พระอธิกำรครรชิต อกิญฺจโน 49 ดังน้ันถ้ำเรำมองเห็นควำมลักคิด จะเห็นว่ำมันไม่ใช่เร่ืองที่จะไปสน ใจไยดีกับควำมคิดท่ีมันผุด ๆ ข้ึนมำตลอดเวลำ แต่คุณเชื่อไหมว่ำไอ้ ควำมคิดท่ีมันผุดขึ้นมำตลอดเวลำ บำงครั้งบำงควำมคิดมันก็ท�ำให้เรำ เป็นทุกข์และสุข เช่ือไหม เชื่อเลยทันทีก็ผิดปฏิเสธทันทีก็พลำด อย่ำเพ่ิง พิสูจน์ก่อน กระบวนกำรแห่งกำรเจริญสติจะท�ำให้เห็นเองว่ำมันมีจริง ๆ ควำมคิดบำงควำมคิดที่มันไม่น่ำสนใจ จิตมันจะทิ้งไปเอง สติจะทิ้งเอง แต่มันจะมีบำงอย่ำงท่ีมันทิ้งไม่ลง แล้วเรำจะมำเรียนรู้กันว่ำท�ำไมมัน ถึงท้ิงไม่ลง นั่นแหละคือต้นเค้ำแห่งควำมทุกข์ท่ีมันจะเกิดขึ้นจริง ๆ พระอำจำรย์บอกได้เลยว่ำถ้ำเรำเข้ำใจขบวนกำรนี้เมื่อไร เรำจะเข้ำใจ กระบวนกำรกำรตรัสรู้ของพระพุทธเจ้ำ ว่ำมีล�ำดับกำรเกิดข้ึนอย่ำงไร ท�ำไมถึงเป็นล�ำดับอย่ำงนั้น
õ. รÙŒáÅŒววา§Â‹อÁ¶Ö§·า§พŒน·ุกข อรุณสวัสดิ์เจริญพร เช้ำวันน้ีก็เป็นวันที่สองที่เรำอยู่ท่ีน่ี มีใคร นอนไม่หลับบ้ำง กำรที่เรำปฏิบัติเมื่อวำนนี้ น่ำจะท�ำให้เรำนอนหลับง่ำย ข้ึนเพรำะเรำเดินจงกรมกันทั้งวัน มันจะเกิดควำมเมื่อยล้ำกับร่ำงกำย เรำก็จะท�ำให้หลับได้ง่ำยขึ้นส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งคือจิตใจของเรำท่ีเริ่ม อยู่เป็นที่เป็นทำงมำกขึ้นเข้ำร่องเข้ำรอย ท�ำให้เกิดกำรนอนหลับไม่ ฟุ้งซ่ำน มันสำมำรถตัดสวิตช์ได้เร็วไม่ยืดเย้ือเวลำนอนก็นอน เวลำตื่น ก็จะตื่น มันเป็นกระบวนกำรของสติท่ีเข้ำมำช่วยบริหำรจัดกำรร่ำงกำย ของเรำได้ดีขึ้น ส�ำหรับเช้ำวันน้ีมีเรื่องเล่ำขอให้ตั้งใจฟังและพิจำรณำ ให้ดีนะ เมื่อคร้ังท่ีสมเด็จพระผู้มีพระภำคเจ้ำได้เสด็จไปแสดงธรรม หลัง จำกท่ีทรงบรรลุธรรม บรรลุอนุตตรสัมมำสัมโพธิญำณเป็นพระพุทธเจ้ำ แล้วพระองค์ก็ได้เสด็จไปที่กรุงรำชคฤห์ เพ่ือไปแสดงธรรมให้แก่พระ- เจ้ำพิมพิสำรซ่ึงได้ขอนิมนต์ไว้ตั้งแต่ครั้งท่ีพบกันคร้ังแรกว่ำ เมื่อใด พระองค์ท่ำนได้บรรลุธรรมอย่ำงที่พระองค์แสวงหำแล้ว ขอให้พระองค์ มำแสดงธรรมโปรดข้ำพระพุทธเจ้ำพร้อมชำวเมืองด้วยเถิด พระพุทธองค์
52 กลับมำ...รู้สึกตัว ก็เสด็จมำ แต่ก่อนท่ีจะมำถึง พระองค์ได้ประกำศให้คนรู้จัก ด้วยกำรยึด ส�ำนักใหญ่ส�ำนักหน่ึงก่อนเข้ำกรุงรำชคฤห์ เพรำะกำรที่จะมำเด่ียว ๆ นั้น มันก็ยำกแก่กำรท่ีคนจะเชื่อและศรัทธำ และตอนนั้นท่ีกรุงรำชคฤห์เขำมี ชฏิล ๓ พี่น้อง ซึ่งเป็นใหญ่อยู่ พระองค์ก็ไปโปรดชฏิลจนชฏิลและพวก ยอมบวชเป็นสำวก จนมีทั้งหมด ๑,๐๐๓ รูป แล้วพระองค์ก็น�ำเหล่ำ สำวก ๑,๐๐๓ รูปนั้น เดินทำงเข้ำกรุงรำชคฤห์ ชำวกรุงรำชคฤห์เห็นครั้ง แรกก็สงสัยว่ำ ใครเป็นศำสดำของใครระหว่ำงชฏิลพ่ีใหญ่กับพระพุทธเจ้ำ ซึ่งยังหนุ่มแน่นอยู่เพ่ิงจะอำยุ ๓๕ ป ชฏิลก็แก่แล้ว พระพุทธเจ้ำทรงตรัส กับชฏิลพี่ใหญ่ว่ำเธอจงแสดงให้ชำวกรุงรำชคฤห์เขำเห็น ชฏิลพี่ใหญ่ ก็เดินออกมำแล้ว ก้มลงกรำบพระพุทธเจ้ำ เท่ำนั้นแหละ ทุกคนก็ฮือฮำ พระพุทธเจ้ำก็ได้แสดงธรรมจนพระเจ้ำพิมพิสำร ได้ถวำยสวนเวฬุวัน ให้เป็นวัดแห่งแรกในพุทธศำสนำ ทีน้ีปัญหำมันอยู่ตรงที่ว่ำ คนทั้งเมือง ก็แห่กันไปสวนเวฬุวันใครก็ไปฟังเทศน์ ฟังธรรมจำกพระพุทธเจ้ำไป ดูควำมร่มร่ืนแห่งสวนเวฬุวัน ยกเว้นคนเดียวที่ไม่ไปคือมเหสีของ พระเจ้ำพิมพิสำร เพรำะพระนำงได้ยินข่ำวมำว่ำ พระพุทธเจ้ำองค์นั้น ทรงต�ำหนิควำมสวยควำมงำม เพรำะพระนำงเป็นคนที่สวยท่ีสุดใน กรุงรำชคฤห์ และพระนำงหลงในควำมสวยของตนเอง เพรำะทุกคนบอก ว่ำพระนำงสวย พระนำงก็หลงติดว่ำตนเองสวย พระนำงเลยกลัวจะ ถูกต�ำหนิก็ไม่ยอมไป จนพระเจ้ำพิมพิสำรให้คนมำแต่งล�ำน�ำขับร้อง พรรณนำถึงควำมสวยงำมของสวนเวฬุวัน จนพระนำงเร่ิมคล้อยตำม กล่อมทุกวันจนพระนำงอยำกจะไปดู โดยต้ังใจว่ำจะไปเดินดูรอบ ๆ พระนำงเดินดู ควำมร่มรื่นควำมสงบ แม้จะมีพระภิกษุอยู่เป็นพัน ก็ไม่
พระอธิกำรครรชิต อกิญฺจโน 53 มีเสียงอึกทึกครึกโครม ญำติโยมมำฟังธรรมกันเรือนพันเรือนหมื่นก็ไม่มี เสียงดังอะไร มีแต่ควำมสงบเงียบ เสียงธรรมชำติล้วน ๆ มีแต่ควำมสงบ และควำมสวยงำม ควำมเรียบง่ำย ท�ำให้พระนำงเดินมำเร่ือย โดยไม่รู้ ตัวจนเดินเข้ำมำถึงบริเวณศำลำที่พระพุทธเจ้ำทรงแสดงธรรม พระพุทธเจ้ำก็รู้แล้วว่ำพระนำงมำถึงอยู่ในระยะท่ีมองเห็นพระองค์ ได้ พระพุทธองค์ก็ทรงเนรมิตสำวน้อยอำยุประมำณ ๑๖-๑๗ สวยมำก ขนำดพระนำงเขมำหันไปเห็นแล้วตะลึง ลองคิดดูว่ำ คนที่คิดว่ำตัวเอง สวยหลงในควำมงำมของตัวเอง แต่เห็นแล้วตะลึงในควำมงำมของสำว น้อยคนน้ันแปลว่ำ สำวน้อยคนนั้นต้องสวยมำก สวยกว่ำพระนำง เพรำะ พระพุทธองค์ทรงรู้ว่ำพระนำงเขมำรักสวยรักงำม ก็ทรงเนรมิตให้สวย ที่สุด ซึ่งสำวน้อยคนน้ันก�ำลังถวำยงำนพัด (หมำยถึงคอยอุปัฏฐำก) แต่ พระนำงเห็นคนเดียว ด้วยควำมสวยของดรุณีน้อยคนนั้น ท�ำให้พระนำง อยำกเห็นชัด ๆ จึงเดินเข้ำมำท่ีศำลำเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว พอพระพุทธองค์ ทรงรู้วำระแล้วว่ำ พระนำงเอำจิตมำจับที่ดรุณีน้อยคนน้ี แล้วพระองค์ก็ เนรมิตต่อให้ผู้หญิงคนน้ีมีอำยุมำกขึ้นก็เร่ิมเป็นสำวเต็มตัว เป็นสำวใหญ่ อำยุมำกขึ้น จนกระทั่งเป็นหญิงชรำแล้วก็เริ่มป่วย แล้วก็ล้มลงตำยไป ต่อหน้ำต่อตำแล้วค่อย ๆ เน่ำเปอยผุพัง จนเหลือเป็นเถ้ำสลำยลมพัด หำยไป พระนำงเขมำจ้องมองภำพน้ันตลอดกำรเดินเข้ำมำในศำลำ โดย ไม่รู้ตัวว่ำตัวเองเข้ำมำในศำลำจนมำน่ังอยู่ข้ำง ๆ พระพุทธเจ้ำ จิตของ พระนำงเร่ิมไถ่ถอนออกจำกควำมยึดมั่นถือมั่นในควำมสวยควำมงำม ต้ังแต่เห็นภำพนั้น สุดท้ำยพระนำงได้บรรลุกำรเป็นพระโสดำบันเรียบร้อย
54 กลับมำ...รู้สึกตัว แล้ว ด้วยจิตและปัญญำของพระนำง เม่ือเห็นภำพนั้นมันคลำยจำก ควำมยึดม่ันถือมั่นในควำมเป็นตัวตน ไถ่ถอนจำกควำมยึดมั่นส�ำคัญ หมำยในตัวตนออกไป เมื่อพระนำงบรรลุควำมเป็นพระโสดำบัน และน่ัง อยู่ข้ำง ๆ พระพุทธเจ้ำแล้วพระพุทธเจ้ำได้ทรงแสดงธรรม ให้พระนำงฟัง ว่ำ “คนท่ีหลงติดในกามคุณ เปรียบเหมือนแมงมุมที่ชักใยออกมา แลวติดใยตัวเอง” พระนำงพิจำรณำเนื้อควำมนั้น พระนำงก็บรรลุควำม เป็นพระอรหันต ์ เวลำเรำฟังพระสูตรทีไร เรำก็จะรู้สึกว่ำท�ำไมบรรลุกันง่ำยจัง แค่ เนี่ย มีพระเคยถำมพระพุทธองค์ว่ำฟังธรรมพระพุทธองค์เพียงน้อยนิด แล้วก็บรรลุได้ พระพุทธเจ้ำทรงตรัสว่ำ อย่ำบอกว่ำเพียงน้อยนิด ธรรมะ ของเรำไม่มีค�ำว่ำน้อยนิด ธรรมะของเรำนั้นมีเพื่อบุคคลแต่ละบุคคล ไม่เหมือนกัน มันเพียงพอเฉพำะแต่ละบุคคลน้ัน ๆ ที่จะบรรลุได้ พระองค์ หยิบบทนี้มำสั้น ๆ ให้กับพระนำงเขมำ “คนท่ีหลงติดในกามคุณ เปรียบ ไดกับแมงมุมที่ชักใยออกมาแลวติดใยตัวเอง” พระนำงเขมำก็เลยได้ บรรลุ พระเจ้ำพิมพิสำรเห็นค่�ำแล้ว พระนำงยังไม่กลับซักที เลยมำตำม พอมำตำมพระพุทธองค์ทรงตรัสว่ำ มเหสีของท่ำนไม่สำมำรถกลับไป ครองเรือนได้อีกแล้ว พระเจ้ำพิมพิสำรก็ขออนุโมทนำสำธุ ข้ำพระพุทธเจ้ำอนุญำตให้ พระนำงได้บวช พระนำงจึงได้เป็นพระเขมำเถรี ซ่ึงเป็นพระอัครสำวิกำ เบื้องขวำ ผู้มำกด้วยปัญญำดั่งพระสำรีบุตร
