Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หนังสือเสถียร โพธินันทะ(อัญมนีในพระพุทธศาสนา)

หนังสือเสถียร โพธินันทะ(อัญมนีในพระพุทธศาสนา)

Description: หนังสือเสถียร โพธินันทะ(อัญมนีในพระพุทธศาสนา)

Search

Read the Text Version

เสถียร โพธินันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 49 เห็นว่า ท่านอาจารย์ได้บ�ำเพ็ญบุญบารมีอยู่ไม่ขาด สมกับเป็นผู้ที่ มีบุญญาธิการสั่งสมมาแต่อดีต และได้มาต่อยอดในปัจจุบัน เหลี่ยม เพชรด้านนี้นับว่าเป็นแนวทางให้แก่อนุชนได้ประพฤติปฏิบัติตามใน การส่ังสมบุญอยู่เสมอ ย่ิงมีความรู้ ความลึกซึ้งในหลักธรรมทาง พระพุทธศาสนาก็ยิ่งเข้าใจกฎแห่งกรรมมาก จะต้องเป็นผู้บริหารกรรม ของตนให้ดี อย่าให้เป็นอกุศลกรรม ให้เป็นกุศลกรรมและให้เป็นการ พน้ จากกรรม บทความความประทับใจที่มีต่ออาจารย์เสถียร โพธินันทะ ใน ฐานะลูกศิษย์คนหน่ึงท่ีได้ศึกษาวิชาการจากท่าน ข้าพเจ้ากล่าวอยู่เสมอ ว่า ที่ผ่านมาเพราะมีครูดีจึงท�ำให้มีวันน้ี อัญมณีที่มีค่าในพระพุทธ- ศาสนา ดังเช่น อาจารย์เสถียร โพธินันทะ สมควรที่อนุชนรุ่นหลัง พึงศึกษาชีวประวัติและผลงานของท่านแล้วประพฤติปฏิบัติตาม แบบอย่างท่ีท่านเคยด�ำเนินชีวิตมาก่อน อย่างน้อยก็ ๕ ประการท่ี ข้าพเจ้าได้แสดงความประทับใจไว้น้ีก็นับว่า เป็นคุณค่าแห่งบุคคล อัญมณีในพระพุทธศาสนาคนหน่ึง สุดท้ายขอจบด้วยค�ำท่ีอาจารย์ เสถียร โพธินันทะมักชอบใช้ในตอนจบการบรรยายว่า ขอจบธรรมิกถา เพียงเท่านคี้ รบั



อาจารย์เสถียร โพธินันทะ ผ้เู ผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนามหายาน พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธวิ ตั ร (เยน็ เต็ก) เจ้าคณะใหญจ่ นี นิกาย เจา้ อาวาสวัดโพธิ์แมนคณุ าราม หากจะกล่าวถึงอาจารย์เสถียร โพธินันทะ ผู้ล่วงลับแล้ว เท่าท่ี อาตมภาพจ�ำได้ ต้ังแต่ที่อาตมภาพบรรพชา-อุปสมบท ที่วัดโพธ์ิเย็น อ.ทา่ มะกา จ.กาญจนบรุ ี กไ็ ด้พบเจออาจารย์เสถียร โพธนิ ันทะ ทว่ี ดั แล้ว ในสมัยนั้น พระภิกษุสามเณรในวัดเรา น้อยรูปนักที่จะไม่รู้จัก อาจารย์เสถียร โพธินันทะ พวกเราหลายรูปก็รู้จักท่านด้วยชื่อไทย วา่ เสถยี ร โพธินันทะ อีกหลายรูป กร็ ู้จักท่านด้วยชอื่ จนี ว่า ตง้ั เมง่ เต็ก ซิงแซ หรือ เม่งเต็กกือสือ พวกเราจะจ�ำท่านได้ว่าท่านเป็นศิษย์คนส�ำคัญ คนหน่ึงของพระอุปัชฌาย์ คือพระเดชพระคุณพระมหาคณาจารย์จีน ธรรมสมาธิวตั ร (โพธ์แิ จง้ มหาเถระ) อดตี เจา้ คณะใหญจ่ นี นกิ าย อาตมภาพเห็นประจักษ์ว่า พระเดชพระคุณพระอุปัชฌาย์น้ัน ท่านมีเมตตากรุณาอย่างย่ิงต่ออาจารย์เสถียร ต้ังแต่อาจารย์เสถียร ยังมีอายุน้อย ด้วยท่านเล็งเห็นถึงอัจฉริยภาพของอาจารย์เสถียร

52 เสถียร โพธินันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา ที่เป็นเลิศกว่าใคร ท่านจึงเมตตาต่ออาจารย์เป็นพิเศษ และให้อาจารย์ เสถียรมารับใช้ใกล้ชิด ท่านจึงได้เดินทางมาเพื่อช่วยงานของวัดอยู่เสมอ แมเ้ มอื่ อาตมภาพไดต้ ดิ ตามพระเดชพระคณุ พระมหาคณาจารยจ์ นี ธรรมสมาธิวัตร (โพธ์ิแจ้งมหาเถระ) พระอุปัชฌาย์เข้ามาจ�ำพรรษา ณ สำ� นกั สงฆห์ ลับฟา้ อ.ปทมุ วนั กรงุ เทพฯ กไ็ ดพ้ บกบั อาจารยเ์ สถียร โพธินันทะ บ่อยครั้งกว่าเดิม เพราะท่านจะเข้ามาที่ส�ำนักสงฆ์ตามท่ี พระเดชพระคุณเจ้าคณะใหญ่เรียกหา และมานั่งค้นคว้าต�ำราต่าง ๆ ทัง้ พระไตรปิฎกจนี และตำ� ราเกย่ี วกับพระพุทธศาสนาทีส่ �ำนักสงฆ์ และ ท่านยังน�ำครอบครัว คือโยมมารดาของอาจารย์ และหลาน ๆ มาเป็น เจ้าภาพท�ำบุญ ถวายพุทธบูชา และถวายภัตตาหารเพลที่วัดอยู่เป็น ประจ�ำปีละหลายคร้ังทุกปี แม้ว่าต่อมาอาตมภาพจะมีศาสนกิจด้านอ่ืน ๆ มากข้ึน ไม่ได้มีโอกาสวิสาสะกันกับท่านอาจารย์มากนัก แต่ก็ได้ ทกั ทายกนั เสมอตามโอกาสอันควร ในสมัยนั้นอาจารย์เสถียร โพธินันทะ ได้ช่วยงานคณะสงฆ์จีน นิกาย โดยสนองงานพระเดชพระคุณเจ้าคณะใหญ่จีนนิกายหลายวาระ ตั้งแต่รับหน้าท่ีเป็นเลขานุการฝ่ายภาษาไทย ท�ำหน้าท่ีร่างจดหมาย เอกสารตา่ ง ๆ ซง่ึ สว่ นใหญ่อาจารย์จะรา่ งขน้ึ อยา่ งรวดเร็ว ด้วยลายมอื ของอาจารย์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และส่งต่อให้พระภิกษุในวัดเป็น ผพู้ ิมพ์ดีดถวาย แล้วจึงน�ำไปอา่ นถวายพระเดชพระคุณทา่ น อาจารย์เสถียร โพธินันทะ ยังท�ำหน้าท่ีเป็นล่าม เมื่อมีบุคคล ส�ำคัญมาเยี่ยมเยือนวัดจีนต่าง ๆ และเข้าพบพระเดชพระคุณท่าน ท้ังในเวลาท่านแสดงพระธรรมเทศนาเป็นภาษาจีน อาจารย์เสถียรก็จะ

เสถียร โพธนิ ันทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา 53 แปลเป็นภาษาไทย นอกจากนี้ ยังได้ช่วยอธิบายศัพท์ธรรมะทางฝ่าย มหายานใหแ้ กพ่ ระภกิ ษุสามเณรอยเู่ สมอ ๆ อาจารย์เสถียร ยังได้รับหน้าที่เป็นพิธีกรในพิธีการส�ำคัญของ คณะสงฆ์จีนนิกายและของวัดจีนต่าง ๆ อยู่เป็นประจ�ำ ซึ่งท่านได้ อธบิ ายพธิ กี ารต่าง ๆ อย่างละเอียดชัดเจน และเขา้ ใจง่าย รวมทั้งท่านยังมอบหมายงานให้อาจารย์เป็นกรรมการงานต่าง ๆ ของคณะสงฆ์จีนนิกาย อาทิ เป็นกรรมการในการก่อสร้างวัดโพธ์ิแมน คุณาราม เป็นต้น กล่าวได้ว่ากิจกรรมในครั้งยังมีชีวิตอยู่ของอาจารย์ ต้องมีกิจธุระเก่ียวข้องกับคณะสงฆ์จีนนิกายอยู่หลายวันในหนึ่งสัปดาห์ อาจารย์เสถียร โพธินันทะ ท่านได้สร้างคุณูปการแก่พระพุทธ- ศาสนา ดังท่อี าตมภาพจะสรปุ เป็น ๓ ดา้ น คอื ๑. ท่านเป็นผู้เปิดประตูให้สังคมไทยได้รู้จักพระพุทธศาสนา มหายาน อาจารย์เสถียรเป็นผู้เผยแผ่ความรู้พระพุทธศาสนามหายาน ท่ีส�ำคัญคนหน่ึงของไทย ท่านมานะพากเพียรศึกษาพระไตรปิฎก มหายาน และแปลพระสูตรเหล่าน้ี จากภาษาจีนออกเป็นภาษาไทย เพือ่ ในสังคมไทยได้รจู้ ักพระพุทธศาสนามหายานจากพระไตรปิฎกแท้ ๆ และจากต้นฉบับที่แปลเป็นภาษาจีน ซึ่งในยุคน้ันส่วนใหญ่จะศึกษา มหายานจากตำ� ราภาษาตะวนั ตก ๒. ท่านได้ส่งเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนา นิกายต่าง ๆ ท้ังของไทย และต่างประเทศ อาจารย์เสถียรพยายาม เสรมิ สร้างความสัมพันธร์ ะหว่างพระพุทธศาสนานิกายต่าง ๆ ทงั้ เถรวาท

54 เสถียร โพธนิ นั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา มหายาน และวัชรยาน ท่านพยายามเช่ือมโยงให้เกิดการติดต่อ สัมพันธ์ระหว่างนิกาย ท้ังในประเทศไทยและในต่างประเทศ อันเป็น จุดเร่ิมต้นในการส่งเสริมความเข้าใจกันระหว่างชาวพุทธนิกายต่าง ๆ ท่านมีแนวคิดอยากให้มีการเชิญพระอาจารย์ของนิกายต่าง ๆ เข้ามา อธิบายพระธรรม เพ่ือให้เกิดองค์ความรู้ในการค้นคว้าศึกษา โดยท่าน อาสาจะเปน็ ลา่ มให้ ๓. ท่านส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจในพระพุทธศาสนาอย่าง ถูกต้อง โดยอาจารย์พยายามตอบปัญหา ชี้แจง อธิบาย ข้อสงสัย ซักถาม ของบคุ คลต่าง ๆ ทัง้ บรรพชติ และคฤหัสถ์ ทุกครั้งทม่ี ีผูซ้ ักถาม อาจารย์จะตอบต�ำถามต่าง ๆ ด้วยความต้ังใจและพยายามอธิบายให้ ผถู้ ามเข้าใจได้มากท่สี ดุ ตามสติปญั ญาของผู้นัน้ คุณูปการของท่านมีมากมายหลายประการ ซ่ึงมีหลายท่านได้ รวบรวมไว้มากหลายทา่ น เมื่อท่านอาจารย์เสถียร โพธินันทะ ได้ถึงแก่กรรมลง อย่างไม่มี ผู้ใดคาดคิดนั้น ยังให้เกิดธรรมสังเวชแก่พระภิกษุสงฆ์ในคณะสงฆ์จีน นิกาย และพุทธบริษัทไทยจีน ทั่วไปท่ีทราบข่าว แม้บัดนี้อาจารย์ก็จะ ยังคงอยู่ในความทรงจ�ำของอาตมภาพ และพระสงฆ์ท่ีได้เคยพบท่าน ตลอดไป ท่านเป็นต้นแบบ เป็นตัวอย่างการด�ำเนินชีวิตตามคุณธรรม ของพระโพธิสัตว์ อย่างที่พวกเราควรปฏิบัติตามอย่างย่ิง แม้กระนั้น อุดมการณ์การศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ยังคง เป็นเป้าหมายส�ำคัญที่คงอยู่ในจิตใจของอาตมภาพเสมอมา เจตนารมณ์

เสถียร โพธนิ นั ทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา 55 ของอาจารย์ข้อหนึ่งคือ การเปิดโรงเรียนในวัดจีนนิกาย ซึ่งในยุคน้ัน ด้วยเหตุขัดข้องหลายประการจึงยังไม่มีข้ึน ในปัจจุบันคณะสงฆ์จีน นิกายได้มีโรงเรียนพระปริยัติสายสามัญขึ้นในสังกัดและได้ส่งเสริม การศกึ ษาแกพ่ ระภกิ ษสุ ามเณร ในการศึกษาระดับสูงสาขาต่าง ๆ ในด้านการสร้างต�ำราการศึกษาพระพุทธศาสนามหายาน อาตมภาพให้มีโครงการต�ำราพระพุทธศาสนามหายาน เพื่อแปล พระสูตรฝ่ายมหายาน ทั้งจากภาษาจีนและภาษาสันสกฤต ได้จัดท�ำ โครงการพจนานุกรมพระพุทธศาสนามหายาน จีน-อังกฤษ-ไทย ข้ึน เพ่ือเป็นคู่มือในการศึกษาค้นคว้าพระพุทธศาสนามหายานอย่างเป็น มาตรฐาน โครงการต่าง ๆ ท่ีอาตมภาพให้เกิดมีข้ึนนี้ เป็นการยึดถือ แบบอย่างในการเผยแผ่พระพุทธศาสนามหายาน ตามท่ีพระเดชพระคุณ พระมหาคณาจารย์จีนธรรมาธิวัตร (โพธิ์แจ้งมหาเถระ) อาจารย์เสถียร โพธินันทะ และอาจารย์ผู้รู้ท่านอ่ืน ๆ ของคณะสงฆ์จีนนิกายในอดีต ได้มเี จตนารมณ์ไว้ เพ่ือให้การศึกษาพระพุทธศาสนามหายานได้แพร่หลายและเป็น ที่เข้าใจอย่างถูกต้องแก่พุทธศาสนิกชนไทยรวมทั้งประชาชนท่ัวไป มากย่ิงข้ึน และต่างได้เข้าถึงธรรมมากย่ิงข้ึน สมดังที่พระสูตรมหายาน กล่าวว่า ”สรรพสัตว์ทั้งหลาย ล้วนแต่มีพุทธภาวะอันบริสุทธิ์ด้วยกัน ทั้งสิ้น„ ฉะนั้นชีวิตทุกชีวิต คือพุทธะในอนาคต จงพากันมุ่งมั่นปฏิบัติ ธรรม เพ่ือพบจติ เดิมแทภ้ ายใน เพ่ือไดบ้ รรลธุ รรม และพบทางพ้นทกุ ข์ ดว้ ยเทอญ......



