Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เอกสาร นักธรรมตรี

เอกสาร นักธรรมตรี

Published by mahakor.2018, 2021-08-27 07:11:27

Description: เอกสาร นักธรรมตรี

Search

Read the Text Version

เอกสารประกอบ วิชาศาสนพธิ ี นักธรรมชั้นตรี ๘๙ สรปุ วิชาศาสนพิธี ศาสนพิธี คือ พิธีกรรมอันเกี่ยวกับทางศาสนา ซ่ึงเมื่อพระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสสอนสาวก และ พุทธบริษัท ไม่ให้ทำความชั่ว ให้ทำแต่ความดี และให้ชำระจิตใจของตนให้ผ่องใส ซึ่งเรียกว่า “โอวาทปาตโิ มกข”์ เมอ่ื พุทธบรษิ ัทพยายามปฏิบตั ติ ามคำสอนน้ัน และสรา้ งกุศลให้เกิดขึ้นแก่ตน จึงเป็น การพยายามทำความดี ซึ่งเรียกว่า “ทำบุญ” การทำบุญน้ี พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงไว้ ๓ ประการ คือ ทาน ศลี ภาวนา ในกาลต่อมา พทุ ธบริษัท ไดน้ ยิ มทำบญุ กนั มากข้ึน พธิ ีกรรมใด เปน็ ท่ีนิยมปฏบิ ัตกิ นั สืบ ๆ มาจน กลายมาเปน็ ประเพณี พิธีกรรมน้ัน ก็กลายมาเปน็ ศาสนพิธีขน้ึ ฉะนัน้ ศาสนพิธี จงึ มมี ากมายหลายงาน เม่ือแยกออกไปแล้วกส็ งเคราะหไ์ ด้ ๔ หมวด คือ ๑. หมวดกศุ ลพธิ ี วา่ ด้วยการบำเพญ็ กุศล ๒. หมวดบุญพธิ ี วา่ ดว้ ยพธิ ีทำบญุ ๓. หมวดทานพธิ ี วา่ ด้วยพิธีถวายทาน ๔. หมวดปกณิ ณะ ว่าด้วยพธิ ีเบ็ดเตล็ด หมวดท่ี ๑ กุศลพธิ ี กุศลพิธี หมายถงึ พธิ ีทำความดใี ห้แกต่ นตามหลักการทางพุทธศาสนา มี ๓ อยา่ ง คอื การแสดง ตนเปน็ พุทธมามกะ การเวียนเทยี นในวันสำคญั และการรกั ษาศีล ๑. พิธีแสดงตนเปน็ พทุ ธมามกะ การแสดงตนเปน็ พุทธมามกะ สำหรบั บคุ คลผูเ้ ลื่อมใสในพระรตั นตรัยแล้ว จะยอมรบั นับถือเป็นที่ พึ่งต่อไป จึงได้มาแสดงตนเป็นพุทธมามกะต่อหน้าพระสงฆ์ โดยการนำเอาดอกไม้ธูปเทียนมาสักการะ พระอาจารย์ผู้เป็นพยานในการแสดงตนเสร็จแล้ว กล่าวคำนมัสการพระรัตนตรัย (นะโม) ๓ จบ แล้ว กล่าวคำปฏิญาณตนต่อไป วา่ “เอสาหัง ภันเต, สุจิระปรินิพพุตัมปิ, ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ, ธัมมัญจะ สังฆัญจะ พุทธะมามะโกติ มัง สงั โฆ ธาเรต.ุ ” เมื่อผู้ปฏิญาณกล่าวคำปฏิญาณจบแล้ว พระสงฆ์ทั้งหมดประนมมือรับ “สาธุ” พร้อมกัน ตอ่ จากนน้ั ใหผ้ ูป้ ฏิญาณนัง่ ราบแบพับเพียบกับพืน้ ประนมมือฟังโอวาทตอ่ ไป เมือ่ ทา่ นให้โอวาทจบลง ผู้ ปฏิญาณพึงรับว่า “สาธุ” แล้วคุกเข่าประนมมือกล่าวคำอาราธนาศีล และสมาทานศีลตามคำท่ีประสงค์ผู้ เป็นประธานให้ ครั้นพระสงฆ์ให้ศีลและบอกอานิสงส์ศีลจบลงแล้ว ผู้ปฏิญาณกราบ ๓ ครั้ง แล้วถวาย ไทยธรรมเสรจ็ แลว้ เตรียมกรวดน้ำ เมอ่ื พระสงฆผ์ ู้เป็นประธานวา่ ยถา... ให้รนิ นำ้ ลงยังภาชนะที่เตรียมไว้ พอพระสงฆ์สวดบทว่า สพฺพีตีโย วิวชฺชนฺตุ... ให้เทน้ำลงให้หมด ประนมมือรับพรไปจนจบ แล้วกราบ พระรตั นตรัยดว้ ยเบญจางคประดิษฐ์ ๓ ครง้ั เป็นอันเสรจ็ พิธี สำนกั ศาสนศกึ ษาวดั เขาเชงิ เทียนเทพาราม พระมหาธีรพิสษิ ฐ์ จนทฺ สาโร

เอกสารประกอบ วชิ าศาสนพิธี นักธรรมชั้นตรี ๙๐ คำอาราธนาเบญจศลี อะหงั ภันเต, วิสงุ วสิ ุง รักขะนตั ถายะ, ตสิ ะระเณนะ สะหะ, ปัญจะ สลี านิ ยาจาม.ิ ทตุ ยิ มั ปิ, อะหัง ภนั เต, วิสงุ วิสุง รกั ขะนตั ถายะ, ติสะระเณนะ สะหะ, ปญั จะ สลี านิ ยาจาม.ิ ตะตยิ มั ปิ, อะหงั ภันเต, วสิ ุง วิสงุ รักขะนตั ถายะ, ตสิ ะระเณนะ สะหะ, ปัญจะ สลี านิ ยาจาม.ิ (ถา้ รบั หลายคน ให้เปลย่ี น อะหัง เปน็ มะยัง, ยาจามิ เปน็ ยาจามะ) คำสมาทานเบญจศีล (พระอาจารย์เป็นผบู้ อก ผปู้ ฏิบตั ิกลา่ วตาม) นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสมั พทุ ธัสสะ นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสมั พุทธัสสะ นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสมั พทุ ธัสสะ พุทธัง สะระณัง คจั ฉามิ ธัมมงั สะระณงั คจั ฉามิ สงั ฆัง สะระณัง คจั ฉามิ ทตุ ยิ มั ปิ พุทธงั สะระณัง คัจฉามิ ทตุ ยิ ัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ทุตยิ มั ปิ สังฆงั สะระณงั คจั ฉามิ ตติยมปฺ ี พทุ ธัง สะระณงั คัจฉามิ ตะติยัมปิ ธัมมงั สะระณัง คจั ฉามิ ตะตยิ มั ปิ สังฆัง สะระณัง คจั ฉามิ (พระอาจารยว์ ่า ติสะระณะคะมะนัง นฏิ ฐติ ัง ผู้ปฏญิ าณว่า “อามะ ภนั เต” พระอาจารยว์ ่าตอ่ ไป ผูป้ ฏญิ าณ ว่าตาม) ปาณาตปิ าตา เวระมะณี สกิ ขาปะทงั สะมาทยิ ามิ อะทินนาทานา เวระมะณี สกิ ขาปะทงั สะมาทิยามิ กาเมสุ มิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทยิ ามิ มสุ าวาทา เวระมะณี สกิ ขาปะทัง สะมาทยิ ามิ สุราเมระยะมัชชะปะมาทฏั ฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทยิ ามิ ฯ อิมานิ ปัญจะ สิกขาปะทานิ สะมาทยิ าม.ิ (พระอาจารย์บอกบทนจ้ี บเดยี ว ผู้ปฏญิ าณพึงว่า ซ้ำ ๓ จบ ) สุดทา้ ยพระอาจารยบ์ อกอานสิ งสศ์ ีลต่อไปว่า สีเลนะ สคุ ะติง ยันติ สเี ลนะ โภคะสมั ปะทา สเี ลนะ นิพพุติง ยนั ติ ตัสมา สีลงั วิโสธะเย. สำนักศาสนศกึ ษาวัดเขาเชงิ เทยี นเทพาราม พระมหาธีรพสิ ิษฐ์ จนทฺ สาโร

เอกสารประกอบ วชิ าศาสนพิธี นักธรรมชั้นตรี ๙๑ ๒. พธิ รี ักษาอโุ บสถ อุโบสถ แปลว่า การเขา้ จำ เปน็ อบุ ายขัดเกลากิเลสอย่างหยาบใหเ้ บาบางลง เปน็ ทางแห่งความสงบ ระงับอันเปน็ ความสุขอยา่ งสงู สุดในทางพระพุทธศาสนา การรักษาศีลอุโบสถนั้น ในวันอุโบสถ ผู้จะรักษาพึงลุกขึ้นแต่เช้าชำระร่างกายให้บริสุทธิ์ เปล่ง วาจาอธิษฐานอุโบสถดว้ ยตนเองกอ่ น หรือไปถงึ ที่วดั กลา่ วตอ่ หน้าพระสงฆ์ ว่า “อิมัง อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง พุทธะปัญญัตตัง อุโปสะถัง อิมัญจะ รัตติง อิมัญจะ ทิวะสัง สัมมะเทวะ อะภิรักขิตงุ สะมาทิยาม.ิ ” ต่อจากนั้น จึงประกาศองค์อุโบสถต่อหน้าพระสงฆ์ที่วัด โดยประกาศองค์อุโบสถขึ้นก่อนแล้ว จงึ กล่าวคำอาราธนาอโุ บสถศีลตอ่ ไปว่า “มะยงั ภนั เต ติสะระเณนะ สะหะ อฏั ฐังคะสะมนั นาคะตัง อโุ บสะถงั ยาจามะ. ทตุ ิยัมปิ มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อฏั ฐังคะสะมนั นาคะตงั อโุ บสะถัง ยาจามะ. ตะตยิ มั ปิ มะยงั ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อฏั ฐังคะสะมันนาคะตงั อุโบสะถงั ยาจามะ.” ต่อไปพึงประนมมือตั้งใจรับสรณคมน์และศีลโดยเคารพ โดยกล่าวตามคำที่พระสงฆ์บอกเป็นตอน ๆ ไป ดังนี้ นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสมั พทุ ธัสสะ นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสมั พุทธัสสะ นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสมั พทุ ธัสสะ พทุ ธัง สะระณงั คัจฉามิ ธมั มงั สะระณัง คัจฉามิ สังฆงั สะระณัง คัจฉามิ ทตุ ยิ มั ปิ พุทธัง สะระณัง คจั ฉามิ ทุตยิ ัมปิ ธมั มัง สะระณัง คัจฉามิ ทตุ ิยมั ปิ สังฆงั สะระณงั คัจฉามิ ตติยมปฺ ี พทุ ธัง สะระณัง คจั ฉามิ ตะตยิ ัมปิ ธมั มงั สะระณงั คจั ฉามิ ตะตยิ ัมปิ สังฆัง สะระณัง คจั ฉามิ เมื่อพระสงฆว์ ่า “ตสิ ะระณะคะมะนัง นฏิ ฐิตัง” พงึ รับพรอ้ มกันว่า “อามะ ภนั เต” แลว้ ทา่ นจะให้ศีลต่อไป คอยรบั พรอ้ มกันตามระยะท่ีท่านหยุดดังนี้ ปาณาตปิ าตา เวระมะณี สิกขาปะทงั สะมาทยิ ามิ อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ อะพรัหมมะจะริยา เวระมะณี สกิ ขาปะทัง สะมาทยิ ามิ สำนักศาสนศกึ ษาวัดเขาเชิงเทยี นเทพาราม พระมหาธีรพิสษิ ฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วชิ าศาสนพธิ ี นกั ธรรมชั้นตรี ๙๒ มุสาวาทา เวระมะณี สกิ ขาปะทงั สะมาทิยามิ สรุ าเมระยะมัชชะปะมาทฏั ฐานา เวระมะณี สกิ ขาปะทงั สะมาทิยามิ วิกาละโภชะนา เวระมะณี สกิ ขาปะทงั สะมาทยิ ามิ นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนะมาลาคันธะวิเลปะนะธารณะมัณฑะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทงั สะมาทิยามิ อจุ จาสะยะนะมะหาสะยะนา เวระมะณี สกิ ขาปะทัง สะมาทยิ ามิ อิมัง อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง, พุทธะปัญญัตตัง อุโปสะถัง, อิมัญจะ รัตติง อิมัญจะ ทิวะสัง, สัมมะเทวะ อะภริ ักขิตงุ สะมาทิยามิ. หยุดรบั เพยี งเท่าน้ี ตอ่ ไปพระสงฆจ์ ะว่า “อิมานิ อัฏฺฐะสิกขาปะทานิ อุโบสะถะวะเสน มะนะสิกะริตวา, สาธุกัง อัปปะมาเทนะ รักขติ พั พานิ ” พงึ รบั พรอ้ มกันว่า “อามะ ภนั เต” และพระสงฆ์จะวา่ อานสิ งสศ์ ลี ต่อไปว่า สีเลนะ สคุ ะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสมั ปะทา สเี ลนะ นิพพตุ ิง ยันติ ตสั มา สีลงั วิโสธะเย. พอท่านวา่ จบพึงกราบพรอ้ มกัน ๓ คร้งั ตอ่ ไปพงึ นั่งพบั เพียบกับพื้นประนมมือรอฟังธรรม ซงึ่ ทา่ น จะแสดงเปน็ ลำดับไป เม่อื พระแสดงธรรมจบแล้ว ทุกคนพงึ ใหส้ าธุการ และสวดประกาศตนพร้อมกันพอ จบแล้ว พึงกราบอีก ๓ ครั้ง เปน็ อันเสร็จพิธี ๓. พธิ เี วยี นเทยี นในวันสำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา วันสำคัญในทางพระพุทธศาสนาที่พุทธศาสนิกชนนิยมประกอบพิธีกรรมมีการบูชาเป็นต้น เพื่อ ระลึกคุณพระรตั นตรยั เป็นพิเศษ มี ๔ วนั ได้แก่ ๑) วันมาฆบูชา วันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๓ พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ เรียก วนั น้ีอีกอย่างวา่ วนั พระธรรม หรอื วนั จาตรุ งคสันตบิ าต ๒) วนั วสิ าขบชู า วันขึ้น ๑๕ ค่ำเดอื น ๖ วันประสูติ ตรสั รู้ ปรนิ ิพพาน ของพระพุทธองค์ เป็นวนั สำคญั สากลของโลก เรียกอกี อย่างว่า วันพระพุทธ ๓) วนั อฎั ฐมีบชู า วนั แรม ๘ ค่ำเดือน ๖ วนั ถวายพระเพลงิ พระพุทธสรรี ะ ไมเ่ ป็นวัดหยุด ราชการ ๔) วันอาสาฬหบูชา วันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๘ พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา ชื่อว่า ธรรมจักรกัปปวตั นสูตร และบังเกิดพระรัตนตรยั คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ครบองค์ ๓ เรยี กอีกอยา่ งว่า วันพระสงฆ์ สำนักศาสนศึกษาวัดเขาเชิงเทียนเทพาราม พระมหาธรี พสิ ษิ ฐ์ จนทฺ สาโร

เอกสารประกอบ วิชาศาสนพธิ ี นักธรรมช้นั ตรี ๙๓ พิธีกรรมเกี่ยวกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา มีระเบียบปฏิบัติเหมือนกันทั้งหมดต่างแต่เพียง คำบูชาก่อนเวียนเทียนเท่านั้น เมื่อถึงเวลาเวียนเทียนทางวัดจะตีระฆังเป็นสัญญาณ ให้พุทธบริษัทได้ ทราบโดยทั่วกันครั้นทุกคนพร้อมเพียงกันแล้วหัวหน้าสงฆ์จุดเทียนและธูปทุกคนก็จุดตามแล้วหัวหน้า สงฆ์จะนำว่า คำนมัสการ ๓ จบ และคำบูชาเทียนในวันสำคัญนั้น ๆ พอเสร็จแล้ว หัวหน้าสงฆ์ก็จะเดิน นำหนา้ ประนมมือถอื ดอกไม้ธูปเทียนดว้ ยอาการทสี่ งบ โดยเวียนประทักษิณรอบอุโบสถหรือเจดียสถาน คือเวียนไปให้มือขวาของตน หันเข้าหาสถานที่เวียนเทียนนั้น ซึ่งรอบที่ ๑ สวดบทพุทธคุณ รอบที่ ๒ สวดบทธรรมคุณ และรอบที่ ๓ สวดบทสังฆคุณ พอครบ ๓ รอบแล้ว ก็นำดอกไม้ธูปเทียนนั้นไปวางไว้ ตามท่ีทางวัดไดจ้ ดั ไว้ให้ ต่อจากนั้นจงึ เข้าไปประชุมกนั ณ อโุ บสถหรอื สถานท่ีทท่ี างวัดได้จัดไว้โดยเร่ิมทำ วัตรค่ำและสวดมนต์ทั้งบรรพชติ และคฤหัสถ์เหมือนในวันพระธรรมดา เสร็จแล้วมีเทศนา ๑ กัณฑ์ เพื่อ แสดงเรือ่ งราวเก่ียวกบั วันนัน้ ๆ กเ็ ป็นอนั เสรจ็ พิธี หมวดที่ ๒ บุญพิธี บุญพิธี ได้แก่ พิธีทำบุญอันเกี่ยวกับประเพณขี องคนไทยท่ัวไปทีน่ ับถือพระพทุ ธศาสนาเปน็ เร่อื ง เกย่ี วกับงานฉลองบ้าง งานเพอ่ื เป็นสิริมงคลบา้ ง เร่อื งการตายบา้ ง เม่อื สรุปแล้ว แบ่งออกไดเ้ ปน็ ๒ อย่าง คือ ๑. ทำบุญงานมงคล ๒. ทำบญุ งานอวมงคล การทำบญุ น้ีมีระเบยี บท่วั ไปที่จะตอ้ งปฏิบตั ิ แบ่งออกเปน็ ๒ ฝา่ ย คอื ฝา่ ยเจ้าภาพ และฝ่ายสงฆ์ ฝ่ายเจ้าภาพ ต้องจัดเตรียมสถานที่ และสิ่งของต่าง ๆ สำหรับพิธีและการปฏิบัติในพิธีนั้น ๆ เช่น การนิมนต์พระสงฆ์ หรือเชิญแขกที่มาในงาน ตลอดถึงการเตรียมอาหาร ไว้สำหรับถวายพระและเลี้ยงดู ผู้คนที่มาร่วมในงาน เป็นต้น ฝ่ายสงฆ์นั้น ต้องเตรียมตัวเกี่ยวกับการประกอบพิธีกรรม ตามที่ได้รับ นมิ นตไ์ ว้ และศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พธิ ีสวดพระพุทธมนต์ พิธีสวดอภิธรรม- สวดมาตกิ า-สวดแจง-สวดถวายพรพระเป็นตน้ ข้อควรจำ สำหรับงานมงคลจะใช้คำว่า “เจริญพระพุทธมนต์” สว่ นงานอวมงคล จะใช้คำวา่ “สวด พระพุทธมนต์” หมวดท่ี ๓ ทานพิธี พิธีถวายทานต่าง ๆ เรียกว่า ทานพิธี ซึ่งมีทั้งทานพิธีสามัญที่จำเป็น และที่นิยมบำเพ็ญกันอยู่ โดยทั่วไป และรายละเอียดของทานพิธีตา่ ง ๆ ซึ่งมีประวตั ิและวิธีการถวาย ซึ่งจะต้องทราบทัง้ ฝ่ายผู้ถวาย และท้งั ฝ่ายผู้รับคอื พระภกิ ษสุ งฆ์อีกด้วย การถวายทาน คือ การถวายวตั ถทุ ่ีควรให้เป็นทานเรยี กวัตถทุ ี่ควรให้เป็นทานนว้ี ่า ทานวัตถุ เช่น ถวายภัตตาหาร ถวายผ้า เครื่องนุ่งห่ม ถวายเสนาสนะเป็นต้น การถวายนั้นนิยมทำกัน ๒ แบบคือ สำนักศาสนศึกษาวัดเขาเชิงเทยี นเทพาราม พระมหาธีรพสิ ษิ ฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วิชาศาสนพธิ ี นักธรรมชั้นตรี ๙๔ การถวายเจาะจงเฉพาะภกิ ษุ เรยี กว่า ปาฏิปคุ คลกิ ทาน และถวายไมเ่ จาะจงเฉพาะภกิ ษรุ ูปใดรูปหน่ึงลงไป คือ มอบเปน็ กลางใหส้ งฆจ์ ัดเฉล่ียใช้สอยกันเอง เรยี กวา่ สงั ฆทาน คำถวายทานตา่ ง ๆ การถวายทานวตั ถุดังที่ไดก้ ลา่ วมาแลว้ มีคำถวายแตกตา่ งกนั ออกไป ดงั จะได้แสดงเป็นอย่าง ๆ ไป ดงั ตอ่ ไปนี้ คำถวายสังฆทาน อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ, โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภิกขสุ งั โฆ, อิมานิ, ภตตฺ านิ, สปรวิ ารานิ, ปฏิคคัณหาตุ, อมั หากงั , ทฆี ะรตั ตงั , หิตายะ, สุขายะ. ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวาย ภัตตาหาร กับทั้งของที่เป็นบริวารเหล่าน้ี แก่พระสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงรับ ภัตตาหาร กับทั้งของที่เป็นบริวารทั้งหลายเหล่านี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพอื่ ประโยชน์ และความสขุ แก่ข้าพเจา้ ทั้งหลาย สน้ิ กาลนานเทอญ ฯ คำถวายสังฆทาน ( ประเภทมตกภตั อุทิศให้แกผ่ ู้ตาย ) อิมานิ มะยัง ภันเต, มะตะกะภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ, โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสังโฆ, อิมานิ, มะตะกะภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ปฏิคคัณหาตุ, อัมหากัญเจวะ, มาตาปิตุ, อาทนี ญั จะ, ญาตะกานงั , กาละกะตานงั , ทฆี ะรัตตงั , หติ ายะ, สุขายะ. ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวาย มตกภัตตาหาร กับทั้งของบริวารเหล่าน้ี แก่พระสงฆ์ ขอพระสงฆจ์ งรับ มตกภตั ตาหาร กับทง้ั ของบรวิ ารเหล่านี้ ของขา้ พเจา้ ทั้งหลาย เพ่อื ประโยชน์ และความสขุ แกข่ ้าพเจา้ ทั้งหลายดว้ ย แก่ญาตขิ องข้าพเจ้าทัง้ หลาย มีมารดาบดิ าเป็นตน้ ผู้ทำกาละล่วงลับ ไปแลว้ ดว้ ย สิ้นกาลนานเทอญ ฯ คำถวายสลากภัต อิมานิ มะยัง ภันเต, สะลากะภัตตานิ, สะปะริวารานิ, อะสุกัฏฐาเน, ฐะปิตานิ, ภิกขุสังฆัสสะ, โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสังโฆ, เอตานิ, สะลากะภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ปฏิคคัณหาตุ, อมั หากัง, ทฆี ะรัตตงั , หติ ายะ, สุขายะ. ขา้ แต่พระสงฆผ์ ู้เจริญ ภัตตาหารกับท้ังบริวารท้ังหลาย ซ่งึ ได้ตง้ั ไว้ ณ ที่โน้นนั้น ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายแก่พระสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงรับ ซึ่งภัตตาหารกับทั้งบริวารเหล่านั้น ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพือ่ ประโยชน์ และความสขุ แกข่ ้าพเจา้ ทั้งหลาย สิ้นกาลนานเทอญ ฯ คำถวายผ้าวัสสิกสาฎก อิมานิ มะยัง ภันเต, วัสสิกะสาฏิกานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ, โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสงั โฆ, อมิ าน,ิ วัสสิกสาฏิกานิ, สะปะรวิ ารานิ, ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัง, ทีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ. สำนักศาสนศกึ ษาวัดเขาเชิงเทยี นเทพาราม พระมหาธรี พิสิษฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วิชาศาสนพิธี นกั ธรรมชั้นตรี ๙๕ ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวาย ผ้าอาบน้ำฝน กับทั้งบริวารเหล่านี้ แก่ พระสงฆ์ ขอพระสงฆจ์ งรับ ผา้ อาบน้ำฝน กบั ท้งั บริวารทง้ั หลายเหลา่ น้ี ของขา้ พเจา้ ทัง้ หลาย เพอ่ื ประโยชน์ และความสุขแก่ขา้ พเจ้าทั้งหลาย สิ้นกาลนานเทอญ ฯ คำถวายผ้าจำนำพรรษา อิมานิ มะยัง ภันเต, วัสสาวาสกิ ะจีวะรานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ, โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสังโฆ, อิมานิ, วัสสาวาสิกะจีวะรานิ, สะปะริวารานิ, ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัง, ทีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ. ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวาย ผ้าจำนำพรรษา กับทั้งบริวารเหล่านี้ แก่ พระสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงรับ ผ้าจำนำพรรษา กับทั้งบรวิ ารเหลา่ นี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชนแ์ ละ ความสุขแกข่ า้ พเจา้ ทั้งหลาย สิ้นกาลนานเทอญ ฯ คำถวายผา้ ปา่ อิมานิ มะยัง ภันเต, ปังสุกูละจีวะรานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ, โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสงั โฆ, อมิ าน,ิ ปงั สุกูละจวี ะรานิ, สะปะริวารานิ, ปะฏิคคณั หาตุ, อมั หากัง, ทีฆะรตั ตัง, หิตายะ, สุขายะ. ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวาย ผ้าบังสุกุลจีวร กับทั้งบริวารเหล่านี้ แก่ พระสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงรับ ผ้าป่าบังสุกุลจีวร กับทั้งบริวารเหล่านี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์ และความสุข แกข่ า้ พเจ้าทงั้ หลาย สนิ้ กาลนานเทอญ ฯ คำถวายผ้ากฐนิ (แบบที่ ๑) อมิ ัง, สะปะริวารงั , กะฐินะจวี ะระทุสสงั , สงั ฆัสสะ, โอโณชะยามะ. (ว่า ๓ จบ) ข้าพเจา้ ท้ังหลาย ขอน้อมถวาย ผ้ากฐินจีวรกบั ท้งั บริวาร น้แี กพ่ ระสงฆ์ ฯ คำถวายผา้ กฐิน (แบบท่ี ๒) อิมัง ภันเต, สะปะริวารัง, กะฐินะจีวะระทุสสัง, สังฆัสสะ, โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, สังโฆ, อมิ ัง, สะปะริวารัง, กะฐนิ ะทุสสัง, ปะฏคิ คัณหาตุ, ปะฏิคคะเหตวา จะ, อมิ านิ ทสุ เสนะ, กะฐนิ ัง, อตั ถะระ ต,ุ อัมหากงั , ทฆี ะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ. ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวาย ผ้ากฐินจีวรกับทั้งบริวารนี้ แก่พร ะสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงรับ ผ้ากฐินกับทั้งบริวารน้ี ของข้าพเจ้าทั้งหลาย ครั้นรับแล้วจงกรานกฐินด้วยผ้านี้ เพื่อ ประโยชน์ และความสุขแก่ขา้ พเจ้าทัง้ หลาย สิน้ กาลนานเทอญ ฯ สำนักศาสนศึกษาวดั เขาเชิงเทยี นเทพาราม พระมหาธีรพสิ ษิ ฐ์ จนทฺ สาโร

เอกสารประกอบ วชิ าศาสนพธิ ี นักธรรมชั้นตรี ๙๖ หมวดที่ ๔ ปกิณณกะ ปกิณกะ หมายถึง พิธีต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับวิธีปฏิบัติบางประการในการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ทกี่ ล่าวมาแลว้ ขา้ งตน้ ท่านไดน้ ำมาช้ีแจงเพอ่ื ใหเ้ ข้าใจและปฏิบัตไิ ดถ้ ูกต้องอีก ๕ ประการ คือ ๑. วธิ แี สดงความเคารพพระ ๒. วธิ ีประเคนของพระ ๓. วิธีทำหนังสอื อาราธนา และทำใบปวารณาถวายจตุปัจจัย ๔. วธิ ีอาราธนาศลี อาราธนาพระปรติ ร อาราธนาธรรม ๕. วธิ กี รวดน้ำ รายละเอียดจะได้แสดงไปเปน็ ลำดับดังตอ่ ไปนี้ คือ -: ๑. วธิ แี สดงความเคารพพระ การแสดงความเคารพ เป็นการแสดงถึงว่า ผู้นั้นเป็นคนอ่อนน้อม ต่อผู้ที่ควรเคารพด้วยกายใจ อย่างแท้จริง ผู้ที่ควรเคารพในทีน่ ี้ ได้แก่ พระพุทธรูป หรือปูชนียวัตถุ และพระภิกษุสามเณร การแสดง ความเคารพน้ี มี ๓ อย่าง คือ ๑. การประนมมือ (อัญชล)ี ๒. การไหว้ (วันทา) ๓. การกราบ (อภิวาท) การประนมมือ คือ การทำกระพุ่มมือทั้งสองประนมให้ฝ่ามอื ทั้งสองประกบกัน นิ้วทุกน้ิวของมือ ทั้งสองแนบชดิ ตรงกันไม่เหลื่อมล้ำกว่ากัน หรือการให้ตั้งไว้ระหว่างอก ให้ตั้งข้ึนข้างบนมีลักษณะคล้าย ดอกบวั ตูมแนบศอกท้ังสองขา้ งชดิ ชายโครง เปน็ การแสดงความเคารพเวลาสวดมนต์ หรือฟงั พระสวดและ ฟังเทศนเ์ ปน็ ต้น ทำเหมอื นกันท้งั หญิงทง้ั ชาย การไหว้ คือ การยกมือที่ประนมขึ้นพร้อมกับก้มศีรษะลงเล็กน้อย ให้มือที่ประนมจรดหน้าผาก นิ้วหัวแม่มือทั้งสองอยู่ระหว่างคิ้ว เป็นการแสดงความเคารพพระในขณะนั่งบนเก้าอี้หรือยืนอยู่ ทำเหมอื นกันทั้งหญิงชาย การกราบ คือ การแสดงอาการกราบลงกับพ้ืนดว้ ยเบญจางคประดษิ ฐ์ ไดแ้ ก่ น่งั คุกเข่าประนมมือ ไหวแ้ ล้วหมอบลงทอดฝา่ มือทง้ั สองลงทีพ่ นื้ แหวกชอ่ งระหว่างฝ่ามอื ท่ีวางราบนนั้ ให้หา่ งกนั เล็กน้อยแล้ว ก้มลงตรงระหว่างนั้นให้หน้าผากจรดกับพื้น เรียกว่า กราบให้พร้อมด้วยองค์ ๕ คือ หน้าผาก ๑ ฝ่ามือ ทงั้ ๒ และเข่าทง้ั ๒ จดกับพ้ืน ๒. วิธปี ระเคนของพระ การประเคน คือ การถวายของแก่พระสงฆ์ โดยการถวายนี้ มีองค์ ๕ คือ ๑. ของท่ีจะประเคนน้นั ไม่ใหญ่หรอื หนกั เกินไป ๒. ผู้ประเคนตอ้ งอยภู่ ายในหัตถบาส สำนกั ศาสนศกึ ษาวัดเขาเชิงเทยี นเทพาราม พระมหาธีรพสิ ิษฐ์ จนทฺ สาโร

