Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้

Published by jobchu, 2020-09-08 12:12:34

Description: รายวิชาพื้นฐาน การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

Search

Read the Text Version

แบบประเมนิ พฤติกรรมการเรียนรู้ วชิ า การงานอาชีพและเทคโนโลยี เรอ่ื ง .................................................... ชั้น ......./........ ลำดบั ชื่อ-นามสกุล ความต้งั ใจ การตง้ั การทำ ส่งงาน มาเรียน รวม ปรบั ท่ี ม่งุ มั่น คำถาม กจิ กรรม ในเวลา สม่ำเสมอ คะแนน คะแนน ตอบ กลมุ่ ที่ (๔) คำถาม (๔) กำหนด (๔) (๒๐) (๑๐) (๔) (๔) ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘. .... หมายเหตุ ๑. แบบประเมินนี้ใชไ้ ด้ตลอดภาคเรียน ๒. เกณฑ์การประเมนิ ผู้ประเมิน............................................................... ()

แบบประเมินการนำเสนอผลงานหน้าช้นั เรยี น กลุ่มท.ี่ ........ เร่อื ง..................................................... ชน้ั ......./........ คำช้ีแจง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วทำเครื่องหมาย ✓ ลง ในชอ่ งวา่ งท่ีตรงกับระดบั คะแนน ลำดับท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน ๔๓๒๑ ๑. ความถูกต้องของเน้อื หา ๒. ความคดิ สรา้ งสรรค์ ๓. วิธกี ารนำเสนอผลงาน ๔. การนำไปใช้ประโยชน์ ๕. การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผ้ปู ระเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงผลงานสมบูรณ์ชดั เจน ให้ ๔ คะแนน ปฏบิ ัติหรือแสดงผลงานมขี ้อบกพร่องบางสว่ น ให้ ๓ คะแนน ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงผลงานมีข้อบกพรอ่ งเปน็ ส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัตหิ รือแสดงผลงานมีขอ้ บกพร่องมาก ให้ ๑ คะแนน เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ระดบั คะแนน ระดบั คุณภาพ ๑๘ - ๒๐ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรบั ปรงุ

แบบประเมนิ สมุดบนั ทึกความรู้ เกณฑ์การประเมนิ สมดุ บันทึกความรู้ การใหค้ ะแนน/ระดบั คะแนน ปรบั ปรงุ (๑) พอใช้ (๒) ดี (๓) ดีมาก (๔) บันทกึ ข้อมูลไมถ่ ูกต้อง บันทึกมีข้อมลู แต่ยังไม่ บนั ทกึ มีความถูกต้อง บนั ทกึ มีความถูกตอ้ ง ครบถ้วนสมบูรณ์ สมบูรณ์พอสมควร ชัดเจนครบถว้ นสมบูรณ์ แบบประเมินชิ้นงาน เกณฑก์ ารประเมินชน้ิ งาน การใหค้ ะแนน/ระดบั คะแนน ปรับปรุง (๑) พอใช้ (๒) ดี (๓) ดมี าก (๔) ผลงานมขี อ้ มูลไม่ถูกต้อง ผลงานมีขอ้ มูลแตย่ งั ไม่ ผลงานมคี วามถูกต้อง ผลงานมีความถูกตอ้ ง ตามจุดประสงค์ของ ครบถว้ นสมบรู ณ์ตาม สมบรู ณพ์ อสมควรตาม ชัดเจนครบถว้ นสมบรู ณ์ กจิ กรรม ขาดความคิด จดุ ประสงค์ของกจิ กรรม จุดประสงคข์ องกิจกรรม ตามจดุ ประสงคข์ อง สรา้ งสรรค์ ไม่มี ผลงานมคี วามคิด ภาพประกอบ สรา้ งสรรค์เลก็ น้อย มี ผลงานมีความคิด กิจกรรม ผลงานมีความคิด ภาพประกอบ แต่ขาด ความสอดคล้องกับข้อมูล สร้างสรรค์ มี สร้างสรรค์ มี ภาพประกอบสวยงาม ภาพประกอบ สวยงาม สอดคล้องกบั ข้อมูลชดั เจน สอดคลอ้ งกับข้อมลู ชดั เจน

แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ จงตอบคำถามต่อไปนใี้ ห้ถกู ต้อง ๑. การแสวงหาความรู้แบบใดที่เกิดขน้ึ ได้ตลอดเวลาและทุกสถานที่ ๒. การบันทึกข้อมลู ความรู้ทำได้กร่ี ูปแบบ อะไรบา้ ง ๓. การพฒั นาการทำงานหมายความวา่ อย่างไร ๔. ผูท้ ่ีมที กั ษะการทำงานมลี ักษณะอยา่ งไร ๕. นกั เรียนชอบแสวงหาความร้จู ากแหลง่ ใดมากท่ีสุด เพราะเหตใุ ด ๖. ถ้าตอ้ งการพฒั นาการปลกู ผักสวนครัวให้เปน็ “สวนหย่อมสวนครัว” ตอ้ งแสวงหาความร้เู ร่อื งใดบา้ ง ๗. การจัดตกแตง่ บ้านมีหลักการสำคัญท่ีต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง ๘. เฟอร์นิเจอร์ (Furniture) ที่ใช้จัดตกแต่งบ้านมีอะไรบ้าง ๙. การจดั ตกแต่งบา้ นที่มี “ความเปน็ สากล” จะเนน้ ในเรือ่ งใดบา้ ง ๑๐. การดแู ลรักษาและตกแต่งสวนมีวิธีปฏบิ ตั ิอย่างไรบา้ ง ๑๑. การรดนำ้ ต้นไม้ต้องคำนึงถงึ เรอื่ งใดบา้ ง ๑๒. “พชื จะเจริญงอกงามหากไม่หา่ งตาเจา้ ของ” หมายความวา่ อย่างไร ๑๓. การตดั แตง่ กง่ิ ไม้ผลมปี ระโยชน์อย่างไร ๑๔. การจดั การผลผลติ พชื กับผลผลิตสตั ว์มวี ิธกี ารอยา่ งไร ๑๕. ความรู้เร่อื งการจัดการผลผลิตพืชและสัตว์มีประโยชนอ์ ย่างไร

เฉลยแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ จงตอบคำถามต่อไปนีใ้ ห้ถกู ต้อง ๑. การแสวงหาความรู้แบบใดที่เกดิ ข้นึ ไดต้ ลอดเวลาและทุกสถานท่ี การศกึ ษา ๒. การบนั ทกึ ข้อมลู ความรู้ทำได้ก่รี ูปแบบ อะไรบา้ ง ไฟลเ์ อกสาร ไฟล์รปู ภาพ ไฟล์เสยี งและไฟลว์ ดี ทิ ศั น์ ๓. การพฒั นาการทำงานหมายความว่าอยา่ งไร กระบวนการท่ีมุ่งเปล่ยี นแปลงหรือปรบั ปรุงวิธกี ารต่าง ๆ ที่เกีย่ วขอ้ งกับการทำงาน เพอื่ ใหก้ ารทำงานเปน็ ไป อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสดุ คือ ประหยัดเวลา ประหยัดแรงงาน ประหยัดต้นทุนและได้ผลงานตาม เปา้ หมายทตี่ ้องการ ๔. ผูท้ ่ีมีทกั ษะการทำงานมลี ักษณะอยา่ งไร สามารถทำงานใดงานหนง่ึ ได้อยา่ งรวดเรว็ คลอ่ งแคล่ว วอ่ งไว ถกู ต้อง แม่นยำ และเมื่อทำตอ่ ไปเร่อื ย ๆ จะมี ทกั ษะมากขึ้นจนกลายเปน็ ความเชีย่ วชาญ ผลงานทไี่ ดส้ มบูรณค์ รบถ้วน ทัง้ ดา้ นปรมิ าณและคุณภาพ เป็นทเ่ี ชอื่ ถอื และ ยอมรบั ของผูร้ ่วมงานและผเู้ ก่ียวขอ้ ง ๕. นกั เรียนชอบแสวงหาความรจู้ ากแหลง่ ใดมากทสี่ ุด เพราะเหตใุ ด พจิ ารณาจากคำตอบของนักเรยี นเป็นรายบุคคล ๖. ถ้าตอ้ งการพัฒนาการปลูกผักสวนครวั ให้เป็น “สวนหยอ่ มสวนครัว” ต้องแสวงหาความรเู้ ร่ืองใดบ้าง พันธผุ์ ักสวนครวั การใสป่ ๋ยุ การรดน้ำ การกำจดั วัชพืช ๗. การจัดตกแต่งบ้านมีหลักการสำคญั ที่ต้องคำนึงถงึ อะไรบ้าง ๑. ความเป็นส่วนตัว ๒. ความสะอาดเรยี บร้อย ๓. ความสะดวกสบาย ๔. ความปลอดภยั ๕. ความร่มรื่นสวยงาม ๖. ความสงา่ งาม ๗. ความเป็นสากล ๘. เฟอร์นิเจอร์ (Furniture) ทใ่ี ช้จัดตกแต่งบ้านมีอะไรบ้าง โต๊ะ เกา้ อ้ี ตู้ ช้นั วางของ เตียงนอน โคมไฟ หลอดไฟ สวติ ชไ์ ฟ ผา้ มา่ นและมู่ลี่ ๙. การจดั ตกแตง่ บ้านทม่ี ี “ความเปน็ สากล” จะเนน้ ในเร่ืองใดบ้าง ๑. ตอ้ งมสี ว้ มท่ีถูกสขุ ลักษณะและเพียงพอกบั จำนวนสมาชิก เช่น ครอบครัว ๕-๖ คน ต้องมสี ้วมอยา่ งน้อย ๑ แหง่ ๒. การกำจดั ขยะท่เี กิดขน้ึ จากครัวเรือนต้องเก็บรวบรวมไว้ในถังขยะที่ถูกหลักสุขาภิบาลและพ้นจากการ รบกวนของแมลงและสตั ว์เลี้ยง รวมทัง้ ไม่ก่อให้เกิดความรำคาญแกผ่ ู้อ่ืน ๓. การเกบ็ รักษาอาหาร ต้องมีการจดั เก็บอาหารไวใ้ นภาชนะบรรจอุ าหารที่ปลอดภัยปราศจากสง่ิ ปนเป้ือน หรอื สมั ผสั กบั สิง่ สกปรกต่าง ๆ

๔. ปลูกต้นไมไ้ ว้รอบบา้ นหรือปลูกไม้กระถางตามความเหมาะสมของพนื้ ท่เี พ่ือลดภาวะโลกรอ้ น ๑๐. การดแู ลรกั ษาและตกแต่งสวนมีวธิ ีปฏิบัติอย่างไรบา้ ง ๑. การรดน้ำ พิจารณาจากพนั ธุ์ไม้ทน่ี ำมาปลูกในสวนวา่ ต้องการน้ำมากหรือน้อย เช่น พชื จำพวกผักสวนครัว หรอื ไม้กระถางแขวนท่ีเปน็ พืชล้มลุก จะตอ้ งการน้ำมากในช่วงหน้าแล้งจึงต้องรดนำ้ ทุกวัน แตถ่ ้ามีแสงแดดจัด อากาศ แห้งมาก ต้องรดน้ำวันละ ๒ ครั้ง ในตอนเช้าและตอนเย็น เพื่อไม่ให้พืชชะงักการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตน้อยลง ส่วนต้นไม้ที่ปลูกลงดินจะรดน้ำก็ต่อเมื่อต้นไม้เกิดอาการขาดน้ำให้เห็น เช่น ใบเริ่มแสดงอาการเหี่ยว กิ่งก้านห้อยลง ในชว่ ง สว่ นสนามหญ้า ในช่วงสัปดาหแ์ รกของการปลูกหญ้าต้องรดน้ำวันละหลาย ๆ ครงั้ เพื่อใหห้ ญ้าเกิดรากและจับ ยึดกบั ดนิ ไดเ้ รว็ หากปลอ่ ยให้ขาดน้ำหญา้ จะเหี่ยวตายได้ ๒. การควบคุมความชืน้ ในดิน โดยใชป้ ุ๋ยหมกั ฟาง เปลอื กถัว่ เศษหญา้ แหง้ คลมุ ดิน ๓. การใสปุ๋ย เลอื กให้เหมาะสมกับพืชท่ีปลูก ๔. การพรวนดิน เพื่อทำให้ดินร่วนซุยและโปร่ง มีช่องว่างในเนื้อดิน ทำให้ดินสามารถดูดซับน้ำได้อย่าง เพียงพอ อากาศถ่ายเทไดส้ ะดวก และเปน็ การกำจดั วัชพืชไปในคราวเดียวกนั ๕. การป้องกนั กำจัดศัตรูพืช หากพบว่าตน้ ไม้ที่ปลูกเป็นโรคควรรกั ษาดว้ ยสารเคมหี รอื สมุนไพรตามสาเหตุ และอาการของโรค ยกเว้นโรคทเี่ กิดจากเช้อื ไวรสั ให้ทำลายทง้ิ ทันที ๑๑. การรดนำ้ ตน้ ไม้ต้องคำนึงถงึ เร่ืองใดบ้าง พนั ธ์พุ ชื ทป่ี ลูก ฤดกู าลปลูก สถานทีป่ ลูก ๑๒. “พชื จะเจริญงอกงามหากไม่หา่ งตาเจา้ ของ” หมายความวา่ อยา่ งไร การตกแต่ง ตัดแตง่ บำรุง ดูแลรกั ษาอย่างใกล้ชิดด้วยความเอาใจใส่ มีใจรักต้นไมแ้ ละรู้จักนสิ ยั ในการ เจริญเติบโตของต้นไม้ทีป่ ลูกเป็นอยา่ งดี ๑๓. การตดั แตง่ กง่ิ ไมผ้ ลมปี ระโยชนอ์ ย่างไร เพอ่ื กระตุ้นใหเ้ กิดดอกและผล และบำรงุ รกั ษากิ่งท่ีเสยี หายจากโรคหรอื แมลงเขา้ ทำลายจนก่ิงแห้งตาย ๑๔. การจัดการผลผลติ พชื กบั ผลผลิตสัตว์มวี ธิ ีการอย่างไร การจดั การผลผลติ จากสตั วม์ วี ิธกี ารดงั น้ี ๑. การทำความสะอาด ๒. การชำแหละ ๓. การแปรรูป ๔. การเก็บรักษา ๕. การบรรจุภณั ฑ์ ๖. การขนส่งและการตลาด ๑๕. ความรเู้ รอื่ งการจัดการผลผลิตพืชและสตั ว์มปี ระโยชน์อยา่ งไร ๑. สะดวกในการนำผลผลิตไปใชป้ ระโยชน์ ๒. สร้างความหลากหลายให้แกผ่ ลผลิต ๓. การเพ่ิมมลู ค่าใหผ้ ลผลติ ๔. ทำใหเ้ กบ็ ผลผลิตไว้บริโภคไดน้ าน ๕. สะดวกในการขนส่ง

๖. ลดปญั หาผลผลติ ทางการเกษตรลน้ ตลาด

แบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๑ การแสวงหาความรเู้ พือ่ พัฒนาการทำงาน จงเลอื กคำตอบทถ่ี กู ต้องท่ีสดุ เพียงคำตอบเดียว ๑. ความรเู้ ก่าของบรรพบุรุษทีเ่ รานำมาใชพ้ ฒั นาการทำงานต่างๆ จนสามารถสรา้ งเป็นองค์ความรูไ้ ดเ้ รียกวา่ อะไร ๑. เทคโนโลยี ๒. ภมู ิปญั ญา ๓. นวัตกรรม ๔. ความคดิ สร้างสรรค์ ๒. การแสวงหาความรูเ้ พ่อื พฒั นาการทำงานต้องใช้ทักษะอะไรเป็นพน้ื ฐานที่สำคญั ๑. ทกั ษะการอา่ น ๒. ทกั ษะการสืบคน้ ๓. ทกั ษะการคิด ๔. ทักษะการกฬี า ๓. การชมิ อาหารบางอย่างก่อนตัดสนิ ใจซื้อเป็นการแสวงหาความรดู้ ว้ ยวิธีใด ๑. การสงั เกต ๒. การคน้ คว้า ๓. การศกึ ษา ๔. การสำรวจ ๔. เดก็ ชายเบญจพลต้องการทำงานเกง่ และมที ักษะในการทำงาน ต้องฝึกทักษะในดา้ นใดให้มากข้ึน ๑. การศกึ ษา ๒. การค้นคว้า ๓. การสงั เกต ๔. การสำรวจ ๕. การจดั วางเครื่องมือ อุปกรณท์ ต่ี ้องใชง้ านประจำให้อยู่ใกลส้ ถานทีใ่ ช้งาน เป็นการคำนงึ ถึงหลกั การจัดตกแตง่ บ้านในข้อใด ๑. ความสะอาดเรยี บรอ้ ย ๒. ความเปน็ สว่ นตวั ๓. ความสะดวกสบาย ๔. ความปลอดภยั ๖. การตกแต่งบ้านท่ีมเี ดก็ เล็กต้องคำนงึ ถงึ หลักการจดั ตกแต่งบ้านในข้อใดมากทสี่ ุด ๑. ความปลอดภัย ๒. ความสะอาดเรยี บร้อย ๓. ความเปน็ ส่วนตัว ๔. ความเปน็ สากล ๗. หอ้ งใดทส่ี ามารถจดั ตกแต่งได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยร่วมกับผอู้ นื่ ๑. ห้องนำ้ ๒. ห้องครัว ๓. หอ้ งนง่ั เล่น ๔. หอ้ งนอน ๘. การจัดวางชดุ รับแขกสำหรบั หอ้ งขนาดเลก็ ควรจดั แบบใด ๑. จดั ชดุ รับแขกกลางห้อง ๒. จดั ชดุ รบั แขกชดิ กำแพงดา้ นใดด้านหน่งึ ๓. จดั ชุดรบั แขกตดิ กำแพง เข้ามมุ ทงั้ ๒ ด้าน ๔. จัดชดุ รบั แขกแบบใดกไ็ ด้ ๙. ปัจจัยสำคญั ในการเจริญเติบโตของพืชทุกประเภทคืออะไร ๑. ปุ๋ยอินทรีย์ ๒. ปุย๋ หมกั ๓. แสง ๔. นำ้ ๑๐. วธิ กี ารรดน้ำตน้ ไม้ในข้อใดที่ประหยัดน้ำ ประหยดั เวลา และแรงงาน

๑. การใช้ระบบนำ้ หยด ๒. การฉีดดว้ ยสายยาง ๓. การตักรด ๔. การใช้ระบบฉีดพ่นด้วยหัวฉีดสปรงิ เกลอร์ ๑๑. ปยุ๋ ชนิดใดทีผ่ อู้ าศัยอยใู่ นเขตชมุ ชนสามารถทำใช้เองได้ในครวั เรอื น ๑. ปุย๋ คอก ๒. ปุ๋ยพืชสด ๓. ปุ๋ยหมกั แบบน้ำ ๔. ปุย๋ หมกั แบบแห้ง ๑๒. ตอ้ งใสป่ ยุ๋ ใหอ้ ยูใ่ กล้รากมากท่สี ุดเพือ่ ให้พืชสามารถดดู ดงึ ไปใช้ประโยชน์ได้งา่ ยและเรว็ ทส่ี ุด เปน็ การใสป่ ุย๋ ประเภทใด ๑. ปุ๋ยจำพวกฟอสเฟต ๒. ป๋ยุ จำพวกไนโตรเจน ๓. ปุ๋ยจำพวกโพแทสเซียม ๔. ปุย๋ หมกั แบบน้ำ ๑๓. ไม่ควรรดน้ำต้นไม้เวลากลางวันทท่ี ่มี แี สงแดดจัด เพราะเหตุใด ๑. เพราะจะทำให้เกิดโรคจากเชือ้ รา ๒. เพราะจะทำใหเ้ กิดอาการเน่าเพราะแบคทเี รีย ๓. เพราะจะทำให้เกิดโรคจากเชื้อไวรสั ๔. เพราะจะทำใหเ้ กดิ อาการสำลักน้ำ ๑๔. การเปดิ น้ำประปาทง้ิ ไว้ในโอ่งอยา่ งน้อย ๑ คืน จงึ นำมารดนำ้ ตน้ ไม้เปน็ การแก้ปัญหาเรอื่ งใด ๑. แกป้ ญั หาน้ำกระด้าง ๒. แก้ปญั หาตะกอนในนำ้ ๓. แก้ปญั หาสารคลอรีนในน้ำ ๔. แกป้ ัญหาธาตุแคลเซยี มในน้ำ ๑๕. หากพบวา่ ต้นไม้เป็นโรคท่ีเกดิ จากเช้ือไวรสั ควรทำอย่างไร ๑. ทำลายท้งิ ทนั ที ๒. ทำความสะอาดบรเิ วณที่ปลูกโดยรอบ ๓. รักษาด้วยสารเคมีตามอาการของโรค ๔. ฉดี พ่นด้วยสมนุ ไพรตามอาการของโรค ๑๖. การจัดการผลผลิตพชื ในข้อใดที่ไม่สามารถล้างไดเ้ พราะจะทำใหส้ ีของผลเปลี่ยนไปหรอื เนา่ เสียได้ง่าย ๑. กะหลำ่ ปลี มะเขือเทศ ๒. มะเขือเทศ มะละกอ ๓. ตน้ หอม ผกั ชี ๔. พริก ฟกั ทอง ๑๗. ผลไม้ชนิดใดทนี่ ิยมเคลือบไขเพ่ือป้องกนั การระเหยของน้ำจากผวิ เปลือก ๑. กล้วย ๒. สม้ เขียวหวาน ๓. ชมพู่ ๔. แตงโม ๑๘. ตาขา่ ยโฟมเหมาะสำหรับทำบรรจภุ ัณฑ์ผลไม้ชนิดใด ๑. ฝรงั่ ๒. สม้ โอ ๓. ส้มเขียวหวาน ๔. มะมว่ งสุก ๑๙. การเกบ็ เก่ยี วพชื เพ่ือขนสง่ ในระยะทางไกลใหผ้ ลผลติ ไปถึงมือผ้บู รโิ ภคให้เร็วที่สดุ ข้อใดทำได้ถูกต้อง ๑. เก็บผลไมท้ สี่ ุกคาต้น ๒. เก็บผลไม้ท่ีแก่จัดแต่ไมส่ ุกจากต้น ๓. ตัดดอกไม้ที่บานเต็มท่ี ๔. เกบ็ ดอกไม้ทีบ่ านไม่เกนิ ๕๐ เปอรเ์ ซน็ ต์ ๒๐. ผลผลติ ปลาชนิดใดทน่ี ำมาแปรรปู เป็นทง้ั อาหารคาวและอาหารหวานได้ ๑. ปลานลิ ๒. ปลาสลิด ๓. ปลาช่อน ๔. ปลากะพง

๒๑. การติดต้ังไฟส่องสวา่ งบริเวณทางเดินและราวบันได เป็นการคำนงึ ถงึ หลกั การจดั ตกแตง่ บ้านในข้อใด ๑. ความสะอาดเรยี บร้อย ๒. ความปลอดภยั ๓. ความเป็นสากล ๔. ความสะดวกสบาย ๒๒. “บ้านของฝนทิพย์มีสมาชิกทั้งหมด ๔ คน จึงต้องมีห้องน้ำและห้องส้วมที่ถูกสุขลักษณะจำนวน ๑ ห้อง” จาก ข้อความนเ้ี ปน็ การคำนึงถงึ หลกั การจดั ตกแต่งบ้านในข้อใด ๑. ความปลอดภยั ๒. ความสะอาดเรียบร้อย ๓. ความเป็นสว่ นตัว ๔. ความเป็นสากล ๒๓. ข้อใดกลา่ วไม่ถูกตอ้ งในการจัดตกแต่งห้องนอน ๑. หวั นอนควรอยู่ทางทิศเหนือ ๒. ตเู้ ส้อื ผ้าควรวางชดิ ผนัง ๓. โต๊ะเขยี นหนังสอื ควรตั้งอยู่ใกลห้ น้าต่าง ๔. โต๊ะวางโทรทัศน์ควรต้ังอยู่หวั เตยี ง ๒๔. การใหน้ ้ำดว้ ยหวั ฉดี แบบสปริงเกลอร์เหมาะกับพชื ชนดิ ใด ๑. สนามหญ้า ๒. ไม้ยืนตน้ ทปี่ ลูกเป็นแถว ๓. ไมก้ ระถางแขวน ๔. ถูกต้องทกุ ข้อ ๒๕. ขอ้ ใดไมใ่ ช่วธิ ีการควบคุมความชนื้ ในดนิ ๑. ใชฟ้ างขา้ วหรอื หญ้าแห้งคลมุ ดนิ ๒. ปลูกพืชตระกลู ถ่วั คลุมดิน ๓. วางภาชนะปลูกพืชให้สูงจากพ้ืนดิน ๔. ใชก้ ระถางที่มีขนาดใหญ่ปลูกตน้ ไม้ ๒๖. ก่อนนำน้ำประปามารดน้ำต้นไม้ควรกำจดั คลอรนี ด้วยวธิ ใี ด ๑. ทิง้ นำ้ ไวอ้ ย่างน้อย ๑ คนื ก่อนนำไปรดต้นไม้ ๒. เตมิ เกลือแกงลงไปในน้ำ ๓. ใสป่ นู ขาวลงไปในนำ้ ๔. ใสด่ ่างทบั ทิมลงไปในนำ้ ๒๗. ข้อใดไมใ่ ช่ลกั ษณะของปุ๋ยอนิ ทรยี ์ ๑. ใหด้ นิ ร่วนซยุ ๒. มีราคาไมแ่ พง ๓. ไม่มีสารพิษตกค้างในดิน ๔. ทำให้โครงสร้างของดินเปลยี่ นไป ๒๘. การใสป่ ุ๋ยจำพวกฟอสเฟตเพ่ือใหพ้ ืชสามารถดึงไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้ง่ายและเร็วทส่ี ุดต้องใส่ทบ่ี ริเวณใด ๑. โคนตน้ ๒. ทางใบ ๓. บรเิ วณรากใต้ผิวดนิ ๔. ถูกตอ้ งทุกข้อ ๒๙. การใสป่ ุ๋ยในสนามหญ้าควรเลือกใช้ปยุ๋ สตู รใดจึงจะเหมาะสม ๑. 10 – 10 -10 ๒. 10 – 15 – 20 ๓. 30 – 10 – 20 ๔. 10 – 30 – 20 ๓๐. ข้อใดไมใ่ ช่ประโยชนข์ องบรรจภุ ัณฑ์ (ง 1.1 ม.2/1) ๑. ทำใหเ้ คลอื่ นยา้ ยผลผลติ ได้สะดวก ๒. จงู ใจผบู้ ริโภค ๓.ทำใหผ้ ลผลติ มรี าคาแพงมากข้ึน ๔. ผลผลิตเสยี หายนอ้ ยลง

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น ๑. ๒ ๒. ๓ ๓. ๑ ๔. ๓ ๕. ๓ ๖. ๒ ๗. ๔ ๘. ๒ ๙. ๑ ๑๐. ๑ ๑๑. ๓ ๑๒. ๑ ๑๓. ๒ ๑๔. ๓ ๑๕. ๑ ๑๖. ๑ ๑๗. ๒ ๑๘. ๔ ๑๙. ๒ ๒๐. ๓ ๒๑. ๒ ๒๒. ๔ ๒๓. ๔ ๒๔. ๑ ๒๕. ๓ ๒๖. ๑ ๒๗. ๔ ๒๘. ๓ ๒๙. ๓ ๓๐. ๓



แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๑ การแสวงหาความร้เู พอ่ื พัฒนาการทำงาน จงเลือกคำตอบทถ่ี กู ต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว ๑. การตกแตง่ บา้ นที่มเี ด็กเล็กตอ้ งคำนงึ ถงึ หลกั การจัดตกแต่งบา้ นในข้อใดมากที่สดุ ๑. ความปลอดภยั ๒. ความสะอาดเรยี บร้อย ๓. ความเป็นสว่ นตวั ๔. ความเป็นสากล ๒. การจัดวางชดุ รบั แขกสำหรบั ห้องขนาดเลก็ ควรจัดแบบใด ๑. จดั ชดุ รบั แขกกลางห้อง ๒. จดั ชุดรบั แขกชิดกำแพงด้านใดดา้ นหน่งึ ๓. จดั ชดุ รับแขกติดกำแพง เข้ามุมทง้ั ๒ ด้าน ๔. จดั ชุดรับแขกแบบใดก็ได้ ๓. ห้องใดท่สี ามารถจัดตกแต่งได้โดยไมต่ ้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยรว่ มกับผู้อ่ืน ๑. ห้องน้ำ ๒. หอ้ งครัว ๓. ห้องน่งั เลน่ ๔. หอ้ งนอน ๔. ปัจจัยสำคญั ในการเจริญเติบโตของพชื ทุกประเภทคอื อะไร ๑. ปุ๋ยอินทรยี ์ ๒. ป๋ยุ หมกั ๓. แสง ๔. นำ้ ๕. ปุ๋ยชนิดใดท่ผี ู้อาศัยอยู่ในเขตชมุ ชนสามารถทำใช้เองไดใ้ นครวั เรอื น ๑. ปุ๋ยคอก ๒. ปุ๋ยพืชสด ๓. ปุย๋ หมักแบบนำ้ ๔. ปุ๋ยหมกั แบบแหง้ ๖. “บ้านของฝนทิพย์มีสมาชิกทั้งหมด ๔ คน จึงต้องมีห้องน้ำและห้องส้วมที่ถูกสุขลักษณะจำนวน ๑ ห้อง” จาก ข้อความน้เี ปน็ การคำนงึ ถึงหลักการจัดตกแต่งบ้านในข้อใด ๑. ความปลอดภยั ๒. ความสะอาดเรยี บร้อย ๓. ความเป็นส่วนตัว ๔. ความเปน็ สากล ๗. ต้องใสป่ ยุ๋ ใหอ้ ยู่ใกลร้ ากมากทีส่ ุดเพ่ือให้พืชสามารถดูดดึงไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้ง่ายและเร็วทสี่ ดุ เป็นการใส่ปุย๋ ประเภท ใด ๑. ป๋ยุ จำพวกฟอสเฟต ๒. ปุ๋ยจำพวกไนโตรเจน ๓. ปุ๋ยจำพวกโพแทสเซยี ม ๔. ปยุ๋ หมกั แบบน้ำ ๘. วธิ กี ารรดนำ้ ต้นไมใ้ นข้อใดทีป่ ระหยดั นำ้ ประหยัดเวลา และแรงงาน ๑. การใช้ระบบน้ำหยด ๒. การฉดี ดว้ ยสายยาง ๓. การตักรด ๔. การใชร้ ะบบฉีดพ่นดว้ ยหัวฉีดสปริงเกลอร์ ๙. การเปิดน้ำประปาท้ิงไว้ในโอ่งอย่างน้อย ๑ คืน จงึ นำมารดน้ำต้นไม้เป็นการแกป้ ญั หาเรอ่ื งใด ๑. แกป้ ญั หานำ้ กระด้าง ๒. แกป้ ัญหาตะกอนในน้ำ ๓. แก้ปัญหาสารคลอรนี ในน้ำ ๔. แก้ปัญหาธาตแุ คลเซียมในนำ้ ๑๐. ความร้เู ก่าของบรรพบรุ ุษท่เี รานำมาใชพ้ ัฒนาการทำงานตา่ งๆ จนสามารถสรา้ งเป็นองค์ความรู้ไดเ้ รยี กว่าอะไร

๑. เทคโนโลยี ๒. ภูมิปัญญา ๓. นวัตกรรม ๔. ความคดิ สร้างสรรค์ ๑๑. การแสวงหาความร้เู พือ่ พฒั นาการทำงานต้องใชท้ ักษะอะไรเป็นพนื้ ฐานท่สี ำคัญ ๑. ทกั ษะการอ่าน ๒. ทกั ษะการสบื ค้น ๓. ทกั ษะการคดิ ๔. ทักษะการกฬี า ๑๒. หากพบวา่ ตน้ ไมเ้ ป็นโรคท่เี กิดจากเช้ือไวรสั ควรทำอย่างไร ๑. ทำลายท้งิ ทันที ๒. ทำความสะอาดบริเวณที่ปลกู โดยรอบ ๓. รักษาดว้ ยสารเคมีตามอาการของโรค ๔. ฉดี พน่ ด้วยสมนุ ไพรตามอาการของโรค ๑๓. การชิมอาหารบางอย่างกอ่ นตดั สินใจซ้อื เป็นการแสวงหาความรูด้ ว้ ยวิธีใด ๑. การสงั เกต ๒. การศึกษา ๓. การศึกษา ๔. การสำรวจ ๑๔. เด็กชายเบญจพลตอ้ งการทำงานเกง่ และมีทกั ษะในการทำงาน ตอ้ งฝึกทกั ษะในด้านใดใหม้ ากขึน้ ๑. การศกึ ษา ๒. การค้นคว้า ๓. การสังเกต ๔. การสำรวจ ๑๕. การจดั การผลผลิตพืชในข้อใดท่ีไมส่ ามารถลา้ งไดเ้ พราะจะทำใหส้ ีของผลเปลย่ี นไปหรอื เนา่ เสยี ได้ง่าย ๑. กะหล่ำปลี มะเขือเทศ ๒. มะเขือเทศ มะละกอ ๓. ต้นหอม ผักชี ๔. พรกิ ฟกั ทอง ๑๖. การจัดวางเครือ่ งมือ อุปกรณ์ทีต่ ้องใช้งานประจำให้อยใู่ กลส้ ถานทใ่ี ชง้ าน เป็นการคำนึงถงึ หลักการจัดตกแต่ง บา้ นในขอ้ ใด ๑. ความสะอาดเรยี บรอ้ ย ๒. ความเปน็ ส่วนตัว ๓. ความสะดวกสบาย ๔. ความปลอดภยั ๑๗. การใสป่ ยุ๋ ในสนามหญ้าควรเลือกใชป้ ยุ๋ สตู รใดจึงจะเหมาะสม ๑. 10 – 10 -10 ๒. 10 – 15 – 20 ๓. 30 – 10 – 20 ๔. 10 – 30 – 20 ๑๘. ผลไม้ชนดิ ใดทีน่ ิยมเคลือบไขเพ่ือป้องกนั การระเหยของนำ้ จากผิวเปลือก ๑. กลว้ ย ๒. สม้ เขียวหวาน ๓. ชมพู่ ๔. แตงโม ๑๙. การเก็บเกีย่ วพืชเพื่อขนส่งในระยะทางไกลใหผ้ ลผลติ ไปถึงมือผู้บริโภคให้เร็วที่สดุ ข้อใดทำได้ถกู ต้อง ๑. เก็บผลไมท้ สี่ ุกคาตน้ ๒. เก็บผลไม้ที่แก่จดั แต่ไม่สกุ จากต้น ๓. ตัดดอกไม้ท่ีบานเต็มท่ี ๔. เกบ็ ดอกไม้ที่บานไม่เกิน ๕๐ เปอร์เซน็ ต์ ๒๐. ตาขา่ ยโฟมเหมาะสำหรับทำบรรจภุ ณั ฑ์ผลไมช้ นดิ ใด ๑. ฝร่งั ๒. ส้มโอ ๓. สม้ เขยี วหวาน ๔. มะมว่ งสุก ๒๑. ผลผลติ ปลาชนดิ ใดทีน่ ำมาแปรรปู เปน็ ทัง้ อาหารคาวและอาหารหวานได้ ๑. ปลานลิ ๒. ปลาสลดิ

๓. ปลาชอ่ น ๔. ปลากะพง ๒๒. การตดิ ตง้ั ไฟส่องสว่างบริเวณทางเดนิ และราวบันได เป็นการคำนึงถงึ หลักการจดั ตกแต่งบา้ นในข้อใด ๑. ความสะอาดเรียบร้อย ๒. ความปลอดภัย ๓. ความเป็นสากล ๔. ความสะดวกสบาย ๒๓. ขอ้ ใดกลา่ วไม่ถูกต้องในการจดั ตกแต่งห้องนอน ๑. หัวนอนควรอย่ทู างทิศเหนือ ๒. ตู้เส้อื ผ้าควรวางชดิ ผนงั ๓. โตะ๊ เขยี นหนงั สอื ควรต้งั อยู่ใกลห้ น้าต่าง ๔. โต๊ะวางโทรทัศน์ควรต้ังอยู่หวั เตยี ง ๒๔. ข้อใดไมใ่ ช่วธิ กี ารควบคุมความชนื้ ในดิน ๑. ใชฟ้ างขา้ วหรอื หญ้าแห้งคลมุ ดนิ ๒. ปลูกพชื ตระกูลถั่วคลมุ ดิน ๓. วางภาชนะปลูกพืชให้สูงจากพื้นดิน ๔. ใชก้ ระถางท่ีมีขนาดใหญป่ ลกู ต้นไม้ ๒๕. กอ่ นนำน้ำประปามารดนำ้ ตน้ ไมค้ วรกำจดั คลอรีนด้วยวธิ ีใด ๑. ทิง้ นำ้ ไว้อยา่ งน้อย ๑ คืนก่อนนำไปรดต้นไม้ ๒. เติมเกลอื แกงลงไปในนำ้ ๓. ใสป่ ูนขาวลงไปในนำ้ ๔. ใส่ด่างทับทมิ ลงไปในน้ำ ๒๖. ไม่ควรรดนำ้ ต้นไมเ้ วลากลางวนั ทท่ี ี่มีแสงแดดจดั เพราะเหตใุ ด ๑. เพราะจะทำใหเ้ กิดโรคจากเชอื้ รา ๒. เพราะจะทำให้เกดิ อาการเนา่ เพราะแบคทเี รยี ๓. เพราะจะทำใหเ้ กิดโรคจากเชอื้ ไวรสั ๔. เพราะจะทำใหเ้ กดิ อาการสำลกั น้ำ ๒๗. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลักษณะของปุ๋ยอินทรยี ์ ๑. ให้ดินรว่ นซุย ๒. มีราคาไมแ่ พง ๓. ไมม่ ีสารพษิ ตกค้างในดิน ๔. ทำใหโ้ ครงสรา้ งของดนิ เปล่ียนไป ๒๘. การใสป่ ุย๋ จำพวกฟอสเฟตเพ่อื ใหพ้ ชื สามารถดึงไปใชป้ ระโยชน์ได้ง่ายและเรว็ ที่สุดตอ้ งใสท่ บี่ รเิ วณใด ๑. โคนตน้ ๒. ทางใบ ๓. บรเิ วณรากใตผ้ วิ ดิน ๔. ถูกต้องทุกข้อ ๒๙. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์ (ง 1.1 ม.2/1) ๑. ทำให้เคล่อื นยา้ ยผลผลิตได้สะดวก ๒. จงู ใจผูบ้ รโิ ภค ๓.ทำใหผ้ ลผลติ มีราคาแพงมากข้ึน ๔. ผลผลิตเสียหายน้อยลง ๓๐. การให้น้ำดว้ ยหัวฉีดแบบสปรงิ เกลอร์เหมาะกับพืชชนดิ ใด ๑. สนามหญ้า ๒. ไม้ยืนตน้ ที่ปลูกเป็นแถว ๓. ไมก้ ระถางแขวน ๔. ถูกต้องทุกข้อ



เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น ๑. ๒ ๒. ๒ ๓. ๔ ๔. ๑ ๕. ๓ ๖. ๔ ๗. ๑ ๘. ๑ ๙. ๓ ๑๐. ๒ ๑๑. ๓ ๑๒. ๑ ๑๓. ๑ ๑๔. ๓ ๑๕. ๑ ๑๖. ๓ ๑๗. ๓ ๑๘. ๒ ๑๙. ๒ ๒๐. ๔ ๒๑. ๓ ๒๒. ๒ ๒๓. ๔ ๒๔. ๓ ๒๕. ๑ ๒๖. ๒ ๒๗. ๔ ๒๘. ๓ ๒๙. ๓ ๓๐. ๑

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒ กระบวนการแกป้ ัญหาในการทำงาน แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ ๑ เรื่อง ทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หาในการทำงาน เวลา ๒ ช่ัวโมง ๑. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้าใจการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะการ จัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรมและ ลักษณะนิสยั ในการทำงาน มีจติ สำนกึ ในการใช้พลงั งาน ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพือ่ การดำรงชีวิตและครอบครัว ๒. ตัวชีว้ ดั ตัวชว้ี ดั ข้อท่ี ๒ ใช้ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการทำงาน ตวั ชีว้ ัดข้อท่ี ๓ มจี ิตสำนักในการทำงานและใช้ทรัพยากรในการปฏิบัตงิ านอย่างประหยัดและคุ้มคา่ ๓. สาระสำคญั ในการแก้ปัญหาต่างๆ มีหลักคิดสำคัญคือการตรวจสอบประเมินผลการทำงานอยู่อย่างสม่ำเสมอ จึงจะ สามารถมองเห็นปัญหาตั้งแต่เริ่มต้นและเมื่อพบปัญหาต้องรีบหาทางแก้ไขทันที อย่าปล่อยให้ปัญหาลุกลามจน กลายป็นปัญหาใหญ่ที่ยากต่อการแก้ไข ผู้ที่มีความสามารถในการแก้ปัญหานอกจากจะต้องมีทักษะการคิดท่ี เฉียบ แหลมในการสำรวจปัญหาเพื่อวิเคราะห์งาน หาสาเหตุของปัญหา และพยายามหาทางเลือกใหม่ ๆ มาแก้ปัญหาอยู่ เสมอแลว้ ยงั ต้องมมี มุ มองที่กว้างไกล กลา้ เผชญิ กบั ปัญหา ตัดสินใจแกป้ ญั หาอยา่ งฉับไว เดด็ ขาด ทันทว่ งทีด้วยทักษะ กระบวนการแก้ปญั หาในการทำงานซงึ่ เปน็ การแกป้ ัญหาอย่างเป็นระบบและมขี น้ั ตอนทชี่ ดั เจน ๔. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ๑. อธิบายกระบวนการแก้ปัญหาในการทำงานอย่างมเี หตุผล ๒. นำกระบวนการแก้ปญั หาในการทำงานมาใช้ในชวี ติ ประจำวนั ได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับตนเอง ๕. สาระการเรยี นรู้ กระบวนการแก้ปญั หาในการทำงาน ๖. ทักษะ / กระบวนการ - ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม - ทักษะการแสวงหาความรู้

- ทักษะการสือ่ สารและการทำงานรว่ มกนั - ทกั ษะด้านชวี ติ และการอาชีพ ๗. พฤตกิ รรมการเรียนรู้ (คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค)์ ๗.๑ พทุ ธพิ สิ ยั (Cognitive Domain) ๑. ความเข้าใจ ๒. การนำไปใช้ ๓. การวิเคราะห์ ๗.๒ จติ พิสัย(Affective Domain) ๑. การตอบสนอง ๒. การเห็นคณุ คา่ ๗.๓ ทักษะพสิ ยั (Psychomotor Domain) ๑. การทำถูกตอ้ งหลากหลายรูปแบบ ๒. การทำได้อยา่ งเป็นธรรมชาติ 8. สมรรถนะสำคญั / คุณลักษณะที่เนน้ สมรรถนะ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5.ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต คุณลกั ษณะ 1. ใฝเ่ รียนรู้ 2. มีวนิ ัย 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. มจี ติ สาธารณะ 9. ค่านยิ ม 12 ประการ - ใฝ่หาความรู้ หมน่ั ศึกษาเล่าเรียนท้งั ทางตรง และทางอ้อม - มรี ะเบียบ วินัย เคารพกฎหมาย ผนู้ ้อยรจู้ ักการเคารพผูใ้ หญ่ - . มีสตริ ้ตู วั รคู้ ดิ รทู้ ำ - รจู้ ักดำรงตนอย่โู ดยใชห้ ลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

10. กระบวนการเรียนร/ู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ตั้งประเดน็ คำถาม ๑. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน ตรวจแล้วบอกคะแนนแก่นักเรียนเพื่อให้นักเรยี นทราบว่าตนเองมี พื้นฐานความรู้เรื่องทักษะกระบวนการแก้ปญั หาในการทำงานในระดับใดจะได้วางแผนการเรียนได้อย่างเหมาะสมซึง่ ครูควรช่วยแนะนำ ๒. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาตา่ งๆ ทั้งงานส่วนตวั งานบ้าน งาน ครัว งานปลูกพืช งานเลี้ยงสัตว์ รวมไปถึงงานในโรงเรียน และอุปสรรคต่างๆ ที่ทำให้การทำงานดังกล่าวไม่ประสบ ความสำเร็จ 2. สืบคน้ ความรู้ออกแบบและวางแผน นำไปปฏบิ ัติ (กระบวนการทางสังคม / กระบวนการสรา้ งองคค์ วามรู้ / กระบวนการคิดวเิ คราะห์ / กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณจ์ ริง) ๑. ครูสุ่มนักเรียน จำนวน ๓-๕ คน ยกตัวอย่างปัญหาที่นักเรียนประสบมา แล้วให้เพื่อนๆ ช่วยกันวเิ คราะห์ หาสาเหตขุ องปญั หา อุปสรรคทท่ี ำใหก้ ารทำงานไม่สำเร็จ และแนวทางในการแกป้ ัญหา ๒. ครูให้นักเรียนศึกษาทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการทำงานเพิ่มเติมจากสื่อต่าง ๆ เช่น หนังสือใน หอ้ งสมุด สืบคน้ จากอินเทอรเ์ นต็ สอบถามจากผู้รู้ 3. สรุปองคค์ วามรจู้ าก การนำทฤษฎไี ปปฏิบตั ิ ประเมินกระบวนการ ทำงานและผลผลติ ๑. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๔ กลุ่ม แต่ละกลุ่มศึกษาความรู้เกี่ยวกับทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการ ทำงานและการพฒั นาทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หา ๒. แต่ละกลุ่มปฏิบัติกิจกรรมปฏิบัติที่ ๑ “การแก้ปัญหาในการทำงานของเด็กชายแหลม” ลงในใบงานที่ ๑ ประชมุ กลุ่มเพือ่ เขียนวิธกี ารแก้ปัญหาในการทำงานอย่างเป็นระบบ โดยมีขั้นตอนวิธกี ารท้ัง ๖ ขั้นตอน คือ การสำรวจ ปัญหา การวิเคราะห์ปัญหา การแสวงหาทางเลือก การประเมินทางเลือก การปฏิบัติตามทางเลือก และการ ประเมนิ ผลการแก้ปัญหา ๓. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั อภิปราย แสดงความคดิ เห็น และสรปุ เป็นแผนผังความคิดลงในกระดาษ ๔. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ส่งตวั แทนออกมานำเสนอผลงานหนา้ ชัน้ เรยี น ครูอธิบายเพม่ิ เตมิ ๕. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันตอบคำถามจากกิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้ที่ ๑ ครแู ละนกั เรยี นเฉลยร่วมกัน ๖. ครใู ห้ข้อแนะนำว่า ถา้ เราต้องการเพ่ิมหรือพัฒนาทักษะความสามารถในการแก้ปัญหาในการทำงานต้องเร่ิม จาก “การคดิ เป็น” ซงึ่ นักเรยี นควรฝึกทักษะการคดิ ในเชงิ บวกหรอื คดิ ดีกท็ ำดี 4. เขยี นเผยแพร่ นำเสนอดว้ ยวธิ ีต่าง ๆ ๑. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่องทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการทำงานและการพัฒนาทักษะ กระบวนการแก้ปญั หาในการทำงาน ๒. ครูใหน้ กั เรียนบนั ทกึ สรุปลงในสมดุ โดยอาจสรปุ เปน็ แผนท่ีความคดิ หรือผังมโนทศั นก์ ไ็ ด้

๑๑. ส่ือการเรยี นรู้และแหล่งการเรยี นรู้ ๑. หนงั สือเรยี นสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ๒. แบบบันทกึ ความรู้ เรื่อง ทักษะการแกป้ ัญหาในการทำงาน ๓. แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรียน ๔. ห้องสมุดของโรงเรยี น ๕. ห้องสมุดกล่มุ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพและเทคโนโลยี ๖. อินเทอร์เน็ตจากเวบ็ ไซตต์ า่ ง ๆ เช่น - https://classroomkrubeer.wordpress.com - https://honeylamon.wordpress.com/วธิ กี ารสอน-2/วิธกี ารสอนแบบแกป้ ัญหา/ ๑๒. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ ๑. แบบทดสอบกอ่ นเรียนแบบเลอื กตอบ จำนวน ๔๕ ขอ้ ๒. สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม ๓. ตรวจผลงานจากภาระงาน - สมดุ บันทกึ ความรู้ เรื่อง ทกั ษะกระบวนการแกป้ ัญหาในการทำงาน - ใบงานท่ี ๑ เรื่อง การแก้ปัญหาในการทำงานของเด็กชายแหลม ๑๓. กิจกรรมเสนอแนะ ชิน้ งาน/ภาระงาน ๑. สมุดบนั ทกึ ทักษะกระบวนการแกป้ ญั หาในการทำงาน ๒. ผลการปฏบิ ตั ิงานตามกิจกรรมปฏบิ ตั ทิ ่ี ๑ “การแกป้ ัญหาในการทำงานของเด็กชายแหลม” กิจกรรมตรวจสอบความเขา้ ใจ ๑. ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการทำงานสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการดำเนนิ ชวิ ิตได้อย่างไร ๒. นักเรียนได้ประโยชน์จากทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หาในการทำงานอย่างไรบ้าง ๓. นักเรียนสามารถนำแนวทางที่ได้จากทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการทำงานไปปรับใช้ใน ชวี ติ ประจำวนั ได้อยา่ งไรบ้าง

14. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ด้านความรู้ ............................................................................................................................. ............................................................ ........................................................................................................................................................................................ ด้านทกั ษะกระบวนการ ........................................................................................................................... .............................................................. ............................................................................................................................. ............................................................ ...................................................................................................................................... .................................................. ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ .................................................................................................................................................................................. ....... ............................................................................................................................ ............................................................ ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ปญั หา – อุปสรรค - ข้อเสนอแนะเพ่อื การพัฒนาแผนการจัดการเรยี นรู้ในครง้ั ต่อไป ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................................................................. ........... ลงชอ่ื ................... ...................... (นายบรรจบ ชมู ก) ผู้สอน 15. เอกสารประกอบอนื่ ๆ ภาคผนวกทา้ ยหน่วยการเรียนรู้ ประกอบดว้ ย - สอื่ ประกอบการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ - เอกสารใบความรู้

16. ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะ ความคิดเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................. (นางศรีเริญ มพี มิ พ์) วนั ที่ ........./ ................ / ........... ความคดิ เหน็ ของรองผู้อำนวยการกล่มุ บรหิ ารงานวิชาการ ............................................................................................................................. ............................................................ .................................................................................................................................................. ....................................... ............................................................................................ ............................................................................................ ลงชื่อ......................................... (นายถวลิ ชัยยา) วันที่ ........./ ................ / ........... ความคิดเหน็ ของผ้อู ำนวยการโรงเรยี น ...................................................................................... ................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ........................................................... ลงชอื่ ......................................... (นายจรัส คำอา้ ย) วันที่ ........./ ................ / ...........

ใบงานท่ี ๑ เรือ่ ง การแก้ปญั หาในการทำงานของเด็กชายแหลม คำช้แี จง ให้นกั เรยี นปฏิบัติกิจกรรมท่ี ๑ ช่ือกิจกรรม “การแกป้ ัญหาในการทำงานของเด็กชายแหลม” ขน้ั ตอนการปฏิบตั งิ าน นกั เรยี นศึกษากรณตี วั อยา่ งท่ีกำหนดให้ แล้วเขียนทางเลอื กของเดก็ ชายแหลมทีส่ ามารถเป็นไปได้ดที ่สี ดุ และ เกิดความเสยี หายน้อยทส่ี ดุ เด็กชายแหลมตอ้ งเปล่ยี นยางรถจกั รยานให้เสร็จภายในเวลาคร่ึงชว่ั โมงก่อนไปโรงเรียน ในเวลาเดยี วกันแม่ ร้องเรียกจากในบ้านบอกให้ปิดวาล์วท่อน้ำหลังบ้าน และมาช่วยกันซ่อมก๊อกน้ำในบ้านที่กำลังรั่ว ขณะที่เด็กชาย แหลมกำลังตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้ยินเสียงคุณพ่อร้องตะโกนมาจากแปลงนาหลังบ้านให้เด็กชายแหลมมา ช่วยพอ่ ด่วนเพราะลูกวัว ๓ ตวั หลุดออกจากคอก กำลังจะลงไปลยุ นาขา้ ว ถ้านกั เรียนเปน็ เด็กชายแหลมจะนำทักษะกระบวนการแกป้ ัญหามาใชแ้ กป้ ัญหาน้ีอย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

กจิ กรรมตรวจสอบการเรยี นรทู้ ี่ ๑ จงตอบคำถามต่อไปน้ใี หถ้ ูกต้อง ๑. ใหน้ ักเรยี นวเิ คราะห์สาเหตขุ องปัญหาและวธิ ีการแก้ปญั หาด้วยทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หาในการทำงาน ๓ ประเด็น ดงั นี้ ๑.๑ ส่งการบ้านให้คุณครชู า้ กวา่ กำหนดทุกครง้ั ๑.๒ ต้นไมท้ ปี่ ลูกหนา้ บา้ นมีอาการเหี่ยวในตอนเชา้ ๑.๓ การประกอบอาหารใหส้ มาชิกในบา้ นรบั ประทานมคี ำติมากกวา่ คำชม ๒. ปัญหาในการทำงานคืออะไร ๓. ทักษะการคดิ เกย่ี วขอ้ งกบั ทักษะในการแก้ปัญหาอย่างไร ๔. กระบวนการแกป้ ัญหาในการทำงานมีก่ีข้นั ตอน อะไรบ้าง ๕. ทางเลือกในการแก้ปญั หาสรา้ งได้อยา่ งไร ๖. เราจะรูไ้ ด้อย่างไรวา่ มีปญั หาในการทำงาน

เฉลยกิจกรรมตรวจสอบการเรียนร้ทู ี่ ๑ จงตอบคำถามต่อไปนใี้ ห้ถกู ต้อง ๑. ใหน้ ักเรียนวิเคราะหส์ าเหตขุ องปัญหาและวิธีการแกป้ ญั หาด้วยทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหาในการทำงาน ๓ ประเดน็ ดังน้ี ๑.๑ สง่ การบา้ นให้คณุ ครชู า้ กวา่ กำหนดทุกคร้ัง ๑.๒ ต้นไมท้ ่ีปลูกหน้าบ้านมีอาการเห่ียวในตอนเช้า ๑.๓ การประกอบอาหารใหส้ มาชกิ ในบา้ นรับประทานมคี ำติมากกว่าคำชม พิจารณาจากคำตอบของนักเรยี นเปน็ รายบุคคล ๒. ปญั หาในการทำงานคืออะไร ปญั หา หมายถึง ข้อบกพร่องหรืออุปสรรคที่ต้องแก้ไขใหล้ ุล่วง ๓. ทักษะการคิดเกีย่ วข้องกบั ทกั ษะในการแก้ปัญหาอย่างไร การมีทักษะการคิดย่อมมที ักษะในการแกป้ ญั หาดว้ ย เพราะหากคิดไม่ออกก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ๔. กระบวนการแกป้ ัญหาในการทำงานมีกข่ี ้ันตอน อะไรบ้าง ๖ ข้นั ตอน คือ การสำรวจปัญหา การวิเคราะหป์ ญั หา การแสวงหาทางเลอื ก การประเมนิ ทางเลอื ก การ ปฏิบัติตามทางเลือก การประเมินผลการแก้ปัญหา ๕. ทางเลอื กในการแก้ปัญหาสรา้ งได้อยา่ งไร คิดให้ละเอยี ด มองปญั หาใหร้ อบดา้ นแลว้ สรา้ งทางเลือกมากกวา่ ๑ ทางเลือกเพอื่ เปรียบเทยี บข้อดี-ขอ้ เสยี ของทางเลือกอนื่ ๆ ๖. เราจะรู้ได้อย่างไรวา่ มีปญั หาในการทำงาน เม่ือการทำงานอยา่ งใดอยา่ งหน่งึ ไมป่ ระสบผลสำเรจ็ หรือเปน็ ไปตามเป้าหมายทต่ี ้ังไว้

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเรยี นร้ขู องนกั เรียน วิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี คำชี้แจง : ให้ ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วเขียนเครอ่ื งหมาย ✓ ลงในช่องวา่ งทตี่ รงกับระดบั คะแนน ความตงั้ ใจ การตงั้ การทำ ส่งงาน มาเรยี น รวม ปรับ ลำดบั ชอื่ -นามสกลุ มุ่งมนั่ คำถาม กิจกรรม ในเวลาท่ี สมำ่ เสมอ คะแนน คะแนน ท่ี ตอบคำถาม กลุ่ม กำหนด (๔) (๔) (๔) (๔) (๔) (๒๐) (๑๐) ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘. .... หมายเหตุ ๑. แบบประเมินนใี้ ชไ้ ด้ตลอดภาคเรียน เกณฑ์การตัดสนิ ๒. เกณฑ์การใหค้ ะแนนและเกณฑ์การตัดสิน ๙-๑๐ หมายถงึ พฤติกรรมการเรียนรูอ้ ยู่ในระดบั ดมี าก เกณฑ์การให้คะแนน ๗-๘ หมายถงึ พฤติกรรมการเรียนรอู้ ยู่ในระดบั ดี ๕-๖ หมายถึง พฤตกิ รรมการเรยี นรอู้ ย่ใู นระดับพอใช้ ๔ หมายถงึ พฤตกิ รรมการเรยี นรู้อยูใ่ นระดบั ดมี าก น้อยกวา่ ๕ หมายถงึ พฤตกิ รรมการเรียนร้อู ยูใ่ นระดับปรับปรงุ ๓ หมายถึง พฤติกรรมการเรยี นร้อู ยใู่ นระดบั ดี ๒ หมายถึง พฤตกิ รรมการเรยี นรอู้ ยู่ในระดบั พอใช้ ๑ หมายถงึ พฤตกิ รรมการเรยี นรู้อยู่ในระดบั ปรับปรงุ ผูป้ ระเมิน............................................................... ()

แบบประเมินการนำเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรยี น กลมุ่ ที.่ ........ เรือ่ ง..................................................... ชนั้ ......./........ คำช้แี จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างการนำเสนอผลงานของนกั เรียน โดยทำเครอื่ งหมาย ✓ ลงในช่องวา่ ง ท่ีตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน ๔๓ ๒ ๑ ๑. ความถกู ตอ้ งของเนอื้ หา ๒. ความคดิ สรา้ งสรรคใ์ นการนำเสนอ ๓. ความนา่ สนใจของวิธีการนำเสนอผลงาน ๔. ประโยชน์ท่ไี ด้รบั จากการนำเสนอผลงาน ๕. การตรงตอ่ เวลาและการเตรียมพรอ้ มในการนำเสนอ รวม ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ ๔ คะแนน ปฏบิ ัตหิ รือแสดงผลงานสมบูรณช์ ดั เจน ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรอื แสดงผลงานมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ ๒ คะแนน ปฏิบตั หิ รอื แสดงผลงานมีขอ้ บกพรอ่ งเปน็ ส่วนใหญ่ ให้ ๑ คะแนน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงผลงานมีขอ้ บกพรอ่ งมาก เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ ระดบั คะแนน ระดบั คณุ ภาพ ๑๘ - ๒๐ ดมี าก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๐ - ๑๓ ต่ำกวา่ ๑๐ พอใช้ ปรับปรงุ

แบบประเมินกิจกรรมปฏบิ ตั ิ กลมุ่ ที.่ ........ เรอื่ ง..................................................... ชั้น ......./........ คำชแ้ี จง : ให้ ผูส้ อน ประเมินกจิ กรรมปฏบิ ตั ขิ องนักเรียน โดยทำเคร่อื งหมาย ✓ ลงในช่องวา่ งท่ีตรงกับระดบั คะแนน ลำดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔๓ ๒ ๑ ๑. ผลงานมคี วามถกู ต้อง ชัดเจน ๒. ผลงานสมบรู ณ์ ตรงตามจดุ ประสงคข์ องกิจกรรม ๓. ผลงานมีความคดิ สร้างสรรค์ ๔. ทำงานตามข้นั ตอนกระบวนการทำงาน ๕. การส่ือสารในกลมุ่ และการทำงานร่วมกัน รวม ลงชือ่ ...................................................ผ้ปู ระเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ ๔ คะแนน ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงผลงานสมบรู ณช์ ดั เจน ให้ ๓ คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงผลงานมขี ้อบกพรอ่ งบางสว่ น ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัตหิ รือแสดงผลงานมขี อ้ บกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๑ คะแนน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงผลงานมีข้อบกพรอ่ งมาก ระดับคณุ ภาพ เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ ดีมาก ดี ระดับคะแนน พอใช้ ๑๘ - ๒๐ ปรบั ปรงุ ๑๔ - ๑๗ ๑๐ - ๑๓ ต่ำกวา่ ๑๐

แบบประเมนิ สมดุ บันทกึ ความรู้ เกณฑ์การประเมนิ สมุดบันทึกความรู้ การให้คะแนน/ระดับคะแนน ปรับปรงุ (๑) พอใช้ (๒) ดี (๓) ดมี าก (๔) บนั ทึกข้อมลู ไมถ่ ูกต้อง บนั ทกึ มีขอ้ มลู แต่ยังไม่ บันทกึ มีความถูกต้อง บนั ทกึ มีความถูกตอ้ ง ครบถว้ นสมบูรณ์ สมบูรณ์พอสมควร ชดั เจนครบถว้ นสมบรู ณ์

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒ เวลา ๔ ชั่วโมง เรื่อง การเตรยี ม ประกอบ จัด ตกแตง่ และบริการเครอื่ งดมื่ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้าใจการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะการ จัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรมและ ลักษณะนสิ ัยในการทำงาน มีจติ สำนกึ ในการใชพ้ ลังงาน ทรพั ยากรและสิง่ แวดล้อม เพ่อื การดำรงชีวติ และครอบครวั ๒. ตวั ชว้ี ัด ตัวชี้วัดข้อ ๒ ใชท้ ักษะกระบวนการแกป้ ญั หาในการทำงาน ตัวชีว้ ัดขอ้ ๓ มีจิตสำนึกในการทำงานและใช้ทรัพยากรในการปฏิบตั งิ านอย่างประหยดั และคุ้มคา่ ๓. สาระสำคัญ อาหารและเครื่องดื่มเป็นของคู่กัน เครื่องดื่มที่สำคัญและขาดไม่ได้ในแต่ละมื้ออาหารคือ น้ำสะอาด ส่วนเครื่องดื่มอื่นๆ ก็ดื่มกันตามความชื่นชอบ ทั้งก่อนและหลังมื้ออาหารหรือก่อนนอน การดูแลบริการเครื่องด่ืม สำหรับสมาชิกในบ้านจึงไม่ยุ่งยาก ยกเว้นถ้ามีแขกมาเยี่ยมบ้านหรือจัดงานที่บ้านต้องมีการเตรียม ประกอบ จัด ตกแต่งและบริการเคร่ืองดืม่ ซึ่งมีหลกั คิดสำคัญในการบรกิ ารคือ สะอาด ทั่วถึง เพียงพอ และต้องคำนงึ ถึงเพศและวยั ของผู้รับบรกิ ารดว้ ย ๔. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๑. ใชท้ ักษะกระบวนการแกป้ ัญหาในการเตรยี ม ประกอบ จัด ตกแตง่ และบรกิ ารเครื่องด่มื ในครอบครวั ได้ ๒. มจี ติ สำนึกในการเตรียม ประกอบ จัด ตกแต่ง และบริการเคร่ืองดืม่ อยา่ งประหยัดและคุ้มคา่ ๕. สาระการเรยี นรู้ การเตรยี ม ประกอบ จัด ตกแตง่ และบริการเครอื่ งดืม่ ๖. ทักษะ / กระบวนการ - ความสามารถในการส่ือสาร - ความสามารถในการคิดวิเคราะห์

- ทักษะการส่ือสารและการทำงานรว่ มกัน - ทกั ษะดา้ นชีวิตและการอาชพี ๗. พฤติกรรมการเรยี นรู้ (คุณลักษณะอนั พึงประสงค)์ ๗.๑ พุทธพิ สิ ัย (Cognitive Domain) ๑. ความเข้าใจ ๒. การนำไปใช้ ๓. การวิเคราะห์ ๗.๒ จิตพสิ ัย(Affective Domain) ๑. การตอบสนอง ๒. การเหน็ คณุ คา่ ๗.๓ ทกั ษะพสิ ัย (Psychomotor Domain) ๑. การทำถูกต้องหลากหลายรูปแบบ ๒. การทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ 8. สมรรถนะสำคญั / คุณลกั ษณะที่เนน้ สมรรถนะ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 5.ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต คณุ ลกั ษณะ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มวี นิ ยั 3. มุ่งม่ันในการทำงาน 4. มจี ิตสาธารณะ 9. คา่ นิยม 12 ประการ - ใฝห่ าความรู้ หมัน่ ศกึ ษาเลา่ เรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม - มีระเบยี บ วินัย เคารพกฎหมาย ผ้นู อ้ ยร้จู ักการเคารพผ้ใู หญ่ - . มีสตริ ตู้ ัว ร้คู ดิ รู้ทำ - รู้จักดำรงตนอยโู่ ดยใชห้ ลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

10. กระบวนการเรยี นร้/ู กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ตั้งประเดน็ คำถาม ๑. ครูให้นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน ตรวจแล้วบอกคะแนนแก่นักเรยี นเพือ่ ให้นักเรียนทราบว่าตนเองมี พืน้ ฐานความรู้ เรอ่ื ง การเตรียม ประกอบ จดั ตกแตง่ และบรกิ ารเครื่องด่ืมในระดบั ใดจะได้วางแผนการเรียนได้อย่าง เหมาะสม ๒. ครใู ห้นักเรยี นดเู คร่อื งดืม่ ประเภทต่างๆ เช่น ชา กาแฟ นม นำ้ ผลไม้ จาก https://cooking.kapook.com/drink/healthy แล้วสนทนาซักถามว่าเคร่ืองด่ืมแตล่ ะประเภทมีประโยชน์อย่างไร เครื่องดื่มประเภทใดบ้างท่นี กั เรยี นสามารถทำได้ดว้ ยตนเอง และตอ้ งใชว้ สั ดอุ ุปกรณ์ ภาชนะใดบ้างในการทำ ๓. ครูให้นักเรียนศกึ ษา เรอ่ื ง การเตรยี ม ประกอบ จัด ตกแต่ง และบรกิ ารเครอื่ งด่ืมในหนงั สอื เรียน 2. สบื คน้ ความรอู้ อกแบบและวางแผน นำไปปฏบิ ัติ (กระบวนการทางสังคม / กระบวนการสร้างองค์ความรู้ / กระบวนการคิดวเิ คราะห์ / กระบวนการเรยี นร้จู ากประสบการณ์จรงิ ) ๑. ครูให้นักเรียนแบง่ ออกเปน็ ๕ กลุ่ม ตามความสมัครใจ จับฉลากเลือกหัวข้อทีก่ ำหนดให้ต่อไปนี้กลุ่มละ ๑ เร่ือง ดังน้ี ๑. นำ้ สะอาด ๒. น้ำนม ๓. น้ำอดั ลม ๔. น้ำผลไม้ ๕. นำ้ สมนุ ไพร แต่ละกลุ่มสบื ค้นขอ้ มูลเพอ่ื วางแผนเตรยี ม ประกอบ จัด ตกแตง่ และบรกิ ารเครื่องดื่มตามทก่ี ลมุ่ ไดร้ ับ ๒. ครูให้นักเรียนรายงานการศึกษาและการเตรียม ประกอบ จัด ตกแต่ง และบริการเครื่องดื่มโดยต้องมี สาระสำคัญของเร่ืองครบถ้วนและมภี าพประกอบ ๓. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๗ คน ปฎิบัติกิจกรรมปฏิบัติที่ ๒ น้ำสมุนไพรเลิศรส แต่ละกลุ่มแบ่งงานกันให้ สมาชิกทุกคนสืบค้นข้อมูลการทำนำ้ สมนุ ไพรท่ีเลือกโดยมีสูตรและส่วนผสมที่แตกต่าง แล้วนำมาให้สมาชิกในกลุม่ ชิม เพื่อคัดเลือกน้ำสมุนไพรที่จะทำขายในโรงเรียน แล้วเขียนขั้นตอนการทำน้ำสมุนไพรเพื่อจำหน่ายโดยใช้กระบวนการ แก้ปัญหาในการทำงาน ลงในใบงานที่ ๒ ๔. ครูประเมินผลการปฏบิ ัติกจิ กรรม พร้อมให้ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มสรปุ ผลจากการปฏิบัติกิจกรรม และ ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการทำงาน ๕. ครใู หน้ ักเรียนทำกจิ กรรมตรวจสอบการเรยี นรทู้ ่ี ๒ ครูและนกั เรียนเฉลยรว่ มกนั 3. สรุปองค์ความรู้จาก การนำทฤษฎีไปปฏบิ ัติ ประเมินกระบวนการ ทำงานและผลผลติ ๑. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรปุ ความรู้ เร่อื ง การเตรียม ประกอบ จัด ตกแต่ง และบริการเคร่อื งดืม่ ๒. ครูใหน้ กั เรยี นบันทกึ สรปุ ลงในสมดุ โดยอาจสรุปเปน็ แบบเรียงความหรือแผนทคี่ วามคิดหรอื ผังมโนทัศนก์ ไ็ ด้

๑๑. ส่ือการเรียนร้แู ละแหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสอื เรียนสาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพและเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๒ ๒. แบบบนั ทกึ ความรู้ เร่ือง การเตรียม ประกอบ จัด ตกแต่ง และบริการเครื่องดืม่ ๓. ใบงานที่ ๒ เร่ือง น้ำสมนุ ไพรเลิศรส ๔. แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรียน ๕. ห้องสมุดของโรงเรียน ๖. หอ้ งสมดุ กลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี ๗. อินเทอรเ์ นต็ จากเว็บไซตต์ า่ ง ๆ เชน่ - https://cooking.kapook.com/drink/healthy - http://pizparklepraew.blogspot.com - https://kanjizahaha.wordpress.com ๑๒. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ ๑. แบบทดสอบก่อนเรยี นแบบเลอื กตอบ จำนวน ๔๕ ขอ้ ๒. สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา้ รว่ มกิจกรรม ๓. ตรวจผลงานจากภาระงาน - สมดุ บันทึกความรู้ การเตรียม ประกอบ จดั ตกแตง่ และบริการเคร่ืองด่ืม - ใบงานที่ ๒ เรื่อง น้ำสมุนไพรเลิศรส 13. กิจกรรมเสนอแนะ ชิ้นงาน/ภาระงาน ๑. สมุดบนั ทึกการเตรียม ประกอบ จัด ตกแตง่ และบรกิ ารเคร่ืองด่มื ๒. ผลการปฏิบตั งานตามใบงานท่ี ๒ นำ้ สมุนไพรเลศิ รส กิจกรรมตรวจสอบความเขา้ ใจ ๑. นกั เรียนนำทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หาในการทำงานมาใชใ้ นการเตรยี ม ประกอบ จดั ตกแตง่ และบริการ เครือ่ งดืม่ แก่สมาชิกในครอบครัวไดอ้ ย่างไร ๒. นกั เรยี นสามารถนำแนวทางทีไ่ ดจ้ ากการเตรียม ประกอบ จดั ตกแตง่ และบริการเครื่องดม่ื ไปปรับใช้ใน ชีวติ ประจำวันไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง

14. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ด้านความรู้ ............................................................................................................................. ............................................................ ........................................................................................................................................................................................ ด้านทกั ษะกระบวนการ ........................................................................................................................... .............................................................. ............................................................................................................................. ............................................................ ...................................................................................................................................... .................................................. ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ .................................................................................................................................................................................. ....... ............................................................................................................................ ............................................................ ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ปญั หา – อุปสรรค - ข้อเสนอแนะเพ่อื การพัฒนาแผนการจัดการเรยี นรู้ในครง้ั ต่อไป ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................................................................. ........... ลงชอ่ื ................... ...................... (นายบรรจบ ชมู ก) ผู้สอน 15. เอกสารประกอบอนื่ ๆ ภาคผนวกทา้ ยหน่วยการเรียนรู้ ประกอบดว้ ย - สอื่ ประกอบการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ - เอกสารใบความรู้

16. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................. (นางศรีเริญ มีพมิ พ์) วันท่ี ........./ ................ / ........... ความคดิ เห็นของรองผอู้ ำนวยการกลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ ................................................................................................................................................................... ...................... ............................................................................................................. ............................................................................ ............................................................................................................................. ........................................................... ลงชื่อ......................................... (นายถวิล ชยั ยา) วนั ที่ ........./ ................ / ........... ความคิดเหน็ ของผอู้ ำนวยการโรงเรยี น ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ........................................................................................................................................................................................ ลงชื่อ......................................... (นายจรสั คำอ้าย) วนั ท่ี ........./ ................ / ...........

ใบงานท่ี ๒ เรื่อง น้ำสมุนไพรเลิศรส คำช้แี จง ใหน้ กั เรยี นปฏบิ ัตกิ ิจกรรมที่ ๒ ชื่อกิจกรรม “นำ้ สมุนไพรรสเลิศ” ขั้นตอนการปฏิบัตงิ าน ๑. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ ๗ คน เลอื กทำนำ้ สมุนไพรเพอ่ื จำหน่ายในวนั กจิ กรรมตลาดนัดโรงเรยี น ๒. ประชมุ กลุ่มเพื่อหาข้อตกลงเลือกสมนุ ไพรทีจ่ ะมาทำเครอื่ งด่ืม ๓. แบง่ งานให้สมาชิกทกุ คนไปสืบข้อมูลการทำนำ้ สมนุ ไพรท่ีเลอื กโดยมีสตู รและส่วนผสมตา่ งกัน ๔. ทดลองทำนำ้ สมนุ ไพรตามสูตรเพื่อทดสอบกลน่ิ รสชาติและสสี ันและปรุงแต่งจนคดิ ว่าเหมาะสมกับลกู ค้าใน โรงเรียน ๕. จัดเตรยี มวัสดุอุปกรณ์และภาชนะบรรจสุ ำหรับจำหนา่ ย ๖. ปฏบิ ตั กิ ารทำน้ำสมนุ ไพรเพ่ือจำหน่ายในวนั กิจกรรมตลาดนดั โรงเรียน ๗. เขยี นขน้ั ตอนการทำน้ำสมนุ ไพรจำหน่ายโดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาในการทำงาน แล้วทำเปน็ รายงานสรุป การทำงานสง่ ครู และนำออกเผยแพรใ่ นวันกิจกรรมตลาดนัดโรงเรียน

แบบบันทึกการทำงาน เรอ่ื ง การเตรียม ประกอบ จัด ตกแตง่ และบรกิ ารเครอ่ื งด่มื สตู รน้ำสมนุ ไพรเลศิ รส ส่วนผสม …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. วสั ดอุ ุปกรณ์ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. วิธีทำ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

กจิ กรรมตรวจสอบการเรยี นรู้ท่ี ๒ จงตอบคำถามต่อไปนีใ้ หถ้ ูกต้อง ๑. เคร่ืองดืม่ หมายถงึ อะไร และเครื่องด่มื ชนดิ ใดทเ่ี หมาะกับคนทกุ เพศทุกวัย ๒. เครอ่ื งด่มื ชนิดใดท่ไี ม่เหมาะสำหรบั เด็ก ระบมุ า ๓ ชนิด ๓. ผู้ทด่ี ม่ื นำ้ อัดลมเป็นประจำมกั เกดิ ปญั หาสขุ ภาพอยา่ งไร ๔. สารชนดิ ใดทีพ่ บในเคร่ืองดื่มประเภทชาและกาแฟ ๕. นำ้ สมนุ ไพรกบั นำ้ ผลไม้แตกต่างกนั อยา่ งไร ๖. เพราะเหตุใดการจัด ตกแต่งเครอ่ื งดื่มประเภทน้ำผลมแ้ ละชาจงึ นิยมใช้ใบสะระแหน่ ๗. การชงชาและกาแฟควรเลือกใชภ้ าชนะแบบใด ๘. เพราะเหตใุ ดจึงไม่ควรใชม้ ือหยิบจับนำ้ แข็งสำหรบั การเตรยี มเครอ่ื งด่มื ๙. เครอ่ื งดื่มท่นี ำไปบริการต้องคำนึงถึงส่ิงใดบ้าง ๑๐. ถ้าพ่อและแมจ่ ะจดั งานเล้ียงเกษียณอายรุ าชการ และใหน้ กั เรยี นช่วยคดิ รายการเคร่ืองดืม่ นักเรยี นจะเลือก เคร่อื งดื่มชนิดใดบ้าง เพราะอะไร

เฉลยกจิ กรรมตรวจสอบการเรียนรู้ท่ี ๒ จงตอบคำถามต่อไปน้ีใหถ้ กู ต้อง ๑. เคร่ืองดม่ื หมายถึงอะไร และเครอื่ งดืม่ ชนิดใดท่เี หมาะกับคนทกุ เพศทกุ วยั เครื่องดืม่ หมายถึง สิ่งที่มนุษยจ์ ัดเตรียมสำหรับดืม่ และมักจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก เครื่องดื่มที่เหมาะ สำหรบั คนทกุ เพศทกุ วยั คอื นำ้ สะอาด ๒. เครื่องดม่ื ชนิดใดที่ไมเ่ หมาะสำหรบั เด็ก ระบมุ า ๓ ชนดิ น้ำสะอาด นม นำ้ ผลไม้ นำ้ สมนุ ไพร ๓. ผู้ที่ดื่มนำ้ อดั ลมเป็นประจำมักเกิดปัญหาสขุ ภาพอย่างไร กระดกู และฟันผกุ ร่อน เส่ียงต่อการเกดิ โรคอ้วน เบาหวาน ทอ้ งอืด อาหารไมย่ ่อย แน่นและจุกเสยี ด ๔. สารชนิดใดที่พบในเคร่ืองดื่มประเภทชาและกาแฟ คาเฟอีน ๕. นำ้ สมุนไพรกบั นำ้ ผลไมแ้ ตกตา่ งกันอย่างไร นำ้ สมนุ ไพร หมายถึง เครื่องดื่มท่มี สี ว่ นผสมของพืชสมุนไพรทีไ่ ดจ้ ากส่วนใดสว่ นหนึ่งหรือหลายส่วน ไดแ้ ก่ ลำตน้ ยอด ใบ ดอก ผล และเมล็ดของพชื ตา่ งๆ ยกเว้นไม้ผล สว่ นนาํ้ ผลไม้ หมายถงึ เครื่องดื่มทีไ่ ด้จากการคั้นผลไม้สดหรือนำไปผา่ นกระบวนการถนอมอาหารและการ แปรรปู เพื่อใหส้ ามารถเกบ็ ไวบ้ ริโภคนานๆ ๖. เพราะเหตใุ ดการจัด ตกแต่งเครอื่ งดืม่ ประเภทนำ้ ผลมแ้ ละชาจึงนิยมใช้ใบสะระแหน่ เพอ่ื ใหด้ ดู สี วยงามมสี ีสัน หากเราไดส้ ูดดมกลิ่นของใบสะระแหนท่ กุ ๒ ชั่วโมง ในหนึ่งวนั จะทำให้เรามคี วามอยาก กนิ อาหารน้อยลง ๗. การชงชาและกาแฟควรเลือกใชภ้ าชนะแบบใด ภาชนะที่ทำจากแก้ว ๘. เพราะเหตใุ ดจงึ ไม่ควรใชม้ ือหยิบจบั น้ำแข็งสำหรบั การเตรียมเครื่องดื่ม เพราะอาจมีเชื้อโรคที่ปนเป้ือนมากับมือติดลงไปในนำ้ แขง็ ได้ ๙. เครือ่ งดมื่ ทีน่ ำไปบริการต้องคำนึงถึงสิ่งใดบา้ ง สะอาด ทว่ั ถึง เพียงพอ และต้องคำนึงถึงเพศและวัยของผู้รับบรกิ าร ๑๐. ถา้ พอ่ และแมจ่ ะจัดงานเลยี้ งเกษียณอายุราชการ และให้นักเรยี นชว่ ยคดิ รายการเคร่ืองดืม่ นักเรยี นจะเลือก เครือ่ งด่ืมชนดิ ใดบา้ ง เพราะอะไร นำ้ สะอาด เพราะเหมาะสำหรบั บคุ คลทุกเพศทุกวัย นำ้ ผลไม้ เพราะมสี ารอาหารและวิตามินที่มปี ระโยชน์ ซง่ึ ก็จะสง่ ผลดตี ่อสุขภาพของผ้สู ูงอายุได้ แตท่ ง้ั น้ใี ห้ คำนึงวา่ ผลไม้บางชนิด เช่น เงาะ ลำไย และมะมว่ งสกุ ไมเ่ หมาะสำหรับผ้สู ูงอายุทปี่ ว่ ยดว้ ยโรคเบาหวาน

น้ำสมุนไพร เช่น น้ำกระเจี๊ยบแดง เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพของผู้สูงอายุมาก เพราะจะช่วยใน เรื่องของการบำรุงเลือด ลดไขมันในเส้นเลือด ฟื้นฟูร่างกาย บรรเทาอาการเหนื่อยล้า และบำรุงธาตุ น้ำใบบัวบก ช่วยในการลดความเหน่ือยล้า เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า และลดความดันโลหิต น้ำมะตูม บำรุงสมอง ลดอาการข้ี หลงขีล้ ืมและปอ้ งกนั การเปน็ โรคอลั ไซเมอร์ได้

แบบประเมนิ พฤติกรรมการเรยี นรู้ วชิ า การงานอาชีพและเทคโนโลยี เรอ่ื ง .................................................... ชัน้ ......./........ ลำดบั ชื่อ-นามสกุล ความต้งั ใจ การตง้ั การทำ ส่งงาน มาเรียน รวม ปรบั ท่ี ม่งุ มั่น คำถาม กจิ กรรม ในเวลา สม่ำเสมอ คะแนน คะแนน ตอบ (๔) คำถาม กลมุ่ ที่ (๔) (๒๐) (๑๐) (๔) (๔) กำหนด (๔) ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘. .... หมายเหตุ ๑. แบบประเมินนี้ใชไ้ ด้ตลอดภาคเรียน ๒. เกณฑ์การประเมนิ ผู้ประเมิน............................................................... ()

แบบประเมนิ การนำเสนอผลงานหนา้ ชัน้ เรยี น กลุ่มที.่ ........ เร่อื ง..................................................... ชั้น ......./........ คำชแี้ จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ✓ ลงใน ช่องว่างท่ตี รงกับระดบั คะแนน ลำดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔๓๒๑ ๑. ความถกู ต้องของเนอ้ื หา ๒. ความคดิ สรา้ งสรรค์ ๓. วิธีการนำเสนอผลงาน ๔. การนำไปใชป้ ระโยชน์ ๕. การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ปฏิบัตหิ รือแสดงผลงานสมบูรณ์ชดั เจน ให้ ๔ คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงผลงานมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ ๓ คะแนน ปฏบิ ัติหรือแสดงผลงานมีขอ้ บกพร่องเปน็ สว่ นใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ปฏบิ ัติหรอื แสดงผลงานมีขอ้ บกพร่องมาก ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ ระดับคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ๑๘ - ๒๐ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๐ - ๑๓ ต่ำกวา่ ๑๐ พอใช้ ปรับปรุง

แบบประเมินสมดุ บันทึกความรู้ เกณฑ์การประเมินสมุดบนั ทึกความรู้ การใหค้ ะแนน/ระดับคะแนน ปรบั ปรงุ (๑) พอใช้ (๒) ดี (๓) ดีมาก (๔) บนั ทึกข้อมลู ไม่ถูกต้อง บันทกึ มีข้อมูลแตย่ ังไม่ บันทึกมีความถูกต้อง บนั ทึกมีความถูกตอ้ ง ครบถ้วนสมบูรณ์ สมบรู ณพ์ อสมควร ชัดเจนครบถว้ นสมบูรณ์ แบบประเมนิ ชิ้นงาน เกณฑ์การประเมนิ ชิน้ งาน การใหค้ ะแนน/ระดบั คะแนน ปรบั ปรงุ (๑) พอใช้ (๒) ดี (๓) ดมี าก (๔) ผลงานมขี อ้ มลู ไม่ถกู ต้อง ผลงานมขี อ้ มลู แต่ยงั ไม่ ผลงานมคี วามถูกต้อง ผลงานมคี วามถูกตอ้ ง ตามจดุ ประสงคข์ อง ครบถ้วนสมบรู ณต์ าม สมบรู ณพ์ อสมควรตาม ชัดเจนครบถว้ นสมบูรณ์ กจิ กรรมขาดความคดิ จุดประสงค์ของกิจกรรม จุดประสงคข์ องกิจกรรม ตามจุดประสงค์ของ สรา้ งสรรค์ ไม่มี ผลงานมคี วามคดิ ผลงานมีความคิด กจิ กรรม ผลงานมีความคดิ ภาพประกอบ สร้างสรรค์เลก็ น้อย มี ภาพประกอบ แต่ขาด สร้างสรรค์ มี สร้างสรรค์ มี ความสอดคล้องกบั ข้อมูล ภาพประกอบ สวยงาม ภาพประกอบ สวยงาม สอดคล้องกบั ข้อมูลชัดเจน สอดคล้องกบั ข้อมูลชัดเจน

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๓ เรอ่ื ง การเลี้ยงสัตว์ เวลา ๔ ชั่วโมง ๑. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้าใจการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะการ จัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรมและ ลักษณะนสิ ัยในการทำงาน มจี ิตสำนกึ ในการใชพ้ ลงั งาน ทรัพยากรและสงิ่ แวดล้อม เพือ่ การดำรงชวี ิตและครอบครัว ๒. ตวั ชี้วัด ตัวชว้ี ดั ข้อ ๒ ใช้ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการทำงาน ตัวช้ีวัดขอ้ ๓ มีจิตสำนึกในการทำงานและใช้ทรพั ยากรในการปฏิบัตงิ านอย่างประหยดั และคุ้มค่า ๓. สาระสำคญั การเลี้ยงสัตว์มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากสัตว์จะเป็นแหล่ง อาหารโปรตีนที่สำคัญแล้ว ยังเป็นแรงงานในการประกอบอาชีพอีกด้วย และผลผลิตจากสัตว์หลายชนิดยังใช้เป็น เคร่อื งนุ่งหม่ ของใช้ ของประดับตกแต่งท่ีมีมูลค่าสูง ท้ังไข่ หนัง ขนและเขา ดงั นัน้ การเลย้ี งสัตว์จึงเป็นการทำงานหรือ อาชพี ท่ีตอ้ งพบกับปัญหามากมายทผ่ี ู้ต้องการจะเลี้ยงสตั ว์ต้องศึกษาเรยี นรหู้ ลักการเลี้ยงสัตว์ ต้ังแต่เร่ืองของพันธ์ุสัตว์ สถานที่เลี้ยงสัตว์ อาหารสัตว์ มูลสัตว์และสิ่งปฏิกูล โรคและศัตรูสัตว์ รวมถึงการจัดการผลผลิตสัตว์ ก่อนที่จะศึกษา รายละเอียดเฉพาะชนิดของสัตว์ท่ีชอบ และต้องการจะนำมาเลี้ยงในครวั เรอื น ๔. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๑. ใช้ทกั ษะกระบวนการแกป้ ัญหาในการเล้ียงสตั ว์ได้ ๒. นำความรู้เกยี่ วกับการเลย้ี งการเล้ียงปลาดุกในบอ่ ซเี มนตแ์ ละการเลย้ี งไก่พืน้ บ้านทถ่ี ูกวธิ ีไปประยกุ ต์ใช้ ๓. เลอื กใชว้ ัสดอุ ปุ กรณแ์ ละเครอ่ื งมือทเ่ี หมาะสมกบั งานและมจี ติ สำนกึ ในการทำงานอย่างประหยดั และ คุ้มค่า ๕. สาระการเรยี นรู้ การเลย้ี งสัตว์ ๑ ปญั หาในการเลีย้ งสัตว์ ๒ ปัญหาเกี่ยวกับมูลสตั วแ์ ละสิ่งปฏิกูล ๓. การเลย้ี งสตั ว์ในครัวเรอื น

๖. ทกั ษะ / กระบวนการ - ความสามารถในการสื่อสาร - ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ - ทักษะการสื่อสารและการทำงานรว่ มกัน - ทักษะดา้ นชวี ติ และการอาชีพ ๗. พฤติกรรมการเรียนรู้ (คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์) ๗.๑ พทุ ธพิ สิ ัย (Cognitive Domain) ๑. ความเข้าใจ ๒. การนำไปใช้ ๓. การวิเคราะห์ ๗.๒ จติ พิสัย(Affective Domain) ๑. การตอบสนอง ๒. การเหน็ คณุ ค่า ๗.๓ ทักษะพสิ ยั (Psychomotor Domain) ๑. การทำถกู ต้องหลากหลายรูปแบบ ๒. การทำไดอ้ ยา่ งเปน็ ธรรมชาติ 8. สมรรถนะสำคัญ / คณุ ลกั ษณะทีเ่ น้น สมรรถนะ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5.ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ คุณลกั ษณะ 1. ใฝเ่ รยี นรู้ 2. มวี นิ ัย 3. มงุ่ มั่นในการทำงาน 4. มีจติ สาธารณะ 9. คา่ นิยม 12 ประการ - ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเลา่ เรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม - มรี ะเบยี บ วนิ ยั เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรูจ้ ักการเคารพผู้ใหญ่ - . มสี ตริ ู้ตัว รคู้ ดิ รูท้ ำ

- รจู้ กั ดำรงตนอยู่โดยใช้หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง 10. กระบวนการเรยี นรู้/กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ต้ังประเด็นคำถาม ๑. ครูให้นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน ตรวจแล้วบอกคะแนนแก่นักเรียนเพือ่ ให้นักเรียนทราบว่าตนเองมี พ้ืนฐานความรู้ เร่อื ง การเลี้ยงสัตว์ ในระดับใดจะไดว้ างแผนการเรยี นไดอ้ ย่างเหมาะสม ๒. ครูให้นักเรียนดูภาพสัตว์เลี้ยงประเภทต่างๆ แล้วให้นักเรียนช่วยกันบอกประโยชน์ของการเลี้ยงสัตว์ ดังกล่าว ภาระงานในการเลี้ยงสัตว์ ปัญหาในการเลี้ยงสัตว์ และวิธีแก้ปัญหา ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและ แสดงความคิดเหน็ เพื่อเชือ่ มโยงไปสู่บทเรียน ๓. ครูให้นกั เรยี นศกึ ษา เรื่อง การเลย้ี งสตั ว์ ในหนังสือเรียนการงานอาชีพและเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๒ 2. สบื คน้ ความรอู้ อกแบบและวางแผน นำไปปฏิบัติ (กระบวนการทางสงั คม / กระบวนการสร้างองคค์ วามรู้ / กระบวนการคิดวเิ คราะห์ / กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง) ๑. ครูใหน้ กั เรยี นแบง่ กล่มุ กลุ่มละ ๕-๖ คน เลือกปฏิบัตงิ านตามใบงานที่ ๓ เร่ือง การเล้ยี งสตั ว์ปกี หรอื สัตวน์ ้ำ หรอื ใบงานที่ ๔ เร่อื ง การทำนำ้ หมักชวี ภาพฮอรโ์ มนผลไมส้ ตู รเล้ยี งปลาดุก ตามความสมัครใจ ๒. แต่ละกลุม่ สืบคน้ และสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับงานทีก่ ลุ่มเลือก ในเรื่อง วัสดุอุปกรณใ์ นการปฏบิ ตั งิ าน ขั้นตอน และวธิ กี ารทำงาน ปญั หาและอปุ สรรคในการทำงาน โดยอาจหาข้อมลู จากหนังสอื อินเทอรเ์ นต็ หรอื ปราชญ์ชาวบ้าน ในทอ้ งถ่ิน 3. สรุปองค์ความรจู้ าก การนำทฤษฎีไปปฏิบตั ิ ประเมินกระบวนการ ทำงานและผลผลิต ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนสรุปข้อมูลในการทำงานในรูปของรายงาน แล้วส่งตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอ ผลงานหน้าช้ันเรียน ครูและนักเรยี นช่วยกนั เพิม่ เติมขอ้ มูลใหส้ มบูรณ์ ๒. นักเรียนที่ปฏิบัติงานตามใบงานที่ ๓ เรื่อง การเลี้ยงสัตว์ปีกหรือสัตว์น้ำ หรือใบงานที่ ๔ เรื่อง การทำน้ำ หมักชีวภาพฮอร์โมนผลไม้สูตรเลี้ยงปลาดุก มารวมเป็นกลุ่มการเลี้ยงสัตว์ปีกหรือสัตว์น้ำและการทำน้ำหมักชีวภาพ ฮอร์โมนผลไม้สูตรเลี้ยงปลาดุก แล้วแบ่งหน้าที่กันปฏิบัติงานจรงิ โดยเก็บรวมรวมข้อมูลการทำงานตั้งแต่เริ่มต้นจบ งานสำเรจ็ เพ่ือเขียนรายงานสรปุ การปฏิบัติงานส่งครู ๓. ครปู ระเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิงาน พร้อมใหต้ ัวแทนนักเรียนแตล่ ะกลุ่มสรุปผลจากการปฏบิ ตั ิงาน และประโยชน์ ทไ่ี ดจ้ ากการทำงาน ๔. ครูให้นกั เรียนทำกิจกรรมตรวจสอบการเรยี นรูท้ ่ี ๓ ครแู ละนกั เรยี นเฉลยรว่ มกัน 4. เขยี นเผยแพร่ นำเสนอด้วยวธิ ีต่าง ๆ ๑. ครูและนกั เรียนร่วมกันสรุปความรู้ เรอื่ ง การเลย้ี งสตั ว์

๒. ครูใหน้ กั เรียนบันทกึ สรุปลงในสมดุ โดยอาจสรปุ เปน็ แบบเรยี งความหรือแผนทีค่ วามคิดหรือผงั มโนทศั น์กไ็ ด้ ๑๑. สื่อการเรยี นร้แู ละแหล่งการเรียนรู้ ๑. หนงั สือเรยี นสาระการเรยี นรูก้ ารงานอาชีพและเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๒ ๒. แบบบนั ทึกความรู้ เรื่อง การเลยี้ งสตั ว์ ๓. ใบงานที่ ๓ เรอื่ ง การเลี้ยงสตั วป์ ีกหรือสตั ว์นำ้ ๔. ใบงานที่ ๔ เรอ่ื ง การทำนำ้ หมักชีวภาพฮอร์โมนผลไมส้ ูตรเลย้ี งปลาดกุ ๕. แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรยี น ๖. หอ้ งสมดุ ของโรงเรยี น ๗. หอ้ งสมุดกล่มุ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพและเทคโนโลยี ๘. อนิ เทอรเ์ นต็ จากเวบ็ ไซตต์ า่ ง ๆ เช่น - http://www.abocn.com/category/การเล้ียงสตั ว์/ - https://www.moac.go.th/philosopher-home - https://www.biomin.net/th/ - http://puparn.rid.go.th/nineteen%20MENU/eleven.pdf - https://www.rakbankerd.com/agriculture/page.php?id=1649&s=tblplant ๑๒. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ ๑. แบบทดสอบกอ่ นเรียนแบบเลือกตอบ จำนวน ๔๕ ข้อ ๒. สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในการเข้ารว่ มกิจกรรม ๓. ตรวจผลงานจากภาระงาน - สมดุ บนั ทกึ ความรู้ เรอ่ื ง การเลยี้ งสัตว์ - ใบงานที่ ๓ เรื่อง การเลย้ี งสตั วป์ กี หรือสัตว์น้ำ - ใบงานท่ี ๔ เรอื่ ง การทำน้ำหมกั ชีวภาพฮอรโ์ มนผลไม้สตู รเล้ียงปลาดกุ 13. กจิ กรรมเสนอแนะ ชนิ้ งาน/ภาระงาน ๑. สมดุ บนั ทกึ การเลย้ี งสัตว์ ๒. ผลการปฏิบัติงานตามใบงานที่ ๓ เรอื่ ง การเลย้ี งสัตว์ปกี หรือสัตวน์ ำ้ ๓. ผลการปฏบิ ัติตามใบงานที่ ๔ เรอ่ื ง การทำน้ำหมักชวี ภาพฮอรโ์ มนผลไม้สูตรเล้ียงปลาดุก ๔. ผลการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมฝึกปฏิบตั ิท่ี ๓ เล้ยี งปลาในบ่อให้ปลอดภัย

๕. ผลการตอบคำถามจากกจิ กรรมตรวจสอบการเรียนรทู้ ี่ ๓ กจิ กรรมตรวจสอบความเข้าใจ ๑. ใครเคยเลยี้ งสัตวบ์ า้ ง เล้ียงสัตว์อะไร เลย้ี งไว้เพื่ออะไร ๒. นกั เรยี นนำทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หาไปใชใ้ นการเลี้ยงสตั วไ์ ดอ้ ยา่ งไร ๓. นักเรียนสามารถนำแนวทางท่ไี ด้จากการเลีย้ งสตั ว์ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง ๔. ในท้องถิน่ ของนกั เรยี นสามารถเล้ียงสัตวป์ ระเภทใดไดบ้ า้ ง

14. บนั ทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้ ด้านความรู้ ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ........................................................... ด้านทักษะกระบวนการ ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................................................... ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ............................................................................................................................. ............................................................ ........................................................................................................................................................................................ ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น .................................................................................................................. ....................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ปญั หา – อุปสรรค - ข้อเสนอแนะเพอื่ การพฒั นาแผนการจัดการเรียนรูใ้ นครัง้ ตอ่ ไป ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ........................................................... ลงช่อื ................... ...................... (นายบรรจบ ชูมก) ผู้สอน 15. เอกสารประกอบอ่ืนๆ ภาคผนวกท้ายหนว่ ยการเรียนรู้ ประกอบดว้ ย - ส่อื ประกอบการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ - เอกสารใบความรู้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook