คณะศิษยานศุ ิษย์วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จดั พิมพ์โดยเสด็จพระราชกศุ ลงานในพระบรมราชูปถมั ภ์ เนื่องในโอกาสงานฉลองพระชนมายุ ๙๔ พรรษา สมเดจ็ พระอริยวงศาคตญาณ (อมพฺ รมหาเถร) สมเด็จพระสงั ฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วนั เสาร์ ที่ ๒๖ มิถนุ ายน พุทธศกั ราช ๒๕๖๔
2 ราชบพธิ มิตรธรรม FRIENDSHIP BEYOND TIME
4
5
6
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรณุ าโปรดพระราชทานพระบรมราชปู ถมั ภ์ การบำเพ็ญพระราชกศุ ลคลา้ ยวันประสตู พิ ระชนมายุครบ ๙๔ พรรษา สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรณิ ายก วนั เสาร์ ที่ ๒๖ มิถนุ ายน ๒๕๖๔ ณ พระอโุ บสถวัดราชบพธิ สถิตมหาสมี าราม เวลา ๑๔.๐๐ น. เจา้ พระคุณ สมเด็จพระสังฆราช เสดจ็ ลงพระอุโบสถ - ทรงจดุ ธูปเทยี นบชู าพระพุทธอังคีรส - ทรงจดุ เคร่อื งทองนอ้ ยบชู า พระอัฐิ อัฐิพระบรู พการแี ละพระบูรพาจารย์ - พระราชาคณะ ๒๐ รปู สวดมาตกิ า / ทรงทอดผา้ ไตรสดบั ปกรณ์ - พระสงฆ์สดับปกรณ์ อุทศิ พระบรู พการีและพระบูรพาจารย์ - พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา / ทรงกรวดน้ำ เวลา ๑๕.๐๐ น. กรรมการมหาเถรสมาคมอีก ๑๙ รูป ขึ้นนัง่ ยงั อาสน์สงฆ์ - เจา้ หน้าทอี่ าราธนาศีล / ประธานสงฆใ์ หศ้ ีล - เจา้ หนา้ ทอ่ี าราธนาพระปริตร - พระสงฆเ์ จริญพระพทุ ธมนต์ - เสร็จพธิ ี หมายเหตุ : เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ยังมีการแพร่ ระบาดอยู่ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประกาศงดการเข้าถวายสักการะ งดการลงนามถวายสักการะ และงดการเข้าร่วมพิธีที่วัด ทั้งนี้ ผู้มีกุศลเจตนาสามารถบำเพ็ญกุศลสาธารณสงเคราะห์บรรเทาความ เดอื ดรอ้ นจากสถานการณโ์ รคระบาด สนองพระดำริ ตามกำลงั ศรทั ธาในพ้นื ทีข่ องทา่ น แทนการมารว่ มพธิ ี จงึ ประกาศให้คณะศิษยานศุ ษิ ย์ และพุทธศาสนกิ ชนได้ทราบโดยทวั่ กนั วดั ราชบพธิ สถิตมหาสีมาราม โทร. ๐๒ - ๒๒๒ - ๓๙๓๐ , ๐๒ - ๒๒๒ - ๓๙๒๒ ๐๙๕ - ๖๔๙ – ๔๕๑๔ 7
คíา»รารÀ ดนิ แดนทเ่ี ปน็ อาณาเขตประเทศไทยในปจั จบุ นั เปน็ ดนิ แดนทพี่ ระพทุ ธศาสนาตง้ั มนั่ มานบั ดว้ ยพนั ปี หากแต่ในดินแดนแห่งนี้เอง กเ็ ปน็ ทอี่ นั ศาสนาอ่ืน ๆ ได้มาเผยแผ่ความเช่ือความเลอ่ื มใสของตน ๆ อยู่ ร่วมกนั อย่างสนั ตสิ ขุ มาช้านาน เปน็ ไปตามความมุ่งหมายอันมรี ่วมกนั ของทุกศาสนาทีจ่ ะนา� ความดงี าม และความร่มเย็นเปน็ สขุ มาสู่ศาสนกิ ตลอดจนสังคม และหากจะกล่าวโดยเฉพาะถงึ ครสิ ต์ศาสนา ก็เป็น ศาสนาทไี่ ดเ้ ขา้ มาเผยแผใ่ นเมอื งไทยเรามาตงั้ แตค่ รงั้ กรงุ ศรอี ยธุ ยายงั เปน็ พระมหานครราชธานี ผเู้ ผยแผ่ ได้นา� หลกั การแห่งครสิ ตธรรมมาประกาศ พร้อมกบั การนา� วทิ ยาการความร้จู ากโลกตะวนั ตกมาเกอ้ื กลู ประชาชนและสงั คมไทยอยา่ งนา่ อนโุ มทนา แมบ้ รรพชติ ของทง้ั สองศาสนากไ็ ดว้ สิ าสะแลกเปลย่ี นความรู้ และมีกัลยาณจิตระหว่างกันมาโดยล�าดับ ดังเช่นท่ีพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยาม เทวมหามกุฏวิทยมหาราช ตั้งแต่เม่ือคร้ังยังทรงผนวชอยู่ ก็ทรงวิสาสะสนิทสนมกับท่านพระสังฆราช ปลั เลอกวั ซ์ (Pallegoix) จนเปน็ ทร่ี บั รกู้ นั ทวั่ ไป เปน็ อาทิ โดยเหตนุ ้ี จงึ จะไมเ่ ปน็ การเกนิ เลยไปหากจะกลา่ ว ว่า สายสัมพนั ธ์ระหว่างทงั้ ศาสนา บรรพชติ และศาสนิกของพระพทุ ธศาสนา และคริสต์ศาสนา ได้มขี นึ้ ตงั้ ขึน้ มานานแล้วในประเทศน้ี ในระยะเวลาอนั ยาวนานแหง่ สายสมั พนั ธน์ น้ั ประวตั กิ ารแหง่ ครสิ ตศ์ าสนาในประเทศไทยยอ่ มจารกึ ไวอ้ ยวู่ า่ สมเดจ็ พระสนั ตะปาปา ผทู้ รงเปน็ ประมขุ แหง่ ครสิ ตจกั รนกิ ายโรมนั คาทอลกิ ถงึ สองพระองค์ คอื สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอล ท่ี ๒ (John Paul II) และสมเด็จพระสนั ตะปาปาฟรนั ซิส (Francis) ได้ เสดจ็ มาทรงเยีย่ มเยยี นประเทศและครสิ ต์ศาสนกิ ชนชาวไทย เมื่อพทุ ธศกั ราช ๒๕๒๗ และ ๒๕๖๒ ตาม ล�าดับ และในโอกาสท่ีสมเด็จพระสันตะปาปาทั้งสองพระองค์เสด็จมายังประเทศไทย ก็ได้เสด็จมาเฝ้า สมเดจ็ พระสงั ฆบดิ รไทยซง่ึ เสดจ็ สถติ ณ วดั ราชบพธิ สถติ มหาสมี าราม คอื สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ
(วาสนมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (ต่อมาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจา้ อยหู่ วั ทรงสถาปนาพระอฐั ขิ น้ึ เปน็ สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจา้ กรมหลวงชนิ วราลงกรณ) และสมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทั้งสองคราว การท่ปี ระมุข แห่งศาสนจักรนิกายโรมันคาทอลิก และปธานาธิบดีแห่งคณะสงฆ์ไทย ทรงพบกัน นอกจากจะเป็น เหตุการณ์ส�าคัญอันพึงระลึกจดจ�าแล้ว ยังเป็นการเช่ือมสัมพันธไมตรีอันสนิทระหว่างพระพุทธศาสนา และคริสต์ศาสนาให้จ�าเริญไพบูลย์ยิ่งข้ึนด้วย โดยประการที่สุด ก็เพราะพระกิตติคุณอันรุ่งเรืองใน สมณธรรมของทั้งส่ีพระองค์น้ันเล่า ไมตรีธรรมที่เกิดข้ึนในเหตุการณ์ทั้งสองคราว ยังเป็นเครื่องยืนยัน สัจจะของพุทธศาสนสุภาษิตซ่ึงเป็นโวหารแห่งท่านพระอานนท์เถระเจ้า ปรากฏในขุททกนิกาย ชาดก เถรคาถา ทวี่ ่า สทเฺ ธน จ เปสเลน จ ปฺ วตา พหุสสฺ เุ ตน จ สขิตํ หิ กเรยฺย ปณฑฺ โิ ต ภทโฺ ท สปปฺ ุรเิ สหิ สงคฺ โม. ความวา่ บณั ฑติ พงึ ทา� ความเปน็ เพอ่ื นกบั คนมศี รทั ธา มศี ลี เปน็ ทร่ี กั มปี ญั ญาและเปน็ พหสู ตู เพราะ การสมาคมกับคนดี เป็นความเจรญิ เพอื่ เปน็ อนสุ รณแ์ หง่ ไมตรรี ะหวา่ งพระพทุ ธศาสนาและครสิ ตศ์ าสนา อนั ไดก้ ระชบั แนน่ แฟน้ ขนึ้ ณ พระอโุ บสถวดั ราชบพธิ สถติ มหาสมี าราม ในเหตกุ ารณอ์ นั สา� คญั ทงั้ สองครง้ั ดงั กลา่ วแลว้ ตลอดจนเปน็ ท่ี ระลกึ ถงึ ความสมั พนั ธอ์ นั ดงี ามยาวนานทด่ี า� รงมาระหวา่ งสองศาสนา คณะวดั ราชบพธิ สถติ มหาสมี าราม จงึ ได้ขอให้รองศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พศิ ภูมวิ ถิ ี อาจารย์ประจ�าคณะศิลปศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหิดล ซงึ่ นบั เนอ่ื งเปน็ ศษิ ยส์ า� นกั วดั ราชบพธิ ฐานทเี่ ปน็ นกั เรยี นเกา่ โรงเรยี นวดั ราชบพธิ ผมู้ คี วามรเู้ ชย่ี วชาญใน ทางประวตั ศิ าสตร์ ไดเ้ รยี บเรยี งเรอื่ งราวความความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งครสิ ตศ์ าสนากบั พระพทุ ธศาสนาและ ชาวไทยทเ่ี กดิ ขน้ึ บนผนื แผน่ ดนิ ไทยน้ี นบั ตงั้ แตอ่ ดตี สมยั ครงั้ กรงุ ศรอี ยธุ ยา จนมาถงึ สมยั กรงุ รตั นโกสนิ ทร์ กระทง่ั ถงึ เหตกุ ารณร์ ว่ มสมยั ในปจั จบุ นั โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ เหตกุ ารณก์ ารเสดจ็ มายงั วดั ราชบพธิ สถติ มหา สมี ารามของสมเดจ็ พระสนั ตะปาปาทงั้ สองพระองค์ ขนึ้ ไวเ้ ปน็ หนงั สอื ทเ่ี มอ่ื ไดร้ วมเลม่ ขน้ึ แลว้ ไดใ้ ชช้ อื่ วา่ “ราชบพิธมิตรธรรม FRIENDSHIP BEYOND TIME” เกย่ี วกับนามแห่งหนังสอื นี้ ควรจะกล่าวไว้ด้วยว่า สมเด็จพระอรยิ วงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก ไดท้ รงพระกรณุ าโปรดประทานลายพระหตั ถ์ พมิ พข์ นานนาม หนงั สอื นไี้ ว้ นบั เปน็ สริ มิ งคลอยา่ งยงิ่ ดงั ปรากฏอยใู่ นบดั น้ี ในนามของคณะวดั ราชบพธิ สถติ มหาสมี าราม จงึ ขออนโุ มทนาแก่ผู้เรยี บเรยี ง และผู้เกีย่ วข้องทุกรูปทกุ คนทุกฝายทไ่ี ด้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างหนังสอื ท่ี มีคุณค่านข้ี ึน้ ไว้เปน็ ปัญญาสมบัตขิ องพระศาสนาและบรรณพภิ พ
ในโอกาสทสี่ มเดจ็ บรมบพติ ร พระราชสมภารเจ้า ผ้ทู รงพระคณุ อนั ประเสรฐิ ทรงพระกรณุ าโปรด พระราชทานพระบรมราชปู ถมั ภ์ การบา� เพญ็ พระราชกศุ ลฉลองพระชนมายุ ๙๔ พรรษา แหง่ สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสังฆปรณิ ายก ในวันเสาร์ ท่ี ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๔ คณะวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามเห็นว่าเป็นโอกาสเหมาะด้วยเหตุทั้งปวงท่ีจะพิมพ์หนังสือ “ราชบพธิ มติ รธรรม FRIENDSHIP BEYOND TIME” นข้ี น้ึ สา� หรบั ถวายเพอื่ ประทานแจกเปน็ กศุ ลวทิ ยาทาน โดยเสด็จพระราชกุศลในคราวนี้ เพราะนอกจากจะเป็นเคร่ืองยังให้เกิดประโยชน์ที่กล่าวข้างต้นตามนัย แห่งเนื้อหาของหนังสือแล้ว หนังสือน้ียังจะเป็นเคร่ืองเชิดชูพระกิตติคุณแห่งสมเด็จพระสังฆบิดรผู้ทรง “มิตรธรรม” โดยบริบูรณ์ทุกประการให้ขจรขจายไปในศุภวาระแห่งการฉลองพระชนมายุของพระองค์ ฉะนัน้ ขออ�านาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย กับท้ังเดชานุภาพแห่งพระกุศลจริยาสัมมาปฏิบัติอันสมเด็จ พระอรยิ วงศาคตญาณ (อมพฺ รมหาเถร) สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก ไดท้ รงปฏบิ ตั บิ า� เพญ็ มาแล้ว จงอภิบาลรักษาให้พระองค์ทรงเจริญงอกงามไพบูลย์ในพระพุทธศาสนาย่ิงยืนนาน เสด็จสถิต เป็นม่ิงขวัญของคณะศิษยานุศิษย์ของคณะวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ของพุทธศาสนิกชน และของ นรชนทั้งปวงไม่ว่าชาตวิ ่าภาษาว่าศาสนาใด ตลอดกาลนาน เทอญ คณะศิษยานุศษิ ย์วัดราชบพิธสถติ มหาสมี าราม
อนุâม·นา¾¨น์ เมื่อคณะวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามด�าริโครงการจัดท�าหนังสือเร่ือง “ราชบพิธมิตรธรรม FRIENDSHIP BEYOND TIME” เพื่อถวายสมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (อมพฺ รมหาเถร) สมเดจ็ พระ สงั ฆราชสกลมหาสงั ฆปรณิ ายกในโอกาสวนั คลา้ ยวนั ประสตู ิวนั เสาร์ที่๒๖มถิ นุ ายนพทุ ธศกั ราช๒๕๖๔นน้ั ผทู้ ม่ี สี ว่ นรว่ มในการตา่ ง ๆ ทไี่ ดท้ ราบขา่ วอนั เปน็ มงคลบรรณานสุ รณน์ กี้ ม็ ไี มตรจี ติ ชว่ ยเหลอื กนั เปน็ อยา่ งยง่ิ ท้ังพระเถรานุเถระและคฤหัสถ์ต่างได้มอบบทความ บันทึกความทรงจ�า บทสัมภาษณ์ และภาพถ่าย ในโอกาสทส่ี มเดจ็ พระสนั ตะปาปาฟรนั ซสิ เสดจ็ มาเยอื นวดั ราชบพธิ สถติ มหาสมี าราม และในโอกาสตา่ ง ๆ ทเี่ ก่ียวข้อง ดงั น้ี สมเด็จพระพทุ ธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดญาณเวศกวนั จังหวัดนครปฐม ได้ เมตตามอบบันทึกเชิงสังเกตการณ์ตั้งแต่คร้ังที่ท่านได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าท่ีล่าม เมื่อคราวท่ี สมเดจ็ พระสันตะปาปาจอห์น ปอล ที่ ๒ (John Paul II) เสดจ็ มาทรงเยือนวดั ราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ในพุทธศักราช ๒๕๒๗ ท�าให้ได้ทราบบรรยากาศและการเตรียมความพร้อมในการรับเสด็จในคร้ังน้ัน โดยพระมงคลธรี คณุ (อนิ ศร จนิ ฺตาปฺโ) รองเจ้าอาวาสวดั ญาณเวศกวัน จังหวดั นครปฐม กรุณา ช่วยประสานงานและเปน็ ธรุ ะในการจดั หาเอกสาร พระพรหมบณั ฑติ (ประยรู ธมมฺ จติ โฺ ต) เจา้ อาวาสวดั ประยรุ วงศาวาส กรงุ เทพมหานคร เมตตาจดั หา เอกสารและเรยี บเรยี งเอกสารให้ ครง้ั ทท่ี ่านได้รบั พระบญั ชาให้เปน็ ผู้แทนสมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ไปในการประชุมและกล่าวปราศรัยใน หวั ข้อ “ศาสนากับเป้าหมาย การพฒั นาท่ียั่งยนื (SDGs)” ซ่งึ สมณะกระทรวงเพอื่ การบรกิ ารและพัฒนา ความสมบูรณ์ของมนุษย์แห่งสันตะส�านัก นครรัฐวาติกัน ในอาณัติของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส ก�าหนดจัดประชมุ ผู้น�าศาสนาระดบั สากล ณ นครรฐั วาตกิ นั ประเทศอติ าลี ในพทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒ และ ท่านยังเมตตาจัดหาภาพประกอบและเอกสารอื่น ๆ อีกมาก โดยพระโสภณวชิราภรณ์ (ไสว โชติโก) ผชู้ ว่ ยเจา้ อาวาสวดั อรณุ ราชวราราม กรงุ เทพมหานคร รองอธกิ ารบดฝี า ยกจิ การตา่ งประเทศ มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และพระครูโสภณปริยัตยานุกิจ (อาทิตย์ อตฺถเวที) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วดั ประยุรวงศาวาส เมตตาช่วยประสานงานและเป็นธุระในการจัดหารปู ภาพและเอกสารต่าง ๆ พระราชเวที (สุรพล ชิตาโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวดั พระเชตพุ นวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร ได้เอ้ือเฟอข้อมูลเมื่อคร้ังสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปุณฺณสิริมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกล
มหาสังฆปริณายก วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม คร้ังทรงด�ารงพระสมณศักดิ์ท่ีสมเด็จพระวันรัต เดนิ ทางไปเขา้ เฝา้ สมเดจ็ พระสนั ตะปาปาปอล ที่ ๖ (Paul VI) ในพทุ ธศกั ราช ๒๕๑๕ และเรอื่ งทเี่ กย่ี วเนอ่ื ง กบั วัดพระเชตพุ นวมิ ลมังคลาราม โดยนายวลั ลภ รุจขิ จร เป็นผู้ประสานงาน นายกุลกุมุท สิงหรา ณ อยุธยา อดีตอธิบดีกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ อดีต เอกอัครราชทูต ณ ประเทศตมิ อร์เลสเต ฟิลปิ ปินส์ สเปน และเกาหลีใต้ ซงึ่ มสี ่วนร่วมในการเตรยี มการ รับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส (Francis) ในพุทธศักราช ๒๕๖๒ ได้เมตตามอบบทสัมภาษณ์ อนั เปน็ บันทกึ ความทรงจ�าในเหตุการณ์ส�าคัญนนั้ ดร.วิษณุ ธัญญอนันต์ รองเลขาธิการสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย เมตตามอบ หนังสือ เอกสาร ภาพถ่าย และประสานงานในส่วนของการจัดหาเอกสารฝายคริสตจักร และมอบ โอกาสให้คณะท�างานได้เข้าพบหารือ ตลอดจนอ�านวยความสะดวกต่าง ๆ เป็นอย่างดี และอาจารย์ พฒุ พิ งศ์ พฒุ ตาลศรี ผจู้ ดั การแผนกหอจดหมายเหตอุ คั รสงั ฆมณฑลกรงุ เทพฯ ชว่ ยจดั หาภาพและเอกสาร ประวัติศาสตร์ทา� ให้หนังสอื เล่มนส้ี มบรู ณ์ข้นึ นายธ�ารง ปัทมภาส และนายกรินทร์ กุญชร ณ อยุธยา ได้ช่วยสืบค้นข้อมูลและรูปภาพเร่ือง วันวสิ าขบชู าโลกอนั ท�าให้การเรยี บเรยี งหนงั สอื นน้ั บรรลุตามเป้าหมายที่ตง้ั ไว้ อนึ่ง ในที่สุดขออนุโมทนาขอบพระคุณส�านักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช โดยเฉพาะ เจา้ ประคณุ สมเดจ็ พระมหาวรี วงศ์ (สชุ นิ อคคฺ ชโิ น) เลขานกุ ารสมเดจ็ พระสงั ฆราช ทเี่ มตตาใหค้ า� ปรกึ ษา ไตถ่ ามความคบื หนา้ รวมทง้ั อนเุ คราะหข์ อ้ มลู การเตรยี มการรบั เสดจ็ สมเดจ็ พระสนั ตะปาปาทง้ั สองคราว มอบภาพประกอบบนั ทกึ ประวตั ศิ าสตร์ และเอกสารทเ่ี กย่ี วขอ้ งตง้ั แตเ่ รมิ่ ตน้ โครงการ โดยประการสา� คญั ไดอ้ นมุ ตั ทิ นุ ในการดา� เนนิ โครงการตง้ั แตก่ ารสบื คน้ ขอ้ มลู การเดนิ ทางไปสมั ภาษณบ์ รรพชติ และคฤหสั ถ์ ผู้เกี่ยวข้อง การวาดและจัดท�าภาพประกอบ การจัดท�าศิลปกรรม (Artwork) เป็นอาทิ ท�าให้สามารถ เรยี บเรยี งเนอื้ หาไดอ้ ยา่ งสมบรู ณ์ สกู่ ระบวนการพสิ จู นอ์ กั ษร และการจดั พมิ พจ์ นออกมาเปน็ มงคลบรรณา นุสรณ์ฉบับนี้ อันเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียบเรียงได้มีส่วนร่วมโดยเสด็จพระกุศลในศุภวาระดังกล่าว อีกโสดหน่งึ นบั เปน็ โสตถมิ งคลยง่ิ ด้วยความตั้งใจของพระเถรานุเถระทุกรูป และคฤหัสถ์ทุกคน ที่ต้องการให้หนังสือ “ราชบพิธ มิตรธรรม FRIENDSHIP BEYOND TIME” สมบูรณ์พร้อมด้วยเนื้อหา ภาพถ่ายอันเป็นประวัติศาสตร์ ของวดั ราชบพธิ สถติ มหาสมี าราม เปน็ การเผยแพรพ่ ระเกยี รตคิ ณุ และเปน็ มงคลบรรณานสุ รณเ์ พอื่ ทลู ถวาย แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก นั้น ความตง้ั ใจอนั เกดิ ขน้ึ จากไมตรธี รรมกไ็ ดบ้ รรลวุ ตั ถปุ ระสงคแ์ ลว้ ในฐานะผเู้ ขยี นหนงั สอื เลม่ นข้ี อบพระคณุ พระเถรานุเถระทุกรูป และคณะวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ตลอดจนมิตรธรรมทุกรูปทุกคนที่มี ส่วนร่วมในการสร้างสรรค์มงคลบรรณานสุ รณ์น้ขี น้ึ
สารºÞั ù ñò คíา»รารÀ อนุâม·นา¾¨น์ ñö ส่วน·ีè ñ ก้าวแรกแหง่ คริสตศ์ าสนาในสยาม ñø òù คณะมชิ ชนั นารีตะวนั ตกในสมัยกรุงศรอี ยธุ ยา ôñ ราชสาí นักสยามแÅะศาสน¨ักรคา·อÅิกสมยั กรุงรตั นâกสนิ ·ร์ öð คิง¨Ìุ าÅงกรณก์ ัºวาติกนั สº× สมั ¾นั ธ์ä·ย-วาตกิ นั ÷ó ส่วน·èี ò ก้าวย่าง·างธรรมäมตรี ÷ö øõ แรก¾·ุ ธ-คริสต์ »¯ิสนั ¶าร ùô แรกสมั ¼สั ¼×นแ¼่น´ินä·ย ññö ระ¦ังแหง่ äมตรี·วีè ั´ราชº¾ิธส¶ติ มหาสีมาราม ñóò สº× สานäมตรธี รรม ñõù กระชºั äมตรีมิตรธรรม ราชº¾ิธมิตรธรรม òòò òóö ºรรณานกุ รม òôð ´ัชนคี íา คณะ¼Ù้¨ั´·íา
16 ราชบพธิ มติ รธรรม FRIENDSHIP BEYOND TIME
๑ส่วนที่ ก้าวแรก แห่งคริสตศ์ าสนา ในสยาม ส่วนท่ี ๑ 17 ก้าวแรกแหง่ คริสตศ์ าสนาในสยาม
คณะมชิ ชนั นารีตะวนั ตก ในสมยั กรงุ ศรีอยธุ ยา ความสมั พันธ์ระหว่างครสิ ต์ศาสนาในสยาม มหี ลักฐานบนั ทกึ ย้อนหลงั กลับไปในสมัยกรุงศรี อยธุ ยา เมอื่ บรรดามชิ ชนั นารตี ะวนั ตกได้เดินทางเข้ามาเพ่ือเผยแผ่ศาสนา ความเชือ่ แก่ชาวสยาม และ ไดร้ บั ผลตอบรบั ทด่ี ี เปน็ ประโยชน์ ทง้ั เลง็ เหน็ ความเปน็ ไปไดใ้ นการเผยแผศ่ าสนาของตน จงึ รวมกนั กอ่ ตง้ั ชุมชนและขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระมหากษัตริย์กรุงศรีอยุธยาในการปฏิบัติภารกิจ ซ่ึงสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (ครองราชย์ พุทธศักราช ๒๑๙๙-๒๒๓๑) ก็พระราชทานพระบรม ราชานุญาตตามความประสงค์ เพราะก่อนหน้านั้นราว ๑๕๐ ปี ประเทศโปรตุเกสได้เดินทางเข้ามา เจรญิ พระราชไมตรกี บั สมเดจ็ พระรามาธบิ ดที ่ี ๒ แล้ว ทำ� ให้กรงุ ศรอี ยธุ ยาคุ้นเคยกบั ชาวต่างประเทศอยู่ พอสมควร ครนั้ ถงึ รชั กาลของพระองค์ กป็ รากฏชาวโปรตเุ กส สเปน องั กฤษ และฮอลนั ดา เดนิ ทางเขา้ มา ทำ� การคา้ อยเู่ นอื ง ๆ รวมทงั้ ชว่ งปลายรชั กาลประเทศฝรง่ั เศสกเ็ ดนิ ทางเขา้ มาเจรญิ สมั พนั ธไมตรอี กี ดว้ ย ความสัมพันธ์ทางด้านศาสนาปรากฏหลักฐานของบาทหลวงลอมแบร์ เดอ ลามอตต์ (Lambert de la Motte) ระบเุ หตผุ ลการเดนิ ทางเข้ามาในสยามหรอื ในภมู ภิ าคอินโดจีนเปน็ ครัง้ แรกในพุทธศักราช ๒๒๐๕ ว่าเพ่ือเผยแผ่คริสต์ศาสนาบริเวณเมืองญวนและโคชินจีน ระหว่างทางได้เดินทางผ่านกรุงศรี อยธุ ยา และเกดิ ความสนใจเผยแผ่ครสิ ต์ศาสนา เพราะเห็นว่าพระเจ้าแผ่นดนิ พระราชทานเสรีภาพใน การนบั ถือศาสนา อีกทงั้ ชาวพืน้ เมอื งก็เปิดรบั ต่อสง่ิ ใหม่ได้โดยง่าย ท่านระบไุ ว้ว่า “ข้าพเจ้าเชอ่ื ว่าในโลก นี้จะหาเมอื งไหนท่จี ะมีศาสนามากอย่าง และท่อี นญุ าตให้ปฏบิ ตั ิตามศาสนาน้ัน ๆ ได้ เท่ากบั เมืองไทย เห็นจะหาไม่ได้แล้ว พวกทไ่ี ม่ได้ถือศาสนาครสิ เตียนกด็ ี พวกเข้ารตี กด็ ี พวกมหะหมัดกด็ ี ซง่ึ แยกกันออก เป็นคณะเป็นหมู่ ก็ปฏิบัติการศาสนาตามลัทธิของตัวได้ทุกอย่างโดยไม่มีข้อห้ามปรามกีดขวางอย่างใด เลย พวกชาวโปรตเุ กส องั กฤษ ฮอลนั ดา จีน ญีป่ ุ่น มอญ เขมร แขกมะละกา ญวน จาม และชาตอิ น่ื ๆ
แผนท่กี รงุ ศรอี ยธุ ยาในจดหมายเหตุของลาลูแบร์ อีกหลายชาติ ก็มาตงั้ บ้านเรอื นอยู่ในเมอื งไทย พวกเข้ารตี ลทั ธคิ าทอลิกมีอยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ คน คน เหล่าน้ีโดยมาก เป็นชาวโปรตุเกส ซึ่งได้ถูกไล่มาจากอินเดีย จึงได้หนีเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไทย และ ได้ต้งั บ้านเรอื นอยู่เปน็ หมู่บ้านหนง่ึ ต่างหาก พวกโปรตุเกสเข้ารตี เหล่าน้ีมีวดั เข้ารตี อยู่ ๒ วัด วดั ๑ น้ัน อยู่ในความปกครองของบาทหลวงคณะเยซูอิต อีกวัด ๑ น้ันอยู่ในความดูแลของบาทหลวงคณะเซนต์ โดมนี ิก บาทหลวงทั้ง ๒ คณะน้แี ละพวกเข้ารตี ท้ังหลาย ก็ปฏิบัติการศาสนาได้ทุกอย่างดุจจะอยู่ในเมอื ง โกอา (Goa) เหมอื นกนั ” ตามบันทึกนั้นจะเห็นว่ากรุงศรีอยุธยามีผู้นับถือคริสต์ศาสนาจ�ำนวนหน่ึงแล้ว เพราะบาทหลวง โปรตเุ กสนกิ ายโดมนิ กิ นั และฟรานซสิ กนั ไดเ้ ดนิ ทางเขา้ มาในสยามกอ่ นหนา้ นี้ มกี ารสรา้ งโบสถค์ รสิ ตแ์ ละ การประกอบพธิ ีกรรมทางศาสนาอยู่เสมอ แม้ชาวฝรงั่ เศสในยคุ ต่อมาท่เี ดินทางเข้ามาในกรุงศรอี ยธุ ยา ก็ยังบันทึกเรื่องการเผยแผ่ศาสนาของบาทหลวงโปรตุเกสไว้ด้วย ดังเช่นบาทหลวงตาชาร์ด (Tachard) บันทึกว่า “ทกี่ รงุ สยามนน้ั มวี ัดของชาวโปรตเุ กสประกอบด้วยบคุ คลจ�ำนวนมากกว่า ๔,๐๐๐ คน วัดท้ัง สองแห่งน้อี ยู่ภายใต้การปกครองของสังฆราชแห่งเมอื งมะละกา” และว่าในกรุงศรีอยุธยามโี บสถ์อยู่ ๒ แห่ง คอื โบสถ์เซนต์โดมนิ ิก ส�ำหรับบาทหลวงโดมนิ ิกนั และโบสถ์เซนต์เปาโล สำ� หรบั บาทหลวงในคณะ ส่วนท่ี ๑ 19 ก้าวแรกแหง่ ครสิ ตศ์ าสนาในสยาม
เยซูอิต หรอื ในสมยั สมเดจ็ พระเพทราชา บันทกึ ของนายแพทย์แกมเฟอร์ (E.Kampher) กล่าวไว้ว่า “ทาง ทิศใต้มีหนทางแคบ ๆ ลงสู่แม่นำ�้ ชาวดตั ช์ตงั้ โรงงานและร้านค้าทีห่ รูหราสะดวกสบายบนพ้นื ท่ีแห้ง ต�ำ่ ลงไปอีกนิดบนฝั่งเดียวกันนั้น มีหมู่บ้านชาวญ่ีปุ่น พะโค และมะละกา ฝั่งตรงข้ามมีโบสถ์ท่ีเกิดจากชน พื้นเมือง ถัดออกไปเป็นที่ต้ังของโบสถ์เซนต์โดมิงโก เป็นคณะบาทหลวงชาวโดมินิกัน ด้านหลังมีโบสถ์ เล็ก ๆ อีกหลงั หน่ึงช่อื เซนต์ออกสั ตนิ เป็นของบาทหลวง ๒ ท่าน ไม่ไกลจากน้เี ท่าใดนกั มีโบสถ์เยซอู ิต ช่อื เซนต์พอล ซง่ึ เลียนแบบมาจากโบสถ์ใหญ่ในเมอื งกัว” นอกจากนี้ หลักฐานทางโบราณคดีที่หมู่บ้านโปรตุเกสและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุ สอดคล้องกันว่าค่ายโปรตุเกสมศี าสนสถานเปน็ ศนู ย์กลางของชุมชน เม่อื บาทหลวงลอมแบร์ เดอ ลามอตต์ เห็นความเหมาะสมในการเผยแผ่คริสต์ศาสนา กร็ ายงาน สภาพบา้ นเมอื งสยามไปยงั ศาสนจกั ร ซงึ่ กอ่ นหนา้ นน้ั สมเดจ็ พระสนั ตะปาปาเกรโกรรี ท่ี ๑๕ (Grégrory XV) ได้ทรงก่อตงั้ สมณกระทรวงเผยแพร่ความเชอ่ื ขนึ้ ทก่ี รงุ โรมเมอื่ พทุ ธศกั ราช ๒๑๖๕ เพอื่ จดั หามชิ ชนั นารี และจัดการให้คณะมิชชันนารีเดินทางออกไปเผยแผ่คริสต์ศาสนายังดินแดนต่าง ๆ ได้อย่างเสรีโดยมี หลกั การแบบเดยี วกนั อยา่ งไรกด็ ี การสรา้ งความเปน็ อนั หนงึ่ อนั เดยี วกนั ในการเผยแผศ่ าสนากเ็ ปน็ เรอื่ ง ยากอยู่มใิ ช่น้อย เพราะมกี ารกดี ขวางการท�ำงานในหลายพ้นื ท่ี ดังเช่น บาทหลวง เดอ โร้ด (de Rhode) ถกู กดี กนั มใิ หเ้ ดนิ ทางไปเผยแผศ่ าสนาในภมู ภิ าคตะวนั ออก แตใ่ หไ้ ปประจำ� ทเ่ี ปอรเ์ ซยี ตราบจนมรณภาพ เปน็ ต้น ดังนัน้ ในภมู ภิ าคตะวันออก บาทหลวงลอมแบร์ เดอ ลามอตต์ และบาทหลวงปัลลู (Pallu) จึงได้ พยายามให้สมเด็จพระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ ท่ี ๗ (Alexander VII) ทรงเห็นความส�ำคญั และความ เป็นไปได้ในการสร้างที่มั่นเพ่ือเผยแผ่ศาสนา ท่ีสุดแล้วสมเด็จพระสันตะปาปาก็ได้แต่งต้ังให้บาทหลวง ลอมแบร์ เดอ ลามอตต์ และบาทหลวงปลั ลเู ปน็ ประมุขแห่งมสิ ซงั และป้องกนั การบาดหมางในการใช้ ช่ือของต�ำแหน่งพระสงั ฆราชประจ�ำมณฑล ศาสนจักรแห่งกรงุ โรมจงึ ให้ท่านทง้ั สองดำ� รงต�ำแหน่งในชือ่ สังฆมณฑลโบราณในเอเชยี ไมเนอร์ ซึง่ เลิกใช้ไปกว่าพนั ปีท่แี ล้ว บาทหลวงลอมแบร์ เดอ ลามอตต์ จงึ ด�ำรงต�ำแหน่งสังฆราชแห่งเบริธ (Beryte) และบาทหลวงปัลลูด�ำรงต�ำแหน่งสังฆราชแห่งเฮลิโอโปลิส (Heliopolis) เมือ่ สังฆราชทงั้ ๒ ท่าน เหน็ ว่าบริเวณกรงุ ศรอี ยุธยาเปน็ พน้ื ที่เหมาะสมสำ� หรับการเผยแผ่ครสิ ต์ ศาสนา ก็กราบบังคมทูลสมเด็จพระนารายณ์มหาราชให้ทรงทราบ และขอพระราชทานพระบรม ราชานญุ าตปฏบิ ตั สิ มณกจิ พรอ้ มกบั ขอพระราชทานพน้ื ทส่ี รา้ งโบสถ์ ดงั ความในจดหมายกราบบงั คมทลู ของพระสงั ฆราชเบรธิ ตอนหนง่ึ ว่า “นแี่ ลเป็นเหตทุ ก่ี ระท�ำให้พวกข้าพเจ้ามาอยู่ในประเทศเหล่าน้ี ถ้าแล การท่ีกราบบังคมทูลมาท้ังนี้ เป็นที่พอพระราชหฤทัยแล้ว ข้าพเจ้าจะขอพระราชทานพระมหากรุณา อย่างเดียวเท่านนั้ คือขอพระราชทานโบสถ์สักหลงั หน่งึ เพ่ือเป็นทส่ี �ำหรบั ท�ำกิจของศาสนา แลข้าพเจ้า จะได้อ้อนวอนพระเป็นเจ้าผู้มอี ำ� นาจ ขอให้คุ้มครองป้องกนั ใต้ฝ่าละอองธลุ พี ระบาทให้ทรงพระส�ำราญ เป็นนิจ อย่าให้มีพระโรคาพาธอย่างใด ๆ ท้ังขอให้พระเป็นเจ้าได้พิทักษ์รักษาพระราชอาณาเขตของ พระองค์ให้เจรญิ ย่งิ ๆ ข้นึ ด้วย” สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงเห็นว่าบรรดาชาวสยามบางส่วนมีความต้ังใจนับถือศาสนาใหม่ ทง้ั การเผยแผ่ครสิ ตศ์ าสนาในสยามกม็ ไิ ด้กอ่ ให้เกดิ ปญั หาระหวา่ งผ้คู นในกรงุ ศรอี ยธุ ยา จงึ พระราชทาน ที่ดินริมแม่น�้ำเจ้าพระยาให้ก่อสร้างโบสถ์ข้ึน ซึ่งอาจเป็นบริเวณพ้ืนที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ 20 ราชบพิธมติ รธรรม FRIENDSHIP BEYOND TIME
กรุงศรีอยุธยาที่เรียกว่าเกาะมหาพราหมณ์ก่อน หลังจากนั้นได้พระราชทานที่ดินอีกแห่งหนึ่งริมแม่น้�ำ เจ้าพระยาทางตอนใต้ของเกาะเมอื งให้สร้างโบสถ์ มชี อ่ื ว่าโบสถ์โยเซฟ (Joseph) ดังปรากฏในแผนท่ีของ ลาลแู บร์ (La Loubère) วนั ท่ี ๑๘ ตลุ าคม พทุ ธศักราช ๒๒๑๖ บาทหลวงลาโน (Laneau) และมิชชันนารีทีอ่ ยู่ ณ กรงุ ศรอี ยธุ ยาพร้อมด้วยชาวฝรง่ั เศสอกี ๗ คน อญั เชญิ พระสมณสาส์นของสมเดจ็ พระสนั ตะปาปาคลเี มนต์ ท่ี ๙ (Clement IX) และพระราชสาส์นของพระเจ้าหลุยส์ท่ี ๑๔ มาทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนารายณ์ มหาราช ความในพระสมณสาส์นมดี ังน้ี “ขอถวายพระพรแด่พระมหากษัตรยิ ์ผู้ทรงอานภุ าพยิ่งใหญ่ ขอพระสิรแิ ละพระพรของพระผู้เป็นเจ้าสถติ อยู่กบั มหาบพติ ร เรามคี วามยินดเี ปน็ อย่างย่งิ ทไี่ ด้รบั ทราบว่า ราชอาณาจกั รของพระองค์เต็มไปด้วย ความม่ังค่ังและข้ึนช่ือลือนามอยู่เสมอในรัชสมัยของพระองค์ แต่สิ่งท่ีท�ำให้เราประทับใจ มากยงิ่ ขน้ึ คอื พระเมตตา พระยตุ ธิ รรม และทศพธิ ราชธรรมอน่ื ๆ ทพี่ ระองคท์ รงแสดงออก อย่างท่ีเที่ยงธรรม พระองค์ยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นพิเศษต่อบรรดาผู้ประกาศ ศาสนา ที่ได้ปฏิบัติภารกิจและเทศน์สอนด้วยความเลื่อมใสศรัทธา พระเกียรติยศและ พระอาณานภุ าพของพระองค์เปน็ ทเี่ ลอื่ งลอื ทว่ั ไปในทวปี ยโุ รป ได้มกี ารกล่าวถงึ พระปรชี า สามารถในพระบคุ คลของพระองค์ ทง้ั ในการปกครองและเรอ่ื งอื่น ๆ อีกมากมาย พระสงั ฆราชแหง่ เฮลโิ อโปลศิ ไดแ้ จง้ ใหเ้ ราทราบถงึ พระมหากรณุ าธคิ ณุ ของพระองค์ ท่ีไม่เคยมีใครกล่าวถึงมาก่อนคือ การที่พระองค์ได้พระราชทานที่ดินและวัสดุก่อสร้างวัด และบา้ นพกั ใหแ้ กพ่ ระสงั ฆราชแหง่ เบรธิ และทรงมพี ระทยั โอบออ้ มอารใี นเรอื่ งอนื่ ๆ อยา่ ง ทบี่ รรดามชิ ชนั นารรี ุ่นก่อน ๆ ทท่ี ำ� งานในราชอาณาจกั รแห่งน้มี านานไม่เคยได้รับมาก่อน พระคณุ เจา้ แหง่ เฮลโิ ปลสิ สำ� นกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ ของพระองค์ และเตม็ ไปดว้ ย ความเร่าร้อนที่จะช่วยเหลือวิญญาณท้ังหลายให้รอด ได้มาขออนุญาตแก่ท่านสังฆราช เราวงิ วอนขอพระองคไ์ ดโ้ ปรดคมุ้ ครองและพทิ กั ษพ์ ระสงั ฆราชทงั้ สองจากความเกลยี ดชงั เจตนาร้าย และการดูหมิ่นจากศัตรู อาศัยพระบารมี พระยุติธรรม และพระเมตตาของ พระองค์ พระคุณเจ้าปัลลูจะทูลถวายของก�ำนัลบางอย่าง ของเหล่านี้ไม่มีราคาค่างวด อะไรมากนกั แต่ขอได้โปรดรบั ไว้เพ่อื เป็นเครอ่ื งแสดงถึงไมตรีจิต และความเคารพนับถือ อย่างสูงที่มีต่อพระองค์ ท่านสังฆราชจะได้กราบทูลพระองค์ว่า เราได้สวดขอพระผู้ทรง สรรพานุภาพตลอดเวลา และในขณะนีด้ ้วย ขอพระองค์ประทานพระพร และพระเมตตา แด่พระองค์ให้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพระสิริรุ่งโรจน์แห่งความจริง และอาศัยค�ำภาวนานี้ หลังจากที่พระองค์ทรงครองราชย์อันยาวนานบนโลกนี้แล้ว ขอให้พระองค์ได้เสวยราชย์ ตลอดนริ นั ดรในสวรรค์ด้วยเทอญ” ส่วนที่ ๑ 21 กา้ วแรกแห่งคริสต์ศาสนาในสยาม
พระสมณสาสนภาษาละตนิ ของสมเดจ็ พระสันตะปาปาคลเี มนต ท่ี ๙ (Clement IX) ถึงสมเดจ็ พระนารายณม หาราช 22
รูปเขยี นสนี า้� หอดดู าว และพื้นท่กี ่อสร้างวดั สนั เปาโล (Saint Paul) ลพบุรี หลงั จากทพ่ี ระสงั ฆราชฝรงั่ เศสประสบความสา� เรจ็ ในการสถาปนาครสิ ตศ์ าสนาในสยามขนึ้ แลว้ ก็ เดนิ ทางกลบั ไปยงั ยโุ รปเพอื่ ขอรบั การสนบั สนนุ เพม่ิ เตมิ และใหแ้ ลกเปลยี่ นสมณทตู และทตู เพอื่ ประโยชน์ ของประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดินทางกลับมากรุงศรีอยุธยาอีกคร้ัง ได้พาคณะมิชชันนารีเข้ามาเพิ่มเติม เพื่อประกอบกิจด้านศาสนาต่อท้ังที่กรุงศรีอยุธยาและลพบุรี สมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรด มิชชันนารีบาทหลวงมาก ทรงเรียนรู้วิทยาการแบบใหม่ ทรงสนพระทัยในด้านดาราศาสตร์ ประปา วทิ ยาศาสตร์ และคณติ ศาสตร์ จงึ พระราชทานทดี่ นิ ใหก้ อ่ สร้างทพ่ี กั และอาคารทดลองทางดาราศาสตร์ ที่ลพบุรอี ีกด้วย ครน้ั สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราชทรงรบั พระสมณสาสน์ จากสมเดจ็ พระสนั ตะปาปาแลว้ กท็ รงปตี ิ โสมนสั โปรดฯ ใหแ้ ตง่ พระราชสาสน์ ตอบขอบพระทยั และใหร้ าชทตู สยามเชญิ ไปทลู เกลา้ ฯ ถวายสมเดจ็ พระสนั ตะปาปาอนิ โนเซนต์ ท่ี ๑๑ (Innocent XI) ณ กรงุ โรม แตด่ ว้ ยเหตทุ คี่ ณะทตู ชดุ ดงั กลา่ วหายสาปสญู ไป จึงทรงแต่งต้ังคณะราชทูตสยามชุดใหม่น�าโดยออกขุนช�านาญใจจง ออกขุนวิเศษภูบาล ออกหม่ืน พพิ ิธราชา และบาทหลวงตาชาร์ด ออกเดินทางจากกรงุ ศรอี ยธุ ยาในพุทธศกั ราช ๒๒๓๑ เพอ่ื ไปเจรญิ ทางพระราชไมตรกี บั ประเทศฝรงั่ เศสและเดนิ ทางตอ่ ไปยงั กรงุ โรมเพอื่ เขา้ เฝา้ สมเดจ็ พระสนั ตะปาปา ทวา่ สว่ นท่ี ๑ 2๓ ก้าวแรกแห่งครสิ ต์ศาสนาในสยาม
เกดิ การปฏวิ ัตผิ ลัดแผ่นดนิ ในกรงุ ศรอี ยธุ ยาเสยี ก่อน สมเด็จพระนารายณ์มหาราชสวรรคตเมอื่ วันที่ ๑๑ กรกฎาคม พทุ ธศกั ราช ๒๒๓๑ สมเดจ็ พระเพทราชาไดเ้ สดจ็ ขนึ้ ครองราชยส์ บื ตอ่ มา ครง้ั นน้ั คณะราชทตู สยามกย็ งั คงปฏบิ ตั หิ นา้ ทข่ี องตนและไดเ้ ขา้ เฝา้ สมเดจ็ พระสนั ตะปาปาทกี่ รงุ โรมเพอื่ ถวายพระราชสาสน์ ซึ่งมีเนอ้ื ความตอบขอบพระทัยสมเดจ็ พระสนั ตะปาปาอนิ โนเซนต์ ที่ ๑๑ (Innocent XI) ดังนี้ “สมเด็จพระเจ้าศรีอยุธยาผู้ใหญ่ ทูลท่านอินโนเซนต์ที่ ๑๑ พระบิดาผู้ประกอบด้วยบุญ บารมยี ิ่ง ตั้งแต่มงคลสมัยท่ีข้าพเจ้าได้ครองราชสมบัติเป็นต้นมา การรู้จักกับเจ้านายผู้เป็น ใหญ่ในประเทศยุโรปท้ังหลาย และเจริญทางไมตรีกับเจ้านายเหล่าน้ัน ได้เป็นธุระส�ำคัญ ของข้าพเจ้า เพ่ือจะได้รับความรู้อันจะเป็นแสงสว่างส่องทางปฏิบัติของข้าพเจ้า ท่านได้ สอดส่องและประสิทธ์ิให้ตามความประสงค์ของข้าพเจ้านี้เสียก่อนแล้ว ด้วยได้ประทาน ศุภอักษรมาทาง ต.ฟรานซิส ปัลลู บิชอบ เมืองเฮเลียวโปลิซ ศุภอักษรนั้นมาพร้อมกับ เครื่องบรรณาการ อันสมแก่ยศของท่านผู้สูงศักด์ิ และข้าพเจ้าก็ได้รับไว้แล้วด้วยความ ยินดีอย่างยิ่ง ต่อมาไม่ช้า ข้าพเจ้าได้ส่งทูตให้น�ำจดหมายและบรรณาการไปค�ำนับท่าน เพ่อื เจริญทางไมตรรี ะหว่างเราทง้ั สอง ให้สนทิ สนมดุจดงั แผ่นทองอันได้ขัดมันอย่างดีแล้ว นน้ั แต่ว่าตง้ั แต่วันทท่ี ตู ออกไป มาจนบดั นี้ ข้าพเจ้ายังไม่ได้รับข่าวของทตู อย่างใดเลย จงึ ต้องส่งบาทหลวงตาชาแห่งสมาคมเยซู เปน็ ทตู พเิ ศษของข้าพเจ้ามายงั ท่าน เพอ่ื เจรญิ ทาง ไมตรรี ะหว่างท่านและข้าพเจ้า ดังทไ่ี ด้สง่ั ให้ทตู คนก่อนไปจัดการ และให้นำ� ข่าวเรือ่ งความ สุขสำ� ราญของท่านกลับมาโดยด่วน บาทหลวงตาชาจะได้แจ้งแก่ท่านอย่างแน่นอนว่าฝ่าย ข้าพเจ้าจะให้อารักขาแก่บาทหลวงทั้งหลาย พร้อมทั้งพวกคริสต์ศาสนิกชน ไม่ว่าประชา ราษฎรของขา้ พเจา้ เอง หรอื ผอู้ น่ื ซงึ่ อาศยั อยใู่ นแผน่ ดนิ ของขา้ พเจา้ หรอื ประเทศฝา่ ยตะวนั ออกประเทศอน่ื และชว่ ยเหลอื คนเหลา่ นน้ั ตามความตอ้ งการ ในเมอื่ เขาบอกมาใหข้ า้ พเจา้ ทราบความประสงค์ หรอื มเี หตุการณ์ควรช่วยเหลอื ได้ ขอให้วางใจในข้าพเจ้า ถึงข้าพเจ้า เองก็อยากรับหน้าที่อย่างนั้นด้วย บาทหลวงตาชาน้ีแหละจะได้แจ้งแก่ท่านถึงวิธีอ่ืน ๆ ซง่ึ ม่งุ ต่อประโยชน์อนั เดยี วกนั ตามทข่ี ้าพเจ้าได้สง่ั เขาไว้ ขอให้ท่านเชอ่ื เรอ่ื งราวซง่ึ ข้าพเจ้า ได้ส่ังให้บาทหลวงตาชาให้ทูล และรับบรรณาการซ่ึงบาทหลวงตาชาจะน�ำไปยังท่านเป็น มดั จ�ำ แสดงถึงความไมตรอี นั จริงใจของข้าพเจ้า อนั จักด�ำรงอยู่ช่วั กลั ปาวสาน ขอให้พระ เป็นเจ้าผู้สร้างสรรพสิ่ง จงปกป้องรักษาท่านไว้ เพื่อจะได้บริหารศาสนจักรของพระองค์ และเพอ่ื ใหท้ า่ นไดแ้ ลเหน็ ศาสนจกั รนนั้ เจรญิ อยา่ งยง่ิ แผไ่ ปทกุ ภาคทวั่ ไปในโลก นเ้ี ปน็ ความ ปรารถนาแท้จรงิ ของข้าพเจ้า ผู้เป็นเพ่อื นรกั ใคร่ที่สุดและดที ส่ี ดุ ของท่าน” เมื่อสมเดจ็ พระสันตะปาปาอนิ โนเซนต์ ท่ี ๑๑ (Innocent XI) ทรงรบั คณะทตู สยามและทรงทราบ ความต่าง ๆ ที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชแสดงพระราชประสงค์แล้ว ก็ทรงส่งพระสมณสาส์นตอบ ขอบพระทยั สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ดงั น้ี 24 ราชบพธิ มติ รธรรม FRIENDSHIP BEYOND TIME
ภาพเขยี นออกขนุ ชา� นาญใจจง และออกขนุ วเิ ศษภบู าล ราชทตู ทสี่ มเดจ็ พระนารายณม์ หาราช ทรงสง่ ไปเขา้ เฝา้ สมเด็จพระสนั ตะปาปาอนิ โนเซนต์ ท่ี ๑๑ (Innocent XI) ในพทุ ธศกั ราช ๒๒๓๑ “ถวายพระพรมายังพระเจ้าแผ่นดนิ สยาม ผู้ทรงเกยี รตแิ ละอานภุ าพอย่างยงิ่ ขอมหาบพติ รผเู้ ปน็ พระเจา้ แผ่นดนิ ทรงเกยี รติ และอานภุ าพอย่างยงิ่ จงทรงมคี วาม สขุ สวสั ด์ิ และรบั แสงสวา่ งความโปรดปรานแหง่ พระเปน็ เจา้ อาตมาภาพมคี วามยนิ ดมี ากกวา่ เรอ่ื งอนื่ ๆ ในการทบ่ี าทหลวงตาชาแหง่ สมาคมเยซผู เู้ ปน็ บตุ รทรี่ กั ไดม้ าทนี่ ี้ ดว้ ยมหาบพติ ร ทรงพระวติ กในการทส่ี ่งทูตมาครง้ั ก่อนไม่เปน็ ผลสา� เรจ็ และจัดส่งบาทหลวงตาชามาเป็น ทูตพิเศษ อาศัยข้อความในพระราชหัตถเลขาของมหาบพิตร ซึ่งบาทหลวงตาชาน�ามาให้ และเรอื่ งราวทบ่ี าทหลวงตาชาได้เล่าให้ฟงั แทนมหาบพติ ร อาตมาภาพได้ทราบด้วยความ ยินดีเป็นอันมาก ว่ามหาบพิตรทรงหวังดีต่อศาสนิกชน อาตมาภาพทราบว่ามหาบพิตรมี พระทัยอารีเพียงไร ในอันท่ีจะทรงปกปักษ์รักษาด้วยพระราชารักขาและพระราชูปถัมภ์ ดว้ ยความเผอ่ื แผอ่ นั โอฬารแกพ่ วกบาทหลวงแหง่ สมาคมเยซู ทงั้ ครสิ ตศ์ าสนกิ ชนทง้ั หลาย ในแผ่นดินของมหาบพติ ร และประเทศอ่ืนฝ่ายตะวันออกด้วย เม่ือพวกเขาเหล่าน้นั ทูลขอ เพราะการเผยแผค่ รสิ ตศ์ าสนาน้ี เปน็ สงิ่ ทอ่ี าตมาภาพผเู้ ปน็ หวั หน้าใส่ใจทส่ี ดุ เมอื่ มาคดิ ถงึ ความเจรญิ แห่งศาสนจกั ร อนั มดี ว้ ยอาศยั พระบารมแี ห่งมหาบพติ ร อาตมาภาพเกดิ ความ ปลม้ื ใจเป็นอย่างยิง่ จนไม่สามารถเลอื กถ้อยคา� มาทลู ให้สดุ สน้ิ ได้ อาตมาภาพจะพยายาม ร่วมมอื กบั มหาบพติ รจดั ประโยชน์อนั สา� คญั น้ี อย่างน้อยสกั ส่วนหนงึ่ และขอให้ทรงเชอื่ ว่า อาตมาภาพจะไม่ปล่อยโอกาสใดใด อนั จะทลู ด้วยสนุ ทรพจน์ว่า อาตมาภาพเคารพนบั ถือ ส่วนที่ ๑ 25 ก้าวแรกแห่งคริสตศ์ าสนาในสยาม
ภาพเขียนสีน้�ำมันบันทึกเหตุการณ์ท่ีคณะราชทูตสยามเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาอินโนเซนต์ ท่ี ๑๑ (Innocent XI) มหาบพติ รอย่างใด และข้อสำ� คญั กว่าอ่นื อาตมาภาพจะไม่ลมื ความหมนั่ วงิ วอนพระเป็น เจา้ เสมอวา่ พระองคผ์ เู้ ปรยี บเหมอื นพระอาทติ ยไ์ มร่ จู้ กั ตก จงแผพ่ ระรศั มมี ายงั มหาบพติ ร ฉายทางบรรลุอมฤตธรรมประทานแด่มหาบพิตรโดยแจ่มแจ้ง อน่ึงบาทหลวงตาชานั้น เปน็ ผู้ควรยกย่องในส่วนศรทั ธาเลอ่ื มใสในศาสนาและคณุ สมบัติจริง ๆ จึงขอถวายฝากไว้ กับมหาบพิตรด้วยความหวังดีอย่างดีอย่างยิ่ง บาทหลวงตาชาจะเล่าความรู้สึกในใจของ อาตมาภาพถวายอย่างพสิ ดารกว่าน้ี ทงั้ จะได้ถวายสิ่งของอนั เปน็ เคร่อื งพิสจู น์ความไมตรี ไม่รู้หาย ซึง่ อาตมาภาพรู้สกึ ต่อมหาบพติ ร ยังค้างอยู่กแ็ ต่เขาจะต้องท�ำตามทอี่ าตมาภาพ หวงั อยู่เท่านน้ั อาตมาภาพขอถวายพระพรด้วยไมตรอี ย่างยง่ิ ว่า มหาบพติ รจงได้รบั ความ เกษมสขุ ทุกประการ จากพระเปน็ เจ้าผู้ประกอบสรรพศกั ด์ิ ให้ ณ กรุงโรม ท่ีซานตา มาริยา มาคคิโยเร ประทับแหวนตราปลา ณ วันท่ี ๗ มกราคม ๑๖๘๙ เป็นปีท่ี ๑๓ แห่งการท่ไี ด้เปน็ โป๊ป” 26 ราชบพธิ มิตรธรรม FRIENDSHIP BEYOND TIME
เหรียญท่ีระลึกเน่ืองในโอกาสราชทูตสยามเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาอินโนเซนต์ ท่ี ๑๑ (Innocent XI) ณกรงุ โรมดา้ นหนา้ เปน็ พระรปู สมเดจ็ พระสนั ตะปาปาอนิ โนเซนต์ที่๑๑(InnocentXI)ดา้ นหลงั เปน็ รปู ขณะทอ่ี อกขนุ ชา� นาญใจจง บาทหลวงตาชารด์ และคณะเขา้ เฝา้ ทลู เกลา้ ฯ ถวายพระราชสาสน์ สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช ในครง้ั น้นั สมเด็จพระสันตะปาปาอนิ โนเซนต์ ท่ี ๑๑ (Innocent XI) ทรงปีตโิ สมนสั มากทีร่ าชทูต จากดินแดนอันไกลได้เดินทางเข้ามาเข้าเฝ้าพระองค์ จึงโปรดฯ ให้ท�าเหรียญท่ีระลึกในโอกาสดังกล่าว ซึง่ นับเป็นเกยี รติยศอนั ยิ่งใหญ่ของราชทตู สยาม ส่วนท่ี ๑ 27 ก้าวแรกแหง่ ครสิ ต์ศาสนาในสยาม
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจา อยูหวั พระสยามเทวมหามกฏุ วทิ ยมหาราช 2๘
ราชสาí นกั สยามแÅะ ศาสน¨ักรคา·อÅกิ สมัย กรงุ รตั นâกสนิ ·ร์ หลงั จากสน้ิ รชั กาลสมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช บรรดาบาทหลวงมชิ ชนั นารกี ย็ งั คงประกอบศาสน กิจของตนเช่นดังก่อน แต่หลังจากที่กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าในพุทธศักราช ๒๓๑๐ คริสต์ศาสนิกชน บางส่วนได้อพยพลงมายังราชธานีแห่งใหม่คือเมืองธนบุรีและเมืองบางกอก ต้ังถิ่นฐานอยู่ริมแม่น้�า เจา้ พระยานบั แตท่ างเหนอื ของเมอื งบางกอก คอื บรเิ วณบา้ นญวณ สามเสน ลงไปทางทศิ ใต้ มกี ารสรา้ งโบสถ์ ครสิ ตแ์ ละชมุ ชนรายรอบ จนถงึ ปากคลองบางกอกใหญค่ อื บรเิ วณซางตาครสู้ และกฎุ จี นี และฝงั ตลาดนอ้ ย เยาวราช จนถึงถนนเจริญกรุง ในสมัยรัตนโกสินทรมีหลักฐานประวัติศาสตร์ว่าชาวคริสต์โปรตุเกส ได้อพยพลงมาจากกรุงศรีอยุธยา พร้อมกับที่โปรตุเกสได้เดินทางเข้ามาต้ังแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งพระราชทานที่ดินเพื่อก่อสร้างสถานกงสุลข้ึนริมแม่น�้าเจ้าพระยา นับจาก น้ันก็มีชาติตะวันตกอ่ืนเดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้น และรวมกลุ่มกันชาวคริสต์ที่ตั้งถ่ินฐานอยู่แต่เดิม จน ขยายเปน็ ชุมชนท่มี ีศรัทธาในพระผู้เปน็ เจ้าท่มี ่นั คงขนึ้ สว่ นท่ี ๑ 29 กา้ วแรกแหง่ คริสตศ์ าสนาในสยาม
บ า ท ห ล ว ง ป ั ล เ ล อ กั ว ซ ์ (Pallegoix) พระสหายใน พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหา มกุฏวทิ ยมหาราช ความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนาและคริสต์ศาสนาเร่ิมปรากฏข้ึนอีกคร้ังในรัชสมัยพระบาท สมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั พระสยามเทวมหามกฏุ วิทยมหาราช ท่ที รงสนพระราชหฤทัยในความรู้ แบบตะวันตก นับแต่ที่ทรงพระผนวช ได้ทรงแลกเปล่ียนความรู้กับบาทหลวงปัลเลอกัวซ์ (Pallegoix) ซ่ึงพ�านักอยู่ที่วัดคอนเซ็ปชัญ สามเสน ติดกับวัดราชาธิวาสซึ่งเป็นท่ีประทับขณะทรงพระผนวช ทรง ศึกษาภาษาละติน ภาษาอังกฤษ และเร่ืองคริสต์ศาสนาอย่างเข้าพระทัย ขณะเดียวกันบาทหลวง ปลั เลอกวั ซก์ ไ็ ดเ้ รยี นรภู้ าษาบาลี สนั สกฤต และภาษาสยาม การทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระสยามเทวมหามกฏุ วทิ ยมหาราช ทรงสนพระทยั ในครสิ ตศ์ าสนานเ้ี อง เมอ่ื เสดจ็ มาทรงเปน็ เจา้ อาวาส พระองค์แรกของวัดบวรนิเวศวิหาร จึงพระราชทานพระราชานุญาตให้มีการสอนคริสต์ศาสนาได้ท่ี ศาลารายในพระอารามนน้ั ครน้ั พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ฯ เสดจ็ ขน้ึ ครองราชยใ์ นพทุ ธศกั ราช ๒๓๙๔ ทรงคนุ้ เคย กับชาวตะวันตกเป็นอย่างดีแล้ว จึงทรงสานความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นย่ิงขึ้น โดยทรงแต่งคณะราชทูต สยามอญั เชญิ พระราชสาสน์ ไปเจรญิ ทางพระราชไมตรกี บั ประเทศตะวนั ตก และในขณะเดยี วกนั กท็ รงสง่ พระราชสาส์นไปถวายสมเด็จพระสันตะปาปา ที่กรุงโรม ด้วยทรงพระราชอนุสรณ์ว่าความสัมพันธ์ และมิตรไมตรที ี่จะปรากฏข้ึนนนั้ มพิ ักแต่เป็นหน้าทข่ี องทางฝายโลกเพียงเท่าน้ัน แต่ความเชอื่ มโยงทาง มิตรธรรมก็สมควรที่จะพึงบังเกิดข้ึนไปพร้อมกันด้วย ดังปรากฏพระราชสาส์นถึงสมเด็จพระสันตะปา ปาปิอุส ที่ ๙ (Pius IX) หรอื ท่ีทรงเอ่ยพระนามว่าสมเดจ็ พระสันตะปาปาบิเยยี ด ที่ ๙ ความว่า ๓0 ราชบพิธมิตรธรรม FRIENDSHIP BEYOND TIME
พระราชสาสน ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกลา เจา อยหู วั พระราชทานไปยังซางตูศปาปาบเิ ยยี ด ท่ี ๙ กรุงโรม ประเทศอติ าลี พระราชสาส์น สมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ ฯลฯ พระจอมเกล้าเจ้ากรุงสยาม ผเู้ ปน็ ใหญใ่ นแผน่ ดนิ ซง่ึ ดว้ ยอา� นาจทพิ ยมหทิ ธฤิ ทธานภุ าพของตน้ เหตใุ หญซ่ ง่ึ เปน็ ประธาน แก่สงิ่ ท้งั ปวงในโลก แลชนในโลกท่ถี ือลัทธติ ่าง ๆ ย่อมสา� คัญรู้จกั เข้าใจโดยนามแลอาการ ต่าง ๆ ตามที่ได้ส้องเสพยแลศึกษานั้น มาอวยพรประคับประคองท�านุบ�ารุงให้ได้เป็นเจ้า ใหญ่มีอ�านาจ ในแผ่นดนิ ที่ควรจะเรยี กว่าสยามทัง้ ปากใต้ฝ่ายเหนือ แลเมืองข้นึ อน่ื ๆ ใกล้ เคยี ง คอื ลาวเฉยี ง ลาวแกว ข่า กะเหร่ียง แลเมืองกา� โพชา แลเมืองมลายหู ลายเมอื ง แล อนื่ ๆ ครอบครองแผ่นดนิ อยู่เย็นเป็นสขุ ในรัชกาลท่ี ๔ ในพระบรมราชวงศ์น้ี ขอเจริญทาง พระราชไมตรีค�านับมาถึงความบริสุทธ์ิของท่านนั้น ปรากฏนามว่า ซางตูศปาปาบิเยียด ที่ ๙ ผ้บู ดิ าศกั ดส์ิ ทิ ธบิ์ รสิ ทุ ธขิ องโลกทถี่ อื ศาสนาโรมนั กาทอลกิ ครสิ ตางทงั้ ปวง ซงึ่ ได้ดา� รง อยู่เย็นเป็นสุขในนครโรมแผ่นดินอิตาลีให้ทราบว่า เพราะเหตุเม่ือกรุงสยามยังไม่ได้บรม ราชาภิเศกเป็นพระเจ้าแผ่นดินนั้น ให้รู้จักรักใคร่ชอบพอคุ้นเคยกับบาทหลวงยวงบาปติศ ซึง่ ได้ทต่ี ้งั แต่งมาแต่สางตอปาปาเกรกอร่ี ท่ี ๑๖ ให้เปน็ บจิ ฉบสา� รบั เมอื งแมลอศ ว่าแทน อปอศตอลอ อยู่ในกรุงเทพมหานครนี้ เพ่ือเป็นประธานอนุเคราะห์สั่งสอนแลท�านุบ�ารุง ศาสนาโรมันกาทอลิกคริสตางในแผ่นดินสยามนี้นั้นมานาน คร้ันเม่ือกรุงสยามได้บรม ราชาภิเศกเป็นพระเจ้าแผ่นดินแล้ว ก็ได้ยอมให้บาทหลวงยวงบาปติศบิจฉบส�ารับเมือง แมลอศนั้น ไปสู่มาหาอยู่เนอื ง ๆ มิได้ขาด ครน้ั ล่วงมาแต่เวลาทกี่ รงุ สยามได้ต้งั อยู่ในราช สมบตั นิ นั้ ไดป้ เี ศษ เปน็ ปที ่ี ๒ บาทหลวงยวงบาปตศิ บจิ ฉบเมอื งแมลอศนนั้ เขา้ มาลากรงุ สยาม ว่าจะไปเยยี่ มเยยี นเมอื งฝรัง่ เศสซึง่ เปน็ ชาตภิ มู ิ แล้วว่าถ้าได้ช่องโอกาศจะแวะไปเฝ้าบังคม บาทท่านผู้บิดาบรสิ ุทธิ ณ เมอื งโรมด้วย กรุงสยามได้ทราบดงั นจี้ งึ ได้รา� พงึ คิดว่า พระเจ้า แผ่นดนิ กรุงสยามทุก ๆ พระองค์สบื มานานหาได้เป็นศตั รแู ก่ศาสนาต่าง ๆ ของชนทอ่ี ยู่ใน พระราชอาณาจกั รนไ้ี ม่เลย ถึงศาสนาชนต่าง ๆ จะถือไม่ถกู ต้องกนั กบั พระพทุ ธศาสนาซงึ่ เปน็ ของดา� รงคส์ า� หรบั พระนครเปน็ ทเ่ี ชอื่ ของพระเจา้ แผน่ ดนิ ทกุ พระองคน์ นั้ กด็ ี กย็ อ่ มทา� นุ บา� รงุ ใหค้ นทง้ั ปวงทเ่ี ชอื่ อยใู่ นศาสนานนั้ ๆ ไดท้ า� ตามความเชอื่ แลสงั่ สอนผอู้ น่ื ไปตามความรู้ ว่าโดยวิเศษไม่ได้เป็นศัตรูแก่ศาสนาคริสตาง เหมือนอย่างเจ้าแผ่นดินอื่นเจ้าแผ่นดินญวน แลอ่นื ๆ กฎหมายอย่างธรรมเนยี มดังน้ี กรุงสยามเหน็ ว่าเปน็ กฎหมายอนั ดี เปน็ ที่เยน็ อก ของชนในพระราชอาณาจักรทงั้ สนิ้ เพราะทางความสขุ ในปรโลกเหน็ ได้ด้วยยาก ควรต้อง หย่อนให้ชนทั้งปวงแสวงหาทางความสุขในปรโลก ตามความเช่ือของคนทุกคนจึงจะชอบ แลกรุงสยามระลึกความตามที่ได้ฟังมาได้ว่า ครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระเจ้ากรุงศรอี ยุธยาก่อนแต่กรุงสยามบัดนข้ี ้นึ ไป ๑๐ แผ่นดนิ นบั กาลมาเกือบ ๒๐๐ ปี ๓1
แล้ว สางตูศปาปา ณ เมืองโรมซ่ึงเป็นประธานแก่โลกโรมันกาธอลิกคริสตางในเวลานั้น ได้ถวายสมณสาส์นถวายพระพรเข้ามาว่า ฝากศาสนาโรมนั กาธอลกิ ครสิ ตาง ขอธรรมิกา สกั ขาวรณคตุ ความระวงั รกั ษาแก่พวกถอื ศาสนาครสิ ตาง บรรดาอยใู่ นพระราชอาณาจกั ร แผน่ ดนิ สยาม สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราชไดท้ รงรบั สมณสาสน์ ฉะบบั นนั้ เปน็ พระเกยี รตยิ ศ ปรากฏอยู่ครั้งหน่ึง เพราะฉะนั้นกรุงสยามจึงได้ถามหารือบาทหลวงยวงบาปติศบิจฉบ นนั้ ว่า ถา้ ได้ไปเฝ้าบงั คมบาทท่านผ้บู ดิ าบรสิ ทุ ธแิ ลว้ จะว่ากล่าวชกั โยงท่านผบู้ ดิ าบรสิ ทุ ธใิ ห้ รู้จักกรุงสยามเหมือนกับสางตูศปาปาพร้อมเวลาแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ รู้จักพระเดชพระคุณสมเด็จพระนารายณ์มหาราชในคร้ังนั้นจะได้หรือมิได้ บาทหลวงยวง บาปตศิ บิจฉบรบั ว่าได้ แล้วว่าถ้ากรุงสยามจะให้รับราชหัตถเลขาของกรงุ สยามไปถงึ ท่าน ผบู้ ดิ าบรสิ ทุ ธกิ จ็ ะยนิ ดรี บั ไปยนื่ ถวายทา่ นบดิ าบรสิ ทุ ธไิ ด้ แตเ่ วลานนั้ บาทหลวงยวงบาปตศิ บจิ ฉบรบั จะไปในวนั นน้ั ไม่รอช้าเร่งกรงุ สยามว่า ถ้าจะให้ราชหตั ถเลขาไปถวายท่านผู้บดิ า บริสุทธแิ ล้ว กใ็ ห้เขียนในขณะนน้ั ทเี ดยี ว จะช้าเวลาไม่ได้ เพราะฉะน้ันกรุงสยามจงึ ได้เขยี น ราชหตั ถเลขาเปน็ ภาษาองั กฤษ สา� แดงความคา� นบั ถอื ไปถงึ ท่านผู้บดิ าบรสิ ทุ ธิ แล้วลงตรา ของกรงุ สยาม แล้วเข้าผนึกส่งให้ไปในขณะนั้น ครั้นล่วงไปได้ปีเศษบาทหลวงยวงบาปติศ บจิ ฉบไดฝ้ ากสมณสาสน์ ของทา่ นผบู้ ดิ าบรสิ ทุ ธิ มาแตก่ รงุ ปารสี แผน่ ดนิ ฝรงั่ เศสฉะบบั หนง่ึ ลงวันท่ี ๒๐ เดือนเดเสมเบอร คริสตศักราช ๑๘๕๒ ฉะบับหน่ึงแล้ว เมื่อบาทหลวงยวง บาปตศิ บจิ ฉบกลบั มาถงึ กรงุ เทพมหานครนี้ ได้ยน่ื สาส์นของท่านผ้บู ดิ าบรสิ ทุ ธเิ ปน็ หนงั สอื คเู่ หมอื นกบั ฉบบั กอ่ นอกี ครงั้ หนง่ึ สมณสาสน์ ทง้ั สองฉะบบั นน้ั เขยี นในภาษาลาตงิ มคี า� แปล เปน็ ภาษาองั กฤษกา� กบั มาด้วยเหมอื นกนั ได้อ่านทราบความแล้วกม็ คี วามยนิ ดยี ิ่งนกั ฯ อนง่ึ บาทหลวงยวงบาปตศิ บจิ ฉบไดน้ า� ฉากกรอบไมป้ ดิ ทอง มลี ายประดบั ด้วยกรวด แก้วสตี ่าง ๆ เรียบเรียงเป็นรปู ตกึ วดั โบราณเรยี บร้อยสนิทสนมนกั หนา มาส่งให้กรงุ สยาม แล้วก็ยืนยันความว่าฉากนั้น ท่านผู้บิดาบริสุทธิได้มอบฝากมาเป็นบรรณาการ แสดง ความยินดีถึงกรุงสยาม กรุงสยามได้รับได้ด้วยความยินดี แลความเช่ือแต่บิจฉบน้ันแล้ว ได้พิเคราะห์ดฝู ีมอื ทา� ฉากน้ันโดยละเอยี ด กเ็ หน็ ว่าเปน็ ของซง่ึ ผู้ทา� นั้น ท�าด้วยอุสาหความ เพียรพยายามยิ่งนัก กรุงสยามได้น�าเอาฉากน้ันออกให้พระราชวงศานุวงศ์แลข้าราชการ ทง้ั ปวงดกู พ็ รอ้ มกนั ชมวา่ ของนน้ั เปน็ ของทา� ดว้ ยอสุ าหพยายามความเพยี รยงิ่ นกั เปน็ ของดี จรงิ กรงุ สยามได้ตดิ ฉากนนั้ ไวใ้ นทอ่ี ยู่ เปน็ ทผี่ ไู้ ปมาไดเ้ หน็ อย่เู นอื ง ๆ ใครเปน็ คนแปลกหนา้ ไปมา กไ็ ดช้ ชี้ วนใหด้ แู ลว้ บอกวา่ ฉากนน้ั เปน็ เครอื่ งสมณบรรณาการมาแตท่ า่ นผบู้ ดิ าบรสิ ทุ ธิ ยินดีมาถึงกรุงสยาม การนั้นก็เป็นความเจริญเป็นเกียรติยศแก่กรุงสยามอยู่เนือง ๆ จน กาลบดั น้ี เพราะฉะนนั้ กรงุ สยามขอแสดงความชนื่ ชมยนิ ดขี อบคณุ มาถงึ ทา่ นผบู้ รสิ ทุ ธิ ดว้ ย ความเมตตาอารยี ไ์ มตรอี นั สนทิ มาถงึ กรงุ สยาม ดว้ ยความในสมณสาสน์ นน้ั กด็ ี ดว้ ยเครอ่ื ง สมณบรรณาการนน้ั ก็ดี ความจรงิ นีจ้ งได้ทราบแด่ญาณของท่านผู้บริสุทธิเทอญ ฯ ๓2
ในกาลคร้ังน้ีกรุงสยามได้ช่องโอกาสอันดี เลือกส่งทูตานุทูตที่มีบรรดาศักด์ิล้วนเป็น ขุนนาง อยู่ในน�้าเน้ือเชื้อวงศ์ของกรุงสยาม โดยฝ่ายราชินิกุลสืบมาแต่สมเด็จพระบรม ไอยกาธิราชของกรงุ สยามนนั้ ไปยังแผ่นดนิ ยโุ รป เพราะสมเดจ็ พระเจ้ากรุงฝร่งั เศสเม่อื ได้ มพี ระราชไมตรอี นั สนทิ ตดิ พนั ธ์เขา้ กบั กรงุ สยามแล้ว กไ็ ดม้ คี วามนดั หมายถงึ กนั เพอ่ื จะสง่ แลรับทูตฝ่ายสยามให้ได้ไปจ�าทูลพระราชสาส์นเจริญทางพระราชไมตรีถึงที่เฉพาะภักตร์ สมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนั้นเป็นความประสงค์ คร้ันตกลงกันแล้วจึงได้ส่งเรือรบมารับ ทูตสยามในครั้งนี้ กรุงสยามจึงได้ระลึกถึงความไมตรีซ่ึงบังเกิดมีกับท่านผู้บริสุทธิ แต่ ก่อนนนั้ แล้ว ได้มคี วามปรารถนาจะใคร่ให้ทตู านทุ ตู นน้ั ได้ไปถงึ ทเ่ี ฉพาะหน้า คา� นบั แก่ท่าน ผบู้ รสิ ทุ ธแิ ทนกรงุ สยามดว้ ย จงึ ไดเ้ รยี บเรยี งพระราชสาสน์ ฉะบบั นม้ี าถงึ ทา่ นผบู้ รสิ ทุ ธิ เพอ่ื จะใหท้ ราบญาณของทา่ นผบู้ รสิ ทุ ธิ กรงุ สยามยงั มคี วามนบั ถอื แลระลกึ ถงึ ทา่ นผบู้ รสิ ทุ ธอิ ยู่ เนอื ง ๆ มไิ ด้ขาด โอวาทซงึ่ ท่านผู้บรสิ ทุ ธใิ ห้ไป เมอ่ื จะให้ประพฤตดิ แี ก่ประชาชนทป่ี ระพฤติ การดว้ ยถอื ศาสนา แลตามความเชอื่ แลเลยี้ งชวี ติ ไมม่ โี ทษ ไมค่ วรจะทา� ใหโ้ กรธนน้ั กด็ ี ใหเ้ ผอ่ื แผอ่ ารยี ร์ รู้ อบรกั ษาชนบรรดาทน่ี บั ถอื ศาสนาโรมนั กาธอลกิ อยนู่ น้ั กด็ ี กรงุ สยามไดป้ ระพฤติ ตามดว้ ยดอี ยทู่ กุ ประการ แลกรงุ สยามไดฝ้ ากเครอื่ งราชบรรณาการ เปน็ เครอ่ื งสา� แดงความ ทา� ให้บริสทุ ธิ คือกนั ไกรสา� หรบั ตัดผมคร่า� ทองเล่มหนง่ึ ขนั ล้างหน้ามพี านรองกบั ถาดรอง นา�้ ลา้ งหนา้ สา� รบั หนงึ่ ทา� ดว้ ยเงนิ กาไหลท่ องถมดว้ ยนา้� ยาดา� เปน็ ฝมี อื ชาวสยามทา� กบั ราช สาทศิ ฉายาลกั ษณข์ องกรงุ สยามแผน่ หนงึ่ เพอื่ จะใหท้ า่ นผบู้ รสิ ทุ ธไิ ดเ้ หน็ แลรจู้ กั ของทงั้ ปวง นไ้ี ดม้ อบมาในมอื ทตู กบั พระราชสาสน์ ดว้ ยแลว้ แตท่ ตู พวกนนั้ จะไดไ้ ปถงึ ทเ่ี ฉพาะภกั ตรท์ า่ น ผบู้ รสิ ทุ ธหิ รอื จะไมไ่ ดไ้ ปถงึ กรงุ สยามยงั ไวว้ างใจเปน็ แนไ่ มไ่ ด้ การประสงคข์ องกรงุ สยามนน้ั ไซร้ สดุ แตผ่ คู้ รองฝา่ ยฝรง่ั เศสจะบงั คบั เพราะผคู้ รองฝา่ ยฝรงั่ เศสใหเ้ รอื รบมารบั ทตู านทุ ตู ไป ทตู านทุ ตู ตอ้ งอยใู่ นอา� นาจผคู้ รองฝา่ ยฝรงั่ เศส กวา่ จะไดก้ ลบั คนื มาบางกอก เปน็ แตห่ วงั เชื่อได้เป็นแน่ว่าพระราชสาส์นแลเครื่องราชบรรณาการนั้น คงจะให้ไปถึงท่านผู้บริสุทธิ โดยอาการอย่างใดอย่างหน่งึ เปน็ แท้ เพราะทราบว่าผู้ครองฝ่ายฝร่งั เศส ก็ถือศาสนาโรมนั กาธอลกิ อยู่โดยมาก โดยความเล่อื มใสในท่านผู้บรสิ ุทธกิ ค็ งจะอนเุ คราะห์ให้ราชสาส์นแล เครื่องบรรณาการนน้ั ถงึ ท่านผู้บรสิ ทุ ธดิ ้วยความยนิ ดี ฯ อนงึ่ กรงุ สยามขอยนื ยนั ความจรงิ ใจมาวา่ เมอ่ื ทา่ นผบู้ รสิ ทุ ธไิ ดม้ อี ศิ รยิ ยศอยา่ งสงู โดย ทางธรรม มหาชนเปน็ อนั มากไดย้ กยอ่ งใหเ้ ปน็ ผใู้ หญ่ เปน็ ทเ่ี คารพนบนอบนบั ถอื ของมหาชน เปน็ อนั มาก แม้นเป็นถงึ พระเจ้าแผ่นดินใหญ่ ๆ ในยโุ รปหลายบ้านหลายเมืองนั้นแล้ว ท่าน ผกดบู้็ ีรทสิ า่ ทุ นธมมิ เี มนี ตา้� ตใจาเอมาตรตยี าเ์ ผออ่ืาแรยีผแ์ไ่ ปกหช่ มนดทดง้ั ปงั นวน้ีงในั้ นกโลรกงุ สไมยว่าา่มใเคห๙รน็ วจา่ะเเปชน็อื่ คศวาาสมนชาอคบรสิ คตวาางมกดด็ ี สี ไมมคเ่ ชวอื่ร สถานทีเ่ ป็นผู้ใหญ่ทย่ี ่งิ อยู่แล้ว พระราชสาส์นมาวัน ๕ฯ๕ ค่า� ปีเดยี วกับฝรัง่ เศส” ๓๓
พระราชหตั ถเลขาภาษาองั กฤษของพระบาทสมเด็จพระจอมเกลา เจาอยูห วั พระสยามเทวมหามกฏุ วทิ ยมหาราช ลงวันท่ี ๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๓๙๕ พรอมซองผา ประทบั ตราพระราชลัญจกรโลโต ถวายสมเด็จพระสันตะปาปาปอสุ ท่ี ๙ (Pius VI) ๓4
๓5
พระราชสาสน พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา เจาอยูหวั พระสยามเทวมหามกุฏวทิ ยมหาราช ๓6 ลงวนั ท่ี ๒๑ มนี าคม พุทธศักราช ๒๔๐๔ ถวายสมเดจ็ พระสันตะปาปาปอุส ท่ี ๙ (Pius IX)
๓7
ซองพระราชสาสน ทองคาํ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกลา เจา อยหู ัว พระสยามเทวมหามกุฏวทิ ยมหาราช ๓๘
บาทหลวงลาโนดี (ท่ี ๒ จากซ้าย) ล่ามประจา� คณะราชทตู สยามทเ่ี ดินทางไปเข้าเฝ้าพระเจ้านโปเลยี น ท่ี ๓ (Napoléon III) แห่งฝรง่ั เศส และเปน็ ผู้น�ากล้องถ่ายรปู เข้ามาในสยาม ผลของความสมั พนั ธ์อนั ดยี งิ่ นี้ ทา� ให้อาณาจกั รสยามตลอดรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้า เจ้าอยู่หวั พระสยามเทวมหามกุฏวทิ ยมหาราช มคี วามเปลี่ยนแปลง เจรญิ รุ่งเรืองมากขึ้น ชาวต่างชาติ จา� นวนมากเดนิ ทางเขา้ มาตดิ ตอ่ คา้ ขาย ทงั้ คณะบาทหลวงคาทอลกิ และโปรเตสแตนทก์ ไ็ ดเ้ ดนิ ทางเขา้ มา ในสยามเพอ่ื การเผยแผพ่ ระศาสนามากกวา่ กอ่ น และยงั ไดน้ า� ความรดู้ า้ นการถา่ ยภาพ การพมิ พ์ การจดั ตงั้ โรงเรยี น สถานพยาบาล ฯลฯ ให้เกดิ ขน้ึ ในสยามอกี ด้วย เช่น บาทหลวงลาโนดี (Larnaudi) ได้นา� กล้อง ถา่ ยรปู เขา้ มาเพอื่ ถา่ ยภาพตา่ ง ๆ ในราชสา� นกั เปน็ ครง้ั แรก นายแพทยบ์ รดั เลย์ (Breadley) นา� เครอ่ื งพมิ พ์ เข้ามาใช้เพอ่ื การจัดพมิ พ์หนงั สอื และประกาศ ให้ด�าเนนิ ไปได้อย่างรวดเรว็ เป็นต้น สว่ นท่ี ๑ ๓9 ก้าวแรกแหง่ คริสต์ศาสนาในสยาม
พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา เจา อยูหวั 40
คงิ ¨ุÌาÅงกรณก์ ºั วาติกนั ค รัน้ รชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อาจกล่าวได้ว่าความสมั พันธ์ทางศาสนา และการตดิ ตอ่ กนั ทง้ั ในระดบั ผนู้ า� และการเดนิ ทางเขา้ มาของคณะมชิ ชนั นารที เ่ี พม่ิ ขน้ึ นนั้ ทา� ใหส้ ยามเกดิ ความเปลยี่ นแปลงไปมาก พระสงั ฆราชหลยุ ส์ เวย์ (Louis Vey) เปน็ ผนู้ า� ครสิ ตศ์ าสนาในสยามทไ่ี ดร้ บั การ ยอมรับและได้พยายามเสรมิ สร้างความสัมพนั ธ์อันดกี บั ราชสา� นัก เกดิ การเผยแพร่หนังสอื ทก่ี ว้างขวาง ข้ึนมากกว่าแต่ก่อน เช่น พระสังฆราชเวย์ได้นพิ นธ์หนังสือ ศริพจน์ภาษาไทย์ ขน้ึ ในพทุ ธศักราช ๒๔๓๙ โดยไดร้ บั แนวคดิ จากหนงั สอื สา� คญั ของสงั ฆราชปลั เลอกวั ซ์ คอื สพั ะ พะจะนะ พาสาไท ทเี่ ปน็ พจนานกุ รม สา� คญั ของยคุ นน้ั นอกจากน้ี กลุ่มมิชชันนารีอื่น เช่น คณะแซงต์โมร์ คณะพระกุมารเยซู คณะภคนิ ีเซนต์ ปอล เดอ ชารต์ ร คณะภารดาเซนตค์ าเบรยี ล เปน็ ตน้ ตา่ งกเ็ ขา้ มาชว่ ยงานมสิ ซงั สยามอกี เปน็ จา� นวนมาก ท�าให้เกดิ การแลกเปล่ยี นความรู้และสร้างสมั พนั ธไมตรอี ันดขี ึ้น ส่วนที่ ๑ 41 กา้ วแรกแหง่ คริสต์ศาสนาในสยาม
พุทธศักราช ๒๔๔๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชด�าเนินประพาส ประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรปคร้ังท่ี ๑ ด้วยทรงมีวัตถุประสงค์กระชับสัมพันธไมตรีกับมหาอ�านาจและ เพื่อการเจรจาแก้ไขสนธิสัญญาท่ีไม่เสมอภาคที่เกิดขึ้นตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๓๖ ในครั้งนั้นได้เสด็จ พระราชด�าเนินไปยังส�านักวาติกัน เพ่ือทรงเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ ๑๓ (Leo XIII) และ มีพระราชหัตถเลขาว่าสมเดจ็ พระสันตะปาปาถวายการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ ทั้งสองพระองค์มี พระราชด�ารัสซึ่งกันและกันโดยอ้างความสัมพันธ์อันดีที่เคยมีมาก่อนหน้านั้นต้ังแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เปน็ ราชธานี สมเดจ็ พระสนั ตะปาปาทรงปรารถนาให้พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หวั ได้ทรง อปุ ถมั ภ์บรรดาครสิ ต์ศาสนกิ ชนในสยามให้มคี วามผาสกุ ตามอตั ภาพ และขอให้ทรงแต่งตงั้ ราชทตู สยาม ประจา� สา� นกั วาตกิ นั เพอื่ ใหก้ ารตดิ ตอ่ ระหวา่ งกนั นนั้ เปน็ ไปไดอ้ ยา่ งสะดวกมากยงิ่ ขน้ึ พระราชหตั ถเลขา ในพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั เปน็ หลกั ฐานอนั ดที แี่ สดงถงึ มติ รไมตรแี ละนบั เปน็ ครง้ั แรกที่ พระมหากษตั รยิ แ์ หง่ สยามไดเ้ สดจ็ พระราชดา� เนนิ ไปทรงเขา้ เฝา้ สมเดจ็ พระสนั ตะปาปาอยา่ งเปน็ ทางการ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชโทรเลขจากกรุงโรม ลงวันท่ี ๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๔๐ ไปพระราชทานแก่สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชนิ ีนาถ (ภายหลงั ทรงไดรับเฉลิมพระนามาภิไธยว่า สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี) ซึ่งทรง สา� เรจ็ ราชการแทนพระองค์ในขณะนน้ั ความว่า “พระราชโทรเลข มมี าแตเ่ มอื งโรม วนั ท่ี ๕ มถิ นุ ายน ศก ๑๑๖ เวลาเชา้ ๔ โมง ๓๐ นาที ถวายสมเด็จพระบรมราชนิ นี าถ ซ่งึ สา� เรจ็ ราชการแผ่นดนิ ต่างพระองค์ ณ กรุงเทพฯ เมอื่ วานนเี้ วลาเช้าได้ไปดทู ตี่ ่าง ๆ ในเวลาบ่ายได้ไปทแี่ กรนด์โฮเตลก่อน แลจงึ่ ไปทวี่ งั แวติแคน เพอื่ จะได้เฝ้าโป๊ป ๆ ได้รบั รองฉันเป็นอนั ดยี งิ่ นัก ส่ิงท่ฉี ันสังเกตเห็นท้ังสนิ้ น้นั ก็ ไมม่ อี นั ใดนา่ พศิ วงยงิ่ กวา่ ทเ่ี หน็ เขาเปน็ คนชราผมู้ สี ตอิ นั ดี ซง่ึ สามารถจะเจรจาไดย้ าว ๆ โดย ไม่พูดท่ีซ�้าเลยซักค�าเดียว เขาแสดงความปรารถนาว่าถ้าฉันมีสิ่งใดจะพูดแล้ว ก็ขอให้ฉัน พูดตรงไปถงึ เขาทเี ดยี ว ในเวลาเย็นได้รับทตู ต่าง ๆ มีเอกอรรคราชทูต ๗ คน ฝรั่งเศสเปน็ หวั หน้า อรรคราชทตู ๑๒ คน ราชทตู ๑๑ คน กับอุปทตู ๔ คน การนนั้ กเ็ ป็นท่ีเรียบร้อยดี ฉันได้รบั โทรเลขของเธอลงวันท่ี ๓ มิถนุ ายน ว่าด้วยการทฉ่ี ันจะไปเมอื งฝรงั่ เศสนั้น กา� ลงั หาทางอยู่ทีจ่ ะจดั การกบั เอกอรรคราชทตู ท่นี ี่ เพราะเขาได้เรมิ่ พดู กับเราก่อนแล้ว (พระบรมนามาภธิ ัย) จุฬาลงกรณ์” 42 ราชบพิธมิตรธรรม FRIENDSHIP BEYOND TIME
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจา อยูหวั เมอ่ื ครงั้ เสดจ็ พระราชดาํ เนนิ ไปทรงเยอื นประเทศอติ าลี 4๓
พระราชหตั ถเลขาพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลาเจา อยหู วั ถงึ สมเดจ็ พระศรพี ัชรินทราบรมราชนิ ีนาถ พระบรมราชชนนี 44 เรือ่ งเฝา สมเด็จพระสนั ตะปาปาเลโอ ท่ี ๑๓ (Leo XIII)
45
46
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248