83 ขั้นตอนที่ 32 ให้คลิกท่ี select และเลือกรปู ภาพทีเ่ ราตอ้ งการ ภาพที่ 3.36 ขั้นตอนที่ 32 ให้คลิกท่ี select และเลือกรปู ภาพท่เี ราตอ้ งการ ขนั้ ตอนท่ี 33 ภาพจะแสดงข้นึ มา ภาพที่ 3.37 ขนั้ ตอนที่ 33 ภาพจะแสดงขน้ึ มา
84 ขั้นตอนที่ 34 ให้เลืกไฟลท์ ่มี รี ปู ภาพ 3d ทเ่ี ราเกบ็ ไว้ ภาพที่ 3.38 ข้ันตอนที่ 34 ให้เลกื ไฟล์ทมี่ ีรปู ภาพ 3d ทเ่ี ราเก็บไว้ ขัน้ ตอนที่ 35 ให้ลากไฟล์ลงมาตรงพน้ื ทโี่ ลง่ ดา้ นล่าง ภาพที่ 3.39 ขนั้ ตอนท่ี 35 ให้ลากไฟลล์ งมาตรงพน้ื ท่ีโลง่ ดา้ นลา่ ง
85 ขั้นตอนที่ 36 จะขนึ้ หน้าแบบน้ี ภาพท่ี 3.40 ขัน้ ตอนที่ 36 จะข้ึนหนา้ แบบน้ี ข้นั ตอนท่ี 37 ใหเ้ ลอื กภาพ 3d ท่ีเราตอ้ งการและลากไปท่ี Image target ภาพที่ 3.41 ขน้ั ตอนที่ 37 ให้เลอื กภาพ 3d ทเ่ี ราต้องการและลากไปท่ี Image target
86 ข้ันตอนท่ี 38 จะขึ้นรูปแบบน้ีและสมารถกดplay เพ่อื แสดงรูปภาพได้ ภาพท่ี 3.42 ขน้ั ตอนที่ 38 จะขน้ึ รปู แบบนแ้ี ละสมารถกดplay เพอื่ แสดงรปู ภาพได้
87 3.7.2 ขัน้ ตอนการสร้างไฟล์ APK ขั้นตอนท่ี 1 เข้าท่ี file แลว้ คลกิ ที่ Build Settings ภาพที่ 3.43 ขน้ั ตอนที่ 1 เข้าท่ี file แลว้ คลกิ ท่ี Build Settings ขั้นตอนท่ี 2 ขึน้ มาหน้าแบบนี้ให้เลือก Android แล้วคลกิ ท่ี Build ภาพที่ 3.44 ขั้นตอนท่ี 2 ขึ้นมาหนา้ แบบนใี้ หเ้ ลือก Android แลว้ คลิกที่ Build
88 ขั้นตอนท่ี 3 ใหเ้ ลอื กพนื้ ที่ท่ีต้องการ save แลว้ ตงั้ ชอื่ และกด save ภาพที่ 3.45 ข้ันตอนที่ 3 ให้เลอื กพื้นท่ีท่ีตอ้ งการ save แลว้ ต้งั ชือ่ และกด save ขัน้ ตอนท่ี 4 รอโหลดเสร็จ ภาพท่ี 3.46 ขน้ั ตอนท่ี 4 รอโหลดเสร็จ
89 ข้ันตอนท่ี 5 จะไดไ้ ฟลข์ น้ึ มาแบบนเ้ี ป็นอนั เสรจ็ สน้ิ ภาพท่ี 3.47 ข้ันตอนท่ี 5 จะไดไ้ ฟลข์ ้นึ มาแบบน้เี ป็นอันเสร็จส้นิ
บทที่ 4 ผลการดำเนินงาน การวิจัยเรื่อง “การพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการคิดเชิง วิศวกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย” เปน็ ส่ือเสมอื นจริงสำหรบั การอ่านภาพฉาย สมรรถนะในการอา่ น ภาพฉาย และความพงึ พอใจของผเู้ รียนผวู้ จิ ยั ได้เสนอผลการวิเคราะหด์ ังน้ี 4.1 แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อ“การพฒั นาแอพพลิเคชัน่ แบบจำลองเสมือนจริงเพื่อ ส่งเสรมิ การคิดเชิงวิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย”โดยผูเ้ ช่ยี วชาญ 4.2 การหาประสทิ ธภิ าพของสอ่ื การเรียนการสอนโดยใช้ การพัฒนาแอพพลิเคชนั่ แบบจำลอง เสมือนจรงิ เพ่ือส่งเสรมิ การคิดเชิงวศิ วกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย 4.3 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นของนักศึกษาโดยใช้การพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมอื น จริงเพอื่ สง่ เสรมิ การคดิ เชิงวศิ วกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย 4.4 แบบประเมินความพงึ พอใจที่มีต่อ “การพฒั นาแอพพลิเคช่ันแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อ ส่งเสรมิ การคิดเชงิ วศิ วกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย”โดยผเู้ รียน ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู 4.1 แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อ“การพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพ่ือ ส่งเสริมการคดิ เชงิ วิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย”โดยผู้เช่ยี วชาญ 4.1.2 จากการวิเคราะห์ข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญตอบแบบสอบถาม เกี่ยวกับ ตอนที่ 1 ข้อมูล ทวั่ ไปของผู้ตอบแบบสอบถามปรากฏตาราง 4.1 ตารางที่ 4.1 ตารางแสดงขอ้ มูลทว่ั ไปของผูเ้ ชย่ี วชาญตอบแบบสอบถาม ข้อมลู ทั่วไปของผเู้ ช่ียวชาญ จำนวน ร้อยละ เพศ ชาย 4 80 หญิง 1 20 รวม 5 100 อายุ 1 20 20-30 ปี 0 0 31-40 ปี 4 80 41-50 ปี 0 0 51-60 ปี 5 100 รวม
91 ตารางที่ 4.1 (ตอ่ ) ขอ้ มูลทั่วไปของนกั ศกึ ษา จำนวน รอ้ ยละ ระดบั การศึกษา 3 60 ปริญญาตรี 2 40 ปริญญาโท 0 0 ปรญิ ญาเอก 0 0 อ่ืนๆ................. 5 100 รวม 3 60 ตำแหน่งปัจจบุ นั 2 40 ครู สงั กดั สำนกั งานคณะกรรมการอาชวี ะศกึ ษา 5 100 อาจารย์ สังกัดคณะวิศวกรรม รวม จากตารางที่ 4.1 จำนวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามพจิ ารณาตามเพศพบวา่ ผู้ตอบ แบบสอบถามเป็น เพศชายมากที่สุด จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 80 รองลงมาได้แก่ เพศหญิง จำนวน 1 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 20 พจิ ารณาตามอายพุ บวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามสว่ นมากมอี ายุ 41-50 ปี จำนวน 4 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 80 รองลงมาผตู้ อบแบบสอบถามมีอายุ 20-30 ปี จำนวน 1 คน คิดเป็น รอ้ ยละ 20 ตอ่ มามผี ตู้ อบแบบสอบถามมีอายุ31-40 ปี และ51-60 ปี จำนวน 0 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 0 พิจารณาตามระดบั ระการศกึ ษาพบวา่ ผู้ตอบแบบสอบถามมรี ะดับการศกึ ษา ปริญญาตรี จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 60 รองลงมาผู้ตอบแบบสอบถามมีระดับการศึกษาปริญญาโท จำนวน 2 คน คิดเป็น รอ้ ยละ 40 ตอ่ มามผี ูต้ อบแบบสอบถามมีระดับการศึกษาปรญิ ญาเอก และอน่ื ๆ จำนวน 0 คน คิดเป็น ร้อยละ 0 พิจารณาตามตำแหน่งพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีตำแหน่งปัจจุบัน ครู สังกัดสำนักงาน คณะกรรมการอาชีวะศึกษา จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 60 ต่อมาผู้ตอบแบบสอบถามมีตำแหน่ง อาจารย์ สงั กดั คณะวิศวกรรมศาสตร์ จำนวน 2 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 40
92 4.1.3 จากการวิเคราะห์ข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับ ตอนที่ 2 แบบสอบถามความพึงพอใจท่ีมีต่อ “การพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการ คิดเชงิ วศิ วกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย” ปรากฏตาราง 4.2 – 4.5 ตารางท่ี 4.2 ตารางแสดงข้อมูลของผู้เชยี่ วชาญตอบแบบสอบถามความพงึ พอใจที่มตี ่อ “การ พัฒนาแอพพลิเคช่นั แบบจำลองเสมือนจริงเพอื่ ส่งเสริมการคดิ เชิงวิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย” พิจารณาตามรายขอ้ ของด้านเนื้อหา ด้านเนอื้ หา ���̅��� ระดับความพึง ������. ������. พอใจ 1.1 ความเหมาะสมของวัตถปุ ระสงค์ 4.60 0.55 ดมี าก ดมี าก 1.2 ความสอดคล้องระหวา่ งเนอ้ื หากับวตั ถุประสงค์ 4.80 0.45 ดมี าก 1.3 ความเหมาสมของปริมาณเน้อื หา 4.60 0.55 ดี 1.4 ความเหมาะสมของการจดั ลำดบั เนื้อหา 4.40 0.55 ดี พอใช้ 1.5 ความถูกตอ้ งของเนือ้ หา 4.40 0.55 ดีมาก 1.6 ความเหมาะสมระหวา่ งเน้อื หากับระดบั ผู้เรยี น 4.20 0.84 ดมี าก 1.7 ความทนั สมัยของเน้อื หา 4.60 0.55 รวม 4.51 0.57 ตารางที่ 4.2 ความพึงพอใจที่มีต่อ แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ “การพัฒนา แอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจรงิ เพือ่ ส่งเสริมการคิดเชิงวิศวกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย” ด้าน เนื้อหาโดยรวมอยู่ในระดบั ดีมาก (x̅ = 4.51) พิจารณาตามรายขอ้ พบว่าผู้เชี่ยวชาญมีความพึงพอใจ ต่อ ความสอดคล้องระหว่างเนื้อหากับวัตถุประสงค์ อยู่ในระดับดีมาก เป็นระดับแรก (x̅ = 4.80) รองลงมาไดแ้ ก่ ความเหมาะสมของวตั ถุประสงค์ ความเหมาสมของปริมาณเนอ้ื หา ความทันสมัยของ เนอ้ื หา อยูใ่ นระดับดีมากเท่ากนั (x̅ = 4.60) ต่อมาความเหมาะสมของการจัดลำดบั เนอ้ื หาและความ ถูกต้องของเนือ้ หา อยใู่ นระดบั ดี (x̅ = 4.40) และความเหมาะสมระหว่างเน้อื หากับระดับผเู้ รียนอยู่ใน ระดับพอใช้ (4.20)
