Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หนังสือเสถียร โพธินันทะ(อัญมนีในพระพุทธศาสนา)

หนังสือเสถียร โพธินันทะ(อัญมนีในพระพุทธศาสนา)

Description: หนังสือเสถียร โพธินันทะ(อัญมนีในพระพุทธศาสนา)

Search

Read the Text Version

เสถียร โพธินันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 99 และเม่ือจะเข้าไปชมห้องใดก็บอกให้ทราบก่อนว่าห้องน้ันมีอะไรบ้าง เจ้าหน้าที่ประจ�ำวัดเกิดความสงสัยว่าท�ำไมคุณเสถียรจึงรู้เร่ืองเกี่ยวกับ วัดน้ีดีเหลือเกิน จึงถามคุณเสถียรว่ามาวัดนี้กี่ครั้งแล้ว คุณเสถียร บอกว่าเพ่ิงมาเป็นคร้ังแรก เจ้าหน้าท่ีประจ�ำวัดจึงถามว่าท�ำไมจึงรู้เร่ือง วัดนี้ดี คุณเสถียรบอกว่าอ่านจากหนังสือ และรู้ว่าวัดนี้สร้างตามแบบ วัดเล่งเน่ยยี่ท่ีกรุงเทพฯ จึงรู้ว่าห้องต่าง ๆ มีอะไร และเมื่อคร้ังที่ ประเทศจีนคอมมิวนิสต์ได้เข้ายึดครองประเทศธิเบตใหม่ ๆ ทาง สมาคมได้จัดปาฐกถาพิเศษข้ึนที่โรงพยาบาลสงฆ์ในตอนเย็น โดยได้ เชิญคุณเสถียรเป็นผู้บรรยายเรื่องพระพุทธศาสนาในธิเบต ปรากฏว่า มีผู้มาฟังปาฐกถาอย่างคับคั่งจนล้นหลามห้องประชุม และต้องมาน่ัง ข้างล่าง คุณเสถียรได้บรรยายภูมิประเทศของธิเบต ชีวิตความเป็นอยู่ และขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวธิเบต ตลอดจน ลาสสะ นครหลวงอันศักด์ิสิทธิ์ของธิเบต และพระราชวังโปตละซึ่งเป็น ท่ีประทับขององค์ดาไลลามะอย่างละเอียด และสามารถบรรยายความ วิจิตรพิสดารของพระราชวังโปตละด้วยส�ำนวนโวหารอันไพเราะ จิตรกรผู้สามารถอาจจะใช้ปลายภู่กันสร้างภาพวาดอันวิจิตรให้ประชาชน ได้ชมฉันใด คุณเสถียรก็สามารถใช้พรรณาโวหารสร้างภาพพระราชวัง โปตละให้ผู้ฟังได้ชมเป็นภาพพจน์จนได้ฉันน้ัน เมื่อการแสดง ปาฐกถาจบลงแล้ว ผู้ฟังได้ปรบมือแสดงความยกย่องชมเชยคุณเสถียร อย่างกึกก้องหอประชุม และได้มีผู้ฟังบางคนมาถามข้าพเจ้าว่าคุณเสถียร ได้ไปธิเบตเม่ือใดและอยู่ธิเบตก่ีปี ข้าพเจ้าได้ตอบผู้ถามว่า คุณเสถียร ไมเ่ คยเดินทางไปต่างประเทศเลย

100 เสถียร โพธินันทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา การบรรยายและการตอบค�ำถามของคุณเสถียรจะเป็นไปด้วย ความมั่นใจและหนักแน่น ซ่ึงท�ำให้ผู้ฟังพลอยเห็นจริงเห็นจังไปด้วย ในเดือนสิงหาคม ๒๕๐๕ สมาคมไดจ้ ัดใหม้ ีการอภปิ รายเรือ่ ง ”ตายแล้ว เกิดหรือไม่„ ท่ีหอประชุมโรงพยาบาลสงฆ์ ผู้ร่วมอภิปรายคือท่าน ธัมมานันทะภกิ ขุ และคุณเสถยี ร สว่ นผดู้ �ำเนินการอภปิ รายคืออาจารย์ อ�ำไพ สุจริตกุล ในการอภิปรายนี้คุณเสถียรได้เล่าประสบการณ์ของ พระภิกษุองค์หน่ึงซ่ึงยืนยันหลักของพระพุทธศาสนาว่า คนเราตาย แล้วถ้ายังไม่หมดกิเลสอาสวะก็จะต้องเกิดอีก คุณเสถียรได้เล่าเรื่องน้ี ด้วยน�้ำเสยี งเหมือนกบั วา่ เป็นประสบการณข์ องคณุ เสถยี รเอง คุณเสถยี ร ได้เล่าเรื่องของท่านเจ้าคุณเทพสิทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดเทพประดิษ- ฐาราม จังหวัดนครพนมว่า ประมาณเม่ือ ๓๐ ปีเศษ เมื่อท่านเจ้าคุณ เทพสิทธาจารย์ยังเป็นพระครูสรภาณมุนี ในคืนวันหน่ึงท่านได้ออกมา นอนรับลมแล้วก็เลยเคลิ้มไปบนเก้าอี้ผ้าใบหน้ากุฏิ ทันใดน้ันท่าน ได้ยินเสียงคล้าย ๆ กระถางทรายท่ีนายช่างปูนวางไว้บนก�ำแพงถูกคน ขว้างมากระทบพืน้ แตกดังเปรย้ี ง ทา่ นสะดุง้ ตกใจต่นื ข้ึนมาหนั หน้าไปดู ก็เห็นอสุรกายตนหนึ่งสูงประมาณ ๖-๗ วา สวมเส้ือกางเกงแดง ยนื ตระหงา่ นจอ้ งทา่ นอยู่ ท่านตกใจเพราะตอนนตี้ ืน่ แลว้ (ไมใ่ ชล่ ะเมอ) ยืนจ้องประมาณ ๑๕ นาทีเขาก็ไม่หนีท่าน ท่านนึกว่ามาท�ำไม แปลก มายนื จ้องเอา ๆ ทา่ นก็อธิษฐานในใจว่า ทา่ นมาท�ำไม มาด้วยธรุ ะอะไร ถ้าอยากจะแจ้งธุระก็ตามไปแจ้งท่านจะเข้ากุฏิละ แล้วท่านก็เข้ากุฏิและ ปิดกุฏิเสีย ขณะเข้าประตูกุฏิเขายังจ้องท่านทุกฝีก้าว พอท่านเข้ามุ้ง ยังไม่ทันจะเอนหลังดีเขาก็เข้าทีเดียว หายเข้ามาไม่ต้องเปิดประตู มาถึงก็มาน่ังแล้วยกมือไหว้ท่านบอกว่า ”พระครู ฉันจะมาจับคนท่ีวัด

เสถียร โพธนิ นั ทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา 101 ของพระครูนี้„ ท่านก็บอกว่า ”จับใคร ท่านเป็นใคร„ อสูรตนน้ันก็ บอกว่า ”ฉันเป็นยมบาล ตามจบั คนทห่ี นีมาเกิด เขายังไมส่ น้ิ วบิ ากกรรม หนมี าเกดิ ทน่ี ่„ี ทา่ นถามว่า ”ใคร„ เขาตอบวา่ ”สามเณรส„ุ ทา่ นบอกว่า ”สามเณรสุ อายุต้ัง ๑๕ ปีแล้ว บวชต้ังสองพรรษาอะไรบอกว่าหนี มาเกิด„ ยมบาลก็เอาหลักการมาอ้างท่านซ่ึงท�ำให้ท่านเถียงไม่ขึ้นว่า ”พระครู วันเวลาในเมืองนรกมันต่างกัน เณรสุตกนรกยังไม่ส้ินกรรม หนเี ขามา ยมบาลเผลอหนอี อกมา ยมบาลจึงตามจบั „ แตใ่ นโลกมนุษย์ กลายเป็นเดก็ หนุ่มบวชเณรแล้ว บวชตั้งสองพรรษาทวี่ ัดศรเี ทพฯ นีเ่ อง เณรสุเป็นคนอ�ำเภอท่าอุเทน พ่อแม่เณรสุเป็นชาวนา เณรสุบวชที่ นครพนมถึงสองพรรษาแล้ว ท่านก็ถามว่า ”ท่านมีหลักฐานอะไรจะ มาอ้างว่ามาจับเณรสุ„ ยมบาลก็ควักกระเป๋าเสื้อหยิบกระดาษเหลือง ออกมาแผ่นหน่ึงสลัดกระดาษเหลืองสองที เห็นรูปเณรสุพิมพ์อยู่ใน กระดาษเหลืองนั้น แล้วเขาก็ชี้ให้ดูท่ีใต้คาง รักแร้ท้ัง ๒ ข้าง เอว สองข้าง เอาภู่กันป้ายเครื่องหมายเอาไว้แล้วว่า ”ท�ำจุดไว้นี่แหละ คน ๆ น้ีท่ีจะมาจับ„ ท่านพระครูสรภาณฯ ก็บอกว่า ”เขาบวชแล้ว ขอบณิ ฑบาตชวี ติ เขาไว้เถดิ ไดไ้ หม ไหน ๆ เขากบ็ วชแล้ว ขอบิณฑบาต ชีวิตของเขาไว้เถอะ„ ยมบาลก็บอกว่า ”ไม่ได้ ผิดกฎเขานี่ หนีมาฉัน ก็ผิดอยู่แล้ว ฉันมาตาม เหมือนกับหนีคุกหนีตารางอย่างน้ันแหละ„ มิใช่เพียงแคน่ ี้ ยมบาลยังตอ่ ว่าท่านพระครอู ีกว่า ”พระครูเป็นอุปชั ฌาย์ ได้อย่างไรนะบวชคนท�ำไมไม่สอบถามกันเสียก่อน„ ท่านพระครู สรภาณฯ บอกว่า ”อย่ามาว่าอาตมานะ อาตมาสอบอุปัชฌาย์จาก สมเด็จพระสังฆราชเจ้า วัดราชบพิธ„ ยมบาลก็ต่อว่าท่านว่า ”ท�ำไม บวชคนไม่ดู” ท่านจึงบอกว่า ”ดูได้อย่างไร มันเป็นเร่ืองผี ไม่ใช่เรื่อง

102 เสถียร โพธนิ นั ทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา ของคน เมื่อเขาหนีมาเกิดเป็นคนแล้วท่านก็ว่าเป็นเร่ืองของคน จะเป็น อุปัชฌาย์ผีได้อย่างไรเล่า„ แล้วเขาจึงบอกว่า ”ฉันลาละ ที่มาบอกนี่ เพราะเกรงใจพระครูหรอก จึงมาขออนุญาต„ แล้วก็หายไป ครั้นพอ ตีสี่เศษ ๆ พระในวัดมาตบประตูบอกท่านว่าเณรสุเป็นโรคลงราก อุจจาระไม่หยุด เป็นอหิวาต์ ก็ลงมาพยาบาล เอายากลางบ้านให้กิน พยาบาลไปตามสติก�ำลังจนมีชีวิตอยู่ได้ถึงห้าโมงเย็นก็ขาดใจตาย ตอนอาบนำ้� ศพทา่ นกเ็ ลกิ จวี รดทู รี่ กั แรม้ ปี านสองขา้ งเหมอื นกบั ทยี่ มบาล ท�ำเครื่องหมายไว้ ท่ีบั้นเอวก็มีปานสองข้างซ้ายขวา ใต้คางก็มีปาน เม็ดเล็ก ๆ พอสังเกต ไม่สังเกตก็ไม่เห็นว่ามีอยู่ใต้คาง ครบเหมือน อยา่ งสัญญลักษณท์ ท่ี า่ นเห็นมาเมื่อคืนน้ี เม่ือมีผู้ถามคุณเสถียรว่า โลกสมัยก่อนมนุษย์เรามีมากเท่านี้ หรือเปล่า และท่ีเกิดกันมาก เอาวิญญาณมาจากไหน สงสัยว่าท�ำไม คนจึงมากขึ้น มาจากอะไร หรือมาจากสัตว์ และสัตว์มีมากเท่าน้ีไหม เมื่อโลกนี้มีใหม่เอาวิญญาณมาจากไหน คุณเสถียรก็ตอบว่า ปัญหา ข้อนี้ในหลักพุทธศาสนาถือว่า วิญญาณของสัตว์ในโลกน้ีประมาณไม่ได้ เป็นอสงขัย (คือนับไม่ได้) และชีวิตในโลกเรานี้มิใช่มีเฉพาะโลกนี้ โลกเดยี ว ชวี ิตในแสนโกฏโิ ลกธาตุยงั มอี ีกมากมาย เพราะฉะน้ันเรื่องน้ี เป็นเรื่องของอนันตัง บางคร้ังบางสมัยมนุษย์ในโลกน้ีพร่องลง วิญญาณมนุษย์ในโลกไปเกิดโลกอ่ืนมาก บางครั้งบางสมัยมนุษย์ใน โลกอื่นมาเกิดในโลกน้ีมาก ย้ายกันไปย้ายกันมาอพยพกันไปอพยพ กันมา บางคร้ังชีวิตของสัตว์เดรัจฉานมาเกิดเป็นคน คนก็เพ่ิม สัตว์เดรัจฉานก็น้อย บางคร้ังคนไปเกิดเป็นเดรัจฉานมาก คนก็น้อย สัตว์เดรัจฉานก็เพ่ิม ย้ายกันไปย้ายกันมา คล้ายสมัยการย้ายครอบครัว

เสถียร โพธินันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 103 ของชาวอังกฤษไปอยู่ในโลกใหม่ในอเมริกา บางครั้งมันก็ถ่ายเทกันได้ ถ้าเราเชื่อว่ากระแสจิตเป็นพลังไฟฟ้าแล้ว การโยกย้ายระหว่างโลกหนึ่ง กับอีกโลกหน่ึงประเด๋ียวเดียวเท่าน้ันเอง ไม่ใช่ว่าต้องลำ� บากล�ำบนท่ีจะ ต้องขนเนื้อตัวไปอย่างท่ีเราเห็นกันอยู่ และหลักการอันน้ีไม่ใช่คัมภีร์ ศาสนาว่าอย่างเดียว นักวิทยาศาสตร์เด๋ียวน้ีรับรองแล้วว่ามีจริง คือ คณะวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย Cornell ในอเมริกาพิสูจน์แล้วว่า ชีวิตตัวแรกในโลกน้ีมาจากโลกอื่น ตัวอมีบามีลักษณะคล้ายวุ้นเล็ก ๆ ตามท่ีดาร์วินว่าอยู่ในทะเล แล้วค่อย ๆ พัฒนาการมาเป็นสัตว์ว่ายน�้ำ เป็นปลา จนกระทั่งสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์เล้ียงลูกด้วยนม จนกระทั่ง มนุษย์ นักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย Cornell เห็นว่าปฐมชีวิต ท่ีมาเกิดในโลกนี้มนั กระเด็นมาจากโลกอนื่ เพราะฉะน้นั หลกั การอนั น้ี เข้ากับหลักทางศาสนาว่าวิญญาณนอกโลกน้ีมีแล้ว โลกอ่ืนก็มี มัน ถ่ายเทกัน บางคร้ังโลกนี้พร่อง โลกนั้นก็เต็ม บางครั้งโลกน้ีเต็ม โลกนั้นกพ็ ร่อง ไมแ่ ปลก ข้าพเจ้าได้น�ำค�ำบรรยายและค�ำโต้ตอบปัญหาของคุณเสถียร ในเรื่องตายแล้วเกิดมาลงไว้ ก็เพ่ือเป็นอนุสรณ์แก่คุณเสถียร และ เพื่อให้ท่านผู้อ่านเห็นว่าคุณเสถียรมีความสามารถในการบรรยายและ โต้ตอบปัญหาเพียงใด ส่วนการท่ีท่านจะเช่ือเรื่องที่คุณเสถียรน�ำมาเล่า หรอื ไม่กส็ ุดแลว้ แต่ศรทั ธาและปญั ญาของทา่ น นอกจากคุณเสถียรจะท�ำงานให้แก่ยุวพุทธิกสมาคมและ พุทธสมาคมจีนแล้ว คุณเสถียรยังเป็นผู้บรรยายวิชาประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนาในสภาการศึกษา มหามกุฏราชวิทยาลัย ซึ่งเป็น มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกในประเทศไทยอีกด้วย ผู้ที่ไม่รู้จักคุณเสถียร

104 เสถียร โพธนิ ันทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา ในงานเลยี้ งรบั รอง ผ้แู ทนยุวพทุ ธกิ สมาคม ทม่ี าร่วมประชมุ การสังคมสงเคราะหแ์ หง่ ชาติ มนี าคม ๒๕๐๓

เสถียร โพธินนั ทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา 105 เมื่อเดินผ่านห้องเรียนท่ีมีพระนั่งเรียนอยู่ และมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเป็น ผู้บรรยายอยู่หน้าชั้น มักจะอดไม่ได้ที่จะหยุดดู และถามตนเองว่า เด็กหนมุ่ ผู้นเ้ี ปน็ ใครกันหนอจงึ มีความสามารถมาสอนพระ ค�ำบรรยายและข้อเขียนของคุณเสถียรท่ีพิมพ์เป็นเล่มมีอยู่ หลายเรื่อง อาทิ เร่ือง “แนวพระพุทธศาสนา” ซึ่งคุณเสถียรมอบให้ ข้าพเจ้าพิมพ์เผยแพร่ในโอกาสวันวิสาขบูชาปี ๒๕๐๑ คำ� บรรยายเร่ือง “ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา” และเร่ือง “คดีธรรม-คดีโลก” ซ่ึง รวบรวมเรื่องต่าง ๆ ที่คุณเสถียรเขียนไว้ ซึ่งสภาการศึกษามหามกุฏ- ราชวทิ ยาลยั จัดพิมพ์ และเรอื่ ง ”เมธี ตะวันออก„ ซง่ึ ก.ส.ม. จดั พิมพ์ ส�ำหรับหนังสือเล่มหลังได้รับการวิจารณ์ยกย่องจากหนังสือพิมพ์ หลายฉบับและผู้อ่านเป็นจ�ำนวนมาก และได้รับรางวัลการประกวด หนงั สอื ของยูเนสโกด้วย แม้คุณเสถียรจะอยู่กับมารดาซึ่งมีร้านค้าอยู่ที่ตลาดเก่าใกล้ วัดกันมาตุยาราม แต่คุณเสถียรก็ด�ำรงชีวิตเหมือนอนาคาริก คือเป็น ผู้ไม่มีเรือน ไม่มีความสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามในเร่ืองความรัก อีก ส่ิงหน่ึงที่คุณเสถียรไม่ชอบก็คือการแต่งกายสากล ไม่ว่าจะได้รับเชิญ ไปแสดงปาฐกถาหรือบรรยายธรรม ณ ท่ีแห่งใดและไม่ว่าผู้ฟังจะเป็น คนช้ันไหน เช่นชั้นรัฐมนตรีหรืออธิบดีก็ตาม คุณเสถียรก็จะแต่งกาย ตามสบายที่ตนพอใจ คือสวมเสื้อฮาวายปล่อยชายเสื้อออกนอกกางเกง ดูเหมือนจะมีเพียง ๒ คร้ังท่ีข้าพเจ้าเห็นคุณเสถียรแต่งชุดสากล ครั้งแรกในงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ ซึ่งคุณเสถียรร่วมเป็น กรรมการอยู่ด้วย และครั้งท่ีสองเม่ือคุณเสถียรรับออกรายการ โทรทัศน์กองทัพบก ข้าพเจ้าเคยถามคุณเสถียรว่าเหตุใดจึงไม่ยอม

106 เสถียร โพธนิ ันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา ใส่ชุดสากล คุณเสถียรได้ตอบข้าพเจ้าว่า เขาเองไม่ต้องการและไม่มี ยศศักดิห์ รอื ตำ� แหน่งทางโลก จงึ ไมม่ คี วามจ�ำเป็นทีจ่ ะตอ้ งแตง่ ชุดสากล ผู้ใดท่ีมาเชิญให้เขาไปแสดงปาฐกถาก็ควรจะสนใจในธรรมะท่ีเขาจะ พดู อยา่ งเดียว ไม่ควรจะมาสนใจวา่ เขาจะแต่งชดุ สากลหรือไม่ ข้าพเจา้ ยังจ�ำได้ดีว่า ครั้งหนึ่งเจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการได้เชิญให้สมาคม จัดการอภิปรายเรื่องพระพุทธศาสนาให้บรรดาครูฟังที่หอประชุม กระทรวง ข้าพเจา้ ไดร้ ับหนา้ ทเ่ี ป็นผู้ดำ� เนนิ การอภปิ รายเอง และได้เชญิ คุณเสถียรไปร่วมด้วย ข้าพเจ้าได้สังเกตเห็นข้าราชการช้ันผู้ใหญ่คนหน่ึง ของกระทรวงศึกษาธิการซ่ึงนั่งเก้าอี้อยู่แถวหน้า ได้มองคุณเสถียร ซ่ึงน่ังอยู่บนเวทีใกล้ ๆ กับข้าพเจ้าด้วยความประหลาดใจ และอาจจะ ไม่พอใจในการแต่งกายของคุณเสถียร ท�ำนองจะนึกสงสัยอยู่ในใจว่า เจ้าเด็กหนุ่มที่แต่งตัวไม่เรียบร้อยนี้เป็นใครกันหนอ แต่หลังจากที่ ข้าพเจ้าได้กล่าวแนะน�ำคุณเสถียรและขอให้ผู้ฟังสนใจในธรรมะที่คุณ เสถียรพูดย่ิงกว่าเส้ือผ้าท่ีคุณเสถียรใส่ และคุณเสถียรได้เริ่มบรรยาย ธรรมะให้ผู้ที่อยู่ในหอประชุมฟัง ข้าพเจ้าสังเกตเห็นว่าสายตาท่ีมองดู คุณเสถียรด้วยความไม่พอใจนั้นเร่ิมเปล่ียนไป แต่ท่านจะเล่ือมใส คุณเสถียรสักแค่ไหนนั้นข้าพเจ้าไม่ทราบได้ เพราะข้าพเจ้ามีความรู้สึก ว่านักการศึกษาบางคนในสมัยนั้น ไม่ค่อยจะเลื่อมใสและชอบหน้า พวกนักศาสนาเท่าใดนัก เนื่องจากพวกเราท่ีเป็นนักศาสนาได้เรียกร้อง ให้มีการปรับปรุงสอนวิชาศีลธรรม ให้เพิ่มคะแนนวิชาศีลธรรม และ ให้มีครูสอนวิชาศีลธรรมหรือครูจริยศึกษาโดยเฉพาะ แต่พวกนักการ ศึกษาหลายคนไม่เห็นด้วย และหาว่าพวกเรานักศาสนาไม่มีความเข้าใจ ในเรื่องการศึกษา ลำ� พังวิชาศีลธรรมจะทำ� ให้คนดีมีศีลธรรมได้อย่างไร

เสถียร โพธนิ ันทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา 107 คุณเสถียรไม่ได้เช่ียวชาญในด้านปริยัติแต่อย่างเดียว แต่ยังได้ เป็นผู้ปฏิบัติตามพระธรรมค�ำส่ังสอน นอกจากการบ�ำเพ็ญธรรมทาน อันยิง่ ใหญ่ท่กี ระทำ� อยูเ่ ป็นประจำ� แลว้ คุณเสถยี รยังเปน็ ผู้มคี วามเมตตา กรุณาต่อเพ่ือนมนุษย์และสัตว์ท้ังหลาย ผู้ใดที่มีความทุกข์และมา ปรับทุกข์กับคุณเสถียร คุณเสถียรก็จะใช้ธรรมะพูดปลอบใจให้ คลายทุกข์ และเมื่อมีทางใดจะช่วยเหลือได้ก็มักจะช่วย กุศลกรรมท่ี คุณเสถียรท�ำอยู่เป็นประจ�ำก็คือการปล่อยสัตว์เช่นปลาและปูให้พ้น จากการถูกฆ่า คุณเสถียรจะมาท่ีตลาดท่าเตียนเสมอเพื่อซ้ือปลาไป ปล่อย บางครั้งก็อุตส่าห์นั่งเรือไปปล่อยถึงกลางแม่น�้ำ และบางคร้ัง ก็นัง่ รถไปบางปู ซ้อื ปูท่ีเขาจับไวไ้ ปปลอ่ ยที่วดั อโศการาม แม้ว่าคนเราเกือบทุกคนจะมีทั้งคนสรรเสริญและนินทา มีทั้ง คนรักและคนเกลียด มีทั้งมิตรและศัตรู แต่ส�ำหรับคุณเสถียรแล้ว ข้าพเจ้านึกไม่ออกว่ามีใครบ้างที่นินทาว่าร้าย หรือเกลียดหรือเป็นศัตรู กับคุณเสถียร เพราะคุณเสถียรไม่ได้แก่งแย่งชิงดีกับใคร ไม่เคยให้ร้าย และเป็นอันตรายแก่ใคร ดูเหมือนว่าคุณเสถียรจะเกิดมาในโลกนี้ เพ่อื ความดี และเพอ่ื ท�ำประโยชน์เท่าน้ัน คุณเสถียรได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบ โดยการนอนหลับและ สิ้นลมหายใจไปในมัชฌิมยามของวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๐๙ ราตรีนั้น ก็เงียบสงบเหมือนราตรีอื่น ๆ ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าในราตรีน้ัน ดวงวิญญาณท่ีประกอบแต่กุศลกรรมของนักเผยแพร่พระพุทธศาสนา ท่ีส�ำคัญท่ีสุดคนหน่ึงของเมืองไทย ซึ่งมีอายุเพียง ๓๘ ปี ได้จาก พวกเราไปเสียแลว้

108 เสถียร โพธินนั ทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา ข่าวมรณกรรมของคุณเสถียรได้ท�ำให้ข้าพเจ้าตกตะลึงและ เย็นชาไปหมดท้ังตัว เพราะไม่เคยคาดคิดเลยว่าการจากไปของ คุณเสถียรจะมาถึงรวดเร็วเพียงนี้ ข้าพเจ้ายังคิดท่ีจะพบปะกับ คุณเสถียรเพื่อจะปรึกษาหารือการจัดท�ำต�ำราพระพุทธศาสนาเพื่อให้ สมาชิกศูนย์ชุมนุมยุวพุทธท่ัวประเทศได้ศึกษาอยู่กับบ้าน แต่อนิจจา ข้าพเจ้าได้สูญเสียมิตรที่ดีที่สุดคนหนึ่งไปเสียแล้ว ยุวพุทธิกสมาคม ของเราก็ได้สูญเสียก�ำลังที่ส�ำคัญที่สุดไป และวงการพระพุทธศาสนา ของเมืองไทยก็ได้สูญเสียนักเผยแพร่ธรรมะท่ีหนุ่มท่ีสุดและย่ิงใหญ่ที่สุด ไป ส�ำหรับข้าพเจ้าและอีกหลายคน มรณกรรมของคุณเสถียรเป็นการ สูญเสียที่ย่ิงใหญ่ที่ไม่อาจประมาณได้ ย่ิงกว่ามรณกรรมของรัฐบุรุษ และคนส�ำคัญบางคนเสียอีก เพราะแม้เราจะสูญเสียบุคคลเหล่าน้ีไป เราก็อาจจะหาบุคคลอื่นมาแทนได้แต่ในการสูญเสียคุณเสถียรไปเรา ไม่อาจจะหาผู้ใดมาแทนได้เลย เพราะบุคคลที่มีความสามารถและ ความดีเช่นคุณเสถียรน้ันเป็นบุคคลท่ีหาได้ยากในโลก อาจจะเป็นเวลา หลายร้อยหรือหลายพันปีกว่าจะมีบุคคลเช่นน้ีมาเกิดในโลกน้ีสักคนหนึ่ง แม้คุณเสถียรจะจากเราไป ก็คงจากเราไปเพียงแต่กายเท่านั้น คุณงามความดีของคุณเสถียรจะคงจารึกอยู่ในจิตใจของพวกเรา ตลอดไป “ยุวพุทธิกสมาคม” จะเป็นอนุสรณ์ให้พวกเราระลึกถึง คุณเสถียรอยู่เสมอ ส�ำหรับตัวข้าพเจ้าเองจะขอบูชาคุณงามความดีของ คุณเสถียรผู้เป็นกัลยาณมิตรท่ีได้ช่วยเหลือและให้ก�ำลังใจแก่ข้าพเจ้า ตลอดมา ด้วยปณิธานที่จะพยายามท�ำงานเพ่ือพระพุทธศาสนาและ ยุวพุทธิกสมาคมของเราต่อไปด้วยความเข้มแข็งและเสียสละ แม้ว่า

เสถียร โพธนิ ันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 109 ในการท�ำงานเพ่ือพระพุทธศาสนาและยุวพุทธิกสมาคมจะท�ำให้ข้าพเจ้า ต้องไดร้ บั ความผดิ หวงั และขมข่ืนในบางคร้งั กต็ าม มีเพื่อนบางคนปรารภกับข้าพเจ้าว่า เหตุใดทางการจึงไม่ขอ พระราชทานเคร่อื งราชอิสรยิ าภรณ์ใหเ้ ป็นเกียรติแกค่ ุณเสถียร ในเมอ่ื คุณเสถียรได้ประกอบคุณงามความดีอันย่ิงใหญ่ให้เป็นประโยชน์แก่ ประเทศชาตแิ ละศาสนาถงึ เพียงน้ี ข้าพเจ้าได้ตอบเพ่อื นผู้น้นั ว่า ส�ำหรับ คุณเสถียรน้ันเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ไม่มีความจ�ำเป็นและความหมาย เท่าใดนัก เพราะคุณเสถียรได้รับสิ่งที่มีค่าและมีความส�ำคัญแล้ว สิง่ น้ันกค็ อื คุณงามความดที เี่ ปน็ อมตะทจ่ี ะยนื ยงคงอยตู่ ลอดไป รวมทั้ง ความรัก ความอาลัย และความนับถือ เลื่อมใสที่มาจากใจจริงของ คนจ�ำนวนมากที่มีโอกาสได้รู้จัก และทราบเกียรติของคุณเสถียร คุณเสถียรไม่ได้เกิดมาแล้วก็ตายไปอย่างคนธรรมดา แต่คุณเสถียร ได้เกิดมาเป็นดวงมณีอันมีค่าของประชาชนและพระพุทธศาสนา สิ่งเหล่าน้ีมีความส�ำคัญเหนือยศศักดิ์ทางโลกมากมายอย่างเปรียบเทียบ กันไม่ได้ จึงไม่มีความจ�ำเป็นอย่างใดท่ีเราจะไปแสวงหายศศักดิ์ทาง โลกมาให้คณุ เสถียรของเราอกี .

พาผู้เขา้ ร่วมการประชมุ ทางวชิ าการเรือ่ งการสอนจริยศกึ ษา ชมวัดพระเชตุพน เมษายน ๒๕๐๖

เสยี ใจ – เสยี ดาย บุญยง ว่องวานิช เม่ือข่าว คุณเสถียร โพธินันทะ ถึงแก่มรณกรรมมาถึงข้าพเจ้า ความคิดแรกท่ีผุดข้ึนก็คือ ”ไม่จริงน่า„ เพราะก่อนหน้านั้นไม่นาน คุณเสถียรยังมาหาข้าพเจ้าที่ส�ำนักงานและทุกอย่างยังเป็นปกติดี ต่อมาได้รับการยืนยันว่า เป็นข่าวท่ีแน่นอนก็ได้แต่คิดว่า ”เพื่อนเรา จากไปอีกคนแล้ว„ ข้าพเจ้ามีเพื่อนร่วมแรงร่วมใจอยู่ ๒ คน ท่ีได้ช่วย ก่อต้ังยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยจนเป็นผลส�ำเร็จเมื่อ ๑๘ ปีก่อน เพ่ือนคนแรกคือคุณสุพจน์ แสงสมบูรณ์ ซ่ึงได้จากไปเมื่อ ๑๒ ปีก่อน บัดนี้ คุณเสถียรมาจากไปอีก วันหน่ึงคงถึงเวรของข้าพเจ้า นึกเลยไป อกี ถึงปจั ฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาท่ีว่า ”ดูก่อนภิกษุท้ังหลาย บัดน้ีเราเตือนท่านทั้งหลาย สงั ขารทัง้ หลาย (คอื สง่ิ ท่ีปจั จัยปรุงแต่ง ท้งั ทีเ่ ปน็ รปู ธรรม และนามธรรม ท้ังที่เป็นภายในและภายนอก ทั้งท่ีพอใจ

112 เสถียร โพธินนั ทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา และไม่พอใจ) มีความเส่ือมส้ินไปเป็นธรรมดา ท่าน ทั้งหลาย จงยังกิจท้ังปวงอันเป็นประโยชน์ตน และ ประโยชนผ์ ูอ้ ่นื ใหบ้ รบิ ูรณ์ดว้ ยความไม่ประมาทเถิด„ ปัจฉิมโอวาทน้ีถ้าคิดดูให้ดีแล้วซ้ึงใจยิ่งนัก จริงของพระบรม- ศาสดา คนเราทุกคนเกิดมาแล้วต้องตาย – จะตายเมื่อไรก็ไม่ทราบ – ที่ทราบแน่ก็คือเราใกล้ความตายเข้าไปทุกที – จึงไม่ควรประมาท – ควรเร่งท�ำประโยชน์ (ในทางท่ีถูกที่ควร) ให้แก่ตนและแก่ผู้อ่ืน ไม่มี โอวาทใดอกี แล้วทจ่ี ะยิ่งใหญก่ ว่าน้ี หวนมาคิดถึงคุณเสถียร โพธินันทะ ยากท่ีจะหาเพ่ือนใด เสมอเหมือนได้ เพราะเปน็ ทงั้ เพื่อนสนิท – เพื่อนรว่ มงาน – และเพื่อน ร่วมอุดมคติ เราเป็นเพื่อนสนิทขนาดที่รู้ถึงเร่ืองส่วนตัวซึ่งกันและกันดี เคยปรับทุกข์ให้ฟังถึงเร่ืองต่าง ๆ อยู่เสมอ เป็นเพื่อนร่วมอุดมคติซ่ึง ถือว่าเป็นญาติกันในทางธรรม มีพันธะผูกพันแน่นแฟ้นย่ิงกว่าญาติ ทางสายโลหิต เกิดชาติใดภพใดเราจะต้องได้พบกันอีก สำ� หรับการเป็น เพอ่ื นร่วมงานน้นั เม่อื ๑๘ ปีกอ่ น เราไดช้ ่วยกนั กอ่ ตั้งยวุ พุทธกิ สมาคม แห่งประเทศไทยจนเป็นผลส�ำเร็จ เพื่อนอย่างคุณเสถียรนี้ข้าพเจ้าจะ หาใหม่ไมไ่ ดอ้ กี แลว้ ข้าพเจ้าไม่เสียใจท่ีคุณเสถียร โพธินันทะ มาด่วนจากไป เพราะ เหตุผล ๒ ประการ ประการแรก คุณเสถียรใช้กรรมเก่าหมดแล้ว จึงจากไป ชีวิตของคุณเสถียรชาติน้ีมีกรรมอยู่บ้าง ซ่ึงก่อให้เกิดความ ทุกข์กาย ทุกข์ใจมากพอสมควร คุณเสถียรได้ใช้กรรมเก่าจนหมดแล้ว จึงได้จากไปด้วยอาการอันสงบ มีเหตุการณ์หนึ่งท่ีน่าสนใจก็คือ

เสถียร โพธนิ ันทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา 113 ก่อนท่ีคุณเสถียรจะจากไปไม่นานนัก คุณเสถียรได้ไปหาคุณหมอ ตันม่อเซ้ียง และได้ขอร้องว่า ”ผมอยากจะขออะไรจากคุณหมอ สักอย่างหน่ึง„ เมื่อได้รับอนุญาตแล้วก็กล่าวว่า ”ในฐานะท่ีคุณหมอ ได้สร้างกุศลมามาก ด้วยการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ผมขอให้ คุณหมอช่วยอุทิศส่วนกุศลน้ีให้ผมบ้าง เพ่ือช่วยให้ผมพ้นจากโรคภัย ไข้เจ็บท่ีก�ำลังทรมานอยู่„ คุณหมอตันม่อเซี้ยง อนุญาตด้วยความยินดี และในคืนวันน้ันก่อนที่จะเข้านอนได้สวดมนต์ไหว้พระและต้ังใจอุทิศ สว่ นกุศลใหค้ ุณเสถยี ร สองสามวันตอ่ มา คุณหมอตนั ม่อเซี้ยงไดไ้ ปหา คุณเสถียรถามถึงการเจ็บป่วย คุณเสถียรบอกว่าหายแล้ว ประการ ที่สอง คุณเสถียรไม่เพียงแต่จะหายจากโรคภัยไข้เจ็บเท่านั้น ยังจาก เราไปสู่สุคติภพอีกด้วย ถ้าเป็นคนอ่ืนที่ข้าพเจ้าเคยรู้จัก ถึงแม้ว่า จะเคยประกอบคุณงามความดีมามากสักเพียงใด ข้าพเจ้าก็ยังสงสัย อยู่บ้างว่า เขาจากไปสู่สุคติภพแน่หรือไม่ แต่ส�ำหรับคุณเสถียรข้าพเจ้า ไม่สงสัยเลย ข้าพเจ้ามั่นใจถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม การพ้นจากความ ทกุ ข์และไปสคู่ วามสขุ ของคณุ เสถียรน้ี ทำ� ให้ข้าพเจา้ ไมเ่ สยี ใจ ข้าพเจ้ารู้สึกเสียดายอย่างย่ิงที่คุณเสถียรได้น�ำคุณสมบัติอันดีเด่น ทหี่ าได้ยากติดตัวไปดว้ ย เช่น ๑) ความทรงจ�ำอันยอดเย่ียม คุณเสถียรเคยยืนยันกับข้าพเจ้า ว่า อ่านหนังสือเพียงคร้ังเดียวจ�ำสาระท่ีส�ำคัญ ๆ ได้ท้ังหมด ข้าพเจ้า มิได้พูดเล่น คุณเสถียรมีความทรงจ�ำยอดเย่ียม บ่อยครั้งท่ีท�ำความ ประหลาดใจให้แก่เพ่ือนฝูง ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าไปเที่ยวชมปราสาทหิน พิมาย สมยั เมือ่ ทางสายมิตรภาพเพ่ิงเปดิ ใหม่ ๆ ในฐานะทขี่ ้าพเจา้ เป็น

114 เสถียร โพธนิ ันทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา

เสถียร โพธินันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 115 กรรมการของราชยานยนต์สมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ ข้าพเจ้าได้รับ การขอรอ้ งจากสมาคมใหเ้ ขยี นบทความเกยี่ วกบั การเดนิ ทางและประวตั ิ ของปราสาทหินพิมาย ข้าพเจ้าเขียนไปถึงประวัติของปราสาทหินพิมาย ก็ติดชะงักอยู่เพราะไม่ทราบประวัติดีนัก เข้าห้องสมุดค้นหาตาม หนังสือต่าง ๆ ก็ไม่พบ ก�ำลังจนปัญญาก็คิดข้ึนมาได้จึงโทรศัพท์ไป ถามคุณเสถียร ขณะท่ีก�ำลังพูดโทรศัพท์กันอยู่ คุณเสถียรบอกว่า ”คุณบุญยง เอากระดาษมาจดเด๋ียวนี้ซิ ผมจะบอกให้„ แล้วก็บอก ประวัติท้ัง พ.ศ. ตลอดจนช่ือกษัตริย์ผู้สร้างได้ถูกต้องหมด โดยไม่ต้อง เสียเวลาไปค้นจากหนังสือ ไม่ใช่เพียงแต่ข้าพเจ้าเท่าน้ัน แม้แต่เพื่อน คนอื่น ๆ ก็ไดป้ ระสบกบั เหตกุ ารณ์เช่นท่ีข้าพเจา้ เลา่ ให้ฟังนอ้ี ยูเ่ สมอ ๆ ความทรงจำ� อันยอดเยี่ยมเช่นนขี้ า้ พเจ้ายงั ไมเ่ คยพบที่ไหนอกี เลย ๒) ความเข้าใจในพระพุทธศาสนาอย่างลึกซ้ึง ทั้งฝ่ายเถรวาท และมหายาน คุณเสถียรได้รับฉายาว่า ”ตู้พระไตรปิฎกเคล่ือนที่„ นอกจากจะจ�ำได้แล้ว ยังมีความเข้าใจในแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา อย่างลึกซ้ึงอีกด้วย ข้าพเจ้าเคยถามคุณแม่ของคุณเสถียรว่า เพราะ เหตุไรคุณเสถียรจึงสนใจในพระพุทธศาสนาและเริ่มตั้งแต่อายุเท่าไร? คุณแม่ตอบว่า สาเหตุน้ันไม่ทราบ แต่สนใจมาต้ังแต่เล็กแต่น้อย เมื่อ อายุประมาณ ๓ ขวบ ก็เริ่มน�ำดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้พระแล้ว และ สนใจศึกษาเร่ือยมา คุณมณฑา แสงสมบูรณ์ เพื่อนของข้าพเจ้าคนหนึ่ง เคยกล่าวข้อความตอนหน่ึง ซ่ึงข้าพเจ้าติดใจและจ�ำได้อย่างแม่นย�ำ คือ ”ความรู้ ความเข้าใจ และความแจ่มแจ้ง„ บางคนศึกษาแล้วมี ความรู้ แต่อาจไม่มีความเข้าใจก็ได้ บางคนเข้าใจก็ยังไม่แน่นอน เท่ากับแจ่มแจ้ง แจ่มแจ้งคือการเข้าใจโดยละเอียด มีความเช่ือมั่นและ

116 เสถียร โพธินนั ทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา ปราศจากข้อสงสัย (รู้แจ้งแทงตลอด) คุณเสถียรเข้าใจธรรมะอย่าง แจม่ แจง้ ๓) วาทะศิลปอันเพราะพร้ิงและปราดเปรื่อง ผู้ท่ีเคยฟัง คุณเสถียรแสดงปาฐกถาแล้วย่อมเห็นด้วยกับข้าพเจ้าว่า คุณเสถียร มีส�ำนวนในการพูดไพเราะไม่ซ�้ำแบบใครและสามารถพูดได้คล่องแคล่ว ค�ำพดู ต่าง ๆ ไหลออกมาจากปากโดยไมข่ าดตอนดงั นำ้� ไหล นอกจากนี้ ยังสามารถอธิบายส่ิงที่ยากให้เข้าใจได้ง่ายอีกด้วย เป็นคุณสมบัติท่ี ดเี ดน่ อย่างย่ิง เรื่องแปลกแต่จริง เพ่ือนข้าพเจ้าคนหน่ึงดูเหมือนจะเป็น คุณสุพจน์ แสงสมบูรณ์ เล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า เม่ือสงครามโลกคร้ังที่ สองสงบลงไม่นานนัก สมัยรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐจีนอพยพไปยังเกาะ ไตห้ วนั ใหม่ ๆ ทางไต้หวันประสงค์จะทราบถงึ ประวัติของวัดส�ำคัญบน เกาะไต้หวันวัดหนึ่ง แต่ไม่มีใครทราบประวัติแน่นอน จึงได้มีจดหมาย ถามมายังคุณเสถียร และคุณเสถียรก็ได้บอกประวัติของวัดนั้นไปให้ โดยละเอียด เร่ืองน้ีจะเท็จจริงอย่างไรข้าพเจ้าลืมถามคุณเสถียร เมื่อ คุณเสถยี รจากไปแลว้ จึงนกึ ได้และรู้สกึ เสียใจที่ไม่ได้ถามไวก้ ่อน เปน็ ของธรรมดาเมื่อมอี ะไรดีเด่นมาก ๆ กย็ อ่ มจะมอี ะไรทข่ี าด ๆ ไปบา้ ง คณุ เสถยี รกเ็ ช่นกนั ผู้ทรี่ ู้จักและสนทิ สนมจะเห็นว่า คณุ เสถียร มีสิ่งที่ขาด ๆ ไปหลายอย่าง ซึ่งบางเร่ืองก็เป็นสิ่งที่น่าข�ำ บางเรื่องก็ น่าร�ำคาญ แต่ไม่มีเร่ืองใดที่ยังความเสียหายหรือก่อความทุกข์ให้แก่ ใคร ข้าพเจ้าอยากจะเขียนต่อไปอีกเพื่อเป็นบันทึกส่วนหน่ึงของชีวิต ของเพื่อนของข้าพเจ้า แต่ท่านนายกสมาคม คุณประสาร ทองภักดี

เสถียร โพธินันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 117 เร่งให้ข้าพเจ้าส่งต้นฉบับ ความจริงก็เป็นความผิดของข้าพเจ้าที่ได้มา ลงมือเขียนเอาเมอ่ื ปลายมอื จงึ เขยี นไดน้ ้อยกวา่ ทไ่ี ด้ตง้ั ใจไว้ ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่าจะได้พบคุณเสถียรอีกในชาติหน้า เพราะ คุณเสถียรได้เคยพูดกับข้าพเจ้าเสมอว่า ไม่ขอเกิดมาเป็นมนุษย์อีก ปรารถนาจะเข้าสู่นิพพานเลย หากเป็นเช่นน้ัน ข้าพเจ้าขออุทิศความดี ทง้ั หลายทขี่ า้ พเจ้าไดส้ รา้ งสมมาทงั้ ในอดีตชาตแิ ละในปัจจบุ นั ชาตใิ ห้แก่ คุณเสถียร โพธินันทะ เพื่อนรัก เพ่ือเป็นพละปัจจัยหนึ่งที่ช่วยส่งเสริม ให้ความประสงค์ของเพ่ือนจงสัมฤทธิ์ผล หากเพ่ือนยังไม่เข้าสู่กระแส พระนิพพานดังที่ได้มุ่งมั่นไว้ ข้าพเจ้าขออธิษฐานขอให้เราได้พบกันอีก – เราสามคน คือ เสถยี ร โพธินนั ทะ – สุพจน์ แสงสมบูรณ์ – และขา้ พเจา้

เสถยี ร โพธนิ ันทะ ผ้ไู ด้รบั ฉายา ”ตพู้ ระไตรปิฎกเคลื่อนท่„ี

“ฆราวาสมุน”ี เสถียร โพธนิ นั ทะ (พ.ศ. ๒๔๗๒ – ๒๕๐๙) นริศ จรัสจรรยาวงศ์ “บุคคลธรรมดาคนหนึ่ง แม้ไม่มียศศักด์ิอัครฐาน ไม่มีอ�ำนาจ หนา้ ทบ่ี ังคบั บญั ชาใคร ๆ แตถ่ ้าได้ท�ำความดดี ้วยความบรสิ ุทธิใ์ จต่อกนั มาจนเป็นท่ีประจักษ์แก่สาธุชนท้ังหลายแล้ว บุคคลผู้นั้นย่อมได้รับ ความนับถือยกย่อง มีใครต่อใครพากันมาเยี่ยมศพเนืองแน่น” สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (อฏุ ฐาย)ี สมเด็จพระสงั ฆราช สามัญชนลูกจีนผู้อยู่ทัศนาโลกได้เพียง ๓๗ ปีเศษ หากแม้น เมื่อถึงงานศพได้รับการพระราชทานเพลิงโดยมีสมเด็จพระสังฆราช เสด็จเป็นประธานและรับเร่ืองไว้ในพระสังฆราชานุเคราะห์แต่ต้น มวลสาธุชนเดินทางหลั่งไหลจากทั่วสารทิศมาร่วมงานจนล้นวัด ท้ังมี คณะและปัจเจกบุคคลพร้อมใจร่วมอาลัยอุทิศพิมพ์อนุสรณ์ในงาน ดังกลา่ วมากมายถงึ ๑๔ เล่ม๑! (อาจกลา่ วได้ว่า จำ� นวนสงู สุดเทา่ ทพ่ี บ ในหมวด ”สามัญชนคนธรรมดา„) ชีวิตชายผู้นี้ด�ำเนินอย่างไรหนอ จึงมผี ้รู กั อาลยั และศรทั ธามากมายถงึ เพยี งน?้ี „

120 เสถียร โพธนิ ันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา เสถยี ร โพธนิ ันทะ ในวัยเยาว์ ในวาระกวา่ ครึง่ ศตวรรษ ๕๑ ปแี ห่งการจากไปของบคุ คลดังกล่าว บทความนี้ขออุทิศให้กับผู้ได้รับฉายา ”ตู้พระไตรปิฎกเคลื่อนท่ี„ นายเสถียร โพธินันทะ (นามสกุลเดิม ”กมลมาลย์„ เม่ืออายุ ๒๐ ปี ได้เปลี่ยนเป็น ”โพธินันทะ„ แปลว่า ”ผู้มีความพอใจในการตรัสรู้„๒) หรือชื่อจีนคือ ”เหม่งเต็ก แซ่ต้ัง ( )„ ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๔๗๒ เวลาประมาณ ๐๘.๐๐ น. มีพี่สาว ๒ คน และ มีพ่ีชายตา่ งมารดาอีก ๒ คน บิดาของทา่ น นายเปง้ ซงั แซต่ ั้ง เดนิ ทาง กลับประเทศจีนขณะบตุ รชายยังครองตนอยใู่ นครรภม์ ารดา นางมาลยั กมลมาลย์

เสถียร โพธินนั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 121 ”อาจารย์เสถียรเม่ือเยาว์เป็นเด็กเรียบร้อย ชอบไหว้พระกับ เพอ่ื นสวดมนตเ์ ลน่ เคยบอกวา่ ฉันโตขน้ึ จะไม่ยอมแตง่ งาน จะไหวพ้ ระ สวดมนต์ ไม่ยอมท�ำบาปเลยแม้แต่ตบยุงและฆ่าสัตว์ทุกชนิด เพื่อน ของพี่สาวยังพากันกล่าวว่า เด็กคนนี้น่ากลัวสติจะไม่ใคร่ดี คุณแม่อาจารย์ ก็ยืนยันว่าชวนเพื่อนมาเล่นในบ้าน ก็เล่นไหว้พระสวดมนต์ หา กระป๋องเปล่ามาปกั ไมก้ า้ นธปู แลว้ นำ� สวดและสอนเด็ก ๆ ใหส้ วดมนต์ เสมอ คุณแม่และญาติ ๆ ไมน่ ึกเลยว่าลกู ชายคนนี้จะมคี วามส�ำคัญต่อ พระพทุ ธศาสนามากมายถึงกบั มีศิษยร์ กั อาลยั ถงึ ขนาดน้.ี ..„ ๓ ค�ำไว้อาลัยข้างต้นพอให้ภาพของเสถียรในวัยเยาว์ ครั้นถึง วัยเล่าเรียน มารดาส่งเข้าโรงเรียนราษฎรเจริญของ ครูชม เปาโรหิตย์ ซ่ึงต้ังอยู่ใกล้ ๆ กับวัดจักรวรรดิราชาวาส สมัยนั้นเด็ก ๆ มักจะมา ลอ้ มวงนั่งฟังเสถยี รเลา่ เรอ่ื งต่าง ๆ เชน่ เรื่องผู้ชนะสบิ ทิศ ของยาขอบ ฯลฯ เจ้าตัวได้ย้อนรำ� ลึกไว้ว่า ”ข้าพเจ้าเป็นผู้สนใจในการศึกษาความรู้ ต่าง ๆ ในพระพุทธศาสนาได้เร่ิมศึกษาตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนอยู่ชั้น มธั ยมปีที่ ๒ ด้วยการสะสมหนงั สือตำ� รับตำ� ราพระพุทธศาสนาเท่าทจี่ ะ หาอ่านไดใ้ นภาษาไทย„ ๔ ขณะอายุ ๑๕ ปไี ดท้ ำ� ความรู้จกั กบั นายแพทย์ ตันม่อเซ้ียง ( ) (พ.ศ. ๒๔๔๕-๒๕๓๖) ณ พุทธบริษัทไทยจีน ประชา ผู้ถือเป็นปราชญ์พุทธมหายานที่ส�ำคัญในยุคนั้น เพียงแรกพบ นายแพทย์ตันได้เห็นความใส่ใจเรียนรู้เรื่องพระพุทธศาสนาในตัวเด็ก คนน้ี (ภายหลังเสถียร โพธินันทะ ยังเป็นผู้ตั้งนามสกุลไทยให้ นายแพทย์จีนท่านนี้ว่า ”ฌานวังศะ„๕) เม่ือย่างเข้าวัย ๑๗ ปี หลังจาก เรียนจบมัธยม ๕ จากบพิตรพิมุขแล้ว มิได้เล่าเรียนในสถาบันใดต่อ โดยให้เหตุผลว่าต้องการอิสรภาพในการค้นคว้าด้วยตนเอง ได้เริ่ม

122 เสถียร โพธินนั ทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา นายแพทย์ตนั มอ่ เซ้ียง ผูกมิตรกับ ”สุชีโวภิกขุ„ (เดิมชื่อบุญรอด และภายหลังลาสิกขาใน พ.ศ. ๒๔๙๕ เรืองนามในช่อื ”สชุ พี ปญุ ญานุภาพ„ พ.ศ. ๒๔๖๐-๒๕๔๓) พระภิกษุเล่ืองช่ือ มหาเปรียญธรรม ๙ ประโยคแห่งวัดกันมาตุยาราม ที่ใช้เวลาเดินเท้าจากบ้านของหนุ่มน้อยเสถียรไม่ถึง ๕ นาที เมื่อ แรกพบปะ ได้ตั้งค�ำถามเรื่องพระสูตรจากทีฆนิกาย สร้างความ ประทับใจและเอ็นดูให้กับสุชีโว นับจากนั้นเช้าบ่ายค�่ำมาพบตลอด เสถียรถือพัดถือคัมภีร์ตามสุชีโว ในยามท�ำธุระปะปังนอกสถานท่ี ขณะนั้นยังพูดได้เพียงภาษาแต้จิ๋ว ไม่สามารถพูดจีนกลางได้ และเริ่ม ให้เสถียรเขียนบทความลงในธรรมจักษุ ซ่ึงสุชีโวเป็นผู้มีส่วนจัดพิมพ์

เสถียร โพธนิ ันทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา 123 ขณะอายุ ๑๘ ปี ระยะนี้ถือเป็นช่วงแสวงหาความรู้ที่ส�ำคัญท้ังแง่เสียง จากเสียงภายนอก (ปรโตโฆสะ) และการเรียนรู้จากภายใน (โยนิโส- มนสกิ าร) โดยเสถยี รเลา่ ไวว้ ่า ”ขา้ พเจ้าได้เร่มิ ต้นศกึ ษาอกั ษรศาสตร์จีน ในปี พ.ศ. ๒๔๘๘ ได้อดทนเรียนอยู่ราว ๓ ปี ก็สามารถหาความรู้ ตามท่ีปรารถนาส�ำเร็จ„ ๖ (ผ่านสถาบันคือโรงเรียนเผยอิง และค้นคว้า ซักถามสนทนากบั ผมู้ คี วามร้อู ยู่เสมอ ๆ) ใน พ.ศ. ๒๔๙๐ หนุ่มน้อยอายุ ๑๘ ปีอย่างเสถียรขณะยังใช้ นามสกุลเดิม ”กมลมาลย์„ ได้เขียนจดหมายแนะน�ำตัวเองไปหา ท่านพุทธทาสภิกขุ โดยจะขึ้นต้นจดหมายทุกฉบับด้วย ”กราบเรียน ใต้เท้าท่ีเคารพ„๗ เน้ือหาสะท้อนถึงความเคารพในตัวทา่ นพทุ ธทาสและ กราบเรียนนิมนต์ท่านมาแสดงธรรมเทศนาในกรุงเทพฯ ดังพอยกมา เปน็ ตัวอย่างดังนี้ ”...พวกจีน โดยเฉพาะพวกกรรมการของสมาคมทุก ๆ คนมี ความรู้สึกซาบซ้ึงในหลักธรรมท่ีใต้เท้าแสดงทั้งสองคราวมาก และ กระผมเองได้มาแจ่มแจ้งในเร่ืองสุขาวดีและเร่ืองพระอมิตาภพุทธเจ้า กบั ตวั ตนด้งั เดิม กเ็ พราะฟังธรรมบรรยายจากใตเ้ ทา้ . แตก่ ่อนนไี้ ด้อ่าน และสดับเร่ืองสุขาวดีกับตัวตนดั้งเดิมหรือหน้าตาดั้งเดิมหรือท่ีภาษาจีน เรียกว่า ”ปุ้งไล้มิ่งมัก„ น้ัน ก็เป็นภาษาจีนซึ่งกระผมผู้ยังมีความรู้ใน อักษรจีนน้อยอยู่ จะแจ่มแจ้งโดยตลอดมิได้ อาศัยธรรมบรรยายของ ใต้เท้า ย่อมมีความรู้สึกเคารพนับถือในความเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งธรรมของ ใตเ้ ทา้ ...„

124 เสถียร โพธนิ นั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา จดหมายโต้ตอบฉบับสุดท้ายที่พบในหอจดหมายเหตุ คือวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๖ โดยท่านพุทธทาสกล่าวถึงหนังสือเล่มหนึ่ง (สันนิษฐานว่าคือ ”เมธี ตะวันออก„) ดังใจความว่า ”...อยากจะขอ กล่าวอะไรซักหน่อย ซึ่งแล้วแต่จะเข้าใจว่าเป็นค�ำติหรือค�ำชม ว่า บรรดาหนังสือที่คุณท�ำขึ้นมาแล้วทั้งหมด เล่มนี้เป็นเล่มที่เป็นประโยชน์ แก่สังคมชาวไทยมากท่ีสุด กว่าเล่มไหนหมด เลิกบอกให้หลายคน พยายามหามาอ่านแล้วถกกัน จะท�ำให้ปัญญาและคุณธรรมของเขา สูงข้ึน ด้วยการลงทุนที่น้อยที่สุด ขอให้ของดี ๆ ในดินแดนดอกท้อ และเหมย ออกมาหล่อเลี้ยงสติปัญญาของประชาชนแห่งดินแดนที่มี ปลากัดและแมวสวยกว่าใครใด ๆ ในโลก ต่อไปอีกโดยเร็วเถิด คนท่ี สุขภาพไมค่ อ่ ยดีเชน่ คณุ จะกลายเปน็ ผู้มีกำ� ลังมหาศาลทเี ดยี ว...„ ท่านพุทธทาสให้ความเห็นถึงเสถียร โพธินันทะ ในอัตชีวประวัติ ของท่านไว้ว่า ”เขาอา่ นหนงั สอื พทุ ธศาสนา อยากรจู้ ัก และก็พยายามตดิ ตอ่ กนั อย่างไรก็ไม่ทราบในคร้ังแรก จนกระท่ังว่าถ้าผมไปกรุงเทพฯ ก็ต้อง ไปคยุ กันท่วี ัดกนั มาตุยาราม ระหว่างทีค่ ณุ สชุ ีพยังเปน็ พระอยู่ คุยเรื่อง วินิจฉัยธรรมะข้อน้ันข้อน้ีมากกว่าอย่างอื่น เขาความรู้ดี ความจ�ำดีแน่ แต่ความรู้บางอย่างท่ีเก่ียวกับความคิดความเห็น เป็นธรรมดาท่ีมัน ไมต่ รงกันกม็ ี คอื ผมอธิบายเรอื่ งจิตว่างกบั จติ ประภัสสรและจติ เดิมแท้ นั้น มีอะไรบางแง่ที่คุณเสถียรเขาไม่เห็นด้วย๘ เขาเขียนค้านอย่าง ค่อนขา้ งรนุ แรงในหนงั สือบางเลม่ „ ๙

เสถียร โพธนิ นั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 125 สมพร เทพสิทธา เบื้องต้นประทับใจเสถียรจากการอ่าน บทความใน ”ธรรมจักษุ„ และเล่าไว้ว่า ก่อนหน้าได้รับการแนะน�ำให้ รู้จักโดยสุชีโว ใน พ.ศ. ๒๔๙๒ เขียนถึงเหตุการณ์ที่เสถียรพบปะกับ นักคิดนักเขียนชื่อดัง ส.ธรรมยศ (พ.ศ. ๒๔๕๗-๙๕) ไว้ดังน้ี ”เมื่อ ออกจากเพศบรรพชิตแล้ว ข้าพเจ้าก็ยังติดตามงานของคุณเสถียร ต่อไป บางครั้งก็ได้ไปฟังการบรรยายธรรมของคุณเสถียรที่ตึก มหามกุฏราชวิทยาลัย ซ่ึงก่อนนี้เป็นส�ำนักงานของพุทธสมาคมแห่ง ประเทศไทย ข้าพเจ้ายังจ�ำได้ว่าครั้งหน่ึงเคยไปฟังการโต้ตอบเรื่อง พระพุทธศาสนาระหว่างคุณเสถียร และ ส.ธรรมยศ แม้จะยังเป็นเด็ก คุณเสถียรก็ได้โต้ตอบอย่างฉาดฉานโดยไม่มีอาการประหม่าเลย คนฟังได้ปรบมือแสดงความพอใจและการยกย่องให้แก่คุณเสถียร หลายครั้ง ข้าพเจ้าได้ทราบมาว่าเมื่อสมัยคุณเสถียรเรียนอยู่ใน โรงเรียนมิชชันนารีแห่งหน่ึงในพระนคร ก็ได้ซักถามและโต้ตอบเรื่อง ศาสนากับบาทหลวงที่เป็นครูของโรงเรียนนั้น ท�ำเอาบาทหลวงอึ้งและ งงงนั ไป„ ๑๐ ตามประวัติบอกเล่า เสถียรเป็นคนท่ีกระตือรือร้นท่ีจะช่วยงาน และแสวงท�ำความรู้จักกับผู้ที่ประสงค์ท�ำงานให้กับพระพุทธศาสนา ดงั เชน่ เคยขอร้องสมเด็จเกย่ี ว (ขณะน้ันยังเป็นพระเทพคณุ าภรณ)์ และ กิตฺติวุฑฺโฒ ในการพิมพ์คัมภีร์พุทธศาสนาท่ีส�ำคัญจ�ำนวนหนึ่งเป็นต้น

126 เสถียร โพธินนั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา (ซ้ายบน) สชุ โี วภกิ ขุ (สชุ ีพ ปญั ญานุภาพ) (ซ้ายล่าง) ”ธรรมจักษุ„ ท่ี เสถียร กมลมาลย์ เขียนบทความธรรมะลง (ขวาลา่ ง) สพุ จน์ แสงสมบรู ณ์

เสถียร โพธนิ ันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 127 สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเปน็ ประธานในการเปิดปา้ ยยวุ พุทธกิ สมาคมแห่งประเทศไทย โดยมบี ญุ ยง วอ่ งวานิช นายกสมาคมคนแรกยืนอยู่ดา้ นขวา ๓ สหายธรรมผรู้ ว่ มกอ่ ตง้ั ยวุ พุทธกิ สมาคมแหง่ ประเทศไทย ”สมาคมของคุณนี่ดีจริง ๆ ตั้งข้ึนโดยความริเริ่มของกลุ่มคน หนุ่มสาวจริง ๆ ไม่มีผู้ใหญ่ inspire อยู่ข้างหลัง„ สัญญา ธรรมศักด์ิ ๒๑ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๔๙๒๑๑ สุพจน์ แสงสมบูรณ์ (พ.ศ. ๒๔๖๖-๙๘) รู้จกั บญุ ยง วอ่ งวานิช (พ.ศ. ๒๔๖๘-๒๕๕๘)๑๒ ใน พ.ศ. ๒๔๘๒ ท้ังคู่เป็นศิษย์โรงเรียน อัสสัมชัญ เกิดปีเดียวกันโดยที่สุพจน์แก่เดือนกว่า เสถียรได้พบปะกับ

128 เสถียร โพธนิ ันทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา สุพจน์ในเวลาต่อมา ก่อนท่ีสุพจน์จะแนะนำ� บุญยงให้รู้จักกับเด็กหนุ่ม ผู้สนใจพุทธศาสนานี้ใน พ.ศ. ๒๔๘๙ มิตรภาพของสหายธรรมทั้ง ๓ ท่านนี้เป็นไปอย่างแนบแน่น สุพจน์พี่ใหญ่กับน้องสุดอย่างเสถียร มักจะพบปะท่บี ้านของบญุ ยงและสนทนาธรรมถึงมืดคำ�่ เสมอ โดยพ้ืนเพ สุพจน์และบุญยงเกิดในครอบครัวคนจีนมีฐานะ มารดาสุพจน์ ”คุณนายเง็กหง„ ช่ือแม่ลูกคู่น้ี ปรากฏอยู่ในชีวประวัติ พระอาจารย์มั่น บันทึกไว้โดยหลวงตาทองค�ำผู้อุปัฏฐากไว้ว่า ”หญิงนี้ แหละท่ีพระอาจารย์พูดกับผู้เล่าว่าเป็น ‘อจละศรัทธา’ เบ้ืองต้นผู้รู้ คงเขา้ ใจค�ำน้ี„ (อจลศรทั ธา คอื ไวพจน์ของคำ� ว่า ”โสดาบัน„ – ผู้เขียน) ท้ังยังกล่าวถึงบทสนทนาท่ีสุพจน์ได้เรียนถามพระอาจารย์มั่นในเรื่อง ”ธรรมกาย„๑๓ พคี่ นโตของ ๓ สหายยวุ พุทธนี้ เคยบวชที่วดั ป่าคลองก้งุ จังหวัดจันทบุรี โดยมีพระอาจารย์ลี ธมฺมธโร เป็นพระอุปัชฌาจารย์ ๓ พรรษา เป็นที่น่าเสียดายยิ่งที่มีเวลาชมโลกเพียง ๓๒ ปี เสถียร บรรยายความรู้สึกอาดูรอย่างสุดที่จะพรรณนาในอนุสรณ์งานศพไว้ว่า ”โธ่เอ๋ย สุพจน์สหายรัก คุณได้จากเราไปอย่างไม่มีวันจะได้พบปะ สังสรรค์กันตลอดชาตินี้แล้ว ข้าพเจ้ารับประทานอาหารม้ือเย็นไม่ลง ตื้นตันไปหมด ร�ำฤกถึงมิตรภาพอันสัมพันธ์กันมาอย่างแนบแน่น สนิทกันมาตลอดระยะเวลา ๘ ปี ท�ำให้ข้าพเจ้าแสนจะรันทดเศร้า เสียใจ ข้าพเจ้ายังจ�ำได้ถึงค�ำสนทนาของเราในวันแรกรู้จัก ณ วัด กนั มาตยุ าราม เราปรารภกนั ถึงการเผยแผ่พระศาสนาในหมู่เยาวชน...„ ๑๔ ใน พ.ศ. ๒๕๐๖ เสถยี รเขียนหนังสือ ”เมธีตะวันออก„ โดยอุทิศให้กับ กัลยาณมิตรผูล้ ว่ งลับทา่ นน้ี ”สพุ จน์ แสงสมบูรณ์„

เสถียร โพธนิ นั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 129 ”คนหนุ่มท่ีมีความรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนามาก อ่านหนังสือ ธรรมะเปน็ ร้อย ๆ พัน ๆ เลม่ เมื่อมเี วลาว่างก็จะไปหาซือ้ หนงั สือต่าง ๆ ท่ีสนใจ ท่ีเวิ้งนครเกษม บางครั้งซ้ือมากจนกระทั่งต้องจ้างรถสามล้อ บรรทุกกลับบ้าน...„ ค�ำพูดนี้สุพจน์กล่าวแนะน�ำคุณสมบัติของเสถียร ให้แก่บุญยงรับทราบ และเม่ือบุญยงได้พบบุคคลผู้นี้ ได้บรรยาย บคุ ลกิ ภาพของเสถยี รไว้วา่ ”รปู รา่ งเด็กหนุ่มคนนน้ั ผอมบาง หนา้ แปน้ ๆ ขาว ๆ และค่อนขา้ งซีด หูกาง แสดงวา่ เปน็ คนมสี ติปญั ญา สวมกางเกง สีขาวนวล ๆ สวมเส้ือฮาวายสีขาวปล่อยชาย เวลาเดินแกว่งมือไปมา แปลกกวา่ คนธรรมดาทว่ั ไป...„ ท้ังสามเห็นพ้องต้องกันว่า ”ธรรมะมีประโยชน์และจ�ำเป็น ส�ำหรับชีวิตประจ�ำวันของคนหนุ่มสาว„ โดยเบ้ืองต้นบุญยงก่อต้ัง สมาคมโดยน�ำเสนอตน้ แบบอยา่ ง YMCA (Young Men’s Christian Association) ซึ่งสหายท้ังสองเห็นด้วย โดยเสถียรเสนอปรับ เนื่องจากตามวดั ต่าง ๆ ผูห้ ญงิ ก็มี จึงต้งั เป็น YBA (Young Buddhist Association) แนวคิดนี้เร่ิมก่อตัวใน พ.ศ. ๒๔๙๑ และส�ำเร็จ เป็นทางการในวันท่ี ๒๖ ตุลาคม ๒๔๙๓ ซ่ึงถือเป็นวันเกิดของ ”ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย„ โดยมี สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ช่ืน นพวงศ์ พ.ศ. ๒๔๑๕-๒๕๐๑) ทรงเป็นประธานในการเปิดปา้ ย๑๕

130 เสถียร โพธนิ นั ทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา อาณาจักร-พุทธจักร ช่วงชวี ิตเสถียร ใน พ.ศ. ๒๔๗๕ (เสถียรอายุ ๓ ขวบ) ประเทศไทยเกิดการ เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่การ เดินเข้าสู่วิถีประชาธิปไตยโดยคณะราษฎร ในแวดวงพุทธจักรก็มี เหตุการณ์ท่ีเป็นนิมิตหมายส�ำคัญแห่งการก่อตัวของพุทธกระแสใหม่ ดังก่อนการปฏิวัติเพียงไม่ก่ีเดือน ต้นปีนั้น (ปฏิทินเก่า) เมษายน ”สวนโมกข์„ ก่อก�ำเนิดข้ึนโดยมหาเปรียญ ๓ นาย (พระเงื่อม) หรือ นามกระเด่อื งในเวลาตอ่ มาว่า ”พทุ ธทาส„ ถดั มาอีกหนึ่ง เพียง ๑ เดอื น มหาเปรียญ ๘ ประโยค ถูกสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) (ขณะ ครองสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นรองฯ ท่ี ”พระพิมลธรรม„) ส่งตัวไป บริหารงานคณะสงฆ์ที่อยุธยา พระรูปนี้ต่อมาเป็นท่ีรู้จักพูดถึงกัน อย่างกว้างขวางในประวัติศาสตร์คณะสงฆ์ไทยภายใต้ช่ือสมณศักดิ์ ”พระพมิ ลธรรม (อาจ อาสโภ)„ และภายหลังการปฏิวตั เิ พยี งไม่ถงึ เดือน เจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ สิริจนฺโท (จันทร์)๑๖ พระนักการปกครอง รูปส�ำคัญแห่ง ”ธรรมยุติกนิกาย„ ได้มรณภาพลง ซ่ึงเป็นเวลาเดียวกับ ท่ีพระกรรมฐานรูปส�ำคัญที่ท่านเจ้าคุณรูปนี้ชักชวนมาช่วยบริหารงาน คณะสงฆ์ทางเหนือจ�ำพรรษาอยู่ ณ วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ ”พระครูวินัยธร„ หรือท่ีภายหลังเรืองนามอุโฆษในฐานะ ”อาจารย์ใหญ่ พระป่าธรรมยุต„ กล่าวคือ ”มั่น ภูริทตฺโต (พ.ศ. ๒๔๑๓-๙๒) หลัง ออกพรรษาปีน้ัน (๒๔๗๕) ท่านได้ผละจาก ”เมือง„ เข้าสู่ ”ป่า„ และ เชอ่ื กนั ว่าทา่ นบรรลุพระอรหันต์ไม่นานหลงั จากนน้ั เมื่ออาณาจักรเกิดการพลิกฟ้าคว่�ำแผ่นดิน คณะสงฆ์ฝ่าย มหานิกายเริ่มขยับเรียกร้องการปฏิรูปพุทธศาสนจักร หลังจากที่มี

เสถียร โพธนิ ันทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา 131 พทุ ธทาสภกิ ขุ ความรู้สึกไม่เท่าเทียม ตลอดระยะเวลาหลังรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ การเรียกร้องของกลุ่มพระหนุ่ม หลายร้อยรูปผ่านการเสนอ พ.ร.บ. สงฆใ์ หม่เรม่ิ ขนึ้ นับแต่ พ.ศ. ๒๔๗๘ และระหว่างนั้นสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์แห่ง วัดราชบพิธ (ธรรมยุต) ได้ส้ินพระชนม์ใน พ.ศ. ๒๔๘๐ ทางสงฆ์ มหานิกายก็ได้สมเด็จพระสังฆราชจากฝั่งตนเป็นครั้งแรกในรอบกว่า ๘๐ ปี คือสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว พ.ศ. ๒๓๙๙-๒๔๘๗) แห่งวัดสุทัศน์ และในที่สุดฝ่ายอาณาจักรก็ได้คลอด พ.ร.บ. สงฆ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ (เสถียรอายุ ๑๒ ขวบ) ซ่ึงภายในมีหลักการส�ำคัญหนึ่ง คือการ ”หลอมรวมนิกาย„ ให้เสร็จส้ินภายใน พ.ศ. ๒๔๙๒ (ท้ายสุด ล้มเหลว) เนื่องจากผู้ผลักดันคนส�ำคัญของ พ.ร.บ. นี้ กล่าวคือ

132 เสถียร โพธนิ ันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา นายปรีดี พนมยงค์ ประสบความพ่ายแพ้ทางการเมืองในรัฐประหาร วันท่ี ๘ พฤศจกิ ายน ๒๔๙๐ จนต้องลภี้ ัยไปตา่ งแดน) หลังประเทศไทยเข้าสู่ระบอบใหม่ดังกล่าว สังคมต่ืนตัวอย่างสูง ในทุกองคาพยพ กล่าวถึงด้านการศึกษาในฟากพุทธจักร วิทยาลัยสงฆ์ ๒ แห่ง ที่จัดต้ังขึ้นนับแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจา้ อยู่หวั รชั กาลที่ ๕ ได้พฒั นายกระดบั การศกึ ษาข้นึ สู่ ”มหาวทิ ยาลัย สงฆ์” เมื่อหลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒ สิ้นสุด กล่าวคือ มหามกุฎ- ราชวิทยาลัย ของ ”ธรรมยุต„ (พ.ศ. ๒๔๘๙) และมหาจุฬาลงกรณ- ราชวทิ ยาลัย ของ ”มหานกิ าย„ (พ.ศ. ๒๔๙๐) ซึง่ เมอื่ เชื่อมโยงกับชวี ติ ของ ”เสถยี ร โพธินันทะ„ ในปีดังวา่ ขณะอายุยา่ ง ๑๘ ไดเ้ ริ่มรจู้ ักมกั คนุ้ กบั พระเจา้ คณุ หนมุ่ นามสชุ โี วภกิ ขุ ในสมณศกั ดิ์ ”พระศรวี สิ ทุ ธญิ าณ„ (สุ ชีพ ปุญญานุภาพ) ผู้ขึ้นช่ือว่าเป็นภิกษุรูปแรกท่ีสามารถเทศนา เป็นภาษาอังกฤษ และมีบทบาทอย่างสูงในการพัฒนาหลักสูตรของ มหามกฏุ ราชวทิ ยาลัย อีกหนึ่งเร่ืองราวในแวดวงพุทธจักรหลังสงครามพุทธพาณิชย์ เร่ิมมีการพัฒนาของตลาด ”พระเครื่อง„ โดยเบื้องแรกเริ่มต้นจาก บริเวณโดยรอบสนามหลวงและเร่ิมเป็นรูปธรรมใน พ.ศ. ๒๔๙๖ เม่ือ เป็นตลาดค้าขายข้างศาลฎีกาและย้ายข้ามมา ”บูม„ ยังฟากวัดมหาธาตุ ท่าพระจนั ทร์ ในเวลาตอ่ มาไม่นาน๑๗ ใน พ.ศ. ๒๔๙๘ สมัยรฐั สมยั จอมพล ป.พิบูลสงคราม เสถยี ร ได้รับแต่งต้ังเป็นหนึ่งกรรมการวัฒนธรรมทางจิตใจ สภาวัฒนธรรม แห่งชาติ ยังอานิสงส์ให้ได้รับมอบเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์เบญจมาภรณ์

เสถียร โพธนิ นั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 133 มงกุฎไทยในวันเฉลิมฯ พ.ศ. ๒๔๙๙ และเพียง ๑ ปีถัดมา ก่อนการ สิ้นสุดอ�ำนาจของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม เพียง ๔ เดือน กล่าวคือ ระหว่างวันที่ ๑๒-๑๘ พฤษภาคม ๒๕๐๐ ประเทศไทยได้มีการ จัดงานฉลองพุทธศตวรรษ ๒๕๐๐ ปีอย่างยิ่งใหญ่ และเป็นคร้ังแรก ที่ประเทศไทยมีการจัดพิมพ์พระไตรปิฎกแปลภาษาไทยครบชุดเป็น ครั้งแรก จ�ำนวน ๘๐ เล่ม๑๘ และในงานดังกล่าว เสถียร โพธินันทะ ไดใ้ ชค้ วามร้คู วามสามารถร่วมประสานงานในการเฉลิมฉลองคร้งั ส�ำคญั น้ีด้วยเช่นกัน ท้ังสันนิษฐานว่าได้อยู่เป็นประจักษ์พยานในการรับมอบ พระไตรปิฎกชุดส�ำคัญที่เสถียร โพธินันทะ กล่าวช่ืนชมไว้อย่างสูง คือ ”ไตโช„ Taisho Tripitaka ( ) จากผู้แทนพุทธบรษิ ทั จีน คณะชาติท่ีไตห้ วนั จ�ำนวน ๒ ชดุ แก่มหาวทิ ยาลยั สงฆ์ไทยทง้ั ๒ แห่ง กล่าวคอื ม.ม.ร. และ ม.จ.ร.๑๙ ภายหลังการข้ึนสู่อ�ำนาจของจอมพลสฤษด์ิ ธนะรัชต์ โดยการ รัฐประหาร จอมพล ป.พิบูลสงคราม เม่ือวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๐๐ วงการปกครองคณะสงฆ์ถึงจุดขัดแย้งสูงสุด เมื่อเกิดการกล่าวหา พระพิมลธรรม จนน�ำมาซ่ึงการถอดสมณศักดิ์ท่านใน พ.ศ. ๒๕๐๓ และนิมนต์เข้าคุกบางขวาง พ.ศ. ๒๕๐๕ พรอ้ มกับ ”ฉกี ทงิ้ พ.ร.บ. สงฆ์ ๒๔๘๔„ ในสมัยคณะราษฎรทิ้ง ทั้งยังย้อนกลับไปน�ำ ”พ.ร.บ. สงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑„ สมัยรัชกาลที่ ๕ กลับมาปรับแต่ง รวมศูนย์อ�ำนาจกลับสู่ มหาเถรสมาคมอกี คร้งั ภายใตน้ ามใหม่ ”พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ๒๕๐๕„๒๐ ชีวิตของเสถียรอยู่ได้ทันเห็นพระพิมลธรรม (พ.ศ. ๒๔๔๘-๒๕๓๑- ท้ายสุดท่านขึ้นถึง ”สมเด็จพระราชาคณะ„ ท่ี ”สมเด็จพระพุฒาจารย์„ และเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชช่วงสั้น ๆ) พิสูจน์ตน

134 เสถียร โพธนิ นั ทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา ในศาลทหารว่าไร้มลทินและพ้นจากคุกในเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๙ เพียงไม่กี่เดือนก่อนเสถียรลาโลกในปลายปีนั้น ในปาฐกถาหน่ึงของ ท่านมีผู้เข้าฟังกล่าวถึงเหตุการณ์ดังว่า ในปีน้ัน สมเด็จพระอริยวงศา- คตญาณแห่งวัดมกุฏฯ (จวน อุฏฐายี พ.ศ. ๒๔๔๐-๒๕๑๔) ขณะ ด�ำรงต�ำแหน่งสังฆราชทรงพระกรุณาเมตตาอุปถัมภ์งานศพของเสถียร โพธินนั ทะ วรรณกรรมพทุ ธนอกนิกายเถรวาทในประเทศไทย พุทธมหายานลงหลักปักฐานอยู่ในดินแดนแถบย่านนี้เป็นเวลา นับศตวรรษแล้ว ในท่ีนี้จะน�ำเสนอพอสังเขปในรูปแบบงานเขียนงาน แปลกอ่ นและร่วมสมยั กบั เสถยี ร โพธินนั ทะ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเริ่มสนพระราชหฤทัย ในเร่ืองพุทธศาสนามหายานภายหลังจากได้พบภาพพระบฏ ”สุนทรี วาณี„๒๑ จนเป็นที่มาของพระราชด�ำรัสจดหมายถาม-ตอบ กับ กรมพระยานริศฯ และท่านอ่ืน ๆ พระองค์ทรงค้นคว้าเร่ืองราวของ นิกายมหายานพอสังเขป ทั้งยังกล่าวถึงสองพระจีนผู้จาริกบุญและ บันทกึ การเดนิ ทาง ”ฟ้าเหียน„ และ ”หว้ นเจยี ง„๒๒ อยา่ งไรกด็ ี จดหมาย พระราชวินิจฉัยดังว่าเพิ่งจะปรากฏรวบรวมพิมพ์ในรัชสมัยพระบาท สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ใน พ.ศ. ๒๔๗๑๒๓ ท้ังนี้ ในงานพระราชทานเพลิงพระบรมศพของพระองค์ มีการจัดพิมพ์ คัมภีร์ ”ลลิตวิสตร„๒๔ สองอัธยายแรก๒๕ ซึ่งแปลจากภาษาสันสกฤต โดย พระยาปรยิ ตั ธิ รรมธาดา (แพ ตาละลกั ษมณ์ พ.ศ. ๒๔๐๕-๒๔๙๖)

เสถียร โพธินันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 135 งานช้ินน้ีถือได้ว่า เป็นการแปลวรรณกรรมพุทธต่างนิกายเถรวาท ชิ้นแรก ๆ เท่าทท่ี ราบ โดยเชือ่ ว่าเดมิ เปน็ คมั ภีร์สายนิกายสรวาสติวาทิน กอ่ นปรบั แตง่ เปน็ พุทธประวัติในแบบ ”คติมหายาน„ ราวพุทธศตวรรษ ที่ ๕-๖๒๖ อน่ึงในชว่ งปลายรชั สมัยรัชกาลท่ี ๕ นี้มีเกรด็ เรือ่ งพระปรมาจารย์ เซนผู้โดง่ ดงั ของจีน ”ซวีหยวนิ Hsu Yun ( พ.ศ. ๒๓๘๓-๒๕๐๒ เร่ืองอายุของพระเชนท่านนี้ มีข้อถกเถียง)„ กล่าวอ้างในอัตชีวประวัติ ไว้ว่า ท่านได้เดินทางมายังสยามประเทศและพบกับพระมหากษัตริย์๒๗ แตก่ ลับไม่พบหลักฐานใด ๆ ท่ยี ืนยนั เหตุการณ์ครง้ั นี้๒๘ ช่วงปลายรัชสมัยน้ี ระหว่าง ร.ศ. ๑๒๕-๑๒๘” เทียนวรรณได้ จัดพิมพ์วรรณกรรมคลาสสิคจีนสมัยราชวงศ์หมิง ”ไซอ๋ิว„ ของ ”อูเ๋ ฉงิ เอิน„ ( พ.ศ. ๒๐๔๓-๒๑๒๕) ส�ำนวนแปลไทยของ ”นายต่ิน„ จ�ำนวนท้ังสิ้น ๔ เล่มชุด จัดพิมพ์โดยโรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร ของ คณุ เลก็ สมติ ะสิริ พระยาปริยัติธรรมธาดา (แพ ดาละลักษมณ์) ท่านเดียวกับที่ แปล ”ลลิตวิสตร„ งานพระบรมศพรัชกาลท่ี ๕ น้ี ใน พ.ศ. ๒๔๖๒ ยังได้รับแปลคัมภีร์มหายาน ”สุขาวดียุหมหายานสูตร์„๒๙ จากภาษา สันสกฤตตามค�ำของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นวิวิธวรรณปรีชา (พ.ศ. ๒๔๐๓-๗๕) พระราชโอรสพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจา้ อยหู่ ัว รัชกาลท่ี ๔ ท่านนี้มีความสนใจในพุทธนอกกระแสหลักไม่น้อย ระหว่างชีวิตได้พิมพ์เร่ืองราวของ ”ต�ำราพระธาตุ„ และทรงพระนิพนธ์ ผลงานช้ินหนึง่ คอื ”เพช็ รในหิน„ ๓๐ ซงึ่ ไดจ้ ัดพมิ พใ์ นอนุสรณ์งานพระศพ ของตัวท่านเอง งานชิ้นนี้ เสถียร โพธินันทะ ได้วินิจฉัยว่าเป็นแนว ปรัชญามหายานแบบ ”ภูตตถตาวาทิน„๓๑ เช่นเดียวกับคัมภีร์นิกาย

136 เสถียร โพธนิ นั ทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา เสถียร โพธนิ นั ทะ แสดงปาฐกถาท่ที อ้ งสนามหลวงในงานฉลอง ๒๕ พทุ ธศตวรรษ

เสถียร โพธินนั ทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา 137 สขุ าวดอี ีก ๑ ช้ิน ”อมติ ายุวสตู ร (ฉบบั กมุ ารชีว)„๓๒ ได้รบั การถ่ายทอด จากภาษาอังกฤษโดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าธานีนิวัตฯ (พ.ศ. ๒๔๒๘-๒๕๑๗) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๑ โดยได้รับต้นฉบับภาษา อังกฤษขณะรับราชการอยู่ประเทศญ่ีปุ่น เม่ือ พ.ศ. ๒๔๖๙ ผลงาน ชิ้นน้ีได้รับจดหมายช่ืนชมจากกรมพระยานริศฯ ภายหลังการตีพิมพ์ ครง้ั แรก ”...ข้อความในพระสตู รนั้นซึมทราบทเี ดยี ว...„ ๓๓ พ.ศ. ๒๔๗๒ ”สงา่ กาญจนาคพันธุ์ (พ.ศ. ๒๔๔๐-๒๕๒๓)„๓๔ ได้คัดลัทธิมหายานในหนังสือ ”ลัทธิของเพ่ือน„ ทั้งหมดมาร้อยกรอง ให้ติดต่อกัน แล้วขยายข้อความในนิกายเชงโท้ตามเค้าเดิมในหนังสือ ดังกลา่ วให้กว้างขวางออกไปอีกเลก็ น้อย๓๕ ”ลัทธิของเพื่อน„ ผลงานชิ้นส�ำคัญของคู่มิตร ”เสฐียรโกเศศ- นาคะประทปี „ (พระยาอนุมานราชธน พ.ศ. ๒๔๓๑-๒๕๑๒, พระสาร- ประเสริฐ พ.ศ. ๒๔๓๒-๘๘) ได้เร่ิมทยอยตีพิมพ์ราว พ.ศ. ๒๔๗๐ โดยแรกเร่ิมแบ่งเป็น ๘ เล่มเล็ก๓๖ แล้วจึงรวมเล่มพิมพ์ในภายหลัง งานชิ้นน้ีเป็นท่ีประจักษ์แน่แท้ว่า เสถียร โพธินันทะ ศึกษางานชิ้นนี้ อย่างเข้มข้นในวัยเยาว์ของเขา๓๗ แลเช่นเดียวกัน งานแปลช้ินเอก ของคู่ ”พระยา-พระ„ นี้ภายใต้ชื่อไทยว่า กามนิต-วาสิฏฐี„ (Der Pilger Kamanita/Pilgrime Kamanita) ผลงานของนักเขียนรางวัล โนเบลชาวเดนมาร์ก Karl Adolph Gjellerup (พ.ศ. ๒๔๐๐-๖๒) ซึ่งถือเป็นจินตนิยายแนวพุทธท่ีผสมผสานพุทธเถรวาทและมหายาน ไวอ้ ย่างกลมกลืน และได้รบั ความนยิ มอยา่ งสูงในสังคมไทย ทั้งยงั เปน็ แรงบันดาลใจให้ ”สุชีโว„ (สุชีพ) น�ำมาใช้ในจินตนิยายแนวพุทธ เร่ืองแรก ”ใต้ร่มกาสาวพัสตร์„๓๘ ในพ.ศ. ๒๔๘๔ (และอีกหลายเร่ือง

138 เสถียร โพธนิ นั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา ต่อ ๆ มา) ในส่วนผลงานเชิงปัจเจกของ ๒ ท่านนี้ ที่เนื่องด้วยต�ำรา พุทธมหายาน พระสารประเสริฐ (ตรี นาคะประทีป) ได้เรียบเรียง ”พุทธประวตั จิ ากคมั ภีร์จนี „ ๓๙ ใน พ.ศ. ๒๔๗๐ ตพี ิมพ์ลงในไทยเขมา ฉบบั วสิ าขะ ส่วนพระยาอนุมานราชธน (ยง เสถียรโกเศศ) ได้เรยี บเรียง เก็บความจากหนังสือ The Vision of Kwannon Sama ของ B.L. Broughton พิมพใ์ นชื่อเรื่อง ”กวนอมิ พระโพธิสตั วแ์ หง่ ความการณุ ย„์ ใน พ.ศ. ๒๔๙๕๔๐ พ.ศ. ๒๔๗๐ ได้มีการแปลผลงาน ”ประทีปแห่งทวีปอาเซีย„ (Light of Asia) ของ Sir Edwin Amold (พ.ศ. ๒๓๗๕-๒๔๔๗) โดย เจา้ ศกั ดป์ิ ระเสริฐ นครจำ� ปาศักด์ิ และ พ.ศ. ๒๔๗๕ ราชบัณฑิตยสภา ได้แปลเร่อื ง ”พทุ ธประวตั ิฝา่ ยมหายานในธิเบต„ จากฉบบั ภาษาองั กฤษ ของ W. Woodville Rockhill (พ.ศ. ๒๓๙๗-๒๔๕๗)๔๑ บันทึกเดินทางของ ”ฝาเสี่ยน„ (พ.ศ. ๘๘๐-๙๖๕)„ และ ”เสวียนจา้ ง (หรือท่รี ู้จกั กันดี ”พระถงั ซ�ำจ๋งั „ พ.ศ. ๑๑๔๕-๑๒๐๗)„ ล้วนถูกถ่ายทอดสู่พากย์ไทยในเวลาใกล้เคียงกัน โดยชิ้นของท่านแรก ปรากฏอยู่ ๒ สำ� นวน โดยสำ� นวนแรก ”จดหมายเหตุแหง่ พุทธอาณาจักร ของพระภิกษุฟาเหียน ซ่ึงได้ออกจากเมืองจีนท่องเที่ยวไปเพ่ือแสวงหา คัมภรี ์พระไตรปฎิ กในประเทศอนิ เดียตลอดถึงสิงหล ตงั้ แต่ พ.ศ. ๙๔๒ ถึง ๙๕๗„ ๔๒ ถูกแปลจากภาษาอังกฤษ โดยพระยาสุรินทรฦาชัย (จนั ทร์ ตงุ คสวัสดิ์ พ.ศ. ๒๔๒๗-๒๕๐๙) ใน พ.ศ. ๒๔๘๐ และอกี หน่งึ ”บันทึกเรื่องเท่ียวอินเดีย พ.ศ. ๒๔๒ ของหลวงจีนฟาเหียน„ ๔๓ โดย พระยาโกษากรวิจารณ์ (บุญศรี ประภาศิริ พ.ศ. ๒๔๒๕-๒๕๐๗) หากแต่ท่านหลังนี้ ได้เช็คสอบกับภาษาจีนและปรึกษาร่างเดิมท่ีแปล

เสถียร โพธินนั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 139 ”ลทั ธิของเพ่อื น„ ผลงานของคู่มิตร เคงเหลียน สีบุญเรือง ”เสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป„ อังกฤษเป็นไทยของหอพระสมุดวชิรญาณ ของหลวงปฏิพจน์พิจารณ์ (ฉิม คชเสนี)๔๔ ส่วนประวัติ ”พระถังซ�ำจั๋ง„ ได้รับการแปลความจาก ฝีมือของ ”เคงเหลียน สีบุญเรือง” (พ.ศ. ๒๔๑๘-๘๓ น้องชายของ นักหนังสือพิมพ์ชื่อดัง ”เซียวฮุดเส็ง„) และถูกจัดพิมพ์ในอนุสรณ์ งานศพของผู้แปลใน พ.ศ. ๒๔๘๔๔๕ เฉพาะเรื่องหลังน้ีเสถียรด่ืมด่�ำ ถึงขนาด ”บังคับ„ ให้ สุชีพ ปุญญานุภาพ น่ังฟังเฉย ๆ โดยเจ้าตัว อ่านตลอดเล่มเมอื่ แรกเรม่ิ รูจ้ กั กนั เลยทีเดียว! ในเนอ้ื สาระปรัชญาชั้นสงู ของมหายาน เหน็ จะมเี พยี ง ”อภธิ รรม โกศศาสตร์„ ๔๖ ของท่านภิกษุวสุพันธุ (มีอายุราว พ.ศ. ๑๐๐๐) ได้ท�ำ แนะนำ� สงั เขปเนือ้ หาไวใ้ น พ.ศ. ๒๔๙๔

140 เสถียร โพธนิ ันทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา ”สูตรเว่ยหล่าง„๔๗ คัมภีร์ส�ำคัญของพุทธมหายานนิกายเซนโดย พระสังฆปริณายกรูปที่ ๖ สมัยราชวงศ์ถงั นามเวย่ หลา่ ง (อา่ นส�ำเนียง กวางตุ้ง) Huineng (พ.ศ. ๑๑๘๑-๑๒๕๖) ได้รับการแปลเป็น ภาษาไทยโดยท่านพุทธทาส ราว ๆ พ.ศ. ๒๔๙๐ โดย พระยาลัดพลี ธรรมประคัลภ์ (วงศ์ ลัดพลี พ.ศ. ๒๔๓๖-๒๕๑๑) เป็นผู้ขอร้อง ให้แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของว่องมูหล่�ำ (อ่านส�ำเนียงกวางตุ้ง) Wong Mou-lam ( พ.ศ. ๒๔๒๙-๗๗) อย่างไรก็ดีเข้าใจว่า ทา่ นพทุ ธทาสรจู้ กั คมั ภรี น์ ด้ี อี ยแู่ ลว้ กอ่ นหนา้ จากการแปลโดยพบผลงาน ของ ”นายเหรยี ญ มีเดช„ ในฉบบั ลายมอื ในชอื่ หนงั สอื ”ประวัตลิ ัก่ โจ๊ว„ พ.ศ. ๒๔๗๕ ในหอจดหมายเหตุพทุ ธทาส๔๘ ผลงานแปลช้นิ นี้ของทา่ น พุทธทาสเป็นท่ีนิยมในหมู่พุทธศาสนิกชนชาวไทยเป็นอันมาก และ ตอ่ มาทา่ นพทุ ธทาสได้แปลคัมภีรเ์ ซนอกี ๑ ชิน้ ช่อื ”ฮวงโป (มรณะ พ.ศ. ๑๓๙๓)„ ซึ่ง ”คุณเสถียรก็ทันอ่านหนังสือน้ีและก็ได้อ่านท่ีเรา (พุทธทาส-ผู้เขียน) แปล ไม่ปรากฏว่าคุณเสถียรวิพากษ์วิจารณ์หรือ เขียนอะไร„ ๔๙ ผลงานของ “เสถยี ร โพธินนั ทะ” เสถียร โพธินันทะ ถือเป็นปรากฏการณ์ส�ำคัญของพุทธศาสนา ไทย บุคคลผู้นี้มีความโดดเด่นอย่างสูงทั้งในฐานะ ”นักพูด„ และ ”นักเขยี น„ สถานะแรกเริ่มเปดิ ตวั ในวงการ พ.ศ. ๒๔๘๙ บุญยง ว่องวานิช เล่าไว้ดังนี้ ”อาจารย์เสถียรบรรยายธรรมะเป็นทางการครั้งแรกท่ี

เสถียร โพธินนั ทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา 141 พุทธสมาคม ซึ่งขณะน้ันต้ังอยู่ท่ีหน้าวัดบวร...มีอุบาสกอุบาสิกา ไปฟังเป็นจ�ำนวนมาก เมื่อใกล้เวลาที่จะบรรยาย ผู้ฟังเหล่านั้นเริ่ม กระสับกระส่าย เพราะยังมองไมเ่ ห็น ”ผู้บรรยาย„ มแี ต่เดก็ หนุ่มผู้หน่งึ นุ่งกางเกงขาส้ันนั่งอยู่แถวหน้า... ขณะนั้นอาจารย์เสถียรมีอายุได้เพียง ๑๗ ปีเท่าน้ัน การบรรยายในวันนั้นก่อให้เกิดความตื่นเต้นต่อวงการ พระพุทธศาสนามาก...นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของ ”ดาวรุ่งในพระพุทธ- ศาสนา„ หรือ ”ตู้พระคัมภีร์เคลื่อนที่„ หรือ ”มนุษย์มหัศจรรย์„ ของ สังคมธรรมะ„ ๕๐ นับแต่น้ันจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิตนักปาฐกถาหนุ่ม เสถียรได้เพียรแสดงธรรมสม�่ำเสมอ มีผู้นิยมตามฟังกันล้นหลาม เนื่องด้วยความฉาดฉานแม่นย�ำ ”พูดคล่องเหมือนรถไฟด่วน ทันใจ ผู้ฟัง„ ปฏิภาณเฉียบแหลม ความจ�ำเป็นเลิศ พ.ศ. ๒๔๙๔ ภายหลัง ลาสกิ ขาต้นปจี ากการอปุ สมบทระยะสัน้ ๆ เสถียรไดร้ บั เสนองานประจำ� เป็นอาจารย์ประจ�ำผู้บรรยายวิชาประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาใน สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย ระหว่างน้ันยังรับเป็นองค์ปาฐก ให้กับยุวพุทธิกสมาคมท่ีร่วมก่อตั้งข้ึน วัดต่าง ๆ เช่น วัดมกุฏฯ วัดเทพศิรินทร์ วัดมหาธาตุ อภิธรรมมูลนิธิ รวมทั้งสถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ โรงเรียนต่าง ๆ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม เสถยี รเปน็ คนท่ีไมค่ ่อยไดเ้ ดินทาง ออกนอกพระนคร ระยะต้น ๆ เคยช่วยงานยุวพุทธิกฯ ในต่างจังหวัด หากต่อมาได้งดกิจกรรมดังว่า นอกเหนือจากน้ันเสถียรยังบรรยาย พุทธศาสนาเป็นภาษาจีนให้กับ ”สมาคมพุทธบริษัทไทยจีนประชา„ และ ”สมาคมเล่งฮ้ัว„ ทั้งยังช่วยเป็นล่ามแปล ”ไทย-จีน„ และ ”จีน- ไทย„ ในหลายวาระ

142 เสถียร โพธนิ ันทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา สมเด็จพระญาณวโรดม (ประยูร สนฺตงฺกุโร พ.ศ. ๒๔๕๙- ๒๕๕๒) กล่าวถึงคุณสมบัติของเสถียรในข้อน้ีไว้ว่า ”...สามารถท�ำให้ ผู้ฟังเห็นจริงไปด้วยทุกเร่ืองท่ีคุณเสถียรพูด ผู้ฟังไม่เบื่อคุณเสถียร พูดฟังแล้วอยากฟังอีก...ทุกครั้งท่ีท�ำการสอนไม่เคยมีเอกสารหรือ บันทึกประกอบการสอนเลย แต่สามารถอธิบายหรือบรรยายได้เหมือน เขยี นแล้วน�ำมาอ่าน... ค�ำตอบก็แจม่ แจง้ ตรงไปตรงมา ไม่เลน่ ลน้ิ ...„ ๕๑ อน่งึ บันทึกเสยี งปาฐกถาธรรมจ�ำนวนไมน่ ้อยได้รบั การเผยแพร่ ผา่ นสอ่ื ตา่ ง ๆ ซึ่งจะหาฟังได้ไม่ยากจากเวบ็ ไซต์ youtube.com พร้อม ๆ กับการเปิดตัวในฐานะ ”นักพูด„ พ.ศ. ๒๔๘๙ ใน สถานะ ”นกั เขียน„ สุชีพ ปุญญานภุ าพ ย้อนรำ� ลกึ ถงึ ครัง้ แรกที่ชักชวน หนุ่มน้อยผนู้ ้เี รม่ิ งานในสวนอกั ษรนี้ไวว้ ่า ”ทั้งน้ี เพราะสชุ ีโวภิกขุ เปน็ เจา้ หน้าที่กองบรรณาธิการหนังสือธรรมจักษุ มีหน้าท่ีจัดเรื่องจัดหน้า เขียนบทความและควบคุมการพิมพ์ จึงถือโอกาสให้นายเสถียร โพธินันทะ หัดเขียนบทความธรรมะ เพ่ือน�ำลงพิมพ์ในหนังสือ ธรรมจักษุโดยช่วยเกลาส�ำนวนให้ แต่เนื้อหาเป็นของนายเสถียรเอง เรื่องแรกท่ีน�ำลงชื่อ ”พระพุทธศาสนากับคนหนุ่ม„ น�ำลงในธรรมจักษุ ฉบบั ”สันติภาพ„ ซึง่ ออกแทนเล่มต่าง ๆ ท่ีมิไดอ้ อกในระหว่างสงคราม รวม ๑๐ เดือน คือจากเดือนธันวาคม ๒๔๘๗ ถึงเดือนกันยายน ๒๔๘๘„ ระหว่างงานเขียนบทความ เสถียรได้เร่ิมทยอยพิมพ์หนังสือ เล่มเล็กจ�ำหน่าย เล่มแรกคือ ”ราชอาณาจักรมคธในยุคพุทธกาล„ (พ.ศ. ๒๔๙๓) ไล่เรียงต่อมา ”พระพุทธศาสนาในอาเซียกลาง„ (พ.ศ. ๒๔๙๓) ”เนปาล ชาติภูมขิ องพระพทุ ธเจา้ „ (พ.ศ. ๒๔๙๔) จนถึง ช้ินส�ำคัญ ”สารัตถปรัชญามหายาน„ โดยเสถียรเร่ิมเขียนเป็นตอน ๆ

เสถียร โพธนิ ันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 143 เสถียร โพธินนั ทะ ในฐานะ ”นักพูด„ แสดงธรรมทม่ี ีผู้นยิ มตามฟังกนั ล้นหลาม

144 เสถียร โพธินันทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา ลงในหนังสือธรรมจักษุ ต้ังแต่ พ.ศ. ๒๔๙๑ จนน�ำมารวมเล่มตีพิมพ์ คร้ังแรกใน พ.ศ. ๒๔๙๕ ผลงานเล่มน้ีถือเป็นการเปิดมิติใหม่ของ วงการพระพุทธศาสนาเมืองไทย ปีน้ันเจ้าของงานเขียนน้ีอายุเพียง ๒๓ ปี หากเปี่ยมความสามารถในการค้นคว้าคัมภีร์ภาษาจีนโบราณ ของพทุ ธฝ่ายมหายานชนั้ ปฐมภูมิ กล่าวคอื พระไตรปิฎกจีน แลว้ ยกน�ำ ประวัติและปรัชญามาน�ำเสนอได้วิจิตรพิสดารมาก เชน่ การเทียบเคียง เร่ือง ”ศูนยตวาทิน และ อัสติวาทิน„ จนถึงมหายานหลากหลายนิกาย ในประเทศตา่ ง ๆ หนังสือเล่มน้ีตอ่ มาพฒั นาและตีพิมพ์ในช่ือที่รู้จักกนั แพร่หลายว่า ”ปรัชญามหายาน„ ใน พ.ศ. ๒๔๙๙ จวนจนถึงทุกวันนี้ ยังนับเป็นหนังสือช้ินเอกท่ีให้ความรู้รอบด้านของพุทธมหายานท่ีถูก น�ำมาใช้อ้างอิงในวงวิชาการมากท่ีสุดเล่มหน่ึง ภายหลังหนังสือเล่มนี้ เสถียรยังได้แปลพระสูตรเต็มของมหายานอีก ๒ ชิ้นที่ส�ำคัญยิ่งคือ ”วัชรปรัชญาปารมติ าสูตร„ (พ.ศ. ๒๔๙๙) และ ”วิมลเกียรตินเิ ทสสตู ร„ (พ.ศ. ๒๕๐๖) พุทธศาสนิกชนท่ัวไปมักมีภาพเสถียรเป็น ”ปราชญ์มหายาน„ จากผลงานข้างต้น ว่าถึงข้อเท็จจริงแล้ว ท่านผู้น้ีถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ ในทุกนิกายของพระพุทธศาสนา สะท้อนผ่านงาน ”ค�ำบรรยาย ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา„ เม่ือ พ.ศ. ๒๕๐๐ ซ่ึงภายในเน้ือหา นอกจากให้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ การพัฒนาของพระพุทธศาสนา นับแต่พุทธกาลจนถึงปีที่พิมพ์ เสถียรยังเป็นผู้ให้ความส�ำคัญอย่างสูง กับ ๑ ใน ๗ คัมภีร์ของ ”พระอภิธรรมปิฎก„ ท่ีประพันธ์ข้ึนในการ สังคายนาคร้ังท่ี ๓ ยุคพระเจ้าอโศกมหาราชที่ชื่อว่า ”กถาวัตถุ„ ซึ่ง ประพันธ์โดย พระโมคคัลลี บุตรติสสเถระ คัมภีร์ชิ้นน้ีอยู่ในรูปแบบ

เสถียร โพธนิ นั ทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา 145 ”ค�ำบรรยาย ประวัตศิ าสตรพ์ ระพทุ ธศาสนา„ ”ถาม-ตอบ„ ท่ีเช็คสอบทิฏฐิอันหลากหลายของพุทธนิกายต่าง ๆ ร่วมสมยั (ยุคของท่านมหายานยังมไิ ด้กำ� เนิด แต่มนี ิกายแตกยอ่ ยแล้ว ราว ๑๘-๒๑ นิกาย) ซึ่งเสถียรยกน�ำมาอธิบายเทียบเคียงแจกแจง ได้อย่างแยบคายย่ิง ท้ังปรากฏกล่าวอ้างสนับสนุนให้พุทธศาสนิกชน หามาอ่านเสมอ แม้ในปาฐกถาว่ามีความตั้งใจจะเจาะลึกและจัดเป็น คอร์สพิเศษเพื่อสร้างความรู้ความถูกต้องให้กับผู้ต้องการเรียนรู้ ”พทุ ธเถรวาท„ จากคมั ภีร์ชิน้ นเ้ี ทียว ท้ังนี้ นอกเหนือจากหนังสือพุทธศาสนา ก่อนเสถียรลาโลก ไม่นานในวัย ๓๔ ปี ได้รวบรวมบทความเร่ืองราวของนักปราชญ์ ชาวจีนลือชื่อ คือ ”ขงจื๊อ, เหลาจื๊อ, บัดจ๊ือ, เม่งจื๊อ, จังจ๊ือ, เอี้ยงจ๊ือ และขุ่นจ๊ือ ในท้ายเรื่องได้เปรียบเทียบกับปรัชญาทางพระพุทธศาสนา ไว้ด้วย„ โดยเสถียร ”ค้นคว้าจากต�ำราภาษาจีนเป็นส่วนใหญ่„๕๒

146 เสถียร โพธนิ ันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา ”เมธตี ะวนั ออก„ ทยอยลงในนิตยสารศุภนิมิต ตีพิมพ์รวมเล่มคร้ังแรกเป็นหนังสือช่ือ ”เมธตี ะวนั ออก„ ใน พ.ศ. ๒๕๐๖ ผลงานชนิ้ นีไ้ ด้รับรางวลั ขององค์การ การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ใน พ.ศ. ๒๕๐๘ อน่ึง ฆราวาสนักเขียนหนังสือพุทธธรรมแนววิชาการเชิงปรัชญา ร่วมสมัยกับเสถียรท่ีมีชื่อเสียงปรากฏอยู่หลายท่าน ดังเช่น นักธรณี วิทยาจบจากอังกฤษช่ือดัง ราชบัณฑิตวิชาปรัชญา นักกิจกรรมสังคม อย่าง ”สมัคร บุราวาศ (พ.ศ. ๒๔๕๙-๒๕๑๘)„๕๓ บัณฑิตด้านการ ศาสนาจากมหาวิทยาลัยชั้นน�ำในญ่ีปุ่นอย่าง ”เสฐียร พันธรังสี (พ.ศ. ๒๔๕๔-๒๕๓๔)„๕๔

เสถียร โพธินันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 147 ธรรมาจารย์ตา่ ง ๆ ที่เสถยี รกล่าวถงึ นอกเหนือจากบุคคลท้ังพระและฆราวาสในวงการศึกษา พุทธศาสนาท่ีเก่ียวเน่ืองกับเสถียรโดยตรงดังกล่าวถึงแต่ข้างต้น บทความ ในปาฐกถาธรรมของเสถียร มีกล่าวถึงพระมหาเถระช่ือดัง ร่วมสมัยบางรูปที่น่าสนใจ เช่น เอ่ยถึงจดหมายเรียนถามเรื่องธรรมา- นุปสั สนาจาก ”เจ้าหญิงทา่ นหน่ึง„ กบั ทา่ น “เจา้ คณุ อบุ าลคี ุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท)” ในหนังสือ ”แสงใจ„ ท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ กล่าวถึง ประสบการณ์ส่วนตัวในการติดเน่ืองในธรรมอยู่หลายปี จนใน พรรษาหนึ่ง (ขณะด�ำรงสมณศักด์ิพระธรรมธีราชมหามุนี) ภาวนา กระทั่ง ”กังขาวิตรณวุสุทธิก็ผุดผ่อง„๕๕ ซ่ึงเสถียรได้น�ำมาเล่าใน ปาฐกถาไว้ว่า ”อาตมาภาพหมดสงสัยแล้ว ความกังขาในพระศาสนา หมดไปแล้ว ตกลงท่านพยากรณ์โสดาปัตติผลเป็นอย่างต่�ำ„ ๕๖ หรือ การกล่าวเรื่องความสามารถในการเข้าสมาบัติของพระอาจารย์ม่ัน ภูริทตฺโต ว่า ”...ออกจากสมาบัติ โรคที่มีอยู่ก็หาย ก�ำลังกายแข็งแรง กระปร้ีกระเปร่าดี อย่าว่าแต่พุทธกาลท่ีพระพุทธเจ้าท�ำได้น่ี พระสงฆ์ ในเมืองไทยก็ท�ำได้ ท่านอาจารย์มั่น ภูริทัตตะ อาจารย์กรรมฐาน มีชื่อภาคอีสานที่ท่านล่วงลับไปแล้วประมาณสิบกว่าปี เป็นอาจารย์ กรรมฐานท่ีมีช่ือเสียงมาก ท่านผู้นี้คร้ังหน่ึงเคยอาพาธหนักในถ�้ำ แห่งหน่ึง แล้วก็ท่านได้เข้าเจริญอิทธิบาท ตามนัยท่ีพระพุทธเจ้าแสดง ไว้ เข้าอนุนิสัจเจโตสมาบัติ ออกจากสมาบัติแล้ว อาพาธหายเป็น ปลิดท้ิงเลย ร่างกายฟื้นตัว สภาพแข็งแรงกระปร้ีกระเปร่าหมด ไม่มี โรคภัยไข้เจ็บมารบกวนตลอดปีนั้น ไม่มีเลย...„ ๕๗ ทั้งยังกล่าวถึง “วิชชาธรรมกายของหลวงพ่อสดวัดปากน�้ำ” ดังนี้ ”...มีวิธีท่ีไม่ต้อง

148 เสถียร โพธนิ ันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา ”สารัตถปรชั ญามหายาน„ ”ปรชั ญามหายาน„ ”วัชรปรชั ญาปารมติ าสตู ร„