Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แนวปฏิบัติการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๒)

แนวปฏิบัติการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๒)

Published by researchsao, 2019-10-10 05:14:06

Description: แนวปฏิบัติการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๒)

Keywords: แนวปฏิบัติการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๒)

Search

Read the Text Version

แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบ การปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย (พ.ศ. ๒๕๖๒) สานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เผยแพร่โดย “สำนักวิจยั ”



สารบญั หน้า ๑ บทนา ๓ คานยิ าม ๖ บทที่ ๑ หลักการพนื้ ฐานในการตรวจสอบการปฏิบตั ิตามกฎหมาย ๖ ๑.๑ การตรวจสอบการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายตามนิยามตรวจเงนิ แผน่ ดิน ๖ ๑.๒ การรักษาไวซ้ งึ่ ความเทีย่ งธรรมและเป็นกลางของผตู้ รวจสอบ ๗ ๑.๓ ข้อควรคานงึ ถงึ ของผู้ตรวจสอบ ๘ บทที่ ๒ การวางแผนการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย ๘ ๒.๑ ข้อพจิ ารณาเบือ้ งต้นในการวางแผนการตรวจสอบ ๙ ๒.๒ การวางแผนการตรวจสอบ ๒๑ บทที่ ๓ การดาเนินการการตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎหมาย ๒๑ ๓.๑ การปฏิบตั ิงานตรวจสอบ ๒๙ ๓.๒ การประเมนิ พยานหลักฐานและการสรปุ ผลการตรวจสอบ ๓๑ ๓.๓ การให้คาแนะนาหรือข้อเสนอแนะเก่ียวกับวิธีการแก้ไขปัญหาแก่หน่วยรบั ตรวจ ๓๑ ๓.๔ วิธปี ฏบิ ัติเมอ่ื พบพฤตกิ ารณ์ท่นี ่าเช่ือว่าอาจมีการกระทาผิดกฎหมายหรือทจุ รติ ๓๒ ๓.๕ การเปดิ โอกาสให้หนว่ ยรับตรวจชี้แจง ๓๓ ๓.๖ การจดั ทาและจัดเก็บเอกสารหลักฐาน ๓๕ บทท่ี ๔ การรายงานผลการตรวจสอบ ๓๕ ๔.๑ การจัดทารายงานผลการตรวจสอบ ๓๖ ๔.๒ ระยะเวลาในการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย ๓๗ ๔.๓ การแจ้งผลการตรวจสอบ ๔๑ บทท่ี ๕ การเผยแพรผ่ ลการตรวจสอบ ๔๑ ๕.๑ การเผยแพรผ่ ลตรวจสอบตอ่ สาธารณชน ๔๓ บทที่ ๖ การติดตามผลการตรวจสอบ ๔๓ ๖.๑ การมอบหมายการติดตามผลการตรวจสอบ ๔๓ ๖.๒ แบบตดิ ตามผลการตรวจสอบ ภาคผนวก

สารบัญภาคผนวก หนา้ ภาคผนวกท่ี ๑ แผนภาพกระบวนการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย ๔๔ ภาคผนวกท่ี ๒ แบบประเมินเพื่อคัดเลือกหน่วยรบั ตรวจสาหรับการตรวจสอบ ๔๕ การปฏิบัตติ ามกฎหมาย ๔๘ ภาคผนวกที่ ๓ ตวั อยา่ งของประเด็นการตรวจสอบ ข้อมลู การตรวจสอบและ ๕๕ เกณฑท์ ี่ใช้ในการตรวจสอบการปฏิบตั ิตามกฎหมาย ๕๖ ภาคผนวกท่ี ๔ ตัวอย่างของแหล่งขอ้ มลู ทใ่ี ชใ้ นการระบุเกณฑก์ ารตรวจสอบทเี่ หมาะสม ภาคผนวกท่ี ๕ ตัวอยา่ งของปจั จัยท่ีควรพิจารณาในการประเมินความเสย่ี ง ๖๐ ๖๒ ในการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย ภาคผนวกที่ ๖ ตวั อย่างของปจั จยั เสย่ี งทค่ี วรพิจารณาในการตรวจสอบการบรหิ ารพสั ดุ ๖๔ ภาคผนวกที่ ๗ ตัวอย่างวิธีการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายสาหรับประเด็นการ ๖๗ ๖๘ ตรวจสอบทก่ี าหนดไว้ ๗๙ ภาคผนวกท่ี ๘ ตวั อยา่ งของการไม่ปฏิบัตติ ามกฎหมาย ภาคผนวกที่ ๙ ตัวอยา่ งแบบรายงานผลการตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎหมาย ภาคผนวกท่ี ๑๐ ตวั อยา่ งแบบการแจ้งผลการตรวจสอบ ภาคผนวกท่ี ๑๑ แบบตดิ ตามผลการตรวจสอบ

บทนำ บทนำ รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศกั รำช ๒๕๖๐ มำตรำ ๒๔๐ (๒) และ (๓) บัญญัติ ให้คณะกรรมกำรตรวจเงินแผ่นดินมีหน้ำท่ีและอำนำจในกำรกำหนดหลักเกณฑ์มำตรฐำนเกี่ยวกับกำรตรวจ เงินแผ่นดินและกำกับกำรตรวจเงินแผ่นดินให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์มำตรฐำนดังกล่ำว โดยกำรกำหนด หลักเกณฑ์มำตรฐำนเก่ียวกับกำรตรวจเงินแผ่นดินน้ัน พระรำชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่ำด้วยกำรตรวจ เงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ มำตรำ ๒๗ มำตรำ ๒๙ และมำตรำ ๓๐ บัญญัติให้คณะกรรมกำรตรวจเงินแผ่นดิน ต้องกำหนดหลักเกณฑ์ มำตรฐำนเกี่ยวกับกำรตรวจเงินแผ่นดินให้สอดคล้องกับหลักกำรและมำตรฐำนกำร ตรวจเงินแผ่นดินท่ีเป็นท่ียอมรับของสำกล ซ่ึงอย่ำงน้อยต้องประกอบด้วยวิธีกำรตรวจเงินแผ่นดินแต่ละด้ำน ควำมเคร่งครัดในจริยธรรมแห่งวิชำชีพในกำรตรวจเงินแผ่นดิน ระยะเวลำในกำรตรวจเงินแผ่นดิน วิธีปฏิบตั ิ ในกำรเข้ำตรวจ วิธีกำรให้คำแนะนำหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับวิธีกำรแก้ไขปัญหำแก่หน่วยรับตรวจ วิธีกำร เปดิ โอกำสให้หนว่ ยรับตรวจชี้แจง และวิธีกำรรำยงำน กำรแจ้งและกำรเผยแพรผ่ ลกำรตรวจ สำนักงำนกำรตรวจเงินแผ่นดินได้จัดทำแนวปฏิบัติกำรตรวจสอบกำรปฏิบัติตำมกฎหมำย (ฉบับปรับปรุง) โดยอ้ำงอิงจำกหลักเกณฑ์มำตรฐำนเก่ียวกับกำรตรวจเงินแผ่นดินท่ีคณะกรรมกำรกำหนด ซ่ึงสอดคล้องกับมำตรฐำนกำรตรวจเงินแผ่นดิน รหัส ๔๐๐๐ เร่ือง กำรตรวจสอบกำรปฏิบัติตำมกฎหมำย (International Standards of Supreme Audit Institutions: ISSAI 4000 Compliance Audit Standard) ท่ีองค์กำรสถำบันกำรตรวจสอบสูงสุดระหว่ำงประเทศ (International Organization of Supreme Audit Institutions: INTOSAI) วำงหลักกำรและมำตรฐำนกำรตรวจเงินแผ่นดินให้ประเทศสมำชิกนำไปปรับใช้ให้ เหมำะสมกับบริบทของแต่ละประเทศ กำรตรวจสอบกำรปฏิบัติตำมกฎหมำย เป็นกำรตรวจสอบกำรปฏิบัติงำนของหน่วย รับตรวจว่ำเป็นไปตำมกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และแบบแผนกำรปฏิบัติรำชกำร หรือไม่ กำรตรวจสอบในลกั ษณะดังกล่ำวมีควำมสำคัญ เน่อื งจำกหน่วยรับตรวจต้องปฏบิ ตั ิตำมกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี อีกท้ัง กำรตรวจสอบกำรปฏบิ ัติตำมกฎหมำยต้องคำนึงถึงแผนงำน งำน โครงกำร และกจิ กรรมตำ่ ง ๆ ทห่ี นว่ ยรับตรวจดำเนินกำรวำ่ เป็นไปตำมอำนำจและหนำ้ ท่ีท่ีกฎหมำย กำหนดหรอื ไม่ แนวคิดเกี่ยวกับกำรบริหำรกิจกำรบ้ำนเมืองท่ีดีเป็นหลักกำรพ้ืนฐำนท่ีสำคัญในภำครัฐ กฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรี ได้กำหนดภำรกิจ กรอบภำรกิจ และวัตถุประสงค์ โดยรวม ให้หน่วยรับตรวจต้องดำเนินกำรเพ่ือประชำชน ตลอดจนสิทธิของประชำชนที่จะได้รับควำม คุ้มครองตำมกฎหมำย นอกจำกนี้ หน่วยรับตรวจต้องบริหำรงบประมำณท่ีได้รบั จัดสรรจำกภำครัฐอยำ่ ง แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎหมาย ๑

บทนำ เหมำะสม รวมถงึ เจ้ำหน้ำทีท่ ีไ่ ด้รับกำรแต่งต้ังต้องปฏิบัตหิ น้ำท่ดี ว้ ยควำมโปร่งใส มสี ำนึกรบั ผิดชอบ และ บรหิ ำรจัดกำรงบประมำณอย่ำงมปี ระสิทธิภำพ เกิดประโยชนส์ ูงสุดต่อประชำชนและประเทศชำติ กำรตรวจสอบกำรปฏิบัติตำมกฎหมำยเป็นกลไกกำรควบคุมที่สำคัญของภำครัฐ โดย ต้องติดตำมตรวจสอบว่ำหน่วยรับตรวจได้ดำเนินภำรกิจตำมหน้ำที่และอำนำจหน้ำท่ีหรือไม่ และสิทธิ ของประชำชนได้รับควำมคุ้มครองตำมกฎหมำยหรือไม่ จึงเป็นหน้ำที่สำคัญของสำนักงำนกำรตรวจเงิน แผ่นดินที่ต้องติดตำมตรวจสอบและแจ้งผลกำรตรวจสอบต่อหน่วยรับตรวจและรำยงำนผลกำรปฏิบัติงำน ประจำปีต่อรัฐสภำ รวมถงึ เผยแพร่ต่อสำธำรณชนเพอื่ ใหเ้ กดิ ควำมโปร่งใสและสำนึกรับผดิ ชอบในภำครฐั ๑. ขอบเขตกำรใชแ้ นวปฏิบตั ิกำรตรวจสอบกำรปฏบิ ัตติ ำมกฎหมำย แนวปฏิบัติกำรตรวจสอบฉบับนี้ จัดทำขึ้นสำหรับเจ้ำหน้ำที่และบุคคลอื่นของ สำนกั งำนกำรตรวจเงินแผ่นดินใช้เป็นแนวทำงในกำรตรวจสอบกำรปฏิบตั ิตำมกฎหมำยของหนว่ ยรบั ตรวจ อันเป็นไปตำมหลักเกณฑ์มำตรฐำนกำรตรวจเงินแผ่นดินที่คณะกรรมกำรกำหนด ซึ่งครอบคลุม ลักษณะงำนดังต่อไปนี้ ๑.๑ กำรตรวจสอบตำมภำรกิจหลัก ได้แก่ กำรตรวจสอบกำรจัดเก็บรำยได้ กำรรับ กำรใช้จ่ำย กำรใช้ประโยชน์ กำรเก็บรักษำ และ กำรบริหำรซึ่งเงิน ทรัพย์สิน สิทธิ และผลประโยชน์ของหน่วยรับตรวจหรือที่อยู่ในควำมครอบครอง หรอื อำนำจใช้จำ่ ยของหน่วยรับตรวจ ๑.๒ กำรตรวจสอบอื่นตำมพระรำชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่ำด้วยกำรตรวจเงิน แผน่ ดนิ และกฎหมำยอืน่ ที่เกีย่ วขอ้ ง กำรตรวจสอบกำรปฏิบัติตำมกฎหมำย สำมำรถดำเนินกำรได้ท้ังในลักษณะกำร ตรวจสอบท่ีเกี่ยวเนื่องกับกำรตรวจสอบกำรเงิน กำรตรวจสอบร่วมกับกำรตรวจสอบผลสัมฤทธ์ิและ ประสทิ ธิภำพกำรดำเนินงำน หรือกำรตรวจสอบกำรปฏบิ ัติตำมกฎหมำยโดยเฉพำะแตเ่ พียงอย่ำงเดยี ว ๒. วตั ถุประสงคข์ องแนวปฏิบัติกำรตรวจสอบกำรปฏบิ ัตติ ำมกฎหมำย ๑. เพ่อื ให้ผตู้ รวจสอบมคี วำมรู้ ควำมเข้ำใจและสำมำรถปฏบิ ัตงิ ำนตรวจสอบกำรปฏิบัติ ตำมกฎหมำยไดอ้ ยำ่ งมีประสิทธิผลและประสทิ ธิภำพ ๒. เพ่ือให้กำรตรวจสอบกำรปฏิบัติตำมกฎหมำยเป็นมำตรฐำนเดียวกันและสอดคล้อง กับมำตรฐำนสำกล ๓. เพ่ือให้กำรจัดทำรำยงำนผลกำรตรวจสอบเป็นมำตรฐำนเดียวกันและสอดคล้องกับ มำตรฐำนสำกล แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย ๒

คำนยิ ำม คำนิยำม คณะกรรมกำร หมำยถงึ คณะกรรมกำรตรวจเงินแผ่นดนิ ผวู้ ำ่ กำร หมำยถงึ ผูว้ ำ่ กำรตรวจเงินแผ่นดิน สำนกั งำน หมำยถงึ สำนักงำนกำรตรวจเงินแผ่นดิน เจ้ำหนำ้ ท่ี หมำยถึง ขำ้ รำชกำรสำนักงำนกำรตรวจเงนิ แผ่นดิน ผู้ตรวจสอบ หมำยถึง ผ้วู ำ่ กำร หรอื เจ้ำหน้ำท่ีที่ผวู้ ่ำกำรมอบหมำยให้ดำเนินกำรตรวจสอบ ตำมพระรำชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่ำด้วยกำรตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ และผู้สอบบัญชีที่ สำนกั งำนให้ควำมเห็นชอบตำมมำตรำ ๗๑ แหง่ พระรำชบัญญตั วิ นิ ยั กำรเงินกำรคลงั ของรฐั พ.ศ. ๒๕๖๑ บุคลำกรอื่น หมำยถึง ที่ปรึกษำ ผู้เชี่ยวชำญ ลูกจ้ำง และให้หมำยควำมรวมถึงผู้ท่ีได้รับ มอบหมำยใหป้ ฏบิ ัติงำนในหน้ำท่แี ละอำนำจของสำนักงำน ผู้รับตรวจ หมำยถึง หัวหน้ำส่วนรำชกำรหรือหัวหน้ำหน่วยงำน ผู้รับผิดชอบในกำรปฏิบัติ รำชกำรหรือกำรบริหำรของหน่วยรบั ตรวจ หนว่ ยรบั ตรวจ หมำยถงึ (๑) กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนรำชกำรที่ เรียกช่ืออย่ำงอ่ืนที่มีฐำนะเป็น กระทรวง ทบวง หรอื กรม (๒) หนว่ ยงำนของรำชกำรสว่ นภูมิภำค (๓) หน่วยงำนของรำชกำรสว่ นท้องถ่ิน (๔) รฐั วสิ ำหกิจตำมกฎหมำยว่ำด้วยวธิ กี ำร งบประมำณและตำมกฎหมำยอนื่ (๕) ทุนหมนุ เวยี น (๖) หนว่ ยงำนอน่ื ของรัฐ (๗) หน่วยงำนท่ีรฐั มิได้จัดตั้งข้ึนแต่ได้รับเงิน อดุ หนุน หรือกิจกำรที่ได้รับเงินหรือทรัพย์สิน ลงทนุ จำกหน่วยรบั ตรวจตำม (๑) (๒) (๓) (๔) หรอื (๖) เฉพำะสว่ นที่เกยี่ วกับเงินอุดหนุนหรือกจิ กำรดงั กล่ำว (๘) หนว่ ยงำนอ่ืนใดหรือกจิ กำรใดทม่ี ีกฎหมำย กำหนดให้สำนักงำนเป็นผู้ตรวจสอบ หรอื ที่ มีกฎหมำยกำหนดให้มีสิทธิร้องขอให้สำนักงำนเป็นผ้ตู รวจสอบ แนวปฏบิ ตั ิการตรวจสอบการปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย ๓

คำนิยำม ผู้บริหำร หมำยถึง ผู้รับตรวจ บุคคลที่ได้รับมอบหมำยจำกผู้รับตรวจหรือผู้รับผิดชอบ ปฏิบตั ิรำชกำรหรอื กำรบริหำรของหน่วยรับตรวจ เจ้ำหน้ำท่ีของหน่วยรับตรวจ หมำยถึง ผู้ปฏิบัติงำนหรือผู้ที่ได้รับมอบหมำยให้ ปฏบิ ัตงิ ำน ในหน้ำท่ีและอำนำจของหนว่ ยรบั ตรวจ กำรตรวจสอบกำรปฏิบตั ิตำมกฎหมำย หมำยถึง กำรตรวจสอบกำรจดั เก็บรำยได้ กำร รับ กำรใช้จ่ำย กำรใช้ประโยชน์ กำรเก็บรักษำ และกำรบริหำรซ่ึงเงิน ทรัพย์สิน สิทธิ และผลประโยชน์ ของหน่วยรับตรวจหรือที่อยู่ในควำมครอบครองหรืออำนำจใช้จ่ำยของหน่วยรับตรวจ รวมถึงกำร ตรวจสอบอื่นตำมพระรำชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่ำด้วยกำรตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ และ กฎหมำยอน่ื ที่เกีย่ วขอ้ งใหเ้ ปน็ ไปตำมเกณฑ์ทใี่ ช้ในกำรตรวจสอบ เกณฑท์ ใ่ี ชใ้ นกำรตรวจสอบ หมำยถึง (๑) กฎหมำย ระเบียบ ขอ้ บงั คับ มตคิ ณะรฐั มนตรี แบบแผนกำรปฏบิ ัติรำชกำร และสัญญำ (๒) หลักกำรท่ัวไปในกำรบริหำรทำงกำรเงินท่ีดี หลักกำรปฏิบัติงำนของเจ้ำหน้ำที่ภำครัฐ รวมทง้ั หลกั กำรทีย่ อมรับโดยท่ัวไปหรือแนวปฏิบตั ทิ ด่ี ีในระดับชำตหิ รอื แนวปฏิบัติทีด่ ีในระดับสำกล สัญญำ หมำยถึง ข้อตกลงที่ทำขึ้นระหวำ่ งหน่วยรับตรวจกับบุคคลใดในกำรบริหำรเงนิ หรือทรัพย์สินของแผ่นดิน เช่น สัญญำจัดซื้อจัดจ้ำง สัญญำสัมปทำน สัญญำร่วมทุน หรือสัญญำหรือ ข้อตกลงอ่ืนใดทมี่ ีลักษณะของกำรใชห้ รือบริหำรเงินหรือทรัพย์สินของแผน่ ดนิ เปน็ ต้น กำรใหค้ วำมเช่ือมน่ั อย่ำงสมเหตุสมผล หมำยถงึ กำรตรวจสอบทจ่ี ะต้องดำเนินกำรใน ระดับครอบคลุมสำระสำคัญท้ังหมดของเรอ่ื งท่ีตรวจสอบ เพ่ือให้งำนตรวจสอบได้คุณภำพสูงสุดเท่ำท่จี ะ สำมำรถดำเนินกำรได้และมีควำมน่ำเช่ือถืออย่ำงสมเหตุสมผลต่อสรุปผลกำรตรวจสอบและควำมเห็น ของผตู้ รวจสอบ กำรให้ควำมเช่ือม่ันอย่ำงจำกัด หมำยถึง กำรตรวจสอบท่ีจำเป็นจะต้องดำเนินกำร ตรวจสอบในระดับท่ีครอบคลุมแต่เพียงสำระสำคัญบำงประเด็นของเร่ืองท่ีตรวจสอบเท่ำนั้น เน่ืองจำกมี ควำมจำเปน็ หรือข้อจำกดั ที่เกิดจำกปจั จัยบำงประกำร เชน่ ควำมจำเปน็ เร่งดว่ น กรอบระยะเวลำในกำร ตรวจสอบที่จำกัด ควำมต้องกำรของผู้ใช้รำยงำนกำรตรวจสอบ ที่ประสงค์จะให้ตรวจสอบแต่เพียงใน ขอบเขตของสำระสำคญั บำงประกำรเทำ่ น้นั ข้อจำกัดด้ำนงบประมำณหรือจำนวนเจ้ำหน้ำท่ี ปริมำณงำน ตรวจสอบท่ีมำกเกินกว่ำปกติวิสัยที่จะสำมำรถทำกำรตรวจสอบได้อย่ำงครบถ้วน กำรขำดแคลน เจ้ำหน้ำทีต่ รวจสอบท่ีเปน็ ผู้เชยี่ วชำญเฉพำะทำงทำใหไ้ ม่สำมำรถตรวจสอบในสำระสำคญั ทั้งหมดได้ หรอื มีเหตุผลสมควรที่จะประหยัดเวลำและทรัพยำกรในกำรตรวจสอบหำกผู้ตรวจสอบสำมำรถคำดหมำยได้ แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย ๔

คำนิยำม ว่ำผลของกำรตรวจสอบในระดับให้ควำมเช่ือม่ันอย่ำงจำ กัดเช่นนี้จ ะไม่แตกต่ำงไปจ ำกผลของกำร ตรวจสอบในระดบั ให้ควำมเชื่อมั่นอยำ่ งสมเหตสุ มผล พยำนหลักฐำน หมำยถึง ส่ิงท่ีสำมำรถพิสูจน์ข้อเท็จจริง ได้แก่ พยำนเอกสำร พยำน บุคคล และพยำนวัตถุ แต่ต้องเป็นพยำนชนิดท่ีมิได้เกิดข้ึนจำกกำรจูงใจ มีคำมั่นสัญญำ ขู่เข็ญ หลอกลวง หรอื โดยมชิ อบประกำรอ่ืน ผลกำรตรวจสอบ หมำยถึง ข้อสรุปจำกกำรปฏบิ ัติงำนตรวจสอบท่ีแสดงในรำยงำนผล กำรตรวจสอบกำรปฏบิ ตั ติ ำมกฎหมำย ฝ่ำยนิติบัญญัติ หมำยถึง องค์กรท่ีมีอำนำจหน้ำที่ในกำรบัญญัติกฎหมำยของประเทศ เช่น รัฐสภำ รวมถึงหน่วยงำนภำครัฐอื่นที่มีอำนำจหน้ำท่ีในกำรบัญญัติกฎหมำย เช่น สภำขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น สภำมหำวิทยำลัย เป็นต้น แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย ๕

บทที่ ๑ หลกั การพ้นื ฐานในการตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎหมาย บทที่ ๑ หลักการพื้นฐานในการตรวจสอบการปฏิบตั ติ ามกฎหมาย การตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎหมายมีหลักการพ้นื ฐานที่สาคัญ ๓ ประการ ดงั นี้ ๑.๑ การตรวจสอบการปฏบิ ตั ิตามกฎหมายตามนิยามตรวจเงนิ แผ่นดนิ การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย ครอบคลุมการตรวจสอบการเงินของหน่วยรับตรวจ ซึ่งรวมถึงตรวจการจัดเก็บรายได้ การรับ การใช้จ่าย การใช้ประโยชน์ การเก็บรักษา และการบริหารซ่ึงเงิน ทรัพย์สิน สิทธิ และผลประโยชน์ของหน่วยรับตรวจหรือท่ีอยู่ในความครอบครองหรืออานาจใช้จ่ายของ หน่วยรับตรวจว่าเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และแบบแผนการปฏิบัติราชการ หรอื ไม่ และตรวจว่าการใชจ้ ่ายเงินหรือการใช้ประโยชนน์ ั้นเป็นไปตามวตั ถปุ ระสงค์หรือไม่ ทง้ั นี้ การตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎหมายมีแนวคิดท่สี าคัญ ๒ ประการ ดังนี้ ๑. ความถูกต้อง คือการตรวจสอบว่า แผนงาน งาน โครงการ กิจกรรม และรายการ ตลอดจนข้อมูลที่เก่ียวข้องกับหน่วยรบั ตรวจเปน็ ไปตามกฎหมายระเบียบ ขอ้ บังคับ มตคิ ณะรัฐมนตรี แบบ แผนการปฏบิ ัติราชการ และสัญญา ๒. ความเหมาะสม คือ การตรวจสอบโดยคานึงถึงหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดี ของภาครฐั และการปฏิบัติงานทด่ี ีของเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงหลักการท่ียอมรบั โดยทวั่ ไปหรือแนวปฏิบัติ ท่ีดีในระดบั ชาติหรือแนวปฏิบัติท่ีดีในระดับสากล การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายอาจเป็นการตรวจสอบความถูกต้อง หรือความ เหมาะสม หรือทั้งสองประการ ๑.๒ การรักษาไวซ้ ึง่ ความเทย่ี งธรรมและเป็นกลางของผู้ตรวจสอบ ผู้ตรวจสอบต้องรักษาไว้ซึ่งความเท่ียงธรรมและเป็นกลางในการกาหนดวัตถุประสงค์ และ เกณฑ์ที่ใช้ในการตรวจสอบ นอกจากนี้พึงระมัดระวังการติดต่อสื่อสารและหลีกเลี่ยงอิทธิพลจากผู้มีส่วน เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเท่ียงธรรมและเป็นกลางในการจัดทารายงานการตรวจสอบ ท้ังนี้ เพ่ือใหข้ อ้ ตรวจพบและสรุปผลการตรวจสอบมีความเป็นธรรมเป็นที่ประจักษ์แก่บุคคลภายนอก แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย ๖

บทที่ ๑ หลักการพนื้ ฐานในการตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎหมาย ๑.๓ ขอ้ ควรคานึงถงึ ของผู้ตรวจสอบ ในการตรวจสอบการปฏิบตั ิตามกฎหมาย ผู้ตรวจสอบควรคานึงถึง การกาหนดประเด็นการ ตรวจสอบ เกณฑ์ท่ีใช้ในการตรวจสอบ การกาหนดระดับความเชื่อม่ันในการตรวจสอบ การกาหนดและ วิเคราะห์ระดับสาระสาคัญของเร่ืองท่ีจะตรวจสอบ การศึกษาข้อมูลทั่วไปและการควบคุมภายในของหน่วย รับตรวจ การพิจารณาความเส่ียงท่ีอาจเกิดการทุจริต รวมถึงการติดต่อส่ือสารกับหน่วยรับตรวจ ซ่ึง รายละเอยี ดจะกล่าวในบทต่อไป อนึ่ง แผนภาพกระบวนการตรวจสอบการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย แสดงในภาคผนวกท่ี ๑ แนวปฏบิ ตั ิการตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎหมาย ๗

บทท่ี ๒ การวางแผนการตรวจสอบการปฏิบตั ิตามกฎหมาย บทที่ ๒ การวางแผนการตรวจสอบการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย ๒.๑ ข้อพิจารณาเบื้องต้นในการวางแผนการตรวจสอบ ๒.๑.๑ การคัดเลอื กหน่วยรบั ตรวจ ผู้ตรวจสอบควรศึกษา รวบรวมข้อมูล และพิจารณาคัดเลือกหน่วยรับตรวจและ จัดลาดับความสาคัญของหน่วยรับตรวจตามระดับความเส่ียงท่ีประเมินได้ ท้ังนี้ เพ่ือให้การตรวจสอบ ครอบคลุมการจัดเก็บรายได้ การรับ การใช้จ่าย การใช้ประโยชน์ การเก็บรักษา และการบริหารงบประมาณ แผน่ ดิน ของหน่วยรับตรวจท่ีมนี ยั สาคัญ และบรรลุวัตถุประสงคข์ องการตรวจสอบอย่างมปี ระสิทธภิ าพ กรณกี ารตรวจสอบเรื่องร้องเรยี นหรือเรื่องท่ีมที ี่มาจากการตรวจสอบลักษณะอื่น ผูต้ รวจสอบอาจไม่นาหลักเกณฑ์การคัดเลอื กหน่วยรบั ตรวจขา้ งตน้ มาใช้ก็ได้ แบบประเมินที่ปรากฏในภาคผนวกท่ี ๒ เปน็ แบบประเมินเพ่อื คัดเลอื กหน่วยรับตรวจ สาหรับการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย อันรวมถึงเกณฑ์การประเมินเพ่ือคัดเลือกหน่วยรับตรวจ และแบบสรปุ ผลการประเมนิ เพ่ือคดั เลอื กหน่วยรับตรวจด้วย ๒.๑.๒ การคดั เลอื กและจัดลาดับความสาคญั ของเรื่องท่ีจะตรวจสอบ ผู้ตรวจสอบควรศึกษา รวบรวมข้อมูล และพิจารณาคัดเลือกงาน โครงการ สัญญา และกิจกรรมของหนว่ ยรับตรวจที่เห็นว่ามีความสาคัญควรได้รับการตรวจสอบ และจัดลาดับความสาคัญของ งาน โครงการ สัญญา และกิจกรรมที่จะตรวจสอบตามระดับความเสี่ยงที่ประเมินได้ก่อนที่จะพิจารณา คัดเลือกงาน โครงการ สัญญา และกิจกรรมเพ่ือตรวจสอบต่อไป ท้ังนี้ เพื่อให้การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่าง จากดั มีความคุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ และบรรลุวัตถปุ ระสงค์ของการตรวจสอบ กรณีการตรวจสอบเรอ่ื งรอ้ งเรยี นหรอื เรื่องท่ีมีท่ีมาจากการตรวจสอบลกั ษณะอื่น ผตู้ รวจสอบอาจไมน่ าหลกั เกณฑ์การคัดเลอื กและจัดลาดบั ความสาคัญของเรือ่ งทจ่ี ะตรวจสอบข้างต้นมาใชก้ ไ็ ด้ ๒.๑.๓ การระบผุ ใู้ ช้รายงานผลการตรวจสอบ ผู้ตรวจสอบควรระบุผู้ใช้รายงานผลการตรวจสอบ ซึ่งอาจเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่าย บริหาร คณะกรรมการ ผู้ว่าการ ผู้บริหารของสานักงาน หน่วยรับตรวจ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หน่วยงาน หรือบุคคลอื่นท่ีเก่ียวข้องซึ่งจาเป็นต้องใช้รายงานผลการตรวจสอบ แล้วแต่กรณี เพ่ือให้สามารถ แนวปฏบิ ตั ิการตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎหมาย ๘

บทท่ี ๒ การวางแผนการตรวจสอบการปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย กาหนด ระดับสาระสาคัญของเร่ืองท่ีจะตรวจสอบ ตลอดจนกาหนดระดับความเช่ือมั่น และวิธีการส่ือสาร ระดับความเช่ือมั่นใหเ้ หมาะสมกบั ความต้องการของผู้ใช้รายงานผลการตรวจสอบ ๒.๑.๔ การระบุผู้มีหน้าทร่ี ับผิดชอบของเร่ืองท่ตี รวจสอบ ผู้ตรวจสอบควรระบุผู้มีหน้าท่ีรับผิดชอบของเรื่องท่ีตรวจสอบ อันได้แก่ ผู้รับตรวจ เจ้าหน้าที่ของหน่วยรับตรวจ ตลอดจนบุคคลอื่นท่ีมีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นการตรวจสอบ แล้วแต่กรณี เพื่อคัดเลือกเกณฑ์ท่ีใช้ในการตรวจสอบให้สอดคล้องกับผู้มีหน้าท่ีรับผิดชอบของเรื่องนั้น ๆ รวมทัง้ เพ่ือใช้ใน การตดิ ต่อประสานงานระหว่างกนั ตลอดกระบวนการตรวจสอบ ๒.๒ การวางแผนการตรวจสอบ ผู้ตรวจสอบต้องวางแผนการตรวจสอบให้เกิดความเช่ือม่ันได้ว่ างานตรวจส อบ มี คณุ ภาพ เปน็ ไปอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพและรวดเร็ว ซง่ึ ในการวางแผนการตรวจสอบมีขั้นตอนดังนี้ ๒.๒.๑ การกาหนดประเดน็ การตรวจสอบ ประเด็นการตรวจสอบ หมายถึง สาระสาคัญของเรื่องที่ต้องดาเนินการตรวจสอบ ว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี แบบแผนการปฏิบัติราชการ และสัญญา หรือไม่ ซ่ึงอาจมีได้หลายลักษณะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบ อันเป็นสิ่งท่ีกาหนด แนวทางในการแสวงหาพยานหลักฐานที่ผู้ตรวจสอบต้องรวบรวมเพื่อนามาใช้ในการวิเคราะห์เทียบกับเกณฑ์ ท่ีใชใ้ นการตรวจสอบ โดยประเด็นการตรวจสอบอาจเป็นเรื่องเชิงปริมาณที่สามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน เชน่ ผลการดาเนนิ งาน หรือเง่ือนไขทางการเงิน ขณะทบี่ างประเด็นเป็นเร่ืองเชิงคุณภาพท่ีอาจสรปุ หรือประเมินใน ลกั ษณะที่ใชเ้ กณฑ์ความเหมาะสม เชน่ เรอ่ื งเกีย่ วกับพฤติกรรม ประเด็นการตรวจสอบต้องมีสาระสาคัญเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยและสามารถ ตรวจสอบแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เพ่ือสนับสนุนสรุปผลการตรวจสอบหรือความเห็นของผู้ ตรวจสอบได้อย่างเพียงพอและถูกต้องเหมาะสม โดยประเด็นการตรวจสอบและเกณฑ์ท่ีใช้ในการตรวจสอบ ตอ้ งมคี วามเช่ือมโยงและสอดคล้องกัน ปัจจัยที่อาจมีผลต่อการพิจารณากาหนดประเด็นและขอบเขตการตรวจสอบ ของผู้ตรวจสอบ (๑) หน้าท่ีและอานาจของสานักงานการตรวจเงินแผ่นดินตามที่กาหนดไว้ใน กฎหมายว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน รวมถึงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และแบบ แผนการปฏิบัติราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ตรวจสอบ เช่น กฎหมายท่ีเก่ียวกับวธิ ีการงบประมาณ กฎหมาย ว่าด้วยวินยั การเงนิ การคลงั หรือกฎหมายท่เี ก่ียวกบั การจดั ซอื้ จัดจ้างและการบริหารพสั ดุภาครัฐ แนวปฏบิ ตั ิการตรวจสอบการปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย ๙

บทที่ ๒ การวางแผนการตรวจสอบการปฏิบตั ิตามกฎหมาย ท้ังนี้ ในการกาหนดประเด็นการตรวจสอบควรให้ความสาคัญกับการศึกษาและเสนอ ความเห็นเกย่ี วกบั แผนงาน งาน โครงการท่จี ะมผี ลกระทบต่อการจัดทางบประมาณดว้ ย (๒) นโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติราชการ ๔ ปี และแผนปฏิบัติราชการ ประจาปีของสานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (๓) การปฏบิ ัตไิ ม่เป็นไปตามกฎหมายทผ่ี ่านมาของหน่วยรับตรวจ เช่น ผลการตรวจสอบ ครง้ั กอ่ นทีร่ ะบถุ งึ การปฏิบตั ไิ มเ่ ปน็ ไปตามกฎหมายและข้อกาหนด (๔) ข้อตรวจพบและข้อเสนอแนะจากการตรวจสอบท่ีดาเนินการโดยผู้ตรวจสอบ อืน่ ทม่ี ิใชส่ านักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (๕) ผลการประเมินความเส่ียงเฉพาะกรณีที่เก่ียวข้องกับการปฏิบัติไม่เป็นไป ตามกฎหมายจากการตรวจสอบการเงิน หรือการตรวจสอบผลสัมฤทธ์ิและประสิทธิภาพการดาเนินงาน เชน่ การจัดซ้ือจดั จ้างตามแผนงาน งาน โครงการ ทีม่ ีขนาดใหญ่ เรื่องทเี่ กย่ี วกบั ความม่ันคงของประเทศ หรอื สทิ ธปิ ระโยชนด์ ้านสวสั ดกิ าร ฯลฯ (๖) เรื่องทป่ี ระชาชนให้ความสนใจหรือคาดหวัง เช่น กรณีทมี่ เี หตุอันควรสงสัย ว่ามีการทุจริต การบริหารงานผิดพลาด หรือกรณีที่สื่อมวลชนนาเสนอเกี่ยวกับการปฏิบัติไม่เป็นไปตาม กฎหมาย (๗) เรื่องที่ฝ่ายนิตบิ ัญญัติให้ความสนใจ เช่น ประเด็นเกี่ยวกับส่ิงแวดล้อม และ การปฏบิ ัติตามข้อตกลงระหวา่ งประเทศดา้ นสงิ่ แวดล้อม (๘) การขอความร่วมมอื ใหต้ รวจสอบจากฝา่ ยนิติบัญญตั ิ ฝ่ายบรหิ าร หนว่ ยงาน ที่ให้การสนับสนุนทางการเงิน หรือหน่วยงานท่ีให้ความช่วยเหลือทางการเงิน เช่น การปฏิบัติตาม เงือ่ นไขของขอ้ ตกลงการใหเ้ งนิ สนบั สนนุ (๙) เงินสนับสนุนที่หน่วยรับตรวจได้รับอย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานที่ให้ความ ช่วยเหลือทางการเงิน และมีข้อกาหนดว่าต้องปฏิบัติตามเง่ือนไขของสัญญาหรือข้อตกลงของการให้เงิน สนับสนุน ในกรณีที่การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายครอบคลุมถึงกฎหมายเก่ียวกับ งบประมาณ หรือคาขออนุมัติงบประมาณ ให้คานึงถึงเร่ืองรายได้ การจัดหาเงินทุน และรายจ่ายของ หนว่ ยรับตรวจไวด้ ว้ ย ๒.๒.๒ การกาหนดเกณฑท์ ี่ใชใ้ นการตรวจสอบ ผตู้ รวจสอบต้องกาหนดเกณฑ์ที่ใช้ในการตรวจสอบ หรอื เกณฑ์มาตรฐานที่ใช้ในการ เปรยี บเทยี บให้เหมาะสมกับประเด็นท่ีใช้ในการตรวจสอบ โดยสามารถแบง่ ประเภทของเกณฑไ์ ดด้ งั นี้ แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย ๑๐

บทที่ ๒ การวางแผนการตรวจสอบการปฏิบตั ติ ามกฎหมาย (๑) เกณฑ์ท่ีมีรูปแบบเป็นทางการ เช่น กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติ คณะรัฐมนตรี แบบแผนการปฏบิ ตั ริ าชการ คาส่งั กฎกระทรวง หรือ เงอ่ื นไขของสัญญาหรอื ข้อตกลง (๒) เกณฑ์ที่มีรูปแบบก่ึงทางการ เช่น จรรยาบรรณหรือหลักการที่ถูกต้อง เหมาะสม หรือเกณฑ์อาจเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่คาดหวังเก่ียวกับการปฏิบัติราชการที่ต้องมีจิตสานึก ความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าท่ีด้วยการใช้จ่ายเงินงบประมาณอย่างเหมาะสม ประหยัดและเป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การเบิกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเดินทางหรือค่ารับรองซึ่งไม่มีการระบุข้อกาหนด หรอื หลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจน ในกรณีที่มีปัญหาในการใช้และตีความกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือ มติ คณะรัฐมนตรี แบบแผนการปฏิบัติราชการที่จะนามาใช้เป็นเกณฑ์ในการตรวจสอบ ผู้ตรวจสอบควร พจิ ารณาตีความตามลายลักษณ์อักษร เจตนารมณ์และความมุ่งหมายของบทบญั ญัติแห่งกฎหมาย หากยังมี ข้อสงสัยผู้ตรวจสอบอาจหารือไปยังหน่วยงานท่ีมีหน้าท่ีรับผิดชอบในเร่ืองดังกล่าว นอกจากน้ีผู้ตรวจสอบ อาจนาข้อหารอื คาวนิ จิ ฉยั หรือคาพพิ ากษา ทเี่ กยี่ วขอ้ งมาใชเ้ พื่อประกอบการพิจารณาตคี วามก็ได้ ในการดาเนินการใช้และตีความกฎหมายควรหารือหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง เช่น สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครฐั หรอื หน่วยงานทเ่ี ป็นผูร้ ักษาการตามระเบยี บ ลักษณะของเกณฑท์ ่ใี ชใ้ นการตรวจสอบทเี่ หมาะสมควรมดี ังน้ี ๑) ความเกยี่ วข้อง (Relevance) เปน็ เกณฑ์ท่ีมผี ลตอ่ ข้อมูลท่ใี ชใ้ นการตรวจสอบซ่ึงช่วย สนับสนุนการตัดสินใจของผใู้ ช้รายงานผลการตรวจสอบ ๒) ความครบถ้วน (Completeness) เป็นเกณฑ์ท่ีข้อมูลที่ใช้ในการตรวจสอบจัดทาขึ้น โดยไม่ละเลยปัจจยั ท่ีเก่ยี วขอ้ งซึง่ คาดว่าจะมีผลตอ่ การตัดสนิ ใจของผูใ้ ช้รายงานผลการตรวจสอบ ๓) ความเช่ือถือได้ (Reliability) เป็นเกณฑ์ที่เมื่อผู้ตรวจสอบอื่นนาไปใช้ตรวจสอบใน สถานการณ์เดยี วกันแล้วไดผ้ ลการตรวจสอบทีม่ ีความสอดคล้องกันอย่างสมเหตุสมผล ๔) ความเป็นกลาง (Neutrality) เป็นเกณฑ์ท่ีปราศจากอคติจากผู้ตรวจสอบและจากผู้บริหาร ของหน่วยรับตรวจ กล่าวคือ เกณฑ์ควรมีลักษณะท่เี ป็นทางการซึ่งไม่เปิดโอกาสให้ผู้ตรวจสอบใช้ดุลยพินจิ ส่วน บุคคล ทอ่ี าจทาให้การสรุปผลการตรวจสอบมีความแตกตา่ งกันระหวา่ งผู้ตรวจสอบ ๕) ความเข้าใจได้ (Understandability) เป็นเกณฑ์ท่ีมีความชัดเจน ทาให้ผู้ใช้รายงาน ผลการตรวจสอบมคี วามเข้าใจในข้อมลู ทใี่ ชใ้ นการตรวจสอบไม่กอ่ ใหเ้ กดิ ความเข้าใจผิดในการตคี วาม ๖) การเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้รายงาน (Usefulness) เป็นเกณฑ์ท่ีส่งผลให้เกิดข้อตรวจ พบและสรปุ ผลการตรวจสอบท่ตี รงกบั ความตอ้ งการของผ้ใู ช้รายงานผลการตรวจสอบ แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย ๑๑

บทท่ี ๒ การวางแผนการตรวจสอบการปฏิบตั ติ ามกฎหมาย ๗) ความเปรียบเทียบกันได้ (Comparability) เป็นเกณฑ์ที่สามารถนามาเปรียบเทียบ กับเกณฑ์ท่ีใช้ในการตรวจสอบท่ีมีลักษณะเช่นเดียวกันของหน่วยงานหรือกิจกรรมอ่ืนที่คล้ายคลึงกัน และ สอดคล้องกับเกณฑ์ท่ีได้ใช้ในการตรวจสอบหนว่ ยรบั ตรวจคร้งั ก่อน ๘) การเป็นท่ียอมรับ (Acceptability) เป็นเกณฑ์ที่ผู้เช่ียวชาญอิสระซึ่งมีความชานาญ เฉพาะด้าน หนว่ ยรับตรวจ ฝ่ายนติ ิบัญญัติ ส่ือมวลชน และสาธารณชน เป็นทีย่ อมรบั โดยท่วั ไป ๙) ความพร้อมใช้งาน (Availability) เป็นเกณฑ์ทผี่ ้ใู ช้รายงานผลการตรวจสอบสามารถ เข้าใจลักษณะการปฏิบัติงานตรวจสอบรวมถงึ หลกั การพ้ืนฐานของรายงานผลการตรวจสอบ ข้อพจิ ารณาเพมิ่ เติมสาหรบั การกาหนดเกณฑ์ท่ีใช้ในการตรวจสอบ ๑) ผูต้ รวจสอบควรกาหนดเกณฑใ์ หส้ อดคล้อง ครอบคลุมกบั ประเด็นการตรวจสอบ และวตั ถุประสงค์ของการตรวจสอบ รวมถงึ การดาเนินการตรวจสอบที่เหมาะสมกับสถานการณแ์ วดล้อม ของเรอ่ื งทต่ี รวจสอบเพ่ือใหผ้ ลการตรวจสอบเปน็ ไปตามวตั ถปุ ระสงคท์ ก่ี าหนดไว้ ๒) ผู้ตรวจสอบต้องใช้ความละเอียดรอบคอบในการกาหนดเกณฑ์การตรวจสอบ เก่ียวกับความถูกต้องเหมาะสมของจริยธรรมหรือความประพฤติของเจ้าหน้าท่ีของรัฐ เน่ืองจากเป็นเรื่องยาก และตอ้ งรายงานเม่ือปรากฏชัดว่ามีการไม่ปฏิบัติตามครรลองแห่งจริยธรรมหรือพฤติกรรมของเจ้าหน้าท่ี ของรัฐ แม้ว่าหน่วยงานนนั้ จะถอื วา่ เป็นธรรมเนียมปฏิบตั ิกต็ าม ๓) กรณที ่ีประเด็นการตรวจสอบเป็นเร่ืองเกยี่ วกับการพจิ ารณาความเหมาะสม การ ระบเุ กณฑ์ที่ใชใ้ นการตรวจสอบอาจยากยิ่งขึน้ เนอื่ งจากเกณฑ์ดังกลา่ วอาจมรี ูปแบบก่งึ ทางการ และอาจ รวมถึงความคาดหวังของสาธารณชนเก่ียวกับการปฏิบัติหน้าท่ีและความประพฤติของเจ้าหน้าท่ี ในกรณี น้ีผ้ตู รวจสอบต้องมีความละเอยี ดรอบคอบมากขน้ึ ในการกาหนดเกณฑ์ท่เี หมาะสม และตอ้ งรายงานเมอ่ื ปรากฏ ชดั วา่ มกี ารฝา่ ฝนื ข้อพงึ ปฏบิ ตั ิ ๔) ผ้ตู รวจสอบต้องพิจารณาถึงสาระสาคัญของความเสี่ยงทั้งในเชงิ คุณภาพและเชิง ปรมิ าณของการปฏิบัตไิ มเ่ ป็นไปตามกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละเร่ืองที่ตรวจสอบ ๕) ผู้ตรวจสอบต้องทาให้เช่ือมั่นได้ว่า เกณฑ์ที่นามาใช้สามารถวัดผลหรือ เปรียบเทียบกับเรื่องที่ตรวจสอบได้อย่างเหมาะสมและเพียงพอ อย่างไรก็ตาม ในกรณีท่ีขอบเขตการ ตรวจสอบอาจมีข้อจากัดและการตรวจสอบอาจครอบคลุมเพียงบางส่วนของกฎหมาย ผู้ตรวจสอบต้อง ระบุขอบเขตการตรวจสอบดังกล่าวไว้ในรายงานผลการตรวจสอบ และหากผู้ตรวจสอบกาหนดเกณฑ์ จากแนวปฏิบัติ แบบรายการตรวจสอบ (Checklist) หรือเคร่ืองมืออ่ืนท่ีได้จากหน่วยรับตรวจหรือ หน่วยงานท่ีกากับดูแล ผู้ตรวจสอบต้องใช้ความระมัดระวังเพ่ือให้มั่นใจได้ว่าการกาหนดเกณฑ์ดังกล่าว เหมาะสม สอดคล้องกบั กฎหมายท่เี กย่ี วขอ้ ง แนวปฏบิ ตั ิการตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎหมาย ๑๒

บทท่ี ๒ การวางแผนการตรวจสอบการปฏิบตั ติ ามกฎหมาย ๖) กรณีท่บี ทบัญญตั ิของกฎหมายทเ่ี กีย่ วข้องอาจไมช่ ดั เจน เชน่ กฎหมายบญั ญตั ิให้ ผู้บริหารของหน่วยรับตรวจกาหนดบทบัญญัติเฉพาะแต่ยังมิได้มีการดาเนินการ ผู้ตรวจสอบควรระบุไว้ ในรายงานผลการตรวจสอบให้หน่วยรับตรวจกาหนดบทบัญญัติเฉพาะให้ชัดเจน หรือกรณีความไม่ชัดเจน ของกฎหมายทาให้ขอบเขตการตรวจสอบถูกจากัด ผู้ตรวจสอบต้องระบุไว้ในรายงานผลการตรวจสอบ เช่นกัน โดยระบุว่า มีข้อจากัดในการกาหนดเกณฑ์ที่ใช้ในการตรวจสอบ เนื่องจากความไม่ชัดเจนของ กฎหมาย และทาใหม้ คี วามจาเปน็ ท่จี ะตอ้ งดาเนนิ มาตรการแกไ้ ข ๗) กรณีท่ีเกณฑ์มีความขัดแย้งกัน เช่น ทีม่ าของกฎหมายแตกต่างกนั และผู้บริหาร ของหน่วยรับตรวจหรือผู้มีหน้าท่ีกากับดูแลหรือหน่วยงานท่ีมีหน้าท่ีพิจารณาทางกฎหมายยังไม่ได้ ดาเนินการแก้ไข กรณีน้ีการทาความเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของเกณฑ์เป็นเร่ืองสาคัญ และต้องระบุถึง สาเหตุและผลกระทบที่เกิดข้ึนจากความขัดแย้งดังกล่าว โดยต้องอธิบายพร้อมระบุตัวอย่างของเกณฑ์ท่ีมี ความขัดแย้งอย่างละเอียดไว้ในรายงานผลการตรวจสอบ เพ่ือให้มีการกาหนดมาตรการแก้ไขโดยหน่วยงาน ท่ีเหมาะสม ๘) กรณีอยู่ระหว่างปฏิบัติงานตรวจสอบ ผู้ตรวจสอบพบการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม เกณฑ์ ซ่ึงเป็นเกณฑ์ที่มิได้ระบุเป็นเกณฑ์ที่ใช้ในการตรวจสอบในข้ันตอนการวางแผน ผู้ตรวจสอบยังมี หน้าทีท่ ต่ี ้องรายงานการไมป่ ฏิบตั ติ ามเกณฑ์ดังกลา่ วดว้ ย การระบเุ กณฑ์สาหรับกรณปี ัญหาขา้ งตน้ อาจพจิ ารณาดังน้ี - วิธีการเชิงทฤษฎี (Theoretical Approach) โดยการขอความเห็นจากผู้เช่ียวชาญใน สาขาวิชาท่ีเก่ียวข้อง เช่น ผลลัพธ์ท่ีควรจะเป็นภายใต้เง่ือนไขที่ครบถ้วนซ่ึงเป็นไปตามแนวคิดท่ีมีเหตุมีผล หรือตามแนวปฏบิ ัตทิ ่ดี ี หรือ - วิธีการเชิงประจักษ์ (Empirical Approach) โดยการสอบถามความเห็นกับผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียและผู้มอี านาจตัดสนิ ใจ เพือ่ กาหนดเกณฑท์ ีส่ ามารถนามาปรบั ใช้ได้และสมเหตุสมผล ผู้ตรวจสอบอาจพิจารณาแบ่งการตรวจสอบเป็นแต่ละขั้นตอน หรือกาหนดขอบเขต การตรวจสอบให้เฉพาะเจาะจง เพื่อให้ผู้ตรวจสอบสามารถระบุเกณฑ์ที่ใช้ในการตรวจสอบได้ชัดเจน ยิ่งข้ึน และควรระบุเกณฑ์ท่ีใช้ในการตรวจสอบเพื่อให้ผู้ใช้รายงานและผู้เก่ียวข้องได้ทราบ โดยอาจ พิจารณาระบุการกาหนดเกณฑ์ไว้ในรายงานผลการตรวจสอบ หรืออ้างอิงเกณฑ์อ่ืนที่ได้มีการจัดทาไว้ แลว้ รวมทั้งพจิ ารณาว่ากฎหมายที่นามาใชเ้ ปน็ เกณฑ์การตรวจสอบไม่เหมาะสม สานกั งานการตรวจเงิน แผ่นดินอาจเสนอแนะใหห้ นว่ ยงานทีเ่ กย่ี วข้องกาหนดหลักการทัว่ ไปใหช้ ัดเจนเพ่ือให้หน่วยรบั ตรวจนาไป ปฏิบัติ แนวปฏบิ ตั ิการตรวจสอบการปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย ๑๓

บทที่ ๒ การวางแผนการตรวจสอบการปฏิบตั ติ ามกฎหมาย ตัวอย่างที่ปรากฏในภาคผนวกท่ี ๓ เป็นตัวอย่างของประเด็นการตรวจสอบ ข้อมูล การตรวจสอบและเกณฑ์ที่ใช้ในการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย และภาคผนวกท่ี ๔ แสดง ตวั อยา่ งของแหล่งข้อมูลทีใ่ ช้ในการระบเุ กณฑ์การตรวจสอบที่เหมาะสม ๒.๒.๓ การกาหนดระดับความเช่ือมน่ั ในการตรวจสอบ การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายทุกเร่ือง เป็นงานให้ความเช่ือม่ันในการ ตรวจสอบ ซึ่งผตู้ รวจสอบควรพิจารณาหน้าท่ีและอานาจของผู้ว่าการและสานักงาน ลักษณะของประเด็นการ ตรวจสอบ รวมถึงความต้องการของผู้ใช้รายงานผลการตรวจสอบ เพื่อกาหนดระดับความเช่ือมั่นอย่าง เหมาะสม ซ่งึ แบ่งเปน็ ๒ ประเภท ได้แก่ (๑) การให้ความเช่ือมั่นอย่างสมเหตุสมผล เป็นการให้ความเชื่อมั่นในระดับสูงแต่ มิใช่ระดับสมบูรณ์ สรุปผลการตรวจสอบจะถูกแสดงให้เห็นว่าในความเห็นของผู้ตรวจสอบนั้น ประเด็นการ ตรวจสอบเป็นไปตามเกณฑ์ท่ีเก่ียวข้องในสาระสาคัญหรือไม่ และผลการพิจารณาจะให้มุมมองท่ีถูกต้องและ เป็นธรรมสอดคล้องกับเกณฑ์ที่ใช้ในการตรวจสอบ ซึ่งโดยปกติแล้ว การให้ความเชื่อม่ันอย่างสมเหตุสมผล ต้องใช้พยานหลักฐานในการตรวจสอบมากกว่าการให้ความเชื่อม่ันอย่างจากัด โดยต้องมีกระบวนการ ตรวจสอบท่ีเพ่ิมมากขึ้น เช่น การประเมินความเส่ียง ความเข้าใจสภาพแวดล้อมของหน่วยรับตรวจ และการ ประเมนิ การออกแบบระบบควบคุมภายในของหนว่ ยรับตรวจ (๒) การให้ความเช่ือมั่นอย่างจากัด เป็นการสรุปผลการตรวจสอบว่าจาก กระบวนการในการตรวจสอบไม่พบส่ิงที่เป็นเหตุให้ผู้ตรวจสอบเชื่อว่า ประเด็นการตรวจสอบไม่เป็นไปตาม เกณฑท์ ใ่ี ชใ้ นการตรวจสอบ ปัจจัยท่ีควรคานึงถึงในการกาหนดระดับการให้ความเชื่อม่ันในงานตรวจสอบ มี ๔ ประการ ดังน้ี ๑. ความต้องการของผู้ใช้รายงาน เป็นปัจจัยที่สาคัญที่สุดในการกาหนดระดับการให้ ความเชื่อมั่นในงานตรวจสอบ กรณีผู้ใช้รายงานต้องการข้อมูลที่มีรายละเอียด มีความซับซ้อน ผู้ ตรวจสอบควรกาหนดการตรวจสอบในระดับการให้ความเช่ือมั่นอย่างสมเหตุสมผล สาหรับกรณีที่ไม่ได้ ต้องการข้อมูลเชิงลึก หรือมีความต้องการใช้รายงานผลการตรวจสอบโดยด่วน ผู้ตรวจสอบควร กาหนดการตรวจสอบในระดบั การให้ความเชอ่ื มนั่ อย่างจากัด ๒. การเข้าถึงข้อมูลการตรวจสอบ โดยท่ัวไป สานักงานการตรวจเงินแผ่นดินมีอานาจ เข้าถึงข้อมูลของหน่วยรับตรวจตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม บางกรณี สานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน อาจไม่ได้รับขอ้ มลู เพ่อื ใช้ในการตรวจสอบเนอื่ งจากขอ้ มูลบางอย่างอาจสญู หายหรือถูกทาลาย หรอื กรณี ผู้ตรวจสอบไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ในกรณีดังกล่าว สานักงานการตรวจเงินแผ่นดินไม่สามารถใช้เป็น ข้ออ้างท่ีจะไม่ตรวจสอบ ด้วยเหตุข้างต้น จึงส่งผลต่อการกาหนดระดับการให้ความเช่ือมั่นในงาน แนวปฏบิ ตั ิการตรวจสอบการปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย ๑๔

บทที่ ๒ การวางแผนการตรวจสอบการปฏิบตั ิตามกฎหมาย ตรวจสอบ ทาให้ผู้ตรวจสอบต้องให้ความเชื่อม่ันอย่างจากัด เน่ืองจากการให้ความเชื่อม่ันอย่าง สมเหตุสมผล ผตู้ รวจสอบตอ้ งสามารถเข้าถงึ ระบบและกระบวนการทางานของหน่วยรับตรวจ ๓. ความรู้ความสามารถของกลุ่มตรวจสอบ ผ้ตู รวจสอบแตล่ ะคนในกลมุ่ ตรวจสอบต้อง มคี วามรู้ความสามารถ ทักษะ และความชานาญท่ีจาเป็นในการปฏิบตั งิ านตรวจสอบ ดงั นัน้ สานกั งานจึง จาเป็นต้องคานึงถึงความรู้ความสามารถของกลุ่มตรวจสอบ กรณีผู้ตรวจสอบไม่มีความชานาญหรือไม่มี ประสบการณ์ในเรื่องท่ีตรวจสอบ อาจพิจารณาปรับเปลี่ยนบุคลากรภายในกลุ่มตรวจสอบ หรือปรึกษา ผูเ้ ช่ยี วชาญภายในหรือภายนอกสานักงาน การให้ความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผล ผู้ตรวจสอบต้องสามารถปฏิบัติงาน ตรวจสอบตามกระบวนการอย่างเป็นระบบเพอื่ ให้ไดผ้ ลการตรวจสอบ ในขณะทกี่ ารใหค้ วามเช่ือมน่ั อย่าง จากัด จุดมุ่งหมายของการตรวจสอบเพื่อให้ความเช่ือมั่นต่อผู้ใช้รายงานภายใต้ข้อจากัดของลักษณะ ระยะเวลา และขอบเขตการตรวจสอบ ๔. งบประมาณ การให้ความเช่ือมั่นอย่างสมเหตุสมผล ส่วนใหญ่ใช้งบประมาณในการ ตรวจสอบมากกว่าการให้ความเชื่อมั่นอย่างจากัด ดังนั้น การตรวจสอบแต่ละเร่ืองควรคานึงถึง งบประมาณท่ีต้องใช้ในการตรวจสอบ อย่างไรก็ตามปัจจัยน้ีควรพิจารณาด้วยความระมัดระวัง และควร คานึงถึงความต้องการของผู้ใช้รายงาน และปัจจัยอื่น เช่น ความมีสาระสาคัญหรือความเส่ียงในการ ตรวจสอบ ๒.๒.๔ การกาหนดและวิเคราะห์ระดับสาระสาคัญของเร่ืองท่ตี รวจสอบ ผู้ตรวจสอบควรพิจารณากาหนดระดับสาระสาคัญของเร่ืองท่ีตรวจสอบเพื่อใช้เป็น พ้ื น ฐ า น ใ น ก า ร ก า ห น ด รู ป แ บ บ ก า ร ต ร ว จ ส อ บ ต า ม ม า ต ร ฐ า น วิ ช า ชี พ แ ล ะ ป ร ะ เ มิ น ซ้ า ต ล อ ด ทั่ ว ท้ั ง กระบวนการตรวจสอบ ตลอดจนควรให้ความสาคัญกับประเด็นที่เก่ียวข้องกับกฎหมาย ประโยชน์ สาธารณะ ความคาดหวังหรือความต้องการของสาธารณชน การใช้จ่ายเงินงบประมาณภาครัฐ ท่ีมี นยั สาคัญ รวมถึงการทุจริต การวิเคราะห์สาระสาคญั ของเร่ืองท่ีตรวจสอบควรพิจารณาจาก (๑) ปัจจัยเชิงปริมาณ เช่น จานวนบุคคลหรือหน่วยงานท่ีได้รับผลกระทบหรือ จานวนเงินทีเ่ กย่ี วข้องกับเรื่องท่ีจะตรวจสอบ (๒) ปัจจัยเชิงคุณภาพ เช่น ประโยชน์สาธารณะ ความคาดหวังหรือความต้องการ ของสาธารณชน รวมถึงการทุจริต การกระทาผิดกฎหมายหรือการปฏิบัติไม่เป็นตามกฎหมายโดยเจตนา การให้ข้อมูลท่ีไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์แก่ผู้บริหาร ผู้ตรวจสอบ หรือฝ่ายนิติบัญญัติ (การปกปิดข้อมูล) การเจตนาละเลยการติดตามผลของผู้บริหาร หน่วยงานกากับดูแล หรือผู้ตรวจสอบ เหตุการณ์และ ธุรกรรมทีไ่ ด้ดาเนินการจนแล้วเสร็จโดยทข่ี าดความรพู้ น้ื ฐานด้านกฎหมาย แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎหมาย ๑๕

บทท่ี ๒ การวางแผนการตรวจสอบการปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย โดยทั่วไป ความมีสาระสาคัญพิจารณาจากปัจจัยเชิงปริมาณ เช่น จานวนของ บุคคล หรือ จานวนเงนิ ที่เกย่ี วข้อง อยา่ งไรก็ตาม ในบางกรณีปัจจัยเชงิ คุณภาพอาจมีความสาคัญมากกว่า ปัจจัยเชิงปรมิ าณ ตัวอย่างลกั ษณะความชัดเจนและความอ่อนไหวของแผนงาน งาน โครงการ เชน่ การให้ ความสาคัญของผู้ใช้รายงาน หรือจากคณะกรรมาธิการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน หรือ คณะกรรมาธิการของฝ่ายนิติบัญญัติ หรือ หน่วยงานที่กากับดูแล หรืออาจมาจากความคาดหวังหรือ ผลประโยชน์ของสาธารณชน และควรคานึงถึงระดับความร้ายแรงของการปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมาย ด้วย เช่น การใช้จ่ายงบประมาณเกินกว่าท่ีได้รับจัดสรร หรือการอนุมัติงบประมาณโดยไม่มีคาอธิบายใน การขออนุมัติงบประมาณ การให้บริการใหม่ ๆ อาจจะมีลักษณะของการปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมาย อยา่ งรา้ ยแรงได้ ๒.๒.๕ การศกึ ษาขอ้ มูลทั่วไปและการควบคุมภายในของหน่วยรับตรวจ การศึกษาข้อมูลท่ัวไปและทาความเข้าใจการควบคุมภายในเป็นส่วนหน่ึงที่ สาคัญในการทาความเข้าใจหน่วยรับตรวจและประเด็นการตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง หลักการพื้นฐานการ ตรวจสอบระบุว่า ในการปฏิบัติงานตรวจสอบ ผู้ตรวจสอบต้องเข้าใจและประเมินความน่าเช่ือถือของการ ควบคุมภายในตามแนวทางการจัดวางระบบการควบคุมภายในและการประเมินผลการควบคุมภายในท่ี กาหนดไวโ้ ดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ในการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายให้รวมถึงการ ทาความเข้าใจและประเมินการควบคุมที่ช่วยผู้บริหารของหน่วยรับตรวจในการปฏิบัติให้เป็นไปตาม กฎหมาย แสดงดงั รายละเอียดต่อไปนี้ (๑) ผู้ตรวจสอบควรศึกษารวบรวมข้อมูลเพ่ือทาความเข้าใจหน่วยรับตรวจ และ สภาพแวดล้อมของหน่วยรับตรวจ ตลอดจนการควบคุมภายในของหน่วยรับตรวจ เพื่อให้การวางแผนและ การปฏิบตั งิ านตรวจสอบเกิดผลสัมฤทธติ์ ่อการตรวจเงนิ แผ่นดิน (๒) ผู้ตรวจสอบควรทาความเข้าใจหน่วยรับตรวจและสภาพแวดล้อมซ่ึงอาจมี ผลกระทบต่อประเดน็ การตรวจสอบและข้อมูลที่เก่ียวกับประเดน็ การตรวจสอบ (๓) ในการทาความเข้าใจหน่วยรบั ตรวจตาม (๒) ใหผ้ ตู้ รวจสอบพิจารณาจากภารกิจ ที่เก่ียวข้อง กฎหมายต่าง ๆ ปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบ ลักษณะการดาเนินงานโดยท่ัวไป ประกาศ ข้อบังคับ หรือข้อกาหนดเกี่ยวกับการกากับดูแล วัตถุประสงค์และยุทธศาสตร์ ตลอดจนการประเมินผลการ ปฏิบัตงิ าน ซึ่งขอ้ มลู และความเข้าใจท่ีได้นค้ี วรจะกาหนดไว้ในกลยุทธ์การตรวจสอบของเร่ืองน้ัน (๔) ผูต้ รวจสอบต้องทาความเข้าใจการควบคุมภายในของหน่วยรับตรวจที่เก่ียวข้อง กับการตรวจสอบ กล่าวคือ เมื่อได้กาหนดประเด็นการตรวจสอบแล้ว ให้ผู้ตรวจสอบระบุการควบคุมภายใน ท่ีหน่วยรับตรวจใช้ในการบริหารจัดการความเส่ียงในการไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์ที่ใช้ในการตรวจสอบ ท้ังนี้เพ่ือ แนวปฏบิ ตั ิการตรวจสอบการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย ๑๖

บทที่ ๒ การวางแผนการตรวจสอบการปฏิบตั ติ ามกฎหมาย ช่วย ในการพิจารณาโดยใช้ดุลพินิจเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพว่าควรจะเข้าตรวจสอบในประเด็นดังกล่าวหรือไม่ เพยี งใด (๕) ระบบการควบคุมภายในอาจพิจารณาจากนโยบาย การจัดองค์กร วิธีการ ดาเนินงาน ข้นั ตอนการปฏบิ ตั ิงาน และหน้าทซ่ี ึง่ หนว่ ยรับตรวจจดั ใหม้ ีขึ้นเพ่ือตอบสนองตอ่ ความเส่ียงใน การไมป่ ฏิบตั ติ ามเกณฑ์อย่างเหมาะสม ระบบการควบคมุ ภายในท่ีมีประสิทธิผลนั้น จะชว่ ยป้องกันความ เสียหายท่ีอาจเกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินของหน่วยรับตรวจ และเป็นประโยชน์ต่อการออกรายงานท้ังภายใน และภายนอกของหน่วยรับตรวจ รวมทั้งช่วยหน่วยรับตรวจในการปฏิบัติตามหน้าที่และอานาจที่ เกี่ยวข้อง ดังนั้น ผู้ตรวจสอบจึงจาเป็นต้องเข้าใจองค์ประกอบท้ังหมดของระบบการควบคุมภายในของ หน่วยรับตรวจ ได้แก่ สภาพแวดล้อมของการควบคุม กระบวนการในการประเมินความเสี่ยงของ หน่วยรับตรวจ ระบบสารสนเทศ กิจกรรมการควบคุมที่เก่ียวข้องกับการตรวจสอบ และการติดตาม ประเมนิ ผลการควบคุมที่เกีย่ วข้องกบั การตรวจสอบ ตวั อย่างของแหลง่ ข้อมูลทีใ่ นใช้การศึกษาข้อมูลทั่วไปและการควบคุมภายในของหนว่ ยรับตรวจ เช่น  รายงานประจาปีของหน่วยรบั ตรวจ  พันธกจิ นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ของหน่วยรบั ตรวจ  เวบ็ ไซต์  รายงานท่ีได้รับการตีพิมพ์ บทความในหนังสอื พิมพ์หรือวารสาร หรือแหล่งข้อมูล จากส่อื อืน่ ๆ ฯลฯ  องค์ความร้ทู ่ีได้รับจากการตรวจสอบทีผ่ า่ นมา  ขอ้ มลู ทร่ี วบรวมจากการประชุมและการสื่อสารอ่ืน  รายงานการประชุมของคณะกรรมการ หรือการประชุมผู้บรหิ าร  รายงานการตรวจสอบภายใน  ข้อมลู สถติ ทิ ่เี ป็นทางการ  รายงานการประเมินผลการควบคุมภายใน  งบประมาณ แผนงาน งาน โครงการ และแผนอื่น ๆ  โครงสร้างองค์กร อานาจหน้าท่ีของแต่ละหน่วยงาน และคาอธิบายลักษณะงาน ของแตล่ ะงาน  คู่มือการปฏิบัตงิ านด้านต่าง ๆ และผงั ทางเดนิ เอกสาร  ตวั ชีว้ ดั และผลการดาเนินงานของตัวช้วี ัด  เร่ืองรอ้ งเรยี นต่าง ๆ ที่ไดร้ บั แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย ๑๗

บทที่ ๒ การวางแผนการตรวจสอบการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย ๒.๒.๖ การพจิ ารณาความเส่ียงที่อาจเกิดการทุจริต ผู้ตรวจสอบต้องระบุและประเมินความเส่ียงที่จะเกิดการทุจริต รวมถึงรวบรวม หลกั ฐานท่เี ก่ยี วข้องกบั ความเสี่ยงที่จะเกิดการทุจริตอยา่ งเหมาะสมและเพียงพอ กรณีท่มี กี ารระบุเหตุอันควร สงสัยว่ามีการทุจริต ผู้ตรวจสอบต้องดาเนินการเพ่ือให้เช่ือม่ันได้ว่าสามารถแสวงหาและรวบรวม พยานหลกั ฐานได้อยา่ งเพียงพออันควรเชอ่ื ได้ว่ามีพฤติการณ์ทุจริต ตวั อย่างกจิ กรรมหรือเหตุการณท์ ีอ่ าจก่อใหเ้ กิดความเส่ยี งที่จะเกิดการทจุ ริตในภาครฐั (๑) การใหเ้ งินชว่ ยเหลือและผลประโยชนก์ บั บุคคลทีส่ าม (๒) การบรหิ ารพัสดทุ ี่มีวงเงินในการจัดหาจานวนสงู หรอื มีผลประโยชนท์ ับซอ้ น (๓) การใชอ้ านาจหนา้ ท่ีของเจ้าหนา้ ทข่ี องรัฐอยา่ งไมถ่ ูกต้อง (๔) การแสดงข้อมลู ทีข่ ดั ต่อข้อเทจ็ จริง หรือการบิดเบือนขอ้ มูล (๕) การเร่งรดั ดาเนินการแปรรูปหนว่ ยงานภาครัฐ (๖) ความสัมพันธร์ ะหว่างกันของเจ้าหนา้ ที่หรอื ระหว่างหนว่ ยงานภาครัฐ ข้อพิจารณาการประเมินความเส่ียงเก่ียวกับความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะความเส่ียงที่จะเกิดการทุจริตหรือการปฏิบัติไม่เป็นตามกฎหมายต้องพิจารณาถึงความสัมพันธ์ ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐ เช่น ความเสี่ยงกรณีที่หน่วยงานหน่ึงใช้อานาจเหนืออีกหน่วยงานหน่ึง ในทางที่ไม่เหมาะสม ซ่ึงผลของการกระทาดังกล่าวอาจเป็นการไม่ปฏิบัติตามหน้าที่และอานาจ และในบาง กรณีอาจส่งผลให้เกิดการกระทาผิดกฎหมาย นอกจากน้ียังอาจมีข้อกาหนดเฉพาะของภาครัฐท่ีเกี่ยวกับ กิจกรรมและธุรกรรมระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐ รวมถึงอาจมีข้อกาหนดให้มีการจัดทารายงาน เฉพาะเกี่ยวกับกิจกรรมหรือธุรกรรมดังกล่าวท่ีอาจส่งผลกระทบต่อวิธีการตรวจสอบที่ได้วางแผนไว้ การ สรปุ ผลการตรวจสอบ หรือการรายงานของผูต้ รวจสอบ ตวั อยา่ งท่ปี รากฏในภาคผนวกท่ี ๕ เป็นตวั อย่างของปัจจัยทค่ี วรพิจารณาในการ ประเมินความเสี่ยงในการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย และภาคผนวกท่ี ๖ เป็นตัวอย่างของปัจจัยที่ ควรพจิ ารณาในการตรวจสอบการบรหิ ารพสั ดุ ตามลาดับ ๒.๒.๗ การจดั ทากลยทุ ธใ์ นการตรวจสอบและแผนการตรวจสอบ ผู้ตรวจสอบควรจัดทากลยุทธ์ในการตรวจสอบและแผนการตรวจสอบเป็น ลายลักษณ์อักษรเพ่ือชี้ให้เห็นว่าจะดาเนินการตรวจสอบอย่างไรในการออกรายงานผลการตรวจสอบ ทงั้ นี้ โดยคานงึ ถงึ สถานการณ์ ทรัพยากรอนั จาเป็นในการตรวจสอบ และระยะเวลาที่ใชใ้ นการตรวจสอบด้วย แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย ๑๘

บทที่ ๒ การวางแผนการตรวจสอบการปฏิบตั ิตามกฎหมาย ในการนี้เพ่ือให้การดาเนินการตรวจสอบมีประสิทธิผล ผู้ตรวจสอบควรประชุม หารือร่วมกันในกลุ่มผู้ตรวจสอบเพ่ือจัดทากลยุทธ์ในการตรวจสอบและแผนการตรวจสอบ และหากมี ขอ้ มลู ข้อเทจ็ จริง หรือสถานการณ์เปลยี่ นแปลงไป ควรประชุมหารือเพ่ือปรับเปลี่ยนแผนการตรวจสอบ ใหเ้ ปน็ ปัจจุบันและจดั ทาเปน็ ลายลกั ษณอ์ ักษร กลยุทธ์การตรวจสอบ อาจแสดงขอ้ มลู ดังนี้ ก ล ยุท ธ์ก า ร ต ร ว จ ส อ บ เ ป็น ก) วัตถุประสงค์ ขอบเขต ประเด็นการตรวจสอบ สิ่งจาเป็นสาหรับแผนการตรวจสอบ ผู้ตรวจสอบจึงต้องจัดทาแผนการ เกณฑ์ทใ่ี ช้ในการตรวจสอบ และลกั ษณะเฉพาะอน่ื ๆ ตรวจสอบให้ครอบคลุมถึง ของการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย โดย คานงึ ถงึ หน้าที่และอานาจของสานักงาน ก) ลักษณะ ระยะเวลา และ ข) ประเภทของรายงาน คือ การรายงานจากผลการ ขอบเขตของวธิ กี ารตรวจสอบ ตรวจสอบโดยตรง ท่ีวางแผนไว้ และช่วงเวลาท่ี ค) ระดบั ของการให้ความเชอื่ ม่นั จะดาเนินการ ง) การจัดสรรบุคลากรและการแบ่งงานของกลุ่ม ผู้ปฏิบัติงานตรวจสอบ รวมถึงความจาเป็นในการใช้ ข) การประเมินความเสี่ยงและ บรกิ ารจากผ้เู ช่ียวชาญ ตลอดจนกาหนดเวลาในการ การควบคุมภายในทเ่ี ก่ียวข้อง ปฏิบตั ิงานและการสอบทาน กบั การตรวจสอบ จ) การสื่อสารกับหน่วยรับตรวจและหรือผู้มีหน้าท่ีใน การกากบั ดูแล ค) วิธีการตรวจสอบที่ออกแบบ ฉ) การรายงานถึงความรับผิดชอบ รวมถึงผู้ใช้รายงาน มาเพอ่ื จัดการกับความเสี่ยง กาหนดเวลาในการรายงาน และรูปแบบรายงาน ช) หนว่ ยรบั ตรวจทกุ หน่วยท่ตี รวจสอบในคร้งั น้ี ง) หลักฐานการตรวจสอบท่ีอาจ ซ) การประเมนิ ความมสี าระสาคัญ เกดิ ข้นึ ระหวา่ งการตรวจสอบ สาหรบั การวางแผนการตรวจสอบ จะเก่ยี วข้องกับ (๑)การทาความเข้าใจกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ กรอบการจัดสรรงบประมาณ รวมถึงเง่ือนไขและข้อตกลงที่เกี่ยวข้องหรือได้รับความเห็นชอบ ที่สามารถนามาปรับใช้กับขอบเขตการ ตรวจสอบและหนว่ ยรบั ตรวจ (๒)การทาความเข้าใจการประเมินของหน่วยรับตรวจในเร่ืองกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และแบบแผนการปฏิบัติราชการที่ใช้บังคับ รวมถึงการควบคุมภายในของ หนว่ ยรบั ตรวจ ซ่ึงทาใหเ้ กิดความเช่อื มนั่ วา่ เป็นไปตามหน้าที่และอานาจ แนวปฏบิ ตั ิการตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎหมาย ๑๙

บทท่ี ๒ การวางแผนการตรวจสอบการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย (๓)การทาความเข้าใจเก่ียวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี แบบแผนการปฏิบัติราชการ นโยบาย หลักเกณฑ์ สัญญา หรือข้อตกลง เก่ยี วกับเงนิ ชว่ ยเหลือทมี่ คี วามสาคัญ (๔)การตรวจสอบความเหมาะสม ให้ทาความเข้าใจหลักการเก่ียวกับการบรหิ ารการเงิน การคลังภาครฐั ที่ดี และความคาดหวังเก่ียวกบั การปฏบิ ัตงิ านของเจา้ หน้าท่ีภาครัฐด้วย ๒.๒.๘ การกาหนดแนวการตรวจสอบและวธิ ีการตรวจสอบ การกาหนดแนวการตรวจสอบเป็นการออกแบบวิธีการตรวจสอบเพ่ือ ตอบสนองต่อความเสี่ยงของการปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมายที่ได้ระบุไว้ ซ่ึงการตรวจสอบในแต่ละงาน อาจมีลักษณะ ระยะเวลาและขอบเขตแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบการปฏิบัตติ ามกฎหมาย โดยท่ัวไปจะเก่ียวกับการกาหนดเกณฑ์ที่ใช้ในการตรวจสอบซึ่งเกี่ยวข้องกับหน้าท่ีและอานาจของหน่วย รับตรวจและการประเมินขอ้ มูลที่ใชใ้ นการตรวจสอบ วิธีการตรวจสอบข้ึนอยู่กับประเด็นการตรวจสอบและเกณฑ์ที่กาหนดไว้ รวมถึง การใชด้ ุลยพินิจเยยี่ งผู้ประกอบวิชาชีพของผู้ตรวจสอบ วิธกี ารดังกล่าวควรเชอ่ื มโยงอย่างชดั เจนกับความ เส่ียงท่ไี ดร้ ะบไุ ว้เม่ือความเสยี่ งจากการปฏบิ ตั ิไม่เป็นไปตามกฎหมายมีนยั สาคัญ ผ้ตู รวจสอบตอ้ งวางแผน และทดสอบการควบคุมด้วย หากพิจารณาว่าการควบคุมไม่น่าเช่ือถือ ให้ผู้ตรวจสอบวางแผนและ ดาเนินการตรวจสอบเนื้อหาสาระเพื่อจัดการความเสี่ยงท่ีได้ระบุไว้ ทั้งน้ี เม่ือพบความเสี่ยงจากการ ปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมายที่มีนยั สาคัญ ให้ใช้วิธีการตรวจสอบเนื้อหาสาระเพิ่มเติม กรณีที่ตรวจสอบ เฉพาะวิธีการตรวจสอบเนื้อหาสาระ นอกจากการวิเคราะห์เปรียบเทียบ ให้ทดสอบรายละเอียดของรายการ และยอดรวมของรายการดว้ ย ตัวอย่างวิธีการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายสาหรับประเด็นการตรวจสอบ ท่กี าหนดไว้ ปรากฏในภาคผนวกท่ี ๗ ในบทน้ี กล่าวถึงการวางแผนการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยมี หัวข้อหลักคือ ข้อพิจารณาเบ้ืองต้นในการวางแผนการตรวจสอบ และการวางแผนการตรวจสอบ อน่ึง รายละเอยี ดข้นั ตอนการตรวจสอบ อยใู่ นบทที่ ๓ การดาเนินการตรวจสอบการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย ๒๐

บทท่ี ๓ การดาเนนิ การตรวจสอบการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย บทท่ี ๓ การดาเนินการตรวจสอบการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย ๓.๑ การปฏิบัตงิ านตรวจสอบ ๓.๑.๑ วิธปี ฏบิ ัตใิ นการเข้าตรวจ (๑) ผู้ตรวจสอบต้องมีหนังสือแจ้งการเข้าตรวจสอบ และในการเข้าตรวจสอบต้อง แสดงบตั รประจาตัวต่อบุคคลท่ีเก่ียวข้องทุกคร้ัง (๒) ผู้ตรวจสอบควรสื่อสารกับผู้รับตรวจและเจ้าหน้าที่ของหน่วยรับตรวจอย่างมี ประสิทธิภาพตลอดการตรวจสอบ แจ้งให้หน่วยรับตรวจทราบถึงประเด็นการตรวจสอบ เกณฑ์ท่ีใช้ในการ ตรวจสอบ ระดับความเชื่อมั่น ระยะเวลาท่ีใช้ในการตรวจสอบ ตลอดจนหน่วยงาน หรือโครงการที่อยู่ใน ขอบเขต ของการตรวจสอบ (๓) ในระหว่างการตรวจสอบ การสื่อสารกับหน่วยรับตรวจอาจเปล่ียนรูปแบบให้ สอดคล้องกับสถานการณ์ได้ โดยคานึงถึงระยะเวลาท่ีใช้ในการสื่อสาร ทั้งนี้อาจส่ือสารด้วยวาจาหรือทาให้ เปน็ หนงั สอื หรอื ท้ังสองแบบก็ได้ ๓.๑.๒ การรวบรวมพยานหลักฐานอยา่ งเพียงพอและเหมาะสม (๑) ผู้ตรวจสอบควรวางแผนและดาเนนิ การเพื่อให้ได้มาซ่ึงพยานหลักฐานที่เพียงพอ และเหมาะสมสาหรับนาไปใชส้ รุปผลการตรวจสอบตามระดับของความเชื่อมั่นท่ีกาหนดไว้ ลักษณะและแหล่งท่ีมาของพยานหลักฐานข้ึนอยู่กับระดับความเช่ือม่ันท่ีกาหนด ไว้ เกณฑท์ ใ่ี ช้ในการตรวจสอบ สาระสาคญั ประเด็นการตรวจสอบ และขอบเขตของการตรวจสอบ พยานหลักฐานที่ได้มาจากการตรวจสอบต้องมีความเพียงพอและเหมาะสม สัมพันธ์กับระดับความเช่ือม่ันในการตรวจสอบ หากเป็นการให้ความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผล ผู้ตรวจสอบ ตอ้ งรวบรวมพยานหลักฐานมากกวา่ การให้ความเช่ือม่ันอย่างจากัด กระบวนการในการรวบรวมพยานหลักฐานสามารถดาเนินการต่อไปได้จนกว่า ผู้ตรวจสอบจะมั่นใจได้ว่ามีพยานหลักฐานที่เพียงพอและเหมาะสม เพื่อสรุปผลการตรวจสอบหรือความเห็น ของผ้ตู รวจสอบได้อย่างถูกต้องและเปน็ ธรรม (๒) ในการรวบรวมพยานหลักฐาน ผู้ตรวจสอบมีอานาจตามมาตรา ๙๓ และมาตรา ๙๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ กระทาการ ดงั ตอ่ ไปนี้ได้ แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎหมาย ๒๑

บทท่ี ๓ การดาเนินการตรวจสอบการปฏิบัตติ ามกฎหมาย (ก) ตรวจสอบเงินและทรัพย์สินอื่น บัญชี ทะเบยี น เอกสาร หรอื หลกั ฐานในการ ใชจ้ า่ ยและหลกั ฐานอ่ืนท่ีอยู่ในความรบั ผิดชอบของหน่วยรับตรวจ (ข) ให้ผู้รับตรวจหรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยรับตรวจมีหนังสือช้ีแจงข้อเท็จจริง มา ให้ถ้อยคา หรือส่งมอบบัญชี ทะเบียน เอกสาร หรือหลักฐานอ่ืนบรรดาท่ี หน่วยรับตรวจจัดทาข้ึนหรือมีไว้ ในครอบครองเพ่ือประโยชน์ในการ ตรวจสอบ (ค) อายัดบัญชี ทะเบียน เอกสาร หรือหลักฐานอื่นท่ีมีอยู่ในความรับผิดชอบ ของหนว่ ยรบั ตรวจ (ง) ให้บุคคลใดมาให้ถ้อยคา หรือส่งมอบบัญชี ทะเบียน เอกสาร หรือหลักฐาน อ่นื ท่เี กีย่ วข้องกับหนว่ ยรบั ตรวจเท่าทีจ่ าเป็นเพ่ือประโยชนใ์ นการตรวจสอบ (จ) เข้าไปในสถานที่ใด ๆ ในระหว่างพระอาทิตย์ข้ึนและพระอาทิตย์ตกหรือ ใน เวลาทาการ เพ่ือตรวจสอบ ค้น ยึด หรืออายัด บัญชี ทะเบียน เอกสาร หรือ หลักฐานอนื่ หรืออายัดเงิน หรอื ทรัพยส์ ินที่เกี่ยวกับหรือมเี หตุอันควรเช่ือว่า เก่ยี วกับหน่วยรบั ตรวจเท่าท่ีจาเป็น (ฉ) บรรดาบัญชีและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ซ่ึงเกี่ยวกับการตรวจสอบ ถ้าเป็น ภาษาต่างประเทศและเจ้าหน้าท่ีไม่อาจเข้าใจได้ จะขอให้หน่วยรับตรวจ จดั การแปลเป็นภาษาไทยให้แล้วเสร็จภายในเวลาตามท่ีเห็นสมควรก็ได้ (๓) การรวบรวมพยานหลักฐานกรณีพบการกระทาอันมีเหตุควรสงสัยว่าผิด กฎหมายหรอื ทุจริต ในกรณีตรวจสอบพบการปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมายที่อาจบ่งชี้ถึงการ กระทาผิดกฎหมายหรือทุจริต ผู้ตรวจสอบต้องใช้ความระมัดระวังเย่ียงผู้ประกอบวิชาชีพ เพ่ือมิให้เกิดผล กระทบต่อการดาเนินการตามกฎหมายหรือการสืบสวนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ผู้ตรวจสอบอาจหารือกับที่ ปรึกษาทางกฎหมายหรือหน่วยงานกากับดูแลท่ีเหมาะสมและอาจสื่อสารประเด็นข้อสงสัยกับผู้บริหาร ของ หน่วยรับตรวจ หรือผู้ท่ีได้รับมอบหมายให้กากับดูแล และติดตามผลเพื่อให้แน่ใจว่าได้มีการดาเนินการใน เรอ่ื งดงั กล่าวแล้ว ในการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเพียงพอและเหมาะสมนั้น มีเทคนิคการรวบรวม พยานหลักฐานต่าง ๆ เชน่ ก) การสังเกตการณ์ ข) การตรวจสอบเอกสารหลักฐาน ค) การสอบถาม ง) การขอคายนื ยันจากบุคคลภายนอก แนวปฏบิ ตั ิการตรวจสอบการปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย ๒๒

บทท่ี ๓ การดาเนินการตรวจสอบการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย จ) การปฏบิ ตั ซิ า้ ฉ) การคานวณซา้ ช) การทดสอบเนื้อหาสาระ ซ) การทดสอบการควบคุมทส่ี าคัญ ฌ) การวเิ คราะห์เปรียบเทียบ ในบางกรณีอาจใช้การเลือกตัวอย่างเพื่อทดสอบ หรือนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ ประกอบกับเทคนิคการตรวจสอบอื่นดว้ ย รายละเอียดของเทคนิคการรวบรวมพยานหลักฐานและคาอธิบาย แสดงดังตาราง ต่อไปน้ี เทคนคิ การรวบรวมพยานหลักฐาน คาอธิบาย ก.การสังเกตการณ์ (Observation) เป็นการเฝ้าดูและจดบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นจริงหรือการปฏิบัติจริง ซ่ึงเก่ียวข้องกับกระบวนการหรือวิธีการที่ดาเนินการโดย บุคคลอนื่ ณ ชว่ งเวลาทีส่ งั เกต เพื่อพิจารณาวา่ เป็นไปตามเกณฑ์ ท่ีกาหนดไว้หรือไม่ โดยมีการวางแผนการสังเกตอย่างมีระบบ บันทึกข้อมูลท่ีสังเกตได้ และให้ความสาคัญกับการควบคุม ความถูกต้องและความน่าเช่ือถือได้ของข้อมูล เช่น การ สงั เกตการณ์การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ หรอื คณะกรรมการ ฝ่ายต่าง ๆ การสังเกตการณ์งานก่อสร้างในพื้นท่ีจริง การ สังเกตการณ์ ช่วงระยะเวลาประกนั และการใชป้ ระโยชน์ ข.การตรวจสอบเอกสารหลักฐาน เป็นการพิจารณาความถูกต้องของเอกสารท่ีเก่ียวข้องกับ (Inspection) ประเด็นการตรวจสอบ ซึ่งอาจครอบคลุมถึงการตรวจสอบบัญชี และการบันทึกรายการบัญชี เอกสารหลักฐานประกอบอ่ืน ไม่ว่า จะเป็นข้อมูลจากหน่วยงานภายในหรือภายนอก ท้ังในรูปแบบ กระดาษ อิเล็กทรอนิกส์ หรือการตรวจสอบทางกายภาพ เพ่ือ นามาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กาหนดไว้ เช่น การดาเนินการ เป็นไปตามข้อตกลงหรือเงื่อนไขของสัญญาหรือไม่ หรือการ ตรวจสอบการจัดหาครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง เป็นไปตาม แบบรูปรายการ และคุณลักษณะเฉพาะที่กาหนดไว้หรือไม่ รายละเอียดของรายการท่ีนามาคานวณราคากลางมีความ ถกู ตอ้ งตรงตามแบบรปู รายการทกี่ าหนดไว้ หรือไม่ แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย ๒๓

บทท่ี ๓ การดาเนินการตรวจสอบการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย เทคนคิ การรวบรวมพยานหลักฐาน คาอธิบาย ผู้ตรวจสอบต้องพิจารณาความน่าเช่ือถือของเอกสารที่ ตรวจสอบและตระหนักถึงความเสี่ยงที่จะเกิดการทุจริต ตลอดจนความเป็นไปได้ท่ีเอกสารท่ีตรวจสอบอาจไม่ใช่ เอกสารท่ีแท้จริง หรือเอกสารปลอม ในกรณีของการทุจริต อาจมีการจัดทาเอกสารหลายชุดซึ่งแตกต่างกัน ผู้ตรวจสอบ ต้องสอบถามบุคคลต่าง ๆ ถึงแหล่งท่ีมาของเอกสาร หรือการ ควบคมุ การจัดทาเอกสารหรือการเก็บรกั ษาเอกสาร ค.การสอบถาม (Inquiry) เก่ียวขอ้ งกับการคน้ หาข้อมูลจากบุคคลท่ีเกี่ยวข้องท้ังจากภายใน และภายนอกหน่วยรับตรวจ อาจเป็นลายลักษณ์อักษรหรือด้วย วาจา โดยการสัมภาษณ์ หรือการถามบุคคลท่ีเก่ียวข้อง รวมถึง ผู้เช่ียวชาญ ซ่ึงอาจเป็นการสัมภาษณ์แบบเผชิญหน้า หรือการ สัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์หรือการประชุมทางส่ืออิเล็กทรอนิกส์ หากมีการบันทึกเสียงต้องได้รับอนุญาตจากผู้ให้สัมภาษณ์ด้วย ทั้งน้ี การสอบถามอาจรวมถึงการจัดทาและส่งแบบสอบถาม หรอื แบบสารวจ จดหมายบันทกึ และบนั ทึกถ้อยคา การสอบถามใช้ได้อย่างกว้างขวางทุกข้ันตอนของการตรวจสอบ และเป็นส่วนเสริมวิธีการตรวจสอบอ่ืน เช่น ในระหว่างการ สังเกตการณ์ส่ิงที่เกิดข้ึนจริงหรือการปฏิบัติจริง การสอบถาม บุคคลที่เกี่ยวข้องอาจทาให้ค้นพบว่ามีการปฏิบัติด้วยวิธีการท่ี แตกต่างกัน ในสถานท่ีที่แตกต่างกัน ซ่ึงอาจนาไปสู่ประเด็นข้อ ตรวจพบวา่ มกี ารปฏบิ ตั ิที่ไม่เปน็ ไปตามกฎหมาย โดยหลัก ผู้ตรวจสอบต้องสอบถามจากบุคคลที่มีหน้าท่ีเก่ียวกับ เร่ืองที่ตรวจสอบโดยตรง ทั้งนี้ การสอบถามบุคคลผู้ได้รับ มอบหมายให้ชี้แจงหรอื ให้ความเห็นในฐานะตัวแทนของหน่วยงาน จะทาให้เกิดผลสัมฤทธ์ิสูงสุด และต้องสอบถามจากบุคคลท่ีไม่มี หน้าท่ีเก่ียวกับเร่ืองที่ตรวจสอบโดยตรงด้วย เช่น การสอบถาม เจ้าหนา้ ที่ในแผนกอื่น ผูเ้ ชี่ยวชาญ นักวิชาการอิสระ อนึ่ง การสอบถามเพียงอย่างเดียวอาจมิได้หลักฐานที่เหมาะสม เพียงพอ จงึ ควรใชร้ ่วมกบั เทคนิคการตรวจสอบอ่นื แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย ๒๔

บทท่ี ๓ การดาเนินการตรวจสอบการปฏิบัตติ ามกฎหมาย เทคนคิ การรวบรวมพยานหลักฐาน คาอธิบาย ง. การขอคายืนยนั จากบุคคลภายนอก เป็นเทคนิคที่ผู้ตรวจสอบได้รับพยานหลักฐานเป็นลายลักษณ์ (External confirmation) อักษรโดยตรงจากบุคคลที่สาม ดังนั้นผู้ตรวจสอบจะได้รับ ความเหน็ โดยตรงจากผรู้ บั ประโยชน์ หรือบคุ คลท่ีสามที่ไม่มีส่วน ได้ส่วนเสียในการรับเงินอุดหนุนหรือเงินอื่นใดที่หน่วยรับตรวจ ยืนยันว่าได้ชาระเงินแล้ว ในการตรวจสอบการปฏิบัติตาม กฎหมาย การขอคายืนยันอาจเกี่ยวกับกรณีท่ีผู้ตรวจสอบได้รับ การตอบยืนยันโดยตรงจากผู้ได้รับผลประโยชน์จากเงินอุดหนุน หรือเงินสนับสนุนอ่ืนหรือการขอคายืนยันว่าได้มีการใช้เงินทุน ตามวัตถุประสงค์ที่ได้กาหนดข้ึนตามข้อตกลงการให้เงินอุดหนุน หรือเงินสนับสนุน หรือ การขอคายืนยันจากหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องกับการดาเนินการตามข้อตกลงหรือเงื่อนไขของสัญญา เช่น การขอคายืนยันเกี่ยวกับหลักค้าประกันจากสถาบันการเงิน การขอคายืนยันจากหน่วยงานผู้ออกหนังสือรับรองผลงาน นอกจากนี้ การขอคายืนยันอาจเก่ียวกับการขอแนวทางการ ตคี วามข้อกฎหมายจากฝา่ ยนติ บิ ัญญตั ิ จ. การทดสอบการปฏบิ ัติซ้า เป็นการท่ีผู้ตรวจสอบปฏิบัติงานอย่างเป็นอิสระซ้าตามวิธีการ (Re-performance) หรือกระบวนการท่ีหน่วยรับตรวจปฏิบัติ เพ่ือทดสอบว่าการ ปฏิบัติของหน่วยรับตรวจเป็นไปตามวิธีการ ขั้นตอน และ กระบวนการที่กาหนดไว้หรือไม่ การปฏิบัติซ้าอาจทดสอบเป็น บางข้ันตอนหรือท้ังหมด ซึ่งอาจปฏิบัติด้วยตนเองหรือใช้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยในการตรวจสอบ ในกรณีท่ีเกี่ยวข้อง กับเทคนิคขั้นสูงอาจใช้ผู้เชยี่ วชาญภายนอกได้ ตวั อย่างของกรณี ท่ี มี การ ทดส อบว่ าห น่ ว ย รั บ ตร ว จ ได้ ตั ดสิ น ใจ ถู กต้ อ ง ห รื อ ดาเนินงานอย่างเหมาะสมตามเกณฑท์ ่ีเก่ียวข้องหรือไม่ เช่น (๑) การทดสอบกระบวนการจัดเก็บรายได้หรือผลตอบแทน ว่าเปน็ ไปตามกฎหมายหรือไม่ (๒) การทดสอบกระบวนการใช้จ่ายเงินงบประมาณว่า เปน็ ไปตามหน้าท่ีและอานาจหรือไม่ แนวปฏบิ ตั ิการตรวจสอบการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย ๒๕

บทที่ ๓ การดาเนินการตรวจสอบการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย เทคนิคการรวบรวมพยานหลักฐาน คาอธิบาย (๓) การทดสอบการจ่ายเงินช่วยเหลือหรือเงินสวัสดิการ ของหน่วยรับตรวจจากฐานข้อมูลของรัฐ โดยใช้เทคนิคการ ตรวจสอบด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อทดสอบความถูกต้องของการ ดาเนนิ การของหน่วยรบั ตรวจ (๔) การทดสอบกระบวนการคัดเลือกผู้ชนะการเสนอราคา วา่ มคี วามถูกต้องของตามเกณฑ์ที่กาหนดหรือไม่ ฉ. การทดสอบคานวณซา้ เป็นการตรวจสอบความถูกต้องทางการคานวณของเอกสารหรือ (Re-calculation) การบันทึกรายการบัญชี ซ่ึงผู้ตรวจสอบอาจดาเนินการคานวณ ซ้าด้วยตนเองหรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ตัวอย่างของกรณีท่ีมีการ ทดสอบการคานวณซ้า เช่น การทดสอบการคานวณราคากลาง ว่ามีความถูกต้องตรงตามเกณฑ์และแบบรูปรายการที่กาหนดไว้ หรือไม่ หรือกรณีที่เป็นเร่ืองที่เก่ียวข้องกับเทคนิคขั้นสูง อาทิ การทดสอบการคานวณเงินบาเหน็จบานาญ หรือการทดสอบ การคานวณและการออกแบบทางวิศวกรรมท่ีมีความซับซ้อน หรอื มลี ักษณะเฉพาะทางเทคนิคอาจใชบ้ ริการจากผเู้ ช่ียวชาญ ช. การทดสอบเน้ือหาสาระ เป็นการทดสอบรายละเอียดของรายการหรือกิจกรรมเทียบกับ (Substantive testing) เกณฑ์ท่ใี ช้ในการตรวจสอบ สว่ นใหญ่การทดสอบเนื้อหาสาระจะ ใช้ในการรายงานต่อสิ่งที่ผู้บริหารหน่วยรับตรวจให้การรับรองไว้ และมักรวมเป็นหน่ึงในเทคนิคการตรวจสอบในงานดังกล่าว อย่างไรก็ตาม มีกรณีน้อยมากที่การทดสอบเนื้อหาสาระเพียง เทคนิคเดียวจะใช้ได้ผล โดยท่ัวไปเทคนิคการตรวจสอบน้ีจะใช้ ร่วมกบั เทคนิคการตรวจสอบอื่นด้วย ซ. การทดสอบการควบคุมหลัก เป็นการทดสอบการควบคุมท่ีผู้บริหารของหน่วยรับตรวจใช้เพ่ือ (Test of key controls) ลดความเส่ียงท่ีจะไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือมีความเส่ียงท่ี ขอ้ มูลที่ใช้ในการตรวจสอบนั้นจะแสดงข้อมูลท่ีขัดต่อข้อเท็จจริง อันเป็นสาระสาคัญ สาหรับประเด็นท่ีตรวจสอบส่วนใหญ่นั้น การทดสอบการควบคุมหลักเป็นวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการ รวบรวมพยานหลักฐาน แนวปฏบิ ตั ิการตรวจสอบการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย ๒๖

บทที่ ๓ การดาเนินการตรวจสอบการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย เทคนคิ การรวบรวมพยานหลักฐาน คาอธิบาย ฌ. การวิเคราะห์เปรยี บเทียบ สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ความเสี่ยงและการ (Analytical procedures) รวบรวมพยานหลักฐาน หลักฐานการตรวจสอบสามารถรวบรวม ได้โดยการเปรียบเทียบข้อมูล การตรวจสอบความผันผวนหรือ ระบคุ วามสัมพันธท์ ี่ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่คาดไว้โดยพิจารณาจาก ข้อมูลในอดีตหรือประสบการณ์ของผู้ตรวจสอบ เทคนิคการ วิเคราะห์การถดถอยหรือวิธีการทางคณิตศาสตร์อ่ืนอาจช่วยผู้ ตรวจสอบในการเปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้นจริงกับท่ีคาดไว้ ท้ังนี้ การวิเคราะห์เปรียบเทียบไม่สามารถใช้เพียงเทคนิคเดียวได้ โดยทั่วไป ในงานที่ให้ความเช่ือม่ันอย่างจากัด การวิเคราะห์ เปรียบเทียบและการตรวจสอบเอกสารหลักฐานเพียงพอท่ีจะให้ สรุปผลการตรวจสอบแลว้ ในขณะท่สี รุปผลการตรวจสอบในงาน ทีใ่ หค้ วามเช่ือมั่นอย่างสมเหตุผลต้องใช้เทคนิคการตรวจสอบอ่ืน ร่วมด้วย ตวั อยา่ งของการวเิ คราะหเ์ ปรียบเทียบ เช่น (๑) การวิเคราะห์เปรียบเทียบการจ่ายเงินบาเหน็จบานาญ ท่ีเพ่ิมขึ้นในแต่ละปีกับข้อมูลสถิติจานวนประชากรท่ีเข้าสู่วัย เกษียณอายุในแต่ละปี อายุการทางาน อัตราเงินเดือน รวมถึง สถติ กิ ารจ้างงาน (๒) การวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลเก่ียวกับการใช้จ่ายเงิน ในกระบวนการจัดซ้ือจัดจ้างของหน่วยรับตรวจในแต่ละปี ในแต่ ละหนว่ ยงานที่อยภู่ ายใต้หน่วยกากับเดยี วกัน (๓) การวิเคราะห์เปรียบเทียบเก่ียวกับวิธีการจัดหา วงเงิน ในการจัดหา กระบวนการในการจัดหาของงาน โครงการ กิจกรรม ที่มีลักษณะเดียวกัน ซึ่งอาจทาให้พบการปฏิบัติไม่เป็นตาม กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และแบบแผนการ ปฏิบตั ิราชการ (๔) เทคนิควิเคราะห์เชิงถดถอย (Regression Analysis) หรือวิธีการทางสถิติอื่น อาจช่วยผู้ตรวจสอบในการเปรียบเทียบ ผลทีเ่ กดิ ขึ้นจริงกับผลท่ีคาดหมาย แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย ๒๗

บทที่ ๓ การดาเนินการตรวจสอบการปฏิบัตติ ามกฎหมาย ๓.๑.๓ การเลอื กตัวอย่างในการตรวจสอบ (Audit sampling) (๑) ผู้ตรวจสอบต้องใช้การเลือกตัวอย่างในการตรวจสอบอย่างเหมาะสมเพ่ือให้ มจี านวนเพียงพอท่ีจะสรุปผลเกี่ยวกบั ประชากรที่เลือกตวั อย่างไว้ ในการกาหนดตวั อยา่ งการตรวจสอบ ผู้ตรวจสอบต้องคานึงถึงจุดประสงค์ของวธิ กี ารตรวจสอบและลักษณะของประชากรจากตัวอย่างที่เลือกด้วย (๒) การเลือกตัวอย่างในการตรวจสอบคือการใชว้ ธิ ีการตรวจสอบรายการที่น้อยกว่า ร้อยละ ๑๐๐ จากจานวนประชากรทงั้ หมดที่เกย่ี วข้องกับการตรวจสอบ โดยตัวอยา่ งอาจเปน็ เชิงปริมาณหรือ เชิงคณุ ภาพก็ได้ข้ึนอยู่กับขอบเขตการตรวจสอบและความต้องการใช้ข้อมูลเพื่อให้ได้ความชัดเจนต่อประเด็น ท่ตี รวจสอบในหลาย ๆ มุมมอง ก) การเลือกตัวอย่างเชิงปริมาณจะใช้เม่ือผู้ตรวจสอบต้องการให้ได้ข้อสรุป เก่ียวกับประชากรทั้งหมดด้วยการทดสอบตัวอย่างของรายการท่ีเลือก ในการเลือกตัวอย่างเชิงปริมาณ ความเส่ียงในการเลือกตัวอย่างต้องลดลงให้อย่ใู นระดับต่าที่ยอมรบั ได้ อยา่ งไรก็ตาม เทคนิคในการเลือก ตัวอย่างเชิงปริมาณอาจต้องใช้เทคนิคทางสถิติ หากกลุ่มผู้ตรวจสอบไม่มีทักษะนี้ก็อาจจาเป็นต้องใช้ ผู้เช่ยี วชาญด้านสถิติ ข) การเลือกตัวอย่างเชิงคุณภาพ เป็นวิธีการท่ีดาเนินการด้วยกระบวนการที่ รอบคอบและเป็นระบบเพ่ือระบุปัจจัยท่ีทาให้เกิดความแปรปรวนในประเด็นที่ตรวจสอบ ผู้ตรวจสอบอาจ เลือกตัวอย่างตามลักษณะของบุคคล กลุ่ม กิจกรรม กระบวนการหรือหน่วยรับตรวจโดยรวม การเลือก ตวั อยา่ งเชิงคณุ ภาพมักต้องมีการประเมินอย่างรอบคอบและมีความรู้เพียงพอในประเด็นที่ตรวจสอบ ตวั อย่างของเทคนิคในการเลือกตัวอย่างเชิงคุณภาพ เช่น  การเลือกตัวอย่างท่ีประชากรมีลักษณะแตกต่างกัน (ไม่เหมือนกัน) (Heterogeneous Sampling – Dissimilar) เป็นการเลือกตัวอย่างโดยแบ่งประชากรออกเป็นกลุ่ม ๆ ใหแ้ ตล่ ะกลุม่ มีความแตกต่างกันภายในกลมุ่ เชน่ การสุ่มตัวอยา่ งโดยการแบง่ ตามเขตการปกครอง  การเลอื กตวั อย่างแบบเอกพันธ์ (การเลือกตัวอย่างท่ีประชากรมีลักษณะ เหมือนกัน) (Homogenous Sampling - Similar) เป็นการเลือกตัวอย่างท่ีตัวอย่างมีภูมิหลังหรือ ประสบการณ์ท่ีคล้ายคลึงกันมีวัตถุประสงค์ของการเลือก ตัวอย่างเพื่ออธิบายลักษณะของกลุ่มย่อยที่มี ลกั ษณะเฉพาะในเชิงลกึ เชน่ กล่มุ บคุ คลที่มลี กั ษณะนสิ ยั คล้ายกนั หรือมีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกนั  การเลือกตัวอย่างกรณีวิกฤต (Critical-case Sampling) เป็นการเลือก ตัวอย่าง โดยมีตรรกะว่า“ถ้าสิ่งใดก็ตามที่เกิดข้ึนท่ีน่ี มันจะเกิดข้ึนในทุก ๆ ที่เช่นกัน และในทางกลับกนั หากส่ิงใดก็ตามท่ีไม่เกิดข้ึนที่นี่ มันก็จะไม่เกิดข้ึนในที่ใดเลย” ดังนั้น กลุ่มตัวอย่างท่ีเลือกมาจะเป็นกลุ่ม ตวั อย่างทีแ่ สดงถงึ ความสามารถในการใหข้ ้อมลู หากกลมุ่ ตวั อยา่ งดงั กลา่ วไม่สามารถใหข้ อ้ มลู ไดแ้ ลว้ น่นั หมายความว่าไม่มใี ครสามารถใหข้ ้อมลู ได้เชน่ กนั ) แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย ๒๘

บทท่ี ๓ การดาเนินการตรวจสอบการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย  การเลือกตัวอย่างกรณีเบ่ียงเบน (Deviant Case Sampling) เป็นการ เลือกตัวอย่างจากสิ่งที่แตกต่างจากลักษณะท่ัวไปอย่างเห็นได้ชัด แต่เป็นตัวอย่างที่ตรงตามสิ่งที่ผู้วิจัย สนใจหรือสามารถตอบปัญหาการวิจัยได้เช่น ความสาเร็จหรือความล้มเหลวท่ีเห็นเด่นชัดเหตุการณ์ที่ ผิดปกตหิ รอื ไมเ่ คยเกดิ ขึ้นมากอ่ น (๓) สาหรับกรณีศึกษาเชิงลึก มักใช้กับตัวอย่างขนาดเล็กท่ีสามารถตอบคาถามใน เชิงสารวจลึกยิ่งขนึ้ และใหข้ อ้ มลู การวเิ คราะห์ และข้อมูลเชงิ ลึกในประเด็นท่ตี รวจสอบใหม่ ๆ ท้ังนี้การเลือก ตัวอย่างตามความเส่ียงแทนวิธีการทางสถิติอาจมีความเหมาะสมในกรณีของการเลือกรายการสาหรับการ ทดสอบ เชน่ เมือ่ ระบถุ ึงความเส่ียงทีม่ ีนัยสาคัญ ๓.๒ การประเมินพยานหลักฐานและการสรุปผลการตรวจสอบ ๓.๒.๑ การประเมินพยานหลักฐาน (๑) ผู้ตรวจสอบต้องเปรียบเทียบพยานหลักฐานที่ได้มากับเกณฑ์ท่ีใช้ในการ ตรวจสอบเพื่อจดั ทาขอ้ ตรวจพบและสรุปผลการตรวจสอบ (๒) ผู้ตรวจสอบต้องนาพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ พร้อมทั้งข้อคิดเห็น หรือ คาชี้แจงและเหตุผล หรือความจาเป็นของหน่วยรับตรวจมาวิเคราะห์โดยใช้ดุลพินิจ การสังเกตและ สงสัยเยยี่ งผปู้ ระกอบวิชาชพี (๓) ในการวิเคราะห์พยานหลักฐาน ผู้ตรวจสอบต้องประเมินพยานหลักฐานว่า มีความเพียงพอและเหมาะสมที่จะนาไปสรุปผลการตรวจสอบหรือไม่ (๔) ผู้ตรวจสอบต้องนาพยานหลักฐานทั้งหมดที่มีความเก่ียวข้องกับข้อตรวจพบ มาพิจารณา ทัง้ นี้ เพื่อใหก้ ารแสดงความเห็นเป็นไปอย่างเที่ยงธรรม เป็นกลาง และปราศจากการมีสว่ นได้เสีย (๕) ผู้ตรวจสอบควรประเมินขอบเขตของการตรวจสอบท่ีได้ดาเนินการไปแล้ว เพื่อพิจารณาว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปผลการตรวจสอบได้หรือไม่ เพียงใด ในกรณีท่ี พยานหลักฐาน ไม่เพียงพอ ผู้ตรวจสอบอาจพิจารณาดาเนินการตรวจสอบเพ่ิมเติม หรือสรุปผลการ ตรวจสอบ ให้สอดคล้องกับพยานหลักฐานทม่ี อี ยู่อยา่ งจากดั นั้น กรณีพยานหลักฐานที่รวบรวมได้จากการตรวจสอบมีความขัดแย้งกัน ผู้ตรวจสอบ ควรประเมินความน่าเช่ือถือของพยานหลักฐาน ท้ังน้ี หลักฐานท่ีเป็นลายลักษณ์อักษรจากหน่วยงานหรือ บุคคลภายนอกมีความน่าเชื่อถือกว่าพยานหลักฐานจากหน่วยรับตรวจ หลังจากประเมินแล้วว่า พยานหลักฐานที่ไดร้ ับมีความเพียงพอเหมาะสมท่จี ะให้ความเชื่อมั่นในการตรวจสอบตามระดับที่ได้กาหนดไว้ ผูต้ รวจสอบควรนาพยานหลักฐานท่ีน่าเชื่อถือท่ีสดุ ไปใช้ในการสรุปผลการตรวจสอบ แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย ๒๙

บทท่ี ๓ การดาเนนิ การตรวจสอบการปฏิบัตติ ามกฎหมาย กรณีผ้ตู รวจสอบมขี ้อสงสัยในระหว่างการตรวจสอบเก่ียวกับการกระทาผดิ กฎหมาย ควรสอื่ สารกับผู้บริหารของหน่วยรับตรวจ และผู้ท่ไี ดร้ บั มอบหมายให้กากับดูแลของหน่วยรับตรวจ ในกรณีน้ี ผู้ท่ีได้รับมอบหมายให้กากับดูแลอาจเป็นผู้บริหารระดับสูงข้ึนไปตามลาดับช้ันของการรายงาน ผู้ตรวจสอบ ต้องติดตามผลว่าผู้บริหารของหน่วยรับตรวจ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้กากับดูแล ได้ดาเนินการกับกรณี ดังกล่าวอย่างเหมาะสม เช่น การรายงานเหตุการณ์น้ันต่อผู้มีหน้าท่ีและอานาจบังคับใช้กฎหมายท่ีเก่ียวข้อง หรือผตู้ รวจสอบอาจรายงานเหตุการณด์ ังกลา่ วโดยตรงต่อผูม้ ีหน้าท่ีและอานาจบังคับใช้กฎหมายที่เก่ียวข้อง ๓.๒.๒ การสรปุ ผลการตรวจสอบ ผู้ตรวจสอบต้องสรุปผลการตรวจสอบว่าประเด็นการตรวจสอบเป็นไปตามเกณฑ์ท่ี ใช้ในการตรวจสอบหรือไม่ โดยพิจารณาจากข้อตรวจพบที่มีนัยสาคัญในทุกแง่มุม อย่างน้อยต้อง ประกอบดว้ ย ขอ้ เท็จจริง ขอ้ กฎหมาย ความเสียหาย (ถ้าม)ี ความเหน็ พร้อมเหตผุ ลและข้อเสนอแนะ ในการสรปุ ผลการตรวจสอบ ผู้ตรวจสอบอาจคานึงถึงเรื่องดังต่อไปน้ี ๑. ความสาคัญของตัวเลขที่เก่ียวข้อง (จานวนเงิน) หรือมาตรวัดเชิงปริมาณอ่ืน ๆ เช่น จานวนประชากร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอน ระยะเวลาท่ีล่าช้าเม่ือเทียบ กับกาหนดเวลาแล้วเสรจ็ ฯลฯ) ๒. ประเด็นคาถามเกี่ยวกับความชัดเจนและความอ่อนไหวของแผนงาน งาน โครงการที่ตรวจสอบ เช่น เป็นกรณีท่ีอยู่ในความสนใจของสาธารณชนหรือไม่ เป็นกรณีท่ีมีผลกระทบต่อ ประชาชนหรือไม่ ฯลฯ ๓. ความตอ้ งการและความคาดหวังของฝา่ ยนติ ิบัญญัติ ประชาชน หรือผ้ใู ชร้ ายงาน การตรวจสอบ ๔. ลักษณะของหนว่ ยงานตลอดจนหน้าที่และอานาจทเี่ กี่ยวข้อง ตวั อย่างทป่ี รากฏในภาคผนวกท่ี ๘ เปน็ ตัวอย่างของการไม่ปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย เมื่อพบกรณีอาจมีการทุจริตแม้ว่าจะยังมิได้รับการพิสูจน์ ผู้ตรวจสอบอาจให้ ข้อสงั เกตว่า รายการหน่ึงรายการใดไม่เป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับ หากพบว่ามีการกระทาผิดกฎหมายอัน เป็นสาระสาคัญให้ผู้ตรวจสอบแสดงไว้ในผลการตรวจสอบด้วย โดยรายละเอียดจะกล่าวเพ่ิมเติมในหัวข้อ ๓.๔ วิธปี ฏิบัติเมอ่ื พบพฤติการณ์ท่นี ่าเชอ่ื ว่าอาจมีการกระทาผิดกฎหมายหรือทุจรติ กรณีที่พบว่ามีการปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ให้ดาเนินการตามระเบียบท่ีสานักงานกาหนด แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎหมาย ๓๐

บทท่ี ๓ การดาเนินการตรวจสอบการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย ๓.๓ การให้คาแนะนาหรือข้อเสนอแนะเก่ยี วกบั วธิ กี ารแกไ้ ขปัญหาแกห่ น่วยรบั ตรวจ ๓.๓.๑ ในระหวา่ งการตรวจสอบ (๑) ผู้ตรวจสอบควรพิจารณาเหตุผลและความจาเป็นอย่างเหมาะสมในการให้ คาแนะนาหรือข้อแก้ไขปรับปรุงที่หน่วยรบั ตรวจพงึ กระทา (๒) ผู้ตรวจสอบสามารถให้คาแนะนาในเชิงสร้างสรรค์ ซ่ึงจะช่วยในการส่งเสริม หลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดี แต่ไม่ควรให้คาแนะนาท่ีมีลักษณะเป็นรายละเอียด ซ่ึง อาจกระทบต่อการบรหิ ารงานภายในของหน่วยรับตรวจ และมผี ลต่อความเป็นกลางของผู้ตรวจสอบ (๓) ในกรณีที่ตรวจพบข้อบกพร่องอันมิใช่สาระสาคัญ หรือข้อบกพร่องอ่ืนท่ี เกี่ยวข้องโดยตรงกับหน่วยรับตรวจ ผู้ตรวจสอบควรทาความเข้าใจกับผู้บริหารและผู้มีหน้าที่ในการกากับ ดแู ลของหน่วยรับตรวจอย่างเหมาะสม เพ่อื ช่วยใหห้ นว่ ยรับตรวจแก้ไขข้อบกพร่องเหล่าน้ัน และป้องกนั ไม่ให้ เกิดข้อบกพร่องในลักษณะเช่นน้ีอีกในโอกาสต่อไป หากพบข้อบกพร่องท่ีไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐหรือหน่วยรับตรวจ ควร แนะนาหน่วยรับตรวจให้มีการแก้ไขใหถ้ ูกต้อง เพอ่ื ให้เข้าใจสาเหตุท่ีเกิดความบกพร่องท่ีตรวจพบและปฏิบัติ ใหถ้ ูกตอ้ งตอ่ ไป อน่ึง การสื่อสารกับผู้บริหารของหน่วยรับตรวจทันทีช่วยให้ผู้ตรวจสอบปรับแผน และกลยุทธก์ ารตรวจสอบอย่างทันกาล ตลอดจนช่วยผูบ้ รหิ ารในการปรบั จุดอ่อนและแก้ไขได้ทันทว่ งที ๓.๓.๒ ข้อเสนอแนะในรายงานการตรวจสอบ ผู้ตรวจสอบควรให้ข้อเสนอแนะในรายงานผลการตรวจสอบท่ีสอดคล้อง เป็นเหตุ เป็นผลกับข้อตรวจพบ และอยูใ่ นหน้าที่และอานาจของหน่วยรบั ตรวจซ่ึงสามารถปฏิบตั ิได้ ๓.๔ วธิ ีปฏบิ ตั เิ มอ่ื พบพฤตกิ ารณ์ท่ีน่าเชื่อวา่ อาจมกี ารกระทาผิดกฎหมายหรือทจุ ริต กรณีผู้ตรวจสอบพบการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติ คณะรัฐมนตรี และแบบแผนการปฏิบัติราชการ ซ่งึ มีพฤตกิ ารณน์ ่าเชื่อได้ว่าอาจมีการกระทาผิดกฎหมายหรือ ทุจริต ผู้ตรวจสอบควรปฏิบัติงานตรวจสอบด้วยความระมัดระวังเย่ียงผู้ประกอบวิชาชีพและแจ้งข้อตรวจพบ น้ันต่อผู้มีหน้าท่ีและอานาจ ตลอดจนไม่กระทาการใด ๆ ที่อาจเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงต่อการ ดาเนินการใด ๆ ต่อไปในทางกฎหมายของหน่วยงานที่มีหน้าที่และอานาจในเรื่องดังกล่าว แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎหมาย ๓๑

บทท่ี ๓ การดาเนนิ การตรวจสอบการปฏิบตั ติ ามกฎหมาย เทคนคิ ในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้สามารถตรวจพบการกระทาอันมีเหตุควรสงสัย ว่าผดิ กฎหมาย เชน่ (๑) การสังเกตการณ์ ผู้ตรวจสอบควรสังเกตว่าผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของหน่วยรับตรวจ ปฏิบัติงานเปน็ ไปตามนโยบาย ข้นั ตอนการปฏิบตั งิ าน และการควบคุมภายในหรือไม่ (๒) การสอบถาม ผ้ตู รวจสอบอาจสัมภาษณผ์ ู้บริหารระดับสูงหรือเจ้าหน้าท่หี ลักของหน่วย รับตรวจ และบันทึกการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ กรณีที่มีข้อบ่งช้ีว่ามีการ หลอกลวง การทจุ ริต และเหตกุ ารณ์ผดิ ปกติอ่ืนทบ่ี ่งชี้วา่ มีเหตุควรสงสยั วา่ ผิดกฎหมาย (๓) การทดสอบการปฏิบัติซ้า ผู้ตรวจสอบอาจเร่ิมจากตรวจสอบเอกสารต้นฉบับแล้ว ดาเนินการซ้าผ่านขั้นตอนการดาเนินการ เอกสารต่าง ๆ เพ่ือทดสอบความน่าเชื่อถือของระบบการควบคุม ภายในและอาจจะคน้ พบโอกาสของการเกดิ ทุจริต (๔) การวเิ คราะห์เปรยี บเทยี บ ผตู้ รวจสอบควรเปรยี บเทียบข้อมูลทางการเงินของหน่วยรับ ตรวจในแต่ละช่วงเวลาเพื่อแสดงความสัมพันธ์ของรายการทางการเงินท่ีผิดปกติ การเพ่ิมข้ึนของรายได้หรือ รายจา่ ยอาจเป็นสัญญาณของการทุจริตได้ ๓.๕ การเปดิ โอกาสให้หนว่ ยรับตรวจชแี้ จง ๓.๕.๑ ในการตรวจสอบผู้ตรวจสอบต้องให้โอกาสเจ้าหน้าที่ของหน่วยรับตรวจไดช้ ้ีแจง เหตุผลและแสดงพยานหลักฐานของตน ๓.๕.๒ ผตู้ รวจสอบควรให้ความสาคญั และพิจารณาข้อคิดเห็น หรอื คาชแี้ จงและเหตุผล หรือความจาเป็นของหน่วยรับตรวจที่มตี ่อข้อตรวจพบจากการตรวจสอบ ๓.๕.๓ เม่ือผู้ตรวจสอบได้ดาเนินการตรวจสอบแล้วพบว่ามีข้อบกพร่อง ก่อนการ สรุปผลการตรวจสอบหรือก่อนแจ้งผลการตรวจสอบต่อหน่วยรับตรวจ ให้ดาเนนิ การดงั น้ี (๑) ทาหนังสือสอบถามประเดน็ ที่เป็นข้อบกพร่อง โดยกาหนดใหผ้ ูร้ ับตรวจหรือ เจ้าหน้าท่ีของหน่วยรับตรวจช้ีแจงเปน็ หนังสือพร้อมแสดงพยานหลกั ฐาน ภายในระยะเวลาที่กาหนด แต่ อย่างชา้ ไมเ่ กินสิบห้าวันนับแตว่ นั ทไ่ี ดร้ บั หนงั สอื (๒) ในกรณีที่พ้นกาหนดระยะเวลาดงั กล่าวตาม (๑) โดยไม่มีเหตุอันสมควรและ ผู้ตรวจสอบได้มีหนังสือแจ้งเตือนแล้ว ให้ถือว่าผู้รับตรวจหรือเจ้าหน้าท่ีของหน่วยรับตรวจไม่ประสงค์ ช้ีแจงเหตผุ ลหรอื แสดงพยานหลักฐานเพ่มิ เตมิ แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย ๓๒

บทที่ ๓ การดาเนนิ การตรวจสอบการปฏิบตั ติ ามกฎหมาย ๓.๖ การจดั ทาและจดั เก็บเอกสารหลักฐาน (๑) ผู้ตรวจสอบต้องจัดทาและจัดเก็บเอกสารหลักฐานการตรวจสอบเพ่ือใช้ในการ อ้างอิง สอบทาน และยืนยันความถูกต้องของผลการตรวจสอบตลอดกระบวนการตรวจสอบ โดยการ จัดเก็บตอ้ งทาอย่างเปน็ ระบบ ปลอดภยั สะดวกในการสบื ค้น (๒) ผตู้ รวจสอบต้องจัดทาเอกสารหลักฐานการตรวจสอบให้เพียงพอและใหร้ ายละเอียด ท่ที าให้ผตู้ รวจสอบอ่ืนที่มปี ระสบการณ์ แตไ่ ม่ได้มสี ว่ นเก่ียวข้องกับการตรวจสอบมาก่อน สามารถเข้าใจ การปฏิบัติงานของผู้ตรวจสอบว่าดาเนินการอย่างไรเพ่ือให้ได้สรุปผลการตรวจสอบดังกล่าว ตลอดจน เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นอิสระ เที่ยงธรรมและเป็นกลางของผู้ตรวจสอบในการปฏิบัติงาน ตรวจสอบ (๓) ผู้ตรวจสอบต้องจัดทาเอกสารประกอบการตรวจสอบอย่างทันกาล และเก็บรักษา เอกสารที่ไดร้ ะบุถึงเกณฑ์ที่ใชต้ รวจสอบ งานทไี่ ดด้ าเนินการ หลักฐานทไี่ ดร้ ับ ขอ้ พจิ ารณาต่าง ๆ รวมถึง การสอบทานที่ได้ดาเนินการแล้ว นอกจากนี้ ผู้ตรวจสอบต้องจัดทาเอกสารหลักฐานการตรวจสอบที่ เกี่ยวข้องก่อนท่ีจะออกรายงานผลการตรวจสอบ และจะต้องเกบ็ รักษาเอกสารหลักฐานการตรวจสอบไว้ ตามระยะเวลาท่ีกฎหมายกาหนด ท้ังน้ี เอกสารท่ีผู้ตรวจสอบจัดทาข้ึนมีสถานะเป็นเอกสารของทาง ราชการตามกฎหมาย (๔) ผู้ตรวจสอบอาจจัดทาเอกสารหลักฐานการตรวจสอบท่ีรวมถึงหัวข้อดังต่อไปนี้ได้ ตามความเหมาะสม ก) คาอธบิ ายประเดน็ ทีต่ รวจสอบ ข) การประเมินความเส่ียง แผนและกลยทุ ธก์ ารตรวจสอบ และเอกสารทเ่ี กยี่ วขอ้ ง ค) วิธีการท่ใี ช้ ขอบเขต และระยะเวลาท่ใี ชใ้ นการตรวจสอบ ง) ลักษณะ ระยะเวลาและขอบเขตของวิธีการตรวจสอบ จ) ขอ้ มูลท่จี าเป็นในการทาความเข้าใจหนว่ ยรบั ตรวจและสภาพแวดล้อมของหน่วย รบั ตรวจซ่ึงชว่ ยในการประเมินความเสยี่ ง ฉ) การประเมินความมีสาระสาคัญของประเดน็ ทต่ี รวจสอบ ช) ผลการตรวจสอบและหลักฐานการตรวจสอบท่ีได้รับ ตลอดจนระบุแหล่งท่ีมา ของหลกั ฐานที่เป็นไปได้ ซ) การประเมินพยานหลักฐานการตรวจสอบในการจัดทาข้อตรวจพบ สรุปผลการ ตรวจสอบ และข้อเสนอแนะ ฌ) ดุลยพินิจท่ีใช้ในกระบวนการตรวจสอบ รวมถึงการปรึกษาผู้เช่ียวชาญใน สาขาวชิ านนั้ และเหตุผลดังกลา่ ว แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย ๓๓

บทท่ี ๓ การดาเนินการตรวจสอบการปฏิบัตติ ามกฎหมาย ญ) การสอ่ื สารและคาชแ้ี จงจากรับตรวจ ฎ) การสอบทานจากผู้มีหน้าที่ และมาตรการควบคุมด้านการควบคุมคุณภาพอื่นที่ ดาเนินการ ในบทนี้ กล่าวถึงการดาเนินการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเร่ิมจากการ ปฏิบัติงานตรวจสอบ การประเมินพยานหลักฐานและการสรุปผลการตรวจสอบ การให้คาแนะนาหรือ ข้อเสนอแนะเก่ียวกับวิธีการแก้ไขปัญหาแก่หน่วยรับตรวจ วิธีปฏิบัติเม่ือพบพฤติการณ์ท่ีน่าเช่ือว่าอาจมีการ กระทาผิดกฎหมายหรือทุจริต การเปิดโอกาสให้หน่วยรับตรวจช้ีแจง และการจัดทาและจัดเก็บเอกสาร หลกั ฐาน อนึง่ ในสว่ นของการรายงานผลการตรวจสอบจะกลา่ วถงึ ในบทต่อไป แนวปฏบิ ตั ิการตรวจสอบการปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย ๓๔

บทท่ี ๔ การรายงานผลการตรวจสอบ บทท่ี ๔ การรายงานผลการตรวจสอบ ๔.๑ การจดั ทารายงานผลการตรวจสอบ ๔.๑.๑ ผู้ตรวจสอบต้องจัดทารายงานผลการตรวจสอบบนหลักการของความถูกต้อง ครบถว้ น เที่ยงธรรมและเป็นกลาง ทนั กาล และรบั ฟงั คาช้ีแจงของหน่วยรับตรวจ เพ่ือการน้ี การสรุปผลการตรวจสอบควรชัดเจนเพียงพอท่ีจะขจัดความเสี่ยงจาก การตคี วามผิด โดยคานงึ ถงึ หลักการ ๕ ประการดังนี้ (๑) หลักความครบถ้วน (Principle of Completeness) หมายถึง การกาหนดให้ ผตู้ รวจสอบพิจารณาผลการตรวจสอบท่เี กยี่ วข้องท้ังหมดก่อนท่ีจะออกรายงาน (๒) หลักความเที่ยงธรรมและเป็นกลาง (Principle of Objectivity) หมายถึง การ กาหนดให้ผู้ตรวจสอบใช้ดุลยพินิจเย่ียงผู้ประกอบวิชาชีพ และความสังเกตและสงสัยเย่ียงผู้ประกอบวิชาชีพ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ารายงานถูกต้องตามข้อเท็จจริง รวมถึงข้อตรวจพบและสรุปผลการตรวจสอบท่ีนาเสนอมี ความเก่ียวข้อง เป็นธรรม และสมดลุ (๓) หลักความทนั ต่อเวลา (Principle of Timeliness) หมายถึง การจัดทารายงาน ในเวลาทกี่ าหนดเพื่อให้ทันต่อการใชง้ านของผใู้ ช้รายงาน (๔) หลักความถูกต้อง (Principle of Accuracy) หมายถึง การตรวจสอบความ ถกู ตอ้ งของข้อเท็จจริงกับหน่วยรบั ตรวจ (๕) หลักรับฟังความขัดแย้ง (Principle of Contradiction) หมายถึง การรวมคา ชแี้ จงจากหนว่ ยรบั ตรวจและประเมนิ ให้ความเห็นต่อคาช้แี จงดังกล่าว ๔.๑.๒ ผู้ตรวจสอบควรจัดทารายงานการตรวจสอบให้มีความชัดเจน ท้ังน้ีอย่างน้อย ต้องมีรายละเอียดท่ีเป็นไปตามการสรุปผลการตรวจสอบ ตามข้อ ๓.๒.๒ โดยให้ทาเป็นหนังสือแสดงถึง ข้อตรวจพบ ตามแบบที่กาหนด รายงานผลการตรวจสอบควรประกอบด้วยหวั ขอ้ ต่อไปน้ี ก) ชื่อรายงาน ข) ช่ือเรอ่ื ง ค) บทนา ง) ขอบเขตการตรวจสอบ แนวปฏบิ ตั ิการตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎหมาย ๓๕

บทที่ ๔ การรายงานผลการตรวจสอบ จ) วิธกี ารตรวจสอบ ฉ) เกณฑ์ที่ใช้ในการตรวจสอบ ช) ขอ้ ตรวจพบ ซ) สรุปผลการตรวจสอบ ฌ) ความเหน็ ของหนว่ ยรับตรวจ ญ) ขอ้ เสนอแนะ คาอธบิ ายในแต่ละหัวข้อ แสดงดงั ตารางต่อไปน้ี หวั ข้อ คาอธิบาย ก.ชือ่ รายงาน ระบุว่าเปน็ รายงานการตรวจสอบการปฏิบัตติ ามกฎหมาย ข. ชื่อเรือ่ ง ระบวุ า่ เปน็ การตรวจสอบเรือ่ งใด ของหนว่ ยงานใด ค. บทนา ระบุความเป็นมาในการตรวจสอบ หรือท่ีมาของการตรวจสอบ เช่น มาจาก แผนปฏิบตั ริ าชการประจาปี ง. ประเด็นและขอบเขตการตรวจสอบ ระบุถึงประเด็นที่ตรวจสอบ ว่าเก่ียวกับประเด็นอะไร รวมถึงขอบเขตและ ข้อจากดั ของการตรวจสอบ จ. วิธกี ารตรวจสอบ ระบถุ ึงวิธกี ารและเทคนิคท่ใี ชใ้ นการตรวจสอบ ฉ. เกณฑท์ ใ่ี ชใ้ นการตรวจสอบ ระบุกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรฐั มนตรี และแบบแผนการปฏบิ ัติ ราชการท่ีใช้ในการตรวจสอบอยา่ งชัดเจนในรายงานผลการตรวจสอบ ช. ขอ้ ตรวจพบ เป็นการเปรียบเทียบพยานหลักฐานการตรวจสอบที่ได้รับกับเกณฑ์ท่ีใช้ในการ ตรวจสอบ ซ. สรุปผลการตรวจสอบ เปน็ การตอบคาถามจากคาถามหรือความเห็นในการตรวจสอบทีเ่ ฉพาะเจาะจง ฌ. ความเหน็ ของหน่วยรับตรวจ การรวมคาชี้แจงจากหน่วยรับตรวจจะแสดงข้อตกลงในการดาเนินการในเร่ืองที่ รายงานไว้ การหารือเกี่ยวกับร่างรายงานผลการตรวจสอบกับหน่วยรับตรวจจะ ญ. ข้อเสนอแนะ ช่วยให้ม่ันใจไดว้ ่าขอ้ มลู เหลา่ นน้ี าเสนออย่างครบถ้วน ถกู ตอ้ ง และเป็นธรรม ในกรณีที่ตรวจพบการปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมายอย่างมีนัยสาคัญ ผู้ตรวจสอบควรให้ข้อเสนอแนะที่สาคัญซ่ึงช่วยแก้ไขในเรื่องน้ี และควรเน้น การดาเนินการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างแบบรายงานผลการตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎหมาย แสดงดงั ภาคผนวกท่ี ๙ ๔.๒ ระยะเวลาในการตรวจสอบการปฏิบัตติ ามกฎหมาย การกาหนดระยะเวลาในการตรวจสอบและการออกรายงานการตรวจสอบให้คา นึงถึง ลักษณะของการตรวจสอบตามภารกิจหลักและการตรวจสอบอ่ืน ระดับสาระสาคัญและความยากง่าย ของเร่ือง ท่ีจะตรวจสอบ ความร้ายแรงแห่งพฤติการณ์หรือมูลค่าความเสียหายที่เกิดข้ึน การป้องกัน แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎหมาย ๓๖

บทท่ี ๔ การรายงานผลการตรวจสอบ ความเสียหายที่อาจเกิดข้ึนแก่การเงินการคลังของรัฐ และการให้ความสนใจของสาธารณชนด้วย ทั้งน้ี อย่างช้าไม่ควรเกินกว่าหน่ึงปีนับแต่วันท่ีได้ส่งหนังสือเปิดตรวจไปยังหน่วยรับตรวจ และผู้ว่าการอาจ ขยายระยะเวลาการตรวจสอบได้อกี ไม่เกนิ หนึง่ ปี ในกรณีมีเหตุผลความจาเป็นอย่างยิ่งท่ีทาให้การตรวจสอบไม่อาจดาเนินการได้ภายใน ระยะเวลาท่กี าหนด ใหเ้ สนอคณะกรรมการพิจารณาการขยายระยะเวลาต่อไป ๔.๓ การแจ้งผลการตรวจสอบ ผู้ว่าการหรือผู้ท่ีได้รับมอบหมายจากผู้ว่าการต้องแจ้งผลการตรวจสอบเป็นหนังสือ พร้อม รายงานการตรวจสอบใหห้ น่วยรับตรวจหรือผรู้ ับตรวจตามแบบที่กาหนด ในเรื่องน้ีผู้ว่าการได้มีคาส่ังผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินวางแนวปฏิบัติในการพิจารณาผลการ ตรวจสอบ และแจง้ ผลการตรวจสอบ ดงั นี้ ๔.๓.๑ การมอบหมายการพิจารณาผลการตรวจสอบและแจ้งผลการตรวจสอบ ประเภทของการตรวจสอบ หนา้ ที่และอานาจ ผลการตรวจสอบ ก. การตรวจสอบการเงิน การ ผู้อานวยการ ๑) ไม่มขี ้อสงั เกต ตรวจสอบการบริหารพัสดุ ๒) มีข้อบกพร่องเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ และการตรวจสอบการ ไมม่ คี วามเสียหาย จัดเกบ็ รายได้ ๓) มีข้อบกพร่องเก่ียวกับการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและ ต้องแจ้งให้ดาเนินการ ซ่ึงผู้กระทาผิดดารงตาแหน่ง ประเภทอานวยการระดับต้นหรือเทียบเท่าลงมา และ มลู ค่าความเสยี หายไม่เกนิ ๓ ล้านบาท ๔) การจัดเก็บรายได้หรือผลตอบแทนไม่เป็นไปตามกฎหมาย หรือสัญญา ต้องแจ้งข้อบกพร่องและข้อเสนอแนะให้ หนว่ ยรับตรวจดาเนนิ การ รองผู้ว่าการตรวจเงิน ๑) มีข้อบกพร่องเก่ียวกับการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และ แผ่นดิน/ผู้ช่วยผู้ว่าการ ต้องแจ้งให้ดาเนินการ ซึ่งผู้กระทาผิดเป็นผู้ดารง ตรวจเงินแผ่นดิน/ผูต้ รวจ ตาแหน่งต้ังแต่ประเภทอานวยการระดับต้น หรือ เงินแผน่ ดนิ เทียบเท่าลงมา และมีมูลค่าความเสียหายเกินกว่า ๓ ล้านบาท แตไ่ มเ่ กนิ ๑๐ ลา้ นบาท ๒) มีข้อบกพร่องเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และ ต้องแจ้งให้ดาเนินการซึ่งผ้กู ระทาผิดเป็นผดู้ ารงตาแหน่ง ประเภทอานวยการระดับสูง หรือเทียบเท่า และมีมูลค่า ความเสียหายไมเ่ กนิ ๑๐ ลา้ นบาท แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย ๓๗

บทท่ี ๔ การรายงานผลการตรวจสอบ ประเภทของการตรวจสอบ หนา้ ที่และอานาจ ผลการตรวจสอบ ๓) กรณไี มเ่ หน็ ดว้ ยกับผลคาชแ้ี จงของหน่วยรับตรวจซ่ึงต้อง แจง้ ใหร้ ัฐมนตรที เ่ี ก่ยี วขอ้ งดาเนินการ ๔) มีการละเว้นหรือไม่ปฏิบัติหน้าท่ีเก่ียวกับการบริหาร จัดการ ดูแลรักษา และติดตามทรัพย์สิน ซ่ึงต้องแจ้งให้ หนว่ ยรับตรวจดาเนินการให้ถกู ต้องพรอ้ มข้อเสนอแนะ ผู้วา่ การตรวจเงนิ แผน่ ดิน พิจารณาส่ังการกรณีนอกเหนือจากท่ีกล่าวข้างต้น รวมถึง กรณีตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘ ผู้ว่าการต้องเสนอ ผลการตรวจสอบ ให้คณะกรรมการพจิ ารณา ข. การตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ รองผู้ว่าการตรวจเงิน เป็นกรณีที่ผลการตรวจสอบปรากฏว่ามีการปฏิบัติ และประสิทธิภาพการ แผ่นดิน/ผู้ช่วยผู้ว่าการ ไม่เปน็ ไปตามกฎหมาย และให้หน่วยรบั ตรวจดาเนนิ การ ดาเนนิ งาน ตรวจเงินแผ่นดิน/ผ้ตู รวจ เงินแผ่นดิน ค. การตรวจสอบสืบสวน และ ผู้อานวยการสานัก/ ๑) มีข้อบกพรอ่ งเก่ยี วกับการไมป่ ฏบิ ตั ิตามกฎหมาย / กรณี การตรวจสอบการปฏิบัติ ผ้ชู ว่ ยผู้ตรวจเงินแผ่นดิน มีหลักฐานอันสมควรเชื่อได้ว่าการใช้จ่ายเงินแผ่นดินมี ตามกฎหมายวินัยการเงิน พฤติการณ์อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติ การคลังของรฐั หน้าที่หรือใช้อานาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรืออาจทาให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือ เทย่ี งธรรม / กรณีผลการตรวจสอบการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย วนิ ยั การเงินการคลงั ของรฐั มีขอ้ บกพรอ่ งหรอื ทุจรติ ๒) ผ้ถู กู กลา่ วหาหรอื ผทู้ ต่ี อ้ งรบั ผดิ ของหนว่ ยรบั ตรวจเปน็ ผู้ดารงตาแหน่งตั้งแต่ประเภทอานวยการระดับต้น หรือเทยี บเทา่ ลงมา และ ๓) เป็นกรณีมีมูลค่าความเสียหายซึ่งเกิดข้ึนหรือเช่ือว่า เกิดขน้ึ ไม่เกนิ ๓ ลา้ นบาท รองผู้ว่าการตรวจเงิน ๑) มขี ้อบกพร่องเกยี่ วกับการไม่ปฏบิ ัติตามกฎหมาย / กรณี แผ่นดิน/ผู้ช่วยผู้ว่าการ มีหลักฐานอันสมควรเชื่อได้ว่าการใช้จ่ายเงินแผ่นดินมี ตรวจเงินแผ่นดิน/ผู้ตรวจ พฤติการณ์อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติ เงนิ แผน่ ดิน หน้าที่หรือใช้อานาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรืออาจทาให้การเลือกต้ังมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือ เที่ยงธรรม / กรณีผลการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย วนิ ยั การเงินการคลังของรัฐมขี อ้ บกพร่องหรือทจุ ริต ๒) ผถู้ ูกกล่าวหาหรอื ผูท้ ี่ต้องรับผิดของหนว่ ยรบั ตรวจเปน็ ผู้ดารงตาแหน่งตั้งแต่ประเภทอานวยการระดับต้น แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย ๓๘

บทท่ี ๔ การรายงานผลการตรวจสอบ ประเภทของการตรวจสอบ หนา้ ที่และอานาจ ผลการตรวจสอบ หรือเทียบเท่าลงมา และเป็นกรณีมีมูลค่าความเสียหาย ซง่ึ เกดิ ขนึ้ หรือเชื่อวา่ เกดิ ขนึ้ เกินกว่า ๓ ล้านบาทขึ้นไป แตไ่ ม่เกิน ๑๐ ลา้ นบาท หรือ ๓) ผูถ้ ูกกล่าวหาหรอื ผู้ที่ต้องรบั ผิดของหน่วยรบั ตรวจเปน็ ผู้ดารงตาแหน่งตั้งแต่ประเภทอานวยการระดับสูง หรือเทียบเท่า ซ่ึงเป็นหัวหน้าส่วนราชการในส่วนกลาง หรือส่วนภูมิภาค หรือข้าราชการในส่วนท้องถ่ินเฉพาะ ตาแหน่ง ประธานสภาองค์การบริหารสว่ นจังหวดั นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัด ประธานสภาเทศบาลนคร นายกเทศมนตรีนคร ประธานสภาเทศบาลเมือง นายกเทศมนตรีเมือง ประธานสภาเมืองพัทยา และ นายกเมืองพัทยา และเป็นกรณีท่ีมีมูลค่าความเสียหาย ซึง่ เกิดข้นึ หรอื เชื่อวา่ เกิดขึน้ ไม่เกิน ๕ ลา้ นบาท หรอื ๔) ผู้ถูกกลา่ วหาหรือผูท้ ต่ี ้องรบั ผิดของหน่วยรบั ตรวจเปน็ ผ้ดู ารงตาแหน่งประเภทอานวยการระดบั สงู หรือเทียบเทา่ ซ่ึงมิใช่ตาแหน่งตาม ๓) และเป็นกรณีท่ีมีมูลค่าความ เสยี หายซงึ่ เกดิ ขึน้ หรอื เช่อื ว่าเกดิ ขน้ึ ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ๕) กรณีผู้อานวยการสานัก หรือผู้ช่วยผู้ตรวจเงินแผ่นดินมี ความเหน็ เพิม่ เตมิ หรอื เหน็ แยง้ กับผ้รู ับผดิ ชอบสานวน ๖) ยตุ ิเร่อื ง (หลักฐานไมพ่ อรบั ฟงั ) ผวู้ ่าการตรวจเงนิ แผน่ ดนิ ๑) พิจารณาสั่งการกรณีนอกเหนือจากท่ีกล่าวข้างต้น รวมถงึ ๒) กรณีรองผู้ว่าการหรือผู้ช่วยผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หรอื ผตู้ รวจเงนิ แผน่ ดิน แลว้ แต่กรณี มีความเหน็ เพ่มิ เติม หรอื เห็นแย้ง ๓) ผลการตรวจสอบปรากฏหลักฐานอันควรเช่ือไดว้ ่า มกี าร กระทาด้วยประการใด ๆ ที่มีผลให้สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร สมาชกิ วุฒิสภา หรือกรรมาธกิ าร มสี ่วนไมว่ ่าโดย ทางตรงหรือทางอ้อมหรือกรณีอ่นื ใดตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๘ ๔) ยุติเรอื่ ง กรณีกล่าวหาผู้รบั ตรวจหรือผคู้ วบคุมกากับดูแล หนว่ ยรบั ตรวจ (หลักฐานไมพ่ อรับฟงั ) ที่มา : สรุปจากคาสั่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินท่ี ๙/๒๕๖๑ เรื่อง การมอบหมายการพิจารณาผลการตรวจสอบ การแจ้งผลการตรวจสอบและการ ติดตามผลการตรวจสอบ ลงวันท่ี ๑๓ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๖๑ แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎหมาย ๓๙

บทท่ี ๔ การรายงานผลการตรวจสอบ ๔.๓.๒ แบบการแจ้งผลการตรวจสอบ มีดังน้ี ประเภทของการตรวจสอบ การแจ้งผลการตรวจสอบ แบบ การตรวจสอบทุกลักษณะ ๑. ยุติเรื่อง หรือไม่มีข้อสังเกต (ยกเว้นการตรวจสอบรายงานการเงิน) ตส.๑ งาน และต้องแจ้งผลการตรวจสอบให้หน่วยรับตรวจทราบ (เฉพาะกรณี หนว่ ยรับตรวจขอทราบผล) ตส.๒ ตส.๓ ๒. กรณีผลการตรวจสอบมีข้อบกพร่องจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ตส.๔ และไมก่ ่อให้เกดิ ความเสยี หาย ตส.๕ ๓. กรณีผลการตรวจสอบมีข้อบกพร่องและมีความเสียหายจากการไม่ ปฏิบตั ติ ามกฎหมาย หรือจงใจหรือทุจรติ ตส.๖ ตส.๗ ๔. ให้ผู้รับตรวจดาเนินการ กรณีผลการตรวจสอบ มีทั้งกรณีท่ีไม่ปฏบิ ตั ิ ตามกฎหมายและไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย และกรณีที่ผลการ ตส.๘ ตรวจสอบไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและก่อให้เกิดความเสียหายหรือ ตส.๙ ทจุ รติ ตส.๑๐ ๕. ให้สานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติดาเนินการตามหน้าท่ี กรณีทุจริตหรือก่อให้เกิดความ เสียหาย ๖. ใหก้ กต.ดาเนินการตามหน้าท่ี กรณอี าจทาให้การเลอื กตั้งมิได้เป็นไป โดยสจุ ริตหรอื เทีย่ งธรรม ๗. ให้หน่วยงานอื่นซึ่งมีหน้าที่และอานาจ กรณีมีการกระทาด้วย ประการใด ๆ หรือมีการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายซ่ึงอยู่ในหน้าท่ีและ อานาจของหนว่ ยงานอืน่ ๘. ให้ผู้บังคับบัญชาหรือควบคุมกากับชั้นเหนือขึ้นไป กรณีมีระเบียบ กาหนดต้องแจ้งใหห้ นว่ ยงานกากับทราบ ๙. ใหผ้ ู้รับตรวจทราบกรณีหนว่ ยรบั ตรวจ ตามมาตรา ๔ (๗) ใช้จา่ ยเงิน ไม่เปน็ ไปตามวตั ถปุ ระสงค์ ๑๐. ให้หน่วยรับตรวจที่ให้เงินอุดหนุนทราบหรือดาเนินการตามหน้าที่ และอานาจกรณีระเบียบกาหนดต้องแจ้งหน่วยงานให้เงินอุดหนุน ทราบหรอื ดาเนนิ การตามหน้าท่แี ละอานาจ ท่ีมา : สรุปจากคาสัง่ ผวู้ า่ การตรวจเงนิ แผ่นดนิ ท่ี ๑๕/๒๕๖๑ เรอ่ื ง แบบการแจ้งผลการตรวจสอบและติดตามผลการตรวจสอบ ลงวันท่ี ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ รายละเอียดแบบการแจ้งผลการตรวจสอบ แสดงดังภาคผนวกท่ี ๑๐ ในบทน้ี กล่าวถึงการรายงานผลการตรวจสอบ โดยเริ่มจากการจัดทารายงานผลการ ตรวจสอบ ระยะเวลาในการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย และการแจ้งผลการตรวจสอบ ในส่วนของ การเผยแพร่ผลการตรวจสอบจะกล่าวถึงในบทต่อไป แนวปฏบิ ตั ิการตรวจสอบการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย ๔๐

บทท่ี ๕ การเผยแพร่ผลการตรวจสอบ บทที่ ๕ การเผยแพร่ผลการตรวจสอบ เมื่อไดข้ อ้ ยุตเิ กี่ยวกับการตรวจสอบนนั้ แล้ว ใหส้ านกั งานพิจารณาเผยแพรผ่ ลการตรวจสอบ ใหป้ ระชาชนทราบเป็นการท่ัวไป ตามหลกั เกณฑ์ที่คณะกรรมการกาหนด ๕.๑ การเผยแพร่ผลตรวจสอบต่อสาธารณชน คณะกรรมการได้วางระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน วา่ ด้วยการเปิดเผยหรือ เผยแพร่ข้อมูลเกีย่ วกับการตรวจสอบต่อสาธารณชน พ.ศ. ๒๕๖๒๑ โดยมรี ายละเอียดต่อไปนี้ (๑) เร่ืองการตรวจสอบที่อยู่ในหน้าท่ีและอานาจของผู้ว่าการ ห้ามมิให้เปิดเผยหรือเผยแพร่ จนกว่าจะได้ข้อยุติเก่ียวกับการตรวจสอบน้ันแล้ว เว้นแต่ผู้ว่าการเห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการระงับความ เสียหายที่อาจเกิดข้ึนแก่ทางราชการ และมีความจาเป็นต้องเปิดเผย หรือเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการ ตรวจสอบ๒น้ันให้สาธารณชนทราบ ให้ผู้ว่าการมีอานาจเปิดเผยหรือเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ต้องมี พยานหลักฐานอันควรเช่ือได้ว่ามีการกระทาท่ีไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี หรอื แบบแผนการปฏบิ ัติราชการ เมื่อผู้ว่าการเปิดเผยหรือเผยแพร่ข้อมูลตามวรรคหน่ึงแล้ว ให้รายงานต่อคณะกรรมการเพ่ือ ทราบโดยพลัน (๒) ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบท่ีอยู่ระหว่างดาเนินการในเร่ืองดังต่อไปน้ี ผู้ว่าการจะ เปิดเผยหรือเผยแพรไ่ ด้ต้องไดร้ ับความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการ ๑) เรอ่ื งทเ่ี กย่ี วกับนโยบายสาธารณะทส่ี าคัญของประเทศ ๒) เรื่องท่ีส่งผลกระทบต่อระบบการเงินการคลังภาครัฐในวงกว้าง หรืออาจส่งผล กระทบอย่างร้ายแรงต่อความม่ันคงของชาติ ระบบเศรษฐกิจของประเทศ การบริหารราชการแผ่นดิน หรือ ความบรสิ ุทธย์ิ ุติธรรมของการเลือกต้ัง ๓) เรื่องที่ผู้กระทาความผิดเป็นผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง ผู้ดารงตาแหน่งใน องค์กรอิสระ หรือผู้ดารงตาแหน่งระดับสูงตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต ๔) เรื่องอ่นื ตามมติคณะกรรมการ ๑ ประกาศ ณ วันท่ี ๑๗ มกราคม ๒๕๖๒ และประกาศราชกิจจานุเบกษา เม่ือวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๒ มีผลบังคับใช้วันที่ ๑ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๒ ๒ ข้อมูลเก่ียวกับการตรวจสอบ หมายถึง ข้อมูลที่ได้จากการตรวจเงินแผน่ ดินตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนญู วา่ ด้วยการตรวจเงินแผน่ ดนิ พ.ศ. ๒๕๖๑ แนวปฏบิ ตั ิการตรวจสอบการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย ๔๑

บทที่ ๕ การเผยแพร่ผลการตรวจสอบ (๓) ขอ้ มลู ที่เปดิ เผยหรือเผยแพร่ตามที่คณะกรรมการกาหนด ตอ้ งไมม่ ีลกั ษณะเป็นการ วนิ จิ ฉัยว่ามีการกระทาความผิดเกิดข้ึนแล้ว ในการเปดิ เผยหรือเผยแพร่ข้อมูลดังกลา่ ว ใหส้ รปุ การกระทา โดยไม่ระบุช่ือบุคคลท่ีเก่ียวข้อง เว้นแต่เพื่อประโยชน์ในการระงับความเสียหายท่ีอาจเกิดข้ึนแก่ทาง ราชการ และมีความจาเป็นต้องเปิดเผยหรือเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบโดยระบุช่ือบุคคล ทีเ่ ก่ียวข้อง ต้องไดร้ บั ความเห็นชอบจากคณะกรรมการก่อน (๔) เรอ่ื งที่ผู้วา่ การมีอานาจเปิดเผยหรอื เผยแพรข่ ้อมลู ตามท่ีคณะกรรมการกาหนด ผู้ว่า การอาจมอบหมายให้ข้าราชการสานักงานเป็นผู้เปิดเผยหรือเผยแพร่ข้อมูลก็ได้ ทั้งน้ี ให้เป็นไปตาม หลกั เกณฑ์ทผ่ี ู้วา่ การกาหนด ในการเปิดเผยหรือเผยแพร่ข้อมูลตามวรรคหน่ึงสานักงานอาจให้มีโฆษกประจา สานักงานทาหนา้ ทแ่ี ถลงขอ้ มูลต่อสาธารณชนกไ็ ด้ (๕) การเปิดเผยหรือเผยแพร่ข้อมูลตามที่คณะกรรมการกาหนด ไม่ถือว่าเป็นการ เปิดเผยข้อความ ข้อเท็จจริง หรือข้อมูลที่ได้มาเน่ืองจากการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบ รฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๐๔ แนวปฏบิ ัติการตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎหมาย ๔๒

บทท่ี ๔ การรายงานผลการตรวจสอบ บทท่ี ๖ การติดตามผลการตรวจสอบ ผู้ตรวจสอบต้องติดตามการดาเนินการของหน่วยรับตรวจตามข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะท่ีได้ให้ไว้ ภายในระยะเวลาที่กาหนด ในเรื่องนี้ผู้ว่าการได้มีคาส่ังผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินวางแนวปฏิบัติในการติดตาม ผลการตรวจสอบ ดงั น้ี ๖.๑ การมอบหมายการติดตามผลการตรวจสอบ๑ หน้าท่ีและอานาจในการพิจารณาการติดตามผลการตรวจสอบ เป็นเช่นเดียวกับหน้าท่ีและ อานาจในการพจิ ารณาผลการตรวจสอบและการแจ้งผลการตรวจสอบ ซ่ึงไดก้ ล่าวไว้แลว้ ในบทท่ี ๔ หวั ข้อ ๔.๓.๑ ๖.๒ แบบติดตามผลการตรวจสอบ๒ สาหรบั งานตรวจสอบทกุ ลกั ษณะงาน มดี ังนี้ การแจ้งหน่วยรับตรวจ การตดิ ตามผลการตรวจสอบ แบบ ดาเนินกระบวนการทาง กรณผี รู้ ับตรวจไม่เรม่ิ ต้นการดาเนินการภายใน แบบตดิ ตาม ๑ วนิ ยั /ให้ชดใช้คา่ เสยี หาย ระยะเวลา ๓๐ วัน นับแตแ่ จ้งผ้รู บั ตรวจ (แจง้ เตอื นใหด้ าเนินการ) กรณีผู้รับตรวจไม่รายงานผลการดาเนินการ แบบตดิ ตาม ๒ ภายใน ๖๐ วัน นับแตแ่ จง้ ผู้รับตรวจ (แจ้งเร่งรัดดาเนินการให้แลว้ เสร็จ) กรณีผู้รับตรวจไม่รายงานผลการดาเนินการ แบบติดตาม ๓ หรือไม่ดาเนินการใหแ้ ลว้ เสร็จภายใน ๑๒๐ วนั (แจง้ เตอื นใหด้ าเนินการใหแ้ ล้วเสร็จ) ดาเนินการจัดเก็บรายได้ให้ กรณีผู้รับตรวจไม่รายงานผลการดาเนินการ แบบตดิ ตาม ๔ เป็นไปตามกฎหมายหรือ ภายใน ๖๐ วัน (แจง้ เตอื นให้ดาเนินการ) สัญญา/บริหารจัดการ ดูแล การแจ้งให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดติดตามผลการ แบบตดิ ตาม ๕ รักษา และติดตามทรัพย์สิน ตรวจสอบ กรณีผู้รับตรวจไม่ดาเนินการให้แล้ว (แจ้งรฐั มนตรผี ูค้ วบคุมกากับ) ใหเ้ ป็นไปตามกฎหมาย เสร็จภายใน ๓๐ วันนับแต่แจ้งเตือนให้ ดาเนนิ การตามแบบติดตาม ๔ ท่ีมา : สรปุ จากคาสง่ั ผู้ว่าการตรวจเงินแผน่ ดินท่ี ๑๕/๒๕๖๑ เรือ่ ง แบบการแจง้ ผลการตรวจสอบและติดตามผลการตรวจสอบ ๑๗ ธ.ค. พ.ศ. ๒๕๖๑ รายละเอยี ดแบบติดตามผลการตรวจสอบ ปรากฏในภาคผนวกที่ ๑๑ และสามารถดาวโหลด ได้ที่อนิ ทราเน็ตสานักงานการตรวจเงนิ แผ่นดนิ หวั ขอ้ หนงั สือเวยี น คาส่ังผู้วา่ การตรวจเงินแผ่นดิน ท่ี ๑๕/ ๒๕๖๑ เร่ืองแบบการแจ้งผลการตรวจสอบและติดตามผลการตรวจสอบ (https://intranet.audit.go.th/node/566) ๑ คาสั่งผูว้ า่ การตรวจเงนิ แผ่นดนิ ที่ ๙/๒๕๖๑ เรอ่ื ง การมอบหมายการพิจารณาผลการตรวจสอบ การแจง้ ผลการตรวจสอบ และการติดตาม ผลการตรวจสอบ ลงวนั ที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๑ ๒ คาสั่งผ้วู ่าการตรวจเงนิ แผ่นดินที่ ๑๕/๒๕๖๑ เรือ่ ง แบบการแจ้งผลการตรวจสอบและตดิ ตามผลการตรวจสอบ ลงวนั ท่ี ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๑ ข้อ ๕ แนวปฏบิ ตั ิการตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎหมาย ๔๓

ภาคผนวก

ภาคผนวกที่ ๑ แผนภาพกระบวนการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย หลักการพ้ืนฐานในการ ๑.๑ การตรวจสอบการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายตามนิยามตรวจเงนิ แผน่ ดนิ ตรวจสอบการปฏบิ ตั ิตาม ๑.๒ การรักษาไว้ซ่งึ ความเทีย่ งธรรมและเปน็ กลางของผู้ตรวจสอบ ๑.๓ ข้อควรคานงึ ถงึ ของผตู้ รวจสอบ กฎหมาย (บทที่ ๑) ๒.๑ ขอ้ พิจารณาเบอ้ื งต้นในการวางแผนการตรวจสอบ ๒.๑.๑ การคัดเลอื กหน่วยรับตรวจ ๒.๑.๒ การคัดเลอื กและจัดลาดบั ความสาคญั ของเรื่องทจี่ ะตรวจสอบ การ ๒.๑.๓ การระบุผใู้ ชร้ ายงานผลการตรวจสอบ จดั ทา ๒.๑.๔ การระบผุ มู้ ีหน้าท่รี บั ผดิ ชอบของเรื่องท่ตี รวจสอบ เอก การวางแผนการตรวจสอบ ๒.๒ การวางแผนการตรวจสอบ สาร การปฏิบตั ิตามกฎหมาย ๒.๒.๑ การกาหนดประเดน็ การตรวจสอบ (บทท่ี ๒) ๒.๒.๒ การกาหนดเกณฑท์ ่ใี ช้ในการตรวจสอบ ๒.๒.๓ การกาหนดระดับความเชื่อม่นั ในการตรวจสอบ ๒.๒.๔ การกาหนดและวเิ คราะห์ระดบั สาระสาคัญของเร่ืองที่ตรวจสอบ ๒.๒.๕ การศกึ ษาขอ้ มลู ทัว่ ไปและการควบคมุ ภายในของหนว่ ยรับตรวจ ๒.๒.๖ การพจิ ารณาความเสีย่ งท่อี าจเกิดการทจุ ริต การ ๒.๒.๗ การจัดทากลยทุ ธ์ในการตรวจสอบและแผนการตรวจสอบ สอื่ ๒.๒.๘ การกาหนดแนวการตรวจสอบและวธิ กี ารตรวจสอบ สาร ๓.๑ การปฏบิ ัตงิ านตรวจสอบ ๓.๑.๑ วธิ ีปฏบิ ตั ิในการเข้าตรวจ ๓.๑.๒ การรวบรวมพยานหลกั ฐานอยา่ งเพียงพอและเหมาะสม การดาเนนิ การ ๓.๑.๓ การเลือกตวั อย่างในการตรวจสอบ (Audit Sampling) การ ตรวจสอบการปฏบิ ตั ิ ควบ ตามกฎหมาย ๓.๒ การประเมนิ พยานหลกั ฐานและการสรปุ ผลการตรวจสอบ คุมคณุ (บทที่ ๓) ๓.๒.๑ การประเมินพยานหลักฐาน ภาพ ๓.๒.๒ การสรุปผลการตรวจสอบ ๓.๓ การใหค้ าแนะนาหรือข้อเสนอแนะเกีย่ วกับวิธกี ารแก้ไขปัญหาแกห่ น่วยรับตรวจ ๓.๓.๑ ในระหวา่ งการตรวจสอบ ๓.๓.๒ ขอ้ เสนอแนะในรายงานการตรวจสอบ ๓.๔ วธิ ีปฏบิ ัติเม่อื พบพฤติการณท์ ีน่ า่ เช่ือว่าอาจมกี ารกระทาผดิ กฎหมายหรือ ทจุ ริต ๓.๕ การเปดิ โอกาสให้หน่วยรับตรวจช้ีแจง ๓.๖ การจดั ทาและจดั เกบ็ เอกสารหลกั ฐาน การรายงานผลการ ๔.๑ การจดั ทารายงานผลการตรวจสอบ ตรวจสอบ ๔.๒ ระยะเวลาในการตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎหมาย (บทท่ี ๔) ๔.๓ การแจ้งผลการตรวจสอบ ๔.๓.๑ การมอบหมายการพิจารณาผลการตรวจสอบและแจ้งผลการตรวจสอบ ๔.๓.๒ แบบแจ้งผลการตรวจสอบ การเผยแพร่ผลการ ๕.๑ การเผยแพรผ่ ลตรวจสอบต่อสาธารณชน ตรวจสอบ (บทท่ี ๕) (ตามระเบียบคตง.) การตดิ ตามผลการตรวจสอบ ๖.๑ การมอบหมายการติดตามผลการตรวจสอบ (บทที่ ๖) ๖.๒ แบบติดตามผลการตรวจสอบ ๔๔

ภาคผนวกท่ี ๒ แบบประเมนิ เพ่ือคัดเลือกหน่วยรบั ตรวจสาหรับการตรวจสอบการปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย แบบประเมนิ เพ่ือคัดเลือกหน่วยรับตรวจสาหรบั การตรวจสอบการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย สานัก ......................./ สตภ. .............................../ สตจ. ........................ ชอื่ หน่วยรบั ตรวจ ..................................................... ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ............................. ปจั จัยเสย่ี ง ขอ้ มูลหน่วยรบั ตรวจ ระดบั ความเส่ียง น้าหนัก ผลการประเมนิ (๒) (๓) (๔) (๕) = (๓) x (๔) (๑) ๐.๒๐ ๑. ผลการตรวจสอบการปฏิบัติตาม กฎหมายทีผ่ ่านมา ๒. วงเงินงบประมาณท่ีไดร้ ับจดั สรร ๐.๒๐ ๓. แหลง่ ทม่ี าของเงินที่ใช้ในการจัดหา ๐.๑๕ ๔. การปฏบิ ตั ิงานของสานกั งาน ๐.๑๕ ๕. ความสนใจของผทู้ ี่เก่ียวขอ้ ง ๐.๑๕ ๖. จานวนเรอื่ งร้องเรยี น ๐.๑๕ รวม ความเหน็ ผปู้ ระเมนิ ....................................................... ผูส้ อบทาน ....................................................... ( ...................................................) ( ...................................................) ตาแหน่ง ....................................................... ตาแหน่ง ....................................................... วนั ที่ ( ...................................................) วนั ท่ี ( ...................................................) ๔๕