93 แผนภูมิที่ 4.1 แสดงข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญตอบแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ “การ พัฒนาแอพพลเิ คช่ันแบบจำลองเสมือนจริงเพ่อื สง่ เสริมการคิดเชงิ วิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย” พจิ ารณาตามรายข้อของด้านเนอ้ื หา 6 4.8 4.6 4.4 4.4 4.2 4.6 5 4.6 0.45 0.55 0.55 0.55 0.84 0.55 4 3 2 1 0.55 0 ค่าเฉลี่ย คา่ เบย่ี งเบนมาตรฐาน
94 ตารางท่ี 4.3 ตารางแสดงข้อมลู ของผู้เชยี่ วชาญตอบแบบสอบถามความพึงพอใจทมี่ ตี ่อ “การ พัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจรงิ เพื่อสง่ เสรมิ การคดิ เชงิ วิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย” พิจารณาตามรายขอ้ ของดา้ นแบบทดสอบการวัดและประเมินผล ด้านแบบทดสอบการวดั และประเมินผล ���̅��� ระดบั ความพึง ������. ������. พอใจ 2.1 ความชัดเจนคำสง่ั และอธบิ าย 4.60 0.55 ดมี าก 2.2 ความสอดคลอ้ งระหวา่ งแบบทดสอบกบั วตั ถปุ ระสงค์ 4.60 0.55 ดมี าก 2.3 ความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบกับเนือ้ หา 2.4 ความเหมาะสมของจำนวนแบบทดสอบ 4.60 0.55 ดมี าก 2.5 ชนิดของแบบทดสอบท่ีเลือกใช้ 4.20 0.84 พอใช้ 2.6 ความเหมาะสมของคำถามในแบบฝึกหัด 4.40 0.55 ดี 4.40 0.55 ดี 2.7 ความถูกตอ้ งของการสรุปผลคะแนนแบบทดสอบ 4.60 0.55 ดมี าก 4.40 0.89 ดี 2.8 ความเหมาะสมของเกณฑ์ประเมิน 4.48 0.63 ดี รวมเฉล่ีย จากตารางที่ 4.3 ความพึงพอใจที่มีต่อ แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ “การพัฒนา แอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการคิดเชิงวิศวกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย” ด้าน แบบทดสอบการวัดและประเมินผลโดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̅ = 4.48) พิจารณาตามรายขอ้ พบว่า ผู้เช่ยี วชาญมคี วามพึงพอใจตอ่ ความชดั เจนคำสง่ั และอธบิ าย ความสอดคลอ้ งระหว่างแบบทดสอบกับ วัตถุประสงค์ ความสอดคลอ้ งระหว่างแบบทดสอบกับเน้อื หา และความถูกตอ้ งของการสรปุ ผลคะแนน แบบทดสอบ อย่ใู นระดบั ดมี าก เป็นระดับแรก (x̅ = 4.60) รองลงมาไดแ้ ก่ ความเหมาะสมของจำนวน แบบทดสอบ ชนิดของแบบทดสอบที่เลือกใช้ และความเหมาะสมของเกณฑ์ประเมิน อยู่ในระดับดี เทา่ กัน (x̅ = 4.40) และความเหมาะสมของจำนวนแบบทดสอบ อย่ใู นระดบั พอใช้ (x̅ = 4.20)
95 แผนภูมิที่ 4.2 แสดงข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญตอบแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ “การ พฒั นาแอพพลเิ คชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพอื่ สง่ เสริมการคดิ เชิงวศิ วกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย” พิจารณาตามรายข้อของด้านแบบทดสอบการวัดและประเมนิ ผล 5 4.6 4.6 4.6 4.2 4.4 4.4 4.6 4.4 4.5 0.55 0.55 0.84 0.55 0.55 0.55 0.89 4 3.5 3 2.5 2 1.5 1 0.55 0.5 0 ค่าเฉลี่ย ค่าเบย่ี งเบนมาตรฐาน
96 ตารางท่ี 4.4 ตารางแสดงข้อมลู ของผู้เชย่ี วชาญตอบแบบสอบถามความพงึ พอใจทมี่ ตี ่อ “การ พฒั นาแอพพลเิ คช่ันแบบจำลองเสมอื นจรงิ เพ่ือส่งเสริมการคดิ เชิงวศิ วกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย” พิจารณาตามรายขอ้ ของดา้ นสื่อ/นวัตกรรมการเรยี นรู้ ดา้ นสื่อ/นวัตกรรมการเรียนรู้ ���̅��� ระดบั ความพงึ ������. ������. พอใจ 3.1 มีความน่าสนใจ 4.80 0.45 ดีมาก 3.2 ผู้เรยี นเกดิ การเรียนรไู้ ด้งา่ ย 4.80 0.45 ดมี าก 3.3 มสี อดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรูท้ ี่จะสอน 4.80 0.45 ดมี าก 3.4 มคี วามสัมพันธก์ บั เนอื้ หาบทเรยี นท่ีจะสอน 4.80 0.45 ดมี าก 3.5 ส่งเสริมกระบวนการเรยี นรู้ /กระตุ้นกระบวนการ คดิ ของนกั เรียน 4.80 0.45 ดมี าก 3.6 สอื่ มคี วามทันสมัยแปลกใหม่ 4.80 0.45 ดีมาก รวมเฉลีย่ 4.80 0.45 ดีมาก จากตารางที่ 4.4 ความพึงพอใจที่มีต่อ แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ “การประยุกต์ โปรแกรม Augmented Reality (AR) สำหรับการอ่านภาพฉาย” ด้านสื่อ/นวัตกรรมการเรียนรู้ โดยรวมอยูใ่ นระดับดีมาก (x̅ = 4.80) พจิ ารณาตามรายขอ้ พบว่าผเู้ ช่ียวชาญมคี วามพึงพอใจตอ่ สื่อมี ความน่าสนใจ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ง่าย มีสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ที่จะสอน มี ความสัมพันธ์กับเนื้อหาบทเรียนที่จะสอน ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ /กระตุ้นกระบวนการคิดของ นักเรียน และสอื่ มคี วามทนั สมยั แปลกใหม่ อยู่ในระดบั ดมี ากเทา่ กัน (x̅ = 4.80)
97 แผนภูมิที่ 4.3 แสดงข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญตอบแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ “การ พัฒนาแอพพลิเคชน่ั แบบจำลองเสมือนจรงิ เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงวศิ วกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย” พิจารณาตามรายขอ้ ของด้านสื่อ/นวัตกรรมการเรียนรู้ 6 4.8 4.8 4.8 4.8 4.8 5 4.8 0.45 0.45 0.45 0.45 0.45 4 3 2 1 0.45 0 คา่ เฉลี่ย คา่ เบี่ยงเบนมาตรฐาน
98 ตารางท่ี 4.5 ตารางแสดงข้อมลู ของผู้เช่ยี วชาญตอบแบบสอบถามความพงึ พอใจที่มตี อ่ “การ พฒั นาแอพพลเิ คช่นั แบบจำลองเสมอื นจรงิ เพอ่ื สง่ เสรมิ การคดิ เชิงวศิ วกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย” พิจารณาตามรายขอ้ ของ ดา้ นการจดั บทเรียน ด้านการจดั บทเรยี น ���̅��� ระดบั ความพึง ������. ������. พอใจ 4.1 การจัดเตรยี มการสอน 4.2 การเรียงลำดับเน้อื หา 4.60 0.55 ดีมาก 4.3 การเลอื กใช้ส่ืออปุ กรณ์ 4.4 การจดั กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 4.60 0.55 ดีมาก 4.5 การจัดแบ่งเวลา 4.6 การตรวจปรบั ความเขา้ ใจบทเรียน 4.80 0.45 ดมี าก รวมเฉลย่ี 4.60 0.55 ดมี าก 4.40 0.55 ดี 4.20 0.45 พอใช้ 4.53 0.51 ดมี าก จากตารางที่ 4.5 ความพึงพอใจที่มีต่อ แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ “การพัฒนา แอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพือ่ สง่ เสรมิ การคิดเชิงวิศวกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย” ด้าน การจัดบทเรยี น โดยรวมอยู่ในระดบั ดีมาก (x̅ = 4.53) พิจารณาตามรายขอ้ พบวา่ ผูเ้ ชย่ี วชาญมีความ พงึ พอใจต่อ การเลือกใช้สื่ออุปกรณ์ อยูใ่ นระดับดมี าก (x̅ = 4.80) รองลงมาได้แก่ การจัดเตรียมการ สอน การเรียงลำดับเนอื้ หา การจัดกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น อยู่ในระดับดีมาก เท่ากัน (x̅ = 4.60) ตอ่ มา การจัดแบ่งเวลาอยใู่ นระดบั ดี (x̅ = 4.40) และการตรวจปรับความเข้าใจบทเรียนอยใู่ นระดบั พอใช้ (x̅ = 4.20)
99 แผนภูมิที่ 4.4 แสดงข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญตอบแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ “การ พัฒนาแอพพลเิ คชัน่ แบบจำลองเสมอื นจรงิ เพื่อสง่ เสรมิ การคิดเชิงวิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย” พจิ ารณาตามรายขอ้ ของ ด้านการจดั บทเรยี น 6 4.6 4.8 4.6 4.4 4.2 5 4.6 0.55 0.45 0.55 0.55 0.45 4 3 2 1 0.55 0 ค่าเฉลยี่ คา่ เบยี่ งเบนมาตรฐาน
100 4.2 การหาประสิทธิภาพของสื่อการเรียนการสอนจากการใช้สื่อการพัฒนาแอพพลิเคช่ัน แบบจำลองเสมือนจริงเพือ่ ส่งเสริมการคิดเชิงวิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย ตารางที่ 4.6 ผลการหาประสิทธิภาพของสื่อการเรียนการสอนจากการใช้สื่อการพัฒนา แอพพลเิ คชน่ั แบบจำลองเสมือนจริงเพื่อสง่ เสริมการคิดเชิงวิศวกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย การหาประสิทธิภาพของบทเรียน คะแนน คะแนนเตม็ จำนวน ประสิทธภิ าพ ทดสอบรวม แบบทดสอบ ผู้เรียน 1. ประสิทธิภาพของกระบวนการ(E1) 81.13 2. ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2) 1217 50 30 80.17 962 40 30 จากตารางที่ 4.11 พบว่าสื่อการเรียนการสอนจากการใช้สื่อการพัฒนาแอพพลิเคชั่น แบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการคิดเชิงวิศวกรรมในการอา่ นแบบภาพฉายมีประสิทธิภาพตาม เกณฑ์มาตรฐานE1/E2 อยูท่ ี่ 81.13/80.17 ซง่ึ มีค่ากว่าสมมติฐานที่กำหนดไว้ 80/80 4.3 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาจากการใช้สื่อการพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลอง เสมือนจรงิ เพอ่ื ส่งเสริมการคดิ เชิงวศิ วกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย ตารางที่ 4.7 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนกบั หลังเรียนจากการใช้ สื่อการพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการคิดเชิงวิศวกรรมในการอ่านแบบ ภาพฉาย การทดสอบ คะแนนเต็ม n ���̅��� ������ t หลังเรยี น 40 30 32.07 5.05 11.58* กอ่ นเรียน 40 30 21.13 3.08 *ระดับนยั ความสำคญั ที่ .05 (������=.05 df = 29,t=1.69) จากตารางที่ 4.12 พบวา่ คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นของผเู้ รียนจากการใช้สื่อการพัฒนา แอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการคิดเชิงวิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย ก่อน เรียนมีคะแนน (X̅= 21.13) และหลังเรียน (̅X= 32.07) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคญั ทางสถิติทีร่ ะดบั .05 เปน็ ไปตามสมมตฐิ าน
101 แผนภมู ิที่ 4.5 ผลการเปรยี บเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกอ่ นเรียนกับหลงั เรียนจากการใช้ สื่อการพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการคิดเชิงวิศวกรรมในการอ่านแบบ ภาพฉาย 45 30 30 32.07 40 40 21.13 40 5.05 3.08 35 n คา่ เฉลยี่ 30 หลงั เรียน ก่อนเรียน 25 20 15 10 5 0 คะแนนเต็ม 4.4 แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อ “การพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อ ส่งเสรมิ การคิดเชงิ วิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย”โดยผู้เรียน ตารางท่ี 4.8 ตารางแสดงข้อมูลท่ัวไปของผู้เรียนตอบแบบสอบถาม ขอ้ มูลทั่วไปของนักศกึ ษา จำนวน ร้อยละ เพศ ชาย 26 86.66 หญิง 4 13.33 รวม 30 100 วุฒกิ ารศึกษา มธั ยมปลาย 5 16.67 ปวช. 4 13.33 ปวส. 21 70 รวม 30 100
102 จากตารางที่ 4.6 จำนวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามพจิ ารณาตามเพศพบวา่ ผู้ตอบ แบบสอบถามเป็น เพศชายมากท่ีสุด จำนวน 26 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 86.66 รองลงมาได้แก่ เพศหญิง จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 13.33 พิจารณาตามวุฒิการศึกษาพบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม วุฒิ การศึกษาปวส.มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ70 รองลงมามัธยมปลาย 5 คน คิดเป็นร้อยละ 16.67 และ ปวช. 4 คน คิดเปน็ ร้อยละ13.33 ตารางที่ 4.9 ตารางแสดงข้อมูลของผู้เรียนตอบแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ “การ พัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมอื นจรงิ เพอื่ สง่ เสรมิ การคิดเชิงวศิ วกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย” พจิ ารณาตามรายข้อของด้านเน้ือหา ดา้ นเน้ือหา ���̅��� ระดบั ความพงึ ������. ������. พอใจ 1.1 ความตอ่ เน่อื งของเนอื้ หา 1.2 เนอื้ หาและความรไู้ ด้จากสื่อโดยตรงตามความ 4.90 0.31 ดีมาก คาดหวัง 1.3 เน้ือหามคี วามถกู ตอ้ ง กระชับ ชดั เจน 4.47 0.51 ดี 1.4 เนอ้ื หามีความเข้าใจง่าย 4.53 0.51 ดีมาก รวม 4.70 0.47 ดีมาก 4.65 0.45 ดีมาก ตารางที่ 4.7 ความพึงพอใจที่มีต่อ แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ “การพัฒนา แอพพลิเคชัน่ แบบจำลองเสมือนจรงิ เพือ่ ส่งเสรมิ การคิดเชิงวิศวกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย” ด้าน เนื้อหาโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก (x̅ = 4.65) พิจารณาตามรายข้อ พบว่าผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อ ความต่อเนื่องของเนือ้ หา อย่ใู นระดบั ดีมาก เป็นระดบั แรก (x̅ = 4.90) รองลงมาได้แก่ เน้ือหามคี วาม เข้าใจงา่ ย อยใู่ นระดบั ดีมาก (x̅ = 4.70) ต่อมาเน้ือหามคี วามถูกตอ้ ง กระชบั ชดั เจนอยู่ในระดับดมี าก (x̅ = 4.53) และเนอื้ หาและความรู้ได้จากสือ่ โดยตรงตามความคาดหวังอยู่ในระดับดี (x̅ = 4.47)
103 แผนภูมิที่ 4.6 แสดงข้อมูลของผู้เรียนตอบแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ “การพัฒนา แอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการคิดเชิงวิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย ” พิจารณาตามรายข้อของด้านเนอ้ื หา 6 4.47 4.53 4.7 4.9 0.51 0.51 0.47 5 4 3 2 1 0.31 0 คา่ เฉลยี่ ค่าเบยี่ งเบนมาตรฐาน
104 ตารางที่ 4.10 ตารางแสดงข้อมูลของผู้เรียนตอบแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ “การ พัฒนาแอพพลิเคช่ันแบบจำลองเสมอื นจรงิ เพอ่ื สง่ เสรมิ การคดิ เชิงวิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย” พจิ ารณาตามรายข้อของดา้ นสอ่ื การเรียนรู้ ดา้ นสอื่ การเรยี นรู้ ���̅��� ระดบั ความพงึ ������. ������. พอใจ 2.1 สอื่ มคี วามน่าสนใจ 2.2 ส่อื เข้าใจได้ง่าย 4.83 0.38 ดมี าก 2.3 เลอื กใช้ส่ือ และอุปกรณไ์ ด้เหมาะสม 2.4 สื่อมสี ีสนั สวยงาม 4.60 0.50 ดีมาก 2.5 สะดวกและงา่ ยตอ่ การฝกึ การอา่ นภาพฉาย 4.43 0.50 ดี รวม 4.70 0.47 ดมี าก 4.63 0.49 ดมี าก 4.64 0.47 ดีมาก ตารางที่ 4.8 ความพึงพอใจที่มีต่อ แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ “การพัฒนา แอพพลิเคชัน่ แบบจำลองเสมือนจรงิ เพื่อสง่ เสรมิ การคิดเชิงวิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย” ด้าน สื่อการเรียนรู้โดยรวมอยู่ในระดับดีมาก (x̅ = 4.64) พิจารณาตามรายข้อ พบว่าผู้เรียนมีความสื่อมี ความน่าสนใจ อยใู่ นระดับดีมาก เป็นระดับแรก (x̅ = 4.83) รองลงมาได้แก่ สื่อมีสีสนั สวยงาม อยู่ใน ระดับดีมาก (x̅ = 4.70) ต่อมาสะดวกและง่ายต่อการฝกึ การอ่านภาพฉายมาอยู่ในระดับดีมาก (x̅ = 4.63) ต่อมาสื่อเข้าใจได้ง่าย อยู่ในระดบั ดมี าก (x̅ = 4.60) และเลือกใช้สือ่ และอุปกรณไ์ ด้เหมาะสม อย่ใู นระดบั ดี (x̅ = 4.43)
105 แผนภูมิที่ 4.7 แสดงข้อมูลของผู้เรียนตอบแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ “การพัฒนา แอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการคิดเชิงวิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย ” พจิ ารณาตามรายขอ้ ของด้านสอื่ การเรยี นรู้ 6 4.6 4.43 4.7 4.63 4.83 0.5 0.5 0.47 0.49 5 4 3 2 1 0.38 0 คา่ เฉลย่ี ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน
106 ตารางที่ 4.11 ตารางแสดงข้อมูลของผู้เรียนตอบแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ “การ พัฒนาแอพพลิเคชัน่ แบบจำลองเสมือนจรงิ เพ่อื ส่งเสริมการคิดเชงิ วิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย” พิจารณาตามรายข้อของประโยชนจ์ ากการเรยี นรจู้ าก โปรแกรม AR สำหรับการอา่ นภาพฉาย ประโยชน์จากการเรยี นร้จู าก โปรแกรม AR สำหรบั ���̅��� ระดับความพึง การอ่านภาพฉาย ������. ������. พอใจ 4.73 0.45 ดีมาก 3.1 ผเู้ รยี นสามารถเรยี นรไู้ ดอ้ ยา่ งต่อเนื่อง 3.2 เสริมสรา้ งความเขา้ ใจได้ง่ายในการอา่ นแบบภาพ 4.57 0.50 ดีมาก ฉาย 4.60 0.50 ดีมาก 3.3 เสริมสร้างสมาธิในการเรียน 4.67 0.48 ดีมาก 4.57 0.50 ดีมาก 3.4 เสรมิ สรา้ งความสนใจในการเรยี น 4.63 0.49 ดมี าก 3.5 ผู้เรียนมีเจตคติท่ีดีต่อการเรียนภาพฉาย รวม ตารางที่ 4.9 ความพึงพอใจที่มีต่อ แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ “การพัฒนา แอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการคิดเชิงวิศวกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย” ด้าน ประโยชนจ์ ากการเรยี นรูจ้ าก โปรแกรม AR สำหรับการอ่านภาพฉาย โดยรวมอย่ใู นระดบั ดมี าก (x̅ = 4.63) พิจารณาตามรายข้อ พบวา่ ผู้เรียนสามารถเรียนรูไ้ ด้อย่างต่อเน่ือง อยใู่ นระดับดีมาก เป็นระดับ แรก (x̅ = 4.73) รองลงมาได้แก่เสริมสร้างความสนใจในการเรียนอยู่ในระดับดีมาก (x̅ = 4.67) ต่อมาเสริมสร้างสมาธิในการเรยี น อยู่ในระดบั ดมี าก (x̅ = 4.60) เสริมสร้างความเข้าใจได้ง่ายในการ อา่ นแบบภาพฉาย และผ้เู รยี นมเี จตคตทิ ่ีดตี ่อการเรียนภาพฉายอย่ใู นระดับดี (x̅ = 4.57)
107 แผนภูมิที่ 4.8 แสดงข้อมูลของผู้เรียนตอบแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ “การพัฒนา แอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการคิดเชิงวิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย ” พจิ ารณาตามรายขอ้ ของประโยชนจ์ ากการเรยี นรู้จาก โปรแกรม AR สำหรบั การอา่ นภาพฉาย 5 4.73 4.57 4.6 4.67 4.57 4.5 0.5 0.5 0.48 0.5 4 3.5 3 2.5 2 1.5 1 0.45 0.5 0 คา่ เฉลีย่ ค่าเบีย่ งเบนมาตรฐาน
108 ตารางที่ 4.12 ตารางแสดงข้อมูลของผู้เรียนตอบแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ “การ พัฒนาแอพพลิเคชัน่ แบบจำลองเสมือนจริงเพือ่ ส่งเสริมการคดิ เชงิ วิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย” พจิ ารณาตามรายขอ้ ของด้านการจดั บทเรียน ดา้ นการจัดบทเรยี น ���̅��� ระดบั ความพึง ������. ������. พอใจ 4.1 การจดั เตรียมการสอน 4.83 0.38 ดีมาก 4.53 0.51 ดีมาก 4.2 การเรียงลำดบั เนื้อหา 4.57 0.50 ดีมาก 4.3 มคี วามเพลิดเพลนิ ในการจัดการเรยี นการสอน 4.87 0.35 ดีมาก 4.4 กจิ กรรมการเรียนการสอนสง่ เสรมิ ให้เขา้ ใจในเรือ่ ง 4.70 0.43 ดีมาก การอ่านภาพฉาย รวม ตารางที่ 4.10 ความพึงพอใจที่มีต่อ แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ “การพัฒนา แอพพลิเคชัน่ แบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสรมิ การคิดเชิงวิศวกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย” ด้าน การจัดบทเรียนโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก (x̅ = 4.70) พิจารณาตามรายข้อพบว่า กิจกรรมการเรยี น การสอนส่งเสริมให้เข้าใจในเรื่องการอ่านภาพฉาย อยู่ในระดับดีมาก เป็นระดับแรก (x̅ = 4.87) รองลงมาไดแ้ ก่ การจัดเตรียมการสอนอยู่ในระดบั ดีมาก (x̅ = 4.83) ต่อมามีความเพลิดเพลนิ ในการ จัดการเรียนการสอน อยู่ในระดับดีมาก (x̅ = 4.57) และการเรียงลำดับเนื้อหาอยู่ในระดับดี (x̅ = 4.53)
109 แผนภูมิที่ 4.9 แสดงข้อมูลของผู้เรียนตอบแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ “การพัฒนา แอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการคิดเชิงวิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย ” พิจารณาตามรายขอ้ ของดา้ นการจดั บทเรียน 6 4.53 4.57 4.87 4.83 0.51 0.5 0.35 5 4 3 2 1 0.38 0 ค่าเฉลีย่ คา่ เบ่ียงเบนมาตรฐาน
บทท่ี 5 บทสรปุ ผลการศึกษาวิจัย“การพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการคิดเชิง วศิ วกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย ผูว้ ิจยั ได้สรุปผลการวจิ ยั อภปิ รายผล และเสนอแนะดังน้ี 5.1 สรุปผลการดำเนินงาน 5.2 อภิปรายผล 5.3 ปญั หาและอุปสรรค 5.4 ขอ้ เสนอแนะ 5.1 สรุปผลการดำเนินงาน การศึกษาวิจัย“การพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการคิดเชิง วิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉายผูว้ ิจัยไดส้ รุปผลการดำเนินงานครงั้ น้ี 5.1.1 ผลแบบประเมนิ ความพงึ พอใจทม่ี ีตอ่ “การพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริง เพ่ือสง่ เสริมการคดิ เชิงวิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย”โดยผ้เู ชีย่ วชาญ จากปร ะ เมิน คว ามพ ึง พ อ ใ จข อง ผ ู้เ ช ี่ยว ช าญ ที ่มี ต่ อ “การ พ ัฒ น าแ อพ พ ลิ เ ค ช่ั น แบบจำลองเสมือนจรงิ เพือ่ ส่งเสริมการคิดเชงิ วศิ วกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย” พบว่า โดยภาพรวม อย่ใู นระดับดีมาก (x̅ = 4.65) และเม่อื พิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านเน้ือหา อยู่ในระดับดีมาก (x̅ = 4.51) ด้านแบบทดสอบการวัดและประเมินผล อยู่ในระดับมาก (x̅ = 4.48) ด้านสอ่ื /นวตั กรรมการ เรยี นรู้ อยู่ในระดับดมี าก (x̅ = 4.80, S.D. = 0.45) ด้านการจัดบทเรยี น โดยรวมอยู่ในระดับดมี าก (x̅ = 4.53) ตามลำดบั 5.1.2 การหาประสิทธิภาพของสื่อการเรียนการสอนโดยใช้ การพัฒนาแอพพลิเคชั่น แบบจำลองเสมือนจรงิ เพอื่ ส่งเสริมการคดิ เชงิ วศิ วกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย จากการวัดพบว่าสื่อการเรียนการสอนจากการใช้สื่อการ พัฒ นาแอพพลิเคช่ัน แบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการคิดเชิงวิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉายมีประสิทธิภาพตาม เกณฑ์มาตรฐาน E1/E2 อย่ทู ี่ 81.13/80.17 ซ่งึ มีค่ามากกวา่ สมมติฐานท่กี ำหนดไว้ 80/80 5.1.3 ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นของนกั ศึกษาโดยใชก้ ารพัฒนาแอพพลเิ คชนั่ แบบจำลองเสมือน จริงเพอ่ื สง่ เสริมการคดิ เชิงวศิ วกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย
111 จากการวดั ผลสมั ฤทธิ์พบว่าคะแนนผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นของผู้เรยี นจากการใช้สื่อ การพัฒนาแอพพลเิ คชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการคิดเชิงวิศวกรรมในการอ่านแบบภาพ ฉายก่อนเรียนมีคะแนน (x̅ = 21.13) และหลังเรียนมีคะแนน (x̅ = 32.07) แตกต่างกันอย่างมี นัยสำคัญทางสถิตทิ ี่ระดับ .05 เปน็ ไปตามสมมตฐิ าน 5.1.4 แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อ “การพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริง เพอื่ สง่ เสรมิ การคดิ เชงิ วิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย”โดยผเู้ รยี น จากประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อ“การพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลอง เสมอื นจรงิ เพ่ือสง่ เสรมิ การคดิ เชิงวิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย” พบว่า โดยภาพรวมอยใู่ นระดับ ดีมาก (x̅ = 4.58) และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านเนื้อหา อยู่ในระดับดีมาก (x̅ =4.65) ด้านสื่อการเรียนรู้ อยู่ในระดับดีมาก (x̅ = 4.64) ด้านประโยชน์จากการเรียนรู้จาก โปรแกรม AR สำหรบั การอ่านภาพฉายอยใู่ นระดับดีมาก (x̅ = 4.63) ดา้ นการจดั บทเรยี น โดยรวมอยใู่ นระดบั ดมี าก (x̅ =4.70) ตามลำดับ 5.2 อภิปรายผล การพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการคิดเชิงวิศวกรรมในการอ่าน แบบภาพฉาย พบว่ามีประสิทธิภาพตามเกณ์ที่กำหนด เพราะผู้วิจัยได้ทำการวเิ คราะห์ปญั หาในเรื่อง การอ่านภาพฉาย รวมถึงได้รับความอนุเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญ ช่วยตรวจสอบ วัสดุการสอน และ เครื่องมือในการนำไปใช้ ผู้พัฒนาไดต้ รวจสอบและและหาคุณภาพของเครื่องมือ แล้วทำการปรับปรุง แก้ไขจนได้เครื่องมือที่มีคุณภาพสามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้ ในวิชาเขียนแบบ วิศวกรรม เรื่องภาพฉาย จนกระทั้งประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ผู้เรียนสามารถนำ Augmented Reality (AR) สำหรับการอ่านภาพฉาย ไปใช้ในการฝึกอ่านภาพฉายได้ ทำให้มี สมรรถนะในการอ่านภาพฉายถกู ต้อง และได้รบั ความพงึ พอใจจากผู้เชย่ี วชาญทางด้านการสอน และ ผู้เรยี น โดยผลประเมนิ ความพงึ พอใจอยใู่ นระดับมากทสี่ ดุ ทั้งนี้ เนื่องจากการพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการคิดเชิง วศิ วกรรมในการอา่ นแบบภาพฉายมีเนื้อหาสาระท่ีเปน็ ประโยชน์ ผเู้ รยี นสามารำนำความรู้ทไี่ ดร้ ับไปใช้ ให้เกิดประโยชนใ์ นการดำเนินชีวิตแลพประกอบอาชีพในอนาคตได้ นอกจากนี้ยังพบว่าการประยกุ ต์ โปรแกรม Augmented Reality (AR) สำหรบั การอา่ นภาพฉาย สามารถปรบั เปลยี่ นทำให้พฤติกรรม ของนกั เรียนใหม้ ี นิสัยท่ีใฝ่เรียนรู้ ตระหนักและมสี มาธใิ นการเรียน
112 5.3 ปญั หาและอปุ สรรค จากการดำเนินโครงการการพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการคิด เชงิ วศิ วกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย พบปัญหาและอปุ สรรค ดงั น้ี 5.3.1 เนอ่ื งจากสถานการณ์ COVID-19 ทำใหเ้ กิดปญั หาในพบปะผเู้ ชยี่ วชาญจึงทำใหไ้ ม่ สารมารถดำเนนิ งานไดต้ ามระยะเวลาท่กี ำหนดไว้ 5.3.2 เน่ืองจากสถานการณ์ COVID-19 ทำใหไ้ ม่สามารถจัดรูปแบบการเรยี นการสอนรูปแบบ Onsite จึงทำให้จัดการเรยี นการสอนแบบ Online และทำใหก้ ารใช้สอื่ มปี ระสิทธภิ าพไมเ่ ต็มท่ี 5.3.3 นักเรยี นส่วนใหญ่ไม่มี Smartphone ระบบปฏิบตั กิ าร Android 5.4 ข้อเสนอแนะ 5.4.1 ข้อเสนอแนะจากการวิจยั 5.4.1.1 จากการดำเนินโครงการการพัฒนาแอพพลิเคชัน่ แบบจำลองเสมอื นจริงเพ่ือ ส่งเสรมิ การคดิ เชงิ วิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย ตวั อยา่ งช้ินงานทีจ่ ะใชส้ อ่ื กับผู้เรยี นน้ียังขาดพ้ืน ฐานความรู้และทักษะการมองภาพฉายควรจะเริ่มต้นจากชิ้นงานรูปเรขาคณิตที่มีรูปร่างไม่ซับซ้อน (สื่อจากง่ายไปหายากคอื จากสิ่งทีผ่ ู้เรียนคุ้นเคยไปสูส่ ิ่งที่ยังไม่รู)้ เช่นงานทรงสี่เหลีย่ มตัดตรงไปส่งู าน สเ่ี หลย่ี มตดั เฉียงและพฒั นาส่รู ปู ทรงกระบอกงา่ ยๆและการใช้เสน้ ต่างๆควรองิ ตามมาตรฐานงานเขียน แบบ 5.5.2 ขอ้ เสนอแนะด้านการวิจยั และการพฒั นาคร้งั ตอ่ ไป 5.4.2.1 จากการดำเนินโครงการการพฒั นาแอพพลิเคช่ันแบบจำลองเสมอื นจริงเพื่อ ส่งเสริมการคิดเชิงวิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย ในอนาคตควรพัฒนาในรูปแบบการเพิ่มการ กำหนด ขนาดภาพตัด 5.4.2.2 จากการดำเนินโครงการการพฒั นาแอพพลเิ คช่ันแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อ ส่งเสริมการคิดเชิงวศิ วกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย ควรทำให้ดู้ภาพด้านต่างๆ โดยการใช้นิ้วสัมผสั ตรง Smartphone ดภู าพจากด้านต่างๆ
113 บรรณานุกรม กิดานันท์ มลิทอง (2548) เทคโนโลยีและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วน จํากดั อรุณการ พิมพ.์ กิดานันท์ มลิทอง (2548) ไอซีทีเพื่อการศึกษา ICT for Education กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วน จาํ กดั อรุณการพิมพ์ กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ (2546) การพัฒนาสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนและเวบ็ ไซต์เพื่อการ เรยี นรู้ที่มี คุณภาพ. กรุงเทพมหานคร โรงพิมพอ์ งคก์ ารรับสง่ สินคา้ และพสั ดุภณั ฑ์ (ร.ส.พ.). เกรยี งไกร พละสนธิ (2559) การพัฒนารปู แบบคลาวด์เลริ น์ นิงแบบสะตมี ดว้ ยเทคโนโลยคี วามเป็นจริง เสริมเพื่อ พัฒนาทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมสําหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยา ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการ ส่ือสารเพ่อื การศกึ ษา คณะครุศาสตร์ อตุ สาหกรรม บัณฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยี พระจอมเกลา้ พระนครเหนอื ใจทิพย์ ณ สงขลา (2561) การออกแบบการเรียนแบบดิจิทัล กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวทิ ยาลยั ไพฑูรย์ ศรีฟ้า (2556) พลิกบทบาท 3D สู่โลกความจริงเสมือน (Augmented Reality) เอกสาร ประกอบการบรรยาย นครปฐม : ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ไพฑูรย์ ศรีฟ้า (2556) ผูกข้อมูลไวใ้ นโลกเสมอื นจริงด้วยเทคโนโลยี Aurasma CAT Magazine ฉบับ ท่ี 32 หน้า40-41 เยาวดี รางชัยกุล วิบูลย์ศรี. (2556). พิมพ์ครั้งที่ 11. การวัดผลและการสร้างแบบสอบผลสัมฤทธิ์. กรุงเทพฯ : จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย. รกั ษพล ธนานุวงศ์ (2556) ส่อื เสริมการเรียนรู้โลกเสมอื นผสมโลกจริง (Augmented Reality) ชดุ การ จมและ การลอย นิตยสาร สสวท. 41(181) หนา้ 28-31 วิภา อุตมฉนั ท์ (2544) การผลิตสอ่ื โทรทัศน์และส่ือคอมพิวเตอร:์ กระบวนการสร้างสรรค์และเทคนิค การผลิต (ฉบับปรบั ปรงุ ใหม)่ พมิ พค์ ร้ังที่ 2 กรงุ เทพมหานคร บริษทั บุ๊ค พอยท์ จาํ กัด. วิวัฒน์ มีสุวรรณ์ (2554) การเรียนรู้ด้วยการสร้างโลกเสมือนผสานโลกจริง วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร ปีที่ 13 ฉบบั ที่ 2 พฤษภาคม – สงิ หาคม พ.ศ. 2554 วิวัฒน์ มีสุวรรณ์ (2556) การออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีออคเมนเต็ดเรียลลิตี้ Augmented Reality เพชรบูรณ์ : จลุ ดศิ การพมิ พ์
114 วิวัฒน์ มีสุวรรณ์ (2556) การพัฒนาชุดการเรยี นการสอนร่วมกับเทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกจรงิ (Augmented Reality) พิษณุโลก : รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร Hambleton, R.K. (1984). Validating the test scores. In R. A. Berk. (Ed). A guide to criterion -referenced test construction. (199 – 223). Baltimore and London : The Johns Hopkins University Press. Klopfer, E. and Squire, K. (2008) Environmental detectives the development of an augmented reality platform for environmental simulations. Educational Technology Research and Development Vol.56 No.2 : 203-228. McGriff, J.S. (2000) Instructional System Design (ISD): Using the ADDIE Model. Instructional System, Penn State University. Nitko, A.J. and Hsu, T. (1984). Item Analysis appropriate for domain-referenced classroom Testing. (Project Technical Report Number 1). Paper presented at the annual meeting of the American Educational Research Association:Los Angeles. April 23 – 27, 1984). [Online]Available: https://files.eric.ed.gov/fulltext/ED242781.pdf.” Retrieved Feb 3, 2018. Ronald. T. Azuma (1997) A Survey of Augmented Reality Presence: Teleoperators and Virtual Environments, August pp. 355-385. Rovinelli, R.J. (1976). Methods for Validating Criterion-Referenced Test Items. Unplblisded Doctoral Dissertation. University of Massachusetts Amherst. ). [Online] Available : https://scholarworks.umass.edu/cgi/viewcontent.cgi?referer=https://www.goog le. Co.th/&httpsredir=1&article=4661&context=dissertations_1 “ Rovinelli, R.J. and Hambleton, R.K. (1976). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Paper presented at the annual meeting of the American Educational Research Association : California. April 19 – 23, 1976)0 [Online] Available : https://files.eric.ed.gov/fultlext/ED121845.pdf. Retrieved Feb 3, 2018. Seels, B.B. and Richey, R.C. (1994) Instructional Technology: The Definition and Domains of the Field. Washington D.C.: Assosiation for Educational Communications and Technology.
115 Turner, R.C., Mulvenon, S.W., Thomas, S.P. and Balkin, R.S. (2002). Computing Indices of Item Congruence for Test Develpoment Validity Assessments. [Online] Available : “https://www2.sas.comproceedings/sugi27/p255-27.pdf.“ Retrieved Feb 3, 2018.
ภาคผนวก ก เอกสารการสอน -แผนการจัดการเรยี นรู้ 4 แผน่ -ใบเน้อื หา -แบบทดสอบ -แบบฝึกหัด -Power Point
117 เรอ่ื ง ภาพฉาย สาระการเรยี นรู้ 1. ความหมายภาพฉาย 2. หลกั การพน้ื ฐานของการฉายภาพ 3. ระนาบของภาพฉาย 4. การมองภาพบนระนาบของภาพฉาย 5. การเกดิ ของมุมฉาย 6. การมองตำแหน่งชิ้นงานในมุมมองต่างๆ 7. หลักการในการมองภาพบนชิน้ งานจรงิ 8. หลกั การเขียนภาพฉาย 9. การเขียนภาพฉาย จดุ ประสงคก์ ารปฏิบัติ 1. บอกความหมายของภาพฉายได้ถูกต้อง 2. อธบิ ายหลกั การพื้นฐานของการฉายภาพได้ถกู ต้อง 3. อธบิ ายหลกั การเกดิ ภาพฉายบนระนาบฉายได้ถูกต้อง 4. อธบิ ายหลกั การมองภาพฉายบนชิ้นงานจริงได้ถกู ตอ้ ง 5. อธิบายชนดิ ของมมุ ฉายในการเขียนแบบภาพฉายไดถ้ ูกตอ้ ง 6. อธิบายวิธีการวางภาพฉายในระบบมุมที่ 1 ไดถ้ ูกตอ้ ง 7. อธบิ ายวิธกี ารเขยี นแบบภาพฉายระบบมมุ ที่ 1 ไดถ้ ูกตอ้ ง 8. อธบิ ายวิธีการวางภาพฉายระบบมุมท่ี 3 ได้ถูกต้อง 9. อธบิ ายวิธีการเขียนแบบภาพฉายระบบมมุ ที่ 3 ได้ถูกต้อง 10. อธบิ ายขอ้ แตกต่างของภาพฉายระบบมมุ ที่ 1 และมมุ ที่ 3 ได้ถูกตอ้ ง 11. อธบิ ายวธิ ีการเขียนเส้นฉายได้ถูกต้อง 12. บอกสญั ลักษณ์ภาพฉายมุมที่ 1 และมุมท่ี 3 ไดถ้ ูกตอ้ งทั้งสองชนิด ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้ 1. สอ่ื พาวเวอร์พอยต์ 2. สื่อ AR ภาพฉาย
118 การวดั และประเมนิ ผล 1. วิธวี ัดผล 1.1 ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 1.2 สังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรายบคุ คล 2. เครื่องมอื วัดผล 2.1 แบบทดสอบ เรื่อง ภาพฉาย 3. เกณฑ์การประเมินผล 3.1 แบบทดสอบหลังเรยี นมีเกณฑ์การใหค้ ะแนนคอื ทำแบบทดสอบหลงั เรยี นถูกต้องข้อ ละ 1 คะแนน มเี กณฑก์ ารตัดสิน คือ นักเรยี นจะตอ้ งทำแบบทดสอบหลงั เรยี นถูกต้องงอย่าง นอ้ ย 60% จึงจะถือว่าผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ
119 1. วัตถุประสงค์เชิงพฤตกิ รรม ใบเนอื้ หา แบบทดสอบ Power แบบฝึกหัด point แผน่ ที่ ข้อที่ เฟรม แผน่ ที่ 1. บอกความหมายของภาพฉายไดถ้ ูกต้อง 3-4 1-2 5 2. อธิบายหลักการพ้ืนฐานของการฉายภาพไดถ้ ูกตอ้ ง 5-7 3-10 8-13 3. อธิบายหลักการเกดิ ภาพฉายบนระนาบฉายได้ถกู ตอ้ ง 8-12 11-14 14 4. อธิบายหลักการมองภาพฉายบนชิน้ งานจริงไดถ้ กู ต้อง 13-14 15-24 9-12 5. อธิบายชนิดของมุมฉายในการเขียนแบบภาพฉายได้ 15-17 25 9-12 ถกู ต้อง 6. อธบิ ายวธิ ีการวางภาพฉายในระบบมุมท่ี 1 ไดถ้ ูกตอ้ ง 18 26-27 25-31 7. อธบิ ายวธิ ีการเขียนแบบภาพฉายระบบมมุ ที่ 1 ได้ถกู ต้อง 18 28-29 31 8. อธิบายวิธกี ารวางภาพฉายระบบมุมท่ี 3 ได้ถกู ต้อง 19 30-31 31-38 9. อธบิ ายวธิ ีการเขยี นแบบภาพฉายระบบมุมที่ 3 ได้ถกู ตอ้ ง 19 32-33 38 10. อธิบายข้อแตกต่างของภาพฉายระบบมุมที่ 1 และมมุ ท่ี 18-19 34-35 40-43 3 ไดถ้ ูกตอ้ ง 11. อธิบายวธิ กี ารเขียนเสน้ ฉายไดถ้ ูกต้อง 20 36-38 44 12. บอกสญั ลกั ษณ์ภาพฉายมุมที่ 1 และมมุ ท่ี 3 ไดถ้ กู ต้อง 14 39-40 39,32 ท้ังสองชนดิ 2. การนำเข้าสู่บทเรยี น ถาม – ตอบ ครูถาม ในการผลติ ช้ินงานในโรงงานอตุ สาหกรรม นักศึกษาคดิ ว่าตอ้ งผลิตตามอะไร นกั เรียนตอบ ตามแบบ drawing ครับ
้ขันบอกก ่ลาว 120 ่ืสอการสอน3. การสอน / การปฏิบัตกิ ารสอน จานวนคาบเรียน 1 เวลา (นาท)ี 20 20 20 20 20 20 20 20 20 20 20 20 20 20 20 20 20 20 20 20 20 20 20 20 ข้ันสนใจปัญหา บรรยาย ถาม-ตอบ สาธติ ข้ันพยายาม ข้ันสาเร็จผล ใบเนือ้ หา แบบทดสอบ AR PP เฉลย แบบฝึ กหดั ใบประเมิน 4. ส่ิงท่แี นบมา แผนการจดั การเรียนรู้ 4 แผ่น / ใบเน้ือหา 29 แผน่ / แบบทดสอบ 13 แผน่ / ใบเฉลยแบบทดสอบ 1 แผน่ / แบบฝึกหดั 3 แผ่น /เฉลยแบบฝึกหดั 1 แผ่น /Power Point 46 เฟรม
121 การเขียนแบบภาพฉาย สาระการเรยี นรู้ 1. ความหมายภาพฉาย 2. หลักการพ้นื ฐานของการฉายภาพ 3. ระนาบของภาพฉาย 4. การมองภาพบนระนาบของภาพฉาย 5. การเกิดของมุมฉาย 6. การมองตำแหนง่ ชนิ้ งานในมุมมองต่างๆ 7. หลกั การในการมองภาพบนชน้ิ งานจริง 8. หลักการเขียนภาพฉาย 9. การเขียนภาพฉาย จุดประสงค์การปฏบิ ัติ 1. หลกั การอา่ นและการฉายภาพ ก. อธบิ ายหลกั การฉายภาพบนระนาบได้ ข. อธบิ ายการมองภาพฉายทงั้ ท่ี 4 มมุ ฉายได้ ค. อธิบายการมองภาพบนช้ินงานจริงได้ ง. จำแนกภาพฉายมมุ ท่ี 1 และมมุ ท่ี 3 ได้ 2. การเขียนภาพฉายมุมมองท่ี 1 ก. อธิบายการฉายเส้นในการเขยี นภาพฉายมุมท่ี 1 ได้ ข. เขยี นภาพฉายมมุ ท่ี 1 ตามมาตรฐานได้ 3. การเขยี นภาพฉายมุมมองท่ี 3 ก. อธิบายการฉายเสน้ ในการเขยี นภาพฉายมมุ ท่ี 3 ได้ ข. เขียนภาพฉายมุมท่ี 3 ตามมาตรฐานได้ถูกตอ้ ง สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้ 1. สอ่ื พาวเวอร์พอยต์ 2. ส่ือ AR ภาพฉาย 3. ขอ้ สอบ 4. แบบฝึกหัด
122 บทนำ ภาพที่มองจากชิ้นงานจริงฉายไปปรากฏรูปทรงบนระนาบรับภาพ โดยทั่วไปในการเขียน แบบชิ้นสว่ นใด ๆ ถา้ จะให้มองเห็นได้ชัดเจนและดูเหมือนจรงิ น้ันสามารถเขียนไดด้ ว้ ยภาพ 3 มิติ ซ่ึง แสดงเพยี งภาพเดียวก็สามารถมองได้ชดั เจนท้งั สามารถกำหนดรายละเอยี ดต่าง ๆ ได้และนำไปทำการ ผลิตได้ด้วย แต่การเขียนภาพ 3 มิติ นั้นกระทำได้ยากต้องใช้เวลาในการเขียนแบบงานต้องมี เครื่องมือและอุปกรณ์ช่วยหลายอย่าง จึงไม่เหมาะสมที่จะนำวิธีการนี้มาเขียนแบบเพื่อสั่งงานผลติ เพราะจะทำให้ตน้ ทนุ การผลิตสูงข้นึ ภาพ 3 มติ ิ เหมาะสำหรับแสดงรปู ร่างและการประกอบกันอยู่ ของชิน้ งานในคราวทจ่ี ำเปน็ มากกวา่
