85 ท่มี าของคลปิ : รายการ iT24Hrs ตอน 10 วธิ ใี ช้ Social Network อย่างปลอดภัย สรุป การส่ือสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างสร้างสรรค์บนโลกออนไลน์ เช่น การโพสต์ข้อความต่าง ๆ บนส่ือสังคมออนไลน์ ควรระมัดระวังในการโพสต์ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือการโพสต์ ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อตนเองและผู้อ่ืนหรือเข้าข่ายผิดกฎหมาย ตัวอย่าง พฤติกรรมที่ไม่ควรโพสต์บนส่ือสังคมออนไลน์ เช่น ไม่โพสต์ข้อความท่ีให้ร้ายผู้อ่ืน ภาพตัดต่อ การล้อเลียนบุคคลอ่ืน เหตุการณ์ที่ไม่สามารถตรวจสอบแหล่งท่ีมาได้ รวมท้ังข้อมูลส่วนบุคคลของ ตนเอง เช่น บัตรประชาชน บัตรนักศึกษา เป็นต้น นอกจากน้ีการกดถูกใจ (Like) หรือกดแชร์ข้อมูล ข่าวสารบนสื่อสังคมออนไลน์ควรตรวจสอบข่าวนั้นให้ถูกต้องก่อนจะโพสต์ลงบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อไม่ให้เกิดข่าวปลอมทางส่ือสังคมออนไลน์ เพราะจะส่งผลกระทบหลายด้าน ๆ วิธีการพิจารณา เบ้ืองต้นว่าข่าวน้ันเป็นข่าวปลอม เช่น การตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าว อ่านเน้ือหาของข่าวเนื้อหาเกิน จริงหรือไม่ หรือตรวจสอบวนั ท่ีโพสตว์ ่าสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบนั หรือไม่ หรือเป็นข่าวเก่าแล้ว เป็นต้น ซึ่งถ้าข่าวนั้นเป็นข่าวปลอมหรือข่าวลวงห้ามโพสต์ลงบนสื่อสังคมออนไลน์ ดังน้ัน การรู้เท่าทัน พฤติกรรมการใช้ส่ือสังคมออนไลน์อย่างปลอดภัยเพียงตระหนักก่อนใช้งานควรคิดให้รอบคอบ ก่อนโพสตค์ านงึ ถงึ ผลกระทบทีจ่ ะเกิดขึ้นทั้งตอ่ ตนเองและผู้อ่นื
86 คาถามท้ายบท 1. การโพสตข์ อ้ ความในสื่อสังคมออนไลน์ เชน่ เฟซบุ๊ก พฤติกรรมใดควรทาและพฤตกิ รรมใด ไมค่ วรทา บอกมาอย่างละ 5 ข้อ 2. จงยกตัวอย่างข่าวปลอมทางส่ือสังคมออนไลน์ และบอกถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากข่าว ปลอมนัน้ มา 1 ขา่ ว 3. ถา้ นกั ศึกษาไดร้ บั ข้อมูลวา่ “มีโปรโมชน่ั ลดราคาคอมพวิ เตอร์ยห่ี ้อหนง่ึ มากกว่า 70%” นักศึกษาจะนาข้อความน้ไี ปโพสต์บนเฟซบ๊กุ ทนั ที หรอื ไม่ เพราะอะไร 4. วิธกี ารพจิ ารณาความถูกตอ้ งและความนา่ เชอ่ื ถอื ของข้อมลู ข่าวสารในสอ่ื สงั คมออนไลน์ มี วิธกี ารอยา่ งไร 5. จงยกตัวอย่างพฤติกรรมการใช้งานสอื่ สงั คมออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย มา 5 ตวั อยา่ ง
เอกสารอา้ งองิ กองทนุ พัฒนาสอื่ ปลอดภยั และสร้างสรรค์. (2563). การรเู้ ทา่ ทนั ขา่ วปลอม Fake News EP 2 : รปู แบบข่าวปลอม. สืบคน้ เม่อื วันที่ 30 มกราคม 2564, จาก https://www.youtube.com/watch?app=desktop&v=iSI2U8YDw3Q กองบงั คับการปราบปรามการกระทาความผิดเก่ียวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี. (2562). วิธีการใช้ ส่ื อโซ เชีย ล มี เดีย อย่ างชาญ ฉ ลาด . สื บค้นเม่ื อวันท่ี 30 ม กราคม 2 5 6 4, จาก https://tcsd.go.th//วิธีการใช้ส่อื โซเชียลม/ ----------. (2562). 4 สิ่งท่ีคุณไม่ควรโพสต์บนโลกออนไลน์. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2564, จาก https://tcsd.go.th/4-สง่ิ ท่ีคุณไม่ควรโพสต์บ/ เฉลิมพล ก๊กเกียรติกุล และธัญญนนทณัฐ ด่านไพบูลย์. (2561). ข่าวลวง: ปัญหาและความท้าทาย. วารสารวชิ าการ กสทช ประจาปี 2561. 174-192. ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ. (2561). วัคซีนคุ้มภัยคนยุคดิจิทัล ประเด็นจริยธรรมและข้อควรรู้ทาง กฎหมาย. กรุงเทพฯ: ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรม ตาราและเอกสารทางวิชาการ คณะ ครศุ าสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย. รายการ iT24Hrs. (2561). 10 วธิ ใี ช้ Social Network อย่างปลอดภยั . สืบคน้ เม่ือวันที่ 30 มกราคม 2564, จาก https://www.youtube.com/watch?v=BOUQD0GZGd8 ----------. (2563). เรื่อง 5 สิ่งที่ห้ามโพสต์ลง Social Network เดี๋ยวภัยมา. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2564, จาก https://www.youtube.com/watch?v=37kqBuqokcU ----------. (2563). เรื่อง 5 วิธีตรวจสอบขา่ วปลอม Fake News | DGTH. สบื คน้ เมือ่ วันท่ี 30 มกราคม 2564, จาก https://www.youtube.com/watch?v=p-PtKBqXKZI เว็บไซต์ rainmaker (doyoumind). (2564). เมื่อประเภท Fake News มีความซับซ้อนมากกวา่ ทีค่ ิด ชวนเข้าใจความผิดปกติของข้อมูลข่าวสารทุกประเภทก่อนเสพส่ือ. สืบค้นเม่ือ วันท่ี 16 พฤศจิกายน 2565. จาก https://www.rainmaker.in.th/fake-news-information- disorder/ ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส). (2562). อย่าตกหลุม โซเชียลมีเดีย. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2564, จาก https://dol.thaihealth.or.th/ Media/Index/1a5f53d6-2c9a-e811-80e7-00155d93ef05# ศูนย์ชว่ ยเหลือเฟซบุก๊ . (2564). เคล็ดลับในการสังเกตข่าวปลอม. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2564, จาก https://th-th.facebook.com/help/188118808357379 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย. (2563). ข่าวปลอม. สืบค้นเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2564, จาก https://www.antifakenewscenter.com/ ศูนยศ์ กึ ษายทุ ธศาสตร์ สถาบันวชิ าการปอ้ งกันประเทศ. (2559). ขา่ วปลอม มหนั ตภัยร้ายจาก Social Network. เอกสารวเิ คราะหส์ ถานการณ์ยทุ ธศาสตร์และความมนั่ คง. สรานนท์ อินทนนท์. (2563). รเู้ ท่าทนั ข่าว (New Literacy). ปทมุ ธาน:ี วอลค์ ออน คลาวด.์
88 สานักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2564). การใช้สังคมออนไลน์ให้ ปลอดภยั เพยี งตระหนกก่อนใช้. สืบค้นเมื่อวันท่ี 11 2564, จาก https://www.dlbaseline. org/explore?lightbox=dataItem-jz3mnohh4 สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2561). เช็ก ชัวร์ แชร์. สืบค้นเม่ือวันที่ 3 กรกฎาคม 2564, จาก https://sure.oryor.com สานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์. (2562). Fake News ลวงให้เชื่อ หลอกใหแ้ ชร์. สืบค้นเมื่อ วันท่ี 11 มีนาคม 2564, จาก https://www.etda.or.th/th/Useful-Resource/knowledge -sharing/articles/IFBL/FakeNews.aspx Claire W. & Hossein D. (2018). MODULE 2 Thinking about ‘information disorder’: formats of misinformation, disinformation, and mal- information: Journalism, ‘ Fake News’ & Disinformation. UNESCO. 2018. Retrieved 16 November, 2022 from: https://en.unesco. org/sites/default/files/f._jfnd_handbook_module_2.pdf Lazer, D. M. J., Buam, M. A., Benkler, Y., Berinsky, A. J., Greenhill, K. M., Menczer, F., Zittrian, J. L. (2018). The Science of Fake News. Science Magazine, 359(6380), pp. 1094-1096.
บทท่ี 6 การรบั มือในโลกออนไลน์ การใช้งานตา่ ง ๆ ผา่ นสื่อออนไลน์ ผู้ใชค้ วรรู้ถึงวิธปี ้องกันตนเองจากภัยในโลกออนไลน์ ได้แก่ การถูกแฮกบญั ชโี ซเชียล การใช้ธนาคารออนไลน์ หรือการกล่ันแกล้งบนโลกออนไลน์ เปน็ ต้น เพือ่ เป็น การลดผลกระทบที่อาจเกิดข้ึนกับตนเองและสังคม ด้วยการตระหนักรู้ถึงวิธีการป้องกัน สาเหตุ สัญญาณเตอื น และวิธแี กไ้ ขปัญหาทเ่ี กดิ ข้ึนจากการใช้งานบนโลกออนไลน์ ภัยในโลกออนไลน์ ภัยในโลกออนไลน์ กาลังเป็นภัยคุกคามเด็กและเยาวชน รวมถึงผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ มากขน้ึ ซึ่งภัยในโลกออนไลนท์ พี่ บไดบ้ อ่ ย (ฉตั รช์ ัย นกด,ี 2563) มดี งั น้ี 1) ถูกกล่ันแกล้งบนโลกออนไลน์ เป็นการถูกล้อเลียน กล่ันแกล้ง แฉ ประจาน ทาให้อับอาย เสียใจ กีดกันออกจากกลมุ่ เพื่อน 2) ถูกติดตามคุกคามออนไลน์ การถูกติดตามความเคลื่อนไหวบนส่ือสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบกุ๊ หรอื อนิ สตาแกรม ถูกติดตอ่ ส่ือสารท่ีทาใหร้ ู้สึกหวาดกลวั ถูกคกุ คาม ไม่ปลอดภยั หรอื ไม่สบายใจ 3) ถูกล่อลวงให้พูดคุยเรื่องเพศท่ีไม่เหมาะสม การได้รับการติดต่อพูดคุย รับส่งเนื้อหาเร่ือง เพศทไ่ี ม่เหมาะสมโดยทีเ่ ราอาจไม่มีความสนใจหรอื ไมไ่ ดร้ อ้ งขอ ไม่ตอ้ งการ 4) ถูกแบล็กเมลทางเพศ การถูกขม่ ข่เู รยี กเงินหรือแสวงหาประโยชนอ์ ย่างอ่ืน โดยผกู้ ระทาใช้ ภาพหรือวดิ ีโอทางเพศของถกู ขม่ ขู่ 5) ถูกล่อลวงทางเพศ การติดต่อพูดคุยสร้างสัมพันธ์ ให้เกิดความไว้วางใจเพ่ือแสวงหา ประโยชน์ทางเพศ 6) เนื้อหาที่ผิดกฎหมายและอันตราย การเข้าถึงส่ือลามกอนาจาร การพนัน สารเสพติด อาวุธความรุนแรง ลิทธิความเช่อื ค่านิยม พฤติกรรมท่ีไมเ่ หมาะสม อาจทาให้เกิดพฤติกรรมเลยี นแบบ ครอบครองหรือเผยแพรเ่ นอ้ื หาท่ผี ดิ กฎหมาย 7) เล่นพนันออนไลน์ การพนันออนไลน์มาในรปู แบบทเ่ี ขา้ ถึงงา่ ย เช่น พนันบอล พนันในเกม สมัครเข้ารว่ มกิจกรรมเพ่ือส่มุ รับของรางวัล ทาให้ผู้ใช้คนุ้ ชนิ กบั การพนนั และการเส่ียงโชค 8) เสพติดเกมและอินเทอร์เน็ต การท่ีผู้ใช้หมกมุ่นเล่นวิดีโอเกมมากเกินไปโดยปราศจาก การกากับดูแล ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต สูญเสียค่าใช้จ่าย หันเหจากเป้าหมายด้านการเรียน และ อาจนาไปสู่ปัญหาอ่นื ๆ การใชเ้ วลาออนไลน์มากเกินไปจนกระทบกับหน้าที่การงาน สุขภาพ การเข้า สงั คม หงดุ หงิดเมื่อไมไ่ ดใ้ ช้ ล้มเหลวในการลดเวลาออนไลน์ คือเสพตดิ อนิ เทอร์เนต็ 9) ใช้ส่ือโดยอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ การท่ีพ่อแม่ให้เด็กใช้สื่อออนไลน์เร็วเกินไป ขาดการดูแล ช้ีแนะ อาจทาให้เกิดผลเสีย เช่น เด็กต่ากว่า 2 ขวบ ซน สมาธิส้ัน ก้าวร้าว นอนไม่หลับ พัฒนาการ ล่าช้า เด็กอายุยังไม่ถึง 13 ขวบ ยังขาดวจิ ารณญาณในการแยกแยะข่าวสารข้อมูล การเลือกคบเพื่อน ออนไลน์ อาจเชอ่ื ข่าวปลอมขอ้ มูลเท็จ ถกู ล่อลวง นดั พบแล้วเกิดอันตราย
90 10) เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวอาจทาให้ผู้ใช้ตกอยู่ใน อันตราย เช่น ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถูกนารูปภาพไปตัดต่อให้เสียหาย ถูกนาข้อมูลไปแอบอ้างหรือใช้ ในทางที่ไม่เหมาะสม ถูกติดต่อหรือรบกวนจากคนแปลกหน้า ถ้าเป็นเด็กเล็กอาจถูกลักพาตัวหรือถูก นาภาพไปใชเ้ พอื่ การแสวงหาประโยชนท์ างเพศ ส่ือออนไลน์ เป็นส่ิงท่ีคนรุ่นใหม่ให้ความสาคัญ ไม่ว่าจะใช้ไปเพ่ือความบันเทิง การค้นคว้าหา ข้อมูลความรู้ต่าง ๆ บางคนสามารถต่อยอดทาเป็นธุรกิจสร้างรายได้ อย่างไรก็ตามมีคนจานวนไม่น้อย ที่ได้รับผลกระทบจากส่ือออนไลน์ ท้ังความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือถูกรังแกจากผู้ไม่หวังดี ดังนั้น การเลือกใช้สื่อออนไลน์อย่างเขา้ ใจ ย่อมดกี ว่าปดิ ก้ัน ก็จะเป็นการสรา้ งเกราะปอ้ งกัน ให้พน้ จากภัยใน โลกออนไลน์ทุกรูปแบบ การปอ้ งกันการถกู แฮกบญั ชีโซเชียล การถูกแฮกบัญชีโซเชียล ทาให้เกิดความเดือดร้อนภายหลังได้ ซึ่งสัญญาณที่บอกว่าบัญชี โซเชียลถูกแฮก เช่น หากการใช้บัญชีโซเชียลแล้ววันหนึ่งรู้สึกว่ามีความผิดปกติเกิดข้ึน หรือมีคนบอก ว่าทาไมเรามีการโพสต์อย่างน้ันอย่างน้ี ซึง่ โดยปกตเิ ราจะไม่ได้โพสตข์ ้อความดงั กล่าว หรือส่งข้อความ ไปหาเพ่ือนทั้ง ๆ ท่ีเราไม่ไดส้ ่ง หรือเข้าใชบ้ ัญชขี องตวั เองไม่ได้ ดงั น้ัน จึงควรป้องกันการถูกแฮกบัญชี โซเชียล ด้วยวิธีการง่าย ๆ ได้แก่ การต้ังรหัสผ่านที่คาดเดาได้ยาก อย่าคลิกลิงก์ท่ีแนบมาทางโซเชียล ไม่โหลดโปรแกรมท่ีไม่รู้จัก การไม่ Login เคร่ืองสาธารณะทิ้งไว้ หรือเมื่อใช้เครื่องสาธารณะแล้วควร Logout ออกจากบญั ชที ี่ใชง้ าน การติดตง้ั Antivirus หรือการไมเ่ ปดิ หน้าจอคอมพวิ เตอร์ไว้โดยท่ีไม่ได้ ใชง้ าน เพราะอาจมผี ไู้ มห่ วังดเี ข้ามาใช้งานได้ ซงึ่ วิธกี ารดังกล่าวจะเปน็ การช่วยปอ้ งกันการถกู แฮกเบื้องต้น ได้เป็นอยา่ งดี (บรษิ ัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จากัด (มหาชน), 2562) 1. แฮกเกอรเ์ ขา้ ไปในบญั ชโี ซเชียลของเราได้อยา่ งไร Facebook: วิธีท่ีแฮกเกอร์นิยมหลอกเหย่ือเพ่ือที่จะได้เข้าถึงบัญชี คือ การส่งอีเมล Phishing ท่ีอา้ งว่ามาจากทีมงานของ Facebook ซ่ึงแฮกเกอรม์ ีวิธีการท่ีแยบยลทาให้คลา้ ยกบั อเี มลท่ี ส่งมาจาก Facebook จริง ๆ ในอีเมลปลอมน้ีจะแจ้งให้ทราบว่ามีการแจ้งเตอื น (Notifications) ท่ียัง ไม่ไดเ้ ปดิ อ่านจานวนมาก เนื้อหาในอเี มลก็จะกระตุ้นให้เราเข้าไปตรวจสอบการแจ้งเตือนดังกล่าวและ คลิก URL ท่ีให้ไว้ หลังจากนั้นจะนาเราเข้าสู่เพจปลอมท่ีดูแล้วเหมือนกับหน้าล็อกอิน Facebook ซ่ึง ถ้าไม่สังเกตดี ๆ ก็แทบจะไม่พบความผิดปกติใด ๆ เมื่อเราเผลอใส่ข้อมูล อีเมลและรหัสผ่านไป ก็เทา่ กบั สิทธิในการเข้าถึง Account ของเราตกอยูใ่ นมอื ของแฮกเกอรเ์ รียบรอ้ ยแล้ว Twitter: แอปพลิเคชันบนมือถือจานวนมากท่ีโหลดจาก Play Store หรือ App Store นั้นมักจะเชื่อถือได้ แต่ก็มีจานวนมากที่ควรจัดอยู่ในข่ายต้องสงสัยไว้ก่อน ปกติหลังโหลด แอปพลิเคชัน มักจะพบว่ามีการแจ้งเตือน prompt ขึ้นมาหน้าจอ เช่น: “[แอปพลิเคชัน] ต้องการ เข้าถึงบัญชี Twitter/ Facebook ของคุณ คลิกตกลงเพ่ืออนุญาต” เป็นต้น ควรฉุกคิดสักนิดว่า การอนุญาตให้แอปพลิเคชันที่เราไม่มั่นใจในความปลอดภัยสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเรา
91 กเ็ ทา่ กบั เพ่มิ ความเสีย่ งให้บัญชีของเราถูกแฮกได้ง่ายยงิ่ ขึ้น ไม่ไดแ้ นะนาว่าใหง้ ดโหลดแอปพลิเคชนั ไปเลย แต่ควรใช้เวลาสักนิดในการหาข้อมูลผู้พัฒนาหรืออ่านรีวิวของแอปพลิเคชันท่ีกาลังจะติดตั้งเสียก่อน เพราะแฮกเกอร์จะใช้ช่องโหว่จากแอปพลิเคชันที่ไม่น่าเชื่อถือเหล่าน้ี จากน้ันล็อกอินเข้าสู่ Twitter หรือแอปพลิเคชันอน่ื ๆ ทีเ่ ข้าถึงไดต้ ่อไป Instagram หรือ Pinterest: วิธีการแฮกแนวน้ีถูกนาไปใช้กับทุกโซเชียลมีเดียเช่นกัน แต่ เพ่ือเสนอเป็นตัวอย่าง ขอยกเคส Pinterest ที่แฮกเกอร์เข้าถึงบัญชีของเราได้ผ่านอีเมล Phishing มีโลโก้ของ Pinterest ออกแบบให้ดูเหมือนกับอีเมลที่ส่งมาจาก Pinterest จริง ๆ ซึ่งอีเมลปลอม จะแจ้งว่ามีคนพยายามเข้าถึงบัญชีของเราจากต่างประเทศ เช่น อาร์เจนตินา หรือประเทศอื่น ๆ เช่นเดียวกับอีเมล Notification เพ่ือให้เรารับรู้ทุกครั้งที่มีการเข้าสู่ระบบ ซ่ึงปัจจุบันหลาย ๆ แพลตฟอร์มก็นิยมแจ้งผู้ใช้เพ่ือความปลอดภัยย่ิงขึ้น โดยคนส่วนใหญ่เมื่อได้รับอีเมลประเภทนี้มักจะ ใจไม่ดีทันที กลัวว่าบัญชีของตัวเองกาลังจะถูกแฮก และด้วยความกลัวเข้าครอบงา ก็มักจะเผลอไป คลิกปุ่ม “That was not me” (น่ันไม่ใช่ฉัน) ซ่ึงมันจะพาเราเข้าสู่หน้าเว็บท่ีดูเหมือนหน้าท่ีเข้าสู่ ระบบ Pinterest ในทนั ที ซ่ึงหลงั จากท่ีผ้ใู ชเ้ ผลอใสข่ อ้ มูล ชอื่ ผใู้ ชแ้ ละรหสั ผา่ น แฮกเกอรก์ ส็ ามารถเข้า ระบบเพือ่ เปล่ยี นรหสั ผ่านและเข้ายดึ Account ของเราได้ทันที ข้อความ หรือ โฆษณา: วิธีการแฮกแนวนี้ถูกนามาใช้ในการส่งข้อความเข้ ามาใน โทรศพั ทม์ ือถือ อีเมล หรอื แม้แต่โฆษณาทเ่ี ดง้ ขน้ึ มาระหว่างทอ่ งเว็บไซต์ เพื่อหลอกให้เราคลกิ เข้าไปยงั ลิงก์ท่ีส่งมา โดยมีวิธีการหลอกลวงในรูปแบบบต่าง ๆ เช่น “โชคดีเป็นของคุณแล้ว แค่คลิก เงินหน่ึง ล้านบาทก็จะเป็นของคุณ” “ยินดีด้วย คุณได้รับสิทธิ์เงินกู้ 200,000 บาท คลิก XXX” เป็นต้น ซึ่งมัก เป็นการหลอกลวงว่าได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น ได้รับเงิน ได้สิทธิ์กู้เงิน ได้ส่วนลด เม่ือผู้ใช้ หลงเชื่อคลิกลิงก์เข้าไป จะพาให้เข้าไปหน้าเพจเพ่ือกรอกข้อมูลส่วนตัวและเบอร์โทรศัพท์ จากน้ัน มจิ ฉาชพี ก็จะติดต่อกลับมาโดยอา้ งเหตุผลเพื่อให้ผใู้ ช้หลงเชื่อ เช่น อา้ งวา่ การก้เู งินต้องมเี งินคา้ ประกัน หรืออ้างว่าถ้าอยากได้เงนิ เร็วต้องมีค่าหัวคิวในการลัดคิว เป็นต้น เพ่ือหลอกให้ผู้ใช้แจ้งข้อมูลเลขบญั ชี หรือรหัสผา่ น รวมถึงหลอกให้โอนเงินไปให้ 2. สาเหตทุ ท่ี าให้บัญชโี ซเชียลถกู แฮก - ต้งั Password ที่เดางา่ ย - การใหเ้ ว็บเบราว์เซอรช์ ว่ ยจารหสั ผา่ นเราไว้ - Web Phishing หลอกผใู้ ช้ใหก้ รอกขอ้ มูลสว่ นตัว - ลืม Logout จากอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับผอู้ ่นื ทม่ี าของคลปิ : iT24Hrs ตอน 5 สาเหตุ ท่ีทาให้ Facebook ไอจี line twitter และโซเชยี ลเราถกู แฮก | DGTH