พระอธิกำรครรชิต อกิญฺจโน 55 ทีน้ีเรื่องของเรื่อง คือ มันมีสิ่งท่ีน่ำสนใจอยู่ มีอะไรบ้ำง กำรเกิดดับ ไม่ยึดม่ันถือม่ัน น้ันก็เป็นจุดหน่ึง คือ กำรเกิดและดับไปท�ำให้พระนำง คลำยจำกกำรยึดมั่นถือม่ัน จนบรรลุเป็นพระโสดำบัน มีอะไรอีกที่น่ำสน ใจ ค�ำท่ีพระพุทธองค์ตรัสว่ำ คนท่ีหลงติดในกำมคุณเปรียบได้กับแมงมุม ที่ชักใยออกมำแล้ว หลงติดใยตัวเอง ค�ำว่ำกำมคุณคือ ควำมน่ำใคร่ยินดี ใน รูป รส กล่ิน เสียง โผฏฐัพพะ รูปเหล่ำนี้เป็นรูปภำยนอก ควำมยินดี มันเกิดจำกอะไร รูปมันรู้ไหมว่ำมันเป็นส่ิงท่ีน่ำยินดี เสียงมันรู้ไหม กล่ิน มันรู้ไหม ส่ิงเหล่ำนี้มันรู้ไหมว่ำมันน่ำยินดีน่ำปรำรถนำ มันไม่รู้ ดังนั้น ควำมยินดีควำมใคร่ ควำมปรำรถนำมันเกิดจำกไหน เกิดจำกตัวเรำท่ีมัน ส่งออกไปใช่หรือไม่ มันส่งออกไปจำกเรำ พระพุทธองค์จึงตรัสว่ำมัน เหมือนด่ังใยแมงมุม ใยแมงมุมมันออกจำกตัวแมงมุมเอง ดังน้ันควำมน่ำ ใคร่ยินดีทั้งหลำยมันส่งออกไปจำกเรำ มันไม่ได้มำจำกที่อื่น มันปรุงแต่ง ข้ึนมำจำกใจเรำเอง ใจเรำต่ำงหำกที่ส่งออกไปเหมือนใยแมงมุมที่พ่น ออกไป แถมโง่ด้วย พ่นออกไปแล้วพันตัวเอง แล้วตัวเองก็หลงติดมัน เหมือนควำมน่ำใคร่ยินดีทั้งหลำยแหล่ที่มันส่งออกจำกใจของเรำ แล้ว เรำก็หลงไปยึดเอำเองอีกต่ำงหำกว่ำเป็นอย่ำงนั้น เป็นอย่ำงนี้ ต้องเป็น อย่ำงน้ันอย่ำงนี้ เรำสมมุติกันขึ้นมำเอง ปรุงแต่งข้ึนมำเองแล้วก็หลงติด ในสิ่งท่ีเรำปรุงแต่งข้ึนมำเอง เหมือนใยแมงมุมมันย้อนกลับมำแล้วพัน ตัวเอง โลกนี้ไม่ได้ว่ำอะไรเลย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ไม่ได้ว่ำอะไร เลย เรำว่ำเองท้ังนั้น
56 กลับมำ...รู้สึกตัว มีค�ำพูดหนึ่งของหลวงปู่ชำสุดยอดเลย “เรื่องโกหกพูดกันรอยคน จนกลายเปนเร่ืองจริง” เร่ืองโกหกแต่ยืนยันสำมคนก็ถือเป็นเรื่อง จริงแล้ว เพรำะฉะนั้นท้ังหมดทั้งสิ้นเป็นเพรำะเรำสมมุติกันขึ้นมำแล้ว เรำก็ไปยึดถือในสมมุติบัญญัติเหล่ำนั้น ควำมน่ำใคร่น่ำยินดีก็เกิดจำก กำรปรุงแต่งภำยในจิตใจของเรำ ด้วยสมมุติบัญญัติด้วยสัญญำที่เขำ บอกว่ำต้ังแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ภำษำอีสำนบอกว่ำ “ปู่สังกะสำย่ำสังกะสี” คือ ไม่รู้เม่ือไหร่ ไม่รู้ว่ำมำแต่เมื่อไหร่หำไม่เจอแล้ว หลำยส่ิงหลำยอย่ำงใน ชีวิตของเรำ เรำรู้ไหมว่ำมันมำได้อย่ำงไร มีเร่ืองรำวมำกมำยมำเก่ียวข้อง กับชีวิตเรำ โดยท่ีเรำก็ไม่รู้ว่ำมันมำได้อย่ำงไร แต่มันก็ส่ังสมมำซ่ึงก็ จะท�ำให้เรำหลงยึดอยู่เรื่อย อย่ำงเรื่องกำรปฏิบัติ ถ้ำเรำปฏิบัติแล้วต้อง เห็นอย่ำงน้ันต้องมีอย่ำงนี้ ต้องเจอสภำวะอย่ำงนั้นอย่ำงนี้ ต้องมีฤทธิ์ อย่ำงน้ันอย่ำงน้ี เรำเคยได้ยินไหม มันมำต้ังแต่เมื่อไหร่ จะบอกว่ำส่ิงท่ี เกิดมำเหล่ำนี้ มันเป็นควำมปรำรถนำของมนุษย์ท่ีมันอยู่ภำยใต้จิต ลึก ๆ ด้วยควำมโง่และหลงว่ำจะต้องให้ได้ต้องมีต้องเป็น ซึ่งเหมือนเป็น โปรแกรมข้ำมภพข้ำมชำติเรำมำตลอดกับควำมรู้สึกของควำมอยำกได้ อยำกมีอยำกเป็น หรือมันถูกปลูกฝังเมื่อเรำเร่ิมจ�ำควำมได้ว่ำต้องให้มีให้ เป็น ควำมรู้สึกเหล่ำน้ีน่ีเองท่ีมันเป็นตัวผลักดันให้เรำแสวงหำที่มันจะได้ จะมีจะเป็น จึงไม่แปลกว่ำมันจึงเป็นขบวนกำรท่ีท�ำให้เรำหลงและถล�ำ เข้ำไปเรื่อย ๆ ดังนั้น พระพุทธเจ้ำทรงสอนให้เรำหันกลับไปมองและพิจำรณำ ส่ิงท่ีมันเกิดขึ้นกับเรำจริง ๆ เคยมีควำมรู้สึกแบบน้ีไหม เรำโกรธใคร
พระอธิกำรครรชิต อกิญฺจโน 57 บำงคนมำกเลย ในขณะที่เรำร้อนเป็นไฟ แต่คนท่ีเรำโกรธนอนตีพุง เฉยเลย ไม่รู้เร่ืองกับเรำ คือ เรำส่งควำมไม่พอใจสู่เขำ แล้วเรำก็หลงยึด ควำมไม่พอใจเหล่ำน้ันเอำมำเป็นทุกข์ ในขณะที่เขำไม่รู้เร่ืองเลย เรำปรุง แต่งข้ึนมำเองแล้วหลงคิด เพรำะฉะนั้นเมื่อเรำเริ่มปฏิบัติ เรำจะเร่ิมมอง เห็นขยะ จะเข่ียออก ดังน้ัน กำรปฏิบัติในทำงพุทธศำสนำคือ จะเริ่มทิ้ง ยิ่งรู้ย่ิงท้ิง ทิ้ง ออกเพรำะมันเฉลยควำมจริง แล้วมันจะวำง มันจะเหลือน้อยลง ดังน้ัน ถ้ำย่ิงปฏิบัติแล้วมันแบกรู้มำกขึ้น คือสวนทำง เพรำะหลักของพุทธศำสนำ ต้องไม่เหลืออะไร แม้แต่อัตตำ ควำมรู้สึกควำมเป็นตัวตนมันต้องน้อย ลงไป ถ้ำมันรู้มันต้องวำงเป็น รู้แล้ววำง รู้ตำมควำมจริงแล้ววำง เพรำะ เมื่อรู้แล้วมันก็หนีไม่พ้นกฎพระไตรลักษณ์ จิตมันก็วำง ยึดมั่นถือมั่นไม่ได้ มันก็วำงเอง เพรำะฉะนั้นท้ังหมดท้ังสิ้นมันต้องมำเร่ิมท่ีใจของเรำ เพ่ือให้รู้ เท่ำทันใยท่ีมันออกจำกตัวเรำไม่ให้มันมำพันตัวเอง จะเห็นว่ำใยแมงมุมมี ควำมเหนียวติดเลยนะ เหมือนควำมยึดม่ันถือม่ันที่เรำส่งไปยึดถือแล้วไป ปรุงแต่ง ดังน้ันเรำต้องรู้เท่ำทันไม่ปล่อยใยออกมำ เพรำะฉะน้ันจะเห็นว่ำ พระสูตรนี้มีอะไรน่ำสนใจเยอะอย่ำงที่พระพุทธเจ้ำบอก มันไม่น้อย มันไม่ มำกแต่พอดีส�ำหรับบุคคล ในทำงพุทธศำสนำฝ่ำยนิกำยเซน เวลำครูบำ อำจำรย์จะสอนให้บรรลุรู้แจ้ง มักจะเลือกพระสูตรท่ีเหมำะกับลูกศิษย์ของ ท่ำน เพรำะฉะนั้นในแต่ละพระสูตรส�ำคัญน่ำสนใจ มีรหัสอยู่ข้ำงในนั้นให้ เรำถอดรหัส เพื่อให้เป็นไปเพื่อกำรพ้นทุกข์ ไม่ได้สอนให้จ�ำแต่ให้เอำมำใช ้ ส�ำหรับเช้ำน้ีก็จบเพียงเท่ำนี้
ö. ·�าÊบา æ ãËŒต‹อàน×èอ§ เรื่องของกำรปฏิบัติไม่ต้องคร�่ำเคร่งมำกสบำย ๆ แต่ขยันท�ำค�ำสอน ของหลวงปู่เทียนจนมำถึงหลวงพ่อค�ำเขียน ท่ำนจะบอกว่ำให้ท�ำเล่น ๆ แต่ให้ต่อเน่ืองเพรำะกำรท่ีเรำไปคร�่ำเคร่งเป็นภำวะแห่งกำรต้ังจิตท่ีผิด แล้ว แต่มันก็คอยจะคร่�ำเคร่งอยู่ตลอด เพรำะจิตของคนมันจะโน้มเอียง ไปทำงอัตตกิลมถำนุโยคง่ำย คือ ภำวะแห่งกำรรู้สึกเคร่ง ๆ พระพุทธเจ้ำ ท่ำนบอกให้รู้ต่ืนแล้วเบิกบำน ปฏิบัติธรรมมันต้องสบำย ๆ บำงคน ตั้งใจภำยใน ๓ เดือนน้ีต้องรู้ให้ได้ พอไม่เกินอำทิตย์ หน้ำด�ำคร่�ำเครียด มำกเลย พระอำจำรย์ยังไม่บอก ปล่อยให้ทุกข์สอนเขำเอง ให้เขำเผชิญ ว่ำนี่คือส่ิงผิด ถ้ำเขำยังไม่เห็นทุกข์ โทษของมันก็เลยยังไม่รู้จัก เหมือน เวลำสอนเด็กไม่ให้สูบบุหรี่ ไม่ให้โดดเรียน เขำไม่เชื่อหรอก จนกว่ำ เขำเห็นโทษท่ีมำเจอเข้ำกับตัว ถึงจะเข้ำใจ ต้องสอบตกก่อนถึงจะรู ้ บำงคร้ังเร่ืองของกำรปฏิบัติครูบำอำจำรย์ก็จะปล่อยไปก่อน ให้โดนไป ก่อน เพรำะคนเรำชอบมีอัตตกิลมถำนุโยค คือมันต้องดูเคร่ง ๆ เครียด ๆ มันถึงจะใช่
60 กลับมำ...รู้สึกตัว ดังน้ัน จึงไม่แปลกว่ำท�ำไมศำสนำของมหำวีระ หรือศำสนำเชน (พวกชีเปลือย) จึงด�ำรงอยู่ในอินเดียได้ โยคีทรมำนกำยยังด�ำรงอยู่ได ้ แต่พุทธศำสนำหำยไปเลย ลองดูใจเรำ พระอำจำรย์เคยต่อต้ำนกำร ปฏิบัติ คือ ถ้ำปฏิบัติแล้วต้องเคร่ง ๆ ประหลำด ๆ ไม่เอำดีกว่ำ ถ้ำปฏิบัติ แล้วมีช่ือว่ำเป็นผู้ปฏิบัติธรรม มีกิริยำท่ำทำงแปลก ๆ ได้ช่ือว่ำฉันปฏิบัติ ธรรม มันน่ำกลัวมำกเลย เป็นภำพที่น่ำกลัวมำกส�ำหรับพระอำจำรย์ใน ตอนน้ัน ก็เลยไม่เอำ จนวันหนึ่งได้พบทำงที่เรำไม่ต้องคร่�ำเคร่งกับกำร ปฏิบัติ แต่จะมีวิธีกำรท่ีหลำกหลำยในกำรช่วยเหลือตัวเองให้ได้เรียน รู้ลองวิธีโน้นวิธีนี้ ใช้หลักกำรทำงวิทยำศำสตร์เข้ำมำช่วย ทดลองวิธี ต่ำง ๆ ท�ำให้สนุกเพลิดเพลินกับกำรปฏิบัติ หลำยคนท่ีมีภำวะแห่ง กำรเคร่งเครียดก็จะท�ำให้เกิดควำมล่ำช้ำในกำรปฏิบัติบำงทีก็หลงไปเลย มีนิทำนเซนเร่ืองหนึ่งน่ำสนใจมำก มีหนุ่มคนหน่ึง พ่อเป็นเจ้ำส�ำนัก ดำบ เขำก็อยำกเป็นนักดำบเหมือนพ่อ แต่พ่อดูแล้วลูกชำยไม่เหมำะ พ่อก็ไม่ยอมสอน เลยตัดสินใจหนีออกจำกบ้ำน ไปหำครูบำอำจำรย์ อ่ืน ไปหำอำจำรย์ที่ว่ำเก่งท่ีสุด อำจำรย์บอกว่ำยำกนะ วิชำนี้ไม่ธรรมดำ ชำยหนุ่มก็บอกไม่เป็นไรผมจะพยำยำมต้ังใจเรียน อำจำรย์บอก ๓-๔ เดือนเลยนะ เขำบอกไม่เป็นไรผมจะใช้เวลำให้มำกตั้งใจให้มำกที่สุด อำจำรย์บอกว่ำถ้ำอย่ำงนี้ ๗ เดือน อำจำรย์ครับผมจะทุ่มเทท้ังกลำงวัน กลำงคืนเลยครับ อำจำรย์บอกถ้ำอย่ำงนี้ ๑ ป พอจะตอบอำจำรย์ อำจำรย์บอกไม่ต้องพูดแล้ว ไปตักน�้ำผ่ำฟนหุงข้ำว อำจำรย์ไม่ได้พูดเร่ือง
พระอธิกำรครรชิต อกิญฺจโน 61 ดำบเลย และไม่บอกว่ำจะสอนเม่ือไหร่ด้วย พอชำยหนุ่มไปตักน้�ำมำ อำจำรย์เดินผ่ำน อำจำรย์ก็เอำเท้ำเข่ียให้สะดุดล้ม ชำยหนุ่มมองหน้ำ อำจำรย์ อำจำรย์ก็เฉยเดินผิวปำกหำยไป พอผ่ำฟนอยู่ดี ๆ อำจำรย์ ก็เดินมำฟำดหัวโปก พอมองหน้ำอำจำรย์ อำจำรย์ก็เฉย หุงข้ำวอยู่ก็โดน ฟำดหัว ฟำดเสร็จก็เดินหำยไป วัน ๆ โดนฟำดหลำยครั้ง ท�ำงำนก็หนัก สอนก็ไม่สอน ครำวน้ีชำยหนุ่มก็คอยระวัง พออำจำรย์โผล่มำเขำก็เริ่ม ระมัดระวัง แต่ก็ยังโดนอยู่ เพรำะอำจำรย์มำไม่เป็นเวลำ ผลุบ ๆ โผล่ ๆ บำงทีท�ำอะไรเพลิน ๆ อยู่ก็มำฟำดโป้งแล้วหำยไป พอมำวันหนึ่งหลังจำกอยู่มำได้ ๒ เดือน ขณะท่ีก่อไฟอยู่ อำจำรย์ ก็โดดมำเลย ฟำดเต็มท่ี ชำยหนุ่มก็หยิบท่อนฟนมำรับได้ พอรับได้ ปุบ อำจำรย์ก็บอก “เฮ้อ จบแล้ว” จบแล้ววิชำนักดำบ เธอเรียนจบแล้ว ตอนชำยคนนี้เป็นนักดำบที่เก่งท่ีสุดของญี่ปุ่น บันทึกไว้ใน ประวัติศำสตร์ และกระบวนท่ำคือ “ไร้กระบวนท่ำ” เพรำะสำมำรถรับ และตอบโต้ได้อย่ำงทันทีทันใด ไม่ว่ำจะมำกระบวนท่ำไหนก็ตำม เพรำะฉะน้ันเวลำปฏิบัติไม่ต้องคำดหวังว่ำจะเป็นอย่ำงนั้นอย่ำง นี้และส�ำคัญคือ “การตระหนักรูปัจจุบัน” นักดำบคนนั้นเก่งท่ีสุดเพรำะ อะไร เพรำะเขำอยู่ในปัจจุบันขณะไม่มีกระบวนท่ำ แต่มีสติสัมปชัญญะ รวดเร็วท้ังต้ังรับและตอบโต้ เพรำะฉะนั้นกำรเข้ำถึงธรรมมันก็ไม่มี กระบวนท่ำ อยู่ที่เรำสร้ำงเหตุปัจจัยให้พร้อม
62 กลับมำ...รู้สึกตัว พูดถึงเร่ืองกระบวนท่ำท�ำให้คิดถึงเร่ืองจิ้งจอกกับแมวป่ำ แมวป่ำเขำ รู้สึกว่ำจ้ิงจอกได้หำยไป ๓ อำทิตย์ ไม่เจอหน้ำพี่จิ้งจอกเลย พอ ๓ อำทิตย์ผ่ำนไป พี่จ้ิงจอกก็กลับมำ น้องแมวป่ำได้ถำมพี่จิ้งจอกว่ำ หำยไป ไหนมำต้ัง ๓ อำทิตย์คิดถึง พ่ีจิ้งจอกก็บอกไปเรียนกระบวนท่ำหลบหลีก ภัย ๑๕ กระบวนท่ำ กำรหลบภัยนั้นต้องมีวิธีกำรน้อง ศัตรูมำอย่ำงน้ี เรำต้องไปอย่ำงนี้ มันมำอย่ำงนี้ต้องไปอย่ำงนี้ จิ้งจอกอธิบำยใหญ่ น้อง แมวป่ำยำกเรียนบ้ำง ขอเรียนจำกพี่จ้ิงจอกสักกระบวนท่ำ พ่ีจิ้งจอกก็ มองด้วยหำงตำ ยำกนะน้อง ต้องใช้ควำมเพียรกว่ำพ่ีจะจบมำได้แทบ เป็นแทบตำย ในขณะที่คุยกันน้ันก็มีนำยพรำนโผล่มำจำกหลังพุ่มไม้ยก หน้ำไม้ขึ้นมำเตรียมยิง บังเอิญเจ้ำแมวป่ำหันมำเห็น ด้วยสัญชำตญำณ แมวป่ำกระโดดหลบหลังต้นไม้ เจ้ำจิ้งจอกมัวแต่คิดกระบวนท่ำว่ำจะ หลบท่ำไหนดี ก็เลยถูกยิงตำย ยังไม่ได้ใช้ซักท่ำ แมวป่ำเอำมือตบอก ร�ำพึงว่ำ โชคดีจังท่ีกูยังไม่ได้เรียน (ฮำ) เข้ำใจไหมอย่ำไปคิดกับกระบวน ท่ำให้มำกตระหนักรู้ในปัจจุบันแล้วท�ำไป อย่ำไปคำดหวังมุ่งม่ัน อย่ำไป บีบค้ันต้องเป็นอย่ำงนั่นอย่ำงนี้ เพรำะกำรท่ีเรำจะเข้ำใจสภำวธรรมมันไม่ เลือกกำลเทศะหรอก ครั้งแรกที่พระอำจำรย์เข้ำใจ เรื่องรูปเรื่องนำม เรื่องกำยเรื่องจิต น้ัน เกิดข้ึนขณะพระอำจำรย์บิณฑบำต ขณะเดินบิณฑบำตร เดินผ่ำน สะพำนเดินไปแล้วมันก็โผล่มำให้เห็นชัดข้ึน ๆ บทที่มันจะเข้ำมำมันไม่ ใช้เวลำนำนหรอก ขอให้มันมีปัจจัยพร้อม ใครที่ปฏิบัติสมำธิมำก่อนถือ
พระอธิกำรครรชิต อกิญฺจโน 63 ว่ำโชคดีเพรำะจะมีพ้ืนฐำนในกำรต้ังจิตในอำรมณ์กรรมฐำน พอมำ เจริญสติจะสำมำรถต้ังจิตง่ำย เห็นกำรเปล่ียนแปลงง่ำย เพรำะจิตจะนิ่ง สงบง่ำย แต่พอมันเปลี่ยนแปลงจะรู้สึกได้ชัด สภำวะเกิดข้ึนได้ทุกขณะ ของชีวิต และพอเรำเข้ำใจ เรำจะคลำยและวำงลง เพรำะมันจะเฉลย ควำมจริงให้เรำได้แต่ละคร้ัง ๆ แต่เรำท�ำให้มำกขยันส่ังสมจนถึงจุดหนึ่ง มันจะสว่ำงของมันเอง จะเข้ำใจ เข้ำถึงและจะเฉลยแล้วสำมำรถวำงลง ได้เอง มันจะเบำข้ึนเร่ือย ๆ สบำย ๆ
÷. รÙŒÊÖกตัวàปšนÁรรค¼Å มีพระสูตรอยู่พระสูตรหน่ึงเป็นพระสูตรที่พูดถึงขอนไม้ลอยน้�ำ มีอยู่ วันหนึ่งพระพุทธเจ้ำเสด็จไปพร้อมภิกษุประมำณหน่ึง ไปพักริมแม่น้�ำ แห่งหน่ึง ขณะนั้นพระองค์ได้มองไปท่ีแม่น้�ำก็เห็นขอนไม้ขอนหนึ่งลอย อยู่กลำงน�้ำ พระองค์จึงตรัสว่ำ “ภิกษุทั้งหลำย เธอเห็นขอนไม้ที่อยู่ กลำงน้�ำน้ันไหม” ภิกษุก็มองตำมไป ก็ตอบว่ำ “เห็น พระพุทธเจ้ำค่ะ” พระพุทธองค์ก็ตรัสว่ำ “ถ้ำขอนไม้น้ีไม่ไปติดฝังนู้น ไม่มำติดฝังน้ี ไม่ถูก มนุษย์เอำไป ไม่ถูกอมนุษย์เอำไป ไม่จมลงท่ำมกลำงของวังวนและไม่ ผุพังเน่ำในซะก่อนแล้ว ขอนไม้น้ีก็หวังได้ที่จะออกสู่มหำสมุทร อันเป็น ท่ีสุดของสำยน�้ำทั้งหลำย” ภิกษุเหล่ำน้ันก็ทูลว่ำขอพระพุทธองค์ทรงอรรถำธิบำย พระพุทธองค์ ทรงตรัสว่ำ “ขอนไม้เปรียบได้ดั่งจิตเรำผู้ปฏิบัติ ถ้ำขอนไม้ไม่ไปติดฝังนู้น ฝังนู้นเปรียบได้กับอำยตนะภำยนอก ฝังนี้เปรียบได้กับอำยตนะภำยใน ถ้ำจิตของเรำถูกตั้งมั่นไว้ดีแล้ว มีควำมเป็นกลำงไม่เอนเอียงยึดติดไปใน รูป เสียง กล่ิน รส โผฏฐัพพะ ธรรมำรมย์ คืออำยตนะภำยนอกและไม่หลง
66 กลับมำ...รู้สึกตัว ติดยึดมั่นกับ ตำ หู จมูก ล้ิน กำย ใจ คืออำยตนะภำยใน ถ้ำไม่ถูกมนุษย์ เอำไป โลกธรรมท่ีมนุษย์ต้องเก่ียวข้องคือ ได้ยศ เส่ือมยศ ได้ลำภ เส่ือมลำภ สรรเสริญ นินทำ สุข ทุกข์ ส่วนอมนุษย์ก็แบ่งเป็น ๒ อย่ำง คือ ฝ่ำยเทพ กับ ฝ่ำยมำร ที่ไม่ใช่มนุษย์คือ บุญกับบำป ไม่จมลงในวังวน คือกำรตกอยู่ในอ�ำนำจของควำมโลภ ควำมโกรธ ควำมหลง ไม่ผุพัง คือ ไม่ทุศีลจนวิปฏิสำรเกิดควำมเดือดเน้ือร้อนใจข้ึนมำเอง ถ้ำไม่เป็นไปกับ สิ่งท้ังหลำยเหล่ำนี้ ขอนไม้คือจิต คงถึงซ่ึงพระนิพพำน เปรียบได้กับ มหำสมุทร” ในพระสูตรน้ีพระองค์ทรงอยำกบอกว่ำถ้ำจิตเรำเป็นกลำง ไม่ยึดติดกับ รูป รส กลิ่น เสียง ไม่ยึดติดกับ ตำ หู จมูก ล้ิน กำย ใจ ไม่ไหล ไปกับโลกธรรม ไม่ติดในบุญ ในบำป ไม่สุข ทุกข์ใด ๆ ไม่เดือดเน้ือร้อนใจ ในควำมประพฤติไม่ดี เรำก็จะไหลไปตำมครรลองของพระนิพพำน ปัญหำคือ เรำมักจะเผลอไปติดฝังโน้น ฝังนี้ ติดในลำภ ยศ ในสรรเสริญ นินทำ ถ้ำเรำมีสติตั้งม่ันเรำก็จะไปสู่หนทำงแห่งพระนิพพำนได้ ดังนั้นเรำต้องมีกำรเจริญสติอย่ำงต่อเนื่อง ให้ตั้งม่ันอยู่ในอำรมณ์ กรรมฐำน ลองตะแคงคว�่ำมือดู ดูว่ำจิตใจเป็นอย่ำงไร จิตใจที่เรำรับรู้กับ กำรตะแคงคว่�ำมือนั่นแหละ คือ กุญแจไขปริศนำ มันคือ ควำมรู้สึก เฉย ๆ แต่ไม่ใช่เฉย ๆ ธรรมดำ ท�ำมำก ๆ จะมีควำมตื่นรู้ในตัว มันคือ รู้สึกตัวเฉย ๆ กำรที่เรำอยู่กับควำมรู้สึกตัวเฉย ๆ น้ี มันจะเป็นมรรคและ ผลในตัวมันเอง เป็นหนทำงไป เป็นวิหำรธรรมในขณะท่ีเรำรู้สึกตัวมัน ก็บริสุทธ์ิไปแล้ว มันไม่มีกิเลส ไม่มีสุข ไม่มีทุกข์ มันมีแต่รู้สึกตัว ไม่มี
พระอธิกำรครรชิต อกิญฺจโน 67 อะไร จึงเข้ำใจว่ำขอนไม้ลอยน้�ำคือกำรที่เรำมีควำมรู้สึกตัว บำงทีเรำอำจ จะเผลอคิดในสิ่งต่ำง ๆ มำกมำย แต่ถ้ำเรำตะแคงมือปับรู้สึกตัวทันที กระพริบตำปับรู้สึกตัว ในขณะน้ันมันจะไม่หลง มันจะรู้ เพรำะต้นเค้ำ แห่งควำมทุกข์ทั้งหมด คือ ควำมหลง คือ อวิชชำ ในกระบวนกำรเจริญ สติและสร้ำงควำมรู้สึกตัวตลอดเวลำ จะท�ำให้จิตเรำปรับสภำพมำอยู่ใน ควำมตื่นรู้ รู้สึกตัวเฉย ๆ และถ้ำมันจะเปล่ียนแปลงไปอย่ำงไรก็ตำมเรำ จะรู้เท่ำทัน และจะครอบคลุมอำยตนะท้ังหมดของเรำเอำไว้ให้รู้เท่ำทัน กับมัน เพรำะอำยตนะท่ีมำกระทบผัสสะนั้นแหละท่ีท�ำให้เกิดสุขทุกข์ ถ้ำเรำไม่รู้สึกตัว ย้อนไปท่ีพระอำจำรย์เริ่มปฏิบัติ ตั้งใจต้ังแต่วันแรกที่บวชก็ปฏิบัติ ตำมที่พระท่ำนสอน ในขณะเดียวกันก็ท�ำตำมหนังสือ เป็นคนโชคดีท่ี ท�ำยังไงอย่ำงที่เขำว่ำ ก็ท�ำได้อย่ำงเขำว่ำ และโชคดีท่ีไม่เสียเวลำมำก ไม่ว่ำจะให้นั่งเห็นองค์พระ พิจำรณำอสุภะ แต่ปัญหำคือเมื่อจิตสงบแล้ว มันไม่อยำกท�ำอะไร หนัก ๆ เข้ำคือไม่อยำกบิณฑบำต เสียเวลำนั่งสมำธิ จึงคิดได้ว่ำไม่ใช่แน่ ๆ มีควำมรู้สึกว่ำ พระพุทธเจ้ำท่ำนไม่สอนเช่นน้ ี ท่ำนต้องสอนให้เรำใช้ชีวิตปรกติกับมนุษย์โลกได้ ต้องมีอะไรที่ดีกว่ำนี้ จึงท�ำให้แสวงหำและบังเอิญพระอำจำรย์ได้อ่ำนประวัติหลวงปู่มั่น มีอยู่ ตอนหน่ึงท่ีหลวงปู่ม่ันท่ำนถอดจิตไปหำท่ำนเจ้ำคุณอุบำลีที่วัดบรมนิวำส ก็เห็นท่ำนเจ้ำคุณอุบำลีก�ำลังพิจำรณำปฏิจจสมุปบำท พระอำจำรย์ไม่ รู้จักแต่เกิดควำมชอบค�ำน้ีขึ้นมำจับใจ ท�ำไมค�ำนี้ถึงเพรำะขนำดน้ี ท�ำให้
68 กลับมำ...รู้สึกตัว ต้องไปค้นหำค�ำตอบ หำหนังสืออ่ำนไม่เจอค�ำอธิบำย แต่โชคดีบวช วันแรกแม่หยิบหนังสือมำให้เล่มหน่ึง เป็นหนังสือธรรมะเล่มแรกที่อ่ำน “คู่มือมนุษย์” พอเปิดดู สวนโมกข์พูดเรื่องน้ี ตัดสินใจไปสวนโมกข์ เพื่อไปหำค�ำตอบ พอไปถึงเขำก็ให้ไปพักท่ีศำลำนำงงำม พอเข้ำไป ก็เห็นภำพปฏิจจสมุปบำทใหญ่มำก โอ้โห นี่เองท่ีเรำตำมหำ วำงย่ำม วำงบำตร ปุบ “ขอโอกำสครับ มีท่ำนอำจำรย์ท่ำนใดจะช่วยอธิบำยให้ผม เข้ำใจได้บ้ำงครับ” พระอำจำรย์ก็นั่งขัดสมำธิเตรียมฟัง ก็มีพระมำอธิบำย รอบท่ีหนึ่งผ่ำนไป มึนต๊ึบ รอบท่ีสองผ่ำนไปยิ่งมึน เพรำะพื้นฐำนเรำไม่ม ี ไม่มีภำคปริยัติเลย จนคนอธิบำยเร่ิมเหน่ือย เด๋ียวว่ำกันอีกที พระอำจำรย์ก็อยู่ช่วยงำนวัด และมีอยู่วันหนึ่งมีพระภิกษุพรรษำ ไล่เล่ียกันท่ำนถำมว่ำ ท่ำนครรชิต ท่ำนสนใจเรื่องน้ีจริง ๆ หรือ ไม่สน ใจเรื่องอื่นเลยหรือ ถ้ำง้ันไปห้องสมุดมีหนังสือเรื่อง “ปฏิจจสมุปบำท อริยสัจ ๔ ภำคสมบูรณ์” เป็นหนังสือเล่มหลังสุดท่ีท่ำนพุทธทำสเขียน เสร็จก่อนมรณภำพ ไปถึงบอกบรรณำรักษ์ พอเห็นหนังสือเล่มหนำ มำก เอำมำอ่ำนได้ ๔ หน้ำ หนุนหัวนอนเลย มึนเลย ทีน้ีก็มีพระอีกรูป มำอีก ท่ำนครรชิตถ้ำท่ำนสนใจ เรื่องน้ีมันมีเคล็ดสั้น ๆ หลวงปู่พูดไว้ “ตองไม่โง่ตอนผัสสะ” ปฏิจจสมุปบำทมีแค่น้ี
พระอธิกำรครรชิต อกิญฺจโน 69 “ถาไม่ทันผัสสะใหไปทันเวทนา ถาทันเวทนายังพอดับทุกข์ ไดอยู่” ท่ำนบอกเคล็ดส้ัน ๆ แค่น้ี ต้องให้รู้ทันตอนผัสสะ แล้วอะไรที่ท�ำ ให้เรำรู้ทัน ไม่โง่ คิดไปคิดมำ มันต้องมีสติสัมปชัญญะเข้ำไปรู้แน่ ๆ เลย แล้วใครล่ะจะสอนเรำเจริญสติ วันน้ันกลับจำกไปฉันข้ำวท่ีใน หมู่บ้ำน กลับมำผ่ำนทำงโรงมหรสพ จ�ำได้ไม่ลืม หลวงพ่ีฉลองเดินมำเจอ กันพอดี ถำมพระอำจำรย์ “ท่ำนครรชิตมำจำกไหน” “มำจำกชัยภูมิครับ” “มำจำกสุคะโตหรือ” พระอำจำรย์ “เอ สุคะโตไหนหนอ” “ก็อยู่ชัยภูมิ” “แล้วอยู่ไหนครับ” “อยู่ท่ำมะไฟหวำน” “เอ ท่ำมะไฟหวำนอยู่ห่ำงบ้ำน ผม ๓๐ กิโล” “ท่ีสุคะโตมีอะไรครับ” “ที่สุคะโตมีหลวงพ่อค�ำเขียนพวก ผมยังเคยขึ้นไปศึกษำกับท่ำนนะ ลูกศิษย์ท่ำนเยอะ ชำวต่ำงชำติก็มี” คิดในใจท�ำไมเรำไม่รู้ อยู่ใกล้บ้ำนแค่ ๓๐ กิโลเอง เรำก็เลยถำมว่ำหลวง พ่อค�ำเขียนสอนอะไร “สอนกำรเจริญสติ” เท่ำนั้นแหละ ท่ำนได้ให้ หนังสือมำด้วย “ไม่มี ไม่เป็น” ท่ำนยกให้เลย เอำไปอ่ำนที่กุฏิ ตอนแรก ยังไม่เข้ำใจ แต่ม่ันใจว่ำน่ีแหละที่เรำตำมหำ วันนั้นก็เลยตัดสินใจเก็บ ข้ำวของเลย เอำกุญแจคืนค่�ำนั้นเลย เดินตัดทุ่งไปไชยำขึ้นรถไฟผ่ำน หมู่บ้ำนหน้ำสวนโมกข์ พระอำจำรย์ต้องเดินทำงเป็น ๑,๐๐๐ กิโลเมตร เพื่อไปตำมหำส่ิงท่ีอยู่ใกล้บ้ำนเพียง ๓๐ กิโลเมตร มำถึงก็ไปหำ หลวงพ่อ แล้วหลวงพ่อก็สอนง่ำย ๆ แบบนี้แหละ พลิกมือรู้ เหมือนเรำ น่ังรถไปกรุงเทพฯ ผ่ำนต้นไม้ ๒ ข้ำงทำง อย่ำเสียเวลำจอดดูมันล่ะ ให้รู้ ว่ำมันเป็นต้นไม้ก็พอ ไม่ต้องสนใจว่ำมันจะเป็นต้นอะไร เรำมีหน้ำท่ีไป กรุงเทพฯ ก็ไปกรุงเทพฯ
70 กลับมำ...รู้สึกตัว จำกน้ันมำพระอำจำรย์ก็ฝกเจริญสติ เพียรเฝ้ำดูผัสสะ จนคืนหน่ึง ขณะท่ีพระอำจำรย์เจริญสติด้วยกำรเดินจงกรม ก็มีเสียงโฆษณำเร่ือง กำรฉำยหนังกลำงแปลงในหมู่บ้ำน เสียงเข้ำมำบอกเร่ืองที่ ๑ ภำพก็ข้ึน มำทันที คิดไป เคยดูแล้ว มันปรุงแต่งขึ้นมำเลย พอบอกเรื่องท่ี ๒ ภำพ ก็ขึ้นมำอีก พอเร่ืองท่ี ๓ ไม่เคยดู เกิดอะไรขึ้นรู้ไหม มันปรุงแต่งไม่ได ้ มันหยุดเลย แต่สักพักมันก็ปรุงแต่งเร่ืองท่ีใกล้เคียงกับเร่ืองนั้น พระอำจำรย์ หยุดน่ังหัวเรำะเลย น่ีเอง คือมีสติรู้เท่ำทันตอนมันผัสสะ แล้วค่�ำคืนน้ัน เรำก็เฝ้ำดูสิ่งท่ีมันเกิดขึ้นจำกกำรกระทบทำงหู เสียงที่มำ จิตก็ปรุงแต่ง มันก็เลยเข้ำใจ ดังน้ันพระอำจำรย์จึงบอกเสมอว่ำให้เรำเจริญสติ แล้วเฝ้ำ ดูอำยตนะท่ีมันผัสสะ ตั้งควำมรู้สึกตัวให้ตื่นไว้ กำรรู้กำรเคลื่อนไหว ของกำย มันจะเห็นกำรเปลี่ยนแปลงของจิตด้วย เหมือนอย่ำงท่ีหลวงพ่อ บอก “ดูกายเห็นจิต ดูคิดเห็นธรรม” ให้ดูข้ำงในและข้ำงนอกควบคู่ กันไปอย่ำงต่อเน่ือง ขบวนกำรศึกษำจึงเกิดควบคู่กันไปอย่ำงต่อเน่ือง เพรำะกำรกระทบทำงอำยตนะเกิดข้ึนอยู่ตลอดเวลำ กำรเฝ้ำดูก็เกิดข้ึน ตลอดเวลำ พอมันเกิดกำรเปล่ียนแปลงทำงจิตเรำก็เฝ้ำดูมันด้วยใจที่ เป็นกลำง ๆ ตอนแรกก็จะเอียงไปเอียงมำ พอเรำเร่ิมท�ำใจเป็นกลำง ในกำรมองได้ มันจะไม่แปดเปอนเลย มันไม่มีปัญหำเลย กำรปรุงแต่ง ทำงจิตไม่เก่ียวกับเรำ ควำมสุขควำมทุกข์ที่เกิดจำกกำรปรุงแต่งทำงจิต เพรำะเรำเผลอไปแตะต้องมัน ไปยึดกับมัน ดังนั้น ให้เรำเห็นมันเฉย ๆ รู้สึกตัวไว้ แล้วเห็นมันเฉย ๆ มันไม่มีปัญหำอะไร สภำวธรรมมันก็เป็น ไปของมันเอง
พระอธิกำรครรชิต อกิญฺจโน 71 ลองคิดดูแล้วกันว่ำ ถ้ำวันท้ังวันคุณพยำยำมเจริญสติและเฝ้ำเรียน รู้ส่ิงท่ีมำกระทบ ทำงตำ หู จมูก ล้ิน กำย ใจ อยู่ตลอดเวลำ มันจะมี ควำมสุขขนำดไหน ไม่ต้องกลัวควำมคิดเกิด เมื่อมีผัสสะมันต้องมี มัน จะท�ำให้เกิดควำมรู้สึกพอใจไม่พอใจต่อเน่ือง แต่ถ้ำเรำมีสติเข้ำไปรับรู้ เข้ำไปทันผัสสะ จะรู้ว่ำผัสสะภำยนอกไม่ท�ำให้เกิดปัญหำ แต่ปัญหำคือ ตัวปรุงแต่ข้ำงใน พระอำจำรย์มักสอนว่ำ เม่ือคุณเจริญสติแล้ว เมื่อตำ กระทบรูป จิตใจคุณเป็นอย่ำงไร เมื่อหูได้ยินเสียง จิตใจเป็นอย่ำงไร เม่ือลิ้นสัมผัสรส จิตใจเป็นอย่ำงไร เมื่อกำยสัมผัสส่ิงสัมผัสทำงกำย จิตใจเป็นอย่ำงไร เพื่อให้ทันผัสสะในจิตเรำ แล้วจะเข้ำใจเอง ลองไป ท�ำดู อย่ำเพิ่งเชื่อ ลองเจริญสติดี ๆ อย่ำงต่อเนื่อง ลองไปสังเกตจิตใจ ตัวเองดู แล้วเรำจะพบควำมเป็นกลำง ๆ ของจิตได้ ค่อย ๆ ค้นหำ
ø. ÊรŒา§ร‹อ§รอÂàอาäวŒ เม่ือตอนเย็นที่เรำได้เดินระยะทำงไกล และเดินขึ้นเขำเดินลงเขำ พระอำจำรย์บอกให้พวกเรำดูควำมรู้สึกตัวเอง ดูใจตัวเองซิมันเป็นอย่ำงไร ในขณะที่มันข้ึน ย่ิงระยะทำงไกลใจเรำเป็นยังไง กำรมองเห็นทำงท่ีมัน ชัน ๆ มันไกล มันหนักข้ึนเร่ือย ๆ กับกำรเดิน ควำมสูงก็มำกขึ้น ๆ ที่ อยำกให้เห็นท่ีอยำกให้ดูมันส�ำคัญตรงที่ว่ำ เมื่อเรำพ้นจำกควำมชัน ตรงนั้น แล้วเจอทำงรำบ ส่ิงหนึ่งที่มันจะเกิดขึ้นกับใจของเรำ คือควำม รู้สึกปลดปล่อย ควำมหนักหน่วงในขณะท่ีก�ำลังเดินข้ึนมันเห็นได้ชัดว่ำ ใช้ก�ำลังในกำรบังคับให้ข้ึน ใจมันก็มีควำมเกร็ง มันจะมีควำมรู้สึกหนัก พอมันก้ำวไปสู่ทำงโล่งเล้ียวไปทำงกว้ำง มันจะเห็นเลยว่ำใจจะรู้สึก เปิดว่ำงเป็นอิสระ เบำข้ึน กำยก็เบำใจก็เบำ กำรที่พระอำจำรย์อยำกให้ พวกเรำสังเกตดูใจตัวเองให้ดี อยำกให้สัมผัสกับควำมรู้สึกของใจท่ี มันโล่ง ที่มันทิ้งภำระลง ทิ้งควำมหนักลงแล้วมันเปิดโล่งโปร่งเป็นอิสระ มันเหมือนวำงภำระลง ตรงน้ันที่อยำกให้เห็นภำวะของจิตตรงนั้น พระอำจำรย์ชอบพำพระท่ีวัดเดินข้ึนเขำ ที่วัดจะมีป่ำมีเขำ แม้แต่เดิน
74 กลับมำ...รู้สึกตัว บิณฑบำต ก็จะมีบ้ำนหลังหนึ่งอยู่สูงกว่ำชำวบ้ำนคนอื่น ไม่เคยมีใครไป บิณฑบำตเลย มีพระถำมว่ำเรำเดินไปต้ังไกลเพื่อไปรอข้ำวแค่ก้อนเดียว หรือครับ ถ้ำท่ำนได้แค่ข้ำว ท่ำนได้น้อยมำกเลยนะ เลยบอกว่ำเวลำเดิน ข้ึนสังเกตดูสิ สังเกตดูดี ๆ ว่ำ แต่ละก้ำว ๆ แล้วถ้ำคิดว่ำจะเอำข้ำวแค่ ก้อนเดียว มันจะหนักมำก แต่สิ่งท่ีอยำกให้เห็นคือ ภำวะท่ีมันหนัก แล้ว มันโล่ง พอไปถึงตรงจุดน้ันต่ำงหำกที่อยำกให้เจอ อยำกจะบอกว่ำถ้ำมี สักครั้งท่ีจิตใจได้ชิมรสชำติกำรวำงภำระลงและทุกคร้ังท่ีได้สัมผัสกับ ควำมรู้สึกนั้น ๆ มันจะเป็นร่องรอยในจิตใจของเรำ และร่องรอยน้ีถ้ำได้ สัมผัสและจดจ�ำไว้แล้วมันไม่ลืม แล้วมันจะเป็นช่องทำงให้เรำได้ อย่ำ คิดว่ำมันเป็นเร่ืองเล็กน้อย ทุกคร้ังท่ีจิตมันสัมผัสกับกำรปล่อยวำงลง มันวำงภำระ ถ้ำคุณสำมำรถสัมผัสและจิตมันจดจ�ำไว้ได้ มันเป็นอะไร ท่ีดีที่งำม ซ่ึงอำนิสงส์ของกำรมีร่องรอยท่ีดีท่ีงำมน้ีมันจะช่วยคุณได้ แม้แต่กำรตีระฆัง หลวงพ่อค�ำเขียนสอนพระอำจำรย์แม้แต่กำร ตีระฆัง หลวงพ่อให้พระอำจำรย์ตีระฆังก่อนไปบิณฑบำต พระอำจำรย์ ตี เม้ง ๆ ๆ ๆ ๆ ... หลวงพ่อก็ส่ำยหน้ำ แล้วหลวงพ่อก็บอกว่ำ เวลำ ท่ีพวกทิเบตเขำตี เขำจะตีเต็มที่เลยทีหน่ึงให้เสียงมันสะท้อนในหุบเขำ แล้วหำยไป แล้วเขำก็ตีอีกทีเต็มท่ีให้เสียงสะท้อนแล้วก็หำยไป หลวงพ่อ พูดแค่นี้ แต่พระอำจำรย์รู้สึกบำงอย่ำง แปลว่ำท่ีเรำตีมันมีควำมรีบ ร้อนเกิน แล้วเรำสังเกตใจท่ีมันรีบร้อนที่จะตี มันมีภำวะแห่งกำรเกร็ง เกร็งว่ำเสียงระฆังจะกระทบโสตประสำทของเรำอย่ำงแรง แล้วมันมี
พระอธิกำรครรชิต อกิญฺจโน 75 กำรรังเกียจเสียงนั้นใช่ไหม มันจะมีกำรเกร็งทั้งกำยเกร็งทั้งจิต พอเรำรู้ สึกตรงน้ีได้ แค่หลวงพ่อพูดแค่น้ัน วันหลังมำเรำก็ตีใหม่ เม้ง... เม้ง... และกำรตีเน่ียจะเห็นชัดเลยขณะท่ีเรำก�ำลังจะเอำไม้ฟำดไปที่ระฆัง จิต จะมีอำกำรเกร็งต้ำน แต่พอเรำวำงปุบก็จะตีไหลลื่นเลย ดังน้ันกำรปฏิบัติ ต้องมองกันขนำดน ้ี ดังนั้นภำวะของจิตที่มันวำง มันเป็นภำวะท่ีอยำกให้ทุกคนได้เจอ เพรำะร่อยรอยเหล่ำน้ีถ้ำมันได้พบได้เจอแล้วมันจะใช้ได้เมื่อถึงเวลำ แม้แต่ร่องรอยแห่งบุญร่องรอยแห่งควำมดี มันก็มีผลในกำรใช้ บำงคน คิดว่ำมำปฏิบัติไม่กี่วันจะได้อะไร อย่ำดูถูกตัวเอง หลวงพ่อค�ำเขียน บอกพระอำจำรย์ว่ำ อำจำรย์ครรชิตสอนไป กรรมฐำนสอนไปเลยช่ัว ช้ำงกระดิก หูชั่วงูแลบลิ้น ก็สอนไป เรำไม่หวังหรอกว่ำเขำจะเข้ำใจวันน้ี พรุ่งนี้ เรำไม่หวังว่ำเขำจะเข้ำใจเม่ือใด แต่เมื่อควำมทุกข์มำเยือนเขำ เขำจะเข้ำใจได้ว่ำ ครั้งหนึ่งเขำเคยปฏิบัติและเขำเคยได้รับรสชำติแห่ง กำรปฏิบัติ แล้วเขำจะกลับมำ แล้วเขำจะเอำร่องรอยเหล่ำน้ันมำใช้ พระอำจำรย์จ�ำได้ม่ันคงมำกเลยว่ำมันเป็นอย่ำงนั้นจริง ๆ แล้วบทพิสูจน์ บทหน่ึง ก็ท�ำให้ยืนยันว่ำมันใช่อย่ำงนั้นจริง ๆ ตอนที่หลวงพ่อไม่สบำย เป็นมะเร็ง หลวงพ่อต้องนอนห้อง ICU กำรที่หลวงพ่อเป็นมะเร็ง มันส่อ เค้ำมำว่ำ หลวงพ่อมักจะอำหำรไม่ย่อย เพรำะมะเร็งของหลวงพ่อลำม มำถึงตับอ่อน เวลำหลวงพ่ออำหำรไม่ย่อย พระอำจำรย์ก็จะท�ำเมี่ยง ล�ำข่ำถวำย พอท่ำนฉันได้สำมค�ำท้องก็จะท�ำงำนตำมปรกติ แต่ตอนแรก
76 กลับมำ...รู้สึกตัว เรำก็ไม่เอะใจ จนกระท้ังวันหน่ึงหลวงพ่อทั้งอ้วกท้ังถ่ำยและมีปัญหำ เร่ืองท้องมำกขึ้น หลวงพ่อไม่ได้เป็นมะเร็งที่ท้อง หลวงพ่อเป็นมะเร็งท่ี ต่อมน้�ำเหลือง แต่มันลำมไปถึงตับอ่อน ดังนั้นหลวงพ่อจะมีปัญหำเรื่อง ท้องเรื่อย ๆ ไปหำหมอก็บอกเป็นโรคกระเพำะ พอวันหนึ่งพำหลวงพ่อไป เทศน์ หลวงพ่อเทศน์ไม่จบเพรำะปวดมำก เวทนำมันกล้ำมำก หลวงพ่อ จึงให้พระอำจำรย์เทศน์ต่อ หลังจำกนั้นก็พำหลวงพ่อไปหำหมอ หมอก็ จัดยำแก้โรคกระเพำะมำให้ แต่มีสิ่งหน่ึงที่หลวงพ่อพูด “เหมือน...มัน จะตำย” แต่ยังไม่มีใครเอะใจจนหลวงพ่อพูดบ่อยว่ำ “เหมือน...มันจะ ตำย” วันน้ันพระอำจำรย์อยู่ที่วัดของพระอำจำรย์ ก็มำนั่งคิดว่ำ เอ.. ท�ำไมหลวงพ่อพูดเร่ืองตำยบ่อย เลยมำน่ังนึกถึงพระอำนนท์ พระพุทธเจ้ำ พูดกับพระอำนนท์ แล้วพระอำนนท์ก็ไม่เอะใจ หรือหลวงพ่อเปรยแล้วไม่ มีใครนิมนต์ไว้ หลวงพ่อพูดบ่อย แต่ไม่มีใครเอะใจ เลยเรียกรถไปหำ หลวงพ่อตอนเย็นน้ันเลย ไปถึงเจอหลวงพ่อเดินอยู่ในป่ำมะม่วงท่ีวัดท่ำ มะไฟหวำน พระอำจำรย์ก็เดินไปบอกนิมนต์หลวงพ่อไปกุฏิก่อนได้ไหม ครับ พอหลวงพ่อนั่งเรียบร้อยแล้ว พระอำจำรย์ก็กรำบ แล้วถำมหลวงพ่อ ว่ำเป็นอย่ำงไรบ้ำงครับ หลวงพ่อบอก สงสัยเหมือนมันใกล้จะตำย พอว่ำ อย่ำงน้ีปุบ ก็เลยบอกว่ำเพรำะอย่ำงนี้แหละครับท่ีผมมำ หลวงพ่อก็เลย ว่ำแล้วไง พระอำจำรย์ก็เลยบอก “หลวงพ่อครับสำยงำนก็ยังไม่เข้มแข็ง ลูกศิษย์ลูกหำก็ยังไม่แข็งแรงพอที่จะสืบทอดค�ำสอนครูบำอำจำรย ์ อยำกจะขออำรำธนำนิมนต์ไว้ก่อน พอให้ได้เป็นท่ีพ่ึงของลูกศิษย์ลูกหำ
พระอธิกำรครรชิต อกิญฺจโน 77 ให้ลูกศิษย์ลูกหำได้ตั้งตัวให้เข้มแข็งกว่ำน้ีก่อน จ�ำเป็นต้องมีหลวงพ่อ ค้�ำจุนสำยงำนเอำไว้” หลวงพ่อมองหน้ำพระอำจำรย์ แล้วพูดว่ำ “เอำ อย่ำงนี้เลยหรือ” “ครับ เอำอย่ำงน้ีแหละครับ” หลวงพ่อนั่งหลับตำลง สักพักแล้วก็ลืมตำข้ึนมำพร้อมกับพูดว่ำ “คงไม่ตำยง่ำย ๆ แล้วหล่ะ” วันนั้นเป็นประมำณเดือนกุมภำพันธ์ พอเมษำยนหลวงพ่อเข้ำ ICU พระอำจำรย์ก็ไปเฝ้ำหลวงพ่อ พระอำจำรย์จะเฝ้ำตั้งแต่ ๘ โมงเช้ำถึง ๔ โมง เย็น จำก ๔ โมงเย็นถึง ๒ ทุ่มเป็นคุณหมอก�ำพล และจำก ๒ ทุ่มถึง ๖ ทุ่มเป็นพระอำจำรย์อีกรอบหน่ึงและจำก ๖ ทุ่มถึงตี ๓ จะเป็นพระอีกรูป หน่ึง และจำกตี ๓ ถึง ๘ โมงเช้ำจะเป็นพระอำจำรย์ตุ้ม วันน้ันอยู่ถึง ๖ ทุ่มแล้วไม่มีใครมำเปลี่ยน เอ้ำ! ไม่เป็นไรเด๋ียวถึงตี ๓ ก็มีคนมำเปลี่ยน พอช่วงระหว่ำงประมำณตี ๑ กว่ำ ๆ ส่ิงท่ีพระอำจำรย์บอกไว้ว่ำร่องรอย ถ้ำมันได้สร้ำงขึ้นไว้ในใจ มันจะได้ช่วยมำกจริง ๆ เตียงที่ห่ำงจำกหลวงพ่อ ไปประมำณ ๔ เตียง อำยุประมำณ ๘๐ กว่ำก�ำลังชักกระตุกแรงมำก หมอพยำบำลว่ิงกันวุ่นเลย ซักพักก็สงบลง พระอำจำรย์ก็ยืนมองอยู่ เพรำะในห้อง ICU จะมีห้องพิเศษอยู่ท่ีเป็นตู้กระจก พระอำจำรย์ยืนมอง แล้วคิดว่ำเวทนำใดหนอกรรมนิมิตอะไรท่ีท�ำให้คนคนน้ีแสดงอำกำรถึง ขนำดนี้ ก็คิดในใจแล้วสักพัก แกก็สงบลงได้ พอถึงตี ๓ ก็มีพระอำจำรย์ ตุ้มมำเปลี่ยน พระอำจำรย์ก็กลับไป ประมำณ ๗ โมงต่ืนข้ึนมำก�ำลัง ครองผ้ำอยู่ก็มีโยมผู้หญิง ๒ คน ขึ้นไปท่ีห้องพักที่โรงพยำบำลจุฬำท่ีเผ่ือ ห้องเอำไว้ ให้หลวงพ่อแต่งตัว หลวงพ่ออยู่ ICU โดยห้องที่เปิดเอำไว้
78 กลับมำ...รู้สึกตัว ก็เป็นห้องพักของพระ โยม ๒ คนขึ้นไปหำ บอกพระอำจำรย์ว่ำ หมอ บอกว่ำให้นิมนต์พระมำให้แม่ถวำยสังฆทำนได้แล้ว โยมเห็นพระอำจำรย์ ยืนมองแม่อยู่เมื่อคืนน้ี เลยอยำกนิมนต์พระอำจำรย์ไปรับสังฆทำนและ ช่วยสวดมนต์ให้แม่ด้วย แม่จะได้ไปสู่สุคติ พระอำจำรย์ก็ถำมว่ำถ้ำสวด แล้วแม่จะได้ยินไหม เขำบอกได้ยิน เพรำะเวลำคุยกับแม่ แม่จะตอบรับ ด้วยกำรพยักหน้ำ ถ้ำยังง้ันขอถำมว่ำแม่คุณเคยท�ำบุญท�ำทำนไหม เคยใส่ บำตรไหม เคยค่ะ แม่ใส่บำตรทุกเช้ำใส่บำตรประจ�ำกฐินผ้ำป่ำ แม่เคย ท�ำไหม เคยค่ะ แล้วกำรปฏิบัติธรรมล่ะแม่เคยปฏิบัติไหม แม่เคย แม่ชอบไปน่ังสมำธิที่วัดไตรมิตรฯ ที่หน้ำหลวงพ่อทองค�ำและจะบริกรรม พุทโธ พอพระอำจำรย์ได้ข้อมูล ก็บอกถ้ำยังงั้นพระอำจำรย์ไม่สวดแล้วกัน อ้ำว พระอำจำรย์ไม่สวดแล้วจะท�ำอะไร เดี๋ยวคอยดูแล้วกัน พอลงไป ห้อง ICU พระอำจำรย์ก็เอำเก้ำอ้ีมำนั่ง แล้วก็เรียกโยม แกก�ำลังชักกระตุก สำยระโยงระยำง พระอำจำรย์ก็เรียก โยม ๆ ได้ยินไหม น่ีพระอำจำรย์ พูดนะ ถ้ำได้ยินให้พยักหน้ำตอบรับด้วย เช่ือไหมแกพยักหน้ำ ในขณะที่ ยังชักกระตุกอยู่ แต่ก็พยำยำมพยักหน้ำ โยมฟังให้ดี ตอนน้ีเช้ำแล้ว และวันน้ีเป็นวันพระด้วย เรำจะไม่ท�ำอะไร เรำจะไม่คิดถึงอะไร ไปใส่บำตร ดีกว่ำ ไปเตรียมของไปเข้ำครัวเตรียมขันข้ำว ตักข้ำวใส่ขันเร็ว ไหนถำด ที่ใส่กับข้ำวเป็นประจ�ำอยู่ไหน อำหำรอยู่ไหน วันน้ีวันพระด้วย ดอกไม้ ธูป เทียนอยู่ไหน ไป ถือไปหน้ำบ้ำน ดูสิทำงขวำพระมำหรือยัง แกส่ำยหน้ำ พระไม่เคยมำทำงขวำ เรำดูรู้เลย แล้วทำงซ้ำยหล่ะเห็นหรือยัง แกพยักหน้ำ
พระอธิกำรครรชิต อกิญฺจโน 79 แปลว่ำพระมำทำงซ้ำย เห็นหรือยัง เห็นพระมำหรือยัง ท่ำนมำหลำยรูป ใช่ไหม แกก็พยักหน้ำ เสร็จแล้วพระอำจำรย์ก็บอก โยมพระมำถึงแล้วนะ ยกขันข้ำวขึ้นอธิษฐำนเร็ว เช่ือไหมมือท่ีชักกระตุกอยู่ค่อย ๆ ดึงเข้ำมำหำ กันแล้วยกขึ้น คล้ำยยกขันขึ้นมำอธิฐำนในมโนส�ำนึกแกนึกถึงว่ำก�ำลัง จะใส่บำตร พอดูจอมอนิเตอร์จำกท่ีมันยุ่งเหยิง ตอนนี้เริ่มเป็นจังหวะชัดเจน ขึ้น พระอำจำรย์ก็บอกโยมอธิษฐำน และก็พำแกอธิษฐำน จำกนั้นก็บอก โยม พระรูปแรกท่ำนมำถึงแล้วนะ ท่ำนยืนอยู่ข้ำงหน้ำ ท่ำนเปิดบำตรแล้ว ตักข้ำวใส่บำตร หยิบกับใส่บำตร ดอกไม้ธูปเทียน วำงบนฝำบำตรนะ ท่ำนปิดฝำบำตรแล้ว ท่ำนไปยืนรอทำงขวำมือ รูป ๒ ท่ำนมำถึงแล้ว ท่ำนเปิดฝำบำตรแล้ว ตักข้ำวใส่บำตรหยิบกับใส่บำตร ดอกไม้ธูปเทียน วำงบนฝำบำตร รูปที่ ๒ ท่ำนปิดบำตรแล้วท่ำนยืนรอทำงขวำมือ พระอำจำรย์พูดค�ำซ�้ำ ๆ เดิม ๆ แบบน้ี ๖ รอบ ท�ำไมลองคิดซิ น่ันคือ พระอำจำรย์ พยำยำมท�ำให้แก่รู้สึกว่ำแก่ได้ใส่บำตรให้พระ ๖ รูป และ ยิ่งเรำย้�ำค�ำเดิม ๆ ภำพมันจะชัดข้ึน และหวนนึกถึงภำพเดิม ๆ ให้ชัดขึ้น ตอนนี้จอมอมิเตอร์ก�ำลังจะกลับมำเป็นปรกติแล้ว พระอำจำรย์ก็พูดต่อว่ำ เอำหล่ะ มำเริ่มกรวดน้�ำ แล้วพระอำจำรย์ก็สวดให้แกฟัง แล้วก็ให้พร พอสวดจบปับแกน่ิงอำกำรชักกระตุกหำยสนิท ไม่มีกำรชักกระตุกอีก ต่อไป พระอำจำรย์ก็ว่ำต่อ เอำหล่ะเอำของไปเก็บ วันน้ีจะไปวัดไตรมิตรฯ กัน เพรำะเรำได้ข้อมูลมำว่ำแกชอบไปวัดไตรมิตรฯ เอ้ำ เห็นโบสถ์ไหม แกพยักหน้ำ พอเข้ำไปในโบสถ์เห็นหลวงพ่อทองค�ำไหม แกพยักหน้ำ
80 กลับมำ...รู้สึกตัว เอำหล่ะนะ น่ังลง เด๋ียวไหว้พระด้วยกัน พระอำจำรย์ก็พำสวด อะระหัง สัมมำสัมพุทโธ ภะคะวำ...จนจบ เอำหล่ะ นั่งปฏิบัติอย่ำงท่ีเคยน่ังนะ มือขวำทับมือซ้ำย หำยใจเข้ำพุทหำยใจออกโธ ครำวน้ีนะเส้นกรำฟท่ี จอมอมิเตอร์ ขยับเป็นพุทโธ พุทโธ มันเห็นเลย แล้วตอนน้ีแกนิ่งเลยทีเดียว แล้วก็เลยพำแกพุทโธไปเร่ือย ๆ จนแกไปอย่ำงสงบมำก ลูกหลำนแกยืน น�้ำตำไหล ด้วยควำมรู้สึกปติว่ำ แม่จบชีวิตด้วยควำมงดงำม คือวำระ สุดท้ำยจบด้วยกำรปฏิบัติธรรม คืออยำกจะเน้นย้�ำว่ำ ร่องรอยที่เรำเคย ท�ำเอำไว้ยังไงมันจะช่วยเรำได้ ไม่ใช่ว่ำพระอำจำรย์น�ำทำงดีนะ แต่เพรำะ คุณยำยคนนี้เคยสร้ำงร่องรอยเอำไว้ ร่องรอยแห่งบุญร่องรอยแห่งควำมด ี ตอนท่ีพระอำจำรย์พำแกระลึกถึงกำรท�ำบุญ คือกำรเอำบุญเป็นที่พึ่งของ จิต เป็นอนุสติ ที่แกมีอำกำรกระสับกระส่ำยชักกระตุกเกิดข้ึนเพรำะจิต ไม่มีที่หมำย จิตซัดส่ำย ตอนนั้นแกอำจคิดถึงอะไรก็ไม่รู้ ท�ำให้จิตมัน ซัดส่ำยท�ำให้กำยมันกระสับกระส่ำย ไร้กำรควบคุม พอพระอำจำรย์ให้ สติแกกลับคืนมำ จำกจิตท่ีซัดส่ำย ก็มำอยู่ท่ีบุญกุศลท่ีควำมดีให้แก เห็นภำพ ในกำรท�ำควำมดี เขำเรียกว่ำปุญญำนุสติ ท่ีส�ำคัญคือถ้ำแก ไม่เคยใส่บำตรแกไม่เคยท�ำบุญ แกก็จะคิดไม่ออก เพรำะมันไม่มีร่องรอย แค่ไปสะกิดนิดเดียวก็เข้ำร่องรอยเลย ถึงอยำกจะบอกว่ำ ถ้ำจิตใจเรำ เคยได้ร่องรอยอะไรก็ตำมมันดี ต้องเป็นร่องรอยที่ดีนะ อย่ำงที่พระพุทธเจ้ำ สอนให้พึงละเว้นจำกกำรท�ำบำปท้ังปวง เพ่ือไม่ให้มีร่องรอยแห่งบำปกรรม และมีแต่ร่องรอยที่ดีแห่งบุญกุศลจะได้น�ำทำงสู่สุคติภพ
พระอธิกำรครรชิต อกิญฺจโน 81 พระพุทธเจ้ำตรัสว่ำ “บำปอกุศลใดท่ียังไม่เกิด ก็อย่ำให้มันเกิด บำปอกุศลใดท่ีมันเกิดขึ้นแล้วก็จงละวำงทิ้งไป” “บุญกุศลใดท่ียังไม่เกิดก็ ท�ำให้มันเกิด บุญกุศลใดท่ีเกิดข้ึนแล้วก็ท�ำให้มันเจริญงอกงำมย่ิง ๆ ข้ึนไป” แม้แต่ในวำระสุดท้ำย ถ้ำมันได้ร่องรอยแห่งกำรปลดปล่อยวำง บ้ำง มีสติสัมปชัญญะดี ๆ ประคองสติดี ๆ ร่องรอยนี้อำจเป็นตัวน�ำทำง ครั้งสุดท้ำยของชีวิตเรำ เพรำะว่ำในวำระสุดท้ำยส่ิงท่ีคุ้นเคยท�ำมำทั้งหมด จะจ�ำได้หรือไม่ก็ตำม บุญและบำปมันจะเรียงหน้ำมำ เพรำะฉะนั้นเวลำ เรำเจริญสติไปเร่ือย ๆ สิ่งท่ีเกิดข้ึนกับเรำคือควำมคิดที่มันผุดข้ึนมำมำก มำยมหำศำล มันมำทั้งดีและไม่ดีนั่นแหละ คือกำรซ้อม คุณจะท�ำยังไงท่ี จะไม่ไปเกำะเกี่ยวกับมันจะท�ำยังไงที่จะวำงเฉย แล้วปล่อยผ่ำน ด�ำรงจิต ม่ัน ไม่ไปเกำะอะไร มันก็ไม่แน่ เรำอำจจะดับโดยส้ินเชิงในวำระสุดท้ำย ก็ได้ ในครั้งสมัยพุทธกำลจบแบบน้ีเยอะ คร้ังที่พระพุทธเจ้ำน�ำทำงพระเจ้ำ สุทโธทนะจนบรรลุพระอรหันต์ ในขณะลมหำยใจสุดท้ำยดับ ดังน้ัน อยำกจะบอกวำ่ กำรเจรญิ สติมนั ช่วยเรำได้ และเป็นวหิ ำรธรรมทเี่ รำจะใช้ได้ จนถึงท่ีสุด แม้ในวำระสุดท้ำยของชีวิต
ù. ·ิ¯°ิÊÁบÙรณäรŒอุปา·าน เช้ำน้ีก็มีเร่ืองเล่ำให้ฟัง เร่ืองท่ีว่ำเป็นเรื่องเก่ียวกับคนที่ไม่รู้อะไร เลยแต่สำมำรถเข้ำใจในธรรม และสำมำรถได้รับผลแห่งกำรปฏิบัติธรรม อย่ำงง่ำยมำก น่ำแปลกมำก อำจเป็นเพรำะควำมที่เขำไม่รู้อะไรเลย แล้วเม่ือได้ประสบพบเห็นกับมัน เขำก็เลยปักใจลงง่ำย คือมีพระบวชมำ อยู่กับพระอำจำรย์ ตอนน้ันพระอำจำรย์ถูกส่งไปเป็นเจ้ำอำวำสอยู่ท่ี วัดแห่งหนึ่ง เนื่องจำกเจ้ำอำวำสรูปเก่ำหนีไป ท่ีน่ันก็มีพระบวชใหม่ ๑ รูปและพระบวชมำแล้ว ๑ พรรษำ แต่เป็นรอบที่ ๒ คือ เคยบวชมำแล้ว ที่นี้วัดแห่งน้ีเป็นวัดป่ำ กุฏิก็เป็นกุฏิหลังเล็ก ๆ อยู่ติดป่ำช้ำ พระบวชใหม่ กลัวผี แต่พระที่บวชมำก่อนกลัวมำกกว่ำ ซ่ึงพระที่บวชมำก่อนท่ำน ก็อยำกจะขอนอนด้วย แต่เรำก็ไม่ให้นอน ท่ำนก็ท�ำเป็นมำถำมธรรมะ ขอแค่มีคนอยู่เป็นเพ่ือน พอพระอำจำรย์อธิบำยไปเรื่อยท่ำนก็เริ่มง่วง พอเร่ิมง่วงท่ำนก็จะยกมือไหว้ลำ ประคองควำมง่วงไปเพ่ือให้หัวถึงหมอน แล้วหลับเลย พอตอนหลัง พระอำจำรย์รู้ว่ำท่ำนไม่ตั้งใจฟัง พระอำจำรย์ ก็บอกไปเลยไม่ได้ต้ังใจฟัง พอรู้ว่ำพระอำจำรย์เร่ิมรู้แกว ก็เลยไปหำ
84 กลับมำ...รู้สึกตัว พระบวชใหม่อีกรูปหนึ่ง ไปขนข้ำวของเขำมำที่กุฏิของตัวเองเลย แล้ว พอกลำงคืนก็ชวนสวดมนต์และพยำยำมสอนสวดมนต์ แต่พอท่ำนใกล้ จะหลับท่ำนขอนอนก่อน ห้ำมหลับก่อนท่ำน ทีน้ีพระอำจำรย์ก็เรียก พระใหม่มำถำมกลัวผีใช่ไหม อยำกหำยไหม ถ้ำอยำกหำยคืนนี้ ไม่ต้อง นอนท่ีกุฏิให้ไปนอนศำลำพักศพในป่ำช้ำ เอำกลดไป เอำบริขำรไป พระท่ี บวชมำก่อนอีกรูปก็จะตำมไป พระอำจำรย์บอกไม่ต้อง ให้พระใหม่ไปรูป เดียวแล้วพระอำจำรย์ก็บอกพระใหม่ว่ำ อย่ำรีบนอน ยกมือสร้ำงจังหวะ ไปเรื่อยแล้วจะรู้เองว่ำอะไรท่ีท�ำให้เรำกลัว แต่ถ้ำกลัวมำกให้มองมำที่ กุฏิพระอำจำรย์ ผมจะเปิดไฟแล้วเดินจงกรมอยู่ที่น่ัน เขำไปอยู่ที่น่ันได ้ ๒ คืน พอเช้ำวันท่ี ๓ เขำเดินมำหำพระอำจำรย์ แล้วบอกผมรู้แล้วครับ ว่ำอะไรท�ำให้ผมกลัว แล้วผมกลัวอะไรอย่ำงพระอำจำรย์ว่ำ แล้วกลัว อะไร เล่ำได้ไหม พระใหม่ก็เล่ำว่ำ คืนแรกน่ังยกมือสร้ำงจังหวะอย่ำง ที่อำจำรย์ส่ัง มันมีเสียงบำงอย่ำงตกใส่หลังคำครับ “ปัง” ผมก็คิดว่ำ ผ ี ขนผมลุกหัวใจเต้นเร็วมำก อุณหภูมิสูง ล้ินชำ แม้ไม่มีผมแต่รู้สึกได้เลย ว่ำผมต้ัง มันรู้สึก แต่อำจำรย์สั่งว่ำเกิดอะไรขึ้นให้ยกมือสร้ำงจังหวะ ผม ก็ยกมือ แค่รอบเดียวครับทุกอย่ำงกลับเป็นปกติไม่เป็นอะไร พอยกมือ สร้ำงจังหวะไปซักพักก็นอนหลับได้ พอคืนท่ี ๒ ครับ ขณะน่ังยกมือสร้ำง จังหวะมีอะไรก็ไม่รู้บินมำชนกลดผม “ปง” เท่ำนั้นแหละครับมันก็คิดว่ำ ผี ครำวน้ีครับ เห็นเลยครับผีมำเพียบทุกทิศทุกทำง มำท่ีศำลำของผม ภำพนั้น ควำมกลัวจับข้ัวหัวใจ ล้ินชำ อุณหภูมิสูง แต่อำจำรย์ส่ังไว้
พระอธิกำรครรชิต อกิญฺจโน 85 เกิดอะไรข้ึนให้ยกมือสร้ำงจังหวะ พอยกมือขึ้นเท่ำนั้น ผีหำยหมดเลย ครับกลับคืนมำเป็นปรกติ ผมเลยรู้แล้ว ผมกลัวควำมคิดตัวเอง เพรำะผี ที่เห็นคือ ผีในหนังท่ีเรำเคยผ่ำนตำในโทรทัศน์ พอผมยกมือภำพเหล่ำน้ัน ก็หำย ผมเลยรู้ว่ำ ผมกลัวควำมคิดตัวเอง ท�ำให้ตอนน้ีเขำเลิกกลัวผ ี และไม่ไหลตำมควำมคิดไร้สำระของตัวเอง พอกลับบ้ำนไป พ่อแม่งงว่ำลูกเปลี่ยนไป ไม่ท�ำตัวไร้สำระเหมือน เม่ือก่อน พ่อแม่ดีใจตำมกลับมำกรำบพระอำจำรย์สอนลูกอย่ำงไร ลูก เปลี่ยนไปได้ อำตมำไม่ได้สอนอะไรมำก ลูกคุณต่ำงหำกที่ให้โอกำส ตัวเองกับกำรท่ีจะเรียนรู้ เขำจึงได้เปล่ียนแปลงตัวเองได้และได้ค้นพบ ควำมจริง จำกท่ีเม่ือก่อนกินเหล้ำ สูบบุหรี่ เด๋ียวน้ีเลิกหมด แถมเป็นก�ำลัง ส�ำคัญของครอบครัว ควำมคิดที่ไร้สำระ เขำสำมำรถตัดออก เขำอ่ำนใจ ตัวเองออก บอกใจตัวเองได้ ใช่ใจตัวเองเป็น วำงใจตัวเองถูก มันได้ ๔ อย่ำงก็เท่ำนั้นเอง เขำเป็นคนที่ไม่ต้องถำมถึงภำคปริยัติเลยนะ ไม่มี เพรำะเพ่ิงบวช สวดมนต์ไม่เป็น แต่ส่ิงที่เขำเห็นคือควำมจริงท่ีเกิดขึ้น มันท�ำให้เขำได้ค�ำตอบกับตัวเอง ตั้งแต่เรำเกิดมำมันมีเรื่องมำกมำยท่ี ถูกปลูกฝังในควำมทรงจ�ำของเรำเยอะมำก อย่ำงพระอำจำรย์เคยไปปลูก ฝังควำมคิดว่ำท่ีไหนมีงูที่นั่นมีทรัพย์ ก็มีคนบอกจริงหรือพระอำจำรย ์ ใช่มีคนที่บ้ำนมีงูข้ึนมำจำกท่อระบำยน้�ำในห้องน้�ำ เขำก็เลี้ยงท�ำอ่ำงให้ มันเลย แล้วก็ท�ำมำค้ำข้ึน หลังจำกคุณได้ข้อมูลน้ีไปพอไปเจอเร่ืองง ู ควำมคิดท่ีพระอำจำรย์เคยบอกมันก็จะแวบขึ้นมำในหัวคุณ มันสมมุติ
86 กลับมำ...รู้สึกตัว ขึ้นมำแล้วบัญญัติมันอีก แล้วไปยึดถือเอำจริงเอำจังกับมันเลย มันจะ เข้ำมำปรุงแต่งในจิต มันเป็นสัญญำ แล้วมันจะเข้ำมำท�ำงำนในกำร ปรุงแต่ง จริง ๆ มันเป็นเร่ืองอะไรก็ไม่รู้ แค่ได้ยินมำแค่นี้ก็เอำมำคิด ปรุงแต่งต่อ อย่ำงท่ีบอกว่ำควำมทุกข์มันมี ๓ อย่ำง ๑. ทุกข์ธรรมชำติ คือ ทุกข์ทำงกำย ทุกข์นี้ขึ้นมำตั้งแต่เรำเกิด ควำมร้อน ควำมหนำว ควำมหิว ควำมกระหำย มันจะอยู่กับเรำจนตำย ซ่ึงไม่ให้มันมีไม่ได้ แก้ไขได้เป็นคร้ังเป็นครำวไป กินก็หำยหิว ร้อนก็ อำบน�้ำ เป็นไข้ก็รักษำไป ๒. ทุกข์พระไตรลักษณ์ คือ สภำวะแห่งกำรทนอยู่ไม่ได้ ไม่สำมำรถ อยู่ในสภำวะเดิมได้ เขำเรียก สภาวะทุกข์ มันมีพร้อมจักรวำลน้ี เพรำะมันคือกฎธรรมชำติ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตำ ไม่ว่ำอำคำรน้ีที่ พอนำนไปก็เส่ือมไป ร่ำงกำยก็เหมือนกัน เรำก�ำจัดมันไม่ได้ เป็นแต่ยอม รับอย่ำงสุดจิตสุดใจ ยอมรับอย่ำงเห็นจริง ๆ ว่ำเป็นเช่นน้ัน ใครเป็นคน แรกท่ีเห็นคือเจ้ำชำยสิทธัตถะ ในคืนวันเพ็ญเดือน ๖ คือวันวิสำขบูชำ นั่นเอง คือ กำรเห็นในควำมจริง อันไม่เท่ียง ในควำมเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตำ ทุกอย่ำงเป็นสังขำรธรรม หมำยถึง มันมี ๒ อย่ำงข้ึนไปประกอบ กันขึ้นให้มันเป็น ถ้ำมีกำรเปล่ียนแปลงไปขององค์ประกอบ ส่ิงน้ันก็ จะเปล่ียน อย่ำงวิชำเคมีจะท�ำให้เรำเห็นชัดขึ้น อย่ำง CO2 คือ คำร์บอนไดออกไซด์ แต่ถ้ำเป็น CO เป็นคำร์บอนมอนอกไซด์ คนละตัว แล้วแต่องค์ประกอบเปล่ียนไป คือ ควำมเป็นอนิจจัง ในควำมเป็น
พระอธิกำรครรชิต อกิญฺจโน 87 อนิจจัง มันก็แสดงควำมเป็นทุกขัง คือ เม่ือมันเปลี่ยนไป มันก็ทนอยู่ ไม่ได้ และควำมเป็นอนิจจัง ทุกขัง มันก็คือ อนัตตำ คือ ควำมไม่มีตัวตน ท่ีแท้จริง มีแต่ภำวะของควำมหนุนเนื่องให้เกิดเพียงแค่ในสภำวะหน่ึง ๆ เท่ำนั้น และมันก็จะเปลี่ยนไป ดังนั้น เมื่อปฏิบัติไปแล้วเห็นพระไตรลักษณ์ เรำก็จะหมดควำมส�ำคัญหมำยในกำรมีตัวตน เรำจะรู้ตำมควำมจริงว่ำ มันก็เป็นอยู่อย่ำงนี้ ควำมส�ำคัญหมำยในตัวตนจะหมดไป ๓. ทุกข์ตัวนี้คือ ทุกข์อุปำทำน ทุกข์เพรำะมีควำมเข้ำไปยึดมั่น ถือม่ัน ยึดมั่นส�ำคัญหมำยมันเข้ำมำต้ังแต่เรำรู้ควำมเร่ิมสัมผัส ทุกข์ตัวน้ี คือ “ทุกข์อริยสัจ” ทุกข์น้ีเรำสำมำรถก�ำจัดได้ พระพุทธเจ้ำท่ำนอยำกให้ เรำก�ำจัดทุกข์นี้ เพรำะท่ำนได้ก�ำจัดมำแล้วอย่ำงส้ินเชิง ในวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศักรำช ๔๕ ป คือวันท่ีท่ำนตรัสรู้ใต้ต้นศรีมหำโพธ ิ์ เอำหล่ะ เรำก็รู้แล้วว่ำทุกข์ใดควรก�ำจัด ทุกข์ใดควรยอมรับ และ ทุกข์ใดแก้ไขได้เป็นครั้งเป็นครำว ตัวควำมยึดม่ันส�ำคัญหมำยคือ ทุกข์ อุปำทำน ทุกข์อริยสัจ น่ีแหละคือทุกข์ท่ีเรำต้องก�ำจัด หรือพยำยำมท�ำให้ มันจำงคลำย และสลำยไปให้หมด อันตัวทุกข์อริยสัจมันเป็นกระบวนกำรของกำรหลงผิด และกำร หลงผิดมันจะแก้ไขได้ด้วยกำรเห็นท่ีถูก และกำรเห็นท่ีถูกจะเกิดได้ก็ต่อ เม่ือเรำเข้ำไปเห็นกระบวนกำรของกำรหลงผิด มันถึงจะเห็นถูก และกำร จะเห็นกระบวนกำรหลงผิดคือ กำรหลงคิดนั่นแหละ เป็นตัวต้นทำงท่ี
88 กลับมำ...รู้สึกตัว จะเข้ำเห็นกำรหลงผิด เพรำะฉะน้ันกำรเจริญสติน่ันแหละจะเป็นกระบวน กำรที่ท�ำให้เรำเข้ำไปเห็นกำรหลงผิด ควำมหลงคิดคือควำมหลงผิด เม่ือเรำเห็นก็จะเข้ำไปเฉลยควำมจริงตรงนั้น ควำมรู้สึก ควำมนึกคิด อำรมณ์ต่ำง ๆ ควำมสุข ควำมทุกข์ มันเกิดขึ้นจำกตรงนั้น เรำลองดูสิ เม่ือเรำมีควำมรู้สึกตัวชัดเจน เรำไม่เป็นอะไร แต่เม่ือใดก็ตำมเรำหลง ออกไป มันจะมีบำงอย่ำงเปล่ียนมำทุกทีน่ันแหละ เหมือนอย่ำงเร่ืองพระ ท่ีพระอำจำรย์เล่ำมำตอนแรก เพรำะเขำมีเรื่องผีปลูกฝังมำใช่ไหม พอถึง จังหวะที่จิตวิ่งออกจำกอำรมณ์กรรมฐำน ออกจำกควำมเป็นปรกติ หลง ไปคิดเร่ืองผี ควำมหวำดกลัวต่อกำรปรุงแต่งนั้นก็เกิดขึ้นทันที มันเร็ว มำก ๆ ไม่ใช่ว่ำคิดค�ำว่ำผีแล้วมันกลัวเลย แต่จิตมันปรุงแต่งเป็นเรื่อง เป็นรำว กำรปรุงแต่งมันเร็วมำก ๆ มันท�ำให้เกิดภำวะแห่งกำรตอบสนอง เป็นควำมรู้สึกข้ึนมำต่อกำรปรุงแต่ง คือ ภำพหลอนเพรำะกำรปรุงแต่งน้ัน เป็นอำยตนะ (ธรรมำรมณ์) ท่ีไปผัสสะกับมโนเป็นมโนผัสสะอีกคร้ังหนึ่ง คือ สังขำรกำรปรุงแต่ง ผลผลิตของสังขำร คือ นำมรูป คือ ควำมคิด หลวงปู่เทียน มีค�ำพูดที่เด็ดขำดมำก คือ “นามรูป ไม่ใช่ รูปนาม” ถ้ำรูปนำมใช้ค�ำว่ำ รูปนำม แต่นี่คือ นำมรูป แปลว่ำมันเป็นรูปท่ีเกิดจำก นำม ลองคิดถึงภำพไก่ย่ำงสิ คิดออกไหม คิดถึงกล่ิน คิดถึงรส มันมีทั้ง รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส แต่มันเป็นส่ิงท่ีจิตปรุงแต่งข้ึน และมันรับรู้ได้ที่ ใจ มันเป็นอำยตนะท่ีผัสสะกับใจ แล้วมันจะเกิดเวทนำ เพรำะฉะน้ัน กระบวนกำรสัมผัสทำงใจ ท่ีท�ำให้เกิดควำมรู้สึกต่อสิ่งน้ันก็จะเกิด
พระอธิกำรครรชิต อกิญฺจโน 89 ควำมพอใจไม่พอใจในส่ิงน้ัน ก็ก้ำวเข้ำสู่ควำมปรำรถนำท่ีจะได้มำหรือ ปรำรถนำท่ีจะผลักไสออกไป มันก็เป็นตัณหำควำมอยำกไม่อยำก คือ ควำมยึดมั่นถือม่ันว่ำต้องเป็นอย่ำงนั้นอย่ำงนี้ คือ ควำมยึดม่ันส�ำคัญ หมำยเกิดกำรก่อภพก่อชำติ กลำยไปเป็นผู้ทุกข์ กลำยไปเป็นผู้สุข เหมือนตอนท่ีพระอำจำรย์กลัวตุกแก แล้วเจอตุกแก พอเห็นปุบใจ ปรุงแต่งไปเรื่องเดิม ๆ ที่เคยเจอ มันเร็วมำกชั่วพริบตำ ตำกระทบรูป สติขำด หลุดเข้ำสู่กำรปรุงแต่ง พอปรุงแต่งเสร็จ มันก็เกิดรับรู้กำรปรุงแต่ง น้ัน แต่ผลผลิตของมันเป็นอำยตนะท่ีพร้อมจะผัสสะกับมโนผัสสะ พอ เกิดมโนผัสสะปุบ พระอำจำรย์ควำมรู้สึกหวำดกลัวกับมัน และก็ผลักไส ท่ีจะไม่เอำ ขบวนกำรเกิดเพียงเส้ียววินำทีมันเร็วขนำดน้ัน ดังน้ันสุดยอด ท่ีสุดคือพระพุทธเจ้ำท่ีท่ำนสำมำรถแยกเป็นชั้น ๆ เป็นขั้นตอนได้ ทั้ง ๆ ที่มันเกิดเพียงเสี้ยววินำที แต่ท่ำนสำมำรถช้ีให้เห็นว่ำมีขั้นตอนอย่ำงนี้ จริง ควำมเร็วของจิตที่ไปเห็นจิต เร็วได้ขนำดน้ัน เพรำะฉะน้ันกระบวน กำรของกำรเจริญสติและรู้เท่ำทันควำมหลงคิด มันเป็นต้นทำงของกำร ที่จะเข้ำไปเห็นควำมหลงผิด เพ่ือจะท�ำควำมเห็นให้มันถูกและควำมเห็น ท่ีถูกต้องที่สุดคือ ไร้ซึ่งอุปำทำน น่ันคือผู้มีทิฐิท่ีสมบูรณ์แล้ว
ñð. อานิʧÊขอ§การàจริÞÊติ วันนี้ก็มีเร่ืองอยำกจะเล่ำ แต่ให้พิจำรณำดูนะเก่ียวกับกำรปฏิบัติ น่ีแหละ ผู้ปฏิบัติควรเข้ำใจอำหำรอยู่ ๔ อย่ำง อย่ำงที่ ๑ เรียกว่ำอำหำรท่ีเป็นค�ำ ๆ “กวฬงการาหาร” กำรรู้จัก กำรบริโภคอำหำรเพื่อให้เรำใช้ดับทุกข์ธรรมชำติที่เรำได้พูดกันมำว่ำทุกข์ มี ๓ แบบ แบบท่ี ๑ คือ ทุกข์ธรรมชำติ คือ ทุกข์ของกำยที่เกิดจำก ควำมหิวและเป็นทุกข์ท่ีดับได้เป็นคร้ังเป็นครำว อำหำรอย่ำงท่ี ๑ นี ้ คือ อำหำรที่เรำทำนเข้ำไปเพ่ือดับทุกข์อย่ำงที่ ๑ แต่ถ้ำเรำไม่รู้จักกำร บริโภคอำหำรให้ดีแล้ว อำจจะท�ำให้เกิดทุกข์ แบบที่ ๓ คือทุกข์อุปำทำน เวลำเรำหิว ถ้ำไม่ก�ำหนดรู้ให้เป็นแค่ทุกข์ธรรมชำติธรรมดำ มันจะกลำย เป็นทุกข์ทำงใจก็มี เสริมเข้ำไปเป็นทุกข์อุปำทำนอีก ทีนี้อำหำรตัวที่ ๒ เรียกว่ำ “ผัสสาหาร” อำหำรคือ ผัสสะ คือ กำร กระทบทำงอำยตนะ พระพุทธองค์ทรงตรัสว่ำกำรก�ำหนดรู้ผัสสำหำรได ้ เท่ำกับเรำก�ำหนดรู้เวทนำท้ัง ๓ อย่ำง เวลำมีผัสสะ เรำจะไปทันตอน
92 กลับมำ...รู้สึกตัว ควำมรู้สึก ไม่ทันตอนตำกระทบรูป ไม่ทันตอนหูได้ยินเสียง จะไปทันตอน ที่มันรู้สึกกับสิ่งนั้นแล้ว บำงทีไปทันตอนปรุงแต่งเรียบร้อยแล้วด้วยซ้�ำ จะไปทันตอนมโนผัสสะ ดังน้ันอำหำรตัวนี้จะไปที่มโนผัสสะเลย ไปดูท่ีเวทนำทำงจิต คือ ควำมสุข ควำมทุกข์ ควำมพอใจไม่พอใจ ควำมเฉย ๆ ผัสสะตัวนี้ คือ เกิดจำกกำรปรุงแต่งเรียบร้อยแล้ว เกิดจำกกระทบท่ีจิตใจเรำ ยก ตัวอย่ำงตำท่ีมองมำที่รูป เกิดกำรกระทบที่ตำแล้วเกิดกำรรับรู้แล้ว ปรุงแต่ง ซึ่งคือหน้ำท่ีของจิต หน้ำที่จิตอย่ำงแรกคือมีหน้ำท่ีรับรู้ส่ิงท่ี มำกระทบ ทำงตำ หู จมูก ลิ้น กำย และใจ ดังน้ันเมื่อมองมำท่ีรูปตำ กระทบรูป รับรู้เกิดวิญญำณทำงตำ จักขุวิญญำณ แล้วจิตก็ปรุงแต่ง ส่ิงท่ีรับรู้ไปเรื่อย ๆ เป็นขั้น ๆ เช่น ถ้ำเรำมองมำท่ีพระอำจำรย์ ตำเห็น พระอำจำรย์ เสร็จแล้วจิตก็เริ่มปรุงแต่งว่ำแต่งตัวแบบนี้ใช้สัญญำณ เป็นตัวบอกว่ำเป็นพระ ไม่เท่ำไหร่ จิตปรุงแต่งต่อว่ำเป็นพระอ้วน ๆ บำงที ปรุงต่อไปอีกเป็นขั้น ๆ แล้วไปกระทบท่ีใจเป็นมโนผัสสะ ตรงน้ีแหละ ท่ีเรำต้องไปก�ำหนดรู้ ถ้ำเรำก�ำหนดรู้ไม่ทันมันจะไหลไปสู่เวทนำ คือ ชอบไม่ชอบ ดีไม่ดี พอใจ ไม่พอใจ สุข ทุกข์ ดังนั้น ถ้ำเรำเข้ำใจเรื่องผัสสะ เรำจะก�ำหนดรู้เวทนำทั้ง ๓ ถ้ำเรำไม่มีสติก�ำหนดรู้ทันมันจะพำไปสู่ตัณหำ ทีน้ีอำหำรตัวท่ี ๓ “มโนสัญเจตนาหาร” อำหำร คือ ควำมจงใจ หรือเจตนำที่จะกระท�ำ ใครก�ำหนดรู้ตัวนี้เท่ำกับก�ำหนดรู้ตัณหำท้ัง ๓
พระอธิกำรครรชิต อกิญฺจโน 93 เช่น เรำเห็นอำหำรแล้วอยำกจะตักอำหำรช้ินน้ันช้ินน้ี กำรอยำกจะท�ำ นั่นแหละคือตัณหำ แล้วเรำสำมำรถเห็นควำมอยำกก�ำหนดรู้ได้ นี่คือ กำรเห็นเจตนำ เห็นควำมคิด ถ้ำคุณท�ำตำมควำมอยำกทันทีคือท�ำตำม ตัณหำ แต่ถ้ำคุณเห็นมันแล้วเบรกก่อน แล้วจำกนั้นท�ำด้วยสติมันจะ ต่ำงกัน ถ้ำเรำท�ำตำมมันในขณะท่ีคิดจะท�ำน้ันแปลว่ำเรำท�ำตำมกิเลส ท�ำตำมตัณหำ ดังน้ันวิธีกำรคือ เม่ือรู้มันก็หยุด ยังไม่ท�ำและสติมันจะ เป็นผู้แจกแจงว่ำสมควรท�ำหรือไม่ ถ้ำมันเห็นว่ำไม่สมควรเรำจะไม่ท�ำ แต่ถ้ำเห็นสมควร กำรท�ำไปของเรำ คือ เรำท�ำตำมควำมมีสติ ไม่ได้ท�ำ ด้วยแรงตัณหำ หรือควำมคิดที่ผลักดันให้ท�ำ ซึ่งมันจะให้ผลท่ีแตกต่ำง กัน ในกำรท�ำส่ิงเดียวกัน ถ้ำท�ำตำมตัณหำ เรำก็จะไหลไปตำมกิเลส ตลอดเวลำ แต่ถ้ำท�ำด้วยสติ คือเรำไม่ได้ท�ำตำมกิเลส ต่อไปไม่ว่ำอะไร เรำก็จะไม่ไหลไปตำมกิเลส ไม่ว่ำจะเป็นเรื่องใด ส่วนอำหำรตัวท่ี ๔ “วิญญาณาหาร” คือกำรก�ำหนดรู้กำรรับรู้ซึ่ง แน่นอนกำรรับรู้มันมีตัวที่ครอบคลุมทุกอย่ำงแล้ว แต่อำหำรท่ีเรำต้อง เก่ียวข้องมำกที่สุด คือ ผัสสำหำร และ มโนสัญเจตนำหำร คือ ผัสสะ ให้เรำรู้เท่ำทันเวทนำ และรู้เท่ำทันตัณหำ กำรรู้เท่ำทันตัณหำมันจะ ท�ำให้เรำไม่ต้องไปสู่ควำมทุกข์ได้ ในวงจรของปฏิจจสมุปบำท ถ้ำเรำ สำมำรถรู้เท่ำทันเวทนำท่ีเกิดขึ้น ไม่ไหลไปตำมเวทนำนั้น ก็จะไม่ก่อเกิด ควำมทุกข์หรือช้ำที่สุด เห็นตอนที่มันเกิดตัณหำแล้ว สำมำรถระงับยับย้ัง ทัน มันก็ยังไม่เกิดทุกข์ พระพุทธเจ้ำตรัสให้เรำละที่ตัณหำ
94 กลับมำ...รู้สึกตัว ส่วนทุกข์ สิ่งท่ีพึงกระท�ำคือ “กําหนดรู” สมุทัย สิ่งที่พึงกระท�ำคือ “ละ” นิโรธ ส่ิงท่ีพึงกระท�ำคือ “ทําใหมันแจง” มรรค ส่ิงที่พึงกระท�ำคือ “เจริญใหมาก” ดังนั้นเรำต้องรู้ส่ิงท่ีพึงกระท�ำต่ออริยสัจ ๔ และตัณหำ คือสมุทัย ส่ิงท่ีพึงกระท�ำคือ ละ ตัวอย่ำงเช่น ถ้ำเรำเห็นอำหำรที่วำงอยู่เต็มโตะ แล้วเรำเกิดควำม อยำกควำมไม่อยำกในอำหำรแต่ละอย่ำง แล้วเรำก็ตักตำมควำมอยำก ควำมไม่อยำกนั้นเท่ำกับเรำใช้กิเลสเป็นตัวผลักไสตัวเองตลอด ถ้ำท�ำ บ่อย ๆ มันจะเกิดอะไรข้ึน ก็จะกลำยเป็นคนท�ำอะไรตำมควำมอยำกหรือ ไม่อยำก แต่ถ้ำคุณเห็นควำมอยำก ควำมไม่อยำกปับ แต่แม้มันไม่อยำก แต่มันมีประโยชน์ สมควรต้องท�ำ เรำก็ใช้สติในกำรท�ำ หรือแม้ว่ำอัน น้ีมันอยำก แต่เรำหยุดก่อน แล้วท�ำตำมควำมสมควรใช้สติในกำรท�ำ ไม่ได้ท�ำตำมควำมอยำก ผลมันจะแตกต่ำงคือ อันหนึ่งท�ำด้วยสติ อันหนึ่ง ถูกผลักดันด้วยควำมอยำก ซึ่งตรงนี้เรำสำมำรถรู้ทันและท�ำได้ไม่ยำก ซึ่งถ้ำเรำฝกไปเรื่อย ๆ เรำก็จะเท่ำทันกิเลสได้ แล้วจะใช้ชีวิตอย่ำงมีสต ิ เมื่อเรำฝกไปมำก ๆ เรำก็จะรู้เท่ำทันเร็วขึ้น และรู้ละเอียดลงไปเรื่อย ๆ
พระอธิกำรครรชิต อกิญฺจโน 95 แล้วสติจะพัฒนำขึ้นเร่ือย ๆ ดังนั้น กำรท่ีเรำเจริญสติให้มำก อำนิสงส์ คือ เรำจะเห็นได้ชัดเจนข้ึน เร็วมำกขึ้นแล้วเม่ือเรำเห็นตัณหำเรำเร็วมำก ขึ้นแล้วหยุด แล้วใช้สติเข้ำมำท�ำผลจะแตกต่ำงจำกกำรท่ีท�ำด้วยตัณหำ ซึ่งจะเป็นตัวท�ำให้เรำก่อภพก่อชำติต่อไป เหมือนเรำให้อำหำรตัณหำ ตลอด แต่ถ้ำเรำสกัด ตัณหำก็จะได้อำหำรน้อยลง ซ่ึงมันมีผล คือ เรำ สกัดอำหำรหนู เรำเพ่ิมอำหำรแมว แมวคือสติ ดังนั้นเรำต้องหยุดให้ อำหำรหนู แล้วมำให้อำหำรแมวกันเถอะ อกุศลกรรมใดท่ียังไม่เกิด เรำก็ จะสำมำรถสกัดได้ อย่ำงตอนท่ีหิวแล้วตักอำหำรด้วยตัณหำ รู้ไหมว่ำจิต เรำได้เสวยชำติเป็นเปรต เรียบร้อยแล้ว คนโบรำณเขำสร้ำงรูปเปรตท้อง โต ๆ มือใหญ่ ๆ แขนยำว ๆ ท้องท่ีโตมันผลักดันให้หิวให้อยำก คือ อ�ำนำจแห่งโลภะมือใหญ่ ๆ แขนยำว ๆ ก็กอบโกยเข้ำมำแต่ปำกเท่ำ รูเข็ม กินเข้ำไปไม่ได้ มันก็ผลักดันให้หิวตลอด น่ันคือ อำกำรแห่ง โลภะ เพรำะฉะนั้นเปรตคือ ผลแห่งควำมโลภที่มันถูกผลักดัน น่ำกลัวนะ ดังนั้น กำรท่ีเรำก�ำหนดรู้อิริยำบถย่อย ๆ น้ีเรำจะเห็นควำมคิดตัวเอง ได้ละเอียดและชัดเจนมำกข้ึน แล้วมันจะท�ำให้ชีวิตประจ�ำวันเป็นวิถี ปฏิบัติไปในตัว เรำท�ำงำนตำมปรกติจิตรู้เท่ำทันอยู่ตลอดเวลำ
ññ. ÂÖ´ÁัèนÊ�าคัÞËÁาÂàปšน·ุกข เช้ำวันน้ีท่ีเรำสวดบทสังเวคปริกิตตนปำฐะ พระอำจำรย์ยืนยันว่ำ บทน้ีศักดิ์สิทธ์ิที่สุดกว่ำบทสวดอ่ืน เพรำะนั่นคือบทที่พิสูจน์ท่ีเห็นได้ทันท ี และเป็นบทที่สรุป เรียบเรียงรวบรวม ย่นย่อทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ลงมำให้แล้วว่ำ พระพุทธเจ้ำสอนเร่ืองอะไร และมุ่งม่ันอย่ำงมำกว่ำต้อง กำรให้สำวกท้ังหลำยรู้เร่ืองอะไร พระพุทธองค์ช้ีให้เห็นควำมทุกข์ของ คนมำจำกสำเหตุอะไร คือ ทุกข์จำกควำมเกิด ควำมแก่ ควำมเจ็บ และ ควำมตำย ทุกข์จำกควำมไม่สบำยกำยไม่สบำยใจ ควำมเศร้ำโศกเสียใจ ควำมคับแค้นใจ ประสบส่ิงท่ีไม่เป็นที่รักที่พอใจ พรำกจำกสิ่งท่ีเป็นท่ีรัก ท่ีพอใจ ปรำรถนำส่ิงใดไม่ได้สิ่งน้ัน นี่คือควำมทุกข์ที่พระองค์สำธยำย ให้ฟัง แต่สุดท้ำย พระองค์สรุปว่ำ เพรำะมีอุปำทำนในขันธ์ ๕ ทุกข์จึงเกิด คือควำมที่เรำไปยึดม่ันส�ำคัญหมำยในขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนำ สัญญำ สังขำร วิญญำณ ถ้ำย่อ ๆ เหลือ ๒ ขันธ์ คือ รูปขันธ์กับนำมขันธ์ รูปขันธ์ คือสิ่งที่เรำจับต้องได้ และสัมผัสได้ (มี ๒ นัย คือ ร่ำงกำย ได้แก ่ มหำภูตรูป ๑ และสภำวรูป ได้แก่ สี เสียง กล่ิน รส ฯลฯ อีก ๑) รูป คือ
98 กลับมำ...รู้สึกตัว สิ่งท่ีต้องสลำยไปเพรำะปัจจัยต่ำง ๆ อันขัดแย้ง แต่ไม่สำมำรถรับรู้ไ้ด ้ นำมขันธ์คือจับต้องไม่ได้ แต่รับรู้และรู้สึกกับมันได้ ถ้ำยังงั้นกระบวนกำร ที่เกิดขึ้นกับกำยของเรำ จึงเป็นเร่ืองของรูป ส่วนกระบวนกำรท่ีเกิดข้ึน ในจิตใจของเรำ คือ นำม ไม่ว่ำจะเป็นควำมรู้สึก ควำมนึกคิด หรืออำรมณ์ ใด ๆ ที่เกิดข้ึน ควำมเกิด ควำมแก่ ควำมเจ็บ ควำมตำย เป็นทุกข์ เกิดมำจำกกำรท่ีเรำไปยึดมั่นถือม่ันในรูปขันธ์ ส่วนควำมรู้สึกต่ำง ๆ คือ นำมขันธ์ ดังนั้น เรำต้องท�ำควำมเข้ำใจในรูปกับนำม กำยกับจิต อำกำร ของรูป อำกำรของนำม เพ่ือให้เข้ำใจสิ่งเหล่ำน้ันตำมควำมเป็นจริง พระองค์จึงบอกว่ำเพรำะเรำยึดมั่นถือมั่นในรูป มีควำมยึดมั่นส�ำคัญ หมำยในรูปจึงเป็นทุกข์ เรำเผลอเข้ำไปยึดมั่นในเวทนำ ยึดมั่นส�ำคัญ หมำยในกำรปรุงแต่งทำงจิต ยึดมั่นส�ำคัญหมำยในควำมจ�ำได้หมำยรู ้ ซ่ึงเรำสังเกตดูว่ำในกำรคิดเร่ืองหน่ึง ๆ ของเรำ ควำมคิดท่ีเกิดข้ึนมัน เกิดจำกผลผลิตจำกกำรปรุงแต่ง สังขำรคือกระบวนกำรวัตถุดิบของ กำรปรุงแต่งคือสัญญำ คือ วัตถุดิบคือข้อมูลที่จะเอำมำปรุงแต่งด้วย กระบวนกำรปรุงแต่ง คือ สังขำร พอปรุงแต่งเสร็จแล้วก็กลำยเป็น ควำมคิด แล้วควำมคิดเกิดข้ึนก็ไปกระทบจิตใจ มันก็จะมีเวทนำตำมมำ คือควำมรู้สึก พอใจ ไม่พอใจ สุข ทุกข์ พอเป็นควำมสุข ก็เกิดควำมอยำก ตัณหำอุปำทำนก็เข้ำไปท�ำงำนแล้ว แล้วเรำก็เข้ำไปยึดมั่นด้วยควำม ปรำรถนำด้วยควำมพอใจ พระพุทธองค์จึงชี้แจงให้เรำว่ำเพรำะเรำไปไป ยึดม่ันถือมั่นส�ำคัญหมำยในขันธ์ ๕ มันจึงเป็นทุกข์เพรำะเม่ือเรำยึดไป
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152