123 ภาพฉาย (Orthogonal Projection) สงิ่ ที่มบี ทบาทสำคัญอย่างย่ิงในการสอ่ื ความหมายจากผูอ้ อกแบบช้นิ งานไปสู่ช่างผู้ผลิตงานก็ คือแบบงาน (Drawing) แบบงานจงึ เปน็ ส่งิ ท่ีแสดงถึงรปู ร่าง ขนาดและรายละเอียดต่าง ๆ ของวัตถุ ที่ต้องการได้อย่างสมบูรณ์ และประกอบด้วยข้อมูลที่ตอ้ งการทัง้ หมดในการผลิตและตรวจสอบงาน นน้ั แบบงานเป็นสื่อที่เเสดงให้ช่างผู้ชำนาญงานได้รู้ถึงรูปร่างและขนาดของชิ้นงานที่จะทำนั้น โดยจะกำหนดข้อมูลที่จำเปน็ สำหรับการทำงานลงในแบบงานนั้นดว้ ย เช่น วัสดจุ องชนิ้ งาน ลักษณะ งานสำเรจ็ ซ่งึ เป็นไปตามมาตรฐานงานเขยี นแบบ ดว้ ยเหตุนชี้ า่ งที่ดีจึงจำเป็นต้องสามารถอ่านแบบ หรอื สรา้ งแบบงานไดเ้ ป็นอยา่ งดี โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ความสามารถอ่านแบบหรือสรา้ งแบบงานได้เป็น อย่างดี โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ ความสามารถในการอ่านแบบได้ถูกต้องตามมาตรฐาน มีหลายวธิ ีในการที่จะอธิบายรูปร่างของวัตถุหรอื ชน้ิ งานทต่ี ้องการจะถ่ายทอดจากบุคคลหน่ึง ไปสูอ่ ีกคนหนึง่ อาจอธบิ ายโดยคำพูดหรือถ้อยคำแทนการใช้ภาพถา่ ยวัตถนุ น้ั หรืออีกวิธีหนึ่งท่ีนิยม ใชก้ นั คือ การแสดงโดยการเขยี นรปู ภาพของวัตถุที่เรียกกนั วา่ “ แบบงาน ( Drawing )” แบบงานมาตรฐานที่ใช้แสดงท่ีอยู่ 2 ลักษณะ คือ 1. แบบงานภาพ 3 มิติ 2. แบบงานภาพ 2 มติ ิ เมอื่ เราจะกล่าวถึงลักษณะของวัตถุแต่ละอยา่ งแก่บุคคลทว่ั ๆ ไป เรามกั จะเปรียบเทียบวัตถุ นั้นกับสิ่งอื่นที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่ในวงการช่างซึ่งต้องการคำจำกัดความที่แน่นอนของรูป ชน้ิ งาน เรามักจะใช้การเปรียบเทยี บกับรูปทรงทางเรขาคณิต เช่นทรงกลม ทรงเหลีย่ ม ทรงกรวย เปน็ ตน้ ท้งั นีเ้ พื่อให้เกิดความงา่ ยตอ่ การเขียนและการอ่านแบบงาน อีกทง้ั ยังช่วยให้ช่างสามารถหา วธิ ีการในการผลติ ช้ินงานนั้นได้งา่ ยข้ึนด้วย
124 1. ทฤษฎเี กยี่ วกบั ภาพฉาย ภาพฉาย(Orthogonal Projection) ส่ิงท่มี ีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสือ่ ความหมายจากผูอ้ อกแบบชิ้นงานไปสู่ช่างผู้ผลิตงานก็ คือแบบงาน (Drawing) แบบงานจงึ เป็นสิง่ ที่แสดงถงึ รปู ร่าง ขนาดและรายละเอียดต่าง ๆ ของวัตถุ ที่ต้องการได้อย่างสมบูรณ์ และประกอบด้วยข้อมูลที่ตอ้ งการทั้งหมดในการผลิตและตรวจสอบงาน นน้ั แบบงานเป็นสื่อที่เเสดงให้ช่างผู้ชำนาญงานได้รู้ถึงรูปร่างและขนาดของชิ้นงานที่จะทำนั้น โดยจะกำหนดขอ้ มลู ท่ีจำเปน็ สำหรับการทำงานลงในแบบงานนน้ั ด้วย เชน่ วสั ดจุ องชน้ิ งาน ลักษณะ งานสำเรจ็ ซ่งึ เป็นไปตามมาตรฐานงานเขียนแบบ ด้วยเหตุนี้ชา่ งท่ีดจี ึงจำเปน็ ต้องสามารถอ่านแบบ หรือสรา้ งแบบงานไดเ้ ป็นอยา่ งดี โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ความสามารถอ่านแบบหรือสรา้ งแบบงานได้เป็น อยา่ งดี โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งความสามารถในการอา่ นแบบไดถ้ กู ตอ้ งตามมาตรฐาน มหี ลายวิธใี นการท่ีจะอธบิ ายรูปร่างของวัตถุหรอื ชน้ิ งานที่ต้องการจะถ่ายทอดจากบุคคลหน่ึง ไปสูอ่ ีกคนหน่ึง อาจอธบิ ายโดยคำพดู หรือถ้อยคำแทนการใช้ภาพถ่ายวัตถุนัน้ หรืออีกวิธีหนึ่งท่ีนิยม ใช้กนั คอื การแสดงโดยการเขยี นรูปภาพของวตั ถทุ เี่ รยี กกนั วา่ “ แบบงาน ( Drawing )” แบบงานมาตรฐานทใ่ี ชแ้ สดงท่อี ยู่ 2 ลักษณะ คอื 1.แบบงานภาพ 3 มิติ 2.แบบงานภาพ 2 มิติ เม่ือเราจะกลา่ วถงึ ลักษณะของวัตถแุ ต่ละอยา่ งแก่บคุ คลท่ัว ๆ ไป เรามกั จะเปรียบเทียบวัตถุ นั้นกับสิ่งอื่นที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่ในวงการช่างซึ่งต้องการคำจำกัดความที่แน่นอนของรูป ชิ้นงาน เรามักจะใช้การเปรียบเทียบกับรูปทรงทางเรขาคณิต เช่นทรงกลม ทรงเหล่ียม ทรงกรวย เปน็ ต้น ทง้ั น้ีเพือ่ ให้เกิดความงา่ ยต่อการเขยี นและการอ่านแบบงาน อีกทัง้ ยังชว่ ยให้ช่างสามารถหา วธิ ีการในการผลติ ชน้ิ งานน้นั ได้ง่ายข้ึนดว้ ย 1.1 ภาพฉาย (Orthographic views) ภาพฉาย หมายถึง ภาพที่มองจากชิ้นงานจริงฉายไปปรากฏรูปทรงบนระนาบรับภาพ โดยทั่วไปในการเขยี นแบบช้ินส่วนใด ๆ ถ้าจะให้มองเห็นได้ชัดเจนและดูเหมือนจรงิ นัน้ สามารถเขยี น ได้ดว้ ยภาพ 3 มิติ ซึง่ แสดงเพยี งภาพเดียวก็สามารถมองไดช้ ัดเจนทง้ั สามารถกำหนดรายละเอียดต่าง ๆ ได้และนำไปทำการผลติ ไดด้ ้วย แต่การเขียนภาพ 3 มิติ นัน้ กระทำได้ยากต้องใช้เวลาในการเขียน แบบงานต้องมเี ครอื่ งมอื และอุปกรณ์ชว่ ยหลายอยา่ ง จึงไม่เหมาะสมที่จะนำวธิ ีการน้มี าเขียนแบบเพ่ือ สั่งงานผลิต เพราะจะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ภาพ 3 มิติ เหมาะสำหรับแสดงรูปร่างและการ ประกอบกันอยขู่ องชน้ิ งานในคราวท่ีจำเป็นมากกว่า การที่จะเขียนงานให้ง่ายและรวดเร็วขึ้นสามารถเขียนได้โดยวิธีการมองภาพทีละด้านและ นำเอาแต่ละด้านมาเขียนลงบนกระดาษให้สัมพนั ธก์ นั จะทำใหก้ ารเขยี นลงบนกระดาษให้สัมพันธ์กัน จะทำใหก้ ารเขียน ,การแสดงอตั ราสว่ น ,การแสดงขนาด ,การใชอ้ ปุ กรณ์ตา่ ง ๆ ช่วยและสะดวกย่งิ ขึ้น
125 ภาพท่ี 1.1 การแสดงภาพฉายของแต่ละด้านอยา่ งอสิ ระ จากภาพ 1.1 จะเป็นการเขียนภาพแต่ละด้านอย่างไม่มีเกณฑ์ ซึ่งทั้ง 3 ภาพ (A, B , C) จะไม่มคี วามสัมพนั ธก์ นั การมองภาพของแต่ละคนกแ็ ตกต่างกนั ไปทำใหเ้ กิดความสบั สนในการอา่ น แบบ การท่จี ะทำให้ภาพมคี วามสมั พันธก์ ันอยา่ งมีกฎเกณฑ์นน้ั สามารถทำได้โดยการกำหนดวธิ ีการใน การวางภาพ 1.2 หลกั การพนื้ ฐานของการฉายภาพ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ภาพฉาย หมายถึง ภาพที่มองจากชิ้นงานจริงแล้วฉายไปปรากฏ รูปทรงบนระนาบรับภาพดังนั้นการมองภาพแต่ละด้านดังได้กล่าวมาแล้วนั้นคือการมองภาพเพ่ือ นำไปสู่การฉายภาพนั้นเอง ปกติแล้วแสงที่ฉายผ่านชิ้นงานจะกระทบกับระนาบระนาบรองรับภาพ ภาพที่เกดิ ขน้ึ บนระนาบจะมีขนาดขยายใหญ่ขึน้ ตามระยะหางของระนาบนนั้ แต่การมองภาพเม่ือฉายไปยังระนาบรบั ภาพในทางเขียนแบบเครื่องกลให้ถือว่าเส้นทีฉ่ ายไป ยังระนาบนั้นเป็นเส้นขนานกันทุกเส้น ดังนั้นภาพที่ปรากฎบนระนาบจะมีสัดส่วนสองด้านที่มอง เท่ากับของจรงิ ภาพท่ี 1.2 ภาพฉายบนระนาบรบั ภาพ
126 ภาพที่ 1.3 การเกดิ ภาพบนระนาบ จากรูป 1.3 เมือ่ นำระนาบรับ ภาพของทั้ง 3 ด้าน จากภาพ ที่มาวางในตำแหน่งที่ถูกต้อง ระนาบจะมีลักษณะเป็นรูป กล่องส่เี หลย่ี ม ภาพท่ี 1.4 การวางตำแหน่งของภาพฉาย กลอ่ งทเี่ กิดขนึ้ น้ีเปน็ เพียงกล่องในจิตนาการเทา่ นนั้ ซง่ึ ในการทำงานจรงิ จะไมม่ ีให้เห็น การที่ เอารูปร่างของกล่องระนาบมาแสดงให้เห็น ก็เพื่อให้มองเห็นความสัมพันธ์กันของแต่ละด้านและให้ สามารถเข้าใจถงึ ความเปน็ มาของการฉายภาพเท่านั้น กล่องระนาบนี้ ระนาบทั้ง 3 จะวางในตำแหน่งทีถ่ ูกต้องโดยทั้ง 3 ระนาบจะวางเป็นมมุ ฉาก ตอ่ กันตามแนวแกน X,Yและ Z โดยจะจนิ ตนาการให้ชิน้ งานท่เี ราจะฉายนนั้ ลอยอย่รู ะหว่างระนาบทั้ง 3 นั้น ดังภาพท่ี 2.4 เมื่อฉายภาพไปยงั ระนาบทั้ง 3 จะปรากฎเป็นภาพชนิ้ งานแตล่ ะดา้ นเป็นภาพฉาย เส้นตามลักษณะของชิ้นงานแต่ละด้านทั้ง 3 ด้าน จะมีความสัมพันธ์โดยถึงกัน เช่นด้านข้างจะสูง เทา่ กบั ดา้ นหน้า ด้านบนจะยาวเท่ากบั ความยาวของด้านหนา้ (1) (2)
127 (3) (4) ภาพท่ี 1.5 แสดงความสมั พนั ธ์ของภาพแตล่ ะดา้ น การเขียนแบบภาพฉายตามขั้นตอนนั้น จะนำเอาหลักการพื้นฐานเหล่านี้มาเป็นพื้นฐานใน การมองภาพสามารถเขยี นได้รวดเร็วและถกู ต้องยิ่งขนึ้ การเขียนแบบจริงๆ นัน้ ผู้ทม่ี คี วามชำนาญจะใช้ข้ันตอนที่ 4 เขียนไดเ้ ลย ดงั นน้ั ผู้ทเี่ ขยี นแบบ จงึ จำเปน็ ตอ้ งเข้าใจในหลกั การและความเป็นมาของการฉายภาพเหลา่ นีเ้ ป็นอย่างดจี งึ จะสามารถเขียน แบบตามขั้นตอนท่ี 4 ไดถ้ ูกต้องและรวดเรว็ ภาพท่ี 1.6 ภาพฉาย 3 ด้านของชิ้นงานบนทรงเหลย่ี ม ลักษณะพนื้ ฐานของภาพฉาย 1. แสดงภาพแตล่ ะด้านเปน็ ภาพ 2 มติ ิ 2. เปน็ ภาพลายเส้น 3. ไมม่ คี วามลกึ บนภาพแต่ละดา้ น
128 1.3 ระนาบของภาพฉาย ระนาบการมองภาพฉายจะประกอบด้วย 4. ระนาบด่งิ คือ แนวแกน Y 5. ระนาบดิ่ง คอื แนวแกน X 6. ระนาบด่ิง คือ แนวแกน Z การฉายภาพทกุ ระบบไม่ว่าจะเปน็ ระบบ ISO หรือระบบอังกฤษก็ตาม จะถอื เอาระนาบนเ้ี ป็น หลกั ในการมองภาพ ภาพที่ 1.7 ระนาบของภาพฉายในแตล่ ะควอแดรนท์ 1.4 การมองภาพบนระนาบของภาพฉาย การฉายภาพของแต่ละด้านไม่ว่าจะอยใู่ นมมุ การฉายท่ี 1,2,3และ 4 กต็ าม การมองภาพฉาย ไปยงั ระนาบตา่ ง ๆ นัน้ ให้ยึดเกณฑต์ ่อไปนี้ 5. ภาพด้านหนา้ ใหม้ องจากขวามอื 6. ฉายไปยังระนาบด่ิง 7. ภาพดา้ นข้างให้มองจากซา้ ยมอื ฉายไปยังระนาบข้าง 8. ภาพดา้ นบนใหม้ องจากดา้ นบน ฉายไปยงั ระนาบนอน ภาพที่ 1.8 ทศิ ทางในการมองภาพ
129 1.5 การเกิดของมุมฉาย มมุ การฉายของการฉายภาพเกิดจากการตดิ กันของระนาบนอน เกดิ เปน็ 4 ช่อง หรอื 4 ควอ แดรนทค์ อื ควอแดรนท์ที่ 1,2,3 และ 4 โดยระนาบขา้ งปิดกันอยู่ ควอแดรนทท์ ่ี 1 เรยี กว่า มมุ การฉายท่ี 1 ควอแดรนท์ที่ 2 เรยี กว่า มุมการฉายท่ี 2 ควอแดรนท์ท่ี 3 เรียกว่า มุมการฉายที่ 3 ควอแดรนท์ท่ี 4 เรยี กว่า มุมการฉายท่ี 4 ภาพท่ี 1.9 มมุ การฉายที่ 1 ภาพท่ี 1.10 มมุ การฉายที่ 2 ภาพที่ 1.11 มมุ การฉายที่ 3 ภาพที่ 1.12 มมุ การฉายท่ี 4 1.6 การมองตำแหนง่ ชนิ้ งานในมุมมองตา่ งๆ การฉายภาพบนระนาบของภาพฉายน้ี ผูเ้ ขียนแบบสามารถเลอื กมองการได้ทง้ั 4 มมุ การฉาย เช่นเลือกมองในมุมการฉายที่ 1ให้ฉายภาพภายในควอแดรนท์ที่ 1 เท่านั้น หรือเลือกมองในมุมการ ฉายที่ 3 ให้ฉายที่ 3 ให้ฉายภาพในควอแดรนทท์ ่ี 3 เทา่ น้ัน จะไม่เก่ียว กบั มมุ การมองอื่น ๆ การวางชิ้นงานไม่ว่าจะเลือกมองมุมการมองฉากใดก็ตามจะต้องสมมติใหช้ ิ้นงานวางลอยอยู่ ในมุมการฉายเปน็ ทิศทางเดยี วกันเสมอ
130 ภาพที่ 1.13 การวางช้ินงานในแตล่ ะมมุ การฉาย 1.6.1 การฉายภาพระบบมมุ ที่ 1 E (E –Method)ช้ินงานจะถกู สมมตใิ ห้วางลอยอยู่ ในควอแดรนท์ที่ 1 เมือ่ ฉายเส้นต่าง ๆไปตกทร่ี ะนาบรับภาพของทั้ง 3 ดา้ น แล้วคลีร่ ะนาบรับภาพทั้ง 3ออกให้อยู่ในระนาบดิ่ง จะได้ภาพด้านบนอยู่ข้างล่างของภาพด้านหน้า ภาพที่มองด้านซ้ายจะอยู่ ขวามอื ของด้านหน้า ภาพท่ี 1.14 ข้ันตอนการเกดิ ภาพฉายระบบมุมท่ี 1 ภาพฉายระบบมุมที่ 1 นั้นนิยมใช้ในประเทศแถบยุโรป โดยเฉพาะในประเทศเยอรมัน การ ฉายภาพวิธี E-Method ใช้สัญลักษณ์ ภาพท่ี 1.15 สญั ลักษณ์ของการมองภาพฉายระบบมุมท่ี 1
131 1.6.2 การฉายภาพระบบมุมที่ 2 ชนิ้ งานจะถูกสมมติใหล้ อยอยู่ในควอแดรนทท์ ่ี 2 ลักษณะภาพฉายเม่ือคล่อี อกแลว้ จะมีตำแหนง่ เหมือนการฉายภาพระบบมมุ ที่ แตท่ ิศทางของภาพ ด้านบนจะเปล่ียนไป เมอ่ื เทยี บกับระบบมมุ ท่ี 1 จะย่งุ ยากกว่าจึงไมน่ ิยมใช้ ภาพที่ 1.16 ข้ันตอนการเกิดภาพฉายระบบมมุ ที่ 2 1.6.3 การฉายภาพระบบมุมท่ี 3 หรอื A (A-Method)ชิน้ งานจะถูกสมมติใหว้ างลอย อยู่ในควอแดรนท์ที่ 3 โดยปกติทิศทางการมองจะเป็นไปตามกฎเกณฑ์ขา้ งตน้ แต่การฉายภาพระบบ มมุ ท่ี 3 นี้ ไดก้ ำหนดการมองการมองภาพต่างออกไปโดยจะมองผา่ นระนาบเข้าไปหาชิน้ งานแล้วเขียน ภาพไว้บนระนาบรบั ภาพ เมื่อคลี่ภาพออกจงึ ได้ภาพด้านบนอยู่ด้านบนของภาพด้านหนา้ และภาพท่ี มองทางด้านขวามอื ของภาพดา้ นหนา้ ภาพท่ี 1.17 ขั้นตอนการเกิดภาพฉายระบบมุมที่ 3
132 ภาพฉายระบบมมุ ที่ 3 นิยมใชใ้ นประเทศอเมรกิ า การฉายภาพวธิ ี A-Method ใชส้ ญั ลักษณ์ ภาพที่ 1.18 สัญลกั ษณ์ของการมองภาพฉายระบบมุมท่ี 3 1.6.4 การเกิดภาพฉายระบบมุมที่ 4 การมองภาพฉายยังเป็นไปตามกฎเกณฑ์ ข้างต้นระบบมุมที่ 4 นี้ จะคล้ายกับการมองระบบมมุ ที่ 3 ทิศทางของภาพจะ เปลี่ยนแปลงไป จึงไม่ เปน็ ทน่ี ิยมใชง้ าน ภาพที่ 1.19 ข้ันตอนการเกิดภาพฉายระบบมุมที่ 4 หมายเหตุ เนอ่ื งจากการฉายภาพระบบที่ 2 และ 4 ไม่ไดถ้ กู นำมาใชเ้ พราะจะเกิดความสับสน ในการเขียนและอ่านแบบงาน จึงทำให้การฉายภาพเหลืออยู่ 2 ระบบ คือ ระบบมุมที่ 1 และ 3 เท่านัน้