35 ที่ให้บริการในด้านการชาระเงิน/ โอนเงิน (Payments/ Transfers) การลงทุน (Investments) และ การใหส้ นิ เช่ือและเงินทนุ (Lending & Financing) เทคโนโลยีทางการเงนิ มจี ุดเร่ิมต้นจากการนาระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในระบบงานของธนาคาร เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะความสามารถของโทรศัพท์มือถือ เทคโนโลยีการส่ือสาร และความสามารถในการเข้าถึงของบคุ คลท่ัวไป ทาให้อานาจในการทาธุรกรรม และเข้าถงึ บริการทางการเงินไมถ่ ูกจากดั อยกู่ บั สถาบันการเงินอีกต่อไป เทคโนโลยที างการเงินไดแ้ ตกแขนง ออกมาเป็นรปู แบบต่าง ๆ กัน เพอื่ ตอบสนองความต้องการทางการเงนิ ของผู้ใช้ จาแนกตามจุดประสงค์ การใช้งาน แบ่งออกได้เป็น 7 ประเภท ได้แก่ 1) ธนาคารดิจิทัล 2) การจ่ายเงิน 3) ซอฟต์แวร์สาหรับ องคก์ ร 4) การระดมทนุ 5) การลงทุน 6) ประกันภัย และ 7) สกุลเงินดิจิทลั ธนาคารดจิ ทิ ัล เม่ือกล่าวถึงเทคโนโลยีทางการเงิน เทคโนโลยีท่ีนามาใช้กับระบบธนาคารมักเป็นระบบแรกท่ี ทุกคนนึกถึง เพราะทุกคนคุ้นเคยกับการทาธุรกรรมจ่ายเงินด้วยธนาคารดิจิทัลอยู่แล้ว คนส่วนใหญ่มี การติดตั้งแอปพลิเคชันธนาคารต่าง ๆ บนอุปกรณ์มือถือ ซึ่งเทคโนโลยีทางการเงินประเภทน้ีคือ การทาธุรกรรมทางการเงนิ ในรูปแบบดิจทิ ลั ที่พัฒนาขึ้น เพื่อแก้ปัญหาการเข้ารบั บริการในสาขาของธนาคาร เพ่ือให้ลูกค้าของธนาคารสามารถทาธุรกรรมต่าง ๆ ท่ีเป็นการบริหารจัดการเงินของตัวเองได้ด้วยตัวเอง สามารถตรวจสอบยอดบัญชี โอนเงิน จ่ายบิลได้อย่างง่ายดาย โดยใช้เวลาไม่มาก ไม่ต้องเดินทาง ไปธนาคาร ไมม่ คี ิวเพอ่ื รอรับบรกิ าร อกี ทงั้ สามารถทาธรุ กรรมทางการเงินไดต้ ลอด 24 ช่วั โมง ธนาคารดิจิทัล คือ การทาธุรกรรมทางการเงินของธนาคารในรูปแบบดิจิทัล สามารถทา ธุรกรรมได้แบบออนไลน์ เป็นรูปแบบบริการหน่ึงของยุคดิจิทัลและสังคมไร้เงินสด โดยได้นามา เชื่อมโยงกับโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ เป็นต้น เพื่อรองรับการซ้ือขายออนไลน์ที่เติบโต อย่างรวดเร็ว มีการพัฒนาฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น การพัฒนา Chatbot หรือระบบตอบข้อความอัตโนมัติ สามารถส่อื สารทางการคา้ ไดส้ ะดวกมากขึ้น การจ่ายเงิน การจ่ายเงินท่ีดาเนินการอยู่ในปัจจุบัน มีท้ังการจ่ายเงินผ่านธนาคารดิจิทัล และแพลตฟอร์ม ต่าง ๆ ที่บริษัทสร้างขึ้น โดยท่ีผู้ใช้ต้องเปิดบัญชีกับทางแพลตฟอร์มจึงจะสามารถใช้งานได้ ตัวอย่างเช่น ระบบ e-Wallet ต่าง ๆ เครดิตการ์ด ซึ่งระบบการจ่ายเงินประเภทนี้ ต่างจากธนาคารดิจิทัลตรงที่ เจา้ ของแพลตฟอร์มไมใ่ ชธ่ นาคาร และให้บริการเฉพาะการใช้จ่ายเงนิ เท่าน้ัน การจ่ายเงินท่ีใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีมากมายหลายแพลตฟอร์ม เช่น เป๋าตัง, TrueMoney, mPAY, Alipay, Rabbit LinePay, ShopeePay เป็นต้น ซ่ึงระบบการจ่ายเงินน้ี รับบริการการชาระ เงิน โดยมีฟังก์ชนั การทางานให้สามารถ เติมเงิน โอนเงิน จ่ายเงินได้ โดยผู้ให้บริการไม่จาเป็นต้องเปน็ ธนาคาร การบริการชาระค่าสินค้าและบริการผา่ นช่องทางดจิ ิทลั เป็นจุดกาเนิดแนวคิด ท่ีมีจุดเดน่ ใน ด้านความสะดวก รวดเร็วในการชาระเงิน โดยลูกค้าไม่จาเป็นต้องใช้เงินสด/บัตรเครดิต/บัตรเดบิต หรือโอนผ่านบัญชีธนาคารที่ธนาคารเพื่อชาระเงินค่ าสินค้าหรือบริการแต่ละคร้ังดังเช่นใ นอดี ต
36 ซึ่งส่งผลให้ผู้ใช้งานมีความสะดวกและรวดเร็วในการโอนเงิน/ ชาระเงินต่าง ๆ และเป็นปัจจัยที่ช่วย ผลกั ดนั ให้การซ้ือขายสินคา้ ออนไลน์ มีการเติบโตเพิม่ มากขน้ึ ตัวอย่าง บริการรับชาระเงินค่าสินค้า กลุ่มผู้ให้บริการท่ีไม่ใช่สถาบันการเงิน (non-bank) เชน่ Paypal โปรแกรม Alipay โปรแกรม Rabbit Line Pay เปน็ ต้น รวมถงึ การให้บริการทางการเงิน ของ 3 ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนท่ีหลักในประเทศไทย ได้แก่ AIS ชื่อ Mpay ผู้ให้บริการ DTAC ช่ือ Jaew Wallet และ ผู้ให้บริการ TRUE ช่ือ TrueMoney Wallet ท่ีให้บริการรับชาระเงิน ค่าสินค้า/บริการทางออนไลน์จากกระเป๋าเงินเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) ท่ีลูกค้าสามารถผูกกับ บตั รเครดิต บตั รเดบิต หรือเตมิ เงนิ ไว้สาหรบั การชาระเงนิ และโอนเงินได้โดยตรง ซอฟตแ์ วร์สาหรับองคก์ ร ซอฟต์แวร์สาหรับองค์กรเป็นอีกหน่ึงเครื่องมือเทคโนโลยี ที่จะช่วยผู้ประกอบการในเร่ือง การจัดการทางด้านการเงิน ไม่ว่าจะเป็น การจัดการบัญชี ระบบจ่ายเงินเดือน ภาษี และการจัดการ พนักงาน ซึ่งครอบคลุมถึงสวสั ดิการดา้ นการเงิน โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยลดเวลาและทรัพยากร ท่ตี อ้ งใช้งาน ทาให้ประสิทธิภาพของกระบวนการภายในองคก์ รดีข้นึ ซอฟต์แวรส์ าหรับองคก์ ร ท่ีนามาใชใ้ นปัจจบุ ันคอื Enterprise Resource Planning (ERP) มี การพัฒนาไปสู่รูปแบบโปรแกรมสาเร็จรูป ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์มาตรฐาน สามารถได้รับ การติดตั้งและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหน้าที่รวบรวมส่วนประกอบทางธุรกิจต่างๆ เช่น งานวางแผน งานผลิต งานขาย งานทรัพยากรมนุษย์ และงานบัญชีการเงิน ระบบขายหน้าร้าน POS ที่ใช้ในร้านสะดวกซื้อ สามารถเช่ือมโยงส่วนงานต่างๆเข้าไว้ด้วยกัน ตรวจสอบยอดขาย จานวนสินค้า คงเหลือ ทาให้เห็นสนิ ค้าขายดี จัดโปรโมชนั เพื่อเพม่ิ ยอดขาย สามารถบรหิ ารจัดการรา้ นได้ดี เพ่ือให้มี การใช้ข้อมูลร่วมกันจากฐานข้อมูลเดียวกัน มีการใช้กระบวนการที่เป็นมาตรฐานร่วมกัน ทั้งนี้ เพ่ือ สนับสนุนการทางานกระบวนการทางธุรกิจขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และมีข้อดีคือ การรวมข้อมูลไวใ้ นฐานขอ้ มูลเดยี วกัน เพ่ือให้ข้อมูลเดียวกันสามารถใชร้ ว่ มกันท้ังองค์กรได้ การระดมทนุ เทคโนโลยีทางการเงิน ในกลุ่มธุรกรรมที่เก่ียวกับการให้สินเช่ือและเงินทุน (Lending & Financing) มีการ ให้บริการใน 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) Crowd Funding 2) Peer-to-Peer Lending และ 3) Marketplace Lending Crowd Funding เป็นการระดมทุนจากมวลชนผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน เพ่ือเป็นช่องทาง การเข้าถึงแหล่งเงินทุนสาหรับผู้ท่ีมีแนวคิดสร้างสรรค์ หรือริเริ่มโครงการเพื่อสังคมส่วนรวม แต่ไม่มี เงินทนุ ในการดาเนินการ โดยการระดมทนุ ของ Crowd Funding มหี ลายรูปแบบ เชน่ การบริจาคเงิน การจ่ายเงินเพื่อสั่งจองสินค้าในโครงการทจี่ ะผลิตออกมาขาย การให้เจ้าของนาเสนอโครงการผา่ นเว็บ ไซด์เพอ่ื ระดมทุนจากบุคคลทว่ั ไป การรว่ มลงทุนในหุ้นของบริษัทและการกยู้ มื เงนิ เป็นตน้ โดยผู้ลงทุน จะได้รับส่วนแบ่งจากการขายเป็นเปอร์เซ็นต์ หรือเป็นรายได้ในรูปของอัตราดอกเบ้ีย ตัวอย่าง ผ้ใู ห้บรกิ าร ได้แก่ Kickstarter Indiegogo กลุ่ม Dreamaker และ กลมุ่ Taejai เป็นตน้
37 P2P (Peer-to-Peer) Lending เป็นการให้กู้ยืมเงินระหว่างบุคคลกับบุคคลผ่านออนไลน์ แพลตฟอร์ม โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางทางการเงิน เช่น ธนาคารหรือสถาบันการเงิน แต่ระบบจะ สามารถเชื่อมโยงระหว่างผู้ให้กู้กบั ผกู้ ู้เงนิ โดยตรง โดยมีแพลตฟอร์มกลางท่เี ปน็ ผู้ให้คะแนนเครดติ ของ แต่ละคน ตวั อย่างผ้ใู หบ้ ริการ ไดแ้ ก่ Zopa Prosper และ Satangdee เปน็ ต้น Marketplace Lending เป็นการสนับสนุนเงินลงทุนระยะส้ันเพื่อปล่อยกู้ให้แก่ธุรกิจท่ี ต้องการเงินทุนหมุนเวียนโดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ท่ีอยู่ในแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการ เช่น Amazon และ Alibaba โดยผู้ให้บริการมีการคิดค้นและพัฒนา Credit Scoring Model เป็นของตัวเอง และมี การนาข้อมูลผู้ซื้อผู้ขายในตลาดของตัวเองมาใช้ประเมินความเสี่ยงในการผิดนัดชาระหนี้ รวมทั้งนา ข้อมูลความนิยมสินค้าและระดับสินค้าคงคลังของผู้ขายมาใช้ประเมินอัตราดอกเบ้ียในการปล่อยกู้ ระยะสนั้ 3 - 6 เดือน ตัวอยา่ งผูใ้ หบ้ รกิ าร ได้แก่ Kabbage กล่มุ Amazon lending และ Alipay Financial เทคโนโลยีเพื่อการระดมทุนสาธารณะ เป็นการระดมทุนจากบุคคลทั่วไป ระดมทุนจาก สาธารณะ โดยผ่านช่องทางสังคมออนไลน์ เพ่ือประโยชน์แก่ธุรกิจอย่างใดอย่างหน่ึง ท้ังน้ีโดยมี แพลตฟอร์มทาหน้าท่ีเป็นตัวกลางระหว่างธุรกิจกับผู้ท่ีอยากจะลงทุน ผ่านเว็บไซต์ crowdfunding ซึ่งการระดมทนุ สาธารณะนนั้ เหมาะกบั ธรุ กจิ ขนาดเลก็ อยา่ ง SME ทม่ี ปี ัญหาด้านเงนิ ลงทุน ข้นั ตอนของการระดมทุนสาธารณะ การระดมทุน มีผู้เก่ียวข้อง 3 ฝ่ายคือ เจ้าของธุรกิจผู้ต้องการเงนิ ทุน บุคคลสาธารณะท่ีต้องการ ลงทนุ และเจ้าของเวบ็ ไซตแ์ พลตฟอร์มที่เป็นตวั กลางระหวา่ งสองฝา่ ย โดยท่เี รมิ่ ต้นจาก 1. เจา้ ของธุรกจิ ท่ตี อ้ งการเงินทนุ แจ้งความประสงคแ์ ละข้อมูลผา่ นแพลตฟอรม์ 2. แพลตฟอร์มนาเสนอข้อมูล แจ้งข่าวผ่านเว็บไซต์ เพ่ือให้รู้ว่าขณะน้ีมีผู้ต้องการระดมทุน สาธารณะ 3. คนท่ีสนใจจะลงทุน แจ้งความประสงค์ที่จะลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม โดยการโอนเงินเพ่ือ เข้าร่วมทุนกับธุรกิจดังกล่าว ทั้งน้ีข้ึนอยู่กับเง่ือนไขของแพลตฟอร์มว่า ให้โอนผ่านแพลตฟอร์มหรือ โอนไปยังธรุ กจิ โดยตรง รูปแบบของการระดมทุนสาธารณะ Crowdfunding รูปแบบการระดมทุนสาธารณะนี้แบง่ ได้เป็น 4 รูปแบบคอื 1. Reward-based เปน็ การระดมทนุ ทีม่ ผี ลตอบแทนเป็นการใหส้ ทิ ธิประโยชน์แกผ่ ู้ลงทุน 2. Donation-based เสมือนการขอรับบริจาคเงินเพ่ือให้ได้เงินก้อน ซึ่งการลงทุนแนวน้ี มกั นาไปใชเ้ พอ่ื วัตถปุ ระสงค์เพอื่ การกุศล เป็นการบรจิ าคแบบให้เปลา่ ไมห่ วังผลตอบแทน 3. Equity-based เป็นการระดมทุนที่ผู้ลงทุนเสมือนเข้ามามีส่วนเป็นเจ้าของคือ ผู้ถือหุ้นใน กจิ การน้ัน ๆ และจะได้ผลตอบแทนตามอตั ราสว่ นเงนิ ที่ลงทุน 4. Lending-based เป็นการระดมทุนในลักษณะของการกู้ยืมดอกเบ้ียต่า ผู้ลงทุนได้รับ ผลตอบแทนเปน็ ดอกเบ้ยี ตามอัตราที่ตกลง เสมอื นเป็นเจ้าหน้ขี องกจิ การ ขอ้ ดขี องการระดมทนุ สาธารณะ crowdfunding 1. สร้างโอกาสใหธ้ รุ กิจขนาดเลก็ ได้มเี งนิ ลงทุนเพ่ิมขนึ้ แบบง่ายๆ 2. ทาให้เกดิ ความสมั พนั ธท์ ีด่ รี ะหว่างผ้ลู งทนุ รายยอ่ ย ทขี่ ยับขน้ึ ไปเปน็ เจ้าของธุรกจิ ร่วมกนั 3. ขั้นตอนการลงทุนร่วมกนั เปน็ ไปแบบรวดเร็ว ไมซ่ ับซ้อน
38 4. ไมต่ ้องพ่ึงพาเงินทุนจากสถาบนั การเงนิ ความเสี่ยงของการระดมทุนสาธารณะ 1. ความเสย่ี งหรือไมข่ ึน้ อยู่กับความซ่ือตรงของแพลตฟอรม์ ซงึ่ เจา้ ของธรุ กจิ และผู้ลงทุนตอ้ ง เสย่ี งเอง เนอ่ื งจากยังไม่มีกฎหมายคุม้ ครองระบบการระดมทุนแบบน้ี 2. ความเสี่ยงท่ีเกิดจากความล้มเหลวของธุรกิจเอง ผู้ลงทุนมีความเส่ียงกับการลงทุนกับธุรกิจ ทไี่ มร่ จู้ กั มาก่อน ทงั้ เจา้ ของผดู้ าเนินการ ซงึ่ ส่วนใหญเ่ ปน็ ธุรกิจเล็ก เทคโนโลยีเพื่อการระดมทุน เป็นแพลตฟอร์มตัวกลาง ระหว่างผู้ประกอบการ และนักลงทุน โดยแพลตฟอร์มที่เกิดขึ้น มีจุดประสงค์เพ่ือให้เกิดการขอ และให้เงินทุน แทนที่ผู้ประกอบการจะตอ้ ง ไปขอกสู้ นิ เชื่อจากธนาคาร กส็ ามารถระดมทุน จากนกั ลงทนุ หลาย ๆ คนได้ และนกั ลงทนุ เองสามารถ เลือกลงทุนในธุรกิจท่ีน่าสนใจ ผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าวได้ โดยแพลตฟอร์ม นอกจากจะเป็นตัวกลาง ในการเช่ือมต่อแล้ว ยังอานวยความสะดวกในเร่ืองการสมัครขอระดมทุน ตรวจสอบเครดิตและอนุมัติ ด้วย การลงทนุ เทคโนโลยีด้านการลงทุนและที่ปรึกษาทางการเงินแบบออนไลน์ ในอดีตน้ันผู้ท่ีเข้าถึงบริการ ด้านการลงทนุ สว่ นใหญจ่ ะเปน็ กลุ่มท่ีมสี นิ ทรัพย์สงู เปน็ กลุ่มผ้ทู ่อี ยใู่ นวัยทางาน แตด่ ว้ ยการพัฒนาของ เทคโนโลยีท่ีทาให้กลุ่มผู้ใช้งานได้ขยายวงกว้างมากข้ึนในการเข้าถึงการใช้งาน การลงทุน และข้อมูล ต่าง ๆ ได้ง่ายข้ึน การลงทุนมีการใช้เงินในจานวนท่ีน้อยลง อีกท้ังกลุ่มธนาคารต่าง ๆ และธุรกิจเก่ียวกับ ก าร ล งทุ นได้พัฒ น าเท ค โ นโล ยีแ ล ะแ อ ป พลิ เ ค ชั นที่ ช่ วยใ ห้ ก ลุ่ ม ผู้ มี ร า ยไ ด้ทั่ วไ ปส าม าร ถ เ ข้ า ถึ ง การวางแผนทางการเงินและการลงทุนได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างของบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินที่เชื่อถือได้ และเปน็ ทรี่ ้จู ักนัน้ ส่วนมากจะอยู่ในการบริหารงานของธนาคารตา่ ง ๆ เชน่ SCB Investment Center ธนาคารไทยพาณิชย์ K-Expert บริการให้คาปรึกษาด้านการเงินกสิกรไทย ธนาคารกสิกรไทย TMB Advisory บริการท่ีปรึกษาส่วนตัวด้านการลงทุน ของธนาคารทหารไทย Krungsri Plan Your Money ของธนาคารกรุงศรี B-Advice ของธนาคารกรุงเทพ เป็นต้น นอกจากการให้คาปรึกษาทางการเงินแล้ว ยังมีโบรกเกอร์ของธนาคารต่าง ๆ ทีใ่ ห้บริการลงทุนในหุ้นท้ังทอี่ ยู่ในตลาดหลกั ทรัพย์แห่งประเทศไทย และของต่างประเทศอีก นอกจากนี้ยังมีบริษัทท่ีไม่ได้อยู่ในสังกัดธนาคารและให้คาปรึกษาด้าน การลงทนุ อย่าง Finnomena Port Fintech เปน็ ตน้ สาหรับการลงทุนในกลุ่มธุรกิจต่างประเทศหลายแห่งได้นาเทคโนโลยี Robo-Advisor ที่มี การใช้ปัญญาประดิษญ์ (Artificial Intelligence: AI) เข้ามาใช้เรียนรู้พฤติกรรมการลงทุนในรูปแบบ ต่าง ๆ ผ่านข้อมูลสถิติและผลการวิเคราะห์ท่ีได้จากการตอบแบบสอบถามทางออนไลน์ โดย Robo-Advisor จะทาหน้าที่เลือกการลงทุนที่เหมาะสมและชว่ ยบริหารเงินลงทุนให้แบบอัตโนมัติตาม ระยะเวลาการลงทุน ระดับผลตอบแทนที่ตอ้ งการและตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยมีค่าธรรมเนียม การลงทุนท่ตี ่ากว่าการให้ปรึกษาทางการเงนิ ผา่ นพนักงาน สาหรับ FinTech ทใี่ หบ้ ริการ Robo-advisor เชน่ Wealthfront และ Betterment ของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นตน้ เทคโนโลยีท่ีจะช่วยจัดการทางด้านลงทุน ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามีแพลตฟอร์มการลงทุนที่ หลากหลายมากข้ึน ไม่ว่าจะเป็น แอปพลิเคชันลงทุนใน Private fund ทองคา กองทุนรวม รวมถึง
39 แพลตฟอร์มที่ใช้ AI ช่วยในการวิเคราะห์หุ้น หรือแม้แต่การนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์อย่าง Robo Advisor มาช่วยในการจดั พอรต์ การลงทุน (Asset Allocation) Settrade Streaming เป็นแอปพลิเคชันท่ีใช้สาหรับการซื้อขายหุ้นและอนุพันธ์ออนไลน์ใน ตลาดหลักทรพั ย์ และยงั มฟี ังก์ชนั การทางานต่าง ๆ ทอี่ านวยความสะดวกในการตัดสินใจเลือกซื้อขายหนุ้ ซ่ึงต่างจากการซ้ือขายหลักหุ้นในสมัยก่อน ต้องซ้ือขายผ่านพนักงานขาย มีการยืนยันคาสั่งซ้ือด้วยการ ลงมือชื่อเป็นหลักฐาน เม่ือมีแอปพลิเคชันนักลงทุนสามารถซอ้ื ขายเองได้ผ่านแอปพลิเคชันด้วยตนเอง ไม่ต้องผ่านพนักงานขาย และการซื้อขายหุ้นออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันยังมีค่าธรรมเนียมการซื้อขาย น้อยกวา่ การซอื้ ขายผา่ นพนักงานขายอกี ด้วย นอกจากน้ี ยังมีแอปพลิเคชันท่ีใช้สาหรับการลงทุน หุ้น กองทุน จัดพอร์ตกองทุนรวม และ บริหารกองทุนสว่ นบคุ คล Private fund เพ่ิมมากขึน้ มากมาย เชน่ Finnomena, Jitta, Wealth และ แอปพลิเคชันของบริษัทหลักทรัพย์ต่าง ๆ โดยสามารถลงทุนในหุ้นต่างประเทศผ่านกองทุนรวมตาม วัตถุประสงค์ของนกั ลงทุน ประกนั ภยั การทาประกันคือการลงทุนรูปแบบหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการทาประกันชีวิต ประกันภัยในด้าน ตา่ ง ๆ เปน็ การประกันความเสีย่ งท่อี าจเกดิ ขนึ้ ได้โดยไม่คาดฝนั การคานวณเบีย้ ประกนั มีความซบั ซอ้ น การใช้เทคโนโลยีทางการเงินเข้ามาช่วยทั้งด้านการคานวณเบ้ียประกัน ผลตอบแทน ความเสี่ยง รวมถึงอัตราส่วนลดอยา่ งเป็นเหตเุ ปน็ ผล ช่วยให้ทั้งผู้ซือ้ และผเู้ สนอขายประกนั ภยั ประกนั ชีวติ บริหาร จดั การระบบประกนั ได้ง่ายขึ้น บรษิ ัทประกันภัย ได้พัฒนาและเปล่ยี นแปลงการซ้อื ประกันภัย การเคลม สินไหม การตรวจสอบสถานะกรมธรรม์ สามารถทาได้โดยผ่านแอปพลิเคชันของบริษัทได้ โดยไม่ต้อง ผ่านพนักงานขายประกัน ไม่ต้องเดินทาง สามารถทาธรุ กรรมได้ง่ายข้ึนโดยผ่านแอปพลเิ คชนั สกุลเงินดจิ ิทัล สกุลเงินดจิ ิทัล Cryptocurrency หรือเทคโนโลยี Blockchain เป็นการสมมตชิ ุดขอ้ มูลข้ึนมา ด้วยวิธีใดวิธีหน่ึงในโลกออนไลน์ แล้วทาให้ใช้งานได้เหมือนเงินจริง สามารถใช้จ่ายได้ รวมถึง เก็งกาไรได้ด้วย โดยสกุลเงินดิจิทัลสกุลแรกท่ีถือกาเนิดมาในโลกคือ Bitcoin แต่ที่สั่นสะเทือนวงการ การเงินล่าสุดคือการประกาศเปดิ ตวั Libra สกุลเงนิ ดิจิทัลของ Facebook ที่จับมือกับผู้ร่วมทุนรายใหญ่ ทั่วโลกซง่ึ ถกู คาดการณ์ว่าจะเปน็ Technology Disruptive ท่ใี หญท่ ีส่ ุดในอนาคต การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีทางการเงินประเภทน้ี บ้างก็ถูกมองเป็นโอกาสที่จะสร้างความเท่า เทียมทางการเงิน บ้างก็ถูกมองว่าเป็นภัยต่อระบบการเงินด้ังเดิมของโลก จึงได้รับท้ังการต้อนรับและ ขับไลจ่ ากทัว่ โลก อย่างไรกด็ ี Cryptocurrency ถอื เป็นระบบการเงนิ แหง่ อนาคตท่มี ีการขยายขอบเขต ความสนใจเพมิ่ ขึ้นเรอ่ื ย ๆ การต่อยอดอย่างหน่ึงท่ีเกิดขึ้นได้คือตลาดการกู้ยืมเงิน ในปัจจุบันเราจะเห็นการกู้ยืมเงิน นอกระบบมากมาย เน่ืองจากบุคคลเหล่านี้ไม่มีประวัติทางด้านการเงินเพราะไม่มีบัญชีธนาคาร ไม่มี เงินเดือน ไม่มีรายได้ประจาท่ีแน่นอน แต่ด้วยคุณสมบัติหนึ่งของเทคโนโลยี Blockchain คือ Public Ledger ซ่ึงทาให้ทุกธุรกรรมท่ีเกิดข้ึนนั้นสามารถตรวจสอบได้ ดังน้ันทุกคนในระบบ Bitcoin จะมี
40 ข้อมูลประวัติท้ังหมดท่ีสามารถช่วยให้ผู้ปล่อยกู้สามารถประเมินความเส่ียงและเสนออัตราดอกเบี้ยที่ เป็นธรรมใหก้ ับผูก้ ไู้ ด้ ที่มาของคลปิ : beartai ตอน Social Banking การปรับตัวเขา้ สู่ยุคการเงนิ ดจิ ทิ ัล แมว้ ่าเทคโนโลยที างการเงนิ จะเขา้ มามบี ทบาทในอุตสาหกรรมการเงินต่าง ๆ ในประเทศไทย มากข้ึน อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีด้านการเงินท่ีพัฒนาไปอย่างรวดเร็วยังเป็นสิ่งท่ีต้องใช้เวลาสาหรับ ค น ไ ท ย ที่ ไ ม่ไ ด้อยู่ ในสั งคม เมื องและไ ม่คุ้น เ คย กั บก าร ใช้งานเ ท คโน โล ยีท่ี มีช่องวางทางดิจิทัลใน การปรับตัวเพ่ือเปิดรับและเชื่อม่ันในการใช้งานธุรกรรมการเงินท่ี ดาเนินการได้ด้วยตนเองจาก เทคโนโลยีดจิ ิทัล ดงั น้ัน สถาบันการเงินยังคงเป็นองค์กรที่มีความจาเปน็ ต่อระบบการเงิน แตอ่ าจต้อง มีการปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ท่ีมีการเปล่ียนแปลงผลิกผัน เพ่ือพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้มี ประสิทธิภาพและมีความคล่องตัวสอดคล้องกับพฤติกรรมทางการเงินของผู้บริโภคที่เปล่ียนแปลงไป รวมถึงเพื่อรองรับการแข่งขันด้านบริการทางการเงินสมัยใหม่ที่จะเข้ามามีบทบาทเพิ่มข้ึนอย่าง ตอ่ เนอ่ื งทง้ั ในและต่างประเทศ การปรับเปล่ียนรูปแบบของธนาคารจากรูปแบบเดิมท่ีเป็น Transaction Based มาเป็น ธนาคารเพ่ือให้คาปรึกษา Advisory Bank ในพ้ืนท่ีท่ีมีลูกค้ารายใหญ่ เน่ืองจากลูกค้ากลุ่มน้ีมีความ ตอ้ งการด้านการลงทุน ดงั น้ันจึงควรมีการพัฒนาพนักงานสาขาให้มีทักษะเชยี่ วชาญทางการเงินพรอ้ ม เป็นผู้ใหค้ าปรกึ ษาทางการเงนิ ส่วนบคุ คลในหลากหลายรูปแบบทสี่ อดคล้องต่อความตอ้ งการ เช่น การ วางแผนด้านการออม การลงทุน การขอสินเชื่อ การวางแผนด้านภาษี รวมท้ังให้พนักงานมีความ ชานาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สามารถตอบคาถามและให้ความช่วยเหลือลูกค้าใน ดา้ นตา่ ง ๆ ได้ รวมทั้งพรอ้ มให้ความร้สู าหรับการใชพ้ ร้อมเพย์ (PromptPay) ตลอดจนช่วยผลักดันให้ ลูกค้ามีประสบการณ์การใช้ช่องทางออนไลน์และ ATM เพิ่มมากขึ้นเพ่ือให้พนักงานในสาขาทาหน้าท่ี เป็นผู้ให้ขอ้ มูลหรือใหค้ าปรกึ ษากับลูกคา้ ได้มากขึน้ พฒั นาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงินภายในธนาคาร โดยธนาคารตอ้ งดาเนินการจัดให้ มีเทคโนโลยีสาหรับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและผลิตนวัตกรรมออกมาอย่างต่อเนื่องโดยไม่จากัด หนา้ ท่เี ปน็ เพียงผู้ดูแลระบบ และตอ้ งมีการนาเสนอบริการทางการเงนิ ใหต้ อบโจทย์ตามพฤติกรรมของ กลุ่มผู้ใช้บริการท่ีเปล่ียนไปตามโครงสร้างด้านประชากรศาสตร์และสังคม (Demographic and social change) โดยให้ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าโดยเฉพาะ Gen X Gen Y และ Millennials เนื่องจาก เป็นกลุ่มท่ตี อบสนองการใชธ้ ุรกรรมทางการเงนิ ในรูปแบบดจิ ทิ ัลได้ดีท่สี ดุ ร่วมมือกับองค์กรที่มีแนวคิดสร้างสรรค์และสามารถนาเสนอบริการในรูปแบบท่ีตรงใจลูกค้า หากธนาคารมีข้อจากัดในการพัฒนาเทคโนโลยี การเป็นพันธมิตรกับผู้ประกอบการ จะเป็นทางลัดให้
41 ธนาคารสร้างมูลค่าเพ่ิมให้กบั ผลติ ภัณฑแ์ ละบริการต่าง ๆ ไดร้ วดเร็วข้ึน โดยให้ เทคโนโลยีเป็นเหมอื น หน่วยธุรกิจหน่วยหนึ่งของธนาคาร ซ่ึงธนาคารสามารถใช้เทคโนโลยีรวมท้ังความคิดสร้างสรรค์เพ่ือ นาเสนอช่องทางท่ีสะดวกสบาย ปลอดภัย และมีเสถียรภาพในการทาธุรกรรมทางการเงิน รวมทั้งให้ ความรู้ด้านการจดั การทางการเงนิ ส่วนบคุ คลเพ่มิ มากขึน้ ใหก้ ับผู้รบั บริการ เทคโนโลยีท่ีเกีย่ วขอ้ งกับการพฒั นาเทคโนโลยีทางการเงนิ ปัญญาประดษิ ฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เป็นเทคโนโลยีท่ีมีความสาคัญมาก เป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจจากความฉลาดที่มีใน มนุษย์โดยนาความเฉลียวฉลาดนี้ไปใส่ในอุปกรณ์ โดยสามารถประยุกต์ใช้ AI ในการให้บริการทาง การเงินได้หลากหลาย เช่น การรู้จาตัวอักษร การอ่านข้อมูลบัตรประชาชนด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือ ช่วยเพิ่มความรวดเร็วและลดความผิดพลาดจากการกรอกขอ้ มูลผิด การรู้จาคาพูด การใชบ้ ริการ call center ที่เป็นระบบอัตโนมัติที่เพ่ิมความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการ และการเรียนรู้ของเคร่ืองท่ี สามารถเรียนรู้ และทานายข้อมูลได้ผ่านการศึกษาและสร้างอัลกอริทึมในภาคการเงินได้ โปรแกรม ตอบกลับการสนทนาผ่านตวั อักษรแบบอตั โนมัติ (chatbot) ซึ่งชว่ ยเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ และลดการใช้แรงงานมนุษย์ลง การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประเมินคุณภาพของลูกค้าผู้ขอกู้เงินด้วย AI ในการเรียนรู้ข้อมูลต่าง ๆ เช่น พฤติกรรมการใช้ชีวิต ลักษณะการใช้จ่ายและการชาระเงิน เพ่ือ วเิ คราะห์ประเมินความเส่ียงโอกาสในการผิดนัดชาระหนี้ ความสามารถในการชาระหนี้ วงเงินปล่อยกู้ ท่เี หมาะสม มาเปน็ ข้อมลู ประกอบการพิจารณา ขอ้ มลู ขนาดใหญ่ (Big Data) ข้อมลู ขนาดใหญ่ (Big Data) เช่น ขอ้ มลู ประชาชนในฐานข้อมูลทะเบยี นราษฎร์ ข้อมลู สาธารณสุข ข้อมูลการจ้างงาน ข้อมูลลูกค้าธนาคารพาณิชย์ทั้งหมด หรือข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง เช่น ข้อมูลความ สนใจของลูกค้า ข้อมูลจากการโต้ตอบปฏิสัมพันธ์ผ่านสังคมเครือข่าย ข้อมูลการรับชมภาพน่ิง ภาพเคล่ือนไหวผ่านสมาร์ตโฟน ข้อมูลขนาดใหญ่เหล่านี้ หากได้นามาวิเคราะห์และหาความเชื่อมโยงกนั ก็สามารถนามาใช้เป็นข้อมูลพ้ืนฐานสาหรับการตัดสินใจและเงื่อนไขในแอปพลิเคชันต่าง ๆ ของ เทคโนโลยีทางการเงนิ ได้ เทคโนโลยีการประมวลผลแบบกระจายศูนย์ (Distributed Ledger Technology: DLT) เทคโนโลยีที่นามาประยุกต์ใช้ คือ เทคโนโลยีบลอ็ กเชน (Blockchain) ไดน้ ามาประยุกต์ใช้ใน ภาคการเงินมากที่สุด ด้วยคุณลักษณะเด่นของบล็อกเชนท่ีทุกฝ่ายท่ีเก่ียวข้องมีข้อมูลชุดเดียวกัน โดย ข้อมูลไม่ได้ถูกจัดเก็บไว้ที่เดียว มีระบบ consensus ที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องรับทราบและยอมรับ การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูล ทาให้ข้อมลู ในระบบมีความโปร่งใส มีความน่าเชือ่ ถอื สูง สามารถตรวจสอบ ได้ตลอดเวลา และม่ันคงปลอดภัยจากภยั ไซเบอร์ โดยในภาคการเงินไทย ไดเ้ ร่ิมมีการนาบล็อกเชนมา ใช้ในการให้บริการหนังสือค้าประกัน ท่ีช่วยให้สถาบันการเงินมีกระบวนการผลิต จัดเก็บ และนาส่ง หนังสอื คา้ ประกันท่รี วดเรว็ ปลอดภัย และน่าเช่ือถือได้ดีกวา่ ในรปู แบบกระดาษ นัน่ หมายถงึ ประโยชน์
42 ต่อภาคธุรกิจที่จะสามารถม่ันใจได้ว่าหนังสือค้าประกันมีความถูกต้อง แม่นยาและลดต้นทุนใน การจัดเก็บและนาส่งหนังสือค้าประกันไปให้กับคู่ค้าอีกด้วย นอกจากน้ี ยังมีการนาเอาบล็อกเชนเข้า มาใชเ้ พ่ือการโอนเงนิ ระหวา่ งประเทศ ซ่ึงจะทาให้มีต้นทุนที่ต่า และรวดเรว็ มากข้นึ ด้วย ประโยชน์ของเทคโนโลยที างการเงนิ เทคโนโลยีทางการเงิน มีประโยชน์กับบุคคลท่ัวไปในลักษณะการขยายโอกาสการเข้าถึง บริการทางการเงินที่ทาใหค้ นท่ีไม่มีบัญชีธนาคารสามารถใช้จ่าย ทาธุรกรรม รวมถึงสามารถขอสินเช่ือ ลงทุนไดด้ ว้ ยตนเอง เทคโนโลยีทางการเงิน มีประโยชน์กับสถาบันการเงิน คือ การสร้างระบบธนาคารย่อย ๆ แบบ Mobile Banking ลงมาให้อยู่ในโทรศัพท์มือถือ เป็นอีกช่องทางในการเข้าถึงลูกค้า และเก็บ ขอ้ มลู ธุรกรรมต่าง ๆ ของลกู ค้าได้ง่ายขึน้ เทคโนโลยีทางการเงิน มีประโยชน์กับผู้ให้บริการ E-Commerce ใช้ประโยชน์ได้ทั้งใน รูปแบบของระบบ Payment จากการเช่ือมต่อ API Data และ Banking Technology ทาให้ค้าขาย ในออนไลน์งา่ ยขน้ึ จากการจ่ายเงินผ่านแพลตฟอรม์ ออนไลน์ดงั กลา่ ว เทคโนโลยีทางการเงิน มีประโยชน์ต่อนักลงทุน เอ้ือต่อการลงทุนท้ังในรูปแบบตลาดสกุลเงิน ดจิ ทิ ลั ประกันภยั และการระดมทนุ ซ่งึ ถอื เปน็ โอกาสสาหรบั นกั ลงทุนทีอ่ ยากลองลงทนุ ในรูปแบบใหม่ เทคโนโลยที างการเงิน มปี ระโยชน์ต่อผูป้ ระกอบการ ทาให้สามารถเขา้ ถงึ แหลง่ เงนิ ทุนได้ง่ายขึ้น ผ่านการระดมทุนรวมถึง สามารถจัดการบริหารระบบต่าง ๆ ในองค์กรได้ดีย่ิงข้ึน จากเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ ทีพ่ ฒั นามาเพอ่ื ใชก้ บั องค์กรโดยเฉพาะ ผลกระทบของเทคโนโลยที างการเงินตอ่ ระบบธรุ กิจ เทคโนโลยีทางการเงิน ทาให้คนท่ัวไปมีอานาจจัดการการเงินของตัวเองมากพอ ๆ กับท่ี ธนาคารสามารถทาได้ ประกอบกับมีรูปแบบการให้บริการทางการเงินที่หลากหลายและทันสมัยมากขึ้น นอกจากประโยชน์ท่ีเกิดขึ้นแล้ว ยังส่งผลกระทบให้เกิดการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว (Disruption) กบั ระบบการเงินแบบดัง้ เดิมด้วย โดยกลมุ่ ที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีทางการเงินมีมากมายตัง้ แต่ บุคคลท่วั ไป ผูป้ ระกอบการ ธนาคารและสถาบันการเงนิ ธนาคารหรอื สถาบันการเงนิ การทาธุรกรรมทางการเงิน แต่ก่อนต้องทาธุรกรรมผ่านธนาคารหรือสถาบันการเงินเท่านั้น และอยภู่ ายใตเ้ งอ่ื นไขและข้อจากัดของธนาคารแห่งประเทศไทย การรับฝากเงนิ การกู้เงนิ เป็นไปตาม เง่ือนไขของธนาคารแห่งประเทศไทย บุคคลธรรมดาบางส่วนไม่สามารถเข้าถึงธุรกรรมทางการเงินได้ ตามเง่ือนไขของธนาคาร เม่ือมีการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน สามารถเปิดกว้างให้บุคคลทั่วไป สามารถเข้าถึงธรุ กรรมทางการเงนิ ได้อย่างง่ายขึ้น มีผลการตอบแทนท่ีเกิดจากการตกลงของทุกฝ่ายอย่าง เปน็ ธรรม ดังน้ัน ธนาคารจึงมีบทบาทลดลงจากการเข้ามาของเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารทุกแห่งต้อง
43 เปล่ียนรูปแบบการให้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้น สาขาของธนาคารปิดตัวลง คู่แข่งทางธุรกิจ เพิ่มมากข้ึน เพราะผู้ให้บริการทางการเงินไม่ได้จากัดเพียงแค่ธนาคารหรือสถาบันการเงินเท่าน้ัน แต่เปน็ ท้ังบริษัท ตวั แทนเงนิ ทุน และประชาชนท่ัวไปท่ีผา่ นระบบการระดมทนุ หา้ งสรรพสนิ คา้ เมื่อการซ้ือขายออนไลน์แบบครบขั้นตอนในแพลตฟอร์มเกิดขึ้นจากความก้าวหน้าของ เทคโนโลยีทางการเงิน การซื้อขายสินค้าที่ต้องเดินทางออกไปเพื่อจับจ่ายใช้สอยจึงมีความจาเป็น ลดลง ดังจะเห็นได้จากภาพรวมมูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยแบบ B2C (Business to Customer) ธุรกิจท่ี ขายสินค้าระหว่างเจ้าของธุรกิจและผู้บริโภครายบุคคล เพิ่มขึ้นเป็น 4.02 ล้านล้านบาทในปี พ.ศ. 2562 หรือเติบโตขึ้น 6.91%สูงสุดในกลุ่มประเทศอาเซียน (สานักงานพัฒนาธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ (ETDA), 2563) การซ้ือขายออนไลน์ระหว่างผู้ขายรายย่อยกับลูกค้าโดยตรง จึงเป็นสว่ นหนง่ึ ท่ีอาจทาให้ห้างสรรพสินคา้ ไดร้ ับผลกระทบไปดว้ ย ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยที างการเงนิ ในชวี ติ ประจาวัน ธนาคารดิจทิ ัล ธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยไดเ้ พมิ่ บริการด้านโมบายแบงก์ก้ิง (Mobile Banking) เพ่อื ให้ สอดคล้องกับการพัฒนาและเติบโตของเทคโนโลยีดิจิทัล ทั้งยังอานวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ เพ่ือจัดการเก่ียวกับธุรกรรมทางการเงิน เช่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยาให้บริการแอปพลิเคชัน KMA (Krungsri Mobile App) ธนาคารไทยพาณิชย์ให้บริการแอปพลิเคชัน SCB Easy App ธนาคารกสิกร ไทยให้บริการแอปพลิเคชัน K PLUS ธนาคารทหารไทยให้บรกิ ารแอปพลิเคชัน TMB Touch ธนาคาร ออมสินให้บริการแอปพลิเคชัน MyMo By GSB Mobile Banking เป็นต้น โดยรูปแบบการให้บริการ หลักจะมีความคล้ายคลึงกันได้แก่ การโอนเงิน ถอนเงิน ตรวจสอบยอดเงินคงเหลือ ดูประวัติการ เคล่ือนไหวของบัญชี จ่ายค่าสาธารณูปโภค บริการด้านการลงทุน และบริการเสริมอื่น ๆ เนื้อหาใน เอกสารฉบบั น้ีจะยกตวั อยา่ งแอปพลเิ คชนั ของธนาคารกรงุ เทพและธนาคารกรุงไทย ทมี่ าของคลิป: Napatsarun Chatchawalanonth ตอน การใชช้ วี ิตในยคุ ดิจทิ ัล ธรุ กรรมการเงินกบั เทคโนโลยี
44 ธนาคารกรุงเทพได้เปิดให้บริการบัวหลวงไอแบงก์กิ้ง (Bualuang iBanking) มีสโลแกนว่า แอปคใู่ จ ใหช้ วี ติ ง่ายขึน้ จดั การเร่อื งเงนิ ได้ครบ จบในแอปเดียว แอปพลเิ คชันมีการปรบั ปรุงล่าสุดในปี (2563) ภายใตค้ วามสะดวกและเป็นกันเอง เพ่ือให้ใช้งานไดง้ ่ายและสะดวกขน้ึ โดยการให้บริการหลกั ผ่านแอปพิลเคชันของธนาคาร รายละเอียดดงั นี้ 1. บริการดา้ นบัญชี 1.1 เปิดบัญชีออมทรัพย์ ผู้ใช้บริการสามารถเปิดบัญชีออมทรัพย์ผ่านแอปพลิเคชันได้ และเลอื กวิธียืนยันตวั ตนท่ีสะดวกจาก 2 วธิ ี คือ 1) NDID การยนื ยันตวั ตนผา่ นแอปธนาคารอน่ื เหมาะ สาหรับคนท่ีเคยยืนยันตัวตนมาแล้ว และ 2) Be My ID ยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจาตัวประชาชน ท่ี จุดให้บริการ Be My ID ทส่ี าขาธนาคารกรุงเทพทัว่ ประเทศ 1.2 ตรวจสอบรายการเคลื่อนไหวบัญชี ผู้ใช้สามารถตรวจสอบรายการเคลื่อนไหวบัญชี เงินฝาก บตั รเดบิต บตั รเครดติ กองทนุ รวม และพันธบตั รได้ทันที 1.3 เพิ่มบัญชเี งินฝาก เพ่มิ บตั รเครดิต กองทุนรวม พันธบัตร และสนิ เชอื่ บวั หลวง 2. บริการบตั รเครดติ ตรวจสอบยอดการใช้จ่ายบัตรเครดิต เช็คคะแนนสะสม เปิดการใช้งานบัตรเครดิต ตรวจสอบวงเงินคงเหลอื หรือแจ้งเตอื น (mAlert) เม่อื ถึงวันครบกาหนดชาระ 3. บริการโอน/ จา่ ย/ เติม/ ถอน 3.1 บริการโอนเงิน (Transfer) ผู้ใช้บริการสามารถโอนเงินได้จากเมนูลัดหรือหน้าแสดง บญั ชี อีกท้ังยังสามารถคัดลอกเลขทบี่ ัญชีและวางได้อย่างสะดวก เลือกโอนเงินบัญชีตนเอง โอนเงินไป บัญชีผูอ้ นื่ โอนเงนิ พรอ้ มเพย์ หรือโอนเงินเบอรม์ อื ถือเอม็ แบงก์กิง้ ได้ 3.2 บริการควกิ เพย์ (QuickPay) ผใู้ ช้บริการสามารถใช้แอปพลิเคชนั ในการจ่ายคา่ สนิ ค้า และบริการ เพียงแค่เปิดแอปพลิเคชันและสแกนจ่าย ลดข้ันตอนในการทาธุรกรรม โดยไม่ต้องใส่ รหัสผา่ น พรอ้ มกาหนดวงเงนิ ได้สงู สดุ วันละ 5,000 บาท 3.3 บริการจ่ายเงิน ผู้ใช้จ่ายบิลบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ สแกนคิวอาร์โค้ด/บาร์โค้ด คน้ หาผใู้ หบ้ ริการไดง้ ่าย ดว้ ยโลโก้ หรือเลือกค้นหาตามความนยิ ม หมวดหมธู่ ุรกิจ หรือช่อื บริษทั 3.4 บริการเติมเงิน (Top Up) สามารถเติมเงินได้เร็ว โดยเลือกจากเมนูลัด เลือกผู้ ให้บริการ เลือกเติมเงนิ ได้ทง้ั เบอรม์ ือถือ e-Wallet บัตรทางด่วน และผใู้ ห้บริการอ่ืน ๆ 3.5 บริการถอนเงิน (Withdrawal) ผู้ใชบ้ ริการสามารถเลือกใช้บริการถอนเงินสดโดยไม่ ใช้บัตรผ่านเครื่องเอทีเอ็ม เพียงทารายการถอนเงินและสแกนคิวอาร์โค้ดผ่านโมบายแบงก์กิ้ง ท่ีเคร่ือง บวั หลวงเอทีเอม็ ทั่วประเทศ 3.6 บริการถอนเงินผ่านตัวแทนธนาคาร ผู้ใช้สามารถถอนเงินสดได้ง่าย ๆ เพียงสร้าง รายการถอนเงิน พร้อมสเเกนคิวอาร์ โค้ด/ บาร์โค้ด บนโมบายแบงก์กิ้ง และทารายการกับเจ้าหน้าท่ี แคชเชยี ร์ ที่ 7-Eleven สาขาใกล้คณุ 4. บริการด้านการลงทนุ 4.1 บริการลงทุนในกองทุนรวม ผู้ใช้สามารถซ้ือ/ ขาย/ สับเปลี่ยนหน่วยลงทุนได้ทันที ตดิ ตามผลการลงทุนในกองทุนตา่ ง ๆ
45 4.2 บริการซื้อพันธบัตรรัฐบาล ส่งคาสั่งซ้ือพันธบัตรรัฐบาลได้ตลอด 24 ช่ัวโมง เลือกซื้อ พนั ธบัตร และเลอื กบญั ชีทต่ี อ้ งการใช้หกั เงนิ ได้สะดวก 4.3 บริการซ้ือหลักทรัพย์ สร้างโปรไฟล์จองซื้อหลักทรัพย์ และเลือกซ้ือหลักทรัพย์ ประเภทหุน้ กู้/ ห้นุ สามญั / IFF/ REIT ที่อยรู่ ะหว่างเปดิ ขายได้อย่างสะดวก 5. บรกิ ารอืน่ ๆ 5.1 บริการแรบบิทไลน์เพย์ ผู้ใช้บริการสามารถล็อกอินด้วยบัญชีไลน์ เช็คยอด และเติม เงินแรบบิทไลน์เพย์ ตรวจสอบเท่ียวเดินทางดว้ ยรถไฟฟ้าบีทีเอสไดส้ ะดวก แสดงยอดเงินคงเหลือและ เงนิ ทไี่ ด้ชาระในการบริการ ผา่ นแอปพลเิ คชนั LINE สามารถนาไปชาระค่าบริการแทนเงินสด 5.2 บริการเวสเทิร์นยูเน่ียน ผู้ใช้บริการสามารถสมัครใช้บริการ และรับเงินโอนจาก ตา่ งประเทศเขา้ บัญชีได้ 5.3 บริจาคเงินอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ใช้บริการสามารถบริจาคเงินให้กับวัด โรงพยาบาล สถานศกึ ษา และองคก์ รการกศุ ลอ่ืน ๆ ทั่วไทย สามารถนาไปลดหยอ่ นภาษไี ด้ 5.4 บริการเตือนเพ่ือจ่าย (PayAlert) ผใู้ ช้สามารถเปิดใชบ้ ริการ เพื่อส่ง-รับข้อความแจ้ง เตือนผ่านพรอ้ มเพย์ ชว่ ยให้ไมพ่ ลาดการโอนจ่ายเงินให้กนั 5.5 บริการแจ้งเตือน (mAlert) แจ้งความเคลื่อนไหวของบัญชี แจ้งเตือนการชาระเงิน และแจ้งเตอื นดา้ นความปลอดภยั ในการใชง้ าน ผา่ นแอป ขอ้ ความ SMS และอีเมล 6. สมคั รบริการ 6.1 บริการพร้อมเพย์ สมัครใช้พร้อมเพย์รับเงินเข้าบัญชีได้สะดวก โดยใช้เลขประจาตัว ประชาชน/ หรอื หมายเลขโทรศพั ท์ที่ผูกกับเลขทบ่ี ญั ชธี นาคารทีต่ อ้ งการรบั เงินโอน 6.2 บริการเบอร์มือถือเอ็มแบงก์ก้ิง โอนและรับเงินระหว่างผู้ใช้บัวหลวงเอ็มแบงก์ก้ิง โดยใชห้ มายเลขโทรศัพท์ สมคั รใชบ้ ริการและเลอื กบญั ชที ่ีต้องการรับเงินโอน 7. การตั้งค่า แอปพลเิ คชนั สามารถจัดการรายการทีใ่ ชบ้ ่อย เพิ่มลด ปรับแตง่ ได้ สามารถเปลีย่ นรหสั ผา่ น ได้ เปล่ียนแปลงวงเงินโอนและจ่ายเงินต่อวันได้ รวมถึงต้ังค่าการใช้งานด้วยการสแกนลายน้ิวมือ/ ใบหน้า หรือบนั ทึกสลปิ อตั โนมัตไิ ด้ รวมถึงจัดการและลบอปุ กรณท์ เี่ คยใช้บริการติดตงั้ แอปพลเิ คชนั ได้ ธนาคารกรุงไทยได้เปิดให้บริการ Krungthai NEXT ให้ผู้ใช้ทารายการธุรกรรมทางการเงิน ดว้ ยตนเอง ไดท้ ุกที่ ทุกเวลา ใชง้ านง่าย ท้ังเรียกดูบญั ชี โอนเงิน ชาระเงิน และบริการทางการเงินอ่นื เสมือนทาธุรกรรมทางการเงินท่ีธนาคารด้วยตนเองตลอด 24 ชั่วโมง แอป Krungthai NEXT ได้ถูก ออกแบบให้มีความปลอดภัย พร้อมทั้งนาเทคโนโลยีมาช่วยให้การทาธุรกรรมทางธนาคารใช้งานง่าย และ สะดวกมากข้ึน เช่น การลงทะเบียนเข้าใช้งาน Krungthai NEXT โดยการยืนยันตัวตนด้วย ใบหน้า ไม่จาเป็นต้องใช้ Username/Password ค้นหาหน่วยงานท่ีต้องการชาระค่าสินค้าง่ายขึ้น พร้อมท้ังนาเทคโนโลยี AI มาช่วยตอบโจทย์ Lifestyle ของผู้ใช้มากขึ้น โดยการให้บริการหลักผ่าน แอปพลเิ คชันของธนาคาร รายละเอยี ดดังน้ี
46 1. บริการเปิดบัญชีออนไลน์ ผู้ใช้สามารถเปิดบัญชีออนไลน์ บัญชี NEXT Saving ได้บน Application Krungthai NEXT โดยการกรอกข้อมูลส่วนตัวพร้อมข้อมูลตามบัตรประชาชน และ ยนื ยนั ตัวตนดว้ ยการสแกนใบหน้า 2. บริการโอนเงิน ผู้ใช้สามารถโอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน โดยการลงทะเบียนเข้าใช้งานโดย การยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า ไม่ต้องกังวลเรื่อง Username และ Password และสามารถต้ังค่าการ โอนเงิน เติมเงิน จ่ายเงินล่วงหน้าได้สูงสุด 24 เดือน และสามารถปรับเปล่ียนเมนูลัด รายการโปรด และรปู โปรไฟล์ ตามความพอใจได้ 3. บรกิ ารถอนเงินไม่ใชบ้ ตั ร ผูใ้ ชส้ ามารถทารายการถอนเงินผ่านแอป Krungthai NEXT เพอ่ื สร้างรหัสถอนเงิน (Withdrawal Code) แล้วนาไปถอนเงินจากเคร่ือง ATM ของธนาคารกรุงไทยได้ โดยไมต่ อ้ งใชบ้ ัตร 4. บริการจ่าย ผู้ใช้สามารถจ่ายบิล ค่าสาธารณูปโภคและอ่ืน ๆ เติมเงิน จ่ายค่าบัตรเครดิต โดยการค้นหาผู้ให้บริการได้ง่าย ด้วยโลโก้ หรือเลือกค้นหาตามความนิยม หมวดหมู่ธุรกิจ หรือช่ือ บรษิ ทั ไดส้ ะดวก 5. บริการบัตรเครดติ แอปพลิเคชนั สามารถเช่อื มโยงขอ้ มูลบตั รเครดติ กรงุ ไทย KTC เข้ามายัง แอปพลิเคชันเพ่ือตรวจสอบยอดการใช้จ่ายบัตรเครดิต เช็คคะแนนสะสม เปิดการใช้งานบัตรเครดิต ตรวจสอบวงเงินคงเหลอื 6. บริการกองทุน ผู้ใช้สามารถเปิดบัญชีกองทุน เปิดหน่วยลงทุน ซื้อกองทุน ขายกองทุน สบั เปลยี่ นกองทนุ ยกเลกิ ธรุ กรรม พรอ้ มซื้อ SSF RMF เพื่อลดหยอ่ นภาษไี ดท้ ันที 7. บริการอ่ืน ผู้ใช้สามารถรับดอกเบ้ียสูงตามเง่ือนไขของธนาคาร เม่ือเปิดบัญชีเงินฝากออม ทรัพยอ์ อนไลน์ และซ้อื ประกนั และตรวจสอบกรมธรรมผ์ ่านแอปพลเิ คชันไดท้ กุ ทที่ ุกเวลา การจ่ายเงิน แอปพลิเคชัน เป๋าตัง เป็น E-Wallet เป็นแอปพลิเคชันท่ีรัฐบาลใช้สาหรับร่วมกิจกรรม โครงการช่วยเหลือต่าง ๆ เช่น โครงการชิม ช้อป ใช้ โครงการเราเท่ียวด้วยกัน โครงการคนละครึ่ง โครงการเราชนะ เป็นต้น ซ่งึ ถือเปน็ จุดเดน่ ของแอปพลเิ คชนั นี้ นอกจากนี้บรกิ ารที่ธุรกรรมทางการเงิน เช่น โอนเงิน เติมเงินมือถือ ชาระค่าน้าค่าไฟ ชาระสินค้าไปรณีย์ไทย เป็นต้น โดยผู้ใช้สามารถดาวน์ โหลดและติดต้ังใช้งานได้ทันทีเพียงมี รหัสผู้ใช้งานหรือลงทะเบียนใช้งานแอปพิลเคชัน Krungthai NEXT หมายเลขบัตรเอทีเอ็ม/เดบิตกรุงไทย หรือ บัตรประจาตัวประชาชน ก็สามารถลงทะเบียนใช้ งานเป๋าตังได้ รวมถึงสามารถใช้สิทธติ ามมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ผ่าน G-Wallet และลงทุนใน พันธบัตรหน่วยละบาทกับวอลเล็ต สบม. (สะสมบอนดม์ ่ังค่ัง) ลูกค้า กยศ. สามารถดยู อดหนี้และยอด ชาระได้ ชาระค่าสินค้าและบริการกับร้านท่ีร่วมรายการได้ เมื่อผู้ใช้บริการดาเนินการตามข้อกาหนด ของแอปพลิ เคชนั เรียบร้อย ลงชือ่ เขา้ ใชง้ าน ความสามารถของแอปพลเิ คชันเป๋าตัง มรี ายละเอยี ดดงั ตอ่ ไปน้ี 1. ใชจ้ า่ ย G-Wallet ตามสทิ ธโิ ครงการทร่ี ้านคา้ ถงุ เงินท่ัวประเทศ (ตามเงื่อนไขของโครงการ) - สแกน QR Code เพ่ือชาระเงนิ จาก G-Wallet เพื่อใชจ้ ่ายตามสิทธโิ ครงการ - สรา้ ง QR Code เพือ่ เตมิ เงินเขา้ G-Wallet เพอ่ื ใช้จา่ ยตามสิทธโิ ครงการ และโอน เตมิ จ่าย
47 - ใชเ้ งนิ จาก G-Wallet ทารายการ โอนเงิน เตมิ เงนิ จ่ายบิล โอนเงินพร้อมเพย์ และสแกน QR - ผกู บัตรเครดติ บน G-Wallet ตามสิทธโิ ครงการ เพอื่ ใชจ้ า่ ยทีร่ ้านคา้ ถงุ เงนิ ท่ีร่วมโครงการ 2. วอลเล็ต สบม. เพื่อลงทนุ ในพนั ธบตั รหน่วยละบาท - สมัครบริการวอลเล็ต สบม. เพ่ือลงทุนในพันธบัตรหน่วยละบาท รองรับผู้ใช้งานต้ังแต่ 15 ปีบริบรู ณ์ข้นึ ไป - สามารถซ้อื พนั ธบตั รหนว่ ยละ 1 บาท ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตงั ได้ - เปล่ยี นแปลงข้อมูลผูล้ งทนุ 3. บริการกระเปา๋ สุขภาพ Health Wallet - ตรวจสอบขอ้ มูลสทิ ธแิ ละเงอ่ื นไขการใชบ้ ริการด้านหลักประกันสุขภาพของตนเอง - รองรบั การนดั หมายเพื่อเข้ารับบรกิ ารลว่ งหน้ากบั หน่วยบริการ - รองรบั การคน้ หาหนว่ ยบรกิ ารทอ่ี ยใู่ กลค้ ุณ - ดขู ้อมลู ประวตั ิการใชส้ ิทธปิ ระโยชน์ - บริการแจง้ เตอื นนดั หมายหรือเปลีย่ นแปลงลว่ งหน้า 4. ฟีเจอรส์ าหรบั ลกู คา้ ธนาคารกรุงไทย - โอนเงิน ใช้งานง่าย จบได้ไม่กี่ขั้นตอน พร้อมระบบความปลอดภัยระดับสูงที่ทาให้คุณ ม่ันใจในทกุ ครงั้ ท่โี อน - เติมเงิน เติมได้ง่าย ทุกค่ายมือถือ พร้อมบริการสาหรับตัวแทนเติมเงินมือถือ True และ Dtac รวมถงึ ค่าทางดว่ น Easy Pass หรอื M-Pass - จา่ ยบลิ ได้ครอบคลุมทกุ ค่าใช้จา่ ย ไม่ว่าจะเป็นสาธารณปู โภคตา่ ง ๆ เช่น ค่านา้ คา่ ไฟฟ้า (การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) ค่าโทรศัพท์ ค่าบัตรเครดิต รวมไปถึงบิลภาครัฐต่าง ๆ เชน่ เงินกู้ กยศ. คา่ ปรับจราจร - กรุงไทย เติมบุญ (e-Donation) สแกนบริจาคผ่านแอป รับใบอนุโมทนาทางอีเมลได้ ทันที พรอ้ มสง่ ขอ้ มลู เพื่อใชล้ ดหยอ่ นภาษี - รองรบั การสแกน QR Code เพอื่ โอนเงินหรอื ชาระเงนิ ตามมาตรฐานธนาคารแหง่ ประเทศไทย - รองรับการสรา้ ง QR Code เพ่ือรบั เงนิ ตามมาตรฐานธนาคารแห่งประเทศไทย - รองรบั การสรา้ งสลปิ ท่มี ี QR Code สาหรบั ตรวจสอบรายการ และสแกนตรวจสอบสลิป ทม่ี ี QR Code สาหรบั ตรวจสอบรายการ - บันทกึ สลปิ รายการลงโทรศัพทม์ ือถือโดยอัตโนมัติ และแชรไ์ ปผ่านทาง Social Network ได้ - ควบคุม ทุกยอดใช้จ่ายด้วยการกาหนดวงเงินสูงสุดต่อวัน พร้อมตรวจสอบยอดธุรกรรม ย้อนหลงั ไดถ้ ึง 3 เดอื น - รองรบั บริการพเิ ศษ สาหรบั ลูกคา้ กยศ. ในการดขู ้อมลู และชาระเงิน - รองรับการสมัครแจ้งเตือนเงินเข้า-ออกผ่านไลน์ ด้วยการเช่ือมโยงกับบัญชี Line Official ชื่อ Krungthai Connect ท่รี ายงานสถานการณท์ ารายการทางการเงนิ
48 แอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet แอปพลิเคชัน TrueMoney เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัล (e-Wallet) จากบริษัท True Corporation ประเภท Non-Bank โดยผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดและติดต้ังใช้งานได้ทันที โดยไม่จากัดเครือข่ายของ โทรศัพท์มือถือ แอปพลิเคชัน TrueMoney สามารถใช้บริการกับร้านค้าจานวนมาก เช่น ร้าน 7-11 ร้านอาหาร ชาระค่าโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต ค่าน้า ค่าไฟ เบี้ยประกัน ชาระค่าบัตรเครดิต เติมเงินเกม ซือ้ ตวั๋ ภาพยนตรใ์ นเครือ Major สวนดสุ ติ Homebakery เปน็ ต้น โดยการใชบ้ ริการแอปพลิเคชันต้อง ทาการเติมเงิน การเติมเงินสามารถทาได้หลายช่องทาง เช่น บัตรเติมเงิน โอนผ่านตู้ ATM ตู้ทรูมันน่ี และการผกู บญั ชธี นาคาร เปน็ ตน้ ความสามารถของแอปพลเิ คชัน TrueMoney มรี ายละเอยี ดดังต่อไปน้ี 1. การเตมิ เงนิ (Add Money) สามารถเติมเงินเข้า TrueMoney ผ่าน บญั ชีธนาคารทผี่ กู ไว้ กับ True Money หรอื เตมิ เงนิ ผ่าน Counter บริการของ 7-11 ผา่ นตู้บุญเตมิ 2. การชาระค่าสนิ ค้าและบรกิ ารดว้ ยการ Scan QR code ของร้านคา้ หรือแสดง QR Code เพ่อื ใหร้ า้ นค้าใชเ้ ครื่องอ่านเพื่อตัดเงนิ ใน True Money การลงทุน แอปพลิเคชัน Settrade เป็นแอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยบริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จากัด เพื่อเป็นเคร่ืองมือรองรับการลงทุนสาหรับผู้ที่มีความสนใจในการลงทุน สามารถติดตาม ข้อมูลการซื้อ ขายหลักทรัพย์ อนุพันธ์ กองทุน ข่าวสารการลงทุนหรือบทความที่น่าสนใจ รวมถึงผู้ใช้งานสามารถ เลือกใช้เคร่อื งมือตา่ ง ๆ เพ่ือใหส้ ามารถใช้ศึกษา วิเคราะห์ และเตรยี มความพร้อมสาหรับการลงทุนได้ โดยมกี ารจาลองพอร์ตการลงทุนให้ทดลองใชง้ าน (SalaryInvestment, 2561) ความสามารถของแอปพลิเคชนั Settrade มีรายละเอียดดงั ตอ่ ไปนี้ – เมนู Market ติดตามข้อมูลภาพรวมการซื้อขายหลักทรัพย์และอนุพันธ์ ข้อมูลการ จัดลาดับของหลักทรัพย์ อนุพันธ์และกองทุน รวมถึงบันทึกหลักทรัพย์ อนุพนั ธ์และกองทุนในรายการ Favorite – เมนู Quote เรียกดูข้อมูลการซ้ือขายและข้อมูลสถิติต่าง ๆ ของหลักทรัพย์ อนุพันธ์และ กองทุน แบบรายตัว – เมนู Backtesting ตรวจสอบผลตอบแทนบนหลักทรัพย์หรือกองทุนท่ีสนใจ จากการ จาลองลงทุนแบบ DCA (ลงทนุ แบบถัวเฉลย่ี ต้นทุน) โดยใชข้ ้อมลู ย้อนหลงั – เมนู Simulation ทดลองใช้เคร่ืองมือต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสาหรับการลงทุน ประกอบดว้ ย Virtual Portfolio พอรต์ การลงทนุ จาลอง และ Click2Win โปรแกรมทดลองส่งคาสั่ง ซ้ือขายด้วยข้อมลู ราคาตลาดจรงิ – เมนู More อา่ นข่าวสารการลงทนุ บทวิเคราะห์ และบทความทนี่ า่ สนใจ พร้อมทง้ั สามารถ link เชอ่ื มโยง ไปยงั Websites ทีเ่ กีย่ วข้อง และ SET Social Media – เมนู Notification รับการแจ้งเตือนข่าวประกาศจากตลาดหลักทรัพย์ และข่าวประกาศ จากบริษัทจดทะเบียนท่อี ยใู่ นรายการ Favorite
49 แอปพลิเคชัน Streaming แอปพลิเคชัน Streaming ให้บริการสาหรับการลงทุนซ้ือขายหุ้นและอนุพันธ์แบบ Multi- Market ไดง้ า่ ย รวดเรว็ และปลอดภยั ทอ่ี อกแบบและพฒั นาขึ้นโดยบริษทั เซ็ทเทรด ดอท คอม จากัด มีท้ังระบบซ้ือขายผ่านทางอินเทอร์เน็ตบนคอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน และแท็บเล็ตในทุก ระบบปฏิบัติการ โดยในแอปพลิเคชันมีให้บริการข้อมูลการลงทุนแบบเรียลไทม์ เพื่อเกาะติดภาวะ ตลาดหลักทรัพย์และดูข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อขายได้ทันทีด้วย Smart Shortcut ที่ออกแบบ ให้ใช้งานไดง้ ่ายและรวดเร็ว โดยมรี ายละเอยี ดของฟังกช์ นั ต่าง ๆ ดงั นี้ - เมนู Realtime จะแสดงขอ้ มลู ตลาดและราคาหนุ้ และอนพุ นั ธแ์ บบเรียลไทม์ - เมนู Buy/Sell สาหรบั สง่ คาสั่งซ้อื ขายหุน้ และอนุพันธ์ - เมนู Portfolio แสดงพอรตก์ ารลงทุนและสถานะคาส่งั - เมนู My Menu เปน็ คาสงั่ เพม่ิ เตมิ เช่น หนา้ จอกราฟย้อนหลัง ขา่ วเรยี ลไทมจ์ ากตลาดหุ้น การแจง้ เตอื น (ฟงั กช์ นั แตกต่างกันตามโบรกเกอร์) และตั้งค่าการใชง้ านโปรแกรม เปน็ ต้น นอกจากเมนูการซ้ือขายแล้ว แอปพลิเคชัน Streaming ยังมีหน้าจอวิเคราะห์กราฟเทคนิคท่ี สามารถเรียกดูข้อมูลได้ท้ังหุ้นและอนุพันธ์ รวมถึงดัชนีหลักทรัพย์ต่าง ๆ มี Indicators พร้อมให้ เลือกใช้กว่า 50 ชนิด และสามารถส่งคาส่ังซ้ือขายพร้อมดูกราฟทางเทคนิค เพ่ือการวิเคราะห์ได้ใน หน้าจอเดยี ว แอปพลเิ คชัน IQ Option แอปพลิเคชนั IQ Option เปน็ แอปพลิเคชันสาหรับการเทรดฟอเร็กซ์ เงนิ ดิจิทัล ออปชันดจิ ิทัล และไบนารี ของโบรกเกอร์ CFD จากโซนยุโรป ท่ีมีการพัฒนาแอปพลิเคชันสาหรับระบบปฏิบัติการที่ หลากหลายไดแ้ ก่ ระบบ Windows ระบบ Mac OS ระบบ Android และระบบ iOS และเปน็ โบรกเกอร์ ท่ีได้รับการรับรองจากองค์กร Cysec (Cyprus Securities and Exchange Commission) ซึ่งเป็น องค์กรที่ตรวจสอบโบรกเกอร์แห่งสหพันธ์ยโุ รป มีความนา่ เช่ือถืออยู่คอ่ นขา้ งมาก ผู้ใช้งานสามารถฝากถอนเงินผ่านการโอนเงินหรือผ่านบัตรเครดิตแล้วเลือกลงทุนเทรดได้ใน สินทรัพย์ท่ีหลากหลายไม่ว่าจะเป็นน้ามัน เงิน ทองคา ค่าเงิน เงินดิจิทัล โดยสามารถเทรดได้ตลอดเวลา เน่ืองจากเป็นอัตราแลกเปล่ียนของแต่ละสกุลเงิน และการเปิดทาการของตลาดหลักทรัพย์ในแต่ละ ประเทศมีช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกันอยู่ โดยที่ตลาดลอนดอนทับซ้อนกับทั้งตลาดเอเชีย (โตเกียว) และ ตลาดอเมริกา (นิวยอร์ก) ส่วนตลาดซิดนีย์ก็เปิดเมื่อตลาดนิวยอร์กปิด ดังนั้นเวลาท่ีเลือกเทรดท่ีจะ แลกเปล่ยี นกับ ค่สู กลุ เงิน จะมบี ทบาทต่อความสาเรจ็ เชน่ กัน ผู้ใช้งานท่ีต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับการเทรดค่าเงิน หรือสกุลเงินดิจิทัลอย่าง Bitcoin สกุล Ethereum หรือ Ripple ก็สามารถเร่ิมเทรดด้วยบัญชีทดลองไม่ว่าจะฝากเงินไปแล้วหรือว่ายังไม่ได้ ฝากเงนิ โดยทส่ี ามารถสลับระหวา่ งบญั ชีทดลองและบัญชีจรงิ ไดต้ ลอดเวลา อย่างไรก็ดี ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับเกี่ยวกับการเทรด forex และ binary options ดงั น้นั การเลือกโบรกเกอร์ท่นี า่ เชอ่ื ถือจงึ เปน็ สงิ่ สาคัญทีค่ วรคานงึ ให้มาก
50 สรุป การดารงชีวิตในปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการเงินเข้ามามีบทบาทมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยี ระบบธนาคาร เทคโนโลยีการจ่ายเงิน เทคโนโลยีระบบประกันภัย และเทคโนโลยีด้านการลงทุน ซึ่งเทคโนโลยีทางการเงินเป็นเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มการใช้งานอย่างกว้างขวางมากขึ้น ดังนั้น การมี ทักษะการใช้งานแอปพลิเคชันทางการเงินในรูปแบบต่าง ๆ จึงมีความสาคัญ จาเป็นต้องเรียนรู้ทา ความเข้าใจเทคโนโลยีดิจิทัลที่นามาพัฒนาในเทคโนโลยีทางการเงิน เพ่ือรู้เท่าทันเทคโนโลยี และ สามารถนามาใช้ประโยชน์และพจิ ารณาถงึ ผลกระทบทีจ่ ะเกิดขึน้ ในอนาคต เทคโนโลยีทางการเงินช่วยให้ชีวิตมีความสะดวกสบายมากขึ้น จากวิกฤตโควิด-19 ตั้งแต่ ต้นปี พ.ศ. 2563 ภาครัฐมีมาตรการท่ีหลากหลายรูปแบบเพ่ือลดการแพร่กระจายของเช้ือทาให้ผู้คน ไม่สามารถออกไปนอกเคหสถาน วิถีชีวิตเปล่ียนไป ผู้คนหันมาสั่งสินค้าออนไลน์ ขายสินค้าออนไลน์ มากขึ้น การปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างฉับพลันของทั้งผู้ให้บริการทางการเงิน ที่หันมาพัฒนาและ ปรับปรุงรูปแบบการให้บริการทางการเงินเพื่อรองรับกับคนทุกกลุ่ม และผู้รับบริการทางการเงินท่ี หันมาแสวงหาความรู้ พัฒนาศักยภาพความสามารถในการทาธุรกรรมทางการเงินและการเรียนรู้ การปรับพฤติกรรมทางการเงินจากภาครัฐเพื่อความอยู่รอด จากตัวอย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้นยังมี การให้บริการทางการเงินอีกหลายรูปแบบที่ถูกพัฒนาขึ้นให้ใช้งาน อย่างไรก็ตามในฐานะผู้ใช้งาน หรือผู้รับบริการควรศึกษาและทาความเข้าใจกับรูปแบบการทาธุรกรรมและวิธีการรักษา ความปลอดภัยของแอปพลิเคชันและไม่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพที่สามารถหลอกลวงได้ หลากหลายรูปแบบ การตั้งสติ การใช้งานแอปพลิเคชันอย่างรัดกุม ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่ารหัสผู้ใช้ และรหัสผ่านให้เป็นความลับส่วนบุคล การตรวจสอบยอดเงินทุกครั้งที่มีการใช้งาน เพ่ือให้สามารถ ใช้เทคโนโลยีทางการเงินได้อย่างมั่นใจในความปลอดภัย คาถามทา้ ยบท 1. จงสรุปแนวคดิ ธนาคารดิจิทัลมาพอสงั เขป พร้อมยกตวั อยา่ งการประยกุ ต์ใช้ 2. จงสรปุ แนวคิดการจา่ ยเงนิ มาพอสงั เขป พรอ้ มยกตัวอยา่ งการประยุกต์ใช้ 3. จงสรปุ แนวคดิ ประกันภัยมาพอสังเขป พร้อมยกตวั อย่างการประยุกตใ์ ช้ 4. จงสรุปแนวคิดการลงทุนมาพอสังเขป พร้อมยกตวั อย่างการประยกุ ต์ใช้ 5. ให้นักศึกษายกตวั อยา่ งการเปลย่ี นพฤตกิ รรมการจา่ ยเงินในชีวิตประจาวันมา 1 ตวั อยา่ ง 6. ใหน้ ักศึกษาบอกประโยชน์ของเทคโนโลยที างการเงินท่นี กั ศกึ ษาไดร้ ับมาพอสังเขป 7. ให้นักศกึ ษาบอกผลกระทบที่นักศึกษาได้รับจากการพฒั นาของเทคโนโลยที างการเงิน
เอกสารอา้ งอิง ธนาคารกรุงเทพ. (2564). โมบายแบงกก์ งิ้ จากธนาคารกรงุ เทพ. สืบค้นเมอื่ 9 มนี าคม 2564, เขา้ ถงึ ได้ จาก https://krungthai.com/th/content/personal/krungthai-next ธนาคารกรงุ ไทย. (2564). Krungthai NEXT. สบื ค้นเมอ่ื 9 มนี าคม 2564, เข้าถึงได้จาก https://krungthai.com/th/content/personal/krungthai-next. ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2564). ก้าวทนั ระบบการชาระเงินทางอเิ ลก็ ทรอนิกส.์ สืบคน้ เม่อื 1 มีนาคม 2564, เข้าถงึ ไดจ้ าก https://www.bot.or.th/Thai/Segmentation/Student/setthatat/ Doclib_presenttraining2013/ก้าวทนั ระบบการชาระเงนิ อเิ ลก็ ทรอนิกส์.pdf ------- . (2562). ภาพรวม Fintech กับระบบการเงินของไทย. สืบค้นเมื่อวันท่ี 14 มีนาคม 2564, จาก https://www.bot.or.th/Thai/BOTMagazine/Pages/256203 CoverStory.aspx บรษิ ัท G-ABLE. (2563). FinTech ความทา้ ทายโลกบรกิ ารทางการเงนิ ยคุ ใหม่. สบื คน้ เมอื่ 1 มีนาคม 2564, เข้าถึงได้จาก https://www.g-able.com/digital-review/fintech บริษัท เพียร์ พาวเวอร์ แพลตฟอร์ม จากัด. (2562). ฟินเทค (Fintech) เทคโนโลยีทางการเงิน. สืบค้น เมื่อวันท่ี 14 มีนาคม 2564, จาก https://www.peerpower.co.th/blog/investor/invest/ fintech-technology/ บริษัท ฟินโนมีนา จากัด. (2560). Fintech คืออะไร. สืบค้นเม่ือวันที่ 14 มีนาคม 2564, จาก https://www.finnomena.com/fundtalk/what-is-fintech/ วชั รากร รว่ มรกั ษ.์ (2559). Fintech กับบทบาทสถาบันการเงนิ ในยุค digital. สบื คน้ เมอื่ 1 มีนาคม 2564, เข้าถงึ ไดจ้ าก https://www.gsbresearch.or.th/wp-content/uploads/2016/07/ 3IN_hotissue_fintech_detail.pdf SalaryInvestment. (2561). รวมสุดยอด 10 แอปหุ้น ผู้ช่วยนักลงทุน…ของมันต้องมี!. สืบค้นเม่ือ 1 มีนาคม 2564, เขา้ ถึงไดจ้ าก https://salaryinvestor.com/trend/10-invest-app/
บทท่ี 4 ความรับผดิ ชอบตอ่ ตนเองและสงั คมในโลกออนไลน์ การเขา้ ใจความรบั ผิดชอบตอ่ การกระทาของตนเองในสงั คม และสงั คม ออนไลน์ 1. เข้าใจสิทธิ เสรีภาพ และความรับผิดชอบ โดยหลักแล้ว สิทธิและเสรีภาพในการใช้สื่อออนไลน์ของคนเราจะไม่แตกต่างกับสิทธิและ เสรีภาพในการใช้ส่ืออื่น ๆ เพราะถือว่าเป็นเสรีภาพในการแสดงออกผ่านสื่อ ในปฏิญญาสากลว่าด้วย สิทธิมนษุ ยชนได้มีการรบั รองเสรีภาพในลักษณะนไี้ วใ้ นขอ้ 19 ว่า “.. Article 19 Everyone has the right to freedom of opinion and expression; this right includes freedom to hold opinions without interference and to seek, receive and impart information and ideas through any media and regardless of frontiers. ..” (United Nation, 1948) ซ่ึงหมายถึง “ทุกคนมีสิทธิท่ีจะมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก สิทธินี้ รวมถึงเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยปราศจากการแทรกแซง และในการแสวงหา รับ และให้ ข้อมูลและความคิดผ่านส่ือใดๆ และโดยไม่คานึงถึงพรมแดน” ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ก็มีการรับรองการกระทาประเภทนี้เชน่ กัน ในมาตรา 34 วรรคแรก ว่า “บคุ คลย่อมมเี สรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการส่ือความหมายโดยวิธีอื่น การจากัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอานาจ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายท่ีตรา ขึ้นเฉพาะเพ่ือรักษาความมั่นคงของรัฐ เพ่ือคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความ สงบเรียบรอ้ ยหรือศีลธรรมอนั ดขี องประชาชน หรือเพอ่ื ปอ้ งกันสุขภาพของประชาชน” ดังนั้นการกระทา เช่นนจี้ ึงถอื เปน็ สทิ ธมิ นษุ ยชนขน้ั พื้นฐานเชน่ กัน แต่ในความเป็นจริง เม่ือมีเสรีภาพเกิดขึ้น เป็นท่ีแน่นอนว่าเขตแดนของเสรีภาพแต่ละบุคคล ย่อมจะชนและทับซ้อนกัน ในบางกรณีกลายเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะ อย่างยิง่ ในโลกเครอื ขา่ ยสังคมออนไลน์ทด่ี เู หมอื นวา่ เขตแดนของเสรภี าพในการแสดงความคิดเหน็ จะมี มากจนบางครั้งอาจมีมากเกินไปด้วยซ้า ความจาเป็นในการท่ีต้องกากับ ดูแล และตรวจสอบการใช้งาน รวมถงึ มาตรฐานจรรยาบรรณจึงเปน็ ส่งิ จาเป็นในสังคมออนไลน์ปจั จุบัน ในเร่ืองเกี่ยวกับการเคารพสิทธิในความเป็นส่วนตัวน้ัน จริง ๆ แล้วเป็นเร่ืองสิทธิข้ันพื้นฐาน ของคนท่ีได้รับการคุ้มครองตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2540 ซึ่งคนในสังคมสว่ นมากอาจละเลยและ ไม่ใส่ใจถึงความสาคัญของจุดนี้ ปัจจุบันรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2560 ในมาตรา 32 มีระบุเกี่ยวกับ เรื่องนี้ไว้ชัดเจนว่า “บุคคลย่อมมีสิทธใิ นความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ช่อื เสียง และครอบครัว การกระทา อันเป็นการละเมิดหรือกระทบต่อสิทธิของบุคคลตามวรรคหน่ึง หรือการนาข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้
54 ประโยชน์ไม่ว่าในทางใดๆ จะกระทามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้น เพียงเท่าที่จาเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ” ซ่ึงหากคนในสังคมให้ความสาคัญและปฏิบัติตามแล้วน้ัน ปัญหาของสังคมออนไลน์อาจมนี ้อยลงกเ็ ปน็ ไป แต่ปัจจุบัน เม่ือคนละเลยถึงการเคารพในสิทธิข้ันพื้นฐานของคนด้วยกัน รัฐจึงมีความจาเป็น ต้องจัดทากฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะ “พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทาความผดิ เก่ียวกับคอมพวิ เตอร์ พ.ศ. 2550” จึงเกิดขึ้นมาเพื่อกาหนดมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการกระทาท่ีใช้ระบบ คอมพิวเตอร์ซ่ึงก่อให้เกิดความเสียหาย กระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคงของรัฐ รวมท้ังความสงบสขุ และศลี ธรรมอันดีของประชาชน (ธรี พัฒน์ องั ศุชวาล, 2554) และไดม้ ีการปรับปรงุ เพ่ือให้เท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่รวดเร็ว เป็นฉบับท่ี 2 ในปี พ.ศ. 2560 2. เข้าใจสิทธิและเสรีภาพในความเป็นส่วนตัว (Privacy) พ้ืนท่ีสาธารณะ (Public) พ้ืนท่ีส่วนตัว (Private) ประชาชนในแตล่ ะพ้ืนท่ีของโลกใบน้ี มีความเป็นพลโลก และพลเมืองของแตล่ ะประเทศ โดยเฉพาะยุคสมัยท่ีมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นส่วนสาคัญในการดาเนินชีวิตเช่นนี้แล้ว จึงเกิดศัพท์คาใหม่เรียกว่า พลเมืองดิจิทัล อย่างไรก็ดี แต่ละพื้นท่ีพลเมืองท่ีดี คือพลเมืองที่มี ความเข้าใจในสิทธิและความรบั ผิดชอบ ซึ่งเปน็ องคป์ ระกอบสาคัญต่อการสรา้ งสังคมประชาธปิ ไตยท่ีดี พลเมืองดิจิทัลเองก็ต้องตระหนักถึงสิทธิและความรับผิดชอบของตนเช่นเดียวกัน เพียงแต่สิทธิและ ความรบั ผิดชอบในยุคดจิ ทิ ลั ไดถ้ กู ตีความและตอ่ ยอดใหส้ มั พันธ์กับการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี ท้ังนี้ สิทธิ หมายถึง เสรีภาพข้ันพ้ืนฐานท่ีรัฐบาลมีพันธะหน้าท่ีต้องปกป้องและส่งเสริม สิทธบิ างอย่างถูกบญั ญัติไวใ้ นกฎหมายระดับประเทศ ขณะท่ีสิทธิบางประการถูกรับรองไว้ในปฏิญญา สากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ซึ่งตั้งอยู่บนหลักการเรื่องอิสรภาพ ความเท่าเทียม และความเสมอภาค เช่น เสรีภาพในการแสดงความเห็น เสรีภาพในการรวมกลุ่มและการสมาคม เสรีภาพส่ือ เสรีภาพใน การนับถือศาสนา เสรีภาพในความเป็นส่วนตัว (สิทธิและความรับผิดชอบแห่งศตวรรษที่ 21, ม.ป.ป.) แต่ท้ังนี้สิทธิมีข้อจากัดและต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบในการคานึงถึงประโย ชน์ส่วนรวมและ หลกั จริยธรรม เช่น การเคารพสิทธิ ความเชอ่ื และความเห็นของผอู้ น่ื องค์การสหประชาชาติ (UN) กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) สภายุโรป (Council of Europe) ไดพ้ ัฒนาคู่มือ วา่ ด้วยสิทธิมนุษยชนสาหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตของสภายุโรป ซ่ึงอ้างอิง จากกฎบัตรว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและหลักการพ้ืนฐานสาหรับอินเทอร์เน็ต (Charter of Human Rights and Principles for the Internet) (United Nation, 2014) โดยมใี นความสรุปพอสังเขป ดงั น้ี 1) สิทธใิ นการเข้าถึงและไม่ถูกเลือกปฏบิ ัติ สิทธิในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ควรเป็นสิทธิข้ันพื้นฐานสาหรับมนุษย์ทุกคน บางประเทศ กาหนดให้การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ไม่เพียงช่วยเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมให้กับผู้ใช้ แต่ยังเสริมสร้างสิทธิมนุษยชน ข้ันพืน้ ฐานหลายอย่าง อาทิ เสรีภาพในการแสดงออก สิทธใิ นการเข้าถึงการศึกษา สิทธใิ นการสมาคม และชมุ นุมโดยสันติ สิทธใิ นการมีส่วนร่วมกบั รัฐบาล
55 ประเดน็ สาคัญทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับสิทธิในการเขา้ ถงึ และไมถ่ กู เลอื กปฏิบตั ิ ได้แก่ - การใช้ประโยชนจ์ ากส่ือดจิ ิทลั เพอื่ คนทัง้ มวล - คุณภาพบรกิ าร - เสรภี าพในการใช้ซอฟตแ์ วร์ และระบบปฏบิ ตั กิ าร - ความเปน็ กลางของเครอื ขา่ ย 2) เสรภี าพในการแสดงความเห็นและการเข้าถงึ ข้อมูล เสรีภาพในการแสดงออกเป็นสิทธิที่มีความสาคัญต่อสังคมประชาธิปไตยและ การพัฒนาของมนุษย์ หลักการสากลยืนยันถึงสิทธิในการแสดงตัวตน มุมมอง ความคิด ความเห็น รวมทั้งสิทธิในการเข้าถึงและเผยแพร่ข้อมูล/ ความเห็นของผู้อื่นบนโลกออนไลน์ได้อย่างเสรี เสรีภาพ ดังกล่าวครอบคลุมถึงการพูดทางการเมือง มุมมองทางศาสนา ความเห็นและการแสดงออกท่ีไม่สร้าง ความขุ่นเคือง ซ่ึงต้องพิจารณาควบคู่กับเงื่อนไขอื่น ๆ เช่น กฎหมายและวัฒนธรรมในแต่ละประเทศ อย่างไรก็ดีเสรีภาพในการแสดงความเห็นไม่ใช่สิทธิท่ีไร้ข้อจากัด ทว่าต้องคานึงถึงสิทธิอ่ืน ๆ เข้ามา พจิ ารณาร่วมด้วย เช่น สิทธิในการปกปอ้ งชื่อเสียงและความเป็นส่วนตัวของผู้อ่ืน รวมถึงผลประโยชน์ สาธารณะด้วย ประเด็นสาคญั ท่ีเกีย่ วขอ้ งกับเสรภี าพในการแสดงความเหน็ และการเข้าถงึ ข้อมลู ไดแ้ ก่ เสรีภาพจากการเซ็นเซอร์ ประชาชนทุกคนมีสิทธิในการใช้อินเทอร์เน็ตโดย ปราศจากการเซ็นเซอร์ทุกรูปแบบ การคุกคามข่มขู่การแสดงออกผ่านอินเทอร์เน็ตนั้นถือเป็น การละเมิดเสรีภาพ รวมถึงการเซ็นเซอร์ผ่านการบล็อกและฟิลเตอร์ โดยเฉพาะการบล็อกเนื้อหา ล่วงหน้าเพ่ือไม่ให้ประชาชนท้ังหมดเข้าถึงได้น้ัน ถือเป็นการเซ็นเซอร์ท่ีขาดความชอบธรรม เว้นแต่ เนือ้ หาเฉพาะนั้น ๆ ถกู ตัดสนิ วา่ ผิดกฎหมาย และผ่านกระบวนการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายแล้ว - สิทธิในข้อมูล ประชาชนทุกคนมีสิทธิในการค้นหา เข้าถึง และส่งต่อข้อมูลและ ความคิดผ่านอินเทอร์เน็ต นอกจากนั้นประชาชนยังสามารถแบ่งปันผลงานและสร้างสรรค์งานจาก การปรับเปลี่ยนงานต้นฉบับของผู้อ่ืน แต่สิทธิดังกล่าวต้องพิจารณาควบคู่กับสิทธิของผู้ผลิตงาน ต้นฉบับท่ีจะได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ โดยระบบลิขสิทธ์ิต้องไม่บ่ันทอนศักยภาพของอินเทอร์เน็ตใน การสร้างสรรค์และต่อยอดเนื้อหา ซ่ึงหลักการสาคัญในการพิจารณาคือ หลักการใช้อย่างเป็นธรรม (Fair Use) นอกจากนี้ประชาชนจะมีสิทธิในการใช้ผลงานสร้างสรรค์ของผู้อื่นตามหลักการใช้อย่าง เปน็ ธรรม หากผลงานสรา้ งสรรคน์ นั้ อย่ภู ายใตส้ ญั ญาอนญุ าตครีเอทฟี คอมมอนส์ (Creative Commons) ก็สามารถนาผลงานน้ันไปใช้โดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของผลงาน แต่ต้องใช้ภายใต้ขอบเขตการอนุญาต ทเ่ี จ้าของกาหนด - สิทธิในการชุมนุมและการสมาคมออนไลน์ เป็นการประยุกต์มาจากปฏิญญาสากล ว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เพื่อใช้กับโลกอินเทอร์เน็ต ด้วยเหตุน้ี ประชาชนทุกคนจึงควรมีเสรีภาพท่ีจะ เลือกใช้เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน บริการออนไลน์ใด ๆ ตลอดจนเครื่องมือดิจิทัล เพื่อการจัดตั้ง ขับเคลื่อน และมีส่วนร่วมในการชุมนุมหรือการสมาคม เช่น การใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อจัดต้ังสหภาพ แรงงาน โดยการมีส่วนร่วมดงั กล่าวผ่านอินเทอร์เน็ตจะต้องไม่ถูกบล็อกหรือฟลิ เตอร์ ท้ังน้ีการกระทาใด ๆ ตามสทิ ธินั้น ควรตระหนกั และพจิ ารณาควบคไู่ ปกบั กฎหมายอน่ื ๆ ของประเทศ เพราะหากการประท้วง
56 นาไปสู่ความรุนแรง การทาลายทรัพย์สิน หรือทาความเสียหายให้กับระบบอินเทอร์เน็ต ก็มีความผิด ทางกฎหมายได้เชน่ กนั - สิทธิในความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในโลกดิจิทัลท่ีมีการ เก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้มากมาย พลเมืองมีสิทธิเรียกร้องชีวิตส่วนตัวในอินเทอร์เน็ต รวมถึงความเป็น ส่วนตวั ในการส่ือสารถึงกัน นอกจากนั้น ยังมีสิทธริ ับรู้วา่ ข้อมูลสว่ นตวั อะไรบ้างที่ถูกบันทกึ ไว้ จะถูกใช้ อยา่ งไร และเราจะจดั การอะไรกบั มันได้บ้าง สิทธิในความเปน็ สว่ นตัวครอบคลมุ สิทธิต่าง ๆ ดังนี้ ๐ รัฐมีพันธะหน้าที่ในการออกกฎหมายและบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองความเป็น ส่วนตัวของประชาชน ๐ ผู้ให้บริการออนไลน์ต้องประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวที่ชัดเจนและให้ผู้ใช้ เข้าถงึ ได้งา่ ย ๐ ระบบสารสนเทศต้องมีมาตรฐานการรักษาความลับ (Confidentiality) และ บรู ณภาพของระบบ (Integrity) เพื่อปอ้ งกันไม่ให้บคุ คลอ่นื เขา้ สู่ระบบโดยปราศจากความยนิ ยอม ๐ ทุกคนมีสิทธิท่ีจะสร้างตัวตนในโลกออนไลน์และได้รับความเคารพในตัวตนนั้น ๆ ซึง่ รวมถึงการเลือกไม่เปดิ เผยตวั ตนแท้จริง ทวา่ สทิ ธดิ ังกลา่ วจะต้องไมถ่ กู ใช้ในทางทีผ่ ดิ หรือเปน็ ภยั ตอ่ ผู้อน่ื ๐ ทุกคนมสี ิทธิในการสอ่ื สารแบบนิรนามในโลกออนไลน์ และมีสิทธิในการใช้ เทคโนโลยกี ารเข้ารหัสเพือ่ รักษาความเปน็ ส่วนตวั ความปลอดภัย และการสอื่ สารแบบนิรนาม ๐ ทุกคนมีเสรภี าพทจี่ ะสือ่ สารโดยปราศจากการสอดแนมตามอาเภอใจในโลกออนไลน์ ๐ ทกุ คนมีสิทธิในความเป็นส่วนตวั ในที่ทางาน 3. เข้าใจขอบเขตหน้าที่ ความรบั ผดิ ชอบในสังคมออนไลน์ “อานาจทีย่ ง่ิ ใหญ่มาพรอ้ มกับความรบั ผดิ ชอบอนั ใหญ่ยงิ่ ” ประโยคที่มีคนกล่าวถึงมากมายจากภาพยนตร์สไปเดอร์แมน สามารถประยุกต์ใช้กับ พลเมืองดิจิทัลได้เป็นอย่างดี เมื่ออินเทอร์เน็ตมอบอานาจอันย่ิงใหญ่ให้กับเรา ทุกคนก็ต้องรู้จักใช้มัน อย่างมีความรับผดิ ชอบเชน่ กัน ถึงแม้ว่าสิทธิและเสรีภาพที่กล่าวมาข้างต้น สามารถทาได้หลาย ๆ สิ่ง ทว่าสิทธิต้องมา พร้อมกับความรับผิดชอบ ซึ่งเปน็ องค์ประกอบสาคัญในการสร้างสงั คมออนไลน์ที่ดี การกระทาใดทไ่ี ม่ เหมาะสมในโลกแห่งความเปน็ จริง ก็มักเป็นสิ่งท่ีไม่ต้องการในโลกไซเบอร์ด้วยเช่นกัน เช่น การพูดจา ด้วยคาพูดรุนแรง การละเมิดสิทธิในผลงานผู้อ่ืน การขโมยตัวตนของผู้อื่น ดังนั้นในฐานะพลเมือง ดิจิทัล จึงจาเป็นต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมที่จะต้องหลีกเลี่ยงการกระทาท่ีไม่ถูกต้อง รวมถึง สนบั สนนุ ใหผ้ ู้มีหน้าที่ความรับผดิ ชอบปฏบิ ตั งิ านด้วยความยตุ ธิ รรมดว้ ยเช่นเดยี วกนั ดังน้ัน ความรับผิดชอบของพลเมืองดิจิทัลท่ีควรตระหนัก น่ันคือ มารยาทในการใช้ อินเทอร์เน็ต (Netiquette) สื่อสารกับผู้อ่ืนอย่างสุภาพ คิดถึงผลกระทบท่ีจะเกิดกับผู้อื่น และเป็น แบบอยา่ งทดี่ ีในโลกออนไลน์ ประกอบด้วย - อยา่ กระพอื ความขัดแยง้ หลกี เล่ียงการใช้ภาษารนุ แรงและกา้ วร้าว - หลกี เลีย่ งการประชดประชนั ผ่านการสื่อสารผ่านอนิ เทอรเ์ น็ต เนอื่ งจากไม่เหน็ ภาษากายและ สีหนา้ ซึ่งชว่ ยในการส่อื สาร ดงั น้ันการแสดงความเหน็ เชิงประชดประชนั อาจทาใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจผิดไดง้ ่าย
57 - ไม่โกหก หลอกลวง และไม่เสแสร้งปลอมตัวเป็นคนอ่ืน แต่ควรซื่อสัตย์ต่อผู้อ่ืน เว้นแต่ กรณที ีจ่ าเปน็ ตอ้ งปกปิดอัตลกั ษณ์ - ใช้อนิ เทอร์เน็ตโดยคานึงถงึ ผลกระทบที่มีต่อผอู้ ืน่ เชน่ ไมแ่ ชร์ขอ้ มูลสว่ นตวั ของเพ่ือนใน หนา้ เฟซบุ๊ก ไม่ส่งตอ่ อีเมลส่วนตวั ให้คนอืน่ โดยไมไ่ ดร้ บั อนญุ าต - ไม่โพสต์หรือแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งของตนเองและผู้อ่ืนท่ีอาจนาภัยอันตรายมาได้ โดยเฉพาะกับคนไม่รู้จักและเว็บไซต์ที่ดูน่าสงสัยและไม่รองรับการเข้ารหัส เช่น ไม่แชร์แผน การท่องเท่ียวทอ่ี าจทาใหผ้ ไู้ ม่ประสงค์ดรี ู้วา่ เราจะไมอ่ ยูบ่ า้ นเวลาไหน - ใช้อินเทอร์เน็ตให้เหมาะสมกับสถานการณ์และบริบท เช่น ไม่ส่งข้อความหรือเล่น โทรศัพท์มือถือระหว่างท่ีสนทนากับผู้อ่ืนหรือขณะร่วมโตะ๊ อาหาร หรือเรียนรู้กฎของชุมชนออนไลน์ท่ี เราสนใจก่อนเขา้ ร่วม - ไมโ่ พสต์ความรสู้ กึ ส่วนตัวเกยี่ วกับงานหรือความสัมพันธ์ หากต้องการสอื่ สารในเรื่องที่มี อารมณ์ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องมากๆ พยายามส่ือสารกับคนท่ีเกี่ยวข้องโดยตรงด้วยช่องทางที่มี ความเปน็ สว่ นตวั - ไม่แชร์ข้อมูลหรือข่าวสารโดยไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อน โดยเฉพาะในกรณีท่ีอาจทาให้ บุคคลหรือองค์กรใดเสอ่ื มเสียชื่อเสียง ท่มี าของคลิป: มหาวิทยาลยั สวนดุสติ ตอน ความรับผิดชอบต่อตนเองและสงั คมในโลกออนไลน์ ตอนที่ 1 ประเด็นเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบในสังคมออนไลน์ 1. จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยคี อมพิวเตอร์และสารสนเทศ จริยธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยีคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศ 4 ดา้ น ไดแ้ ก่ ความเป็นสว่ นตัว (privacy) ความถกู ตอ้ ง (accuracy) ความเปน็ เจา้ ของ (property) และ การเขา้ ถงึ (accessibility) มี รายละเอยี ดดงั นี้ (มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล, 2559) - ความเป็นส่วนตัว (privacy) เป็นสิทธิของบุคคลในการควบคุมข้อมูลของตนเองที่จะ เปิดเผยให้กับผู้อ่ืนได้ แต่หากมีการละเมิดความเป็นส่วนตัว เช่น การลักลอบเข้าไปอ่านอีเมล การใช้ คอมพิวเตอร์ตรวจจับการทางาน การส่งอีเมลขายสินค้า การใช้อีเมลสแปม ( spam mail) การรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแล้วเอาไปขายให้ผู้อ่ืน หรือแม้แต่การทาธุรกิจผ่านเว็บไซต์เพื่อรวบรวม ข้อมลู ไปขาย กเ็ ข้าข่ายการละเมดิ ความเป็นส่วนตัว - ความถูกต้อง (accuracy) ทั้งน้ีขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน อันได้แก่ ความถูกต้องของ เน้ือหาข้อมูล ความถูกต้องในการบันทึกข้อมูล ท้ังนี้ผู้เป็นเจ้าของข้อมูล ย่อมมีความรับผิดชอบใน ข้อมูลน้ัน ๆ เพ่ือให้การเผยแพร่ และการใช้ข้อมูลเกิดประโยชน์ ผู้เป็นเจ้าของข้อมูลควรตรวจสอบ
58 ความถูกต้องก่อนท่ีจะนาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อเผยแพร่ในช่องทางใดช่องทางหนึ่ง ในทาง กลับกัน หากผู้ใช้บริการเป็นผู้บันทึกข้อมูลด้วยตนเอง ผู้ให้บริการจาเป็นต้องให้สิทธิในการเข้าไป ตรวจสอบ แกไ้ ขเปลย่ี นแปลงขอ้ มลู เพ่ือให้ข้อมูลมีความทนั สมัยอยเู่ สมอ - ความเปน็ เจ้าของ (property) หมายถึง กรรมสิทธิใ์ นการถือครองทรัพย์สินทั้งท่ีจับต้องได้ และทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้ หรืออาจเป็นทรัพย์สินทางปัญญา ในทางกฎหมายผู้ใดผลิต หรือถือครอง ในทรัพย์สินท่ีจับตอ้ งได้ เช่น อสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ เครื่องจักรกล หรือทรัพย์สินที่จับตอ้ งไม่ได้ เช่น ทรัพยส์ ินทางปัญญา โปรแกรมคอมพวิ เตอร์ ท่ีได้มกี ารบนั ทกึ ลงในสือ่ ต่าง ๆ จะได้รบั การคมุ้ ครองสทิ ธิ ความเป็นเจา้ ของภายใต้กฎหมาย อันไดแ้ ก่ ๐ ความลับทางการค้า ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสูตรทางเคมี กรรมวิธีในการผลิต หรือ รูปแบบสนิ คา้ ทีม่ กี ารคิดคน้ ข้ึนใหม่ ๐ ลิขสิทธิ์ เป็นสิทธิท่ีเกิดจากการกระทาใด ๆ เก่ียวกับงานเขียน ดนตรี ศิลปะ ซึ่งจะมี การคุ้มครองเกี่ยวกับการคัดลอก การทาซ้า โดยมีความคุ้มครองถึง 50 ปี นับต้ังแต่มีการแสดงผลงาน ครัง้ แรกต่อสาธารณะ ๐ สิทธิบัตร เป็นหนังสือเอกสารที่คุ้มครองเกี่ยวกับส่ิงประดิษฐ์ หรืองานออกแบบ ผลติ ภัณฑ์ โดยมีความถงึ ครองถงึ 20 ปี นักต้ังแตว่ ันท่ีขอรับสิทธิ - การเข้าถึง (accessibility) เป็นกระบวนการท่ีผู้ให้บริการใช้สาหรับกาหนดสิทธิใน การเข้าถึงข้อมูล สารสนเทศของระบบสารสนเทศนั้น ๆ ซ่ึงผู้ใช้บริการจะต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตใน การเข้าถึงระบบสารสนเทศ โดยจะได้รับหรืออนุญาตให้สามารถกาหนดช่ือผู้ใช้ (username) และ รหสั ผ่าน (password) ไดด้ ้วยตนเอง เพ่ือเข้าใชข้ อ้ มลู ในระบบสารสนเทศ ดงั น้ัน ในฝัง่ ของผูใ้ หบ้ ริการ ควรรักษาความลับ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการให้ปลอดภัย ไม่นาไปเผยแพร่กับผู้อ่ืนโดยไม่ได้รับ อนุญาต สาหรบั ฝ่ังของผใู้ ชบ้ รกิ าร ควรรักษาข้อมลู ช่อื ผูใ้ ช้ และรหสั ผ่าน มิใหผ้ หู้ นงึ่ ผใู้ ดล่วงรู้ เน่อื งจาก อาจนามาซึง่ การกระทาผดิ กฎหมาย และจาเป็นตอ้ งรับผดิ ชอบผลท่ีจะเกดิ ข้ึนด้วยตนเองทัง้ หมด อย่างไรก็ตาม หากผู้ใช้อินเทอร์เน็ต หรือผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ มีคุณธรรมจริยธรรม เคารพกฎกติกาและกฎระเบียบของสังคมโดยเคร่งครัด มีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลอย่างถูกต้อง ไม่เผยแพร่ข้อมูลท่ีจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อืน่ ตระหนักถึงการกระทาที่จะส่งผลกระทบในทาง ไม่ดีต่อสังคม จะทาให้สังคมผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นสังคมท่ีมีความน่าเช่ือถือ เกิดประโยชน์ในเชิง สรา้ งสรรค์ มคี วามปลอดภัย และสามารถนามาซง่ึ ความสขุ ในการใช้งานอนิ เทอรเ์ นต็ 2. การละเมดิ สิทธิสว่ นบคุ คล และการหมิ่นประมาท การละเมินสิทธิส่วนบุคคลของผู้อ่ืนอาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ส่วนหน่ึงเกิดจากการขาด ความเข้าใจในสิทธิพ้ืนฐานของแต่ละบุคคล หรืออาจเป็นความเข้าใจผิด และคิดเอาเองว่าเป็นเพียง การหยอกล้อ ล้อเล่น ทาเพื่อให้เกิดความขบขัน ดังจะเห็นได้จากสถานการณ์ต่าง ๆ เมื่อเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมแล้ว ผู้ละเมิดสิทธิของผู้อ่ืน มักกล่าวอ้างว่า “คิดมาก แค่ล้อเล่น ขา ๆ จริงจัง เกินไปหรือเปล่า” หรอื “รู้เทา่ ไมถ่ ึงการ” แตใ่ นความเปน็ จริง การกระทาใด ๆ ท่สี ่งผลกระทบต่อจิตใจ ของผู้อ่ืน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศักด์ิศรีความเป็นมนุษย์ การดูถูกเหยียดหยาม ในทางสากลถือว่าเป็นการ ละเมิดสทิ ธิส่วนบคุ คลท้งั ส้ิน
59 ยิ่งในสังคมออนไลน์ พิษภัยจากการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเกิดข้ึนมาก และเกิดข้ึนได้ง่าย กว่าปกติ และยิ่งทวคี วามรุนแรงมากขึ้น เน่ืองจากการใชส้ ื่อสังคมออนไลน์ที่กระจายเข้าถึงคนจานวน มากได้อย่างรวดเร็ว ฉะนั้นหากไม่ทาความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิส่วนบุคคลให้ถ่องแท้ วันหนึ่งเราอาจ ตกเป็นจาเลยของสงั คม โดยไม่ร้ตู วั ๐ สิทธิมนุษยชน ตามความหมายของ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights : UDHR) ระบุไวว้ ่า “บุคคลชอบท่ีจะมีสิทธิและเสรีภาพประดามีที่ระบุไว้ในปฏิญาณนี้ ท้ังน้ีโดยไม่มี การจาแนกความแตกต่างในเรื่องใด ๆ เช่น เชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความเห็นทางการเมือง หรือทางอ่ืนใด ชาติหรือสังคมอันเป็นท่ีมาเดิม ทรัพย์สิน กาเนิด หรือสถานะอ่ืนใด นอกจากน้ีการ จาแนกขอ้ แตกต่างโดยอาศยั มูลฐานแหง่ สถานะทางการเมืองทางดลุ อาณาหรือทางเร่ืองระหวา่ งประเทศ ของประเทศ หรือดินแดนซึ่งบุคคลสังกัดจะทามิได้ ท้ังนี้ไม่ว่าดินแดนดังกล่าวจะเป็นเอกราชอยู่ในความ พทิ กั ษ์ มิไดป้ กครองตนเองหรืออยู่ภายใตก้ ารจากดั แห่งอธปิ ไตยอื่นใด” หากพิจารณาการใช้ชีวิตประจาวัน คนเรามีสิทธิในลักษณะต่าง ๆ ไดแ้ ก่ (คุณกาลังละเมิด สทิ ธสิ ่วนบคุ คลของผู้อืน่ โดยไม่รู้ตวั อยหู่ รอื ไม่ ?, ม.ป.ป.) ๐ สิทธิในชีวิต ถือได้ว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน มนุษย์สามารถมีชีวิตอยู่ได้และได้รับ การคุ้มครองให้ปลอดภัยได้รับการตอบสนองตามความต้องการข้ันพื้นฐานของชีวิต ได้แก่ อาหาร เครอื่ งนุม่ ห่ม ยารกั ษาโรค และทีอ่ ย่อู าศยั เพราะทุกชวี ิตล้วนมีคุณค่าด้วยกนั ทั้งสนิ้ ไมว่ าจะเปน็ บุคคล ทต่ี ้องการความชว่ ยเหลอื เพอ่ื การดารงชวี ิตอยู่เปน็ พเิ ศษจากผู้อน่ื เช่น คนพกิ าร คนชรา ฯลฯ ๐ สิทธิในการดาเนินชีวิตและพัฒนาตนเองตามแนวทางที่ถูกต้อง คนในสังคมต้องให้ โอกาสกับคนที่เคยกระทาไม่ถูกต้อง ให้โอกาสคนเหล่านี้ได้รับการอบรมแก้ไขและพัฒนาตนเองใหม่ ให้สามารถมชี ีวิตท่ีดขี ึน้ มคี ณุ ภาพชวี ิตที่สงู ขน้ึ ๐ สิทธิในการยอมรับนับถือ หมายถึง การท่ีบุคคลพึงปฏิบัติต่อกันด้วยการยอมรับซ่ึงกัน และกัน ใหค้ วามสาคัญกับศกั ดิศ์ รีและคุณคา่ ของชวี ิตด้วยความเท่าเทียมกนั สาหรับการใช้ชีวิตในโลกออนไลน์ ก็มีประเด็นที่ต้องระมัดระวังเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิ สว่ นบคุ คล ไดแ้ ก่ ๐ การเผยแพร่ภาพหรือคลิปของเด็กผ่านสื่อสังคมออนไลน์ น้อยคนจะรู้ว่าการกระทา เหล่าน้ีเป็นการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของเด็ก และเป็นการกระทาท่ีเข้าข่ายผิดกฎหมาย ทั้งนี้ องค์กรปกป้องสิทธิเด็ก ได้มีการเรียกร้องสังคม ถ่าย-โพสต์-แชร์ คลิปเด็กและผู้ถูกกระทาใน โลกออนไลนว์ า่ เข้าข่ายละเมิดสทิ ธิ สามารถฟอ้ งเอาผดิ ตามกฎหมายได้ ๐ การวิพากษ์ วิจารณ์คนอื่นในโลกออนไลน์ หรือการเชิญชวนให้ผู้คนมาร่วมแสดงความ เกลียดชังต่อกลุ่มบุคคลที่ถึงแม้เขาเหล่านั้นจะมีพฤติกรรมท่ีไร้ความรับผิดชอบต่อส่วนรวมก็ตาม ต้องระมัดระวังให้มาก เพราะเป็นการชี้นา ปลุกปั่น หรือสร้างความแตกแยก และนามาซ่ึงพฤติกรรม ละเมิดสิทธสิ ่วนบุคคล
60 ๐ การเผยแพร่ภาพถ่ายพฤติกรรมไม่เหมาะสม หรือล้อเลียน เป็นพฤติกรรมที่ละเมิดสิทธิ มนุษยชนอย่างชัดเจนในเรื่อง “สิทธิในการยอมรับนับถือ” และมีความเชื่อมโยงไปถึงการกระทาผิด ในฐานหม่ินประมาทอกี ด้วย 3. รปู แบบและวิธีการกระทาความผดิ เก่ยี วกับคอมพวิ เตอร์ และสงั คมออนไลน์ พระราชบัญญัติ ว่าด้วย การกระทาความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร์ ฉบับล่าสุดได้มีการ ประกาศใช้เม่ือเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นฉบับที่ 2 มีเนื้อหาปรับปรุงเพ่ิมเติมจาก ฉบับที่ 1 เล็กน้อย โดยมีเนื้อหาใจความที่ระบุถึงการกระทาความผิด 13 ประเด็นสาคัญ ดังต่อไปน้ี (Nuch, 2562) (ฝ่ายเทคโนโลยสี ารสนเทศ บก.อก.บช.ส., 2563) 3.1 การเขา้ ถึงระบบ หรอื ขอ้ มลู ของผอู้ ่ืนโดยไมช่ อบ เกิดข้ึนในกรณีการเข้าไปเจาะข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ของคนอ่ืน โดยท่ีเจ้าของข้อมูล ไม่ได้อนุญาต (เชื่อมโยงกับการละเมิดความเป็นส่วนตัว) หรือในกรณีที่รู้จักกันดีก็คือ การปล่อยไวรัส มลั แวรเ์ ข้าคอมพิวเตอร์ของผู้อนื่ เพ่ือเจาะขอ้ มูลบางอย่าง หรือพวกแฮคเกอร์ ที่เขา้ ไปขโมยขอ้ มูลของ คนอื่นก็ถือวา่ เปน็ ความผดิ 3.2 การแกไ้ ข ดัดแปลง หรือทาใหข้ อ้ มลู ผู้อ่นื เสยี หาย กรณีน้ีหมายรวมถึงการทาให้ข้อมูลเสียหาย ทาลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง เพ่ิมเติม ข้อมูลของผู้อื่นโดยมิชอบ หรือเป็นการกระทาให้ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อ่ืนไม่สามารถทางานได้ ตามปกติ อย่างเช่น กรณีของกลุ่มคนที่ไม่ชอบใจกับการกระทาของอีกฝ่าย แล้วต่อต้านดว้ ยการเข้าไป ขดั ขวาง ทารา้ ยทาลายระบบเว็บไซตข์ องฝา่ ยตรงขา้ ม ใหบ้ ุคคลอ่นื ๆ ใช้งานไมไ่ ด้ 3.3 การสง่ ขอ้ มูลหรืออเี มลก่อกวนผอู้ ื่น หรอื สง่ อเี มลสแปม กรณีน้ีมักเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบอาชีพพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ หรือนักการตลาด ออนไลน์ที่มักใช้วิธีส่งอีเมลขายสินค้าไปยังอีเมลของลูกค้าที่ไม่ยินดีที่จะรับข้อมูล หรือท่ีรู้จักในชื่อว่า อีเมลสแปม หรือแม้แตก่ ารฝากร้านคา้ ตาม Facebook หรอื Instagram ก็เป็นสิ่งท่ีไม่ควรกระทา และ ยังรวมถึงการนาข้อมลู ลูกคา้ จากคนอ่ืนไปสง่ อีเมลขายสินคา้ ของตวั เอง 3.4 การเขา้ ถงึ ระบบ หรือขอ้ มูลทางดา้ นความมน่ั คงโดยมชิ อบ กรณีน้ีมักเห็นในการโพสต์เก่ียวกับเร่ืองการเมืองที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายหรือ ความม่ันคงตอ่ ประเทศ หรือโพสตท์ ่ีเป็นการก่อกวน หรือการก่อการร้าย เพราะมาตรา 12 ไดก้ ล่าวไว้ว่า การเข้าถึงระบบหรือข้อมูลทางด้านความม่ังคงโดยมิชอบ หรือการโพสต์ข้อความในโลกออนไลน์ที่ เข้าข่ายข้อมูลเท็จทีน่ ่าจะเกิดความเสยี หายต่อความมัน่ คงของประเทศ ความปลอดภยั สาธารณะ หรือ ทาใหป้ ระชาชนเกดิ อาการตืน่ ตระหนก และล่วงรู้ถงึ มาตรการการป้องกนั การเข้าถงึ ระบบคอมพิวเตอร์ และนาไปเปิดเผย ถือวา่ เปน็ ความผดิ 3.5 การจาหน่ายหรอื เผยแพรช่ ดุ คาสง่ั เพือ่ นาไปใช้กระทาความผดิ ความผิดในลักษณะน้ี อาจแบ่งออกเป็น 2 กรณี กล่าวคือ กรณีที่ 1 การนาไปเป็น เคร่ืองมือในการกระทาความผิดทางคอมพิวเตอร์ตามมาตรา 5-11 (เกิดความเสียหายเฉพาะกลุ่ม) และหากมีผู้นาไปใช้กระทาความผิด ผู้จาหน่ายหรือผู้เผยแพร่ต้องรับผิดชอบร่วมด้วย และกรณีท่ี 2 การนาไปเป็นเคร่ืองมือในการกระทาความผิดทางคอมพิวเตอร์ มาตรา 12 (เกิดความเสียหายกับ
61 ประชาชน) หากมีผู้นาไปใช้กระทาความผิด ผู้จาหน่ายหรือผู้เผยแพร่ต้องรับผิดชอบร่วมด้วย โดยมี ระวางโทษท่แี ตกต่างกันตามความเสียหายทเี่ กดิ ขึน้ 3.6 การนาขอ้ มลู ทีผ่ ดิ พ.ร.บ. เข้าสรู่ ะบบคอมพวิ เตอร์ ความผดิ ในลกั ษณะนี้ มักพบเห็นไดใ้ น 5 ฐานความผิด คอื - โพสต์ข้อมูลปลอม ทุจริต หลอกลวง เช่น ข่าวปลอม โฆษณาธุรกิจลูกโซ่ที่หลอกลวง เอาเงินลกู ค้าและไมม่ ีการส่งมอบของใหจ้ ริง เป็นตน้ - โพสตข์ อ้ มูลความผดิ เกีย่ วกับความมัง่ คงปลอดภัย - โพสตข์ อ้ มูลความผิดเกี่ยวกบั ความม่นั คง กอ่ การร้าย - โพสต์ข้อมูลลามก ท่ปี ระชาชนเข้าถงึ ได้ - เผยแพร่ ส่งต่อข้อมูล ที่รู้แล้วว่าผิด เช่น การกด Share ข้อมูลท่ีมีเน้ือหาเข้าข่าย ความผดิ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ 3.7 การให้ความรว่ มมอื ยนิ ยอม รเู้ หน็ เปน็ ใจกับผูร้ ่วมกระทาความผิด กรณีนี้ มักพบเห็นได้จากการท่ีเพจต่าง ๆ เปิดให้มีการแสดงความคิดเห็น แล้วมี ความคิดเห็นท่ีมีเนื้อหาผิดกฎหมาย ผู้รับผิดชอบระบบคอมพิวเตอร์จะมีความผิด หากแต่ผู้รับผิดชอบ ระบบคอมพิวเตอร์น้ัน ๆ มีการกระทาท่ีแสดงให้เห็นถึงการตรวจสอบ หลังจากพบเจอเหตุการณ์แล้ว มกี ารตักเตือน และลบออกออกจากระบบคอมพวิ เตอรจ์ ะถอื วา่ เปน็ ผู้ทีพ่ ้นความผิด 3.8 การตัดต่อ เตมิ หรือดดั แปลงภาพ กรณนี ้ี มกี ารกระทาความผดิ จาแนกไดเ้ ปน็ 2 ลกั ษณะ คอื - การโพสตภ์ าพของผู้อ่ืนท่ีเกิดจากการสร้าง ตัดตอ่ หรือดัดแปลง ท่ีน่าจะทาให้ผู้อ่นื นนั้ เสยี ชอ่ื เสียง ถกู ดหู มิ่นเกลียดชัง เชน่ กรณที เี่ อาภาพดาราไปตัดต่อ และตกแตง่ เรอ่ื งข้ึนมา จนทาให้ บุคคลนนั้ เกิดความเสียหาย กถ็ ือวา่ มีความผดิ - การโพสต์ภาพผู้เสียชีวิต หากเป็นการโพสต์ที่ทาให้บิดามารดา คู่สมรส หรือบุตร ของผู้ตายเสียช่ือเสียง ถูกดหู ม่ินเกลยี ดชัง หรือไดร้ บั ความอบั อาย ก็ถือวา่ มีความผิด 3.9 การเผยแพร่ขอ้ มูลเกย่ี วกับเยาวชน ต้องกระทาโดยปกปิดไมใ่ หท้ ราบตวั ตน กรณีน้ีมีไว้เพื่อปกป้องด็กและเยาวชน เพราะเยาวชนที่มีอายุต่ากว่า 18 ปี ในทาง กฎหมายถือว่ายังเป็นเด็กอยู่ หากถูกเปิดเผยตัวตน อาจทาให้การใช้ชีวิตในสังคมทาได้ลาบากข้ึน อาจเกิดการถูกดูหม่ิน เกลียดชัง หรือโดนตามตัวโดยมิจฉาชีพได้ แต่ข้อห้ามน้ีก็มีข้อยกเว้นเหมือนกัน คอื สามารถเปิดเผยข้อมลู เก่ยี วกบั เดก็ และเยาวชนได้ หากข้อมูลนน้ั เปน็ การยกย่อง เชดิ ชู ใหเ้ กยี รติ 3.10 การเผยแพรเ่ นื้อหาลามก อนาจาร กรณีน้ี ไม่ว่าจะเป็นการนาภาพหรือส่ือที่มีลักษณะลามก อนาจาร อาจจะเป็น ข้อความ รูปภาพ หรือคลิปวีดิโอ ไม่ว่าจะเป็นภาพของตนเอง หรือภาพของผู้อื่นเผยแพร่ทาง อินเทอรเ์ น็ต และทาให้เจ้าของภาพเกดิ ความเสยี หาย อับอาย จะมีโทษตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท้ังนี้ เน้ือหาลามก อนาจาร ครอบคลุมสื่อหลากหลายรูปแบบ อาทิ ภาพ ข้อความ หรือวัตถุใด ๆ ท่ีมีลักษณะน่าเกลียด น่าอับอายในทางเพศ อุจาด บัดสี น้อมนาจิตใจไปสู่ความต่า ความชั่ว ยั่วยุกามอารมณ์ มุ่งหมายทางกามารมณ์แต่อย่างเดียว ตรงกันข้ามกับศิลปะอันแสดงถึง ความงามและฝีมือของศิลปิน และแม้ส่ิงน้ันจะมิได้ใช้ถ้อยคาหยาบคาย ก็ถือได้ว่าเป็นส่ิงลามก
62 โดยลักษณะท้ังหลายเหล่านี้ต้องเป็นการพิจารณาตามความรู้สึกของวิญญูชน (กองเฝ้าระวังทาง วัฒนธรรม, 2559) 3.11 การกด Like & Share ถือเปน็ วธิ หี น่ึงในการเผยแพร่ขอ้ มลู กรณีนี้ สืบเนื่องจากการให้คานิยามตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ ที่กาหนดว่า การกด Like หรอื การ Share ถือเปน็ การเผยแพรข่ ้อมลู นนั่ หมายความวา่ หากข้อมูลนั้นเปน็ ขอ้ มูลปลอม เทจ็ หรอื นามาซ่งึ ความเสยี หายต่อผหู้ นงึ่ ผู้ใด เทา่ กบั วา่ ไดร้ ่วมกระทาความผดิ ตาม พ.ร.บ. ฉบบั นด้ี ว้ ย 3.12 การแสดงความคดิ เห็นทีผ่ ดิ พ.ร.บ.คอมพวิ เตอร์ กรณีน้ี มักเกิดกับผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ท่ีชอบแสดงความคิดเห็น การโพสต์ ข้อความ ตามความรู้สึกนึกคิดของตนเองโดยขาดการยั้งคิด ว่าข้อความดังกล่าวกระทบกับผู้ใด หรือ เป็นขอ้ ห้ามตาม พ.ร.บ. ฉบับน้ี กม็ คี วามผดิ ได้ 3.13 การละเมดิ ลขิ สิทธิ์ นาผลงานของผู้อนื่ มาเป็นของตนเอง กรณีน้ี เป็นการกล่าวโทษกับผู้ท่ีมีการนาผลงานของคนอื่นมาเป็นของตนเอง ซ่ึงใน พ.ร.บ. ฉบับน้ีได้มีการให้โทษกับผู้ละเมิดลิขสิทธ์ิด้วย โดยหากนาผลงานของผู้อ่ืนมาใช้ในเชิงพาณิชย์ จะถือวา่ มีความผดิ และต้องไดร้ ับโทษ จากที่กล่าวมาข้างต้น เป็นสาระสาคัญของ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทาความผิดทาง คอมพิวเตอร์ที่สรุปมาโดยสังเขป ซ่ึงยังมีอีกหลายประเด็นท่ีส่งผลกระทบต่อการใช้งานส่ือสังคม ออนไลน์ ดังน้ัน จึงควรรู้กฎกติกาการใช้งานให้เข้าใจ ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เราเสี่ยงต่อการทาผิด กฎหมายได้ 4. รอยเทา้ ดจิ ทิ ัล รอยเท้าดิจิทัล (Digital Footprint) เป็นร่องรอยข้อมูลท่ีถูกบันทึกไว้ภายหลังจาก การพิมพ์ การโพสต์ การอัปโหลด สิ่งต่าง ๆ ไว้ในส่ือออนไลน์ท่ีมีหลากหลายช่องทาง โดยผู้ให้บริการ อินเทอร์เน็ตในสถานที่นั้น ๆ จาเป็นต้องเก็บข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ (log file) ไม่ว่าจะเป็น วัน เวลา IP Adress และ MAC Adress ไว้ไม่น้อยกว่า 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ข้อมูลน้ันเข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับของพระราชบัญญัติ ว่าด้วย การกระทาผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 หากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดตามมาตรา 26 ซึ่งต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 500,000 บาท สาหรับรอยเท้าดิจิทัลของผู้ใช้บริการแต่ละคนจะเกิดขึ้นเม่ือใช้งานบน ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ท่ีเปิดดูข้อมูล อีเมลที่ส่งหรือรับข้อมูล หรือข้อมูลใด ๆ ท่ีมีการปอ้ นเข้าสู่ระบบบริการลักษณะออนไลน์ ท้ังน้ีรอยเท้าดิจิทัลมี 2 ประเภท คือ (ศิริกร เออื้ ไพจิตร, 2562) ๐ รอยเทา้ ดิจทิ ลั ท่เี กิดโดยไมเ่ จตนา (passive digital footprint) คอื ขอ้ มูลผู้ใชอ้ ินเทอร์เนต็ ท่ีถูกบันทึกไว้โดยไม่ต้ังใจ เช่น IP address ท่ีเว็บเซิร์ฟเวอร์บันทึกไว้เมื่อเราเข้าไปเย่ียมชมเว็บไซต์ ประวตั ิการค้นหาออนไลน์ทถ่ี กู บนั ทึกไวโ้ ดยโปรแกรมค้นหา (search engines) ๐ รอยเทา้ ดจิ ทิ ลั ทเ่ี กดิ โดยเจตนา (active digital footprint) คือ ขอ้ มลู ที่ผู้ใชจ้ งใจบันทึก ลงในระบบ เช่น อีเมล การเขียนบล็อก การโพสต์ข้อความในส่ือสังคมออนไลน์ ทุกข้อความที่ทวีต ทุกสเตตสั ท่ีโพสต์หรือกดไลก์ในเฟซบกุ๊ ทุกรูปท่ีโพสต์ลงบนอนิ สตาแกรมล้วนกลายเปน็ รอยเท้าดิจิทัล
63 ของเรา ย่ิงเราเล่นสื่อสังคมออนไลน์มากเท่าไหร่ รอยเท้าดิจิทัลของเราก็ย่ิงโตข้ึนเท่าน้ัน เม่ือข้อมูล ดิจิทัลถูกเผยแพร่ไปแล้ว ก็ยากที่จะนามันออกจากระบบ แม้ว่าเราจะลบเนื้อหาท่ีโพสต์ในสื่อสังคม ออนไลนไ์ ปแล้วก็ตาม ปัจจุบันองค์กรภาคธุรกิจให้ความสนใจรอยเท้าดิจิทัลของผู้สมัครงานมากขึ้น โดย ตรวจสอบจากเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ของผู้สมัคร ดร.บวรนันท์ ทองกัลยา นายกสมาคม การจัดการงานบคุ คลแหง่ ประเทศไทย ได้กลา่ ววา่ “... ส่ือสังคมออนไลน์เหล่าน้ีเก็บข้อมูลของบุคคลได้ท้ังหมด ทาให้ฝ่ายบุคคลวิเคราะห์ ผู้สมัครไดง้ า่ ย และไดผ้ ลมากกว่าการน่ังสัมภาษณ์แบบเดมิ ๆ เพราะเราจะรไู้ ดว้ า่ เขาใหค้ วามสาคัญกับ เรื่องไหนในชีวิต ทศั นคติ วธิ บี น่ วิธีคิด ...\" ดังน้ัน ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต ควรตระหนักถึงสิ่งที่ทาลงไปบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อสิ่งท่ี โพสตห์ รอื นาเขา้ ไปในระบบ อาจสง่ ผลกระทบต่อตวั เองไดใ้ นอนาคต ที่มาของคลิป: มหาวทิ ยาลัยสวนดุสติ ตอน ความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมในโลกออนไลน์ ตอนท่ี 2 ครเี อทฟี คอมมอนส์ ในฐานะของการเป็นนักศึกษา และอนาคตอันใกล้ที่นักศึกษาต้องออกไปสู่ตลาดแรงงาน การทางานหลาย ๆ อย่าง บางคร้ังมีการนาข้อมูล ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว จากแหล่งต่าง ๆ มาใช้ ประกอบในผลงาน ควรตระหนักอยู่เสมอว่า ส่ิงเหล่าน้ันมีความคุ้มครองในลักษณะทรัพย์สินทางปัญญา อย่างใดอย่างหนึ่งในตัวเองเสมอ และนั่นเป็นเหตุผลท่ีควรเข้าใจลิขสิทธิ์อีกประเภทหน่ึงท่ีเรียกว่า ครีเอทีฟคอมมอนส์ (Creative Commons) ภาพท่ี 4.1 สัญลักษณข์ องครเี อทฟี คอมมอนส์ โดยปกตผิ ลงานต่าง ๆ ผูท้ ี่ต้องการนาไปใช้ประโยชน์ สามารถขออนญุ าตด้วยการเจรจาตดิ ตอ่ กับผู้ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ได้โดยตรง แตก่ ็มีข้ันตอนมากพอสมควรในการดาเนินการ เช่น หาช่องทาง ในการตดิ ตอ่ การนัดหมายเจรจา การส่งเอกสารขออนุญาต และการอนุญาต ฯลฯ ในขณะท่ีผลงานท่ี มีทรัพย์สินทางปัญญาคุ้มครองอยู่นั้น ผู้เป็นเจ้าของผลงานบางรายอาจจะมีความยินดีให้นาไปใช้
64 ประโยชน์หรือเผยแพร่ต่ออยู่เดิมแล้ว อาทิ บทความวิชาการ ภาพถ่าย เพลง ฯลฯ แต่มักมีเงื่อนไข บางอย่างในการนาไปใช้ เช่น ต้องระบุแหล่งท่ีมา ห้ามนาไปดัดแปลง ห้ามนาไปหารายได้จากผลงาน ดงั กลา่ ว เปน็ ตน้ จากที่กล่าวมา จึงมีองค์กรไม่แสวงหาผลกาไรในประเทศสหรฐั อเมริกา ไดก้ ่อต้งั ครีเอทีฟคอมมอนส์ หรืออาจเรียกว่า สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ โดยมีเป้าหมายส่งเสริมการใช้ข้อมูลโดยไม่ถูก จากดั จากสัญญา ซง่ึ ปจั จบุ ันมสี มาชกิ เขา้ ร่วมประมาณ 60 ประเทศ รวมถงึ ประเทศไทยด้วย สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ เป็นสัญญาอนุญาตแบบเปิดทีช่ ่วยให้เจ้าของทรัพย์สินทาง ปัญญาแบ่งปันการใช้ข้อมูล โดยสามารถกาหนดการให้สิทธ์ิท้ังหมด หรือเพียงบางส่วนแก่สาธารณะ ตามที่ตนต้องการ อีกนัยหนึ่งเป็นการบอกให้คนท่ัวไปทราบว่า ผลงานน้ัน ๆ ผู้ต้องการใช้สามารถ นาไปใช้ประโยชนใ์ นลกั ษณะใดได้บา้ ง ซ่ึงผู้นาไปใชง้ านหากปฏิบัตติ ามเง่ือนไขท่ีกาหนดไว้อย่างถกู ต้อง ก็ไม่ต้องกงั วลว่าจะถูกดาเนนิ คดใี นฐานความผดิ ละเมิดทรพั ย์สนิ ทางปัญญา สาหรับเงื่อนไขใบอนุญาต (License Conditions) ของสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ประกอบด้วย 4 เง่อื นไข ใน 4 สญั ลกั ษณ์ (ดวงพร วิรยิ า, 2562) ไดแ้ ก่ 1. Attribution (BY) เป็นสัญลักษณ์ท่ีแสดงวา่ อนุญาตให้ผู้อื่นสามารถนาผลงานไปใช้ ทาซ้า แจกจ่าย หรือดัดแปลงงานน้ันได้ แต่ต้องให้เครดิตท่ีมาของเจ้าของผลงานน้ันด้วย แต่หากประสงค์ ใช้ผลงานน้ันโดยไม่มีเครดิตชื่อเจ้าของผลงานกากับไว้ จะต้องทาการขออนุญาตเสียก่อน สาหรับ เงื่อนไขนีม้ ักปรากฏอยู่ในใบอนุญาตทกุ ประเภท 2. NonCommercial (NC) เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงวา่ อนุญาตให้ผู้อ่นื สามารถนาผลงานไปใช้ ทาซ้า แจกจ่าย หรือดัดแปลงงานน้ันได้ แต่ไม่ใช่เพ่ือการค้า หรือ แสวงหากาไร เว้นแต่จะได้รับอนุญาต จากเจ้าของผลงานแลว้ เทา่ นน้ั 3. NoDerivatives (ND) สัญลักษณ์ที่แสดงว่า อนุญาตให้ผู้อื่นสามารถนาผลงานไปใช้ ทาซ้า แจกจ่ายได้ แตห่ า้ มดัดแปลงงาน เวน้ แตจ่ ะได้รับอนุาตจากเจ้าของผลงานน้นั เสยี ก่อน 4. ShareAlike (SA) เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่า อนุญาตให้ผู้อ่ืนสามารถนาผลงานไปใช้ ทาซ้า แจกจ่าย หรือดัดแปลงงานน้ันได้ แต่ผลงานใหมท่ ่ีถกู สร้างข้ึนหรือดัดแปลงจากภาพต้นฉบับจะต้อง กากับด้วยสัญญาอนญุ าตภายใตเ้ งื่อนไขเดมิ เทา่ นน้ั ภาพที่ 4.2 สญั ลักษณเ์ ง่ือนไขสญั ญาอนุญาตครีเอทฟี คอมมอนส์ ในทางปฏิบัติสัญลักษณ์เง่ือนไขสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ มีการนาไปใช้สร้าง ใบอนุญาต 6 ชนดิ ได้แก่
65 1. Attribution (CC BY) เป็นใบอนุญาตท่ีสามารถนาผลงานไปเผยแพร่ ดัดแปลง ปรับเปล่ียน ผสมผสาน หรือนาไปแสวงหาผลกาไรต่อได้ ตราบใดท่ีคุณให้เครดิตแหล่งที่มา ของตน้ ฉบบั เอาไวด้ ้วย 2. Attribution-ShareAlike (CC BY-SA) เปน็ ใบอนุญาตทใี่ ห้นาผลงาน ไปเผยแพร่ ดัดแปลง ปรับเปล่ียน ผสมผสานได้ แต่จะต้องติดสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ รูปแบบเดิมกบั ตน้ ฉบับเท่าน้ัน 3. Attribution-NoDerivs (CC BY-ND) เป็นใบอนุญาตที่ให้นาผลงาน ไปใช้งานต่อได้อย่างอิสระ รวมถึงการแสวงหาผลกาไร แต่ห้ามดัดแปลงโดยเด็ดขาด รวมถึงต้องให้ เครดิตเจา้ ของผลงานด้วย 4. Attribution-NonCommercial (CC BY-NC) เป็นใบอนุญาตท่ีให้ นาผลงานไปทาอะไรต่อได้อย่างอิสระ ตราบใดที่ให้เครดิตเจ้าของผลงานอย่างถูกตอ้ ง และไม่นาไปใช้ ในการแสวงหาผลกาไร 5. Attribution-NonCommercial-ShareAlike (CC BY-NC-SA) เป็น ใบอนุญาตท่ีให้นาผลงานไปทาอะไรต่อได้อย่างอิสระ ตราบใดท่ีให้เครดิตเจ้าของผลงานอย่างถูกต้อง และไม่นาไปใช้ในการแสวงหาผลกาไร แต่ผลงานใหม่ท่ีเกิดขึ้น หรือนาไปใช้ ต้องติดสัญญาอนุญาต ครเี อทีฟคอมมอนส์ รปู แบบเดมิ กับตน้ ฉบบั เทา่ นั้น 6. Attribution-NonCommercial-NoDerivs (CC BY-NC-ND) เป็น ใบอนุญาตท่ีให้ทาได้เพียงแค่เผยแพร่ต่อเท่าน้ัน โดยห้ามดัดแปลงแก้ไข หรือนาไปแสวงหารายได้โดย เดด็ ขาด และต้องใหเ้ ครดติ เจ้าของผลงานอย่างถูกต้อง ท้ังนี้เว็บไซต์หลายแห่งได้นาสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์มาใช้งาน ซึ่งสามารถสังเกต ได้จากสัญลักษณ์ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น และหากต้องการหาข้อมูลภาพที่องค์กรสัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์จัดทาขึ้น สามารถเข้าไปใช้งานได้ที่ https://search.creativecommons.org และเว็บไซต์ต่าง ๆ อกี มากมาย จากที่กล่าวมาข้างต้น การดาเนินการใด ๆ ที่เปน็ การเผยแพร่ผลงาน โดยเฉพาะชอ่ งทางสื่อสังคม ออนไลน์บนโลกอินเทอร์เน็ต ควรคานึงถึงสาระสาคัญของ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทาความผิดทาง คอมพิวเตอร์ การป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ที่สรุปมาโดยสังเขป และยังมีอีกหลาย ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ดังนั้น จึงควรรู้กฎกติกาการใช้งานให้เข้าใจ กจ็ ะช่วยป้องกนั ไมใ่ หเ้ ราเสีย่ งตอ่ การทาผดิ กฎหมายได้
66 ทม่ี าของคลปิ : ETDA Channel ตอน มาทาความร้จู กั สญั ญา Creative Commons ท้งั 6 แบบ ที่มาของคลปิ : ETDA Channel ตอน วิธกี ารใช้ Creative Commons พระราชบัญญตั คิ ุม้ ครองขอ้ มูลส่วนบคุ คล ปัจจุบันการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศกลายเป็นสิ่งจาเป็นพ้ืนฐานของทุกคนไปแล้ว และหากสังเกตกันให้ดีการใช้งานเครื่องมือตา่ ง ๆ ยังมีส่ิงท่ีเกี่ยวข้องควบคู่กันไปคือ การเข้าใช้แอปพลิเคชัน ต่าง ๆ ในการเข้าถึงข้อมูลและบริการตามความสนใจของแต่ละบุคคล ซ่ึงการเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน ส่วนใหญ่ผู้ใช้งานจะต้องแสดงตัวตน หรือการสมัครเป็นสมาชิกคนหน่ึงเพื่อเข้าใช้บริการ สิ่งท่ีเกิดขึ้น ในข้ันตอนน้ี ท่ีผู้ใช้งานควรตระหนักให้เป็นปกติวิสัย คือ การส่งผ่านข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ไปยัง ผใู้ ห้บริการ นั่นเอง เนื้อหาในส่วนนี้จะแนะนาให้รับรู้ถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Act: PDPA) ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับน้ีจะเร่ิมบังคับใช้เต็มรูปแบบ ในวันท่ี 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ มุ่งให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ ท่ีอยู่ เบอร์โทรศัพท์ บัญชีธนาคาร อีเมล ไอดีไลน์ บัญชีผู้ใช้ของเว็บไซต์ ลายนิ้วมือ ประวัติ สุขภาพ และข้อมูลใด ๆ ท่ีสามารถระบุให้ทราบว่าเป็นบุคคลใดได้ ท้ังข้อมูลท่ีเป็นเอกสาร กระดาษ หนังสอื หรือจดั เกบ็ อยู่ในรูปแบบอิเลก็ ทรอนิกส์ กร็ วมอยใู่ นความคุม้ ครองน้ี ที่มาของพระราชบัญญัติคุ้มครองขอ้ มลู สว่ นบคุ คล พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นกฎหมายท่ีมีต้นแบบมาจากกฎหมาย GDPR (General Data Protection Regulation) ของสหภาพยุโรป โดยมีเป้าหมายในการป้องกันไม่ให้ ผู้ไม่ประสงค์ดีทาการนาข้อมูล หรือละเมิดความเป็นส่วนตัวของบุคคลอ่ืน เพ่ือหวังผลประโยชน์ใด ๆ
67 ท้ังจากผู้เป็นเจ้าของข้อมูล หรือผู้ท่ีดูแลข้อมูล (สรุป PDPA คืออะไร ฉบับเข้าใจง่าย พร้อมแนะแนว, 2564) ผูเ้ ก่ียวขอ้ งกับพระราชบัญญัตคิ ้มุ ครองข้อมูลสว่ นบุคคล บุคคลทุกคนท่ีมีการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศในยุคดิจิทัล มีความเก่ียวข้องกับ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง แต่จะเก่ียวข้องในบทบาทหรือสถานะใดน้ัน ต้อง ลองพิจารณาตามข้อมูลตอ่ ไปนี้ 1. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (data subject) ในฐานะผู้ใช้งาน มีบทบาทในการเป็น ผู้นาเข้าข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองเข้าสู่ระบบ และเป็นผู้ที่จะยินยอมหรือไม่ยินยอมให้นาข้อมูล สว่ นบคุ คลไปใช้ 2. ผู้ควบคุมข้อมูล (data controller) มีบทบาทในการดูแลระบบ เป็นฝ่ายปฏิบัติงาน ที่มีหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูล และนาข้อมูลส่วนบุคคลท่ีได้รับการยินยอม (consent) จากเจ้าของ ขอ้ มูลสว่ นบคุ คลไปใช้งาน ตวั อย่างของข้อมูลที่จะเกิดข้ึนเมือ่ ใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศ เช่น เว็บไซตข์ ายของออนไลน์ ผู้ซื้อจะต้องดาเนินการสมัครเป็นลูกค้าของเว็บไซต์ ซึ่งจะต้องกรอกข้อมูลท่ีแสดงตวั ตน เพ่ือประโยชน์ ในการติดต่อส่ือสาร การส่งสินค้า ให้กับทางเว็บไซต์ และเมื่อมีกระบวนการส่ังซื้อสินค้าก็จะเกิดขอ้ มูล การสั่งซื้อและการจัดส่งสินค้าเกิดข้ึนแต่ละขั้นตอน ซึ่งข้อมูลเหล่าน้ันนั่นเองท่ีต้องมีการกาหนด มาตรการรักษาความปลอดภยั ของขอ้ มูลท่เี กดิ ข้ึน ขั้นตอนการดาเนนิ การให้พรอ้ มตามพระราชบญั ญตั คิ มุ้ ครองข้อมลู ส่วนบคุ คล เจ้าของข้อมูล และผู้ควบคุมข้อมูล จาเป็นต้องศึกษาและเรียนรู้หลักการของพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพ่ือเตรียมตัวเองให้พร้อมและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง เน่ืองจากหากมี การฟ้องร้องเอาผิดก็จะทาให้องค์กรเสียโอกาส เสียงบประมาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสียช่ือเสียง ของบริษทั ที่ส่ังสมมาเปน็ เวลานาน และยากตอ่ การสรา้ งขน้ึ ใหม่ทีอ่ าจตอ้ งใชเ้ วลาและค่าใชจ้ ่ายจานวนมาก ดังนั้น การป้องกันย่อมเป็นหนทางท่ีดีท่ีสุดก่อนที่จะเกิดปัญหา อย่างไรก็ตาม องค์กรจาเป็นต้อง มีการคัดเลือกบคุ ลากรขึ้นมาทาหนา้ ท่ีผูค้ วบคมุ ข้อมูล เพ่ือมาดาเนินการสง่ิ ต่าง ๆ ตอ่ ไปน้ี 1) ก่อนการเขา้ ใชแ้ อปพลิเคชนั องค์กรหรือเจ้าของเว็บไซต์ ต้องแจ้งนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล (privacy policy) ให้แก่ผู้ใช้งาน หรือลูกค้าทราบ ซ่ึงอาจประกาศไว้บนเว็บไซต์ หรือหน้าแรกของแอปพลิเคชัน หรือ ชอ่ งทางการส่อื สารอน่ื ๆ ท่เี หน็ ควรว่าจะเข้าถึงผู้เปน็ เจ้าของขอ้ มูลได้ โดยสงิ่ ทีต่ ้องแจ้ง ไดแ้ ก่ - เว็บไซต์จะเกบ็ ขอ้ มลู ใดบ้าง เพื่อวตั ถุประสงค์ใด - สิทธิของเจ้าของข้อมูลที่จะได้รับ และช่องทางการยกเลิกความยินยอมให้ใช้ข้อมูล ไดท้ ุกเมื่อโดยสะดวก ท้ังนี้ การแจ้งข้อความให้ผู้ใช้งานทราบ ควรเป็นข้อความท่ีอ่านเข้าใจง่าย ไม่กากวม ใชภ้ าษาชดั เจน ไม่มีเง่ือนไขอ่ืนใดในการยินยอม
68 ภาพท่ี 4.3 ตัวอยา่ งการประกาศ Privacy Policy ของเว็บไซต์ UNESCO 2) การเข้าใช้แอปพลเิ คชัน องค์กรหรือเจ้าของเว็บไซต์ หากจะจัดเก็บข้อมูลคุกก้ี (cookie) ก็จาเป็นต้องแจ้งให้ ผู้ใช้งานทราบ และขอความยินยอมให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลด้วย โดยมักพบเห็นข้อความเป็นป๊อปอัป (pop up) เล็ก ๆ ข้ึนมาส่วนใดส่วนหน่ึงของหน้าจอ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถจะกดปิดหรือกดตกลง เพื่อแสดงเจตนารมณใ์ นการยินยอมหรือไมย่ ินยอมใหเ้ กบ็ ข้อมูลการใชง้ านบนเว็บไซตน์ ้ันได้ด้วยตนเอง นอกจากน้ี หากเว็บไซต์มีบุคคลอื่น (third party) เข้ามามีส่วนร่วมในเว็บไซต์ ก็จาเป็นต้องมีการแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบวัตถุประสงค์ และขอความยินยอมการให้ข้อมูลไว้ในนโยบาย ขอ้ มลู ส่วนบุคคลด้วยเชน่ กัน สาหรับบางองค์กรที่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน ก็จาเป็นต้องจัดทา นโยบายข้อมูลสว่ นบคุ คลสาหรบั พนกั งาน (HR privacy policy) เพ่ือแจง้ วัตถุประสงคใ์ นการนาข้อมูล ส่วนบุคคลของพนักงานไปใช้ร่วมในการประมวลผลในกระบวนการต่าง ๆ ของระบบสารสนเทศ โดย การแจ้งอาจดาเนินการในช่วงการรายงานตัวบรรจุเข้าทางานสาหรับพนักงานใหม่ ส่วนพนักงานเก่า อาจทาเป็นเอกสารเพิ่มเติม ทั้งน้ี ควรกาหนดระยะเวลาในการขอความยินยอมให้ใช้ข้อมูลให้ชัดเจน เมือ่ ครบกาหนดเวลากส็ ามารถดาเนินการตามขน้ั ตอนใหม่อกี ครงั้ 3) การนาขอ้ มลู ไปใช้ประมวลผล ข้อมูลทุกอย่างของผู้ใช้งานได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล ดังนั้นองค์กรควรต้องกาหนดแนวทางหรือนโยบายการดาเนินการด้านข้อมูลส่วนบุคคล (Standard Operating Procedure) และบันทึกรายการข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการบันทึกหรือนาไปใช้ (Records of Processing Activity: ROPA) อย่างครบถ้วน รวมถึงการห้ามเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนใดส่วนหน่งึ ให้กับบุคคลท่ีไม่มคี วามรับผิดชอบเปน็ อนั ขาด 4) การปอ้ งกันความปลอดภัยของขอ้ มูล นอกจากองค์กรต้องกาหนดแนวทางหรือนโยบายการดาเนินการด้านข้อมูล ส่วนบุคคลแล้ว องค์กรยังต้องมีมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ การรักษาความลับ (confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (availability) ซ่ึงควรครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ (administrative safeguard) มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (technical safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (physical safeguard) ตามประกาศกระทรวงดจิ ทิ ัลเพ่อื เศรษฐกจิ และสังคม นอกจากนี้ องค์กรต้องกาหนดนโยบายรักษาระยะเวลาการเก็บข้อมูล และ การทาลายข้อมูลเม่ือครบกาหนดเวลา (Data Retention Policy) และกระบวนการแจ้งเตือน (Breach Notification Protocol) เมอ่ื ข้อมูลส่วนบุคคลถูกโจมตีจากผ้ไู มห่ วังดี
69 5) การส่งตอ่ หรือเปดิ เผยขอ้ มลู สว่ นบคุ คล องค์กรท่ีต้องการส่งต่อ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับผู้อ่ืน ในกรณีท่ีว่าจ้างให้ ประมวลผลข้อมูลจากองค์กรอ่ืนอีกทอดหนึ่ง ต้องมีการแจ้งในนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลท่ีครอบคลุม อย่างครบถ้วน โดยองคก์ รจะต้องมีการทาสัญญา หรอื ขอ้ ตกลงกับผู้ให้บริการประมวลผลข้อมูล (Data Processing Agreement) จากองค์กรภายนอกทุกคร้ัง เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัตคิ ุ้มครองขอ้ มลู ส่วนบคุ คล 6) การกากบั ดูแลข้อมูลส่วนบคุ คล หนว่ ยงานท่ีควบคุมดแู ลการบงั คบั ใช้พระราชบญั ญตั ขิ ้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทย คือ “สานักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” ซ่ึงเป็นหน่วยงานภาครัฐเป็นผู้กากับดูแล ให้แต่ละองค์กรต้องปฏิบัติตาม โดยที่แต่ละองค์กรต้องมี “เจ้าหน้าท่ีคุ้มครองข้อมูล” (Data Protection Officer: DPO) ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ด้านพระราชบัญญัติข้อมูลส่วนบุคคล ด้านเทคโนโลยี และเข้าใจบริบทขององค์กร มีหน้าท่ีให้คาปรึกษากับองค์กร และดูแลการดาเนินการให้เป็นไปตาม กฎหมาย หากองค์กรใดมีความพร้อม ควรจัดอบรมแนวปฏิบัติหรือให้ความรู้เก่ียวกับ พระราชบัญญัติข้อมูลส่วนบุคคล เพ่ือสร้างความตระหนักรู้ และให้พนักงานมีความรู้ความเข้าใจใน การปฏิบัติงานไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ซึ่งจะสรา้ งความเชื่อมนั่ ตอ่ องค์กรใหก้ ับผใู้ ชง้ านได้เปน็ อยา่ งดี ท่มี าของคลิป: กระทรวงดิจทิ ลั เพอ่ื เศรษฐกจิ และสังคม ตอน สาระสาคัญ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมลู ส่วนบคุ คล พ.ศ.2562 สรปุ การมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมในโลกออนไลน์ เป็นความจาเป็นอย่างมากต่อ การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล เน่ืองจากในโลกของการส่ือสารเต็มไปด้วยผู้คนมากมายท้ังที่รู้จักกันจริง ๆ ในโลกแห่งความเปน็ จริง และยงั มผี ู้คนอกี มากมายทเ่ี รารู้จกั กันในโลกเสมือน ซงึ่ มีนิสยั ใจคอ ความช่ืนชอบ และความคล่ังไคล้ที่แตกต่างกัน บางคร้ังอาจมีหลายส่ิงที่ไม่ถูกใจ ไม่ตรงกับความคิด ความเช่ือ หรือ ไม่เห็นดว้ ยกับสงิ่ ท่ีพบเหน็ ในโลกสอ่ื สงั คมออนไลน์ แตย่ ังคงจาเป็นที่เราต้องปฏิบตั ิตอ่ ทุกคนด้วยความ เคารพซึ่งกันและกัน และควรตระหนักถึงการใช้งานเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม เข้าใจและรู้วิธีป้องกัน ความเป็นส่วนตัว และระวังที่จะไม่ล่วงละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น นั่นคือ พฤติกรรมท่ีจะ ทาให้การใชช้ วี ิตในสังคมยคุ ดจิ ทิ ัลได้อย่างมีความสุข
70 คาถามท้ายบท 1. นกั ศกึ ษายกตวั อย่างการกระทาหรอื พฤติกรรมที่แสดงให้เหน็ ถึงเสรภี าพ และ สทิ ธิ มาอยา่ งละ 1 พฤติกรรม 2. นักศึกษายกตัวอยา่ งการกระทาหรือพฤตกิ รรมที่แสดงให้เห็นถึงเสรภี าพ และ สทิ ธิ ในฐานะเป็นนักศกึ ษาของมหาวิทยาลยั สวนดุสิต มาอยา่ งละ 1 พฤตกิ รรม 3. นักศึกษาจะมน่ั ใจไดอ้ ย่างไรวา่ ข้อมลู หรอื ภาพถ่ายทนี่ ามาจากอินเทอร์เน็ตนนั้ สามารถ นาไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ไมเ่ ข้าขา่ ยการละเมดิ ลขิ สิทธิ์ 4. กรณที นี่ กั ศกึ ษานาข้อมลู หรือภาพท่ีมสี ญั ลักษณน์ ้ี ปรากฏอยมู่ าใชง้ าน ผลงานทน่ี ักศึกษาทาเสรจ็ แล้วจะมีสญั ญาอนุญาตครเี อทฟี คอมมอนส์อยา่ งไรบ้าง 5. นักศกึ ษาคดิ อย่างไร เกยี่ วกบั เสรีภาพ และสิทธิ ในการใชง้ านส่อื สงั คมออนไลน์ท่ีเปน็ อยู่ใน ปจั จบุ ัน
เอกสารอา้ งองิ กองบังคับการปราบปรามการกระทาความผิดเก่ียวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี. (22 มีนาคม 2562). ความรับผิดชอบและมารยาทในการใช้สื่อสังคมออนไลน์. สืบค้นเม่ือวันที่ 28 มกราคม 2564, จาก https://tcsd.go.th/ความรบั ผิดชอบและมารยาท. กองเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม. (28 มิถุนายน 2559). ป้ายโฆษณาลามกอนาจาร ผิดอาญา มีโทษปรับ. สืบค้นเม่ือวันที่ 31 กรกฎาคม 2564, จาก https://www.m-culture.go.th/surveillance/ ewt_news.php?nid=1273&filename=index คุณกาลังละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อ่ืน โดยไม่รู้ตัว อยู่หรือไม่ ?. (ม.ป.ป.). สืบค้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2564, จาก True ปลูกปัญญา: http://www.trueplookpanya.com/new/cms_ detailgeneral_knowledge/26301. ดวงพร วิริยา. (2562). Creative Commons ลิขสิทธิ์ทางผลงาน ใช้แบบไหนถึงถูกต้อง. เรียกใชเ้ มื่อ 24 กรกฎาคม 2564 จาก https://creativetalklive.com/creative-commons-license/ ธีรพัฒน์ อังศุชวาล. (13 มีนาคม 2554). ความเป็นสื่อสังคม (Social Media) กับมาตรฐานและ จรรยาบรรณ. สืบค้นเมื่อวันท่ี 30 มกราคม 2564, จาก http://publiclaw.net/publaw/ view.aspx?id=1564 ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ บก.อก.บช.ส. (5 พฤษภาคม 2563). สรุป 13 ข้อ สาระสาคัญจาง่ายๆ พ.ร.บ.คอมพวิ เตอร์ 60. สืบคน้ เม่ือ 31 มกราคม 2564, จาก http://www.sbpolice.go.th/ news/สรปุ 13ขอ้ สาระสาคญั จาง่ายๆพ.ร.บ.คอมพิวเตอร6์ 0_189.html. มหาวทิ ยาลัยมหิดล. (2559). จริยธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ. สบื ค้นเมือ่ วันที่ 31 มกราคม 2564, จาก https://sites.google.com/ska1.go.th/digitalliteracy/บทเรียนออนไลน์/1-สิทธิ และความรับผดิ ชอบ ศิริกร เอ้ือไพจิตร. (8 กรกฎาคม 2562). รอยเท้าดิจิทัล : ฝ่ายบุคคลเตือน ตัวตนและความคิดเห็นใน โลกออนไลน์มีผลต่อการสมัครงาน. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2564 จาก, https://www.bbc.com/thai/thailand-48902824 สิทธิและความรับผิดชอบแห่งศตวรรษที่ 21. (ม.ป.ป.). สืบค้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2564, จาก https://thaidigizen.com/digital-citizenship/ch4-digital-rights-and-responsibilities สรุป PDPA คอื อะไร ฉบับเข้าใจงา่ ย พร้อมแนะแนว. (15 กมุ ภาพันธ์ 2564). เรียกใชเ้ มอ่ื 17 สิงหาคม 2564 จาก https://pdpa.pro/blogs/in-summary-what-is-pdpa Nuch. (20 มิถุนายน 2562). สรุป พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์: กรณีศึกษาและเน้ือหา 13 เร่ืองที่ชาวเน็ตตอ้ งรู้. สืบค้นเมอ่ื วนั ท่ี 31 มกราคม 2564, จาก https://contentshifu.com/blog/computer-law#1 United Nation. (1948, December 10). Universal Declaration of Human Rights. Retrieved July 4, 2021, from https://www.un.org/sites/un2.un.org/files/udhr.pdf United Nation. (2014). the charter of human rights and principles for the internet. Retrieved July 4, 2021, from https://www.ohchr.org/Documents/Issues/Opinion/Communications/ InternetPrinciplesAndRightsCoalition.pdf
บทท่ี 5 การรู้เทา่ ทนั โลกออนไลน์ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในปจั จุบนั ไม่ว่าจะเป็นคอมพวิ เตอร์ โทรศัพท์ แท็บเล็ต และส่ือสังคม ออนไลน์ เป็นการนามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสาหรับการสื่อสารในชีวิตประจาวันและ การปฏิบัติงาน ส่วนใหญ่เป็นการส่ือสารออนไลน์โดยใช้เคร่ืองมือการส่ือสาร เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตราแกรม และทวติ เตอร์ เปน็ ตน้ รูปแบบการสื่อสารมีท้ังการแชท การแชร์ข้อมูลข่าวสาร การกดถูกใจ ซึ่งการส่ือสารออนไลน์มีลักษณะเปิดเผยแต่อยใู่ นพ้นื ที่สาธารณะทาให้ง่ายต่อการเข้าถึงข้อมลู ต่าง ๆ ประโยชน์จากใช้ส่ือสังคมออนไลน์ทาให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ตลอดเวลา เผยแพร่ ข้อมูลได้ทันที ทุกที่ ทุกเวลา และเปน็ แหล่งพบปะพูดคุยกันในเรื่องที่มีความสนใจเหมือนกัน นาเสนอ ตัวตน นอกจากน้ียังเช่ือมโยงและส่ือสารกับผู้คนได้ท่ัวโลก แต่ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งการใช้ สื่อสังคมออนไลน์ก็ต้องใช้อย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดผลกระทบในทางไม่ดีกับผู้อ่ืน และในการรับส่ง ข้อมูลข่าวสารต้องใช้วิจารณญาณและพิจารณาข้อมูลข่าวสารว่าเป็นจริงหรือไม่อย่างไร ก่อนท่ีจะเชื่อ หรอื เผยแพร่ขอ้ มลู ข่าวสารนน้ั การรู้เท่าทันส่ือสังคมออนไลน์มีความสาคัญสาหรับทุกคนเพื่อให้ใช้ส่ือสังคมออนไลน์ใน การส่ือสารได้อย่างถูกต้องและมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม ซึ่งการรู้เท่าทันสื่อออนไลน์ คือ การไมเ่ ชื่อเนอ้ื หาหรอื ขอ้ มูลข่าวสารที่ไดอ้ ่าน ไดย้ ิน ไดฟ้ งั แต่สามารถคดิ วิเคราะห์เนื้อหา ข้อมลู ข่าวสาร ไดว้ า่ เป็นจรงิ หรือไม่ รวมทั้งตระหนักถึงผลกระทบของการสอื่ สารที่จะเกดิ ขึ้นเม่ือมกี ารเผยแพร่ออกไป การรู้เท่าทันโลกออนไลน์ทาให้เกิดการใช้งานส่ือสังคมออนไลน์อย่างมีความรับผิดชอบต่อตนเองและ สงั คม ดังนนั้ การนาสือ่ สงั คมออนไลนม์ าใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั อย่างรูเ้ ท่าทันจงึ สรปุ เปน็ 3 ประเดน็ ได้แก่ การสอ่ื สารและแลกเปลย่ี นขอ้ มูลอยา่ งสรา้ งสรรค์บนโลกออนไลน์ การร้เู ท่าทนั ขา่ วปลอมทางส่ือสังคม ออนไลน์ และการร้เู ท่าทนั พฤตกิ รรมการใช้สอื่ สงั คมออนไลน์อยา่ งปลอดภัย การสื่อสารและแลกเปลีย่ นขอ้ มูลอย่างสรา้ งสรรค์บนโลกออนไลน์ การส่ือสารบนโลกออนไลน์ต้องตระหนกั ถึงสทิ ธิของบุคคลทั้งประเด็นสว่ นบคุ คลและประเดน็ สาธารณะ ควรนาเสนอในสิ่งท่ีเปน็ ความจริงไม่สรา้ งความเข้าใจผิดหรอื ความเดือดรอ้ นให้แก่ผอู้ น่ื การโพสตข์ ้อมูลบนสอื่ สังคมออนไลน์ ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ (2561) ได้อธิบายถึง มารยาทในการแสดงความคิดเห็นผ่าน เทคโนโลยี ไว้ว่า 1) ก่อนแสดงความคิดเห็นควรย้อนกลบั ไปอา่ นคาถามและความคดิ เห็นของผู้อนื่ ทีไ่ ดต้ อบไว้แล้วบา้ ง 2) เคารพความคดิ เห็นของผ้อู ืน่ 3) แสดงความคิดเห็น อภิปรายประเดน็ ใหต้ รงมากทีส่ ุด 4) การใช้ภาษาสภุ าพมีความสาคญั ทั้งต่อตัวเองและผรู้ ับสาร
74 5) ไมใ่ ช้การแสดงความคดิ เหน็ ที่แสดงอารมณ์ขัน ประชดประชนั ดูถูก ดูหมิ่น ผ่านภาษาเขยี น 6) พจิ ารณาให้ถถ่ี ้วนว่าผรู้ ับสารทตี่ อ้ งการโตต้ อบดว้ ยน้ันอยใู่ นสถานะใด การโพสต์ข้อมูลบนส่ือสังคมออนไลน์ มีแนวทางการใช้ที่เหมาะสม ดงั น้ี (ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สานกั งานกองทนุ สนบั สนุนการสร้างเสริมสขุ ภาพ (สสส.), 2562) 1) ไมโ่ พสต์เนอื้ หาทพ่ี าตัวเองเดือดรอ้ น เชน่ การเขยี นวจิ ารณค์ นอนื่ ด้วยภาษาทไ่ี มส่ ภุ าพ 2) มีศีลธรรมและจริยธรรมในการโพสต์ ควรคานึงผลกระทบต่อสงั คม 3) การแต่งเติมเนื้อหาแต่พอดี การใช้ส่ือ เช่น การตัดต่อภาพ ตัดต่อวิดีโอ ตัดเสียง เมื่อ จาเป็นต้องทา ควรคานึงถึงความเหมาะสม ไม่แต่งเติมเนื้อหามากเกินไปจนทาให้คนที่เห็นเข้าใจผิด เชน่ ไมต่ ัดต่อหนา้ บุคคลอ่ืนกอ่ นได้รบั อนุญาต เปน็ ตน้ 4) เข้าใจเนอื้ หาแบบไมต่ ดั สนิ ตวั คนโพสต์ 5) แชรอ์ ย่างมีสติ 6) สร้างความนิยมอย่างสร้างสรรค์ สร้างค่านิยมในทางท่ีถูกตอ้ ง เชน่ แสดงความสามารถพิเศษ รีววิ อยา่ งตรงไปตรงมา ไม่โกหก ตัง้ อยบู่ นความจริงใจไม่จาเป็นตอ้ งใหค้ นชอบดว้ ยคลปิ วดิ ีโอทไี่ มเ่ หมาะสม 7) สนกุ กับเน้ือหา ไมจ่ ับผดิ เกนิ ไป การรเู้ ทา่ ทนั ตนเอง เปน็ การใชส้ อ่ื สังคมออนไลน์อย่างมสี ติ คือ การไมแ่ ชรท์ นั ทีโดยทย่ี งั ไม่ไดอ้ ่านรายละเอยี ดและไตรต่ รองอยา่ งสมเหตุสมผล ส่ิงท่ีไม่ควรโพสต์บนโลกออนไลน์ (กองบังคับการปราบปรามการกระทาความผิดเกี่ยวกับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี, 2562ข) 1) สถานที่ตั้ง มีข้อมูลตาแหน่งที่ควรคานึงถึง คือ ข้อมูลท่ีเลือกโพสต์ (ขณะกาลังใช้งานอยู่) และข้อมูลท่ีรวบรวมโดยแอปพลิเคชันและอุปกรณ์บนเคร่ืองมือที่ใช้งาน เช่น โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น ส่ิงทีต่ ้องทา ไดแ้ ก่ - ตรวจสอบการตงั้ ค่าความเป็นสว่ นตวั บนสือ่ สังคมออนไลน์ - ปดิ ใชก้ ารตดิ แท็กตาแหนง่ อัตโนมัติสาหรับการอัปเดตสถานะหรือทวติ - อย่าเชค็ อนิ ท่ีบา้ นของตนเอง - ตรวจสอบพ้ืนหลงั ของภาพสาหรับจดุ สงั เกตทรี่ ะบุได้ - อ่านข้อตกลงและเง่ือนไขเพ่ือดูแอปพลิเคชันหรือบริการว่าแอปพลิเคชันเหล่านั้นจะทา อยา่ งไรกบั ขอ้ มลู ตาแหน่งของเรา - เปลีย่ นการตงั้ คา่ กลอ้ งเพอื่ ไมใ่ ห้ระบุข้อมลู ตาแหน่งในภาพที่ถา่ ย 2) ที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ คนส่วนมากไม่ได้ให้ท่ีอยู่ของตนเองกับคนแปลกหน้าบน อินเทอรเ์ นต็ อย่างไรกต็ ามอาจมีบางครั้งที่ไม่ไดต้ ั้งใจจะเปิดเผยทอ่ี ยขู่ องเราตอ่ โลกดจิ ทิ ลั สิ่งท่ตี อ้ งทา ไดแ้ ก่ - เมอื่ ซื้อสนิ ค้าออนไลน์ให้ค้นหา “https” แทนที่ “http” ใน URL - อยา่ โพสตท์ อี่ ยู่ของตนเองในทสี่ าธารณะ - อ่านข้อตกลง เงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์เพื่อตรวจสอบว่าข้อมูล ของเราไม่ไดถ้ ูกนาไปขายหรือใช้อยา่ งไม่เหมาะสม - แก้ไขหรอื ลบทอี่ ย่จู ากรปู ภาพก่อนโพสต์
75 3) การระบุบัตรเครดิตและข้อมูลการธนาคาร การขโมย ID ของเราเป็นส่ิงที่อาจเกิดขึ้นได้ อาจถูกสวมตัวตนเป็นเจ้าของบัตรเครดิตหรอื แม้แต่บัญชีธนาคาร สง่ิ ทตี่ อ้ งทา ได้แก่ - อย่าโพสต์ภาพทเี่ ป็นความลับข้อมลู ทางการเงินสว่ นบุคคลหรอื รหัสผา่ นทางออนไลน์ - หากมเี หตผุ ลที่ถกู ต้องในการโพสต์ ควรแกไ้ ขหรอื ลบข้อมูลทีเ่ ป็นความลับทัง้ หมดออก 4) อย่าโพสต์เร่ืองท่ีทางาน แม้ว่างานของเราจะมีอุปสรรคมากเพียงใด แต่ควรที่จะแยกชีวิต เรื่องงานและความเป็นสว่ นตวั ออกจากกันให้ได้ สิ่งทีต่ อ้ งทา ไดแ้ ก่ - สร้างรายชื่อเพื่อนบนเฟซบุ๊ก สาหรับเพื่อนร่วมงาน และจากัดโพสต์ส่วนตัวเพ่ือยกเว้น เพื่อนร่วมงาน - อย่าโพสต์โครงการทางานหรอื ข้อมลู ความลบั อนื่ ๆ ในสือ่ สังคมออนไลน์ - อยา่ ใชห้ รือส่งเอกสารทางอเี มล นอกเสียจากวา่ บญั ชหี รืออปุ กรณข์ องบรษิ ทั ได้รับการอนมุ ตั ิ - อย่าวิพากษ์วิจารณ์ธุรกิจ (ปจั จุบนั หรือก่อนหน้าน้ี) หรือเพื่อนร่วมงานในพ้ืนที่สาธารณะ หรอื ทางสื่อสงั คมออนไลน์ ท่ีมาของคลิป: รายการ iT24Hrs ตอน เร่ือง 5 สง่ิ ทห่ี ้ามโพสตล์ ง Social Network เด๋ียวภยั มา การรเู้ ทา่ ทนั ข่าวปลอมทางส่อื สงั คมออนไลน์ ข่าวปลอมหรือขา่ วลวง (Fake news) หมายถึง ข่าวทม่ี เี น้ือหาอันเปน็ เท็จ หลอกลวง หรอื ขา่ วสร้าง สถานการณ์ รวมถึงการเขียนข่าวที่ได้รับการสนับสนุนอย่างปิดบังหรือแอบแฝง ซึ่งนาเสนอในแพลตฟอร์ม ออนไลนอ์ ่ืน ๆ (Lazer, el.al, 2018; เฉลมิ พล กก๊ เกียรตกิ ุล และธญั ญนนทณัฐ ด่านไพบลู ย์, 2561) ผลกระทบของขา่ วปลอมในสื่อสังคมออนไลน์ สานักงานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์ (2562) ไดก้ ล่าวถึง ผลกระทบของขา่ วปลอมหรอื ขา่ วลวงทม่ี ตี ่อผรู้ บั ข่าวสาร ดงั นี้ - ผู้รับได้ข้อมูลไม่ถูกต้อง ทาให้ตัดสินใจผิดพลาด อาจส่งผลเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน เช่น แชร์ข้อมูลว่าด่ืมน้ามะนาวช่วยรักษาโรคมะเร็งได้ ผู้ป่วยอาจเลิกไปรักษาด้วยวิธีเคมีบาบัดกับหมอ ทาให้มะเร็งลกุ ลามถงึ ขนั้ เสยี ชีวิต - ผู้รับเกิดความตระหนกตกใจ เช่น ข้อมูลเท็จเก่ียวกับภัยพิบัติ หรือโรคระบาดต่าง ๆ อาจ ทาให้ผู้คนแตกต่ืน กักตุนของกินของใช้หรือไปเข้าคิวฉีดวัคซีนป้องกันโรคซึ่งไม่เกิดขึ้นจริง ข่าวการเมืองหรือนโยบายของรัฐทีอ่ าจทาใหห้ ุ้นขนึ้ หรือลง นักลงทุนเทขายหนุ้ หรอื ซือ้ เพอื่ เก็งกาไร
76 - ผู้ถูกแอบอา้ งไดร้ ับความเสียหาย เช่น ถูกล้อเลียน ดูหม่ิน กล่ันแกล้งรังแก เพราะข้อมูลเท็จ ที่เกิดจากการตัดตอ่ ให้ดูตลกขบขัน ถูกเกลียดชังจากข้อมูลเท็จเชิงใส่ร้ายปา้ ยสีหรือตวั อย่างข่าวดาราดัง ป่วยหนกั ใกล้เสียชีวิต ทาใหป้ ระชาชนสงสาร มจิ ฉาชีพฉกฉวยโอกาสเรยี่ ไรเงินช่วยเหลือครอบครัวดารา - ข้อมูลที่ทาให้เกิดความขัดแย้งในสังคม เช่น ข้อมูลเท็จทางด้านการเมือง ข่าวสถานการณ์ ระหวา่ งประเทศ อาจนาไปสคู่ วามไมส่ งบสุขในสงั คม สรา้ งปัญหาระหว่างประเทศได้ ข่าวปลอมหรือข่าวลวงที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และการทหาร สรปุ ได้ดังนี้ (ศูนยศ์ กึ ษายุทธศาสตร์ สถาบนั วิชาการป้องกันประเทศ, 2559) ดา้ นการเมอื ง ด้านการเมือง ข่าวปลอมที่เกิดข้ึนส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด ประเทศไทยอาจมีผู้ใช้ ข่าวปลอมเปน็ เครอ่ื งมือในการเลือกตัง้ ได้ ด้านเศรษฐกจิ ด้านเศรษฐกิจข่าวปลอมถูกส่งต่อหรือแชร์ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ อาจส่งผลให้นักลงทุน เกิดความไม่มัน่ ใจในการลงทนุ ทาให้ตลาดห้นุ มีความผนั ผวน และอาจส่งผลกระทบตอ่ ระบบเศรษฐกจิ ในระยะยาวได้ สาหรับประเทศไทยนอกจากจะส่งผลต่อการลงทุนแลว้ ยังอาจกระทบต่อการท่องเทย่ี ว ซึ่งไทยเป็นประเทศที่มีรายได้จากการท่องเท่ียวเป็นจานวนมาก เพราะฉะนั้นหากเกิดข่าวปลอมที่ เกย่ี วข้องกบั การท่องเทีย่ วหรอื ชาวต่างชาติขน้ึ จะสง่ ผลกระทบตอ่ รายได้เข้าประเทศและสง่ ผลกระทบ ต่อผู้ค้ารายย่อยด้วย ซ่ึงต่อไปในอนาคตข่าวปลอมที่มาจากเว็บไซต์ปลอมเหล่าน้ี อาจจะไม่ใช่แค่ ข่าวปลอมเทา่ นัน้ แต่ผ้สู ร้างสามารถฝังซอฟต์แวร์มงุ่ ร้ายตา่ ง ๆ ไว้ และหลอกลวงเอาทรัพยส์ นิ ไปได้ ดา้ นสงั คม ดา้ นสังคม ข่าวปลอมที่แพร่กระจายออกไปโดยเฉพาะข่าวที่มีผลกระทบตอ่ ความรู้สึกของคน จานวนมาก จะทาให้เกิดผลกระทบด้านจิตวิทยาของประชาชนทาให้เกิดความสับสน เข้าใจผิด และ ตนื่ ตระหนกซงึ่ ในระยะยาวอาจจะส่งผลตอ่ การดารงชวี ิตของประชาชนได้ ด้านการทหาร ด้านการทหาร อาจมีผู้สร้างข่าวปลอมขึ้นมาเพื่อสร้างความแตกแยกโดยใช้การทหารเป็น เคร่อื งมือ ดังเหตุการณ์การปลอ่ ยข่าวปลอมที่เก่ียวกับการรัฐประหารทีเ่ คยเกิดข้ึน หรือผ้กู ่อการร้ายอาจ สร้างข่าวปลอมขน้ึ มาทาให้สง่ ผลกระทบต่อความม่นั คงทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ รปู แบบของเน้ือหาขา่ วปลอม ลักษณะเนื้อหาของข่าวปลอม First Draft News เป็นองค์กรที่ต้ังขึ้นมาเพ่ือต่อสู้กับข่าวปลอม ร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ และ Publisher รวมถึง เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ New York Times หรือ BuzzFeed ไดจ้ ัดรูปแบบของขา่ วปลอมไว้ 7 แบบ โดยเรียงตามระดบั ความรุนแรงจากนอ้ ยไปมาก ดงั นี้ (สรานนท์ อินทนนท,์ 2563) 1) เนือ้ หาลอ้ เลยี นเสยี ดสี (Satire or Parody) ข่าวล้อเลียนไม่ได้มีเจตนาในการสร้างความเข้าใจผิดหรือต้องการให้ผู้อ่ืนหลงเชื่อ แต่ ต้องการล้อเลียนหรือทาให้ขบขัน มักเป็นการล้อเลียนเหตกุ ารณ์บา้ นเมืองในปัจจุบัน หรือล้อเลียนคน มีช่ือเสียง โดยมักมีการจัดหน้าเลียนแบบหรือรูปแบบให้เหมือนข่าวจริง จนบางคร้ังผู้อ่านหลงเช่ือว่า
77 เปน็ ข่าวจริงได้ เช่น บทความใน “ผู้จัดกวน” หรือ ในเว็บไซต์ “ข่าวปด” ซึ่งเป็นข่าวล้อเลียน ไม่ใชข่ ่าวปลอม แตถ่ า้ ผอู้ ่านขาดความรู้ความเขา้ ใจ จึงทาให้ขา่ วลอ้ เลยี นมีคุณลกั ษณะถกู จัดว่าเป็นข่าวปลอมได้ ดังน้ัน ข่าวประเภทน้จี งึ มรี ะดบั ความรนุ แรงนอ้ ยท่สี ดุ 2) เนื้อหาไม่ตรงพาดหัว (False connection) เน้ือหาไม่ตรงพาดหัว คือ ข่าวท่ีมีการเชื่อมโยงเน้ือหาที่ผิด พาดหัวข่าว รูปภาพ หรือ คาบรรยาย ไม่ได้เช่ือมโยงกับเน้ือหาข่าวจริง ๆ เป็นการเชื่อมโยงสองส่ิงท่ีไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลยแต่ ถกู นามากลา่ วถงึ ในข่าวเดยี วกนั หรือทาให้มาเช่ือมโยงกนั โดยพาดหัวมกั จะเปน็ การเรา้ อารมณ์ดึงดดู ให้ คนเข้ามาอ่าน เน่ืองจากปัจจุบันผู้อ่านมักจะมีช่วงความสนใจที่ส้ันลงจึงทาให้สานักข่าวออนไลน์ เนน้ พาดหวั ขา่ วใหห้ วือหวา 3) เนอ้ื หาช้นี า (Misleading) เน้ือหาชี้นา เป็นข่าวท่ีมีเน้ือหาข้อเท็จจริงแต่จงใจบิดเบือนเร่ืองราวหรือใส่ร้ายผู้อ่ืน ใหเ้ ข้าใจผิดโดยการชีน้ าไปในทางใดทางหนงึ่ เปน็ การเขยี นข่าวโดยใชอ้ คติของผเู้ ขยี น 4) เนื้อหาที่ผิดบรบิ ท (False Context) เน้ือหาท่ีผิดบริบท เป็นข่าวที่มีเน้ือหาข้อมูลจริงแต่นาบริบทท่ีไม่เกี่ยวข้องกับเน้ือหานั้น มาเชื่อมโยงทาให้คนตีความผิด เช่น เน้ือหาของข่าวเป็นเร่ืองจริงแต่นาภาพประกอบจากแหล่งอื่น มาประกอบ ทาให้ข่าวกับรูปภาพไม่สอดคลอ้ งกัน 5) เนอื้ หาแอบอา้ ง (Impostor) เนื้อหาแอบอ้าง คือ ข่าวที่มีการแอบอ้างบุคคล แหล่งข้อมูลหรือแหล่งข่าวที่ไม่จริงหรือ อ้างตัวเป็นแหล่งข่าวท่ีน่าเช่ือถือ ข่าวปลอมประเภทน้ีมักเป็นข่าวออนไลน์ท่ีสร้างรูปแบบให้เหมือน สานักข่าวจริง ๆ หรือแอบอา้ งชอ่ื สานักข่าวทีม่ ีชือ่ เสยี งซ่ึงทาความสบั สนให้ผู้อ่าน 6) เนื้อหาหลอกลวง (Manipulated) เน้ือหาหลอกลวง คือ ข่าวตัดต่อหรือข่าวที่มีเนื้อหาข้อมูลหรือภาพข่าวจริง ๆ แต่ถูก ดดั แปลงดว้ ยการปลอมหรือตัดต่อเพ่อื สรา้ งเร่ืองหลอกลวง 7) เนือ้ หาทกี่ ุขึ้นมา (Fabricated) เนื้อหาที่กุข้ึนมา คือ ข่าวที่กุเร่ืองข้ึนมาทั้งหมดเป็นข้อมูลเท็จ 100% มีเจตนาท่ีจะ หลอกลวงหรือใส่ร้าย ข่าวกุถูกสร้างขึ้นมาโดยผู้ไม่หวังดี ซึ่งอาจจะทาเองหรือจ่ายเงินจ้างให้ผู้อื่นทา เพื่อหวงั ผลใหเ้ กดิ ความเข้าใจผิดในวงกว้าง ขา่ วประเภทนี้มีระดับความรุนแรงมากท่ีสุด ทม่ี าของคลิป: Thai Media Fund ตอน การรเู้ ท่าทนั ขา่ วปลอม Fake News EP 2: รปู แบบขา่ วปลอม
78 การพิจารณาความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสารในสื่อสังคม ออนไลน์ การสังเกตขา่ วปลอม (ศนู ย์ช่วยเหลอื เฟซบุ๊ก, 2564) 1) สงสัยข้อความพาดหัว ข่าวปลอมมักมีข้อความพาดหัวท่ีดึงดูดความสนใจโดยใช้ตัวพิมพ์ ใหญ่ทั้งหมดและเครื่องหมายอัศเจรีย์ หากข้อความพาดหัวที่น่าตื่นตระหนกฟังดูไม่น่าเช่ือถือ ข่าวน้ัน นา่ จะเป็นขา่ วปลอม 2) สังเกตท่ี URL ซึ่ง URL หลอกลวง หรือดูคล้ายอาจเป็นสัญญาณของข่าวปลอมได้ เว็บไซต์ ข่าวปลอมจานวนมากเปลี่ยนแปลง URL เพียงเล็กน้อยเพื่อเลียนแบบแหล่งข่าวจริง ซึ่งเราอาจไปท่ี เวบ็ ไซตเ์ พือ่ เปรยี บเทียบ URL กบั แหล่งข่าวทม่ี ี 3) สังเกตแหล่งที่มา ตรวจดูให้แน่ใจว่าเรื่องราวเขียนขึ้นโดยแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือและมี ชื่อเสียงด้านความถูกต้อง หากเร่ืองราวมาจากองค์กรที่ชื่อไม่คุ้นเคยให้ตรวจสอบท่ีส่วน “เก่ียวกับ” เพอ่ื เรียนร้เู พิม่ เตมิ 4) มองหาการจัดรูปแบบท่ีไม่ปกติ เว็บไซต์ข่าวปลอมจานวนมากมักมีการสะกดผิดหรือวาง เลย์เอาท์ไมป่ กติ โปรดอ่านอยา่ งระมัดระวังหากเหน็ สญั ญาณเหล่านี้ 5) พิจารณารูปภาพ เรื่องราวข่าวปลอมมักมีรูปภาพหรือวิดีโอที่ไม่เป็นความจริง บางคร้ัง รูปภาพอาจเป็นรูปจริง แต่ไม่เก่ียวข้องกับบริบทของเรื่องราว สามารถค้นหาเพ่ือตรวจสอบได้ว่า รูปภาพเหล่าน้ันมาจากทไ่ี หน 6) ตรวจสอบวันที่ เรือ่ งราวข่าวปลอมอาจมีลาดบั เหตุการณท์ ีไ่ ม่สมเหตผุ ล หรือมีการเปลี่ยนแปลง วนั ทีข่ องเหตกุ ารณ์ 7) ตรวจสอบหลักฐาน ตรวจสอบแหล่งข้อมูลของผู้เขียนเพ่ือยืนยันว่าถูกต้อง หากไม่มี หลกั ฐานหรอื ความน่าเชอื่ ถือของผู้เชีย่ วชาญท่ไี ม่มชี ่อื เสยี ง อาจระบุไดว้ ่าข่าวดังกลา่ วเปน็ ขา่ วปลอม 8) ดูรายงานอนื่ ๆ หากไม่มแี หล่งทม่ี าอน่ื ๆ ทร่ี ายงานเร่ืองราวเดียวกัน อาจระบุได้ว่าข่าวดังกล่าว เป็นขา่ วปลอม หากมกี ารรายงานข่าวโดยหลายแหลง่ ขา่ วท่เี ชอื่ ถือได้ มแี นวโน้มว่าขา่ วดงั กลา่ วจะเป็นข่าวจรงิ 9) เร่ืองราวน้ีเป็นเร่ืองตลกหรือไม่ บางคร้ังอาจแยกข่าวปลอมจากเรื่องตลกหรือการล้อเลียน ได้ยาก ตรวจสอบดูว่าแหล่งที่มาของข่าวข้ึนช่ือเรื่องการล้อเลียนหรือไม่ และรายละเอียดตลอดจน น้าเสยี งของข่าวฟงั ดเู ปน็ เรื่องตลกหรือไม่ 10) เรื่องราวบางเร่ืองอาจตั้งใจเป็นข่าวปลอม ใช้วิจารณญาณเพ่ือคิดวิเคราะห์เรื่องราวที่ เราอา่ น และแชรเ์ ฉพาะข่าวทีเ่ ราแนใ่ จวา่ เชื่อถอื ไดเ้ ท่านนั้ หน่วยงานท่ีดแู ลเก่ียวกบั ข่าวปลอม ได้แก่ ศูนย์การต่อตา้ นข่าวปลอม ประเทศไทย กระทรวง ดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคมซึ่งสามารถเข้าไปตรวจสอบว่าข่าวท่ีได้รับมาเป็นข่าวปลอมหรือไม่ รวมทั้งสามารถแจ้งเบาะแสข่าวท่ีน่าสงสัยได้ โดยสามารถเข้าใช้งานได้ผ่านทางเว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ เวบ็ ไซตน์ ีม้ กี ารแสดงผลดังภาพที่ 5.1
79 ภาพท่ี 5.1 เวบ็ ไซตศ์ ูนย์ตอ่ ต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ที่มา: ศูนยต์ ่อตา้ นขา่ วปลอม ประเทศไทย, 2563 เว็บไซต์ศูนยต์ ่อตา้ นข่าวปลอม ประเทศไทย จะมีข้อมูลเกีย่ วกบั ข่าวปลอมหรือขา่ วบิดเบอื นที่ เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งผู้ใช้สามารถค้นหาข่าวปลอมท่ีต้องการและแจ้งเบาะแสข่าวปลอมได้ ตัวอย่างข่าว ปลอมและขา่ วบิดเบอื นในเวบ็ ไซต์ศนู ย์ต่อต้านขา่ วปลอม แสดงดงั ภาพที่ 5.2 ภาพที่ 5.2 ตวั อยา่ งขา่ วปลอมและข่าวบดิ เบือน ท่มี า: ศนู ยต์ อ่ ต้านข่าวปลอม ประเทศไทย, 2563
80 นอกจากนี้ สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้จัดทาแอปพลิเคชัน เช็ก ชัวร์ แชร์ และเว็บไซต์ https://sure.oryor.com เพ่ือลดปัญหาการแชร์ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเก่ียวกับ การบริโภคเพื่อสุขภาพและรักษาโรค ซ่ึงเว็บไซต์น้ีสามารถใช้ค้นหาความจริงก่อนแชร์และให้ ข้อเท็จจริงรวมทั้งความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริโภคเพ่ือดูแลสุขภาพและรักษาโรคท่ีมีการส่งต่อกัน ทางสอื่ สังคมออนไลน์ เวบ็ ไซตน์ ีแ้ สดงข้อมลู ดังภาพท่ี 5.3 ภาพท่ี 5.3 เชก็ ชวั ร์ แชร์ ผ่านเว็บไซต์ https://sure.oryor.com ท่ีมา: สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา, 2561 ประเภทของความผิดปกตขิ องข้อมลู ขา่ วสาร (Information Disorder) ประเภทของความผิดปกติของข้อมูลข่าวสาร (Information Disorder) ได้แก่ ความผิดปกติ ของข้อมูลข่าวสาร (Information Disorder) ข้อมูลที่ผิด (Misinformation) ข้อมูลที่บิดเบือน (Disinformation) ข้อมูลที่แฝงเจตนาร้าย (Malinformation) มีรายละเอียด ดังนี้ (Claire Wardle and Hossein Derakhshan. (2018) ; เว็บไซต์ rainmaker (doyoumind), 2564) ความผิดปกติของขอ้ มลู ขา่ วสาร (Information Disorder) ความผิดปกติของข้อมูลข่าวสารจะสามารถแบ่งตามฐานข้อมูลได้ 2 ส่วน คือ ข้อมูลที่ไม่ ถูกต้อง (Falseness) และขอ้ มูลท่มี ีเจตนามุง่ รา้ ย (Intent to harm) ดงั ภาพท่ี 5.4
81 ภาพท่ี 5.4 ความผิดปกตขิ องข้อมูลขา่ วสาร ท่ีมา: Claire Wardle and Hossein Derakhshan. 2018 ; เวบ็ ไซต์ rainmaker (doyoumind), 2564 ขอ้ มูลทผ่ี ดิ (Misinformation) ข้อมูลท่ีผิดพลาดหรือข้อมูลเท็จ ได้แก่ การเสียดสีหรือล้อเลียน (Satire or Parody), ข้อมูล ท่ีมีการเชื่อมโยงผิด (False Connection) และเนื้อหาที่ช้ีนาให้เกิดการเข้าใจผิด (Misleading Content) ดงั ภาพท่ี 5.5 ภาพท่ี 5.5 ขอ้ มลู ที่ผดิ ท่ีมา: Claire Wardle and Hossein Derakhshan. 2018 ; เวบ็ ไซต์ rainmaker (doyoumind), 2564
82 ขอ้ มลู ทบ่ี ดิ เบอื น (Disinformation) ข้อมูลท่ีบดิ เบือน (Disinformation) คือ ข้อมูลท่ีผดิ แตผ่ ู้รับสารเผยแพรไ่ ปด้วยความจงใจทงั้ ท่ีรู้ว่าข้อมูลเหล่าน้ันไม่ถูกต้อง หรือก็มีเจตนาท่ีจะบิดเบือนข้อมูล และช้ีนาผู้คนเกิดความเข้าใจผิด ได้แก่ เนื้อหาท่ีแต่งขึ้นมาใหม่ (Fabricated Content), เนื้อหาท่ีมีการดัดแปลง (Manipulated Content), ข้อมูลที่ผิดบรบิ ท (False Context) และ ข้อมูลท่ีมีเนอื้ หาแอบอ้าง (Imposter Content) ดังภาพท่ี 5.6 ภาพที่ 5.6 ข้อมูลทบี่ ดิ เบือน ทีม่ า: Claire Wardle and Hossein Derakhshan. 2018 ; เวบ็ ไซต์ rainmaker (doyoumind), 2564 ข้อมลู ทีแ่ ฝงเจตนาร้าย (Malinformation) ข้อมูลท่ีแฝงเจตนาร้าย (Malinformation) อาจเป็นข้อมูลที่มาจากข้อเท็จจริง แต่ถูกใช้เป็น เครื่องมือในการทาร้ายผู้อืน่ ไดแ้ ก่ ข้อมูลท่ีละเมิดความเป็นส่วนตัว การคุกคาม ข้อความหรือคาพูดที่ แสดงความเกลียดชัง และ ข้อมูลทข่ี ดั ต่อจรรยาบรรณ ดังภาพท่ี 5.7
83 ภาพที่ 5.7 ข้อมลู ที่แฝงเจตนารา้ ย ทม่ี า: Claire Wardle and Hossein Derakhshan. 2018 ; เวบ็ ไซต์ rainmaker (doyoumind), 2564 การรเู้ ท่าทันพฤติกรรมการใช้ส่อื สงั คมออนไลน์อยา่ งปลอดภัย พฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์มีทั้งส่วนท่ีเป็นภัยและเป็นประโยชน์ ดังนั้น การใช้ สอ่ื สงั คมออนไลนอ์ ย่างถูกวิธีกจ็ ะเกดิ ความปลอดภัยและหลกี เลีย่ งภัยที่เกดิ จากการใชส้ อื่ สงั คมออนไลน์ พฤติกรรมการใชส้ อื่ สังคมออนไลนท์ ีม่ ีความเสย่ี งต่อตนเองและมผี ลกระทบตอ่ ผ้อู น่ื จากการศึกษาข้อมูลจากเอกสารต่าง ๆ ตวั อย่างพฤตกิ รรมการใชส้ ่ือสังคมออนไลน์ที่มีความเส่ียง ต่อตนเองและมีผลกระทบต่อผอู้ นื่ เชน่ 1) การเชค็ อนิ ในสถานที่ต่าง ๆ อาจมคี วามเสย่ี งตอ่ ความปลอดภยั ของตนเองได้ 2) การ Login ส่ือสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ หรือ ทวิตเตอร์ ในเครื่องคอมพิวเตอร์ สาธารณะ และเมื่อใช้เสร็จแล้วไม่ทาการ Logout อาจจะทาให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามาใช้งานต่อ ทาให้ เกิดความเสียหายกับเราได้ 3) การต้ังรหสั ผา่ นทค่ี าดเดางา่ ย ทาใหผ้ ู้อ่ืนคาดเดารหสั ผ่านของเราไดแ้ ละเขา้ ไปใช้งานระบบ ต่าง ๆ ของเราโดยท่เี ราไม่รู้ 4) การใชร้ หสั ผ่านเดิมเปน็ ระยะเวลานานโดยไม่มกี ารเปลย่ี นแปลง 5) ใส่ข้อมูลส่วนตัวและรายละเอียดต่าง ๆ ในเฟซบุ๊ก อาจเกิดความไม่ปลอดภัยและเป็น อันตรายตอ่ ตนเองได้ 6) การเปดิ อเี มลจากคนหรอื องคก์ รทไี่ มร่ ้จู ัก
84 7) การบอกรหัสผา่ นกบั ผู้อน่ื ในการเขา้ ระบบต่าง ๆ 8) การแชรข์ ่าวปลอมหรอื ข่าวลวง ทาใหผ้ อู้ ่นื ไดร้ ับผลกระทบจากขา่ วนนั้ 9) โพสต์ตอ่ วา่ คนอืน่ ด้วยคาหยาบคายหรือเรือ่ งไมจ่ รงิ ทาใหเ้ กดิ ผลกระทบตอ่ ผ้อู น่ื 10) โพสต์ข่าวปลอมหรือข่าวลวงทาให้ผู้อ่ืนได้รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นเท็จก่อให้เกิด ความตระหนก สรา้ งความเดอื นร้อนใหผ้ ้อู น่ื การใช้ส่อื สงั คมออนไลนอ์ ย่างปลอดภัย การใช้งานสื่อสังคมออนไลน์อย่างปลอดภัย มีคาแนะนาบางประการ ดังน้ี (กองบังคับการ ปราบปรามการกระทาความผิดเก่ียวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลย,ี 2562ก) 1) ระวังเพ่ือนสนิท อย่าวางใจคาขอจากเพื่อนหรือคนรัก โดยเฉพาะรหัสผ่านของตนเองใน สือ่ ตา่ ง ๆ อย่าใหร้ หสั ผา่ นของเรากบั ผูอ้ ืน่ 2) ระวังส่ิงที่เราโพสตไ์ ว้ จงตระหนักไว้เสมอวา่ เกือบทุกอย่างที่เราโพสต์สามารถรีโพสต์ใหมไ่ ด้ 3) หลีกเลีย่ งการแสดงอดุ มการณท์ ่ีชดั เจนในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะทางการเมือง 4) จัดการโปรไฟล์ของตนเอง เปดิ เผยเฉพาะสิง่ ที่ตอ้ งการให้คนอ่นื รู้ 5) พจิ ารณาการตงั้ คา่ ความปลอดภัยของตนเองอยา่ งรอบคอบ 6) คิดก่อนโพสตภ์ าพ ควรคิดกอ่ นว่าต้องการให้ญาติหรอื นายจา้ งของเราเห็นโพสตห์ รือไม่ 7) คดิ ก่อนตดิ แทก็ ผู้อืน่ พวกเขาตอ้ งการถูกแทก็ ออนไลน์หรือไม่ 8) อยา่ ไว้ใจลงิ กท์ ่ีเหน็ เพราะบางลิงกอ์ าจนาเราไปยงั เวบ็ ไซต์ทต่ี ิดไวรสั การใช้ส่ือสังคมออนไลน์ให้ปลอดภยั ควรคิดให้รอบคอบก่อนโพสต์ใช้วิจารณญาณในการรบั รู้ ข่าวสารอย่าเชื่อในทันทีซ่ึงพฤติกรรมท่ีควรปฏิบัติ สรุปได้ดังน้ี (สานักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพ่ือ เศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ, 2564) 1) คิดใหร้ อบคอบก่อนโพสตเ์ พราะเป็นการเปดิ เผยขอ้ มูลและบคุ คลอน่ื สามารถเขา้ ถึงได้งา่ ย 2) พิมพ์ URL โดยตรง หลีกเล่ียงการคลิกลิงก์โดยตรง เพราะอาจเป็น URL ปลอมเพ่ือหลอก เอาบัญชีไปใชง้ านได้ เช่น การเข้าใชง้ านเฟซบกุ๊ ควรเขา้ ใช้งานจาก URL: facebook.com เปน็ ตน้ 3) ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว หลีกเลี่ยงการต้ังค่าแบบสาธารณะและอนุญาตให้เพื่อนเท่านั้น ทส่ี ามารถมองเหน็ กจิ กรรมของเราได้ 4) ควบคมุ การใช้งาน ควบคุมระมดั ระวังการใชง้ านส่อื สังคมออนไลน์ 5) ระมัดระวังการคลิกลิงก์ที่มากับการแชร์ของลิงก์ อาจนาไปสู่ไวรัสหรือช่องทางการขโมย ขอ้ มูลของแฮกเกอร์ 6) รอบคอบก่อนรับเพื่อน คัดกรองคนที่มาขอเป็นเพื่อนโดยเข้าไปดูโปรไฟล์ก่อนทุกครั้ง เพราะอาจเป็นผู้ประสงค์รา้ ยแอบแฝงตวั เข้ามา 7) ไม่แสดงข้อมูลสว่ นตวั หลกี เล่ียงการเปดิ เผยข้อมูลสว่ นตัว เช่น บตั รประชาชน บตั รเครดิต เลขทะเบยี นรถยนต์ ไม่ว่าจะอยใู่ นรูปแบบขอ้ ความหรือรูปภาพก็ตาม 8) ตระหนักถึงสังคมเสรี แม้ว่าทุกคนจะมีสิทธ์ิในการแสดงความคิดเห็นแต่การกระทาที่ ไมเ่ หมาะสมกอ็ าจเปน็ เหตุให้ถูกฟอ้ งร้องได้และศาลอาจรบั ฟังคารอ้ งนั้นด้วย
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171