เอกสารประกอบ วชิ าศาสนพธิ ี นักธรรมชั้นตรี ๙๗ ๓. น้อมของท่จี ะประเคนน้นั เข้าไปโดยความเคารพ ๔. นอ้ มเข้าไปถวายเลยก็ได้ หรือจะตักสง่ ให้ เชน่ ใชท้ ัพพตี ักถวายก็ได้ ๕. พระสงฆ์จะรบั ด้วยมือกไ็ ด้ จะเอาผ้ารับก็ได้ หรือเอาภาชนะรับ เช่น เอาบาตรหรือจาน รับสงิ่ ของทเ่ี ขาตักถวายก็ได้ วิธีประเคนนั้น ถ้าเป็นชายนั่งกับพื้นพึงคุกเข่าถวาย หรือถ้านั่งบนเก้าอี้ พึงยืนขึ้นถวายโดยนอ้ ม ของเข้าไปหาพระ สำหรับผู้หญิงก็เช่นเดียวกนั แต่พระสงฆ์จะรับเลยไม่ได้ ถ้าจะมีผ้าทอดมารับให้วางลง ทับผ้านัน้ ท่ที ่านจบั ขา้ งหน่งึ อยู่ เมอื่ เสร็จแลว้ พงึ ไหว้หรอื กราบตามแต่สถานท่จี ะเหมาะสม ๓. วธิ อี าราธนาและทำใบปวารณา การอาราธนาพระ ได้แก่ การนิมนต์พระสงฆ์ไปประกอบพิธีต่าง ๆ นั่นเอง ในสมัยก่อนนิยม นิมนต์ด้วยวาจา แต่ในปัจจุบันนิยมทำเป็นหนังสือเพื่อแจ้งกำหนดงาน และรายการให้พระสงฆ์ทราบ หนงั สอื นิมนตน์ ี้ เรียกว่า ฎกี านมิ นต์พระ มีขอ้ ความทีจ่ ะแสดงดังนี้ ขออาราธนาพระคณุ เจ้า (พรอ้ มพระสงฆใ์ นวดั นีอ้ กี ..... รปู ) เจริญพระพทุ ธมนต์ (หรอื สวดมนต์ หรือแสดงพระธรรมเทศนา แล้วแตก่ รณี) ในงาน ...... ณ บ้านเลขที.่ ... ตำบล..... อำเภอ...... จังหวัด...... กำหนดวนั ท.่ี .... เดือน..... พ.ศ. ....... เวลา.... น. ถ้าหากจะนิมนต์ใหร้ ับบิณฑบาตเช้า หรือเพล ให้บอกด้วย ถ้าต้องการตักบาตรหรือป่ินโต ก็ต้อง บอกไว้ในฎีกาใหน้ ำไปดว้ ย และถ้างานนั้นมีรถหรอื เรอื รับส่ง ใหห้ มายเหตุบอกไว้ด้วย การถวายไทยธรรมนั้น ถ้าทายกถวายจตุปัจจัยมาอีกส่วนหนึง่ ด้วยนิยมทำใบปวารณามอบถวาย ด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อจะสงเคราะห์ให้ภิกษุได้รับค่าจตุปัจจัยนั้น โดยชอบด้วยพระวินัย ใบปวารณานั้นย่อมทำ แบบนี้ คอื ขอถวายจตุปจั จยั อนั ควรแก่สมณบริโภค แดพ่ ระคณุ เจา้ เปน็ จำนวน..................... บาท ……..ส.ต. หากพระคุณเจ้าตอ้ งประสงค์สิ่งใดอันควรแก่สมณบรโิ ภคแลว้ ขอได้โปรดเรียกร้องจากกัปปิยการผู้ปฏิบัติ ของพระคุณเจ้าเทอญฯ ๔. วิธีอาราธนาศลี อาราธนาพระปริตร อาราธนาธรรม การอาราธนา คือ การเชื้อเชิญพระสงฆ์ในพิธีให้ศีล ให้สวดพระปริตร หรือให้แสดงธรรม เป็น ธรรมเนียมมมี าน่ านท่ีจะต้องอาราธนาก่อน พระสงฆจ์ งึ จะประกอบพิธีกรรมนั้น ๆ และการอาราธนาที่ถือ เป็นธรรมเนียมกันมามี ๓ กรณเี ท่านัน้ วธิ อี าราธนานี้ นยิ มกนั วา่ ถา้ พระสงฆน์ งั่ บนอาสนะยกสูง เจา้ ภาพและแขกนัง่ บนเกา้ อี้ ผู้อาราธนา เข้าไปยืนระหว่างเจา้ ภาพ กับแถวพระสงฆ์ตรงกบั รูปที่ ๓ หรือที่ ๔ ห่างแถวพระสงฆพ์ อสมควรหันหนา้ ไปทางโต๊ะทบี่ ชู า ประนมมอื ไหว้พระพุทธรูปกอ่ น แลว้ ยนื ประนมมอื ตัง้ ตวั ตรงกล่าวคำอาราธนาตามแบบท่ี สำนักศาสนศึกษาวัดเขาเชงิ เทียนเทพาราม พระมหาธีรพิสิษฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วิชาศาสนพิธี นักธรรมชัน้ ตรี ๙๘ ตอ้ งการ ถ้าพระสงฆ์นง่ั อาสนะตำ่ ธรรมดาเจา้ ภาพและแขกอน่ื นัง่ กบั พนื้ ผอู้ าราธนาตอ้ งเข้าไปน่งั คกุ เข่าต่อ หนา้ แถวพระสงฆต์ รงหัวหน้า กราบประท่ีโต๊ะบูชา ๓ ครั้นกอ่ น แล้วประนมมอื ตง้ั ตัวตรง กล่าวอาราธนา ตามแบบทต่ี อ้ งการ อนึ่งการเทศนา ถ้าต่อจากสวดมนต์ ตอนสวดมนตไ์ ม่ต้องอาราธนาศีล เริ่มต้นด้วยอาราธนาพระ ปริตร แล้วอาราธนาศีลตอนพระขึ้นเทศน์รับศีลแล้วอาราธนาธรรมต่อ แต่ถ้าสวดมนต์กับเทศน์ไม่ได้ ตอ่ เนอ่ื งกันถอื ว่าเป็นคนละพิธี ตอนสวดมนต์ก็อาราธนาตามแบบพิธีสวดมนต์เย็นตามท่ีกล่าวแล้ว ตอน เทศนก์ ็เรม่ิ ตน้ ด้วยอาราธนาศลี ก่อน จบรบั ศีลแลว้ จงึ อาราธนาธรรมเปน็ ลำดับไป คำอาราธนาศีล ๕ มะยัง ภันเต วสิ งุ วสิ งุ รักขะนัตถายะ ตสิ ะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ ทตุ ยิ ัมปิ มะยงั ภันเต วสิ ุง วสิ งุ รกั ขะนัตถายะ ตสิ ะระเณนะ สะหะ ปญั จะ สีลานิ ยาจามะ ตะติยัมปิ มะยงั ภันเต วิสงุ วิสงุ รักขะนตั ถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปญั จะ สีลานิ ยาจามะ คำอาราธนาพระปรติ ร สัพพะสมั ปัตติสิทธิยา วปิ ัตตปิ ะฏพิ าหายะ ปะริตตงั พะรถู ะ มังคะลงั สัพพะสัมปตั ตสิ ทิ ธยิ า สัพพะทุกขะวนิ าสายะ ปะริตตัง พะรถู ะ มังคะลงั สัพพะสมั ปัตติสทิ ธิยา วปิ ัตตปิ ะฏิพาหายะ ปะริตตัง พะรูถะ มังคะลงั สพั พะภะยะวนิ าสายะ วิปตั ติปะฏิพาหายะ สพั พะโรคะวินาสายะ คำอาราธนาธรรม พะรัหมา จะ โลกาธิปะติ สะหัมปะติ กัตอญั ชะลี อนั ธวิ ะรงั อะยาจะถะ สันตธี ะ สตั ตาปปะระชักขะชาติกา เทเสตุ ธัมมงั อนุกัมปมิ งั ปะชัง ฯ คำกรวดนำ้ อย่างสนั้ อิทัง โน ญาตนี งั โหตุ สุขติ า โหนตุ ญาตะโย ฯ ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐ สำนกั ศาสนศึกษาวัดเขาเชงิ เทียนเทพาราม พระมหาธีรพสิ ิษฐ์ จนทฺ สาโร



วิชา วนิ ัยบัญญตั ิ



เอกสารประกอบ วชิ าวินยั บัญญัติ นกั ธรรมชนั้ ตรี ๙๙ ความเบอ้ื งต้น อนุศาสน์ ๑. อนุศาสน์ แปลว่า........................................................ หมายถงึ ......................................................... ...................................................................................................................................... มี ๘ อยา่ ง คือ ....................................................................... ๒. ความมงุ่ หมายในการสอนอนุศาสนท์ ันที แกภ่ กิ ษใุ หม่ เพือ่ :- ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓. นิสสัย คือ................................................................................................................. มี ๔ อยา่ ง คอื ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๔. การท่ีท่านให้อยู่ดว้ ยความลำบาก เพราะมคี วามมุ่งหมายวา่ .................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๕. อกรณยี กจิ คือ.......................................................................................................... มี ๔ อย่าง คือ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๖. ภิกษุผู้ล่วงละเมิดในอกรณียกิจข้อใดข้อหนึ่ง ย่อมหาความเจริญได้ไม่ ในพระศาสนา ท่านเปรียบไว้ ดงั น้ี...................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ไตรสิกขา ๑. สิกขา คือ.................................................................................................................. มี ๓ อยา่ ง คือ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. สำนักศาสนศกึ ษา วดั เขาเชงิ เทียนเทพาราม พระมหาธรี พสิ ษิ ฐ์ จนฺทสาโร

๒. เติมตารางน้ใี ห้สมบูรณ์ เอกสารประกอบ วิชาวนิ ยั บัญญตั ิ นักธรรมชั้นตรี ๑๐๐ ไตรสกิ ขา หน้าท่ี กจิ ๑) ๒) ๓) ๓. พระวินยั น้ี จดั เปน็ ...................................... สกิ ขา ๓ อย่างน้ี ถอื เปน็ ................................................. เหตทุ ่ีภิกษแุ ละสามเณร ต้องศึกษาเล่าเรยี น เพ่ือ..................................................................................... ............................................................................................................................................................. ความเบื้องต้น จบ สำนักศาสนศึกษา วดั เขาเชงิ เทียนเทพาราม พระมหาธีรพสิ ิษฐ์ จนทฺ สาโร

เอกสารประกอบ วิชาวินยั บญั ญัติ นกั ธรรมชน้ั ตรี ๑๐๑ กัณฑท์ ่ี ๑ อุปสัมปทา ๑. การบวช แปลว่า......................................................................................................มจี ุดมุ่งหมาย คือ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๒. วิธีอุปสมบทท่สี ำคญั มี ๓ อย่าง วธิ ีอปุ สมบท ผู้กระทำ วิธกี าร สำเรจ็ ภาวะเม่อื ๑) ๒) ๓) ๓. สงฆ์ แปลว่า..........................หมายถึง............................................................................................... ............................................................................................................................................................. มีองค์กำหนด ดังน้ี ๔ รูปขึ้นไป เรียกวา่ ........................................ ๒ - ๓ รปู เรียกว่า........................................ ๑ รปู เรียกว่า........................................ ๔. การกสงฆ์ แปลวา่ ................................................................................................................... ไดแ้ ก่ ๔ รูป เรยี กว่า........................................ ๕ รปู เรยี กวา่ ........................................ ๑๐ รูป เรยี กวา่ ........................................ ๒๐ รปู เรียกว่า........................................ มากกว่า ๒๐ รูป เรยี กว่า........................................ ๕. การกสงฆ์ผใู้ ห้อปุ สมบท ๑) มธั ยมประเทศ กำหนดอย่างต่ำ.................รูป ๒) ปจั จนั ตชนบท กำหนดอย่างต่ำ.................รูป ๖. การบวช มี ๒ ประเภท คอื ๑).......................................................................................................... ๒).......................................................................................................... ๗. กิจที่จะตอ้ งทำกอ่ นอปุ สมบท เรียกวา่ .......................................... มี ๔ คอื ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. สำนกั ศาสนศึกษา วดั เขาเชิงเทยี นเทพาราม พระมหาธรี พิสษิ ฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วชิ าวนิ ัยบญั ญตั ิ นกั ธรรมชน้ั ตรี ๑๐๒ ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๘. คณุ สมบัติแห่งการอุปสมบท มี ๕ ประการ ดงั นี้ คุณสมบตั ิ รายละเอียด ๑) วัตถุสมบตั ิ ๒) ปรสิ สมบตั ิ ๓) สมี าสมบตั ิ ๔) ญัตติสมบัติ ๕) อนุสาวนาสมบตั ิ ๙. วิบตั ิ ๕ ไดแ้ ก่.................................................................................................................................... อปุ สัมปทา จบ สำนกั ศาสนศกึ ษา วดั เขาเชิงเทยี นเทพาราม พระมหาธรี พิสษิ ฐ์ จนทฺ สาโร

เอกสารประกอบ วิชาวนิ ยั บัญญตั ิ นกั ธรรมชัน้ ตรี ๑๐๓ กณั ฑท์ ่ี ๒ พระวินยั ๑. สมเดจ็ พระชินสหี บ์ รมศาสดาสมั มาสัมพุทธเจา้ ทรงตง้ั อยู่ในฐานะ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. พระองค์น้ัน ทรงกระทำหนา้ ที่ ๒ ประการ คือ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๒. พระวินัย ไดแ้ ก่.................................................................................................................................. ๓. ทา่ นเปรยี บพระวินยั เหมอื น............................................................................................................... เพราะ.................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ๔. ลักษณะแห่งการต้ังพระวนิ ัยบญั ญตั ิ มี ๔ ประการ ได้แก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๕. พระบญั ญัติ มี ๒ อยา่ ง คอื ๑).......................................................................................................... ๒).......................................................................................................... ๖. วิธีการตัง้ พระบัญญัติของสมเดจ็ พระทศพลญาณ คอื ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๗. อาบตั ิ แปลว่า......................................หมายถึง................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๘. อาบัติ มโี ทษ ๓ สถาน คอื ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๙. อาบัติ ว่าดว้ ยการแก้ไข ๒ สถาน คือ ๑)............................................................................................................................................. สำนกั ศาสนศึกษา วัดเขาเชิงเทียนเทพาราม พระมหาธีรพสิ ิษฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วิชาวินยั บญั ญัติ นกั ธรรมช้นั ตรี ๑๐๔ ๒)............................................................................................................................................. ๑๐. อาบตั ิ วา่ โดยช่อื มี ๗ อย่าง คอื ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๕)............................................................................................................................................. ๖)............................................................................................................................................. ๗)............................................................................................................................................. ๑๑. ครุกาบตั ิ คอื ............................... ได้แก.่ ........................................................................................ ๑๒. ลหกุ าบัติ คอื ............................... ไดแ้ ก.่ ........................................................................................ ๑๓. สมฏุ ฐาน คือ...................................................................................................... มี ๔ อยา่ ง คอื ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ในบาลเี พมิ่ เข้าอกี ๒ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๑๔. อาบตั ิ ว่าด้วยจิต หรือเจตนา มี ๒ คอื ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๑๕. โลกวชั ชะ คือ.................................................................................................................................. ๑๖. ปัณณัตติวชั ชะ คือ.......................................................................................................................... ๑๗. เตมิ ตารางนใ้ี ห้สมบรู ณ์ อาบัติ โทษ ๓ การแก้ไข เจตนา ครุ - วิธกี ารแก้ไข ลหกุ าบตั ิ ๑. ปาราชกิ ๒. สังฆาทเิ สส ๓. ถุลลัจจยั ๔. ปาจติ ตยี ์ ๕. ปาฏเิ ทสนียะ สำนักศาสนศกึ ษา วัดเขาเชงิ เทยี นเทพาราม พระมหาธีรพิสษิ ฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วิชาวินยั บญั ญัติ นักธรรมชน้ั ตรี ๑๐๕ อาบัติ โทษ ๓ การแกไ้ ข เจตนา ครุ - วิธีการแก้ไข ลหกุ าบตั ิ ๖. ทุกกฏ ๗. ทพุ ภาสิต ๑๘. อาการที่ต้องอาบัติ มี ๖ อยา่ ง ไดแ้ ก่ ๑) อลชฺชติ า............................................................................................................................... ๒) อญาณตา.............................................................................................................................. ๓) กุกฺกจุ ฺจปกตตฺตา.................................................................................................................... ๔) อกปปฺ ิเย กปปฺ ยิ สญฺญติ า........................................................................................................ ๕) กปปฺ เิ ย อกปปฺ ิยสญฺญิตา........................................................................................................ ๖) สตสิ มฺโมสา........................................................................................................................... ๑๙. อาการที่ต้องอาบตั ิทั้ง ๖ ประการนั้น ข้อว่า................................................................................. เม่ือล่วงแล้ว ถอื วา่ เลวร้ายทีส่ ดุ ๒๒. พระวนิ ยั นน้ั เม่ือภกิ ษรุ ักษาดแี ลว้ ยอ่ มได้อานิสงส์ ๓ ประการ คอื ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๒๓. ผลมงุ่ หมายแห่งพระวนิ ัย ได้แก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๕)............................................................................................................................................. ๖)............................................................................................................................................. ๗)............................................................................................................................................. ๘)............................................................................................................................................. ๒๔. ประโยชนแ์ หง่ การบัญญตั พิ ระวินยั ๑๐ อยา่ ง ไดแ้ ก่ ๑) สงฆฺ สฏุ ฺฐุตาย........................................................................................................................ ๒) สงฺฆผาสุตาย......................................................................................................................... ๓) ทุมฺมงฺกนู ํ ปคุ ฺคลานํ นคิ คฺ หาย................................................................................................ ๔) เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวหิ าราย.................................................................................................. ๕) ทิฏฐฺ ธมมฺ ิกานํ อาสวานํ สํวราย.............................................................................................. สำนักศาสนศึกษา วดั เขาเชงิ เทียนเทพาราม พระมหาธีรพสิ ษิ ฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วิชาวินัยบัญญตั ิ นักธรรมช้ันตรี ๑๐๖ ๖) สมปฺ รายกิ านํ อาสวานํ ปฏิฆาตาย........................................................................................... ๗) อปฺปสนฺนานํ ปสาทาย........................................................................................................... ๘) ปสนนฺ านํ ภยิ ฺโยภาวาย.......................................................................................................... ๙) สทฺธมฺมฏฐฺ ติ ิยา..................................................................................................................... ๑๐) วนิ ยานุคฺคหาย................................................................................................................... พระวนิ ยั จบ สำนักศาสนศึกษา วดั เขาเชิงเทยี นเทพาราม พระมหาธีรพิสษิ ฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วชิ าวนิ ัยบัญญัติ นกั ธรรมชนั้ ตรี ๑๐๗ กัณฑท์ ่ี ๓ สิกขาบท ๑. สกิ ขาบท หมายถงึ ............................................................................................................................. ทรงตัง้ ขน้ึ ด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๒. ที่มาแหง่ สกิ ขาบท มี ๒ นยั คอื ๑) ตามบาลีพระสูตร ม.ี ................สกิ ขาบท ไดแ้ ก.่ ..................................................................... ............................................................................................................................................................. ๒) ในพระปาตโิ มกขท์ ่ใี ช้สวดในปัจจุบนั ม.ี ...................สกิ ขาบท ไดแ้ ก.่ ....................................... ............................................................................................................................................................. ๔. สรุป สกิ ขาบทท่ีใชก้ นั อยู่ในปจั จุบัน อันเป็นสว่ นพุทธบญั ญัติ หรอื ทเ่ี รยี กวา่ ศลี ๒๒๗ ได้แก่.............. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๕. ความแตกต่างระหว่าง “สกิ ขา” และ “สกิ ขาบท” ได้แก.่ ..................................................................... ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๖. การปรบั อาบัติ มี ๒ แบบ ได้แก่ ๑) ปรบั โดยตรง ม.ี .........อย่าง คอื ............................................................................................... ๒) ปรับโดยอ้อม ม.ี .........อย่าง คอื .............................................................................................. ๗. ลักษณะท่ลี ดโทษจากอาบตั ทิ ่ปี รับโดยตรง ดงั น้ี ๑) ถุลลัจจยั ลดจาก.................................................................................................................... ๒) ทุกกฎ ลดจาก....................................................................................................................... ๓) ทุพภาสิต ลดจาก................................................................................................................... ๘. สกิ ขาบททีม่ าในพระปาติโมกข์ จดั เข้าเปน็ พวกตามชนดิ แหง่ อาบัติ เรียกว่า........................................... ไดแ้ ก.่ .................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. สิกขาบท จบ สำนกั ศาสนศกึ ษา วดั เขาเชงิ เทียนเทพาราม พระมหาธรี พิสษิ ฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วิชาวนิ ยั บญั ญัติ นกั ธรรมชนั้ ตรี ๑๐๘ กัณฑ์ท่ี ๔ ปาราชิก - ปาราชกิ แปลว่า.................................................................................................................................. หมายถงึ .......................................................................................................................................... สกิ ขาบทที่ ๑ ภิกษเุ สพเมถุน ตอ้ งปาราชกิ ๑. เมถนุ ธรรม หมายถึง......................................................................................................................... กริ ิยาท่เี สพ คอื ....................................................................................................................................... - ภิกษุเสพเมถุน แม้ไม่สำเร็จกิจ องค์กำเนิดเข้าไปเมียงเมล็ดงา มีอะไรสวมหรือไม่ก็ตาม ต้อง ....................................... - ภิกษถุ ูกข่มขนื แตย่ ินดีรบั สัมผัส แมข้ ณะใดขณะหน่ึง ต้อง................................. - ในวินตี วตั ถแุ หง่ สกิ ขาบทนีแ้ สดงว่า ภกิ ษหุ ลงั อ่อน กม้ ลงอมองค์กำเนิดของตน องคก์ ำเนิดยาวเอาสอด เขา้ ทวารของตน ย่อมต้อง.................................... ๒. วัตถุแหง่ อาบัตปิ าราชกิ ได้แก่ ๑) หญงิ มนุษย์ เดรจั ฉานตวั เมีย มี ๓ ทวาร คือ.......................................................................... ๒) ชายมนษุ ย์ เดรัจฉานตัวผู้ มี ๒ ทวาร คือ............................................................................... ๓) สัตว์เดรัจฉาน ได้แก่.............................................................................................................. ๔) ต่อมปม................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................. ๓. วัตถแุ หง่ อาบตั ถิ ลุ ลัจจยั ได้แก่............................................................................................................ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๔. วัตถแุ ห่งอาบตั ิทุกกฏ ไดแ้ ก.่ .............................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๕. ความยินดีในอาการเสพเมถุน มี ๔ ประการ ได้แก่.............................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. สำนกั ศาสนศึกษา วดั เขาเชิงเทียนเทพาราม พระมหาธีรพสิ ษิ ฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วิชาวินัยบญั ญตั ิ นักธรรมช้ันตรี ๑๐๙ ๖. องคแ์ ห่งอาบตั ิ ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๗. อนาบตั ิ คือ....................................................................................................................................... ๘. ภิกษุผ้ไู ด้รับยกเวน้ ไม่ต้องอาบัติน้ี ได้แก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๕)............................................................................................................................................. ๖)............................................................................................................................................. ๙. ภิกษุอาทกิ ัมมะ คือ........................................................................................................................... ๑๐. สิกขาบทน้ี เป็น..........................คือมจี ิตเจอื และเป็นอนาณัตติกะ คือ............................................. ไมเ่ ปน็ ปาราชกิ แตเ่ ป็นอาบัต.ิ ........................ เพราะ............................................................................... สิกขาบทที่ ๒ ภกิ ษถุ ือเอาของท่เี จา้ ของมิได้ให้ ไดร้ าคา ๕ มาสก ต้องปาราชกิ ๑. ทรพั ย์ มี ๒ ประเภท ได้แก่ ๑) สงั หาริมทรัพย.์ .................................................................................. ๒) อสังหารมิ ทรพั ย์................................................................................. สังหาริมทรพั ย์ มี ๒ ประเภท ๑) สวิญญาณกทรพั ย.์ ............................................................................ ๒) อวญิ ญาณกทรพั ย.์ ............................................................................. อสังหาริมทรพั ย์ ๑) โดยตรง......................................................................................................... ๒) โดยอ้อม........................................................................................................ ๒. องคแ์ หง่ อาบัติ ไดแ้ ก่......................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๓. ไถยจิต หมายถึง................................................................................................................................ ๔. ลกั ษณะและอาการทเ่ี ปน็ อทนิ นาทาน เรยี กวา่ .................................. มี ๑๓ ประการ ไดแ้ ก่ ลักษณะอาการ ความหมาย อาบัติปาราชิกเมื่อ ๑) ลกั ๒) ชงิ /ว่ิงราว สำนกั ศาสนศกึ ษา วดั เขาเชิงเทยี นเทพาราม พระมหาธรี พสิ ษิ ฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วชิ าวนิ ัยบญั ญัติ นักธรรมช้ันตรี ๑๑๐ ลกั ษณะอาการ ความหมาย อาบัตปิ าราชกิ เมอื่ ๓) ลักต้อน ๔) ลักแยง่ ๕) ลักสบั ๖) ตู่ ๗) ฉอ้ ๘) ยกั ยอก ๙) ตระบัด ๑๐) หลอกลวง ๑๑) กดขี่ กรรโชก ๑๒) ลกั ซ่อน สำนกั ศาสนศึกษา วดั เขาเชิงเทยี นเทพาราม พระมหาธรี พิสษิ ฐ์ จนทฺ สาโร

เอกสารประกอบ วชิ าวนิ ยั บัญญัติ นักธรรมช้นั ตรี ๑๑๑ ลกั ษณะอาการ ความหมาย อาบัติปาราชิกเม่อื ๑๓) ลกั ปลน้ ๕. สิกขาบทนี้ ชื่อว่าต้องเพราะการสงั่ เรียกวา่ ............................... มอี าการ ดังน้ี ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๕)............................................................................................................................................. ๖)............................................................................................................................................. ๖. ราคาทรพั ย์ที่ตอ้ งอาบตั ิ ไดแ้ ก.่ ........................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๗. สกิ ขาบทน้ี เปน็ ........................... ไม่เปน็ อาบัติแก่ภิกษผุ ้ไู มม่ ไี ถยจิต ได้แก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. อาการทจี่ ะเป็นอาบตั ิและไม่เป็นอาบัติ พจิ ารณาจาก ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๕)............................................................................................................................................. ๖)............................................................................................................................................. ๘. วตั ถุไม่มีเจ้าของ ได้แก.่ ...................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ๙. วัตถเุ ป็นของในวัด ถอื เปน็ ของกลาง.................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๑๐. นานาภัณฑะ หมายถงึ .................................................................................................................... สำนกั ศาสนศึกษา วัดเขาเชิงเทียนเทพาราม พระมหาธีรพสิ ิษฐ์ จนทฺ สาโร

เอกสารประกอบ วิชาวนิ ยั บญั ญัติ นักธรรมช้นั ตรี ๑๑๒ ๑๑. เอกภัณฑะ หมายถึง....................................................................................................................... สกิ ขาบทท่ี ๓ ภกิ ษแุ กล้งพรากกายมนุษย์ (ฆา่ มนุษยใ์ ห้ตาย) เสยี จากชวี ติ ตอ้ งปาราชิก ๑. คำวา่ “แกล้ง” ในสกิ ขาบทน้ี หมายถึง................................................................................................ ๒. คำว่า “ชีวิต” ในสกิ ขาบทน้ี หมายถงึ .................................................................................................. คำว่า “กายมนษุ ย์” ในสกิ ขาบทนี้ หมายถงึ ............................................................................................. ............................................................................................................................................................. คำวา่ “พรากเสียขากชวี ิต” ในสกิ ขาบทน้ี หมายถงึ ................................................................................... ๓. อาการฆา่ มี ๗ ประเภท ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๕)............................................................................................................................................. ๖)............................................................................................................................................. ๗)............................................................................................................................................. ๔. วัตถุแห่งอาบตั ิ ในสกิ ขาบทน้ี ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๕)............................................................................................................................................. ๕. อาการทที่ ำ ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๕)............................................................................................................................................. ๖. ประโยคแหง่ การฆ่าชีวิตมนษุ ย์ ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. สำนกั ศาสนศึกษา วัดเขาเชิงเทยี นเทพาราม พระมหาธีรพสิ ษิ ฐ์ จนทฺ สาโร

เอกสารประกอบ วิชาวินัยบัญญตั ิ นักธรรมชน้ั ตรี ๑๑๓ ๗. องค์แหง่ อาบัติ ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๕)............................................................................................................................................. ๘. ถ้าภิกษุมีโทสะจัด ได้ต่อย ตี หรือทุบ ไม่ได้มเี จตนาฆ่าให้ตาย แต่เผอิญถูกที่สำคัญผู้นัน้ ตาย ไม่ปรับ อาบตั ิปาราชกิ แตป่ รับ............................................................................................................................ ๙. อาณตั ตกิ ประโยค คือ ประโยคเกิดแตก่ ารบังคบั ผอู้ น่ื ให้ฆ่า นยิ ม ๖ อย่าง ได้แก่ ๑) นิยมวัตถุ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๒) นยิ มกาล ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๓) นิยมโอกาส ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๔) นยิ มศัสตราวธุ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๕) นิยมอริ ิยาบถ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๖) นยิ มกิรยิ าวเิ ศษ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๑๐. สิกขาบทนี้ เป็น........................... ไม่เป็นอาบัติแก่ผูไ้ ม่แกล้ง และเป็น.................................. คือ ต้องอาบตั เิ พราะสั่งใหเ้ ขาฆ่า สิกขาบทท่ี ๔ ภกิ ษุพูดอวดคณุ วิเศษท่ีไม่มีในตน (อตุ ตรมิ นสุ สธรรม) ต้องปาราชกิ ๑. อตุ ตริมนุสสธรรม คือ........................................................................................................................ ได้แก่..................................................................................................................................................... สำนกั ศาสนศกึ ษา วัดเขาเชงิ เทยี นเทพาราม พระมหาธรี พิสิษฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วิชาวินยั บัญญตั ิ นักธรรมชนั้ ตรี ๑๑๔ ๒. ลักษณะการอวดที่เปน็ อาบัติ ไดแ้ ก่ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๓. องคแ์ ห่งอาบัติ ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๕)............................................................................................................................................. ๔. สกิ ขาบทนี้ เป็น............................ เพราะเหตนุ ้นั จึงไม่เป็นอาบตั แิ กภ่ ิกษุ........................................... ............................................................................................................................................................. ๕. ภิกษอุ วดอุตตริมนุสสธรรมแก่คนหลายคน เขาเชอื่ บา้ ง ไม่เช่ือบ้าง ผอู้ วดต้องอาบตั ิ ดังนี้ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. สรุปอาบตั ปิ าราชิก - ภิกษุล่วงละเมดิ เป็นปาราชกิ หาสงั วาสมไิ ด้ คือ.................................................................................... เปรยี บเสมอื น........................................................................................................................................ - ถือเป็นภิกษผุ ู้ขาดสทิ ธ.์ิ ........................................................................................................................ - อาบตั ปิ าราชกิ น้ี เปน็ ....................................... แกไ้ ขไม่ได้ เป็น....................................... หาส่วนเหลือมไิ ด้ เป็น....................................... ตดั รากเหง้า - เหตุท่หี า้ มไม่ให้ภกิ ษลุ ่วงสกิ ขาบทท้ัง ๔ เพราะ :- ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ปาราชกิ จบ สำนักศาสนศกึ ษา วดั เขาเชิงเทยี นเทพาราม พระมหาธีรพิสิษฐ์ จนทฺ สาโร

เอกสารประกอบ วชิ าวนิ ยั บญั ญัติ นักธรรมชั้นตรี ๑๑๕ กัณฑท์ ่ี ๕ สังฆาทิเสส - สังฆาทิเสส แปลว่า.............................................................................................................................. หมายถงึ ................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................. - อาบตั สิ ังฆาทิเสส มี..............สกิ ขาบท แบง่ เป็น ๒ ประเภท ได้แก่ ๑) ปฐมาปัตติกา........................................................................................................................ ๒) ยาวตตยิ กา........................................................................................................................... - สมนุสภาสน์ คอื ................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ปฐมาปตั ติกา สิกขาบทที่ ๑ ภิกษุแกล้งทำใหน้ ้ำอสุจิเคลอื่ น ต้องอาบตั ิสงั ฆาทเิ สส เวน้ ไวแ้ ต่ฝนั ๑. องคแ์ ห่งอาบัติ ได้แก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๒. เหตุทีห่ า้ มสกิ ขาบทนี้ เพราะ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๓. สาณัตตกิ ะ ได้แก่.............................................................................................................................. อนาณัตติกะ ไดแ้ ก่........................................................................................................................... ดงั นน้ั สิกขาบทน้ี จัดเปน็ ................................................................................................................. ๔. สิกขาบทน้ี มีเจตนาทำ จงึ ต้องอาบตั ิ เรยี กวา่ ................................ และทำเพ่ือตนเองจึง...................... ใช้ให้ผู้อื่นทำ..................................... แต่ถ้าสั่งให้เขาทำแก่ตนเอง............................................... แต่ หากว่าภกิ ษหุ ลบั ฝันไป อสจุ เิ คลอื่ น.................................................. สิกขาบทท่ี ๒ ภกิ ษมุ ีความกำหนัด จบั ต้องกายหญงิ ต้องสังฆาทเิ สส ๑. คำวา่ “หญิง” ในสิกขาบทนี้ หมายถงึ ................................................................................................ สำนกั ศาสนศึกษา วัดเขาเชงิ เทยี นเทพาราม พระมหาธรี พสิ ิษฐ์ จนทฺ สาโร

เอกสารประกอบ วิชาวนิ ัยบญั ญัติ นักธรรมชน้ั ตรี ๑๑๖ ............................................................................................................................................................. ๒. วัตถุแหง่ อาบตั ิ ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๓. กิรยิ าท่ถี กู ตอ้ ง ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๕)............................................................................................................................................. ๔. องค์แห่งอาบตั ิ ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๕)............................................................................................................................................. ๕. สกิ ขาบทนี้ เป็นอนาณัตตกิ ะ คือ...................................................................................................... และเป็น สจติ ตกะ คอื .......................................................................ไมเ่ ป็นอาบตั แิ กภ่ กิ ษุ...................... ............................................................................................................................................................. สกิ ขาบทที่ ๓ ภกิ ษุมีความกำหนัด พดู เก้ยี วหญิง ตอ้ งสังฆาทเิ สส ๑. คำวา่ “หญิง” ในสกิ ขาบทน้ี หมายถงึ ................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๒. วัตถแุ หง่ อาบตั ิ ได้แก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๓. เขตแหง่ อาบัติ ๑) ในหญิง ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๒) ในบณั เฑาะก์ สำนักศาสนศกึ ษา วดั เขาเชิงเทยี นเทพาราม พระมหาธรี พสิ ิษฐ์ จนทฺ สาโร

เอกสารประกอบ วิชาวนิ ัยบญั ญตั ิ นกั ธรรมชัน้ ตรี ๑๑๗ ............................................................................................................................................................. ๓) ในบุรษุ ............................................................................................................................................................. ๔. สิกขาบทนี้ เปน็ ................................. และไม่เป็นอาบัติ แกภ่ กิ ษุ....................................................... สกิ ขาบทท่ี ๔ ภกิ ษมุ ีความกำหนดั พูดให้หญิงบำเรอตน ต้องสังฆาทิเสส ๑. คำว่า “หญิง” ในสกิ ขาบทนี้ หมายถึง................................................................................................ ............................................................................................................................................................. ๒. คำว่า “พดู ” ในสิกขาบทนี้ หมายถึง................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ๓. ภกิ ษตุ อ้ งอาบัตสิ ิกขาบทน้ี ก็ต่อเมื่อ................................................................................................... สิกขาบทท่ี ๕ ภิกษเุ ท่ียวชกั ส่ือให้ชายหญิงเปน็ ผวั เมยี กัน ต้องสังฆาทิเสส ๑. หญงิ มี ๒ ประเภท ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๒. องคแ์ ห่งการชักส่อื ได้แก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๓. การชกั สือ่ สำเร็จไดด้ ว้ ยองค์ ๒ ก็มี เชน่ ............................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๔. องคแ์ หง่ อาบัติ ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๕)............................................................................................................................................. ๖)............................................................................................................................................. ๗)............................................................................................................................................. ๘)............................................................................................................................................. สำนักศาสนศึกษา วดั เขาเชงิ เทยี นเทพาราม พระมหาธีรพสิ ิษฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วชิ าวนิ ัยบญั ญัติ นักธรรมชนั้ ตรี ๑๑๘ สิกขาบทท่ี ๖ ภิกษุสรา้ งกฎุ ี ซงึ่ ไมม่ ีเจ้าของ ตอ้ งทำให้ไดป้ ระมาณ และต้องให้สงฆแ์ สดงทใ่ี ห้ก่อน ไมท่ ำ ตอ้ งสงั ฆาทเิ สส ๑. ความสำคัญเนอื่ งดว้ ยกุฎี คอื .............................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๒. กริ ิยาทีข่ อให้สงฆแ์ สดงท่ใี ห้ คือ......................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ๓. ประมาณแห่งกฎุ ี ได้แก.่ ..................................................................................................................... ๔. องค์แห่งอาบตั ิ ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๕. อาการที่ล่วงอาบัติ ได้แก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๖. สกิ ขาบทน้ี บัญญตั ไิ ว้ เพอ่ื ................................................................................................................ สิกขาบทที่ ๗ ถา้ ทอี่ ยซู่ ่งึ จะสรา้ งนนั้ มีทายกเป็นเจา้ ของ ทำให้เกนิ ประมาณนนั้ ได้ แตต่ ้องให้สงฆ์แสดง ทใี่ ห้กอ่ น ไมท่ ำ ตอ้ งสงั ฆาทิเสส ๑. สิกขาบทน้ี มนี ัยเหมือนสิกขาบทท่ี ๖ แปลกแตเ่ พยี ง.......................................................................... เพราะ.................................................................................................................................................... สิกขาบทท่ี ๘ ภกิ ษุโกรธแค้นภิกษดุ ว้ ยกัน แกล้งโจทดว้ ยอาบตั ิปาราชกิ ไมม่ มี ลู ต้องสังฆาทเิ สส ๑. มลู แห่งการโจท ได้แก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๒. การโจทด้วยอาบตั ิ คอื ........................................................................................................................ จดั เปน็ .................................................... ๓. อธิกรณ์ทจ่ี ัดวา่ ไมม่ มี ลู มี ๓ ประการ ได้แก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. สำนักศาสนศึกษา วัดเขาเชิงเทยี นเทพาราม พระมหาธรี พิสิษฐ์ จนทฺ สาโร

เอกสารประกอบ วชิ าวนิ ยั บัญญัติ นกั ธรรมชั้นตรี ๑๑๙ ๓)............................................................................................................................................. ๔. อธกิ รณอ์ ันมมี ูล มี ๓ ประการ ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๕. ลักษณะการโจทต้องชัดเจนพอที่จะให้เข้าใจว่า ต้องอาบัติปาราชิก มี ๔ ประการ ได้ แก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๖. การโจทลับหลงั อาบัตยิ ังไมถ่ งึ ท่ีสุด ไดแ้ ก.่ .......................................................................................... ............................................................................................................................................................. ............................ ๗. ธรรมเนยี มของภกิ ษผุ ูจ้ ะโจทภิกษุอนื่ ต่อหน้า ตอ้ ง.............................................................................. ไมท่ ำเชน่ นั้น ตอ้ งอาบัต.ิ .............................................. ๘. อาการท่ตี ้องอาบัตเิ พราะโจท ได้แก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๕)............................................................................................................................................. ๙. ลักษณะโจทมีมูลซง่ึ ไมต่ อ้ งอาบตั ิ คือ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๑๐. ถา้ ภกิ ษโุ จทตามลกั ษณะขา้ งต้น จำเลยเป็นผบู้ ริสุทธ์ิ หรือไม่บริสุทธ์ิ แต่เขา้ ใจว่าเปน็ ผ้ไู ม่บริสทุ ธิ์ โจท ตามอาการที่ไดเ้ ห็น ไดฟ้ ัง หรือรงั เกียจ แมอ้ ธกิ รณ์นนั้ จะไม่เปน็ จรงิ ดังนนั้ ............................................... สกิ ขาบทที่ ๙ ภิกษุโกรธแค้นภกิ ษดุ ้วยกนั แกลง้ หาเลสโจทภิกษุอืน่ ด้วยอาบตั ิปาราชกิ ตอ้ งสังฆาทเิ สส ๑. แกล้งหาเลสโจทภกิ ษอุ ่นื ด้วยอาบัตปิ าราชิก ดว้ ยหมายว่า.................................................................... ๒. คำวา่ “เลส” ถือเอา ดงั น้ี ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. สำนักศาสนศกึ ษา วดั เขาเชิงเทียนเทพาราม พระมหาธรี พสิ ษิ ฐ์ จนทฺ สาโร

เอกสารประกอบ วิชาวนิ ยั บญั ญตั ิ นกั ธรรมชั้นตรี ๑๒๐ ๓)............................................................................................................................................. ๓. อธิกรณท์ ่เี ปน็ เลส คอื ๑).......................................................................................................... ๒).......................................................................................................... ยาวตติยกา สกิ ขาบทท่ี ๑๐ ภกิ ษพุ ากเพยี รเพอ่ื จะทำให้สงฆแ์ ตกกัน ภกิ ษอุ ่ืนหา้ มไม่ฟงั สงฆส์ วดกรรมเพื่อให้ละข้อ ประพฤตินนั้ ถา้ ไม่ละ ต้องสงั ฆาทเิ สส ๑. คำว่า “สงฆ”์ หมายเอา...................................................................................................................... ๒. คำว่า “พากเพียรเพื่อจะทำลายสงฆ์” คือ............................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๓. อธิกรณ์ทเี่ ป็นเหตแุ ตกกัน ไดแ้ ก่........................................................................................................ ............................................................................................................................................................. ๔. อาการท่เี ปน็ อาบตั ิ ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๕. อาบตั ใิ นสกิ ขาบทนี้ เป็น.................................... ในกรรมไมเ่ ปน็ ธรรม ทา่ นวา่ เป็นอาบตั .ิ ................... ๖. สิกขาบทน้ี ถือว่าร้ายแรงที่สดุ ใน ๑๓ สกิ ขาบท เพราะ........................................................................ สกิ ขาบทที่ ๑๑ ภิกษุประพฤตติ ามภกิ ษุผทู้ ำลายสงฆ์นนั้ ภกิ ษุอ่นื หา้ มไมฟ่ ัง ตอ้ งสังฆาทิเสส ๑. สกิ ขาบทนี้ มีนยั เช่นสิกขาบทท่ี ๑๐ แปลก คือ................................................................................... เพราะ.................................................................................................................................................... สกิ ขาบทที่ ๑๒ ภิกษุวา่ ยากสอนยาก ภกิ ษุอ่ืนห้ามไม่ฟงั ตอ้ งสงั ฆาทิเสส ๑. คำวา่ “ภิกษุวา่ ยากสอนยาก” หมายเอา.............................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. สิกขาบทที่ ๑๓ ภิกษุประทุษร้ายสกุล สงฆ์ไล่เสียจากวัด กลับว่าติเตียนสงฆ์ ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง ต้อง สังฆาทิเสส ๑. คำวา่ “ประทษุ รา้ ยสกลุ ” หมายถึง...................................................................................................... ๒. ลักษณะการประทุษร้ายสกลุ ไดแ้ ก่.................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. สำนักศาสนศกึ ษา วัดเขาเชงิ เทยี นเทพาราม พระมหาธีรพิสษิ ฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วชิ าวินยั บัญญัติ นกั ธรรมชน้ั ตรี ๑๒๑ ๓. ความประพฤติเลวทราม หมายถงึ ....................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๔. ภิกษุประพฤตเิ ลวทราม มีพระบรมพทุ ธานุญาตใหส้ งฆล์ งโทษด้วยการทำ............................................ สรปุ อาบตั ิสงั ฆาทิเสส ๑. อาบตั ิสงั ฆาทเิ สสน้ี เรียกว่า ครุกาบตั ิ คือ............................................................................................ เรียกวา่ ทุฏฐลุ ลาบตั ิ เพราะ..................................................................................................................... และจะพน้ จากอาบัติไดด้ ้วยการอย่กู รรม เรียกว่า...................................................................................... ๒. วิธีอยกู่ รรม ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๕)............................................................................................................................................. ๖)............................................................................................................................................. ๗)............................................................................................................................................. อนยิ ต - อนยิ ต แปลวา่ ...................................................................................................................................... หมายถึง................................................................................................................................................ อาบัตทิ ่ีปรับตามสกิ ขาบทนี้ ไดแ้ ก.่ .......................................................................................................... สิกขาบทท่ี ๑ ภิกษนุ ั่งในท่ีลับตากบั หญงิ สองต่อสอง ถ้ามีคนควรเช่ือถือได้ มาพูดขน้ึ ดว้ ยธรรม ๓ อย่าง คอื ปาราชกิ หรือสงั ฆาทเิ สส หรือปาจติ ตีย์ อย่างใดอย่างหน่ึง ภกิ ษรุ บั อย่างใด ให้ปรับอยา่ งนั้น ๑. ที่ลับตา หมายถงึ ............................................................................................................................... ๒. ลกั ษณะวาจาทีค่ วรเช่ือถอื ได้ หมายเอา............................................................................................... ............................................................................................................................................................. ๓. วธิ ีปรับโทษ ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. สำนักศาสนศึกษา วดั เขาเชงิ เทยี นเทพาราม พระมหาธรี พสิ ษิ ฐ์ จนทฺ สาโร

เอกสารประกอบ วิชาวินยั บญั ญัติ นกั ธรรมช้ันตรี ๑๒๒ สิกขาบทที่ ๒ ภิกษนุ ่ังในท่ลี บั หูกบั หญงิ สองต่อสอง ถา้ มีคนควรเช่อื ถือได้ มาพดู ขนึ้ ด้วยธรรม ๒ อย่าง คอื สงั ฆาทิเสส หรือปาจติ ตีย์ อยา่ งใดอย่างหนึง่ ภิกษรุ บั อย่างใด ให้ปรับอย่างนน้ั ๑. ท่ีลบั หู หมายถงึ ................................................................................................................................ ๒. การที่ห้ามไมใ่ หภ้ กิ ษนุ ั่งในท่ีลับกบั มาตคุ ามตัวต่อตวั เพราะ................................................................. ............................................................................................................................................................. สรปุ อนิยต - เหตทุ บี่ ญั ญัตอิ าบตั ิน้ี เพราะ................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. สงั ฆาทิเสส จบ สำนกั ศาสนศึกษา วดั เขาเชิงเทียนเทพาราม พระมหาธรี พิสิษฐ์ จนทฺ สาโร

เอกสารประกอบ วิชาวนิ ยั บัญญตั ิ นักธรรมช้ันตรี ๑๒๓ กณั ฑ์ท่ี ๖ นิสสคั คยี ปาจติ ตีย์ - นสิ สคั คียปาจิตตีย์ หมายถึง.................................................................................................................. มี.................สิกขาบท จัดเป็นวรรค จำนวน.............วรรค วรรคละ................สกิ ขาบท จีวรวรรคที่ ๑ สิกขาบทที่ ๑ ภิกษุทรงอติเรกจีวรได้เพียง ๑๐ วันเป็นอย่างยิ่ง ถ้าล่วง ๑๐ วันไป ต้องนิสสัคคีย ปาจติ ตีย์ ๑. คำว่า “ทรง” หมายถึง........................................................................................................................ ๒. คำวา่ “จวี ร” หมายถึง........................................................................................................................ ๓. คำวา่ “อตเิ รกจีวร” หมายถงึ .............................................................................................................. ๔. จีวรกาล คอื ....................................................................................................................................... ๕. ผา้ ทอ่ี นุญาตทำจวี ร มี ๖ ชนดิ ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๕)............................................................................................................................................. ๖)............................................................................................................................................. ๖. การกำหนดนบั เปน็ วนั ล่วงนั้น ได้แก.่ ................................................................................................ ............................................................................................................................................................. ๗. อาบัตินี้ ภิกษุต้องสละสิ่งของอันเป็นเหตุต้องอาบัติแล้ว จึงแสดงอาบัติตก การสละนี้ ต้องสละแก่ผู้ สมควร ได้แก.่ ........................................................................................................................................ ๘. อาบตั นิ ี้ เป็น........................................แม้เผลอลว่ ง ๑๐ วนั ไป ก็เป็นอาบตั ิ ภิกษผุ ู้ต้องอาบัตินี้ พึง ตั้งใจสละใหข้ าด พร้อมกล่าวคำเสยี สละ ครั้นสละแล้ว พึงแสดงอาบัติ ภิกษุอื่นผู้รับสละ เมื่อรับแล้ว พึง คืนให้เจ้าของเดมิ ถ้าไม่คืน ท่านปรับอาบัติ................................................ จีวรท่ีเปน็ นิสสคั คยี ะ ยังไม่ สละ นำมาใชส้ อย ตอ้ งอาบตั ิ......................................... ๙. เหตทุ ่ีไมต่ ้องอาบตั ใิ นสกิ ขาบทนี้ เพราะเหตุ ๓ ประการ ได้แก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. สำนกั ศาสนศกึ ษา วดั เขาเชิงเทียนเทพาราม พระมหาธีรพสิ ษิ ฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วชิ าวนิ ยั บัญญตั ิ นกั ธรรมช้ันตรี ๑๒๔ ๓)............................................................................................................................................. สิกขาบทที่ ๒ ภิกษอุ ยู่ปราศจากไตรจีวรแมเ้ พยี งคืนหนงึ่ ตอ้ งนิสสัคคียปาจติ ตยี ์ เวน้ ไว้แตไ่ ด้สมมติ ๑. ไตรจีวร ไดแ้ ก่ผ้า ๓ ผืน คือ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๒. การอย่ปู ราศจากไตรจีวรได้ ดงั น้ี ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๓. ไตรจีวรอธิษฐาน หรือไตรครอง หมายถึง........................................................................................... ............................................................................................................................................................. ๔. การกำหนดเขตรักษาผา้ ไตรจวี ร ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๕. สิกขาบทนี้ เปน็ ................................................. แมไ้ มต่ ั้งใจ แต่อยู่ปราศจากก็เป็นอาบัติ ๖. ลักษณะแห่งอาบัตแิ ห่งสกิ ขาบทนี้ ได้แก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๗. เหตุท่ีห้าม เพื่อ.................................................................................................................................. เพราะ.................................................................................................................................................... สกิ ขาบทท่ี ๓ ถา้ ผ้าเกิดขนึ้ แกภ่ ิกษุ ๆ ประสงค์จะทำจีวร แตย่ ังไม่พอ ถ้ามีหวังจะไดม้ าอกี พึงเก็บผ้าน้ัน ไว้ได้ เพียง ๑ เดือนเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเก็บไว้เกินเดือน ๑ ไป แม้ยังหวังว่าจะได้อยู่ ต้องนิสสัคคีย ปาจิตตีย์ ๑. อกาลจวี ร คือ.................................................................................................................................... ๒. อกาลจีวี และอติเรกจวี ร เหมือนกนั ดงั นี้............................................................................................ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. สำนักศาสนศกึ ษา วดั เขาเชิงเทียนเทพาราม พระมหาธรี พสิ ิษฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วชิ าวินยั บญั ญัติ นักธรรมชั้นตรี ๑๒๕ ๓. อายขุ องผ้า มีวธิ ีนับ ไดแ้ ก.่ ................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๔. ผา้ ล่วงกำหนดกาลนน้ั เป็นนสิ สัคคียะ พึงสละ ไมส่ ละแลว้ ใชส้ อย เป็นอาบัต.ิ ..................................... สิกขาบทท่ี ๔ ภิกษุ ใช้นางภิกษุณที ่มี ิใชญ่ าติ ใหซ้ ัก ใหย้ อ้ ม ใหท้ ุบ ซงึ่ จวี รเกา่ ต้องนิสสัคคียปาจิตตยี ์ ๑. จวี รเกา่ หมายเอา............................................................................................................................... ๒. ลักษณะทต่ี อ้ งอาบตั ิ ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๓. ขอ้ ยกเวน้ ทไี่ มเ่ ปน็ อาบตั ิ ได้แก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. สกิ ขาบทที่ ๕ ภกิ ษุรบั จีวรแต่มือนางภิกษุณที ี่มิใชญ่ าติ ตอ้ งนิสสคั คียปาจติ ตยี ์ เวน้ ไวแ้ ต่แลกเปลีย่ นกนั ๑. สกิ ขาบทน้ี บญั ญตั ิไว้ เพ่ือ................................................................................................................. ๒. อาบตั ิในสกิ ขาบทน้ี ต้องอาบตั ิเพราะ.................................................................................................. ............................................................................................................................................................. สิกขาบทท่ี ๖ ภิกษขุ อจีวรต่อคฤหัสถ์ ท่ีมใิ ชญ่ าติ ต้องนิสสคั คยี ปาจติ ตยี ์ เวน้ ไวแ้ ต่สมยั ทจ่ี ะขอ ๑. คนมิใช่ญาติ หมายเอา....................................................................................................................... ๒. วิธีนับญาติ ๗ ช่ัวโคตร ไดแ้ ก่.............................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๓. คนปวารณา ได้แก่............................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๔. ลกั ษณะแห่งอาบัติน้ี ไดแ้ ก.่ ............................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ๕. อาบัตใิ นสกิ ขาบทนี้ เป็น............................. เป็นนิสสคั คียปาจติ ตยี ์ เพราะ.......................................... สำนักศาสนศกึ ษา วดั เขาเชงิ เทียนเทพาราม พระมหาธรี พิสษิ ฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วิชาวินยั บัญญตั ิ นักธรรมชน้ั ตรี ๑๒๖ ๖. เขาเปน็ ญาติ สำคัญว่าไม่ใช่ หรือแคลงใจอยู่ เปน็ อาบัติ.......................................................... สิกขาบทที่ ๗ ในสมัยเช่นนั้น จะขอเขาได้ก็แต่เพียงผ้านุ่งผ้าห่มเท่านั้น ถ้าขอเกินกว่านั้น ได้มา ต้อง นสิ สัคคยี ปาจิตตยี ์ ๑. คำว่า “สมัยเช่นนน้ั ” หมายเอา........................................................................................................... ๒. วิธีการขอผ้าตามสิกขาบทนี้ ไดแ้ ก่...................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ๓. ในสกิ ขาบทน้ี ประสงคเ์ อาเฉพาะ..........................................เท่านนั้ ถา้ ขอผ้าอ่ืนนอกนี้ ท่านประสงค์ ............................................................................................. ๔. ภิกษุรับผา้ มากเกนิ ไป ไม่เปน็ อาบตั ิ ดว้ ยเหตุ ๓ ประการ คือ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๕. สิกขาบทน้ี ทรงบัญญัติไว้ เพอ่ื ........................................................................................................... ............................................................................................................................................................. สิกขาบทที่ ๘ ถ้าคฤหัสถ์ที่มิใช่ญาติ มิใช่ปวารณา เขาพูดว่า “เขาจะถวายจีวรแก่ภิกษชุ ื่อนี”้ ภิกษุน้ัน ทราบความแล้ว เข้าไปพูดให้เขาถวายจีวรอย่างนั้นอย่างนี้ ที่มีราคาแพงกว่า ดีกว่าที่เขากำหนดไว้เดิม ได้มา ตอ้ งนสิ สัคคยี ปาจิตตีย์ ๑. คนมใิ ชป่ วารณา หมายถงึ .................................................................................................................. ๒. ถ้าสั่งใหเ้ ขาจ่ายจีวรมีราคานอ้ ยกว่า ท่านวา่ .......................................................................................... สิกขาบทที่ ๙ ถา้ คฤหัสถผ์ จู้ ะถวายจีวรแก่ภิกษุมีหลายคน แตเ่ ขา้ มิใชญ่ าติ มิใชป่ วารณา ภิกษุไปพูดให้ เขารวมทุนเข้าเป็นอันเดียวกัน เพื่อซื้อจีวรที่แพงกว่า ดีกว่าที่เขากำหนดไว้เดิม ได้มา ต้องนิสสัคคีย ปาจติ ตีย์ ๑. ความหมายในสกิ ขาบทนี้ เหมอื สิกขาบทที่ ๘ ตา่ งแต่เพยี งว่า............................................................... ............................................................................................................................................................. สิกขาบทที่ ๑๐ ถ้าใคร ๆ นำเอาทรัพย์มาเพื่อค่าจีวร แล้วถามภิกษุว่า ใครเป็นไวยาวัจกรของเธอ ถ้า ภิกษตุ ้องการ ก็พงึ แสดงไวยาวจั กร ครัน้ เขามอบหมายแก่ไวยาวัจกรแลว้ สง่ั ให้จา่ ยให้จีวรแก่ภิกษุ ภิกษุ นั้น เมื่อเข้าไปหาและทวงจีวร ๓ ครั้ง ถ้าไม่ได้ พึงยืนแต่พอเห็น ๖ ครั้ง ถ้าทวงเกิน ๓ ครั้ง และยืน เกิน ๖ ครั้ง ได้มา ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์ เมื่อทวงไม่ได้ จำเป็นต้องบอกแก่เจ้าของเดิม ให้เรียกคืนมา เสีย สำนกั ศาสนศึกษา วัดเขาเชงิ เทยี นเทพาราม พระมหาธรี พสิ ิษฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วิชาวนิ ัยบัญญตั ิ นกั ธรรมช้ันตรี ๑๒๗ ๑. คำแสดงไวยาวัจกรนั้น ท่านใช้ให้พูดเปลา่ เปรย ๆ และหา้ มว่า............................................................... ............................................................................................................................................................. ๒. การยนื และการทวง สามารถทำได้ ดังน้ี ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๓. สกิ ขาบทน้ี ไมเ่ ป็นอาบัติก็ต่อเม่อื ....................................................................................................... ๔. ในสกิ ขาบทน้ี ทา่ นห้ามมใิ หพ้ ยายามทวงมากเกนิ กำหนด เพราะ.......................................................... โกสยิ วรรคที่ ๒ สกิ ขาบทที่ ๑ ภกิ ษุหล่อสนั ถัต ด้วยขนเจยี มเจือดว้ ยไหม ตอ้ งนสิ สคั คิยปาจติ ตีย์ ๑. สนั ถตั ไดแ้ ก่..................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ๒. สิกขาบทนี้ เรียกว่า จตุกกนสิ สัคคียปาจิตตีย์ เพราะ............................................................................. ............................................................................................................................................................. ๓. ทำเอง หรอื ใชผ้ ู้อ่นื ทำ เพ่ือใชเ้ ปน็ ของอน่ื นอกจากอาสนะรองน่ัง เป็นอาบัติ........................................ แตจ่ ะไม่เป็นอาบัติ ก็ตอ่ เม่ือ.................................................................................................................... ๔. สกิ ขาบทน้ี มคี วามมงุ่ หมาย เพอ่ื ........................................................................................................ สิกขาบทท่ี ๒ ภกิ ษหุ ลอ่ สันถัต ดว้ ยขนเจยี มดำล้วน ต้องนิสสัคคยิ ปาจิตตยี ์ สกิ ขาบทท่ี ๓ ภิกษจุ ะหลอ่ สนั ถัตใหม่ พงึ ใช้ขนเจยี มดำ ๒ ส่วน จนเจยี มขาวสว่ นหนง่ึ ขนเจยี มแดงส่วน หนงึ่ ถ้าใชข้ นเจยี มดำใหเ้ กนิ ๒ สว่ นข้ึนไป ตอ้ งนสิ สัคคยิ ปาจิตตยี ์ ๑. สกิ ขาบทท่ี ๒-๓ มคี วามมุ่งหมาย เพือ่ ................................................................................................ สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุหล่อสันถัตใหม่แล้ว พึงใช้ให้ได้ ๖ ปี ถ้ายังไม่ถึง ๖ ปี หล่อใหม่ ต้องนิสสัคคิย ปาจิตตยี ์ เว้นไว้แตส่ มมติ ๑. ปีหนึ่ง ในบาลีหมายเอา......................................กำหนดให้ใชส้ นั ถัตนั้น........................................ เปน็ ขา้ งเร็ว ใชน้ านกวา่ นั้น ได้ ๒. ความวา่ “เวน้ ไวแ้ ตส่ มมต”ิ หมายถึง.................................................................................................. สำนกั ศาสนศกึ ษา วดั เขาเชิงเทยี นเทพาราม พระมหาธรี พิสิษฐ์ จนทฺ สาโร

เอกสารประกอบ วชิ าวนิ ัยบญั ญตั ิ นกั ธรรมช้นั ตรี ๑๒๘ สกิ ขาบทที่ ๕ ภกิ ษจุ ะหลอ่ สันถัต พึงตดั สันถัตเกา่ คืบ ๑ โดยรอบ มาปนลงในสันถตั ทห่ี ลอ่ ใหม่ เพ่ือจะ ทำให้เสียสี ถ้าไมท่ ำดังนี้ ตอ้ งนิสสัคคิยปาจติ ตีย์ ๑. ลักษณะแหง่ อาบัติ ในสิกขาบทนี้ ไดแ้ ก่............................................................................................. ๒. สิกขาบทน้ี มีความมุ่งหมาย เพอ่ื ........................................................................................................ สิกขาบทท่ี ๖ เม่อื ภิกษุเดนิ ทางไกล ถ้ามใี ครถวายขนเจียม ต้องการกร็ ับได้ ถา้ ไมม่ ใี ครนำมา นำมาเอง ไดเ้ พยี ง ๓ โยชน์ ถา้ ใหเ้ กิน ๓ โยชน์ไป ตอ้ งนสิ สคั คิยปาจิตตยี ์ ๑. ในประเทศไทยกำหนดคำว่าโยชน์ เทา่ กบั .......................................................................................... ๒. ขนเจยี มทไี่ มน่ ับเข้าในสิกขาบทนี้ ไดแ้ ก่............................................................................................. ๓. ภิกษสุ ามารถนำต่อไปได้อีก ในกรณีว่า.............................................................................................. ๔. เหตุทีไ่ ม่ให้ถอื เกินกำหนดนั้น เพราะ.................................................................................................. สิกขาบทท่ี ๗ ภิกษุใช้นางภกิ ษุณที ไี่ ม่ใช่ญาติ ใหซ้ กั กด็ ี ให้ยอ้ มกด็ ี ใหส้ างก็ดี ซึง่ ขนเจียม ตอ้ งนิสสัคคิย ปาจติ ตีย์ - อธบิ าย ดุจนัยอนั กล่าวแลว้ ในสิกขาบทท่ี ๔ แหง่ จวี รวรรค สิกขาบทที่ ๘ ภกิ ษรุ ับเองก็ดี ใชใ้ ห้ผอู้ ่ืนรบั ก็ดี ซ่งึ ทองและเงนิ หรือยนิ ดที องและเงนิ ทีเ่ ขาเก็บไว้เพ่ือตน ต้องนิสสคั คยิ ปาจิตตยี ์ ๑. เงินและทองตามสกิ ขาบทนี้ หมายเอาลักษณะ.................................................................................... ............................................................................................................................................................. ๒. ความวา่ “ยนิ ดที องและเงนิ ท่เี ขาเกบ็ ไว้ให้” หมายถงึ ........................................................................... ............................................................................................................................................................. ๓. ในสิกขาบทนี้ ทองและเงินทส่ี ละแล้ว ทา่ นสอนใหป้ ฏิบัติ ดงั นี.้ ........................................................... ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๔. ภิกษทุ ่ีถกู สมมตใิ ห้เปน็ ผทู้ ้งิ ตอ้ งประกอบด้วยสมบตั ิ ๕ คอื ................................................................ ภกิ ษผุ ู้ถูกสมมตนิ ัน้ พงึ ทง้ิ อยา่ หมายใจว่าจะตกท่ีไหน ถา้ ทงิ้ หมายทตี่ ก ตอ้ งอาบตั .ิ ................................... ๕. สกิ ขาบทนี้ เปน็ ................................................. แตภ่ ายหลงั มพี ุทธานุญาตผ่อนลงมา ถ้าคฤหัสถ์เขา เอารูปยิ ะมอบใหใ้ นมอื กัปปิยการก คือ................................................................................................. สั่งว่า จงจัดของอันเป็นกัปปิยะถวายภิกษุ สิ่งใดเป็นของควร ทรงอนุญาตให้ยินดีของนั้น แต่ห้าม .................................................................. ๖. ทองและเงนิ เปน็ นสิ สัคคียะ ทา่ นใหส้ ละแก.่ ...................................................................................... สำนักศาสนศึกษา วดั เขาเชงิ เทยี นเทพาราม พระมหาธีรพสิ ิษฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วิชาวนิ ยั บัญญตั ิ นักธรรมชน้ั ตรี ๑๒๙ สกิ ขาบทที่ ๙ ภิกษุทำการซื้อขายด้วยรูปยิ ะ คือของที่เขาใช้เป็นทองและเงิน ต้องนิสสคั คยิ ปาจิตตีย์ ๑. รูปิยะ มลี กั ษณะ ดงั น.้ี ....................................................................................................................... ๒. การซ้อื ขาย ได้แก่.............................................................................................................................. ๓. สกิ ขาบทน้ี มปี ระโยชน์ คอื ................................................................................................................. ๔. ทา่ นใหส้ ละรูปิยะนแี้ ก.่ ..................................................................................................................... สกิ ขาบทที่ ๑๐ ภิกษุแลกเปล่ียนสง่ิ ของกับคฤหัสถ์ ตอ้ งนสิ สัคคิยปาจติ ตยี ์ ๑. ลกั ษณะการแลกเปลีย่ น ในสกิ ขาบทนี้ ได้แก่..................................................................................... ............................................................................................................................................................. ๒. ในสกิ ขาบทนี้ ทา่ นให้สละแก.่ ............................................................................................................ ๓. ในสกิ ขาบทนี้ ไมเ่ ปน็ อาบตั ิ กต็ อ่ เมอื่ .................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ปตั ตวรรคที่ ๓ สิกขาบทที่ ๑ บาตรนอกจากบาตรอธษิ ฐาน เรียกว่าอติเรกบาตร อติเรกบาตรนั้น ภิกษุเก็บไว้ได้เพียง ๑๐ วนั เป็นอย่างยง่ิ ถ้าให้ลว่ ง ๑๐ วันไป ต้องนสิ สัคคปิ าจติ ตยี ์ ๑. บาตรเป็นของทำด้วย..............................................................................มี ๓ ขนาด คอื ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๒. บาตรอธิษฐาน คอื ............................................................................................................................ ๓. อติเรกบาตร คือ........................................................................................................................... เกบ็ ไวใ้ ช้ได้ไม่เกนิ ......................วนั เหมือนอตเิ รกจีวร แต่ทรงอนญุ าต.................................................... ๔ บาตรเป็นนิสสัคคยี ะ ไมส่ ละ ใช้สอย เปน็ อาบัต.ิ ..................................... สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุมีบาตรร้าวยังไม่ถึง ๑๐ นิ้ว ขอบาตรใหม่ต่อคฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่ปวารณา ไดม้ า ต้องนิสสคั คยิ ปาจิตตยี ์ ๑. รอยร้าวแห่งบาตร ทรงหมายเอา......................................................................................................... ๒. บาตร เปน็ นิสสคั คยี ะ ท่านใหส้ ละ................................................... มีวิธสี ละ ได้แก่.......................... ............................................................................................................................................................. ๓. ภิกษุอธิษฐานบาตรไม่ดี ด้วยหมายจะไดบ้ าตรอนั ดีภายหลงั เปน็ อาบัติ................................................ สำนักศาสนศกึ ษา วดั เขาเชงิ เทียนเทพาราม พระมหาธีรพิสิษฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วิชาวินยั บัญญตั ิ นกั ธรรมชน้ั ตรี ๑๓๐ สิกขาบทที่ ๓ ภกิ ษรุ ับประเคนเภสัชท้งั ๕ คอื เนยใส เนยขน้ นำ้ มนั น้ำผ้ึง น้ำออ้ ย แลว้ เก็บไว้ฉันได้ เพียง ๗ วนั เปน็ อย่างยิ่ง ถ้าให้ล่วง ๗ วนั ไป ตอ้ งนิสสัคคิยปาจติ ตีย์ ๑. เภสชั ๕ คือ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. ๕)............................................................................................................................................. ๒. เหตทุ ่ที รงอนุญาตใหเ้ กบ็ ไว้เพียง ๗ วนั เพ่ือ....................................................................................... ๓. ลกั ษณะทไี่ มต่ อ้ งอาบัตใิ นสิกขาบทน้ี ได้แก่........................................................................................ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. สิกขาบทท่ี ๔ เม่ือฤดรู ้อนยังเหลอื อย่อู กี เดือน ๑ คอื ตงั้ แตแ่ รมคำ่ ๑ เดือน ๗ จงึ แสวงหาผ้าอาบน้ำฝน ได้ เมื่อฤดรู ้อนยงั เหลืออยู่อีกกึ่งเดือน คือต้งั แต่ข้นึ ค่ำ ๑ เดอื น ๘ จงึ ทำนุ่งได้ ถา้ แสวงหาหรือทำนุ่งให้ ลำ้ กวา่ กำหนดน้นั เขา้ มา ต้องนสิ สัคคยิ ปาจิตตยี ์ ๑. ผ้าอาบน้ำฝน เปน็ ของทรงอนุญาตเป็นบริวารพเิ ศษชัว่ คราวของภิกษุ อธิษฐานไวใ้ ชต้ ลอด................. ...........................................พ้นจากน้ัน ทา่ นให้.................................... ๒. เขตแหง่ การอนญุ าต มี ๓ ได้แก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๓. ความวา่ “พุทธานญุ าตให้แสวงหา” หมายถงึ ...................................................................................... ............................................................................................................................................................. ในการขอนัน้ ทา่ นได้บอกแตเ่ พยี งว่า....................................................................................................... ๔. อาบัติในสิกขาบทนี้ เป็น..................................... แม้นบั วนั พลาด ก็ต้องอาบตั ิ สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุให้จีวรแก่ภิกษอุ ื่น แล้วโกรธชิงเอาคืนมาเองก็ดี ใช้ให้ผู้อื่นชิงมาก็ดี ต้องนิสสัคคยิ ปาจิตตยี ์ ๑. การชงิ เอาจีวรคืน ทา่ นปรับอาบัต.ิ ............................................. เพราะ............................................... ............................................................................................................................................................. ๒. ชงิ บรขิ ารอืน่ เปน็ อาบัต.ิ .............................................. ชิงของอนุปสมั บนั ทกุ อย่าง เป็นอาบตั .ิ ......................................... สำนักศาสนศกึ ษา วัดเขาเชิงเทียนเทพาราม พระมหาธรี พสิ ษิ ฐ์ จนทฺ สาโร

เอกสารประกอบ วิชาวนิ ัยบัญญัติ นกั ธรรมชั้นตรี ๑๓๑ สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุขอด้ายต่อคฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่ปวารณา เอามาให้ช่างหูกทอเ ป็นจีวร ต้อง นสิ สคั คิยปาจิตตยี ์ - สกิ ขาบทนี้ หา้ มขอด้ายมาทอเอง สกิ ขาบทท่ี ๗ ถา้ คฤหสั ถ์ท่ีไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่ปวารณา สัง่ ให้ช่างหูกทอจีวร เพื่อจะถวายแก่ภิกษุ ถ้าภิกษุ ไปกำหนดให้เขาทำให้ดีขึ้น ด้วยจะให้รางวัลแกเ่ ขา ตอ้ งนสิ สัคคิยปาจติ ตยี ์ - ความอธิบายแห่งสกิ ขาบทน้ี เหมอื นสกิ ขาบทท่ี ๘ แห่งจีวรวรรค สิกขาบทท่ี ๘ ถ้าอีก ๑๐ วัน จะถึงวนั ปวารณา คือตั้งแต่ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๑๑ ถ้าทายกรีบจะถวายผ้า จำนำพรรษา กร็ บั เกบ็ ไวไ้ ด้ แต่ถ้าเก็บไวเ้ กินกาลจีวรไป ต้องนสิ สัคคิยปาจติ ตีย์ ๑. ผ้าวัสสาวาสิกา เรยี กวา่ .........................................หมายถึงผา้ ............................................................ คือเริ่มตั้งแต.่ ...........................................................ถึง........................................................... ถ้าได้ กรานกฐิน คอื ........................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................. ๒. อัจเจกจวี ร แปลว่า.................................................หมายถึง................................................................ ............................................................................................................................................................. สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุจำพรรษาในเสนาสนะป่าซ่ึงเป็นท่ีเปลี่ยว ออกพรรษาแล้ว อยากจะเก็บไตรจวี รผืน หนึ่งไว้ในบ้าน เมื่อมีเหตุก็เกบ็ ไว้ได้เพียง ๖ คืน เป็นอย่างย่ิง ถ้าเก็บไว้กว่านัน้ ต้องนิสสัคคยิ ปาจิตตีย์ เวน้ ไว้แตไ่ ดส้ มมติ ๑. เสนาสนะป่า หมายเอา....................................................................................................................... ๒. ภกิ ษุอยู่ในเสนาสนะป่าเช่นน้ี ได้รบั ประโยชน์พิเศษ เพือ่ ..................................................................... สกิ ขาบทที่ ๑๐ ภกิ ษรุ ูอ้ ยู่ และนอ้ มลาภที่เขาจะถวายสงฆ์มาเพอ่ื ตน ตอ้ งนิสสคั คิยปาจิตตีย์ ๑. ลาภ ในสกิ ขาบทน้ี ได้แก.่ .................................................................................................................. ๒. อาการนอ้ มลาภ คอื ........................................................................................................................... ๓. ภิกษุนอ้ มลาภมาเพือ่ ตน คือ.............................................................................................................. ในประโยคทีท่ ำ เป็นอาบัต.ิ ............................ ไดข้ องมา ตอ้ งอาบัติ................................................ ๔. น้อมลาภ เพ่ือสงฆห์ มอู่ ่ืน เพอ่ื เจดีย์ ต้องอาบัติ................................... ๕. นอ้ มลาภที่เขาจะถวายเพอ่ื เจดยี ์ ท่เี ขาจะถวายบคุ คล ใหส้ ลับกันเสบี เป็นอาบตั .ิ ............................... ๖. คำว่า “รอู้ ยู”่ อาบตั ิในสิกขาบทนี้ จงึ เป็น.................................................... ภิกษุไมร่ ู้แน่ แตส่ งสยั ขืน ลว่ ง ต้องอาบัติ...................................... แตไ่ มเ่ ป็นอาบตั ิ ในกรณี............................................................ สำนกั ศาสนศึกษา วัดเขาเชงิ เทียนเทพาราม พระมหาธีรพสิ ิษฐ์ จนทฺ สาโร

เอกสารประกอบ วิชาวนิ ยั บญั ญตั ิ นกั ธรรมช้ันตรี ๑๓๒ สรุปอาบตั ินิสสัคคยี ปาจติ ตยี ์ - ของทเ่ี ปน็ นิสสัคคียะ ใน ๓๐ สกิ ขาบท จดั ไว้เป็น ๓ หมวด หมวดท่ี ๑ เป็นนิสสัคคียะ โดย................................................ หมวดที่ ๒ เป็นนสิ สคั คยี ะ โดย................................................ หมวดท่ี ๓ เปน็ นิสสคั คียะ โดย................................................ - ของทส่ี ละแล้ว จะใชไ้ ด้หรือไม่นน้ั ตอ้ งถือเอาหลกั นี้ เป็นเกณฑ์ คอื ก. ถ้าเป็นของทเี่ ปน็ นสิ สัคคียะโดยวัตถุหมวดท่ี ๑ สละแลว้ ............................................. ข. ของท่ีเป็นนิสสคั คียะโดยอาการหมวดท่ี ๒ โดยกริ ยิ าเป็นเหตุได้มา สละแล้ว.............................. ค. โดยกิรยิ าท่ที ำและโดยกริ ิยาท่ที ำให้ล้ำกำหนด สละแล้ว............................................ ง. ของที่เป็นนิสสัคคียะโดยล่วงเวลาหมวดที่ ๑ สละแล้ว.............................................เว้นแต่ .............................................. - ถ้าการอาบัตนิ ัน้ เปน็ เหตุอื้อฉาวกระฉอ่ น เปน็ ที่รังเกียจของคนมาก ควรสละใน.................................... - ถา้ ไมม่ ใี ครถือเอาเป็นข้อรงั เกียจใหญโ่ ต ควรสละแก่..................................... - ถ้าเปน็ ของไม่ควรบรโิ ภค เพราะเป็นของอกัปปิยะ สมควรมอบแก่.................................................หรือ .......................................................... - ของเปน็ นสิ สคั คียะ แตส่ ญู หาย ไม่มจี ะสละ ใหป้ ฏบิ ัติ ดังนี.้ .................................................................... - อาบัติหมวดนี้ เป็นอาบัติเบา เรียกว่า....................................................... และจะพ้นได้ด้วยวิธีแสดง อาบัติ เรยี กว่า......................................................... นสิ สคั คยี ปาจติ ตยี ์ จบ สำนกั ศาสนศึกษา วัดเขาเชงิ เทยี นเทพาราม พระมหาธีรพสิ ษิ ฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วชิ าวินัยบัญญตั ิ นกั ธรรมช้ันตรี ๑๓๓ กณั ฑ์ท่ี ๗ ปาจติ ตยี ์ - ปาจติ ตยี ์ แปลว่า.................................................................................................................................. - นสิ สคั คยี ปาจติ ตยี ์ และปาจิตตีย์ เป็นอาบัติเดียวกัน ต่างกนั แต่.............................................................. - ปาจิตตีย์ มี...................สิกขาบท แบ่งเป็น...............วรรค วรรคละ.....................สิกขาบท เว้นแต่ สหธรรมกิ วรรค มี...................สิกขาบท มสุ าวาทวรรคที่ ๑ สกิ ขาบทท่ี ๑ ภิกษรุ ตู้ วั อยู่ พูดปด ตอ้ งปาจิตตีย์ ๑. คำวา่ “พดู ปด” คอื ร้ตู ัวอยกู่ ล่าวเท็จ รู้ได้ดว้ ยลักษณะ ๒ อย่าง ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๒. สกิ ขาบทนี้ เปน็ ................................ ไม่เปน็ อาบัตเิ ม่อื ....................................................................... รับคำของเขาด้วยจิตบริสุทธิ์ ภายหลังไม่ได้ทำตามคำรับนั้น เช่น รับกิจนิมนต์เขาแล้วไม่ไป เรียกว่า ............................... ปรับอาบัติ................................ สกิ ขาบทที่ ๒ ภิกษุ ดา่ ว่าภิกษุอนื่ ต้องปาจิตตีย์ ๑. คำว่า “ด่า” เรียกว่า................................................... คือ................................................................... มลี กั ษณะ ๒ ประการ คอื ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๒. วัตถุสำหรบั อา้ งขน้ึ ดา่ หรือเรือ่ งสำหรับดา่ เรยี กว่า.................................. มี ๑๐ ประการ ไดแ้ ก่ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๓. กิรยิ าพดู เสียดแทง มี ๒ สถาน ได้แก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๔. ถ้าไม่ได้เพ่งความเจ็บใจหรือความอัปยศ พูดล้อเล่น แต่กระทบวัตถุ มีชาติ เป็นต้น แก่อนุปสัมบันก็ ตาม พูดเจาะจงก็ตาม พดู เปรย ๆ ก็ตาม เปน็ อาบตั .ิ ................................................. อาบตั ิอยา่ งน้ี มที มี่ า ในสิกขาบทท่ี............................แห่ง.................................................เพียงแหง่ เดยี ว สำนกั ศาสนศึกษา วดั เขาเชิงเทียนเทพาราม พระมหาธรี พสิ ิษฐ์ จนฺทสาโร

เอกสารประกอบ วิชาวินัยบญั ญตั ิ นักธรรมชน้ั ตรี ๑๓๔ ๕. สิกขาบทน้ี เปน็ ........................................ ภิกษไุ มต่ ้องอาบัติข้อนี้ กต็ อ่ เม่ือ....................................... ............................................................................................................................................................. สกิ ขาบทท่ี ๓ ภิกษุ สอ่ เสยี ดภกิ ษอุ ่นื ตอ้ งปาจติ ตีย์ ๑. คำสอ่ เสยี ด เรยี กโดยชือ่ ว่า........................................................มลี ักษณะ ๒ อย่าง คอื ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๒. เจตนาของผูส้ อ่ เสียด มี ๒ คอื ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓. สอ่ เสยี ดภกิ ษดุ ว้ ยกนั ต้องอาบตั .ิ ........................................... ๔. ข้างหนึ่งเป็นอุปสัมบัน อีกข้างหนึ่งเป็นอนุปสัมบัน หรืออนุปสัมบันทั้ง ๒ ข้าง ส่อเสียด ต้องอาบัติ ............................. ๕. ภกิ ษุไม่ตอ้ งอาบัติ ก็ตอ่ เมอื่ ................................................................................................................ สกิ ขาบทท่ี ๔ ภกิ ษุ สอนธรรมแก่อนปุ สัมบันว่าพรอ้ มกัน ต้องปาจิตตยี ์ ๑. ในสกิ ขาบทนี้ อนปุ สัมบนั ไดแ้ ก.่ ....................................................................................................... ๒. คำว่า “ธรรม” หมายถึง..................................................................................................................... ๓. อาการสอนธรรมว่า “พร้อมกนั ” หมายเอา......................................................................................... ๔. ในสิกขาบทนี้ เป็น.......................................... แม้ตั้งใจระวัง ไม่ว่าพร้อมกัน แต่พลาดว่าพร้อมกนั เป็นอาบัติเหมอื นกนั และจะไมเ่ ปน็ อาบตั ิ กต็ ่อเมือ่ .................................................................................. สิกขาบทท่ี ๕ ภิกษุ นอนร่วมในทม่ี งุ ทบี่ งั อนั เดยี วกันกับอนปุ สัมบนั เกินกวา่ ๓ คืนข้นึ ไป ตอ้ งปาจติ ตยี ์ ๑. ในสกิ ขาบทน้ี อนปุ สมั บัน ได้แก่........................................................................................................ ๒. เขตแห่งสหไสย คือ........................................................................................................................... ๓. อาการที่นอนรว่ ม หมายถึง............................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ๔. อาการนอนลงร่วมกนั ท่ีเป็นอาบัติ และไม่เปน็ อาบัติ ไดแ้ ก่.................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ๕. เขตแหง่ อาบัติทกุ กฏ ไดแ้ ก่................................................................................................................ ๖. นอนร่วมกนั ในเขตทีไ่ ม่เป็นสหไสย ไม่เปน็ อาบตั ิ หมายเอาถึง........................................................... ............................................................................................................................................................. สำนักศาสนศึกษา วดั เขาเชิงเทยี นเทพาราม พระมหาธรี พสิ ิษฐ์ จนทฺ สาโร

เอกสารประกอบ วชิ าวินยั บญั ญตั ิ นกั ธรรมช้ันตรี ๑๓๕ ๗. สิกขาบทนี้ เป็น...................................... แม้นับวัดพลาดก็เป็นอาบัติ และสิกขาบทนี้ มุ่งหมายเพ่ือ ............................................................................................................................................................. สกิ ขาบทที่ ๖ ภกิ ษุ นอนร่วมในท่มี ุงทบี่ งั อันเดยี วกนั กับผู้หญงิ แมค้ นื แรก ตอ้ งปาจติ ตีย์ ๑. หญิง คอื มาตคุ าม ในสกิ ขาบทน้ี หมายเอา.......................................................................................... สกิ ขาบทท่ี ๗ ภกิ ษุ แสดงธรรมแก่ผู้หญิงเกนิ กว่า ๖ คำขน้ึ ไป ตอ้ งปาจติ ตีย์ ๑. หญิง คือมาตุคาม ในสิกขาบทนี้ หมายเอา.......................................................................................... สกิ ขาบทท่ี ๘ ภิกษุ บอกอตุ ตรมิ นสุ สธรรมที่มีจริงแก่อนุปสมั บนั ตอ้ งปาจติ ตยี ์ ๑. อตุ ตริมนุสสธรรม หมายเอา.............................................................................................................. ๒. เหตทุ ท่ี รงหา้ ม เพราะ......................................................................................................................... สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุ บอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุอ่ืนแก่อนุปสัมบัน ต้องปาจิตตยี ์ เว้นไว้แต่ภิกษไุ ด้รับ สมมติ ๑. อาบัตชิ ่วั หยาบ ได้แก่......................................................................................................................... ๒. สิกขาบทนี้ มุง่ หมายเพอ่ื .................................................................................................................... ๓. ภกิ ษุได้รบั สมมติ กำหนดดงั น.ี้ .......................................................................................................... ทำนอกเหนอื กำหนด ต้องอาบัติ............................... ถา้ บอกอาบตั ไิ มช่ ว่ั หยาบ ทา่ นปรบั .......................... สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุ ขดุ เองกด็ ี ให้ผ้อู น่ื ขดุ กด็ ี ซง่ึ แผน่ ดนิ ต้องปาจิตตีย์ ๑. ลักษณะแผน่ ดนิ ในคมั ภีร์วิภังค์ แบ่งเปน็ ๒ ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๒. ภิกษุไมต่ อ้ งอาบตั ิ ดว้ ยขุดดิน................................................... ภูตคามวรรคที่ ๒ สกิ ขาบทที่ ๑ ภิกษุ พรากภูตคามอันเปน็ ของเขียวทอ่ี ยู่กบั ทใี่ ห้หลดุ จากท่ี ต้องปาจิตตยี ์ ๑. คำวา่ “พราก” ได้แก.่ ......................................................................................................................... ๒. คำวา่ “ของเขยี ว” ไดแ้ ก่ ๑)............................................................................................................................................. ๒)............................................................................................................................................. ๓)............................................................................................................................................. ๔)............................................................................................................................................. สำนักศาสนศึกษา วัดเขาเชงิ เทียนเทพาราม พระมหาธรี พิสษิ ฐ์ จนฺทสาโร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook