Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เรื่องน่ารู้กับครูนกฮูก กศน 2561

เรื่องน่ารู้กับครูนกฮูก กศน 2561

Published by Bunchana Lomsiriudom, 2020-06-30 10:31:32

Description: เรื่องน่ารู้กับครูนกฮูก กศน 2561

Keywords: เรื่องน่ารู้,ครูนกฮูก,กศน,เขตหนองแขม,กศน.เขตหนองแขม

Search

Read the Text Version

เสริมกลิ่นหอม พร้อมรสชาติเบาๆ เหมือนคาราเมลจากน้าตาลไหม้ เมื่อไดท้ ี่แลว้ ก็นาไปบดเป็ นผงสาหรับ ใชช้ งเป็ นโอเล้ียง หากเป็ นการชงเติมน้าแข็ง เราก็เรียกกนั วา่ โอเล้ียงตามปกติ แต่ถา้ ชงแบบร้อน จะรู้จกั กนั ในช่ือวา่ โอยวั๊ ะ กาแฟดาแตกตา่ งจากโอเล้ียงอยา่ งไร ? เพราะเราสรุปกนั ง่ายๆ เลยวา่ เจา้ กาแฟดาเป็ นกาแฟที่ ไดม้ าจากการชงดว้ ยกาแฟคว่ั บด หรือจะเป็ นกาแฟซองธรรมดาที่ไม่ใส่นมลงไป แน่นอนวา่ เป็ นกาแฟท่ีมี ความแตกต่างจากโอเล้ียงอยา่ งเห็นไดช้ ดั ไม่วา่ จะเป็ นวตั ถุดิบท่ีนามาใช้ ตวั โอเล้ียงไม่ไดม้ าจากผงกาแฟ เพยี งอยา่ งเดียว แต่ไดม้ าจากส่วนผสมอ่ืนๆ ร่วมดว้ ย จึงทาใหม้ ีรสชาติที่เป็นเอกลกั ษณ์ โอเล้ียงใส่น้าแขง็ กบั กาแฟดาชงใส่น้าแข็ง ที่สีสันอาจจะดูดาเหมือนกนั แต่รสชาติแตกต่างกนั ชวั ร์ๆ เราอาจเรียกกาแฟดาใน สไตล์ตะวนั ตกว่าอเมริกาโน่ แต่หากบา้ นๆ นี่ก็คือกาแฟดาดีๆ น่ันเอง จะเห็นได้ว่ากาแฟดากบั โอเล้ียง แตกต่างกนั ที่ส่วนประกอบท่ีนามาใช้ในการชง แม้จะไม่มีส่วนผสมของนมหรือน้าตาล หรือจะเป็ นสี เดียวกนั แต่ดว้ ยรสชาติของส่วนผสมที่ไดม้ าของโอเล้ียงกเ็ ห็นไดช้ ดั แลว้ วา่ ตา่ งกนั อยา่ งมากมายเลยทีเดียว เรื่องน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขมเรื่องที่ 250 วนั น้ีเจอนกั ศึกษามาสมคั รเรียนไวผ้ มทรง โมฮอวก์ จึง จะแนะนาท่ีมาของผมทรงโมฮอวก์ ผมโมฮอวก์ (Mohawk) กนั ให้มากข้ึน และไอเดียทรงผมโมฮอวก์ แบบ โมเดิร์ นที่จะทาให้คุณคูลไม่ซ้ าใคร ทรงผมโมฮอว์ก (Mohawk) มีต้น กาเนิดมาจากชนเผ่าโมฮอว์ก (The iroquois league) ที่อยทู่ างตอนเหนือ ของอเมริกา โดยในยคุ น้นั นกั รบของ เผ่าจะไว้ผมทรงน้ี เพ่ือไม่ให้ศัตรู สามารถดึงผมดา้ นขา้ งของตนเองได้ จึงโกนผมข้างศีรษะออก และเหลือ ไวเ้ พียงตรงส่วนกลางศีรษะเท่าน้ัน ส่วนผมที่เหลือ อาจจะถักเปี ย หรือ ใส่เคร่ืองประดบั ต่างๆ หลงั จากน้นั ทรงผมโมฮอวก์ ก็กลบั มาเป็ นที่สนใจอีกคร้ัง ในช่วงยุค 1950-1960 และ หลงั ภาพยนตร์เร่ือง “Taxi Driver” ออกฉายและประสบความสาเร็จอยา่ งมาก โมฮอวก์ ก็กลายเป็ นทรงผมฮิต แห่งยคุ เพราะตวั ละครในเรื่องที่รับบทโดย โรเบิร์ต เดอ นีโร (Robert De Niro) ไวผ้ มทรงน้ีนน่ั เอง ต่อมา โมฮอวก์ ก็ไดร้ ับความนิยมในกลุ่มคนท่ีชอบดนตรีร๊อค พงั ค์ และดนตรีอีโม โดยจะสไตล์ลิงทรงผมให้มี ลกั ษณะต้งั สูงแหลมเป็ นหงอน ถือเป็ นความแปลกแหวกแนวที่วงดนตรีพงั ค์ในลอนดอนและนิวยอร์ก รวมถึงวงดนตรีฮาร์คคอร์ในแคลิฟอร์เนีย นิยมทากนั เป็นอยา่ งมากในระหวา่ งช่วงปี 1970 – 1980 ซ่ึงคนส่วน ใหญ่อาจจะติดภาพของทรงผมโมฮอวก์ ในยคุ น้ีมากท่ีสุด แต่มาถึงตอนน้ี ทรงผมโมฮอวก์ ก็มีการประยกุ ตใ์ ห้ ดูโมเดิร์นและเขา้ กบั แฟชนั่ ในชีวติ ประจาวนั มากข้ึน

เรื่องน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องที่ 251 เมื่อไม่กี่วนั ท่ีผ่านมาหลายคนคงไดท้ ราบข่าวท่ีน่า สะเทือนใจอีกคร้ัง เม่ือมีคนกลุ่มหน่ึงแอบลกั ลอบเขา้ ไปล่าสัตวป์ ่ ากนั อีกคร้ัง คดีความจะเป็ นอยา่ งไรคงตอ้ ง ติดตามข่าวกนั ไป แตใ่ นเพจน้ีคงจะตอ้ งชวนไปรู้จกั กบั “หมอขี” เอย๊ “หมีขอ” หน่ึงในสัตวท์ ี่ถูกล่าในคราวน้ี กนั ดีกวา่ หมีขอ หรือ หมีกระรอก หรือ บินตุรง (Binturong หรือ Bearcat) เป็ นสัตวม์ ีกระดูกสันหลงั ชนิด หน่ึงในจาพวกสตั วเ์ ล้ียงลูกดว้ ยนม ซ่ึงแมว้ า่ จะเรียกวา่ หมี แต่ความจริงพวกมนั ไม่ใช่สัตวจ์ าพวกหมี แต่เป็ น สัตวจ์ าพวกชะมดและอีเห็น (Viverridae) ซ่ึงมีขนาดใหญ่ท่ีสุด อยใู่ นสกุล Arctictis ซ่ึงมีเหลืออยเู่ พียงชนิด เดียวเท่าน้ัน มีช่ือวิทยาศาสตร์คือ Arctictis binturong ในธรรมขาติพบได้ในป่ าทึบต้งั แต่อินเดียทาง ตะวนั ออกเฉียงเหนือ คาบสมุทรอินโดจีน เกาะสุมาตรา ไปจนถึงเกาะบอร์เนียว หมีขอเป็ นสัตวท์ ่ีมีขนาดไม่ ใหญ่มาก มีความยาวจากหวั จนถึงปลายลาตวั ประมาณ 61-96 เซนติเมตร หนกั 9-20 กิโลกรัม ลาตวั มีสีดา หรือเทา หางเป็ นพวง ยาว 50-84 เซนติเมตร และมีความแข็งแรงมาก ใชใ้ นการยึดเก่ียวก่ิงไมแ้ ละจบั ส่ิงของ ซ่ึงจดั เป็นสตั วโ์ ลกเก่า (เอเชีย ยโุ รป แอฟริกา) เพียงชนิดเดียวที่มีหางสาหรับใชจ้ บั สิ่งของแทนมือได้ หมีขอ ปี นตน้ ไมไ้ ดเ้ ก่งและสามารถไต่จากตน้ ไมต้ น้ หน่ึงไปยงั อีกตน้ หน่ึง วา่ ยน้าไดเ้ ก่ง หมีขอมกั จะอยตู่ ามลาพงั หรือเป็ นครอบครัวเล็ก ๆ หมีขอมกั อาศยั โพรงไมเ้ ป็ นที่หลบั นอนในเวลากลางวนั และออกหากินในเวลา พลบค่า หมีขอเป็ นสัตว์ที่กินท้ังพืช และสัตว์ อาหารของพวกมันได้แก่ ผลไม้ขนาดเล็ก แมลง ปลา นกและ สตั วเ์ ล้ือยคลานขนาดเล็ก หมีขอมีนิสัย อยากรู้อยากเห็น บางคร้ังเวลาเจอ มนุษยก์ ็อาจจะยนื่ เทา้ หนา้ ออกมาคลา้ ย กบั แบมือขอ จึงเป็ นที่มาของชื่อหมีขอ หมีขอจะเริ่มผสมพนั ธุ์ไดเ้ มื่อมีอายุราว 2 ปี คร่ึงถึง 3 ปี สามารถผสมพนั ธุ์ได้ ตลอดท้ังปี ตัวเมียจะอุ้มท้องนาน ประมาณ 84-99 วนั และจะคลอดลูกออกมาคร้ังละ 2-3 ตวั แต่เคยพบสูงสุดถึง 6 ตวั ลูกหมีขอแรกเกิดมี น้าหนกั ราว 300 กรัม หมีขอตวั เมียสามารถมีลูกไดจ้ นถึงอายรุ าว 15 ปี หมีขอในธรรมชาติอาจจะมีอายุขยั ถึง 25 ปี หมีขอก็เป็นเช่นเดียวกบั สัตวป์ ่ าอีกหลายชนิดคือจานวนประชากรในธรรมชาติลดลง เน่ืองจากประสบ ปัญหาท้งั การรุกล้าถ่ินที่อยอู่ าศยั และการถูกล่าโดยมนุษยท์ ้งั เพื่อนามาเป็ นอาหาร และบางส่วนก็มาจากการ ล่าเพอื่ นาลูกหมีไปเล้ียง เนื่องจากเป็ นสัตวท์ ี่สามารถเล้ียงให้เชื่องไดห้ ากเล้ียงต้งั แต่ตวั เล็ก จึงกลายเป็ นสัตว์ เล้ียงท่ีนิยมกนั ในหลายประเทศรวมถึงนามาใชใ้ นการแสดงดว้ ย ในปัจจุบนั หมีขอจดั เป็ นสัตวป์ ่ าคุม้ ครอง ตามพระราชบญั ญตั ิสงวนและคุม้ ครองสัตวป์ ่ า พ.ศ. 2535 และในบญั ชีรายชื่อของ IUCN หมีขอถูกจดั ใหอ้ ยู่ ในสถานะ “ถูกคุกคาม” ในระดบั ท่ี มีความเส่ียงจะสูญพนั ธุ์จากธรรมชาติ

เร่ืองน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 252 ช่วงน้ีมี DJ ประจาศูนย์ ทราบกนั ไหมครับวา่ DJ ยอ่ มาจากอะไร DJ น้นั ยอ่ มาจาก Disc Jockey, หมายถึง คนท่ีเล่นเพลงและเลือกเพลงให้ ผฟู้ ังไดฟ้ ังกนั เช่น DJ ตามสถานีวทิ ยุ, DJ ตามผบั เป็ นตน้ ทาไม ถึงใช้ คาว่า jockey ซ่ึงเดิมหมายถึง คนข่ีม้าแข่งหรื อคนที่ ควบคุมมา้ จากความหมายน้ีเราไดเ้ กิด disc jockey คือ คนที่ควบคุมแผ่นเสียงเพลง ท้งั น้ีในปัจจุบนั มีคาวา่ VJ ยอ่ มาจาก video jockey หมายถึง คนที่เหมือน DJ เลยเพียงแต่วา่ แทนที่จะเรียกเล่น แค่เพลง แต่ VJ เป็ นคนเลือกเล่น Music Video หรือ MV เพลง น้นั เอง เช่น ตามรายการ MTV เป็ นตน้ จะ เห็นวา่ DJ กบั VJ จะมีความหมายใกลเ้ คียงกนั น้นั คือเป็ นคนที่เลือกเล่นเพลงใหเ้ ราไดฟ้ ัง(DJ) ส่วน VJ จะ เลือก MV ให้เราไดด้ ูท้งั ดูและฟังไดด้ ว้ ย นอกกจากDJ กบั VJ แลว้ หลายท่านคงจะเคยไดย้ ินคาวา่ MC เหมือนกนั ซ่ึง MC ยอ่ มาจาก Master of Ceremonies หมายถึง พิธีกร น้นั เอง ตวั อยา่ งเช่น MC ตามงานต่างๆ ไมว่ า่ จะเป็นงานแตง่ งานบวช(มรรคนายก) พิธีกรภาคมวย พธิ ีกรรายงานทีวตี า่ งๆ เป็นตน้ เร่ืองน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองท่ี 253 ช่วงน้ีอยใู่ นเทศกาลกินเจ ทราบไหมครับวา่ อาหารเจ กบั อาหารมงั สวริ ัติ ตา่ งกนั อยา่ งไร ท้งั อาหารเจและอาหารมงั สวริ ัติเป็ นอาหารท่ีไม่มีเน้ือสัตวเ์ หมือนกนั แต่ มีความแตกต่างกันในรายละเอียดดงั น้ี อาหารเจนอกจากไม่มีเน้ือสัตวแ์ ลว้ ยงั มีขอ้ ห้ามว่าตอ้ งไม่มีหอม กระเทียม ตน้ กุยช่าย ผกั ชี และเครื่องเทศท่ีเผด็ ร้อนเพราะถือวา่ อาหารดงั กล่าวทาให้เกิดกาหนดั วตั ถุดิบที่ เป็ นหลกั ในการประกอบอาหารเจ คือ แป้ ง เตา้ หู้ ซีอ๊ิว ถวั่ เหลือง ถวั่ ต่าง ๆ และผกั นานาชนิดยกเวน้ ผกั ที่ กล่าวมาแลว้ นอกจากน้ีผกู้ ินเจที่เคร่งครัด น้ามนั พืชท่ีใชต้ อ้ งบริสุทธ์ิ 100 เปอร์เซ็นต์ จะไม่ใชน้ ้ามนั พืชสูตร ผสม เช่น น้ามนั ราขา้ วปนน้ามนั ถวั่ เหลือง ภาชนะที่ใส่อาหารเจก็ตอ้ งเตรียมไวเ้ ป็ นพิเศษ ไม่ใช้ปะปนกบั ภาชนะที่ใส่เน้ือสัตว์ ปัจจุบนั อาหารเจไดร้ ับการพฒั นารูปแบบข้ึนมาก มีการทา “ หม่ีกึน ” ที่ทามาจากแป้ ง สาลีดดั แปลงใหม้ ีรูปร่างหนา้ ตาเหมือนเน้ือสัตว์ นามาปรุงอาหารสาหรับผูท้ ่ียงั ไม่สามารถตดั ขาดจากเน้ือสัตวไ์ ดเ้ ด็ดขาด อาหารเจจะกินกนั ในระหวา่ งเทศกาลกินเจ คือช่วงระหวา่ งวนั ข้ึน 1-9 ค่ าเดื อน 9 ตามปฏิ ทิ นจี นราวเดื อน ตุลาคม ระยะเวลาประมาณ 10 วนั หรือกินใน ระยะเวลาใดเวลาหน่ึงผทู้ ่ีกินเจเชื่อว่าการกินเจ เป็ นการได้บุญ จะส่ งผลให้ชี วิตประสบ ความสุขความเจริญ ท้งั เป็นการตอ่ ชีวติ ใหย้ นื ยาวตอ่ ไป ส่วนอาหารมงั สวิรัติ โดยรูปศพั ทห์ มายถึงการงดเวน้

เน้ือสัตว์ มงั สะ เน้ือสัตว์ วิรัติ การงดเวน้ ภาษาองั กฤษเรียกวา่ Vegetarian ผบู้ ริโภคอาหารมงั สวิรัติมีสอง กลุ่ม กลุ่มแรก ไม่บริโภคเน้ือสัตว์ แต่ยงั คงบริโภคไข่และนม กลุ่มท่ีสอง ไม่บริโภคเน้ือสัตว์ รวมท้งั ไม่ บริโภคไข่และนมดว้ ยอาหารมงั สวิรัติงดเน้ือสัตวเ์ หมือนกบั อาหารเจ รวมท้งั เคร่ืองปรุงรสท่ีทามาจากสัตว์ เช่น กะปิ น้าปลา แต่ต่างกบั อาหารเจตรงท่ีไม่ห้ามบริโภคกระเทียม หวั หอม ตน้ กุยช่าย หรือผกั ที่มีกล่ินแรง ตลอดจนเครื่องเทศท่ีเผด็ ร้อน อาหารมงั สวิรัติสามารถบริโภคไดท้ ้งั ปี ไม่มีเทศกาลเหมือนอาหารเจ ผทู้ ี่กิน อาหารมงั สวิรัติเชื่อว่าจะทาให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง เพราะได้งดเน้ือสัตวซ์ ่ึงมีไขมนั และสารอื่น ๆ มากมาย นอกจากน้นั ยงั มีประโยชน์ตอ่ จิตใจเพราะไมจ่ ะเบียดเบียนชีวติ สตั วท์ ้งั หลาย ที่เล่ามาน้ี “ ซองคาถาม ” สรุปมาจากขอ้ เขียนของ สิริพนั ธุ์ จุลกรังคะ นิตยสาร “ ผหู้ ญิง ” ฉบบั ท่ี 198 เดือนพฤศจิกายน พ ศ 2536 เร่ืองน่ารู็กับครูนกฮูก กศน เขตหนองแขมเรื่องท่ี 254 วนั น้ีมีโอกาสไปสนามหลวงเลยอยากเล่าถึงถึงของ สาคญั ประจาสนามหลวงนน่ั คือ ตน้ มะขาม ทาไมสนามหลวงตอ้ งปลูกตน้ มะขาม ตน้ มะขามท่ีปลูกใน สนามหลวง ปลูกสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว โปรดฯให้ปลูกต้นมะขามไวร้ อบๆ สนามหลวง จานวน 365 ตน้ โดยปลูก 2 แถว วดั จากถนน 3 เมตรปลูกแถวนึง เวน้ 1.50 เมตร ปลูกอีกแถวนึง ระยะห่าง แต่ละตน้ 7 เมตรแต่ปัจจุบนั มีการปลูกเพิ่ม โดยนบั ได้ 708 ตน้ โดยแบ่งออกเป็ น 4 แถว แถวท่ี 1 ติดถนน มี 198 ตน้ แถวท่ี 2 ถดั มา มี 198 ตน้ แถวที่ 4 ติดสนามหญา้ มี 165 ตน้ ส่วนแถวท่ี 3 มี 147 ตน้ และมี ต้นนกยูง แซมอยู่ 38 ต้นในแถวท่ี 3 ทาไมต้องปลูกต้นมะขาม เพราะ 1.ช่ือของ \"มะขาม\" เน่ืองจาก สนามหลวงเป็ นพ้ืนท่ีของพระมหากษตั ริย์ จึงตอ้ งนาตน้ ไมท้ ีมีช่ือมงคลหรือช่ือท่ีดูดีเพราะทาให้ดูใหญ่โต เ ห มื อ น ค า ว่ า \" เ ก ร ง ข า ม \" 2. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ทรงนาแบบอย่างการ ปลูกต้นไม้รอบสนามหลวง มา จ า ก อิ น โ ด นี เ ซี ย ใ น ส มัย น้ัน ฮ อ ลั น ด า จ ะ ป ก ค ร อ ง ห มู่ เ ก า ะ เหล่าน้ีเป็ นอาณานิคม แต่ก็ยงั มี สุลต่าน สุสุหูนันเป็ นเจ้าผู้ครอง น ค ร ป ก ค ร อ ง เ มื อ ง ย็ อ ก ย า ( Yogyakarta) แ ล ะ เ มื อ ง โ ซ โ ล (Surakarta) เกาะชวา หนา้ พระราชวงั ของสุสุหูนนั (Kraton) ท้งั สองเมืองน้ีจะมีสนามหลวงเหมือนกนั ภาษา อินโดนีเซียเรียกวา่ \"Alun Alun\" ในสมยั น้นั มีการปลูกตน้ ไมโ้ ดยรอบสวยงามดี รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาส ชวาไปพบเห็นบรรยากาศสนามท่ีมีตน้ ไมร้ อบดูสวยงามเรียบร้อย เลยนาแบบอยา่ งมาปรับปรุงทุ่งพระเมรุใน พระนครบา้ ง

เรื่องน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองท่ี 255 ทาไมปี งบประมาณจึงเร่ิมในเดือนตุลาคม สาหรับคน ที่ไม่ได้เป็ นข้าราชการ หรือแม้แต่คนที่เป็ นข้าราชการเองหลายคนก็คงอาจจะนึกสงสัยไม่ได้ว่า ทาไม ปี งบประมาณถึงตอ้ งเริ่มตน้ ในเดือนตุลาคมดว้ ย ก่อนอ่ืนคงตอ้ งอธิบายคาว่า ปี งบประมาณ หรือปี งบการเงิน (Fiscal year, Financial year) เสียหน่อย ปี งบประมาณน้นั จะหมายถึงช่วงเวลาที่ใชส้ าหรับการคานวณงบการเงินประจาปี ของหน่วยงานน้นั ๆ ซ่ึง จะตอ้ งมีการจดั ทาและรายงานต่อ ห น่ ว ย ง า น ที่ เ ก่ี ย ว ข้อ ง เ พ่ื อ ก า ร ตรวจสอบ โดยหน่วยงานสามารถ กาหนดระยะเวลาเริ่ มต้นและ สิ้ นสุ ดปี งบประมาณแต่ละ ปี เ มื่ อ ใ ด ก็ ไ ด้ ท่ี เ ห ม า ะ ส ม กั บ หน่วยงานของตน ไม่จาเป็ นว่า ตอ้ งเป็นไปตามปี ปฏิทิน สาหรับในประเทศไทยน้นั แต่เดิม กาหนดระยะเวลาปี งบประมาณตามปี ปฏิทินสมยั โบราณ คือเร่ิมต้งั แต่เดือนเมษายนไปสิ้นสุดในเดือน มีนาคม จนกระทงั่ ในปี พ.ศ. 2481 หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (นายปรีดี พนมยงค)์ ซ่ึงเป็ นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลงั ในเวลาน้นั จึงเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงช่วงระยะเวลาปี งบประมาณมาเริ่มตน้ ในเดือน ตุลาคมและสิ้นสุดเดือนกนั ยายน โดยมีเหตุผลสนบั สนุนคือ 1. งานก่อสร้างต่าง ๆ ในประเทศไทยส่วนมากจะทาไดใ้ นฤดูแลง้ คือต้งั แต่เดือนธันวาคมถึงมิถุนายน ซ่ึง หากปี งบประมาณเริ่มตน้ ในเดือนเมษายน ขา้ ราชการจะตอ้ งเสียเวลาในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมที่เป็ น หนา้ แลง้ ไปกบั การจดั ทางบประมาณ ทาใหไ้ มส่ ามารถทางานโยธาสาธารณะไดอ้ ยา่ งเตม็ ที่ 2. เดือนเมษายนมีวนั หยุดราชการหลายวนั ทาให้กวา่ ท่ีจงั หวดั ต่าง ๆ จะไดร้ ับงบประมาณก็อาจจะเลยไปถึง เดือนพฤษภาคม ซ่ึงเป็นช่วงเร่ิมตน้ ฤดูฝน ทาใหท้ างานไดล้ าบาก 3. เนื่องจากประชาชนในเวลาน้นั ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเพาะปลูก จึงควรรอให้เสร็จสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวก่อน เพอื่ ใหร้ ัฐบาลสามารถคานวณรายไดจ้ ากการเก็บภาษีไดด้ ีข้ึน การเร่ิมตน้ ปี งบประมาณในเดือนตุลาคมน้นั เร่ิมใชค้ ร้ังแรกในปี 2482 และยงั คงใชม้ าจนทุกวนั น้ี แมว้ า่ จะได้ มีการเปลี่ยนแปลงปี ปฏิทินของประเทศไทยจากท่ีเริ่มตน้ ในเดือนเมษายนมาเป็นเริ่มตน้ ในเดือนมกราคมตาม หลกั สากลต้งั แต่ ปี พ.ศ. 2484 เป็ นตน้ มาก็ตาม และเม่ือมีการเปลี่ยนแปลงปี งบประมาณมาเริ่มตน้ ในเดือน ตุลาคมและสิ้นสุดในเดือนกนั ยายนแลว้ ส่ิงท่ีตามมาก็คือ การแต่งต้งั โยกยา้ ย หรือการเกษียณอายุราชการ ของขา้ ราชการ ก็มกั จะกาหนดใหม้ ีผลในวนั ที่ 1 ตุลาคมไปดว้ ย ก็เพื่อให้สะดวกต่อการจดั การอตั รากาลงั บญั ชีเงินเดือน รวมถึงใหผ้ ทู้ ่ีมาดารงตาแหน่งไดเ้ ร่ิมงานพร้อมกบั การเร่ิมตน้ ปี งบประมาณใหมด่ ว้ ยนน่ั เอง

เรื่องน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองท่ี 256 วนั น้ีขอนาเสนอที่มา ของช่ือกระดูกไหปลาร้า ไหปลาร้า-เป็ นคาเรียกส่วนท่ีบุ๋มลงไปตรงคอ ดา้ นหนา้ เป็ นกระดูกอยรู่ ะหวา่ งโคนของคอกบั กระดูก ซ่ึงสังเกตเห็นไดใ้ น คนที่ผอม กระดูกไหปลาร้า คือ กระดูกส่วนที่เชื่อมต่อส่วนกระดูกอก ส่วนบนไปยงั หวั ไหล่อยู่ระหว่าง คนโบราณคงเทียบส่วนบุ๋มของร่างกาย ดงั กล่าวว่าคลา้ ยกบั แอ่งที่อยรู่ ะหว่างปากไหปลาร้ากบั ฝาปิ ดปากไหปลาร้า แอ่งน้ีจะหล่อน้าไวก้ นั แมลงวนั เร่ืองน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องที่ 257 วนั น้ีไดก้ ินมะละกอเลยอยากเล่าถึงท่ีมาของมะละกอ มะละกอเป็ นพืชทอ้ งถ่ินของ ทวปี อเมริกากลางและใต้ มีหลกั ฐานวช่ าวพ้ืนเมืองแคริบเบียน ในเขตชายฝ่ัง ประเทศปานามา และโคลมั เบีย เป็ นชนกลุ่มแรกท่ีปลูกมะละกอกิน ซ่ึงชาวพ้ืนเมืองแคริบเบียนจะเรียก มะละกอเป็นภาษาพ้ืนเมืองวา่ ...อาบาบยั [ ababai ] ภายหลงั ดินแดนแถบน้ีถูกชาวสเปนยึดเป็ นอาณานิคมได้ ในปี ค.ศ.1526 ชาวสเปนได้ เรียกช่ือ อาบาบยั เพ้ียนเป็ น ปา ปาย่า [ papaya ] และเป็ นท่ีมา ของชื่อปาปาย่าหรือ มะละกอ ในภาษาอังกฤษทุกวนั น้ี และ จากน้นั มะละกอก็ไดแ้ พร่หลาย เขา้ มาในเอเชียตะวนั ออกเฉียง ใต้ โดย...พ่อคา้ ชาวสเปน & โปรตุ เกส นา เข้ามาในรา ว คริสตศ์ ตวรรษที่ 16 - 17และมีการปลูกขยายพนั ธุ์จนแพร่หลาย ซ่ึงสันนิษฐานกนั วา่ ...ไทยอาจไดพ้ นั ธุ์ผลไม้ ชนิดน้ีมาจาก มะละกา [ มาเลเซีย ] จึงเป็ นที่มาของคาวา่ มะละกอ ในปัจจุบนั ท้งั น้ีคาว่ามะละกาในภาษา มลายู แปลวา่ มะขามป้ อม

เร่ืองน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองที่ 258 ทาไมซอสมะเขือเทศจึงไหลออกยาก ซอสมะเขือเทศ คงเป็ นเคร่ืองปรุงรสสุดโปรดของใครหลาย คน โดยเฉพาะอาหารจาพวกทอด ไม่ว่าจะ เป็นเฟรนช์ฟรายหรือไก่ทอด แต่บางคร้ังเวลา จะเทซอสมะเขือเทศออกจากขวดโดยเฉพาะ ขวดแก้ว ซอสมะเขือเทศจะไม่ค่อยไหล ออกมาง่าย ๆ จนบางคร้ังถึงกบั ตอ้ งเขยา่ หรือ ตบก้นขวดกันเลย ทาไมซอสมะเขือเทศจึง ไหลออกจากขวดไดย้ าก เหตุผลมาจากสมบตั ิ ของซอสมะเขือเทศเอง ซ่ึงเมื่อเวลาที่ไม่ไดร้ ับแรงกระทาจากภายนอก โมเลกุลภายในซอสมะเขือเทศจะ สร้างพนั ธะจบั ตวั กนั เป็ นโครงสร้างขนาดใหญ่ซ่ึงมีลักษณะก่ึงแข็งก่ึงเหลว (คล้ายกบั ยาสีฟัน) และไม่ สามารถไหลตวั ไดแ้ มจ้ ะเอียงหรือคว่าขวดแลว้ ก็ตาม อยา่ งไรก็ตามโครงสร้างเจลที่วา่ ไม่ไดแ้ ขง็ แรงมากนกั ดงั น้นั เมื่อเราใหแ้ รงกระทากบั มนั เช่น ตบหรือเขยา่ แรง ๆ ก็จะทาใหโ้ ครงสร้างเจลดงั กล่าวถูกทาลายลง จึง ทาให้ซอสมะเขือเทศสามารถไหลออกมาเมื่อไดร้ ับแรงกระทาจากภายนอก ดว้ ยเหตุน้ีจึงทาให้มีร้านคา้ บาง แห่งใชว้ ธิ ีบรรจุซอสมะเขือเทศในขวดพลาสติกที่บีบได้ เนื่องจากเม่ือออกแรงบีบท่ีขวด ก็จะเป็ นการให้แรง ไปกระทาเพือ่ ทาลายโครงสร้างเจลลงไดน้ นั่ เอง เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องที่ 259 เรา พูดกนั บ่อยๆวา่ ห้วย หนอง คลอง บึง แลว้ ทราบกนั ไหม ครับวา่ แต่ละอยา่ งแตกต่างกนั อยา่ งไร หว้ ย คือ แอ่งน้าลึก กวา้ งมีทางน้าไหลจากภูเขามาขงั อยตู่ ลอดปี หรือ แหง้ บา้ ง เป็ นบางคราว เช่น ห้วยแม่ดีหนอง หมายถึง บริเวณที่มีน้า ขงั มีขนาดไม่ใหญ่มากนกั อยตู่ ามชุนชน และมกั จะแห้ง ขอดยาม ฤดูแลง้ พอถึงฤดูฝนก็จะมีน้ามาก คลอง คือ ทาง น้าหรือลาน้าที่เกิดข้ึนเอง หรือ ขุดเช่ือมกบั แม่น้าหรือทะเล ส่วน บึง คือ บริเวณที่มีน้าจานวนมาก มีขนาด กวา้ งใหญ่ อาจกินพ้ืนที่หลายหมู่บา้ น หลายตาบล และมีความหลากหลาย ทางธรรมชาติ เช่น บึงบอระเพ็ด บึงฉวาก เป็นตน้

เรืองน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องที่ 260 เช่ือวา่ ผอู้ ่านหลายคนคงจะเกิดทนั ไดใ้ ชธ้ นบตั รไทย มาแลว้ หลายรุ่น และก็คงทราบดีวา่ แมจ้ ะมีการเปล่ียน แบบธนบตั รไปแลว้ หลายรุ่น แต่ส่ิงที่ไม่เปลี่ยนเลยก็ คือ \"สี\" ของธนบตั รแตล่ ะชนิดราคา ซ่ึงยงั คงเดิมตลอด คือ ธนบตั รราคา 20 บาทเป็ นสีเขียว 50 บาทเป็ นสีฟ้ า 100 บาทเป็นสีแดง 500 บาทเป็ นสีม่วง และ 1000 บาท เป็ นสีเทา การกาหนดสีของธนบตั รไทย เกิดข้ึนเม่ือใด ความจริงแลว้ การกาหนดให้ธนบตั รแต่ละชนิดราคามี สีแตกต่างกนั มีมาต้งั แต่เมื่อมีการออกธนบตั รรุ่นแรกในปี พ.ศ.2445 แลว้ แต่ในระยะแรกน้นั ยงั ไม่มีการ กาหนดสีที่แน่นอนสาหรับธนบตั รแต่ละชนิดราคา เมื่อมีการเปล่ียนรุ่นเปล่ียนแบบธนบตั รแต่ละคร้ังก็จะมี การเปล่ียนสีธนบตั รแต่ละชนิดราคาไปดว้ ย จนกระทง่ั เม่ือถึงปี พ.ศ. 2491 ธนาคารแห่งประเทศไทยไดอ้ อก ธนบตั รรุ่นที่ 9 (ซ่ึงเป็ นธนบตั รรุ่นแรกในสมยั รัชกาลท่ี 9 ดว้ ย) และไดม้ ีการใชง้ านกนั มานานกวา่ 20 ปี จน ทาใหช้ าวบา้ นคุน้ เคยกบั ธนบตั รรุ่นน้ีเป็ นอยา่ งดี ดงั น้นั เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะออกธนบตั รรุ่นใหม่ หรือรุ่น 11 (รุ่นท่ี 10 มีราคา 100 บาทแบบเดียว) ในปี พ.ศ. 2512 จึงยงั คงยึดเอาสีของธนบตั รในรุ่น 9 เป็ น หลกั ในการกาหนดสีธนบตั รแต่ละชนิดราคา และไดใ้ ชม้ าจนทุกวนั น้ี อยา่ งไรก็ตามสีของธนบตั รรุ่น 9 ที่ยงั มีใชก้ นั จนถึงทุกวนั น้ีก็มีเพียงแต่ธนบตั รราคา 20 และ 100 บาทเทา่ น้นั ธนบตั รราคา 1 บาท ยกเลิกการใชไ้ ป ในการจดั ทาธนบตั รในปี พ.ศ. 2512 แลว้ และมีการเพ่ิมธนบตั รราคา 500 บาทมาแทนในปี พ.ศ. 2518 ธนบตั รราคา 5 บาท ยกเลิกไปในปี พ.ศ. 2523 ธนบตั รราคา 50 บาทออกใชค้ ร้ังแรกในปี พ.ศ. 2528 ธนบตั ร ราคา 1000 บาทออกใชอ้ ีกคร้ัง (ก่อนหนา้ น้ีเคยมีการใชใ้ นสมยั รัชกาลที่ 8) ในปี พ.ศ. 2536 และสุดทา้ ยคือ การยกเลิกธนบตั รราคา 10 บาท ในการพิิมพธ์ นบตั รรุ่นท่ี 15 ในปี พ.ศ. 2546 แน่นอนวา่ การกาหนดสีของ ธนบตั รแตล่ ะชนิดราคาใหเ้ หมือนเดิมน้นั มีขอ้ ดีอยา่ งมากก็คือทาใหป้ ระชาชนจดจาไดง้ ่าย เพียงแค่ดูสีเท่าน้นั ก็รู้ไดท้ นั ทีวา่ เป็นธนบตั รชนิดราคาใด โดยไม่ตอ้ งดูภาพหรือตวั เลขบนธนบตั รเลย เรื่องน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 261 วนั น้ีไดไ้ ปแถวคลองภาษีเจริญ เลยอยากเล่าถึงคลองน้ี ให้ฟังครับ คลองภาษีเจริญ เป็ นคลองสายหน่ึงใน กรุงเทพมหานคร โดยเร่ิมตน้ จากคลองบางกอกใหญ่ ธนบุรี ไปออกแม่น้าท่าจีน ท่ีตาบลดอนไก่ดี อาเภอ กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ระยะทาง 28 กิโลเมตร ผู้ท่ีริเร่ิมให้มีการขุดคลองน้ีคือ พระภาษี สมบัติบริบูรณ์ (ยิ้ม พิศลยบุตร) นายภาษีฝ่ิ น โดยมี จุดประสงคเ์ พ่ือให้เกิดความสะดวกในการขนส่งสินคา้ โดยเฉพาะออ้ ยและน้าตาลจากนครชยั ศรีมายงั พระนคร

เมื่อพระภาษีสมบตั ิบริบูรณ์นาความข้ึนกราบบงั คมทูล พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั จึงโปรดให้ พระภาษีสมบตั ิบริบูรณ์เป็ นแม่กองในการขดุ คลองดงั กล่าว โดยโปรดให้ใชเ้ งินภาษีฝ่ิ นน้นั เป็ นค่าใชจ้ ่ายใน การดาเนินงาน พร้อมท้งั พระราชทานนามวา่ \"ภาษีเจริญ\" อนั หมายถึงคลองท่ีขุดจากเงินภาษี ท่ีจะนาความ เจริญมาสู่บ้านเมือง คลองสายน้ีเร่ิมต้นขุดในปี พ.ศ. 2410 แต่ยงั ไม่ทันเสร็จก็สิ้นรัชกาลเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั จึงโปรดใหข้ ุดต่อจนกระทงั่ เสร็จ และเสด็จพระราชดาเนินมาเปิ ด คลองสายน้ีในปี 2415 ตลองสายน้ีนอกจากจะกลายเป็ นเส้นทางคมนาคมสาคญั เช่ือมต่อระหวา่ งพระนคร และชุมชนในแม่น้าท่าจีนแลว้ ยงั ทาใหเ้ กิดการบุกเบิกพ้นื ที่ทามาหากินของราษฎรซ่ึงพากนั เขา้ มาอาศยั อยรู่ ิม ฝั่งสองคลองกนั มากข้ึนเร่ือย ๆ จนในที่สุดทางราชการก็ตอ้ งจดั ต้งั อาเภอภาษีเจริญข้ึนในบริเวณตน้ คลองฝั่ง ธนบุรี ในปี 2442 เร่ืองน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองที่ 262 รู้จกั กบั \"มาตราวดั ขนาดรองเทา้ \" กนั พดู ถึงเร่ืองของ ขนาดเทา้ แลว้ คงตอ้ งพดู ถึงของขนาดรองเทา้ แลว้ กนั ซ่ึงคิดวา่ หลายคนคงจะมีปัญหาเดียวกบั แอดมินคือ \"งง\" กบั ตวั เลขบอกขนาด เพราะรองเทา้ ที่วางขายในบา้ นเรามีการบอกขนาดท้งั แบบเลขนอ้ ย ประมาณ 4-10 กบั แบบเลขมาก ต้งั แต่ 30 ไปจนถึง 40 กวา่ ๆ เวลาจะซ้ือทีก็งง บางทีย่หี อ้ หน่ึงใชร้ ะบบหน่ึง แต่พออีกยหี่ อ้ ใช้ อีกระบบซะง้นั เลยไม่รู้จะเทียบกนั อยา่ งไรดี มาตราวดั ขนาดรองเทา้ ที่ใชก้ นั อยใู่ นปัจจุบนั น้ีจะไดจ้ ากการวดั ขนาดความยาวของเทา้ แลว้ นามาคานวณออกมาเป็นขนาดรองเทา้ ซ่ึงมีอยหู่ ลายวธิ ี ไดแ้ ก่ แบบยโุ รป ซ่ึงเป็ น แบบท่ีนิยมใช้กนั ในยุโรปภาคพ้ืนทวีป เช่น เยอรมนั ฝร่ังเศส สวิตเซอร์แลนด์ ซ่ึงบา้ นเราก็รับมาผา่ นทาง รองเทา้ แบรนด์ยุโรป เช่น บาจา (สวิตเซอร์แลนด์) อดิดาส (เยอรมนั ) สูตรของแบบยุโรปคือจะนาตวั เลข ความยาวของเทา้ ในหน่วยเซนติเมตร มาคูณ ดว้ ย 1.5 เช่น ถา้ เทา้ ยาว 24 เซนติเมตร ก็จะ เท่ากบั เบอร์ 24*1.5 = 36 หรือบางคร้ังก็จะมี การบวกขนาดเท้าเพ่ิมไป 1.5 เซนติเมตร เพื่อให้สวมสบายข้ึน จาก 24 ก็จะเป็ น 25.5 เซนติเมตร คิดเป็นเบอร์ 39 แบบองั กฤษ จะวดั ความยาวของเทา้ ออกมาเป็นหน่วยนิ้ว แลว้ คูณ ดว้ ย 3 ลบดว้ ย 23 กจ็ ะออกมาเป็ นเบอร์รองเทา้ เช่น ถา้ ความยาวเทา้ 240 เซนติเมตร หรือประมาณ 9.4 นิ้ว เบอร์รองเทา้ ก็จะเป็ น 5.5 แบบสหรัฐอเมริกา จะ คลา้ ยกบั ขององั กฤษ แต่ซบั ซอ้ นกวา่ ตรงตวั เลขที่เอามาลบที่แตกต่างกนั ระหวา่ งของผชู้ าย ซ่ึงจะลบดว้ ย 24 ส่วนผูห้ ญิงลบเพียง 22.5 เท่าน้ัน ตวั เลขเบอร์รองเทา้ ของผูช้ ายกับผูห้ ญิงก็เลยไม่เท่ากันอีกต่างหาก นอกจากน้นั กย็ งั มีอีกหลายระบบ เช่น ของออสเตรเลีย ของเอเชีย และแบบอื่น ๆ มากมายหลายแบบ เม่ือเป็ น เช่นน้ีทางท่ีดีที่สุดก็คือ ลองใส่ดู คู่ไหนใส่แลว้ OK ไม่แน่นไม่คบั เกินไป หรือใหญ่จนหลวมเกินไปใส่ไม่ สบายเช่นกนั

เร่ืองน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองที่ 263 วนั น้ีขอนาเสนอความแตกตา่ งของ กิโมโน กบั ยกู าตะ กิโมโน (Kimono) เป็ นชุดประจาชาติของชาวญี่ป่ ุน ประกอบไปดว้ ยเส้ือคลุมแขนยาวตวั ใหญ่ยาวถึงขอ้ เทา้ และมีสายโอบิสาหรับรัดบริเวณลาตวั เพ่อื ใหเ้ ส้ืออยตู่ วั อีกทีหน่ึง ตน้ กาเนิดของกิโมโนน้นั อาจยอ้ นไปไดถ้ ึง ในยคุ เฮอนั (Heian ค.ศ. 794-1192) ซ่ึงเป็นยคุ ที่ญี่ป่ ุนไดร้ ับเอาวฒั นธรรมจากจีนในสมยั ราชวงศถ์ งั เขา้ มาเป็ น อยา่ งมากรวมถึงเร่ืองของการแต่งกายดว้ ย และเริ่มมีการพฒั นารูปแบบเป็ นของตวั เองต้งั แต่ในยุคมูโรมาจิ (Muromachi period ค.ศ.1392-1568) จนเม่ือถึงยคุ เอโดะ กิโมโนก็กลายเป็ นเส้ือผา้ ที่ชาวญี่ป่ ุนนิยมสวมใส่ กนั ทวั่ ไป และกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกบั การสวมชุดกิโมโนก็เร่ิมเกิดข้ึนในยุคน้ี กิโมโนมีท้งั แบบของผูช้ าย และผูห้ ญิง ชุดกิโมโนของผหู้ ญิงโสดน้นั มกั จะเป็ นชุดแขนยาวและมีสีสันและลวดลายสวยงาม ส่วนชุด กิโมโนของผูห้ ญิงแต่งงานแล้วจะเป็ น กิโมโนแขนส้ัน มีสีและลวดลายเรียบ ๆ ไม่ฉูดฉาดมาก ส่วนยกู าตะ (Yukata) น้นั อาจจะเรียกวา่ เป็ นกิโมโนฉบบั ยอ่ ก็พอวา่ ได้ เพราะชุดกิโมโนท่ีใส่กนั เตม็ ยศน้นั จะ มีความ หรูหราอลงั การและมีเคร่ืองเครา ประกอบมาก จึงเหมาะกบั การสวมใส่ใน งานพิธีการที่เป็ นทางการเป็ นหลกั ส่วนยู กาตะน้ันมีความหมายว่า \"เส้ื อคลุม อาบน้ า\" แต่เดิมคงใช้เป็ นเส้ื อคลุ ม หลงั จากอาบน้า (โดยเฉพาะตามสถานท่ีอาบน้ารวม) ต่อมาจึงนามาสวมใส่กนั ทว่ั ไปแบบลาลองเวลาอยบู่ า้ น หรือไปงานที่ไม่เป็ นทางการ มีลกั ษณะคล้ายกบั กิโมโน แต่ตดั จากผา้ ฝ้ าย มีเครื่องเคราประกอบน้อยกว่า สวมใส่ได้ง่ายกว่าและสบายกว่า ชุดประจาชาติญี่ป่ ุนที่เห็นกนั ทว่ั ไปในปัจจุบนั รวมถึงชุดเช่าสาหรับให้ นักท่องเท่ียวสวมใส่ ก็มกั จะเป็ นชุดแบบยูกาตะนี่เอง (อย่างเช่นสองสาวในรูปน้ี) กิโมโนก็เหมือนกบั วฒั นธรรมอ่ืน ๆ ของญี่ป่ ุนและของหลายประเทศในเอเชีย คือค่อย ๆ หดหายไปหลงั จากเขา้ มาของอารย ธรรมตะวนั ตกในยคุ ปฏิรูปเมจิ ทุกวนั น้ีชาวญี่ป่ ุนจะสวมใส่กิโมโนเฉพาะเวลามีพิธีการสาคญั และสวมใส่ ชุดยกู าตะในช่วงเทศกาลตา่ ง ๆ เป็นคร้ังคราว

เรื่องน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองท่ี 264 วนั น้ีนง่ั ทาปก sar เลยอยากนาเสนอประเภทของไฟล์ ภาพครับ คนทากราฟิ กหลายคนอาจจะเคยงงๆ กบั นามสกุลภาพท่ีมีดว้ ยกนั หลายตวั ซ่ึงท่ีเห็นกนั บ่อยๆ กจ็ ะ มี JPEG, GIF และ PNG ซ่ึงแตล่ ะไฟลก์ จ็ ะมีคุณสมบตั ิ ขอ้ ดีขอ้ เสียตา่ งกนั ออกไป จึงพาทุกท่านมาทาความ รู้จกั กบั ไฟลเ์ หล่าน้ี รวมไปถึงประเภทงานที่เหมาะกบั ไฟลป์ ระเภทตา่ งๆ เราไปดูกนั เลยค่รับ JPEG อ่านวา่ เจ-เป็ก ยอ่ มาจาก Joint Photographic Experts Group เหมาะกบั การแสดงผลบนเวบ็ ไซต์ สามารถแสดงผลไดถ้ ึง 16 ลา้ นสี จึงทาใหเ้ หมาะกบั งานภาพถ่าย และกลอ้ งถ่ายภาพส่วนใหญก่ จ็ ะมีไฟล์ JPEG เป็นไฟลพ์ ้ืนฐานดว้ ย แตไ่ ฟล์ JPEG น้ีจะสูญเสียขอ้ มูลคร้ังที่มีการเซฟหรือบีบอดั ไฟลภ์ าพ GIF อา่ นวา่ จิฟ ยอ่ มาจาก Graphic Interchange Format ไฟลน์ ้ีสามารถแสดงผลไดส้ ูงสุด 256 สี มีขนาดไฟลเ์ ล็กกวา่ JPEG สามารถเซฟ เป็นภาพโปร่งแสงได้ ไมส่ ูญเสียขอ้ มลู เมื่อ มีการเซฟหรือบีบอดั ไฟลภ์ าพ และยงั ทา เป็นไฟล์ Animation ไดอ้ ีกดว้ ย PNG อา่ นวา่ ปิ ง ยอ่ มากจาก Portable Network Graphics เป็นเหมือนการรวม ขอ้ ดีของ JPEG กบั GIF มาไวด้ ว้ ยกนั มี การบีบอดั ไฟลภ์ าพท่ีดีและเล็กกวา่ GIF สามารถทาภาพโปร่งใสไดด้ ีกวา่ และยงั สามารถเลือกเซฟเป็นไฟล์ 8 bit (256 สี) หรือไฟล์ 24 bit (16 ลา้ นสี) ไดอ้ ีกดว้ ย ไมส่ ูญเสียขอ้ มลู เมื่อเซฟ แต่มีขนาดไฟลใ์ หญ่ และไม่สามารถทาไฟล์ Animation ได้ เรื่องน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรืองท่ี 265 วนั น้ีวนั ปิ ยะมหาราช ผทู้ รงเลิกทาส โดยไมเสียเลือด เน้ือ แตว่ นั น้ีมีคนถามวา่ ทาส บา่ ว ไพร่ ต่างกนั อยา่ งไร ไพร่ คือ บุคคลทวั่ ไปทุกคน ท่ีมีฐานนั ดรต่ากว่า หม่อมเจา้ ลงมา สามารถเลือกชีวิตความเป็ นอยู่ และอาชีพ เองได้ ข้ึนอยกู่ บั ตวั แปร และเหตุผลบางประการ ไพร่บางคนอาจร่ารวย หรือ ยากจน แต่ในปัจจุบนั ใชก้ บั ผทู้ ่ี ไมม่ ีสมบตั ิผดู้ ี (เป็นความเขา้ ใจผดิ ) เพราะถึงแมจ้ ะ สูงส่งแค่ไหน แต่ถา้ ต่ากว่าช้นั มจ. ทุกคนคือไพร่ ท้งั สิ้น. บ่าว คือ บุคคลที่ยนิ ดีเป็ นผอู้ ยใู่ ตบ้ งั คบั บญั ชาของ ผอู้ ื่นดว้ ยความเตม็ ใจ และ หรือ ไดร้ ับรางวลั ตอบ แทน และมีอิสระท่ีจะเลิกทาไดท้ ุกเมื่อ ทาสคือ คนที่ตกอยู่ในอานาจของผูอ้ ่ืนอย่างไม่มี สิทธ์ิมีเสียง หลีกเล่ียงไม่ได้ และอาจไม่ได้รับ ค่าตอบแทน ใดๆ.

คนรับใช้ คือ คนท่ียึดถือการทางานให้ผอู้ ่ืนเป็ นอาชีพ ๆ หน่ึง สามารถเลือกท่ีจะทา ตามหน้าที่หน่ึงๆหรือ หน้าท่ีท้งั หมด ข้ึนอยู่กบั ความถนดั และความพึงพอใจ มีสิทธ์ิที่จะไดร้ ับค่าตอบแทนตามความพอใจ ( มี ขอ้ ตกลง ) และไมม่ ีขอ้ ผกู มดั ใด สามารถเลิก (ลาออก) เมื่อใดกไ็ ด.้ ข้ีขา้ คือ คนท่ีไฝ่ ต่า ยอมจานนต่อการถูกกดข่ี ท้งั ที่มีทางเลือก แต่ไม่เลือก เน่ืองจากคนประเภทน้ีพึงใจจะ อาศยั ใบบุญผูอ้ ่ืนเพ่ือความอยูร่ อด ยอมเสียศกั ด์ิศรีเพื่อแลกกบั ความสบายเพียงชวั่ ครู่ เพราะไม่สามารถมี ปัญญาจะยนื ไดด้ ว้ ยตนเอง ( ไมค่ ิดที่จะพยายาม ) ส่วนใหญใ่ ช่เป็นคาเหยยี ดหยามดว้ ย เรื่องน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องที่ 266 ตอนน้ี Iphone ออกใหม่ อยากไดอ้ ่ะแต่ไม่มีตงั คซ์ ้ือ เลยอยากนาเสนอเรื่องของ Iphone ทราบไหมครับวา่ ตวั I ในคาว่า Iphone หมายถึงอะไร จากข่าวของ independent ไดท้ าการสืบเสาะหาว่าตวั ไอในอุปกรณ์ต่างๆของ Apple น้ีมนั คืออะไร มาจากไหน จนได้ ขอ้ สรุป เม่ือยอ้ นกลบั ไปดูคลิปของเม่ือเปิ ดตวั iMac ในปี 1998 จึงไดข้ อ้ สรุปวา่ ในปี 1998 ไดเ้ ปิ ดตวั ไอแมค (iMac) และสตีฟจ็อบส์ไดอ้ ธิบายว่าทาไมตวั “i” มีในชื่อ iMac เร่ิมดว้ ยตวั ไอตวั แรกมนั คือคาว่า Internet( อินเตอร์เน็ต) รวมกับแมคอินทอช โ ด น เ น้ น ไ ป ท่ี ก า ร เ ช่ื อ ม ต่ อ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ แ ม ค อิ น ท อ ช กับ อิ น เ ต อ ร์ เ น็ ต ใ ห้ ง่ า ย ต่ อ ก า ร ใ ช้ง า น และรวดเร็วสุดสุด ตวั ไอยงั หมายถึง อยา่ งอ่ืนอีก ความหมายต่อมาของตวั ไ อ คื อ individual( ส่ ว น บุ ค ค ล ) , instruct(ส่ังงาน), inform(แจง้ เตือน) และ inspire(สร้างแรงบนั ดาลใจ) แต่ เมื่อผา่ นไปสักพกั ก็ปล่อยไอพอด(iPod) ซ่ึงไม่ไดเ้ น้นอินเตอร์เน็ต และแลว้ ในปี 2007 ก็ไดเ้ ปิ ดตวั ไอโฟน (iPhone) ทาให้ส่วนผสมตวั ไอกลบั ไปครบอีกคร้ังเม่ือไอโฟน สมาร์ทโฟนเต็มรูปแบบเช่ือมต่อไดอ้ ิสระบน โลกออนไลน์นน่ั เอง

เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองที่ 267 วนั น้ีขอเสนอที่มาของ การโยนหัว ก้อย โดยในสมยั โบราณคนเชื่อว่าการตดั สินใจสาคญั ใด ๆ ใน ชีวิตควรปล่อยให้เป็ นหน้าที่ของพระผเู้ ป็ นเจา้ คนโบราณจึงคิดคน้ รูปแบบ ต่าง ๆ ในการเส่ียงทายเพื่อวอนขอคาตอบจากพระเจา้ วา่ “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” ตอ่ คาถามสาคญั ในสมยั จกั รพรรดิจูเลียส ซีซาร์ (102-44 ก่อนคริสตกาล) คือ ผูร้ ิเริ่มให้เกิดธรรมเนียมการโยนหัวโยนก้อยข้ึน เนื่องจากหัวของซีซาร์ ปรากฏอยู่บนดา้ นหน่ึงของเหรียญโรมนั ทุกเหรียญผลที่ตามมาก็คือในการ โยนเหรียญเส่ียงทายเหรียญดา้ น “หวั ” ไดก้ ลายเป็ นตวั ตดั สินวา่ ใครถูกใครผดิ ใครเป็ นฝ่ ายชนะในขอ้ ขดั แยง้ โตเ้ ถียงใด ๆ ท้งั ยงั เป็ นตวั บ่งช้ีคาตอบวา่ “ใช่” จากพระผเู้ ป็ นเจา้ ธรรมเนียมการโยนเหรียญสะทอ้ นความเคารพของผคู้ นใน สมัยน้ันต่อซีซาร์ เร่ืองสาคัญท่ีต้องฟ้ องร้องกันในศาลอนั เกี่ยวเน่ืองกับ ทรัพยส์ ิน ท่ีดิน การแต่งงาน ความผิดทางอาญา ลว้ นตกลงกนั ได้โดยอาศยั การโยนหัวโยนกอ้ ย ถา้ เหรียญออกดา้ นหวั ของซีซาร์ แสดงวา่ จกั รพรรดิแม้ มิไดอ้ ยู่ ณ ที่น้นั ทรงเห็นดว้ ยกบั การตดั สินใจน้นั ๆ และไม่เห็นดว้ ยตอ่ การตดั สินใจเป็นอยา่ งอ่ืน เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 268 ทาไมในภาษาองั กฤษถึง เจา้ แมลงเต่าทอง วา่ Lady Bug (บางคนอาจเรียกวา่ Lady Bird, Lady Beetle) เป็ นแมลงปี กแข็ง ท่ีสันนิษฐานวา่ อยบู่ นโลกมามากกวา่ 300 ลา้ นปี และมีเรื่องเล่าอยใู่ นประวตั ิศาสตร์มายาวนาน โดยหากจะกล่าวถึงท่ีมาของช่ือ Lady Bug เรา อาจจะตอ้ งยอ้ นไปในสมยั กลางของยโุ รปเลยล่ะ เร่ืองมนั มีอยวู่ า่ ในสมยั กลางของยุโรปน้นั ผคู้ นต่างเล้ียงชีพ ดว้ ยการปลูกพชื ทาไร่ทานากนั เป็นส่วนใหญ่ แตแ่ ลว้ ก็เกิดเหตุร้ายข้ึน เมื่อมีแมลงศตั รูพืชเขา้ มาบุกเรือกสวน ไร่นา และกดั กินทาลายพชื ผลจนแทบหมดสิ้น เหล่า ชาวนาจึงช่วยกนั หาทางจดั การแกไ้ ข แต่ก็จนปัญญา จะ กาจดั แมลงศตั รูพชื จานวนมหาศาลได้ เม่ือไม่อาจ ใช้ปัญญามนุษยจ์ ดั การกบั ปัญหาแมลงจ๋ิวเหล่าน้ัน เหล่าชาวนาจึงไดส้ วดมนตอ์ อ้ นวอนต่อพระแม่มารี ใหช้ ่วยประทานความช่วยเหลือมาให้ และแลว้ ก็เกิด เหตุประหลาดราวปาฏิหาริย์ เม่ือเจา้ แมลงเต่าทองมากมายต่างปรากฏตวั ข้ึน และเขา้ มาช่วยกาจดั แมลง ศตั รูพืชไปจนหมดสิ้น เหล่าชาวนาชาวไร่ ต่างเชื่อวา่ น่ีเป็ นผลจากการสวดมนต์ออ้ นวอนพระแม่มารี จึง ขนานนามเจา้ แมลงปี กแขง็ ลายจุดที่เขา้ มาช่วยเหลือพวกเขาวา่ Lady Bug ซ่ึงมาจากคาเรียกพระแม่มารีที่พวก เขามกั เรียกวา่ “Our Lady” นนั่ เอง ออ้ ! แถมทา้ ยสาหรับสาวโสด เราขอแอบกระซิบวา่ มีความเชื่อหน่ึงกล่าว ไว้ หากแมลงเต่าทองบินมาเกาะแขนสาวโสดคนใด คนน้นั จะไดม้ ีคู่ในไม่ชา้ ดว้ ยนะจ๊ะ เอ้ า! ออกตามหา แมลงเตา่ ทองกนั เถอะ

เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม ที่ 269 ทาไมถึงเรียกวา่ ลอ้ แม็ก เพราะ ในอดีตกาล กะทะลอ้ ถูก ผลิตข้ึนมาดว้ ยวสั ดุท่ีทาจาก แม็กนิเซียม (Magnisium) ดว้ ยคุณสมบตั ิหลกั คือน้าหนกั ท่ีเบา ระบายความร้อนได้ ดี รูปแบบสวยงาม จึงนามาใช้กับรถท่ีต้องการทา ความเร็ว หรือรถแข่งนนั่ เอง แต่จากขอ้ ดอ้ ยในส่วนของ ตน้ ทุนท่ีราคาสูง และ แมก็ นิเซียม มีการสึกกร่อนไดง้ ่าย จึงไม่เหมาะที่จะนามาใชก้ บั รถยนตใ์ นทอ้ งตลาด จึงได้ มีการเสาะหาวสั ดุมาทดแทนท่ีราคาไม่สูง แต่ยงั คงคุณสมบตั ิท่ีใกล้เคียง นั่นก็คือ อลูมิเนียม อัลลอย (Aluminium Alloy) ซ่ึงใชม้ าจนถึงปัจจุบนั น้ี แต่บุคคลทวั่ ไปยงั คงเรียกติดปากว่า ลอ้ แม็ก (มาจากแม็กนิ เซียม) กนั อยตู่ ลอดไป เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 270 ก่อนหนา้ น้ีไม่นาน ไดม้ ีข่าวลือในโซเชียลไลน์ของ กลุ่มเครือญาติผูใ้ หญ่ โดยได้เตือนให้งดการแชร์ภาพ ดงั กล่าว เน่ืองจากเกรงว่าจะโดนข้อหาละเมิดลิขสิทธ์ิ ซ่ึงขอ้ กฎหมายไดก้ าหนด ดงั น้ี 1.กฎหมายลิขสิทธ์ิ มุ่งคุม้ ครองงานสร้างสรรคข์ อง เจา้ ของ หรือผมู้ ีสิทธ์ิ ใน 2 กรณีคือ ทาซ้า ดดั แปลง หรือ เผยแพร่ เพื่อมุ่งประสงคท์ างการคา้ หรือหากาไร ฉะน้นั ถา้ ไม่ไดท้ า 3 อยา่ งน้ี ก็ไมเ่ ป็นความผดิ เช่น เราส่ง รูปภาพกนั ทางไลน์ ในลกั ษณะติดต่อถึงกนั ไมใ่ ช่คา้ ขาย หรือโฆษณาไมผ่ ดิ เซฟไวค้ รอบครองก็ไมผ่ ดิ แตห่ า้ ม นาไปขาย 2. เร่ืองกฎหมายลิขสิทธ์ิแกไ้ ข กรณีส่งรูปภาพกนั ทางสื่อ ออนไลน์ ก็เช่นเดียวกนั ถา้ เป็ นกรณีไม่ไดท้ าในกรอบ 3 อยา่ งขา้ งตน้ กไ็ ม่ผดิ เช่นกนั ดงั น้นั ชาวโซเชียลจึงไมต่ อ้ งตกใจ เพราะที่แกไ้ ขใหม่น้ี มุ่งเนน้ ไปที่ผใู้ หบ้ ริการอินเทอร์เน็ต หรือบริการ ออนไลน์ จะตอ้ งไม่รู้เห็นเป็ นใจ หรือปกปิ ดการทาผดิ ของผใู้ ชบ้ ริการ หากกระทาอยา่ งน้นั ถือวา่ เป็ นผกู้ ระทา ผดิ แต่ท้งั หมดท้งั มวลน้นั หากจะผดิ หรือถูก ก็อยทู่ ี่ดุลยพนิ ิจของศาลทา่ นวา่ จะตดั สินออกมาเช่นไร ท้งั น้ี ถา้ ไม่ทาซ้า ดดั แปลง หรือหารายได้ ก็ไมผ่ ดิ ครับ

เรื่องน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 271 จากข่าวการเสี ยชีวิตของคุณวิชัย ศรี วัฒน ประภา และจะมีการไวอ้ าลยั โดยคาวา่ R.I.P ทราบ ไหมครับวา่ R.I.P ย่อมาจากอะไร “R.I.P.” ยอ่ มา จากคาวา่ “REST IN PEACE” ถา้ แปลตรงตวั ก็ คือ “การพกั ผ่อนอย่างสงบ” เพื่อนๆ มกั จะเจอกนั อยู่ บ่อยๆ ไม่วา่ จะในภาพยนตร์, ในหินบนหลุมฝังศพ หรือแมก้ ระทงั่ ในชีวติ จริง การโพสต์ไวอ้ าลยั คนท่ี จากไปผ่านโซเชียล เป็ นตน้ คาน้ีเป็ นภาษาเขียนไม่ใช่ภาษาพูด “R.I.P.” มีที่มาจากรากศพั ท์ภาษาลาติน แปลวา่ “May He Rest In Peace” (ขอใหเ้ ขาไปสู่สุขคติ) ส่วนในภาษาอิตาลีจะใชค้ าวา่ “Riposi In Pace” REST IN PEACE คือการขอพรใหผ้ ทู้ ่ีเสียชีวติ “ไดพ้ กั ผอ่ นอยา่ งสงบ” และไม่ตอ้ ง “ทรมาน” ในระหวา่ งท่ี รอวนั พิพากษา (Judgment Day) ตามหลกั ของศาสนาคริสต์ (โดยในบางนิกายของศาสนาคริสต์ เชื่อวา่ ผูท้ ่ี ตายไปแลว้ จะตอ้ งไปรอ “วนั พพิ ากษา” ในนรกก่อน ส่วนบางนิกาย เช่ือวา่ ผตู้ ายจะตอ้ งไปชดใชก้ รรมท่ีก่อ ไวท้ นั ทีที่ตาย) R.I.P คุณวชิ ยั เรืองน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 272 วนั น้ีเชื่อวา่ แทบทุกคนคงไดร้ ับทราบข่าวการเสียชีวิต ของคุณวิชัย ศรี วัฒนาประภา เจ้าของทีม ฟุตบอลเลสเตอร์ ซิต้ี และบริษทั คิงพาวเวอร์ ที่มี การยนื ยนั ออกมาอยา่ งเป็ นทางการ ซ่ึงทางเพจก็ คงตอ้ งขอแสดงความเสียใจกบั ครอบครัวมาดว้ ย ณ ที่น้ี ส่วนรายละเอียดรวมถึงประวตั ิส่วนตวั จะ เป็นไงน้นั คงจะหาอ่านไดจ้ ากแหล่งข่าวมากมาย แล้ว ง้ันวนั น้ีคงจะขอนาเร่ือ งราวของ “ร้าน สินคา้ ปลอดภาษีอากร” ซ่ึงเป็ นธุรกิจหลักของ คุณวิชัยมาพูดถึงกันดีกว่าว่า ธุรกิจน้ีคืออะไร และมีที่มาอยา่ งไรกนั บา้ ง ร้านสินคา้ ปลอดภาษี อากร (Duty Free) ก็คือร้านคา้ ปลีกซ่ึงไดร้ ับการ ยกเวน้ ภาษีนาเข้าและภาษีมูลค่าเพ่ิม จึงทาให้ ราคาสินคา้ ถูกลงกว่าปรกติ ซ่ึงโดยปรกติแล้วร้านสินคา้ ประเภทน้ีมกั จะขายสินคา้ ให้กบั นกั ท่องเท่ียวท่ี เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศน้นั ซ้ือหาติดมือกลบั บา้ น แต่บางแห่งก็ขายใหก้ บั คนในประเทศดว้ ยเช่นกนั ในอดีตน้ันการนาสินคา้ ผ่านเขตแดนของประเทศต่าง ๆ น้ันจะตอ้ งมีการเสียภาษี ท้งั เม่ือจะนาสินคา้ ออก นอกประเทศ และเมื่อจะนาสินคา้ เขา้ ประเทศ ซ่ึงเท่ากบั เป็ นการเสียภาษีสองต่อ ทาให้การซ้ือสินคา้ จาก

ดินแดนหน่ึงไปขายในอีกดินแดนหน่ึงน้นั มีราคาสูง แตเ่ น่ืองจากก่อนหนา้ น้นั การเดินทางระหวา่ งประเทศยงั มีน้อย จึงทาให้ปัญหายงั ไม่รุนแรงมากนกั จนกระทง่ั เม่ือมีการพฒั นาเทคโนโลยีการเดินทาง เช่น เรือเดิน สมุทร รถไฟ จนกระทงั่ เคร่ืองบิน ทาใหผ้ คู้ นสามารถเดินทางขา้ มประเทศกนั ไดส้ ะดวกมากข้ึน ปัญหาจึงเกิด ตามมาวา่ เม่ือนกั ท่องเที่ยวจะซ้ือของจากประเทศท่ีตวั เองไปเที่ยวเพื่อนากลบั มาบา้ น ก็ตอ้ งเจอภาษีสองรอบ ทาใหร้ าคาแพงมากข้ึน ซ่ึงไม่ส่งผลดีอยา่ งย่ิงต่อการท่องเท่ียวและการซ้ือขายสินคา้ สาหรับนกั ท่องเที่ยว ใน ท่ีสุดเมื่อเบรนแดน โอ’เรแกน (Brendan O'Regan) ได้รับการแต่งต้งั ให้บริหารงานสนามบินแชนนอน (Shannon Airport) ในประเทศไอร์แลนด์ ซ่ึงเป็ นสนามบินแห่งหน่ึงท่ีเท่ียวบินเดินทางขา้ มระหวา่ งยโุ รปกบั อเมริกามกั จะตอ้ งแวะจอดเพื่อเติมน้ามนั บ่อยคร้ัง และนกั ท่องเที่ยวก็มกั จะฆ่าเวลาระหวา่ งรอเติมน้ามนั ดว้ ย การเดินชอ้ ปปิ้ งร้านคา้ ในสนามบิน เขาจึงคิดหาวิธีการท่ีจะทาให้นกั ท่องเท่ียวซ้ือของท่ีระลึกกลบั บา้ นไป มากท่ีสุด จึงได้ก่อต้งั ร้านสินค้าปลอดภาษีอากรแห่งแรกท่ีสนามบินแห่งน้ี เมื่อปี 1947 และประสบ ความสาเร็จอย่างมาก ทาให้เริ่มมีการเปิ ดร้านในลกั ษณะเดียวกนั ข้ึนในสนามบินอีกหลายแห่งทวั่ โลก (สาหรับในเมืองไทย คิงพาวเวอร์ก่อต้งั เม่ือปี พ.ศ. 2532 หรือ 1989) เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองท่ี 273 แมลงวนั ถือไดว้ ่าเป็ นสัตวท์ ่ีก่อความราคาญให้กบั มนุษย์ และยงั เป็ นพาหะนาโรคร้ายหลายโรค หลายคนจึงไม่ชอบ หากใครเคยพยายามจะตบแมลงวนั จะ พบวา่ ทาไดย้ ากยิ่ง แมจ้ ะมีไมต้ บแมลงวนั แลว้ ก็ตาม บางทีแค่งา้ งมือ มนั ก็รู้ตวั บินหลบไดก้ ่อนเสียดว้ ยซ้า สงสยั หรือไม่วา่ แมลงวนั มีกลไกอยา่ งไร จึงหนีภยั รอบตวั มนั ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว สมองของแมลงวนั ถูกสร้างไว้ เพ่ือให้มนั หลบเล่ียงการถูกตี ดงั จะเห็นได้ว่า หลายๆ คร้ังมันบินหนี ไปได้ก่อนท่ีไม้ตี แมลงวนั จะฟาดลงมา สร้างความหงุดหงิดและ ประหลาดใจว่า ทาไมแมลงวนั ถึงหลุดรอด ค ว า ม ต า ย ไ ป ไ ด้ อ ย่ า ง ร ว ด เ ร็ ว ดร.ไม เคิล ดิกคินสัน อาจารย์จากสถาบัน เทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ผูท้ าการศึกษา กล่าวว่า \"แมลงวนั เคลื่อนไหว อยา่ งรวดเร็ว โดยใชเ้ วลาเพียง 200 มิลลิวินาที เท่าน้นั แมใ้ นช่วงเวลาที่เป็ นแค่เศษเส้ียวของวนิ าที แมลงวนั ก็ตดั สินใจไดว้ า่ อนั ตรายน้นั มาจากทิศใด และ มนั ควรบินหนีไปทางไหน นอกจากน้ี ตาของมนั ท่ีมองเห็นความเคลื่อนไหวของสิ่งรอบตวั ได้ 360 องศา ยงั มีส่วนช่วยมนั มากดว้ ย\" การศึกษาของดร.ดิกคินสัน พบวา่ ถา้ มีอนั ตรายอยเู่ บ้ืองหน้า มนั จะเคลื่อนขาตรง กลางไปขา้ งหนา้ จากน้นั จึงโนม้ ตวั มาดา้ นหลงั และยกขาดา้ นหลงั ข้ึนมาเพื่อบินหนีไปขา้ งหลงั ถา้ อนั ตราย มาจากดา้ นขา้ ง ตวั มนั จะโนม้ ไปในทิศตรงขา้ มและบินหนีไปยงั ทิศน้นั ทนั ที ดงั น้นั วิธีท่ีดีท่ีสุดของการตี แมลงวนั คือ อยา่ ตีเวลาที่มนั อยใู่ นท่าพร้อมบิน

เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศนเขตหนองแขมเร่ืองที่ 274 พอถึงเทศกาลฮาโลวีน หลายคนคงนึกถึงการแต่งตวั แฟนซีเป็นภูตผปี ี ศาจ หรือการที่เดก็ ๆ ฝรั่งจะพากนั ออกไปเดินเคาะประตตู ามบา้ นเพื่อขอขนมหวาน อยา่ งที่ เรียกวา่ trick or treat แต่ก็มีอีกส่ิงหน่ึงที่เป็ นสัญลกั ษณ์ ของวนั ฮาโลวีน น่ันก็คือฟักทองสีส้มผลใหญ่ ถูกควา้ น เน้ือออกแล้วจุดเทียนด้านใน หรื อที่เรี ยกว่า Jack O'Lantern (ตะเกียงฟักทอง) อยากจะรู้ไหมวา่ ทาไมวนั ฮาโลวีนต้องมีตะเกียงฟักทอง วนั น้ี กระปุกดอทคอม หยิบเอาประวตั ิเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเร่ืองน้ีมาฝากกนั จ้า เร่ืองของฟักทองน้ี ตอ้ งบอกวา่ จริง ๆ แลว้ ผคู้ นต่างพากนั แกะสลกั ตะเกียงฟักทองในวนั ฮาโลวนี แบบน้ีมานานหลายศตวรรษแลว้ ซ่ึงการแกะสลกั ตะเกียงฟักทองน้ี มี จุดเริ่มตน้ มาจากนิทานปรัมปราของชาวไอริช เกี่ยวกบั เรื่องของชายคนหน่ึงที่ชื่อว่า แจ๊คจอมตระหนี่ โดย ตามนิทานเล่าวา่ แจค๊ จอมตระหนี่ ไดเ้ ชิญปี ศาจมาร่วมดื่มเหลา้ กบั เขา แต่เน่ืองจากแจค๊ เองไม่อยากจ่ายเงินค่า เคร่ืองดื่ม ดงั น้นั เขาจึงบอกให้ปี ศาจเปล่ียนตวั เองใหก้ ลายเป็ นเหรียญ และแจ๊คจะไดจ้ ่ายเงินค่าเหลา้ ได้ แต่ เม่ือปี ศาจเปลี่ยนตวั เองเป็นเหรียญแลว้ แจ๊คกลบั เก็บเงินน้นั เอาไวใ้ นกระเป๋ าเส้ือใกล้ ๆ กบั ไมก้ างเขน ทาให้ เจา้ ปี ศาจไม่สามารถเปล่ียนกลบั มาเป็นร่างเดิมไดอ้ ีก แจค๊ จึงยนื่ ขอ้ เสนอให้ปี ศาจวา่ หากอยากจะกลบั ร่างเดิม ปี ศาจก็ตอ้ งสัญญาวา่ จะไม่รบกวนแจ๊คเป็ นเวลา 1 ปี และหากแจ๊คตาย เจา้ ปี ศาจก็ตอ้ งไม่มาเอาวญิ ญาณของ เขาไป หลงั จากน้นั 1 ปี เมื่อปี ศาจคืนร่างเดิม แจ๊คก็หลอกล่อปี ศาจให้ปี นตน้ ไมเ้ พื่อที่จะไปเก็บผลไม้ เม่ือ ปี ศาจอยบู่ นตน้ ไม้ แจค๊ ก็แกะสลกั ลาตน้ เป็ นสัญลกั ษณ์ไมก้ างเขน เพ่ือท่ีปี ศาจจะไม่สามารถลงมาจากตน้ ไม้ ได้ ซ่ึงทาใหป้ ี ศาจตอ้ งสัญญาอีกคร้ังวา่ เขาจะไม่มารบกวนแจ๊คเป็ นเวลา 10 ปี หลงั จากน้นั ไม่นาน แจค๊ ก็ได้ เสียชีวติ ลง แต่พระเจา้ ไม่สามารถใหว้ ญิ ญาณอนั ชวั่ ร้ายของแจค๊ ข้ึนมาอยบู่ นสวรรคไ์ ด้ ขณะที่ปี ศาจเองก็รู้สึก โกรธเคืองกบั เล่ห์เหลี่ยมของแจ๊ค แต่ก็ไม่สามารถเอาวิญญาณของแจ๊คไปนรกไดเ้ ช่นกนั เพราะตอ้ งรักษา สัญญาที่ให้ไว้ ดงั น้นั ปี ศาจจึงส่งแจค๊ ไปยงั ราตรีที่มืดมิดและมีถ่านติดไฟไวน้ าทาง แจ๊คจึงนาถ่านน้นั ไปใส่ ในหัวผกั กาดแกะสลกั และล่องลอยไปมาบนโลกนบั จากน้นั เป็ นตน้ มา จากน้นั ชาวไอริชจึงมกั พูดถึงผีว่า เป็ น Jack of the Lantern ซ่ึงต่อมาก็กลายเป็ นช่ือส้ัน ๆ คือ Jack O'Lanternในไอร์แลนดแ์ ละสกอตแลนด์ ผคู้ นจะแกะสลกั ผกั -ผลไมต้ า่ ง ๆ ใหเ้ ป็ นรูปร่างหนา้ ตาน่าเกลียด ต้งั แต่หวั ผกั กาด มนั ฝร่ัง และอื่น ๆ จากน้นั ก็จะนาไปวางตรงหนา้ ต่างหรือประตู เพื่อขบั ไล่วิญญาณของแจ๊คจอมตระหน่ี รวมท้งั สัมภเวสีเร่ร่อน ส่วน ในองั กฤษน้นั จะมีการใชห้ วั บีตผลโตแกะสลกั แทนต่อมามีการคน้ พบทวปี อเมริกา ทาให้ผคู้ นในยุโรปต่าง ยา้ ยไปสร้างหลกั ปักฐานท่ีนน่ั จานวนมาก ซ่ึงผอู้ พยพจากประเทศต่าง ๆ เหล่าน้ี ก็ไดน้ าประเพณีแกะสลกั ผลไม้แล้วเอาเทียนใส่ไวต้ รงกลางไปเผยแพร่ด้วย แต่เน่ืองจากฟักทองเป็ นผกั พ้ืนเมืองที่หาได้ง่ายใน สหรัฐอเมริกา ทาใหค้ นในสหรัฐอเมริกานิยมใชฟ้ ักทองมาแกะสลกั มากท่ีสุด จึงทาใหน้ บั แต่น้นั มา ฟักทอง แกะสลกั กเ็ ป็นส่ิง ที่อยคู่ ูก่ บั วนั ฮาโลวนี เสมอมา

เรี่องน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 275 ครบ 32 มีอะไรบา้ งหลายคนคงจะเคยไดย้ นิ คาพูดท่ีวา่ \"เกิดมาครบ 32\" มาแลว้ และอาจจะสงสยั ครบ 32 ที่วา่ มีอะไรบา้ งคาวา่ ครบ 32 นนั่ เป็นคาพดู ทางธรรม ซ่ึง หมายถึงอาการท้งั 32 อยางท่ีประกอบกนั ข้ึนเป็ นร่างกายของเรานน่ั เอง ไดแ้ ก่อาการ 20 มีดงั น้ี 1. เกสา-ผม, 2. โลมา-ขน, 3. นะขา-เล็บ, 4. ทนั ตา-ฟัน, 5. ตะโจ-หนงั , 6. มงั สัง-เน้ือ, 7. นะหารู-เอ็น, 8. อฏั ฐิ-กระดูก, 9. อฏั ฐิมิญชงั -เยือ่ ในกระดูก, 10. วกั กงั -มา้ ม, 11.หะทะยงั -หวั ใจ, 12. ยะกะนงั -ตบั , 13. กิโลมะกงั -พงั ผดื , 14. ปิ หะกงั -ไต, 15. ปัปผาสัง-ปอด, 16. อนั ตงั -ไส้ใหญ่, 17. อนั ตะคุณัง-ไส้นอ้ ย, 18. อุทะริยงั -อาหาร ใหม่, 19. กะรีสัง-อาหารเก่า (อุจจาระ), 20. มตั ถะลุงคงั - มนั สมอง ส่วนอาการ 12 ไดแ้ ก่ 21. ปิ ตตงั -น้าดี, 22. เสมหงั - เสมหะ, 23. ปุพโพ-น้าเหลือง, 24. โลหิตงั -น้าเลือด, 25. เสโท- เหง่ือ, 26. เมโท-มนั ขน้ , 27. อสั สุ-น้าตา, 28. วะตา-มนั เหลว, 29. เขโฬ-น้ าลาย, 30. สิงคาณิกา-น้ ามูก, 31. ละสิกา-น้ าไขข้อ, 32. มุตตัง-มูตร (ปัสสาวะ) แน่นอนว่าอาการท้งั 32 น้ีมีความสาคญั ต่อร่างกายมนุษยม์ าก หากอาการท้งั 32 ยงั มีครบถว้ นไม่ชารุด บกพร่องหรือขาดหายไป ก็จะทาให้การดารงชีวติ ยงั คงมีความเป็ นปรกติสุขอยไู่ ด้ ดงั น้นั การที่มนุษยค์ นใด เกิดมาพร้อมกบั มีอาการครบท้งั 32 อยา่ ง ก็ถือวา่ เป็ นผูม้ ีโชคดีที่ไม่ตอ้ งเผชิญกบั ความทุกขย์ ากลาบากจาก การเจบ็ ป่ วยอนั เนื่องจากระบบในร่างกายไมเ่ ป็นปรกตินนั่ เอง เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 276 ทาไมเรากินผงชูรสแลว้ ถึงหิวน้า เพราะโมโนโซเดียมกรู ตาเมทท่ีเป็ นส่วนประกอบของผงชูรส เป็ นประเภทนึง ของโซเดียม เม่ือเวลากินเขา้ ไปแลว้ จะทาให้กระแสเลือด มีความเขม้ ขน้ มากกว่าปกติ ร่างกายจึงออสโมซิสน้าเขา้ หลอดเลือดมากข้ึนเพ่ือที่จะรักษาความเขม้ ขน้ ของเลือด และพาไปขจดั ออกที่ไต นอกจากจะรู้สึกกระหายน้ามาก ข้ึนแลว้ ความดนั ยงั สูงข้ึนดว้ ย ถา้ คอแหง้ มากๆ ใหก้ ินน้าอดั ลม หรือโซดาจะช่วยไดค้ รับ

เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 277 วนั น้ีขอนาเสนอที่มาของสานวน โจรห้าร้อย โจรห้า ร้อย เดิมเป็นคากล่าวเปรียบวา่ โจรมีจานวนมาก สานวน โจรห้าร้อย น่าจะ มาจากอรรถกถาของคมั ภีร์ธรรมบท กล่าวถึง เดียรถีร์ 500 คนกบั โจร 500 คนร่วมกนั วางแผนสังหารพระโมคคลั ลาน์ เน่ืองจากพระโมคคลั ลาน์ทา ใหส้ าวกจานวนมากของเหล่าเดียรถีร์หนั มานบั ถือพระพุทธศาสนา คาวา่ ห้าร้อย นอกจากจะปรากฏในสานวนว่า โจรห้าร้อยแลว้ ในคัมภีร์ทาง พระพุทธศาสนายงั ปรากฏคู่กบั คาอื่นอีกด้วย เช่น อนาถบิณฑิกเศรษฐี ถวายภตั ตาหารแด่พระภิกษุ 500 รูป. ต่อมาเมื่อใช้คาว่า โจรห้าร้อย มี ความหมายวา่ โจร, โจรชว่ั เช่น จนั ทโครพพานางโมราเดินป่ าไปพบโจรห้าร้อยผหู้ น่ึงระหวา่ งทาง. ปัจจุบนั เมื่อตดั ใชแ้ ต่เพียง ห้าร้อย ก็หมายถึง คนเกเร คนไม่ดี เช่น ไอเ้ ด็กห้าร้อย วนั ๆ ไม่เรียนหนงั สือ เอาแต่ซิ่ง มอเตอร์ไซคไ์ ปทวั่ คาวา่ โจรหา้ ร้อย เขียนเป็นตวั หนงั สือไมใ่ ช่ตวั เลข เพราะเป็นสานวน เรื่องน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองที่ 278 \"ครู\" กบั \"อาจารย\"์ เหมือนหรือต่างกนั อยา่ งไร และ ทาหนา้ ท่ีเป็นเช่นไร เมื่อ พ.ร.บ.ระเบียบขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ไดป้ ระกาศใชท้ า ให้คาวา่ \"ครู\" และคาว่า \"อาจารย\"์ ถูกเรียกแทนตาแหน่งต่างกนั ดงั น้ี \"ครู\" เป็ นชื่อท่ีเรียกแทน ผทู้ ่ีสอนใน ระดับการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน (อนุบาล-ม.6) โดยมีต้งั แต่ ครูผูช้ ่วย ครูชานาญการ ครูชานาญการพิเศษ ครู เชี่ยวชาญ ครูเชี่ยวชาญพิเศษ แลว้ แต่วทิ ยฐานะท่ีไดร้ ับ และคาวา่ ครูฟังแลว้ เป็ นคาด้งั เดิมท่ีเรียกต่อๆกนั มา มี ลกั ษณะถึงความใกลช้ ิดกบั ศิษยม์ ีลกั ษณะการเรียนการสอนที่แสดงถึงความห่วงหาอาทรกบั ศิษย์ ท้งั น้ีมีคา ใกลเ้ คียงท่ีเคยเรียก เช่น พอ่ ครู แม่ครู ครูหมอ เป็ น ต้น \"อาจารย์\" เป็ นชื่อที่เรี ยกผู้สอนในระดับ ปริ ญญาตรี หรื อสูงกว่า เป็ นคาท่ีหมายรวมถึง คณาจารย์ในวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ฟังดูแล้ว อาจารย์จะเป็ นผู้รอบรู้สรรพวิชาเฉพาะด้าน มี ความเชี่ยวชาญเป็ นด้านๆ หรือแต่ละสาขาวิชา ท้งั น้ีอาจเรียกอาจารย์ และเรียกกบั ผูท้ ่ีมีตาแหน่ง ทางวชิ าการวา่ ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ หรือศาสตราจารย์ ที่เชี่ยวชาญและมีผลงานทางวิชาการ ดว้ ย และคาน้ีฟังดูแลว้ จะศรัทธาในความเช่ียวชาญดา้ นน้นั ๆและนาแนวคิดหรือขอ้ คน้ พบที่บุคคลเหล่าน้นั คิดข้ึนมาใชอ้ า้ งอิงในการดาเนินชีวิต การทางาน หรือการปฏิบตั ิตน \"แต่...ส่ิงที่สองตาแหน่งน้ีมีเหมือนกนั คือ การสอนใหผ้ เู้ รียนมีคุณธรรม มีความรู้ มีทกั ษะชีวติ ในการที่จะนาส่ิงเหล่าน้นั ไปพฒั นาตนเอง ครอบครัว สงั คม และประเทศชาติ\"

เรื่องน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องที่ 279 เวลาเราไปห้างสรรพสินคา้ หลายห้าง ช้นั ล่างสุด จะ เป็ น ช้นั G ช้นั M ทาไม ถึงไม่เป็ นช้นั 1 โดย \"G\" = คือ \"Ground Floor\" หมายถึงช้นั ท่ีติดกบั พ้ืน ส่วน M คือ Main Floor คือช้นั ท่ีติดกบั พ้ืน เ ห มื อ น กั น ห รื อ บ า ง ห้ า ง ย่ อ ม า จ า ก \"Mezzanine\" ที่แปลว่าคร่ึงช้นั ส่วนการนบั ช้นั นนั มี 2 แบบคือ ถา้ เป็ นแบบองั กฤษจะเป็ น G 1 2 3 ถา้ เป็ นแบบอเมริกนั จะเป็ น 1 2 3 4 ของ ไทยเราแลว้ แต่ความชอบของเจา้ ของ ว่าจะใช้ แบบองั กฤษหรืออเมริกนั ซ่ึงบางห้างก็คิดใหม่ ทาใหม่ ไม่เหมือนใครท้งั น้นั คือ G 2 3 4 (ไม่มีช้นั 1) โดย สาเหตุท่ีช้นั 1 อยู่ ช้นั 2 นนั่ กเ็ พราะ ช้นั ล่าง ติดถนน จะพ้ืนที่แพง ขายง่าย คนอยากไดเ้ ยอะเวลาเซลเอาพ้ืนที่ ไปขาย นี่ช้นั Gคะ่ (ฝังอยใู่ ตด้ ินซะคร่ึง) ติดทางเขา้ ออกเลย น่ีช้นั Mค่ะ(ลอยอยคู่ ร่ึง) ติดทางเขา้ ออกเลย น่ีช้นั 1 คะ่ ติดประตหู ลกั เลย เขา้ มากเ็ ห็นเด่นเลย เลยตอ้ งออกแบบ แบบน้ี เรียกแบบน้ี ใหไ้ ดพ้ ้ืนที่ขายมากที่สุด เรื่องน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 280 เคยต้งั ขอ้ สงสัยกนั ไหมครับว่า ทาไม เราถึงเรียก ผหู้ ญิงขายบริการวา่ กะหร่ี คาวา่ กะหร่ีมีรากศพั ท์ มาจากภาษาฮินดี คาวา่ โฉกกฬา แปลวา่ เด็กชาย และคาวา่ โฉกกฬี แปลวา่ เด็กหญิง โดยคาวา่ โฉ กกฬี กค็ งจะพอใกลก้ ลบั ภาษาปากของเราท่ีชอบ เรียกผหู้ ญิงสาว ๆ ที่หากินทางน้ีวา่ อีหนู นนั่ เอง เขา้ ใจว่า คาว่า โฉกกฬี น่ีเอง ท่ีไดเ้ พ้ียนมาเป็ น ชอกกาลี และกร่อนมาเป็ น กะหร่ี ในภาษาไทย แต่ในภาษาแขก คาว่า โฉกกฬี หาได้หมายถึง หญิงโสเภณีไม่ คาท่ีเขาใชห้ มายถึงหญิงโสเภณีน้นั เขามีอีกคาหน่ึง คือคาวา่ รัณฑี เรื่องน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองที่ 281 เดี๋ยวน้ีเวลามีหนุ่มหล่อสาวสวยหนา้ ใหม่ๆ ปรากฏตวั ในโซเชียลมีเดีย คอมเมนตท์ ี่จะตอ้ งเห็นแทบทุกคร้ังก็คือ “ขอวาร์ปหน่อย” แน่นอนวา่ คนท่ีใชช้ ีวติ โลดแล่น อยู่บนเฟซบุ๊กหรือยูทูบก็ย่อมจะคุน้ เคยดีว่า วลีน้ีเป็ นวลีท่ีใช้ขอขอ้ มูลเช่นชื่อเสียงเรียงนามหรือชื่อบญั ชี อินสตาแกรม เพ่ือจะไดไ้ ปตามไปส่องคนคนน้นั ได้ แต่ท่ีหลายคนอาจไม่รู้ก็คือ “วาร์ป” หรือ “warp” ท่ีเรา เรียกๆ กนั น้ี เจา้ ของภาษาเขาไม่ไดใ้ ชเ้ หมือนเรา! ท้งั น้ีคาวา่ warp ไม่ไดอ้ อกเสียงวา่ วาร์ป แมค้ าวา่ warp จะ สะกดคลา้ ยคาวา่ harp (พณิ ) ท่ีออกเสียง ฮาร์ป หรือ tarp (ผา้ ใบ) ท่ีออกเสียงวา่ ทาร์ป แต่คาน้ีดนั ผา่ เหล่าออก เสียงวา่ วอร์ป ไม่ใช่ วาร์ป อยา่ งท่ีเราคุน้ ๆ กนั (คลา้ ยที่ far ออกเสียงวา่ ฟาร์ แต่ war ออกเสียงวา่ วอร์) คาวา่ warp ไมใ่ ช่ส่ิงท่ีเราเรียกวา่ “วาร์ป” เลยเสียทีเดียว คาวา่ warp ท่ีเรายมื มาใชใ้ นความหมายทานองวา่ ส่ิงท่ีพา

เราเคลื่อนท่ีหรือหายตวั จากจุดหน่ึงไปอีกจุดหน่ึงน้นั อนั ท่ีจริงแลว้ ในภาษาองั กฤษไม่ไดใ้ ชใ้ นความหมาย เดียวกนั เลยเสียทีเดียว ในภาษาองั กฤษ คาวา่ warp หมายถึง การบิดเบ้ียว โคง้ งอ ปกติใชพ้ รรณนาส่ิงของที่ ควรจะตรงหรือเรียบแต่ดนั บิดหรือโคง้ งอข้ึนมา เช่น พ้ืนไมโ้ ดนน้าแลว้ โก่งงอ (a warp in the floorboards) หรือ แผ่นเสียงถูกความร้อนแลว้ บิดงอเสียรูป (a warp in the vinyl record) วา่ กนั วา่ ในช่วงยคุ 1940 นกั วิทยาศาสตร์ยืมคาน้ีไปใช้อธิบายการบิดเบ้ียว ของกาล-อวกาศ (space-time warp) ซ่ึงเชื่อวา่ ทาให้ วตั ถุเช่นยานเคลื่อนที่จากจุดหน่ึงไปยงั อีกจุดหน่ึง ดว้ ยความเร็วเหนือแสงได้ อย่างท่ีปรากฏในหนัง ไซไฟต่างๆ เช่น ระบบวาร์ปไดรฟ์ ในเร่ืองสตาร์ เทร็ก ทาให้คาวา่ warp เร่ิมมาเกี่ยวกบั การเคลื่อนท่ี แบบพเิ ศษ ตอ่ มาภายหลงั คาวา่ warp เร่ิมถูกนาไปใชใ้ นเกม หมายถึง บริเวณที่เคลื่อนยา้ ยผเู้ ล่นจากที่หน่ึงไป ยงั อีกท่ีหน่ึงอยา่ งรวดเร็วโดยไม่ตอ้ งเดินตามเส้นทางปกติ เช่น พาขา้ มโซนหรือขา้ มด่าน ความหมายน้ีน่าจะ เป็ นที่มาของคาว่า “วาร์ป” แบบท่ีคนไทยเราใชก้ นั ทุกวนั น้ี แต่สาหรับเจา้ ของภาษาแลว้ ส่วนใหญ่จะมีแต่ พวกคอเกมท่ีรู้จกั คาวา่ warp ในความหมายน้ี ส่วนคนทวั่ ไปเม่ือไดย้ นิ คาวา่ warp จะนึกถึงอะไรท่ีบิดเบ้ียวผดิ รูปมากกวา่ เรื่องน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 282 วนั น้ีขอนาเสนอสานวนหมูในอวย วา่ แต่อวยคืออะไร ท้ังน้ีอวยในสานวน หมูในอวยหมายถึงหม้อ ชนิดหน่ึง เป็ นหมอ้ ดินหรือหมอ้ เคลือบที่มีดา้ ม หรือหูสาหรับจบั หรือหิ้ววา่ หมอ้ อวย ดงั น้นั หมู ในอวยจึงแปลวา่ หมูท่ีตม้ อยใู่ นหมอ้ แลว้ เวลาจะ กินก็กินไดโ้ ดยง่าย กล่าวคือ สิ่งท่ีอยใู่ นกามือจะ ทาอะไรกไ็ มย่ งุ่ ยาก ซ่ึงจะมีความหมายไปในทาง เดียวกันกบั ลูกไก่ในกามือ

เร่ืองน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองท่ี 283 เหตุผลที่ วนั ท่ี 11 เดือน 11 ถึงเรียกวา่ เป็ น ทาไมวนั ที 11 เดือน 11 เวบ็ ไซต์ขายของ ถึงจดั กิจกรรมลดราคา กนั เพราะวา่ วนั ท่ี 11 เดือน 11 เป็ น “วนั คนโสด” นนั่ เอง แลว้ ทาไมตอ้ งวนั ที่ 11 เดือน 11 ถึงเป็ นวนั คนโสด น้นั ก็เพราะดว้ ยความท่ีลกั ษณะของเลข 1 ดู เหมือนคนที่เหงาหงอยยืนคอตกไร้คู่อยู่แต่เพียงผูเ้ ดียวซ่ึงเม่ือนาเลข 1 มาเขียนติดกนั 4 ตวั ตามวนั และ เดือน จะดูเหมือนภาพเหล่าคนโสดยืน เรียงรายกันอยู่ถึง 4 คนกลายเป็ นวนั ที่ เรี ยกว่า 光棍节 Guānggùnjié] วัน คนโสด (แปลตรงตวั ว่า วนั ท่อนไม)้ ซ่ึง แต่เดิม 光棍 [guānggùn] น้ันหมายถึง “ท่อนไม้” แต่ด้วยที่ท่อนไม้มีลักษณะ เรียวยาวเหมือนกบั เลข 1 จึงกลายเป็ น สแลง หมายถึง “คนโสด” ไปโดยปริยายแลว้ ทาไมวนั คนโสดถึงลดราคา ? ยอ้ นกลบั ไปเม่ือปี 2009 ประธาน ของ Alibaba ไดท้ าการริเร่ิม เซล Double 11 ขึนคร้ังแรก เพ่ือเป็ นการกระตุน้ ยอดขายในเดือน 11 ซ่ึงเป็ น เดือนท่ีตลาดซบเซาหลงั จากวนั หยดุ ชาติจีนในเดือน 10 และระหวา่ งรอเทศกาลคริสมาสในเดือน 12 ซ่ึงในปี แรกของการก่อต้งั เทศกาลเซลน้ี ยงั ถือวา่ ไม่ประสบความสาเร็จเท่าท่ีควรจนเร่ิมมีแนวโนม้ ท่ีสูงข้ึนในทุกๆ ปี สาหรับเทศกาลน้ีจนประสบความสาเร็จในที่สุด โดยทาง Alibaba จึงยึดวนั ที่ 11.11 น้ีเป็ นวนั เซลคร้ังใหญ่ ที่สุดของทุกๆ ปี สาหรับคนโสด เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศน เขตหนองแขม เร่ืองที่ 284 วนั อาทิตยน์ ้ี กศน.เขตหนองแขม จะจดั กิจกรรม ปฐมนิเทศ แลว้ สงสัยกนั ไหมครับ วา่ คาวา่ ปฐม กบั ประถมใชต้ ่างกนั อยา่ งไร คาว่า ปฐม และ ประถม ต่าง หมายความว่า ลาดับแรก ลาดับเบ้ืองต้น. สองคาน้ีแมจ้ ะมีความหมายเหมือนกนั แต่ก็ ใชป้ ระกอบคาตา่ งกนั .โดยคาวา่ ปฐม เป็ นคา บาลี มักจะสมาส กับคาอื่นๆ เช่น ปฐม กรรม (อ่านว่า ปะ-ถม-มะ-กมั ). ปฐมทศั น์ (อ่านวา่ ปะ-ถม-มะ-ทดั ). ปฐมเทศนา (อ่าน ว่า ปะ-ถม-มะ-เทด-สะ-หฺนา) ปฐมฤกษ์ (อ่านว่า ปะ -ถม-มะ-เริ ก) ปฐมนิ เทศ (อ่านวา่ ปะ-ถม-นิ-เทด) ปฐมพยาบาล (อ่าน ว่า ปะ-ถม-พะ-ยา-บาน) ส่วนคาว่าประถม เป็ นคาภาษาสันสกฤต นประกอบมีอยู่คาเดียวคือคาว่า ประถมศึกษา จะสมาสกับคาเดียวคือคาว่า ประถมศึกษา

เรื่องน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 285 หลายคนอาจจะเคยสังเกตเห็นและขบั รถผา่ น พ้ืนถนน ท่ีฉาบดว้ ยสีแดง ซ่ึงบางคนอาจจะยงั ไม่รู้วา่ ท่ีเขาฉาบสีแดงที่ พ้ืนถนน มีไวเ้ พ่ืออะไร พ้ืนถนนท่ีฉาบดว้ ยสี แดง หรือเรียกอีกอยา่ งว่า Anti-Skid Road ท่ีเราเห็นน้นั เป็ นสารกนั ล่ืนไถล หรือเป็ นสีโพลีเมอร์แรงเสียด ทานสูง ที่สามารถช่วยลดการล่ืนไถลระหวา่ ง หน้ายางกับพ้ืนถนน เช่นขณะท่ีเราเบรค ขณะท่ีพ้ืนถนนเปี ยก หรือขณะที่เล้ียวบนทาง โคง้ และทาให้ ยางรถยนต์ สามารถเกาะถนน ไดเ้ ป็นอยา่ งดี ซ่ึงช่วยให้สามารถควบคุมรถได้ ง่ายข้ึนอีกดว้ ย สารกนั ล่ืนไถลบนพ้ืนถนน ทา มาจากหินแร่อลูมิเนียม หรือ Bauxite ท่ีให้ ความร้อนสูง และป่ นจนเป็ นผงละเอียด ซ่ึง คุณสมบตั ิของ Bauxite คือ ให้ความแขง็ แกร่ง คงสภาพไดน้ าน และทนต่อการสึกหรอจากการกดทบั ของ หนา้ ยางรถยนตอ์ ยตู่ ลอดเวลา ส่วนใหญ่เรามกั จะเห็นพ้นื ถนนสีแดงน้ีก่อนถึงทางร่วม ทางแยก ทางโคง้ และ พ้นื ถนนที่ตอ้ งรับแรงหนีศูนยก์ ลาง ซ่ึงอุบตั ิเหตุสามารถเกิดข้ึนไดต้ ลอดเวลา แมว้ า่ คุณจะขบั รถบน พ้ืนถนน ท่ีฉาบดว้ ยสีแดง ที่ป้ องกนั การล่ืนไถลของรถยนต์ก็ตาม แต่ถา้ ยางรถยนต์ของคุณมีความเส่ือมสภาพแล้ว อุบตั ิเหตุก็สามารถเกิดข้ึนกับคุณได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ควรหมน่ั ตรวจเช็คสภาพของยางรถยนต์อยู่ สม่าเสมอ เพ่อื ความปลอดภยั ตอ่ ตวั คุณเองและเพอื่ นร่วมทาง เรื่องน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 286 วนั น้ีมีคนมา ถามวา่ ทาไมเรียกงูเห่า วา่ งูเห่า มนั ไม่เห็นจะเห่าสักหน่อย สาเหตุที่ เราเรียกงูเห่าวา่ งูเห่า น้นั มาจาก พฤติกรรมที่งูเห่า เม่ือข่ศู ตั รู มกั ทา เสียงขฟู่ ่ ู ๆ โดยพน่ ลมออกจากทางรูจมูกจึงไดช้ ื่อวา่ \"งูเห่า\" และใน ส่วนของช่ือสามญั ภาษาองั กฤษคาว่า \"Cobra\" ยงั มีความหมายว่า \"ไม่แพ\"้ ไดอ้ ีกดว้ ย ท้งั น้ี ท่ีเรียกงูจงอางวา่ King Cobra ก็เพราะ งู จงอางตวั ใหญ่กวา่ งูชนิดอ่ืนและกินงูชนิดอื่นเป็ นอาหาร นนั่ เอง

เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องที่ 287 วนั น้ีจะมาขอเล่าเรื่องที่มาของชื่อทะเล แคริบเบียน ในขณะท่ีคริสโตเฟอร์ โคลมั บสั ไดล้ ่องเรือเพ่ือตามหาโลก ใหม่ในช่วงปลายศตวรรษท่ี 15 ขณะท่ีกองเรือของเขาไดล้ ่อง ผา่ นอเมริกากลาง พวกเขาก็ได้พบเจอกบั ชนเผา่ หน่ึงท่ีดุร้าย และพยายามจะโจมตีกองเรือของพวกเขา โคลมั บสั ไดบ้ นั ทึก เอาไวว้ ่าชนเผ่าน้ีเรียกตนเองวา่ คาริบ หลงั จากท่ีโคลมั บสั ผูก มิตรกบั ชาวคาริบไดส้ าเร็จ จึงไดม้ ีโอกาสศึกษาพฤติกรรมของ ชนเผ่าน้ีก็พบว่า ชาวคาริบน้นั เป็ นชนเผา่ นกั รบ มีช่ือเสียงใน ยา่ นน้นั วา่ เป็นเผา่ ที่ดุร้าย ชอบทาสงครามกบั เผา่ อื่นในละแวก ใกล้เคียง ในการรบของพวกคาริบ จะใช้วิธีเข้าโจมตีอย่าง รวดเร็วหากชนะจะมีการจบั เชลยกลบั ไปที่หมู่บา้ นเพ่ือนาไป กินเป็ นอาหาร โดยเช่ือว่าการกินเชลยน้นั จะได้รับพลงั ของ เทพเขา้ มาสถิตอยู่ในตวั ส่วนพฤติกรรมการกินน้ัน ถือว่าน่า กลวั พอสมควรเพราะพวกเขาจะฆ่าเชลยแค่เพียงพอกินกนั เท่าน้ัน คนที่ยงั ไม่ถูกฆ่าก็จะถูกเล้ียงเอาไวอ้ ย่างดีเพื่อเป็ น อาหารม้ือต่อไป กรณีน้ีหากเชลยเป็ นหญิงหน้าตาดีก็ถูกเล้ียง เอาไวเ้ พ่ือบาบดั ความใคร่ หากมีการต้งั ทอ้ งเม่ือไหร่พวกเขาก็ จะปล่อยเชลยสาวใหค้ ลอดลูกออกมาและจะเล้ียงดูจนกวา่ อายจุ ะไดส้ ักหกเดือนก่อนที่จะฆ่ากินเป็ นอาหาร ชะตากรรมของหญิงสาวก็ไม่ต่างกนั เพราะหากพวกคาริบเบื่อเมื่อไหร่ ปลายทางของพวกเธอก็คือการถูก นาไปเป็ นอาหารดว้ ยเช่นกนั โคลมั บสั ไดบ้ รรยายถึงส่ิงท่ีเขาไดเ้ ห็นเม่ือเขา้ ไปในหมู่บา้ นของชาวคาริบวา่ ชิ้นส่วนเชลยที่ถูกสับเป็ นชิ้นๆ ลอยอยใู่ นหมอ้ และชื่อของพวกเขาก็ถูกโคลมั บสั นามาใชเ้ รียกทะเลในแถบ น้นั วา่ “แคริบเบียน” ในเวลาต่อมา เรื่องน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 288 วนั น้ีได้ มีโอกาสดูภาพยนตร์ เรื่ องหน่ึง เห็นพระเรี ยกผู้หญิงว่า สีกา สงสยั กนั ไหมวา่ ทาไมพระท่านถึงเรียกผหู้ ญิงวา่ สีกา เป็ น สีอ่ืนไม่ไดเ้ หรอ มีคาตอบใหว้ า่ เป็ น สีอ่ืนไม่ไดห้ รอก ตอ้ งเป็ น สีกานน่ั แหละ เพราะคาน้ีตดั มาจากคาว่า อุบาสิกา ซ่ึงเป็ นคาท่ี บรรพชิตเรียกคฤหัสถ์ผูห้ ญิงท่ีนับถือพระพุทธศาสนาอย่าง มนั่ คง คา อุบาสิกา คงจะยาว เรียกไม่สะดวกปาก จึงถูกตดั เหลือเพียง \"สิกา\" แลว้ กลายเป็ น \"สีกา\" ในท่ีสุด เม่ือมีอุบาสิกาแลว้ ก็ตอ้ งมีอุบาสก ซ่ึงหมายถึงชายผแู้ สดงตนเป็ นคนนบั ถือพระพุทธศาสนา เรียกอยา่ งส้ันวา่ \"ประสก\" อุบาสิกาจึงคู่กบั อุบาสก และสีกาก็คู่กบั ประสก

เร่ืองน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องที่ 289 วนั น้ีขอนาเสนอ คาเรียกบุคคลในทาง พระพุทธศาสนาครับเร่ิม จากคาวา่ ทิด ทิด เป็ นคา เรียกช่ือผทู้ ี่สึกจากพระ เพ้ียนมากจากคาวา่ “บณั ฑิต” ซ่ึงหมายถึง ผมู้ ี ความรู้ ผา่ นการอบรมส่งั สอนมาแลว้ เพราะ สมยั ก่อนการบวชเพ่ือ ศึกษาวชิ าความรู้ท้งั ทาง โลกและทางธรรม โรงเรียนในสมยั ก่อนคือวดั พระผใู้ หญก่ ็คือครูผสู้ อนความรู้ใหแ้ ก่พระผนู้ อ้ ย จึงเรียกการบวชวา่ “บวช เรียน” และสมยั ก่อนการบวชจะบวชเตม็ พรรษา มหา คือ ผทู้ ่ีเล่าเรียนศึกษาพระธรรม บาลี หรือท่ีเรียกวา่ “ศึกษาธรรม” และมีการสอบ นกั ธรรมตรี โท เอก โดยสามารถสอบไดบ้ าลีเปรียญธรรม ต้งั แต่ประโยค 3 ข้ึนไป ซ่ึงเปรียญธรรมมีท้งั หมด 9 ประโยค สมี [อ่านวา่ สะ-หฺมี] เป็นคาเรียกพระภิกษุผตู้ อ้ งอธิกรณ์ข้นั ปาราชิก บุคคลที่เป็นสมีจะบวชอีกไมไ่ ดต้ ลอดชีวติ การอาบตั ิปาราชิกน้นั ไดม้ ีบญั ญตั ิไวว้ า่ เมื่อพระภิกษุ อาบตั ิปาราชิกแลว้ ตอ้ งขาดจากความเป็นพระภิกษุทนั ที แมจ้ ะไมย่ อมสึกออกจากการเป็นพระภิกษุกต็ าม นอกจากน้ี ทางพระวนิ ยั ถือวา่ พระภิกษุที่อาบตั ิปาราชิกแลว้ จะไมส่ ามารถทากิจร่วมกบั พระภิกษุอื่นได้ และ ไมส่ ามารถบวชเป็นพระไดอ้ ีกตลอดชีวติ ส่วนสาเหตุท่ีส่งผลใหอ้ าบตั ิปาราชิก มี 4 ขอ้ ดงั น้ี อาบตั ิขอ้ ท่ี 1. เสพเมถุน กรณีท่ีพระภิกษุเสพสงั วาสกบั สตรี หรือแมแ้ ต่เดรัจฉานเพศเมีย ถือวา่ ขาดจากความ เป็นพระภิกษุทนั ที แมจ้ ะอยใู่ นผา้ เหลืองหรือไมก่ ต็ าม ถือวา่ ขาดจากการเป็ นพระขณะที่สาเร็จกิจ อาบตั ิขอ้ ที่ 2. ลกั ขโมย เม่ือมีเจตนาลกั ขโมยของท่ีเจา้ ของไม่ไดอ้ นุญาตดว้ ยจิตท่ีจะลกั อาบตั ิขอ้ ท่ี 3. ฆ่ามนุษยใ์ หต้ ายดว้ ยตนเอง หรือใชใ้ หค้ นอ่ืนฆา่ กรณีน้ี คือ พระภิกษุมีเจตนาต้งั ใจที่จะฆ่าอยู่ แลว้ เช่น คิดและมีการวางแผนฆา่ ใหต้ าย เม่ือไมต่ ายกพ็ ยายามแลว้ พยายามอีกจนเสียชีวติ อาบตั ิขอ้ ท่ี 4. พดู อวดคุณวเิ ศษ ในที่น้ีหมายภูมิธรรม อาทิ ไม่ไดเ้ ป็นพระโสดาบนั แตก่ ลบั อา้ งตวั วา่ บรรลุ ฌานสมาบตั ิ เป็ นตน้

เรื่องน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องที่ 290 เวลา เราฟังเรื่องเกี่ยวกบั นรก ก็มกั จะนึกถึง กระทะทองแดง ก็ เลยสงสัยว่าทาไมนรกใช้กระทะทองแดง ท้งั ๆที่เงินนา ความร้อนได้ดีกว่า จากการท่ีวิเคราะห์ของบรรดา นกั วิทยาศาสตร์สมคั รเล่นที่มาช่วยกนั คิดน้นั สรุปออกมา ได้ว่า เหตุท่ีต้องใช้กระทะทองแดงเนื่องจากทองแดงมี ราคาถูกกวา่ เงินและน้าหนกั เบากวา่ เหล็ก ในการท่ีจะสร้าง เตาเผาน้นั ก็ตอ้ งทาฐานข้ึนมาดว้ ย ฐานจะรับน้าหนกั ของ กระทะและน้าบวกกบั วิญญาณท่ีมีน้าหนกั ตนละ 21 กรัม (จากการวิจยั ของนกั วิทยาศาสตร์ท่ีไดล้ องชงั่ น้าหนกั ของ คนตายและพบวา่ น้าหนกั จะหายไป 21 กรัมเสมอ) การที่ จะสร้างกระทะท่ีใชต้ ม้ วญิ ญาณถา้ จะใหต้ ม้ ไดค้ ร้ังละมากๆ ก็ควรที่จะหาวัสดุท่ีมีน้ าหนักเบาที่สุ ด เพราะฉะน้ัน ทองแดงจึงชนะไปดว้ ยเหตุผลวา่ น้าหนกั เบากวา่ ต่อมาเป็ น เรื่องจุดหลอมเหลว เงินมีจุดหลอมเหลว 961.8°C ทองแดงมีจุดหลอมเหลว 1,085°C ส่วนเหล็กมีจุด หลอมเหลว 1,538°C ซ่ึงถา้ ไฟในนรกมีอุณหภูมิ ถึง 1,000°C การใชเ้ งิน ก็อาจจะทาให้กระทะละลายและถา้ ใชเ้ หล็กก็ตอ้ งยอ้ นกลบั ไปที่เร่ืองน้าหนกั ดงั น้นั กระทะทองแดงจึงชนะไปในเร่ืองจุดหลอมเหลว+น้าหนกั ต่อมากค็ ือความทนทาน กระทะในนรกน่าจะใชเ้ น้ือทองแดงบริสุทธ์ิท่ีทนต่อการกดั กร่อนของสนิมทองแดง ไดเ้ ป็ นเวลานาน น่าจะทนทานกวา่ กระทะเหล็กที่เส่ียงต่อการเป็ นสนิมไดม้ ากกวา่ อีกท้งั ทองแดงยงั หาง่าย ในแถบเอเชียอาคเนยแ์ ละมีราคาถูก การสร้างเป็ นจานวนมากน่าจะคุม้ ทุนมากกว่าการนาเขา้ เหล็ก นรกได้ คานวณมาอยา่ งดีแลว้ จึงใชก้ ระทะทองแดงครับ เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 291 วนั น้ีขอเสนอคาวา่ ซาดสม์ และมาโชคิสม์ ซาดิสม์ (sadism) และมาโซคิสม์ (masochism) ท้งั คู่เป็ นพฤติกรรมอป รกติชนิดหน่ึงที่จดั อยู่ในข้นั กามวิปริต (sexual perversion) อยา่ งแรกพบมากในบุรุษ อยา่ งหลงั พบมากในสตรี ความอปรก ติท้งั 2 อย่าง อาจรวมเกิดในบุคคลใดบุคคลหน่ึงได้ เรียกว่า พฤติกรรมซาโด-มาโซคิสม์ (sado-masochism) มีคาจากดั ความ ส้ันๆ ของพฤติกรรมอปรกติท้ังสองน้ี ซาดิสม์เป็ นความ แปรปรวนทางเพศที่เกิดจากความพึงพอใจในการทาให้ผูอ้ ่ืน เจบ็ ปวด (เป็ นความสะใจในกรณีใชค้ วามกา้ วร้าวทางกาย หรือทางวาจา ทาใหค้ ู่หรือผเู้ กี่ยวขอ้ งเจ็บปวด แม้ มิใช่เร่ืองเซ็กซ์โดยตรงก็ตามบางทีถือวา่ ผนู้ ้นั มีแรงผลกั ดนั ซาดิสมอ์ ยู่) มาโซคิสม์ เป็ นความแปรปรวนทาง

เพศท่ีบุคคลไดร้ ับความพึงพอใจจากการถูกทาใหเ้ จบ็ ปวด ซาดิสม์ เป็ นคาที่ไดม้ าจากชื่อของ มาร์ควิส เดอ ซาด (Martquis de Sade 1740-1814) ผพู้ ึงพอใจในอารมณ์ทางเพศที่ไดจ้ ากการกระทาการต่างๆ อยา่ งดุดนั ต่อ เหยอื่ ของตน อยา่ งไรก็ตามกระทาการอยา่ งดุดนั หรือซาดิสมม์ ีความหมายกวา้ ง แต่ในท่ีน้ีหมายถึงการกระทา อยา่ งดุดนั เพื่อความพึงพอใจหรือสะใจทางเพศ ผา่ นการทาโทษอยา่ งดุดนั เจ็บปวดทางกายหรือทางใจ หรือ โดยการลบหลู่ความเป็ นมนุษยต์ ่อคู่ร่วมเพศของตน ส่วมมาโซคิสม์น้นั ไดค้ าน้ีมาจากชื่อของนกั เขียนนว นิยายชาวออสเตรียผหู้ น่ึงช่ือ เลโอโปล ว.ี ซาเซอร์-มาโซค (Leopole V. Sacher-Masoch 1836-1895) คือนว นิยายของท่านผูน้ ้ีมกั มีตวั เอกได้ความสุขทางเพศเมื่อถูกทาให้เจ็บปวดหรือกระทาตนเองให้ได้รับความ เจ็บปวดเสมอ ท้งั ทางร่างกายและจิตใจหรืออย่างใดอย่างหน่ึง เช่น จากการถูกทุบถอง เฆี่ยนตี หรือถูก ทรมานดว้ ยเคร่ืองพนั ธนาการต่างๆ เป็ นตน้ มาโซคิสมม์ กั เกิดกบั สตรี แต่ก็พบในบุรุษดว้ ยเหมือนกนั บุรุษ มาโซคิสมจ์ ะยอมภรรยาทุกอยา่ ง เป็ นเหย่ือใหโ้ ขกสับ ยอมเป็ นทาส ยอมทางานที่ตกต่าน่าอบั อายให้เธอทุก ประการ แตไ่ ดร้ ับความสุขในอารมณ์ทางเพศตอบแทน เรื่องน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองท่ี 292 photo, picture, image ถูกนามาใชใ้ นความหมายวา่ \"รูปภาพ\" เหมือนกนั ท้งั ท่ีจริงแลว้ มีความแตกต่างอยใู่ นท้งั สามคาน้ี “เม่ือไหร่ควรใช้ photo?” “เมื่อไหร่ควร ใช้ picture?” และ “เมื่อไหร่ควรใช้ image?” มาดูกนั เลย Photo เป็นคานาม ยอ่ มาจาก Photograph (ถ่ายภาพ, การ บนั ทึกภาพ) หมายถึงภาพถ่ายท่ีถ่ายจากกลอ้ งถ่ายรูป คา น้ีเริ่มใชก้ นั มาต้งั แต่ปี ค.ศ.1860 Picture เป็นคานาม หมายถึง ภาพวาด มีความหมาย เหมือนกบั drawing, painting เป็นภาพที่วาดดว้ ยดินสอ สีน้า หรือสีน้ามนั ส่วนใหญ่จะเป็นภาพวาดผคู้ น สิ่งของ หรือทิวทศั น์ คาน้ีเร่ิมใชม้ าต้งั แตป่ ี ค.ศ.1420 Image เริ่มใชม้ าต้งั แต่ปี ค.ศ.1225 มีความหมายวา่ ภาพลกั ษณ์ ภาพในความคิด มโนภาพ ใกลเ้ คียงกบั คาวา่ Imagine (v.) ท่ีแปลวา่ จินตนาการ มกั ใชพ้ ดู หรือเขียนเกี่ยวกบั เร่ืองราวภูมิหลงั นอกจากน้ียงั มีความหมาย ครอบคลุมท้งั photo และ picture ดว้ ย Image ใชแ้ ทน picture เม่ือเป็ นภาพศิลปะท่ีเป็นนามธรรม (abstract) Image ใชแ้ ทน photo เมื่อเป็ นภาพถ่ายแบบ เช่น ภาพถ่ายแบบปกนิตยสาร เราสามารถใช้ Image และ Picture ในความหมายรูปภาพไดท้ ้งั ที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม แต่ Photo จะใช้ สาหรับภาพถ่ายจากกลอ้ งถ่ายรูปเทา่ น้นั

เรื่องน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองที่ 293 ใกลเ้ ขา้ มาแลว้ สาหรับงานเทศกาลลอยกระทงของปี 2561 น้ี คงไม่มีใครท่ีไม่เคยลอยกระทง แต่จะมีใครบา้ งที่ สงั เกตและต้งั คาถามวา่ ทาไมกระทงถึงลอยน้าได้ และจะมีสกั กี่คนที่รู้คาตอบของคาถามน้ีจริง ๆ หลายคนอาจตอบวา่ เพราะ มนั มีน้าหนกั เบา แต่ถา้ ลองนึกภาพของเรือบรรทุกเครื่องบิน ซ่ึ งมีเคร่ื องบินหลายลาท่ีมีน้ าหนักมากกว่ากระทงหลายเท่า จอดรวมกนั อยู่บนเรือ คงตอ้ งกลบั มาคิดใหม่ เพราะหากการ ลอยเหนือผิวน้าเป็ นเรื่องของน้าหนักจริง ทาไมพาหนะท่ีมี น้าหนกั มากขนาดน้ีถึงไม่จมลงไปใตน้ ้า ในทางกลบั กนั ของ บางอยา่ งท่ีมีน้าหนกั ไม่มากเท่าเรือกลบั ไม่สามารถลอยน้าได้ คาอธิบายสาหรับเร่ืองน้ีทางฟิ สิกส์เราเรียกวา่ แรงลอยตวั หรือ แรงพยุง (Buoyancy Force) แรงลอยตัวเป็ นแรงดันท่ี ของเหลวกระทาตอ่ วตั ถุในทิศทางตรงกนั ขา้ มกบั น้าหนกั ของ วตั ถุ ตามธรรมชาติแลว้ วตั ถุควรจะถูก ดึงลงดว้ ยแรงโนม้ ถ่วง ของโลก (Gravity Force) แต่ดว้ ยแรงลอยตวั น้ีเองที่ทาให้วตั ถุ ไม่จมลงไป ยกตวั อยา่ งดว้ ยเรื่องใกลต้ วั ของเรา เวลาท่ีเราใส่น้าแข็งลงไปในน้าด่ืม แรงโน้มถ่วงจะดึงกอ้ น น้าแข็งลงไปกน้ แกว้ แต่แรงลอยตวั จะดนั กอ้ นน้าแข็งให้ลอยข้ึนไป โดยกอ้ นน้าแข็งจะลอยอยู่สูงหรือต่า ข้ึนอยู่กบั ค่าความหนาแน่น (Density) ของมนั โดยท่ัวไปวตั ถุใด ๆ จะลอยหรือจมน้ันข้ึนอยู่กับความ หนาแน่นของมนั และของของเหลวที่มนั อยู่ เช่น แหวนหรือต่างหูอนั เล็ก ๆ ท่ีมีความหนาแน่นมากกว่า น้า เม่ือนาไปใส่ลงในน้าจะจมลง แต่สาหรับถุงพลาสติกท่ีมีความหนาแน่นน้อยกวา่ น้า ต่อให้มีขนาดเท่า รถยนตร์ มนั ก็จะไม่จมลงไปแต่อยา่ งใดส่วนวตั ถุที่มีความหนาแน่นเท่ากบั น้า จะลอยอยปู่ ริ่มน้า ซ่ึงถา้ อาศยั หลกั การน้ี ร่างกายของมนุษยก์ ็มีความหนาแน่นมากกวา่ น้า ทาใหเ้ ราไม่สามารถที่จะลอยบนน้าได้ แต่หาก อยากท่ีจะล่องลอยบนน้าแลว้ ละก็ คุณตอ้ งหาทะเลที่มีความหนาแน่นมากกว่าร่างกายของมนุษย์ หน่ึงใน สถานท่ีท่ีคุณสามารถลอยบนน้าไดค้ ือทะเลสาบเดดซี (Deadsea) ในประเทศจอร์แดน ทะเลสาบเดดซีแห่งน้ี มีความเค็มมากกวา่ ทะเลหรือแม่น้าอื่นอยา่ งมาก เน่ืองดว้ ยปริมาณของเกลือท่ีอยู่ในทะเลสาบ ปริมาณของ เกลือนี่เองทาให้ทะเลแห่งน้ีมีความหนาแน่นมากกว่าแหล่งน้าอ่ืน ๆ และด้วยความหนาแน่นของน้าใน ทะเลสาบเดดซีน้ีเองท่ีเป็ นเหตุผลวา่ ทาไมเราถึงสามารถลอยตวั อย่ใู นทะเลสาบได้ อยา่ งไรก็ตาม น้าหนกั ก็ เป็ นอีกปัจจยั หน่ึงที่ทาใหว้ ตั ถุจมหรือลอย เนื่องจากตามหลกั การแลว้ แรงลอยตวั จะมีค่าเท่ากบั น้าหนกั ของ ของเหลวท่ีถูกแทนที่ดว้ ยวตั ถุ หรือ B (แรงลอยตวั ) =W (น้าหนกั ของน้าท่ีถูกแทนท่ี) = pgV(ความหนาแน่น ของของเหลวxค่าความโนม้ ถ่วงโลกxปริมาตรของน้าท่ีถูกแทนที่) และถา้ เม่ือไรท่ีน้าหนกั ของของเหลวมี ปริมาตรเท่ากบั วตั ถุท้งั กอ้ น กจ็ ะไม่สามารถสร้างแรงลอยตวั เพมิ่ ไดอ้ ีก และทาใหว้ ตั ถุจมลง

เร่ืองน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองที่ 294 วนั เพญ็ เดือนสิบสอง น้านองเตม็ ตลิ่ง...ไดย้ ินเพลงรา วงเพลงน้ีข้ึนมาเมื่อไร ก็รู้ได้ทันทีว่าถึงเทศกาลวนั ลอย กระทง ประเพณีไทยที่จดั ข้ึนเพื่อแสดงความสานึกบุญคุณ และกราบขอขมาแม่น้ าท่ีชุบเล้ียงชีวิตชาวไทยมาอย่าง ยาวนาน และหากใครไดย้ ินเพลงลอยกระทงแลว้ นึกสงสัย ข้ึนมาว่า เพลงราวงจงั หวะสนุก เน้ือหาจาและฟังง่ายแบบน้ี เกิดข้ึนต้งั แต่เมื่อไร และใครเป็นผแู้ ต่งเพลงลอยกระทงข้ึนมา วนั น้ีเรามีคาตอบมาเฉลย เพลงราวงลอยกระทงแต่งข้ึนมา โดยครู แก้ว อัจฉริ ยะกุล เจ้าของละครวิทยุคณะแก้ว ฟ้ า ผูป้ ระพนั ธ์บทเพลง และนักเขียนนวนิยายช่ือดัง โดย อาจารย์อติพร สุนทรสนาน บุตรสาวของครูเอ้ือ สุนทร สนาน ได้เล่าประวตั ิความเป็ นมาของบทเพลงราวงลอย กระทงเอาไวว้ ่า ในค่าคืนวนั ลอยกระทง ราวปี พุทธศกั ราช 2492-2493 ที่มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ริมแม่น้าเจา้ พระยา วงดนตรีสุนทราภรณ์ ซ่ึงนาโดยครูเอ้ือ ไดถ้ ูกเชิญใหไ้ ปร่วมเล่นดนตรีในงานลอยกระทงวนั น้นั ดว้ ย และทาง คณะจัดงานก็ได้ขอให้วงสุ นทราภรณ์แต่งบทเพลงบรรเลงในงานวนั ลอยกระทงเพื่อเป็ นที่ระลึก เม่ือทางคณะจดั การขอร้องมาอยา่ งน้ี ทางครูเอ้ือ สุนทรสนาน ร่วมกบั ครูแกว้ อจั ฉริยะกุล จึงไดน้ ง่ั ลงแต่งบท เพลงราวงลอยกระทง ณ เด๋ียวน้นั โดยครูแกว้ เป็ นผปู้ ระพนั ธ์คาร้อง และครูเอ้ือเป็ นคนเขียนทานอง โดยใช้ เวลาแตง่ เพลงน้ีไม่ถึง 30 นาทีเสียดว้ ยซ้า จากน้นั พอซ้อมร้องซอ้ มรากนั จนลงตวั วงดนตรีสุนทราภรณ์จึงได้ ข้ึนร้องเพลงราวงลอยกระทงคร้ังแรก ณ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์นน่ั เอง เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองท่ี 295 วนั น้ีขอเสนอที่มาของคาวา่ Hello ถา้ พูดถึงคาใน ภาษาองั กฤษท่ีคนไทยคุน้ เคยติดปากมากท่ีสุด แน่นอนวา่ ตอ้ งมีคาวา่ “เฮลโล” (Hello) อยดู่ ว้ ย เรียกว่าเวลา ทกั ทายใครไม่เฉพาะแต่ทางโทรศพั ท์เท่าน้นั บางทีเราก็เร่ิมดว้ ย การ “ฮลั โหล” เสียก่อนเลยก็มี แลว้ คุณรู้ไหมวา่ คาวา่ เฮลโล เกิด ข้ึนมาต้งั แต่เม่ือใดและมีท่ีมาอยา่ งไร หลายคนมกั จะคิดว่า เฮลโล มีที่มาจากโทรศัพท์ แต่ความจริงแล้วคาน้ีมีมาก่อนหน้าที่จะมี โทรศพั ทเ์ ล็กนอ้ ย ตามหลกั ฐานแลว้ คาว่า Hello น่าจะมีใช้กนั มา ต้งั แต่ อย่างน้อยก็ปี 1826 แล้ว เพราะปรากฏมีการใช้คาน้ีใน ห นั ง สื อ พิ ม พ์ ฉ บับ ห น่ึ ง ใ น ส ห รั ฐ อ เ ม ริ ก า เ มื่ อ ปี 1826 นักภาษาศาสตร์สันนิษฐานว่า คาว่า Hello น่าจะมีที่มาจาก ภาษาเยอรมนั โบราณ \"halâ หรือ holâ ซ่ึงเป็ นคาอวยพรสาหรับผู้

เดินทาง ตอ่ มาในภาษาองั กฤษยุคกลางมีคาวา่ Hail ซ่ึงพบไดห้ ลายคร้ังในวรรณกรรมของเช็กสเปี ยร์ คาน้ียงั มีความเกี่ยวขอ้ งกบั คาวา่ Health ท่ีหมายถึงสุขภาพที่ดีอีกดว้ ย และต่อมาก็มีการใชเ้ พื่อทกั ทายเม่ือประมาณปี 1800 เป็นตน้ มา ส่วนการนามาใชใ้ นการทกั ทายทางโทรศพั ทน์ ้นั ส่วนใหญย่ อมรับกนั วา่ โธมสั เอดิสัน เป็ น ผนู้ ามาใชเ้ ป็ นคนแรก ก่อนหนา้ น้ีเม่ืออเลกซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ สร้างโทรศพั ทข์ ้ึนน้นั เขาใชค้ าวา่ Ahoy ในการทกั ทาย แต่ไม่สู้ไดร้ ับความนิยมมากนกั จนกระทง่ั ในปี 1877 ในขณะท่ีเอดิสันคุยโทรศพั ทก์ บั เพื่อน เขาได้ใช้คาว่า Hello ในการสนทนาดงั กล่าว แต่การท่ีคาว่า เฮลโล กลายเป็ นท่ีนิยมในการสนทนาทาง โทรศพั ทอ์ ยา่ งแทจ้ ริง อาจจะมาจากการท่ีพนกั งานตอ่ สายโทรศพั ทข์ องบริษทั โทรศพั ท์ ไดน้ าคาวา่ Hello มา ใชใ้ นการทกั ทายท้งั ผตู้ ่อสายเขา้ มาและผูร้ ับสายปลายทาง ต้งั แต่ปี 1889 เป็ นตน้ มา จึงทาให้คาว่า Hello กลายเป็นคาที่นิยมใชใ้ นการทกั ทายทางโทรศพั ทไ์ ป เรื่องน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องที่ 296 ไมว่ า่ คุณจะอายเุ ทา่ ไร เพศใด อาชีพอะไร ไลฟ์ สไตล์ เป็นอยา่ งไร เชื่อวา่ ตอ้ งเคยนอนหลบั แลว้ น้าลายไหลยดื เป็ นทาง จนแขนเส้ือเปี ยก หมอนชุ่มกนั มาบา้ งแลว้ แตท่ าไมเราถึงน้าลายไหลตอนหลบั ดว้ ย แลว้ ท้งั ๆ ท่ีตอนนอนกป็ ิ ดปากสนิทดีแลว้ ทาไมยงั ไหลไดอ้ ีก จะ แกไ้ ขอยา่ งไร วนั น้ีมีคาตอบมาจากรายการ Did You Know ? มาฝากกนั ทาไมเราถึงนอนหลบั น้าลายไหล? ปกติแลว้ ร่างกายของคนเราจะผลิตน้าลายออกมาตลอดเวลา อยแู่ ลว้ ในสภาวะปกติน้าลายจะผลิตน้าลาย ออกมา 1-2 ลิตรต่อวนั ในตอนท่ีเราต่ืนอยู่ จะผลิต น้าลายออกมามากกวา่ ตอนเราหลบั ซ่ึงตอนหลบั ร่างกายของเราจะผลิตน้ าลายลดลงจนแทบเป็ น ศนู ยเ์ ลยทีเดียว แตถ่ ึงกระน้นั ในตอนต่ืนเรา สามารถควบคุมร่างกาย ควบคุมปริมาณน้าลายในปากของเราไดด้ ว้ ยการกลืน แต่เม่ือเราหลบั ร่างกายเขา้ สู่ สภาวะพกั ผอ่ น กลา้ มเน้ือท้งั ตวั และบนใบหนา้ กจ็ ะผอ่ นคลาย ปากของเราจะเผลออา้ กวา้ งออกน้าลายที่ สะสมอยใู่ นปากจึงไหลออกมานอกปาก เพราะเราไม่ไดก้ ลืนลงทอ้ งเหมือนตอนต่ืนนนั่ เอง นอนหลบั น้าลายไหล เป็นอาการท่ีผดิ ปกติหรือไม่? อนั ที่จริงแลว้ การนอนหลบั แลว้ น้าลายไหล ไม่ใช่ อาการที่ผดิ ปกติแต่อยา่ งใด มกั เกิดข้ึนเมื่อเราหลบั ลึก หลบั สนิท ไมข่ ยบั ตวั สังเกตไดจ้ ากวนั ที่เราเหนื่อยมาก เป็นพิเศษ หรือผทู้ ี่ชอบนอนตะแคงขา้ ง กจ็ ะมีแนวโนม้ ในการนอนน้าลายไหลมากกวา่ คนอื่นๆ แต่ นอกจากน้ียงั อาจมีสาเหตุอื่นๆ ร่วมดว้ ย เช่น ผปู้ ่ วยโรคหวดั ที่มีอาการคดั จมูก แลว้ นอนอา้ ปาก หรือผปู้ ่ วยท่ี มีปัญหาเก่ียวกบั ระบบประสาท หรือกลา้ มเน้ือออ่ นแรง อาจมีปัญหานอนหลบั น้าลายไหลไดเ้ ช่นเดียวกนั วธิ ีลดอาการนอนหลบั น้าลายไหล เพราะอาการนอนหลบั น้าลายไหลเป็นเร่ืองปกติธรรมชาติ จึงไม่มีวธิ ีการ รักษาท่ีตายตวั แตส่ ามารถลดโอกาสที่น้าลายจะไหลยดื ได้ ดว้ ยการนอนหงาย หรือนอนใหศ้ ีรษะสูงข้ึน เลก็ นอ้ ย เพอ่ื ใหป้ ากของเราปิ ดขณะนอนหลบั นนั่ เอง

เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 297 คาวา่ Cancer ในภาษาองั กฤษ แปลความหมายไดท้ ้งั มะเร็ง และ ปู รวมถึงราศีกรกฎอีกดว้ ย ทาไม คาน้ีถึงมีความหมายหลายแบบ นั่นก็เพราะ \"CANCER\" มี รากศัพท์มาจากภาษากรี กวา่ \"canker หรือ carcinos\" ซ่ึงมีความหมาย ตรงกบั คาวา่ \"crab\" หรือ \"ปู\" ในภาษาละติน (cancrum) และด้วยรู ปลักษณ์ของปู ท่ีมี ลกั ษณะเป็ นกอ้ นกระดอง และมีแขนขายื่นยาวออกไป ทาให้มีลกั ษณะคล้ายกอ้ นมะเร็งที่กาลงั ลุกลามย่ืน ออกไปนน่ั เอง คนแรกท่ีใช้ศพั ท์น้ีคือ ฮิปโปเครตีส (Hippocrates) บิดาแห่งการแพทยต์ ะวนั ตก ต่อมาก็มี แพทยช์ าวกรีกท่ีมีช่ือวา่ \"Claudius Galen\" ไดก้ ล่าวไวว้ า่ \"เน้ืองอกที่มีเส้นเลือดอยรู่ อบๆ มีลกั ษณะคลา้ ยปู\" มะเร็ง (Cancer or Malignant Tumor) แตกต่างจากเน้ืองอกธรรมดา (Benign Tumor) ตรงท่ีมีสามารถในการ ลุกลามไปสู่เน้ือเยอื่ และอวยั วะขา้ งเคียงหรือ แมแ้ ต่อวยั วะห่างไกลแลว้ แต่ระบบเลือดและน้าเหลืองจะพาไป ถึง พฤติกรรมของปูเสฉวน จะทิ้งเปลือกหอยก็ต่อเม่ือตวั ใหญ่เกินไปตอ้ งเสาะหาบา้ นใหม่ มะเร็งก็เช่นกนั เมื่อพ้ืนที่เดิมมีจากดั มะเร็งก็จะแสวงหาท่ีอยใู่ หม่โดยการแพร่กระจายไปยงั อวยั วะอื่น... คราวน้ีก็ทราบแลว้ นะ วา่ ราศีกรกฎ (ป)ู กบั มะเร็งมีความคลา้ ยหรือแตกตา่ งกนั อยา่ งไร เรื่องน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองที่ 298 ทาไม วนั เกิดตอ้ งมีการจุดเทียนแลว้ เป่ า เรื่องน้ีน้นั มี ที่มา ตามตานานของชาวกรีกโบราณเช่ือกนั วา่ เทียนที่ปักอยู่บนเคก้ วนั เกิดซ่ึงไวส้ าหรับบูชาเทพีจนั ทรา ณ วิหารอาร์เทอมิสน้นั ก็เพื่อทาให้เคก้ น้นั มีลกั ษณะเหมือนดวงจนั ทร์นน่ั เอง กล่าวคือชาวกรีกตอ้ งการใช้แสง สวา่ งจากเทียนไขสีเหลืองนวลใหท้ อแสงประกายไปทว่ั ตวั เคก้ ท่ีเป็นวงกลม เพ่ือใหเ้ คก้ น้นั มีลกั ษณะ เหมือน ดวงจนั ทร์จะไดเ้ ขา้ กบั พธิ ีบูชาเทพีจนั ทรา ทวา่ สาหรับชาวเยอรมนั ในอดีตเช่ือวา่ เทียนท่ีปักอยบู่ นเคก้ วนั เกิด ถือเป็ นสื่อสัญลกั ษณ์แทน\"แสงแห่งชีวิต\"โดยพวกเขาจะปักเทียนขนาดใหญ่เอาไวต้ รงกลางเคก้ ให้สุกสวา่ ง โชติช่วงเปรียบเสมือน เป็ นแสงเทียนแห่งชีวิต สาหรับผเู้ ช่ียวชาญบาง สานกั ระบุวา่ ธรรมเนียมการปักเทียนบนเคก้ วนั เกิดอาจจะเกิดข้ึนเพราะ ความเช่ือของ ชาวคริสต์ที่ว่าพระเจา้ อาศยั อยบู่ นทอ้ งฟ้ า และเพื่อที่ว่า พวกเขาจะสามารถติดต่อกบั พระเจา้ ไดก้ ็ตอ้ ง อาศยั แสงและควนั จาก เปลวเทียนดว้ ยเหตุน้ี จึงมีการปักเทียนบนเคก้ วนั เกิดเพ่ือให้พระเจา้ ทรงรับรู้ในคาสวด และคาอธิฐานของ เจา้ ของวนั เกิด ไมว่ า่ ที่มาของเทียนวนั เกิดจะเกิดข้ึนดว้ ยวตั ถุประสงคใ์ ดกต็ ามแต่ธรรมเนียมปฏิบตั ิดงั กล่าวก็ ไดถ้ ูกสืบทอด มาจนถึงปัจจุบนั อีกท้งั ยงั มีความเช่ือใหม่เกิดข้ึนตามมาเรื่อยๆ ดว้ ย ตวั อยา่ งเช่นมีความเชื่อวา่ จะตอ้ งปักเทียน ให้เท่ากบั จานวนอายุของ เจา้ ของวนั เกิด และหากว่าเจา้ ของวนั เกิดสามารถเป่ าเทียนดบั ท้งั หมดภายในหน่ึงอึดใจ แสดงวา่ เขาจะโชคดีตลอดปี หรือหมายความวา่ คาอธิฐานของเขาจะกลายเป็ นจริง ในทางกลบั กนั หากไมส่ ามารถเป่ าใหด้ บั ไดท้ ้งั หมด กแ็ สดงวา่ คาอธิฐานของเขาจะไมเ่ กิดข้ึน

เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 299 วนั น้ีจะมานาเสนอการใชค้ า 2 คา ท่ีเรามกั จะใชผ้ ิด น่ันคือ ปฏิวัติ กับรัฐประหาร ปฏิวัติ (revoluton) หมายถึง การเปลี่ยนรูปแบบหรือระบอบการปกครอง ประเทศ จากรูปแบบหน่ึง ไปสู่อีกรูปแบบหน่ึง อยา่ ง สิ้นเชิง เช่น การปฏิวตั ิฝรั่งเศส (เปลี่ยนจากระบอบสม บูรณาญาสิทธิราช ไปสู่ระบอบสาธารณรัฐ)หรือ ใน ประเทศไทย ก็คือสมยั ร.7 ที่เปลี่ยนจากระบบสม บูรณาญาสิทธิราช ไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่ พระมหากษตั ริยอ์ ยภู่ ายใตร้ ัฐธรรมนูญ) ซ่ึงเกิดไดย้ าก กวา่ การรัฐประหารรัฐประหาร(coup de ta) หมายถึง การลม้ ลา้ งรัฐบาลผบู้ ริหารปกครองรัฐในขณะน้นั แต่ มิใช่การลม้ ลา้ งระบอบการปกครองหรือท้งั รัฐ และไมจ่ าเป็นตอ้ งใชค้ วามรุนแรง หรือเกิดเหตุนองเลือดเสมอ ไป เช่น การรัฐประหารสมยั จอมพล แปลก พิบูลสงคราม หรือ สมยั พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ยึดอานาจ รัฐบาลรักษาการ พ.ต.ท.ทกั ษิณ ชินวตั ร ซ่ึงจะเห็นวา่ เปล่ียนแปลงเฉพาะคณะรัฐบาลเท่าน้นั โดยที่ประเทศ ไทยยงั คงระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษตั ริย์ เป็ นประมุขเช่นเดิม ท้งั น้ี หากความ พยายามในการก่อรัฐประหาร ไม่ประสบความสาเร็จ ผูก้ ่อการมกั ถูกดาเนินคดีในขอ้ หากบฏ ท้งั น้ี คสช.ได้ อานาจมาโดยการรัฐประหารนะครับไมใ่ ช่ปฏิวตั ิ เร่ืองน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองที่ 300 หากพดู ถึงป่ ุมตระกลู F (Function) บนแป้ นคียบ์ อร์ด น่าจะเป็นป่ ุมที่ผใู้ ชค้ อมพวิ เตอร์ส่วน ใหญต่ อ้ งพบเห็นบ่อยๆ และคุน้ เคยกนั ดี เนื่องจากมนั ถูกวางเรียงอยแู่ ถวบนสุด ของคียบ์ อร์ด แถมยงั มีจานวนมากต้งั แต่ F1 ไปจนถึง F12 แตจ่ ะมีสกั ก่ีคนท่ีรู้วา่ ป่ ุมตระกลู F เหล่าน้ีมีประโยชนอ์ ยา่ งไร กนั บา้ ง เอาเป็ นวา่ เราลองมาทาความรู้จกั คุณสมบตั ิเฉพาะตวั ของป่ ุมลดั เหล่าน้ีกนั ดี กวา่ เพ่อื วา่ คราวต่อไปคุณจะไดใ้ ชป้ ระโยชนก์ บั มนั ไดม้ ากข้ึน F1 - นี่คือป่ ุมทางลดั เขา้ สู่คู่มือช่วยเหลือ (Help) ของโปรแกรมตา่ งๆ และถา้ คุณกดป่ ุม Windows Key ตาม ดว้ ย F1 มนั กค็ ือป่ ุม Help ของโปรแกรมไมโครซอฟทน์ น่ั เอง F2 - ถา้ คุณกดป่ ุมน้ีขณะอยบู่ นจอเดสกท์ อ็ ป มนั คือการไฮไลตโ์ ฟลเดอร์หรือไฟลเ์ พื่อเตรียมจะเปลี่ยนช่ือ และถา้ อยบู่ นโปรแกรม Microsoft Word เมื่อคุณกดป่ ุม Ctrl + F2 มนั คือการ Preview เอกสารก่อนพมิ พ์ F3 - ป่ ุมน้ีใชเ้ ป็นทางลดั เขา้ สู่ระบบ Search ของโปรแกรมต่างๆ F4 - กดป่ ุม Alt + F4 คือการออกจากโปรแกรมท่ีกาลงั ใชง้ าน

F5 - เมื่อกาลงั ท่องเวบ็ ไซต์ กดป่ ุมน้ีคือการทา Refresh หรือ Reload หนา้ เวบ็ ไซตอ์ ีกคร้ัง F6 - คือป่ ุมท่ีใชเ้ ล่ือน Cursor ไปยงั Address Bar ขณะใชง้ านเวบ็ เบราวเ์ ซอร์ F7 - กดป่ ุมน้ีเม่ืออยใู่ น Microsoft Word คือการเรียกเช็กระบบตรวจสอบคาผดิ F8 - ป่ ุมลดั ใชเ้ รียก Start Menu เวลาอยใู่ น Safe Mode F9 - ป่ ุมลดั เขา้ สู่ระบบวดั ระยะของโปรแกรม Quark 5.0 F10 - กดป่ ุม Shift + F10 คือการทางานเสมือนคุณกาลงั คลิกขวาที่เมาส์ F11 - กดป่ ุมน้ีเพื่อการเรียกดูเบราวเ์ ซอร์แบบ Full Screen F12 - ใชเ้ ป็นคาสง่ั Save as เมื่ออยใู่ นโปรแกรม Microsoft Word เร่ืองน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องที่ 301 เวลาเราเรียนลูกเสือ สาหรับผชู้ ายเวลาใส่ถุงเทา้ ตอ้ งมี พู่ห้อยไวด้ ้วย แล้วพู่น้นั มีท่ีมาอย่างไร แ ล ะ มี ไ ว้ท า ไ ม ค รั บ พู่ ห รื อ ใ น ภาษาอังกฤษเรี ยกว่า Garter มี จุ ดเร่ิ มต้นการใช้พู้น้ ันมาจากการใ ช้ เชื อกหรื อสายรัดขอบบนของถุ งเท้า เพ่ือร้ังถุงเทา้ ไม่ให้รูดลงไป นัยว่าเพื่อ ความสวยงาม ซ่ึงการใชถ้ ุงเทา้ ยาว เป็ น วฒั นธรรมของขุนนาง ซ่ึงไหนๆก็มี สายรัดแล้ว ก็เลยมีการเติมพู่ไวท้ ี่สาย รัดดว้ ย แลว้ กาหนดให้เป็ นเคร่ืองแบบซะเลย ต่อมา ลอร์ด บีพี ไดใ้ ห้กาเนิด ลูกเสือ และ บีพี เป็ นอดีตขุน นาง จึงนาวฒั นธรรมแบบขนุ นาง มาใชใ้ นเครื่องแบบลูกเสือ คือการใส่ถุงเทา้ ยาวและมีพู่ ซ่ึงต่อมา มีถุงเทา้ แบบยางยดื พู่จึงไม่มีความจาเป็ นอีกต่อไป แต่มีไวเ้ พื่อรักษาธรรมเนียมปฏิบตั ิ ส่วนประโยชน์การใชส้ อย ของพนู่ ้นั มนั ใชท้ าอะไรไม่ไดเ้ ลยครับ

เรื่องน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองที่ 302 วนั น้ีเสนอที่มาของคาวา่ แฟน ท่ีปัจจุบนั เราหมายถึง คู่รักกนั คาว่าแฟนน้นั เพ้ียนมาจากคาว่า แฟร่น อ่านวา่ แฟ-ร่น หรือคาวา่ friend ซ่ึงมีมาต้งั แต่สมยั รัชกาลท่ี5 ครับ ซ่ึงก่อนหนา้ น้นั เราเรียกคนที่คบหากนั ว่า \"ชิ้น\" แต่ถา้ ให้ทนั สมยั ในสมยั น้ัน ตอ้ งเรียกว่า แฟร่น เหมือนกบั การเรียกรถจกั รยาน ว่า ไบชิเกิ้ล อ่ะค่ะเท่ห์สุดๆ ประโยคเช่น \"อิฉันไดย้ ินมาว่าหล่อนเป็ นชิ้นกบั คุณหลวงเจา้ ค่ะ\" หรือไม่ก็ \"อิฉันไดย้ ินมาว่าสองคนน้นั เป็ นชิ้น กนั เจา้ ค่ะ\" ชิ้นใช้ได้กบั ท้งั ผูห้ ญิงผูช้ ายครับ ส่วนคนท่ีรู้จกั เป็ น เพ่อื นกนั ในสมยั น้นั เขาเรียกวา่ คนชอบพอกนั ส่วนคาวา่ เพื่อน สมยั ร.5น้นั หมายถึง เลสเบ้ียนครับ ประโยคเตม็ ๆเช่น \"อิฉนั ได้ ยนิ มาวา่ แมว่ าดเล่นเพอ่ื นกบั แม่วงเจา้ ค่ะ\" ตอ้ งเติมคาวา่ เล่นหนา้ คาวา่ เพ่ือนดว้ ยค่ะจะเป็ นคากิริยาท่ีหมายถึง ...เออ่ หมายถึงอยา่ งน้นั กนั อะ่ ครับส่วนถา้ หญิงกบั ชาย เรียกวา่ เล่นสวาท นะครับ เรื่องน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร้่ืองที่ 303 มารู้จกั กบั “คาบสมุทรไครเมีย” ชนวนความขดั แยง้ ระหวา่ งรัสเซียกบั ยเู ครน เม่ือหลายวนั ท่ีผา่ น มา หลายคนที่ติดตามข่าวต่างประเทศ โ ด ย เ ฉ พ า ะ ด้ า น ก า ร เ มื อ ง ก็ ค ง ไ ด้ ยิ น ข่ า ว เ ก่ี ย ว กั บ ก า ร ป ะ ท ะ กั น อี ก ค ร้ ั ง ร ะ ห ว่ า ง ประเทศรัสเซียกบั ประเทศยเู ครน เมื่อรัสเซีย ไดเ้ ขา้ ยึดเรือรบของยเู ครน 3 ลาเอาไว้ โดย อ้างว่าฝ่ ายยูเครนละเมิดน่านน้ าของตน เรื่ องราวจะเป็ นไปอย่างไรต่อน้ันคงต้อง ติดตามกันต่อไป แต่วนั น้ีจะพามารู้จกั กับ ดินแดนที่เป็ นต้นเหตุของปัญหาดังกล่าวน้ี ซกั หน่อยดีกวา่ คาบสมุทรไครเมีย (Crimea) เป็นดินแดนแห่งหน่ึงทางดา้ นตะวนั ออกเฉียงเหนือของทะเลดา มีลักษณะเป็ นเหมือนเกาะขนาดใหญ่ที่ลอ้ มรอบด้วยทะเลดาทางตะวนั ตกและทางใต้ กับทะเลอะซอฟ (Azov) ทางตะวนั ออก ทางเหนือติดต่อกบั แผน่ ดินใหญ่ของประเทศยเู ครน โดยเช่ือมกนั ท่ีคอคอดเปเรกอฟ (Isthmus of Perekop) ซ่ึงมีความกวา้ งประมาณ 5-7 กิโลเมตรเท่าน้นั ส่วนทางตะวนั ออกอยใู่ กลช้ ายฝ่ังของ ประเทศรัสเซีย โดยมีช่องแคบเคิร์ช (Strait of Kerch) คนั่ อยู่ มีพ้ืนที่ 2.3 หมื่นตารางกิโลเมตร (ใหญ่กว่า จงั หวดั นครรราชสีมาเลก็ นอ้ ย) มีประชากร 2.28 ลา้ นคน ส่วนใหญ่เป็ นชาวรัสเซีย ยเู ครน และชาวไครเมียน ตาร์ตาร์ (คือชาวเอเชียกลางเช้ือสายเติร์กท่ีอพยพเขา้ มาในสมยั ที่มองโกลยดึ ครองดินแดนแถบน้ี) เมืองหลวง ช่ือ ซิมเฟอโรโพล (Simferopol) คาบสมุทรแห่งน้ีเป็ นท่ีรู้จกั ของชาวยุโรปมาต้งั แต่สมยั กรีก-โรมนั แลว้ ใน

ชื่อของ Taurica ซ่ึงถูกผนวกอยใู่ นดินแดนโรมนั ตะวนั ออก (ไบแซนไทน์) ต่อมาไดม้ ีการเปลี่ยนมือกนั ครอบครองหลายหน ต้งั แต่ชาวรัส (Rus) ซ่ึงเป็ นบรรพบุรุษของชาวรัสเซียปัจจุบนั และเม่ือมองโกลเรืองอา นาจ ดินแดนแถบน้ีก็ตกเป็ นของอาณาจกั รกระโจมทอง (Golden Horde) ซ่ึงเป็ นมองโกลสายของโจจิ ลูก ชายคนโตของเจงกิสขา่ น ซ่ึงเรียกดินแดนน้ีวา่ Qırım อนั เป็นที่มาของชื่อไครเมียในปัจจุบนั ต่อมาเมื่อรัสเซีย ขบั ไล่มองโกลไปไดก้ ็ไดค้ รอบครองดินแดนแห่งน้ีมาต้งั แต่ปี 1783 แมว้ า่ ในระหวา่ งปี 1853-1856 ออตโต มนั จะร่วมมือกบั ชาติในยุโรปตะวนั ตกอย่างองั กฤษและฝรั่งเศสทาสงครามไครเมีย (Crimea war) เพื่อชิง ดินแดนแห่งน้ี แต่ก็ไม่ประสบความสาเร็จ หลงั จากการปฏิวตั ิรัสเซียเป็ นคอมมิวนิสต์ คาบสมุทรไครเมียก็ ยงั คงอยู่ในการปกครองของสหพนั ธรัฐรัสเซีย จนถึงปี 1954 รัฐบาลสหภาพโซเวียตจึงไดย้ กดินแดน คาบสมุทรไครเมียใหก้ บั ยเู ครน และเม่ือสหภาพโซเวยี ตล่มสลายในปี 1991 ไครเมียก็ยงั คงเป็ นส่วนหน่ึงของ ยเู ครน อย่างไรก็ตามเม่ือความขดั แยง้ ภายในยูเครนระหว่างฝ่ ายที่นิยมตะวนั ตกกบั ฝ่ ายท่ีนิยมรัสเซีย (ซ่ึง โดยมากจะเป็ นชาวรัสเซียที่อาศยั อยใู่ นยูเครน) รุนแรงข้ึนต้งั แต่ปี 2010 เม่ือมีการทารัฐประหารโค่นล้ม ประธานาธิบดี วคิ เตอร์ ยานูคอวชิ (Viktor Yanukovych) ซ่ึงเป็ นฝ่ ายนิยมรัสเซีย ยานูคอวิชไดห้ ลบหนีเขา้ ไป ในรัสเซีย และต่อมาไม่นานไดม้ ีการประทว้ งของชาวรัสเซียในยเู ครน รวมถึงการที่มีทหารรัสเซียเขา้ มายึด สถานท่ีสาคญั ของรัฐบาลในไครเมียเอาไว้ นาไปสู่การจดั ลงประชามติของชาวไครเมียเมื่อวนั ที่ 16 มีนาคม 2014 ซ่ึงมีมติท่ีจะแยกตวั ออกจากยเู ครน ก่อนที่อีกสองวนั ต่อมา ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ก็ไดล้ งนาม ผนวกดินแดนไครเมียเป็นส่วนหน่ึงของรัสเซียในช่ือ “สาธารณรัฐไครเมีย” แตท่ างประเทศยเู ครนรวมถึงชาว ยเู ครนและชาวตาร์ตาร์ต่างไม่ยอมรับการลงมติดงั กล่าว โดยกล่าวหาวา่ เป็ นการจดั ฉากโดยรัฐบาลรัสเซียที่ จะหาขอ้ อา้ งยดึ ดินแดนแห่งน้ี และยงั คงถือวา่ ไครเมียเป็ นดินแดนของตนเองที่ถูกรัสเซียยึดครองชวั่ คราวอยู่ จนถึงทุกวนั น้ี เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองท่ี 304 “ลกั ยิม้ ” พิมพใ์ จ คุณผอู้ ่านมี “ลกั ยิม้ ” ไหมครับ บาง คนอาจจะมี บางคนไม่มี บางคนมีลักยิ้มท้งั สองข้าง แต่บางคนก็มีข้างเดียว ว่าแต่ลักยิ้ม เกิดมาไดอ้ ย่างไรนะ ลกั ยิ้ม (Dimple) คือรอย บุ๋มเล็ก ๆ ที่ปรากฏอยบู่ ริเวณมุมปากหรือแกม้ ซ่ึงโดยทว่ั ไปแล้วจะสามารถมองเห็นได้เม่ือ บุคคลน้นั ยิ้ม บางคนอาจจะมีลกั ยิม้ ในวยั เด็ก แต่หายไปในตอนโต แต่บางคนก็คงมีลกั ยิ้ม จนถึงเมื่อโตแลว้ ลกั ยมิ้ เกิดข้ึนจากกลา้ มเน้ือไซ โกมาติคสั เมเจอร์ (Zygomatic major) ซ่ึงเป็ นกลา้ มเน้ือบริเวณแกม้ ท้งั สองขา้ ง มีหนา้ ท่ีในการยกมุมปาก ข้ึน กลา้ มเน้ือดงั กล่าว ในกรณีปรกติที่กลา้ มเน้ือดงั กล่าวเจริญเติบโตเต็มท่ี เม่ือยิม้ กลา้ มเน้ือดงั กล่าวจะแผ่ ออกจนเต็ม ทาให้แก้มเรียบเสมอกนั แต่ถา้ หากกล้ามเน้ือดงั กล่าวเจริญเติบโตไม่เต็มท่ี เม่ือยิ้ม กล้ามเน้ือ

ดงั กล่าวจะแยกออกเป็ นสองส่วน เกิดเป็ นร่องเล็ก ๆ ตรงกลางระหวา่ งมดั กลา้ มเน้ือ ซ่ึงก็คือลกั ยิม้ น้นั เองลกั ยิ้มเป็ นลกั ษณะที่สามารถถ่ายทอดทางกรรมพนั ธุ์ โดยเป็ นลกั ษณะเด่น ดงั น้นั หากวา่ พ่อแม่มีลกั ยิ้ม ลูกที่ ออกมากม็ ีโอกาสท่ีจะมีลกั ยมิ้ ไปดว้ ยในอตั ราส่วนสูงกวา่ คนท่ีพอ่ แม่ไม่มีลกั ยมิ้ นกั วิทยาศาสตร์บางส่วนเชื่อ วา่ ลกั ยิ้มอาจจะเป็ นวิวฒั นาการท่ีเกิดข้ึนเพ่ือช่วยให้มนุษยส์ ามารถแสดงอารมณ์บนใบหนา้ ไดด้ ีข้ึน ซ่ึงจะ เป็นการส่ือสารใหค้ นอ่ืนทราบไดว้ า่ กาลงั รู้สึกอยา่ งไร ลกั ยมิ้ เป็นสิ่งท่ีเกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ อยา่ งไรก็ตาม จากการท่ีในบางสังคมมองวา่ การมีลกั ยิม้ น้นั ทาใหบ้ ุคคลน้นั ดูดีมีเสน่ห์มากยิง่ ข้ึน จึงทาใหเ้ กิดมีการทา “ลกั ยมิ้ เทียม” ข้ึน โดยแพทยจ์ ะทาการผา่ ตดั เอากลา้ มเน้ือที่แกม้ บางส่วนออกแลว้ เยบ็ ติดกนั อีกคร้ัง ซ่ึงหลงั จาก อยตู่ วั แลว้ ก็จะทาใหเ้ กิดลกั ยมิ้ ที่มีลกั ษณะคลา้ ยลกั ยมิ้ ที่เกิดข้ึนตามธรรมชาติ และไม่มีอนั ตรายแตอ่ ยา่ งใด เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 305 ทาไมยาบางชนิด ถึงตอ้ งทาเป็ นแคปซูล สาเหตุท่ียา บางชนิด ตอ้ งทาเป็นแคปซูล กเ็ พราะ 1.ยาบางตวั จะมีประสิทธิภาพ ถา้ ไปทางานในกระเพาะอาหารครับ การ ที่ใส่เเค๊ปซูล เป็ นการป้ องกนั ไม่ใช้มนั ละลายเร็ว พูดง่ายๆๆ ใส่เเค็ปซูลเพ่ือให้ละลายช้าลง 2.แค ปซูลมี คุณสมบัติในการกลบรสและกลิ่นได้ดีครับ ยาหลายๆ อย่างเช่นยาฆ่าเช้ือน้ัน มักมีปัญหาเร่ืองกล่ินรสท่ีไม่ดี แคปซู ลแก้ปั ญหาตรงน้ี ได้ดีครับ ไม่เชื่ อลองแกะ Amoxicillin มาละลายน้ากินดู 3.ป้ องกนั แสงไม่ให้โดนตวั ยาโดยตรงทาใหย้ าคงคุณสมบตั ิทางเคมีไวไ้ ด้ แลว้ เปลือก แคบซูลนี่ทามาจากอะไรกินได้หรือไม่ เปลือกแคปซูล ส่วนมากเป็ นเจลาตินไดม้ าจากสัตวค์ รับ กินได้ ปลอดภยั บางแบบอาจเป็ นพวกคาราจีแนน เซลลูโลส ก็กินได้ ปลอดภยั ส่วนสีนน่ั กเ็ หมือนสีผสมอาหาร กินได้ เร่ืองน่ารู้กับครุนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 306 ทราบไหมครับว่า คอนกรี ต กับ ซี เมนต์ต่างกัน อย่างไร ซีเมนต์ หมายถึงเน้ือปูนหรือวสั ดุท่ีทาหน้าที่ เช่ือมประสาน ส่วน คอนกรีต คือวสั ดุผสมที่เมื่อแห้ง และแข็งแลว้ ก็ใช้ประโยชน์ในการรับน้าหนัก หรือเอา ภาษาชาวบา้ น ความหมายของช่างเขาพูดกนั อยา่ งน้ีครับ คอนกรีตหมายถึง ปูนซีเมนต์ หิน ทราย น้า เมื่อผสมกนั เรียกว่าคอนกรีตครับ ที่เขาเอาใส่รถโม่ปูนไปขาย เป็ นรถน้นั เรียกวา่ คอนกรีตผสมเสร็จครับ เมื่อนาไปเทพ้ื นหรือเทลงในแบบพิมพต์ ่างๆ เรียกวา่ เทคอนกรีต ครับส่วนซีเมนต์ หมายถึงปูนซีเมนตท์ ี่ยงั ไมไ่ ดผ้ สมครับแต่การสั่งงานบางทีก็พูดส้ันๆ เช่น วนั น้ีจะเทปูน (ที่ จริงเทคอนกรีต) ฯลฯ

เร่ืองน่ารู้กบั ครุนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องที่ 307 เดินไปท่ีไหนๆ เป็ นตอ้ งเห็น คนถือแกว้ พลาสติกฝา ซีล และหลอดอนั ใหญ่ กบั ปากท่ีเค้ียวหนุบหนบั คง ปฏิเสธกบั ความฮิตของ “ชานมไข่มุก” ท่ีขอยกให้ เป็นเคร่ืองด่ืมแห่งชีวิตตอนน้ี เพราะ ชานมไข่มุกจะ เยียวยาทุกส่ิง ท้งั หวาน เค้ียวเพลิน เขม้ ขน้ ท้งั แก้ เครียด, แกห้ ิว, แกร้ ้อน เรียกไดว้ า่ เป็ นทุกอยา่ งจริงๆ เราจึ งขอพาไปรู้ จักบุ คคลสาคัญท่ีเราอยาก ขอบพระคุณอยา่ งสูง ผทู้ ่ีคิดคน้ ชานมไขม่ ุกน้ีข้ึนมา นนั่ กค็ รืออออออ ….. เมื่อราวๆ ปี 1980 ท่ีเมือง Taichung ประเทศไตห้ วนั ระหวา่ งการประชุม ของร้านชา “ชุนฉุ่ยถงั ” (Chun Shui Tang Teahouse) ผจู้ ดั การฝ่ าย พฒั นาผลิตภณั ฑ์ คุณ หลินชิ่วฮุย (Lin Hsiu Hui) เกิดเบื่อๆ และนึกสนุกข้ึนมา โดยการผสมขนม Fen Yuan ลงไปใน ชาอสั สัมเยน็ ของเทอ พอเธอชิมและแบ่งใหผ้ รู้ ่วมประชุมไดล้ องก็คน้ พบวา่ มนั อร่อยและน่าสนใจ มาก จึงไดน้ าไปขายที่ร้าน “ชุนฉุ่ยถงั ” นบั แต่น้นั มา ชานมไข่มุกก็กลายเป็ นเมนูยอดฮิตของทางร้าน จนผา่ น มากวา่ 20 ปี แลว้ โดยรายไดข้ องทางร้านกว่า 80% ก็มาจากเจา้ ชานมไข่มุกเองน่ีแหละ ท้งั น้ีคาเรียกชานม ไข่มุกในภาษาองั กฤษคือ Bubble Tea คาว่าไข่มุก (Bubble) ไม่ไดม้ าจากเจา้ ทอ้ ปปิ้ งแสนหวานอร่อย แต่ หมายถึงเวลาชงชานมและตอ้ งเขยา่ ใหเ้ ขา้ กนั จนเกิดฟองอากาศลอยอยดู่ า้ นบนนน่ั เอง เรื่องน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องที่ 308 ชื่อที่เรียก ขนมเบ้ืองน้นั เป็ นชื่อท่ีต้งั มาจากลกั ษณะ การทาขนมที่ใชก้ ารตกั น้าแป้ งมาหยอดลงบนกระทะที่เป็ น กระเบ้ืองดินเผา และละเลงให้น้าแป้ งกระจายเป็ นแผ่น วงกลม ดงั น้นั การทาขนมชนิดน้ีบนกระเบ้ืองดินเผาจึง เป็นที่มาของชื่อ ขนมเบ้ืองขนมเบ้ืองแต่ก่อนเขา้ ใจวา่ จะทา กนั มาต้งั แต่สมยั สุโขทยั ซ่ึงพบภาพเขียนเก่ียวกบั การทา ขนมเบ้ืองในวัดแห่งหน่ึงของจังหวัดสุ โขทัย จึงเป็ น หลกั ฐานที่เชื่อว่าขนมชนิดน้ีอาจมีมาต้งั แต่สมยั สุโขทยั และสืบทอดตอ่ เนื่องมาจนถึงสมยั อยธุ ยา ซ่ึงพบปรากฏช่ือ ในเรื่องขนุ ชา้ งขุนแผน ส่วนสูตรตารับ และแนวคิดการทาขนมเบ้ืองน้ี สันนิษฐานวา่ ดดั แปลงมาจากขนมท่ี ชาวอินเดียทารับประทานกนั ในสมยั คร้ังพุทธกาลท่ีทาบนกระเบ้ืองดินเผาเช่นกนั ซ่ึงถูกนามาเผยแพร่ดว้ ย พราหมณ์อินเดียที่เขา้ มาเผ ยแพร่ศาสนา และแนะนาการทาขนมชนิดแก่คนไทยในสมยั น้นั ซ่ึงเร่ิมแรกจะ เริ่มทากนั ในสมยั ต่างๆทางภาคเหนือ และค่อยเผยแพร่ลงมาจนถึงอยธุ ยา ซ่ึงมีการดดั แปลงส่วนผสมที่อาจ แตกต่างไปจากส่วนผสมด้งั เดิมจากบนั ทึกในพระธรรมบทเผด็จภาค 3 น้นั กล่าวถึงการทาให้ขนมเบ้ืองสุก น้นั จะใชค้ าวา่ “ทอดขนมเบ้ือง” และต่อมาจึงเปลี่ยนใชค้ าวา่ “ละเลงขนมเบ้ือง” แทน ซ่ึงในสมยั น้ีจะยงั ไม่มี คาวา่ “ไทย” มาเรียกตอ่ ทา้ ยดว้ ย ท้งั น้ี เขา้ ใจวา่ คาวา่ “ไทย” ท่ีเพิม่ เติมเขา้ มาเป็นคาวา่ “ขนมเบ้ืองไทย” น่าจะ

เกิดข้ึนในสมยั รัตนโกสินทร์คาวา่ “ขนมเบ้ืองไทย” ถูกนามาใชใ้ นสมยั รัชกาลท่ี 3 เม่ือคร้ังพระองคโ์ ปรดให้ พระยาบดินทรเดชา หรือ สิงห์ สิงหเสนี ยกทพั ไปตีเมืองญวนจนได้ชัยชนะ พร้อมกบั นาเชลยชาวญวน กลบั มาจานวนมาก และชาวญวนก็มกั จะทาขนมชนิดหน่ึงรับประทาน และออกขาย คือ การนาแป้ งมาผสม กบั ไข่ และมาทาบนกระทะเหล็กท่ีต้งั ไฟร้อน ซ่ึงจะทาน้ามนั ก่อนลงน้าแป้ งจนไดข้ นมท่ีมีลกั ษณะเป็ นแผน่ วงกลม และพบั เป็ นคร่ึงวงกลม ซ่ึงมีลกั ษณะคลา้ ยขนมเบ้ืองของไทย ซ่ึงเรียกวา่ ขนมเบ้ืองญวน ดงั น้นั แลว้ ขนมเบ้ืองในลกั ษณะเดียวกนั ท่ีเป็นสูตรของไทยหรือชาวไทยทาจึงเรียกเพิม่ เติมวา่ ขนมเบ้ืองไทย เพื่อให้เกิด ความแตกตา่ ง และรู้ไดว้ า่ คนไทยหรือคนญวนทา เรื่องน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 309 ตอนน้ีขอเสนอคาวา่ อีโรติก (adj.) ท่ีแปลวา่ เก่ียวกบั กาม, เกี่ยวกบั ความรักทางเพศ, เก่ียวกบั ความใคร่, ซ่ึงกระตุน้ กาหนดั คาคาน้ี มาจากไหนนะ คาวา่ อี โรติก เพ่ิงเกิดข้ึนในศตวรรษที่ 17 และไม่ได้มา จากช่ือมนุษยเ์ หมือนอยา่ งชื่ออื่น ๆ ท่ีผา่ นมา แต่มา จากช่ือเทวดากรีกชื่อ อีรอส (Eros) ซ่ึงเป็ นคนคน เดียวกบั คิวปิ ด (Cupid) เทพแห่งความรักของชาว โรมนั ผูเ้ ป็ นโอรสของอะโฟรไดต์หรือวีนัสใน บรรดาเทพกรีกโรมนั ท้งั หมด ชาวเราน่าจะคุน้ เคยกบั รูปร่างหน้าตาของเทพองคน์ ้ีเป็ นอยา่ งดี โดยเฉพาะใน เทศกาลแห่งความรัก ซ่ึงเป็ นเทศกาลท่ีบนปกเส้ือนกั เรียนสีขาวของเด็ก ๆ จะเตม็ ไปดว้ ยสต๊ิกเกอร์รูปหวั ใจ ลอ้ มรอบดว้ ยเทวดาเด็กนอ้ ยหุ่นจ้าม่าติดปี กทาท่าแผลงศร ในขณะเดียวกนั ก็เป็ นเทศกาลเสียตวั ของเด็กสาว ดว้ ย อยา่ งหลงั น้ีถา้ หาตวั ใครใหโ้ ทษจริง ๆ ไมไ่ ด้ ไมว่ า่ จะเป็นสงั คม พอ่ แม่ หรือเด็ก ก็คงตอ้ งโทษเทพอีรอส น่ีแหละ เพราะวา่ อีรอสไม่ไดเ้ ป็ นเทพเจา้ แห่งความรักเฉย ๆ แต่เป็ นความรักประเภทท่ีมีแรงปรารถนาเขา้ มา เกี่ยวขอ้ งดว้ ย บางคนถึงกบั เจาะจงวา่ เป็นแรงปรารถนาทางเพศ (lust) เลยทีเดียว แถมตามตานานยงั วา่ ไวเ้ สีย อีกดว้ ยวา่ ไม่มีใครหนา้ ไหนเลย ไม่วา่ จะเป็นมนุษยห์ รือเทวดา ท่ีจะตา้ นทานฤทธ์ิเดชคนั ศรแห่งความรักของ อีรอสไดค้ นั ศรของอีรอสมีอยู่สองชนิด ชนิดแรกเป็ นลูกศรสีทอง ปลายศรทาดว้ ยขนของนกพิราบ เป็ น ลูกศรแห่งความรักอนั บริสุทธ์ิ ส่วนที่เป็นลูกศรตะกว่ั ปลายศรทาดว้ ยขนนกฮกู เป็นคนั ศรแห่งแรงพิศวาสใน บรรดาเทพท้งั หลาย อีรอสเป็ นเทพท่ีศิลปิ นและกวีวาดภาพและกล่าวถึงมากที่สุด แมว้ า่ อีรอสจะเป็ นเทพ หนุ่มรูปงาม แต่ภาพของเธอก ลบั ปรากฏเป็นกามเทพนอ้ ยแสนกล มีผวู้ ิเคราะห์ไวว้ า่ การที่ศกั ด์ิศรีของอีรอส ถูกลดลงไปเช่นน้ี เพราะถูกความยุง่ ใหญ่ของอะโฟรไดต์ผเู้ ป็ นมารดาและเทพธิดาแห่งความรักบดบงั รัศมี เธอดูเหมือนเพ่ือนและผรู้ ับใชข้ องมารดาเสียมากกวา่ แต่ถึงอยา่ งไร เธอก็ยงั คงมีบุคลิกเจา้ เล่ห์เจา้ กลไม่เบา เพราะแมแ้ ต่คาวา่ cupidity ซ่ึงมาจากชื่อคิวปิ ดในภาษาโรมนั ก็ยงั แปลวา่ ความโลภและแรงปรารถนาดว้ ย เช่นกนั

เร่ืองน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองท่ี 310 เวลาเราปวดทอ้ งมกั จะกินยาธาตุ แลว้ ยาธาตุน้าขาวกบั ยาธาตุน้าดงต่างกันอย่างไร ยาธาตุน้าขาวครับ มี สรรพคุณทาลายเช้ือโรคในลาไส้ รวมถึงช่วยรักษา อาการอักเสบในลาไส้ได้ ส่วนยาธาตุน้าแดง มี ส ร ร พ คุ ณ ใ น ก า ร ขับ ล ม ใ น ก ร ะ เ พ า ะ แ ล ะ ล า ไ ส้ รวมถึงแกอ้ าการมอ้ งอืด ทอ้ งเฟ้ อ นน่ั เองครับ เวลา ปวดทอ้ งใชใ้ หถ้ ูกประเภทนะครับ เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองที่ 311 พรุ่งน้ีจะมีการปั่นจกั รยานโครงการอุ่นไอรักที่สนาม มา้ นางเลิ้ง ทราบไหมครับว่า ช่ือนางเลิ้งมีที่มาอย่างไร นางเลิ้งเป็ นชื่อสถานท่ีในเขตป้ อมปราบศตั รูพ่าย กรุงเทพมหานคร มีผกู้ ล่าววา่ เดิมนางเลิ้งเป็ นช่ือเรียกหมู่บา้ นชาวมอญท่ีอยรู่ ิมคลองผดุงกรุงเกษมดา้ นทิศใต้ ชาวมอญเหล่าน้ีมีอาชีพรับตุ่มดินขนาดใหญ่ที่เรียกว่า ตุ่มอีเลิ้ง จากเมืองปทุมธานีมาขาย แต่ก็มีผูบ้ อกที่มา ของช่ือตาบลน้ีต่างออกไปเล็กน้อยว่า ชาว มอญนาตุ่มอีเลิ้งบรรทุกเรือมาจอดขายเป็ น ประจาบริเวณคลองผดุงกรุงเกษม ตอนท่ีตดั กบั คลองเปรมประชากร ชาวบา้ นจึงเรียกย่าน น้ีว่า อีเลิ้ง. ต่อมาในยุคจอมพล ป.พิบูล สงคราม เป็ นนายกรัฐมนตรี ได้เปล่ียนช่ือ อีเลิ้ง เป็ น นางเลิ้ง เพราะเห็นว่าช่ืออีเลิ้งไม่ สุ ภาพ คาว่า อีเลิ้ง มาจากภาษามอญ ใน พจนานุกรมไทย-มอญ สาเนียงมอญลพบุรี เรียกอีเลิ้งวา่ อิเลิง แปลวา่ ไหซอง คาน้ีมีใชใ้ นภาษาไทยมานาน. อกั ขราภิธานศรับท์ ให้ความหมายของคาน้ี ไวว้ า่ \"อีเลิ้ง, คือม่อใหญ่ สาหรับใส่น้าน้นั \". ส่วนคาวา่ นางเลิ้ง ไม่พบในพจนานุกรมสมยั ตน้ รัตนโกสินทร์ แต่กน็ ่าจะมีใชม้ านานแลว้ ในขอ้ ความท่ีกล่าวถึงงานพระศพกรมพระราชวงั บวรสถานมงคล คร้ังรัชกาลท่ี 2 มีตอนหน่ึงกล่าวถึงของท่ีใชใ้ นงานวา่ \"ขา้ วอยา่ งเทศ 1 ถงั ขนมจีน 10 ถงั น้ายา 7 นางเลิ้ง\"

เร่ืองน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองที่ 312 คลองลดั โพธ์ิ อีกหน่ึงโครงการพระราชดาริเพ่ือแกไ้ ข ปัญหาการระบายน้าในกรุงเทพฯ คลองลดั โพธ์ิ (Lat Pho Canal) เป็ นคลองขุดเพื่อเช่ือมแม่น้าเจา้ พระยา บริเวณคุง้ น้าบางกระเจา้ ต้งั อยูท่ ี่ตาบลทรงคนอง อาเภอพระประแดง จงั หวดั สมุทรปราการ คลองลดั โพธ์ิ เป็ นคลองท่ีขุดข้ึนแต่เดิมต้งั แต่สมยั สมเด็จพระเจา้ ทา้ ยสระ ช่วงสมยั กรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เพื่อความ สะดวกในการเดินทาง แต่เดิมคลองน้ีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ต่อมาในสมยั รัชกาลที่ 1 ทรงมี พระราชดาริว่า คลองเส้นน้ีอาจจะทาให้น้าเค็มจากปากน้าไหลมาถึงกรุงเทพฯ ได้เร็วข้ึน และเกรงว่า กระแสน้าจะไหลกดั เซาะคลองสายน้ีจนกลายเป็ นแม่น้าสายหลกั และทาให้แม่น้าเดิมต้ืนเขินลง จึงโปรดให้ ทาทานบก้นั ปากคลอง และถมคลองให้แคบลงเพ่ือชะลอไม่ให้น้าเค็มไหลบ่าเขา้ มาถึงกรุงเทพฯ มากนัก ขณะเดียวกนั กระแสน้าก็กดั เซาะตล่ิงเขา้ ไป จนความยาวของคลองลดลงเหลือเพียง 600 เมตรเท่าน้นั และ ต่อมาในเวลาต่อมาเมื่อบา้ นเมืองขยายตวั ทาใหม้ ีการถมแนวคลองบางส่วนเพ่ือสร้างถนนและบา้ นเรือน จน ทาใหค้ ลองแคบและต้ืนเขินลงจากเดิมมาก จนกระทง่ั เมื่อเกิดน้าท่วมใหญ่ในปี พ.ศ. 2538 พระบาทสมเด็จ พระเจา้ อยหู่ ัว รัชกาลที่ 9 ทรงเล็งเห็นว่า คลองสายน้ีมีประโยชน์อย่างมากในการ ควบคุมปริ มาณน้าในแม่น้ าเจ้าพระยา บริเวณกรุงเทพฯ เน่ืองจากหากให้น้าไหล อ้อมไปตามแม่น้ าเจ้าพระยาไปทาง คลองเตย จะใชเ้ วลามากกวา่ 5 ชวั่ โมงกวา่ จะลงสู่อ่าวไทย แต่หากระบายน้าผา่ นคลองลดั โพธ์ิ จะใช้เวลา เพยี งประมาณ 10 นาทีเทา่ น้นั ซ่ึงทาใหส้ ามารถระบายน้าจากแม่น้าเจา้ พระยาลงสู่อ่าวไทยไดร้ วดเร็วข้ึนมาก จึงมีพระราชดาริเมื่อวนั ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ งดาเนินการปรับปรุงสภาพคล องสายน้ีใหก้ ลบั มาสามารถใช้เป็ นทางระบายน้าลงสู่อ่าวไทยไดอ้ ีกคร้ัง โดยเร่ิมดาเนินการต้งั แต่ในปี พ.ศ. 2545 แลว้ เสร็จในปี พ.ศ. 2549 เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 313 วนั น้ีไดท้ านลูกชิ้นปลา เลยอยากเล่าถึงประวตั ิความ เป็นมาของ “ลูกชิ้นปลา” จากบนั ทึกของประวตั ิศาสตร์จีน ในสมยั จกั รพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ หลงั จากท่ีพระองค์ ได้รวบรวมประเทศให้เป็ นปึ กแผ่นแล้ว และสถาปนาตนข้ึนเป็ นจักรพรรดิ ใน ชีวิตประจาวนั การเสวยพระกระยาหารของ พระองค์ พระองคท์ รงโปรดปรานการเสวย เน้ื อปลาเป็ นอย่างมาก อาหารทุกม้ือ จาเป็ นตอ้ งมีเน้ือปลา แต่ตอ้ งไม่มีก้างเป็ น อนั ขาด ถา้ ในอาหารเกิดมีกา้ งติดไปดว้ ยพ่อ ครัวตอ้ งถูกทาโทษถึงข้นั ประหารชีวิต และ

มีพ่อครัวหลายรายที่ผ่านมาได้ถูกประหารเพราะเรื่องน้ีมาแลว้ อยู่มาวนั หน่ึง มีพ่อครัวคนหน่ึงกาลงั จะ เตรียมอาหารสาหรับจกั รพรรดิ พอมองเหลือบไปเห็นปลาก็รู้สึกโกรธและเกลียดเจา้ ปลาข้ึนมาทนั ที ก็เลยใช้ สนั มีดทุบไปที่ตวั ปลา ทุบไปทุบมาเขาก็พบวา่ มีกา้ งปลาโผล่ออกมา เน้ือปลาก็กลายเป็ นปลาบด ในเวลาน้นั ทางพระราชวงั กป็ ระกาศวา่ จะถึงเวลาเสวยพระกระยาหารแลว้ พอ่ ครัวก็รีบเอากา้ งปลาออกแลว้ ก็นาเน้ือปลา มาป้ันเป็ นลูกกลม ๆ แล้วเอาใส่ลงไปในน้าซุป ก็เลยกลายเป็ นลูกชิ้นข้ึนมา ไม่นานลูกชิ้นที่ใส่ลงไปก็ กลายเป็ นสีขาวสะอาดอ่อนนุ่มอยูใ่ นน้าซุป พอนาไปถวายแก่จกั รพรรดิจ๋ินซี พอพระองคล์ องเสวยดูแลว้ ก็ เป็นท่ีโปรดปรานและทรงพระราชทานรางวลั ใหพ้ อ่ ครัวคนน้ี ในเวลาตอ่ มาการทาลูกชิ้นปลาน้ีก็เผยแพร่จาก ในพระราชวงั ไปสู่ประชาชนโดยทวั่ ไป ท่ีรู้จกั กนั วา่ “ลูกชิ้นปลา” เรื่องน่ารู้กัครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 314 วนั น้ีวนั รัฐธรรมนูญ เม่ือเราผา่ นถนนราชดาเนินเราจะ พบเห็นอนุเสาวรียป์ ระชาธิปไตย อนุสาวรียท์ ่ีเห็นจนชินตา และเขา้ ร่วมในเหตุการณ์สาคญั ๆของชาติมา ห ล า ย ต่ อ ห ล า ย ค ร้ั ง ค ง ไ ม่ มี อนุสาวรียใ์ ดมีส่วนร่วมมากไปกว่า อนุสาวรียป์ ระช าธิปไตย ที่ยืนสง่า อยกู่ ลางถนนราชดาเนินตอนตดั กบั ถนนประชาธิปไตย จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม คิดท่ีจะสร้างอนุสรณ์ ใหค้ นรุ่นหลงั ไดร้ ะลึกถึงการไดม้ า ซ่ึ งระบอบประชาธิ ปไตย การ ก่อสร้างอนุสาวรียป์ ระชาธิปไตย ไ ด้ม อ บ ใ ห้ ก ร ม ศิ ล ป า ก ร เ ป็ น ผรู้ ับผิดชอบในการออกแบบและก่อสร้าง โดยมอบงานน้ีให้ ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ท้งั การออกแบบ และควบคุมการก่อสร้าง เร่ิมงานต้งั แต่วนั ท่ี 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2482 แลว้ เสร็จในวนั ท่ี 22 มิถุนายน พ.ศ. 2483 ใช้ค่าใช้จ่ายท้งั หมด 250,000 บาท และทาพิธีเปิ ดในวนั ท่ี 24 มิถุนายน พ.ศ. 2483อนุสาวรีย์ ประชาธิปไตย นอกจากจะมีความสง่างามแลว้ ทุกส่วนลว้ นแต่มีความหมายปี กท้งั 4 ดา้ นท่ีต้งั สูงข้ึนไป หมายถึง บุคคล 4 เหล่า คือ ทหาร ตารวจ พอ่ คา้ ประชาชน ท่ีเขา้ ร่วมกนั เป็ นคณะราษฎรเปลี่ยนแปลงการ ปกครอง ปี กน้ีแต่ละปี กยงั มีส่วนสูงจากฐานถึงยอด 24 เมตร หมายถึงวนั เปล่ียนแปลงการปกครอง คือวนั ที่ 24 ของเดือนพานรัฐธรรมนูญ ตวั พานหล่อดว้ ยสาริด ประดิษฐานอยเู่ หนือป้ อมกลางพ้ืนวงกลมสูง 3 เมตร หมายถึงเดือนท่ี 3 แห่งปี คือ เดือนมิถุนายน ซ่ึงตอนน้ันยงั นับเดือนเมษายนเป็ นเดือนเริ่มปี ใหม่ มา เปลี่ยนเป็ นเดือนมกราคมใน พ.ศ. 2484 และหมายถึง อานาจอธิปไตยท้งั 3 ภายใตร้ ัฐธรรมนูญ (นิติบญั ญตั ิ บริหาร ตุลาการ) รัฐธรรมนูญในสมุดไทย ประดิษฐานบนพานแวน่ ฟ้ า สร้างดว้ ยทองแดง มีความสูง 3 เมตร หนกั 4 ตนั ต้งั บนฐานรูปทรงกลมดา้ นบนโคง้ กลม ลานอนุสาวรียย์ กสูงมีบนั ไดโดยรอบปื นใหญ่โบราณท่ี

ปากกระบอกปื นฝังลงดินโดยรอบอนุสาวรียเ์ หมือนเป็ นร้ัว ร้อยติดกนั ดว้ ยโซ่เหล็ก หมายถึง ความสามคั คี พร้อมเพรียงของคณะปฏิวตั ิ เวน้ ช่องเฉพาะทางข้ึนลง มี 75 กระบอก หมายถึง พ.ศ. 2475 ท่ีมีการ เปล่ียนแปลงการปกครองพระขรรคท์ ี่ประตูป้ อมประดิษฐานรัฐธรรมนูญท้งั 6 ดา้ น มี 6 เล่ม หมายถึง หลกั 6 ประการของคณะราษฎรในการบริหารประเทศ ไดแ้ ก่1. จะตอ้ งรักษาความเป็ นเอกราชท้งั หลาย เช่น ทาง การเมือง ทางศาล ทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไวใ้ ห้มน่ั คง 2. จะตอ้ งรักษาความสงบปลอดภยั ใน ประเทศ ให้ราษฎรอยเู่ ยน็ เป็ นสุข3. จะตอ้ งทานุบารุงความเป็ นอยขู่ องราษฎรในทางเศรษฐกิจ ให้ราษฎรมี งานทา ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก4. ราษฎรมีสิทธิเสมอกนั 5. ใหร้ าษฎรไดเ้ สรีภาพ อิสรภาพ ตามขอบเขต ของกฎหมาย6. ให้ราษฎรไดร้ ับการศึกษาอบรมอยา่ งเต็มที่และฐานของปี กท้งั 4 ซ่ึงมี 8 ดา้ น มีภาพปูนป้ัน แสดงประวตั ิความเป็ นมาของคณะราษฎรในการเปล่ียนแปลงการปกครอง กบั ฐานที่ดา้ นนอกของปี กท้งั 4 ยงั มีอ่างน้า รับน้าพุจากงูใหญ่ ซ่ึงหมายถึงปี มะโรงท่ีเกิดการเปลี่ยนแปลง ใหน้ ้าตลอดปี หมายถึงใหค้ นไทยมี น้าจิตน้าใจตอ่ กนั เพ่อื ความสงบร่มเยน็ เป็นสุขกนั ทว่ั หนา้ เร่ืองน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองท่ี 315 วนั น้ีไดย้ นิ คาวา่ ผมสี ดอกเลา วา่ แต่สีดอกเลา คืออะไร สีดอกเลาคือสีาวอมเทา ซ่ึง เลา คือช่ือหญา้ ชนิดหน่ึง มีอายยุ นื หลายปี โดยดอกเลาจะบานในฤดูร้อน ท่ีบา้ นเราจะมีดอก เลาเป็นที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอยทู่ ี่ ภูช้ีฟ้ า จงั หวดั เชียงราย เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนอง แขม เร่ืองท่ี 316 ถ้าถามว่าสีของธงช สติไทย เป็ นสีอะไรแทบจะทุกคนคง ตอบวา่ สีแดง สีขาว สีน้าเงิน แต่ความ จริงแลว้ สีของธงชาติไทยที่ถูกตอ้ งคือ สีแดง สีขาว และสีขาบ วา่ แต่สีขาบคือ สีอะไร สีขาบคือ ส้ีาน้าเงินเขม้ อมม่วง นิด ซ่ึงสีขาบไดช้ ่ือมาจากสีปี กของนก ตะขาบ ท่ีพบไดท้ ว่ั ประเทศไทย

เรื่องน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องที่ 317 วนั น้ีไดท้ านขนมจีน ทราบไหมครับว่าอาหารชนิดน้ี ทาไมถึ งเรี ยกขนมจีน จริ ง ๆ แล้ว ขนมจีนเป็ นอาหารของคนมอญหรื อ รามญั คนมอญเรียกขนมจีนวา่ คนอมจิน คนอม หมายความวา่ จบั กนั เป็ นกลุ่มเป็ น ก้อน จินแปลว่าทาให้สุก\" นอกจากน้ี \"คนอม\" น้นั สนั นิษฐานวา่ น่าจะใกลเ้ คียง กบั คาไทย \"เขา้ หนม\" แปลวา่ ขา้ วท่ีนามา นวดให้เป็ นแป้ งเสียก่อน ซ่ึงภายหลัง กร่อนเป็น \"ขนม\" จริง ๆ แลว้ ขนม ในความหมายด้งั เดิมจึงมิใช่ของหวานอยา่ งท่ีเขา้ ใจในปัจจุบนั ขนม หรือ หนม ในภาษาเขมร หรือ คนอม ในภาษามอญหมายถึงอาหารท่ีทาจากแป้ ง ดงั น้นั ขนมจีน จึงน่าจะเพ้ียนมา จาก คนอมจิน ซ่ึงทาให้เกิดสมมุติฐานตามมาอีกวา่ ด้งั เดิมทีเดียวขนมจีนเป็ นอาหารมอญ แลว้ จึงแพร่หลาย ไปสู่ชนชาติอ่ืน ๆ ในสุวรรณภูมิต้งั แต่โบราณกาล เร่ืองน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองที่ 318 วนั น้ีขอเสนอที่มาของคาวา่ ลิปซิงคๆ์ มาจากคาวา่ lip sync นะครับ ไม่ใช่ lip sing sync = synchronization (อ่านวา่ ซิ้งโครไนเซ้ ฉั่น) แปลว่า ทาให้เหมือนๆกัน ทาให้ พร้อมๆ เป็ นจงั หวะเดียวกนั lip sync บางทีก็เขียนวา่ lip synch แปลว่า การ ขยบั ปากให้เขา้ เป็ นจงั หวะเดียวกนั กบั เสียงที่มีการอดั ไวก้ ่อนแลว้ นะคะ และ เป็นการพดู กไ็ ด้ ไม่จาเป็นตอ้ งเป็นการร้องเพลง เรื่องน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองที่ 320 เมื่อพดู ถึงถ่านไฟฉาย เชื่อวา่ แทบทุกคนคงเคยเห็น และซ้ือใชม้ าดว้ ยกนั ท้งั น้นั เพราะถ่านไฟฉายเป็นแหล่งพลงั งานสาหรับอุปกรณ์เครื่องใชไ้ ฟฟ้ าหลายชนิด ไม่วา่ จะเป็นไฟฉาย นาฬิกาปลุก รีโมตคอนโทรล วทิ ยุ และอื่น ๆ อีกมากมาย ถา้ ไม่มีถ่านไฟฉาย อุปกรณ์ ไฟฟ้ าเหล่าน้นั กบ็ อ้ ท่าใชง้ านไมไ่ ด้ ในปัจจุบนั ขนาดของถ่านไฟฉายท่ีนิยมใชก้ นั ทวั่ ไปในเมืองไทยก็มี ขนาด AAA, AA, C และ D ซ่ึงถ่านแต่ละขนาดกจ็ ะมีท่ีใชง้ านตา่ งกนั คือ AAA เป็นถ่านไฟฉายขนาดเลก็ ท่ีมี จาหน่ายกนั ทว่ั ไป ขนาด 10.5x44.5 ม.ม. มกั จะใชก้ บั อุปกรณ์ไฟฟ้ าขนาดเล็ก เช่น รีโมตคอนโทรล เคร่ือง เล่น MP3 หรือกลอ้ งถ่ายรูปบางชนิด AA เป็นถ่านไฟฉายขนาดที่ใชก้ นั มากท่ีสุด ขนาด 13.5-14.5 x51 ม.ม. ใชท้ ้งั นาฬิกาปลุกขนาดเล็ก เครื่องคิดเลข วทิ ยขุ นาดเล็ก ของเล่นชนิดต่าง ๆ

C เป็นถ่านไฟฉายกอ้ นกลาง ขนาด 25.8x50 ม.ม. นิยมใชก้ นั ใน นาฬิกา ไฟฉาย วทิ ยขุ นาดใหญ่ D เป็นถ่านกอ้ นใหญท่ ่ีสุดที่จาหน่ายกนั ทว่ั ไป ขนาด 33x60 ม.ม. ส่วนมากจะใชก้ บั อุปกรณ์ไฟฟ้ าท่ีตอ้ งการ พลงั งานมาก เช่น วทิ ยุ ลาโพง มอเตอร์ไฟฟ้ า พดู ถึงถ่านไฟฉายขนาดมาตรฐานท่ีมีจาหน่ายทว่ั ไปแลว้ เคยสงสัยไหมวา่ ทาไมขนาดของถ่านจึงเรียกกนั แบบน้นั คือมี AA แลว้ ก็ขา้ มไป C เลย แลว้ ถ่านขนาด A กบั B หายไปไหน เคยมีถ่านขนาดน้ีหรือไม่ ? คาตอบกค็ ือ \"เคย\" มี แมว้ า่ การผลิตถ่านไฟฉายจะมีมาต้งั แตย่ คุ ศตวรรษท่ี 19 แลว้ แตใ่ นระยะแรก การผลิตถ่านไฟฉายยงั ไมม่ ีการ กาหนดมาตรฐานดา้ นขนาด ซ่ึงทา ใหเ้ กิดความสับสนอยา่ ง มาก ดงั น้นั ในปี 1928 บรรดา ผผู้ ลิตถ่านไฟฉายในอเมริกาและ ตวั แทนรัฐบาลจึงมาประชุมกนั เพ่อื กาหนดขนาดถ่านไฟฉายให้ เป็นมาตรฐานเดียวกนั เพอ่ื ความ สะดวกในการผลิตและการใชง้ าน ของผบู้ ริโภค ซ่ึงตกลงกนั วา่ จะใช้ ตวั อกั ษรเป็นสัญลกั ษณ์ โดยเรียงจากเลก็ ไปหาใหญ่ กล่าวคือ คพั A เล็กท่ีสุด เอย๊ ไมใ่ ช่ ถ่านขนาด A เป็น ขนาดเลก็ สุด จากน้นั จึงเรียงข้ึนไปเป็น B, C, D ตามลาดบั ต่อมาในปี 1959 จึงไดม้ ีการเพิ่มถ่านขนาดเลก็ กวา่ A คือ AA และ AAA ข้ึน เพื่อใชก้ บั เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้ าขนาดเล็ก แลว้ ถ่านขนาด A B หายไปไหน คาตอบก็คือ เกิดจากการพฒั นาเทคโนโลยเี คร่ืองใชไ้ ฟฟ้ าใหก้ ินไฟนอ้ ยลง จึงทาใหถ้ ่านขนาดกลางอยา่ ง A กบั B เริ่ม เส่ือมความนิยมลงไป อยา่ งเช่น ถ่านขนาด B แตเ่ ดิมน้นั ออกแบบมาสาหรับใชก้ บั วทิ ยทุ ่ีใชห้ ลอดสุญญากาศ เป็นหลกั แต่ต่อมาเม่ือวทิ ยแุ บบหลอดสุญญากาศไม่มีการผลิตกนั อีก จึงทาใหก้ ารใชง้ านถ่านขนาด B ลด นอ้ ยลงไป ส่วนถ่ านขนาดใหญ่อยา่ ง C หรือ D นน่ั ยงั มีความจาเป็นอยู่ เพราะยงั มีอุปกรณ์ไฟฟ้ าอีกหลาย อยา่ งที่ตอ้ งการใชก้ าลงั ไฟมาก จึงทาใหถ้ ่านขนาดใหญย่ งั คงมีการใชง้ านกนั อยู่ และเมื่อถ่านขนาดกลางอยา่ ง A กบั B มีการใชง้ านลดลงเร่ือย ๆ ผผู้ ลิตจึงลดการผลิตถ่านท้งั สองขนาดลงไปเพ่ือลดสายการผลิต ผผู้ ลิต เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้ าจึงตอ้ งออกแบบอุปกรณ์ของตนใหใ้ ชง้ านกบั ถ่านขนาดอื่นท่ียงั มีการผลิตจาหน่ายในตลาด เช่น ถา้ ตอ้ งการถ่านขนาดเล็กกจ็ ะลดลงไปใหใ้ ชก้ บั ถ่านขนาด AA หรือ AAA ไปเลย หรือถา้ ตอ้ งการถ่าน ใหญ่ก็อพั ข้ึนไปใชก้ บั ถ่าน C ไปเลย ในที่สุดที่อเมริกาจึงมีการยกเลิกการผลิตถ่านขนาด A กบั B ไปในท่ีสุด อยา่ งไรก็ตามแมว้ า่ ถ่านขนาด A กบั B จะไมม่ ีวางจาหน่ายทวั่ ไปแลว้ แตย่ งั สามารถพบถ่านขนาด A กบั B ไดบ้ า้ ง อยา่ งเช่นในยุโรป ถ่านขนาด B ใชก้ บั โคมไฟหนา้ รถจกั รยาน ส่วนถ่านขนาด A ยงั คงพบไดใ้ น คอมพวิ เตอร์โนต้ บุค๊ บางรุ่น

เร่ืองน่ารู้กับครูนกอูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องที่ 321 ช่วงน้ีมี ข่าวเกี่ยวกับบริษัทหัวเว่ย ทราบไหมครับว่า จริงๆแล้ว ช่ือ บริษทั น้ีอ่านวา่ อะไร และหมายความว่าอย่างไร เร่ิมจากโลโก้ ของ Huawei โลโกท้ ี่เราเห็นน้นั เป็ นรูปพระอาทิตยท์ ่ีส่องแสง ออกมา 8 แฉก คนจีนจะนบั ถือเลข 8 มาก เราจะเห็นเลข 8 ใน ส่ือของ Huawei อยบู่ ่อยคร้ัง ส่วน Huawei น้นั ออกเสียงวา่ \"ฮว๋า เหวย\" 华 Hua หมายถึงคนจีน, 为 Wei หมายถึงเพ่ือ รวม ความหมายคือ เพื่อประเทศจีน น่ันเองครับ ซ่ึ งคนไทยจะ เรียกวา่ \"หวั เวย่ \" กไ็ ม่ผดิ ครับ เร่ืองน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองท่ี 322 วนั น้ีขอเสนอท่ีมาของของคาว่า 18 มงกุฎ คาวา่ 18 มงกุฎ เดิมทีหมายถึง วานร 18 มงกุฎ เป็ นวานรท่ีมาจากสองเมืองคือ เมืองขีดขินของสุครีพ และเมืองชมพู ของทา้ วมหาชมพู วานรสิบแปดมงกุฏน้ีแต่เดิมกค็ ือเทวดา 18 องค์ ที่อาสามาช่วยพระนารายณ์ตอนอวตารมา เป็ นพระรามน้นั เอง มูลเหตุที่ทาให้คาดีๆว่า \"สิบแปดมงกุฎ\" กลายความหมายมาเป็ นคาไม่ดีน้นั มีที่มาจาก เหตุการณ์ในสมยั รัชกาลท่ี 6 ไดม้ ีกลุ่มนกั เลงการพนนั ใหญ่ที่ถือวา่ มีช่ือเสียงโด่งดงั ในยุคน้นั ตามร่างกายจะ นิยมสกั รูปมงกุฎ จนเป็นท่ีมาของสานวน \"สิบแปดมงกุฎ\"ในทางร้าย ท่ีหมายถึง พวกนกั เลงการพนนั พวกท่ี มีเล่ห์เหล่ียมกลโกง นกั ตม้ ตุ๋น ซ่ึงพลอยทาให้ช่ือเสียงเกียรติคุณดีๆของวานรสิบแปดมงกุฎ(เทวดา)เลือน

หายไปและกลายความไปในท่ีสุด ในหนงั สือ \"สานวนไทย\" ของ ขุนวจิ ิตรมาตรา เขียนไวว้ า่ สิบแปดมงกุฎ นามาใชเ้ ป็ นสานวนในสมยั พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยูห่ วั เมื่อมีนกั เลงการพนนั ใหญ่ลือช่ือพวก หน่ึง กล่าวกันว่าเป็ นนกั เลงช้ันยอด สักตามตวั เป็ นรูปมงกุฎ จึงเรียกว่า สิบแปดมงกุฎ ตามเรื่องราวใน รามเกียรต์ิ จากน้นั ถา้ ใครเป็นนกั เลงการพนนั ก็เลยเรียกวา่ สิบแปดมงกุฎ ทุกวนั น้ี สิบแปดมงกุฎมิใช่สานวน ที่ใช้เรียกพวกนักเลงพนันเท่าน้นั แต่ใช้เรียกพวกมิจฉาชีพท้งั หลาย เป็ นสานวนท่ีพบเห็นบ่อยมากตาม ส่ือมวลชนต่าง ๆ ซ่ิงมีความหมายถึงพวกท่ียกั ยอก ตม้ ตุ๋น หลอกลวงให้ผูอ้ ่ืนหลงเชื่อแล้วยกั ยา้ ยถ่ายเท ทรัพยส์ ินผอู้ ่ืน. โดยวานรท้งั 18ตน มีรายนามดงั น้ี1 เกยรู , 2 โกมุท, 3 ไชยามพวาน ,4 มาลุนทเกสร, 5 วิมล วานร, 6 ไวยบุตร,7 สัตพลี, 8 สุรกานต์, 9 สุรเสน, 10 นิลขนั ,11 นิลปานนั ,12 นิลปาสัน, 13 นิลราช ,14 นิลเอก ,15 วสิ นั ตราวี ,16 กุมิตนั ,17 เกสรทมาลา ,18 มายรู เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองที่ 323 วนั น้ีจะมีศึกแดงเดือระหวา่ ง หงส์แดง กบั ปี ศาจแดง แต่จริงๆแลว้ สัตวส์ ัญลกั ษณ์ของลิเวอร์พูล ไมใ่ ช่หงส์ สาหรับใครท่ีเป็ น แฟนหงส์แดง ตวั จริงน้ันย่อมตอ้ งรู่แน่ ว่าตราสัญลกั ษณ์ ของ สโมสรลิเวอร์พลู อนั เป็ นท่ีรักน้นั เป็ น สัตว์ อะไร ระหว่าง หงส์ หรือ นก จริงๆ แลว้ ตราสัญลกั ษณ์ ของสโมสรลิเวอร์พูลก็ คือ นก หรือ ลิเวอร์เบิร์ด (liver bird) นก ชนิดน้ีไมม่ ีอยจู่ ริง! ซ่ึงแทจ้ ริงแลว้ สัญลกั ษณ์ ไลเฝอร์เบิร์ด เป็ นสัญลกั ษณ์ของมือง Liverpool อุตสาหกรรม หนกั ต้งั แต่เก่าก่อน ใชป้ ระกอบเรือสินคา้ และเรืออื่นๆ ท่ีมีขนาดใหญ่ และเปลวไฟท้งั 2 ดา้ น เป็ นการไว้ อาลยั ใหก้ บั ผเู้ สียชีวติ ในโศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร่ เมื่อปี 1989 ส่วนซุม้ ประตูที่อยเู่ หนือวลีเด็ด “You’ll never walk alone” มีชื่อเรียกวา่ “ประตู บิลล์ แชงคลี่ย”์ ซ่ึงเป็ นประตูทางเขา้ สนามแอนฟิ ลด์ดว้ ย ตอ้ งยอ้ นไปเมื่อ 700 ปี ก่อน พระเจา้ จอห์น ในในศตวรรษท่ี 13 โปรดให้เมือง Lerpoole (หรือ Liverpool ท่ีเพ้ียนมาใน ปัจจุบนั ) ไดป้ กครองตนเอง ดงั น้นั จึงตอ้ งมีตราประทบั ประจาเมือง ซ่ึงในคร้ังน้นั เช่ือวา่ พยายามที่จะใช้ นก อินทรี เป็นตราสญั ลกั ษณ์มากกวา่ ในปี 1797 ลิเวอร์พลู ไดพ้ ฒั นาตวั เองข้ึนเป็ นเมือง ตราประจากองทหารใน สมยั น้นั เป็ นรูปนก Cormorant คาบสาหร่ายทะเล ที่เรียกวา่ laver ซ่ึงต่อมาไดแ้ ผลงเป็ นช่ือเมือง = Liver นก Cormorant น้ีทารังอยใู่ กลบ้ ริเวณท่าเรือแถวเมืองลิเวอร์พูลโดยใชส้ าหร่ายเป็ นส่วนประกอบหน่ึงใ นการทา รัง เขา้ ใจวา่ Liver Birds ท่ีพดู ถึงกนั ทวั่ ไปน่าจะเป็ นเจา้ นก Cormorant น่ีเองเม่ือสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ก่อต้งั ในปี 1892 นก Liver Bird ก็ถูกนามาใชเ้ ป็ นสัญลกั ษณ์ของสโมสรหลงั จากท่ีแยกออกมาจาก Everton ตามสัญลกั ษณ์ของเมืองจนถึงปัจจุบนั นก Cormorant น้ี ภาษาไทยเรียกว่า “นกกาน้า” ครับ อยู่ในวงศ์ Phalacrocoracidae ซ่ึงในประเทศไทยมี 3 ชนิด คือ นกกาน้าใหญ่, กาน้าปากยาว และ กาน้าเล็ก ถา้ จะแปล เป็นไทยใหใ้ กลเ้ คียง ควรเรียกนกกาน้าแดงนะครับ อิอิ

เรื่องน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องที่ 324 House และ Home ต่างกนั อยา่ งไร? บา้ นคือหน่ึงใน ปัจจยั 4 ท่ีสาคญั สาหรับมนุษย์ ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนาน ขนาดไหนบา้ นก็ยงั คงเป็ นสิ่งที่ จาเป็นเสมอสาหรับมนุษย์ บา้ น ในภาษาองั กฤษท่ีคุน้ หูและคุน้ ชินซ่ึงสามารถได้ยินบ่อยและ ใช้บ่อยก็คือคาว่า House และ Home แต่แทจ้ ริงแลว้ หลายคน คงสงสัยว่าท้งั สองคาน้ีมีความหมายที่ค่อนขา้ งจะเหมือนกนั แลว้ ทาไมบางคร้ังใช้คาว่า House แทนคาว่า Home ไมไ่ ด้ วนั น้ีบริติช เคานซิล มีคาตอบใหก้ บั คุณ House คาน้ีน้นั มีความหมายซ่ึงแปลวา่ บา้ น แต่มกั จะใชใ้ นส่ิงที่เก่ียวขอ้ งในเชิงของส่ิงปลูกสร้างเช่นบา้ นอิฐ และยงั คงมีความหมายถึงบา้ นซ่ึงเป็นที่อยอู่ าศยั เช่นกนั เช่น my House is located at Siam Square. Home น้นั ก็มีความหมายเช่นเดียวกบั คาวา่ House ซ่ึงแปลวา่ บา้ นเช่นเดียวกนั แต่อีกความหมายหน่ึงของคา วา่ Home น้นั มีความหมายท่ีลึกซ้ึงมากกวา่ คาวา่ House เพราะ Home น้นั ใชใ้ นการแสดงถึงความผกู พนั ธ์ซ่ึง มีความหมายในเชิงความรู้สึกหรือนามธรรมนน่ั เองจนบางคร้ังเราอาจไดย้ นิ คาวา่ Let’s go home! แทนท่ีจะ เป็น Let’s go house! รู้ความหมายของคาที่ดูแลว้ อาจจะเหมือนแต่ให้ความต่างกนั โดยสิ้ นเชิงแลว้ ก็อยา่ ลืม นาความหมายน้ีไปฝึกพดู เพ่ือเพม่ิ ทกั ษะภาษาองั กฤษใหถ้ ูกตอ้ งกนั เรื่องน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องที่ 325 วนั น้ีขอเสนอที่มาของสานวน\"ข้ึนคาน\" ซ่ึงหมายความ ถึงหญิงที่มีอายเุ ลยวยั สาวแลว้ แต่ยงั ไม่ไดแ้ ตง่ งาน เป็ นคา ท่ีมีนยั ตาหนิ เพราะแต่โบราณมานิยมใหผ้ ูห้ ญิงแต่งงาน เพ่ือให้มีผูด้ ูแลและป้ องกนั ภยั ไม่โดดเด่ียว คร้ังอดีต วิถี ไทยใกล้ชิดแม่น้าลาคลอง บา้ นเรือนส่วนใหญ่หนั หน้า หาสายน้ามีเรือเป็ นพาหนะสาคญั พาสัญจรไปมา คร้ัน เมื่อใชน้ านเขา้ เรือมีอนั เกิดชารุดเสียหายตอ้ งซ่อม ยามจะ ซ่อมตอ้ งยกข้ึนมาบนบกซ่ึงทาท่ีรับเรือรอไวแ้ ลว้ ท่ีรับ เรือน้ันเรียกว่า \"คาน\"อาศยั อรรถาธิบายจากขุนวิจิตร มาตรา ปราชญภ์ าษาไทย ท่านว่า สานวน \"ข้ึนคาน\" มา จากเรียกเรือที่ยกข้ึนพาดไวบ้ นคานเพื่อซ่อมรอยร่ัว ยา ชนั ทาน้ามนั ใหม่ ในตอนน้นั เรือใชป้ ระโยชน์ไม่ได้ คา้ ง

เต่ิงอยบู่ นคาน เรียกวา่ ข้ึนคานต่อมาจึงนาคาวา่ ข้ึนคาน เป็ นสานวนเรียกสตรีผถู้ ึงวยั มีลูกมีผวั แลว้ แต่ยงั เล่น เน้ือเล่นตวั ไม่ยอมตกร่องปล่องชิ้นมีคู่เสียที จึงถูกนาไปเปรียบเทียบกบั เรือถา้ เรือรั่วหรือชารุดเสียห าย เจา้ ของนาข้ึนมาซ่อมบนบก ก็ตอ้ งทาคานสาหรับรองเรือไว้ เรือท่ีข้ึนคานจึงอยู่ห่างน้า เม่ือเรือห่างน้าก็ เหมือนเสือห่างป่ าจะมีคุณค่าอนั ใดคนไทยแต่โบราณ จึงนาเอาคาวา่ ข้ึนคานมานิยามหญิงที่ยงั ไม่แต่งงานจน ล่วงเลยวยั สาวไปแลว้ นนั่ เองปล. Jones, G.W. นกั วจิ ยั ของสถาบนั วิจยั เอเชีย มหาวทิ ยาลยั แห่งชาติสิงคโปร์ ไดส้ ารวจอตั ราการครองโสดของบรรดาสาวใหญ่วยั 40-44 ปี ท่ีอาศยั อยตู่ ามเมืองหลวง หรือเมืองสาคญั ใน 8 ประเทศของเอเชีย ประกอบดว้ ย ไทย พม่า สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง ฟิ ลิปปิ นส์ เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย ผลการสารวจ สาวใหญว่ ยั 40-44 ปี ใน กทม. มีอตั ราการครองโสดสูงที่สุดถึง 19.9% เลยทีเดียว เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่องท่ี 326 สังคมไทยในปัจจุบนั มีผชู้ ายตุง้ ติ้งเยอะมากและมีมา นานแสนนาน ดงั คาวา่ กระเทย แต่ในทศวรรษที่แปดสิบ ซ่ึงสังคมเร่ิมเปิ ดใจกวา้ งมากข้ึน บุคคลเหล่าน้ีเริ่ม เปิ ดเผยตนมากข้ึนเร่ือยๆ จนมีคาเรียกคาใหม่ให้กบั เขาเหล่าน้นั วา่ \"ตุ๊ด\" ซ่ึงเป็ นคาฝรั่ง แต่ไปตรวจดูในคา แสลงที่ฝรั่งเรียกผูช้ ายตุง้ ติ้ง เช่นคาวา่ Fag หรือ Queer หรือ Drag Queen ไม่มีคาว่า \"ตุ๊ด\" รวมอยดู่ ว้ ย ถา้ จะให้ผมเดาคาว่า \"ตุ๊ด\" น่าจะมาจากหนังฝร่ังท่ีชื่อ ทุดซ่ี หรือTootsie (1982) ที่มีตวั เอกแสดงเป็ นชาย ปลอมตวั เป็ นหญิงมากกว่า ซ่ึงถือว่าเป็ นพฒั นาการของคาแสลงท่ียงั อยู่กบั สังคมไทยจนมาถึงทุกวนั น้ี Tootsie เป็ นหนงั ท่ีกากบั โดย Sydney Pollock ผูก้ ากบั ท่ีผลงานของเขาเป็ นท่ีรู้จกั ของแฟน หนงั ชาวไทยเป็ นอยา่ งดี เช่น 1. Out of Africa (1985) 2.The Firm (1933) 3. Sabrina (1995) 4. The interpreter (2005) ภาพยนตร์เร่ือง Tootsie ไม่มีอะไรเก่ียวกบั พวกรักร่วมเพศ แม้แต่น้อย เพราะเป็ นเรื่องของหนุ่มนามว่า Michael Dorothy นกั แสดงที่ประสบความ ลม้ เหลวไม่ไดร้ ับเขา้ แสดงในหนงั หรือละคร เรื่องไหนเลย จวบจนเขาปลอมตวั เป็ นผหู้ ญิงภายใตช้ ่ือ Dorothy Michaels จึงไดร้ ับการเขา้ แสดงในละคร โทรทศั น์ เรื่องหน่ึงจนประสบความสาเร็จอย่างสูงสุด แต่แล้วเขาก็ได้สนิทสนมและตกหลุมรักกบั Julie Nichols ดาราสาวเพื่อนร่วมแสดง (แสดงโดย Jessica Lange) ในขณะที่ฝ่ ายหลงั กลบั รัก ใคร่ชอบพอเขาใน ฐานะเพ่ือนหญิงที่แสนดี เพ่ือการดารงไวท้ ้งั สถานะการงานและความรักท่ีขดั แยง้ กนั เอง เขาจะทาอย่างไร ตอ่ ไปภาพยนตร์เร่ืองน้ีไม่ไดใ้ หค้ นดูแค่ความตลกเพียงอยา่ งเดียว หากแต่ไดแ้ สดงใหเ้ ห็นถึงทศั นคติของคน อเมริกนั ในยุคทศวรรษท่ีแปดสิบเก่ียวกบั เร่ืองเพศ นน่ั คือ ความเท่าเทียมกนั ระหวา่ งชายกบั หญิง จนหนัง ตลกเร่ืองน้ีได้รับการยกให้เป็ นหนังท่ียิ่งใหญ่เป็ นอนั ดบั ที่ 62 ในรอบหน่ึงร้อยปี ของสมาคมภาพยนตร์ อเมริกนั และเป็นหนงั ตลกย่ิงใหญ่เป็ นอนั ดบั 2 รองจากเรื่อง Some like It Hot ท่ีแสดงโดย Marilyn Monroe

คงไมต่ อ้ งบอกวา่ พอหนงั เขา้ มาเมืองไทยแลว้ มนั จะเป็นอยา่ งไรต่อไป..........โกยเงินสิ พร้อมกาเนิดศพั ทใ์ หม่ อีก คือคาวา่ \"ตุด๊ ซ่ี\" เร่ืองน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เรื่อง ที่ 327 วนั น้ีไดน้ งั่ ทาเอกสารตรวจสอบวฒุ ิ โรงเรียนหลายแห่งมกั จะมีคาลงทา้ ยดว้ ย วทิ ยาคม วทิ ยายน วทิ ยาคาร วทิ ยานุสรณ์ คา เหล่าน้ีหมายความวา่ อยา่ งไร วทิ ยา = ความรู้ (เป็นคาต่อทา้ ยวชิ าตา่ ง ๆ หลาย วชิ า เช่น กีฏวทิ ยา ธรณีวทิ ยา สงั คมวทิ ยา ฯลฯ) พิทยา = เป็นคาเดียวกบั วทิ ยา (คาท่ีมาจากภาษา บาลีสันสกฤตหลายคาท่ีใชต้ วั ว กบั พ ส่วนมาก เป็นคาเดียวกนั ) วทิ ยาคม, วทิ ยายน = วทิ ยา + อาคม, วทิ ยา + อายน = การมาถึงของวชิ าความรู้ (อาคม, อายน แปลวา่ การ มาถึง อยา่ งเช่นท่ีต่อทา้ ยชื่อเดือนท้งั หลาย) วทิ ยาคาร = วทิ ยา + อาคาร = สถานท่ีแห่งวชิ าความรู้ วทิ ยาลยั = วทิ ยา + อาลยั = สถานท่ีแห่งวชิ าความรู้ วทิ ยานุสรณ์ น่าจะมาจาก วทิ ยา + อนุสรณ์ อนุสรณ์ = ท่ีระลึกถึง น่าจะหมายถึงโรงเรียนท่ีก่อต้งั ข้ึนเป็นที่ ระลึกถึงบุคคลหรือเหตุการณ์ใด พิทยานุกลู = พทิ ยา = ความรู้ + อนุกลู = เก้ือกลู , สงเคราะห์ = สถานที่ที่เก้ือกลู ความรู้ เร่ืองน่ารู้กับครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองท่ี 328 วนั น้ีขอนาเสนอที่มาของสาวโคโยต้ี โคโยต้ี น้นั คือ สัญลกั ษณ์ของสาวนักเต้น มนั มีท่ีมาคือ เดิมที coyote เป็นช่ือของหมาป่ าพนั ธุ์หน่ึง อุปนิสัยของมนั คือเมื่อมนั ถูกกบั ดกั มนั มกั ดิ้นจนหลุดแมว้ ่าขาตวั เองจะขาดก็ยอม ผวู้ างกบั ดกั มกั พบเศษขาของหมาป่ าโคโยต้ีติดอยทู่ ่ีกบั ดกั เสมอๆ มนั จึงถูกนามาเป็ นสัญลกั ษณ์ของสาวนัก เตน้ โดยเติมคาว่า Ugly ต่อทา้ ยเป็ น Coyote Ugly มี ความหมายในเชิงศพั ทแ์ สลงที่ไม่ค่อยจะดีต่อผถู้ ูกเรียก เท่าไหร่ เพราะสาวๆ เหล่าน้ีมกั ร่วมหลบั นอนกบั ลูกคา้ ท่ีมาดูพวกเธอเตน้ เม่ือต่ืนเชา้ มาก็พบวา่ สาวๆพวกน้ีไม่ไดม้ ีหนา้ ตาที่สวยเหมือนตอนเตน้ บนเวทีเมื่อคืนน้ีเลย พวกผชู้ ายจึงพยายามจะหนีสุดชีวติ เพราะรับไม่ไดท้ ี่มีเซ็กส์กบั คนหนา้ ปลวก คลา้ ยๆ พฤติกรรมของหมาป่ า

โคโยต้ี ดงั น้นั คาว่า โคโยต้ี น้ันมนั จึงถูกนามาใช้เรียกพฤติกรรมของหมา และ ของผูช้ ายนนั่ เอง ไม่ได้ หมายถึง สาวนกั เตน้ อยา่ งที่คนไทยเรียกกนั แต่อยา่ งใด ส่วนในประเทศไทยคาว่ า โคโยต้ี แพร่หลายก็ตอนท่ี หนงั ดงั อยา่ ง Coyote Ugly เขา้ ฉาย วา่ กนั วา่ กาเนิดโคโยต้ีท่ีเอามาใชเ้ รียกสาวนกั เตน้ ในบา้ นเราเกิดข้ึนคร้ัง แรกท่ีบาร์แถว สุขมุ วทิ 24 ราวๆ ปี 2545 โดยนบั จากน้นั มาคนไทยก็เรียกสาวแดนซ์เซอร์ที่เตน้ ในผบั ในบาร์ วา่ โคโยต้ี ซ่ึงตอ้ งทาความเขา้ ใจดว้ ยวา่ ถา้ ไปเรียกสาวๆ ฝร่ังนกั เตน้ วา่ \"คุณคือโคโยต้ี\" ก็อาจจะโดนพวก หล่อนตบหนา้ แหกเอาได้ จริงๆ ภาษาองั กฤษเรียกวา่ ไคโยต้ี ท่ีคนไทยกาลงั เรียก โคโยต้ี กนั อยู่น้ีคือ ภาษา สเปน ท่ีเพ้ียนไปจากภาษาองั กฤษอีกทีนนั่ เอง เร่ืองน่ารู้กบั ครูนกฮูก กศน.เขตหนองแขม เร่ืองท่ี 329 จากสานวนไทยท่ีวา่ “อยา่ ขดู เลือดกบั ป”ู ซ่ึงหมายถึง การบงั คบั หรือขเู่ ข็ญเพ่ือเอาผลประโยชนก์ บั ผทู้ ่ีไม่มีความสามารถที่จะใหส้ ่ิงท่ีตอ้ งการได้ เช่น การรีดไถเงิน จากคนที่มีความยากจน อาจเป็นส่วนหน่ึงที่ทาใหค้ นไทยหลายคนเขา้ ใจวา่ ปูเป็ นสตั วท์ ี่ไม่มีเลือด ซ่ึงขดั กบั ขอ้ มลู ทางวทิ ยาศาสตร์ที่บอกวา่ ปนู ้นั มีเลือด ดงั น้นั วนั น้ีเราจะมาดูกนั นะคะวา่ แทจ้ ริงแลว้ ปนู ้นั มีเลือด หรือไม่ แลว้ ถา้ มี ทาไมถึงไมเ่ ป็นสีแดงเหมือนกบั มนุษยห์ รือสตั วอ์ ่ืน ๆ มารู้จกั “ป”ู กนั ก่อน ปูเป็นส่ิงมีชีวติ ท่ีจดั อยใู่ นกลุ่มอาร์โทรพอด (Arthropod) ไฟลมั อาร์โทรโพดา (Phylum Arthropoda) หรือเรียกวา่ สตั วข์ าขอ้ ซ่ึงหมายถึงมีรยางคต์ ่อกนั เป็ นขอ้ ๆ โดยสตั วก์ ลุ่มน้ีมีจานวนมากท่ีสุดใน บรรดาไฟลมั ต่าง ๆ (ประมาณ 1,200,000 ชนิด หรือกวา่ 80% ของ อาณาจกั รสัตว)์ และสาเหตุที่ปถู ูกจดั ใหอ้ ยใู่ นไฟลมั อาร์โทรพอดเนื่องจาก ปมู ีรูปร่างแบบสมมาตร (สามารถผา่ ซีกออกมาเป็ นสองส่วนที่เหมือนกนั ได)้ และมีเน้ือเยอื่ 3 ช้นั พร้อมกบั ช่องตวั แบบแทจ้ ริง ส่วนอกและส่วนหวั ไม่สามารถแยกออกจากกนั ได้ มี ทางเดินอาหารแบบสมบรู ณ์ มีระบบเลือดแบบเปิ ด กล่าวคือ เลือดอยภู่ ายในหวั ใจและเส้นเลือดเพยี งช่วงเวลา หน่ึงเทา่ น้นั ตา่ งกบั ระบบไหลเวยี นเลือดแบบปิ ดของมนุษยท์ ่ีเลือดจะอยภู่ ายในหวั ใจและเส้นเลือด ตลอดเวลา ซ่ึงเหล่าน้ีเป็นลกั ษณะสาคญั อยา่ งหน่ึงของส่ิงมีชีวติ ในไฟลมั อาร์โทรพอด นอกจากน้ี \"ป\"ู ยงั มี สารจาพวกไคทิน (Chitin) ซ่ึงเป็นส่วนแขง็ ที่ห่อหุม้ รอบตวั ดงั น้นั มนั จึงตอ้ งมีการลอกคราบเพ่อื การ เจริญเติบโต โดยกาจดั เปลือกเก่าออกไป และสร้างเปลือกข้ึนมาห่อหุม้ ตวั มนั เองใหม่ ซ่ึงเปลือกใหมน่ ้ีจะมี ขนาดใหญก่ วา่ เปลือกเดิม ตกลงแลว้ ปมู ีเลือดหรือไม่? เน่ืองจากปูเป็นสัตวท์ ่ีอยใู่ นกลุุ่มอาร์โทรพอด ซ่ึงจะมีลกั ษณะท่ีสาคญั อีกอยา่ งหน่ึงของสัตวใ์ นไฟลมั น้ี คือ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook