คมู่ ือครรู ายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1 | หน่วยที่ 2 การแยกสารเน้อื ผสม ทกั ษะ เกณฑก์ ารประเมิน กระบวนการทาง รายการประเมนิ ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรบั ปรุง (1) วิทยาศาสตร์ ออก การร่อนสามารถใช้ วธิ กี ารหยิบออก ชัดเจนสามารถใช้ ตะแกรงหรือกระชอนแยก การร่อนสามารถใช้ วิธีการหยิบออก สารทีเ่ ปน็ ของแขง็ ทม่ี ี ตะแกรงหรอื กระชอน การรอ่ นสามารถใช้ ขนาดแตกต่างกัน และ แยกสารที่เป็นของแข็ง ตะแกรงหรอื กระชอน การฝัดใชแ้ ยกของแข็งทีม่ ี ที่มีขนาดแตกต่างกัน แยกสารทเ่ี ป็นของแข็ง น้าหนกั แตกตา่ งกนั และ และการฝดั ใชแ้ ยก ท่ีมีขนาดแตกต่างกนั สามารถระบุวธิ กี ารแยก ของแข็งท่ีมีน้าหนัก และการฝดั ใช้แยก สารทีใ่ ช้ตามลาดบั ได้ แตกตา่ งกนั และ ของแข็งที่มีนา้ หนัก ถกู ต้องด้วยตนเอง สามารถระบวุ ิธกี าร แตกต่างกันและ สามารถระบุวิธีการแยก แยกสารทใี่ ช้ตามลาดบั สารท่ีใช้ตามลาดับ ได้ถูกตอ้ งจากการ ช้ีแนะของครหู รือผอู้ ื่น ตาราง รายการประเมินและเกณฑ์การประเมนิ ทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 ทักษะแห่ง รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ศตวรรษที่ 21 ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรบั ปรุง (1) C2 การคิดอยา่ งมี วิจารณญาณ การบอกเหตผุ ลและ สามารถเลอื กวิธีการ สามารถเลือกวิธีการแยก สามารถเลอื กวธิ กี ารแยก ตัดสินใจเลือกวิธกี าร แยกเมลด็ ข้าวสารออก เมลด็ ขา้ วสารออกจาก เมล็ดขา้ วสารออกจาก แยกสารและ จากเมลด็ ข้าวเปลือก เมล็ดขา้ วเปลอื ก แกลบ เมล็ดข้าวเปลือก แกลบ วิเคราะห์ข้อดีและ แกลบและรา และบอก และรา และบอกเหตผุ ลท่ี และรา และบอกเหตผุ ล ข้อจากดั ของวธิ กี าร เหตผุ ลท่เี ลอื กวิธี เลอื กวิธดี ังกล่าวได้ ท่เี ลอื กวธิ ดี ังกลา่ วได้ แยกสารแต่ละวธิ ี ดงั กลา่ วไดส้ มเหตสุ มผล สมเหตสุ มผลและ สมเหตสุ มผลแต่ และวเิ คราะห์ข้อดแี ละ วิเคราะหข์ ้อดีและ วิเคราะห์ข้อดแี ละ ข้อจากัดของวิธีการที่ ขอ้ จากดั ของวิธกี ารที่ใช้ได้ ขอ้ จากัดของวธิ ีการท่ี ใชไ้ ดถ้ ูกตอ้ งด้วยตนเอง ถกู ต้องโดยต้องอาศัยการ ใช้ได้ไม่ชัดเจนแม้ว่าจะ ช้แี นะจากครูหรือผูอ้ ืน่ ได้รบั การช้แี นะจากครู หรอื ผอู้ ื่น 110 สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คูม่ ือครูรายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หน่วยท่ี 2 การแยกสารเนอื้ ผสม ทักษะแห่ง รายการประเมิน ดี (3) เกณฑ์การประเมิน ควรปรบั ปรงุ (1) ศตวรรษท่ี 21 สามารถพดู หรือเขยี น พอใช้ (2) C4 การสอื่ สาร การนาเสนอเหตุผล แสดงเหตผุ ลในการ สามารถพูดหรือเขียน ในการเลือกวิธีการ เลอื กวธิ ีการแยกสาร สามารถพูดหรือเขยี น แสดงเหตผุ ลในการเลือก C5 ความรว่ มมือ แยกสารและบอก และบอกข้อดแี ละ แสดงเหตผุ ลในการเลอื ก วิ ธี ก า ร แ ย ก ส า ร ไ ด้ ข้อดีและข้อเสียของ ข้อเสยี ของวิธกี ารแยก วธิ กี ารแยกสารและบอก ถูกต้องแต่บอกข้อดีและ วิธีการแยกสารท่ีใช้ สารที่ใช้ใหผ้ ้อู ืน่ เขา้ ใจได้ ข้อดีและข้อเสียของ ข้อเสียของวิธีการแยก ให้ผู้อื่นเขา้ ใจ ถกู ต้องดว้ ยตนเอง วิธกี ารแยกสารทีใ่ ช้ให้ สารที่ใช้ได้ไม่ครบถ้วน ผู้อ่นื เข้าใจไดถ้ ูกต้องจาก ชัดเจนแม้ว่าจะได้รับคา การทางานรว่ มกบั สามารถทางานร่วมกับ การช้ีแนะของครูหรอื ผู้อื่น ชแี้ นะจากครหู รือผอู้ ่นื ผูอ้ น่ื ในการทา ผอู้ ื่นในการทากจิ กรรม กิจกรรม รวมทง้ั รวมทั้งยอมรบั ความ สามารถทางานรว่ มกบั สามารถทางานร่วมกับ ยอมรับความคิดเห็น คิดเห็นของผอู้ ่ืนต้ังแต่ ผ้อู นื่ ในการทากิจกรรม ผูอ้ น่ื ในการทากิจกรรม ของผู้อื่น เริ่มตน้ จนสาเรจ็ รวมทั้งยอมรับความ รวมท้งั ยอมรับความ คดิ เหน็ ของผอู้ ่นื ใน คดิ เหน็ ของผูอ้ ่ืน บางช่วงเวลาท่ีทากจิ กรรม บางช่วงเวลาที่ทา กจิ กรรม ท้งั นี้ตอ้ งอาศัย การกระตุ้นจากครหู รือ ผ้อู ืน่ สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 111
ค่มู ือครูรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเนื้อผสม กจิ กรรมที่ 1.2 แยกของแขง็ กบั ของเหลวในสารเนอ้ื ผสมออกจากกนั ได้อย่างไร กิจกรรมนี้นักเรียนจะได้อธิบายและเปรียบเทียบวิธีการแยก ของแข็งออกจากของเหลวในสารเน้ือผสมและยกตัวอย่างวิธีการ แยกของแข็งออกจากของเหลวในสารเนือ้ ผสมในชีวติ ประจาวนั เวลา 2 ชว่ั โมง จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. สงั เกต อธบิ าย และเปรียบเทียบวธิ กี ารแยกของแขง็ กับ ของเหลวในสารเน้ือผสมออกจากกัน 2. อภปิ รายและยกตัวอย่างวิธกี ารแยกของแขง็ ออกจากของเหลว ในสารเนื้อผสมท่นี าไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั วสั ดุ อปุ กรณส์ าหรบั ทากจิ กรรม สิง่ ที่ครตู ้องเตรยี ม/กลุ่ม ทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 1. นา้ ปนู 300 cm3 C2 การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ C4 การส่อื สาร 2. ผ้าขาวบาง 1 ผืน C5 ความร่วมมือ 3. กระดาษกรอง 1 แผน่ สื่อการเรียนรู้และแหล่งเรยี นรู้ 4. แท่งแกว้ คน 1 อัน 1. หนงั สือเรยี น ป.6 เล่ม 1 หนา้ 45-48 2. แบบบนั ทกึ กิจกรรม ป.6 เล่ม 1 หนา้ 44-49 5. กรวยกรอง 1 อนั 3. ตัวอย่างวีดิทัศน์ปฏิบัติการสาหรับครู เร่ือง 6. แก้วพลาสตกิ ใส 6 ใบ แยกของแข็งออกจากของเหลวในสารเน้ือผสม ไดอ้ ยา่ งไร 7. ชอ้ นพลาสติก 1 คัน http://ipst.me/98945 8. ชุดขาตง้ั 1 ชดุ 9. ไม้หนีบ 1 อนั ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ S1 การสงั เกต S5 การหาความสมั พนั ธร์ ะหว่างสเปซกับเวลา S8 การลงความเหน็ จากขอ้ มูล S13 การตีความหมายข้อมลู และลงข้อสรุป 112 สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คมู่ ือครรู ายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หน่วยท่ี 2 การแยกสารเนื้อผสม แนวการจดั การเรยี นรู้ ในการตรวจสอบความรู้เดิม ครูเพียงรับฟังเหตุผลของนักเรียน 1. ครูทบทวนความรู้พ้ืนฐานของนักเรียนเกี่ยวกับวิธีการแยกสารเน้ือผสม และยังไม่เฉลยคาตอบใด ๆ แต่ ท่ีเป็นของแข็งกับของแข็งออกจากกันและตรวจสอบความรู้เดิมเกี่ยวกับ ชักชวนใหน้ กั เรียนไปหาคาตอบด้วย วิธีการแยกสารเน้ือผสมท่ีเป็นของแข็งกับของเหลวออกจากกันโดยใช้ ตนเองจากการทากิจกรรม คาถามดงั ต่อไปน้ี 1.1 สารเนื้อผสมท่ีเป็นของแข็งกับของเหลวมีอะไรบ้าง ยกตัวอย่าง ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น น้าผสมแป้ง และทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 น้าโคลน) 1.2 นักเรียนคิดว่าเราสามารถแยกของแข็งออกจากของเหลวในสาร ทนี่ กั เรียนจะได้ฝึกจากการทากิจกรรม เนื้อผสมได้โดยวิธีการใดบ้าง แต่ละวิธีใช้อุปกรณ์อะไร (นักเรียน S1 สังเกตลกั ษณะของสารเน้อื ผสม ตอบตามความเขา้ ใจของตนเอง เช่น การกรอง) S5 ความสัมพันธ์ระหว่างตาแหน่ง 2. ครูเชื่อมโยงความรู้เดิมของนักเรียนเข้าสู่กิจกรรมที่ 1.2 ซึ่งจะได้เรียนรู้ ของของแข็งเม่ือตั้งให้ตกตะกอน เกย่ี วกับวิธีการแยกของแข็งออกจากของเหลวในสารเน้อื ผสม กับเวลา S8 ลงความเห็นเกี่ยวกับลักษณะ 3. นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม และทาเป็นคิดเป็น จากนั้นร่วมกันอภิปราย ของสาร เพ่ือตรวจสอบความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์ในการทากิจกรรม โดยใช้ C2 วิเคราะห์ข้อดี ข้อจากัด และ คาถามดงั น้ี วธิ ีการแยกสารวิธีต่าง ๆ 3.1 กิจกรรมนี้นักเรียนจะได้เรียนเรื่องอะไร (วิธีการแยกของแข็ง C4 อภปิ รายผลการแยกสาร ออกจากของเหลวในสารเน้ือผสม และการนาวิธีแยกของแข็ง C5 ร่วมมอื กันทากจิ กรรม ออกจากของเหลวในสารเน้อื ผสมไปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจาวนั ) 3.2 นกั เรียนจะได้เรยี นรเู้ ร่อื งนดี้ ว้ ยวิธีใด (การสังเกตและการอภปิ ราย) 113 3.3 เม่ือเรียนแล้ว นักเรียนจะทาอะไรได้ (อธิบายและเปรียบเทียบ วิธีการแยกของแข็งออกจากของเหลวในสารเน้ือผสม และ ยกตัวอย่างวิธีการแยกของแข็งออกจากของเหลวในสารเน้ือผสมที่ สามารถนาไปใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจาวนั ) 4. นักเรียนบันทึกจุดประสงค์ลงในแบบบันทึกกิจกรรม หน้า 44 และอ่าน สิ่งทีต่ ้องใช้ในการทากจิ กรรม จากนัน้ นาอุปกรณท์ ่ีใชใ้ นกิจกรรมมาแสดง ให้นักเรียนดู 5. นักเรียนอ่านทาอย่างไร โดยครูใช้วิธีฝึกทักษะการอ่านที่เหมาะสมกับ ความสามารถของนักเรียน จากน้ันครูตรวจสอบความเข้าใจเก่ียวกับ วิธีการทากิจกรรม จนนักเรียนเข้าใจลาดบั การทากิจกรรม โดยใช้คาถาม ดงั นี้ สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คมู่ ือครรู ายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1 | หน่วยท่ี 2 การแยกสารเนอื้ ผสม 5.1 นักเรียนต้องใช้แก้วพลาสติกก่ีใบ และใช้ทาอะไร (ใช้แก้วพลาสติก ข้อเสนอแนะเพิม่ เติม จานวน 3 ใบ เพ่ือใช้บรรจุน้าปูน) น้าปูนที่เตรียมไว้ก่อนการ 5.2 ขนั้ ตอนตอ่ ไป นักเรยี นตอ้ งสงั เกตอะไร (ลกั ษณะของนา้ ปูน) ท า กิ จ ก ร ร ม ต้ อ ง ยั ง ไ ม่ 5.3 เมื่อสังเกตน้าปูน นักเรียนต้องลงความเห็นเกี่ยวกับสมบัติอะไรของ ตกตะกอน ถ้าตกตะกอนแล้ว ให้คนกอ่ นนามาทากจิ กรรม น้าปูน (สถานะของน้าปูน) 5.4 ข้อท่ี 2 ของทาอย่างไรให้นักเรียนทาอะไรบ้าง (วางแก้วที่บรรจุ ถ้านักเรียนไม่สามารถตอบ คาถามหรืออภิปรายได้ตามแนว น้าปนู ใบท่ี 1 ไว้นิง่ ๆ สังเกตทกุ ๆ 5 นาที จนครบ 15 นาที จากน้ัน คาตอบ ครูควรให้เวลานักเรียน ระดมความคิดว่าจะแยกน้าปูนอย่างไรแล้ว แยกน้าปูนตามวิธีท่ี คิดอย่างเหมาะสม รอคอยอย่าง ระดมความคิดไว้) อดทน และรับฟังแนวความคิด 5.5 นักเรียนต้องทาอย่างไรต่อกับน้าปูนในแก้วที่ 2 (แยกสารในน้าปูน ของนักเรยี น ออกจากกนั โดยใช้ผ้าขาวบางและกรวยกรอง) 5.6 การรินน้าปูนลงบนผ้าขาวบางทาอย่างไร (รินน้าปูนช้า ๆ ผ่าน แท่งแก้วลงส่ผู ้าขาวบางจนหมด) 5.7 นักเรียนต้องทาอะไรกับน้าปูนในแก้วใบท่ี 3 (แยกสารในน้าปูน ออกจากกนั โดยใช้กระดาษกรองและกรวยกรอง) 5.8 การรินน้าปูนลงบนกระดาษกรองทาได้อย่างไร (พับกระดาษกรอง ใหแ้ นบกบั กรวยกรอง รนิ นา้ ปนู ช้า ๆ ไปตามแทง่ แก้วคนช้า ๆ ลงใน กระดาษกรองจนหมด) ครูสาธิตวิธีจัดอุปกรณ์โดยนาผ้าขาวบางรองบนกรวยกรองและพับ กระดาษกรองใส่ให้แนบในกรวยกรอง รวมถึงวิธีการเทสาร จากภาชนะผ่านแท่งแก้วลงสู่ผ้าขาวบางหรือกระดาษกรอง 6. ครูอาจเขียนสรุปวิธีการทากิจกรรมเป็นแผนภาพ เม่ือนักเรียนเข้าใจ วิธีการทากิจกรรมในทาอย่างไรแล้ว ให้นักเรียนรับอุปกรณ์และเริ่ม ปฏิบัติตามข้ันตอนการทากิจกรรมโดยให้เร่ิมสังเกตแก้วใบท่ี 1 ก่อนและ ตดิ ตามเปน็ ระยะ ระหวา่ งนั้นให้ทากิจกรรมแยกสารในแกว้ ใบท่ี 2 และ 3 แล้วจึงแยกจากแก้วใบท่ี 1 ในตอนสุดท้าย 7. หลังจากทากิจกรรมแล้ว นักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทากิจกรรม ตามแนวคาถาม ดังนี้ 7.1 นา้ ปูนเป็นสารเน้ือเดียวหรือสารเนอื้ ผสม เพราะเหตใุ ด (เป็นสารเนื้อ ผสมเพราะมองเห็นของแข็งสีขาวบางส่วนแยกตัวและบางส่วนลอย อยู่ในของเหลว) 114 สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คมู่ อื ครรู ายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หน่วยที่ 2 การแยกสารเน้ือผสม 7.2 เกิดอะไรข้ึนเม่ือตั้งน้าปูนในแก้วใบที่ 1 ไว้นาน 15 นาที (น้าปูน ข้อเสนอแนะเพม่ิ เติม ในช่วงเริ่มต้นเป็นของเหลวสีขาวขุ่นคล้ายน้านม เม่ือเวลาผ่านไป ของเหลวส่วนบนค่อย ๆ ใสข้ึน ของแข็งบางส่วนค่อย ๆ ตกตะกอน ครูศกึ ษาเพิ่มเตมิ เกี่ยวกบั เทคนคิ หรอื ค่อย ๆ จมลงสู่ก้นแกว้ ) การกรองในเรื่องต่อไปนี้ หมายเหตุ หากนักเรียนใช้ปูนแดง สีของของเหลวจะเป็นสีแดงส้ม ใหน้ กั เรียนบนั ทกึ ตามจรงิ 1. วธิ พี บั กระดาษกรองวางซ้อนลง ในกรวยกรอง 7.3 สารท่ีอยู่ทกี่ น้ แกว้ มลี กั ษณะอยา่ งไร และเกิดขน้ึ ไดอ้ ย่างไร (สารทีอ่ ยู่ ที่ก้นแก้วมีลักษณะเป็นของแข็งสีขาว ของแข็งเหล่าน้ีมาจาก 2. วธิ กี ารวางปลายกรวยกรองใน ของแข็งส่วนที่ไม่ละลายในของเหลวซึ่งแขวนลอยอยู่ในของเหลว บีกเกอร์โดยให้ปลายกรวยกรอง แล้วค่อย ๆ รวมตัวกัน ตกตะกอนลงสู่ก้นแก้วโดยอาศัยแรงโนม้ ถว่ ง แนบกบั ขอบบีกเกอร์ ของโลก) 3. วิธีการรินของเหลวผ่าน 7.4 วิธีการแยกสารวิธีนี้เรียกว่าอะไร (การตกตะกอน หรือตอบตาม แท่งแก้วคน ความเขา้ ใจของนกั เรยี น) ถ้านกั เรียนตอบคาถามไม่ได้ ครใู หค้ วามรูเ้ พมิ่ เตมิ วา่ วิธีการท่ีใช้แยก จากตัวอยา่ งวีดิทัศน์ปฏบิ ตั ิการ วิทยาศาสตร์สาหรบั ครู เรอ่ื งแยก ของแข็งกับของเหลวในสารเน้ือผสมโดยปล่อยให้ของแข็งตกตะกอน ของแขง็ ที่ไม่ละลายในของเหลว ไดอ้ ย่างไร รวมกันทีก่ น้ ภาชนะ เรยี กวา่ การตกตะกอน 7.5 วิธีการแยกสารเน้ือผสมโดยการตกตะกอนเหมาะสมสาหรับใช้แยก สารที่มีลักษณะอย่างไร (การตกตะกอนเป็นวิธีการท่ีใช้สาหรับแยก สารเนื้อผสมทปี่ ระกอบด้วยของแข็งทแ่ี ขวนลอยอยใู่ นของเหลว) 7.6 นักเรียนสามารถแยกของเหลวออกจากของแข็งที่อยู่ก้นแก้ว ได้อย่างไร (ค่อย ๆ รินของเหลวส่วนบนท่ีใสออกจากแก้วให้ได้มาก ทีส่ ุด) 7.7 วิธีการแยกสารในข้อ 7.6 เรียกว่าอะไร (การรินออก หรือตอบตาม ความเขา้ ใจของนกั เรยี น) ถ้านักเรียนตอบคาถามไม่ได้ ครูให้ความรู้เพ่ิมเติมว่า วิธีการแยก ของเหลวออกจากของแข็งในสารเน้ือผสมโดยการรินของเหลวออก จากภาชนะ เรยี กว่า การรนิ ออก 7.8 เม่ือรินน้าปูนจากแก้วใบท่ี 2 ลงสู่ผ้าขาวบาง สารท่ีค้างอยู่บน ผ้าขาวบางและผ่านผ้าขาวบางมีลักษณะอย่างไร (สารท่ีค้างอยู่บน สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 115
คู่มอื ครูรายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเน้อื ผสม ผ้าขาวบางเป็นของแข็งสีขาว ส่วนสารท่ีผ่านผ้าขาวบางเป็น ความรเู้ พิ่มเติมสาหรับครู ของเหลวสขี าวขุน่ ) 7.9 สารที่ผ่านผ้าขาวบางได้ มีขนาดใหญ่หรือเล็กกว่ารูของผ้าขาวบาง 1. การกรองไม่สามารถใช้แยกของแข็ง (สารทผ่ี ่านผา้ ขาวบางมขี นาดเล็กกว่ารขู องผ้าขาวบาง) ออกจากของเหลวในสารผสมบางชนดิ 7.10 เม่ือรินน้าปูนจากแก้วใบท่ี 3 ลงสู่กระดาษกรอง สารท่ีค้างอยู่บน กระดาษกรองและผ่านกระดาษกรองมีลักษณะอย่างไร (สารที่ค้าง 2. การกรองนอกจากใช้แยกของแข็ง อยู่บนกระดาษกรองเป็นของแข็งสีขาว ส่วนสารท่ีผ่านกระดาษ ออกจากของเหลว ยังใช้แยกของแข็ง กรองเป็นของเหลวใส) ออกจากแก๊สได้ เช่น กรองฝุ่นซึ่งเป็น 7.11 สารที่ผ่านกระดาษกรองมีขนาดเป็นอย่างไรเม่ือเทียบกับรูของ ของแข็งท่ีปะปนอยู่ในอากาศ ออกจาก กระดาษกรอง (มีขนาดเล็กกวา่ รขู องกระดาษกรอง) อากาศโดยใช้เครื่องกรองอา กาศ 7.12 การแยกของเหลวออกจากของแข็งในแก้วใบที่ 2 และแก้วใบที่ 3 ในเครอ่ื งกรองอากาศจะมีวสั ดุกรองที่มีรู เรียกวิธีการน้ีว่าอะไร (การกรองหรือตอบตามความเข้าใจของ ขนาดเล็กมาก เม่ืออากาศท่ีมีฝุ่นปะปน นักเรียน) อยู่ผ่านวัสดุกรองนี้ ฝุ่นจะค้างอยู่ที่วัสดุ ถ้านักเรียนตอบคาถามไม่ได้ ครูให้ความรู้เพ่ิมเติมว่า วิธีการแยก กรอง ส่วนอากาศซ่ึงเป็นแก๊สจะผ่าน ของเหลวออกจากของแข็งในสารเน้ือผสมโดยปล่อยให้สารผสม วัสดุกรองได้ ดังน้ันอากาศที่ผ่านการ ไหลลงสู่วัสดุกรองท่ีมีรู ของเหลวจะไหลผ่านรูของวัสดุกรอง กรองด้วยเครื่องกรองอากาศจะไม่มีฝุ่น ส่วนของแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่ารูจะค้างอยู่บนวัสดุกรอง เรียกว่า ปะปนอยหู่ รอื มีในปรมิ าณนอ้ ยมาก การกรอง 7.13 เมื่อเปรียบเทียบลักษณะของเหลวท่ีได้จากการกรองผ่าน ผ้าขาวบางและกระดาษกรอง การกรองผ่านวัสดุแบบใดมีข้อดี มากกว่า เพราะเหตุใด (การกรองผ่านกระดาษกรองดีกว่า เพราะ ของเหลวท่ีได้ใสมากกวา่ ) 7.14 วิธีแยกสารเน้ือผสมโดยการตกตะกอน การรินออก และการกรอง ใช้แยกสารเนื้อผสมที่มีสมบัติอย่างไร (ใช้แยกของแข็งออกจาก ของเหลวในสารเน้ือผสม) 7.15 ลกั ษณะของเหลวที่ได้เม่ือแยกดว้ ยวิธกี ารตกตะกอน การกรองด้วย ผ้าขาวบาง และการกรองด้วยกระดาษกรองเหมือนหรือแตกต่างกัน อย่างไร (แตกต่างกัน ลักษณะของเหลวที่ได้จากการกรองด้วย กระดาษกรองจะใสที่สุด การตกตะกอนจะใสเป็นลาดับที่ 2 สว่ นการกรองด้วยผา้ ขาวบางของเหลวท่ีไดจ้ ะขุ่น) 116 สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คู่มอื ครูรายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หน่วยท่ี 2 การแยกสารเน้อื ผสม 7.16 การแยกสารด้วยวิธีใดมีความสะดวกมากกว่า เพราะเหตุใด ถ้ า ค รู พ บ ว่ า นั ก เ รี ย น ยั ง มี (การแยกสารด้วยวิธีการตกตะกอนและการรินออกมีความสะดวก แนวคิดคลาดเคลื่อนเก่ียวกับ มากกว่าการกรองเพราะใชอ้ ปุ กรณ์น้อยกว่า) การแยกของแ ข็ง อ อ ก จ า ก ของเหลวในสารเน้ือผสม ให้ครู 7.17 การแยกสารด้วยวิธีใดใช้เวลาน้อยกว่า (การแยกสารด้วยการกรอง ด า เ นิ น ก า ร โ ด ย ใ ห้ นั ก เ รี ย น ใช้เวลาน้อยกว่าการตกตะกอน) ร่วมกันอภิปรายจน กระทั่ง นักเรยี นมแี นวคิดท่ถี กู ตอ้ ง 7.18 การแยกสารแตล่ ะวิธีมีขอ้ ดี ขอ้ จากดั อย่างไร (- การรินออกมีข้อดี คือ ใช้อุปกรณ์น้อย ข้อจากัด คือ อาจมี ของแขง็ ปนมากบั ของเหลวขณะรนิ ของเหลวออกจากภาชนะ) - การตกตะกอนมีข้อดี คือ ได้ของเหลวใส ใช้อุปกรณ์น้อยช้ิน ข้อจากดั คือ ใช้เวลานาน - การกรองด้วยผ้าขาวบาง มีข้อดี คือ ใช้เวลาน้อย ข้อจากัด คือ ใช้อุปกรณ์ในการแยกสารหลายชน้ิ และไดข้ องเหลวทข่ี ่นุ - การกรองด้วยกระดาษกรอง มีข้อดี คือ ใช้เวลาน้อย ได้ของเหลว ท่ใี ส ข้อจากัด คือ ใช้อปุ กรณ์ในการแยกสารหลายช้ิน) 7.19 การตกตะกอน การรินออก และการกรองนาไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจาวันในเรื่องอะไรบ้าง (นักเรียนตอบตามข้อมูลที่ได้จาก การอภิปรายในกลุ่มหรือจากประสบการณ์ของตนเอง เช่น การตกตะกอนของอนุภาคที่แขวนลอยในน้า ในกระบวนการผลิต น้าประปา การรินออกใช้ในกระบวนการล้างข้าวสารก่อนนาไปหุง การกรองใช้ในกระบวนการกรองน้าสาหรับดื่มโดยให้น้าผ่าน วัสดุกรอง) 8. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนตอบหรือซักถามในสิ่งท่ีอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ การแยกของแข็งออกจากของเหลวในสารเน้ือผสม จากน้ันร่วมกัน อภิปรายและลงข้อสรุปว่า การแยกของแข็งกับของเหลวในสารเน้ือผสม ออกจากกันทาได้หลายวิธี ได้แก่ การตกตะกอน การรินออก และ การกรอง การตกตะกอนเป็นวิธีที่ทาให้ของแข็งค่อย ๆ แยกตัวและ ตกตะกอนลงท่ีก้นภาชนะ การรินออกทาได้โดยค่อย ๆ รินของเหลว ออกจากของแข็ง การกรองเปน็ วิธีท่ีทาให้ของเหลวไหลผ่านวัสดุกรองท่ีมี รูขนาดเล็กซึ่งถ้าของแข็งผ่านไม่ได้ของแข็งจะค้างอยู่บนวัสดุกรอง การตกตะกอน การรินออกและการกรองนาไปใช้ป ระโยชน์ใน ชวี ิตประจาวันไดต้ ่างกนั (S13) สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 117
