Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สามแดนโลกธาตุ

สามแดนโลกธาตุ

Published by kowit, 2018-07-17 11:23:34

Description: หนังสือใครจะใหญ่เกินกรรม เล่มนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่คณะศิษย์ได้จดบันทึกไว้ ถ้าท่านใดนำไปศึกษาและปฏิบัติตามก็จะเข้าใจในเรื่องของภพภูมิ มีพลังงาน วิญญาณ จิต และนิพพาน อีกทั้งยังจะเป็นประโยชน์กับตัวท่านเอง และภพภูมิทั้งหลายอีกด้วย และพลังงานอันไม่ีมีประมาณของท่านเองก็จะถูกบันทึกไว้ทั่วทั้งสามแดนโลกธาตุเรื่อยไปอย่างไม่มีประมาณ ไม่มีที่สิ้นสุด

Search

Read the Text Version

“การหล่อพระ... เปน็ การบรรจพุ ลงั งานลงไปในองคพ์ ระ ให้ฝากกระแสของพระปัจเจกฯ พระโพธิสตั ว์ และผู้ที่สรา้ งบารมไี ว้ในพระของเรา ให้เทวดาภพภมู บิ รเิ วณทีร่ ูปลกั ษณ์ทเ่ี ราสรา้ งมาโมทนากบั เราด้วย” “ทำ�ใจใหส้ บายทง้ั วนั ให้หม่ันจับภาพ พอเรานกึ บอ่ ยๆ กระแสพลังงานของเรากบั จกั รพรรดิก็จะหนาแน่นขึ้น จิตเรากจ็ ะไปผูกกบั จกั รพรรดิ พอมีก�ำ ลงั ก็สามารถอธิษฐานมาใช้ประโยชนไ์ ดท้ ั้งทางโลกและทางธรรม” “ข้ีเกยี จกท็ ำ� ขยันก็ท�ำ มคี นหา้ มกท็ �ำ มีคนชมกท็ �ำ ” “พระโพธิสัตว์ทบ่ี ารมเี ตม็ แลว้ พลังงานบารมมี ีอยทู่ ุกตารางนิ้วบนโลก” “ส่งวญิ ญาณ คือ การแผ่บุญ แผเ่ มตตาตามสถานทต่ี า่ งๆ เหมือนเรามีสตางค์แลว้ เรากใ็ ห้กบั คนอ่ืน แจกไปไม่มปี ระมาณ ประโยชนท์ ี่ได้จากการแผ่เมตตากค็ อืวิญญาณได้ไปสู่ภพภมู ิที่ดขี นึ้ ตามกรรมของแตล่ ะดวงวิญญาณ” “ถา้ เรามีประโยชนก์ ับเทวดา เทวดากจ็ ะรักษาเรา” “ปดิ วาจา เปน็ การปิดการกระทำ�จากกายกรรมและวจีกรรม ส่วนมโนกรรมยงัอยู่ ถา้ สวดจกั รพรรดไิ ปก็ปิดไดห้ มด” “จติ จะปรงุ แต่งรูปเพ่อื ท่ีจะเกิดใหม่ โดยกระแสกรรม เพราะมีกรรมเป็นแดนเกิด” “ถ้าบนั ทกึ หลายปีเข้า คิดอะไรแล้วกจ็ ะได”้ “เมอ่ื เราสวดของเราไปเรอ่ื ยๆ เราจะรสู้ กึ ได้ว่าส่งิ ไหนควรหลีก ไม่ควรหลีกจะทำ�ดี หรือไมท่ �ำ ดี เราจะร้วู ่าจะทำ�ยังไง มันจะรูส้ กึ ได้เอง”คตธิ รรมค�ำ สอนหลวงตามา้ ๑๕๑

“การจับภาพหลวงปู่ดู่ จะใช้ (กำ�หนด) ภาพไหนก็ได้ เพราะฝกึ ไปนานๆ ภาพกจ็ ะสลบั ไปสลบั มาอย่แู ลว้ ภาพไหนกไ็ ด้เหมอื นกัน” “๑ กัป กระดูกเรา ทเ่ี ผาๆ กัน ใน ๑ ดวงจติ กองเทา่ ภูเขา” (กัป หมายความว่า ระยะเวลาอันยาวนานเหลอื เกนิ โลกพนิ าศครงั้ หน่ึงเป็นสนิ้ กปั หนึ่ง) “จิตเราบางทีก็ดี บางทีก็ไมด่ ี มันก็อยูด่ ว้ ยกันในจิตๆ เดยี ว ก็ไม่ต้องไปถามแล้ววา่ ส่งิ ใดควรหรือไมค่ วร เชน่ ควรใส่พระอาบนำ�้ ไดไ้ หม สวดมนต์ขณะอาบน้ำ�บาปไหม มันอยู่ที่เราวา่ จิตเราจะคิดว่าตรงไหนที่มนั สะอาดหรอื มนั สกปรก ใหพ้ ิจารณาดตู ามสภาพของความเป็นจริง สงิ่ ทที่ ำ�อย่มู นั ควรไมค่ วร อยูท่ เ่ี จตนาของเรา” “จับภาพหลวงปยู่ งั ไงก็ได้ ให้นกึ ถงึ ท่านบอ่ ยๆ คุยกับทา่ นบอ่ ยๆ ทา่ นไมท่ งิ้เราเด็ดขาด” “ถ้า ๒๐.๓๐ น. สวดไม่ทนั หรอื มเี วลาไมม่ ากพอ กใ็ หส้ วดจักรพรรดิสกั ๑ จบเพ่ือเป็นการฝากกระแสไป” “ขเี้ กียจกส็ วด ขยันก็สวด ใหส้ วดไปเรอ่ื ยๆ บันทกึ ท่ีจติ ไปเรอื่ ยๆ สวดบอ่ ยๆเหมือนเราเก็บเงินไว้วันละ ๑ บาท ๑๐ ปี กม็ ากข้นึ เร่ือยๆ ถ้า ๑๐ ปี เราบนั ทึกพลงั งานเข้าไปในจติ พลงั งานจะหนาแน่นมากแค่ไหน ลองคิดดู แลว้ เราจะเขา้ ใจอะไรหลายๆอย่างได้ง่ายขน้ึ เพราะเราเรมิ่ มกี �ำ ลัง” “จติ สบายก็สวด จิตไมส่ บายกส็ วด ไดค้ ร่ึงหน่ึงก็ยังดี อย่างนอ้ ยก็ยงั ได้บันทกึกระแสอยู่” “เวลาขี้เกยี จสวด ก็ใหน้ กึ ว่าสวดเพื่อพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ ก็ได้เป็นการไดค้ วามกตัญญ”ู “พลังงานทุกอย่างเกิดจากมนุษย์ มนุษยเ์ ปน็ คนสร้างพลงั งาน”๑๕๒ คตธิ รรมคำ�สอนหลวงตามา้

“พลังงาน คือ กรรมทีเ่ ราทำ�ทุกวนั กระแส คอื สง่ิ ท่ีบนั ทึกในจติ เรา ความระลึกรู้ทม่ี ีอยู่บนั ทกึ ในจิต พอนึกถงึ ความสขุ กน็ กึ ไปสุข พอนกึ ถงึ เรือ่ งท่เี ปน็ ทกุ ข์ มันก็ทุกข์ นแ่ี หละคอื กระแสและพลังงาน” “อย่าลมื สัพเพ ส่งบญุ ให้กับสรรพสตั ว์ที่เรากินไปต้ังแต่อดตี ปจั จุบัน และในอนาคต ท�ำ ให้กระแสของกรรม กระแสของโรคเบาบางมากขน้ึ เพราะเวลาเรากินเน้อืสตั ว์ สัตว์มนั ก็มีความอาฆาตแค้น กใ็ ห้สง่ บญุ ไป ความโกรธจะเบาบางลง สัตว์ถงึ แม้จะโดนแยกชน้ิ ส่วนขนาดไหน จติ มันกย็ งั จ�ำ ไดว้ ่ามนั ไปอยู่ท่ไี หนบา้ ง ก็เหมือนกับเรานกึ ถึงบ้านของเรา เราก็นกึ ออกวา่ ส่วนไหนของบา้ นมีอะไร มนั ก็เหมอื นกนั ใหส้ พั เพไปให้” “การรอคอยเป็นทุกขอ์ ย่างย่ิง คิดแล้วใหร้ บี ท�ำ เลย ไม่ต้องรอ จะไปรออะไรรอแล้วเม่อื ไรจะไดท้ ำ�สกั ที” “หลวงปจู่ ะตามดูเราจนกว่าเราจะส�ำ เร็จตามทเ่ี ราปรารถนา จะตามดแู ลเราไปเรื่อย” “จติ คนบนั ทึกทั้งบุญและบาป ด้วยความคิดและการกระท�ำ ทกุ ลมหายใจเข้าออกทรงอารมณ์ให้ดี กำ�ลังกจ็ ะมากขนึ้ ” “การจะทรงอารมณ์ให้ดไี ดท้ ง้ั วัน ขน้ึ อยู่กบั สังคมที่เราอยู่ เพราะสังคมปจั จุบันมสี งิ่ ที่เข้ามากระทบทางตา หู จมูก ลนิ้ กาย ใจ มาก จะเบนกระแสไดโ้ ดยการจบั ภาพหลวงปู่ แลว้ ก็สวดไปเรอื่ ยๆ ใหอ้ ธิษฐานสิ่งที่ดขี อใหร้ บั สิ่งทไ่ี มด่ ขี ออยา่ ใหไ้ ด้รู้ เป็นวิธกี ารเบนกระแสส่ิงทไี่ ม่ดตี า่ งๆ น่ีแหละประโยชน์การสวดมนต”์ “วิชาของหลวงปูส่ ามารถตดั ภพตดั ชาตไิ ด้ ทกุ วนั นท้ี ่ีเราฝกึ เพอื่ ฝกึ ก�ำ ลงั ใจ ฝึกให้มกี �ำ ลงั ฝึกเตรยี มตัวตาย สวดไปนานๆ เข้า เราสามารถบงั คบั จติ ของเราได้ ท�ำ ไปเถอะมปี ระโยชน์ ดกี วา่ หายใจทง้ิ เปล่าๆ”คติธรรมค�ำ สอนหลวงตาม้า ๑๕๓

“เราไปห้ามความคดิ ใครไมไ่ ด้ บางคร้ังเรายงั หา้ มความคดิ เราไมไ่ ดเ้ ลย เราจึงตอ้ งระวงั ตัวเอง” “ถา้ ทอ้ ก็ไปตง้ั หลักใหม่ พิจารณา จะทำ�อะไรตัดสนิ ใจแล้วตอ้ งอดทน” “มองภาพหลวงปูแ่ ล้วเกิดศรัทธาในทา่ น พลงั งานของท่านก็มายงั เรา แลว้ เราก็สามารถแผ่ไปตามทเี่ รานกึ ได”้ “คนหมดกามก็ไม่เกดิ แลว้ ไม่เข้าทอ้ ง ไมเ่ กดิ อกี กามหมดไม่งา่ ย แตก่ ็จะลดลงไปเรอื่ ยๆ” “จติ เรามันวิง่ ไปวง่ิ มา เราจงึ ต้องหาพลังงานมาเพอื่ ให้จิตไปยดึ กับพลังงานอาจเป็นพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ เพ่ือใหจ้ ติ อยทู่ ี่ใดท่ีหน่งึ มปี ระโยชน์มากในกาลขา้ งหนา้ เวลาทีเ่ ราจะตาย ยงั ไงเรากต็ อ้ งตาย ใหเ้ ตรยี มตัวตาย” “ปัจจุบันมาจากอดีต ถ้าไม่มเี ชื้อในอดตี ปัจจุบันก็ไมท่ ำ�” “การจะหนีกรรม ตอ้ งพยายามสวดมนต์ ภาวนา นง่ั สมาธิ ทำ�จติ ใหน้ ่ิงๆ ตอนนจ้ี ิตจะเป็นพรหม ท�ำ ไปนานๆ ความสบายก็อยู่ในจติ เวลาไปเจอเรอ่ื งไม่สบายของคนอืน่ มนั กจ็ ะหนเี องเพราะมนั ไมส่ บาย พอเสพความสบายเขา้ ไป พอเจอสิง่ ที่ไมส่ บายมันก็ตอี อกไม่เขา้ ไป ทำ�ไปเรอ่ื ยๆ มันก็จะลมื ทกุ ข์” “ท�ำ กรรมฐาน กเ็ หมอื นกบั การท�ำ บญุ ในใจ” “เวลาข้ีเกียจใหน้ อนสวด แต่ใหค้ ดิ ว่าจิตเราไปสวดอยทู่ อ่ี ืน่ ” “เวลาเกดิ ปตี ขิ ณะนงั่ สมาธิ ใหจ้ บั กรรมฐานท่ีเราทำ�แล้ววางอุเบกขา” “จติ สบาย... จติ สงบ... นง่ิ ๆ... จะไม่เกดิ กไ็ ด ้ ไม่ยากเลย”๑๕๔ คตธิ รรมคำ�สอนหลวงตาม้า

“เวลานัง่ สมาธพิ ยายามอยา่ สง่ จิตออกนอก ใหจ้ ติ อยู่ในพทุ ธะ ธัมมะ สงั ฆะ จิตอย่ใู นค�ำ ภาวนา อยใู่ นกรรมฐานที่เราทำ�อย”ู่ “กรรมมันมีกนั ทุกคน คนทไ่ี ม่มกี รรมไมม่ หี รอก ใหด้ ทู ี่ข้นั ปลาย ทำ�ยงั ไงกไ็ ด้อยา่ งนั้น” “นกึ ถงึ ท่านบ่อยๆ กจ็ ะเกดิ ความคนุ้ เคย ใหม้ คี วามผูกพนั เราจะเอาบารมีท่านมาทำ�อะไรกไ็ ด้ โดยวธิ กี ารขอ หรอื นึกบ่อยๆ ไม่รู้ว่าทา่ นจะผกู พนั กับเราไหม รู้แต่วา่เราจะผกู พันกับทา่ น” “การสวดบทจกั รพรรดิและไตรสรณคมน์เปน็ พ้ืนฐานของการภาวนา สวดไปนานๆ จติ มนั ก็จะนง่ิ ๆ เหมือนพรหม (จติ เปน็ พรหม) สวดไปมากๆ จิตมนั ก็อัดพลังงาน” “ขา้ เอาหวั เปน็ ประกนั เลย สวดไปใหไ้ ดท้ กุ วัน ๑๐ ปี แกไดไ้ ปพรหมแนน่ อน” “อะไรเพลินๆ มันจะท�ำ ไดด้ ี อัดพลงั งานได้ดี จติ ก็บันทึกบญุ สวดแล้วให้หลับหลับในคำ�สวด จิตมันบนั ทกึ อยู่ (เป็นการหากินในเวลาหลบั ) เพราะในตอนกลางวนัไมม่ ีเวลา ก็ใชเ้ วลาในตอนกลางคืนนี้แหละ” “เราสวดท่ไี หนก็สะเทอื นท่ีนน่ั ตอ้ งนอ้ มพลังงานเป็น แผพ่ ลังงานเป็น” “โลกทกุ วนั น้ีมันเหมือนขยะ สัตวแ์ ละมนุษย์ตายกนั ทุกวนั หมู ไก่ ววั ฯลฯเวลาตายแลว้ ก็เป็นขยะวิญญาเพราะพวกเขาตายก่อนกำ�หนวิญญาณกต็ กคา้ ง พลงั งานไมด่ ีกเ็ ยอะ ให้ใช้ศาสตร์ของหลวงปู่ช่วยในการส่งวิญญาณ” “คนหนง่ึ คนถ้าสวด เป็น ๓ กโิ ล สวา่ งหมดเลย เพราะภพภูมทิ า่ นมาสง่ มาสวดกบั เราดว้ ยเลยสว่าง” “ถา้ เราฝากบญุ ให้หลวงปู่ เป็นผูช้ ว่ ยแผ่กจ็ ะมีกำ�ลังมากกว่า” ๑๕๕คตธิ รรมค�ำ สอนหลวงตาม้า

“อะไรคือบุญ คอื ความสงบ อะไรคอื บาป คอื ความคับแคน้ ใจ ความไม่สบายใจ ความเศรา้ (เจอแบบนบ้ี ญุ มันหนีไป ถา้ มีอารมณ์ซึมเศรา้ ให้เปลี่ยนเรอื่ งไปหัวเราะ แล้วกลับมาสวดมนตใ์ หม่ โดยพยายามใหเ้ ลิกคดิ เรอื่ งเดิม)” “กรรมฐาน (กรรม=การกระทำ�, ฐาน=จติ ) คอื งานของจติ มศี ลี สมาธิ ปญั ญาสมาธนิ ้นั คือการสวดมนต์ สวดเพือ่ เบนกระแสท่ีไมด่ ี บทสวดมพี ลังงาน สวดไปเร่ือยมันชว่ ยใหล้ ืมเร่อื งราวทีไ่ ม่ได้เร่อื งไดร้ าวในอดีต สวดแลว้ อารมณด์ ีแสงสวา่ งกจ็ ะเกดิข้ึนทกุ ลมหายใจ” “เราคิดอะไร จติ เรากไ็ ปตดิ ตรงนั้น สวดมนต์ห้ามคดิ อะไรที่ไมไ่ ด้เร่ืองไดร้ าวเพราะมันบันทึกไม่เตม็ ท่ี ถึงจะสวดนานแค่ไหน แต่จติ ไมบ่ ันทกึ กไ็ ม่ไดอ้ ะไร” “พทุ ธะ คอื ผู้รู้ ผตู้ ่ืน ผเู้ บิกบาน, พรหมปญั โญ คือ พรหม, พทุ ธพรหมปัญโญคือ ผมู้ ปี ัญญาแบบพรหม” “ธรรม คอื ธรรมชาติ เปน็ เร่อื งที่เห็นกนั จริง มขี ้างนอก ขา้ งใน คอื กายและใจมกี ารกระท�ำ และความคิด” “อย่าเสยี เวลาในการบวช อย่าเสียเวลาในการเขา้ วัด ใหก้ ระแสจติ เข้ากบับทสวด เวลานกึ มันจะเปน็ อย่างทีน่ ึก เวลาพดู กเ็ ปน็ ไปอย่างทีพ่ ูด นคี่ ือบุญฤทธ์ิและอทิ ธฤิ ทธ์ิ อกี หน่อยกจ็ ะสามารถแยกอาทสิ มานกายได้ นแ่ี หละทพิ ยอำ�นาจ เพียงแค่ทำ�ใจใหส้ บาย หาพลงั งานทีเ่ ยอะที่สุดใหเ้ ข้ามาในจติ เรา” “หลวงปู่ไมไ่ ด้สอนให้ทนนงั่ สมาธิ หลวงป่ใู ห้ใชอ้ ิรยิ าบถที่สบายๆ ในการบันทึกพลังงาน ไม่ได้สอนให้ทนในรา่ งกาย ให้เราฝึกที่จติ เนน้ ตรงนีจ้ ะทำ�อะไรกเ็ นน้ทอี่ ารมณ์ตอ้ งสบาย” “ทำ�ตัวใหส้ บาย... ท�ำ ใจให้สนุก... บญุ จะเกดิ กับจติ ทุกลมหายใจ ถา้ จิตขดั ข้องขุ่นมัว ความสบายกไ็ ม่มา บุญกไ็ ม่มา”๑๕๖ คตธิ รรมค�ำ สอนหลวงตาม้า

“ตดิ บุญ ดีกว่า ติดบาป เอ็งจะไม่เกิด ก็ตอ้ งมบี ุญเยอะๆ มสี มบตั เิ ยอะๆ พอสุดท้ายเรากท็ ้ิงทุกอยา่ ง ไม่เอาอะไรทงั้ นน้ั กไ็ ปนพิ พาน” “จิตเราเหมอื นกราฟ ๒ แท่ง คดิ ดี ส่วนดีก็ขน้ึ คดิ ไมด่ ี ส่วนไม่ดกี ข็ ้นึ ดไี ม่ดีไมไ่ ด้หายไปไหน ทุกอย่างยังอยู่ เพียงแคเ่ ราลืมมนั เท่านัน้ ไมใ่ ช่วา่ คดิ ดีแลว้ ส่วนไม่ดีจะลด แทง่ ใครแทง่ มนั ” “ผทู้ ตี่ ายตามก�ำ หนด เลอื กไดว้ ่าจะไปไหน พรหม นพิ พาน เกดิ ใหม่” “แยกบุญ แยกบาป เข้าใจในการสวด ก็ช่วยใหเ้ กิดปิติ อายุก็ยนื แข็งแรง จากจิตออกธาตุ ต่ืนขน้ึ อยา่ เสียเวลา ใหส้ วดเลย หรอื อธิษฐาน หรือนงั่ สมาธิ เวลาไปไหนกใ็ หห้ ลวงปชู่ ว่ ยแผบ่ ุญไป ปรับกระแสไปตามบริเวณทีไ่ ปหรือสถานทีท่ ่ีเรานกึ ถงึเปน็ การผกู กระแสเพ่อื การทเ่ี ราตอ้ งเวยี นวา่ ยตายเกิด” “ให้ระวังจิต ระวงั กาย ใหร้ ักษาจิต รกั ษากาย เพอ่ื ตัวเอง และประโยชน์กับทุกท่ีทไ่ี ป เป็นประโยชนก์ บั วิญญาณและภพภมู ”ิ “เวลามองภาพท่านให้มองแบบปกติธรรมดา ตาดแู ตม่ องทีใ่ จ” “สวดแล้วมีความปติ ทิ กุ ครงั้ อกี หน่อยกจ็ ะมีทพิ ยอ�ำ นาจ” “จติ ของเราไมเ่ คยพกั เลยต้งั แต่เกิดมา จิตจะพักก็แค่ตอนทีเ่ รานัง่ สมาธจิ นนิง่เทา่ นัน้ ” “ความรู้สกึ ท่ีจิตจะออกท่ีธาตุ ในโลกของวญิ ญาณมันสัมผัสที่ใจออกทธ่ี าตุเช่น ขนลุก” “เทคนคิ การนั่งให้น่ิง ให้เดนิ จงกรมกอ่ น ค่อยน่ัง กจ็ ะนิ่ง ถ้าเร่งก็ต้องมีความเพยี ร กนิ น้อย นอนน้อย ภาวนาใหเ้ ยอะ” ๑๕๗คติธรรมค�ำ สอนหลวงตามา้

“เวลาเราคิดไปที่ไหน กระแสกจ็ ะไปอยทู่ ่ีน่ัน คดิ ไปที่หลวงปู่ กระแสกจ็ ะอยู่ในพลงั งาน เบอ้ื งต้นใหร้ ูจ้ กั เบนกระแสใหไ้ ดก้ อ่ น สวดใหอ้ ารมณด์ ีกอ่ น เบนกระแสท่ีไมด่ ีใหไ้ ดก้ ่อน ภาวนาไปเร่อื ยให้กระแสจิตของเราไปเปน็ หนงึ่ เดยี วกับค�ำ ภาวนา ให้กระแสของเราอยใู่ นบทสวดให้ไดก้ ่อน ทส่ี �ำ คญั ตอ้ งอย่ใู นกระแส ใหจ้ ติ ไปอยู่กับบทจักรพรรดหิ รอื ไตรสรณคมนก์ จ็ ะท�ำ ให้เกิดความหนาแน่นของพลังงาน เน้นท่ีความนงิ่ ความนง่ิ ท�ำ ให้เกิดความสบาย จติ ตรงนีแ้ หละที่จิตจะบนั ทกึ ท�ำ ไปเรอื่ ยทรงอารมณ์แบบนี้ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี มันต้องมีสมาธิ จติ ถงึ จะบนั ทกึ ได้ มันต้องน่ิงๆต้องสบายๆ จิตก็จะบนั ทึก ลองคดิ ดูถา้ ท�ำ หลายๆ ปี จติ จะสุขแคไ่ หน... น่ีแหละ คอืก�ำ ลงั ...” “ยนื เดิน นั่ง นอน ถา้ สวดมนตไ์ ด้ตลอดเวลา ก็เปน็ การท�ำ สมาธเิ ชน่ กนั แตต่ ้องเอากระแสของเราไปผกู ไวก้ บั บทสวดมนต”์ “เวลาเราสวดจักรพรรดิ เราสามารถสวดมนตไ์ ปแล้วก็นกึ ถงึ เรอื่ งธรุ กจิ การงานไปด้วยกไ็ ด้ คดิ ไปสวดไปพรอ้ มๆ กนั ตอนกลางคืนกพ็ ยายามสวดจนหลับให้จิตตดิ กระแสบญุ ไปก็จะไมฝ่ ันร้าย เพราะความฝนั บางครัง้ น้นั เปน็ กระแสในอดีต ถ้ากระแสในอดตี ไม่ดกี อ็ าจท�ำ ให้เจบ็ ป่วยได้ เช่น เวลาฝันว่าว่ิง ตื่นขน้ึ มามันกเ็ หนอื่ ยแสดงว่าแมจ้ ิตฝันมันกอ็ อกทธี่ าตุ ถา้ ภาวนาใหไ้ ดก้ อ่ นนอน นานเขา้ ก็จะไม่ฝันร้าย เจา้ กรรมนายเวรก็ไมส่ ามารถท�ำ อะไรเราได้ กระแสกรรมทไ่ี ม่ดกี ม็ าทำ�อะไรเราไมไ่ ด้” “ถา้ จติ ด ี ภาวนาดี จิตก็มีกำ�ลงั อยู่ทีค่ วามหนาแน่นของพลังงานทเี่ ราท�ำ ” “การแผบ่ ุญแคน่ กึ ก็ไปแล้ว เพยี งมีกระแส ภพทงั้ ๓ มนั สื่อกับมนษุ ย์ แมแ้ ต่โพธิสตั ว์ จะสรา้ งบารมีก็ต้องลงมาเกดิ เปน็ มนษุ ย์ เพราะมนษุ ยม์ ีท้ังกายและใจ เราเปน็มนุษยเ์ รามกี ารสะสมบญุ บารมีไว้ เรากส็ ามารถแผบ่ ุญไปให้ทง้ั ๓ แดนโลกธาตุได้ แต่เม่ือใดถา้ ตายไป บญุ ทีเ่ รามีทงั้ หมดกไ็ มส่ ามารถให้ผ้ใู ดได้แล้ว” “วญิ ญาณที่เราเห็นเค้าไมไ่ ด้มีเจตนาจะท�ำ รา้ ยเรา เค้าแค่มาขอบญุ กับเรา ถ้าเคา้คดิ จะทำ�ร้ายเราเคา้ เหยียบเราไปนานแลว้ ไมม่ าใหเ้ ห็นแค่แวป๊ ๆ หรอก”๑๕๘ คติธรรมคำ�สอนหลวงตามา้

“เอ็งเกิดมาตอ้ งตายอย่แู ล้ว ตอ้ งตายแน่ๆ หลวงป่ใู ห้เตรยี มตัวตาย อยากจะไปไหนให้ฝึกไว้จนชนิ พอจะตายถ้าจติ ติดท่อี ารมณ์ที่ดี ตามท่เี คยฝกึ ไว้กอ่ นตายกโ็ อเค จบตายอย่างสงบ” “ก่อนจะสพั เพหรือสวดมนตใ์ หเ้ รานึกถงึ หลวงปู่กอ่ น” “ทุกคนคิด ความคดิ มนั หยดุ ไมไ่ ด้หรอก มนั จะสลับไปสลบั มากบั บทสวดมนต์ ถา้ นงั่ เปน็ ชว่ั โมง น่ังแล้วสวดมนตม์ ันต้องมีบ้างแหละทเี่ กดิ ความสบายในจิต จะฝกึ แคเ่ ดอื น ๒ เดอื น ปี ๒ ปี แล้วให้มนั สงบเป็นไปไมไ่ ด้ บางคนมันต้องฝกึ กันคอ่ นชวี ติ ฝึกไว้ใหช้ นิ เพือ่ เตรยี มตวั ตาย ถา้ เร่ิมสวดปบุ๊ แลว้ รูส้ ึกวา่ นง่ิ กใ็ ช้ได้..แค่เน๊ยี ะ..” “อธษิ ฐานในส่งิ ท่ีเราท�ำ อธิษฐานก็เป็นการตงั้ สัจจะ เป็นการสร้างบารมี แค่ตัง้ สจั จะ บารมี ๑๐ ทศั ก็มาหมด ถ้าคดิ แผ่ให้วิญญาณตลอดชวี ติ ทุกครง้ั ท่เี ราทำ�ดีทกุ ลมหายใจเข้าออก เคา้ ก็จะไดร้ บั บุญด้วย” “การครอบวิมาน เพือ่ ปลอดภยั จากโลกวญิ ญาณ ปลอดภัยจากอนั ตรายปลอดภยั จากกระแสกรรม เวลาตายก็จะไปตามแสงสว่าง ถ้าคนตายกใ็ ห้ส่งวิญญาณให้วญิ ญาณมาโมทนาบุญกับเราตลอดชีวติ เคา้ กจ็ ะได้บุญเพ่มิ ขึ้นเพราะไดร้ ับจากเราเต็มๆเวลาจะครอบวิมานก็นึกถึงภาพหลวงปู่ซ้อนไปยังบุคคลหรือสิ่งท่ีเราต้องการจะครอบวิมาน” “ศาสตร์ของหลวงปูใ่ หเ้ น้นแผ่เมตตาไปยังโลกของวญิ ญาณ ท่านใหท้ ำ�เพราะวิญญาณขยะเยอะ เชน่ วิญญาณของ หมู ไก่ ปลา กุ้ง หมู่สัตวต์ ่างๆ ให้หมนั่ ส่งวิญญาณไป เพราะตอนนีเ้ รามที ง้ั ธาตแุ ละจติ อย่าหายใจทง้ิ ให้ช่วยกันสง่ วิญญาณไม่วา่ จะสง่ คนหรือสัตว์ แตก่ อ่ นจะสัพเพต้องนึกถงึ หลวงปู่ก่อน แตค่ วามจริงไม่ตอ้ งสัพเพก็ได้เพยี งนึกถึงหลวงปูด่ ู่ นกึ ถงึ ทา่ นแลว้ กน็ กึ ถงึ สิ่งทเ่ี ราตอ้ งการสัพเพ เค้ากไ็ ดร้ ับบญุ แล้ว” “ฐานจรงิ ๆ คอื จิตตอ้ งเป็นสมาธิ ฝกึ ภาวนาไปเรือ่ ยๆ เราสามารถเลือกทจ่ี ะจ�ำได้ บางส่งิ ท่ไี ม่ได้เรือ่ งไมไ่ ดร้ าวเราก็ลืมมนั ไป” ๑๕๙คตธิ รรมค�ำ สอนหลวงตาม้า

“คนทีจ่ ะไปนิพพานจะมาสายโพธิญาณก็ได้ หลวงปทู่ า่ นว่า คนท่ีจะไม่เกดิ บารมีต้องเต็ม ใหแ้ ผ่เมตตาไปเรื่อย ที่เราทำ�ทกุ วันน้ีคอื การสะสมกำ�ลงั ตามท่ีเราปรารถนา ไมว่ ่าจะปรารถนาโพธิญาณหรอื นิพพาน ขนึ้ อยกู่ ับก�ำ ลงั ของเรา” “ถา้ เราอยากย้อนอดตี เราตอ้ งไปอย่ทู เี่ งยี บๆ กายวิเวก จติ มันกจ็ ะสามารถย้อนอดตี ได้ ความระลึกรใู้ นอดีตตอ้ งวิเวกเป็นหลายเดอื น หลายปี เพราะพลงั งานมันไม่สญู หาย มนั สามารถระลกึ ได”้ “การจะเปลี่ยนพลงั งานในอดีต คอื การเปลยี่ นทป่ี ัจจุบัน การสวดมนต์ การฝกึสมาธิ เปน็ การเปลย่ี นทป่ี ัจจบุ ันไปอนาคต กระแสพลังงานที่ดีท่ีท้งิ ไวจ้ ะหนาแนน่ ขนึ้กระแสท่ีท้ิงไวจ้ ากการสวดมนต์จะมากขน้ึ ” “เราปกปดิ ความดหี รอื ไมด่ ี ไม่ได้ เวลาตายก็ไปตามนนั้ ” “พลงั งานของจกั รพรรดิไมม่ ีที่ส้นิ สดุ ตวั ก�ำ ลัง คอื สมาธิ คือ จติ ถา้ มกี ำ�ลงัเกิดก็ได้ ไมเ่ กดิ ก็ได้ ไปนพิ พานก็ได้ การสวดมนตก์ ค็ ือการนงั่ สมาธิ ดูจิตตอนสวด ดจู ติ ทีบ่ นั ทกึ พลังงานว่าคิดไปตรงไหน จติ สบายหรือไมส่ บาย (จิตตอ้ งสบายกจ็ ะอยใู่ นกระแสจักรพรรด)ิ สวดไปบางครั้งก็จะนงิ่ ไปเลย มนั น่ิงๆ คดิ ดีไมไ่ ด้ คดิ ไม่ดกี ็ไมไ่ ด ้ จิตกเ็ ริม่ มกี ำ�ลงั แล้ว ถามว่าถา้ ทำ�ไปนานๆ จิตนิ่งๆ ถ้าสงิ่ ไม่ดีเขา้ มามนั จะรบั ไหม เพราะภาวนาไปเรอ่ื ยๆ จติ กส็ บาย พอมีกำ�ลัง เราจะไปไหนกไ็ ด”้ “จิตอยู่กับธาตุ ธาตอุ ยกู่ ับจติ รูปกบั นามอย่ดู ้วยกัน” “ถ้าเราไมฝ่ กึ ไมท่ ำ� มันก็จะขี้เกยี จ ดังนนั้ สงบกท็ ำ� ไม่สงบกท็ ำ� สขุ กท็ ำ� ไม่สุขกท็ �ำ ปฏิบตั ใิ ห้เคยชนิ ถา้ ฝึกจติ ธาตุมนั ก็ไปดว้ ย ถ้าฝกึ จิตถึงระดบั แลว้ แค่นกึ มนั ยังไปทงั้ ธาตเุ ลย” “หลวงปสู่ อนให้ไมต่ ้องเกิด ถ้าเอ็งมีก�ำ ลงั ให้เอ็งไปเลย ไม่ตอ้ งรอใคร อยา่ เกดิดีกวา่ ” ๑๖๐ คตธิ รรมคำ�สอนหลวงตาม้า

“สวดใหมๆ่ จะขเ้ี กยี จ จะไม่สงบ สวดไปสกั พกั มนั ก็เรมิ่ สบาย สวดไปสกัระยะ บางวันก็สบายเพ่ิมขนึ้ ตวั ไมส่ บายลดลง สวดนานเข้า มากขึน้ มากข้นึ เรมิ่ น่งิ เลยพอนอนปบั๊ นงิ่ เลย ตื่นปุ๊บสวดตอ่ เลย สวดนานๆ สวดป๊ับหลับเลย” “พอเร่มิ บงั คบั ตัวเองไดแ้ ลว้ สามารถบังคบั จติ ไดแ้ ลว้ แล้วกพ็ จิ ารณาให้เกดิปญั ญา มองเหน็ ความไมเ่ ท่ยี ง ตายแลว้ ไม่มีใครเอาอะไรไปได้ สวดมนต์ พิจารณาเกดิ ปญั ญา มันก็จะคดิ ไปเร่อื ย ถ้ามคี วามรู้สึกแบบนีเ้ ร่ิมมีกำ�ลงั ไม่เกิดไดช้ ัวร์ นคี่ อืประโยชนข์ องการสวดมนต์ การสวดบทจกั รพรรด”ิ “อาทสิ มานกาย หลวงปู่ว่า สามารถแยกไดแ้ บบไมม่ ปี ระมาณ หลวงปู่วา่เหมือนกับการบรรจุพลงั งานในองค์พระ ท่านอธิษฐานกำ�ลังทั้งอดีต ปัจจุบนั และอนาคต ลงไปในองค์พระทกุ องคท์ ีท่ ่านอธษิ ฐาน ทกุ องคไ์ มว่ า่ จะองคไ์ หนกเ็ หมอื นกนั ” “การบรรจุพลงั งานอยู่ที่คนอธษิ ฐานบรรจลุ งไป” “อยากจะท�ำ อะไรกต็ าม เริ่มทำ�แลว้ ตอ้ งท�ำ ใหต้ ่อเนือ่ ง เพอ่ื ให้เกดิ ความเคยชนิตัวข้เี กียจก็จะหายไป เพราะเราเกดิ ความเคยชินแลว้ ” “เราเปน็ ตัวบุญ อย่าไปกลวั วิญญาณ ทุกคนต้องเวยี นว่ายตายเกดิ ขอให้ชว่ ยกนัตามกำ�ลัง หนา้ ที่เรา เราไม่ท�ำ เค้าก็ตอ้ งขอเรา เค้าท�ำ ทกุ วิถที างทจี่ ะไดบ้ ุญ” “วิธีอธษิ ฐาน สถานที่ท่ีข้าพเจา้ ไปท่ีไหนก็ช่าง ขอให้มารบั บญุ ไดท้ ุกท่ี ถา้เค้าขอบญุ เค้าก็ไดไ้ ปเลย ใหอ้ ธิษฐาน เปน็ การให้โมทนาบญุ แบบอตั โนมตั ิ แลว้ กจ็ ะมีเทวดามารักษาเรามากมาย” “เวลามีโชคให้เอาเงนิ ๑ ใน ๓ ทำ�ทานต่อไป เพ่ือเป็นการตอ่ บุญใหญ่ตอ่ ไป ท�ำวิธใี ดกไ็ ด้แลว้ แตพ่ จิ ารณาแตข่ อใหท้ ำ� เพอ่ื ใหก้ ระแสบุญตอ่ กนั ” “ท�ำ บญุ ให้ท�ำ ตามกำ�ลงั ทำ�ตามความสบายใจ ไมใ่ ห้ตัวเองเดอื ดรอ้ น” ๑๖๑คติธรรมคำ�สอนหลวงตามา้

“ไปวดั ก็โมทนาบุญกับผู้ทส่ี ร้างวัดในอดตี ถึงปัจจุบนั ถา้ ได้พร (เวลารบั พร)กน็ ึกถึงหนา้ หลวงปู่ นกึ ถงึ เสียงทใี่ หพ้ ร แลว้ ก็นึกไปตามท่นี ึกถงึ เชน่ พอ่ แม่ ครูบาอาจารย์ ผู้มพี ระคณุ เจา้ กรรมนายเวร ฯลฯ” “เวลาใสบ่ าตรกโ็ มทนากบั พระ นึกให้เทพพรหมเทวดาบรเิ วณน้ันมาโมทนากับเราด้วยกไ็ ด้” “ถา้ มีสมาธิ แค่ทำ� ๑๐ นาที กเ็ หมอื นนอนได้ ๑ คนื ถา้ จติ บังคบั ธาตไุ ด้ แค่จติ พักธาตกุ ็พักดว้ ย จติ ควบคุมธาตุทงั้ ดิน น้ำ� ไฟ ลม ถา้ พักทีจ่ ติ ธาตกุ พ็ กั ด้วย อยทู่ เ่ี ราสามารถควบคมุ จติ ของเราได้ป่าว” “จติ ส่งออกนอก คือ จติ นกึ คดิ ไปถงึ เรอื่ งทไ่ี ม่ได้เร่อื งได้ราว ให้จิตส่งไปเร่ืองเก่ียวกับ พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์” “กรรม คือ การกระทำ� มีมโนกรรม กายกรรม วจกี รรม เมอื่ ครบองคป์ ระกอบของกรรม กรรมก็จะสง่ ผล” “ท�ำ ยงั ไงกไ็ ด้ให้จติ อยู่ในพลังงานของศาสนา ใหจ้ ติ อยู่ในพระพุทธ พระธรรมพระสงฆ์ มองไปไหนก็นึกถงึ สิ่งดี จิตก็อยู่ในไตรสรณคมน์” “ระวงั ตัวในคำ�พดู ยงิ่ พดู ไมด่ ีเกีย่ วกบั คนอน่ื มากเทา่ ไร พลังงานท่ีไมด่ ีที่เราสรา้ งไว้มันจะเด้งเข้ามาหาตวั เอง ดงั นนั้ อยา่ ตใิ คร อยา่ ว่าใคร อย่านินทาใคร” “ถา้ จิตอยู่กับพลังงาน ทรงอารมณ์ไปนานๆ จะระลกึ รูไ้ ดเ้ ลยวา่ คนอ่ืนต้องการอะไร นกึ รู้ถงึ ความคดิ ของคนอื่นได้ เพราะจติ ความคิดมนั เปน็ คล่นื แต่อารมณ์เราต้องดีนะ เราจะสามารถรบั คลนื่ ของคนอน่ื ได”้ “แนวปฏบิ ตั เิ ริม่ แรกก็ใหน้ กึ ถึงหลวงปู่ นกึ ถึงพระท่ีแจกไป ใหจ้ ิตนึกถงึ พระบอ่ ยๆ ในเวลาทเ่ี ราวา่ ง”๑๖๒ คตธิ รรมค�ำ สอนหลวงตามา้

“การทรงอารมณ์ใหด้ ี คือ การภาวนาในใจ ใครก็ทำ�ได้ มันเป็นธรรมชาติ” “ระวังความขเี้ กียจทม่ี าจากความไม่ตงั้ ใจ เชน่ อยากน่ังสมาธใิ หไ้ ด้ดีแต่นัง่ ไม่ได้ดี เด๋ียวก็เกิดการเบอ่ื ข้นึ แต่ถ้ามลี ูกเลน่ กจ็ ะท�ำ ใหเ้ พลิน แลว้ ไมร่ ้จู กั เบ่อื ” “อย่าประมาท คอื เราต้องคิดวา่ ยังไงก็ตอ้ งแก่ ต้องเจบ็ ตอ้ งตาย จึงต้องถนอมรา่ งกายไว้ รกั ษาอารมณใ์ หด้ ี หมน่ั ท�ำ ใจให้สบาย อะไรจะเกิดก็ต้องเกดิ ทำ�ได้ก็ทำ� ทำ�ไม่ไดก้ ไ็ ม่ท�ำ วางเฉยซะ่ ปล่อยวาง หมน่ั ฝกึ สมาธิ รกั ษาศลี ภาวนา สวดมนต์” “หลวงปวู่ า่ ทกุ คร้ังทีจ่ ะกนิ ต้องแผเ่ มตตา เอาบุญใหเ้ ค้า เปน็ การฟอกพลงั งานเพราะในบางครัง้ บางวิญญาณมนั ยังตดิ อยใู่ นรูป อีกทั้งเปน็ การฝกึ สติกอ่ นที่จะกินด้วยการฟอกกเ็ หมือนการลา้ งสิง่ ทส่ี กปรกออกไป ช่วยได้ในอนาคตเก่ียวกับโรคภัย” “ถา้ จติ ไมค่ อ่ ยน่งิ เวลาสวด ให้นกึ ภาพหลวงปูจ่ ะชว่ ยให้นง่ิ ข้ึน” “เวลาไม่ชอบใครให้นึกถึงหน้าหลวงปู่ แลว้ กน็ กึ ถงึ หน้าคนทีเ่ ราไมช่ อบ แผ่เมตตาใหเ้ คา้ ไปจนกวา่ เราจะหายไม่ชอบเคา้ ” “จิตจดจ่ออยใู่ นอารมณ์ใดอารมณ์หนง่ึ เรียกสมาธ”ิ “ใครนกึ ถึงพระได้ตลอด ๒๔ ชัว่ โมง กไ็ มต่ อ้ งแขวนพระก็ได้” “เวลาวา่ งกน็ ึกถงึ ท่าน นกึ ถงึ คำ�ภาวนา ว่างๆ กก็ �ำ พระ นกึ ถึงพระ แลว้ กระแสจติ กับกระแสพระจะอยดู่ ้วยกนั เวลามีปัญหากจ็ ะนึกถงึ พระ มีประโยชน์มากเลยทีเดยี ว” “ท�ำ จติ ให้เปน็ พรหมวหิ าร เช่น พยายามมีเมตตากับคนทวั่ ไป ไปไหนให้แผ่เมตตา เห็นคน เหน็ สตั ว์ ก็แผเ่ มตตาไปจะลดความอิจฉาริษยาในตวั เราได้ การเมตตาคนอ่นื มนั จะลดอะไรหลายๆ อย่างในตัวเรา” ๑๖๓คตธิ รรมค�ำ สอนหลวงตามา้

“การกระทำ�หรอื กรรมในชาตนิ ี้ทเี่ ราทำ� มีทั้งกรรมดแี ละกรรมไมด่ ีคลกุ เคล้ากันไป เราจงึ ต้องเริ่มจากหยดุ การท�ำ ไมด่ ีกอ่ น การทำ�กรรมอยู่ท่ี กาย วาจา ใจ แตก่ ระแสทีเ่ กิดมนั อยทู่ ่ใี จ พอเร่มิ ทำ�กรรมมนั ก็เร่มิ มีพลังงาน มพี ลงั งานมันกต็ ามทจ่ี ิตไป การบนั ทกึ พลงั งานนั้นบนั ทกึ ท่จี ิต” “ใครจะไม่เกดิ ต้องหยุดกรรม หยดุ อยทู่ ่ีตัวเอง หยุดท่ใี จตวั เอง ดตู วั เองพจิ ารณาบารมี ๑๐ ส่วนไหนน้อยใหเ้ พมิ่ ไป ถา้ จะไม่เกดิ ให้ดตู วั เอง ถา้ มกี ำ�ลงั กไ็ ปได้ธรรมะเท่าปลายเขม็ คอื ไม่เกดิ หละ” “เหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนในข้างหน้าก็มาจากการกระทำ�ในอดีตและปัจจุบันนั้นแหละ” “สังฆานุสติ เปน็ กรรมฐานง่ายๆ จิตจะไมไ่ ปไหน บางคร้ังอะไรกระทบมนั ก็จะลมื ไป จติ ตอนที่ถกู กระทบเป็นตอนทจี่ ิตสงบและสบาย เวลามสี ิง่ มากระทบจติ จึงไม่บนั ทึกเลยจ�ำ สง่ิ ที่ไมด่ ีที่มากระทบกบั เราไมไ่ ด้” “กรรมท่ีเกดิ ข้ึนกับเราทกุ อยา่ งมันคอื ส่งิ ท่ีเราเคยท�ำ กบั คนอ่นื ไวใ้ นอดตี ทั้งน้นั “ให้ดจู ิตในแต่ละวนั วา่ จิตเรามคี วามรูส้ ึกยังไง จติ บันทกึ พลงั งานในรปู แบบไหน ร�ำ คราญ หงุดหงดิ สบาย สขุ ให้ดู บางคนชา้ เพราะทรงอารมณ์ไมไ่ ด้ อารมณ์ไม่เป็นปกติ” “การบนั ทกึ บุญและบาปมนั ผา่ นทค่ี นเพราะคนมรี ปู และนาม” “สง่ิ ใดที่รบั ปากไวแ้ ลว้ ต้องทำ�...ไมง่ ัน้ จะเป็นการเสยี สจั จะ” “ถ้าปฏิบัตจิ ริงๆ จะเห็นการเปลย่ี นแปลงหลายๆ อยา่ งคอ่ ยเปน็ คอ่ ยไป อยทู่ เี่ ราขยนั มากนอ้ ยแค่ไหน อยู่ท่ีการกระทำ� ใครกไ็ ปนพิ พานได้ ใครถอื ศลี ๕ ได้ กไ็ มเ่ กิดได้เพราะศีล ๕ เป็นฐานของศลี ”๑๖๔ คตธิ รรมค�ำ สอนหลวงตามา้

“พลังงานไม่สญู หาย ท�ำ ยงั ไงได้อย่างน้นั โกหกไม่ได้” “การเพาะนสิ ัย ต้องเพาะท่ปี ัจจุบนั เพราะปัจจบุ ันคือ อนาคต” “อยา่ ให้เกดิ ความขเ้ี กียจข้นึ ท่จี ิต เพราะจะท�ำ ให้เกิดความห่างเหนิ เร่ิมได้แล้วต้องรบี ทำ�ต่อ อยา่ แรงตก” “เราจะไม่ไปตามกรรม เราตอ้ งบงั คบั ตัวเองให้ได้ กระแสของโลกมนั แรง ทำ�ยังไงกไ็ ดใ้ หก้ ารเวยี นวา่ ยตายเกิดของเราไมท่ ุกข์ให้มาก” “เราเป็นตัวผา่ นพลงั งาน เปน็ ตวั ผ่านกระแส เพราะเรามีรูปและนาม เราสามารถผา่ นกระแสไปท่ีภพภมู ิ เทวดา พรหม โอปาติกะ” “ภาพทา่ นมีพลังงาน ภาพทา่ นมีชวี ติ มองทา่ นแลว้ ผ่านได้ทกุ ภมู ิ ท้งั ๓ แดนโลกธาต”ุ “นมิ ติ ของพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ ติดไว้นะดี ดกี วา่ ตดิ นมิ ิตอย่างอื่น” “ดวงตาเปน็ หนา้ ต่างของดวงใจ ดภู าพใช้ตาดู แต่ภาพเคลือ่ นไหว เปน็ ภาพท่ีเกิดจากจิตเรา” “จะท�ำ ให้จติ ทรงพรหมวิหารไดต้ ้องแผ่เมตตาบ่อยๆ” “จิตเปน็ ตวั เวยี นวา่ ยตายเกดิ จติ เปน็ เหตุ จะดับ ดับตรงจติ เราน่แี หละ” “ศาสตร์หลวงปู่จะทำ�อะไรให้นกึ ถึงพุทธะ หรือนกึ ถึงทา่ นกอ่ น” “ถา้ เราเรม่ิ แยกไดร้ ะหว่างดีไม่ดแี ยกได้ว่าจะบันทึก ไมบ่ ันทึก แยกได้ว่าจะท�ำไม่ทำ� ก็เกอื บจะแยกไดแ้ ลว้ วา่ จะเกิดหรอื ไมเ่ กิด” ๑๖๕คติธรรมค�ำ สอนหลวงตามา้

“ดวงวญิ ญาณบางดวงนา่ สงสาร คนบางคนเกิดมายังไม่ไดท้ �ำ บุญมากเลยก็ตายแลว้ นา่ สงสารในโลกของวญิ ญาณ ถา้ เราไปช่วยแผก่ ท็ ำ�ให้เขาสามารถไปเกิดในที่ๆ เขาต้องไปได้ตามกรรมของแต่ละดวงจติ การแผก่ เ็ ปน็ การทำ�ประโยชนใ์ หก้ บั ดวงวิญญาณท่ีตดิ คา้ งอย่”ู “กระแสจติ เหมอื นเป็นคลื่น ไปไหนก็รู้ ดี ไม่ดี สวดไปนานๆ อารมณก์ ็ดีเพราะฉะนน้ั จิตมันบนั ทึกแต่สง่ิ ดีเข้าไป” “สวดมนต์เป็นกรรมฐานท่ีง่ายๆ แตค่ นมองไม่ออก กรรมฐานยากๆ มักทำ�ให้คนขเี้ กียจ” “ท่านวา่ ในยคุ นีส้ องบทนีใ้ ช้ประโยชนไ์ ดม้ ากท่สี ดุ เพราะฉะน้ันกระแสนีย้ ังใชไ้ ดเ้ รื่อย อธษิ ฐานอะไรก็ได้เพราะเปน็ กระแสของจักรพรรดิ และไตรสรณคมน์ สวดไปเรื่อยมนั ก็นง่ิ ๆ แล้วหลบั ไป ถงึ หลบั ไปก็ยงั สวดอยู่ สวดไปหลายสิบปี นึกอะไรมันก็เป็นอย่างท่นี กึ มันเปน็ พลังงาน” “เวลาสวดใหน้ ึกถงึ ภพภูมริ อบๆ ใหม้ าสวดกบั เรา เรมิ่ สวดเมอื่ ไหรเ่ คา้ เร่ิมสวดเม่ือนั้น” “วธิ ีอธษิ ฐาน ขา้ พเจา้ ท�ำ ความดที กุ อย่างตลอดชีวิต ขอแผไ่ ปท้ัง ๓ แดนโลกธาตุ ขอใหท้ กุ ทา่ นมารว่ มโมทนาบุญอยา่ งไมม่ ปี ระมาณ” “ทง้ั วนั ทกุ ลมหายใจเข้าออก ถ้าเราทรงอารมณใ์ ห้ดที ง้ั วัน แสงสว่างจะเพ่ิมขนึ้ ตลอดทกุ ลมหายใจเลยทีเดยี ว” “การบันทึกบุญน่ะไมย่ าก บญุ คอื ความสบายใจ บาปคอื ความไมส่ บายใจ อย่าไปเสียเวลากับสง่ิ ทีไ่ มม่ ปี ระโยชน์ ให้สวดมนต์ไป ภาวนาไป ตลอดทกุ ลมหายใจจะเปลยี่ นแปลงอะไร ตอ้ งเปล่ียนที่ปจั จุบัน” ๑๖๖ คตธิ รรมคำ�สอนหลวงตาม้า

“ถา้ เราอารมณไ์ มด่ ีตอ่ ใหร้ ักษาศีลหรอื ภาวนาเท่าใด มันกไ็ ม่เกดิ ผล มนั ท�ำ ให้ช้าและเสยี เวลา” “ใหบ้ นั ทกึ บญุ ดว้ ยการภาวนาและพิจารณาน่ีแหละท่ีหลวงพอ่ สอน” “หม่นั ท�ำ หม่นั คดิ หมน่ั พจิ ารณา หลวงป่สู อนไวใ้ ห้เราท�ำ ตาม อยู่ที่ตวั เราเองจะทำ�หรอื ไม่ทำ�” “ใครบนั ทึกไดห้ นาแน่น เวลานกึ ไปไหนถงึ ใครเขากจ็ ะนึกถงึ เราด้วย จิตเป็นพลงั งาน ถ้าบนั ทึกไปแล้วนิง่ ๆ น่ะดีมีประโยชน์นะ ให้ใช้ไตรสรณคมนบ์ ทจกั รพรรดิใหน้ ึกถงึ ทา่ น จะก�ำ พระกไ็ ด้ ใหก้ ระแสจิตเกาะอยตู่ รงน้นั ทกุ อยา่ ทำ�เพอื่ สะสมพลังงานสะสมกระแส อยา่ งเร็วตอ้ งทำ�ถึง ๓ ปี หรือ ๑๐ ปี ไมใ่ ช่จะเห็นผลแค่ปี ๒ ปี จะให้เป็นเรว็ ๆ มนั ไมไ่ ด้ มันต้องใช้เวลาสะสมและฝกึ ไปเรอ่ื ยๆ นีแ่ หละสายหลวงป”ู่ “ใหล้ องปฏิบัติดู อยา่ งนอ้ ยก็เป็นประโยชนก์ บั ภพภูมิอย่างมาก เป็นการฝากกระแสซึง่ กันและกนั ในการเวยี นวา่ ยตายเกดิ ” “เป็นบญุ ของเอ็ง ถ้าเอง็ ฝึกเอ็งจะช่วยคนอ่ืนได้ ตอนทเ่ี ปน็ อยมู่ นั ไมเ่ ขา้ ใจ แตพ่ อตายไปก็จะเข้าใจเอง” “หน่งึ วนั คิดถึงบุญกม็ บี าปกม็ ี เอง็ กร็ วมบุญซะ่ อัญเชิญเทพพรหมทง้ั หลายมาโมทนาดว้ ยให้นึกถึงขา้ ไปดว้ ย” “ถา้ ไม่คดิ กระแสกไ็ ม่มา พอมีอะไรมาสะกิดมนั ก็จะนึกไป กระแสไปตามจติแตพ่ ลงั งานทิ้งอยทู่ ีๆ่ เคยท�ำ แกไ้ ม่ได้แต่ลืมมนั ได้ หลวงป่ใู ห้สวดมนต์นั่งสมาธบิ ่อยๆเดี๋ยวก็ลมื น่งั นิ่งเด๋ียวก็สงบ พอสงบเดี๋ยวกส็ บาย” “คนตายมแี ต่จิต เพียงเรานกึ ถงึ เค้า เค้าก็ไดบ้ ญุ แล้ว เพียงแต่นกึ ปัญหาคอื เราจะนกึ ถึงไหมละ” ๑๖๗คติธรรมคำ�สอนหลวงตาม้า

“พอสวด พอนง่ั ทุกวัน มันก็ตดิ พอติดสขุ แลว้ พอทกุ ขเ์ ขา้ มาก็ไมร่ บั ทกุ ข์เข้ามาเราตัดไมไ่ ดแ้ ต่เราเบนพลังงานได้ แต่ถา้ มีกำ�ลังเรากต็ ัดได้ ใหเ้ ราใช้ปญั ญาเขา้ ไว้เดี๋ยวมันกค็ ่อยๆ จางไป ปฏบิ ัตไิ ปเร่อื ยๆ เป็นวธิ กี ารเตรียมตัวตาย เพ่อื เกดิ หรอื จะไม่เกดิกเ็ ลือกเอา” “อดตี ปัจจุบนั อนาคต จะตอ้ งแกท้ ี่ปัจจบุ นั ” “กรรมฐานใหฝ้ ึกทจ่ี ิต ใหแ้ ยกจิตเวลาสวดมนต์ แยกไปหลายๆ ที”่ “ทที่ ำ�ทกุ วนั น้เี พื่อฝกึ ไวเ้ ตรียมตวั ตาย หดั เตรยี มตัวเบนกระแสท่ีไม่ดี ท่ีเราเคยท�ำ ในอดตี โดยการสวดมนตน์ ่งั สมาธิ จะลบอดตี ท่ีไมด่ ไี ด้ ต้องสวดมนตน์ ่งั สมาธ ิ สกั วันมนั ต้องสงบ ท�ำ ไปนานจิตก็จะเปน็ พรหมจะเกดิ หรอื ไม่เกดิ ก็ได้ ให้พจิ ารณาการไม่เกิดจิตจะตอ้ งมกี ำ�ลงั ไม่งัน้ มันก็ไดแ้ ตค่ ิด อยู่ทช่ี ั่วโมงบนิ เราวา่ ฝกึ ได้มากนอ้ ยแค่ไหน” “การฝึกสติ คือ การอยู่ในคำ�ภาวนาและพจิ ารณาให้เกดิ ปัญญา จะละความโลภความโกรธ ความหลง ให้ฝกึ สติให้ดี ฝกึ ไปเร่ือยๆ เดยี๋ วเรากจ็ ะเก่งข้ึน ช่วั โมงบนิ มากขน้ึ เรากเ็ กง่ ข้นึ ” “อยากใหท้ ่ีไหนสงบให้แผเ่ มตตาให้กบั เทวดาแถวน้นั แผ่ใหก้ ับภพภูมิ พรหมเทวดา วญิ ญาณ จะแผ่ทกุ คร้งั ให้นกึ ถงึ หลวงปู่ทุกคร้งั พอนึกถงึ ทา่ น ทา่ นก็มาแล้ว” “เรานกึ ไปไหนเรากถ็ งึ ท่นี ัน่ แล้ว เวลาสวดกใ็ ห้นึกไปถงึ หลายๆ ที”่ “อยากเปน็ พระอรหันต์ ไมต่ อ้ งคดิ อะไร ดูท่ีตัวเอง พิจารณาความโลภ ความโกรธ ความหลง ของตัวเอง สวดมนตบ์ นั ทึกกระแสดีดี เขา้ ไปในจติ เด๋ียวนานไปก็มีกำ�ลังเอง” “คนท่ตี ิดภพตดิ ภมู ิ คอื คนทีต่ ดิ ทุกขห์ รอื ตดิ สขุ ”๑๖๘ คตธิ รรมคำ�สอนหลวงตาม้า

“อยา่ ผกู อาฆาตกบั ใคร เพียงแค่นกึ ก็เป็นกรรมแล้ว ใครทำ�ไม่ดกี ับเราให้แผ่เมตตาใหเ้ คา้ ไป” “เวลาวา่ งๆ ก็ใหน้ กึ ถึงพระ เรายงั ไมม่ ีกำ�ลังจงึ ต้องอาศยั พระไว้” “เกิดมาแล้ว วันๆ ตอ้ งทำ�ให้เยอะ รวมบญุ ก่อนนอน ถ้าปรารถนาไมเ่ กิดมัน ก็จะส้นั ลง รวมบุญให้นึกถึงแผน่ ดินโลก แผไ่ ปทั่วทกุ ตารางนว้ิ ในผนื แผ่นดิน” “อย่าไปสงสัย จรงิ เหมือนเทจ็ เท็จเหมอื นจริง จริงเปน็ เทจ็ เท็จเป็นจรงิ มันอยู่ด้วยกนั ” “น่งั ไปแล้วมันนิ่ง จะท่าไหนก็ไมต่ อ้ งสน ถา้ มันหายไปเลยกป็ ล่อยมันฝึกไป” “ความสงบ เหนือท้งั สขุ และทุกข์ ฝกึ ไปเร่ือยๆ เราจะรู้จักโลกของความสุขสุขยง่ิ กว่าสุข คอื ความสบาย” “เวลาแผไ่ ปใหห้ ม่ญู าตทิ ั้งหลาย ญาตทิ ่จี ะไดบ้ ุญนั้นไมใ่ ชญ่ าติชาตนิ ้ีชาติเดยี วญาติต้งั แตอ่ ดตี ชาติก็รวมดว้ ย” “ฝึกไปนานๆ นกึ ถึงพระ สวดมนต์ จติ ก็จะระลกึ ถึงไตรสรณคมน์จะช่วยปดิอบายภมู ิ ปดิ อบายภูมิได้ กเ็ ปน็ ขั้นหนึ่งของการไมเ่ กิด” “ภาพท่านเปน็ ท้งั สงั ฆะ และ พทุ ธะ เพราะทา่ นเป็นโพธิสัตว์ท่ีบารมีเตม็ แล้วทา่ นก็เปรียบเหมอื นพทุ ธะ” “อธษิ ฐาน บุญใดท่ีข้าพเจ้าทำ�ท้งั หมดทง้ั มวลในชาตินี้ ขอให้ทกุ ภพทกุ ภมู ทิ ั่วทงั้ ๓ แดนโลกธาตุ มาโมทนาบุญกับข้าพเจา้ ทุกคร้ัง ตลอดชวี ติ ” “เราอยากให้จติ เราเปน็ ยงั ไง อยากใหต้ วั เราเป็นยงั ไง ใหเ้ ริ่มทำ�ทีป่ ัจจุบนั ” ๑๖๙คตธิ รรมคำ�สอนหลวงตามา้