92 3. สัญญาณบอกว่าบญั ชีโซเชยี ลถูกแฮก - พบโพสต์แปลก ๆ โดยทต่ี นเองไมไ่ ดเ้ ปน็ คนโพสตส์ งิ่ น้นั เอง - มีอีเมลแจง้ เตือนจาก Facebook ว่ามคี นพยายาม Login เข้าส่บู ญั ชผี ใู้ ช้ - เจอบญั ชีปลอมทีป่ ลอมเปน็ ตวั เรา - บางอย่างเราตัง้ คา่ เปน็ ส่วนตัวไว้ แต่มคี นอน่ื สามารถเห็นได้ - มขี ้อความในชอ่ งประวัตแิ ชททเี่ ราไม่ไดเ้ ปน็ คนสง่ เอง - sms แจ้งเตือนจาก Facebook ขอรีเซตรหสั ผา่ น - เพอื่ นของเราถกู Unfriend ไปหลาย ๆ คน โดยทเี่ ราไม่ได้ทาเอง - มีเพื่อนใหม่เพมิ่ เขา้ มาจานวนมากโดยท่เี ราไมไ่ ดก้ ดรับ - มีเพจแปลก ๆ โผล่ขึ้นมาบนหนา้ ฟีดจานวนมากโดยที่เราไม่เคยไปถกู ใจมาก่อน ทม่ี าของคลิป: iT24Hrs ตอน สัญญาณบ่งบอกวา่ Facebook ถูกแฮก 4. วธิ ปี อ้ งกนั การถูกแฮกบัญชีโซเชยี ล การป้องกันการถูกแฮกบัญชีโซเชียลเป็นสิ่งที่ควรให้ความสาคัญโดยในการใช้ สื่อโซเชียล เช่น เฟซบุ๊ก มีศูนย์ช่วยเหลือเฟซบุ๊กซ่ึงได้แนะนาวิธีการรักษาบัญชีเฟซบุ๊กให้ปลอดภัย มีดงั น้ี (ศนู ยช์ ่วยเหลือเฟซบกุ๊ , 2564) 1) ปกป้องรหัสผ่าน อย่าใช้รหัสผ่านเฟซบุ๊กของตนเองในท่ีอ่ืนในโลกออนไลน์และห้าม แชร์ให้กับผู้อื่นโดยเด็ดขาด ควรตั้งรหัสผ่านท่ีคาดเดาได้ยาก เพราะฉะน้ันอย่าใช้ชื่อของตนเองเป็น รหสั ผ่านโดยเด็ดขาด 2) อย่าแชร์ข้อมูลการเข้าสู่ระบบของตนเอง ผู้หลอกลวงอาจสร้างเว็บไซต์ปลอมท่ีดู เหมือนเฟซบุ๊ก และขอให้เราเข้าสู่ระบบด้วยอีเมลและรหัสผ่านของเรา นอกจากน้ันต้องตรวจสอบ URL ของเว็บไซต์ก่อนจะป้อนข้อมูลการเข้าสู่ระบบของเราเสมอ หากเมื่อมีข้อสงสัย ให้พิมพ์ www.facebook.com ลงในเบราว์เซอร์ของคุณเพื่อไปยัง Facebook และห้ามส่งต่ออีเมลจาก เฟซบุก๊ ไปให้บุคคลอ่นื เนื่องจากอาจมีขอ้ มลู ท่ีละเอยี ดอ่อนเกี่ยวกับบัญชขี องเรา 3) ออกจากระบบเฟซบกุ๊ เมือ่ ใชค้ อมพิวเตอร์ท่มี กี ารใชร้ ว่ มกนั หรอื แชร์กบั บคุ คลอื่นทุกครง้ั 4) ไม่ควรรับคาขอเป็นเพื่อนจากบุคคลท่ีเราไม่รู้จัก ผู้หลอกลวงอาจสร้างบัญชีผู้ใช้ ปลอมขึ้นมาเพ่ือเป็นเพื่อนกับผู้คน การเป็นเพ่ือนกับผู้หลอกลวง อาจทาให้พวกเขาสามารถส่งสแปม มาในไทมไ์ ลนข์ องเราได้ หรืออาจแทก็ เราในโพสตแ์ ละส่งข้อความท่เี ปน็ อนั ตรายถึงเราได้
93 5) ระมัดระวังซอฟต์แวร์ท่ีไม่ปลอดภัย ซอฟต์แวร์ที่มุ่งร้ายสามารถก่อให้เกิด ความเสียหายแก่คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้ และอัปเดตเว็บเบราว์เซอร์ ของเราเสมอและลบแอปพลิเคชนั หรอื สว่ นขยายของเบราวเ์ ซอรท์ น่ี า่ สงสัยออก 6) อย่าคลิกลิงก์ต้องสงสัยโดยเด็ดขาด แม้ว่าลิงก์น้ันจะดูเหมือนว่ามาจากเพื่อนหรือ บริษัทที่เรารู้จักก็ตาม ลิงก์ต้องสงสัยน้ียังรวมถึงลิงก์บนเฟซบุ๊ก (เช่น ในโพสต์) หรือทางอีเมล โปรดทราบว่าเฟซบุ๊กจะไม่ขอรหัสผ่านของคุณทางอีเมลโดยเด็ดขาด หากคุณเห็นลิงก์ที่น่าสงสัยใน เฟซบกุ๊ โปรดแจง้ ให้ศนู ย์ช่วยเหลือเฟซบุ๊กทราบ 7) ใช้ตัวเลือกการรักษาความปลอดภัยพิเศษของเรา ซ่ึงสามารถรับการแจ้งเตือน เกี่ยวกับการเข้าสู่ระบบท่ีไม่รู้จัก และต้ังค่าการยืนยันตัวตนแบบสองช้ันได้ ถ้าเราเข้าสู่ระบบไปยัง เฟซบุ๊กบนคอมพิวเตอร์ และสามารถใช้การตรวจสอบความปลอดภัยเพื่อตรวจสอบการตั้งค่าความ ปลอดภยั ของเราได้ 5. วธิ แี กไ้ ขหากบัญชโี ซเชยี ลถูกแฮก ถ้าใช้บัญชีโซเชียลแล้วรู้สึกว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น หรือมีคนบอกว่าทาไมเรามีการโพสต์ อย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งโดยปกติเราจะไม่โพสต์ข้อความดังกล่าว หรือส่งข้อความไปหาเพ่ือนท้ัง ๆ ท่ีเรา ไม่ได้ส่ง หรือเข้าใช้บัญชีของตัวเองไมไ่ ด้ ทั้งหมดน้ีใหส้ ันนิษฐานหรือตั้งข้อสงสัยไว้กอ่ นว่าบัญชีโซเชียล ของเราอาจจะถูกแฮก ดังน้ันส่ิงท่ีควรทา มีดังน้ี (กองบังคับการอานวยการ สานักงานเทคโนโลยี สารสนเทศและการสือ่ สาร, 2563) 1) แจ้งความ 2) เปลยี่ นรหัสผ่านทง้ั หมด 3) ตดิ ตอ่ ฝา่ ย Customer Service ของผใู้ หบ้ รกิ ารบญั ชีท่ีถูกแฮก 6. ตวั อยา่ งการถูกแฮกบัญชโี ซเชยี ล - กลุ่มแรก พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ คนกลุ่มนี้มักจะถ่ายภาพบัตรประชาชนคู่กับสมุดบัญชี ธนาคาร จดุ ประสงค์เพอื่ แสดงตวั ตนที่แท้จริงให้กบั ลกู ค้า เพิ่มความมนั่ ใจในการซ้ือขายทางออนไลน์ - กลุ่มที่สอง กลุ่มคนที่ชอบลงทะเบยี นรับของฟรี โดยโจรออนไลน์จะใช้วิธีการหลอกให้ เหยื่อใส่ช่ือ นามสกุล เลขท่ีบัตรประชาชน และท่ีอยู่ กรณีแบบนี้ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของการตั้ง กระท้ใู หช้ ดั เจน เพราะคนทีต่ ้ังใจแจกส่ิงของ เพอื่ ทาการตลาดจรงิ ๆ กม็ ี - กลุ่มที่สาม กลุ่มนี้โจรออนไลน์จะใช้วิธีการหลอกขอข้อมูลส่วนตัว โดยส่งข้อความตรง ถึงผู้ถูกหลอก ซึ่งวิธีการนี้โจรออนไลน์มักจะหลอกว่า เป็นทีมงานของเฟซบุ๊กและแจ้งว่าท่านได้ทาผิด กฎของเฟซบุ๊กขอให้ส่งอีเมลและรหัสผ่าน เพื่อทาการตรวจสอบต่อไป โดยจะมีลิงก์มาให้ท่านกรอก ขอ้ มลู อีเมลและรหัสผ่าน เมื่อคนร้ายเขา้ ส่บู ัญชผี ใู้ ช้เฟซบุ๊กได้แลว้ คนร้ายจะเข้าไปศกึ ษาความสัมพันธ์ และถ้อยคาที่ ใช้ในการสนทนาในกล่องข้อความส่วนตัว ระหว่างเจ้าของบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กกับเหย่ือ เพื่อความสมจริง ในการเจรจา และทาใหเ้ หยื่อตายใจหลงเชื่อวา่ กาลังสนทนาอยู่กับเจ้าของบัญชีผใู้ ช้เฟซบุ๊กจรงิ ๆ ทัง้ นี้ สาเหตหุ ลักท่ีทาใหผ้ ู้ถูกหลอกหลงเช่อื และโอนเงินใหแ้ ก่คนร้ายไปนั้น เป็นเพราะความเกรงใจ ความใจดี ความมนี ้าใจของผถู้ ูกหลอกลวงนัน่ เอง (ไทยรัฐออนไลน์, 2559)
94 ทีม่ าของคลิป: กลมุ่ งานประชาสมั พนั ธ์ กระทรวงดจิ ิทลั เพอื่ เศรษฐกจิ และสังคม ตอน ร้ทู นั ภัยไซเบอร์ : กรณศี กึ ษาโดนแฮก Instagram การใช้ธนาคารออนไลน์อย่างปลอดภยั ธนาคารออนไลน์ (E-Banking) คือ การทาธุรกรรมต่าง ๆ กับธนาคาร โดยผ่านเครือข่าย อินเทอร์เน็ต เช่น การฝากเงิน ถอนเงิน โอนเงิน หรือ สอบถามยอดเงิน เป็นตน้ E-Banking อาจเรียก ด้วยชื่ออ่ืน เช่น Internet Banking (ธนาคารอินเทอร์เน็ต) Online Banking (ธนาคารออนไลน์) Electronic Banking (ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์) Cyber Banking (ธนาคารไซเบอร์) เป็นต้น (ธนาคาร กรงุ ศรีอยธุ ยา จากดั (มหาชน), 2564) 1. วิธีการใช้ธนาคารออนไลน์ให้ปลอดภยั (บริษัท G-ABLE, 2563) - ในกรณที ี่เข้าใชง้ านดว้ ยชื่อผใู้ ช้งานและรหัสผ่าน ควรตั้งรหสั ผ่านท่ีมีอักขระพิเศษ (เชน่ !, @ $, %) ผสมดว้ ยตวั อกั ษรตวั ใหญ่หรือเล็ก และตวั เลข ผสมกนั ดว้ ยความยาวอย่างน้อย 8 ตวั อกั ษร หรือใชร้ หัสผ่านที่มคี วามยาว 15 ตัวอกั ษรขึ้นไป เช่น การใชค้ าหรือวลมี าประกอบข้ึนเปน็ ประโยคยาว ๆ ไม่ควรใช้ข้อมูลส่วนตัวมาเป็นส่วนหน่ึงของรหัสผ่าน เช่น หมายเลขบัตรประจาตัวประชาชน เลขวัน เดอื น ปีเกดิ หรอื เบอรโ์ ทรศพั ท์ เป็นตน้ - ไมบ่ อกรหัสผา่ นใหผ้ อู้ น่ื ทราบ - ไมล่ ะเมดิ ระบบความปลอดภยั ของโทรศัพท์ - ไม่ตั้งรหัสผ่านของ Mobile Banking ให้เหมือนกับรหัสผ่านของอีเมล หรือเฟซบุ๊ก หรอื โซเชยี ลอนื่ ๆ รวมทงั้ รหัสผา่ นของ Mobile Banking ของแตล่ ะธนาคารกไ็ ม่ควรเหมอื นกนั ดว้ ย - เม่ือใช้งานเสร็จต้องทาการ Logout ออกจากโปรแกรมหรือแอปพลิเคชัน Mobile Banking ทุกครง้ั - ต้ังคา่ การใชง้ านให้ทาการแจง้ เตอื นทุกครง้ั ที่เขา้ ใชบ้ ริการ Mobile Banking - ไม่คลิกลิงก์จาก E-Mail หรือ SMS ที่ดูเหมือนว่าจะส่งมาจากธนาคารหรือแหล่งที่ไม่ น่าเชื่อถือ ซ่งึ ตอ้ งสังเกตใหด้ ี 2. การปอ้ งกันธนาคารออนไลน์ถกู แฮก (วธิ ีการใชแ้ อปธนาคารออนไลน์ใหป้ ลอดภยั ไม่ถูกแฮกขโมยเงิน, 2561) ก่อนใชง้ านแอปธนาคารออนไลน์ 1) ตง้ั รหสั ล็อกหน้าจอในการเขา้ ใชโ้ ทรศพั ทม์ ือถอื และไมบ่ อกรหสั ให้ผอู้ ื่นทราบโดยเดด็ ขาด 2) ตัง้ รหสั ทย่ี ากต่อการคาดเดา แต่เราตอ้ งจาได้ดี
95 3) อย่าโหลดแอปเถื่อน นอก Store หรือแอปพลิเคชันท่ีไม่ปลอดภัย ไม่เป็นที่รู้จัก เพื่อเป็น การป้องกันแอปแฝงมลั แวรข์ โมยข้อมลู 4) ใช้แอปตรวจสแกนไวรัส หรอื มัลแวร์ เพ่อื ความปลอดภยั มากขึน้ 5) จากัดวงเงินในการทาธุรกรรมออนไลน์ ป้องกันแฮกเกอร์ขโมยเงินโดยผ่านการส่ัง โอนเงนิ เป็นจานวนมาก 6) ผู้ใช้ต้องรู้ว่าธนาคารไม่มีนโยบายส่ง SMS หรือ E-mail เพื่อให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน หรือเข้าสู่ระบบผ่านทางออนไลน์ หรือหากมีการลิงก์ไปท่ีเว็บธนาคารเพ่ือให้กรอกข้อมูล ให้คิดไว้ก่อน ว่าอาจเป็นเวบ็ ปลอม ไมใ่ ส่ขอ้ มลู ใด ๆ ลงไปจะดีท่ีสุด ขณะใช้งานแอปพลิเคชนั ธนาคารออนไลน์ 1) หลงั จากใชง้ านเสรจ็ ควรเปลยี่ นรหัสผา่ นของแอปพลเิ คชันธนาคารอยเู่ สมอ 2) ทาการ Logout หรอื Log off ออกจากระบบทุกคร้งั หลงั ใชง้ าน 3) ไม่ควรใช้ Wi-fi ในการทาธุรกรรมการเงิน ควรใช้อินเทอร์เน็ตผ่านทางเครือข่าย 3G, 4G บนมือถอื จะปลอดภัยกวา่ 4) หมั่นตรวจสอบการทาธุรกรรมออนไลน์ เช่น รายการโอนเงิน ยอดเงินที่โอน ยอดเงิน คงเหลอื เพอื่ เช็ควา่ มคี วามผิดปกติใด ๆ หรอื ไม่ 5) หมั่นจาเว็บไซตธ์ นาคารท่ีเราใชบ้ ริการ และพมิ พ์ URL ของธนาคารทีใ่ ชใ้ ห้ถูกตอ้ ง 6) หากพบลงิ กห์ รอื สิ่งใดที่น่าสงสยั ใหต้ ดิ ต่อธนาคารทีใ่ ชบ้ รกิ ารทันที ทม่ี าของคลปิ : SCB Thailand ตอน คณุ ชายทลายโกง ตอน หักเหลี่ยมบญั ชีลวง 3. ตัวอยา่ งการถูกแฮกบญั ชธี นาคาร - ผปู้ ระกาศข่าวถูกแฮกบัญชธี นาคาร (https://www.youtube.com/watch?v=YpD4Rq1B_nU) - สาวถูกแฮกบัญชีธนาคาร เสียเงิน-ถูกแจ้งขอ้ หา (https://www.youtube.com/watch?v=kRZuBHhlPvM) ท่มี าของคลปิ : ข่าวช่อง 8 ตอน สาวถกู แฮกบญั ชีธนาคาร เสยี เงนิ -ถกู แจง้ ขอ้ หา
96 การกลน่ั แกลง้ บนโลกออนไลน์ การกล่ันแกล้งบนโลกออนไลน์ (Cyberbullying) คือ รูปแบบการรังแกกันท่ีมีทั้งการใส่ร้ายป้ายสี การใช้ถอ้ ยคาหยาบคายต่อวา่ ผอู้ ่นื หรือการส่งต่อข้อมูลลบั เพอื่ ทาให้ผอู้ ่นื เสยี หายผ่านทางออนไลน์ใน รูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ การส่งข้อความ (text message) คลิปวีดิทัศน์ (video-clip) จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Mail) เพ่ือทาให้ฝ่ายที่ถูกกระทารู้สึกอับอาย รู้สึกเจ็บปวด ได้รับผลกระทบทางจิตใจ (ธีรศานต์ สหัสสพาศน์, 2561) โดยสาเหตขุ องการเกิดการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์เกือบท้ังหมด มักเริ่มก่อตัว จากความขัดแย้ง ความเห็นต่าง หรือมีกรณีพิพาทระหว่าง 2 คน ลุกลามจนเป็นชนวนของการ กลั่นแกล้งกันในโลกออนไลน์ นอกจากน้ีผู้คนยังเข้าใจว่าโซเชียลมีเดียคือพ้ืนที่ส่วนตัว สามารถใช้ ระบายความรู้สึกได้ ถ้อยคาที่ใช้โพสต์จึงออกแนวรุนแรง โพสต์เสียดสี หรือสร้างความเสียหายให้ อกี ฝา่ ยและแสดงอารมณแ์ งล่ บออกมาได้อยา่ งเตม็ ท่โี ดยไมต่ อ้ งเกรงใจ (มลู นธิ ยิ ุวพฒั น์, 2562) 1. ประเภท/รูปแบบของการกลนั่ แกล้งบนโลกออนไลน์ (Influencer, 2563) - Hate Speech : การดา่ เหยยี ด ตอกยา้ ความผดิ พลาด - Trolling/Flaming : การแหย่ ล้อเลียน ต้ังฉายา แซว การสร้างเพจต่อต้านหรือ ล้อเลยี น การสร้างเพจเพอ่ื เปรยี บเทียบว่าใครหน้าตาดีและหนา้ ตาแย่ทส่ี ดุ - Harassment : การกอ่ กวน คกุ คาม ขม่ ขใู่ หเ้ หยือ่ หวาดกลวั หรอื คกุ คามทางเพศ - Cyberstalking : การขม่ ขวู่ ่าจะทาให้เหย่อื เสียหาย ทาร้ายรา่ งกาย หรือกระทาอนาจารเหยื่อ - Vaguebooking : การโพสต์ข้อความคลุมเครือ โดยไม่เอ่ยช่ือเหยื่อ แต่เหย่ือหรือคน อืน่ อา่ นกร็ ู้ว่าเป็นใคร - Exclusion : การกีดกนั เหยอื่ การเตะเหยอ่ื ออกจากกลุ่ม Social Media - Gossip : การตงั้ กลมุ่ นนิ ทาเหยื่อ โดยไม่มเี หยอ่ื อยู่ในกลมุ่ - Outing : การเผยแพรค่ วามลับให้เหยอื่ เสียหาย - Denigration/Dissing : การใส่ความ การปล่อยข่าวลือให้เหยื่อเสียหาย การโพสต์ ขอ้ ความ รูป VDO หรือสิ่งใด ๆ ทงั้ ของจริงหรอื จากการตัดตอ่ ทท่ี าใหเ้ หย่อื เสียหายหรืออบั อาย - Trickery : การใช้อุบายให้เหย่ือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหรือความลับท่ีน่าอับอายแล้ว นาไปเผยแพรต่ ่อ - Impersonation/Fraping : การแอบใช้บัญชีของเหย่ือที่ลืมออกจากระบบแล้วโพสต์ ส่ิงท่ที าให้เหยอื่ อับอาย - Catfishing : การสรา้ งบัญชีปลอมเปน็ เหย่ือ - Fake Profile : การสร้างบญั ชีปลอมเพ่ือไปรงั แกผอู้ ่นื - Cyber Threat : การเขา้ ไปร่วมรังแกเมอ่ื เห็นการกล่ันแกล้งบนโลกออนไลน์
97 ภาพท่ี 6.1 ตวั อย่างการกลนั่ แกล้งบนโลกออนไลน์ ที่มา: Influencer, 2563 ท่ีมาของคลิป: Thai PBS ตอน ชวี ติ ติด Tech : พฤตกิ รรมแบบไหนทเี่ รียกว่า Cyberbullying 2. วธิ ีปอ้ งกันการถกู กลน่ั แกล้งบนโลกออนไลน์ (มลู นิธิยวุ พัฒน,์ 2562) - สร้างความตระหนัก เราต้องตระหนักถึงมารยาทในการสื่อสารกับบุคคลอื่น ถึงแม้ว่า จะเป็นการสื่อสารผ่านกลุ่มที่เป็นกลุ่มเฉพาะบุคคล พึงตระหนักเสมอว่าต้องปฏิบัติต่อบุคคลอ่ืน ใหเ้ หมือนกบั ท่ีเราอยากใหค้ นอ่ืนปฏิบัตกิ ับเรา - คิดก่อนโพสต์ ไม่ว่าจะโพสต์อะไรก็ตามให้คานึงถึงผลกระทบท้ังผลดีและผลเสีย ท่อี าจจะเกดิ ขึ้นตามมาทุกครงั้ - ข้อมูลส่วนตวั ควรเป็นเรื่องส่วนตัว การโพสต์ข้อมูลท่ีมีความเปน็ ส่วนตัว ผิดท่ี ผิดเวลา สามารถนามาซง่ึ ปัญหาทีร่ ้ายแรงต่อผู้โพสต์ได้ - การจากัดเวลาในการใช้พ้ืนที่ออนไลน์ ควรพยายามจากัดเวลา หรือ ลดเวลาใน การเลน่ ส่อื สงั คมออนไลนแ์ ละเพิม่ เวลาในการสอื่ สารซ่งึ กันและกันในโลกของความเป็นจรงิ
98 ท่ีมาของคลิป: iT24Hrs ตอน วธิ จี ดั การ Cyberbullying การกลนั่ แกลง้ บนโลกไซเบอร์ 3. ผลกระทบจากการกล่นั แกลง้ บนโลกออนไลน์ (มลู นธิ ิยวุ พัฒน,์ 2562) ผลกระทบต่อผทู้ ีถ่ กู กล่ันแกลง้ - มีภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล ส่งผลต่อความรู้สึกโดดเด่ียว มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง ด้านการนอนหลับ การรับประทานอาหาร และการสูญเสียความสนใจในกิจกรรมท่ีเคยสนุก ภาวะ ซมึ เศรา้ น้ีอาจสง่ ผลไปถงึ วัยผูใ้ หญ่ - ปญั หาดา้ นสุขภาพ - ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นลดลงและมีแนวโนม้ ทีจ่ ะออกจากโรงเรียนกลางคันมากขึ้น ผลกระทบตอ่ ผู้ทีม่ ักจะกล่ันแกลง้ ผูอ้ ื่น - อาจจะเตบิ โตเป็นผู้ใหญท่ ี่เสพตดิ แอลกอฮอลห์ รือสารเสพติดอน่ื ๆ - มพี ฤติกรรมลักขโมยและเรยี นไมจ่ บ - มีพฤติกรรมทางเพศกอ่ นวัยอนั ควร - อาจจะเปน็ อาชญากรในอนาคต - มีพฤตกิ รรมใชค้ วามรนุ แรงกับคู่สมรสหรอื ลกู และคนใกลต้ วั 4. ตวั อย่างการกลน่ั แกล้งบนโลกออนไลน์ ภาพท่ี 6.2 การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลนท์ ม่ี กั พบบ่อย ท่มี า: มลู นิธยิ วุ พฒั น,์ 2562
99 ที่มาของคลปิ : กสทช. / NBTC Thailand ทีม่ าของคลิป: กสทช. / NBTC Thailand ตอน Cyberbullying เป็นเรื่องปกตหิ รอ ? ตอน \"UNDO\" ชวี ติ ทกี่ ด undo ทุกอยา่ งได้ สรปุ การจะเป็นพลเมืองดิจิทัลที่ดีน้ัน ต้องมีความฉลาดทางดิจิทัล รู้วิธีป้องกันตนเองจาก ความเส่ียงต่าง ๆ ในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการถูกแฮกบัญชีโซเชียล การใช้ธนาคารออนไลน์ หรือ การกล่ันแกล้งบนโลกออนไลน์ โดยวิธีการง่าย ๆ คือ การตั้งรหัสผ่านที่ไม่ง่ายจนเกินไปแต่จาได้ การเปล่ียนรหัสผ่านบ่อย ๆ และควรหลีกเล่ียงการใช้เคร่ืองคอมพิวเตอร์สาธารณะ หรือถ้าจาเป็น ต้องใช้ก็ต้องไม่ลืม Logout ออกทุกครั้ง และหากสงสัยว่าข้อมูลถูกนาไปใช้หรือสูญหาย ควรรีบ แจง้ ความและแจ้งหน่วยงานท่เี ก่ยี วข้องทนั ที คาถามทา้ ยบท 1. นักศกึ ษามีวธิ ปี ้องกนั การถูกแฮกบัญชโี ซเชยี ลหรือไม่ อย่างไร 2. นักศึกษาเคยถูกแฮกบัญชีโซเชียลหรือไม่ หากเคยถูกแฮกบัญชีโซเชียลมีวิธีการแก้ไข อยา่ งไร 3. นกั ศึกษาคิดว่าตนเองมกี ารใช้ธนาคารออนไลน์อย่างปลอดภัยหรือไม่ และมวี ธิ กี ารอย่างไร ใหส้ ามารถทาธรุ กรรมธนาคารออนไลนไ์ ดอ้ ย่างปลอดภยั 4. นักศึกษาเคยมีประสบการณ์หรือเคยได้ยินการถูกกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์หรือไม่ อยา่ งไร 5. นักศึกษามวี ิธีการปอ้ งกนั การถูกกล่ันแกลง้ บนโลกออนไลน์อยา่ งไร
เอกสารอ้างองิ กองบังคับการปราบปรามการกระทาความผิดเก่ียวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี. ( 2562). ก า ร ก ลั่ น แ ก ล้ ง ท า ง อิ น เ ท อ ร์ เ น็ ต . สื บ ค้ น เ ม่ื อ วั น ที่ 31 ม ก ร า ค ม 2564, จ า ก https://tcsd.go.th/การกลน่ั แกล้งทาง กองบังคับการอานวยการ สานักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร. (2563). ทาอย่างไร? เม่ือ Social media ข อ ง คุ ณ โ ด น Hack. สื บ ค้ น เ ม่ื อ วั น ท่ี 31 ม ก ร า ค ม 2564, จ า ก https://ictgeneral.police.go.th/?p=479 ฉัตรช์ ยั นกด.ี (2563). “เดก็ ไทย” รเู้ ทา่ ทัน ป้องกนั ภยั จากสื่อออนไลน์. สบื คน้ เมือ่ วนั ที่ 30 มกราคม 2564, จาก https://www.thaihealth.or.th/Content/50986-“เด็กไทย”%20รู้เท่าทัน% 20ปอ้ งกนั ภยั จากสอ่ื ออนไลน์.html ไทยรัฐออนไลน.์ (2559). ร้ทู นั 3 วธิ ีโจรออนไลน์ใชแ้ ฮกเฟซบกุ๊ . สืบคน้ เมือ่ วันที่ 1 กมุ ภาพนั ธ์ 2564, จาก https://www.thairath.co.th/content/789322?cx_testId=0&cx_testVariant =cx_0&cx_artPos=1&cx_rec_section=news&cx_rec_topic=crime#cxrecs_s ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จากัด (มหาชน). (2564). 6 ข้อคิดเพ่ือการใช้ธนาคารออนไลน์ให้ปลอดภัย. สืบค้นเม่ือวันที่ 31 มกราคม 2564, จาก https://www.krungsri.com/th/plearn- plearn/six-ideas-online-banking-secure ธีรศานต์ สหัสสพาศน์. (2561). Cyberbullying การกลั่นแกล้งทางไซเบอร์. สืบค้นเม่ือวันที่ 31 มกราคม 2564, จาก https://www.prachachat.net/columns/news-229510 บริษัท G-ABLE. (2563). Mobile Banking ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย. สืบค้นเม่ือวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 2564, จาก https://www.g-able.com/digital-review/digital-transformation/ cybersecurity/mobile-banking-ใชใ้ ห้ปลอดภยั บริษทั โทรคมนาคมแหง่ ชาติ จากดั (มหาชน). (2562). ระวงั ตวั ยงั ไง? ไมใ่ ห้โดนแฮกบัญชีโซเชยี ล แถม วิ ธี แ ก้ เ ม่ื อ โ ด น แ ฮ ก . สื บ ค้ น เ ม่ื อ วั น ท่ี 31 ม ก ร า ค ม 2564, จ า ก https: / / www. catcyfence.com/it-security/article/secure-your-social-media-account มูลนิธิยุวพัฒน์. (2562). การกลั่นแกล้ง (Bullying) ความรุนแรงในสังคม. สืบค้นเม่ือวันท่ี 31 มกราคม 2564, จาก https://www.yuvabadhanafoundation.org/th/ข่าวสาร/บทความ ทั่วไป/การกลั่นแกลง้ -bullying-วยั รุ่น วิธีการใช้แอปธนาคารออนไลน์ให้ปลอดภัย ไม่ถูกแฮกขโมยเงิน. (2561). สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564, จาก https://www.wynnsoft-solution.com/บทความHow_to_use_ online_banking_security_app-not_to_steal_money ศูนย์ช่วยเหลือเฟซบุ๊ก. (2564). รักษาความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้ของคุณ. สืบค้นเมื่อวันท่ี 30 มกราคม 2564, จาก https://th-th.facebook.com/help/188118808357379 Influencer. (2563). Cyberbullying การกลน่ั แกลง้ บนโลกออนไลน์มกี ป่ี ระเภท อะไรบ้าง?. สบื ค้น เม่ือวันท่ี 30 มกราคม 2564, จาก https://medium.com/influencerth/cyberbullying- การกล่นั แกลง้ บนโลกออนไลนม์ กี ปี่ ระเภท-อะไรบ้าง-e26b4f946e85
บทที่ 7 ทกั ษะความเปน็ พลเมอื งดจิ ิทลั การจะเป็นพลเมืองที่สมบูรณ์ในยุคดิจิทัลน้ัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เกิดประโยชน์และสร้างสรรค์ รวมถึงทักษะการเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy) เพ่ือสามารถใช้เคร่ืองมือและเทคโนโลยีดิจิทัลในการเรียนรู้ การดาเนินชีวิตประจาวนั และ การประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสม ยั่งยืน และพัฒนาทักษะสู่การเป็นพลเมืองแห่งศตวรรษท่ี 21 หรือพลเมอื งยุคดิจทิ ัล พลเมอื งดจิ ทิ ลั โลกยุคดิจิทัลสร้างโอกาสและความท้าทายใหม่ ๆ ให้กับพลเมืองในศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าจะ เป็นโอกาสด้านเศรษฐกิจ การเมือง และการเรียนรู้ แต่แม้ว่าผู้คนจะใช้อินเทอร์เน็ตราวกับเป็นส่วนหน่ึง ของชีวิตไปแล้ว ก็ยังมีคนจานวนมากที่ขาดทักษะและความรู้ท่ีจาเป็นต่อการใช้ประโยชน์จากโอกาส ดังกล่าว ยังไม่รู้วิธีลดผลกระทบจากความเสี่ยงในโลกออนไลน์ รวมถึงขาดความเข้าใจเรื่องสิทธิและ ความรับผิดชอบในโลกยุคดิจิทัล เวิลด์อิโคโนมิคฟอร่ัม (World Economic Forum) ได้ระบุถึง คุณลักษณะและทักษะชวี ิตในโลกยุคดิจิทัลหรือ “ความฉลาดทางดิจทิ ัล (Digital Intelligence: DQ)” ทีจ่ าเปน็ สาหรบั เดก็ ในศตวรรษที่ 21 แบง่ เปน็ 3 ระดับ (คมชัดลกึ ออนไลน์, 2559) ไดแ้ ก่ ระดับที่ 1 การเป็นพลเมืองในยุคดิจิทัล (Digital Citizenship) : ความสามารถในการใช้ เทคโนโลยแี ละส่อื ในโลกยุคดจิ ิทลั ได้อย่างเกิดประโยชน์ มคี วามรับผดิ ชอบและปลอดภัย ระดับที่ 2 ความคิดสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัล (Digital Creativity) : ความสามารถในการผนวก ทักษะในการสร้างสรรคข์ ้อมูลและเปลี่ยนความคดิ ใหม่ ๆ ให้เป็นความจรงิ ด้วยการใช้เครอ่ื งมอื ดจิ ทิ ลั ระดับท่ี 3 ผู้ประกอบการยุคดิจิทัล (Digital Entrepreneurship) : ความสามารถในการใช้ ส่อื ดจิ ทิ ัลและเทคโนโลยเี พอ่ื แก้ปญั หาทที่ ้าทายใหม่ ๆ ในโลก หรอื เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ดังนัน้ พลเมอื งดิจทิ ลั (digital citizenship) จงึ หมายถงึ แนวคดิ และแนวปฏบิ ัตทิ ่ีสาคัญซง่ึ จะ ช่วยให้พลเมืองเรียนรู้ว่าจะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลและปกป้องตนเองจากความเสี่ยงต่าง ๆ อย่างไร รวมทั้งรู้จักเคารพสิทธิของตนเองและมีความรับผิดชอบต่อสังคมในโลกสมัยใหม่ ไปจนถึง เข้าใจผลกระทบของเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีต่อสังคม และใช้มันเพ่ือสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมใน เชิงบวก (วรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง, 2561) ซึ่งการเป็นพลเมืองดิจิทัลนั้น มีทักษะสาคัญ 8 ประการ ที่ ควรบม่ เพาะใหเ้ กดิ ขึ้นกับพลเมอื งดิจทิ ัลทุกคนในศตวรรษที่ 21 ดงั น้ี (Phichitra Phetparee, 2562)
102 ภาพที่ 7.1 ทกั ษะการเปน็ พลเมืองดจิ ิทลั ที่มา: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร สานกั งานปลดั กระทรวงการอดุ มศกึ ษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, 2563 1. ทักษะในการรักษาอัตลักษณ์ที่ดีของตนเอง (Digital Citizen Identity) ความสามารถใน การสร้างและบริหารจัดการอัตลักษณ์ที่ดีของตนเองไว้ได้อย่างดีทั้งในโลกออนไลน์และโลกความจริง การสร้างอัตลักษณ์ออนไลน์ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ ที่ทาให้บุคคลสามารถแสดงออกถึงความเป็น ตัวตนต่อสังคมภายนอก โดยอาศัยช่องทางการส่ือสารผ่านเว็บไซต์เครือข่ายสังคมในการอธิบาย รูปแบบใหม่ของการส่ือสารแบบมปี ฏสิ ัมพนั ธท์ างอนิ เทอร์เนต็ ซึ่งเป็นการแสดงออกเก่ยี วกบั ตัวตนผ่าน เวบ็ ไซตเ์ ครือข่ายสงั คมต่าง ๆ 2. ทักษะในการจัดสรรเวลาหน้าจอ (Screen Time Management) ความสามารถใน การบรหิ ารเวลาในการใชอ้ ุปกรณ์ยคุ ดิจทิ ัล รวมไปถงึ การควบคุมเพ่ือให้เกิดสมดุลระหว่างโลกออนไลน์ และโลกภายนอก นับเป็นอีกหนึ่งความสามารถท่ีบ่งบอกถึง ความเป็นพลเมืองดิจิทัล ได้เป็นอย่างดี เพราะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ขาดความเหมาะสมย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวม ทั้ง ความเครียดต่อสุขภาพจิตและเป็นสาเหตุก่อให้เกิดความเจ็บป่วยทางกาย ซึ่งนาไปสู่การสูญเสีย ทรัพย์สนิ เพอ่ื ใช้รกั ษา และเสยี สุขภาพในระยะยาวโดยรเู้ ท่าไม่ถงึ การณ์ 3. ทักษะในการรับมือกับการคุกคามทางโลกออนไลน์ (Cyberbullying Management) ความสามารถในการรับรู้ และรับมือการคุกคามข่มขู่บนโลกออนไลน์ได้อย่างชาญฉลาด เพื่อป้องกัน ตนเองและคนรอบขา้ งจากการคุกคามทางโลกออนไลนใ์ หไ้ ด้
103 4. ทักษะในการรักษาความปลอดภัยของตนเองในโลกออนไลน์ (Cybersecurity Management) ความสามารถในการป้องกันข้อมูลด้วยการสร้างระบบความปลอดภัยท่ีเข้มแข็ง และป้องกัน การโจรกรรมข้อมูลหรือการโจมตีทางออนไลน์ได้ เช่น ถ้าต้องทาธุรกรรมกับธนาคารหรือซ้ือสินค้า ออนไลน์เป็นประจา ควรเปลี่ยนรหัสบ่อย ๆ และควรหลีกเลี่ยงการใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะ เป็นต้น และหากสงสยั วา่ ขอ้ มูลถูกนาไปใชห้ รอื สญู หาย ควรรีบแจ้งความและแจง้ หนว่ ยงานทเี่ ก่ียวขอ้ งทันที 5. ทักษะในการรักษาขอ้ มลู ส่วนตัว (Privacy Management) มีดลุ พนิ ิจในการบรหิ ารจัดการ ข้อมูลส่วนตัว โดยเฉพาะการแชร์ข้อมูลออนไลน์เพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวท้ังของตนเองและผู้อ่ืน มีความตระหนักในความเท่าเทียมกันทางดิจิทัล เคารพในสิทธิของผู้อ่ืน รวมถึงต้องมีวิจารณญาณใน การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลตนเองในสังคมดิจิทัล รู้ว่าข้อมูลใดควรเผยแพร่ ข้อมูลใดไม่ควร เผยแพร่ และตอ้ งจดั การความเสีย่ งของข้อมลู ของตนในส่อื สงั คมดิจทิ ัลได้ด้วย 6. ทักษะในการคิดวิเคราะห์มีวิจารณญาณท่ีดี (Critical Thinking) ความสามารถใน การวิเคราะห์แยกแยะระหว่างข้อมูลที่ถูกต้องและข้อมูลที่ผิด ข้อมูลท่ีมีเน้ือหาดีและข้อมูลท่ีเข้าข่าย อันตราย ข้อมูลติดต่อทางออนไลน์ท่ีน่าต้ังข้อสงสัยและน่าเชื่อถือได้ พลเมืองดิจิทัล ต้องมีความรู้ ความสามารถในการเข้าถงึ ใช้ สรา้ งสรรค์ ประเมิน สงั เคราะห์ และสอ่ื สารขอ้ มลู ขา่ วสารผ่านเคร่อื งมอื ดจิ ิทัล ซ่ึงจาเปน็ ต้องมีความรู้ด้านเทคนิคเพ่ือใชเ้ คร่ืองมือดจิ ิทลั เชน่ คอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต ไดอ้ ย่างเช่ียวชาญ รวมถึงมีทักษะในการรคู้ ิดขั้นสูง เช่น ทักษะการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ ที่จาเปน็ ต่อ การเลือก จัดประเภท วิเคราะห์ ตคี วาม และเข้าใจข้อมูลขา่ วสาร มีความรแู้ ละทักษะในสภาพแวดล้อม ดิจิทลั โดยมงุ่ ใหเ้ ป็นผใู้ ชท้ ีด่ ี เปน็ ผู้เขา้ ใจบรบิ ททดี่ ี และเปน็ ผ้สู รา้ งเนอ้ื หาทางดจิ ทิ ลั ทดี่ ี ในสภาพแวดล้อม สงั คมดิจทิ ัล 7. ทักษะในการบริหารจัดการข้อมูลที่ผู้ใชง้ านมีการทิ้งไว้บนโลกออนไลน์ (Digital Footprints) ความสามารถในการเข้าใจธรรมชาติของการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัล ว่าจะหลงเหลือร่อยรอยข้อมูลทิ้งไว้ เสมอ เช่น การะใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เคล่ือนท่ีสาธารณะ หรือเปิดใช้งาน Wi-Fi สาธารณะ เมือ่ ใช้งานเสรจ็ แล้วมกั จะละเลย ไม่ลบรหสั ผ่านหรือประวัตกิ ารใช้งาน เปน็ ตน้ ซงึ่ เสี่ยงมาก ท่ีจะถูกผู้อน่ื สวมสิทธิ ขโมยตัวตนบนโลกออนไลน์ และเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างง่ายดาย ดังน้ัน ความเปน็ พลเมืองดจิ ทิ ลั จงึ ตอ้ งมีทักษะความสามารถท่ีจะเข้าใจธรรมชาตขิ องการใช้ชีวติ ในโลกดิจิทัล ว่าจะหลงเหลือร่องรอยข้อมูลท้ิงไว้เสมอ รวมไปถึงต้องเข้าใจผลลัพธ์ท่ีอาจเกิดขึ้น เพ่ือการดูแล ส่งิ เหล่านี้อย่างมีความรบั ผดิ ชอบ 8. ทักษะในการใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรม (Digital Empathy) ความสามารถใน การเห็นอกเห็นใจ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อ่ืนบนโลกออนไลน์ พลเมืองดิจิทัลท่ีดี จะต้องรู้ถึง คุณค่าและจริยธรรมจากการใชเ้ ทคโนโลยี ตอ้ งตระหนักถึงผลพวงทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และ วัฒนธรรม ท่ีเกิดจากการใช้อินเทอร์เน็ต การกดไลก์ กดแชร์ ข้อมูลข่าวสารออนไลน์ รวมถึงรู้จักสิทธิ และความรับผิดชอบออนไลน์ อาทิ เสรีภาพในการพูด การเคารพทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อ่ืน และ การปกปอ้ งตนเองและชุมชนจากความเสี่ยงออนไลน์ เช่น การกล่ันแกล้งออนไลน์ ภาพลามกอนาจาร สแปม เปน็ ตน้
104 ท่มี าของคลิป: iT24Hrs ตอน 8 ทักษะ พลเมอื งดิจทิ ัล ทเ่ี ราต้องม!ี Digital Citizenship คืออะไร | DGTH การคิดวเิ คราะหอ์ ย่างมวี ิจารณญาณ การคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) เป็นกระบวนการคิดที่ใช้เหตุผลใน การพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบ โดยการศกึ ษาขอ้ มูล หลกั ฐาน เพื่อคดิ วเิ คราะห์ แยกแยะ ขอ้ มลู ข่าวสารท่ีได้รับ ตลอดจนพิจารณาความน่าเช่ือถือของข้อมูลข่าวสาร แล้วต้ังสมมติฐานเพื่อหาสาเหตุ และแนวทางการแก้ไขปัญหา ดังนั้น การคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ ถือเป็นทักษะสาคัญ ในการใช้เทคโนโลยีและส่ือในโลกยุคดิจิทัลได้อย่างเกิดประโยชน์ มีความรับผิดชอบและปลอดภัย ทาให้เราสามารถปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ซึ่งการฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างมี วิจารณญาณมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับการคิดในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ การคิดเชิงคานวณ การคิด อยา่ งมเี หตผุ ล และการคิดแก้ปญั หาอย่างเปน็ ขนั้ ตอน การคิดเชงิ คานวณ การคิดเชงิ คานวณ (Computational Thinking) เป็นกระบวนการวิเคราะห์ปญั หา เพื่อให้ได้ แนวทางหาคาตอบอย่างเป็นข้ันตอนที่สามารถนาไปปฏิบัติไดโ้ ดยบุคคลหรือคอมพิวเตอร์อย่างถูกตอ้ ง การคิดเชิงคานวณเป็นกระบวนการแก้ปัญหาในหลากหลายลักษณะ เช่น การจัดลาดับเชิง ตรรกศาสตร์ การวิเคราะห์ข้อมูล และการสร้างสรรค์วิธีแก้ปัญหาไปทีละขั้น รวมทั้งการย่อยปญั หาท่ี ช่วยให้รับมือกับปัญหาที่ซับซ้อนหรือมีลักษณะเป็นคาถามปลายเปิดได้ ซ่ึงจะช่วยทาให้ปัญหา ท่ซี ับซอ้ นเข้าใจได้งา่ ยขึ้น (ฉัตรพงศ์ ชแู สงนลิ , 2563) แนวคิดของการคิดเชิงคานวณแบง่ ออกเป็นส่วนหลัก ๆ 4 ส่วน (ภทั รพล พรหมมัญ, 2561) ได้แก่ 1) การคิดแบบแยกส่วนประกอบและการย่อยปัญหา (Decomposition) หมายถึง การย่อย ปัญหาหรือระบบท่ีซับซ้อนออกเป็นส่วนเล็ก ๆ เพ่ือให้ง่ายต่อการจัดการและแก้ปญั หา ทาให้มองเห็น ปัญหาได้ครบทุกส่วน อย่างเป็นระบบ และมีอิสระ สามารถแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบและเวลาท่ีใช้ ในการแกป้ ญั หาแยกกันได้ 2) การหารูปแบบของปัญหา (Pattern Recognition) เป็นการหารูปแบบหรือลักษณะที่ เหมือนกันของปัญหาเล็ก ๆ ที่ถูกย่อยออกมา เพ่ือช่วยให้ทาความเข้าใจส่ิงของหรือปัญหา ไดง้ า่ ยขึน้ เม่ือพบว่าปญั หามรี ูปแบบเดียวกันกบั ท่เี คยพบสามารถใช้วิธเี ดยี วกนั แก้ปญั หาได้ 3) ความคิดเชิงนามธรรม (Abstraction) เป็นการใช้กระบวนการคัดแยกคุณลักษณะ ท่สี าคัญออกจากรายละเอียดปลกี ยอ่ ยในปัญหา หรืองานทก่ี าลังพิจารณา เพอื่ ให้ได้ข้อมูลทจ่ี าเป็นและ เพยี งพอในการแก้ปญั หา
105 4) การออกแบบขัน้ ตอนวิธใี นการแก้ปญั หา (Algorithm Design) คอื การพฒั นาแนวทาง แก้ปัญหาอย่างเป็นข้ันตอน หรือสร้างหลักเกณฑ์ข้ึนมาเพื่อดาเนินตามทีละข้ันตอนใน การแก้ปัญหา โดยลักษณะของข้ันตอนวิธีที่ดี คือ มีความชัดเจน ไม่กากวม สามารถปฏิบัติตามได้ มีข้ันตอนการเริ่มต้น และขั้นตอนการส้ินสุดกระบวนการ มีหน้าท่ีชัดเจนว่าจะแก้ปัญหาใด ซึ่ง การออกแบบข้ันตอนวิธีการจะทาให้การทางานเป็นระบบ ผู้ปฏิบัติ (อาจจะเป็นคนหรือคอมพิวเตอร์) สามารถนาไปทาตามได้ถูกต้อง ได้ผลลัพธ์ตามทีต่ ้องการ และสามารถตรวจสอบจดุ ผดิ พลาดได้งา่ ย ตัวอยา่ งสถานการณ์ “การจดั สง่ พัสดุ” นักศึกษาต้องการส่งพัสดุไปให้พ่อ แม่ และพี่สาว คนละช้ิน โดยใช้ท่ีอยู่เดียวกัน ซ่ึงพัสดุทั้ง สามชุดมีน้าหนัก w กรัม และน้าหนักรวมกันเกิน 2,000 กรัม แต่ถ้านาพัสดุสองชิ้น ชิ้นใดก็ได้มาชั่ง รวมกัน พบว่าไม่มีสองชดุ ใดท่ีมีน้าหนักเกิน 2,000 กรัม สาหรับค่าบริการส่งพัสดแุ บบลงทะเบียนของ บรษิ ัทแห่งหนึ่ง ดงั ตารางท่ี 7.1 (ทรงยศ สกุลยา, 2563) ตารางที่ 7.1 แสดงคา่ บริการสง่ พสั ดุลงทะเบยี นของบรษิ ัทแห่งหนงึ่ นา้ หนกั พสั ดุ ค่าบริการ (บาท) ไมเ่ กนิ 100 กรมั 15 เกนิ 100 กรัม แตไ่ ม่เกนิ 250 กรมั 22 เกนิ 250 กรมั แตไ่ มเ่ กนิ 500 กรมั 28 เกนิ 500 กรมั แตไ่ ม่เกิน 1,000 กรมั 42 เกิน 1,000 กรมั แต่ไมเ่ กนิ 2,000 กรมั 60 หมายเหต:ุ พสั ดุท่มี ีน้าหนกั เกนิ 2,000 กรมั ไมร่ บั บริการส่งพัสดแุ บบลงทะเบียน การคิดแบบแยกส่วนประกอบและการย่อยปัญหา การแบ่งปัญหาใหญ่เป็นปัญหาย่อย จะช่วยให้การออกแบบข้ันตอนการแก้ปัญหาทาได้ เป็นระบบมากขึน้ โดยอาจแบ่งเป็นปญั หายอ่ ยได้ดังนี้ ปญั หาย่อยที่ 1 ส่งพัสดุสามช้นิ รวมกนั จะต้องจา่ ยค่าบริการส่งเทา่ ใด ปัญหาย่อยท่ี 2 ส่งพัสดุสองช้ินรวมกัน และแยกส่งพัสดุอีกหนึ่งชิ้นท่ีเหลือ จะต้องจ่าย คา่ บริการสง่ เท่าใด ปัญหาย่อยท่ี 3 ส่งพสั ดแุ ยกช้นิ กัน จะตอ้ งจ่ายคา่ บรกิ ารสง่ เท่าใด การหารูปแบบของปญั หา การพิจารณารูปแบบในสถานการณ์ \"การจัดส่งพัสดุ\" จากปัญหาย่อย อาจอธิบายคาตอบ ไดด้ ังน้ี ปญั หายอ่ ยที่ 1 สง่ พสั ดสุ ามชนิ้ รวมกัน จะตอ้ งจ่ายค่าบริการสง่ เทา่ ใด คาตอบ ไมร่ บั บริการสง่ พัสดแุ บบลงทะเบยี น เนอ่ื งจากน้าหนักรวมเกนิ 2,000 กรมั
106 ปัญหาย่อยที่ 2 ส่งพัสดุสองช้ินรวมกัน และแยกส่งพัสดุอีกหน่ึงชิ้นที่เหลือ จะต้องจ่าย คา่ บรกิ ารส่งเทา่ ใด คาตอบ เนอ่ื งจากพสั ดุสองชน้ิ ใด ๆ มีนา้ หนกั ไมเ่ กนิ 2,000 กรัม จะแบง่ เปน็ 3 กรณี ดังนี้ สง่ พสั ดุชนิ้ ท่ี 1 และ 2 รวมกนั หนัก w1 + w2 กรมั และอีกช้ินหนัก w3 กรมั สง่ พัสดชุ ้ินท่ี 1 และ 3 รวมกนั หนัก w1 + w3 กรัม และอีกชิ้นหนัก w2 กรมั สง่ พสั ดชุ น้ิ ที่ 2 และ 3 รวมกนั หนกั w2 + w3 กรัม และอีกชน้ิ หนัก w1 กรมั แลว้ นาแตล่ ะกรณไี ปคิดคา่ บรกิ ารสง่ ตามตารางที่ 8.1 และคิดค่าบริการส่งรวม ปัญหาย่อยที่ 3 ส่งพสั ดุแยกช้นิ กนั จะตอ้ งจา่ ยค่าบริการสง่ เทา่ ใด คาตอบ ส่งพัสดุแยกเปน็ 3 ชน้ิ โดยน้าหนักอาจเป็น กรมั ตามลาดบั แลว้ นาแต่ละช้นิ ไป คิดค่าบริการส่งตามตารางท่ี 7.1 และคดิ ค่าบรกิ ารสง่ รวม ความคิดเชงิ นามธรรม จากการแบ่งปัญหาใหญ่เป็นปัญหาย่อย และการพิจารณารูปแบบข้างต้น สามารถแบ่ง การส่งพัสดุออกเป็น 5 แบบ ได้แก่ ส่งพัสดุสามชน้ิ รวมกันในกล่องเดียวกันได้ 1 แบบ (แต่ไม่สามารถ ส่งได้ จึงตัดออกจากกระบวนการแก้ปัญหา) ส่งพัสดุสองชิ้นรวมกันและอีกหนึ่งชิ้นแยกกันได้ 3 แบบ และส่งพัสดุแยกชิน้ กนั ได้ 1 แบบ การออกแบบขน้ั ตอนวธิ ีในการแก้ปญั หา กระบวนการที่ผ่านมาสามารถนามาออกแบบเปน็ ขัน้ ตอนวิธีสาหรับการแกป้ ัญหาได้ดังน้ี 1. ทาขัน้ ตอนตอ่ ไปน้ซี ้าจนกระท่งั ครบทุกแบบ 1.1 คดิ คา่ บรกิ ารส่งพัสดุลงทะเบยี นตามตารางท่ี 7.1 1.2 คดิ ค่าบรกิ ารส่งรวม 2. เปรยี บเทียบค่าบรกิ ารส่งแต่ละเแบบ 3. แสดงคา่ บริการสง่ แบบที่ประหยัดทสี่ ุด ท่ีมาของคลปิ : KNOWLEDGE ZONE ทม่ี าของคลิป: CHULA MOOC Achieve แนวคดิ เชิงคานวณ การคดิ เชงิ คานวณกบั ชีวติ ประจาวนั
107 การคิดอย่างมีเหตุผล การคดิ อยา่ งมเี หตผุ ล เปน็ ทักษะสาคัญท่จี ะชว่ ยใหก้ ารแกป้ ัญหามีประสบความสาเรจ็ คอื การ คิดอย่างมีเหตุผล หรือการใช้เหตุผลเชิงตรรกะ เข้ามาช่วยในการแก้ไขปัญหา กล่าวคือ เป็นการแก้ไข ปัญหาโดยการใชก้ ฎเกณฑ์ เงื่อนไขมาใชพ้ จิ ารณาดว้ ยการใช้เหตผุ ล หรือการใชป้ ระสบการณ์มายืนยัน และสนับสนุนวธิ กี ารแกไ้ ขปญั หา โดยคาดหวงั ว่าจะไดผ้ ลลัพธต์ ามทคี่ าดหวงั ไว้ ท้ังนี้ De Bono นักจิตวิทยาผู้เช่ียวชาญด้านการศึกษา ได้ให้คานิยาม การคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) ไว้ 2 แนวทาง โดยแนวทางแรก การคิดอย่างมีวิจารณญาณ เป็นกิจกรรมทาง สมองท่ีเป็นกิจกรรมกระบวนการคิดท่ีเป็นกระบวนการคิด และแนวทางท่ี 2 การคิดอย่างมี วิจารณญาณ เป็นการประเมินผลของความคิดโดยมีหลักเกณฑ์เพื่อนามาใช้ในการตัดสินใจ (De Bono, 1976) นอกจากนั้น ศศิมา สุขสว่าง (ศศิมา สุขสว่าง, ม.ป.ป.) ได้ให้นิยามของ การคิดอย่างมีเหตุผล หมายถึง กระบวนการคิดโดยใช้วิจารณญาณหรือการตัดสินอย่างมีเหตุผลรอบด้าน โดยใช้เหตุผลใน การวเิ คราะห์ประเด็น รวมทั้งการรวบรวมข้อมลู ต่าง ๆ รอบดา้ น การสารวจองค์ประกอบอืน่ ๆ ที่อาจ มอี ิทธพิ ลตอ่ ขอ้ สรุป เพ่ือตรวจสอบพิจารณา ตัดสนิ และประเมินความถูกต้อง หรือสงิ่ ที่เปน็ ประเด็นใน ขณะนน้ั ๆ ให้แม่นยา จากคานิยามข้างต้น สามารถสรุปได้ว่า การคิดอย่างมีเหตุผล เป็นกระบวนการคิดหาเหตุผล เพ่ือสนับสนุน หรือหักล้างความคิดที่มีอยู่เดิม เพื่อให้ได้คาตอบที่จะนาไปใช้ในการตัดสินใจส่ิงใด สิ่งหนง่ึ ที่ถูกต้องและเหมาะสมท่สี ดุ ซึ่งแบ่งไดเ้ ป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่ 1) การใช้กฎเกณฑ์ เง่ือนไข เป็นการยึดโยงกฎเกณฑ์ และเงื่อนไขต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องมาใช้ อธบิ ายเหตุผลเพื่อการแกป้ ญั หา โดยผลลัพธท์ ีไ่ ดจ้ ะขึ้นอยกู่ ับสถานการณ์เรมิ่ ต้น ยกตวั อยา่ งเช่น ทาไม นักศึกษาต้องใส่ชุดนกั ศึกษาไปมหาวิทยาลัย โดยให้เหตผุ ลวา่ การใส่ชุดนกั ศึกษาไม่ได้มีความเช่อื มโยง หรือส่งเสริมให้เกิดความรู้ คนเก่งแม้ไม่ใส่ชุดนักศึกษาก็ยังสามารถเป็นผู้มีความรู้ได้ ซึ่งหากพิจารณา แบบผิวเผินไม่ใชเ่ รื่องที่ผิดไปจากความเป็นจริง แตด่ ้วยสถาบันการศึกษาแตล่ ะแห่งย่อมมกี ฎ ระเบียบ และข้อปฏิบัติ ท่ีคนในองค์กรต้องยึดถือปฏิบัติ เพ่ือความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมนั้น น่ันหมายความว่า เม่ือเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรนั้น แสดงว่าเรายอมรับในกฎเกณฑ์ เงื่อนไข ขององค์กรนั้นแล้ว จึงจาเป็นต้องปฏิบัติตามภายใต้กรอบ และเง่ือนไขขององค์กรน้ัน ๆ ด้วย ซ่ึงเมื่อ เขา้ ใจเช่นน้ี กส็ ามารถทีจ่ ะขจดั ความสงสัยหรือปัญหาที่เกดิ ขึ้นได้ 2) การใช้ประสบการณ์ เป็นการต้ังคาถาม ตั้งสมมติฐาน ค้นหา สารวจ และทดลอง จนได้ คาตอบที่นาไปสู่การตอบคาถามที่เกิดข้ึน แต่ผลลัพธ์ท่ีได้เป็นข้อสรุปจะจริงหรือไม่น้ัน ยังขึ้นอยู่กับ ปัจจัยอีกหลายอย่าง เช่น การต้ังคาถามเหมาะสมนาไปสู่คาตอบท่ีแท้จริงได้หรือไม่ เลือกใช้วิธี การค้นหา สารวจที่เหมาะสมหรือไม่ ตลอดจนการนาไปทดลองใช้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ ตัวอย่างเช่น ขณะน้ีประเทศไทยเร่ิมมีการฉีดวัคซีนโควิดแล้ว ประชาชนยังคงจาเป็นต้องสวมใส่ หน้ากากอนามัยหรือไม่ เป็นคาถามที่ไม่สามารถใช้กฎเกณฑ์ใด ๆ มาตอบปัญหาน้ีได้ ดังนั้น การตอบ คาถามลักษณะน้ี จาเปน็ ต้องใช้ขอ้ มลู การคน้ ควา้ การสารวจ เพือ่ ใหท้ ราบสัดสว่ นของผทู้ ไ่ี ด้รบั การฉีด วัคซีนและผู้ท่ีไม่ได้รับการฉัดวัคซีนที่แท้จริง ซ่ึงจะนาไปสู่การตอบคาถามได้ว่า ในสถานการณ์ ดังที่กลา่ วน้ี ประชาชนควรสวมใสห่ น้ากากอนามัยอยูห่ รือไม่
108 ประโยชน์ของการคิดอย่างมีเหตุผล หากพิจารณาถงึ ประโยชนข์ องการคิดอยา่ งมีเหตุผลทีเ่ หน็ ได้ชดั เจน คอื - ชว่ ยลดโอกาสท่จี ะทาให้เกิดความผดิ พลาดและปัญหาตา่ ง ๆ - เปน็ คนทมี่ ีเหตผุ ล ไมเ่ ชื่อเร่ืองอะไรงา่ ย ๆ - ไดร้ บั การยอมรบั จากผอู้ ื่น เนือ่ งจากการนาเสนอความคดิ มักมีเหตุผลทเี่ หมาะสม เทคนิคการฝกึ การคดิ อยา่ งมเี หตุผล โดยท่ัวไปการคิดอย่างมเี หตผุ ล จะมกี ารดาเนนิ การตามขั้นตอน ดงั น้ี 1) ต้ังสมมติฐานหรือตั้งคาถาม เม่ือเกิดความสงสยั ในเรื่องใด ๆ ขึ้นแล้ว ย่อมเกิดคาถามต่อ ข้อสงสัยนั้น ๆ ซึ่งนับว่าเป็นจุดเร่ิมต้นของกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ที่มาที่ไปของ การเกิดคาถาม อาจเกิดจากการตัง้ ข้อคาถามของผูอ้ ่ืน หรืออาจเกดิ จากการสนใจใครร่ ้ขู องตัวเอง ก็ได้ 2) รวบรวมและสืบหาข้อมูล หลังเกิดข้อสงสัยข้ึนแล้วขั้นต่อไปก็คือการเร่ิมรวบรวมข้อมูล การแสวงหาข้อเทจ็ จรงิ หรือหลกั ฐานท่เี ก่ยี วขอ้ ง เพื่อนามาใชป้ ระกอบการพิจารณา ทั้งน้ี การรวบรวม ข้อมูลต้องสืบค้น และคัดเลือกข้อมูลที่เก่ียวข้องกับสิ่งท่ีตอ้ งการตอบคาถาม ซ่ึงปัจจุบนั สามารถค้นหา ได้จากช่องทางต่าง ๆ ได้อย่างงายดาย แต่เม่ือมีข้อมูลเยอะ ก็จาเป็นต้องเลือกข้อมูลให้มีความรอบคอบ มากย่ิงข้นึ ในขนั้ นห้ี ากรเู้ ทคนคิ การสืบค้นของเคร่ืองมือตา่ ง ๆ จะช่วยลดเวลาการคน้ หาขอ้ มูลได้อย่าง มาก และเขา้ ถงึ ข้อมลู ทตี่ อ้ งการได้เป็นอย่างดี 3) จัดระเบียบของข้อมูล หลังจากที่ไดข้ ้อมูลหรือหลักฐานท่ีเก่ียวข้องกันแล้ว ข้อมูลเหล่าน้ี อาจมีเน้ือหาที่ซ้ากัน เนื้อหามีความเกี่ยวข้องน้อยหรือมากไม่เท่ากัน เนื้อหาท่ีน่าเช่ือถือหรือขาด ความชัดเจน จึงจาเป็นท่ีต้องทาการคัดเลือกข้อมูลท่ีสาคัญไว้ก่อน แล้วจึงนามาจัดกลุ่มข้อมูลเป็น หมวดหมู่ในขั้นต่อไป เพื่อให้สามารถนาไปประกอบการพิจารณาได้อย่างเหมาะสม ถูกต้อง และรวดเร็ว โดยในข้ันน้ีจาเป็นต้องใช้ความรู้ความสามารถในการรู้สารสนเทศ กล่าวคือ รู้ว่าข้อมูลใดน่าเช่ือถือ หรือไมน่ ่าเชื่อถอื ซึง่ ตอ้ งพิจารณาจากผใู้ หข้ ้อมูล แหล่งท่ีมาของข้อมูล ช่วงเวลา และอน่ื ๆ 4) การวิเคราะห์ หลังจากที่ไดข้ ้อมูลท่ีสาคัญและจัดกลุ่มของข้อมูลเป็นหมวดหมู่แล้ว ต่อไป ต้องทาการวิเคราะห์ข้อมูลทีละช้ิน ว่ามีประเด็นใดท่ีสามารถตอบคาถามท่ีเกิดจากความสงสัยได้ หรือไม่ ข้อมูลแต่ละช้ินมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ รวมไปถึงข้อมูลมีความสอดคล้องหรือขัดกันโดย สิ้นเชิง ซึ่งตอนนี้เราจึงพอท่ีจะเห็นภาพโครงร่างของส่ิงท่ีเรากาลังศึกษาเรียนรู้ ท้ังนี้อาจทาในลักษณะ ของแผนที่ความคิด (Mind Mapping) ก็ได้ ข้ันตอนนี้จาเป็นต้องอาศัยทักษะการวิเคราะห์ท่ีเป็น การแยกแยะประเด็นตา่ ง ๆ ออกมาจากแหล่งข้อมูลแต่ละช้นิ 5) การสังเคราะห์ เม่ือได้กลุ่มข้อมูลท่ีแยกเป็นประเด็น ๆ ไว้แล้ว ต้องนามาจัดลาดับความ เชื่อมโยง หรือเรียกอีกอย่างว่า “ประเด็นสัมพนั ธ์” พร้อมกับจัดลาดับการนาเสนอประเด็นเหล่านั้นใน รูปแบบของตนเอง เพ่ือการนาไปใช้ หรือหากจาเป็นต้องให้ผู้ใดก็ตามท่ีนาข้อมูลน้ีไปใช้จะสามารถ เรียนรู้ เข้าใจ หรือทาความเข้าใจกับสถานการณ์นั้นได้อย่างง่ายดาย และลดเวลาการเรียนรู้ลงไป ขั้น น้ีต้องอาศัยผู้ท่ีมีทักษะการสังเคราะห์ข้อมูล จะช่วยให้การเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ ทาได้อย่างมีชั้นเชิง เปน็ ลาดับ 6) การสรุปผล ในข้ันตอนการสังเคราะห์ข้อมูลน้ัน อาจทาให้เกิดชุดข้อมูลหลายชุดที่เป็น ทางเลือกท่ีจะสามารถนาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ จาเป็นที่ต้องเลือกแนวทางท่ีดีท่ีสุดท่ีสามารถ
109 นามาเปน็ คาตอบของโจทย์ที่เราตง้ั ไว้ ที่ซ่ึงสามารถอธิบายความสัมพนั ธ์ไดอ้ ย่างมีเหตแุ ละผล ขั้นตอน น้ีตอ้ งอาศัยทกั ษะการตดั สนิ ใจ และทกั ษะภาวะผูน้ า ในการดาเนนิ การ ท่มี าของคลิป: TED-Ed Thai เคลด็ ลบั 5 ประการในการพัฒนาการคิดวิเคราะห์ - Samantha Agoos การคิดแกป้ ัญหาอย่างเปน็ ขน้ั ตอน ในชีวิตประจาวันทุกคนจะต้องเคยพบกับปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านการเรียน การทางาน การเงิน หรือสุขภาพ เป็นต้น ปัญหาคือความแตกต่างระหว่างเป้าหมายกับสิ่งท่ีเกิดขึ้น ในปจั จุบัน โดยปัญหาต่าง ๆ มักเกิดขึ้นเม่ือการกระทาต่าง ๆ หรือผลลัพธ์ท่ีได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย หรือไมเ่ ปน็ ไปตามทไ่ี ดว้ างแผนไว้ ซงึ่ จะต้องหาวิธีการแกไ้ ข ในการแก้ปัญหาของแตล่ ะคนจะมีวิธีการท่ี แตกต่างกนั ขึ้นอยูก่ บั การคิด และประสบการณข์ องแต่ละคน ประพันธ์ ศิริสุเสารัจ (2556: 161) ได้กล่าวว่า “การคิดแก้ปัญหา เป็นกระบวนการคิด พิจารณาไตร่ตรองอย่างพินิจพิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ ท่ีเป็นประเด็นสาคัญของเร่ืองหรือสิ่งต่าง ๆ ที่คอย ก่อกวน และสรา้ งความราคาญ สรา้ งความยุ่งยากสบั สน ความวิตกกงั วล และพยายามหาหนทางคลีค่ ลาย สิ่งเหล่าน้ันให้ปรากฏ และหาหนทางขจัดปัดเป่าสิ่งที่เป็นปัญหาก่อความราคาญ ความวิตกกังวล ความยุ่งยากสบั สนใหห้ มดไป” กระบวนการคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นข้ันตอน เป็นกระบวนการที่ทาให้เพ่ิมประสิทธิภาพใน การแก้ไขปัญหา ท้ังในกิจกรรมชีวิตประจาวัน เช่น การขับรถตามเส้นทางที่วางแผนไว้ล่วงหน้า หรือ การเตรียมตัวสอบ เป็นต้น โดยปกติกิจกรรมพ้ืนฐานในชีวิตประจาวันของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็น การทางานหรือการเรียน ก็จะพบปัญหาบ้าง ซ่ึงปัญหาบางอย่างสามารถหาคาตอบได้ทันที ในขณะที่ บางปัญหาอาจต้องใช้เวลาในการค้นหาคาตอบ โดยคาตอบท่ีนามาใช้ต้องเป็นคาตอบท่ีสามารถ แก้ปัญหาได้ การแก้ปัญหาของแต่ละบคุ คลมีขั้นตอนหรือกระบวนการแก้ปญั หาท่ีแตกต่างกัน ความรู้ และประสบการณ์จะส่งผลต่อความสามารถในการคิดเพ่ือแก้ปัญหา ซ่ึงทุกคนต่างต้องการหาวิธีการ ในการแก้ปัญหาทท่ี าใหไ้ ดค้ าตอบที่ถูกตอ้ งสามารถแกป้ ัญหาให้สาเร็จลุลว่ งได้ กระบวนการแก้ปญั หาอย่างเปน็ ขน้ั ตอน การแก้ปญั หาอย่างเป็นระบบและมีลาดับขั้นตอนจะชว่ ยลดเวลาในการแก้ไขปัญหา และช่วย หาคาตอบที่ถูกต้อง การนาข้ันตอนและวิธีการต่าง ๆ มาใช้ในการแก้ปัญหามีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้ ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ปัจจุบันได้มีการศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์เก่ียวกับวิธีการเรียนรู้และวิธีการ แก้ปัญหา ซึ่งข้ันตอนหรือกระบวนการมีความจาเป็นในการแก้ปัญหาจึงมีการนาข้ันตอนของ