คณุ เสถียร กบั สังคมยุวพุทธ พ.ท.ประสาร ทองภกั ดี นายกยวุ พุทธกิ สมาคมแหง่ ประเทศไทย หนังสือเล่มน้ีเป็นประเภทอนุสรณ์ ข้าพเจ้าคิดว่าหาก จะได้น�ำ เรือ่ งเกา่ ๆ มาเล่า กน็ ่าจะเหมาะกบั รปู เรอื่ ง และเรอ่ื งที่จะท�ำให้เป็นรูป ก็คือ เรื่องคุณเสถียรกับสังคมยุวพุทธ เพราะถ้าจะว่าโดยสัจจริงแล้ว คุณเสถียร โพธินันทะ เป็นบุคคลส�ำคัญท่ีสุดคนหนึ่ง ที่ท�ำให้เกิด ยุวพุทธิกสมาคมฯ ฉะนั้นจึงควรจะได้น�ำเรื่องของยุวพุทธิกสมาคมฯ มาเล่าไว้ในหนังสือเล่มน้ี แต่จะเขียนข้ึนใหม่ ก็ไม่มีเวลาพอ ฉะน้ัน ข้าพเจ้าจึงจะน�ำเรื่องเก่ียวกับยุวพุทธิกสมาคม ซึ่งเขียนข้ึนเม่ือ ๗ ปี มาแล้วมาเล่าอีก เพ่ือให้เป็นอนุสรณ์ทั้งแด่คุณเสถียรผู้จากไป และ แด่พวกเราชาวยุวพุทธ ซ่ึงยังอยู่ แม้ว่าบางตอนจะไม่ทันสมัย ก็ขอให้ ถอื วา่ ตอนน้นั เป็นอดีต ขา้ พเจา้ ให้ชอ่ื เร่ืองเม่ือ ๗ ปกี อ่ นว่า “อุบัตแิ ละวิวัฒนาการของยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย”

58 เสถียร โพธินนั ทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา ซ่ึงตอนนั้นข้าพเจ้าด�ำรงต�ำแหน่งเป็นเลขาธิการของสมาคม ขอ้ ความในเรอื่ งนั้นมดี ังต่อไปน้ี – อบุ ตั ิ สิ่งที่สั่นสะเทือนขวัญคนส่วนมากช่ัวชีวิตน้ี คงไม่มีอะไรรุนแรง ยิ่งไปกว่าสงครามโลก สงครามท่ีจองล้างจองผลาญ สงครามที่คุกคาม ทง้ั ชีวติ ทรัพยส์ ิน ศีลธรรม วฒั นธรรมและรากฐานสังคมอ่ืน ๆ ร้อยแปด แม้สงครามโลกคร้ังที่ ๒ จะสงบลงแล้วถึง ๓-๔ ปี แต่ควันหลงของ มันก็ยังปกคลุมคุกคามจิตใจพลโลกอยู่ตลอดมา เสียงโจษจรรถึงเรื่อง ศีลธรรมเส่อื มเรมิ่ ดงั ข้นึ ๆ จากเสียงพมึ พำ� จนเกอื บจะกลายเปน็ กกึ กอ้ ง นักคิดบางท่านได้น�ำไปเป็นหัวเรื่องปาฐกถาว่า ”ศีลธรรมเส่ือมจริงหรือ?„ ขณะเดียวกันก็มีเสียงนักคิดหลายท่านเป็นทนายแก้ต่างแทนความจริง ว่า ”ศีลธรรมยังไม่เส่ือม แต่คนเสื่อมจากศีลธรรม„ ความคิดในเร่ือง เส่ือม ๆ น้ี ได้เพ่งเล็งไปถึงเยาวชนด้วย เพราะมีพฤติการณ์บางอย่าง ส่อให้เห็นอนาคตอันน่าเป็นห่วงของเขา ความคิดท่ีจะผดุงศีลธรรม เยาวชนหลังสงครามน่ีแหละ เป็นมูลฐานส�ำคัญในการก่อก�ำเนิด ยุวพุทธกิ ะ และนับเป็นโชคดีของประเทศไทย ท่ีในระยะเวลาอันมืดสลัวนั้น พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยังเปิดอภิปราย ปัญหาธรรมะหรือปาฐกถา ทุกบ่ายวันเสาร์เป็นประจ�ำ และก็ยืนหยัด จัดรายการนี้เรื่อยมาจนถึงขณะน้ี รายการนี้นอกจากจะดึงดูดท่าน ผู้สูงอายุซึ่งจัดเจนอยู่กับเร่ืองศีลธรรมทางศาสนาแล้ว ยังเปิดทางให้

เสถียร โพธินันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 59 คนหนุ่มคนสาวสมัยใหม่กลุ่มหนึ่งเกิดสนใจและติดตามรายการนี้ มิได้ขาด เม่ือคนรุ่นเดียวกัน มีรสนิยมคล้ายกันและมีอุดมคติตรงกัน ได้พบกันในชุมนุมน้ี ต่างก็รู้สึกท่ึงและดีใจดังได้แก้ว ดังน้ันหลังจาก ฟังอภิปรายใหญ่แล้วหนุ่มน้อยเหล่าน้ีก็มักจะต้ังสภาย่อยอภิปราย ปัญหากันต่อไปอีกจนย่�ำเย็นแทบทุกครั้ง ยิ่งอภิปรายก็ยิ่งสนุก จึง เกิดความคิดที่จะแปรสภาพสภาย่อยนี้ข้ึนเป็นรูปสมาคม สภาย่อย จึงตกลงนัดประชุมใหญ่เพื่อจัดตั้งสมาคม ในวันท่ี ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๒ ท่ีห้องท�ำงานของกรรมการมหามกุฏราชวิทยาลัย วดั บวรนิเวศวิหาร ผเู้ รม่ิ ก่อการทีไ่ ปรว่ มประชมุ ครั้งสำ� คัญนีก้ ม็ ี ๑. คุณเสถยี ร โพธินันทะ ๒. คณุ จัด ขนั ธวิเชียร ๓. คุณสุพจน์ แสงสมบูรณ์ ๔. คณุ สงวน เสถียรทิพย์ ๕. คณุ วิเชยี ร เล็กพระบาง ๖. คุณสนุ ทร สขุ ีนัย ๗. คณุ สนุ ทร โพธเิ จริญ นอกจากนี้ยังมีท่านผู้ใหญ่ซึ่งสนับสนุนความคิดนี้มาแต่แรก ได้เข้าร่วมประชมุ เป็นกำ� ลงั ใจอีก ๓ ทา่ น คือ ๑. คณุ พระอาจสุนทรการ ๒. ขนุ นริ าพาธประคณุ ๓. คุณช�ำนาญ ลอื ประเสรฐิ

60 เสถียร โพธนิ ันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา หากทางสมาคมจะมีนโยบายจารึกชื่อผู้ท�ำประโยชน์ต่อสมาคม แล้ว ท่านทั้ง ๑๐ น้ีก็ควรแก่การจารึกชื่อในสุพรรณบัฏ (แผ่นทอง) ทีเดียว ผลของการประชุมวันนน้ั กค็ อื มีมตใิ ห้ตง้ั เปน็ รูป ”คณะ„ ไปกอ่ น และให้มีนัดหมายสนทนาธรรมกันทุกตอนบ่ายวันอาทิตย์ จนกว่าจะได้ ทุนรอน ส่วนสถานท่ีนัดพบก็ตกลงไปขออาศัยโบสถ์วัดกันมาตุยาราม ซึ่งท่านเจ้าคุณศรีวิสุทธิญาณ หรือ สุชีโวภิกขุ เจ้าอาวาส ก็ยินดี ให้ใช้ได้ สุชีโวภิกขุน้ีเป็นผู้มีบทบาทส�ำคัญที่สุดในการก่อก�ำเนิด ยุวพุทธิกะ โดยที่ท่านเป็นพระภิกษุหนุ่มท่ีปราดเปร่ืองขั้นสุดยอด เป็นศูนย์ดึงดูดความสนใจจากคนหนุ่มได้มากที่สุด เป็นมูลเหตุจูงใจ ส่วนหน่ึงในการคิดก่อต้ังคณะยุวพุทธิกะ เป็นผู้หนึ่งที่ได้ให้แนวคิด และสนับสนุนการก่อตั้งมาแต่แรกและในเวลาต่อมา จึงควรแก่การ จารึกชอ่ื ในสพุ รรณบฏั เช่นกนั มีสิ่งที่ควรบันทึกไว้อีกอย่างหน่ึงก็คือ ชื่อของ ”คณะ„ ท่ีจะ ต้ังใหม่น้ีจะใช้อย่างไร ท่ีประชุมมีมติให้ไปขอความกรุณา ท่านเจ้าคุณ พรหมมุนี วัดบวรนิเวศวิหาร (สมัยน้ันยังด�ำรงสมณศักด์ิท่ีพระธรรม- ปาโมกข์) และ หลวงเทพดรุณานุศิษฏ์ ให้ช่วยต้ังให้ ซ่ึงท่านท้ังสองได้ กรุณาแนะน�ำให้เรียกว่า ”คณะยุวพุทธิกะ„ ซึ่งแปลว่า ”เยาวชน ผู้นับถือพระพุทธศาสนา„ เป็นอันว่าวันเร่ิมต้นยุคใหม่แห่งการฟื้นฟู พระพุทธศาสนาโดยคนหนุ่มล้วน ๆ ได้เกิดขึ้นแล้ว เมื่อวันท่ี ๑๕ มกราคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๙๒ นนั่ เอง

เสถียร โพธนิ นั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 61 นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ทุก ๆ บ่ายวันอาทิตย์ หากผู้ใด มีตาทิพย์มองไปทางวัดกันฯ ก็จะแลเห็นหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่ง น่ังประชุม สนทนาธรรมแลกเปล่ียนความรู้กันต่อหน้าพระประธานในโบสถ์ วัดกันมาตุยาราม เปน็ กลมุ่ คนเลก็ ๆ ซ่งึ มลี างวา่ จะตอ้ งแบกภาระใหญ่ ต่อไป งานสนทนาธรรมนี้จะเริ่มเวลา ๑๔.๐๐ น. ไปจบลงในเวลา ๑๖.๐๐ น. เสมอ เมื่อปรุงรูปเป็นคณะขึ้นแล้ว งานก็เริ่มเดิน ข่าวจึงแพร่สะพัด ออกไปทุกทิศ เป็นเหตุให้ได้คนดี ๆ มีความรู้ความสามารถ มา ร่วมงานอย่างจริงจังอีกหลายท่าน ผู้เขียนขอกล่าวถึงเป็นการเทิดเกียรติ ไวด้ ว้ ย คือ ๑. คุณบญุ ยง ว่องวานิช ๒. คณุ เพญ็ สขุ ศิวดิตถ์ ๓. คณุ สิทธชิ ยั ตันนุกลู ๔. คุณประสาร ทองภกั ดี ๕. คณุ ทองค�ำ ศรีโยธนิ ๖. คุณสอาด ตนั ศภุ ผา ๗. คณุ อาภรณ์ เผา่ วิริยะ ๘. คุณพัลลภ เผา่ วริ ิยะ ๙. คณุ สจุ ติ รา ตนั ติกาญจน์ ๑๐. ร.ท.จรูญ กาญจนโยธนิ ๑๑. คุณสมพร เทพสทิ ธา ๑๒. คณุ ดเี ลิศ โปตรนนั ท์

62 เสถียร โพธนิ นั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา ๑๓. คณุ กนษิ ฐา สามเสน ๑๔. คณุ มณฑา ภูมริ ัตน์ ๑๕. คณุ ชจู ิต ชณุ บณั ฑติ ๑๖. คุณศิวชาติ วรทรัพย์ ท่านเหล่าน้ีได้ยอมเสียสละเวลามาช่วยงานของคณะอย่าง ไม่เห็นแก่เหนด็ เหน่อื ย งานจึงก้าวหนา้ ไปโดยรวดเร็ว ในจ�ำนวนผู้มาร่วมงานชุดแรก ๆ น้ี มีผู้ที่ควรจะกล่าวถึงเป็น พิเศษอยู่คนหนึ่ง คือ คุณบุญยง ว่องวานิช นักธุรกิจหนุ่มแห่งห้าง ขายยาอังกฤษตรางู ได้สละเวลาปลีกตนมาช่วยจัดงาน จัดรูปคณะ รา่ งระเบียบการต่าง ๆ เช่น วัตถุประสงคข์ องคณะ โครงการปฏิบัติงาน และวินัยของคณะ งานจึงเข้ารูปและมีแววว่าจะก้าวหน้าไปไกล และ คณุ บุญยงผู้นเี้ องที่เป็นตัวจกั รส�ำคญั ที่สดุ ในเวลาตอ่ มา งานขั้นปฐมนิเทศ เม่ือยุวพุทธิกะยังอยู่ในรูปคณะ งานที่ท�ำก็ยังนับว่าน่าชื่นชม กล่าวคือ นอกจากจะจัดกิจกรรมประจ�ำวันอาทิตย์ที่โบสถ์วัดกันฯ ดงั กล่าวแล้ว ยังไดด้ ำ� เนินงานอืน่ ๆ อกี ที่นับว่าสำ� คญั พอสรุปไดด้ งั น้ี ๑. จัดใหม้ ีการประชุมใหญ่ เพื่อปฏิบัติศาสนกจิ ในวันสำ� คัญทาง ศาสนา เช่น วนั วสิ าขบูชา มาฆบชู า ๒. จัดบรรยายหรืออภปิ รายปัญหาธรรมะ ทางสถานีวิทยุ ๑ ป.ณ. เป็นประจ�ำทุกเช้าวันอาทิตย์ สถานีวิทยุแห่งนี้เป็นแห่งแรกท่ีได้ให้เกียรติ

เสถียร โพธินันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 63 แก่คณะยุวพุทธิกะ และแม้คณะจะต้ังเป็นสมาคมแล้ว สถานีวิทยุ แหง่ นีก้ ไ็ มเ่ คยทอดท้งิ เรา เปน็ เรอื่ งควรภาคภูมิใจดว้ ยกนั ทัง้ สองฝา่ ย ๓. ไปร่วมทอดกฐินกับบริษัทห้างขายยาอังกฤษตรางู วัด เขมาภิรตาราม และในงานนี้ ผู้แทนฝ่ายหญิงของคณะยุวพุทธิกะ ได้กล่าวธรรมกถาต่อชุมนุมชนกว่า ๑,๐๐๐ คน เป็นเรื่องที่ท�ำให้เกิด ต่นื เตน้ ตอ่ ผฟู้ ังและไดผ้ ลดา้ นเผยแผอ่ ย่างงดงาม ๔. เร่ิมจัดรายการอภิปรายปัญหาเคล่ือนท่ีต่างจังหวัด ที่วัด เสนห่ า อ�ำเภอเมือง จงั หวัดนครปฐม เป็นแห่งแรก ๕. ช่วยจัดตั้งคณะยุวพุทธิกะสาขานครเชียงใหม่ ส�ำเร็จเป็น แห่งแรก นับเป็นความก้าวหน้าอันหน่ึง และต่อมาทางเราก็ได้จัด คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิถึง ๕ ท่าน เหินฟ้าไปแสดงปาฐกถาท่ี นครเชียงใหม่ กอ่ ใหเ้ กิดความตน่ื ตัวแกช่ าวนครพงิ ค์เปน็ อนั มาก ๖. เพ่ือผลในการเผยแผ่อีกแบบหน่ึง คณะยุวพุทธิกะได้จัด แสดงธรรมนิยายและละครธรรมะ ที่สถานีวิทยุ ๑ ป.ณ. หลายครั้ง ผู้ประพันธแ์ ละผ้แู สดงล้วนเปน็ สมาชิกหรอื กรรมการของคณะทง้ั ส้นิ นอกจากนี้คณะยุวพุทธิกะยังได้ติดต่อสัมพันธ์กับองค์การ พระพุทธศาสนาในประเทศ คือพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ซ่ึงถือว่า เป็นบุพการีของคณะมาแต่แรก และยิ่งกว่านั้นยังกรุยทางเปิดการ ติดต่อกับองค์การพระพุทธศาสนาในต่างประเทศ ทั้งในสหรัฐอเมริกา และอังกฤษอีกด้วย

64 เสถียร โพธนิ นั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา หากจะไม่กล่าวถึงเสียงประชาชนไว้บ้าง ก็อาจจะท�ำให้บันทึกน้ี ขาดความสมบูรณ์ไป จึงขอแถมไว้ด้วย คือว่า เมื่องานของคณะ ถูกเผยแผ่ออกไปจากปากถึงปาก หูถึงหูแล้ว ก็ได้มีเสียงกล่าวขวัญ ไปในทางยกย่องชมเชยเป็นส่วนมาก ท่านนักสุนทรียนิยมก็วาดภาพ อนาคตอันสดใสของเยาวชน ซ่ึงหากเดินตามอุดมคติน้ีแล้ว ปัญหา ตา่ ง ๆ เก่ียวกบั เดก็ วัยรุ่นก็จะหมดไป คนหนุ่มคนสาวตอนนั้น หากไป ในงานสังคมใด และมีทีท่าเป็นคนสุภาพเรียบร้อย ผู้ใหญ่มักจะถาม เสมอว่า เธอเป็นชาวคณะยุวพุทธิกะใช่ไหม? หากเกิดจุดไต้ต�ำตอ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าคนนั้นไม่ใช่สมาชิกคณะยุวพุทธิกะ ก็มักจะ ท�ำให้เขาท่ึงและสนใจในคณะยุวพุทธิกะ ถึงกับต้องติดตามงานและ เร่ืองราวของคณะน้ี และก็มีอยู่ไม่น้อยเหมือนกันที่เราได้สมาชิก เพ่ิมขึ้นโดยวิธีนี้ และผู้ท่ีสมัครเป็นสมาชิกของคณะในลักษณะอย่างน้ี มักจะแข็งแกร่งทั้งในอุดมคติและอุดมปฏิบัติเป็นตัวอย่างท่ีดีของ คณะจริง ๆ ในบรรดาท่านผู้หลักผู้ใหญ่ท่ีสนใจงานของยุวพุทธิกะน้ี มีอยู่ ท่านหนึ่งซ่ึงควรกล่าวถึง คือท่าน นายพลสวัสดิ์ สวัสดิเกียรติ รัฐมนตรีช้ันผู้ใหญ่ในคณะรัฐบาล ปี ๒๔๙๓ ทั้ง ๆ ที่ก�ำลังป่วยอยู่ท่ี โรงพยาบาล ก็ได้มีแก่ใจให้ก�ำลังใจแก่คณะ เพ่ือเป็นการประหยัดโดย ไม่ต้องรัดเข็มขัด ผมจึงขอเสนอหนังสือท่านรัฐมนตรีคนส�ำคัญ ทัง้ ฉบับ ดังตอ่ ไปนี้

เสถียร โพธนิ นั ทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา 65 โรงพยาบาลทหารบก พญาไท วันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๓ เรยี น คณะกรรมการยุวพุทธศาสนิก เม่ือตอนกลางวันวันน้ี ขณะท่ีข้าพเจ้าพักผ่อนในระหว่าง ท�ำการรักษาตัวอยู่ ณ โรงพยาบาลทหารบก ที่พญาไทนั้น ได้ทราบ ค�ำแถลงการณ์และวัตถุประสงค์ของคณะยุวพุทธศาสนิก ทางวิทยุ กระจายเสียงของสถานี ๑ ป.ณ. แล้ว ให้รู้สึกซาบซ้ึงและปีติยินดี เป็นท่ีย่ิงที่ได้ทราบว่า มีองค์การเผยแผ่และสนับสนุนพระพุทธศาสนา ในหมู่ยุวชนและคนหนุ่ม ๆ สาว ๆ ท้ังหลาย อันเป็นสิ่งศิริมงคล แก่ประเทศชาติของเราเกิดขึ้นแล้ว และเมื่อได้ทราบว่าองค์การน้ี ได้ มีก�ำเนิดมาเกือบครบรอบขวบปีด้วยแล้ว ก็ย่ิงท�ำให้ปลาบปล้ืมยิ่งขึ้น อีกด้วย ท้ังนี้ เพราะองค์การน้ีมีวัตถุประสงค์ตรงกับเจตน์จ�ำนงของ ข้าพเจ้า ซึ่งเคยคิดค�ำนึงมากกว่า ๓๐ ปีแล้ว แม้ว่าขณะน้ีข้าพเจ้าจะ มีอายุล่วงเข้าในวัย ๕๐ เศษแล้วก็ตาม แต่ก็ยังระลึกอยู่เสมอว่า ตราบใดที่พระพุทธศาสนายังไม่ฝังซึมซาบเข้าถึงจิตใจของคนใน วัยหนุ่มสาวได้บ้างแล้ว พระพุทธศาสนาในประเทศเราก็นับแต่จะ จางหายไปทุกที ๆ คงเหลือแต่พระสถูปเจดีย์ ปูชนียสถาน ท้ิงไว้เป็น อนุสรณ์เท่านั้นเอง เม่ือได้ทราบว่า พระพุทธศาสนาได้ฝังรากอยู่ใน หมู่คนหนุ่ม ๆ สาว ๆ จนกระทั่งเกิดมีคณะยุวพุทธศาสนิกข้ึนเช่นนี้ จึงท�ำให้ข้าพเจ้ารู้สึกสบายใจขึ้น และพอจะมองเห็นว่าพระพุทธศาสนา ในประเทศไทยคงเจริญเฟื่องฟูยิ่ง ๆ ข้ึนในอนาคตอันใกล้น้ี เพื่อ สนับสนุนความเห็นอันน้ี ข้าพเจ้าจึงขอเสนอเร่ืองราวเม่ือ ๓๐ ปี

66 เสถียร โพธินันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา ทลี่ ว่ งมาแล้ว เพ่อื ให้เหน็ วา่ พระพุทธศาสนาในกลุ่มคนไทยในสมัยนัน้ ชักจะเส่ือมโทรมลง เนื่องด้วยท่านผู้หลักผู้ใหญ่และข้าราชการบางท่าน ไม่ค่อยเอาใจใส่ในพระศาสนานัก และมักจะดูถูกเหยียดหยามและ ขาดการเคารพนับถือวัดตลอดจนผู้ที่อยู่ในวัดด้วย มีการให้พระเลิก เป็นครูบ้าง มีการแสดงท่าทีว่าเป็นคนหัวนอกหรูหรา ลบหลู่ดูถูก พระสงฆ์องค์เจ้าบ้าง ท�ำทีเหยียดหยามผู้ส�ำเร็จการศึกษาจากวัดบ้าง เป็นต้น จนกระท่ังติดต่อมาจนถึงปัจจุบันน้ี เมื่อคณะยุวพุทธศาสนิก ได้รวบรวมกันขึ้น เพื่อเผยแผ่และสนับสนุนพระพุทธศาสนา ให้มีขึ้น ในหมู่เด็กหนุ่มสาวทั้งหลายเช่นนี้ ก็จะเป็นทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วนั้นให้ค่อย ๆ หมดไปได้ เร่ืองท่ีทางคณะเป็นห่วงและปรารถนา ท่ีจะได้เห็นชาวเราได้ท�ำบุญสุนทร์ทานฟังเทศน์ฟังธรรมกันให้มาก ๆ อย่างท่ีในต่างประเทศปฏิบัติกันในวันอาทิตย์ อันเป็นวันทางศาสนา ของเขานั้น ข้าพเจ้าเห็นว่าในท้องถิ่นน้ันไม่ต้องเป็นห่วง เพราะปรากฏ ว่าประชาชนพากันท�ำบุญท�ำทาน และหยุดพักผ่อนเพ่ือฟังธรรมฟัง เทศน์กันในวันโกนวันพระอยู่แล้ว แม้แต่วัวควายเขาก็หยุดท�ำงาน เหมือนกัน ขอให้พวกคณะคนหนุ่ม ๆ หรือคณะยุวพุทธศาสนิกนี้ได้ เป็นก�ำลังกระท�ำกันอย่างจริงจังอย่างท่ีคิดตามอุดมคติ โดยพยายาม เผยแผ่ให้หมู่ประชาชนคนหนุ่มสาวในเขตเทศบาลของทุก ๆ จังหวัด ให้เห็นความส�ำคัญและร่วมมือปฏิบัติตาม แล้วก็จะเป็นผลดีตาม วัตถุประสงค์ของคณะอย่างแน่นอน เพราะคนแก่ ๆ นั้น นับวันแต่จะ ถึงกาลสมัยไปตามอายุขัย ถ้าได้ฝังรากอยู่ในเด็กและคนหนุ่ม ๆ สาว ๆ แล้ว ก็จะเป็นหลักฐานอันมั่นคงตลอดไป ข้าพเจ้าได้ทราบว่า ในสมัยรัฐบาลของท่านจอมผล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีนี้

เสถียร โพธนิ นั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 67 ก็ได้เคยด�ำริท่ีจะให้มีการหยุดราชการในวันพระ แต่ก็ติดขัดในเรื่อง การติดต่อและเรื่องอื่น ๆ บางประการ จึงตอ้ งระงบั ไป อย่างไรก็ดี ข้าพเจ้าแม้จะมีอายุล่วงเข้าในวัย ๕๐ เศษแล้ว ก็ตาม แต่เน่ืองด้วยมีเจตนาในใจตรงกับวัตถุประสงค์ของคณะ ยุวพุทธศาสนิกชนนี้อยู่นานแล้ว จึงขอร่วมกับคณะน้ีด้วยในทางจิตใจ และขอสนับสนุนจนกว่าจะสิ้นอายุขัยของข้าพเจ้า ณ โอกาสนี้ ข้าพเจ้า ขอส่งเงินหนึ่งร้อยบาทมาร่วมการกุศลท่ีทางคณะจะจัดท�ำในวันครบรอบปี ของคณะในโอกาสที่จะถึงข้างหน้าน้ีด้วย และขอให้คณะยุวพุทธศาสนิกนี้ จงเป็นปึกแผ่นมั่นคงถาวรและแผ่ขยายออกไป เพ่ือความเจริญงอกงาม ไพบูลยแ์ ห่งพระพุทธศาสนาตลอดไป. ขอแสดงความนบั ถือ สวสั ด์ิ ส. สวัสดเิ กยี รติ หมายเหตุ เนื่องจากชื่อของคณะเป็นของใหม่ ยังไม่คุ้นหู การ เรยี กขานในตอนแรก ๆ จึงผิดเพ้ียนบ้าง เสียงสนับสนุนดังกล่าวน้ี เป็นเสมือนพรสวรรค์ดลใจให้ชาว คณะยุวพุทธิกะเข้มแข็งและมุ่งมั่นผลักดันงานเพื่อถึงจุดหมายปลายทาง ทุกคนจึงมงุ่ หนา้ เดิน

68 เสถียร โพธินันทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา วิวัฒนาการ หน่ึงปีเศษผ่านไป นับต้ังแต่วิญญาณยุวพุทธิกะปฏิสนธิเป็น รูปคณะ งานท้ังหลายยังก้าวหน้าไปด้วยดี และมีทีท่าจะเข้มแข็งและ มั่นคงขึ้นทุกวัน ท�ำให้ชาวคณะยุวพุทธิกะมั่นใจว่างานน้ีไม่ล้มแน่ ดังน้ันจึงจับเอาความคิดเดิมมาพัฒนาต่อไป น่ันคือ การจดทะเบียน เป็นรูปสมาคมท่ีถูกต้องตามกฎหมาย ข้อเสนอน้ีมีเสียงสนับสนุน กึกก้องทั้งจากภายในคณะและจากผู้สนใจทั่วไป การจดทะเบียนที่ ถูกต้องตามกรรมวิธีของกฎหมายจึงเกิดข้ึน และในเวลาไม่นานนัก นายทะเบียนก็อนุมัติตามระเบียบ เมื่อวันท่ี ๑๔ มิถุนายน ๒๔๙๓ เป็นอันว่า ”วิญญาณคณะยุวพุทธิกะได้คลอดออกมาเป็นหนูน้อย ยุวพุทธิกะ„ ในนาม ”ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย„ แล้ว เป็น หนูน้อยที่น่ารัก ซงึ่ ผู้ใหญ่ตา่ งก็ให้ความกรณุ าปรานเี ป็นท่ยี งิ่ ในบรรดาผู้ที่ช่วยให้คณะยุวพุทธิกะวิวัฒนาการเป็นสมาคมน้ัน ผู้ท่ีเหน่ือยที่สุดและน่าชมเชยท่ีสุด คงได้แก่คุณบุญยง ว่องวานิช โดย ท่ีได้เสียสละเวลามาวิ่งเต้นในเร่ืองนี้อย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย จึง เป็นทั้งสมองและหัวใจของยุวพุทธิกะในเวลาน้ัน เป็นอีกคนหน่ึงท่ีควร จารึกในสพุ รรณบัฏของสมาคม เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติของผู้ท�ำดีท่ีไม่ได้อะไรนอกจากความดี จึงขออนุญาตท่านผู้อ่าน ฝากนามคณะกรรมการชุดแรกของสมาคม ไว้ ณ ท่ีน้ีด้วย คณะกรรมการชุดแรกน้ีมีเพียง ๑๑ คน ส�ำหรับ ๑๑ ตำ� แหน่งพอดบิ พอดี ตามขอ้ บงั คับ (เดมิ ) คอื

เสถียร โพธนิ ันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 69 ๑. นายบุญยง ว่องวานชิ นายกสมาคม ๒. น.ส.เพญ็ สุข ศวิ ดติ ถ์ อุปนายก ๓. น.ส.กนิษฐา สามเสน ปฏคิ ม ๔. น.ส.ดเี ลิศ โปตรนนั ทน์ กรรมการโฆษณาและเผยแผ่ ๕. น.ส.มณฑา ภมู ิรัตน์ เหรญั ญกิ ๖. นายทองค�ำ ศรีโยธนิ พทุ ธศาสตร์ ๗. นายประสาร ทองภกั ดี บรรเทาทุกข์ ๘. นายสอาด ตนั ศภุ ผล บรรณารักษ์ ๙. นายสุนทร สขุ ีนยั นายทะเบียน ๑๐. ร.ท.จำ� รูญ กาญจนโยธิน กฬี าและรนื่ เรงิ ๑๑. นายจัด ขันธวเิ ชยี ร เลขาธกิ าร สว่ นคณะกรรมการทีป่ รึกษาชุดแรก มี ๑๕ ท่าน คือ ๑. พระยาภรตราชสุพิช ๒. คณุ หญงิ ระเบียบสนุ ทรลิขติ ๓. น.อ.ขนุ เรืองวศิ วกรรม ๔. ร.อ.หลวงไวรณการ ๕. ร.อ.ขุนเถกงิ ยุทธศกั ดิ์ ๖. นายสญั ญา ธรรมศักดิ์ ๗. นายเกลยี ว บนุ นาค ๘. นายสมคั บุราวาส ๙. นายเอย่ี ม สังขวาสี ๑๐. นายปยุ๋ โรจนบุรานนท์ ๑๑. น.ส.อไุ รกร บัณฑติ กุล

70 เสถียร โพธนิ นั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา ๑๒. น.ส.อรณุ วดี สุวรรณกนษิ ฐ์ ๑๓. นายเฉลียว ธรรมนิยม ๑๔. Mr. Low Kway Soo. ๑๕. นายเสถยี ร โพธินนั ทะ ท่านที่กล่าวนามมาแล้วเหล่าน้ี ล้วนเป็นกลไกส�ำคัญในการ วางรากฐาน และผลักดันงานสมาคมให้เริ่มไหวตัวทางก้าวหน้าใน เวลานั้น มีข้อท่ีน่าสังเกตอยู่อย่างหนึ่งเกี่ยวกับประวัติของสมาคม กล่าวคือ แม้ว่าจะได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนให้เป็นนิติบุคคลได้ ตั้งแต่ ๑๔ มิถุนายน ๒๔๙๓ แล้ว แต่คณะกรรมการก็ยังมิได้ท�ำพิธี เปิดป้ายสมาคม จนกระท่ังถึงวันออกพรรษาปีน้ัน คือวันท่ี ๒๖ ตุลาคม ๒๔๙๓ ท้ังน้ี เพราะมีความมุ่งหมายมาแต่แรกท่ีจะให้ถือเอา วันมหาปวารณาออกพรรษาทุก ๆ ปี เปน็ วนั คลา้ ยวันเกิดสมาคม และ ยังจัดฉลองวันครบรอบปีในวันน้ัน ซ่ึงคณะกรรมการรุ่นต่อ ๆ มาก็ได้ ยึดมตินัน้ เป็นหลักและปฏิบตั เิ ป็นประเพณีสบื ๆ มา งานคืองาน เม่ือหนูน้อยยุวพุทธิกะ มีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย แล้ว งานใหม่ชิ้นแรกท่ีเร่ิมจัดท�ำก็คือ การน�ำแนะตัวแจ้งกิจกรรมและ วัตถุประสงค์ของสมาคม ไปยังสมาคมพระพุทธศาสนาในต่างประเทศ เพราะมองเห็นกันว่า โลกน้ีแคบนัก หากรักที่จะอยู่เป็นคนที่สมบูรณ์ ในโลกยคุ ใหม่ กค็ วรตอ้ งจบั มือกับเพ่อื นรว่ มโลกไมว่ ่ามมุ ไหน สมาคม ตา่ ง ๆ ทไี่ ด้ติดต่อไปในขณะนั้น คือ

เสถียร โพธินันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 71 The Buddhist Society, 196 Great Russel Street, W.C. 1, London, England. _________________________ Y.M.B.A. Colombo, Ceylon. _________________________ The Maha Bodhi Society, 4 A, Bankim Chatterjee Street, Calcutta 12, India. _________________________ The Golden Lotus Press, 7009 Woolston Road. Philadelphia 38, U.S.A. _________________________ Les Amis du Bouddhisme, 31, Rue de Seine, Paris (Vie), France. _________________________

72 เสถียร โพธินันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา ข้อความในจดหมายนน้ั มดี งั น้ี Young Buddhists Association of Thailand, Kanmatuyarame Monastery, Yavaraj Road, Bangkok. 26th September 1950. Dear Sirs. We beg to introduce ourselves as the ”Young Buddhists Association of Thailand„. We had operated for two years before the association was approved by the authorities as a legal one. As our name implies, the association has been formed and managed exclusively by the Young Buddhists all under the age of 35/ ”The objectives of the Association are as follows :- 1. To acquire and exchange knowledge as well as to spread and observe the Buddha Dharma. 2. To observe Buddhist ceremonies. 3. To perform public charity. 4. To help fellow members in need, such as when un- employed or in sickness, adversity, or death. 5. To promote unity among members by providing atheletic games and entertainments which are morally sound.

เสถียร โพธินันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 73 6. To encourage fellow members as well as the people at large to live a moral life bound by the Five Precepts. 7. To expand our work throughout the kingdom and abroad, and to cooperate with all religious organizations through out the world. We have the pleasure in informing you that we also set up a branch some months ago at Chiengmai, a northern city of Thailand, and that our head-office will be inaugurated on the 26th October next, at Kanmatuyarama Monastery, Yavaraj Road, Bangkok. We sincerely hope that you will be so kind as to extend us your cooperation, so that our common aims and ideals may be fully realized. With best wishes and high considerations to you all. Your faithfully, Boon Yong Vongvanij President.

74 เสถียร โพธินันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา องค์การต่าง ๆ ดังกล่าวแล้ว ได้ตอบต้อนรับและอวยพรให้ ย.ส.พ. แห่งประเทศไทย อยู่ย่ังยืนและก้าวหน้าสืบไป ท�ำให้ชาวคณะ ยุวพทุ ธกิ สมาคมมีกำ� ลังใจยง่ิ ขนึ้ เพ่ือพัฒนาตัวเองก้าวหน้ามาถึงข้ันนี้แล้ว คณะกรรมการบริหาร ก็ได้เดินทางตามโครงการท่ีวางไว้เดิม และขยายให้กว้างออกไปให้ มากท่ีสุดเท่าท่ีจะท�ำได้ งานท่ีจัดท�ำอย่างจริงจังในระยะนั้นและในเวลา ต่อ ๆ มาได้แกง่ านเหลา่ น้ี ๑. กิจการห้องสมุด ซ่ึงได้จัดท�ำท้ังในรูปห้องสมุดประจ�ำสมาคม และห้องสมดุ เคล่อื นท่ี ๒. งานเกี่ยวกบั การกฬี าและร่นื เริง งานนไี้ มไ่ ดจ้ ดั ขึ้นเป็นเอกเทศ แต่คงจัดแทรกไว้ในงานใหญ่ ๆ เช่น งานวัดเกิดสมาคม โดยปกติ ท�ำหนักไปในการกุศล แต่มีงานบันเทิงแทรก เช่น แสดงละครบ้าง ดนตรีบา้ ง ฯลฯ ๓. งานบรรเทาทุกข์ สมาคมเคยช่วยเหลือสมาชิกท่ีเจ็บป่วย ให้หายไปหลายราย และได้เคยช่วยเหลือสมาชิกให้ได้ท�ำงานบ้างก็มี นอกจากนี้ยังได้รวบรวมเส้ือผ้าและสุขภัณฑ์อ่ืน ๆ ไว้และได้ส่งไปช่วย งานสาธารณสงเคราะห์ เมือ่ เกิดสาธารณภยั ขึ้นในทต่ี ่าง ๆ หลายสบิ แหง่ ๔. งานเผยแผ่ นับเป็นงานส�ำคัญท่ีสุดของสมาคม จึงได้จัดท�ำ อย่างเป็นล่�ำเป็นสันติดต่อกันมา โดยได้แบ่งงานน้ีเป็น ๓ ส่วน คือ งานเผยแผ่ภายในสมาคม งานเผยแผภ่ ายนอกสมาคม และงานเผยแผ่ ในต่างประเทศ

เสถียร โพธนิ ันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 75 งานเผยแผ่ภายในสมาคม ได้จัดปาฐกถาบา้ ง อภปิ รายปัญหาบา้ ง เป็นประจ�ำทุกวันอาทิตย์ นอกจากนี้ก็มีการออกวารสาร จัดพิมพ์ หนงั สือหรอื เอกสารเผยแผอ่ กี หลายอยา่ ง งานเผยแผภ่ ายนอก ท่ีจดั ท�ำไปมี - จดั ส่งคณะกรรมการไปอภปิ รายปัญหาธรรมะตามโรงเรยี นตา่ งๆ ในรูป ”คณะอภิปราย„ (ตอนแรกไมป่ ล่อยเดย่ี ว) - จัดส่งคณะอภิปราย ไปเผยแผ่ต่างจังหวัด (ไม่ปล่อยเด่ียว เหมอื นกัน) - ให้รางวัลนักเขียนที่สอบได้คะแนนเยี่ยมวิชาศีลธรรมและมี ความประพฤตดิ ี - จัดใหม้ ีการประกวดตา่ ง ๆ - จดั บทความธรรมะไปเผยแผ่ยังสถานวี ิทยุต่าง ๆ - เคยทดลองจัดโรงเรียนวันอาทติ ย์ส�ำหรบั เด็ก - จดั เผยแผ่ธรรมะด้วยบทละคร ในนามของคณะสมานมติ ร การเผยแผ่ภายนอกประเทศ ได้จัดทำ� ไปบ้าง เช่น จัดส่งเอกสาร และวารสารไปแลกเปล่ียนกับองค์การพระพุทธศาสนาในต่างประเทศ ส่งผู้แทนสมาคมไปร่วมงานสังคายนาคร้ังท่ี ๖ ท่ีประเทศพม่า เป็นต้น

76 เสถียร โพธนิ ันทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา กา้ วหนา้ นับเป็นโชคดีอย่างน่ามหัศจรรย์ท่ีสุด ที่ยุวพุทธิกสมาคมได้ บุคคลท่ีเข้มแข็งมาเป็นนายกสมาคมถึง ๓ คนแล้ว คือ คุณบุญยง ว่องวานชิ คณุ ปรก อมั ระนันทน์ และ คณุ สมพร เทพสทิ ธา ทั้ง ๓ คนน้ี ได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันท�ำหน้าท่ีนายกสมาคม และเม่ือถึงคราว ต้องพ้นต�ำแหน่งไปก็มิได้ทอดท้ิง คงรับหน้าที่ช่วยเหลือสมาคมอยู่ ตลอดเวลา และบางครงั้ ตอ้ งท�ำหนกั พอ ๆ กับนายกสมาคมก็มี น่เี ปน็ ประเพณีของชาวยุวพุทธซึ่งถือปฏิบัติสืบมานับ ๑๐ ปี และหวังว่า จะเป็นประเพณีที่ดีของเราสืบไป เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากคนชั้นน�ำอย่างน้ี งานของ สมาคมจึงเดินหน้าเรื่อยมา งานส่วนใหญ่ก็คงจัดท�ำอย่างที่ท�ำมาใน คร้ังก่อน ๆ แต่ได้ขยายให้กว้างขวางออกไป และในช้ันหลังนี้ ได้มี งานใหม่ ๆ ซึ่งแสดงความก้าวหน้าอยหู่ ลายอย่าง จะขอกล่าวถึงเฉพาะ ท่สี �ำคัญดงั น้ี ๑. การจัดต้ังกลุ่มศึกษาพุทธศาสตร์ ในปี ๒๕๐๒ ได้จัดต้ัง กลุ่มศึกษาพุทธศาสตร์ขึ้นในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นความ ก้าวหน้าที่น่าช่ืนชมที่สามารถน�ำให้บุคคลช้ันสมองของชาติในอนาคต ไดศ้ กึ ษาหาความรูเ้ กย่ี วกับพระพุทธศาสนา ๒. การช่วยเหลือเด็กยากจน สมาคมได้ช่วยทั้งในด้านการศึกษา และการครองชีพส่วนใหญ่ของเด็กที่สมาคมให้อุปการะ เป็นเด็กที่เคย อาศัยอยู่ในบริเวณท่ีท้ิงกองขยะ ถนนดินแดง เป็นเด็กยากจนและ แร้นแค้นอย่างไม่น่าคิดว่าจะมี สมาคมได้ให้ความช่วยเหลือโดยน�ำ

เสถียร โพธินันทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา 77 เสื้อผ้าไปแจกบ้าง น�ำทัศนาจรเพ่ือทัศนศึกษาบ้าง ฝากเข้าเรียนใน โรงเรียนบ้าง และจนกระท่ังขณะน้ี คุณพรพรรณ วัชราภัย และคณะ กย็ ังคงไปทำ� หนา้ ท่คี รสู อนเด็กทนี่ า่ สงสารเหลา่ นอ้ี ยู่ น่าสรรเสริญยงิ่ นัก นอกจากนี้ สมาคมยังได้ให้เงินช่วยเหลือนักศึกษามหาวิทยาลัย และนกั เรียนอาชีวะ ผ้มู ีรายได้นอ้ ยอีกหลายราย ๓. การต้ังหน่วยยุวพุทธสงเคราะห์ โดยความร่วมมือของ กรมประชาสงเคราะห์ช่วยจัดอบรมวิชาสังคมสงเคราะห์ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติแก่ผู้อาสาสมัคร หน่วยยุวพุทธสงเคราะห์ของสมาคม จงึ ตง้ั ข้นึ และดำ� เนนิ งานเร่ือยมาจนบัดนี้ ๔. การต้ังสโมสรเยาวชน เป็นก้าวใหม่อีกก้าวหนึ่งของสมาคม เกี่ยวกับงานสังคมสงเคราะห์ สโมสรเยาวชนน้ีได้ต้ังข้ึนตามหลักและ วิธีการสากลนิยม จัดต้ังข้ึนท่ีวิทยาลัยวิบูลประชาสรรค์ เม่ือ ๒๒ สงิ หาคม ๒๕๐๒ ๕. การร่วมมือกับกรมประชาสงเคราะห์และองค์การสังคม สงเคราะห์อื่น ๆ ท่ีส�ำคัญก็คือ ได้มีส่วนช่วยจัดต้ังสภาองค์การสังคม สงเคราะห์แห่งชาติ เพื่อเป็นศูนย์กลางประสานงานระหว่างองค์การ สังคมสงเคราะห์ของรัฐบาลและองค์การเอกชน คุณสมพร เทพสิทธา นายกสมาคม ได้ร่วมอยู่ในคณะกรรมการเร่ิมการของสภาน้ีด้วย และ ในการประชุมสังคมสงเคราะห์แห่งชาติคร้ังแรก ที่ศาลาสันติธรรม ระหว่างวันท่ี ๒๙ กุมภาพันธ์ – ๗ มีนาคม ๒๕๐๓ สมาคมก็ได้ร่วม อยู่ในคณะกรรมการด�ำเนินการประชุม และได้มีบทบาทส�ำคัญในการ ประชุมคร้ังน้ี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายกสมาคมได้รับเกียรติเป็น

78 เสถียร โพธนิ นั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา รองประธานกรรมการท่ีประชุม และกรรมการหลายท่านได้มีบทบาท สำ� คัญในการประชมุ กลุ่มการประชุมครงั้ น้ีจงึ เป็นนาทีทองของเราจรงิ ๆ ๖. การต้ังค่ายอาสาสมัคร (Voluntary Work Camp) ค�ำนี้ ออกจะใหม่หูส�ำหรับคนไทย และเป็นงานใหม่เอ่ียมของเรา ซึ่งเร่ิม จับท�ำเมื่อปี ๒๕๐๐ โดยคร้ังแรกสมาคมได้รับเชิญจากคณะกรรมการ ประสานงานแห่งค่ายอาสาสมัครนานาชาติของยูเนสโก สมาคมจึงได้ ส่งผู้แทนไปร่วมค่ายอาสาสมัครท่ีอินเดียตามค�ำเชิญ คร้ันต่อมา เม่ือปี ๒๕๐๑ ก็ได้ทดลองต้ังขึ้นท่ีจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นค่าย อาสาสมัครระหว่างยุวพุทธิกสมาคมจังหวัดต่าง ๆ ปรากฏว่าได้ผล ดีมาก ก่อให้เกิดอุตสาหะ ขึ้นในปี ๒๕๐๒ ระหว่างเดือนมีนาคม- เมษายน สมาคมได้ต้ังค่ายอาสาสมัครขึ้น ๕ แห่ง คือท่ี ขอนแก่น, สุรินทร์, อุบลราชธานี, ระยอง และฉะเชิงเทรา โดยน�ำนักศึกษา มหาวิทยาลัย จ�ำนวน ๒๐๐ คน ไปอยู่ค่ายแห่งละ ๑๔-๑๕ วัน ทั้งนี้ โดยได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากมูลนิธิเอเชีย นับเป็นงาน ก้าวใหม่ที่ได้ผลดี นอกจากในด้านฝึกอบรมศีลธรรมแล้ว ยังได้ผลดี แก่ประเทศชาติในด้านแก้นิสัยหยิบโหย่งท่ีเรามักจะชอบนินทากัน อยู่เสมอ และเป็นที่คาดว่า งานที่ยุวพุทธิกสมาคมกรุยทางไว้แล้วน้ี จะเป็นถนนถาวรเพ่ือก้าวไปสู่สัมฤทธ์ิผลในท่ีสุดได้แน่ เพราะได้เกิด ความสนใจในวงการตา่ ง ๆ มากข้ึนแลว้ ๗. การร่วมมือกับยุวพุทธิกสมาคมในต่างจังหวัด ย่ิงวันเวลา ล่วงไป สมาคมก็ย่ิงแผ่กิ่งก้านสาขาออกไป นั่นคือ ยุวพุทธิกสมาคม ได้เกิดข้ึนในจังหวัดต่าง ๆ เพ่ิมขึ้นเร่ือย ๆ จนกระท่ังถึงเวลาน้ีมี ยุวพุทธิกสมาคมอยู่เกือบ ๓๐ สมาคมแล้ว ทั้งน้ี ยุวพุทธิกสมาคม แห่งประเทศไทยได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนในการจัดตั้งทุกวิถีทาง

เสถียร โพธินนั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 79 เม่ือมากคนก็มากความ ฉะน้ัน เพ่ือให้เกิดความร่วมมือระหว่าง คนมาก ในการด�ำเนินงานจึงมีคณะกรรมการคณะหน่ึงเรียกว่า ”คณะกรรมการกลางยุวพุทธิกสมาคม„ โดยมียุวพุทธิกสมาคมแห่ง ประเทศไทยเป็นส�ำนักงานกลาง คณะกรรมการกลางได้จัดให้มีการ ประชุมยุวพุทธิกสมาคมท่ัวประเทศมาแล้ว ๕ ครั้ง ครั้งแรก เม่ือ ปี ๒๔๙๘ ท่ีเชียงใหม่ ครั้งท่ี ๒ เมื่อปี ๒๔๙๙ ท่ีจังหวัดอุบล ครั้งที่ ๓ เมื่อปี ๒๕๐๑ ท่ีจังหวัดชลบุรี คร้ังที่ ๔ เมื่อปี ๒๕๐๒ ที่ศาลาสันติธรรม กรุงเทพฯ และครั้งท่ี ๕ เมื่อปี ๒๕๐๓ ที่จังหวัด สงขลา การประชุมทุกคร้ังท�ำให้ชาวยุวพุทธิกะรู้จักกัน เข้าใจกัน อยากทำ� งานรว่ มกัน จึงนบั เปน็ กา้ วใหมข่ องงานทม่ี นั่ ใจวา่ จะม่ันคง ยคุ ใหม่ – กา้ วใหม่ ลุปี ๒๕๐๓ ศุภนิมิตบางประการแสดงถึงความก้าวหน้ายุคใหม่ จึงขอน�ำมาพูดเป็นเอกเทศ ศุภนิมิตอันแรกก็คือการได้รับพระมหากรุณา ให้เข้าอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ ความจริงเร่ืองนี้กรรมการชุดก่อน ๆ ก็ได้เคยคิดเคยปรารภและเคยตกลงในหลักการว่า จะขออยู่ใน พระบรมราชูปถัมภ์เหมือนกัน ความคิดนี้จึงถ่ายทอดเป็นมรดกสืบกัน ต่อ ๆ มา จนกระท่ังถึงสมัยคุณสมพร เทพสิทธา เป็นนายกสมาคม จึงได้เร่ิมด�ำเนินงานเป็นทางการอย่างเอาจริงเอาจัง และในการนี้ได้มี ผู้หลักผู้ใหญ่สนับสนุนอยู่หลายท่าน เช่น สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดมกุฏกษัตริยาราม สังฆนายก และ พ.ต.อ.พัฒน์ นีลวัฒนานนท์ เป็นต้น ผลของความมานะพยายามผลของความช่วยเหลือและ เหนือสิ่งอ่ืนใด โดยอานุภาพแห่งเมตตาธรรมยุวพุทธิกสมาคมแห่ง

80 เสถียร โพธนิ นั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา ประเทศไทย จึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ ต้ังแต่วันท่ี ๑๗ มีนาคม ๒๕๐๓ เพื่อเป็นเกียรติประวัติของสมาคม ผเู้ ขียนขอน�ำส�ำเนาหนงั สือเกย่ี วกับศภุ นมิ ิตนน้ั มาลงไว้ ณ ที่น้ีด้วย ที่ ๖๖๐/๒๕๐๓ สำ� นกั ราชเลขาธกิ าร ๑๗ มนี าคม ๒๕๐๓ เรือ่ ง ขอพระมหากรณุ าให้ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย อยู่ในพระบรมราชปู ถัมภ์ เรียน นายกยุวพุทธกิ สมาคมแหง่ ประเทศไทย อา้ งถงึ หนังสือกราบบงั คมทลู พระกรุณา ลงวนั ท่ี ๒๖ กันยายน ๒๕๐๑ ตามที่ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระมหากรุณาให้ ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ ความ ละเอียดแจ้งอยแู่ ล้วนั้น ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว โปรดเกล้าฯ รับยุวพุทธิก- สมาคมแหง่ ประเทศไทย ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ตามที่พระมหากรณุ า (นายจำ� นงราชกิจ) รองราชเลขาธกิ าร ลงชื่อแทน ราชเลขาธกิ าร กองการในพระองค์

เสถียร โพธนิ ันทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา 81 และเพื่อส�ำแดงออกซึ่งความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณครั้งน้ี ยุวพุทธิกสมาคมจึงได้จัดงานเฉลิมฉลองขึ้น เมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๐๓ โดยอาราธนาพระเถระช้นั ผูใ้ หญ่ มี สมเดจ็ พระวันรตั สังฆนายก และบัญชาการคณะสงฆ์สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธาน มาเจริญ พระพุทธมนต์ ฉันเพล ณ ที่ต้ังสมาคม เป็นการเปิดโอกาสให้ชาว ยุวพทุ ธิกะไดร้ ว่ มกันบำ� เพ็ญกศุ ลด้วย ศุภนิมิตของยุคใหม่ของสมาคมอีกอันหน่ึงก็คือ การจัดต้ัง ”สภายุวพุทธิกสมาคมแห่งชาติ„ ข้ึน ทั้งนี้ ก็โดยผลของการประชุม ยุวพทุ ธกิ สมาคมท่ัวประเทศ คร้งั ที่ ๕ ที่สงขลาเม่ือปลายเดือนเมษายน ๒๕๐๓ สภาน้ีเป็นพัฒนาการทางความคิดท่ีจะปรับปรุงคณะกรรมการ กลางยุวพุทธิกสมาคมให้มีบทบาทมากขึ้น ซ่ึงเป็นความคิดริเร่ิมของ คุณสมพร เทพสิทธา อีกเช่นเดียวกัน หลักการส�ำคัญของสภาน้ีก็คือ ให้เป็นองค์การนิมิตบุคคลขึ้นอีกต่างหากจากยุวพุทธิกสมาคมทั้งหลาย สมาชิกของสมาคมนี้ก็คือ ยุวพุทธิกสมาคมท่ีมีอยู่แล้วและท่ีจะจัดตั้ง ขึ้นในอนาคตน่ันเอง สภาน้ีจึงเป็นศูนย์กลางประสานงาน และประสาน สัมพันธภาพทางจิตใจและอ่ืน ๆ ระหว่างยุวพุทธิกสมาคมด้วยกัน ใหก้ ระชบั แนน่ และถาวรย่งิ ขึน้ .

ก�ำลงั บรรยายชีวประวตั ขิ องบคุ คลในสมยั พุทธกาล ในรายการพิเศษวันวสิ าขบชู า ทหี่ อประชมุ โรงพยาบาลสงฆ์

อนาคาริกโพธนิ ันทะ สมพร เทพสทิ ธา ประเทศลังกาได้เป็นดินแดนที่ก่อก�ำเนิดบุคคลท่ีส�ำคัญยิ่ง ซ่ึง มชี ือ่ เรยี กวา่ อนาคาริก ธมั มปาละ บุคคลผ้นู ม้ี คี วามเลอ่ื มใสศรัทธาใน พระพุทธศาสนาต้ังแต่ยังเป็นเด็ก และได้สละทรัพย์สมบัติและชีวิต เพื่อพระพุทธศาสนา โดยได้ท�ำการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในประเทศ อินเดีย และได้เป็นผู้ก่อต้ังสมาคมมหาโพธ์ิ ซ่ึงมีสาขาแพร่หลายท่ัวไป ในเมืองใหญ่ ๆ ของอินเดีย ลงั กา และประเทศอน่ื บางประเทศ ประเทศไทยเรากไ็ ดเ้ ปน็ ดนิ แดนทก่ี อ่ กำ� เนดิ บคุ คลทสี่ ำ� คญั ผหู้ นง่ึ ซ่ึงมีความเลื่อมใสศรัทธาและความรอบรู้ในพระพุทธศาสนาตั้งแต่ยัง เป็นเดก็ ได้ด�ำรงชีวติ เหมือนผู้ไมม่ เี รอื น และได้เปน็ กำ� ลังส�ำคญั ในการ เผยแพร่พระพุทธศาสนา บุคคลผู้น้ีได้เป็นผู้ริเริ่มก่อต้ังยุวพุทธิกสมาคม ข้ึนในประเทศไทย และมีบทบาทอย่างส�ำคัญท่ีท�ำให้กิจการของ ยวุ พุทธิกสมาคมเจรญิ กา้ วหน้า ถงึ กับมกี ารกอ่ ตัง้ ขน้ึ แล้ว ๔๔ สมาคม

84 เสถียร โพธนิ นั ทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา ใน ๓๕ จังหวัด บุคคลน้ีคือ คุณเสถียร โพธินันทะ ซ่ึงข้าพเจ้าอยาก จะใหส้ มญาเขาวา่ “อนาคารกิ โพธนิ ันทะ” ข้าพเจ้าเล่ือมใสในงานของคุณเสถียร โพธินันทะ เม่ือได้บวช เป็นพระในปี ๒๔๙๑ โดยได้อ่านเรื่องของคุณเสถียรจากหนังสือพิมพ์ ธรรมจักษุ ในคร้ังแรกคุณเสถียรยังใช้ชื่อว่า ”เสถียร กมลมาลย์„ ต่อมาจากได้เปลี่ยนเป็น ”เสถียร โพธินันทะ„ เพื่อให้มีความหมายใน ทางธรรมะ ในขณะนั้นคุณเสถยี รเป็นนกั เขยี นประจ�ำหนงั สอื ธรรมจักษุ ท่ีเด่นท่ีสุดคนหน่ึง ผู้ที่อ่านเร่ืองของคุณเสถียรจะต้องอัศจรรย์ใจที่ เด็กหนุ่มอายุเพียง ๑๗ ปี ช่างมีความรู้ในเร่ืองพุทธศาสนาอย่างลึกซ้ึง และสามารถเขียนเร่ืองได้ด้วยส�ำนวนโวหารอันไพเราะจับใจ นอกจากน้ี คณุ เสถียรยงั มีความรอบร้ใู นภาษาจนี ได้แปลเรื่องราวพระพุทธศาสนา ฝ่ายมหายานมาให้อ่านอยู่เสมอ เช่นเร่ือง ”พุทธอาณาจักรแห่งหิมวัต„ ซึง่ เป็นเรือ่ งราวของประเทศธเิ บต และในสมยั นั้นนายแพทยต์ ันมอ่ เซย้ี ง ผู้เช่ียวชาญพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ยังพูดและเขียนภาษาไทย ได้ไม่คล่อง เม่ือนายแพทย์ตันม่อเซ้ียงแสดงปาฐกถาเป็นภาษาจีน คุณเสถียรก็ท�ำหน้าที่เป็นล่ามแปลเป็นภาษาไทย และไม่ได้แปล อยา่ งเดียว ยงั อธบิ ายเพ่ิมเติมให้ผ้ฟู งั เขา้ ใจซาบซึ้งยง่ิ ขึน้ เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่คุณเสถียร และเพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เห็น ความเป็นอัจฉริยะของคุณเสถียร ข้าพเจ้าใคร่จะขอน�ำข้อเขียน บางเรื่องของคุณเสถียร ซึ่งเขียนในระหว่างปี ๒๔๙๐ ซึ่งในขณะนั้น คณุ เสถียรยังมีอายเุ พยี ง ๑๗ ปี มาลงไว้ ณ ทนี่ ี้

เสถียร โพธินนั ทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา 85 ในบันทึกท้ายปาฐกถาเร่ือง ”ข้อปฏิบัติส�ำคัญของนิกายฌาน„ ของนายแพทย์ตนั ม่อเซ้ียง คุณเสถียรได้เขียนไว้ตอนหนึง่ วา่ ”ท่ีว่านิกายฌานเป็นนิกายย่นทางตรัสรู้ให้เร็ว คือไม่ต้องรักษา ศีลก่อนแล้วจึงค่อยหัดท�ำสมาธิแล้วจึงไปขั้นปัญญาน้ัน ถ้าจะดูตาม หลักฐานต่าง ๆ ในปกรณ์ฝ่ายของเรา ก็จะพบว่าได้มีพระอรหันต์เป็น จ�ำนวนมากท่ีไม่ได้ผ่านการรักษาศีล หรือการทำ� สมาธิอย่างชนิดสูง ๆ แต่ว่าได้ตรัสรู้กันในขณะฟังธรรมบรรยายของพระศาสดา เช่นพระยศ และเหล่ามิตรสหายเป็นต้น ท่านเหล่านี้มิใช่พวกตรัสรู้อย่างฉับพลัน หรือว่าไร อันพระอรหันต์ผู้ตรัสรู้เล่า ทางพระพุทธศาสนา (ไม่เป็นของ นิกายใดนิกายหนึ่ง) ก็ได้วางแนวไว้สองทาง ทางหน่ึงได้แก่พวกที่ได้ ตรัสรู้ด้วยการบ�ำเพ็ญเพียรทางศีล แล้วเลื่อนข้ึนมาบ�ำเพ็ญเพียรทาง สมาธิหนกั ในทางจติ จนสามารถบรรลุฌานต่าง ๆ ทงั้ รปู ฌาน อรปู ฌาน เม่ือจิตถูกอบรมฝึกฝนจนมีอำ� นาจแข็งแกร่งแล้ว ก็ใช้อำ� นาจแห่งจิตน้ัน ท�ำลายอวิชชาเสียได้ เรียกกันว่า ”เจโตวิมุตต์„ แปลว่าหลุดพ้นด้วย อ�ำนาจจิต พระอริยเจ้าเหล่าน้ีเพราะเหตุท่ีบรรลุฌานมาก่อนจึงสามารถ แสดงอิทธิฤทธิ์ต่าง ๆ ได้ ทางหนึ่งได้แก่ท่านท่ีใช้อ�ำนาจปัญญา พิจารณาสภาวธรรมท้ังหลายตามเป็นจริง จนสามารถหลุดพ้นทุกข์ได้ พวกนี้ไม่จ�ำเป็นต้องได้ฌานสมาธิเพียงแต่มีสมาธิข้ันต่�ำ ๆ แล้วยกจิต ข้ึนสู่ปัญญาเท่าน้ัน เรียกว่าพวก ”ปัญญาวิมุตต์„ แปลว่าหลุดพ้นด้วย อำ� นาจปัญญา แสดงอทิ ธิปาฏิหารยิ อ์ ะไรไม่ได้ พระอริยเจ้าท้ังสองพวกน้ีถ้าเราจะพิจารณาดูกันแล้ว หลัก ธรรมะในนิกายฌานก็คือการปฏิบัติเอาทางปัญญากันโดยเฉพาะ

86 เสถียร โพธนิ ันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา อันได้แก่พวกหลังนี้เอง ค�ำสอนทางฝ่ายของเราก็มีกล่าวเป็นไปอย่าง ท�ำนองน้ีหลายอยา่ ง เชน่ พทุ ธภาษติ ในตลิ ักขณาทิคาถาวา่ ”เมื่อใดมาเห็นสังขารท้ังหลายว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตน เม่ือน้ันย่อมเบ่ือหน่ายในทุกข์อันน้ีเป็นทางแห่งความบริสุทธิ์หมดจด„ ในพุทธภาษิตนี้ไม่ได้บอกว่าต้องรักษาศีลแล้วท�ำสมาธิจึงจะเกิด มีปัญญาหลุดพ้นทุกข์ได้ แต่ว่าเมื่อมีปัญญาเห็นแจ้งในพระไตรลักษณ์ แล้วก็เป็นเหตุให้หลุดพ้นได้ เป็นการแสดงถึงความส�ำคัญของปัญญา ไปในตัว เพราะเหตุว่าขณะใดมีปัญญา ขณะน้ันก็มีสมาธิและศีล ไปแล้ว ขณะใดมีสมาธิ ขณะนนั้ ก็มศี ีล.............„ ในบทความเรื่องวิสาขพจน์ คุณเสถียรได้ใช้พรรณนาโวหาร บรรยายความเสียสละของพระผู้มีพระภาคเจ้าของเราไว้อย่างไพเราะว่า ”การเสียสละอันย่ิงใหญ่จากราชบัลลังก์ทองของพระองค์ มา ประทับตามพื้นดินอันขรุขระด้วยอิฐกรวด มีร่มไม้เป็นท่ีกางกั้นแทน เศวตฉัตร มีเสียงร้องของเหล่าปักษิณชาติหลากชนิดกับเสียงของใบไม้ แกว่งไกวกระทบกันยามเมื่อต้องลม แทนการขับประโคมดุริยางค์ อันแสนเสนาะของชาวเจ้าเหล่าหญิงวัง มีคูหาและชะง่อนผาตามคีรี เป็นที่อาศัยบรรทมและหลบฝน แทนมหาปราสาทอันวิจิตรซึ่งแล้วด้วย จินดารัตน์และมีคุณสมบัติประจ�ำตัวมันหาเหมือนกันไม่ทั้ง ๓ ฤดู สิ่งเหล่าน้ีได้ถูกกระท�ำไปด้วยเหตุผลกลใดเล่า ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะ น้�ำพระหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วยความกรุณาในสรรพสัตว์ที่แหวกว่ายใน ทุกข์สาครน้ี ถ้าปราศจากการเสียสละของเจ้าชายสิทธัตถะราชกุมาร แห่งกบิลพัสดุ์ แล้ว เออ ชาวเราท้ังหลายจะได้รู้หรือว่าวิธีท่ีจะหลุดพ้น

เสถียร โพธนิ ันทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา 87 จากบ่วงทุกข์น้ันคืออย่างไร เจ้าชายท่านได้ทรงสละทุกส่ิงทุกอย่าง แมก้ ระท่งั ความสุขส่วนพระองค์ เพือ่ ความสขุ อันยืนนานของสากลโลก ทั้งสิ้น ฉะนี้แล้วไยจะให้มนุษย์ผู้ซึ่งเลิศในความคิด ไม่รู้ซาบซึ้งและ บูชาคณุ ของพระองค์„ น่ีคอื ข้อเขยี นของเด็กหน่มุ อายุเพยี ง ๑๗ ปี ข้อเขียนของคุณเสถียรและความเลื่อมใสท่ีมีต่อคุณเสถียร เป็นส่วนหนึ่งที่ท�ำข้าพเจ้ามีความสนใจที่จะศึกษาหาความรู้เก่ียวกับ พระพุทธศาสนายิ่งขึ้น ในระหว่าง ๓ เดือนที่บวช ข้าพเจ้าได้อ่านหนังสือ พระพุทธศาสนาหลายเล่มและหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของท่าน พุทธทาสภิกขุและท่านสุชีโวภิกขุ เม่ือศึกษามากข้ึนก็ท�ำให้มีความรู้ ความเข้าใจในพระพุทธศาสนาดีข้ึน และได้รับรสอันด่ืมด่�ำของพระธรรม ถึงกับเขียนไว้ในค�ำน�ำหนังสือ ”ชาติหน้าและสวรรค์มีจริงหรือไม่„ ซ่ึง ข้าพเจ้าเรยี บเรียงขึน้ เปน็ อนสุ รณข์ องการบวชไว้ว่า ”เม่อื ปี พ.ศ. ๒๔๙๑ ข้าพเจ้ามีโชคดี ได้บวชเป็นสาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่ีวัดเสนหา จังหวัดนครปฐม ชีวิตภายใต้กาสาวพัสตร์ได้ให้ความสุข อันสงบเยือกเย็นใจอย่างที่ข้าพเจ้าไม่เคยได้พบ จนบางครั้งข้าพเจ้า มองเห็นชีวิตฆราวาสท่ีผ่านมาเป็นชีวิตที่เหลวไหลไร้สาระหาความเป็น แก่นสารมิได้ เพราะช่างเป็นชีวิตท่ีหลงผิดและหาความสงบใจอันแท้จริง ไม่ได้เสียเลย ข้าพเจ้าเคยเดินผ่านบ้านของท่านเศรษฐีหลายท่าน แทนที่จะอิจฉา อยากมีอย่างเขาบ้าง ข้าพเจ้ากลับเกิดความสงสารข้ึน ในจิตใจ เพราะข้าพเจ้าเช่ือว่าทรัพย์สมบัติไม่เคยให้ความสุขอันแท้จริง แก่เราเลย กลับเป็นภาระท่ีทับอยู่บนตัว ท�ำให้เราคิดอยากจะได้เพ่ิมพูน ข้ึนเรื่อย ๆ เมื่อได้มาก็ต้องระแวดระวังด้วยจิตใจที่เป็นห่วง บางคน

88 เสถียร โพธนิ ันทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา ก็ต้องตายเพราะทรัพย์สมบัติของตน ข้าพเจ้าคิดว่าแม้ข้าพเจ้าจะ เป็นเพียงภิกษุซ่ึงแปลว่าผู้ขอ มีเพียงไตรจีวรและสมณบริขารอันมีราคา เพียงเล็กน้อย ข้าพเจ้าก็มีความสุขกว่าเขามากมายหลายเท่านัก น่ีเป็น ความรู้สึกอนั แทจ้ รงิ ทเ่ี กิดข้นึ เมื่อขา้ พเจ้าครองเพศบรรพชติ „ เมื่อออกจากเพศบรรพชิตแล้ว ข้าพเจ้าก็ยังติดตามงานของ คุณเสถียรต่อไป บางครั้งก็ได้ข้าไปฟังบรรยายธรรมของคุณเสถียร ที่ตึกมหามกุฏราชวิทยาลัย ซ่ึงก่อนนี้เป็นส�ำนักงานของพุทธสมาคม แห่งประเทศไทย ข้าพเจ้ายังจ�ำได้ว่าคร้ังหน่ึงเคยฟังการโต้ตอบเร่ือง พระพุทธศาสนาระหว่างคุณเสถียร และ ส.ธรรมยศ แม้จะยังเป็นเด็ก คุณเสถียรก็ได้ตอบอย่างฉาดฉานโดยไม่มีอาการประหม่าเลย คนฟัง ได้ปรบมือแสดงความพอใจและการยกย่องให้แก่คุณเสถียรหลายคร้ัง ข้าพเจ้าได้ทราบมาว่า เมื่อสมัยท่ีคุณเสถียรเรียนอยู่ในโรงเรียนมิชชันนารี แห่งหนึ่งในพระนคร ก็ได้ซักถามและโต้ตอบเร่ืองศาสนากับบาทหลวง ทเี่ ปน็ ครขู องโรงเรียนนน้ั ท�ำเอาบาทหลวงองึ้ และงงงนั ไป ข้าพเจ้าได้มีโอกาสรู้จักกับคุณเสถียร ในปี ๒๔๙๒ ที่วัด กันมาตุยาราม โดยการแนะน�ำของท่านสุชีโวภิกขุ ข้าพเจ้าถือว่าการ ได้พบปะรู้จักคุณเสถียรในวันน้ันเป็นลาภอันประเสริฐอย่างยิ่ง เพราะ ข้าพเจ้ามีความเลื่อมใสในตัวคุณเสถียรอยู่แล้ว การคบกับบัณฑิต ก็เป็นมงคลอย่างหน่ึงตามหลักพระพุทธศาสนา แม้จะเป็นการพบปะ กันครั้งแรก เราก็ได้คุยกันอย่างสนิทสนม เร่ืองส�ำคัญท่ีเราคุยกันใน วันน้ันก็คือ การเผยแพร่พระพุทธศาสนาในบรรดาเยาวชน ในสมัยน้ัน ยังมีเยาวชนจ�ำนวนมากท่ีสนใจในพระพุทธศาสนา หนุ่มสาวผู้ใดที่มา สนใจในศาสนามักจะถูกมองมาว่าเป็นคนประหลาดหรือคนครึ และ

เสถียร โพธินนั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 89 มักจะถกู ขนานนามวา่ ”ทา่ นมหา„ บ้าง หรือ ”คนแกว่ ัด„ บา้ ง หลายคน ยังมีความเข้าใจว่าศาสนาเป็นเร่ืองท่ีเหมาะแก่คนแก่เท่าน้ัน คุณเสถียร ได้ชักชวนให้ข้าพเจ้ามาร่วมกับคณะยุวพุทธิกะซึ่งก�ำลังวางแผนท่ีจะ ก่อตั้งยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยข้ึน และชวนให้มาร่วมการ สนทนาธรรมซึ่งได้จัดให้มีขึ้นท่ีโบสถ์วัดกันมาตุยาราม ในบ่าย วันอาทิตย์ ข้าพเจ้าได้รับคำ� ชวนของคณุ เสถยี รดว้ ยความยนิ ดีและเตม็ ใจ เพราะเป็นปณิธานของข้าพเจ้าอยู่แล้วที่จะท�ำงานรับใช้พระพุทธศาสนา ข้าพเจ้าได้เขียนบทความเร่ือง ”พระพุทธศาสนาจ�ำเป็นส�ำหรับหนุ่มสาว หรือไม่„ เพ่ือให้ท่านสุชีโวภิกขุน�ำลงในหนังสือธรรมจักษุ คุณเสถียร ก็ได้น�ำบทความเรื่องน้ีไปอ่านในชมรมของคณะยุวพุทธิกะท่ีโบสถ์ วัดกันมาตุยาราม ในเดือนสิงหาคม ๒๔๙๒ ข้าพเจ้าต้องเดินทางจากประเทศไทย เพ่ือไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา คุณเสถียรได้มอบหนังสือชื่อ ”ธรรมสมบตั ิ„ ให้แก่ขา้ พเจ้าหนง่ึ ชดุ โดยได้เขียนคำ� มอบไวท้ หี่ นังสือว่า ”พระพุทธพจน์แปลน้ีขอมอบให้แก่อุบาสกสมพร เทพสิทธา ผู้เป็นกัลยาณมิตร ไว้เป็นท่ีระฤก ในสมัยท่ีจาริกไปเพื่อการศึกษาใน ไพรัชประเทศ หวังว่าจะได้น�ำเอาประทีป กล่าวคือพระธรรมท่ีได้จาก หนังสือเหล่าน้ี ส่องขจัดโมหะของเหล่าชน ณ แผ่นดินนั้น อย่างน้อย คงจะไดโ้ ปรดชาวหนุม่ สาวนกั ศึกษาไทยดว้ ยกันใหเ้ ข้าใจการศาสนา รตนตฺยานุภาเวน อายุ วณโฺ ณ สุขํ พลํ ดว้ ยความรกั และนบั ถือ เสถียร โพธนิ นั ทะ„

90 เสถียร โพธนิ นั ทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา ข้าพเจ้าได้น�ำหนังสือทั้งชุดท่ีคุณเสถียรให้ติดตัวไปสหรัฐอเมริกา ด้วย และได้ใช้ศึกษาหาความรู้ตลอดจนใช้ในการเขียนบทความ เกย่ี วกบั พระพุทธศาสนาหลายเร่ืองในระหว่างทอี่ ยใู่ นสหรัฐอเมริกา เม่ือข้าพเจ้ากลับมาเมืองไทยแล้ว คุณเสถียรอีกนั่นแหละท่ี ชักชวนให้ข้าพเจ้ามาร่วมงานกับยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย และขอร้องให้ข้าพเจ้ารับต�ำแหน่งนายกสมาคม ซึ่งข้าพเจ้าก็ได้รับ ต�ำแหน่งนม้ี าเป็นเวลาถึง ๖ ปี จากปี ๒๕๐๑-๒๕๐๖ ในระหว่างที่ข้าพเจ้าด�ำรงต�ำแหน่งนายกยุวพุทธิกสมาคมแห่ง ประเทศไทย คุณเสถียรและข้าพเจ้าได้ร่วมมือท�ำงานกันอย่างใกล้ชิด คุณเสถียรเป็นบุคคลท่ีส�ำคัญที่สุดผู้หนึ่งที่ได้ให้ความช่วยเหลือและ ให้ก�ำลังใจแก่ข้าพเจ้าในการท�ำงานเพ่ือพระพุทธศาสนาและยุวพุทธิก- สมาคม จนกิจการของสมาคมได้เจริญก้าวหน้าและขยายกว้างขวาง เป็นท่ีรู้จักกันท่ัวไป และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ได้ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยไว้ใน พระบรมราชปู ถัมภเ์ มือ่ ปี ๒๕๐๓ ข้าพเจ้าได้ขอให้คุณเสถียรเป็นกรรมการบริหารของยุวพุทธิก- สมาคมแห่งประเทศไทยด้วย แต่คุณเสถียรขอตัวโดยอ้างว่าไม่อยาก ยุ่งกับงานด้านบริหาร จะขอท�ำงานด้านเผยแพร่เท่าน้ัน แต่ไม่ขัดข้อง ท่ีจะรับเป็นกรรมการที่ปรึกษา แม้คุณเสถียรจะไม่ได้เป็นกรรมการ บริหาร แต่ก็มีความวิตกห่วงใยในกิจการของสมาคมจนเหมือนกับว่า ยุวพุทธิกสมาคมนั้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของคุณเสถียรด้วย ครั้งใด

เสถียร โพธินนั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 91 การบรรยายทส่ี มาคม

92 เสถียร โพธินันทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา ท่ีสมาคมท�ำงานได้รับความส�ำเร็จ คุณเสถียรก็จะมาแสดงความยินดี กับข้าพเจ้าด้วยใบหน้าอันเบิกบาน ข้าพเจ้ายังระลึกได้ดีถึงความปิติ ท่ีฉายแสงจากดวงตาของคุณเสถียร เม่ือคร้ังท่ีเราจัดการประชุม ยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศครั้งที่ ๔ ท่ีศาลาสันติธรรม ในวันที่ ๑๓- ๑๕ มีนาคม ๒๕๐๒ ในพิธีเปิดการประชุมเราได้อาราธนาสมเด็จ พระวันรัต สังฆนายกผู้บัญชาการคณะสงฆ์แทนองค์สมเด็จพระสังฆราช มาให้ศีลและกล่าวสัมโมทนียกถา และได้เชิญจอมพลถนอม กิตติขจร ซ่ึงในขณะนั้นยังมียศเป็นพลเอกและดำ� รงต�ำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานในพิธี การประชุมคร้ังนั้นได้รับผลส�ำเร็จอย่างงดงาม และได้ท�ำให้คณะสงฆ์ ผู้ใหญ่ในวงราชการ และประชาชนรู้จัก ยุวพุทธิกสมาคมมากขึ้น ในคืนวันสุดท้ายของการประชุมเราได้จัดให้ มีการเลี้ยงอาหารค่�ำที่หอพักวัดสามพระยา จากน้ันได้จัดให้มีการ แสดงปาฐกถาพิเศษโดยคุณเสถียร คุณเสถียรได้แสดงความช่ืนชม ยินดีต่อการประชุมครั้งนี้ซ�้ำแล้วซ้�ำอีก และได้กล่าวว่า การประชุม คร้ังน้ีได้ท�ำให้ชื่อเสียงของยุวพุทธิกสมาคมรุ่งโรจน์ขึ้นไม่ผิดอะไรกับพลุ ที่ทะยานข้ึนสู่ท้องฟ้า จึงขอให้พวกเราช่วยกันท�ำงานให้แก่ยุวพุทธิก- สมาคมด้วยความเสียสละและเข้มแข็งให้ย่ิงขึ้น แต่คร้ังใดที่มีเร่ืองยุ่ง ๆ ในสมาคม เช่นเม่ือเกิดความคิดเห็นขัดแย้งกันระหว่างข้าพเจ้าและ กรรมการบางคน หรือเม่ือกรรมการบางคนขอลาออกไป คุณเสถียร ก็มักจะไม่สบายใจและมักจะมาหาข้าพเจ้าที่ท�ำงานหรือที่บ้าน และ จะใชม้ ธรุ พจนป์ ลอบใจและใหก้ ำ� ลงั ใจแกข่ า้ พเจา้ ใหท้ ำ� งานใหแ้ กส่ มาคม ต่อไป เพราะเกรงว่าข้าพเจ้าจะเกิดความน้อยใจหรือเบื่อหน่ายวางมือ จากสมาคมเสยี

เสถียร โพธนิ นั ทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา 93 คุณเสถียรได้เป็นก�ำลังท่ีส�ำคัญท่ีสุดของสมาคมในการเผยแพร่ พระพุทธศาสนา ในระหว่างที่ข้าพเจ้าด�ำรงต�ำแหน่งนายกสมาคม คุณเสถียรได้รับเป็นผู้สนทนาธรรมะในทุกวันอาทิตย์ที่ ๒ ของเดือน ท่สี ำ� นกั งานของสมาคมท่ีวัดกนั มาตยุ าราม โดยไม่ขาดเลยสกั ครัง้ เดยี ว ตลอดระยะเวลา ๖ ปี ในบางปีคุณเสถียรยังได้แสดงปาฐาถาชุด คือ เป็นเรื่องติดต่อกันทั้งวันอาทิตย์ท่ีสองและวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน เช่นในปี ๒๕๐๑ คุณเสถียรได้แสดงปาฐกถาชุดเรื่อง ”ปริทัศน์แห่ง พระธรรมจักร„ ในปี ๒๕๐๓-๒๕๐๔ ได้บรรยายวิชาพุทธศาสตร์ เม่ือ เสร็จส้ินการบรรยายแล้วสมาคมได้ท�ำพิธีแจกสัทธรรมสุตบัตรแก่ผู้ที่ เข้ารับการอบรมครบตามหลักสูตร โดยได้อาราธนาสมเด็จพระมหา- วีรวงศ์สังฆนายกเป็นประธาน ในปี ๒๕๐๕ ได้บรรยายพระปรมัตปิฎก เมื่อจบการบรรยายแล้วก็ได้มีพิธีแจกปรมัตถสุตบัตรให้แก่ผู้เข้ารับ การอบรมครบหลักสูตร (ค�ำสัทธรรมสุตบัตรและปรมัตถสุตบัตร คุณเสถียรเป็นผู้คิดขึ้น) และในปี ๒๕๐๖ ได้แสดงปาฐกถาชุดเรื่อง ”ปัญหาของหนุ่ม ๑๖ คน„ ทุกครั้งท่ีคุณเสถียรสนทนาธรรมหรือ แสดงปาฐกถา จะมีคนมาฟังอย่างเนืองแน่นท้ังหนุ่มสาวและผู้ท่ีอยู่ใน มัชฌิมวัยและปัจฉิมวัย ผู้ท่ีได้ฟังคุณเสถียรบรรยายธรรมคร้ังแรก ทุกคนจะต้องอัศจรรย์ใจท่ีเด็กหนุ่มผู้น้ีช่างมีความรอบรู้ในพระพุทธ- ศาสนาอย่างกว้างขวางลึกซ้ึง และสามารถบรรยายธรรมและโต้ตอบ ค�ำถามทุกข้อท่ีถามมาด้วยส�ำนวนโวหารอันไพเราะ ด้วยปฏิภาณอัน เฉียบแหลมและด้วยความจ�ำอันเลิศทุกครั้งที่คุณเสถียรบรรยายธรรม และไม่มีหนังสือหรือแผ่นกระดาษวางอยู่ข้างหน้าหรืออยู่ในมือเลย

94 เสถียร โพธนิ นั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา คุณเสถียรสามารถยกค�ำภาษาบาลี ค�ำร้อยแก้ว และค�ำร้อยกรอง ท่ีมี ความยาวหลายพันบรรทัดได้โดยไม่ผิดเลย ”ในบางครั้งยังบอกหน้า ให้ด้วยซ้�ำ ด้วยความรอบรู้ในพระพุทธศาสนาทั้งฝ่ายหินยานและ มหายาน และด้วยความจ�ำอันเลิศ คุณเสถียรจึงได้รับสมญาว่า ”ตู้พระไตรปิฎกเคลื่อนท่ี„ เมื่อข้าพเจ้าได้รับหน้าท่ีแนะน�ำคุณเสถียร ก่อนท่ีคุณเสถียรจะแสดงปาฐกถา ข้าพเจ้ายังพูดล้อคุณเสถียรว่า ”ถ้า คุณเสถียรเกิดในสมัยพุทธกาลและบวชเป็นสาวกของพระพุทธองค์ ในสมัยน้นั คงจะได้รับแต่งตงั้ เป็นเอกทัคคะในทางความจำ� เปน็ แน„่ ข้าพเจ้าได้ขอร้องให้คุณเสถียรรับของที่ระลึกจากสมาคม เพ่ือ ให้สมาคมได้แสดงออกซ่ึงความขอบคุณในการที่คุณเสถียรได้เป็น ก�ำลังที่ส�ำคัญท่ีสุดของสมาคมในการเผยแพร่พระพุทธศาสนา แต่ คุณเสถียรไม่ยอมรับ โดยแจ้งว่า หากรับของตอบแทนจากสมาคมแล้ว จะท�ำให้ธรรมทานท่ีบ�ำเพ็ญอยู่ไม่บริสุทธ์ิ เพราะจะเห็นการให้ธรรมทาน โดยมีผลตอบแทน คุณเสถียรจึงเป็นผู้ท่ีเกิดมาเพ่ือเป็นผู้ให้แก่สมาคม แต่เพียงฝ่ายเดียว ในบางครั้งข้าพเจ้าก็อดคิดไม่ได้ว่า พระเบ้ืองบน คงจะส่งคุณเสถียรให้มาเป็นผู้ริเร่ิมก่อตั้งและช่วยเหลือยุวพุทธิกสมาคม กระมัง หากไม่มีคุณเสถียรแล้วข้าพเจ้าก็ไม่แน่ใจว่าข้าพเจ้าจะได้เข้ามา ท�ำงานให้แก่ยุวพุทธิกสมาคมหรือไม่ และจะรับต�ำแหน่งนายกสมาคม อยู่ถึง ๖ ปีหรือไม่และถ้าไม่มีคุณเสถียรแล้ว สมาคมคงจะไม่สามารถ ด�ำเนินงานเผยแพร่พระพุทธศาสนาอยา่ งได้ผลและกว้างขวางเช่นน้ี

เสถียร โพธนิ นั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา 95 นอกจากการสนทนาและการแสดงปาฐกถาท่ีสมาคมเป็นประจำ� แล้ว คุณเสถียรยังได้ไปแสดงปาฐกถา ตอบปัญหาธรรมะ และร่วมใน การอภิปราย ตามโรงเรียน ทางสถานีวิทยุ และตามสถานที่ต่าง ๆ อยู่เสมอ ทางโรงพยาบาลสงฆ์ได้มอบให้ทางสมาคมจัดรายการใน ทุกบ่ายวันเสาร์แรกของเดือน ข้าพเจ้าได้รับความร่วมมือจากคุณเสถียร ไปร่วมอภิปรายอยู่เสมอ และทุกคร้ังท่ีสมาคมจัดรายการในวันส�ำคัญ ทางศาสนาและเชิญคุณเสถียรไปแสดงปาฐกถา คุณเสถียรก็ให้ความ ร่วมมือด้วยดีทุกครั้ง มีอยู่สิ่งหน่ึงท่ีคุณเสถียรไม่ชอบและปฏิเสธ คือ การออกรายการโทรทัศน์ ได้มีผู้มาติดต่ออ้อนวอนคุณเสถียรไป ออกรายการโทรทัศน์อยู่เสมอ แต่ก็ต้องผิดหวัง อย่างไรก็ตามข้าพเจ้า ก็ยังโชคดีท่ีคุณเสถียรได้ยอมรับค�ำขอร้องของข้าพเจ้าไปออกรายการ โทรทัศน์ทางสถานีช่อง ๗ เพื่อตอบปัญหาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ๒-๓ ครั้ง และต้ังแต่น้ันมาคุณเสถียรก็ไม่ยอมออกรายการโทรทัศน์ อกี เลย คุณเสถียรยังได้ให้ค�ำแนะน�ำและความช่วยเหลือแก่ข้าพเจ้าใน การแสดงปาฐกถาคร้งั แรก ๆ ขา้ พเจ้าได้เรม่ิ ก้าวขน้ึ สูเ่ วทขี องการแสดง ปาฐกถาในปี ๒๕๐๐ ท่ียุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย โดยแสดง เรื่อง “ตายแล้วเกิดหรือไม่” คุณเสถียรอีกนั่นแหละท่ีสนับสนุนและ ให้ก�ำลังใจแก่ข้าพเจ้าเร่ืองนี้ เพราะเห็นข้าพเจ้าสนใจและเคยเขียนหนังสือ เก่ียวกับเร่ืองน้ีมาแล้ว ข้าพเจ้าบอกคุณเสถียรว่าล�ำพังแต่การแสดง ปาฐกถาก็มีค่อยกลัวเท่าใดนัก ท่ีกลัวมากคือเม่ือแสดงปาฐกถาจบแล้ว มีคนตั้งค�ำถาม แล้วตอบไม่ได้จะอายเขา คุณเสถียรบอกว่าไม่เป็นไร

96 เสถียร โพธินนั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา ถ้าค�ำถามข้อไหนตอบไม่ได้หรือไม่อยากตอบจะตอบแทนให้ เม่ือมี คุณเสถียรเป็นทัพหลวงให้ ข้าพเจ้าจึงยอมรับแสดงปาฐกถาเรื่องนี้ ต่อมายุวพุทธิกสมาคมฉะเชิงเทราได้เชิญให้ข้าพเจ้าไปแสดงปาฐกถา เร่ืองน้ีท่ีจังหวัดฉะเชิงเทรา คุณเสถียรก็ได้เดินทางร่วมไปกับข้าพเจ้า และได้แปลปาฐกถาของข้าพเจ้าเป็นภาษาจีนให้แก่ผู้ที่เป็นคนจีนฟัง อีกด้วย ปาฐกถาเรื่องต่อมาของข้าพเจ้าคือเรื่อง “พระพุทธศาสนากับ เศรษฐกิจ” ซ่ึงแสดงที่ศาลาอเมริกัน คุณเสถียรก็ได้ให้ความรู้ในทาง ธรรมะแกข่ า้ พเจ้าหลายเร่อื ง ซง่ึ ขา้ พเจา้ ได้นำ� มาใช้ในการแสดงปาฐกถา เรื่องน้ี หนังสือพิมพ์สัปดาห์สารได้ย่อปาฐกถาเรื่องน้ีของข้าพเจ้าไป ลงพิมพ์ และได้ท�ำประวัติของข้าพเจ้าลงในคอลัมน์ ”บุคคลในข่าว„ ในฉบับต่อมา โดยเขียนชมข้าพเจ้าไว้อย่างเกินความจริงว่า ”เป็น นักปาฐกถาที่มีถ้อยค�ำส�ำนวนจับใจผู้ฟัง และสามารถน�ำหลักธรรม ของพระพุทธองค์มาแสดงให้ผู้ฟังมีความเข้าใจได้อย่างหมดจดงดงาม„ ค�ำชมนี้จะจริงหรือไม่ก็ตาม ข้าพเจ้าก็ถือว่าคุณเสถียรได้เป็นบุคคลหนึ่ง ท่ชี ว่ ยหล่อหลอมใหข้ า้ พเจา้ ไดก้ ลายเปน็ นักแสดงปาฐกถาข้นึ มา นอกจากความรอบรู้ในพระพุทธศาสนาแล้ว คุณเสถียรยังมี ความรอบรู้ในประวัติศาสตร์โบราณคดีและวรรณคดีอีกด้วย เมื่อ คุณเสถียรยังมีสุขภาพดีอยู่ ทางสมาคมได้จัดทัศนศึกษาพาสมาชิกไป นมัสการปูชนียสถาน และชมโบราณสถานท้ังในพระนครและต่างจังหวัด ในพระนครที่ไปเสมอคือ วัดพระเชตุพน ต่างจังหวัดที่ไปคือจังหวัด นครปฐมและพระนครศรีอยุธยา คุณเสถียรได้รับหน้าท่ีเป็นผู้บรรยาย ประวัติและเร่ืองราวเกี่ยวกับปูชนียสถานและโบราณสถาน ปรากฏว่า คุณเสถียรสามารถบรรยายได้อย่างละเอียดและแม่นย�ำ สามารถจ�ำ

เสถียร โพธินนั ทะ : อญั มณใี นพระพุทธศาสนา 97 พาผ้เู ขา้ รว่ มการประชุมยวุ พุทธิกสมาคมท่วั ประเทศครง้ั ที่ ๔ ชมวดั พระเชตุพน ๑๕ มีนาคม ๒๕๐๒

98 เสถียร โพธินนั ทะ : อัญมณใี นพระพุทธศาสนา ได้แม้กระท่ัง พ.ศ. และชื่อยาว ๆ ที่จ�ำได้ยาก การบรรยายก็ชวนฟัง และน่าสนใจ ในบางครั้งก็ได้เกร็ดข�ำ ๆ มาเล่าให้ฟัง ท�ำให้ผู้ฟังได้รับ ท้ังความรู้ ความเพลิดเพลินและความสนุกสนาน ในปี ๒๕๐๖ สภายุวพุทธิกสมาคมแห่งชาติได้จัดให้มีการประชุมทางวิชาการเร่ือง ”การสอนจริยศึกษา„ โดยเชิญครูสอนวิชาศีลธรรมและผู้แทน ยุวพุทธิกสมาคมจังหวัดต่าง ๆ ท่ีมีหน้าท่ีเก่ียวกับสอนจริยศึกษามา ร่วมประชุม ในการนี้ได้จัดให้ผู้เข้าร่วมประชุมไปชมปูชนียวัตถุ วัดพระเชตุพนโดยมีคุณเสถียรเป็นผู้บรรยาย ปรากฏว่าการบรรยาย ของคุณเสถียรได้ท�ำให้ผู้เข้าร่วมประชุมประทับใจและกล่าวยกย่อง ชมเชยคุณเสถียรอย่างมากมาย ผู้เข้าร่วมประชุมคนหน่ึงถึงกับบอก ข้าพเจ้าว่า ”มาเท่ียววัดโพธิ์ถึง ๓ ครั้งแล้ว เพิ่งจะได้รับความรู้อย่าง สมบูรณ์เก่ียวกับวัดโพธิ์วันน้ีเอง„ ผู้เข้าร่วมประชุมหลายคนได้มาถาม ข้าพเจ้าเก่ียวกับคุณเสถียรว่า คุณเสถียรเรียนมาจากที่ไหนและท�ำงาน ที่ไหน ท�ำไมจึงมีความรอบรู้และความจ�ำอย่างดีเลิศเช่นน้ี และเม่ือ ครั้งที่ไปนมัสการพระปฐมเจดีย์ คุณเสถียรก็ได้บรรยายเรื่องราว เกี่ยวกับพระปฐมเจดีย์ได้อย่างละเอียด แม้กระท่ังเจ้าหน้าที่ประจ�ำ องค์พระปฐมเจดีย์ก็กล่าวยกย่องชมเชย และบอกว่าบางเรื่องท่ี คณุ เสถยี รเลา่ น้นั เขาเองกย็ ังไมท่ ราบ คุณเสถียรยังสามารถบรรยายเร่ืองราวเกี่ยวกับสถานท่ี ซ่ึง คุณเสถียรเองก็ไม่เคยไปได้อย่างละเอียด เหมือนกับว่าเคยไปสถานที่ นั้นมาแล้วหลายครั้ง เม่ือครั้งที่ข้าพเจ้าไปแสดงปาฐกถาท่ีฉะเชิงเทรา คุณเสถียรได้พาไปชมวัดจีนแห่งหน่ึง เจ้าหน้าท่ีประจ�ำวัดได้พาเรา ไปชมห้องต่าง ๆ คุณเสถียรได้บรรยายเรื่องราวเกี่ยวกับวัดให้เราฟัง