“ใหใ้ ชพ้ ลงั งานทา่ นมาเพม่ิ พลงั งานตัวเอง ใหส้ วดดว้ ยและพิจารณาไปด้วยวา่ ทสี่ วดอย่นู ีเ้ ปน็ ประโยชน์ต่อใครไหม สามารถทำ�ประโยชนไ์ ดไ้ หม สวดแลว้ อารมณ์ดีจรงิ สวดได้ทกุ ขณะจิต ใหม่ๆ เราตอ้ งบังคบั ให้จิตท�ำ นานๆ จติ มนั ก็ท�ำ เอง เพราะมันเพลิน ขอให้เราปฏิบตั ิใหด้ ีได้ เพราะไมง่ ั้นเราก็ท�ำ ประโยชน์ไม่ได้ ขอให้หลวงปู่และเทพ พรหมเทวา ช่วยดูแลจิตและธาตขุ นั ธเ์ ราดว้ ย ให้รปู และนามของเราเป็นประโยชน์มากทีส่ ุดเทา่ ทจ่ี ะมากได้ แต่ต้องท�ำ ให้จริงจงั ไปไหนกแ็ ผ่ไปตลอด พลังงานของความเมตตา สวดทไ่ี หนทำ�บญุ ทไ่ี หนให้ก�ำ หนดไปถึงภพภมู เิ ทพ พรหมเทวา แถวนั้นให้มารว่ มทำ�บุญกับเราด้วยกนั ” “ถ้าเราไปปรามาสใครก็ตาม ใหห้ ยุดคิดและนกึ โยโทโสทกุ ครั้ง เพราะมันไม่ใชเ่ รือ่ งของเรา ทำ�ไปจนชนิ พออกี หนอ่ ย พอเร่มิ คิดไม่ดี เรากน็ ึกโยโทโสไปกอ่ นแล้วทุกคร้งั ” “จิตไมเ่ คยหลบั ท่หี ลับน่ะเปน็ ธาตขุ องเราทพ่ี กั ผอ่ น” “นึกถึงหลวงปู่ หรอื ก�ำ พระ เอาจติ ไปอย่ทู ี่ใดท่หี นึ่ง สามารถหลบหลีกส่ิงท่ีเราไมช่ อบได้ ตอ้ งหัดฝึกหลกี บ่อยๆ เราไม่มีก�ำ ลงั จะตดั กระแสไมด่ ีเดยี๋ วนั้นได้ เราจึงตอ้ งหลีกไปทบี่ ทสวด หรือ นกึ ถึงพระ ทรงอารมณ์ให้ดี” “เหตุการณต์ า่ งๆ ยงั มาไม่ถึง เราต้องหาสง่ิ ให้จิตมนั เกาะ หาฐานให้จติ อยู่ เพอ่ืให้มีกำ�ลัง เวลาทีเ่ จอเหตกุ ารณท์ ่ีท�ำ ให้อารมณ์ข่นุ ถา้ มกี �ำ ลังเรากจ็ ะหนี ไมส่ นใจได้ และท่ีส�ำ คญั เราจะสามารถทรงอารมณ์ไดด้ ที กุ ลมหายใจ” “ค�ำ ว่ามกี ำ�ลัง คอื สามารถบงั คับจติ ใหส้ ามารถสงบไดใ้ นทกุ สถานการณ์ จิตไมม่ ีคำ�วา่ เสยี ใจ อย่เู หนอื ความอยาก ตัณหา อปุ ทาน ถ้าท�ำ ได้จติ ก็ได้ความอดทน เช่นจะกินก็ได้ไมก่ ินก็ได้ ไปกไ็ ดไ้ ม่ไปก็ได้ ไมม่ ีคำ�วา่ เสียใจ ไม่เสยี ใจในทกุ สิ่งทกุ อยา่ งที่เกดิ ขนึ้ ไม่ว่าจะเปน็ ส่งิ ท่ีเราปรารถนาหรือไม่ปรารถนา ถ้าเราท�ำ ไดแ้ สดงว่ามีกำ�ลงั จะมีกำ�ลงั ตอ้ งคอ่ ยๆ สะสม โดยการฝึกทรงอารมณ์ ภาวนา และน่ังสมาธ”ิ๑๗๐ คติธรรมค�ำ สอนหลวงตาม้า

“การปรบั ภพภูมิ คือ การแผ่เมตตา สง่ วิญญาณท่ตี กคา้ งในทต่ี ่างๆ วญิ ญาณที่ตายกอ่ นกำ�หนด ใหเ้ คา้ เป็นไปตามกรรมท่ีเคา้ ท�ำ ไว้ ช่วยให้เคา้ ไม่ต้องติดภพ ใหไ้ ปเกิดตามกรรมทเ่ี คา้ ท�ำ ได้เลย” “ทุกอยา่ งมเี หตุ มผี ล ทง้ั น้ัน ไมม่ ีส่ิงใด ไรเ้ หตุ ไรผ้ ล” “ขอหลวงปู่ ขอศกึ ษาเรอ่ื งพลงั งาน ขอศกึ ษาเรอ่ื ง อดตี ปจั จุบัน อนาคต อยากศึกษาเรือ่ งอะไรกข็ อท่าน ทา่ นกจ็ ะเปน็ ครบู าอาจารยใ์ ห้ “หลวงตาใช้เวลาศึกษา กวา่ จะร้ทู ุกเรือ่ ง ๑๐ ปี ตอนนห้ี ลวงตา ยอ่ สตู รมาให้แลว้ ลูกศษิ ยก์ ็ตอ้ งใชเ้ วลานอ้ ยกว่าอยู่แลว้ อยทู่ จ่ี ะท�ำ หรอื ไมท่ ำ�” “ไม่มีอะไรท่นี า่ กลวั เลย มแี ต่จิตเราที่ไปคดิ เองวา่ มนั นา่ กลัว” “การเดนิ ทาง กเ็ หมือนการทำ�กรรมฐาน มันกต็ ้องเจออปุ สรรคม่งั เจอกับสภาพจติ เดิมๆ ทเี่ คยท�ำ ไว้ แตเ่ รามีครบู าอาจารยอ์ ยู่อยา่ งหลวงปู่ มนั ไม่เปน็ ไรหรอก” “ทุกข์เกิดจากการยดึ ยดึ ในสง่ิ ทไี่ มไ่ ด้เร่อื งไดร้ าว ถา้ ปลอ่ ยมันไป กห็ าย บางครัง้ ก็คิดเรอ่ื งของคนอน่ื ” “เวลาสวดไปแล้วนิ่งๆ แสดงวา่ จติ เร่ิมมกี �ำ ลงั ตอ้ งอยเู่ งียบๆ เดอื น สองเดือนเดย๋ี วกม็ กี ำ�ลงั ” “เวลาท่ีคดิ กค็ ดิ แตเ่ รือ่ งราวในอดีตทีเ่ คยผา่ นมา คดิ แต่เร่ืองเกา่ ๆ กลบั ไป กลบั มา ถ้าเรายงั ออกมาจากความคดิ นนั้ ไมไ่ ด้ จิตก็จะติดตรงน้ีไปเรือ่ ยๆ” “มองทีท่ ่านก็เป็นไตรสรณคมน์ อยู่ที่ท่านนานๆ จติ ก็จะอยูใ่ นไตรสรณคมน์ฝกึ นานๆ สิง่ ที่ไม่ดมี นั ก็จะไมร่ ับ สงิ่ ไม่ดีก็จะลมื ๆ ไป กรรมหนกั จะเปน็ เบา กรรมเบาก็จะหาย ท่านจะกนั ใหเ้ อง เพราะกระแสจิตเราอยทู่ ่ที ่าน” ๑๗๑คตธิ รรมค�ำ สอนหลวงตาม้า

“เอง็ นึกถงึ ขา้ ความเรว็ ของบญุ ไป-กลับ ไม่ต�่ำ กวา่ ๑๐ เทยี่ ว บุญมาก พลงั งานมาก คนเช่อื ก็ดีไป คนไม่เชอื่ คนน้นั ก็เปน็ ลบ” “เวลากระแสทีไ่ มด่ ีเขา้ ใหค้ ดิ ถึงหลวงปู่ คดิ ถึงสงิ่ ที่ดี หรอื ไมก่ ร็ อ้ งเพลง อยู่ในทเ่ี งียบๆ ตง้ั สตแิ ล้วเร่ิมใหม”่ “การพกั จิต ไปพักทไี่ หนกไ็ ด้ ขอให้จติ อยู่ส่ิงใดสิ่งหนึ่งนานๆ ละกนั เชน่ ภาพหลวงปดู่ ู่ ใบไม้ ลม พระพทุ ธรูป ไดห้ มด แต่พลังงานไม่เท่ากันตา่ งกนั ” “ท�ำ ไมต้องแยกอาทสิ มานกาย เวลานิง่ ๆ แลว้ แยกไป วญิ ญาณ พรหมเทวดาบรเิ วณทเี่ ราแยกจติ ไปนน้ั จะไดร้ บั ส่วนบุญดว้ ย จติ ไปตรงไหน ตรงนน้ั กจ็ ะไดบ้ ญุ แยกจิตไปจะไดแ้ ผ่ได้หลายๆ ที่ อยทู่ ่กี ารฝึก แลว้ อยู่ท่ีเรานกึ ออกไหม” “ถา้ ทรงอารมณด์ ีดี คนทอ่ี ยูใ่ กล้ๆ เราเค้ากจ็ ะมีความสขุ ไปดว้ ย” “เราเวียนวา่ ยตายเกิดมานาน จนเราจำ�ไมไ่ ด้ อยากศกึ ษา อดีต ปจั จุบนั อนาคตต้องอยู่กายวิเวก มนั ต้องยอ้ น ตอ้ งดงึ ออกมา ตอ้ งใช้สมาธิ” “หลวงปใู่ หข้ อ้ คิดวา่ ถ้ายงั ตดั ไม่ได้ก็ข่มมนั เอาไวใ้ นใจ อย่าปลอ่ ยให้มนัแสดงออกมาทาง กาย และวาจา กเ็ หมอื นกับเสอื ถา้ เราขังมนั เอาไว้ ไมป่ ลอ่ ยมนั ออกมาไม่ยอมให้อาหารมนั นานวันเขา้ เด๋ียวมนั ก็ตายไปเอง” “เอ็งไมต่ อ้ งหว่ ง ขา้ อยู่ด้วยท้ังคน ลูกข้า... ข้าไม่ห่วงไดย้ ังไง” “เราไปดคู นโนน้ คนนี้ว่าไม่ถกู เรานั่นแหละท่ีไมถ่ กู เขากถ็ ูกของเค้า เขาก็มีเหตผุ ลของเขา เราไม่ถกู เพราะเราไปคดิ เร่ืองของเขา” “ความจรงิ เป็นสง่ิ ที่ยงั คงอยู่ ตัวตาย แตค่ วามดียงั อย่ ู เราตายแนน่ อน ความจริงที่เราทำ�มันไม่ตาย”๑๗๒ คติธรรมคำ�สอนหลวงตาม้า

“อธิษฐาน ขอมชี วี ติ สมบรู ณท์ งั้ รูปและนาม ทั้งกายและใจ เพ่ือเปน็ ประโยชน์แกห่ มู่คณะและหมญู่ าติ เปน็ ประโยชนก์ ับเจา้ กรรมนายเวร โอปาติกะ เทวดา เทพพรหม ภพภมู ทิ ง้ั หลายทั้ง ๓ แดนโลกธาต”ุ “พอนึกถึงภาพทา่ น มองภาพแล้วจะลมื ความปวด เพราะลืมคิดถึงความปวดไปนึกถึงหน้าทา่ นแทน” “อธษิ ฐาน ขอหลวงปู่ เป็นผู้ดูแลชวี ติ ของเราทง้ั ทางโลกและทางธรรม นึกถึงหลวงปูบ่ อ่ ยๆ” “ไมม่ ีค�ำ ว่าบงั เอญิ ..มันเปน็ ไปตามกรรม” “เวลามเี ทา่ กนั อย่ทู ่จี ะท�ำ อะไร บนั ทกึ อะไรลงไป” “เอง็ นบั ถือขา้ ขา้ ก็จะตามดเู อง็ จนกวา่ จะสำ�เร็จตามทคี่ ดิ ” “การก�ำ หนดจิต ก�ำ หนดคร้ังเดียว จิตกจ็ ะอยู่ตรงนั้น ถงึ แม้สวดไปสวดมา จะไปนึกถึงที่อื่นด้วยกต็ าม คิดไปก่ที ่ี จติ ก็จะอยูท่ ุกที่ เพยี งนึกแวป๊ เดียว ภพภมู แิ ถวน้นัก็ได้แล้ว” “เราเป็นส�ำ นักงานใหญ่ จติ อาทสิ มานกาย ท่คี ดิ ไป เป็นส�ำ นักงานยอ่ ย บญุ ก็ได้มากขึ้น แผไ่ ดม้ ากขนึ้ พยายามใช้รูปและนามของเราให้เกิดประโยชน”์ “เวลาเห็นภาพคนตาย ก็แผ่บุญให้ และคดิ ต่อวา่ สักวันเรากเ็ ปน็ อย่างเค้า ให้มองสภาพทเ่ี หน็ ตามสภาพความเปน็ จรงิ มองว่าทกุ สง่ิ ไมเ่ ที่ยง ทกุ ส่งิ มีเกิด มีดบั ไมค่ งทนถาวร” “เวลาเห็นนิมิตใหร้ ะวัง อย่าไปพดู ใหพ้ จิ ารณาเอง อยา่ ไปอวดใคร เพราะบางคนนน้ั ปรามาส” ๑๗๓คตธิ รรมค�ำ สอนหลวงตาม้า

“ภาพพระ หรอื สิ่งท่ีเรานับถือ ถ้าจะทิ้งไม่ใช้ ให้เผา แล้วกน็ ำ�ข้ีเถ้าท่เี หลอื มาทำ�เป็นมวลสาร” “การสวด เป็นการนอ้ มพลังงานของหลวงปู่มาที่เรา แล้วเราก็แผไ่ ปทว่ั ทง้ั ๓แดนโลกธาตุ นกึ ไปถึงคน นึกภาพไปท่ตี า่ งๆ พลงั งานจะไปตามที่เรานกึ เวลาสัพเพก็นกึ อกี ” “เราตอ้ งเชื่อและศรทั ธา เราเปน็ เพยี งตัวกลาง เป็นส่ือกลางระหวา่ งสิ่งท่เี รานกึกบั หลวงปู่ ต้องเชื่อวา่ เพยี งเรานึกไป หลวงปู่ก็ถงึ สิ่งที่เรานกึ แล้ว ไม่ตอ้ งถามวา่ เค้าจะไดม้ ย้ั ” “กระแสของหลวงปู่ เปน็ กระแสท่ไี ปไหนแลว้ กป็ ลอดภยั ” “ปวดหวั คอื ธาตไุ มป่ กติ อาการเกิดทางธาตุ แล้วจติ เราไปรับ ถา้ เกิดน่ิงๆ จิตไปอยทู่ ี่หลวงปู่ ไม่ได้อยู่ท่ีธาตุ กจ็ ะไมร่ ูส้ ึกอะไร” “แคค่ ิดไป ภพภูมเิ ค้าก็ได้แลว้ มนั เป็นคล่นื ความคดิ ” “จิตเปน็ หนงึ่ จิตมกี �ำ ลัง มที ง้ั ประโยชนแ์ ละโทษ ถา้ เรามจี ิตมสี มาธเิ ปน็ หนึ่งจิตกม็ ีก�ำ ลัง ถา้ จิตติดเศรา้ จติ ก็มีกำ�ลังในความเศรา้ ” “จติ ของเราบันทึกทกุ สง่ิ ทุกอย่างไวต้ ้ังแต่อดตี จะระลึกรู้ไดต้ อ้ งอาศัยความเงียบ กายวิเวก ถา้ อยเู่ งยี บๆ จิตเราก็จะนึกยอ้ นไปในอดตี จติ มันบนั ทึกทุกอย่าง” “ให้น่ังสมาธิ สวดมนต์ ใหจ้ นนง่ิ ความสขุ ท่ีเกดิ จากความสงบ มันสุขย่ิงกวา่สขุ ทไ่ี หนทางโลก พอปฏบิ ตั ินานๆ มนั กจ็ ะสงบและสบาย มนั ก็จะหลีกอารมณ์ การกระท�ำ ต่างๆ ท่มี ันไม่ดไี ด้ ทำ�สมาธิไปเราสามารถกำ�หนดอายขุ องเราได้ มนั ไมย่ ากอยา่ งท่ีเราคิด ถา้ จะท�ำ ทำ�เลย นึกถงึ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อธษิ ฐานขอท่านเปน็ ครูบาอาจารย์”๑๗๔ คตธิ รรมค�ำ สอนหลวงตามา้

“หลวงปู่ สอนใหเ้ รามีความเมตตา ให้เราทรงพรหมวิหาร ๔ คนท่มี ีเมตตา คนที่อยใู่ กล้ๆ จะมีความร้สู ึกเย็น พลงั งานความเย็น ความเมตตามันแผ่ออกไป เรม่ิ ฝกึจากให้ย้มิ และทำ�อารมณ์ให้ดี ไมค่ ดิ ร้ายกับใคร ใครอยู่ใกลก้ ็สบายใจ” “จะไมเ่ กดิ ให้ดูตัวเอง อยา่ ดคู นอืน่ อยากเปน็ โพธิสัตว์ ตอ้ งรเู้ รื่องทั้ง ๓ แดนโลกธาต”ุ “เวลาสวดมนต์พร้อมๆ กนั พลงั งานก็จะเยอะกว่า” “รวมกนั เราอยู่... แยกหม.ู่ .. เรากอ็ ยกู่ ันคนละที”่ “คนอารมณด์ ี อายุก็ยืน หน้าตากผ็ ่องใส” “มนษุ ย.์ .. เล้ยี งชีวติ ดว้ ยอาหาร วญิ ญาณ... เล้ยี งชีวิตด้วยบญุ ” “เวลาไปท�ำ บุญทไ่ี หน อธษิ ฐานใหส้ มั ภเวสแี ถวนน้ั มาโมทนาดว้ ย” “ถา้ ฉลาด เวลาเราสวดมนต์ให้นกึ ไปหลายๆ ท่ี ภพภมู ิแต่ละทจ่ี ะได้ด้วย ถ้าฉลาดท�ำ มนั กจ็ ะไดม้ าก มันไม่ยากหรอกความคิด” “งานทีห่ นักทีส่ ดุ คอื เร่อื งของจติ มนั เกิด ดบั จิตไมเ่ คยพักเลยตงั้ แตเ่ กดิ จะเริ่มพกั กค็ ือเรมิ่ ภาวนาและนง่ั สมาธ”ิ “อยใู่ นธาตุขนั ธ์มันทุกข์ แม้วันเดยี วก็ไม่อยากอยเู่ พราะมันทุกข”์ “จิตมกี �ำ ลัง คอื สามารถบงั คบั จิตได้ ควบคมุ ได้ สามารถบอกทำ�อะไรกไ็ ด้ เชน่พอบอกจิตให้นงิ่ จติ กน็ ง่ิ ไดเ้ ลย หรอื เวลาใครดา่ เรามา เราก็เฉยๆ ทกุ อย่างตอ้ งฝกึ ” “ถา้ เราฝึกภาวนา น่ังสมาธิทุกวัน มนั ตอ้ งไดค้ วามสงบแน่ๆ” ๑๗๕คตธิ รรมคำ�สอนหลวงตามา้



หลวงตาตอบคำ�ถามศิษย์วันหล่อหลวงปู่นั่งน้ำ�มนต์ “หลวงพอ่ ด่เู นยี่ นะท่านคือผู้ทอี่ ยูข่ า้ งหนา้ พระโพธสิ ัตว์ทุกองค์ต้องรอทา่ น” “พลังงานไมว่ ่าจะอยตู่ รงไหนของทงั้ สามโลกกต็ ้องมาทัง้ หมด เทวดาแมไ้ ม่ใชผ่ ทู้ ่ีปรารถนาพทุ ธภมู กิ ็ตอ้ งมา เพราะเขาต้ ้องฝากกระแส ถา้ ยังตอ้ งเวียนว่ายตายเกดิ ก็ต้องฝากกระแส มนั คอื การหมนุ เวยี น เขาเลือกทจ่ี ะฝากกระแสท่หี ลวงปู่ดู่ เพราะกวา้ ง และครอบคลุมทั้งหมด” “แล้วพวกเราละ จะเอาอะไรอกี คนอ่นื เขาอาจไปหาครูบาอาจารย์ท่านนน้ั ท่านนแี้ ตห่ ลวงตาไม่ หลวงตามีหลวงพ่อดูท่ ่านองคเ์ ดียว พอแล้ว เหลอื แล้ว...” ในวันนี้ หลวงตาท่านได้เมตตาตอบคำ�ถามศิษย์ ดังนี ้ ศษิ ย:์ หลวงตาคะ สวดจกั รพรรดบ์ิ างคร้งั รสู้ กึ มีความรอ้ นเกิดขึ้น โดยเฉพาะบริเวณมอื ทงั้ สองข้างเป็นเพราะอะไรค่ะ หลวงตา: มันเป็นเพราะธาตุท่ีรา่ งกายเราเอง ศิษย์: น่ังสวดตอน ๒๐.๓๐ น. แลว้ มองภาพหลวงปู่ดไู่ ปดว้ ย บางครงั้เหน็ หน้าหลวงปเู่ ปลีย่ นไปเพราะอะไรครับ ตอนสวดไมไ่ ดห้ ลบั ตาเป็นปกตฮิ ะ หลวงตา: บางคนไม่จ�ำ เป็นตอ้ งหลับตา เวลาสวดเนี่ย มองรูปภาพท่าน ไมใ่ ช่เพ่งนะ มองปกติธรรมดา แล้วภาพหลวงปกู่ ็จะเปลย่ี นไป พอภาพทา่ นเปลีย่ นเนย่ี จบหลักสูตรของหลวงปดู่ แู่ ล้ว สมมตุ วิ า่ บา้ นเราเน่ียนะ เรามองภาพท่านปับ๊ หรอื ภาพท่านเปลย่ี นปบ๊ั เนยี่ หรือภาพทา่ นยิ้มปบั๊ เนยี่ ถ้าเราอยากจะรวู้ ่าภพภูมทิ บ่ี ้านเรามีอะไรม่ังเนี่ยเรานกึ ถงึ ภมู ิทบ่ี า้ นเรา แต่จบั ทหี่ ลวงปู่ พอภาพหลวงปหู่ ายปับ๊ ภาพบ้านเราเกิด เหมือนดทู วี ี แล้วเราดู เราจะรเู้ ลยว่า ในบา้ นนัน่ มอี ะไรบ้าง นี่คือสูตรหลวงพอ่ ดู่ ต้องผา่ นทา่ นก่อน อย่าเอากำ�ลังเราเอง ศษิ ย:์ ทำ�อยา่ งไร? จะทรงพรหมวิหารสีไ่ ด้ทั้งวันคะ่ หลวงตา: หหึ ึหึ ตอบไมไ่ ด้ฮะ ท�ำ ยาก จะต้องไปไลต่ ั้งแต่โนน่ แน่ เมตตากรณุ า มทุ ติ า อเุ บกขา ไลไ่ ปไลม่ านะ วา่ เราขาดตรงไหนถาม-ตอบ ๑๗๗

ศษิ ย์: เวลาสวดจักรพรรดทิ์ ุกขณะจติ พอสวดเรื่อยๆ รู้สกึ อึดอัดมากจนต้องหยดุ เพราะอะไรคะ่ หลวงตา: เพราะจะปรบั ธาตแุ ล้วไง ใหจ้ บั ภาพลหลวงปู่ไปด้วย แล้วมนั จะไม่อึดอัด เพราะท่อี ึดอัดเน่ีย จิตอย่ทู ี่ธาตุ จิตเราอยทู่ ่ธี าตุ ถ้าเรานึกถงึ หลวงพ่อเนยี่ จิตเราอยูท่ ่ีหลวงพอ่ มันจะไม่อึดอัด ศษิ ย:์ หมดแลว้ ครับ มที า่ นใดจะถามไหมครับ หลวงตา: เอ้า ว่าไงถามมา ศษิ ย์: ตัง้ แตก่ ่อนจะสวดมนตน์ ่ะครบั กำ�พระเรื่อยๆ เหมอื นมอี าการสน่ัมาก กไ็ มร่ ู้ว่ามันเป็นอปุ ทานบ้างหรอื เปล่า หลวงตา: ไมม่ ี ถ้าเราไม่ก�ำ ล่ะ ส่ันไหม ศิษย์: ถ้าเราไม่กำ�บางทกี ส็ ัน่ ได้ครบั หลวงตา: ใช่ ก็จิตเราอยูท่ ่ไี หนล่ะ ตอนมันสน่ั ศิษย:์ จติ เราอยู่ท่ีพระครบั หลวงตา: ถกู จิตอยู่ที่พระ กระแสจิตก็อยู่ที่พระใช่ไหม ศิษย์: เก่ยี วกบั พลังงานท่ีเขามารว่ มกับเรา หลวงตา: จิตอยู่ทีพ่ ระ กับจติ อยู่ทีร่ า่ งกายเรา กระแสพระกับกระแสรา่ งกายเราอยดู่ ้วยกัน จิตเราอยู่ทธ่ี าตใุ ช่ไหม ศษิ ย:์ จิตอยทู่ ่ีธาตุ หลวงตา: มนั ก็ออกจากธาตุได้ ศษิ ย:์ มันก็เลยเปน็ อาการส่ัน หลวงตา: ใช่ ศษิ ย:์ แลว้ ก็เปน็ เกยี่ วกับพลงั งานที่เขามาดว้ ยรเึ ปล่าครบั หลวงตา: พลังงานท่ีเข้ามาเราไม่รู้ก็เลยเช็คไม่ได้ว่าพลังงานอะไรๆนอกจาก เราจะรูร้ อบทศิ ทางวา่ มีอะไรรเึ ปล่า ถา้ ไปเกณฑ์ว่าเปน็ พลังงานอยา่ งอ่นื เขา้ มาท่เี ราไมไ่ ด้ บางทีเปน็ ที่เราเอง ศษิ ย์: เปน็ เพราะเรากำ�หนดทพ่ี ระแล้วเกดิ พลังงานของพระมาที่เรา หลวงตา: ใช่ กระแสของพระเข้าทีจ่ ิตแล้วออกทธี่ าตเุ รา ก็เหมือนเรากำ�พระใชไ่ หม น้อมจติ เขา้ หาพระเนย่ี ก็เกดิ อาการในมือเรา ศษิ ย:์ บางทนี ั่งมองพระประธานทบ่ี ้าน จะรู้ว่ามีหมอกควันมารอบๆ เรา๑๗๘ ถาม-ตอบ

เอาไว้แลว้ พระประธานก็เปลี่ยนรูปลักษณ์เปน็ ทรงพระจกั รพรรด์เิ กดิ ขึ้นเพราะอะไรคะ่ หลวงตา: เพราะเราสวดจักรพรรดิไ์ ง จรงิ ๆ เราเหน็ สว่ นเดยี วนะ ส่วนเดยี วท่ีเห็นน่ะ ถือเป็นควันเฉยๆ จรงิ ๆ ไมใ่ ช่หรอก ถ้าละเอียดก็เป็นพลังงานท่รี อบๆ ตัวเรามาจากพระ อย่างเรามองพระเนี่ย มองปบ๊ั เนยี่ พลังงานจากพระกม็ าท่เี ราใช่ไหม ก็มากระเพ่ือมกเ็ หมือนเราเปิดจิตเราไปทพ่ี ระ พลงั งานของพระมีอยแู่ ล้ว กระแสก็เขา้ มาท่ีเรา เหมือนเรานกึ ถึงหลวงปู่ กระแสหลวงปู่ก็มาท่เี รา คล้ายๆ กนั เหมอื นเราเปิดเครอ่ื งวทิ ยุ เครอ่ื งโทรศพั ท์ เราเปดิ ปบั๊ เนี่ย เครือข่ายก็เข้ามอื ถือ ก็เหมอื นเรา พอเราเปดิ ปบ๊ั เน่ยี ก็เข้ามา อยู่ท่เี ราจะเอาพลงั งานไปท�ำ อะไร เหมอื นกนั ศษิ ย์: เวลาข้ึนไปท่วี ัดถ้ำ�เมอื งนะ กลับมาถึงบา้ นร้สู ึกมนึ ๆไปสองวันเพราะอะไรค่ะ หลวงตา: ชาร์จเตม็ เกินไป ชาร์จไฟมากเกนิ ไป ศษิ ย์: เมอ่ื สวดไปเร่ือยๆ แลว้ ลมื สัพเพ เจ้ากรรมนายเวรเขาจะไดร้ ับหรือเปล่าคะ่ หลวงตา: ตอนสวดเขาก็ได้อยแู่ ล้ว ศษิ ย:์ เวลาสัพเพตอนเหตกุ ารณ์คับขนั นึกภาพหลวงปูไ่ ม่ออก จะสพั เพไดเ้ ลยไหมครับ เช่น น่ังรถแล้วเหน็ คนเสียชีวติ จากอบุ ตั เิ หตุ หลวงตา: กพ็ ระในคอไง พระทห่ี อ้ ยไว้ พระในคอ หลวงพ่อดู่ทา่ นให้ชว่ ยกันปรับวิญญาณนะ ตอนนี้วญิ ญานทวั่ ไปมันเยอะ เพราะพวกสตั ว์ทง้ั หลายทีม่ นุษยก์ ินเข้าไป เยอะ อย่างไก่ พวกหมู พวกปลาเน่ยี พวกสตั วท์ ้งั หลาย เวลาไปทร่ี า้ นค้าหรอื เวลากนิ อาหาร ให้สง่ วญิ ญาณตรงรา้ นคา้ น้นั ด้วย บอกให้ชว่ ยกันหน่อย เวลาไปทไี่ หน หรือผ่านตลาด หรือผ่านทไ่ี หน ใหส้ พั เพหน่อย เวลากนิ ข้าว เวลากนิ อะไรก็แลว้ แต่ สัตว์ท้งัหลาย ทา่ นให้นอ้ มไปท่ีพระ แล้วสพั เพ วญิ ญาณทงั้ หลาย ศิษย์: หลวงตาครับ ทเ่ี ม่อื สกั คร่หู ลวงตาบอกวา่ นัง่ สมาธแิ ลว้ เหน็ เปน็ดวง ดวงสีขาวแล้วข้างในมหี ลวงปอู่ ยู่ คือว่า ท่ีหลวงตาบอกวา่ เปน็ ดวงสขี าวเน่ีย ให้จบัภาพหลวงปู่ แลว้ ภาพหลวงปู่จะกลายเปน็ ดวงสีขาวหรอื ว่ายงั ไงครับ หลวงตา: ไมใ่ ช่ฮะ เหน็ แสงสวา่ ง มีบางคนนั่งแล้วจะเหน็ แสงสว่าง ถ้าเห็นแสงสว่างท่านให้มองตรงกลางแสงสวา่ ง ศษิ ย์: แต่วา่ ถ้าน่งั ไม่เหน็ ก็ให้จับภาพหลวงป่เู รื่อยๆใชไ่ หมครับ หลวงตา: ไปเรือ่ ยๆ ฮะ ถ้าอยากเหน็ ก็ใช้ภาพท่านเปน็ ส่ือ ๑๗๙ถาม-ตอบ

ศษิ ย:์ แสดงว่าไม่ไดเ้ ห็นทกุ คน ใชไ่ หมครบั หลวงตา: ใชฮ่ ะ ถ้าอยากเห็นจริงๆ ต้องขยันหน่อย ศษิ ย:์ หลวงครบั ท�ำ ไมเวลาสวดมนต์ กำ�พระแลว้ จะรสู้ ึกปวดทมี่ อื มาก หลวงตา: ปกตๆิ เปน็ ปกติ ศษิ ย์: ถา้ จบั ภาพหลวงปู่แล้วไม่ถามท่าน ทา่ นก็จะไม่สอนเราใชไ่ หมค่ะ หลวงตา: ถูก หรอื ไมก่ ็อธษิ ฐานเอา อธษิ ฐานทา่ นใหม้ าสอน ศิษย:์ หลวงตาครบั ลูกแก้วมสี รี งุ้ เวลาโดนกบั หยดน้�ำ เกิดจากอะไรครับ หลวงตา: ลูกแก้วมีเป็นฉัพพรรณรงั สีอยู่แล้วบางคนก็เหน็ เปน็ สีหลายๆ สี ศิษย:์ พระแก้วหนงึ่ องค์ มีมากกว่า ๑ สี ได้ไหมครบั หลวงตา: ฉัพพรรณรงั สอี ยแู่ ล้วไมต่ อ้ งถาม ศิษย:์ หลวงครบั อยากทราบว่าการนอ้ มน�ำ วชิ าหลวงปูม่ าใช้ในทาง วิปสั นา สามารถทำ�ไดอ้ ย่างไรคะ่ หลวงตา: ทำ�ไดส้ ิ ท�ำ ได.้๑๘๐ ถาม-ตอบ





มหาสงกรานต์กับประทีปธรรมคำ�สอนจากหลวงตา ศิษย์: เหตทุ หี่ ลวงตาหล่อพระแม่ธรณี หลวงตา: พระแม่ธรณี ทา่ นดูแลพระโพธิสัตวท์ กุ องค์ พระแม่ธรณสี ว่ นใหญ่เปน็ โพธญิ าณ พระโพธสิ ัตว์ทกุ องค์ต้องผา่ นพระแม่ธรณีก่อน ทา่ นจึงมาช่วยพระโพธิสตั ว์ ศิษย:์ แล้วเวลาเขยี นแผน่ ทอง ตอ้ งท�ำ อยา่ งไรครบั หลวงตา: ใหอ้ ธษิ ฐาน ศิษย์: ใชเ้ ล็บขีดก็ได้ หลวงตา: ได้... มันส�ำ คญั ทจี่ ติ ศษิ ย:์ แล้วต้องเขยี นช่ือ ฯลฯ หลวงตา: ได้ แล้วแตเ่ รา แต่พวกน้ี เดีย๋ วมนั ก็หายไป เพราะตัวเรามนั ก็ไม่ใช่เรา มแี ต่จิตทเี่ ปน็ ของเรา “พุทธภมู ิ” ปัญญาต้องมาเปน็ อนั ดบั แรก โพธิญาณเน่ีย เขาจะสอนเร่อื งสมาธโิ ดยตรง จะเปน็ สายไหนกช็ า่ ง ต้องผา่ นพรหมกอ่ น โพธสิ ตั วท์ ม่ี ีบารมเี ยอะๆ ฉายาทา่ นมกั จะเป็นพรหม ลองดสู ิ หลวงปู่ทวดเนี่ยทา่ นเปน็ พระไตรปิฎกเคลือ่ นที่เลยนะ ส่วนพระศรสี ยามฯ ทา่ นกม็ บี รวิ ารเยอะ ศิษย:์ อยา่ งผมก�ำ หนดหลวงปแู่ ลว้ ไปจับทพี่ ระแก้วแดง หลวงตา: ได้ พระแกว้ แดงเป็นบารมที ีร่ วมแลว้ บารมีของท่านอธษิ ฐานรวมอยทู่ พ่ี ระแก้วแดง อยู่ทกี่ ำ�ลังของคนจับด้วย หลวงปู่ด่ทู า่ นสอนใหเ้ ปน็ ผู้มีประโยชน ์อารมณ์ทรงพรหมวิหาร จะดี เวลาไปไหนมาไหน ให้แผ่บุญบ่อยๆ เช่น ในตลาด ฯลฯวญิ ญาณเยอะหมู ไก่ ฯลฯ หลวงปู่ดูท่ า่ นบอกวา่ นึกถงึ ข้าแล้วสง่ ไป ทกุ สว่ นในโลกน้ีไม่มบี ารมขี า้ ไม่มี ท่านสร้างบารมีมา ๖๐ อสงไขยนะ ให้หมั่นภาวนา ดอู ยา่ งแม่ชีเนย่ีภาวนาไปเร่อื ย แสงสว่างก็มากขึ้นเร่อื ยๆ ศิษย์: พระโพธิสัตว์ ยังไม่อยากนิพพานใช่ไหมครบั หลวงตา: อยากเหมอื นกนั แตท่ ่านคดิ ไกลกว่านั้น บางองค์ ๖๐ ปี เกดิ ที ช่วงที่ผา่ นกลยี คุ มนษุ ยจ์ ะรักษาศีลกนั เคร่งครัดเพราะผ่านชว่ งไม่ดีมา ศษิ ย:์ อยา่ งเราเริ่มสวดจกั รพรรดิ์ หลวงตา: กเ็ ริ่มเป็นจกั รพรรดิ์เลย คนเราคดิ อะไรก็เปน็ อยา่ งนนั้ คดิ ไมด่ กี ็มนั จะไปไหนละ กม็ ีแต่เรอ่ื งไม่ดี ถา้ จิตเราอยทู่ ีค่ ำ�สวด กเ็ ปน็ จักรพรรดิ์ อย่าไปดูคนอน่ืให้ดตู ัวเอง เขาท�ำ ดี เรากท็ �ำ ท�ำ แล้วขเ้ี กยี จไหม เวลาฝึก ใหอ้ กี คนดูพลังงาน... สว่างไหม ๑๘๓ถาม-ตอบ

ศิษย์: ไมจ่ ับภาพไดไ้ หมครับ หลวงตา: พลงั งานอยู่ทภ่ี าพ ข้อมลู กอ็ ยู่ อยา่ งหลวงตา... กระแสคนเขานกึ ถงึ หลวงตา หลวงตากน็ กึ ถงึ หลวงป ู่ กระแสหลวงป่กู ็มาทหี่ ลวงตา แลว้ ไปท่เี ขา... ศิษย์: เคยเหน็ รูปหลวงปหู่ นา้ บง้ึ วนั น้ันผมโดนเจ้านายด่าเลย เหมอื นทา่ นเตอื น หลวงตา: ภาพท่านคือกระจกสะทอ้ นตวั เรา วนั หลังให้แกย้ งั ง้ี ถา้ เห็นอย่างนน้ั ใหย้ ิม้ เลย จิตอยา่ ตก ศษิ ย:์ ผมหนั ไปมองทางอืน่ กอ่ น แล้วค่อยยมิ้ ไปมองทา่ นใหม่ หลวงตา: ถูก.. ยงั งั้นกไ็ ด้ พระทดี่ ีเนยี่ นะ ขนาดกระดูกท่านยังเปน็ ประโยชน์เลยใชไ่ หม เมื่อกอ่ นหลวงตาตอ้ งคิดนะ เดินคดิ นอนคดิ อยใู่ นถ้ำ�เนย่ี เรารู้ว่ามีพลังงานเยอะ เหมือนขมุ พลงั น่ะ เราจะกระจายออกไปยังไง สมยั หลวงตาบวช หลวงปู่หวล(พระอปุ ัชฌายข์ องหลวงตา) ชีม้ าทีห่ ลวงตาแล้วบอกว่า คนนี้ไม่สึก ท่านบอกหลวงตาวา่ จะใหว้ ิชาทงั้ หมดของท่าน พอดีหลวงตาเจอหลวงปูด่ ู่กอ่ น ศษิ ย:์ พระรูปลักษณ์หลวงปทู่ ี่ไมไ่ ด้อธษิ ฐานจติ มีพลังงานไหมครบั หลวงตา: ม.ี ..แต่เจือจาง แต่ถ้าเรานึกถงึ ทา่ นบ่อยๆ พลงั งานกจ็ ะคอ่ ยๆซมึ ผา่ นจติ เราเขา้ ไปที่พระที่เราคลอ้ งคอ การจะสร้างบารมตี อ้ งดูเหตุนะ ดูระยะเวลา ทำ�อะไรท่มี ันยาวนะ่ เชน่ การสรา้ งพระ เปน็ ต้น ศษิ ย:์ อยา่ งผมสรา้ งป้ายคาถามหาจักรพรรด์ิ หลวงตา: ยาว... เพราะบทสวดมีพลังงาน เหมอื นคาถาชินบญั ชรของสมเดจ็โตฯ อย่างเราสรา้ งพระ ของเรากฝ็ ากไปดว้ ย หลวงปู่ด่ทู า่ นเสกพระนะ เวลาท่านเสก....สะเทอื น ขนาดให้พรยังสะเทือนเลย ศิษย:์ จารพระไปคยุ ไป หลวงตา: จารพระไปคุยไปกไ็ ด้ เพราะเราเปน็ ตวั ผา่ นพลงั งาน พลงั งานมาที่เรา ไปที่รปู อธิษฐานไว้กอ่ นก็ไปแลว้ อยา่ งเรากราบพระพุทธรูป ใหก้ ำ�หนดหลวงปมู่ าผา่ นเราแลว้ ไปท่ที ่าน แล้วมาทีเ่ รา พระศรีอรยิ เมตไตรย์ เป็นอนาคต พระแกว้ แดงเป็นบารมีตั้งแต่แรกเริ่ม อธษิ ฐานมารวมที่พระแกว้ แดง เป็นบารมีของพระศรีอริยเมตไตรย์ใชผ้ งจกั รพรรดสิ ร้างพระ พลงั งานจะดกี วา่ เพราะผงคอื ความบริสุทธิ์ ศษิ ย์: พระทเี่ ราคล้องคอสวดทกุ วัน กับวางไวบ้ นโตะ๊ หมูบ่ ูชา พลังงานจะเขา้ ไหนได้ดกี ว่ากนั ครับ๑๘๔ ถาม-ตอบ

หลวงตา: สวดทไ่ี หนละ่ ถา้ เป็นบา้ นเรา เกยี่ วขอ้ งกับเรา พลังงานกไ็ ปหมด ศษิ ย์: ผมเคยอ่านเขาบอกว่า สวรรค์ นรก มติ ิซอ้ นกับที่เราอยู่ หลวงตา: ระหว่างโลกธาตทุ งั้ หมด ไมไ่ ด้ไกลกนั แค่นกึ ก็ไปแล้ว สวรรค์นรก กอ็ ยตู่ ิดๆ กนั นแี่ หละ เหล่อื มซ้อนกนั อยู่ ศิษย์: อย่างเวลาเราจะก�ำ หนดแผไ่ ปมากๆ หลวงตา: ให้คดิ ถงึ ภาพรวมอย่างสองทมุ่ ครง่ึ เรากำ�หนดแผนที่ประเทศไทย ภพภมู ิ เทวดา เขาได้ด้วยหมดเลยนะ ศษิ ย:์ คำ�พูดของหลวงปูท่ ี่หลวงตาชอบคือ หลวงตา: มีอยสู่ องประโยค “ถา้ ยังหายใจอยกู่ ต็ อ้ งท�ำ ” “เอง็ ดขู า้ เป็นแบบอยา่ ง” ศิษย:์ หลวงตาอธษิ ฐานลกู แกว้ จักรพรรดิอยา่ งไรครับ หลวงตา: อธิษฐานรวมก�ำ ลังทง้ั หมดตงั้ แต่อดีต ปัจจุบนั จนถึงอนาคตบารมรี วมพระศรฯี หลวงปู่ ศิษย:์ แล้วถา้ ไปวางลกู แก้วในที่ทไ่ี มส่ ะดวก อธิษฐานสั้นๆ อย่างไรดี หลวงตา: ถา้ ใครสวด พวกเราเนย่ี ใครก็ตามสวดจักรพรรดขิ์ อให้พลังงานมาถงึ ที่น่ที ุกครงั้ เพอื่ ประโยชน์ของภพภูมแิ ถวนนั้ ศษิ ย์: หลวงตาครบั วิมานลกู แก้วอยูท่ ไ่ี หน หลวงตา: อยู่จาตุมนะ (จาตมุ หาราชิกา) ไมเ่ มอื งนาค ก็เมอื งครฑุ เป็น ลกู แก้วท่ผี ู้ท่จี ะมาเกดิ เปน็ จักรพรรดิจะเอามาใช ้ ศษิ ย์: เวลากราบพระ พลังงานเกดิ ขนึ้ อยา่ งไรครบั หลวงตา: คนกราบพระ พลังงานจะมาที่คนกราบ ไปถึงคนหล่อพระ ถึงหมด คนที่เกย่ี วขอ้ ง ทวั่ ไปหมด ยิ่งทำ�อะไรที่อยนู่ าน ยงิ่ ดีกวา่ ถงึ บอกว่า วิหารทานดีกวา่ สงั ฆทาน นี่หลวงตาก็จะสรา้ งเจดีย์ แลว้ จะมี ๔ มมุ ลอ้ ม เป็นหลวงปู่ พระจักรพรรดิพระศรฯี แล้วก็อาจจะเปน็ หลวงตา หรือเจา้ อาวาสองคต์ ่อไป เวลาเวียนเทยี น กไ็ ปเวียนรอบเจดยี ์ ศษิ ย์: เวลาหลวงตาสรา้ งส่ิงตา่ งๆ พิจารณาจากอะไรครับ หลวงตา: ดงึ คน เพราะคนมันติดรูป พ้นื ฐานมนั ไม่มี บางคนท�ำ นาน มาบ่นวา่ ไมส่ งบ ถามว่านั่งไหม ตอบว่า ท�ำ ม่ัง ไมท่ ำ�มัง่ คนสว่ นใหญ่พ้นื ฐานไม่มี จะดงึ ให้สูงเลยมันยาก บางวัดสร้างเยอะ แตไ่ มม่ คี น มันไมพ่ ัฒนาจิตใจ ตอ้ งไปคู่กัน ค่อยๆ ไป ๑๘๕ถาม-ตอบ

