทส่ี �าคัญและย่งั ยืน โดยจัดเก็บอาหารทง้ั สดและแหง อาหารสดและอาหารปรุงแลวใหมดิ ชดิ มกี ารเก็บขยะมลู ฝอย อยางถกู สุขลกั ษณะ จดั วัสดขุ าวของเคร่อื งใชใหเปนระเบยี บ 2. การก�าจดั ไขและตวั แมลงสาบ - การก�าจัดไขแมลงสาบ เปนการตดั วงจรชวี ติ และลดจ�านวนแมลงสาบ ควรหมัน่ ตรวจตรามุมตาง ๆ ในอาคาร เครอ่ื งเรอื น ตู กลอง ลงั ไม ซ่ึงเปนสถานท่ีท่ีแมลงสาบมักจะวาง แคปซลู ไขติดไว เมือ่ พบแคปซูลควรรีบน�าไปก�าจดั โดยการเผาทง้ิ - การใชกับดัก โดยใชเหย่อื ทแ่ี มลงสาบชอบหรืออาหารทีม่ ีสวนประกอบของแปง และ น้�าตาลไปวางในชองท่ใี สเหยือ่ เมือ่ แมลงสาบไดกลนิ่ เหยื่อกจ็ ะเขาไปกิน แมลงสาบจะถูกดกั จบั หรอื ตดิ กาวในกบั ดัก - การใชสารเคมี โดยอาจฉีดพนหรือโรยผงเคมหี รืออาจใชการวางเหยื่อพษิ สารเคมที ี่ใช เชน ไดอะซนิ อน 2% ในรปู สเปรย หรือผงมาลาไธออน 3% ในรูปสเปรย และ 4% ในรปู ผง เปนตน ในการพนสารเคมี ควรพนเฉพาะตามแนวผนังและพื้นเปนแถบกวางประมาณ 30 - 50 เซนตเิ มตร เนอื่ งจากแมลงสาบเปนแมลงทไี่ ตคลานตามพ้ืนและผนงั ไมควรพนฟุงกระจายในอากาศ

คมู่ ือแนวทาง การจัดการอนามัยสง่ิ แวดล้อม และสุขาภิบาลอาหารและนำา้ ในเรือนจำา 4. แมลงวัน แมลงวนั อยูใน Phylum Arthropoda Class Insecta เปนพาหะท่ีส�าคัญในการน�าโรคตดิ ตอรายแรงหลายชนิด มาสูมนุษย และน�าสิ่งสกปรกมาปนเปอนอาหาร กอใหเกิดโรคตาง ๆ เชน โรคอุจจาระรวงอยางแรง (อหิวาตกโรค) อจุ จาระรวง บดิ ไทฟอยด พยาธิ และ การที่แมลงวันมีความสามารถบนิ ไปไดทัว่ ทุกหนทุกแหง และมีการแพรขยายจ�านวนไดรวดเร็ว ถามีแหลงของอาหารอดุ มสมบูรณ โดยเฉพาะอาหาร ท่ีมันชอบ มักเปนสิ่งสกปรกตาง ๆ จึงจา� เปนที่จะตองด�าเนินการควบคุมและปองกนั ไมใหแมลงวนั เขามากอปญหาและเปนสาเหตทุ �าใหเกิดโรค การควบคมุ แมลงวันใหไดผลนัน้ กอนทจ่ี ะดา� เนนิ การควบคมุ ตองสา� รวจหาแหลงเพาะพนั ธุ แหลงทอ่ี ยูอาศัย ความชุกของแมลงวนั เพ่อื ใชในการวางแผนด�าเนินการหามาตรการท่เี หมาะสม ในการควบคมุ และก�าจดั แมลงวัน แมลงวันสามารถวางไขขยายพนั ธุในแหลงเพาะพันธไุ ดหลายชนิด โดยแหลงเพาะพนั ธุท่ีส�าคัญของแมลงวนั ไดแก มลู สัตว กองส่งิ ปฏิกลู และของเสยี จากโรงอาหาร เศษของเนาเสยี การควบคมุ และก�าจดั แมลงวนั 1. การปรับปรุงสุขาภิบาลสิง่ แวดลอม เปนการควบคุมแมลงวันทใี่ หผลถาวร โดยการ ท�าลายแหลงแพรพันธขุ องแมลงวนั ใหหมดไปหรอื ลดนอยลงใหมากท่สี ุด โดยมมี าตรการ ดังน้ี - จดั ใหมีและใชสวมท่ีถกู สขุ ลักษณะ บ�ารงุ รักษาหองน�้าหองสวมใหมีความสะอาด อยเู สมอ ทอระบายอากาศของสวมตองมีตะแกรง ปองกนั ไมใหแมลงวันเขาไปได

การควบคุมสตั วแ์ ละแมลงพาหะนำาโรค - การเกบ็ กักมูลฝอยเปยกหรอื มูลฝอยที่เปนสารอินทรยี อน่ื ๆ ไวภายในบาน ตองเกบ็ กกั 59 ในภาชนะที่เหมาะสม ไมรัว่ ซึม และมีฝาปดมดิ ชิด โดยการเก็บไวในถุงพลาสติกซ่งึ บรรจุอยู ภายในถงั โลหะ หรือพลาสตกิ ท่มี ีฝาปดมดิ ชิด และน�ามลู ฝอยเปยกไปก�าจดั ใหเหมาะสม - มกี ารจดั การมูลฝอยภายในชมุ ชนท่ีถูกตองและเหมาะสม โดยมกี ารเก็บขนและ การก�าจดั มูลฝอยท่ีมีประสิทธิภาพดีไมกอใหเกดิ แหลงเพาะพนั ธุแมลงวัน ไดแก ใหมีการเก็บ กวาดถนน ไมใหเกดิ มูลฝอยตกคางเกลอ่ื นกลาดตามถนนหรือทสี่ าธารณะตาง ๆ - ก�าจดั มูลสัตวไมใหเหลือตกคาง หมั่นเก็บกวาด รวบรวมมลู สตั วท่เี กิดข้นึ ทุกวัน ไปกา� จัด โดยการน�าไปตากแดดใหแหง เผา ฝง หรือหมักท�าปุย - ควรมีตูเกบ็ อาหาร และภาชนะ ทีป่ กปดอาหารมใิ หแมลงวันตอม - รานอาหาร สถานที่ประกอบอาหาร หองครวั ควรรกั ษาความสะอาดใหถูกสุขลักษณะ เพ่ือไมใหแมลงวันเขาไปรบกวนและตอมอาหาร - จัดอาคารไมใหมีส่ิงแขวนหอยท่ีแมลงวันเกาะพักอาศยั ได ควรใชอุปกรณปองกัน แมลงเขา โดยการตดิ มุงลวด การใชฝาชปี ดอาหาร 2. การควบคุมโดยใชสารเคมี แบงไดเปน 2 ระยะ ดงั น้ี - ใชสารเคมีท�าลายตัวออนของแมลงวัน โดยการฉีดพนลงบนแหลงเพาะพันธุ ตามกองมูลฝอย มลู สัตว ตัวอยางสารเคมีท่ีใชท�าลายตัวออนของแมลงวนั เชน ดีดวี ีพี 0.5% ไดอะซินอน 0.5 – 1% คลอรไพริฟอส 0.5 – 1% มาลาไธออน 2 – 5 % - การใชสารเคมที �าลายตวั แกของแมลงวนั สารเคมีทใ่ี ชก�าจัดแมลงวันมีหลายชนิด ควรเลือกใหเหมาะสมกับสภาพแวดลอม ค�านึงถงึ ความปลอดภัยตอมนษุ ย และสตั วเลีย้ ง เชน ภายในอาคาร ใชไพรที รนิ 0.1% ภายนอกอาคาร การพนตามกองขยะใช ไดอะซนิ อน 0.5 – 1% มาลาไธออน 2 – 5% ดดี พี ีวี 0.5% เหย่ือพิษฆาแมลงวนั (Fly Poison Bait) โดยใชสารเคมีดังกลาว ผสมน้�าตาลออย หรือน�้าตาลใหมคี วามเขมขนประมาณ 5 – 10% (หามใชเหยือ่ พษิ นีภ้ ายในบาน) 3. การควบคุมดวยวิธีกล - โดยใชกรงดกั แมลงวัน - ใชกาวดกั แมลงวนั - การตบหรอื ตีแมลงวนั โดยใชแส ไมตีแมลงวัน หรือสิ่งอ่ืนท่ีดัดแปลงไวตบตีแมลงวัน วิธีน้ีจะชวยลด ความชุกชุมของแมลงวันได

คูม่ ือแนวทาง การจัดการอนามยั สิ่งแวดล้อม และสขุ าภบิ าลอาหารและน้ำา ในเรือนจำา 5. เรอื ด เรือด เปนแมลงขาปลอง เปนปรสิต Phylum Arthropoda Class Insecta พวกเดียว กับมวน มีขนาดเลก็ ตวั ยาวแบนรปู ไขยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร กวาง 3 มิลลิเมตร ลักษณะโคง คลายตะขอ สีน�้าตาลหรือนา้� ตาลแดง ตัวเมยี วางไขไดครั้งละ 200 - 500 ฟอง ตัวออน (Nymph) ฟกออกเปนตวั ภายใน 4 - 21 วัน หรือระยะจากไขเปนตัวเตม็ วยั จะใชเวลาประมาณ 1 - 4 เดือน ลักษณะนสิ ัยคลายเหา ชอบอาศยั อยูกับคน ออกหากนิ ในเวลากลางคืน กลางวันจะซอนอยู ตามรองกระดาน เครอ่ื งนอนตาง ๆ เชน ทนี่ อน ผาหม หมอน ปอกหมอน ตะเข็บและมมุ รอยตอ ของเส้อื ผา ใตเสื้อน้�ามัน เรอื นจ�ามักพบปญหาเรือดรบกวนในเรือนนอนที่สรางดวยไมและ มกั เปนเรอื นจ�าเกา เรอื ดที่เปนตัวเบียน หรอื ที่อาศยั อยใู นคน มี 2 ชนิด คือ Acanthia Lecturarius และ Acanthia Rotundatus ผลกระทบตอสุขภาพ 1. กัดกนิ เลอื ดคน เรือดจะดูดกนิ เลอื ดของคนนานประมาณครง้ั ละ 3 - 10 นาที ถาเดก็ 60 ถูกเรอื ดกดั กินเลอื ดมากและเปนประจ�า จะท�าใหมีการขาดธาตเุ หลก็ และมีอาหารออนเพลีย 2. เกิดอาการแพน�้าลายของเรือดที่ปลอยออกมาขณะดูดเลือดท�า ใหมอี าการบวมพอง และขณะเรอื ดกดั จะท�าใหมีอาการเจ็บปวด 3. น�าเชือ้ โรคตาง ๆ มาสคู น เนอ่ื งจากเรือดใชเวลาดูดเลือดนาน เช้ือโรคตาง ๆ จากแมลง อาจผานเขาสูคนได จากการทดลองพบวา เรือดเปนพาหะของไขกลับซ�้า โรคเรือ้ น เปนตน การปองกันและการก�าจดั เรือด 1. ใช สารเดลตาเมทริน หรือไซเปอรเมทริน ชนิดนา�้ ฉดี ตามรองและรอยแตกของพ้นื 2. เขี่ยขยะฝุนละอองตามรองและ รอยแตกของพ้ืนออกใหหมด 3. ทา� ความสะอาดหรอื นา� เคร่อื งนอน ออกผ่งึ แดดบอย ๆ

การควบคมุ สตั วแ์ ละแมลงพาหะนำาโรค 6. ไร 61 ไร เปนสตั วขาขอท่ีมขี นาดเลก็ มากจน แทบมองไมเหน็ ดวยตาเปลา โดยทั่วไปจะมีขนาด ความยาว ไมเกิน 1 มิลลิเมตร ชนดิ ของไรมีหลาย รอยชนดิ มีทั้งหากนิ อสิ ระ กินสตั วอ่นื เปนอาหาร และเปนตัวเบียนของคนและสตั ว ผลกระทบตอสุขภาพ 1. ท�าลายเน้อื เยือ่ และท�าใหเกิดโรคผิวหนังอักเสบ เชน ตัวหดิ 2. กัดกนิ เลอื ดและน�้าเลี้ยงเนือ้ เยอื่ 3. เปนพาหะหรือเปนโฮสทของเช้ือโรค เชน เปนพาหะของโรค Rickettsialpox ไขรากสาด ไรท่พี บวามีการระบาดและรบกวนในเรือนจา� เปนชนดิ ทต่ี ดิ มากบั ผลผลิตทางการเกษตร ขาวท่เี ก็บไวในหองเก็บ บางชนิดเมื่อคนไปสัมผัสกับผลผลติ ทมี่ ีไรพวกน้ีจะท�าใหเกิดโรคผิวหนัง หรอื เกดิ การติดเชือ้ ทป่ี อดหรอื ล�าไสในคนและสตั ว ไรพวกน้มี ีขนาดเล็กมาก ประมาณความยาว 0.5 มิลลิเมตร หากินตามซากเนาเปอย เชน เมล็ดพชื ผลไมแหง ซากเมล็ดแหงหรอื ผลผลติ อืน่ จะมกี ารเจรญิ แพรพนั ธุไดรวดเรว็ มาก อาจพบเปนพันลานตวั ในเวลาไมกว่ี นั การควบคมุ ก�าจัดและปองกนั ไร 1. การควบคุมโดยวิธีทางสุขาภบิ าล การจดั สภาพแวดลอมใหมีการสุขาภบิ าลเบื้องตนที่ดี จะเปนการควบคุมที่ใหผลดีในระยะยาว โดยการจดั อาคารสถานท่อี ยอู าศยั ใหเปนระเบียบ สะอาด และมกี ารระบายอากาศทดี่ ี แสงแดดสองทว่ั ถึง ทีเ่ ก็บผลผลิตทางการเกษตรตองทา� ความสะอาด มีการระบายอากาศที่ดี ไมชื้น 2. การควบคมุ โดยใชสารเคมี สารเคมีทใ่ี ชอาจเปนชนิดทีม่ พี ษิ ตกคาง หรือมฤี ทธเ์ิ ฉพาะกาล หรือสารขับไลตามกรณี

ค่มู ือแนวทาง การจดั การอนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม และสขุ าภบิ าลอาหารและน้าำ ในเรือนจำา 2.1 การควบคมุ โดยใชสารเคมีทมี่ ีพิษตกคาง ภายในอาคารอาจใชแบบพนหรือชนดิ ผง จะไมใชดดี ีที เนือ่ งจากไมสามารถควบคุมพวกไรได สารเคมที ่ีนยิ มใช ไดแก คลอเดน ลนิ เดน มาลาไธออน คลอโรเบนซิเลท อะราไมท Ovex Dimite สวนทใี่ ชมาก คอื คลอเดน 2% ลนิ เดน 0.5 – 1% มาลาไธออน 0.5 – 1% รอบขางหนาตาง ประตู ภายนอกอาคารจะนิยมใชวิธีพน 2.2 การควบคมุ โดยใชสารเคมฆี าแมลง ควบคมุ ไรที่ปะปนอยูกับผลิตผลทางการเกษตร จะท�าไดยาก สวนใหญใชวธิ รี มดวยสารเคมี การควบคมุ ไรที่อยตู ามตวั คนและสตั ว เชน หดิ ไมนยิ มใชข้ีผึ้งก�ามะถัน เพราะขีผ้ ง้ึ ก�ามะถัน จะเปนตัวท�าใหเกดิ ผิวหนงั อักเสบอยางรุนแรง ส�าหรับหิดในคนมียาทใ่ี ชกันคือ 1% ลินเดน ในครีมทาบนใบหนา (Vanishing Cream) และเบนซลิ เบนโซเอต 1 สวน ละลายในน�้า 5 สวน โดยอาบน้�าท�าความสะอาดรางกายกอน แลวทาใหทัว่ ท้งิ ไว 24 ชัว่ โมง แลวลางออก หลงั จาก – 14 วนั ใหท�าซ�้าอีกครั้ง 2.3 การควบคุมโดยใชสารขับไล สารขบั ไลยุงสวนมากจะใชขบั ไลไรไดเชนกัน 62 7. เหา เหา เปนแมลงสีออกเทา ๆ ขนาดยาว 3 – 4 มิลลิเมตร กนิ ขไี้ คล บนหนงั ศรี ษะคนเปนอาหาร เหาตัวเมยี มอี ายปุ ระมาณ 1 เดือน จะไข ท่ีโคลนผมประมาณ 7 – 10 ฟองตอวนั ไขจะเหน็ เปนตมุ สีขาวติดแนน อยูกับผม หลงั จากนัน้ 1 สัปดาห เหาออกไข ไขที่ไมมีเหาแลวจะยงั คง ติดแนนอยูกับผม เมือ่ ผมงอกยาวข้ึนไขก็จะเล่ือนตามไปดวย การติดตอเหา จะไมสามารถกระโดดหรอื บินจากคนหน่ึงไปอกี คนหน่ึง แตติดตอทางสัมผัส ใกลชิด เชน การใชหมวก หวี ผาเชด็ ตวั รวมกนั หรือนอนเตียงเดยี วกนั ซึง่ สวนมากไมมอี าการผดิ ปกติ บางคนอาจมี อาการคันเพราะรางกายเกิดการระคายเคืองตอน้�าลายของเหา

การควบคุมสัตวแ์ ละแมลงพาหะนำาโรค การรกั ษาเหา 63 วธิ กี �าจัดเหามีหลายแบบ อาจใชครมี เจล หวี หรอื ยากนิ ไมวาจะใชวิธใี ด ตองปฏบิ ตั ิตาม ค�าแนะน�าของการรกั ษาวธิ ีนัน้ ๆ อยางเครงครัด 1. ยาฆาแมลงท�าพิเศษเพอื่ ฆาเหาบนศีรษะ มที ้งั ในรปู ครมี เจล โลชัน่ โดยใชตามคา� แนะนา� ในเอกสารก�ากับยา สวนมากตองสระผมใหสะอาดแลวใสยาหมกั ไว 10 นาที ลางออก ยาบางชนดิ อาจตองทงิ้ ไวทงั้ คนื ควรจะรกั ษาซา�้ อกี ในสปั ดาหถัดไป เพือ่ ฆาเหาท่ีอาจหลงเหลอื อยหู รือเหา ตวั ออนทเ่ี พ่ิงออกจากไข 2. การสางผม โดยท�าใหผมเปยกและใชสารหลอล่นื เชน ครีมนวดผม น้�ามันมะกอก สารสม ใชหวีซี่ถี่ ๆ หรือหวเี สนียดสางผม ตรวจดทู ุกครัง้ ทส่ี างวายังมีเหาหรือไขเหาหรือไม สางจนเหาไมมี ท�าซ้�าทุก 3 - 4 วัน จนครบ 2 สัปดาห ตองท�าตอถายังพบตัวเหาอยู 3. ยากินฆาเหา ตองส่งั โดยแพทย ใชในผูปวยที่ด้อื ตอการรักษาวธิ ีอื่น การลดการแพรของเหา ท�าไดโดยการท�าความสะอาดรางกาย สระผมเปนประจา� สม�่าเสมอ และท�าความสะอาดเส้อื ผา ผาปทู ่ีนอน ผาเช็ดตัว เครอื่ งเรือน ดวยการซักดวยนา�้ รอนและอบดวย ความรอน หรือแยกไว 72 ชัว่ โมง เน่อื งจากเหาไมสามารถอยูนอกตัวคนไดนานเกิน 48 ช่วั โมง 7.2 พาหะนาำ โรค และโรคท่ีเกิดจากพาหะนาำ โรค พาหะนา� โรค ตวั อยางโรค ยุง มาลาเรีย โรคเทาชาง ไขเลอื ดออก ไขเหลือง ไขสมองอักเสบ (JE) ไขปวดขอยงุ ลาย (ชกิ ุนคุนยา) เหา ไขรากสาดใหญชนิดระบาด (Epidemic Typhus) ไขกลับซ�า หมัด กาฬโรค ไขรากสาดใหญจากหนู เหบ็ ไขสมองอักเสบ ไขรากสาดใหญจากรกิ เกต็ เซีย ขออักเสบลยั ม ไร หดิ ไขรากสาดใหญจากไรออน (สครบั ไทฟส) แมลงวนั ซาลโมเนลโลซสิ รดิ สีดวงตา เรือด กัดทา� ใหระคายเคอื งแตไมนา� โรค แมลงสาบ ตบั อักเสบชนิด เอ ไขไทฟอยด โรคบดิ มตี ัว หนู เลปโตสไปโรซสิ ไขเลอื ดออกลาสซา



บทที่ ๑ บทนา� 65 บทที่ การจัดการดานน้ำาสะอาด





คู่มือแนวทาง การจดั การอนามัยส่งิ แวดลอ้ ม และสขุ าภิบาลอาหารและน้ำา ในเรือนจำา 8.1.2 การจัดบริการนา�้ ดื่มส�าหรบั ผตู องขงั เรอื นจ�าควรจดั จดุ ส�าหรบั บริการนา้� ดืม่ ใหเพียงพอ โดยค�านงึ ถึง 1. สถานท่ีทีจ่ ดั วางหรือตง้ั เปนจุดน้�าดม่ื ควรจัดไวตามจดุ ท่มี ีผูตองขงั จ�านวนมาก และมีกิจกรรมในชวงเวลาตาง ๆ เชน โรงเล้ยี งอาหาร สทู กรรม โรงฝกวิชาชีพ เรอื นนอน เพ่อื เปน การอา� นวยความสะดวกแกผตู องขังและปองกนั ไมใหผูตองขังออกนอกสถานทท่ี ่ีก�าหนดสะดวก ตอการควบคมุ ดแู ล 2. ภาชนะส�าหรับเก็บกักน้�าด่ืมตามจดุ ตาง ๆ ตองท�าจากวัสดุทป่ี ลอดภัยสามารถ ใสน้า� ด่มื ไดมฝี าปดมดิ ชดิ ปองกนั การจวงตักน�้าดมื่ เพือ่ ลดความเสยี่ งตอการปนเปอนสงิ่ สกปรก และเชื้อโรคตาง ๆ มีก๊อกส�าหรบั ปดเปดน�้าดื่มจัดวางสูงจากพื้นอยางนอย 60 เซนตเิ มตร หรอื ถาไมใสภาชนะเก็บน้�าดม่ื อาจเปนทด่ี ่มื แบบน�้าสา� หรับกดด่มื หรอื กอ๊ กปด – เปดตอจาก ทอน�้าผานเครอ่ื งกรองน้�ามาแลวได 3. ภาชนะน้�าด่ืม ควรจัดใหผตู องขังมีภาชนะน้�าด่มื ประจ�าตัวทุกคนเพอ่ื หลกี เลี่ยง 68 การด่มื นา�้ รวมภาชนะกันหรือหากจัดใหมภี าชนะส�าหรบั ดม่ื นา�้ ทเ่ี ปนสวนรวมตามจุดตาง ๆ ควรจัดแยก สวนภาชนะที่พรอมใชคือ ท�าความสะอาดแลว และภาชนะท่ีใชดืม่ แลวแยกใสอีกสวนหน่ึง โดยจดั ผตู องขังท�าหนาท่ดี ูแลความสะอาดถงั ภาชนะส�าหรับดื่มน้�าที่ใชแลวใหมีบรกิ ารหมุนเวยี น อยางเพยี งพอและตอเน่ือง ประเภทของแหลงน้ำา ประเภทของแหลงนา�้ สามารถแบงออกเปน 4 ประเภทใหญ ๆ ไดแก 1. นา้� ผิวดิน (Surface Water) ไดแก นา้� ในแมน�้าล�าคลอง หวย บึงตาง ๆ เปนแหลงน�้า ส�าคญั ใชในกิจการประปาท้งั ขนาดใหญและขนาดเล็ก 2. นา้� ใตดนิ (Ground Water) ไดแก น้�าบาดาล ซงึ่ สวนใหญจะคอนขางใสแทบจะไมมี สารแขวนลอย แตจะมสี ารละลายสูงกวาน�้าผวิ ดินขึ้นอยูกับบริเวณแหลงน้�า 3. นา�้ กรอย (Brackish Water) ไดแก แหลงน้�าท่ีอยใู กลทะเลตามชายฝงและตามเกาะ ตาง ๆ อาจเปนน�้าผิวดินหรือน�้าใตดินก็ได 4. น้�าทะเล (Sea Water) เปนแหลงนา้� ท่ใี หญที่สุดแตมกี ารน�ามาผลติ เปนน้�านอยทส่ี ดุ เน่อื งจากคาใชจายในการผลติ คอนขางสงู ใ นก รณี ท่ีน้� าดิบท่ี จะ น� ามา ใช ใ นก า รอุป โภคบ ริโ ภคมีสิ่งป ะ ปน สูงเ กิน กว า ค าก�าหน ด ของมาตรฐานนา�้ ดม่ื จะตองมกี รรมวธิ เี พอ่ื จ�ากดั สง่ิ สกปรกออกกอนน�ามาใชหรือจายเปนนา้� บรกิ าร สาธารณปู โภค

การจดั การดา้ นนาำ้ สะอาด 8.3 การผลิตน้ำาสะอาด 69 8.3.1 ระบบประปาบาดาล ในการท�าระบบประปาบาดาล ที่ตองพิจารณาดา� เนินการเปนเบอ้ื งตนคือการหาแหลง น้�าบาดาลที่มปี รมิ าณเพียงพอและมมี าตรฐานน�้าดื่มทีก่ �าหนดไว เพราะไมตองใชกรรมวิธีกา� จัด ส่ิงปนเปอนใด ๆ อาจใชเพียงเคร่ืองสูบนา้� สบู โดยตรงจากบอบาดาลไปสูถังเก็บเพ่ือจายน้�าตอไป และตองมีการทา� ลายเชอ้ื โรคหรอื ส่งิ ปนเปอนทอ่ี าจปะปนมาโดยใชคลอรนี จากเครอื่ งฉดี คลอรนี เขาสูเสนทอกอนข้นึ ถงั เกบ็ เพ่อื ใหคลอรนี มเี วลาทา� ปฏิกริ ิยากับส่ิงเจอื ปนทีม่ อี ยูในน�้าและทา� ลาย เชอื้ โรคตามทอประปา เรือนจ�าสวนใหญที่อยูในพ้นื ที่ทไ่ี มมชี มุ ชนหนาแนน มักใชระบบนี้ เนอ่ื งจาก สวนใหญยงั ไมมีระบบประปาภูมิภาคเขาถงึ ปญหาทีเ่ รือนจา� สวนใหญพบกบั ระบบประปาบาดาล ไดแก 1. คณุ ภาพน้�าไมไดมาตรฐานมสี ิ่งเจือปนที่ท�าใหเกดิ ฝา ตะกอน ตะกรนั ฤทธิก์ ดั กรอน ตอวสั ดุอุปกรณทีเ่ ปนโลหะ เปนตน ทั้งน้อี าจเนื่องมาจากไมสามารถเลอื กพื้นทีท่ เี่ หมาะสมในการ สรางเรือนจ�าได และการท�าระบบประปาบาดาลของเรอื นจ�าด�าเนนิ การพรอมกับการกอสราง เรือนจา� โดยไมไดมกี ารวเิ คราะหคุณภาพน้�าของแหลงนา้� และปรมิ าณนา�้ การปรบั ปรงุ คณุ ภาพน้�าที่ใช มีเพียงการเติมคลอรีนเขาสรู ะบบเทานนั้ และนอกจากนี้ยังขาดการบา� รงุ รักษาระบบอยางตอเนอื่ ง 2. ปริมาณน้�าไมเพียงพอ สาเหตุเปนไปไดทั้งจากการไมมีการทดสอบปริมาณน�้า ซึ่งควรกระท�าในฤดแู ลง หรอื มกี ารทดสอบในฤดฝู นทม่ี ีนา้� แหลงอืน่ มาสมทบ หรอื ไมมีการประมาณ ปริมาณการใชน้�าเผือ่ จ�านวนผูตองขงั ท่ีเพิ่มข้ึนจากความจุมาตรฐานของเรอื นจ�า

คมู่ ือแนวทาง การจัดการอนามยั สิง่ แวดล้อม และสุขาภบิ าลอาหารและน้ำา ในเรอื นจำา 8.3.2 ระบบประปาอางเกบ็ น้�า อางเก็บน�้าหรือทะเลสาบท่ีอยูหางชุมชนหรือทอี่ ยูอาศัย จะมนี ้�าที่สะอาดและใส พอควร อาจใชระบบทรายกรองชาท่ไี มตองใชสารสมชวยในการตกตะกอน และตองมบี อตกตะกอน เพอ่ื ใหนา�้ ใสกอนเขาระบบทรายกรอง 8.3.3 ระบบประปาบาดาลแบบเตมิ อากาศ บอบาดาลบางแหงจะมีน�้าบาดาลอยใู นสภาพไรออกซิเจน ท�าใหมเี หล็ก แมงกานีส คารบอนไดออกไซด หรอื ไฮโดรเจนซัลไฟด ซ่งึ จะก�าจัดสงิ่ ปะปนเหลานโี้ ดยการเตมิ อากาศเขาไป ก๊าซทล่ี ะลายปนในน�้าจะระเหยออกไป สวนเหล็กและแมงกานีสจะท�าปฏิกิริยากับออกซิเจนเกิด 70 เปนออกไซดและตกตะกอน อาจมถี งั ตกตะกอนไวกักตะกอน แตบางทเี่ ตมิ อากาศแลวสถู งั กรอง โดยตรง 8.3.4 ระบบประปาผิวดิน หรอื ระบบทรายกรองเร็ว สวนใหญเปนการใชน�้าดิบจากแมน�้า เนื่องจากมีปริมาณเพียงพอซึ่งผิวดิน จะมคี วามขนุ สงู กรรมวธิ กี ารผลติ จึงตองอาศัยสารทีช่ วยท�าใหตกตะกอนเร็วข้ึน เชน สารสม เกดิ ตะกอน ตกตะกอน จนถึงกรองตะกอน นิยมเรยี กรวมวา ระบบทรายกรองเร็ว 8.3.5 ระบบประปาแกน้�ากระดาง การใชน้�าจากแหลงนา�้ ดิบทม่ี ีความกระดางเพอ่ื ผลติ นา�้ ประปาแกชมุ ชน อาศยั การใช ปนู ขาวและโซเดียมคารบอเนต หรือโซดาแอช หรืออีกชอ่ื คอื โซดาซกั ผา เพ่อื แกความกระดาง นา้� ทผ่ี านกระบวนการจะมีความกระดางอยบู าง .3.6 การท�าลายเชอ้ื โรค การท�าลายเช้ือโรคในน�้า หรือการฆาเชื้อโรคเพื่อใหน�้าปราศจากจุลินทรียท้ังท่ี ไมเปนอันตรายและชนิดทีเ่ ปนเชือ้ โรค รวมทงั้ เพื่อปองกนั จุลนิ ทรยี ท่ีหลงเหลอื กลับมาเติบโตใหม และปนเปอนภายหลัง สามารถทา� ไดหลายวธิ ี เชน การใชความรอน การใชสารเคมหี รือก๊าซ การใชรังสี การใชประจุโลหะ เปนตน เรอื นจา� สวนใหญจะมวี ิธีการท�าลายเชอื้ โรคท่ไี มซับซอนยงุ ยาก ไดแก การใชความรอน การใชกา๊ ซคลอรีนในรูปผงปูนคลอรีน (รายละเอียดในภาคผนวก 3)



คู่มือแนวทาง การจัดการอนามยั สงิ่ แวดล้อม และสขุ าภิบาลอาหารและนา้ำ ในเรือนจำา 8.4.2 การควบคุณภาพระบบจายน�้า 1. ทอจายน้�า - ควรตรวจสอบทอน้�าอยางสม�่าเสมอ ตองไมแตกรัว่ ซึง่ จะท�าใหนา�้ ไหลซึม ออกจากทอจายน้�าได และยังท�าใหเกิดการปนเปอนของเช้อื โรคและส่งิ สกปรกตาง ๆ ทส่ี ามารถ ซึมเขาสเู สนทอ - พื้นทีบ่ ริเวณโดยรอบ ตองไมมนี ้า� ขัง เฉอะแฉะ ไมมีสง่ิ ปฏิกูล แหลงน�า้ โสโครก และทีท่ งิ้ ขยะ 2. ที่กรองน�้า - ควรสะอาด ปราศจากฝุนผงหรอื คราบสกปรกตาง ๆ - มกี ารบ�ารุงรักษาเครอ่ื งกรองน�้าตามค�าแนะน�าของผลิตภัณฑที่ก�าหนดไว ตามระยะเวลาท่ีก�าหนดรวมถึงการดแู ลการลางการเปล่ียนวัสดุไสกรองตลอดทั้งอุปกรณอื่น ๆ ใหเหมาะสมกับการใชงาน 72 3. ที่เกบ็ กกั น้�า - ที่เก็บกักน้�าตองท�าจากวัสดุท่ีไมเปนอันตรายปลอดภัยจากการตกคาง ของโลหะหนกั ควรเปนวสั ดทุ ่ไี มเปนสนิม รักษาความสะอาดไดงาย กรณตี ทู า� ความเยน็ ตองเลือกซอื้ ทที่ �าดวยวัสดเุ หล็กกลาไรสนิม เกรดดีมีความหนาแนน การเช่ือมตะเขบ็ รอยตอตองเชอื่ มดวย ก๊าซอารกอน ควรท�าความสะอาดดแู ลรักษาเปนประจ�าโดยใชผานุมหรือฟองน�้าไมควรใช ฝอยเหล็กกลาขัดถู กรณีรว่ั ซมึ ควรสงซอมกบั ตวั แทนของบรษิ ทั โดยตรง

การจัดการดา้ นนา้ำ สะอาด - ควรมีฝาปดที่มิดชิด มีขนาดทีเ่ หมาะสม มีก๊อกน้�าเปด – ปดทส่ี ะดวก 73 ตอการใชงาน - สา� หรับภาชนะขนาดเล็ก ควรลางทา� ความสะอาดที่เกบ็ กักนา้� ทกุ ๆ 1 สัปดาห และแชดวยน�้าผสมคลอรนี ความเขมขน 1 ชอนชาตอน�า้ 20 ลิตร แชทิง้ ไวอยางนอย 5 นาที ส�าหรับ ถงั ส�ารองขนาดใหญตองขัดลางท�าความสะอาดอยางนอยปละ 1 คร้ัง โดยใชผานมุ หรือฟองนา้� ในการท�าความสะอาด 4. กอ๊ กน้�าดืม่ สภาพของกอ๊ กน้�าไมช�ารุดข้นึ สนมิ หรือมีนา�้ ไหลซึม - หม่ันดูแลท�าความสะอาดก๊อกน�้าโดยรอบท้งั บริเวณภายนอกและภายใน กอ๊ กน้�าอยางสม่�าเสมอ 5. ภาชนะส�าหรับดม่ื น้�า - ภาชนะท่ใี ชด่ืมนา�้ ควรทา� จากวัสดทุ ่ีไมเปนอนั ตราย มีรูปแบบท่ที า� ความสะอาด งายเชนเครอ่ื งแกวถาเปนพลาสติกควรใชพลาสตกิ เกรดดี - ควรจดั เตรียมภาชนะดม่ื น้�าไวทจี่ ุดบริการน�้าด่มื และจัดวางแกวน�้าท่ใี ชแลว แยกออกจากแกวนา�้ ท่ียงั ไมไดใชใหชดั เจน หรือใชแกวนา�้ ประเภททใ่ี ชครง้ั เดียวแลวทิ้ง เพือ่ ปองกัน การติดตอและแพรกระจายของเชื้อโรค 6. จุดบริการนา�้ ดมื่ - ไมช�ารุดเสียหายสะอาด ไมมีผงฝนุ ละออง และคราบสกปรก - ควรเทพน้ื ดวยคอนกรีตไมเฉอะแฉะ และมนี ้�ากักขังซง่ึ เปนสาเหตุของแหลงสะสม เชอื้ โรค - ควรมีจ�านวนจุดบริการ ทีเ่ พียงพอ เหมาะสมกบั ปริมาณจา� นวนผูดืม่ - ควรมีการตรวจสอบคุณภาพ นา้� เพอ่ื การบรโิ ภคอยางนอย เดอื นละ 1 ครงั้

คู่มือแนวทาง การจดั การอนามัยสง่ิ แวดล้อม และสขุ าภบิ าลอาหารและน้ำา ในเรือนจำา 8.5 การควบคุมมาตรฐานนาำ้ บรรจุถัง/นา้ำ บรรจุขวด นา�้ ดมื่ บรรจขุ วดเปนสินคาที่ตองก�าหนดวธิ ีการผลิตเคร่อื งมอื เคร่ืองใชในการผลติ การเก็บ รกั ษาสินคาตามหลักเกณฑวิธีการตองมีคุณภาพหรอื มาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ โดยมวี ิธีการเลือกคุณลักษณะของนา�้ บรรจถุ ัง/น้�าบรรจขุ วดเพอื่ การบรโิ ภค ดงั นี้ 1. สภาพภายนอกและสภาพภายในของถงั บรรจนุ า�้ และขวดบรรจุนา้� ตองสะอาดไมร่ัวซมึ บริเวณฝาปดตองไมมีคราบปนเปอน ฝาปดสนิท มแี ผนพลาสตกิ ปดโดยรอบฝาอกี ชน้ั หนึง่ 2. ลกั ษณะของนา้� ตองใส ไมมตี ะกอนขนุ ไมมสี ี ไมมกี ลนิ่ และรสทผ่ี ดิ ปกติ 3. ตองมีฉลากระบุชอ่ื ผูผลิต ตราน้�าด่ืม ทีต่ ้ังของผูผลิต ปริมาตรสทุ ธิ เลขทะเบียน สารระบบ (เลขทะเบยี น อย. ขององคการอาหารและยา) ผนกึ อยอู ยางชดั เจน 74 6 การควบคมุ คณุ ภาพนำ้าเพื่อการอปุ โภคบริโภค ลักษณะทางกายภาพของน้�า สีของนา�้ จะบงชีถ้ งึ สาเหตทุ ่ีท�าใหเกิดสี หรือบอกถึงส่งิ ผิดปกติ การประเมนิ สีอาจท�าไดโดยการเปรยี บเทียบสีกบั สมี าตรฐาน การสงั เกตสีของแหลงน้�า สามารถ สงั เกตโดยตรง หรอื ตักน้�าขนึ้ มาดูอยางนอย 2 ลิตร ขึน้ มาใสขวดแกวใสแลวสงั เกตสี สขี องนา้� เปนตัวชถ้ี งึ สาเหตุอยางคราว ๆ ดังตอไปน้ี สีปรากฏ สาเหตทุ ท่ี า� ใหเกิดสี ไมมสี ี ยงั ไมควรสรปุ วานา� สะอาด เพราะอาจจะมสี ิ่งเจือปนอยู สีเขยี ว แพลงคตอนของพืช สเี หลือง สนี า� ตาลหรือสชี าใส มีซากพืชยอยสลาย สแี ดงหรอื สีเหลือง เปนสขี องสาหรายอกี จ�าพวกหนึง่ (Dino agellates) สีนา� ตาลขุนหรอื สแี ดง มีตะกอนเจือปน อาจเกิดจากการกดั เซาะหนาดิน สรี ุง มคี ราบนา� มนั ทผี่ ิวหนา สเี ทาหรือสีด�า น�าเนาจากสิ่งปฏกิ ลู หรอื อาจมแี รธาตจุ ากธรรมชาตเิ จอื ปน

การจดั การดา้ นนา้ำ สะอาด 8.7 การดแู ลระบบการผลิตนำ้าประปาจากนำ้าบาดาล หรอื น้ำาผวิ ดิน 75 ควรใชวิธีลางทา� ความสะอาดดงั น้ี 8.7.1 การลางถงั พักน�้าแบบซีเมนต์ น�าน้�าคลอรีนที่เตรียมไว ท�าความสะอาดถงั ภายในโดยการขัดลางดวยแปลงขดั ภายในถัง เปดน�้าฉีดท�าความสะอาดไลน้�าและผงฝุนออก ท�าการเตมิ น�้าใหเตม็ ถังพักน�้า และ ใชน�้ายาคลอรีน หรอื คลอรนี ผง ผสมนา้� ตามความเขมขนท่ไี ดระบุไวแชทง้ิ ในถงั พกั 1 คืน แลวลางออก 8.7.2 การลางถังกรอง การลางสามารถกระทา� ไดโดยไมตองเคล่อื นยายทรายออกจากถงั กรองการปลอยนา้� ใหไหลเขาทางตอนลางของถงั และผานชน้ั กรวดและทราย ประมาณ 2 นาที ท�าใหชน้ั กรองขยายตัว และท�าใหส่งิ สกปรกตาง ๆ ทีต่ ดิ อยใู นชนั้ กรองหลุดออกไปได วิธีลางถังกรองทีม่ ีประสิทธิภาพ คือ ตองกวนทผี่ ิวชั้นกรอง (Surface Wash) ประกอบกับการลางดวยน้�าแบบลางยอนกลบั ท้ังน้ี เพื่อใหมีการขัดสีของเม็ดสารกรองเกิดข้ึน อุปกรณที่ใชชวยประกอบการลางเครื่องกรอง แบบลางยอนกลบั มีหลายชนิด ดงั นี้ 1. เครอื่ งลางผิวหนาชัน้ กรองแบบหมนุ (Rotating Am Type) 2. เคร่ืองลางผิวหนาช้ันกรองแบบอยูกับที่ (Fixed Type) 3. เคร่อื งลางชน้ั กรองดวยลม (Air Scouring Type) ซึ่งจะประกอบดวยระบบทอลม ท่ีวางอยเู หนอื ชัน้ กรวดพอดี ลมจะถกู สงเขามาตามทอหลกั ท่ีอยูในแนวดิ่งและผานระบบทอจายลม ใหกบั ช้นั กรอง โดยปกติจะเปาลมใหชนั้ ทรายขยายตัวเปนเวลาหลายนาทีกอนที่จะทา� การลางยอน ตามปกติ

คู่มือแนวทาง การจดั การอนามยั สง่ิ แวดล้อม และสขุ าภบิ าลอาหารและนาำ้ ในเรือนจำา 8.7.2 การลางคลองเวยี นวน น�าน�้าคลอรีนที่มีความเขมขนคลอรีน 60% เขาระบบท�าความสะอาดระบบ คลองน้�าเวยี นวน 8.7.3 การลางถงั ตกตะกอน หยดุ เดินระบบการผลติ น้�า ปลอยน้�าทต่ี กคางในระบบออกจากถงั ตกตะกอน ใชนา�้ ความดันแรงสูงฉีดไลตะกอนออกจากถงั เปดระบบน�า้ ใหเขาถังตกตะกอนและปลอยน้�าทิ้งเปน ระยะ ๆ แลวคอยนา� นา้� เขาระบบการผลิตประปาตอไป 8.7.4 การลางถังน้�าใส การลางภายในถงั โดยการขดั ลางดวยแปรงขัด เปดน�้าฉดี ท�าความสะอาดไลผงฝุน หรอื สวนทีล่ างขดั ออกใหสะอาด ท�าการเติมน้�าใหเตม็ ถังพกั นา้� และใชนา้� ยาคลอรนี หรือคลอรนี ผงปูนคลอรีน ผสมน้�าตามอตั ราสวนความเขมขนท่ีระบไุ ว แชทิ้งในถังพัก 1 คืน แลวลางออก 76 8.8 การลางเครื่องกรองนำ้า วิธีลางทา� ความสะอาดไสกรองน้�า (Filter) 1. การลางไสกรองนา้� (Filter) ควรลางในทุก ๆ 3 เดือน หรอื ตามคูมือของผลิตภัณฑนั้น โดยการปดระบบการจายน�้าเขาเคร่ืองกรองน�้า ท�าการถอดไสกรองนา�้ ออกมาลางดวยฟองน�้า โดยใชน้�ายาท�าความสะอาดผลิตภณั ฑ ฉีดน�้าลางไสกรองจนสงั เกตเห็นเปนน�้าใสผานไสกรอง แลวน�ากลับไปประกอบกับเคร่ืองกรองน�้าเชนเดิม เปดน�้าเพื่อใหน้�าไลผานจุดไลน้�าออก กอนใชงานตอไป 2. การเปลี่ยนสารกรองน�้า (คารบอน/เรซนิ /เซรามิค) โดยถอดฝาปดทั้งสองขางออก แลวเทสารกรองออกทางดานท่มี ีตะแกรงใชน�้าแรงดันสงู ท�าความสะอาดภายในตัวเครอ่ื งกรอง ท�าความสะอาดลางระบบทอนา้� ทัง้ ทอนา�้ เขาและทอนา้� ออก เปดน้า� เพือ่ ใหนา�้ ไลผานจดุ ไลน้�าออก กอนใชงานตอไป ควรปฏิบัตติ ามคูมือของผลติ ภณั ฑ

การจดั การดา้ นนำา้ สะอาด 3. ควรตรวจสอบรอยเชอ่ื มตอตาง ๆ หากพบวามีน�้าซมึ หรือน้�าหยด ใหท�าการแกไข โดยการพันเทปดวยเทปพนั เกลียว (Te on Tape) บรเิ วณรอยตอท่ีมีการร่ัวซมึ 4. วัสดุ-อุปกรณท่ีตองเปล่ียนตามระยะเวลาการใชงาน เชน สารกรองน้�า/ไสกรอง ใหเปลี่ยนตามอายุการใชงานตามคูมือของเครื่องกรองน�้าหรอื อาจเปลี่ยนกอนครบก�าหนด จากการสังเกตคณุ ภาพน�้าดิบทีผ่ านระบบกรองน้�า และลักษณะการใชงาน 5. การท�าความสะอาดตวั เครือ่ งควรเช็ดดวยน�้าเปลา และควรสังเกตตัวเครอ่ื งหากมี รอยร่ัว แตกราว ไมสามารถซอมแซมได ใหด�าเนินการเปล่ยี นวัสดสุ วนน้นั 8.9 การลางถังนำ้าด่ืม ขนาด 20 ลติ ร 77 วธิ ีการท�าความสะอาดถงั น�้าด่ืม สงั เกตวาถงั น้�าดื่มขนาดบรรจุ 20 ลิตรจะมคี ราบตะไครนา�้ หรอื สิง่ สกปรกเกาะอยูภายในถัง หรือบริเวณปากถงั น�้าดื่ม เนือ่ งจากสาเหตุผานการใชงานมาเปนเวลานานหรือระบบการผลิต ไมไดมาตรฐาน การลางท�าความสะอาดถังบรรจุจะคอนขางยาก เพราะปากถงั แคบไมสามารถ ลวงเขาไปลางภายในถงั ไดสะดวก ซึ่งอาจใชแปรงหรือฝอยขดั ตอดวยดามไมลวงเขาไปกย็ ังลาง ท�าความสะอาดไดไมท่ัวถึง ควรใชวิธดี ูแลท�าความสะอาด ดังนี้ ใชเกลอื เมด็ ใสลงไปในถงั บรรจุนา้� เปลาท่มี ีคราบตะไครน้�าหรือสง่ิ สกปรกเกาะอยูภายในถงั ประมาณ 1 - 2 ก�ามอื และใสน�้าสมสายชูผสมลงไป 30 มิลลลิ ิตร เทน�้าใสลงไปในถัง 500 มิลลิลติ ร โดยประมาณ ปดฝาถังบรรจุน้�า แลวเขยาใหทว่ั เมื่อเขยาไปไดสกั ระยะ เปดฝามองดูวาภายในถัง สะอาดท่วั ถงึ หรอื ยงั ถายังไมสะอาดก็ท�าการเขยาตอไป และถาสะอาดดีแลวใหเทนา้� ผสมเกลือท้งิ แลวลางดวยคลอรีนนา�้ ที่จดั เตรยี มไว อีก 1 ครัง้ และลางออกดวยน้�าเปลาน�้าใหสะอาด ทีม่ า : https://pantip.com/topic/36452268

คู่มอื แนวทาง การจัดการอนามัยสิ่งแวดลอ้ ม และสุขาภบิ าลอาหารและน้ำา ในเรอื นจำา ท่มี า : http://www.siamchemi.com/ 8.10 การตรวจสอบคุณภาพน้ำาบรโิ ภค การตรวจสอบคณุ ภาพน้�าในภาคสนาม สามารถตรวจสอบไดดวยชุดทดสอบอยางงาย ไดแก การตรวจสอบคลอรีนอสิ ระคงเหลือในน�้า โดยใชชุดทดสอบคลอรีนอิสระคงเหลือในน�้า (อ 31) และการตรวจสอบโคลฟิ อรมแบคทีเรยี ในน�้า ดวยชดุ ตรวจสอบโคลิฟอรมแบคทีเรยี ในน้�า 78 (อ 11) รายละเอยี ดในภาคผนวก 4 8.11 ขอแนะนาำ ในการจดั การน้ำาบริโภคท่ีตรวจพบมีการปนเปอนเชื้อแบคทีเรีย วิธีที่ 1 การตม โดยการตมน้�าใหเดอื ดที่อณุ หภมู ิ 100 องศาเซลเซียส เปนเวลาอยางนอย 5 นาที และเก็บในภาชนะทีส่ ะอาดมฝี าปดมดิ ชิด วธิ ีท่ี 2 การกรอง โดยใชเครอื่ งกรองท่มี ีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ในการกรองเช้ือ แบคทเี รีย วธิ ีท่ี 3 การใชสารเคมี เชน แกส๊ โอโซน แกส๊ คลอรีน หรือคลอรีนนา�้ 2% ทไ่ี มมสี ง่ิ เจอื ปน วิธีท่ี 4 การใชรังสี โดยผานรังสี อัลตราไวโอเลตลงในนา�้ ท่คี วามขนุ ไมเกิน มาตรฐาน เพอ่ื กา� จดั เชอื้ แบคทเี รยี

การจดั การดา้ นนาำ้ สะอาด 8.11.1 แนวทางแกไขกรณตี รวจพบเชื้อโคลิฟอรม์ แบคทีเรียน�้าบรโิ ภคในเรอื นจ�า 79 1. นอกเหนือจากแนวปฏิบตั ิดังกลาวขางตนแลว ภายในเรือนจ�า/ทณั ฑสถาน ควรส�ารวจจุดท่ีตรวจเชื้อโคลิฟอรมแบคทีเรียวาเปนจุดใดของระบบจายน้�าเพื่อการบริโภค วามกี ารช�ารดุ เสยี หาย หรอื ขาดการดูแลท�าความสะอาด ใหรบี แกไขด�าเนินการตามข้ันตอนการ ลางระบบจายน�้าตาง ๆ แลวท�าการตรวจซ�้า หากยังคงตรวจพบเช้อื ใหประสานไปยงั หนวยงาน ท่ีเกยี่ วของ เชน ส�านักงานสาธารณสุขจงั หวดั (สสจ.) 2. เสนอผูบังคบั บญั ชาตามระดับชน้ั ใหทราบในเบื้องตน 3. บันทึกการตรวจในแบบฟอรมการรายงานการจัดการน้�าดื่ม/น้�าใชในเรือนจ�า และรายงานผลการตรวจตามระยะเวลาทีก่ �าหนด เพอ่ื เปนแนวทางในการแกไขปญหา 4. เกบ็ ตวั อยางนา้� ท่ตี รวจพบเช้ือโคลฟิ อรมแบคทีเรีย เพื่อสงตรวจทางหองปฏิบัติการ ทโี่ รงพยาบาลศนู ยชุมชนใกลเคยี งใหท�าการเพาะเชอ้ื 8.11.2 ขอแนะน�าในการจดั การน�้าบรโิ ภคท่ีพบคาคลอรีนอิสระคงเหลือต�่ากวาเกณฑ์ มาตรฐาน 1. น้�าบริโภคทถ่ี ูกตอง โดยใหมีคาคลอรนี อิสระคงเหลอื ในน้�าอยูในชวง 0.2 – 0.5 มิลลิกรัม/ลติ ร 2. ส�าหรบั การตรวจสอบระบบจายน้�าทีก่ ักเกบ็ น�้าภายในเรอื นจ�า หากตรวจสอบ พบคาคลอรีนอิสระคงเหลอื ต่�ากวาเกณฑมาตรฐานควรเตมิ คลอรีนตามอัตราสวนทไี่ ดก�าหนด ขางตนลงไปในทกี่ ักเกบ็ นา้� ในระบบจายน�้ากอนน�ามาบริโภค 3. หากตรวจสอบพบวา คาคลอรีนอิสระคงเหลือตา�่ กวาเกณฑมาตรฐานในระบบ จายนา้� ของการประปากอนเขาสูระบบจายนา�้ ภายในเรอื นจ�า ใหประสานกบั การประปามาตรวจสอบ และปรบั ปรุงคณุ ภาพน�้าใหไดตามเกณฑมาตรฐานตอไป

80

การจัดการดา้ นนา้ำ สะอาด ตารางที่ 1 มาตรฐานคุณภาพน�้าบริโภคในภาชนะบรรจุทีป่ ดสนิท คุณ ดชั นคี ุณภาพนา� หนวย คามาตรฐาน ลักษณะ ฮาเซนยนู ติ (เกณฑ์อนโุ ลมสูงสดุ ) 1. สี (Colour) ทาง 2. กลิ่น (Odour) ซิลกิ าสเกลยูนิต 20 กายภาพ 3. ความขุน (Turbidity) ไมมีกล่ิน (ไมรวมกลิ่นคลอรีน) 4. ความเปนกรด-ดาง (pH) มลิ ลิกรัม/ลติ ร 5. ปริมาณสารท้งั หมด (Total Solids) มิลลกิ รมั /ลิตร 5 6. ความกระดางท้ังหมด (Total Hardness) มิลลิกรัม/ลิตร 6.5-8.5 7. สารหนู (As) มลิ ลิกรมั /ลติ ร 500 8. แบเรยี ม (Ba) มลิ ลิกรมั /ลติ ร 0.05 9. แคดเมยี ม (Cd) มิลลกิ รมั /ลติ ร 10. คลอไรด (Cl) มิลลกิ รัม/ลิตร 1.0 11. โครเมียม (Cr) มลิ ลิกรัม/ลิตร 0.005 12. ทองแดง (Cu) มิลลิกรัม/ลติ ร 250 13. เหลก็ (Fe) มลิ ลกิ รมั /ลติ ร 0.05 14. ตะกั่ว (Pb) มลิ ลกิ รมั /ลิตร 1.0 ทาง 15. แมงกานสิ (Mn) มิลลิกรัม/ลติ ร 0.3 เคมี 16. ปรอท (Hg) มลิ ลกิ รัม/ลิตร 0.05 17. ไนเตรต มิลลกิ รัม/ลิตร 0.05 18. ฟนอล (Phenols) มลิ ลิกรัม/ลิตร 0.002 19. ซิลเิ นยี ม (Se) มลิ ลกิ รมั /ลิตร 0.4 20. เงิน (Ag) มิลลกิ รมั /ลิตร 0.001 21.ซลั เฟต (SO ) มลิ ลิกรมั /ลิตร 0.01 22. สังกะสี (Zn) มิลลกิ รัม/ลติ ร 0.05 23. ฟลูออไรด (F) มลิ ลิกรัม/ลติ ร 250 24. อะลมู เิ นยี ม มิลลิกรมั /ลิตร 5.0 25. เอบเี อส (Alkylbenzene Sulfonate) มิลลิกรัม/ลิตร 1.5 26. ไซยาไนด เอม็ พเี อ็น/100 มิลลิลิตร 0.2 27. โคลฟิ อรม (Coliform) เอม็ พีเอ็น/100 มลิ ลลิ ิตร 0.2 ทาง 28. อ.ี โคไล (E.Coli) เอม็ พเี อน็ /100 มลิ ลลิ ติ ร 0.1 บกั เตรี 29. จลุ นิ ทรียท�าใหเกิดโรค 2.2 (Disease-Causing Bacteria) ตรวจไมพบ ตรวจไมพบ ทีม่ า : ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ฉบบั ที่ 61 (พ.ศ.2524) เรือ่ งน�้าบริโภคในภาชนะท่ีปดสนิท ตีพิมพ ในราชกิจจานเุ บกษา เลม 98 ตอนท่ี 157 (ฉบับพิเศษ) ลงวันท่ี 24 กันยายน 2524 ซ่ึงไดแกไขเพมิ่ เตมิ โดยประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ฉบับท่ี 135 (พ.ศ.2534) เร่อื ง น�้าบริโภคในภาชนะบรรจทุ ่ปี ดสนิท (ฉบับท่ี 2) ลงวันที่ 26 กุมภาพนั ธ พ.ศ. 2534 ตีพมิ พในหนังสือราชกิจจานุเบกษา เลม 108 ตอนท่ี 61 ลงวันท่ี 2 เมษายน 2534

ค่มู อื แนวทาง การจดั การอนามัยส่งิ แวดล้อม และสุขาภิบาลอาหารและนาำ้ ในเรอื นจำา ตารางที่ 2 เกณฑคณุ ภาพน�้าประปาดมื่ ได กรมอนามยั พ.ศ. 2563 พารามเิ ตอร์ หนวยวัด คามาตรฐาน ด้านกายภาพ ความขุน (Turbidity) เอ็นทียู ไมเกนิ 5 สปี รากฏ (Apparent Color) แพลตตนิ มั โคบอลท์ ไมเกิน 15 ความเปนกรดและดาง (pH) 6.5 – 8.5 ดา้ นเคมีท่วั ไป มิลลกิ รัมตอลติ ร ของแขง็ ละลายนำาทั้งหมด ไมเกิน 500 (Total dissolved solids) มิลลิกรมั ตอลติ ร (as CaCO ) ความกระดาง (Hardness) มลิ ลกิ รมั ตอลิตร ไมเกนิ 300 ซัลเฟต (Sulfate) มิลลิกรัมตอลติ ร ไมเกิน 250 คลอไรด์ (Chloride) ไมเกนิ 250 ไนเตรท (Nitrate) มลิ ลกิ รมั ตอลติ ร (as NO ) ไมเกิน 50 ไนไตรท์ (Nitrite) มลิ ลิกรมั ตอลติ ร (as NO2) ไมเกิน 3 ฟลอู อไรด์ (Fluoride) ไมเกิน 0.7 ดา้ นเคมี (โลหะหนัก) มิลลิกรมั ตอลติ ร เหล็ก (Iron) ไมเกิน 0.3 แมงกานีส (Manganese) มิลลกิ รมั ตอลติ ร ไมเกิน 0.3 ทองแดง (Copper) มิลลกิ รมั ตอลิตร ไมเกิน 1 สงั กะสี (Zinc) มิลลกิ รมั ตอลิตร ไมเกนิ 3 ด้านเคมี (โลหะหนักที่เป็นพษิ ) มิลลกิ รัมตอลติ ร ตะกัว่ (Lead) ไมเกิน 0.01 โครเมยี มรวม (Total chromium) มิลลกิ รัมตอลติ ร ไมเกนิ 0.05 แคดเมียม (Cadmium) มิลลกิ รัมตอลิตร ไมเกิน 0.003 สารหนู (Arsenic) มิลลกิ รัมตอลติ ร ไมเกิน 0.01 ปรอท (Mercury) มิลลกิ รัมตอลิตร ไมเกิน 0.001 ดา้ นชีวภาพ มลิ ลิกรมั ตอลิตร โคลิฟอร์มแบคทเี รยี ไมพบ (Total Coliforms Bacteria) ตอ 100 มลิ ลลิ ิตร นอยกวา 1.1 เอ็นพเี อ็น ตอ 100 มิลลิลติ ร อโี คไล (Escherichia Coli) ไมพบ ตอ 100 มิลลิลติ ร นอยกวา 1.1 เอ็นพเี อน็ ตอ 100 มลิ ลลิ ติ ร หมายเหตุ : - วธิ วี ิเคราะหในแตละพารามิเตอร ใหเลือกใชอยางใดอยางหนงึ่ ในการตรวจวัด - คลอรนี อิสระคงเหลือ (Residual chlorine) ก�าหนดใหมที ปี่ ลายเสนทอ 0.2 – 0.5 มิลลิกรัม ตอลติ ร ใชในระบบการเฝาระวัง คณุ ภาพน้�าประปา - ประกาศกรมอนามยั เร่อื ง เกณฑคุณภาพน้�าประปาดม่ื ได กรมอนามัย (13 กรกฎาคม 2563)

บทที่ ๑ บทนา� บทที่ การสุขาภิบาลอาหาร

คูม่ ือแนวทาง การจัดการอนามัยสงิ่ แวดลอ้ ม และสขุ าภบิ าลอาหารและนา้ำ ในเรอื นจำา บทท่ี การสขุ าภบิ าลอาหาร การสุขาภบิ าลอาหารในเรือนจ�ามีความหมายครอบคลุมถึง การบรหิ ารจดั การและควบคมุ ส่งิ แวดลอม รวมทัง้ บุคลากรทเ่ี กย่ี วของกับการเตรยี มปรงุ ประกอบ และการแจกจายอาหาร ในฝาย สูทกรรมและโรงเล้ยี งอาหาร ทง้ั ส�าหรับผตู องขัง และเจาหนาทีเ่ รอื นจ�า เพอื่ ท�าใหอาหารสะอาด ปลอดภยั ปราศจากเชอ้ื โรค พยาธิ และสารเคมตี าง ๆ ที่เปนอันตราย หรืออาจจะเปนอันตราย ตอการเจริญเติบโตของรางกาย สุขภาพอนามยั และการด�ารงชวี ติ ของผบู ริโภค 9.1 การบรโิ ภคอาหารทถี่ กู หลกั สุขาภบิ าลอาหาร หมายถึง การบรโิ ภคอาหารแลวไมกอใหเกดิ โรค และโทษในระยะเวลาสนั้ และไมมพี ิษภยั ทเ่ี ปนโทษหรอื กอใหเกิดโรคในระยะยาว ดงั น้นั ตองดูแลตรวจตราสถานทเ่ี ตรยี มปรงุ ประกอบ อาหาร และสถานท่รี ับประทานอาหารใหสะอาด ถกู สุขลักษณะ ดแู ลความสะอาดและปลอดภัย ของตัวอาหาร สารปรุงแตง นา�้ ดืม่ น�้าใช นา้� แขง็ บรโิ ภค เครื่องด่ืม ภาชนะอุปกรณ การก�าจัดขยะ และน้�าเสีย การดแู ลความสะอาดของหองสวม รวมถงึ สุขอนามยั ของผูเตรียมปรุง ประกอบ และ แจกจายอาหาร ซงึ่ มีหลกั การและแนวทาง ดังน้ี





การสุขาภิบาลอาหาร เปนช้ันสงู และวางจ�านวนมากเกินไป ผกั สด ควรลางใหสะอาด เลอื กสวนท่เี สียออก บรรจุในถุง 87 หรือกลองทปี่ องกันการสญู เสียความช้นื ได เกบ็ ในตเู ย็นปกติ ไมเยน็ จดั หรือแชแข็ง สวนอาหาร แหง ควรมหี องแยกเก็บขาวสารออกจากอาหารประเภทอนื่ มีหมอนรองหรอื ชัน้ ยกสงู จากพนื้ พอใหท�าความสะอาดพ้นื ขางใตไดสะดวก ไมควรส�ารองไวจ�านวนมากเกนิ ไป อาหารแหงอืน่ ๆ ควรจัดวางสงู จากพน้ื อยางนอย 60 เซนติเมตร ยกเวนอาหารในภาชนะปดสนทิ สามารถเกบ็ สูงกวา พ้ืนไดอยางนอย 30 เซนตเิ มตร .1.2 สถานทร่ี บั ประทานอาหาร (โรงเลีย้ งอาหาร) 1. พื้น สรางดวยวัสดทุ ่ีแขง็ แรง ทนทาน เรียบ ไมดูดซึมน้�าหรือสกปรกงาย ท�าความสะอาดงาย ไมชา� รดุ แตกหัก มีการดูแลท�าความสะอาดทกุ วนั ไมใหมขี ยะและเศษอาหาร 2. ผนังและเพดาน ควรทาสีออนใหสวาง ท�าความสะอาด ไมใหมีหยากไยหรือ สงิ่ สกปรกมาเกาะ 3. การระบายอากาศ ในกรณีหลังคาหรือเพดานไมสูง อาจใชพดั ลมระบาย ความรอนชวย 4. โตะ๊ เกาอ้ี สภาพดี แข็งแรง มัน่ คง พน้ื เรียบ ไมมีรองหรือชองที่ท�าใหเศษอาหารรวงหลนไปตกคางสะสม หลัง รับประทาน อาห ารเสร็จ ให มี การ ท�าความสะอาดทันที โดยใชผาหรอื ไมกวาดเฉพาะกวาดเศษอาหารลงภาชนะรองรับ ไมกวาดลงพื้น จากนั้นใชผาสะอาดชุบน้�า บิดใหหมาด หากมีคราบไขมันใหใชน้�าผสมผงเคมีท�าความสะอาด รวมถึง จัดโตะ๊ เกาอี้ใหเปนระเบยี บ 5. น้�าดืม่ มีเพยี งพอ ในลักษณะก๊อกน้�ากลางหรือเหยอื กน�้าประจ�าโต๊ะ สะอาด พรอมใชงาน ใชวสั ดทุ ไี่ มแตกหรอื หกั งาย เม่อื แตกแลวไมคมท่สี ามารถใชเปนอาวธุ ได และหลีกเล่ียง การด่มื น�้าในภาชนะเดียวกัน 6. อุปกรณปกปดอาหาร ตองท�าความสะอาด เปนประจ�าไมใหมคี ราบไขมัน ฝุนละอองตามรอง 7. อางลางภาชนะ ตะแกรงผึ่งภาชนะ บอดักไขมนั บอดักเศษอาหาร ใชหลกั เกณฑ สูทกรรม





คู่มือแนวทาง การจดั การอนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม และสุขาภบิ าลอาหารและนำ้า ในเรอื นจำา 9.1.4 อาหาร 1. การเลือกอาหาร ตองค�านงึ ถึงประโยชน ปลอดภัย ประหยัด ตองแนใจวา อาหารมีคณุ ภาพ สด สะอาด ปลอดภยั ผลติ จากแหลงทเ่ี ช่อื ถอื งาย ไดมาตรฐานและการรับรอง จากหนวยงานที่เกย่ี วของ เชน อย. มอก. ไมมีสภาพผดิ ไปจากธรรมชาติ อาหารตองเก็บในลกั ษณะ ปกปด ปองกันการปนเปอน วางสูงจากพนื้ อยางนอย 60 เซนติเมตร รวมถึงเลอื กอาหารที่มี ตามฤดูกาลหรือผลติ ไดทองถ่ิน 2. การปรงุ อาหาร ตองค�านงึ ถงึ การสงวนคุณคาทางโภชนาการ โดยวิธกี ารปรุง ทเี่ หมาะสมสกุ เสมอ โดยใชอณุ หภูมิและระยะเวลาทเี หมาะสม สะอาดปลอดภัย ปราศจากสารพษิ ตกคาง มวี ธิ ีการผลติ ท่ีถูกตอง มีสุขนิสยั ในการปรุงประกอบอาหารท่ีดี และใชภาชนะอุปกรณ สารปรุงแตงทีถ่ กู ตอง 3. การเก็บอาหาร ใหค�านงึ ถึงสัดสวน ไมเกบ็ ปะปนกัน สภาพแวดลอมทเี่ หมาะสม ที่สามารถรกั ษาความสด คณุ คาของอาหารใหมากและนานทีส่ ดุ ความสะอาดและปลอดภัย 90 สามารถปองกนั การปนเปอนได เก็บในสถานท่ี ทมี่ กี ารท�าความสะอาดสมา�่ เสมอ ไมเกบ็ รวมหรือ ใกลกบั สารเคมี หากไมไดท�าการปรงุ ทนั ทตี องเก็บรักษา เพอื่ ใหคงคณุ ภาพ ดงั น้ี - เนอ้ื สด ทีเ่ กบ็ ไวไมนานเพ่อื รอการปรงุ ตองลางและหัน่ เปนชิน้ เลก็ หรอื เปนชิ้น พรอมปรงุ และเกบ็ ในตูเย็น ตูแช หรอื หองเยน็ ที่มีอุณหภูมติ า�่ กวา 5 องศาเซลเซยี ส เมือ่ ปรุงเสรจ็ แลว หากรอรบั ประทานนานเกนิ 2 ชว่ั โมง ควรอนุ เปนระยะ ๆ - ผกั ตองลางใหสะอาด ก�าจัดสวนทีร่ บั ประทานไมได แลวเก็บในทที่ ี่มอี ณุ หภูมิ ต่�ากวาปกติ แตไมเยน็ จัด โดยอุณหภมู ิทเ่ี หมาะสมอยูระหวาง 7 – 10 องศาเซลเซยี ส - ไข ลางเปลอื กใหสะอาด เกบ็ ทีอ่ ณุ หภูมิ 5 – 7 องศาเซลเซยี ส ถาตองการเกบ็ ใหนานข้นึ หลงั ลางใหนา� ไปจมุ ขผี้ ึ้งปดรูอากาศท่ีเปลือกไข



คู่มือแนวทาง การจดั การอนามัยสิ่งแวดลอ้ ม และสขุ าภิบาลอาหารและนำา้ ในเรอื นจำา 9.1.6 สัตว์ แมลงพาหนะ นา� โรค ตองมกี ารควบคุมปองกันดวยวิธกี ารทางสขุ าภิบาลสิง่ แวดลอม โดยมหี ลกั การดงั นี้ 1. เก็บเศษอาหารและขยะ ใสถงั ขยะท่ีมฝี าปดมิดชดิ ไมรว่ั ซึม และน�าไปก�าจดั อยางเหมาะสม 2. ควรมีอุปกรณปองกนั สตั วและแมลงตามความเหมาะสม และท�าความสะอาด สม�่าเสมอ 3. บรเิ วณปรุง ประกอบอาหารไมควรอยใู กลกองขยะ ทพ่ี ักขยะ หรือที่เล้ยี งสตั ว 4. ถามีสวมในบริเวณใกลเคียง ควรกวดขันเรื่องความสะอาด และการก�าจดั อจุ จาระท่ีถูกวิธี 5. ก�าจัดน�้าโสโครกอยางถกู วธิ ี ตรวจสอบทางระบายน�้า บอดกั อาหารและไขมัน ไมใหมีเศษอาหารตกคาง 6. กรณมี กี ารรบกวนของแมลง สัตวนา� โรคจา� นวนมาก อาจตองใชวธิ กี ลหรือสารเคมี 92 เปนครง้ั คราวไป แตไมควรใชสารเคมตี อเนอื่ งเปนเวลานาน หรอื บอยเกินไป 9.2 การเฝาระวงั ดานสุขาภบิ าลอาหาร วัตถปุ ระสงคของการเฝาระวังสขุ าภบิ าลอาหาร เพือ่ ประเมนิ สถานการณดานสุขาภิบาล อาหารของสถานที่เตรียม ปรุง ประกอบอาหารในเรอื นจ�า และความปลอดภัยของอาหาร เพอื่ การวางแผนการด�าเนนิ งานควบคุมความปลอดภยั ของอาหารไดอยางมปี ระสิทธิภาพ ในการด�าเนนิ การเฝาระวังดานสุขาภิบาลอาหาร ควรด�าเนนิ การใหครบปจจยั ท่ีส�าคญั ท่ีมผี ลตอความสะอาดปลอดภัยของอาหาร ซึง่ ไดแก สิง่ แวดลอม (สถานที่ การจัดการนา้� เสีย และขยะ) ตวั อาหาร (อาหาร สารปรงุ แตงอาหาร) บคุ คล (ผูสัมผัสอาหาร) ภาชนะอปุ กรณ และสัตวแมลงน�าโรคซ่ึงสามารถแบงการด�าเนนิ การออกเปน 2 ดาน ไดแก 1. ดานกายภาพ หมายถึง การเฝาระวังสภาพและมาตรฐานทางสขุ าภิบาลอาหาร ของสถานทีเ่ ตรยี ม ปรุง ประกอบอาหาร ในเรอื นจ�า 2. ดานชีวภาพ หมายถึง การเฝาระวงั การปนเปอนของเชื้อโรคในอาหาร ภาชนะอปุ กรณ และมือ ผูสัมผสั อาหารโดยใชชุดตรวจสอบหาการปนเปอนเชอื้ โคลฟิ อรมแบคทีเรียภาคสนาม SI-2 (อ 13) ซ่ึงกรมอนามัยไดพัฒนาขน้ึ มา ตัง้ แตป 2535 และมีการพัฒนามาอยางตอเนื่อง จนถงึ ปจจบุ นั (รายละเอียดแสดงในภาคผนวก 4)

การสขุ าภิบาลอาหาร 9.3 พฤติกรรมอนามยั ในการบรโิ ภคอาหารใหปลอดภัย 93 อาหารและน้�าด่ืมเปนส่ิงจ�าเปนสา� หรับมนุษย ปจจบุ ันโรคท่เี กดิ จากอาหารและน้�าเปนสอื่ ซึ่งมีจ�านวนผูปวยปละกวาลานคน เชน อหิวาตกโรค อาหารเปนพิษ บดิ ไทฟอยด เปนตน เปนสาเหตสุ �าคัญของการเจบ็ ปวย ที่ส�าคญั ของประชาชนในประเทศไทย การปองกันโรคเหลาน้ี จงึ เปนส่ิงส�าคญั ท่ีประชาชนสามารถปองกนั ตนเองได ดวยการมีพฤติกรรมอนามยั ในการบรโิ ภค อาหารใหปลอดภยั ดังน้ี 9.3.1 กินรอน ชอนกลาง ลางมอื 1. การรบั ประทานอาหารปรงุ สกุ ใหม กนิ อาหารที่ปรงุ สกุ ใหม กินอาหารทันทีหลังจากปรุงอาหารใหสุกดวยความรอน ปรุงอาหารดวยความรอนใหสกุ อยางทว่ั ถึง ไมปรงุ อาหารแบบสกุ ๆ ดิบ ๆ และเก็บอาหารสกุ อยางเหมาะสม เพอื่ ลดการปนเปอน 2. การใชชอนกลาง ความหมายของชอนกลาง หมายความรวมถงึ ชอนทีม่ ไี วในส�ารับกับขาว เพื่อใชตักแบงอาหารมาใสจานของผกู นิ โดยอาจเปนอุปกรณอืน่ ที่เหมาะสมกบั ประเภทของอาหารนัน้ ๆ เชน สอม ที่คบี ตะเกยี บ เปนตน รวมถึงการใชแกวน้�าประจา� ตวั ซึง่ ตองมีการดแู ลเรอื่ งความสะอาด สุขลกั ษณะการใชงาน การสรางสุขนสิ ยั ในการกนิ อาหารรวมกัน การใชชอนกลาง ชวยปองกนั โรคตดิ ตอตาง ๆ โดยเฉพาะโรคทต่ี ิดตอผานทางนา้� ลาย เชน ไขหวดั ใหญ คอตีบ คางทมู วณั โรค โปลิโอ ไวรสั ตับอกั เสบ เปนตน ไมใหแพรกระจายระหวางบุคคล และปองกันน้า� ลายของผูกนิ ไมใหลงไปปนเปอนอาหาร ท�าใหบูดเสียงาย ทัง้ ยังเปนการสรางพฤติกรรมอนามัยท่ีถกู ตอง ใหเปนวัฒนธรรมที่ดงี ามในการกินอาหารรวมกัน

คู่มือแนวทาง การจัดการอนามัยสงิ่ แวดลอ้ ม และสุขาภิบาลอาหารและนำ้า ในเรือนจำา 3. การลางมือ มือ มีโอกาสสมั ผสั ส่ิงของรอบ ๆ ตัว ที่อาจปนเปอน น�า้ มกู น�า้ ลายของผปู วย เชน ลูกบิดประตู แกวน�้า ผาเชด็ หนา โทรศัพท ราวบันได เปนตน ซึง่ จะท�าใหมอื สกปรก และไดรับเชอ้ื โรค ปนเปอนเขาสูรางกาย โดยเชื้อโรคจะเขาทางเย่ือบจุ มูก ตา และปาก ดังนัน้ จงึ ตองดูแลมือ ใหสะอาด โดยการลางมอื ดวยน้า� และสบูทุกครง้ั กอนรบั ประทานอาหาร กอนและหลงั การเตรยี ม ปรงุ อาหาร หลังเขาหองสวม หลังสมั ผัสสิ่งสกปรก เชน หลงั การไอ จาม ส่ังนา�้ มกู จบั ตองขยะ และหลังการสัมผัสสตั วทุกชนิด 94



คู่มือแนวทาง การจดั การอนามัยสง่ิ แวดล้อม และสขุ าภิบาลอาหารและนา้ำ ในเรอื นจำา บทท่ี การดำาเนินงานพัฒนา ปรบั ปรุง การจดั การอนามยั ส่ิงแวดลอม และสุขาภิบาลอาหารและน้าำ ในเรือนจาำ การจัดการดานอนามยั ส่งิ แวดลอมและสขุ าภิบาลอาหารและนา�้ ในเรือนจา� เปนการด�าเนนิ งาน เพอ่ื จัดการปรับปรงุ และควบคุมสภาพส่งิ แวดลอมใหมีความเหมาะสม ไมเกดิ อนั ตรายตอสุขภาพอนามยั 96 รวมทั้งการใชชวี ิตประจ�าวันของผตู องขัง ตลอดจนเจาหนาที่ในเรือนจ�า และครอบคลุมไปถึง การจดั การมใิ หเรือนจ�า กอใหเกดิ มลพษิ กับส่ิงแวดลอมบริเวณใกลเคยี งดวย ซึง่ การดา� เนนิ งาน ดังกลาว นบั เปนการสงเสริมสขุ ภาพและความปลอดภัยของผตู องขัง เนือ่ งจากการด�าเนินงาน อนามยั สิง่ แวดลอมท่ีดี สงผลตอสุขภาพและความเปนอยูทดี่ ีของทกุ คน การจัดการดานอนามยั ส่งิ แวดลอม และสขุ าภิบาลอาหารและนา�้ ในเรือนจา� มขี อบเขตงาน ทก่ี วาง และจ�าเปนตองมีการด�าเนนิ งานรวมกนั ระหวางเรอื นจ�าและหนวยงานสาธารณสขุ ในพืน้ ที่ หนวยงานสาธารณสขุ สามารถสนบั สนุน โดยเขาตรวจประเมนิ ดานอนามัยสง่ิ แวดลอมในเรอื นจา� รวมทง้ั ใหขอแนะน�าในการดา� เนินการปรับปรุงแกไขที่ถกู ตองเหมาะสม เพือ่ ปองกันผลกระทบ ตอสขุ ภาพของผูตองขงั ความถ่ีของการเขาตรวจประเมนิ ขน้ึ อยูกบั ปญหาทีพ่ บ และความจา� เปน เรงดวน แตอยางนอยควรมีการตดิ ตามการด�าเนินงานสม่�าเสมอ อยางนอยทุก 6 เดอื น 10.1 การดำาเนินงานการจัดการอนามัยส่ิงแวดลอม และสุขาภิบาลอาหารและน้ำา ในเรือนจาำ ทัง้ 8 ดาน ตองนำากลวธิ ีดำาเนินงานตามข้นั ตอน ดังน้ี 1. ส�ารวจขอมูลเพือ่ หาปญหา ซึ่งเรอื นจ�าสามารถท�าไดโดยใชแบบประเมนิ สิง่ จ�าเปน ขั้นพ้ืนฐานส�าหรับผูตองขัง ทั้งน้อี าจด�าเนนิ การในลักษณะของคณะท�างานที่มีท้ังเจาหนาที่ เรือนจ�าและเจาหนาที่จากหนวยงานภายนอกท่เี ก่ียวของ เชน ส�านักงานสาธารณสุขในพื้นท่ี ส�านกั งานเทศบาล องคการบริหารสวนต�าบล โรงพยาบาลในพน้ื ท่ี เปนตน เขารวมคณะท�างาน เพือ่ ความรวมมอื ในการแกไขปญหาไดอยางถูกตองเหมาะสม

การดำาเนินงานพฒั นา ปรบั ปรงุ การจดั การอนามยั ส่ิงแวดลอ้ ม สุขาภบิ าลอาหารและนา้ำ ในเรอื นจำา 2. วิเคราะหสภาพปญหา น�าขอมลู สภาพปญหามาจัดล�าดบั ความสา� คัญ ก�าหนดรปู แบบ 97 ดา� เนนิ การ ก�าหนดหรือประมาณการงบประมาณ ก�าหนดระยะเวลา บคุ ลากรตลอดจนหนวยงาน ทีเ่ กยี่ วของ 3. ด�าเนินการปรับปรุงตามรูปแบบหรือลักษณะท่ีมีการตกลงของคณะท�างานท่ีได วิเคราะหสภาพปญหาของเรอื นจ�า ทง้ั การด�าเนินการที่ไมตองใชงบประมาณ และการด�าเนินการ ท่ตี องใชงบประมาณ 4. การติดตามผล ตองมีการตดิ ตามผลความกาวหนาในการด�าเนนิ งานเปนระยะ โดย คณะท�างาน ตามก�าหนดระยะเวลา เพื่อติดตามวาการด�าเนนิ งานนั้นเหมาะสมหรือสามารถแกไข ปญหาได ตองมกี ารปรบั เปลี่ยนในสวนท่ยี ังไมเหมาะสมในวธิ หี รอื ลักษณะใดเพ่อื ใหการด�าเนินงาน บรรลุตามวตั ถปุ ระสงค 5. การประเมินผล โดยใชแบบประเมินท่ใี ชประเมินในขอ 1 เพือ่ เปรยี บเทียบความแตกตาง ระหวางการด�าเนินการและหลังด�าเนินการ อยูในเกณฑมาตรฐานหรือไม และใชขอมูล จากการประเมนิ ผลในการพฒั นางานตอไป 0.2 ขอพิจารณาในการวางแผนปรบั ปรงุ อนามัยสงิ่ แวดลอม และสุขาภิบาลอาหาร และนำ้า ในเรือนจำา ในการด�าเนนิ งานอนามยั สง่ิ แวดลอม และสุขาภบิ าลอาหารและนา้� ในเรือนจา� มขี อพิจารณา ในการวางแผนปรบั ปรุง ดังน้ี 1. การวางแผนเก่ยี วกับการรักษาความสะอาด ไดแก 1.1 การจดั เตรียม จัดสรรงบประมาณแยกไวโดยเฉพาะ เพื่อการดแู ลรกั ษาความสะอาด จดั ซื้ออปุ กรณในการทา� ความสะอาด ซอมแซมวสั ดุทใี่ ชในงานอนามยั ส่ิงแวดลอม สุขาภบิ าลอาหาร และน�้า ในเรอื นจ�า 1.2 การแบงประเภทของงานในการดูแลรักษาความสะอาด เชน งานที่ตองท�า ความสะอาดประจ�าวนั งานทีท่ �าความสะอาดประจา� สัปดาห งานทีต่ องท�าความสะอาดเดอื นละครัง้ ทุก 6 เดอื น หรือปละคร้งั เปนตน 1.3 การก�าหนดผูรับผดิ ชอบงานใหเหมาะสม ควรจัดแบงผูตองขังรับผิดชอบท�า ความสะอาดตามจดุ ตาง ๆ ของเรือนจ�าอยางทว่ั ถงึ เหมาะสมกบั ความสามารถและชนิดของงาน โดยมเี จาหนาที่เปนผูควบคุมดแู ลและมคี ณะท�างานเปนท่ปี รกึ ษา 1.4 จดั เตรยี มอุปกรณเคร่อื งมือ เครื่องใชในการท�าความสะอาดใหพรอมและเพยี งพอ

คู่มือแนวทาง การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม และสขุ าภิบาลอาหารและน้ำา ในเรอื นจำา 1.5 ด�าเนนิ การช้ีแจง หรืออบรมวธิ ีการท�าความสะอาดที่ถูกตองแกผูรับผิดชอบ อยางชัดเจน 1.6 รับฟงปญหาของผูรับผดิ ชอบในการท�าความสะอาดแตละจุด เพื่อน�ามาสรุป เปนปญหาภาพรวม นา� ไปสูการจัดหาแนวทางการแกไขตอไป 1.7 สถานทีท่ กุ ที่ในเรือนจ�า ตองมีการดแู ลความสะอาด ความมีระเบียบ การจดั เก็บ อุปกรณเคร่อื งมือ เคร่อื งใชภายหลงั การใชงานอยางมีระเบยี บและเปนสัดสวน มีการซอมบ�ารงุ ใหอยูในสภาพพรอมใชงาน 2. การจัดทา� แผนงาน/โครงการ ปรบั ปรุง รักษาสภาพการจัดการอนามัยส่ิงแวดลอม และ สขุ าภบิ าลอาหารและน�้า ในเรอื นจ�า เรอื นจ�าควรจดั ท�าโครงการปรับปรงุ การจัดการอนามัยสิง่ แวดลอม และสุขาภิบาลอาหาร และน�้า ในเรอื นจา� อยางนอยปละ 1 โครงการ และก�าหนดระยะเวลาของการขบั เคลื่อนโครงการ อยางชดั เจน โดยตระหนักถงึ ความส�าคญั ของปญหาที่ตองการแกไขตามท่ีไดมีการคนหาวเิ คราะห 98 มกี ารช้แี จงทา� ความเขาใจถงึ วตั ถุประสงคของการด�าเนินงานอยางชดั เจน การแกไขปญหาทางดานการจัดการอนามัยสิ่งแวดลอม และสขุ าภบิ าลอาหารและน�้า ในเรอื นจ�า อาจไมประสบผลสา� เรจ็ อยางรวดเรว็ สวนหนึ่งมาจากพฤตกิ รรมสวนบคุ คลของผตู องขัง รวมทั้งเจาหนาท่ีเรอื นจ�า ที่ตองใชเวลา กลวธิ ี และงบประมาณสนบั สนุน ตลอดจนความรวมมือ ของบุคคลหลายฝายท้ังภายในเรอื นจา� และหนวยงานภายนอกทีเ่ ก่ียวของ ทีส่ �าคญั การด�าเนินงาน การจดั การอนามยั สงิ่ แวดลอม และสขุ าภบิ าลอาหารและน�้า ในเรือนจา� ตองมีความตอเน่อื ง