คมู่ อื ครูรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หน่วยที่ 2 การแยกสารเน้อื ผสม 9. นักเรียนร่วมกันอภิปรายและตอบคาถามใน ฉันรู้อะไร โดยครูอาจใช้ การเตรียมตวั ล่วงหนา้ สาหรับครู คาถามเพิ่มเติมในการอภิปรายเพอ่ื ให้ได้แนวคาตอบท่ถี ูกตอ้ ง เพ่ือจัดการเรียนร้ใู นครงั้ ถัดไป 10. นกั เรียนอ่าน สิง่ ที่ไดเ้ รียนรู้ และเปรยี บเทียบกับข้อสรปุ ของตนเอง ในครั้งถัดไป นักเรียนจะได้ 11. ครูกระตุ้นให้นักเรียนฝึกต้ังคาถามเก่ียวกับเรื่องที่สงสัยหรืออยากรู้ เรียนกิจกรรมท่ี 1.3 แยกสารแม่เหล็ก ออกจากสารเน้ือผสมได้อย่างไร ครู เพิ่มเติมใน อยากรู้อีกว่า จากนั้นครูอาจสุ่มนักเรียน 2-3 คน นาเสนอ ค ว ร เ ต รี ย ม แ ท่ ง แ ม่ เ ห ล็ ก แ ล ะ คาถามของตนเองหน้าช้ันเรียน จากนั้นนักเรียนร่วมกันอภิปรายเก่ียวกบั ตรวจสอบว่าแม่เหล็กสามารถดึงดูด คาถามท่นี าเสนอ ผงเหลก็ ไดห้ รือไม่ 12. ครูนาอภิปรายเพ่ือให้นักเรียนทบทวนว่าได้ฝึกทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 อะไรบ้างและใน ขั้นตอนใด 118 สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คมู่ ือครูรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเน้ือผสม แนวคาตอบในแบบบันทึกกิจกรรม 1. สังเกต อธิบาย และเปรียบเทียบวธิ ีการแยกของแข็งออกจากของเหลวในสารเนอ้ื ผสม 2. อภิปรายและยกตวั อยา่ งวิธีการแยกของแข็งออกจากของเหลวในสารเนอ้ื ผสมเพอื่ นาไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจาวัน ทน่ี า�ไปใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจา�วัน น้าปนู มลี ักษณะเปน็ ของเหลวสขี าวขุน่ สารที่เป็นส่วนประกอบของน้าปนู มสี ถานะ ของแขง็ แขวนลอยในสารทีม่ สี ถานะของเหลว ของเหลวสีขาวข่นุ ของเหลวส่วนบนเร่มิ ใส ส่วนล่างลงมายังข่นุ อยู่ ของแข็งสีขาวท่ีแขวนลอยอย่ใู นของเหลวค่อย ๆ จมลง สขกู่ อน้ งภเหาลชวนสะ่วนบนใสมากข้ึน สว่ นลา่ งข่นุ มากขน้ึ ของแข็งสขี าว ทีแ่ ขวนลอยอยู่ จมลงสู่กน้ ภาชนะมากข้นึ หมายเหตุ นา้ ปนู ทเ่ี ตรียมจากปูนแดง น้าปูนจะมสี ีส้มแดง และของแข็งจะมี สสี ้มแดง ซงึ่ จะแตกตา่ งจากแนวคาตอบนี้ ใหบ้ ันทกึ ผลตามจริง สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 119
คู่มือครูรายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1 | หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเนอื้ ผสม ของเหลวดา้ นบนใสมากข้ึน ของแข็งสขี าวจมทก่ี น้ ภาชนะ มากขน้ึ รนิ ของเหลวท่ีอย่สู ่วนบน ลงในภาชนะอกี ใบหน่ึงอยา่ งช้า ๆ สารที่รนิ ออกมาจากภาชนะเป็นของเหลว ใส สารท่ีเหลืออยทู่ ่กี น้ ภาชนะเป็น ของแข็งสขี าวผสมอยกู่ ับของเหลว สารทคี่ า้ งบนผา้ ขาวบางเป็นของแข็งสีขาว สว่ นสารท่ี ผ่านรูของผ้าขาวบางลงสู่ภาชนะทีร่ องรบั เปน็ ของเหลว สีขาวขุ่นและมตี ะกอนสีขาวที่กน้ ภาชนะ สารทค่ี า้ งบนกระดาษกรองเป็นของแข็งสีขาว ส่วนสาร ทผี่ า่ นรขู องกระดาษกรองลงสภู่ าชนะที่รองรับเป็น ของเหลวใส 120 สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คูม่ อื ครรู ายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1 | หน่วยที่ 2 การแยกสารเนอ้ื ผสม - การตกตะกอน การกรองด้วย การกรองดว้ ย - การรนิ ออก ผ้าขาวบาง กระดาษกรอง - การตกตะกอน จะมตี ะกอน สขี าวขนุ่ ใส ไมม่ ีสี อย่ทู ีก่ ้นภาชนะ ของเหลวใส อยสู่ ่วนบนของภาชนะ ใชอ้ ปุ กรณห์ ลาย ใช้อปุ กรณห์ ลาย - การรนิ ออก ของเหลวใส ชน้ิ ช้ิน ไม่มสี ี การตกตะกอนและ การรนิ ออกไม่ต้องใช้ อปุ กรณ์หลายชนิ้ - การตกตะกอนใช้ ใช้เวลานอ้ ย ใชเ้ วลาน้อย เวลานาน - การรินออกใช้เวลาน้อย -การทาใหอ้ นภุ าคท่ีแขวนลอยในน้าตกตะกอนในกระบวนการผลติ นา้ ประปา -การทาความสะอาดเมลด็ ข้าวกอ่ นนาไปหงุ โดยการรินเอาน้าซาวขา้ วออกจากเมลด็ ข้าว -การกรองนา้ เพือ่ นามาด่ืม สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 121
ค่มู อื ครรู ายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1 | หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเน้ือผสม เปน็ สารเน้อื ผสมเพราะยังคงมองเหน็ ของแขง็ สขี าวแยกตวั และแขวนลอย อยใู่ นของเหลว นา้ ปนู มลี กั ษณะเปน็ ของเหลวสขี าวขุน่ คล้ายน้านม เมอ่ื เวลาผา่ นไปของเหลวสว่ นบน คอ่ ย ๆ ใสขึน้ ของแข็งบางส่วนคอ่ ย ๆ จมลงและรวมตวั เปน็ ชนั้ แยกจากของเหลวชัน้ บนอยู่ที่ก้นภาชนะ วธิ กี ารตกตะกอน ใชแ้ ยกสารเน้ือผสมที่เปน็ ของแข็งกบั ของเหลว การกรองใช้แยกสารโดยอาศยั วัสดุกรองทีม่ รี ูซ่ึงจะแยกสารเนือ้ ผสมท่ีเป็นของแขง็ ออกจากของเหลว โดย ของแข็งท่มี ขี นาดใหญก่ วา่ รขู องวัสดกุ รองค้าง จะอยบู่ นวัสดกุ รอง สว่ นของเหลวทีม่ ีขนาดเล็กกวา่ รูของวสั ดุ กรองจะไหลผ่านรลู งสภู่ าชนะรองรบั แตกตา่ งกัน เพราะของเหลวทผ่ี า่ นผา้ ขาวบางมสี ขี าวขนุ่ และพบตะกอนสีขาวที่กน้ ภาชนะ ส่วนของเหลวทผ่ี า่ นกระดาษกรองใสไม่มีสี ไมพ่ บตะกอนทกี่ น้ ภาชนะ เน่ืองจากขนาดรขู อง ผ้าขาวบางใหญก่ วา่ ขนาดรขู องกระดาษกรอง ของแข็งท่ีมีขนาดเลก็ กว่ารขู องผา้ ขาวบาง สามารถผ่านรูของผา้ ขาวบางได้จึงพบตะกอนสขี าวทกี่ น้ ภาชนะ แต่ของแข็งที่มีขนาดเลก็ ไมส่ ามารถผ่านรขู องกระดาษกรองได้จึงไม่พบตะกอนและไดข้ องเหลวใส ไม่มีสี 122 สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คมู่ ือครูรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1 | หน่วยท่ี 2 การแยกสารเนอ้ื ผสม การตกตะกอนมขี ้อดี คือ ใชอ้ ปุ กรณน์ ้อยชนิ้ ขอ้ จากัด คอื ใช้เวลานาน การรนิ ออกมีข้อดี คือ ใชอ้ ปุ กรณ์น้อยชน้ิ ขอ้ จากัด คอื ขณะรินอาจมขี องแข็งท่ี ตกตะกอนไหลมากบั ของเหลวด้วย การกรองมีข้อดี คือ ใชเ้ วลานอ้ ย ขอ้ จากัด คอื ใช้อปุ กรณห์ ลายชน้ิ การทาใหอ้ นภุ าคที่แขวนลอยในนา้ ตกตะกอน ในกระบวนการผลติ น้าประปา การทาความสะอาดเมล็ดขา้ วก่อนนาไปหงุ โดยการรินเอานา้ ซาวข้าวออกจากเมล็ดข้าว การกรองนา้ เพอ่ื นามาดม่ื เมื่อตั้งน้าปนู ไว้ เม่ือเวลาผา่ นไป ของแขง็ จะแยกตัวออกจากของเหลวโดยจะคอ่ ย ๆ จมลงส่กู ้นภาชนะ ทาให้ของเหลว สว่ นบนคอ่ ย ๆ ใสขนึ้ การแยกสารทเ่ี ป็นของแข็งโดยปลอ่ ยใหข้ องแขง็ ตกตะกอนแยกตวั ออกจากของเหลวและจมสกู่ ้น ภาชนะเรียกวธิ ีการน้ีว่าการตกตะกอน จากนัน้ แยกของเหลวสว่ นบนออกโดยใชว้ ธิ กี ารรินออก เมือ่ รนิ นา้ ปูนลงบน ผา้ ขาวบางและกระดาษกรองทาใหข้ องแข็งซึง่ มีขนาดใหญ่กว่ารูของผา้ ขาวบางและกระดาษกรองค้างอยู่บนผา้ ขาวบาง และกระดาษกรอง สว่ นของเหลวจะผ่านผา้ ขาวบางและกระดาษกรอง เรยี กวธิ ีการนวี้ า่ การกรอง การแยกของแขง็ กบั ของเหลวในสารเนื้อผสมออกจากกนั ทาได้โดยการตกตะกอน การรนิ ออก และการกรอง ซงึ่ สามารถนาวิธีการแยกสารเหลา่ น้ีไปใช้ประโยชนใ์ น ชีวิตประจาวนั ได้ สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 123
คมู่ อื ครูรายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1 | หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเนอ้ื ผสม คาถามของนกั เรียนที่ตั้งตามความอยากรู้ของตนเอง 124 สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คมู่ ือครูรายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1 | หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเนือ้ ผสม แนวการประเมินการเรียนรู้ การประเมินการเรยี นรูข้ องนกั เรียนทาได้ ดงั น้ี 1. ประเมนิ ความรเู้ ดิมจากการอภปิ รายในช้ันเรียน 2. ประเมินการเรียนรูจ้ ากคาตอบของนกั เรยี นระหวา่ งการจัดการเรยี นรูแ้ ละจากแบบบันทึกกจิ กรรม 3. ประเมินทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จากการทากิจกรรมของนกั เรียน การประเมนิ จากการทากจิ กรรมท่ี 1.2 แยกของแขง็ ออกจากของเหลว ในสารเน้อื ผสมได้อยา่ งไร รหัส สิ่งท่ปี ระเมนิ ระดบั คะแนน ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ S1 การสงั เกต S5 การหาความสมั พันธร์ ะหวา่ งสเปซกบั เวลา S8 การลงความเหน็ จากข้อมูล S13 การตคี วามหมายขอ้ มูลและลงขอ้ สรุป ทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 C2 การคิดอย่างมวี ิจารณญาณ C4 การสื่อสาร C5 ความรว่ มมอื รวมคะแนน สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 125
คูม่ อื ครรู ายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1 | หนว่ ยท่ี 2 การแยกสารเนื้อผสม ตาราง รายการประเมินและเกณฑ์การประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะ เกณฑ์การประเมนิ กระบวนการทาง รายการประเมนิ ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรบั ปรุง (1) วิทยาศาสตร์ S1 การสงั เกต การสังเกตลักษณะและ สามารถบอกลักษณะ สามารถบอกลักษณะ สามารถบอกลักษณะ สมบัติของนา้ ปนู และ และสมบัตขิ องนา้ ปนู ได้ และสมบตั ขิ องน้าปนู และสมบัตขิ องน้าปูน ไดว้ ่าเปน็ ของเหลวท่มี ี และสารทแ่ี ยกได้แตไ่ ม่ ลกั ษณะและสมบตั ขิ อง ว่าเป็นของเหลวที่มี ของแขง็ สีขาว ครบถ้วนวา่ เป็น ของแขง็ สขี าวแขวนลอย แขวนลอยอยู่และสาร ของเหลวทม่ี ีของแขง็ สี สารที่แยกได้จากน้าปนู อยู่และสารที่แยกไดจ้ าก น้าปนู คอื ของแข็งสขี าว ท่ีแยกไดจ้ ากน้าปนู คอื ขาวแขวนลอยอยู่และ ไดถ้ ูกตอ้ งดว้ ยตนเอง ของแขง็ สีขาวได้ สารทีแ่ ยกได้จากนา้ ปูน ถกู ต้องจากการชี้แนะ คอื ของแข็งสีขาว แมว้ า่ ของครหู รอื ผอู้ ื่น จะไดร้ ับการช้ีแนะจาก ครหู รอื ผอู้ ืน่ S5 การหา การบอกความสัมพันธ์ สามารถบอก สามารถบอก สามารถบอก ความสมั พันธ์ ระหว่างสเปซกับเวลา ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง ความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง ระหว่างสเปซกับ เมอื่ วางนา้ ปูนไว้ให้ สเปซกับเวลาเมอ่ื วางน้า สเปซกับเวลาเมอื่ วาง สเปซกบั เวลาเมอ่ื วาง เวลา ตกตะกอนในชว่ งเวลา ปูนไว้ใหต้ กตะกอนใน น้าปูนไวใ้ ห้ตกตะกอน น้าปูนไวใ้ หต้ กตะกอน ตา่ ง ๆ ชว่ งเวลาต่าง ๆ ได้ ในช่วงเวลาตา่ ง ๆ ได้ ในช่วงเวลาต่าง ๆ ได้ ถูกต้องดว้ ยตนเอง ถกู ต้องจากการช้แี นะ ถกู ต้องเพยี งบางสว่ น ของครหู รือผู้อื่น แม้วา่ จะได้รบั คาช้ีแนะ จากครูหรือผู้อนื่ S8 การลง การลงความเหน็ จาก สามารถลงความเห็นจาก สามารถลงความเห็น สามารถลงความเห็น ความเห็นจาก ขอ้ มลู เกีย่ วกบั ขนาด ขอ้ มูลเกีย่ วกบั ขนาดของ จากข้อมลู เก่ยี วกับ จากข้อมูลเกีย่ วกบั ข้อมูล ของของแขง็ กับขนาดรู ของแขง็ กับขนาดรูของ ขนาดของของแขง็ กับ ขนาดของของแขง็ กับ ของวัสดุกรองในวิธกี าร วสั ดุกรองในวิธีการกรอง ขนาดรขู องวัสดุกรอง ขนาดรูของวสั ดุกรองใน กรอง ไดถ้ ูกตอ้ งดว้ ยตนเอง ในวธิ ีการกรองได้ วิธีการกรองไดแ้ ต่ ถกู ต้องจากการช้แี นะ ไมช่ ดั เจน แมว้ ่าจะได้ ของครหู รือผู้อื่น รบั คาชีแ้ นะจากครหู รือ ผูอ้ ่ืน 126 สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คู่มือครูรายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1 | หน่วยที่ 2 การแยกสารเนอ้ื ผสม ทักษะ เกณฑก์ ารประเมนิ กระบวนการทาง รายการประเมิน ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรบั ปรุง (1) วิทยาศาสตร์ S13 การ การตีความหมายข้อมูล สามารถตีความหมาย สามารถตีความหมาย สามารถตคี วามหมาย ตคี วามหมาย จากการสงั เกตและ ข้อมลู จากการสงั เกตและ ข้อมูลจากการสังเกต ขอ้ มูลจากการสังเกต ขอ้ มลู และลง การอภิปรายเกย่ี วกับ การอภิปรายเกย่ี วกบั และการอภปิ ราย และการอภปิ ราย ข้อสรปุ วธิ ีการตกตะกอน วิธีการตกตะกอน เกีย่ วกับวธิ กี าร เกี่ยวกับวิธกี าร การรนิ ออก และการ การรนิ ออก และการ ตกตะกอน การรนิ ออก ตกตะกอน การรนิ ออก กรอง และลงข้อสรุป กรอง และลงข้อสรปุ ได้ และการกรองและ และการกรองและ เกย่ี วกับวธิ กี ารนน้ั ๆ ถกู ต้องดว้ ยตนเองว่า ลงขอ้ สรุปได้ถกู ต้อง ลงขอ้ สรุปได้แตไ่ ม่ การแยกของแข็งกับ โดยอาศยั การชแี้ นะ ครบถว้ นสมบรู ณ์แมว้ า่ ของเหลวในสารเนื้อผสม จากครูหรือผู้อ่นื ว่าว่า จะไดร้ บั การช้แี นะจาก ออกจากกนั ทาไดห้ ลาย การแยกของแข็งกบั ครหู รอื ผอู้ นื่ ว่าการแยก วิธี ได้แก่ การตกตะกอน ของเหลวในสารเนื้อ ของแข็งกบั ของเหลวใน การรนิ ออก และการ ผสมออกจากกันทาได้ สารเนื้อผสมออกจาก กรอง การตกตะกอนเปน็ หลายวิธี ไดแ้ ก่ การ กนั ทาไดห้ ลายวธิ ี ไดแ้ ก่ วธิ ที ่ีทาให้ของแขง็ คอ่ ย ๆ ตกตะกอน การรนิ ออก การตกตะกอน การริน แยกตัวและจมลงท่กี ้น และการกรอง การ ออก และการกรอง ภาชนะ การรนิ ออกทา ตกตะกอนเป็นวิธที ท่ี า การตกตะกอนเป็นวธิ ที ี่ ได้โดยการค่อย ๆ รนิ ใหข้ องแข็งค่อย ๆ ทาใหข้ องแข็งค่อย ๆ ของเหลวออกจาก แยกตวั และจมลงทก่ี ้น แยกตวั และจมลงที่ก้น ของแขง็ การกรองทา ภาชนะ การรนิ ออกทา ภาชนะ การรินออกทา โดยรินของเหลวให้ไหล ไดโ้ ดยการค่อย ๆ รนิ ได้โดยการค่อย ๆ รนิ ผ่านวสั ดุกรองท่มี ีรูขนาด ของเหลวออกจาก ของเหลวออกจาก เล็กซ่ึงของแข็งผ่านไม่ได้ ของแข็ง การกรองทา ของแข็ง การกรองทา จงึ คา้ งอยู่บนวสั ดุกรอง โดยรินของเหลวใหไ้ หล โดยรินของเหลวใหไ้ หล การตกตะกอน การรนิ ผา่ นวสั ดุกรองทีม่ ีรู ผา่ นวสั ดุกรองท่ีมรี ู ออกและการกรอง ขนาดเล็กซ่ึงของแข็ง ขนาดเลก็ ซ่งึ ของแข็ง นาไปใช้ประโยชน์ใน ผ่านไม่ได้จึงค้างอยู่วัสดุ ผ่านไม่ได้จึงคา้ งอยู่บน ชีวิตประจาวันได้ กรอง การตกตะกอน ตัวกรอง การ การรนิ ออกและการ ตกตะกอน การรินออก กรองนาไปใชป้ ระโยชน์ และการกรองนาไปใช้ ในชวี ิตประจาวันได้ สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 127
คูม่ อื ครูรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หนว่ ยท่ี 2 การแยกสารเนื้อผสม ทักษะ เกณฑ์การประเมนิ กระบวนการทาง รายการประเมนิ ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรงุ (1) วิทยาศาสตร์ ประโยชนใ์ น ชีวิตประจาวนั ได้ ตาราง รายการประเมนิ และเกณฑ์การประเมินทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 ทกั ษะแห่ง รายการประเมิน เกณฑก์ ารประเมนิ ศตวรรษท่ี 21 การวิเคราะห์ขอ้ ดี C2 การคิดอย่างมี ข้อจากัดและ ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรงุ (1) วจิ ารณญาณ ลกั ษณะของสารที่ สามารถบอกข้อดี แยกได้แต่ละวิธี ข้อจากดั และลักษณะ สามารถบอกข้อดี สามารถบอกข้อดี C4 การส่อื สาร ของสารท่ีแยกได้แตล่ ะ การนาเสนอผลการ วิธไี ดถ้ ูกต้องครบถ้วน ข้อจากดั และลักษณะของ ข้อจากัดและลักษณะ C5 ความรว่ มมือ แยกสาร ด้วยตนเอง สารที่แยกไดแ้ ต่ละวิธไี ด้ ของสารท่ีแยกได้แต่ละ การทางานร่วมกับ สามารถบรรยายเพื่อ ผู้อื่นในการทา นาเสนอเกี่ยวกับผลการ ถูกต้องครบถ้วนจากการ วิธไี ด้ถูกต้องแต่ไม่ กจิ กรรม แยกสารได้ถูกต้อง ดว้ ย ตนเอง ชีแ้ นะจากครูหรือผู้อ่นื ครบถ้วนแมว้ า่ จะได้ สามารถทางานร่วมกบั รับคาชแี้ นะจากครูหรือ ผอู้ ่นื ในการทากิจกรรม รวมทงั้ ยอมรับความ ผ้อู ่ืน คิดเห็นของผ้อู นื่ ตั้งแต่ เรม่ิ ตน้ จนสาเร็จ สามารถบรรยายเพอื่ สามารถบรรยายเพ่อื นาเสนอเกยี่ วกับผลการ นาเสนอเกย่ี วกบั ผลการ แยกสารได้ถูกต้องจาก แยกสารได้ถกู ต้องแตไ่ ม่ การชีแ้ นะของครูหรือผู้อ่นื ครบถว้ นสมบูรณ์แม้วา่ จะไดร้ บั การชี้แนะจาก ครหู รอื ผู้อ่นื สามารถทางานรว่ มกบั สามารถทางานรว่ มกบั ผอู้ ่นื ในการทากิจกรรม ผอู้ นื่ ในการทากิจกรรม รวมท้ังยอมรับความ รวมท้ังยอมรับความ คดิ เหน็ ของผอู้ ่นื ในบาง คิดเหน็ ของผู้อ่ืนบาง ช่วงเวลาท่ที ากิจกรรม ช่วงเวลาที่ทากิจกรรม ทงั้ นต้ี ้องอาศยั การ กระตนุ้ จากครหู รือผู้อน่ื 128 สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คมู่ ือครรู ายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หน่วยท่ี 2 การแยกสารเนอ้ื ผสม กจิ กรรมที่ 1.3 แยกสารแม่เหลก็ ออกจากสารเนื้อผสมได้อย่างไร กิ จ ก ร ร ม นี้ นั ก เ รี ย น จ ะ ไ ด้ อ ธิ บา ย วิธี ก ารแยก สารแม่เหล็กออกจากสารเนื้อผสมและยกตัวอย่างการนา วิธีการแยกสารแม่เหล็กออกจากสารอ่ืนในสารเน้ือผสม ไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจาวนั เวลา 2 ชั่วโมง จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. สังเกตและอธิบายวิธีการแยกสารแม่เหล็กออก จากสารอนื่ ในสารเน้อื ผสม 2. อภิปรายและยกตัวอย่างวิธีการแยกสาร แม่เหล็กออกจากสารอื่นในสารเนื้อผสมไปใช้ ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวัน วัสดุ อปุ กรณ์สาหรับทากจิ กรรม ส่ิงที่ครตู อ้ งเตรยี ม/กลุ่ม 1. เมลด็ ขา้ วเปลือกที่มผี งเหล็กปน 10 กรมั 2. จานหรือแกว้ กระดาษ หรอื แกว้ พลาสติก 1 ใบ 3. ผา้ ขาวบาง 1 ผนื 4. แท่งแม่เหล็ก 1 แทง่ 5. ไม้จิ้มฟัน 1 อนั ส่อื การเรียนรู้และแหลง่ เรียนรู้ 6. ตะแกรงรอ่ น 1 อัน 1. หนงั สือเรยี น ป.6 เล่ม 1 หน้า 49-52 2. แบบบนั ทกึ กิจกรรม ป.6 เล่ม 1 หนา้ 50-53 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 3. วีดทิ ัศน์ตวั อยา่ งปฏิบตั ิการวิทยาศาสตร์สาหรบั ครู S1 การสังเกต เรือ่ ง แยกสารผสมท่เี ป็นของแข็งได้อยา่ งไร http://ipst.me/9896 S8 การลงความเห็นจากข้อมลู S13 การตคี วามหมายข้อมลู และลงข้อสรุป ทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 C2 การคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ C4 การสอ่ื สาร C5 ความร่วมมือ สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 129
ค่มู อื ครรู ายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หนว่ ยท่ี 2 การแยกสารเน้ือผสม แนวการจัดการเรียนรู้ ในการตรวจสอบความรู้เดิม ครูเพียงรับฟังเหตุผลของนักเรียน 1. ครูทบทวนความรู้พ้ืนฐานของนักเรียนเก่ียวกับแม่เหล็กและตรวจสอบ และยังไม่เฉลยคาตอบใด ๆ แต่ ความรู้เดิมเกี่ยวกับการแยกสารแม่เหล็กออกจากสารอื่นในสารเนื้อผสม ชักชวนให้นักเรียนไปหาคาตอบ โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี ด้วยตนเองจากการทากจิ กรรม 1.1 แม่เหล็กดึงดูดอะไรได้บ้าง (แม่เหล็กดึงดูดเหล็ก แม่เหล็ก และ สารแมเ่ หลก็ อื่น ๆ ) 1.2 ถ้าจะนาแม่เหล็กมาใช้แยกสารเนื้อผสม สารเนื้อผสมน้ันควรมี ลักษณะอย่างไร (นักเรียนตอบได้ตามความเข้าใจของตนเอง เช่น สารเนื้อผสมนน้ั ควรมีสารแม่เหลก็ หรือเหลก็ เป็นส่วนประกอบ) 2. ครูเชื่อมโยงความรู้เดิมของนักเรียนเข้าสู่กิจกรรมที่ 1.3 โดยใช้คาถาม ดังนี้ เราจะใช้วิธีการแยกสารวิธีใดบ้างเพื่อแยกสารแม่เหล็กออกจาก สารอนื่ ในสารเนือ้ ผสมและทาได้อยา่ งไร 3. นกั เรยี นอ่านชือ่ กิจกรรม ทาเปน็ คดิ เปน็ และส่ิงท่ตี อ้ งใช้ จากน้ันรว่ มกัน อภปิ รายเพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจเกยี่ วกบั จุดประสงค์ในการทากิจกรรม โดยใช้คาถาม ดังน้ี 3.1 นักเรียนจะได้เรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร (วิธีการแยกสารแม่เหล็กออก จากสารอื่นในสารเนื้อผสมและการนาวิธีการแยกสารแม่เหล็กใปใช้ ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวัน) 3.2 นกั เรียนจะไดเ้ รียนรู้ด้วยวิธีใด (การสังเกตและการอภิปราย) 3.3 เม่ือเรียนแล้ว นักเรียนจะทาอะไรได้ (อธิบายวิธีการแยกสาร แม่เหล็กออกจากสารอ่ืนในสารเนื้อผสม และยกตัวอย่างการนา วธิ กี ารแยกสารแมเ่ หลก็ ใปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั ) 4. นักเรียนบันทึกจุดประสงค์ลงในแบบบันทึกกิจกรรม หน้า 50 และอ่าน ส่งิ ท่ตี อ้ งใช้ในการทากิจกรรม 5. นักเรียนอ่านทาอย่างไร โดยครูใช้วิธีฝึกทักษะการอ่านท่ีเหมาะสมกับ ความสามารถของนักเรียน จากนั้นครูตรวจสอบความเข้าใจเก่ียวกับ วิธีการทากิจกรรม จนนักเรียนเข้าใจลาดบั การทากิจกรรม โดยใช้คาถาม ดังนี้ 5.1 ในทาอย่างไรข้อท่ี 1 นักเรียนต้องสังเกตอะไร (สังเกตลักษณะของ สารเนื้อผสม) 130 สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ค่มู ือครูรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1 | หน่วยท่ี 2 การแยกสารเน้ือผสม 5.2 ในทาอย่างไรข้อที่ 2 นักเรียนต้องอภปิ รายเก่ียวกับอะไร (หาวธิ แี ยก ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ผงเหล็กออกจากเมล็ดขา้ วเปลือกโดยใช้อุปกรณ์ท่ีกาหนดให้) และทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 ที่ ครูแนะนาอุปกรณ์ท่ีกาหนดให้ในข้อที่ 2 ได้แก่ แท่งแม่เหล็ก นกั เรยี นจะได้ฝึกจากการทากจิ กรรม ผ้าขาวบาง ไม้จิ้มฟัน ตะแกรง จานสาหรับใส่สาร ครูเสนอแนะว่า ท้ั ง ช้ั น ค ว ร เ ลื อ ก วิ ธี ก า ร แ ย ก ส า ร ท่ี แ ต ก ต่ า ง กั น เ พื่ อ ใ ช้ ใ น ก า ร S1 สังเกตลักษณะและสมบัติ เปรียบเทยี บผลการทากิจกรรม ของสาร 5.3 ในทาอย่างไรข้อท่ี 3 และ 4 นักเรียนต้องทาอย่างไร (เลือกวิธีการ S8 ลงความเห็นเกี่ยวกับการ แยกสารมา 1 วิธีพร้อมบอกเหตผุ ลและแยกสารตามวธิ ที ่ีเลอื ก) แยกสาร 5.4 ในทาอย่างไรข้อที่ 5 นักเรียนต้องวิเคราะห์ข้อดีและข้อจากัดของ C4 บอกลักษณะของสารที่แยกได้ แต่ละวิธี คิดว่าจะวิเคราะห์ในประเด็นใดบ้าง (นักเรียนตอบตาม โดยการบรรยาย ความเข้าใจซึ่งควรจะตอบในประเด็นเก่ียวกับลักษณะของสารท่ี แยกได้ ความสะดวกในการแยกสาร หรืออื่น ๆ เช่น เวลาท่ีใช้ C5 ร่วมมือกนั ทากิจกรรม ปรมิ าณสารท่แี ยกได้) หากนักเรียนไม่สามารถตอบ 5.5 ในทาอย่างไรข้อท่ี 6 นักเรียนต้องทาอย่างไร (ร่วมกันอภิปรายและ คาถามหรืออภิปรายได้ตามแนว ยกตัวอย่างวิธีการแยกสารจาก กิจกรรมน้ีไปใช้ประโยชน์ คาตอบ ครูควรให้เวลานักเรียน ในชีวติ ประจาวนั ) คิดอย่างเหมาะสม รอคอยอย่าง อดทน และรับฟังแนวความคิด 6. เมื่อนักเรียนเข้าใจวิธีการทากิจกรรมในทาอย่างไรแล้ว อภิปรายร่วมกับ ของนกั เรยี น นักเรียนว่าจะบันทึกผลในแบบบันทึกกิจกรรมอย่างไรบ้าง จากน้ันให้ นักเรียนรบั อปุ กรณแ์ ละเริ่มปฏิบตั ิตามขนั้ ตอนการทากิจกรรม 7. หลังจากทากิจกรรมแล้ว นักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทากิจกรรม ตามแนวคาถาม ดงั น้ี 7.1 การใช้แท่งแม่เหล็กแยกผงเหล็กออกจากเมล็ดข้าวเปลือกทาได้ หรือไม่ อย่างไร (สามารถแยกผงเหล็กออกจากเมล็ดข้าวเปลือกได้ โดยนาแท่งแม่เหลก็ มาคนในสารเน้ือผสม แม่เหล็กจะดึงดูดผงเหลก็ ข้ึนมา ส่วนเมล็ดข้าวเปลอื กจะไม่ดึงดูดกับแม่เหล็ก จึงสามารถแยก ผงเหลก็ ออกจากเมล็ดข้าวเปลือกได้) ครูให้ความรู้เพ่ิมเติมว่า การใช้แม่เหล็กแยกสารแม่เหลก็ ที่ปะปนอยู่ กับสารอ่ืน ๆ ในสารเน้ือผสม เรียกวิธีการแยกสารนี้ว่า การใช้ แม่เหล็กดึงดดู 7.2 การใช้ผ้าขาวบางแยกผงเหล็กออกจากเมล็ดข้าวเปลือกทาได้หรือไม่ อย่างไร (สามารถใช้ผ้าขาวบางร่อนแยกผงเหล็กบางส่วนออกจาก สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 131
คูม่ ือครรู ายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หนว่ ยท่ี 2 การแยกสารเนอ้ื ผสม เมล็ดข้าวเปลือกได้ แต่จะมีผงเหล็กบางส่วนที่ซึ่งไม่สามารถ ถ้าครูพบว่านักเรียนยังมีแนวคดิ ลอดผ่านรูของผ้าขาวบางไปได้ และจะติดอยู่ท่ีผ้าขาวบางปะปนอยู่ คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการแยกสาร กับข้าวเปลือก) แ ม่ เ ห ล็ ก อ อ ก จ า ก ส า ร เ นื้ อ ผ ส ม 7.3 การใช้ตะแกรงแยกผงเหล็กออกจากเมล็ดข้าวเปลือกทาได้หรือไม่ ให้ครูดาเนินการโดยให้นักเรียน อย่างไร (สามารถใช้ตะแกรงแยกผงเหล็กออกจากเมล็ดข้าวเปลือก ร่วมกันอภิปรายจนกระท่ังนักเรียน ได้ แตจ่ ะมีผงขนาดเล็กของสารอนื่ ท่ไี มใ่ ช่ผงเหล็กปนมาด้วย) มีแนวคิดที่ถูกตอ้ ง 7.4 ถ้าต้องการแยกผงเหล็กให้ได้ปริมาณมากในเวลารวดเร็วควรแยก โดยวธิ ีการใด (ควรแยกโดยการรอ่ นด้วยตะแกรง) 7.5 ถ้าต้องการแยกผงเหล็กโดยให้มีสารอื่นปนมากับผงเหล็กน้อยท่ีสุด ควรใชว้ ิธีการใด (การใช้แม่เหลก็ ดงึ ดูด) 7.6 ประโยชน์จากการแยกสารเนื้อผสมโดยการใช้แม่เหล็กดึงดูด สามารถนาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างไร (นักเรียนตอบตาม ข้อมูลที่ได้จากการอภิปรายร่วมกันในกลุ่ม หรือจากประสบการณ์ ของตนเอง เช่น - ซีเรียลมีผงเหล็กปนอยู่หรือไม่ สามารถใช้แม่เหล็กทดสอบได้ โดยถา้ มีผงเหลก็ ปนอยู่ แมเ่ หลก็ จะดงึ ดูดผงเหลก็ แยกออกมา - การแยกเศษเหล็กออกจากเศษขยะประเภทอื่น ๆ สามารถใช้ แม่เหล็กแยกได)้ ครูชักชวนดูรูปในหนังสือเรียน หน้า 51 ประกอบการอภิปราย เกี่ยวกบั การแยกเศษเหลก็ ออกจากเศษขยะประเภทอ่นื ๆ 8. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนตอบหรือซักถามในส่ิงท่ีอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ การแยกสารแม่เหล็กออกจากสารอ่ืนในสารเน้ือผสม จากน้ันร่วมกัน อภิปรายและลงข้อสรุปว่า เราสามารถใช้แม่เหล็กดึงดูดของแข็งที่เป็น สารแม่เหล็กออกจากสารอื่น ๆ ในสารเน้ือผสม เรียกวิธีการนี้ว่า การใช้ แม่เหล็กดึงดดู ซ่ึงสามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจาวันได้ (S13) 9. นักเรียนร่วมกันอภิปรายและตอบคาถามในฉันรู้อะไร โดยครูอาจใช้ คาถามเพิ่มเตมิ ในการอภิปรายเพ่อื ใหไ้ ด้แนวคาตอบท่ถี ูกตอ้ ง 10. นกั เรียนอ่านส่งิ ที่ไดเ้ รยี นรู้ และเปรียบเทยี บกับขอ้ สรุปของตนเอง 11. ครูกระตุ้นให้นักเรียนฝึกตั้งคาถามเกี่ยวกับเร่ืองท่ีสงสัยหรืออยากรู้ เพ่ิมเติมใน อยากรู้อีกว่า จากน้ันครูอาจสุ่มนักเรียน 2 -3 คน นาเสนอ คาถามของตนเองหน้าช้ันเรียน จากน้ันนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับ คาถามท่ีนาเสนอ 12. ครูนาอภิปรายเพื่อให้นักเรียนทบทวนว่าได้ฝึกทักษะกระบวนการทาง วทิ ยาศาสตร์และทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 อะไรบา้ งและในข้ันตอนใด 132 สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คูม่ อื ครูรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1 | หน่วยท่ี 2 การแยกสารเน้ือผสม แนวคาตอบในแบบบันทกึ กจิ กรรม 1. สังเกตและอธิบายวธิ กี ารแยกสารแม่เหล็กออกจากสารอนื่ ในสารเนอื้ ผสม 2. อภิปรายและยกตัวอย่างวิธีการแยกสารแมห่ ลก็ ออกจากสารอืน่ ในสารเนอ้ื ผสม ไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวัน เมลด็ ข้าวเปลอื กมลี ักษณะเปน็ ของแข็งสเี หลอื ง รูปร่างเรยี วยาว ผงเหลก็ มีลักษณะเปน็ ผงสีเทาดา การใช้แมเ่ หลก็ ดงึ ดดู ขน้ึ อยกู่ บั การเลอื ก เหตุผลและผลการแยกสารของนกั เรียน เชน่ เนือ่ งจากสารเนอ้ื ผสมมี ผงเหลก็ และเมล็ด ผงเหล็กปะปนอยซู่ งึ่ ข้าวเปลอื กแยกออก แมเ่ หล็กสามารถดงึ ดดู ได้ จากกนั สว่ นเมลด็ ข้าวเปลือก แมเ่ หลก็ ไมส่ ามารถ ดึงดูดได้ สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 133
คูม่ อื ครูรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1 | หน่วยที่ 2 การแยกสารเนื้อผสม การใชแ้ มเ่ หล็กดงึ ดดู - ผงเหลก็ ทีแ่ ยกไดไ้ ม่มี - ใชเ้ วลานาน ของแข็งชนดิ อน่ื ปน การร่อนโดยใช้ตะแกรง - ใชเ้ วลานอ้ ย - มขี องแขง็ อื่น ๆ ปนมา กบั ผงเหล็ก การรอ่ นโดยใชผ้ ้าขาวบาง - ใช้เวลาน้อย - มีของแขง็ อื่น ๆ ปนมา กบั ผงเหล็กและผงเหล็ก บางส่วนติดอยูบ่ น ผ้าขาวบาง การแยกเศษเหล็กออกจากเศษขยะอ่นื ๆ 134 สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คมู่ ือครรู ายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หน่วยที่ 2 การแยกสารเนื้อผสม เมล็ดข้าวเปลือกเป็นของแข็งสีเหลือง รปู ร่างเรียวยาว มีสมบัตไิ มด่ ึงดดู กับ แมเ่ หลก็ ผงเหล็กเปน็ ผงสเี ทาดา มีสมบัติดึงดูดกบั แม่เหล็ก ทาได้โดยใช้แม่เหลก็ ดึงดูดผงเหล็กออกจากเมลด็ ขา้ วเปลือก เรียกวิธกี ารนีว้ ่า การใช้แมเ่ หลก็ ดงึ ดูด หรือใช้ตะแกรงหรือผ้าขาวบางร่อนผงเหลก็ ออกจากเมล็ดขา้ วเปลอื กเรยี กวธิ กี ารนว้ี ่า การร่อน แตจ่ ะมีสารอนื่ ปนมากับผงเหล็ก ควรใช้วธิ กี ารใช้แมเ่ หล็กดึงดูด เพราะวิธกี ารนีส้ ามารถแยกไดเ้ ฉพาะสารแม่เหล็ก โดยไมม่ สี ารอ่นื ปะปน แตถ่ า้ ใช้การร่อนจะมขี องแข็งขนาดใกลเ้ คียงกับผงเหลก็ ปน มาด้วย นามาใชแ้ ยกเศษเหลก็ ออกจากเศษขยะชนดิ อื่น ๆ เม่ือนาแม่เหล็กมาเข้าใกลผ้ งเหลก็ ท่ีผสมกบั เมลด็ ขา้ วเปลือก แม่เหลก็ จะดึงดดู ผงเหลก็ ตดิ ทแี่ ท่งแมเ่ หล็ก แตไ่ มด่ งึ ดดู เมลด็ ขา้ วเปลือก จงึ แยกเอาผงเหลก็ ออกจากเมล็ดขา้ วเปลือกได้ เรียกวิธกี ารแยกสารนี้วา่ การใช้ แม่เหลก็ ดงึ ดดู เราสามารถใชแ้ ม่เหลก็ ดงึ ดูดของแข็งที่เป็นสารแมเ่ หล็กออกจากสารอน่ื ๆ ใน สารเนือ้ ผสมได้ เรยี กวธิ กี ารน้วี า่ การใชแ้ มเ่ หล็กดงึ ดดู ซง่ึ นาไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจาวนั ได้ สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 135
คมู่ อื ครูรายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเน้ือผสม คาถามของนักเรียนทตี่ ้ังตามความอยากรู้ของตนเอง 136 สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คมู่ อื ครูรายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1 | หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเนอ้ื ผสม แนวการประเมินการเรียนรู้ การประเมินการเรยี นรขู้ องนักเรียนทาได้ ดังน้ี 1. ประเมินความรูเ้ ดิมจากการอภปิ รายในชัน้ เรียน 2. ประเมินการเรยี นรูจ้ ากคาตอบของนกั เรียนระหว่างการจดั การเรียนรูแ้ ละจากแบบบนั ทึกกิจกรรม 3. ประเมินทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 จากการทากิจกรรมของนักเรียน การประเมินจากการทากิจกรรมท่ี 1.3 แยกสารแมเ่ หล็กออกจาก สารเนอ้ื ผสมได้อยา่ งไร รหัส สงิ่ ท่ีประเมนิ ระดับ คะแนน ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ S1 การสงั เกต S8 การลงความเหน็ จากข้อมูล S13 การตคี วามหมายข้อมูลและลงขอ้ สรุป ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 C2 การคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ C4 การส่ือสาร C5 ความรว่ มมือ รวมคะแนน สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 137
คู่มอื ครูรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หน่วยท่ี 2 การแยกสารเน้อื ผสม ตาราง รายการประเมนิ และเกณฑ์การประเมนิ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ทักษะ เกณฑก์ ารประเมนิ กระบวนการทาง รายการประเมิน ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรบั ปรงุ (1) วทิ ยาศาสตร์ S1 การสังเกต การสงั เกตสารที่แยกได้ สามารถบอกลักษณะ สามารถบอกลักษณะ สามารถบอกลกั ษณะ ในแตล่ ะวิธี ของสารที่แยกไดใ้ น ของสารที่แยกไดใ้ น ของสารท่ีแยกได้ใน แต่ละวธิ ีไดถ้ ูกตอ้ ง แต่ละวธิ ีได้ถูกตอ้ ง แต่ละวธิ ีได้ถูกต้องเพียง ครบถ้วนด้วยตนเอง ครบถว้ นจากการชแ้ี นะ บางส่วนแมจ้ ะได้รบั ของครหู รือผู้อน่ื การช้ีแนะจากครูหรอื ผอู้ นื่ S8 การลง การลงความเหน็ จาก สามารถลงความเห็นจาก สามารถลงความเหน็ สามารถลงความเห็น ความเหน็ จาก ข้อมลู เก่ียวกับสาร ข้อมูลได้ถูกตอ้ งด้วย จากข้อมูลได้ถูกต้อง จากข้อมลู ได้ถกู ต้อง ขอ้ มลู เนอ้ื ผสมทเ่ี ป็นของแข็ง ตนเองวา่ สารเนอื้ ผสมที่ จากการชแี้ นะของครู เพยี งบางสว่ น แมว้ า่ จะ ซ่ึงมสี ารแมเ่ หลก็ ปนอยู่ เปน็ ของแข็งซ่ึงมี หรือผอู้ ื่นว่าสารเนือ้ ไดร้ บั การช้ีแนะจากครู สามารถแยกได้หลาย สารแมเ่ หลก็ ปนอยู่ ผสมท่ีเป็นของแข็งซึ่งมี หรือผู้อืน่ ว่าสารเนื้อ วธิ ี สามารถแยกไดห้ ลายวธิ ี สารแม่เหล็กปนอยู่ ผสมที่เปน็ ของแข็งซง่ึ มี สามารถแยกไดห้ ลาย สารแม่เหล็กปนอยู่ วิธี สามารถแยกไดห้ ลายวธิ ี S13 การ การตคี วามหมายข้อมลู สามารถตคี วามหมาย สามารถตคี วามหมาย สามารถตีความหมาย ตีความหมาย จากการแยกสาร และ ขอ้ มลู จากการแยกสาร ข้อมลู จากการแยกสาร ขอ้ มลู จากการแยกสาร ข้อมลู และลง ลงข้อสรุปวธิ กี ารแยก และลงข้อสรุปได้ถูกต้อง และลงข้อสรปุ ได้ และลงข้อสรุปได้ไม่ ข้อสรุป สารแมเ่ หล็กออกจาก ดว้ ยตนเองว่าการใช้ ถูกต้องโดยอาศยั ครบถว้ นสมบูรณ์แมว้ า่ สารเนือ้ ผสม แมเ่ หลก็ ดงึ ดูดสามารถใช้ การชแ้ี นะจากครูหรอื จะได้รบั การชแ้ี นะจาก แยกของแข็งทเ่ี ป็น ผู้อน่ื วา่ การใชแ้ ม่เหล็ก ครหู รอื ผู้อนื่ วา่ การใช้ สารแมเ่ หล็กออกจาก ดงึ ดดู สามารถใชแ้ ยก แม่เหลก็ ดึงดดู ใชแ้ ยก สารอน่ื ๆ ในสารเนือ้ ของแขง็ ที่เปน็ ของแขง็ ทเ่ี ปน็ ผสม สารแมเ่ หล็กออกจาก สารแม่เหล็กออกจาก สารอ่นื ๆ ในสาร สารอน่ื ๆ ในสาร เนอ้ื ผสม เนอ้ื ผสม 138 สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คู่มอื ครรู ายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเนอื้ ผสม ตาราง รายการประเมินและเกณฑ์การประเมินทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 ทกั ษะแห่ง รายการประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ ศตวรรษที่ 21 C2 การคดิ อย่างมี ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรุง (1) วิจารณญาณ การวิเคราะห์ข้อดี สามารถบอกข้อดีและ สามารถบอกข้อดีและ สามารถบอกข้อดีและ C4 การสือ่ สาร และข้อจากัดของ ขอ้ จากัดของวิธกี าร ข้อจากัดของวิธกี ารตา่ ง ๆ ข้อจากัดของวธิ กี าร C5 ความร่วมมือ วธิ กี ารต่าง ๆ ทใี่ ช้ ต่าง ๆ ท่ใี ช้แยกสาร ทีใ่ ช้แยกสารเน้ือผสมทมี่ ี ต่าง ๆ ทใ่ี ช้แยกสาร แยกสารเนือ้ ผสมทมี่ ี เนอ้ื ผสมทมี่ ี สารแมเ่ หลก็ ปนอยู่ใน เน้อื ผสมท่ีมสี ารแมเ่ หล็ก สารแมเ่ หล็กปนอยู่ สารแมเ่ หลก็ ปนอยู่ใน ประเดน็ เกย่ี วกับลักษณะ ปนอยู่ในประเด็น แต่ละวธิ ีเกี่ยวกับ ประเดน็ เก่ยี วกับ ของสารท่ีแยกได้ เกย่ี วกบั ลกั ษณะของสาร ลักษณะของสารที่ ลกั ษณะของสารท่แี ยก ความสะดวกและอน่ื ๆ ทีแ่ ยกได้ ความสะดวก แยกได้ ความสะดวก ได้ ความสะดวกและ ได้ถูกต้องครบถว้ น และอนื่ ๆ ไดถ้ ูกต้อง และอื่น ๆ อ่นื ๆ ได้ถูกต้อง จากการชแ้ี นะจากครหู รือ แตไ่ ม่ครบถว้ นแมว้ ่า ครบถ้วนดว้ ยตนเอง ผอู้ น่ื จะได้รบั คาชีแ้ นะจากครู หรอื ผู้อ่ืน การนาเสนอผลการ สามารถเขียนบรรยาย สามารถเขยี นบรรยายผล สามารถเขียนบรรยาย แยกสารโดย ผลการแยกสารได้ การแยกสารไดถ้ ูกต้อง ผลการแยกสารได้ การบรรยาย ถูกต้องดว้ ยตนเอง จากการชีแ้ นะของครูหรือ ถูกต้องเพยี งบางสว่ น ผู้อื่น แมว้ า่ จะไดร้ ับการช้แี นะ จากครูหรือผู้อ่ืน ทางานร่วมกบั ผู้อนื่ สามารถทางานร่วมกบั สามารถทางานรว่ มกับ สามารถทางานร่วมกบั ในการทากิจกรรม ผอู้ นื่ ในการทากจิ กรรม ผ้อู ่ืนในการทากจิ กรรม ผู้อนื่ ในทากจิ กรรม รวมทง้ั ยอมรบั รวมทง้ั ยอมรบั รวมทั้งยอมรบั รวมท้งั ยอมรบั ความคดิ เห็นของ ความคดิ เหน็ ของผู้อ่นื ความคดิ เหน็ ของผู้อ่ืนใน ความคิดเห็นของผู้อนื่ ผู้อื่น ตั้งแต่เริม่ ต้นจนสาเรจ็ บางช่วงเวลาทที่ ากจิ กรรม บางช่วงเวลาท่ีทา กจิ กรรม ทัง้ น้ีตอ้ งอาศยั การกระตุ้นจากครหู รอื ผู้อน่ื สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 139
คูม่ ือครรู ายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเนอื้ ผสม กจิ กรรมท่ี 1.4 ใช้ประโยชน์จากการแยกสารเน้ือผสมอย่างง่ายได้อย่างไร กิจกรรมน้ีนักเรียนจะได้วิเคราะห์วิธีการแยกสารเน้ือผสม ทนี่ าไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจาวัน เวลา 1 ช่วั โมง จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วเิ คราะหแ์ ละระบวุ ธิ ีการแยกสารเนอ้ื ผสมที่นาไปใชป้ ระโยชน์ ในชีวติ ประจาวนั ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ S8 การลงความเห็นจากขอ้ มูล S13 การตคี วามหมายข้อมูลและลงข้อสรุป ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 สอื่ การเรยี นรู้และแหลง่ เรียนรู้ C2 การคิดอย่างมวี ิจารณญาณ 1. หนังสอื เรียน ป.6 เล่ม 1 หน้า 53-56 C4 การสอื่ สาร C5 ความรว่ มมือ 2. แบบบนั ทึกกจิ กรรม ป.6 เลม่ 1 หน้า 54-57 3. วีดิทศั น์เรอ่ื งการทาน้าตาลปึก 140 สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คู่มือครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1 | หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเนื้อผสม แนวการจดั การเรียนรู้ ในการตรวจสอบความรู้เดิม ครูเพียงรับฟังเหตุผลของนักเรียน 1. ครูทบทวนความรู้พ้ืนฐานของนักเรียนเก่ียวกับวิธีการแยกสารเนื้อผสม และยังไม่เฉลยคาตอบใด ๆ แต่ และตรวจสอบความรู้เดิมเกี่ยวกับการนาวิธีการต่าง ๆ ที่ใช้แยกสาร ชกั ชวนใหน้ กั เรียนไปหาคาตอบด้วย เนือ้ ผสมไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจาวนั โดยใช้คาถามดังต่อไปน้ี ตนเองจากการทากจิ กรรม 1.1 วิธกี ารแยกสารเน้อื ผสมมีอะไรบ้าง (การหยิบออก การร่อน การฝัด การตกตะกอน การรินออก การกรอง การใชแ้ ม่เหลก็ ดงึ ดูด) ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1.2 ในชีวิตประจาวัน เราใช้วิธีการแยกสารเนื้อผสมวิธีใดบ้าง และทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ที่ ยกตัวอยา่ ง (นกั เรยี นตอบตามความเข้าใจของตนเอง) นกั เรียนจะได้ฝกึ จากการทากจิ กรรม 2. ครูเชื่อมโยงความรู้เดิมของนักเรียนสู่กิจกรรมที่ 1.4 โดยใช้คาถามว่า S8 ลงความเห็นเกี่ยวกับวิธีการแยก เราใช้ประโยชน์จากการแยกสารเนื้อผสมอย่างงา่ ยได้อยา่ งไร สารเนอ้ื ผสมจากใบความรู้ 3. นักเรียนอ่านช่ือกิจกรรม และทาเป็นคิดเป็น จากนั้นร่วมกันอภิปราย C2 วิเคราะหว์ ิธกี ารแยกสาร C4 แลกเปล่ยี นความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั เพ่ือตรวจสอบความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์ในการทากิจกรรม โดยใช้ คาถาม ดงั นี้ การใช้ประโยชน์จากการแยกสาร เนือ้ ผสม 3.1 กิจกรรมนี้นักเรียนจะได้เรียนเร่ืองอะไร (วิธีการแยกสารที่นาไปใช้ C5 รว่ มมอื กันวิเคราะห์วธิ กี ารแยกสาร ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน) 3.2 นกั เรยี นจะไดเ้ รียนรเู้ ร่ืองนดี้ ว้ ยวิธใี ด (การวเิ คราะห์) 3.3 เมื่อเรียนแล้ว นักเรียนจะทาอะไรได้ (ระบุวิธีการแยกสารที่นาไปใช้ ประโยชน์ในชีวติ ประจาวัน) 4. นกั เรยี นบันทึกจุดประสงค์ลงในแบบบันทึกกิจกรรม หนา้ 54 5. นักเรียนอ่านทาอย่างไร โดยครูใช้วิธีฝึกทักษะการอ่านที่เหมาะสมกับ ความสามารถของนักเรียน จากนั้นครูตรวจสอบความเข้าใจเก่ียวกับ วิธีการทากิจกรรม จนนักเรียนเข้าใจลาดับการทากิจกรรม โดยใช้คาถาม ว่านักเรียนต้องทาอะไรบ้าง (อ่านบทความ เร่ืองการทาน้าตาลปึก และร่วมกันอภิปรายว่ามีการแยกสารในข้ันตอนใดบ้าง มีวิธีการแยกสาร อย่างไร พร้อมทั้งบอกสารที่แยกออกจากกันเป็นสารอะไรและมีลักษณะ อย่างไร) 6. เม่ือนักเรียนเข้าใจวิธีการทากิจกรรมในทาอย่างไรแล้ว ให้นักเรียนเร่ิม ปฏิบตั ติ ามข้นั ตอนการทากจิ กรรม 7. หลังจากทากิจกรรมแล้ว นักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทากิจกรรม ตามแนวคาถามดงั นี้ สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 141
คู่มือครูรายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หน่วยที่ 2 การแยกสารเน้อื ผสม 7.1 จากบทความ น้าตาลมะพร้าวที่รวบรวมจากกระบอกน้าตาลเป็น ถ้านักเรียนไม่สามารถตอบ สารเน้ือเดียวหรือสารเนื้อผสม เพราะเหตุใด (สารเน้ือผสมเพราะมี คาถามหรืออภิปรายได้ตามแนว เศษฝุ่นหรือแมลงปนอยู่ในน้าตาลมะพร้าว) คาตอบ ครูควรให้เวลานักเรียน คิดอย่างเหมาะสม รอคอยอย่าง 7.2 การทาน้าตาลปึกมีข้ันตอนใดบ้างท่ีต้องใช้วิธีการแยกสารและเรียก อดทน และรับฟังแนวความคิด วิธีน้ันว่าอะไร (1. เก็บมดและแมลงออกจากจั่นมะพร้าวเป็นวิธีการ ของนักเรยี น หยิบออก 2. ใช้ผ้าขาวบางกรองเศษฝุ่นและแมลงออกจากน้าตาล มะพร้าว เป็นวิธีการกรอง 3. ตักเอาฟองออกจากน้าตาลมะพร้าว ถา้ ครพู บว่านักเรียนยังมีแนวคิด เป็นวิธีการตักออก) โดยครูอธิบายเพิ่มเติมว่าการตักออกก็คือการ ค ล า ด เ ค ลื่ อ น เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ใ ช้ หยิบออก โดยการหยิบออกจะใช้มือ แต่การตักออกจะใช้อุปกรณ์ ประโยชนจ์ ากการแยกสารเน้ือผสม อืน่ ช่วย เช่น ช้อนหรอื กระบวย ให้ครูดาเนินการโดยให้นักเรียน ร่วมกันอภิปรายจนกระท่ังนักเรียน 7.3 ถ้าไม่มีการแยกเอาเศษฝุ่นหรือแมลงออก นักเรียนคิดว่าน้าตาลปึก มีแนวคดิ ท่ีถูกตอ้ ง ที่ได้จะมีลักษณะอย่างไร (น้าตาลปึกจะไม่สะอาด มีเศษฝุ่น และ แมลงปนอยใู่ นนา้ ตาลปึกทาให้ไมน่ า่ รับประทาน) 7.4 การแยกสารมีประโยชน์อย่างไรในการทาน้าตาลปึก (ชว่ ยแยกสารท่ี ไม่ต้องการออกจากน้าตาลมะพร้าว ทาให้ได้น้าตาลปึกท่ี น่ารบั ประทานและปลอดภัยต่อการบรโิ ภค) 8. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนตอบหรือซักถามในส่ิงที่อยากรู้เพ่ิมเติมเก่ียวกับ การใช้ประโยชน์จากการแยกสาร จากน้ันร่วมกันอภิปรายและลงข้อสรปุ วา่ วิธกี ารแยกสารเน้ือผสมมปี ระโยชน์ในชีวิตประจาวัน (S13) 9. นักเรียนตอบคาถามในฉันรู้อะไร โดยครูอาจใช้คาถามเพิ่มเติมในการ อภิปรายเพ่ือให้ไดแ้ นวคาตอบทถี่ ูกต้อง 10. นักเรยี นอ่านสิง่ ทไ่ี ด้เรยี นรู้ และเปรียบเทียบกบั ขอ้ สรุปของตนเอง 11. ครูกระตุ้นให้นักเรียนฝึกตั้งคาถามเกี่ยวกับเรื่องที่สงสัยหรืออยากรู้ เพิ่มเติมในอยากรู้อีกว่า จากน้ันครูอาจสุ่มนักเรียน 2-3 คน นาเสนอ คาถามของตนเองหน้าช้ันเรียน จากน้ันนักเรียนร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับ คาถามทีน่ าเสนอ 12.ครูนาอภิปรายเพ่ือให้นักเรียนทบทวนว่าได้ฝึกทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์และทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 อะไรบา้ งและในข้นั ตอนใด 142 สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คูม่ อื ครูรายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเน้ือผสม 13.นักเรียนร่วมกันอ่านเกร็ดน่ารู้ และรู้อะไรในเรื่องน้ี ในหนังสือเรียน หน้า 57-59 ครูนาอภิปรายเพ่ือนาไปสู่ข้อสรุปเกี่ยวกับส่ิงท่ีได้เรียนรู้ใน เร่ืองน้ี จากน้ันครูกระตุ้นให้นักเรียนตอบคาถามในช่วงท้ายของเน้ือเร่ือง ว่า หินประเภทใดมีกระบวนการเกิดเช่นเดียวกับการแยกสารเน้ือผสม โดยใหน้ กั เรยี นร่วมกันอภิปรายแนวทางการตอบคาถาม ซง่ึ ครคู วรเน้นให้ นักเรยี นตอบคาถามพร้อมอธบิ ายเหตุผลประกอบและชักชวนให้นักเรียน ไปหาคาตอบรว่ มกันจากการเรยี นเรอื่ งตอ่ ไป สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 143
คมู่ อื ครูรายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1 | หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเนอ้ื ผสม แนวคาตอบในแบบบนั ทึกกิจกรรม วิเคราะห์และระบุวิธกี ารแยกสารเน้อื ผสมท่ีนาไปใชป้ ระโยชนใ์ น ชวี ติ ประจาวนั เกบ็ มดและแมลงออก การหยบิ ออก มดและแมลง จากจ่นั มะพร้าว กับจ่นั มะพร้าว 144 สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คูม่ อื ครรู ายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเนอ้ื ผสม ใชผ้ า้ ขาวบางกรองเศษฝุ่น การกรอง เศษฝนุ่ และแมลง และแมลงออกจากน้าตาล กบั นา้ ตาลมะพรา้ ว มะพรา้ ว ขณะเคย่ี วน้าตาลจะเกิด การตักออก ฟองกบั น้าตาลมะพร้าว ฟองที่ผวิ หนา้ ของน้าตาล (การหยบิ ออก) ใหต้ ักฟองออก สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 145
คู่มอื ครรู ายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หน่วยที่ 2 การแยกสารเน้อื ผสม การหยบิ ออก เพราะต้องการแยกแมลงต่าง ๆ ออกจากจั่นมะพร้าว การกรอง เพราะต้องการแยกเอานา้ ตาลมะพรา้ วซง่ึ เปน็ ของเหลวออกจาก เศษฝนุ่ และแมลงซ่ึงเป็นของแข็ง การตักออก เพราะต้องการแยกเอาฟองซึ่งมคี ราบสกปรกของน้าตาลซ่ึงเปน็ ของแข็งติดมากับฟองออกจากน้าตาลมะพรา้ วซึ่งเปน็ ของเหลว น้าตาลปกึ จะมเี ศษฝนุ่ และแมลงตา่ ง ๆ ปนอยู่ในก้อนนา้ ตาลดว้ ย การทาน้าตาลปกึ ต้องใชว้ ธิ กี ารแยกสารหลายวิธีเพือ่ ใหผ้ ลติ ภัณฑท์ ีไ่ ดม้ ีคุณภาพ ได้แก่ การหยิบออกเป็นการแยกแมลงออกจากจนั่ ทาให้ไมม่ แี มลงตกลงไปในกระบอก ตาล การกรองเปน็ การแยกเศษฝุ่นและแมลงออกจากน้าตาล การตักออกเปน็ การแยก เอาคราบสกปรกท่ีปะปนอยูใ่ นน้าตาลออกไป ข้ันตอนวธิ กี ารต่าง ๆ น้ีช่วยทาให้ นา้ ตาลปกึ ที่ไดส้ ะอาดและมคี ุณภาพดี วิธกี ารแยกสารเนื้อผสมสามารถนาไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจาวนั ได้ 146 สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คมู่ ือครรู ายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หน่วยที่ 2 การแยกสารเนอื้ ผสม คาถามของนกั เรียนที่ต้ังตามความอยากรู้ของตนเอง สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 147
คมู่ ือครรู ายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเนื้อผสม แนวการประเมินการเรียนรู้ การประเมนิ การเรยี นรขู้ องนักเรยี นทาได้ ดังน้ี 1. ประเมินความรเู้ ดิมจากการอภิปรายในช้ันเรียน 2. ประเมนิ การเรียนรจู้ ากคาตอบของนกั เรียนระหวา่ งการจดั การเรียนรแู้ ละจากแบบบันทึกกิจกรรม 3. ประเมินทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21 จากการทากิจกรรมของนักเรยี น การประเมนิ จากการทากจิ กรรมท่ี 1.4 ใช้ประโยชน์จากการแยกสารเนื้อผสม อยา่ งง่ายไดอ้ ยา่ งไร รหัส สิ่งที่ประเมนิ ระดบั ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คะแนน S8 การลงความเห็นจากข้อมลู S13 การตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรปุ ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 C2 การคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ C4 การสอื่ สาร C5 คคว่าาไมฟรฟ่วมา้ มือ รวมคะแนน 148 สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ค่มู ือครรู ายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเนอ้ื ผสม ตาราง รายการประเมนิ และเกณฑ์การประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทกั ษะ เกณฑ์การประเมนิ กระบวนการทาง รายการประเมนิ ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรงุ (1) วทิ ยาศาสตร์ S8 การลง การลงความเห็นจาก สามารถนาข้อมูลท่ี สามารถนาข้อมูลท่ี สามารถนาข้อมูลท่ี ความเหน็ จาก ขอ้ มลู วธิ ีการแยกสาร วิเคราะห์ได้มาลง วเิ คราะห์ได้มาลง วิเคราะห์ได้มาลง ข้อมูล ในบทความ ความเห็นเก่ยี วกบั วธิ ีการ ความเหน็ เกยี่ วกบั ความเหน็ เกี่ยวกบั แยกสารได้ถูกต้องดว้ ย วธิ ีการแยกสารได้ วิธกี ารแยกสารได้ ตนเอง ถกู ต้องจากการชแี้ นะ ถูกต้องบางส่วนโดยได้ ของครหู รือผอู้ นื่ รับคาชแ้ี นะจากครูหรือ ผอู้ น่ื S13 การ การตีความหมายข้อมลู สามารถตคี วามหมาย สามารถตคี วามหมาย สามารถตีความหมาย ตีความหมาย ข้อมลู จากการอ่าน ขอ้ มูลจากการอา่ น ข้อมูลและลง จากการอา่ นบทความ ข้อมลู จากการอ่าน บทความและลง บทความและลงข้อสรปุ ข้อสรปุ ขอ้ สรุปได้ถูกต้องจาก ไดถ้ ูกต้องแต่ไม่ และลงข้อสรปุ ไดว้ า่ บทความและลงข้อสรุป การช้แี นะของครูและ ครบถ้วนแม้ว่าจะไดร้ บั ผ้อู น่ื ว่าวิธีการแยกสาร การชแ้ี นะจากครหู รือ วิธกี ารแยกสารเน้อื ไดถ้ ูกตอ้ งดว้ ยตนเองวา่ เนอื้ ผสมสามารถ ผ้อู นื่ ว่าวธิ ีการแยกสาร นาไปใช้ประโยชน์ใน เนอื้ ผสมสามารถ ผสมสามารถนาไปใช้ วธิ ีการแยกสารเนื้อผสม ชวี ติ ประจาวันได้ นาไปใช้ประโยชนใ์ น ชวี ติ ประจาวันได้ ประโยชนใ์ น สามารถนาไปใช้ ชีวติ ประจาวันได้ ประโยชนใ์ น ชีวิตประจาวันได้ สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 149
คมู่ อื ครรู ายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1 | หน่วยท่ี 2 การแยกสารเนอ้ื ผสม ตาราง รายการประเมนิ และเกณฑ์การประเมนิ ทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ทกั ษะแห่ง รายการประเมนิ เกณฑก์ ารประเมิน ศตวรรษท่ี 21 C2 การคิดอยา่ งมี ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรบั ปรุง (1) วจิ ารณญาณ การวิเคราะห์ขอ้ มูล สามารถวิเคราะหข์ ้อมูล สามารถวิเคราะห์ข้อมูล สามารถวิเคราะหข์ ้อมูล C4 การสือ่ สาร จากบทความและ จากบทความและบอก จากบทความและบอก จากบทความและบอก C5 ความรว่ มมือ บอกประโยชน์ของ ประโยชน์ของวิธีการ ประโยชนข์ องวธิ กี ารแยก ประโยชน์ของวธิ กี าร วธิ ีการแยกสารเพ่ือ แยกสารเพ่ือนาไปใช้ใน สารเพื่อนาไปใช้ใน แยกสารเพื่อนาไปใช้ใน นาไปใช้ใน ชีวิตประจาวนั ไดด้ ้วย ชวี ติ ประจาวนั ไดถ้ ูกต้อง ชีวติ ประจาวันไดบ้ ้าง ชีวติ ประจาวนั ตนเอง จากการชี้แนะจากครหู รอื แมว้ า่ จะได้รับการช้ีแนะ ผู้อน่ื จากครหู รือผู้อน่ื การนาเสนอผลการ สามารถนาเสนอผลการ สามารถนาเสนอผลการ สามารถนาเสนอผลการ วิเคราะห์โดยการ วเิ คราะหว์ ิธีการแยกสาร วิเคราะห์วิธีการแยกสาร วิเคราะห์วิธีการแยกสาร บรรยาย โ ด ย ก า ร บ ร ร ย า ย ไ ด้ โดยการบรรยายไดถ้ ูกต้อง โดยการบรรยายได้เพียง ถูกตอ้ งด้วยตนเอง จากการชี้แนะของครูหรือ บางส่วน แม้ว่าจะได้รับ ผู้อืน่ การชี้แนะจากครูหรือ ผูอ้ ่ืน ทางานร่วมกับผู้อื่น สามารถทางานร่วมกับ สามารถทางานร่วมกับ สามารถทางานร่วมกับ ใ น ก า ร อ ภิ ป ร า ย ผู้อ่ืนในการอภิปราย ผู้ อื่ น ใ น ก า ร อ ภิ ป ร า ย ผู้อ่ืนในการอภิปราย รวมท้ังยอมรับความ รวมทั้งยอมรับคว าม ร ว ม ท้ั ง ย อ ม รั บ ค ว า ม รวมทั้งยอมรับคว าม คิดเหน็ ของผอู้ ื่น คิดเห็นของผู้อ่ืนตั้งแต่ คิดเห็นของผู้อ่ืนในบาง คิดเห็นของผู้อ่ืนบ าง เร่ิมตน้ จนสาเร็จ ชว่ งเวลาท่ีทากิจกรรม ช่วงเวลาที่ทากิจกรรม ทั้ ง นี้ ต้ อ ง อ า ศั ย ก า ร กระตุ้นจากครหู รอื ผ้อู ่นื 150 สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ค่มู ือครรู ายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1 | หน่วยที่ 2 การแยกสารเนอ้ื ผม กจิ กรรมทา้ ยบทที่ 1 การแยกสารเนื้อผสมอยา่ งงา่ ย (1 ชว่ั โมง) 1. ครูให้นักเรียนวาดรูปหรือเขียนสรุปส่ิงท่ีได้เรียนรู้จากบทนี้ ในแบบบันทึก กิจกรรม หนา้ 58 2. นักเรียนตรวจสอบการสรุปสิ่งท่ีได้เรียนรู้ของตนเองโดยเปรียบเทียบกับ ผังมโนทัศน์ในหัวข้อ รอู้ ะไรในบทนี้ ในหนงั สือเรยี น หนา้ 58 3. ครูให้นักเรียนดภู าพเสมือนจริงสามมิติ (AR) เกี่ยวกับการร่อนและการกรอง โดยใช้แอฟลิเคชันสาหรับการสังเกตภาพเสมือนจริงสามมิติ (AR) เร่ือง การร่อน หน้า 58 และการกรอง หน้า 59 เป็นสอื่ ประกอบเพม่ิ เติม 4. นักเรียนกลับไปตรวจสอบคาตอบของตนเองในสารวจความรู้ก่อนเรียน ในแบบบันทึกกิจกรรม หน้า 36-37 อีกคร้ัง ถ้าคาตอบของนักเรียน ไมถ่ กู ต้องให้ขีดเส้นทบั ข้อความเหลา่ นนั้ แลว้ แก้ไขให้ถูกต้อง หรืออาจแก้ไข คาตอบดว้ ยปากกาทมี่ ีสีต่างจากเดมิ นอกจากนี้ครอู าจนาคาถามในรูปนาบท ในหนังสอื เรียน หนา้ 2 มารว่ มกนั อภิปรายคาตอบอกี ครั้ง ดังน้ี 4.1 การแยกสารเนื้อผสมอย่างง่ายมีวิธีใดบ้าง (การหยิบออก การร่อน การกรอง การตกตะกอน การใช้แม่เหล็กดึงดดู ) 4.2 การแยกสารเนื้อผสมอย่างง่ายมีประโยชน์ต่อชีวิตประจาวันอย่างไร (สามารถแยกเอาสารท่ีต้องการนามาใช้ประโยชน์ออกจากสารอื่น ๆ ที่ไม่ต้องการได้ เช่น การกรองกระทิออกจากกากมะพร้าว การฝัด เปลือกขา้ วออกจากเมล็ดข้าวสาร) 5. นักเรียนทาแบบฝึกหัดท้ายบทที่ 1 การแยกสารเนื้อผสมอย่างง่าย ใน แบบบันทึกกิจกรรม หน้า 59-61 จากนั้นนาเสนอคาตอบหน้าชั้นเรียน ถ้าคาตอบยังไม่ถูกต้องครูควรนาอภิปรายหรือให้สถานการณ์เพิ่มเติมเพ่ือ แก้ไขแนวคิดคลาดเคลื่อนให้ถกู ต้อง 6. นักเรียนร่วมกันทากิจกรรมร่วมคิด ร่วมทา โดยให้สารวจว่าในชุมชนมี กจิ กรรมใดบ้างที่ตอ้ งใช้การแยกสาร จากนน้ั นาเสนอรายการกิจกรรมท่ีต้อง ใช้การแยกสารในรปู แบบโปสเตอร์ สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 151
คู่มอื ครรู ายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หนว่ ยท่ี 2 การแยกสารเน้อื ผสม 7. นักเรียนอ่านและอภิปรายเน้ือเรื่องในหัวข้อวิทย์ใกล้ตัว ในหนังสือเรียน หน้า 63 โดยครูกระตุ้นให้นักเรียนเห็นความสาคัญของความรู้จากสิ่งท่ีได้ เรียนรู้ในหน่วยน้ี ว่าสามารถนาไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวันได้อย่างไร บ้าง เช่น การกรองน้าท่ีไม่สะอาดโดยใช้ขวดกรองน้าและหลอดกรองโดย กรองสิง่ เจอื ปนออกจากนา้ ทาให้นา้ สะอาดนามาดื่มได้ 8. นักเรียนร่วมกันตอบคาถามสาคัญประจาหน่วยอีกคร้ัง ดังน้ี การแยกสาร เนือ้ ผสมมวี ิธกี ารและประโยชน์อยา่ งไร (การแยกสารเนื้อผสมสามารถทาได้ โดยวิธีการหยิบออก การร่อน การฝัด การกรอง การตกตะกอน การใช้ แม่เหล็กดึงดูด ซึ่งวิธีการเหล่าน้ีนามาใช้ประโยชน์ในการแยกสารที่ ปะปนกันออกจากกันเพื่อนาสารที่ตอ้ งการไปใช้ประโยชน)์ ถ้าคาตอบยังไม่ถูกต้อง ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพ่ือให้ได้คาตอบ ทถ่ี กู ต้อง 152 สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คมู่ อื ครรู ายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1 | หนว่ ยท่ี 2 การแยกสารเนื้อผม สรุปผลการเรยี นรขู้ องตนเอง รูปหรอื ขอ้ ความสรุปส่ิงทีไ่ ด้เรียนรจู้ ากบทน้ตี ามความเขา้ ใจของนกั เรยี น สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 153
ค่มู อื ครรู ายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1 | หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเนื้อผสม แนวคาตอบในแบบฝกึ หดั ท้ายบท ดนิ สอพองกับน้า การกรอง เศษเหล็กกบั ขยะ การใชแ้ ม่เหลก็ ดึงดดู ตะปูเหล็กกับกรวด การใชแ้ ม่เหลก็ ดงึ ดดู หรือการหยิบออก เปลอื กถั่วลสิ งกบั การหยบิ ออก เมล็ดถัว่ ลิสง หรือการฝัด กากถั่วเหลืองกับ การกรอง นา้ นมถว่ั เหลือง 154 สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คูม่ อื ครรู ายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1 | หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเน้อื ผสม พจิ ารณาจากลกั ษณะ สมบัติของสารทผี่ สมกันอยู่ นอกจากน้ียงั อาจพจิ ารณาจากความสะดวก ปริมาณสารทตี่ อ้ งการ สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 155
คู่มอื ครูรายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หน่วยท่ี 2 การแยกสารเนอื้ ผสม การกรองในขั้นตอนการใชต้ ะแกรงคัด ของแข็งกบั ของเหลว การตกตะกอนในขนั้ ตอนการ ของแข็งกบั ของเหลว ตกตะกอนในถังตกตะกอน ของแข็งกับของเหลว การกรองตะกอนในบ่อกรอง 156 สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คมู่ อื ครูรายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หน่วยที่ 2 การแยกสารเนอื้ ผสม ความรูเ้ พม่ิ เติมสาหรบั ครู เร่อื ง กระบวนการบาบัดน้าเสียจากชุมชน ข้ันตอนการบาบดั น้าเสยี จากชมุ ชนมดี ังนี้ น้าเสียจากชุมชนจะมีส่ิงต่าง ๆ ปนอยู่ในน้า ได้แก่ เศษขยะ กรวด ทราย เป็นต้น น้าเสียจะถูก รวบรวมไหลตามท่อผ่านตะแกรง เศษขยะที่มีขนาดใหญ่กว่ารูตะแกรงจะถูกแยกออก น้าเสียที่มี ทรายปนจะส่งมายังบ่อดักกรวดทรายเพื่อคัดแยกกรวดทรายออก และจะถูกส่งต่อไปยังบ่อเติม อากาศเพ่ือเล้ียงจุลินทรีย์ให้ย่อยสลายสิ่งสกปรกในน้า จากน้ันน้าเสียจะไหลเข้าสู่บ่อตกตะกอน เพือ่ แยกตะกอนออกจากนา้ น้าจะไหลผ่านบอ่ กรอง ของแขง็ ที่ปนมากับน้าจะถกู แยกออกด้วยวัสดุ กรองทีม่ ีรขู นาดเลก็ ตอ่ จากน้นั เติมสารเคมีเพื่อฆา่ เชอ้ื โรคในนา้ ท่ีกรองได้ กอ่ นท่จี ะปลอ่ ยนา้ ให้ไหล ไปยงั ถงั นา้ ใสกอ่ นปล่อยสแู่ หล่งนา้ สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 157
หนว่ ยท่ี 3 หนิ และซากดกึ ดาบรรพ์คูม่ ือครรู ายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1 | หน่วยท่ี 3 หนิ และซากดึกดาบรรพ์ ภาพรวมการจดั การเรยี นรู้ประจาหน่วยที่ 3 หินและซากดึกดาบรรพ์ บท เรอ่ื ง กิจกรรม ลาดับแนวคิดต่อเนือ่ ง ตวั ช้วี ัด บทที่ 1 หิน เรอ่ื งที่ 1 กระบวนการ กิจกรรมท่ี 1.1 หนิ เป็นวสั ดุแขง็ เกดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาติ ว 3.2 ป.6/1 วัฏจักรหิน และ เกดิ หิน วฏั จกั รหิน และ องคป์ ระกอบของ สว่ นใหญป่ ระกอบดว้ ยแร่ตงั้ แต่ 1 ชนิดขนึ้ ไป เปรียบเทยี บกระบวนการ ซากดกึ ดาบรรพ์ การนาหนิ และแรไ่ ปใช้ หินมีอะไรบา้ ง เกิดหินอคั นี หินตะกอน ประโยชน์ และหินแปร และ กจิ กรรมที่ 1.2 นกั วิทยาศาสตร์สามารถจาแนกหนิ ตาม อธิบายวัฏจักรหินจาก กระบวนการเกดิ กระบวนการเกิดได้เปน็ 3 ประเภท ได้แก่ แบบจาลอง หินและวฏั จกั รหิน หินอคั นี หินตะกอน และหนิ แปร เปน็ อยา่ งไร หนิ อคั นเี กิดจากการเย็นตวั และตกผลึกของ แมกมาใตผ้ วิ โลก และเกดิ จากการเยน็ ตวั และ ตกผลึกของลาวาบนผิวโลก หรือเกดิ จากการ เย็นตัวและแข็งตวั ของลาวาบนผวิ โลก เนอื้ หินอคั นมี ีลกั ษณะเปน็ ผลกึ มที ง้ั ผลกึ ขนาดใหญ่และขนาดเลก็ บางชนดิ อาจเป็น เน้อื แก้ว และอาจมรี ูพรนุ หินตะกอนเกิดจากการสะสมตวั ของตะกอน และการเชื่อมประสานตะกอนในแอง่ สะสม ตะกอน และเกิดจากการตกผลกึ หรือ ตกตะกอนของสารบางชนิด หนิ ตะกอนทเี่ กดิ จากการสะสมตัวของตะกอนท่ผี ุพงั และถูก พดั พามาจากเศษหินเดมิ เน้ือหนิ สว่ นใหญ่มี ลักษณะเป็นเมด็ ตะกอน มที ้ังเนือ้ หยาบและ ละเอยี ด สว่ นหินตะกอนที่เกิดจากการ ตกผลึกหรอื ตกตะกอน เน้อื หินจะเป็นเนือ้ ผลึก หนิ ตะกอนบางชนิดมีลักษณะเป็นชั้น ๆ บางครั้งในอดตี จึงเรยี กหินตะกอนว่า หนิ ช้นั หนิ แปรเกิดจากการแปรสภาพของหินเดมิ ซึ่ง อาจเป็นหนิ อคั นี หนิ ตะกอนหรอื หนิ แปร โดย การกระทาของความร้อน ความดนั และ ปฏิกริ ยิ าเคมที ี่เกดิ ข้ึนบริเวณใต้ผิวโลก ทาให้ 158 สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คมู่ ือครรู ายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1 | หนว่ ยท่ี 3 หินและซากดึกดาบรรพ์ บท เร่ือง กจิ กรรม ลาดับแนวคิดตอ่ เนือ่ ง ตวั ช้ีวัด หนิ แปรบางชนิดมผี ลกึ แรเ่ รยี งตัวขนานกนั เป็นแถบ บางชนิดเนอ้ื หินจะมรี อยแยกเป็น แผน่ ๆ ซงึ่ รอยแยกน้ีอาจแซะหรือกะเทาะ ออกเปน็ แผน่ ใหญ่ ๆ ได้ บางชนิดเปน็ เน้ือ ผลึกทม่ี คี วามแขง็ มาก หนิ ทุกประเภท ไดแ้ ก่ หินอคั นี หนิ ตะกอน และหนิ แปร มีการเปลี่ยนแปลงจากหนิ ประเภทหนงึ่ ไปเป็นหินอีกประเภทหนึ่งและ เปลย่ี นแปลงกลับไปเป็นหนิ ประเภทเดิมได้ โดยมีกระบวนการเปลยี่ นแปลงคงทเี่ ป็น แบบรูปและต่อเน่ืองเปน็ วฏั จักรหนิ กจิ กรรมที่ 1.3 หิน หินและแรแ่ ตล่ ะชนิดมลี ักษณะและสมบตั ิ ป.6/2 บรรยายและ และแรม่ ีประโยชน์ แตกต่างกัน มนษุ ยจ์ ึงใช้ประโยชน์ในการทา ยกตัวอยา่ งการใช้ อยา่ งไรบา้ ง สง่ิ ตา่ ง ๆ ไดแ้ ตกตา่ งกนั สิง่ ของเครอื่ งใชท้ อี่ ยู่ ประโยชนข์ องหนิ และแรใ่ น รอบตัวเราสว่ นใหญผ่ ลติ มาจากหนิ และแร่ ชีวติ ประจาวนั จากขอ้ มลู ท่ี หรอื มสี ว่ นผสมของหนิ และแร่ รวบรวมได้ เรือ่ งที่ 2 การเกิด กจิ กรรมท่ี 2.1 ซากดกึ ดาบรรพ์เกดิ จากโครงร่างหรอื ร่องรอย ป.6/3 สร้างแบบจาลองท่ี ซากดกึ ดาบรรพแ์ ละ ซากดึกดาบรรพ์ ของส่ิงมชี วี ิตในอดีต โดยมปี จั จยั ตา่ ง ๆ ตาม อธบิ ายการเกดิ การนาไปใชป้ ระโยชน์ เกดิ ขึ้นไดอ้ ยา่ งไร ธรรมชาติทาใหโ้ ครงรา่ งหรือร่องรอยของ ซากดกึ ดาบรรพแ์ ละ สง่ิ มชี ีวติ ในอดตี กลายเปน็ ซากดกึ ดาบรรพ์ คาดคะเนสภาพแวดลอ้ มใน ซากดึกดาบรรพส์ ว่ นใหญพ่ บในหนิ ตะกอน อดตี ของซากดกึ ดาบรรพ์ หรืออาจพบอย่ใู นวสั ดอุ นื่ ๆ ตามธรรมชาติ ซากดกึ ดาบรรพท์ ี่พบในหินตะกอนสว่ นใหญ่ เกิดขนึ้ พร้อม ๆ กบั การเกดิ หินตะกอน กิจกรรมที่ 2.2 ซากดึกดาบรรพม์ ปี ระโยชน์หลายอย่าง ทง้ั ใช้ ซากดึกดาบรรพ์มี ศกึ ษาการลาดับชั้นหนิ ระบุอายขุ องหนิ ประโยชน์อยา่ งไร เปรยี บเทยี บอายชุ ้นั หนิ ใช้ศึกษา สภาพแวดลอ้ มในอดีตของพืน้ ท่ี และใชศ้ กึ ษา วิวฒั นาการของสงิ่ มชี วี ติ ร่วมคดิ รว่ มทา สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 159
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348