ไมร่ บี ร้อน มคี นกท็ ำ� ไม่มีคนกห็ ยดุ ไวก้ ่อน ยงั ไงกเ็ สรจ็ อย่แู ล้ว ต่อไป ตรงน้จี ะอยู่ตรงกลางของประเทศ พระโพธสิ ัตว์ทบ่ี ารมีเกินคร่งึ แล้ว ไมท่ อ้ หรอก ยิง่ ได้รบั พทุ ธทำ�นายแลว้ ยิง่ ไม่ท้อ ศิษย:์ พระโพธสิ ตั ว์รูต้ วั เองไหม หลวงตา: รู้ มนั จะร้สู กึ ชอบชว่ ยคน พระโพธสิ ตั วเ์ วลาจะสร้างกับมนษุ ย์ตอ้ งหากุศโลบาย ใหม้ นษุ ยต์ ิดในความดี ท�ำ ยงั ไงกไ็ ด้ให้คนมาสวดมนต์ ศิษย:์ หลวงตาครับ ทำ�ไมต้องกำ�พระ หลวงตา: จติ จะได้อยู่กบั พระ ศษิ ย:์ หลวงตาคะ ถา้ ลกู กวน มอื ไม่ได้ก�ำ พระ หลวงตา: จิตให้นกึ ถงึ พระ นึกถงึ หลวงปู่ นึกภาพกไ็ ด้ ศิษย:์ วางใส่มอื ได้ไหมครบั หลวงตา: ได้ ขอให้ตดิ กับมอื เถอะ เวลาสวด ใหส้ วดจนหลับ พอตน่ื มาแลว้ให้สวดต่อ ศษิ ย:์ เวลารสู้ กึ ไม่ดี ใหส้ วดใช่ไหมครบั หลวงตา: ใช่ ถ้าตง้ั ใจจรงิ ๆ อธิษฐานอะไรก็ได้ ศษิ ย์: เวลาสวดแลว้ ชะงกั เพราะเหตุต่างๆ หลวงตา: ไมเ่ ปน็ ไร เพราะเราต้งั จกั รพรรดไิ วอ้ ยแู่ ล้ว ศษิ ย์: หลวงตาครบั อยา่ งเราสวด ๑ ชั่วโมง สวดเรอ่ื ยๆ แล้วได้นอ้ ยจบกับเรง่ สวดแล้วไดม้ ากๆ อย่างไหนจะไดพ้ ลงั งานมากกวา่ ครับ หลวงตา: ไม่เกี่ยว มนั อยทู่ ่ีสวดแล้วปติ ไิ หม เราสวดไดท้ กุ เวลา ทกุ เวลาท่ียงั หายใจอยู่ ศษิ ย์: พระหรอื แหวนถา้ ไปลอดราวตากผ้า หลวงตา: เม่ือกอ่ นชอบมีคนมาถาม ใสแ่ หวนแล้ว “หนซู ักผ้าไดไ้ หม?”อะไรตา่ งๆ ทำ�ไดท้ ุกอย่าง เวลาจติ เราคิดดี ไม่ดมี ันไปไหน หลวงปู่ทา่ นเคยถามว่า “เอ็งออกมาจากไหน” พลงั งานก็คอื พลังงาน ไมม่ ีเสอ่ื ม ของดีไมม่ ีเสอื่ ม ใสแ่ หวนแลว้ลว้ งอะไรกล็ ้วงไป หลวงป่ทู า่ นบอกว่า “เอ็งสวดทุกวนั พลังงานกเ็ พิม่ ทกุ วัน” พระสตู รหลวงปดู่ ่ตู ้องแชน่ �ำ้ มนต์ เพอ่ื ใหป้ ูนอมน้ำ� ประสานเนือ้ ศิษย์: หลวงตาครบั สามแดนโลกธาตุน้ี ส่วนไหนรับบุญไดม้ ากทส่ี ุดครับ๑๘๖ ถาม-ตอบ

หลวงตา: เทวดา มนษุ ยเ์ จาะยากที่สุด มนุษย์อยใู่ นสขุ มาก กไ็ มส่ วดมนต์ ศิษย์: แลว้ วิธีไหนดที ่ีสดุ ในการชว่ ยมนุษย์ หลวงตา: หลอกให้สวดมนต์ หรอื อนโุ มทนาบุญ ศิษย์: แลว้ นรกละคะหลวงตา หลวงตา: ที่เราสวดเน่ยี เขาหยุด แตแ่ ผไ่ มไ่ ด้ ผู้คุมเขากส็ วด ศษิ ย์: ผูค้ มุ ก็ไดร้ ับดว้ ย หลวงตา: กเ็ ขาเป็นเทวดาน่ี ศิษย์: แล้วเม่อื ไรเขาจะไดร้ บั บุญคะ หลวงตา: ตอ้ งรอหมดกรรม ศิษย:์ ลดไดไ้ หมคะ หลวงตา: ไมล่ ด ตอ้ งเป็นไปตามกรรม ศิษย:์ แลว้ สัมภเวสีละครับ หลวงตา: ได้ ยังง้ีงา่ ย สตู รหลวงปู่ทา่ นชว่ ยวญิ ญาณนะ บญุ -บาปเน่ยี มันอยทู่ ี่มนษุ ย์ ตายแลว้ ก็ไปเสวย หนไี มอ่ อก ไม่ต้องอะไรมากหรอก สวดมนต์ทกุ วนั ก็โมทนาแล้วสวดทุกบทไดย้ ่ิงดี สมาธจิ ะท�ำ ใหก้ รรมเบาบาง พอเราสวดก็ลมื เรื่องไม่ด ีใช่ไหม ศษิ ย์: ทเี่ ราสวดทุกวัน เปน็ การปิดอบายภูมิ หลวงตา: ถูกต้องเลย พอสวดแลว้ กรรมมันเบาบาง สวดแล้วปติ ิ ก็อยากจะสวด อะไรไมด่ ี กจ็ ะบางลงๆ ถา้ ทำ�ทุกวัน ๓ ปี ชีวติ จะเปล่ยี น เม่ือก่อนหลวงตานอนในโลง ก่อนนอนกอ็ นจิ จงั ฯลฯ แล้วกห็ ลบั ตน่ื มาก็เกิดสวดจักรพรรด ิ สวดไปเรื่อยๆ เมอ่ืกอ่ นเบนกระแสไม่เปน็ สวดไปนานๆ จะนงิ่ รกั ษาโรคไดด้ ว้ ย มโี รคเดยี วทรี่ กั ษาไม่ได้โรคดนั ทุรงั (หัวเราะ) สวดบทจักรพรรดกิ อ่ นนอน อานสิ งสม์ หาศาล สวดให้หลบั การสวดเป็นกรรมฐานด้วย ศษิ ย์: การสวดมนตใ์ นถ�ำ้ จะมีอานสิ งสส์ งู กว่าสวดข้างนอกใชไ่ หมครบั หลวงตา: ใช่ เรามสี ่วนหนง่ึ ในถำ้� เพราะในถ้�ำ มีกระแสเทวดาอยู่ เขากร็ ู้วา่ใครตัง้ ใจ ใครไม่ตง้ั ใจ สวดที่บา้ นกไ็ ด้ กระแสมนั จะไป ศิษย์: แล้วถา้ สวดแบบไม่รู้ความหมาย หลวงตา: ก็ไดเ้ หมอื นกัน อย่างตอนอธษิ ฐานรวมบญุ รอบท่ี ๓ ให้นึกถึงบญุในโลกมนษุ ย์ กำ�หนดเปน็ ภาพแผนทโี่ ลก ๑๘๗ถาม-ตอบ

ศิษย:์ อธิษฐานอยา่ งไรดคี รบั หลวงตา: บญุ ใดของข้าพเจา้ นับจากอดตี ปัจจบุ ัน จนถึงอนาคตแล้วแผไ่ ปทีไ่ หนกไ็ ด้ ถ้าเจาะจง ก็ให้นึกไปถึงส่ิงทีเ่ จาะจงน้นั ๆ ศษิ ย์: แล้วอธิษฐานขอเร่ืองงานละครับ หลวงตา: ข้าพเจา้ จะเกิดที่ใดก็ตามท้งั ๓ โลกนี้ ขอความขดั ขอ้ ง ความไม่มีอย่าไดเ้ กิดกบั ข้าพเจ้า คลมุ หมดแลว้ รวยมากกท็ กุ ขม์ าก จนมากก็ทกุ ข์มาก เสรจ็ แล้วก็ตาย ศิษย:์ แล้วความหมายของบทสัพเพฯ ละครับ หลวงตา: บทสพั เพฯ เป็นพลังงานจาก ๓ โลกธาตุ และน้อมไปทหี่ ลวงปู่เปน็ การผา่ นกระแสพลังงาน มนษุ ยอ์ ยู่ตรงกลาง พลังงานต้องผ่านท่ีมนุษย์ ถ้ารูจ้ กั ทำ�กไ็ ด้มาก ศษิ ย:์ หลวงตาครบั การจะขอหลวงปดู่ ูพลังงาน หลวงตา: อันดับแรก ต้องนกึ ถงึ หลวงปู่ใหไ้ ด้ ถ้าทา่ นยิ้มเมือ่ ไร จบหลกั สูตรถ้าจะเอาพลงั งานหลวงป่ไู ปใช้ ต้องจบั หลวงปใู่ ห้ได้ ท่ที า่ นให้ฝกึ เพ่อื ให้มาช่วยกันกวาดวิญญาณหรือสัตวท์ ่ีตาย สตู รหลวงปู่เป็นเรื่องวิญญาณโดยตรง เราสวดทกุ วนัเหมือนเรากวาดบา้ น ก็เลยต้องช่วยๆ กนั วญิ ญาณน่ีแผ่ง่ายท่ีสดุ รู้ไหม หลวงตาคดิ อยู่ตงั้ นานนะ เรามีขมุ กำ�ลังใหญ่จะเอาออกไปให้เป็นประโยชนต์ อ่ มนษุ ย์และสตั วอ์ ย่างไรหลวงปู่ทวด หลวงปดู่ ู่ ดรู ปู ลักษณใ์ นแต่ละภพชาตทิ า่ นสรา้ งบารมีขนาดไหน บุญทา่ นไมใ่ ช้ สร้างใหมอ่ ย่างเดียว น่ีแค่ ๒ ชาตทิ เ่ี หน็ นะอย่างพวกเราเนย่ี เกิดมากี่ชาตขิ อทา่ นรวมใหจ้ ะขนาดไหนเราขอบารมที ่านๆ ก็ใหถ้ ้าใครคิดออกวา่ จะเอากำ�ลงั ไปใช้อย่างไรกส็ าธดุ ้วย ศิษย์: แล้วถ้าหมดศาสนาขององค์ปัจจุบนั ละครบั หลวงตา: เขาก็ยังสวดกันต่อถึงยุคพระศรีฯ ขา้ งบนเขาก็สวด ยุคนี้ ถา้ ตกนรก จะไมเ่ จอพระศรฯี ศิษย:์ แล้วอยา่ งเวลาไปเมอื งนอก แล้วจะสวดละครับ หลวงตา: ตอ้ งเอาเวลาเมอื งไทยเป็นหลัก ศษิ ย:์ นาฬิกาทีห่ น้าเวปกม็ ีครบั เปดิ เวปแลว้ ดูเวลาท่หี นา้ เวปได้เลย หลวงตา: การส่งวิญญาณ กค็ ือ ๑.ความสะอาดของโลก ๒.บรวิ าร เขาจะช่วยเราไดเ้ ท่าท่ีก�ำ ลังเขามี พระจักรพรรดิต้องรักษาศลี อโุ บสถก่อน จะมเี ทวดามาบอก๑๘๘ ถาม-ตอบ

ถ้าเราตั้งใจจะไปแผ่บุญท่ีไหน กระแสจะไปกอ่ น เขาจะรอเราอย่แู ลว้ คนเราเน่ยี ส่วนใหญ่เข้าวัด คิดแตจ่ ะไปเอาของดี ไปรดน้ำ�มนต์ ขอหวย ฯลฯ ไมเ่ ห็นมใี ครบอกว่าจะไปปฏบิ ัตธิ รรม ศษิ ย์: หลวงตาครับ การอธิษฐานรวมกองบุญทำ�อย่างไรครับ หลวงตา: ตงั้ สจั จะอธิษฐาน... กับหลวงปูใ่ หภ้ พภูมิได้โมทนา แล้วสพั เพฯ ศษิ ย์: แลว้ เราดูรปู แล้วตง้ั จากทไี่ กลๆ ไดไ้ หมครับ หลวงตา: หลวงปทู่ า่ นจะดวู ่า เหมาะสมไหม ศษิ ย:์ ยนั ต์นะ มที มี่ ากจากไหนครับ หลวงตา: มาจาก นะโมพุทธายะ นะโมตสั สะฯ ไง ศษิ ย์: แหวนจกั รพรรดิใช้อะไรได้บ้างครบั หลวงตา: ใชไ้ ดท้ กุ อย่าง ศษิ ย:์ ต้องก�ำ พระทุกครั้งไหมครับ หลวงตา: ไม่ตอ้ งก�ำ แตน่ กึ ถงึ พระกไ็ ด้ แผใ่ ห้สตั ว์น่ะง่าย เยอะแยะ ถูกฆ่าทกุ วนั ไปแผท่ โ่ี รงฆ่าสัตวเ์ น่ยี ดมี าก ลองทำ�อะไรกไ็ ด้ ทเี่ ราท�ำ ไดท้ กุ วนั ที่แน่นอนนะท�ำ ไป ๓ ป ี แลว้ อธษิ ฐานขออะไรกไ็ ด ้ ให้ต้งั สจั จะอธิษฐานว่าจะท�ำ เรือ่ งนน้ั ทุกวัน จะขึ้นชกก็ตอ้ งฟติ หน่อย เวลาเราแผบ่ ญุ ให้นึกถึงหลวงปมู่ าท่ีเราแล้วไปท.่ี ...แลว้ ก็จะไปท่ีญาตเิ ขา ไปท่.ี . ไปไม่มีที่ส้นิ สดุ ถงึ คนทเี่ กี่ยวข้องทง้ั หมด “วดั ถ�ำ้ เมืองนะ” เป็นวัดท่ีไม่มขี อ้ วตั ร น่าศึกษาไหม ไม่ต้องท�ำ อะไรไง ใครจะสวดกไ็ ด้ ไมส่ วดกไ็ ด้ ไมว่ ่าอย่แู ล้ว พระของหลวงตา รวมบารมพี ระโพธิสัตว์ทกุ พระองค์ ใครก็ตามที่ปรารถนาพุทธภมู จิ ะอยูใ่ นนหี้ มด อยทู่ ่วี ่าจะเข้าไปได้อยา่ งไร เป็นดสิ (แผ่นดสิ เก็ตเก็บข้อมลูคอมพิวเตอร์) อย่างดี เปน็ รูปแล้วเอานามมาใส่ อยทู่ ว่ี ่าเราจะศกึ ษาพลงั งานอยา่ งไร.ถาม-ตอบ ๑๘๙





หนา้ สุดทา้ ย ปล่อยวา่ ง หรอื จะใส่ช่อื ผ้รู ่วมบรจิ าคในการจัดพมิ พ์


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook