Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เทคนิคการตรวจและควบคุมงานก่อสร้าง

เทคนิคการตรวจและควบคุมงานก่อสร้าง

Published by sahuschai.too, 2020-05-21 08:02:02

Description: เทคนิคการตรวจและควบคุมงานก่อสร้าง

Search

Read the Text Version

การตรวจควบคมุ งานแบบหล่อคอนกรีต 98 3) การใช้น้ามนั ทาแบบหล่อ จะตอ้ งไดร้ บั การอนุญาตจิ ากวศิ วกรผคู้ วบคมุ งานก่อนใช้ เพราะในบางครงั้ น้ามนั ทาแบบอาจจะมผี ลต่อการตกแต่งผวิ งาน การใชน้ ้ามนั ทาแบบไม่ควรทามาก เกนิ ไป 4) ระดบั ของแบบหล่อ และการเท ระดบั ของแบบหล่อควรไดร้ บั การตรวจสอบใน ขนั้ ตอน การตงั้ แบบ หลอ่ ทอ้ งคาน ระดบั ของการเทควรมกี ารทาเครอ่ื งหมายไวใ้ หช้ ดั เจน 5) ความแขง็ แรงของคา้ ยนั ไม่ค้ายนั จะตอ้ งมคี วามแขง็ แรงเพยี งพอและในกรณีท่ไี ม้ค้า ยนั ทว่ี างบนดนิ ควรมไี มร้ องเพอ่ื ป้องกนั การทรดุ ตวั รปู ที่ 51 ไมร้ องเพอื่ ป้ องกนั การทรดุ ตวั ของดิน 6) การเตรียมช่องปิ ดเปิ ด ในกรณที แ่ี บบหลอ่ มคี วามสงู มากเกนิ กวา่ 2.00 เมตร หรอื เกนิ ระยะทย่ี อมใหไ้ ด้ ควรมกี ารเตรยี มชอ่ งปิดเปิดในการเทคอนกรตี และควรมชี อ่ งทเ่ี ตรยี มไวส้ าหรบั การ ลา้ งแบบดว้ ย 7) ตรวจปริมาณการเทคอนกรีตในแต่ละครงั้ ในการเทคอนกรตี ท่ีใช้ เครน โดยมี ภาชนะบรรจุขนาดใหญ่ เชน่ Bucket จะต้องมกี ารควบคุมการปล่อยคอนกรตี การปล่อยคอนกรตี ลง ในจดุ เดยี วมากเกนิ ไปอาจจะทาให้แบบหล่อรบั น้าหนกั ไม่ไหวและพงั ลงได้ 6.3.4 ขนั้ ตอนการตรวจควบคมุ งานแบบหล่อชนิ ดเล่ือนขณะเท (SLIP FORM ) 1) ตรวจสอบสภาพของแบบให้มีสภาพพร้อมใช้งาน ไม่บุบเบ้ยี ว หรอื ชารุด เพราะหาก ชารุดเพยี งเลก็ น้อย อาจจะมผี ลทาให้การเคล่อื นตวั ของแบบหล่อไม่สม่าเสมอ ทาให้ผวิ คอนกรตี ไม่ เรยี บ 2) ตรวจสอบงานระดับ ระดับจะต้องมีการตรวจสอบให้แบบหล่ออยู่ระดับเดียวกัน ตลอดเวลา หากมจี ดุ ใดจดุ หน่งึ สูงหรอื ต่า จะตอ้ งทาการปรบั ระดบั ใหแ้ ลว้ เสรจ็ กอ่ นเทคอนกรตี

การตรวจควบคมุ งานแบบหล่อคอนกรตี 99 3) ตรวจสอบคอนกรตี ใหม้ อี ตั ราส่วนทเ่ี หมาะสม คอนกรตี จะตอ้ งมคี วามสามารถในการเท ทาใหแ้ น่นไดง้ า่ ย และในขณะทแ่ี บบหลอ่ เคล่อื นตวั คอนกรตี จะตอ้ งคงตวั อยูไ่ ดไ้ ม่เสยี รปู ทรง 4) ตรวจสอบงานเหล็กเสริม เหลก็ เสรมิ พ้นื หรือคานท่ีจะต้องฝากไวใ้ นโครงสร้าง ท่ใี ช้ SLIP FORM จะตอ้ งจดั เกบ็ ไวใ้ นแบบใหเ้ รยี บรอ้ ยไมเ่ ป็นอุปสรรคตอ่ การเคลอ่ื นตวั ของแบบ 5) ตรวจสอบช่องปิ ดเปิ ดต่าง ๆ ในกรณีที่มีหน้าต่าง จะตอ้ งตรวจสอบตาแหน่งและขนาด ชอ่ งใหถ้ ูกตอ้ ง เพราะหากผดิ พลาดอาจจะแกไ้ ขไดย้ าก และต้องตรวจสอบเหลก็ เสรมิ พเิ ศษ รอบชอ่ ง ปิดเปิด และเหลก็ ทแยงมมุ ใหถ้ กู ตอ้ งดว้ ย 6.3.5 การตรวจควบคมุ งานแบบหล่อฐานราก แบบหล่อฐานรากทาหน้าท่รี บั แรงดนั ด้านข้าง เป็นส่วนของแบบทต่ี ิดกบั พ้นื ดนิ ซ่ึงสามารถใชร้ องรบั ค้ายนั หรอื ใชเ้ ป็นแบบหล่อได้ดว้ ย ขน้ึ อยู่กบั สภาพของดนิ ถา้ สภาพดนิ ไม่เหมาะสม มกี ารพงั ทลายของดนิ ดา้ นข้าง อาจจะทาให้ดนิ ผสมกบั คอนกรตี อนั มผี ลต่อความแขง็ แรงของคอนกรตี ในกรณีเช่นน้จี ะต้องมกี ารทาแบบหล่อฐาน ราก ซ่งึ มสี ง่ิ ทผ่ี คู้ วบคุมงานจะตอ้ งตรวจสอบดงั น้ี 1) ตรวจสอบขนาดของไมแ้ บบ ใหม้ คี วามหนาใหไ้ ดต้ ามหลกั วชิ าการ โดยทวั่ ไปจะหนา ประมาณ 1 น้ิว และไม่น้อยกว่า 2 ซม. ถ้าไม้แบบมคี วามหนาน้อยจะต้องลดระยะไม้เคร่าลงให้มี ความถเ่ี พมิ่ ขน้ึ 2) ตรวจสอบการเพลาะไม้แบบ และระยะไม้คา้ ยนั ข้างแบบ แบบจะต้องสนิทกนั เพ่อื ป้องกนั นาปนู ไหลออกในขณะเทคอนกรตี และป้องกนั น้าดนิ โคลนไหลเขา้ ไปผสมกบั คอนกรตี ไมค้ ้า ยนั ขา้ งแบบจะตอ้ งมรี ะยะไมห่ า่ งเกนิ ไปสามารถรบั แรงดนั ของคอนกรตี ทเ่ี ทได้ 3) ตรวจขนาดความกว้าง ยาวและความลึกของแบบ ให้ได้ขนาดตามท่รี ูปแบบและ รายการก่อสรา้ งกาหนด 4) ตรวจสอบการติดตงั้ แบบให้ได้ฉาก และระดบั ตลอดจนการเขา้ แบบใหส้ ามารถถอด แบบไดง้ า่ ย เพอ่ื ใหก้ ระเทอื นถงึ คอนกรตี ในขณะแกะแบบ 6.3.6 การตรวจควบคมุ งานแบบหล่อคาน ความยากงา่ ยของงานแบบหลอ่ คานจะขน้ึ อยกู่ บั ขนาดของคาน ท่งี า่ ย สะดวกและนิยมใชค้ อื รูปทรง สเ่ี หลย่ี มผนื ผา้ มอี ยู่สองลกั ษณะ คอื คานคอดนิ และคานชนั้ บน ซ่งึ มรี ายการตรวจสอบดงั น้ี 1) ตรวจสอบวสั ดทุ ่ีใช้ทาแบบหล่อ ใหม้ คี วามแขง็ แรงเพยี งพอ และผวิ แบบถูกตอ้ งตาม ลกั ษณะทร่ี ปู แบบกาหนด 2) กรณีท่ีเป็นคานคอดิน จะตอ้ งมกี ารตรวจสอบการบดอดั ดนิ ตามแนวคาน เพ่อื ป้องกนั การทรดุ ตวั ของดนิ ใตท้ อ้ งคาน 3) ในกรณีคานชนั้ บนจะต้องมีการตรวจสอบความแขง็ แรงของแบบและคา้ ยนั ใต้ ท้องคาน ใหแ้ ขง็ แรงและมไี มร้ องใตเ้ สาค้ายนั และในกรณที เ่ี สาค้ายนั วางบนดนิ ตอ้ งมไี มร้ องใตเ้ สาค้า ยนั ทม่ี คี วามกวา้ งพอทจ่ี ะไมท่ รุดตวั เม่อื รบั น้าหนกั คอนกรตี

การตรวจควบคมุ งานแบบหล่อคอนกรตี 100 4) ตรวจสอบการทาน้ามนั ท่ีแบบหล่อ จะตอ้ งทาน้ามนั ทผ่ี วิ แบบก่อนทจ่ี ะนาไปตดิ ตงั้ เพราะถา้ หากทาน้ามนั ในขณะทต่ี ดิ ตงั้ แบบแลว้ อาจจะทาใหน้ ้ามนั เป้ือนทเ่ี หลก็ เสรมิ คอนกรตี ทาใหไ้ ม่ ยดึ เกาะกบั คอนกรตี 5) ตรวจเชค็ ระดบั แบบท้องคาน และระดบั หลงั เทคอนกรีตให้ได้ตามแบบ 6) ตรวจสอบคา้ ยนั ขา้ งแบบให้มคี วามแขง็ แรงเพยี งพอ รปู ที่ 52 การคา้ ยนั ขา้ งแบบคาน 6.3.7 การตรวจสอบงานแบบหล่อเสา งานแบบหลอ่ เสาคอนกรตี เสรมิ เหลก็ เป็นโครงสรา้ งท่ี รบั แรงดนั ดา้ นขา้ งสูงมาก เน่อื งจากเสามคี วามสูงมากเม่อื เทยี บกบั พน้ื ทห่ี น้าตดั ดงั นนั้ ในการทาแบบ หล่อเสาคอนกรตี จะตอ้ งตรวจสอบการยดึ แบบและค้ายนั ดา้ นขา้ งใหเ้ รยี บรอ้ ย และยดึ ดา้ นล่างใหส้ นิท กบั พน้ื เพ่อื ป้องกนั การบดิ ตวั หรอื เคร่อื นตวั ในขณะเทคอรกรตี และมสี ง่ิ ทจ่ี ะตอ้ งตรวจสอบมดี งั น้ี 1) ตรวจสอบวสั ดุทใ่ี ชท้ าแบบหล่อใหม้ คี วามแขง็ แรงเหมาะสมกบั ลกั ษณะงาน สามารถรบั แรงกระแทกจากการเทได้ 2) ตรวจสอบการเพลาะและการต่อไมแ้ บบ ใหม้ กี ารดามรอยตอ่ ต่าง ๆ ใหแ้ ขง็ แรง และไมม่ รี ู รวั่ ซมึ 3) ตรวจสอบการทาน้ามนั ทแ่ี บบหลอ่ ในกรณที เ่ี ป็นคอนกรตี ผวิ เปลอื ยจะตอ้ งตรวจสอบคุณ ภาพของน้ามนั ทผ่ี วิ แบบใหเ้ หมาะสม และทาเพยี งบาง ๆ เทา่ นนั้ 4) ตรวจสอบเครา่ รดั แบบหรอื ระยะของการตอกตะปใู หถ้ กู ตอ้ ง และมกี ารพบั หวั ตะปเู พ่อื ให้ สามารถถอดแบบไดง้ ่าย 5) ตรวจสอบแนว และดงิ่ ใหถ้ ูกตอ้ ง 6) ตรวจสอบสง่ิ ทจ่ี ะตอ้ งฝงั หรอื รอ้ ยผา่ นคอนกรตี ใหเ้ ตรยี มใหพ้ รอ้ มเชน่ เหลก็ หนวดกงุ้ สาหรบั ยดึ ผนงั กอ่ อฐิ ท่อรอ้ ยสายไฟ เป็นตน้

การตรวจควบคมุ งานแบบหล่อคอนกรีต 101 รปู ท่ี 53 การยดึ แบบเสา 6.3.8 ความปลอดภยั ของงานแบบหล่อคอนกรตี ในงานก่อสรา้ งมอี ุบตั เิ หตุ เกดิ ขน้ึ จากงานไมแ้ บบมากมาย ซ่งึ รวมถงึ ไมค้ ้ายนั ซงึ จะเกดิ ขน้ึ ในขณะเทคอนกรตี ซง่ึ พอทจ่ี ะประมวลสาเหตขุ องอุบตั เิ หตุไดด้ งั น้ี 1) การยดึ โยงไมเ่ พยี งพอ การใชค้ ้ายนั แบบจะตอ้ งมคี วามยาวไม่มากเกนิ ไป ไมค้ ้ายนั ทม่ี ี ความยาวมาก เกนิ ไปจะทาให้ความสามารถในการรบั นาหนกั ลดลง หากมากเกนิ ไปจะตอ้ งมกี ารยดึ โยงเพ่อื ลดความยาวลง 2) ค้ายนั ทรดุ ตวั จะเกดิ จากดนิ หรอื พน้ื ทร่ี องรบั เกดิ การทรุดตวั 3) บรรทกุ น้าหนกั มากเกนิ ไป เน่อื งจากการเทคอนกรตี ในจดุ เดยี วมากเกนิ ไป 4) เทคอนกรตี ดว้ ยอตั ราทเ่ี รว็ เกนิ ไป การเทคอนกรตี มากหรอื เรว็ เกนิ ไปจะทาใหเ้ กดิ แรง ดนั และแรงกระแทก มากจนไมแ้ บบพงั ลงไดค้ วรมกี ารควบคมุ ใหส้ มั พนั ธก์ นั รปู ท่ี 54 การเทคอนกรตี ควรเทในอตั ราที่เหมาะสมกบั ความแขง็ แรงของแบบ

การตรวจควบคุมงานเหลก็ เสริมคอนกรีต 102 หน่วยท่ี การตรวจควบคมุ งาน 6.4 เหล็กเสริมคอนกรีต หวั ขอ้ เรื่อง 1. ความรูท้ ว่ั ไปเก่ยี วกบั งานเหลก็ เสริมคอนกรีต 2. ขนั้ ตอนการตรวจควบคุมงานเหลก็ เสริมคอนกรีต 3. บทกาหนดทว่ั ไปของงานเหลก็ เสริมคอนกรีต 4. มาตรฐานเหลก็ เสน้ เสริมคอนกรีตของกรมโยธาธิการ ผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวงั เมื่อศึกษาบทน้ีจบแลว้ ผูเ้ รียนสามารถ 1. แนะนาความรูท้ ว่ั ไปเก่ยี วกบั งานเหลก็ เสริมคอนกรีตได้ 2. อธิบายขน้ั ตอนการตรวจควบคุมงานเหลก็ เสริมคอนกรีตได้ 3. แนะนาบทกาหนดทว่ั ไปของงานเหลก็ เสริมคอนกรีตได้ 4. แนะนามาตรฐานเหลก็ เสน้ เสริมคอนกรีตของกรมโยธาธิการได้

การตรวจควบคมุ งานเหลก็ เสริมคอนกรีต 103 การตรวจควบคมุ งานเหล็กเสริมคอนกรีต สาระสาคญั เหล็กเสรมิ คอนกรตี เป็นผลิตภัณฑ์ท่ีมีระบบการผลิตท่ีได้มาตรฐาน และมีการรบั รอง คุณภาพ โดยสานกั งานมาตรฐานอุตสาหกรรม แต่เหลก็ เสรมิ คอนกรตี ยงั มกี ารจดั แบ่งชนั้ คุณภาพ ตามลกั ษณะการผลติ ในการนาไปใชง้ านกย็ งั มคี วามจาเป็นทจ่ี ะตอ้ งตรวจสอบการใชง้ านใหถ้ ูกต้อง ตามหลกั วชิ าการ มกี ารจดั เกบ็ ทเ่ี หมาะสม และใชเ้ หลก็ ใหถ้ กู ประเภทตามทแ่ี บบหรอื รายการประกอบ แบบกาหนด 6.4.1. ความรทู้ วั ่ ไปเก่ียวกบั งานเหลก็ เสริมคอนกรีต งานเหลก็ เสรมิ คอนกรตี ( Rainforcement ) เป็นการใชเ้ หลก็ เสรมิ ในคอนกรตี เพ่อื เสรมิ แรง ให้คอนกรตี สามารถรบั น้าหนัก หรอื รบั แรงในลกั ษณะต่าง ๆ เช่น แรงดงึ แรงเฉือน แรงดดั แทน คอนกรตี ในส่วนท่คี อนกรตี ไม่สามารถรบั แรงได้ เชน่ แรงดงึ คอนกรตี สามารถรบั แรงดงึ ไดแ้ ค่ 10 เปอร์เซ็นต์ ของความต้านทานในการรบั แรงอดั แต่เหล็กเป็นวสั ดุท่ีสามารถรบั แรงดงึ ได้ดี เม่ือ นามาใชร้ ่วมกบั งานคอนกรตี ทาใหค้ อนกรตี มคี วามแขง็ แรงมากขน้ึ เหลก็ เสรมิ คอนกรตี เป็นเหลก็ เสน้ มอี ยู่ 2 ชนิด คอื เหลก็ เสน้ กลมผวิ เรยี บ และเหลก็ เสน้ ขอ้ อ้อย ใช้เพ่ือเพิ่มแรงยึดเหน่ียวในคอนกรีต เหล็กกลมท่ีใช้ทัว่ ไปเป็นเกรด SR 24 ขนาด เสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลาง 6 – 32 มม. เหลก็ ขอ้ ออ้ ยมี SD 30 SD 40 และ SD 50 มขี นาดเสนผา่ ศนู ยก์ ลาง 10 - 32 มม. ความยาวมาตรฐาน คอื 10 , 12 เมตร แต่อาจสงั่ พเิ ศษไดใ้ นกรณที ่ี ใชม้ ากๆ เชน่ 7 เมตร โดยสงั่ ตรงจากโรงงาน แตย่ งั มเี หลก็ อกี ชนิดหน่ึง เรยี กว่า เหลก็ รดี ซ้า ใชส้ ญั ญาลกั ษณ์ R มขี นาด 6 - 15 มม.(ปจั จุบนั ไมม่ ตี วั R) เป็นเหลก็ ทม่ี ขี นาดและน้าหนกั ไม่เตม็ ขนาด การยดึ เหลก็ เสรมิ คอนกรตี จะใช้ ลวดผกู เหลก็ เบอร์ 18 การซอ้ื ขายจะเป็นกโิ ลกรมั หรอื เป็น ขด ลวดผูกเหลก็ 1 ขด หนัก 38.5 กก. หรอื ยาว 100 ม. โดยปกตใิ ชล้ วดผกู เหลก็ ประมาณ 22 กก./ เหลก็ เสรมิ 1 ตนั การคดิ ความยาวเหลก็ เสรมิ จะดูจากแบบของการเสรมิ โดยจะตอ้ งมี การเพ่ิมความยาวเน่ืองจากการงอ และการต่อทาบ การต่อทาบ เหล็กกลม ใช้ 48 เท่าของ เสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลาง และเหลก็ ขอ้ ออ้ ยใช้ 36 เท่า

การตรวจควบคมุ งานเหลก็ เสริมคอนกรีต 104 การเผอื่ ความยาวเน่ืองจากการงอ ตารางการเผอ่ื ความยาวเน่อื งจากการงอ ของเหลก็ เสน้ กลม ขนาดเหลก็ น้าหนกั เหลก็ การเพม่ิ ความยาวเน่อื งจากการดดั และการงอหวั ( ซม. )  ( มม.) ( กก. / ม. ) งอ 90 องศา งอ 45 - 60 องศา งอ 180 องศา RB 6 0.222 4 4 8 RB 9 0.499 4 8 12 RB 12 0.888 4 8 12 RB 15 1.390 6 8 15 RB 19 2.230 8 12 20 RB 22 2.890 8 12 20 RB 25 3.850 8 15 23 ในส่วนของเหลก็ ขอ้ อ้อยจะมกี ารงอหรอื ดดั เหลก็ ในแบบ 90 องศาเท่านนั้ เน่ืองจากเหลก็ ขอ้ ออ้ ยจะมคี วามแขง็ มาก ส่วนใหญ่จงึ ใชก้ ารเผอ่ื เปอร์เซน็ ต์ ในการตดั และงอตามตารางดงั ต่อไปน้ี ตารางการเผอ่ื การตดั และการงอหวั เหลก็ ขอ้ ออ้ ย ขนาดเหลก็ น้าหนกั เหลก็ กก. / เมตร งอ 90 องศา การเผอ่ื หมายเหตุ D=เสน้ ผ่าศนู ยก์ ลาง DB 10 เปอรเ์ ซน็ ต์์ DB 12 DB 16 0.617 5D 7 DB 20 DB 25 0.888 5D 9 DB 28 DB 32 1.580 5D 11 2.466 6D 13 3.853 6D 15 4.834 6D 17 6.313 6D 19

การตรวจควบคมุ งานเหลก็ เสริมคอนกรตี 105 6.4.2 ขนั้ ตอนการตรวจควบคุมงานเหล็กเสริมคอนกรีต ในปจั จุบนั การผลิตเหล็กมี มาตรฐานผลติ ภัณฑ์อุตสาหกรรมควบคุมอยู่ ปญั หาเร่อื งคุณภาพของวสั ดุจงึ ไม่ค่อยมีปญั หา แต่ เน่ืองจากเหลก็ มมี าตรฐานหลายระดบั และมเี หล็กรดี ซ้าท่มี ขี นาดใกล้เคยี งกบั เหลก็ มาตรฐานหรือ เหลก็ เตม็ หรอื เหลก็ กาลงั ต่าทต่ี อ้ งควบคมุ ใหไ้ ดต้ ามทแ่ี บบกาหนด 6.4.2.1 ตรวจชนิด ขนาดและชนั้ คณุ ภาพของเหลก็ เหลก็ เสรมิ คอนกรตี จะมชี นั้ คณุ ภาพทแ่ี ตกตา่ งกนั ไป สามารถตรวจดไู ดจ้ ากเคร่อื ง หมายท่ตี ดิ อยู่บนเหลก็ เช่น บลส. , SR24, RB 9 , R9, SD 30 ตรวจสอบขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ของเหลก็ วา่ ไดข้ นาดตามทต่ี อ้ งการ หรอื มคี ่าความคลาดเคล่อื นอยู่เกณฑท์ ย่ี อมรบั ไดห้ รอื ไม่ ในกรณี ทเ่ี ป็นเหลก็ ขอ้ ออ้ ยจะไมส่ ามารถวดั เสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางได้ จะใชว้ ธิ กี ารชงั่ น้าหนกั ดงั น้ี ตารางน้าหนักของเหลก็ ข้ออ้อย ขนาดเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลาง น้าหนกั / เมตร ( กก. ) 10 มม. 0.617 12 มม. 0.88 16 มม. 1.58 20 มม. 2.47 22 มม. 2.98 25 มม. 3.85 28 มม. 4.83 32 มม. 6.31 6.4.2.2 ตรวจการกองเกบ็ และการจดั การ การจดั เกบ็ เหลก็ เสรมิ ควรจดั เกบ็ ในโรงเกบ็ วสั ดทุ ม่ี หี ลงั คาคลมุ ป้องกนั น้าคา้ งและน้า ฝน ควรใชไ้ มร้ องหนุนเหลก็ ไมใ่ หต้ ดิ พน้ื รปู ท่ี 55 ควรใช้ไม้รองหนุนเหลก็ ไม่ให้ติดพนื้

การตรวจควบคุมงานเหลก็ เสริมคอนกรีต 106 6.4.2.3 ตรวจควบคมุ คณุ ภาพของเหลก็ โดยการทดสอบ เหลก็ เสรมิ ทใ่ี ชค้ วรมกี ารตรวจสอบคณุ ภาพอย่างสม่าเสมอ โดยการตดั ตวั อย่างเหลก็ ทุก ๆ 100 เสน้ จะต้องเกบ็ ตวั อย่าง 1 ชดุ ตดั เหลก็ ตวั อย่าง 3 ท่อน ความยาว ท่อนละ 1 เมตร (เหลก็ 3 ท่อนจะตอ้ งตดั จาก เหลก็ 3 เสน้ ) ส่งไปทดสอบยงั หน่วยงานทเ่ี ชอ่ื ถอื ได้ กอ่ นการนาเหลก็ ไปใชง้ าน และส่งผลการทดสอบให้วศิ วกรตรวจสอบ แต่โดยทวั่ ไปแลว้ การทดสอบใด ๆ กแ็ ลว้ แต่ ผล การทดสอบจะรบั รองเฉพาะตวั อย่างท่ใี ช้ในการทดสอบเท่านัน้ ฉะนนั้ การตรวจสอบควรมกี ารสุ่ม ตวั อย่างและการดาเนินการทด่ี ี 6.4.2.4 ความสะอาดของเหลก็ กอ่ นการตดิ ตงั้ หรอื การประกอบเหลก็ ผวิ เหลก็ ควรสะอาดปราศจากสงิ่ สกปรกเชน่ สนมิ ขมุ สี น้ามนั คราบน้าปนู คราบไขมนั ดนิ โคลน เป็นตน้ ถา้ มสี ง่ิ เหล่าน้คี วรทาความสะอาดออก ใหห้ มดเสยี กอ่ น 6.4.2.5 การงอ และการดดั เหลก็ การงอหวั เหลก็ หรอื การดดั เหลก็ ใหไ้ ดร้ ปู ทรงตามทต่ี อ้ งการควรจดั งอใหไ้ ดร้ ะยะตาม มาตรฐาน ( ดจู ากตารางการเผอ่ื ความยาวเหลก็ หวั ขอ้ 1.1 และ1.2 ) และใหด้ ดั โดยการดดั เยน็ เทา่ นนั้ หา้ มใชแ้ กส๊ หรอื ความรอ้ นเขา้ ชว่ ย 6.4.2.6 ระยะเรยี งเหลก็ เสริม การจดั เรยี งเหลก็ เสรมิ จะตอ้ งจดั เรยี งใหถ้ ูกตาแหน่งและยดึ ดว้ ยลวดผกู เหลก็ เบอร์ 18 หา้ มใชว้ ธิ กี ารเชอ่ื ม ( แต่สามารถเช่อื มได้ในกรณีทว่ี ศิ วกรควบคุมงานไดท้ าการตรวจสอบ แลว้ วา่ ไมม่ ผี ลเสยี ต่อโครงสรา้ ง ) รปู ท่ี 56 การจดั วางเหลก็ เสริมอย่างเป็นระเบยี บตามตาแหน่ง

การตรวจควบคุมงานเหลก็ เสริมคอนกรตี 107 6.4.2.7 เหลก็ ปลอกหรอื เหลก็ ลูกตงั้ ตอ้ งตรวจใหอ้ ยใู่ นตาแหน่งตามแบบ และควรใหป้ ลายของเหลก็ ปลอกอยใู่ น ตาแหน่งทต่ี อ้ งการ 6.4.2.8 การต่อเหลก็ ควรจดั ใหอ้ ย่ใู นตาแหน่งทไ่ี ม่มผี ลกระทบตอ่ ความแขง็ แรงของโครงสรา้ ง เชน่ เหลก็ แกนบนของคานหรอื พน้ื ควรต่อในชว่ งกลางของคานและพน้ื นนั้ ๆ เหลก็ ล่างควรต่อในตาแหน่งทใ่ี กล้ จุดรองรบั โดยห่างจากจุดรองรบั ไม่เกนิ ¼ ของความยาวคาน และไม่ควรต่อเหลก็ ในจุดเดยี วกนั หลายเสน้ ควรตอ่ ทาบใหเ้ หล่อื มกนั บา้ ง รูปที่ 57 การต่อเหลก็ ด้วยวิธีการเช่ือม จะต้องได้รับอนุญาตจากวศิ วกร ผู้ควบคมุ งานก่อน 6.4.2.9 ระยะคอนกรตี ห้มุ ผิวเหลก็ และการติดตงั้ เหลก็ เสริม โครงสรา้ งทวั่ ไประยะคอนกรตี หมุ้ ผวิ เหลก็ จะอยูท่ ป่ี ระมาณ 2.5 ซม. ในโครงสรา้ งใต้ ดนิ หรอื ในทม่ี ซี ลั เฟตสูงสภาพความเป็นกรด ด่าง มากหรอื ชน้ื มากและมนี ้าซมึ อย่ตู ลอดจะใช้ 5.0 ซม. และ 7 ซม. สาหรบั โครงสรา้ งในทะเล โดยจะใชล้ ูกปูนกอ้ นส่เี หลย่ี มท่มี คี วามหนาตามทต่ี ้องการ วาง หนุนเหลก็ ห่างกนั ประมาณ 1.0 – 1.50 ม.หรอื ตามลกั ษณะงาน รูปท่ี 58 การหนุนเหล็กด้วยลูกปูนตามความหนาของระยะคอนกรีตหุ้มเหล็ก

การตรวจควบคมุ งานเหลก็ เสริมคอนกรีต 108 6.4.3. ขอ้ กาหนดทวั ่ ไปเกย่ี วกบั เหลก็ เสริมคอนกรีต ของ ว.ส.ท. 6.4.3.1 เหลก็ เสรมิ คอนกรตี จะต้องได้คุณภาพตรงตามท่กี าหนดในรายการประกอบแบบ หรอื ไดต้ ามมาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ตุ สาหกรรม ทงั้ ขนาด น้าหนกั และคุณสมบตั อิ ่นื ๆครบถว้ น 6.4.3.2 การกองเกบ็ รกั ษา จะตอ้ งกองเกบ็ ไวใ้ นท่ที ่มี หี ลงั คาคลุมมิดชดิ พรอ้ มทงั้ มไี มร้ อง หนุนไวเ้ หนอื พน้ื และเหลก็ นนั้ จะตอ้ งสะอาดปราศจากสง่ิ สกปรกตา่ ง ๆ 6.4.3.3 การตดั และการประกอบ 1) ในการตดั และการดดั จะตอ้ งไม่ทาใหเ้ หลก็ ชารดุ เสยี หาย และไมใ่ ชค้ วาม รอ้ นชว่ ยในการดดั 2) การงอ หากในแบบไม่ไดก้ าหนดระยะในการงอใหง้ อตามเกณฑม์ าตรฐานดงั น้ี (1) ส่วนท่งี อเป็นคร่งึ วงกลมจะต้องงอโดยมสี ่วนย่นื ออกไปอกี อย่างน้อย 4 เทา่ ของเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางของเหลก็ และตอ้ งไมน่ ้อยกวา่ 6 ซม. (2) การงอเป็นมมุ ฉากจะตอ้ งเผอ่ื ใหเ้ หลก็ ย่นื ออกไปอย่างน้อย 12 เทา่ ของ เสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางของเหลก็ และตอ้ งไมน่ ้อยกวา่ 12 ซม. (3) เหลก็ ปลอก ท่ีงอ 90 หรอื 135 องศา จะต้องเผ่อื ย่นื ออกไป อกี อย่าง น้อย 6 เทา่ ของเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางของเหลก็ และตอ้ งไม่น้อยกวา่ 6 ซม. 6.4.3.4 การเรยี งเหลก็ เสรมิ 1) ก่อนเรยี งเหลก็ เสรมิ เขา้ ท่จี ะต้องทาความสะอาดเหลก็ ไม่ให้มสี นิมขุมหรอื วสั ดุ อน่ื ๆเคลอื บอยูบ่ นผวิ เหลก็ 2) จะตอ้ งทาการเรยี งเหลก็ เสรมิ ใหอ้ ยูใ่ นตาแหน่งทถ่ี กู ตอ้ งพอดี และยดึ ให้ แน่นหนา 3) จุดทต่ี ดั กนั ทกุ จุดจะตอ้ งผกู เหลก็ ให้แน่นด้วยลวดเบอร์ 18 S.W.G (annealed – iron wire ) 4) ใหร้ กั ษาระยะคอนกรตี หมุ้ ผวิ เหลก็ ดว้ ย ลกู ปนู ทม่ี คี วามหนาตามทต่ี อ้ งการ 5) หลงั จากผูกเหลก็ จะตอ้ งใหว้ ศิ วกรตรวจสอบก่อนการเทคอนกรตี ทุกครงั้ หากผกู ทง้ิ ไวน้ านเกนิ ควร จะตอ้ งทาความสะอาดและมกี ารตรวจสอบใหม่อกี ครงั้ 6.4.3.5 การต่อเหลก็ เสรมิ 1) ในกรณที ม่ี คี วามจาเป็นท่จี ะตอ้ งต่อเหลก็ เสรมิ นอกจุดทก่ี าหนดในแบบ ควรไดร้ บั ความเหน็ ชอบจากวศิ วกรควบคุมงานเสยี ก่อน 2) การตอ่ ทาบจะตอ้ งไม่น้อยกวา่ 48 เท่าของเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางของเหลก็ เสน้ กลมผวิ เรยี บและ36 เท่าสาหรบั เหลก็ ขอ้ ออ้ ยแลว้ ใหผ้ กู ดว้ ยลวด เบอร์ 18 3) เหลก็ ทเ่ี สยี บโผลไ่ วส้ าหรบั การตอ่ เตมิ ในภายหลงั ควรมกี ารป้องกนั มิ ใหเ้ สยี หาย 4) การต่อเหลก็ เสรมิ ดว้ ยวธิ กี ารเช่อื ม จะต้องใหร้ อยเช่อื มมกี าลงั มากกวา่ ร้อยละ 125 ของกาลงั เหลก็ เสรมิ นนั้ และตอ้ งมกี ารทดสอบการรบั กาลงั กอ่ นการปฏบิ ตั งิ านจรงิ

การตรวจควบคมุ งานเหลก็ เสริมคอนกรีต 109 5) ทห่ี น้าตดั ใด ๆ จะมกี ารตอ่ เหลก็ เสรมิ ไดไ้ ม่เกนิ รอ้ ยละ 25 ของจานวนเหลก็ เสรมิ ทงั้ หมด 6) รอยต่อทุกแหง่ จะตอ้ งไดร้ บั การตรวจและอนุมตั โดยวศิ วกรกอ่ นการเทคอนกรตี 6.4.3.6 คณุ สมบตั ขิ องเหลก็ เสรมิ 1) เหล็กเส้นกลมธรรมดาให้ใช้เหล็กท่ีมีมาตรฐานตาม SR 24 ของมาตรฐาน ผลติ ภณั ฑอ์ ตุ สาหกรรม โดยมจี ดุ คลากไมน่ ้อยกวา่ 2400 กก. / ซม.2 2) เหลก็ ขอ้ ออ้ ยใหใ้ ชเ้ หลก็ ทม่ี มี าตรฐานตาม SD… ของมาตรฐานอุตสาหกรรม โดย มจี ดุ คลากไม่น้อยกวา่ …..กก / ซม.2 4. มาตรฐานงานเหลก็ เส้นเสริมคอนกรตี ของกรมโยธาธิการ มยธ.103 – 2533 มาตรฐานเหลก็ เส้นเสริมคอนกรตี ขอบขา่ ย มาตรฐานงานเหลก็ เสริมคอนกรตี น้ี ครอบคลุมถงึ งานคอนกรีตทวั่ ไปทงั้ หมด ยกเว้นงาน เหลก็ แรงดงึ สูงทใ่ี ชใ้ นงานคอนกรตี อดั แรง 1. ข้อกาหนด สาหรับวสั ดุก่อสร้างและการทดสอบ ( SEECIFICATION AND TESTS FOR MATERIALS ) 1.1 เหลก็ เสรมิ กลม ( ROUND BAR ) 1.1.1 คณุ สมบตั ทิ างกล ตอ้ งเป็นไปตาม ตารางท่ี 1 ตารางท่ี 1 คณุ สมบตั ิทางกลของเหลก็ เส้นกลม สญั ลกั ษณ์ ความตา้ นทานแรง ความตา้ นทาน ความยดื ในชว่ ง การทดสอบดว้ ยการดดั โคง้ ดงึ ทจ่ี ุดคลาก ไม่ แรงดงึ สงู สดุ ไม่ ความยาว5เท่า เยน็ น้อยกวา่ ( กก./ น้อยกวา่ (กก./ ของเสน้ ผา่ น มมุ การดดั เสน้ ผา่ น ตร.ซม.) ตร.ซม.) ศนู ยก์ ลางไม่ (องศา) ศนู ยก์ ลางวง น้อยกวา่ (รอ้ ย ดดั ละ) SR 24 2400 3900 21 180 1.5 เทา่ ของ เสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางระบุ สมบตั อิ น่ื ตอ้ งเป็นไปตามมาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ุตสาหกรรม มอก.20:มาตรฐานเหลก็ เสรมิ คอนกรตี (เหลก็ เสน้ กลม)

การตรวจควบคุมงานเหลก็ เสริมคอนกรตี 110 1.1.2 ความคลาดเคลอ่ื นทย่ี อมให้ ความคลาดเคลอ่ื นทย่ี อมใหส้ าหรบั มวลตอ่ เมตร ของเหลก็ เสน้ กลม ตอ้ งเป็นไปตาม ตารางท่ี 2 ตารางที่ 2 เกณฑค์ วามคลาดเคลื่อนสาหรบั มวลต่อเมตรสาหรบั เหลก็ เส้นกลม ชอ่ื ขนาด มวลต่อเมตร เกณฑค์ วามคลาดเคลอ่ื นสาหรบั มวลต่อเมตร กโิ ลกรมั เฉลย่ี รอ้ ยละ แตล่ ะเสน้ รอ้ ยละ RB 6 0.222  5.0 10.0 RB 9 0.499 3.5 6.0 RB12 0.888 3.5 6.0 RB15 1.387 3.5 6.0 RB19 2.226 3.5 6.0 RB22 2.984 3.853 3.5 6.0 RB25 4.834 3.5 6.0 RB28 RB34 7.127 3.5 6.0 3.5 6.0 1.2 เหลก็ ขอ้ ออ้ ย (DEFORMED BAR) 1.2.1 คณุ สมบตั ทิ างกลตอ้ งเป็นไปตามตารางท่3ี ตารางท่ี 3 คณุ สมบตั ิทางกลของเหลก็ ขอ้ อ้อย สญั ลกั ษณ์ ความตา้ นแรงดงึ ท่ี ความตา้ นแรง ความยดื ในชว่ ง การทดสอบดว้ ยการดดั โคง้ เยน็ จดุ ครากไม่น้อย ดงึ สูงสุดไม่ ความยาว 5 เทา่ มุมการ เสน้ ผา่ น กวา่ (กก./ตร.ซม.) น้อยกวา่ ของเสน้ ผา่ น ดดั ศนู ยก์ ลางวงดดั (กก./ตร.ซม.) ศนู ยก์ ลางไมน่ ้อย (องศา) กวา่ (รอ้ ย 180 4 เทา่ เสน้ ผา่ น ศนู ยก์ ลางระบุ ละ) 5 เสน้ ผา่ น SD30 3000 4900 17 180 ศนู ยก์ ลางระบุ 5 เท่าเสน้ ผา่ น SD40 4000 5700 15 ศนู ยก์ ลางระบุ SD50 5000 6300 13 90

การตรวจควบคมุ งานเหลก็ เสริมคอนกรีต 111 คุณสมบตั อิ ่นื ตอ้ งเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 24:มาตราฐานเหลก็ เส้น เสรมิ คอนกรตี ( เหลก็ ขอ้ ออ้ ย ) หมายเหตุ ความตา้ นแรงทจ่ี ดุ คราก = YIELD STRESS ความตา้ นแรงดงึ สงู สดุ = MAXIMUM TENSILE STRESS ความยดื = ELONGATION การทดสอบดว้ ยการดดั โคง้ เยน็ = COLD BEND TEST มุมการดดั = BENDING ANGLE เสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางวงดดั = DIAMETER OF BENDS ชว่ งความยาว 5เท่าของเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลาง = GAUGE LENGTH 1.2.2 ความคลาดเคลอ่ื นทย่ี อมให้ ความคลาดเคล่อื นทย่ี อมใหข้ องเหลก็ ขอ้ ออ้ ยตอ้ ง เป็นไปตาม ตารางท4่ี ตารางท่ี 4 เกณฑค์ วามคลาดเคล่อื นสาหรบั มวลต่อเมตรของเหลก็ ขอ้ ออ้ ย ชอ่ื ขนาด เมตร/กโิ ลกรมั เกณฑค์ วามคลาดเคล่อื นสาหรบั มวลต่อเมตร เฉลย่ี รอ้ ยละ แต่ละเสน้ รอ้ ยละ DB10 0.617 3.5 6 DB12 0.888 3.5 6 DB16 1.578 DB20 2.466 3.5 6 DB22 2.984 3.5 6 DB25 3.853 3.5 6 DB28 4.843 3.5 6 DB32 6.313 3.5 6 3.5 6

การตรวจควบคมุ งานโครงสรา้ งไม้ 112 หน่วยที่ การตรวจควบคมุ งาน 6.5 โครงสรา้ งไม้ หวั ขอ้ เร่ือง 1. การตรวจควบคุมคุณภาพของไม้ 2. ลกั ษณะการใชไ้ มใ้ นอาคาร 3. การตรวจงานโครงสรา้ งไม้ 4. การตรวจควบคุมงานโครงสรา้ งหลงั คา 5. การตรวจงานไมท้ ่ใี ชท้ าสว่ นประกอบของอาคารท่ไี มใ่ ชโ่ ครงสรา้ งหลกั ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวงั หลงั จากศึกษาหน่วยน้ีแลว้ ผูเ้ รียนสามารถ 1. อธิบายถึงการตรวจตาหนิของไมไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง 2. อธิบายถึงวิธกี ารเลือกใชไ้ มใ้ นอาคารไดอ้ ยา่ งถูกวิธแี ละไดม้ าตรฐาน 3. อธิบายถึงการนาวิธกี ารตอ่ ไมไ้ ปใชไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง 4. บอกขนั้ ตอนการตรวจควบคุมงานโครงสรา้ งหลงั คาได้ 5. บอกขน้ั ตอนการตรวจงานไมท้ ่ใี ชท้ าสว่ นประกอบของอาคารท่ไี มใ่ ชโ่ ครงสรา้ ง หลกั ได้

การตรวจควบคมุ งานโครงสรา้ งไม้ 113 การตรวจควบคมุ งานโครงสรา้ งไม้ สาระสาคญั งานโครงสรา้ งไมใ้ นปจั จบุ นั แมว้ า่ จะมนี ้อย เน่อื งจากไมม้ รี าคาแพงแต่งานโครงสร้างไม้ กย็ งั ถอื วา่ เป็นงานทม่ี คี วามสาคญั ต่องานก่อสร้างเป็นอย่างมากอย่าง จงึ มคี วามจาเป็นอย่างยงิ่ ท่ผี ตู้ รวจ และผคู้ วบคุมงานก่อสรา้ งจะต้องรูแ้ ละเขา้ ใจถงึ ขนั้ ตอนการทางาน ตลอดจนถงึ การนาไปใชง้ าน วา่ ควรตรวจควบคมุ ในสว่ นใดบา้ งทส่ี าคญั งานโครงสร้างไมก้ เ็ ป็นงานทม่ี คี วามสาคญั ต่องานก่อสรา้ งเป็นอย่างมาก ถงึ แม้นในปจั จุบนั นยิ มใชเ้ หลก็ รูปพรรณมาใชแ้ ทนโครงสรา้ งไม้ เน่อื งจากไมม้ รี าคาแพงและหายาก แตก่ ย็ งั มอี ยู่ไมน่ ้อย ทย่ี งั ใชไ้ ม้โดยเฉพาะในงานโครงสรา้ งหลงั คาและส่วนประกอบของโครงสรา้ งเพ่อื ความสวมงาม จงึ จาเป็นอย่างยงิ่ ทผ่ี ตู้ รวจควบคุมงานจะตอ้ งมคี วามรคู้ วามเขา้ ในถงึ คณุ สมบตั ติ า่ ง ๆ ของไมท้ น่ี ามาใช้ ในงานก่อสร้าง วา่ ควรจะพจิ ารณาอะไรบา้ ง และควรตรวจสอบจุดใดทส่ี าคญั เป็นพเิ ศษ ซ่งึ สามารถ สรุปหวั ขอ้ ทค่ี วรตรวจสอบดงั น้ี 6.5.1 การตรวจคณุ ภาพของไม้ 6.5.1.1 ตรวจตาหนิหรอื ลกั ษณะต่าง ๆที่ไมด่ ี ของไม้ การตรวจตาหนิของไม้ ตาหนิหรอื ความเสยี หายของมี 2 ลกั ษณะ คอื เกดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาติ และเกดิ ขน้ึ จากการแปรรูป ทาให้ไม้เสยี ความคงทนเสยี ความสวยงาม และไม่สามารถรบั น้าหนกั ได้ ตามเกณฑ์ 1) ตาหนิท่ีเกิดจากธรรมชาติได้แก่ ตาหนทิ เ่ี กดิ เน่อื งจากเสย้ี นของไมเ้ ฉออก จากแกนกลางของไม้ มีเสย้ี นบดิ เป็นเกลยี ว เป็นเสย้ี นขวาง ตาหนิท่เี กดิ จากเสน้ ทะแยง เน่อื งจากการแปรรูปไมไ้ ม่ขนานกบั วงปี หรอื เป็นเพราะลกั ษณะทอ่ นไมค้ ดงอ ตาหนิท่เี กดิ จากตาไมห้ รอื กงิ่ ไมท่ ต่ี ดั ออก ตาหนิทเ่ี ป็นตาไม้ กะพไ้ี ม้ เป็นตน้ 2) ตาหนิ ที่เกิดจากการสญู เสียความชืน้ ไมท้ ถ่ี กู โคน่ ลงทง้ิ ไว้ จะคอ่ ย ๆ แหง้ หมด ความช้นื และถูกแดดเผา เน้ือไม้จะแห้งไม่เท่ากนั ทงั้ หมดเม่ือนามาแปรรูปจะทาให้เกิด ตาหนใิ นลกั ษณะต่าง ๆ เชน่ เกดิ รอยรา้ ว เป็นรอยแตกรา้ วขนานกบั วงปี เน่อื งจากวงปีเก่า กบั ใหม่ยงั ไม่ประสานกนั ดี เกดิ รอยปริ เป็นรอยแตกขวางกบั วงปี อาจแตกจากใจกลาง แตกท่ผี วิ หรอื แตกตลอดลาตน้ เน่ืองจากเน้ือไม้ขา้ งเคยี งมคี วามชน้ื ไม่เท่ากนั จงึ เกดิ การ หดตวั 3) ตาหนิ ท่ีเกิดจากการแปรรปู เชน่ เส้ยี นไมโ้ ผล่ เน่ืองไมแ้ หง้ เกนิ ไป เม่อื นาไป ไสจะทาใหม้ เี สย้ี นไม้โผล่ เสย้ี นไมห้ ลุด ตาไม้หลุด เกดิ จากการใชเ้ คร่อื งมอื ท่ไี ม่คมใน การ แปรรูป

การตรวจควบคมุ งานโครงสร้างไม้ 114 6.5.1.2 การตรวจลกั ษณะทวั่ ไปของไม้แปรรปู ในขนั้ ตอนการนามาใชง้ านทน่ี อกเหนอื จาก การตรวจสอบตาหนติ า่ ง ๆ ดงั กล่าวขา้ งตน้ 1) ตรวจน้าหนักของไม้ท่ีนามาใช้งาน โดยเลอื กตรวจจากไมท้ ม่ี สี แี ละลกั ษณะ ผดิ ปกติ ไม้ท่มี นี าหนกั เบาผดิ ปกตจิ ะเป็นไมท้ ่ไี ม่แขง็ แรง ซ่งึ อาจจะเป็นไมท้ ่อี ยู่ในส่วนของ กระพไ้ี ม้หรอื เสน้ ใยลาเลยี งอาหารของตน้ ไม้ ไม่ควรจะนามาใชง้ านเน่ืองจากไม่แขง็ แรง หด ตวั ไดม้ าก 2) ตรวจสอบไม้ที่มีรปู ทรงหรอื ลกั ษณะไม่ดี เชน่ บดิ งอ คด ตาไม้ มรี ู หรอื มี ส่วนแตกทป่ี ลายไมท้ าใหจ้ าเป็นตอ้ งตดั ออก ทาใหไ้ มม้ ขี นาดสนั้ ลงและอาจใชง้ านไมไ่ ด้ หรอื อาจจะทาใหไ้ มไ้ มแ่ ขง็ แรง โดยเฉพาะในงานโครงสรา้ งทต่ี อ้ งการความยาวของไมท้ พ่ี อดกี บั สดั สว่ นของโครงสรา้ งและมคี วามแขง็ แรงสามารถรบั แรงตา่ ง ๆ ได้ 3) ตรวจขนาดของไม้ให้ได้ขนาดตามท่ีสงั่ หรือตามแบบ และใหม้ คี า่ ความคลาด เคลอ่ื นไดต้ ามเกณฑม์ าตรฐาน อย่างไรกต็ ามไมด้ งั กล่าวขา้ งตน้ ถอื วา่ เป็นไมท้ ไ่ี มเ่ หมาะสมทจ่ี ะนามาใชใ้ นงานโครงสรา้ งและ งานส่วนประกอบต่าง ๆ ของอาคาร ไม้ท่ดี ี ควรเป็นไมท้ ่ี ไม่บดิ งอ ไม่ม่รี ูหรอื ตา ไม่มีรอยแตกร้าว เสย้ี นไมข้ นานกบั ลาตน้ ตากหรอื อบแหง้ ตามกระบวนการทเ่ี หมาะสม มนี าหนกั ตามเกณฑ์ ทก่ี าหนด แต่ลกั ษณะของวสั ดุตา่ ง ๆ ยอ่ มมขี อ้ บกพร่องไดบ้ า้ งแต่ตอ้ งไมเ่ กนิ เกณฑม์ าตรฐานทก่ี าหนด 6.5.2. ลกั ษณะการใช้ไม้ในอาคาร โดยทัว่ ไปการใช้ไม้ในอาคารมีอยู่ สองลักษณะ คือ ใช้ในงานโครงสร้าง และใช้เป็น ส่วนประกอบของอาคาร ไมท้ ใ่ี ชใ้ นงานโครงสรา้ งจะต้องใชไ้ ม้ท่มี คี วามแขง็ แรง โดยใชใ้ นงาน โครง หลงั คา เสา คาน ตง พน้ื เคร่าและฝาเป็นตน้ ไมท้ ใ่ี ชจ้ ะตอ้ งเป็นไม้ เน้อื แขง็ ชนั้ หน่ึง ทไ่ี ม่มตี าหนิและ มคี วามแขง็ แรงเป็นพเิ ศษตามลกั ษณะของไม้ ส่วนไมท้ ใ่ี ชใ้ นงานสว่ นประกอบของอาคาร ไดแ้ ก่ งาน วงกบและงานกรอบบานประตูหน้าต่างเป็นต้น ฝา บวั เชงิ ผนัง ไม้ประเภทน้ีเป็นไม้ทไ่ี ม่ต้องอาศยั ความแขง็ แรงมากนกั แต่จะตอ้ งเป็นไม้ทม่ี คี วามสวยงาน แต่ในงานบางอย่างจาเป็นตอ้ งใชไ้ ม้ทม่ี ที งั้ ความสวยงามและมคี วามทนทาน เช่น งานราวและลูกกรงบนั ได แต่ในปจั จุบนั ไม้มีราคาแพง หลกั การบางอย่างไม่สามารถใชไ้ ดเ้ น่อื งจากมี ตน้ ทนุ สูง 6.5.3. การตรวจงานโครงสรา้ งไม้ การตรวจงานโครงสรา้ งไมโ้ ดยทวั่ ไป จะตรวจอยู่ สองอย่าง คอื ลกั ษณะโดยทวั่ ไปของไมท้ ด่ี ี และลกั ษณะพเิ ศษหรอื ความแขง็ แรงเฉพาะ 6.5.3.1 การตรวจลกั ษณะโดยทวั่ ไป 1) ตรวจสอบประเภทของไมว้ า่ ถกู ตอ้ งตามทก่ี าหนดไวใ้ นแบบหรอื ไมถ่ า้ เป็นไมท้ ่ีไม่ ตรงตามแบบหรอื ไมส่ ามารถหาไดค้ วรใชไ้ มท้ ม่ี คี ณุ สมบตั เิ ทยี บไดไ้ ม่ต่ากวา่ ไมทร่ี ะบุในแบบ

การตรวจควบคมุ งานโครงสรา้ งไม้ 115 2) ไม้นัน้ ต้องมีลักษณะแข็งแรงไม่มีตาหนิมากจนเกินเกณฑ์มาตรฐาน หรอื มี ลกั ษณะทแ่ี สดงใหเ้ หน็ ว่าไม่มคี วามแขง็ แรง เชน่ ไม่มตี ามาก ไม่เป็นกระพ้ี ไม่มรี อยผุ สซี ีด ต่างจากไมช้ นดิ เดยี วกนั หรอื ไมท้ ม่ี นี ้าหนกั หรอื เบาผดิ ปกตกิ ค็ วรคดั ออกเชน่ กนั 6.5.3.2 การตรวจคณุ สมบตั ิเฉพาะในการใช้งาน ไมท้ ใ่ี ชเ้ ป็นโครงสรา้ งของอาคาร ทม่ี หี น้าทต่ี ่างกนั ในบางส่วนของโครงสรา้ งกจ็ ะตอ้ ง อาศยั คุณสมบตั ทิ ส่ี าคญั บางอยา่ งดงั น้ี 1) โครงสร้างรบั แรงดดั ได้แก่ คาน ตง อะเส ขอ่ื แป พ้นื จะตอ้ งใชไ้ มท้ ่มี ลี กั ษณะ การรบั แรงตามเส้ียนไม้ แขง็ แรงเป็นพิเศษ จะยอมให้มีตาหนิท่ี เช่น ตา รู กระพ้ีไม่ได้ โดยเฉพาะในส่วนของจุดก่งึ กลางคานท่รี บั โมเมนต์ดดั สูงสุด การตรวจสอบจะตอ้ งพจิ ารณา ความสามารถในการรบั แรงดดั เป็นสาคญั ตวั อย่างโครงสร้างรบั แรงดดั ส่วนทร่ี บั แรงกด ลกั ษณะการโกง่ ตวั ส่วนทร่ี บั แรงดดั น้าหนกั พน้ื ตง คาน จุดทม่ี กี ารโกง่ ตวั รปู ท่ี 59 ลกั ษณะการรบั น้าหนักของไม้

การตรวจควบคมุ งานโครงสร้างไม้ 116 2) โครงสรา้ งรบั แรงกด โครงสรา้ งพวกน้ไี ดแ้ ก่ เสา ดงั้ ส่วนบนของหลงั คา เป็น ส่วนมาก ไมท้ น่ี ามาใชใ้ นงานลกั ษณะน้จี ะตอ้ งเป็นไมท้ ม่ี คี วามแขง็ แรงในการรบั แรงกดตาม เสย้ี นสงู ชว่ งกลางของไมจ้ ะตอ้ งแขง็ แรง เน่อื งจากจดุ ดงั กล่าวจะมกี ารโกง่ ตวั สูง การจดั ตาแหน่งจะตอ้ งถกู ตอ้ งตามรายการคานวณ การตอ่ ไมท้ น่ี ามาใชง้ านในลกั ษณะน้จี ะตอ้ งมี การถา่ ยแรงใหไ้ ดร้ อ้ ยเปอรเ์ ซน็ ต์ ผวิ สมั ผสั ของไมท้ งั้ สองชน้ิ จะตอ้ งแนบสนทิ หรอื อาจจะใช้ ไมห้ รอื แผน่ เหลก็ ประกบั ชว่ ยในการถ่ายแรง รปู ที่ 60 ลกั ษณะของไมท้ ี่รบั แรงกดและการต่อ 3) การวาง และการต่อไม้ เป็นขอ้ ควรระวงั ทส่ี าคญั อกี ประการหน่งึ ของงาน โครงสรา้ งไม้ ซง่ึ แยกออก กวา้ ง ๆ ไดด้ งั น้ี (1) การวางไมซ้ ้อนทบั กนั ในแนวตงั้ เชน่ การวางตงลงบนคาน จะตอ้ งแน่ใจ วา่ การถ่ายแรงสามารถทาไดเ้ ต็มท่ี โดยท่ไี ม้ไม่แตก หรอื หลุดออกจากกนั เม่อื รบั น้าหนัก ซ่งึ การวางจะต้องใหส้ ่วนทส่ี มั ผสั กนั ของไมเ้ ตม็ หน้า หรอื ถา้ ไมม้ ขี นาดหน้า ตดั แคบ และไมแ่ น่ใจวา่ จะลม้ หรอื ไมอ่ าจจะใชพ้ กุ ชว่ ยยดึ เพ่อื ป้องกนั การพลกิ กไ็ ด้ ตงไม้ พุกไม้ คาน รูปท่ี 61 การวางไม้แบบมีพกุ ช่วยยึด

การตรวจควบคมุ งานโครงสร้างไม้ 117 ตงไม้ คาน รปู ท่ี 62 การวางไม้แบบไมม่ ีพกุ ช่วยยดึ (2) การต่อไม้ ไม้ท่มี คี วามยาวไม่พอจะต้องมีการต่อไม้ แต่การต่อไม้ผู้ ควบคุมงานจะตอ้ งตรวจดรู อยต่อใหด้ ี ตอ้ งใหเ้ กดิ การถา่ ยแรงไดร้ อ้ ยเปอร์เซน็ ต์ โดย ไม่ทาให้ไม้แตกหรอื เสยี หายจนไม่สามารถรบั น้าหนกั ได้ รอยต่อตา่ ง ๆ จะต้องแนบ สนิท และการต่อจะต้องอยู่ในตาแหน่งท่ีเหมาะสมสอดคล้องกับลักษณะของ โครงสรา้ ง 6.5.4. การตรวจโครงสรา้ งหลงั คา การตรวจโครงหลงั คาไมน้ นั้ จะประกอบด้วยโครงสรา้ งหลกั คอื ข่อื อะเส จนั ทนั อกไก่ ดงั้ สะพานรบั จนั ทนั ตะเขส้ นั ตะเขร้ าง และค้ายนั ซง่ึ ส่วนสาคญั คอื การประกอบ ใหเ้ ป็นโครงถกั ยดึ ให้ แขง็ แรงตามแบบ เป็นการตรวจตามรายการดงั กลา่ วขา้ งตน้ และมรี ายละเอยี ดเพมิ่ เตมิ ดงั น้ี 6.5.4.1 ตรวจสดั ส่วนของโครงสร้างให้ถกู ต้องตามรายการประกอบแบบ เชน่ การต่อ ยดึ โครงถกั ของจนั ทนั ใหเ้ ป็นรปู ทรงหลงั คา จะตอ้ งจดั ระยะ การยดึ ใหใ้ หไ้ ดร้ ะยะ 6.5.4.2 ตรวจสอบลกั ษณะการต่อต่างๆ ให้ได้ตามท่ีระบุไว้ รวมถงึ การตรวจขนาดของ น๊อต และสกรูท่ขี นั ยดึ โครงสร้าง ใหไ้ ด้ขนาด และจานวนตามรายการประกอบแบบ และถูกตอ้ ง ตามหลกั วชิ าชา่ งทด่ี ี 6.5.4.3 ตรวจตาแหน่งการติ ดตัง้ ให้ถูกต้องตามแบบ เช่น ระยะห่างของจนั ทนั เอก จนั ทนั พราง แป 6.5.4.4 ตรวจการยึดโครง และตวั โครงให้แน่นมคี วามแขง็ แรงไม่แกวง่ หรอื โยก

การตรวจควบคมุ งานโครงสร้างไม้ 118 6.5.4.5 ตรวจการยึดแปให้ได้ระยะห่าง ถูกต้องตามลกั ษณะของวสั ดุมุงหลงั คา เช่น กระเบ้อื งลอนคู่ ขนาด 0.50 * 1.20 ม. แปจะตอ้ งมรี ะยะห่าง 1.00 ม.เน่ืองจากกระเบอ้ื งลอนคมู่ รี ะยะ ซ้อนทบั 0.20 ม. เหลอื พ้นื ทใ่ี ชง้ านตามยาว 1.00 ม. และตรวจสอบ ใหแ้ น่ใจวา่ ยดึ แน่นไม่มกี ารลม้ หรอื พลกิ 6.5.5. การตรวจงานไม้ที่ใช้ทาส่วนประกอบของอาคารท่ีไม่ใช่โครงสร้างหลกั 6.5.5.1 การเลือกไม้ ต้องให้ถูกตอ้ งตามรายการประกอบแบบ และเป็นไม้ทแ่ี หง้ สนิทไม่มี การยดื หรอื หดตวั เพราะจะทาให้ผนังแตกและสดั ส่วนขององคป์ ระกอบผดิ ไป เช่น หน้าต่างอาจปิด ไม่ได้ พน้ื เมอ่ื ไมป้ ไู ปแลว้ อาจจะมรี ่องหา่ งเน่อื งจากการหดตวั ของไม้ 6.5.5.2 การจดั ทา จะตอ้ งไส เซาะรอ่ ง บงั ใบ เขา้ มุม และตกแต่งอยา่ งประณตี ไดส้ ดั ส่วน 6.5.5.3 การติดตงั้ ไม้วงกบท่นี ามาใชก้ ่อนติดตงั้ ควรทาด้วยน้ามนั หรอื แลคเกอรเ์ พ่อื กนั เป้ือนก่อน หน่งึ ครงั้ เม่อื ตดิ ตงั้ แล้วจะตอ้ งไดด้ งิ่ ฉาก แนว และแน่น ในกรณีทป่ี ระกอบกบั ผนงั ก่ออฐิ จะตอ้ งมเี อน็ คอนกรตี เสรมิ เหลก็ ชว่ ยยดึ เพอ่ื ป้องกนั การแตกรา้ วตามมุมวงกบ 6.5.6. การตรวจอปุ กรณ์การยึดไม้ ไม้ประกบั ไม้เสริมความแขง็ แรงต่าง ๆ 6.5.6.1 วสั ดุท่ีนามาใช้ยึดไม้เพื่อรบั ความแขง็ แรงนัน้ จะต้องมีคุณภาพ เทยี บเท่าหรอื ดกี วา่ วสั ดุเดมิ เชน่ การใชเ้ หลก็ ดาม 6.5.6.2 อยา่ ต่อไม้ในจดุ ที่เป็นอนั ตราย ในจดุ ทร่ี บั น้าหนกั มาก หรอื จดุ ทม่ี กี ารโก่งตวั สงู สุด แมว้ า่ จะมวี ธิ กี ารตอ่ ทด่ี กี ต็ าม 6.5.6.3 การต่อไม้จะต้องคานึงถึงการถ่ายแรงอย่เู สมอ 6.5.6.4 การใช้ตะปหู รือสลกั เกลียวจะต้องมีช่วงห่างกนั และมจี านวนมากพอทจ่ี ะรบั นา หนกั บรรทุกโดยไมท่ าใหไ้ มแ้ ตกรา้ ว 6.5.6.5 ในการใช้สลกั เกลียว รูทเ่ี จาะจะตอ้ งมขี นาดพอดกี บั สลกั เกลยี ว เพราะถา้ รูโตเกนิ ไปการถ่ายแรงจะไม่สมบรู ณ์ 6.5.6.6 การยดึ สลกั เกลียวจะต้องมแี หวนรองเสมอ 6.5.6.7 การต่อไม่จะต้องไม่อยู่ในที่ท่ีมองเห็นเพ่ือความสวยงามของโครงสร้างแต่ จะตอ้ งคานงึ ถงึ ความแขง็ แรงเป็นหลกั อยูเ่ สมอ

การตรวจควบคุมงานโครงสรา้ งเหลก็ รปู พรรณ 119 หน่วยท่ี การตรวจควบคมุ งาน 6.6 โครงสรา้ งเหล็กรปู พรรณ หวั ขอ้ เร่ือง 1. การตรวจเสาและคานแบบเหลก็ เด่ยี ว 2. การตรวจเสาและคานแบบประกอบ 3. การตรวจโครงหลงั คา 4. การตรวจรอยเช่ือม 5. มาตรฐานงานเหลก็ รูปพรรณ จุดประสงค์ หลงั จากศึกษาหน่วยน้ีแลว้ ผูเ้ รียนสามารถ 1. บอกถึงวิธกี ารตรวจเสาและคานแบบเหลก็ เด่ยี วได้ 2. บอกวิธกี ารตรวจเสาและคานแบบประกอบได้ 3. อธิบายวิธกี ารตรวจโครงหลงั คาได้ 4. บอกวิธกี ารตรวจรอยเช่ือมได้ 5. รูม้ าตรฐานงานเหลก็ รูปพรรณ

การตรวจควบคมุ งานโครงสรา้ งเหลก็ รปู พรรณ 120 การตรวจควบคุมงาน โครงสรา้ งเหล็กรูปพรรณ สาระสาคญั งานโครงสรา้ งเหลก็ รปู พรรณ เป็นงานทม่ี คี วามสาคญั ต่องานก่อสรา้ งเป็นอย่างมาก จงึ มี ความจาเป็นอยา่ งยง่ิ ทผ่ี ตู้ รวจและผคู้ วบคมุ งานก่อสรา้ งจะตอ้ งรแู้ ละเขา้ ใจถงึ ขนั้ ตอนการทางาน ตลอดจนถงึ การนาไปใชง้ าน วา่ ควรตรวจควบคมุ ในส่วนใดบา้ งทส่ี าคญั 6.6.1. ความร้ทู วั่ ไปในการตรวจสอบงานเหลก็ รปู พรรณ การตรวจงานโครงสรา้ งเหลก็ รูปพรรณ เป็นเรอ่ื งทผ่ี ตู้ รวจควบคมุ งานก่อสรา้ ง จะตอ้ งศกึ ษา ถงึ รายละเอยี ดการทางานใหถ้ ถ่ี ว้ น เน่อื งจากโดยทวั่ ไปแลว้ ผตู้ รวจควบคุมงานก่อสรา้ งจะเป็นผทู้ ่ี ตรวจควบคุมงานทงั้ หมด รวมถงึ งานโครงสรา้ งเหลก็ รปู พรรณดว้ ย แตก่ ไ็ มเ่ ป็นเร่ืองย่งุ ยากมากนกั เน่อื งจากเหลก็ รูปพรรณ มกี ระบวนการผลติ และการควบคมุ คณุ ภาพไดม้ าตรฐาน ทงั้ มาตรฐานมใี น การออกแบบ และก่อนทางานจะตอ้ งมกี ารเขยี นแบบขยายมกี ารระบรุ ายละเอยี ดต่างๆ อยา่ งชดั เจน ก่อนลงมอื ทางานจรงิ ซง่ึ ลกั ษณะการใชง้ านเหลก็ รปู พรรณมอี ยู่ 2 ลกั ษณะ คอื การใชแ้ บบเดยี ว และ การใชแ้ บบประกอบเป็นรปู แบบของโครงสรา้ งทต่ี อ้ งการ ซง่ึ มลี กั ษณะและแนวทางในการตรวจสอบ ดงั น้ี 6.6.1.1 การตรวจงานโครงสร้างเหลก็ รปู พรรณแบบเดี่ยว เป็นลกั ษณะของการนาเหลก็ ทม่ี ขี ายอยูใ่ นทอ้ งตลาดมาใชง้ านตามรปู ทรงเดมิ หรอื ตาม มาตรฐานทม่ี ี เชน่ เสาเหลก็ กลม เหลก็ กลอ่ ง คานปีกกวา้ ง ( Wide Flange WF ), L – bean ผตู้ รวจงานมหี น้าทต่ี รวจสอบ ชนดิ ขนาด และรปู ทรงของเหลก็ ทน่ี ามาใชง้ าน วา่ เหลก็ ทใ่ี ชข้ ณะนนั้ เป็นชนดิ และขนาดทร่ี ะบไุ วใ้ นแบบหรอื ไม่ ตรวจสอบลกั ษณะของเหลก็ ไมใ่ หม้ กี ารเสยี รูปทรง วาง เหลก็ ถกู ตาแหน่งหรอื ไม่ และมกี ารต่อเชอ่ื มตามทร่ี ะบไุ วใ้ นแบบหรอื ไม่ รปู ที่ 63 โครงสร้างชวั่ คราว ที่ใช้เหลก็ รปู พรรณ ในงานโครงสรา้ ง ใต้ดิน การตรวจสอบคุณภาพเหลก็ โดยทวั่ ไป คงจะตอ้ งเป็นไปตามมาตรฐานคอื ดูวา่ เหลก็ ไมผ่ ุ

การตรวจควบคุมงานโครงสร้างเหลก็ รปู พรรณ 121 กร่อน ไมเ่ ป็นสนิมขมุ จนเป็นเหตใุ หเ้ สยี กาลงั ควรมกี ารทาสรี องพน้ื กนั สนิมเพอ่ื ป้องกนั และรกั ษา คณุ ภาพของเหลก็ เป็นตน้ นอกจากน้ี ในกรณที ม่ี ขี อ้ สงสยั ในการรบั นาหนกั ของเหลก็ รูปพรรณทใ่ี ช้ อาจจะตอ้ งมกี าร ตดั ตวั อย่างเหลก็ ไปทดสอบการรบั แรงดงึ หรอื แรงอดั กไ็ ด้ 6.6.1.2 การตรวจงานโครงสรา้ งเหลก็ รปู พรรณแบบประกอบ เป็นการนาเหลก็ ขนาด มาตรฐานทม่ี ขี ายในทอ้ งตลาดมาใชง้ านโดยการประกอบเป็นโครงตามรปู แบบทต่ี อ้ งการ เชน่ เหลก็ แบน เหลก็ ฉาก เหลก็ ตวั ที เหลก็ กลม โดยปกตแิ ลว้ เหลก็ ดงั กล่าวจะไมน่ ยิ มนามาใชเ้ ป็น เสาหรอื คาน ทนั ที แต่จะประกอบกนั เป็นโครงถกั หรอื โครงขอ้ หมนุ ซ่งึ สว่ นใหญ่จะประกอบขน้ึ เน่อื งจากตอ้ งการ ความแขง็ แรงเป็นพเิ ศษ ความประหยดั ตามความตอ้ งการของผอู้ อกแบบหรอื ตามจุดประสงคก์ ารใช้ งานของเจา้ ของงาน เชน่ การใชเ้ หลก็ รปู ตวั ซี 2 ทอ่ นมาเชอ่ื มประกอบเป็นคู่สาหรบั ทา โครงสรา้ ง อกไกใ่ นงานโครงหลงั คา หน้าทข่ี องผตู้ รวจสอบจะตอ้ งปฏบิ ตั คิ อื 1) ตรวจสอบคณุ ภาพเหลก็ ขนั้ พน้ื ฐาน ตรวจสอบ ขนาด ความหนาของเหลก็ ตอ้ งไม่ เป็นสนิมหรอื เป็นเหลก็ ทผ่ี กุ รอ่ น เป็นตน้ 2) ตรวจสอบขนาดและตาแหน่งการประกอบเหลก็ แต่ละชน้ิ ใหไ้ ดร้ ูปแบบตาม รายการประกอบแบบ หรอื ตามทผ่ี อู้ อกแบบกาหนดมา ซง่ึ สามารถคลาดเคล่ือนไดน้ ้อยโดย ตอ้ งไมเ่ กนิ ขอ้ กาหนดของมาตรฐานงานเหลก็ รปู พรรณ 3) ตรวจสอบรอยตอ่ ของโครงสรา้ ง ซ่งึ ส่วนใหญ่จะใชว้ ธิ กี ารเชอ่ื ม และการใชส้ ลกั เกลยี ว เน่อื งจากทาไดส้ ะดวกรวดเรว็ และมตี น้ ต่า อยา่ งไรกด็ กี ารดแู ลและตรวจรอยเชอ่ื ม เป็นเรอ่ื งจาเป็นมาก ความยาว ชนิด และความหนาของรอยเชอ่ื มจะตอ้ งถูกตอ้ ง เพอ่ื ให้ เกดิ ความแน่ใจวา่ มกี ารถา่ ยแรงใหผ้ ลเตม็ ท่ี ส่วนมากใชด้ ดู ว้ ยตาเปล่า รอยเชอ่ื มตอ้ งเชอ่ื มให้ มขี นาดทพ่ี อดกี บั การออกแบบการเชอ่ื มพอกมากเกนิ ไป อาจจะเป็นผลเสยี ตอ่ โครงสรา้ ง เน่อื งจากความรอ้ นทม่ี ากเกนิ ไปทาใหค้ ณุ ภาพของเปล่ียน หรอื เกดิ การบดิ งอเสยี รปู ทรงได้ 4) ตรวจสอบการตดิ ตงั้ โครงสรา้ งเหลก็ รูปพรรณ โดยตรวจสอบวธิ กี ารยกตดิ ใหถ้ กู วธิ ี และมกี ารเตรยี มการยดึ โยงและค้ายนั หรอื การเตรยี มนงั่ รา้ นและเตรยี มชา่ งและคนงานท่ี จะทาการยดึ โครงสรา้ ง รปู ที่ 64 งานโครงสร้าง หลงั คาขนาดใหญ่

การตรวจควบคุมงานโครงสร้างเหลก็ รปู พรรณ 122 6.6.2. ขนั้ ตอนทวั่ ไปในการตรวจควบคมุ งานโครงสรา้ งหลงั คา 6.6.2.1 การตรวจกอ่ นการประกอบโครงสรา้ งเหลก็ รปู พรรณ เป็นการตรวจสอบคุณภาพขนั้ พน้ื ฐาน โดยทวั่ ๆ ไปของเหลก็ รูปพรรณ ซ่งึ มขี นั้ ตอนการตรวจสอบดงั น้ี 1) ตรวจสอบชนิด ขนาด และความหนาของแบบ ทน่ี ามาใช้ ซง่ึ เหลก็ รปู พรรณมี ความหนา เป็นมลิ ลเิ มตร มหี ลายขนาดท่จี ะตอ้ งทาการตรวจสอบอย่างละเอยี ด และจะตอ้ ง ตรวจสอบรปู ทรงและลกั ษณะของเหลก็ ไม่ใหม้ รี ปู แบบท่ี โก่งงอ บดิ เบย้ี วผดิ ปกติ ถา้ มคี วรทา การทรงคนื หรอื ทาตาหนไิ วป้ ้องกนั การนามาใชง้ าน 2) ตรวจสอบการกองเก็บ เหลก็ ส่วนใหญ่จะมปี ญั หาในเร่อื งของการเป็นสนิม จึง ตอ้ งมกี ารจดั การกองเกบ็ เหลก็ ทงั้ ท่ปี ระกอบเสรจ็ แลว้ และท่ียงั ไมป่ ระกอบ ไวใ้ นทท่ี เ่ี หมาะสม โดยจะตอ้ งยกพน้ื สูง มหี ลงั คาคุมมดิ ชดิ ถา้ เลย่ี งไม่ไดค้ วรมกี ารทาสรี องพน้ื กนั สนมิ ในชนั้ แรก เสยี กอ่ น 3) การตรวจสอบการป้องกนั มใิ หผ้ กุ ร่อนเป็นสนิมกอ่ นการประกอบ ซ่งึ ส่วนใหญ่จะ เป็นการทาสเี คลอื บผวิ กนั สนมิ ก่อนทจ่ี ะทาสคี วรมกี ารตรวจสอบ การทาความสะอาดพน้ื ผวิ ทจ่ี ะทาใหป้ ราศจากคราบไขมนั ทอ่ี าจจะทาใหส้ ที ท่ี าไมย่ ดึ เกาะกบั พน้ื ผวิ ทจ่ี ะทา 4) ตรวจสอบการทาแบบขยายโครงสรา้ ง กอ่ นทจ่ี ะทาการตดั และประกอบโครงสรา้ ง เหลก็ รูปพรรณทกุ ชน้ิ งาน จะตอ้ งมกี ารจดั ทาแบบขยายรายละเอยี ดการตดั และการประกอบ ในทกุ สว่ นของโครงสรา้ ง รปู ที่ 65 งานโครงหลงั คาเหลก็ รปู พรรณ 6.6.2.2. การตรวจในขนั้ ตอนการตดั และการประกอบงานโครงสรา้ งเหลก็ รปู พรรณ 1) ตรวจสอบวธิ กี ารตดั และการเจาะรูเพอ่ื การประกอบโครงสรา้ งเหลก็ รปู พรรณ รอยตดั หรอื รูเจาะต่าง ๆ จะต้องมขี นาดพอดสี ดั ส่วนของโครงสรา้ งท่จี ะประกอบ จะต้องทา การลบมุมหรอื คมทเ่ี กดิ จากการตดั หา้ มมใิ หม้ กี ารตดั หรอื เจาะรดู ว้ ยความรอ้ นก่อนไดร้ บั การ อนุญาต จากวศิ วกรผคู้ วบคุมงาน

การตรวจควบคมุ งานโครงสร้างเหลก็ รปู พรรณ 123 2) ตรวจสอบการประกอบ โครงสร้างเหล็ก ให้ได้สดั ส่วนและระยะตามท่ีแบบ กาหนด ซ่งึ สว่ นใหญ่นิยมใช้ วธิ กี ารเชอ่ื ม และ การใชส้ ลกั เกลยี ว หรอื สกรู และนตั ในการยดึ ประกอบโครงสรา้ ง ซง่ึ มรี ายละเอยี ดในการตรวจสอบดงั น้ี 1) การตรวจสอบการประกอบเหลก็ ดว้ ยวธิ กี ารเชอ่ื ม (1) ตรวจสอบผวิ ทจ่ี ะทาการเชอ่ื มใหม้ คี วามสะอาด ปราศจากคราบไข มนั สี หรอื ตะกรนั สนมิ ซง่ึ อาจจะทาใหเ้ กดิ ผลเสยี ต่อรอยเชอ่ื ม (2) ตรวจสอบขนาดและตาแหน่งของการเชอ่ื มใหถ้ ูกตอ้ งตามแบบก่อน ทาการเชอ่ื ม ประกอบโครงสรา้ ง (3) ตรวจสอบชน้ิ สว่ นของเหลก็ รปู พรรณทจ่ี ะทาการเชอ่ื มตอ่ ใหผ้ วิ ของ ชน้ิ งานแนบสนทิ กนั มากทส่ี ดุ (4) ตรวจสอบลาดบั การเชอ่ื มประกอบของโครงสรา้ ง เพ่อื ป้องกนั การ บดิ งอหรอื เสยี รูปทรง เน่อื งจากการเชอ่ื มและการประกอบ (5) ตรวจสอบรอยเชอ่ื ม ใหม้ ขี นาดความหนา ความกวา้ งและความยาว ใหต้ รงตามแบบหรอื แบบขยายทไ่ี ดข้ ออนุมตั ทิ าการประกอบ 2) การตรวจสอบรอยต่อแบบสลกั เกลยี ว (1) ตรวจสอบวธิ กี ารเจาะรู ใหเ้ ป็นไปตามรูปแบบทข่ี ออนุมตั ิ หา้ มทา การขยายรเู จาะ ดว้ ยความเรยี บรอ้ ยก่อนไดร้ บั เหน็ ชอบจากวศิ วกรควบคมุ งาน (2) ตรวจสอบรเู จาะใหม้ ขี นาดพอดกี บั รเู จาะหา้ มทาการขยายรูเจาะ ดว้ ยความรอ้ ยกอ่ นไดร้ บั เหน็ ชอบจากวศิ วกรควบคมุ งาน (3) ตรวจสอบผวิ ของรอยต่อทจ่ี ะทาการยดึ ดว้ ยสลกั เกลยี ว ใหม้ ผี วิ รอบ ตอ่ เรยี บสนิท และผวิ เหลก็ แผน่ ทร่ี องรบั จะตอ้ งสมั ผสั กนั เตม็ หน้า (4) เมอ่ื ขนั สลกั เกลยี วแลว้ จะตอ้ งตรวจสอบใหม้ กี ารทุบปลายเกลยี ว เพ่อื ป้องกนั การคลายตวั 6.6.2.3 การตรวจสอบในขัน้ ตอนการติ ดตัง้ โครงสร้าง ส่วนใหญ่แล้วการประกอบ โครงสรา้ งจะพยายามทาและประกอบในโรงงานกอ่ นแลว้ จงึ ทาการยกไปประกอบและตดิ ตงั้ ยงั สถานท่ี กอ่ สรา้ ง ซ่งึ ผตู้ รวจสอบจะตอ้ งปฏบิ ตั ดิ งั น้ี 1) ตรวจสอบการเตรยี มพน้ื ทห่ี รอื ตาแหน่งรองรบั ทจ่ี ะทาการยกโครงสรา้ งขน้ึ ไปตดิ ตงั้ ใหม้ คี วามพรอ้ ม 2) ตรวจสอบการทานงั่ รา้ น ค้ายนั และการเตรยี มการยดึ โยง ใหม้ คี วามแขง็ แรงและ อยู่ในแนวทต่ี อ้ งการ และพรอ้ มใชง้ าน 3) ตรวจสอบวธิ กี ารยกโครงสรา้ งขน้ึ ตดิ ตงั้ จะต้องไม่ทาใหโ้ ครงสรา้ งเสยี กาลงั หรอื เสยี รูปทรงเน่อื งจากการยก

การตรวจควบคมุ งานโครงสรา้ งเหลก็ รปู พรรณ 124 4) ตรวจสอบการยึดโครงหลงั คาเข้ากับหัวเสา จะต้องทาให้ถูกต้องตามแบบ เพราะการยดึ ผดิ วธิ ยี อ่ มทาใหล้ กั ษณะการรบั แรงผดิ ไป 5) ตรวจสอบการติดตงั้ แป สายรดั โครงจะตอ้ งแน่นหนาไม่โยก และถูกตอ้ งตาม ตาแหน่งทร่ี ะบุไวใ้ นแบบ 6) ตรวจสอบแนวการยดึ และการตดิ ตงั้ ใหม้ คี วามแขง็ แรงได้ ระนาบ แนว และ ดง่ิ ตามรายการทร่ี ะบใุ นแบบ 7) ตรวจสอบความเรยี บรอ้ ยของงาน การเกบ็ รายละเอยี ดปลกี ยอ่ ยต่าง ๆ เชน่ การทาสกี นั สนมิ โดยเฉพาะตามรอยต่อเชอ่ื มต่าง 6.6.2.4 การตรวจสอบหลงั การติดตงั้ โครงสร้างแล้วเสรจ็ หรอื การตรวจสอบก่อนการรบั มอบงาน ในขนั้ ตอนน้จี ะเป็นการตรวจความเรยี บรอ้ ยทวั่ ไปของงาน ในจุดทส่ี าคญั ตา่ ง ๆ หลงั จากท่ี ทาการติดตงั้ องค์ประกอบของโครงสร้างทงั้ หมดแล้วเสรจ็ ผู้ตรวจสอบจะต้องสงั เกต ลกั ษณะของ โครงสรา้ งวา่ มกี ารเสยี รูปทรงหรอื เสยี กาลงั เน่อื งจากการรบั น้าหนกั หรอื ไม่ ตวั อยา่ งหลงั คาท่ีเสียกาลงั เนื่องจากการยกผิดวิธี ออกแบบใหร้ บั น้าหนกั ทงั้ สองขา้ ง ถา้ ยกตรงกลางจะทาใหน้ ้าหนกั กระทาทป่ี ลายทงั้ สองขา้ ง ปลายหยอ่ นลงอาจทาใหโ้ ครงสรา้ งพงั ลงมาได้ รปู ที่ 66 การยกโครงสรา้ งเหลก็ ขึน้ ติดตงั้ 6.6.3. การเช่ือม การเช่อื มโครงสร้างเหลก็ รูปพรรณโดยทวั่ ไปนิยมใชว้ ธิ กี ารเชอ่ื มโดยใชไ้ ฟฟ้า โดยใชค้ วามรอ้ นจากการอารค์ ( Electric arc ) ของไฟฟ้าขวั้ บวกและลบ จะทาใหเ้ กดิ ประกายไฟและ

การตรวจควบคมุ งานโครงสร้างเหลก็ รปู พรรณ 125 ความรอ้ น ทาให้โลหะและลวดเช่อื มหลอมละลาย และเช่อื มตดิ กนั เม่อื เยน็ ตวั ลง การปล่อยให้เหลก็ หลอมละลายทม่ี คี วามรอ้ นสูง สมั ผสั อากาศโดยตรงจะทาให้เกดิ การลุกไหมห้ รอื เกดิ ปฏกิ ริ ยิ าออกซิ เดชนั ่ อย่างรวดเรว็ จงึ มกี ารป้องกนั โดยใชค้ วนั หรอื ก๊าซจากการเผาไหม้ของ ฟลกั ๊ ท่หี ุ้มลวดเช่อื ม การเชอ่ื มสามารถแบง่ ได้ 3 แบบตามลกั ษณะของการใชเ้ คร่อื งมอื ในการเชอ่ื ม คอื การเชอ่ื มดว้ ยมอื การเชอ่ื มแบบกง่ึ อตั โนมตั ิ การเชอ่ื มแบบอตั โนมตั ิ 6.6.3.1 ชนิดของรอยเช่ือม โดยทวั่ ไป มกั จะเลอื กชนิดของรอยเชอ่ื มซ่งึ จะตอ้ งรบั หน่วยแรงชนดิ ใดชนิดหน่งึ หา้ ชนดิ ดงั ตอ่ ไปน้ี 1. รอยเชื่อมแบบต่อชน 2. รอบเช่ือมแบบทาบ 3. รอยเช่ือมแบบบากลึกลงไปบางส่วน 4. รอยเช่ือมแบบต่อมุม 5. รอยเช่ือแบบตวั ที

การตรวจควบคมุ งานโครงสร้างเหลก็ รปู พรรณ 126 6.6.3.2 การควบคมุ คณุ ภาพของรอยเชื่อม ในระหวา่ งการเชอ่ื มโครงสรา้ งเหลก็ รูปพรรณบา้ งครงั้ อาจจะเกดิ ความรอ้ นทเ่ี กดิ ขน้ึ อยา่ งซบั ซอ้ น จะทาใหค้ ณุ สมบตั ขิ องโลหะเปลย่ี นไป ซง่ึ จะส่งผลตอ่ รอยเชอ่ื ม ทาใหม้ คี ณุ ภาพต่า และอาจส่งผลใหเ้ กดิ การวบิ ตั ใิ นอาคารได้ ซ่งึ จดุ บกพรอ่ ง ในรอยเชอ่ื มทพ่ี บมากและควรตรวจสอบพเิ ศษมดี งั น้ี 1) ตรวจความกวา้ งและความยาวของรอยเชอ่ื ม 2) ตรวจความไม่เรยี บรอ้ ยทผ่ี วิ ของรอยเชอ่ื ม เชน่ รอยแตก หลุมในรอยเชอ่ื ม 3) ตรวจสอบความบกพร่องภายในรอยเชอ่ื ม ในงานขนาดใหญ่จะมกี ารตรวจสอบ ภายในรอยเชอ่ื มโดยวธิ กี ารใชค้ ลน่ื อลุ ตรา้ โซนกิ 4) ตรวจสอบการบดิ งอ ของโลหะทเ่ี ชอ่ื มเน่อื งจากการหดตวั เมอ่ื เยน็ ตวั ลง 6.6.4. ข้อกาหนดทวั่ ไปเก่ียวกบั เหลก็ รปู พรรณ 6.6.4.1 วสั ดุ เหลก็ รปู พรรณทงั้ หมดจะตอ้ งมคี ุณสมบตั สิ อดคลอ้ งกบั มาตรฐาน ผลติ ภณั ฑอ์ ุตสาหกรรม ท่ี มอก. 116-2517 หรอื ASTM หรอื JIS ทเ่ี หมาะสม 6.6.4.2 การกองเกบ็ วสั ดุ การเกบ็ เหลก็ รปู พรรณทงั้ ทป่ี ระกอบแลว้ และยงั ไมไ่ ดป้ ระกอบ จะต้องเกบ็ ไวบ้ นยกพน้ื เหนอื พน้ื ดนิ จะตอ้ งรกั ษาเหลก็ ใหป้ ราศจากฝนุ่ ไขมนั หรอื สงิ่ แปลกปลอมอน่ื ๆ และตอ้ งระวงั รกั ษาอย่าง ใหเ้ หลก็ เป็นสนิม 6.6.4.3 การต่อ รายละเอยี ดในการตอ่ ใหเ้ ป็นไปตามทร่ี ะบุในแบบทกุ ประการ 6.6.4.4 รแู ละช่องเปิ ด การเจาะหรอื ตดั หรอื กดทะลุให้เป็นรูตอ้ งกระทาตงั้ ฉากกบั ผวิ ของเหลก็ และห้ามขยายรูดว้ ย ความรอ้ นเป็นอนั ขาด ในเสาท่เี ป็นเหลก็ รูปพรรณซง่ึ ตอ่ กบั คาน ค.ส.ล. จะตอ้ งเจาะรูไวเ้ พ่อื ใหเ้ หลก็ เสรมิ ในคานคอนกรตี สามารถลอดได้ รูจะตอ้ งเรยี บร้อยปราศจากรอยขาดหรอื แหวง่ ขอบรูซ่งึ คม และย่นื เลก็ น้อยอนั เกดิ จากการเจาะตวั สวา่ นให้ขจดั ออกให้หมดด้วยเคร่อื งมอื โดยลบมุม 2 มม. ช่องเปิดอ่นื ๆ เหนือจากรูสลกั เกลยี วจะตอ้ งเสรมิ แหวนเหลก็ ซ่งึ มีความหนาไม่น้อยกว่าความหนา ขององคอ์ าคารท่เี สรมิ นัน้ รูหรอื ช่องเปิดภายในของแหวนจะตอ้ งเท่ากบั ช่องเปิดขององคอ์ าคารท่ี เสรมิ นนั้ 6.6.4.5 การประกอบและยกติดตงั้ 1) แบบขยาย กอ่ นจะทาการประกอบเหลก็ รปู พรรณทุกชน้ิ ผรู้ บั เหมาจะตอ้ งส่ง แบบขยายตอ่ ผแู้ ทนผวู้ า่ จา้ งเพอ่ื รบั ความเหน็ ชอบ (1) จะต้องจัดทาแบบท่ีสมบูรณ์แสดงรายละเอียดเก่ียวกับการตัดต่อ ประกอบและ การตดิ ตงั้ รู สลกั เกลยี ว รอยเชอ่ื ม และรอยต่อทจ่ี ะกระทาในโรงงาน (2) สญั ลกั ษณต์ า่ ง ๆ ทใ่ี ชจ้ ะตอ้ งเป็นไปตามมาตรฐานสากล

การตรวจควบคุมงานโครงสร้างเหลก็ รปู พรรณ 127 (3) จะต้องมีสาเนาเอกสารแสดงบญั ชวี สั ดุ และวธิ กี ารยกตดิ ตงั้ ตลอดจน การยดึ โยงชวั่ คราว 2) การประกอบและยกตดิ ตงั้ (1) ใหพ้ ยายามประกอบทโ่ี รงงานใหม้ ากทสี ุดเท่าทจ่ี ะทาได้ (2) การตดั เฉอื น ตดั ดว้ ยไฟ สกดั และกดทะลุ ตอ้ งกระทาอยา่ ง ละเอยี ดประณตี (3) องคอ์ าคารทว่ี างทาบกนั จะตอ้ งวางใหแ้ นบสนิทเตม็ หน้า (4) การตดิ ตวั เสรมิ กาลงั และองคอ์ าคารยดึ โยงใหก้ ระทาอย่างประณตี สาหรบั ตวั เสรมิ กาลงั มตี ดิ แบบอดั แน่นตอ้ งอดั ใหส้ นิทจรงิ ๆ (5) รายละเอียดให้เป็นไปตาม “มาตรฐานสาหรบั อาคารเหลก็ รูปพรรณ” ของวศิ วกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ ท่ี 1003-18 ทุกประการ (6) ห้ามใชว้ ธิ เี จาะรดู ว้ ยไฟ จะต้องแกแ้ นวต่าง ๆ ให้ตรงตามแบบ รูทเ่ี จาะ ไวไ้ ม่ถกู ตอ้ ง ฯลฯ จะตอ้ งอดุ ใหเ้ ตม็ ดว้ ยวธิ เี ชอ่ื มและเจาะรูใหมใ่ หถ้ กู ตาแหน่ง (7) ไฟทใ่ี ชต้ ดั ควรมเี ครอ่ื งมอื กลเป็นตวั นา 6.6.4.6 การเชื่อม 1) ใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐาน AWS สาหรบั การเชอ่ื มในงานกอ่ สรา้ งอาคาร 2) ผวิ หน้าทจ่ี ะทาการเชอ่ื มจะตอ้ งสะอาดปราศจากสะเกด็ รอ่ น ตะกรนั สนมิ ไขมนั สี และวสั ดแุ ปลกปลอมอน่ื ๆ ทจ่ี ะทาใหเ้ กดิ ผลเสยี ตอ่ การเชอ่ื มได้ 3) ในระหวา่ งการเชอ่ื มจะต้องยดึ ชน้ิ ส่วนทจ่ี ะเชอ่ื มตดิ กนั ใหแ้ น่นเพ่อื ใหผ้ วิ แนบสนิท สามารถทาสอี ดุ ไดโ้ ดยง่าย 4) หากสามารถปฏบิ ตั ไิ ด้ ใหพ้ ยายามเชอ่ื มในตาแหน่งราบ 5) ใหว้ างลาดบั การเชอ่ื มให้ดี เพ่อื หลกี เลย่ี งการบดิ เบ้ยี วและหน่วยแรงตกคา้ งใน ระหวา่ งกระบวนการเชอ่ื ม 6) ในการเช่อื มแบบชน จะต้องเช่อื มในลกั ษณะท่จี ะให้ได้การ Penetration โดย สมบรู ณ์ โดยมใิ หม้ กี ระเปาะตะกรนั ขงั อยู่ ในกรณีน้ีอาจใชว้ ธิ ลี บมุมตามขอบ หรอื Backing Plates กไ็ ด้ 7) ชน้ิ ส่วนทจ่ี ะต่อเชอ่ื มแบบทาบ จะตอ้ งวางใหช้ ดิ กนั มากทส่ี ดุ ทจ่ี ะทาได้ และไมว่ ่า กรณใี ดจะตอ้ งหา่ งกนั ไมเ่ กนิ 6 มลิ ลเิ มตร 8) ชา่ งเชอ่ื ม จะตอ้ งใชช้ า่ งเชอ่ื มทม่ี คี วามชานาญเทา่ นนั้ และเพ่อื เป็นการพสิ ูจน์ถงึ ความสามารถจะมกี ารทดสอบความชานาญของชา่ งเชอ่ื มทกุ ๆ คน 6.6.4.7 งานสลกั เกลียว 1) การตอกสลกั เกลยี วจะตอ้ งกระทาดว้ ยความประณตี โดยไมท่ าใหเ้ กลยี วเสยี หาย 2) ต้องแน่ใจว่าผวิ รอยตอ่ เรยี บ และผวิ ทร่ี องรบั จะต้องสมั ผสั กนั เตม็ หน้ากอ่ นจะทา การขนั เกลยี ว

การตรวจควบคมุ งานโครงสร้างเหลก็ รปู พรรณ 128 3) เมอ่ื ขนั สลกั เกลยี วแน่นแล้ว ใหท้ บุ ปลายเกลยี วเพอ่ื ป้องกนั มใิ หแ้ ป้นสลกั เกลยี ว คลายตวั 6.6.4.8 การต่อและประกอบในสนาม 1) ใหป้ ฏบิ ตั ติ ามทร่ี ะบใุ นแบบขยาย และคาแนะนาในการยกตดิ ตงั้ โดยเคร่งคดั 2) คา่ ผดิ พลาดทย่ี อมใหใ้ หถ้ อื ปฏบิ ตั ติ ามมาตรฐานสากล 3) จะตอ้ งทานงั่ ร้านค้ายนั ยดึ โยง ฯลฯ ใหพ้ อเพยี งเพ่อื ยดึ โครงสรา้ งใหแ้ น่นหนา อยใู่ นแนวและตาแหน่งทต่ี อ้ งการ เพ่อื ความปลอดภยั ตอ่ ผปู้ ฏบิ ตั งิ านจนกวา่ งานประกอบจะ เสรจ็ เรยี บรอ้ ยและแขง็ แรงดแี ลว้ 4) หมุด…ใหใ้ ชส้ าหรบั ยดึ ชน้ิ ส่วนต่าง ๆ เขา้ หากนั โดยไม่ใหเ้ หลก็ (โลหะ) เกดิ การ บดิ เบย้ี วชารุดเท่านนั้ 5) หา้ มใชว้ ธิ ตี ดั ดว้ ยแกส๊ เป็นอนั ขาด นอกจากจะไดร้ บั อนุมตั จิ ากวศิ วกร 6) สลกั เกลยี วยดึ และสมอ ใหต้ งั้ โดยใชแ้ บบนาเทา่ นนั้ 7) แผน่ รองรบั (1) ใชต้ ามทก่ี าหนดในแบบขยาย (2) ใหร้ องรบั และปรบั แนวดว้ ยลม่ิ เหลก็ (3) หลงั จากได้ยกติดตงั้ เสรจ็ เรยี บร้อยแลว้ ใหอ้ ดั มอร์ตา้ ชนิดท่ไี ม่หดตวั และใชผ้ งเหลก็ เป็นมวลรวมใตแ้ ผน่ รองรบั ใหแ้ น่นแลว้ ตดิ ขอบลมิ่ ใหเ้ สมอกบั ขอบของ แผน่ รองรบั โดยทง้ิ สว่ นทเ่ี หลอื ไวใ้ นท่ี 6.6.4.9 การป้ องกนั เหลก็ มิได้ผกุ ร่อน 1) เกณฑก์ าหนดทวั่ ไป งานน้ีหมายรวมถงึ การทาสแี ละการป้องกนั การผุกร่อนของงานเหลก็ ให้ตรงตามบท กาหนดและแบบ และใหเ้ ป็นไปตามขอ้ กาหนดของสญั ญาน้ที กุ ประการ 2) ผวิ ทจ่ี ะทาสี การทาความสะอาด (1) ก่อนจะทาสบี นผวิ ใด ๆ ยกเวน้ ผวิ ท่อี าบโลหะ จะต้องขดั ผวิ ให้สะอาด โดยใชเ้ ครอ่ื งมอื ขดั เชน่ จานคารบ์ อรนั ดมั หรอื เครอ่ื งมอื ชนดิ อน่ื ทเ่ี หมาะสมจากนนั้ ให้ขดั ด้วยแปรงลวดเหลก็ และกระดาษทราย เพ่อื ขจดั เศษโลหะทห่ี ลุดร่อนออกให้ หมด แต่ตอ้ งพยายามหลกี เลย่ี งการใชเ้ คร่อื งขดั ดว้ ยลวดเป็นระยะเวลานาน เพราะ อาจทาใหเ้ น้อื โลหะไหมไ้ ด้ (2) สาหรบั รอยเช่อื มและผวิ เหลก็ ท่ไี ด้รบั ความกระทบกระเทือนจากการ เชอ่ื มจะตอ้ งเตรยี มผวิ สาหรบั ทาสใี หมเ่ ชน่ เดยี วกบั ผวิ ทวั่ ไปตามวธิ ใี นขอ้ 1

การตรวจควบคมุ งานโครงสร้างเหลก็ รปู พรรณ 129 (3) ทนั ทกี ่อนท่จี ะทาสคี รงั้ ต่อไป ให้ทาความสะอาดผวิ ซ่งึ ทาสไี วก้ ่อนหรอื ผวิ ท่ฉี าบไวจ้ ะตอ้ งขจดั สที ร่ี ่อนหลุดและสนิมออกใหห้ มด และจะตอ้ งทาความสะอาด พน้ื ทส่ี ่วนทถ่ี กู น้ามนั และไขมนั ต่าง ๆ แลว้ ปลอ่ ยใหแ้ หง้ สนิทกอ่ นจะทาสที บั 3) สรี องพน้ื หากมไิ ดร้ ะบุเป็นอย่างอ่นื งานเหลก็ รูปพรรณทงั้ หมดให้ทาสรี องพ้นื ด้วยสกี นั สนิม แลว้ ทาสกี นั สนมิ ทบั อกี สองชนั้ รปู ท่ี 67 งานโครงสร้างเหลก็ รปู พรรณ จากงานสนามบินสวุ รรณภมู ิ

การตรวจควบคมุ งานโครงสรา้ งเหลก็ รปู พรรณ 130

การตรวจควบคมุ งานสถาปัตยกรรม 131 หน่วยที่ การตรวจควบคมุ 7 งานสถาปัตยกรรม สาระการเรียนรู้ 1. การตรวจควบคุมงานกอ่ อฐิ 2. การตรวจควบคุมงานฉาบปูน 3. การตรวจควบคุมงานปูกระเบ้ือง 4. การตรวจควบคุมงานงานหินขดั 5. การตรวจควบคุมงานสเี คลือบผวิ 6. การตรวจควบคุมงานประตู - หนา้ ตา่ ง 7. การตรวจควบคุมงานฝ้ าเพดาน 8. การตรวจควบคุมงานกระจก ผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวงั หลงั จากศึกษาหน่วยน้ีแลว้ ผูเ้ รียนสามารถ 1. อธิบายขนั้ ตอนการตรวจควบคุมงานกอ่ อฐิ ได้ 2. อธิบายการตรวจควบคุมงานฉาบปูนได้ 3. อธิบายการตรวจควบคุมงานปูกระเบ้ืองได้ 4. อธิบายการตรวจควบคุมงานงานหินขดั ได้ 5. อธิบายการตรวจควบคุมงานสเี คลือบผวิ ได้ 6. อธิบายการตรวจควบคุมงานประตู - หนา้ ตา่ งได้ 7. อธิบายการตรวจควบคุมงานฝ้ าเพดานได้ 8. อธิบายการตรวจควบคุมงานกระจกได้

การตรวจควบคมุ งานสถาปัตยกรรม 132 การตรวจควบคมุ งานสถาปัตยกรรม สาระสาคญั งานสถาปตั ยกรรม เป็นงานทเ่ี กย่ี วกบั งานตกแตง่ องคป์ ระกอบของอาคารเพอ่ื ใหม้ คี วาม สวยงาม งานสถาปตั ยกรรมเป็นงานทม่ี คี วามหมายรวมมรี ายละเอยี ดของงานต่าง ๆ มากมาย เช่น งานก่ออฐิ งานฉาบปนู งานปกู ระเบอ้ื ง งานสเี คลอื บผวิ งานกระจก งานประตู – หน้าต่าง งาน ฝ้าเพดาน งานหนิ ขดั เป็นตน้ ซ่งึ ผูต้ รวจควบคุมงานจะต้องใชค้ วามละเอยี ด ความประณตี ในการ ตรวจควบคุมงานอย่างมาก ทงั้ ทางดา้ นวสั ดอุ ุปกรณ์ และขนั้ ตอนการทางาน งานสถาปตั ยกรรมเป็นการทเ่ี กย่ี วกบั ความสวยงามของอาคาร มสี วนประกอบท่เี รยี กวา่ งาน สถาปตั ยกรรม มากมาย เชน่ งานหนิ อ่อน งานฉาบปูน งานทรายล้าง งานหนิ ขดั งานทาสี งานปนู ปนั้ ลฯ ซ่งึ งานต่าง ๆ เหล่าน้ีถอื เป็นงานตกแต่งอาคารใหม้ คี วามสวยงานผตู้ รวจควบคุมงาน จะตอ้ ง ใชค้ วามละเอยี ดถถ่ี ว้ นในการตรวจสอบ ดงั ตวั อยา่ งขนั้ ตอนการตรวจควบคมุ งานสถาปตั ยกรรมดงั น้ี 7.1 การตรวจควบคมุ งานก่ออิฐ งานก่ออฐิ เป็นงานตบแต่งผนังของอาคาร เพ่อื ประโยชน์ในการกนั้ หอ้ งหรอื แบ่งส่วนต่าง ๆ ของอาคาร โดยในปจั จุบนั นิยมใชก้ นั มากเน่ืองจากหาง่ายและมคี วามคงทนมากกวา่ ไมซ้ ่งึ ในปจั จุบนั ไมเ้ ป็นวสั ดุทห่ี ายากและมรี าคาแพง ซ่งึ สงิ่ ทผ่ี คู้ วบคมุ ตอ้ งตรวจสอบมดี งั ต่อไปน้ี 7.1.1. การเตรยี มวสั ดุ ต่าง ๆ อฐิ ทใ่ี ชใ้ นการกอ่ มอี ย่หู ลายแบบและมขี นาดต่าง ๆ กนั เชน่ อฐิ มอญสาหรบั ก่อแล้วฉาบ หรอื อฐิ มอญสาหรบั ก่อโชวแ์ นว อฐิ ทนไฟ อฐิ บล๊อคซ่งึ ในสว่ นน้ีผทู้ าการ ก่อสรา้ งและผคู้ วบคุมงานจะตอ้ งทาการตรวจสอบให้ทราบถงึ ตาแหน่งและปรมิ าณท่แี น่นอน เม่อื ได้ พน้ื ทใ่ี นการก่ออฐิ แล้วจะต้องเตรยี มการหาวสั ดุท่ใี ชร้ ว่ มซง่ึ ได้แก่ ปูนซเิ มนต์ ทราย และปูนขาว ( ใน ปจั จบุ นั มนี ้ายาสาหรบั ใชแ้ ทนปนู ขาวซ่งึ ใชง้ า่ ยและสะดวกในการทางาน ) 7.1.2. การเตรียมอิฐ อฐิ ทม่ี ปี ญั หามากในการทางานคอื อฐิ มอญ ซ่งึ อาจจะไม่ไดข้ นาด เผา ไม่สุก การแตกร้าว ความสะอาด และการนาไปใช้งาน การก่ออิฐจะต้องนาอฐิ นัน้ แช่น้าให้อมิ่ ตัว เสยี กอ่ น เพอ่ื ป้องกนั อฐิ ดูดซมึ น้าจากปนู กอ่ ซ่งึ จะทาใหผ้ นงั นนั้ แตกรา้ วไดง้ า่ ย 7.1.3. ปูนก่อ เป็นอตั ราส่วนผสมระหว่าง ปูนซเิ มนต์ ปูนขาว ทราย และน้า แต่ปจั จุบนั ใช้ น้ายาผสมปนู ก่อแทนซง่ึ สะดวกและมขี นั้ ตอนน้อยกวา่ การใชป้ นู ขาว แตต่ อ้ งควบคมุ การผสมน้ายาให้ ไดส้ ดั สว่ นตามทบ่ี รษิ ทั ผผู้ ลติ กาหนดอย่างเคร่งครดั 7.1.4. การเตรียมผิวงานและพื้นท่ีท่ีจะก่ออิฐ ซ่ึงส่วนใหญ่จะก่อบนคานคอนกรตี เสรมิ เหลก็ หรอื พ้นื คอนกรตี ซ่งึ ในการทางานจะตอ้ งมกี ารเตรยี มผวิ ให้หยาบเพ่อื ใหก้ ารประสานระหว่าง รอยตอ่ ของปนู กอ่ และคานคสล.นนั้ ๆ มคี วามแขง็ แรงและมกี ารยดึ เกาะกนั ดี 7.1.5. วิธีและเทคนิคในการกอ่ จะขน้ึ อย่กู บั ความสามารถเฉพาะตวั ของชา่ ง ซ่งึ การก่อท่ดี ี

การตรวจควบคมุ งานสถาปัตยกรรม 133 จะต้องได้แนวและด่ิงตามท่ีต้องการซ่ึงงานก่อท่ีไม่ได้แนวหรือดิ่งจะทาให้การฉาบปูนยากและ สน้ิ เปลอื งมาก เน่อื งจากอาจจะตอ้ งฉาบปนู หนามากเพอ่ื แกไ้ ขใหส้ วยงาม 7.1.6. ตรวจสอบการหล่อเอ็นคอนกรีตเสริมเหลก็ ผนังท่กี ่ออฐิ เป็นแผงกวา้ งสูง ควร แบง่ ชว่ งหล่อเอน็ คอนกรตี เสรมิ เหลก็ โดยทวั่ ไปแลว้ จะหล่อเอน็ คอนกรตี เสรมิ เหลก็ ทกุ ๆ พน้ื ท่ี 9 ตารางเมตร รปู ท่ี 68 การเสริมเอน็ คอนกรตี เสริมเหลก็ 7.1.7. ตรวจสอบนัง่ ร้านก่ออิฐ โดยทวั่ ไปแล้วช่างก่ออิฐจะทานัง่ รา้ นเองแบบง่าย ๆ มี บอ่ ยครงั้ ทน่ี งั่ รา้ นพงั เน่อื งจากทาไมแ่ ขง็ แรง และบรรทุกน้าหนกั มากเกนิ ไป 7.2. การควบคมุ งานฉาบปนู งานฉาบปนู เป็นงานตบแต่งผวิ ผนงั ใหม้ คี วามสวยงามและเรยี บรอ้ ย สะดวกในการทาสี หรอื ปผู วิ ผนงั ดว้ ยวสั ดุตา่ ง ๆ ให้มคี วามเรยี บรอ้ ยสวยงาม งานฉาบปนู จะมคี ุณภาพดนี นั้ ตอ้ งอาศัยชา่ งท่ี มีความชานาญ การฉาบปูนต้องคานึงถึงการใช้เคร่ืองมืออย่างถูกต้อง การทาความเข้าใจใน รายละเอยี ดตา่ ง ๆ ในรปู แบบรายการประกอบแบบ เทคนิคการทางานอยา่ งถูกตอ้ ง เชน่ การรดน้า ผนงั ก่ออฐิ เพ่อื ป้องกนั ไม่ให้อฐิ ดูดซมึ น้าจากปนู ฉาบ ไม่ปล่อยใหผ้ นังฉาบปูนถูกแดดส่องโดยตรง ซ่งึ จะทาใหง้ านปนู ฉาบแหง้ เรว็ เกนิ ไปเป็นเหตุ ใหเ้ กดิ ปญั หาการหลดุ ลอ่ น แตกรา้ ว ทาใหเ้ สยี เวลาใน การแกไ้ ข โครงสรา้ งท่จี ะฉาบปนู ไดแ้ ก่ ผนงั ก่ออฐิ เสา คาน และโครงสรา้ งต่างๆ ทต่ี อ้ งการความ สวยงาม ปูนฉาบ จะต้องมีคุณสมบตั ิท่ียึดเกาะกับผนังท่จี ะฉาบได้เป็ นอย่างดี ไม่แตกร้าวเม่ือ แขง็ ตวั และตอ้ งทนต่อการยดื และหดตวั เน่อื งจากความเปลย่ี นแปลงของสภาพดนิ ฟ้าอากาศ อตั รา ส่วนผสมของปนู ฉาบ มอี ยู่หลายอตั ราส่วนซ่งึ ผคู้ วบคุมงานจะตอ้ งตรวจสอบใหไ้ ด้ตามทก่ี าหนด เช่น อตั ราส่วน 1 : 1 : 3 หมายถงึ ปนู ซเิ มนต์ 1 สว่ น ปนู ขาว 1 สว่ น ทรายละเอยี ด 3 ส่วน

การตรวจควบคมุ งานสถาปัตยกรรม 134 ขนั้ ตอนการตรวจสอบงานฉาบปนู 1. ตรวจสอบเคร่อื งมอื ท่ใี ชใ้ นการฉาบปูน ให้มสี ภาพดแี ละครบถว้ นเพยี งพอทจ่ี ะใชง้ านได้ อยา่ งรวดเรว็ 2. ตรวจสอบการใชว้ สั ดผุ สมดงั น้ี 2.1 ปนู ซเิ มนต์ จะตอ้ งเป็นปนู ซเิ มนตซ์ ลิ กิ า้ ทม่ี ขี ายในทอ้ งตลาดกค็ อื ปนู ซเิ มนต์ ตราอนิ ทรยี แ์ ดง ตราเสอื ตรางูเห่า ตราไก่ ปนู ซิเมนตจ์ ะเป็นตวั ยดึ ส่วนผสมใหต้ ดิ เขา้ ดว้ ยกนั 2.2 ปนู ขาว เป็นสว่ นผสมทช่ี ว่ ยใหส้ ่วนผสมมคี วามเหลว ล่นื ฉาบตกแตง่ ไดง้ ่าย แต่ จะต้องผสมให้ไดอ้ ตั ราส่วน เพราะปนู ขาวมคี ุณสมบตั ิ ท่หี ดตดั ได้มากกว่าส่วนผสมอ่นื และ ออ่ นตวั เมอ่ื ถกู น้า ปนู ขาวทน่ี ามาใชผ้ สมจะตอ้ งรอ่ นผา่ นตะแกรงเบอร์ 200 และหมกั น้าทง้ิ ไวป้ ระมาณ 24 ชม. ในปจั จุบนั นิยมใชน้ ้ายาผสมฉาบแทนเน่ืองจากมคี ุณสมบตั ิเหมอื นปูน ขาว แต่มีความยุ่งยากในการทางานน้อยกวา่ แต่การใช้จะต้องปฏิบตั ิตามคาแนะนาของ บรษิ ทั ผผู้ ลติ อยา่ งเคร่งครดั 2.3 ทรายละเอยี ด จดั ไดว้ า่ เป็นเน้อื ของวสั ดุผสม มคี ณุ สมบตั ทิ ด่ี คี อื หดตวั น้อย ไม่ ทาปฏกิ รยิ าเคมกี บั ปนู ซิเมนต์ ทรายท่จี ะนามาใชจ้ ะตอ้ งเป็นทรายทส่ี ะอาดปราศจากฝุ่นดนิ และจะตอ้ งสมั พนั ธก์ บั ปนู ซเิ มนต์ 2.4 น้า จะเป็นตวั ผสมท่ที าปฏิกรยิ ากบั ปูนซิเมนต์ และช่วยให้ส่วนผสมเหลวล่ืน ทางานงา่ ย ปาดปนู ง่าย ปาดแต่งไดส้ ะดวก 3. ตรวจสอบการกองเกบ็ วสั ดุให้เป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ยเพ่อื ความสะดวกในการใชง้ านและ เหมาะสมกบั วสั ดุ เชน่ ปนู ซเิ มนต์ จะตอ้ งเกบ็ ในทม่ี กี ารป้องกนั น้าและความชน้ื 4. ตรวจสอบการทาความสะอาดพน้ื ผวิ ผนงั ใหป้ ราศจากคราบสกปรก เชน่ ฝนุ่ สี หรอื คราบไขมนั หรอื น้ามนั ซ่งึ จะทาใหเ้ กดิ ปญั หาการหลุดลอ่ น แตกรา้ ว ทาใหเ้ สยี เวลาในการแกไ้ ข 5. ตรวจสอบการทาแนวระดบั และแนวดงิ่ ทเ่ี หลย่ี มเสา คาน ใหไ้ ดฉ้ ากและแนวกบั ระดบั ผนงั เพอ่ื ควบคมุ ความหนาของปนู ฉาบใหไ้ ดต้ ามตอ้ งการ 6. ตรวจสอบการปาดแต่งหน้าปนู ฉาบใหถ้ ูกตอ้ งตามขนั้ ตอนและหลกั วชิ าการ 7. หลงั จากปนู ฉาบแหง้ แลว้ ใหม้ กี ารบม่ ผวิ ปนู ฉาบโดยการราดน้าเพอ่ื ใหป้ นู ฉาบมี ความแขง็ แรง ปนู ฉาบท่ดี ี เม่อื ฉาบเสรจ็ แล้ว และปูนแขง็ ตวั แล้วจะตอ้ งมีการบ่ม โดยเรม่ิ บ่มเม่อื ปูนฉาบ แขง็ ตวั เหมอื นกบั งานคอนกรตี ปญั หาทพ่ี บมากในงานฉาบปนู คอื การแตกรา้ วของปูนฉาบ ซ่งึ มสี าเหตุหลายประการ เช่น ไมม่ กี ารบ่ม ทราบสกปรก รอยแตกรา้ วตามมุมประตูหรอื หน้าต่าง ในส่วนน้สี ่วนใหญ่เกดิ จากการไม่ เสรมิ เอน็ คสล. โดยรอบ

การตรวจควบคมุ งานสถาปัตยกรรม 135 7.3. การตรวจควบคมุ งานปกู ระเบอื้ ง งานปกู ระเบอ้ื ง ( Tile Work ) เป็นงานฝีมอื ท่ตี อ้ งใชช้ า่ งชานาญงานมคี วามละเอียดอ่อนและ ประณีต จงึ จะไดง้ านท่ดี มี คี ุณภาพ มคี วามทนทาน และสวยงาม ปูกระเบอ้ื ง มมี ากมายหลายชนิด และหลายยห่ี อ้ และมชี นั้ คุณภาพต่าง ๆ มาก และราคากแ็ ตกตา่ งกนั มาก งานปกู ระเบอ้ื งถา้ หากทาไม่ ถกู ตามแบบตอ้ งมกี ารแกไ้ ขกห็ มายความวา่ จะตอ้ งร้อื ซ่งึ จะทาให้กระเบ้อื งแตกเสยี หายตอ้ งซ้อื วสั ดุ เพมิ่ ดงั นนั้ ในขนั้ ตอนการตดิ ตงั้ ผคู้ วบคุมงานจะตอ้ งมกี ารตรวจสอบอยา่ งละเอยี ดถถ่ี ว้ น ขนั้ ตอนการตรวจสอบ 1. ตรวจสอบวสั ดุ ผูค้ วบคุมงานจะต้องตรวจสอบวสั ดุทใ่ี ช้ว่ามขี นาด ลาย สี และ ชนั้ คณุ ภาพของวสั ดุ ตรงกบั รายการประกอบแบบ เน่อื งจากชนั้ คุณภาพของวสั ดุมี มากเชน่ เกรด A , B และC ในแตล่ ะเกรดจะมคี ุณภาพท่แี ตกตา่ งกนั เชน่ เกรด A เป็นเกรดทด่ี ที ่สี ดุ จะมขี อ้ ผดิ พลาดน้อย มากหรอื แทบจะไม่มีเลย เกรด C เป็นเกรดท่มี คี ุณภาพต่าลงมาอาจมีขนาดท่ไี ม่เท่ากนั บ้าง หรอื กระเบอ้ื งไมไ่ ดม้ ุมฉาก หรอื สแี ละผวิ ของวสั ดุอาจจะไม่เรยี บเสมอกนั เป็นตน้ 2. ตรวจสอบการเตรยี มพ้ืนผวิ ท่จี ะบุผวิ โดยตรวจสอบระดบั พ้นื เดิมท่จี ะปูกระเบ้อื งและ ระดบั ผวิ กระเบอ้ื งเมอ่ื ปแู ลใ้ หถ้ กู ตอ้ งตามแบบ 3. ตรวจสอบวสั ดปุ ระสาน ระหวา่ งกระเบอ้ื งกบั พน้ื ผวิ อาคารควรใชช้ นดิ ทรี ะบตุ ามรายการ ประกอบแบบ 4. ตรวจสอบการบุผวิ การบุผวิ หรอื การปูจะต้องมกี ารจดั แนวฉากของพน้ื ท่ี และวดั ขนาด ของพ้นื ท่เี พ่อื จดั เศษ หรอื แนวทไ่ี ม่เตม็ แผ่นไวร้ มิ หรอื ขอบพ้นื ท่ี แลว้ เรมิ่ ปูจากแนวก่งึ กลางห้องไป ดา้ นใดดา้ นหน่ึง จนเตม็ พ้นื ท่แี ลว้ จงึ ตดั เศษปูในส่วนท่อี ยู่รมิ พน้ื ท่ี วสั ดุบางชนิด เช่นกระเบอ้ื งใน การปจู ะตอ้ งแชก่ ระเบอ้ื งในน้าเพ่อื ป้องกนั กระเบอ้ื งดดู ซมึ น้าจากวสั ดปุ ระสาน เหมอื นกบั งานกอ่ อฐิ – ฉาบปนู 5. ในกรณีท่มี กี ารปูสลบั แนวตอ้ งมกี ารขงึ เชอื กเพ่อื ควบคุมแนวกระเบ้อื งใหไ้ ดด้ ่งิ และฉาก โดยระยะของแนวทส่ี ลบั เทา่ กนั โดยตลอด 6. ตรวจดูความเรยี บรอ้ ยของงาน 6.1 แนวและระดบั ของกระเบอ้ื ง จะตอ้ งไดฉ้ ากกบั พน้ื ท่ี มคี วามกวา้ งเท่ากนั และยา แนวได้เตม็ รอ่ งสวมงาม ระดบั ผวิ ของกระเบอ้ื งตรวจสอบโดยการใชเ้ หรยี ญ กลง้ิ ลากไปบน พน้ื ซง่ึ ถา้ ไมไ่ ดร้ ะดบั เหรยี ญจะสะดดุ หรอื กระเดง้ เมอ่ื กลง้ิ เหรยี ญไปเจอพน้ื ทไ่ี มไ่ ดร้ ะดบั ขน้ึ 6.2 ตรวจวสั ดุประสานทใ่ี ชป้ ู วา่ เตม็ แผน่ กระเบอ้ื งหรอื ไม่ โดยการเหรยี ญเคาะหรอื กลง้ิ บนกระเบอ้ื งแลว้ พจิ ารณาเสยี งทเ่ี คาะซ่งึ จะแตกต่างกนั ระหวา่ งสว่ นทเ่ี ตม็ กบั ไมเ่ ตม็ 6.3 ความสะอาด จะตอ้ งตรวจใหม้ กี ารทาความสะอาดและลงเงาพน้ื ผวิ ใหเ้ รยี บรอ้ ย

การตรวจควบคมุ งานสถาปัตยกรรม 136 7.4 การตรวจสอบงานหิดขดั งานหนิ ขดั เป็นการนาเอาเกลด็ หนิ ทม่ี สี สี นั ต่าง ๆ มาผสมกนั โดยใชซ้ เี มนตข์ าวเป็นตวั เชอ่ื ม ประสาน แลว้ นามาราดบนผวิ พ้นื ท่เี ตรยี มไว้ หรอื นามาฉาบบนผวิ ผนัง ทาผวิ ใหเ้ รยี บ ทง้ิ ไวใ้ ห้แห้ง และบ่มตามระยะเวลา จากนนั้ จงึ ใชเ้ คร่อื งขดั ตามขนั้ ตอนจากการขดั หยาบ ไปจนถงึ การขดั ละเอียด แลว้ ลงแวกซ์ เคลอื บผวิ จะไดผ้ วิ งานทเ่ี รยี บ ผวิ ละเอยี ดเป็นมนั ดสู วยงาม ซ่งึ ในขนั้ ตอนการตรวจสอบ ควรปฏบิ ตั ดิ งั น้ี 1. ตรวจสอบวสั ดุ อปุ กรณ์ ทใ่ี ชใ้ หเ้ ป็นไปตามรายการประกอบแบบ 2. ใหผ้ รู้ บั จา้ งจดั ทาตวั อย่างของชน้ิ งาน เป็นตวั อย่างเพ่อื ขออนุมตั กิ ่อนการปฏบิ ตั งิ านจรงิ 3. ตรวจสอบการเตรยี มพน้ื ทท่ี าหนิ ขดั ให้ได้ระดบั การแบ่งเสน้ พ้นื ท่ี หรอื การทาลวดลาย และสสี นั ต่าง ๆ ตามทแ่ี บบระบุ 4. ตรวจสอบขนาดและสขี องเมด็ หนิ ใหม้ สี ่วนผสมคละกนั ตามอตั ราสว่ นทร่ี ะบุ 5. ตรวจสอบการทาความสะอาดพน้ื ทก่ี อ่ นเท 6. ตรวจสอบการเทหนิ ขดั ลงตามแนวใหไ้ ดส้ สี นั ตามทก่ี าหนด 7. ตรวจสอบการขดั ตกแตง่ ผวิ โป๊ว ตกแต่งและขดั ใหเ้ รยี บรอ้ ยเงางาม 8. ตรวจสอบความเรยี บรอ้ ยของงานทแ่ี ลว้ เสรจ็ 7.5. การตรวจควบคมุ งานสี งานสี ( Paints )ใชท้ าเคลอื บผวิ วสั ดุเชน่ ไม้ ปนู เหลก็ และโลหะต่าง ๆ เป็นงานในขนั้ ตอน สดุ ทา้ ยของการกอ่ สรา้ ง เพ่อื ให้ส่วนต่าง ๆ ของอาคารมคี วามสวยงามและคงทน นอกจากน้ียงั ช่วย ปกปิดในส่วนท่ีไม่เรยี บร้อยของงานด้วย แต่เน่ืองจากส่วนประกอบของอาคารใช้วสั ดุตกแต่งท่ี แตกต่างกนั ไป จงึ อาจจะใชส้ หี ลายชนิดเพ่อื ใหเ้ หมาะสมกบั วสั ดุ ปญั หาท่พี บมากในงานสกี ค็ อื ความ ไม่ทนทานของสี ดงั นนั้ ในการใชส้ จี งึ ควรเลอื กสที ม่ี คี ุณภาพเหมาะสมกบั พน้ื ผวิ สที ่ใี ช้ในงานอาคารมีหลายชนิดเน่ืองจากในการก่อสร้างอาคารมีการใช้วสั ดุหลายชนิดเป็น องคป์ ระกอบ เชน่ สนี ้ามนั ใชท้ าไมแ้ ลโลหะต่าง ๆ สนี ้าพลาสตกิ ใชท้ าผนงั ฉานปนู ยบิ ซมั ่ บอรด์ เป้น ตน้ ขนั้ ตอนการตรวจควบคมุ งานสี 1. ตรวจดคู ุณภาพของสที ร่ี ะบุไวใ้ นรายการประกอบแบบ ในรายการประกอบแบบจะระบคุ ุณ ภาพสี ชนิดสี ย่หี ้อ เบอร์ ในบางครงั้ รายการประกอบแบบอาจจะบอกถึงคุณภาพท่เี ทยี บเท่าผู้ ควบคมุ งานจะตอ้ งทาการเปรยี บเทยี บใหต้ รงกบั รายการประกอบแบบ 2. ตรวจสอบปรมิ าณสที น่ี ามาใชง้ าน ในการนาสเี ขา้ มาในสถานทก่ี อ่ สรา้ งควรมกี ารจดบนั ทกึ จานวน ขนาดไวเ้ พ่อื ตรวจสอบปรมิ าณสี เน่ืองจากในบางมีการใช้สที ่ใี กล้เคยี งกนั ทดแทนเพ่อื ลด ตน้ ทุนในการก่อสรา้ ง จงึ ควรตรวจสอบวา่ สที น่ี ามาใชม้ ปี รมิ าณเหมาะสมกบั ทป่ี ระเมนิ ไวห้ รอื ไม่

การตรวจควบคมุ งานสถาปัตยกรรม 137 3. ตรวจพน้ื ทท่ี จ่ี ะทาสี พน้ื ผวิ ทต่ี า่ งกนั จะตอ้ งมกี ารเตรยี มการ ทแ่ี ตกต่างกนั ดว้ ย เน่อื งจาก มคี ุณสมบตั ใิ นการยดึ เหน่ียวท่ตี ่างกนั จงึ ตอ้ งมกี ารเตรยี มผวิ งานเสยี กอ่ นทจ่ี ะทาสที บั ลงไป เพ่อื ให้ เกดิ ความคงทนในการใชง้ าน ในรายการประกอบแบบมกั จะระบุรายละเอยี ดเกย่ี วกบั การทาสไี วไ้ ม่ มากนัก ผตู้ รวจสอบจึงควร พจิ ารณาถงึ รายละเอยี ดของการใช้งานตามท่ผี ผู้ ลติ ระบุไว้ หรอื ดูจาก เทคนิคการทาสี มาตรฐานงานสโี ดยพจิ ารณาจากชนิดของผวิ งานดว้ ยดงั น้ี 3.1 พน้ื ผวิ ทเ่ี ป็นไม้ จะตอ้ งมกี าร โป๊วสี อดุ ขดั ผวิ ใหเ้ รยี บ และทาสกี นั ชน้ื กนั เชอ้ื รา ก่อนทจ่ี ะทาสจี รงิ เพ่อื ใหไ้ มท้ น ตอ่ สภาพดนิ ฟ้าอากาศ 3.2 พน้ื ผวิ ท่เี ป็นเหลก็ ตอ้ งมกี ารเตรยี มผวิ ใหป้ ราศจากความชน้ื สนิม ไขมนั น้ามนั จาระบี แลว้ จงึ ทาสรี องพน้ื กนั สนมิ และสจี รงิ 3.3 พน้ื ผวิ ปนู ฉาบหรอื คอนกรตี ผวิ เปลอื ย จะตอ้ งทาความสะอาดขดู ขป้ี นู สง่ิ สกปรก และรอใหพ้ น้ื ผวิ แหง้ สนทิ ปราศจากความชน้ื แลว้ จงึ ทาสรี องพน้ื พน้ื ผวิ ปนู เก่าและปนู ใหม่จะ ใชส้ รี องพ้นื ทแ่ี ตกต่างกนั หลงั จากทาสรี องพน้ื แลว้ จะตอ้ งทาการโป๊วอดุ ผวิ ในส่วนท่ขี รขุ ระให้ เรยี บรอ้ ยและทารองพน้ื อกี ครงั้ จงึ จะทาสจี รงิ 4. ตรวจการประกอบนงั่ รา้ นทใ่ี ชท้ าสี การทาสสี ว่ นใหญ่จะใชน้ งั่ รา้ นไมไ้ ผ่ โดยใชไ้ มไ้ ผผ่ กู มดั ตดิ กนั ดว้ ยเชอื ก ซ่งึ จะมปี ญั หาตรงทก่ี ารรูดของลาไม้ ผูค้ วบคุมงานจงึ ควรทาการตรวจสอบถงึ ความ แน่นหนา ความแขง็ แรง กอ่ นทจ่ี ะทางานสี เพ่อื ความปลอดภยั 5. ตรวจจานวนครงั้ ในการทาสใี หไ้ ดจ้ านวนครงั้ ตามรายการประกอบแบบ 6. ตรวจความเรยี บรอ้ ยของงานสี ในแตล่ ะจดุ โดยเฉพาะรอยตอ่ ของการทาสี ในบางครงั้ ความเขม้ ของสอี าจจะไมเ่ ท่ากนั แนวในการทาสที ต่ี ดั กนั จะตอ้ งคมชดั ในส่วนทม่ี กี ารหยดเป้ือนควร ขดู และทาการซ่อมสใี หเ้ รยี บรอ้ ย ปัญหาท่ีพบมากในการทาสี 1. สพี อง สาเหตุเกดิ จากความชน้ื ทอ่ี ยู่ในพน้ื ผวิ มากเกนิ กาหนด (12 เปอรเ์ ซน็ ต์ ) เม่อื ทาสแี ลว้ ความชน้ื จะระเหยออกมาดนั สที าใหส้ เี กดิ การพอง 2. สหี ลดุ รอ่ น สาเหตเุ กดิ จาก การทาความสะอาดพน้ื ผวิ ไมด่ พี อ มฝี นุ่ ไขมนั ตดิ อยู่ หรอื เกดิ จากการใชส้ รี องพน้ื ทม่ี คี ุณภาพไม่ดี 3. สแี ตก สาเหตุมกั เกดิ จากสมี คี ุณภาพต่า หรอื สปี ลอม ซ่งึ จะไมท่ นทานต่อการ ใชง้ าน 4. สีซีดด่าง สาเหตุจะเกิดจากการผลิต หรือการใช้แม่สีท่ีไม่มีคุณภาพ หรือ อตั ราสว่ นของการผสมไม่ดี 5. เกดิ เชอ้ื รา สาเหตุเกิดจากความชน้ื ท่ี อยู่บนฟิลม์ สนี ัน้ ก่อนทาสจี งึ ควรรอให้ พน้ื ผวิ แหง้ สนทิ เสยี กอ่ น และใชส้ ที ม่ี คี ณุ สมบตั กิ นั เชอ้ื ราชว่ ย

การตรวจควบคมุ งานสถาปัตยกรรม 138 7.6. การตรวจควบคมุ การติดตงั้ ประต-ู หน้าต่าง งานประตู – หน้าตา่ งเป็นอปุ กรณอ์ าคารทม่ี กี ารใชป้ ิดเปิดอยู่ตลอดเวลา วสั ดุทใ่ี ชท้ ากม็ หี ลาย ประเภท การเลอื กใชป้ ระเภทของวสั ดุจะตอ้ งเหมาะสมกบั พน้ื ทใ่ี นการใชง้ าน เชน่ ประตหู อ้ งน้าหรอื ประตู และหน้าต่างท่ีอยู่ด้านนอกจะต้องเป็นวสั ดุท่ีทนต่อความร้อนและความช้นื และมกี ารยืด ขยายตวั น้อย การทางานประตู-หน้าต่างควรเตรยี มการสงั่ วสั ดเุ ขา้ มาเตรยี มเม่อื ใกลจ้ ะเรม่ิ ทางานก่อ อฐิ เน่ืองจากงานวงกบประตู – ประตูหน้าต่าง จะตอ้ งทาไปพรอ้ มกบั งานก่ออฐิ และงานหล่อเอน็ ค. ส.ล. ผตู้ รวจควบคุมงานควรตรวจสอบตามขนั้ ตอนดงั น้ี 1. ตรวจสอบคุณภาพและชนิดของวสั ดทุ ใ่ี ชท้ า ใหถ้ ูกตอ้ งตามทแ่ี บบระบุ การเขา้ ไมก้ ารยดึ ต่อไม้ ให้เป็นไปตามขอ้ กาหนด โดยมคี ุณภาพฝีมอื การทางานท่เี รยี บร้อย ประณีต สวยงาม และ มนั่ คงแขง็ แรง 2. ตรวจสอบการตดิ ตงั้ วงกบให้ได้ฉาก และระดบั ทุกด้าน เพ่อื สามารถตดิ ตงั้ บานประตู – หน้าตา่ งไดส้ ะดวกรวดเรว็ 3. ตรวจสอบการเสรมิ เหลก็ และการเทคอนกรตี เอน็ ค.ส.ล. รปู ท่ี 69 การเสริมเอน็ ค.ส.ล. รอบวงกบช่องแสง 4. ตรวจสอบการปรบั บานประตู- หน้าต่าง 5. ตรวจสอบการตดิ บานพบั และอุปกรณ์ ต่างๆ บานพบั และอปุ กรณ์ ร่วมควรใชต้ ามรายการ ประกอบแบบ ซ่งึ มลี าดบั ขนั้ ตอนการตดิ บานพบั ดงั น้ี 5.1 หาตาแหน่งการตดิ บานพบั โดยวดั ระยะจากหวั บานประตลู งมา 0.15 – 0.20 ม. สาหรบั ส่วนล่างใหว้ ดั ขน้ึ มา 0.20-0.25 ม. สว่ นตวั กลางใหต้ ดิ กง่ึ กลางของวงกบ 5.2 ทาบบานพบั กบั ตาแหน่งทส่ี นั ประตูส่วนทจ่ี ะตดิ และขดี เสน้ ตามขนาดบานพบั ทาการเจาะสนั บานเพ่อื ฝงั บานพบั ใหล้ กึ ประมาณ ครง่ึ หน่ึงของความหนาของบานพบั

การตรวจควบคมุ งานสถาปัตยกรรม 139 5.3 ยกบานทาบกบั ชอ่ งวงกบใหพ้ อดี ขดี ตาแหน่งของบานพบั แลว้ เจาะ และทาการ ตดิ ตงั้ บาน 6. ตรวจสอบอุปกรณต์ ่างใหใ้ ชง้ านไดด้ ี และอยใู่ นตาแหน่งทถ่ี ูกตอ้ ง 7. ตรวจสอบคณุ ภาพและความประณตี ในการตดิ ตงั้ 7.7 การตรวจควบคมุ งานฝ้ าเพดาน งานฝ้าเพดานหรอื ผนงั ส่วนบนของอาคารทาหน้าท่ีบดิ บงั โครงสร้างหลงั คา เพ่อื ให้ภายใน อาคารดูสวยงามและยงั ทาหน้าท่เี ป็นฉนวนกนั ความรอ้ นด้วย ในปจั จุบนั วสั ดุท่ใี ชท้ าฝ้าเพดานมอี ยู่ หลายชนิด มคี ุณภาพท่แี ตกต่างกนั ไปตามราคา ฝ้าภายในอาคารท่นี ิยมใชก้ นั มากคอื แผ่นยบิ ซมั่ บอรด์ ขนาดความหนา 9 มม. ซ่งึ มรี าคาไม่สงู มากนกั และสามารถตดิ ตงั้ ไดห้ ลายแบบ ทงั่ ครา่ วอลูมิ เน่ียม ครา่ วเหลก็ คร่าวไม้ ส่วนฝ้าภายนอกเป็นฝ้าทอ่ี าจจะโดนความชน้ื โดนฝนนิยมใช้ ไมร้ ะแนง ขนาด 1 X 2 น้ิว หรอื ใชก้ ระเบอ้ื งซเี มนต์ใยหนิ ซ่งึ ทนความร้อน ความช้นื ไดด้ ี ซ่งึ ในขนั้ ตอนการ ตรวจสอบควรปฏบิ ตั ดิ งั น้ี 1. ตรวจสอบวสั ดุ อปุ กรณ์ใหเ้ ป็นไปตามทร่ี ายการประกอบแบบระบุ 2. ตรวจตารางการทางานเพ่อื ประสานงานกบั งานระบบอ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งเชน่ งาน ระบบปรบั อากาศ งานระบบไฟฟ้าทม่ี กี ารฝงั โคมไฟในฝ้าเพดาน 3. ตรวจสอบการทาระดบั ฝ้าเพดานใหไ้ ดร้ ะดบั 4. ตรวจสอบแปลนการตดิ ฝ้าเพดานเพ่อื จดั ระยะเศษของฝ้าเพดานใหอ้ ย่สู องขา้ งเทา่ ๆ กนั เพอ่ื ความสวยงาน 5. ตรวจสอบการตดิ ตงั้ เครา่ รมิ ใหไ้ ดร้ ะดบั ตามทท่ี าไว้ 6. ตรวจสอบการยดึ แขวนเคร่าหลกั และเครา่ รมิ ใหแ้ น่น ใชว้ สั ดุและเคร่อื งมอื ยดึ ทเ่ี หมาะสม มคี ุณภาพ 7. ตรวจสอบระยะจดุ ยดึ ใหไ้ ดร้ ะยะตามกาหนด 8. ในกรณใี ชเ้ ครา่ ไมต้ รวจสอบระดบั เครา่ ฝ้าเพดานอกี ครงั้ ก่อนกรแุ ผน่ ฝ้า 9. ตรวจสอบการกรฝุ ้าเพดาน 10. ในกรณที เ่ี ป็นฝ้าผวิ เรยี บ จะตอ้ งตรวจสอบการอดุ และยาแนวรอยต่อของฝ้าแต่ละแผน่ ให้ เรยี บสนิทและตกแตง่ รว้ิ รอยต่างใหเ้ รยี บรอ้ ย 11. ตรวจสอบการเกบ็ งานทาสแี ละความเรยี บรอ้ ยต่าง ๆ 7.8. การตรวจควบคมุ งานกระจก กระจกมหี ลายชนิดได้แก่ กระจกแผ่นเรยี บ ซ่งึ ใชก้ บั ประตูหน้าต่างโดยทวั่ ไป กระจกเสรมิ ลวดใชป้ ้องกนั การกระแทก กระจกนิรภยั เป็นตน้ ในการตดิ ตงั้ กระจกควรตรวจสอบความหนา ความ กวา้ งความยาว รอยคล่นื ความโค้งของกระจกให้ถูกตอ้ งตามมาตรฐานของวสั ดุทก่ี าหนด รวมถงึ ความปราณีตในการติดตงั้ และการใช้วสั ดุยาแนวท่ีมีความยืดหยุ่นสูง เพ่ือป้ องกนั การแตกร้าว

การตรวจควบคมุ งานสถาปัตยกรรม 140 เน่อื งจากการขยายตวั ของกระจกเม่อื ไดร้ บั ความรอ้ น ผตู้ รวจควบคุมงานควรตรวจสอบตามขนั้ ตอน ดงั น้ี 1. ตรวจชนดิ ขนาดของกระจกใหต้ รงตามแบบโดยจดั เกบ็ แยกประเภทและขนาด และควร ทาเคร่อื งหมายใหเ้ หน็ ได้ชดั ว่าเป็นชนิดใดใชส้ าหรบั งานอะไร เพ่อื ความสะดวกและรวดเรว็ ในการ ทางาน 2. ตรวจสอบการลาเลยี งกระจกใหถ้ ูกวธิ เี พ่อื ไม่ใหเ้ กดิ การแตกรา้ วเสยี หาย 3. ตรวจสอบคณุ ภาพของกระจก วา่ มตี าหนิหรอื รอยรา้ ว รอยบน่ิ วสั ดเุ คลอื บผวิ ไมห่ ลุดรอ่ น 4. ตรวจความเรยี บรอ้ ยของการตดั กระจก ใหม้ กี ารลบคมของกระจกทเ่ี หลย่ี มทงั้ 2 ขา้ ง 5. ตรวจอปุ กรณ์ และเคร่อื งมอื ในการตดิ ตงั้ ใหม้ คี วามพรอ้ ม สามารถตดิ ตงั้ ไดแ้ น่น และป้อง กนั การรวั่ ซมึ 6. ตรวจสอบการตดิ วสั ดยุ าแนวใหถ้ ูกดา้ น เชน่ งานหน้าตา่ งหรอื ประตู วงกบอลูมเิ นียม จะมี ยางวางกอ่ นสาหรบั ใสภ่ ายนอก ถา้ ใสไ่ วภ้ ายใน จะสามารถถอดกระจกไดจ้ ากภายนอก 7. ตรวจสอบความเรยี บรอ้ ยของงานทงั้ หมด

การตรวจควบคมุ งานระบบสุขาภิบาล 141 หน่วยที่ การตรวจควบคมุ งาน ระบบในอาคาร 8 สาระการเรียนรู้ 1. การตรวจควบคมุ งานระบบสขุ าภิบาล 2. การตรวจควบคมุ งานระบบไฟฟ้ า 3. การตรวจควบคุมงานระบบปรบั อากาศ สาระสาคญั งานระบบต่าง ๆ ภายในอาคารถือเป็ นงานท่ีมีความสาคญั เป็ นอย่างมาก ส่วนใหญ่จะเป็ น งานระบบท่ีจดั ทาขน้นเื่ือความสะดวกสะบายของููอ้ ยู่อาศยั หรือููท้ ่ีใ้อ้ าคาร เ้่นงานระบบไฟ้ ฟ้ า งานระบบปรบั อากาศ งานระบบประปาสุขาภิบาล ซ่้งในอาคารทุกหลงั จะตอ้ งมีระบบต่าง ๆ เหล่านนี แทบทงนั สนิน ููต้ รวจควบคุมงานจ้งควรท่ีจะศ้กษางานระบบต่าง ๆ เหล่านนีไวบ้ า้ งเืื่อเป็ นืนืนฐานใน การทางานท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ระบบเหล่านนี ูลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวงั หลงั จากศ้กษาหน่วยนนีแลว้ ูเู้ รียนสามารถ 1. อธิบายวิธีการตรวจควบคุมงานระบบสขุ าภิบาลได้ 2. อธิบายวิธีการตรวจควบคมุ งานระบบไฟฟ้ าได้ 3. อธิบายวิธีการตรวจควบคมุ งานระบบปรบั อากาศได้

การตรวจควบคมุ งานระบบสขุ าภิบาล 142 หน่วยที่ การตรวจควบคมุ งานระบบประปา 8.1 สุขาภิบาล หวั ขอ้ เร่ือง 1. การตรวจสอบงานติดตง้ั งานระบบทอ่ สุขาภิบาล 2. การตรวจสอบงานสุขภณั ฑ์ 3. มาตรฐานการเดินทอ่ ภายในอาคาร ของวิศวกรรมสถานแหง่ ประเทศไทย ูลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวงั หลงั จากศ้กษาหน่วยนนีแลว้ ููเ้ รียนสามารถ 1. อธิบายการตรวจสอบงานติดตง้ั งานระบบทอ่ สุขาภิบาลได้ 2. บอกขนั้ ตอนการตรวจสอบงานสุขภณั ฑไ์ ด้ 3. แนะนามาตรฐานการเดนิ ทอ่ ภายในอาคารได้

การตรวจควบคุมงานระบบสขุ าภิบาล 143 งานระบบประปาสขุ าภิบาล สาระสาคญั ระบบสขุ าภบิ าลหมายถงึ ระบบน้าดแี ละระบบน้าทง้ิ ในอาคารทเ่ี ป็นสงิ่ จาเป็นในการดารงชวี ติ ประจาวนั แต่ในการกอ่ สรา้ งอาคารระบบท่อถอื วา่ เป็นสงิ่ ทต่ี อ้ งปิดซ่อนไวใ้ นสว่ นของโครงสรา้ งตา่ ง ๆ เชน่ ฝ้าเพดาน ในหรอื ฝงั ไวใ้ นผนัง จงึ จาเป็นทผ่ี ตู้ รวจควบคมุ งานจะตอ้ งตรวจใหล้ ะเอยี ดก่อนทจ่ี ะทา การปิดหรอื ฉาบปนู ปิดทบั งานส่วนใหญ่ของระบบสุขาภบิ าล ส่วนใหญ่จะเป็นงานทเ่ี ก่ียวกบั การเดนิ ท่อ และตดิ ตงั้ อุปกรณอ์ านวยความสะดวกต่าง ๆ ซง่ึ จะดาเนนิ การกอ่ สรา้ งไปพรอ้ มๆ กบั งานโครงสรา้ งของอาคาร เพอ่ื สะดวกในการทางานและไม่มปี ญั หาในภายหลงั เน่ืองจากงานระบบการเดนิ ท่อเป็นระบบทต่ี อ้ ง จดั เกบ็ ให้มดิ ชดิ เพ่อื ความสวยงามของอาคาร โดยมกี ารเดนิ ท่อผ่านคานหรอื พน้ื ซ่งึ จะตอ้ งมกี าร เสรมิ เหลก็ ปลอกในจุดท่ีมชี ่องท่อ ( Sleeve ) ให้มีความแข็งแรงหรอื มกี ารก่ออิฐทากล่องท่อ ซ่ึง จะต้องมีช่องปิดเปิดเพ่ือความสะดวกในการซ่อมบารุง และหลังจากการเดินท่อในระบบต่าง ๆ โดยเฉพาะระบบท่อประปาจะต้องมกี ารทดสอบการรวั่ ซมึ ของระบบด้วย เพราะถา้ หากมกี ารรวั่ ซ่งึ ใน ระบบจะตอ้ งทาการซ่อมหรอื แกไ้ ขเสยี ก่อน ผตู้ รวจควบคมุ งานจะตอ้ งมคี วามรูพ้ น้ื ฐาน ทางดา้ นวสั ดุ อุปกรณ์ และสญั ลกั ษณ์ตา่ งท่รี ะบุในแบบ รวมทงั้ ตอ้ งศกึ ษามาตรฐานการเดนิ ทอ่ ภายในอาคาร หรอื เทศบญั ญตั ทิ ก่ี าหนดเป็นมาตรฐานไวด้ ว้ ย ซง่ึ ระบบการเดนิ ท่อในอาคารทส่ี าคญั ในงานระบบ สขุ าภบิ าลจะครอบคุมถงึ ระบบท่อในงานระบบยอ่ ย ๆ หลายระบบ ระบบท่สี าคญั สาหรบั อาคารทวั่ ไป ไดแ้ ก่ 1. ระบบน้าใชห้ รอื ระบบประปา 2. ระบบน้าทง้ิ และน้าโสโครก 3. ระบบระบายน้าฝน 4. ระบบกาจดั น้าเสยี 5. ระบบท่อระบายอากาศ 6. ระบบน้ารอ้ น 7. ระบบป้องกนั ไฟไหม้ 8. ระบบบาบดั น้าเสยี 8.1.1 การตรวจสอบงานติดตงั้ งานระบบท่อสุขาภิบาล งานระบบสขุ าภบิ าลหมายถงึ งาน ระบบท่อทงั้ หมดภายในอาคารทงั้ ท่อนาดแี ละทอ่ น้าเสยี ซ่งึ สามารถแบง่ ขนั้ ตอนการตรวจสอบไดด้ งั น้ี 8.1.1.1 การตรวจสอบก่อนการติดตงั้ งานระบบท่อสขุ าภิบาล 1) ตรวจสอบระบบการทางานทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ระบบอ่นื ๆ เชน่ งานระบบท่อของ

การตรวจควบคมุ งานระบบสุขาภิบาล 144 เคร่อื งปรบั อากาศงานระบบโครงสรา้ ง เป็นตน้ 2) ศกึ ษาแบบและมาตรฐานระบบต่าง ๆ ของงานระบบสุขาภบิ าลทร่ี ายการ ประกอบแบบอา้ งถงึ เพ่อื เป็นแนวทางในการปฏบิ ตั กิ ารตรวจสอบ 3) ตรวจสอบวสั ดทุ เ่ี ขา้ มาสง่ ยงั สถานทท่ี างานกอ่ สรา้ ง โดยตรวจสอบจานวน ขนาด และยห่ี อ้ ของผลติ ภณั ฑ์ ใหเ้ ป็นไปตามรายการประกอบแบบ 4) ตรวจสอบการทาแบบขยายการตดิ ตงั้ ของระบบ ตาแหน่งการตดิ ตงั้ อุปกรณ์ และแนวการเดนิ ท่อ เพอ่ื ไมใ่ หข้ ดั แยง้ กบั ระบบอ่นื ๆ ซ่งึ จะทาใหง้ านล่าชา้ และนาแบบขยาย การตดิ ตงั้ เสนอเจา้ ของงานหรอื วศิ วกรผรู้ บั ผดิ ชอบงาน 5) จดั ทารายงานผลการตรวจสอบต่อเจา้ ของงานหรอื ผรู้ บั ผดิ ชอบ 8.1.1.2 การตรวจในขณะทาการติดตงั้ งานระบบท่อสขุ าภิบาล 1) ตรวจสอบวสั ดุ อุปกรณ์ ทใ่ี ชว่ า่ ตรงกบั แบบและตรงกบั รายการทจ่ี ดั ส่ง 2) ตรวจสอบแนวการเดนิ ท่อหรอื ช่องท่รี ้อยท่อผ่านงานโครงสร้างให้ถูกตอ้ งตาม ตาแหน่ง ท่อโสโครก ท่อนา้ ทงิ้ ท่อนา้ ดี รูปที่ 70 ช่องท่อระบายน้าและการฝงั ท่อในงานโครงสร้าง 3) การวางปลอกรองท่อ จะต้องตรวจสอบตาแหน่งและขนาดตรงกบั รายการ ประกอบแบบ และจะตอ้ งแจง้ ใหผ้ ทู้ ท่ี างานโครงสรา้ งรบั ทราบก่อนการเทคอนกรตี โครงสรา้ ง 4) ตรวจสอบการต่อท่อตามจดุ ต่อท่อต่าง ๆ ใหเ้ ป็นไปอยา่ งถูกตอ้ ง 5) ตรวจการยดึ ท่อ แขวนท่อ ใหไ้ ดร้ ะยะตามมาตรฐาน และมคี วามแขง็ แรง 6) ตรวจสอบความลาดเอียง ( Slope ) ของท่อระบายน้าเสีย ให้สามารถระบาย น้าไดส้ ะดวก และเป็นไปตามทแ่ี บบระบุหรอื ตามมาตรฐาน 7) ตรวจสอบตาแหน่งการเดินท่อภายนอกอาคาร ใหแ้ นวการเดนิ ท่อชดิ กบั ตวั อาคารมากทส่ี ดุ เพอ่ื ป้องกนั การแตกรา้ วของทอ่

การตรวจควบคมุ งานระบบสุขาภิบาล 145 8) ตรวจสอบช่องทาความสะอาดท่อให้อยู่ในที่เหมาะสมสามารถทาความ สะอาดได้ง่าย สาหรบั บ่อพกั ของท่อระบายน้าควรตรวจสอบระยะห่างของบ่อพกั ใหไ้ ดต้ าม มาตรฐาน 9) ท่อที่อย่ใู นระหว่างการติดตงั้ และยงั ไม่ได้ต่อเข้ากบั สุขภณั ฑ์ ให้มปี ลกั๊ อุด ปลายท่อ เพ่อื ป้องกนั การชารดุ เสยี หาย หรอื สงิ่ สกปรกเขา้ ไปอดุ ตนั โดยเฉพาะท่อขนาดใหญ่ คนงานทม่ี กั งา่ ยอาจจะทง้ิ ขยะหรอื เศษปนู ลงไปอุดตนั ได้ ซง่ึ จะแกไ้ ขไดย้ าก 10) ตรวจสอบระบบท่อระบายอากาศจากระบบท่อน้าทิ้งหรือท่อโสโครก โดย จะตรวจดใู นสว่ นล่างของทอ่ จะตอ้ งต่อในลกั ษณะทส่ี ามารถทาความสะอาดได้ และสว่ นของ ปลายทอ่ จะตอ้ งอยู่สูงกวา่ ระดบั ของหลงั คาบา้ น และตอ้ งต่อสามทางหรอื ตะแกรงเพอ่ื ป้องกนั น้า แมลงหรอื สง่ิ สกปรกต่าง ๆ ซง่ึ อาจจะทาใหท้ อ่ อดุ ตนั ได้ 11) ตรวจสอบช่องสาหรบั ทาความสะอาดท่อน้าทิ้ง ใหอ้ ยู่ในตาแหน่งทส่ี ามารถ ใชง้ านไดส้ ะดวก สามารถเปิดทาการลา้ งทาความสะอาดไดง้ ่าย 8.1.1.3 การตรวจสอบหลงั การติดตงั้ งานระบบท่อสขุ าภิบาล 1) ตรวจสอบความเรยี บร้อยโดยทวั่ ไปด้วยสายตา เช่นแนวการเดินท่อ การยึด แขวนท่อ ขอ้ ต่อ ต่าง ๆ ไม่ใหม้ กี ารรวั่ ซมึ และอยู่ในตาแหน่งทเ่ี หมาะสม 2) ตรวจสอบการทาความสะอาดเครอ่ื งสุขภณั ฑแ์ ละอุปกรณ์ต่าง ๆทงั้ ภายในและ ภายนอก 3) ตรวจสอบระบบการทางานของระบบใหใ้ ชง้ านไดต้ ามสภาพปกติ เชน่ ระบบการ ระบายน้า ระบบระบายอากาศของท่อน้าทง้ิ 4) ตรวจสอบการรวั่ ซมึ ของระบบประปา และระบบระบายน้าทง้ิ 5) รายงานผลการทดสอบใหผ้ รู้ บั ผดิ ชอบรบั ทราบ 8.1.1.4. การตรวจหลงั จากงานงานระบบท่อสขุ าภิบาลแล้วเสรจ็ การตรวจหลงั จากงานระบบท่อสุขาภิบาลแลว้ เสรจ็ เป็นการตรวจสอบตามระยะการประกนั คุณภาพของงาน จะตอ้ งมกี ารตรวจสอบเป็นครงั้ คราว เพ่อื ดูการทางานของระบบและอุปกรณ์ต่างๆ ให้เป็นไปอย่างเรยี บรอ้ ย หากพบส่วนท่ชี ารุดเสยี หายท่เี กดิ จากการใชง้ านตามปกติ ผูร้ บั จ้างหรือ เจา้ ของผลติ ภณั ฑ์ จะตอ้ งรบั ผดิ ชอบแกไ้ ขทนั ที แลว้ รายงานผลการทดสอบใหผ้ รู้ บั ผดิ ชอบรบั ทราบ 8.1.2. การตรวจสอบงานสุขภณั ฑ์ เคร่ืองสุขภัณฑ์เป็นอุปกรณ์ท่ีสาคัญอย่างหน่ึงใน ชวี ติ ประจาวนั เป็นอุปกรณ์ประเภทอานวยความสะดวก ต่อการใชน้ ้าหรอื รองรบั สงิ่ โสโครก สง่ิ ปฏกิ ูล ต่าง ๆ จากการขบั ถา่ ยของมนุษย์ และระบายออกไปตามระบบระบายน้าโสโครก เครอ่ื งสขุ ภณั ฑ์ มี อยู่ดว้ ยกนั มากมายหลายชนิดมกี าร ออกแบบให้เหมาะสมกบั ความสะดวกสบายของมนุษย์ โดยมี สขุ ภณั ฑ์ ทจ่ี าเป็น และใชก้ นั เกอื บทุกครวั เรอื น ดงั น้ี

การตรวจควบคุมงานระบบสขุ าภิบาล 146  โถสว้ ม มี 2 แบบ คอื แบบนงั่ ยอง และแบบนงั่ ราบ  อา่ งลา้ งหน้า  อา่ งอาบน้า  อา่ งลา้ งจาน  ฝกั บวั อาบน้า  ฝกั บวั ชาระ  ชอ่ งระบายน้าทง้ิ  เครอ่ื งทาน้าอนุ่  อน่ื ๆ ในทงั้ หมดทก่ี ลา่ วมาน้ี โถส้วมเป็นสุขภณั ฑ์ ทม่ี คี วามจาเป็น ต่อการดารงชวี ติ ประจาวนั มากทส่ี ุด เน่อื งจากเป็นสขุ ภณั ฑท์ ร่ี องรบั สง่ิ ปฏกิ ลู ทข่ี บั ถ่ายเป็นประจาทุกวนั และระบายลง ไปตามท่อ หากการตดิ ตงั้ ไม่ดหี รอื ไมเ่ หมาะสม อาจเป็นสาเหตุของการแพรก่ ระจายของเชอ้ื โรค หรอื สง่ กลนิ่ เหมน็ ภายในอาคารได้ ดงั นนั้ การตรวจสอบงานตดิ ตงั้ สุขภณั ฑ์ และอุปกรณ์ร่วม ควรมกี าร ตรวจสอบและทดสอบการใชง้ านใหถ้ กู ตอ้ ง ซง่ึ มรี ายระเอยี ดการตรวจสอบดงั น้ี 8.1.2.1 การตรวจสอบก่อนการติดตัง้ สุขภณั ฑ์ การก่อนการติดตงั้ สุขภัณฑ์ เป็นการ ตรวจสอบลกั ษณะ ชนิด และขนาดของสุขภัณฑ์ ว่าถูกต้องตามรายการประกอบแบบหรอื ไม่ซ่ึง สามารถตรวจสอบและมองเหน็ ได้ง่าย แต่ท่ีสาคญั และเป็นปญั หาในการใช้มากควรตรวจสอบให้ ละเอยี ดคอื 1) ตรวจสอบ ชนิด ขนาด รนุ่ ใหถ้ ูกตอ้ งตามรายการประกอบแบบ 2) ตรวจสอบตาแหน่งการตดิ ตงั้ และ จุดตอ่ กบั ระบบทอ่ ระบายน้าทง้ิ ระบบท่อ ระบายอากาศ ซง่ึ ตาแหน่งในการตดิ ตงั้ ทอ่ และการเตรยี มการตา่ ง ๆ จะกระทาในขนั้ ตอนของ งานโครงสรา้ งก่อนแล้ว หากตาแหน่งไม่ถูกต้องตามท่ี ผผู้ ลติ สุขภณั ฑก์ าหนดจะตอ้ งทาการ แกไ้ ขใหแ้ ลว้ เสรจ็ กอ่ นการตดิ ตงั้ รปู ที่ 71 ช่องท่อระบายน้าและการฝังท่อในงานโครงสร้าง

การตรวจควบคมุ งานระบบสุขาภิบาล 147 รปู ที่ 72 แสดงการเดินท่อในช่องท่ีเตรยี มไว้ การยึดท่อ รปู ท่ี 73 แสดงการเดินท่อฝังในผนังก่อนการฉาบปนู 3) การทดสอบ การรวั่ ซึมของระบบท่อและข้อต่อ ต่าง ๆ ระหวา่ งเคร่อื งสุขภณั ฑ์ และระบบระบายน้าเสยี วา่ มกี ารรวั่ ซมึ ของระบบการระบายน้าหรอื ไม่ ซ่งึ สามารถแยกวธิ กี าร ทดสอบได้ 2 วธิ คี อื (1) การทดสอบการรวั่ ซึมโดยการใชน้ ้า เป็นวธิ ที ่สี ะดวกและง่ายท่สี ุดโดย ก่อนทาการทดสอบจะตอ้ งทาการอุดท่อและช่องต่าง ๆ ทงั้ หมดใหเ้ รยี บรอ้ ย ทาการ ต่อท่อชวั่ คราวให้มีความสูงกว่าระบบท่ีจะทาการทดสอบ ประมาณ 3.00 ม. (ทดสอบโดยการใชแ้ รงดนั ของน้าจากความสูงดงั กลา่ ว) จากนนั้ ทาการเตมิ น้าเขา้ ใน ระบบ โดยค่อยเตมิ เพ่อื ใหน้ ้าไล่อากาศออกมาให้หมดเพราะหากมอี ากาศค้างอยู่ใน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook