อยากเปน “ครูอาชีวะ” 1. พระราชบญั ญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 และทแ่ี กไ ขเพ่ิมเตมิ (เปนกฎหมายแมบทวาดว ยการศึกษาแหง ชาต)ิ >> พ.ร.บ.การศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 (ฉบับที่ 1) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมอ่ื วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2542 มผี ลบงั คับใช เม่อื วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2542 ผรู บั สนองพระบรมราชโองการ คือ นายชวน หลกี ภัย (นายกรฐั มนตรี) เหตุผลในการประกาศใช : เกดิ จาก รฐั ธรรมนูญแหง ราชอาณาจกั รไทย 2540 มาตรา 81 >> พ.ร.บ.การศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 (ฉบบั ที่ 2) ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เมือ่ วนั ท่ี 19 ธนั วาคม พ.ศ. 2545 มผี ลบังคับใช เมื่อวันที่ 20 ธนั วาคม พ.ศ. 2545 ผรู ับสนองพระบรมราชโองการ คอื พ.ต.ท.ทกั ษณิ ชนิ วัตร (นายกรัฐมนตร)ี เหตผุ ลในการประกาศใช : ใหม ีคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา >> พ.ร.บ.การศึกษาแหง ชาติ พ.ศ.2542 (ฉบับที่ 3) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เม่ือวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 มีผลบงั คบั ใช เม่ือวนั ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ผูรับสนองพระบรมราชโองการ คือ นายอภสิ ทิ ธ์ิ เวชชาชีวะ (นายกรฐั มนตร)ี เหตผุ ลในการประกาศใช : แยกเขตพ้นื ท่ีการศึกษาออกเปน ประถมศกึ ษาและมธั ยมศึกษา >> พ.ร.บ.การศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2562 (ฉบบั ที่ 4) (ปจ จุบนั ) ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เมื่อวนั ท่ี 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 มผี ลบังคับใช 2 พฤษภาคม 2562 ผรู บั สนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ จันทรโอชา เหตผุ ลในการประกาศใช : เนื่องจากมกี ารจัดตง้ั กระทรวงการอดุ มศกึ ษา วทิ ยาศาสตร วิจัยและ นวัตกรรม และยบุ กระทรวงวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี พรบ.การศกึ ษาแหงชาติ ถอื เปน กฎหมายแมบ ททางการศกึ ษา เกดิ จาก มาตรา 81 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 1
อยากเปน “ครอู าชีวะ” ความหมายของคำศัพทท สี่ ำคัญ “การศึกษา” หมายความวา กระบวนการเรียนรู เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคล และสังคม โดยถายทอดความรู การฝก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสรางสรรค จรรโลง ความกาวหนาทางวชิ าการ การสรางองคความรูอันเกิดจากการจัดสภาพแวดลอม สงั คม การเรยี นรูและปจจยั เกื้อหนนุ ใหบ คุ คลเรยี นรูอยางตอ เนอ่ื งตลอดชวี ติ “การศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน” หมายความวา การศึกษากอ นระดบั อุดมศึกษา “การศึกษาตลอดชีวิต” หมายความวา การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหวาง การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อใหสามารถพัฒนา คณุ ภาพชีวิตไดอ ยา งตอเนือ่ งตลอดชวี ิต “สถานศึกษา” หมายความวา สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน ศูนยการเรียน วิทยาลัย สถาบัน มหาวิทยาลัย หนวยงานการศกึ ษา หรือหนวยงานอื่นของรัฐหรือของเอกชน ทมี่ อี ำนาจหนาที่หรอื มวี ัตถุประสงคใ นการจดั การศกึ ษา “สถานศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน” หมายความวา สถานศึกษาทจ่ี ัดการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน “มาตรฐานการศึกษา” หมายความวา ขอกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพท่ี พึงประสงคและมาตรฐานที่ตองการใหเกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแหง และเพื่อใชเปนหลักในการ เทียบเคียงสำหรับการสงเสริมและกำกับดูแล การตรวจสอบ การประเมินผล และการประกัน คณุ ภาพทางการศึกษา “การประกันคุณภาพภายใน” หมายความวา การประเมินผลและการติดตาม ตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานของสถานศึกษาจากภายใน โดยบุคลากรของสถานศึกษา นนั้ เอง หรือโดยหนวยงานตนสังกัดทมี่ หี นา ทีก่ ำกบั ดแู ลสถานศึกษานั้น “การประกันคุณภาพภายนอก” หมายความวา การประเมินผลและการติดตาม ตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายนอก โดยสำนักงานรับรอง มาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) (องคการมหาชน) หรือบุคคลหรือหนวยงาน ภายนอกทส่ี ำนกั งานดังกลาวรับรอง เพอื่ เปนการประกนั คุณภาพและใหม ีการพัฒนาคุณภาพและ มาตรฐานการศึกษาของสถานศกึ ษา “ผูสอน” หมายความวา ครูและคณาจารยในสถานศึกษาระดบั ตางๆ “ครู” หมายความวา บุคลากรวิชาชีพซึ่งทำหนาที่หลักทางดานการเรียนการสอนและ สง เสรมิ การเรยี นรขู องผเู รียนดวยวธิ กี ารตางๆ ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน “คณาจารย” หมายความวา บคุ ลากรซงึ่ ทำหนา ทหี่ ลกั ทางดานการสอนและการวิจัยใน สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐและเอกชน แตไมรวมถึงบุคลากรซึ่งสังกัด กระทรวงอดุ มศกึ ษา วทิ ยาศาสตร วิจัยและนวตั กรรม “ผูบริหารสถานศึกษา” หมายความวา บุคลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการบริหาร สถานศกึ ษาแตละแหง ทงั้ ของรฐั และเอกชน 2
อยากเปน “ครูอาชีวะ” “ผูบรหิ ารการศึกษา” หมายความวา บุคลากรวิชาชีพท่รี บั ผดิ ชอบการบริหารการศึกษา นอกสถานศึกษาตง้ั แตระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษาขน้ึ ไป “บุคลากรทางการศึกษา” หมายความวา ผูบริหารสถานศึกษา ผูบริหารการศึกษา รวมทั้งผูสนับสนุนการศึกษา ซึ่งเปนผูทำหนาที่ใหบริการ หรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัด กระบวนการเรยี นการสอน การนิเทศ และการบรหิ ารการศึกษาในหนวยงานการศกึ ษาตา ง ๆ ** (บุคลากรทางการศกึ ษา ไมร วมถึง “คร”ู “ครกู ็คอื คร”ู ) ** “กระทรวง” หมายความวา กระทรวงศกึ ษาธิการ “รัฐมนตร”ี หมายความวา รฐั มนตรีผรู กั ษาการตามพระราชบัญญตั นิ ี้ ผรู กั ษาการตามพระราชบัญญัตนิ ี้ คือ รฐั มนตรีวา การกระทรวงศึกษาธิการ (มาตรา 5) มี 9 หมวด 78 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล หมวด 1 บทท่วั ไป ความมงุ หมายและหลกั การ หมวด 2 สิทธิและหนา ทที่ างการศึกษา หมวด 3 ระบบการศกึ ษา มงุ สทิ ธิ บบ หมวด 4 แนวการจัดการศึกษา แนว หาร ฐาน หมวด 5 การบริหารและการจัดการศึกษา ครู ทรัพ เทคโน หมวด 6 หมวด 7 มาตรฐานและการประกนั คุณภาพทางการศกึ ษา หมวด 8 ครู คณาจารย และบคุ ลากรทางการศึกษา หมวด 9 ทรัพยากรและการลงทุนเพ่อื การศกึ ษา เทคโนโลยีเพื่อการศกึ ษา หมวด 1 บทท่ัวไป ความมุง หมายและหลกั การ ความมงุ หมายของการจัดการศกึ ษา (มาตรา 6) การจัดการศึกษาตองเปนไปเพื่อพัฒนาคนไทยใหเปนมนุษยที่สมบูรณทั้งรางกาย จิตใจ สติปญญา ความรู และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู รวมกบั ผอู ื่นไดอ ยา งมคี วามสุข (เกง ดี มีสขุ ) ความมุงหวังแหงกระบวนการเรยี นรู (มาตรา 7) ในกระบวนการเรียนรูตองมุงปลูกฝงจิตสำนึกที่ถูกตองเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รูจ ักรกั ษาและสงเสริมสทิ ธิ หนาที่ เสรีภาพ ความเคารพกฎหมาย ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเปนมนุษย มีความ 3
อยากเปน “ครอู าชีวะ” ภาคภูมิใจในความเปนไทย รูจักรักษาผลประโยชนสวนรวมและของประเทศชาติ รวมทั้ง สงเสริมศาสนา ศลิ ปะ วฒั นธรรมของชาติ การกีฬา ภมู ิปญญาทองถน่ิ ภูมิปญ ญาไทย และ ความรูอันเปนสากล ตลอดจนอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม มีความสามารถ ในการประกอบอาชีพ รูจักพึ่งตนเอง มีความริเริ่มสรางสรรค ใฝรู และเรียนรูดวยตนเอง อยางตอ เน่อื ง หลกั ในการจัดการศึกษา (มาตรา 8) ใหยึดหลกั ดงั น้ี ตลอด 1. เปน การศกึ ษาตลอดชวี ติ สำหรับประชาชน รวม 2. ใหส ังคมมีสวนรว มในการจัดการศกึ ษา พัฒนา, ตอ 3. การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรใู หเปน ไปอยางตอ เนอื่ ง ระบบโครงสรา งและกระบวนการจดั การศกึ ษา (มาตรา 9) ใหย ดึ หลกั ดังนี้ 1. มเี อกภาพดานนโยบาย และมคี วามหลากหลายในการปฏิบตั ิ 2. มีการกระจายอำนาจไปสูเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองคกรปกครองสวน ทอ งถิ่น 3. มีการกำหนดมาตรฐานการศึกษา และจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับ และประเภทการศึกษา 4. มีหลักการสงเสริมมาตรฐานวิชาชีพและพัฒนาครู คณาจารย และบุคลากรทางการ ศึกษาอยา งตอเน่ือง 5. ระดมทรพั ยากรจากแหลงตา งๆ มาใชใ นการจดั การศกึ ษา 6. การมีสวนรวมของบุคคล ครอบครัว ชุมชน องคกรชุมชน องคกรปกครอง สวนทองถิ่น เอกชน องคกรเอกชน องคกรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และ สถาบันสังคมอื่น เอก จาย ฐาน ครู ทรัพ รวม หมวด 2 สิทธิและหนา ทีท่ างการศกึ ษา บคุ คลมสี ทิ ธแิ ละโอกาสเสมอกนั ในการรับการศึกษาขัน้ พื้นฐาน (มาตรา 10) การจัดการศึกษา ตองจัดใหบุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษา ข้นั พน้ื ฐาน ไมนอยกวา 12 ป ที่รัฐตอ งจดั ใหอยา งท่วั ถึงและมคี ณุ ภาพโดยไมเ กบ็ คาใชจาย คนทม่ี คี วามบกพรอง ตอ งจดั ใหมีสทิ ธิและโอกาสไดร ับการศกึ ษาข้นั พื้นฐานเปน พเิ ศษ คนพกิ าร (9 ประเภท) จดั ตั้งแตแ รกเกดิ หรือพบความพิการโดยไมเ สยี คาใชจ าย คนที่มีความสามารถพิเศษ จัดดวยรูปแบบที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความสามารถ ของบุคคลนัน้ 4
อยากเปน “ครูอาชีวะ” หนาที่ของบิดา มารดา หรือผูปกครองในการจัดใหบุตรหรือบุคคลในความดูแล ไดรบั การศกึ ษา (มาตรา 11) จัดใหบุตรหรือบุคคลซึ่งอยูในความดูแลไดรับการศึกษาภาคบังคับ ตลอดจนใหไดรับ การศกึ ษานอกเหนือจากการศกึ ษาภาคบังคับ ตามความพรอมของครอบครัว บทลงโทษ ตาม พระราชบัญญตั ิการศกึ ษาภาคบังคบั 2545 ** ผูปกครองไมสงเด็กเขาเรียนในสถานศึกษา, ไมอำนวยความสะดวกใหแกพนักงาน เจา หนาท่ี ปรับไมเกนิ 1,000 บาท ** ผูใดกระทำดวยประการใด ๆ อันเปนเหตุใหเด็กมิไดเรียน, แจงขอมูลอันเปนเท็จ ปรับไมเกนิ 10,000 บาท ไมส ง ไมน วย >> 1,000 เปนเหตุ ไมแจง >> 10,000 สิทธิประโยชนของบิดา มารดา หรือผูปกครอง เพื่อการสงเสริมกระบวนการ จัดการศึกษา (มาตรา 13) ดังตอไปน้ี 1. การสนับสนุนจากรัฐ ใหมีความรูความสามารถในการอบรมเลี้ยงดู และการให การศกึ ษาแกบตุ รหรือบคุ คลซ่งึ อยูในความดูแล 2. เงินอุดหนุนจากรัฐสำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของบุตรหรือบุคคลซึ่งอยูใน ความดแู ลทค่ี รอบครัวจัดให ท้ังน้ี ตามที่กฎหมายกำหนด 3. การลดหยอ นหรือยกเวน ภาษสี ำหรบั คา ใชจา ยการศึกษาตามกฎหมายกำหนด หมวด 3 ระบบการศึกษา รปู แบบการจัดการศกึ ษา (มาตรา 15) การจัดการศึกษามี 3 รูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และ การศึกษาตามอธั ยาศยั 1. การศึกษาในระบบ (Formal Education) เปนการศึกษาที่กำหนดจุดมุงหมาย วิธกี ารศกึ ษา หลักสตู ร ระยะเวลาของการศกึ ษา การวัดและประเมินผล ซึง่ เปนเงอ่ื นไขของการ สำเร็จการศกึ ษาท่ีแนนอน 2. การศกึ ษานอกระบบ (Non-formal Education) เปนการศึกษาท่ีมคี วามยืดหยุน ในการกำหนดจุดมุงหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษาการวัดและ ประเมินผล ซึ่งเปนเง่อื นไขสำคัญของการสำเรจ็ การศึกษา โดยเนอ้ื หาและหลักสูตรจะตองมคี วาม เหมาะสมสอดคลอ งกบั สภาพปญหาและความตอ งการของบคุ คลแตละกลุม 5
อยากเปน “ครูอาชีวะ” 3. การศึกษาตามอัธยาศัย (Informal Education) เปนการศึกษาที่ใหผูเรียน ไดเรียนรูดวยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพรอม และโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ สังคม สภาพแวดลอ ม ส่อื หรอื แหลง ความรูอ่ืน ๆ ** สถานศกึ ษาอาจจัดการศกึ ษาในรปู แบบใดรปู แบบหน่งึ หรือท้ัง 3 รูปแบบก็ได ** การศกึ ษาในระบบ (มาตรา 16) มี 2 ระดับ คือ 1. การศึกษาข้นั พน้ื ฐาน การศกึ ษาซึง่ จัดไมน อยกวา 12 ป กอนระดบั อดุ มศกึ ษา 2. การศกึ ษาระดับอุดมศกึ ษา แบงออกเปน 2 ระดบั คือ 1). ระดบั ตำ่ กวาปริญญา (ปวส., อนปุ รญิ ญา) 2). ระดบั ปรญิ ญา (ตรี โท เอก) การศึกษาภาคบังคบั (มาตรา 17) ใหม ีการศกึ ษาภาคบังคับ จำนวน 9 ป (ป.1 - ม.3) ใหเด็กซึ่งมีอายุยางเขาปที่ 7 เขาเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจนอายุยางเขาปที่ 16 เวนแตส อบไดช ้ันปท ี่ 9 ของการศกึ ษาภาคบงั คบั การจดั การอาชีวศึกษา การฝก อบรมวิชาชีพ (มาตรา 20) การจัดการอาชีวศึกษา การฝกอบรมวิชาชีพ ใหจัดในสถานศึกษาของรัฐ สถานศึกษา ของเอกชน สถานประกอบการ หรือโดยความรวมมอื ระหวางสถานศึกษากบั สถานประกอบการ ทัง้ น้ี ใหเปนไปตามกฎหมายวา ดวยการอาชวี ศกึ ษาและกฎหมายทีเ่ กี่ยวขอ ง หมวด 4 แนวการจัดการศึกษา หลกั การของแนวการจัดการศกึ ษา (มาตรา 22) การจดั การศึกษา ตอ งยดึ หลกั วา ผูเรยี นทกุ คนมีความสามารถเรียนรแู ละพัฒนาตนเองได และถือวาผูเรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาตองสงเสริมใหผูเรียนสามารถ พฒั นาตามธรรมชาตแิ ละเต็มตามศักยภาพ แนวทางของการจัดการศึกษา (มาตรา 23) การจดั การศึกษา ท้ัง 3 รูปแบบ (ในระบบ นอกระบบ ตามอธั ยาศัย) ตองเนน KPA จัดแบบบรู ณาการ ความรู/มีปญญา (K) คุณธรรม/จรยิ ธรรม (A) และกระบวนการเรยี นรู (P) การจดั กระบวนการเรยี นรู (มาตรา 24) การจัดกระบวนการเรียนรู ใหสถานศึกษาและหนวยงานที่เกี่ยวของ ดำเนินการ ดงั ตอไปนี้ 1. จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมใหสอดคลองกับความสนใจและความถนัดของผูเรียน โดยคำนงึ ถงึ ความแตกตางระหวางบุคคล 2. ฝกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ และการประยุกต ความรมู าใชเพอื่ ปองกันและแกไขปญหา 6
อยากเปน “ครูอาชีวะ” 3. จัดกิจกรรมใหผูเรียนไดเรียนรูจากประสบการณจริง ฝกการปฏิบัติใหทำได คิดเปน ทำเปน รกั การอา นและเกดิ การใฝร ูอยางตอ เน่ือง 4. จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรูดานตาง ๆ อยางไดสัดสวนสมดุลกัน รวมท้ังปลกู ฝง คุณธรรม คานยิ มท่ดี ีงามและคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคไวใ นทุกวิชา 5. สงเสริมสนับสนุนใหผูสอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดลอม สื่อการเรียนและ อำนวยความสะดวก เพื่อใหผูเรียนเกิดการเรียนรูและมีความรอบรู รวมทั้งสามารถใชการวิจัย เปนสวนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู ทั้งน้ี ผูสอนและผูเรียนอาจเรียนรูไปพรอมกันจากสื่อการ เรยี นการสอนและแหลงวทิ ยาการประเภทตา ง ๆ 6. จัดการเรียนรูใหเกิดขึ้นไดทุกเวลาทุกสถานที่ มีการประสานความรวมมือกับบิดา มารดา ผปู กครอง และบุคคลในชุมชนทุกฝาย เพ่อื รว มกนั พัฒนาผูเรียนตามศักยภาพ การพฒั นากระบวนการเรยี นการสอน (มาตรา 30) ใหสถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการสงเสริม ใหผเู รยี นสามารถวจิ ัยเพอื่ พัฒนาการเรียนรทู ีเ่ หมาะสมกับผเู รียนในแตละระดบั การศกึ ษา หมวด 5 การบรหิ ารและการจัดการศึกษา การสงเสริมและกำกับดูแลการศึกษา (มาตรา 31) กระทรวง มีอำนาจหนาที่เกี่ยวกับการสงเสริมและกำกับดูแลการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท และการอาชีวศึกษา แตไมรวมถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่อยูในอำนาจหนาที่ ของกระทรวงอ่นื การจดั ระเบียบบริหารราชการในกระทรวง (มาตรา 32) การจัดระเบียบบรหิ ารราชการในกระทรวงใหมีองคก รหลักท่เี ปน คณะบุคคลในรูปสภาหรือ ในรูปคณะกรรมการ จำนวน 3 องคก ร (มีฐานะเปน นิติบุคคล) ไดแก 1. สภาการศกึ ษา 41 คน 2. คณะกรรมการการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน (กพฐ.) ไมเ กนิ 27 คน 3. คณะกรรมการการอาชวี ศึกษา (กอศ.) ไมเ กิน 32 คน เพื่อพิจารณาใหความเห็นหรือใหคำแนะนำแกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี และมีอำนาจ หนา ทีอ่ นื่ ตามทกี่ ฎหมายกำหนด สภาการศึกษา (มาตรา 33) มีหนาท่ี 1. พิจารณาเสนอแผนการศึกษาแหงชาติที่บูรณาการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และ กฬี ากบั การศกึ ษาทุกระดบั 2. พจิ ารณาเสนอนโยบาย แผน และมาตรฐานการศกึ ษาเพ่ือดำเนินการใหเ ปนไปตาม 1. 3. พิจารณาเสนอนโยบายและแผนในการสนบั สนนุ ทรัพยากรเพ่ือการศึกษา 4. ดำเนนิ การประเมินผลการจัดการศกึ ษาตาม 1. 7
อยากเปน “ครูอาชีวะ” 5. ใหความเห็นหรือคำแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายและกฎกระทรวงที่ออกตามความ ในพระราชบญั ญตั ิน้ี ** การเสนอนโยบาย แผนการศึกษาแหงชาติ และ มาตรฐานการศึกษา ใหเสนอตอ คณะรฐั มนตรี หนาที่ของคณะกรรมการตาง ๆ (มาตรา 34) คณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีหนา ที่ พิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนามาตรฐาน และหลักสูตรการอาชีวศึกษาทุกระดับ ที่สอดคลองกับความตองการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแหงชาติ และ แผนการศึกษาแหงชาติ การสงเสริมประสานงานการจัดการ อาชวี ศึกษาของรัฐและเอกชน การสนับสนุนทรพั ยากร การตดิ ตาม ตรวจสอบ และประเมินผล การจดั การอาชีวศกึ ษา โดยคำนงึ ถึงคณุ ภาพและความเปน เลิศทางวชิ าชพี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง ชาติ : ฉบบั ที่ 12 : 5 ป : 2560 – 2564 แผนการศกึ ษาแหงชาติ 20 ป : 2560 – 2579 แผนยุทธศาสตรชาติ 20 ป : 2561 - 2580 การกระจายอำนาจการบริหารและการจดั การศึกษา (มาตรา 39) ใหกระทรวงกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา ทั้งดานวิชาการ งบประมาณ บรหิ ารงานบคุ คล และการบริหารทว่ั ไป หลกั เกณฑและวิธีการกระจายอำนาจดังกลาว ใหเ ปนไปตามทีก่ ำหนดในกฎกระทรวง คณะกรรมการสถานศึกษา (มาตรา 40) ใหมีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาต่ำกวาระดับ ปรญิ ญา และสถานศึกษาของอาชีวศกึ ษา ของแตละสถานศกึ ษา เพ่ือทำหนาทีก่ ำกบั และสง เสริม สนบั สนนุ กิจการของสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา ประกอบดว ย 1. ผูแทนผูปกครอง >> กรรมการ 2. ผแู ทนครู ครอง ครู ชน ถิน่ เกา >> กรรมการ 3. ผูแทนองคก รชมุ ชน พระ สถาน >> กรรมการ 4. ผูแทนองคกรปกครองสวนทองถน่ิ >> กรรมการ 5. ผูแ ทนศษิ ยเ กาของสถานศกึ ษา >> กรรมการ 6. ผแู ทนพระภิกษุสงฆและหรอื ผแู ทนองคก รศาสนาอ่นื >> กรรมการ 7. ผแู ทนสถานประกอบการดานธุรกิจ การพาณิชย การเกษตร หรอื อตุ สาหกรรม ผแู ทนหอการคา จังหวัดและผูแ ทนองคก รดานอาชวี ศึกษาในพืน้ ท่ี >> กรรมการ ** 8. ผทู รงคุณวุฒิ >> ประธานกรรมการ ** 9. ผูบริหารสถานศึกษา >> กรรมการและเลขานุการ 8
อยากเปน “ครอู าชีวะ” ** คุณสมบัตขิ องคณะกรรมการสถานศกึ ษา 1. มอี ายุไมต่ำกวา 25 ปบริบูรณ 2. ไมเปน บคุ คลลมละลาย 3. ไมเ ปน คนไรความสามารถหรอื คนเสมอื นไรความสามารถ 4. ไมเ คยไดร ับโทษจำคกุ เวน แตค วามผิดลหโุ ทษ 5. ไมเ คยเปน คสู ัญญาหรือมสี ว นไดเสียในสัญญาท่ที ำกับวทิ ยาลยั หรอื สถาบัน การอาชวี ศึกษาทีว่ ทิ ยาลัยนั้นสงั กดั >> ผบู รหิ ารสถานศึกษา เสนอรายชื่อประธานกรรมการและกรรมการ ตอเลขาธกิ ารคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพือ่ พิจารณาแตงต้งั คำสง่ั หัวหนา รกั ษาความสงบแหงชาติ ท่ี 28/2559 เร่อื งการจดั การศกึ ษาข้ันพื้นฐาน 15 ป โดยไมเก็บคาใชจ าย 1) คาจดั การเรยี นการสอน 2) คา หนังสอื (ภาคเรียนละ 1,000 บาท) 3) คาอปุ กรณก ารเรียน (ภาคเรียนละ 230 บาท) 4) คา เคร่ืองแบบนักเรียน (ปการศกึ ษาละ 900 บาท) 5) คากจิ กรรมพฒั นาผเู รียน (ภาคเรียนละ 475) 6) คาใชจายอนื่ ตามท่ีคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ (เพิม่ ใหม) ** ภาคี 4 ฝาย (เรยี นฟรี 15 ป) 1. ผูแทนครู 2. ผแู ทนผปู กครอง 3. ผแู ทนชมุ ชน 4. ผแู ทนนกั เรยี น ครอง ครู ชน เรยี น ** คาใชจ า ยเรียนฟรี ปวช. 1. คาเลาเรียน/คา หนังสอื 1,000 บาท/ภาคเรยี น 2. คากจิ กรรมพัฒนาคณุ ภาพผเู รยี น 475 บาท/ภาคเรียน 3. คาเครื่องแตง กาย 900 บาท/ป 4. คาอปุ กรณก ารเรยี น 230 บาท/ภาคเรียน 9
อยากเปน “ครูอาชีวะ” หมวด 6 มาตรฐานและการประกนั คุณภาพทางการศึกษา ระบบการประกนั คุณภาพการศกึ ษา (มาตรา 47) ใหมีระบบการประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา ทกุ ระดับ ประกอบดว ย ระบบการประกันคณุ ภาพภายใน และระบบการประกนั คณุ ภาพภายนอก หนา ทใี่ นการจัดใหม รี ะบบการประกันคุณภาพภายในสถานศกึ ษา (มาตรา 48) ใหห นวยงานตนสงั กัดและสถานศึกษาจัดใหมีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา และใหถือวาการประกันคุณภาพภายในเปนสวนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ตอง ดำเนินการอยางตอเนื่อง โดยมีการจัดทำรายงานประจำปเสนอตอหนวยงานตนสังกัด (สอศ.) หนวยงานท่ีเกี่ยวของ (สมศ.) และเปดเผยตอ สาธารณชน เพื่อนำไปสูก ารพัฒนาคุณภาพและ มาตรฐานการศึกษา และเพอื่ รองรบั การประกนั คุณภาพภายนอก ** รายงานการประเมินตนเอง (Self Assessment Report : SAR) ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม ของทกุ ป (www.vesar.org) หนวยงานตนสงั กดั ตรวจสอบทบทวนอยางนอย 1 ครงั้ ในทกุ 3 ป สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมนิ คุณภาพการศึกษา (มาตรา 49) ใหมสี ำนกั งานรบั รองมาตรฐานและประเมินคณุ ภาพทางการศึกษา (สมศ.) มีฐานะเปน องคการมหาชน สำนักงานดังกลาว ทำหนาที่พัฒนาเกณฑ วิธีการประเมินคุณภาพภายนอก และทำการประเมินผลการจัดการศึกษา เพื่อใหมีการตรวจสอบคุณภาพของสถานศึกษา โดยคำนงึ ถึงความมงุ หมายและหลกั การ และแนวการจัดการศกึ ษาในแตละระดับตามท่ีกำหนดไว ในพระราชบญั ญัติน้ี ** ใหมีการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแหง อยางนอย 1 ครั้งในทุก 5 ป นับตั้งแตการประเมินครั้งสุดทาย และเสนอผลการประเมินตอหนวยงานที่เกี่ยวของและ สาธารณชน ผลการประเมนิ ภายนอกของสถานศึกษาที่ไมไดตามมาตรฐานที่กำหนด (มาตรา 51) ใหสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) จัดทำ ขอเสนอแนะการปรับปรุงแกไขตอหนวยงานตนสังกัด เพื่อใหสถานศึกษาปรับปรุงแกไขภายใน ระยะเวลาที่กำหนด หากมิไดดำเนินการดังกลาว ใหสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน คุณภาพการศกึ ษา (สมศ.) รายงานตอคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เพ่อื ดำเนินการ ใหมกี ารปรับปรุงแกไ ข 10
อยากเปน “ครอู าชีวะ” หมวด 7 ครู คณาจารย และบคุ ลากรทางกรศึกษา การสนบั สนุนของรัฐเก่ียวกับบคุ ลากรทางการศึกษา (มาตรา 52) ใหกระทรวงสงเสริมใหมีระบบ กระบวนการผลิต การพัฒนาครู คณาจารย และ บุคลากรทางการศึกษา ใหมคี ณุ ภาพและมาตรฐานทเ่ี หมาะสมกบั การเปนวิชาชพี ชน้ั สูง องคกรวชิ าชพี ครู ผบู รหิ ารสถานศกึ ษาและผูบริหารการศกึ ษา (มาตรา 53) ใหมีองคก รวชิ าชพี ครู ผูบรหิ ารสถานศกึ ษาและผบู รหิ ารการศกึ ษา (ครุ สุ ภา) มีฐานะเปน องคก รอิสระภายใตการบรหิ ารของสภาวชิ าชีพ ในกำกับของกระทรวง มีอำนาจหนาที่กำหนด มาตรฐานวิชาชีพ ออกและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ กำกับดูแลการปฏิบัติตาม มาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ รวมทั้งการพัฒนาวิชาชีพครู ผูบริหารสถานศึกษาและ ผูบริหารการศกึ ษา **เกดิ ...พ.ร.บ.สภาครแู ละบุคลากรทางการศึกษา 2546** ครู ผูบริหารสถานศึกษา ผูบริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ทั้งของรัฐ และเอกชน ตอ งมใี บอนุญาตประกอบวิชาชีพ ทั้งนี้ ยกเวน ผูจัดการศึกษาตามอัธยาศัย การจัดการศึกษาในศูนยการเรียน วิทยากร พิเศษ และผูบรหิ ารการศกึ ษาระดับเหนือเขตพื้นที่การศกึ ษา องคกรกลางบริหารงานบคุ คลของขา ราชการครู (มาตรา 54) ใหม ีองคกรกลางบริหารงานของขา ราชการครู (คณะกรรมการขา ราชการครูและบคุ ลากร ทางการศึกษา : ก.ค.ศ.) **เกิด พ.ร.บ.ระเบยี บขาราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา** หมวด 8 ทรพั ยากรและการลงทุนเพ่ือการศกึ ษา การระดมทรัพยากร และการลงทุนในการจัดการศึกษา (มาตรา 58) ใหมีการระดมทรัพยากรและการลงทุนดานงบประมาณ การเงิน และทรัพยสิน จากทุก ภาคสวนมาใชในการจัดการศึกษา อำนาจหนาท่ีของสถานศึกษาของรัฐ (มาตรา 59) ใหสถานศึกษาของรัฐที่เปนนิติบุคคล มีอำนาจในการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช และจัดหาผลประโยชนจ ากทรัพยส นิ ของสถานศึกษา 11
อยากเปน “ครอู าชีวะ” หมวด 9 เทคโนโลยีเพ่อื การศกึ ษา การจดั สรรการใชเ ทคโนโลยกี ารสื่อสารเพ่อื การศกึ ษา (มาตรา 63) รัฐตอ งจดั สรรคล่นื ความถี่ สือ่ ตัวนำ และโครงสรางพืน้ ฐาน การสงเสรมิ และสนับสนุนใหมกี ารผลติ และพฒั นาสือ่ การเรยี นการสอน (มาตรา 64) รฐั ตอ งสง เสรมิ และสนบั สนนุ ใหมีการผลิตและพฒั นาแบบเรยี น ตำรา หนังสอื ทางวิชาการ สื่อสิง่ พิมพอ ่ืน วัสดอุ ปุ กรณ และเทคโนโลยีเพือ่ การศึกษา การพฒั นาบุคลากรทางดานผผู ลติ และผูใ ชเทคโนโลยเี พ่อื การศกึ ษา (มาตรา 65) ใหมกี ารพฒั นาบุคลากรทง้ั ดา นผผู ลิต และผูใชเทคโนโลยเี พ่อื การศึกษา 12
อยากเปน “ครอู าชีวะ” 2. พระราชบญั ญตั ิระเบียบบริหารราชการกระทรวงศกึ ษาธิการ พ.ศ. 2546 และทีแ่ กไ ขเพ่มิ เตมิ ประกาศ 6 กรกฎาคม 2546 มีผลบังคับใช 7 กรกฎาคม 2546 เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัตินี้คือ โดยที่เปนการจำเปนตองกำหนดขอบเขต อำนาจหนาที่ของสวนราชการตางๆ ของกระทรวงศึกษาธิการใหชัดเจน เพื่อมิใหการปฏิบัติงาน ซึ่งซอนทับกันระหวางสวนราชการของกระทรวง และจำเปนที่จะตองจัดระบบบริหารราชการ ในระดับตางๆ ของกระทรวงใหมีเอกภาพสามารถดำเนินการใหเปนไปตามกฎหมายวาดวย การศึกษาแหงชาติ และนโยบายท่ีรัฐมนตรกี ำหนดได มี 5 หมวด 1 บทเฉพาะกาล 82 มาตรา (ปจจบุ ัน 78 มาตรา) หมวด 1 การจดั ระเบียบบรหิ ารราชการในสวนกลาง หมวด 2 การจัดระเบยี บบรหิ ารราชการเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษา หมวด 3 การจัดระเบียบบรหิ ารราชการในสถานของรฐั ทีจ่ ดั การศกึ ษาระดับปรญิ ญา ที่เปน นติ ิบุคคล หมวด 4 การปฏบิ ตั ริ าชการแทน กลาง เขต ญา บตั ิ ษา หมวด 5 การรกั ษาราชการแทน บทเฉพาะกาล มาตรา 6 ใหจดั ระเบียบราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ดังน้ี 1. ระเบยี บบรหิ ารราชการในสว นกลาง 2. ระเบียบบรหิ ารราชการเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษา กลาง เขต ญา 3. ระเบียบบริหารราชการสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เปน นิติบุคคล แตไมรวมถึงการจัดการศึกษาที่อยูในอำนาจหนาที่ของกระทรวงอื่นที่มีกฎหมาย กำหนดไวเ ปน การเฉพาะ มาตรา 8 รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ เปน ผรู กั ษาการตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี มาตรา 9 ใหจ ัดระเบยี บบรหิ ารราชการในสว นกลาง ดงั น้ี 1. สำนักงานปลัดกระทรวง 2. สวนราชการที่มีหัวหนาสวนราชการขึ้นตรงตอรัฐมนตรีวาการ กระทรวงศึกษาธิการ 1
อยากเปน “ครอู าชีวะ” มาตรา 10 การแบงสวนราชการในสวนกลางของกระทรวงศึกษาธิการใหเปนไปตาม พระราชบัญญัตินี้ โดยใหมีหัวหนาสวนราชการขึ้นตรงตอรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ ดงั น้ี รัฐ 1. สำนักงานรฐั มนตรี >> ไมม ฐี านะเปนกรม 5 สวนราชการ ปลัด 2. สำนกั งานปลดั กระทรวง 4 กรม สภา 3. สำนักงานเลขาธิการสภาการศกึ ษา มีฐานะเปนนิติบุคคล ฐาน 4. สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน และเปนกรม อา 5. สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มาตรา 11 การแบงสวนราชการภายในสวนราชการตามมาตรา 10 ใหออกเปน กฎกระทรวง และใหระบุอำนาจหนาที่ของแตละสวนราชการไวในกฎกระทรวงวาดวยการแบง สวนราชการดงั กลา ว มาตรา 12 กระทรวงศึกษาธิการ มีรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ เปนผูบังคับ บญั ชาขาราชการ รัฐมนตรีวาการกระทรวงศกึ ษาธิการ มีอำนาจหนาที่ กำหนดนโยบาย เปาหมาย และ ผลสัมฤทธิ์ของงานในกระทรวงศึกษาธิการ ใหสอดคลองกับนโยบายที่คณะรัฐมนตรีแถลงไว ตอรัฐสภา หรือที่คณะรัฐมนตรีกำหนดหรืออนุมัติ โดยจะใหมีรัฐมนตรีชวยวาการกระทรวง ศกึ ษาธกิ ารเปน ผูชวยสงั่ และปฏิบัติราชการก็ได 2
อยากเปน “ครอู าชีวะ” มาตรา 14 สภาการศกึ ษา มี 41 คน โดยมี รฐั มนตรีวา การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เปนประธาน เลขาธิการสภาการศึกษาทำหนา ท่ีเปน กรรมการและเลขานกุ าร สภาการศึกษา มีหนาท่ี 1. พิจารณาเสนอแผนการศึกษาแหงชาติที่บูรณาการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และ กีฬากับการศึกษาทกุ ระดบั 2. พิจารณาเสนอนโยบาย แผน และมาตรฐานการศกึ ษาเพ่อื ดำเนินการใหเปน ไปตาม 1. 3. พจิ ารณาเสนอนโยบายและแผนในการสนับสนนุ ทรพั ยากรเพอื่ การศกึ ษา 4. ดำเนินการประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษาตาม 1. 5. ใหความเห็นหรือคำแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายและกฎกระทรวงที่ออกตามความใน พระราชบัญญัตนิ ี้ ** การเสนอนโยบาย แผนการศึกษาแหงชาติ และ มาตรฐานการศึกษา ใหเสนอตอ คณะรัฐมนตรี มาตรา 17 ใหม ีคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ. ไมเกนิ 32 คน) มหี นาท่ี พิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนา มาตรฐาน และหลักสูตรการอาชีวศึกษาทุกระดบั ที่สอดคลองกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติและแผนการศึกษาแหงชาติ การสงเสริมประสานงานการจัดการอาชีวศึกษาของรัฐและเอกชน การสนับสนุน ทรัพยากร การตดิ ตาม ตรวจสอบ และประเมนิ ผลการจัดการอาชวี ศึกษา มาตรา 20 ใหก ระทรวงศกึ ษาธิการมผี ตู รวจราชการของกระทรวง เพ่ือทำหนา ท่ี ตรวจราชการ ศึกษา วิเคราะห วิจัย ติดตาม และประเมินผลระดับนโยบาย นิเทศ ใหคำปรึกษาและแนะนำเพือ่ การปรบั ปรุงพฒั นา การปฏิบัติราชการแทน หมายถึง การที่ผูบังคับบัญชามอบอำนาจใหผูใตบังคับบัญชา ปฏิบตั ริ าชการแทนเปนเรอื่ งๆ โดยผมู อบอำนาจยังสามารถปฏิบัตหิ นา ทไ่ี ด มาตรา 44 ใหปลัดกระทรวง เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาข้ันพื้นฐาน และเลขาธกิ ารคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา กระจายอำนาจการบริหาร และการจัดการศึกษาทั้งดานวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหาร ทั่วไป 3
อยากเปน “ครอู าชีวะ” การมอบอำนาจ ตำแหนง ผูรบั มอบ หมายเหตุ รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธกิ าร 1. รฐั มนตรีชวยวา การ รมว.ศธ. กระทรวงศกึ ษาธิการ ไมสามารถ 2. ปลัดกระทรวง มอบอำนาจ 3. เลขาธิการ ให ผอ.สพท./ 4. หัวหนา สวนราชการซึง่ ดำรงตำแหนง ผอ.รร. ได เทียบเทา อธกิ ารบดี 5. ผูวา ราชการจงั หวัด ผอู ำนวยการสถานศึกษา หรือผู ขาราชการในสถานศึกษาหรือใน ดำรงตำแหนง เทยี บเทา หนวยงานท่ีเรียกชอ่ื อยางอ่ืนไดต าม ระเบยี บทีค่ ณะกรรมการเขตพน้ื ที่ การศึกษากำหนด มาตรา 46 การมอบอำนาจใหทำเปนหนงั สอื การมอบอำนาจ เมือ่ มกี ารมอบอำนาจโดยชอบแลว ผรู บั มอบอำนาจมีหนาทต่ี องรับมอบ และจะมอบตอไมได >> เวนแตมอบใหผูวาราชการจังหวัด (ตามกฎหมายวาดวยระเบียบ บริหารราชการแผน ดนิ ) การรักษาราชการแทน หมายถึง กรณที ไี่ มมผี ูดำรงตำแหนง หรือมแี ตไมสามารถปฏิบัติ ราชการได ผูบังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจ ไดมีการแตงตั้งใหบุคคลใดบุคคลหนึ่งตามที่กฎหมาย กำหนดเขา ไปรกั ษาราชการแทนในตำแหนงน้นั มาตรา 54 ในกรณีที่ไมมีผูดำรงตำแหนงผูอำนวยการสถานศึกษา หรือมีแตไมอาจ ปฏิบัติราชการได ใหรองผูอำนวยการสถานศึกษารักษาราชการแทน ถามีรองผูอำนวยการ สถานศึกษาหลายคน ใหผมู ีอำนาจาตามมาตรา 53 (เลขาธกิ าร สอศ. โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. กอศ.) แตงตั้งรองผูอำนวยการสถานศึกษาคนใดคนหนึ่งรักษาราชการแทน ถาไมมีผูดำรงตำแหนง รองผูอำนวยการสถานศึกษา หรือมีแตไมอาจปฏิบัติราชการได ใหผูมีอำนาจตามมาตรา 53 (เลขาธิการ สอศ. โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. กอศ.) แตงตั้งขาราชการในสถานศึกษาคนใดคนหนึ่งเปน ผรู ักษาราชการแทน 4
อยากเปน “ครูอาชีวะ” ** คำสั่ง คสช. ที่ 16/2560 เรื่อง การบริหารงานบุคคลของขาราชการครูและ บคุ ลากรทางการศกึ ษา ขอ 5 ยกเลิกการรักษาราชการแทน ใหผูมีอำนาจตามมาตรา 53 (เลขาธิการ สอศ. โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. สอศ.) สั่งใหขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปรักษาการ ในตำแหนงนัน้ ได เดมิ ใชค ำวา “รกั ษาราชการแทน” ใหม ใชคำวา “รกั ษาการในตำแหนง ” การรักษาราชการแทน ใชในกรณี ผูดำรงตำแหนงไมมี หรือ ไมอยูสถานที่ทำงาน ผูรกั ษาราชการ มอี ำนาจเชนเดยี วกับผทู ่ีตนเองแทน 5
อยากเปน “ครอู าชีวะ” 3. พระราชบัญญตั ิสภาครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. 2546 (เกิดจาก พรบ.การศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 53) ประกาศในราชกิจนานเุ บกษา 11 มถิ ุนายน 2546 มผี ลบงั คับใชเมอ่ื 12 มถิ ุนายน 2546 4 หมวด 90 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล หมวด 1 สภาครูและบุคลากรทางการศกึ ษา หมวด 2 คณะกรรมการสงเสรมิ สวัสดกิ ารและสวสั ดิภาพครูและบุคลากร ทางการศกึ ษา หมวด 3 การกำกบั ดูแล สภา สง เสรมิ หมวด 4 บทกำหนดโทษ กำกับ โทษ บทเฉพาะกาล เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัตินี้คือ ครู ผูบริหารสถานศึกษา ผูบริหาร การศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาเปนผูมีบทบาทสำคัญตอการจัดการศึกษาของชาติ จึงตอง เปน ผมู คี วามรู ความสามารถและทักษะอยางสูงในการประกอบอาชีพ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมและ ประพฤติปฏบิ ตั ติ นตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ รวมทั้งมีคณุ ภาพและมาตรฐานเหมาะสมกับการ เปนวิชาชีพชน้ั สูง จึงจำเปน ตองตรากฎหมายเพือ่ 1) พฒั นาวิชาชีพครู และสง เสรมิ มาตรฐานวชิ าชพี ครแู ละบุคลากรทางการศึกษา 2) เพอื่ ปรบั สภาในกระทรวงศึกษาธิการเปนองคก รวชิ าชพี ครู 2.1) สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกชอ่ื วา “ครุ สุ ภา” มีอำนาจหนาท่ี กำหนดมาตรฐานวิชาชีพ ออกและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ กำกับดูแลการปฏิบัติ ตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวชิ าชพี และการพฒั นาวชิ าชีพ 2.2) สำนักงานคณะกรรมการสงเสริมสวัสดกิ ารและสวสั ดิภาพครูและบุคลากร ทางการศึกษา (สกสค.) มอี ำนาจหนา ที่ในการสงเสรมิ สวัสดกิ าร สวสั ดภิ าพ ความม่นั คงของ ผูประกอบวิชาชีพและผูปฏิบัติงานดานการศึกษา รวมทั้งสงเสริมและสนับสนุนการจัด การศกึ ษาของกระทรวงศึกษาธิการ 2.3) เพื่อสืบทอดประวัติศาสตรและเจตนารมณของการจัดตั้งคุรุสภาใหเปนสภา วิชาชีพครตู อ ไป วชิ าชีพ หมายความวา วิชาชพี ทางการศึกษาทท่ี ำหนาท่หี ลกั ทางดา นการเรียนการสอน และการสง เสรมิ การเรียนรูของผูเรยี นดวยวธิ กี ารตาง ๆ 1
อยากเปน “ครูอาชีวะ” ผูป ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา หมายความวา 1. ครู 2. ผบู รหิ ารสถานศกึ ษา 3. ผบู รกิ ารการศึกษา 4. บุคลากรทางการศึกษาอื่น (ศน.) ซึ่งไดรับใบอนุญาตเปนผูประกอบวิชาชีพ ตามพระราชบัญญตั ิน้ี ครู หมายความวา บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพหลักทางดานการเรียนการสอนและ สงเสริมการเรยี นรขู องผเู รียนดว ยวธิ กี ารตาง ๆ ในสถานศกึ ษาปฐมวัย ขั้นพ้นื ฐานและอดุ มศึกษา ที่ตำ่ กวา ปริญญา ทง้ั ของรฐั และเอกชน ผูบริหารสถานศึกษา หมายความวา บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหนงผูบริหาร สถานศึกษาภายในเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาอื่นที่จัดการศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศกึ ษาตำ่ กวาปริญญาทัง้ ของรัฐและเอกชน ผูบริหารการศึกษา หมายความวา บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหนงผูบริหาร นอกสถานศึกษาในระดับเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษา บุคลากรทางการศึกษาอื่น หมายความวา บุคคลซึ่งทำหนาที่สนับสนุนการศึกษา ใหบริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ และการ บริหารการศกึ ษาในหนวยงานการศึกษาตาง ๆ ซึง่ หนว ยงานการศึกษากำหนดตำแหนงใหตองมี คุณวุฒิทางการศกึ ษา หนวยงานการศึกษา หมายความวา สถานศึกษาหรือหนวยงานอื่นที่มีหนาท่ีกำกับดูแล สนับสนุน สงเสริมใหบริการเกี่ยวกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและอุดมศึกษาต่ำกวาปริญญา ท้งั ของรฐั และเอกชน สถานศึกษา หมายความวา สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน วิทยาลัย สถาบัน มหาวิทยาลัย หนวยงานการศึกษาหรือหนวยงานอื่นของรัฐหรือของเอกชนที่มีอำนาจหนาที่หรอื มีวัตถุประสงคในการจัดการศกึ ษา วัย เรยี น วิท บนั ลยั ใบอนุญาต หมายความวา ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพซ่ึงออกใหผูปฏิบตั ิงานในตำแหนง ครู ผูบรหิ ารสถานศึกษา ผูบ รหิ ารการศึกษาและบคุ ลากรทางการศึกษาอนื่ ตามพระราชบัญญตั นิ ้ี มาตรา 6 รัฐมนตรวี าการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร รักษาการตามพระราชบญั ญัติน้ี 2
อยากเปน “ครูอาชีวะ” หมวด 1 สภาครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา มาตรา 7 ใหมีสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกวา คุรุสภา มีวัตถุประสงค และอำนาจหนาที่ตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัตินี้มีฐานะเปนนิติบุคคล ในกำกับของ กระทรวงศกึ ษาธิการ มาตรา 8 คุรุสภามีวตั ถปุ ระสงคด งั ตอไปน้ี 1) กำหนดมาตรฐานวิชาชีพ ออกและเพิกถอนใบอนุญาต กำกับดูแลการ ปฏบิ ัติตามมาตรฐานวชิ าชพี และจรรยาบรรณของวิชาชีพ รวมทงั้ การพฒั นาวิชาชพี 2) กำหนดนโยบายและแผนพัฒนาวิชาชีพ 3) ประสาน สง เสรมิ การศึกษาและการวิจัยเกีย่ วกบั การประกอบวิชาชพี ฐาน บาย จัย มาตรา 9 คุรสุ ภามอี ำนาจหนาท่ีดงั ตอ ไปน้ี 1) กำหนดมาตรฐานวิชาชพี และจรรยาบรรณของวชิ าชพี 2) ควบคมุ ความประพฤตแิ ละการดำเนินงานของผปู ระกอบวิชาชพี ทางการศึกษา ใหเ ปน ไปตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวชิ าชพี 3) ออกใบอนุญาตใหแกผ ูขอประกอบวชิ าชพี 4) พักใชใ บอนุญาตหรอื เพกิ ถอนใบอนุญาต 5) สนับสนนุ สง เสรมิ และพฒั นาวชิ าชีพตามมาตรฐานวิชาชพี และจรรยาบรรณของ วิชาชีพ 6) สง เสรมิ สนบั สนนุ ยกยอ ง และผดุงเกยี รตผิ ปู ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา 7) รับรองปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรของสถาบันตาง ๆ ตาม มาตรฐานวชิ าชีพ 8) รบั รองความรูแ ละประสบการณ รวมทงั้ ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพ 9) สงเสริมการศึกษาและการวจิ ยั เก่ยี วกบั การประกอบวิชาชพี 10) เปน ตวั แทนผูประกอบวชิ าชพี ทางการศึกษาของประเทศไทย 11) ออกขอบงั คับคุรุสภา 12) ใหคำปรึกษาหรือเสนอแนะตอคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายหรือปญหาการ พฒั นาวิชาชีพ 13) ใหค ำแนะนำหรอื เสนอความเหน็ ตอ รฐั มนตรีเก่ยี วกับการประกอบวิชาชีพหรือ การออกกฎกระทรวง ระเบีบบ และประกาศตา ง ๆ 14) กำหนดใหมีคณะกรรมการเพื่อกระทำการใด ๆ อันอยูในอำนาจหนาที่ของ คุรุสภา 3
อยากเปน “ครอู าชีวะ” 15) ดำเนนิ การใหเ ปน ไปตามวัตถุประสงคของคุรสุ ภา มาตรา 10 คุรุสภาอาจมีรายได ดังน้ี 1) คาธรรมเนยี มตามพระราชบัญญัตนิ ้ี 2) เงนิ อุดหนุนจากงบประมาณแผน ดิน เนยี ม หนนุ โยชน ทิศ ดอก 3) ผลประโยชนจากการจัดการทรพั ยสนิ และการดำเนินกิจการของคุรุสภา 4) เงนิ และทรพั ยส ินซง่ึ มีผอู ุทศิ ใหแ กคุรสุ ภา 5) ดอกผลของเงนิ และทรัพยส ินตาม 1-4 รายไดข องครุ ุสภาไมเปนรายไดท่ตี องนำสงกระทรวงการคลังตามกฎหมายวาดวยเงินคงคลัง และกฎหมายวา ดวยวิธีการงบประมาณรวมทงั้ ไมอยูในขายการบังคับตามกฎหมายภาษีอากร ประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ เรือ่ ง กำหนดอัตราคา ธรรมเนียมการประกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา 1. คาขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตเปน ผูป ระกอบวชิ าชีพ ฉบับละ 500 บาท 2. คาตอใบอนุญาตประกอบวิชาชพี ฉบบั ละ 200 บาท 3. คาหนงั สือรับรองการข้ึนทะเบยี นเปน ผูประกอบวิชาชพี ฉบบั ละ 300 บาท 4. คาหนงั สืออนุมัติหรอื วุฒบิ ตั รแสดงความรคู วามชำนาญ ฉบับละ 400 บาท ฉบับละ ในการประกอบวชิ าชีพ 200 บาท 5. คาใบแทนใบอนุญาต แทน : 2 ขึ้น : 5 ตอ : 2 รอง : 3 มตั ิ : 4 สรุปการขอขน้ึ ทะเบยี นรับใบอนุญาตและการออกใบอนญุ าต ยื่นคำขอตอ ** ผูขอขึน้ ทะเบียนรบั ใบอนุญาตประกอบวชิ าชีพ เลขาธกิ ารคุรุสภา ตามแบบท่กี ำหนด (คร/ู ผูบริหารสถานศึกษา/ผูบ รหิ ารการศกึ ษา/ศกึ ษานิเทศก) ** ชาวตางประเทศทีไ่ มมสี ญั ชาตไิ ทย ขอขึ้นทะเบียนรบั ใบอนุญาตประกอบวิชาชพี ครู ** ผไู ดร ับอนุมตั ใิ หข้ึนทะเบียนและรบั ใบอนุญาตประกอบวชิ าชพี แลว ประสงคจะขอหนังสอื รับรองการข้นึ ทะเบยี นรบั ใบอนญุ าต การกำหนดอายแุ ละการตอใบอนุญาต การตอ ใบอนญุ าต ** ยนื่ คำขอกอ นหมดอายภุ ายใน 180 วนั 4
อยากเปน “ครูอาชีวะ” ** ยนื่ คำขอตอ เลขาธกิ ารคุรุสภา ** หากยื่นหมดอายุ ใหชี้แจงเหตุผลพรอมหลักฐานและชำระคาปรับดำเนินการลาชา เปนเงินเดือนละ 200 บาท แตไมเกิน 2,000 บาท โดยระยะเวลาที่ลาชานับไดไมถึง 1 เดอื น ใหนับเปน 1 เดือน ใบอนุญาตสิน้ สุด ** ใบอนุญาตหมดอายุ (5 ป) ** ถูกสั่งเพกิ ถอน (พน 5 ป ใหย นื่ คำขอตอ เลขาธกิ ารครุ สุ ภา) ** ถกู สง่ั พกั ใชใบอนญุ าต (ไมเ กิน 5 ป) มาตรา 12 ใหค ณะกรรมการคณะหนง่ึ เรียกวา คณะกรรมการครุ ุสภา จำนวน 12 คน ประกอบดวย 1. รัฐมนตรวี า การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เปนประธานกรรมการ 2. กรรมการโดยตำแหนง ประกอบดวย 10 คน - รฐั มนตรชี วยวาการกระทรวงศึกษาธิการ (2 คน) - ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ - เลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา ชวย2 ปลดั สภา - เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน ฐาน อุ อา - เลขาธิการคณะกรรมการการอดุ มศกึ ษา ขา สง หวั - เลขาธกิ ารคณะกรรมการการอาชีวศึกษา - เลขาธิการคณะกรรมการขา ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา - เลขาธิการคณะกรรมการสงเสรมิ การศึกษาเอกชน - หวั หนาสำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบรหิ ารงานบคุ คลสวนทอ งถิ่น 3. เลขาธกิ ารคุรุสภา เปนกรรมการและเลขานุการ ** คณะกรรมการสงเสริมสวัสดิการสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) คอื รัฐมนตรวี าการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เปน ประธานกรรมการ ** ในกรณีเห็นสมควร รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ อาจใหคณะกรรมการคุรุสภา และคณะกรรมการ สกสค. สรรหาและแตงตั้ง เลขาธิการคุรุสภา/ เลขาธิการ สกสค./ ผอ. องคการคา ของสำนกั งานคณะกรรมการ สกสค. ใหเลขาธกิ ารคุรสุ ภา เปน กรรมการและเลขานุการ ผลู งนามในใบอนุญาตประกอบวชิ าชีพ ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชพี ผูล งนามในบตั รประจำตวั สมาชกิ ครุ ุสภา เลขาธิการครุ ุสภา 5
อยากเปน “ครูอาชีวะ” มาตรา 20 ใหค ณะกรรมการคุรสุ ภามีอำนาจหนาที่ ดงั ตอ ไปน้ี 1) บริหารและดำเนนิ การตามวัตถุประสงคแ ละอำนาจหนาทขี่ องคุรสุ ภา 2) ใหคำปรกึ ษาและแนะนำแกค ณะกรรมการมาตรฐานวิชาชพี 3) พจิ ารณาวนิ ิจฉัยอุทธรณค ำสง่ั ของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพตามมาตรา 54 4) เรงรัดใหพนักงานเจาหนาที่สวนราชการ หรือคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ปฏิบตั ติ ามอำนาจหนา ทท่ี ี่กฎหมายกำหนด 5) แตงตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อกระทำการใด ๆ อันอยูในอำนาจหนาที่ของ คณะกรรมการครุ ุสภา 6) ควบคุมดูแลการดำเนินงานและการบริหารงานทั่วไป ตลอดจนออกระเบียบ ขอ บงั คบั ประกาศหรือขอ กำหนดเกี่ยวกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา 7) กำหนดนโยบายการบริหารงาน และใหค วามเห็นชอบแผนการดำเนนิ งานของ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา 8) ปฏบิ ัติการอน่ื ใดตามทก่ี ฎหมายกำหนดไวใหเปน อำนาจหนาทขี่ องคณะกรรมการคุรุสภา 9) พิจารณาหรอื ดำเนนิ การในเร่ืองอ่นื ตามทีร่ ฐั มนตรมี อบหมาย มาตรา 21 ใหมีคณะกรรมการมาตรฐานวชิ าชีพ จำนวน 17 คน ประกอบดวย 1) ประธานกรรมการซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งจากกรรมการผูทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ครุ สุ ภา 2) กรรมการโดยตำแหนง 5 คน ประกอบดว ย - เลขาธกิ ารคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน ฐาน อา เอก - เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นอก ขา - เลขาธกิ ารคณะกรรมการสง เสรมิ การศกึ ษาเอกชน - เลขาธกิ ารสำนกั งานสงเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย - เลขาธิการคณะกรรมการขาราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา 3) กรรมการผูทรงคุณวุฒิ จำนวน 4 คน ซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาสรรหาจาก ผูทรงคุณวุฒิที่มีความรู ความเชี่ยวชาญ และประสบการณสูงดานการศึกษา การบริหาร และ กฎหมาย 4) กรรมการจากคณาจารยในคณะครุศาสตร ศึกษาศาสตร หรือการศึกษา ทั้งของรัฐ และเอกชน ที่มีการสอนระดับปริญญาในสาขาวิชาครุศาสตร ศึกษาศาสตร หรือการศึกษา ซึ่ง เลือกกนั เอง จำนวน 2 คน 5) กรรมการจากผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จำนวน 4 คน ซึ่งคณะกรรมการคุรุ สภาแตงตั้ง มาจากผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ดำรงวิทยฐานะไมต่ำกวาเชี่ยวชาญ วชิ าชพี ละ 1 คน * ตำแหนงครู * ตำแหนงผบู รหิ ารสถานศกึ ษา 6
อยากเปน “ครูอาชีวะ” * ตำแหนงผบู ริหารการศึกษา * ตำแหนง ศึกษานิเทศก 6) เลขาธิการครุ สุ ภา เปน กรรมการและเลขานุการ มาตรา 24 วาระการดำรงตำแหนงของกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ตาม 1) 3) 4) และ 5) ใหอยูในตำแหนงคราวละ 4 ป และอาจไดรับการแตงตั้งอีก แตจะดำรงตำแหนง เกนิ 2 วาระตดิ ตอ กันไมไ ด มาตรา 25 คณะกรรมการมาตรฐานวชิ าชีพมอี ำนาจและหนา ที่ ดังตอ ไปนี้ 1) พิจารณาการออกใบอนุญาตใหแกผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และการ พักใชห รือเพิกถอนใบอนญุ าต 2) กำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของผูประกอบวิชาชีพ ทางการศึกษา 3) สงเสริม พัฒนา และเสนอแนะคณะกรรมการคุรุสภากำหนดมาตรฐานและ จรรยาบรรณในการประกอบวิชาชพี 4) สงเสริม ยกยอง และพัฒนาวิชาชีพไปสูความเปนเลิศในสาขาตาง ๆ ตามที่ กำหนดในขอ บังคับของครุ ุสภา 5) แตงตั้งทีป่ รกึ ษา คณะอนกุ รรมการ หรอื มอบหมายกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ เพ่ือกระทำการใด ๆ อันอยใู นอำนาจและหนา ท่ีของคณะกรรมการมาตรฐานวชิ าชพี 6) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดไวใหเปนอำนาจและหนาที่ของ คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ 7) พิจารณาหรือดำเนินการในเรื่องอื่นตามที่รัฐมนตรีหรือคณะกรรมการคุรุสภา มอบหมาย ** ใหคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพเสนอรายงานการดำเนินงานประจำปตอ คณะกรรมการคุรสุ ภา ตามระเบียบท่ีคณะกรรมการครุ สุ ภากำหนด ** มาตรา 39 เลขาธิการคุรสุ ภามีหนาท่ีบริหารกจิ การของสำนักงานเลขาธกิ ารครุ สุ ภา 1) ดแู ลรักษาทะเบยี นผไู ดร ับใบอนญุ าต 2) ควบคุมดแู ลทรัพยสินของครุ สุ ภา 3) เสนอรายงานประจำปตอคณะกรรมการคุรุสภา 4) เสนอความเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงกิจการและการดำเนินงานใหมี ประสทิ ธิภาพ มาตรา 43 ใหวิชาชีพ 1. ครู 2. ผูบริหารสถานศึกษา เปน วิชาชีพควบคุมตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ 3. ผบู รหิ ารการศึกษา 7
อยากเปน “ครอู าชีวะ” การกำหนดวิชาชีพควบคุมอื่น เชน ศึกษานิเทศก (ศน.) ใหเปนไปตามที่กำหนด ในกฎกระทรวง หามมิใหผูใดประกอบวิชาชีพควบคุม โดยไมไดรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ เวน แตกรณอี ยา งใดอยา งหนง่ึ ดังตอไปน้ี 1) ผูที่เขามาใหความรูแกผูเรียนในสถานศึกษาเปนครั้งคราวในฐานะวิทยากร พเิ ศษทางการศกึ ษา 2) ผูท่ีไมไดประกอบวิชาชีพหลักทางดานการเรียนการสอนแตบางครั้งทำหนาท่ี สอนดว ย 3) นักเรียน นักศึกษา หรือผูรับการฝกอบรมหรือผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติ การสอน ซึ่งทำการฝกหัดหรืออบรมในความควบคุมของผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษาซึ่งเปน ผูใหการศึกษาหรือฝกอบรม ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภา กำหนด 4) ผทู จี่ ดั การศกึ ษาตามอัธยาศยั 5) ผูที่ทำหนาท่ีสอนในศูนยการเรียนตามกฎหมายวาดวยการศึกษาแหงชาติ หรอื สถานทเ่ี รียนทห่ี นว ยงานจดั การศึกษานอกระบบและตามอัธยาศยั บุคคล ครอบครัว ชุมชน องคกรชุมชน องคก รปกครองสว นทองถิน่ องคกรเอกชน องคกรวชิ าชพี สถาบนั ศาสนา สถาน ประกอบการ โรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย สถานสงเคราะห และสถาบันสังคมอื่นเปน ผจู ดั 6) คณาจารย ผูบริหารสถานศึกษา และผูบริหารการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ระดบั ปรญิ ญาทงั้ ของรัฐและเอกชน 7) ผูบรหิ ารการศกึ ษาระดบั เหนือเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษา 8) บุคคลอน่ื ตามท่คี ณะกรรมการครุ สุ ภากำหนด (ตอ งระวางโทษจำคกุ ไมเกนิ 1 ป หรือปรับไมเกนิ 20,000 บาท หรอื ทง้ั จำทง้ั ปรบั ) มาตรา 44 ผขู อรบั ใบอนุญาตเปนผูประกอบวิชาชีพควบคุม ตอ งมีคุณสมบัติและไมมี ลักษณะตองหา ม ดงั ตอไปนี้ (ขอ บังคบั ครุ สุ ภาวา ดวยใบประกอบวชิ าชพี ฉบับท่ี 2 พ.ศ. 2562) (ก) คณุ สมบตั ิ 1) มอี ายุไมตำ่ กวา 20 ปบริบูรณ 2) ผมู ีคณุ วฒุ ทิ ี่สำเรจ็ การศกึ ษาในประเทศไทย ขอ ใดขอหนง่ึ ดงั น้ี 2.1) วุฒไิ มต ำ่ กวาปริญญาทางการศึกษาหรือเทยี บเทา ทค่ี ุรุสภารับรอง 2.2) วุฒไิ มต ่ำกวาปริญญาตรอี ื่นทีค่ รุ ุสภารับรอง 2.3) วฒุ ไิ มตำ่ กวา ปริญญาตรอี ่นื และผานการรับรองความรูตามมาตรฐาน ความรวู ชิ าชพี ของคุรสุ ภา 8
อยากเปน “ครูอาชีวะ” 3) ผูมีคุณวฒุ ิท่สี ำเร็จการศกึ ษาจากตางประเทศ ขอใดขอหนึ่ง ดังน้ี 3.1) วฒุ ปิ รญิ ญาทางการศึกษาหรอื เทยี บเทา 3.2) วฒุ ิปรญิ ญาอืน่ และมใี บประกอบวชิ าชีพครจู ากตางประเทศ 3.3) วุฒิปริญญาตรีอื่นและมีคุณวุฒิประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครูที่ใชเวลา ศึกษาไมน อ ยกวา หนง่ึ ป 3.4) วฒุ ิปรญิ ญาตรอี น่ื และผานการรับรองความรูตามมาตรฐานความรูวชิ าชีพของ ครุ สุ ภา 4) ผานการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเปนเวลา ไมนอยกวา 1 ป และผานเกณฑการประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ วิธีการ และ เง่อื นไขท่ีคณะกรรมการคุรุสภากำหนด (ข) ลักษณะตอ งหา ม เสอ่ื ม 1) เปนผูมีความประพฤติเส่ือมเสยี หรือบกพรอ งในศลี ธรรมอนั ดี ไร 2) เปนคนไรค วามสามารถหรือเสมือนไรค วามสามารถ คุก แหง วิชาชพี 3) เคยตองโทษจำคุกในคดีท่ีคุรุสภาเหน็ วา อาจนำมาซ่ึงความเส่ือมเสยี เกียรติศักด์ิ มาตรา 45 การขอรับใบอนุญาต ผูขอรับใบอนุญาต ผูขอตออายุใบอนุญาต หรือผูขอรับใบแทนใบอนุญาต ซึ่งคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพิจารณาวินิจฉัยไมออกใบอนุญาต ไมตออายุใบอนุญาต หรือไมออกใบแทนใบอนุญาตให อาจอุทธรณคำสั่งดังกลาวตอคณะกรรมการคุรุสภา ภายใน 30 วนั นับแตวันทีไ่ ดร บั แจง มาตรา 46 หามมิใหผูใดแสดงดวยวิธีใด ๆ ใหผูอื่นเขาใจวาตนมีสิทธิหรือพรอมจะ ประกอบวิชาชีพ โดยไมไดรับอนุญาตจากคุรุสภา และหามมิใหสถานศึกษารับผูไมไดรับ ใบอนญุ าตเขา ประกอบวชิ าชีพควบคมุ ในสถานศกึ ษา เวน แตจะไดร บั อนญุ าตจากคุรสุ ภา (ตองระวางโทษจำคกุ ไมเกิน 3 ป หรือปรบั ไมเกนิ 60,000 บาท หรอื ทง้ั จำทง้ั ปรับ) มาตรา 49 ใหมขี อ บงั คับวาดวยมาตรฐานวชิ าชีพ ประกอบดวย 1) มาตรฐานความรูและประสบการณว ชิ าชีพ (6+2) 2) มาตรฐานการปฏบิ ตั ิงาน (3 ดา น 4+8+4) 3) มาตรฐานการปฏิบตั ิตน (5) ชพี งาน ตน 9
อยากเปน “ครอู าชีวะ” มาตรา 50 มาตรฐานการปฏิบัติตน ใหกำหนดเปนขอบังคับวาดวยจรรยาบรรณของ วชิ าชีพ ประกอบดวย 1) จรรยาบรรณตอตนเอง 2) จรรยาบรรณตอ วิชาชีพ ตน ชพี รบั รว ม คม 3) จรรยาบรรณตอผูรบั บรกิ าร 4) จรรยาบรรณตอ ผูรวมประกอบวิชาชพี 5) จรรยาบรรณตอ สงั คม มาตรา 51 บุคคลซึ่งไดรับความเสียหายจากการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ ของผูไ ดรบั ใบอนญุ าต มสี ทิ ธิกลาวหาผไู ดรบั ใบอนญุ าตผูนั้น โดยทำเรอื่ งย่นื ตอ คุรุสภา กรรมการคุรุสภา กรรมการมาตรฐานวิชาชีพหรือบุคคลอื่น มีสิทธิกลาวโทษผูประกอบ วชิ าชพี วา ผิดจรรยาบรรณของวชิ าชีพ โดยแจง เรื่องตอคุรุสภา สิทธิการกลาวหา หรือสิทธิการกลาวโทษดังกลาวสิ้นสุดลงเมื่อพน 1 ปนับแตวันที่ ผูไดรับความเสียหายหรือผูกลาวโทษรูเรื่องการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวชิ าชีพดังกลาวและ รตู วั ผปู ระพฤตผิ ดิ การถอนเรื่องการกลาวหาหรือการกลาวโทษที่ไดยื่นไวแลวนั้นไมเปนเหตุใหระงับการ ดำเนนิ การตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ มาตรา 52 เมื่อคุรุสภาไดรับเรื่องการกลาวหาหรือการกลาวโทษ ใหเลขาธิการคุรุสภา เสนอเรื่องดงั กลา วตอ คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชพี โดยไมช กั ชา มาตรา 53 ใหประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ มีหนังสือแจงขอกลาวหาหรือขอ กลาวโทษ พรอมทั้งสงสำเนาเรื่องที่กลาวหาหรือกลาวโทษใหผูไดรับใบอนุญาต ซึ่งถูกกลาวหา หรอื กลา วโทษลวงหนา ไมนอ ยกวา 15 วันกอนเร่ิมพจิ ารณา ผูถูกกลาวหาหรือถูกกลาวโทษมีสิทธิทำคำชี้แจงหรือนำพยานหลักฐานใด ๆ สงให คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพหรืออนุกรรมการ ภายใน 15 วันนับแตวันที่ไดรับแจงจาก ประธานกรรมการมาตรฐานวชิ าชพี หรือภายในเวลาทีค่ ณะกรรมการมาตรฐานวชิ าชีพกำหนด มาตรา 54 คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ มีอำนาจวนิ จิ ฉยั ชขี้ าดอยา งใดอยา งหน่ึง 1) ยกขอ กลา วหา >> กรณีไมผ ิด 2) ตกั เตอื น 3) ภาคทัณฑ ยก ตกั ภาค พกั เพิก 4) พักใชใ บอนญุ าต มกี ำหนดเวลาตามท่ีเหน็ สมควร แตไมเ กิน 5 ป 5) การเพกิ ถอนใบอนุญาต มาตรา 55 ผูไดรับใบอนุญาตซึ่งคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ วินิจฉัยชี้ขาด ตามมาตรา 54 2) 3) 4) หรือ 5) อาจอุทธรณตอคณะกรรมการคุรุสภา ภายใน 30 วัน นบั แตวันทไี่ ดร บั แจง คำวินิจฉัย 10
อยากเปน “ครอู าชีวะ” คำวินิจฉยั ช้ขี าดของคณะกรรมการคุรุสภาใหท ำเปนคำสงั่ คุรุสภา พรอมดว ยเหตุผลของ การวนิ ิจฉยั ช้ขี าด มาตรา 56 หามมิใหผูไดรับใบอนุญาตซึ่งอยูในระหวางถูกสั่งพักใชใบอนุญาตผูใด ประกอบวิชาชีพควบคุมหรือแสดงดวยวิธีใด ๆ ใหผูอื่นเขาใจวาตนมีสิทธิหรือพรอมจะ ประกอบวิชาชีพควบคมุ นับแตว นั ท่ีทราบคำส่ังพักใชใ บอนุญาตนน้ั (ตองระวางโทษจำคกุ ไมเกิน 3 ป หรือปรบั ไมเ กนิ 60,000 บาท หรอื ทงั้ จำทง้ั ปรบั ) มาตรา 57 ผูไดรับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งเพิกถอนจะยื่นขออีกไมไดจนกวาจะพน 5 ป นบั แตวันทีถ่ ูกสง่ั เพิกถอน มาตรา 58 สมาชิกคุรุสภา มี 2 ประเภท ดังน้ี 1) สมาชกิ สามัญ >> ผมู ใี บอนุญาตตามพระราชบญั ญัตนิ ี้ 2) สมาชกิ กิตติมศักดิ์ >> ผทู รงคณุ วฒุ ซิ ่ึงคณะกรรมการครุ สุ ภาแตง ตง้ั มาตรา 62 ใหมีคณะกรรมการสงเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากร ทางการศึกษา (สกสค.) ทำหนา ที่ บรหิ ารงานสำนักงานคณะกรรมการสงเสรมิ สวัสดิการและ สวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมีวตั ถุประสงค ดังตอไปน้ี 1) สงเสริมสวัสดิการ สวัสดิภาพ สิทธิประโยชนเกื้อกูลอื่นและความมั่นคง ของผปู ระกอบวิชาชีพทางการศึกษาและผูปฏบิ ตั ิงานดานการศึกษา 2) สงเสริมความสามัคคีและผดงุ เกียรติของผูประกอบวิชาชพี ทางการศึกษาและ ผปู ฏิบัตงิ านดานการศกึ ษา 3) สงเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาของกระทรวงในเรื่องสื่อการเรียนการ สอนวสั ดอุ ปุ กรณการศึกษาและเรื่องอ่นื ทีเ่ ก่ยี วกับการจัดการศึกษา 4) สงเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาการดำเนินงาน ดา นสวัสดกิ ารสวสั ดภิ าพและผดงุ เกยี รติของผูป ระกอบวิชาชีพทางการศกึ ษา มาตรา 63 คณะกรรมการสงเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการ ศกึ ษา มอี ำนาจหนา ที่ ดงั ตอ ไปน้ี 1) ดำเนินงานดานสวสั ดิการ สวัสดภิ าพ สิทธิประโยชนเ กื้อกลู อื่น และความ มั่นคงของผปู ระกอบวิชาชพี ทางการศึกษา และผปู ฏิบัตงิ านดา นการศึกษา 2) สงเสริม สนับสนุน ยกยองและผดุงเกียรติของผูประกอบวิชาชีพทางการ ศึกษาและผปู ฏิบตั งิ านดานการศกึ ษา 3) สงเสริมใหผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และผูปฏิบัติงานดานการศึกษา ไดร ับสวัสดกิ ารตาง ๆ ตามสมควร 11
อยากเปน “ครูอาชีวะ” 4) ใหความเห็น คำปรึกษา และคำแนะนำในเรื่องการสงเสริมสวัสดิการ สวัสดภิ าพ สทิ ธิ ประโยชนแ ละความม่ันคงของผูป ระกอบวชิ าชพี ทางการศึกษา และผูปฏบิ ัติงาน ดา นการศกึ ษาแกห นว ยงานที่เก่ยี วขอ ง 5) ดำเนินงานและบริหารจัดการองคการจัดหาผลประโยชนของสำนักงาน คณะกรรมการสงเสริมสวัสดิการและสวัสดภิ าพครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา 6) ออกขอบังคับและหลักเกณฑในการดำเนินกิจการตามอำนาจหนาที่ของ คณะกรรมการสง เสรมิ สวัสดิการและสวดั ภิ าพครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา 7) แตงตั้งคณะกรรมการ หรือคณะอนุกรรมการ หรือมอบหมายใหกรรมการ สง เสรมิ สวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศกึ ษาเพอื่ กระทำการใดๆ แทน 8) สรรหาและแตงตั้งเลขาธิการคณะกรรมการสงเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพ ครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา 9) ดำเนินการใหเปนไปตามวัตถุประสงคในการบริหารงานสำนักงาน คณะกรรมการสง เสรมิ สวสั ดิการและสวัสดภิ าพครแู ละบุคลากรทางการศึกษา มาตรา 64 ใหคณะกรรมการสงเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากร ทางการศึกษา (สกสค.) มีจำนวน 9 คน ประกอบดว ย 1. รัฐมนตรีวาการกระทรวงศกึ ษา >> ประธานกรรมการ 2. ปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร 3. เลขาธิการสภาการศึกษา ปลัด สภา ฐาน อุ อา ขา คุ 4. เลขาธิการคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน 5. เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กรรมการ 6. เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 7. เลขาธิการคณะกรรมการขา ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา 8. เลขาธิการคุรุสภา 9. เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. >> กรรมการและเลขานุการ มาตรา 67 สำนักงานคณะกรรมการสงเสริมสวัสดิการและสวสั ดิภาพครแู ละบุคลากร ทางการศกึ ษา มีฐานะเปน นติ ิบุคคล ในกำกับของกระทรวงศกึ ษาธิการ มาตรา 68 สำนักงานคณะกรรมการสงเสริมสวัสดิการและสวสั ดภิ าพครูและบุคลากร ทางการศกึ ษา มรี ายไดดงั ตอ ไปนี้ 1) เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผนดิน 2) เงนิ คาบำรุงและคาธรรมเนียมตา งๆ หนนุ เนยี ม โยชน ทิศ ผล ดอก 3) เงินผลประโยชนตางๆ จากการลงทุนและการจดั หาผลประโยชน 4) เงินอุดหนุนจากภาคเอกชนหรือองคกรอื่นรวมทั้งจากตางประเทศหรือองคกร ระหวางประเทศและเงนิ หรือทรพั ยส ินท่มี ีผอู ุทศิ ให 12
อยากเปน “ครูอาชีวะ” 5) ผลประโยชนจากการจัดการทรัพยสินและการดำเนินกิจการของสำนักงาน คณะกรรมการสงเสริมสวสั ดกิ ารและสวสั ดภิ าพครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา 6) ดอกผลของเงินและทรพั ยสินตาม 2) 3) 4) และ 5) รายไดของสำนักงานคณะกรรมการสงเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากร ทางการศกึ ษาไมเปน รายไดทต่ี องนำสงกระทรวงการคลงั มาตรา 75 รัฐมนตรมี ีอำนาจหนา ท่ี กำกบั ดแู ลการดำเนินงานของคุรสุ ภาและสกสค. มาตรา 77 ใหสำนักงานตรวจเงินแผนดิน ตรวจสอบการปฏิบัติงานดานการเงินและ บัญชขี องคุรุสภาเปนประจำทกุ ป แลวรายงานใหรัฐสภาทราบ บทกำหนดโทษ มาตรา 78 ผูใดฝาฝนขอกำหนดเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพควบคุม ตามมาตรา 43 (ประกอบวชิ าชพี ควบคมุ โดยไมไดรับใบอนญุ าต) ตอ งระวางโทษจำคกุ ไมเกิน 1 ป หรือปรับ ไมเกนิ 20,000 บาท หรือทงั้ จำท้งั ปรบั (12) มาตรา 79 ผูใดฝาฝนโดยแสดงดวยวิธีใดๆ ใหผูอื่นเขาใจวาตนมีสิทธิหรือพรอมจะ ประกอบวิชาชีพ โดยไมไดรับใบอนุญาตจากคุรุสภา ตามมาตรา 46 หรือฝาฝนคำสั่งพักใช ใบอนญุ าต ตามมาตรา 56 (รบั ผูไ มมีใบอนญุ าตประกอบวิชาชีพเขาประกอบวิชาชีพควบคุม ในสถานศกึ ษา) (อยใู นระหวา งพกั ใชใบอนญุ าตแลวประกอบวิชาชีพควบคมุ ) ตองระวางโทษ จำคุกไมเกนิ 3 ป หรือปรับไมเกนิ 60,000 บาท หรอื ท้งั จำท้งั ปรบั (36) 13
อยากเปน “ครูอาชีวะ” 4. พระราชบัญญัตริ ะเบยี บขาราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และท่แี กไ ขเพิ่มเตมิ ฉบับท่ี 1 ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา 23 ธนั วาคม 2547 มผี ลบังคับใช 24 ธนั วาคม 2547 ผรู บั สนองพระบรมราชการโองการ นายวิษณุ เครืองาม ฉบบั ท่ี 2 ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา 20 กุมภาพันธ 2551 มผี ลบังคบั ใช 21 กุมภาพันธ 2551 ผรู ับสนองพระบรมราชการโองการ พลเอกสรุ ยุทธ จุลานนท ฉบับท่ี 3 ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา 22 กรกฎาคม 2553 มผี ลบังคับใช 23 กรกฎาคม 2553 ผรู บั สนองพระบรมราชการโองการ นายอภสิ ทิ ธ์ิ เวชชาชวี ะ ฉบับท่ี 4 ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา 5 เมษายน 2562 มผี ลบังคับใช 6 เมษายน 2562 ผรู ับสนองพระบรมราชการโองการ พลเอกประยุทธ จันทรโอชา เหตุผล : เพื่อเปนการปองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของ ขาราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา ประกอบดว ย 9 หมวด 140 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล หมวด 1 คณะกรรมการบริหารงานบุคคลของขาราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา หมวด 2 บททั่วไป หมวด 3 การกำหนดตำแหนง วทิ ยฐานะ และการใหไดรบั เงินเดอื น เงนิ วิทยฐานะ และเงนิ ประจำตำแหนง หมวด 4 การบรรจแุ ละแตง ตัง้ หมวด 5 การเสริมสรางประสทิ ธภิ าพในการปฏิบตั ิราชการ หมวด 6 วินยั และการรักษาวินยั หมวด 7 การดำเนินการทางวนิ ัย กรรม ทัว่ ตำ หมวด 8 การออกจากราชการ แตง ประสิทธิ รัก หมวด 9 การอุทธรณและการรองทุกข ดำ ออก อุท บทเฉพาะกาล 1
อยากเปน “ครูอาชีวะ” มาตรา 4 ในพระราชบญั ญตั นิ ้ี “ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา” หมายความวา บุคคลซึ่งไดรับการบรรจุ และแตงตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ ใหการรับราชการไดรับเงินเดือนจากเงินงบประมาณแผนดิน งบบุคลากรท่ีจายในลักษณะเงินเดอื นในกระทรวงศึกษาธกิ าร กระทรวงการทองเที่ยวและกีฬา กระทรวงวฒั นธรรม หรือกระทรวงอื่นทก่ี ำหนดในพระราชกฤษฎกี า “ขาราชการครู” หมายความวา ผูที่ประกอบวชิ าชีพซึ่งทำหนาทหี่ ลักทางดานการเรียน การสอนและสงเสรมิ การเรยี นรขู องผเู รยี นดวยวิธีการตา ง ๆ ในสถานศึกษาของรัฐ “คณาจารย” หมายความวา บุคลากรซึ่งทำหนาที่หลักทางดานการสอนและการวิจัย ในสถานศึกษาระดบั อดุ มศึกษาระดับปรญิ ญาของรฐั “บุคลากรทางการศึกษา” หมายความวา ผูบริหารสถานศึกษา ผูบริหารการศึกษา รวมทั้งผูสนับสนุนการศึกษา ซึ่งเปนผูทำหนาที่ใหบริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัด กระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ การบริหารการศึกษาและปฏิบัติงานอื่นในหนวยงาน การศกึ ษา “วิชาชีพ” หมายความวา วิชาชีพครู วิชาชีพบริหารการศึกษา วิชาชีพบุคลากร ทางการศกึ ษาอ่นื “หนวยงานการศกึ ษา” หมายความวา 1) สถานศึกษา 2) สำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษา สถาน เขต นอก 3) สำนกั งานการศึกษานอกโรงเรยี น แหลง หนวย 4) แหลงเรียนรูต ามประกาศของสำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษา 5) หนวยงานตามกฎหมายวาดวยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ หรือตามประกาศกระทรวงหรือหนวยงานที่คณะกรรมการขาราชการครูและบุคลากรทางการ ศกึ ษากำหนด “สถานศึกษา” หมายความวา 1) สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 2) โรงเรียน 3) ศูนยการศกึ ษาพเิ ศษ 4) ศูนยก ารศกึ ษานอกระบบและตามอธั ยาศยั วยั เรียน เศษ อัธ 5) ศูนยการเรยี น ศูนย ลัย ชน บัน 6) วทิ ยาลัย 7) วทิ ยาลยั ชุมชน 8) สถาบนั หรือสถานศกึ ษาทีเ่ รยี กชื่ออยางอ่นื ของรฐั 2
อยากเปน “ครอู าชีวะ” มาตรา 7 ใหมีคณะกรรมการบริหารงานบุคคลขาราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษาคณะหนึ่งเรียกวา “คณะกรรมการขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา” เรียกโดย ยอ วา “ก.ค.ศ.” (คำสัง่ คสช. 16/2560 มจี ำนวน 14 คน ) ประกอบดวย 1. รฐั มนตรวี า การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร >> ประธานกรรมการ 2. กรรมการโดยตำแหนง ** รฐั มนตรีชวยวาการกระทรวงศึกษาธิการ (2 คน) ** ปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร ** เลขาธิการ ก.พ. ชว ย2 ปลดั ก.พ. ** เลขาธิการสภาการศึกษา สภา ฐาน อุ ** เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน อา ครุ ุ ** เลขาธิการคณะกรรมการการอดุ มศึกษา ** เลขาธกิ ารคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ** เลขาธกิ ารครุ ุสภา 3. กรรมการผูทรงคณุ วุฒิ รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการแตงตั้งจากบุคคลที่มีความรู ความเชี่ยวชาญ และประสบการณส งู 1) ดานทรัพยากรบุคคล 2) ดานการศึกษา 3) ดา นกฎหมาย 4. เลขาธกิ าร ก.ค.ศ. >> กรรมการและเลขานุการ ใหเลขาธิการ ก.ค.ศ. แตงตั้งขาราชการใน ก.ค.ศ. จำนวนไมเกิน 2 คน เปนผชู ว ยเลขานกุ าร ไมไดเปนกรรมการ ** ยกเลกิ คำวา “ขน้ั เงนิ เดอื น” เปน คำวา “เงินเดือน” ** ให ก.ค.ศ. เปน ผูดำเนินการสอบแขงขนั “คร”ู ** ใหผมู ีอำนาจ ตามมาตรา 53 สงั่ ใหข า ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา ไปรักษาการในตำแหนง แทนคำวา รกั ษาราชการแทน มาตรา 19 ให ก.ค.ศ. มีอำนาจและหนาท่ี ดังตอไปน้ี 1) เสนอแนะและใหคำปรึกษาแกคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับนโยบายการผลิตและการ บริหารงานบคุ คลของขา ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา ตามพระราชบญั ญัติน้ี 2) กำหนดนโยบายวางแผนและกำหนดกฎเกณฑอัตรากำลังของขาราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษารวมทั้งใหความเห็นชอบจำนวนและอัตราตำแหนงของหนวยงาน การศกึ ษา 3) เสนอแนะและใหคำปรึกษาแกคณะรัฐมนตรีในกรณที ีค่ าครองชีพเปล่ียนแปลงไปมาก หรือการจัดสวัสดิการหรือประโยชนเกื้อกูลสำหรับขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 3
อยากเปน “ครูอาชีวะ” พิจารณาปรับปรุงเงินเดือน เงินวิทยฐานะสำหรับขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ใหเ หมาะสม 4) ออกกฎ ก.ค.ศ. ระเบียบ ขอบังคับ หลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขการบริหารงาน บุคคลของขาราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา 5) พจิ ารณาวินจิ ฉัยตคี วามปญ หาท่เี กิดขึ้นเนื่องจากการใชบงั คับพระราชบัญญัตินี้ 6) พัฒนาหลกั เกณฑ วิธีการ และมาตรฐานการบรหิ ารงานบุคคล 7) กำหนดวิธกี ารและเงือ่ นไขการจางเพ่ือบรรจแุ ละแตงตงั้ บคุ คลเพื่อปฏิบตั ิรวมท้ังกำหนด อัตราเงนิ เดอื นหรือคา ตอบแทน 8) สงเสริม สนับสนุนการพัฒนา การเสริมสรางขวัญกำลังใจ และการยกยองเชิดชู เกียรติขา ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา 9) สงเสริม สนับสนุนใหมีการจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชนเกือ้ กูลอื่นแกขาราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา 10) พิจารณาแตงตั้ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นท่ีการศึกษาและคณะอนุกรรมการอื่นเพื่อปฏิบัติ หนา ท่ีตามท่ี ก.ค.ศ. มอบหมาย 11) สงเสริม สนับสนุน ประสานงาน ใหคำปรึกษา แนะนำและชี้แจงดานการ บริหารงานบุคคลแกหนวยงานทางการศกึ ษา 12) กำหนดมาตรฐาน พิจารณา และใหคำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณแ ละการรองทกุ ข 13) กำกับ ดูแล ติดตามตรวจสอบและประเมินผลการบริหารงานบุคคลของขาราชการ ครแู ละบุคลากรทางการศึกษา 14) ในกรณีที่ปรากฏวาสวนราชการ หนวยงานการศกึ ษา อ.ก.ค.ศ. เขตพ้นื ที่การศึกษา คณะอนุกรรมการหรือผูมีหนาที่ปฏิบัตติ ามพระราชบัญญัตนิ ี้ ไมปฏิบัติตามพระราชบญั ญัติน้ีหรือ ปฏิบัติการโดยไมถูกตองและไมเหมาะสมหรือปฏบิ ัติการโดยขัดหรือแยงกับกฎหมาย กฎ ก.ค.ศ. ระเบียบ ขอบังคับ หลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขตามที่ ก.ค.ศ. กำหนดให ก.ค.ศ. มีอำนาจ ยับยั้งการปฏิบัติการดังกลาวไวเปนการชั่วคราว เมื่อ ก.ค.ศ. มีมติเปนประการใดแลว ใหสวน ราชการหนวยงานการศึกษา อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาและคณะอนุกรรมการหรือผูมีหนาที่ ปฏิบัตติ ามพระราชบัญญัตินปี้ ฏบิ ตั ไิ ปตามนั้น 15) พิจารณารับรองคุณวุฒิของผูไดรับปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือคุณวุฒิ อยา งอ่นื เพือ่ ประโยชน 16) กำหนดอัตราคา ธรรมเนยี มในเรอ่ื งการปฏบิ ัตกิ ารตาง ๆ ตามทีก่ ำหนดในพระราชบญั ญตั นิ ี้ 17) พิจารณาจดั ระบบทะเบียนประวตั แิ ละแกไขทะเบียนประวตั เิ กี่ยวกับวัน เดือน ป เกิด และควบคุมการเกษยี ณอายุของขา ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา 18) ปฏิบัตหิ นาท่ีอนื่ ตามทีบ่ ัญญตั ิไวใ นพระราชบญั ญตั ินี้ หรอื ตามกฎหมายอ่ืน 4
อยากเปน “ครูอาชีวะ” มาตรา 20 ใหมีเลขาธิการคณะกรรมการขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เรยี กโดยยอวา “เลขาธิการ ก.ค.ศ.” ซง่ึ มฐี านะเปนอธิบดี เปนผบู งั คบั บัญชาขาราชการครแู ละ บรหิ ารราชการของ ก.ค.ศ. มาตรา 30 ผูซึ่งจะเขารับราชการเปนขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได ตองมีคณุ สมบตั ทิ ั่วไป ดังตอ ไปนี้ 1) มีสญั ชาติไทย 2) มอี ายไุ มต ่ำกวา 18 ปบรบิ รู ณ 3) เปนผูเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริยทรงเปน ประมุขตามรัฐธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย 4) ไมเปนผูดำรงตำแหนงทางการเมือง สมาชิกสภาทองถิ่น หรือผูบริหารทองถิ่น (** เปน สมาชิกพรรคการเมอื งได **) 5) ไมเปนคนไรค วามสามารถ หรือจิตฟนเฟอนไมส มประกอบหรือเปนโรคตามที่กำหนด ในกฎ ก.ค.ศ. กฎ ก.ค.ศ. วา ดวยโรค พ.ศ. 2549 โรคตามมาตรา 30 (5) คือ 1) โรคเร้ือนในระยะตดิ ตอ หรอื ในระยะทีป่ รากฎอาการเปนท่ีรงั เกียรติแกสงั คม 2) วณั โรคในระยะตดิ ตอ 3) โรคเทา ชางในระยะท่ปี รากฎอาการทเ่ี ปนท่รี งั เกียจแกสังคม 4) โรคติดยาเสพติดใหโ ทษ 5) โรคพิษสุราเรื้อรัง เรื้อน วณั ชา ง ติด พิษ 6) ไมเปนผูอยูในระหวางถูกสั่งพักราชการ ถูกสั่งใหออกจากราชการไวกอนตาม พระราชบัญญตั ินี้หรอื ตามกฎหมายอืน่ หรอื ถกู ส่ังพักหรือเพกิ ถอนใบอนุญาตประกอบวชิ าชีพตาม หลักเกณฑท ่ีกำหนดในกฎหมายองคก รวิชาชพี นน้ั ๆ 7) ไมเปนผูบกพรองในศีลธรรมอันดี สำหรับการเปนผูประกอบวิชาชีพครูและบุคลากร ทางการศกึ ษา 8) ไมเปน กรรมการบรหิ ารพรรคการเมอื งหรอื เจาหนาท่ีในพรรคการเมือง (** เปนสมาชกิ พรรคการเมอื งได **) 9) ไมเ ปนบคุ คลลมละลาย (** มีหน้สี ินลน พน ตัวได **) 10) ไมเปนผูเคยตองโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดใหจำคุก เวนแตเปนโทษสำหรับ ความผิดที่ไดกระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ 11) ไมเปนผูเคยถูกลงโทษใหออก ปลดออก หรือไลออกจากรัฐวิสาหกิจ องคการ มหาชน หรือหนว ยงานอื่นของรฐั หรอื องคก ารระหวา งประเทศ 5
อยากเปน “ครูอาชีวะ” 12) ไมเปนผูเคยถูกลงโทษใหออก ปลดออก หรือไลออกเพราะกระทำผิดวินัยตาม พระราชบญั ญตั นิ ้หี รอื ตามกฎหมายอืน่ 13) ไมเปนผูเคยกระทำการทุจริตการสอบเขารับราชการหรือปฏิบัติงานในหนวยงาน ของรัฐ (** ทุจริตการสอบปลายภาคได **) มาตรา 31 เงินวทิ ยฐานะและเงินประจำตำแหนง ไมถ ือเปน เงนิ เดอื น มาตรา 38 ตำแหนง ขา ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา มี 3 ประเภท ดงั นี้ (ก) ตำแหนง ซ่งึ มีหนา ทีเ่ ปน ผสู อนในหนว ยงานการศึกษา ไดแก ตำแหนงดงั ตอ ไปนี้ 1) ครผู ชู วย >> เร่มิ บรรจุ จะมใี นหนว ยงานการศึกษาใดกไ็ ด 2) ครู ใหมีในหนว ยงานการศึกษาทีส่ อนระดบั ปริญญา 3) อาจารย 4) ผูช วยศาสตราจารย 5) รองศาสตราจารย 6) ศาสตราจารย (ข) ตำแหนงผูบ รหิ ารสถานศกึ ษาและผูบริหารการศึกษา ไดแก ตำแหนงดงั ตอ ไปน้ี 1) รองผอู ำนวยการสถานศึกษา ใหม ใี นสถานศกึ ษาและหนวยงาน 2) ผอู ำนวยการสถานศกึ ษา การศึกษาตามประกาศกระทรวง 3) รองผอู ำนวยการสำนักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษา ใหมีในสำนักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษา 4) ตำแหนงที่เรียกชื่ออยางอื่นตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด (ค) ตำแหนงบคุ ลากรทางการศกึ ษาอื่น มดี งั ตอไปน้ี 1) ศึกษานิเทศก 2) ตำแหนง ท่เี รียกชื่ออยา งอน่ื ตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด สรปุ ตำแหนงขา ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา 1. ตำแหนงทีส่ อนในหนวยงานการศึกษา >> ครผู ูชว ย/ครู/อาจารย/ผูชว ย ศาสตราจารย/รองศาสตราจารย/ ศาสตราจารย 2. ตำแหนง ผูบริหารสถานศกึ ษา >> รอง ผอ./ผอ./รอง ผอ.เขต/ผอ.เขต 3. ตำแหนงบคุ ลากรทางการศกึ ษาอื่น >> ศน. มาตรา 39 ใหตำแหนงขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีวิทยฐานะ ดังตอไปนี้ ก. ตำแหนง ครู มี 4 วทิ ยฐานะ ดังตอไปนี้ 1) ครูชำนาญการ (คศ.2) 2) ครชู ำนาญการพิเศษ (คศ.3) 3) ครูเชย่ี วชาญ (คศ.4) 4) ครเู ชยี่ วชาญพเิ ศษ (คศ.5) 6
อยากเปน “ครูอาชีวะ” ข. ตำแหนง ผบู รหิ ารสถานศกึ ษา มีวิทยฐานะดังตอไปนี้ 1) รองผอู ำนวยการชำนาญการ 2) รองผูอ ำนวยการชำนาญการพเิ ศษ 3) รองผูอ ำนวยการเชีย่ วชาญ 4) ผูอำนวยการชำนาญการ 5) ผูอำนวยการชำนาญการพิเศษ 6) ผูอ ำนวยการเชี่ยวชาญ 6) ผูอำนวยการเชย่ี วชาญพเิ ศษ ค. ตำแหนง ผูบ รหิ ารการศึกษา มีวิทยฐานะดังตอไปน้ี 1) รองผูอ ำนวยการสำนกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาชำนาญการพเิ ศษ 2) รองผูอำนวยการสำนกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษาเชีย่ วชาญ 3) ผอู ำนวยการสำนกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษาเชี่ยวชาญ 4) ผอู ำนวยการสำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาเชยี่ วชาญพิเศษ ง. ตำแหนงศกึ ษานิเทศก มีวทิ ยฐานะ ดังตอ ไปนี้ 1) ศกึ ษานิเทศกช ำนาญการ 2) ศึกษานเิ ทศกชำนาญการพเิ ศษ 3) ศึกษานเิ ทศกเชย่ี วชาญ 4) ศึกษานิเทศกเช่ยี วชาญพิเศษ วทิ ยฐานะ เงินวทิ ยฐานะ คา ตอบแทน หมายเหตุ ชำนาญการ (คศ.2) 3,500 วทิ ยฐานะ เงินเดอื นเกนิ ขั้น คศ.4 ชำนาญการพิเศษ (คศ.3) 5,600 เชย่ี วชาญ (คศ.4) 9,900 5,600 เพ่ิม 15,600 เช่ียวชาญพิเศษ (คศ.5) 13,000 9,900 13,000 มาตรา 40 ใหตำแหนงคณาจารยดังตอ ไปน้ี เปน ตำแหนง ทางวิชาการ 1) อาจารย 2) ผูชวยศาสตราจารย 3) รองศาสตราจารย 4) ศาสตราจารย มาตรา 53 ผมู อี ำนาจสง่ั บรรจแุ ตง ต้งั ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 1) การบรรจุและแตงตั้งตำแหนงซึ่งมีวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ เมื่อไดรับอนุมัติ จาก ก.ค.ศ. แลว ใหผูบังคับบัญชาสูงสุดของสวนราชการ (เลขาฯ กอศ.) ที่ผูนั้นสังกัดอยู เปนผูมีอำนาจสั่งบรรจุ และใหรัฐมนตรีเจาสังกัดนำเสนอนายกรัฐมนตรีเพ่ือนำความกราบบังคม ทลู เพื่อทรงพระโปรดเกลาฯ แตง ตง้ั (เลขาฯ กอศ. >> บรรจุ พระมหากษัตริย >> แตง ตง้ั ) 7
อยากเปน “ครอู าชีวะ” 4) การบรรจุและแตงตั้งใหดำรงตำแหนงครูผูชวย ตำแหนงครูและตำแหนงบุคลากร ทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค (2) ในสถานศึกษา ใหเลขาธิการคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา โดยอนมุ ตั ิ อ.ก.ค.ศ. สอศ. เปนผมู อี ำนาจการบรรจแุ ละแตง ต้ัง มาตรา 56 ผูใดไดรับการบรรจุและแตงตั้งในตำแหนงครูผูชวย ใหผูนั้นเตรียมความ พรอ มและพฒั นาอยางเขม เปนเวลา 2 ป กอนแตงตงั้ ใหต ำรงตำแหนง ครู ** การเตรยี มความพรอ มและพฒั นาอยางเขมสำหรับตำแหนงครผู ูชวยเปน ไปตามหลกั เกณฑ และวธิ กี ารที่ ก.ค.ศ. กำหนด ดงั น้ี ** หลกั เกณฑ 1. ผูใดไดรบั การบรรจแุ ละแตงตัง้ ใหด ำรงตำแหนงครผู ูชว ย ใหผ ูน นั้ เตรยี มความพรอม และพัฒนาอยา งเขม ในตำแหนง ครผู ูช ว ย เปนเวลา 2 ป นับตง้ั แตว นั เขาปฏิบตั ิราชการ กอนแตงตงั้ ใหด ำรงตำแหนง ครู (คศ.1) 2. กอนการมอบหมายหนาท่ีใหปฏบิ ตั ิ ใหผ อู ำนวยการสถานศึกษา แจงให ครูผูชวย ทราบถึง ภาระงาน มาตรฐานคณุ ภาพงาน มาตรฐานวิชาชีพ จรรยาบรรณวิชาชีพ เกณฑ การประเมิน 3. การเตรยี มความพรอมและพฒั นาอยางเขม ใหคณะกรรมการเตรยี มความพรอมและ พฒั นาอยางเขม ดำเนินการดังน้ี 1) ประเมนิ การเตรียมความพรอมและพัฒนาอยา งเขม เสนอตอ ผูมีอำนาจตาม มาตรา 53 พิจารณาตอไป 4. การนบั ระยะเวลาการเตรียมความพรอ มและพัฒนาอยา งเขม 2 ป ใหนบั วนั เขาปฏิบัติ ราชการวันแรกเปน วันเร่มิ ตน และนบั ระยะเวลาส้นิ สุดตามปปฏทิ ิน กรณีครผู ูชวยผใู ดไดลาคลอดบตุ ร ลาปว ย ซึ่งจำเปนตองรกั ษาตวั เปน เวลานาน เพราะ ประสบอันตรายในขณะปฏบิ ตั ริ าชการตามหนา ทห่ี รือขณะเดินทางไปหรือกลบั จากปฏิบัตริ าชการ ตามหนาท่หี รอื ลาเขารบั การตรวจเลอื กหรือเขา รับการเตรียมพล เปนระยะเวลาเกินกวา 90 วนั ไมใหนับระยะเวลาการลาทเ่ี กนิ 90 วนั ดงั กลาวเปน การเตรยี มความพรอ มและพฒั นาอยา งเขม วิธกี าร 1. ใหผ ูมีอำนาจตามมาตรา 53 แตงตง้ั คณะกรรมการเตรยี มความพรอ มอยางเขม จำนวน 3 คน โดยมอี งคป ระกอบตามลำดบั ดังน้ี 1.1 ผอู ำนวยการสถานศกึ ษา ประธานกรรมการ 1.2 ผูด ำรงตำแหนง ครใู นสถานศกึ ษา กรรมการ 1.3 ผทู รงคุณวุฒอิ นื่ จากภายนอกสถานศึกษา กรรมการ ใหคณะกรรมการเตรียมความพรอมและพัฒนาอยางเขม มีหนาที่พัฒนาและประเมินผล การปฏิบัติงานควบคูกันเปนระยะ ๆ อยางตอเนื่องทุก 6 เดือน รวม 4 ครั้งในเวลา 2 ป ตามแบบประเมนิ ท่ี ก.ค.ศ. กำหนด 8
อยากเปน “ครูอาชีวะ” ผูที่ผานการประเมินการเตรียมความพรอมและพัฒนาอยางเขมตองมีผลการประเมิน จากกรรมการทุกคนเฉลี่ยในแตละครงั้ ดงั นี้ คร้ังท่ี 1 - 2 ตอ งมคี ะแนนในแตล ะดา น ไมตำ่ กวารอยละ 60 คร้ังท่ี 3 - 4 ตองมีคะแนนในแตละดาน ไมต ำ่ กวา รอ ยละ 70 มาตรา 59 การยายขา ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา การยาย หมายถึง การแตงตั้งขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหนงครู ใหด ำรงตำแหนง เดิมในสถานศึกษาอืน่ การยายขาราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา 1) การยา ยกรณีปกติ >> การยา ยตามคำรอ งขอยา ย 2) การยายกรณีพเิ ศษ >> การยายตามคำรอ งขอยา ย เนื่องจาก >> ติดตามคสู มรส >> เจบ็ ปว ยรา ยแรง >> ถูกคุกคามตอ ชวี ติ >> เพื่อดูแลบดิ า มารดา คสู มรส หรือบตุ ร ซึ่งเจ็บปว ยรายแรงหรือทุพพลภาพ 3) การยายกรณีเพื่อความเหมาะสมและประโยชนของทางราชการ >> การยายเพ่ือ แกปญหาการบริหารจัดการในสถานศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา หรือเพื่อเกลี่ย อัตรากำลงั ของสถานศกึ ษา คณุ สมบตั ผิ ูข อยา ยกรณปี กติ ** ไดป ฏิบัตงิ านในตำแหนงครู ในสถานศึกษาปจจุบันติดตอกันมาแลวไมนอยกวา 24 เดือน นบั ถงึ วันที่ย่นื คำขอ ** ในกรณขี องครผู ชู วย จะตองปฏิบัติการสอนในสถานศกึ ษาปจ จบุ นั ไมนอยกวา 4 ป (ครูผูชวย 2 ป + ครู 2 ป) และไมอยรู ะหวา งลาศกึ ษาตอเต็มเวลา ** สวนการยายสับเปลี่ยนกับตำแหนงที่มีคนครองในวันที่ยื่นคำรองขอยายตองมีอายุ ราชการเหลือไมนอยกวา 24 เดือน นับถึงวันที่ 30 กันยายน ของปที่ครบเกษียณอายุ ราชการ มาตรา 72 ใหผูบังคับบัญชามีหนาทปี่ ระเมินผลการปฏิบัติงานของขาราชการครูและ บคุ ลากรทางการศึกษา มาตรา 77 การเลื่อนเงินเดือนของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ใหผูบังคับบัญชาแตงตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณา ใหยึดหลักคุณธรรม มีความเที่ยงธรรม เปดเผย โปรงใสและพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานเปนหลัก และมีความประพฤติในการรักษา วินยั คุณธรรม จรยิ ธรรมและจรรยาบรรณวิชาชพี >> ผูอำนวยการสถานศึกษาแตงตั้งคณะกรรมการไมนอยกวา 3 คน พิจารณา ผลการปฏบิ ัตงิ าน ใหเ ลือ่ นเงนิ เดือนปล ะ 2 คร้ัง 9
อยากเปน “ครูอาชีวะ” - รอบครง่ึ ปแ รก 1 ต.ค. – 31 มี.ค. ใหเ ลอื่ นเงินเดือนวนั ท่ี 1 เม.ย. ของปท จ่ี ะเลอ่ื น - รอบคร่งึ ปหลงั 1 เม.ย. – 30 ก.ย. ใหเ ลือ่ นเงินเดอื นวนั ที่ 1 ต.ค. ของปท ี่จะเลือ่ น การเลื่อนขั้นเงินเดือนในอัตรารอยละที่เทากันจะกระทำมิได การเลื่อนเงินเดือนของ ขา ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาแตละคนในแตล ะครงั้ ใหเล่อื นไดในอัตราไมเกินรอยละ 6 ของฐานในการคำนวณ การคำนวณจำนวนเงินสำหรับการเลื่อนเงินเดือนถามีเศษไมถึงสิบบาท ใหป ด เปน สิบบาท วนิ ยั ขาราชการครู คอื ขอ บัญญัตทิ ก่ี ำหนดเปน ขอ หามและขอปฏิบตั ิ มาตรา 82 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองรักษาวินัยที่บัญญัติไว เปนขอหามและขอปฏิบัติในหมวดนี้โดยเครงครัดอยูเสมอ (ความผิดที่เกิดกอนบรรจุแตงตั้งครู ไมอ าจนำมาลงโทษทางวนิ ยั ได) มาตรา 83 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองสนับสนุนการปกครองระบอบ ประชาธปิ ไตยโดยมพี ระมหากษัตริยท รงเปน ประมขุ ตามรฐั ธรรมนญู แหงราชการอาณาจักรไทย ดวยความบริสุทธิ์ใจและมีหนาที่วางรากฐานใหเกิดระบอบการปกครองเชนวานั้น (ยุยงใหคนอ่ืน ไมไปใชสิทธิ์ใชเ สยี ง มีโทษ ภาคทณั ฑ) มาตรา 84 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาตองปฏิบัติหนาที่ราชการดวยความ ซื่อสัตยสุจริตเสมอภาคและเที่ยงธรรม มีความวิริยะ อุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร ดูแลเอาใจใส รักษาประโยชนของทางราชการและตองปฏิบัติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ อยา งเครงครดั หามมิใหอาศัยหรือยอมใหผูอื่นอาศัยอำนาจและหนาที่ราชการของตน ไมวาจะโดย ทางตรงหรือทางออ ม หาประโยชนใหแ กต นเองหรอื ผูอ่นื การปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อใหตนเองหรือผูอื่นไดรับ ประโยชนท ีม่ ิควรไดเ ปน การทุจริตตอ หนา ท่ีราชการ เปนความผดิ วนิ ยั รายแรง (ไลอ อก) มาตรา 85 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองปฏิบัติหนาที่ราชการใหเปนไป ตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการและหนว ยงานการศึกษา มตคิ ณะรฐั มนตรี หรอื นโยบายของรัฐบาล โดยถือประโยชนสูงสุดของผูเรียน และไมใหเกิดความเสียหายแกทาง ราชการ การปฏิบัติหนาที่ราชการโดยจงใจไมปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทาง ราชการ และหนวยงานการศึกษา มติคณะรัฐมนตรีหรือนโยบายของรัฐบาล ประมาทเลินเลอ หรือขาดการเอาใจใสระมัดระวังรักษาประโยชนของทางราชการ อันเปนเหตุใหเกิดความ เสยี หายแกราชการอยา งรา ยแรงเปน ความผิดวนิ ยั รายแรง (ประมาท คือ ขาดความรอบคอบ ขาดความระมัดระวัง : เปนครูคุมสอบไมด ีใหน ักเรยี นลอกขอสอบกนั ) (เลนิ เลอ คอื ไมร อบคอบในสิง่ ที่ควรกระทำ : เจาหนา ทีก่ ารเงนิ ลมื นำเงนิ เก็บใสต ูนริ ภยั ) 10
อยากเปน “ครูอาชีวะ” มาตรา 86 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองปฏิบัติตามคำสั่งของ ผูบังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหนาที่ราชการโดยชอบดวยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ โดยไมขัดขืนหรือหลีกเล่ียง แตถาเห็นวา การปฏบิ ตั ิตามคำส่งั นนั้ จะทำใหเสียหายแกร าชการ หรือ จะเปนการไมรักษาประโยชนของทางราชการจะเสนอความเห็นเปนหนังสือภายใน 7 วัน เพื่อใหผูบังคับบัญชาทบทวนคำส่ังนัน้ ก็ได และเมื่อเสนอความเห็นแลว ถาผูบังคับบญั ชายืนยนั เปนหนงั สือใหปฏิบัตติ ามคำสง่ั เดิม ผอู ยใู ตบ งั คบั บัญชาจะตองปฏบิ ตั ิตาม การขัดคำสั่งหรือหลีกเลี่ยงไมปฏิบัติตามคำสั่งของผูบังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหนาที่ราชการ โดยชอบดวยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ อันเปนเหตุใหเสียหายแกราชการ อยางรา ยแรง เปน ความผดิ วินยั อยางรา ยแรง (คำส่งั ผูบงั คบั บัญชา เปน ลายลักษณอักษร หรอื วาจา หรือ Line ก็ได เชน ผอ.สั่งใหมาทำงานเรงดวนในวันหยุดแตไมมา โทษภาคทัณฑ ผอ.สั่งใหปฏิบัติหนาที่เวรรักษาการณ แตไมอยูเกิดเหตุเพลิงไหม หรือโจรมาขโมยสิ่งของ โทษไลออก) มาตรา 87 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาตองตรงตอเวลา อุทิศเวลาของตน ใหแกทางราชการและผูเ รยี น จะละท้งิ หรือทอดทง้ิ หนา ทรี่ าชการโดยไมมีเหตผุ ลอันสมควรมไิ ด การละท้ิงหนาที่หรือทอดทิ้งหนาที่ราชการติดตอ กันเปน เวลาเกนิ กวา 15 วัน โดยไมมี เหตผุ ลอนั สมควรหรอื โดยมพี ฤตกิ ารณอนั แสดงถึงความจงใจไมปฏิบัติตามระเบยี บของทางราชการ เปน ความผดิ วนิ ยั อยา งรา ยแรง (ละทิง้ หมายถงึ ไมอ ยปู ฏิบัติงานตามหนาที่หรือไมม าปฏบิ ตั ิหนา ทเ่ี ลย) >> กลบั กอ นเวลา ไมรา ยแรง >> มาสายบอยคร้ังไมมเี หตผุ ลพอ >> มาลงชือ่ ปฏบิ ัติหนาที่แตไ มอ ยูโ รงเรียน >> ลาศึกษาตอตา งประเทศแลวไมกลับมาเลย ไลออก (เขาขา ยความผิดปรากฏชดั แจง ) >> ละท้งิ หนา ทเ่ี กนิ กวา 15 วัน (ทอดท้ิง หมายถงึ ตัวอยูแ ตไมทำงาน ไมเ อาใจใส ไมเ อาธรุ ะ ไมน ำพา) มาตรา 88 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองประพฤติเปนแบบอยางที่ดี แกผูเรียน ชุมชน สังคม มีความสุภาพเรียบรอย รักษาความสามัคคี ชวยเหลือเกื้อกูล ตอผูเรียนและระหวางขาราชการดวยกันหรือผูรวมปฏิบัติราชการ ตอนรับ ใหความสะดวก ใหความเปนธรรมแกผ ูเรยี นและประชาชนผมู าติดตอราชการ 11
อยากเปน “ครอู าชีวะ” การกลน่ั แกลง ดูหม่นิ เหยยี ดหยาม กดขีห่ รือขม เหงผูเรยี น หรอื ประชาชนผมู าติดตอ ราชการอยา งรา ยแรง เปนความผดิ วนิ ัยอยางรายแรง ** เหยียดหยาม คือ กริ ยิ าอาการดูถกู หรือรังเกยี จ ** กดข่ี คือ ขมใหอยูใ นอำนาจของตน ใชอำนาจบังคับเอา แสดงอำนาจเอา ** ขม เหง คือ ใชอ ำนาจรังแก ** ดหู มิน่ คอื ดถู กู วา ไมดี ไมเ กงจริง สบประมาท (ดูหม่นิ เหยียดหยาม นกั เรยี นวา โงเ ปน ควาย โทษปลดออก กลนั่ แกลง ไมน ำเรอื่ งเบิกเงนิ งวดกอสรางไปสง ทำใหผรู ับเหมาไดรับเงินลาชา โทษปลดออก) มาตรา 89 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองไมกลั่นแกลง กลาวหา หรือ รองเรยี นผูอื่น โดยปราศจากความจรงิ (ตดั เงนิ เดอื น) การกระทำดังกลาวถาเปนเหตุใหผูอื่นไดรับความเสียหายอยางรายแรง เปนความผิด วินยั อยา งรา ยแรง (ปลดออก) มาตรา 90 ขา ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาตอ งไมกระทำการหรือยอมใหผูอ่ืน กระทำการหาประโยชนอันอาจทำใหเสื่อมเสียความเที่ยงธรรมหรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ ในตำแหนง หนา ทรี่ าชการของตน การกระทำตามวรรคหนึ่ง ถาเปนการกระทำโดยมีความมุงหมายจะใหเปนการซื้อขาย หรือใหไดรับแตงตั้งใหดำรงตำแหนงหรือวิทยฐานะใดโดยไมชอบดวยกฎหมาย หรือเปนการ กระทำอันมลี กั ษณะเปนการให หรอื ไดม าซ่งึ ทรัพยส ินหรือสทิ ธิประโยชนอื่น เพื่อใหตนเองหรือ ผูอื่นไดรับการบรรจุและแตงตั้งโดยมิชอบ หรือเสื่อมเสียความเที่ยงธรรม เปนความผิดวินัย อยางรา ยแรง (ไลอ อก) มาตรา 91 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองไมคัดลอกหรือลอกเลียน ผลงานทางวิชาการของผูอน่ื โดยมิชอบ หรอื นำเอาผลงานทางวิชาการของผูอนื่ หรอื จาง วาน ใชผูอื่นทำผลงานทางวิชาการเพื่อไปใชในการเสนอขอปรับปรุงการกำหนดตำแหนง การเลื่อน ตำแหนง การเลื่อนวิทยฐานะหรือการใหไดรับเงินเดือนในระดับที่สูงขึ้น การฝาฝนหลักการ ดังกลา วน้ี เปนความผดิ วินยั อยา งรายแรง (ไลออก) ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาท่ีรวมดำเนินการคัดลอกหรือลอกเลียนผลงาน ของผูอื่นโดยมิชอบ หรือรับจัดทำผลงานทางวิชาการไมวาจะมีคาตอบแทนหรือไม เพื่อใหผูอื่น นำผลงานนัน้ ไปใชประโยชนในการดำเนินการดงั กลาว เปน ความผดิ วินยั อยางรา ยแรง (ไลอ อก) มาตรา 92 ขาราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาตอ งไมเปนกรรมการผูจัดการ หรือ ผูจัดการ หรือดำรงตำแหนงอน่ื ใดทมี่ ีลักษณะงานคลา ยคลงึ กันนั้นในหา งหุนสวนหรอื บริษทั (เปน กรรมการอำนวยการ/ผอู ำนวยการ/ผูจดั การบรษิ ัท/ผูจัดการหา งหนุ สวน โทษ ภาคทณั ฑ) 12
อยากเปน “ครอู าชีวะ” มาตรา 93 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองวางตนเปนกลางทางการเมือง ในการปฏิบัติหนาที่และในการปฏิบัติการอื่นที่เกี่ยวของกับประชาชนโดยไมอาศัยอำนาจและ หนาที่ราชการของตนแสดงการฝกใฝ สงเสริม เกื้อกูล สนับสนุนบุคคล กลุมบุคคล หรือพรรค การเมอื งใด (ยินยอมใหสถานทีร่ าชการเปน การหาเสยี งเฉพาะกลุม โทษ ภาคทัณฑ) ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองไมเขาไปเกี่ยวของกับการดำเนินการใด ๆ อันมีลักษณะเปนการทุจริตโดยการซื้อสิทธิหรือขายเสียงในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา สมาชิก สภาทองถิ่น หรือการเลือกตั้งอื่นที่มีลักษณะเปนการสงเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย รวมทง้ั จะตองไมใหก ารสงเสริม สนับสนนุ หรือชกั จงู ใหผูอื่นกระทำการในลกั ษณะเดียวกัน การ ดำเนินการที่ฝาฝนหลักการดังกลาวนี้ เปนความผิดวินัยอยางรายแรง (เขาไปเปนตัวการ แจกเงินหาเสยี ง วางแผน เพ่อื ซอื้ สทิ ธิ ขายเสียง โทษ ไลออก) มาตรา 94 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองรักษาชื่อเสียงของตนเองและ รักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหนงหนาที่ราชการของตนมิใหเสื่อมเสียโดยไมกระทำการใด ๆ อันได ชอื่ วาเปน ผูป ระพฤติชั่ว การกระทำความผิดอาญาจนไดรับโทษจำคุก หรือโทษทห่ี นกั กวาจำคุก โดยคำพพิ ากษา ถึงที่สุดใหจำคุกหรือใหรับโทษที่หนักกวาจำคุก เวนแตเปนโทษสำหรับความผิดที่ไดกระทำ โดยประมาท หรือความผิดลหุโทษหรือกระทำการอื่นใดอันไดชื่อวาเปนผูประพฤติชั่ว อยางรา ยแรง เปนความผดิ วินัยอยางรา ยแรง ขา ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาท่ีเสพยาเสพติดหรือสนับสนุนใหผ ูอ ื่นเสพยาเสพติด เลนการพนันเปนอาจิณหรือกระทำการลวงละเมิดทางเพศตอผูเรียนหรือนักศึกษา ไมวาจะอยู ในความดแู ลรับผิดชอบของตนหรอื ไม เปน ความผดิ วนิ ยั อยา งรายแรง ** การพจิ ารณาประพฤติชัว่ มอี งคป ระกอบ 3 ประการ 1. เกยี รตขิ องราชการ 2. ความรูสกึ ของสังคม 3. เจตนาท่กี ระทำ - จำคกุ อาญา ส้ินสุดความเปนครู โทษ ไลออก - สัมพนั ธช สู าวคูสมรสคนอืน่ โทษ ไลอ อก - ด่ืมสุราขณะปฏิบตั ิหนา ที่ โทษ ปลดออก - เมาสรุ าเสียราชการ โทษ ปลดออก - เปดเผยขอ สอบเรยี กรับเงินจากผูเ รียน โทษ ไลออก มาตรา 95 ใหผูบังคับบัญชามีหนาที่เสริมสรางและพัฒนาใหผูอยูใตบงั คับบัญชามวี ินยั ปองกัน มิใหผูอยูใตบังคับบัญชากระทำผิดวินัยและดำเนินการทางวินัยแกผูอยูใตบังคับบัญชา ซ่งึ มกี รณีอนั มมี ูลท่ีควรกลา วหาวา กระทำผดิ วนิ ัย 13
อยากเปน “ครอู าชีวะ” การเสริมสรางและพัฒนาใหผูอยูใตบังคับบัญชามีวินัยใหกระทำโดยการปฏิบัติตน เปน แบบอยางทด่ี ี การฝก อบรม การสรา งขวญั และกำลงั ใจ การจูงใจ หรือการอืน่ ใดในอันที่จะ เสรมิ สรา งและพัฒนาเจตคติ จติ สำนกึ และพฤติกรรมของผอู ยูใ ตบ งั คับบัญชาใหเปนไปในทางที่มี วินยั การปองกันมิใหผูอยูใตบังคับบัญชากระทำผิดวินัยใหกระทำโดยการเอาใจใส สังเกตการณและขจัดเหตุที่อาจกอใหเกิดการกระทำความผิดวินัยในเรื่องอันอยูในวิสัยที่จะ ดำเนนิ การปอ งกันตามควรแกกรณไี ด เม่ือปรากฏกรณีมีมูลทีค่ วรกลาวหาวาขา ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาผูใดกระทำ ผิดวนิ ัยไดมีพยานหลักฐานในเบอื้ งตน อยูแ ลว ใหผบู งั คบั บญั ชาดำเนนิ การทางวินัยทันที เม่ือมีการกลาวหาโดยปรากฏตัวผูกลาวหาหรือกรณีเปนที่สงสัยวาขาราชการครูและ บคุ ลากรทางการศึกษาผูใดกระทำผิดวินัยโดยยังไมม ีพยานหลกั ฐานใหผูบังคับบัญชารีบดำเนินการ สบื สวนหรือพจิ ารณาในเบ้อื งตน วากรณมี ีมูลที่ควรกลาวหาวาผูนัน้ กระทำผดิ วินัยหรือไม ถาเห็นวา กรณีไมมมี ลู ท่คี วรกลา วหาวากระทำผิดวินยั จึงจะยุตเิ รื่องได ถา เหน็ วากรณีมีมูลที่ควรกลาวหา วา กระทำผิดวินยั ก็ใหด ำเนินการทางวินัยทนั ที ** สืบสวน คอื ขั้นของการหาขอมูล ** สอบสวน คอื กระบวนการทางวนิ ยั มาตรา 96 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผูใดฝาฝนขอหามหรือไมปฏิบัติ ตามขอปฏิบัติทางวินัยตามที่บัญญัติไวในหมวดนี้ ผูนั้นเปนผูกระทำผิดวินัยจักตองไดรับโทษ ทางวินัย เวนแตม ีเหตอุ นั ควรงดโทษตามที่บญั ญตั ิไวใ นหมวด 7 โทษทางวินยั มี 5 สถาน คือ 1) ภาคทัณฑ 2) ตัดเงนิ เดือน ภาค ปลด 3) ลดเงินเดือน ตดั ไมรายแรง ไล รา ยแรง 4) ปลดออก ลด 5) ไลอ อก ผูใดถูกลงโทษปลดออก ใหผูนั้นมีสิทธิไดรับบำเหน็จบำนาญเสมือนวาเปนผูลาออก จากราชการ ** ใหออก ไมใชโทษทางวินัย ** วากลาวตักเตือนหรือการทำทัณฑบนไมถือเปนโทษทางวินัย ใชในกรณีที่เปน ความผิดเล็กนอยและมีเหตุอันควรงดโทษ เชน เปนความผิดเล็กนอยและเปนความผิดครั้งแรก การวา กลาวตักเตือนนน้ั ผบู ังคบั บัญชาอาจเรียกมาวากลา วตักเตอื นมิใหกระทำความผิดเชนนั้นอีก หรือใหพึงระมัดระวังโดยไมตองทำเปนหนังสือ แตอาจมีการบันทึกหมายเหตุประจำวันของ หนว ยงานหรอื ของผบู ังคบั บญั ชา 14
อยากเปน “ครอู าชีวะ” สำหรับการทำทัณฑบ นน้นั กฎหมายกำหนดใหท ำเปนหนังสือ การลงโทษทางวนิ ัย ตองทำเปนคำสง่ั ** โทษภาคทัณฑ ใชลงโทษในกรณีที่เปนความผิดเล็กนอยหรือมีเหตุอันควรลดหยอน ซ่ึงยงั ไมถ งึ กบั ตองถกู ลงโทษตดั เงินเดือน สำหรบั โทษภาคทัณฑไมตอ งหามการเลื่อนเงินเดอื น ** โทษตัดเงินเดือนและลดเงินเดือน ใชลงโทษในความผิดที่ไมถึงกับเปนความผิด รา ยแรงและไมใชก รณีทเี่ ปน ความผดิ เลก็ นอ ย ** โทษปลดออกและไลออก ใชลงโทษในกรณีท่ีเปนความผิดรายแรงเทานั้น โดยให พิจารณาโทษตามพฤติการณแ หง การกระทำหรอื ความรายแรงแหงกรณี ถามเี หตอุ นั ควรลดหยอน จะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได โดยตองวางโทษกอนวากรณีกระทำผิดน้ัน เปนความผิดกรณีใด สมควรลงโทษสถานใด แตมีเหตุอันควรลดหยอนอยางไร เชน ไมเคย กระทำความผิดมากอน กระทำโดยรูเทา ไมถ ึงการณ แกไขบรรเทาความเสียหาย คุณความดี ฯลฯ จงึ ลดหยอนโทษเปน โทษสถานใด อยางไรก็ดี หากเปน ความผิดวินัยรายแรง มาตรา 99 หา มลดโทษตำ่ กวาปลดออกสำหรับเปน ความผิดฐานทุจริตตอหนา ท่ีหรือละ ท้งิ หนาทรี่ าชการตดิ ตอ กนั ในคราวเดียวกนั เกินกวา 15 วัน โดยไมม ีเหตผุ ลอันสมควรและไม กลับมาปฏิบัติราชการอีกเลย คณะรัฐมนตรีมีมติไววา ควรลงโทษไลออก ทั้ง 2 กรณี ความผดิ ฐานทุจริตน้นั แมจะนำเงินทีท่ จุ รติ ไปแลวมาคืนกไ็ มเ ปน เหตุใหล ดหยอนโทษ มาตรา 97 การลงโทษขาราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา ใหท ำเปนคำสั่ง วิธกี ารออกคำส่ังเกี่ยวกบั การลงโทษใหเ ปน ไปตามระเบยี บของ ก.ค.ศ. ผูสั่งลงโทษตองสั่งลงโทษใหเหมาะสมกับความผิดและมิใหเปนไปโดยพยาบาท โดยอคติ หรือโดยโทสจริต หรอื ลงโทษผูที่ไมม คี วามผิด ในคำสั่งลงโทษใหแสดงวาผูถูกลงโทษกระทำผิดวินัยในกรณีใด ตามมาตราใด และมี เหตผุ ลอยา งใดในการกำหนดสถานโทษเชน นน้ั การดำเนนิ การทางวินัย 1. การตงั้ เรอ่ื งกลา วหา 2. การสบื สวนหรือการสอบสวน 3. การพิจารณาความผดิ และกำหนดโทษ 4. การลงโทษหรอื งดโทษ 5. การดำเนินการในระหวางดำเนนิ การทางวินยั เชน ใหพกั ราชการ หรอื ใหอ อก จากราชการไวกอน มาตรา 98 การแตงต้งั คณะกรรมการสอบสวน กรณีขาราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา (ครูผูชว ย คร)ู กระทำผดิ วินัยผสู งั่ แตงตั้ง กรรมการสอบสวนความผิด ดังน้ี ความผดิ วนิ ยั ไมรา ยแรง ใหผูบ ังคับบัญชา (ผอ.) 15
อยากเปน “ครูอาชีวะ” ความผิดวินัยรายแรง ใหผูมีอำนาจตามมาตรา 53 (เลขาธิการคณะกรรมการ การอาชวี ศึกษา โดยอนมุ ตั ิ อ.ก.ค.ศ. กอศ.) ในกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจงตามที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. จะดำเนินการทางวินัย โดยไมส อบสวนกไ็ ด มาตรา 99 เมื่อไดดำเนินการสอบสวนผูถูกกลาวหาตามมาตรา 98 แลว ถาฟงไดวา ผถู กู กลาวหามไิ ดก ระทำผดิ วนิ ยั ใหส ่งั ยุตเิ รื่อง มาตรา 100 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผูใด กระทำผิดวินัยไมรายแรง ใหผูบังคับบัญชา สั่งลงโทษภาคทัณฑ ตัดเงินเดือน ลดเงินดือน ตามควรแกกรณีเหมาะสม กับความผิด ถามีเหตุอันควรลดหยอนจะนำมาประกอบการพจิ ารณาลดโทษก็ได แตสำหรับการ ลงโทษภาคทัณฑใหใชเฉพาะกรณีกระทำผิดวินัยเล็กนอย หรือมีเหตุอันควรลดหยอน ซึ่งยัง ไมถ ึงกบั จะตอ งถูกลงโทษตัดเงนิ เดอื น ในกรณีกระทำความผิดเล็กนอยและมีเหตุอันควรงดโทษ ทำทัณฑบนเปนหนังสือ หรอื วากลา วตักเตอื นก็ได 16
อยากเปน “ครูอาชีวะ” กฎ ก.ค.ศ. วาดวยอำนาจการลงโทษภาคทัณฑ ตัดเงนิ เดอื น หรอื ลดเงนิ เดอื น พ.ศ. 2561 ตำแหนง โทษวนิ ยั ไมร า ยแรง ผอู ำนวยการสถานศึกษา ซึง่ เปน ภาคทณั ฑ ตดั เงนิ เดือน ลดเงินเดือน ผบู ังคับบญั ชาของผูกระทำผิดวินัย ตัดเงินเดือนไดครั้งหน่ึง ไมร า ยแรง ในอัตรารอยละ 2 หรือ รอ ยละ 4 ของเงินเดือนที่ - นายกรฐั มนตรี ผูนั้นไดรับในวันที่มีคำส่ัง - รัฐมนตรเี จาสังกดั ลงโทษเปนเวลา 1 เดือน - ปลัดกระทรวง 2 เดือน หรอื 3 เดือน - เลขาธิการ ตัดเงินเดือนไดครัง้ หน่งึ ลดเงนิ เดือน - อธบิ ดี ในอตั รารอยละ 2 หรอื ไดค รั้งหนึ่ง - ศึกษาธิการภาค รอยละ 4 ของเงนิ เดือนที่ ในอัตรารอยละ - ศึกษาธิการจังหวัด ผูน้นั ไดรบั ในวันท่มี ีคำสง่ั 2 หรอื รอยละ 4 - ผอู ำนวยการสำนกั งานเขตพนื้ ที่ ลงโทษเปนเวลา 1 เดือน ของเงนิ เดอื น การศึกษา ซง่ึ เปนผบู งั คับบัญชา 2 เดือน หรือ 3 เดอื น ท่ผี ูน้นั ไดร บั ของขาราชการครูและบุคลากร ในวนั ท่มี ีคำสั่ง ทางการศกึ ษาผกู ระทำผดิ วินยั ไม ลงโทษ รา ยแรง การสั่งลงโทษตดั เงินเดือนหรือลดเงินเดอื น ถาจำนวนเงนิ เดอื นทีจ่ ะตอ งตดั หรอื ลด มีเศษไมถ ึงสบิ บาทในปด เศษท้ิง 17
อยากเปน “ครูอาชีวะ” กฎ ก.ค.ศ. วา ดว ยกรณคี วามผดิ ทีป่ รากฏชดั แจง พ.ศ. 2549 1. ความผดิ ชัดแจง กรณไี มรา ยแรง มี 2 กรณี (ไมต อ งตั้งกรรมการสอบสวนก็ได) 1) ศาลพิพากษาถึงท่สี ดุ กระทำความผดิ ยกเวน ความผดิ โดยลหโุ ทษ 2) การกระทำผดิ วินัยไมรา ยแรง แลวทำหนังสือสารภาพตอผบู งั คับบัญชา 2. ความผดิ ทป่ี รากฏชดั แจงท่ีรายแรง (ไมตอ งต้งั กรรมการสอบสวนกไ็ ด) 1) ศาลพิพากษาถงึ ทีส่ ดุ ใหจำคกุ หรือหนกั กวาจำคุก 2) การละทง้ิ หนา ท่ีราชการ ตดิ ตอ กนั ในคราวเดียวกนั เกินกวา 15 วัน โดยไมมี เหตผุ ลอนั สมควรและไมก ลับมาปฏบิ ัติราชการอกี เลย 3) การกระทำผดิ วนิ ัยรายแรง และทำหนังสอื สารภาพตอ ผูบงั คับบญั ชา กรณีความผิดท่ีปรากฎชดั แจง ไมต องสอบสวนหรอื งดการสอบสวน ** ความผดิ ทางวนิ ัย 1. ไมม ีอายุความ 2. ยอมความหรอื ชดใชดวยเงินไมได 3. ถาเปนความผิดทางวินัยไมรายแรง หัวหนาสถานศึกษาสั่งลงโทษโดยไมตอง ต้งั กรรมการสอบสวนได 4. ในระหวางถูกสอบสวนทางวินัยมีสิทธิลาออกจากราชการ ผูบังคับบัญชา จะอางการสอบสวนมายับยั้งการลาออกไมได แตก ารสอบสวนไมย ตุ ติ อ งดำเนนิ การตอ ไป 5. แมจะถอนคำรองกลา วหา ไมมผี ลใหวนิ ัยยตุ ิ 6. วินยั ไมร ะงับ เพราะเหตุเกษียณอายุราชการ 7. การสารภาพไมเ ปนเหตลุ ดหยอนโทษ มาตรา 103 ขา ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผใู ด มีกรณีถกู กลา วหาวากระทำ ผิดวินัยอยางรายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวน ผูมีอำนาจอาจสั่งพักราชการหรือใหออกจาก ราชการไวก อน เพอ่ื รอฟงผลการสอบสวนพิจารณาได มาตรา 107 ขา ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาออกจากราชการเมอื่ 1) ตาย 2) พนจากราชการตามกฎหมายวา ดวยบำเหนจ็ บำนาญขา ราชการ 3) ลาออกจากราชการและไดรับอนญุ าตใหล าออก 4) ถกู ส่ังใหออกตามมาตราดงั ตอไปนี้ มาตรา 49 ขาดคณุ สมบัติ มาตรา 56 ไมผานการเตรยี มความพรอ มและพฒั นาอยางเขม มาตรา 103 ถูกกลา วหาวา กระทำผิดวินัยรายแรง - พักราชการ มาตรา 110 เจ็บปว ยนาน ยบุ เลกิ ตำแหนง ปฏิบตั งิ านไมม ปี ระสิทธิภาพ 18
อยากเปน “ครอู าชีวะ” มาตรา 111 หยอ นความสามารถ มาตรา 112 มีมลทนิ มัวหมอง มาตรา 113 จำคกุ ความผิดประมาท – ลหโุ ทษ มาตรา 114 รบั ราชการทหารและกลบั มาภายใน 180 วันนับตงั้ แต วนั พนราชการทหาร มาตรา 118 มกี รณีสมควรใหอ อกจากราชการกอนโอนมาจากทองถน่ิ 5) ถกู สงั่ ลงโทษปลดออกหรือไลอ อก 6) ถกู เพกิ ถอนใบอนญุ าตประกอบวิชาชีพ เวน แตไดร บั แตงต้งั ใหด ำรงตำแหนงอื่น ทไี่ มต อ งมใี บอนญุ าตประกอบวิชาชพี ตามมาตรา 109 วันออกจากราชการตาม 4) 5) และ 6) ใหเ ปน ไปตามที่ระเบียบ ก.ค.ศ. วางไว การตอเวลาราชการใหขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ตองออกจาก ราชการตาม 2) รับราชการตอไป จะกระทำมิได มาตรา 108 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผูใดประสงคจะลาออก จากราชการใหยื่นหนังสือขอลาออกตอ ผูบังคับบัญชา เพื่อใหผูมีอำนาจตามมาตรา 53 (เลขาฯ กอศ. โดยอนมุ ตั ิ อ.ก.ค.ศ. สอศ.) เปน ผพู ิจารณาอนุญาต ในกรณีที่ผูมีอำนาจตามมาตรา 53 พิจารณาเห็นวาจำเปนเพื่อประโยชนแกทาง ราชการ จะยับยั้งการอนุญาตใหลาออกไวเปนเวลาไมเกินกวา 90 วันนับตั้งแตวันขอลาออก ก็ได แตตองแจงการยับยั้งการอนุญาตใหลาออกพรอมทั้งเหตุผลใหผูขอลาออกทราบ และเมื่อ ครบกำหนดเวลาทย่ี ับยัง้ แลว ใหการลาออกมผี ลตง้ั แตวนั ถัดจากวันครบกำหนดเวลาที่ยับย้งั ถาผูมีอำนาจตามมาตรา 53 ไมไดอนุญาตใหลาออกตามวรรคหนึ่งและไมได ยบั ยง้ั การอนุญาตใหล าออกตามวรรคสอง ใหก ารลาออกนนั้ มีผลต้งั แตวนั ขอลาออก ในกรณีที่ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผูใดประสงคจะลาออกจาก ราชการเพื่อดำรงตำแหนงทางการเมือง หรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกรัฐสภา สมาชิก สภาทองถิ่น ผูบริหารทองถิ่นหรือการเลอื กต้ังอื่นที่มลี ักษณะเปนการสงเสรมิ การปกครองระบอบ ประชาธปิ ไตย ใหย่นื หนังสือขอลาออกตอ ผบู งั คบั บัญชา และใหก ารลาออกมีผลนบั ตั้งแตวันท่ี ผนู ัน้ ขอลาออก หลักเกณฑและวิธีการเกี่ยวกับการลาออก การพิจารณาอนุญาตใหล าออกและการ ยบั ยัง้ การอนุญาตใหล าออกจากราชการใหเปน ไปตามระเบียบท่ี ก.ค.ศ. กำหนด มาตรา 121 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผูใดถูกสั่งลงโทษ ภาคทัณฑ ตัดเงินเดือนหรือลดเงนิ เดอื น ใหม สี ิทธอิ ทุ ธรณตอ อ.ก.ค.ศ. สอศ. ภายใน 30 วันนับแตว นั ท่ี ไดรบั แจง คำส่ัง 19
อยากเปน “ครูอาชีวะ” มาตรา 122 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผูใดถูกสั่งลงโทษ ปลดออก ไลออกหรือถูกสั่งใหออกจากราชการ ใหมีสิทธิอุทธรณหรือรองทุกข แลวแตกรณีตอ ก.ค.ศ. ภายใน 30 วนั นับแตว นั ทไี่ ดร บั แจง คำสัง่ และให ก.ค.ศ. พิจารณาใหแ ลวเสร็จภายใน 90 วัน ปลดออก อทุ ธรณ ก.ค.ศ. ไลออก รองทุกข ใหอ อก มาตรา 123 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผูใด เห็นวาตนไมไดรับความ เปนธรรม หรือมีความคับของใจเนื่องจากการกระทำของผูบังคับบัญชา หรือการแตงตั้ง คณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ใหผูนั้นมีสิทธิรองทุกขตอ อ.ก.ค.ศ. สอศ. หรือ ก.ค.ศ. แลวแตกรณี ในกรณีที่ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผูใด เห็นวา อ.ก.ค.ศ. สอศ. มมี ตไิ มถูกตอ งหรอื ไมเ ปน ธรรม ใหผ ูนัน้ มีสิทธิร์ องทกุ ขตอ ก.ค.ศ. มตขิ อง ก.ค.ศ. ตามวรรคสอง ใหเปนท่สี ิน้ สุด มาตรา 125 เมื่อ อ.ก.ค.ศ. สอศ. หรือ ก.ค.ศ. แลวแตกรณี ไดวินิจฉัย อุทธรณหรือรองทุกขตามมาตรา 121 หรือมาตรา 122 แลว ขาราชการครูและบุคลากร ทางการศกึ ษาผใู ดเหน็ วาตนไมไ ดรับความเปนธรรม หรอื กรณที ่มี ไิ ดบัญญัตใิ หม ีสิทธิอุทธรณหรือ รอ งทกุ ขตามหมวดนี้ ผูนัน้ ยอ มมีสทิ ธิทีจ่ ะฟอ งตอ ศาลปกครองไดภายใน 90 วนั 20
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 578
Pages: