นํา้ หมกั ชวี ภาพจากเครื่องในปลานิล โดย ปันอนุ วงไฟสว่าง 1. นางสาวกมลวรรณ วงคด์ วงใส 2. นางสาวจรรยา 3. นางสาวณัฐธกิ า โรงเรยี นปา่ ซาง อาํ เภอปา่ ซาง จงั หวดั ลาํ พนู รายงานฉบับนเ้ี ปน็ สว่ นหนง่ึ ของการทาํ โครงงานวจิ ัย “ผลของสภาวะโลกร้อนตอ่ ระบบนิเวศสง่ิ แวดล้อมและสขุ ภาพ” ภายใตก้ ารสนบั สนนุ ของกองทุนสขุ ภาพกับสภาวะโลกร้อน สถาบนั สง่ิ แวดล้อมไทย ประจําปี 2558
นาํ้ หมักชวี ภาพจากเคร่อื งในปลานิล โดย ปนั อนุ วงไฟสวา่ ง 1. นางสาวกมลวรรณ วงคด์ วงใส 2. นางสาวจรรยา 3. นางสาวณฐั ธิกา อาจารย์ทปี่ รึกษา นางจุฬารตั น์ ปอ้ มเสมา
ก ชอ่ื โครงงาน นํา้ หมักชีวภาพจากเครอื่ งในปลานิล ชือ่ นกั เรยี น นางสาวกมลวรรณ ปนั อนุ นางสาวจรรยา วงไฟสวา่ ง และนางสาวณฐั ธิกา วงค์ดวงใส ชือ่ อาจารยท์ ี่ปรกึ ษา นางจฬุ ารตั น์ ป้อมเสมา โรงเรยี น ป่าซาง ท่ีอยู่ เลขท่ี 6 หมู่ 5 ถ. ประชาอทุ ิศ ต.ป่าซาง อ.ป่าซาง จ.ลาํ พูน 51120 โทรศัพท์ 053-521-044 โทรสาร 053-520-595 ระยะเวลาทาํ โครงงาน ตัง้ แต่ เดอื น พฤษภาคม 2558 ถงึ เดือน กนั ยายน 2558 บทคัดย่อ การศึกษานํ้าหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิล เกิดข้ึนมาจากผู้ปกครองเป็นแม่ค้าขายปลานิล ผู้ศึกษา สังเกตเห็นว่าเคร่ืองในปลานิล ผู้ปกครองไดน้ ําไปท้งิ ในทรี่ กร้างทาํ ใหส้ ่งกลิน่ เหมน็ รบกวน จึงได้คิดแก้ปัญหาโดย นําเคร่ืองในปลานิลมาทําเป็นนํ้าหมักชีวภาพ และได้นําน้ําหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิลไปใช้ศึกษา การศึกษาคร้ังนี้ มีวัตถุประสงค์คือ 1.เพ่ือศึกษากระบวนการการทําน้ําหมักชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิล 2.เพื่อเปรียบเทียบปริมาณธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ที่มีอยู่ในน้ําหมักชีวภาพจากเคร่ืองใน ปลานิล น้ําหมักชีวภาพจากสับปะรด และนํ้าหมักชีวภาพจุลินทรีย์ 3.เพ่ือเปรียบเทียบปริมาณกรด-เบส ที่มีอยู่ ในน้ําหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิล นํ้าหมักชีวภาพจากสับปะรด และน้ําหมักชีวภาพจุลินทรีย์ 4.เพ่ือ เปรียบเทียบการเจริญเติบโตของต้นผักบุ้ง โดยใช้นํ้าหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิลกับน้ําหมักชีวภาพจาก สับปะรด และน้ําหมักชีวภาพจุลินทรีย์ และไม่ใส่น้ําหมักชีวภาพ 5.เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของชุมชนที่มีต่อ การขยายผลเร่ืองนํ้าหมักชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิลลงสู่ชุมชน ณ บ้านหนองบัว ตําบลท่าตุ้ม อําเภอป่าซาง จังหวัดลําพูน 6.เพื่อศึกษาการนําน้ําหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิลไปใช้ในการปลูกพืชในชุมชน ณ บ้าน หนองบวั ตาํ บลทา่ ต้มุ อาํ เภอป่าซาง จังหวัดลาํ พนู เคร่ืองมือท่ีใช้ในการศึกษาคือ 1) แบบบันทึกผลการศึกษากระบวนการการทําน้ําหมักชีวภาพจาก เคร่ืองในปลานิล 2) แบบบันทึกผลการเปรียบเทียบปริมาณธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ที่มี อยู่ในน้ําหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิล น้ําหมักชีวภาพจากสับปะรด และน้ําหมักชีวภาพจุลินทรีย์ 3) แบบ บันทึกผลการเปรียบเทียบปริมาณ กรด-เบส ที่มีอยู่ในน้ําหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิล นํ้าหมักชีวภาพจาก สับปะรด และน้ําหมักชีวภาพจุลินทรีย์ 4) แบบบันทึกผลการเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของต้นผักบุ้ง โดยใช้ น้ําหมักชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิลกับ น้ําหมักชีวภาพจากสับปะรด น้ําหมักชีวภาพจุลินทรีย์ และไม่ใส่น้ํา หมักชีวภาพ 5) แบบสอบถามความพึงพอใจของชุมชนที่มีต่อการขยายผลเรื่องน้ําหมักชีวภาพจากเคร่ืองใน ปลานิล ลงสู่ชุมชน ณ บ้านหนองบัว ตําบลท่าตุ้ม อําเภอป่าซาง จังหวัดลําพูน และ 6) แบบบันทึกผลการ สัมภาษณ์การนําน้ําหมักชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิลไปใช้ในการปลูกพืชในชุมชน ณ บ้านหนองบัว ตําบล ท่าตุม้ อําเภอป่าซาง จังหวัดลําพนู
ข การวิเคราะหข์ ้อมลู แบ่งเป็นข้อมูลเชิงคณุ ภาพ และขอ้ มลู เชิงปริมาณไดแ้ ก่ 1. การวเิ คราะห์ข้อมูลเป็นข้อมลู เชิงคุณภาพไดแ้ ก่ 1) ผลการศึกษากระบวนการการทําน้ําหมักชวี ภาพจากเคร่อื งในปลานลิ 2) ผลการเปรยี บเทียบปรมิ าณธาตไุ นโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ทมี่ ีอยู่ในน้ํา หมกั ชีวภาพจากเครอ่ื งในปลานลิ น้ําหมกั ชีวภาพจากสบั ปะรด และนํ้าหมกั ชีวภาพจุลินทรีย์ 3) ผลการศึกษาการนาํ น้าํ หมกั ชีวภาพจากเครื่องในปลานิลไปใช้ในการปลกู พืชในชุมชน ณ บา้ นหนองบวั ตําบลทา่ ตมุ้ อําเภอปา่ ซาง จงั หวดั ลาํ พนู 2. การวเิ คราะหข์ ้อมูลเปน็ ขอ้ มูลเชงิ ปริมาณไดแ้ ก่ 1) ผลการเปรยี บเทยี บปรมิ าณกรด-เบส ทีม่ อี ยู่ในนา้ํ หมกั ชีวภาพจากเครอื่ งในปลานลิ นํ้าหมกั ชีวภาพจากสับปะรด และนํา้ หมกั ชีวภาพจุลินทรยี ์ แสดงคา่ pH ตง้ั แต่ 1 -14 2) ผลการเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของต้นผกั บงุ้ โดยใช้น้าํ หมกั ชีวภาพจากเคร่อื งใน ปลานิล กับนํ้าหมักชีวภาพจากสับปะรด น้ําหมักชีวภาพจุลินทรีย์ และไม่ใส่น้ําหมักชีวภาพ ใช้ค่าเฉล่ีย เลขคณิต ( X ) 3) ผลการศึกษาความพงึ พอใจของชุมชนท่ีมีต่อการขยายผลเร่อื งนาํ้ หมกั ชีวภาพจาก เคร่ืองในปลานิล ลงสู่ชุมชน ณ บ้านหนองบัว ตําบลท่าตุ้ม อําเภอป่าซาง จังหวัดลําพูน ใช้ค่าความถ่ี คา่ รอ้ ยละ คา่ เฉลี่ยเลขคณติ ( X ) และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการศกึ ษาพบว่า 1. ในการทํานํา้ หมกั ชีวภาพจากเครอ่ื งในปลานลิ มีวัสดอุ ปุ กรณ์ ได้แก่ กากนาํ้ ตาล นา้ํ สะอาด EM ตาข่ายไนล่อน เครื่องในปลานิล ถังหมัก อัตราส่วนในการหมักนํ้าหมัก 1 ถัง จะใช้กากน้ําตาล 1 กิโลกรัม : เครื่องในปลานิล 48 กิโลกรัม : EM 0.5 กิโลกรัม : น้ําสะอาด 160 กิโลกรัม วิธีการทํา คือ นําเคร่ืองในปลานิล และ กากนํ้าตาลผสมลงในถังหมัก เติมนํ้าสะอาดลงไปประมาณ 80% ของถัง จากน้ันนําไนล่อนชนิดถ่ีมาปิดไว้ เพือ่ ป้องกนั แมลงวนั วางไข่ หมกั ไว้ประมาณ 3-5เดือน ในระหว่างน้ีต้องหมั่นคนทุกวัน ใช้ระยะเวลาในการหมัก 3-5 เดือน ประโยชน์ท่ีได้รับจากนํ้าหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิลคือ ทําให้พืชออกดอกเร็ว เก็บผลผลิต ได้เร็ว ได้ผลผลิตท่ีมีปริมาณมากและมีคุณภาพ ลงทุนน้อย ลดต้นทุนในการผลิต สามารถผลิตไว้ใช้เองใน ครัวเรือน ไม้ผลจะมีรากแข็งแรง ใบสวย ปรับให้สภาพพ้ืนที่ดินดี ไม่เสีย ไม่เปรี้ยว ไม่ทําให้ดินมีสภาพไม่เป็น กรด 2. นา้ํ หมกั ชวี ภาพจากเครือ่ งในปลานิล และนํา้ หมกั ชวี ภาพจลุ ินทรีย์ มีธาตุฟอสฟอรัส (P) สูง รองลงมาคือธาตุ โพแทสเซียม (K) มีปานกลาง และนํ้าหมักชีวภาพจากสับปะรด มีธาตุโพแทสเซียม (K) สูง รองลงมาคือธาตุไนโตรเจน (N) และธาตุฟอสฟอรสั (P) ปานกลาง 3. นา้ํ หมกั ชีวภาพจากเคร่อื งในปลานิล มีสภาพเป็นกลาง มคี ่า pH เท่ากับ 7.00 นา้ํ หมักชวี ภาพ จากสับปะรด มีสภาพเป็นกรดมากกว่าน้ําหมักชีวภาพจุลินทรีย์ มีค่า pH เท่ากับ 3.90 และนํ้าหมักชีวภาพ จลุ นิ ทรีย์ มสี ภาพเปน็ กรดนอ้ ยท่สี ดุ มคี า่ pH เท่ากับ 4.10 4. ผกั บุ้งท่ปี ลูกโดยใสน่ ํา้ หมกั ชวี ภาพจากเคร่ืองในปลานิลมีการเจรญิ เติบโตดที สี่ ุดโดยมคี า่ เฉล่ีย ความสูงของต้นผักบุ้ง ( X ) เท่ากับ 10.9 เซนติเมตร รองลงมาได้แก่ต้นผักบุ้งท่ีปลูกโดยใส่น้ําหมักชีวภาพ จุลินทรีย์ มีค่าเฉล่ียความสูงของต้นผักบุ้ง ( X ) เท่ากับ 10.3 เซนติเมตร และรองลงมาอีกได้แก่ ต้นผักบุ้งที่
ค ปลกู โดย ใส่นาํ้ หมกั ชวี ภาพจากสบั ปะรดโดยมคี า่ เฉลี่ยความสงู ของตน้ ผกั บงุ้ ( X ) เท่ากับ 8.7 เซนติเมตร และ ต้นผักบุ้งที่ปลูกโดยไม่ใส่นํ้าหมักชีวภาพมีการเจริญเติบโตน้อยท่ีสุดโดยมีค่าเฉลี่ยความสูงของต้นผักบุ้ง ( X ) เทา่ กบั 7.1 เซนตเิ มตร 5. ผู้ตอบแบบสอบถามมคี วามพงึ พอใจที่มตี ่อการขยายผลเร่ืองน้าํ หมักชีวภาพจากเคร่อื งในปลา นิล โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย ( X ) เท่ากับ 4.33 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)เท่ากับ .27 เมื่อ พจิ ารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่ 1. ท่านทราบวัตถุประสงค์ในการนําเสนอผลงานวิจัยสู่ชุมชนของนักเรียนเร่ือง น้ําหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิลในคร้ังน้ี มีค่าเฉลี่ย ( X ) สูงท่ีสุด เท่ากับ 4.60 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ .74 รองลงมาได้แก่ข้อที่ 9. นํ้าหมักชีวภาพช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายโดยการนําของเหลือใช้มาทํา เป็นปุ๋ยชีวภาพ มีค่าเฉล่ีย ( X ) เท่ากับ 4.54 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ .61 และข้อท่ี 13. บรรยากาศโดยภาพรวมของการนําเสนอผลงานวิจัยในครั้งนี้ มีค่าเฉลี่ย ( X ) เท่ากับ 4.54 ส่วนเบ่ียงเบน มาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ .54 น้อยที่สุดได้แก่ข้อที่ 10. สถานที่จัดการนําเสนองานวิจัยมีความเหมาะสม มคี ่าเฉล่ีย ( X ) เทา่ กับ 4.00 สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากบั .85 6. ชาวบา้ นทน่ี าํ นา้ํ หมักชวี ภาพจากเครอื่ งในปลานิลไปใช้ทดลองกับพชื 2 กล่มุ คอื กลุ่มที่ 1 พืชที่ ให้ผลเช่น พริก มะนาว บวบ และลําไย กลุ่มที่ 2 พืชไม้ดอกไม้ประดับ เช่น คุณนายตื่นสาย ผลการใช้พบว่า กลุ่มท่ี 1 พืชท่ีให้ผล ลําต้นโตเร็ว ออกดอกจํานวนมากขึ้น ติดผลเร็ว จํานวนผลมากข้ึน ใบมีสีเขียวกว่าเดิม สําหรับกลุ่มที่ 2 พืชไม้ดอกไม้ประดับ ต้นสูงข้ึนกว่าเดิม ลําต้นตรง จํานวนดอกมากขึ้น สําหรับความคิดเห็น เพิ่มเติมคือควรมีการเผยแพร่ หรือสาธิตการทํานํ้าหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิลอีก และควรมีการปรับปรุง เรอื่ งกลิน่ ของนํ้าหมักชวี ภาพจากเคร่ืองในปลานลิ
ง กติ ตกิ รรมประกาศ การศกึ ษานํา้ หมกั ชวี ภาพจากเครื่องในปลานิล ฉบบั น้ีเสร็จสมบรู ณด์ ว้ ยความกรณุ าเปน็ อย่างยงิ่ ของ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ คือนายสยาม หอมโกศล ครูชํานาญการพิเศษ นางสุพัตรา วรรณมะกอก ครู โรงเรียนป่าซาง และนายนพดล บุญภา ครูโรงเรียนป่าซาง จังหวัดลําพูน ซึ่งได้กรุณาเป็นผู้ตรวจสอบและ ประเมินคุณภาพของเคร่ืองมือ และเป็นที่ปรึกษา ตรวจแก้ไข จนงานการศึกษาฉบับน้ีสําเร็จลุล่วงได้ด้วยดี คณะผู้ศกึ ษาขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ ทน่ี ้ี ขอขอบพระคุณ นางจุฬารัตน์ ป้อมเสมา ครูชํานาญการพิเศษ ท่ีกรุณาตรวจแก้ไขจนงานการศึกษา ฉบับนี้สาํ เรจ็ ลลุ ว่ งได้ด้วยดี คณะผ้ศู ึกษาขอกราบขอบพระคณุ เปน็ อยา่ งสงู มา ณ ทน่ี ้ี ขอกราบขอบพระคุณบิดา มารดาของคณะผู้ศึกษา และนางมยุรี รัตนบุรี ซ่ึงได้กรุณาให้การ สนับสนนุ คณะผศู้ กึ ษาด้วยความเมตตาสม่ําเสมอ และใหค้ วามร่วมมือในการศึกษาครงั้ นเ้ี ป็นอย่างดี คุณความดีอันพึงได้รับจากการศึกษาครั้งนี้ ขอมอบเป็นกตเวทิตาคุณแด่บิดามารดาบูรพาจารย์ ครอบครัวของคณะผู้ศึกษา และผู้มีพระคุณทุกท่าน ที่ให้ความสนับสนุน เก้ือกูล และให้กําลังใจตลอดเวลาจน งานการศึกษาฉบบั นสี้ าํ เรจ็ สมดงั ประสงค์ คณะผูศ้ กึ ษา
จ สารบญั หนา้ บทคดั ย่อ..................................................................................................................................................... ก กติ ติกรรมประกาศ....................................................................................................................................... ง สารบญั ........................................................................................................................................................ จ สารบัญตาราง.............................................................................................................................................. ช สารบัญภาพ................................................................................................................................................. ฌ บทที่ 1 บทนาํ .................................................................................................................................... 1 ความเป็นมาและความสําคัญของปัญหา........................................................................................ 1 วตั ถุประสงค์ของการศกึ ษา............................................................................................................. 1 สมมตฐิ านการศึกษา....................................................................................................................... 2 ขอบเขตการศึกษา.......................................................................................................................... 2 ขอ้ ตกลงเบ้อื งตน้ ............................................................................................................................. 3 นิยามศัพทเ์ ฉพาะ............................................................................................................................ 3 ประโยชนท์ ีไ่ ดร้ บั จากการศกึ ษา...................................................................................................... 4 บทท่ี 2 เอกสารและงานวจิ ยั ที่เกยี่ วขอ้ ง.............................................................................................. 5 แนวคิดเก่ียวกับนํา้ หมกั ชวี ภาพ....................................................................................................... 5 แนวคิดเกี่ยวกบั เครอื่ งในปลานิล..................................................................................................... 5 แนวคิดเก่ียวกับกระบวนการทาํ นํ้าหมักชีวภาพจากเคร่อื งในปลานลิ ............................................. 6 แนวคิดเกีย่ วกบั การเจรญิ เติบโตของผักบุ้ง..................................................................................... 6 แนวคดิ เกยี่ วกับชุดทดสอบสําเร็จรูป ธาตุไนโตรเจน ธาตุฟอสฟอรัส ธาตโุ พแทสเซียม และ กรด-เบสในดนิ (Quick Soil test)................................................................................................. 9 แนวคิดเก่ยี วกับความพงึ พอใจ........................................................................................................ 14 แนวคิดเกีย่ วกับการสมั ภาษณ.์ ....................................................................................................... 14 งานวจิ ัยทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั น้ําหมักชีวภาพ............................................................................................ 17 บทที่ 3 วธิ ีดาํ เนนิ การศึกษา............................................................................................................... 19 ขัน้ ตอนที่ 1 ข้นั เตรยี มการ........................................................................................................... 19 ขน้ั ตอนท่ี 2 ขัน้ สรา้ งเคร่ืองมอื ทีใ่ ชใ้ นการเก็บรวบรวมขอ้ มูล....................................................... 19 ข้นั ตอนที่ 3 ขั้นดําเนินการศกึ ษาและทดลอง............................................................................... 21 ขน้ั ตอนที่ 4 ขนั้ วเิ คราะห์ข้อมลู .................................................................................................... 28
ฉ สารบญั (ต่อ) หน้า บทท่ี 4 ผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู ..................................................................................................................... 29 วัตถปุ ระสงคข์ องการศึกษา............................................................................................................. 29 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู .................................................................................................................... 29 ตอนที่ 1 ผลการศึกษากระบวนการการทํานํา้ หมักชีวภาพจากเครอ่ื งในปลานิล............................. 30 ตอนที่ 2 ผลการเปรยี บเทียบปริมาณธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรสั และโพแทสเซยี ม ท่มี ีอยใู่ นนาํ้ หมักชวี ภาพจากเครื่องในปลานิล นํา้ หมกั ชวี ภาพจากสับปะรด และนา้ํ หมกั ชวี ภาพ จุลนิ ทรยี ์.......................................................................................................................... 31 ตอนท่ี 3 ผลการเปรียบเทียบปรมิ าณกรด-เบส ทม่ี อี ย่ใู นนํา้ หมักชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิล นํา้ หมักชีวภาพจากสับปะรด และน้ําหมักชวี ภาพจลุ ินทรยี .์ ........................................... 33 ตอนท่ี 4 ผลการเปรยี บเทยี บการเจริญเติบโตของตน้ ผกั บุ้ง โดยใชน้ า้ํ หมักชีวภาพจากเครอ่ื งใน ปลานิล กบั นาํ้ หมักชีวภาพจากสับปะรด นํา้ หมกั ชวี ภาพจลุ นิ ทรีย์ และไม่ใสน่ ้าํ หมกั ชวี ภาพ............................................................................................................................ 34 ตอนท่ี 5 ผลการศึกษาความพงึ พอใจของชมุ ชนทมี่ ตี ่อการขยายผลเรอื่ งนํ้าหมักชีวภาพจาก เครือ่ งในปลานลิ ลงสู่ชมุ ชน ณ บา้ นหนองบัว ตําบลทา่ ต้มุ อาํ เภอปา่ ซาง จงั หวดั ลําพนู ................................................................................................................. 36 ตอนท่ี 6 ผลการศกึ ษาการนําน้ําหมกั ชีวภาพจากเคร่อื งในปลานิลไปใชใ้ นการปลูกพชื ในชุมชน ณ บา้ นหนองบัว ตาํ บลท่าตุ้ม อาํ เภอปา่ ซาง จังหวดั ลําพนู ....................................... 38 บทท่ี 5 ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู ............................................................................................................ 40 วัตถปุ ระสงค์ของการศกึ ษา............................................................................................................. 40 เครอ่ื งมือทใ่ี ชใ้ นการศึกษา.............................................................................................................. 40 การวิเคราะหข์ ้อมูล......................................................................................................................... 41 สรุปผลการศกึ ษา............................................................................................................................ 41 อภิปรายผลการศกึ ษา..................................................................................................................... 42 ขอ้ เสนอแนะ................................................................................................................................... 45 บรรณานกุ รม...................................................................................................................................... 46 ภาคผนวก........................................................................................................................................... 47 ภาคผนวก ก รายนามผเู้ ชี่ยวชาญ................................................................................................. 48 ภาคผนวก ข หนังสอื ราชการโครงงานวิจัยลงสู่ชุมชนเรื่องน้าํ หมกั ชวี ภาพจากเครอ่ื งในปลานลิ ณ บา้ นหนองบวั หมูท่ ่ี 2 ตําบลท่าตมุ้ อําเภอปา่ ซาง จังหวัดลาํ พูน................. 49
ช สารบญั (ต่อ) หน้า ภาคผนวก ค แบบบนั ทกึ การลงทะเบยี น ค่าสถติ ิ และแบบสอบถามความพึงพอใจของผเู้ ขา้ รว่ มฟงั การนาํ เสนอผลงานวิจยั สู่ชุมชนของนกั เรยี น เรื่อง นาํ้ หมกั ชีวภาพจาก เครือ่ งในปลานลิ วนั ท่ี 4 กันยายน 2558 ณ วดั กอค่า ตําบลท่าตมุ้ อาํ เภอปา่ ซาง จงั หวัดลาํ พนู ..................................................................................... 54 ภาคผนวก ง แบบบนั ทกึ การสัมภาษณก์ ารใช้นา้ํ หมกั ชีวภาพจากเครื่องในปลานลิ “การนาํ เสนอผลงานวจิ ยั สชู่ ุมชนของนกั เรยี น” ณ หมบู่ า้ นหนองบวั ตาํ บลทา่ ตุ้ม อําเภอปา่ ซาง จังหวัดลําพูน..................................................................................... 66 ภาคผนวก จ ภาพกจิ กรรม............................................................................................................. 74
ซ สารบญั ตาราง ตารางที่ หนา้ 1 ตารางท่ี 1 แสดงผลการศกึ ษากระบวนการทํานํา้ หมักชีวภาพจากเครือ่ งในปลานลิ ............. 30 2 ตารางท่ี 2 แสดงผลการเปรียบเทียบปรมิ าณธาตไุ นโตรเจน ฟอสฟอรสั และโพแทสเซยี ม 3 ทีม่ อี ยูใ่ นน้าํ หมกั ชวี ภาพจากเครื่องในปลานิล น้ําหมกั ชีวภาพจากสบั ปะรด และ 4 นํา้ หมักชวี ภาพจุลนิ ทรยี .์ ..................................................................................... 31 5 ตารางที่ 3 แสดงผลการเปรยี บเทียบปรมิ าณกรด-เบส ทีม่ อี ยใู่ นน้าํ หมักชวี ภาพจากเครือ่ ง 6 ในปลานลิ นํ้าหมกั ชีวภาพจากสับปะรด และนาํ้ หมกั ชีวภาพจุลนิ ทรยี .์ ............... 33 ตารางท่ี 4 แสดงผลการเปรียบเทียบการเจรญิ เตบิ โตของต้นผักบุ้ง โดยใชน้ ้ําหมกั ชีวภาพ 7 จากเคร่อื งในปลานลิ กับนา้ํ หมกั ชวี ภาพจากสบั ปะรด นา้ํ หมกั ชวี ภาพจุลินทรยี ์ 8 และไม่ใส่นํ้าหมักชีวภาพ...................................................................................... 34 ตารางท่ี 5 แสดงจาํ นวนและรอ้ ยละเพศของผตู้ อบแบบสอบถามความพงึ พอใจทม่ี ีตอ่ การ ขยายผลเรอ่ื งน้ําหมักชีวภาพจากเครอ่ื งในปลานลิ ลงสชู่ ุมชน ณ บา้ นหนองบวั ตําบลท่าตุม้ อาํ เภอป่าซาง จังหวัดลาํ พนู ........................................................... 36 ตารางที่ 6 แสดงจํานวนและรอ้ ยละอายขุ องผตู้ อบแบบสอบถามความพึงพอใจทม่ี ตี ่อการ ขยายผลเรอื่ งน้าํ หมกั ชีวภาพจากเคร่ืองในปลานลิ ลงสชู่ มุ ชน ณ บ้านหนองบัว ตาํ บลทา่ ตมุ้ อําเภอปา่ ซาง จงั หวดั ลาํ พูน........................................................... 36 ตารางที่ 7 แสดงค่าเฉลี่ยเลขคณติ ( X ) และสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน (S.D.) ความพึงพอใจ ของผู้ตอบแบบสอบถามความพงึ พอใจท่ีมีตอ่ การขยายผลเร่ืองนํา้ หมกั ชวี ภาพ จากเครือ่ งในปลานลิ ............................................................................................ 37 ตารางที่ 8 แสดงผลการศกึ ษาการนํานา้ํ หมักชีวภาพจากเคร่ืองในปลานลิ ไปใชใ้ นการปลกู พืชในชมุ ชน ณ บา้ นหนองบัว ตําบลท่าตุ้ม อาํ เภอป่าซาง จังหวัดลําพนู ........ 38
ฌ สารบัญรปู ภาพ ภาพท่ี หนา้ 1 ภาพกจิ กรรม......................................................................................................................... 74
1 บทที่ 1 บทนํา ความเป็นมาและความสาํ คญั ของปญั หา น้ําหมักชีวภาพ เป็นสารละลายเข้มข้นท่ีได้จากการหมักเศษพืช หรือสัตว์ กับสารท่ีให้ความหวาน จน ถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ ซ่ึงเมื่อผ่านกระบวนการแล้วจะได้สารละลายเข้มข้นสีน้ําตาล ประกอบไปด้วย จลุ นิ ทรยี ์ และสารอินทรยี ์หลายชนิด ปลานิลเป็นปลาน้ําจืดชนิดหนึ่งซึ่งมีคุณค่าทางเศรษฐกิจนับตั้งแต่ปี 2508 เป็นต้นมา สามารถเลี้ยงได้ ในทุกสภาพ การเพาะเล้ียงระยะเวลา 1ปี มีอัตราการเติบโตถึงขนาด 500 กรัม รสชาติดีมีผู้นิยมบริโภคกัน อย่างกว้างขวาง ส่วนขนาดปลานิลที่ตลาดต้องการจะมีนํ้าหนัก ตัวละ 200-300 กรัม คุณสมบัติของปลานิลคือ เลยี้ งงา่ ย เจรญิ เติบโตเร็ว สว่ นเครอ่ื งในปลานิลเป็นปัญหาแก่แม่ค้าหรือพ่อค้าท่ีขายปลา เน่ืองจากเครื่องในของ ปลาสง่ กลิ่นเหม็นและไมค่ อ่ ยมคี นนําไปบรโิ ภคและส่วนมากจะนําไปทิ้ง การศึกษาน้าํ หมักชวี ภาพจากเคร่อื งในปลานลิ เกดิ ขึน้ มาจากผปู้ กครองเปน็ แมค่ า้ ขายปลานลิ ผศู้ ึกษา สงั เกตเหน็ ว่าเคร่ืองในปลานิล ผู้ปกครองไดน้ ําไปท้งิ ในที่รกร้างทําใหส้ ่งกลนิ่ เหม็นรบกวน จึงไดค้ ิดแก้ปญั หาโดย นําเครอ่ื งในปลานิลมาทําเปน็ น้าํ หมักชีวภาพ และไดน้ ํานา้ํ หมกั ชีวภาพจากเครอื่ งในปลานลิ ไปใช้ศึกษาการ เจรญิ เติบโตของต้นผกั บุ้ง เพื่อเป็นการลดการใชส้ ารเคมี และเป็นผลดีตอ่ สขุ ภาพของผู้บริโภค วัตถปุ ระสงคข์ องการศกึ ษา 1. เพือ่ ศกึ ษากระบวนการการทาํ นาํ้ หมกั ชีวภาพจากเครื่องในปลานลิ 2. เพอื่ เปรยี บเทยี บปริมาณธาตไุ นโตรเจน ฟอสฟอรสั และโพแทสเซยี ม ท่มี อี ยูใ่ นน้าํ หมกั ชีวภาพจาก เครื่องในปลานลิ นา้ํ หมักชวี ภาพจากสับปะรด และนํา้ หมักชีวภาพจุลนิ ทรีย์ 3. เพอื่ เปรียบเทยี บปริมาณกรด-เบส ทีม่ ีอยใู่ นน้าํ หมกั ชวี ภาพจากเครอ่ื งในปลานิล นา้ํ หมักชวี ภาพ จากสับปะรด และนํ้าหมักชีวภาพจลุ นิ ทรีย์ 4. เพ่ือเปรียบเทียบการเจรญิ เตบิ โตของตน้ ผกั บงุ้ โดยใชน้ ้ําหมักชีวภาพจากเครอ่ื งในปลานิลกบั นํ้าหมักชวี ภาพจากสับปะรด และนา้ํ หมักชีวภาพจลุ นิ ทรีย์ และไมใ่ ส่น้าํ หมักชวี ภาพ 5. เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของชมุ ชนทม่ี ีต่อการขยายผลเร่ืองนํา้ หมกั ชวี ภาพจากเครื่องในปลานลิ ลงสู่ชุมชน ณ บ้านหนองบวั ตําบลทา่ ต้มุ อําเภอปา่ ซาง จังหวัดลาํ พนู 6. เพื่อศึกษาการนํานํา้ หมักชวี ภาพจากเครอื่ งในปลานลิ ไปใช้ในการปลูกพชื ในชุมชน ณ บ้าน หนองบวั ตาํ บลท่าตมุ้ อําเภอปา่ ซาง จังหวดั ลาํ พูน
2 สมมติฐานการศึกษา 1. กระบวนการทํานํา้ หมักชีวภาพจากเครอื่ งในปลานิลเหมือนกบั การทํานํา้ หมักชวี ภาพท่ัวไป 2. นํ้าหมกั ชวี ภาพจากเคร่ืองในปลานิลมปี รมิ าณธาตไุ นโตรเจน ฟอสฟอรสั และโพแทสเซยี ม มากกวา่ นํา้ หมกั ชวี ภาพจากสับปะรด และนา้ํ หมกั ชวี ภาพจุลินทรีย์ 3. นาํ้ หมกั ชวี ภาพจากเครอ่ื งในปลานิลมปี ริมาณกรด- เบส อยใู่ นระหว่าง 4.5 – 7.0 ซ่งึ มากกวา่ นํา้ หมกั ชีวภาพจากสับปะรด และนาํ้ หมกั ชวี ภาพจลุ ินทรยี ์ 4. นา้ํ หมกั ชวี ภาพจากเครื่องในปลานิลทําใหต้ น้ ผักบงุ้ เจรญิ เตบิ โตได้ดีกว่า นํ้าหมักชวี ภาพจาก สับปะรด และนํ้าหมักชวี ภาพจลุ นิ ทรยี ์ และไม่ใสน่ ้าํ หมักชวี ภาพ 5. คนในชุมชนบ้านหนองบวั ตาํ บลทา่ ตุม้ อําเภอป่าซาง จังหวัดลําพนู มคี วามพงึ พอใจต่อการ ขยายผลเรื่องน้ําหมกั ชวี ภาพจากเคร่ืองในปลานลิ อย่ใู นระดับมาก 6. คนในชมุ ชนบา้ นหนองบวั ตําบลท่าตุม้ อําเภอปา่ ซาง จงั หวดั ลาํ พนู มผี ลการใช้น้ําหมักชีวภาพ จากเครอื่ งในปลานิลในการนําไปใชป้ ลูกพืช แล้วทาํ ใหพ้ ืชมีการเจรญิ เตบิ โตได้ดีขึ้น ขอบเขตการศกึ ษา ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษา 1. ตัวแปรอิสระ (Independent Variable) ไดแ้ ก่ น้ําหมักชวี ภาพจากเครื่องในปลานิล 2. ตวั แปรตาม (Dependent Variable) ไดแ้ ก่ 1) ผลการศึกษากระบวนการการทําน้าํ หมักชีวภาพจากเครอ่ื งในปลานิล 2) ผลการเปรยี บเทยี บปรมิ าณธาตไุ นโตรเจน ฟอสฟอรสั และโพแทสเซยี ม ท่มี อี ยูใ่ นน้าํ หมักชีวภาพจากเคร่อื งในปลานิล นาํ้ หมกั ชวี ภาพจากสับปะรด และนาํ้ หมักชีวภาพจุลนิ ทรีย์ 3) ผลการเปรยี บเทียบปริมาณกรด-เบส ที่มีอยใู่ นนํา้ หมกั ชวี ภาพจากเครื่องในปลานิล น้ําหมักชวี ภาพจากสบั ปะรด และน้าํ หมักชีวภาพจุลินทรีย์ 4) ผลการเปรียบเทยี บการเจรญิ เตบิ โตของตน้ ผกั บงุ้ โดยใช้น้าํ หมกั ชวี ภาพจากเครอ่ื งใน ปลานลิ กบั น้าํ หมักชีวภาพจากสบั ปะรด และนํา้ หมักชวี ภาพจลุ ินทรีย์ และไมใ่ ส่น้ําหมกั ชวี ภาพ 5) ผลการศกึ ษาความพงึ พอใจของชุมชนทม่ี ีต่อการขยายผลเร่อื งน้ําหมกั ชวี ภาพจาก เคร่อื งในปลานิล ลงสชู่ มุ ชน ณ บ้านหนองบวั ตําบลท่าตมุ้ อําเภอป่าซาง จงั หวดั ลาํ พนู 6) ผลการศึกษาการนํานาํ้ หมักชีวภาพจากเครอ่ื งในปลานิลไปใช้ในการปลกู พชื ในชมุ ชน ณ บ้านหนองบัว ตําบลทา่ ต้มุ อาํ เภอปา่ ซาง จังหวดั ลาํ พูน
3 ขอ้ ตกลงเบอ้ื งตน้ 1. การศกึ ษาคร้งั น้ีผูศ้ ึกษาเปน็ ผ้ดู าํ เนนิ การทดลองเพ่ือใหเ้ ปน็ ไปตามรูปแบบการศกึ ษาท่ีกาํ หนด 2. การปลกู ผกั บงุ้ แบ่งแปลงปลูกเปน็ 4 แปลง แปลงชุด A ปลูกผักบุ้งโดยใส่นาํ้ หมักชวี ภาพจาก เครอ่ื งในปลานลิ แปลงชดุ B ปลูกผกั บุง้ โดยใส่นํา้ หมกั ชีวภาพจากสับปะรด แปลงชดุ C ปลูกผักบุ้งโดยใส่น้ํา หมกั ชีวภาพจุลนิ ทรีย์ และแปลงชดุ D ปลกู ผักบงุ้ โดยไม่ใส่น้ําหมกั ชีวภาพ 3. ในการใสน่ าํ้ หมกั ชีวภาพแต่ละชนดิ ลงในแปลงปลกู ทงั้ 3 แปลง คอื แปลงชดุ A ปลกู ผักบุ้งโดย ใส่นา้ํ หมกั ชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิล แปลงชุด B ปลูกผักบุ้งโดยใส่นํา้ หมกั ชีวภาพจากสับปะรด แปลงชดุ C ปลกู ผักบุ้งโดยใส่นํ้าหมกั ชวี ภาพจุลินทรีย์ จะใสใ่ นอตั ราส่วนของ น้าํ หมักชวี ภาพแตล่ ะชนิด : นาํ้ (1 : 5) ส่วนแปลงชุด D ปลูกผกั บ้งุ โดยไม่ใส่น้าํ หมกั ชีวภาพ นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ 1. นาํ้ หมักชีวภาพจากเคร่อื งในปลานิล หมายถึง นํา้ หมักชีวภาพทที่ าํ มาจากเครอื่ งในปลานลิ ตาม กระบวนการหมกั 2. กระบวนการการทํานาํ้ หมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิล หมายถงึ วธิ กี ารนาํ เครอ่ื งในปลานลิ มา หมักกบั EM และกากนา้ํ ตาลในอตั ราสว่ นที่เหมาะสม 3. การเปรียบเทียบปริมาณธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ท่ีมีอยู่ในน้ําหมักชีวภาพ จากเครื่องในปลานิล น้ําหมักชีวภาพจากสับปะรด และน้ําหมักชีวภาพจุลินทรีย์ หมายถึงการนําค่าการ ตรวจสอบปริมาณธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม จากนํ้าหมักชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิล นํ้าหมักชีวภาพจากสับปะรด และน้ําหมักชีวภาพจุลินทรีย์ มาเปรียบเทียบกัน ซ่ึงในการทดสอบได้ประยุกต์ใช้ ชุดทดสอบสําเร็จรูป NPK ในดิน (Quick Soil test) โดยนําหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิล นํ้าหมักชีวภาพ จากสับปะรด และนํ้าหมักชีวภาพจุลินทรีย์ อย่างใดอย่างหน่ึงมาทดสอบกับผงการทดสอบ แล้วนําไปเทียบกับ แผ่นสีของชุดทดสอบ ซ่ึงมีการกําหนดค่าปริมาณธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ไว้อยู่ด้วยกัน 3 คา่ ไดแ้ ก่ มปี ริมาณตํา่ มีปรมิ าณปานกลาง และมีปรมิ าณสงู 4. การเปรียบเทียบกรด-เบส ท่ีมอี ยู่ในน้าํ หมกั ชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิล น้าํ หมักชีวภาพจาก สับปะรด และน้ําหมักชีวภาพจุลินทรีย์ หมายถึง การนําค่าการทดสอบกรด-เบส โดยใช้เคร่ืองทดสอบ pH มเิ ตอรใ์ นการตรวจสอบ คา่ pH ทไี่ ด้มคี วามละเอยี ดมากขึ้น ช่วง pH ของการทดสอบตั้งแต่ 1 – 14 ถ้าค่า pH น้อยกว่า 7 แสดงว่าสารท่ีนํามาทดสอบมีสภาพเป็นกรด ถ้า pH เท่ากับ 7 แสดงว่าสารที่นํามาทดสอบมี สภาพเป็นกลาง และ pH มากกว่า 7 แสดงว่าสารท่ีนํามาทดสอบมสี ภาพเป็นเบส 5. การเปรียบเทียบการเจริญเตบิ โตของต้นผักบุ้ง หมายถงึ การเปรยี บเทยี บการเจรญิ เติบโตของ ต้นผักบุ้งจีน โดยใช้น้ําหมักชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิลกับ นํ้าหมักชีวภาพจากสับปะรด และน้ําหมักชีวภาพ จุลินทรีย์ และไม่ใส่นํ้าหมักชีวภาพ โดยวัดความสูงของต้นผักบุ้งจากปลายรากจนถึงปลายยอด โดยถอดต้น ผกั บงุ้ มาทัง้ ราก จากการส่มุ ตาํ แหน่งเดยี วกนั ของทุกๆ แปลงท่ปี ลกู
4 6. การศกึ ษาความพึงพอใจของชุมชนทมี่ ตี อ่ การขยายผลเรื่องนาํ้ หมักชีวภาพจากเครอ่ื งใน ปลานลิ ลงสชู่ ุมชน ณ บ้านหนองบวั ตําบลท่าตุม้ อําเภอป่าซาง จังหวัดลําพูน หมายถึง ระดับความพึงพอใจ ของชุมชนที่มีต่อการขยายผลเรื่องน้ําหมักชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิล โดยมีระดับความพึงพอใจอยู่ 5 ระดับ ได้แก่ ระดับ 1 หมายถึง น้อยท่ีสุด ระดับ 2 หมายถึง น้อย ระดับ 3 หมายถึง ปานกลาง ระดับ 4 หมายถึง มาก และระดับ 5 หมายถึง มากทีส่ ุด 7. การศึกษาการนาํ นา้ํ หมักชีวภาพจากเครื่องในปลานลิ ไปใชใ้ นการปลูกพชื ในชมุ ชน ณ บ้าน หนองบัว ตําบลท่าตุ้ม อําเภอป่าซาง จังหวัดลําพูน หมายถึง ผลของการสัมภาษณ์ชาวบ้านหนองบัว ตําบล ท่าตุ้ม อําเภอปา่ ซาง จงั หวัดลาํ พูน หลงั จากนํานํา้ หมักชวี ภาพจากเครอื่ งในปลานิลไปใชก้ บั พชื ที่ปลกู ในชมุ ชน ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ ับจากการศึกษา 1. เพ่ือเป็นแนวทางการศึกษาการทําหมักชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิลและสามารถนําไปเผยแพร่สู่ ชุมชนได้ 2. เป็นการอนุรกั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตเิ พอ่ื คณุ ภาพของสิง่ แวดลอ้ มทย่ี ่ังยืน 3. ชว่ ยประหยัดค่าใช้จา่ ยด้วยการนาํ ของเหลอื ใช้มาทาํ เป็นน้ําหมกั ชวี ภาพ 4. คนในชุมชนไดท้ าํ น้ําหมักอย่างถูกวิธี 5. คนในชุมชนช่วยลดปรมิ าณการทง้ิ เครื่องในปลาเพราะเป็นสาเหตุหน่ึงที่ทําให้เกิดสภาวะโลกร้อน ต่อระบบนเิ วศ และสขุ ภาพ 6. คนในชมุ ชนมสี ขุ ภาพที่ดี เพราะไดร้ บั ประทานผักที่ปลอดสารเคมี
5 บทท่ี 2 เอกสารและงานวจิ ยั ทเี่ กย่ี วขอ้ ง ในการศึกษาครั้งนี้ ผศู้ กึ ษาได้ศกึ ษาหลกั สตู ร ค้นคว้าจากเอกสาร ตาํ รา และงานวิจัยทเ่ี กี่ยวข้อง เพื่อเปน็ กรอบแนวคดิ ในการดาํ เนินงานการศกึ ษา โดยนําเสนอตามหวั ข้อต่อไปนี้ 1. แนวคิดเกย่ี วกับนา้ํ หมกั ชีวภาพ 2. แนวคดิ เก่ียวกบั เครือ่ งในปลานลิ 3. แนวคิดเกีย่ วกบั กระบวนการทาํ นา้ํ หมกั ชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิล 4. แนวคดิ เกย่ี วกบั การเจรญิ เติบโตของผักบุ้ง 5. แนวคิดเก่ยี วกับชุดทดสอบสาํ เร็จรปู ธาตไุ นโตรเจน ธาตฟุ อสฟอรสั ธาตุโพแทสเซยี ม และกรด-เบส ในดิน (Quick Soil test) 6. แนวคดิ เก่ียวกับความพงึ พอใจ 7. แนวคิดเกยี่ วกับการสมั ภาษณ์ 8. งานวจิ ัยท่เี กยี่ วขอ้ งกับนาํ้ หมักชีวภาพ 1. แนวคดิ เกย่ี วกับนาํ้ หมกั ชวี ภาพ นาํ้ หมักชวี ภาพ เป็นสารละลายเขม้ ขน้ ทไี่ ดจ้ ากการหมักเศษพืช หรือสตั ว์ กับสารท่ีใหค้ วามหวาน จน ถูกย่อยสลายโดยจลุ ินทรีย์ ซง่ึ เมือ่ ผา่ นกระบวนการแลว้ จะได้สารละลายเข้มขน้ สีน้าํ ตาล ประกอบไปดว้ ย จลุ ินทรีย์ และสารอินทรยี ์หลายชนดิ แหลง่ ท่มี า; Administrator.น้ําหมักชวี ภาพ.[ออนไลน]์ .เข้าถึงได้จาก http://hilight.kapook.com/view/50873. (วันที่ค้นขอ้ มูล: 1 มถิ นุ ายน 2558). จากการศึกษาแนวคดิ เกี่ยวกบั น้าํ หมกั ชวี ภาพ สรุปได้วา่ นา้ํ หมกั ชีวภาพ เป็นสารละลายเขม้ ข้นท่ไี ด้ จากการหมักเศษพชื หรอื สัตว์ กบั สารทีใ่ หค้ วามหวานจนถกู ย่อยสลายโดยจลุ ินทรีย์ เมื่อผา่ นกระบวนการแล้ว จะไดส้ ารละลายเขม้ ขน้ สีนํ้าตาล 2. แนวคดิ เก่ียวกบั เครอ่ื งในปลานลิ เคร่ืองในปลานลิ เป็นของเสยี ท่อี ยู่ในตวั ปลาโดยไดจ้ ากการชาํ แหละปลา จะมกี ล่ินเหม็นและไมค่ ่อยมี คนนําไปบรโิ ภคและสว่ นมากจะนาํ ไปทง้ิ กอ่ ให้เกิดความสกปรกและเปน็ สาเหตทุ ที่ ําใหม้ ีแมลงวัน แหล่งท่มี า; Administrator.เครือ่ งในปลานิล. [ออนไลน]์ .เขา้ ถึงได้จาก http://www.oknation.net/blog/seeone/2013/03/10/entry-1 (วนั ทค่ี น้ ข้อมลู : 1 มถิ ุนายน 2558). จากการศึกษาแนวคดิ เกี่ยวกบั เครื่องในปลานลิ สรุปได้วา่ เปน็ ของเสียทอ่ี ยู่ในตัวปลาโดยได้จากการ ชาํ แหละปลากอ่ ใหเ้ กิดปญั หาต่อมนษุ ยแ์ ละส่งิ แวดลอ้ ม
6 3. แนวคิดเก่ยี วกบั กระบวนการทาํ นาํ้ หมกั ชีวภาพจากเคร่ืองในปลานลิ กระบวนการทํานา้ํ หมักชวี ภาพจากเครอ่ื งในปลานิล คอื กระบวนการนาํ เคร่อื งในปลานลิ มาบรรจลุ ง ในภาชนะเติมกากนํ้าตาล และ EM ลงไป ตามอัตราสว่ น คนหรอื คลกุ เคลา้ ให้เข้ากนั ปิดฝาภาชนะ หมักไว้ 3 เดอื นขน้ึ ไป หรอื จนกว่านา้ํ หมักจะมสี ีนา้ํ ตาลใสจงึ นําไปใช้ได้ และระหว่างหมักใหห้ ม่นั คนส่วนผสมทกุ วัน หากมี กลนิ่ เหม็นหรือบูดเน่าให้เติมกากน้าํ ตาลทราย แลว้ คนให้เขา้ กนั ทิง้ ไว้ 1สปั ดาห์ กลิ่นเหมน็ หรือกล่นิ บดู เนา่ จะ หายไป แหลง่ ทมี่ า ; Administrator. กระบวนการทํานา้ํ หมักชีวภาพ. [ออนไลน]์ .เข้าถงึ ได้จาก: http://www.oknation.net/blog/sonorwut/2013/11/02/entry-2. (วนั ท่คี ้นข้อมูล:1 มถิ นุ ายน 2558). จากการศกึ ษาแนวคิดเกยี่ วกบั กระบวนการทาํ น้ําหมกั ชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิล สรปุ ไดว้ ่า เปน็ กระบวนการนําเคร่ืองในปลานลิ มาบรรจุลงในภาชนะเติมกากนํ้าตาล และ EM ลงไป ตามอัตราส่วน คนหรอื คลกุ เคล้าใหเ้ ขา้ กัน ปิดฝาภาชนะ หมกั ไว้ 3 เดอื นขนึ้ ไป หรอื จนกว่านาํ้ หมักจะมีสเี หลอื งใสจึงนาํ ไปใชไ้ ด้ 4. แนวคดิ เกย่ี วกบั การเจรญิ เตบิ โตของผกั บุ้งจีน การเพาะปลกู การปลูกผักบงุ้ จนี ผักบงุ้ จนี ใช้เวลาในการงอกเพยี ง 48 ชวั่ โมง ระยะแรกของการเจรญิ เติบโตจะใหล้ ําตน้ ต้งั ตรง หลังจากงอกได้ 5-7 วัน จะมีใบเลีย้ งโผล่ออกมา 2 ใบ มลี กั ษณะปลายใบเป็นแฉก ไมเ่ หมือนกับใบจริงเมอ่ื ต้นโต ในระยะสองสัปดาหแ์ รก จะมกี ารเจริญเตบิ โตทางลําตน้ อยา่ งรวดเร็วจนกระท่ังอายปุ ระมาณ 30-45 วนั การ เจรญิ เตบิ โตจะเปลี่ยนไปในทางทอดยอดและแตกกอ สาํ หรบั ผักบงุ้ จนี ท่หี วา่ นด้วยเมลด็ การแตกกอจะมีน้อยมาก การแตกกอเปน็ การแตกหน่อออกมา จากตาทอ่ี ย่บู ริเวณโคนต้นทีต่ ดิ กบั ราก มตี าอยูร่ อบตน้ 3-5 ตา เม่อื แตกแถวออกมาแลว้ จะเจรญิ ทอดยอดยาว ออกไปเปน็ ลาํ ต้น มปี ลอ้ งขอ้ และทกุ ข้อจะให้ดอกและใบ
7 1. การเลือกที่ปลูก การปลูกผกั บุ้งจีนเพอ่ื การบริโภคสดเปน็ การปลกู ผกั บุ้งจนี แบบหว่าน หรอื โรยเมล็ด ลงบนแปลงปลกู โดยตรง เมอื่ ถงึ อายุเก็บเกี่ยว 20-25 วัน จะถอนตน้ ผักบงุ้ จีนท้ังตน้ และรากออกจากแปลงปลูก ไปบริโภคหรอื ไปจาํ หน่ายต่อไป ในการปลูกน้ันควรเลือกปลูกในทม่ี กี ารคมนาคมขนส่งสะดวก สภาพที่ดอน นํ้า ไม่ท่วม หรอื เปน็ แบบสวนผักแบบยกร่อง เชน่ เขตภาษเี จรญิ บางแค กรงุ เทพฯ บางบัวทอง นนทบรุ ี นครปฐม และราชบุรี เปน็ ต้น ลกั ษณะดนิ ปลูกควรเปน็ ดนิ รว่ นหรือดินร่วนปนทราย เพ่ือถอนต้นผกั บ้งุ จนี ไดง้ ่าย และควร อย่ใู กลแ้ หลง่ น้าํ เพอื่ สะดวกในการรดนาํ้ ในชว่ งการปลกู และทําความสะอาดตน้ และรากผักบงุ้ จนี ในชว่ งการ เก็บเกี่ยว 2. การเตรียมดนิ ผักบ้งุ จีนเป็นพืชผักที่มีระบบรากตน้ื ในการเตรียมดินควรไถตะตากดนิ ไวป้ ระมาณ 15-30 วนั แลว้ ดําเนนิ การไถพรวนและขนึ้ แปลงปลกู ขนาดแปลงกว้าง 1.5-2 เมตร ยาว 10-15 เมตร เวน้ ทางเดนิ ระหว่างแปลง 40-50 เซนตเิ มตร เพอื่ สะดวกในการปฏิบตั ดิ แู ลรักษา ใสป่ ุ๋ยคอก (มลู สุกร เป็ด ไก่ ววั ควาย) หรอื ปยุ๋ หมักทีส่ ลายตัวดแี ลว้ คลกุ เคลา้ ลงไปในดนิ พรวนยอ่ ยผวิ หนา้ ดินใหล้ ะเอยี ดพอสมควรปรับหลงั แปลงใหเ้ รียบเสมอกนั อย่าให้เป็นหลุมเปน็ บ่อ เมลด็ พันธ์ผุ ักบงุ้ จีนจะขึ้นไม่สมํา่ เสมอทั้งแปลง ถา้ ดนิ ปลูกเป็น กรด ควรใส่ปนู ขาวเพ่อื ปรับระดบั พีเอชของดินใหส้ งู ข้นึ 3. วิธีการปลูก ก่อนปลูกนําเมลด็ พันธผุ์ ักบุ้งจีนไปแช่น้าํ นาน 6-12 ชว่ั โมง เพื่อใหเ้ มล็ดพนั ธุผ์ กั บงุ้ จนี ดูด ซับนํ้าเขา้ ไปในเมล็ด มผี ลให้เมล็ดผักบงุ้ จีนงอกเร็วขึ้น และสมาํ่ เสมอกันดี เมล็ดผกั บุ้งจนี ท่ีลอยนา้ํ จะเป็นเมลด็ พันธุ์ผกั บุ้งจนี ที่ไมส่ มบรู ณ์ ไม่ควรนาํ มาเพาะปลูก ถงึ แมจ้ ะขึน้ ไดบ้ ้าง แต่จะไม่สมบูรณแ์ ขง็ แรงอาจจะเปน็ แหล่ง ทาํ ให้เกดิ โรคระบาดได้ง่าย นาํ เมลด็ พันธผ์ุ ักบุง้ จนี ทีด่ ไี มล่ อยน้ํามาหว่านใหก้ ระจายทั่วทั้งแปลงให้เมล็ดหา่ งกนั เล็กน้อย ต่อจากน้ันนาํ ดินรว่ นหรือขเี้ ถา้ แกลบดาํ หวา่ นกลบเมล็ดพันธผ์ุ ักบุ้งจีนหนาประมาณ 2-3 เทา่ ของความ หนาของเมลด็ หรอื ประมาณ 0.5 เซนตเิ มตร แต่ถ้าแหล่งทป่ี ลกู นัน้ มีเศษฟางขา้ ว จะใช้ฟางขา้ วคลุมแปลงปลูก บาง ๆ เพือ่ ชว่ ยเกบ็ รกั ษาความชนื้ ในดนิ หรอื ทาํ ใหห้ น้าดินปลกู ผกั บงุ้ จีนไมแ่ นน่ เกินไป รดนา้ํ ด้วยบัวรดนํ้าหรือ ใชส้ ายยางติดฝกั บัวรดนํ้าใหค้ วามชื้น แปลงปลกู ผักบุ้งจนี ทุกวัน ๆ ละ 1-2 คร้ัง ประมาณ 2-3 วัน เมลด็ พนั ธ์ุ ผักบงุ้ จีน จะงอกเปน็ ตน้ ผักบุ้งจีนต่อไป 4. การปฏบิ ัติดแู ลรักษาผักบุง้ จีนเพื่อการบรโิ ภคสด 4.1 การให้นํา้ ผกั บงุ้ จีนเปน็ พชื ทชี่ อบดินปลูกที่ชมุ่ ชื้น แตไ่ มแ่ ฉะจนมีน้ําขัง ฉะนั้นควรรดน้ํา ผกั บ้งุ จนี อยู่เสมอทุกวนั ๆ ละ 1-2 คร้งั ยกเวน้ ชว่ งท่ฝี นตกไมต่ อ้ งรดนํ้า อยา่ ให้แปลงปลกู ผักบงุ้ จีนขาดน้ําได้ จะทําให้ผักบงุ้ จีนชะงักการเจรญิ เตบิ โต คุณภาพไมด่ ี ตน้ แข็งกระดา้ ง เหนยี ว ไมน่ ่ารับประทาน และเกบ็ เกีย่ ว ไดช้ า้ กว่าปกติ 4.2 การใสป่ ุ๋ย ผกั บงุ้ จีนเปน็ พืชผักที่บรโิ ภคใบและต้นมอี ายกุ ารเกบ็ เกย่ี วส้ัน ถ้าดนิ ปลูกมีความอดุ ม สมบรู ณ์ หรือมกี ารใสป่ ๋ยุ คอก เช่น มูลสุกร มลู เปด็ ไก่ เป็นตน้ ซ่งึ ปยุ๋ คอกดังกลา่ วเปน็ ปุ๋ยทมี่ ไี นโตรเจนสูงอยู่ แล้ว ไม่จําเปน็ ตอ้ งใสป่ ยุ๋ เคมกี ็ได้ แต่ถ้าดนิ ปลูกไมค่ อ่ ยอุดมสมบูรณ์ นอกจากต้องใหป้ ุย๋ คอกแล้ว ควรมกี ารใส่ ปุ๋ยทางใบท่มี ไี นโตรเจนสูง โดยหว่านปุย๋ กระจายทวั่ ทงั้ แปลงก่อนปลกู และหลังปลูกผกั บุง้ จนี ได้ประมาณ 7-10 วนั ซงึ่ การให้ปยุ๋ คร้งั ที่ 2 นัน้ หลังจากหวา่ นผกั บ้งุ จนี ลงแปลงแล้ว จะตอ้ งมกี ารรดน้ําแปลงปลูกผักบ้งุ จนี ทนั ที อยา่ ใหป้ ุ๋ยเกาะอยู่ที่ชอกใบ จะทาํ ใหผ้ กั บ้งุ จนี ใบไหม้ ในการใสป่ ๋ยุ เคมคี รั้งที่ 2 นนั้ จะใช้วิธกี ารละลายนาํ้ รด 3-5 วันครัง้ กไ็ ด้ โดยใชอ้ ัตราสว่ น ปุ๋ยยูเรีย 10 กรัมต่อน้ํา 20 ลติ ร จะเปน็ การชว่ ยให้ผกั บุง้ จีนเจรญิ เติบโต และเก็บ เกี่ยวได้รวดเร็วข้นึ เมลด็ เร่ิมงอกหลังจากหวา่ นประมาณ 2-3 วัน
8 4.3 การพรวนดินและกาํ จดั วัชพืช ถา้ มีการเตรยี มดินดีมกี ารใสป่ ยุ๋ คอกก่อนปลูกและมกี ารหวา่ นผักบุ้ง ขึน้ สม่ําเสมอกนั ดี ไมจ่ าํ เป็นตอ้ งพรวนดิน เว้นแตใ่ นแหลง่ ปลกู ผกั บุ้งจีนดงั กล่าวมีวชั พชื ขึ้นมาก ควรมกี ารถอน วชั พืชออกจากแปลงปลูกอยู่เสมอ 7-10 วนั ตอ่ ครัง้ ในแหลง่ ท่ปี ลูกผักบุ้งจีนเพื่อการบรโิ ภคสดเป็นการค้า ปรมิ าณมาก ควรมีการพ่นสารคลุมวัชพืชก่อนปลกู 2-3 วัน ตอ่ จากนนั้ จึงคอ่ ยหว่านผักบงุ้ จนี ปลกู จะประหยดั แรงงานในการกําจัดวชั พชื ในแปลงปลูกผักบ้งุ จีนไดด้ ีมากวิธกี ารหน่งึ 4.4 การเกบ็ เก่ียว หลงั จากหวา่ นเมล็ดพนั ธ์ผุ กั บุ้งจนี ลงแปลงปลกู ได้ 20-25 วนั ผกั บ้งุ จนี จะ เจริญเติบโต มคี วามสูงประมาณ 30-35 เซนตเิ มตร ให้ถอนตน้ ผักบ้งุ จนี ออกจากแปลงปลกู ทงั้ ตน้ และราก ควร รดน้ํากอ่ นถอนต้นผกั บ้งุ จีนข้ึนมาจะถอนผักบ้งุ จนี ได้สะดวก รากไม่ขาดมาก หลังจากน้ันล้างรากใหส้ ะอาด เด็ด ใบและแขนงทโี่ คนตน้ ออก นํามาผึ่งไว้ ไมค่ วรไวก้ ลางแดดผักบ้งุ จีนจะเหยี่ วเฉาไดง้ ่าย จัดเรยี งตน้ ผักบุ้งจนี เปน็ มดั เตรยี มบรรจภุ าชนะเพื่อจัดสง่ ตลาดต่อไป ผกั บงุ้ ไทยจะมสี รรพคณุ ทางยามากกวา่ ผักบ้งุ อืน่ แตส่ ําหรบั ผกั บุง้ จนี จะมีแคลเซ่ียม และเบต้า-แคโร ทีน มากกว่าผกั บุ้งอน่ื คนทเ่ี ปน็ โรคความดันโลหติ ตํา่ น้นั ไม่ควรรบั ประทานผกั บุ้งเลย เพราะว่าผักบ้งุ นัน้ มคี ุณสมบัติลดความ ดนั โลหติ และถา้ คนทม่ี คี วามดันโลหิตตาํ่ ยงั รับประทานผักบงุ้ เขา้ ไปอีกกจ็ ะยง่ิ ต่าํ ลงไป อีก ก่อใหเ้ กิดอาการเปน็ ตะครวิ ร่างกายออ่ นแอลงได้ ฉะน้ันผู้ทีเ่ ปน็ โรคความดันโลหติ ตา่ํ ไมค่ วรรับประทานผักบ้งุ เลยจะดีท่ีสุด ผกั บงุ้ ไทยโดยเฉพาะชนดิ ต้นขาวจะมวี ิตามนิ ซสี ูงกวา่ ชนดิ อื่น ๆ ชว่ ยบํารุงรักษาเหงือก ฟัน ใหแ้ ขง็ แรง ช่วยทําให้ผวิ สวย เลอื ดดี และเพิม่ ความตา้ นทานโรค ไม่เกดิ อาการ แพ้ ตา่ ง ๆ ง่าย เคล็ดลบั อยทู่ ตี่ ้องกนิ สด ๆ คณุ คา่ ทางวติ ามินจะได้ไม่สูญเสยี ไป ในผักบุง้ ขาว 100 กรัม ให้พลงั งานต่อรา่ งกาย 22 กิโลแคลอร่ี และยงั ประกอบด้วยเสน้ ใย 101 กรัม แคลเซียม 3 มลิ ลิกรัม ฟอสฟอรัส 22 มิลลิกรัม เหลก็ 3 มลิ ลิกรัม วติ ามินเอ 11,447 IU วิตามนิ บหี นึ่ง 0.06 มลิ ลกิ รมั วติ ามินบีสอง 0.17 มิลลิกรมั ไนอาซนิ 1.3 มิลลกิ รมั วิตามินซี 14 มลิ ลกิ รัม คะ่ และมสี ารต้านฮีสตา มนี นอกจากนย้ี ังมีธาตเุ หลก็ ช่วยบาํ รุงเลือด มแี คลเซยี ม และฟอสฟอรสั บาํ รุงกระดูกและฟนั ใหแ้ ขง็ แรง รวมทงั้ มเี สน้ ใย อาหารทชี่ ว่ ยให้ระบบขับถา่ ยคลอ่ งข้นึ ย่งิ ไปกวา่ นั้นผกั บ้งุ ยังมสี ารชนดิ หน่งึ ท่มี ีโครงสร้างคล้าย อินซลู ิน ที่ทาํ หน้าทช่ี ่วยลดนํ้าตาลในเลอื ดสาํ หรบั ผทู้ เ่ี ปน็ เบาหวาน สรรพคุณของผกั บ้งุ ไทยต้นขาว สรรพคณุ ของผักบุ้งไทยต้นขาวและวิธกี ารใช้ สว่ นท่ใี ช้ประโยชน์ของผกั บงุ้ ไทยต้นขาวคอื ดอก ใบ ท้งั ต้น และราก ซงึ่ แต่ละสว่ นจะให้สรรพคณุ แตกต่างกนั ดังต่อไปนี้ ดอก ใชเ้ ปน็ ยาแกก้ ลากเกล้ือน ตน้ สดใชด้ ับพษิ รกั ษาแผลไฟไหม้ นาํ้ รอ้ นลวก ลดอาการแพ้ อกั เสบ ปวด บวม บํารุงสายตา บํารุงเลือด บํารุงกระดูกและฟัน ชว่ ยรกั ษาโรคเบาหวาน เป็นยาดับรอ้ น แก้ปสั สาวะ เหลอื งท้ังต้น ใชแ้ ก้โรคประสาท ปวดศรีษะ อ่อนเพลยี แกก้ ลาก เกล้ือน แกเ้ บาหวาน แกต้ าอกั เสบ บํารงุ สายตา แก้เหงอื กบวม แก้ฟกช้ํา ถอนพษิ ใบ ใชถ้ อนพิษแมลงสตั วก์ ดั ตอ่ ย นาํ ใบสดมาตาํ แล้วคัน้ เอานา้ํ มาดม่ื จะทาํ ใหอ้ าเจยี น ถอนพิษยาเบ่ือ เมา แก้พษิ ของฝ่ินและสารหนู มวี ิตามนิ เอสูง เป็นสารต้านอนุมูลอสิ ระ ราก ใชแ้ ก้ไอเรือ้ รังและแกโ้ รคหืด ถอนพิษผดิ สาํ แดง ใช้แก้สตรมี ตี กขาวมาก เบาขดั เหงอื่ ออกมาก ลดอาการ
9 แหล่งทมี่ า; การปลกู ผักเพาะปลกู พชื . การปลูกผักบงุ้ จนี . [ออนไลน์].เข้าถึงไดจ้ าก myveget.com/การปลกู ผกั บ้งุ จนี .html. (วนั ท่คี ้นข้อมลู : 1 มถิ ุนายน 2558). จากการศกึ ษาแนวคดิ เกยี่ วกบั การปลูกผกั บงุ้ จนี สรุปไดว้ า่ ผกั บุ้งจนี ใช้เวลาในการงอกเพียง 48 ชั่วโมง อายุเก็บเก่ียว 20-25 วัน ผกั บุง้ จนี จะมีแคลเซีย่ ม และเบต้า-แคโรทนี มากกวา่ ผักบงุ้ อน่ื และผักบุง้ มี คุณสมบตั ิลดความดันโลหติ 5. แนวคดิ เก่ยี วกบั ชดุ ทดสอบสําเร็จรปู ธาตไุ นโตรเจน ธาตฟุ อสฟอรสั และธาตโุ พแทสเซียม ในดนิ (Quick Soil test) ชุดตรวจสอบคา่ เอน็ พี เค กรด-เบส ของดิน NPK pH Test Kit for Soil วตั ถปุ ระสงค์ เพ่อื ใชช้ ุดตรวจสอบในการประเมินระดบั ความอดุ มสมบูรณข์ องดนิ ตามสภาพความเปน็ จรงิ ใน ขณะนน้ั ใชป้ ระกอบการตดั สินใจในการใช้ปยุ๋ เคมี บาํ รุงดนิ หรอื ไมอ่ ยา่ งไร นอกจากน้ียังบอกสภาวะว่ามีปุ๋ยเคมี หรอื ธาตุอาหารพืชตวั ใดบา้ งทต่ี กค้างอย่ใู นดนิ ซงึ่ เป็นผลจากการปฏบิ ัติจากฤดกู าลที่ผา่ นมา ประโยชน์ 1. ใชว้ ิเคราะห์ปรมิ าณธาตอุ าหารพืชในดนิ 2. บอกสภาวะความอุดมสมบรู ณข์ องดนิ ในสภาพจรงิ 3. ใช้วเิ คราะห์ดนิ เพือ่ ประกอบกับข้อมลู อน่ื ๆ เพ่ือใหค้ ําแนะนาํ ปุ๋ยท่ีใชก้ บั พืชทั่วๆ ไป 4. สามารถพกพาไปในสภาพไร่นา ใช้งา่ ย สะดวก และรวดเรว็ มรี าคาถกู คุณลกั ษณะ ชุดตรวจสอบ N P K และ pH สามารถวเิ คราะห์ไนโตรเจนทีเ่ ป็นประโยชน์ของดนิ ในรูปของ แอมโมเนียม ไนเตรต ฟอสฟอรสั ที่เป็นประโยชน์ โพแทสเซียมทีเ่ ปน็ ประโยชน์ และคา่ ปฏกิ ิรยิ าดิน (pH)
10 อายุ และการเก็บรักษา เมอื่ เปดิ ใช้งานแล้วให้ปดิ ฝาขวดให้แน่น แล้วเกบ็ เขา้ ชดุ ลา้ งและทําความสะอาดอปุ กรณต์ ่างๆ ทใี่ ช้งาน แล้วผง่ึ ใหแ้ หง้ ในรม่ แลว้ เกบ็ เข้ากลอ่ ง สว่ นนา้ํ ยาเบอร์ 9 มขี ้อบ่งชี้ใหอ้ ่านใน คู่มือ สว่ นนาํ้ ยาตัวอ่นื มอี ายุไมน่ ้อย กว่า 1 ปี ของเหลือจากการทดลองเทท้งิ ต้องเปดิ น้ําลา้ ง เจือจางใหม้ าก ระวังอย่าใหเ้ ข้าตา จมกู หรอื ถกู ผิวหนงั (เก็บใหพ้ ้นมือเด็ก) แหลง่ ที่มา ; ภาควชิ าปฐพีวิทยา คณะเกษตร มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร.์ ชุดตรวจคา่ เอ็น พี เค และกรด- ด่างของดนิ . [ออนไลน]์ .เขา้ ถึงได้จาก: http://www.soiltestku.agr.ku.ac.th/index.php? option=com_content&view=section&layout=blog&id=7&Itemid=4. (วนั ทคี่ น้ ขอ้ มลู : 1 มิถุนายน 2558). จากการศกึ ษาแนวคิดเก่ยี วกับชุดทดสอบสําเรจ็ รปู ธาตไุ นโตรเจน ธาตฟุ อสฟอรสั และธาตุ ฟอสฟอรสั ในดนิ (Quick Soil test) สรปุ ไดว้ ่า ชุดทดสอบสําเร็จรปู ธาตุไนโตรเจน ธาตฟุ อสฟอรัส และธาตุ ฟอสฟอรสั ในดิน (Quick Soil test) ใช้วิเคราะห์ปริมาณธาตอุ าหารพืชในดิน บอกสภาวะความอดุ มสมบรู ณ์ ของดนิ ในสภาพจรงิ ใชว้ เิ คราะห์ดนิ เพ่อื ประกอบกับข้อมูลอ่ืนๆเพื่อใหค้ ําแนะนําปุย๋ ทใี่ ชก้ ับพืชท่ัวๆ ไป สามารถ พกพาไปในสภาพไร่นา ใช้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว มรี าคาถกู ผศู้ กึ ษาจงึ มีแนวความคดิ ว่า ชุดการทดสอบ ดังกลา่ วสามารถนําไปประยกุ ต์ใชใ้ นการทดสอบนํา้ หมักชีวภาพได้ ปริมาณธาตอุ าหารในนาํ้ หมกั น้ําชวี ภาพ ท่วี สั ดุหมกั : กากน้าํ ตาล (3 : 1) 1. ปลาหมกั : pH 3.2-3.9, ไนโตรเจน 0.4-1.10%, ฟอสฟอรัส 0.0-3.94%, โพแทสเซยี ม 0.09- 0.86%, แคลเซยี ม 0.014-0.51% 2. หอยเชอร่ี : pH 4.5-6.3, ไนโตรเจน 0.6-1.58%, ฟอสฟอรสั 0.0-0.06%, โพแทสเซยี ม 0.16- 4.90%, แคลเซียม 0.08-0.15%, แมกนเี ซยี ม 0.27% 3. เศษพืชผกั : pH 3.8-3.9, ไนโตรเจน 0.27-0.40%, ฟอสฟอรัส 0.14-0.15%, โพแทสเซียม 0.35- 1.44%, แคลเซียม 0.41-0.43%, แมกนเี ซยี ม 0.15% 4. เศษผกั ผลไม้ : pH 3.4-3.8, ไนโตรเจน 0.20-0.33%, ฟอสฟอรสั 0.0-0.26%, โพแทสเซยี ม0.6- 0.88%, แคลเซียม 0.19-0.67%, แมกนเี ซยี ม 0.11% แหล่งท่ีมา ; เว็บเพือ่ พืชเกษตรไทย. ปริมาณธาตอุ าหารในน้ําหมกั นา้ํ ชวี ภาพ. [ออนไลน์].เข้าถึงไดจ้ าก: puechkaset.com/นา้ํ หมักชีวภาพ. (วันที่คน้ ข้อมูล: 1 มถิ ุนายน 2558). จากการศึกษาแนวคิดเก่ียวกับปริมาณธาตุอาหารในน้ําหมักนํ้าชีวภาพ ที่วัสดุหมัก : กากนํ้าตาล (3 : 1) สรุปได้ว่า ปริมาณกรด-เบส ของนํ้าหมักชีวภาพข้ึนอยู่กับชนิดของวัตถุดิบที่นํามาใช้ทํา ถ้านําวัตถุดิบ จากพืชมาทําค่าความเป็นกรด-เบส ของนํ้าหมักชีวภาพมีค่า pH เท่ากับ 3 – 4 ถ้าวัตถุดิบจากสัตว์มาทําค่า ความเป็นกรด-เบส ของนํ้าหมักชีวภาพมีค่า pH เท่ากบั 4.5 – 6.3
11 แนวคิดเกย่ี วกับธาตอุ าหารพืชในดนิ ธาตุอาหารพืชในดนิ 13 ธาตุ น้นั มีดังน้ีคือ กลมุ่ ท่ี 1 ไนโตเจน ฟอสฟอรสั โพแทสเซยี ม สามธาตนุ ี้ พชื มักต้องการเป็นปรมิ าณมาก แตม่ กั จะมีอยู่ในดิน ไม่ค่อยพอกับความตอ้ งการของพืชท่ีปลูก ตอ้ งช่วยเหลอื โดยใส่ปุ๋ยอยเู่ สมอ เฉพาะธาตุอาหารในกลมุ่ น้เี ทา่ นั้น ที่ จะขอกลา่ วไว้พอสมควรในทนี่ ี้ กลมุ่ ท่ี 2 แคลเซยี ม แมกนเี ซยี ม และกาํ มะถนั สามธาตนุ ี้ พืชต้องการมากเหมอื นกัน บางธาตกุ ไ็ ม่แพ้กล่มุ ท่หี นึ่ง แตธ่ าตทุ งั้ สามน้โี ดยปกติมกั อย่ใู นดนิ ค่อนขา้ งมากเพยี งพอกับความตอ้ งการของพืชท่วั ๆ ไป เมอ่ื เราใสป่ ุ๋ย สาํ หรับธาตใุ นกลมุ่ ที่ 1 ธาตใุ นกลุ่มท่ี 2 นี้กม็ กั จะตดิ มาดว้ ยไมม่ ากก็น้อย ดงั นน้ั จงึ ไมค่ ่อยมีปญั หาเกดิ การขาด หรือมไี มพ่ อเพียงกับความตอ้ งการของพชื กลมุ่ ท่ี 3 เหล็ก แมงกานสี โบรอน โมลบิ ดนิ มั ทองแดง สงั กะสี และคลอรนี ธาตุท้งั เจด็ นี้ พืชโดยท่วั ไปมีความ ตอ้ งการเปน็ ปริมาณน้อยมาก เราจงึ เรียกธาตใุ นกลุ่มที่ 3 นวี้ า่ จุลธาตุอาหาร ธาตุพวกน้ีบางธาตุ ถา้ มอี ยใู่ นดนิ เป็นปรมิ าณมาก เช่น เหลก็ และแมงกานสี กจ็ ะกลับกลายเปน็ พษิ แก่พืชได้ อยา่ งไรก็ตามธาตุพวกนรี้ วมทง้ั ใน กล่มุ ท่ี 2 ตา่ งก็มีความสําคญั ตอ่ การเจริญเตบิ โตของพชื เทา่ เทยี มกนั หมด และมคี วามสาํ คัญเท่าเทียมกับกล่มุ ท่ี 1 ดว้ ยเชน่ กัน ถา้ มธี าตใุ ดขาดไป หรือไม่เพียงพอกบั ความตอ้ งการของพืช พชื กจ็ ะหยดุ ชะงกั การเจริญเติบโต และจะตายไปในท่สี ดุ ธาตอุ าหารในกลมุ่ ท่ี 3 นก้ี เ็ ช่นเดยี วกนั จะไม่ขอกลา่ ว เพราะเป็นเรอื่ งทย่ี ืดยาวมาก ถ้า จะกลา่ วกันใหค้ รบถว้ น แหลง่ ที่มาของธาตุไนโตรเจนในดินจะมาจากการผุพงั สลายตวั ของอินทรียวตั ถใุ นดนิ หนา้ ทค่ี วามสาํ คญั และธรรมชาติของธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรสั และโพแทสเซยี ม ในดนิ ที่มตี อ่ พืชจะขอกล่าวแตโ่ ดยสงั เขปดงั ต่อไปนี้ ธาตุไนโตรเจน ธาตุไนโตรเจนปกติจะมีอย่ใู นอากาศในรูปของกา๊ ซไนโตรเจนเป็นจํานวนมาก แต่ไนโตรเจนในอากาศใน รปู ของกา๊ ซนั้น พชื นําเอาไปใชป้ ระโยชน์อะไรไมไ่ ด้ (ยกเว้นพชื ตระกูลถว่ั เท่านั้น ทม่ี ีระบบรากพิเศษ สามารถ แปรรปู ก๊าซไนโตรเจนจากอากาศ เอามาใช้ประโยชน์ได)้ ธาตุไนโตรเจนที่พชื ท่ัวๆ ไปดงึ ดูดขึ้นมาใชป้ ระโยชน์ได้ นน้ั จะต้องอยู่ในรูปของอนมุ ลู ของสารประกอบ เชน่ แอมโมเนียมไอออน (NH4+) และไนเทรตไอออน (No3-) ธาตไุ นโตรเจนในดินท่อี ยใู่ นรปู เหลา่ นจี้ ะมาจากการสลายตวั ของสารอินทรียวัตถุในดิน โดยจุลินทรยี ์ในดินจะ
12 เป็นผปู้ ลดปล่อยให้ นอกจากนนั้ กไ็ ดม้ าจากการทีเ่ ราใส่ปุ๋ยเคมีลงไปในดนิ ดว้ ย พืชโดยทว่ั ไปมีความต้องการธาตุไนโตรเจนเปน็ จํานวนมาก เป็นธาตุอาหารทสี่ ําคญั มาก ในการ ส่งเสริมการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของพืช พืชที่ไดร้ บั ไนโตรเจนอย่างเพียงพอ ใบจะมสี ีเขียวสด มคี วาม แขง็ แรง โตเรว็ และทาํ ให้พชื ออกดอกและผลทีส่ มบรู ณ์ เมอื่ พชื ได้รับไนโตรเจนมากๆ บางคร้ังก็ทําให้เกดิ ผล เสียไดเ้ หมอื นกัน เช่น จะทําใหพ้ ชื อวบนํา้ มาก ต้นออ่ น ล้มงา่ ย โรคและแมลงเข้ารบกวนทําลายได้ง่าย คณุ ภาพ ผลติ ผลของพชื บางชนิดกจ็ ะเสียไปได้ เช่น ทาํ ให้ ตน้ มนั ไมล่ งหัว มแี ป้งนอ้ ย ออ้ ยจดื ส้มเปร้ียว และมีกากมาก แต่บางพชื กอ็ าจทําให้คณุ ภาพดี ข้นึ โดยเฉพาะพวกผักรบั ประทานใบ ถา้ ไดร้ บั ไนโตรเจนมากจะอ่อน อวบนํ้า และกรอบ ทําใหม้ ีเสน้ ใยน้อย และมีนํา้ หนกั ดี แต่ผักมกั จะเนา่ ง่าย และแมลงชอบรบกวน พชื เมอ่ื ขาดไนโตรเจนจะแคระแกรน็ โตชา้ ใบเหลอื ง โดยเฉพาะใบล่างๆ จะแหง้ ร่วงหล่นเรว็ ทําให้ แลดตู ้นโกรน๋ การออกดอกออกผลจะชา้ และไมค่ ่อยสมบรู ณน์ ัก ดินโดยทัว่ ๆ ไปมกั จะมีไนโตรเจนไมเ่ พยี งพอ กับความตอ้ งการของพชื ดังน้นั เวลาปลกู พืชจงึ ควรใสป่ ยุ๋ คอก หรือปุ๋ยเคมี เพิ่มเติมใหก้ บั พชื ดว้ ย รูปแสดงการสญู เสียฟอสฟอรัสโดยการตรงึ ฟอสฟอรสั ในดิน ธาตฟุ อสฟอรสั ธาตุฟอสฟอรสั ในดินมีกําเนดิ มาจากการสลายตวั ผุพงั ของแรบ่ างชนิดในดนิ การสลายตัวของสาร อินทรยี วตั ถุในดนิ ก็จะสามารถปลดปลอ่ ยฟอสฟอรสั ออกมาเป็นประโยชนต์ ่อพชื ทป่ี ลกู ได้ เช่นเดยี วกบั ไนโตรเจน ดังน้นั การใช้ปุ๋ยคอก นอกจากจะไดธ้ าตุไนโตรเจนแลว้ ก็ยงั ได้ฟอสฟอรสั อกี ด้วย ธาตฟุ อสฟอรัสใน ดินทจ่ี ะเป็นประโยชน์ตอ่ พืชได้ จะต้องอย่ใู นรปู ของอนมุ ลู ของสารประกอบทีเ่ รยี กว่า ฟอสเฟตไอออน (H2PO4- และ HPO4-) ซงึ่ จะต้องละลายอยใู่ นนา้ํ ในดนิ สารประกอบของฟอสฟอรสั ในดินมอี ยเู่ ปน็ จํานวนมาก แต่ส่วน ใหญล่ ะลายน้าํ ยาก ดงั น้ันจึงมกั จะมีปญั หาเสมอว่าดินถึงแม้จะมีฟอสฟอรัสมากกจ็ ริง แตพ่ ืชก็ยังขาดฟอสฟอรสั เพราะสว่ นใหญ่อยใู่ นรปู ท่ี ละลายนํ้ายากน่นั เอง นอกจากนัน้ แร่ธาตตุ า่ งๆ ในดนิ ชอบทจ่ี ะทําปฏกิ ริ ยิ ากบั อนุมลู ฟอสเฟตที่ ละลายนํา้ ได้ ดังน้ันปุย๋ ฟอสเฟตท่ีละลายนา้ํ ได้เมอ่ื ใสล่ งไปในดนิ ประมาณ 80-90% จะทาํ ปฏิกิริยา กบั แร่ธาตใุ นดนิ กลายเปน็ สารประกอบที่ละลาย นํ้ายากไมอ่ าจเปน็ ประโยชน์ตอ่ พชื ได้ ดังน้นั การใสป่ ุย๋ ฟอสเฟต จงึ ไมค่ วรคลกุ เคล้าใหเ้ ขา้ กบั ดนิ เพราะยง่ิ จะทาํ ให้ปยุ๋ ทาํ ปฏกิ ริ ยิ ากบั แรธ่ าตตุ ่างๆ ในดนิ ไดเ้ ร็วย่งิ ขึน้ แตค่ วรจะ ใส่แบบเปน็ จุดหรือ โรยเป็นแถบให้ลกึ ลงไปในดินในบริเวณรากของพืช ปุ๋ยฟอสเฟตน้ถี งึ แม้จะอยู่ใกลช้ ิดกบั ราก ก็จะไม่ เปน็ อันตรายแกร่ ากแต่อยา่ งใด ปุย๋ คอกจะชว่ ย ปอ้ งกนั ไม่ให้ปุย๋ ฟอสเฟตทาํ ปฏิกิริยากบั แร่ธาตใุ น ดนิ และสญู เสียความเป็นประโยชน์ต่อพืชเร็วจน เกนิ ไป พืชเม่อื ขาดฟอสฟอรสั จะมตี น้ แคระแกรน็ ใบมสี เี ขียวคลาํ้ ใบลา่ งๆ จะมีสมี ว่ งตามบรเิ วณขอบใบ ราก ของพืชชะงกั การเจรญิ เตบิ โตพชื ไมอ่ อกดอกและผลพชื ทไี่ ดร้ ับฟอสฟอรสั อยา่ งเพียงพอจะมรี ะบบรากท่ีแข็งแรง แพร่กระจายอยใู่ นดินอย่างกว้างขวาง สามารถดงึ ดูดนาํ้ และธาตุอาหารไดด้ ี การออกดอกออกผลจะเร็วขึ้น
13 ธาตโุ พแทสเซียม ธาตุโพแทสเซยี มในดินทพ่ี ชื นําเอาไปใชเ้ ป็นประโยชน์ได้ มกี าํ เนดิ มาจากการสลายตัวของหินและแร่ มากมายหลายชนดิ ในดนิ โพแทสเซียมทอ่ี ยใู่ นรปู อนุมูลบวก หรือโพแทสเซยี มไอออน (K+) เท่าน้นั ทพ่ี ืชจะ ดึงดูดไปใชเ้ ป็นประโยชนไ์ ด้ ถา้ ธาตโุ พแทสเซยี มยังคงอยใู่ นรปู ของสารประกอบ ยงั ไม่แตกตวั ออกมาเป็นอนมุ ลู บวก (K+) พชื ก็ยงั ดึงดูดไปใช้เปน็ ประโยชน์อะไรไมไ่ ด้ อนมุ ูลโพแทสเซยี มในดนิ อาจจะอยใู่ นน้ํา ในดนิ หรือดูด ยดึ อยูท่ ่ีพ้ืนผิวของอนภุ าคดินเหนยี วกไ็ ด้ สว่ นใหญจ่ ะดูดยดึ ทพี่ ้นื ผิวของอนภุ าคดินเหนียว ดงั น้นั ดินที่มเี น้ือดนิ ละเอียด เช่น ดนิ เหนียว จงึ มปี รมิ าณของธาตุนีส้ งู กวา่ ดินพวกเน้อื หยาบ เช่น ดินทราย และดนิ ร่วนปนทราย ถงึ แมโ้ พแทสเซยี มไอออน จะดูดยึดอยู่ที่อนภุ าคดินเหนยี ว รากพืชกส็ ามารถดึงดูดธาตนุ ้ีไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้งา่ ยๆ พอกันกับ เมอ่ื มนั ละลายอย่ใู นนาํ้ ในดนิ ดงั นัน้ การใสป่ ุ๋ยโพแทสเซียมอาจจะใส่แบบคลกุ เคล้าใหเ้ ขา้ กบั ดินกอ่ น ปลูกพชื ได้ หรือจะใส่โดยโรยบนผวิ ดนิ แลว้ พรวนกลบก็ได้ถา้ ปลกู พชื ไวก้ ่อนแลว้ ธาตุ โพแทสเซยี มมี ความสําคญั ในการสร้างและการ เคลอื่ นย้ายอาหารพวกแป้งและนา้ํ ตาลไปเลยี้ ง สว่ นทกี่ าํ ลังเติบโต และสง่ ไป เกบ็ ไวเ้ ป็นเสบียงที่ หัวหรือทลี่ ําตน้ ดงั นนั้ พืชพวกอ้อย มะพรา้ ว และ มนั จงึ ต้องการโพแทสเซยี มสงู มาก ถา้ ขาดโพแทสเซยี มหัวจะลบี มะพร้าวไม่มนั และอ้อยกไ็ ม่ค่อยมีนาํ้ ตาล พชื ทีข่ าดโพแทสเซยี มมกั เห่ยี วงา่ ย แคระ แกร็น ใบล่างเหลอื ง และเกิดเปน็ รอยไหม้ตามขอบใบ พืชทปี่ ลูกในดนิ ทรายทีเ่ ป็นกรดรนุ แรงมักจะมปี ญั หาขาด โพแทสเซียม แต่ถา้ ปลูกในดนิ เหนียวมักจะมโี พแทสเซยี มพอเพยี ง และไม่ค่อยมปี ัญหาทจี่ ะตอ้ งใส่ปุย๋ นีเ้ ทา่ ใด นกั แหล่งที่มา ; สารานกุ รมไทยสําหรับเยาวชน. ธาตอุ าหารพืชในดิน. [ออนไลน์].เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=18&chap=8&page=t18- 8-infodetail05.html. (วันที่คน้ ขอ้ มลู : 1 มถิ นุ ายน 2558). จากการศึกษาแนวคิดเกยี่ วกบั ธาตุอาหารพชื ในดิน สรปุ ได้ว่า ไนโตเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม สาม ธาตุนี้ พืชมักต้องการเป็นปริมาณมาก แต่มักจะมีอยู่ในดินไม่ค่อยพอกับความต้องการของพืชที่ปลูก ต้อง ช่วยเหลือโดยใส่ปุ๋ยอยู่เสมอ ซ่ึงธาตุไนโตรเจนเป็นธาตุอาหารที่สําคัญมาก ในการส่งเสริมการเจริญเติบโตอย่าง รวดเร็วของพืช พืชที่ได้รับไนโตรเจนอย่างเพียงพอ ใบจะมีสีเขียวสด มีความแข็งแรง โตเร็ว และทําให้พืชออก ดอกและผลท่ีสมบูรณ์ สําหรับฟอสฟอรัส พืชที่ได้รับฟอสฟอรัสอย่างเพียงพอ จะมีระบบรากท่ีแข็งแรง แพร่กระจายอยู่ในดินอย่างกว้างขวาง สามารถดึงดูดน้ําและธาตุอาหารได้ดี การออกดอกออกผลจะเร็วขึ้น และธาตโุ พแทสเซยี ม มคี วามสาํ คญั ในการสรา้ งและการ เคล่ือนยา้ ยอาหารพวกแป้งและน้ําตาลไปเลี้ยง ส่วนท่ี กําลังเติบโต และส่งไปเก็บไว้เป็นเสบียงท่ี หัวหรือที่ลําต้น ดังน้ันพืชพวกอ้อย มะพร้าว และ มัน จึงต้องการ โพแทสเซียมสงู มาก
14 6. แนวคิดเก่ยี วกับการวัดความพึงพอใจ ภณดิ า ชัยปัญญา ( 2541 : 11 ) ได้กลา่ วไวว้ ่า การวดั ความพึงพอใจน้ัน สามารถทําไดห้ ลายวธิ ี ดังต่อไปนี้ 1. การใชแ้ บบสอบถาม โดยผู้ออกแบบสอบถาม ต้องการทราบความคิดเหน็ ซึ่งสามารถกระทาํ ได้ใน ลกั ษณะกาํ หนดคาํ ตอบให้เลือก หรอื ตอบคาํ ถามอสิ ระ คําถามดังกลา่ ว อาจถามความพอใจในด้านตา่ ง ๆ เพ่อื ใหผ้ ตู้ อบทกุ คนมาเป็นแบบแผนเดียวกนั มกั ใชใ้ นกรณที ีต่ ้องการขอ้ มลู กล่มุ ตัวอย่างมาก ๆ วิธีนีน้ ับเป็นวิธีท่ี นิยมใชก้ นั มากท่ีสดุ ในการวดั ทัศนคติ รปู แบบของแบบสอบถามจะใช้มาตรวดั ทศั นคติ ซ่งึ ทนี่ ยิ มใชใ้ นปจั จบุ ันวิธี หนงึ่ คือ มาตราสว่ นแบบลเิ คริ ท์ ประกอบด้วยขอ้ ความที่แสดงถึงทัศนคติของบคุ คลท่ีมตี อ่ ส่งิ เรา้ อยา่ งใดอยา่ ง หน่ึงทมี่ ีคาํ ตอบทแ่ี สดงถงึ ระดบั ความรู้สกึ 5 คําตอบ เช่น มากทส่ี ดุ มาก ปานกลาง น้อย นอ้ ยทส่ี ดุ 2. การสมั ภาษณ์ เปน็ วธิ กี ารท่ีผูว้ จิ ยั จะตอ้ งออกไปสอบถามโดยการพูดคยุ โดยมกี ารเตรยี มแผนงาน ล่วงหน้า เพื่อใหไ้ ด้ข้อมูลที่เปน็ จริงมากท่สี ุด 3. การสงั เกต เป็นวิธวี ดั ความพงึ พอใจ โดยการสังเกตพฤตกิ รรมของบคุ คลเป้าหมายไม่วา่ จะแสงด ออกจากการพูดจา กริยา ทา่ ทาง วิธนี ีต้ อ้ งอาศัยการกระทําอย่างจรงิ จัง และสงั เกตอยา่ งมีระเบียบแบบแผน วิธี น้เี ป็นวธิ ีการศึกษาท่ีเกา่ แก่ และยงั เปน็ ที่นิยมใชอ้ ย่างแพร่หลายจนถงึ ปัจจุบัน แหล่งท่ีมา ; Maitree Pongsapan. การวดั ความพึงพอใจ. [ออนไลน์].เข้าถงึ ได้จาก: http://maitree3.blogspot.com/p/blog-page_18.html. (วนั ทค่ี น้ ข้อมูล: 1 มถิ ุนายน 2558). จากการศึกษาการวัดความพงึ พอใจ สรปุ ได้ว่าการวัดความพงึ พอใจเป็นการบอกถงึ ความชอบของ บุคคลทม่ี ีตอ่ สง่ิ หนงึ่ ส่ิงใด ซึง่ สามารถวัดไดห้ ลายวิธี การสัมภาษณ์ การใชแ้ บบสอบถามความคิดเหน็ การใช้ แบบสํารวจความรสู้ กึ 7. แนวคดิ เกี่ยวกบั การสมั ภาษณ์ การสมั ภาษณ์ คอื การคยุ อย่างมีจดุ มงุ่ หมาย ซงึ่ นิยมใชเ้ ปน็ เครอ่ื งมือวดั ผลการศกึ ษาเก่ยี วกบั คณุ ลักษณะด้านความรสู้ กึ เป็นสว่ นใหญ่ เช่น เกยี่ วกับบคุ ลกิ ภาพ การปรบั ตัว เจตคติ ความสนใจ รวมทง้ั คุณลกั ษณะเกยี่ วกับการปฏิบัติในด้านวิธกี ารปฏบิ ัติ การใช้การสมั ภาษณเ์ พอื่ วดั ความสามารถในด้านความรู้ ความคดิ ทางสตปิ ัญญากส็ ามารถใชไ้ ด้ แต่ต้องระมัดระวังในกรณที ่ผี ้ถู กู สัมภาษณม์ หี ลายคน และใชค้ าํ ถามคน ละชนดิ คนละเรอื่ ง ซง่ึ จะทาํ ใหเ้ กดิ ปัญหาในเรือ่ งการเปรยี บเทียบคะแนน ประเภทของการสมั ภาษณ์ การสมั ภาษณ์แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท ดังน้ี 1. การสมั ภาษณแ์ บบเปน็ ทางการ เปน็ การสัมภาษณท์ ผ่ี สู้ มั ภาษณต์ อ้ งเตรียมคาํ ถามหรอื แบบ สมั ภาษณ์ล่วงหน้าใหค้ รอบคลุมเนอ้ื หาหรอื เร่อื งราวทต่ี อ้ งการทราบจากผู้ถกู สมั ภาษณ์ 2. การสมั ภาษณ์แบบไม่เป็นทางการ เป็นการสัมภาษณ์ท่ีผ้สู มั ภาษณ์เตรยี มแตจ่ ุดมงุ่ หมายไวแ้ ลว้ ใช้ วิธกี ารสนทนาซกั ถามแลกเปลยี่ นความคิดเห็น โดยผสู้ มั ภาษณ์ตอ้ งพยายามให้ผูถ้ ูกสมั ภาษณ์รู้สกึ ว่ามี บรรยากาศที่เป็นกันเอง และอาจมกี ารป้อนคาํ ถามนาํ บา้ ง
15 หลักเกณฑใ์ นการสมั ภาษณ์ 1. ผสู้ มั ภาษณ์ตอ้ งมจี ุดมุ่งหมายท่ีชัดเจนวา่ ตอ้ งการรสู้ ง่ิ ใดจากผู้ถกู สัมภาษณ์ 2. ผสู้ มั ภาษณต์ อ้ งเตรียมคําถามหรอื คําสัมภาษณท์ เ่ี ก่ยี วขอ้ งไวล้ ่วงหน้า 3. ผู้สมั ภาษณต์ อ้ งสรา้ งความเปน็ กันเองโดยการย้ิมแย้มแจ่มใสแก่ผถู้ กู สมั ภาษณ์ 4. ผสู้ มั ภาษณค์ วรรเู้ ร่อื งท่ีตนเองจะสัมภาษณเ์ ป็นอยา่ งดเี พ่ือช่วยในการสรุปผล และชว่ ยในการตง้ั คําถามเสริมระหว่างทสี่ มั ภาษณ์ 5. ตอ้ งมกี ารจดบนั ทกึ ผลการสมั ภาษณ์อย่างรวดเรว็ เพื่อไม่ใหผ้ ้ถู กู สัมภาษณห์ วาดระแวง ขั้นตอนของการสัมภาษณ์ การสมั ภาษณ์มขี ้ันตอนในการดาํ เนนิ การ 3 ขั้น ดงั นี้ 1. ขน้ั เรม่ิ สมั ภาษณ์ ผู้สัมภาษณค์ วรคํานึงถงึ เทคนคิ ทีส่ าํ คญั ดงั ต่อไปน้ี 1.1 ผู้สัมภาษณจ์ ะตอ้ งแนะนาํ ตนเอง บอกจุดมงุ่ หมายของการสมั ภาษณ์ พร้อมท้งั พยายาม ชแ้ี นะให้ผู้ถกู สมั ภาษณเ์ หน็ ว่าเขามสี ว่ นสาํ คญั มากในการทจี่ ะทาํ ใหง้ านเก็บรวบรวมข้อมูลครงั้ น้ีสาํ เร็จลลุ ว่ งไป ได้อยา่ งสมบรู ณ์ และจะตอ้ งชี้แจงแก่ผถู้ ูกสมั ภาษณ์ดว้ ยวา่ ข้อมูลคร้งั นถ้ี ือเปน็ ความลบั และถ้าจะบนั ทึกเทป ตอ้ งแจ้งแก่ผู้ถกู สัมภาษณใ์ หท้ ราบกอ่ นดว้ ย 1.2 พยายามสรา้ งบรรยากาศ และสมั พันธภาพที่ดใี นการสมั ภาษณ์ โดยใชเ้ วลาเลก็ นอ้ ยสนทนา เร่อื งที่ผูถ้ ูกสัมภาษณ์สนใจทว่ั ๆ ไปก่อน เพือ่ ใหผ้ ถู้ ูกสมั ภาษณ์มคี วามคุ้นเคย มคี วามรู้สกึ เปน็ มิตร และ ไวว้ างใจผู้สัมภาษณ์ 2. ข้ันสมั ภาษณเ์ น้ือหา ผสู้ มั ภาษณ์ควรคํานงึ ถงึ เทคนคิ ดงั ต่อไปน้ี 2.1 คําถามควรสนั้ กะทัดรัด และปล่อยให้ผถู้ กู สัมภาษณพ์ ูดอย่างเสรเี พือ่ ที่เขาจะไดร้ ูส้ กึ วา่ เขามี อสิ ระที่จะพดู ตามท่เี ขาคิด 2.2 อย่าวพิ ากษ์วิจารณ์ หรือสงั่ สอนผ้ใู ห้สมั ภาษณ์ เม่อื ผู้ใหส้ มั ภาษณใ์ หข้ อ้ มูลหรือมีพฤติกรรมที่ ขัดแยง้ กบั ทส่ี งั คมยอมรบั 2.3 อย่าใชค้ ําถามทเี่ ป็นการช้แี นะคําตอบ 2.4 ในระหว่างสัมภาษณ์ ผสู้ มั ภาษณไ์ ม่ควรจะเรง่ รดั หรือคาดคนั้ คาํ ตอบจากผใู้ หส้ มั ภาษณ์ 2.5 ในกรณที ผี่ ้สู มั ภาษณ์ยงั ไม่ได้คําตอบทช่ี ดั เจนหรอื เปน็ ที่พอใจ ถ้ายงั ไมค่ นุ้ เคยกนั นักอาจจะผ่าน ไปกอ่ น เมอื่ จบการสมั ภาษณ์แลว้ คอ่ ยย้อนกลบั มาถามใหม่ โดยกลา่ วในเชงิ ทบทวนคาํ ถาม หรอื ทบทวน คาํ ตอบแบบสุภาพ 3. ข้นั ยตุ กิ ารสัมภาษณ์ ควรกล่าวคําขอบคณุ ผ้ใู ห้สมั ภาษณท์ ใี่ หค้ วามร่วมมอื เปน็ อย่างดีในการ สัมภาษณ์ การจดบนั ทึกคาํ ตอบในแบบสมั ภาษณ์ การจดบนั ทึกคาํ ตอบในการสมั ภาษณ์ มแี นวปฏิบตั ดิ งั น้ี 1. ตอ้ งจดบันทกึ ทันทหี ลงั จากการสมั ภาษณ์แลว้ เพื่อกันลืมหรือสับสน 2. รายละเอยี ดที่จะบนั ทกึ ไดแ้ ก่ ชือ่ ผู้ใหส้ มั ภาษณ์ ทอี่ ยู่ วันทีส่ มั ภาษณ์ ผลการสัมภาษณ์ ซง่ึ ประกอบดว้ ย เร่อื งท่สี ัมภาษณ์ คาํ ตอบของผใู้ ห้สมั ภาษณ์ ความคิดเห็นของผ้ใู ห้สมั ภาษณ์ท่ีมีตอ่ ปญั หา ข้อสังเกตทีไ่ ดใ้ นขณะสัมภาษณเ์ กย่ี วกบั ปญั หาน้ัน ๆ สรุปขอ้ เสนอแนะและสรุปผลการสมั ภาษณ์
16 3. ควรบนั ทกึ แต่เนือ้ หาสาระเทา่ น้นั ไมค่ วรใส่ความคิดเหน็ ของผูส้ มั ภาษณเ์ พราะอาจก่อให้เกิดความเอน เอยี งได้ 4. ถา้ ไม่ไดค้ ําตอบในการสัมภาษณ์ในคาํ ถามใดผู้สมั ภาษณ์ควรจะบันทกึ เหตุผลไวด้ ้วย การใชก้ ารสัมภาษณ์ การสมั ภาษณม์ ีลกั ษณะเหมือนการสอบปากเปลา่ โดยใชป้ ระสาทสัมผสั เปน็ สอื่ ซ่งึ จะตอ้ งระมดั ระวัง ดังน้ี 1. ผลของการสมั ภาษณข์ ึ้นอยกู่ บั ลกั ษณะของผสู้ ัมภาษณ์ วธิ กี าร และคําถามทจี่ ะใช้ ผู้สัมภาษณ์ จงึ ควรมลี กั ษณะดงั น้ี 1.1 มีการเตรียมตวั ใหพ้ ร้อม คําพดู ท่าทาง ตอ้ งเหมาะสมถูกกาลเทศะ 1.2 มคี วามคลอ่ งแคลว่ ในการใชค้ าํ ถาม และการสรุปผล 1.3 มกี ารกระต้นุ เตือนในการใช้คําถามยวั่ ยใุ หผ้ ถู้ ูกสมั ภาษณต์ อบคําถาม แต่ไม่ใช้คําพดู แบบตี โวหารหรอื เล่นสาํ นวน 1.4 พยายามถามเรือ่ งที่ผู้ถกู สัมภาษณ์อยากตอบ และไมถ่ ามเชิงแนะคาํ ตอบ 2. ผู้ถกู สมั ภาษณจ์ ะใหข้ ้อเทจ็ จรงิ และรายละเอียดมากนอ้ ยเพยี งใดย่อมขึ้นอยกู่ ับความร่วมมอื เป็น สาํ คัญ ดังน้นั ผสู้ ัมภาษณค์ วรปฏบิ ตั ิตอ่ ผู้ถูกสัมภาษณ์ ดงั น้ี 2.1 สรา้ งความเป็นกนั เองเพือ่ ไมใ่ หร้ สู้ กึ อดึ อัด มีอิสระในการตอบ 2.2 ให้ความสนใจ และความจรงิ ใจ 2.3 ไมค่ วรถามในเร่อื งทท่ี ําให้เสียศกั ด์ิศรีหรอื เป็นจุดบกพร่องทร่ี ุนแรงของผถู้ ูกสมั ภาษณ์ 3. ควรมกี ารตดิ ต่อนดั หมายและแจง้ วตั ถุประสงคใ์ หผ้ ถู้ ูกสัมภาษณ์ทราบลว่ งหนา้ 4. พยายามอย่าใหม้ อี คตทิ างอารมณเ์ กดิ ขน้ึ กบั ผสู้ ัมภาษณ์หรือผ้ถู ูกสัมภาษณ์ 5. ไมค่ วรใชเ้ วลาสัมภาษณ์ติดตอ่ กนั นานเกนิ ไป ข้อดขี องการสมั ภาษณ์ 1. ใชไ้ ดก้ บั คนทกุ เพศ ทกุ วัย แมผ้ ทู้ อ่ี ่านหนงั สอื ไมอ่ อก หรือเขยี นไม่ได้กส็ ามารถให้ ข้อมลู โดยการ สัมภาษณไ์ ด้ 2. การสมั ภาษณ์เปน็ การสร้างความเปน็ กนั เองกับผสู้ ัมภาษณโ์ ดยตรง 3. ผถู้ ูกสัมภาษณส์ ามารถซักถามคาํ ถามให้เขา้ ใจกอ่ นทีจ่ ะตอบได้ 4. ขอ้ มลู ทไ่ี ด้มีความเชือ่ ถอื ได้มากกวา่ แบบสอบถาม 5. ผู้ถกู สัมภาษณม์ โี อกาสแสดงความคดิ เห็นและซกั ถามเมอื่ ไมเ่ ขา้ ใจได้ 6. ผู้สมั ภาษณ์สามารถอ่านความรสู้ ึกนกึ คดิ ของผใู้ หส้ ัมภาษณใ์ นเรอื่ งตา่ ง ๆ ได้ ขอ้ เสยี ของการสมั ภาษณ์ 1. ขอ้ มูลทไ่ี ดข้ น้ึ อย่กู บั ผสู้ มั ภาษณ์โดยตรงไดแ้ ก่คุณสมบตั ิของผสู้ มั ภาษณ์ เชน่ บคุ ลิกภาพ มนษุ ย สัมพนั ธ์ ไหวพริบ การตัดสินใจ เปน็ ต้น 2. อารมณข์ องผสู้ ัมภาษณ์และผู้ถกู สัมภาษณ์ มีผลต่อความเที่ยงตรงของข้อมูลท่ไี ดจ้ ากการสมั ภาษณ์ 3. การสัมภาษณ์ต้องใชเ้ วลามากเพราะต้องสัมภาษณเ์ ปน็ รายบุคคล 4. ขอ้ มูลท่ีได้ข้นึ อยูก่ บั อิทธิพลของสง่ิ แวดลอ้ ม เช่น สภาพอากาศ แสง เสียงรบกวน เป็นตน้
17 แหลง่ ท่ีมา ; สถาบันการพลศึกษา วทิ ยาเขตชุมพร. การสัมภาษณ.์ [ออนไลน]์ .เข้าถงึ ได้จาก: http://www.ipecp.ac.th/ipecp/cgi-binn/webpili/unit5/level5-4.html. (วันท่ีคน้ ขอ้ มูล: 1 มถิ ุนายน 2558). จากการศึกษาแนวคิดเก่ียวกับการสัมภาษณ์ สรุปได้ว่า การสัมภาษณ์มีขั้นตอนในการดําเนินการ 3 ขั้น ดังน้ี ข้ันที่ 1 เริ่มสัมภาษณ์ ผู้สัมภาษณ์จะต้องแนะนําตนเอง บอกจุดมุ่งหมายของการสัมภาษณ์ พยายาม สร้างบรรยากาศ และสัมพันธภาพที่ดีในการสัมภาษณ์ ขั้นท่ี 2 ขั้นสัมภาษณ์เนื้อหา ผู้สัมภาษณ์ควรคํานึงถึง เทคนิค ดังต่อไปน้ี คําถามควรสั้นกะทัดรัด อย่าวิพากษ์วิจารณ์ หรือสั่งสอนผู้ให้สัมภาษณ์ อย่าใช้คําถามที่ เป็นการช้ีแนะคําตอบ ในระหว่างสัมภาษณ์ ผู้สัมภาษณ์ไม่ควรจะเร่งรัด หรือคาดคั้นคําตอบจากผู้ให้ สัมภาษณ์ ในกรณีท่ีผู้สัมภาษณ์ยังไม่ได้คําตอบท่ีชัดเจนหรือเป็นท่ีพอใจ ถ้ายังไม่คุ้นเคยกันนักอาจจะผ่านไป ก่อน เม่ือจบการสัมภาษณ์แล้วค่อยย้อนกลับมาถามใหม่ โดยกล่าวในเชิงทบทวนคําถาม หรือทบทวนคําตอบ แบบสุภาพ ขั้นที่ 3 ขั้นยุติการสัมภาษณ์ ควรกล่าวคําขอบคุณผู้ให้สัมภาษณ์ท่ีให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีใน การสมั ภาษณ์ 8. งานวจิ ยั ทเ่ี กยี่ วข้อง ดร.สุรยิ า สาสนรักกิจ สถาบนั วจิ ัยวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีแหง่ ประเทศไทย โดยเปน็ ผลงานวจิ ัย จากการวจิ ัยระหวา่ ง ปี พ.ศ. 2538-2540 โดยใช้งบประมาณของ วท. ดร.สุริยาได้กลา่ วไว้ว่า ปุย๋ ปลาหมักเป็น ปยุ๋ นา้ํ ชวี ภาพที่ไดจ้ ากการยอ่ ยสลายวสั ดเุ หลอื ใช้จากปลา ไดแ้ ก่ หัวปลา ก้างปลา หางปลา พุงปลา และเลอื ด ผ่านขบวนการหมกั โดยการย่อยสลายโดยการใช้เอนไซม์ ซ่ึงเกดิ ข้ึนเองโดยธรรมชาติ หลังจากหมักจนไดท้ แี่ ลว้ จะไดส้ ารละลายสนี ํา้ ตาลเขม้ ประกอบด้วยธาตอุ าหารหลกั ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรสั โพแทสเซยี ม นอกจากนป้ี ุย๋ ปลายังประกอบด้วยธาตุอาหารรอง ไดแ้ ก่ แคลเซียม แมกนีเซยี ม และกาํ มะถนั และธาตุอาหาร เสริมได้แก่ เหลก็ ทองแดง และแมงกานสี นอกจากน้ีปยุ๋ ปลายงั ประกอบด้วยโปรตีนและกรดอะมโิ น ซง่ึ เกดิ จากกระบวนการยอ่ ยสลายของโปรตีนในตัวปลา ซึง่ จากข้อมลู ทางวชิ าการบ่งช้ชี ัดว่ากรดอะมิโนสามารถจบั ตัว กบั ธาตอุ าหาร ปยุ๋ ทาํ ให้ ปยุ๋ สามารถดูดซึมเขา้ สตู่ น้ พชื ไดเ้ รว็ ขึ้น ซง่ึ ตรงกบั คําบอกเล่าของเกษตรกรทพี่ บว่าปยุ๋ ปลาหมกั ช่วยพฒั นาคณุ ภาพของผลติ ภัณฑ์ เชน่ ดอกไมม้ ีสสี ดขน้ึ ผลไมม้ คี ุณภาพดี และชว่ ยเร่งการแตกยอด และดอกใหม่ ตลอดจนการเพิม่ ผลผลิตของพชื พบวา่ แมธ้ าตุอาหารหลกั ธาตอุ าหารรอง และธาตอุ าหารเสริม ตลอดจนสารควบคุมการเจรญิ เติบโตพชื จะพบจากในนา้ํ สกัดชวี ภาพในปรมิ าณนอ้ ย แตจ่ ากการที่เกษตรกร สามารถผลิตไดเ้ อง ลงทนุ ต่ํา เมอ่ื เปรียบเทียบกับปุ๋ยเคมีและสารเคมีปอ้ งกนั กําจดั ศัตรูพชื จึงทาํ ให้เกดิ การ ขยายผลและใช้กันอยา่ งแพร่หลาย แหลง่ ทีม่ า; สุรยิ า สาสนรักกจิ .ปุ๋ยชวี ภาพจากเศษปลา.[ออนไลน์].เขา้ ถงึ ได้ จาก: http://www.siamfishing.com/content/view.php?nid=20345&cat=article (วนั ท่ีค้นข้อมลู : 1 มถิ ุนายน 2558).
18 จากการศึกษางานวจิ ยั ท่เี กี่ยวขอ้ งกบั น้าํ หมักชีวภาพ พบว่า ปยุ๋ ปลาหมกั เปน็ ปุ๋ยน้ําชีวภาพทีไ่ ดจ้ ากการ ย่อยสลายวัสดุเหลอื ใช้จากปลา ได้แก่ หัวปลา กา้ งปลา หางปลา พุงปลา และเลือด ผ่านขบวนการหมกั โดยการ ยอ่ ยสลายโดยการใชเ้ อนไซม์ ซ่งึ เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ หลังจากหมกั จนไดท้ แ่ี ล้ว จะได้สารละลายสนี าํ้ ตาล เขม้ ประกอบดว้ ยธาตุอาหารหลัก หลายชนดิ ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซยี ม นอกจากนปี้ ุย๋ ปลายัง ประกอบด้วยธาตุอาหารรอง ไดแ้ ก่ แคลเซียม แมกนเี ซยี ม และกาํ มะถัน และธาตุอาหารเสรมิ ได้แก่ เหลก็ ทองแดง และแมงกานีส นอกจากนป้ี ๋ยุ ปลายงั ประกอบดว้ ยโปรตนี และกรดอะมโิ น
19 บทที่ 3 วธิ ีดําเนนิ การศกึ ษา การศึกษาเรื่องน้ําหมกั ชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิลผู้ศกึ ษาไดด้ ําเนินการในรปู แบบการวจิ ยั เชิง ทดลอง ซง่ึ รูปแบบการศึกษามลี าํ ดับขนั้ ตอน ดังน้ี ขน้ั ตอนท่ี 1 ขน้ั เตรยี มการ ขนั้ ตอนท่ี 2 ขั้นสร้างเครื่องมอื ขน้ั ตอนที่ 3 ขั้นดาํ เนนิ การศกึ ษาและทดลอง ขัน้ ตอนที่ 4 ขน้ั วเิ คราะห์ขอ้ มลู ขนั้ ตอนท่ี 1 ขน้ั เตรียมการ 1. ตวั แปรทใ่ี ช้ในการศกึ ษา 1.1 ตัวแปรอิสระ (Independent Variable) ไดแ้ ก่ น้ําหมักชีวภาพจากเครอ่ื งในปลานลิ 1.2 ตวั แปรตาม (Dependent Variable) ไดแ้ ก่ 1) ผลการศกึ ษากระบวนการการทาํ นํ้าหมกั ชวี ภาพจากเครอ่ื งในปลานลิ 2) ผลการเปรยี บเทียบปริมาณธาตไุ นโตรเจน ฟอสฟอรสั และโพแทสเซยี ม ท่ีมีอยูใ่ นน้ําหมักชวี ภาพจากเครอื่ งในปลานลิ น้าํ หมักชีวภาพจากสบั ปะรด และน้ําหมกั ชีวภาพจลุ นิ ทรยี ์ 3) ผลการเปรยี บเทยี บปริมาณกรด-เบส ท่มี อี ยูใ่ นน้าํ หมกั ชีวภาพจากเครือ่ งในปลานิล นํ้าหมกั ชีวภาพจากสบั ปะรด และน้ําหมกั ชวี ภาพจลุ ินทรีย์ 4) ผลการเปรยี บเทยี บการเจรญิ เติบโตของตน้ ผักบ้งุ โดยใชน้ าํ้ หมักชีวภาพจากเคร่ืองใน ปลานิลกับ น้ําหมกั ชีวภาพจากสับปะรด และน้ําหมักชวี ภาพจุลินทรยี ์ และไม่ใส่น้าํ หมกั ชวี ภาพ 5) ผลการศึกษาความพงึ พอใจของชมุ ชนท่มี ตี อ่ การขยายผลเรอื่ งนา้ํ หมักชวี ภาพจาก เคร่ืองในปลานลิ ลงสชู่ มุ ชน ณ บ้านหนองบวั ตาํ บลท่าตมุ้ อําเภอปา่ ซาง จงั หวัดลําพูน 6) ผลการศึกษาการนํานํ้าหมกั ชวี ภาพจากเครื่องในปลานลิ ไปใชใ้ นการปลูกพืชในชมุ ชน ณ บ้านหนองบวั ตาํ บลทา่ ตุ้ม อาํ เภอปา่ ซาง จังหวดั ลาํ พนู ขั้นตอนท่ี 2 ขน้ั สร้างเคร่ืองมอื ทใ่ี ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมข้อมูล เครื่องมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย 1) แบบบันทึกผลการศึกษากระบวนการการ ทํานํ้าหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิล 2) แบบบันทึกผลการเปรียบเทียบปริมาณธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ท่ีมีอยู่ในนํ้าหมักชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิล น้ําหมักชีวภาพจากสับปะรด และนํ้าหมัก ชีวภาพจุลินทรีย์ 3) แบบบันทึกผลการเปรียบเทียบปริมาณ กรด-เบส ท่ีมีอยู่ในน้ําหมักชีวภาพจากเคร่ืองใน ปลานิล นํ้าหมักชีวภาพจากสับปะรด และนํ้าหมักชีวภาพจุลินทรีย์ 4) แบบบันทึกผลการเปรียบเทียบการ เจรญิ เติบโตของต้นผักบุ้ง โดยใช้น้ําหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิลกับ น้ําหมักชีวภาพจากสับปะรด นํ้าหมัก
20 ชีวภาพจุลินทรีย์ และไม่ใส่นํ้าหมักชีวภาพ 5) แบบสอบถามความพึงพอใจของชุมชนที่มีต่อการขยายผลเรื่อง นํ้าหมักชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิล ลงสู่ชุมชน ณ บ้านหนองบัว ตําบลท่าตุ้ม อําเภอป่าซาง จังหวัดลําพูน และ 6) แบบบันทึกผลการสัมภาษณ์การนํานํ้าหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิลไปใช้ในการปลูกพืชในชุมชน ณ บา้ นหนองบัว ตาํ บลทา่ ตุ้ม อําเภอป่าซาง จังหวัดลําพนู ผศู้ กึ ษาได้ดาํ เนินการสรา้ งและพัฒนาเครอ่ื งมือทีใ่ ช้ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู โดยมีขัน้ ตอน ดังน้ี 1.1 ศกึ ษาเอกสาร ตาํ รา และงานศึกษาท่เี กย่ี วข้องกบั น้ําหมักชีวภาพ แนวคิดเกี่ยวกับเครื่องใน ปลานิล แนวคดิ เก่ียวกับกระบวนการทาํ น้าํ หมกั ชีวภาพจากเครือ่ งในปลานิล แนวคดิ เกี่ยวกับการเจริญเติบโต ของผักบงุ้ แนวคิดเกยี่ วกับชุดทดสอบสําเรจ็ รปู ธาตไุ นโตรเจน ธาตฟุ อสฟอรัส ธาตุฟอสฟอรสั และกรด-เบสใน ดิน (Quick Soil test) แนวคดิ เกี่ยวกับความพงึ พอใจ แนวคดิ เกยี่ วกบั การสัมภาษณ์ 1.2 ออกแบบเคร่ืองมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบบันทึกผลการศึกษา กระบวนการ การทํานํ้าหมักชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิล 2) แบบบันทึกผลการเปรียบเทียบปริมาณธาตุ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ที่มีอยู่ในนํ้าหมักชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิล นํ้าหมักชีวภาพจาก สับปะรด และนํ้าหมักชีวภาพจุลินทรีย์ 3) แบบบันทึกผลการเปรียบเทียบปริมาณ กรด-เบส ที่มีอยู่ในนํ้าหมัก ชีวภาพจากเครื่องในปลานิล น้ําหมักชีวภาพจากสับปะรด และน้ําหมักชีวภาพจุลินทรีย์ 4) แบบบันทึกผลการ เปรียบเทียบการเจริญเติบโตของต้นผักบุ้ง โดยใช้นํ้าหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิลกับ นํ้าหมักชีวภาพจาก สบั ปะรด และน้ําหมกั ชวี ภาพจุลินทรีย์ และไม่ใส่น้ําหมักชีวภาพ 5) แบบสอบถามความพึงพอใจของชุมชนที่มี ต่อการขยายผลการใช้น้ําหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิล ลงสู่ชุมชน ณ บ้านหนองบัว ตําบลท่าตุ้ม อําเภอ ป่าซาง จังหวัดลําพูน และ 6) แบบบันทึกผลการสัมภาษณ์การนํานํ้าหมักชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิลไปใช้ ในการปลูกพชื ในชุมชน ณ บา้ นหนองบวั ตาํ บลทา่ ตุ้ม อาํ เภอปา่ ซาง จังหวัดลําพูน 1.3 นําเคร่ืองมือทีใ่ ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมข้อมลู ทอี่ อกแบบไปเสนอต่อครูทีป่ รกึ ษางานวจิ ัยเพอื่ ตรวจสอบความถกู ต้องของเนอ้ื หากบั วตั ถุประสงค์ของการศกึ ษา 1.4 นํา ไปใหผ้ ู้เชี่ยวชาญ จํานวน 3 ทา่ น พจิ ารณาตรวจสอบความตรงของเน้ือหาและกจิ กรรมใน การศกึ ษาว่ามคี วามสอดคล้องกับวตั ถุประสงคข์ องการศกึ ษา เร่ืองนํ้าหมักชวี ภาพจากเครอื่ งในปลานิลโดย วิธกี ารหาความเทีย่ งตรงเชงิ พินิจ (Face Validity) ดังน้ี + 1 หมายถึง แนใ่ จวา่ เคร่ืองมอื ทใี่ ช้ในการเก็บรวบรวมขอ้ มูล มคี วามเหมาะสมและ สอดคลอ้ งกบั วัตถปุ ระสงคข์ องการศึกษา 0 หมายถึง ไม่แนใ่ จวา่ เครือ่ งมือทใี่ ชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมูล มคี วามเหมาะสมและ สอดคล้องกับวัตถปุ ระสงค์ของการศึกษา - 1 หมายถงึ แน่ใจวา่ เคร่อื งมอื ที่ใชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมูล ไมม่ คี วามเหมาะสมและ สอดคล้องกบั วตั ถปุ ระสงค์ของการศึกษา 1.5 นําเคร่อื งมอื ทใี่ ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมข้อมูล ท่ีผ่านการตรวจสอบจากผ้เู ชี่ยวชาญมาคํานวณหา ดชั นีความสอดคลอ้ ง (Index of Item objective congruenceหรือเรยี กชอ่ื ยอ่ ว่า IOC) และได้ค่าความ สอดคล้องโดยรวมเท่ากบั 1.00 ทุกเครื่องมอื ทีใ่ ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล 1.6 ปรบั ปรงุ แกไ้ ขตามคําแนะนาํ ผูเ้ ชย่ี วชาญแล้วนาํ ไปใชใ้ นการศกึ ษาตอ่ ไป
21 ข้นั ตอนที่ 3 ขนั้ ดาํ เนนิ การศึกษาและทดลอง ตอนที่ 1 การศึกษากระบวนการการทาํ นา้ํ หมักชวี ภาพจากเครื่องในปลานลิ 1. เตรยี มแบบบันทึกผลการศกึ ษากระบวนการทาํ นา้ํ หมกั ชีวภาพจากเครื่องใน ปลานิล 2. ศึกษากระบวนการทาํ นาํ้ หมักชวี ภาพ โดยการสัมภาษณ์ นางมยุรี รัตนบรุ ี อยู่ บา้ นเลขที่ 2 บ้านแซม ตําบลม่วงน้อย อําเภอป่าซาง จังหวัดลําพูน 3. บันทึกขอ้ มลู 4. นําข้อมลู มาวิเคราะหเ์ พือ่ นาํ มาหาแนวทางในการทาํ นํา้ หมักชีวภาพจากเครอื่ งใน ปลานิล 5. สรุปผลการทาํ น้าํ หมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิล 6. ลงมือทาํ น้ําหมกั ชวี ภาพจากเครือ่ งในปลานิล 7. นาํ น้ําหมักชีวภาพทไ่ี ดไ้ ปใช้ในการศกึ ษาตอ่ ไป ตอนที่ 2 การเปรียบเทยี บปริมาณธาตไุ นโตรเจน ฟอสฟอรสั และโพแทสเซยี ม ทีม่ อี ยู่ในนาํ้ หมกั ชวี ภาพจากเคร่ืองในปลานลิ นาํ้ หมกั ชวี ภาพจากสบั ปะรด และนาํ้ หมกั ชวี ภาพจลุ ลนิ ทรีย์ 1. การเปรยี บเทียบปริมาณธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซยี ม ทม่ี ีอยใู่ นน้ําหมัก ชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิล น้ําหมักชีวภาพจากสับปะรด และนํ้าหมักชีวภาพจุลลินทรีย์ หมายถึงการนําค่า การตรวจสอบปริมาณธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ที่ได้จากนํ้าหมักชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิล น้ําหมักชีวภาพจากสับปะรด และน้ําหมักชีวภาพจุลินทรีย์ มาเปรียบเทียบกัน ซ่ึงในการทดสอบได้ประยุกต์ใช้ ชุดทดสอบสําเร็จรูป NPK ในดิน (Quick Soil test) เน่ืองจากสารที่ใช้ในการทดสอบมีลักษณะเป็นผงถ้า นําไปใช้ทดสอบกับดินต้องนําดินไปผสมนํ้าในอัตราส่วน (1 : 25) ทําให้อยู่ในรูปสถานะของของเหลวก่อนการ ทดสอบ จึงมีแนวความคิดว่าสามารถนําไปใช้กับสารท่ีมีสถานะเป็นของเหลวได้ และธาตุท่ีต้องการทราบเป็น ธาตุไนโตรเจน ธาตุฟอสฟอรัส และธาตุโพแทสเซียม อย่างเดียวกัน ท้ังนี้ผู้ศึกษาได้ขอคําแนะนําจากครูท่ี ปรึกษางานวิจัยคุณครู จุฬารัตน์ ป้อมเสมา ครูชํานาญการพิเศษ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนป่าซาง อําเภอปา่ ซาง จงั หวัดลําพูน คุณครูนพดล บุญภา ครูผู้สอนรายวิชาชีววิทยา โรงเรียนป่าซาง อําเภอป่าซาง จังหวัดลําพูน และคุณครูสยาม หอมโกศล ครูชํานาญการพิเศษ สาขาวิชาเกษตร โรงเรียนป่าซาง อําเภอ ป่าซาง จังหวัดลําพูน โดยนํานํ้าหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิล น้ําหมักชีวภาพจากสับปะรด และน้ําหมัก ชีวภาพจุลินทรีย์ อย่างใดอย่างหน่ึงมาทดสอบกับผงการทดสอบ แล้วนําไปเทียบกับแผ่นสีของชุดทดสอบ ซึ่ง มีการกําหนดค่าปริมาณธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ไว้อยู่ด้วยกัน 3 ค่าได้แก่ มีปริมาณตํ่า มปี ริมาณปานกลาง และมีปริมาณสูง ดังขน้ั ตอนตอ่ ไปน้ี 2. ข้นั ทดสอบปรมิ าณธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ขั้นท่ี 1 ทดสอบนํ้าหมกั ชวี ภาพจากเครื่องในปลานิล 1) นํา้ หมกั ชวี ภาพจากเครอ่ื งในปลานิล ลงในบกี เกอร์ 10 ml
22 2) นําน้ําหมักชวี ภาพจากเครอ่ื งในปลานลิ ใสห่ ลอดทดลองตามสเกลขดี ที่ 1 จาํ นวน 3 หยด 3) ตกั ผงทดสอบสตู ร N P K ใสล่ งในหลอดทดลองท่ี 1, 2 และ3 ตามลาํ ดับ 4) ปิดฝาจุกทงั้ 3 หลอด เขย่าใหเ้ ข้ากนั แลว้ ตั้งท้งิ ไว้ 5 นาที 5) เปรยี บเทยี บกบั แผน่ สขี องชุดทดสอบ 6) บันทกึ ผล ข้ันท่ี 2 ทดสอบน้าํ หมกั ชวี ภาพจากสับปะรด 1) น้าํ หมักชีวภาพจากสับปะรด ลงในบีกเกอร์ 10 ml 2) นาํ นํา้ หมกั ชีวภาพจากสับปะรด ใส่หลอดทดลองตามสเกลขดี ที่ 1 จาํ นวน 3 หยด 3) ตกั ผงทดสอบสูตร N P K ใสล่ งในหลอดทดลองท่ี 1, 2 และ3 ตามลําดับ 4) ปิดฝาจุกทง้ั 3 หลอด เขย่าใหเ้ ข้ากนั แลว้ ตั้งท้ิงไว้ 5 นาที 5) เปรียบเทียบกบั แผ่นสีของชุดทดสอบ 6) บนั ทกึ ผล ข้ันที่ 3 ทดสอบน้ําหมกั ชวี ภาพจุลนิ ทรยี ์ 1) น้ําหมกั ชวี ภาพจลุ ินทรีย์ ลงในบกี เกอร์ 10 ml 2) นํานํ้าหมกั ชีวภาพจลุ นิ ทรีย์ ใส่หลอดทดลองตามสเกลขีดที่ 1 จํานวน 3 หยด 3) ตกั ผงทดสอบสูตร N P K ใสล่ งในหลอดทดลองที่ 1, 2 และ3 ตามลาํ ดับ 4) ปดิ ฝาจุกทง้ั 3 หลอด เขย่าใหเ้ ข้ากัน แลว้ ต้ังทงิ้ ไว้ 5 นาที 5) เปรยี บเทียบกบั แผ่นสขี องชุดทดสอบ 6) บันทกึ ผล 3. ขั้นเปรียบเทยี บ 1) นําผลท่ีได้จากการทดสอบมาเปรียบเทียบกันระหว่างค่าไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) ท่ีได้จากการทดสอบของ นํ้าหมักชีวภาพ จากเคร่อื งในปลานลิ น้าํ หมกั ชวี ภาพจากสับปะรด และนํา้ หมักชวี ภาพจลุ นิ ทรีย์ 2) สรปุ ผลการเปรยี บเทยี บ
23 ข้ันทดสอบปรมิ าณธาตไุ นโตรเจน ฟอสฟอรสั และโพแทสเซียม นาํ้ หมกั ชีวภาพจากเครื่องในปลานลิ ขั้นทดสอบปรมิ าณธาตไุ นโตรเจน ฟอสฟอรสั และโพแทสเซยี ม นา้ํ หมกั ชวี ภาพจากสบั ปะรด
24 ขั้นทดสอบปรมิ าณธาตไุ นโตรเจน ฟอสฟอรสั และโพแทสเซียม นาํ้ หมกั ชีวภาพจลุ นิ ทรยี ์ ตอนท่ี 3 การเปรียบเทียบปริมาณกรด-เบส ทมี่ อี ยใู่ นนา้ํ หมกั ชวี ภาพจากเครอื่ งในปลานลิ นํ้าหมกั ชีวภาพจากสับปะรด และนา้ํ หมกั ชีวภาพจุลนิ ทรยี ์ 1. การเปรียบเทียบกรด-เบส ทมี่ อี ยู่ในนํ้าหมกั ชวี ภาพจากเครือ่ งในปลานลิ นาํ้ หมักชีวภาพ จากสับปะรด และน้ําหมักชีวภาพจุลินทรีย์ หมายถึง การนําค่าการทดสอบกรด-เบส โดยใช้เครื่องทดสอบ pH มิเตอร์ในการตรวจสอบ ค่า pH ที่ได้มีความละเอียดมากขึ้น ช่วง pH ของการทดสอบต้ังแต่ 1 – 14 ถ้าค่า pH น้อยกว่า 7 แสดงว่าสารท่ีนํามาทดสอบมีสภาพเป็นกรด ถ้า pH เท่ากับ 7 แสดงว่าสารท่ีนํามา ทดสอบมสี ภาพเป็นกลาง และ pH มากกว่า 7 แสดงวา่ สารทีน่ าํ มาทดสอบมีสภาพเป็นเบส 2. เคร่ืองทดสอบ pH มิเตอร์ที่ใช้ในการทดสอบค่ากรด – เบส ที่มีอยู่ในน้ําหมักชีวภาพจาก เคร่อื งในปลานลิ นา้ํ หมกั ชีวภาพจากสบั ปะรด และน้ําหมักชวี ภาพจลุ ินทรีย์
25 2. ข้นั ทดสอบความเป็นกรด-เบส ขัน้ ท่ี 1 ทดสอบนาํ้ หมกั ชีวภาพจากเครอ่ื งในปลานลิ 1) น้ําหมกั ชีวภาพจากเครื่องในปลานลิ ลงในบีกเกอร์ 100 ml 2) เปิดเครอื่ ง pH มเิ ตอร์ แล้วนาํ ไปจมุ่ ลงในน้ําหมกั ชวี ภาพจากเครื่องในปลานลิ 2 ใน 3 ของเครือ่ งทดสอบ pH มิเตอร์ 3) สงั เกตตวั เลขทอ่ี ยหู่ น้าจอของเคร่ืองทดสอบ pH มิเตอร์ รอจนกระทัง่ ตวั เลข หยุดน่ิง อา่ นค่าความเป็นกรด – เบส 4) บันทึกผล ขัน้ ที่ 2 ทดสอบนา้ํ หมกั ชีวภาพจากสบั ปะรด 1) นํา้ หมกั ชีวภาพจากสับปะรด ลงในบกี เกอร์ 100 ml 2) เปิดเคร่อื ง pH มิเตอร์ แล้วนําไปจุม่ ลงในน้าํ หมักชวี ภาพจากสับปะรด 2 ใน 3 ของเครอื่ งทดสอบ pH มิเตอร์ 3) สงั เกตตัวเลขท่ีอยู่หนา้ จอของเครอื่ งทดสอบ pH มิเตอร์ รอจนกระทงั่ ตัวเลข หยุดนิ่ง อ่านค่าความเปน็ กรด – เบส 4) บันทึกผล ข้นั ที่ 3 ทดสอบนํ้าหมกั ชีวภาพจุลนิ ทรยี ์ 1) นํ้าหมักชีวภาพจลุ นิ ทรีย์ ลงในบกี เกอร์ 100 ml 2) เปดิ เครอ่ื ง pH มิเตอร์ แลว้ นําไปจมุ่ ลงในนํา้ หมกั ชีวภาพจุลนิ ทรีย์ 2 ใน 3 ของ เครื่องทดสอบ pH มเิ ตอร์ 3) สังเกตตวั เลขที่อยูห่ นา้ จอของเคร่อื งทดสอบ pH มิเตอร์ รอจนกระทงั่ ตัวเลข หยุดนงิ่ อ่านคา่ ความเป็นกรด – เบส 4) บันทกึ ผล 3. ขัน้ เปรียบเทยี บ 1) นําผลที่ได้จากการทดสอบมาเปรียบเทียบกันระหว่างค่ากรด-เบส ที่ได้จากการ ทดสอบของ น้ําหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิล นํ้าหมักชีวภาพจากสับปะรด และนา้ํ หมักชีวภาพจลุ นิ ทรีย์ 2) สรปุ ผลการเปรียบเทียบ
26 ตอนที่ 4 การเปรยี บเทียบการเจรญิ เติบโตของตน้ ผักบงุ้ โดยใชน้ ํ้าหมักชีวภาพจากเครือ่ งใน ปลานลิ กบั นา้ํ หมักชีวภาพจากสบั ปะรด และนาํ้ หมกั ชวี ภาพจุลนิ ทรยี ์ และไมใ่ สน่ า้ํ หมกั ชีวภาพ 1. การเปรียบเทยี บการเจรญิ เติบโตของตน้ ผกั บงุ้ หมายถงึ การเปรียบเทียบการเจรญิ เตบิ โต ของต้นผักบุ้งจีน โดยใช้นํ้าหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิลกับ น้ําหมักชีวภาพจากสับปะรด และนํ้าหมัก ชวี ภาพจลุ นิ ทรยี ์ และไมใ่ ส่นํ้าหมักชีวภาพ โดยวดั ความสงู ของต้นผักบุ้งจากปลายรากจนถึงปลายยอด โดยถอด ตน้ ผกั บุ้งมาทง้ั ราก จากการสุ่มตําแหน่งเดยี วกันของทกุ ๆ แปลงทีป่ ลูก 2. ขน้ั ทดลองการเปรยี บเทียบการเจรญิ เติบโตของตน้ ผกั บ้งุ 1) เตรียมแปลงปลกู ผกั บงุ้ ขนาดแปลงละ 1 x 1 เมตร จาํ นวน 4 แปลง แปลงชดุ A ปลกู ผักบงุ้ โดยใส่นํา้ หมักชวี ภาพจากเครื่องในปลานิล แปลงชุด B ปลกู ผกั บงุ้ โดยใส่นาํ้ หมกั ชวี ภาพจาก สับปะรด แปลงชดุ C ปลูกผกั บุ้งโดยใส่นํา้ หมักชวี ภาพจุลินทรยี ์ และแปลงชดุ D ปลกู ผักบงุ้ โดยไม่ใส่นํา้ หมกั ชวี ภาพ 2) นาํ เมล็ดผกั บุ้งไปแช่น้ํา 1 คืนกอ่ นปลูก 3) นําเมลด็ ท่แี ชไ่ วไ้ ปปลูกแปลงละ 4 แถว แถวละ 15 เมลด็ ทัง้ 4 แปลง 4) รดนา้ํ ผกั บุ้งเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ถอดตน้ ผกั บุ้งมาท้งั ราก จากการสุม่ ตําแหน่ง เดียวกันของทุกๆ แปลงท่ีปลกู วดั ความสูงของต้นผักบ้งุ จากปลายรากจนถงึ ปลายยอด บนั ทึกผลการทดลอง 5) สัปดาห์ที่ 2 นาํ นํ้าหมักชวี ภาพจากเครือ่ งในปลานิล ใสใ่ นอตั ราสว่ น นาํ้ หมัก ชีวภาพจากเครื่องในปลานิล : นํ้า (1:25) ในแปลงชุด A นํานํ้าหมักชีวภาพจากสับปะรดใส่ในอัตราส่วน น้ําหมักชวี ภาพจากสับปะรด : นํ้า (1:25) ในแปลงชุด B นําน้ําหมักชีวภาพจุลลินทรีย์ ใส่ในอัตราส่วนนํ้าหมัก ชวี ภาพจากสบั ปะรด : นํา้ (1:25) ในแปลงชดุ C สาํ หรับแปลงชุด D ปลกู ผกั บงุ้ โดยไม่ใส่นํา้ หมกั ชวี ภาพ 6) เม่ือถงึ ท้ายสปั ดาหท์ ี่ 2 และ 3 ตามลาํ ดบั ถอดตน้ ผักบ้งุ มาท้งั ราก จากการสมุ่ ตําแหนง่ เดยี วกนั ของทุกๆ แปลงทป่ี ลกู วดั ความสงู ของต้นผักบุ้งจากปลายรากจนถงึ ปลายยอด 7) บันทกึ ผลการทดลอง 3. ขัน้ เปรียบเทียบ 1) นาํ ผลทไ่ี ดจ้ ากการทดลองมาเปรียบเทยี บกนั ระหว่างการเจริญเติบโตของต้น ผักบุ้ง ท่ีได้จากการทดลอง โดยใช้นํ้าหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิล นํ้าหมักชีวภาพจากสับปะรด นํ้าหมัก ชวี ภาพจลุ ินทรยี ์ และไมใ่ ส่นํ้าหมักชวี ภาพ 2) สรุปผลการเปรียบเทียบ
27 ตอนที่ 5 การศึกษาความพึงพอใจของชุมชนท่ีมีต่อการขยายผลเร่ืองน้ําหมักชีวภาพจาก เครอื่ งในปลานิล ลงสชู่ มุ ชน ณ บ้านหนองบวั ตาํ บลท่าตุ้ม อาํ เภอป่าซาง จงั หวดั ลาํ พนู 1. เตรียมแบบสอบถามความพึงพอใจของชมุ ชนทม่ี ตี ่อการขยายผลเรื่องนา้ํ หมกั ชวี ภาพจากเครอื่ งในปลานลิ ลงสู่ชุมชน ณ บา้ นหนองบวั ตาํ บลท่าตุม้ อําเภอปา่ ซาง จังหวัดลาํ พนู 2. นาํ หนังสือราชการแจง้ ไปยัง นายสุรพล หม่นื สม ผใู้ หญ่บา้ น บ้านหนองบวั หมทู่ ี่ 2 ตาํ บลท่าตุ้ม อาํ เภอปา่ ซาง จงั หวดั ลําพูน 3. ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมนําความรูแ้ ละทักษะการปฏบิ ัติโครงงานวิจัยเร่ือง นํา้ หมักชวี ภาพ จากเครื่องในปลานลิ ลงสชู่ มุ ชน 3.1 ลงทะเบียนพร้อมแจกของทรี่ ะลกึ 3.2 อธิบาย/สาธิต/และให้ชาวบ้านไดฝ้ กึ ทํานํ้าหมักชวี ภาพจากเครอ่ื งใน ปลานิล 3.3 มอบนํา้ หมกั ชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิลใหแ้ กช่ าวบา้ นเพื่อนาํ ไปใชใ้ น การปลกู พืช 3.4 ใหช้ าวบา้ นซักถามข้อสงสยั และให้เสนอขอ้ เสนอแนะ 3.5 แจกแบบสอบถามความพงึ พอใจตอ่ การขยายผลการใช้นํา้ หมกั ชีวภาพ จากเคร่ืองในปลานลิ เพ่ือใหช้ าวบา้ นประเมินผล 4. นาํ แบบสอบถามความพงึ พอใจต่อการขยายผลการใชน้ า้ํ หมักชีวภาพจากเครอื่ ง ในปลานิล มาวิเคราะหข์ อ้ มลู 5. สรุปผลการศึกษาความพงึ พอใจของชมุ ชนท่มี ตี ่อการขยายผลการใช้นํา้ หมัก ชีวภาพจากเครอื่ งในปลานิล ลงสชู่ มุ ชน ณ บ้านหนองบัว ตาํ บลทา่ ตุ้ม อาํ เภอป่าซาง จงั หวัดลาํ พูน ค่าเฉลย่ี ความพงึ พอใจ หมายถงึ ความพึงพอใจมากท่ีสุด 4.50 - 5.00 หมายถงึ ความพงึ พอใจมาก 3.50 - 4.49 หมายถงึ ความพงึ พอใจปานกลาง 2.50 - 3.49 หมายถงึ ความพงึ พอใจนอ้ ย 1.50 - 2.49 หมายถงึ ความพงึ พอใจนอ้ ยทสี่ ดุ 0.50 - 1.49
28 ตอนท่ี 6 การศกึ ษาการนําน้าํ หมักชวี ภาพจากเครื่องในปลานลิ ไปใชใ้ นการปลูกพชื ในชุมชน ณ บ้านหนองบวั ตําบลทา่ ต้มุ อาํ เภอป่าซาง จงั หวัดลาํ พนู 1. เตรียมแบบบันทึกผลการสมั ภาษณก์ ารนาํ นํา้ หมักชีวภาพจากเครื่องในปลานลิ ไปใชใ้ นการปลกู พชื ในชมุ ชน ณ บ้านหนองบวั ตาํ บลท่าต้มุ อาํ เภอปา่ ซาง จงั หวัดลาํ พูน 2. ติดตามผลการนํานา้ํ หมักชวี ภาพจากเครอื่ งในปลานิลไปใชท้ ดลองปลกู พชื ของ ชาวบา้ น บา้ นหนองบวั ตาํ บลทา่ ตุ้ม อาํ เภอป่าซาง จังหวัดลําพูน 3. นาํ แบบบันทึกผลการสมั ภาษณก์ ารนาํ นาํ้ หมกั ชวี ภาพจากเครื่องในปลานิลมา วิเคราะห์ขอ้ มลู 4. สรุปผลการศึกษาการนาํ น้ําหมักชวี ภาพจากเคร่ืองในปลานลิ ไปใช้ในการปลูก พืชในชุมชน ณ บ้านหนองบัว ตําบลทา่ ตุ้ม อาํ เภอป่าซาง จังหวดั ลําพูน ขัน้ ตอนที่ 4 ข้นั วิเคราะห์ขอ้ มลู การวิเคราะห์ข้อมลู แบง่ เป็นขอ้ มลู เชงิ คณุ ภาพ และขอ้ มลู เชงิ ปริมาณไดแ้ ก่ 1. การวิเคราะหข์ ้อมูลเป็นขอ้ มูลเชิงคุณภาพไดแ้ ก่ 1) ผลการศึกษากระบวนการการทาํ น้าํ หมักชีวภาพจากเครอ่ื งในปลานิล 2) ผลการเปรยี บเทยี บปรมิ าณธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรสั และโพแทสเซียม ที่มอี ยูใ่ นนํ้า หมักชวี ภาพจากเครื่องในปลานิล นํ้าหมักชีวภาพจากสบั ปะรด และนํา้ หมักชีวภาพจุลินทรยี ์ 3) ผลการศกึ ษาการนํานาํ้ หมกั ชวี ภาพจากเครือ่ งในปลานิลไปใชใ้ นการปลูกพชื ในชุมชน ณ บ้านหนองบวั ตาํ บลท่าตมุ้ อาํ เภอปา่ ซาง จงั หวดั ลาํ พนู 2. การวิเคราะหข์ ้อมูลเป็นข้อมูลเชงิ ปริมาณไดแ้ ก่ 1) ผลการเปรียบเทียบปรมิ าณกรด-เบส ท่มี อี ยู่ในนํา้ หมกั ชวี ภาพจากเครือ่ งในปลานิล น้ําหมักชีวภาพจากสับปะรด และนาํ้ หมกั ชวี ภาพจลุ นิ ทรยี ์ แสดงคา่ pH ตั้งแต่ 1 -14 2) ผลการเปรียบเทยี บการเจริญเตบิ โตของตน้ ผักบงุ้ โดยใช้นํา้ หมักชวี ภาพจากเครอ่ื งใน ปลานิล กับน้ําหมักชีวภาพจากสับปะรด น้ําหมักชีวภาพจุลินทรีย์ และไม่ใส่น้ําหมักชีวภาพ ใช้ค่าเฉล่ีย เลขคณติ ( X ) 3) ผลการศกึ ษาความพงึ พอใจของชุมชนท่ีมตี อ่ การขยายผลเร่ืองน้าํ หมกั ชวี ภาพจาก เครื่องในปลานิล ลงสู่ชุมชน ณ บ้านหนองบัว ตําบลท่าตุ้ม อําเภอป่าซาง จังหวัดลําพูน ใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลยี่ เลขคณิต ( X ) และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน (S.D.)
29 บทที่ 4 ผลการวิเคราะหข์ ้อมูล ผู้ศึกษาขอเสนอผลการศึกษา นาํ้ หมักชีวภาพจากเครอ่ื งในปลานิลโดยมีวัตถุประสงค์ดงั นี้ 1. เพอ่ื ศกึ ษากระบวนการการทํานาํ้ หมกั ชีวภาพจากเคร่ืองในปลานลิ 2. เพ่อื เปรียบเทียบปริมาณธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ทมี่ ีอยใู่ นนา้ํ หมักชวี ภาพจาก เคร่ืองในปลานลิ นาํ้ หมกั ชวี ภาพจากสับปะรด และน้าํ หมักชวี ภาพจุลินทรยี ์ 3. เพอื่ เปรยี บเทยี บปริมาณกรด-เบส ทมี่ อี ยูใ่ นนา้ํ หมกั ชวี ภาพจากเคร่อื งในปลานลิ น้ําหมกั ชีวภาพ จากสับปะรด และนาํ้ หมักชีวภาพจลุ นิ ทรยี ์ 4. เพ่ือเปรียบเทยี บการเจริญเติบโตของตน้ ผกั บงุ้ โดยใช้น้ําหมกั ชีวภาพจากเคร่อื งในปลานลิ กับ น้าํ หมกั ชวี ภาพจากสบั ปะรด และนาํ้ หมกั ชีวภาพจุลนิ ทรยี ์ และไม่ใสน่ ้ําหมักชีวภาพ 5. เพ่อื ศึกษาความพงึ พอใจของชุมชนทม่ี ตี ่อการขยายผลเร่ืองนาํ้ หมักชวี ภาพจากเครื่องในปลานลิ ลงสู่ชุมชน ณ บ้านหนองบวั ตําบลท่าตุ้ม อําเภอปา่ ซาง จงั หวัดลําพนู 6. เพ่อื ศึกษาการนํานํ้าหมกั ชีวภาพจากเครอ่ื งในปลานลิ ไปใชใ้ นการปลูกพืชในชมุ ชน ณ บา้ น หนองบวั ตาํ บลท่าต้มุ อําเภอป่าซาง จงั หวัดลาํ พนู ผู้ศกึ ษาได้เสนอผลการวเิ คราะห์ข้อมูลดังต่อไปน้ี ตอนที่ 1 ผลการศกึ ษากระบวนการการทาํ นาํ้ หมกั ชีวภาพจากเครื่องในปลานิล (แสดงในตารางท่ี 1) ตอนท่ี 2 ผลการเปรียบเทียบปรมิ าณธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรสั และโพแทสเซยี ม ทมี่ ีอยู่ในน้ํา หมกั ชีวภาพจากเครอ่ื งในปลานลิ นํ้าหมกั ชวี ภาพจากสับปะรด และนา้ํ หมักชวี ภาพ จุลนิ ทรีย์ (แสดงในตารางที่ 2) ตอนท่ี 3 ผลการเปรยี บเทียบปริมาณกรด-เบส ทมี่ ีอยใู่ นนา้ํ หมักชวี ภาพจากเครอื่ งในปลานลิ นา้ํ หมักชีวภาพจากสบั ปะรด และนา้ํ หมกั ชีวภาพจุลินทรีย์ (แสดงในตารางท่ี 3) ตอนที่ 4 ผลการเปรยี บเทยี บการเจรญิ เตบิ โตของต้นผักบุ้ง โดยใช้นาํ้ หมักชวี ภาพจากเคร่ืองใน ปลานิลกับนํ้าหมักชวี ภาพจากสับปะรด นา้ํ หมักชีวภาพจุลินทรยี ์ และไมใ่ ส่นาํ้ หมัก ชีวภาพ (แสดงในตารางท่ี 4) ตอนที่ 5 ผลการศกึ ษาความพงึ พอใจของชุมชนทีม่ ตี อ่ การขยายผลเรอ่ื งนา้ํ หมักชีวภาพจาก เครอื่ งในปลานลิ ลงสชู่ ุมชน ณ บา้ นหนองบัว ตาํ บลท่าตมุ้ อาํ เภอป่าซาง จงั หวัดลาํ พูน (แสดงในตารางท่ี 5-7) ตอนที่ 6 ผลการศกึ ษาการนาํ นา้ํ หมักชวี ภาพจากเคร่อื งในปลานลิ ไปใช้ในการปลกู พชื ในชุมชน ณ บา้ นหนองบวั ตาํ บลท่าตุ้ม อําเภอป่าซาง จังหวดั ลาํ พูน (แสดงในตารางท่ี 8)
30 ตอนท่ี 1 ผลการศกึ ษากระบวนการการทาํ น้าํ หมกั ชวี ภาพจากเครือ่ งในปลานิล (แสดงในตารางที่ 1) ตารางท่ี 1 แสดงผลการศึกษากระบวนการทาํ น้าํ หมกั ชวี ภาพจากเคร่อื งในปลานลิ วัสดอุ ุปกรณ์ วิธีทาํ ประโยชน์ทีไ่ ดร้ บั ในการทาํ นาํ้ หมกั วธิ ีการทาํ คอื ประโยชนท์ ี่ไดร้ ับ ชีวภาพจากเครือ่ งในปลา 1. นาํ เครอ่ื งในปลานลิ และ กากนํา้ ตาลผสมลงใน จากนํ้าหมกั ชวี ภาพจาก นิลมีวสั ดุอปุ กรณ์ ไดแ้ ก่ เครื่องในปลานิลคอื 1. กากนํา้ ตาล ถังหมัก 1. ทาํ ให้พืชออก 2. นํ้าสะอาด 2. เตมิ นา้ํ สะอาดลงไปประมาณ 80% ของถงั ดอกเร็ว เก็บผลผลิตได้เรว็ 3. EM 3. จากนนั้ นาํ ไนล่อนชนดิ ถ่ีมาปิดไว้เพือ่ ป้องกนั 2. ได้ผลผลติ ทมี่ ี 4. ตาขา่ ยไนลอ่ น ปรมิ าณมากและมคี ุณภาพ 5. เครื่องใน แมลงวนั วางไข่ 3. ลงทนุ นอ้ ย ลด 4. หมักไวป้ ระมาณ 3-5เดือน ในระหวา่ งนต้ี ้อง ตน้ ทุนในการผลติ ปลานลิ 4. สามารถผลิตไว้ 6. ถังหมัก หมัน่ คนทกุ วนั ใช้ระยะเวลาในการหมัก ใชเ้ องในครัวเรือน 3-5 เดอื น 5. ไม้ผลจะมรี าก อัตราสว่ นในการ แข็งแรง ใบสวย หมักนาํ้ หมกั 1 ถงั จะใช้ 6. ปรับใหส้ ภาพ กากน้ําตาล 1 กิโลกรัม : พืน้ ท่ีดนิ ดี ไมเ่ สีย เครอ่ื งในปลานิล 48 ไมเ่ ปรี้ยว ไมท่ าํ ใหด้ ินมี กิโลกรมั :EM 0.5 กโิ ลกรัม สภาพไมเ่ ปน็ กรด : นา้ํ สะอาด 160 กโิ ลกรมั จากตารางที่ 1 แสดงผลการศกึ ษากระบวนการทําน้ําหมักชวี ภาพจากเครอ่ื งในปลานลิ พบว่าในการทํา น้ําหมกั ชวี ภาพจากเครอ่ื งในปลานิลมีวัสดุอุปกรณ์ ได้แก่ กากน้ําตาล นํ้าสะอาด EM ตาข่ายไนล่อน เครื่องใน ปลานิล ถังหมัก อัตราส่วนในการหมักน้ําหมัก 1 ถัง จะใช้กากนํ้าตาล 1 กิโลกรัม : เครื่องในปลานิล 48 กิโลกรมั : EM 0.5 กโิ ลกรัม : นํ้าสะอาด 160 กิโลกรัม วิธีการทํา คือ นําเคร่ืองในปลานิลและ กากน้ําตาลผสม ลงในถังหมัก เติมน้ําสะอาดลงไปประมาณ 80% ของถัง จากนั้นนําไนล่อนชนิดถ่ีมาปิดไว้เพ่ือป้องกันแมลงวัน วางไข่ หมักไว้ประมาณ 3-5เดือน ในระหว่างน้ีต้องหม่ันคนทุกวัน ใช้ระยะเวลาในการหมัก 3-5 เดือน ประโยชน์ท่ไี ด้รับจากน้าํ หมักชวี ภาพจากเครอ่ื งในปลานิลคือ ทําให้พืชออกดอกเร็ว เก็บผลผลิตได้เร็วได้ผลผลิต ที่มีปริมาณมากและมีคุณภาพ ลงทุนน้อย ลดต้นทุนในการผลิต สามารถผลิตไว้ใช้เองในครัวเรือน ไม้ผลจะมี รากแข็งแรง ใบสวย ปรับให้สภาพพนื้ ทด่ี นิ ดี ไม่เสยี ไมเ่ ปรย้ี ว ไม่ทาํ ใหด้ ินมีสภาพไม่เป็นกรด
31 ตอนท่ี 2 ผลการเปรยี บเทยี บปริมาณธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรสั และโพแทสเซยี ม ที่มีอยใู่ นนา้ํ หมักชวี ภาพจากเครื่องในปลานลิ นาํ้ หมกั ชวี ภาพจากสบั ปะรด และนํา้ หมักชีวภาพจลุ นิ ทรีย์ (แสดงในตารางท่ี 2) ตารางที่ 2 แสดงผลการเปรยี บเทียบปริมาณธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรสั และโพแทสเซยี ม ท่มี ีอยใู่ นนาํ้ หมักชวี ภาพจากเคร่อื งในปลานิล น้าํ หมกั ชวี ภาพจากสบั ปะรด และนํา้ หมักชีวภาพจลุ นิ ทรีย์ ชนดิ ของนาํ้ หมกั ไนโตรเจน (N) ปรมิ าณธาตุ โพแทสเซียม (K) 1. น้าํ หมกั ชีวภาพจากเครอ่ื งในปลานิล ต่าํ ฟอสฟอรสั (P) ปานกลาง สูง 2. น้ําหมกั ชีวภาพจากสบั ปะรด ปานกลาง ปานกลาง สงู 3. นํ้าหมกั ชีวภาพจลุ ินทรยี ์ - สูง ปานกลาง จากตารางที่ 2 แสดงผลการเปรียบเทยี บปรมิ าณธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรสั และโพแทสเซียม ทีม่ อี ยู่ใน นํ้าหมักชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิล น้ําหมักชีวภาพจากสับปะรด และนํ้าหมักชีวภาพจุลินทรีย์ พบว่า นํ้าหมัก ชีวภาพจากเครื่องในปลานิล และนํ้าหมักชีวภาพจุลินทรีย์ มีธาตุฟอสฟอรัส (P) สูง รองลงมาคือธาตุ โพแทสเซียม (K) มีปานกลาง และน้ําหมักชีวภาพจากสับปะรด มีธาตุโพแทสเซียม (K) สูง รองลงมาคือธาตุ ไนโตรเจน (N) และธาตฟุ อสฟอรัส (P) ปานกลาง
32 ปรมิ าณธาตุอาหาร 100 น้ําหมักชวี ภาพจากเครอื่ ง 90 ในปลานลิ 80 70 น้ําหมักชวี ภาพจาก 60 สบั ปะรด 50 40 น้ําหมกั ชวี ภาพจาก 30 จลุ นิ ทรยี 20 10 0 ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) โพแทสเซยี ม (K) แสดงผลการเปรยี บเทยี บปริมาณธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรสั และโพแทสเซียม ท่ีมีอยใู่ นน้ํา หมักชวี ภาพจากเคร่ืองในปลานิล น้าํ หมกั ชวี ภาพจากสบั ปะรด และนาํ้ หมกั ชวี ภาพจุลนิ ทรีย์ หมายเหตุ ; กําหนดคา่ ปรมิ าณธาตอุ าหารดังนี้ 0 หมายถงึ ไมม่ ีปรมิ าณธาตอุ าหาร 10 หมายถึง มีปริมาณธาตอุ าหารตา่ํ 50 หมายถึง มปี รมิ าณธาตอุ าหารปานกลาง 100 หมายถงึ มีปรมิ าณธาตอุ าหารสงู
33 ตอนที่ 3 ผลการเปรยี บเทยี บปรมิ าณกรด-เบส ทม่ี อี ยู่ในนา้ํ หมกั ชีวภาพจากเคร่อื งในปลานลิ นํา้ หมกั ชีวภาพจากสบั ปะรด และนํ้าหมักชีวภาพจุลนิ ทรีย์ (แสดงในตารางที่ 3) ตารางท่ี 3 แสดงผลการเปรียบเทยี บปรมิ าณกรด-เบส ที่มีอยใู่ นนาํ้ หมักชวี ภาพจากเครอ่ื งในปลานลิ นํา้ หมัก ชีวภาพจากสับปะรด และนํ้าหมกั ชวี ภาพจุลินทรยี ์ ชนิดของน้ําหมัก ค่า pH ความเป็นกรด-เบส 1. นาํ้ หมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิล 7.00 เปน็ กลาง 2. นาํ้ หมักชวี ภาพจากสับปะรด 3.90 เป็นกรด 3. นาํ้ หมักชีวภาพจุลินทรยี ์ 4.10 เป็นกรด จากตารางที่ 3 แสดงผลการเปรยี บเทียบปริมาณกรด-เบส ทีม่ อี ยใู่ นน้าํ หมกั ชวี ภาพจากเคร่ืองใน ปลานลิ นํ้าหมักชวี ภาพจากสบั ปะรด และนํ้าหมักชีวภาพจุลลินทรีย์ พบว่าน้ําหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิล มีสภาพเปน็ กลาง มคี า่ pH เท่ากบั 7.00 นาํ้ หมักชีวภาพจากสับปะรด มสี ภาพเปน็ กรดมากกว่า น้ําหมักชีวภาพ จุลินทรีย์ มีค่า pH เท่ากับ 3.90 และน้ําหมักชีวภาพจุลินทรีย์ มีสภาพเป็นกรดน้อยที่สุด มีค่า pH เท่ากับ 4.10
34 ตอนที่ 4 ผลการเปรียบเทยี บการเจรญิ เตบิ โตของต้นผักบ้งุ โดยใชน้ ้าํ หมักชวี ภาพจากเครื่องในปลานลิ กับ นา้ํ หมกั ชีวภาพจากสับปะรด นา้ํ หมักชวี ภาพจุลนิ ทรยี ์ และไม่ใส่น้าํ หมกั ชวี ภาพ (แสดงในตารางที่ 4) ตารางท่ี 4 แสดงผลการเปรยี บเทยี บการเจรญิ เตบิ โตของต้นผกั บ้งุ โดยใช้น้าํ หมักชีวภาพจากเครอื่ งในปลานลิ กบั นํา้ หมกั ชีวภาพจากสับปะรด น้ําหมักชวี ภาพจุลนิ ทรีย์ และไมใ่ ส่นาํ้ หมกั ชีวภาพ การปลูกผักบงุ้ ความสงู / สปั ดาห์ (ซม.) ค่าเฉลี่ย ครงั้ ท่ี 1 ครง้ั ท่ี 2 ครงั้ ที่ 3 (ซม.) 1. ผกั บุ้งทป่ี ลกู โดยใส่นาํ้ หมกั ชีวภาพจากเคร่อื งในปลานลิ 2. ผกั บงุ้ ทป่ี ลกู โดยใสน่ ํ้าหมกั ชีวภาพจากสับปะรด 9.5 11.5 11.6 10.9 3. ผกั บงุ้ ทป่ี ลกู โดยใสน่ ้าํ หมกั ชวี ภาพจลุ ินทรยี ์ 7.3 8.5 10.2 8.7 4. ผกั บงุ้ ที่ปลกู โดยไม่ใส่นา้ํ หมกั ชวี ภาพ 9.0 10.5 11.3 10.3 6.0 7.5 7.8 7.1 จากตารางท่ี 4 แสดงผลการเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของต้นผักบุ้ง โดยใช้นํ้าหมักชีวภาพจาก เคร่ืองในปลานิล กับนํ้าหมักชีวภาพจากสับปะรด น้ําหมักชีวภาพจุลินทรีย์ และไม่ใส่น้ําหมักชีวภาพ พบว่า ผักบุ้งท่ีปลูกโดยใส่นํ้าหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิลมีการเจริญเติบโตดีท่ีสุดโดยมีค่าเฉลี่ยความสูงของต้น ผักบุ้ง ( X ) เท่ากับ 10.9 เซนติเมตร รองลงมาได้แก่ต้นผักบุ้งที่ปลูกโดยใส่น้ําหมักชีวภาพจุลินทรีย์ มีค่าเฉลี่ยความสูงของต้นผักบุ้ง ( X ) เท่ากับ 10.3 เซนติเมตร และรองลงมาอีกได้แก่ ต้นผักบุ้งที่ปลูกโดย ใส่นํ้าหมักชีวภาพจากสับปะรดโดยมีค่าเฉลี่ยความสูงของต้นผักบุ้ง ( X ) เท่ากับ 8.7 เซนติเมตร และ ต้นผักบุ้งที่ปลูกโดยไม่ใส่นํ้าหมักชีวภาพมีการเจริญเติบโตน้อยที่สุดโดยมีค่าเฉลี่ยความสูงของต้นผักบุ้ง ( X ) เท่ากบั 7.1 เซนติเมตร
35 ความสงู ของต้นผกั บงุ้ (ซ.ม.) 12 ผกั บุ้งทปี่ ลูกโดยใสน่ ํา้ 10 หมักชวี ภาพจากเครือ่ งใน 8 ปลานลิ 6 ผกั บุ้งทป่ี ลกู โดยใส่นา้ํ 4 หมกั ชีวภาพจากสับปะรด 2 0 ผกั บ้งุ ที่ปลกู โดยใสน่ าํ้ หมกั ชวี ภาพจากจลุ ินทรยี ์ คร้งั ที่ 1 ผกั บงุ้ ที่ปลกู โดยไม่ใส่ นาํ้ หมกั ชีวภาพ คร้งั ที่ 2 ครง้ั ท่ี 3 เฉลย่ี แสดงผลการเปรยี บเทียบการเจรญิ เตบิ โตของต้นผกั บ้งุ โดยใส่นํ้าหมกั ชวี ภาพจากเครื่องในปลานิล กบั นํ้าหมักชวี ภาพจากสับปะรด นํา้ หมกั ชวี ภาพจลุ ินทรีย์ และไมใ่ ส่นํ้าหมักชีวภาพ
36 ตอนที่ 5 ผลการศึกษาความพึงพอใจของชุมชนท่มี ีต่อการขยายผลเรอ่ื งนา้ํ หมกั ชีวภาพจากเครอ่ื งใน ปลานลิ ลงส่ชู มุ ชน ณ บา้ นหนองบัว ตําบลท่าตุ้ม อาํ เภอปา่ ซาง จงั หวดั ลําพนู (แสดงในตารางที่ 5-7) ตารางท่ี 5 แสดงจํานวนและร้อยละเพศของผูต้ อบแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีตอ่ การขยายผลเร่ืองนํ้าหมกั ชีวภาพจากเครื่องในปลานิลลงส่ชู ุมชน ณ บา้ นหนองบัว ตาํ บลทา่ ต้มุ อําเภอป่าซาง จังหวัดลาํ พูน เพศ จาํ นวน (คน) รอ้ ยละ ชาย 15 30.00 หญิง 35 70.00 รวม 50 100.00 จากตารางท่ี 5 แสดงจาํ นวนและร้อยละเพศของผู้ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการขยายผล เรื่องน้ําหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิลลงสู่ชุมชน ณ บ้านหนองบัว ตําบลท่าตุ้ม อําเภอป่าซาง จังหวัด ลําพูน พบว่า เป็นเพศหญิงมากที่สุด จํานวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 70.00 รองลงมาได้แก่เพศชาย จํานวน 15 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 30.00 ตารางท่ี 6 แสดงจํานวนและร้อยละอายขุ องผ้ตู อบแบบสอบถามความพงึ พอใจท่มี ีตอ่ การขยายผลเร่อื งน้ําหมัก ชวี ภาพจากเครอื่ งในปลานิลลงส่ชู มุ ชน ณ บา้ นหนองบัว ตาํ บลทา่ ตุ้ม อําเภอป่าซาง จังหวดั ลาํ พนู อายุ จํานวน (คน) ร้อยละ ต่าํ กวา่ 30 ปี 2 4.00 31 – 40 ปี 4 8.00 41 – 50 ปี 22 44.00 ตง้ั แต่ 51 ปีขนึ้ ไป 22 44.00 50 100.00 รวม จากตารางท่ี 6 แสดงจํานวนและร้อยละอายุของผู้ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจท่ีมีต่อการขยายผล เร่ืองนํ้าหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิลลงสู่ชุมชน ณ บ้านหนองบัว ตําบลท่าตุ้ม อําเภอป่าซาง จังหวัด ลําพูน พบว่ามีอายุตั้งแต่ 51 ปี ข้ึนไป และมีอายุ 41-50 ปี มากท่ีสุด จํานวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 44.00 รองลงมาคือมีอายุ 31- 40 ปี จํานวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 8.00 และน้อยที่สุดมีอายุต่ํากว่า 30 ปี จํานวน 2 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 4.00
37 ตารางท่ี 7 แสดงค่าเฉล่ยี เลขคณิต ( X ) และสว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) ความพงึ พอใจของผตู้ อบ แบบสอบถามความพงึ พอใจทม่ี ตี อ่ การขยายผลเรือ่ งนาํ้ หมกั ชีวภาพจากเครื่องในปลานลิ รายการ ระดบั ความพงึ พอใจ แปลความระดบั X S.D. ความพงึ พอใจ 1. ทา่ นทราบวตั ถุประสงค์ในการนําเสนอผลงานวิจยั 4.60 .74 สู่ชมุ ชนของนกั เรียนเรอ่ื ง นํ้าหมักชีวภาพจากเคร่ืองในปลานลิ มากทีส่ ุด ในคร้ังน้ี 4.18 .63 มาก 2. ลาํ ดบั ขัน้ ตอน/เน้อื หา/และรปู แบบการนาํ เสนอผลงานวิจยั ใน 4.30 .54 คร้ังน้มี ีความเหมาะสม 4.34 .63 มาก มาก 3. ความสามารถของนกั เรยี นในการนาํ เสนอผลงานวิจยั 4.46 .54 4. ท่านได้รับความร้จู ากการนําเสนอผลงานวิจยั สูช่ ุมชนของ มาก 4.46 .58 นักเรยี นเรอื่ งนํา้ หมักชีวภาพจากเครือ่ งในปลานิล มาก 5. ความรู้ท่ที า่ นไดร้ ับสามารถนําไปใช้ในการทําน้าํ หมกั ชีวภาพได้ 4.42 .49 มาก อย่างถกู วธิ ี 4.42 .57 6. การทิง้ เคร่อื งในปลานลิ เป็นสาเหตุหน่ึงทท่ี าํ ให้เกดิ สภาวะโลก มาก 4.54 .61 รอ้ น ตอ่ ระบบนิเวศ และสขุ ภาพ มากท่ีสุด 7. คนในชมุ ชนไดน้ ํา้ หมกั ชวี ภาพไปใชใ้ นการปลูกพชื ผกั เพื่อ 4.00 .85 4.24 .77 มาก สขุ ภาพท่ดี ี 4.38 .53 มาก 8. น้ําหมักชีวภาพสามารถอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาตเิ พ่อื คุณภาพ 4.54 .54 มาก 4.33 .27 มากท่สี ดุ ของสงิ่ แวดล้อมท่ยี ่ังยนื ได้ มาก 9. น้ําหมกั ชีวภาพชว่ ยประหยัดค่าใช้จ่ายโดยการนําของเหลือใช้มา ทําเป็นป๋ยุ ชวี ภาพ 10. สถานทจ่ี ัดการนําเสนองานวิจัย มีความเหมาะสม 11. ของที่ระลกึ มีความเหมาะสม 12. ความค้มุ คา่ ของการนําเสนอผลงานวิจัยในคร้งั นี้ 13. บรรยากาศโดยภาพรวมของการนาํ เสนอผลงานวจิ ยั ในคร้งั น้ี รวมเฉลย่ี จากตารางที่ 7 แสดงจํานวนและร้อยละความพึงพอใจของผู้ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ การขยายผลเร่ืองนํ้าหมักชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิล พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจที่มีต่อการ ขยายผลเร่ืองนํ้าหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิล โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย ( X ) เท่ากับ 4.33 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ .27 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อท่ี 1. ท่านทราบวัตถุประสงค์ใน การนําเสนอผลงานวิจัยสู่ชุมชนของนักเรียนเร่ือง น้ําหมักชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิลในคร้ังนี้ มีค่าเฉลี่ย ( X ) สูงที่สุด เท่ากับ 4.60 ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ .74 รองลงมาได้แก่ข้อท่ี 9. น้ําหมักชีวภาพช่วย ประหยัดค่าใช้จ่ายโดยการนําของเหลือใช้มาทําเป็นปุ๋ยชีวภาพ มีค่าเฉล่ีย ( X ) เท่ากับ 4.54 ส่วนเบี่ยงเบน
38 มาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ .61 และข้อท่ี 13. บรรยากาศโดยภาพรวมของการนําเสนอผลงานวิจัยในคร้ังน้ี มี ค่าเฉล่ยี ( X ) เท่ากับ 4.54 ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ .54 น้อยท่ีสุดไดแ้ กข่ ้อที่ 10.สถานท่จี ัดการ นาํ เสนองานวิจัย มีความเหมาะสม มคี า่ เฉล่ยี ( X ) เทา่ กบั 4.00 ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) เทา่ กับ .85 ตอนท่ี 6 ผลการศกึ ษาการนาํ นา้ํ หมกั ชวี ภาพจากเคร่ืองในปลานลิ ไปใช้ในการปลูกพชื ในชุมชน ณ บ้านหนองบวั ตําบลท่าตมุ้ อาํ เภอปา่ ซาง จังหวัดลําพนู (แสดงในตารางท่ี 8) ตารางท่ี 8 แสดงผลการศึกษาการนําน้ําหมักชวี ภาพจากเคร่ืองในปลานลิ ไปใช้ในการปลกู พืชในชมุ ชน ณ บ้านหนองบัว ตําบลท่าต้มุ อาํ เภอปา่ ซาง จงั หวัดลําพูน ผลการสัมภาษณ์ ผู้ใหส้ มั ภาษณ์ การนํานํา้ หมกั ชีวภาพจากเครอื่ งในปลานลิ ไปใชใ้ นการปลกู พชื ในชุมชน คนท่ี ระยะเวลา นาํ นา้ํ หมักชีวภาพ ผลการใชน้ ้ําหมกั ชวี ภาพ ขอ้ เสนอแนะ/ คนท่ี 1 ที่ใช้ จากเคร่อื งในปลานิล จากเครื่องในปลานลิ ไป ความคดิ เหน็ เพิม่ เติม ไปใช้กบั พชื ชนดิ ใด ใชป้ ลูกพชื ในชุมชน 3 สัปดาห์ พรกิ -ต้นพรกิ โตเรว็ ขนึ้ -ควรปรบั ปรุงเร่อื งกลนิ่ -ต้นพริกออกดอกมากขน้ึ -อยากใหม้ าเผยแพร่ -พรกิ ออกเรว็ ข้ึน ความรูอ้ ีก คนที่ 2 2-3 สปั ดาห์ ต้นลําไย -ทําใหล้ าํ ไยออกดอกเรว็ -อยากใหม้ ีการจัดการ -ทาํ ใหล้ ําไยได้ผลเร็ว สาธติ การทาํ น้ําหมักอกี คนท่ี 3 2 สัปดาห์ มะนาว -ผลออกเร็ว -อยากให้มาเผยแพร่อกี -ตน้ โตเร็ว คนท่ี 4 1 สัปดาห์ พริก -พริกมดี อกเยอะขน้ึ -อยากใหม้ กี ารทํา -พริกมีผลดก น้าํ หมักอีก คนที่ 5 2 สัปดาห์ มะนาว -มะนาวออกดอกเร็ว -อยากให้ปรับปรงุ เรื่อง -ใบมะนาวมสี เี ขียวขน้ึ กล่ินของน้ําหมัก คนท่ี 6 2 สัปดาห์ บวบ -โตเรว็ -เรอ่ื งกลิ่นของนา้ํ หมกั -ออกดอกเรว็ -อยากใหม้ ีการสาธติ อกี -ออกผลเรว็ คนท่ี 7 3 สัปดาห์ ไม้ดอก ไมป้ ระดับ -ออกดอกดี -ปรบั ปรุงเรอ่ื งกลิน่ -ตน้ สูง ตรง
39 จากตารางท่ี 8 แสดงผลการศึกษาการนําน้ําหมักชีวภาพจากเคร่ืองในปลานิลไปใช้ในการปลูกพืชใน ชุมชน ณ บ้านหนองบัว ตําบลท่าตุ้ม อําเภอป่าซาง จังหวัดลําพูน พบว่า ชาวบ้านท่ีนําน้ําหมักชีวภาพจาก เคร่ืองในปลานิลไปใช้ทดลองกับพืช 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ 1 พืชท่ีให้ผลเช่น พริก มะนาว บวบ และลําไย กลุ่มที่ 2 พืชไม้ดอกไม้ประดับ เช่น คุณนายตื่นสาย ผลการใช้พบว่า กลุ่มที่ 1 พืชท่ีให้ผล ลําต้นโตเร็ว ออกดอกจํานวน มากข้นึ ตดิ ผลเร็ว จาํ นวนผลมากข้นึ ใบมสี เี ขียวกว่าเดมิ สําหรบั กลุ่มที่ 2 พืชไม้ดอกไมป้ ระดับตน้ สงู ขนึ้ กว่าเดิม ลาํ ตน้ ตรง จํานวนดอกมากข้ึน ความคิดเห็นเพ่ิมเติมคือควรมีการเผยแพร่ หรือสาธิตการทําน้ําหมักชีวภาพจากเครื่องในปลานิลอีก และควรมีการปรบั ปรุงเรื่องกลน่ิ ของนาํ้ หมกั ชีวภาพจากเครือ่ งในปลานลิ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105