351
353 บทที่ ๑๐ เทศนาธรรมสงเคราะหโ์ ลก “...การฟงั เทศนอ์ บรมจติ ใจ ใหต้ งั้ ไวท้ จ่ี ติ ของเรานี้ เรยี กวา่ สตเิ ฝา้ บา้ น จิตน่นั แหละเปน็ บ้าน เวลาท่านเทศน์ไปจะเห็นผลประจักษ์ ดงั ท่านแสดง ไว้ในธรรมว่า การฟงั เทศนม์ ีอานสิ งสถ์ ึง ๕ อยา่ ง ขอ้ ที่ ๑. ผฟู้ งั จะไดย้ นิ ไดฟ้ งั ส่ิงที่ยังไมเ่ คยไดย้ นิ ไดฟ้ ัง ข้อท่ี ๒. ส่ิงใดที่เคยได้ยินได้ฟังแล้วแต่ยังไม่เข้าใจชัด จะเข้าใจ แจ่มแจ้งชดั ข้ึน ขอ้ ท่ี ๓. จะบรรเทาความสงสยั เสยี ได้ ขอ้ ท่ี ๔. จะทำความเห็นใหถ้ กู ต้องได้ ขอ้ ที่ ๕. เป็นข้อสำคญั จติ ผูฟ้ งั ย่อมสงบผ่องใส นเ่ี กิดขน้ึ จากขณะฟังเทศน์ จิตเมื่อไม่ส่งออกข้างนอกย่อมสงบ เมื่อสงบย่อม ผ่องใสนี่เป็นคุณสมบัติประจำผู้ที่ฟังเทศน์ด้วยความต้ังใจจริงๆ ผลจะ ปรากฏอยา่ งน้นั จิตสงบผอ่ งใสน่ีสำคญั ถา้ สงบแล้วก็ผ่องใส…” เทศนาอบรมพระ “…ผมสอนจรงิ ๆ สอนหมสู่ อนเพือ่ น ขอให้เหน็ ใจ รบั ไวแ้ ต่ละองค์ๆ นี้ ผมรับไว้จริงๆ ด้วยเหตุด้วยผล สอนเต็มเม็ดเต็มหน่วย เต็มภูมิความ สามารถท่ีจะส่ังสอนได้ การดูหมู่เพ่ือนภายในวัดนี้ซึ่งเป็นเสมือนอวัยวะ ของผม ผมดูอย่างละเอียดถี่ถ้วนทุกอย่างเต็มสติกำลังความสามารถ ของผม ทอ่ี ืน่ ๆ ผมไม่ได้สนใจ
354 ผมเคยพูดเสมอ พอออกนอกวัดไปแลว้ ใส่แวน่ ตาดำไปเลย ไม่สนใจ เพราะไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบ เราไม่ใช่ผู้ที่จะให้โอวาทส่ังสอนใครๆ น่ีเปน็ เร่ืองของเขา สมบัตขิ องใครของเรา แตน่ ีห้ มูเ่ พื่อนนอ้ มกายวาจาใจ เข้ามาเพื่อให้เราเป็นภาระ อาจริโย เม ภันเต โหหิ, อายัสมโตนิสสาย วสั ฉามิ นีก่ ็รบั ดว้ ย โอปายิกงั , ปฏิรปู ัง, ปาสาทิเกน สัมปาเทหิ... ท่านถึงได้ว่า พ่ึงตัวเองยังไม่ได้ต้องอาศัยครูบาอาจารย์เป็นที่พ่ึง ไปก่อน ๕ พรรษาน้ันท่านพูดไว้พอประมาณ ถ้า ๕ พรรษาล่วงแล้วยัง เป็นไปไม่ได้ก็ต้องอยู่เพื่อศึกษาอบรมกับท่านผู้ดีกว่าตนต่อไป คิดดูซิพระ ๖๐ พรรษาท่ียังไมม่ หี ลักเกณฑ์กย็ ังตอ้ งมาขอนสิ ัยจากผู้ ๑๐ พรรษา แต่มี หลักจิตหลักธรรมวินัย ท่านบอกไว้แล้วในพระวินัยเพราะมันไม่สำคัญอยู่ กับพรรษา แต่สำคญั ท่คี วามทรงตวั ไดห้ รอื ไม่ได้ สำคญั ตรงน้ีตา่ งหาก…” หยดุ เทศน์ยาวด้วยโรคหัวใจ “...ระยะ ๒๕๐๔-๒๕๐๕ เทศน์กรรมฐานล้วนๆ พวกพระจะได้ฟัง เทศน์เรา กัณฑ์มีต้ังแต่น้ันละ ฟังไม่มีใครมายุ่ง มีแต่เทศน์สอนพระร้อย เปอรเ์ ซน็ ต์พุ่งๆ เทศนแ์ ต่สมาธิปญั ญาอย่างเดยี วมันคล่องตัวพุ่ง จากนั้นมาปี ๒๕๐๖ ทรุดใหญ่ โรคหัวใจกำเริบ จากน้ันมาเร่ืองก็ไม่ เป็นท่า ตะเกยี กตะกายเทศน์ หยุดมา ๓ หรือ ๔ ปีไม่เทศนเ์ ลย แม้แต่ แขกก็รบั ไม่ไดน้ ่ะ อยา่ วา่ แต่ไมเ่ ทศนเ์ ลยรับแขกกร็ บั ไม่ได้ เริ่มเป็นวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๐๖ เป็นตอนกำลังเทศน์ในงานเผาศพ ทา่ นอาจารย์กงมา จิรปญุ โญ เจ้าอาวาสวัดดอยธรรมเจดยี ์ วนั นนั้ คนเป็น หม่ืนๆ พระเป็นพันๆ คือตามธรรมดาๆ เทศน์ธรรมดาๆ มันก็ไม่เร็วน่ะ
355 เป็นธรรมดาไป ถ้าเทศน์ท่ัวๆ ไปนี้มันก็เป็นธรรมดาท่ัวๆ ไป ไม่ค่อยเร่ง ไม่คอ่ ยเร็วล่ะ… เราก็เทศน์มุ่งไปทางพระเรามาก เพราะฉะน้ันมันถึงเผ็ดร้อนธรรมะ มันก็ผึงๆๆ เลย… พอเทศน์ถึงข้ันสมาธิ.. เรื่องสมาธิเร่ืองปัญญานี้เร็ว เริ่มต้นสมาธิก็เร่ิมเร็วแล้ว แล้วข้ันของสมาธิกี่ขั้นกี่ภูมิไปตามความ ละเอียดของสมาธิก็เร็วไปเร่ือยๆ และยิ่งเข้าขั้นปัญญาและปัญญา อัตโนมัติด้วยแลว้ ยง่ิ ไปใหญเ่ ลย หมนุ ต้วิ ๆ เวลามนั เป็นอย่างนัน้ มนั หมนุ สิ นี่เราไมเ่ คยเปน็ มันอะไรพูดไม่ถูกนะ เหมือนกบั เราจะสลบบนธรรมมาสน์ ก๊ึกเดียวเลย ก๊กึ เดยี วเท่านนั้ โห เราก็ไมเ่ คยเปน็ หยดุ ก๊กึ เลยเชียว ‘ทำไมเปน็ อย่างน้’ี แตส่ ติรตู้ ลอดเวลาจนกระท่ังรสู้ กึ รู้สึกชัดเจนว่า ‘ออ๋ ! นแ่ี หละทเี่ ขาเรยี กวา่ เป็นโรคหัวใจ เปน็ อยา่ งนี้ อยา่ งนี้เอง’ คือมันตัวสั่นหมด.. มันจะสลบในเวลานั้นเลยหยุด ถ้าธรรมดาแล้วดี ไม่ดีตาย แตน่ ี้มนั ก็ไม่เปน็ ไร จิตใจไม่มีอะไร มนั เป็นอะไรกด็ ูตามธาตขุ ันธ์ พอมันค่อยคลี่คลายออกมาๆ น้ี.. พอค่อยเบาเร่ืองภายในนี่แล้วออกมา ทางส่วนร่างกายนี้ตัวมันส่ันหมดเลย เอวังก็ไม่มี อะไรก็ไม่มี พอลงจาก ธรรมาสน์ได้ก็ลงจากธรรมาสน์เลย กราบมับๆ หนีเลย คนก็มืดแปดทิศ แปดดา้ นเลย ไมท่ ราบวา่ เราลงธรรมมาสนเ์ มอ่ื ใด เราไม่ไดเ้ กยี่ วกบั ใครนี่ ลงธรรมมาสนแ์ ลว้ ไปเลย คนจะตาย จะอยู่ได้ยังไง ตง้ั แต่บัดนน้ั มากร็ วู้ า่ ‘ออ๋ ! โรคหวั ใจมนั เปน็ อยา่ งนๆี้ รู้มาโดยลำดบั ๆ’… น่ันละเทศน์กำลังเร่งเต็มเหน่ียวๆ หยุด กึ๊กเลย โรคหัวใจมันกระตุก เอาอย่างแรง ข้ันจะสลบไสล ตั้งแต่น้ันมาไม่ได้เทศน์เลย หยุดเลย
356 ตอ้ นรบั แขกคนพดู อะไรกับใครไม่ได้ต้ังแต่ พ.ศ.๒๕๐๖-๒๕๑๒ มา เลน่ กับ แขกคนอะไรไม่ได้เลย .. จากนนั้ ปี ๒๕๑๔-๒๕๑๕ เรมิ่ พดู ไดบ้ า้ งเลก็ นอ้ ย ทง้ั พดู ทง้ั ระวงั แลว้ ปี ๒๕๑๘-๒๕๑๙ เริ่มเทศน์สอนคณุ เพาพงา (ป่วยเป็นโรคมะเร็งขอมาปฏิบตั ิ ธรรมเตรยี มตัวตายทว่ี ดั ป่าบา้ นตาด) .. เทศน์ไม่ไดม้ ากกเ็ รม่ิ เทศน์ เทศน์ไดพ้ อธรรมดาๆ เรง่ ไม่ได้ มนั กระเทอื น ตอ่ มามนั ก็กำเริบอกี ในปี ๒๕๒๘-๒๕๒๙ ก็รุนแรงเหมือนกัน หมอเขาห้าม รบั แขกจงึ หลบหนไี ปอยทู่ างพทั ยา.. ในสวนลกึ ๆ อนั นน้ั กบ็ งั คบั เลย เรยี กวา่ ไม่รบั แขกท้ังนนั้ คนมาจงั หนั มากเร่ืองมาก ทางกรุงเทพฯ ก็ไป ทางที่ไหน สามยา่ นตอนเช้าเตม็ ไปทกุ วนั ๆ น่ันแหละ แต่เรามีข้อบังคับเอาไว้ เราจะรับได้เฉพาะตอนเช้านี้ เพราะไม่ใช่ เป็นเวลาพูดเทศนาว่าการ พอขบฉันเสร็จแล้วให้เลิกไปเลย ทำอย่างน้ัน นานนะ ทีละอาทิตยก์ วา่ ๆ เกือบสองอาทติ ย์กม็ ี ไปพักสองหนสามหน ..จากนนั้ ค่อยเบามาเรอ่ื ยๆ แล้วคอ่ ยเทศนม์ า ทุกวนั น้ีเบา โรคหัวใจ แทบไม่มีถ้าธรรมดานะ แต่ธาตุขันธ์น่ีมันก็บวกกันเข้า มันก็อ่อนด้วยธาตุ ด้วยขันธ์‘เทศน์ทุกวันน้ีก็เทศน์ไปอย่างน้ัน ถ้าเทศน์รุนแรงก็ไม่ได้ มันไป กระเทือนตรงนัน้ ให้หายมันไม่หาย เปน็ แต่เพยี งมนั สงบเท่าน้ันเอง’…” ธาตขุ นั ธ์...เครอื่ งมือธรรม แต่มันก็เป็นกรรมอันหน่ึงเหมือนกัน พอจากนั้นมาแล้วเป็นโรคหัวใจ ตงั้ แต่ ๒๕๐๖ มาเลย น่ันละล้มไปเลย เทศนน์ ี้หยุดหมด จนกระทง่ั ๒๕๑๒- ๑๓ พอพดู ไดบ้ า้ งเลก็ นอ้ ย จาก ๒๕๐๖ ไปถงึ ๒๕๑๑-๑๒ นี้ไม่ไดพ้ ดู เลย
357 แม้แต่ต้อนรับแขกก็ไม่เอา หลบหลีกปลีกตัวไปหาอยู่ในป่าในรกไป ซุ่มๆ ซอ่ นๆ รบั แขกไม่ได้ พอ ๒๕๑๓-๑๔ ไปแล้ว ก็มีเทศน์ได้บ้างเล็กน้อย จนกระท่ังถึง ๒๕๒๐.. ที่ลงหนังสือเล่มธรรมชุดเตรียมพร้อมและหนังสือศาสนาอยู่ ที่ไหน...ที่ออกมาเนี่ย เทศน์สอน .. ตั้งเกือบร้อยกัณฑ์ เทศน์สอนทุกวัน ..นั่นละเร่ิมเทศนาละ ถึงไม่เข้มข้นก็ตาม ก็เรียกว่าเริ่มเทศน์ละ จากนั้น มาก็ค่อยไปเร่ือยๆ หากอยู่ในเกณฑ์ระวังโรคหัวใจน้ีอยู่ตลอด มันจึงไม่ เตม็ เมด็ เต็มหน่วย ท่จี ะเทศนเ์ ด็ดๆ เผ็ดๆ ร้อนๆ เหมือนแตก่ อ่ น โอ๋ ไม่ได้ ว่างั้นเลย จงึ ตอ้ งลดลง น่ีกเ็ รียกวา่ เปน็ กรรมอันหนงึ่ เหมอื นกัน เราพูดจริงๆ ให้สมช่ือสมนามว่าเราสอนลูกศิษย์น้ีสอนจริงๆ หรือ สอนหลอกลวงท่านทั้งหลาย เราเป็นอยู่นี้คิดดูซิหมอเขาเอามาตรวจ กลางคืน ให้เราไปค้างคืนท่ีศิริราช โถ เน่ียๆ เขาว่างั้นนะ พวกหมอเขา นัน่ แหละ เขาวา่ เนี่ยมนั ตายต้งั แต่ขนั้ นี้แล้ว นท่ี า่ นยังไปอยู่โน้น เดยี๋ วนี้ นะ่ ไปอยู่โน้น ทา่ นอยู่ไดย้ งั ไงว่างั้น พวกบา้ เราอยากว่าง้ี ‘กอ็ ยู่ไดด้ ว้ ยธรรมละซิ พวกไมม่ ธี รรมมนั เปน็ บา้ มนั ตน่ื กนั อยา่ งนนั้ ละ’ จบแล้ว...” การปกครองพระเณรวดั ปา่ บ้านตาด “...วัดป่าบ้านตาดน้ีตั้งแต่สร้างวัดมาแต่ก่อนไม่รับพระมาก.. เรา สงวนสถานที่และการภาวนาสำหรับพระ จงึ ไม่รบั พระมาก ซง่ึ แตก่ อ่ นก็มี ครูบาอาจารย์หลายองค์ ครูบาอาจารย์ท่านยังไม่ร่วงโรยไป พระก็แตก กระจัดกระจายไปอยู่ท่ีครูบาอาจารย์องค์น้ันบ้างองค์นี้บ้าง หลายองค์
358 ในวดั เรากผ็ ่อนผนั สัน้ ยาวได้ หรือจะเคร่งกว่าน้นั ก็ได้ เชน่ ในวดั เราอยา่ ง มากไม่ใหเ้ ลย ๑๘ องค์ แคน่ น้ั ๆ นะ .. เราก็ไม่เคยสนใจกับการก่อการสร้างอะไรทั้งนั้น สร้างเฉพาะท่ี จำเปน็ ทอ่ี ยกู่ ฏุ กิ เ็ ปน็ รา้ นเลก็ ๆ มาจนกระทงั่ ทกุ วนั น้ี ทำโกๆ้ ไว้ ๒-๓ หลงั น้ี อวดแขก นอกน้ันมีแต่กระตอ๊ บเรื่อยมาจนกระทั่งทกุ วนั นี ้ สำหรับวัดน้ีเราให้เป็นวัดภาวนาล้วนๆ คงเส้นคงวาหนาแน่นด้วย ข้อวัตรปฏิบัติหลักธรรมวินัย มิให้เคล่ือนคลาด พระจะมากน้อยปฏิบัติ เป็นแบบเดยี วกันหมด คลาดเคลอ่ื นไม่ได้ พระเณรมมี าก ต่างชาตกิ เ็ ยอะ เรากแ็ บง่ รบั เอา แบ่งประเทศละหนง่ึ องค์สององค์ไม่ให้มากกว่าน้ัน เพ่ือพระไทยเราซึ่งเต็มท่ัวเมืองไทย ทุกภาคมาอยูน่ ้ีหมด ให้ไดป้ ระโยชนท์ ัว่ ถงึ กนั หลวงปู่เจยี๊ ะนำ้ ตารว่ ง “...ท่านเจี๊ยะเคยมาจำพรรษาท่ีนี่ปีหน่ึง จำพรรษาท่ีวัดป่าบ้านตาด ปี ๒๕๐๔ เราจำได้ นสิ ยั ทา่ นตรงไปตรงมา ไมม่ เี ลห่ เ์ หลยี่ มหลายสนั พนั คม ตรงไปตรงมา.. เราพูดใส่ท่านเจี๊ยะท่ีวัดป่าบ้านตาดปี ๒๕๐๔ ลืมเม่ือไรก็ ออกมาจากพ่อแม่ครูอาจารย์ด้วยกันหยกๆ มาตอนค่ำเราจะปลูกกุฏิหลัง เราอยู่ทุกวันนี้นะ เกลี่ยดิน ออกจากนี้ ไปค่ำๆ เราก็เดินจงกรมเป็นเวลา เดนิ จงกรม กำลังจะมดื ฟังเสียงคอ้ นเสยี งเปรี้ยงๆ กลางวัด ‘เอ้ามันยังไงกนั นกั หนาน’่ี เราออกจากทางจงกรมก็ไปเลย ไปเห็นอาจารย์เจ๊ียะกำลังทำคราด ทจ่ี ะมาเกลีย่ ดนิ กุฏเิ รา ไปก็ยืนซัดกนั เลย
359 ‘นท่ี ่านก็มาจากพ่อแม่ครูจารยม์ ัน่ ผมก็มาจากพอ่ แมค่ รจู ารย์ม่ัน พ่อแมค่ รจู ารยม์ น่ั เคยทำอย่างนี้ไหม ผมอยากถามเทา่ น้ันเอง ผมเรยี นนอ้ ย’ พอว่างั้นท่านเข้าใจแล้วนี่ เราก็เดินกลับมา พอเช้ามาท่านมานั่งรอ อยู่ที่น่ังข้างบนที่ฉัน ท่านน่ังรออยู่แล้ว มาก็ปุ๊บป๊ับข้ึนมาเลย มาจับขา แล้วดึงออกไป เอาหวั มาถเู ท้าเรา ‘ตนี นม้ี นั สำหรบั เหยยี บข้ี ไม่ใช่เหยียบหวั คนนะ’ เราว่า ‘ขอเหยียบหน่อยเถอะมันผิดเอาเสียมากมายมันโง่เอาเสีย เหลือเกิน’ น้ำตาร่วงเลย ‘แหม ท่านอาจารย์ทำไมถึงพูดถูกต้องเอา นักหนา เมอ่ื คนื ผมนอนแลว้ น้ำตาร่วงตลอด’ นน่ั เหน็ ไหมธรรมตอ่ ธรรมเขา้ กนั เปน็ อยา่ งนนั้ ละ ใสเ่ ปรย้ี งๆ เปน็ ธรรม ท้งั น้ันนี่นะ ทางน้นั ยอมรบั กเ็ ปน็ ธรรม นีล่ ะธรรมต่อธรรมเข้ากนั ได้สนิท อาจารย์เจ๊ียะท่านก็บอกตรงๆ เลยว่า ‘พระท่ีมาอยู่หัวใจของผมมี สององค์ ท่านอาจารย์ม่ันหนงึ่ กบั ท่านอาจารย์หน่งึ นอกน้นั ผมไมค่ อ่ ยลง ใครง่ายๆ’ ทา่ นเปน็ ลกู เจก๊ ทา่ นกพ็ ดู แบบเจก๊ ละซิ เรากฟ็ งั แบบเรา นลี่ ะทวี่ า่ ขวาน ผา่ ซาก ดงึ เทา้ ของเราเอาหวั มาถเู ลย .. นำ้ ตาพงั ดว้ ยนะ เพราะฉะนน้ั ทา่ น ถงึ ลงยอมละซิ พอ่ แมค่ รจู ารยม์ น่ั ไมเ่ คยพาทำอยา่ งนน้ั ทา่ นมาทำไดย้ งั ไง วา่ งน้ั เลย ทงิ้ ปว๊ั ะเลยนะไอก้ ำลงั เปก๊ ๆ ทง้ิ ปวั๊ ะเลย เรากเ็ ดนิ กลบั เลย ทา่ นเปน็ ธรรม ทา่ นตรงไปตรงมาดว้ ยความเปน็ ธรรม ผดิ บอกวา่ ผดิ เลย ถูกบอกว่าถูกเรียกว่าธรรม แต่โลกของกิเลสตัณหาเขาว่าขวานผ่าซาก กริ ยิ าทา่ ทางทา่ นไมส่ วยงาม ไมง่ ามกต็ ามออกจากใจทส่ี วยงามแลว้ นนั่ แหละ แสดงออกมากริ ยิ าทา่ ทางนสิ ยั ตา่ งกนั ความเปน็ ธรรมเปน็ หลกั ใหญ.่ ..”
360 โยมแม่ชมเชยการเทศน์ “...เรอ่ื งโยมแม่ คณุ หญงิ สง่ ศรี (เกตสุ งิ ห)์ หนงึ่ คณุ เพาพงา (วรรธนะกลุ ) หน่ึง เวลามาอยู่ท่ีวัดป่าบ้านตาดแล้วตอนบ่าย ๔ โมงจะผลดั กนั มาอา่ น “หนงั สอื ประวตั หิ ลวงปมู่ นั่ ” ให้โยมแมฟ่ งั ทกุ วนั อา่ นวนั ละชัว่ โมง หรือ ๔๐ กว่านาทที กุ วันๆ จนกระท่งั จบ เราเข้าครวั ออกครวั ก็อย่างท่เี ราเขา้ อยนู่ ่ี เข้าออกอยอู่ ยา่ งน้นั พอไป ทศ่ี าลา วันนัน้ ไปธรุ ะกบั พระไม่ใช่ไปโดยลำพงั เราดูนัน้ ดนู ้ี อนั นน้ั ไปด้วย มีกิจธุระ พอเห็นเราเข้าไปโยมแม่ปุบปับมาเลย ตอนน้ันไม่มีใครศาลา หลังเล็กๆ แมม่ ากม็ าน่งั พักล่างพ้นื ดนิ พักบนคอื ฟากไม้ไผส่ ับไม้ไผ่ เราก็ ขนึ้ ไปนงั่ นั้น พอเรานง่ั ปับ๊ แมก่ ว็ ่า ‘ใหแ้ มช่ มเชยสกั หน่อยนะ’ ‘ชมเชยอะไรกัน? ทีตอนเป็นเด็กเป็นเล็กท้ังดุทั้งด่าท้ังเฆ่ียนทั้งตี เวลาโตมาแล้วมาชมเชยหาอะไร’ เราว่าอย่างนี้ แหย่ แม่กบั ลกู แหย่กัน ทางแม่ก็ตอบดีนะ ‘โอ๋ย! เวลาเป็นเด็กก็เป็นอย่างหน่ึง มันน่าเฆี่ยน น่าตีก็เฆ่ียนตีเอาบ้างแหละ ทีนี้เวลาโตมาแล้วก็เป็นอีกอย่างหน่ึง แม่ชมเชยสักหน่อย เวลาแต่งหนังสือทำไมถึงได้เลิศเลอหยดย้อยเอา นักหนาแต่งหนังสือประวัติท่านอาจารย์มั่นนี้อ่านจบแล้ว แม่ซาบซ้ึงมาก บางทนี ำ้ ตารว่ งเลย อศั จรรยธ์ รรมพระพุทธเจา้ กอ็ ัศจรรย์ นำ้ ตารว่ งเกี่ยว กับหลวงปู่ม่ันด้วย ท่ีหลวงปู่ม่ันท่านได้รู้ ได้เห็น ท่านดำเนินยังไงก็ อัศจรรย์ แล้วอัศจรรย์ผู้แต่งน้กี ็อศั จรรย์ สำนวนนี้ทำไมถงึ แต่งดิบแต่งดี’ เราบอกว่า ‘ก็หลวงปู่มั่นท่านเป็นพระองค์เลิศเลอก็แต่งเลิศเลอตาม เร่ืองของท่านทกุ กิทุกกี ผแู้ ต่งไม่ได้เลิศอะไรนะ’
361 ‘โอย๋ ! หลวงปู่มัน่ เลิศเลอก็รวู้ ่าเลิศเลอ ผ้แู ต่งนี่กแ็ ปลกๆ อยนู่ ะ ไมม่ ี อะไรๆ แตง่ ดีอย่างนี้ไม่ได้ แมจ่ งึ ขอชม’ ว่าอย่างนน้ั นะ แลว้ แม่กพ็ ูดว่า ‘จะให้ใครแต่งอย่างนี้แต่งไม่ได้นะทำไมถึงหยดถึงย้อยเหมือนไม่ได้ เกิดในหัวอกของแม่เลยลูกคนน้ี ฟังตรงไหนไพเราะเพราะพร้ิงตามกันไป ธรรมทา่ นก็เลศิ ผเู้ ขยี นน่กี เ็ ลศิ ไมง่ ัน้ เขยี นไม่ได’้ จากนนั้ เรากถ็ ามแมบ่ า้ งวา่ ‘แลว้ เปน็ ยงั ไงทขี่ อเงนิ ไปซอื้ หนงั สอื มาเรยี น มาแลว้ มาแต่งหนังสอื ให้โยมแม่อา่ น แลว้ เปน็ ยังไง มันคมุ้ คา่ ไหม’ ‘คุ้มมหาคมุ้ ลกู เอย๊ ...’ แม่ว่าอยา่ งนั้น เพราะตามธรรมดาพ่อกับแม่ไม่เคยชมลูก นิสัยพ่อแม่น้ีกดตลอด การชมน้ี ไม่เอา เราพดู ถงึ เรอื่ งหนงั สอื เรอ่ื งเอาจรงิ เอาจงั เงนิ ของโยมพอ่ โยมแมส่ ง่ ไป เราไม่ยอมท่ีจะไปซ้ือน้ันซื้อน้ีมาใช้พิเศษของเจ้าของ ไม่เอานะ ต้องเพ่ือ หนงั สอื เท่านนั้ ๆ เราจริงจังมาก…” เรม่ิ เทศน์เพ่ือคนป่วย ในปี พ.ศ.๒๕๑๘ สตรซี งึ่ เปน็ ศษิ ยอ์ งคห์ ลวงตาทา่ นหนงึ่ ชอ่ื คณุ เพาพงา วรรธนะกลุ ไดป้ ว่ ยไข้ไมส่ บายจงึ ไมค่ ดิ ทำงานทางโลกอกี ตอ่ ไป คณุ เพาพงา ได้เขียนจดหมายขอมาปฏิบัติจิตตภาวนาเตรียมรับกับมรณภัยที่วัดป่า บา้ นตาด ซึ่งทา่ นก็ได้ให้ความอนเุ คราะห์ตามทีข่ อและตง้ั ใจไปแสดงธรรม เป็นกรณพี ิเศษ “...คณุ เพาเราเสยี (ชวี ติ ) ไปกป่ี แี ลว้ ปี ๒๕๑๙-๒๕๒๐ ไมร่ นู้ ะ เหตทุ วี่ า่ อยา่ งน้ันกค็ อื ว่า คุณเพานี้เป็นโรคมะเรง็ ในกระดูกข้างๆ น้ี หมอเขาบอก
362 ว่าอยู่อย่างนานได้ ๖ เดือน แกก็หมดหวังแล้ว เลยเขียนจดหมายไปหา เราทอ่ี ดุ รฯ หมอวา่ อย่างนั้นแลว้ เหมือนวา่ หมดหวงั ละ เลยเขียนจดหมาย ‘อยากจะมาภาวนาก่อนตาย’ เราก็พูดเป็นสองพักเอาไว้ (ตอบจดหมาย) ‘ถา้ ไปภาวนาธรรมดาๆ นี้ อยากอยู่ท่ีไหน ไปท่ีใดไปก็ได้ ไม่ไปก็ไม่ว่า’ เราว่าง้ันนะ ข้อสอง ‘ถ้า ตั้งใจจะภาวนาจริงๆ เพื่อเห็นโทษแห่งความตายของตัวเองแล้วก็ เอา! ไปได้’ เราวา่ สองพกั พอแกไดร้ บั จดหมาย ตอนเยน็ วนั นแี้ กกอ็ อกเดนิ ทางเลย ตอนเช้าไปถงึ แลว้ ไปรถยนต์ ‘อา้ ว จดหมายได้รบั หรอื ยัง’ ‘ได้รับเม่อื เยน็ วานน้ี พอได้รบั แลว้ กม็ าเลย’ ‘เอา้ ถา้ อยา่ งนนั้ ใหเ้ ลอื กเอา กฏุ ทิ อ่ี ไุ ร หว้ ยธารอยู่ กบั กฏุ คิ ณุ หญงิ กอ้ ย สองหลงั น่ีใหเ้ ลอื กเอา เป็นที่สงัด จะพักหลังไหนก็ได’้ กต็ อบวา่ ‘พกั หลงั คณุ หญงิ กอ้ ย’ แตก่ อ่ นมนั เตย้ี ๆ พงึ่ ยกขน้ึ เมอ่ื เรว็ ๆ น.ี้ .. ตง้ั แตว่ นั นน้ั มาเราเข้าไปเทศน์ให้ฟังทกุ วนั นะ ดเู หมือนเป็นปี ๒๕๑๘- ๒๕๑๙ เทศน์ให้ฟังทุกเย็น พอตกเย็นมาจวนมืดแล้ว ไปกับท่านปัญญา ท่านปัญญาเป็นผู้อัดเทป เราไปเทศน์ให้ฟังทุกเย็นๆ เลย เว้นแต่วันไหน ประชุมพระ หรือเรามีธุระจำเป็นเราก็บอกล่วงหน้าเอาไว้ว่าวันพรุ่งนี้จะ ไม่เข้ามา นอกจากน้ันเทศน์ทุกวันๆ ดูเหมือน ๙๐ กว่ากัณฑ์ ไปอยู่น้ัน ต้ัง ๓ เดือน น่ันละจึงได้หนังสือเล่มที่ว่า “ศาสนาอยู่ที่ไหน” หน่ึง “ธรรมะชุดเตรียมพร้อม” หนึ่ง สองเล่มน่ีที่เทศน์ติดกันไปเร่ือยๆ เป็น หนงั สือสองเล่มน้ี ก็อยู่ในยา่ นปี ๒๕๑๙ มง้ั แกเสยี ปนี ้นั เราลมื ๆ เสีย…”
363 โยมแมไ่ ดห้ ลักใจฟงั เทศน์ลูก “...โยมแม่ก็ได้มาฟังเทศน์ ไม่มากละเทศน์ ก็ดูเหมือนประมาณสัก ๓๐ นาทีละมั้ง แต่ละกณั ฑๆ์ ละ ๓๐ หรอื อยา่ งมากก็ ๔๐ นาที หากเทศน์ ทกุ วนั เลย... น่ลี ะที่เทศนส์ อนคุณเพาพงา เทศนต์ ดิ เทศน์ต่อ เทศน์ไมห่ ยุด ไม่ถอย ต้ังแต่น้ันมาแล้วก็ไม่เคยเทศน์อย่างน้ันอีกนะ มีหนเดียวเท่าน้ัน ในชีวิตของเราท่ีเทศน์ติดกันไปเลย ใน ๓ เดือนเทศน์ทุกคืนๆ เว้นวัน ประชุมพระ ถ้าวันไหนประชุมอบรมพระไม่เข้า นอกจากน้ันเข้า หรือมี ธรุ ะจำเป็นทีจ่ ะไปไหนก็ไป โยมแม่จงึ ไดก้ ำลังใจท่ีไปเทศนส์ อนคุณเพา โยมแม่ไดก้ ำลงั ใจตอนน้ัน ถึงขนาดที่ว่าพอคุณเพากลับไปแล้ว ก็พูดเปิดอกกับเรานิมนต์เราให้ ไป เทศน์ ‘วนั ไหนไมม่ แี ขกคนมา ถา้ อาจารย์ว่างกข็ อนมิ นต์มาเทศน์สอนอบรม แม่บ้างนะ เวลาฟังเทศน์นี้ ไม่ได้บังคับจิตใจ พอเร่ิมเทศน์จิตจ่อปั๊บเท่านี้ เทศน์นี้จะกล่อมลง แล้วแน่วเลยไม่ต้องบังคับ จิตสงบได้ทุกครั้งเลยไม่มี พลาด ฟังกณั ฑ์ไหนได้เหตุผลเลย ไม่ต้องบังคับ พอเสียงธรรมเริ่ม สติก็ เร่ิมจับจิตเก่ียวโยงกันโดยลำดับ ความรู้กล่อมลงๆ ธรรมเทศนากล่อมใจ แนว่ ลง สงบแนว่ ๆๆ ถา้ แม่ทำโดยลำพังตนเองนง่ั จนหลังจะหกั มันก็ไม่ลง อยากนมิ นต์อาจารยม์ าเทศน์เปน็ การช่วยทางดา้ นจิตตภาวนาได้ดี’ ‘เวลาฟงั เทศน์นี่ไม่ไดบ้ งั คับเลย พอเร่มิ เทศน์จิตเรม่ิ จอ่ ปั๊บแลว้ ก็หมนุ เข้าลงแน่ว บอกว่าทุกกัณฑ์ไม่เคยพลาด แม่จึงอยากให้อาจารย์มาเทศน์ เป็นการช่วยการภาวนาของแม่ได้ดี ดีกว่าท่ีบำเพ็ญภาวนาโดยลำพัง ตนเอง มันเคยอยู่อย่างนี้แหละ พอฟังเทศน์นี้ลงป๊ับๆ แต่ถ้าเราภาวนา
364 โดยลำพังเราเองจะให้ลงอย่างนี้ นั่งจนหลังจะหักมันก็ไม่ลง มันต่างกัน อย่างนน้ี ะ เพราะฉะนน้ั การเทศน์น้จี ึงเป็นเครื่องกลอ่ มใจไดเ้ ป็นอย่างดี’ ที่โยมแม่พูดก็ถูกต้องคือเสียงเทศน์เสียงธรรมกับความรู้น่ีมันรับกัน เก่ียวเน่ืองกันโดยลำดับ ทีนี้ความรู้มันก็ไม่ส่ายแส่ไปรับท่ีไหนได้ มันรับ แต่เสยี งธรรมอยา่ งเดียวๆ ติดตอ่ สืบเนือ่ งๆ แลว้ ลง โยมแมพ่ ดู เองเลย และมขี อ้ แมอ้ นั หนงึ่ ‘แตต่ อ้ งเปน็ เทศนข์ องอาจารย์ เทศน์องค์อ่ืนแม่ไม่อยากฟัง ถ้าไม่ใช่เทศน์อาจารย์ จิตมันไม่ลงนะจิต ถา้ เปน็ เทศน์อาจารยแ์ ล้วจิตมันลงได้งา่ ย’ ไปอย่างนนั้ นะ ก็ตรงไปตรงมา เหมือนกนั ‘เวลานแ้ี ม่หูสูงแล้วนะ’ ทางน้ีกจ็ ่อเขา้ ไป ‘ระวังนะหสู ูง เดี๋ยวมนั จะเป็นหหู มานะ’ ทางน้นั กแ็ วด้ ขึ้นมาทันทวี า่ ‘มนั จะเปน็ หหู มาไดอ้ ย่างไร นม่ี นั หูคน’ ‘อา้ ว มนั กเ็ ปน็ ตรงท่สี งู ๆ นน่ั แหละ’ เลยเงียบเลย สู้ลูกไม่ได…้ จากน้ันก็พูดถึงเรื่องการเทศนาว่าการ ‘แม่ ก็เคยฟังมามากต่อมาก แลว้ ’ เพราะนิสยั โยมแมเ่ ป็นคนชอบวดั แต่ไหนแต่ไรมา ‘ท่านเทศนาวา่ การอยูน่ ้ันกฟ็ งั ไปธรรมดาๆ ไม่ได้สะดุดใจ และไมค่ ่อย เห็นผลในขณะท่ีฟังเหมือนอาจารย์เทศน์ให้ฟัง เวลาอาจารย์เทศน์ไม่ได้ ออกไปขา้ งนอกนะ ตามปรยิ ตั ทิ า่ นเทศนเ์ ลา่ นทิ านนน้ั นทิ านนี้ไป เรากฟ็ งั ไป เลย จติ มนั ไมเ่ ขา้ แตเ่ วลาอาจารยเ์ ทศน์ ไมเ่ ทศนอ์ ยา่ งนนั้ เทศนต์ เี ขา้ มาๆ’ นล่ี ะทวี่ ่าแม่ลงลกู กค็ ือแมข่ องเราเอง ลงจรงิ ๆ ลงโดยหลกั ธรรมชาติ ท้งั ๆ ทเ่ี ราเปน็ ลกู การบวชเรยี นมาตงั้ แตเ่ ร่ิมบวช การปฏบิ ัตกิ รรมฐานใน สถานท่ีใด ศึกษาเล่าเรียนและปฏิบัติในป่าในเขา ได้รับความทุกข์ความ ทรมานขนาดไหนไม่เคยเล่าให้โยมแม่ฟังนะ เพราะไม่เคยมีโอกาสที่จะไป พูดคุยกันระหว่างแม่กับลูก ก็เป็นเหมือนคนท่ัวๆ ไปหมดเลย เพราะ
365 ฉะน้ันเร่ืองราวการบวชของเราโยมแม่จึงไม่ทราบ ดีไม่ดีคนอื่นทราบยิ่ง กว่าโยมแม่ เพราะไปก็ไปธรรมดา อย่างทว่ี า่ เขา้ ไปในครวั มอี ะไรกพ็ ูด จากน้นั ไปเลย ทจี่ ะไปพดู คยุ กนั ระหว่างแม่กับลูกนี้ ไม่เคยมี ออกปฏิบัติไปอย่างนั้นอย่างน้ีก็ไม่เคยเล่า ไม่เคยพูด ศึกษาเล่าเรียนเป็นยังไง การปฏิบัติธรรมเป็นยังไง จิตใจเป็น ยงั ไงๆ ไม่เคยเล่านะ มีแต่ไปก็เทศน์อย่างนเี้ ลยจน กระทงั่ ตายจากกนั ... โยมแม่เรียกเราว่า “มหา” คร้ันต่อมาค่อยเลื่อนชั้น ข้ึนจนกระท่ัง วาระสดุ ทา้ ยเรียกว่า “อาจารย”์ โยมแม่ลงเราจรงิ ๆ นะ ‘เราก็พอใจที่ไดบ้ วชโยมแม่’ ...” สอนโยมแม่ แม้วาระสดุ ท้าย “...บางทีเราพดู ถงึ ธรรมะขัน้ สงู ๆ เอาจนเตม็ เหน่ียวตามสายทางแห่ง ธรรม บางทมี นั ก็เก่ยี วข้องกับตัวเอง ถงึ กาลเวลาทจ่ี ะดบั จะเปน็ จะไปหรอื จะเป็นจะตายอะไร มันก็ว่าของมันไปตามเร่ือง ด้วยหลักความเป็นจริง ของธรรม โยมแม่ได้ฟังดังน้ันก็ร้องไห้เลยเชียวว่า ‘โอ๊ย! แม่ไม่อยากได้ยินเลย อย่างนั้น คอื มันเหมือนเปน็ รปู เปน็ ภาพวา่ ลกู ตาย’ เราก็พูดสวนทันทีว่า ‘ไม่อยากได้ยินก็ต้องได้ยิน มันจะเป็นจะตาย ด้วยกันทุกคน อย่าไปหว่ันไหวภายนอกซิ เรื่องความเป็นความตายเป็น หินลับปัญญา ให้พินิจพิจารณา ให้มันคล่องแคล่วในเร่ืองความตายแล้ว จะไม่กลัวตาย ท่ีพูดนี้ ไม่ได้พูดด้วยความกล้าความกลัวตายอะไรเลย พูดตามหลักความจริง แม่จะมาเสียใจทำไม’ เรากพ็ ูดอย่างนัน้
366 โยมแม่ลงจรงิ ๆ บางทเี ราพดู ถงึ ธรรมะข้นั สงู ๆ เอาจนเต็มเหนยี่ ว ตอนวาระสุดท้ายของโยมแม่ เราไปยืนอยู่หน้ากุฏิ กุฏิหลังเล็กๆ มีแต่ลูกหลานเฝ้าอยู่เต็มไปหมด โยมแม่ร่างกายอ่อนลงๆๆ เราต้ังใจไป ถามจรงิ ๆ บอกตรงๆ เลยวา่ ‘เปน็ อยา่ งไรล่ะโยมแม่ ดอู าการแมน่ ้ีจะอยู่ ได้ไม่นาน จติ ใจแม่เปน็ อยา่ งไร?’ แม่พูดขึ้นทันทีเลยว่า ‘จิตใจแม่ดี จิตใจแม่สง่าผ่องใสตลอดเวลา ไมว่ ติ กวจิ ารณก์ บั ความเป็นความตายเลย’ หลังจากนั้นมาได้สองวันหรือสามวัน แม่ตื่นเช้าข้ึนมาบอกลูกๆ ว่า ‘เออ! แมจ่ ะไมพ่ ้นวันน้ี แม่คงจะไปวันน้ีแหละ’ ตอนเช้าวนั นน้ั พอเวลา ๘ โมง ๔๕ นาที โยมแม่ก็เสีย ไปอยา่ งสงบ เงยี บเลย นี่แหละจิตเมื่อได้รับการอบรม จิตจะมีหลักยึด คือธรรมเป็นหลักยึด แล้วจะไม่ว้าวุ่นขุ่นมัวกับส่ิงของเงินทองยศฐาบรรดาศักดิ์ สิ่งใดก็ตามที่ เคยพัวพันกันมาด้วยความดีอกดีใจว่าเจ้าของมีส่ิงนั้นสิ่งนี้ เวลาธรรมเข้า สู่ใจพลังของธรรมหรือคุณค่าของธรรมน้ีจะครอบหมดๆ ส่ิงเหล่าน้ันจะ จางไปๆๆ จิตเลยเขา้ มาสู่ธรรม เมอ่ื เขา้ มาสู่ธรรมแลว้ ก็หนุนกนั อยู่นี้ เย็นสบาย อะไรจะขาดจะเหลือ อะไรจะหมดไปส้ินไปไม่สนใจ อันนี้ ไม่หมด สง่างามอยู่ภายในใจ น้ีละ เรยี กว่า ใจเป็นธรรม ใจมธี รรมเป็นท่เี กาะ สบายอย่างน้นั เราไม่วิตกวิจารณ์สำหรับโยมแม่เสียไป แล้วบอกโยมแม่ชัดเจนว่า ‘โยมแม่ ไมต่ ้องวิตกวจิ ารณก์ ารเป็นการตาย ปา่ ชา้ เผาศพโยมแม่อยู่หน้า ศาลานะ ลูกเป็นเจ้าภาพท้ังหมดเป็น เจ้าของศพโยมแม่ ลูกจะจัดการ ท้ังหมดเลย’
367 พอโยมแม่เสียแล้วเอาไปเผาท่ีหน้าศาลา อัฐิของโยมแม่ ลูกเขาจะ แบ่งไปไหนก็ไม่ทราบ หากว่าเหลือบ้างไปฝังที่ต้นโพธิ์บริเวณกลางวัดป่า บา้ นตาดนัน่ เอง...” จึงเป็นที่เชื่อได้ว่า โยมมารดาของท่านได้ประสบสุคโต นับว่า สมเจตนารมณข์ องทา่ นอยา่ งยงิ่ ท่ีไดท้ ดแทนพระคณุ โยมมารดาอยา่ งเตม็ ท่ี สมดังท่ีพระบรมศาสดาทรงสรรเสริญไวว้ า่ “ผู้ใดทำมารดาบิดาให้ตั้งอยู่ในคุณความดี มีศรัทธา ศีล ปัญญา เปน็ ตน้ ผู้น้นั ชอ่ื ว่าไดส้ นองคณุ ทา่ นเตม็ ท”่ี โยมมารดาได้จากโลกน้ีไปดว้ ยอาการอันสงบเม่อื มอี ายยุ ่างเขา้ ๙๓ปี ตรงกับวันท่ี ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ และด้วยเหตุน้ีเองในทุกๆ ปี ของวันท่ี ๓๐ พฤษภาคม (วันทำบญุ โยมมารดา หรอื วันทำบุญเปิดโลก ธาตุ) องค์หลวงตาไม่เคยละเวน้ และไม่ลมื ทีจ่ ะทำบุญระลึกถึงพระคณุ โยม มารดา สิ่งน้ีย่อมแสดงถึงความซาบซ้ึงในบุญในคุณของโยมมารดาแบบ ไม่สรา่ งซา สำหรับโยมบิดาของท่านน้ัน ในช่วงหลายปีก่อนจะเสียชีวิต ท่านได้ พยายามเขียนจดหมายมาขอร้องโยมบิดาอยู่หลายครั้ง ให้เลิกฆ่าสัตว์ ตดั ชวี ิต จนในที่สดุ โยมบดิ าก็ยอมเช่ือและไม่ฆา่ สัตว์ใดๆ อีกเลย วันเปดิ โลกธาต ุ “โยมแมต่ ายวนั ที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๒๕.. จึงเรยี กว่า วนั ครบรอบ จากน้ันก็ถือโอกาสนั้น เอาโยมแม่เป็นต้นเหตุอุทิศส่วนกุศลแผ่เมตตาทั่ว แดนโลกธาตุในวนั ที่ ๓ เพราะฉะน้ันเขาถงึ บอกวา่ วนั เปดิ โลกธาตุ คอื เรา
368 เปน็ คนพดู เอง โดยถือโยมแมเ่ ปน็ เหตุ แล้วบำเพ็ญกศุ ลแผเ่ มตตาจิตอทุ ิศ สว่ นกุศลให้สัตว์โลกทวั่ แดนโลกธาตุ ในวันที่ ๓๐ น้ี” อบรมชาวตา่ งชาต ิ ท่านพระอาจารย์ปัญญา (ปีเตอร์ มอร์แกน) เป็นพระชาวต่างชาติ องค์แรกทมี่ าขอศกึ ษาอยดู่ ้วย “…ท่านปัญญาน้ีสุขุมมาก ท่านมาอยู่กับเราต้ังแต่ปี ๒๕๐๖ ท่านมา ขออยกู่ บั เราถึง ๕ หน นะนน่ั หน่ะ ไม่ใชเ่ ลน่ ๆ นะ มาขอ ทแี รกกท็ างฝา่ ย ปฏิบัติของเราก็ไม่เคยมีพระกรรมฐานฝร่ัง เราก็ยังไม่อยากรับไว้ก่อน.. ประการหน่ึงก็ยังไม่ทราบนิสัยใจคอของฝรั่งนี้เป็นยังไง เพราะเขาไม่เคย ศาสนาพุทธเรา เราจงึ ยงั ไม่รับ แล้วมาขออกี เราก็ยังไม่ให้ ถึงครงั้ ที่ ๓ ท่ี ๔ มาขอ เราก็ยังไม่ให้ พอคร้ังท่ี ๕ ท่านมาแผนใหม่ เราหลงกล ของทา่ น เมอ่ื เหน็ วา่ ไม่ได้จรงิ ๆ แลว้ ทา่ นกบ็ อกวา่ ‘ไม่ไดพ้ กั นานกต็ าม ขอมาพกั ชว่ั คราว’ ทา่ นวา่ อยา่ งนนี้ ะ เรากเ็ ลยหลงกลนะซี ตงั้ แตต่ น้ ปี ๐๖ เดอื นกมุ ภาพนั ธ์ วนั ท่ี ๖ เราไมล่ มื นะ.. ตั้งแต่น้ันจนกระทั่งบัดนี้ กี่ปีแล้ว ท่านอยู่ชั่วคราวนะ มาอยู่ช่ัวคราว เรือ่ ยมาจนบดั น้ีละ.. พระชาวสหรฐั ฯ องคห์ นึง่ อังกฤษมอี งคห์ น่ึง แคนาดาองคห์ นง่ึ และ เยอรมันองค์หน่ึง เวลานี้ดีทุกองค์.. ที่ผ่านมารู้สึกว่าพวกฝร่ังนี่เขามีกฎมี ระเบียบดี.. พระเหลา่ นท้ี า่ นมา บางรายทา่ นเปน็ เศรษฐกี ม็ มี าในนี้ ดอกเตอรด์ อกแต้ อะไรไม่ต้องพูดแหละเต็มอยู่ในนี้ พระฝรั่งมาจากประเทศไหนบ้างๆ
369 เฉพาะเวลาน้ีมอี ย่ดู เู หมอื น ๗ องค์ ๘ องค์พระฝรั่งอยู่ในวัดน้ี (หมายถึง ปี พ.ศ.๒๕๔๘ และใน ปี พ.ศ.๒๕๒๒ มพี ระฝร่งั ถงึ ๖ องค์จากพระเณร ทงั้ หมด ๒๑ องค์) .. พระฝรง่ั มาอยู่ทีน่ มี่ แี ตอ่ ยนู่ านๆ ทงั้ นนั้ แหละ แลว้ ก็ไม่ไดต้ อ้ งตทิ ่ีไหน องค์ไหนๆ มีดีทกุ องค์ บรรดาพระฝรงั่ ดที ุกองคๆ์ พระไทยเราก็ไมเ่ คยไดด้ ุ ได้ด่าองค์ไหน แต่นี้ถือตามสมมุตินิยมเราก็บอกว่าพระต่างชาติเข้ามานี้ ดีท้ังน้ัน พระไทยเราก็ดี ทางด้านภาวนาก็ดีท่านปัญญา จะมาจากที่ไหน ก็ตาม สำหรับวัดน้ีเราพูดตรงๆ สอนสมบูรณ์แบบตามศาสนธรรมท่ี พระพุทธเจ้าสอน... ” โปรดชาวองั กฤษ เมอ่ื กลางปรี ะหว่างวันท่ี ๗-๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๗ องคห์ ลวงตา ได้รับนิมนต์ ไปอธิบายธรรมและตอบปัญหาธรรมให้แก่พุทธศาสนิกชน ชาวอังกฤษ ที่ธัมมปทีปวหิ าร ณ แฮมพส์ เตด ลอนดอน ประเทศองั กฤษ โดยพระภิกษุปัญญาวัฑโฒ (Peter John Morgan) เป็นผู้ทำหน้าที่ เชอ่ื มสัมพันธไมตรรี ะหว่างพุทธศาสนิกชนชาวองั กฤษกับชาวไทย ในการเดนิ ทางไปครงั้ นนั้ มผี รู้ ว่ มไปปฏบิ ตั ภิ ารกจิ อนั สำคญั ยงิ่ นี้ ๕ ทา่ น คือ ๑. องค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ๒. พระภิกษุปีเตอร์ จอห์น ปัญญาวัฑโฒ ๓. พระภิกษุเชอร่ี อภิเจโต ๔. ศาสตราจารย์ นพ.อวย เกตสุ ิงห์ และ ๕. ม.ร.ว.เสรมิ ศรี เกษมศรี นักศึกษา ประชาชน ขา้ ราชการ และนักธรุ กจิ ในประเทศองั กฤษ มี ความสนใจในพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก ไดม้ กี ารตงั้ กลมุ่ พุทธศาสนิกชน
370 ต้ังศูนย์พุทธศาสนิกชนกระจายอยู่หลายแห่ง รวมทั้งในบริเวณเมือง มหาวิทยาลยั เคมบรดิ จ์ ตลอดเวลาทอี่ งคห์ ลวงตาพำนกั อย่เู พือ่ อบรมส่งั สอน พุทศาสนกิ ชาว ไทยและชาวอังกฤษในกรุงลอนดอนต่างก็มาเข้ารับฟังธรรมจากองค์ หลวงตา รวมท้ังให้การอุปฏั ฐากในทกุ ๆ เรื่องเปน็ อยา่ งดีย่ิง องคห์ ลวงตา จะอธิบายธรรมให้ฟัง หลังจากน้ันก็จะตอบปัญหาท่ีมีผู้ซักถามในประเด็น ตา่ งๆ มากมาย “…คราวท่ีไปประเทศอังกฤษทีแรก ก็ไม่ค่อยมามากนะชาวอังกฤษ คนไทยก็มามาก ชาวอังกฤษก็ไม่มากนัก ไปๆ มาๆ ก็หนาเข้าๆ สุดท้าย เลยมีแต่พวกฝรง่ั เต็มหมดเลย เวลามานั่งอย่นู ี้ เหมอื นผ้าพบั ไวน้ ะ.. ใครก็ เหมือนกันหมด เรากเ็ สียดาย เราไม่ไดภ้ าษาองั กฤษ ก็ตอ้ งผา่ นลา่ ม ทา่ นปัญญาเปน็ ล่าม เวลาเขาถามปัญหามา เราก็ตอบ ทา่ นปัญญาก็ ตอบแทนเรา ไปดแู ลว้ นา่ สงสารมาก มาทกุ วนั พอ ๖ โมงเยน็ เขากเ็ รมิ่ มา เรากพ็ านง่ั สมาธิ ๓๐ นาทที กุ วนั ๆ จากนน้ั เรากอ็ บรมอกี ประมาณ ๓๐ นาที ตอนนั้นยังหนุ่มอยู่ ปี ๒๕๑๗ น่าสงสารมาก บางรายเขามาแรกๆ เขามาสังเกตการณ์ ทีนี้ ไม่ได้.. เลยมาอยู่ไม่ได้ คำว่าสังเกตการณ ์ เลยหายหมดเลยไม่ได้มา อยู่ไม่ได้ อยากมาเป็นกำลัง ก็เลยสนใจทาง ดา้ นธรรมะไปเลย… พดู ความจรงิ พวกฝรง่ั เฉพาะอยา่ งยงิ่ ประเทศองั กฤษน้ี รสู้ กึ มเี หตมุ ผี ล มีหลักมีเกณฑ์ กับธรรมวินัยนี้เข้ากันได้เป๋งเลยทีเดียว อย่างที่เราไปอยู่ นนั้ ไมน่ านนกั โถน่าสงสารเหมือนกนั นะ
371 ฝร่งั รอ้ งไห้มีเหรอ เรายงั ไมเ่ คยเหน็ ร้องไห้เรอ่ื งอรรถเร่ืองธรรมนะนี่ เห็นแล้วเห็นต่อหน้าต่อตา ก้มหน้าปั๊บน่ีน้ำตาร่วงๆ พอครูบาอาจารย ์ จะจากไป มานหี่ นาแนน่ ขน้ึ ทกุ วนั ๆ เกา้ อนี้ ่ีไมม่ คี วามหมายนะ นงั่ แทรกกนั เต็มไปไดห้ มด เลยไม่ถอื กนั เอา้ น่ังยงั ไงนัง่ เลย แทรกกันไปหมด..เต็ม… นี่ถ้าหากว่า ศาสนาพุทธเรานี้เป็นผู้มีหลักศาสนาจริงๆ ประจำใจท้ัง ภายนอกภายในแล้ว ชาวอังกฤษน่ีละ ดีไม่ดีจะเป็นเจ้าของศาสนาพุทธ เราด้วยซ้ำไป เพียงไปเท่านั้นก็รู้ ศาสนาแน่นข้ึนทุกวันๆ ไม่ใช่ธรรมดา หนาแน่นข้ึนทุกวันๆ เขาพอใจในการตอบปัญหา คนหน่ึงเป็นคนถาม… เราก็ตอบจนหายขอ้ งใจ เขาพอใจการตอบปญั หามาก ท่านอาจารยป์ ัญญา สายเชื่อมโยงชาวตา่ งชาต ิ “...ท่านปัญญามาอยู่ตั้งแต่ปี ๒๕๐๖ จนกระทั่งป่านนี้เป็น ๔๑ ป ี ท่านทำประโยชน์ให้ท่านก็เต็มเม็ดเต็มหน่วย ทำประโยชน์ให้โลกเฉพาะ อยา่ งยงิ่ ในวัดปา่ บา้ นตาด ท่านทำประโยชน์ให้วัดน้ีมากมายก่ายกองทีเดียว นี่ละพระชาว องั กฤษ ทา่ นมาอยทู่ น่ี ี่ แลว้ กเ็ ปน็ กำลงั ใหบ้ รรดาเมอื งนอกเมอื งนาทเ่ี ขา้ มา ได้ติดต่อกับท่าน เป็นกำลังใจจากท่านอยู่ตลอดทีเดียวท่านให้อุบายวิธี การต่างๆ บรรดาพระที่มาจากต่างประเทศ ได้อาศัยท่านปัญญาเป็น แนวทางเดนิ .. แล้วก็ยังมีส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่ง คือเป็นสื่อทางอันดีงามสำหรับ ชาวเมืองนอก เขามาเขาก็มาอาศัยท่านปัญญาเป็นผู้คอยแนะนำส่ังสอน เป็นลำดับลำดามา ท่านปัญญาตายไปก็ขาดประโยชน์อันน้ี สำคัญ
372 อันหน่ึง สำหรับทางวัดก็ไม่ค่อยมีอะไรแหละ มีความจำเป็นท่ีจะต้อง อาศัยท่านเป็นบางกาลเวลา ทุกวันน้ีก็ไม่ค่อยมีอะไรแหละในวัด แต่เร่ือง อุบายแนะนำสั่งสอนบรรดาพระต่างชาติท่ีเข้ามา จะต้องมาถึงท่าน ปญั ญาก่อน ทกุ ส่งิ ทุกอยา่ งทา่ นปัญญาละเอียดลออดี การแนะนำสั่งสอน ก็ถูกตอ้ ง.. ท่านได้หลักใจจริงๆ แหละท่านปัญญาจากพุทธศาสนาไม่สงสัย ท่านสุขุมมากท่านปัญญา ไม่มีท่ีต้องติ ตั้งแต่วันมาอยู่กับเราไม่เคยได้ดุ เลยนะไม่มี เรยี บ สุขมุ มาตลอด ฉลาดมาตลอด พวกชาวเมืองนอกมาก็ อาศัยท่านช้ีแนะๆ พอท่านเสียไปก็จะเสียประโยชน์ไปทางหนึ่งเหมือนกัน อายทุ า่ น ๗๙ เกอื บ ๘๐ นะ…”
373
374
375 บทท่ี ๑๑ สละชีวติ ...คำ้ ชาตไิ ทย “...ถา้ หลวงตาบวั ยงั ไมต่ าย เมอื งเรายงั จมไม่ได้ นคี่ อื กำลงั ใจของเรา มันพยายามแวกว่ายเอาให้ ได้ ส่วนร่างกายไม่ต้องพูดถึงเลย มันหมด สภาพแลว้ ทอ่ี ยู่ไดก้ เ็ พราะกำลังใจอย่างเดียวเท่านัน้ ไมอ่ ย่างน้ันหลวงตา ตายแลว้ ...” โครงการช่วยชาติ สงครามเศรษฐกจิ ๒๕๔๐ “...น่ีละเขาเรียกสงครามเศรษฐกิจ สงครามเงียบ เป็นอย่างนี้ละ กินแบบเงียบๆ ไม่ได้มีกระโตกกระตากอะไรแหละ เงียบเลย เราได้วิตก อันน้ีละจึงได้ปรารภออกมา แล้วเพ่ือนบ้านก็เป็นแล้วนี่ ให้เห็นแล้วน่ี.. เราพูดตรงๆ เลย ได้พิจารณาทุกส่ิงทุกอย่างแล้วถึงได้พูดออกมา ไม่ใช่ พูดออกมาแบบด้นแบบเดาเกาหมัดอย่างน้ันนะ พูดออกมาด้วยการ พิจารณาแล้วและเรอื่ งกเ็ ปน็ อย่างที่ว่าจรงิ ๆ ไมผ่ ิด มนั นา่ คดิ เมืองไทยเราเป็นเมืองเอกราชเอกสิทธ์ิมาก่ีกัปกี่กัลป์แล้วนี่ เป็นมา อย่างนี้ เรายังจะมาโดนเอาอย่างนี้ โอ้โห มันกระอักเลือดตายแล้ว เมอื งไทยเรานะ่ แบบกลนื เลยไมต่ อ้ งเคย้ี ว แบบกลนื เลย มนั นา่ คดิ มากนะ
376 เวลานเ้ี พ่ือนบ้านโดนแล้วนะ โดนอย่างที่ว่านี้ โดนอย่างกลนื เงยี บเลย ยดึ ป๊บุ ๆ เลย.. เงินตง้ั เปน็ แสนลา้ น ฟังซวิ ่าแสนลา้ นกว่า ดอกเบยี้ ออกเดือน หนึ่งเท่าไรแล้ว ต้ังแต่ค่าให้ดอกเบ้ียเขาก็จะไม่พอสำหรับประเทศไทยเรา ไหนจะมีปัญญาไปช่วยถึงแสนล้าน คิดดูซิ ถ้าท้ังประเทศเราไม่ช่วยกัน แล้วไปไม่ไหวจริงๆ นะ ไม่มีความเสียหายอะไรเราพิจารณาแล้ว เร่ืองความเสียหายกับ ประเทศชาตินี้ไม่มี มแี ตท่ ำประเทศชาติให้มีความแน่นหนามั่นคง ช่วยตัว เองได้ในกาลต่อไปเป็นลำดับตั้งแต่บัดนี้ต่อไป เน่ืองจากที่พวกเราทั้ง หลายต่างคนต่างช่วยเหลอื กนั ..” นิมติ หลวงตา..รทู้ ันสนธิสญั ญา IMF “...เราพดู จรงิ ๆ จะขายโงข่ ายความฉลาดขายเลวขายดกี แ็ ลว้ แตเ่ ถอะ ก็ภาวนาอยู่ธรรมดาทุกคืน เราภาวนาอยู่อย่างน้ัน จากน้ันแผ่เมตตาจิต ท่วั ไปหมด เมื่อคืนน้ี .. มันขน้ึ ข้นึ อะไร หว่ งโลกห่วงสงสารแล้วก็ย่นเขา้ มาๆ เข้ามาถึงจุดเมืองไทยเรา ทีนี้เกิดความสงสารข้ึนมา เกี่ยวกับเรื่อง เมอื งไทยเราน้ตี ดิ หนต้ี ดิ สนิ เมอื งนอก.. ทำยงั ไงกนั .. เพื่อกชู้ าตนิ ่ีนะ อย่างน้ีละความเมตตามันหากซอกแซกซิกแซ็กไป เมื่อคืนนี้โผล่ข้ึน มาจนได้ เราก็ไมเ่ คยเปน็ เมอื่ คืนนีอ้ อกพงุ่ มาตรงนี้ วา่ จะแก้ตรงไหน แก้ เราก็ต้องเอาเงินกับลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศไทยน้ีมาให้เราเอง พูดง่ายๆ ไม่ใช่ให้ใครละ มาให้เราเอง ก็มีเท่านนั้ ละจะทำยังไง เราคดิ อยากใหท้ าง รัฐบาลพินิจพิจารณาเร่ืองเหล่าน้ี จะพิจารณากันยังไง.. ตามธรรมดา อะไรทร่ี ้แู ล้ว ควรไม่ควรน้ีก็เกบ็ ไว้ อันใดควรออกมากนอ้ ย อันไหนไมค่ วร
377 ก็เกบ็ ไว้ในลน้ิ ชัก แต่อันน้ีไมอ่ ย่เู สยี แล้ว เตะลนิ้ ชักแตกกระจายเลย.. น่ีเป็นนิมิตเราเป็นจริงๆ เมื่อคืนนี้ จึงได้ออกพูด ก็เราทำของเรา ทุกคืน เราพูดจริงๆ จิตใจแผ่ทั่วแดนโลกธาตุมาว่าอะไรแคบๆ เท่าน้ี ค่อยวนเข้ามาแคบเข้ามาๆ เข้ามาถึงเมืองไทย เมื่อคืนนี้ออกมาติดตรงนี้ เสียแล้วทุกคืนไม่ติด ไม่ออกช่องนี้มันออกช่องอ่ืน แต่เม่ือคืนนี้ออกช่อง เมืองไทยช่องเมืองไทยติดหนี้เขา แล้วเมืองไทยเราคนไทยเป็นทุกข์กัน มากมายกา่ ยกอง ฆา่ ตวั ตายก็มี โห.. เมือ่ พดู ถึงจดุ น้แี ล้วให้พจิ ารณากัน ต่างคนกต็ ่างเปน็ ไทยด้วยกนั ทำไม จะไมม่ นี ำ้ ใจ เราแน่ใจวา่ มี หาได้คนละบาทกเ็ อา ขึน้ ตงั้ แต่บาทหน่งึ ข้นึ ไป ถึงล้านถึงแสนถึงหมน่ื ถงึ พนั ถึงร้อยถงึ สบิ ชา่ งมัน ควรจะได้ยังไงเอา พรบึ เลยเราคิดว่าจะได้นะ เพราะไม่มีอะไรเสียหายนี่ ประกาศน้ำใจเมืองไทย เราอกี ด้วยซำ้ ท้ังๆ ทีเ่ ขาก็ติดหนีเ้ หมอื นกัน เมอื งอ่ืนกด็ ี แต่เขาไมแ่ สดง อาการอย่างน้ัน เมืองไทยเราแสดงอาการอย่างนี้ข้ึนมาเพื่อกู้ชาติไทย เราให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ให้ผาสุกร่มเย็นทั่วหน้ากัน เสียหายตรงไหน พิจารณาแล้วไม่มีอะไรเสียหาย มีแต่ทางได้อย่างเดียว บริจาคทางอื่น ยังบริจาคได้ ต่างคนต่างเป็นชาติไทยด้วยกันบริจาคเพ่ือกันเองจะเป็น อะไรไป ก่อนท่ีองค์หลวงตาจะเล่านิมิตน้ีเพียง ๒ วัน คือเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๐ นายกรัฐมนตรีและรฐั มนตรีว่าการกระทรวงการ คลังได้ร่วมลงนามเซ็นสัญญากู้เงินจาก IMF โดยทำหนังสือแสดง เจตจำนง (Letter of Intent) เป็นครั้งท่ี ๒ และได้ทำความตกลงใน เง่ือนไขสำคัญระหว่างประเทศไทยกับ IMF ให้ต้องกระทำการตาม สัญญาโดยมไิ ดน้ ำมาเปิดเผยต่อรัฐสภาหรอื สาธารณชนแต่อย่างใด
378 อย่างไรก็ตาม มหันตภัยในสนธิสัญญาฉบับนี้ ไม่อาจปิดบังญาณ ความรู้ขององค์หลวงตา ไปได้ เงอื่ นไขตอนหนึง่ ระบุวา่ รฐั บาลต้องดำเนิน การแก้ ไขพระราชบัญญัติเงินตราโดยอ้างว่าเพื่อให้การดำเนินการของ ธนาคารแห่งประเทศไทยมีความทันสมัยข้ึนซึ่งข้อตกลงกับ IMF ในเรื่อง นี้ไดป้ รากฏชดั เจนในอกี ๓ เดือนตอ่ มา เม่ือธนาคารแห่งประเทศไทยได้ ทำหนงั สือที่ ธปท.ชบ.๑๒๕๙/๒๕๔๑ ลงวันท่ี ๓๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๑ ถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ใช้แนวทาง “การรวมบัญชี” ของ ฝ่ายการธนาคาร และ ฝ่ายออกบัตรเข้าด้วยกัน จนกลายมาเป็น “ร่าง กฎหมายรวมบญั ช”ี ในเวลาตอ่ มา สำหรับมหาภัยของเงื่อนไขตามสนธิสัญญา IMF ในแต่ละฉบับนี้ กล่าวได้ว่าแทบทุกฉบับล้วนส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความม่ันคงของชาติ และยังมีผลผูกพันต่อสมบัติของชาติและต่อคนไทยทุกคนอีกด้วย ซ่ึงกว่า จะรบั รู้โดยทว่ั กนั ไดก้ ล็ ว่ งเลยมาหลายตอ่ หลายปจี นชาตไิ ทยแทบจะสญู สน้ิ อธิปไตยและสูญเสียสมบัติของชาติไปมากมายมหาศาล ทั้งยังทำให้มี ภาระหนส้ี ินตามมาอีกจำนวนมาก ดังน้ัน การเล่านิมิตขององค์หลวงตาท่ีถูกจังหวะสอดคล้องกับวันทำ สัญญาฉบับที่ ๒ กับ IMF พอดิบพอดีเช่นน้ี จึงเหมือนกับเป็นการส่ง สญั ญาณให้รวู้ า่ ณ จุดน้ีเองเปน็ จุดเรมิ่ ตน้ ของกฎหมายมหาภยั ซึ่งจะทำ ชาติให้ล่มจมได้ และ ณ จุดเดียวกันน้ีอีกเช่นกันเป็จุดเริ่มต้นของการกู้ ชาตขิ ององค์หลวงตา “...ไดม้ าเหน็ สภาพการณ์ของเมอื งไทยเราอยู่ในขั้น วิกฤตการณ์ ข้ันที่จะเข้าขั้นแห่งความล่มจมได้ ซึ่งเป็นไปด้วยความน่า วิตกวิจารณ์เอามาก ดังที่เราทั้งหลายก็ทราบด้วยกันแล้ว มองไปไหนก็ มองไม่เห็น ใครจะเป็นผู้นำชาติไทยของเราน้ีให้ขึ้นจากหล่มลึก มองไป
379 ท่ีไหนก็มีแต่ตีบตันอั้นตู้ๆ ใครจะเป็นผู้สามารถยกได้ มองไปไหนก็ไม่ เห็นๆ.. จึงได้หันหน้าเข้ามาสู่ความเป็นหัวหน้า ก่อนท่ีจะมาเป็นหัวหน้า ของพี่น้องท้ังหลาย ก็ได้คิดทบทวนเต็มกำลังความสามารถแล้วว่า ประเทศไทยของเรานี้จะออกพ้นภัยไปได้ในทางใดแง่ใดมุมใด พิจารณา เต็มความสามารถก็ไม่เห็นทางที่จะออกไปได้ เปิดตรงน้ันก็ปิดตรงน้ี เปิด ตรงน้ีก็ปิดตรงน้ัน เสียรอบด้านหาทางออกไม่ได้ สุดท้ายก็วกวนเข้ามา หาหลวงตาบวั เอง มาเหน็ ชอ่ งแคบๆ หลวงตาบัวมีชอ่ งแคบๆ เทา่ นี้ มอง ดูเอาช่องแคบๆ เท่านี้แหละ วาสนาน้อยไม่ได้กว้างขวางอะไร ช่องน้ีคือ ช่องอะไร เห็นช่องแคบๆ แต่ชอ่ งน้ีเป็นชอ่ งแห่งความปลอดภัยแหง่ สมบัติ ทงั้ หลายที่จะไหลเขา้ มานี้ มีเท่าไรไหลเข้าสูค่ ลงั หลวงทงั้ หมด ไมม่ ีตกคา้ ง ตรงไหนเลย ไอช้ อ่ งกวา้ งๆ มนั ลงทะเลหลวง ลงพงุ หลวงไปเสยี มากตอ่ มาก จึงไดป้ ระกาศตนออกมาเป็นผ้นู ำพน่ี อ้ งทงั้ หลายดงั ทเี่ หน็ อยู่น…ี้ ” หายเพราะยาเทวดา “...เราพูดไม่ใช่คุย เอาความจริงมาพูด ท้องเสียต้ังแต่พรรษา ๑๐ ออกปฏิบตั ิพรรษา ๗ ฟัดกนั แลว้ นนั่ ถงึ พรรษา ๑๐ ท้องเริ่มเสยี เสียก็ไม่ สนใจ ซัดกันเร่ือย เพราะอดอาหารๆ เท่าไรการภาวนายิ่งดีๆ เดี๋ยวก ็ ทอ้ งเสยี ถา่ ยๆ จนพรรษา ๑๖ ลงเวทลี ะนน่ั พรรษา ๑๖ พ.ศ.๒๔๙๓ ลง เวทีท้องเลยเสียไปเร่ือยๆ เลยกลายเป็นเรื้อรังอยู่ภายใน ตอนนั้นไม่ได้ สนใจกับปากกับทอ้ งอะไร สนใจแต่กบั ธรรม พอถึงพรรษา ๑๖ แลว้ กฉ็ ัน ธรรมดา ต้ังแต่น้ันมาฉันธรรมดาเลย ทีนี้ท้องก็เสียไปเร่ือยๆ จนจะออก ชว่ ยชาติ มนั จะไปจรงิ ๆ ..มันเปน็ โรคเรือ้ รังแลว้ หมอเขาตรวจคนไหนเขา
380 กบ็ อกเป็นเสยี งเดยี วกัน เปน็ อะไรเปน็ ถงึ ขัน้ มะรงมะเรง็ .. เขาไมก่ ล้าบอก เขาอาจจะกลัวว่าเราจะเสียจงเสียใจ เรามันไม่ได้เสีย เรียนจบแล้วเรื่อง เกิดเรอื่ งตาย ไม่ต่นื ไม่เต้นไมก่ ล้าไม่กลวั เรียนจบแลว้ แตเ่ ขาก็กลัวอยา่ ง นั้นละนิสยั ของโลก ถา้ เป็นโรคลึกลบั เขาไม่คอ่ ยบอกแหละ เชน่ โรคมะเรง็ อย่างนี้ เขาไม่ค่อยบอกกัน สำหรับเราให้ยกโคตรมันมาเลย ถ้ามันมี ทั้งโคตรมาอยู่ในท้องเราให้บอกมันมาเลย เราไม่กล้าเราไม่กลัว กล้าก็ ไม่มี กลวั ก็ไม่มี เรยี นจบแล้ว “...เรากจ็ ะตายปี ๒๕๔๐ ทจี่ ะชว่ ยโลกแหละ มนั จะตายจะไมช่ นพรรษา ก็เดชะดวงชะตาของบ้านเมืองเรามันเกี่ยวโยงกันก็เลยพยุงกันอยู่ ได ้ เลยไดย้ าหมอเตงิ้ มาฉนั เขาบอกวา่ ยาขนานใดรกั ษาก็ไมห่ ายโรคประเภทน้ี เขามาเล่าให้ฟัง ต้ังฮ่ัวไถ่ เล่าเราไม่ลืมนะ เขาบอกเขารับประทานยา นแี้ ล้ว เดยี๋ วน้หี ายเลย ‘ขอนิมนตห์ ลวงพ่อฉันเถอะจะหายอย่างเดยี วกนั ’ หมอเต้งิ เอาได้ หมอเต้ิงคนจนี เปน็ ชาวจนี แกกำหนดใหเ้ อง ฉนั วนั หนง่ึ เท่าไร แกบอกไม่ให้เคลื่อนคลาดนะ ให้ฉันวันหน่ึงเท่าไร ฉันก่ีครั้งแกก็ บอกไว้ให้... ‘เอ้า ถ้างั้นก็ลองดูเป็นครั้งสุดท้ายของยา ถ้าไม่หายน้ีเรา ปล่อยเลย’…” การทดลองรักษาโรคเป็นครั้งสุดท้ายจากหมอคนสุดท้ายของท่าน ปรากฏผลเป็นที่อัศจรรย์ “มันก็ไม่เคยดีดเคยดิ้นนะจนกระทั่งป่านน้ี จน ปรกติ หายเงียบหมดเลย ถึงว่าเป็นฤทธาศักดานุภาพแห่งดวงชะตาของ ชาติไทยเราจริงๆ ไม่งั้นเรานำชาติไม่ได้แล้ว จึงได้ดีดขึ้นมาจนกระทั่ง บัดน้ี นี่ก็เป็นดวงชะตาอันหน่ึง เป็นปาฏิหาริย์นะ เราเรียกหมอนี้ว่า หมอเทวดาหมอปาฏหิ าริย์โรคเรากเ็ ลยกลายเปน็ โรคปาฏิหาริย์ไปดว้ ย”
381 ทนฝนื สังขารเพื่อชาติ : ไดน้ กต่อ ผ้าป่าช่วยชาตติ น้ แรก วันท่ี ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๑ คุณสันติ วัฒนลี ลูกศิษย์คนหนึ่ง ขององค์หลวงตาก็ได้นำเงินดอลลาร์เข้าถวายสอดรับกับเจตนารมณ์ของ ท่านพอดี “เราได้นกต่อแล้วนะ วันน้ีมีท่านผู้ศรัทธาถวายเหรียญสหรัฐฯ ๒,๔๙๗ เหรยี ญ นเี่ ราไดน้ กตอ่ แลว้ .. เปน็ หว่ งเปน็ ใยมากจรงิ ๆ นะ เปน็ หว่ ง เป็นใยชาตบิ า้ นเมือง ไม่ใชห่ ่วงธรรมดานะ เพราะฉะนั้นถึงไดอ้ อกขายตวั วา่ งน้ั เถอะนะ หลวงตาบวั นอี้ อกขายตวั ขอบณิ ฑบาตทวั่ ประเทศไทย ฟงั ซ.ิ . เราไม่เคยเลย นี่ไดอ้ อกขายตวั แลว้ ขอบณิ ฑบาตทัว่ ประเทศไทย เงินเพือ่ ชาติเรา” ตอ่ มาในวนั ที่ ๘ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๔๑ เปน็ งานบญุ ประทายขา้ วเปลอื ก ซ่ึงในปีน้ีมีประชาชนมาร่วมทำบุญประมาณ ๓๐,๐๐๐ คน องค์ท่านจึงได้ ถอื โอกาสนป้ี ระกาศทา่ มกลางพุทธศาสนิกชนว่า “เรารู้สึกสะเทอื นใจมาก เมื่อทราบว่าประเทศไทยเปน็ หนีเ้ ขาอย่แู สน ลา้ นดอลลารส์ หรฐั นก่ี เ็ ทา่ กบั นวิ เคลยี รน์ วิ ตรอนนนั่ เอง คนทงั้ ๖๒ ลา้ นคน เป็นสัตว์ไปหมด เขามาเปน็ เจา้ ของ เป็นเจา้ อำนาจ ครองบ้านครองเมอื ง ของเรา ด้วยการยึดส่ิงนั้น ยึดส่ิงน้ี สาระสำคัญซึ่งเป็นหัวใจของชาติ ไทยเรา เขาเป็นเจ้าของหมด เรามีแต่ลมหายใจ มันมีความหมายอะไร ในชีวิตเราจะไม่ยอมเห็นชาติล่มจมในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ พวกเราต้อง ช่วยกัน วันน้ีเป็นวันดี เป็นวันบุญข้าวเปลือก เราจึงขอรับบริจาค ดอลลารเ์ พ่ือชว่ ยชาต”ิ
382 อุปสรรคในการช่วยชาต ิ วันที่ ๑๗ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๔๑ หลังฉนั ภัตตาหารเช้าองค์หลวงตาได้ ขน้ึ รถต้ตู ามปกตเิ พ่ือไปแจกจา่ ยขา้ วสาร อาหารแห้ง และบริจาคเงินชว่ ย เหลือโรงพยาบาลในอำเภอใกลเ้ คียง ในช่วงเวลาประมาณ ๑๑ นาฬิกา ระหว่างการเดินทางในถนนสาย สวา่ งแดนดนิ เจรญิ ศลิ ปว์ านรนวิ าส เขตอำเภอเจรญิ ศลิ ป์ จงั หวดั สกลนคร องคห์ ลวงตาไดป้ ระสบอบุ ตั เิ หตกุ ะทนั หนั รถตตู้ กลงจากถนนไมถ่ งึ กบั พลกิ ควำ่ แต่ตกลงไปกระแทกบริเวณท่ีวางท่อข้างทางอย่างแรงจนทำให้ยางแตก เกอื บทกุ เสน้ องคห์ ลวงตาซง่ึ นอนอยบู่ นเบาะรถแถวหนา้ ไดก้ ระแทกเขา้ กบั คอนโซลทวี่ างของหลงั คนขบั จนเปน็ เหตใุ ห้ไดร้ บั บาดเจบ็ ทห่ี วั ไหลข่ วา “...แลว้ ขา้ งน้ีไปเกดิ อบุ ตั เิ หตุ เลยไมเ่ ปน็ ทา่ แขนขา้ งเดยี วก็ไมเ่ ปน็ ทา่ กระดูกแตกเหมือนกันนะ ไปตรวจ ออกจากท่ีเกิดเหตุรถเขากน็ ำเป็นแถว ยาวเหยียด ได้สัก ๕ กิโล รถทางหลวงมันมากต่อมากเป็นแถวยาว เหยยี ดเลย ไดส้ กั ๕ กิโล ไปถึงกเ็ ขา้ โรงพยาบาล เอามีอะไรเอาตรวจดู เขาบอก ‘กระดูกแตกตรงน้ี’ “...แม้หลวงตาจะประสบอุบัติเหตุ กระดูกแขนแตกพิกลพิการเช่นน้ี หลวงตายังไม่รู้สึกห่วงตัวเองยิ่งกว่าชาติไทยของเรา เราห่วงชาติไทยเรา จรงิ ๆ นะ.. เราตดิ หนีเ้ ขาจนถงึ ขนาดทีว่ า่ เมอื งไทยเราจะจม ในปี ๔๐เป็น ปที ร่ี อ้ นมากทีส่ ดุ สำหรบั เมืองไทยเรา รอ้ นเขา้ ไปถงึ ศาสนา ร้อนเขา้ มาหา หลวงตาถงึ ขนาดรอ้ ง ‘โกก้ ’ เลย หลวงตาบวชมาก็ไม่เคยร้อง‘โกก้ ’ แบบ สะเทือนมากทั่วประเทศไทยนี้ มาคราวน้ีถึงกับร้อง ‘โก้ก’เชียว ส่ิงท่ีจะ ร้องกค็ อื
383 ๑. เราติดหนี้เขาเวลาน้ี เรียกว่าเราอยู่ใต้อุ้งเล็บเขา เขาจะกำเรา เมื่อไรก็ได้ จ่ออยู่ฝั่งทะเลหลวงที่จะจม.. จนถึงขนาดได้พูดว่า น่ีสงคราม เศรษฐกิจ ให้ดูเอานะเวลาน้ี ครอบเมืองไทยเรา พี่น้องชาวไทยเราเป็น ยงั ไง อยู่ใต้อุง้ เล็บเขายงั นอนหลับครอกๆ แครกๆ อยเู่ หรอ น้ีอนั หนง่ึ ๒. ดอลลาร์เขาดอลล์เดียวฟาดเงินไทยเราจากเดิม ๒๕ บาทเป็น ๕๖ บาท นีอ้ นั หนึง่ ๓. คนไทยเราคิดเฉลี่ยติดหนีเ้ ขา ๖๒ ลา้ นคนน้ี ติดหนเี้ ขาคนละ ๕ หมืน่ บาท ฟังซิ ให้ลูกศิษย์ไปค้นคว้าเอาต้นมูลต้นเหตุมาจากข้างในโน้น ให้เรา ดูเร่ืองราวมันก่อนท่ีเราจะข้ึนเวทีช่วยพี่น้องท้ังหลายนะ อะไรท่ีเป็นความ จำเป็นมากท่สี ดุ ท่ีลอ่ แหลมตอ่ ความลม่ จมของชาตไิ ทยเรา.. ก็ได้ความวา่ ติดหน้ีไอเอ็มเอฟ โห ติดหน้ีพวกนี้ไม่ใช่ของเล่น เรียกว่า หนูตัวหน่ึงอยู่ ใต้อุ้งเลบ็ ของเสือโครง่ ใช่เล่นเมือ่ ไร รอ้ ง ‘โกก้ ’ เลยเทียวเรา .. ฟ้าหญงิ ฯ.. ประธานเปิดโครงการ ช่วยชาติ องค์หลวงตาได้ประกาศช่วยชาติอย่างเป็นทางการเมื่อวันท่ี ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๑ เวลา ๐๗.๐๐ น. โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จไปทรงเป็นประธาน ณ สวนแสงธรรม พุทธมณฑล สาย ๓ กรุงเทพมหานคร ในวันเปิดโครงการ ช่วยชาติน้ัน องค์ท่านอยู่ในสภาพผอมจนกระดูกและเส้นเอ็นปูดโปน แขนขวาทกี่ ระดกู เดาะ ถกู สะพายไวด้ ว้ ยผา้ หวั ไหลข่ วาทบี่ วมเปง่ สดี ำคลำ้ นับเป็นนักรบกบั ความจนโดยแท้จริง
384 กองผา้ ปา่ มีสง่าราศี เพราะมีพระมหากษัตริย ์ ตอ่ มาวนั ที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๑ เวลา ๑๙.๓๐ น. พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภมู พิ ลอดลุ ยเดช และสมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ เสด็จพระราชดำเนนิ เปน็ การสว่ นพระองค์ ไปทรงนมสั การองค์หลวงตา ท่สี วนแสงธรรม องค์ท่านกล่าวถงึ เหตุการณส์ ำคญั ในขณะนั้นวา่ “...เวลาสนทนาอะไรๆ กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่ีน่ังคุย ไม่ใช่อะไรนะ ๙๐% เรื่องโรงพยาบาลล้วนๆ เลย เราทูลถวายท่านด้วย เหตุด้วยผลทุกส่ิงทุกอย่าง ท่านทรงสดับฝ่ายเดียวเราเป็นคนทูล เร่ือง ราวอะไรๆ ไล่เข้าไปเลย เหมอื นหนึง่ ว่าเปน็ นักวิชาการใหญ่ ไม่ใชเ่ ลน่ นะ ทา่ นไมร่ บั สงั่ อะไรละ ทรงยมิ้ ๆ เรากท็ ลู ทา่ นเปน็ ลำดบั ลำดาๆ ขน้ึ ตลอดเลย ตบท้ายก็บอกว่าเราทุ่มเสียจริงๆ กระทรวงทั่วประเทศไทยทุกกระทรวง ไม่มีกระทรวงใดที่มีความจำเป็นยิ่งกว่าสาธารณสุขเราบอก ..พระองค์ก็ ทรงเห็นชอบด้วย รู้สึกว่าพระอัธยาศัยย้ิมแย้มแจ่มใสต่อการทูลของเรา เราทูลเร่ืองโรงพยาบาล ท่านพอพระทัยมาก พอออกไปไม่นานก็ตัดงบ ประมาณจากมหาดไทย ๒๐๐ ล้านมาให้สาธารณสุขโดยด่วนเลยนะ อย่างน้ันแล้ว เพราะเป็นความจำเป็น เราทูลท่านทูลแต่สิ่งที่จำเป็นๆ จำเปน็ ตลอดเลยเกีย่ วกับโรงพยาบาล ..” ในวนั นั้นพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู ัวภมู พิ ลอดุลยเดช และสมเดจ็ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงถวายทองคำพร้อมปัจจัยเข้า “โครงการชว่ ยชาตโิ ดยหลวงตามหาบวั ญาณสัมปันโน” อีกดว้ ย
385 “..พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ ท่านทรง ทำอย่างนั้นได้ ก็เท่ากับทั้งสองพระองค์อยู่ที่น่ันด้วย พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ อยู่ท่ีกองผ้าปา่ แตล่ ะกองๆ ที่ไปต้ังไวท้ ่ีไหนก็ตามอยู่ นั้นด้วย แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ ซึ่ง เป็นพ่อใหญ่แม่ใหญ่ของเรา จะมาประทับเป็นคู่เคียงกับองค์ศาสดาน้ัน ดว้ ยเพราะฉะนัน้ เรื่องการต้ังกองผา้ ปา่ นจ้ี ึงมคี วามสงา่ ราศีมาก คือเอาใน นามของชาติๆ ไปต้ังลงก๊ึกๆ.. ใหถ้ อื ผา้ ปา่ เป็นมหามงคลแก่พน่ี อ้ งชาวไทย เอ้า จะไปต้ังที่ไหนไปตง้ั เถอะ ต้ังแต่วงราชการสงู สดุ ลงมานคี้ ือผ้าปา่ ของ ชาติไทยเรา เป็นพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ หน่ึง เป็นพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ หนึ่ง มาประทับอยู่ท่ีกองผ้าป่า แต่ละกองๆ ให้พากันกราบ ถ้าเราไม่อยากกราบออกมาเป็นกิริยา ก็ให้ นึกกราบพระพทุ ธเจา้ พระธรรม พระสงฆ์ กราบพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัว และสมเดจ็ พระนางเจ้าฯ ดว้ ยความนอบนอ้ มทางใจ แล้วเอาเงินในกระเป๋าออกไปต้ังในผ้าป่า นี่เชิดชาติไทยของเราแล้ว เข้าใจเหรอ ให้เปน็ ความเห็นอย่างน้ที ว่ั หนา้ กันนะ เพราะฉะนน้ั กองผา้ ป่า ไปที่ไหนไปเถอะ ไมม่ ีเสนียดจัญไร นก้ี องมหามงคล ท่จี ะอุ้มชาตไิ ทยของ ตัวเองข้ึนจะเสียหายที่ตรงไหน ใครท่ีเห็นว่ากองผ้าป่าเป็นของเสนียด จัญไรคนน้ีเป็นคนขวางโลก คนจะทำโลกให้จม อันน้ีกองผ้าป่านี้จะยก ชาติไทยข้ึนมาไม่ได้ทำชาติไทยให้จม จะเสียหายที่ตรงไหน ผู้ที่ดูถูก เหยียดหยามกองผ้าป่าว่าเป็นเหมือนนรกหรือคนขอทาน น้ันแหละ คนขอทานทีย่ งั ไมต่ ายมันเป็นคนขอทานแลว้ ..”
386 สายบญุ ชาวไทยในปางก่อน : ชะตากรรมชาต ิ ขอให้พ่ีน้องทั้งหลายมีความภาคภูมิใจในบุพเพวาสนา คือเราเคย สร้างความดีมาตลอด เราก็ได้พบความดีมาเรื่อยๆ เวลานี้เราก็ได้พบ ความดีทจี่ ะไดช้ ว่ ยชาติบ้านเมืองของเรา ด้วย การบริจาคทานให้เป็นมหากุศลเพราะกุศลอันน้ีหาได้ยาก ..ชะตา ของเมืองไทยมีเราเปน็ ผูน้ ำ ดวงชะตานีม้ ันมอี ยู่ ๓ จดุ จุดที่ ๑ ชะตาของประเทศไทย จุดที่ ๒ ชะตาของหลวงตาบวั คอื ตอ้ งตาย แต่กลบั ไมต่ าย หมอโรง พยาบาลมาเอกซเรย์ท่ีวัดป่าบ้านตาดว่า เป็นโรคมะเร็งลำไส้ขั้นสุดท้าย เพ่ือความแน่ใจจึงไปตรวจท่ีโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่น ทางโรง พยาบาลศรีนครินทร์ก็ยืนยันเช่นเดียวกัน หลังจากน้ันได้เดินทางไปตรวจ ท่ีโรงพยาบาลศริ ริ าช กรงุ เทพฯ คณะหมอกย็ นื ยนั เชน่ เดยี วกนั วา่ อกี ไมน่ าน จะต้องตายให้เตรยี มตวั ไว้ อย่างช้าตอ้ งตายกอ่ นเขา้ พรรษาปี ๒๕๔๑ จุดที่ ๓ ชะตาของลูกศิษย์ท้ังหลาย ที่จะ ร่วมกันทำประโยชน์ใหญ่ ให้แก่ชาติและพระศาสนา ...ดวงชะตา ๓ อย่างนี้รวมกนั แลว้ จะชว่ ยยกเมืองไทยขึ้นไดห้ ลวงตา เป็นผู้นำ ให้ทำตามที่ผู้นำบอกทุกอย่าง หลวงตาเด็ด ลูกศิษย์ต้องเด็ด พรอ้ มใจกันเสยี สละ แมค้ อขาดกต็ ้องยอม ดวงชะตายงั พอมีพอเปน็ ไปได้ อยู่ต้องสำเร็จ...”และเมื่อมีคำถามจากลูกศิษย์ลูกหาถามว่างานยกชาติ บ้านเมืองครั้งนี้จะสำเร็จได้ด้วยคุณธรรมข้อใด ท่านก็กล่าวตอบทันทีว่า “ด้วยธรรมะข้อ ‘สู้ไม่ถอย’ สู้ไมห่ ยดุ ไมถ่ อยเดยี๋ วชนะเอง”
387 สมเดจ็ พระเทพฯ กับหลวงตา..เทา่ นนั้ วันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ องค์หลวงตาได้รับนิมนต์ให้เข้าชม สถานทเ่ี ก็บทองคำของชาติ ณ ห้องมั่นคง ธนาคารแหง่ ประเทศไทย “...น่ีทองคำเก็บเล็กผสมน้อยไปตลอดนะ ฝนตกทีละหยดละหยาด สามารถทำท้องฟ้ามหาสมุทรให้เต็มด้วยน้ำได้ น่ีน้ำใจของพ่ีน้องชาวไทย ที่รักชาติพากันเสียสละคนละหยดละหยาด เท่ากับเม็ดฝนที่ตกลงมาจาก ท้องฟ้า จะทำพ้นื แผน่ ดินให้เต็มได้ อนั นี้กเ็ หมอื นกนั คลงั หลวงของเราบกพรอ่ งมากนะ เราเปน็ ผู้ไปดเู อง คลงั หลวงทองคำน้ี ไมม่ ีใครดู เรยี กวา่ หา้ มกนั เดด็ ขาด ไดท้ อดพระเนตรเฉพาะสมเดจ็ พระเทพ รตั นราชสดุ า เท่าน้ัน แล้วก็หลวงตา เป็นองค์ท่ีสอง.. ตอนท่ีเราไปมอบ ทองคำ เจ้าหน้าที่รับผิดชอบมานิมนต์เราเข้าโดยเฉพาะเลย.. เจ้าหน้าท่ี เขาบอกว่า นี้ทรงทอดพระเนตรเฉพาะสมเด็จพระเทพฯเท่านั้น.. แล้วกับ หลวงตา เป็นองค์ท่ีสอง เขานิมนต์เราเข้าไปทุกห้องทุกหับทุกซอกทุกมุม บรรดาที่ทองคำเก็บไว้ตรงไหนบอกหมดละเอียดลออเราก็เป็นผู้ถาม ถามเพอ่ื รเู้ หตผุ ลกลไกความบกพรอ่ งหรอื สมบรู ณอ์ ยา่ งไรบา้ งในคลงั หลวง ของเรา เพ่ือประเทศชาติของเรา.. ไปเห็นด้วยตาของตัวเองแล้วรู้สึกว่า ใจเสยี วๆ เสยี ววาบอยู่ คอื ไปดทู องคำของชาตแิ ลว้ รสู้ กึ วา่ ตกใจอยู่ ทง้ั ชาติ มแี คน่ หี้ รอื ทง้ั ชาตมิ เี ทา่ นหี้ รอื ใจหายอยนู่ า เราจงึ ไดเ้ ตอื นพน่ี อ้ งชาตไิ ทย ทงั้ หลายใหเ้ หน็ ความสำคญั ใหม้ ากใหเ้ ปน็ หลกั ของชาติ หวั ใจของเมอื งไทย อยตู่ รงนน้ั แหละเราไปดทู ห่ี วั ใจของไทยเลย.. เพราะเขาเหน็ วา่ เราชว่ ยชาติ อยๆู่ เขากน็ มิ นตเ์ ราไปดทู องคำ ทองคำนอี้ ยู่ใตด้ นิ นะ ลงลฟิ ท์ไปแลว้ ก็ไปดู อยู่ในลกู กรง เปน็ ลูกกรงเหลก็ ใหญ่ๆ มองเหน็ ทองคำชัดเจน..
388 จึงได้ประกาศให้บรรดาพี่น้องท้ังหลายทราบว่าทองคำเราในคลัง หลวงเรามนี อ้ ยมาก ใหพ้ ากนั พนิ จิ พจิ ารณา คลงั หลวงคอื หวั ใจของเราทกุ คน ในประเทศไทยน้ีหัวใจเราอยู่ท่ีคลังหลวงทุกคนๆ ให้พยายามหาทองคำให้ ได้สืบทอดลมหายใจ ต่างคนต่างพยายามคนละเล็กละน้อยเพิ่มลมหายใจ ในคลังหลวงของเรามากข้นึ ๆ เราจะไดม้ ีความอบอนุ่ แน่นหนาม่นั คง .. ทองคำ หลกั ประกนั ชาต ิ “...เมืองไทยเราน้ีคราวนี้เป็นคราวท่ียิ่งใหญ่ท่ีสุดแล้ว ถ้าทรงตัวได้ เอาตัวรอดได้ก็เป็นคราวน้ี ถ้าคราวนี้ ไม่ได้แล้วไม่มีหวังว่าง้ันเลยนะ ไม่ทราบว่าใครจะมาสามารถยกเมืองไทยท้ังประเทศข้ึนได้ นี่ลงศาสนา พระมหากษัตริย์ พ่ีน้องชาวไทยเรายกไม่ข้ึนแล้วไม่มีใครยกข้ึนว่าง้ีเลย เราเอาตรงน้ตี รงสำคัญ.. ทองคำเป็นสำคัญมากทีเดียว เพราะทองคำเป็นหัวใจของชาต ิ ชาติไหนก็ตามท่ีมีทองคำมากชาติน้ันสง่างาม เป็นที่เกรงขามของโลก ท่ัวๆ ไป ถ้าชาติไทยมีทองคำน้อยและไม่มีทองคำชาติน้ันเหลวไหล ไม่มี ศักด์ิศรีดีงามอะไรเลย ศักด์ิศรีทั้งหลายมันไปขึ้นอยู่กับสมบัติเครื่อง ประดับชาตินะ เหล่าน้เี ป็นเคร่อื งประดบั ชาติเรา อยู่แตต่ ัวเฉยๆ ก็ไมผ่ ดิ อะไรกับสัตว์มนุษย์เรามีคุณค่าเพราะเครื่องประดับประจำชาติมนุษย์ และศลี ธรรมเป็นของสำคญั มากทีเดียว น่ีละที่เราเห็นทองคำเข้ามาสู่คลังหลวงของเราไหลเข้ามาเร่ือยๆ ขึ้นจากความรักชาติของเรา ความรักชาติและความสามัคคี ฟังเสียง หวั หน้า หวั หน้าคิดเป็นธรรมพากา้ วเดนิ อยา่ งไรใหเ้ ดินตามนั้น เราเปน็ ลกู
389 ชาวพุทธหัวหน้าของเราคือพระพุทธเจ้า พระสงฆ์สาวกนำธรรมท่ี ประกาศธรรมสอนโลกอย่างถูกต้องแม่นยำมาสั่งสอนพวกเรา ให้ พยายามเดินตามธรรม เดินตามอย่างอื่นแล้วไม่ค่อยแคล้วคลาด ปลอดภยั นะ ส่วนเดนิ ตามธรรมน้สี งบร่มเย็นเป็นลำดบั .. รวมใจชาวไทยเปน็ หนงึ่ เดียว..เพื่อชาต ิ “...งานคราวนเ้ี ปน็ คราวที่ใหญ่โตมากเรยี กวา่ งานของชาตเิ ลยเทยี วนะ งานนี้ ไม่มีก๊กไม่มีเหล่า ไม่มีฝักมีฝ่าย เมืองไทยเราทั้งชาติรวมเป็นหัวใจ ดวงเดียวกันยกข้ึน ยกชาติบ้านเมืองของเราขึ้นโดยถ่ายเดียวเท่าน้ัน งานนเ้ี ปน็ งานของศาสนา เปน็ งานของธรรม มพี ระสงฆ ์ เป็นผู้นำของพ่ีน้องทั้งหลาย รวมหัวใจเป็นอันเดียวกันแล้ว ยกชาติ ของเราใหข้ น้ึ อย่างรวดเร็ว เวลาน้กี ำลงั ตกอับมาก จงึ ตอ้ งได้ชว่ ยกันเต็ม เม็ดเต็มหน่วย มิหนำซำ้ ศาสนาต้องนำ ศาสนาน้ี ไม่เป็นข้าศึกต่อผู้ใด ศาสนาไม่เป็นภัยต่อผู้ใด เป็นแต่คุณ ล้วนๆ นำประเทศไทยของเราให้ขึ้น ด้วยคุณธรรม ด้วยความสามัคคี ดว้ ยความรักชาติ เปน็ น้ำหนึ่งใจเดยี วกันเปน็ ความเสยี สละท้งั น้นั ... “…โลกเราอยู่ด้วยกันได้ด้วยอำนาจแห่งการเสียสละ คือการให้ทาน ต่อกัน ความช่วยเหลือกัน มีแต่การเสียสละทั้งนั้น โลกถ้าไม่มีการ ช่วยเหลือ ไม่มีการให้ทาน เฉลี่ยเผื่อแผ่กันแล้ว ไม่มีความหมาย โลกมี ความหมายมากนอ้ ย อย่ทู ีก่ ารเฉลย่ี เผอ่ื แผ่ มีนำ้ ใจต่อกนั ความมนี ำ้ ใจตอ่ กันนสี้ ำคัญมาก ผ้มู นี ้ำใจต่อกนั เฉลี่ยเผื่อแผ่กัน ความเสียสละก็ย่อมมีได้
390 ถา้ ไมม่ นี ำ้ ใจ ไมม่ แี ก่ใจแลว้ อะไรๆ กห็ ลดุ มอื ออกไปไม่ได้ ทนี อี้ ยกู่ นั เปน็ รอ้ ยเปน็ พนั ก็ไมม่ คี วามหมาย คนหนงึ่ จะตายดนิ้ อยนู่ ี่ ก็ไมม่ ีใครดแู ลกนั นแ่ี หละความไมม่ แี ก่ใจ เพราะฉะนนั้ จงึ วา่ มมี ากเทา่ ไหรก่ ต็ าม ถา้ ไมม่ คี วาม เสียสละ ไม่มีแก่ใจแล้ว ไม่มีความหมายทั้งนั้นแหละมนุษย์เราอยู่ร่วมกัน จะอยู่ใกลอ้ ยู่ไกลไมส่ ำคญั สำคญั ทนี่ ำ้ ใจทม่ี ตี อ่ กนั อนั นสี้ ำคญั มาก การชว่ ยชาติ เปน็ กจิ ของสงฆ ์ นพ่ี ระสงฆ์ออกมาช่วยน้ี เรียกว่า ทำกจิ สงฆ์โดยสมบูรณ์ นีห่ ละงาน ของสงฆ์เป็นงานอย่างน้ี สงฆ์ต้องช่วยชาติซิ ช่วยโลกช่วยสงสารสัตว์ทั้ง หลายพระพุทธเจ้าท่านว่า มหาการุณิโก นาโถหิตายะ สัพพะปาณินัง พระพุทธเจ้าทรงพระเมตตามหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ฟังซิ แล้วทำ ประโยชน์ให้แก่สัตว์นี้ ไม่มีประมาณ น่ันแหละแปลออกมา ทำประโยชน์ ให้สตั วโลกไม่มีประมาณเลย ไมม่ ีใครเกินพระพุทธเจ้าเราเปน็ ลกู ศษิ ย์ของ พระตถาคตก็ต้องแสดงลวดลายออกมาบ้าง ไม่มากก็น้อยตามกำลัง ความสามารถของตน มนั ถงึ จะถกู ไม่ใชพ่ ระสงฆ์แบบใจดำน้ำขุน่ …” สละชวี ิตพชิ ติ สงคราม เปน็ ประวตั ิศาสตรช์ าติไทย “..คราวนี้เป็นคราวประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ถ้าคราวนี้ขึ้นไม่ได้แล้วก็ไม่ ทราบว่าคราวไหนจะข้ึนได้ มีแต่ความจะจมโดยถ่ายเดียว ความจมกับ ความข้ึนได้เราจะเอาทางไหน ความข้ึนได้ความชนะ นี่เราเอาทางน ้ี ให้ต่างคนต่างเสียสละ อย่าถอยหลังนะ มีห้าบาทแบ่งสองบาทหรือสิบ
391 สลึงเสียสละลงไป นี่เรียกว่าเราสร้างมหาทาน ทานเพ่ือชาติเราไม่เคย ทาน ทานเพ่ือคนน้ันคนน้ีอะไรๆ เราทานมา ต่างคนต่างทานมาด้วยกัน แล้วแต่ทานน้ีเป็นทานมหากุศลอย่างยิ่ง ทานเพ่ือชาติของเราเรายังไม่ เคยได้ทำ ขอให้ต่างคนต่างสร้างมหากุศลขึ้นสู่เมืองไทยของเรา เราก็จะ มีกุศลชุ่มเย็นมากที่สุด จนกระท่ังวันตายเราก็ตายด้วยความชุ่มเย็น ตายด้วยความสง่างามในเมืองไทยของเรา นี่เรียกว่าเราสร้างมหากุศล มหากศุ ลอันยิ่งใหญ่ ทำเมืองไทยของเราให้รม่ เยน็ ท้งั ชาติเลย...” พิธปี ดิ โครงการช่วยชาติ องค์หลวงตากล่าวว่าเมื่อเงินบริจาคหรือ “เงินหัวหน้า” เข้า คลงั หลวงปรากฏเปน็ ผลานสิ งส์ ติดตามมามากมาย น่ันคือทำให้“เงินบริษัทบริวารพากันไหลเข้า (ทุนสำรองท่ัวไป) อย่างต่อเนอื่ ง”ยงั ความประหลาดใจแกน่ ักวชิ าการและ หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องตลอดถึงประชาชนในระยะนั้น ท่ีเห็นถึงความ เปลยี่ นแปลงของบา้ นเมอื งในทศิ ทางทด่ี ขี น้ึ อยา่ งชดั เจน ทงั้ ๆ ทเี่ พงิ่ เผชญิ กับวิกฤตการณ์ร้ายแรงเหมือนจะไม่มีวันฟื้นให้คืนมาได้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกลุ ผู้วา่ การธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กล่าวเมอ่ื วนั ที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๔๖ ยืนยันข้อเท็จจรงิ “กระผมเชื่อเป็นแม่นมั่นว่า ทองคำแท่งและเงินดอลลาร์สหรัฐที่ได้ รบั จากการโครงการชว่ ยชาติ โดยหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโนอันเปน็ ที่รวมของศรัทธามหาชนท่ัวประเทศเม่ือได้นำเข้าไปรวมไว้ในคลังหลวง ย่อมจะเป็นสิริมงคลต่อคลังหลวง มีผลให้มีเงินไหลเข้ากองทุนเงินสำรอง
392 ระหว่างประเทศเพม่ิ ขึ้นโดยไม่ขาดสาย เปน็ ระยะเวลาตดิ ตอ่ กนั ตลอด ๒ ปหี รอื ๒๔ เดอื นทีผ่ ่านมา จนในทสี่ ุดเราจึงมเี งนิ มากพอที่จะใช้หนี้ IMF ไดก้ อ่ นกำหนด” รวมระยะเวลาจากจุดแรกที่กู้เงินจาก IMFจนกระท่ังหมดหนี้นับเป็น เวลาถึง ๖ ปีเต็ม และจากภาระหน้ี IMF ที่หมดส้ินไปน้ีเอง ทำให้องค์ หลวงตาตัดสนิ ใจยุติโครงการช่วยชาติ แต่ยงั ช่วย “สงเคราะห์โลก” และ รบั บริจาคทองคำหลอมเขา้ สูค่ ลงั หลวงเช่นเดิม สังขารรา่ งกายในวยั ๘๕- ๙๑ ปี ท่ีต้องตรากตรำเดินทางไปเทศนาช่วยชาติเกือบจะท่ัวแดนไทยจน ภาระหนี้ต่างประเทศลดนอ้ ยถอยลงไปและภาระหนี้ IMF กห็ มดสนิ้ ไป “…เราเหนื่อยมากนะ แต่เราก็ทำเพื่อชาติ.. น่ีต้ังแต่วันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๑ถงึ วนั ท่ี ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ เปน็ ๖ ปนี ะนนั่ ไม่ใชเ่ ล่น หลวงตาแบกอยูต่ ลอดเวลา ๖ ปเี ต็มน้ี เราพดู อยา่ งตรงไปตรง มาว่าหนักมากเรารู้สึกว่าหนักมากกว่าบรรดาพี่น้องชาวไทย เราทั้ง ประเทศ เพราะเราเป็นผอู้ อกโครงการเอง คดิ อ่านไตรต่ รองเพือ่ ชาติบ้าน เมอื งเองทุกอย่าง เปน็ เรือ่ งออกจากเราๆ การเคล่ือนไหวไปมาท่ีไหนๆ ก็ ออกจากเรา เราเปน็ ผเู้ คลือ่ นไหว เป็นผู้ไปผู้มา เพราะฉะนั้นเร่ืองจึงหนกั มากอยตู่ ลอดตงั้ แต่เร่มิ ต้นแลว้ การเทศนาว่าการก็ ๖ ปนี ี้เตม็ ๆ เทศน์มา ได้ ๖ ปีเต็มเลยเชียว ในโครงการ นอกโครงการ.. การเทศนค์ ราวนีเ้ ราก็ ยอมรับว่าเรานี้ ได้เทศน์มากท่ีสุดเลยในชีวิตของเราเองซึ่งไม่เคยคิดเคย อ่านว่าจะได้ทำอย่างนี้ ก็ได้ทำอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อพ่ีน้อง ชาวไทยทงั้ ประเทศน้ันแหละ ไม่ใชเ่ พอ่ื ใครนะ.. อยากใหม้ ีเนื้อมีหนังมีหนา้ มีตา มีศักดิศ์ รดี ีงามเหมือนโลกท่วั ๆ ไป...”
393 เม่ือวันท่ี ๑๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๗สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชนิ นี าถ เสดจ็ พระราชดำเนนิ ไปเปน็ ประธานในพธิ ี มอบทองคำ และเงินดอลลาร์เข้าสู่คลงั หลวง ครัง้ ที่ ๑๒ และพิธีปดิ โครงการชว่ ยชาติ ณ เวทีใหม่สวนอมั พรกรงุ เทพมหานคร ในโอกาสนี้ สมเดจ็ พระเจ้าลกู เธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี รอรับเสด็จ ซึ่งการจัดงาน ครั้งนี้มีรัฐบาลเป็นเจ้าภาพ ด้วยเมตตาธรรมขององค์หลวงตาที่มีต่อชาติ ไทยและต่อชาวไทยจนกลายเป็นจุดเริ่มแห่งการช่วยชาติและโครงการ ช่วยชาติในเวลาต่อมาจนกระทั่งบัดนี้การดำเนินงานในโครงการช่วยชาติ ได้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์แล้ว อีกท้ังประเทศชาติก็พ้นจาก ภาระหนีส้ นิ เปน็ ท่เี รยี บร้อยแล้ว “โครงการช่วยชาติ” จึงเป็นประวตั ิศาสตรแ์ หง่ ความภาคภมู ใิ จของพ่ี น้องชาวไทย ท่ีได้ร่วมกันจารึกไว้ว่า เม่ือยามบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะคับขัน ชาวไทยทกุ คนจากทว่ั ทกุ มมุ โลก ตา่ งแสดงความรกั ชาติ ดว้ ยความเสยี สละ พรอ้ มเพรยี งสามคั คี จนกระทง่ั เมอื งไทยสามารถกอบกศู้ กั ดศ์ิ รี ความดงี าม กลบั ฟืน้ ข้ึนมาอย่างสงา่ งามในเวทีโลก โอวาทองคห์ ลวงตาในมหาพิธีปิดโครงการช่วยชาต ิ “... วันน้ีเป็นวันมหามงคลของพี่น้องชาวไทยท้ังประเทศ โดยมี สมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ และสมเดจ็ พระเจา้ ลกู เธอ เจา้ ฟา้ จุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้เสด็จมาเป็นประธานในงานน ้ี จึงรู้สึกว่าเป็นมงคลอันสูงสุดในวันน้ีเป็นวันที่ได้มอบทองคำและดอลลาร์ ท่ีพ่ีน้องท้ังหลายทั้งประเทศได้อุตส่าห์พยายามขวนขวายหามาด้วยความ
394 รักชาตคิ วามเสียสละดว้ ยความพร้อมเพรียงกนั เปน็ ตน้ มา ตัง้ แต่วนั ที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๔๑ จนกระท่ังถึงวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๔๗ น้ี ปรากฏผล แห่งความรักชาติ ความเสียสละด้วยความพร้อมเพรียงกันขอท่าน ทง้ั หลายจงรับคำชี้แจง หรือโอวาทธรรมของพระพุทธเจา้ ซงึ่ แทรกมาในน้ี นำไปปฏิบัติ ระลึกถึงตนเองและรักตนเองคือรักชาติรักศาสนาด้วยความ เป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ระลึกถึงธรรมติดแนบอยู่กับใจเสมอความชั่ว ท้ังหลายจะไม่มีโอกาสเข้ามารังควานได้อย่างง่ายดาย เพราะธรรมของ พระพุทธเจ้าเคยปราบความชั่วช้าลามกอันเป็นภัยต่อสัตว์โลกมาเป็น ประจำนานแสนนานกกี่ ัปก่กี ลั ป ์ เฉพาะปจั จบุ นั นกี้ ค็ อื พระพทุ ธเจา้ สมณโคดมของเรา ไดท้ รงปราบมาร ตัวมหาภัยอย่างย่ิงในพระองค์จนเรียบราบลงไปแล้ว ได้นำธรรมะน้ันมา สั่งสอนสัตว์โลกตลอดมาจนกระทั่ง ๒๕๐๐ กว่าปี ไม่ได้จืดจางยังสดๆ ร้อนๆ คือธรรมอันเป็นมหามงคลแก่โลกจึงขอให้พ่ีน้องชาวพุทธทั้งหลาย ที่นับถือกราบไหว้พระพุทธเจ้าเป็นขวัญตาขวัญใจตลอดมาตั้งแต่ปู่ย่า ตายายไดน้ ำไปประพฤติปฏิบตั ิ วนั คนื ปีเดือนล่วงไป จติ ใจกบั ธรรมอยา่ ให้ ห่างเหนิ จากกนั วันนี้หลวงตาจะไม่พูดอะไรมากนักเพราะได้พูดมาเป็นเวลา ๖ ปีแล้ว ขอความเห็นใจจากพ่ีน้องทั้งหลายเพื่อชาติไทยและศาสนาไทยของเรา ให้ต่างท่านต่างได้อุ้มชูข้ึนมาด้วยการประพฤติปฏิบัติตัวเป็นคนดี น่ีเป็น ความมุ่งหมายของชาติไทยด้วย เป็นความมุ่งหมายขององค์ศาสดา ขอความสวสั ดีจงมแี ก่บรรดาพน่ี ้องทงั้ หลายโดยทั่วกนั เทอญฯ...”
395
“...พระมหากษัตริย์ก็เป็นพ่อแม่ของคนทั้งชาติ ให้ความร่มเย็นแก่คน ทั้งประเทศมานานสักเท่าไร ใครมาทำก็เป็นกรรมอย่างหนักทีเดียวมาทำลาย พระมหากษัตริย์ของเรา เพราะนี้คือหัวใจของคนทั้งชาติอยู่ในพระมหากษัตริย์ น้ันเอง ใครกราบใครไหว้ ได้หมด เห็นพระรูปของพระองค์อยู่ในสถานท่ีใดกราบ ทันทีๆ น่ีละผู้ท่ีดีผู้ที่ควรจะเป็นเจดีย์ของโลก ของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ของเรา นเ้ี องทจี่ ะเปน็ เจดีย์ของชาตขิ องเรา...” ๘ ตลุ าคม ๒๕๔๘
397 บทที่ ๑๒ จอมทพั รักษ์ศาสน์กษัตรยิ ์ เมื่อบ้านเมืองมีแนวโน้มจะออกกฎเกณฑ์แบบโลกๆ ท่ีมุ่งเน้นแต่ อำนาจ ชื่อเสียง ลาภ ยศ จนกระทบสถาบันหลักโดยเฉพาะต่อศาสนา และพระมหากษัตริย์ องค์หลวงตาท่ีเพ่ิงออกมาเป็นผู้นำกู้ชาติ จึงได้เป็น จอมทัพออกสนามด้วยองค์ท่านเอง นำทัพพระกรรมฐานออกปกป้อง พระธรรมวินัยมิให้คลาดเคล่ือนพร้อมรักษาพระราชอำนาจของพระมหา กษัตริย์และสมเด็จพระสังฆราช มิให้ถูกลิดรอนไป ให้คงดำรงม่ันตาม หลกั พระธรรมวินยั และจารีตประเพณีอนั ดงี าม ออกสนามปกปอ้ งพระพทุ ธศาสนา ตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นต้นมา มีร่างกฎหมายหลายฉบับท่ีกระทบ กระเทือนต่อหลักพระธรรมวินัยจนเป็นเหตุให้พระกรรมฐานท้ังฝ่าย มหานิกายและธรรมยุตจากท่ัวประเทศภายใต้การนำขององค์หลวงตา ได้ออกมาประชุมพิจารณาตัดสินตามหลักพระธรรมวินัยหลายวาระ สำหรับร่างกฎหมายท่ีน่าสนใจเป็นพิเศษเพราะเป็นประเด็นถกเถียงใน สังคมชาวพุทธอย่างกว้างขวางและต่อเน่ืองยาวนานจนเกือบเป็น สังฆเภทก็คือ “ร่างพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. …” โดยรัฐบาลได ้ เห็นชอบในหลักการเม่อื วนั ท่ี ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๔
398 สาระสำคัญมีเนื้อหาหลายประการท่ีขัดต่อพระธรรมวินัยและจารีต ประเพณอี ยา่ งร้ายแรง ดงั น้นั เมอื่ วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๔๕ องคห์ ลวงตา จึงเมตตาทำหนังสือท่ีพิเศษ ๐๐๐๗๒๕๔๕ ลงวันท่ี ๑๘ มกราคม ๒๕๔๕ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการขอให้ทบทวนเน้ือหาในร่างใหม่ สำหรับสาระสำคัญโดยย่อของร่างกฎหมายฉบับนี้ยกมาเฉพาะในประเด็น ที่น่าสนใจ ๑. ยกสมเด็จพระสังฆราชให้มีแต่พระคุณไม่ต้องเกี่ยวข้องกับการใช้ พระเดช ๒. ยกมหาเถรสมาคมขึ้นเป็นที่ปรึกษาสมเด็จพระสังฆราช และให้ ความเห็นชอบในการออกกฎระเบียบของมหาคณิสสร เนื่องจากมหาเถร สมาคมประกอบด้วยพระผู้ใหญท่ ีม่ พี รรษามาก ๓. กำหนดให้มีกรรมการมหาคณิสสร ทำหน้าท่ีบริหารแทนมหาเถร สมาคม เพ่ือที่จะให้โอกาสแก่พระภิกษุหนุ่มที่มีความรู้ความสามารถ ได้เขา้ มาบริหารงานพระศาสนาแทนมหาเถรสมาคม ๔. กำหนดให้มีกองทุนเพ่ือกิจการพระพุทธศาสนาโดยได้รับเงิน อดุ หนนุ จากศาสนสมบัติกลาง ตอ่ มาองคห์ ลวงตา พระกรรมฐาน และประชาชนจำนวน ๖๑๑,๘๕๒ คน จากท่ัวประเทศไดย้ ื่นรายช่อื คัดคา้ นรา่ งพระราชบัญญัติฉบบั น้ตี ่อประธาน รัฐสภาเมื่อวันท่ี ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ สำหรับรายช่ือผู้คัดค้านมี องคห์ ลวงตาและนายกรฐั มนตรลี งลายมือช่ือรว่ มอยดู่ ว้ ย จากนนั้ ผแู้ ทนพระกรรมฐานทง้ั ฝา่ ยมหานกิ ายและธรรมยตุ ยน่ื หนงั สอื ถึงมหาเถรสมาคมขอให้ยกเลิกร่างฯ ดังกล่าว เพราะขัดต่อพระธรรม วินัย ในบรรดากรรมการมหาเถรสมาคมมีสมเด็จพระมหาธีราจารย์วัด
399 ชนะสงครามเพียงพระองค์เดียวที่แสดงความคิดเห็นออกมาชัดเจนและ ตรงกับพระกรรมฐานว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะทำให้ “มหาคณิสสร” กุมอำนาจปกครองสงฆแ์ บบเบด็ เสร็จ ทง้ั ฝ่ายบรหิ ารนติ ิบญั ญัติ ตลุ าการ ย่ิงกว่าเผด็จการทางโลกและจะได้เห็นการวิ่งเต้นช่วงชิงอำนาจ มหาคณิสสร เพราะจะแบ่งเป็นกลุ่มเป็นโควต้าเป็นฝักฝ่ายคล้ายเกม การเมือง และยังทำให้พระต้องมาเกี่ยวข้องกับสมบัติเงินทองซ่ึงเท่ากับ เป็นการส่งเสริมด้านอำนาจ เงินตราบารมีอีกด้วย แม้จะตรงข้ามกับ ธรรมวินัยอย่างชัดเจน แต่ก็ยังมีกลุ่มชาวพุทธที่เห็นด้วยและสนับสนุน ร่างน้ีอยู่เช่นกัน อาจเพราะเล็งเห็นแต่ทางคุณเพียงด้านเดียวก็เป็นได้ สังคมในขณะนั้นจึงมีแต่ความคิดเห็นท่ีขัดแย้งกันซ่ึงจำต้องได้รับการ ตัดสินด้วยหลักพระธรรมวินัยโดยเร็ว ก่อนจะลุกลามบานปลายมากไป กว่าน ี้ ดังนั้นเพื่อให้ปัญหามีทางออกและได้รับการแก้ ไขที่ถูกต้องเป็นธรรม บรรดาพระกรรมฐานจากทุกสารทิศภายใต้การนำขององค์หลวงตาจึง พร้อมใจกันมาประชุมหารือร่วมกันนับแต่รัฐบาลมีมติรับหลักการเม่ือ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ จนกระท่ังพระกรรมฐานทั่วประเทศเดินทางมา ประชุมสงฆ์ที่วัดอโศการามเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๔๖ จนมีมติให้ปัด ทิ้งร่าง พระราชบัญญัติฉบับน้ีเพียงสถานเดียวและพร้อมจะสละชีพเพ่ือ รักษาพระธรรมวินัย บทสรุปของภาครัฐก็คือ รองนายกรัฐมนตร ี ผู้เก่ียวข้องก็ตอบรับโดยให้คำสัตย์ปฏิญาณต่อผู้แทนคณะสงฆ์ ไทย (พระกรรมฐาน) ทน่ี ำมตไิ ปมอบใหว้ า่ ๑. จะไมท่ ำสิง่ ใดท่ีขดั ตอ่ พทุ ธประสงค์ ๒. จะไม่ทำสง่ิ ใดที่ขัดตอ่ พระธรรมวินัย
400 ๓. จะไมท่ ำสง่ิ ใดท่ีขัดตอ่ พระราชอำนาจพระมหากษตั รยิ ์ ๔. จะไมท่ ำสิ่งใดท่ีขัดหรือลว่ งพระอำนาจของสมเดจ็ พระสงั ฆราช ในทสี่ ดุ รัฐบาลกต็ ัดสินใจยกเลกิ ร่างพระราชบัญญัติคณะสงฆฉ์ บบั น้ ี เพกิ ถอนรา่ งพ.ร.บ.สงฆ์ ด้วยลกั ษณะตดั สนิ ธรรมวินยั “...ท่านบอกว่าลักษณะตดั สินธรรมวินยั อะไรเปน็ ธรรมเป็นวนิ ัย อะไร ไม่ใช่ธรรมไม่ใช่วินัย คืออะไรปลอม อะไรจริง ท่านแสดงไว้หมด พระพทุ ธเจ้า เชน่ การบวชเข้ามา มาส่ังสมกเิ ลสราคะตัณหา รายได้ราย รวยโลกามิสอย่างโลกเขาน้ี ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่วินัย ท่านบอกไว้เลย เป็น คนละฝ่ังเลยเทียว ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพ่ือความสละละวางกิเลสตัณหา มีราคะตัณหา เป็นต้น ตลอดถึงลาภ ยศ สรรเสริญความร่ำความรวยศ ถาบรรดาศกั ด์ิ สลัดอันนี้แลว้ เรียกวา่ นีธ้ รรม น้ีวนิ ยั ถ้าตรงกนั ข้ามน้แี ล้ว ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่วินยั เปน็ ของปลอม..” “...จะเอาจำนวนเทา่ นนั้ คนเทา่ นค้ี นมาบบี บงั คบั หลกั ธรรมวนิ ยั ไดเ้ หรอ ธนบัตรปลอมเป็นก่ีหม่ืนกีแ่ สนก่ีลา้ นๆ กองเท่าภูเขา แต่ธนบัตรจริงใบละ ห้าบาทสิบบาทข้ึนมาใบเดยี ว สองใบกับอันนั้น อะไร (มีค่า) มีน้ำหนักมากกว่ากันควรจะปัดทาง ไหนออกไป ไม่จำเป็นต้องหามากถ้าเป็นของจริง เข้าใจหรือ เพียงใบ เดียวก็พอ น่ีความจริงก็คือศาสนธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นความจริง เพียงพระโอวาทตัดออกมาปึ๋งเท่าน้ันจอมปลอมขาดสะบ้ันไปหมด ..” “..พวกนี้เป็นพวกมหาภัยจริงๆ ต่อจากนี้มันจะข้ึนเป็นสังฆเภทนะ เปน็ สงั ฆเภทยยุ งใหส้ งฆแ์ ตกจากกนั ทว่ั ประเทศไทย นจ่ี ะเปน็ กรรมหนกั มาก
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 464
Pages: