ความปลอดภยั ในงานก่อสร้าง 48 4.3.3.8 ตรวจให้มีการจดั เตรียมอปุ กรณ์ปฐมพยาบาล และเคร่อื งมือชว่ ยชวี ติ ท่จี าเป็น ยาสามญั ประจาบา้ นทจ่ี าเป็นไวใ้ หพ้ รอ้ มในสถานทก่ี ่อสรา้ ง 4.3.4 แนวทางในการป้ องกนั อบุ ตั ิเหตุ 4.3.4.1 มีมาตรการความปลอดภยั คอื การจดั สรา้ งมาตรการรกั ษาความปลอดภยั ในการ ทางานสาหรบั สภาพงานท่ีเป็นอนั ตราย เพ่อื ป้องกนั คนงานและบุคคลภายนอก เช่น จดั ป้ายและ แสดงเขตก่อสร้างอย่างชดั เจน จดั ให้มผี า้ ใบกนั วสั ดตุ กใส่ ราวกนั ตก การจดั เตรยี มถงั ดบั เพลงิ จดั ความเป็นระเบยี บเรียบร้อยในสถานท่ที างาน การใชเ้ คร่อื งจกั รอย่างถูกวธิ ี นอกจากน้ียังต้องมี มาตรการความปลอดภัยส่วนบุคคล เพ่ือป้องกนั ไม่ให้เกดิ อนั ตรายจากการทางาน หรอื ลดความ รนุ แรงของอุบตั เิ หตทุ อ่ี าจจะเกดิ ไดแ้ ก่ หมวกแขง็ นิรภยั ถุงมอื รองเทา้ พน้ื ยางหมุ้ สน้ แวน่ กรองแสง เป็นตน้ 4.3.4.2 การวิเคราะหส์ ภาวะอนั ตราย การสบื สวนอุบตั เิ หตุ เป็นการป้องกนั อุบตั เิ หตุ โดย การพิจารณาสภาพการทางาน พิจารณาอุบัติเหตุท่ีอาจจะเกดิ ข้นึ และผลของอุบัติเหตุ และหา แนวทางป้องกนั อุบตั เิ หตุ 4.3.4.3 การสรา้ งทศั นคติที่ดีในเรื่องของความปลอดภยั เป็นการเสรมิ ความปลอดภยั โดยมงุ่ แกท้ ส่ี าเหตุพน้ื ฐาน ดว้ ยการ จดั การอบรม การปลูกฝงั การใหแ้ รงจงู ใจเป็นตน้ รปู ท่ี 17 การอบรมก่อนการปฏิบตั ิงานและการมอบรางวลั เพ่ือเป็นแรงจงู ใจ
ความปลอดภยั ในงานก่อสรา้ ง 49 4.3.5 การจดั ความปลอดภยั ในการทางานพิเศษ ในการก่อสรา้ งอาคารพเิ ศษหรอื พน้ื ทพ่ี เิ ศษตา่ ง ๆ เชน่ งานก่อสรา้ งอาคารใตด้ นิ งานก่อ สรา้ งทางด่วน งานก่อสรา้ งในทะเล จะตอ้ งมกี ารจดั ใหม้ รี ะบบความปลอดภยั และการตรวจสอบความ ปลอดภยั มากกวา่ ปกติ และผทู้ จ่ี ะเขา้ ไปทางานจะตอ้ งมกี ารฝึกหรอื อบรม ใหม้ คี วามเขา้ ใจสภาพของ การงาน และมกี ารจดั การอบรมเป็นระยะ ๆ เพอ่ื เตรยี มความพรอ้ มในการทางาน 4.3.5.1 งานอโุ มงค์ ในปจั จบุ นั ประเทศไทยมกี ารจดั ทาอุโมงคร์ ถไฟฟ้าใตด้ นิ อโุ มงคส์ ่งน้า ทอ่ี ยู่ลกึ ลงไป 20 เมตรจากผวิ ดนิ ในกรงุ เทพ ซง่ึ ในการปฏบิ ตั งิ านจะตอ้ งมกี ารเตรยี มความพรอ้ มต่าง ๆ เช่น ระบบระบายอากาศ ระบบแสงสวา่ ง ระบบสูบน้า ระบบไฟฟ้าสารอง และเตรยี มทางหนีภยั เพ่อื ป้องกนั อนั ตรายทอ่ี าจจะเกดิ ขน้ึ ไดต้ ลอดเวลา 4.3.5.2 การทางานในที่ ๆ มีความกดอากาศสงู ( ความกดอากาศปกติ หมายถงึ ความ ดนั บรรยากาศซ่งึ เท่ากบั 1 บาร์ท่รี ะดบั น้าทะเล ) ซ่ึงความกดอากาศสูงมผี ลต่อระบบต่าง ๆ ของ ร่างกายคนเราอย่างมาก เช่น ระบบความดนั โลหิต จึงต้องมกี ารจดั ระบบในการทางานและการ ควบคมุ ดงั น้ี 1) ตอ้ งมกี ารกาหนดเวลาในการทางานใหเ้ หมาะสม 2) จดั ใหม้ กี ารตรวจสภาพร่างกายของคนงานเป็นระยะ ๆ 3) จดั ระบบสอ่ื สารทเ่ี ชอ่ื ถอื ได้ 4) จดั ใหม้ เี คร่อื งอดั ลมสารอง 5) จดั ระบบไฟฟ้าสารอง 4.3.5.3 ทางานเกี่ยวกบั วตั ถรุ ะเบิด ซ่งึ ทใ่ี ชก้ นั มากในงานกอ่ สรา้ งไดแ้ ก่งานระเบดิ หนิ เพอ่ื ใชเ้ ป็นวสั ดกุ อ่ สรา้ ง จะตอ้ งมกี ารจดั ความปลอดภยั ดงั น้ี 1) กาหนดเขตความปลอดภยั โดยจะตอ้ งแจง้ ใหผ้ ทู้ อ่ี ยู่บรเิ วณใกลเ้ คยี งระยะไมน่ ้อย กวา่ 150 เมตร ใหท้ ราบวา่ จะมกี ารใชว้ ตั ถุระเบดิ ในบรเิ วณใด 2) จดั พนกั งานรกั ษาความปลอดภยั คอยดูแลจุดเขา้ - ออกของบรเิ วณทจ่ี ะใชว้ ตั ถุ ระเบดิ เพ่อื ป้องกนั บคุ คลเขา้ ไปภายในบรเิ วณทจ่ี ะทางาน 3) จดั เกบ็ วตั ถรุ ะเบดิ ไวใ้ นทท่ี เ่ี หมาะสม และเขยี นป้ายใหเ้ หน็ ชดั เจน 4) ภายหลงั จากการทางานจะตอ้ งมกี ารตรวจสอบวา่ ระเบดิ ทกุ จุดท่ใี ชม้ กี ารระเบดิ ทกุ จุด หากไมร่ ะเบดิ ใหท้ าการจดั เกบ็ หรอื ทาลายทง้ิ 5) ตอ้ งมกี ารกาหนดเวลาในการใชว้ ตั ถุระเบดิ ทแ่ี น่นอน และมกี ารแจง้ ล่วงหน้า 6) จดั อปุ กรณร์ กั ษาความปลอดภยั สว่ นบุคคลใหก้ บั พนกั งานใหพ้ รอ้ ม เชน่ แวน่ ตา หมวก ทอ่ี ดุ หู เป็นตน้
ความปลอดภยั ในงานก่อสรา้ ง 50 4.3.6 มาตรฐานอปุ กรณ์ป้ องกนั อนั ตรายส่วนบคุ คล 1. หมวกแขง็ ต้องมีน้าหนกั ไม่เกิน 424 กรมั และต้องทาดว้ ยวตั ถุท่ไี ม่ใช้โลหะและต้องมี ความต้านทาน สามารถทนแรงกระแทกได้ 385 กิโลกรมั ภายในหมวกมรี องหมวกทาด้วยหนัง พลาสตกิ ผา้ หรอื วตั ถุท่คี ล้ายกนั และอยู่ห่างจากผนังหมวกไม่น้อยกว่า 1 เซนตเิ มตร ซ่ึงสามารถ ปรบั ระยะไดต้ ามขนาดศรษี ะ เพอ่ื ป้องกนั ศรษี ะกระแทกกบั หมวก 2. ท่ีสวมรดั ผมหรือตาขา่ ยคลุมผม ตอ้ งทาดว้ ยพลาสตกิ ผา้ หรอื วตั ถทุ ค่ี ลา้ ยกนั หรอื ใช้ สวมหรอื คลุมผมใหส้ นั้ เสมอคอ 3. แว่นตาหรือหน้ากากชนิ ดใส ตวั แว่นหรือหน้ากากทาด้วยพลาสติกใส มองเห็นได้ ชดั เจน สามารถป้องกนั แรงกระแทกได้ กรอบแวน่ มนี ้าหนกั เบา 4. แว่นตาลดแสง ตวั แวน่ ตอ้ งทาดว้ ยกระจกสสี ามารถลดความจา้ ของแสงลงใหอ้ ยใู่ นระดบั ทไ่ี มเ่ ป็นอนั ตรายต่อสายตา กรอบแวน่ มนี ้าหนกั เบาและกระบงั แสงมลี กั ษณะออ่ น 5. กระบงั หน้า ตวั กระบงั ต้องทาดว้ ยกระจกสสี ามารถลดความจ้าของแสงลงใหอ้ ยู่ในระดบั ทไ่ี มเ่ ป็นอนั ตรายต่อสายตา ตวั กรอบตอ้ งมนี ้าหนกั เบาและไม่ตดิ ไฟง่าย 6. ปลกั๊ ลดเสียง ( Ear plugs ) ตอ้ งทาดว้ ยพลาสตกิ หรอื ยาง หรอื วตั ถุอน่ื และตอ้ งสามารถ ลดเสยี งไดไ้ ม่น้อยกวา่ 15 เดซเิ บล 7. ครอบหูลดเสียง ( Ear muffs ) ต้องทาด้วยพลาสติกหรอื ยาง หรอื วตั ถุอ่นื และติอง สามารถลดเสยี งไดไ้ มน่ ้อยกวา่ 25 เดซเิ บล 8. ที่กรองอากาศสาหรบั ใชค้ รอบจมูกและปากกนั สารเคมี ต้องสามารถลดปรมิ าณความ เขม้ ขน้ ของสารเคมมี ใิ หเ้ กนิ กวา่ ทก่ี าหนดไวใ้ นตารางหมายเลข 1,2,3 9. เคร่ืองช่วยหายใจที่ใช้กบั แกส๊ หรือไอสารเคมี ต้องเป็นแบบหน้ากากครอบเตม็ หน้า ประเภททม่ี ถี งั อดั อากาศสาหรบั หายใจอยูใ่ นตวั หรอื ประเภททม่ี ที ่ออากาศตอ่ มาจากทอ่ี ่นื 10. ถงุ มือหนัง ตอ้ งมคี วามยาวหุม้ ถงึ ขอ้ มอื มลี กั ษณะใชส้ วมกบั ถุงมอื ไดท้ ุกน้วิ 11. ถงุ มือผา้ หรอื วตั ถอุ ่นื ท่มี ใี ยโลหะปน ตอ้ งมคี วามยาวหมุ้ ถงึ ขอ้ มอื มลี กั ษณะใชส้ วมกบั ถงุ มอื ไดท้ ุกน้วิ 12. ถงุ มอื ยาง ต้องทาดว้ ยยางหรอื วสั ดุทค่ี ล้ายกนั ตอ้ งมคี วามยาวหมุ้ ถงึ ขอ้ มอื มลี กั ษณะ ใชส้ วมกบั ถงุ มอื ไดท้ กุ น้วิ มคี วามเหนียวไม่ฉีกขาดงา่ ย สามารถกนั น้าและสารเคมไี ด้ 13. รองเท้ายางห้มุ แขง็ ต้องทาดว้ ยยางหรอื ยางผสมวตั ถุอ่นื เม่อื สวมแล้วมคี วามสูงไม่ น้อยกวา่ ครง่ึ แขง้ ไม่ฉีกขาดงา่ ย สามารถกนั น้าและสารเคมไี ด้ 14. รองเท้าหวั โลหะ ปลายรองเทา้ จะตอ้ งมโี ลหะแขง็ หมุ้ สามารถทนแรงกดไดไ้ มน่ ้อยกวา่ 446 กโิ ลกรมั
ความปลอดภยั ในงานกอ่ สรา้ ง 51 มนุษยท์ ุกคน รกั ชวี ติ และทรพั ยส์ นิ ของตนเองทงั้ นนั้ การเอาใจเขามาใสใ่ จเราย่อม ก่อให้เกดิ จติ สานึก และในงานก่อสรา้ งซ่งึ เป็นงานทม่ี กั จะมี อุบตั เิ หตุ หรอื อุบตั ภิ ยั เกดิ ขน้ึ อยู่เสมอ การตระหนกั ถงึ คณุ ค่าของชวี ติ และทรพั ย์สนิ ของผอู้ ่นื ย่อมเป็นคณุ สมบตั ทิ ด่ี ขี องผตู้ รวจควบคมุ งาน และผปู้ ระกอบการ จะต้องคอยกระตนุ้ เตอื นใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ านจะตอ้ งมคี วามต่นื ตวั อยู่เสมอ และมกี าร เตรยี มการป้องกนั ไวต้ ลอดเวลา การเตรยี มการป้องกนั จะชว่ ยลดอุบตั ภิ ยั ไดม้ าก เน่ืองจากอบุ ตั ภิ ยั ท่เี กิดจากงานก่อสร้าง แต่ละอย่างนัน้ จะก่อให้การสูญเสียทงั้ ชวี ติ และทรพั ย์สินอย่างมากมาย ผปู้ ระกอบการและผคู้ วบคุมงาน ควรจะตอ้ งศกึ ษาถงึ สาเหตุ และบ่อเกดิ ของอุบตั ภิ ยั เพ่อื เตรยี มการ ป้องกนั หรอื หาวธิ กี ารแกไ้ ข
52 การเกบ็ ตวั อย่างและการทดสอบวสั ดุ หน่วยท่ี การเก็บตวั อย่าง 5 และการทดสอบวสั ดุ สาระการเรียนรู้ 1. การทดสอบวสั ดุในหอ้ งทดสอบ 2. การทดสอบวสั ดุในสนาม 3. ตวั อยา่ งและวิธกี ารทดสอบ ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวงั หลงั จากศึกษาหน่วยน้ีแลว้ ผูเ้ รียนสามารถ 1. อธิบายถึงวิธกี ารเกบ็ ตวั อยา่ งวสั ดุเพ่ือในไปทดสอบในหอ้ งทดสอบไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง 2. อธิบายถึงวิธกี ารทดสอบวสั ดุหรือการเกบ็ ตวั อยา่ งวสั ดุในสนามได้ 3. อธิบายถึงความสาคญั ของการเกบ็ ตวั อยา่ งวสั ดุและการทดสอบวสั ดุไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง 4. อธิบายขนั้ ตอนการทดสอบวสั ดุในหอ้ งทดสอบได้
53 การเกบ็ ตวั อย่างและการทดสอบวสั ดุ การทดสอบวสั ดุ และการเก็บตวั อย่างเพ่ือการทดสอบ สาระสาคญั การกอ่ สรา้ งจะตอ้ งมกี ารออกแบบ และกาหนดรายละเอยี ดของการก่อสรา้ ง วสั ดทุ จ่ี ะใช้ เพอ่ื ให้ ผลงานออกมามคี ุณภาพและถูกตอ้ งตามรายการประกอบแบบ ซ่งึ ในส่วนน้ีจะตอ้ งมกี ารตรวจสอบโดย การนาตวั อย่างวสั ดุก่อสรา้ งบางชนิด เชน่ เหลก็ เสรมิ คอนกรตี หรอื วสั ดุท่ปี ฏบิ ตั งิ านในสนาม เช่น คอนกรตี ทท่ี าการกอ่ สรา้ งไปทาการทดสอบในหอ้ งทดลอง หรอื บางส่วนอาจจะสามารถทาการทดสอบ ในสนามได้ ซ่งึ ขนั้ ตอนการทดสอบต่างๆเหลา่ น้มี คี วามสาคญั มากในงานกอ่ สรา้ ง ผคู้ วบคุมงานกอ่ สรา้ ง จะตอ้ งมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจงานการจดั เกบ็ ตวั อยา่ งวสั ดุ เพอ่ื การทดสอบ การทดสอบวสั ดุ และการจดั เก็บตวั อย่างเพ่อื การทดสอบ เป็นการตรวจควบคุมคุณภาพของ วสั ดุและอุปกรณ์ ท่ีจะนามาใช้ เพ่ือให้ผลงานสาเรจ็ ลุล่วงตามวตั ถุประสงค์ท่ีต้องการ การทดสอบ บางอย่างผู้ตรวจและผคู้ วบคุมงานจะต้องใช้ทดสอบอยู่เป็นประจาในส่วนของอุปกรณ์บางอย่างท่ไี ม่ สามารถทาการทดสอบได้ เช่นอุปกรณ์ไฟฟ้า เคร่อื งสูบน้า เคร่อื งปรบั อากาศ อุปกรณ์ต่างเหล่าน้ีจะ ตรวจสอบโดยดูจากมาตรฐานผลติ ภณั ฑ์ (มอก.) หรอื การประกนั คุณภาพการตามอายุใช้งาน การ ทดสอบวสั ดุจะสามารถแยกออกเป็น 2 ลกั ษณะคอื 1. การทดสอบในหอ้ งทดสอบ 2. การทดสอบในสนาม 5.1 การทดสอบวสั ดใุ นห้องทดสอบ จะเป็นการเกบ็ ตวั อย่างในสนาม แล้วจดั ส่งไปทดสอบในห้องทดสอบทม่ี เี คร่อื งมอื พร้อมและ เป็นสถานทน่ี ่าเชอ่ื ถอื ในการเกบ็ ตวั อย่างผตู้ รวจงานจะตอ้ งควบคุมการจดั เกบ็ ใหไ้ ดว้ สั ดุทน่ี ามาส่งหรอื นามาใชง้ านจรงิ ๆ และอาจจะตอ้ งตรวจสอบขนั้ ตอนในการทดสอบของห้องทดสอบดว้ ย ส่วนใหญ่จะมี การทดสอบวสั ดดุ งั น้ี 5.1.1 ไม้และเหลก็ รูปพรรณ จะเป็นการทดสอบหารการรบั แรงของวสั ดุ เช่น แรงดงึ แรง เฉือน แรงอดั แตใ่ นปจั จุบนั ไมแ้ ละเหลก็ จะมกี ารตรวจสอบและควบคุมคุณภาพท่ไี ดม้ าตรฐาน และมี การรบั รองคุณภาพโดย มาตรฐานอุตสาหกรรม แต่อาจจะมกี ารทดสอบฝีมอื ของผปู้ ฏบิ ตั งิ านใหไ้ ด้ตาม มาตรฐาน 5.1.2 คอนกรตี การทดสอบคอนกรตี ในหอ้ งทดสอบจะเรมิ่ ตงั้ แต่ก่อนทาการก่อสรา้ ง โดยใน ขนั้ ต้นจะเป็นการทดสอบหรอื ออกแบบหาอตั ราส่วนผสม เพ่อื ให้ได้คอนกรตี ท่สี ามารถรบั แรงไดต้ าม รายการคานวณ เมอ่ื ได้อตั ราส่วนผสมทต่ี อ้ งการแลว้ เมอ่ื นาอตั ราส่วนผสมนนั้ ๆ ไปใชง้ านจะตอ้ งมกี าร จดั เกบ็ ตวั อยา่ งในสนามเพอ่ื นามาทดสอบหากาลงั รบั แรงอดั ของคอนกรตี อกี ครงั้
54 การเกบ็ ตวั อย่างและการทดสอบวสั ดุ 5.1.3 วสั ดผุ สมคอนกรตี หมายถงึ หนิ และทรายทน่ี ามาใชผ้ สมคอนกรตี โดยจะมกี ารทดสอบใน ขนั้ ตอนก่อนการออกแบบอตั ราส่วนผสมคอนกรตี แลว้ ซ่งึ จะตรวจสอบหาความแขง็ แกรง่ ความสะอาด และคุณสมบตั เิ ฉพาะของวสั ดผุ สม เชน่ ความถ่วงจาเพาะ 5.1.4 เหลก็ เสริมคอนกรีต ผตู้ รวจงานจะตอ้ งจดั เกบ็ ตวั อย่างเหลก็ เสรมิ คอนกรตี เพ่อื ทาการ ทดสอบแรงดงึ ก่อนการใชง้ าน 5.2 การทดสอบวสั ดใุ นสนาม หลงั จากท่ที าการทดสอบวสั ดุในหอ้ งทดสอบแลว้ กจ็ ะต้องนาผลการทดสอบนนั้ มาควบคุมการ ทางานในสนาม เพ่อื ใหไ้ ดค้ ุณภาพตามท่ตี อ้ งการ ในส่วนน้ีผตู้ รวจควบคุมงานจะตอ้ งศกึ ษาวธิ กี าร และ ใชท้ กั ษะและประสบการณใ์ นการตรวจสอบ ดงั น้ี 5.2.1 น้า ในรายการก่อสร้างทวั่ ไปจะระบุคุณสมบตั ิของน้าไวว้ ่า น้าท่นี ามาใชใ้ นการผสม คอนกรตี จะต้องเป็นน้าท่สี ะอาดสามารถด่มื ได้ กเ็ ท่ากบั ว่าใชค้ นเป็นเคร่อื งมอื ในการตรวจสอบความ สะอาดของน้า ซ่งึ ส่วนใหญ่จะใชน้ ้าประปาในการผสม แต่กม็ บี ่อยครงั้ ทใ่ี ชน้ ้าบ่อ น้าในแม่น้า ลาคลอง ใน การผสม ซ่งึ ในบางพน้ื ทก่ี ส็ ามารถใช้ได้ แต่บางพ้นื ท่ี เชน่ ชายทะเล น้าจะมรี สเคม็ บา้ ง จงึ ไม่สามารถ นามาใชไ้ ด้ น้าท่มี สี ารอนิ ทรยี ป์ นเป้ือนอยู่มาก หรอื มรี สเคม็ เหล่าน้ีไม่สมควรนามาใชเ้ พราะจะทาให้ กาลงั ของคอนกรตี ลดลง 30 – 40 เปอรเ์ ซน็ ต์ 5.2.2 ทรายและหิน จะตอ้ งตรวจสอบความสะอาด หนิ จะสามารถตรวจสอบจากการดดู ้วยตา เปลา่ ได้ ซง่ึ จะดจู ากฝนุ่ ดนิ วชั พชื สารอนิ ทรยี ท์ ป่ี นเป้ือน และทราย หนิ จะต้องมคี วามแขง็ แกรง่ หนิ ถา้ สกปรกมากก่อนนาไปใชค้ วรใชน้ าฉีดไลส่ ง่ิ สกปรกเสยี ก่อน ในส่วนของทรายอาจจะใชข้ วดใสท่ รายและ ผสมน้าและกรดเกลอื เขย่าแล้วท้งิ ไวเ้ พ่อื ตรวจสอบตะกอนทป่ี นเป้ือนอยู่วา่ มมี ากน้อยเพยี งใด หรอื ใช้ มอื กาทรายขน้ึ มาปล่อยทง้ิ แลว้ สงั เกตดฝู นุ่ ทต่ี ดิ อยบู่ นมอื วา่ มมี ากหรอื ไม่ 5.2.3 คอนกรีต การทดสอบคอนกรีตในสนาม จะเป็นการทดสอบหาความข้นเหลวของ คอนกรตี โดยควบคุมใหม้ คี า่ ความยุบตวั ทเ่ี หมาะสมกบั งาน แต่ละงาน และทส่ี าคญั อกี อย่างหน่ึงคอื การ เกบ็ ตวั อยา่ งลกู ปนู เพ่อื ทดสอบการรบั แรงอดั ของคอนกรตี ซ่งึ จะแลว้ แตค่ วามสาคญั ของโครงสรา้ ง รปู ที่ 18 การทดสอบความขน้ เหลวใน สนาม
55 การเกบ็ ตวั อย่างและการทดสอบวสั ดุ 5.3 ตวั อย่างการทดสอบวสั ดใุ นสนาม 5.3.1 การทดสอบหาค่าความยบุ ตวั ของคอนกรตี (Slump Test) การทดสอบหาความยบุ ตวั ของคอนกรตี (Slump Test) เป็นวธิ ที ส่ี ะดวกมากทส่ี ดุ สาหรบั การทด สอบในสนาม เน่อื งจากมวี ธิ กี ารท่ไี ม่ยุ่งยากและเครอ่ื งมอื ทใ่ี ชก้ ท็ าไดไ้ ม่ยากนกั ค่าความยุบตวั จะมาก หรอื น้อยจะขน้ึ อยู่กบั ปรมิ าณน้าทใ่ี ชใ้ นการผสมคอนกรตี ในงานคอนกรตี ท่มี กี ารเทอย่างต่อเน่ืองควร กาหนดชว่ งเวลาในการทดสอบตามความเหมาะสมดงั น้ี 1. กอ่ นเรม่ิ งาน 2. ในระหวา่ งการทางาน 3. ในตอนทเ่ี ปลย่ี นโครงสรา้ งทเ่ี ทคอนกรตี 4. ในตอนทเ่ี ปลย่ี นกองวสั ดุทใ่ี ชผ้ สมคอนกรตี จดุ ประสงค์ 1. เพอ่ื ตรวจสอบความขน้ เหลวของคอนกรตี ทย่ี งั ไม่แขง็ ตวั 2. เพอ่ื หาความคล่องตวั ในการเทคอนกรตี ของแตล่ ะชนดิ งาน 3. นาผลจากการวดั ไปใชป้ ระโยชน์ในการควบคมุ การทางานและหาคา่ อตั ราส่วนผสม เครือ่ งมือและอปุ กรณ์ 1. แบบหล่อตวั อย่าง (Slump mold) เป็นแบบรูปกรวยหวั ตดั ซ่ึงทาด้วยโลหะบางๆมขี นาด ส่วนต่างๆดงั น้ี ตอนล่างมเี ส้นผ่าศูนย์กลางภายใน 20 ซม. ตอนบนมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ภายใน 10 ซม.และสงู 30 ซม.มหี ูสาหรบั ยกและสาหรบั เหยยี บทงั้ 2 ขา้ ง 2. เหล็กกระทุ้ง (Tamping Rod) เป็ นเหล็กกลมตันเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 มม. (5/8”) ยาว 60 ซม.ปลายกระทงุ้ เป็นรปู มน 3. เคร่อื งมอื วดั ค่าความยบุ ตวั ( ตลบั เมตร ,ไมบ้ รรทดั ) 4. วสั ดแุ ผน่ เรยี บกนั น้าหรอื ถาดรอง ( Pan ) 5. ทต่ี กั ปนู ,พลวั่ เลก็ ๆและเกรยี ง รปู ท่ี 19 เครือ่ งมือทดสอบค่าความยบุ ตวั ของคอนกรีต
56 การเกบ็ ตวั อย่างและการทดสอบวสั ดุ วิธีการทดสอบ 1. วางกรวยเหลก็ ลงบนพน้ื เรยี บทซ่ี ึมน้าไม่ได้ โดยเอาปลายตดั ทม่ี ขี นาดเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางเลก็ กวา่ ตงั้ ขน้ึ ขา้ งบน 2. ใชเ้ ทา้ ทงั้ 2 เหยยี บกดแผน่ เหลก็ ทย่ี น่ื ออกจากกรวยทงั้ 2 ขา้ งใหแ้ น่น 3. บรรจุคอนกรตี ทผ่ี สมเสรจ็ ใหม่ลงในแบบ ใหส้ ูง 10 ซม.แลว้ กระทุง้ ดว้ ยเหลก็ กระทุง้ จานวน 25 ครงั้ ใหท้ วั่ กรวย ( 1 ) 4. เตมิ คอนกรตี อกี 10 ซม.แลว้ กระทงุ้ แบบเดยี วกนั อกี 25 ครงั้ ( 2 ) 5. เตมิ คอนกรตี ใหเ้ ตม็ แลว้ กระทงุ้ แบบเดยี วกนั อกี 25 ครงั้ สาหรบั ชนั้ สุดทา้ ย ในระหวา่ งการ กระทุง้ ควรคอยเตมิ คอนกรตี ใหเ้ ตม็ อยูเ่ สมอ (1) (2) (3) 6. เม่อื กระทงุ้ เสรจ็ แลว้ ใชเ้ หลก็ กระทงุ้ ปาดคอนกรตี ออกใหเ้ รยี บและใหไ้ ดร้ ะดบั กบั ขอบกรวย ตอนบน 7. ใชม้ อื ทงั้ สองขา้ งจบั หกู รวย ค่อย ๆ ยกขน้ึ ในแนวดง่ิ โดยเลกิ เหยยี บแผน่ เหลก็ (หกู รวย) ท่ี ใกลพ้ น้ื เสยี ก่อน คอนกรตี จะยบุ ตวั ระยะเวลาการทดสอบตงั้ แตเ่ รม่ิ ใสค่ อนกรตี จนยกกรวย ขน้ึ ตอ้ งใหเ้ สรจ็ ภายในเวลา 3 นาที 8. วดั คา่ ความยบุ ตวั คอนกรตี ทนั ที โดยเปรยี บเทยี บกบั ความสงู ของกรวย ยบุ ตวั แบบถูกตอ้ ง ยบุ ตวั แบบเฉอื น ยบุ ตวั แบบลม้ (True Slump) (Shear Slump) (Collapse Slump) รปู ท่ี 20 แสดงการวดั ค่าความยบุ ตวั ของคอนกรตี
57 การเกบ็ ตวั อย่างและการทดสอบวสั ดุ ตารางแสดงค่าการยบุ ตวั สาหรบั งานก่อสร้างชนิดต่าง ๆ ชนดิ ของงาน คา่ การยบุ ตวั ต่าสดุ สูงสุด 2 3 ฐานราก 4 5 พ้นื คาน ผนงั 6 5 เสา 10 ครีบ ค.ส.ล. และผนงั บาง 10 5.3.2 กาลงั ต้านทานแรงอดั กาลงั ต้านทานแรงอดั ของคอนกรตี เป็นคุณสมบตั ิท่สี าคญั ของคอนกรตี เป็นตวั บอกให้ ทราบถงึ คุณสมบตั อิ ่นื ๆ ได้เป็นอย่างดี เพราะค่ากาลงั ตา้ นทานหรอื รบั แรงแบบอ่นื เป็นสดั ส่วนกบั กาลงั ตา้ นทานแรงอดั จดุ ประสงค์ 1. เพอ่ื กาหนดคา่ อตั ราสว่ นน้าตอ่ ซเี มนตท์ เ่ี หมาะสมในการออกแบบสว่ นผสมของคอนกรตี 2. เพอ่ื กาหนดคณุ ภาพของวสั ดแุ ต่ละชนิดในส่วนผสม 3. เพอ่ื ควบคุมคณุ ภาพของคอนกรตี ทห่ี ลอ่ ขน้ึ จรงิ การทดสอบหาแรงอดั ประลยั ของคอนกรีตทาได้โดยการกดหรืออดั แท่งทดสอบมาตราฐาน (รูปทรงกระบอกหรือรูปลูกบาศก์) ซ่ึงบ่มช้นื ตามระยะเวลากาหนด ด้วยเคร่อื งทดสอบมาตราฐาน จนกระทงั่ คอนกรีตถูกอัดแตก น้าหนักกดหรืออัดสูงสุดที่ได้หารด้วยเนื้อท่ีหน้ าตัดของแท่ง ตวั อย่างจะเป็นค่าหน่วยแรงอดั ประลยั คอนกรีตนัน้ ค่ากาลงั ต้านทานต่อแรงอดั น้ีขน้ึ อยู่กบั อตั รา สว่ นผสมปรมิ าณน้า การทาใหแ้ น่น อายขุ องแท่งทดสอบ การบ่ม เป็นตน้ “การบม่ ชื้น” หมายถงึ สภาพทม่ี นี ้าหล่ออยทู่ กุ ๆ ดา้ นของแทง่ ตวั อย่างตลอดเวลา แท่งทดสอบมาตรฐาน 1. มาตรฐานอเมริกนั มขี นาดส่วนสงู เป็นสองเท่าของขนาดเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลาง ขนาดปกตทิ ่ี ใชก้ นั คอื ขนาดเส้นผา่ ศนู ย์กลาง 15 ซม. สูง 30 ซม. ซ่งึ ใชก้ บั วสั ดุผสมขนาดไม่โตกว่า 50 มม. (2”) ในกรณที ข่ี นาดวสั ดุผสมโตกวา่ 50 มม. (2”) กใ็ ชท้ รงกระบอกมาตรฐานขนาดเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลาง 20 ซม.
58 การเกบ็ ตวั อย่างและการทดสอบวสั ดุ รปู ท่ี 21 เคร่อื งมอื เกบ็ ตวั อยา่ ง รปู ที่ 22 แท่งตวั อยา่ ง ขนั้ ตอนการหล่อแท่งทดสอบ ทาได้โดยเทคอนกรีตลงในแบบ ซ่ึงทาด้วยโลหะกนั น้าซึม เป็นจานวน 3 ชนั้ ๆ ละ เท่าๆ กนั แต่ละชนั้ กระทุ้งด้วยเหลก็ เส้นกลมขนาดสน้ ผ่าศนู ยก์ ลาง 16 มม. ยาว 60 ซม. ปลายมน เป็นจานวนชนั้ ละ 25 ครงั้ ถา้ เป็นทรงกระบอกใหญ่ขนาดเสน้ ผา่ ศูนย์กลาง 20 ซม. สูง 40 ซม. ใหก้ ระทุง้ ชนั้ ละ 50 ครงั้ 2. มาตรฐานองั กฤษ ใชก้ อ้ นลูกบาศก์คอนกรตี ขนาด 15x15x15 เซนตเิ มตร กบั วสั ดผุ สมท่ี มขี นาดไม่โตกวา่ 50 มม. (2”) รปู ท่ี 23 เครอื่ งมือเกบ็ ตวั อย่าง และแท่งตวั อย่าง
59 การเกบ็ ตวั อย่างและการทดสอบวสั ดุ ขนั้ ตอนการหล่อแท่งทดสอบ ทาโดยใส่คอนกรตี ลงในแบบหล่อซ่งึ ทาดว้ ยโลหะกนั น้าซมึ เป็นจานวน 3 ชนั้ ๆ ละ เท่า ๆ กนั แตล่ ะชนั้ กระทุง้ ดว้ ยเหลก็ ขนาด 4 ปอนด์ เน้อื ทห่ี น้าตดั 1 ตารางน้วิ ปลายมนเป็นจานวนชนั้ ละ 35 ครงั้ ก่อนทจ่ี ะเรม่ิ ทาการหล่อแท่งทดสอบ จะตอ้ งทาความสะอาดแบบหล่อใหเ้ รยี บรอ้ ย อยา่ ใหม้ ฝี ุ่น หรอื ปูนของเก่าเกาะตดิ อยู่ในแบบ แบบด้านใดท่สี มั ผสั กบั คอนกรตี จะต้องทาน้ามันให้ทัว่ เพ่อื มิให้ มอร์ต้าเกาะหรือรวั่ ไหวออกมาตามรอยต่อได้ แบบเม่อื ประกอบแล้วต้องมสี กรู หรอื ท่ีรดั ยึดแบบยดึ ตดิ กนั แน่นทงั้ ดา้ นขา้ งและฐานโดยไมแ่ ยกออกจากกนั ในขณะกระทงุ้ หรอื ใชเ้ ครอ่ื งสนั่ คอนกรตี แท่งทดสอบจะทาอย่างน้อย 3 แทง่ สาหรบั อายุหน่งึ ๆ เชน่ ถา้ จะทดสอบเม่อื คอนกรตี อายุ 7 วนั และ 28 วนั กต็ อ้ งทาแทง่ ทดสอบชนิดนนั้ ๆ 3 แท่ง สาหรบั 7 วนั และอกี 3 แท่ง สาหรบั 28 วนั เม่อื หล่อขน้ึ ตวั อย่างเรียบร้อยแล้ว ให้ท้ิงไว้เป็นเวลา 24 ชวั่ โมง แล้วจงึ ถอดแบบออกเขยี น หมายเลขทแ่ี ละวนั ทห่ี ลอ่ คอนกรตี บนแทง่ ทดสอบน้ีดว้ ยดนิ สอหรอื สกี ไ็ ด้ แล้วนาไปบม่ ชน้ื ทอ่ี ณุ หภูมิ 18 องศาเซน็ ตเิ กรด จนถงึ เวลาทดสอบ ปกตอิ ายุของการทดสอบ เพอ่ื หากาลงั ของคอนกรตี มกั ใช้ 28 วนั แต่กอ็ าจทดสอบเมอ่ื มอี ายุ เพยี ง 7 วนั เพ่อื ชว่ ยในการปรบั ปรุงสว่ นผสมเม่อื ตอนเรมิ่ งานใหมๆ่ ภายใตส้ ภาวะทก่ี าหนดใหอ้ าจหา ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งกาลงั ท่ีอายุ 28 วนั และทอ่ี ายุน้อยกวา่ นนั้ เชน่ 7 วนั ไดโ้ ดยการทดสอบ หลงั จาก นนั้ กใ็ ชก้ ารทดสอบท่อี ายุน้อยๆ น้ี ในการควบคุมคอนกรตี สาหรบั ซีเมนตซ์ ูเปอร์ การทดสอบท่อี ายุ 1 หรอื 3 วนั กอ็ าจใหค้ า่ กาลงั สงู สดุ ได้ เสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางของแทง่ ทดสอบรูปทรงกระบอกทถ่ี อดแบบหล่อออกแลว้ ควรวดั ให้ละเอยี ด ถงึ 0.025 ซม. โดยการเฉลย่ี เส้นผ่านศนู ยก์ ลาง 2 ค่าท่ที ามุมฉากกนั ตรงใกล้ๆ กบั ก่งึ กลางความยาว ของแท่งทดสอบ ก่อนการทดสอบควรหล่อฝา (Capping) ทบั ช้นิ ตวั อย่างซ่ึงจะรบั แรงกด ให้ได้พ้นื ราบเพราะ ความขรุขระจะทาใหไ้ ดค้ ่าต่าและผดิ พลาด และควรทาใหบ้ างทส่ี ุดเท่าท่จี ะทาได้ (ประมาณ 1/16 – 1/8 น้ิว) ฝาจะต้องมงั่ คงและมกี าลงั รบั แรงกด อย่างน้อยเท่ากบั ตวั คอนกรตี เอง วสั ดุท่ใี ชใ้ นการหล่อฝา มกั จะใชส้ ารประกอบกามะถนั วสั ดุอย่างอน่ื ไดแ้ ก่ ซเี มนตก์ บั น้าทม่ี แี คลเซยี มคลอไรดเ์ ป็นตวั เรง่ ซเี มนต์ รบั แรงเรว็ สารผสมของซเี มนตป์ อรต์ แลนดแ์ ละปนู พลาสเตอร์ แร่ใยหนิ แรงสูงพเิ ศษ การทดสอบแรงอดั ประลยั การทดสอบแรงอดั ประลยั กระทาโดยการกดหรอื อดั แรงเขา้ ไปในแท่งทดสอบซง่ึ อยู่ในสภาพชน้ื (การทดสอบในสภาพ Air – dry จะใหก้ าลงั สูงกวา่ 20 ถงึ 40%) ดว้ ยอตั ราการกดทส่ี ม่าเสมอ สาหรบั เคร่อื งทดสอบใชร้ ะบบน้ามนั Hydraulic อตั ราการเพ่ิมน้าหนกั ทางแรงอดั ควรเป็น 2.5 + 1.0 กก. ต่อ ตารางเซนตเิ มตร ตอ่ 1 วนิ าที จนกระทงั่ ชน้ิ ตวั อยา่ งถูกอดั แตก ถา้ เพมิ่ อตั ราการกดใหเ้ รว็ ขน้ึ ค่ากาลงั อดั ทไ่ี ดจ้ ะเพม่ิ ขน้ึ ขอ้ ควรระวงั คอื ผวิ ของปลายทงั้ สองตอ้ งมผี วิ เรยี บและขนานกนั เพ่อื มใิ หม้ หี น่วยแรง แผส่ ม่าเสมอบนหน้าตดั นนั้ น้าหนกั หรอื
60 การเกบ็ ตวั อย่างและการทดสอบวสั ดุ = P A คือ หน่วยแรงอดั ประลยั กโิ ลกรมั ต่อตารางเซน็ ตเิ มตร P คือ น้าหนกั กดสูงสุด กโิ ลกรมั A คือ เน้อื ทห่ี น้าตดั ของแท่งทดสอบ ตารางเซน็ ตเิ มตร รปู ท่ี 24 เครอื่ งทดสอบแรงอดั ของคอนกรตี 5.3.3 การหาปริมาณดินและฝ่นุ ผงโคลนที่ปนมากบั ทรายท่ีจะใช้ในการผสมคอนกรีต วธิ นี ้ีใชป้ ระมาณการหาปรมิ าณดินและฝุ่นผงได้อย่างรวดเรว็ โดยอาศยั การตกตะกอนกับ ระยะเวลาคอื เมอ่ื ทาการเขย่าทรายกบั น้าในกระบอกตวงแล้ว กท็ ง้ิ ไวใ้ ห้ตกตะกอน โดยทรายจะมขี นาด ใหญ่และตกตะกอนลงมาก่อน ส่วนฝุ่นและผงหรอื โคลนซ่ึงมนี ้าหนักน้อยจะตกตะกอนทหี ลงั และอยู่ ดา้ นบนตามระยะเวลาทท่ี ว้ิ ไว้ ในการวดั ปรมิ าณฝนุ่ จะวดั จากความหนาทส่ี ะสมอย่บู นชนั้ ทราย
61 การเกบ็ ตวั อย่างและการทดสอบวสั ดุ อปุ กรณ์ท่ีใช้ในการทดสอบ กระบอกตวงแกว้ ใส ขนาด 1000 ลบ.ซ.ม. (Glass Measuring Cylinder) พรอ้ มฝา ปิดกนั น้าได้ วิธีการทดสอบ 1. เกบ็ ตวั อย่างทรายในสนาม 1500 กรมั โดยวธิ แี บง่ ส่ี หรอื โดยใชก้ ล่องแยกตวั อยา่ ง 2. นาตวั อยา่ งทรายใส่ขวดตวงจนถงึ ระดบั 400 ลบ.ซ.ม. และเตมิ น้าสะอาดจนไดร้ ะดบั 800 ลบ.ซม. ปิดฝาแลว้ เขยา่ แรง ๆ ตงั้ ทง้ิ ไว้ 1 ชม. 3. วดั ความสูงของตะกอน โดยตะกอน10 ลบ.ซ.ม.จะเทา่ กบั 1 เปอรเ์ ซน็ ต์ 5.3.4 การหาการพองตวั ของทราย การหาการพองตวั ของทราย (Bulking Of Sand) เป็นการหาการพองตวั ของทรายเม่อื ถูกน้า ทรายเปียกและทรายแหง้ จะมปี รมิ าตรไมเ่ ทา่ กนั เม่อื นาไปตวงใช้ ทรายทเ่ี ปียกชน้ื เม่อื นาไปใชอ้ าจจะทา ใหป้ รมิ าณทรายขาดไป 25 – 40 เปอรเ์ ซน็ ต์ เน่อื งจากเมอ่ื หดตวั ปรมิ าตรของทรายจะลดลง เคร่ืองมอื ทดสอบ 1. ถงั บรรจุทรายรปู ทรงกระบอก 2. ไมบ้ รรทดั ขนาด 1 ฟุต 3. กระป๋องใสน่ ้า 4. ท่อนเหลก็ สาหรบั คนตวั อยา่ ง วิธีการทดสอบ 1. นาตวั อย่างทรายจานวนหน่งึ ทไ่ี ดจ้ ากสนาม โรยลงในถงั ให้ไดความสงู 3ใน 4 ของถงั เกลย่ี ผวิ หน้าทรายใหเ้ รยี บ วดั วามสูงของทราย 5 จุด หาค่าเฉลย่ี ของความสูง 2. นาตวั อยา่ งทรายในถงั ออกใสภ่ าชนะอน่ื ไวก้ อ่ น 3. ใสน่ ้าลงในถงั ประมาณครง่ึ ถงั แลว้ โรยทรายทเ่ี ตรยี มไวล้ งในถงั พรอ้ มกบั คนไปดว้ ยเพอ่ื ไล่ ฟองอากาศดว้ ย 4. วดั ความสูงของทราย 5 จุด หาคา่ เฉลย่ี การคานวณ เปอรเ์ ซน็ ตก์ ารพองตวั ของทราย = ( A - B) * 100 / B A = ความสูงเฉลย่ี ของทรายแหง้ ชน้ื B = ความสูงเฉลย่ี ของทรายในน้า
62 การเกบ็ ตวั อย่างและการทดสอบวสั ดุ 5.3.5 การทดสอบเหลก็ ด้วยการดึง การเกบ็ ตวั อยา่ งเหลก็ เส้นเพื่อการทดสอบ 1. ผรู้ บั จา้ งต้องตดั เหลก็ เสน้ ทุกๆขนาด แตล่ ะขนาดยาวไม่น้อยกวา่ 1.00 เมตร เพ่อื ทาการ ทดสอบ 2. การเกบ็ ตวั อยา่ งใหเ้ กบ็ หน่งึ ตวั อย่างจากเหลก็ เสน้ ๆหน่งึ ต่อจานวนเหลก็ เสน้ ทกุ ๆ 100 เสน้ หรอื เศษของ 100 เส้น แต่จานวนตวั อย่างแต่ละขนาดท่สี ่งมาทดสอบในแต่ละชุดต้องไม่น้อยกว่า 5 ตวั อยา่ ง 3. การเกบ็ ตวั อย่างตอ้ งเกบ็ จากกองเหลก็ เสน้ แต่ละชดุ ทอ่ี ยู่ในทส่ี ถานทก่ี ่อสรา้ ง และตอ้ งเกบ็ ตวั อยา่ งตอ่ หน้าผคู้ ุมงานของผวู้ า่ จา้ ง 4. เม่อื เกบ็ ตวั อย่างไดเ้ รยี บรอ้ ยแลว้ ผรู้ บั จา้ งตอ้ งนาส่งมายงั ผวู้ า่ จา้ งเพ่อื ทาการทดสอบทงั้ น้ีผู้ วา่ จา้ งอาจแจง้ ให้นาไปหดสอบทห่ี น่วยราชการอ่นื ทผ่ี วู้ ่าจา้ งเชอ่ื ถอื กไ็ ด้ ค่าใชจ้ า่ ยในการทดสอบน้ีผู้ รบั จา้ งตอ้ งเป็นผอู้ อกเองทงั้ สน้ิ การตรวจสอบเบอื้ งต้น 1 การหาปรมิ าณของมวลเหลก็ ตอ่ ความยาว 1 เมตร โดยการชงั่ น้าหนกั วา่ หนกั ตามเกณฑ์ หรอื ไม่ 2 การทดสอบดว้ ยการดดั โคง้ เยน็ วา่ เหลก็ มรี อยปรแิ ตกหรอื ไม่ การพิจารณาผลการทดสอบ ถา้ ปรากฏวา่ เหลก็ เสน้ ตวั อย่างทน่ี ามาทดสอบนนั้ ไมเ่ ป็นไปตามขอ้ กาหนดใหถ้ อื วา่ เหลก็ เสน้ เสรมิ คอนกรตี ชดุ นนั้ ใชไ้ มไ่ ด้ ในงานก่อสรา้ งอาคารคอนกรตี เสรมิ เหลก็ เหลก็ จะเป็นวสั ดุทอ่ี อกแบบใหร้ บั แรงดงึ ฉะนนั้ ในการ ทดสอบหากาลงั และคณุ สมบตั ขิ องเหลก็ จงึ มกั จะใชว้ ธิ กี ารดงึ ในการดงึ เหลก็ ในขณะทเ่ี กดิ ความเคน้ ดงึ ตวั อย่างท่ที ดสอบจะยดื ออกเรอ่ื ย ๆ ตามขนาดของความเค้นท่เี พมิ่ ขน้ึ ระยะท่ยี ดื ออกต่อหน่วยความ ยาวเดมิ ของเหลก็ ตวั อย่าง เรยี กวา่ ความเครยี ด คา่ ความเคน้ และความเครยี ดสามารถคานวณไดด้ งั น้ี ความเคน้ = แรงดงึ = P/A L/L พน้ื ทห่ี น้าตดั ความเครยี ด = ความยาวทเ่ี พม่ิ ขน้ึ = ความยาวพกิ ดั
63 การเกบ็ ตวั อย่างและการทดสอบวสั ดุ เครอื่ งมือและอปุ กรณ์ 1. เคร่อื งทดสอบยนู เิ วอรแ์ ซล 2. เครอ่ื งมอื วดั การยดื อยา่ งละเอยี ด 3. เวอรเ์ นยี ร์ 4. ไมบ้ รรทดั เหลก็ 5. เหลก็ ตวั อย่างสาหรบั การทดสอบยาวประมาณ 0.40 ม. วิธีการทดลอง 1. วดั ขนาดเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางของเหลก็ โดยการหาค่าเฉลย่ี จากการวดั ประมาณ 5 ครงั้ 2. วดั ระยะความยาวพกิ ดั 3. นาตวั อยา่ งตดิ ตงั้ ในเครอ่ื งทดลอง 4. ปรบั เคร่อื งใหม้ แี รงดงึ เรมิ่ ตน้ ประมาณ 50 กก. 5. ตดิ ตงั้ เคร่อื งวดั ความยดื อย่างระเอยี ด 6. เพม่ิ แรงดงึ ขน้ึ ประมาณ 200 กก. แลว้ ผอ่ นแรงดงึ เหลอื 50 กก. เท่าเดมิ ตรวจสอบค่าท่ี อา่ นจากเคร่อื งวดั การยดื วา่ ยงั เท่าเดมิ หรอื ไม่ถา้ เปลย่ี นแปลงเกนิ กวา่ 2 ขดี หน้าปดั ใหต้ ดิ ตงั้ เคร่อื งวดั ใหม่ 7. เมอ่ื ตดิ ตงั้ เรยี บรอ้ ยแลว้ ใหท้ าการเพมิ่ แรงดงึ ขน้ึ ชา้ ในอตั ราความเรว็ 80 กก. / ซม.ตอ่ วนิ าที จนถงึ จุดคลาก และให้บนั ทกึ ค่าแรงดงึ และอ่านค่าจากเคร่อื งวดั การยดื ตวั ทุก ๆ ชว่ งทแ่ี รงดงึ เพมิ่ ขน้ึ 10 % ของแรงดงึ ณ จุดคลากเม่อื แรงดงึ สูงกวา่ จุดคลากไปแล้ว อาจปรบั เพมิ่ ความเรว็ ขน้ึ ได้เลก็ น้อย และวดั ระยะการยืดช่วงน้ีจะต้องใช้วธิ กี ารประมาณโดยใชไ้ ม้บรรทดั เหลก็ ทาต่อไปจนเหลก็ ขาด ให้ บนั ทกึ แรงดงึ สูงสดุ และแรงดงึ จดุ วบิ ตั ิ 8. คานวณคา่ ความเคน้ ความเครยี ด เขยี นกราฟ และวาดรูปแสดงลกั ษณะการวบิ ตั ิ
64 การตรวจควบคุมงานวางผงั และงานฐานราก หน่วยที่ การตรวจควบคมุ 6 งานโครงสรา้ ง สาระการเรียนรู้ 1. การตรวจควบคุมงานวางผงั และงานฐานราก 2. การตรวจควบคุมงานคอนกรีต 3. การตรวจควบคุมงานแบบหลอ่ และงานเหลก็ เสริมคอนกรีต 4. การตรวจควบคุมงานโครงสรา้ งไม้ 5. การตรวจควบคุมงานโครงสรา้ งเหลก็ รูปพรรณ สาระสาคญั งานโครงสรา้ งถือเป็นงานหลกั ของการกอ่ สรา้ ง งานโครงสรา้ งของอาคารในปัจจุบนั สว่ นใหญจ่ ะเป็นโครงสรา้ งคอนกรีตเสริมเหลก็ และโครงสรา้ งเหลก็ รูปพรรณ ในสว่ นของงาน โครงสรา้ งไมก้ พ็ อมเี ป็นสว่ นประกอบอยูบ่ า้ ง เชน่ โครงหลงั คา เน่ืองมาจากไมม้ รี าคาแพง ซ่ึงแตล่ ะ สว่ นของโครงสรา้ งตา่ ง ๆ ถือไดว้ า่ เป็นสว่ นประกอบท่สี าคญั ของอาคาร ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวงั เม่ือศึกษาบทน้ีจบแลว้ ผูเ้ รียนสามารถ 1. บอกวิธกี ารตรวจควบคุมงานวางผงั และงานฐานรากได้ 2. อธิบายการตรวจควบคุมงานคอนกรีตได้ 3. อธิบายการตรวจควบคุมงานแบบหลอ่ และงานเหลก็ เสริมคอนกรีตได้ 4. อธิบายวิธกี ารตรวจควบคุมงานโครงสรา้ งไมไ้ ด้ 5. บอกวิธกี ารตรวจควบคุมงานโครงสรา้ งเหลก็ รูปพรรณได้
65 การตรวจควบคมุ งานวางผงั และงานฐานราก หน่วยท่ี 6.1 การตรวจควบคมุ งาน วางผงั และงานฐานราก หวั ขอ้ เรื่อง 1. การปรับพ้ืนท่เี พ่ือวางผงั อาคาร และการกอ่ สรา้ งอาคารชว่ั คราว 2. การตรวจควบคุมงานวางผงั อาคาร 3. การตรวจควบคุมงานฐานราก 4. การตรวจควบคุมงานเสาเขม็ ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวงั เม่ือศึกษาบทน้ีจบแลว้ ผูเ้ รียนสามารถ 1. อธิบายวิธกี ารตรวจควบคุมงานปรับพ้ืนท่เี พ่ือวางผงั อาคารได้ 2. บอกวิธกี ารตรวจควบคุมงานวามผงั อาคารได้ 3. บอกขน้ั ตอนการตรวจควบคุมงานฐานรากได้ 4. อธิบายการตรวจควบคุมงานเสาเขม็ ตอกได้ 5. อธิบายการตรวจควบคุมงานเสาเขม็ เจาะได้
66 การตรวจควบคมุ งานวางผงั และงานฐานราก การตรวจควบคมุ งานวางผงั และงานฐานราก สาระสาคญั งานฐานรากจดั ได้ว่าเป็นโครงสรา้ งส่วนล่างของอาคารทม่ี คี วามสาคญั มาก เน่ือจากฐาน รากเป็นโครงสร้างทร่ี องรบั น้าหนกั ทงั้ หมดของอาคารแลว้ ถ่ายลงสู่ดนิ โดยตรงหรอื ผ่านเสาเขม็ ซ่ึง ผตู้ รวจควบคุมงานจะต้องดูแลอย่างใกล้ชดิ เพราะงานฐานรากอาจจะส่งผลเสยี ในอนาคตได้ เช่น อาคารทรุดตวั หรอื เกดิ การแตกรา้ วพงั ลงมาได้ งานวางผงั อาคารเป็นขนั้ ตอนทส่ี าคญั ขนั้ ตอนหน่ึงของงานกอ่ สรา้ ง ก่อนการวางผงั อาคาร ควรมกี ารตรวจสอบแนวเขตท่ดี นิ ใหช้ ดั เจนก่อนท่จี ะปฏบิ ตั ิ เพราะถา้ หากมกี ารผดิ พลาดในเรอ่ื งของ หลกั เขตทด่ี นิ จะทาใหแ้ นวอาคารผดิ จากแบบหรอื ผดิ พระราชบญั ญตั กิ ารควบคุมอาคาร 6.1.1 การปรบั พืน้ ท่ี งานวางผงั และการก่อสรา้ งอาคารชวั ่ คราว 6.1.1.1 งานปรบั พนื้ ที่ ก่อนลงมอื ทาการกอ่ สรา้ ง สง่ิ ทต่ี อ้ งทาก่อนคอื การปรบั พน้ื ทก่ี อ่ สรา้ ง และก่อสรา้ งอาคาร ชวั่ คราว สานกั งานสนาม บา้ นพกั คนงาน และจะตอ้ งจดั ผงั ตาแหน่งของโครงสรา้ งชวั่ คราวตา่ งๆ ให้ เหมาะสม เช่น การสร้างท่พี กั คนงานควรจะจดั ไว้ดา้ นใน ด้านนอกควรเป็นสานักงานสนาม งาน เหล่าน้เี ป็นหน้าทข่ี องผคู้ วบคมุ งานทจ่ี ะดแู ลการทางานและสงั่ การ เพ่อื ให้งานดาเนินไปดว้ ยความ ถกู ตอ้ ง ซ่งึ ผคู้ วบคุมงานจะตอ้ งพจิ ารณาการตรวจสอบดงั น้ี 1) ตรวจสอบหมุดหลกั เขตท่ดี นิ และระดบั อ้างองิ ( + 0.00 ) ก่อนลงมือทาการ ก่อสร้างหรอื ปรบั พ้นื ท่ผี ูค้ วบคุมงานจะต้องทาการตรวจสอบแนวเขตท่ดี ินให้ชดั เจน เพ่ือ ป้องกนั การล้าเขตทด่ี นิ ขา้ งเคยี ง ซ่งึ บางทห่ี มุดหลกั เขตหาไม่เจอจะใชว้ ธิ กี ารเดาเอาไม่ได้ จะตอ้ งแจง้ เจา้ หน้าทท่ี ด่ี นิ มาทาการรงั วดั ใหเ้ จอหมุดทแ่ี น่นอน ในส่วนของระดบั อา้ งองิ ส่วน ใหญ่จะใช้ระดบั ถนน ท่ใี กล้เคยี งหรอื ท่อี ยู่ตดิ แนวเขตท่ดี นิ เป็นระดบั อ้างอิง ส่วนใหญ่ จะ ยกระดบั อาคารหรอื ทงั้ โครงการใหส้ ูงกวา่ ถนนอยา่ งน้อย 0.50 เมตร เพ่อื ป้องกนั น้าทว่ มและ เพ่อื ความสวยงามของโครงการ 2) ปรบั พ้นื ทก่ี ่อสร้าง หลงั จากตรวจสอบแนวเขตเรยี บร้อย ผู้ตรวจควบคุมงาน จะตอ้ งตรวจสอบระดบั พ้นื ท่ที งั้ หมดเพอ่ื หาปรมิ าณงานดนิ ขุดดนิ ถม และพจิ ารณาการปรบั พ้นื ท่ี ซ่ึงอาจจะใชเ้ คร่อื งจกั รไถปรบั ภายในได้หรอื จาเป็นจะต้องจดั หาวสั ดุเขา้ มาถมปรบั พน้ื ท่ี ในกรณที พ่ี น้ื ทเ่ี ป็นบ่อน้า จะตอ้ งทาการขดุ ลอกดนิ เลน วชั พชื ออกใหห้ มด และสูบน้า ออกใหห้ มดก่อนทาการถมปรบั เพ่อื ป้องกนั การทรุดตวั ในภายหลงั ในส่วนของพ้นื ท่ที ่มี ี ตน้ ไมถ้ า้ มกี ารตดทง้ิ จะตอ้ งโคน่ และขดุ รากไมอ้ อกใหห้ มด
67 การตรวจควบคมุ งานวางผงั และงานฐานราก 3) ปรบั พน้ื ทท่ี าทางเพ่อื ใชข้ นสง่ วสั ดุกอ่ สรา้ ง เครอ่ื งมอื เครอ่ื งจกั ร และอุปกรณ์ ต่าง ๆ ซ่งึ ควรจะอย่ใู นสภาพท่สี ะดวกต่อการขนสง่ ในกรณที ภ่ี ายในเขตทด่ี นิ หรอื โครงการ มแี นวถนนอยู่ดว้ ย การก่อสร้างกค็ วรก่อสรา้ งในแนวถนนตามผงั บรเิ วณ หากพ้นื ดนิ เดมิ มี การทรุดตวั หรอื ไม่สามารถรบั น้าหนกั ได้ อาจจะตอ้ งมกี ารถมบดอดั เพ่อื ใหอ้ ยู่ในสภาพทใ่ี ช้ งานไดส้ ะดวก รปู ท่ี 25 การปรบั พนื้ ท่ีทาทางลาเลียงวสั ดุ รปู ที่ 26 การปรบั พืน้ ท่ีเพอ่ื เตรียมการถมปรบั ระดบั พนื้ ท่ีกอ่ สรา้ ง
68 การตรวจควบคุมงานวางผงั และงานฐานราก 6.1.1.2 การก่อสร้างอาคารชวั ่ คราว ในการกอ่ สรา้ งอาคารชวั่ คราว ผคู้ วบคุมงานจะตอ้ ง พจิ ารณาถงึ ความเหมาะสมในการจดตาแหน่งของอาคารชวั่ คราวตา่ ง ๆ เพอ่ื ความเหมาะสมตอ่ การ ใชง้ านของแตล่ ะอาคารซง่ึ มอี าคารตา่ ง ๆ ดงั น้ี 1) สานกั งานสนาม เพ่อื ความสะดวกในการตดิ ตอ่ ประสานงานภายในโครงการ ซ่งึ อาจจะมบี คุ คลหลายฝา่ ยเชน่ เจา้ ของงาน ผอู้ อกแบบ ผตู้ รวจงาน ผรู้ บั เหมา ซ่งึ การกอ่ สรา้ ง สว่ นใหญ่จะสร้างอยูด่ า้ นหน้าโครงการ โดยจดั ทาให้สวยเพอ่ื ดงึ ดูดใจลูกค้า หรอื ผมู้ าตดิ ต่อ งานภายในโครงการ 2) อาคารเกบ็ วสั ดุ เป็นอาคารชวั่ คราวทส่ี าคญั เหมอื นกนั เพราะเป็นท่จี ัดเกบ็ วสั ดุ และอุปกรณ์ก่อสร้างต่างใหม้ คี ุณภาพดเี หมาะสมกบั การใชง้ าน วสั ดุบางอย่างเม่อื ถกู นาจะ ทาใหเ้ ส่อื มสภาพไม่สามารถใชง้ านได้ เชน่ ปนู ซเี มนต์ แผน่ ยบิ ซมั่ บอรด์ เป็นตน้ 3) อาคารท่พี กั คนงาน เป็นอาคารท่จี ดั ทาเพ่อื เป็นท่พี กั คนงาน ทอ่ี ยู่ประจาเพ่ือ ความสะดวกในการทางาน อาคารท่พี กั คนงานส่วนใหญ่จะจดั สรา้ งเอาไวด้ า้ นในสุดของ โครงการเพ่อื ความเรยี บรอ้ ย เน่ืองจากคนงานทม่ี จี านวนมากอาจจะมกี ารตากผา้ ซ่งึ อาจจะ ทาใหส้ ภาพภายในโครงการไม่สวยงาม รปู ที่ 27 การกอ่ สร้างโรงเกบ็ วสั ดุ 6.1.2 งานวางผงั อาคาร หลงั จากทาการปรบั พน้ื ท่ี กจ็ ะเป็นการวางผงั อาคาร ผตู้ รวจควบคุม งานจะต้องศึกษาแบบและรายการก่อสร้างให้ละเอียดถ่ีถ้วน ก่อนท่ีจะทาการวางผังอาคาร โดยเฉพาะต้องมกี ารหาแนวอา้ งอิงจากแนวเขตพ้นื ท่ี ว่าอาคารจะห่างจากแนวเขต ท่ดี นิ หรอื แนว ถนนเป็นระยะเท่าใด หนั หน้าไปทางไหน ระยะของโครงสรา้ งห่างกนั ก่ีเมตร เป็นตน้ เม่อื ไดข้ อ้ มูล แลว้ กจ็ ะต้องอธิบายให้ช่างท่ปี ฏบิ ตั งิ านหรอื หวั หน้าคนงานรบั ทราบเพ่อื ดาเนินการ โดยท่ผี ตู้ รวจ ควบคุมงานจะตอ้ งคอยตดิ ตามดแู ลอยู่อย่างใกลช้ ดิ เพอ่ื ไมใ่ หเ้ กดิ ปญั หาขน้ึ ในภายหลงั
69 การตรวจควบคมุ งานวางผงั และงานฐานราก ผงั อาคารท่จี ดั ทาขน้ึ จะต้องมกี ารถ่ายระดบั จากระดบั อา้ งอิง มาเกบ็ ไวเ้ พ่อื ตรวจสอบได้ ตลอดเวลา ซ่งึ อาคารขนาดเลก็ โดยทวั่ ไปใช้ สายยางขนาดเลก็ ในการถ่ายระดบั ซ่งึ อาจจะมโี อกาส ผดิ พลาดได้ง่าย หากเป็นอาคารขนาดใหญ่จงึ ไม่สมควรท่จี ะใช้ ควรใชก้ ลอ้ งระดบั และกล้องแนว ชว่ ยวางแนวฐานราก เพอ่ื ความสะดวกและรวดเรว็ ในการทางาน งานวางผงั อาคารถอื วา่ เป็นการเร่ิมงานกส็ ร้างทส่ี าคญั และเป็นการกาหนดตาแหน่งของ อาคารถา้ หากมกี ารผดิ พลาดในเร่อื งตาแหน่งของโครงสร้างฐานราก อาจจะต้องรอ้ื ถอนทง้ิ ทงั้ หมด ฉะนนั้ ในทุกขนั้ ตอนของการวางผงั จะตอ้ งมกี ารตรวจสอบใหล้ ะเอยี ดดงั ตอ่ ไปน้ี 6.1.2.1 ตรวจสอบแนวการวางผงั โดยใหข้ นานกบั แนวอา้ งองิ หรอื แนวอาคารเพอ่ื ใหก้ าร หาศนู ยก์ ลางของฐานรากไดง้ า่ ย 6.1.2.2 ตรวจสอบการถ่ายระดบั ของผงั เน่ืองจากสภาพพ้นื ท่กี ารก่อสร้างอาจจะสูงต่า ไม่ไดร้ ะดบั จงึ ตอ้ งทาระดบั หลงั ผงั ใหไ้ ดร้ ะดบั เพอ่ื ใชว้ ดั ระยะลงไปหาระดบั กน้ หลมุ ฐานราก 6.1.2.3 ตรวจสอบการหาศนู ย์กลางฐานราก โดยการตรวจสอบการวดั ระยะจากแนวผงั ขงึ เอน็ ตรวจสอบแนวฉากของแนวต่าง ๆ 6.1.2.4 ตรวจสอบการทาหมดุ อา้ งองิ เพอ่ื ใชต้ รวจสอบแนวการวางผงั และแนวฐานราก ในกรณที ่ี ตอ้ งมกี ารรอ้ื ผงั รปู ที่ 28 การวางผงั และการใช้เครอื่ งจกั รในการขดุ หลุมฐานราก 6.1.3 การตรวจควบคมุ งานฐานราก งานฐานรากจดั ไดว้ า่ เป็นโครงสรา้ งส่วนลา่ งของอาคารทม่ี คี วามสาคญั มาก เน่อื จากฐานราก เป็นโครงสรา้ งทร่ี องรบั น้าหนกั ทงั้ หมดของอาคารแลว้ ถ่ายลงสดู่ นิ โดยตรงหรอื ผา่ นเสาเขม็ ซง่ึ ผตู้ รวจ ควบคุมงานจะตอ้ งดูแลอย่างใกลช้ ดิ เพราะงานฐานรากอาจจะส่งผลเสยี ในอนาคตได้ เชน่ อาคาร ทรุดตวั หรอื เกดิ การแตกร้าวพงั ลงมาได้ ก่อนการออกแบบฐานราก จะต้องมีการศกึ ษาถงึ สภาพ
70 การตรวจควบคมุ งานวางผงั และงานฐานราก ของชนั้ ดินในพ้ืนท่กี ่อสร้าง ซ่ึงในบางครงั้ แม้จะมกี ารตรวจสอบแล้ว กย็ งั มปี ญั หาในการก่อสร้าง ผตู้ รวจควบคุมงานจะตอ้ งแกไ้ ขปญั หาในสนามโดยยดึ หลกั วชิ าการเป็นสาคญั อย่างไรกต็ าม ผตู้ รวจควบคุมงานจะต้องตระหนักอยู่เสมอวา่ ปญั หาของสภาพโครงสรา้ ง ของชนั้ ดินอาจเกิดข้นึ ไดเ้ สมอ จงึ ควรจะตอ้ งดูแลอย่างใกล้ชดิ เน่ืองจากเม่อื ดาเนินการเสรจ็ แล้ว จะตอ้ งกลบดนิ ในส่วนของงานฐานรากทาใหไ้ ม่สามารถมองเหน็ โครงสรา้ งของฐานรากได้ โดยทวั่ ไปแลว้ ฐานรากทใ่ี ช้ แบง่ ออกเป็น 2 ชนดิ คอื 1. ฐานรากวางบนดนิ 2. ฐานรากชนดิ วางบนเสาเขม็ 6.1.3.1 ขนั้ ตอน การตรวจควบคมุ งานฐานราก 1) ตรวจขนาดความกว้างและความลึกของฐานราก ให้ขุดให้ได้ระดบั ตามแบบ โดยเฉพาะฐานรากวางบนดนิ จะต้องขุดให้ได้ขนาดและความลกึ ตามแบบ เพ่อื ให้สามารถ รบั น้าหนกั ได้ 2) ตรวจดลู กั ษณะของดนิ วา่ ผนงั ดนิ ดา้ นขา้ งทข่ี ดุ มกี ารพงั ลงมาหรอื ไม่ ถา้ มกี จ็ ะ ตอ้ งมกี ารเตรยี มการป้องกนั เพราะถา้ หากมกี ารพงั ของดนิ ในตอนเทคอนกรตี กจ็ ะทาใหเ้ สยี เวลาและวสั ดุ การป้องกนั คอื การใชแ้ บบไมท้ าคอกป้องกนั ดนิ พงั 3) ตรวจดูการซึมของน้าใต้ดนิ ในการขุดดนิ ฐานราก ถา้ หากมนี ้าใต้ดนิ ซึมออกมา มาก ไม่สามารถ ตกั ทง้ิ ได้ทนั จะต้องมกี ารขดุ บ่อรบั น้าไว้ โดยขุดดกั ในดา้ นทน่ี ้าซึมออก มากและให้มรี ะดบั ลกึ กวา่ ฐานรากเพ่อื ใหน้ ้าซมึ ออกในบ่อรบั น้ามากทส่ี ุดและทาการสูบน้า ออกจากบอ่ ดกั น้าโดยระดบั น้าในบ่อดกั ตอ้ งต่ากวา่ ระดบั ก้นหลมุ ฐานราก ระดบั ดนิ เดมิ ระดบั กน้ หลมุ ฐานราก ระดบั บอ่ ดกั น้า รปู ท่ี 29 การซึมของนาใต้ดิน 4) ตรวจดูการใสว่ สั ดุรองกน้ หลุม ทรายหยาบ จะตอ้ งมกี ารราดน้าและกระทงุ้ ให้ แน่น งานคอนกรตี หยาบ จะตอ้ งแตง่ ใหไ้ ดร้ ะดบั และความหนาตามแบบ
71 การตรวจควบคมุ งานวางผงั และงานฐานราก 5) ตรวจสอบตาแหน่งศูนย์กลางและระยะห่างของหลุมให้ถูกต้องตามแบบ ซ่ึง หลงั จากตรวจสอบแลว้ จะตอ้ งแจ้งใหผ้ อู้ อกแบบหรอื เจา้ ของงานทาการตรวจสอบยนื ยนั อกี ครงั้ กอ่ นทาการวางเหลก็ ตะแกรงฐานรากและเหลก็ เสาตอม่อ รปู ที่ 30 ฐานรากวางบนดินแบบต่าง ๆ แบบฐานเดีย่ ว แบบตนี เป็ ด ฐานร่วม ฐานรากแบบแพ 6.1.3.2 การตรวจควบคมุ งานเสาเขม็ งานเสาเขม็ แบ่งออกไดเ้ ป็น ชนดิ คอื งานเสาเขม็ แบบตอก และเสาเขม็ แบบเจาะหลอ่ ในพน้ื ท่ี การเลอื กใชข้ น้ึ อยู่กบั ลกั ษณะและขนาดของโครงสรา้ ง หรอื ขน้ึ อยู่กบั พ้นื ทก่ี อ่ สรา้ ง ซง่ึ ใน บางครงั้ พ้นื ทข่ี า้ งเคยี งมอี าคารเก่า อยู่การตอกเสาเขม็ อาจจะทาใหอ้ าคารขา้ งเคยี ง แตกรา้ ว หรอื ทรุดตวั ได้ สภาพพน้ื ท่อี าจเป็นอปุ สรรคในการตอกเขม็ ได้เช่นกนั เชน่ ไม่สามารถขนเสาเขม็ เขา้ มา ไดเ้ น่อื งจากทางเขา้ มขี นาดเลก็ เกนิ ไป 1) การตรวจควบคุมงานตอกเสาเขม็ งานฐานรากท่มี กี ารตอกเสาเขม็ แสดงใหเ้ หน็ วา่ ฐานรากของงานนนั้ เป็นดนิ อ่อน ไม่สามารถรบั น้าหนักของโครงสร้างของอาคารได้ด้วยความ
72 การตรวจควบคุมงานวางผงั และงานฐานราก แน่นของตวั ดนิ เองจงึ ต้องตอกเสาเขม็ เพ่อื เสรมิ กาลงั ดนิ เสาเขม็ แบบตอก แบ่งตามลกั ษณะการรบั น้าหนกั ได้ สองชนดิ คอื แบบรบั น้าหนกั โดยอาศยั แรงเสยี ดทานทผ่ี วิ คอนกรตี แบบตอกจนถงึ ชนั้ ดนิ แขง็ เพอ่ื ถา่ ยน้าหนกั จากโครงสรา้ งลงบน ชนั้ ดนิ แขง็ (1) ตรวจดูเสาเขม็ ท่นี าเขา้ มาในสถานท่กี ่อสรา้ งวา่ ชนิด ขนาดหน้าตดั ขนาดความยาว รปู ร่างของเสาเขม็ ถูกตอ้ งตามทก่ี าหนดไวใ้ นแบบก่อสรา้ งหรอื ไม่ และบนเสาเขม็ จะต้องมชี ่อื บรษิ ทั ขนาดเสาเขม็ วนั ท่หี ล่อ และจะต้องไม่มีรอย แตกรา้ ว รปู ท่ี 31 แสดงลกั ษณะจดุ ยกเสาเขม็ (2) ตรวจการวางเสาเขม็ การวางเสาเขม็ จะตอ้ งวางดว้ ยการหนุนท่ี ตาแหน่งยกเสาเขม็ เทา่ นนั้ มฉิ ะนนั้ อาจแตกรา้ วเสยี หายได้ (3) ตรวจสอบขนาดของปนั้ จนั่ ใหม้ ขี นาดน้าหนกั ของลกู ตมุ้ ตามรายการ ออกแบบเสาเขม็ ลูกตุ้มตอกเสาเขม็ หมวกเสาเขม็ เสาเขม็ รปู ท่ี 32 แสดงลกั ษณะลูกต้มุ และหมวกเสาเขม็ สาหรบั ป้ องกนั การแตกร้าว
73 การตรวจควบคุมงานวางผงั และงานฐานราก รปู ที่ 33 การยกเสาเขม็ รปู ที่ 34 การเลง็ แนวเสาเขม็ (4) ตรวจสอบตาแหน่งในการตอกเสาเขม็ ใหถ้ ูกตอ้ งตามแบบหลงั จากตอก เสรจ็ แลว้ จะตอ้ งมกี ารตรวจอกี ครงั้ วา่ ศนู ยก์ ลางของเสาเขม็ หนศี ูนย์หรอื ไม่ถา้ มกี าร คลาดเคลอ่ื นจะตอ้ งทราบวา่ คลาดเคล่อื นไปทางใดระยะเท่าไหร่ และตอ้ งรบี แจง้ ให้ ผอู้ อกแบบหรอื ผรู้ บั ผดิ ชอบรบั ทราบทนั ที (5) ตรวจนับจานวนการตอก การตรวจนับจานวนครงั้ การตอกให้เป็นไป ตามท่วี ศิ วกรกาหนด แต่ให้ผู้ควบคุมงานจดบนั ทกึ การตอก 10 ฟุต สุดท้าย และ การตอก 10 ครงั้ สุดท้าย 3 ครงั้ หลงั จากท่ตี อกได้ระดบั หมายถงึ เม่อื ตอกไดร้ ะดบั
74 การตรวจควบคุมงานวางผงั และงานฐานราก แล้วให้ตอกอกี 10 ครงั้ แล้วตรวจดูการทรุดตวั ของการตอก 10 ครงั้ ( การตอก 10 ฟุตสุดทา้ ยหมายถงึ การนบั จานวนการตอก ตอ่ 1 ฟุต จานวน 10 ครงั้ ) (6) ตรวจสอบอาคารขา้ งเคียงวา่ มีการแตกรา้ วหรอื ทรุดตวั เน่ืองจากการ ตอกเสาเขม็ หรอื ไม่ ในกรณีน้ี ก่อนทาการตอกเสาเขม็ ควรมกี ารตรวจสอบสภาพ ของอาคารใกลเ้ คยี งไวก้ ่อนเพ่อื ป้องกนั การฟ้องรอ้ งเรยี กคา่ เสยี หาย (7) ทาบนั ทกึ เคร่อื งหมายแสดงตาแหน่งการตอกเสาเขม็ ในแต่ละวนั ลงใน แปลนผงั เสาเขม็ สง่ พรอ้ มรายการบนั ทกึ การตอกเสาเขม็ ใหผ้ รู้ บั ผดิ ชอบทราบ (8) ตรวจสอบการตดั เสาเขม็ การตดั เสาเขม็ ควรใชเ้ ครอ่ื งตดั เป็นแนวโดย รอบก่อนการสกดั เพอ่ื ไม่ใหเ้ กดิ การแตกรา้ ว ไมค่ วรใชว้ ธิ ที ุบเดด็ ขาด นอกจากน้ีแล้วยงั มีงานตรวจสอบท่ีสาคญั อกี อย่างหน่ึงคอื การตรวจสอบ แนวและทิศ ทางการเดนิ ปนั้ จนั่ ตอกเสาเขม็ ใหเ้ หมาะสมเพอ่ื ทง่ี านในสว่ นอน่ื ๆ เชน่ งานขดุ หลุมฐานราก จะไดท้ า ต่อเน่อื งกนั ไป ปนั้ จนั่ จะเคล่อื นทไ่ี ดส้ ะดวกทางดา้ นขา้ งซา้ ยหรอื ขวา จงึ ควรวางแนวทศิ ทางการตอก เขม็ ตามทิศทางดงั กล่าว และยงั มีงานการตรวจสอบปรมิ าณการตอกในแต่ละวนั เพ่ือท่ีจะสงั่ เสาเขม็ เขา้ มาไดเ้ หมาะสม ABCDE รปู ที่ 35 แปลนการเดินปัน้ จนั ่ ตอกเขม็ 6.1.3.3 การตรวจควบคมุ งานเสาเขม็ แบบเจาะ 1) ประเภทของเสาเขม็ เจาะ เสาเขม็ เจาะในปจั จบุ นั ซ่งึ เป็นทน่ี ยิ มใชก้ นั แพรห่ ลาย มอี ยู่ 3 แบบดว้ ยกนั คอื (1) เสาเขม็ เจาะขนาดเลก็ หรอื เสาเขม็ เจาะแบบแหง้ ( Dry Process ) เหมาะสาหรบั สภาพดนิ ทไ่ี ม่มนี ้าการเจาะจะใชส้ ามขา ( Tripod ) ซ่งึ มรี อกสาหรบั หว้ิ หวั เจาะเพอ่ื ใชน้ าหนกั ในการกระแทกเจาะ โดยปลอกเหล็ก ( Casing ) หรอื ปลอกเขม็ ป้องกนั ดนิ พงั ในปจั จบุ นั ไดม้ กี ารใชเ้ ครอ่ื งเจาะขนาดเลก็ เขา้ มาใชใ้ น
75 การตรวจควบคมุ งานวางผงั และงานฐานราก การเจาะทาใหส้ ามารถทางานไดเ้ รว็ ยงิ่ ขน้ึ เสาเขม็ เจาะแบบแหง้ จะมขี นาดเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางไมเ่ กนิ 0.60 ม.เหมาะสาหรบั งานอาคารขนาดกลางและขนาดเลก็ (2) เสาเขม็ เจาะแบบเปียก หรอื เสาเขม็ เจาะขนาดใหญ่ ( Wet Process ) จะมขี นาด ประมาณ 0.70 – 1.50 เมตร ยาวไม่ต่ากวา่ 40 เมตร การเจาะจะใชห้ วั เจาะ (Auger ) เจาะโดยการหมุน และใชป้ ลอกเหลก็ และสารละลายเบนโทไนท์ ( Bentonitf Slurry ) ชว่ ยป้องกนั ดนิ พงั ทาใหส้ ามารถเจาะไดล้ กึ มาก รปู ที่ 36 เสาเขม็ เจาะแบบแห้ง (3) เสาเข็มไมโคร เป็นเสาเข็มเจาะขนาดเล็ก ใช้ท่อเหล็ก ในการรับ น้าหนกั และถ่ายน้าหนกั ลงบนชนั้ ทรายทอ่ี ดั แน่น โดยภายในท่อเหลก็ จะมกี ารอดั น้า ปนู Grout โดยรอบ 2) ขอ้ ควรปฏบิ ตั สิ าหรบั ผคู้ วบคุมงานเสาเขม็ แบบเจาะ (1) ศกึ ษารายละเอยี ดในการทาเสาเขม็ เจาะ และขอ้ กาหนดตา่ ง ๆ (2) ศกึ ษาขนั้ ตอนการทางานของบรษิ ทั เจาะเสาเขม็ (3) จดั ทาแบบฟอรม์ เพอ่ื บนั ทกึ ขอ้ มูล ขนั้ ตอนการทางาน (4) ทาบนั ทกึ และรายงาน ตา่ ง ๆ ทผ่ี รู้ บั จา้ งจะตอ้ งเสนอขออนุมตั กิ อ่ น ทางาน 3) ขอ้ กาหนดทวั่ ไปทค่ี วรทราบ (1) คณุ สมบตั ขิ องคอนกรตี ใชป้ นู ซเิ มนต์ 375 กก. / ม3 คอนกรตี ควรมคี ่าความขน้ เหลวอยรู่ ะหวา่ ง 15 – 20 ซม. ผสมสารหน่วงการก่อตวั อย่างน้อย 6 ชม. รบั แรงอดั ไดไ้ ม่นอ้ ยกวา่ 240 กก. / ม3
76 การตรวจควบคมุ งานวางผงั และงานฐานราก (2) คณุ สมบตั ขิ องสารละลายเบนโทไนท์ มคี ่า density อย่รู ะหวา่ ง 1.02 - 1.10 ตนั / ม.3 มคี า่ VISCOCITY อยรู่ ะหวา่ ง 30 – 50 วนิ าที มคี ่า PH. อย่รู ะหวา่ ง 7.5 – 1.2 Sand Conteny ไม่เกนิ 6 % 4) ขนั้ ตอนการตรวจควบคมุ เสาเขม็ แบบเจาะ แบบเปียกและแบบแหง้ (1) ตรวจสอบตาแหน่งและศนู ยก์ ลางของหลุมทจ่ี ะเจาะใหถ้ ูกตอ้ ง (2) ตรวจสอบการใส่ ปลอกเหลก็ (Casing) และตอ้ งตรวจดง่ิ ของ ปลอก เหลก็ และของเคร่อื งเจาะ ใหไ้ ดแ้ นวและดง่ิ โดยใชร้ ะดบั น้า หรอื กลอ้ ง Theodolite (3) ตรวจสอบความลกึ ของหลมุ ทเ่ี จาะดว้ ยลกู ดง่ิ และเชอื ก (4) ตรวจสอบเหลก็ เสรมิ คอนกรตี เสาเขม็ (5) ตรวจสอบความลึกของหลุมเสาเข็มอีกครงั้ ก่อนการเทคอนกรีต เน่อื งจากอาจจะมดี นิ พงั ลงไปถมอยซู่ ง่ึ อาจจะทาใหเ้ สาเขม็ มคี วามยาวน้อยลง (6) ในกรณที เ่ี ป็นเสาเขม็ เจาะขนาดใหญ่ จะตอ้ งตรวจสอบคุณภาพความ หนาแน่น เปอรเ์ ซน็ ต์ คา่ H.P. ของ สารละลายเบนโทไนท์ ( Bentonitf Slurry )ให้ ไดค้ ุณภาพตามบทกาหนด (7) ตรวจสอบคณุ ภาพของคอนกรตี เสาเขม็ เจาะแบบเปียก จะใชป้ รมิ าณปนู ซเี มนตไ์ ม่น้อยกวา่ 375 กก./ ม3 มคี า่ ความยบุ ตวั 15 – 20 ซม. และจะตอ้ งผสมสารหน่วง การ ก่อตวั ไว้ 6 ชม. เสาเขม็ เจาะแบบแหง้ จะกาหนดกาลงั ของคอนกรตี ทใ่ี ช้ 210 กก./ซม. (8) ตรวจสอบความยาวของท่อทใ่ี ชส้ าหรบั เทคอนกรตี ใหม้ คี วามยาว เหมาะกบั การเทคอนกรตี ในหลุมเสาเขม็ โดยในขนั้ แรกของการเทปลายท่อจะอยู่ หา่ งจากกน้ หลมุ ไมเ่ กนิ 10 ซม. และในขณะทเ่ี ทคอนกรตี ปลายท่อจะต้องจมอยู่ใน คอนกรตี ไม่น้อย กวา่ 1.50 ม. (9) กรณีท่ีมีนาขงั อยู่ก้นหลุม การเทคอนกรตี จะต้องมีการป้ องกันการ แยกตวั ของคอนกรีต โดยใชเ้ ม็ดโฟมใส่ลงไปในท่อสาหรบั เทคอนกรตี เพ่อื ดนั น้า ไมใ่ หส้ าผสั กบั คอนกรตี และเทคอนกรตี แหง้ ลงไปกอ่ นประมาณ 0.25 ม3 (10) ตรวจสอบปรมิ าณการเทคอนกรตี ทเ่ี ทใหต้ รงตามปรมิ าณทค่ี านวณไว้ (11) ทารายงานผลการตรวจสอบและสงิ่ ผดิ ปกตติ า่ ง ๆ ต่อเจา้ ของงาน หรอื ผรู้ บั ผดิ ชอบ (12) ในกรณที ต่ี อ้ งมกี ารตรวจสอบการรบั น้าหนกั ของเสาเขม็ ผคู้ วบคุมงาน
77 การตรวจควบคุมงานวางผงั และงานฐานราก จะตอ้ งตรวจสอบรายละเอยี ดในทุกขนั้ ตอน และทารายงานผลการตรวจสอบและสง่ิ ผดิ ปกตติ ่าง ๆ ตอ่ เจา้ ของงานหรอื ผรู้ บั ผดิ ชอบ รปู ที่ 37 การตดั หวั เสาเขม็ (5) งานเสาเขม็ ไมโคร เสาเขม็ ไมโคร เป็นเสาเขม็ ทม่ี ขี นาดเลก็ ตามการเรยี กชอ่ื แต่สามารถรบั น้าหนัก ได้มาก ใช้ในอาคารท่ีรบั น้าหนักมาก หรือใชซ้ ่อมฐานรากแบบเสาเขม็ แบบเจาะท่ชี ารุด อุปกรณ์มคี วามสูงประมาณ 2.00 เมตร ประกอบด้วยท่อเหลก็ เป็นแกนในการรบั นาหนัก แล้วอดั น้าปนู ทงั้ ภายนอกและภายในเสาเขม็ โดยทาเป็นกะเปาะทช่ี ่วงปลายเสาเขม็ ซ่งึ จะ ทาหน้าทถ่ี า่ ยน้าหนกั ลงสชู่ นั้ ทรายอดั แน่น วสั ดแุ ละอปุ กรณ์ท่ีใช้ 1) ท่อเหล็ก เป็นวสั ดุหลกั ท่ีใช้ มีความยาวของท่อเหลก็ ยาวประมาณ 2.00 – 3.00 เมตร สามารถตอ่ กนั ไดโ้ ดยใชข้ อ้ ต่อเกลยี ว ท่อนปลายสดุ ของเสาเขม็ จะทาเป็นล้นิ กนั กลบั เพอ่ื ใชใ้ นการอดั น้าปนู ครงั้ แรก ซง่ึ การออกแบบส่วนใหญ่ จะ ออกแบบใหเ้ หลก็ เป็นตวั รบั น้าหนกั ทงั้ หมด และถา่ ยน้าหนกั ทงั้ หมดลงสชู่ นั้ ทราย 2) น้าปูน เป็นวสั ดุท่สี าคญั อกี อย่าง ท่ใี ช้ Grout น้าปนู จะต้องมคี วามขน้ เหลวพอเหมาะ กบั งาน Grouting ไม่ก่อตัวระหว่างการทางานและเม่ือแขง็ ตัว สามารถรบั กาลงั ไดส้ ูงตามทก่ี าหนด 3) สารละลายเบนโทรไนท์ เป็นสารทใ่ี ชป้ ้องกนั การพงั ทลายของดนิ ขา้ งผนงั รเู จาะ 4) เคร่อื งเจาะดิน จะต้องมขี นาดเหมาะสมกบั งาน ซ่งึ มที งั้ ขนาดเล็กและ ขนาดใหญ่ จะต้องมีกาลงั สูงพอท่ีจะเจาะได้อย่างรวดเร็ว สามารถนาดนิ ท่ีเจาะ
78 การตรวจควบคุมงานวางผงั และงานฐานราก ขน้ึ มาได้ทงั้ หมด มคี วามมนั่ คงของแทน่ เจาะ ไม่สนั่ คลอนและแกว่งในระหวา่ งการ เจาะ 5) เคร่อื งอดั น้าปนู เป็นเคร่อื งทใ่ี ช้ Grout จะตอ้ งมแี รงดนั พอในการอดั น้า ปนู แตล่ ะขนั้ ตอนซ่งึ จะทา 2 ครงั้ ในครงั้ ท่ี 2 จะตอ้ งใชแ้ รงดนั สูง ประมาณ 15 – 20 กก. / ซม.2 ซ่งึ จะตอ้ งมเี กรดวดั ความดนั ไวเ้ พ่อื ตรวจสอบ 6) ถงั ผสมปนู เป็นส่วนประกอบของเคร่อื งอดั น้าปูน ซ่งึ ต้องสามารถกวน ส่วนผสมใหเ้ ขา้ กนั ไดท้ วั่ ถงึ มฉิ ะนนั้ อาจทาให้เกดิ การอดุ ตนั ในขณะทางานได้ 7) เครอ่ื งตรวจสอบคุณภาพความหนาแน่น เปอรเ์ ซน็ ต์ ค่า H.P. ของ สารละลายเบนโทไนท์ ( Bentonitf Slurry )เพ่อื ใหไ้ ดค้ ุณภาพตามขอ้ กาหนด ขนั้ การตรวจควบคมุ งานเสาเขน็ ไมโคร 1) ตรวจสอบการตัง้ แท่นเจาะให้มีความแข็งแรง ปลายหัวเจาะอยู่ใน ตาแหน่งทจ่ี ะเจาะ 2) ตรวจสอบการเจาะ ในกรณีท่ดี นิ ชนั้ บนอ่อน จะต้องใชป้ ลอกเหลก็ และ สารละลายเบนโทไนท์ ป้องกนั ผนงั รทู เ่ี จาะพงั ทลาย 3) ตรวจสอบการตดิ ตงั้ ท่อเหลก็ ของเสาเขม็ โดยจะตอ้ งต่อท่อทม่ี ลี ้นิ กนั กลบั ไวท้ ่อน ปลายสุด 4) ตรวจสอบการอดั น้าปนู ซง่ึ จะทา 2 ขนั้ ตอน อดั นาปนู ครงั้ ท่ี 1 อดั โดยใชแ้ รงดนั ต่า ใหน้ ้าปนู ไล่ น้าและสาร ละลายเบนโทไนทอ์ อกใหห้ มด ทง้ิ ไวป้ ระมาณ 8 – 12 ชม. หลงั จากทง้ิ ไว้ 8 – 12 ชม. ในขณะทน่ี าปนู ยงั มกี าลงั ไมม่ าก ใหท้ าการอดั นาปนู อกี ครงั้ ซ่งึ เรยี กวา่ การทากระเปาะ ( Anchor bulb ) เพ่อื ให้สามารถรบั น้าหนักบรรทุกได้ตามท่ี กาหนด การอดั น้าปูนในครงั้ ท่ี 2 จะตอ้ งใชแ้ รงดนั มากกว่า ครงั้ แรก ประมาณ 15 – 20 กก. / ซม.2 เพ่อื ใหน้ ้าปูนใหม่ดนั น้าปนู เก่าแตกออก และแทรกซมึ ออไปหุม้ เป็นกระเปาะ ข้อดีของการใช้เสาเขม็ แบบเจาะ 1. ไม่จากดั ความยาวเสาเขม็ สามารถเจาะจนถงึ ชนั้ ดนิ แขง็ ไดต้ ามความตอ้ งการ 2. ดนิ ทเ่ี จาะขน้ึ มาสามารถตรวจสอบลกั ษณะชนั้ ดนิ ได้ 3. สามารถเจาะผา่ นวสั ดทุ เ่ี สาเขม็ แบบตอกไมส่ ามารถตอกผา่ นได้ 4. มเี สยี งดงั รบกวนพน้ื ทข่ี า้ งเคยี งน้อย 5. ไม่แรงดนั หรอื การทรุดตวั ของดนิ 6. สามารถทาไดใ้ นพน้ื ทท่ี จ่ี ากดั
การตรวจควบคุมงานคอนกรีต 79 หน่วยที่ การตรวจควบคมุ งานคอนกรีต 6.2 สาระการเรียนรู้ 1. องคป์ ระกอบของคอนกรีต 2. การตรวจสอบกอ่ นการเทคอนกรีต 3. การตรวจสอบในขณะเทคอนกรีต 4. การตรวจสอบหลงั การเทคอนกรีต 5. การตรวจสอบในกรณีพิเศษ 6. สรุปรายการตรวจสอบงานคอนกรีต ผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวงั เม่ือศึกษาบทน้ีจบแลว้ ผูเ้ รียนสามารถ 1. บอกองคป์ ระกอบของคอนกรีตไดถ้ ูกตอ้ ง 2. อธิบายและบอกจุดสาคญั ของขนั้ ตอนและวิธกี ารการตรวจสอบกอ่ นการเท คอนกรีตได ้ 3. อธิบายและบอกจุดสาคญั ของขน้ั ตอนและวิธกี ารการตรวจสอบในขณะเท คอนกรีตได ้ 4. อธิบายและบอกจุดสาคญั ของขน้ั ตอนและวิธกี าร การตรวจสอบหลงั การเท คอนกรีตได ้ 5. อธิบายถึงวิธกี ารซอ่ มงานคอนกรีตไดอ้ ยา่ งนอ้ ย 5 ขอ้ 6. ยกตวั อยา่ งการตรวจสอบคอนกรีตในกรณีพเิ ศษได้ 7. แยกรายการ การตรวจสอบงานคอนกรีตตามขน้ั ตอนการทางานได้
การตรวจควบคุมงานคอนกรตี 80 การตรวจควบคมุ งานคอนกรีต สาระสาคญั การทจ่ี ะทาใหค้ อนกรตี มคี ุณภาพดจี ะต้องใชป้ จั จยั หลาย ๆ อย่างประกอบกนั เช่น อตั รา ส่วนผสมดี วสั ดุได้มาตรฐาน การผสมได้สดั ส่วน มกี ารลาเลยี ง การเท การถอดแบบ การบ่มท่ี เหมาะสม กจ็ ะทาใหไ้ ดค้ อนกรตี ท่มี คี ุณภาพดี ในปจั จยั ท่สี าคญั เหลา่ น้ีผตู้ รวจควบคมุ งานจะตอ้ งให้ ความสนใจและตรวจสอบเป็นพเิ ศษ การปฏิบัติงานคอนกรตี หรือการทางานสามารถทาเสร็จได้ภายในวนั เดียว แต่การ เตรยี มการก่อนหน้านนั้ มอี งค์ประกอบทส่ี าคญั อกี มากมาย ท่ผี ตู้ รวจสอบจะตอ้ งทาการตรวจสอบ ก่อนการทางาน เช่น ชนิดของปูนซีเมนต์ กาลงั ของคอนกรตี อตั ราส่วนผสม การกองเก็บวสั ดุ วสั ดผุ สม เป็นตน้ คอนกรตี ทด่ี คี วรมคี ุณสมบตั ดิ งั น้ี 1. คอนกรตี สดมคี วามสามารถในการเทดี เรยี งตวั กนั แน่น แต่งผวิ ง่าย 2. เมอ่ื แขง็ ตวั แลว้ มคี ุณภาพตามทก่ี าหนด เชน่ ทบึ น้า รบั กาลงั ไดต้ ามทต่ี อ้ งการ 3. ประหยดั 6.2.1 องคป์ ระกอบของคอนกรีต คอนกรตี เป็นวสั ดุกอ่ สรา้ งทม่ี นุษยผ์ ลติ ขน้ึ มาซง่ึ ประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบ 2 ส่วนใหญ่ๆ คอื 1.1 ซเี มนตเ์ พสท์ ประกอบดว้ ย ปนู ซเี มนต์ น้า และอากาศ 1.2 วสั ดุผสม (Aggregates) แบ่งออกเป็น 2 พวก 1.2.1 วสั ดุผสมละเอียด เป็นวสั ดุท่ีมีขนาดเล็กท่ีสามารถลอดผ่านตะแกรงร่อน มาตรฐานเบอร์ 4 ซ่งึ ไดแ้ ก่ทราย 1.2.2 วสั ดผุ สมหยาบ เป็นวสั ดุผสมทม่ี ขี นาดโต คอื ไม่สามารถลอดผา่ นตะแกรงรอ่ น เบอร์ 4 ได้ เชน่ หนิ กรวด คอนกรตี จะมคี ุณภาพดไี ดน้ นั้ วสั ดทุ น่ี ามาทาคอนกรตี จะตอ้ งมคี ุณภาพดดี ว้ ย อากาศ 5 % น้า 15 % ปนู ซีเมนต์ % มวลรวม 70 % ปริมาตรของส่วนประกอบของคอนกรีต
การตรวจควบคุมงานคอนกรตี ซิเมนต์เพสต์ 81 ปูนซิเมนต์ มอร์ต้ำ คอนกรีต น้ำและน้ำยำผสม คอนกรีต ทรำย หินหรือกรวด แผนภูมิ องค์ประกอบของคอนกรีต 6.2.2 ขนั้ ตอนการตรวจควบคมุ งานคอนกรีต 6.2.2.1 การตรวจสอบก่อนการเทคอนกรตี ผตู้ รวจควบคุมงานก่อสรา้ ง จะตอ้ งศกึ ษาแบบของการก่อสรา้ งทงั้ หมด ในทุกๆระบบ และ รายการประกอบแบบใหเ้ ขา้ ใจถงึ จดุ ประสงคข์ องแบบและรายการก่อสรา้ ง เพ่อื ทง่ี านสว่ นตา่ งๆ หรอื งานทุกระบบจะได้สอดคลอ้ งกนั หรอื สามารถทาไปพรอ้ มกนั ได้ งานระบบอ่นื ๆ เชน่ งานไฟฟ้ า ประปา ท่อน้าท้งิ อาจจะต้องมีการเตรียมการท่สี มั พนั ธ์กนั หรอื ต้องมกี ารเตรยี มการเผ่อื ไว้ เม่อื ศกึ ษาแบบและขนั้ ตอนการทางานทงั้ หมดแลว้ ควรมกี ารบนั ทกึ จุดทส่ี าคญั ท่ตี ้องทาการตรวจสอบ เป็นพเิ ศษไวเ้ ป็นบญั ชกี นั ลมื และหากมจี ุดใดท่สี มควรเพมิ่ เตมิ หรอื แก้ไขกค็ วรทจ่ี ะแจ้งเจา้ ของงาน หรอื ผอู้ อกแบบเพอ่ื ทาการแกไ้ ขหรอื ขยายแบบใหช้ ดั เจน 1) การตรวจสอบคุณภาพวสั ดุ วสั ดุทใ่ี ชเ้ ป็นส่วนผสมของคอนกรตี จะตอ้ งไดต้ าม มาตรฐานและบทกาหนดของวศิ วกรรมสถานแห่งประเทศไทยดงั น้คี อื (1) ปนู ซเี มนต์ 1. ปนู ซเี มนต์ ทใ่ี ชใ้ นงานก่อสรา้ งโครงสรา้ งทงั้ หมด เป็นปนู ซเี มนต์ ปอร์ตแลนด์ตามมาตรฐานการผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก. 15 : มาตราฐานปนู ซเี มนตป์ อรต์ แลนดม์ )ี ซ่งึ แบ่งเป็นประเภทตา่ ง ๆ ดงั น้ี ก. ประเภท 1 เป็นปนู ซเี มนตป์ อรต์ แลนดธ์ รรมดา สาหรบั ใชใ้ นการกอ่ สรา้ งโครงสรา้ งทวั่ ไป
การตรวจควบคมุ งานคอนกรตี 82 ข. ประเภท 2 เป็นปนู ซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ทใ่ี ห้ความร้อน เพยี งปานลาง และมคี วามตา้ นทานต่อซลั เฟตปานกลาง ค. ประเภท 3 เป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ประเภทเกิด แรงสูง (High Early Stenght Portland Cement) สาหรบั ใช้ใน งานคอนกรตี ทต่ี อ้ งการใหร้ บั น้าหนกั ไดเ้ รว็ ง. ประเภท 4 เป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ประเภทให้ ความรอ้ นต่า จ. ประเภท 5 เป็นปูนซีเมนต์ปอรืตแลนด์ ประเภททน ซลั เฟตไดส้ ูง 2. ตอ้ งเป็นปนู ซเี มนตบ์ รรจุถุงเรยี บรอ้ ย หรอื เป็นปูนซเี มนตท์ เ่ี กบ็ ในภาชนะบรรจขุ องบรษิ ทั ผผู้ ลติ 3. หา้ มใชป้ นู ซเี มนต์ทเ่ี ส่อื มคณุ ภาพ เชน่ ปูนซเี มนตซ์ ่งึ แขง็ ตวั จบั กนั เป็นกอ้ น ซ่งึ เกดิ จาก การเกบ็ ไวน้ านเกนิ ไป ปูนซีเมนต์ได้รบั ความช่อื ในขณะจดั เกบ็ 4. ในโครงสรา้ งชน้ิ เดยี วกนั เช่น เสา, คาน, พ้นื , เป็นต้น ห้ามใช้ ปนู ซเี มนตต์ ่างประเภท ผสมคอนกรตี ปนกนั (2) น้า เป็นตวั ทาให้ปูนซีเมนต์เกิดปฏิกิรยิ าทางเคมี ซ่ึงถ้าน้อยเกินไป ปฏกิ ริ ยิ าจะไม่สมบรู ณ์ แต่ถา้ มากเกนิ ไปจะทาใหเ้ กดิ การแยกแยะ อนั เป็นผลทท่ี าให้ คอนกรตี มกี าลงั ต่า น้าทใ่ี ชใ้ นการผสมคอนกรตี จะตอ้ งเป็นน้าท่สี ะอาดสามารถด่มื ได้ 1. หน้าทข่ี องน้าทใ่ี ชใ้ นการผสมคอนกรตี คอื ก. ทาหน้าท่ีเคลือบผิวหินและทรายให้เปี ยกเพ่ือให้ ปนู ซเี มนตเ์ ขา้ เกาะโดยรอบหรอื เป็นตวั ประสานวสั ดุทงั้ หมด ข. ทาหน้าทห่ี ล่อล่นื ใหค้ อนกรตี มคี วามขน้ เหลว สามารถ เทและกระทงุ้ ได้ ค. ทาปฏิกิรยิ าเคมีกบั ปูนซีเมนต์แล้วเกิดความร้อน ท่ี เรยี กวา่ heat of hydration ทาให้ปูนซเี มนต์นนั้ กลายเป็นวนุ้ และ เหนยี ว สามารถเป็นตวั ประสานผวิ ระหว่างเมด็ ของวสั ดุผสม เกาะ ยดึ กนั แน่นเมอ่ื แขง็ ตวั 2. สารทเ่ี จอื ปนอยูใ่ นน้า ซ่งึ จะทาใหค้ ณุ ภาพของคอนกรตี เสยี ไป มอี ยู่มากมายหลายชนิด ไดแ้ ก่ น้ามนั กรด ด่าง เกลอื น้าตาล สารอนิ ทรยี ์ ต่าง ๆ ซ่ึงในบางครงั้ สามารถยอมให้มปี นเป้ือนได้บ้างแต่จะต้องไม่เกิน มาตรฐาน เช่น เกลือของแร่เหล็ก มีได้ไม่เกิน 40000 ppm. ( ppm.
การตรวจควบคมุ งานคอนกรีต 83 หมายถงึ จานวนใน ล้านส่วน ) น้าตาลยอมใหป้ นเป้ือนได้ 0.03 – 0.15% เป็นตน้ ( ศกึ ษาเพมิ่ เตมิ ไดจ้ าก หนังสอื คอนกรตี เทคโนโลยี หน้า 46 โดย วนิ ติ ชอ่ วเิ ชยี ร ) (3) วสั ดผุ สมคอนกรตี หรอื มวลรวม แยกออกได้ 2 สว่ น คอื มวลรวม หยาบ และมวลรวมละเอยี ด ก. มวลรวมหยาบ หมายถงึ หนิ หรอื กรวด ทจ่ี ะเป็นตวั รบั แรงอดั ซ่งึ จะต้องแขง็ แกร่ง และเฉ่ือย ไม่ทาปฏกิ ิรยิ าทางเคมกี บั ปูนซีเมนต์ มแี ง่ เหลย่ี มและ มุมคละกนั ไป ซ่งึ จะต้องมขี นาดตงั้ แต่ 4.5 มม.ขน้ึ ไป หรอื ค้าง บนตะแกรง เบอร์ 4 ข. มวลรวมละเอยี ด หมายถงึ ทรายซ่งึ เป็นวสั ดุผสมท่มี ขี นาดเลก็ กว่า 4.5 มม. แต่ต้องไม่เล็กกว่า 0.45 มม. ซ่ึงมีทงั้ ทรายบก และทราย แม่น้า ส่วนใหญ่จะใชท้ รายแม่น้าเพราะมคี วามสะอาดมากเน่ืองจากฝุ่น ละอองตา่ งไดถ้ กู น้าชะลา้ งออกเกอื บหมด คณุ สมบตั ิที่สาคญั ของมวลรวม 1. ความแขง็ แกร่ง โดยจะต้องรบั แรงได้ไม่น้อยกว่าคอนกรีต ซ่ึงโดยทวั่ ไปแล้ว หนิ จะมกี าลงั รบั แรงอดั สูงกวา่ คอนกรตี มาก โดยจะมกี าลงั รบั แรงอดั ประมาณ 700 ถงึ 3500 กก. / ซม.2 2. ทนทานต่อการสึกกร่อน เป็นตวั ชค้ี ุณภาพของหนิ ทจ่ี ะนามาใชใ้ นการทต่ี อ้ ง ทนต่อการกระแทกและการเสยี ดสี มากๆ เช่น งานถนน ซ่งึ จะทดสอบโดยใช้ เคร่อื งขดั สี ลอสแองเจลสิ โดยตอ้ งมเี ปอรเ์ ซน็ ของการสกึ หรอไม่เกนิ 40 % 3. มีความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอณุ หภมู ิ วสั ดุผสมจะตอ้ งมรี พู รนุ พอทจ่ี ะ ดูดซมึ น้าและมชี อ่ งวา่ งพอทจ่ี ะใหน้ ้าแขง็ ตวั และขยายตวั ไดใ้ นหน้าหนาว 4. ไมท่ าปฏิกิริยาเคมกี บั ปนู ซีเมนต์ หมายถงึ ความคงตวั หรอื เฉ่อื ย 5. รูปร่างและลกั ษณะผิว จะต้องมีลกั ษณะ แง่เหลย่ี มคม และมีผวิ หยาบ ซ่ึงจะ ชว่ ยเกดิ แรงยดึ เหน่ยี วระหวา่ งวสั ดผุ สมกบั ซเี มนตเ์ พสท์ 6. มีความสะอาด มวี สั ดุปนเป้ือนน้อยท่ีสุดโดยเฉพาะวสั ดุท่ีจะทาให้คอนกรตี เส่อื มคุณภาพ เชน่ ชานออ้ ย ถา่ นหนิ ดนิ เศษไม้ 7. ความลดหลนั่ ของขนาดและส่วนคละ วสั ดุท่จี ะนามาใชค้ วรมขี นาดท่ตี ่างกนั เพ่อื ชว่ ยให้ เกดิ การเรยี งตวั ทม่ี คี วามแน่นและมชี อ่ งวา่ งน้อย 2) การตรวจการกองเกบ็ วสั ดผุ สม การขนยา้ ยวสั ดตุ งั้ แตแ่ หล่งผลติ จนถงึ ทก่ี องเกบ็ วสั ดผุ สม ตอ้ งควบคุมมใิ หเ้ กดิ การ แยกตวั และป้องกนั มใิ หข้ นาดทแ่ี ตกต่างกนั มาปะปน การกองหนิ และทราย ควรทจ่ี ะกอง
การตรวจควบคมุ งานคอนกรีต 84 เกบ็ ในทท่ี ส่ี ะอาด บนพน้ื ดนิ แขง็ ปรบั ระดบั เรยี บ หรอื รองพน้ื ดว้ ยทรายหยาบเพ่อื ป้องกนั การ โกยเอาดนิ ปะปนไปใชด้ ว้ ย และในกรณีท่กี องใกลก้ นั ควรมแี ผงไม้หรอื คอกไม้กนั้ ขอบเขต เพ่อื ป้องกนั การไหลมารวมกนั 3) การตรวจสอบวิธีการผสมคอนกรตี การผสมคอนกรตี อตั ราส่วนผสมคอนกรีต จะข้นึ อยู่กบั ลกั ษณะของงาน เช่น อตั ราส่วน ผสม 1 : 2 : 4 เป็นอตั ราส่วนผสมท่ใี ชก้ บั งานโครงสร้างโดยทวั่ ไป การ ผสมคอนกรตี สามารถทาได้ 2 วธิ ี คอื ผสมดว้ ยเคร่อื ง และผสมด้วยมอื หรอื แรงงานคน ซ่งึ จะผสมตามอตั ราสว่ นทต่ี ้องการ จุดท่สี าคญั คอื การควบคุมอตั ราสว่ นผสม ซ่งึ จะใชน้ ้าหนกั และปรมิ าตร เป็นเกณฑ์ ซง่ึ ในการควบคุมจะตอ้ งควบคมุ อตั ราสว่ นผสมให้ไดต้ ามทก่ี าหนด และใชน้ ้าให้พอดใี ห้ได้ความขน้ เหลวตามมาตรฐาน คอนกรตี ท่ผี สมดว้ ยเคร่อื งหรอื มอื ใน สนาม ส่วนใหญ่จะใช้ปรมิ าตรในการควบคุมโดยการใช้กะบะตวงโดยใช้ปริมาตรของ ปนู ซเี มนต์ 1 ถุง เป็นเกณฑ์ ( ปนู ซเี มนต์ 1 ถุงมปี รมิ าตร 0.038 ลบ.ม. หนัก 50 กก. ) ใน สว่ นของผสมเสรจ็ จะผสมโดยใชน้ ้าหนกั ของวสั ดผุ สมเป็นเกณฑ์ การหาขนาดของ กะบะตวงที่ใช้ควบคมุ อตั ราส่วนผสมในสนาม ปนู ซีเมนต์ 1 ถุง จะมปี รมิ าตร 0.038 ลบ.ม. อตั ราสว่ นทใ่ี ชผ้ สมโดยทวั่ ไปคอื 1 : 2 : 4 โดย ผสมครงั้ ละ 1 ถงุ จะใช้ ปนู 1 ส่วน ปรมิ าตรเทา่ กบั 0.038 ลบ.ม. ทราย 2 ส่วน ปรมิ าตรเทา่ กบั 0.076 ลบ.ม. หนิ 3 ส่วน ปรมิ าตรเท่ากบั 0.152 ลบ.ม. ( อตั ราสว่ น น้า : ซเี มนต์ ไมเ่ กนิ 0.5 ) ปรมิ าตรทเ่ี หมาะสมจะนามาใชห้ าขนาดของกะบะตวงในการผสมตอนกรตี คอื ปรมิ าตรของ ทรายโดยจะใชท้ ราย 1 กะบะ ใช้ หิน 2 กะบะ ปูนซีเมนต์ 1 ถุง ( ปรมิ าตรของกะบะ จะใช้ 0.038 ลบ.ม.ในการผสมดว้ ยมอื และจะใช้ 0.152 ลบ.ม.เม่อื ใชเ้ คร่อื งโม่ ) 4) ตรวจสอบงานเหลก็ เสรมิ คอนกรตี และงานแบบหล่อคอนกรตี ( ดรู าย ละเอยี ดในเรอ่ื ง การตรวจควบคุมงานเหลก็ เสรมิ คอนกรตี และงานไมแ้ บบ ) 6.2.2.2 การตรวจสอบในขณะเทคอนกรีต 1) ตรวจสอบความขน้ เหลวของคอนกรตี การผสมคอนกรตี ควรผสมคอนกรตี ให้ มคี วามขน้ เหลวพอเหมาะกบั งานแต่ละอยา่ ง เพอ่ื สะดวกในการลาเลยี ง การเท และการแต่ง ผวิ คอนกรตี งานแต่ละชนดิ จะตอ้ งการความขน้ เหลวของคอนกรตี ต่างกนั จงึ มกี ารทดสอบ โดยวธิ กี ารทเ่ี รยี กวา่ Slum Test ซ่งึ เป็นการตรวจสอบค่าการยุบตวั ตามมาตรฐาน ASTM C 143
การตรวจควบคมุ งานคอนกรีต 85 รปู ที่ 38 การทดสอบความขน้ เหลวของคอนกรตี ตารางแสดงค่าการยบุ ตวั สาหรบั งานกอ่ สร้างชนิ ดต่าง ๆ ชนิดของงาน ค่าการยบุ ตวั สูงสุด ต่าสุด ฐานราก 42 พน้ื คาน ผนงั 63 เสา 10 5 ครบี คสล. และผนงั บาง 10 5 6.2.2.3 การตรวจสอบการลาเลียงคอนกรตี การลาเลียงคอนกรตี จากเคร่อื งผสมหรอื จากผสมไปยงั จุดท่จี ะเทลงแบบ ควรจะ กระทาในลกั ษณะทจ่ี ะใหไ้ ดค้ อนกรตี ทส่ี ม่าเสมอกอ่ นเทลงแบบ โดยเสยี ค่าความยุบตวั น้อย ท่สี ุด การขนส่งและเทคอนกรตี จะต้องได้รบั ความเห็นชอบจากผูต้ รวจงานก่อน ในการ ลาเลยี งคอนกรตี ด้วยรถหรอื กระป๋ องไปยงั ตาแหน่งทจ่ี ะเท จะต้องกระทาโดยไม่ใหค้ อนกรตี เกดิ การแยกตวั การลาเลยี งด้วยรางจะต้องมคี วามลาดเอยี งเพยี งพอ แต่ส่วนใหญ่และการ ลาเลยี งมกั จะเกดิ การแยกแยะอยูเ่ สมอ ฉนนั้ เมอ่ื ลาเลยี งไปถงึ จดุ ทจ่ี ะเทคอนกรตี แลว้ ควรจะ นาไปรวมกนั ก่อนและคลุกเคลา้ ใหเ้ ขา้ กนั ใหม่โดยใชจ้ อบหรอื พลวั่ เวลาทใ่ี ชใ้ นการลาเลยี งกถ็ อื เป็นเร่อื งทส่ี าคญั การลาเลยี งคอนกรตี จะตอ้ งไมใ่ ชเ้ วลามาก จนเกนิ ไปจนทาใหค้ อนกรตี แขง็ ตวั เสยี ก่อน
การตรวจควบคุมงานคอนกรีต 86 รปู ท่ี 39 การเทคอนกรตี จากรถในกรณีที่สามารถเขา้ ถงึ สถานที่ก่อสร้าง รปู ที่ 40 การใช้รถเครนช่วยหิ้วถงั บรรจคุ อนกรตี ในกรณีท่ีไม่สามารถเข้าถงึ จดุ ที่จะเท
การตรวจควบคมุ งานคอนกรตี 87 รปู ท่ี 41 การใช้ท่อปัม๊ ยิงส่งคอนกรีต 6.2.2.4 การตรวจสอบวิธีการ และความสูงในการเทคอนกรตี ในขนั้ ตอนการเท การเทคอนกรตี เป็นขนั้ ตอนทส่ี าคญั อย่างหน่งึ เพราะจะมผี ลต่อความแขง็ แรงของคอนกรตี หรอื ความแขง็ แรงของโครงสรา้ งมาก หากมกี ารควบคมุ การเทไดไ้ ม่ดแี ลว้ อาจมผี ลเสยี ตอ่ โครงสรา้ ง ได้ การเทคอนกรตี ทด่ี คี อื ตอ้ งพยายามใหไ้ ดค้ อนกรตี ทม่ี เี น้อื สม่าเสมอ ไม่เกดิ การแยกตวั ตอ้ งทา ให้คอนกรีตมีเน้ือแน่น ไม่เป็นโพรงเหมือนรงั ผ้ึง นอกจากน้ียงั รวมถึงการป้องกนั มใิ ห้แบบหล่อ เคล่อื นตวั อกี ดว้ ย โดยมขี นั้ ตอนการตรวจควบคมุ ดงั น้ี 1) ในการเทคอนกรตี โครงสรา้ งจะต้องมกี ารขออนุมตั จิ ากผตู้ รวจงาน หรอื วศิ วกรควบคมุ งานอย่างน้อย 24 ชวั่ โมง 2) การเทคอนกรตี ควรทจ่ี ะกระทาต่อเน่อื งตลอดจนกระทงั่ แลว้ เสรจ็ ในกรณีท่ีไม่ สามารถเทได้แล้วเสรจ็ ควรเตรยี มการหาจุดและลกั ษณะรอยต่อท่ี เหมาะสมของโครงสร้าง เชน่ งานคาน ควรจะหยุดตรงกลางรอยต่อ และหยุดใน แนวตงั้ ฉาก 3) เม่อื เทคอนกรตี ลงในแบบหล่อแลว้ จะตอ้ งทาใหเ้ น้อื คอนกรตี แน่น และแต่งผวิ หน้าคอนกรตี ให้แลว้ เสรจ็ ภายใน 30 นาที การจด้ี ว้ ยเคร่อื งสนั่ สะเทอื น หรอื การกระทุง้ ด้วยมอื เพ่อื ทาให้คอนกรตี ให้แน่น เป็นขนั้ ตอนการทางานท่สี าคญั ควรมกี ารควบคุมใหถ้ ูกตอ้ งเพ่ือป้องกนั การแยกตวั ของคอนกรตี เพราะถา้ หากว่า คอนกรตี ท่มี รี ูโพรง 5 % กาลงั ของคอนกรตี จะลดลงถงึ 30% และถ้ามรี ูโพรง 2 % จะทาใหก้ าลงั ของคอนกรตี ลดลง 10 % 4) การเทคอนกรตี หา้ มปลอ่ ยคอนกรตี สงู เกนิ กวา่ 2.00 ม. ในกรณที ่ี มคี วามจาเป็นควร ใชว้ ธิ กี ารทเ่ี หมาะสม เช่น การใช้ท่อช่วยในการเท หรอื เตรยี ม ชอ่ งปิดเปิดดา้ นขา้ งแบบ ทเ่ี หมาะสม
การตรวจควบคุมงานคอนกรตี 88 5) ในกรณที ม่ี รี อยต่อ รอยต่อเกา่ กบั ใหม่ ควรทาความสะอาดโดยสกดั ผวิ คอนกรตี ทไ่ี มแ่ ขง็ แรงออกใหห้ มดแลว้ ลา้ งใหส้ ะอาดและใชซ้ เี มนตเ์ พสเขม้ ขน้ ๆไล้ ใหท้ วั่ ผวิ หน้าก่อนเทคอนกรตี ใหม่ รปู ท่ี 42 การราดน้าปนู ก่อนการเทคอนกรีตในจดุ ต่อของโครงสรา้ ง 6.2.2.5 การตรวจสอบหลงั การเทคอนกรตี 1) ตรวจสอบระยะเวลาและวธิ ใี นการถอดแบบ การถอดแบบหรอื แกะแบบคาน จะตอ้ งมคี วามระมดั ระวงั เน่ืองจากคอนกรตี ยงั ไม่สามารถรบั แรงได้เตม็ ทโ่ี ดยเฉพาะงานเสา คอนกรีตเสริมเหล็กซ่ึงมีความยาวมากหากออกแรงงดั หรอื ดนั มากเกินไปอาจจะทาให้ คอนกรตี ทส่ี ว่ นลางของเสาแตกรา้ วได้ (1) ค้ายนั ใตท้ อ้ งคานและพน้ื 21 วนั (2) ผนงั และ เสา 2 วนั (3) แบบขา้ งคานและส่วนอ่นื ๆ 2 วนั รปู ท่ี 43 การคา้ ยนั หลงั การแกะแบบ
การตรวจควบคุมงานคอนกรีต 89 2) ตรวจสอบการบ่มคอนกรตี เป็นการควบคุมป้องกนั มใิ หน้ ้าทเ่ี หลอื จากการทา ปฏกิ ริ ยิ ากบั ปนู ซเี มนต์ระเหยออกมาจากคอนกรตี เรว็ เกนิ ไป เพอ่ื ใหค้ อนกรตี มกี าลงั รบั แรง ได้ตามท่ีต้องการ หลงั จากท่ีทาการหล่อคอนกรีตจนได้ระยะเวลาในการถอดแบบตาม มาตรฐานแลว้ จะตอ้ งทาการบ่มคอนกรตี อย่างต่อเน่ืองกนั เป็นเวลา 7 วนั โดยปกคลุมมใิ ห้ ถูกแดดหรอื ลมรอ้ นซ่งึ อาจจะทาใหน้ ้าระเหยออกมาได้ การบม่ คอนกรตี แยกออกได้ 3 วธิ ดี งั น้ี 1. วธิ บี ่มโดย การให้ความชน้ื แก่คอนกรตี เช่น ใชก้ ระสอบหรอื ถุงปูนคลุมแลว้ ราด น้าใหช้ มุ่ หรอื ใชน้ าขงั บนพน้ื ผวิ 2. วธิ บี ่มโดยการป้องกนั คอนกรตี สูญเสยี ความชน้ื ไดแ้ ก่การใชพ้ ลาสตกิ คลุม หรอื ใชส้ ารเคมพี น่ คลุมทผ่ี วิ คอนกรตี เพ่อื ป้องกนั น้าระเหย 3. วธิ กี ารบ่มโดยการเร่งกาลงั ของคอนกรตี วธิ นี ้เี ป็นการบ่มโดยใชไ้ อน้าเร่งปฏกิ ริ ยิ า เคมรี ะหวา่ งน้ากบั ปนู ซเี มนต์ ทาใหค้ อนกรตี มกี าลงั สูงขน้ึ โดยเรว็ โดยทวั่ ไปแลว้ สามารถทาได้ 2 วธิ คี อื ก. บม่ ดว้ ยไอน้าทค่ี วามดนั ต่า ข. บม่ ดว้ ยไอน้าทค่ี วามดนั สูง รปู ที่ 44 การบ่มคอนกรีต 3) การซ่อมแซมผวิ คอนกรตี ในกรณีท่ผี วิ หน้าคอนกรตี มรี ูพรุนมาก จะต้องแจ้งให้ผตู้ รวจงานและวศิ วกรทราบและ ตรวจสอบกอ่ นวา่ รอยพรนุ ดงั กล่าวมสี าเหตมุ าจากอะไร ในกรณที ่ไี ม่สามารถซ่อมไดค้ วรมกี าร ทุบท้งิ การทุบท้งิ จะตอ้ งทาด้วยความระมดั ระวงั ไม่ใหก้ ระทบกระเทอื นโครงสรา้ งใกลเ้ คยี ง ใน กรณที ส่ี ามารถทาการซ่อมแซมไดค้ วรใชว้ ธิ กี ารทไ่ี ดม้ าตรฐาน
การตรวจควบคุมงานคอนกรตี 90 วิธีการซ่อมผิวชารดุ 1. หา้ มปะซ่อมรทู ช่ี ารุดกอ่ นไดร้ บั อนุญาตจิ ากวศิ วกรหรอื ผคู้ วบคุมงาน 2. สาหรบั คอนกรตี ท่ีเป็นรูพรุนเล็กน้อยสามารถซ่อมได้ จะต้องทาการสกดั ผิว คอนกรตี ท่ชี ารุดออกจนถงึ ผวิ คอนกรตี ทแ่ี ขง็ แรงและจะตอ้ งทาการซ่อมโดยรอบบรเิ วณท่ี ชารุดอย่างน้อย 15 ซม. มอรต์ า้ ทใ่ี ชเ้ ป็นตวั ประสานจะประกอบดว้ ย ปนู ซีเมนต์ 1 สว่ น ต่อ ทรายละเอยี ดทร่ี ่อนผา่ นตะแกรง เบอร์ 30 1 ส่วน 3. ส่วนผสมทใ่ี ชอ้ ดุ ใหใ้ ช้ ปนู ซเี มนต์ 1 ส่วน ต่อทรายหยาบ 2 ½ ส่วน สาหรบั คอนกรตี ผวิ เปลอื ยควรใชป้ นู ซเี มนตข์ าวผสม เพ่อื ใหส้ กี ลมกลนื กบั ผวิ เดมิ 4. ใหจ้ ากดั ปรมิ าณของน้าใหพ้ อดเี ท่าทจ่ี าเป็น และปะซ่อมเท่านนั้ 5. หลงั จากน้าทค่ี า้ งผวิ ระเหยออกหมดแลว้ ใหล้ ะเลงตวั ประสานลงบนผวิ ใหท้ วั่ เม่อื เรม่ิ แหง้ ให้ฉาบมอรต์ า้ ซ่อมทนั ที โดยให้มผี วิ นูนเลก็ น้อยเพ่อื ป้องกนั การหดตวั แลว้ ทาการ บม่ ทง้ิ ไว้ 7 วนั 6. ในกรณที เ่ี ป็นรูพรนุ กวา้ งมาก จนมองเหน็ เหลก็ หากวา่ วศิ วกรเหน็ วา่ ซ่อมไดค้ วร ใชม้ อรต์ า้ ชนดิ ทผ่ี สมสารเคมกี นั การหดตวั และผสมดว้ ยผงเหลก็ หรอื สารเคมพี เิ ศษสาหรบั ซ่อมโดยจะตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามคาแนะนาของบรษิ ทั ผผู้ ลติ โดยเคร่งครดั 7. ในกรณที ไ่ี มส่ ามารถซ่อมได้ ควรทุบทง้ิ แลว้ หลอ่ ขน้ึ ใหม่ รปู ที่ 45 ลกั ษณะของผิวคอนกรีตที่เป็นโพรงก่อนการสกดั
การตรวจควบคุมงานคอนกรตี 91 รปู ที่ 46 ผิวคอนกรีตท่ีทาการสกดั แล้ว รปู ท่ี 47 การใช้สารเคมใี นการซ่อมผิวคอนกรตี
การตรวจควบคุมงานคอนกรตี 92 รปู ท่ี 48 การแต่งซ่อมผิวคอนกรีต 4) ตรวจสอบผลการทดลองและกาลงั ของคอนกรตี ตามตวั อย่างทจ่ี ดั เกบ็ ไว้ เชน่ การรบั แรงอดั เพ่อื ตรวจสอบความแขง็ แรงของคอนกรตี ว่าสามารถรบั แรงไดต้ ามทก่ี าหนด ไวห้ รอื ไม่ 6.2.3. การตรวจสอบงานคอนกรตี ในกรณีพิเศษ เน่ืองจากประเทศไทยเรามีอากาศร้อนจดั มากในช่วงหนา้ รอ้ น และความร้อนหรืออุณหภูมิทส่ี ูง จะมีผลตอ่ ระยะเวลาในการ แข็งตวั ของคอนกรีต และกาลงั ของคอนกรีต คือ ความร้อนยงิ่ สูงกาลงั ของ คอนกรีตยง่ิ ต่าลง เช่นคอนกรีตทมี่ ีอุณหภมู ิขณะผสม 40 องศาเซลเซียส จะมีกาลงั ประมาณ 86 % ของคอนกรตี ทม่ี อี ุณหภูมิ 23 องศาเซลเซยี สดงั นนั้ จงึ ควรหาวธิ ใี นการลดอณุ หภูมใิ นคอนกรตี ดงั น้ี 1. การใชน้ าแขง็ แชน่ ้าใหเ้ ยน็ ลง หรอื ทาปฏกิ ริ ยิ าชา้ ลง 2. การใชส้ ารหน่วงการกอ่ ตวั ชว่ ย 3. การฝงั ท่อน้าเยน็ ใหน้ ้าเยน็ ไหลผา่ นตลอดเวลา 6.2.4 สรปุ รายการตรวจสอบงานเทคอนกรตี 6.2.4.1 การตรวจสอบก่อนการเทคอนกรีต 1) ตรวจส่วนผสม กระบะตวงหรอื ตาชงั่ 2) ตรวจชนดิ ของปนู ซเี มนต์ 3) ตรวจคณุ สมบตั แิ ละความสะอาดของวสั ดุผสม 4) ตรวจตาแหน่ง ดง่ิ ฉาก ระดบั และผวิ ของแบบหล่อ 5) ตรวจความแขง็ แรงของแบบหล่อ
การตรวจควบคมุ งานคอนกรีต 93 6) ตรวจการใชน้ ้ามนั ทาผวิ แบบหล่อ 7) ตรวจอุปกรณ์ทใ่ี ช้ร่วมในโครงสรา้ ง และช่องเจาะต่าง ๆ เช่น WATER STOP เหลก็ เสยี บอฐิ ท่อโสโครก 8) ตรวจสภาพของแบบวา่ ยงั สามารถใชง้ านไดห้ รอื ไม่ 9) ตรวจชนดิ ขนาด การต่อและจานวนของเหลก็ เสรมิ 10) ตรวจระยะคอนกรตี หมุ้ เหลก็ 11) ตรวจการเตรยี มเคร่อื งมอื อปุ กรณ์ และจานวนคนงาน 12) ตรวจการเตรยี มการเกบ็ ตวั อยา่ ง และการทดสอบในหน้างาน 13) ตรวจการทาความสะอาดและการราดน้าก่อนการเท 6.2.4.2 การตรวจสอบการเทคอนกรตี 1) ตรวจอตั ราส่วนผสม 2) ตรวจสอบความขน้ เหลว 3) ตรวจการเกบ็ ตวั อย่าง 4) ตรวจสอบการลาเลยี ง 5) ตรวจสอบการเท และความสงู ในการเท 6) ตรวจสอบวธิ กี ารจค้ี อนกรตี 7) ตรวจการแตง่ ผวิ หน้าคอนกรตี 8) ตรวจสอบการใชน้ ้าปนู ราดตรงบรเิ วณรอยต่อของคอนกรตี 9) เม่อื คอนกรตี แขง็ ตวั ใหเ้ รม่ิ บม่ ทนั ที 6.2.4.3 รายการตรวจสอบหลงั การเทคอนกรีต 1) การบม่ 2) ระยะเวลาและวธิ ใี นการถอดแบบ 3) ตดิ ตามผลการทดสอบตวั อยา่ ง 4) ตรวจสอบการซ่อมผวิ ทช่ี ารดุ 5) ตรวจสอบการป้องกนั การเสยี หาย
การตรวจควบคมุ งานแบบหล่อคอนกรตี 94 หน่วยที่ 6.3 การตรวจควบคมุ งาน แบบหล่อคอนกรีต สาระการเรียนรู้ 1. ความรูท้ ว่ั ไปเก่ยี วกบั งานแบบหลอ่ คอนกรีต 2. ประเภทของแบบหลอ่ คอนกรีต 3. ขนั้ ตอนการตรวจควบคุมงานแบบหลอ่ คอนกรีต 4. ความปลอดภยั ในแบบหลอ่ คอนกรีต 5. มาตรฐานงานแบบหลอ่ คอนกรีต ผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวงั เมื่อศึกษาบทน้ีจบแลว้ ผูเ้ รียนสามารถ 1. แนะนาความรูท้ ว่ั ไปเก่ยี วกบั งานแบบหลอ่ คอนกรีตได้ 2. บอกประเภทของแบบหลอ่ คอนกรีตได้ 3. อธิบายถึงวิธแี ละขน้ั ตอนในการตรวจควบคุมงานแบบหลอ่ คอนกรีตไดอ้ ยา่ ง ถูกตอ้ ง 4. อธิบายถึงความปลอดภยั ในการปฏบิ ตั ิงานแบบหลอ่ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง 5. บอกมาตรฐานงานแบบหลอ่ คอนกรีตได้
การตรวจควบคุมงานแบบหล่อคอนกรตี 95 การตรวจควบคุมงานแบบหล่อคอนกรีต สาระสาคญั แบบหล่อคอนกรตี ( Form Work ) เรยี กงา่ ย ๆ วา่ แบบหรอื ไมแ้ บบ ทาหน้าทเ่ี ป็นแบบหล่อ คอนกรตี ใหไ้ ดร้ ูปรา่ งและขนาดตามทก่ี าหนด ใชเ้ ป็นโครงสรา้ งชวั่ คราว ทร่ี บั น้าตวั เอง น้าหนกั คอนกรตี และคนงาน จนกวา่ คอนกรตี จะครบอายใุ ชง้ านได้ งานไมแ้ บบเป็นงานทม่ี ตี น้ ทนุ สูง มากการ ไมแ้ บบตอ้ งใชอ้ ยา่ งคมุ้ คา่ เลอื กวสั ดุทเ่ี หมาะสมกบั สภาพงาน ในงานก่อสรา้ งทวั่ ไป ราคาของไมแ้ บบ จะอยู่ทป่ี ระมาณ 20 % ของราคากอ่ สรา้ งทงั้ หมด ดงั นัน้ การออกแบบแบบหล่อตอ้ งคานึงถงึ คณุ สมบตั ิ ทส่ี าคญั 4 ประการคอื มคี ุณภาพ มคี วามปลอดภยั หรอื มนั่ คงแขง็ แรง ประหยดั และถอดประกอบ ไดง้ า่ ย 6.3.1. ความรทู้ วั ่ ไปเก่ียวกบั งานแบบหล่อคอนกรตี แบบหลอ่ เป็นแม่แบบสาหรบั หลอ่ งานคอนกรตี ใหอ้ อกมาไดร้ ปู ทรงตามทต่ี อ้ งการ แบบหลอ่ อาจสรา้ งขน้ึ ดว้ ยวสั ดใุ ด ๆ กไ็ ดท้ ส่ี ามารถรบั น้าหนกั ของคอนกรตี และน้าหนกั ของตวั มนั เองได้ เชน่ ไม้ เหลก็ คอนกรตี บลอ็ ค ไฟเบอร์ หรอื วสั ดอุ น่ื ๆ แบบหลอ่ ทาหน้าทผ่ี ลติ ชน้ิ งานใหไ้ ดข้ นาด รปู ทรง ตาแหน่ง และแนวตามทต่ี อ้ งการ แบบหลอ่ คอนกรตี จะมตี น้ ทนุ ทแ่ี พงมากหากสามารถออกแบบใหม้ ี การใชไ้ ดห้ ลายครงั้ จะชว่ ยลดตน้ ทนุ ในการก่อสรา้ งไดม้ าก เน่อื งจากราคาของแบบหลอ่ จะอยทู่ ่ี ประมาณ 35 – 50 % ของราคางานคอนกรตี เสรมิ เหลก็ การทาแบบหลอ่ ทด่ี แี ละใชง้ านไดห้ ลายครงั้ จะตอ้ งทาการออกแบบใหไ้ ดต้ ามวตั ถุประสงคด์ งั ต่อไปน้ี 1. ความปลอดภยั ในงานแบบหล่อ แบบหรอื ไม่แบบท่สี ร้างข้นึ จะตอ้ งใช้งานได้อย่าง ปลอดภยั สามารถรบั น้าหนกั ตวั มนั เองหรอื แรงดนั และน้าหนกั คอนกรตี ไดโ้ ดยไม่โกง่ หรอื บดิ เบย้ี ว ไมพ่ งั และมสี ว่ นความปลอดภยั อย่างเพยี งพอ 2. คุณภาพ แบบหล่อจะต้องเป็นแม่แบบท่ีสามารถหล่อคอนกรตี ให้ได้ ขนาด รูปร่าง ตาแหน่งและแนวตามแบบกอ่ สรา้ ง ดว้ ยความประณตี เรยี บรอ้ ย และไม่รวั่ ขณะใชง้ าน 3. การประหยดั แบบหล่อทส่ี ร้างขน้ึ จะต้องออกแบบให้มกี ารตดิ ตงั้ และร้อื ถอนได้อย่าง สะดวกและรวดเร็วมีประสิทธภิ าพ ประหยดั เวลาและวสั ดุ โดยยังคงมสี ภาพสมบูรณ์ สามารถนาไปใชไ้ ดห้ ลายครงั้ 4. การประกอบแบบหล่อ จะตอ้ งคานึงถงึ ความสะดวกในการรอ้ื แบบ ตะปทู ใ่ี ชย้ ดึ แบบจะ ตอ้ งถอนออกไดง้ ่าย
การตรวจควบคมุ งานแบบหล่อคอนกรีต 96 6.3.2 ประเภทของแบบหล่อคอนกรตี แบบหลอ่ คอนกรตี โดยทวั่ ไปแล้วจะแบง่ ประเภทออกตามชนิดของวสั ดุ การยดึ ไมแ้ บบหรอื การใชง้ าน ในทน่ี ้จี ะแบ่งชนิดของไมแ้ บบ ออกเป็น 3 ประเภทตามลกั ษณะของการตดิ ตงั้ และการใช้ งานดงั น้ี 6.3.2.1. แบบหล่อชนิ ดประกอบกบั ที่ เป็นแบบหล่อทม่ี คี วามอสิ ระในการประกอบ สามารถ ประกอบแบบตามรูปทรงตา่ ง ๆ ของงาน วสั ดทุ ่ใี ชส้ ว่ นมากจะเป็น ไมเ้ บญจพรรณ ไมอ้ ดั และเหลก็ เป็นบางส่วน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นไม้เบญจพรรณ ซ่ึงแปรรูปตามขนาดท่ตี ้องการใช้ เช่นไม้ขนาด 1 * 10 น้วิ 1 * 8 น้วิ 1 * 6 น้วิ และไม้เคร่ายดึ แบบ ซง่ึ ใชไ้ มค้ ายนั ขนาด 1 ½ * 3 น้วิ การใชไ้ มแ้ ปร รูป จะสามารถตดั ต่อ และประกอบไดอ้ ยา่ งอสิ ระตามรูปแบบของโครงสรา้ งท่ตี อ้ งการ แต่แบบท่ใี ช้ ไมแ้ ปรรปู น้ี ผตู้ รวจควบคุมงานจะตอ้ งดูแลเอาใจใสอ่ ยตู่ ลอดเวลา เน่อื งจากไมแ้ บบเป็นวสั ดุทส่ี ามารถ บดิ งอหรอื เสยี รูปทรงไดง้ ่าย ถา้ อยใู่ นสภาวะทไ่ี ม่เหมาะสม เชน่ ตากแดด ตากฝน ซง่ึ เป็นลกั ษณะของ งานกอ่ สรา้ งอยู่แลว้ ทาใหไ้ ม่แบบทป่ี ระกอบไวแ้ ลว้ เกดิ การหดตวั หรอื การบดิ งอ ทาให้รอยต่อของไม้ แบบไม่แนบสนทิ รปู ท่ี 49 แบบหล่อชนิ ดประกอบกบั ท่ี 6.3.2.2. แบบหล่อสาเรจ็ รปู เป็นแบบหล่อทผ่ี ลติ จากเหลก็ แผน่ กระดาษ หรอื ไฟเบอร์ ซง่ึ ส่วนใหญจ่ ะใชเ้ หลก็ แผน่ เน่อื งจากมคี วามแขง็ แรง ทนทาน ใชง้ านไดห้ ลายครงั้ แตม่ ขี อ้ จากดั คอื จะตอ้ งเป็นโครงสรา้ งทม่ี ขี นาดใกลเ้ คยี งกนั เชน่ แบบหล่อขา้ งคาน อาจจะทาทค่ี วามสูง 0.50 เมตร เพอ่ื ใหใ้ ชไ้ ดก้ บั งานคานตงั้ แต่ 0.25 – 0.45 เมตร แบบหล่อทใ่ี ชก้ ระดาษสว่ นใหญ่ทพ่ี บ จะใชก้ บั งาน โครงสรา้ งเสา และเป็นคอนกรตี แบบผวิ เปลอื ย แตม่ ขี อ้ เสยี คอื สามารถใชง้ านไดเ้ พยี งครงั้ เดยี วและมี ราคาแพง แบบหล่อสาเรจ็ รปู มชี อ่ื เรยี กตา่ ง ๆ ตามลกั ษณะของการใชง้ านดงั น้ี
การตรวจควบคมุ งานแบบหล่อคอนกรตี 97 FLYING FORM QUICK FORM TUNNEL FORM อน่ื ๆ รปู ที่ 50 แบบหล่อสาเรจ็ รปู 6.3.2.3 แบบหล่อชนิ ดเล่ือนในขณะเท (SLIP FORM ) เป็นแบบหล่อชนดิ พเิ ศษ ท่ี สามารถเคล่อื นตวั ไดต้ ลอดเวลาทต่ี อ้ งการ ไปพรอ้ มกบั งานผกู เหลก็ เสรมิ คอนกรตี และเทคอนกรตี ลงแบบ ปจั จุบนั ไดม้ กี ารพฒั นาโดยการนาคอมพวิ เตอรเ์ ขา้ มาควบคมุ การเคล่อื นตวั ทาใหเ้ กดิ ความ แน่นอนและเรว็ ยงิ่ ขน้ึ การใช้ Slip Form จะสามารถลดเวลาในการกอ่ สรา้ งได้ 30 % เป็นแบบท่ี เหมาะสาหรบั งานคอนกรตี ทม่ี รี ปู ทรงลกั ษณะเดยี วกนั รปู ทรงคงท่ี เชน่ ผนงั ชอ่ งลฟิ ท์ ไซโล ผนงั คอนกรตี ตอมอ่ สะพาน หอคอย แตแ่ บบชนิดเลอ่ื นขณะเท จะมตี น้ ทุนสงู แตก่ ม็ ขี อ้ ดใี นจุดท่ี สามารถทางานไดเ้ รว็ คมุ้ คา่ กบั การลงทุน 6.3.3 ขนั้ ตอนการตรวจควบคมุ งานแบบหล่อคอนกรีตทวั ่ ไป งานแบบหล่อควรได้รับการตรวจสอบตามลาดับขนั้ ตอนในการทางานอย่างประณีต จนกระทงั่ ถงึ ขนั้ ตอนสดุ ทา้ ยกอ่ นการเทคอนกรตี ดงั รายละเอยี ดดงั ต่อไปน้ี 1) ขนาด ตาแหน่ง ดิ่ง แนว ฉาก ระดบั และ ตาแหน่งของแบบหล่อ ควรจดั ให้อยู่ใน ตาแหน่งทถ่ี กู ตอ้ งตามแบบหากจะมกี ารคลาดเคล่อื นบา้ งแตต่ อ้ งไม่เกนิ มาตรฐาน เน่อื งจากถา้ ทาแบบ หล่อไม่ตรงจุดตามแบบอาจทาให้การรบั น้าหนักของโครงสร้างเปล่ยี นไปซ่ึงอาจจะไม้เป็นไปตาม รายการคานวณโครงสรา้ ง 2) ลกั ษณะของแบบหล่อ แบบหล่อจะตอ้ งสรา้ งขน้ึ ตามลกั ษณะของงานคอนกรตี เช่น คอนกรตี ผวิ เปลอื ย ควรใชไ้ ม้อดั หรอื แบบเหลก็ ท่สี ามารถหล่อชน้ิ งานออกมาเรยี บรอ้ ย หาต้องการ ฉาบผวิ งานกไ็ มค่ วรใชแ้ บบทม่ี ผี วิ เรยี บมากนกั เพราะจะทาใหฉ้ าบไม่ตดิ ไมแ้ บบทม่ี กี ารใชง้ านหลาย ครงั้ แลว้ ควรมกี ารตรวจสอบสภาพความพรอ้ มใชง้ านหรอื ควรมกี ารซ่อมแซมใหเ้ รยี บรอ้ ย
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171