110 จอร์จ โพลยา มาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ โดยสรุปได้เป็น 4 ขั้นตอน (พัชรินทร์ ทิตะยา, 2562; เวบ็ ไซต์ Kids Code Online, 2563) ดังน้ี 1) ทาความเข้าใจปัญหา การทาความเข้าใจปัญหาเป็นขั้นตอนการทาความเข้าใจคา วลี หรือ ประโยคยอ่ ย ๆ รายละเอยี ด เงือ่ นไข ขอ้ กาหนด รวมถึงข้อจากดั ต่าง ๆ ของปัญหา และรวบรวม ข้อมูลที่จาเป็นต่อการแก้ไขปัญหา โดยความเข้าใจปัญหาจะเกิดขึ้นเม่ือสามารถแยกแยะส่วนสาคัญ ของปัญหาแตล่ ะสว่ นได้ 2) วางแผนแก้ปัญหา การวางแผนแก้ปัญหาเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความรู้ ความคิดรวบยอด และหลักการต่าง ๆ ท่ีได้เรียนรู้มาก่อน หรือจากประสบการณ์ที่เคยแก้ปัญหาท่ีมีความคล้ายคลึงหรือ ใกล้เคียงกับปัญหาท่ีต้องการแก้ไขโดยนามาช่วยในการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลที่กาหนดหรือ สมมติฐานที่จะนาไปสู่ผลลัพธ์ได้ และมีข้อมูลใดบ้างท่ีจะนาไปสู่ส่ิงท่ีต้องการค้นหา สรุปได้ว่า การวางแผนแก้ปัญหาเป็นการพิจารณาว่าจะแก้ปัญหาใด แก้ปัญหาอย่างไร และกาหนดแนวทาง การแก้ปัญหาอย่างเป็นข้ันตอน ตั้งแต่เร่ิมต้น จนกระท่ังได้ผลลัพธ์ โดยอาศัยความรู้ ประสบการณ์ และทกั ษะตา่ ง ๆ นามาประยกุ ต์ใชใ้ หเ้ ข้ากบั ปัญหาน้ัน ๆ เพื่อนาไปสกู่ ารค้นหาคาตอบทต่ี อ้ งการ 3) ดาเนนิ การตามแผน การดาเนนิ การตามแผน เปน็ ข้นั ตอนปฏบิ ัตติ ามแผนทวี่ างไว้ 4) การตรวจสอบและปรบั ปรุง การตรวจสอบ ผ้แู ก้ปัญหาตอ้ งมองยอ้ นกลบั ไปที่ขั้นตอนต่าง ๆ ท่ีผ่านมา พจิ ารณาความถูกตอ้ งของคาตอบและวิธีการแก้ปัญหา และมีวธิ ีการแก้เป็นหาอ่ืนอีกหรือไม่ ซ่ึงเป็นการตรวจสอบผลลัพธ์การแก้ไขปัญหาโดยหากผลลัพธ์ไม่ถูกต้องหรือไม่ตรงตามท่ีคาดหวังไว้ หรือตามเป้าหมายให้ย้อนกลับไปตรวจสอบขั้นตอนก่อนหน้า โดยทาซ้าไปเร่ือย ๆ จนกว่าจะได้รับ ผลลัพธต์ ามที่ตอ้ งการ ทาความเข้าใจ วางแผน ดาเนนิ การ ปัญหา การแก้ปญั หา ตามแผน การตรวจสอบ และปรับปรงุ ภาพที่ 7.2 กระบวนการแก้ปญั หาอยา่ งเป็นขัน้ ตอน
111 ตัวอย่างการแก้ปัญหาอย่างเป็นข้นั ตอน สถานการณ์: เมือ่ นกั ศกึ ษามาถึงท่ีมหาวิทยาลยั พสี่ าวโทรศพั ทม์ าบอกว่านกั ศึกษาลมื รายงาน ไว้ท่ีบ้านเป็นรายงานกลุ่มและมีสาคัญมาก ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ต้องส่งรายงานกับอาจารย์ภายในเวลา 10.00 น. ถ้าไม่สง่ ตามกาหนดเวลาจะมีผลกบั คะแนนของเพ่ือนในกลมุ่ ทุกคน และพส่ี าวต้องออกไปทางาน ไมม่ ใี ครอย่ทู บ่ี ้าน นกั ศกึ ษาจะแกไ้ ขสถานการณน์ ี้อยา่ งไรเพอื่ ใหไ้ ดร้ ายงานสง่ อาจารยไ์ ด้ทันเวลา ตัวอย่างการนากระบวนการแกป้ ัญหาอย่างเปน็ ขั้นตอน มาประยุกตใ์ ช้ในสถานการณน์ ้ี คือ 1) ทาความเข้าใจกับปัญหา ทาการพจิ ารณาปญั หา พบวา่ - ปัญหา คอื ไมม่ รี ายงานมาสง่ อาจารย์ - ปญั หานีเ้ กดิ จาก การลมื รายงานไว้ท่บี ้าน - ปัญหานมี้ ีผลกระทบต่อเพ่ือนในกลมุ่ ที่ทารายงาน - สงิ่ ที่ต้องการแก้ไข คอื ต้องเอารายงานจากทีบ่ า้ นมาส่งให้ทันตามกาหนดเวลา 2) วางแผนการแกป้ ัญหา กาหนดขน้ั ตอนวธิ กี ารแก้ปัญหา เครอื่ งมอื ท่ใี ชใ้ นการแกป้ ัญหา หรอื วิธีท่ีใชใ้ นการแก้ปญั หา ค้นหาวิธีการแกป้ ัญหา สามารถทาไดด้ ังน้ี 2.1 ใช้บริการบรษิ ัทขนสง่ สนิ คา้ ดว่ น เชน่ GrabExpress หรอื Lalamove เป็นต้น 2.2 ให้เพ่ือนที่มีมอเตอร์ไซต์ขับรถไปเอารายงานท่ีบ้านด้วยกัน เพ่ือความรวดเร็ว แต่ ต้องขาดเรียน 2.3 กลับไปเอารายงานท่ีบ้านด้วยตนเอง แต่ตอ้ งขาดเรียน จดั ลาดบั ขนั้ ตอนในการแก้ปญั หา สมมติว่าวิธีการแก้ปัญหาท่ีดีท่ีสุด คือ วิธีการแก้ปัญหาท่ี 2.1 ใช้บริการบริษัทขนส่ง สนิ คา้ ด่วนจาก GrabExpress ดังนน้ั ดาเนินการวางแผนโดยเรม่ิ จาก - เขา้ แอปพลิเคชัน Grab จากน้นั ทาตามขน้ั ตอนตา่ ง ๆ ของแอปพลเิ คชัน - โทรศัพทบ์ อกพ่สี าวให้นารายงานมาส่งให้กับคนทีเ่ ราจา้ งไปเอารายงาน (GrabExpress) - รอรับรายงานทีม่ หาวิทยาลยั 3) ดาเนินการตามแผน ทาตามลาดับวิธกี ารที่ได้วางแผนไว้ 4) ขัน้ การตรวจสอบและปรบั ปรุง ไดร้ ับรายงานและสง่ ทนั เวลาตามที่อาจารย์กาหนด ที่มาของคลปิ : Teach for Life Problem Solving
112 เทคโนโลยีในอนาคต เทคโนโลยใี นอนาคต มกี ารเปลยี่ นแปลงไดอ้ ย่างรวดเรว็ มกี ารนาเทคโนโลยดี จิ ิทลั มาประยกุ ต์ใช้ ในงานหลาย ๆ ดา้ น เชน่ รถยนตข์ ับเคลอ่ื นอตั โนมตั ิ อากาศยานไร้คนขบั เปน็ ตน้ รถยนตข์ ับเคลอื่ นอัตโนมัติ การคิดค้นนวัตกรรมของมนุษยชาตินับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คือ เรื่องของการเดินทาง นับตงั้ แตส่ ตั ว์พาหนะ การเทยี มเกวยี นสัตว์ รถจักรไอนา้ มาจนถึงเทคโนโลยีรถยนตใ์ นปัจจุบัน รถยนต์ ไรค้ นขับ เทคโนโลยีที่ใชใ้ นรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมตั จิ ะประกอบไปดว้ ย 4 สว่ นหลกั คือ 1. Computer Vision เปรียบเสมือนตาของรถยนต์ที่ทาให้รถสามารถรับรู้ถึงสภาพแวดล้อม ตา่ ง ๆ ได้ โดยเทคโนโลยที ่ใี ช้ คอื กลอ้ งถ่ายภาพรอบทิศทาง การใชโ้ ซนาร์ แสงเลเซอร์ และเรดา 2. Deep Learning ถือเป็นหัวใจสาคัญของรถยนต์ไร้คนขับโดยจะนาเอาเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการเรียนรู้วิเคราะห์สภาพท้องถนน รวมทั้งการตัดสินใจเม่ือเกิดเหตุการณ์ ต่าง ๆ เช่น การชะลอความเร็วเมื่อรถคันข้างหน้าลดความเร็วหรือการเร่งความเร็ว การควบคุมรถให้ อยู่ในเลน การตรวจสอบป้ายจราจรรวมท้งั สญั ญาณไฟจราจร รวมท้ังอ่นื ๆ อีกมากมาย 3. Robotic คือ ส่วนท่ีรับคาสั่งที่ผ่านการประมวลผลแล้ว เพ่ือแปลงเป็นเป็นสัญญาณไฟฟ้า แล้วไปสั่งการหรอื ควบคุมรถใหเ้ ปน็ ไปตามท่ีโปรแกรมตอ้ งการ 4. Navigation เป็นระบบนาทางโดยใช้ดาวเทียม ซ่ึงจะเปน็ ส่วนหน่ึงในการวเิ คราะห์เส้นทาง หรือสภาพจราจรเพ่ือประมวลผลและกาหนดทิศทางใหร้ ถยนต์ ซ่งึ ระบบนตี้ อ้ งมคี วามถูกต้องและแม่นยา องค์กรบริหารความปลอดภัยบนท้องถนนของสหรัฐอเมริกา (National Highway Traffic Safety Administration – NHTSA) ได้แบ่งระดับการพัฒนารถยนต์ไร้คนขบั 6 ระดับ คอื 1. รถยนต์ท่ีมนุษย์ต้องควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่การบังคับทิศทาง เบรก สตาร์ทเคร่ือง อนั เป็นรถยนตแ์ บบดงั้ เดิม 2. ระบบผู้ช่วยคนขับรถ เป็นระดับที่มนุษย์ยังต้องควบคุมรถยนต์ แต่ก็มีระบบการช่วยเหลือ คนขบั อัตโนมตั บิ างอย่าง เชน่ การแจง้ เตือนให้เปลย่ี นเลน ท่ีปรากฏให้เห็นในรถยนต์ทกุ วันน้ี 3. ระบบอัตโนมัติบางส่วน เป็นระดับที่รถยนต์ทางานบนเคร่ืองมือการใช้งานในระบบ อัตโนมัติ เช่นการเร่งความเร็วหรือหมุนพวงมาลัยรถ และคนขับสามารถปล่อยมือจากพวงมาลัยได้ ระยะเวลาหนงึ่ แตผ่ ขู้ ับยังต้องมีส่วนในการควบคุมและต้องคอยเฝา้ ดูสภาพแวดลอ้ มรอบรถ 4. ระบบอัตโนมัติแบบมีเงื่อนไข เป็นระดับท่ีคนขับยังจาเป็น โดยไม่ต้องคอยเฝ้าดู สภาพแวดลอ้ มรอบรถ แต่คนขบั ยังตอ้ งพร้อมเขา้ มาควบคุมรถแทนไดอ้ ยตู่ ลอด 5. ระบบอัตโนมัตริ ะดบั สูง รถยนตน์ ้ันสามารถใช้งานการขับขี่ทุกอย่างได้เองภายใตใ้ นเงื่อนไข ทีก่ าหนดไว้ และมตี ัวเลือกใหค้ นขับรถเขา้ มาควบคุมแทนได้ 6. ระบบอตั โนมตั ิโดยสมบูรณแ์ บบ เป็นระดบั ท่ีรถยนตส์ ามารถขับข่ีไดด้ ว้ ยตัวเองในทุกเง่ือนไข
113 ประโยชนข์ องรถยนต์ไร้คนขบั ผู้พฒั นารถยนต์ไร้คนขับเชื่อวา่ ประโยชน์สูงสุดของมัน คือลดอุบตั ิเหตบุ นท้องถนน ซึ่งมักเกิด จากมนุษย์ อีกท้ังยังสามารถแบ่งเบาภาระในชีวิตประจาวันของมนุษย์ได้อีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ ซึ่งมักมีอุปสรรคในการขับรถเนื่องจากข้อจากัดทางร่างกาย และทาให้รถยนต์ขับเคลื่อนได้ ตามกฎจราจร การสัญจรสะดวก การจราจรไม่ติดขัด เพราะรถทุกคันสามารถขับเคลื่อนได้อย่าง เป็นระเบียบด้วยระบบไร้คนขับ ท้ังนี้ยังช่วยให้คนพิการ เช่น คนพิการทางสายตาสามารถใช้รถยนต์ ได้งา่ ยและปลอดภยั ต่อพวกเขา อากาศยานไรค้ นขับ อากาศยานไร้คนขับหรือ UAV (Unmanned Aerial Vehicle: UAV) เป็นอากาศยานที่ไม่มี นักบินประจาการอยู่บนเครื่อง เป็นอากาศยานที่ไร้คนขับหรือนักบินแต่สามารถควบคุมได้ด้วยคล่ืน แม่เหล็กไฟฟ้า อากาศยานไร้คนขับมีรูปร่าง ขนาด รูปแบบ และเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป ตามหลักแลว้ อากาศยานไร้คนขับ ก็คือ โดรน (Drone) ห้ามบังคับอากาศยานในเขตพืน้ ที่สีแดงท่ีระบุไว้ พ้ืนที่อ่ืน ๆ ที่ต้องขอใบอนุญาตใช้โดรน ได้แก่ พ้ืนที่ท่าอากาศยานหรือใกล้ท่าอากาศยาน พ้ืนชุมชน หรือเขตท่ีอยู่อาศัย โรงพยาบาล สถานท่ีราชการหรือเขตพื้นที่ความมั่นคง (สถานีตารวจหรือค่าย ทหาร) เป็นต้น เงื่อนไขท่ีควรทราบอ่ืน ๆ ซ่ึงผใู้ ชต้ อ้ งปฏบิ ัติตามอย่างเข็มงวด ไดแ้ ก่ - หา้ มบังคบั อากาศยานเข้าใกลเ้ ครือ่ งบนิ ซึง่ มนี กั บนิ หรือมผี โู้ ดยสาร - หา้ มบนิ ภายในระยะ 9 กโิ ลเมตร จากสนามบิน - ห้ามบินโดยใช้ความสูงเกนิ 90 เมตร (300 ฟุต) เหนอื พน้ื ดิน - หา้ มบนิ เขา้ ใกลห้ รอื เขา้ ไปในเมฆ (เพราะจะไม่เห็นอากาศยานลาอ่นื ) - ต้องบนิ ในเวลากลางวนั เท่าน้นั เพราะเปน็ ช่วงเวลาที่สามารถมองเหน็ อากาศยานไดอ้ ย่างชดั เจน - ห้ามบินโดยมีระยะในแนวราบกับบคุ คล ยานพาหนะ ส่ิงก่อสร้าง อาคาร ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ การปฏิบัติการบินน้อยกว่า 30 เมตร ในกรณีอากาศยานที่มีน้าหนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม และ 50 เมตร ในกรณีอากาศยานทีม่ นี ้าหนักเกนิ กว่า 2 กิโลกรมั แต่ไมเ่ กิน 25 กโิ ลกรัม - หากมีความประสงค์ต้องการใช้โดรน ผู้ใช้ต้องขออนุญาตจากสานักการบินพลเรือน (www.caat.or.th/uav) โดยระบุแผนการบิน ชนิดของอากาศยาน จุดประสงค์การใช้งาน ช่วงเวลาบิน เส้นทางการบินและความสูงใหช้ ัดเจน อาชพี ทม่ี แี นวโน้มใชเ้ ทคโนโลยี AI มาทางานแทนในอนาคต - พนักงานขาย และฝ่ายบริการลูกค้าทางโทรศัพท์ (Telemarketers and Customer Service Assistants) - เสมียนทาบญั ชี (Bookkeeping clerks) - ผจู้ ดั การด้านคา่ ตอบแทนและสวสั ดกิ ารพนกั งาน (Compensation & Benefits Manager) - พนักงานต้อนรับ (Receptionists) - พนกั งานส่งของ คนขับรถ (Couriers/Drivers/Chauffeurs) - แคชเชียร์ พนกั งานขายในร้านค้าปลกี (Retail Salespeople)
114 สรุป การปรับตัวเข้าสู่โลกยุคดิจิทัลหรือยุคสมัยท่ีเปลี่ยนแปลงนั้น จาเป็นต้องมีทักษะสาคัญ ประกอบด้วย การเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy) หรือทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่ง เปน็ ทกั ษะด้านดจิ ทิ ลั พื้นฐานทเ่ี ป็นตวั ชว่ ยสาคญั สาหรับการเรียนรู้ รวมถึงทักษะการคดิ วิเคราะห์อย่าง มีวิจารณญาณ ได้แก่ การคิดเชงิ คานวณ การคิดอย่างมีเหตุผล และการคิดแก้ปญั หาอย่างเป็นข้ันตอน และทักษะการเป็นพลเมืองดิจิทัล เพ่ือให้สามารถดาเนินชีวิตประจาวัน ประกอบอาชีพ ส่ือสาร และ ทางานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย เกิดประโยชน์และสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาทักษะสู่ การเป็นพลเมอื งแห่งศตวรรษที่ 21 หรอื พลเมอื งยคุ ดิจิทลั คาถามทา้ ยบท 1. ในชีวิตประจาวันของนักศึกษา มีวันท่ีไปเรียนและวันหยุด นักศึกษาจะมีรูปแบบการใช้ ชวี ติ ท่เี หมอื นหรอื ตา่ งกันอยา่ งไร 2. ให้นักศึกษาวาดแผนที่แสดงการเดินทางจากบ้านหรือหอพักของนักศึกษามายัง มหาวิทยาลัย โดยใช้รายละเอียดให้น้อยท่ีสุด โดยเพ่ือนสามารถใช้แผนท่ีนี้ในการเดินทางไปยังบ้าน หรอื หอพักของนกั ศกึ ษาได้ 3. การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลน้ี เมื่อนักศึกษาเกิดปัญหา หรือเกิดคาถามกับสิ่งใดส่ิงหน่ึง นักศึกษาจะมีวธิ ีการใช้ทักษะการคิดอย่างมีเหตผุ ลเพอ่ื แก้ปญั หาหรือหาคาตอบให้กับสถานการณ์น้ัน ๆ อย่างไร 4. จงยกตัวอย่างสถานการณ์ท่ีนักศึกษาต้องใช้ทักษะการคิดอย่างมีเหตุผลท่ีอาศัยกฎเกณฑ์ เงอื่ นไข และการคดิ อย่างมีเหตุผลทอี่ าศยั ประสบการณ์ มาอย่างละ 1 กรณี 5. จงยกตวั อย่างสถานการณ์การแก้ปญั หามา 1 สถานการณ์ พร้อมอธิบายการแก้ปัญหานั้น อย่างเป็นข้นั ตอน 6. จากภาพเป็นสถานการณ์ที่นักคึกษาได้ท้ิงขยะที่ตนเองใช้แล้วในที่สาธารณะภายใน มหาวิทยาลัย เช่น ขวดน้า แก้วน้า ทาให้พื้นท่ีที่นักศึกษาใช้ร่วมกันไม่สะอาด ดังภาพด้านล่าง เม่ือนักศึกษาเห็นภาพนี้แล้วมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไรเพ่ือรณรงค์ให้นักศึกษานาขยะที่ใช้แล้วไปท้ิงให้ เรียบร้อยเพื่อให้พ้ืนท่ีสาธารณะท่ีนักศึกษาใช้ร่วมกันสะอาดพร้อมใช้งาน ให้นักศึกษาอธิบาย การแก้ปัญหาน้ันโดยใชก้ ระบวนการแก้ปญั หา ดังนี้ 1) ทาความเข้าใจกับปญั หา 2) วางแผนการแก้ปญั หา 3) ดาเนนิ การตามแผน 4) ข้นั การตรวจสอบและปรบั ปรุง
115 ภาพที่ 7.3 ตัวอยา่ งสถานการณ์ในขอ้ 6
เอกสารอา้ งอิง คมชัดลกึ ออนไลน์. (2559). 8 ทักษะ‘ความฉลาดทางดิจิตอล’รับมอื ภัย\"โลกไซเบอร\"์ . สบื คน้ เมือ่ วันที่ 1 กุมภาพนั ธ์ 2564, จาก https://www.komchadluek.net/news/edu-health/249822 ฉัตรพงศ์ ชูแสงนิล. (2563). แนวคิดเชิงคานวณ. สืบค้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2564, จาก https://www.scimath.org/lesson-technology/item/10560-2019-08-28-02-43-20 ทรงยศ สกุลยา. (2563). สถานการณ์ทางคณิตศาสตร์กับแนวคิดเชิงคานวณ. นิตยสาร สสวท, 48(225), หน้า 18-26. ประพันธศ์ ิริ สเุ ลารัจ. (2556). การพฒั นาการคดิ . กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์ หจก. 9119 เทคนคิ พรนิ้ ติง้ . พัชรินทร์ ทิตะยา. (2562). การพัฒนาความสามารถการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์โดยใช้ กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยาร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ TAI ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีท่ี 6. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน วิทยาลัย ครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธุรกิจบัณฑติ ย์. ภัทรพล พรหมมัญ. (2561). การคิดเชิงคานวณ (Computational Thinking). ครุสารธนบุรี, 6(11), หนา้ 24-25. วรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง. ( 2561). คู่มือพลเมืองดิจิทัล. กรุงเทพฯ: สานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดจิ ิทลั เพ่ือเศรษฐกิจและสังคม. เว็บไซต์ Kids Code Online. (2563). ข้ันตอนการแก้ปัญหา. สืบค้นเม่ือ 10 มีนาคม 2564. จาก https://kids-code-online.com/2020/03/21/ข้นั ตอนการแก้ปญั หา. ศศิมา สุขสว่าง. (ม.ป.ป.). 5 ข้ันตอนการตัดสินใจที่ดี (Decision Making). สืบค้นเมื่อวันท่ี 11 สิงหาคม 2563, จาก https://www.sasimasuk.com/17026107/5-ขั้นตอนการตดั สินใจที่ดี-decision- making ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สานักงานปลัดกระทรวงการอดุ มศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม. (2563). ทักษะดิจิทัล ก้าวสู่พลเมืองในศตวรรษที่ 21. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564, จาก https://www.ops.go.th/main/index.php/knowledge-base/article- pr/1355-goto-citizens21st สานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. (2560). ทาไมต้องพัฒนาทักษะความเข้าใจและการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล. สืบค้นเมื่อวันท่ี 31 มกราคม 2564, จาก https://www.ocsc.go.th/ DLProject/mean-dlp. De Bono, E. (1976). Teaching thinking. London: Temple Smith. Phichitra Phetparee. (2562). พลเมืองดิจิทัล (Digital Citizenship). สืบค้นเม่ือวันที่ 31 มกราคม 2564, จาก https://www.thaihealth.or.th/Content/48161-พลเมืองดิจทิ ลั .html.
บทที่ 8 เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการแก้ปัญหาและสรา้ งสรรคส์ งั คม ปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีได้นาพามนุษย์ก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่าง เต็มรูปแบบ จึงทาให้เทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตประจาวัน การส่ือสาร และการทางาน ดังน้ัน เราจึงต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทของการเปล่ียนแปลง เพ่ือให้สามารถใช้เทคโนโลยีและ สื่อในโลกยุคดจิ ิทัลในการแก้ปญั หา พฒั นาสร้างสรรค์ ริเร่ิมส่ิงใหม่ได้อย่างเกิดประโยชน์ มีความรับผิดชอบ และปลอดภัย ในฐานะพลเมืองยุคดจิ ิทลั อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ เทคโนโลยีดจิ ิทลั ในมหาวทิ ยาลัย การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในมหาวิทยาลยั สวนดุสิต อยู่บนพื้นฐานความตอ้ งการจาเปน็ และการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อตอบสนอง ความต้องการเรียนรู้ของนักศึกษาและการจัดการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา โดยมหาวิทยาลัย ได้นาเทคโนโลยีดิจิทัล เทคโนโลยีการส่ือสารโทรคมนาคม และวิทยาการสมัยใหม่มาประยุกต์ใน การจัดการเรียนรู้และการบริหารการศึกษา ประกอบด้วย เทคโนโลยีคลาวด์ (Cloud Computing) อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoT) ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เทคโนโลยีเสมือนจริง AR/ VR (Aaugmented Reality/ Virtual Reality) รวมทั้งการจัดการกับข้อมูล ขนาดใหญ่ (Big Data) ท่ีถูกนามาใช้เพอื่ เพิ่มประสิทธภิ าพในการจัดการศึกษาและการดาเนินงานตาม พนั ธกิจของมหาวทิ ยาลัยด้านต่าง ๆ เทคโนโลยคี ลาวด์ (Cloud Computing Technology) Cloud Computing คือ เทคโนโลยีท่ีผู้ใช้งานสามารถใช้ซอฟต์แวร์ ระบบงาน หรือ ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต โดยเปล่ียนจากเดิมซ่ึงผู้ใช้ต้องจัดหา คอมพิวเตอร์และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือตอบสนองการทางานของตนเอง ไปเป็นการใช้งาน ระบบคอมพวิ เตอร์และระบบเครือข่ายของผู้ให้บริการ Cloud Computing จึงเปรียบเสมือนการเก็บ ข้อมูลและระบบงานตา่ ง ๆ ไว้บนก้อนเมฆ ซึ่งระบบ Cloud Computing ของผู้ให้บริการจะทาหน้าที่ ประมวลผลตลอดจนจัดเก็บข้อมูลของปริมาณมากของผู้ใช้เอาไว้ ตัวอย่างการใช้ Cloud Computing เช่น การบริการซอฟต์แวร์ Office 365 การชมภาพยนต์ผ่าน Netflix การสื่อสารผ่าน Line, twitter, facebook การประยุกต์ใช้ Cloud Computing จึงช่วยลดต้นทุนและความยุ่งยากในการทางาน เนื่องจากผู้ให้บริการทาหน้าท่ีคล้าย Outsource ท่ีจะจัดการดูแลระบบให้โดยผู้ใช้ไม่ต้องจัดการ ทรัพยากรต่าง ๆ เอง
118 อนิ เทอร์เนต็ ของสรรพสงิ่ (Internet of Things: IoT) Internet of Things (IoT) หมายถึง ระบบที่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ดิจิทัล ตลอดจน อปุ กรณอ์ ิเลก็ ทรอนิกสต์ ่าง ๆ สามารถส่อื สารกนั ไดผ้ า่ นระบบอนิ เทอร์เนต็ เพือ่ ทางานตามวตั ถปุ ระสงค์ ใดวัตถุประสงค์หนึ่ง คาว่า “Things” จึงหมายถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่ถูกเช่ือมโยง เข้าด้วยกัน ภายหลังจึงได้มีการใช้คาว่า smart มาแทนท่ี เช่น smart phone, smart watch, smart home อปุ กรณ์เหล่านี้จะถูกฝัง RFID sensor ซ่ึงทาให้มีขีดความสามารถในการเก็บรหัสหรือ ID เพ่ือ เช่ือมต่อกับอุปกรณ์รับสัญญาณและส่ือสารกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต IoT จึงถูกนามาใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจาวันและสร้างนวัตกรรมเพ่ือตอบสนองความต้องการของ ผู้บริโภคได้หลากหลาย เช่น การเปิด-ปิดสวิตซ์ไฟในบ้านผ่านโทรศัพท์มือถือ ระบบเซนเซอร์ตรวจจับ ที่ว่างในลานจอดรถ การแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลเม่ือผู้ป่วยท่ีสวมนาฬิกาสมาร์ตวอชมีอัตราการเต้นของ หวั ใจผดิ ปกติ เปน็ ตน้ ข้อมลู ขนาดใหญ่ (Big Data) Big Data คือ ข้อมูลดิบขนาดใหญ่ปริมาณมหาศาลซ่ึงอยู่นอกเหนือความสามารถใน การประมวลผลด้วยระบบฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ปกติได้ ข้อมูลขนาดมหาศาลดงั กล่าวอาจเป็นข้อมูล ท่ีมีโครงสร้างชัดเจน (structured data) เช่น ข้อมูลท่ีเก็บในตารางหรือฐานข้อมูลต่าง ๆ เช่น ข้อมูล ประชาชนในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ข้อมูลลูกค้าธนาคารพาณิชย์ท้ังหมด หรือข้อมูลท่ีไม่มี โครงสร้าง เช่น ข้อมูลจากการโต้ตอบปฏิสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายสังคม (social network) เช่น Line, facebook, twitter, Instagram ฯลฯ ข้อมูลการรับชมภาพน่ิง ภาพเคล่ือนไหวผ่านสมาร์ตโฟน ข้อมูลขนาดใหญ่มักจะสื่อความหมายถึงข้อมูลท่ียังไม่ได้ประมวลผลหรือไม่ได้อยู่ในรูปแบบท่ีองค์กร สามารถนาไปใช้งานได้ทันที แต่ข้อมูลเหล่าน้ีจะเป็นประโยชน์หากมีระบบประมวลผลข้อมูลเป็น สารสนเทศทเ่ี หมาะสมกบั วัตถปุ ระสงค์การใช้งาน ตวั อยา่ งเช่น ในปจั จบุ ันน้ี การนา Big Data มาใช้ใน ภาครัฐ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนและลดความเหล่ือมล้า โดยนาข้อมูลในระบบราชการจากหลาย หน่วยงาน เช่น ข้อมูลสาธารณสุข ทะเบียนราษฎร์ ที่ต้ังของธุรกิจ โรงพยาบาล สถานบาบัด สถานการณ์จ้างงานฯ มาวิเคราะห์และการเชื่อมโยงกัน เกิดเป็นข้อมูลขนาดใหญ่ Big Data ของ ภาครัฐ ผ่านกระบวนการวิเคราะห์เช่ือมโยงเพ่ือตอบการให้บริการของภาครัฐ ตัวอย่างเช่น รัฐบาล ต้องการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย แต่แทนที่จะช่วยเหลือโดยให้เงินอุดหนุนที่เท่า ๆ กันแบบปูพรมท้ัง ประเทศ ก็นา Big Data ซ่ึงเป็นข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ มาใชช้ ี้จาเพาะว่าบุคคลใดที่ถือว่ามีรายได้น้อย พร้อมท้ังกาหนดระดับและลักษณะความช่วยเหลือท่ีแตกต่างกัน (ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร สานกั ปลัดกระทรวงการอุดมศกึ ษาฯ, 2563) ปญั ญาประดษิ ฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ปัญญาประดิษฐ์ หมายถึง เครื่องมือ เคร่ืองจักร หรืออุปกรณ์ที่มีระบบประมวลผลท่ีสามารถ ทาความเข้าใจข้อมูล เรยี นรู้องค์ความรตู้ า่ ง ๆ เชน่ การรบั รแู้ ละการใหเ้ หตผุ ล การแก้ปญั หาจากขอ้ มลู ที่ได้รับ การประมวลผลข้อมูลและให้สารสนเทศที่ผ่านการวิเคราะห์แล้ว ดังนั้น AI จึงมักจะเกี่ยวข้อง กับการวเิ คราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analysis) และฟังก์ชนั การทางานประมวลผลท่ีแตกต่าง
119 ไปตามลักษณะงาน เช่น Narrow AI เป็นการใช้ AI เฉพาะทางในกรอบแคบ ๆ เช่น AI ที่ใชใ้ นหนุ่ ยนต์ ผา่ ตัด (AI-assisted robotic surgery) AI ซ่งึ เปน็ ระบบในการเขา้ ใจภาษามนุษย์ เชน่ แอปพลิเคชันสริ ิ (Siri Application) ระบบการประมวลผลภาพอัจฉริยะ (Intelligent Image Processing) การควบคุม อย่างชาญฉลาด (Intelligent Control) และระบบผูเ้ ช่ยี วชาญ (Expert System) เป็นต้น เทคโนโลยเี สมอื นจรงิ AR/ VR (Augmented Reality/ Virtual Reality) AR (Augmented Reality) หรือ เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม เป็นการนาเทคโนโลยีมาใช้ ผสานระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงและความเสมือนจรงิ เข้าดว้ ยกนั โดยใชร้ ะบบซอฟตแ์ วรเ์ พมิ่ ข้อมูล ท่ีมีความหมายให้วัตถุจริงหรืออุปกรณ์เช่ือมต่อต่าง ๆ ที่มีอยู่เดิม AR จะใช้วิธีการซ้อนภาพในโลก เสมือนไว้บนภาพของโลกความเป็นจริงผ่านอุปกรณ์ดิจิทัล เพื่อทาให้เราสามารถตอบสนองกับส่ิงท่ี จาลองน้ันได้ เช่น การผสานเว็บแคมคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อ่ืนที่เก่ียวข้องซึ่งให้ภาพของจริงกับ วัตถุเสมือนที่อาจจะเป็นภาพ วีดิโอ เสียง การบอกตาแหน่งในระบบ GPS หรือข้อมูลต่าง ๆ ซ่ึงแทรก เข้ามา เช่น ขณะกาลังชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลผ่านสมาร์ตโฟนก็จะมีภาพ 3 มิติของ ผู้เล่นแต่ละทีมซ้อนข้ึนมาให้เห็น การใช้ AR เป็นส่ือการเรียนการสอนในวิชากายวิภาคที่จะทาให้เห็น ภาพวัตถุ 3 มิติของอวัยวะที่ชัดเจนขึ้นลอยออกมาจากตารา หรือห้องลองเส้ือผ้าเสมือนจริงท่ีเมื่อ ผู้ใช้บริการยืนอยู่หน้ากระจกท่ีติดตั้งระบบ ก็จะแสดงภาพเสื้อผ้าให้เลือกลองใส่ จากนั้นก็จะมีภาพ เสอ้ื ผา้ มาซ้อนทับรา่ งกายของผสู้ วมใส่ เป็นต้น ในขณะที่ VR (Virtual Reality) หรือ เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมอื น เป็นการผสานวัตถุต่าง ๆ ซึ่งเป็นของจริงรอบตัวเรากับสภาพแวดล้อม โดยทาของจริงนั้นให้มีข้อมูลเพ่ิมข้ึนเม่ือดูผ่านอุปกรณ์ ดิจิทัล VR เป็นเทคโนโลยีที่มีการจาลองสภาพแวดล้อมให้ปรากฏเหมือนสภาพแวดล้อมในโลกจริง แบบ 360 องศา หรือการสร้างภาพจาลองเสมือนจริง 3 มิติ เพอ่ื สร้างประสบการณส์ มจริงท่ีเสมอื นว่า เราอยู่ในเหตุการณ์น้ันจริง เช่น การจาลองสถานการณ์ขับเครื่องบนิ การจาลองสถานการณ์ในเกม ซ่ึง เทคโนโลยีเสมือนจริงน้ีจะต้องใช้ควบคู่ไปกับอุปกรณ์ดิจิทัลที่สร้างข้ึนมาโดยเฉพาะ เช่น แว่นตา VR, Google Cardboard VR, VR Sensor, ฯลฯ ตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี VR ในชีวิตประจาวัน เช่น การสวมแว่น VR เพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์หรือท่องเที่ยวเสมือนจริง การส่งเสริมการขายโดยการให้ ลูกคา้ ดูสนิ ค้าในรปู แบบ 3 มติ ผิ ่านทางออนไลน์ เปน็ ตน้
120 ตัวอยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยดี ิจทิ ลั ในมหาวทิ ยาลัยสวนดุสติ ตารางท่ี 8.1 ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีดจิ ทิ ัลในมหาวทิ ยาลยั สวนดสุ ติ ปัญหาทพ่ี บในมหาวทิ ยาลัย กลุ่มเปา้ หมาย เทคโนโลยดี จิ ทิ ลั ทนี่ ามาใช้ แก้ปญั หา/ พฒั นาระบบงาน การขอจองหอ้ งเรียน หอ้ งปฏิบัติการ นกั ศกึ ษา หอ้ งประชมุ ห้อง SDU Learning อาจารย์ Cloud Computing ศูนยบ์ ริหารกายและสขุ ภาพ ในมหาวทิ ยาลัย บคุ ลากร การจองทจ่ี อดรถยนต์/ จักรยานยนต์ นกั ศกึ ษา IoT, RFID ในมหาวทิ ยาลยั อาจารย์ บคุ ลากร IoT, Cloud Computing การยมื -คนื หนงั สอื ในสานักวิทยบรกิ าร นักศกึ ษา ข้ามศูนย์การศกึ ษา อาจารย์ Cloud Computing การรับข้อมลู ขา่ วสาร/ ปฏิทนิ วิชาการ นักศึกษา (Message Notification) จากมหาวทิ ยาลัย อาจารย์ การบรกิ ารดา้ นทุนการศกึ ษา/ การกู้ กยศ. นกั ศกึ ษา Big Data อาจารยท์ ปี่ รึกษา GPS, IoT, Big Data, AI การนารถยนตม์ ารบั -สง่ นักเรียนโรงเรียน สาธติ ละอออทุ ศิ ผ้ปู กครอง Cloud Computing, AI นกั เรยี นสาธติ การบริการสั่งอาหารเดลเิ วอรี่ ละอออทุ ิศ นักศึกษา อาจารย์ บุคลากร และ บุคคลภายนอก
121 การออกแบบเทคโนโลยดี ิจิทลั เพือ่ แก้ปัญหาจากส่ิงตา่ ง ๆ รอบตัว เทคโนโลยีเกิดขึ้นมาพร้อมกับการมีมนุษยชาติ ในยุคแรกเป็นการสร้างอุปกรณ์เคร่ืองมือ เคร่ืองใช้เพื่อการยังชีพเท่าน้ันโดยมีใช้วัสดุธรรมชาติใกล้ตัว ต่อมาเข้ายุคปฏิวัติอุตสาหกรรมมี การประยุกตใ์ ชเ้ ครอ่ื งมอื เคร่ืองจกั รในการผลิตสนิ ค้า มเี ครอื่ งอานวยความสะดวกมากย่งิ ขน้ึ มอี ปุ กรณ์ ไฟฟ้ามากมาย และปัจจุบันเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาเปล่ียนแปลงรวดเร็วมาก มีการประดิษฐ์เคร่ืองกลเพ่ือใช้แทนแรงงาน พลังงานจากธรรมชาติสู่ต้นกาลังการผลิตในโรงงาน อุตสาหกรรม การค้นพบความรู้เร่ืองการสร้างเครื่องกาเนิดไฟฟ้าจากธรรมชาติจากพลังงานสะอาด ลดโลกร้อน มีการสร้างกังหันลม การใช้พลังงานไอน้า พลังธรรมชาติท่ีไม่มีวันหมด และรักษา ส่ิงแวดล้อมในระยะยาว จนในปัจจุบันได้ใชเ้ คร่อื งจักรอัตโนมตั ิสมองกลเขา้ มาจัดการแทนคนมากมาย มีการใช้เทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยให้เครื่องจักรมีความฉลาดมากขึ้นสามารถคิด วิเคราะห์แทนคนได้ และยุคต่อไปจะเป็นยุคของการบินการส่งจรวดไปอวกาศ การใช้ความรู้ทาง อเิ ลก็ ทรอนิกส์เพื่อการขนสง่ ทางอากาศ เทคโนโลยชี วี เคมีเพอื่ รกั ษาการดารงอยขู่ องมนษุ ยชาติ ที่มาของคลิป: Mushroom TV ตอน โลกอนาคต ธรุ กจิ สาหรับคนยคุ ดิจทิ ลั Kong Story EP.352 การเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยีในบ้าน การเปล่ียนแปลงท่ีใกล้ตัวมากที่สุดเร่ิมจากเครื่องมือเครื่องใช้ในบ้านท่ีมีการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยี AI ในการพัฒนา ตัวอย่างเช่น หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัตโนมัติ เคร่ืองซักผ้า โทรทัศน์ ประตู อตั โนมตั ิ การเปิดปิดไฟดว้ ยเสียง หอ้ งน้าอัจฉรยิ ะ เปน็ ตน้ - หนุ่ ยนตด์ ดู ฝนุ่ อัตโนมตั ิ การเปลย่ี นแปลงของอปุ กรณ์เครื่องมือเครอื่ งใชใ้ นบา้ นที่มีการประยกุ ตใ์ ชข้ องเทคโนโลยี AI คือ เครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติ โดยพฤติกรรมของการทางานบ้านของมนุษย์ เริ่มจากการใช้ไม้กวาด กวาดบ้านทุกวัน เปลี่ยนพัฒนาเป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบมีสาย และในปัจจุบันมีเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่ใช้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเทคโนโลยี AI มีอุปกรณ์เซ็นเซอร์ (sensor) เป็นเหมือนหุ่นยนต์ ทาความสะอาดที่สามารถรู้ไดว้ ่าตรงไหนมีฝุ่นตรงไหนไม่มฝี ุ่น พ้นื ที่ไหนทาความสะอาดแลว้ พนื้ ที่ไหน ยังไม่ได้ทาความสะอาด ใช้เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ตรวจจับส่ิงกีดขวาง เพ่ือให้รู้ว่ามีสิ่งกีดขวางข้างหน้า และสามารถที่จะเปล่ียนทิศทางในการทางาน เลี้ยวขวา เลี้ยวซ้ายได้เอง โดยไม่มีใครบังคับ ไม่มี ผลกระทบต่ออุปกรณ์เคร่ืองมือเคร่ืองใช้ในบ้าน สามารถตรวจสอบพลังงานระดับแบตเตอรี่ของตัวเอง และกลับเข้าแท่นชาร์จได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นเป็นวิวัฒนาการของเทคโนโลยีท่ีปรับเปลี่ยนมาจาก
122 ความต้องการ/ ปัญหาของมนุษย์ท่ีต้องการทาความสะอาดบ้าน เป็นเคร่ืองอานวยความสะดวกให้มนุษย์ สามารถดารงชีวติ อยไู่ ดด้ ว้ ยความสะดวกสบาย ซงึ่ เทคโนโลยี AI ยังคงพัฒนาตอ่ ไปอย่างไม่หยดุ ยั้งและ รวดเรว็ แบบก้าวกระโดด คาสาคญั : อปุ กรณเ์ ซนเซอร์ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ - เครอ่ื งซักผ้า การเปลี่ยนแปลงของการซกั ผ้าเรมิ่ จากการซักผา้ ดว้ ยมือพฒั นามาเป็นเคร่ืองซักผ้า 2 ถัง การซกั ผา้ ใช้พลงั งานกลตัวถงั หมนุ ใชแ้ รงสะบดั ผ้า ใช้แรงเหว่ียงของถังทาความสะอาดผา้ และใช้แรงแกว่ง ของถังทาใหผ้ ้าแห้ง จากน้นั พฒั นาจากเครื่องซักผ้า 2 ถังเป็นเคร่ืองซักผ้าถังเดียว โดยมีเทคโนโลยี AI เขา้ มา มอี ปุ กรณเ์ ซนเซอร์ชว่ ยในการควบคมุ ระดับนา้ จากระดับผา้ ปริมาณและน้าหนกั ของผ้า เพอ่ื ควบคมุ การใชน้ ้า อย่างประหยัด การควบคุมแรงเหว่ียงของถังเพ่อื รักษาการใช้งานของเส้นใยผา้ เคร่ืองซักผ้าในปัจจุบนั มีเทคโนโลยี Fuzzy Logic เพื่อปรับการทางานของเคร่ืองซักผ้าให้ทางานให้เหมาะสมกับเนื้อผ้าได้ โดยอตั โนมัติด้วยผใู้ ชส้ ามารถกดปุ่มเพยี งป่มุ เดยี ว คาสาคัญ: อปุ กรณ์เซนเซอร์ เทคโนโลยปี ัญญาประดษิ ฐ์ Fuzzy Logic - โทรทศั น์ การเปล่ียนแปลงของโทรทัศน์พัฒนามาจากโทรทัศน์ขาวดา พัฒนาเป็นโทรทัศน์สี โทรทัศน์จอแบน ปัจจุบันพัฒนาเป็นทีวีดิจิทัลซ่ึงใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเช่ือมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่าน อินเทอร์เน็ตบ้านได้ จึงสามารถเป็นได้มากกว่าโทรทัศน์ที่เดิมเป็นการส่ือสารทางเดียว เพิ่มช่องทาง การส่ือสารสองทางแก่ผู้ใช้ได้ เทคโนโลยีท่ีเก่ียวข้องกับทีวีดิจิทัล มีตั้งแต่การปรับเปลี่ยนของจอภาพ เทคโนโลยีการเชอื่ มต่อ และขนาดของวงจรอิเล็กทรอนิกส์ คาสาคัญ: เทคโนโลยกี ารเชื่อมต่อ ทวี ดี ิจทิ ัล - ประตอู ัจฉรยิ ะ การเปิด-ปิดประตูบ้านในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังเป็นประตูที่ใช้กุญแจไข แต่ในบาง สถานที่เช่นโรงแรมใหญ่ มีการใช้ประตูอัตโนมัติที่ใช้เทคโนโลยี RFID เทคโนโลยี AI ในการระบุตัวตน โดยประตูมีฟังก์ชันการใช้งานท่ีสามารถที่จะตรวจสอบผู้ใช้ได้ โดยใช้เทคโนโลยีของเคร่ืองสแกน ลายน้ิวมือ (finger scan) ระบตุ ัวตนดว้ ยการใช้เทคโนโลยีการรู้จาลายนิ้วมือ (Fingerprint Recognition) ใช้รหสั ประกอบกับใช้กล้องสแกนใบหนา้ และระบตุ วั ตนดว้ ยเทคโนโลยีการรจู้ าใบหนา้ ของผู้เข้าใชง้ าน คาสาคญั : RFID เทคโนโลยีการรจู้ าใบหนา้ การรจู้ าลายนิ้วมือ - สวิตชอ์ ัจฉรยิ ะ สวิตช์ไฟอัจฉริยะ มีการประยุกต์โดยใช้การเปิด-ปิดไฟด้วยเสียง แสง หรือจากการ ตรวจจับอุณหภูมิ การเปิด-ปิดไฟสามารถท่ีจะประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการรู้จาด้วยเสียง โดยสามารถใช้ เสียงในการควบคุมการเปิดและปิดไฟได้ หรือการเปิด-ปิดไฟด้วยเซนเซอร์แสง เซนเซอร์นี้จะทางาน เม่ือมีการเดินผ่าน หรือการเปิด-ปดิ ไฟด้วยเซนเซอร์อุณหภูมิ เซนเซอร์นี้จะทางานเมื่ออุณหภูมิทีม่ ีการ เปล่ียนแปลง สวติ ชไ์ ฟอจั ฉริยะแบบโซลาเซลล์ ที่ใชใ้ นโรงจอดรถ ทางเดิน ซึง่ การทางานจะมีเซนเซอร์ แสงและแบตเตอรี่ไว้สาหรับเกบ็ พลงั งานแสงอาทิตย์ คาสาคญั : สวติ ช์ไฟอัจฉรยิ ะ เซนเซอรแ์ สง
123 - ห้องน้าอัจฉรยิ ะ ห้องน้าสาธารณะของห้างสรรพสินค้าชั้นนาหลายแห่งมีการนาชักโครกอัจฉริยะมาใช้ เพอื่ อานวยความสะดวกแกผ่ ใู้ ชบ้ รกิ ารรวมถงึ ผ้มู ีความบกพร่องทางรา่ งกาย ซง่ึ สามารถท่ีจะเปดิ -ปดิ น้า เองได้ โดยมีตัวเซ็นเซอร์แสงในการตรวจสอบผู้ใช้ว่าใช้งานเสร็จแล้ว เม่ือน้ันก็จะเปิดน้าล้างเอง อัตโนมัติ มีการควบคุมน้าร้อนน้าเย็นด้วยเทคโนโลยี AI มีเคร่ืองอานวยความสะดวก เช่น การเพ่ิม-ลด อณุ หภูมิความร้อนของฝารองนง่ั ปมุ่ กดเสยี งเพลง ปมุ่ กดขอความชว่ ยเหลือ เป็นตน้ คาสาคัญ: ห้องนา้ อัจฉริยะ เซนเซอรแ์ สง พฒั นาการของเทคโนโลยีในสถานศกึ ษา - ระบบเชค็ ชอื่ ออนไลน์ การเช็คช่ือในสถานศึกษาหรือในโรงเรียนมัธยมจะมีประตูเช็คชื่อ เม่ือนักศึกษาเดินผ่าน ประตู จะมีกล้องสแกนใบหน้าและสามารถระบุตัวตนของนักศึกษาด้วยเทคโนโลยีการรู้จาใบหน้า เมื่อนักศึกษาเดนิ เข้าประตู ระบบจะลงเวลาการมาโรงเรียนของนักศึกษา เพ่ือโรงเรียนหรือผู้ปกครอง จะสามารถตรวจสอบได้วา่ นกั ศกึ ษามาเรยี นหรือไม่ การแก้ปญั หาระบบเดมิ ระบบน้ีสร้างข้ึนมาเพื่อแก้ปัญหาการเช็คช่ือเข้าเรียนของนักศึกษา เพ่ือความสะดวก รวดเร็ว แม่นยา อีกทง้ั สามารถตรวจสอบออนไลน์ไดท้ นั ที เทคโนโลยที เี่ กย่ี วข้อง เทคโนโลยีถ่ายภาพดจิ ิทัลเพื่อสแกนใบหน้า และเทคโนโลยีรู้จาใบหน้าในการระบุตัวตน ของนกั ศึกษา - ระบบลงทะเบยี นออนไลน์ การลงทะเบียนของนักศึกษา นักศึกษาสามารถลงทะเบียนออนไลน์ สามารถชาระเงิน ค่าบารุงการศึกษา ด้วยการโอนเงินธนาคารทางโทรศัพท์มือถือได้ นักศึกษาสามารถตรวจสอบ ผลการลงทะเบียน เพ่มิ -ลดรายวิชา ตรวจสอบผลการเรียน หรือจัดการกบั ข้อมลู การลงทะเบียนได้ การแก้ปัญหาระบบเดิม การชาระเงิน การลงทะเบยี น การตรวจสอบผลการเรยี น เทคโนโลยีทเี่ กยี่ วขอ้ ง เทคโนโลยฐี านข้อมูล - การสั่งซือ้ สินคา้ ออนไลน์ในมหาวทิ ยาลยั ร้ า น ส ะ ด ว ก ซื้ อ ใ น ม ห า วิ ท ย า ลั ย มี ก า ร อ า น ว ย ค ว า ม ส ะ ด ว ก ใ ห้ ลู ก ค้ า โ ด ย ส า ม า ร ถ ใ ช้ แอปพลิเคชันเดลิเวอร่ีได้ นักศึกษา อาจารย์ สามารถส่ังซ้ือทางแอพพลิเคชั่นเพ่ือให้พนักงานของร้าน สะดวกซ้ือ ส่งสินค้าได้ถึงท่ี เทคโนโลยีท่ีเก่ียวข้องมีเทคโนโลยีการจับสัญญาณภูมิทางภูมิศาสตร์ระบุ ตาแหน่งของนักศกึ ษาหรอื ลูกค้าทส่ี ่งั ซ้ือสนิ คา้ และคานวณเวลาในการส่งสินค้า การแก้ปญั หาระบบเดิม การสั่งซอ้ื สนิ คา้ เพิม่ ยอดขาย อานวยความสะดวก
124 เทคโนโลยที ่เี กย่ี วข้อง เทคโนโลยีฐานข้อมลู และ GPS - ระบบจอดรถของอาคารจอดรถในมหาวิทยาลัย การจอดรถในมหาวิทยาลัย มีวิธีการใช้การ์ด RFID ของบัตรพนักงานในการเข้าออก อาคารจอดรถเพอื่ ระบตุ วั ตนของอาจารยห์ รือผปู้ กครองในการจอดรถในมหาวทิ ยาลยั การแก้ปัญหาระบบเดิม การระบตุ ัวตนของอาจารยแ์ ละผู้ปกครอง เทคโนโลยีทีเ่ กย่ี วข้อง เทคโนโลยีฐานข้อมลู และ RFID การเปล่ยี นแปลงของเทคโนโลยใี นสงั คม การเปล่ียนแปลงของการใช้เทคโนโลยีในสังคม มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมากข้ึนในหลาย ๆ ด้าน เช่น การสั่งซื้ออาหารออนไลน์ การซื้อขายสินค้าออนไลน์ การทาธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ การขบั เคล่อื นนโยบายของรฐั ผ่านทาง mobile application ซึ่งเก่ียวขอ้ งกบั เทคโนโลยีดิจทิ ลั ทัง้ สิน้ - ระบบการสั่งซอ้ื อาหารออนไลน์ การส่ังซ้ืออาหารออนไลน์เร่ิมมีการใช้เป็นที่แพร่หลายมากขึ้นในช่วงที่มีการระบาดของ ไวรัสโควิด-19 ประชาชนอาศัยอยู่ในบ้าน ลดการเดินทางไปซื้ออาหารด้วยตนเอง การสั่งซื้ออาหาร ออนไลน์จึงเป็นทางเลือกท่ีช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ส่งผลให้มีแอปพลิเคชัน เกี่ยวกับการส่งอาหารออนไลน์เกิดข้ึนมากมาย ซ่ึงทาให้ร้านค้าและผู้ซ้ือติดต่อส่ือสารกันได้อย่าง สะดวกสบายมากขึ้น โดยไม่จาเป็นต้องมีหนา้ รา้ น และไมจ่ าเป็นต้องลงทนุ ธุรกจิ สรา้ งรา้ นหรอื เชา่ พ้นื ท่ี ร้านในห้างสรรพสนิ คา้ กส็ ามารถมีลูกค้าได้ การแกป้ ัญหาระบบเดิม อานวยความสะดวกในการส่ังซื้ออาหาร เพ่ิมยอดขาย เว้นระยะห่าง ลดการเดินทางและ การตดิ เช้ือ เทคโนโลยีทีเ่ กี่ยวข้อง เทคโนโลยฐี านข้อมลู และ GPS - ระบบการธนาคารออนไลน์ การทาธุรกรรมการเงินออนไลน์ เน่ืองจากธนาคารมีการเปิดการเปิดปิดของธนาคารเป็น ชว่ งเวลาเดยี วกับการทางานของพนักงานทั่วไป การออกมาทาธุรกรรมทางการเงนิ ในเวลาทาการของ ธนาคารมีน้อยมาก ส่วนใหญ่ผู้ใช้บริการมักใช้บริการธนาคารในช่วงเวลาพักตอนเท่ียงต้ังแต่เที่ยงถึง บ่ายโมง เพียง 1 ชั่วโมงเท่าน้ัน ธนาคารจึงเร่ิมปรับเปลี่ยนให้มีช่องทางการฝาก-ถอนได้อย่างรวดเร็ว ด้วยเครื่องฝาก-ถอนอัตโนมัติ จากน้ันมีการปรับประยุกต์โดยใช้การทาธุรกรรมออนไลน์มากขึ้น เริ่ม จากทาธุรกรรมฝาก-ถอน-โอนเงิน การกู้หรือการขอสินเชื่อ การซ้ือขายกองทุน/ หลักทรัพย์ต่าง ๆ ซ่ึงในปจั จุบันธุรกรรมส่วนใหญ่สามารถกระทาได้บนระบบท้ังหมด ตง้ั แต่การเปิดบัญชี การระบุตัวตน การแสดงตัวตน การจัดการบญั ชี ซึ่งอย่ภู ายใตร้ ะบบความปลอดภัย สรา้ งการยอมรบั และเชื่อถอื ไดแ้ ก่ ประชาชน
125 การแก้ปัญหาระบบเดมิ ทาธุรกรรมไดต้ ลอดเวลา อานวยความสะดวก ลดการเดนิ ทาง การเว้นระยะหา่ ง ลดการติดเชื้อ เทคโนโลยีท่ีเกย่ี วขอ้ ง เทคโนโลยฐี านขอ้ มลู และ GPS - แอปพลิเคชันภาครัฐ แอปพลิเคชันภาครัฐพัฒนาขึ้นเพอื่ การให้บริการพ้ืนฐานแก่ประชาชน เช่น ระบบพร้อมเพย์ ซึง่ ได้มีการผูกข้อมลู กบั รหัสบตั รประชาชนหรือรหสั บตั รรหัสโทรศัพท์ของผใู้ ช้ เพอ่ื ให้เชอื่ มโยงกบั บญั ชี ธนาคารได้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง น่ันคือหนึ่งหมายเลขบัตรประชาชนผูกกับเลขบัญชีธนาคารหนี่งบัญชี และหนึ่งหมายเลขเบอรโ์ ทรศัพท์ผกู กบั บัญชีนน้ั เม่ือมีการโอนเงนิ เขา้ หมายเลขบัตรประชาชนกจ็ ะเข้า บัญชีที่ผูกไว้ หรือมีการโอนเงินผ่านหมายเลขโทรศัพท์โดยอ้างอิงบัตร อ้างอิงเบอร์โทรศัพท์ก็จะเข้า บัญชีที่ผูกไว้เช่นกัน ซ่ึงทาให้การจ่ายผลประโยชน์ สิทธิประโยชน์ทางสังคมซึ่งรัฐบาลออกให้ เช่น เบ้ียยังชีพ เบี้ยคนชรา เบี้ยคนพิการ เข้าบัญชีผู้ใช้ได้อย่างถูกต้อง อีกทั้งสามารถเข้าถึงประชาชน ทางตรงโดยไม่ผา่ นหน่วยงานของรฐั การแกป้ ญั หาระบบเดมิ ทาธุรกรรมไดต้ ลอดเวลา อานวยความสะดวก ลดข้ันตอนการทาธรุ กรรม หลักฐานชัดเจน โปรง่ ใส ตรวจสอบได้ เทคโนโลยีที่เกยี่ วขอ้ ง เทคโนโลยฐี านข้อมลู และ Big Data การคดิ เชงิ ออกแบบ การคิดเชิงออกแบบ หรือ Design Thinking คือ กระบวนการคิดเพ่ือแก้ไขปัญหาหรือโจทย์ ให้ถูกจุด ตลอดจนพัฒนาแนวคิดใหม่ ๆ เพ่ือแก้ไขปัญหาหรือโจทย์ที่ตั้งไว้ เพื่อที่จะหาวิถีทางที่ดีท่ีสุด และเหมาะสมท่ีสดุ การแก้ปัญหาบนพืน้ ฐานกระบวนการนี้จะเน้น ผู้ใช/้ ผ้บู ริโภคเปน็ หลกั (User-centered) โดยมีเจตนาในการสร้างผลลัพธ์ในอนาคตที่เป็นรูปธรรม เพ่ือให้ตอบโจทย์ของผู้ใช้ตลอดจนแก้ปัญหา ได้อย่างมีประสิทธภิ าพ รวมไปถึงเกิดการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ท่ีเป็นประโยชน์อีกด้วย (ธาดา รัชกิจ, 2562) กระบวนการของการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking Process) อาจเห็นผลชัดเจนและ เข้าใจได้แจ่มแจ้งกว่าสาหรับกระบวนการคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพ่ือแก้ไขปัญหาให้ผู้บริโภคตลอดจน ตอบโจทย์ทีผ่ ูบ้ ริโภคต้องการ รวมไปถงึ สามารถผลติ สนิ คา้ และบริการขึน้ มาเพ่ืออุดรรู ่ัวของตลาดน้ัน ๆ ตลอดจนสร้างนวัตกรรมใหม่ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นก็ได้ ซึ่งการคิดโดยนาเอากระบวนการคิดเชิงออกแบบ มาใช้ให้เกิดประโยชน์น้จี ะทาให้เราเข้าใจปัญหาอยา่ งถอ่ งแท้ และผลติ สินคา้ หรอื บริการเพ่ือตอบโจทย์ ความต้องการของตลาด ตลอดจนแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง นอกจากน้ัน กระบวนการของการคิด เชิงออกแบบยังก่อให้เกิดการคิดสร้างสรรค์ในรูปแบบใหม่ ๆ ที่จะนามาคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา
126 พยายามหาหนทางท่ีหลากหลาย แปลกใหม่มากกว่าส่ิงที่ตนเองคุ้นเคย ตลอดจนสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ใหเ้ กิดข้นึ ขึ้นได้ ซง่ึ รวมถึงนวัตกรรมท่เี กย่ี วกบั การบริหารองคก์ รดว้ ย ที่มาของคลปิ : iT24Hrs ตอน แกป้ ญั หาด้วย Design Thinking ข้นั ตอน กระบวนการคิดเชิงออกแบบ ทาอย่างไร : DGTH ประโยชน์ของการคิดเชงิ ออกแบบ การคิดเชิงออกแบบมีประโยชน์มากมายทั้งต่อบุคคลไปจนถึงองค์กร ซ่ึงมีประโยชน์ในด้าน ต่าง ๆ ดงั น้ี 1. ฝึกกระบวนการแก้ไขปัญหาตลอดจนหาทางออกที่เป็นลาดับข้ันตอน: ปกติเราอาจจะมี การหาทางแก้ปัญหาแบบสะเปะสะปะ ไม่มีการหาสาเหตุ หรือการมองไม่รอบด้าน กระบวนการน้ีจะ ทาให้เรามองอยา่ งรอบคอบและละเอียดมากขนึ้ ทาให้เราเข้าใจปัญหาได้อย่างถอ่ งแท้ และแกไ้ ขไดต้ รงจุด 2. มีทางเลือกท่ีหลากหลาย: การคิดบนพื้นฐานข้อมูลท่ีมีหลากหลาย ตลอดจนพยายามคิด หาวิถีทางหรือแชร์ไอเดียท่ีดีออกมาหลากหลายรูปแบบ เพ่ือทาให้เรามองเห็นอะไรรอบด้านและ มตี ัวเลือกที่ดที ี่สุด ก่อนนาไปใชแ้ ก้ปญั หาหรือนาไปปฏบิ ตั ิจรงิ 3. มีตัวเลือกที่ดีท่ีสุด เหมาะสมที่สุด: เม่ือเรามีตัวเลือกหลากหลาย เราก็จะรู้จักคิดวเิ คราะห์ และการคิดวิเคราะห์นี้เองจะทาให้เราสามารถเลือกทางเลือกท่ีดีที่เหมาะสมท่ีสุด และมีประสิทธิภาพ มากกว่าได้ 4. ฝึกความคิดสร้างสรรค์: การแชร์ไอเดีย ตลอดจนระดมความคิดน้ัน จะทาให้สมองเราฝึก คิดหลากหลายรูปแบบ หลากหลายวิธกี าร หลากหลายมุมมอง และทาให้เราร้จู ักหาวิธแี ปลก ๆ ใหม่ ๆ ซ่งึ เปน็ พืน้ ฐานในการฝกึ ความคิดสรา้ งสรรคท์ ดี่ ี การคดิ สรา้ งสรรคแ์ ละการคิดเชิงเหตุผลจะเปน็ พื้นฐาน ทีด่ ใี นการแกป้ ัญหา ตลอดจนการบริหารจัดการเช่นกัน 5. เกิดกระบวนการใหม่ตลอดจนนวัตกรรมใหม่: มีการคิดมากมายหลากหลายรูปแบบ ตลอดจนการแชร์ไอเดียดี ๆ มากมาย การที่เราไดพ้ ยายามฝึกคิดจะทาให้เรามกั ค้นพบวิธีใหม่ ๆ เสมอ หรอื เกิดนวตั กรรมใหม่ ๆ ขึ้นมาได้เช่นกนั 6. มีแผนสารองในการแก้ปัญหา: การคิดที่หลากหลายวิธีนอกจากจะทาให้เราสามารถ วิเคราะห์เลือกวิธีท่ีดีที่สุดได้แล้ว ยังทาให้เรามีตัวเลือกสารองไปในตัว โดยผ่านกระบวนการลาดับ ความสาคัญมาเรียบร้อยแล้ว ทาให้เราสามารถเลือกใช้ทางเลือกที่หลากหลายน้ันในการแก้ปัญหาได้ ทันทว่ งที ในกรณที ่ีวิธีการเดิมท่ีเลือกไมป่ ระสบความสาเรจ็ 7. องค์กรมีการทางานอย่างเป็นระบบ: เม่ือบุคลากรถูกฝึกให้คิดอย่างเป็นระบบแบบแผน แล้วจะปลูกฝังระบบการทางานท่ีดี นั่นย่อมส่งผลให้องค์กรมีการทางานอย่างเป็นระบบ ทางานได้ มีประสทิ ธิภาพมากขึน้ และเพ่ิมศกั ยภาพใหก้ ับบุคลากรและองคก์ รไปในตวั ดว้ ย
127 กระบวนการของการคดิ เชิงออกแบบ การทาความเข้าใจในขั้นตอนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking Process) จะสามารถ ทาให้เราลาดับการปฏิบัติการ ตลอดจนรู้วิธีคิดและกระบวนการในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไปจนถึง สามารถสร้างนวัตกรรมหรือผลลัพธ์เพ่ือมาตอบโจทย์ที่ต้องการได้ ซึ่งกระบวนการของการคิด เชงิ ออกแบบในรปู แบบสากลน้นั มีการสรา้ งสรรคข์ ้นึ มาไดอ้ ย่างน่าสนใจและเป็นขัน้ ตอน ดงั น้ี 1. เข้าใจปัญหา (Empathize) คือการทาความเข้าใจกับปัญหาให้ถ่องแท้ในทุกมุมมอง ตลอดจนเข้าใจผู้ใช้กลุ่มเป้าหมายหรือเข้าใจในส่ิงท่ีเราต้องการแก้ไขนี้เพื่อหาหนทางท่ีเหมาะสมและ ดีท่ีสุดให้ได้เสียก่อน การเข้าใจปัญหาอาจเริ่มตั้งด้วยการต้ังคาถาม สร้างสมมติฐาน กระตุ้นให้เกิด การใช้ความคดิ ที่นาไปสคู่ วามคดิ สร้างสรรคท์ ี่ดีได้ ตลอดจนวิเคราะห์ปญั หาใหถ้ ้วนถ่ี เพอ่ื หาแนวทางที่ ชัดเจนให้ได้ การเข้าใจในปัญหาอย่างลึกซ้ึงและถูกต้องนั้นจะนาไปสู่การแก้ปัญหาที่ตรงประเด็นและ ได้ผลลพั ธ์ท่ียอดเย่ยี ม 2. กาหนดปัญหาให้ชัดเจน (Define) เม่ือเรารู้ถึงข้อมูลปัญหาที่ชัดเจน ตลอดจนวิเคราะห์ อย่างรอบด้านแลว้ ให้นาเอาขอ้ มูลท้ังหมดมาวิเคราะห์เพ่ือทจ่ี ะคดั กรองใหเ้ ปน็ ปญั หาทแ่ี ทจ้ ริง กาหนด หรือบ่งชีป้ ัญหาอยา่ งชดั เจน เพื่อที่จะเปน็ แนวทางในการปฏบิ ัติการต่อไป รวมถึงมแี กน่ ยดึ ในการแก้ไข ปญั หาอย่างมที ิศทาง 3. ระดมความคิด (Ideate) คือการนาเสนอแนวความคิดตลอดจนแนวทางการแก้ไขปัญหา ในรูปแบบต่าง ๆ อย่างไม่มีกรอบจากัด หรือเทคนิคท่ีเรียกว่า “Yes”/ “And” ซ่ึงควรระดมความคิด ในหลากหลายมุมมอง หลากหลายวิธีการ ออกมาให้ไดจ้ านวนมากท่สี ุด เพื่อท่ีจะเป็นฐานข้อมูลในการ ที่เราจะนาไปประเมินผลเพ่ือสรุปเป็นความคิดท่ีดีที่สุดสาหรับการแก้ไขปัญหาน้ัน ๆ ซึ่งอาจไม่จาเป็น ต้องเกิดจากความคิดเดียวหรือเลือกความคิดเดียว แต่เป็นการผสมผสานหลากหลายความคิดให้ ออกมาเป็นแนวทางสุดทา้ ยท่ีชัดเจนก็ได้ การระดมความคดิ นยี้ ังช่วยให้เรามองปัญหาได้อย่างรอบด้าน และละเอียดข้นึ รวมถึงหาวธิ กี ารแก้ปญั หาได้อย่างรอบคอบขึ้นดว้ ย 4. สร้างต้นแบบท่ีเลือก (Prototype) หากเป็นเร่ืองการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรม ข้ัน Prototype น้ีก็คือการสร้างต้นแบบเพ่ือทดสอบก่อนท่ีจะนาไปผลิตจริง การสร้างต้นแบบอาจเป็น การเขียนภาพร่างหรือแบบร่าง (sketch) เพื่อจาลองผลิตภัณฑ์/ ชิ้นงานนั้นออกมา หรือทาการสร้างโมเดล ชน้ิ งานจริงออกมาก็ได้ ส่วนงานดา้ นอ่ืน ๆ การสร้าง Prototype ก็คือการลงมือปฏบิ ัตหิ รือทดลองทาจริง ตามแนวทางที่ได้เลือกแล้ว ตลอดจนสร้างตน้ แบบของปฏิบัตกิ ารทเ่ี ราต้องการจะนาไปใชจ้ รงิ 5. ทดสอบ (Test) เป็นขั้นที่ทาการทดลองนาต้นแบบหรอื ข้อสรุปท่ีจะนาไปใชจ้ ริงมาปฏิบัติ ก่อน เพ่ือทดสอบประสิทธิภาพ ตลอดจนประเมินผล จากนั้นจึงนาเอาปัญหาหรือข้อดีข้อเสียท่ีเกิด ขึ้นมาปรบั ปรุงแก้ไขกอ่ นนาไปใชจ้ ริงอีกครงั้ นั่นเอง
128 ทีม่ าของคลิป: Chula Alumni ตอน สตู รลบั นวตั กรรม ดว้ ยความคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) : คุณกวี วุฒิ เตม็ ภวู ภทั ร การคิดเชงิ ออกแบบกับชวี ติ ประจาวนั การเปน็ นกั ออกแบบต้องรู้จักตั้งคาถาม แต่เปา้ หมายของการต้งั คาถามตามแนวคิดการคิดเชิง ออกแบบนั้น ม่งุ เนน้ การต้งั คาถามเพอ่ื ปรับมมุ มอง (Reframe) คนสว่ นใหญท่ ่ัวไปมกั จะเริม่ ต้นทาอะไร ใหม่ ๆ เพราะเกิดปัญหา แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการคิดเชิงออกแบบแนะนาว่าควรเริ่มต้นจากคน เริ่มต้น จากพยายามเข้าใจคน น่ันหมายความว่า หากเราเข้าใจคนที่จะมาใช้ผลิตภัณฑ์นั้น ๆ เราจะตีโจทย์ได้ ถูกตอ้ ง แล้วจึงระดมสมองหาแนวทางใหม่ ๆ และทดลองทาต้นแบบท่ีเหมาะกับคนเหล่านั้น ซ่ึงน่ีเป็น วิธกี ารปรบั มุมมองน่ันเอง อีกตัวอย่างของคาถามที่ทุกคนมักได้ยินเสมอ “โตข้ึนอยากเป็นอะไร?” อาจปรับมุมมอง คาถามใหม่เป็น “เราอยากพัฒนาตัวเองไปเป็นคนแบบใด?” เพราะชีวิตคนเราไม่สามารถกาหนดได้ ด้วยคาตอบในวันน้ีเทา่ นั้น แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน สถานการณ์แวดล้อมมกี ารเปล่ยี นแปลง ย่อมส่งผล ให้ความคิด ความต้องการของเราเปล่ียนแปลงไปด้วย ดังนั้น เพื่อให้คาถามเป็นส่ิงท่ีสามารถใช้ได้ใน ทุกสถานการณ์ และไม่เป็นพันธะสัญญากับชีวิตของเราจนกลายเป็นการบีบคั้นความรู้สึกของเรา จนเกินไป จึงควรปรับเปลยี่ นความคดิ ท่ีเปิดโอกาสให้ตวั เราเองในสภาวการณ์ท่เี หมาะสมได้ ภาพที่ 8.1 ปา้ ย “You are here” หน้าสตูดิโอออกแบบของมหาวทิ ยาลยั สแตนฟอรด์ ณ สตดู ิโอออกแบบของมหาวิทยาลยั สแตนฟอร์ดมีป้ายเขียนวา่ “You are here” แปลไดว้ ่า “คุณอยู่ที่น่ี” เป็นข้อความที่นักคิดเชิงออกแบบต้องการสื่อนัยว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มาจากที่ใด อยากมงุ่ หน้าไปทไ่ี หน เคยทาอาชีพอะไร ควรทาอาชีพอะไร หรอื กาลงั เผชิญกบั ปัญหาใด ต้องร้กู อ่ นว่า
129 “ตอนนี้เราอยู่จุดไหนและกาลังต้องการแก้ปัญหาอะไร?” ทั้งนี้ปัญหาท่ีนักคิดเชิงออกแบบเห็นว่าเป็น กับดัก เรียกว่า ปัญหาแรงโน้มถ่วง กล่าวคือ เป็นปัญหาท่ีไม่สามารถแก้ไขได้ไม่ว่าด้วยวิธีการใด ๆ ดังนั้น การเปล่ียนมุมมองด้วยการคิดเชิงออกแบบ จึงเสนอแนะว่า “... ปัญหาใดท่ีไม่สามารถทาอะไร กบั มนั ได้ สิ่งน้ันไม่ถือว่าเปน็ ปัญหา ...” แต่เปน็ เพยี งสถานการณ์หนงึ่ ๆ ท่ีฉดุ เราไวอ้ ยู่กบั ท่ี ซง่ึ เคล็ดลับ ที่เราจะหลุดจากกับดักปัญหาแรงโน้มถ่วงน้ีไปได้คือ การยอมรับความจริง ด้วยการเปิดใจยอมรับว่า สถานการณ์ท่ีกาลังเผชิญอยู่น้ันไม่สามารถแก้ไขได้ในขณะนี้ เพียงเท่าน้ีเราจะอิสระจากกับดักและ สามารถปรับมุมมอง หาทางออกทส่ี ามารถทาได้ในขณะนั้น การคดิ เชิงออกแบบในยคุ ดิจิทัล ในยุคท่ีมีการเปลี่ยนแปลงจากการใช้ดิจิทัล (Digital Disruption) อย่างท่ีเป็นอยู่ในปัจจุบัน กระบวนการคิดเชิงออกแบบได้เข้ามามีส่วนสาคัญในระดับหน่ึง ท่ีทาให้หน่วยงาน องค์กร หรือแม้แต่ ธุรกิจสตาร์ทอัพ (Startup) สามารถเกิดขึ้นและทารายได้มหาศาล โดยใช้แนวคิดการสร้างนวัตกรรม จากจุดเริ่มต้น (Raising the BAR for Innovation) ท่ีไม่ใช่เพียงการต่อยอดสิ่งเดิมที่เคยมีอยู่ แต่เป็น การมองหานวตั กรรมใหม่ที่เกิดจากจุดท่เี ปน็ ปญั หา (Pain Point) ยกตวั อยา่ งเช่น แอปพลเิ คชนั Uber เปลย่ี นโฉมการบริการรถสาธารณะสว่ นบุคคลหรอื แทก็ ซี่ (Taxi) โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ ซึ่งไม่ไดม้ องเพยี งการปรับแตง่ รถแทก็ ซใ่ี หม้ ีอุปกรณ์เครื่องมอื ท่ีทันสมัย การทาให้รถสะอาดขึ้น หรือให้บริการด้วยระบบศูนย์ท่ีดีขึ้นเท่าน้ัน แต่ Uber มองถึง ความเป็นจริงของปัญหา โดยได้ข้อสรุปว่า คนขับแท็กซ่ีซึ่งไม่สามารถให้บริการได้ตรงตาม ความตอ้ งการผ้ใู ช้ต่างหากท่ีเป็นจุดปญั หาของธรุ กิจนี้ เม่ือมมุ มองที่มีตอ่ ปญั หาเปลี่ยนไป วิธีการตา่ ง ๆ ที่จัดการกับปัญหาก็ย่อมเปล่ียนไปด้วย Uber จึงออกแบบแอปพลิเคชันเรียกรถแท็กซ่ีที่ตอบสนอง ความต้องต้องการผูใ้ ช้ เชน่ แท็กซ่ีที่พรอ้ มเดนิ ทางทกุ ท่ีทกุ เวลา แสดงคา่ โดยสารก่อนเรียกรถ บอกเสน้ ทาง การเดินรถท่ีจะไป หรือแม้แตก่ ารเลือกรูปแบบการจ่ายค่าโดยสารตามความตอ้ งการของผู้ใช้ น่ีจึงเป็น วิธีการสร้างนวัตกรรมจากจุดเริ่มต้นที่แท้จริง โดยต้องทาความเข้าใจปัญหาของผู้บริโภคอย่างถ่องแท้ แล้วจึงนาเทคโนโลยีเข้ามาเป็นเคร่ืองมือในการควบคุมและตรวจสอบการดาเนินการของธุรกิจ (LadyBee, 2563)
130 สรุป การจะเป็นพลเมืองท่ีสมบูรณ์ในยุคดิจิทัลนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าทักษะและการเข้าใจดิจิทัลใน การเข้าถึงเทคโนโลยีน้ันยังไม่เพียงพอ แต่ต้องมีทักษะในการผนวกเทคโนโลยีดิจิทัล เทคโนโลยี การสื่อสารโทรคมนาคม และวิทยาการสมัยใหม่ มาประยุกต์ในการสร้างสรรค์ข้อมูลและเปล่ียน ความคิดใหม่ ๆ ให้เป็นความจริงด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเคร่ืองมือในการพัฒนาตนเองและ สังคม ซึ่งการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) เป็นแนวคิดหนึ่งในการประยุกต์วิธีการออกแบบ ผลิตภัณฑ์ บริการ ตลอดจนนวัตกรรมใหม่ ๆ มาสู่การทางานในส่วนต่าง ๆ การแก้ปัญหาสังคมที่มี ความซับซ้อน ตลอดจนการบริหารจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากการคิด เชิงออกแบบจะเป็นประโยชน์สาหรับการสร้างสรรค์ส่ิงใหม่แล้ว ก็ยังเป็นประโยชน์ต่อการทางานที่จะ ชว่ ยใหเ้ รามรี ะบบความคดิ ทด่ี ีและพรอ้ มในการหาวธิ ีการแกป้ ญั หาใหม่ ๆ ท่ีพัฒนาอยูเ่ สมอด้วย คาถามทา้ ยบท 1. จงสรุปแนวคิดเทคโนโลยีเสมือนจริง AR/ VR มาพอสังเขป พร้อมยกตวั อยา่ งการประยุกต์ใช้ เทคโลยีมา 1 ตัวอยา่ ง 2. จงสรุปแนวคิดเทคโนโลยีคลาวด์ (Cloud Computing) มาพอสังเขป พร้อมยกตัวอย่าง การประยุกตใ์ ชเ้ ทคโลยีมา 1 ตัวอย่าง 3. จงสรปุ แนวคดิ ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาพอสังเขป พรอ้ มยกตัวอย่างการประยกุ ตใ์ ช้ เทคโลยมี า 1 ตวั อย่าง 4. จงสรุปแนวคิดอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoT) มาพอสังเขป พร้อม ยกตวั อย่างการประยุกตใ์ ชเ้ ทคโลยีมา 1 ตวั อยา่ ง 5. จงสรุปแนวคิดปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มาพอสังเขป พร้อม ยกตัวอย่างการประยกุ ต์ใชเ้ ทคโลยีมา 1 ตวั อยา่ ง 6. ให้นักศึกษายกตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในมหาวิทยาลัยสวนดุสิต มา 1 ตัวอย่าง พร้อมอธิบายว่าเป็นระบบหรือชิ้นงานอะไร ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาใด สาหรับ กลุม่ เปา้ หมายใด และมีการประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีดจิ ิทลั / วทิ ยาการสมัยใหมอ่ ยา่ งไร 7. ให้นักศึกษายกตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพ่ือแก้ปัญหาจากส่ิงต่าง ๆ รอบตัว มา 1 ตัวอย่าง พร้อมอธิบายว่าเป็นระบบหรือชิ้นงานอะไร ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาใด สาหรับกลมุ่ เปา้ หมายใด และมีการประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยีดจิ ิทลั / วทิ ยาการสมยั ใหมอ่ ย่างไร 8. กระบวนการของการคิดเชิงออกแบบ แบง่ ออกเปน็ ก่ขี น้ั ตอน อะไรบ้าง
เอกสารอ้างอิง ธาดา รัชกิจ. (3 กรกฎาคม 2562). กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) เคร่ืองมือ สาคัญของการสร้างความสาเร็จให้องค์กร. สืบค้นเม่ือวันที่ 5 กันยายน 2563, จาก https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190702-design-thinking. ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (มปป.). Big Data?. OPS.go.th. Retrieved from:https://www.ops.go.th/main/index.php/ knowledge-base/article-pr/657-big-data. ------- . (มปป.). เทคโนโลยีโลกเสมือน VR/AR/MR. OPS.go.th. Retrieved from: https://www. ops.go.th/main/index.php/knowledge-base/article-pr/675-interface-technology- vr-ar-mr. Hasso Plattner Institute of Design. (n.d.). An Introduction to Design Thinking Process Guide. Retrieved from: http://web.stanford.edu/~mshanks/ MichaelShanks/files/509554.pdf LadyBee. (3 มิถุนายน 2563). คิดอย่าง Design Thinking สร้างโอกาสอยู่รอดในยุค Digital Disruption. สืบค้นเมื่อวันท่ี 5 มีนาคม 2564, จาก https://www.thumbsup.in.th/design-thinking- digital-disruption. Gillis, A. S. (2020, February). Internet of things (IoT).Retrieved from: https://internetofthingsagenda. techtarget.com/definition/Internet-of-Things-IoT. Ranger S. (2018, December 13). What is cloud computing? Everything you need to know about the cloud explained?. Zdnet. Retrieved from: https://www.zdnet.com/ article/what-is-cloud-computing-everything-you-need-to-know-about-the-cloud.
บทท่ี 9 กา้ วทนั โลกดจิ ิทลั การเปล่ียนผ่านของเทคโนโลยีจะมีรอบการเปล่ียนผ่านเกิดขึ้นในทุก ๆ 30-60 ปี ประมาณ 120 ปีท่ีแล้ว ในปี ค.ศ. 1900 ยุคที่มนุษย์เริ่มรู้จักการใช้ประโยชน์จากพลังงานไฟฟ้า การดาเนินชวี ิต ของมนุษย์พงึ่ พาพลังงานไฟฟา้ มากข้ึน เกิดสิ่งอานวยความสะดวกตา่ ง ๆ ในการใชช้ ีวติ และการประกอบ อาชีพ มนุษย์สามารถดารงชีวิตไดท้ ั้งในเวลากลางวันและกลางคืน การใช้ประโยชน์จากพลังงานไฟฟ้า เกิดการเปลย่ี นแปลงครัง้ ใหญ่กับวถิ ชี วี ิตของมนุษย์ในยุคนัน้ อย่างมาก การเปล่ยี นผา่ นของเทคโนโลยีรอบต่อมาในปี ค.ศ. 1960 คอื การเร่มิ เข้าสูย่ คุ เซมิคอนดักเตอร์ ในยุคน้ีเกิดระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเรียกว่า ยุค desktop มีการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในงานด้านต่าง ๆ ท้งั ทางด้านธุรกิจ การศกึ ษา การแพทย์ การธนาคาร แตย่ งั มขี อบเขตการใช้งานอยู่ภายในองค์กร ในปี ค.ศ. 1990 เกิดการพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้จากเดิมการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ จากัดอยู่ภายในองค์กร สานักงาน และวงการธุรกิจ ทาให้การใช้งานคอมพิวเตอร์กระจายออกไปสู่ ชุมชนเมือง มีการใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์สื่อสารเช่ือมต่อข้อมูลมากข้ึน ย่อโลกในแคบลง เพิ่มประสิทธิภาพการทางานของระบบงานได้มากขึ้น มนุษย์รู้จักและใชป้ ระโยชน์จากคอมพวิ เตอร์ใน วงกวา้ ง และนามาใชเ้ ปน็ ส่วนหนง่ึ ของการดาเนินชวี ติ การทางาน และการทาธุรกจิ ในปี ค.ศ. 2000 เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ในสถานประกอบการ และเร่ิมนามาทางานแทนที่คนงาน นอกจากน้ียังนามาใช้ใน การทาธรุ กจิ การตดั สินใจ ทาให้เกิดนวตั กรรมทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกับการดาเนินชวี ิต การเช่อื มตอ่ ขอ้ มูล และผลักดนั ให้ก้าวเขา้ สู่การเปน็ สังคมดิจิทัลอยา่ งหลกี เล่ยี งไม่ได้ ข้อสังเกตทีเ่ กดิ ขน้ึ พบวา่ รอบการเปลี่ยนผ่านของ เทคโนโลยีส้ันลงเรื่อย ๆ จากการเปล่ียนผ่าน เม่ือ 120 ปีที่แล้ว มาเป็น 60 ปี และเป็น 30 ปี ในอนาคตคาดว่ารอบการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีจะเปลย่ี นเรว็ กว่าในอดตี ที่มาของคลปิ : ลงทุนแมน ตอน โลก Metaverse จดุ เปล่ียนอารยธรรมมนุษย์ ในปจั จุบนั กาลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีครั้งสาคัญครั้งหนึ่ง คือการเข้าสู่ยุคเมตาเวิรส์ (Metaverse) ซ่ึงเป็นยุคท่ีมีการเชื่อมต่อโลกเสมือนกับโลกจริงให้เป็นโลกเดียวกัน โดยใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์เชื่อมต่อโลกเสมือนในคอมพิวเตอร์ให้เข้ากับโลกจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบ การเชื่อมต่อคร้ังน้ีจะทาให้เกิดนวัตกรรมแบบที่คาดไม่ถึงเหมือนในภาพยนต์หลายเรื่อง ก่อนหน้าน้ี ไม่มีใครคาดคิดว่ารถยนตไ์ ร้คนขับจะเกิดขึ้นจริง แตส่ ามารถเกิดข้ึนจริงจับตอ้ งไดแ้ ล้ว รถยนตข์ ับเคล่ือน อัตโนมัติที่สมบูรณ์แบบโดยคอมพิวเตอร์ และด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ในอีกไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า
134 จักรวาลเมตาเวิร์สจะเกิดข้ึนจริง เกิดระบบนิเวศและการทาธุรกรรมในเมตาเวิร์ส มีการเรียนการสอน การใช้ชีวิต ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในเมตาเวิร์ส ด้วยเทคโนโลยีการประมวลผลท่ีรองรับการทางาน ภาพเสมือนจริงท่ีก้าวล้า ทาให้ต้องใช้ระบบคอมพิวเตอร์ความเร็วสูงท่ีเรียกว่า ควอนตัมคอมพิวเตอร์ (Quantum Computer) โดยเป็นเทคโนโลยีท่ีมาพร้อมการเปล่ียนแปลงโลกคร้ังใหญ่ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า ในปัจจุบันเริ่มมีการนาควอนตัมคอมพิวเตอร์มาใช้ใน องคก์ รกันแลว้ ที่มาของคลปิ : The Secret Source ตอน Quantum Technology เปลย่ี นโลกอย่างไร Executive Espresso EP.271 เมตาเวิร์สคืออะไร “เมตาเวิร์ส” (Metaverse) เปรียบเสมือนการนาโลกอินเทอร์เน็ตมาทาให้เป็นโลกจริง หรือ อย่างน้อยท่ีสุดก็เป็นโลกในแบบสามมิติ ท่ีผู้ใช้งานสามารถเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ได้จริงไม่เพียงแต่มอง ผ่านจอเท่าน้ัน เพ่ือให้ผู้คนพบปะ ทางาน หรือทากิจกรรมสันทนาการร่วมกันได้ ผ่านชุดอุปกรณ์ สวมศีรษะ VR แว่นตา แอปพลิเคชัน สมาร์ตโฟนและอุปกรณ์อ่ืน ๆ นอกจากน้ัน เมตาเวิร์สยัง ครอบคลมุ ชวี ิตออนไลน์ดา้ นอน่ื ๆ อีก เชน่ การซอ้ื ของหรอื การใช้สื่อสงั คมออนไลน์ โดยเมตาเวิร์สเปน็ เหมือนววิ ัฒนาการของการเช่ือมตอ่ ระหวา่ งผูค้ นไปอีกขนั้ หนึง่ ทาให้ผ้คู นใชช้ วี ติ รว่ มกนั ในโลกเสมอื นจริง ไดเ้ หมอื นกับทใ่ี ชช้ ีวิตในโลกจรงิ สามารถทากจิ กรรมไดห้ ลากหลาย ตงั้ แตก่ ารเข้าชมคอนเสริ ์ตเสมอื นจรงิ เท่ียวออนไลน์ ชมหรือผลิตงานศิลปะ ไปจนถึงลองหรือซื้อเส้ือผ้าดิจิทัล เมตาเวิร์สถือเป็นจุดเปล่ียน ของการเรียนหรือทางานจากบ้านที่มีมากข้ึนในช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยนักเรียน นักศึกษา หรอื พนกั งาน อาจเรียนหรอื ประชมุ ร่วมกนั ไดท้ ่ีห้องเรียนหรอื สานักงานแบบเสมอื นจริง แทนการเรียน หรือการประชุมผ่านหน้าจอวิดีโอเหมือนในปัจจุบัน โดยมีการจัดสภาพแวดล้อมโลกเสมือนจริงของ ผ้คู นผ่านทางอินเทอรเ์ นต็ เป็นพื้นทีด่ ิจทิ ลั ท่ีถกู สรา้ งข้นึ ให้เหมือนจริง เหมอื นเราอยอู่ ีกโลกหนง่ึ ใชช้ ีวิต คล้ายกับอยู่บนโลกความเป็นจริง จนกลายเป็น “ชุมชนโลกเสมือนจริง” ท่ีสามารถผสานวัตถุรอบตัว และสภาพแวดลอ้ มให้เชอื่ มตอ่ กันเปน็ หนง่ึ เดียว โดยอาศัยเทคโนโลยี AR และ VR เข้ามาชว่ ยเชื่อมโยง อย่างไร้รอยต่อให้กลายเป็นพ้ืนท่ีโลกเดียวกัน โดย AR หรือ Augmented Reality คือ การนา เทคโนโลยีมาผสานโลกแห่งความจริงและวัตถุต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เช่น การสร้างตัวละคร อวทาร์ (avatar) ผ่านสมาร์ตโฟน การสร้างฟิลเตอร์กล้องถ่ายรูป การเล่นเกม Pokémon GO และโฮโลแกรมภาพ 3 มิติ เปน็ ต้น สว่ น VR หรอื Virtual Reality คอื การจาลองภาพให้เสมอื นจรงิ แบบ 360 องศา โดยอาจต้อง ใช้อุปกรณ์เสริมอย่างแว่นตา VR เพื่อจาลองการรับรู้ การมองเห็น และการได้ยินเสียงในโลกเสมือนจริง เช่น จาลองการกระโดดร่ม การขับเคร่ืองบิน และการเล่นเกมแนวต่อสู้ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนกังวลว่า facebook อาจกาลังสร้างโลกเสมือนจริงที่อาจต้องการข้อมูลส่วนตัว ของผ้ใู ชม้ ากข้นึ และอาจทาให้เกดิ การละเมิดและการเผยแพร่ขอ้ มลู เท็จมากข้นึ ซง่ึ เปน็ ปัญหาท่ีพบอยูแ่ ลว้
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171